51 - สิทธิในที่ดิน - ชาวบ้านยังไม่ได้เอกสารสิทธิที่ดินเป็ นของเองตน - ชาวบ้านอยู่เขตป่ าอุทยานทางหน่วยงานป่ าไม้ไม่ยอมรับในเชิญกฎหมายใด - มีหน่วยงานป่ าไม้มาควบคุมดูแลในเขตป่ าชุมชน ข้อเสนอแนะ ให้กฎหมายยอมรับทางวัฒนธรรมและความเป็ นอยู่ของชุมชน ให้ออกเอกสารสิทธิในเชิญทางกฎหมาย ให้เปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่ไม่ให้ชาวเขาอยู่กับป่ า
52 บทที่ 4 ความเชื่อเรื่อง การเกิด / การแต่งงาน / การตายและการมาเกิดใหม่ ความเชื่อเรื่องการเกิดของเด็ก ชนเผา่ลาหู่เชื่อวา่การคลอดลูกของผหู้ญิง ในหมู่บา้นลาหู่ดว้ยกนัเองน้นให้ความเห็นต่างๆ กัน ั ไป ถึงการคลอดลูกของภรรยาว่าจะให้ผู้ใดเป็ นผู้ท าคลอด เพราะส าหรับลาหู่บางคนตัวสามีเองจะเป็ น ผทู้า คลอดใหภ้รรยาบางคนอาจจะมีแม่เฒ่าทา หนา้ที่เป็นหมอตา แย ประจา หมู่บา้น หรือหญิงน้นัจะทา คลอดดว้ยตวัเอง โดยมีเพื่อนบา้น คอยช่วยเหลือและบางคร้ังผเู้ป็นพ่อของหญิงน้นัจะเป็นผทู้า คลอดให้ บุตรสาวของตนเอง ในกรณีให้ผู้อื่นช่วยท าคลอดให้จะต้องมีค่าจ้างตอบแทน อาจเป็ นเงินหรือเป็ น ข้าวสารก็ได้ตามแต่จะตกลงกัน ในตัวผู้ท าคลอดเองจะต้องมีความรู้เรื่องการท าคลอดหรือเป็ นผู้ที่มี ความชา นาญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นข้นัตอนสา คญที่เกี่ยวกับความเป็ นความตายของเด็กและมารดา ั ตอ้งคอยนวดหลงัเพื่อให้รกตามออกมาภายหลงัเมื่อเด็กคลอดออกมาหรือตกฟากจากน้นั ใหใ้ชผ้า้ม่านที่ ก้นัไวก้่อนน้นัหุม้ตวัส่วนมารดาจะพาเขา้ไปในหอ้งอีกห้องที่เตรียมไวเ้พื่อทา ความสะอาดและพกัผอ่น ทิ้งภาระเกี่ยวกบัเด็กให้เป็นหน้าที่ของสามีหรือผู้ช่วยเหลือ ซึ่งจะใช้เชือกฝ้ายผูกสะดือเด็กเป็ นสอง เปราะและตดัสายสะดือ ดว้ยกรรไกรใชน้ ิ้วมือควา้นปากเด็กเพื่อใหเ้ด็กหายใจไดส้ะดวกส่งเด็กใหอ้ีก คนหน่ึงไปลา้งตวัเด็กดว้ยน้า อุ่น แลว้พนัผา้ออ้มวางไวใ้นตะกร้า นา ไปไวข้า้งเตาไฟเพื่อใหเ้กิดความ อบอุ่น ลักษณะเด็ก เด็กจะเขียวคล้า ไปท้งัตวัเนื่องจากถูกความเยน็อยา่งกระทนัหนัผเู้ป็นสามีจะใช้ น้า อุ่นลา้งรกและสายสะดือ( ยาพือ ) ใหส้ะอาด เพื่อเป็นการป้องกนัการติดเช้ือหรือมีตุ่มข้ึนตามตวั น ารก ( ยาพือ ) ใส่ภาชนะไปขดุหลุมฝังไวใ้ตถุ้นบนัได ก่อนฝังหมอผีจะทา พิธีจุดเทียนข้ีผ้ึง สวด คาถาให้ไว้ในหลุม จึงฝังรกตามพร้อมกับกลบดินให้แน่นวางทับด้วยท่อนไม้เพื่อป้องกันสัตว์มาขุดคุ้ย ลาหู่ มีความเชื่อว่าฝังรกนี้เป็นชีวิตของเด็กนอ้ยเมื่อเด็กเจ็บป่วยผเู้ป็นพ่อจะนา น้า ร้อนไปร้อนรดที่ฝังรก เป็ นการกระตุ้นเตือนให้ช่วยปกป้องรักษาด้วย ความเชื่อเรื่องการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาสุขภาพของชาวลาหู่ 1. ความเชื่อในการรักษาสุขภาพชาวลาหู่ว่า การเจ็บป่วยเกดิจากสาเหตุหลายประการ 1.1 ขวญัอ่อนมีความเชื่อวา่การเจ็บป่วยที่เกิดจากภูตผีหรือเจา้ที่เจา้ทางลาหู่เรียกวา่น้ีซ่ึงมี3 ประการ 1.2 สาเหตุของการเจ็บป่ วยเนื่องจากถูกผีป่ ารบกวน 1.3 การเจ็บป่ วยเนื่องจากถูกวิญญาณที่อยู่ในบ้านรบกวน ถ้ามีคนที่อยู่ในบ้านตายไม่ดีไม่ สามารถ ไปสู่โลกของวิญญาณได้จึงมารบกวนคนในบ้านให้ท าพิธีส่งดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์
53 1.4 การเจ็บป่ วยเนื่องจากอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหกัขอ้เทา้แผง มีดบาด อุบตัิเหตุเหล่าน้ี เกิดข้ึนได้ เชื่อวา่เป็นการเวรกรรม เคราะห์กรรมของตวัเองและดว้ยความประมาท เมื่อไดร้ับอุบตัิเหตุเหล่าน้ีแลว้ ก็จะพน้เคราะห์ไปหรือเป็นบทเรียนให้เรามีความระมดัระวงัมากข้ึน วิธีการรักษาหมอแต่ละคนจะไม่ เหมือนกันบางคนใช้สมุนไพร บางคนรักษาดว้ยคาเป่า บางคนใชว้ิธีการบีบ นวด บางคนใชท้ ้งั 3 วิธี คือ 1. การเจ็บป่วยเนื่องจากแมลงกดัต่อย เช่น ถูกงูกดัแมลงกดัต่อย การรักษามีท้งั ทางพิธี กรรม และการรักษาโดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น ถ้างูกัดต้องรับเอาพิษออก มัดไม่ให้พิษเข้าใจ ถา้ผ้ึงต่อยตอ้งเอาเหลก็ในออกก่อน หรือใชค้าถาเป่า ใชส้มุนไพร ปัจจุบนัมีการใชว้ิธีการรักษาตามยา แผน ปัจจุบนัมากข้ึน 2. การเจ็บป่ วยเนื่องจากอาหารเป็ นพิษ กินอาหารที่มีพิษ เช่น เห็ดที่เป็ นพิษ ท าให้ มี กระบวนการเรียนรู้วิถีชีวิตในเรื่องอาหารกิน วิธีเลือกกินอาหารที่ถูกต้องรู้ว่าพืชชนิดใดออกตรงไหน และไม่ควรกินอย่างไร 3. การเจ็บป่วยเนื่องจากเป็นไปตมธรรมชาติเช่นการเจ็บป่วยที่มาจากการต้งัครรภ์ การเจ็บ ป่วยที่เกิดจากการคลอดบุตร การเจ็บป่วยที่เกิดจากความชรา ซ่ึงวิธีการรักษาจะมีท้งัพิธีกรรม การบีบ นวด และยาสมุนไพร 2.หมอพื้นบ้าน 2.1 หมอทางพิธีกรรม หมอพ้ืนบา้นที่เกี่ยวขอ้งกบัขอ้งสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิและเป็นผทู้ี่ติตต่อระหวา่ง มนุษย์กับพระเจ้าโดยเป็ นผู้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น พิธีเรียกขวัญ ( ฮา โค เว ) 2.2 หมอคาถา ผู้รู้คาถาอาคม หมอคาถาหรือผู้รู้คาถารักษากระดูก บางคนรู้คาถาห้ามเลือด บางคนคนรักษาไฟไหม้น้า ร้อนลวด หรอแมแ้ต่คาถาเป่ากนัผีร้ายก็มี 2.3 หมอยาสมุนไพร เป็ นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค ต่างๆ หมอแต่ละคนจะมีความสามารถในการรักษาโรคที่ไม่เหมือนกนัท้งักระบวนการและวิธีการ รักษาที่เป็ นของเฉพาะตัว รวมท้งัการไดม้าซ่ึงความรู้เรื่องยาและวิธีการรักษาที่ต่างกนัเช่นโดยการ เรียนรู้ได้จากถ่ายทอดของครอบครัว คือ จากปู่ ย่า พ่อ แม่ จากพ่อสู่ลูก สู่หลาน มีกระบวนการ ถ่ายทอดโดยทางอ้อม เช่น เวลาไปเก็บยาสมุนไพรจะพาลูกหลานไปด้วยหมอยาจะอธิบายสรรพคุณ ของยาแต่ละชนิดใหฟ้ ัง รวมท้งัสูตรยาและวิธีการผสมกบัการเรียนรู้โดยการไปขอเรียนโดยไปศึกษา จากหมอยาที่เก่งๆ และมีเสียงหมอยาบางคนไดสู้ตรยามาโดยการฝันหรือที่เรียกวา่ยาผีบอก
54 การรักษาสุขภาพทางด้านจิตใจ ดา้นจิตการรักษาสุขภาพทางดา้นจิตใจน้นัรวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชีวิตประจ าวันของ ครอบครัว ชุมชน เช่นการดูแล ซึ่งกันและกัน ห่วงใยกันและกัน การรู้จักบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน การแบ่งป้ัน ความเห็นอกเห็นใจ จะใหสุ้ขภาพจิตดีทา ใหสุ้ขภาพดีดว้ย สังคมลาหู่จะใหค้วามสา คญั ชดัเจนมากในเรื่องของการช่วยเหลือซ่ึงกนัและกนัท้งัหญิงและชาย การดูแลรักษาสุขภาพจิตจะ เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมต่างๆ เช่น พิธีกรรมต่าง ๆ 1. พิธีกรรมการเรียกขวัญ ( ฮา โค เว ) พิธีกรรมการเรียกขวัญจะท าต่อเมื่อเด็กไม่สบาย นอนไม่หลับ มีอาการรู้สึกว่า กระวนกระวาย ตกใจง่าย เจ็บป่ วยบ่อยๆ ผู้เป็ นพ่อแม่ต้องไปบอกให้โตโบมาท าพิธี อุปกรณ์ในการเรียกขวัญ 1. ฝากะบุง ใส่ผ้าขาว 2. ก าไลข้อมือ นาฬิกา 3.ขา้วเปลือกที่ควั่สุก 4.ไก่ตวัผู้1 ตวั 5.ใบไม้ 6. ข้าวสาร 7. บันไดเงิน 8. ฝ้าย 1 เส้น 9. ทรัพย์สินต่าง ๆ เงิน สาเหตุที่ต้องใช้ไก่กา ไล ข้าวคั่ว เพราะ ไก่ คือ ถา้ไดย้นิเสียงไก่ขนั ใหร้ีบกลบัมา ก าไล คือ ให้ขวัญของผู้ป่ วยใส่ก าไลมือ นาฬิกากลับมา ข้าวคั่วสุก ให้ขวัญของมาอยู่บ้าน เพราะเรามีข้าวมีอาหารกินอยู่ ผทู้ี่ทา พิธีกรรมดา้นน้ีเรียกวา่ (ฮา โค เว) ค ากล่าวผู้ท าพธิี จะพูดว่าขวัญเอ๋ยขวัญอยไู่หนของนายน้นัน้ีทางโลกเราน้ีเจริญศิวิไลมีของกินต่างๆ มากมายรอ อยู่มีเงินทองเหลือใช้เจา้ของเจา้รออยขู่อใหเ้จา้กลบัมาหาเจา้ของแต่นบับดัน้ีเฮาฮูฮู้…. 2.การท าพธิีมูแถะ เน่เต่เว เป็ นการท าพิธีกับ เฉพาะต้นไม้ 2 ชนิด เท่าน้นัคือ ไมพ้ะโล้ ไมฮ้ดัผืที่จะทา พิธีน้ีคือ หม้อ หรือหมอเทพ จะทา พิธีก็ต่อเมื่อ บุคคลน้นัเป็นแผล เป็นตุ่มตามผิวหนงัเร้ือรัง สถานทา พิธีจะทา พิธีจะ ท าใต้ต้นไม้ 2 ชนิดน้ีเท่าน้นัหลงัจากทา พิธีที่ตน้ ไมแ้ลว้ผคู้นน้นัจะไม่เขา้ไปใกลห้รือตดัเพราะหาก ใครทา ลายเชื่อวา่ผีร้ายบุคคลน้นั หลังท าพิธีเสร็จให้เอาด้ายไปมันกับคนที่เป็ นไข้ อุปกรณ์ที่ใช้ในพธิีมูแถะเน่เต่เว
55 1. ด้ายสีด า ด้ายสีขาว ด้านสีแดง 2. ตะเหล๋ว สามเหลี่ยม 4 อัน 3. กระบอกน้า 1 กระบอกทราย 2 กระบอก 4. เทียมไข 1 คู่ 5. ค่าทะเนียม 20 บาท กฎข้อห้าม 1.ห้ามตัดต้นไม้ 2 ชนิดน้ี 2.ห้ามเข้าใกล้บริเวณที่ท าพิธีกรรม 3.หา้มหาฟืนในบริเวณน้นัเด็ดขาด 3. พธิีการบุญผูกข้อมือเด็ก พิธีกรรมน้ีเป็นการรักษาคนไขท้ี่มีการอ่อนเพลีย การพ้ืนไข้หรือสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ โดย ครอบครัวผปู้่วย จะฆ่าหมู่ทา อาหารเล้ียงคนเฒ่า คนแก่เพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง มาร่วมรับประทาน อาหาร หลงัจากน้นัจะมีการมดัมืออวยพร ใหก้บัผปู้่วย และคนในบา้นทุกคน เพราะเชื่อวา่เป็นการ แบ่งบุญใหแ้ก่กนัและกนัผูป้่วยอาจจะมีบุญไม่พอ เพื่อนบา้น และญาติพี่นอ้งจึงเอาบุญมาช่วย อุปกรณ์ที่ใช้ในการท าพธิี - หมูหรือไก่ - ตะกร้า - เทียนไข อาหาร ข้าว หมายเหตุ ฯ คนท าพิธี คือ โตโบ หรือ คะแซ มีหน้าที่ในการสวด 4. พิธี ลี จ่อ เว ( การขอมา ) เป็ นพิธีการรักษาคนใช้ทีมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และสภาพจิตใจไม่ปกติ ซึ่งเชื่อว่ามี การบาดหมางกับพ่อ แม่ หรือ ปู ย่า ตอ้งทา พิธีไปขอขมา โดยจะใชไ้ก่ 1 ตัว ท าอาหารให้กิน เพื่อ เป็ นการขอขมาจาก พ่อ แม่ หรือปู่ ย่า อุปกรณ์ในการขอขมา 1. ตะกร้า 2. เทียน 3. ส าลี 4. ไก่5. เส้ือผา้1 ชุด 5. พิธี ยอ ยะ เว มาจากการเกิดสุริยุปราคา และจันทร์ปราคา หรือที่ลาหู่เรียกว่า อาปา ป่าจา มูยีลาจา เวถ้า เกิดเหตุการณ์สุริยุปราคา หรือจันทรุปราคา ลาหู่มีความเชื่อว่าเกิดการกัดกินกันระหว่างดวงอาทิตย์ และดวงจนัทร์หรือกบกินดวงจนัทร์จะทา ใหม้ีเลือดออกมา เลือดน้นัเป็นเลือดไม่ดีเชื่อวา่เลือดน้นั เป็ นผีชอบมารังควาน และรบกวน หลอกหลอน ถา้ตกลงใส่หลงัคาบา้นใด จะทา ใหค้นในบา้นหลงัน้นั หรือครอบครัวน้นัเกิดการไม่สบาย และเจ็บไขไ้ดป้่วยบ่อยๆ เช่น นอนไม่ค่อยดีอื่นๆ ดงัน้นัจะตอ้ง
56 ท าพิธีดูแล รักษา โดยการท าพิธีกรรมการ ยอ ยะ แมะ เยาะ เว จ าทา พิธีกรรมการขบัไล่ผีท้งัในบา้น และในล าห้วย อุปกรณ์ในการท าพธิียอยะ เว 1. ต้นอายอ แจ๋ 1 ต้น 2. ต้นกล้วย 1 ต้น 3. ต้นปะเลา 1 ต้น 4. หญ้าคา 1 มัด 5. แหล่วจอยาว 1 อัน 6. ไข่ 1 ฟอง 7. แหวโต๋9 ช้นัติดในบา้นที่หวันอน กบัที่ประตูบา้น 8. แหล๋ว 7 ตา 4 ชิ้น ติด 4 มุมบา้น 9. ม่ไผ่สาน 1 แผ่น 10. ไม้กวาดหญ้าคา 1 อัน 11. รูปป้ันมา้1 ตวั 12.รูปป้ันชา้ง 1 ตวั13.รูปป้ัน 1 ตวั 14. เทียน 8 คู่ 15. สรวย 2 อัน 5. แมะ เยาะ เว ( พิธีกรรมการส่งดวงวิญญาณคนตายโหง ) คือ การไล่ผีตายโหงไม่ให้มารบกวนเครือญาติหรือวงศ์ตระกูล แมะ เยาะ เว จะกระท า เมื่อ ญาติพี่น้อง หรือคนในครอบครัวคนใดคนหนึ่งเสียชีวิตจากการเกิดเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุท าให้ เลือดตก เช่น ถูกไม้ล้มทับตาย ถูกยิงตาย หรือรถชนตาย ลาหู่มีความเชื่อว่าดวงวิญญาณไม่สามารถ ไปสู่สวรรค์ ดวงวิญญาณจึงกลับมารบกวน รังควาน เครือญาติ วงศ์ตระกูล เพื่อเป็ นการขอให้ญาติพี่ น้องช่วยท าบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ เพื่อจะได้ไปสู่สวรรค์ หรือสู่สุคติ ถ้าไม่ท าพิธี แมะ แยาะ เว ดวงวิญญาณจะมารบกวน รังควาน ท าให้คนในตระกูลจะตายโหงไดอ้ีก ดงัน้นัญาติพี่นอ้งจะตอ้ง ท าพิธี แมะ เยาะ เว ให้ออกไปจากบ้าน สถานที่ในการท าพิธี แมาะ เยาะ เว สถานที่ทา ะพิธีคือในแม่น้ า หรือลา ห้วย โดยทา กระท่อม 1 หลัง มี 9 ห้อง ด้านในจะมี อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใชใ้นพิธีเพื่อส่งไปใหแ้ก่ดวงวิญญาณของผตู้าย ไดน าไปใช้ในภพหน้า ้ วิธีการท าพิธีกรรม แมาะ เยาะ เว มี 2 ขั้นตอน คือ 1. ท าพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของคนตายโหงออกจากบ้าน 2. ทา พิธีส่งดวงวิญญาณของคนตาย ไปตามสายน้า ในลา หว้ยใหไ้ปสู่สุคติ 3. พิธีการท า แมาะ เยาะ เว ท าที่บ้าน และล าห้วย เพื่อไล่ผีออกจากบา้น ลงตามน้า ตราบใดที่น้า 4. ยงัไม่ไหลกลบัก็ไม่ตอ้งกลบัมา ตราบเมลด็ขา้วที่ควั่ ( คือข้าวตอก ) ไม่งกหรือ ถ้างอกหรือ 5.ถา้เมลด็พนัธุ์ควั่สุกเหล่าน้นั ไม่งอกกไ้ม่ตอ้งกลบัมา ภูเขา ยงัไม่กลบัหวักลบัหาง ก็ไม่ตอ้งกลบั มา ถ้าไปทางถนน ขี่ช้าง ม้าเงิน มา้ทอง ถา้ไปทางน้า ล่องแพไป ไปสู่สถานที่ที่แสดงอาทิตย์ และแสดงจันทร์ไม่สามารถจะส่องไปได้
57 อุปกรณ์ในการท าพธิีแมาะ เยาะ เว 1. ข้าวตอก 1 ถุง 2. สรวย 2 อัน 3. ผ้าสีแดง และสีด า ติดแหล๋วอย่างละ 1 คู่ 4. แหล๋วโต๊ 9 ช้นั 2 อัน 5. แหล๋วจอยาว 9 อัน 6. ช้อนไม้ไผ่ 9 อัน 7. ทัพพี่ไม้ไผ่ 9 อัน 8. ตะเกียบ 9 อัน 9. ไหมด า 9 คู่ พธิีการแต่งงานของลาหู่ การแต่งงานและการกินแรงลูกเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงต่อกันไม่สามารถที่จะแยกออกเป็น 2 รูปแบบหรือ 2 ประเด็น ได้ซึ่งเป็ นวิวัฒนาการทางวัฒนาธรรม ที่สืบทอดกับมายาวนานในสังคมลาหู่ ด้ังเดิมกล่าวคือ เมื่อมีการแต่งงานตอ้งมีการกินแรงลูกตามมาท้ังน้ีท้ังสองเกิดข้ึนกับคู่สามีภรรยาที่ แต่งงานกันความรักและการแต่งงาน ค าว่า ความรักทุกผู้รู้คนจะต้องรู้จักบางคนบอกว่าความรักไม่มี ตัวตนแต่นนั่เป็นเพราะวา่เขายงัไม่สามารถที่รู้ถึงสิ่งที่อยภู่ายใตจ้ิตสา นึก เช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อ ลูกความรักที่เพื่อนมีต่อเพื่อน ของคู่สามีภรรยาแต่ตอ้งเพื่อนร่วมโลกดว้ยกนัซ่ึงคา ๆ น้ีเกินกว่าที่เราจะ บรรยายให้หมดเปลือกได้เพราะโลกของความรักกว้างใหญ่ไพศาลไร้อาณาเขต ส าหรับลาหู่แล้วก็ถือว่า เป็ นเผ่าพันธุ์ที่มีความผูกพันธ์กับค าว่า ความรักเป็ นอย่างดี เพราะวิถีชีวิตในปัจจุบันแสดงให้เห็นถึง ภาพสามารถสะท้อน ถึงความรักที่มีอยู่ในชุมชน ชุมชนอยู่เป็ นกลุ่มก้อนเพราะความรัก ความรัก ระหว่างหนุ่มสาว ซึ่ งยังคงแสดงความรักไว้เป็นอย่างดีการแต่งงานจะเกิดข้ึนก็ต่อเมื่อสองฝ่าย ปรองดองหรือความเขา้ใจอย่างลึกซ้ึงแต่ตามประเพณีการแต่งงานของลาหู่น้นั ฝ่ายชายจะเป็นผูท้ี่ไปสู่ ขอฝ่ ายหญิง โดยที่ผู้ที่ต้องการแต่งงานจะต้องหาพ่อสื่อแม่สื่อเป็ นตัวแทนไปเจรจาเรื่องขอแต่งงานกับ พ่อแม่ของฝ่ ายหญิง พ่อสื่อแม่สื่อน้ันจะตอ้งมีความเกี่ยวขอ้งมีขอ้มีขอ้ผูกพนัธ์ต่อสามีภรรยาที่เกิดข้ึน น้นัคลอดระยะช่วงที่ท้งัสองเล้ียงพ่อแม่ ( กินแรง ) ของท้งัสองฝ่ายหรืออาจเรียกไดว้่ามีขอ้ผูกมดักบั คู่บ่าวคู่สาวตลอดชีวิตก็ถือว่าได้ เรียกง่ายๆ ว่าเป็ นผู้ปกครองของคู่บ่าวสาวหรือสามีภรรยาที่เกิดข้ึน น้นัเมื่อพ่อสื่อแม่สื่อสามารถตกลงกบัพ่อแม่ฝ่ายหญิงไดแ้ลว้การแต่งงานจึงจะเกิดข้ึน ขั้นตอนการแต่งงาน 1. ฝ่ ายชายหาพ่อสื่อแม่สื่อไปขอพ่อแม่ฝ่ ายหญิงให้ยินยอมแต่งงานกับลูกตัวเอง 2. หลังจากที่ตกลงกันแล้วก็จะจัดพิธีแต่งงานที่บ้านของฝ่ ายหญิง 3. การแต่งงานจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการท าพิธี แล้วถึงจะเป็ นคู่สามีภรรยาที่ถูกต้องตาม ประเพณี 4. การฉลองการหลงัการแต่งงานในค่า คืนน้นั 5. หลังการแต่งงาน 1-2 วัน ห้าม ไปไหนอยู่แต่ในบ้านหรือในหอ
58 หมายเหตุ คู่บ่าวสาวที่ยงัโสด และไม่เคยการแต่งงานมาก่อนจะแต่งงานกัน ในเวลา กลางคืน แต่ถา้เป็นคู่ที่เคยผา่นการแต่งงานมาก่อนก็จะแต่งงานกนั ในเวลากลาง วนั อุปกรณ์ที่จะใช้ท าพธิีแต่งงาน 1. เส้นด้ายจะต้องมัดมือ 1 เส้น ยาวพอที่จะตัดให้เป็ น 2 เส้น เพื่อมัดมือคู่บ่าวสาวหลังการท าพิธี 2. น้า 1 แก้วส าหรับให้คู่บ่าวสาวดื่มร่วมกัน 3. เทียนไข 1 คู่ ส าหรับจุดท าพิธีให้กันคู่บ่าวสาว 4. ขนม ยาสูบ บุหรี่ และของกินต่างๆ ที่เตรียมไว้ 5.ไก่หรือหมูหรืออยา่งอื่นก็ได้เพื่อเป็นอาหารรับรองแขกต่างๆ 6. สิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ ฝ่ายกบัพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเสียจะมากกว่าฝ่ายชาย 2 เท่า เพราะเหตุว่าใน ช่วงระยะเวลากินแรงน้ัน จะอยู่กบัพ่อแม่ฝ่ายหญิง 2 ปี ฝ่ ายชาย 1 ปี ส าหรับเรื่องค่าสินสอดทอง หม้นัน้นัจะไม่มีเพราะเหตุวา่ชาวลาหู่น้นัมีการกินแรงลูก องค์ประกอบของการแต่งงาน หัวใจส าคัญของการแต่งงาน คือการที่คู่บ่าวสาวหรือภรรยาอยู่ร่วมกนัจนแก่เฒ่าน้นัเอง ชาวลา หู่เห็นความสา คญัจึงตอ้งมีองคป์ระกอบการแต่งงานเพราะองคป์ระกอบท้งั 3 ที่กล่าวถึงต่อไปน้ี - เจา้บ่าวเจา้สาวหรือคู่สามีภรรยามีหน้าที่ประสานใจของคนท้งัสองให้เป็นใจเดียวกันและ สามารถใชช้ีวิตร่วมกนัไดจ้น แก่เฒ่า -พ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีหน้าที่ส่งเสริมให้ท้งัสองคนไดอ้ยู่ร่วมกัน สามารถสั่งสอนตกัเตือน หากเห็นว่ามีจุดบกพร่อง บอกหนทางการอยู่ร่วมกนัหรือการมีคู่ครองอย่างมีความสุขท้งัสองคนจะลง จากเรือน - พ่อสื่อแม่สื่อไม่ใช่เพียงสื่อรักท้งัสองคน ไดแ้ต่งงานกัน มีหน้าที่ประสานงานของทุกฝ่าย เช่น ให้คู่ให้บ่าวสาวมีความเขา้ใจกันก็จะกล่าวตกัเตือนสั่งสอน และบอกให้พ่อแม่ทราบด้วยต่อไป เพื่อให้ด าเนินการ อย่างใดอย่างหนึ่ง พธิีงานศพของลาหู่ ในหมู่บ้านลาหู่ หากผู้หนึ่งผู้ใดเสียชีวิตลง เพื่อนบ้านทุกคน จะต้องหยุดท างานเพราะถือว่า มีข้อห้ามว่า เช่น ห้ามไปท าไร่ทา สวน หา้มตา ขา้ว หา้มเอาสัตวเ์ล้ียงออกจากหมู่บา้น เพราะวา่ถา้สัตว์ เล้ียงออกจากหมู่บา้นแลว้ สัตวต์วัน้นัจะตาม ข้ันตอนในการเตรียมงาน ญาติพี่น้องจะต้องอาบน้ าศพ น าเส้ือผา้ใหม่มาสวมให้ศพ แล้ว หลงัจากน้นัมีการห่อผา้ขาวให้มิดชิด และมีการทา พิธีโดยการฆ่าไก่1 ตวัเอาเฉพาะปีกไก่ท้งั 2 ข้าง ขาไก่1 คู่ ไม้กวาด 1 อัน น ามาวางไว้บนหน้าอกคนที่ตายแล้ว เพราะลาหู่เชื่อว่า ไม้กวาดที่น ามาวาง บนหน้าอก เพื่อป้องกันในยามที่มีจนัทรุปราคาเกิดข้ึน กลวัที่ตายแลว้ฟ้ืนข้ึนมาเก็บถ่านที่เตาไฟ หากวา่คนตายฟ้ืนข้ึนมาเก็บกินถ่านกิน 1 ก้อน ถือว่าคนสมาชิกในครอบครัวจะตายอีก 1 คน
59 (ปีกไก่ หมายถึง คือญาติพี่นอ้งทางบา้นใหไ้ปเพื่อป้องกนัแสงแดด หรือฝน ปีกไก่ใชแ้ทนร่ม ) (ขาไก่ หมายถึง ญาติพี่นอ้งทางบา้นใหไ้ปเพื่อ ป้องกนั ในยามที่หิวขา้ว หิวน้า ใหห้าอาหารกิน ) ลาหู่ส่วนใหญ่ จะเอาศพไว้ในบ้าน 3 วันในช่วง 3 วนัน้ีชาวบ้านทุกครอบครัวจะบริจาค ข้าวสารบ้านละ 1 ลิตรพร้อมเงิน แลว้แม่บา้นจะช่วยกนัทา อาหาร กลางคืนจะมีการไปร่วมงาน ท้งั 3 คืน ส่วนใหญ่เป็ นชาย กลางวันส่วนใหญ่เป็ นหญิง หลงัจากน้ันจะนา ศพไปทา พิธีฝัง ก่อนฝังตอ้งทา พิธีเลือกพ้ืนที่ที่ป่าชา้มี2 อย่าง คือ 1.โดยจะใช้ไข่โยนข้ึนบนฟ้า เพื่อให้ไข่ตกลงมาแตก ถา้ไม่แตกแสดงว่าผูต้ายไม่อยากอยู่ บริเวณน้นั 2. เอามีดปลายแหลม โยนข้ึนบนฟ้า เพื่อให้มีดน้ันปักลงดิน ถา้ไม่ปักลงดิน แสดงว่าผูต้าม ไม่อยากอยตู่รงน้น ั การฝังศพส่วนใหญ่จะมีตัวแทนจากบ้านละ 1 คน ท้งัหมู่บา้นเพื่อแสดงถึงความรักและการ ช่วยเหลือซ่ึงกนัและกนัตอนกลบัจากการฝังศพ ทุกคนที่ไปงาน จะตอ้งถือกิ่งไมใ้บไมส้ดดว้ยมือซ้าย คนละ 1 ก้าน โดยไม่สามารถเปลี่ยนมือจนกว่าจะถึงบ้านคนที่ตาย เจ้าของบ้านจะเตรียมน้า ใส่กะละมงั เมื่อชาวบ้านไปถึงตอ้งเอากิ่งไมจุ้่มลงไปในน้ าแลว้โยนข้ามหัวตวัเอง เพราะถือว่า จะทา ให้ไม่กลัว ไม่ให้คิดถึงคนตาย หรือไม่ให้วิญญาณผู้ร่วงลับจ าผู้ไปร่วมงานศพได้ หลังจากไปฝังศพมาแล้ว คืนที่ 3 ทุกคนจะตอ้งไปนงั่ที่งานอีกคร้ังเพื่อไม่ให้วิญญานเอาชีวิต เราไปหลังจากฝังได้ 13 วนัญาติพี่นอ้งจะทา พิธีอีกคร้ังหน่ึง สร้างบา้นหลงัเล็กๆ 1 หลัง จะมีการ เซ่นไหว้ ด้วยอาหาร 1 ข้าว 1 จาน เส้ือผา้ 1 ชุด ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสูบ บุหรี่ และอุปกรณ์ใน การท ามาหากิน เช่น จอบ เสียม มีด คราด และมีผลผลิต เช่นเมด็ขา้วโพด ขา้วเปลือก ถวั่ชนิดต่างๆ เพื่อให้ไปใช้ในภพหน้า ข้อห้าม ในกรณีเด็กตายจะไม่ให้หมวก และผ้าอ้อมเด็ก ถ้าเราให้ไป เชื่อว่าเด็กจะเอาหมวกไปยื่น ขอทานกับคนอื่น เพราะคิดว่าเป็ นแม่ ถ้าให้ผ้าอ้อมเด็กไป เมื่อเห็นตอไม้เด็กจะไปรัด เพราะคิดว่าเป็ น แม่ของตนในกรณีที่ผู้ใหญ่ตายจะไม่ให้ไฟฉาย เพราะเชื่อว่าคนที่ตายจะไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมาย
60 บทที่ 5 การต้ังครรภ ์ และการดูแลสุขภาพระหว่างต้ังครรภ ์ พิธีกรรมระหว่างตั้งครรภ์ อาหารที่รับประทานตอนตั้งครรภ์ อาหารของมารดาขณะที่ต้งัครรภผ์ูห้ญิงลาหู่จะกินอาหารไดทุ้กประเภทเช่น อาหารจา พวกเน้ือ ที่หาไดง้่ายผกัผลไม้อาหารคาวหวาน เป็นตน้ ส่วนหมูและไก่จะนิยมเล้ียงไวเ้ป็นอาหารของแต่ละ ครอบครัวและเล้ียงไวเ้พื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ ดงัน้นัการกินเน้ือหมู่และไก่จึงมีอยู่เสมอๆ ลาหู่จะ ไม่นิยมกินเน้ือววัเน้ือควาย นอกจากน้ันอาหารของมารดายงัมีเน้ือสัตวต์ ่างๆที่ไดม้าจากป่า เช่นเน้ือ เน้ือหมูป่า เน้ือเก้ง เน้ือเม่น เน้ือไก่ป่า เน้ือกระรอกเต่าที่หายาก อาหารที่ได้มาจากสัตวน์ ้ า เช่น ปลา ปูกุง้ที่หาไดจ้ากลา ห้วยลา ห้วยใกลห้มู่บา้นส่วนอาหารที่ไดจ้ากหาช้ือมาจากตลาดในเมือง เช่น ปลาทูปลาแห้ง เป็นตน้การบริโภคไข่ไก่มีบา้ง นอกจากน้ีแลว้ยงัมีอาหารประเภทโปรตีนจากถวั่ ต่างๆ เช่น ถวั่ลาย ถวั่แดง ถงั่ลิสง ถวั่เหลือง ที่นิยมกินมากที่สุดคือถวั่ลิสง โดยจะนา มาตม้ให้สุก ก่อน อาหารที่ไดม้าจากไขมนัจะไดจ้ากไขมนัสัตวเ์ป็นส่วนใหญ่ท้งัจากสัตวเ์ล้ียงและสัตวป์่าที่ล่ามา ได้หรือซ้ือน้า มนัพืชมาจากในตวัเมือง และไดม้าจากบางโอกาส เช่น พิธีปีใหม่เป็นตน้ สถานที่ประกอบอาหาร ลาหู่จะสร้างเตาไฟ (คาจือแป ) เป็ นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจตุรัส ไว้ในห้องครัว ของแต่ละครอบครัว ลาหู่จะใช้บริเวณน้ีเป็นที่ประกอบอาหารและในขณะเดียวกนัก็เป็นสถานที่ใช้ ตอ้นรับแขกที่คุน้เคยอีกดว้ย โดยจดัให้แขกนั่งอยู่ดา้นหน่ึงของเตาไฟที่เรียกกนัว่า อ่อจ้ีส้ีดา้นบน เป็นที่นอนของหัวหนา้คอรบครัวเรือน อ่อ นา ป๊า เป็นที่ต้งัของห้องทา พิธีส่วนบริเวณที่นอนให้เด็ก นอนปัจจุบนัมีบางหลงัคาเรือนที่สร้างบา้นตามแบบอย่างคนพ้ืนราบและไดแ้ยกห้องครัวออกไปจาก ห้องพัก ลาหู่ยงัมีบางครอบครัวได้ก้ันห้องนอนเป็นอิสระแต่ก็ยงัคงใช้บริเวณเตาไฟเป็นสถานที่ ประกอบอาหารเช่นกันทุกครอบครัว เครื่องใช้ ที่รองภาชนะในการหุงต้ม มีลักษณะ เป็ น 3 ขา เรียกว่า ฮา คือ ภาชนะหลายอย่างที่ประดิษฐ์ ข้ึนใช้เองจากท่อนไม้หรือทา มาจากไมไ้ผ่น้า เตา้เช่น ไหน่ึงขา้ว ( อ่อ ซ๊ก ขะ ) ทัพพี ( ลูกู้่) กระบอกน้า (อ้ีกะแด่ )เขียง (ปี๊ เถาะ ) ในปัจจุบนัซ้ือหมอ้กระทะถว้ย ชาม กะละมงัชอ้น ซ้ือ จากตลอดในเมืองข้ึนไปใชเ้ป็นภาชนะหุงตม้ ประกอบอาหาร วิธีการหุงข้าว ชาวลาหู่นิยมใช้ไหในหารน่ึงข้าว ท้ังที่เป็นข้าวเจ้า หรือจะเป็นข้าวเหนียวก็ตามวิธีการจะ เหมือนกนัคือ นา ขา้วสารมาแช่น้า ไวก้่อน 1 คืน พอรุ่งเชา้นา ขา้วที่แช่น้า ไวใ้ส่ไหน่ึงขา้ว ซ่ึงลกัษณะ ของไหจะท ามาจากไม้ มีลักษณะรูปทรงกระบอก เล็กหรือใหญ่ตามแต่จะชอบ ด้านในไหจะมีตระแกรง
61 ไมไ้วเ้พื่อรองเม็ดขา้วตกลงไปในน้า เดือด ใชใ้บตองปิดขา้งบน แลว้นา ไหที่บรรจุขา้วต้งับนหมอ้ตม้น้า (ใส่น้า พอประมาณ)แลว้นา ผา้ขนาดความกวา้งประมาณ 3 น้ีวความยาววดัรอบไหประมาณอ1-2 รอบก็ ได้ใช้ผา้ที่เตรียมไวชุ้บน้า แลว้มว้นปิดช่องต่อระหว่างไหกบัหมอ้ตม้น้า พนั ให้รอบใชฝ้าที่สานจากไม้ ไผ่ปิด เมื่อต้ังไฟจนเมล็ดข้าวพอสุกๆ ดิบๆ จึงเทข้าวลงในตองที่ปูรองรับไวบ้นพ้ืน (ปัจจุบันใช้ กะละมังแทนแทนใบตอง) เพื่อเกลี่ยขา้วใส่น้า พอประมาณใหท้วั่อีกคร้ัง (ถา้ใส่น้า มากข้าวจะแฉะ และ ถา้ใส่น้า น้อยขา้วจะดิบ) แลว้จึงนา ขา้วที่เตรียมไวใ้ส่ลงไปในไหน่ึงขา้ว ต้งัไหอีกคร้ังหน่ึงจนขา้วสุก ตามที่ต้องการ การประกอบและการปรุงอาหาร ลาหู่น่ึงขา้วเพียงคร้ังเดียวในแต่ละวนั โดยคา นวณให้พอกบัการบริโภคของสมาชิกในครอบ ครัวเรือน แต่ถ้าไม่พอก็จา เป็นตอ้งน่ึงอีกคร้ังหน่ึงในตอนเยน็การกินแต่ละม้ือประกอบดว้ยกบัขา้วเพียง 2 หรือ 3 ชนิด กบัขา้วของลาหู่ปรุงอยา่งง่ายๆ นิยมกินรสเผด็พอดีบางม้ือก็กินแบบมีการตา น้า พริก และเอาผกัสดมาแกลม้เช่น ผกัฝักยาว ผกักากาด ตน้หอม กระเทียม บางม้ือหรือเมื่อมีโอกาสพิเศษ จะตม้ขา้วตม้ ไก่( อ่อ แนะ ) เน้ือหมูตม้ตน้รวมกันท้งัเน้ือหมูมนัหมูและกระดูก ใส่เกลือให้ พอประมาณต้งัไฟเคี่ยวจนเน้ือเปื่อยดีพอ ตกัใส่ถว้ยน ามากินกบัขา้วสุกโดยมีพริกป่นเป็นเครื่องจิ้ม อาจจะมีกระเทียม หรือผกัชีเพิ่มเติม ส่วนเครื่องในสัตวน์ ิยมควั่กบัพริกจนแห้งโดยใส่ตน้หอม ผกัชี ผสมดว้ยกนัอาจจะคดัเลือกเน้ือหมูมาทา ลาบดิบ ตามแบบอย่างของคนพ้ืนราบ พืชผกัต่างๆ อาจจะกิน กนัสด ๆ แต่นิยมตม้เปื่อยมากกว่า เน้ือสัตวป์่าบางชนิด เช่น นก หรือกระรอกใช้วิธีปิ้งหรือย่างไฟ หรือสับจนละเอียดควั่ ไฟกบัพริกกินกบัขา้ว สารปรุงแต่งอาหาร การปรุงอาหารของลาหู่ท าอย่างง่ายๆ มีเกลือ พริก ผักและเน้ือสัตวเ์ป็นหลกัอาจมีรากผกัชี เครื่องเทศ หอม กระเทียม ผสมลงไปด้าย อาหารประเภทพื้นบ้านที่มารดาควรได้รับในระหว่างตั้งครรภ์ ประเภทพืชผกัใบเขียวและพืชผกัอื่นๆ น้นัส่วนใหญ่จะไดม้าจากการเพราะปลูกเองในไร่ขา้ว หรือไร่ฝิ่นมีบางหมู่บา้นที่ครอบครัวก็เพราะปลูกผกัสวนครัวโดยการยอร่อง หรือทา ในพ้ืนที่ที่นาดา พืชผกัต่างๆ มีผกักาดเขียวผกัชีกะหล่า ปลีผกัคะนา้ตน้หอม ฟักทอง ผกักาด ผกักาดหัว ถวั่ ลนัเตา แตงต่างๆ ตะใคร้ยอดฝักทอง มะเขือเครือและเห็ดต่างๆ ที่ข้ึนโดยธรรมชาติซ่ึงบางชนิด เป็นอาหารได้รวมท้งัหน่อไม้หลายชนิด ส่วนผลไมต้่างๆ หากินไดใ้นใกลห้มู่บา้นหรือการเพาะปลูก ที่ข้ึนโดยธรรมชาติในป่า เช่น ลูกหวาย มะขามป้อม มะม่วงป่า มะไฟป่า หรือที่เพาะปลูกตามในไร่ และสวนน้นัมีกลว้ย มะละกอ ฝรั่ง ขนุน ลูกทอ้ลิ้นจี่ลา ไย ส้มโอ สับปะรด การท าความสะอาดและการเก็บรักษาเครื่องมือเรื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ ในการประกอบการรับประทานอาหาร เมื่อรับประทานเสร็จแล้วจะล้างท า ความสะอาดภาชนะทันที ช้อนรวบรวมใส่ในกระบอกไม้ หรือ ใส่ตะกร้า ส่วน ถ้วย ชามเมื่อล้างเสร็จ
62 แล้วต้องคว ่าไว้มุมห้องครัวใกล้ๆ หรืออาจว่างบนหิ้งที่ทา ไวเ้ฉพาะ ส่วนหมอ้กระทะ น้ันๆอาจใช้ เส้นใยลูกบวบ หรือเศษผ้าใช้ช าระล้างก็ได้ แล้วเสียบไว้ข้างฝาบ้าน หรือคว ่าไว้รวมกับภาชนะอื่นๆ ภาชนะของลาหู่จึงค่อนข้างจะสะอาด เพราะแยกออกเป็ นสักส่วน การรับประทานอาหารการจัดสถานที่และจัดอาหาร ลาหู่จะรับประทานอาหาร 3 ม้ือในแต่ละวนัคือ ม้ือเชา้ ( หยะ ซ้อ จา เว ) กลางวัน ( มู ลอ กอ จาเว )อาหารม้ือเยน็ ( มู. ผึ. จา .เว ) บริเวณที่กินอาหารเป็ นประจ าทุกวัน คือบริเวณ รอบเตาไฟในบ้านพัก แม่บ้านเป็ นผู้จัดอาหาร พ่อ ลูกชายลูกสาว เป็ นผู้ช่วยเหลือในบางคร้ัง โดยปกติ แล้วสมาชิกในครัวเรือนจะกินอาหารร่วมกันเมื่อมีแขกมาเยี่ยมก็จัดให้อีกชุดหนึ่ง ถ้าเป็ นเพื่อนก็กิน ร่วมกนัและในโอกาสที่มีการประกอบพิธีกรรมต่างๆ จะกินอาหารร่วมกนัท้งัหมู่บา้นโดยครัวเรือนที่ ประกอบพิธีกรรมเป็ นผู้ตักอาหารเป็ นชุดๆ แบ่งใส่ถ้วยให้แต่ละครัวเรือนน าไปกินที่บ้านของตนเอง และจะจัดอาหารชุดพิเศษให้ผู้ประกอบพิธี 1 ชุด ผู้อาวุโส 1 ชุด และผูอ้ื่นอีกแต่ละชุดมีคนนั่งกนั ประมาณ 3-5 คน ส่วนเด็กเล็กส่วนใหญ่จะตักกับข้าวราดข้าวแล้วแยกออกไปกินมุมใดมุมหนึ่ง ใน บ้านหรือนอกบ้านก็ได้ ในระหวา่งหารกินอาหารแม่บา้นจะคอยเติมขา้วและอาหารเพิ่มอยู่เสมอและใน โอกาสพิเศษสมาชิกในครอบครัวเรือนสังเกตและหมนั่เติมขา้วและอาหารเพื่อให้สมาชิกอื่นๆไดก้ิน อาหารอย่างทั่วถึงกัน จนกว่าแขกจะลุกไปเอง กินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วถึงจะยกไปเก็บได้ใน ครอบครัวลาหู่มักจะท ากับข้าวเยอะและส าคัญมากอย่างหนึ่งคือแขกที่มารับประทานอาหารที่บ้านแล้ว จะให้แขกล้างถ้วย ชาม เด็ดขาด เพราะ ถ้าแขก ล้าง ถ้วย ชาม จะเหมือนกับว่าไม่ให้เกรียติกับแขก ที่มาในม้ือน้นั การถนอมอาหาร วิธีการถนอม อาหารของลาหู่มีหลายวิธี เช่น การดอง ตากแห้ง รมควัน หรือหมัก การดอง น้นัมกัจะเป็นพวกหน่อไม้ซ่ึงการดองอาจดองไวใ้นปิ๊บ หรือกระบอกไมไ้ผ่โดยหั่นหน่อไมอ้อกเป็น ชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปกระบอกไม้เติมน้ าให้เต็มและวางพิงไวก้ ับฝาบา้นประมาณ 10 วัน ก็กินเป็ น หน่อไม้ดองได้ ส่วนผักกาดดองใช้วิธีน าผักเป็ นต้นอัดใส่กระบอกไมไ้ผ่ให้แน่น เติมน้า ให้เตม็เก็บไว้ เช่น เดียวกับหน่อไม้ ประมาณ 5-7 วันก็กินได้ การตากแห้ง เป็นอาหารจา พวกเน้ือสัตว์และผกั โดยนา เน้ือสัตวห์ ั่นเป็น ชิ้นใหญ่คลุกกบัเกลือมากๆ ใช้ไมเ้สียบ แลว้ผ่ึงลมโดยเสียบติดไวก้บัชายคา บ้าน สามารถเก็บไว้ได้เป็ นระยะเวลานาน แต่ตอ้งกระทา ในช่วงฤดูหนาว หรือใชว้ิธีย่างไฟจนเน้ือแห้ง ใชไ้ม้เสียบผ่ึงลมไวเ้ช่น หรืออาจใชว้ิธีรมควนัโดยหนั่เน้ือสัตวเ์ป็นชิ้นๆ ใชไ้มเ้สียบแลว้แขวงไวเ้หนือ เตาไฟ หรืออาจทา หมูส้มโดยการตา ขา้วสารให้ละเอียดผสมเกลือคลุกกบัเน้ือใส่หมอ้ปิดไวแ้น่นเก็บไว้ กินได้เวลานาน การตากแห้งส่วนมากจะเป็ นผักกาด แล้วน าเก็บวางไว้ในเข่งเล็กๆ ภาษาลาหู่เรียกว่า ( คอ- ลอ ) เมื่อตอ้งการกินก็นา มาแช่น้า แลว้นา มา ใส่พริก เกลือ หอม กระเทียมกินเป็นอาหารได้ หรือนา ไปตน้ก่อน ถวั่ที่ตากแหง้อาจนา ไปตม้น้า ให้เปื่อย แลว้นา ไปควั่หรือหรือตม้ใส่เน้ือหมูกินเป็น อาหาร ปลาก็ใช้วิธีเสียบไมผ้่ึงจนแห้งจดัแลว้นา มาเป็นอาหาร เช่น ตา ผสมกนัน้า พริก วิธีการทา คือ
63 ต้องต าปลาแห้งให้ละเอียดแล้วน ามารับประทานกับข้าวเปล่าหรือเอาปลาแห้งน ามาต้มใส่ผักกาด แกงใส่หน่อ แกงใส่เผือก แกงใส่ลูกฝักทอง แกงใส่ปลีกล้วย การอบรมเล้ียงดูเด็ก 1. ในการอบรมเล้ียงดูเด็กลาหู่ จะเล้ียงลูกให้พอดีและจะไม่เคี่ยวเข็ญเด็กในเรื่องใดเรื่องหน่ึงเกิดไป หรือจะไม่เรียกร้องให้เด็กทา ในสิ่งที่เด็กยงัไม่มีความสามารถจะกระทา ได้ซ่ึงอาจจะก่อให้เกิดความ กังวลจนถึงกับโกรธได้ 2. บิดา มารดาไม่รักเด็กจนเกินไป และไม่ควรตามใจเด็กเกินไปหรือปล่อยละเลยในเรื่องที่ควรจะ กวดขัน เพราะจะให้เด็กไม่พัฒนาไปตามวยัและมีนิสัยพาผูอ้ื่นจนโต ลาหู่ส่วนมากจะเล้ียงลูกด้วย ตนเองและมีการสอนให้ลูกของตนเองเป็ นทีดี ค าสอน ห้ามสูบหรี่ ห้ามกินเหล้า ห้ามขโมยของผู้อื่น ห้ามพูด และโกหก พ่อ – แม่ และอื่นๆ ห้ามเล่นการพนัน ห้ามเสพยาเสพติด หา้มกินเน้ือในวนัศีล ห้ามเป็ นที่มีกตัญญู รู้บุญคุณ ต้องปฏิบัติตามกฎจารีตประเพณี ต้องรู้ประเพณีของตนเอง ไม่ท าร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า อาหารและการดูแลสุขภาพของแม่และเด็กแบบพื้นบ้าน อาหารเป็ นปัจจัยส าคัญในการบ ารุงร่างกายของเด็กและแม่เด็กซึ่งเป็ นส่วนที่ท าให้ร่างกายมี สุขภาพดีและแข็งแรง ถ้าแม่เด็กขาดสารอาหารก็จะท าให้เกิดผลกระทบต่อเด็ก และอาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย เช่น เจ็บป่ วยง่าย หรือเป็ นโรคขาดสารอาหาร อย่างไรก็ตามลาหู่ เป็นผูท้ี่มีการเชื่อถือประเพณีด้งัเดิม ส่วนใหญ่ไม่ขาดสารอาหารเพราะใน ระบบการประกอบพิธีกรรมและตามประเพณีจะมีการปรุงอาหารที่ท าให้มีสารอาหารครบทุกหมู่ ดงัน้นัอาหารที่สตรีและเด็กบริโภคจึงเป็นส่วนหน่ึงที่ไดจ้ากผลจากการประกอบพิธีกรรมนนั่เอง การปฏิบัติตัวของหญิงที่คลอดลูก หลังจากคลอดลูกหญิงลาหู่น้ันต้องนอนข้าง ๆ เตาไฟในบ้าน เอาไว้ให้แม่และเด็กนอน วัตถุประสงค์เพื่อความอบอุ่นของเด็กและเป็ นการอยู่ไฟของแม่เด็กไปด้วย จะนอนในข้างเตาไฟใน บ้านประมาณ 3 เดือน หลังคลอดลูกหญิงลาหู่ต้องเอาก้อนหินร้อนนิดหนึ่งแล้วเอามาวางบนหน้า ท้อง เพื่อให้เป็นการขบัเลือดออกและให้แผลหายเร็วข้ึน หลังคลอดลูกหนึ่งอาทิตย์(13 วัน) แม่เด็ก จะไม่ท างานหนักและจะไม่ยกของหนัก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ หากแม่เด็กต้องการจะออกนอกบ้านก็
64 จะเอาลูกอ่อนแบกใส่หลัง โดยการใช้ผ้ารัดเป็ นปมด้านหน้า และจะหลีกเลี่ยงการใชน้ ้า เยน็เพื่อรักษา ให้ร่างกายของแม่เด็กอบอุ่นอยู่เสมอ อาหารส าหรับแม่ลูกอ่อน หลังคลอดลูกหญิงลาหู่จะต้องพิถีพิถันในการเลือกอาหารกินเป็ นพิเศษ เพราะมีความเชื่อว่า อาหารทุกอย่างที่แม่ทานจะมีผลถึงลูกด้วยเพราะเด็กจะกินนมแม่ ถ้าแม่ไม่เลือกของกินอาจจะท าให้ลูก ไม่สบายและท้องเสียได้ และในระยะ 3 เดือน หลงัคลอดหญิงลาหู่จะไม่กินเนิ้อสัตวต์ ่างๆ นอกจาก เน้ือไก่ ในส่วนของอาหารที่แม่ลูกอ่อนหา้มกิน ห้ามกินตอนคลอดลูกใหม่ ๆ เช่น เน้ือลิง หา้มกินเน้ือหมูตวัสีขาวเพราะเชื่อวา่ ๆ หา้มกินเน้ือลิง ตอนคลอดลูกใหม่ ๆ เพราะเชื่อว่าถ้ากินแล้วลูกของตนมีนิสัยเหมือนลิง ห้ามกินปลา จนกว่าลูกจะอายุ5 เดือน เพราะเชื่อว่าลูกจะเป็ นเกล็ดเหมือนปลา พิธีกรรมส าหรับแม่ที่มีน ้านมน้อย ถา้แม่เด็กคนไดมีน้า นมน้อย ข้นัแรกจะหาสมุนไพร เอาเปลือกไม้ชนิดหนึ่ง เรียกว่า ยาเปา ตม้กบัน้า แลว้เอาให้แม่เด็กดื่ม ถา้น้า นมยงัไม่ไหลอีกจะให้ผเู้ฒ่าที่รู้คาถาในหมู่บา้นท่องคาถาใส่ในน้า แล้วเอาให้แม่เด็กดื่ม และตอนใหผ้รูู้้ท่องคาถาใหน้ ้นัตอ้งเอาเงินเหรียญแทไ้ปใหผู้รู้้ การหย่านม ลาหู่น้นั ให้ลูกกินนมแม่จนกว่าแม่จะต้งัครรภล์ูกอีกคนหน่ึง เด็กโตพอที่จะอยู่กับปู่ ย่าได้ ไม่ ต้องเอาลูกไปไร่แล้วกลางวันให้เด็กกินข้าว โดยการเอาขา้วสวยเค้ียวให้ละเอียดก่อนแลว้ถึงจะป้อนให้ เด็กกินอีกทีและถา้เด็กมีฟันสามารถที่จะเค้ียวอาหารได้เองแลว้ ก็จะคลุกขา้วกับน้ าแกงให้เด็กกิน ตอนเย็นแม่เด็กกลับมาจากไร่แล้วเด็กถึงจะได้กินนมแม่ พอแม่รู้ตวัว่าตวัเองต้งัครรภ์ลูกอีกคนหน่ึงก็ ค่อย ๆ ให้เด็กเลิกกินนม โดยการให้กินข้าวแทน ความเชื่อประเภทและสาเหตุของการเจ็บป่วย ลาหู่เชื่อว่าการเจ็บป่ วยเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่นการเจ็บป่ วยเนื่องจากถูกผีเข้าหรือ ล่วงเกินผี การเจ็บป่วยเนื่องจากร่างกายได้รับเช้ือโรค การเจ็บป่ วยเนื่องจากเป็ นไปตามธรรมชาติ การเจ็บป่ วยเนื่องจากถูกคาถาอาคมของผู้อื่นเป็ นต้น ดงัน้นัการทา ให้หายปกติ ต้องมีการวินิจฉัยการ เจ็บป่ วยให้ถูกต้อง และทา การรักษาตามสาเหตุอาการน้ัน ๆ จึงจะหาย ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุการ เจ็บป่วยไดด้งัน้ี 1. เกิดจากอากาศหรือตามธรรมชาติ การเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากธรรมชาติน้ัน เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของอากาศท าให้ร่างกายไม่สามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศและธรรมชาติ ได้ทัน จึงท าให้เกิดอาการเจ็บป่ วย การเจ็บป่วยที่เกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติน้ัน วิธีการรักษาจะ รักษาตารมอาการที่พบ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ยาสมุนไพรรักษาเป็ นหลัก
65 2. เกิดจากถูกผูอ้ื่นกระทา หรือถูกคาถาอาคม การเจ็บป่วยที่เกิดจากการกระทา ของผูอ้ื่นน้ัน ลกัษณะของอาการจะแตกต่างไปจากการเจ็บป่วยโดยทวั่ ไป คืออาการการเจ็บป่ วยจะไม่ชัดเจนไม่ สามารถหาอาการหรือต้นเหตุได้อย่างชัดเจน ต้องใช้การเข้าทรงดูว่าอาการการเจ็บป่ วยเกิดจากสาเหตุ อันใด แต่ว่าการเจ็บป่วยชนิดน้ีก็เป็นการยากพอสมควรที่จะคน้หาตน้ตอของการเจ็บป่วยได ้การถูก อาคม หรือที่รู้จักและเรียกกันว่า จะแน่ ตอ้งอาศยัคนที่เก่งและมีความรู้เรื่องน้ีโดยเฉพาะ จึงจะ สามารถที่จะรักษาอาการน้ีได ้ โดยการทา พิธีหรือใช้คาถาอาคมถอนคาถาอาที่คนอื่นกระทา น้ันออก จากคนที่เจ็บป่วยเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติ 3. การเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากสิ่งที่เหนือธรรมชาติน้นัอาจเป็นเพราะ การที่ขวัญของตัวเอง อ่อนท าให้ถูกผีป่ า ผีเขา ท าให้เกิดการเจ็บป่วยข้ึนได ้ หรืออาจเกิดจากวิญญาณของบรรพชน เนื่อง จากาต้องการความช่วยเหลือ หรือว่าเราท าอะไรที่กระทบต่อบรรพชน หรือการละเมิดต่อสิ่ง ศักดิ์ สิทธิ์ หรือผี จึงส าแกงอิทธิฤทธิ์ ให้ผู้ล่วงละเมิดรับทราบ วิธีการรักษาต้องอาศัยหลายวิธีการ ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็ นยาสมุนไพร หรือการเข้าทรง หรือใช้คาถาอาคม ผีในที่น้ีหมายถึงสิ่งที่มี อ านาจเหนือธรรมชาติ การรักษาด้วยสมุนไพร ลาหู่เป็ นชนเผ่าหนึ่งที่รู้จักการใช้ยาสมุนไพรต่าง ๆ มารักษาอาการเจ็บป่ วยของคนเราอย่าง มากมาย อันเนื่องมาจากการปรับตัวอยู่ในป่ าดง จึงมีความจ าเป็นอยา่งยงิ่ที่ตอ้งรู้จกัใชย้าสมุนไพรเพื่อ มารักษาอาการเจ็บป่ วย เพราะสมยัก่อนในชุมชนของลาหู่น้นัจะไม่มีอนามยั หรือโรงพยาบาลแบบ ปัจจุบัน ลาหู่จะรักษากบัผเู้ฒ่าผแู้ก่ที่รู้ตา รับยาในหมู่บา้นดว้ยยาสมุนไพรที่หามาจากป่าในชุมชนแถว น้นัตา รับยาของลาหู่น้นัถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น ไม่มีการบันทึกต ารับยาเป็ นลาย ลักษณ์อักษร ส่วนใหญ่แล้วจะจ ามาจากการบอกกล่าวจากผู้รู้ ผทู้ี่สนใจสามารถจะเรียนจากผเู้ฒ่าผูแ้ก่ ที่รู้ต ารับยาได้ ลาหู่จะไม่มีการหวงห้ามวิชา และเวลาสอนจะสอนที่เงียบ ๆ ลับตาคน ถา้ไม่เช่นน้นั ลาหู่มีความเชื่อว่าวิชาจะไม่ขลัง ต ารับยาอาจจะเสื่อมได้และอาจมีบางต ารับยาที่หวงไว้ส าหรับลูกหรือ หลานในตระกูลเท่าน้นั จะไม่สอนใหก้บัคนทวั่ ไป และสมควรอยา่งยงิ่ที่ลูกหลานของลาหู่ตอ้งสืบ ทอดภูมิปัญญาในการรักษาโรคของลาหู่ต่อไปไม่ให้สูญหาย การรักษาดว้ยภูมิปัญญาของลาหู่น้นัมีท้งัรักษาดว้ยยาสมุนไพรอยา่งเดียว หรือทายาสมุนไพร ประกอบคาถาด้วย สมุนไพรที่จะนา มารักษาน้นัมีท้งัใบ ราก ผล เปลือก น ามารักษาได้หมด และ รวมไปถึงเค้ียวเสือ,สิงโต อุ้งตีนหมี เอามาเป็ นยาได้ การรักษาโรคของลาหู่น้นัสามารถจา แนก ออกเป็ น 2 แบบ คือการรักษาที่เป็นบาดแผลสามารถมองเห็นได้ด้วยตา และการรักษาอาการที่ไม่มี บาดแผล
66 การรักษาด้วยการประกอบพิธีกรรม การรักษาโรคที่ไม่มีบาดแผล เช่นเป็ นไข้หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุจะเชิญหมอสวดมา ท าพิธีเรียกขวัญและมัดข้อมือให้กับผู้ป่ วย หรือไม่ก็จะท่องคาถาใส่ในน้า แลว้ใหค้นป่วยดื่ม หรือทาที่ ร่างกายให้กับคนไข้ ยกตัวอย่างเช่น คนเป็ นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือถูกวิญญาณที่ชวั่ร้าย เข้าสิง จะตอ้งเอาเค้ียวเสือไปขดูกบัหินแลว้ละลายในน้า พร้อมกบัท่องคาถา หลงัจากน้นั ใหผ้ ปู้่วยดื่ม ผปู้่วยจะพ้ืน หรือวิญญาณร้ายจะออกจากร่างของผู้ป่ วยทันที การรักษาบาดแผลสด การรักษาบาดแผลที่มองเห็นดว้ยตาน้นัจะใชท้ ่องถาคาก่อนหลงัจากน้นัทายาที่แผล เช่นมีด บาดมือจะตอ้งท่องคาถาหา้มเลือดใหห้ยดุไหลก่อน แล้วค่อยเอายาสมุนไพรทาที่แผล หรือในกรณีที่ เข้าป่ ามีดบาดมือเล็กน้อยจะเด็ดใบไม้ของหญ้าที่เรียกว่า หญ้าสาบเสือ โดยเด็ดใบหญา้สาบเสือเค้ียว ให้ละเอียดแล้วโปะลงไปที่บาดแผล จะท าให้เลือดหยุดไหลและแผลจะปิ ดสนิท หรือจะใช้ใบ หมามุ่ย แทนใบหญ้าสาบเสือก็ได้ แต่ชาวลาหู่ถือเคล็ดอย่างหนึ่งว่าเวลาเด็ดใบสมุนไพรจะต้องหัน หลงัใหก้บัสิ่งที่เราจะเด็ดและจะตอ้งใชม้ือซา้ยเด็ดข้ึนมาเค้ียวแล้วก็โปะลงไปที่แผลจะช่วยห้ามเลือดได้ และแผลที่เป็ นแผลสดเล็ก ๆ น้อย ๆ ใช้ถ่านที่เราหุงต้มน ามาต าให้ละเอียดแล้วโรยที่แผลจะท าให้ แผลหาย
67 บทที่ 6 การคลอด การอยู่ไฟ และโรคผิดเด ื อน การคลอดลูกของชนเผ่าลาหู่จะทา คลอดโดยหมอตา แย ในหมู่บา้น เมื่อหญิงมีครรภ์เริ่มปวด ท้องคนในบ้านจะรีบไปตามหมอต าแยมาให้เร็วที่สุด มาให้เร็วที่สุด เพราะเกรงว่าหญิงที่ก าลังจะคลอด น้นัอาจไม่ปลอดภยัส่วนใหญ่จะมีหมอตา แยมาคอยให้ความช่วยเหลือต้งัแต่เจ็บทอ้งจนกระทงั่คลอด บางคนคลอดง่าย บางคนคลอดยากรณีที่คลอดยากจะตอ้งมีหมอ ตา เยมาคอยช่วยเหลือต้งัแต่2คนข้ึน ไป เพื่อคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเตรียมตัวก่อนคลอด และช่วงเจ็บท้อง เมื่อทอ้งแก่เต็มที่ใกลค้ลอด ผูเ้ป็นสามีจะตอ้งเตรียมตวัพร้อมเสมอโดยเฉพาะย่างเขา้เดือนที่ แปด หรือเดือนที่เก้าผู้เป็ นส่ามีจะไม่นิยมเดินทางไปไกลและไม่ไปค้างที่ไหนเด็ดขาดและจะต้องเตรียม อุปกรณ์เครื่องใช้ส าหรับการอยู่ไฟให้กับภรรยา เช่น ฟื นส าหรับการอยู่ไฟ ติดไฟง่ายและไม่เป็ นควัน มาก ชาวลากหู่ถือกนัว่าการเตรียมอุปกรณ์เพื่อการอยู่ไฟน้ันตอ้งเตรียมเวลาใกลก้า หนดคลอดหรือใน ราวเดือนที่ 8-9ของการต้งัครรภ์หาไดเ้ตรียมไวแ้ต่เนิน ๆอาจทา ให้เด็กที่อยู่ในครรภม์ ีอนัเป็นไป และ โดยเฉพาะเส้ือผา้ของเด็กจะไม่การเตรียมไวก้่อนอย่างเด็ดขาด จะคอยจนกว่าเด็กจะคลอดออกมาแลว้ จึงค่อยจัดหามาให้เป็ นหลักที่ชาวลาหู่จึงยึดถือและหฏิบัตกันมาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาเจ็บทอ้งจะคลอดลูก หญิงมีครรภ์จะส ารวจตวัเอง เช่นหากว่ามีหน้ีสิน หยิงมีครรภ์ จะรีบให้ใครไปจ่ายหน้ีสินใหโ้ดยเร็วและหากว่ายงัไม่สามารถใชห้น้ีไดใ้นเวลาน้ีก็จะใชย้าสูบแทนการ ใช้หน้ีซ่ึงเจา้หน้ีเองก็เป็นที่เขา้ใจและจะบอกกบัลูกหน้ีว่าไดใ้ช้เรียบร้อยแลว้ซ่ึงการปฏิบตัิเช่นน้ีเป็น ความเชื่อของชาวลาหู่โดยแท้เพราะหากไม่ไดป้ฏิบตัิตามที่เชื่อถือกนัน้ีเชื่อว่าหญิงมีครรภ์จะไม่อยาก ออกมาดว้ย สา หรับคนในบา้นรวมท้งัชายผูเ้ป็นสามีจะตอ้งรีบจดัการเกี่ยวกบัการติดไฟตม้น้า ไว้เพื่อใช้ ในเวลาคลอด และสิ่งที่ไม่อาจมองขา้มไดค้ือจะตอ้งเปิ ดประตู หน้าต่าง ปื นที่ติดกับบ้านจะต้องไม่บรรจุ ลา เพลงไวต้ลอดจนซีกไมห้รือสิ่งใด ๆ ที่เหน็บขดัหรือเสียบไวใ้ตร้อดใตห้ลงัคา รวมท้งัการทอผา้ของ หญิงมีครรภ์เมื่อเวาลเจ็บทอ้งข้ึนมาจะตอ้เอาออกให้หมด สิ่งใดที่ขมวดเป็นปมเปาก็ตอ้งแกอ้อก หรือ แมก้ระทงั่สัตวเ์ล้ียงที่ขงัไวใ้นคอกในเลา้ในโรง เช่น ชา้มา้ววัควาย ไก่เป็ด หรือที่ล่ามไว้เช่น สุนกัก็ ตอ้งปล่อยออกให้เป็นอิสระชวั่คราวผมที่เกลา้ที่ขมวดไวก้็ตอ้ ปลดตอ้แกอ้อกให้มด ขอ้หา้มเหล่าน้ีเป็น เครื่องที่ถือเคล็ดลับไม่ให้เกิดติตขัดและเพื่อให้คลอดง่าย วิธีการและขั้นตอนในการท าคลอด การคลอดของชนเผ่าลาหู่จะท าคลอดโดยหมดต าแยในหมู่บ้าน เนื่อจากวิ๔ชีวิตของชนบท โดยเฉพาะในอดีตพึ่งพิงอยู่กับธรรมชาติมาดดยตลอด การปฏิบัติตัวของแต่ละวันจะมีความคิดที่ผูกพัน
68 อยู่กับธรรมชาติ การคลอดก็เช่นกัน เมื่อหญิงมีครรภ์รู้ตัวว่าตัวเองปวดท้องจวนจะคลอดแล้ว จะบอก กับคนในบ้านให้รีบปไตามหมอต าแยเพื่อมาคอยให้ความช่วยเหลือและเมื่อเจ็บท้องถี่ๆ คนในบ้านจะมี การแขวนเชือกไวท้ี่ขื่อ ทา เป็นบ่วงในระดบัที่คนนงั่คลอดยึดไดพ้อดีเพราะช่วงใกลค้ลอดน้นัจะไม่ให้ นงั่ติดกบัพ้ืนจะเป็นลกัษณะนงั่ยองๆ หรือนงั่คุกเข่าเพื่อสะดวกต่อการคลอด ในขณะที่หมอต าแยก าลัง คอยให้ความช่วยเหลือในการท าคลอด หญิงที่ก าลังจะคลอดจะสามารถยึดเชือกไว้เพื่อช่วยในหารเบ่ง ในขณะที่กา ลงัจะคลอดน้ันผูช้ายที่เป้นสามีเท่าน้ันจึงจะอยู่ใกลข้ิดไดต้ลอดจะนั่งขา้งหลงัของภรรยา ตนเองเพื่อให้เธอให้พิง ส่วนหมดตา แยจะนั่งขา้งหน้าคอยช่วยข่มเด็กในท้องให้ลงพร้อมกับการแบ่ง ของแม่ดว้ยผูเ้ป็นสามีจะตอ้งคอยนั่งจบัภรรยาตนเองไวจ้นกว่าจะคลอดลูกออกมา ในกรณที่สามีทา คลอดได้บางคนอาจจะเอาหมากให้ภรรรยากิยทา ให้คลอดลูกง่ายในหมากน้ันจะเสกคาถาลงไปดว้ย เพื่อทห้คลอดลูกง่ายข้ึน เขาจะทา เองส่วนที่ผูช้ายทา ไม่ไดจ้ะพ่ึงหมอต าแย แต่หากว่าหญิงที่คลอดลูก ยากจะมีวิะการแกไ้ขดว้ยการใชน้ ้า มนตท์ ี่เสกเป่าดว้ยคาถา ต่างๆ ส่วนใหญ่หมดตา แยจะเป็นผูเ้ป่าคาถา เอง จากน้ันหากหญิงท่คลอดออกมาแลว้เกิดอาการเป็นลมหรือหน้ามืดไปก็จะมีการแกไ้ขดว้ยการใช้ เสกเป่ าเช่นเดียวกัน ที่ส าคัญในขณะคลอดห้ามผู้คลอดง่วงหลับ เชื่อว่าถ้าผู้คลอดเผลอหลับ ผีจะเอา ชีวิตไป ดงัน้นัจึงตอ้งมีคนคอยดูแลและเรียกไวไ้ม่ใหห้ลบั ในกรณีที่รกไม่ออกมา หมดตา แยจะใชค้วาม ยายามอย่าพิถีพิถนัที่สุด เพราะตอนน้ีเป็นตอนที่ส าคญัที่สุด แม่เด็กจะอยู่หรือตายตอ้งทา ทุกอย่างเพื่อ เอารกออกมาให้ได้ เช่น ตบหลงัเบา ๆเชื่อกนัว่าเหตุที่รกไม่ออกมาเพราะรกไปติดหลงัฉะน้นัจึงตอ้งใช้ วิธีตบหลงัหากทา แลว้ยงัไม่ออกมาหมอตา แยจะใช้วิธีข่มทอ้งของผูค้ลอด และใช้น้ ามนต์เพื่อให้รก เคลื่อนตัวลงต ่า และจนกว่าจะออกมาในที่สุด การปฏิบัติต่อเด็กและการตัดสายสะดือของเด็ก เมื่อเด็กน้อยได้ออกมาลืมตามองโลก อันดับแรกที่จะต้องปฏิบัติต่อเด็กคือ การจัดการเกี่ยวกับ การท าความสะอาดตัวเด็กอย่างรวดเร็วที่สุด และการตัดสายสะดือของเด็ก ชนเผ่าลาหู่ใจใช้ด้ายสีแดง สีด าหรือสีขาว ผูกสายสะดือเด็ก ให้แน่นเพื่อไม่ให้เลือดลมเดินได้สะดวก ห้ามตัดด้วยเหล็กมีคม การ ผูกสายสะดือจะต้องท าอย่างพิถีพิถันและระมัดระวังเป็ นอย่างมาก หากมีการผิดพลาดจะต้องรีบแก้ไข ให้เร็วที่สุด ที่ส าคญัจะตอ้งไม่เหลือสายสะดือขนาดส้ันเกินไป เพราะเมื่อตัดแล้วอาจท าให้เลือดออก มาก ถา้เกิดเหตุการณ์น้ีข้ึนมาจะตอ้งรีบแกด้ว้ยการเอาดา้ยที่ผูกรัดเอาไวแล้วมาผูกใหม่ ้ ต้องผูกให้แน่น และถูกวิธีเพื่อเป็นการห้ามเลือดที่จะออกมาชนชาวลาหู่ยึดถือและปฏิบัติกันมาต้ังแต่โบราณกาล จนกระทงั่สมยัปัจจุบนัเกี่ยวกบัการจดัการเรื่องของแม่และเด็กในระหวา่งคลอด ส่วนใหญ่จะคลอดเอง โดยธรรมชาติและจ าท าคลอดโดยหมอต าแยในหมู่บ้านตนเอง ดังน้นัการปฏิบตัิแต่ละอย่างจะถือหลกั ธรรมชาติจะเห็นได้จากการตัดสายสะดือ และหมอต าแยเป็ นผู้ช าระล้างตัวเด็กให้สะอาด วิธีการน ารกเด็กไปฝัง วิธีการน ารกเด็กไปฝังจะท าต่อหลังจากที่รกเด็กออกมาแล้ว ฝ่ ายผู้เป็ นสามีหรือญาติพี่น้องจะ เป็ นผู้ที่น ารกเด็กไปฝังใต้ถุนบ้านวิธีการเอารกเด็กฝังคือพ่อเด็กจะขุดหลุมให้กว้างและลึกพอประมาณ
69 แล้วเอารกเด็กใส่ไปในหลุม แลว้กลบดินให้แน่นหมนั่ทา ความสะอาดบริเวณรอบฝังรกเด็กน้ันให้ สะอาด หมนั่คอยดูไม่ใหม้ดหรือสุนขั ไก่คุย้เขี่ย เอาไปกินเป็ นอาหาร หากว่ามดกินก็จะหมายถึงเด็กมี ผื่นคันเต็มตัวเด็กได้เป็นการท าความสะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิด แต่หากว่าเด็กมีผืนเต็มตวันั่น หมายถึงพ่อของเด็กจะตอ้งไปดูแลบริเวณที่ฝังรกเด็กน้ันจนกว่าเด็กจะหายเป็นปกติ การที่เด็กเป็ นผื่น จะไม่ถึงกับชีวิต วิธีการอาบน ้าให้เด็ก การอาบน้า ให้เด็กแรกเกิด ผูท้ี่อาบน้า ให้เด็กจะใชว้ิธีนงั่เหยยีดขาท้งัสองขา้งออกไปให้ตรงอุม้ เด็กวางบนแข้ง หันหัวเด็กไปทางปลายเท้า การอาบน้า ให้ทุกคร้ังจะเริ่มตน้จากศรีษะของเด็กก่อนและ ตามดว้ยการลา้งหนา้จนกระทงั่ชา ระท้งัตวั เมื่อการอาบน้า เสร็จสิ้นแลว้จะตอ้งหันมาทา ความสะอาด กบัสะดือของเด็กโดยการเช็ดน้ าให้แห้ง เพื่อให้ข้วัสะดือหลุดเร็วข้ึน เด็กแรกเกิดจะยังไม่ให้สวมใส่ เส้ือผา้ทนัทีจนกวา่สะดือจะหลุดออกมาก่อนจึงจะสวมใส่เส้ือผา้ใหเ้ด็กได้ การสูญเสียหญิงมีครรภ์และทารกที่คลอดออกมาแล้วเสียชีวิต หากเกิดการสูญเสียในช่วงต้งัครรภร์ะหว่างคลอด หรือหลังการคลอด เช่น เด็กที่เสียชีวิตใน ท้อง เด็กที่คลอดออกมาแล้วเสียชีวิต เด็กที่เกิดมาแล้วมารดาเสียชีวิต หรือตายท้งักลม การเสียชีวิต ดังกล่าวถือว่าร้ายแรงและอาถรรพณ์มาก ชาวลาหู่เชื่อว่าเด็กเหล่าน้ีไม่ใช่คน เป็ นลูกเกิดมาอาศัยกับคน ช่วงเวลาหน่ึงเท่าน้ัน เมื่อถือเวลาก็จะกลับไป ไม่พร้อมที่จะเป็นคนที่จะเติบโจยืนหยัดสู้ชีวิตบนโลก ต่อไปได้เหมือนคนปกติทวั่ ไป เพราะฉะน้ันเด็กที่ตายในลกัษณะต่างๆน้ีชาวลาหู่จะท าพิธีโดยหมอ ต าแยเมื่อเสร็จพิธีดังกล่าวก็จะน าร่างเด็กไปฝัง เป็ นอันเสร็จพิธี บางคร้ังจา ตอ้งนา ร่างเด็กมาฝ่าพิสุทธ์ิ ถึงความผิดปกติ ศพของหญิงที่ตายระหว่างคลอดลูกสามารถเก็บตามประเพณีเหมือนคนทวั่ ไปได้ หมอต าแยจะเป็ นผู้ท าพิธีโดยการใช้หนาม แทงลงไปที่ฝ่าเทา้ท้ังสอบขา้ง เพื่อมิไห้วิญญาณเร่ร่อน ออกไปไหนเพราะเชื่อว่ามีหนามแทงเท้าจะเจ็บและไม่สามารถเดินไปใหนๆ ได้เมื่อท าพิธีเสร็จก็จะ น าไปฝัง เทคนิคการท าคลอดส าหรับหญิงที่คลอดยาก ในช่วงที่หญิงลาหู่ต้งัครรภ์ชนเผ่าเชื่อว่าผูห้ญิงที่ต้งัครรภจ์ะตอ้งทา งานเป็นปกติยกเว้นงานที่ หนักๆ ที่เป็ นงานผู้ชาย การท างานเป็ นปกติจะท าให้ผู้หญิงคลอดลูกง่าย และมีสุขภาพแข็งแรงในช่วง คลอดได้อย่างสบายเมื่อประมาณ 1-2 อาทิตยก์ ่อนคลอด ผู้หญิงลาหู่จะคอยอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัว คลอด งานที่ท าระหว่างรอคลอดจะเป็ นงานในบ้านมากกว่างานในนอกบ้าน เมื่อผู้หญิงรู้ตัวว่าจะคลอด ก็ให้ญาติหรือคนในบ้านไปเรียกหมอต าแยมาเพื่อช่วยในการท าคลอด เทคนิคการท าคลอด การนวด ตัว ถือเป็นการช่วยให้สบายตวัมากข้ึน ขณะเดียวกันหมอต าแยจะเป็นตัวช่วยกดท้องช่วงบนเบา ๆ จะ ทา เช่นน้ีจนกว่าจะเห็นเด็ก ส่วนมารดาจะเบ่งเป็ นช่วงๆ เพื่อให้เด็กออกมาได้เร็วและไม่ต้องปวดท้อง นาน
70 การต้ังชื่อเด็กลาหู่ การต้งัชื่อน้นัตอ้งใหค้นที่เป็น โตโบ หรือ ผู้ใหญ่ หรือครอบครัวที่อบอุ่นที่มีลูกไม่เคย เสียชีวิตมาก่อนความหมายการต้งัชื่อน้นัถา้เป็นผชู้ายตอ้งมีคา นา ข้ึนตน้ดว้ย จะสอ จะนะ จะโบ จะแฮ จะชี ถ้าเป็ นผู้หญิงต้องมีค าน า ข้ึนตน้ ด้วย นาวอ นาสอ นาโบ นาแฮ นาแส นานู นาคา ลักษณะการตั้งชื่อเด็กทารก 1. คนที่เกิดตอนเชา้จะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะสอ หรือ นาสอ 2. คนที่เกิดตอนกลางวนัจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะกอ หรือ นากอ 3. คนที่เกิดตอนกลางคืนจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะผือ หรือ นาผือ 4. คนที่เกิดวนัหมาจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะพือ หรือ นาพือ 5. คนที่เกิดวนัลิงจะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะเหมาะ หรือนาเหมาะ 6. คนที่เกิดวันหมูจะต้องต้งัชื่อวา่ จะหวะ หรือนาหวะ 7. คนที่เกิดวนัมา้จะตอ้งต้งัวา่ จะมูหรือ นามู 8. คนที่เกิดมาแลว้ร่างกายสมบูรณ์จะตอ้งต้งัชื่อวา่ จะแฮ หรือ นาแฮ กรรมวิธีในการเจาะหูเด็กแรกเกดิ เด็กผู้หญิงที่คลอดได้สามวันแล้วจะถูกอุ้มออกมาสูดอากาศภายนอกบ้าน แค่จะอุ้มมานั่งใน ชานบา้นเท่าน้นั จะไม่อุ้มออกนอกชานบ้าน แม่เด็กหรือย่า,ยายเด็กจะเป็ นคนเจาะหูให้ หรือบางคร้ัง อาจจะไปเรียกคนที่เชี่ยวชาญมาเจาะให้ แต่ส่วนใหญ่แล้วยายหรือย่าของเด็กเป็ นคนเจาะให้เป็ นส่วน ใหญ่ หลงัจากที่ไดอุ้ปกรณ์พร้อมแลว้คนที่เจาะจะเอาขิงแก่หั่นเป็นแว่นแล้วมาถูที่หูของเด็ก ในการที่ เอาขิงแก่มาถูที่หูเด็กน้ันเป็นภูมิปัญญาของชนเผ่าที่ปฎิบตัิมาต้งัแต่บรรพบุรุษ ใช้แทนยาชาที่ใช้อยู่ใน แพทย์แผนปัจจุบัน และเตรียมร้อยด้ายไว้ที่เข็ม หลังจากถูหูเด็กได้พอสมควรจะเอาเข็มเจาะลงไปที่หู ของเด็กให้ทลุลงไปและดึงด้ายที่ร้อยไว้คาไว้ที่หูของเด็ก แล้วจะเอาปลายด้ายมาผูกเป็ นปม เพื่อไม่ได้ หลุด หลังจากเจาะหูประมาณ 3-5 วันแผลจะแห้งและหาย เด็กที่คลอดออกมาไม่สมประกอบหรือเสียชีวิตระหว่างคลอด ชุมชนของลาหู่น้นัจะไม่ค่อยพบเห็นคนพิการหรือไม่สมประกอบอยใู่นชุมชน ชาวลาหู่เชื่อว่า ถ้ากตัญญูกตัญเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยการท าพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามเทศกาลต่าง ๆ แล้วจะไม่เกิดเหตุร้ายหรือเหตุการณ์ที่ไม่ดีกับครอบครัวของตนเอง แต่ถ้ามีคนในหมู่บ้านคลอดเด็ก ไม่สมประกอบหรื อเด็กแฝดในหมู่บ้าน จะเล้ียงไว้ไม่ได้จะถือเป็นเสนียดจัญไรของหมู่บ้าน ความหมายคา ว่าเด็กไม่สมประกอบจะหมายถึงมีนิ้วมือไม่ครบหรือมีนิ้วมือเกินกว่าคนทั่วไป และ รวมถึงนิ้วเทา้ดว้ยแม่เด็กคลอดลูกทีเดียวสองคน (ลูกแฝด) ก็จะเล้ียงไวไ้ม่ได ้ และมีการสอนต่อ ๆ
71 กนัมาจากบรรพบุรุษว่าถา้เกิดเหตุการณ์ดงักล่าวข้ึนกนัครอบครัวไหนให้รีบจดัการโดยเร็วอย่าให้รู้ถึง คนอื่น ขั้นตอนการฝังศพเด็กที่คลอดแล้วเสียชีวิต หลังจากเด็กคลอดออกแล้ว และรู้ว่าเด็กไม่มีชีวิต พ่อของเด็กต้องเอาเด็กไปฝังทันทีโดยเอา ศพเดก (ท าจากกระบอกไม้ไผ่ผ่าเป็ นสองซีก) และตอนเอาเด็กไปฝังน้ัน จะไปเชิญญาติผู้ใหญ่ที่มี อายุแล้วไปด้วยหลายคน ศพเด็กน้ันจะไปฝังรวมกบัสุสานในหมู่บา้น แล้วผู้ใหญ่ในบ้านมัดข้อมือ ให้กับแม่ของเด็ก เพื่อเป็ นการเรียกขวัญให้กับแม่ของเด็ก ที่ต้องสูญเสียลูกน้อยไป การปฏิบัติตัวหลงัคลอดลูก การปฏิบัติตัวหลังคลอดลูกผู้เป็ นแม่จะอยู่นอนไป 12 –13 วัน ในระหว่าน้ีกินอาหาร เฉพาะเน้ือไก่ ที่มีเน้ือสีขาว เลือกส่วนที่เป็ นนอกกับขาเท่า ส่วนอื่นๆ จะไม่กินและขณะนอนน้นัจะ ใช้ก้อนหินวางอยู่ใกล้ ๆ กองไฟ กอ้นหินน้ันจะมีผา้มดัไว้เพื่อให้ก้อนหินมีความอุ่น และเอาก้อนหิน น้นั ไปวางไวบ้ริเวณหนา้ทอ้งของผหู้ญิงเพื่อให้ขบัของเสียออกจากร่างกายช่วงที่ส าคัญ คือ ของจ าพวก สบู่ เครื่องส าอางต่างๆ หรืออาหารจา พวกมีกลิ่น ท้งัน้ีขา้ใกลไ้ม่ไดเ้พราะถา้ผหู้ญิงสูดดมเขา้ไปแลว้จะ มีอาการผิดปกติกบัผูห้ญิงน้นัตามปกติแลว้ลาหู่ส่วนใหญ่ จะอยู่เดือนประมาณ 4 เดือนน้ีภายใน 4 เดือนน้นัห้ามนอนกบัสามี หรือห้ามเขา้ใกลส้ามีถา้หากขืนนอนกบัสามีภายในเดือนน้ีถือว่าเป็นการผิด ขิ้นได้และมีเครื่องหมาที่บันไดใช้ไม้แหลมไปปัก 2-3 อัน ไปเสียบไว้เพื่อไว้เพื่อให้คนภายในหรือ ภายนอนรับรู้วา่บา้นหลงัน้ีมีเด็กเกิดใหม่ ข้อห้ามและความเชื่อต้องปฏิบัติระหว่างการอยู่เดือน 1. ห้ามนอนกับสามี 4 เดือน 2. ห้ามเอาเด็กออกจากนอกภายใน 13 วัน 3. ห้ามน าผ้าอ้อมเด็กไปซักในห้วยภายใน 13 วัน 4. ห้ามใช้เครื่องส าอางต่างๆ 5. ห้ามคนภายนอก ข้ึนไปบนบา้นเพราะกลวัวา่จะนา เช้ือโรคมาให้ 6. ห้ามเอาฟื นดิบ มาเผาหรือมาท าอาหารเพราะจะท าให้ภรรยาเป็ นบ้า 7. ห้ามตัดผมให้เด็กภายใน 13 วันจะท าให้เด็กตกใจและ เจ็บไข้ได้ป่ วยง่าย โรคผิดเดือนของหญิงคลอด มีสาเหตุมาจาก 1. การอยู่ไฟไม่ครบเดือน 2.การไดก้ลิ่นอาหารที่แสลง 3. สถานที่ของการอยู่ไปไม่มิดชิด ได้รับลมหรืออากาศเย็นเกินไป 4.การอาบน้า และสระผมดว้ยน้า เยน็เร็วเกินไป 5. เกิดการแสงจากการกินอาหารที่ต้องห้ามส าหรับหญิงที่อยู่ไฟ
72 หากเกิดอาการโรคผิดเดือนหญิงที่คอลดลูกจะต้องพยายามรักษาสุขภาพของตนเองอย่างดีที่สุด ไม่รีบจับงานหนัก ท้งัน้ีเพื่อความปลอดภยัของตนเอง อาการของโรคผิดเดือน สตรีที่เป็ นโรคผิดเดือนจะมีอาการต่าง ๆ คือ ปวดหัว เวียนหัว มือเย็น เท้าเย็น และรู้สึกหนาว ผิดปกติจะต้องห่มฝ้าหนา ๆ และจะต้องอยู่ใกล้ไฟตลอด หญิงที่มีอาการจะถูกห้ามไม่ให้ถูกแดดถูกลม หรือท างานหนัก วิธีแก้ไข 1. หญิงที่มีอาการจะต้องอยู่ใกล้ไฟตลอด ห่ม สวมเส้ีอผา้หนาๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ ตลอดเวลา 2. อบตัวด้วยสมุนไพรและดื่มน้ าสมุนไพรร้อน ๆ เชื่อกนัว่าคนไขท้ ี่เปนโรคน้ีไม่สามารถ แตะตอ้งน้า เยน็หหรือถูกอดดถูกลมได้ 3. งดอาหารที่เป็นของแสลงซ่ึงได้แก่อาหารที่กลิ่นแรง ๆ เช่นเน้ือควาย วัย ไก่เหลืองซีด หรือเก้ง ผกัที่มีกลิ่นแรง เช่นผักชะอม หากไม่มีการรักษาให้ดีคนไข้จะมีอาการที่หนักข้ึนเรื่อย ๆ จน กลายเป็นอาการเร้ือรังซ่ึงรักษาไดย้ากหรือไม่ไดเ้ลย
73 บทที่ 7 พฒันาการของทารกแต่ละช่วงอายุช ื่อเรียกของชนเผ่า อายุ ภาษาชนเผ่า พฒันาการที่เกิดข้ึน แรกเกิด ฮอ- บ้ือ- เว ร้องไห้ได้ ดูดนมได้ เคลื่อนไหวแขนขาได้ 1 เดือน ก้ือ– บ้ือ– เว ยกคางได้ยมิ้ตอบได้จอ้งมองวตัถุและแสงสวา่ง 2 เดือน โอ- เอ -แม - ฟู -ซิ - เว จา หนา้แม่และคนใกลช้ิดได้รู้จกัยมิ้และเล่น 3 เดือน คอ –แฮ –ลา -เว ต้งัศีรษะตนเองไดอ้ยา่งมนั่คง 4 เดือน หลัก-แซ – ม้อ –กอ – คอ- จ า -เกิน – เว จ้องมือตนเองอย่างสนใจ พยายามเอามือใส่ปาก ตนเอง 6 เดือน มือ- บ้ือ-แล หนา -ปอ –ก่า – เว นงั่โดยช่วยยดึไว้จบัควา้ได้ทา เสียงไดห้ลายเสียง 8 เดือน จี่- ยี่ – จี่ – ตอ –โอ –เว ฟันหนา้จะข้ึน 2 ซี่สามารถพลิกตวัได้นงั่เอง 10 เดือน โค – โค – เต – บ้ือ– เว ปื นได้ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อย คลานได้อย่ คล่องแคล่วสนใจของเล็กๆน้อยๆโบกมือโบกไม้ ได้ 1 ขวบ วอ – จุง – บ้ือ- เว เดินได้โดยมีผู้จูง เดินรอบโต๊ะโดยใช้วิธีเกาะ 1 ขวบ 1 เดือน จูง- บ้ือ-แล – นา –อู๋-เต – บ้ือ– เว เดินไดโ้ดยใชม้ือหน่ึงยดึจบัเกา้อ้ีหรือที่เกาะไว้ยืน คนเดียวไดช้วั่ระยะส้ันๆสามารถพูดได้2-3 ค า 1 ขวบ 3 เดือน จูง – บ้ือ–แล –นา –อู๋- เต – บ้ือ– จือ- ปี๋- บ้ือ-เว เดินได้คลานข้ึนที่สูงได้ช้ีมือเมื่ออยากไดอ้ะไร เมื่อปัสสาวะจะบอกได้เรียกชื่อสิ่งของที่คุน้เคยได้ 1 ขวบ 6 เดือน จูง- บ้ือ-แล – นา-อู๋ –เต – พาะ –เว เดินไดแ้ละเริ่มหัดวิ่ง พูดไดเ้ก่งและพูดเป็น พยางค์ได้ 2 ขวบ ฮือ- บ้ือ–เว –แล –ออจา – พาะ- เว วิ่งไดเ้ก่ง พูดไดเ้ก่งเป็นประโยค กินอาหารไดค้น เดียว รู้จักควบคุมการขับถ่าย พัฒนาการของทารกแต่ละช่วง ตามภาษาชนเผ่า พัฒนาการ ภาษาลาหู่
74 การได้ยิน นา – ปอ –ก้า – บ้ือ- เว มองเห็น แม – ซึ – มอง - บ้ือ– เว คอแข็ง คอ –แฮ – บ้ือ- เว พลิกตัว ฟู – บ้ือ - เว นงั่ มือ – บ้ือ– เว คลาน โค – โค – เต - บ้ือ– เว ต้งไข่ ั จูง – พาะ –ลา – เว ยืน ฮู – เว เดิน จูง – บ้ือ– เว พูดได้ นา –อู๋ – เต – เว หย่านม จู –แนะ – พาะ - เว การพัฒนาการทางอารมณ์ พฒันาการด้านน้ีนับว่าเป็นรากฐานที่ส าคญัของการพฒันาด้านอารมณ์ในโอกาสต่อไปของ บุคคลเป็นอยา่งยงิ่นบัเป็นการแสดงการโตต้อบ คือ สิ่งแวดลอ้มที่แตกต่างกนัออกไปแต่ละบุคคล ทารกแรกเกิด อารมณ์มีลกัษณะที่แยกไม่ออก ต่อจากอารมณ์จะค่อยๆ พฒันาข้ึนตามวุฒิภาวะ และการเรียนรู้อารมณ์ที่พฒันาข้ึนมาในระยะ โกรธ มักพบมากเมื่อทารกถูกขดัขวางที่จะทา สิ่งที่เขาต้องการ อารมณ์โกรธมักจะเห็นอายุ ประมาณ 6 เดือน และพบว่าจะมีบ่อยข้ึนอาการที่ส่อถึงการโกรธ เสียงร้องอย่างไม่สบอารมณ์อาจ เนื่องมาจากการถูกฝึ กฝนอ เช่น การฝึ กในดารขับถ่าย กลัว ความกลวัของเด็กน้ีเกิดจากการเรียนรู้เช่นเดียวกนัทารถมกัจะจะเริ่มกลวัคนแปลกหน้า กลัวเสียงดัง กลัวสัตว์ต่างๆ สถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย ห้องมิด การบาดเจ็บที่เกิดจากการหกล้ม หรือตก จากที่สูง เมื่อเกิดความกลัวทารกมักจะถอยหนี ร้องให้ หันหน้าหนีเพื่อเป็ นการเรียกร้องความ ช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ อิจฉาริยา เกิดจากการเอาอารมณ์โกรธและกลัวเข้าด้วยกัน มักเกิดได้โดยง่ายเมื่อมีน้องและ บิดามารดาแสดงการเอาใจใส่น้องเป็ นพิเศษ ท าให้ตนขาดความส าคัญไป อาจจะเกิดจากการที่บิดา มารดาไม่ได้อธิบายให้บุตรเข้าใจถึงสภาพเป็ นจริง อยากรู้อยากเห็น มันพบเสมอใน 2-3 เดือน แรก ทารกจะอยากเห็นสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ความกลัวก็เป็ นลักษณะหนึ่งที่ช่วยให้ทารกเกิดความอยาก เห็นได้ ดีใจ เป็นอารมณ์แห่งความรื่นรมย์มีความสุข มกัเกิดข้ึนกบัทารกที่สุขภาพดีในระยะ1-3 เดือน หลงัคลอด ทารกจะรู้จกัยมิ้หรือหวัเราะเมื่อมีความพอใจ เมื่อทารกอายไุดป้ระมาณ 2 ปี
75 จะรู้จกัยมิ้กบัผอู้ื่นหรือร่วมหวัเราะไปกับผู้อื่นได้เมื่อรู้สึกพอใจ รัก ทารกจะแสดงความรักออกมาโดย เป็ นอารมณ์ที่รื่นรมย์ของทารกที่ได้รับการเอาใจจาก บิดามารดาเป็นอยา่งดีทารกจะเริ่มรักตวัเองก่อน นอกจากน้ีทารกอาจจะรักสิ่งของของตนเอง หรือรัก สัตวเ์ล้ียงก็ได้ การดูแลเด็กทารถคลอด เด็กแรกคลอด เมื่อคลอดออกมาแล้วมักใช้เวลาในการนอนหลับเหมือนเด็ก ทวั่ ไป เวลาที่หิวจะตื่นและร้องให้หากตอ้งการจะถ่ายหรือปัสสาวะเด็กก็จะตื่นและร้องไห้ เด็กแรกคลอดควรได้รับการดูแลดังต่อไปนี้ ผิวหนัง เด็กส่วนมากเมื่ออายุ 2-7 วัน อาจมีตัวเหลือเล็กน้อย ถ้ายังไม่ดูดนมดีควรให้กิน น้า มากๆ แต่ถา้ซึมหรือตวัเหลืองเพิ่มข้ึน ก็ควรพาไปหาหมอยาสมุนไพรประจา หมูบา้นศีรษะ หนัง ศีรษะ บางคนเป็นแผ่นสะเก็ด คลา้ยรังแคหนาๆ ควรใช้น้ าอุ่นลา้งออกเป็นประจา ถา้ทา เช่นทุกวนั สะเก็ดจะค่อยๆ หลุดไป ไม่ควรใชเ้ล็บคะจะทา ให้ถลอก ถา้มีเลือดออกและติดเช้ือได้ในบางคน หนัง ศีรษะอาจบวม น่วม เป็ นก้อน เกิดจากเลือดออกใต้ผิวหนัง ไม่ควรนวดหรือแคะ เพราะมีอันตรายมาก ควรปล่อยไว้จะค่อยๆ หายไปเองตา ตาแฉะ ตาอักสบ มีหนองในตา มารดาของเด็กมันจะใช้รักษา โดยการใชน้ ้า นมมารดาหยอดใส่ที่ตาของเด็กจมูกเวลาคดัจมูกหรือหายใจไม่ออกมารดาของเด็กมักจะ ใช้ให้อกควนัของยาฝิ่น สะดือ สะดือควรจะหลุดในเวลา 7-14 วนัหลงัจากอาบน้ าอุ่นแล้วไม่ตอ้งใส่ยาใดๆ ควรเช็ดใหแ้ห้งแลว้ปล่อยทิ้งไวว้ิธีการเก็บสายสะดือเด็กลาหู่ตอ้งเก็บไวท้ี่กระบอกไมไ้ผ่หรือเก็บไว้ บนบ้านที่สัตว์ต่างๆหรือแมลงไม่สามารถเข้ากัดกินได้ การอาบน ้า ควรอาบน้า อุ่นให้ทุกวนัแต่สระผมน้า ตอ้งเวน้วนัสองวนัสระ 1 คร้ังควรใชส้บู่ ส าหรับเด็ก ถา้อาบน้ าเสร็จแลว้ตอ้งเช็ดตวัเด็กให้แห้งไม่ควร ปล่อยให้ร่างกายกระทบกับความเย็น เกินไปอาจจะให้ตัวเด็กไม่สบายได้ น ้าดื่ม หลังดื่มนมแล้ว ควรให้เด็กดื่มน้า ตม้ สุกที่เยน็แลว้ทุกคร้ังไม่ควรให้เด็กดื่มน้า เยน็เพราะ อาจจะให้ปวดท้องได้
76 บทที่ 8 ความผิดปกติของเด็ก ในภาษาลาหู่ ค าว่า “ ชอ กา ” ซึ่งหมายถึงเด็กที่อยู่ในสภาพผิดปกติ ชนเผ่าลาหู่นิยามค า “ เด็กที่อยู่ในสภาพที่ไม่ปกติ” ว่าหมายถึงเด็กที่มีอาการผิดปกติท้งัทางดา้นร่างกาย จิตใจ สมองและ อื่น ๆ ที่ไม่สามารถมองเป็ นแต่ปรากฏอาการหรือแสดงออกทางอารมณ์เด็กที่มีพัฒนาการช้า ลักษณะที่ เห็นได้โดยภายนอก เช่น ขาลีบ ตาบอด หูหนวก ทางด้านจิตใจ เช่นอาการทางจิตและประสาท พัฒนาการช้า เช่น เติบโตช้า พูดช้า เดินช้า ฯลฯ ชนเผ่าลาหู่เชื่อว่าหากครอบครัวมีเด็กที่มีอาการผิดปกติดังกล่าว เชื่อว่าเพราะมีการกรรมหรือ พ่อแม่ไปกระทา ในสิ่งที่เป็นบาปเป็นกรรรม กระทา ผิดต่อเทพเจา้หรือผีสาง จึงส่งผลมายงัครอบครัว หรือลูกของตนเอง อาการพิการต่างๆ ที่เป็นมาต้งัแต่กา เนิดโดยส่วนใหญ่ก็จะไม่สามารถแก้ได้ แต่อาการบางอย่าง ปรากฏข้ึนภายหลงับางอยา่งสามารถแกไ้ขไดโ้ดยพิธีกรรม ถา้หากเด็กมีวิวฒันาการการเจริญเติบโตชา้ จะแก้ไขโดยการแก้เคล็ด ประเภทของความผิดปกติมี 2 ประการคือ 1. เด็กที่อยู่ในสภาพไม่ปกติทางทางร่ายกาย 2. เด็กที่อยู่ในสภาพไม่ปกติทางจิตใจ ความผิดปกติของเด็กลาหู่มีสาเหตุดงัน้ี 1. พันธุกรรม 2.ความบกพรองในการคลอด 3.ความผิดพลาดในการท าพิธีกรรมในระดับครอบครัว เด็กที่นอนกัดฟันเวลานอนหลับ การกัดฟันเวลานอนหลับลาหู่มีความเชื่อว่าก าลัง กัดกิน วิญญาณของบิดา และมารดา โดยที่เด็กไม่รู้ตัว เมื่อกัดกินดวงวิญญาณของบิดา มารดา ลาหู่มีความเชื่อว่า อาจท าให้บิดา มารดา ตายได้ วิธีการแก้ไข ให้เอาถ่านที่ได้มาจากการท าอาหาร มาใส่ปากของเด็ก ที่ก าลังนอนกัดฟันอยู่ เด็กที่ติดอ่าง การพูดติดอ่างน้นั ลาหู่มีความเชื่อว่า มาจากการสืบทอดากสายเลือดหรือ เกิดจากการ ที่บรรพบุรุษ รุ่นก่อนๆ การติดอ่างด้วย เช่น มีการติดอ่างจาก ปู่ ย่า ตายาย จะตกทอดไปถึงรุ่น ลูกหลานของตกเอง วิธีการแก้ไข ให้น าเอาหิดที่ได้มาจากป่ า ที่ลาหู่เรียกกันว่า มูหลูกู น าเอามูหลูกู มาเคาะหัวเด็กที่ กา ลงัติดอ่างอยู่หรือกา ลงัพูดอยู่
77 เด็กที่ปัสสาวะรดที่นอน (เด็กที่โตแล้ว ) เด็กที่ปัสสาวะรดที่นอนบ่อยๆ ลาหู่มีความเชื่อว่า เป็ นการผิดปกติที่เด็กจะปัสสาวะ รดที่นอนว่าไม่ได้เจ็บป่ วยตาม หรือ ผู้ใหญ่บางคนที่ปัสสาวะรดที่นอนโดยไม่รู้ตัวก็คือ ว่าผิดปกติ ลาหู่มีความเชื่อว่าเป็นเพราะบุคคลคนน้ัน ขวัญอ่อน ดวงวิญญาณไม่ได้อยู่กบัร่างเจ้าของ วิธีการแก้ไข ส าหรับเด็ก ให้เด็กกินปูตัวเมีย ( ตรงที่มีอวัยวะเพศ ) ส าหรับผู้ใหญ่ ถ้าเป็ นผู้ใหญ่ ต้องท าพิธีกรรม (ท าข้อตา ) ส าหรับสถานที่ท าพิธีกรรมคือ หอแย่งและบ้านผู้ใหญ่บ้าน การที่เด็กทารกชอบแลบลิ้น การที่เด็กทารกชอบแลบลิ้นบ่อยๆ น้ัน ลาหุ่มีความเชื่อว่า ในขณะที่มารดาต้ฃัครรภ ์ น้นัมารดาของเด็กได้ฆ่างู ก็เลย เกิดมาชอบแลบลิ้น เหมือนงู วิธีการแก้ไข ในขณะที่เด็กกา ลังแลบลิ้น ผู้เป็ นบิดา หรือมารดา ต้องสะกินให้ลูกของ ตนเอง การที่เด็กนัดนิ้วบ่อยๆ ลาหู่มีความเชื่อมว่าเด็กทารกนัดนิ้วน้ัน เด็กทารกที่นัดวันเวลาเพื่อที่จะตาย มีความเชื่อว่า บันทึกจ านวนที่จะตายแล้ว วิธีการแก้ไข น าเอาเมล็ดพันธ์พืชต่างๆ เช่น เมล็ดงา เมลด็ฝิ่น น ามามาร้อยเป็ น ก าไล ข้อมือ แล้วใส่ไว้ข้อมือ ซึ่งลาหู่มีความเชื่อว่า เด็กคนน้นัจะทา ใหน้ดัเมล็ดพืชไม่หมดและจะไม่รู้วนัที่ ก าหนดวันตาย วิธีน้ีทา ใหเ้ด็กมีชีวิตอยไูดต้ามปกติประจา วนัไดเ้หมือนเด็กคนอื่นทวั่ ไป การที่เด็กเกิดกัดนิ้วตนเองบ่อยๆ เด็กที่ชอบกดันิ้วน้นั เกิดจากความเคยชินของเด็กตามธรรมชาติของเด็กลาหู่ วิธีการแก้ไข ให้เอาของเล่นต่างๆ เช่น ท าไม้ไผ่เป็ นท่อนๆ หรือท ารถเล็กให้เด็กเล่นบ่อยๆ ที่ท ามาจากไม้ต่าง ๆ หรือท าขอบ เล็กๆให้เด็กเล่นบ่อยๆ พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศของเด็ก ชาวลาหู่มีความเชื่อว่าพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศเกิดข้ึนเองโดยธรรมชาติคนที่เกิดมาใน ลกัษณะน้ีจะสังเกตเห็นพฤติกรรมเหล่าน้ีไดต้้นัแต่อายปุระมาณ 4 ปีข้ึนไป โดยจะเห็นว่าเด็กจะติดตาม เพื่อนในเพศตรงข้าม เช่น ถ้าเป็ นเด้กผู้หญิงบุคลิกลักษณะจะเป็ นเหมือนเด็กผู้ชาย และจะขอบติดตาม คบหาเพื่อที่เป็นผูช้ายเท้าน้ีส่วนเด็กผูช้ายจะมีลักษณะท่าทางหรือบุคลิกที่เหมือนผู้หญิงและคอย ติดตามเแต่เพือนที่เป็นผหู้ญิงเท่าน้นั
78 บทที่ 9 การเรียนรู้และการอบรมสั่งสอน ในด้านคุณธรรม บทคา สอน / สุภาษ / ค าพงัเพย / ปริศนาคา ทาย การอบรมสั่งสอนเด็กในชีวิตประจ าวัน ชนเผา่ลาหู่จะอบรมสั่งสนและถ่ายทอดประสบการณ์แก่ลูกต้งัแต่อยใู่นครอบครัวจนกระทุ่งถึง วยัที่สมควรสามารถใชช้ีวิตนอกครอบครัวคา สอนต่างๆ มงั่ให้ใชใ้นชีวิตประจา วนัเช่น การเอาตวัรอด รวมถึงความเชื่อ หลักค าสอนของศาสนาที่ตนเชื่อ เด็กจะภูกสอนหรือปฏิบตัิดงัต่อไปน้ี หา้มขโมยของของคนอื่น เพราะจะข้ึนชื่อวา่เป็นคนข้ีขโมย ในสายตาของผอู้ื่นตลอดเวลา ห้ามปี นต้นไม้ เพราะอาจจะตกลงมาแขน ขา หักได้ ห้ามเล่นมีดเล่นผืน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุ และได้รับอันตราย หา้มเล่นน้า ลึกหรือน้า เชี่ยว เพราะจะเกิดอนัตราย ห้ามแตะและทา ลายเครื่องเล้ียงผี ห้ามล้วงรูต่างๆ เพราะอาจจะเจองูหรือตะขาบ คนทุกชาติทุกภาษามีการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็ นการเรียนรู้ในวิธีการด าเนินชีวิต หรือระบบ วฒันธรรมและจารีตประเพณีของตนเองแต่การเรียนรู้ต่างๆ จะอยู่ในบริบทวฒันธรรม และสิ่งแวดลอ้ม ชองสังคมชนชาติน้นัๆ ซ่ึงจะแตกต่างกนั ไป การเรียนรู้เริ่มต้งัแต่เด็กจนแก่เฒ่า โดยผ่านการถ่ายทอด จากผูเ้ฒ่าผูแ้ก่คนแต่ละยุคจะมีการเรียนรู้ที่วิฒนาการตามยุคสมัยขอขอบตนแล้วพัฒนามาใช้ใน ชีวิตประจา วนัถ่ายถอดต่อไปยงัคนรุ่นหลงัๆ กลายเป็นการปฏิบตัิวฒันธรรมของชนชาติน้นัๆ สืบทอด และพัฒนาข้ึนไปเรื่อ ๆ เพื่อความอยู่รอดและอตัลกัษณ์ของเผ่าพนัธ์เช่นวิถีการดา เนินชีวิต วฒันธรรม ประเพณีกฏจารีต และจริยธรรมการสืบสานชาติพนัธ์ทา ไดโ้ดยผา่นการถ่ายทอดและการอบรมสั่งสอน ของผเู้ฒ่าผูแ้ก่ต้งัแต่อดีตเป็นการสืบทอดเป็นเรื่อง ๆ เฉพาะตามเพศและวยัการสืบทอดการเรียนรู้ในวัย ต่าง ๆ มีการสั่งสอนเพื่อให้เกิดความเคยชินส าหรับเด็กอายุต้งัแต่1 เดือน ถึง 1 ปีเด็กทารกจะไดร้ับ การฝึ กฝนให้เกิดพัฒนาการด้านต่างๆ การเรียนรู้ของเด็ก การเรียนรู้กิจวัตรประจ าวันของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจะแตกต่างกัน เป็ นเรื่ององบทบาท หญิงชาย เด็กผู้หญิงจะเรียนรู้จากแม่และญาติผู้หญิง ส่วนเด็กชายจะเรียนรู้จากพ่อและญาติผู้ชาย 1. การเรียนรู้กิจวัตรประจ าวันจองเด็กผู้ชาย 1. การเล้ียงดูแลสัตวเ์ล้ียง เช่น ววัควาย 2. การคบเพื่อน 3. การท างานหนักของแต่ละวัย
79 ดังที่กล่าวแล้วว่าการเรียนรู้ของเด็ผู้ชายจะเรียนรู้จากพ่อและญาติผู้ใหญ่ที่เป็ นผู้ชาย งานของผู้ชายส่วน ใหญ่จะเป็นงานนอกบา้นและเป็นงานหนกัเช่น การไปไรไปนา เด็กชายจะเรียนรู้การลอ้มร้ัว เล้ียงววั เล้ียงควาย เล้ียงชา้ง พกและใชอ้าวุธเช่น มีด ปืน หนา้ให้หนงัสติ๊กเป็ดตกปลา ดว้งหักหนูเรียนรู้ที่จะ อกไปหาของป่าที่อยสูู่ง เช่น เก็บน้า ผ้ึงถา้อยบู่า้นจะเรียนการการสร้างบา้น ทา คอกหมูคอกววัเป็นตน้ 2.การเรียนรู้กจิวัตรประจ าวันของเด็กผู้หญิง 1.การเล้ียงนอ้ง 2.การทา งานบา้น เช่น หุงขา้ว ตกัน้า ทา ความสะอาดบา้น 3.การถกัทอและการตดัเยบ็เส้ือผา้ 4.การเล้ียงสัตวท์ ี่อยใู่นบริเวณบา้น เช่น ไก่หมู 5. การคบเพื่อน เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่จะเรียนรู้จากแม่และญาติผู้หญิง บทบาทเป็ นเองของงานบ้าน เช่น ต าข้าว ตกน้ า เล้ียงสัตว์เล็ก(หมูไก่) หุงขา้ทา อาหาร งานทอผา้หรือตดัเยบ็เส้ือผา้ชนเผ่า เฝ้าบา้น เล้ียงน้อง การเก็บฟื น ดายหญ้าก าจัดวัชพืช ในไรในสวน ซักผ้า ล้างจาน ชาม ท าความสะอาดและอุปกรณ์ต่าง ๆ การเรียนรู้ในครอบครัว เช่น การดูแลเล้ียงสัตว์เช่น ไก่หมูการดูแลรักษาบา้น การตอ้นรับแขกการทา งานบา้น เหล่าน้ีพ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูกท้งัเด็กผูห้ยงิและเด็กผูช้ายให้เรารพ รักบฟังคา สั่งสอนของพ่อแม่ ผู้ใหญ่ และผู้อาวุโส สอนมารยาทการเดินฝ่ าหน้าผู้ใหญ่ การใช้วาจาที่ สภาพไม่ส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อหรือไร้สาระ การต้องรับแขกที่มาเยือน การนับถือพ่อแม่พี่น้องใน ครอบครัว การไม่ใส่ร้ายนินิทาผู้อื่น ไม่นอนตื่นสาย ไม่เกียจคร้าน ไม่ไปนอนค้างบ้านคนอื่น ไม่รังแก ผู้อื่น รู้จักที่ต ่าที่สูง รู้จ าหน้าที่ของตนเองว่าจะต้อท าอย่างไรในแต่ละวัน การเรียนรู้ในชุมชนและสังคม เช่น มารยาทในการพูดคุยกับผู้อื่น มารยาทในการคบเพื่อน มารยาทในการเดินฝานหนา้ผใู้หญ่น้นัจะตอ้งเป็นการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกบัผูอ้ื่นอยา่งมีความสุข การ ช่วยเหลือเก้ือกูลผูอ้ื่น หาชุมชนมีงานอะไรตอ้งไปช่วย ยิ้มแยม้แจ่มใสทกัทายผูอ้ื่น ไม่หาเรื่องทะเลาะ รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหม่จะท าอะไรต้องปรึกษาผู้ใหญ่ ไม่ใช้อารมณ์ในหารติดสินปัญหา วางตัวเหมือน คนอื่นไม่ท าตัวเด่น เกินคนอื่น ให้รู้จักสามัคคีปรองดองกับเพื่อนกระท าการต่าง ๆ ในสายตามของ ผู้ใหญ่ ปรึกษาขอค าแนะต าจากผู้ใหญ่ เรียนรู้บทล าน าวัฒนธรรม สุภาษัติ ค าสอน ข้อห้าม กฎจารีตประเพณี แนวคิดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาต่าง ๆ วิธีการลงแขก และการเปลี่ยนแรงงาน วิถีการผลิตแบบพ้ืนบา้น ระบบความสัมพนัธ์คน ชุมชน ป่า สัตว์ที่เอ้ือต่อกนั น าไปสู่ความเป็ นอยู่ที่ผาสุก วิธีการแก้ไขปัญหา ตัดสินคดีความต่างๆ แม้ว่าจะเป็ นเรื่องที่เกี่ยวกับนอก บา้น แต่เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่าน้ีจากครอบครัวไดด้ว้ย การเรียนรู้ระบบเครือญาติ เช่น การนับระบบเครือญาติ ค าเรียกชื่อของยาติผู้ใหญ่ (การเรียก ศักดิ์ เช่น ปู่ ย่า พี่ น้อง) และการมีส่วนร่วมกับระบบเครือญาติ
80 ระบบเครือญาติของชนเผ่าลาหู่เป็ นอีกเรื่องหนึ่งที่เด็กควรจะรู้และจดจ า เนื่องจากความเป็ น ญาติ ความเป็ นลูกหลานท าให้กล้าพูดกล้าสอนกันอย่างตรงไปตรงมามากกว่าลูกหลานคนอื่น ๆ เพ ระอาจเกรงใจไม่กลา้สั่งสอนเด็กโดยตรง ระบบเครือญาติช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลอบรมเล้ียงดูเด็กด้วย นา ไปสู่ความรู้สึกผูกพนั ในเครือญาติดว้ยกนัเด็กบางคนก่อนที่จะเขา้ไปเรียนรู้กบัคนในชุมชน สังคม ก็จะเขา้ไปเรียนรู้กบเครือญาติของตนเองก่อน บทค าสอน 1. คอโค๊ะ หล่อโค๊ะ , คอคา หล่อคา, จ้อคา แหล้ ค่า, ได ได กาย โย่, ไก เกาะ ลา เว มะ สี่ แปลว่า ตามภูเขา ในล าห้วย จะเต็มไปด้วยรอยตีนงู ไม่รู้ว่าไป หรือมา ความหมายคือ ตามป่ า ตามเขาตามล าห้วย เต็มไปด้วยถนนหนทางเข้าออก มีแต่รอยล้อรถ 2. เหมาะ ค่า เหมาะ เชะ ดะ, ฟะ ค่า ฟะ เช ดะ แปลว่า ลิง กับลิงกัดกัน กระรอก กับกระรอกกัดกัน ความหมายคือ พี่นอ้งเดียวกนัเผา่เดียวกนัเช้ือชาติเดียวกนัชาติเดียวกนัจะฆ่าแกงกนั 3. ชอ ค้อ ชอ ยา วื่อ นา เว แปลว่า คนจะไดซ้้ือฟังเสียง (ภาษา) ของคนฟัง ความหมาย การไดซ้้ือวิทยุตลปัเทป มาฟัง ซ่ึงเป็นการซ้ือเสียงของคนดว้ยกนัเองมาฟัง 4. ชอ เตะ แล ชอ เซย เว ยา หม่อ ดะ เว แปลว่า คนเป็ น กับคนตายจะได้เห็นหน้า ความหมายคือ คนที่ตายไปแล้ว แต่คนเป็ นยังได้เห็นรูปถ่าย ภาพในทีวี และภาพวิดีโอ 4. อ่อ คะ ป่า หลอ ป่า ชุ้ยแผะเว แปลว่า ผู้ชายเปรียบเสมือนขลุ่ยที่มีเสียงไพเราะ ที่พวกหญิงต้องการฟังเสียง ความหมายคือ ผชู้ายจะเหลือนอ้ย ผหู้ญิงจะมีมากและเกิดการแก่นแยง่ผชู้ายกนั 5. มู่ญี่ฮา ปายู่แล น่าแข่กู่เต แผะ ท่ออื่อซา มะเฮก แปลว่า เอาดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ มาวางไว้บนหัวเข่า ก็ยังไม่ใช่พระเจ้า “อื่อซา” ความหมาย ถึงแม้คนมีความสามารถที่จะสร้างแสงสว่างเหมือนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ไปไว้ ที่ไหนก็ได้ก็ยังไม่ใช่พระเจ้า เช่น การสร้างหลอดไฟฟ้า ตะเกียง 6. แช กือ จ่อ แล ชอ เต่ จ้า ป่ า มะ จ่อ แปลว่า มีครกกระเดื่องต าข้าวแต่ไม่มีคนต าข้าว ความหมาย มีครกกระเดื่องแต่ปัจจุบนัไม่มีคนใชต้า ขา้วแลว้เพราะมีสิ่งอื่นที่ สะดวกกว่าเข้ามาแทนที่ เช่น โรงสี 7. อ่อ ยา จ้า แล หวะ พื้อ มะ จ่อ
81 แปลว่า มีข้าวสารกิน แต่ไม่เห็นแกลบ ความหมาย ปัจจุบนัคนปลูกขา้วไดผ้ลผลิตนอ้ยไม่เพียงพอต่อการบริโภคจึงตอ้งซ้ือ ข้าวสารกิน จึงไม่เห็นแกลบเพราะไม่มีขา้วใหต้า ดว้ยครกกระเดื่องเหมือนเมื่อก่อน 8. ซึแจ่อิ๊ก๊ะ หมื่อกื่อ หน่ะอุ๊เต แผะ เว แปลว่า ป่าไม้น้า ดิน จะพูดได้ ความหมาย มีการหวงหา้มป่าไม้ตน้น้า และดิน เช่น มีกรมป่าไม้เขตรักษาพนัธุ์สัตว์ ป่ า อุทยานแห่งชาติพูดแทนตน้ ไม้ตน้น้า และดิน 9. ฮา คือ ฮา มา ต่อ อะ เว แปลว่า มีกระด้ง และขอบด้งขวางกั้น ความหมาย ผู้ที่ติดอยู่ในเรือนจ า ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ หรือถ้ามองเห็นได้ก็คือผู้ที่อยู่ ในตาราง ที่สามารถพูด คุย ได้ แต่สัมผัส หรือแตะต้องไม่ได้ 10. อิ๊ กะ บ๊า ทอ ชี เผะ เว แปลว่า เอาน้า มาทา ใหเ้ป็นแผน่เป็นกอ้นได้ ความหมาย สามารถเอาแผน่น้า มาทา ใหเ้ป็นแผน่เป็นกอ้นได้เช่น น้า แขง็ 11 ย้อ ฮา ย้อ ยา หม่อ เว แปลว่า คนมองเห็นตัวเองได้ ความหมายคือ สามารถมองเห็นภาพของตัวเองได้ เช่น กระจก สุภาษิต เข่ะ โก๊ะ แล พือ อะ มะ จ่า หมายถึง คนข้ีเหนียว ตระหนี่ (ข้ีไม่ใหห้มากิน) เข่ะโก๊ะ มะเต๊าะ พือ ตา้กู่ หมายถึง อย่าเอาดี แต่พูด (ข้ีไม่ออกอยา่เรียกหมา) ซึ เจ่ ต๊ะ โก๊ะ คา ห๋อย ต๊ะ หมายถึง ถ้าจะท าอะไร ก็ท าให้ส าเร็จ (ข้ึนตน้ ไมข้้ึนใหถ้ึงยอด) ชอ ดะ โก๊ะ เน่ หงี อะ เว หมายถึง คนท าดีผีย่อมคุ้มครอง(คนดีผีคุ้ม) ชอ มอ คะ หน๊อ โต โก๊ะ พือ มะ เฉะ หมายถึง ประพฤติตามอย่างผู้ใหญ่ย่อมได้ดีปลอดภัย (เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด) อะ หมี่ตา้ฉิตู๋ดะ หมายถึง อยา่ยวั่ยุใหแตกแยกกัน ้ (ใส่ไฟ) ฉิเวไก่วเวอะเปอลา เว หมายถึง หนีจากที่มีความเดือดร้อนมาอาศัยอยู่ในที่ๆ มี (หนีร้อนมาพึ่งเย็น) ความสงบสุข จ๊า จ๊า โก๊ะ ยื่อ ลา เว กา กา โก๊ะ เฟ ลา เว หมายถึง ช่วยกันท าจะส าเร็จ (สาว ความยืด ต่อความยาว)
82 อ่อ โต หม่อ แล หงี มา สี่ มะ หม่อ หมายถึง เห็นหน้า แต่ไม่รู้ใจ(เห็นหน้า แต่ไม่รู้ใจ) ก้า เยาะ โก๊ะ หม่อ เว ค๊อ นะ, หม่อ เยาะ โก๊ะ เต เว ค๊อ นะ, เต เยาะ โก๊ะ จ้า เยาะ ค๊อ นะ หมายถึง ได้ฟังแล้ว ให้เชื่อคนได้เห็น, เมื่อได้เห็นแล้ว ให้เชื่อคน ได้ท า, คนได้ท าแล้ว ให้เชื่อคนได้กิน ฟู จ่อ เว โก๊ะ พื่อ หล่อ เว หมายถึง มีเงินทองแลว้แต่ตอ้งหาซ้ือขา้วกิน แลว้หมาเห่า (มีเงิน หมาเห่า) ท าให้อับอายขายหน้า อ่อ จ่อ โก๊ะ ยึ มู๋ กา เว หมายถึง คนมีขา้วกินอิ่ม นอนหลบัสบาย ไม่ (มีข้าวกิน นอนหลับสบาย)ต้องกังวลว่าจะไม่มีกิน ซึ เต แจ่ แฮ ส่า มะ แผะ หมายถึง ไม้ต้นเดียว ไม่เป็ นเหล่า ว่า เด แช๊ะ โก๊ะ ว่า เน ชึ หมายถึง ไปอยทู่ ี่ไหน ก็ขอใหป้ระพฤติปฏิบตัิตามกฎระเบียบของที่น้นั ยะ ดะ เว แม่ะ อะ ดะ เว หมายถึง ไก่งามเพราะขน ชอ ดะ เว อ่อ ลี อ่อ ค่า ดะ เว หมายถึง คนจะดีงามได้เพราะมีศีลธรรม จริยธรรม ส่า ดะ เว อะ มี่ อะ ดะ เว หมายถึง เน้ือดีอร่อย ตอ้งมีไฟที่ไหมด้ี(เน้ือดีเพราะมีไฟดี) ม้ือ หลู่แผะแลอ่อลีอ่อค่า หลู่มะแผะ หมายถึง เสียเมืองสร้างข้ึนใหม่ได้แต่เสีย ขบธรรมเนียมแล้ว คนแตกแยก รวมยาก A ngo/ ma da[ k’o meh/ da[ , Chaw da[ ve k’o aw; me[ da[. นกยูงงามที่หาง คนงามที่เกียรติ A pi? Hta: ya[ da[ de: da[ , ui/ la hta: daw{ da[ ma: peu;. ข้ีทะเลาะแต่เยาวว์ยั โตมายงัระรานไม่รู้จบ A sha[ ui/ pa/ hpu: maw; ma:-a , nyi ma i pa/ kaw{ jeh: ma: peu;. ผอู้าวุโสมากประสบการณ์แต่คนข้ีขลาดไดแ้ต่กลวั A shu yaw: nyi ma hta[ ti/ g’a: ve k’o. ca; ve ca: pa/ hta[ taw/ g’a: ve hk’e yo;. ไฟแรงไหม้ก้นหม้อ พูดแรงเขาจะตีเอา A mi/ ja: k’o mvuh[ hk’u hk’eh: taw; hkeu[, taw: hehn: ja: k’o shu daw: la.
83 อบอุ่นยามไกล้เตาไฟ ผู้ใหญ่รักกันลูกหลานชื่นใจ A-mi/ ma: to[, mvuh: hk’aw: ma: du . ไม่มีไฟ ควันไม่มี A-hk’aw cheh: hta: aw; pi/ ma: veu[ . taw{ k’ai aw; suh? Ma: caw;. อยบู่า้นเมินเส้ือผา้เก่า ออกไปขา้งนอกไม่มีสวมใส่ A? hkeh sheh{ ti fe: ca{ te , aw? K’a/ pa/ lon? G’aw; ma: che{. เชือกสามเกลียวเป็ นเส้นเดียว ควายผู้ใหญ่ดึงไม่ขาด A? na: k’o/ pon; , suh{ mui? Ku ma: pon;. อีกาบิน ตอไม้ไม่บิน A? htaw ma: tcuh{ ha? Hta[ shi/-I . Li[ meh[ ma: shi/ sa/ la[ hta[ na . มีดทื่อให้ฝนหิน ไม่เข้าใจให้ถามครู A? htaw k’o aw; vi: hta[ nyi , Chaw k’o nyi ma hta[ law: nyi. มีดจะดีดูที่ความคม คนน้นั ไซร้ดูที่ใจ A? htaw g’a; shi/ g’a tcuh{ , li[ meh{ g’a shi/. มีดยงิ่ฝนยงิ่คม คนยงิ่เรียนยงิ่รู้ A? the[ tcuh{ k’a[ ju: feu/ ta/ hta[ ma: tawn , Aw; g’a: ui/ ka[ chaw maw: hta[ ma: g’a . มีดคมยอ่มไม่ตดัไม่เทา้ฉนั ใด คนหนุ่มยอ่มไม่ทา ร้ายผใู้หญ่ฉนัน้นั Aw; sa/ la[ ma: k’o aw; ta; peh: suh la-aw , Aw; ta[ peh: ma: k’o aw; sa/ la[ ha leh; . อาจารย์เยอะ ศิษย์อาจตายได้ ศิษย์แยะอาจารย์สบาย Aw; chu ba: leh aw; sha/ ma: hpeh[ , Aw; sha/ ca: leh aw; chu hpeh[. กินไขมนัไม่เป็นเน้ือ กินเน้ือเป็นไขมนั
84 Aw; mo/ hta[ hpa{ ve mu: la: che[ la , Aw; mo/ hta[ hpa{ ve chaw g’a suh la. ววัที่แยกจากฝงูอาจถูกเสือกินได้คนไม่เขา้พวกอาจถึงแก่ความตาย Aw; hi? Hkeh po/ ta: cheh: ve nga{. La[ sheh hk’aw ve te: hkeh hk’e ma: ga;. นกพันตัวที่บินอยู่บนอากาศ ไม่เท่านกหนึ่งตัวที่อยู่ในมือ Aw; chaw: g’a ma: g’a ha leh; , can: pa/ g’a; i g’a; da[ i g’a da[ ja: . มิตรสหายยงิ่เยอะยงิ่ดีฉนั ใด ศตัรูยงิ่นอ้ยลงยงิ่ดีฉนัน้นั Aw; da[ ma: ca: k’o ci nu pui?-a; , cu: yi/ ma: yeh: k’o leun: she; pui?-a; . ข้าวดีแต่ไม่กินอาจบูดได้ มีความรู้แต่ไม่ใช้อาจลืมเสียได้ Aw/ ma: k’aw; ma: ca: , taw: ma: leh; ma: yaw . ข้าวไม่สุกไม่กิน เรื่องไม่จริงไม่พูด Aw? K’o/ kai: taw: sheh{ hkeh meh? Ve Zuh[ mui? K’a , Hpui: she sheh{ hkeh lo: ve zuh[ mui? Ma: k’a . ควายผู้พันธุ์ดีหายไปสามตัวยังหลับตานอนได้ เห็บหมายสามตัวไต่นอนไม่หลับ Aw? K’a/ hkaw naw[ ci; ma: naw[ , I? Mvuh: ci; naw[ hkaw ma: naw[ . ควายมีเขาแต่ไร้ฟัน ม้ามีฟันแต่ไร้เขา Ca: ma: caw: k’o te: peu;-e ti? , k’ai ma: caw: k’o te: pi/ ti?. กินผิดแค่ค าเดียว หลงผิดแค่ก้าวเดียว Ca: hk’eh ve hpei: sha/ ma: g’a[, Zuh[ hk’eh ve chaw aw; mui; ma: taw[. หมาตะกละไม่ชอบล่าสัตว์ คนหลังยาวไม่ชอบท ามาหากิน Ce: maw: hkaw{ leun: , chaw maw: taw: leun:. สัตวแ์ก่ลืมคอก คนแก่ลืมคา
85 Ca? Ca? K’o zuh; la , neh? Neh? K’o fe la . ยงิ่ต่อยงิ่ยาว ยงิ่ขยายยงิ่กวา้ง Ce?ce{ aw; vi: ma: hta{ taw{ ma: tcuh{. Taw: yaw aw; li: ma: caw; yaw ma: tcuh{. ขวานทื่อฟันไม่ขาด ค าพูดไม่มีหลักไม่มีค่า Ceh; daw{ ja: k’o pe[ la . Ya: de: ma: k’o k’a/ la . ตีกลองมากไปอาจแตกได้ยิ่งด่าลูกลูกยงิ่โง่ Cu: yi/ shi/ ma: peu; , meu[ keu g’aw ma: peu; . ความรู้เรียนไม่สิ้นสุด ดวงดาวนับไม่หมด Cu: yi/ kai; hk’aw g’a , paw sha pehn: hk’aw la;. ความหมนั่เพียรไดม้าซ่ึงปัญญา ความมธัยธัถน์า มาซ่ึงความมงั่คงั่ Chaw suh la: hpeh[ , la: suh sha/ hpeh[ . คนตายกลายเป็นเสือ เสือกลายเป็นเน้ือ Chaw peh[ jaw[ hkaw g’a , nga{ peh[ hka? Je g’a . คนดัดจริตได้ไม้เรียว นกดัดจริตได้ธนู Chaw ma: k’o kan? Te sha-a; . chaw ma: ma: k’o aw; ca: sha-a;. คนมากงานเสร็จเร็ว คนน้อยกินสะดวก Chu: pi? Maw: k’o hpeh , Va[ maw: k’o heh . ขิงแก่เผด็หมูแก่หนงัเหนียว Chaw hta[ ma/ k’o gaw; leh;/ hta: ma/ , sho daw{ k’o chi{ cu? Hta: daw{. ตีเหล็กต้องตีเวลาร้อนจัด แต่อบรมคนต้องเมื่อคนสงบอารมณ์ Chaw mvuh la: ve hk’a peu-e/ ma: da[ , hpa; ma? La: ve hk’a peu-e; ma: lu;. คา ยกยอ่งชมเชยทุกอยา่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีฉนั ใด คา สบประมาททุกอยา่งก็ไม่เลวท้งัหมด Cheh: sha caw; sha ve leh;, paw sha ve a keh? Da[ ve yo;. สุขภาพที่ดี ส าคัญกว่ามีเงินมีทอง
86 Chaw te: yeh; ti? K’o hk’a{ tan; ma: hpeh[ , suh: te: ceh; ti? K’o suh: tsuh ma; hpeh[. ครอบครัวเดียวไม่อาจต้งัเป็นหมู่บา้นได้ตน้ ไมต้น้เดียวเป็นป่าได้ Tzuh; daw; pa/ tzuh; mu; , shu? daw; pa/ shu? Hk’eh: ma: nu;. คนข้ีเหลา้ไม่เหม็นเหลา้คนสูบบุหรี่ไม่เหม็นบุหรี่ Daw: hk’a: da[ ve heu{ g’a k’o , Chaw maw: chaw keh? Hta[ aw; chaw: te. ถ้าอยากได้ปัญญาหลักแหลม จงคบผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์ I tha: ma: ma/ , ui/ la ma: cheun;. ยามเด็กไม่สอน โตมาไม่เก่ง I? Ka{ ga; ya[ g’a: ui/ hk’e , cu: yi/ g’a[ ca g’a: ui/ la. น้า ไหลจากเขาน้า ไหลเชี่ยว คนแสวงหาวิชาความรู้มากยงิ่รู้มาก I? Mvuh: nyi ci; hta[ nyi , aw? K’a/ nyi hkaw hta[ nyi . ดูม้าดูที่ฟัน ดูควายดูที่เขา I? Mvuh: ci: pa/ hpui: ma: kaw{ , A? du ka pa/ vui; ma: kaw{. คนขี่ม้าไม่กลัวหมา คนมีไม้ไม่กลัวงู I? mvuh: law hta[ teh{ ma: g’a , chaw chaw: chaw hta[ teh{ ma: hpeh[. มา้เทียบกบัลาไม่ไดฉ้นั ใด คนยอ่มเทียมกบัคนไม่ไดฉ้นัน้นั I? mvuh: k’o/ hk’o: tsuh: g’a leh , chaw maw[ k’aw tsuh: ma: g’a. ปิดปากโอ่งน้า ได้แต่ปิดปากคนน้นัยาก I? mvuh: hta[ daw{ k’o law kaw{ , Aw; ya: mi: hta[ daw: k’o hkui: ma kaw{. ตีม้าลาหวาดกลัว ตีลูกสาวลูกสะไภ้หวาดกลัว
87 G’a ta/ peu; ve nga{ te: hkeh leh; po/ to: cheh: ve nga{ 100 hkeh a keh? Aw; hpfuh: hk’a{ ve yo;. นกในก ามือหนึ่งตัวย่อมส าคัญกว่านกร้อยตัวที่บินอยู่ในอากาศ Haw o? k’o/ hui daw: leh hpui: o? k’a/ hui/ g’a ve . คิดการใหญ่เท่าหัวช้าง ผลที่ได้เท่าหัวหมา Ha[ ve , Geu[ ve leh meu[ ve ya[ taw kui; ma: shi/. ความรัก ความง่วงนอน และความหิว สามสิ่งน้ีไม่รู้อาย Haw/ hk’eh ve ya: eh? , Cu: g’ui g’a daw; ma:. เด็กทารกข้ีงอแงไดก้ินนมแยะ Hk’a deh[ nyi hk’a deh[ na , peu; k’o ta[ I? cheh: lo;. จงดูดีๆ จงฟังดีๆ แลว้นิ่งเสีย Hkui sheh te: pa? Ti? K’o paw{ ma: la; , suh{ te: hteh ti? K’o tu? Ma: hpeh[. ขาข้างเดียวกระโดดไม่ได้ ไม่ดุ้นเดียวเผาไม่ไหม้ Hk’a ga; suh a; mi/ ta: tu? , ya[ k’aw ja: ve suh{ ta: chaw ba;. อยา่เที่ยวเผาไฟไปทวั่อยา่ตดัตน้ ไมข้า้งทาง Hka{ ma: hk’eun baw{ ma: heu{ , nyi ma ma: k’aw yeh; ma: hpeh[. ธนูไม่สมดุลยิงพลาดเป้า ใจไม่ปรองดองกันในครอบครัวจะล าบาก Hkui sheh le{ k’o pai/ la , maw[ k’aw le{ k’o pai/ la. ขาลื่นจะล้ม ปากพล่อยจะเสียงาน Hkui sheh aw: ma; ve ka[ le{ kaw: kui; caw;-aw , hk’a; ka; pa/ k’o hk’a; ka; tu la . สี่เท้ายังรู้พลาด ลม้ที่ไหนลุกที่นนั่ Hkui? Nu{ aw; pi/ teuh? Sha-a; , shi/ da[ ve chaw yaw sha-a;. รองเทา้เก่าสวมสบาย เจอคนรู้จกัพูดกนัง่าย
88 Hk’a; na? Da[ ve sho ma: shi ma: tcuh{ , hk’a; na? La{ ve chaw ma: hen: ma: shi/ . เน้ือเหลก็ดีแค่ไหนหากไม่ลบัจะไม่คม คนฉลาดแค่ไหนหากไม่เรียนจะไม่รู้ Hk’a{ hk’aw ve mvuh[ nu: ma: ca: , a shu yaw: hk’a{ hk’aw ve hta[ ma: heu{ ga:. วัวไม่กินหญ้าในหมู่บ้าน คนไม่อยากแต่งงานคนในหมู่บ้านเดียวกัน Hk’aw mvuh k’o law; na? , chaw shi/ k’o ven: ba{ ui/ ve. ภูเขายงิ่สูงเหวยงิ่ลึก คนรู้มากบาปก็ยงิ่มาก Hk’aw pui hk’o{ caw; ve suh{ ceh; lon? Hta[, mvuh: haw meu{ hehn: ve. ต้นไม้บนยอดเขา ย่อมถูกลม พายุกระหน ่าเสมอ ปริศนาค าทาย 1. สาวนอ้ยสาวจี๋มาเป็นหมู่แลว้วิ่งเขา้กองไฟ ? ตอบ พริกหนุ่มเผา 2. สาวมาเป็นหมู่มาแลว้ก้นัหอ้งใครหอ้งมนัอยู่แล้วนอน? ตอบ งา 3. คีบอะไรอยู่ใต้บันดาล ? ตอบ ปู 4. แม่ไก่อะไรฟักไข่อยใู่ตบ้นัดาล ? ตอบ หน้าไม้ 6. แม่ร้องให้ฮึมๆลุกใหญ่ข้ึนทนัตา? ตอบ ม้วนด้าย 7. เสียงปืนดงัป้ังๆอยใู่นหว้ย? ตอบ น้า ตก 8. เอาได้ แต่จับไม่ได้? ตอบ ข้าวปอลอ 9. จับได้ แต่ดูไม่ได้? ตอบ หู 10. อะไรเอ่ยท าประตูไม่เหมือนใครท าข้างบน? ตอบ เลา้ไก่ 11. อะไรเอ่ยมีลูกใต้ศอก ? ตอบ ข้าวพด 12. อะไรเอ่ยมีลูกไม่เหมือนใคร มีที่บนหัว ? ตอบ กล้วย 13. อะไรเอ่ยมีนก 2 ตัวไปไหนไปได้เร็ว? ตอบ ลูกตา 14. อะไรเอ่ย มีน้า มนั 2 ขวดใช้ไม่หมด? ตอบ จมูก,น้า มูก 15. อะไรเอย ไม่มีใบมีแต่ก้าน? ตอบ นา 16. อะไรเอ่ยไม่มีก้านมีแต่ใบ? ตอบ ก้องเมฆ 17. อะไรเอ่ย ขาไปร้องเพลงไป ขากลับร้องให้? ตอบ กระบอกน้า 18. อะไรเอ่ย มีขนไม่เหมือใครมีที่ฝ่ าเท้า? ตอบ หอมชู
89 19. อะไรเอ่ย มีข้าวปุ๊ 2 แผน่กินท้งัครอบครัวก็กินไม่หมด? ตอบ นม 20. อะไรเอ่ย มีต้นไม้ใหญ่ๆไม่มีใครกล้าตัดแต่หมามาตัดลงไป? ตอบ ข้ี 21. อะไรเอ่ย วัวแดงเลียวัวด า? ตอบ หม้อหุงข้าว 22. อะไรเอ่ยมีไหมแดงอยู่ในห้วย? ตอบ ปลา 23. อะไรเอ่ย มีฝูงวัวมาชนกัน? ตอบ คนสร้างบ้าน 25. อะไรเอ่ย ชอบร้องเพลงเหมือนคนในโบสถ์? ตอบ กบ 26. อะไรเอ่ยมีนายแดงอยู่บนดอย? ตอบ ไฟไหม้ป่ า 27. อะไรเอ่ยกิ้งก่ามาแลว้เลียจนปวด? ตอบ ตัดผม 28. อะไรเอ่ยตัวเล็กนิดเดียวแต่ไส้ยาว 9 ศอก 9 วา? ตอบ ม้วนด้าย 29. อะไรเอ่ยเป็ นมหาเศรษฐีเอาแต่นอนกิน ? ตอบ หมู 30. อะไรเอ่ยอะไรก็ท าได้หมด? ตอบ ปากกา 31. อะไรเอ่ยมีน้า บ่อ ตกัน้า ใส่เท่าไหร่ก็ไม่เตม็? ตอบ เตาไฟ
90 บทที่ 10 สันทนาการ กิจกรรมส่วนใหญ่ในชีวิตของเด็กก็คือการเล่น การเล่นเป็นกิจกรรมที่ก่อใหเ้กิดความ เพลิดเพลินและสนุกสนาน นอกจากน้ีแลว้การเล่นยงัช่วยส่งเสริมพฒันาการดา้นต่างๆ ของเด็กท้งั ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา และศีลธรรม ด้านร่างกาย การเล่นเสริมสร้างความแขง็แรงและพฒันาการของกลา้มเน้ือเพราะในขณะเล่น เด็กมีการ เลื่อนไหวร่างกายทุกส่วน ด้านสติปัญญา ในการเล่น เด็กต้องใช้สองคิดแก้ปัญหาต่าง ๆ จึงเป็ นโอกาสที่ดีที่สมองจะได้รับการพัฒนา ท้งัการเล่นบางอยา่งมีของเล่นดว้ย ของเล่นที่ต่างชนิตกันจะท าให้เด็กเกดการเรียนรู้และจินตนาการที่ หลากหลายออกไป ด้านจิตใจและอารมณ์ ในขณะเล่นเด็กไดรู้้จกัปรับอามณ์ท้งัในการเล่นคนเดียวและในการเล่นเป็นหมู่ในการเล่นกบั ของเล่นคนเดียว เด็กจะมีสมาธิซึ่งจะช่วยให้สภาพจิตใจได้รับการสะสาง การเล่นบางอย่างสามารถช่วย ให้เด็กแสดงออกจากอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดภายในออกมาเป็ นการกระท า ศีลธรรม ในการเล่นที่ต้องร่วมกับผู้อื่น เด็กเรียนรู้ถึงความรู้สึกของผื่นจากปฏิสัมพันธ์ที่เด็กมี เด็กจะ เรียนรู้จากการสังเกต ความรู้สึกของคน ไม่ว่าจะเป็ นความพอใจ ความสนุกสนาน หรือความโกรธซึ่ง เกิดข้ึนและเรียนรู้ผลของการตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกดงักล่าวการเรียนรู้ที่เกี่ยวกบัการประคับ ประครองความสัมพนัธ์เป็นพ้ืนฐานสา คญัของหลกัการทางศีลธรรมที่เป็นนามธรรมและจะตามมาา มากมายเมื่อเด็กเติบใหญ่ข้ึน ด้านสังคม เนื่องจากการเล่นส่วนใหญ่เป็ นการเล่นเป็ นกลุ่ม ท าให้เด็กเรียนรู้ในการปรับตัวเข้ากับคนอื่น รู้จักแบ่งปัน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น การรอคอย การเปลี่ยน ฯลฯ เป็ นต้น การเล่นที่มีประโยชน์ต่อเด็ก โดยทวั่ ไปแลว้การเล่นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อเด็กแต่พ่อแม่ผปู้กครองก็ควรจะตอ้งติดตามดู อยา่งใกลช้ิดวา่การเล่นแบบใหนเป็นอยา่งไรและการเล่นแบบใหนที่มีประโยชน์มีลกัษณะสังเขปดงัน้ี
91 1. การเปิ ดโอกาสให้เด็กให้แสดงความรู้สึกที่มีอยู่ภายในออกมา หากเป็ นการแสดงออกถึง ความรู้สึกในทางลบ ผู้ใหญ่จะได้เห็นสัญญาณที่จะต้องแก้ ส่วนการเสดงออกที่เป็ นความรู้สึกทางบวก น้นัผใู้หญ่ควรใหก้ารเสริมแรงต่อไป 2. หากเป็นการเล่นที่มีของเป็นดว้ยของเล่นน้นัควรเป็นสิ่งที่เด็กชอบหรือเลือกเอง 3. เหมาะสมกับวัย 4. เปิ ดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความสามารถของเขา 5. ปลอดภัย อุปกรณ์เครื่องดนตรีต่าง ๆ ที่เด็กชนเผ่านิยมเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน 1. เครื่องดนตรี เครื่องดนตรีลาหู่ มี ฉิ่ง ฉาบ กลอง อา้ถาแคน ลาหู่มีความชา นาญในเรื่องดนตรีเครื่องป่ า แคนที่เรียกว่า “หน่อกู่มา” เป็นเครื่องเป่าที่ทา มาจากลา ตน้ ไมไ้ผ่แข็งๆ ลา ยาวประกบติดกบัน้า เตา้เป็น เครื่องดนตรีเป่ าประกอบการเต้นร าชาวลาหู่ แคนเสียงต ่าแต่เสียงไพเราะ ซึ่งเกิดจากท านองที่เกิดจาการ เคลื่อนนิ้วตามช่องลมมือผูเ้ล่นจะเป่าซ่ึงเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมในหมู่ลาหู่ เครื่องดนตรีเป่ าอีกชนิดหนึ่ง ได้แก่อา้ถา มีลักษณะคล้ายกับจิ๊งหน่อง ของภาคอีสานทา ด้ายไม้ไผ่ตง มีความยาวประมาณ 1 คืบ ประกอบกัน 3 อัน เวลาเป่ าจะแตะอ้าถาเรียงกัน 3 อันไว้ที่ริมผีปากเป่ าลมออกและดูดลมเข้า พร้อมกับ นิ้วมือดีดที่ปลายอา้ถา ทา ให้เกิดเป็นเสียงเพลง เสียงจากอ้าถาสื่อบอกรักได้ ซึ่งฟังคล้ายกับเสียงหรีด หริ่งเรไรที่ร้องในยามค่า คืนแต่ในหมู่ลาหู่ดว้ยกนั ฟังแลว้จะรู้ว่าเสียงเรียกสาวคนรักและเสียงออดออ้น ขอความรักจึงย่อมรู้เองว่าใครดูเขา ใครเป็นผูเ้ป่าและเรียกใครออกมาท้งัคู่จะแบไปที่มุมสงบในยุ่งขา้ว ตามวิถีทางแห่งความรักของลาหู่ อ้าถ่า คือไมไ้ผท่ ี่ใชด้ีดตรงปากมีเสียงเพลง เครื่องดนตรีชนิดน้ีใชแ้ล่นเพลงเก้ียวพาราสี สา หรับหนุ่มสาวในช่วงก่อนเทศกาลฉลองปีใหม่หรือโอกาสอื่นๆ เสียงอา้ถาเป็นเพลงแสดงความ สนใจต่อฝ่ ายตรงข้าม แล้-ก่าชุย คือ ขลุ่ย ทา ข้ึนไดอ้ยา่งง่ายจากไมไผ่ ยาวประมาณ ้ 10 นิ้ว มีรูบงัคบัเสียง 2 - 6 รู ชายหนุ่ม หญิงสาวมักจะเป่ าขลุ่ยในไร่ข้าว ในช่วงระยะเวลาเก็บเกี่ยว และมีอากาศอย่างไรก็ตาม ใน การตรงกนัขา้มถา้หากช่วงเวลาน้ีมีอากาศมืดคร้ึม ฝนตกมกัจะไม่ไดย้นิเสียงขลุ่ยมกัจะไดย้นิโดยปกติ หากมีใครเป่ าขลุ่ยสักคนหนึ่ง ผู้ที่อยู่บนเขาห่างออกไปอีกหลายลูกจะได้ยินอย่างชัดเจน แม-สิโก่ย หรือซึง ชายหนุ่มมักจะใช้ดีดเป็ นเพลงเกี่ยวกับหญิงสาวซึ่งมีอยู่ 2 - 6 สาย ทา ข้ึน เองอยา่งง่ายๆ เสียงเพลงจากซึงมีลกัษณะคลา้ยเสียงของอา้ถา เครื่องดนตรีชนิดน้ีเขาไดร้ับการถ่ายทอด จากพ่อแม่ จึงมักจะมีการเล่นกันน้อย ไม่จ ากัดเวลา หน่อ หรือแคน มีขนาดเลก็เท่าๆกบัแคนของชาวลาหู่แคนใชเ้ป่าเป็นเพลงในวนัศีลค่า ข้ึนคา แรมเพื่อการเต้นร าภายในหอแหย่ของหมู่บ้าน ในการเต้นร าฉลองปี ใหม่กลางหมู่บ้าน ใช้เรียกหา
92 คู่ครอง เรียกญาติที่อยหู่ ่างไกลบรรยายถึงแมลงสัตวป์่า และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขา ตามต านาน แคน เป็นสิ่งประดิษฐ์มหศัจรรย์ 2. บทเพลง 2.1 บทเพลงกับเครื่องดนตรี ชาวลาหู่มีพฤติกรรมทางวฒันธรรมที่แสดงออกในรูปของบทเพลงอยหู่ลายประเภท ไดแ้ก่ ผ่านทางเครื่องดนตรี ผ่านทางภาษา 2.2 เพลงแคน เรียกร้องหาพี่น้อง (อ่อว้ีอ่อ ญีจา เว) หรือเรียกร้องหาพี่น้อง เป็ นเพลงในจังหวะญาติพี่น้องได้มาพบปะกัน และ เต้นร า ฉลองปีใหม่เพลงน้ีมีความส าคญัต่อลาหู่ที่เดินทางออกไปจากหมู่บา้น ขอใหเ้ดินทางกลบัมาพบกนัเพื่อ ร่วมพิธีกรรมจากเทวดาอื่อซา ในวนัข้ึนปีใหม่โดยความส านึก ชาวลาหู่ที่อาศยัอยนู่อกสังคม ลาหู่มักจะ ต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านลาหู่ที่ใดที่หนึ่งเพื่อร่วมในพิธีกรรม ถ้าหากละเลยเขามักจะมีความรู้สึกว่าเขา ไดก้ระทา ต่อสิ่งสา คญั ในชีวิต ผลก็คือกลายเป็นคนอบัโชค 2.3 เพลงแคนในหอแหย่ วนัศีลหรือวนัค่า ข้ึน และวนัค่า แรมดงักล่าวแลว้วา่ชาวบา้นพากนั ท าบุญหรือ (ขอ ตา เต เว) ในหอแหย่ เพื่อได้ท าการเซ่นสรวงพระเจ้า ลาหู่เรียกว่า “อื่อซา” ตอนกลางคืนมีการเป่ าแคน ตี ฆ้อง ตี กลอง ตีฉิ่ง และมีการเตน้เป่าแคนเรียกวา่ หน่อมึ้-ซื้เว เป็ นแถวหญิงและชายในการเต้นร าในหอแหย่ เรียกว่า“ปอย เต เว”การเป่ าแคนในหอแหย่ มีความหมายว่า ชาวลาหู่ท้งัหลายถึงเวลาแลว้ที่ตอ้งร่วมกนั ทา บุญในวนัศีลวนัพระเพื่อลา้งบาป ลา้งกรรม สิ่งชวั่ร้ายความเจ็บไขไ้ดป้่วยใหส้ิ้นไป 2.4 บทเพลงแคนในงานเทศกาลฉลองปี ใหม่ การเป่าแคนเพื่อการเตน้ร าในเทศกาล ปีใหม่ของชาวลาหู่เริ่มดว้ยการเป่าส่งสัญญาณวา่ “ถึง เวลาปีใหม่แลว้ขอทุกผทูุ้กคนมีความสุขสวสัดีในปีใหม่น้ีครบอีกวาระหน่ึงของปีขอใหพ้วกเราชาวลา หู่ส่งเครื่อง บูชา สักระเทพเจา้แห่งปีใหม่ใหม้าร่วมเตน้ร า สนุกสนานที่ใตต้น้ ปีใหม่น้ี”การเป่ าแคนใน เทศกาลข้ึนปีใหม่ชาวลาหู่เรียกวา่ หน่อ มึ้-ก่า-เคอะ-เว จะท าที่ใต้ตน้ ปีใหม่เท่าน้นั 2.5 บทเพลงแคนกับหนุ่มสาว หนุ่มสาวชาวลาหู่มีเวลาที่ต้องพบกันในวันหยุด วันศีล เทศกาลต่างๆ และส่วนใหญ่พบกันใน เวลาไปนา ไปไร่ มีวิธีที่จะพบกันคือใช้เครื่องดนตรีเป็ นสื่อเรียกหา โดยเฉพาะแคน การใช้แคนเรียกหา คู่รัก ชาวลาหู่เรียกว่า หน่อ-มึ้-เจื่อ ซ่ึงส่วนใหญ่จะมีความหมายดงัน้ี 2.6 บทเพลงฝ่ ายชาย ฝ่ายชาย สาวเจา้ลาหู่เอ่ย เจา้อยแู่ห่งหนใด หากเจา้ร้ายคู่ครอง ดงั่นกเขาร้ายคู่เจา้จงมาหาขา้ หากเจ้าร้ายคู่ครอง หนุ่มลาหู่รอเจ้ามานมนาน เจ้าเหงาเก้าเท้าหาข้าที่ดงดอย เรามาพูดกัน 3 ค า เอา
93 แขนหนุนตักนอน กินข้าวร่วมถ้วยเดียวกัน ร่วมเคียงกายกัน (ร่วมหอ) มิให้เจ้าล าบากกาย เหล่าแมลง ไม่ใหใ้กลต้วัติดผิวกาย หากมีแมลงขา้เอากิ่งเงินกิ่งทองฟากมนัตาย 2.7 บทเพลงฝ่ ายหญิง การเป่ าขลุ่ย ( แหล๋-ก่า-ชุย) ตอบโตคู้่บ่าว ของฝ่ายสาว จะมีข้ึนเมื่อฝ่ายชายเป่าแคนจบ ซ่ึงมี ความหมายดงัน้ีหนุ่มลาหู่ป่า หลอกสาวเจา้ลาหู่หรือไร ดงั่ลิ้นไม่มีกระดูก เป็นเพียงลมชวนเชย เจา้พูด ดงั่ใจนึก หากเจา้หลอกกินน้า ใส เป็นดงั่กินน้า ข่นุหากมิไดเ้ห็นหนา้เจา้ใจแทบขาดสิ้น หากเจา้หลอกขา้ ขอเจา้สิ้นเงินหมื่นเงินแสน อยา่พน้บาปกรรม ใหต้ายปากเสือ ใหก้ิ่งไมท้บั ตาย หากเจ้าตายแล้ว เราสอง จะรอกันที่ใต้ต้นดาวเรือน ( สวรรค์ ) บทเพลง อ้าทา บนริมฝี ปากเป็ นเครื่องดนตรีที่นิยมกันเล่นใน กลุ่มหนุ่มสาวสมยัก่อน มีเสียงที่ไพเราะชวนฟัง แต่เสียงค่อยตอ้งใชส้มาธิในการฟังเสียงเราเป็นเสียง เสือสิงห์กระทิงหรือไร เจา้สาวผสูู้งส่งและมนั่มีรีบเร็วไวขา้ถูกแมลงกดัต่อยผิวมนัถูกน้า คา้งจนเยน็ชา ข้ารอเจ้าหมื่นแสนปี สาวลาหู่เอย ลาหู่มา 2.8 บทเพลงกับภาษา 1. การผิวปากร้องเพลงเรียกว่า ตี๋-แซะ-มื่อเว 2. การร้องเพลงโดยใช้ปากร้อง เรียกว่า กอ-แนะ- เตเว 3. การร้องสวดท าพิธี เรียกว่า โบ-กู่เว 3. การละเล่นของเด็กผู้ชาย เมื่อเด็กผู้ชายโตพอที่มีความสนใจต่อการเล่น พ่อของเด็กมักจะท าจอบมือถือขนาดเล็ก มีดเล็ก ตะกร้า สา หรับเด็กใชส้ะยาย เด็กละเล่นของเหล่าน้ีในขณะที่พ่อแม่ทา งาน เด็กอายปุระมาณ 8 - 12 ขวบ พ่อจะท าหนัง สะติ๊ก และลูกข่าง เมื่อมีการเตน้ร าเด็กในวยัน้ีจะเขา้ร่วมเตน้ร ากบัผใู้หญ่เมื่อมีอายุ ประมาณ 14 ปีข้ึนไปจะเริ่มเล่นแคน ซึงและขลุ่ย รวมท้งัตีกลอง ฆอ้ง ฉาบ ฉิ่ง 4. การละเล่มของเด็กผู้หญิง เด็กหญิงเลก็ๆ มกัจะไม่มีโอกาสไดเ้ล่นอยา่งเด็กชายที่อยู่ในวยัเดียวกนัท้งัน้ีมกัจะตอ้งสะพาย น้องเล็กๆ ไว้ทางด้านหลัง เมื่อโตพอประมาณ พ่อจะท าลูกสะบ้าไม้เล่นกับเพื่อในวัยเดียวกัน แต่ก็เล่น พร้อมๆ กนัดูแลนอ้งไปดว้ย เมื่อโตพอเป็นสาวมกัจะมีโอกาสเล่นไดเ้ตม็ที่ในบางคร้ังเด็กชายและหญิง จะร้องเล่นค าสวดมนต์และแสดงท่าทางตามแบบอย่างผู้ใหญ่ง เช่น ร้องเลียนแบบตามค าสวดของผู้น า ทางศาสนา การละเล่นของลาหู่มีอยหู่ลายอยา่งดงัน้ี 1. การเล่นลูกข่า ภาษาลาหู่ คอสี-เลเว 2. การเล่นลูกสะบ้า ภาษาลาหู่มะอ้ี-สี่ 3. การเล่นลูกช่วง ภาษาลาหู่ แคบู้-อี่บ่า-ดะเว 4. การดันแรง ภาษาลาหู่ กา-ดะเว
94 5. การเล่นชักหย่อ ภาษาลาหู่ อ้าแค-ว่อดะเว 6. การเล่นปื นปอกไผ่ ภาษาลาหู่ โป้โปะ 7. การเล่นมา้จก ภาษาลาหู่มะก้ึ-เทอะเว 8. การเต้นร า ภาษาลาหู่ ปอยเต-เว นิทานต านานของลาหู่น้นัส่วนมากจะเกี่ยวขอ้งกบัการดา เนินชีวิตของคนลาหู่เป็นส่วนมากจะ มีการสอน การตักเตือน และเตือนใจ ผ่านในรูปของการเล่ากันมาเป็ นทอดๆจะไม่มีเรื่องเป็ นตัวอักษร ซ่ึงมีอยดู่ว้ยกนัหลายเรื่องหลายแนว ดงัต่อไปน้ี 1. ต านานการสร้าง ฟ้าและโลก ในต านานได้กล่าวถึงการโลกกับฟ้าว่า มีนางฟ้าและเทพคู่หนึ่งมีหน้าที่ในการสร้างโลก โดย ไดร้ับมอบหมายจากพระบิดาบนสวรรคใ์ห้นางฟ้า มี่ก่อมา สร้างโลกและ เทพ มูก่อป่า สร้างฟ้าหรือ โลก ท้งัสองไดท้า การปลูกเสพสร้าง แข่งกนัวา่ ใครจะสร้างเสร็จก่อและใครสร้างไดม้ากกวา่กนัภายใน เวลา 7 วัน 7 คืนพอครบเจ็ดวัน เจ็ดคืนปรากฏว่านางฟ้า มี่-ก่อมา สร้างไดม้ากกวา่เทพ มูก่อป่า หลายแสนลา้นเท่า จึงทา ใหเ้ทพ มูก่อป่าไม่พอใจ และคิดหาอุบายต่างๆที่จะทา ใหพ้ ้ืนดินเลก็ลง และเลก็ กวา่ ฟ้าใหจ้งได้ทนัทีที่คิดอุบายออก เทพมูก่อป่า ก็เริ่มใชค้วามคิดที่ชวั่ๆ โดยการบอกกบันางฟ้าหมี่- ก่อมา ก่อนที่องคพ์ระบิดามาดูปลูกสร้างสิ่งมีชีวิตท้งัหลาย วา่เรามาใหส้ ัตวท์ ี่เราเล้ียงที่เก่งสุดเร็วที่สุด มาแข่งกนัหากสัตวข์องใครเร็วกวา่และมีรอยมากกวา่ก็จะเป็นผชู้นะและพ้ืนดินก็จะตกเป็นของผนู้้นั โดย นางฟ้าหมี่-ก่อมา น้นัเลือก สุนขัซ่ึงเป็นสัตวเ์ล้ียงที่เก่งและเร็ว ที่สุดของนางและเทพมูก่อ-ป่าน้นั เลือก หมูเป็นสัตวท์ ี่ใชแ้ข่งผลปรากฏวา่สัตวท์ ้งัสองเร็วเท่าๆกนัแต่สัตวท์ ี่ทา รอยไดม้ากกวา่คือ หมูทา ใหเ้ทพมูก่อ-ป่าเป็นผชู้นะและไดผ้ืนแผน่ดิน และนางฟ้า มี่ก่อมาก็ยอมยกพ้ืนแผน่ดินให้เทพมูก่อป่า และเทพมูก่อ-ป่า ก็ยอ่พ้ืนแผน่ดินให้เลก็ลง โดยทา ใหรู้ปเป็นกลมๆ จึงทา ใหพ้ ้ืนแผ่นดินเลก็กวา่ผืน แผ่นฟ้าในที่สุด 3. ต านานการเกิดของคน คนในโลกน้ีตา นานเล่าขนัสืบต่อกนัมาวา่ก่อนการเกิดของคนเราพระผเู้ป็นพระบิดาเจา้ได้ สร้าง สิ่งมีชีวิตอื่นๆในโลกน้ีก่อนไม่วา่จะเป็นพืช เป็นสัตว์หลงัจากที่เทพมี่ก่อ-มา เทพมูก่อป่า ได้ สร้างโลกเสร็จการเกิดของคนน้นั ไม่ไดเ้กิดมาเอง แต่มีเจา้ของคือ พระผเู้ป็นพระบิดาเจา้เป็นผู้สร้างคน ข้ึนมา โดยเสพจากดินป้ันคู่หน่ึงใหเ้ป็นคนแลว้ให้อยใู่นน้า เตา้เหตุเพาะวา่คนยงัไม่แขง็แรงพอ ทา ให้ คนท้งัคู่ตอ้งอยใู่นน้า เตา้เป็นเวลาอนัยาวนาน ก่อนที่จะให้อยใู่นน้า เตา้พระผเู้ป็นพระบิดาเจา้ ไดก้ล่าววา่ จะมีสัตว์ 3 ชนิด จะมาช่วยเจา้ท้งัสองออกจากน้า เตา้หากถึงเวลาและใหเ้จา้ท้งัสองตอบแทนบุญคุณกบั
95 สัตวท์ ้งัสาม (ตามตา นานสัตวท์ ้งัสามคือ นกกระจิ,นกเขา,หนู) ทา ใหช้าวลาหู่ทุกวนัน้ีตอ้งป้ันดินบุชา ทา บุญในหอแหยใ่นทุกวนัน้ี 4. ต านานการเกดิศาสนาลาหู่สะ-ปานูกบัองค์สัจจะ สะ-ปานูกับองค์สัจจะเป็ นโอรสในหลายๆองค์ขององค์พระผู้เป็ นพระบิดาเจ้า ( อื่อ-ชา ) ซึ่ง ท้งัสองน้นัเป็นพี่นอ้งร่วมมารดาดว้ยกนัสะ-ปานูเป็นนอ้ง สัจจะเป็นพี่นานมาแลว้คร้ังหน่ึงไดเ้กิด เหตุการณ์การแย่งชิงอ านาจเพื่อการ ปกครองดูแลโลก สุดท้ายเหลือเทพ 2 องค์คือ สะปานูผู้เป็ นแทน เทพฝ่ ายอธรรมและสัจจะผู้เป็ นตวัแทนเทพแห่งความดี โดยพระบิดาเจา้ใหท้ ้งัสองใชว้ิชา ใชค้วามดี และสติปัญญาในต่อสู้กนัข้นัสุดทา้ยน้ีโดยองคพ์ระบิดาเจา้ใหท้ ้งัสองปลูกเหลก็ใหม้ีดอก หากตน้ของ ใครออกดอกก่อนในวนัพรุ่งน้ีเชา้จะไดป้กครองดูแลโลก โดยใชร้ะยะเวลา 1 วัน 1 คืน เมื่อท้งัสองได้ ฟังค า องค์พระบิดาเจ้า แล้วจึงไม่รอช้ารีบออกไปปลูกต้นเหล็ก ในที่เดียวกันและใกล้ๆกันด้วย พอใน วันรุ่งเช้าสะ-ปานูก็รีบตื่นก่อนองคส์ ัจจะแต่เชา้มืดและไปบริเวณทีท้งัสองปลูกตน้เหลก็เพื่อไปดูดอก แต่พอไปถึงสะ-ปานูก็ตกใจสุดขีด เมื่อมองเห็นตน้ของพี่ออกดอกแต่ของตนน้นั ไม่ออก จึงท าให้สะปานูคิดวา่ตนเองไม่ไดดู้แลโลกแน่ๆหากพี่ชายมาเห็น จึงเกิดความคิดที่เป็นความชวั่ข้ึนมาทนัทีเพราะ สะ-ปานู เป็ นเทพฝ่ ายอธรรม แล้วก็รีบเด็ดดอกของพี่ชายไปติดไว้ที่ต้นของตน แต่สะ-ปานู ลืมเด็ดก้าน ดอก หลังจากเด็ดดอกเสร็จแล้ว สะ-ปานู ก็หย่อนเวลาให้มืดอีก 1 ช่วงยาม เพื่อที่ตนเองกลับไปนอน และจะมาดูพร้อมกับพี่ชายอีกที่ พอกระท าการดังกล่าวแล้วกลับไปหลับต่อ กล่าวถึงด้านองค์สัจจะ จะ ตื่นข้ึนมามาแลว้แต่ในขณะที่กา้วลงบนั ใด ก็เกิดมืดอีกจึงเขา้ไปนอนต่อ พอนอนสักครู่ก็สวา่งข้ึนมา จึง ไปชวนน้องไปดูที่ปลูกต้นเหล็ก ปรากฏว่า องค์สัจจะเห็นดอกเหล็กออกที่ต้นของน้อง จึงพูดกับน้องว่า ท าไมก้านดอกจึงอยู่ที่ต้นของพี่เป็ นไปได้ยังไง องค์สัจจะไม่ผิดสัญญาตามที่พระบิดาเจ้ากล่าวไว้ จึงยก โลกใหน้อ้งดูแลพร้อมอธิฐานและกล่าววา่พี่จะใหเ้จา้ในระเวลาที่เจา้ดูแลน้นัจะเตม็ไปดว้ย ความชวั่ ร้าย มีแต่การฆ่าฟังกัน ผู้คนจะเป็ นโรค 9 อย่าง มีแต่ มีคนพิการ แขนขาหัก มีการแย่งชิงกันไม่มีวันจบ จะมีคนชวั่มากกวา่คนดีและหากวนัใดที่พี่ไดดู้แลโลกจะมีแต่ความสุข ความดีและมีความสงบสุข ผคู้นไม่มีความอิจฉา ริษยา จึงรีบไปหาพระบิดาเจา้ท้งัสองคน แลว้จึงรายงานใหท้ราบถึง เหตุการณ์ต่าง ที่เกิดข้ึนใหพ้ระบิดาฟังอยา่งละเอียด พร้อมกบัคา กล่าวอธิฐาน และถามวา่ ในตอนเชา้น้ีพระบิดาเจา้ บนัดาลใหห้ยอ่นระยะเวลาใช่หรือ พระบิดาไดย้นิดงัน้นัจึงเรียกเทพนาจา้มา เทพผปู้ระสานงาน มาและ ถามจึงไดค้วาม และกล่าววา่ ใครทา อะไรก็ขอใหไ้ดด้งัน้นัเทอญ ชาวลาหู่จึงเทิดทูบูชา องคส์ ัจจะ ต้งัแต่ น้นัมาจนถึงทุกวนัน้ีและมีความหวงัวา่จะมีวนัหน่ึงที่จะเกิดความสงบสุขได้หากเราร่วมกนัทา ความดี ใหช้นะความชวั่วนัหน่ึงความชวั่ตอ้งหมดไป และจะเกิดโลกใหม่ ในยคุน้ีชาวลาหู่ถือวา่เป็นยคุที่มีเทพ สะ-ปานู ครองอยู่
96 5. การแยกกันของคน ตอน ผิดกันเรื่องการแบ่งเนื้อกวางและเนื้อเม่น ตามตา นานนิทานเรื่องน้ีไดก้ล่าววา่มีสมยัหน่ึงคนเราไม่มีเผา่ ไม่มีก๊ก มีพี่นอ้งอยู่คู่หน่ึงได้ แยกจากกนัดว้ยเรื่องการเขา้ใจผิดกนัเรื่องสัตวแ์ละขนสัตวเ์ป็นเหตุเรื่องน้ีมีความเป็นมากล่าวคือ มี พี่ชาย ออ-อู พา กับน้องสาว ออ-นู่มาคู่หน่ึงไดแ้บ่งกลุ่ม เขา้ไปล่าสัตวใ์นป่าโดยท้งัสองกลุ่มต่างไปคน ละที่และไดส้ ัตวค์นละชนิด โดยกลุ่มของนอ้งสาวน้นั ไดก้วาง และกลบัมาในหมู่บา้นก่อน พร้อมกบั แบ่งเน้ือใหเ้พื่อบา้น ทุกหลงัคา หลงัคาหน่ึงไดป้ระมาณ 2-3 กิโลกรัม แบ่งกันไปเรียบร้อยกล่าวถึง กลุ่มของพี่ชาย น้นัล่าสัตวอ์ยยู่กใหญ่พอตกค่า จึงไดเ้ม่น 1 ตวัแต่เม่นที่ไดน้ ้นัถูกหมากินไปคร่ึงหน่ึง ที่ เหลือก็ ท ากินในป่ า และเหลือกลับมาประมาณ ครึ่งขาพร้อมกับเอาขนเม่นกลับมา (สมยัก่อนสัตวต์ ่าง ไม่มีชื่อ) พอกลบัมาถึงที่บา้นก็บอกกบักลุ่มนอ้งสาววา่ ไดเ้น้ือสัตวม์าแค่น้ีพร้อมกบัโชวข์นสัตว์ ตามปกติแลว้ขนเม่นจะเป็นขนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาขนสัตวท์ ้งัหลาย จึงไดท้า ให้เกิดขอ้โตแ้ยง้วา่เม่น น่าจะใหญ่กวา่กวางหรือเท่ากบัยกัษเ์ป็นแน่น จึงเกิดความไม่เขา้ใจกนัทา ใหท้ ้งัสองฝ่ายโตแ้ยง้กนัถึงข้นั แตกหักและเกิดความไม่พอใจ ในที่สุดกลุ่มน้องสาวก็ได้ตีจากไป โดยกล่าวว่าพี่ไม่เป็ นธรรม เลยพา พรรคพวกหนีไปทางตะวันตก (ในปัจจุบนัคือพวกฝรั่ง) กล่าวกับพี่ชายว่าเราเป็ นผู้หญิงขอเอาวิชา ความรู้ไป ส่วนพี่น้นัเก็บความมีสัจจะไว้ (กลุ่มที่เหลือคือกลุ่มชนชาติตะวันออก)และสัญญา ว่าวัน หนึ่งจะกลับมาหาพี่ พร้อมกบัความรุ่งเรื่อง หลงัจากน้นัก็อพยพไปจากพี่และพอวนัรุ่งข้ึนกลุ่มพี่ชายก็ ได้ตามหาน้องสาว ด้วยความสงสารในตัวน้องสาว ตามทางเดินไปเจ็ดวัน ก็ไม่พบ พบแต่ตันกล้วยที่ถูก ตดัและงอกข้ึนมาใหม่เป็นคืบแลว้ระหวา่งเดินหานอ้งสาวน้นัพอดีกบั ใกลจ้ะถึงเทศกาลปีใหม่พวกที่ ตามหาน้องจึงไปแวะหมู่บ้านที่ก าลังฉลองปี ใหม่ แล้วจีงกลับมาที่หมู่บ้านที่ตนอยู่ และไม่ตามหาอีกรอ แต่วนัน้นัมาถึง หลงัจากเกิดเหตุการณ์น้ีแลว้ผคู้นจึงไดแ้ตกเป็นกลุ่ม เป็นเผา่ต่างเกิดข้ึน 6. ต านานการเกิดของเหล้า นานมาแลว้คร้ังหน่ึง มีสองแม่ลูกอาศยัอยใู่นหมู่บา้น อยมู่าวนัหน่ึงลูกชายคนน้นัอยากทา บุญ เขาคิดว่าหากได้ท าบุญกับองค์พระบิดาเจ้าแล้วจะมีความสุขความเป็ นอยู่ที่ดี แต่กับแม่ของเขาแล้วไม่มี อนัจะกินอดเป็นวนัๆคิดข้ึนไดด้งัน้นัแลว้เขาก็จดัอาหารเครื่องบูชา มีผลไม้เป็นกลว้ย มะม่วง อื่นๆ มากมาย ใส่ถดัเพื่อข้ึนไปถวายให้กับองค์พระบิดาเจ้า พอไปถึงพระบิดาเจ้า (อื่อ ชา ) แล้วอื่อชาก็ได้ ถามวา่เจา้ใหแ้ม่เจา้ที่หิวโหยกินหรือยงัชายผนู้้นัตอบยงัไม่ไดใ้หก้ิน และองคพ์ระบิดาเจา้ก็ไดแ้นะนา ใหไ้ปใหแ้ม่กินก่อน จากน้นัชายผนู้้นัก็กลบัมาเอาขา้วของกลบัมาหมด แต่แลว้แทนที่จะไปใหแ้ม่กิน ตามคา แนะนา ขององคพ์ระบิดาเจา้หาไม่เขาเกิดความอบัอาย และไดน้า ผลไมเ้หล่าน้นัทิ้งไวท้ี่กรงไม้ ชึโก่ทา ใหเ้กิดการมดัหม่น และกลายเป็นน้า ที่มีกลิ่นหอมชวนกินยงิ่นกัทา ใหน้กกา แงะ ชี แงะนอ สัตวป์่าท้งัหลายพากนัมากินเป็นหมู่ๆ ถา้สัตวต์วัไหนกินแลว้ก็จะมีอาการ สนุกสนานยงิ่นกัอยมู่าวนั หน่ึงมีชายผหู้น่ึงไดพ้าลูกชายออกหากินในป่า และไดพ้บกบัฝงูนก ฝงูสัตวม์ากมายอยู่ที่กรงไมน้นั่และ มีอาการ ที่สนุกสนานมากเขาจึงเกิดความสงสัยและเฝ้าดูอยนู่านและก็ไม่ยงินก สัตวเ์หล่าน้นัเลย เพราะ
97 สัตวเ์หล่าน้นัแสดงอาการแปลกอยู่จึงไดเ้ขา้ไปดูใกลๆ้แลเห็นมีน้า อยใู่นกรงไม้จึงไดล้ว้งออกมากิน ทา ใหช้ายผนู้้นัเกิดอาการมึนเมา และเกิดความคิดวา่ถา้ฆ่าลูกตวัเองบูชาเทพเจา้แลว้จะมีความสุข ชายผนู้้นั จึงท าการฆ่าลูกตัวเอง และบูชาเทพเจ้าไป พอหายเมาก็ร้องให้โห่ แล้วฆ่าตัวตายตาม ท าให้เขาต้องตก นรกในที่สุข ชาวลาหู่จึงมีการบอกต่อๆ กนัมาวา่เหลา้เป็นสิ่งที่ไม่ดีและหา้มชาวลาหู่กิน 7. นิทานเรื่อง ปีศาจร้าย จะมู– จากา - แป จะมู-จากา-แป เป็ นปี ศาจร้ายและมีชีวิตอมตะที่วางกลอุบายเพื่อลองอิทธิฤทธิ์ และความ ปราดเปรื่องกับองค์สัจจะ โดยสร้างพระอาทิตย์ 7 ดวง เพื่อไม่ให้องค์สัจจะเผยแพร่พระธรรมได้และ ถูกแดดจนเสียชีวิต แต่องค์สัจจะเดินทางไปแลเห็น จะมู-จะกาแป ทา หมวดเจ็ดช้นัสวมใส่กา ลงัไถนา โดยนงั่บนหลงัควาย องคส์ ัจจะจึงรู้วา่เป็นกลอุบายของเจา้ปีศาจร้าย ที่ทา ใหแ้ สงแดดร้อนจดัจนทา ให้ เหล่าพืชผัก ต้นไม้และสัตว์ต่างๆต้องตายด้วยแสงแดด องค์สัจจะจึงได้จับ มื่อ-แสง คือแมลงข้ีววั 7 ตัว ไว้ตามทางเดินของมัน หลังจากที่องค์สัจจะปล่อย มื่อ-แสง ไม่นานแมลงพวกเหล่าน้นัก็ไดเ้ดินไป มาอยู่ตามทางที่ จา-มู-จะกาแป เดิน พอ จา-มู-จา-กาแป เห็นว่าองค์สัจจะคงสู้ตนไม่ได้และต้องตาย แน่ๆจึงไดออกจากทุ่งนา มาดูองค์สัจจะ และแลว้ระหวา่งทางก็ไดพ้บกบัแมลงท้งั 7 ตัว ที่องค์สัจจะ ปล่อยไว้ ร้องอยู่เป็ นเสียงเดียวกันว่า เมื่อแสง ๆ (มื่อแสง คือเมืองในต านานเป็ นอุทยานดอกไม้ของ องค์พระผู้เป็ นพระบิดาเจ้าเป็ นสวนที่เหล่าปี ศาจปรารถนาจะไปกัน) แล้ว จา-มู-จา-กาแป ก็เกิดการ หมนั่ ไส้บอกกับเมื่อ-แสงว่า เจา้หรือเคยไปถึงเมื่อแสงไฟ เจา้บา้และยกขา หยบิเจา้ตวัมื่อแสงนนั่ หมายจะ ใหเ้มื่อแสงแหลกเป็นผง แต่แลว้เจา้เมื่อแสง ก็งอเขาข้ึนทา ให้เขาของมนัหกัติดอยขู่า้งในเน้ือ ท าให้ เจ้าจะ-มูจา-กาแปร้องโหย หวนเจ็บปวดยงิ่นกั ไม่รู้จะไปหาใครช่วยรักษาให้จึงไปพบองค์สัจจะ เพื่อขอยา แล้วองค์สัจจะ ก็ให้ยาผงชนิดหนึ่ง โดยเป็ นไข่แมลงวันใส่ลงไปที่แผล พร้อมกับพัน ผ้าพันแผลให้ จา-มู-จา-กาแป เจ็บปวดมากไม่ดูที่องค์สัจจะใส่ยาให้ได้แต่ปิ ดตาร้องอย่างเดียว แล้ว บอก จามูจากาแปว่าอย่าเอาผ้าออกจนกว่าจะครบ 7 วัน พอครบ 7 วัน จะมูจะกาแป ก็เปิ ดดูแผลที่เท้า ท าให้แผลที่เท้าเน่า เปลื่อย มีแต่หนอนจากน้นัความเน่าก็ไดล้ามทวั่ท้งัตวัจนถึงแก่ความตาย ทา ให้ ความเน่าเหม็นของจามูจากาแปน้นั ไปทวั่ท้งัแผน่ดิน สุดทา้ยร่างกายและวิญญาณก็ถูกสาปใหก้ลายมา เป็นปลวก จะเห็นไดว้า่ ปลวกน้นัมีทุกหนทุกแห่ง ปีศาจ จา-มู-จา-กาแป เป็ นสัตว์ประหลาด ใหญ่เท่า ภูเขาหลายลูก มีอิทธิฤทธ์ิมาก มีชีวิตที่อมตะมีหนา้ตาที่ดุร้าย ชอบกินเน้ือสดและพืช แต่ตอ้งเจอกบั ความความพ่ายแพ้ เพราะความประมาทของตน และความยากลองดีกับผู้ที่มีอ านาจเหนือกว่าตน แท้ที่ จริงแล้วจามูจากาแป เป็ นพาหะรับใช้องคพ์ระบิดาเจา้ที่หนีมาก่อความไม่สงบกบัโลกมนุษย์ 8. ต านานการเกดิศาสนาลาหู่ การเกิดมาขององคส์ ัจจะในโลกมนุษยน์ ้นัเกิดจากบุคคลธรรมดา สามญัชน ไม่มีใครทราบได้ วา่องคส์ ัจจะเกิดข้ึนเมื่อใด แต่ในตา นานไดก้ล่าววา่เกิดข้ึนพร้อมๆกบัการเกิดของโลก หลงัจากที่เกิด แล้ว ก็ได้แต่งงานกบัหญิงชาวบา้นคนหน่ึง ชื่อนาสีมา พอแต่งงานแลว้ท้งัคู่ก็ใชช้ีวิตตามปกติแต่เป็นที่
98 น่าสังเกตวา่องคส์ ัจจะน้นัเป็นผถู้ือศีลอยา่งเคร่งครัด วา่คา ไหนก็ทา ตามน้นัทา ใหช้าวบา้นนบัถือท่านยงิ่ นกัท่านไม่ทา ตวัสิ้นเปลือง เป็นบุคคลที่คอยใหก้ารช่วยเหลือผอู้ื่น คอยแนะน าแนวทางที่ถูกต้องในการ ด าเนินชีวิตที่ถูกต้อง การเดินทางสายกลาง ไม่เคร่งครัดมากนัก ต่อมาท่านได้วางรากฐานต่างๆในทาง ศาสนา ทา ใหห้มู่บา้นต่างในละแวกใกลเ้คียง น้นัต่างมีศานุศิษย์มีสถานที่ประกอบพิธีกรรม ชาวลาหู่ เรียกว่า หอแหย่ มีความเคารพนับถือต่อท่าน ต่อมาท่านไดบ้อกกบันาสีมาวา่เราจะ ข้ึนสู่สวรรคแ์ลว้ให้ นาสีมาอยู่บ้านถือศีล ไม่ให้ออกจากบ้านภายในเวลา 7 วนัน้ีหลงัจากครบ 7 วัน พอถึงวันที่ 7 ก็บอก กบันาสีมา วา่ ในวนัน้ีเราไม่ใหไ้ปไหน ใหอ้ยบู่า้นเราจะกลบัสวรรคแ์ลว้นาสีมาก็ไม่ยอมเชื่อและไปหา ปลา พอกลับมาอีกที ก็ไม่เห็นองคส์ ัจจะอีกแลว้คงเหลือไวแ้ต่น้า มนตท์ ี่อยใู่นถว้ย ที่ใตห้ิ้งบูชา นาสีมา ไม่รู้วา่สา คญัจึงไดเ้ทน้า ลงไป น้า ไปถูกไก่หยดหน่ึง ไก่ก็บินข้ึนไดเ้ท่าตน้ ไมแ้ลว้ก็บินลงมา สมยัก่อน เล่าวา่ ไก่ไม่สามารถบินไดน้บัต้งัแต่งน้นัมา ไก่ก็สามารถบินได้พอนาสีมาเห็นดงัน้นัก็เลียกินน้า ที่เหลือ บนพ้ืนไมฟ้าก ก็เกิดเป็นลิงดา หรือ เมอะนะ ในทุกวนัน้ีและสามารถบินข้ึนไดเ้ท่ากบัไก่เช่นกนัเพราะ น้า มนต์แหง้หมดแลว้จึงทา ใหเ้มอะนะตอ้งร้อง หาองคส์ ัจจะ วา่สัจจะโป่สัจจะโป่ ในทุกวนัน้ีชาวลา หู่จึงไม่ยงิลิงประเภทน้ีเพราะถือวา่เป็นนาสีมาขององคส์ ัจจะ ที่แทน้้า มนตท์ ี่ทา ไวน้้นัองคส์ ัจจะทา ไว้ ใหน้าสีมาดื่ม แต่แลว้นาสีมาก็ไม่มีบุญที่จะไปบนสวรรคห์าองคส์ ัจจะได้และถูกน้า มนตส์าปใหเ้ป็น เม อะนะอยใู่นทุกวนัน้ีและ ณ ที่แห่งน้ีก็ไดเ้กิดตา นาน ไก่กบัลิงดา หรือเมอะนะ การละเล่นพื้นบ้านลาหู่ นิสัยรักความสนุกสนาน และเป็ นชนเผ่าสุนทรีย์ อารยธรรมการเล่นที่เก่าแก่ การเต้นร าที่ หลากหลาย ท้งัหมดลว้นเป็นเรื่องราวที่ชนเผา่ลาหู่สืบสานและสืบทอดกนัมา นับเป็ นดอกไม้แห่ง ขุนเขาแต่งแต้มสีสรรค์ความสดใสดว้ยลีลาชีวิตของแผน่ดินบนพ้ืนที่สูงใหง้ดงาม ดังที่ฟ้าประทานมา ใหม้นุษยชาติน้ีอยู่ร่วมโลกอยา่งเฉิดจรัส วิถีชีวิตเหล่าน้ียงัคงความสวยงามและเหลืออยใู่นพ้ืนที่ ภาคเหนือของประเทศไทยอยู่ การละเล่นพ้ืนบา้นลาหู่เป็นมรดกวฒันธรรมที่รทงคุณค่ายงิ่อยา่งหน่ึง ซ่ึงชนเผา่ลาหู่น้ีไดส้ืบ สานมาอย่างยาวนาน การเล่นลาหู่ถือว่าเป็ นอาชีพเด็ก ถ้าเด็กไม่นิยมเล่นหรือถ้าไม่ได้คลุกคลีกับคน อื่นๆ จะทา ใหเ้ด็กขาดความมนั่ใจและไม่มีเพื่อนเกิดความหวา้เหว่ ลาหู่น้นัมีการละเล่นของเด็กหลายอยา่ง การละเล่นบางอย่างจะสอดแซดในพิธีกรรมของลาหู่ ด้วย การละเล่นในพิธีกรรมน้นัจะเล่นไดเ้ฉพาะปีละคร้ังในช่วงเทศกาลเท่าน้นั เช่นการเล่นลูกข่าง การเล่นโล้ชิงช้า การเล่นชนไข่ และมีการละเล่นอีกหลายอยา่งที่เด็กลาหู่เล่นไดต้ลอดท้งัปี การละเล่น ของลาหู่แบ่งออกเป็ นการละเล่นส าหรับเด็กผู้ชายและการละเล่นส าหรับเด็กผู้หญิง วัสดุและอุปกรณ์ ในการละเล่นจะหาได้จากธรรมชาติ เช่นไม้และไม้ไผ่ การละเล่นพ้ืนบา้นลาหู่น้นัสามารถจา แนกได้ ดงัน้ี
99 แคน “หนอ” เครื่องเป่ าแคน หรือลาหู่เรียกว่า “หนอ” ประกอบด้วย ล าไผ่เหียะ น้า เตา้และข้ีผ้ึง เป็ นเครื่อง ดนตรีชนิดหนึ่งของผู้ชายลาหู่ จะเป่ าเดียว หรือเป็ นทีมก็ได้นิยมเป่ าแคนในช่วงเช้าตรู่ตอนที่เสียงเวียบ วังเวง และกลางคืนตอนดึก หรือยามว่าง หรือช่วงเทศกาลประเพณี และช่วงไปลงเล่นในลานเที่ยว ของชุมชน หรือแม้แต่เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างหมู่บ้าน ระหว่างทางก็นิยมเป่ าแคน เพื่อส่งเสียงให้ ผู้คนได้ยิน เครื่องเป่าแคนของลาหู่น้นัยงัไม่พบวา่เกิดข้ึนช่วงใด หรือมีต านานกล่าวไว้อย่างไร แต่ก็มี สุภาษิตที่กล่าวเกี่ยวกับความยากการใช้เครื่องเป่ าแคนว่า “เมื่อไดที่เราจะฝึ กฝนให้มีความช านาญการ เป่ าแคนได้นั้น ต้องมีความอดทน และต้ังใจจริงเท่าน้ันจึงจะเป็นบุรุษที่มีความสามารถใช้เครื่องเป่า แคนได้” ดงัน้นัเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทา ได้ง่ายเลย เครื่องเป่ าแคนที่ต่างชนเผ่านิยมใช้ และมีลักษณะ คล้ายกัน คือชนเผ่าอาข่า และลีซู แต่เสียแคนมีความต่างกัน เสียงเป่ าแคนของลาหู่เป็ นเสียงสูง-ต ่า และเป็ นจัวหวะ เพื่อประกอบการเต้น เสียงเป่าแคนน้ีมกัมีเน้ือหาเกี่ยวขอ้งกบัวิถีการดา รงชีวิต การท า มาหากิน ความรัก ความเศร้า เป็ นส่วนใหญ่ ขลุ่ยยาว “หนอ ยื่อ มา” ขลุ่ยยาวน้ีทา มาจากตน้ ไผเ่หียะ ขนาดเส้นผ่าสูนย์กลาง 6 หุน ยาวประมาณ 75 เซนติเมตร ต้องเป็ นไผ่ที่แห้ง ท าการเจาะรูด้านปลาย จ านวน 3 รูและดา้นที่เป่าใหม้ีขอ้ก้นัพร้อมท้งัทา รูบากให้ ต่อกัน และใชข้้ีผ้ึงปิดรูเพื่อก าหนดเสียงขลุยให้เสียงดีและดัง ขลุ่ยยาวน้ีสามารถเป่าไดทุ้กฤดูกาล จิ่นหน่อง “จ้าเอ่ว” เครื่องดนตรีชนิดน้ีมีขนาดเลก็ ท าจากไม้ไผ่แข็งผ่าซีก สามารถพาไปได้สะดวกทุกที่ เสียง ของจิ่นหน่องเสียงไม่ค่อยดงัสามารถเล่นไดท้ ้งัชายและหญิง มีเสียงไพเราะ เครื่องดนตรีชนิดน้ีไม่ ทราบวา่เกิดข้ึนยคุใดไม่ปรากฎชดัเจน ซ่ึงการเล่นจิ่นหน่องจะเล่นโดยมาประกบและบงัคบัเสียง โดย ลิ้นมีบทเพลงที่เล่นจิ่นหน่องของชนเผา่ลาหู่วา่ “ชายเล่นจิ่นหน่องก็เป็ นปากนกกระจอก แม้เป่าขลุ่ย บ่อยก็เจ็บริมฝี ปาก ขอให้หญิงสาวออกมานอกบ้านแม้ช่วงยามเดียวก็ดี ใส่หมวกแต่งตัวให้สวยแล้ว ออกมา เมื่อถึงเวลานอนไปหาที่นอนกัน ถ้าหานอนไม่ได้จะไม่นอนท้ังคืนเหมือนน ้าไหลไม่หยุด”
100 การเล่นลูกข่าง ลักษณะการเล่น การเล่นลูกข่างน้นัเป็นการละเล่นสา หรับเด็กผชู้าย จะเล่นในช่วยเทศกาลปี ใหม่ ลาหู่จะจัดงาน ปีใหม่ในช่วงปลายเดือนธนัวาคมของทุกปีการเล่นลูกข่างจะมีข้ึนในช่วง 3 - 4 วัน ที่จัดงานปี ใหม่ ของลาหู่เท่าน้นั อุปกรณ์ อุปกรณ์ในการเล่นลูกข่างน้นัก่อนจะถึงวนั ปีใหม่เด็กจะเตรียมลูกข่าง โดยการเขา้ไปในป่าตดั ต้นไม้ขนาดย่อม ๆ มาหนึ่งต้นมาตัดเป็ นท่อน ๆ แล้วแบ่งกันคนละท่อน และแต่ละคนก็จะไปเสริมแต่ง ลูกข่างของตัวเองต้องเหลาให้หัวลูกข่างแหลม ๆ ทายจะเรียบ ขนาดของลูกข่างจะไม่เท่ากันแล้วแต่ว่า แต่ละคนชอบขนาดไหน เสร็จแล้วจะเอาเชือดมาถัดเป็ นเปี ยเพื่อเอาไว้พันรอบลูกข่าง และปลายเชือด จะมัดติดด้วยไม้อันเล็กยาวประมาณ 1 ศอก เอาไว้จับตอนออกแรงเหวี่ยงให้ลูกข่างหมุน สถานที่เล่น พอแต่ละคนได้ลูกข่างแล้วจะไปเล่นกันที่ไหนก็ได้ไม่จ ากัดสถานที่ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไปเล่น ที่ลานกว้างของหมู่บ้าน จ านวนผู้เล่นไม่จ ากัดจ านวน เวลาเล่นแบ่งออกเป็ น 2 ฝ่ าย ฝ่ ายละกี่คนก็ แลว้แต่จา นวนคนที่เล่น วิธีการที่จะเลือกวา่ ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายเล่นก่อนหรือหลงัก็คือแต่ละฝ่ายจะเลือก ตัวแทนมาฝ่ ายละ 1 คน แลว้จะเหวี่ยงลูกข่างลงไปพร้อมกนั ฝ่ายไหนลูกข่างหมุนไดน้านที่สุดฝ่ายน้นั ก็เป็นฝ่ายเล่นก่อน จ านวนผู้เล่น จะแบ่งเป็ นฝ่ าย ฝ่ ายละกี่คนก็ได้ไม่จ ากัดจ านวน วิธีเล่น วิธีการเล่นลูกข่างหลังจากได้แบ่งคนเล่นเป็ น 2 ฝ่ ายแล้วแต่ละฝ่ ายจะเลือกตัวแทนออกมาเล่น ฝ่ ายละ 1 คน ฝ่ายที่แพจ้ะเป็นฝ่ายเหวี่ยงลูกข่างต้งัแลว้ใหฝ้่ายที่ชนะเป็นคนเหวี่ยงลูกข่างใส่ถา้เหวี่ยง ไม่โดนก็เป็ นคนแพ้ จะเรียงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบทีม ทีมที่แพจ้ะตอ้งเป็นฝ่ายต้งัลูกข่างใหอ้ีกฝ่าย หน่ึงเป็นคนเหวี่ยงใส่จนกวา่จะเหวี่ยงไม่โดนก็ตอ้งเป็นฝ่ายต้งัลูกข่างใหอ้ีกฝ่ายเหวี่ยงใส่จะเป็นอยา่งน้ี เรื่อย ๆ จนกว่าเด็กจะเหนื่อยและเลิกเล่น