รายงานโครงงาน
เร่อื ง โครงงานศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนการปลกู พริกหนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธ์ุศรีสดุ า
กรณศี ึกษาสวนป้าบญุ ช่วย ตำบลปา่ เซา่ อำเภอเมอื ง จงั หวดั อุตรดิตถ์
โดย เอย่ี มสงคราม
นางสาวนฤวรรณ์ พันละภะ
นางสาวภิญญดา คำบญุ มา
นางสาวมทุ ติ า
หลักสูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.)
สาขาวิชาการบญั ชี
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาอุตรดิตถ์
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
รายงานโครงงาน
เร่อื ง โครงงานการศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลกู พรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพนั ธศ์ุ รี
สดุ ากรณีศกึ ษาสวนป้าบุญชว่ ย ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมือง จงั หวัดอุตรดติ ถ์
โดย
นางสาวนฤวรรณ์ เอี่ยมสงคราม
นางสาวภิญญดา พนั ละภะ
นางสาวมุทิตา คำบุญมา
หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพชัน้ สูง (ปวส.)
สาขาวิชาการบญั ชี
วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอตุ รดิตถ์
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ก
ชื่อผู้วจิ ยั : นางสาวนฤวรรณ์ เอีย่ มสงคราม
นางสาวภญิ ญดา พนั ละภะ
ชือ่ เรือ่ ง นางสาวมุทติ า คำบญุ มา
: การศึกษาตน้ ทุนและผลตอบแทนการปลกู พรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธุ์
สาขาวชิ า ศรีสุดากรณศี กึ ษาสวนป้าบญุ ช่วย ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมือง
อาจารยท์ ่ีปรึกษา จังหวัดอตุ รดิตถ์
ปกี ารศกึ ษา : การบัญชี
: สถาบันการอาชวี ศึกษาภาคเหนือ 3
: นางเบญจพร อ่ำแจ้ง
: 2564
บทคดั ยอ่
การวจิ ยั ครั้งนี้ เปน็ การดำเนนิ งานด้วยการใชร้ ูปแบบการวิจัย เปน็ ฐานในการศึกษาทงั้ รปู แบบ
การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือสามารถบูรณาการความรู้และ
ทักษะในการสร้าง หรือพัฒนางานในสาขาวิชาชีพอย่างเป็นระบบตามกระบวนการวิจัยประกอบด้วย
การวางแผน การดำเนินงาน การแก้ไขปัญหา การประเมินผล การจัดทำรายงาน และการนำเสนอ
ผลงาน
วัตถุประสงค์เพื่อของการวิจัย คือ การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิต และจำหน่าย
พริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตำบลป่าเซ่า อำเภอเมือง จังหวัด
อุตรดิตถ์ ศึกษาความพึงพอใจของการปลกู พรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา โดยมีประชากรและกลุ่ม
ตัวอย่าง ได้แก่ นางบุญช่วย สืบสมบัติ เป็นเจ้าของกิจการ สวนพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความพึงพอใจคอมพิวเตอร์โปรแกรม
สำเร็จรูป Microsoft Excel Microsoft Word และโทรศพั ท์มอื ถือ
ผลการวจิ ัยปรากฏวา่ ผลการศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนจากงบแสดงผลการดำเนินงานหรือ
งบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะทางการเงินของกิจการสวนพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา ตำบลป่า
เซ่า อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งได้จากการดำเนินงานในเดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์ โดยมี
ต้นทุนท้ังหมด 20,748 บาทและผลตอบแทนท้ังหมด 30,850 บาทและได้กำไรสทุ ธิ 10,054 บาทและ
ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการปฏิบัติโครงงานของนักศึกษาสรุปได้ว่าผู้ประเมินความพึงพอใจมี
ความเห็นเก่ียวกับการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์
ศรสี ุดาประเภทกจิ การเจา้ ของคนเดียว
ข
กิตตกิ รรมประกาศ
รายการโครงงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดีย่ิงของ ครูเบญจพร อ่ำแจ้ง
ครูท่ีปรึกษาโครงงาน ท่ีได้ให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นต่างๆ ของการศึกษามาโดยตลอดตั้งแต่เร่ิมต้น
จนสำเร็จเรยี บรอ้ ย คณะผ้ศู กึ ษาขอกราบขอบคณุ ดว้ ยความเคารพอย่างสงู ไว้ ณ โอกาสนี้
ขอขอบคุณแผนกวิชาการบัญชี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ท่ีให้ความอนุเคราะห์วัสดุ
อปุ กรณ์ ครุภัณฑ์ และส่ิงอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ใชใ้ นการจัดหาโครงงาน
ขอขอบคุณนางบุญช่วย สืบสมบัติ เจ้าของสวนพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา ตำบลป่า
เซ่า อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้ข้อมูลเก่ียวกับต้นทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนปลูกพริก
หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือด้านข้อมูลท่ีทำให้การศึกษารายงาน
โครงงานฉบับน้ีสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี หากมีข้อผิดพลาดประการใดปรากฏในรายงานฉบับนี้ คณะผู้
ศกึ ษาขออภยั และขอน้อมรับไว้
นฤวรรณ์ เอี่ยมสงคราม
ภญิ ญดา พนั ละภะ
มุทิตา คำบญุ มา
สารบญั ก
บทคัดยอ่ หน้า
กิตติกรรมประกาศ ก
บทท่ี 1 บทนำ ข
1.1 ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา 1
1.2 วัตถปุ ระสงค์ของโครงงาน 1
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 2
1.4 ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะ 2
1.5 นยิ ามศัพท์เฉพาะ 2
บทท่ี 2 แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข้อง
2.1 ความหมายและความสำคญั ของการจดั ทำบญั ชี 3
2.2 ความหมายและความสำคัญของธุรกจิ 5
2.3 ประวัตคิ วามเปน็ มาของพรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ศุ รีสดุ า 6
2.4 ความร้ทู ว่ั ไปเกยี่ วกับการปลูกพริกหนุ่มเขยี วลกู ผสมพันธศุ์ รีสดุ า 7
2.5 แนวคดิ ทฤษฎีเก่ยี วกับต้นทุน 10
2.6 ทฤษฎผี ลตอบแทน 13
2.7 กรอบแนวคิดโครงงาน 15
2.8 งานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วข้อง 16
บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน
3.1 ข้นั ตอนการดำเนนิ โครงงาน 20
3.2 ประชากรและกลุม่ ตัวอย่าง 24
3.3 เคร่อื งมือท่ีใชด้ ำเนินโครงงาน 24
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 27
3.5 สถิตทิ ี่ใช้วิเคราะห์ขอ้ มลู 28
บทที่ 4 ผลการศึกษา
4.1 ขอ้ มูลทว่ั ไป 32
4.2 ข้อมลู ตน้ ทนุ การผลิต 32
4.3 ผลตอบแทนของการปลกู พริกหน่มุ เขียวลูกผสมพนั ธศ์ุ รีสดุ า 39
สารบัญ (ตอ่ ) ค
บทที่ 5 สรปุ ผลอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ หน้า
5.1 สรุปผล 41
5.2 อภปิ รายผล 42
5.3 ขอ้ เสนอแนะ 42
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบเสนอโครงงาน
ภาคผนวก ข เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ภาคผนวก ค รปู ภาพประกอบ
ภาคผนวก ง ประวตั ผิ ู้วิจัย
ค
สารบัญตาราง หน้า
ตารางที่ 22
ตารางท่ี 3.1 แสดงแผนการดำเนินโครงงาน 35
ตารางที่ 4.2.1 แสดงรายละเอียดสนิ ทรพั ย์ของกจิ การ 36
ตารางที่ 4.2.2 แสดงต้นทุนวัตถุดิบทางตรงในการปลูกพริกหนุ่มเขยี วลกู ผสม
พนั ธุ์ศรสี ดุ า 36
ตารางท่ี 4.2.3 แสดงต้นทุนค่าแรงงานทางตรงการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พนั ธ์ศุ รสี ุดา 37
ตารางที่ 4.2.4 แสดงคา่ ใช้จา่ ยในการปลูกพริกหนมุ่ เขยี วลูกผสมพนั ธศ์ุ รสี ุดา 38
ตารางที่ 4.2.5 แสดงตน้ ทนุ การปลกู พรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพันธุศ์ รีสุดา 38
ตารางท่ี 4.2.6 แสดงคา่ ใช้จ่ายในการขายและบริหารการผลิตและจำหนา่ ยพริก
หนุ่มเขียวลูกผสมพนั ธศุ์ รีสดุ า 39
ตารางที่ 4.2.7 แสดงรายละเอยี ดผลตอบแทนจากการจำหนา่ ยพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธุ์ศรสี ุดา
สารบัญภาพ ค
ภาพท่ี หน้า
ภาพท่ี 2.1 ลำต้นของพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ศุ รีสดุ า 7
ภาพท่ี 2.2 ใบของพรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพันธศ์ุ รสี ดุ า 7
ภาพที่ 2.3 ดอกของพรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพันธศ์ุ รีสดุ า 8
ภาพท่ี 2.4 ผลของพริกหนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธ์ุศรสี ดุ า 8
ภาพที่ 2.7.1 แสดงกรอบแนวคดิ การทำโครงงาน 16
ภาพที่ 3.1 แสดงขั้นตอนการดำเนนิ โครงงาน 23
1
บทท1ี่
บทนำ
1.1 ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปญั หำ
“พริก” จัดว่าเป็นพืชผักท่ีมีความสาคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่งของประเทศไทย เพราะใน
ชีวิตประจาวันของคนไทย สามารถจะกล่าวได้ว่าทุกครอบครัว ทุกคนจะต้องใช้พริกในการประกอบ
อาหารให้มีรสเผ็ด ในการปรุงอาหารต่างๆ ส่วนประกอบสาคัญในเคร่ืองเทศ เครื่องปรุงรสสรรพคุณ
ทางยา นอกจากนั้น พริกไปใช้ประโยชน์ในทางอ่ืนๆด้วย อย่างเช่น การนาไปเข้าโรงงานอุตสาหกรรม
แปรรูปในการผลิตออกเปน็ ผลติ ภัณฑ์อยา่ ง “ซอสพรกิ ” เป็นต้น อีกทั้งพริกยังเป็นสินค้าส่งออกที่สร้าง
รายได้ใหก้ ับประเทศไทยไดอ้ ย่างมหาศาล การปลูกพริกในประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีน้า
อุดมสมบูรณ์ หรือปลูกในฤดูฝนก็ได้ พริกสามารถปลูกได้ทุกภาคทุกจังหวัด ท้ังน้ีเน่ืองจากพริกมีถิ่น
กาเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกาและมีการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของโลก จังหวัดท่ีปลูกพริก
กันเป็นพน้ื ทม่ี าก ไดแ้ ก่ กาญจนบรุ ี, ประจวบฯ, เพชรบุรี, สมุทรสาคร, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, เชียงราย,
น่าน, ลาปาง, เชียงใหม่ ฯลฯ พริกท่ีปลูกกันได้แก่ พริกบางช้าง, พริกสันป่าตอง, พริกชี้ฟ้า, พริกข้ีหนู
เมด็ ใหญ่ เป็นตน้ (บรษิ ทั สยามธุรกจิ แอดเวอร์ไทซิ่ง จากัด ปี 2553 : ออนไลน)์
จังหวัดอุตรดิตถ์มีพ้ืนที่ส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่สาหรับเกษตรกรรมโดยมีการปลูกอ้อย ข้าวโพด
และในพ้ืนท่ีบ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งปลูกพริก
หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา เพราะว่า เม็ดใหญ่ น้าหนักดี จากที่คณะผู้ศึกษาได้ลงพื้นท่ีสอบถามถึง
ปัญหา พบว่าเกษตรกรมีปัญหาในการคิดต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตทาให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่
ทราบต้นทุนและผลตอบแทนทีแ่ ท้จรงิ ในการลงทุนการทาไร่พริกในและฤดู
ดงั น้ัน คณะผศู้ ึกษาจงึ ได้จัดทาโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธุ์ศรีสุดากรณศี กึ ษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลปา่ เซ่า อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดิตถ์ เพ่ือให้ทราบ
ถึงต้นทุนและผลตอบแทนท่ีแท้จริงในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา เพื่อเป็นประโยชน์
ต่อผทู้ ี่มีความสนใจในการปลกู พรกิ นาไปใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการตดั สนิ ใจต่อไป
1.2 วตั ถุประสงค์โครงงำน
1.2.1 เพอื่ ศึกษาสภาพท่ัวไปการปลูกพรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสดุ า กรณีศึกษาสวน
ป้าบุญชว่ ย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมอื ง จงั หวัดอุตรดติ ถ์
1.2.2 เพือ่ ศึกษาต้นทุนการปลกู พริกหนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธ์ุศรีสดุ า กรณศี ึกษาสวนปา้ บุญชว่ ย
ตาบลปา่ เซ่า อาเภอเมือง จงั หวดั อุตรดติ ถ์
2
1.2.3 เพอ่ื ศกึ ษาผลตอบแทนการปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า กรณีศกึ ษาสวนปา้ บญุ ชว่ ย
ตาบลป่ าเซา่ อาเภอเมอื ง จงั หวดั อตุ รดิตถ์
1.3 ขอบเขตโครงงำน
1.3.1 ขอบเขตด้านเน้ือหา
1.3.1.1 ตน้ ทนุ ดา้ นวัตถดุ ิบ
1.3.1.2 ต้นทนุ ดา้ นแรงงาน
1.3.1.3 ต้นทุนดา้ นการปลูกและการดูแล
1.3.2 ขอบเขตดา้ นประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.3.2.1 นางบุญชว่ ย สบื สมบัติ ตาแหน่งเจา้ ของกจิ การ
1.3.2.2 นางสาวกาญจนา สบื สมบตั ิ ตาแหน่งลกู จา้ ง
1.3.2.3 นายวรวทิ ย์ ดปี ัญญา ตาแหนง่ ลูกจ้าง
1.3.2.4 นายกติ ตศิ กั ดิ์ ยมิ้ อา่ ตาแหนง่ ลกู จ้าง
1.3.3 ขอบเขตด้านระยะเวลา
เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ถงึ เดอื นกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565
1.3.4 ขอบเขตด้านสถานที่
บา้ นเลขท่ี 128 บ้านหว้ ยบง ตาบลปา่ เซ่า อาเภอเมือง จังหวดั อตุ รดติ ถ์
1.4 ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับ
1.4.1 ทราบตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดากรณีศึกษา
สวนป้าบญุ ชว่ ย ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดิตถ์
1.4.2 ทราบช่องทางและวิธีการจาหนา่ ยพริกหน่มุ เขยี วลกู ผสมพันธ์ุศรีสุดา
1.4.3 สามารถนาความรู้ในการเรยี นบัญชีไปใชใ้ นการทาโครงงาน
1.4.4 ทราบวิธกี ารปลูกพริกหนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธุ์ศรีสดุ า
1.5 นิยำมศัพท์เฉพำะ
1.5.1 ต้นทุน หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการลงทุนปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
ประกอบดว้ ย ค่าเมลด็ พันธ์ุ คา่ ปุ๋ย
1.5.2 ผลตอบแทน หมายถึง รายได้จากการขายพริกหนมุ่ เขียวลกู ผสมศรสี ดุ าสวนป้าบุญช่วย
ตาบลปา่ เซ่า อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
1.5.3 ไม้เสยี บต้นพริก หมายถงึ ไมท้ ใ่ี ชเ้ สยี บกับตน้ พริกเพ่ือไม่ใหต้ ้นพริกเอียงหรือล้ม
1.5.4 ผา้ ยาง หมายถงึ ผา้ ยางทีใ่ ชป้ กู นั หญ้า
1.5.5 พริกหน่มุ เขียวลูกผสมพนั ธุศ์ รสี ดุ า หมายถึง พริกท่ีมีผลเรียบเป็นมัน ผลสุกสีแดง เน้ือหนา
น้าหนกั ดี
3
บทที่ 2
เอกสำร และงำนวิจัยทเี่ กีย่ วขอ้ ง
การศกึ ษาเรอื่ งโครงงานการศกึ ษาต้นทนุ และผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์
ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีวัตถุประสงค์
เพื่อ 1) เพ่ือศึกษาสภาพทั่วไปการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย
ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมอื ง จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เพ่ือศึกษาต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรี
สุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 3) เพ่ือศึกษา
ผลตอบแทนการปลกู พริกหนุม่ เขยี วลกู ผสมพันธ์ุศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบล
ป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ คณะผู้ศึกษาได้ทาการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่
เกีย่ วขอ้ ง ดังนี้
2.1 ความหมายและความสาคัญของการจัดทาบัญชี
2.2 ความหมายและความสาคญั ของธุรกิจ
2.3 ประวัติความเป็นมาของพริกหน่มุ เขียวลูกผสมพนั ธุศ์ รสี ดุ า
2.4 ความรู้ทวั่ ไปเกย่ี วกบั การปลกู พรกิ หนมุ่ เขียวลูกผสมพันธุศ์ รสี ุดา
2.5 แนวคิดทฤษฎีเกยี่ วกับตน้ ทุน
2.6 ทฤษฎผี ลตอบแทน
2.7 กรอบแนวคิดการจัดทาโครงงาน
2.8 งานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
2.1 ควำมหมำยและควำมสำคญั ของกำรจัดทำบัญชี
2.1.1 ควำมหมำยของกำรบญั ชี
สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ซ่ึงเรียกโดยย่อว่า ส.บช.
(The institutg os certisied accountants and audtor of Thailand : ICAAT) ได้ให้ความหมาย
ของการบญั ชไี ว้ ดงั นี้
การบัญชี (Accounting) หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จาแนก และทาสรุป
ข้อมูลอันเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานข้ันสุดท้ายของการบัญชี คือ การให้
ข้อมลู ทางการเงนิ ซ่งึ เปน็ ประโยชนแ์ ก่บุคคลหลายฝา่ ย และผสู้ นใจในกิจกรรมของกิจการ
สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของประเทศสหรัฐอเมริกา (Tha anerican institute of
certisied public accountants : AICPA) ไดใ้ ห้ความหมายของบัญชีไว้ ดังน้ี
4
“การบัญชีเป็นศิลปะของการจดบันทึกรายการหรือเหตุการณ์และรายละเอียดต่างๆ ที่เก่ียวข้อง
กับการเงินไว้ในรูปของเงินตรา การจัดหมวดหมู่รายการเหล่านั้น การสรุปผล รวมทั้งการตีความของ
ผลนั้น”
ศาสตราจารย์ W.A. PATON แห่งมหาวิทยาลัยมิซิแกน ได้ให้คาจากัดความ “การบัญชี”
(Accounting) ว่า การบัญชี คือ “การช่วยอานวยให้การบริหารงานเศรษฐกิจดาเนินไปได้อย่าง
ราบรื่น” นักบัญชจี งึ มีหน้าที่บันทึกรายการ ซ่ึงเกิดขึ้นได้กับหน่วยงานธุรกิจเฉพาะท่ี สามารถตีค่าเป็น
ตัวเงินได้รวมทง้ั เรียบเรยี งจดั แยกประเภท วิเคราะห์ และรายงานผลสรุปของรายการที่เกิดข้ึน
สภาวชิ าชีพ (Federation of accounting professions : FAP) ได้กาหนดความหมายของ
คาวา่ การบัญชี ไวด้ งั นี้
การบัญชี (Accounting) คือ ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จาแนก และสรุปข้อมูล
เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานขั้นสุดท้ายของการบัญชี คือ การให้ข้อมูลทาง
การเงินซึง่ เปน็ ประโยชน์ตอ่ บคุ คลหลายฝา่ ยในกจิ กรรมของกิจการ
จากคานิยามข้างต้น ความหมายของการบัญชีสรุปได้ดังน้ี การบัญชี หมายถึง การรวบรวม
วิเคราะห์การจดบันทึกข้อมูลท่ีเกิดขึ้นจากการดาเนินงานตามเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนก่อน-หลัง ในรูปของ
เงินตราและจาแนกออกเป็นหมวดหมู่ รวมถึงการสรุปข้อมูลในรูปของรายงานทางการเงิน จาก
ความหมายดังกลา่ วขา้ งต้นสรุปเป็นข้ันตอนไดด้ ังนี้
2.1.1.1 การทาบัญชี (Bookkeeping) เป็นหน้าที่ของผู้ทาบัญชี (Bookkeeper) ซ่ึงมีขั้นตอน
การปฏิบตั ิดงั น้ี
1) การรวบรวม (Collecinge) หมายถึง การรวบรวมข้อมูลหรือรายการค้าท่ีเกิดข้ึน
ประจาวนั ในการดาเนินธุรกิจท่ีเกี่ยวข้องกับเงินเช่น หลักฐานการซื่อเช่ือและขายเชื่อ หลักฐานการรับ
และจ่ายเงิน เป็นตน้
2) การบันทึก (Recording) หมายถึง การจดบันทึกรายการค้าท่ีเกิดข้ึนแต่ละคร้ัง
ตามลาดับก่อน - หลังให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีท่ีรับรองทั่วไป พร้อมกับบันทึกข้อมูลให้อยู่ในรูป
ของหน่วยเงินตรา
3) การจาแนก (Classifying) หมายถึง การนาข้อมูลท่ีจดบันทึกไว้ในสมุดรายวัน
ท่ัวไปมาผ่านบัญชีแยกประเภทโดยจาแนกให้เป็นหมวดหมู่ตามหมวดบัญชีประเภทต่างๆเช่น หมวด
สินทรพั ย์ หนสี้ นิ ส่วนของเจา้ ของ รายได้ และคา่ ใช้จา่ ยเปน็ ตน้
4) การสรุปข้อมูล (Summarizing) นาข้อมูลที่ได้จากการจาแนกในบัญชีแยก
ประเภทดังกล่าวมาสรุปเปน็ รายงานทางการเงนิ (Accounting Redort) ซงึ่ แสดงถึงผลการดาเนินงาน
และฐานะการเงนิ ของธุรกิจตลอดจนการไดม้ าและใช้ไปของเงนิ สดในรอบระยะเวลาบัญชีหนึง่
5
2.1.1.2 การให้ข้อมูลทางการเงิน แก่บุคคลที่เก่ียวข้องหลายฝ่ายเช่น ฝ่ายบริหาร ผู้ให้กู้
เจ้าหนี้ ตัวแทนรัฐบาล นักลงทุน เป็นต้นเพ่ือนาไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ทางด้านการเงิน การ
จดทางบประมาณ การปรับปรงุ ระบบบัญชี และการใหส้ นิ เช่ือ เปน็ ต้น
2.1.2 ควำมสำคญั ของกำรบญั ชี
ความสาคัญของการบัญชีหลักใหญ่ๆ ก็คือ เป็นแหล่งข้อมูลของธุรกิจที่จะแสดงให้
เหน็ ถึงความเปน็ ไปของธุรกจิ เชน่ ผเู้ ปน็ เจา้ ของกบั พนกั งานหรือเจ้าของธุรกิจกับผู้ลงทุน เจ้าหนี้ หรือ
ธนาคารท่ีจะพิจารณาให้สินเชื่อหรือแม้กระท่ังการส่ือความหมายระหว่างธุรกิจด้วยกันเอง ดังนั้น
ขอ้ มูลทางการบัญชีจึงมีความสาคญั ดังนี้
2.1.2.1 เพื่อให้เจ้าของกิจการสามารถควบคุมอย่างใกล้ชิดและเมื่อปรากฏ
ข้อบกพร่องอย่างใดอยา่ งหนงึ่ ก็อาจแก้ไขได้ทันที
2.1.2.2 เพ่ือช่วยให้เจ้าของกิจการนาข้อมูลทางการบัญชีไปเป็นแนวทางในการ
กาหนดนโยบายและการตัดสนิ ใจ
2.1.2.3 เพือ่ ชว่ ยใหท้ ราบผลการดาเนินงานของกิจการในขณะใดขณะหน่ึงว่ากิจการ
มสี นิ ทรพั ย์ หนี้สนิ และส่วนของเจา้ ของเปน็ จานวนเท่าไร
2.1.2.4 เพื่อช่วยให้ทราบฐานะการเงินของกิจการในขณะใดขณะหน่ึงว่า กิจการมี
ผลการดาเนนิ งานในรอบปที ่ีผา่ นมา กิจการมีกาไรหรือขาดทนุ เป็นจานวนเทา่ ไร
2.1.2.5 เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มทุนหรือลดทุน ตลอดจนการขอสินเชื่อจากธนาคาร
เพื่อขยายกิจการ
2.1.2.6 เพื่อใช้เป็นหลักฐานสาคัญในการคานวณภาษีได้อย่างถูกต้องตามความเป็น
จรงิ
2.1.2.7 เพอ่ื ใหบ้ คุ คลภายนอกใช้ในการอ้างอิงประกอบการพิจารณาความม่ันคงของ
กจิ การ
2.2 ควำมหมำยและควำมสำคัญของธุรกจิ
2.2.1 ควำมหมำยของธรุ กิจ
ธุรกิจ หมายถึง การดาเนินกิจกรรทของบุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ที่ร่วมกันในการดาเนินการ
ผลิต การจาหน่ายสินค้าและบริการ โดยมีจุดมุ่งหมายท่ีจะได้รับผลตอบแทนหรือผลกาไรจากการ
ดาเนนิ กจิ กรรมน้นั
ธุรกิจ หมายถึง กระบวนการของกิจการทางเศรษฐกิจท่ีสัมพันธ์เป็น ระบบและอย่างต่อใน
ด้านการผลิต การซื้อขายแลกเปลี่ยนเก่ียวกับสินค้าและบริการ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะได้ผลกาไรหรือ
ผลตอบแทนจากกิจกรรมน้นั
6
อาจกล่าวได้ว่า กิจกรรมใดท่ีมีจุดมุ่งหายเพ่ือให้ได้กาไร ถือว่าเป็นธุรกิจ เช่น บริษัท ห้างร้าน
ตลอดจนรัฐวิสาหกิจต่างๆ การดาเนินของรัฐ เช่น การสร้างถนนหนทาง โรงเรียน โรงพยาบาล และ
อ่ืนๆ ไม่ถือว่าเป็นธุรกิจเพราะมิได้มีจุดมุ่งหมายด้านกาไร แต่เป็นการให้บริการแก่ประชาชนโดยมี
จุดมุ่งหมายใหป้ ระชาชนมคี วามเป็นอยดู่ ีขน้ึ
2.2.2 ควำมสำคญั ของธุรกจิ
ธรุ กจิ เป็นหัวใจสาคัญของสังคม สังคมจะเจริญก้าวหน้า มีความเป็นอยู่ที่ดี เป็นที่ยอมรับของ
ชาวตา่ งประเทศ กต็ อ้ งอาศัยความเจรญิ ของธุรกิจ ซงึ่ อาจสรปุ ความสาคัญของธุรกจิ ดงั น้ี
2.1.2.1 ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศมีความก้าวหน้าและม่ันคง เน่ืองจากมีการ
ลงทุนประกอบธรุ กจิ ทาใหม้ กี ารหมนุ เวียน มีการกระจายรายได้ ประชาชนมีฐานะความเป็นอยดู่ ขี ้ึน
2.1.2.2 ช่วยให้รัฐมีรายได้เพิ่มข้ึน จากการที่ประชาชนมีรายได้ จาเป็นต้องเสียภาษี
อากรและคา่ ธรรมเนียมตา่ งๆ ให้รฐั เพอื่ ที่จะนารายไดเ้ หล่านี้ไปพัฒนาประเทศในดา้ นต่างๆ
2.2.2.3 ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การทาธุรกิจย่อมต้องมีการศึกษา
ค้นคว้าวิจัยอยู่เสมอ เพื่อเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และทันคู่แข่ง
ขัน
2.2.2.4 ช่วยให้ประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพดีข้ึน ท้ังนี้เพราะธุรกิจทาให้มีการ
จา้ งงาน ประชาชนมีรายได้
2.2.2.5 ชว่ ยลดปญั หาทางด้านสงั คม คือปญั หาเรื่อง การว่างงาน ถ้าประชาชนมีการ
วา่ งงานจานวนมาก จะไม่มีรายได้ ปญั หาเกิดขึน้ ตามมา เชน่ การเกิดอาชญากรรม
2.3 ประวตั คิ วำมเป็นมำของพริกหนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธ์ุศรีสดุ ำ
“พริก” จัดว่าเป็นพืชผักท่ีมีความสาคัญทางเศรษฐกิจพืชหน่ึงของประเทศไทย เพราะใน
ชีวิตประจาวันของคนไทย สามารถจะกล่าวได้ว่าทุกครอบครัว ทุกคนจะต้องใช้พริกในการประกอบ
อาหารให้มีรสเผ็ด ในการปรุงอาหารต่างๆ ส่วนประกอบสาคัญในเครื่องเทศ เครื่องปรุงรสสรรพคุณ
ทางยา นอกจากนัน้ พริกไปใช้ประโยชน์ในทางอื่นๆด้วย อย่างเช่น การนาไปเข้าโรงงานอุตสาหกรรม
แปรรูปในการผลิตออกเป็นผลิตภัณฑ์ อย่าง “ซอสพริก” เป็นต้น อีกทั้งพริกยังเป็นสินค้าส่งออกท่ี
สรา้ งรายได้ให้กบั ประเทศไทยได้อยา่ งมหาศาลอีกดว้ ย
สาหรบั การปลูกพริกในประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีน้าอุดมสมบูรณ์ หรือปลูกใน
ฤดูฝนก็ได้ พริกสามารถปลูกได้ทุกภาคทุกจังหวัด ท้ังน้ีเน่ืองจากพริกมีถ่ินกาเนิดในเขตร้อนของทวีป
อเมริกาและมีการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของโลก จังหวัดที่ปลูกพริกกันเป็นพ้ืนท่ี
มาก ได้แก่ กาญจนบุรี, ประจวบฯ, เพชรบุรี, สมุทรสาคร, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, เชียงราย, น่าน,
ลาปาง, เชียงใหม่ ฯลฯ พริกท่ีปลูกกันได้แก่ พริกบางช้าง, พริกสันป่าตอง, พริกชี้ฟ้า, พริกขี้หนูเม็ด
ใหญ่ เปน็ ตน้
7
2.4 ควำมรู้ท่วั ไปเก่ียวกบั กำรปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรสี ดุ ำ
2.4.1 รำกและลำตน้ ของพริกหนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ ำ
รากพริกหนุ่มเขียวมีรากแก้วหยั่งลึกลงในดินตั้งแต่ 50 ถึง 150 เซนติเมตร มีรากแขนงและ
รากฝอยแผ่กระจายประมาณ 100 ถึง 150 เซนติเมตร ลาต้นและก่ิง เป็นไม้พุ่มล้มลุก ซ่ึงขนาดของ
ทรงพุ่มจะแตกต่างกันตามชนิดของสายพันธุ์ ลาต้นต้ังตรง มีความสูงต้ังแต่ 30 ถึง 75 เซนติเมตร
ลาต้นและก่งิ เปน็ ไมเ้ นื้ออ่อน เปราะ หกั งา่ ย มสี ีเขียวปนสีน้าตาล หรือสเี ขยี วปนสีม่วง
ภำพท่ี 2.1 ลำต้นของพรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธุ์ศรีสดุ ำ
2.4.2 ใบของพรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพนั ธ์ศุ รสี ุดำ
ใบ เป็นใบเลี้ยงคู่ และใบเด่ียว อยู่ตามข้อของกิ่ง ใบแบนเรียบ เป็นมัน ไม่มีขนหรือมีขนบ้าง
เล็กน้อย ใบเป็นรูปไข่ หรือรูปสามเหล่ียมคล้ายหอก แตกต่างกันตามสายพันธุ์ ขอบใบเรียบ และมี
ขนาดต่างกันตามสายพันธเุ์ ชน่ กนั ตัง้ แต่ 2 ถึง 10 เซนติเมตร
ภำพท่ี 2.2 ใบของพรกิ หนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธ์ุศรีสุดำ
8
2.4.3 ดอกของพรกิ หนุม่ เขียวลูกผสมพนั ธุ์ศรสี ดุ ำ
ออกเป็นดอกเด่ียวตามซอกใบ กลีบดอกเป็นสีขาวนวลเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังหรือรู้
ปากแตร ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก (แต่อาจจะมีกลับต้ังแต่ 4 - 7 กลีบก็ได้) โดยปกติจะมีเกสรเพศผู้
5 อนั เท่ากับจานวนกลีบดอก เกสรนจี้ ะแตกออกมาจากตรงโคนของกลีบดอก อับเกสรเพศผู้มักมีสีน้า
เงินและแยกตัวเปน็ กระเปาะเล็กๆยาวๆ ส่วนเกสรเพศเมียจะชูข้ึนเหนือเกสรเพศผู้ ส่วนของยอดเกสร
เพศเมยี จะมีรูปร่างคล้ายกระบอกหวั มน ๆ ส่วนรังไข่มีพู 3 พู และดอกมีลักษณะหอ้ ยลง
ภำพท่ี 2.3 ดอกของพริกหนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธศ์ุ รีสุดำ
2.4.4 ผลของพรกิ หน่มุ เขียวลูกผสมพนั ธ์ุศรสี ุดำ
ผลสดมีหลายรูปร่างและหลายขนาด โดยมากมักเป็นรูปกรวยกว้าง หรือมีลักษณะต้ังแต่
แบนๆ กลมยาว ไปจนถึงพองอ้วน และสน้ั ยาวไดถ้ งึ 30 เซนติเมตร ผลมีลักษณะเป็นกระเปาะ มีฐาน
ขั้วผลส้ันและหนา ผลอ่อนเปน็ สเี ขียว เหลือง ครีม หรือสีม่วง เม่ือสุกแล้วจะเปล่ียนเป็นสีแดง สีส้ม สีเหลือง
หรือสีน้าตาล โดยปกติแล้วผลอ่อนมักจะชี้ขึ้น ส่วนผลแก่อาจชี้ขึ้นหรือห้อยลงตามแต่สายพันธุ์ที่ปลูก
ภายในมีเมล็ดเป็นจานวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปโล่กลมแบน สีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีน้าตาล
(เมล็ดจะเกาะรวมกนั อยูท่ ี่รก (Placenta) ซ่งึ จะมตี ้งั แต่โคนผลจนถงึ ปลายผล)
ภำพที่ 2.4 ผลของพรกิ หนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธศ์ุ รสี ดุ ำ
9
2.4.5 กำรปลกู พรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพันธศ์ุ รีสุดำ
2.4.5.1 การเตรยี มแปลง
ควรเลือกตาแหน่งปลูกบริเวณท่ีมีแสงแดดส่องถึงอย่างน้อยครึ่งวัน สามารถปลูกได้
ทัง้ แบบลงแปลงและแบบกระถาง โดยควรเลือกกระถางขนาด 12 นิ้วข้ึนไป หรือ ยกแปลงปลูกขนาด
1.50 * 3.00 เมตร ลึก 0.20 - 0.25 เมตร แล้วผสมปุ๋ยสูตร 16 - 16 - 16 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
คลกุ เคลา้ ใหเ้ ข้ากนั
2.4.5.2 หยอดเมล็ด/เพาะกลา้
ถอนแยกต้นกล้าจากถาดเพาะ หลังจากหยอดเมล็ด 25 - 30 วัน มาปลูกหลุมละ 1 ต้น
หรือ หยอดเมล็ด 2 - 3 เมล็ดต่อหลุม ในกระถางหรือแปลงที่เตรียมไว้ ระยะห่างกัน หลุมละ 0.50
เมตร กลบดนิ แล้วรดน้าให้ชมุ่
2.4.5.3 การรดน้า
รดน้าเป็นประจาทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ควรระวังอย่าให้พริกขาดน้า
เพราะจะทาให้ต้นพริกอ่อนแอ และควรระวังอย่าให้ช้ืนแฉะจนเกินไป เพราะอาจทาให้เกิดโรคไรขาว
โรคกงุ้ แห้ง ซึ่งจะทาให้ผลพริกเกิดเป็นจุดช้าๆ และแห้งเห่ียวในท่ีสุดTips ในช่วงที่พริกกาลังออกดอก
ควรใหน้ า้ อย่างสม่าเสมอ เพือ่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ดอกร่วง
2.4.5.4 การใสป่ ุ๋ย
เมือ่ พชื อายุ 45 - 50 วนั ใหโ้ รยปุย๋ ตรากระต่ายสูตร 16 - 16 - 16 ประมาณ 2 ช้อน
โต๊ะ รอบโคนตน้ แลว้ กลบด้วยดินรดน้าให้ชุ่ม และ เมื่อต้นพริกอายุ 70 - 75 วัน จะเร่ิมติดดอกให้โรย
ปุ๋ยตรากระต่ายสูตร 16 - 20 - 0 ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ รอบโคนต้นแล้วรดน้าให้ชุ่ม เพ่ือเป็นการเร่ง
การเจริญเตบิ โตและเพมิ่ ความสมบูรณ์ของดอก
2.4.5.5 การเก็บเกี่ยว
ตัง้ แตก่ ารเพาะเมล็ดจนถึงวันเก็บเก่ียวใช้เวลาประมาณ 95 - 100 วัน และ สามารถ
เก็บเกยี่ วต่อเน่อื งไดอ้ กี 1 - 3 ปี แตกตา่ งกนั ตามสายพันธุ์
2.4.6 แมลงศตั รพู ืช
เพลยี้ ไฟ รปู รา่ งลักษณะ เพล้ียไฟเป็นแมลงขนาดเลก็ สีนา้ ตาลอ่อน ลาตัวผอมยาว
มีขนาด 1.0 มิลลเิ มตรหากดูดว้ ยตาเปลา่ จะตอ้ งใช้ความสงั เกตเปน็ พิเศษจงึ จะมองเหน็ ได้ ตวั แกม่ ปี ีก
2 คู่เรียวยาว ประกอบด้วยขนเส้นเล็ก ตัวอ่อนจะยังไม่มีปีกและมีขนาดเล็กกว่าตัวแก่ ตัวแก่
เคล่ือนไหวไดเ้ ร็วการทาลาย เพล้ียไฟจะระบาดมากในฤดูแล้ง หรือเมื่อมีฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน
โดยจะทาลายใบอ่อนและตาดอก ลักษณะการทาลายใบจะห่อปิด ขอบใบม้วนข้ึนข้างบน ลาต้นแคระ
แกรน็ ไม่เจริญเติบโต และจะทาลายผลพรกิ ใหห้ งิกงอไม่ได้คณุ ภาพ
10
แมลงวนั พรกิ เป็นแมลงศตั รูพริกทมี่ คี วามสาคัญมาก ถา้ มกี ารระบาดสามารถทาลาย
ผลผลิตให้เกิดความเสียหายได้มากถึง 60 - 100% เพศเมียวางไข่ท่ีผลพริกเมื่อไข่ฟักออกมาจะทา
ให้ผลพริกเน่าเสียและร่วงหล่น การป้องกันกาจัดเก็บผลพริกท่ีร่วงหล่นทาลายโดยการแช่น้าไว้ 1 - 2 คืน
แลว้ นาไปทาปุ๋ยหมกั ใช้เชื้อราเมทาไรเซียมพ่นเป็นประจา ถ้าจาเป็นจริงจึงควรใช้สารเคมี เช่น อิมิดา
โคพิด อัตราสว่ นตามทฉี่ ลากแนะนา พน่ ในแปลงพรกิ ชว่ ง พรกิ ตดิ ผล
2.4.7 โรคพืช
2.4.7.1 โรคเหี่ยวของพริกจากเช้ือราหรือโรคหัวโกร๋น โรคนี้จะแตกต่างจากอาการ
เห่ียวท่ีเกิดจากเช้ือแบคทีเรีย โดยอาการเหี่ยวจากเช้ือราจะเร่ิมจากใบล่างก่อน แล้วจึงค่อยแสดง
อาการที่ใบบน ต่อมาใบที่เหลืองจะเห่ียวลู่ลงดินและร่วง ต้นพริกจะแสดงอาการในระยะผลิดอกออกผล
ฉะนน้ั อาจทาความเสียหายต่อดอกและลูกอ่อนด้วย เมอ่ื ตดั ดูลาต้นจะพบว่าเนื้อเย่ือท่อลาเลียงอาหาร
เป็นสีน้าตาล หรือน้าตาลไหม้ แสดงว่าตน้ จะเห่ยี วตายในทีส่ ดุ
2.4.7.2 โรคโคนเน่าหรือต้นเน่าการทาลาย ใบจะเหลืองและร่วง โคนต้นและรากจะ
เนา่ เปือ่ ยเปน็ สีน้าตาล ต้นพริกจะเหีย่ วตาย แต่จะระบาดมากในระหวา่ งทม่ี ีการผลิดอกออกผล อาการ
ของโรคเน่าหรือตน้ เนา่ นีจ้ ะแตกต่างกับโรคพริกหวั โกร๋นคือ ยอดจะไม่หลดุ ร่วงไป
2.4.7.3 โรคใบจุดท่ีเกิดจากเช้ือรา ใบจุดของพริกที่เกิดจากรา Cercospora sp.
เป็นโรคปกติธรรมดาท่ีจะพบได้ทั่วไปในทุกแห่งที่มีการปลูกโดยจะเป็นกับใบแก่เพียง 2 - 3 ใบท่ีอยู่
ตอนล่างๆ ของตน้ ไมก่ ่อใหเ้ กิดความเสียหายแต่ในบางท้องถิ่นที่มีส่ิงแวดล้อมเหมาะสม เอื้ออานวยต่อ
เชอื้ กจ็ ะกลายเป็นโรคท่ีสร้างความเสยี หายรุนแรงได้ ลกั ษณะอาการ โรคจะเขา้ ทาลายก่อเกิดอาการได้
ทุกสว่ นของต้นพริกไมว่ ่าจะเปน็ ตน้ กง่ิ ก้านใบ กลบี ดอก ผล และข้ัวผล บนใบแผลจะเร่ิมจากจุดเซลล์
ตายเล็กๆ คอ่ นข้างกลมแล้วค่อยขยายใหญ่ขึ้นเปลยี่ นเป็นแผลสเี หลืองซดี จางขอบเข้ม ตอนกลางบางมี
สีจางหรือเป็นจุดขาว ปกติแล้วแผลจะมีขนาด ราว 3 - 4 มิลลิเมตร แต่ถ้าเกิดเด่ียวบางครั้งอาจมี
ขนาดโตถึง 1 เซนติเมตรใบท่ีเกิดแผลมากๆ เน้ือใบจะเหลืองทั้งใบ แล้วร่วงหลุดจากต้น ในต้นที่เป็น
รุนแรงใบจะร่วงหมดทั้งตน้ ซ่งึ จะมีผลทาให้เกดิ ความเสยี หายคือตน้ โทรมไม่ออกผล แต่ถ้าเป็นในระยะ
ท่ีให้ผลแล้วเมื่อได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่จะทาให้เกิดอาการไหม้ตายนึ่ง (sunburn) ขึ้นกับผลพริก
เนือ่ งจากไมม่ ใี บช่วยบังแสงให้ ซ่ึงจะเป็นช่องทางให้เช้ืออื่นเข้าทาลายได้ง่ายยิ่งข้ึน สาหรับอาการแผล
บนต้น กิง่ ก้าน มลี ักษณะเป็นแผลยาวสีดาหรือน้าตาลเข้ม หากเกิดมากๆ จะทาลายก่ิง ก้าน เหล่านั้น
ให้แหง้ ตายได้ และถ้าเกดิ แผลท่ขี ้ัวผลกจ็ ะทาให้ผลร่วง
2.5 แนวคิดทฤษฎีเก่ยี วกับตน้ ทุน
2.5.1 ควำมหมำยของตน้ ทุน
นาโนซอฟต์ แอนด์ โซลูชั่น (2552 : ออนไลน์) ต้นทุน คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนในการ
ดาเนินการผลิตสินคา้ หรือบริการ หรือถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้าน ต้นทุนคือ จานวนเงินที่ได้จ่ายไป
11
ในการซ้ือสินค้า ข้าวของ วัตถุดิบ ต่างๆ นานาจิปาถะ เพื่อนามาผลิตหรือขายสินค้าเพื่อให้ก่อให้เกิด
รายได้คือยอดขายอีกที โดยเริ่มต้ังแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การทดสอบ การจัดเก็บ
และการขนส่ง
อาจารย์อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์ต้นทุน (2548 : ออนไลน์) ต้นทุน (Cost) หมายถึง
มูลค่าของทรัพยากรท่ีสูญเสียไปเพ่ือให้ได้สินค้าหรือบริการ โดยมูลค่าน้ันจะต้องสามารถวัดได้เป็น
หนว่ ยเงนิ ตรา ซึ่งเปน็ ลักษณะของการลดลงในสนิ ทรัพย์หรอื เพิ่มข้นึ ในหนี้สิน ต้นทุนท่ีเกิดข้ึนอาจจะให้
ประโยชนใ์ นปัจจุบันหรือในอนาคตก็ได้ เมื่อต้นทุนใดท่ีเกิดขึ้นแล้วและกิจการได้ใช้ประโยชน์ไปทั้งสิ้น
แล้ว ต้นทุนน้ันก็จะถือเป็น “ค่าใช้จ่าย” (Expenses) ดังนั้น ค่าใช้จ่ายจึงหมายถึงต้นทุนที่ได้ให้
ประโยชน์และกิจการได้ใช้ประโยชน์ทั้งหมดไปแล้วในขณะนั้นและสาหรับต้นทุนท่ีกิจการสูญเสียไป
แต่จะให้ประโยชนแ์ ก่กิจการในอนาคตเรียกว่า “สนิ ทรพั ย์ (Assets)
สมนกึ เอื้อจิระพงพันธ์ (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานยิ ามของ ต้นทุน (Cost Accounting)
จัดเป็นวธิ ีการทาง บัญชีทจี่ ะทาหนา้ ท่ีรวบรวมขอ้ มลู ทางดา้ นต้นทนุ ของธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรม
โดยมีวตั ถุประสงค์พ้ืนฐานใน การจัดทารายงานทางการเงนิ ตลอดจนวเิ คราและจาแนกข้อมลู เพ่ือใช้
ในการบรหิ ารต้นทนุ ( Cost Management) ตามความต้องการของผ้บู รหิ าร
เพญ็ แข สนทิ วงศ์ ณ อยุธยา (2554 : ออนไลน)์ ไดใ้ ห้คานยิ ามของ ต้นทุน หมายถงึ
การรวบรวมข้อมลู ทางด้านต้นทุนของธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมโดยมวี ตั ถุประสงค์พื้นฐานการจัดทา
รายงานการเงินรวมถึงการวเิ คราะห์ จาแนกขอ้ มูลเพื่อใช้สาหรบั การบรหิ ารต้นทนุ ตามความตอ้ งการ
ของผปู้ ระกอบการเชน่ โรงงาน โรงแรม ธนาคาร โรงพยาบาล หรือกจิ การอ่นื ๆ เพ่ือใหเ้ ป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์
ดังน้ัน ต้นทนุ ในการศกึ ษาครั้งน้ี หมายถงึ ตน้ ทนุ ท้ังหมดจากการลงทนุ ในการผลิต
และจาหน่ายพริก ต้งั แต่การจัดหาทนุ ในการลงทุนจัดหาวัตถุดบิ จนกระท่งั สาเรจ็ เป็นสนิ ค้าสาเร็จรูป
2.5.2 กำรจำแนกตน้ ทุนตำมลักษณะส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
ส่วนประกอบของต้นทุนท่ีใช้ในการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด จะประกอบด้วย
วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ซึ่งถ้าพิจารณาในด้านทรัพยากรที่เป็น
ส่วนประกอบของสินค้าแลว้ ประกอบด้วย
2.5.2.1 วตั ถุดิบ (Materials)
วัตถุดิบเป็นส่วนประกอบสาคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สาเร็จรูป
โดยทวั่ ไป ซึ่งตน้ ทุนที่เกีย่ วกับการใช้วัตถุดบิ ในการผลิตสนิ ค้าอาจจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คอื
1) วัตถุดิบทางตรง (Direct materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักท่ีใช้ในการผลิต
และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าใช้ในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหน่ึงในปริมาณและต้นทุนเท่าใด
รวมท้ังจัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าชนิดน้ันๆ เช่น ไม้แปรรูปจัดเป็นวัตถุดิบทางตรง
12
ของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ้าท่ีใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ยางดิบที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ แร่เหล็กท่ีใช้ใน
อตุ สาหกรรมถลุงเหลก็ กระดาษท่ใี ชใ้ นธุรกิจสง่ิ พมิ พ์ เป็นตน้
2) วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect materials) หมายถึง วัตถุดิบต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
โดยทางอ้อมกับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษ
ทรายทใี่ ช้เปน็ ส่วนประกอบของการทาเครอื่ งหนงั หรอื เฟอรน์ เิ จอร์ นามันหล่อลืน่ เคร่ืองจักร เส้นด้ายท่ี
ใช้ในการตัดเย็บเสือ้ ผา้ เปน็ ตน้ โดยปกตแิ ลว้ วัตถุดบิ ทางอ้อมอาจจะถูกเรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซึ่งจะ
ถอื เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยการผลิตชนดิ หนึง่
2.5.2.2 ค่ำแรงงำน (Labor)
คา่ แรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงาน
ท่ีทาหน้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) และค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor)
1) ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่างๆ ท่ีจ่ายให้แก่
คนงานหรือลูกจ้างท่ีทาหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าสาเร็จรูปโดยตรง รวมทั้งเป็นค่าแรงงานท่ีมี
จานวนมากเมอื่ เทียบกับค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินค้าหน่วยหน่ึงๆ และจัดเป็นค่าแรงงานส่วน
สาคัญในการแปรรูปวตั ถดุ บิ ใหเ้ ป็นสนิ คา้ สาเร็จรปู เช่น คนงานทีท่ างานเกยี่ วกบั การควบคุมเคร่ืองจักร
ทใี่ ช้ในการผลิตกค็ วรถอื เปน็ แรงงานทางตรง พนกั งานในสายการประกอบ เปน็ ต้น
2) ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานท่ีไม่เก่ียวข้อง
กบั คา่ แรงงานทางตรงทใี่ ช้ในการผลติ สินคา้ เชน่ เงินเดือนผู้ควบคมุ โรงงาน เงินเดอื นพนกั งานทาความ
สะอาดเครอื่ งจกั ร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง ตลอดจนต้นทุนท่ีเกี่ยวข้อง
กับคนงาน เช่น ค่าภาษีที่ออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการต่างๆ เป็นต้น ซึ่งค่าแรงงานทางอ้อมเหล่านี้จะถือ
เปน็ ส่วนหนึ่งของคา่ ใช้จ่ายการผลิต
2.5.2.3 คำ่ ใชจ้ ่ำยกำรผลิต (Manufacturing Overhead)
ค่าใช้จ่ายการผลิต หมายถึง แหล่งรวบรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับ
การผลติ สนิ ค้าซึ่งนอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงาน
ทางอ้อม ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางอ้อมอ่ืนๆ ได้แก่ ค่าน้า ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย
คา่ ภาษี เปน็ ต้น แต่อยา่ งไรก็ตามค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวกับการดาเนินการผลิต
ในโรงงานเท่าน้ัน ไม่รวมถึงเงินเดือน ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าเส่ือมราคา ที่เกิดขึ้นจากการดาเนินงานใน
สานกั งาน ดังน้ัน คา่ ใชจ้ ่ายการผลติ จึงถอื เปน็ ท่รี วมของคา่ ใช้จา่ ยในการผลติ ทางอ้อมต่างๆ
(Cost pool of indirect manufacturing costs) นอกจากน้ี ยังจะพบว่าในบางกรณีก็มีการเรียก
ค่าใช้จ่ายการผลติ ในชอื่ อน่ื ๆ เชน่ คา่ ใช้จ่ายโรงงาน (Factory Overhead) โสหุ้ยการผลติ (Manufacturing
Burden) ตน้ ทนุ ผลติ ทางอ้อม (Indirect Costs) เปน็ ต้น
13
2.5.3 กำรจำแนกตน้ ทนุ ตำมพฤตกิ รรมของต้นทนุ
การจาแนกต้นทุนประเภทนี้ก็เพ่ือนาข้อมูลต้นทุนมาวิเคราะห์ในการตัดสินใจ วางแผน
ควบคุมและวัดผลดาเนินการได้ ส่วนใหญ่จะนามาใช้ในการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนของการขายผลิตภัณฑ์
นั้นๆ หรือการรับจ้างผลิตภัณฑช์ นิดใดชนิดหนึง่ ตน้ ทนุ ตามพฤตกิ รรมสามารถจาแนกออกได้ 3 ชนดิ
มีดังนี้
2.5.3.1 ต้นทุนผันแปร (Variable cost) ต้นทุนประเภทนี้จะแปรผันไปตามปริมาณ
การผลิตสินค้าโดยมีการใช้สัดส่วนของวัตถุดิบและค่าแรงงานที่แน่นอน ย่ิงผลิตมากต้นทุนนี้ก็จะมี
ปรมิ าณสงู ข้นึ ผันแปรตามการผลติ ด้วย
2.5.3.2 ตน้ ทนุ คงที่ (Fixed cost) เป็นต้นทนุ ท่ีเกดิ ข้นึ คงท่ีไมว่ ่าจะมีการผลิตมากขึ้น
หรือน้อยลงก็ตาม ทุกกิจการจะมีต้นทุนคงท่ีเกิดข้ึนแม้ว่าจะมีการขายสินค้านั้นได้หรือไม่ก็ตาม เช่น
เงินเดอื นผู้จดั การ คา่ เชา่ โรงงาน เปน็ ตน้
2.5.3.3 ตน้ ทุนผสม (Mixed cost) มกี ารแบง่ ออกเป็น 2 ชนิด คือ ต้นทุนกึ่งผันแปร
และต้นทุนกึ่งคงท่ี ซ่ึงต้นทุนก่ึงผันแปรจะเป็นค่าโทรศัพท์ ค่าเช่าเคร่ืองจักรที่มีค่าใช้จ่ายคงที่จานวน
หน่งึ และมีค่าใช้จา่ ยผันแปรเมอื่ มีการผลติ ทม่ี ากขนึ้ เปน็ ตน้
2.6 ทฤษฎผี ลตอบแทน
ผลประโยชนหรอื ผลตอบแทน (Benefits) ของการลงทนุ หมายถึง มูลค่าของสินคาหรอื
บรกิ ารท่ีผลติ ได้จากการลงทนุ (ตลาดหลักทรัพยแ์ ห่งประเทศไทย,มปป : ออนไลน์)
2.6.1 ผลตอบแทนทางตรง (Direct Benefits) คือ ผลผลิตสุทธิของการลงทุน ซ่ึงหมายถึง
มูลค่าของสินค้าและบริการท่ีผลิตไดโดยตรงจากการลงทุน นอกจากน้ียังหมายถึงการประหยัด และ
การลดค่าใช้จ่ายจากทเี่ คยมีอยเู่ ดิม
2.6.2 ผลตอบแทนทางอ้อม (Indirect Benefits) คือ ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ ที่นอกเหนือจาก
ผลประโยชน์ตอบแทนทางตรง นอกจากนี้ยังรวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
ต่างๆ เช่น โครงงานน้ันอาจกลายเป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีสวยงาม ก่อให้เกิดการขยายตัวของการ
ท่องเทยี่ วในพ้นื ทที่ โี่ ครงงานต้ังอยู่ เป็นต้น
2.6.3 ผลตอบแทนท่ีไม่มตี ัวตน (Intangible Benefits) คือ ผลตอบแทนทีไ่ มส่ ามารถประเมิน
มูลค่าเปน็ ตวั เงนิ ได้ เชน่ การลงทนุ นัน้ อาจมสี ่วนช่วยยกระดบั คุณภาพชีวิตและการกระจายรายได้ให้มี
ความยตุ ธิ รรมมากขึ้น เปน็ ต้น
ค่าเสียโอกาสของทนุ (Opportunity Cost of Capital) คือ ถา้ มีการกาหนดใหต้ ลาดทุน
(Capital Market) ทม่ี อี ยสู่ ามารถนาเงนิ ตรา หรอื ทรพั ยากรไปลงทุนเพื่อสร้างเงินตราให้มีจานวนมาก
ขึ้นในอนาคตแล้ว สามารถกลา่ วไดว้ ่าคา่ เสียโอกาสของการออมได้เกิดขึ้นแล้ว ทางเลือกต่อการบริโภค
14
ในปัจจุบันคือ การใช้เงินทุนหรือทรัพยากรไปในทางท่ีก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต ซ่ึงอย่างน้อยต้องมี
มูลคา่ เทา่ กบั เงนิ ตราในปัจจุบันทเี่ กิดจากการลงทุนในรูปแบบอื่น
การศึกษาครั้งน้ีใช้แนวคิด การวิเคราะห์ผลตอบแทนและการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ
ตน้ ทุน ปริมาณ และกาไร ดังน้ี
2.6.4 การวเิ คราะห์ผลตอบแทน
นักวิชาการต่างๆ ได้แก่ เบญจวรรณ รักษ์สุธี (2543 : ออนไลน์) ธารีหิรัญรัศมีและคณะ
(2548 : ออนไลน์) เบญจมาศ อภิสิทธิ์ภิญโญและคณะ (2550 : ออนไลน์) ได้อธิบายถึงแนวคิด
เกย่ี วกบั การวเิ คราะหผ์ ลตอบแทน ประกอบด้วย
2.6.4.1 อัตรากาไรสุทธิหมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างกาไรสุทธิกับ
ยอดขายสุทธิผลลัพธ์ที่ได้บอกให้ทราบว่าธุรกิจบริหารงานมีประสิทธิภาพเพียงใด และธุรกิจสามารถ
ดาเนินงานให้บรรลุเป้าหมายเพยี งใด อัตราส่วนน้ีสงู แสดงวา่ ธรุ กิจมีกาไรสูง เขียนเป็นสูตรการคานวณ
ไดด้ ังน้ี
อตั รากาไรสุทธิ = กาไรสุทธิ x 100
ยอดขายสทุ ธิ
2.6.4.2 อัตรากาไรสุทธิต่อต้นทุน หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างกาไรที่
เกิดขนึ้ หลังจากหกั ค่าใชจ้ า่ ยตา่ งๆ แลว้ เทยี บกบั ตน้ ทุนท้ังสนิ้ เขียนเป็นสตู รการคานวณไดด้ งั นี้
อตั รากาไรสทุ ธติ อ่ ตน้ ทนุ = กาไรสุทธิ x 100
ตน้ ทนุ รวม
2.6.4.3 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่าง
กาไรที่เกิดขึ้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว เทียบกับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เขียนเป็นสูตรการ
คานวณ ได้ดงั น้ี
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน = กาไรสุทธิ x 100
สินทรัพยไ์ ม่หมุนเวยี น
2.6.5 การวเิ คราะห์ความสัมพันธข์ องต้นทุน ปริมาณ และกาไร
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต้นทุน ปริมาณ และกาไร เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์
ระหว่างตน้ ทนุ ปริมาณ และกาไร ซึง่ เปน็ การวิเคราะห์การเปล่ยี นแปลงของปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบ
ตอ่ กาไร ดงั มรี ายละเอียดดังนี้
2.6.5.1 กาไรสว่ นเกนิ (Contribution Margin: CM) คือ รายได้สว่ นท่ีเหลือหลังจาก
หกั ตน้ ทนุ ผนั แปร สามารถเขียนเปน็ สมการได้ดังนี้
กาไรส่วนเกนิ = ขาย - ต้นทนุ ผันแปร
15
2.6.5.2 อัตรากาไรส่วนเกิน (Contribution Margin Ratio) เป็นอัตราส่วนระหว่าง
กาไรส่วนเกนิ หารด้วยรายได้รวม ซึ่งกาไรส่วนเกินเกิดจากผลต่างระหว่างรายได้รวมหักด้วยต้นทุนผัน
แปร ดงั สมการ
อตั รากาไรส่วนเกิน = กาไรส่วนเกินรวม
รายไดร้ วม
2.6.5.3 จดุ คุม้ ทนุ (Break Even Point) แยกไดเ้ ปน็ 2 กรณีดงั น้ี
1) กรณีขายสินค้า 1 ชนิด เปน็ การขายผลิตภณั ฑ์ชนิดเดียว วิเคราะห์โดยใช้
สมการความสัมพันธต์ น้ ทุน ปริมาณ และกาไร สามารถเขยี นสมการดังน้ี
ยอดขาย ณ จุดคุ้มทนุ = ต้นทุนคงที่รวม
อตั รากาไรสว่ นเกนิ
2) กรณีขายสินค้าหลายชนิด คือ มีการขายผลิตภัณฑ์มากกว่าหน่ึงชนิดจึง
เก่ียวข้องกับสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ในการคานวณยอดขาย ต้นทุน และกาไรส่วนเกินจะต้องมีการ
ถวั เฉล่ยี ดว้ ยสดั สว่ นการขายของผลติ ภณั ฑ์แต่ละชนดิ ปัจจัยทเี่ ข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์
จุดคุ้มทุน คือ สัดส่วนการขาย ซึ่งหมายถึง อัตราร้อยละของการขายสินค้าชนิดน้ันเม่ือเทียบกับ
ยอดขายรวม การคานวณยอดขาย ณ จุดคุ้มทุนของสินคา้ หลายชนดิ สามารถเขียนสมการได้ดังนี้
ยอดขาย ณ จดุ คุ้มทุนของสนิ คา้ หลายชนดิ = ต้นทนุ คงท่ีรวม
อัตรากาไรส่วนเกินถัวเฉลี่ย
2.7 กรอบแนวคดิ กำรทำโครงงำน
คณะผู้ศึกษาได้นาปัญหาด้านการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดามา
ศึกษา เพ่ือรับรู้ต้นทุนและผลตอบแทนท่ีแท้จริงของผู้ประกอบการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียว
ลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ ากรณีศกึ ษาของนางบุญชว่ ย สบื สมบตั ิ ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมอื ง จังหวดั อุตรดิตถ์
ซึง่ ยงั ไมไ่ ดด้ าเนนิ การบันทึกบัญชีแสดงดงั ภาพท่ี 2.7.1 ดังนี้
16
ปจั จัยทีไ่ มท่ ราบตน้ ทนุ ที่ กระบวนการ ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะไดร้ ับ
แท้จรงิ ของการผลิตและ แก้ไข ปญั หา 1. ทราบตน้ ทุนในการผลติ
จาหนา่ ยพริก และจาหนา่ ยพริก
1. ตน้ ทนุ ด้านวตั ถุดิบ ของ 2. ทราบผลตอบแทนในการ
2. ตน้ ทุนด้านแรงงาน ผู้ประกอบการ จาหนา่ ยข้าวหมาก
3.ตน้ ทุนด้าน 3. สามารถนาแบบฟอร์มไป
คา่ ใชจ้ า่ ย ในการผลิต ผลิต ใชใ้ น กิจการผลิตและ
4. ต้นทนุ คา่ ใชจ้ า่ ยใน และจาหน่าย จาหน่ายได้
การขาย 4. ไดน้ าความรู้ทางวชิ าชีพมา
พรกิ ประยกุ ตใ์ ช้ในการทางาน
ภำพท่ี 2.7.1 แสดงกรอบแนวคดิ กำรทำโครงงำน
2.8 งำนวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้อง
ลำวรรณ์ อนันต์ชลำลัย (2531) ได้ทาวิจัยเรื่อง ต้นทุนและผลตอบแทนจากการปลูกพริก
ขหี้ นเู พ่อื ทาพริกแหง้ ในภาคตะวนั ตก ของประเทศไทย วัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงสภาพท่ัวไปของการ
เพาะปลูก ต้นทุน และผลตอบแทน จากการปลูกพริกข้ีหนูใหญ่เพื่อทาพริกแห้ง ตลอดจนปัญหาและ
อุปสรรคตา่ งๆ โดยรวบรวมขอ้ มูลจากเกษตรกร ชาวไร่พริกในจังหวัดกาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์
และแบ่งขนาดการเพาะปลูกออกเป็น 3 ขนาดคือ ไร่พริกขนาดเล็ก พื้นท่ีเพาะปลูก 1 - 5 ไร่ ขนาด
กลาง พ้ืนท่ีเพาะปลูก 6 - 10 ไร่ และขนาดใหญ่ พื้นที่เพาะปลูก 11 - 20 ไร่ ผลของการวิจัยพบว่าไร่
พรกิ ขนาดเลก็ มีต้นทุนการผลิตไร่ละ 3,586.86 บาท หรือกิโลกรัมละ 16.27 บาท และมีผลผลิตเฉล่ีย
ไร่ละ 220.46 กิโลกรม มีรายได้ไร่ละ 3,968.28 บาท ทาให้มีกาไรสุทธิ ไร่ละ 381.42 บาท คิดเป็น
อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการผลิตร้อยละ 10.63 และมีค่าขาย ณ จุดเสมอตัว 1,931.53 บาท ไร่
พริกขนาดกลางมีต้นทุนการผลิตไร่ละ 3,802.56 บาท หรือกิโลกรัมละ 15.62 บาท และมีผลผลิต
เฉลี่ยไร่ละ 243.47 กิโลกรัม มีรายได้ไร่ละ 4,382.46 บาท ทาให้มีกาไรสุทธิไร่ละ 579.90 บาท คิด
เป็นอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการผลิตร้อยละ 15.25 และมีค่าขาย ณ จุดเสมอตัว 1,531.14 บาท
ไร่พริกขนาดใหญ่มีต้นทุนการผลิตไร่ละ 3,573.86 บาท หรือกิโลกรัมละ 15-50 บาท และมีผลผลิต
เฉล่ียไร่ละ 230.54 กิโลกรัม มีรายได้ไร่ละ 4,149.72 บาท ทาให้มีกาไรสุทธิไร่ละ 575.86 บาท คิด
เป็นอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการผลิตร้อยละ 16.11 และมีค่าขาย ณ จุดเสมอตัว 1,435.81 บาท
จากการเปรียบเทยี บผลตอบแทนพบว่าไรพ่ รกิ ขนาดใหญใ่ ห้ผลตอบแทนสูงกว่าไร่พริกขนาดกลาง และ
ขนาดเล็ก และต้นทุนท่ีสาคัญของการทาไร่พริก คือค่าแรงงานในการเก็บเก่ียว ปัญหาสาคัญในการ
17
ผลิตพริกขหี้ นูใหญ่เพอื่ ทาพรกิ แห้งคอื เกษตรกรขาดความรู้ในการป้องกันและกาจัดศัตรูพืช จึงควรจะ
ได้รับการแก้ไขโดยอาศัยความรวมมือจากทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องซ่ึงจะมีผลทาให้เกษตรกร ได้รับ
ผลตอบแทนจากการลงทนุ สูงขนึ้
อริสรำ คงรอด (2553) การศึกษาค้นคว้าอิสระมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาต้นทุน รายได้และ
ผลตอบแทนจากการปลกู พรกิ พันธ์ยุ อดสนเขม็ 80 ซึ่งทาการศึกษาโดยใช้กลุ่มตัวอย่างจานวน 87 ราย
รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกพริกพันธ์ุยอดสนเข็ม 80 ในปี 2553 สถิติท่ีใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ (Percentage) และค่าเฉล่ียเลขคณิต (Arithmetic Mean) ผล
การศึกษาปรากฏ ดังน้ีต้นทุนการปลูกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ในจังหวัดราชบุรี ผู้ศึกษาได้แบ่ง
การศึกษาออกเป็น 5 ระยะ พอสรปุ ไดด้ ังน้ี
1. ค่าถา่ ยทอดเทคโนโลยีและใหค้ วามรูเ้ ก่ียวกบั การปลูก เท่ากับ 9,160 บาท
2. คา่ ใช้จ่ายในการเพาะต้นกลา้ พริก เท่ากับ 18,850 บาท
3. คา่ ใชจ้ ่ายในการเตรยี มแปลง เทา่ กบั 20,044 บาท
4. คา่ ใชจ้ ่ายในการดูแลรักษา เท่ากับ 16,465 บาท
5. ค่าใช้จ่ายในการเก็บเกีย่ ว เท่ากับ 2,475 บาท
รายได้จากการปลูกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ในส่วนของรายได้จากการจาหน่ายพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม
80 พบว่า เกษตรกรจะต้องจ่ายเงินลงทุนในการปลูกพริกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ไปจนถึงเดือนที่ 5
จากนัน้ จึงจะเร่ิมมรี ายได้ในเดือนที่ 6 และจะมีรายได้เพ่ิมข้ึนเร่ือย ๆ จนถึงเดือนที่ 9 รายได้จึงจะค่อย
ลดลงจนถึงเดอื นท่ี 12 เกษตรกรจะได้ผลผลิตรวมเท่ากับ 9,880 กิโลกรัม ต้นทุนรวมเท่ากับ 220,844
บาท/ไร่ มีรายได้จากการขายพรกิ พริกพันธุ์ยอดสนเขม็ 80 เทา่ กับ 610,584 บาท/ไร่ ทาให้มีกาไรรวม
จากการปลูกพรกิ พันธุ์ยอดสนเขม็ 80 เทา่ กับ 381,774 บาท/ไร่ และเม่ือวิเคราะห์หาค่าเฉล่ียต่อไร่ต่อ
เดือน พบว่า ผลผลิตพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 เท่ากับ 823 กิโลกรัม/ไร่/เดือน และมีกาไรสุทธิเท่ากับ
31,815 บาท/ไร/่ เดอื น ผลตอบแทนจากการลงทุนปลูกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ตลอดอายุ 12 เดือน
เม่ือนามาคานวณหาระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ระยะเวลาคืนทุนของเกษตรกรผู้ปลูกพริก
พนั ธย์ุ อดสนเขม็ 80 พบวา่ เวลาท่ีสามารถคืนทุนได้เม่ือ 7 เดือน ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อยู่
ในระดบั ทีน่ า่ พอใจ รอ้ ยละ 172 บาท และกาไรส่วนทีเ่ หลือ (RI) อยู่ทร่ี ะดับ รอ้ ยละ 17 บาท
วิติยำ สุวรรณ (2554) ได้วิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตพริกหวานของเขตพื้นที่
ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทน
ทางการเงินของการผลิตพริกหวานในสภาพไร้ดินโดยเปรียบเทียบการใช้ปุ๋ย ในระบบเฟอร์ติเกช่ัน
ระหว่างปุ๋ยผสมสาเร็จรูปจากบริษัทและปุ๋ยผสมเตรียมเอง และเพ่ือหาแนวทางในการลดต้นทุนด้าน
ปุ๋ยสาหรับระบบเฟอร์ติเกช่ันโดยใช้เกณฑ์การหามูลค่าปัจจุบัน (NPV) อัตราผลตอบแทนภายใน(IRR)
อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C Ratio) การหาระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) และทดสอบ
18
ความไวต่อการเปล่ียนแปลงของโครงงานเมื่อต้นทุนและผลตอบแทนมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือ
ลดลง โดยกาหนดอายุโครงงานเป็นเวลา 10 ปีให้อัตราส่วนลดเท่ากับ ร้อยละ 7 ผลการวิเคราะห์ทาง
การเงินเม่ือกาหนดให้อัตราคิดลดเท่ากับร้อยละ 7 พบว่า การผลิตพริกหวานทั้งสองกรณีมีความ
เหมาะสมและมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยการผลิตพริกหวานกรณีใช้ปุ๋ยผสมเตรียมเองมีความ
เหมาะสมและคุ้มค่าในการลงทุนมากท่ีสุด กล่าวคือ มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) มีค่าเท่ากับ
1,483,110.79 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) มีค่าเท่ากับ 31% อัตราส่วนผลตอบแทนต่อ
ต้นทุน (B/C Ratio) มีค่าเท่ากับ 1.61 และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เท่ากับ2.9 ปี การ
ผลิตกรณีใช้ปุ๋ยผสมสาเร็จรูปจากบริษัท ซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) มีค่าเท่ากับ 944,757.41 บาท
อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) มีค่าเท่ากับ 22% อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C Ratio) มีค่า
เทา่ กับ 1.36 และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เท่ากับ 4.02 ปีผลการวิเคราะห์ความไหว ตัว
ต่อการเปล่ียนแปลง เมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่าการผลิตพริกหวาน คือกรณีใช้ปุ๋ยผสมเตรียม เอง
มีความทนต่อการเปลย่ี นแปลงได้ดีทีส่ ุดโดยให้อัตราส่วนลดเท่ากับร้อยละ 7 เท่าเดิม เมื่อสมมติให้ 16
ท้ังต้นทุนและผลตอบแทนโครงงานมีการเปลี่ยนแปลงพบว่าต้นทุนของโครงงานสามารถเพิ่มข้ึนได้
สูงสุดถึงร้อยละ 30 ผลตอบแทนของโครงงานสามารถลดลงได้ถึงร้อยละ 19 กล่าวคือมูลค่าปัจจุบัน
ของผลตอบแทนสุทธิของโครงงาน (NPV) เท่ากับ 7,608.62 อัตราผลตอบแทนภายในโครงงาน (IRR)
เท่ากับ 7% และอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุนเท่ากับ 1.0024 ส่วนกรณีใช้ปุ๋ยผสมสาเร็จรูป
จากบริษัท (commercial fertilizer, CF) ต้นทุนของโครงงานสามารถเพ่ิมขึ้นได้สูงสุดถึงร้อยละ 18
ผลตอบแทนของโครงงานสามารถลดลงได้ถึงร้อยละ 13 มูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทนสุทธิของ
โครงงาน (NPV) เท่ากับ 15,019.87 อัตราผลตอบแทนภายในโครงงาน (IRR) เท่ากับ 7% และ
อัตราสว่ นของผลตอบแทนตอ่ ตน้ ทนุ เทา่ กับ 1.0047
สุขใจ ตอนปัญญำ (2554) ได้หาการศึกษาเร่ืองการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนในการ
ลงทุนปลูกขา้ วของเกษตรกรหมู่ 5 ตาบลหวั ดงอาเภอเมืองจังหวัดพิจิตรการศึกษาใช้วิธีรวบรวมข้อมูล
โดยการออกแบบสอบถาม สอบถามเกษตรกรหมู่ 5 ตาบลหัวดง อาเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ท่ีประกอบ
อาชพี ปลกู ข้าวซงึ่ เป็นเกษตรกรรายย่อยท่ีมขี นาดพ้นื ที่การปลูกข้าว 10 - 30 ไร่จานวน 10 คนโดยการ
เลือกแบบเจาะจงเน่ืองจากพิจารณาเห็นว่าเกษตรกรมีวิธีการจัดการเกี่ยวกับการปลูกข้าวไม่แตกต่าง
กันโดยเก็บข้อมูลสาหรับช่วงเวลาการเพาะปลูกกัน เดือนมิถุนายน-กันยายน 2554 ผลการศึกษา
พบว่า มีต้นทุนรวมเฉลี่ย 5,083.27 บาทต่อไร่มีกาไรสุทธิเฉล่ีย 614 บาทต่อไร่อัตรากาไรสุทธิต่อ
ต้นทุน 12.08% อัตรากาไรสุทธิต่อยอดขาย 10.40% ตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (RO) 9.16%
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 34.80 และมีจุดคุ้มทุนอยู่ท่ี 0.55 ตัน ต้นทุนการปลูกข้าว
ประกอบด้วย 3 ส่วนท่ีสาคัญ ได้แก่ ต้นทุนค่าวัตถุดิบร้อยละ 13 ต้นทุนค่าแรงงานร้อยละ 24 และ
ต้นทุนคา่ ใช้จา่ ยการผลติ ร้อยละ 63
19
เสถียร วงษ์มำ (2547) ได้ศึกษาเร่ือง “การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต รายได้ และ
ผลตอบแทนของเกษตรกรผู้ปลูกผักอนามัยปลอดภัยสารพิษเปรียบเทียบกับเกษตรกรผู้ปลูกผัก
โดยทั่วไป” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาต้นทุนการผลิต และรายได้จากการผลิตผักอนามัยปลอดภัย
สารพิษเปรียบเทยี บกบั การผลิตผักโดยทัว่ ไป 2) วเิ คราะหป์ ัญหา อุปสรรค และลู่ทางการตลาดของผัก
อนามัยปลอดภัยสารพิษและผักโดยทั่วไป 3) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผัก
อนามัยปลอดภัยสารพิษและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผักโดยท่ัวไป พบว่าจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ระหว่างเกษตรกรท่ีปลูกผักอนามัยปลอดภัยสารพิษกับเกษตรกรท่ีปลูกผักโดยท่ัวไป ในฤดูกาลท่ีผ่าน
มาเกษตรกรท่ีปลูกผักโดยท่ัวไปจะประสบปัญหาราคาผักตกต่างทาให้เมื่อเปรียบเทียบในส่วนของ
ตน้ ทุนในการผลิตนัน้ ไมแ่ ตกต่างกันมากนัก แต่เม่ือเปรียบเทียบรายได้ของเกษตรกรทั้งสองกลุ่มพบว่า
กลุ่มผักอนามัยปลอดภัยสารพิษนั้นจะมีรายได้ในการผลิตผักต่อไร่มากกว่าเกษตรท่ีปลูกผัก โดยท่ัวไป
ดังน้ี คะน้าอนามัย 40,000 บาทต่อไร่ คะน้าโดยท่ัวไป 4,000 บาท ต่อไร่ หอมแบ่งอนามัย 60,000
บาทต่อไร่ และเมื่อเปรียบเทียบในส่วนต้นทุนต่อหน่วยจะเห็นว่าไม่แตกต่างกันมากนักคือ คะน้า
อนามยั 6.68 บาทต่อกิโลกรัม คะน้าโดยท่วั ไป 5.38 บาทต่อกิโลกรัม หอมแบ่งอนามัย 16.23 บาทต่อ
กิโลกรัม หอมแบ่งโดยท่ัวไป 16.59 บาทต่อกิโลกรัม ผักกาดหอมอนามัย 7.19 บาทต่อกิโลกรัม
ผักกาดหอมโดยทั่วไป 7.51 บาทต่อกิโลกรัม จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่าถ้าจะทาให้ได้ถึงจุดคุ้มทุน
จะตอ้ งขายคะนา้ กโิ ลกรมั ละ 7 บาท หอมแบง่ กโิ ลกรัมละ 17 บาท ผักกาดหอมกโิ ลกรัมละ 8 บาท
20
บทที่ 3
วธิ ีกำรดำเนนิ โครงงำน
การศึกษาเร่ืองโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรี
สดุ ากรณีศึกษาสวนป้าบญุ ช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพ่ือ
ศึกษาสภาพท่ัวไปการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า
อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เพ่ือศึกษาต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 3) เพื่อศึกษา
ผลตอบแทนการปลกู พรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพันธุ์ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบล
ป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มผู้ศึกษาได้ดาเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยวิธีการดาเนิน
โครงงาน ดงั นี้
3.1 ขน้ั ตอนการดาเนนิ โครงงาน
3.2 ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
3.3 เครื่องมือท่ีใชด้ าเนินโครงงาน
3.4 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.5 สถิตทิ ี่ใชว้ ิเคราะห์ข้อมลู
3.1 ขน้ั ตอนการดาเนนิ โครงงาน
3.1.1 ขัน้ ตอนการขออนมุ ัติโครงงาน
โดยการเขียนโครงงานศกึ ษาสภาพปจั จบุ นั และปญั หาของธุรกจิ
3.1.1.1 เสนอข้อมูลผู้ประกอบกิจการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
กรณศี กึ ษาสวนปา้ บุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เผชิญปัญหาของเกษตรกรด้าน
การรับรู้ต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวได้ไม่ครบถ้วนตามหลักการบัญชีทาให้ไม่
สามารถคานวณผลตอบแทนที่ไดร้ บั จากการปลูกพรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรสี ุดาได้อยา่ งถกู ต้อง
3.1.1.2 เขยี นโครงร่างโครงงาน การวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างต้นทุนของ
ผู้ประกอบกิจการ การปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา โดยอาศัยการศึกษาสอบถามข้อมูล
เบอ้ื งตน้ เพอ่ื นามาเขยี นโครงรา่ งโครงงานเพ่ือเป็นแนวทางปฏบิ ัติในการดาเนนิ โครงงาน
3.1.1.3 นาเสนอโครงงาน ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธุ์ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้กับ
21
อาจารย์ท่ีปรึกษาตรวจสอบโครงร่างโครงงาน และนาคาช้ีแนะการทาโครงงานมาปรับปรุงโครงงาน
เพื่อการปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง
3.1.2 ขัน้ การดาเนินตามโครงงาน
3.1.2.1 เขยี นรายงานสว่ นนาและเคา้ โครง
3.1.2.2 เขียนรายงานเก่ียวกับเอกสารท่ีเก่ียวข้อง ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากส่ือต่างๆ
โดยทาการศึกษาความหมายและความสาคัญของการจัดทาบัญชี ความหมายและความสาคัญของ
ธุรกิจ ทฤษฎีต้นทุน ทฤษฎีผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
และงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วข้อง
3.1.2.3 เขียนรายงานเก่ียวกับผลการดาเนินงานโครงงาน การวิเคราะห์และ
ออกแบบโครงสรา้ งตน้ ทุนของผปู้ ระกอบกจิ การปลูกพริกหนมุ่ เขียวลูกผสมพันธุ์ศรสี ุดา
3.1.2.4 การศึกษาและสร้างแบบฟอร์มในการคานวณต้นทุนและผลตอบแทนใน
การปลูกพรกิ หนมุ่ เขียวลูกผสมพันธุ์ศรสี ุดาของกจิ การ
3.1.2.5 การคานวณต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรี
สดุ ากรณศี กึ ษาสวนปา้ บญุ ชว่ ย ตาบลปา่ เซา่ อาเภอเมอื ง จังหวัดอตุ รดิตถ์
3.1.2.6 การเขียนรายงานสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะโครงงานการ
วเิ คราะหแ์ ละออกแบบโครงสร้างตน้ ทุนของผู้ประกอบกจิ การปลูกพรกิ หนุ่มเขยี วลูกผสมพันธ์ุศรสี ดุ า
3.1.2.7 รวบรวมเอกสาร และจดั ทารูปเล่มโครงงาน
3.1.3 ขั้นการสรุปผลโครงงาน
3.1.3.1 นาเสนอโครงงานให้กับคณะกรรมการประเมินผล
3.1.3.2 สรุปผลและประเมินผลโครงงาน คณะผู้ศึกษาได้วางแผนที่จะดาเนินงาน
ตามโครงงาน โดยมขี ั้นตอนการดาเนนิ งานดังตารางท่ี 3.1 ดงั น้ี
22
ตำรำงท่ี 3.1 แสดงแผนการดาเนินโครงงาน
กำรดำเนนิ งำน ระยะเวลำในกำรดำเนนิ งำน
พฤศจกิ ำยน ธนั วำคม มกรำคม กุมภำพนั ธ์
2564 2564 2565 2565
1. เลือกหัวข้อโครงงานท่ีน่าสนใจ
2. เสนอหัวข้อโครงงานต่อครูท่ีปรึกษา
โครงงาน
3. เขียนโครงร่างแบบข้อเสนอ
โครงงานท้ัง13หัวข้อให้แก่ครูท่ีปรึกษา
โครงงาน
4. ลงพ้ืนที่สารวจกิจการการปลูกพริก
หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสดุ า
5. ดาเนินงานในการศึกษาต้นทุนและ
ผลตอบแทนกิจการปลูกพรกิ หนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธุ์ศรสี ดุ า
6. รวบรวมเอกสาร และจดั ทารปู เลม่
7. นาเสนอโครงงาน
23
การขออนุมัติโครงงาน ศึกษาสภาพ เสนอข้อมูลกลมุ่ คณะผ้ศู ึกษา
ปัจจุบันและปญั หาของธุรกิจ/ คดิ หวั ขอ้ โครงงานทีส่ นใจแลว้ สรุปหวั ขอ้
ผลิตภณั ฑ์
โครงงาน
เขยี นโครงร่างโครงงาน ออกแบบงานวจิ ยั
ศึกษาและค้นควา้ ข้อมูลที่เกีย่ วขอ้ งกับเร่ือง
ท่ีสนใจ
ขั้นการดาเนินงานตามโครงงาน เขียนรายงานสว่ นนาและเคา้ โครง ศกึ ษา
ข้อมูลเพิม่ เติมเพยี งใดจึงจะเพียงพอท่ีจะทา
โครงงานน้ี และเก็บข้อมลู ไวเ้ พือ่ นามาจดั ทา
เนอื้ หาตอ่ ไป
เขยี นรายงานเกี่ยวกบั ผลการดาเนนิ งาน
รายงานผลการคน้ ควา้ วจิ ัย
ขน้ั สรปุ ผลโครงงาน นาเสนอโครงงาน
สรปุ ผลการวิจยั
ภำพท่ี 3.1 แสดงขน้ั ตอนกำรดำเนนิ โครงงำน
24
3.2 ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง
3.2.1 ประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งน้ี คือ เกษตรกรปลูกพริกปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
บ้านห้วยบง ตาบลปา่ เซา่ อาเภอเมือง จังหวดั อุตรดิตถ์
3.2.2 กลุ่มตวั อย่าง
เกษตรกรปลูกพริกปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา จานวน 1 ราย คือ นางบุญช่วย
สบื สมบตั ิ
3.3 เคร่อื งมอื ที่ใช้ดำเนินโครงงำน
เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สาหรับเพ่ือใหไ้ ดค้ าตอบตามวัตถุประสงค์ ของโครงงาน
ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย
ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการใช้แบบสัมภาษณ์ท่ีได้ออกแบบ ขึ้นเพื่อรองรับ
วัตถุประสงคข์ องการศกึ ษา แบ่งออกเปน็ 2 ส่วนดังนี้
แบบกำรสัมภำษณเ์ พอื่ กำรศกึ ษำ/เพือ่ กำรจัดทำโครงงำน โครงงำนศึกษำต้นทุน
และผลตอบแทนกำรปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดำ กรณีศึกษำสวนป้ำบุญช่วย
ตำบลปำ่ เซำ่ อำเภอเมือง จงั หวัดอตุ รดิตถ์
สว่ นที่ 1 คำชแ้ี จง
1.1 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน
1.1.1 เพ่ือศึกษาต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวน
ป้าบุญชว่ ย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมอื ง จงั หวัดอุตรดิตถ์
1.1.2 เพอื่ ศึกษาผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษา
สวนป้าบญุ ชว่ ย ตาบลปา่ เซา่ อาเภอเมอื ง จังหวัดอตุ รดติ ถ์
1.2 รายละเอียดของโครงงาน
1.2.1 โครงงานน้ีจัดทาข้ึนเพื่อเป็นการศึกษาโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทน
การปลูกพริกลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัด
อุตรดิตถ์ และเป็นกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ช้ันสูง
(ปวส.) ในรายวิชา โครงงาน รหสั วชิ า 30201-8501 ประจาภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564
1.2.2 ข้อตกลงของโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการให้
ขอ้ มูลจะไม่มีผลกระทบที่กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายต่อผใู้ ห้ขอ้ มลู และหนว่ ยงานในทกุ ๆด้าน
25
1.2.3 ประโยชน์ของโครงงาน มีความมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธ์ิท่ีดีต่อการเรียนรู้ของ
ผเู้ รยี นจากการปฏบิ ัติจรงิ และไดส้ ง่ เสรมิ การมสี ่วนร่วมระหว่างสถานศึกษากับสังคมและชุมชนในการ
รว่ มกันพัฒนาการดาเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลอย่างยั่งยนื
ส่วนท่ี 2 รำยละเอียดของกิจกำร
ตอนที่ 1 ข้อมูลทวั่ ไป
1.1 ชอื่ เจา้ ของกิจการ………………………………..……………………………….
1.2 ลกั ษณะของธรุ กจิ ………………………………………………………………...
1.3 ระยะเวลาดาเนินกิจการ………………………………………………………..
1.4 ผลติ ภณั ฑ์……………………………………………………………………………
1.5 ชอ่ งทาง/สถานท่จี าหน่าย………………………………………………………
1.6 จานวนพนกั งาน…………………………...............................................
1.7 แนวคดิ ในการเร่ิมต้นประกอบธรุ กิจ………………………………………..
1.8 อืน่ ๆ……………………………...........................................................
ตอนท่ี 2 ข้อมูลด้านการบรหิ ารจัดการและการเงินของกจิ การ
รำยกำร รำยละเอยี ด จำนวนเงิน หมำยเหตุ
1. ขอ้ มูลการลงทุน
1.1 เงินทุนหมุนเวยี น
1.1.1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร
1.1.2 วสั ดุสานักงาน/วัสดสุ ิ้นเปลอื ง
1.1.3 อื่น ๆ
1.2 ท่ดี นิ อาคาร และอปุ กรณ์
1.2.1 ทด่ี นิ
1.2.2 อปุ กรณ์
1.3 แหลง่ เงนิ ทุนอ่ืน ๆ
1.3.1 เงนิ กู้ธนาคาร
1.3.2 เงินกูส้ หกรณ์ (ระบ)ุ สหกรณอ์ ะไร)
1.3.3 เงินก้นู อกระบบ
1.3.4 อ่นื ๆ ............................................
2. ข้อมลู ด้านการจาหน่าย
2.1 สินค้าและบริการ
2.1.1 ปรมิ าณ
26
รำยกำร รำยละเอยี ด จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
2.1.2 ราคาขาย
3. ข้อมลู ปรมิ าณการผลติ (หนว่ ยผลิต)
3.1 สินค้า
3.1.1 ตอ่ วนั
3.1.2 ตอ่ สปั ดาห์
3.1.3 ต่อเดอื น
4. ข้อมลู ตน้ ทนุ การผลิต (DM + DL + MOH)
(คดิ ตามหนว่ ยการผลิต)
4.1 วตั ถุดบิ ทางตรง
4.1.1 .........................................................
4.1.2 ..........................................................
4.2 คา่ แรงงานทางตรง
4.2.1 ..........................................................
4.2.2 ..........................................................
4.2.3 ..........................................................
4.3 ค่าใชจ้ ่ายในการผลติ
4.3.1 วัตถดุ ิบทางออ้ ม
4.3.2 คา่ แรงงานทางออ้ ม
4.3.3 ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตอ่นื ๆ
5. ข้อมลู ต้นทุนงวดเวลา (คา่ ใช้จา่ ยในการดาเนนิ งาน)
5.1 คา่ ใช้จา่ ยในการขาย
5.1.1 ........................................................
5.1.2 ..........................................................
5.2 คา่ ใชจ้ ่ายในการบรหิ าร
5.2.1 ..........................................................
5.2.2 ..........................................................
6. ขอ้ มูลด้านการเกบ็ รกั ษาสินค้าและบริการ
6.1 สถานทจ่ี ัดเกบ็
6.1.1 สินค้าที่ 1 แหล่ง
27
รำยกำร รำยละเอียด จำนวนเงิน หมำยเหตุ
6.2 ปริมาณสูงสุด
6.3 ปรมิ าณต่าสดุ
6.4 ต้นทุนการเก็บรกั ษา
7. ขอ้ มูลด้านอ่ืน ๆ
7.1 ..........................................................
7.2 ............................................................
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3.4 กำรเก็บรวบรวมข้อมลู
การเก็บรวบรวมข้อมูลโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พันธ์ุศรีสุดากรณศี ึกษาสวนปา้ บุญชว่ ย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวดั อตุ รดิตถ์ มดี งั น้ี
3.4.1 ลักษณะของข้อมลู สามารถแบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภทดังน้ี
3.4.1.1 ข้อมูลเชงิ ปริมาณ (Quantitative Data) คือขอ้ มลู ท่ีเป็นตัวเลขหรือนามาให้
รหัสเป็นตัวเลขซึ่งสามารถนาไปใช้วิเคราะห์ทางสถิติได้ ซ่ึงได้แก่ ตัวเลขของต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุน
ค่าแรงงาน และต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต ไปคานวณหาต้นทุนของการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พันธ์ุศรีสดุ า
3.4.1.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) คือข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขไม่ได้มีการ
ให้รหัสตัวเลขท่ีจะนาไปวิเคราะห์ทางสถิติ แต่เป็นข้อความหรือข้อสนเทศ ซึ่งได้แก่ ข้อมูลท่ัวไปของ
พรกิ หนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธุ์ศรีสุดา ขัน้ ตอนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพนั ธุ์ศรสี ดุ า
3.4.2 แหล่งท่ีมาของข้อมูลแหล่งข้อมูลท่ีสาคัญ ได้แก่ บุคคลเช่นผู้ให้สัมภาษณ์ผู้กรอก
แบบสอบถามบุคคลที่ถูกสังเกต เอกสารทุกประเภท และข้อมูลสถิติจากหน่วยงานรวมไปถึงภาพถ่าย
แผนท่ี แผนภูมิหรือแม้แต่วัตถุส่ิงของ ก็ถือเป็นแหล่งข้อมูลได้ทั้งส้ิน โดยทั่วไปสามารถจัดประเภท
ขอ้ มลู ตามแหลง่ ที่มาได้ 2 ประเภทดังนี้
3.4.2.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ข้อมูลที่คณะผู้ศึกษาเก็บข้ึนมาใหม่เพ่ือ
ตอบสนองวัตถุประสงค์การวิจัยในเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ การเลือกใช้ข้อมูลแบบปฐมภูมิ ผู้วิจัยจะ
สามารถเลือกเก็บข้อมูลได้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตลอดจนเทคนิคการ
วิเคราะห์ แต่มีข้อเสียตรงที่ส้ินเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย และอาจมีคุณภาพไม่ดีพอ หากเกิดความ
28
ผิดพลาดในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ซ่ึงได้แก่ ต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
ต้นทุนค่าเคร่อื งมอื ตน้ ทนุ ค่าแรงงาน ตน้ ทุนการดแู ลการปลูกพรกิ หนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธ์ุศรสี ุดา
3.4.2.2 ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ข้อมูลต่างๆ ที่มีผู้เก็บหรือ รวบรวมไว้
ก่อนแล้ว เพียงแต่นักวิจัยนาข้อมูลเหล่าน้ันมาศึกษาใหม่ เช่น ข้อมูลสามะโนประชากร สถิติ จาก
หนว่ ยงาน และเอกสารทุกประเภท ช่วยให้ผู้วิจัยประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเวลากับการเก็บข้อมูล
ใหม่ และสามารถศกึ ษาย้อนหลังได้ ทาให้ทราบถงึ การเปล่ียนแปลงและแนวโน้มการ เปล่ียนแปลงของ
ปรากฏการณ์ที่ศึกษา แต่จะมีข้อจากัดในเรื่องความครบถ้วนสมบูรณ์ เน่ืองจาก บางคร้ังข้อมูลท่ีมีอยู่
แลว้ ไมต่ รงตามวัตถุประสงค์ของเร่ืองท่ีผู้วิจัยศึกษา และปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล ก่อนจะ
นาไปใช้จงึ ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และเก็บข้อมูลเพ่ิมเติมจากแหล่งอื่นในบางส่วนที่ไม่สมบูรณ์
ซงึ่ ไดแ้ ก่ เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
3.5 สถิติทใ่ี ชว้ ิเครำะหข์ อ้ มลู
นาโนซอฟต์ แอนด์ โซลูช่ัน (2552 : ออนไลน์) ต้นทุน คือ ค่าใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึนในการดาเนินการ
ผลิตสินค้า หรือบริการ หรือถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้าน ต้นทุนคือ จานวนเงินที่ได้จ่ายไปในการซ้ือ
สินค้า ข้าวของ วัตถุดิบ ต่างๆ นานาจิปาถะ เพื่อนามาผลิตหรือขายสินค้าเพ่ือให้ก่อให้เกิดรายได้คือ
ยอดขายอีกที โดยเริ่มต้ังแต่ข้ันตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การทดสอบ การจัดเก็บ และ
การขนสง่
อาจารย์อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์ต้นทุน (2548 : ออนไลน์) ต้นทุน (Cost) หมายถึง มูลค่าของ
ทรัพยากรทส่ี ูญเสียไปเพื่อใหไ้ ดส้ นิ คา้ หรือบริการ โดยมูลค่านั้นจะต้องสามารถวัดได้เป็นหน่วยเงินตรา
ซ่ึงเป็นลักษณะของการลดลงในสินทรัพย์หรือเพิ่มขึ้นในหนี้สิน ต้นทุนที่เกิดขึ้นอาจจะให้ประโยชน์ใน
ปัจจุบันหรือในอนาคตก็ได้ เมื่อต้นทุนใดท่ีเกิดขึ้นแล้วและกิจการได้ใช้ประโยชน์ไปท้ังสิ้นแล้ว ต้นทุน
นั้นก็จะถือเป็น “ค่าใช้จ่าย” (Expenses) ดังนั้น ค่าใช้จ่ายจึงหมายถึงต้นทุนท่ีได้ให้ประโยชน์และ
กิจการได้ใช้ประโยชน์ท้ังหมดไปแล้วในขณะนั้นและสาหรับต้นทุนที่กิจการสูญเสียไป แต่จะให้
ประโยชนแ์ ก่กิจการในอนาคตเรียกวา่ “สินทรัพย์ (Assets)
สมนึก เอ้ือจิระพงพันธ์ (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานิยามของ ต้นทุน (Cost Accounting)
จัดเป็นวิธีการทาง บัญชีท่ีจะทาหน้าที่รวบรวมข้อมูลทางด้านต้นทุนของธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรม
โดยมีวัตถุประสงค์พ้ืนฐานใน การจัดทารายงานทางการเงิน ตลอดจนวิเคราและจาแนกข้อมูลเพ่ือใช้
ในการบริหารตน้ ทนุ ( Cost Management) ตามความต้องการของผูบ้ รหิ าร
เพ็ญแข สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานิยามของ ต้นทุน หมายถึง การ
รวบรวมข้อมูลทางด้านต้นทุนของธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมโดยมีวัตถุประสงค์พื้นฐานการจัดทา
รายงานการเงินรวมถึงการวิเคราะห์ จาแนกข้อมูลเพ่ือใช้สาหรับการบริหารต้นทุนตามความต้องการ
29
ของผู้ประกอบการเช่นโรงงาน โรงแรม ธนาคาร โรงพยาบาล หรือกิจการอื่นๆ เพ่ือให้เป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์
ดังนั้น ต้นทุนในการศึกษาคร้ังนี้ หมายถึง ต้นทุนทั้งหมดจากการลงทุนในการผลิตและ
จาหนา่ ยพริก ต้งั แต่การจดั หาทนุ ในการลงทนุ จัดหาวตั ถุดิบจนกระท่งั สาเรจ็ เปน็ สนิ ค้าสาเร็จรปู
ส่วนประกอบของต้นทุนทีใ่ ชใ้ นการผลิตสนิ คา้ หรอื ผลติ ภณั ฑ์แต่ละชนิด (Cost of a Manufactured
Product) จะประกอบดว้ ยวัตถุดบิ ทางตรง คา่ แรงงานทางตรง และค่าใช้จา่ ยการผลิต ซ่ึงถ้าพิจารณาในด้าน
ทรัพยากรทเ่ี ปน็ ส่วนประกอบของสนิ ค้าแลว้ ประกอบดว้ ย
3.5.1 วตั ถุดบิ (Materials)
วัตถุดิบนับว่าเป็นส่วนประกอบสาคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สาเร็จรูป
โดยทวั่ ไป ซ่ึงต้นทุนทเ่ี กย่ี วกบั การใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าอาจจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คอื
3.5.1.1 วัตถุดิบทางตรง (Direct materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าใช้ในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหน่ึงในปริมาณและต้นทุนเท่าใด
รวมท้ังจัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ท่ีใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้นๆ เช่น ไม้แปรรูปจัดเป็นวัตถุดิบทางตรง
ของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมเส้ือผ้า ยางดิบท่ีใช้ในการผลิตยางรถยนต์ แร่เหล็กที่
ใชใ้ นอุตสาหกรรมถลุงเหลก็ กระดาษท่ใี ชใ้ นธรุ กจิ ส่งิ พมิ พ์ เปน็ ตน้
3.5.1.2 วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect materials) หมายถึง วัตถุดิบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยทางอ้อมกับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษ
ทรายที่ใช้เปน็ ส่วนประกอบของการทาเครอ่ื งหนงั หรอื เฟอรน์ ิเจอร์ นามนั หล่อลื่นเครื่องจักร เส้นด้ายท่ี
ใชใ้ นการตดั เยบ็ เส้อื ผา้ เป็นต้น โดยปกตแิ ล้ว วัตถดุ ิบทางอ้อมอาจจะถูกเรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซ่ึงจะ
ถือเปน็ ค่าใช้จ่ายการผลิตชนดิ หนึง่
3.5.2 ค่ำแรงงำน (Labor)
ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนท่ีจ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานท่ีทา
หน้าท่ีเก่ียวข้องกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ค่าแรงงาน
ทางตรง (Direct labor) และค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor)
3.5.2.1 ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่างๆ ที่จ่ายให้แก่คนงาน
หรือลูกจ้างที่ทาหน้าท่ีเก่ียวกับการผลิตสินค้าสาเร็จรูปโดยตรง รวมท้ังเป็นค่าแรงงานที่มีจานวนมาก
เม่ือเทียบกับค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินค้าหน่วยหนึ่ง ๆ และจัดเป็นค่าแรงงานส่วนสาคัญใน
การแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสาเร็จรูป เช่น คนงานท่ีทางานเก่ียวกับการควบคุมเคร่ืองจักรท่ีใช้ใน
การผลติ ก็ควรถอื เป็นแรงงานทางตรง พนกั งานในสายการประกอบ เป็นตน้
3.5.2.2 ค่าแรงงานทางออ้ ม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับ
ค่าแรงงานทางตรงท่ีใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เงินเดือนผู้ควบคุมโรงงาน เงินเดือนพนักงานทาความ
30
สะอาดเครื่องจักร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง ตลอดจนต้นทุนที่เก่ียวข้อง
กับคนงาน เช่น ค่าภาษีที่ออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งค่าแรงงานทางอ้อมเหล่านี้จะถือ
เป็นสว่ นหน่ึงของคา่ ใช้จ่ายการผลิต
3.5.3 ค่ำใชจ้ ่ำยกำรผลติ (Manufacturing Overhead)
ค่าใช้จ่ายการผลิต หมายถึง แหล่งรวบรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
สนิ ค้าซง่ึ นอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม
ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางอ้อมอ่ืนๆ ได้แก่ ค่าน้า ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย ค่าภาษี
เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายเหล่าน้ีก็จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เก่ียวกับการดาเนินการผลิตใน
โรงงานเท่าน้ัน ไม่รวมถึงเงินเดือน ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าเส่ือมราคา ท่ีเกิดขึ้นจากการดาเนินงานใน
สานักงาน ดงั นั้น ค่าใช้จา่ ยการผลติ จึงถือเป็นทีร่ วมของคา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ ทางอ้อมต่างๆ
(Cost pool of indirect manufacturing costs) นอกจากน้ี ยังจะพบว่าในบางกรณีก็มีการเรียก
ค่าใช้จ่ายการผลติ ในช่ืออน่ื ๆ เชน่ คา่ ใชจ้ ่ายโรงงาน (Factory Overhead) โสหยุ้ การผลิต (Manufacturing
Burden) ต้นทนุ ผลิตทางอ้อม (Indirect Costs) เป็นต้น
การคานวณต้นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและ
รายงานขอ้ มลู เก่ียวกับตน้ ทนุ การผลิตและจาหนา่ ยพริกหนมุ่ เขียวลกู ผสมพันธุ์ศรสี ุดา ดังน้ันต้นทุนการ
ผลติ จะประกอบไปด้วยข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต ซ่ึง
แสดงการใช้สูตรคานวณดังตอ่ ไปน้ี
ต้นทุนการผลิต = วัตถดุ บิ ทางตรง + คา่ แรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต
ต้นทุนการผลิตตอ่ หน่วย = (วัตถดุ ิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + คา่ ใช้จา่ ยในการผลติ )
จานวนหน่วยทีผ่ ลิตได้
อัตรากาไรขั้นต้น (GPM) เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลกาไรขั้นต้นกับยอดขาย ทาให้
สามารถประเมนิ ประสทิ ธิภาพในการดาเนินงานของกิจการเปรยี บเทียบผลกาไรจากการขายเทียบเป็น
รอ้ ยละของยอดขาย
อตั ราสว่ นกาไรข้ันต้น = กาไรขน้ั ต้น x 100
ยอดขายสุทธิ
การคานวณกาไรสุทธิเป็นสูตรท่ีใช้สาหรับงบกาไรขาดทุน (Income statement) ซึ่งกาไร
สุทธิสามารถคานวณได้จากการนารายได้รวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของกิจการ นามาหักลบด้วย
31
ค่าใช้จา่ ยทัง้ หมด อนั ประกอบด้วยต้นทนุ ของสินค้า คา่ ใช้จา่ ยในการดาเนินการของกิจการทุกประเภท
รวมทง้ั ภาษจี า่ ย ซ่งึ แสดงการใช้สตู รคานวณดังตอ่ ไปน้ี
กาไรสุทธ=ิ รายได้รวม - ค่าใช้จ่ายรวม
อัตรากาไรสุทธิเป็นการวัดอัตราส่วนทางการเงินระหว่างผลกาไรสุทธิกับยอดขาย ซึ่งเป็น
อตั ราสว่ นที่บอกถงึ ความสามารถการทากาไรสุทธขิ องกิจการ บอกถึงประสิทธิภาพการดาเนินงานของ
กิจการ
อัตรากาไรสุทธิ= กาไรสุทธิ x 100
ยอดขายสุทธิ
32
บทท่ี 4
ผลกำรศึกษำ
การศึกษา เรื่อง ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
กรณศี ึกษาป้าบุญช่วย บา้ นห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อ
ศึกษาสภาพทั่วไปการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า
อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 2) เพื่อศึกษาต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 3) เพื่อศึกษา
ผลตอบแทนการปลกู พริกหนมุ่ เขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบล
ป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ คณะผู้ศึกษาได้ดาเนินงานตามระเบียบวิธีวิจัยอย่างเป็นระบบ
โดยปรากฏผลการศึกษาจาแนกตามวัตถุประสงคข์ องการโครงงาน ดังน้ี
4.1 ขอ้ มูลทัว่ ไป
4.2 ตน้ ทนุ การผลติ
4.3 ผลตอบแทน
4.1 ข้อมลู ทวั่ ไป
4.1.1 ข้อมลู ส่วนตวั
ผใู้ ห้สัมภาษณ์ คือ นางบุญช่วย สืบสมบัติ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของสวนพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พันธุ์ศรีสุดา บ้านเลขที่ 128 หมู่ 7 บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 53000
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 084-425-6297
4.1.2 ขอ้ มูลเก่ียวกับธรุ กจิ
ก่อนเริ่มธุรกิจสวนพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ได้เคยมีอาชีพ
ทานามาก่อน แต่เม่ือ พ.ศ. 2563 สหกรห์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ ได้มาเสนอโครงการและให้ความรู้
เกีย่ วกบั การปลกู พรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพันธศ์ุ รสี ุดา โดยมีการให้เงินมาลงทุนก่อน และการจาหน่ายจะเป็น
การจาหนา่ ยให้กับสหกรห์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ นางบุญช่วย สืบสมบัติจึงได้เข้าร่วมโครงการในการทา
สวนพรกิ ทีบ่ ้านเลขที่ 128 หมู่ 7 บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้นาเงิน
ทไ่ี ด้จากธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรห์การเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ มาลงทุนในการซ้ือเมล็ดพันธ์ุและ
อุปกรณ์ต่างๆในการทาสวน ดงั นนั้ นางบุญชว่ ย สบื สมบตั ิ จึงเล็งเห็นว่าการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พนั ธ์ุศรสี ดุ ามีรายไดท้ ีด่ ี จึงไดเ้ ร่ิมทาสวนพรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธ์ศรีสดุ ามาจนถงึ ปจั จบุ นั
33
4.2 ข้อมูลต้นทนุ กำรผลติ
นาโนซอฟต์ แอนด์ โซลูช่ัน (2552 : ออนไลน์) ต้นทุน คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนในการ
ดาเนินการผลติ สินคา้ หรือบริการ หรือถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้าน ต้นทุนคือ จานวนเงินท่ีได้จ่ายไป
ในการซื้อ สินค้า ข้าวของ วัตถุดิบ ต่างๆ นานาจิปาถะ เพื่อนามาผลิตหรือขายสินค้าเพื่อให้ก่อให้เกิด
รายได้คือยอดขายอีกที โดยเร่ิมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การทดสอบ การ
จดั เกบ็ และการขนสง่
อาจารย์อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์ต้นทุน (2548 : ออนไลน์) ต้นทุน (Cost) หมายถึง มูลค่าของ
ทรัพยากรท่สี ูญเสียไปเพือ่ ให้ได้สินค้าหรือบริการ โดยมูลค่าน้ันจะต้องสามารถวัดได้เป็นหน่วยเงินตรา
ซึ่งเป็นลักษณะของการลดลงในสินทรัพย์หรือเพ่ิมข้ึนในหนี้สิน ต้นทุนท่ีเกิดข้ึนอาจจะให้ประโยชน์ใน
ปัจจุบันหรือในอนาคตก็ได้ เมื่อต้นทุนใดท่ีเกิดขึ้นแล้วและกิจการได้ใช้ประโยชน์ไปทั้งสิ้นแล้ว ต้นทุน
นั้นก็จะถือเป็น “ค่าใช้จ่าย” (Expenses) ดังน้ัน ค่าใช้จ่ายจึงหมายถึงต้นทุนที่ได้ให้ประโยชน์และ
กิจการได้ใช้ประโยชน์ทั้งหมดไปแล้วในขณะนั้นและสาหรับต้นทุนที่กิจการสูญเสียไป แต่จะให้
ประโยชน์แก่กิจการในอนาคตเรยี กว่า “สินทรัพย์ (Assets)
สมนึก เอื้อจิระพงพันธ์ (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานิยามของ ต้นทุน (Cost Accounting)
จัดเป็นวิธีการทาง บัญชีที่จะทาหน้าท่ีรวบรวมข้อมูลทางด้านต้นทุนของธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรม
โดยมีวัตถุประสงค์พ้ืนฐานใน การจัดทารายงานทางการเงิน ตลอดจนวิเคราและจาแนกข้อมูลเพื่อใช้
ในการบริหารตน้ ทุน (Cost Management) ตามความตอ้ งการของผ้บู รหิ าร
เพ็ญแข สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานิยามของ ต้นทุน หมายถึง การ
รวบรวมข้อมูลทางด้านต้นทุนของธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมโดยมีวัตถุประสงค์พ้ืนฐานการจัดทา
รายงานการเงินรวมถึงการวิเคราะห์ จาแนกข้อมูลเพ่ือใช้สาหรับการบริหารต้นทุนตามความต้องการ
ของผู้ประกอบการเช่นโรงงาน โรงแรม ธนาคาร โรงพยาบาล หรือกิจการอื่นๆ เพ่ือให้เป็นไปตาม
วตั ถปุ ระสงค์
ดังน้ัน ต้นทุนในการศึกษาครั้งน้ี หมายถึง ต้นทุนท้ังหมดจากการลงทุนในการผลิตและ
จาหนา่ ยพริก ต้ังแต่การจดั หาทุนในการลงทนุ จัดหาวตั ถุดบิ จนกระทั่งสาเร็จเปน็ สนิ คา้ สาเรจ็ รปู
ส่วนประกอบของต้นทนุ ท่ีใช้ในการผลติ สินค้าหรอื ผลิตภัณฑแ์ ตล่ ะชนดิ (Cost of a Manufactured
Product) จะประกอบดว้ ยวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต ซ่ึงถ้าพิจารณาในด้าน
ทรพั ยากรทเี่ ป็นสว่ นประกอบของสนิ คา้ แล้ว ประกอบด้วย
4.2.1 วตั ถุดิบ (Materials)
วัตถุดิบเปน็ สว่ นประกอบสาคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สาเร็จรูปโดยทั่วไป
ซง่ึ ตน้ ทุนทีเ่ กี่ยวกับการใชว้ ตั ถุดบิ ในการผลติ สนิ ค้าอาจจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือ
34
4.2.1.1 วัตถุดิบทางตรง (Direct materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าใช้ในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณและต้นทุนเท่าใด
รวมท้ังจัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ท่ีใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้นๆ เช่น ไม้แปรรูปจัดเป็นวัตถุดิบทางตรง
ของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ้าท่ีใช้ในอุตสาหกรรมเส้ือผ้า ยางดิบท่ีใช้ในการผลิตยางรถยนต์ แร่เหล็กท่ี
ใชใ้ นอุตสาหกรรมถลุงเหลก็ กระดาษทีใ่ ชใ้ นธรุ กิจสิ่งพมิ พ์ เปน็ ต้น
4.2.1.2 วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect materials) หมายถึง วัตถุดิบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยทางอ้อมกับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษ
ทรายทใ่ี ชเ้ ป็นส่วนประกอบของการทาเครอ่ื งหนงั หรอื เฟอร์นิเจอร์ นามันหล่อลื่นเคร่ืองจักร เส้นด้ายท่ี
ใช้ในการตัดเย็บเส้อื ผ้า เปน็ ตน้ โดยปกตแิ ลว้ วตั ถดุ ิบทางอ้อมอาจจะถูกเรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซ่ึงจะ
ถอื เปน็ ค่าใชจ้ ่ายการผลิตชนิดหนงึ่
4.2.2 คำ่ แรงงำน (Labor)
ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานท่ีทา
หน้าท่ีเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ค่าแรงงาน
ทางตรง (Direct labor) และคา่ แรงงานทางออ้ ม (Indirect labor)
4.2.2.1 ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่างๆ ท่ีจ่ายให้แก่คนงาน
หรือลูกจ้างที่ทาหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าสาเร็จรูปโดยตรง รวมท้ังเป็นค่าแรงงานที่มีจานวนมาก
เมอื่ เทียบกบั ค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินคา้ หนว่ ยหนงึ่ ๆ และจดั เปน็ ค่าแรงงานส่วนสาคัญในการ
แปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสาเร็จรูป เช่น คนงานที่ทางานเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักรที่ใช้ในการ
ผลิตก็ควรถือเปน็ แรงงานทางตรง พนกั งานในสายการประกอบ เป็นต้น
4.2.2.2 ค่าแรงงานทางออ้ ม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานท่ีไม่เก่ียวข้องกับ
ค่าแรงงานทางตรงท่ีใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เงินเดือนผู้ควบคุมโรงงาน เงินเดือนพนักงานทาความ
สะอาดเครอ่ื งจกั ร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง ตลอดจนต้นทุนท่ีเกี่ยวข้อง
กับคนงาน เช่น ค่าภาษีที่ออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการต่างๆ เป็นต้น ซึ่งค่าแรงงานทางอ้อมเหล่าน้ีจะถือ
เปน็ สว่ นหน่ึงของคา่ ใช้จ่ายการผลิต
4.2.3 คำ่ ใชจ้ ่ำยกำรผลิต (Manufacturing Overhead)
ค่าใช้จ่ายการผลิต หมายถึง แหล่งรวบรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
สนิ คา้ ซงึ่ นอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม
ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางอ้อมอื่นๆ ได้แก่ ค่าน้า ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย ค่าภาษี
เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายเหล่าน้ีก็จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดาเนินการผลิตใน
โรงงานเท่าน้ัน
35
การคานวณต้นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผล
และ รายงานข้อมูลเก่ียวกับต้นทุนการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา ดังนั้น
ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วย ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายใน
การผลติ ซึ่งแสดงการใชส้ ตู รคานวณ ดงั ต่อไปนี้
ตน้ ทนุ การผลติ = วตั ถดุ บิ ทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + คา่ ใช้จ่ายในการผลติ
ต้นทนุ การผลติ ตอ่ หนว่ ย = (วัตถุดบิ ทางตรง + คา่ แรงงานทางตรง + ค่าใชจ้ ่ายในการผลิต)
จานวนหน่วยที่ผลิตได้
การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวน
ป้าบุญช่วย สบื สมบัติ บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ คณะผู้ศึกษาได้รวบรวม
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เจ้าของกิจการในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับ
การผลติ และจาหนา่ ยพรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธุ์ศรสี ดุ า ขั้นตอนการผลิตและค่าแรงงาน คณะผู้ศึกษา
ได้เก็บรวบรวมข้อมูลการผลิต ตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม 2565 ถึงวันท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2565 เพ่ือนามา
คานวณต้นทุนการผลิตและคานวณต้นทุนต่อหน่วย ประกอบด้วย ข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง
ค่าแรงงานทางตรง และค่าใชจ้ า่ ยในการผลติ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
4.2.1 ข้อมลู กำรลงทุน
การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษานาง
บุญช่วย สืบสมบัติ บ้านเลขที่ 128 หมู่ 7 บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มี
ข้อมูลการลงทนุ แสดงไดด้ ังตารางท่ี 4.2.1 ดงั นี้
ตำรำงที่ 4.2.1 แสดงรายละเอยี ดสนิ ทรพั ย์ของกิจการ
รำยกำร จำนวน หนว่ ยนบั รำคำ จำนวนเงนิ หมำย
(หน่วย) (บำท) เหตุ
อปุ กรณ์
เคร่ืองสบู น้า 1 เครื่อง 2,376.00 2,376.00
ถังฉดี ยา 1 ถัง 500.00 500.00
ถังพลาสติก 2 ใบ 40.00 80.00
ตะกรา้ พลาสติก 10 อัน 20.00 200.00
รวมสินทรพั ย์ 2,936.00 3,156.00
จากตารางที่ 4.2.1 พบว่า ข้อมูลการลงทุนเร่ิมแรกของกิจการประกอบด้วยสินทรัพย์รวม
ทั้งส้ิน 2,936 บาท ประกอบด้วย เคร่ืองสูบน้า 1 เคร่ือง 2,376 บาท ถังฉีดยา 1 ถัง 500 บาท ถังพลาสติก
2 ใบ 80 บาท ตะกรา้ พลาสตกิ 10 อนั 200 บาท
36
4.2.2 วตั ถดุ ิบทำงตรง
คณะผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรงการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรี
สุดาจากการสัมภาษณ์ เจ้าของกิจการ พบว่า ตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม 2565 ถึงวันท่ี 28 กุมภาพันธ์
2565 มีการปลูกพรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธ์ุศรีสุดา โดยสรุปต้นทุนวัตถุดิบทางตรงแสดงได้ดังตารางที่
4.2.2 ดงั นี้
ตำรำงที่ 4.2.2 แสดงต้นทุนวัตถดุ บิ ทางตรงในการปลูกพริกหนมุ่ เขยี วลกู ผสมพันธุ์ศรีสุดา
รำยกำร ปรมิ ำณ หนว่ ยนับ จำนวนเงิน ร้อยละ หมำย
(บำท) เหตุ
เมล็ดพันธ์พริกหนุ่มเขียวลูกผสม 2 ซอง 200 100
พนั ธุ์ศรสี ดุ า
รวม 200 100
จากตารางที่ 4.2.2 พบว่า ตน้ ทุนวตั ถุดิบทางตรงในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
สรุปได้ว่า การปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา ใช้เมล็ดพันธ์ุพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
2 ซอง เปน็ จานวนเงนิ 200 บาท คดิ เป็นร้อยละ 100
4.2.3 ค่ำแรงงำน
คณะผศู้ กึ ษาได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนค่าแรงงานทางตรงในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์
ศรีสุดา จากการสัมภาษณ์เจ้าของกิจการ พบว่า ตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม 2565 ถึงวันท่ี 28 กุมภาพันธ์
2565 มีการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา มีพนักงานท้ังหมด 4 คน และให้ค่าตอบแทนเป็น
รายวนั วันละ 200 จานวน 2 คน วนั ละ 300 จานวน 2 คน สรุปต้นทุนค่าแรงงานทางตรงแสดงได้ดัง
ตารางที่ 4.3 ดังน้ี
ตำรำงที่ 4.2.3 แสดงตน้ ทุนคา่ แรงงานทางตรงการปลูกพรกิ หนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธุ์ศรสี ดุ า
อตั รำ รวม
รำยกำร คำ่ แรงงำน จำนวน คำ่ แรงงำน รอ้ ยละ หมำย
รำยวัน (วัน) ทำงตรง เหตุ
(บำท) (บำท)
1 นางบุญชว่ ย สบื สมบัติ 200 40 8,000 48.19
2 นางสาวกาญจนา สืบสมบัติ 200 40 8,000 48.19
3 นายวรวิทย์ ดปี ญั ญา 300 1 300 1.81
4 นายกติ ติศกั ดิ์ ย้มิ อา 300 1 300 1.81
รวม 16,600 100
37
จากตารางท่ี 4.2.3 พบว่า ตน้ ทนุ ค่าแรงงานทางตรงในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรี
สุดา เท่ากับ 16,600 บาท สรุปได้วา่ นางบญุ ชว่ ย สบื สมบัติ เจ้าของกิจการทางาน 40 วัน ค่าแรงงาน
จานวน 8,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 48.19 นางสาวกาญจนา สืบสมบัติ ทางาน 40 วัน ค่าแรงงาน
จานวน 8,000 บาท คดิ เป็นร้อยละ 48.19 นายวรวทิ ย์ ดปี ญั ญา ทางาน 1 วนั คา่ แรงงานจานวน 300
บาท คิดเป็นร้อยละ 1.81 และนายกิตติศักดิ์ ย้ิมอา ทางาน 1 วัน ค่าแรงงานจานวน 300 บาท คิด
เป็นรอ้ ยละ 1.81
4.2.4 ค่ำใชจ้ ่ำยในกำรผลติ
คณะผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลค่าใช้จ่ายในการผลิตพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
ประกอบดว้ ย วัสดุส้นิ เปลือง โดยสรปุ คา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ แสดงไดด้ งั ตารางท่ี 4.4 ดังน้ี
ตำรำงที่ 4.2.4 แสดงค่าใช้จ่ายในการปลูกพริกหนุ่มเขยี วลกู ผสมพันธุ์ศรสี ดุ า
รำยกำร จำนวน หน่วยนับ จำนวนเงิน รอ้ ยละ หมำย
(บำท) เหตุ
ปุ๋ย ตรา ปุ๋ยทพิ ย์ 1 กระสอบ 600 15.20
ป๋ยุ เคมี 14-7-35 ตรา เทอราโกร 1 กระสอบ 690 17.48
ผ้ายาง 3 ผืน 1,458 36.93
ไมเ้ สยี บตน้ พรกิ 2 หาบ 600 15.20
เชือกฟาง 5 มว้ น 500 12.67
ขวดนา้ 10 ขวด 100 2.54
รวม 3,948 100
จากตารางท่ี 4.4 พบว่า ค่าใช้จ่ายในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
ประกอบด้วย ปุ๋ยตรา ปุ๋ยทิพย์ เป็นเงินจานวน 600 คิดเป็นร้อยละ 15.20 ปุ๋ยเคมี 14 - 7 - 35 ตรา
เทอราโกร เป็นเงินจานวน 690 คิดเป็นร้อยละ 17.48 ผ้ายาง เป็นเงินจานวน 1,458 คิดเป็นร้อยละ
36.93 ไม้เสียบต้นพริก เป็นเงินจานวน 600 บาท คิดเป็นร้อยละ 15.20 เชือกฟาง เป็นเงินจานวน
500 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 12.67 ขวดน้า เปน็ เงินจานวน 100 บาท คดิ เป็นร้อยละ 2.54
4.2.5 ตน้ ทุนกำรผลติ
การศกึ ษาตน้ ทนุ การปลูกพริกหน่มุ เขียวลกู ผสมพนั ธ์ุศรสี ดุ าและจาหนา่ ยพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พนั ธ์ุศรีสุดากรณีศึกษานางบุญช่วย สืบสมบัติ บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
คณะผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนการปลูก ต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม 2565 ถึงวันท่ี 28 กุมภาพันธ์
2565 เพื่อนามาคานวณต้นทุนการผลิต และคานวณต้นทุนต่อหน่วย ประกอบด้วย ข้อมูลต้นทุน
วัตถดุ บิ ทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต แสดงดังตารางท่ี 4.2.5 ดังนี้
38
ต้นทุนการผลติ = วัตถดุ ิบทางตรง + คา่ แรงงานทางตรง + คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ
ต้นทุนการผลติ ต่อหนว่ ย = (วัตถดุ ิบทางตรง + คา่ แรงงานทางตรง + คา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ )
จานวนหน่วยทีผ่ ลิตได้
ตำรำงท่ี 4.2.5 แสดงตน้ ทุนการปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลูกผสมพนั ธุ์ศรีสุดา
รำยกำร จำนวนเงนิ (บำท) รอ้ ยละ หมำยเหตุ
วตั ถุดิบทางตรง 200 0.96
คา่ แรงงานทางตรง 16,600 80.00
คา่ ใชจ้ ่ายในการผลติ 3,948 19.04
รวม 20,748 100
ปรมิ าณท่ีผลิตได้ (ไร่) 1
ตน้ ทนุ ตอ่ หน่วย 20,748
จากตารางท่ี 4.2.5 พบวา่ ต้นทนุ การปลกู พริกหนมุ่ เขียวลกู ผสมพนั ธ์ุศรสี ุดา เทา่ กบั 20,748 บาท
ประกอบดว้ ย ตน้ ทนุ วัตถุดบิ ทางตรง 200 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 0.96 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง
16,600 บาท คดิ เป็นรอ้ ยละ 80 ค่าใช้จ่ายในการผลติ 3,948 บาท คดิ เป็นร้อยละ 19.04 และตน้ ทุน
ตอ่ หนว่ ย 20,748 บาท
กำรคำนวณ
ตน้ ทนุ การผลติ = วัตถุดบิ ทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลติ
= 200 + 16,600 + 3,948
= 20,748 บาท
ตน้ ทุนการผลิตต่อหนว่ ย = (วัตถุดบิ ทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + ค่าใช้จ่ายในการผลิต)
จานวนหนว่ ยท่ผี ลิตได้
= (200+ 16,600+ 3,948)
1
= 20,748 บาท
4.2.6 คำ่ ใช้จ่ำยในกำรขำยและบรหิ ำร
ตำรำงท่ี 4.2.6 แสดงคา่ ใชจ้ า่ ยในการขายและบรหิ ารการผลิตและจาหนา่ ยพรกิ หนมุ่ เขียวลูกผสมพันธ์ุ
ศรสี ุดา
รำยกำร จำนวนเงิน (บำท) ร้อยละ หมำยเหตุ
ถุงพลาสตกิ (6 x 14 นิ้ว) 48 100
รวมค่าใช้จ่ายในการขายและบรหิ าร 48 100
39
จากตารางที่ 4.6 พบว่า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา เท่ากับ 48 บาท ประกอบด้วย ถุงพลาสติก (6 x 14 นิ้ว) เป็นจานวน 48 คิดเป็น
ร้อยละ 100
4.3 ผลตอบแทน
ผลประโยชนหรือผลตอบแทน (Benefits) ของการลงทุน หมายถึง มูลค่าของสินค้าหรือ
บรกิ ารทีผ่ ลติ ได้จากการลงทุน (ตลาดหลักทรัพยแ์ ห่งประเทศไทย,มปป : ออนไลน์)
อัตรากาไรข้ันต้น (GPM) เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลกาไรข้ันต้นกับยอดขาย ทาให้
สามารถประเมินประสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งานของกจิ การเปรียบเทียบผลกาไรจากการขายเทียบเป็น
ร้อยละของยอดขาย (รายได้จากการขายและการให้บริการ) เพ่ือใช้วัดความสามารถของบริษัทในการ
ควบคุมต้นทุนสินค้า และความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าหากบริษัทมีความสามารถในการ
ควบคมุ ตน้ ทนุ เม่ือเทยี บกับรายได้จากการขายจะทาให้มคี วามสามารถในการทากาไรดีขึ้นถือว่าเป็นตัว
ตั้งต้นของการทากาไรได้ หากอัตราส่วนนี้ดี กาไรสุทธิมีแววที่จะดีตามและยังทาให้ทราบถึง
ความสามารถการจัดการผลิต การควบคุมต้นทุนการผลิต การต้ังราคาการแข่งขันในอุตสาหกรรม
หากการแขง่ ขนั สงู จะทาให้กาไรขัน้ ตน้ มคี วามผันผวน
อัตราสว่ นกาไรขน้ั ต้น = กาไรขน้ั ต้น x 100
ยอดขายสุทธิ
ตำรำงที่ 4.3.1 แสดงรายละเอยี ดผลตอบแทนจากการจาหนา่ ยพรกิ หนมุ่ เขียวลูกผสมพนั ธุ์ศรีสุดา
รำยกำร จำนวน จำนวนเงิน ร้อยละ หมำยเหตุ
(บำท)
ผลตอบแทนจากการจาหน่ายพริกหนุ่ม 2,000 30,000 97.25
เขียวลูกผสมพันธุ์ศรสี ุดาแบบขายสง่ กโิ ลกรมั
ผลตอบแทนจากการจาหน่ายพริกหนุ่ม 50 850 2.75
เขียวลูกผสมพันธุ์ศรสี ุดาแบบขายปลกี กิโลกรัม
รวมรายได้ 30,850 100
จากตารางท่ี 4.7 ผลตอบแทนจากการจาหน่ายพรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพันธุ์ศรีสุดาการจาหน่าย
พริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดาแบบขายส่ง จานวน 2,000 กิโลกรัม เป็นจานวนเงิน 30,000 บาท คิด
เปน็ ร้อยละ 97.25 การจาหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดาแบบขายปลีก จานวน 50 กิโลกรัม
เป็นจานวนเงิน 850 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.75 ดังน้ัน ผลตอบแทนจากการจาหน่ายแบบขายส่งให้
ผลตอบแทนมากทีส่ ุด รองลงมา คือการจาหนา่ ยพรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธ์ุศรสี ุดาแบบขายปลีก
40
กำรคำนวณกำไรสทุ ธิ = รายได้รวม - คา่ ใชจ้ า่ ยรวม
กาไรสทุ ธิ = 30,850 – 20,796
= 10,054 บาท
อตั รากาไรสทุ ธิ = กาไรสุทธิ x 100
= ยอดขายสุทธิ
10,054 x 100
=
30,850
32.59%
กำรจำทำงบกำไรขำดทุน
สวนพริกพรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพนั ธุ์ศรีสดุ า
งบกาไรขาดทุน
สาหรับระยะเวลา 2 เดอื น ส้นิ สดุ วนั ท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2565
หน่วย : บาท
รายได้จากการขาย 30,850
หกั ต้นทุนขาย
วตั ถดุ บิ ทางตรง 200
ค่าแรงงานทางตรง 16,600
คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ 3,948
กาไรกอ่ นหักค่าใชจ้ ่าย 10,102
หกั คา่ ใช้จา่ ยในการขายและการบริหาร 48
กาไรสทุ ธิ 10,054
41
บทท5่ี
สรปุ ผล อภปิ รำยผล และข้อเสนอแนะ
การศึกษาเรื่องโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ศรีสุดา
กรณศี ึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพ่ือศึกษาสภาพ
ทั่วไปการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัด
อตุ รดิตถ์ 2) เพื่อศกึ ษาตน้ ทุนการปลกู พรกิ หนุม่ เขียวลกู ผสมพนั ธศ์ุ รีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง
ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ 3) เพ่ือศึกษาผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ คณะผู้ศึกษาได้ดาเนินงาน
ตามระเบยี บวธิ วี ิจัยอยา่ งเป็นระบบ สามารถสรปุ สาระสาคญั ของงานวิจยั ได้ ดังนี้
5.1 สรปุ ผล
5.2 อภิปรายผล
5.3 ข้อเสนอแนะ
5.1 สรุปผล
5.1.1 ข้อมลู ทว่ั ไป
ก่อนเริ่มธุรกิจสวนพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ได้เคยมีอาชีพทานามา
ก่อน แต่เม่ือ พ.ศ. 2563 สหกรห์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ ได้มาเสนอโครงการและให้ความรู้เก่ียวกับการปลูกพริก
หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา โดยมีการให้เงินมาลงทุนก่อน และการจาหน่ายจะเป็นการจาหน่ายให้กับสหกรห์
การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ นางบุญช่วย สืบสมบัติจึงได้เข้าร่วมโครงการในการทาสวนพริก ท่ีบ้านเลขท่ี 128 หมู่ 7
บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้นาเงินท่ีได้จากธนาคารเพ่ือการเกษตรและส
หกรห์การเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ มาลงทุนในการซื้อเมล็ดพันธ์ุและอุปกรณ์ต่างๆในการทาสวน ดังนั้นนางบุญ
ช่วย สบื สมบัติ จงึ เล็งเหน็ ว่าการปลูกพริกหนุม่ เขยี วลูกผสมพันธ์ุศรีสุดามีรายได้ที่ดี จึงได้เร่ิมทาสวนพริกหนุ่ม
เขียวลูกผสมพันธ์ศรีสุดามาจนถงึ ปจั จุบัน
5.1.2 ต้นทุนการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ศรีสุดากรณีศึกษาของป้าบุญช่วย สืบ
สมบตั ิ บ้านเลขท่ี 128 หมู่ที่ 7 ตาบลปา่ เซ่า อาเภอเมอื ง จงั หวดั อุตรดติ ถ์
คณะผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลต้นทุนการผลิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์
2565 เพ่ือนามาคานวณตน้ ทุนการผลิตและคานวณต้นทุนต่อหน่วย พบว่าต้นทุนการผลิตพริก เดือนมกราคม
- เดือนกุมภาพนั ธ์ 2565 เท่ากบั 20,748 บาท ประกอบดว้ ย ต้นทนุ วัตถดุ ิบทางตรง 200 บาท คิดเป็นร้อยละ
0.96 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง 16,600 บาท คิดเป็นร้อยละ 80 และค่าใช้จ่ายในการผลิต 3,948 บาท คิด
เป็นร้อยละ 19.04 ส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงาน รองลงมาคือค่าใช้จ่ายในการผลิต และต้นทุนการผลิตต่อไร่เท่ากับ
20,784 บาท
42
5.1.3 ผลตอบแทนการผลิตและจาหน่ายพริกลูกผสมพันธ์ศรีสุดากรณีศึกษาของป้าบุญช่วย สืบสมบัติ
บา้ นเลขที่ 128 หมูท่ ่ี 7 ตาบลปา่ เซา่ อาเภอเมือง จังหวดั อุตรดิตถ์ ผลตอบแทนจากการจาหนา่ ยพริก
เดือนมกราคม - เดอื นกมุ ภาพันธ์ 2565 พบวา่ การจาหนา่ ยพริกแบบขายส่ง จานวน 2,000 กิโลกรัม เป็นเงิน
30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 97.25 การจาหน่ายพริกแบบขายปลีก จานวน 50 กิโลกรัม เป็นเงิน 850 บาท
คิดเป็นร้อยละ 2.75 ดังน้ัน ผลตอบแทนจากการจาหน่ายแบบขายส่งให้ผลตอบแทนมากท่ีสุด รองลงมา คือ
การจาหนา่ ยพรกิ แบบขายปลกี
5.2 อภิปรำยผล
คณะผศู้ ึกษาไดน้ าผลการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียว
ลกู ผสมพันธ์ศรสี ดุ ากรณีศกึ ษาสวนปา้ บุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เปรียบเทียบกับผล
การศึกษาของ สุขใจ ตอนปัญญา (2554) ได้หาการศึกษาเร่ืองการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนในการ
ลงทุนปลกู ขา้ วของเกษตรกรหมู่ 5 ตาบลหัวดงอาเภอเมืองจังหวัดพิจิตรการศึกษาใช้วิธีรวบรวมข้อมูลโดยการ
ออกแบบสอบถาม สอบถามเกษตรกรหมู่ 5 ตาบลหัวดง อาเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ท่ีประกอบอาชีพปลูกข้าวซ่ึง
เป็นเกษตรกรรายย่อยท่ีมีขนาดพ้ืนท่ีการปลูกข้าว 10 - 30 ไร่จานวน 10 คนโดยการเลือกแบบเจาะจง
เน่ืองจากพิจารณาเห็นว่าเกษตรกรมีวิธีการจัดการเก่ียวกับการปลูกข้าวไม่แตกต่างกันโดยเก็บข้อมูลสาหรับ
ช่วงเวลาการเพาะปลูกกัน เดือนมิถุนายน-กันยายน 2554 ผลการศึกษาพบว่า มีต้นทุนรวมเฉลี่ย 5,083.27
บาทต่อไร่มีกาไรสุทธิเฉล่ีย 614 บาทต่อไร่อัตรากาไรสุทธิต่อต้นทุน 12.08% อัตรากาไรสุทธิต่อยอดขาย
10.40% ตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (RO) 9.16% อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 34.80 และมี
จดุ คุ้มทนุ อยู่ที่ 0.55 ตัน ต้นทุนการปลูกข้าวประกอบด้วย 3 ส่วนที่สาคัญ ได้แก่ ต้นทุนค่าวัตถุดิบร้อยละ 13
ต้นทุนค่าแรงงานร้อยละ 24 และต้นทุนค่าใช้จ่ายการผลิตร้อยละ 63 เมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตและ
จาหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัด
อุตรดิตถ์ พบว่า ผลตอบแทนจากการจาหน่ายแบบขายส่งให้ผลตอบแทนมากที่สุด รองลงมา คือ การ
จาหนา่ ยพรกิ แบบขายปลีก โดยนางบุญชว่ ย ต้ังราคาขายพริกที่กิโลกรัมละ 15 บาท ในขณะที่ต้นทุนการผลิต
พริกต่อกิโลกรัมเท่ากับ 14.38 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลตอบแทนท่ีได้รับนั้นข้ึนอยู่กับการต้ังราคาขายที่
เหมาะสมและการบรหิ ารตน้ ทุนที่ดี
5.3 ข้อเสนอแนะ
การทาโครงงานเรอ่ื งศกึ ษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา จะทา
ให้ผทู้ ีเ่ ข้ามาศึกษาดูได้ทราบถงึ วธิ กี ารทา ประโยชนใ์ นการทาโครงงานครง้ั น้ี