43
บรรณำนุกรม
กมล เลศิ รัตน์. (2550). การผลิต การปลูก การแปรรปู และการตลาดของพรกิ ในประเทศ
ไทย. ประชาคมวจิ ยั . สานกั งานกองทุนสนบั สนนุ การวจิ ัย (สกว.) ปที ่ี 13 ฉบับที่ 73 หน้า 15 - 20.
จมุ พล สาระนาค อรพรรณ วเิ ศษสังข์ บญุ เลิศ สะอาดสิทธ์ิศักด์ิ วลั ลภ คุ้มรอบ และสุวรรณ
ทพิ ย์ เมืองพรหม. (2543). คู่มอื นักวชิ าการภาคสนาม:โรคพชื ผกั .กองโรคพชื และจุลชวี วิทยากรม
วิชาการเกษตร.340 หนา้ .
จรัส ชน่ื ราม, มนตรี เอีย่ มวิมังสา, และสมควร คีรีวัลย์. (2534). การป้องกันกาจดั ไสเ้ ดือน
ฝอยราก ปม Meloidogyne incognita (Kofoid & White) Chitwood ศัตรพู ริกโดยวิธีการปลกู พืช
หมนุ เวยี น. วารสารวชิ าการเกษตร 9 (2) : 88 - 92.
พรรณผกา รตั นโกศล สรุ ะพงษ์ รตั นโกศล และ อุดม คาชา.(2551,กนั ยายน - ธันวาคม).
ความ หนาแนน่ ของประชากรพริกหวั เรอื ศก.13 ท่เี หมาะสมสาหรับพ้นื ที่จงั หวัดนา่ น.วารสาร
วิทยาศาสตร์เกษตร. 39 (3) (พเิ ศษ) : 310 - 313.
มนตรี จิรสุรัตน์ (2544). การปอ้ งกันกาจดั แมลงวันผลไม.้ หน้า 139 - 147. ใน : แมลงวนั
ผลไมใ้ น ประเทศไทย เอกสารวิชาการกองกฏี และสัตว์วิทยา กรมวชิ าการเกษตร กรุงเทพฯ.
มณีฉัตร นกิ รพนั ธ.ุ์ (2541). พรกิ . ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่.
สุชลี า เตชะวงค์เสถยี ร. (2548). พรกิ การผลติ การจดั การและการปรับปรุงพันธุ์. เพรส มเี ดีย
, กรุงเทพฯ. 151 หนา้ .
วีระ ภาคอทุ ยั และ เยาวรัตน์ ศรวี รานนท์. (2557). พริก ปลูกอย่างไรในภาวะโลกกาลังร้อน.
สานักงาน กองทนุ สนับสนุนการวิจยั (สกว.). 30 หนา้ .
ภำคผนวก
ภำคผนวก ก
แบบเสนอโครงงำน
โครงงำนกำรศึกษำต้นทนุ และผลตอบแทนกำรปลูกพริกหน่มุ
เขียวลูกผสมพันธุ์ศรสี ดุ ำกรณีศกึ ษำสวนปำ้ บุญช่วย ตำบลป่ำเซ่ำ
อำเภอเมอื ง จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
แบบข้อเสนอโครงงำน
โครงงำนศกึ ษำตน้ ทนุ และผลตอบแทนกำรปลกู พริกหน่มุ เขยี วลกู ผสมพนั ธุศ์ รสี ุดำ
กรณีศกึ ษำสวนป้ำบญุ ช่วย ตำบลป่ำเซำ่ อำเภอเมอื ง จังหวดั อตุ รดติ ถ์
1. ชอ่ื โครงงำน
โครงงานศกึ ษาตน้ ทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลกู ผสมพันธ์ศรีสดุ า กรณีศึกษา
สวนปา้ บญุ ชว่ ย ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดิตถ์
2. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงงำน
2.1 ที่ปรึกษำโครงงำน
นางเบญจพร อา่ แจง้ สาขาวิชาการบญั ชี
2.2 ผ้จู ัดทำโครงงำน
2.2.1 นางสาวนฤวรรณ์ เอ่ียมสงคราม เลขที่ 12 ปวส. 2/2 สาขาวชิ าการบญั ชี
2.2.2 นางสาวภิญญดา พนั ละภะ เลขที่ 23 ปวส. 2/2 สาขาวชิ าการบัญชี
2.2.3 นางสาวมุทติ า คาบุญมา เลขท่ี 25 ปวส. 2/2 สาขาวิชาการบัญชี
3. ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปัญหำ
“พริก” จัดว่าเป็นพืชผักท่ีมีความสาคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่งของประเทศไทย เพราะใน
ชีวิตประจาวันของคนไทย สามารถจะกล่าวได้ว่าทุกครอบครัว ทุกคนจะต้องใช้พริกในการประกอบ
อาหารให้มีรสเผ็ด ในการปรุงอาหารต่างๆ ส่วนประกอบสาคัญในเคร่ืองเทศ เครื่องปรุงรสสรรพคุณ
ทางยา นอกจากนัน้ พริกไปใช้ประโยชน์ในทางอื่นๆด้วย อย่างเช่น การนาไปเข้าโรงงานอุตสาหกรรม
แปรรปู ในการผลิตออกเปน็ ผลติ ภัณฑ์อย่าง “ซอสพรกิ ” เปน็ ตน้ อีกทง้ั พริกยังเป็นสินค้าส่งออกที่สร้าง
รายไดใ้ ห้กับประเทศไทยไดอ้ ย่างมหาศาล การปลกู พรกิ ในประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีน้า
อุดมสมบูรณ์ หรือปลูกในฤดูฝนก็ได้ พริกสามารถปลูกได้ทุกภาคทุกจังหวัด ทั้งนี้เน่ืองจากพริกมีถ่ิน
กาเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกาและมีการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของโลก จังหวัดที่ปลูกพริก
กนั เปน็ พน้ื ท่มี าก ได้แก่ กาญจนบุรี, ประจวบฯ, เพชรบุรี, สมุทรสาคร, สุโขทัย, สุพรรณบุรี, เชียงราย,
น่าน, ลาปาง, เชียงใหม่ ฯลฯ พริกท่ีปลูกกันได้แก่ พริกบางช้าง, พริกสันป่าตอง, พริกชี้ฟ้า, พริกขี้หนู
เมด็ ใหญ่ เป็นตน้ (บริษทั สยามธุรกิจ แอดเวอรไ์ ทซ่ิง จากดั ปี2553 : ออนไลน์)
จังหวัดอุตรดิตถ์มีพ้ืนที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีสาหรับเกษตรกรรมโดยมีการปลูกอ้อย ข้าวโพด
และในพื้นท่ีบ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีเกษตรกรกลุ่มหน่ึงปลูกพริก
หนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา เพราะว่า เม็ดใหญ่ น้าหนักดี จากที่คณะผู้ศึกษาได้ลงพื้นที่สอบถึง
ปัญหา พบว่าเกษตรกรมีปัญหาในการคิดต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตทาให้เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่
ทราบต้นทนุ และผลตอบแทนที่แทจ้ ริงในการลงทนุ การทาไร่พริกในฤดูกาล
ดงั นั้น คณะผ้ศู กึ ษาจงึ ได้จัดทาโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลกู ผสมพันธศ์ุ รีสุดากรณศี ึกษาสวนปา้ บญุ ช่วย ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จังหวดั อตุ รดิตถ์ เพื่อให้ทราบ
ถึงต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริงในการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา เพ่ือเป็นประโยชน์
ตอ่ ผู้ท่ีมคี วามสนใจในการปลูกพริก นาไปใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการตดั สินใจต่อไป
4. คำถำมกำรศกึ ษำ
4.1 วธิ ีการปลกู พรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพันธศ์ รสี ดุ า และการดูแล
4.2 ตน้ ทนุ ในการปลูกพรกิ หนุ่มเขียวลูกผสมพนั ธศ์ รีสุดา มีอะไรบา้ ง
4.3 ผลตอบแทนในการปลกู พริกหนมุ่ เขยี วลกู ผสมพันธศ์ รีสุดา
5. วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงำน
5.1 เพื่อศกึ ษาสภาพท่วั ไปการปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า กรณีศกึ ษาสวนปา้ บญุ ชว่ ย ตาบล
ป่ าเซา่ อาเภอเมอื ง จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
5.2 เพอื่ ศกึ ษาตน้ ทนุ การปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธุศ์ รสี ดุ า กรณีศกึ ษาสวนปา้ บญุ ชว่ ย ตาบลป่ า
เซา่ อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
5.3 เพือ่ ศกึ ษาผลตอบแทนการปลกู พรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า กรณีศกึ ษาสวนปา้ บญุ ชว่ ย
ตาบลป่ าเซา่ อาเภอเมอื ง จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
6. ขอบเขตของโครงงำน
6.1 ขอบเขตดา้ นเน้อื หา
6.1.1 ตน้ ทนุ ด้านวตั ถดุ บิ
6.1.2 ต้นทนุ ด้านแรงงาน
6.1.3 ตน้ ทนุ ดา้ นการปลูกและการดูแล
6.2 ขอบเขตดา้ นประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
6.2.1 นางบุญช่วย สืบสมบัติ ตาแหน่งเจ้าของกิจการ
6.2.2 นางสาวกาญจนา สืบสมบัติ ตาแหนง่ ลูกจ้าง
6.2.3 นายวรวทิ ย์ ดีปญั ญา ตาแหนง่ ลกู จ้าง
6.2.4 นายกติ ติศกั ดิ์ ยิ้มอ่า ตาแหนง่ ลูกจา้ ง
1.3.3 ขอบเขตด้านระยะเวลา
เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564 ถึง เดือนกุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2565
1.3.4 ขอบเขตดา้ นสถานท่ี
บา้ นเลขท่ี 128 บ้านห้วยบง ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอตุ รดติ ถ์
7. ประโยชน์ท่ีคำดว่ำจะได้รับ
7.1 ทราบตน้ ทนุ และผลตอบแทนในการปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ ากรณศี กึ ษาสวนปา้ บญุ
ชว่ ย ตาบลป่ าเซา่ อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
7.2 ทราบชอ่ งทางและวธิ ีการจาหนา่ ยพรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า
7.3 สามารถนาความรูใ้ นการเรยี นบญั ชีไปใชใ้ นการทาโครงงาน
7.4 ทราบวิธีการปลูกพรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธุ์ศรสี ดุ า
8. แนวคิด ทฤษฎี และงำนวิจัยทเี่ กีย่ วข้อง
8.1 หลกั กำร แนวคิด และทฤษฎี
ผลประโยชนหรอื ผลตอบแทน (Benefits) ของการลงทุน หมายถงึ มูลคา่ ของสินคาหรือ
บริการท่ีผลติ ได้จากการลงทุน (ตลาดหลกั ทรัพยแ์ หง่ ประเทศไทย,มปป : ออนไลน์)
8.1.1 ผลตอบแทนทางตรง (Direct Benefits) คือ ผลผลิตสุทธิของการลงทุน ซ่ึงหมายถึง
มูลค่าของสินค้าและบริการที่ผลิตไดโดยตรงจากการลงทุน นอกจากนี้ยังหมายถึงการประหยัด และ
การลดค่าใชจ้ า่ ยจากท่ีเคยมอี ย่เู ดิม
8.1.2 ผลตอบแทนทางอ้อม (Indirect Benefits) คือ ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ ท่ีนอกเหนือจาก
ผลประโยชน์ตอบแทนทางตรง นอกจากนี้ยังรวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนด้านสังคมและส่ิงแวดล้อม
ต่างๆ เช่น โครงงานนั้นอาจกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ีสวยงาม ก่อให้เกิดการขยายตัวของการ
ทอ่ งเท่ยี วในพืน้ ที่ทโี่ ครงงานตั้งอยู่ เปน็ ต้น
8.1.3 ผลตอบแทนทไี่ ม่มีตัวตน (Intangible Benefits) คอื ผลตอบแทนทไี่ มส่ ามารถประเมนิ
มูลคา่ เป็นตัวเงนิ ได้ เชน่ การลงทนุ นน้ั อาจมสี ว่ นชว่ ยยกระดับคุณภาพชีวิตและการกระจายรายได้ให้มี
ความยุติธรรมมากขนึ้ เปน็ ต้น
คา่ เสยี โอกาสของทุน (Opportunity Cost of Capital) คอื ถา้ มีการกาหนดให้ตลาดทนุ
(Capital Market) ทีม่ ีอยสู่ ามารถนาเงินตรา หรอื ทรพั ยากรไปลงทุนเพ่ือสร้างเงินตราให้มีจานวนมาก
ข้ึนในอนาคตแล้ว สามารถกล่าวไดว้ า่ ค่าเสียโอกาสของการออมได้เกิดขึ้นแล้ว ทางเลือกต่อการบริโภค
ในปัจจุบันคือ การใช้เงินทุนหรือทรัพยากรไปในทางท่ีก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต ซึ่งอย่างน้อยต้องมี
มลู คา่ เท่ากับเงนิ ตราในปัจจุบนั ทีเ่ กิดจากการลงทนุ ในรปู แบบอนื่
การศึกษาครั้งน้ีใช้แนวคิด การวิเคราะห์ผลตอบแทนและการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ
ต้นทนุ ปริมาณ และกาไร ดังนี้
8.1.4 การวิเคราะหผ์ ลตอบแทน
นักวิชาการต่างๆ ได้แก่ เบญจวรรณ รักษ์สุธี (2543 : ออนไลน์) ธารีหิรัญรัศมีและคณะ
(2548 : ออนไลน์) เบญจมาศ อภิสิทธิ์ภิญโญและคณะ (2550 : ออนไลน์) ได้อธิบายถึงแนวคิด
เกย่ี วกบั การวิเคราะหผ์ ลตอบแทน ประกอบด้วย
8.1.4.1 อัตรากาไรสุทธิหมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างกาไรสุทธิกับ
ยอดขายสุทธิผลลัพธ์ท่ีได้บอกให้ทราบว่าธุรกิจบริหารงานมีประสิทธิภาพเพียงใด และธุรกิจสามารถ
ดาเนินงานใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายเพียงใด อัตราส่วนน้ีสงู แสดงว่าธรุ กิจมีกาไรสูง เขียนเป็นสูตรการคานวณ
ไดด้ งั น้ี
อตั รากาไรสทุ ธิ = กาไรสทุ ธิ x 100
ยอดขายสทุ ธิ
8.1.4.2 อัตรากาไรสุทธิต่อต้นทุน หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างกาไรท่ี
เกดิ ขึ้นหลังจากหกั คา่ ใช้จา่ ยต่างๆ แล้วเทยี บกับตน้ ทุนทัง้ สิ้น เขียนเป็นสตู รการคานวณไดด้ งั นี้
อัตรากาไรสทุ ธิต่อตน้ ทนุ = กาไรสทุ ธิ x 100
ตน้ ทุนรวม
8.1.4.3 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่าง
กาไรที่เกิดขึ้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว เทียบกับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เขียนเป็นสูตรการ
คานวณ ไดด้ ังน้ี
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน = กาไรสุทธิ x 100
สินทรพั ย์ไมห่ มุนเวียน
8.1.5 การวิเคราะห์ความสมั พันธ์ของตน้ ทนุ ปรมิ าณ และกาไร
การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต้นทุน ปริมาณ และกาไร เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์
ระหว่างตน้ ทุน ปรมิ าณ และกาไร ซง่ึ เปน็ การวเิ คราะห์การเปลีย่ นแปลงของปัจจัยต่างๆ ท่ีมีผลกระทบ
ตอ่ กาไร ดังมรี ายละเอียดดังนี้
8.1.5.1 กาไรส่วนเกิน (Contribution Margin: CM) คอื รายไดส้ ว่ นทเ่ี หลือหลังจาก
หกั ตน้ ทุนผนั แปร สามารถเขียนเป็นสมการได้ดังน้ี
กาไรสว่ นเกนิ = ขาย - ต้นทุนผันแปร
8.1.5.2 อัตรากาไรส่วนเกิน (Contribution Margin Ratio) เป็นอัตราส่วนระหว่าง
กาไรส่วนเกนิ หารด้วยรายได้รวม ซ่ึงกาไรส่วนเกินเกิดจากผลต่างระหว่างรายได้รวมหักด้วยต้นทุนผัน
แปร ดังสมการ
อตั รากาไรสว่ นเกนิ = กาไรส่วนเกนิ รวม
รายได้รวม
8.1.5.3 จุดคมุ้ ทุน (Break Even Point) แยกไดเ้ ปน็ 2 กรณีดังน้ี
1) กรณขี ายสนิ ค้า 1 ชนดิ เปน็ การขายผลิตภัณฑช์ นดิ เดียว วเิ คราะหโ์ ดยใช้
สมการความสมั พันธต์ ้นทุน ปริมาณ และกาไร สามารถเขียนสมการดงั นี้
ยอดขาย ณ จดุ คุม้ ทนุ = ตน้ ทุนคงที่รวม
อัตรากาไรสว่ นเกิน
2) กรณีขายสินค้าหลายชนิด คือ มีการขายผลิตภัณฑ์มากกว่าหน่ึงชนิดจึง
เก่ียวข้องกับสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ในการคานวณยอดขาย ต้นทุน และกาไรส่วนเกินจะต้องมีการ
ถัวเฉลี่ยด้วยสดั สว่ นการขายของผลิตภณั ฑ์แตล่ ะชนิด ปจั จยั ทีเ่ ข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์
จุดคุ้มทุน คือ สัดส่วนการขาย ซึ่งหมายถึง อัตราร้อยละของการขายสินค้าชนิดน้ันเม่ือเทียบกับ
ยอดขายรวม การคานวณยอดขาย ณ จุดคุ้มทนุ ของสนิ ค้าหลายชนิด สามารถเขียนสมการไดด้ ังน้ี
ยอดขาย ณ จดุ คุ้มทนุ ของสนิ คา้ หลายชนิด = ต้นทนุ คงทร่ี วม
อัตรากาไรสว่ นเกนิ ถวั เฉลี่ย
8.2 งำนวจิ ัยทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
ลำวรรณ์ อนันต์ชลำลัย (2531) ได้ทาวิจัยเรื่อง ต้นทุนและผลตอบแทนจากการปลูกพริก
ขห้ี นูเพอื่ ทาพรกิ แหง้ ในภาคตะวนั ตก ของประเทศไทย วัตถุประสงค์ท่ีจะศึกษาถึงสภาพท่ัวไปของการ
เพาะปลูก ต้นทุน และผลตอบแทน จากการปลูกพริกขี้หนูใหญ่เพ่ือทาพริกแห้ง ตลอดจนปัญหาและ
อปุ สรรคตา่ งๆ โดยรวบรวมขอ้ มูลจากเกษตรกร ชาวไร่พริกในจังหวัดกาญจนบุรี และประจวบคีรีขันธ์
และแบ่งขนาดการเพาะปลูกออกเป็น 3 ขนาดคือ ไร่พริกขนาดเล็ก พ้ืนท่ีเพาะปลูก 1 - 5 ไร่ ขนาด
กลาง พื้นท่ีเพาะปลูก 6 - 10 ไร่ และขนาดใหญ่ พื้นที่เพาะปลูก 11 - 20 ไร่ ผลของการวิจัยพบว่าไร่
พรกิ ขนาดเล็กมีตน้ ทุนการผลิตไร่ละ 3,586.86 บาท หรือกิโลกรัมละ 16.27 บาท และมีผลผลิตเฉล่ีย
ไร่ละ 220.46 กิโลกรม มีรายได้ไร่ละ 3,968.28 บาท ทาให้มีกาไรสุทธิ ไร่ละ 381.42 บาท คิดเป็น
อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการผลิตร้อยละ 10.63 และมีค่าขาย ณ จุดเสมอตัว 1,931.53 บาท ไร่
พริกขนาดกลางมีต้นทุนการผลิตไร่ละ 3,802.56 บาท หรือกิโลกรัมละ 15.62 บาท และมีผลผลิต
เฉล่ียไร่ละ 243.47 กิโลกรัม มีรายได้ไร่ละ 4,382.46 บาท ทาให้มีกาไรสุทธิไร่ละ 579.90 บาท คิด
เป็นอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการผลิตร้อยละ 15.25 และมีค่าขาย ณ จุดเสมอตัว 1,531.14 บาท
ไร่พริกขนาดใหญ่มีต้นทุนการผลิตไร่ละ 3,573.86 บาท หรือกิโลกรัมละ 15-50 บาท และมีผลผลิต
เฉลี่ยไร่ละ 230.54 กิโลกรัม มีรายได้ไร่ละ 4,149.72 บาท ทาให้มีกาไรสุทธิไร่ละ 575.86 บาท คิด
เป็นอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการผลิตร้อยละ 16.11 และมีค่าขาย ณ จุดเสมอตัว 1,435.81 บาท
จากการเปรยี บเทยี บผลตอบแทนพบวา่ ไรพ่ รกิ ขนาดใหญใ่ หผ้ ลตอบแทนสงู กว่าไร่พริกขนาดกลาง และ
ขนาดเล็ก และต้นทุนที่สาคัญของการทาไร่พริก คือค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยว ปัญหาสาคัญในการ
ผลิตพริกขหี้ นใู หญ่เพอื่ ทาพริกแห้งคอื เกษตรกรขาดความรู้ในการป้องกันและกาจัดศัตรูพืช จึงควรจะ
ได้รับการแก้ไขโดยอาศัยความรวมมือจากทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องซึ่งจะมีผลทาให้เกษตรกร ได้รับ
ผลตอบแทนจากการลงทุนสงู ขน้ึ
อริสรำ คงรอด (2553) การศึกษาค้นคว้าอิสระมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาต้นทุน รายได้และ
ผลตอบแทนจากการปลกู พริกพันธ์ุยอดสนเขม็ 80 ซ่งึ ทาการศึกษาโดยใช้กลุ่มตัวอย่างจานวน 87 ราย
รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ในปี 2553 สถิติท่ีใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ (Percentage) และค่าเฉล่ียเลขคณิต (Arithmetic Mean) ผล
การศึกษาปรากฏ ดังนี้ต้นทุนการปลูกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ในจังหวัดราชบุรี ผู้ศึกษาได้แบ่ง
การศึกษาออกเป็น 5 ระยะ พอสรปุ ไดด้ งั นี้
1. ค่าถ่ายทอดเทคโนโลยแี ละใหค้ วามรเู้ กย่ี วกับการปลกู เท่ากบั 9,160 บาท
2. คา่ ใช้จ่ายในการเพาะตน้ กลา้ พริก เทา่ กบั 18,850 บาท
3. ค่าใช้จ่ายในการเตรยี มแปลง เทา่ กับ 20,044 บาท
4. ค่าใช้จา่ ยในการดแู ลรักษา เท่ากบั 16,465 บาท
5. คา่ ใชจ้ า่ ยในการเกบ็ เก่ียว เทา่ กับ 2,475 บาท
รายได้จากการปลูกพริกพันธ์ุยอดสนเข็ม 80 ในส่วนของรายได้จากการจาหน่ายพริกพันธ์ุยอดสนเข็ม
80 พบว่า เกษตรกรจะต้องจ่ายเงินลงทุนในการปลูกพริกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ไปจนถึงเดือนที่ 5
จากนนั้ จงึ จะเร่ิมมีรายไดใ้ นเดือนที่ 6 และจะมีรายได้เพ่ิมขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงเดือนที่ 9 รายได้จึงจะค่อย
ลดลงจนถงึ เดอื นที่ 12 เกษตรกรจะไดผ้ ลผลิตรวมเท่ากับ 9,880 กิโลกรัม ต้นทุนรวมเท่ากับ 220,844
บาท/ไร่ มรี ายไดจ้ ากการขายพริกพริกพนั ธุ์ยอดสนเข็ม 80 เท่ากับ 610,584 บาท/ไร่ ทาให้มีกาไรรวม
จากการปลกู พรกิ พนั ธ์ุยอดสนเข็ม 80 เทา่ กับ 381,774 บาท/ไร่ และเม่ือวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยต่อไร่ต่อ
เดือน พบว่า ผลผลิตพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 เท่ากับ 823 กิโลกรัม/ไร่/เดือน และมีกาไรสุทธิเท่ากับ
31,815 บาท/ไร/่ เดือน ผลตอบแทนจากการลงทุนปลูกพริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80 ตลอดอายุ 12 เดือน
เม่ือนามาคานวณหาระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ระยะเวลาคืนทุนของเกษตรกรผู้ปลูกพริก
พนั ธยุ์ อดสนเข็ม 80 พบว่าเวลาท่ีสามารถคืนทุนได้เม่ือ 7 เดือน ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อยู่
ในระดับทีน่ า่ พอใจ รอ้ ยละ 172 บาท และกาไรสว่ นทเี่ หลอื (RI) อยู่ทรี่ ะดับ รอ้ ยละ 17 บาท
วิติยำ สุวรรณ (2554) ได้วิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตพริกหวานของเขตพ้ืนที่
ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทน
ทางการเงินของการผลิตพริกหวานในสภาพไร้ดินโดยเปรียบเทียบการใช้ปุ๋ย ในระบบเฟอร์ติเกชั่น
ระหว่างปุ๋ยผสมสาเร็จรูปจากบริษัทและปุ๋ยผสมเตรียมเอง และเพื่อหาแนวทางในการลดต้นทุนด้าน
ปุ๋ยสาหรับระบบเฟอร์ติเกชั่นโดยใช้เกณฑ์การหามูลค่าปัจจุบัน (NPV) อัตราผลตอบแทนภายใน(IRR)
อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C Ratio) การหาระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) และทดสอบ
ความไวต่อการเปล่ียนแปลงของโครงงานเมื่อต้นทุนและผลตอบแทนมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มข้ึนหรือ
ลดลง โดยกาหนดอายุโครงงานเป็นเวลา 10 ปีให้อัตราส่วนลดเท่ากับ ร้อยละ 7 ผลการวิเคราะห์ทาง
การเงินเม่ือกาหนดให้อัตราคิดลดเท่ากับร้อยละ 7 พบว่า การผลิตพริกหวานทั้งสองกรณีมีความ
เหมาะสมและมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยการผลิตพริกหวานกรณีใช้ปุ๋ยผสมเตรียมเองมีความ
เหมาะสมและคุ้มค่าในการลงทุนมากท่ีสุด กล่าวคือ มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) มีค่าเท่ากับ
1,483,110.79 บาท อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) มีค่าเท่ากับ 31% อัตราส่วนผลตอบแทนต่อ
ต้นทุน (B/C Ratio) มีค่าเท่ากับ 1.61 และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เท่ากับ2.9 ปี การ
ผลิตกรณีใช้ปุ๋ยผสมสาเร็จรูปจากบริษัท ซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ(NPV) มีค่าเท่ากับ 944,757.41 บาท
อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) มีค่าเท่ากับ 22% อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน (B/C Ratio) มีค่า
เท่ากับ 1.36 และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) เท่ากับ 4.02 ปีผลการวิเคราะห์ความไหว ตัว
ต่อการเปล่ียนแปลง เมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่าการผลิตพริกหวาน คือกรณีใช้ปุ๋ยผสมเตรียม เอง
มคี วามทนตอ่ การเปลี่ยนแปลงได้ดีท่ีสุดโดยให้อัตราส่วนลดเท่ากับร้อยละ 7 เท่าเดิม เมื่อสมมติให้ 16
ทั้งต้นทุนและผลตอบแทนโครงงานมีการเปลี่ยนแปลงพบว่าต้นทุนของโครงงานสามารถเพิ่มขึ้นได้
สูงสุดถึงร้อยละ 30 ผลตอบแทนของโครงงานสามารถลดลงได้ถึงร้อยละ 19 กล่าวคือมูลค่าปัจจุบัน
ของผลตอบแทนสุทธิของโครงงาน (NPV) เท่ากับ 7,608.62 อัตราผลตอบแทนภายในโครงงาน (IRR)
เท่ากับ 7% และอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุนเท่ากับ 1.0024 ส่วนกรณีใช้ปุ๋ยผสมสาเร็จรูป
จากบริษัท (commercial fertilizer, CF) ต้นทุนของโครงงานสามารถเพ่ิมข้ึนได้สูงสุดถึงร้อยละ 18
ผลตอบแทนของโครงงานสามารถลดลงได้ถึงร้อยละ 13 มูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทนสุทธิของ
โครงงาน (NPV) เท่ากับ 15,019.87 อัตราผลตอบแทนภายในโครงงาน (IRR) เท่ากับ 7% และ
อตั ราสว่ นของผลตอบแทนตอ่ ต้นทุนเทา่ กับ 1.0047
สขุ ใจ ตอนปัญญำ (2554) ได้หาการศึกษาเรื่องการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนในการ
ลงทุนปลูกข้าวของเกษตรกรหมู่ 5 ตาบลหวั ดงอาเภอเมืองจังหวัดพิจิตรการศึกษาใช้วิธีรวบรวมข้อมูล
โดยการออกแบบสอบถาม สอบถามเกษตรกรหมู่ 5 ตาบลหัวดง อาเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่ประกอบ
อาชีพปลกู ขา้ วซ่งึ เปน็ เกษตรกรรายยอ่ ยทมี่ ีขนาดพืน้ ทีก่ ารปลูกขา้ ว 10 - 30 ไร่จานวน 10 คนโดยการ
เลือกแบบเจาะจงเนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเกษตรกรมีวิธีการจัดการเก่ียวกับการปลูกข้าวไม่แตกต่าง
กันโดยเก็บข้อมูลสาหรับช่วงเวลาการเพาะปลูกกัน เดือนมิถุนายน-กันยายน 2554 ผลการศึกษา
พบว่า มีต้นทุนรวมเฉล่ีย 5,083.27 บาทต่อไร่มีกาไรสุทธิเฉลี่ย 614 บาทต่อไร่อัตรากาไรสุทธิต่อ
ต้นทุน 12.08% อัตรากาไรสุทธิต่อยอดขาย 10.40% ตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (RO) 9.16%
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 34.80 และมีจุดคุ้มทุนอยู่ท่ี 0.55 ตัน ต้นทุนการปลูกข้าว
ประกอบด้วย 3 ส่วนที่สาคัญ ได้แก่ ต้นทุนค่าวัตถุดิบร้อยละ 13 ต้นทุนค่าแรงงานร้อยละ 24 และ
ตน้ ทุนค่าใชจ้ ่ายการผลิตร้อยละ 63
เสถียร วงษ์มำ (2547) ได้ศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต รายได้ และ
ผลตอบแทนของเกษตรกรผู้ปลูกผักอนามัยปลอดภัยสารพิษเปรียบเทียบกับเกษตรกรผู้ปลูกผัก
โดยทั่วไป” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาต้นทุนการผลิต และรายได้จากการผลิตผักอนามัยปลอดภัย
สารพษิ เปรียบเทยี บกบั การผลิตผักโดยทัว่ ไป 2) วเิ คราะห์ปญั หา อปุ สรรค และลู่ทางการตลาดของผัก
อนามัยปลอดภัยสารพิษและผักโดยท่ัวไป 3) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผัก
อนามัยปลอดภัยสารพิษและกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตผักโดยท่ัวไป พบว่าจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ระหว่างเกษตรกรที่ปลูกผักอนามัยปลอดภัยสารพิษกับเกษตรกรท่ีปลูกผักโดยท่ัวไป ในฤดูกาลที่ผ่าน
มาเกษตรกรที่ปลูกผักโดยทั่วไปจะประสบปัญหาราคาผักตกต่างทาให้เม่ือเปรียบเทียบในส่วนของ
ตน้ ทุนในการผลติ น้นั ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เม่ือเปรียบเทียบรายได้ของเกษตรกรทั้งสองกลุ่มพบว่า
กลุ่มผักอนามัยปลอดภัยสารพิษนั้นจะมีรายได้ในการผลิตผักต่อไร่มากกว่าเกษตรท่ีปลูกผักโดยทั่วไป
ดังน้ี คะน้าอนามัย 40,000 บาทต่อไร่ คะน้าโดยท่ัวไป 4,000 บาท ต่อไร่ หอมแบ่งอนามัย 60,000
บาทต่อไร่ และเมื่อเปรียบเทียบในส่วนต้นทุนต่อหน่วยจะเห็นว่าไม่แตกต่างกันมากนักคือ คะน้า
อนามัย 6.68 บาทต่อกโิ ลกรัม คะนา้ โดยทว่ั ไป 5.38 บาทต่อกิโลกรัม หอมแบ่งอนามัย 16.23 บาทต่อ
กิโลกรัม หอมแบ่งโดยท่ัวไป 16.59 บาทต่อกิโลกรัม ผักกาดหอมอนามัย 7.19 บาทต่อกิโลกรัม
ผักกาดหอมโดยทั่วไป 7.51 บาทต่อกิโลกรัม จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่าถ้าจะทาให้ได้ถึงจุดคุ้มทุน
จะต้องขายคะนา้ กิโลกรัมละ 7 บาท หอมแบ่งกิโลกรมั ละ 17 บาท ผกั กาดหอมกิโลกรัมละ 8 บาท
8.3 กรอบแนวคิดกำรจัดทำโครงงำน
คณะผู้ศึกษาได้นาปัญหาด้านการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดามา
ศึกษา เพื่อรับรู้ต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริงของผู้ประกอบการผลิตและจาหน่ายพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพนั ธ์ุศรสี ดุ ากรณีศกึ ษาของนางบญุ ช่วย สืบสมบัติ ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จงั หวดั อตุ รดิตถ์
ซง่ึ ยังไมไ่ ด้ดาเนินการบนั ทกึ บัญชแี สดงดังภาพท่ี 2.7.1 ดังน้ี
ปจั จัยท่ีไมท่ ราบต้นทนุ ท่ี กระบวนการ ผลลัพธท์ ี่คาดว่าจะไดร้ ับ
แท้จรงิ ของการผลิตและ แก้ไข ปญั หา 1. ทราบตน้ ทนุ ในการผลติ
จาหนา่ ยพรกิ และจาหนา่ ยพรกิ
1. ตน้ ทุนดา้ นวัตถุดิบ ของ 2. ทราบผลตอบแทนในการ
2. ตน้ ทุนดา้ นแรงงาน ผ้ปู ระกอบการ จาหน่ายขา้ วหมาก
3.ตน้ ทุนดา้ น 3. สามารถนาแบบฟอรม์ ไป
ค่าใชจ้ ่าย ในการผลิต ผลิต ใชใ้ น กจิ การผลิตและ
4. ต้นทนุ คา่ ใช้จ่ายใน และจาหน่าย จาหนา่ ยได้
การขาย 4. ได้นาความรทู้ างวิชาชีพมา
พรกิ ประยกุ ตใ์ ช้ในการทางาน
ภำพท่ี 1 แสดงกรอบแนวคิดกำรทำโครงงำน
9. ระเบียบวิธกี ำรดำเนนิ งำน
9.1 ขั้นตอนกำรดำเนินโครงงำน
9.1.1 เขยี นรายงานสว่ นนาและเค้าโครง
9.1.2 เขียนรายงานเก่ยี วกบั เอกสารทเี่ กีย่ วข้อง ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากส่ือต่างๆโดย
ทาการศึกษาความหมายและความสาคัญของการจัดทาบัญชี ความหมายและความสาคัญของ ธุรกิจ
ทฤษฎีต้นทุน ทฤษฎีผลตอบแทน ข้อมูลเก่ียวกับการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา และ
งานวิจยั ที่เกยี่ วขอ้ ง
9.1.3 เขยี นรายงานเกี่ยวกบั ผลการดาเนนิ งานโครงงาน การวิเคราะห์และ ออกแบบ
โครงสร้างตน้ ทุนของผูป้ ระกอบกจิ การปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรสี ดุ า
9.1.4 การศึกษาและสร้างแบบฟอร์มในการคานวณต้นทุนและผลตอบแทนใน การ
ปลกู พรกิ หนุม่ เขยี วลกู ผสมพันธุ์ศรีสุดาของกิจการ
9.1.5 การคานวณต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรี
สุดากรณีศึกษาสวนป้าบญุ ชว่ ย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จงั หวัดอุตรดิตถ์
9.1.6 การเขียนรายงานสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะโครงงาน การ
วิเคราะห์และออกแบบโครงสรา้ งตน้ ทนุ ของผปู้ ระกอบกจิ การปลกู พริกหนุ่มเขยี วลูกผสมพันธ์ุศรสี ดุ า
9.1.7 รวบรวมเอกสาร และจดั ทารปู เล่มโครงงาน
9.2 ขน้ั ตอนกำรสรุปผลโครงงำน
9.2.1 นาเสนอโครงงานใหก้ ับคณะกรรมการประเมนิ ผล
9.2.2 สรุปผลและประเมินผลโครงงาน คณะผู้ศึกษาได้วางแผนที่จะดาเนินงานตาม
โครงงาน โดยมขี ั้นตอนการดาเนนิ งานดังตารางท่ี 2 ดงั นี้
กำรดำเนนิ งำน ระยะเวลำในกำรดำเนินงำน
1. เลอื กหัวข้อโครงงานทนี่ ่าสนใจ
พฤศจกิ ำยน ธนั วำคม มกรำคม กุมภำพันธ์
2564 2564 2565 2565
2. เสนอหัวข้อโครงงานต่อครูที่ปรึกษา
โครงงาน
3. เขียนโครงร่างแบบข้อเสนอโครงงาน
ทง้ั 13หวั ขอ้ ใหแ้ กค่ รทู ี่ปรกึ ษาโครงงาน
4. ลงพื้นท่ีสารวจกิจการการปลูกพริก
หนุม่ เขยี วลูกผสมพนั ธ์ุศรสี ดุ า
5. ดาเนินงานในการศึกษาต้นทุนและ
ผลตอบแทนกิจการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพนั ธ์ุศรีสุดา
6. รวบรวมเอกสาร และจัดทารูปเลม่
7. นาเสนอโครงงาน
ตำรำงท่ี 1 แสดงแผนกำรดำเนนิ โครงงำน
การขออนุมัติโครงงาน ศึกษาสภาพ เสนอข้อมลู กลุ่มคณะผู้ศึกษา
ปัจจุบันและปญั หาของธุรกจิ / คิดหวั ขอ้ โครงงานทีส่ นใจแลว้ สรปุ หวั ข้อ
ผลิตภณั ฑ์
โครงงาน
เขยี นโครงรา่ งโครงงาน ออกแบบงานวจิ ัย
ศึกษาและคน้ คว้าข้อมลู ทเี่ กีย่ วข้องกับเรื่อง
ทส่ี นใจ
ขน้ั การดาเนินงานตามโครงงาน เขียนรายงานส่วนนาและเค้าโครง ศกึ ษา
ขอ้ มูลเพ่มิ เติมเพียงใดจงึ จะเพียงพอท่จี ะทา
โครงงานนี้ และเกบ็ ข้อมลู ไว้เพือ่ นามาจัดทา
เน้ือหาต่อไป
เขียนรายงานเก่ยี วกับผลการดาเนินงาน
รายงานผลการค้นคว้าวจิ ยั
ขน้ั สรุปผลโครงงาน นาเสนอโครงงาน
สรปุ ผลการวิจยั
ภำพท่ี 2 แสดงขนั้ ตอนกำรดำเนินโครงงำน
9.2 ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง
9.2.1 ประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังนี้ คือ เกษตรกรปลูกพริกปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา
บ้านห้วยบง ตาบลปา่ เซา่ อาเภอเมอื ง จังหวดั อตุ รดติ ถ์
9.2.2 กลมุ่ ตวั อยา่ ง
เกษตรกรปลูกพริกปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา จานวน 1 ราย คือ นางบุญช่วย
สืบสมบัติ
9.3 เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในกำรดำเนนิ โครงงำน
เครือ่ งมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู สาหรบั เพ่ือให้ไดค้ าตอบตามวตั ถปุ ระสงค์ ของโครงงาน
ศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดากรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย
ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการใช้แบบสัมภาษณ์ท่ีได้ออกแบบ ขึ้นเพ่ือรองรับ
วตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา แบ่งออกเปน็ 2 สว่ นดังน้ี
แบบกำรสมั ภำษณ์เพือ่ กำรศึกษำ/เพอื่ กำรจัดทำโครงงำน โครงงำนศึกษำต้นทุน
และผลตอบแทนกำรปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดำ กรณีศึกษำสวนป้ำบุญช่วย
ตำบลป่ำเซำ่ อำเภอเมอื ง จังหวัดอุตรดติ ถ์
สว่ นท่ี 1 คำช้แี จง
1.1 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงาน
1.1.1 เพื่อศึกษาต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวน
ป้าบญุ ช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จงั หวดั อุตรดิตถ์
1.1.2 เพื่อศึกษาผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา กรณีศึกษา
สวนปา้ บญุ ช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมอื ง จงั หวดั อุตรดิตถ์
1.2 รายละเอยี ดของโครงงาน
1.2.1 โครงงานนี้จัดทาข้ึนเพ่ือเป็นการศึกษาโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทน
การปลูกพริกลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัด
อุตรดิตถ์ และเป็นกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง
(ปวส.) ในรายวิชา โครงงาน รหัสวชิ า 30201-8501 ประจาภาคเรยี นที่ 2 ปี การศึกษา 2564
1.2.2 ข้อตกลงของโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการให้
ขอ้ มูลจะไมม่ ีผลกระทบทกี่ ่อใหเ้ กดิ ความเสียหายต่อผู้ให้ขอ้ มลู และหนว่ ยงานในทุกๆ ด้าน
1.2.3 ประโยชน์ของโครงงาน มีความมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธ์ิท่ีดีต่อการเรียนรู้ของ
ผู้เรยี นจากการปฏิบัติจริง และไดส้ ง่ เสรมิ การมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษากับสังคมและชุมชนในการ
รว่ มกันพัฒนาการดาเนนิ งานใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผลอย่างยั่งยืน
ส่วนที่ 2 รำยละเอยี ดของกิจกำร
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไป
1.1 ชือ่ เจา้ ของกจิ การ………………………………..……………………………….
1.2 ลกั ษณะของธุรกจิ ………………………………………………………………...
1.3 ระยะเวลาดาเนนิ กจิ การ………………………………………………………..
1.4 ผลติ ภัณฑ์……………………………………………………………………………
1.5 ช่องทาง/สถานท่ีจาหน่าย………………………………………………………
1.6 จานวนพนกั งาน…………………………...............................................
1.7 แนวคดิ ในการเรมิ่ ต้นประกอบธรุ กจิ ………………………………………..
1.8 อืน่ ๆ……………………………...........................................................
ตอนที่ 2 ข้อมลู ด้ำนกำรบริหำรจดั กำรและกำรเงินของกจิ กำร
รำยกำร รำยละเอียด จำนวน หมำย
เงนิ เหตุ
1. ข้อมูลการลงทนุ
1.1 เงนิ ทนุ หมุนเวียน
1.1.1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร
1.1.2 วัสดสุ านักงาน/วัสดสุ ิ้นเปลอื ง
1.1.3 อน่ื ๆ
1.2 ท่ดี ิน อาคาร และอปุ กรณ์
1.2.1 ทีด่ นิ
1.2.2 อปุ กรณ์
1.3 แหลง่ เงินทุนอื่น ๆ
1.3.1 เงินกู้ธนาคาร
1.3.2 เงินกสู้ หกรณ์ (ระบ)ุ สหกรณอ์ ะไร)
1.3.3 เงินก้นู อกระบบ
1.3.4 อื่น ๆ ............................................
2. ขอ้ มลู ดา้ นการจาหน่าย
2.1 สนิ คา้ และบริการ
รำยกำร รำยละเอียด จำนวน หมำย
เงนิ เหตุ
2.1.1 ปริมาณ
2.1.2 ราคาขาย
3. ขอ้ มูลปริมาณการผลิต (หนว่ ยผลติ )
3.1 สนิ คา้
3.1.1 ตอ่ วัน
3.1.2 ต่อสัปดาห์
3.1.3 ต่อเดือน
4. ขอ้ มูลตน้ ทนุ การผลิต (DM + DL + MOH)
(คดิ ตามหน่วยการผลิต)
4.1 วัตถุดิบทางตรง
4.1.1 .........................................................
4.1.2 ..........................................................
4.2 คา่ แรงงานทางตรง
4.2.1 ..........................................................
4.2.2 ..........................................................
4.2.3 ..........................................................
4.3 ค่าใช้จ่ายในการผลิต
4.3.1 วัตถุดบิ ทางออ้ ม
4.3.2 คา่ แรงงานทางอ้อม
4.3.3 ค่าใช้จา่ ยในการผลิตอ่ืน ๆ
5. ขอ้ มูลต้นทนุ งวดเวลา (ค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนินงาน)
5.1 คา่ ใชจ้ า่ ยในการขาย
5.1.1 ........................................................
5.1.2 ..........................................................
5.2 ค่าใช้จ่ายในการบรหิ าร
5.2.1 ..........................................................
5.2.2 ..........................................................
6. ข้อมูลด้านการเก็บรกั ษาสนิ ค้าและบรกิ าร
รำยกำร รำยละเอยี ด จำนวน หมำย
เงนิ เหตุ
6.1 สถานทจี่ ดั เกบ็
6.1.1 สนิ ค้าที่ 1 แหล่ง
6.2 ปริมาณสงู สุด
6.2.1
6.3 ปริมาณตา่ สดุ
6.4 ตน้ ทนุ การเกบ็ รกั ษา
7. ขอ้ มูลด้านอ่นื ๆ
7.1 ............................................................
7.2 ..........................................................
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
9.4 กำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
การเก็บรวบรวมข้อมูลโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสม
พนั ธ์ุศรสี ุดากรณีศึกษาสวนป้าบญุ ช่วย ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมอื ง จังหวดั อตุ รดิตถ์ มีดงั นี้
9.4.1 ลักษณะของข้อมูล สามารถแบ่งไดเ้ ปน็ 2 ประเภทดังนี้
9.4.1.1 ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ (Quantitative Data) คอื ขอ้ มลู ท่เี ป็นตวั เลขหรอื นามาใหร้ หสั
เป็นตวั เลขซงึ่ สามารถนาไปใชว้ เิ คราะหท์ างสถิติได้ ซง่ึ ไดแ้ ก่ ตวั เลขของตน้ ทนุ วตั ถดุ บิ ตน้ ทนุ คา่ แรงงาน และ
ตน้ ทนุ คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ ไปคานวณหาตน้ ทนุ ของการปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า
9.4.1.2 ขอ้ มลู เชิงคณุ ภาพ (Qualitative Data) คือขอ้ มลู ทไี่ มใ่ ชต่ วั เลขไมไ่ ดม้ ีการใหร้ หสั
ตวั เลขทจี่ ะนาไปวเิ คราะหท์ างสถิติ แตเ่ ป็นขอ้ ความหรอื ขอ้ สนเทศ ซงึ่ ไดแ้ ก่ ขอ้ มลู ท่วั ไปของพรกิ หนมุ่ เขียว
ลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า ขนั้ ตอนการปลกู พรกิ หนมุ่ เขียวลกู ผสมพนั ธุศ์ รสี ดุ า
9.4.2 แหล่งท่ีมาของข้อมูลแหล่งข้อมูลที่สาคัญ ได้แก่ บุคคลเช่นผู้ให้สัมภาษณ์ผู้กรอก
แบบสอบถามบุคคลท่ีถูกสังเกต เอกสารทุกประเภท และข้อมูลสถิติจากหน่วยงานรวมไปถึงภาพถ่าย
แผนท่ี แผนภูมิหรือแม้แต่วัตถุส่ิงของ ก็ถือเป็นแหล่งข้อมูลได้ท้ังสิ้น โดยทั่วไปสามารถจัดประเภท
ข้อมูลตามแหล่งทมี่ าได้ 2 ประเภทดังนี้
9.4.2.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ข้อมูลที่คณะผู้ศึกษาเก็บขึ้นมาใหม่เพ่ือ
ตอบสนองวัตถุประสงค์การวิจัยในเร่ืองนั้นๆ โดยเฉพาะ การเลือกใช้ข้อมูลแบบปฐมภูมิ ผู้วิจัยจะ
สามารถเลือกเก็บข้อมูลได้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตลอดจนเทคนิคการ
วิเคราะห์ แต่มีข้อเสียตรงที่ส้ินเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย และอาจมีคุณภาพไม่ดีพอ หากเกิดความ
ผิดพลาดในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ซ่ึงได้แก่ ต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา
ต้นทนุ ค่าเคร่อื งมือ ต้นทุนค่าแรงงาน ต้นทุนการดูแลการปลูกพรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพันธุ์ศรสี ดุ า
9.4.2.2 ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ข้อมูลต่างๆ ท่ีมีผู้เก็บหรือ รวบรวมไว้
ก่อนแล้ว เพียงแต่นักวิจัยนาข้อมูลเหล่าน้ันมาศึกษาใหม่ เช่น ข้อมูลสามะโนประชากร สถิติ จาก
หนว่ ยงาน และเอกสารทุกประเภท ช่วยให้ผู้วิจัยประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเวลากับการเก็บข้อมูล
ใหม่ และสามารถศกึ ษายอ้ นหลังได้ ทาใหท้ ราบถึงการเปลย่ี นแปลงและแนวโน้มการ เปล่ียนแปลงของ
ปรากฏการณ์ท่ีศึกษา แต่จะมีข้อจากัดในเรื่องความครบถ้วนสมบูรณ์ เน่ืองจาก บางคร้ังข้อมูลที่มีอยู่
แล้วไม่ตรงตามวัตถุประสงคข์ องเร่ืองที่ผู้วิจัยศึกษา และปัญหาเรื่องความน่าเช่ือถือของข้อมูล ก่อนจะ
นาไปใชจ้ ึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอ่ืนในบางส่วนที่ไม่สมบูรณ์
ซ่งึ ไดแ้ ก่ เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวขอ้ ง
9.5 สถิติที่ใชว้ ิเครำะหข์ อ้ มลู
นาโนซอฟต์ แอนด์ โซลูชั่น (2552 : ออนไลน์) ต้นทุน คือ ค่าใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึนในการดาเนินการ
ผลิตสินค้า หรือบริการ หรือถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้าน ต้นทุนคือ จานวนเงินที่ได้จ่ายไปในการซื้อ
สินค้า ข้าวของ วัตถุดิบ ต่างๆ นานาจิปาถะ เพ่ือนามาผลิตหรือขายสินค้าเพื่อให้ก่อให้เกิดรายได้คือ
ยอดขายอีกที โดยเร่ิมต้ังแต่ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การทดสอบ การจัดเก็บ และ
การขนสง่
อาจารย์อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์ต้นทุน (2548 : ออนไลน์) ต้นทุน (Cost) หมายถึง มูลค่าของ
ทรพั ยากรท่สี ญู เสียไปเพ่อื ใหไ้ ดส้ นิ คา้ หรือบริการ โดยมูลค่าน้ันจะต้องสามารถวัดได้เป็นหน่วยเงินตรา
ซึ่งเป็นลักษณะของการลดลงในสินทรัพย์หรือเพิ่มขึ้นในหน้ีสิน ต้นทุนที่เกิดขึ้นอาจจะให้ประโยชน์ใน
ปัจจุบันหรือในอนาคตก็ได้ เม่ือต้นทุนใดที่เกิดข้ึนแล้วและกิจการได้ใช้ประโยชน์ไปทั้งส้ินแล้ว ต้นทุน
น้ันก็จะถือเป็น “ค่าใช้จ่าย” (Expenses) ดังน้ัน ค่าใช้จ่ายจึงหมายถึงต้นทุนที่ได้ให้ประโยชน์และ
กิจการได้ใช้ประโยชน์ท้ังหมดไปแล้วในขณะนั้นและสาหรับต้นทุนท่ีกิจการสูญเสียไป แต่จะให้
ประโยชน์แก่กจิ การในอนาคตเรียกว่า “สินทรัพย์ (Assets)
สมนึก เอื้อจิระพงพันธ์ (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานิยามของ ต้นทุน (Cost Accounting)
จัดเป็นวิธีการทาง บัญชีท่ีจะทาหน้าท่ีรวบรวมข้อมูลทางด้านต้นทุนของธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรม
โดยมีวัตถุประสงค์พื้นฐานใน การจัดทารายงานทางการเงิน ตลอดจนวิเคราและจาแนกข้อมูลเพ่ือใช้
ในการบริหารตน้ ทุน ( Cost Management) ตามความต้องการของผ้บู รหิ าร
เพ็ญแข สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (2554 : ออนไลน์) ได้ให้คานิยามของ ต้นทุน หมายถึง การ
รวบรวมข้อมูลทางด้านต้นทุนของธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมโดยมีวัตถุประสงค์พื้นฐานการจัดทา
รายงานการเงินรวมถึงการวิเคราะห์ จาแนกข้อมูลเพื่อใช้สาหรับการบริหารต้นทุนตามความต้องการ
ของผู้ประกอบการเช่นโรงงาน โรงแรม ธนาคาร โรงพยาบาล หรือกิจการอื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์
ดังนั้น ต้นทุนในการศึกษาคร้ังนี้ หมายถึง ต้นทุนทั้งหมดจากการลงทุนในการผลิตและ
จาหนา่ ยพรกิ ตัง้ แต่การจดั หาทุนในการลงทนุ จดั หาวตั ถุดิบจนกระทง่ั สาเร็จเป็นสินคา้ สาเร็จรปู
ส่วนประกอบของตน้ ทุนท่ใี ช้ในการผลิตสินคา้ หรือผลติ ภณั ฑแ์ ตล่ ะชนิด (Cost of a Manufactured
Product) จะประกอบด้วยวตั ถุดิบทางตรง คา่ แรงงานทางตรง และค่าใช้จา่ ยการผลิต ซึ่งถ้าพิจารณาในด้าน
ทรัพยากรที่เปน็ สว่ นประกอบของสินค้าแล้ว ประกอบด้วย
9.5.1 วตั ถดุ บิ (Materials)
วัตถุดิบนับว่าเป็นส่วนประกอบสาคัญของการผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์สาเร็จรูป
โดยทั่วไป ซง่ึ ตน้ ทนุ ทเี่ กี่ยวกบั การใชว้ ัตถดุ ิบในการผลิตสนิ คา้ อาจจะถูกแบ่งออกเปน็ 2 ลกั ษณะ คอื
9.5.1.1 วัตถุดิบทางตรง (Direct materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าใช้ในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณและต้นทุนเท่าใด
รวมทั้งจัดเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ท่ีใช้ในการผลิตสินค้าชนิดนั้นๆ เช่น ไม้แปรรูปจัดเป็นวัตถุดิบทางตรง
ของการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ผ้าท่ีใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ยางดิบที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ แร่เหล็กที่
ใชใ้ นอุตสาหกรรมถลุงเหล็ก กระดาษทใี่ ชใ้ นธุรกิจสิง่ พิมพ์ เป็นต้น
9.5.1.2 วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect materials) หมายถึง วัตถุดิบต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
โดยทางอ้อมกับการผลิตสินค้า แต่ไม่ใช่วัตถุดิบหลักหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ เช่น ตะปู กาว กระดาษ
ทรายทีใ่ ชเ้ ป็นสว่ นประกอบของการทาเครอื่ งหนังหรือเฟอร์นิเจอร์ นามันหลอ่ ลืน่ เครื่องจักร เส้นด้ายท่ี
ใช้ในการตดั เย็บเสอื้ ผา้ เป็นตน้ โดยปกตแิ ล้ว วตั ถดุ บิ ทางอ้อมอาจจะถูกเรียกว่า “วัสดุโรงงาน” ซึ่งจะ
ถอื เป็นคา่ ใช้จ่ายการผลิตชนดิ หนึง่
9.5.2 คำ่ แรงงำน (Labor)
ค่าแรงงาน หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือคนงานที่ทา
หน้าท่ีเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ค่าแรงงาน
ทางตรง (Direct labor) และค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor)
9.5.2.1 ค่าแรงงานทางตรง (Direct labor) หมายถึง ค่าแรงงานต่างๆ ท่ีจ่ายให้แก่คนงาน
หรือลูกจ้างที่ทาหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าสาเร็จรูปโดยตรง รวมท้ังเป็นค่าแรงงานท่ีมีจานวนมาก
เม่ือเทียบกับค่าแรงงานทางอ้อมในการผลิตสินค้าหน่วยหน่ึง ๆ และจัดเป็นค่าแรงงานส่วนสาคัญใน
การแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสาเร็จรูป เช่น คนงานที่ทางานเก่ียวกับการควบคุมเคร่ืองจักรที่ใช้ใน
การผลิตก็ควรถือเป็นแรงงานทางตรง พนกั งานในสายการประกอบ เป็นต้น
9.5.2.2 ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect labor) หมายถึง ค่าแรงงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับ
ค่าแรงงานทางตรงที่ใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เงินเดือนผู้ควบคุมโรงงาน เงินเดือนพนักงานทาความ
สะอาดเครื่องจกั ร และโรงงาน พนักงานตรวจสอบคุณภาพ ช่างซ่อมบารุง ตลอดจนต้นทุนท่ีเก่ียวข้อง
กับคนงาน เช่น ค่าภาษีท่ีออกให้ลูกจ้าง สวัสดิการต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งค่าแรงงานทางอ้อมเหล่าน้ีจะถือ
เปน็ สว่ นหน่ึงของค่าใช้จา่ ยการผลิต
9.5.3 คำ่ ใชจ้ ำ่ ยกำรผลิต (Manufacturing Overhead)
ค่าใช้จ่ายการผลิต หมายถึง แหล่งรวบรวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการผลิต
สนิ คา้ ซงึ่ นอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม
ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางอ้อมอ่ืนๆ ได้แก่ ค่าน้า ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าเส่ือมราคา ค่าประกันภัย ค่าภาษี
เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เก่ียวกับการดาเนินการผลิตใน
โรงงานเท่าน้ัน ไม่รวมถึงเงินเดือน ค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าเสื่อมราคา ท่ีเกิดข้ึนจากการดาเนินงานใน
สานักงาน ดังน้นั ค่าใช้จ่ายการผลติ จงึ ถือเป็นท่รี วมของคา่ ใชจ้ า่ ยในการผลติ ทางอ้อมต่างๆ
(Cost pool of indirect manufacturing costs) นอกจากน้ี ยังจะพบว่าในบางกรณีก็มีการเรียก
ค่าใชจ้ ่ายการผลติ ในชอื่ อื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายโรงงาน (Factory Overhead) โสหุ้ยการผลิต (Manufacturing
Burden) ตน้ ทนุ ผลิตทางออ้ ม (Indirect Costs) เป็นต้น
การคานวณต้นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและ
รายงานข้อมลู เก่ยี วกับตน้ ทนุ การผลิตและจาหน่ายพรกิ หนมุ่ เขยี วลูกผสมพนั ธุ์ศรีสดุ า ดังน้ันต้นทุนการ
ผลิตจะประกอบไปด้วยข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต ซ่ึง
แสดงการใชส้ ูตรคานวณดงั ตอ่ ไปนี้
ต้นทนุ การผลติ = วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงงานทางตรง + คา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต
ตน้ ทนุ การผลติ ต่อหน่วย = (วัตถดุ บิ ทางตรง + คา่ แรงงานทางตรง + คา่ ใชจ้ า่ ยในการผลิต)
จานวนหนว่ ยที่ผลิตได้
อัตรากาไรขั้นต้น (GPM) เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลกาไรข้ันต้นกับยอดขาย ทาให้
สามารถประเมนิ ประสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งานของกจิ การเปรยี บเทียบผลกาไรจากการขายเทียบเป็น
รอ้ ยละของยอดขาย
อตั ราสว่ นกาไรขั้นตน้ = กาไรขน้ั ต้น x 100
ยอดขายสทุ ธิ
การคานวณกาไรสุทธิเป็นสูตรท่ีใช้สาหรับงบกาไรขาดทุน (Income statement) ซ่ึงกาไร
สุทธิสามารถคานวณได้จากการนารายได้รวมทั้งทางตรงและทางอ้อมของกิจการ นามาหักลบด้วย
ค่าใชจ้ ่ายท้งั หมด อนั ประกอบดว้ ยต้นทนุ ของสนิ คา้ คา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนินการของกิจการทุกประเภท
รวมทงั้ ภาษีจ่าย ซ่งึ แสดงการใช้สูตรคานวณดังต่อไปนี้
กาไรสุทธ=ิ รายได้รวม - ค่าใชจ้ า่ ยรวม
อัตรากาไรสุทธิเป็นการวัดอัตราส่วนทางการเงินระหว่างผลกาไรสุทธิกับยอดขาย ซ่ึงเป็น
อตั ราสว่ นทบี่ อกถึงความสามารถการทากาไรสทุ ธิของกจิ การ บอกถึงประสิทธิภาพการดาเนินงานของ
กิจการ
อัตรากาไรสุทธ=ิ กาไรสุทธิ x 100
ยอดขายสุทธิ
10. งบประมำณทด่ี ำเนินงำน
10.1 วตั ถุดิบ
10.1.1 เมล็ดพนั ธพ์ ริกหนุ่มเขยี วลูกผสมพนั ธุศ์ รสี ดุ า 200 บาท
10.1.2 ปยุ๋ ตรา ป๋ยุ ทิพย์ 600 บาท
10.1.3 ปุ๋ยเคมี 14-7-35 ตรา เทอราโกร 690 บาท
10.2 วัสดอุ ปุ กรณ์
10.2.1 ผ้ายาง 1,458 บาท
10.2.2 ไม้เสยี บตน้ พริก 600 บาท
10.2.3 เชือกฟาง 500 บาท
10.2.4 ขวดนา้ 100 บาท
10.2.5 ถุงพลาสตกิ 17 บาท
10.2.6 เครื่องสูบน้า 2,376 บาท
10.2.7 ถงั ฉดี ยา 500 บาท
10.2.8 ถังพลาสติก 40 บาท
10.2.9 ตะกรา้ พลาสติก 20 บาท
10.3 คำ่ ตอบแทน
10.3.1 ค่าจา้ งแรงงาน 600 บาท
11. นยิ ำมศัพทเ์ ฉพำะ
11.1 ตน้ ทนุ หมายถึง คา่ ใชจ้ า่ ยในการลงทนุ ปลกู พรกิ หนมุ่ เขยี วลกู ผสมพนั ธศุ์ รสี ดุ า ประกอบดว้ ย คา่
เมลด็ พนั ธุ์ คา่ ป๋ ยุ
11.2 ผลตอบแทน หมายถึง รายได้จากการขายพริกหนุ่มเขียวลูกผสมศรีสุดาสวนป้าบุญช่วย
ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จงั หวดั อุตรดติ ถ์
11.3 ไมเ้ สยี บต้นพรกิ หมายถงึ ไมท้ ่ใี ชเ้ สียบกับต้นพริกเพอื่ ไม่ให้ตน้ พริกเอยี งหรือล้ม
11.4 ผ้ายาง หมายถึง ผา้ ยางทใี่ ชป้ ูกันหญ้า
11.5 พริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา หมายถึง พริกที่มีผลเรียบเป็นมัน ผลสุกสีแดง เนื้อ
หนา น้าหนกั ดี
ภำคผนวก ข
แบบสมั ภำษณ์
แบบกำรสมั ภำษณ์เพ่อื กำรศกึ ษำ/เพื่อกำรจดั ทำโครงงำน โครงงำนศึกษำตน้ ทุน และ
ผลตอบแทนกำรปลกู พรกิ หนุม่ เขยี วลูกผสมพันธุ์ศรีสุดำ กรณีศกึ ษำสวนป้ำบุญช่วย
ตำบลป่ำเซำ่ อำเภอเมอื ง จงั หวัดอุตรดติ ถ์
ส่วนท่ี 1 คำชแี้ จง
1.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงาน
1.1.1 เพ่ือศึกษาต้นทุนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธ์ุศรีสุดา กรณีศึกษาสวน
ป้าบุญชว่ ย ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมือง จงั หวัดอตุ รดติ ถ์
1.1.2 เพอ่ื ศึกษาผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียวลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษา
สวนป้าบญุ ช่วย ตาบลป่าเซา่ อาเภอเมอื ง จังหวดั อุตรดิตถ์
1.2 รายละเอยี ดของโครงงาน
1.2.1 โครงงานนี้จัดทาข้ึนเพ่ือเป็นการศึกษาโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทน
การปลูกพริกลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัด
อุตรดิตถ์ และเป็นกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง
(ปวส.) ในรายวชิ า โครงงาน รหัสวชิ า 30201-8501 ประจาภาคเรยี นที่ 2 ปี การศกึ ษา 2564
1.2.2 ข้อตกลงของโครงงานศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการปลูกพริกหนุ่มเขียว
ลูกผสมพันธุ์ศรีสุดา กรณีศึกษาสวนป้าบุญช่วย ตาบลป่าเซ่า อาเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการให้
ขอ้ มลู จะไม่มผี ลกระทบที่กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายตอ่ ผใู้ ห้ข้อมูลและหนว่ ยงานในทกุ ๆ ด้าน
1.2.3 ประโยชน์ของโครงงาน มีความมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ท่ีดีต่อการเรียนรู้ของ
ผเู้ รียนจากการปฏบิ ัติจรงิ และได้ส่งเสรมิ การมสี ว่ นร่วมระหว่างสถานศึกษากับสังคมและชุมชนในการ
ร่วมกนั พัฒนาการดาเนินงานใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลอยา่ งยั่งยืน
ส่วนที่ 2 รำยละเอยี ดของกจิ กำร
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ทว่ั ไป
1.1 ชื่อเจา้ ของกิจการ………………………………..……………………………….
1.2 ลกั ษณะของธุรกิจ………………………………………………………………...
1.3 ระยะเวลาดาเนินกจิ การ………………………………………………………..
1.4 ผลิตภัณฑ์……………………………………………………………………………
1.5 ช่องทาง/สถานทจ่ี าหน่าย………………………………………………………
1.6 จานวนพนักงาน…………………………...............................................
1.7 แนวคดิ ในการเรมิ่ ต้นประกอบธุรกจิ ………………………………………..
1.8 อ่นื ๆ……………………………..........................................................
ตอนที่ 2 ขอ้ มลู ด้านการบริหารจดั การและการเงนิ ของกิจการ
รำยกำร รำยละเอยี ด จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
1. ข้อมลู การลงทุน
1.1 เงินทนุ หมนุ เวยี น
1.1.1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร
1.1.2 วสั ดุสานักงาน/วัสดุส้ินเปลือง
1.1.3 อน่ื ๆ
1.2 ทดี่ ิน อาคาร และอปุ กรณ์
1.2.1 ทด่ี นิ
1.2.2 อุปกรณ์
1.3 แหลง่ เงินทนุ อนื่ ๆ
1.3.1 เงินกู้ธนาคาร
1.3.2 เงนิ กู้สหกรณ์ (ระบ)ุ สหกรณ์อะไร)
1.3.3 เงินก้นู อกระบบ
1.3.4 อื่น ๆ ............................................
2. ขอ้ มลู ดา้ นการจาหนา่ ย
2.1 สินค้าและบริการ
2.1.1 ปรมิ าณ
2.1.2 ราคาขาย
3. ขอ้ มลู ปรมิ าณการผลติ (หนว่ ยผลิต)
3.1 สนิ คา้
3.1.1 ตอ่ วัน
3.1.2 ต่อสัปดาห์
3.1.3 ต่อเดอื น
4. ข้อมูลต้นทนุ การผลิต (DM + DL + MOH)
(คดิ ตามหน่วยการผลติ )
4.1 วตั ถุดบิ ทางตรง
4.1.1 .........................................................
4.1.2 ..........................................................
4.2 คา่ แรงงานทางตรง
รำยกำร รำยละเอยี ด จำนวนเงนิ หมำยเหตุ
4.2.1 ..........................................................
4.2.2 ..........................................................
4.2.3 ..........................................................
4.3 คา่ ใช้จ่ายในการผลติ
4.3.1 วตั ถุดบิ ทางออ้ ม
4.3.2 ค่าแรงงานทางออ้ ม
4.3.3 คา่ ใช้จ่ายในการผลติ อื่น ๆ
5. ข้อมลู ตน้ ทุนงวดเวลา (ค่าใช้จา่ ยในการดาเนนิ งาน)
5.1 ค่าใช้จ่ายในการขาย
5.1.1 ........................................................
5.1.2 ..........................................................
5.2 ค่าใชจ้ า่ ยในการบรหิ าร
5.2.1 ..........................................................
5.2.2 ..........................................................
6. ข้อมลู ดา้ นการเกบ็ รักษาสินค้าและบริการ
6.1 สถานท่ีจดั เกบ็
6.1.1 สินคา้ ท่ี 1 แหลง่
6.2 ปริมาณสงู สดุ
6.2.1
6.3 ปรมิ าณตา่ สุด
6.4 ตน้ ทุนการเก็บรักษา
7. ขอ้ มูลดา้ นอน่ื ๆ
7.1 ..........................................................
7.2 ............................................................
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ภำคผนวก ค
ภำพกำรดำเนนิ งำน
โครงงำนกำรศึกษำต้นทนุ และผลตอบแทนกำรปลูกพริกหนมุ่
เขียวลูกผสมพนั ธุศ์ รสี ดุ ำกรณีศกึ ษำสวนป้ำบญุ ช่วย ตำบลป่ำเซำ่
อำเภอเมือง จังหวดั อตุ รดติ ถ์
( รูปภำพที่ 1,2 : ไถท,่ี วำงท่อน้ำหยดลงดิน )
( รปู ภำพที่ 2 : วำงผำ้ ยำงคลุมล่องดิน )
( รปู ภำพท่ี 3 : เพำะตน้ กล้ำพรกิ หน่มุ เขียวลกู ผสมพนั ธศ์ รสี ดุ ำ )
( รูปภำพท่ี 4 : นำต้นกล้ำพริกหนุม่ เขียวลูกผสมพนั ธศ์ รีสุดำลงปลูก )
( รูปภำพที่ 5 : ผสมปุ๋ยบำรงุ ต้นพริกหนมุ่ เขียวลกู ผสมพนั ธศ์ รสี ุดำ )
( รูปภำพท่ี 6 : สัปดำหท์ ี่ 1 ของต้นพริกหนุม่ เขียวลูกผสมพนั ธศ์ รสี ุดำ )
( รูปภำพท่ี 7 : สัปดำห์ที่ 2 ของตน้ พรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพันธศ์ รสี ุดำ )
( รูปภำพท่ี 8 : สัปดำหท์ ี่ 3 - 4 ของต้นพริกหนุ่มเขียวลกู ผสมพันธศ์ รีสุดำ )
( รูปภำพท่ี 9 : สัปดำห์ที่ 5 - 6 ของตน้ พรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธศ์ รสี ุดำ )
( รูปภำพที่ 10 : สัปดำหท์ ี่ 7 - 8 ของต้นพรกิ หนมุ่ เขียวลูกผสมพนั ธศ์ รีสุดำ )
( รูปภำพที่ 11 : สปั ดำห์ท่ี 9 - 10 ของตน้ พรกิ หน่มุ เขียวลกู ผสมพนั ธศ์ รสี ุดำ )
( รปู ภำพท่ี 12 : สปั ดำห์ที่ 11 - 12 ของตน้ พรกิ หนุ่มเขยี วลกู ผสมพนั ธ์ศรีสุดำ )
( รูปภำพท่ี 13 : สัปดำห์ท่ี 13 ของตน้ พรกิ หนุ่มเขียวลกู ผสมพนั ธศ์ รสี ุดำ )
( รปู ภำพท่ี 14 : ใสป๋ยุ บำรุงตน้ พริกหน่มุ เขียวลกู ผสมพนั ธศ์ รสี ดุ ำ )
( รปู ภำพที่ 15 : ใสปยุ๋ บำรงุ ตน้ พริกหน่มุ เขียวลูกผสมพันธ์ศรีสุดำ )
( รูปภำพท่ี 16 : ผู้จดั ทำและเจำ้ ของสวนพรกิ หนุม่ เขียวลูกผสมพนั ธ์ศรสี ดุ ำ )
ภำคผนวก ง
ประวตั ิผู้ศึกษำ
ประวัตผิ ้ศู ึกษำ
ชอื่ - สกลุ : นางสาวนฤวรรณ์ เอย่ี มสงคราม
ชอ่ื เลน่ : ฟรอย
วัน/เดือน/ปีเกดิ : 21/ม.ี ค./2545
เบอรโ์ ทร : 082-920-7668
อเี มล : [email protected]
ประวัตกิ ำรศึกษำ : ระดับประกาศนยี บตั รวิชาชพี (ปวช.) วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอตุ รดิตถ์
ระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพชัน้ สูง (ปวส.) วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาอุตรดติ ถ์
ประวัตผิ ศู้ กึ ษำ
ชอื่ - สกลุ : นางสาวภญิ ญดา พนั ละภะ
ชอื่ เลน่ : ปีม
วัน/เดอื น/ปเี กดิ : 22/มิ.ย./2544
เบอรโ์ ทร : 098-756-4970
อีเมล : [email protected]
ประวัติกำรศกึ ษำ : ระดับประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุตรดติ ถ์
ระดับประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชนั้ สงู (ปวส.) วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาอตุ รดติ ถ์
ประวตั ิผูศ้ กึ ษำ
ชอ่ื - สกลุ : นางสาวมุทิตา คาบุญมา
ชอ่ื เลน่ : อาร์
วนั /เดอื น/ปเี กดิ : 28/มี.ค./2545
เบอรโ์ ทร : 094-253-8920
อีเมล : [email protected]
ประวตั กิ ำรศึกษำ : ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาอุตรดิตถ์
ระดับประกาศนียบตั รวิชาชพี ชนั้ สูง (ปวส.) วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอตุ รดติ ถ์