The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรู้แม่และเด็กชนเผ่าม้ง E-book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-19 05:09:29

องค์ความรู้แม่และเด็กชนเผ่าม้ง E-book

องค์ความรู้แม่และเด็กชนเผ่าม้ง E-book

องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 45 ของเด ็ กมีลักษณะคลา ้ ยหูไก่มีความเชื่อว่าอยากรับประทานขิง แต่ไม่ได ้รับประทานเมื่อ คลอดเด ็ กปรากฏว่านิ้วมือของเด ็ กมีเกินกว่าจา นวนปกติหรือมีลกัษณะเป็ นติ่ง ๆ ถา ้สามีไม่ สามารถที่จะหาสิ่งของเหล่าน้ันให้ภรรยารับประทานได้สามีจะพูดดูหมิ่นดูแคลนว่าสิ่งของ เหล่าน้นั ไม่มีประโยชน์การพูดเช่นน้ีเป็ นการแกเ ้ คลด ็ เพื่อไม่ใหส้ ่งผลกระทบกบัเด ็ กในครรภ์ ข. อาหารการผดุงครรภ ์ และ พิธีกรรม หญิงมีครรภส์ามารถรับประทานอาหารไดเ ้ กือบทุกชนิด ยกเวน ้ อาหารที่มีกลิ่นเหม ็ น หรือเป็ นซากเป็ นของเหลือ ของแสลงอาหารเหล่าน้นัอาจทา ให ้ หญิงมีครรภเ์จ ็ บป่วยได ้สิ่งที่ หญิงมีครรภ์ควรระวงัอีกอยา่งคืออยา่รับประทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็ นยาขบัเลือด เพราะ อาจท าให้หญิงมีครรภ์แท้งได้อาหารที่หญิงมีครรภ์รับประทานไม่มีรูปแบบการปรุงที่พิเศษ แต่อยางใด ่อาหารที่รับประทานก ็ เป็ นพวกผกัพ้ืนบา ้ นทวั่ ไป ตัวอย่างอาหารต้องห้ามของหญิงมีครรภ์ • ผลไมท ้ี่มีลกัษณะแฝด เช่น กลว ้ ยแฝดติดกนัเพราะมีความเชื่อวา่จะทา ใหเ ้ ด ็ กในครรภ์ เป็ นฝาแฝด • เน้ือสัตวท์ ี่ไม่ได ้ ฆ่าเอง เช่น สัตวเ์ล้ียงที่เป็ นโรคตายหรือสัตวท์ ี่ถูกเสือกดัเพราะมี ความเชื่อกนัว่าจะทา ให ้ หญิงมีครรภแ์ละลูกที่อยูใ่นครรภม์ ีอาการชกั (Mi nyuam tau tus tshaus) กินของเก่าเขาไดล ้ างของสิ่งน้นั ชนเผ่ามง ้ไม่มีรูปแบบวิธีการดูแลผดุงครรภท์ ี่เป็ นพิเศษแต่อยา่งใด เมื่อผหู้ ญิงต้งัครรภ์ ผอู้ าวุโสจะสอนให ้ รู้ จกัระมดัระวงัตนเองไม่ทา งานที่หนกัจนเกินไป เช่นการยกของที่หนกัๆ หรือยื่นตวัหยิบของในที่สูง เหตุผลเพราะว่าการยกของหนักๆ อาจจะทา ให ้ หญิงมีครรภแ์ทง ้ ได ้ หรือทา ให ้ปวดหลงั ปวดเอว สิ่งที่ผูอ ้ าวโุสสอนจะเนน ้ เรื่องการออกกา ลงักาย ซ่ึงโดยปกติ หญิงมีครรภ์ก ็ จะทา งานอยู่แลว ้ การทา งานในไร่นาการทา งานบา ้ น ช่วยทา ให ้ หญิงมีครรภ์ สุขภาพแข ็ งแรงลูกในครรภก์ ็ จะไดแ ้ ขง ็ แรงดว ้ ยและมีความเชื่อกนัว่าหากหญิงมีครรภท์า งาน มากๆ จะช่วยใหค ้ ลอดง่าย สิ่งที่ผอู้ าวโุสสอนเนน ้ ไม่ใหห ้ ญิงมีครรภท์า คือการนอนหลบัมากๆ และการรับประทานอาหารที่อาจทา ใหท ้ อ ้ งผกูไดง ้่ายเช่น กลว ้ ยที่ยงัไม่สุกงอม เพราะโดยปกติ หญิงมีครรภจ์ะมีปัญหาเรื่องระบบขบัถ่ายอยูแ่ลว ้ เมื่อหญิงมีครรภ์ไม่สบายก ็ จะใชก ้ ารรักษา โดยการท าพิธีกรรม


46 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง พิธีกรรมและการรักษาอาการเจ็บไข้ของหญิงมีครรภ์ การนวด คล าขยับทอ ้ งจะนิยมทา ในกรณีที่หญิงมีครรภม์ ีอาการไม่คอ่ยสบายรู้สึกปวด หลัง ปวดท้องมากๆ เพราะเด็กในครรภ์อาจจะกลับตัวในลักษณะผิดปกติ หญิงมีครรภ์จะไป หาหมอตา แยและให ้ หมอตา แยช่วยดูอาการให ้ หมอตา แยที่มีความเชี่ยวชาญน้นัเพียงแค่ไดจ ้ บั คลา ทอ ้ งก ็ สามารถรู้ได ้ ว่าเด ็ กในครรภ์น้ันเป็ นเพศหญิงหรือเพศชาย ยกตวัอย่างเช่น ถา ้ หน ้ า ทอ ้ งบางและครรภอ์ยูสู่ง หมอตา แยจะทายทกัว่าทารกในครรภจ์ะเป็ นเพศชายแต่ถา ้ หนา ้ ทอ ้ ง หนาและครรภอ์ยูต่่า หมอตา แยจะทายทกัว่าทารกในครรภจ์ะเป็ นเพศหญิงการคลา การนวด ขยบัทอ ้ งจะช่วยให ้ หญิงมีครรภ์หายจากอาการต่างๆ ที่เป็ นอยู่สุขภาพแข ็ งแรงมากข้ึน หาก หญิงมีครรภ์มีอาการปวดหัว ตัวเหลือง เป็ นไข้ ปวดท้อง ปวดหลัง รู้สึกอ่อนเพลียไม่มี เรี่ยวแรงตวัซีด ทารกในครรภ์ไม่คอยดิ้นเท่าที่ควร ตอ ้ งมีประกอบพิธีกรรมอวัเน ้ งเพื่อแบ่ง ชีวิต “ไฟเที๊ยะ” ให ้ ท้งัแม่และลูกมีชีวิตที่เท่าเทียมกนั หรือการใช้ยาสมุนไพรในการรักษา อาการและแบ่งชีวิต แต่จะไม่เป็ นที่นิยมเท่าไหร่นัก เพราะไม่สามารถที่จะท าได้ทุกราย เหมือนการอวัเนง ้ และบางคร้ังอาจมีผลต่อทารกในครรภไ์ดด ้ ว ้ ยทา ใหค ้ ลอดยาก การไฟเที๊ยะหรือการแบ่งชีวิต คือการที่ขวญัของแม่หรือเด ็ กน้ันไปเจริญเติบโตใน บุคคลอีกบุคคลหน่ึงที่มิใช่พ่อและแม่ของเด ็ ก ถา ้ ขวญัน้นั ไปสิงสถิตในตวัของทารกหรือใน ร่างกายแม่น้นัเรียกว่าแจงเตอ ตร ้ อง ตอ ้ งมีการไฟเที๊ยะให ้ กบัแม่และทารกในครรภ์โดยการ แบ่งชีวิตน้ีตอ ้ งแบ่งใหส้ องฝ่ายเท่ากนัๆ ถา ้ไม่เท่ากนัก ็ อาจตอ ้ งสญูเสียฝ่ายหน่ึงฝ่ายใดไป การไฟเที๊ยะมีอยู่2รูปแบบ คือ 1. การไฟเที๊ยะแห้ง (Faib quav) จะไม่ทา พิธีอวัเนง ้ 2. การไฟเที๊ยะอัวเน้ง (Faib ua neeb) ท าพิธีอัวเน้ง การประกอบพิธีอัวเน้งไฟเที๊ยะต้องใช้วัสดุอุปกรณ ์ดังนี้ o กระดาษเงินตัดเป็ นรูปตุ๊กตา 2 ตัว o หมู 1 ตัว o ธูปเทียน กระดาษ o ไก่2 ตวั o กวั่ะ1คู่ o มีด กรรไกร วิธีประกอบพิธีกรรม/ ขั้นตอน 1) ตัดกระดาษเงินเป็ นรูปตุ๊กตา 2 ตัว (การตัดกระดาษต้องตัดทางปลายไปทางหัว เพราะ การตดัทางหวัก่อน เชื่อวา่จะตดัโดนเส้ นชีวิต)


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 47 2) นา ไก่กวั่ะ และตุ๊กตา 1 คู่วางบนหัวของคนไข ้ แลว ้ใช ้ กรรไกรทา พิธีร่ายบทลา น า เสร็จแล้วใช้มีดตัด 1 คร้ังใหต ุ้๊กตาขาด 3) นา กวั่ะมาทา การเสี่ยงทายการเสี่ยงทายจะดูไดจ ้ ากการคว่า หรือหงายของกวะซึ่งผลจะ ั่ มีดงัน้ี - กวั่ะหงายคู่แสดงวา่การแบ่งชีวิตสามารถช่วยใหแ ้ ม่และลูกรอดชีวิตท้งัคู่ - กวั่ะคว่า คู่แสดงวา่การแบ่งชีวิตลม ้ เหลวแม่และลูกจะเสียชีวิตท้งัคู่ - กวั่ะคว่า -หงายแสดงว่าการแบ่งชีวิตช่วยไดก ้่ึงๆ แม่และลูกอาจจะมีทางรอดชีวิตหรือ เสียชีวิตเท่าๆ กนั หมายเหตุ ถา ้ ทรงแลว ้ รู้ วา่คนไขน ้ ้นั (แจงเตอ ตร้อง) หมายถึงการที่ขวัญของหญิงมีครรภ์หรือคน ในบา ้ นกลบัมาสิงสู่ทารกในครรภ์จริงๆ การทา พิธีกรรมตอ ้ งใชต ุ้๊กตา 5, 7 ตัว การตัดตุ๊กตา ตอ ้ งตดัต่อกนัเป็ นพวงแลว ้ นา มาวางซอ ้ นกนั ในการทา พิธีตดัตอ ้ งตดัทีละตวัจนครบ ค. การคลอด การเตรียมตัวก่อนคลอด เมื่อหญิงมีครรภ์ท้องแก่เต ็ มทีสามีและภรรยาจะต้องเตรียม อุปกรณ์เครื่องใชส้ า หรับการอยูไ่ ฟให ้ กบัภรรยาเช่น หญ้าคา พริกไทยดา ไก่ฟืน ส าหรับการ อยู่ไฟซ่ึงเป็ นฟืนท่อนโต ติดไฟง่ายและไม่เป็ นควนัมาก ชุมชนชาวมง ้ ถือกนัว่าการเตรียม อุปกรณเพื่อการอยู่ไฟน้ันตอ ้ งเตรียมเวลาใกลก ้ า หนดคลอด หรือในราวเดือนที่แปด ของการ ต้งัครรภ์หากไดจ ้ ดัเตรียมไวแ ้ ต่เนิ่นๆ อาจทา ใหเ ้ ด ็ กที่อยใู่นครรภม์ ีอนัเป็ นไป แท้งได้ อุปกรณ ์ ที่ต้องเตรียมขณะคลอดบุตร 1. มีดไมไ้ ผ่ /กรรไกร ใชส้ า หรับตดัสายสะดือเด ็ กทารกไม่นิยมให ้ ของมีคมที่เป็ นเหล็ก เพราะเชื่อวา่จะทา ใหเ ้ป็ นโรคบาดทะยกัแผลที่เกิดจากการตดัสายสะดือเน่าได้ 2. เชือก ด้ายสีด าหรือสีขาว ส าหรับผูกสายสะดือเด็ก(ห้ามใช้ด้ายสีแดง) 3. น้า อุ่น สา หรับทา ความสะอาดร่างกายของเด ็ กทารกแรกเกิด 4. ที่นอนขณะอยไู่ ฟของแม่เช่น หญา ้ คา ฟางขา ้ ว ฯลฯ 5. เงินใส่ห่วงคอเด ็ ก(Xauv Siav) เพื่อรับขวัญเด็กและเป็ นเครื่องรางคุ้มครองเด็ก 6. เชือกสีดา มดัเป็ นห่วงคอเด ็ กเพื่อรับขวัญเด็กและเป็ นเครื่องรางคุ้มครองเด็ก 7. พริกไทยด าใส่อาหารเพื่อช่วยดบักลิ่นคาวของน้า คาวปลา 8. ผ้าอ้อมเด็ก ท าจากผ้าที่ใช้แล้ว น ามาทา ความสะอาดแลว ้ เตรียมไวใ้ ชห ้ ่อตวัทารก 9. กาตม ้ น้า /กะละมงัเพื่อตม ้ น้า สา หรับทา ความสะอาดร่างกายของแม่และเด ็ กทารก


48 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง การท าคลอด การคลอดของชนเผ่าม้งจะท าคลอดโดยหมอต าแย หมู่บา ้ นในชนบทหมอตา แยก ็ คือ หมอชาวบ้านผู้ซึ่งมีความรู้ในเรื่องการทา คลอด เมื่อหญิงมีครรภร์ู้ ตวัวา่ตวัเองปวดทอ ้ งจวนจะ คลอดแลว ้ จะบอกกบัคนในบา ้ นให ้ไปตามหมอตา แยเพื่อมาคอยให ้ ความช่วยเหลือระหว่าง น้ันต ้ องเตรียมวัสดุอุปกรณ์ส าหรับท าคลอดให ้ พร ้ อม การท าคลอดน้ันจะใช ้ พ้ืนที่หน ้ า หอ ้ งนอน หญิงมีครรภจ์ะนงั่ระหวา่งมา ้ เต้ียสองตวัหรือนงั่บนแคร่ ใน ขณ ะก าลังจะ คลอดสามีจะอยูใ่กลช ้ิดตลอด สามีจะช่วยประคองหลงัภรรยาตนเองเพื่อให ้ไดพ ้ ิง ส่วนหมอ ตา แยจะนงั่ขา ้ งหนา ้ คอยช่วยขม่เดก ็ในทอ ้ งใหล ้ งพร ้ อมกบัการเบ่งของแม่ดว ้ ย สามีจะตอ ้ งคอย ประคองภรรยาไวจ ้ นกวา่จะคลอด สา หรับคนที่คลอดยากน้นัตอ ้ งมีคนช่วยอุม ้ พยุง ช่วยนวด เพื่อที่จะทา ให ้ เด ็ กคลอดได ้ ง่ายข้ึน ส าหรับหญิงมีครรภ์ที่มีอาการหน ้ ามืดบ่อยน้ันจะนา เอา เปลือกกญัชงที่ลอกเรียบร ้ อยแลว ้ มาพันรอบศีรษะของหญิงมีครรภ์เพื่อกนัมิให ้ หน ้ ามืด โดย ใช้คาถาควบคุมไว้ และต้องให้หญิงมีครรภ์คนน้ันอยู่ในท่าคร่ึงนั่งคร่ึงนอน ให ้ศีรษะอยู่ ระดับสูงเพื่อที่จะมิใหเ ้ ลือดน้นั ไหลยอ ้ นกลบัไปบนศีรษะมากเกินไปจะทา ใหหญิงมีครรภ์ ้ หน้า มืดไดง ้่าย หญิงมีครรภบ์างคนคลอดยากมากอาจเป็ นเพราะการกระทา ของตนเอง สาเหตของุการคลอดลูกยากและวิธีแก้ไข 1. การไม่ให ้ ความเคารพต่อพ่อแม่บุพการีตนเองและสามีแก้ไขโดยจะต้องให้บุคคล เหล่าน้นัลา ้ งมือและนา น้า น้นั ไปให้หญิงมีครรภ์ดื่ม เพื่อเป็ นการขอขมา 2. การ แจงเตอตร้อง (Ntxeev taw rooj) การที่ขวญัของเด ็ กมาสถิตในตวัของแม่ขณะ ต้งัครรภ์แก้ไขโดยต้องมีการท าพิธีไฟเที๊ยะถา ้ไม่ไฟเที๊ยะเชื่อว่าจะตอ ้ งสูญเสียใคร คนใดคนหนึ่ง 3. ทารกกลบัตวัอยใู่นท่าที่คลอดลา บาก ตอ ้ งใหห ้ มอตา แยช่วยกลบั ตัวทารกให้อยใู่น ท่าที่จะคลอดง่าย 4. การนงั่ทา ใหก ้ ดช่องคลอดเมื่อเวลาใกลค ้ ลอด โดยเฉพาะกระสอบ 5. การนงั่หรือเหยยีบธรณีประตูบา ้ น วิธีแก้เคล็ดเพื่อให้คลอดได้ง่าย เมื่อหญิงมีครรภไ์ม่สามารถคลอดได ้ ทา การแกไ้ ขโดยการถอดเส้ือและกลบัดา ้ น จากน้ันก ็ นา กลบัมาสวมใส่กลบัดา ้ น เพราะเชื่อว่าจะทา ให ้สามารถคลอดไดง ้่าย ข้ึน


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 49 นา ไมก ้ วาดมาทา การปัดกวาดรอบตวัของหญิงมีครรภ์และบอกกล่าวให ้ ทารกใน ครรภค์ลอดเร ็ วข้ึน นา กุญแจ1คู่ไปแช่น้า และนา น้า ลา ้ งกุญแจน้นัมาให ้ หญิงมีครรภด์ื่ม เพราะเชื่อว่า เป็ นการไขประตูช่องคลอด ทา ใหค ้ ลอดไดง ้่ายข้ึน การปฐมพยาบาลแม่และเด็กระหว่างคลอด 1. กรณีเด็กทารกคลอดออกมาแล้วไม่ร้อง ชนเผ่าม้งเชื่อว่า เกิดจากขณะที่เด ็ กอยูใ่นทอ ้ ง แม่ไดอ ้ ยูใ่นท่าเอาหัวลงนานเกินไป ทา ให ้ เลือดลงมาคงั่อยูท่ ี่ปากของเด ็ กจึงทา ให ้ เด ็ ก ร ้ องไม่ออก ตอ ้ งแกไ้ ขโดยเอานิ้วมือลว ้ งคอเด ็ กทารกเพื่อเอาก ้ อนเลือดหรือของเสีย ออกมา หรือการดูดโดยใชผ ้ า ้ ขาวปิดปากเด ็ กแลว ้ใชป้ ากดูดของเสียที่ติดอยูใ่นคอเด ็ ก ออกมา เพื่อช่วยใหเ ้ ด ็ กร ้ องส่งเสียงออกมาได ้ 2. กรณีแม่เด็กสลบหลังคลอด ชนเผ่าม ้ งเชื่อว่าขวญัของหญิงผูน ้ ้ันอ่อน และร่างกาย อ่อนแอ ตอ ้ งแกไ้ ขโดยการเป่าที่หูและใหห ้ มอตา แย คนใกลช ้ิดของหญิงผนู้้นัช่วยกนั เรียกให ้ พร ้ อมๆ กนัและเอาชายเส้ือข้ึนมาพดัจนกว่าแม่เด ็ กจะรู้สึกตวัการปฏิบตัิอยา่ง น้ีจะทา ให ้ แม่เด ็ กฟ้ืนเร ็ วข้ึน เพราะไดร ้ับอากาศถ่ายเท บางคร้ังเกี่ยวขอ ้ งกบัพิธีกรรม หรือสถานที่ไม่เหมาะสมดว ้ ย ดงัน้นัตอ ้ งทา พิธีกรรมหรือเปลี่ยนสถานที่ 3. กรณีเด็กทารกเกิดมาสลบ ชนเผ่ามง ้ เชื่อว่าเด ็ กอ่อนแอไม่แข ็ งแรง ตอ ้ งแกไ้ ขโดยการ รูดสายสะดือเด ็ กเพราะจะทา ใหเ ้ ด ็ กหายใจสะดวกจะช่วยใหเ ้ ด ็ กฟ้ืนข้ึนมา 4. กรณีที่รกไม่ออกมา หมอตา แยจะใชค ้ วามพยายามอยา่งมากในการช่วยเหลือเพราะแม่ เด ็ กจะมีชีวิตอยู่หรือตายหมอตา แยตอ ้ งทา ทุกอย่างเพื่อเอารกออกมาให ้ได ้ เช่น ตบ หลงัเบาๆ เชื่อกนัว่าเหตุที่รกไม่ออกมาเพราะรกไปติดหลงัฉะน้ันจึงตอ ้ งใช ้ วิธีตบ หลงัหากทา แลว ้ ก ็ ยงัไม่ออกมาอีกหมอตา แยจะใชว ้ิธีข่มทอ ้ งของผูค ้ ลอดเพื่อให ้ รก เคลื่อนตวัลงต่า และออกมา หรือใชว ้ิธีจบัขยม่ ให ้ รกหลุดออกมา บางคร้ังเกี่ยวขอ ้ งกบั ความเชื่อด้วย การปฏิบัติต่อเด็กตามความเชื่อ เมื่อเด็กคลอดออกมาอนัดบัแรกที่จะตอ ้ งปฏิบตัิต่อเด ็ กคือการสวมห่วงคอ(ห่วงเงิน) ให ้ เด ็ กเป็ นการรับขวญัจะมีคา พูดว่า “Muab lub xauv nyiaj xauv kub xauv kiag tau.” ถ้า ไม่มีห่วงเงินก ็ จะใชด ้ า ้ ยสีดา มดัเป็ นห่วงแทน ซ่ึงเชื่อกนัวา่การสวมห่วงคอเป็ นการรับขวญัเด ็ ก เป็ นการจบัจองเด ็ กไม่ให ้ วิญญาณร ้ ายมาเอาเด ็ กไป


50 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง การตัดสายสะดือ การจดัการเกี่ยวกบัสายรกของเด ็ ก หรือการตดัสายสะดือของเด ็ ก ชนเผา่ ม้งจะใช้ด้าย ดิบสีดา ผูกสายสะดือเด ็ ก การผูกสายสะดือจะมัดสายสะดือห่างจากท ้ องของเด ็ กประมาณ 1 นิ้วและตดัห่างจากที่มดัสายสะดือประมาณ 2 นิ้ว เพราะเวลาที่สายสะดือแห ้ งจะพอดีและ สวยงาม การตัดใช้ผิวไมไ้ ผ่ตดัห ้ ามตดัดว ้ ยเหล ็ กมีคมเป็ นสนิม การผูกสายสะดือจะต้องท า อยา่งพิถีพิถนัและระมดัระวงัเป็ นอยา่งมาก หากมีการผิดพลาดจะตอ ้ งรีบแกไ้ ขให ้ เร ็ วที่สุด ที่ ส าคญัจะตอ ้ งไม่เหลือสายสะดือขนาดส้ันเกินไป เพราะเมื่อตดัแลว ้ อาจทา ให ้ เลือดออกมาก หลังจากที่ตัดสายสะดือเรียบร้อยแล้วหมอตา แยจะรีบเอาน้า อุ่นมาชา ระลา ้ งตวัเด ็ กให ้ สะอาดและรวดเร ็ วที่สุดเพราะเด ็ กที่คลอดมาใหม่ยงัไม่สามารถที่จะปรับสภาพของอุณหภูมิ ได้ทัน และห่อเด ็ กดว ้ ยผา ้ ออ ้ มเพื่อใหค ้ วามอบอุ่น วิธีการบรรจุสายรกของเด็ก หลังจากที่ตัดสายสะดือเรียบร้อยจะต้องน ารกเด็กไปฝังดินให้มิดชิด โดยส่วนใหญ่ สามีของหญิงที่คลอดจะเป็ นผู้ฝังรกเองในการฝังรกเด ็ กจะมีวิธีปฏิบตัิสองแบบดว ้ ยกนัดงัน้ีคือ 1. รกของเด็กชาย จะน าไปฝังไว้ที่ตรงเสาเอกของบา ้ น เพราะเมื่อเด ็ กเติบใหญ่จะได ้ เป็ นผู้สืบสายตระกูลและรับผิดชอบครัวเรือนต่อไป 2. รกของเด็กหญิง จะน าไปฝังไว้ใต้แคร่นอนที่เสาเตียงของมารดา เพราะผู้หญิง จะตอ ้ งแต่งงานและออกเรือนไปอยกู่บัฝ่ายสามี และเมื่อต้องการให้ลูกคนถัดไปเป็ นเพศใด จะมีการฝังรกของเด ็ กดงัน้ี 1. คว ่ารก เมื่อต้องการให้ลูกคนถัดไปเป็ นผู้ชาย 2. หงายรกเมื่อต้องการให้ลูกคนถัดไปเป็ นผู้หญิง รกเด ็ กน้นัเมื่อคลอดออกมาแลว ้ นา มาลวกน้า ร ้ อน ทา ความสะอาดแลว ้ จึงนา ไปฝัง เมื่อ เกิดกรณีเด ็ กทารกเกิดผื่นคนัเป็ นตุ่ม ให ้ นา น้า ร ้ อนไปลวกที่หลุมฝังรกของเด ็ กคนน้ัน เพราะ เชื่อกนัว่าอาจมีแมลง มด ปลวกเขา ้ไปรบกวนรกของเด ็ ก หลงัจากที่นา น้า ร ้ อนไปลวกที่หลุม ฝังรกแลว ้ อาการต่างๆ ที่เกิดกบัตวัเด ็ กจะหายไป การฝังรกเด ็ กน้นัจะไม่มีการฝังซ้า ที่เดิมที่เคย ฝังไว้แล้ว จะฝังไปโดยรอบที่โคนเสาเอก การอาบน ้าให้เด็ก การอาบน้า ให ้ เด ็ กแรกเกิด ผูท ้ี่อาบน้า ให ้ เด ็ กจะใชว ้ิธีนั่งเหยียดขาท้งัสองขา ้ งออกไป ใหต ้ รง อุม ้ เด ็ กมาวางลงในช่องขา หันหัวเด ็ กไปทางปลายเทา ้ การอาบน้า ให ้ ทุกคร้ังจะเริ่มตน ้ ดว ้ ยศีรษะของเด ็ กก่อนและตามดว ้ ยการลา ้ งหนา ้ จนกระทงั่ชา ระท้งัตวัตอ ้ งใชน ้ ้า อุ่นๆ หากใช ้ น้า เยน ็ จะทา ใหเ ้ ด ็ กไม่สบายได ้


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 51 การดูแลสุขภาพแม่และเด็กช่วงการอยู่ไฟ / อยู่เดือน ในสังคมชนเผ่ามง ้ หญิงที่คลอดลูกตอ ้ งอยูไ่ ฟ อยเู่ดือนเป็ นเวลา 30 วันและต้องปฏิบัติ ตนอย่างเคร่งครัดตามคา สอนที่ผูอ ้ าวุโสแนะนา เพื่อเป็ นการหลีกเลี่ยงและป้ องกนัจากภาวะ ปนเป้ือนหรือมลทินจากภายนอกเพราะแม่ลูกอ่อนอยูใ่นสภาวะบอบบางและอ่อนแอท้งัทาง ร่างกายและวิญญาณซ่ึงจะถูกรบกวนและเป็ นอนัตรายจากสิ่งชวั่ร ้ ายไดง ้่ายกว่าคนปกติดงัน้นั หญิงที่คลอดลูกแลว ้ จึงจา เป็ นตอ ้ งปฏิบตัิตามความเชื่ออยา่งเคร่งครัด สถานที่ส าหรับอยู่ไฟ หลังจากที่หญิงมีครรภ์คลอดลูกเรียบร้อยแล้ว จะมีการเตรียมสถานที่ที่ข้างเตาไฟเล็ก เพื่อให ้ เป็ นที่นอนของแม่และเด ็ กทารกเพื่อให ้ อยู่ไฟ เพื่อให ้ ความอบอุ่นแก่ร่างกายของแม่ และลูก โดยใชว ้สัดุคือ หญา ้ คา หรือฟางขา ้ วปูพ้ืน แลว ้ จึงเอาผา ้ ห่มปูทบัอีกช้นั ที่นอนควรจะ ใหส้ ่วนที่เป็ นหวัน้นัสูงพอประมาณ อยใู่นลกัษณะก่ึงนงั่ก่ึงนอน เพื่อใหเ ้ ลือดที่ตกคา ้ งในช่อง คลอดไหลออกมาให้หมด แม่จะนอนที่ขา ้ งเตาไฟเล ็ ก3 คืน สามีหรือคนในครอบครัวตอ ้ งก่อ ไฟไวข ้ ้ างที่นอนของแม่เพื่อให ้ ความอบอุ่นตลอดเวลา เป็ นการช่วยให ้ เลือดที่คา ้ งในช่อง คลอดไม่แข ็ งตวัและไหลออกมาไดห ้ มด หากมีเลือดตกคา ้ งจะทา ให ้ แม่ลูกอ่อนเสียชีวิตได้ การก่อไฟให ้ หญิงหลงัคลอดบุตร ตอ ้ งใชฟ้ืนที่แห ้ งสนิท ไม่ควรใชฟ้ืนที่มีความช้ืนสูง เพราะ ฟืนที่มีความช้ืนสูง เวลาก่อไฟจะมีควนัมาก ทา ให ้ หญิงหลงัคลอดบุตรมีอาการไอมากข้ึนและ ถา ้ ควนั ไฟเขา ้ ตาก ็ จะทา ให ้ แม่และเด ็ กสายตาเสียไดอ ้ีกดว ้ ย ดงัน้ันสมาชิกภายในบา ้ นจะตอ ้ ง คอยเติมเช้ือเพลิงไม่ใหม ้ อดดบัเพื่อใหค ้ วามอบอุ่นแก่หญิงหลงัคลอดบุตรและเด ็ กทารกตลอด 24 ชวั่โมง อุปกรณ ์เครื่องใช้ส่วนตัวส าหรับแม่และเด็ก 1. อุปกรณ ์ เครื่องใช้ สามีหรือสมาชิกในบ้าน จะต้องท าการจัดเตรียมอุปกรณ์ และเครื่องใช้ให้หญิงที่คลอด บุตรต่างหาก1 ชุด เช่น หมอ ้ ขา ้ ว หม้อแกง ถ้วยชาม ช้อน แกว ้ น้า จะต้องท าการล้างให้สะอาด ไม่ใหม ้ีคราบน้า มนัติดอยู่เพราะเชื่อกนัวา่อาจทา ใหห ้ ญิงหลงัคลอดมีอาการผิดเดือน 2. น ้า น้า ตอ ้ งตม ้ ให ้ อุ่นเพราะในช่วงอยู่ไฟน้ีห ้ ามไม่ให ้ หญิงคลอดบุตรใหม่สัมผสัน้า เย ็ น การสัมผสัน้า เยน ็ จะทา ให ้ หญิงคนน้ันผิดเดือนได ้ ดงัน้ันหญิงหลงัคลอดตอ ้ งใชน ้ ้า อุ่นตลอด ช่วงอยไู่ ฟ ไม่วา่จะเป็ นการดื่ม การอาบน้า หรือ ซกัผา ้


52 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง การดูแลแม่และเด็กหลงัคลอดหรือช่วงอยู่ไฟ ในช่วงที่หญิงที่คลอดลูกยงัอยู่ไฟ ภาระและหน ้ าที่ในการดูแลเด ็ กทารกในช่วงที่แม่ กา ลงัอยู่ไฟ จะเป็ นหน ้ าที่ของคนรอบขา ้ ง หรือสมาชิกในบา ้ น ได ้ แก่การจดัการอาบน้า เด ็ ก การเปลี่ยนผา ้ อ ้ อม การซักผา ้ ของแม่และเด ็ กทารกจะเป็ นหน ้ าที่ของสามีหญิงที่คลอดลูก เพราะช่วงน้ีหญิงที่คลอดลูกยงัไม่แขง ็ แรงและถูกน้า เยน ็ ไม่ได ้ สมาชิกภายในบ้านต้องดูแล แม่และเด ็ กทารกอยา่งใกลช ้ิด ในระยะน้ีมารดาและเด ็ กทารกจะสัมผสัถูกของเยน ็ ไม่ได ้ และ จะไม่ประกอบอาหารหรือทา งานใดๆ นอกจากนอนพกัผ่อน ถา ้ จะอาบน้า ก ็ ตอ ้ งอาบน้า อุ่น และตอ ้ งเอาใจใส่เรื่องสุขภาพท้งัของมารดาและเด ็ กทารก ตอ ้ งอาบน้ าให ้ เด ็ กทารกทุก วนัแต่ตอ ้ งใชน ้ ้า อุ่นๆ ต้องคอยดูแลและควรเตือนให้มารดาหลังคลอดรับประทานอาหารตรง ตามเวลาตอ ้ งไม่ให ้ ทนหิว เพราะเชื่อว่าจะเป็ นโรคกระเพาะเร้ือรัง รักษาไม่หาย ช่วงที่อยู่ เดือนหญิงผนู้้นัตอ ้ งมดัเอวเพื่อรัดหนา ้ ทอ ้ งใหแ ้ น่นแต่มิใหสู้งเกินไป การมัดเอวจะช่วยใหห ้ นา ้ ทอ ้ งกระชบั ไดง ้่ายและเร ็ วข้ึน ในระหว่างอยู่ไฟหนึ่งเดือนน้ันจะไม่อนุญาตให ้ พาเด ็ กทารก ออกนอกบ้าน ผูห ้ ญิงที่อยู่เดือนจะตอ ้ งปฏิบตัิตวัขณะอยู่เดือนอย่างเคร่งครัดตามความเชื่อถา ้ ละเลยอาจส่งผลใหเ ้ กิดการผิดเดือนข้ึน การปฏิบัติตัว ของผู้หญิงที่แท้งลูกหรือคลอดบุตรแต่บุตรเสียชีวิต กรณีน้ีผูห ้ ญิงก ็ ตอ ้ งอยเู่ดือนตามปกติทุกข้นัตอนท้งัเรื่องอาหารการอบสมุนไพร รวม ถึงการปฏิบัติตัวไม่อย่างน้ันจะผิดเดือนทา ให ้ ตัวเหลืองแล ้ วจะรักษายาก เพราะเชื่อว่ากัน ผหู้ ญิงที่มีครรภต์ ้งัแต่หน่ึงเดือนข้ึนไปร่างกายทุกส่วนน้นั ไม่เหมือนคนปกติทวั่ๆ ไป ร่างกาย จะบอบบางมากจึงจา เป็ นตอ ้ งอยูไ่ ฟเหมือนกนัเพราะฉะน้นัหญิงที่แทง ้ ลูกไปไม่ว่าทอ ้ งไดก ้ี่ เดือนทุกคนตอ ้ งอยเู่ดือนเพื่อฟ้ืนฟูร่างกายใหก ้ ลบัมาเหมือนเดิม โรคผิดเดือนของหญิงหลังคลอด (Thxaum hli) ชนเผา่ ม้งเชื่อวา่ โรคผิดเดือนของหญิงหลงัคลอดเกิดจากหลายสาเหตุดงัต่อไปน้ี 1) การอยไู่ ฟไม่ครบเดือน 2) การไดก ้ ลิ่นคาวอาหารหรือเกิดการแสลงจากการรับประทานอาหาร 3) สถานที่ของการอยไู่ ฟไม่มิดชิด ไดร ้ับลมหรืออากาศเยน ็ มากเกินไป 4) การซกัผา ้ อาบน้า และสระผมดว ้ ยน้า เยน ็ เร ็ วเกินไป อาการของโรคผิดเดือน ผูห ้ ญิงที่เป็ นโรคผิดเดือนจะมีอาการต่างๆ คือ ปวดหัว เวียนหัว หนักหัว มือเยน ็ เทา ้ เย็น และรู้สึกหนาวผิดปกติ ผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าวจะถูกห ้ ามไม่ให ้ ถูกแดดถูกลม หรือ ท างานหนัก


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 53 วิธีแก้ไข - จะต ้ องอยู่ใกล ้ไฟตลอด สวมเส้ือผา ้ มากชิ้น ห่มผา ้ หนาๆ เพื่อให ้ ร่างกายอบอุ่นอยู่ ตลอดเวลา - อบตวัด ้ วยสมุนไพรและดื่มน้ าสมุนไพรร ้ อนๆ มียาสมุนไพรชื่อ (Ntxej pag , Tsaj noob qub ) ใช้ต้มดื่มเชื่อกนัว่าคนไขท ้ ี่เป็ นโรคน้ีไม่สามารถแตะตอ ้ งน้า เยน ็ หรือถูก แดดถูกลมได้ - งดอาหารที่เป็ นของแสลงซ่ึงไดแ ้ ก่อาหารที่กลิ่นแรงๆ เช่น เน้ือควายเน้ือววัเน้ือเป็ ด ผกัที่มีกลิ่นแรง เช่น ผกัชะอม หากไม่มีการรักษาให ้ ดีคนไข ้ จะมีอาการที่หนักข้ึน เรื่อยๆ จนกลายเป็ นอาการเร้ือรังซ่ึงรักษาไดย ้ ากหรือไม่ไดเ ้ ลย เครื่องรางป้องกันสิ่งชั่วร้าย ชนเผ่าม้งมีความเชื่อว่าการทา ตะเหลวแขวนไวใ้ นบริเวณชายคาบา ้ น 2 ด้านเป็ นการ แสดงอาณาเขตห ้ ามเขา ้ ซ่ึงภูตผีปีศาจก ็ จะไม่เขา ้ไปในบริเวณที่มีตะเหลวแขวนไว ้ เมื่อมีเด ็ ก เกิดใหม่ในบา ้ นใด เจา ้ ของบา ้ นตอ ้ งปักตะเหลวไวห ้ น ้ าบา ้ น ถา ้ไม่มีอาจใชก ้ิ่งไมส้ ดแทนเป็ น สัญลกัษณ์ให ้ รู้ กนัเพื่อเป็ นการห ้ ามไม่ให ้ ผูอ ้ื่นเขา ้ มาเยี่ยมยกเวน ้ ญาติสนิทเท่าน้ัน เพราะมี ความเชื่อว่าบุคคลภายนอกอาจนา พาสิ่งชวั่ร ้ ายมาดว ้ ย หากจา เป็ นตอ ้ งเขา ้ไปในบา ้ นน้ันห ้ าม ใส่รองเทา ้ หรือ สะพายกระเป๋า ย่าม เขา ้ไปเด ็ ดขาด ถา ้ เผลอลืมตอ ้ งทิ้งสิ่งของน้ันไวใ้ นบา ้ น หลงัน้นัเป็ นเวลา1 เดือนจากน้นัตอ ้ งมาทา พิธีขอขมาดว ้ ย ง. พิธีกรรมส าหรับเด็ก พิธีตั้งชื่อเด็ก ชนเผ่ามง ้ มีความเชื่อว่าการที่ผูช ้ ายมีชื่อ2 ชื่อเพราะว่าตอนเดินทางมาจาก(Nyuj vab tuam teem) มีเพื่อนร่วมเดินทางมาเป็ นคู่พอมาใกลจ ้ ะถึงภพน้ีเพื่อนคนที่เดินทางมาด ้ วยได ้ เดินทางจากไป เมื่อเด ็ กเกิดมาพ่อแม่จะต้งัชื่อใหเ ้ ด ็ กเป็ นการเรียกขวญัเด ็ กใหม ้ าอยูก่บัพ่อแม่ ไม่รังควานพ่อกบัแม่ชื่อที่ต้งัให ้ จะคุม ้ ครองใหเ ้ ด ็ กมีชีวิตอยูร่อดและเชื่อกนัวา่เป็ นชื่อที่เด ็ กใช ้ ในภพที่แล้ว เด็กผู้ชายจะตอ ้ งทา พิธีต้งัชื่ออีกคร้ังเมื่อแต่งงานแลว ้ ชื่อที่ต้งัทีหลงัน้ันเป็ นชื่อที่ เรียกเพื่อมาอยูก่บัพี่กบัน ้ อง เป็ นชื่อที่จะคุม ้ ครองให ้ ครอบครัวของบุคคลผูน ้ ้นัเจริญกา ้ วหน ้ า และเชื่อวา่ชื่อที่ต้งัใหค ้ ร้ังน้ีเป็ นชื่อของเพื่อนคนที่เดินทางมาส่งจาก(Nyuj vab tuam teem) การต้งัชื่อให ้ เด ็ กจะทา พร ้ อมกบัการเรียกขวญัเด ็ ก ซ่ึงชาวมง ้ จะทา พิธีน้ีหลงัจากที่เด ็ ก คลอดมามีชีวิตอยรู่อด 3 วนั โดยทวั่ ไปก่อนทา พิธีเรียกขวญัตอ ้ งหาชื่อใหเ ้ ด ็ กโดย(Khov kuam


54 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง saib)ใชก ้ วั่ะทายทกัว่าเด ็ กชอบชื่อไหน หลงัจากน้ันจะทา การต้งัชื่อให ้ เด ็ กพร ้ อมกบัการเรียก ขวัญ ถา ้ ต้งัชื่อให ้ เด ็ กแลว ้ เด ็ กมีอาการงอแงข้ีโรคเจ ็ บไข ้ บ่อยๆ เด ็ กไม่เจริญเติบโต พ่อแม่ เด ็ ก ตอ ้ งพาเด ็ กไปทา พิธีอวัเนง ้ เพราะอาจเป็ นไปไดว ้่าชื่อที่ต้งัให ้ เด ็ กน้นั ไม่เหมาะกบัเด ็ ก พ่อ แม่ตอ ้ งเปลี่ยนชื่อใหเ ้ ด ็ กใหม่ อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธี ไก่ตวัผู้ 1 ตวั ไก่ตวัเมีย1 ตวัสา หรับใชใ้ นการเรียกขวญั ไก่ตวัผู้ 2 ตวัธูปเทียนกระดาษ 1คู่สา หรับตอบแทนพ่อส่งแม่ส่ง ไก่ตวัผหู้ รือตวัเมีย1 ตวัสา หรับผีบรรพบุรุษ การเรียกขวัญ หลงัจากที่แม่คลอดลูกและลูกมีอายุครบสามเชา ้ จะมีการเรียกขวญัเพื่อที่จะต้งัชื่อให ้ เด็ก และเรียกขวญั ใหแ ้ ม่ดว ้ ย วนัที่มีการเรียกขวญัต้งัชื่อน้นัจะมีการเล้ียง และแจง ้ใหผ ้ีบา ้ น ผีเรือนไดร ้ับทราบและช่วยคุม ้ ครองตวัเด ็ ก จะมีการฆ่าไก่หน่ึงตวัเพื่อที่จะเล้ียงขอบคุณ และ ตดัพ่อแม่ส่ง (ผีปู่ยา่ ) เพื่อที่จะไม่ให ้ มารับตวัเด ็ กน้นักลบั ไป จะทา ให ้ อายุเด ็ กส้ันจะทา พิธีน้ีที่ นอกบา ้ นขา ้ งๆ ประตูหลงับา ้ น และมีการฆ่าไก่เพื่อเซ่นสื่อก๊ะแจง ้ให ้ ช่วยดูแลคุม ้ ครองตวั เด ็ กด ้ วย โดยจะใช ้ไก่สองตวัในการเรียกขวญัและต้งัชื่อให ้ เด ็ ก ม้งเขียว น้ันเมื่อมีการเรียก ขวญัต้งัชื่อให ้ เด ็ กเรียบร ้ อยจะเล้ียงผีบา ้ นผีเรือนโดยเตรียมกระดาษสาและธูปหน่ึงชุดต่อผี1 ตน การเล้ียงส่งและตดัผีปู่ยา่หรือพ่อแม่ส่งน้ัน จะจดันอกบา ้ นทางที่ประตูผีหรือประตูหลงั เพื่อเป็ นการเล้ียงส่ง โดยจะใชไ้ ก่สองตวัจะไม่มีฆ่าไก่เซ่นสื่อก๊ะ ม้งขาว น้ันจะใชต ้ วัเดียว และมีการฆ่าไก่เพื่อเซ่นสื่อก๊ะ การเรียกขวัญให้เด็กจะท าอีกหลังจากอายุครบ 1 เดือนและจะ ทา อีกคร้ังเมื่ออายคุรบ 1 ปี พิธีโกนผมเด็ก พิธีโกนผมให้เด็กจะท าหลังจากเด็กมีอายุ 3 วนัซ่ึงชาวมง ้ มีความเชื่อว่าถา ้ไม่ทา การ โกนผมใหเ ้ ด ็ กเมื่อเกิดพายุฟ้ าร ้ อง ฟ้ าผา่เด ็ กจะตื่นตกใจกลวัมากซ่ึงจะทา ใหเ ้ ด ็ กไม่สบายการ โกนผมให้เด็กจึงเป็ นการแกเ ้ คล ็ ดอยา่งหน่ึงอยา่งไรก ็ ตามยงัมีชาวมง ้ บางกลุ่มเล่าว่าความจริง การโกนผมใหเ ้ ด ็ กน้นัเป็ นวิธีการที่จะช่วยใหเ ้ ด ็ กมีชีวิตอยูร่อดเพราะเมื่อก่อนชาวมง ้ ถูกชาวจีน รุกราน เกิดการสู้ รบกนัถา ้ เห ็ นเด ็ กที่ไม่โกนผมชาวจีนจะฆ่าทิ้งทุกคน ดังน้ันเมื่อชาวม ้ งมี ลูกหลานจึงต้องโกนผมใหท ุ้กคนและถือเป็ นการปฏิบตัิต่อกนัมา


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 55 การเจาะหูเด็ก(เพศหญิง) ชาวม้งจะท าการเจาะหูให้เด็กทารกเพศหญิงหลังจากที่เด็กทารกมีอายุ 3 วัน ความ เชื่อในการเจาะหูน้ัน เชื่อกนัว่าสมยัก่อนผูห ้ ญิงเป็ นเพศที่หูเบา เชื่อคนง่าย ทา ให ้ ผูค ้ น เดือดร ้ อน ดงัน้ันตอ ้ งทา การเจาะหูและให ้ใส่ตุม ้ ทา ให ้ไม่หลงเชื่อคนง่าย จากน้ันก ็ ถือ เป็ นการปฏิบตัิต่อกนัมา ส่วนหน่ึงก ็ มาจากการที่ผูห ้ ญิงตอ ้ งการความสวยงามจึงมีการ เจาะหูใส่เครื่องประดบั วิธีเจาะหูใช้เข็มเจาะบริเวณปลายใบหูข้างละ 1 รูจากน้นันา ดา ้ ยสี ดา มาใส่ผูกไว ้ หลงัจากที่แผลหายแลว ้ ก ็ ตดัดา ้ ยออกและใชแ ้ กนขนไก่หรือเศษไมเ ้ ล ็ กๆ ใส่แทนเพื่อกนัมิให ้ เน้ือเย้ือกลบัมา สมานกนัหรือตีวงแหวนเงินขนาดเลก ็ นา ไปใส่แทน ด้าย เป็ นเครื่องประดับไปในตัว การต่อสะพานขวัญ ชนเผ่ามง ้ เชื่อว่าขวญัของเด ็ กน้ันมาไม่หมดจึงมีการสร ้ างสะพานเพื่อรับขวญัของ เด็กให้สามารถที่ข้าม ผา่นมาได ้โดยจะทรงเพื่อที่จะต่อสะพานรับขวญัเด ็ กในเมืองผีก ็ได ้ ด ้ วย หากขวญัของเด ็ กไม่มีความต ้ องการมากสามารถที่จะกระท าได ้ หรือว่าถ ้ าไม่ สามารถที่จะเลี่ยงไดจ ้ ริง ๆ จึงมีการต่อสะพาน ไม่ว่าเด ็ กน้นัจะคลอดออกมาหรือไม่ถา ้ มี ความต ้ องการ ต ้ องมีการต่อสะพานให ้ เด ็ กด ้ วย หรือกรณีที่เด ็ กอายุมากแล ้ วถ ้ ายงัไม่ สามารถที่จะเดินไดต ้ อ ้ งมีการต่อสะพานใหเ ้ ด ็ กดว ้ ย ถา ้ไม่มีความจา เป็ นจริงไม่ควรจะต่อ สะพานโดยเฉพาะบุตรคนแรก ถา ้ เมื่อต่อสะพานให ้ เด ็ กคนแรกแลว ้ คนต่อๆ ไป ทุกคน ตอ ้ งต่อสะพานใหด ้ ว ้ ย โดยการต่อน้นัจะเป็ นการลกัษณะการรับพ่อแม่บุญธรรม การขอแซ่ มีเด ็ กบางคนที่ตอ ้ งการแซ่ของตระกูลอื่นมาคุม ้ ครองเด ็ กดว ้ ย เด ็ กแสดงอาการ เจริญเติบโตชา ้ แมไ้ ดร ้ับอาหารอย่างเต ็ มที่เด ็ กตอ ้ งการแซ่ตระกูลอื่นมาคุม ้ ครองเพราะ เด ็ กที่เกิดมาไม่ตรงกบัตระกูลแซ่เดิมของตนในชาติภพก่อน เด ็ กไม่สามารถที่จะหาพี่ น ้ องแต่ปางก่อนของตนเองไดจ ้ึงมีการของแซ่ของตระกูลเดิมเพื่อมาคุม ้ ครอง โดยการ ขอแซ่น้ันจะเป็ นการขอผ ้ าเพื่อที่จะน ามาปักเป็ นเส้ือผา ้ให ้ เด ็ กสวมใส่หรือเงินทอง เพื่อที่จะน ามาเจาะเพื่อให้เด ็ กใส่และตอ ้ งดูดว ้ ยวา่เด ็ กตอ ้ งการกี่แซ่เช่น 3,5,7,9


56 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง การบนแซ่หร ื อลกัษณะพ่อแม่บุญธรรม เหมือนเช่นเดียวกนักบัการขอแซ่แต่ก่อนที่จะมีการขอแซ่น้นัจะมีการบนวา่ถา ้ให ้ แซ่ใดคุม ้ ครองแลว ้ เด ็ กจะสบายดีและเจริญเติบโตไดเ ้ ร ็ วข้ึน เมื่อไดต ้ ระกูลแซ่ใดที่เด ็ ก ชอบก ็ จะขอตระกูลแซ่น้นัมาช่วยคุม ้ ครองเด ็ กเช่น แซ่ลีแซ่วา่งแซ่จางและแซ่เฮอ ้ ฉะปอ (เที่ยวคุ้มครอง) พ่อแม่แต่งตวัให ้ เด ็ กแล ้ วน าเด ็ กออกไปเดินทางรอบๆ หมู่บ ้ าน ถ ้ าใครทกัหรือ เรียกก ็ จะให ้ บุคคลคนผู้ น้ันและตระกูลน้ันเป็ นตระกูลคุ้ มครองเด ็ กจะสามารถที่จะ คุม ้ ครองเด ็ กได ้ พ่อแม่เด ็ กตอ ้ งมีการเตรียมอาหารเล้ียงเป็ นการตอบแทน


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 57 บทที่ 6 อาหารและการดูแลสุขภาพของแม่และเด็ก (หลังคลอด) สตรีที่คลอดลูกแล้ว จ ำเป็ นจะต้องดูแลรักษำสุขภำพของตนเองให้แข็งแรง เป้ำหมำย กำรบำ รุงรักษำร่ำงกำยภำยหลงัคลอดใหแ ้ ขง ็ แรง สมบูรณ์ก ็ เพื่อฟ้ืนฟูร่ำงกำยหลงัจำกที่สูญเสีย เลือดและพลังงำนไปมำกในกำรคลอด นอกจำกที่กล่ำวมำแลว ้ เหตุผลที่สำ คญัที่สุดอีกขอ ้ ก ็ คือ เพื่อใหส้ ตรีหลงัคลอดมีน้ำ นมมำกเพียงพอที่จะเล้ียงดูลูกนอ ้ ย อาหารของสตรีหลังคลอด (ช่วงอยู่ไฟ) ชนเผำ่มง ้ใหค ้ วำมสำ คญั ในกำรที่จะดูแลสตรีหลงัคลอดมำกเป็ นพิเศษ โดยเฉพำะเรื่อง อำหำรกำรกินของสตรีหลังคลอดช่วงน้ีจะตอ ้ งกินแต่อำหำรที่สดและสุกใหม่ๆ อำหำรจะตอ ้ ง มีกำรหุงตม ้ใหม่ทุกม้ือ หำ ้ มกินอำหำรที่เหลือจำกม้ือก่อน อำหำรหลกัที่รับประทำนไดค ้ือขำ ้ ว สุกที่หุงจำกขำ ้ วสำรที่ไม่เคยโดนฝนปนเป้ือนมำก่อน และเน้ือไก่กระดูกดำ เชื่อวำ่มีสรรพคุณ ในกำรบำ รุงกำ ลงักบัเครื่องเทศต่ำงๆ ที่มีสรรพคุณในกำรช่วยรักษำสุขภำพและเพิ่มภูมิคุม ้ กนั แก่แม่และเด ็ ก นอกจำกน้ียงัให ้ ควำมส ำคัญ เน ้ นกำรปฏิบัติตัวตำมเชื่อของชนเผ่ำอย่ำง เคร่งครัด ในช่วงอยูไ่ ฟของสตรีหลงัคลอดไม่ควรใหสตรีหลังคลอด ้ อดอำหำร เพรำะเชื่อวำ่จะ ท ำให้สตรีหลังคลอดเป็ นโรคกระเพำะอำจจะท ำกำรรักษำให้หำยขำดไม่ไดห ้ รือรักษำยำกคน ใกลช ้ิดตอ ้ งคอยดูแลและจดัหำอำหำรใหส้ ตรีหลงัคลอดไดร ้ับประทำนอยำ่งเพียงพอ อาหารที่สตรีหลังคลอด (ช่วงอยู่ไฟ) ควรรับประทานได้แก่ ข้าวสุกจะตอ ้ งเป็ นขำ ้ วสำรที่ไม่เคยเปียกฝน หรือ ตอ ้ งไม่เป็ นขำ ้ วสำรที่มีควำมช้ืนสูง ขำ ้ วที่รับประทำนตอ ้ งหุงแบบเช ็ ดน้ำ ไข่ไก่จะตอ ้ งใชไ้ ข่ไก่ที่สด ใหม่ เนื้อไก่จะตอ ้ งสดและไม่ผำ่นกำรรมควนั เนื้อหมูจะใชเ ้ น้ือแดงเท่ำน้ันจะรับประทำนไดห ้ ลงัคลอดประมำณ 15 วันเพรำะอำจ ทำ ใหท ้ อ ้ งเสียและเกิดอำกำรผิดเดือน เครื่องเทศจะใช ้ พริกไทยดำ ปรุงอำหำรทุกม้ือกำรน ำมำปรุงอำหำรต้องน ำมำต ำให้ ละเอียดก่อน พริกไทยดำ เป็ นสมุนไพรที่ช่วยขบัไอพิษออกจำกร่ำงกำยของสตรีหลงั คลอด ช่วยให ้ มดลูกหดตวัคืนสู่สภำพเดิม ช่วยขบักลิ่นน้ำ คำวปลำในร่ำงกำย ช่วยให ้ ควำมอบอุ่นแก่ร่ำงกำย เกลือบริสุทธ์ิ


58 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง ตัวอย่างอำหำรที่จดัใหส้ ตรีหลงัคลอดรับประทำนกบัขำ ้ วสุก อำหำรม้ือแรกหลงัคลอด : ไข่น ้าพริกไทยด า วิธีการประกอบอาหาร 1. นำ น้ำ ใส่หมอ ้ แกงตม ้ น้ำ ใหเ ้ ดือด 2. ตอกไข่ลงในหมอ ้ ที่เดือด ประมำณ 2 ฟอง 3. บด หรือ ตำ พริกไทยดำ ใหล ้ ะเอียดใส่ลงในหมอ ้ แกง 4. ปรุงด้วยเกลือ แล้วยกลง อำหำรม้ือต่อๆ ไป : ต้มไก่พริกไทยด า วิธีการประกอบอาหาร 1. นำ น้ำ ใส่หมอ ้ ต้งัไฟ ฆ่ำไก่นำ มำลวกถอนขน เอำเครื่องในออกล้ำงให้สะอำด 2. หนั่เน้ือไก่ใส่หมอ ้ แกงใส่น้ำ พอประมำณต้งัไฟตม ้ใหเ ้ ดือด 3. เมื่อน้ำ เดือดแลว ้ บด หรือ ตำ พริกไทยดำ ใหล ้ ะเอียดใส่ลงในหมอ ้ แกง 4. รอให้สุก ปรุงด้วยเกลือแล้วยกลง ข้อปฏิบัติและข้อห้ามส าหรับสตรีหลังคลอดและคนรอบข้าง ข้อควรปฏิบัติส าหรับสตรีหลังคลอด (ช่วงอยู่ไฟ) ตอ ้ งรับประทำนอำหำรที่อนุ่เสมอและไม่มีกลิ่นคำวเช่น ขำ ้ วอุ่น น้ำ อุ่น ขำ ้ วที่รับประทำนตอ ้ งเป็ นขำ ้ วหุงแบบเช ็ ดน้ำ อำหำรที่รับประทำนตอ ้ งไม่มีน้ำ มนั อำหำรที่รับประทำนตอ ้ งใส่พริกไทยดำ ทุกม้ือ น้ำ ที่ใชข ้ ณะอยเู่ดือนตอ ้ งใชน ้้ำ อุ่นไม่วำ่จะใชใ้ นกำรอำบ หรือ ซกัผำ ้ ตอ ้ งสวมเส้ือผำ ้ หนำๆ เพื่อเพิ่มควำมอบอุ่นแก่ร่ำงกำย ตอ ้ งทำ กำรมดัน้ำ นมเพื่อมิใหค ้ นอื่นมำแยง่น้ำ นมเด ็ ก พิธีมัดน ้านม พิธีมดัน้ำ นมจะทำ ในช่วงกำรรับประทำนอำหำรม้ือแรกหลังจำกคลอดแล้ว ให้ผเู้ป็ นแม่เด ็ กเอำ เน้ือไก่1 ชิ้น และขำ ้ วหุง 1 หยิบมือมดัใส่ในผำ ้ และพดูวำ่ “ฉันมัดน ้ำนม ถึงแม้ว่ำจะมีสัตว์สิ่งใดมำเยือนก็อย่ำได้ ติดตำมไป หรือว่ำญำติพี่น้องก็ อย่ำได้ติดตำมไป อย่ำได้เอำไป ฉันมัดไว้ที่นี่ อย่ำได้ติดตำมเขำไป” “โอ้ฉันจะล้ำงน ้ำนมของฉันให้กลับมำ ให้กลับมำ มำอยู่กับพ่อแม่ ลูกหลำน อย่ำได้ ติดตำมคนอื่นไป”


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 59 ข้อห้ามส าหรับสตรีหลังคลอด (ช่วงอยู่ไฟ) ➢ หำ ้ มรับประทำนขำ ้ วเหนียวไข่เป็ ด เน้ือววั ปลำ หน่อไม ้ ฯลฯ เชื่อว่าจะท ำให้ “ผิด เดือน” ➢ ห้ำมรับประทำนอำหำรหมักดอง หรืออำหำรรสเค็มจัด เผ็ดจัดเชื่อว่าจะท ำให้ “ผิด เดือน” ➢ หำ ้ มตกักบัขำ ้ วรำดขำ ้ วและ ห ้ ำมมิให ้ ทำ ขำ ้ วตกใส่ในหมอ ้ แกง เชื่อว่าจะท ำให้เด็กแพ้ ควนัทำ ใหเ ้ กิดอำกำรระคำยเคืองตำผิวหนงัเป็ นตุ่ม เป็ นผื่นแดง ➢ หำ ้ มสำมีกบัภรรยำมีควำมสัมพนัธ์ทำงเพศอยำ่งเด ็ ดขำด เชื่อว่าถำ ้ ผใู้ ดฝ่ำฝืนกฎขอ ้ น้ี เวลำผหู้ ญิงปวดประจำ เดือน ก ็ จะมีเลือดตกเป็ นลิ่ม ๆ ➢ หำ ้ มหญิงที่อยเู่ดือนไปบำ ้ นผอู้ื่นเด ็ ดขำด เชื่อว่าลูกของหญิงอยเู่ดือนจะไปเหยียบ บนัไดเงินบนัไดทองของบำ ้ นน้นัหกัจะทำ ใหค ้ นบำ ้ นหลงัน้นัทำ มำหำกิน คำ ้ ขำยไม่ ข้ึน ➢ หำ ้ มทำ งำนหนกัทุกอยำ่งแมแ ้ ต่กำรซกัผำ ้ ก ็ หำ ้ ม ➢ หำ ้ มทำ งำนที่ตอ ้ งใชส้ ำยตำมำกเช่น กำรเยบ ็ ผำ ้ เพรำะจะทำ ใหส้ ำยตำเสียไดง ้่ำย ➢ หำ ้ มพำลูกออกไปนอกบำ ้ นช่วงอยไู่ ฟ หำกจำ เป็นจริงๆ ต้องให้ครบ 15 วนัก่อน ➢ ห้ำมเข้ำประตูผี (Qhov rooj tag) เพรำะจะท ำให้เทพเจ้ำที่เฝ้ำประตูล้ม ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติของคนรอบข้าง ➢ ชนเผ่ำมง ้เชื่อว่าเมื่อคลอดลูกเป็ นเพศชำยให ้ ฆ่ำไก่ตวัเมียเพื่อนำ ไปปรุงอำหำรม้ือแรก ใหส้ ตรีหลงัคลอดรับประทำน แต่ถำ ้ คลอดลูกเป็ นเพศหญิงใหฆ ้ ่ำไก่ตวัผู้ ➢ ขณะทำ อำหำรตอ ้ งระวงัมิให ้ น้ำ ขำ ้ วน้ำ แกงตกใส่เตำไฟ เชื่อว่าจะท ำให้เด็กแพ้ควัน ท ำ ใหเ ้ กิดอำกำรระคำยเคืองตำ ➢ ตอ ้ งคอยดูแลสตรีที่อยไู่ ฟและทำ งำนแทนทุกอยำ่ง เช่น ทำ อำหำร ซกัผำ ้ ฯลฯ ➢ ห ้ ำมให ้ บุคคลอื่นที่มิใช่คนในครอบครัวเขำ ้ประตูบำ ้ นเชื่อว่าจะว่ำทำ ให ้ น้ำ นมแม่ของ เด ็ กแหง ้ จะทำ ใหเ ้ ด ็ กไม่มีอำหำร อาหารส าหรับเด็ก เมื่อผ่ำนช่วงอยูเ่ดือนไปแลว ้ แม่เด็กสำมำรถรับประทำนอำหำรไดห ้ ลำยอยำ่งมำกข้ึน แม่เด ็ กควรจะรับประทำนอำหำรที่ช่วยบำ รุงให ้ มีน้ ำนมเพื่อให ้ เด ็ กทำรกได ้ กินอย่ำงเต ็ มที่ เพรำะสำรอำหำรที่เด ็ กไดร ้ับจำกแม่จะนำ ไปช่วยในกำรสร ้ ำงควำมเจริญเติบโต สร ้ ำงภูมิคุม ้ กนั


60 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง โรคแก่ร่ำงกำยเด ็ กทำรก อำหำรส ำคญัสำ หรับเด ็ กแรกเกิดหรือวยัทำรกคือ“นมแม่” นมเป็ น อำหำรหลกัของทำรก นมแม่เป็ นอำหำรธรรมชำติกำรให ้ นมแม่มีประโยชน์ในดำ ้ นจิตใจท้งั แม่และเด ็ กกำรใหน ้ มแม่ทำ ให ้ แม่มีควำมใกลช ้ิดลูกมำกยงิ่ข้ึน เด ็ กไดร ้ับกำรสัมผสัจำกแม่มำก ทำ ให ้ ควำมสัมพนัธ์ระหว่ำงแม่และลูกแน่นแฟ้ นข้ึน เด ็ กวยัทำรกจะเริ่มได ้ รับอำหำรเสริม นอกจำกนมแม่ต้งัแต่มีอำยปุระมำณ 7-8เดือนเป็ นตน ้ ไป ชนเผำ่มง ้ นิยมใหอ ้ ำหำรเสริมแก่เด ็ ก ทำรกเช่น ขำ ้ วบดกบักลว ้ ยสุกขำ ้ วบดกบัตบัไก่และขำ ้ วตม ้ การดูแลเด็กที่หย่านม เด ็ กชนเผ่ำมง ้สมัยก่อนน้ันจะหย่ำนมก ็ ตอนที่แม่ต้งัครรภ์อีกคร้ังแลว ้ เท่ำน้ัน เพรำะ สมยัก่อนน้นั ไม่มีวิธีกำรคุมกำ เนิดที่หลำกหลำยอยำ่งปัจจุบนัจะใชว ้ิธีคุมกำ เนิดตำมธรรมชำติ หรือบำงรำยอำจปล่อยตำมธรรมชำติจึงทำ ใหต ้้งัครรภต์ิดต่อกนั ปีเวน ้ ปี เ มื่อ แ ม่รู้ ตัว ว่ำ ต้งัครรภแ์ลว ้ ก ็ จะฝึกใหล ู้กหยำ่นมเพรำะอีกไมน่ำนจะมีสมำชิกใหม่มำเกิด เด ็ กที่หยำ่นมใหม่ๆ จะมีอำรมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ำยข้ีแยจะร ้ องไหท ้ ้งักลำงวนักลำงคืน สำเหตุเพรำะหิวนม แม่เด ็ กตอ ้ งฝึกใหเ ้ ด ็ กกินขำ ้ วใหม ้ ำกๆ เพื่อจะไม่ใหเ ้ ด ็ กหิว ตอ ้ งคอยดูแลเอำใจใส่เด ็ ก วิธีการหย่านม ช่วงที่หย่ำนมน้ันแม่เด ็ กจะพยำยำมไม่อยูใ่กลเ ้ ด ็ กโดยจะให ้ พ่อเด ็ กหรือปู่ยำ่ของเด ็ ก ดูแลเด ็ กมำกกว่ำ เพื่อให้เด ็ กลืมควำมสุขและควำมอบอุ่นที่ไดจ ้ ำกกำรดูดนมจำกแม่กรณีที่ บงัคบั ให ้ เด ็ กหย่ำนมด ้ วยตนเองแม่เด็กจะเอำอำหำรหรือผลไม้ที่มีรสขม รสเผ็ด เช่น ดีไก่ มะเขือขม มะระขม พริก ขิง หรือสิ่งอื่น ๆ ที่มีรสขม รสเผ็ด แต่ไม่เป็ นอนัตรำยต่อเด ็ ก มำทำที่ หัวนมไว้ พอเด็กหิวและมำดูดนมจะท ำให้เด็กขมปำกหรือเผ็ด เพรำะได้รับรสขม รสเผ็ด จำก สิ่งที่เอำไปทำเด ็ กก ็ จะไม่กลำ ้ มำดูดนมอีก ทำ เช่นน้ีบ่อย ๆ ไม่นำนเด ็ กก ็ จะหยำ่นมได ้ อาหารส าหรับเด็กหย่านม ชนเผ่ำม้งนิยมให้อำหำรเด็ก เมื่ออำยุประมำณ 7-8 เดือน เป็ นส่วนใหญ่เพรำะแม่เด ็ ก ตอ ้ งออกไปทำ งำนที่ไร่ที่สวนจะไม่มีเวลำมำให้นมหรือป้อนข้ำวเด็ก แม่เด ็ กจะเริ่มฝึกให ้ เด ็ กหย่ำนมจะให ้ เด ็ กอยู่บำ ้ นให ้ปู่ย่ำ หรือคนใกล้ชิดดูแลเด็ก เมื่อเด็กหิวคนที่ดูแลก ็ จะป้ อน ข้ำวใหเ ้ ด ็ กจนอิ่ม อำหำรที่นิยมให้เด็กรับประทำนจะเป็ นอำหำรอ่อนๆ ยอ่ยง่ำยเช่น ขำ ้ ว บดกบักลว ้ ยสุกขำ ้ วบดกบัตบัไก่ขำ ้ วตม ้ หรือขำ ้ วสุกกบัน้ำ แกงจืด บำงคร้ังมีเน้ือก ็ จะฉีกเน้ือ เป็ นชิ้นเลก ็ ๆ ป้ อนให ้ เด ็ กกิน ส่วนขำ ้ วตม ้ น้นัมีเน้ือก ็ จะใส่ผสมหรืออำจจะใส่ใข่ไก่แต่ถำ ้ไม่มี ก ็ ตม ้ ขำ ้ วเปล่ำเติมเกลือนิดหน่อย อำหำรที่ให ้ เด ็ กรับประทำนจะเป็ นอำหำร รสไม่จดักำรปรุง อำหำรก ็ไม่มีรูปแบบพิเศษอะไร


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 61 อาหารส าหรับทารกที่แม่ไม่มีน ้านมให้กิน สตรีบำงคนหลังคลอดลูกจะไม่มีน้ ำนมให ้ ลูกได ้ ดื่มกิน ชนเผ่ำม ้ งมีควำมเชื่อว่ำ ระหว่ำงที่ต้ังครรภ์อำจจะมีคนมำแย่งน้ำ นมเด ็ กไป ดงัน้ันหลงัจำกคลอดแลว ้ จึงไม่มีน้ ำนม ทำงแกไ้ ขคือ พยำยำมรับประทำนอำหำรที่มีสรรพคุณช่วยบำ รุงร่ำงกำยและเพมิ่น้ำ นม เช่น ตม ้ มะละกอใส่ไก่ตม ้ มะระหวำนใส่ไก่ส่วนอำหำรของทำรกน้นัจะใชน ้ ้ำ ขำ ้ วซ่ึงมีวิธีทำ ดงัน้ี วิธีท าน ้าข้าว 1) นำ เมลด ็ ขำ ้ วจำ ้ วใส่กะละมงัแช่น้ำ 1 คืน 2) หลงัจำกน้นันำ มำบด หรือ ตำ ใหเ ้ป็ นผงละเอียดและร่อนแป้ งหลำยๆ คร้ัง 3) ตม ้ น้ำ นำ แป้ งที่ร่อนแลว ้ใส่ลงในหมอ ้ คนใหสุ้ก 4) ใส่เกลือเลก ็ นอ ้ ยยกลง 5) ตดัเศษผำ ้ใยกญัชงมำเยบ ็ เป็ นถุงใหม ้ีลกัษณะเป็ นกรวย 6) ตกัน้ำ แป้ งที่สุกและเยน ็ แลว ้ใส่ถุงผำ ้ใยกญัชงนำ ไปหยอดใส่ปำกของทำรกทีละคำ และ ชำ ้ ๆ จนอิ่ม อาหารต้องห้ามส าหรับเด็ก กระเพาะไก่ เชื่อวำ่ทำ ใหเด็ก้ เป็ นคนโง่สติปัญญำชำ ้ไม่ทนัคน เท้าไก่ เชื่อวำ่เด ็ กผชู้ ำยเวลำที่แต่งงำนแลว ้ กำรครองเรือนจะไม่สงบสุขเกิดกำรหยำ่ร ้ ำง บ่อยๆ เด ็ กหญิงเมื่อแต่งงำนออกเรือนมกัจะไดค ู้่ครองที่เป็ นคนพิกำร ตำบอด ปี กไก่ เชื่อวำ่เด ็ กผชู้ ำยจะหำคู่ครองไม่ไดเด็กผู้หญิงจะท ำ ้ งำนเย็บปักไม่สวยงำม จะได ้ คู่ครองที่เป็ นคนพิกำร หัวไก่ เชื่อว่าเด็กจะดื้อรื้นไม่เชื่อฟังค าสั่งสอน การดูแลและรักษาพยาบาลเด็กแบบพื้นบ้าน กำรดูแลและรักษำคนไข ้ น้ัน บำงคร้ังกำรเจ ็ บป่วยในคร้ังหน่ึงต ้ องใช ้ วิธีกำร หลำกหลำยวิธีกำรดว ้ ยกนัที่จะรักษำคนไขค ้ นหน่ึงกำรรักษำไม่ไดแ ้ ยกออกจำกกนัระหว่ำง กำรรักษำทำงกำยกบัทำงจิต เพรำะเชื่อว่ำกำยและจิตมีควำมสัมพนัธ์กนัเชื่อว่ำเมื่อเกิดกำร เจ ็ บป่วยจิตอ่อนแอหรือขวญัหำย ร่ำงกำยก ็ จะอ่อนแอตำมดงัน้ันจึงตอ ้ งใชห ้ ลำกหลำยวิธีกำร ในกำรรักษำคนไข ้ วิธีที่ชนเผำ่มง ้ นิยมใชร ้ักษำสุขภำพทวั่ๆ ไป มี3 รูปแบบดงัน้ี 1. กำรรักษำโดยใช้ควำมรู้ทำงไสยศำสตร์ (หมอทรง หมอคำถำ) 2. กำรรักษำโดยใช้ยำสมุนไพร 3. กำรรักษำโดยใชค ้ วำมรู้ พ้ืนฐำนทวั่ ไป


62 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 1. การรักษาโดยใช้ความรู้ทางไสยศาสตร์ เมื่อเกิดเจ ็ บป่วยโดยไม่ทรำบสำเหตุเช่นเด็กมีอำกำรเบื่ออำหำร ไม่สบำยบ่อยรักษำ อย่ำงไรก ็ไม่หำยพ่อแม่เด ็ กจะนิยมไปหำหมอร่ำงทรงขอให ้ประกอบพิธีเข ้ ำทรงซ่ึงชนเผ่ำ มง ้ เรียกว่ำ “อัว เน้ง”เพื่อดูว่ำขวญัของคนไขอ ้ อกไปจำกร่ำงหรือไม่และดูว่ำอะไรเป็ นสำเหตุ ของควำมเจ็บไข้ รวมถึงหำวิธีรักษำอำกำรป่วยให ้ หำย ซ่ึงก ็ จะต ้ องทำ ตำมที่หมอทรงบอก อำกำรป่วยจึงจะหำยได ้ เมื่อหมอทรงทำ พิธีแลว ้ ก ็ จะรู้ วำ่สำเหตุกำรเจ ็ บป่วยของเด ็ กคืออะไร ตัวอย่างสาเหตุที่เด็กไม่สบายเกดิจาก • เด็กต้องกำร พ่อแม่บุญธรรม • เด็กต้องกำรสะพำนขวัญ • เด็กตอ ้ งกำรชื่อใหม่ • เด ็ กตอ ้ งกำรแซ่ใหม่ • เจ้ำที่เจ้ำทำงมำรบกวน ตัวอย่างการใช้เครื่องรางปกป้องคุ้มครอง ชนเผ่ำมง ้ มีควำมเชื่อเกี่ยวกบักำรต่ออำยุให ้ กบัคนในกรณีของเด ็ กเกิดใหม่เมื่อเกิดได ้ ครบ 3 วนัพ่อแม่ก ็ จะทำ ห่วงคอขนำดเล ็ กที่ทำ ดว ้ ยเงินใส่คอเด ็ กทำรกไว ้ เพื่อกนั ไม่ให ้ ผีเขำ ้ ใกล ้ ถำ ้ เด ็ กเจ ็ บป่วยไม่สบำย หมอทรงจะทำ ห่วงคอที่มีลวดทองแดงและเหล ็ กพนัเป็ นเกลียว โดยรอบห่วงเงิน และทำ พิธีอวัเน ้ งแลว ้ จึงจะใส่ห่วงคอให ้ เด ็ กเพื่อกนั ไม่ให ้ ผีหรือสิ่งชวั่ร ้ ำย มำเข้ำใกล้หรือรบกวน เด ็ กเด ็ กที่คลอดมำยงัไมค่รบเดือนเมื่อเกิดควำมจำ เป็ นที่ตอ ้ งพำไปไร่นำ ดว ้ ยตอ ้ งทำ กำรแกเ ้ คล ็ ดให ้ เด ็ กโดยกำรนำ ข้ีเถำ ้ หรือหมิ่นหมอ ้ มำแตม ้ ทำที่หน ้ ำผำกเด ็ กเป็ น สัญลกัษณ์ป้ องกนั ไม่ให ้สิ่งชวั่ร ้ ำยหรือวิญญำณร ้ ำยมำใกลเ ้ ด ็ กเพรำะเชื่อว่ำหำกไม่ทำ บำงคร้ัง สิ่งชวั่ร ้ ำยมำเอำชีวิตเด ็ กไปได ้ ขวญัของเด ็ กยงัอ่อนมำก หรือใชใ้ บไมเ ้สกคำถำป้ องกนัไม่ให ้ สิ่งชวั่ร ้ ำยวิญญำณร ้ ำยมำเห ็ นเด ็ กเชื่อกนัวำ่ ใบไมจ ้ ะช่วยบงัอำ พรำงไม่ให ้สิ่งชวั่ร ้ ำยวิญญำณ ร้ำยมองเห็นเด็ก 2. การรักษาโดยใช้ยาสมุนไพร กำรใชย ้ ำสมุนไพรรักษำโรคน้ันพ่อแม่เด ็ กตอ ้ งพำเด ็ กไปหำหมอสมุนไพร (กื่อ ชวั่ ) หมอสมุนไพรเป็ นผู้ที่มีควำมรู้ช ำนำญในกำรใช ้ ยำพ้ืนบ ้ ำนจริงๆ เพรำะว่ำยำสมุนไพร บำงอย่ำงก ็ จะมีสำรตกคำ ้ งเป็ นพิษต่อร่ำงกำยได ้ หำกว่ำใช ้สมุนไพรน้ันพร่ ำเพรื่อไม่ถูกวิธี ดงัน้นัตอ ้ งระมดัระวงัและใส่ใจกบัเรื่องน้ีมำกเป็ นพิเศษ


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 63 ตัวอย่าง ยาสมุนไพรและวิธีการรักษา โรค 1. ขิง ตะไคร้ สรรพคุณ แกเ ้ จ ็ บคอ หรือไอ วิธีกำรรักษำ นำ มำตม ้ แลว ้ ดื่มแต่น้ำ 2. น ้าปัสสาวะ สรรพคุณ แกซ ้้ำ ใน กรณีเด ็ กหกลม ้ หรือตกจำกที่สูง วิธีกำรรักษำ นำ น้ำ ปัสสำวะใหเ ้ ด ็ กดื่ม 3. สมุนไพรไช่คลา (Tshias Qav) สรรพคุณ ลดลมในกระเพาะแก้ปวดท้อง วิธีกำรรักษำ น ำมำต้มแล้วดื่ม 4. สมุนไพร ซูตาเจ(Suv tav Ntses) สรรพคุณ แก้ไอ วิธีกำรรักษำ นำ มำผสมไข่น่ึงรับประทำน 5. สารแหน่ (ปู่ฮู้: Pum hub) สรรพคุณ แกป้ วดทอ ้ ง วิธีกำรรักษำ น ำใบไปต้มดื่ม 6. ขิง สรรพคุณ ลดไข้ วิธีกำรรักษำ น ำขิงไปต ำให้ละเอียด ทำฟอกแขน ขำ รักแร้ 7. เกลือ สรรพคุณ แกผ ้ื่นคนั วิธีกำรรักษำ น ำเกลือไปทำบริเวณที่เป็ นผื่นคัน


64 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 3. การรักษาโดยใช้ความรู้พื้นฐานทั่วไป กำรรักษำแบบน้ีเป็ นกำรรักษำแบบง่ำยๆ ไม่มีกำรใช ้ ยำหรือคำถำอะไร โดยทวั่ ไป ควำมรู้ในกำรรักษำแบบพ้ืนฐำนน้ีจะไดร ้ับกำรถ่ำยทอดจำกคนในครอบครัว ตัวอย่างการรักษาโดยใช้ไข่ต้ม : เพื่อลดไข้ วิธีการ 1. นำ ไข่1 ฟองไปต้มให้สุกปอกเปลือกออก 2. หำเศษผำ ้ ที่สะอำดมำเพื่อจะใชห ้ ่อไข่1 ผืน 3. ใส่เหรียญเงินรูปีอินเดียรวมกบัไข่แลว ้ ห่อไว ้ 4. นำ ห่อผำ ้ น้นั ไปเช ็ ดตำมเน้ือตวัคนป่วยเพื่อลดอำกำรไขต ้ วัร ้ อน 5. ตัวอย่างการรักษาโดยดื่มสมุนไพร: เพื่อแก้อาการชัก วิธีการ 1. เอำมีดไปถำกไม้ที่เป็ นเสำบ้ำน โดยถำกให ้ไดเ ้ศษไมเ ้ ล ็ กน ้ อยเก ็ บรวบรวมไว ้ ซ่ึงตอ ้ ง ถำกเสำบ้ำนทุกต้น 2. น ำเศษไม้ไปต้มให้เดือด ยกลงพักไว้ 3. รินน้ำ สมุนไพรซ่ึงยงัอุ่นอยใู่หเ ้ ด ็ กดื่ม เชื่อวำ่จะลดไข ้ และอำกำรชกั


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 65 บทที่ 7 พัฒนาการของเด็ก หลงัจากที่ทารกคลอดออกจากครรภข์องแม่แลว ้ ทารกก ็ จะตอ ้ งเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่ คร้ังใหญ่เพราะวา่ตอนที่ทารกอยูใ่นครรภแ์ม่ทารกจะไดร ้ับอาหาร ไดร ้ับออกซิเจนเพื่อหายใจ และขบัถ่ายของเสียผา่นทางแมท่้งัสิ้น ดงัน้นัทารกจะตอ ้ งปรับตวัใหเ ้ ขา ้ กบัสภาพแวดลอ ้ มใหม่ ดงัน้ีคือ 1. การปรับตวัใหเ ้ ขา ้ กบัอุณหภูมิ 2. การปรับตัวในการหายใจ 3. การปรับตวัในดา ้ นการดูดกลืนและยอ่ยอาหาร 4. การปรับตวัในดา ้ นการขบัถ่าย ทารกจะปรับตวัให ้ เขา ้ กบัสภาพแวดลอ ้ มใหม่ไดม ้ ากหรือไม่ก ็ ข้ึนอยูก่บัองคป์ระกอบ หลายอยา่ง เช่นวิธีการคลอด สุขภาพของแม่ก่อนคลอด ถา ้ ทารกไม่สามารถปรับตวัให ้ เขา ้ กบั สภาพแวดลอ ้ มใหม่และการดา รงชีวิตใหม่ไดท ้ ารกก ็ อาจเสียชีวิต ความต้องการของเด็กทารก เมื่อแรกเกิด ทารกจะไม่สามารถช่วยตวัเองได ้ ตอ ้ งคอยรับความช่วยเหลือจากผอู้ื่น ซ่ึง ก ็ คือบุคคลที่อยูร่อบขา ้ งและใกลช ้ิดตวัเด ็ กที่สุดไดแ ้ ก่พ่อแม่พี่นอ ้ ง ปูยา่และญาติๆ เมื่อเด ็ ก ตอ ้ งการสิ่งใดก ็ มกัส่งเสียงร ้ องใหค ้ นรอบขา ้ งเขา ้ไปดูแลใหค ้ วามช่วยเหลือ 1. ความต้องการอาหารอาหารของทารกคือน้า นมแม่เป็ นสิ่งสา คญัที่สุด เด ็ กตอ ้ งไดร ้ับ การเล้ียงดูและกินนมแม่ใหม ้ ากที่สุด 2. ความต้องการพักผ่อน การนอนเป็ นการพกัผ่อนที่ดีที่สุด ทารกจะนอนหลบัง่ายและ ยาวนานในช่วงอายแุรกเกิดถึงสามเดือน 3. ความต้องการความรัก ความอบอุ่น ความพอใจการไม่เปียกแฉะการปกป้ องคุม ้ ครอง ใหป้ ลอดภยัการไดร ้ับสัมผสัจากพ่อแม่ญาติพี่นอ ้ งคนใกลช ้ิด 4. น ้า 5. อากาศบริสุทธ์ิ


66 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง การพฒันาการของทารกแต่ละช่วงอายุ อายุ พัฒนาการที่เกิดขึ้น แรกเกิด ร้องไห้ได้ ดูดนมได้ เคลื่อนไหวแขนขาได้ 1 เดือน ยกคางได ้ ยมิ้ตอบได ้ จอ ้ งมองวตัถุและแสงสวา่ง 2 เดือน จา หนา ้ แม่และคนใกลช ้ิดได ้ รู้ จกัยมิ้และเล่น 3 เดือน ต้งัศีรษะตนเองไดอ ้ ยา่งมนั่คง 4 เดือน จอ ้ งมือตนเองอยา่งสนใจ พยายามเอามือใส่ปากตนเอง หัวเราะเสียงดัง 6 เดือน นงั่โดยช่วยยดึไว ้ จบัควา ้ ของเล่นที่เคลื่อนไหวได ้จ าหน้าสมาชิกใน ครอบครัวได้ ท าเสียงได้หลายชนิด 8 เดือน ฟันหนา ้ จะข้ึน 2 ซี่สามารถพลิกตวัได ้ นงั่เอง เริ่มหดัคลานได ้ ตอ ้ งการความสนใน ดึงผม ดึงเส้ือ 10 เดือน ปีนไดด ้ ว ้ ยความช่วยเหลือเลก ็ นอ ้ ยคลานไดอ ้ ยา่งคล่อง 1 ขวบ เดินได้โดยมีผู้จูง เดินรอบโต๊ะโดยใช้วิธีเกาะ ตอ ้ งการเพื่อนเล่น เขา ้ใจ คา พูดง่าย ๆ 1 ขวบ 1 เดือน เดินไดโ้ ดยใชม ้ือหน่ึงยดึจบัเกา ้ อ้ีหรือที่เกาะไว ้ ยนืคนเดียวไดช ้ วั่ระยะ ส้ัน ๆ สามารถพูดได ้2-3 ค า 1 ขวบ 3 เดือน เดินได้คลานข้ึนที่สูงได ้ ช้ีมือเมื่ออยากไดอ ้ ะไรเมื่อปัสสาวะจะบอกได้ เรียกชื่อสิ่งของที่คุน ้ เคยได ้ 1 ขวบ 6 เดือน เดินไดเ ้ ก่ง เริ่มหดัวงิ่พูดไดป้ ระมาณ 10 ค าและพูดเป็ นพยางค์ได้ 2 ขวบ วิ่งไดเ ้ ก่ง พูดไดเ ้ ก่งเป็ นประโยค ป้ อนอาหารใหต ้ นเองได ้ รู้ จกัควบคุม การขบัถ่าย พัฒนาการของทารกตามภาษาชนเผ่า พัฒนาการทางร่างกาย ภาษาชนเผ่า อ่านว่า การได้ยิน Nov lus นอ หลู่ มองเห็น Pom ป๋ อ คอแข็ง Caj dab khov จ้า ด๊า ขอ พลิกตัว Ntxeev khwb tswg แจง คึ จือ นงั่ Zaum เหยา


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 67 คลาน Swb nkas ซึ คลา ยืน Sawv เซอ เดิน Mus kev หมู่แก๋ หยา่นม Cais mis ไจ หมี่ ฝึ กพูด Xyaum hais lus เซาไห่หลู่ I. พัฒนาการด้านต่างๆ ของทารก 1. พัฒนาการทางร่างกาย ทารกแรกเกิดมีผิวหนังอ่อนนุ่ม กลา ้ มเน้ือและกระดูกยงัอ่อน เน้ือหนังยืดหยุน่ทารก มกัหลับง่ายและสะดุ้ งตื่นง่ายเมื่อมีเสียงรบกวนหรือร่างกายเปียกแชะจากการที่ทารกฉี่รด ผา ้ ออ ้ ม ทารกจะค่อยเจริญเติบโตน้า หนกัตวัก ็ จะเพิ่มข้ึน สายสะดือทารกที่ตดัจะค่อยๆ เหี่ยว แห้งลงในเวลาประมาณ 1 เดือน และในที่สุดสายสะดือจะหลุดออกไปจากผิวหนังรอยต่อที่ สะดือ เมื่อทารกอายุประมาณ 7 เดือนข้ึนไปฟันน้า นมก ็ จะเริ่มข้ึน แต่มีบางรายที่อายุ 1 ขวบ กวา่แลว ้ฟันยงัไม่ข้ึน ชนเผา่มง ้ มีวิธีการที่จะทา ใหฟ้ ันข้ึนดงัน้ี o แม่เด ็ กจะเอาผา ้ นิ่มๆ ป้ ายอุจาระของทารก (สีด า) ช่วงที่คลอดใหม่ๆ ทารกจะถ่าย ออกมาเป็ นสีดา ซ่ึงตอ ้ งเก ็ บอุจาระเด ็ กทารกภายใน 3 วนัจากน้นั ป้ ายลิ้นและถูเหงือก ของเด ็ กเชื่อว่าจะทา ให ้ฟันน้ านมของเด ็ กข้ึนเร ็ ว เมื่อเด ็ กทารกอายุ1 ขวบแล้วฟัน น้า นมยงัไม่ข้ึน จะเอาทองปลิวมาถูเหงือกของเด ็ กเชื่อวา่จะทา ใหฟ้ ันข้ึน o นา เกลือขา ้ วขา ้ วโพด ไปขอฟันจากสัตวเ์ล้ียง ซ่ึงคือ มา ้ ววั โดยการนา สิ่งของต่างๆ ที่ กล่าวขา ้ งตน ้ ไปให ้ มา ้ ววักินพร ้ อมกบับอกกล่าวขอฟันของมา ้ วว มาให้บุตรหลาน ั ตนเอง 2. พัฒนาการทางอารมณ์ พฒันาการทางดา ้ นอารมณ์ของทารกแรกเกิดน้ัน มีอิทธิพลมาจากทศันคติของแม่ที่มี ต่อทารกการที่แม่ยอมรับและชื่นชมในตวัทารก มกัช่วยให ้ ทารกมีอารมณ์ที่แจ่มใส อารมณ์ ของเด ็ กมีหลายลกัษณะไดแ ้ ก่ o อารมณ์โกรธ เมื่อเด ็ กไม่ได ้ รับการตอบสนองในสิ่งที่เด ็ กต ้ องการ เด ็ กจะแสดง ปฏิกิริยาตอบโตแ ้สดงออกมา เช่น ร ้ องไห ้ กริ๊ดๆ ทิ้งตวันอนลงกบัพ้ืน ทา ร ้ ายตวัเอง


68 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง o อารมณ์กลวัเด ็ กจะกลวัคนแปลกหนา ้ กลวัความมืด กลวัสิ่งแปลกๆ กลวัการถูกทิ้งให ้ อยู่คนเดียว เมื่อเด ็ กเกิดอารมณ์กลวัเด ็ กจะแสดงพฤติกรรมออกมา เช่น วิ่งหนีหลบ ซ่อนตวัร ้ องไห ้ ตวัเกร ็ งแขง ็ อยกู่บัที่หรืออ่อนปวกเปียกไปท้งัตวั o อารมณ์อิจฉาริษยา เด ็ กจะรู้สึกอิจฉาเพราะวา่พ่อแม่แบ่งความสนใจใหก ้ บันอ ้ งที่ยงัเล ็ ก มากๆ กว่าตนเอง เมื่อเด ็ กเกิดอารมณ์อิจฉาริษยาเด ็ กจะแสดงพฤติกรรมออกมา เช่น ร้องไห้ งอแง o อารมณ์อยากรู้อยากเห็น เมื่อเด ็ กเริ่มโตข้ึนเด ็ กจะเรียนรู้ หลายๆ อยา่ง ช่วงน้ีเด ็ กจะเกิด ความสงสัยในสิ่งต่างๆ ไม่สิ้นสุด เด ็ กจะช่างซกัช่างต้งัคา ถาม o อารมณ์รักเด ็ กจะแสดงพฤติกรรมออกซ่ึงความรักเช่นการกอดจูบบุคคลที่เขารักการ ลูบคลา วตัถุสัตว์สิ่งของที่เด ็ กใหค ้ วามสนใจเป็ นพิเศษ 3. พัฒนาการทางสังคม ทารกมีพฒันาการทางสังคมต้งัแต่เกิด มีความสัมพนัธ์ใกลช ้ิดกบัพ่อแม่ญาติพี่น ้ อง ภายในครอบครัวเด ็ กจะมีปฏิกิริยาต่อเสียงที่คุน ้ เคยหูเช่น เสียงของแม่เสียงของพ่อเสียงของ ญาติคนใกลช ้ิด เด ็ กจะมีปฏิกิริยาตอบโตด ้ ว ้ ยเช่น การยิ้มให ้ การหัวเราะส่งเสียงดัง เด็กจะมี ปฏิกิริยาหวาดกลวัคนแปลกหนา ้ เด ็ กจะมีปฏิกิริยาตอบโตด ้ ว ้ ยเช่น ร ้ องไห ้ เมื่อเด ็ กอายุ1 ขวบ กวา่เด ็ กเริ่มจะรู้ จกัเล่นและเขา ้ไปอยใู่กลเ ้ ด ็ กคนอื่นใหค ้ วามสนใจกบัเด ็ กคนอื่น 4. พัฒนาการทางภาษา พฒันาการทางภาษาของทารกมีตน ้ กา เนิดมาจากการร ้ องไห ้ การพฒันาดานภาษาของ ้ เด ็ กทารกข้ึนอยูก่บัระดบัสติปัญญา เด ็ กทารกจะสื่อสารเป็ นภาษาต้งัแต่แรกเกิดเพียงแต่ว่าคน ทวั่ ไปไม่รู้ ความหมายของภาษาที่ทารกใช ้ เมื่อเจริญเติบโตข้ึนเด ็ กทารกจะเรียนการพูดดว ้ ยวิธี เลียนแบบจากพ่อแม่หรือคนใกลช ้ิด เพราะคนเหล่าน้ีจะสื่อสารกบัเด ็ กเด ็ กจะชอบพูดเกี่ยวกบั ตวัเองและผทู้ี่เกี่ยวขอ ้ งกบัตน 5. พัฒนาการทางสติปัญญา เด ็ กสามารถแยกสิ่งของสองสิ่งที่ต่างกนั ได ้ เด ็ กมีความสนใจอยากรู้ อยากเห ็ น สนใจ สิ่งรอบๆ ตวัเด ็ กมกัจะทา ตามสิ่งที่พบเห ็ นหรือเลียนแบบสิ่งที่อยูใ่กล ้ เช่น ร ้ องเพลงได ้ ชอบ ถามคา ถามอยตู่ลอดเวลา พ่อแม่ตอ ้ งคอยตอบคา ถามต่างๆ เหล่าน้นั


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 69 II. รูปแบบการฝึกพัฒนาการเด็ก ❑ การฝึ กคลาน ชนเผ่ามง ้ จะฝึกให ้ เด ็ กหัดคลานเมื่อเด ็ กอายุประมาณ 8 เดือนข้ึนไป การฝึกน้ันจะใช ้ วสัดุอุปกรณ์พ้ืนบา ้ นเป็ นสื่อ สื่อที่ใชจ ้ ะเป็ นตวัเร ้ าความสนใจของเด ็ กวสัดุควรจะมีเสียง มี สีสัน ใหน ้ า วสัดุน้นั ไปวางให ้ ห่างจากตวัเด ็ ก บอกใหเ ้ ด ็ กไปหยบิวสัดุชิ้นน้นัเมื่อเด ็ กเห ็ นจะเกิด ความอยากได ้ เด ็ กจะค่อยๆ คลานจนถึงตา แหน่งที่วางวสัดุน้ัน ผูท ้ี่มีบทบาทในการฝึกส่วน ใหญ่จะเป็ นคนใกลช ้ิดเด ็ ก ❑ การฝึ กการทรงตัว ชนเผ่ามง ้ จะฝึกให ้ เด ็ กหัดทรงตวัยืนเมื่อเด ็ กอายุประมาณ 10 เดือนข้ึนไป ในการฝึก น้ันจะใช ้ อุปกรณ์ช่วยเช่น เก ้ าอ้ี โต๊ะ หรื อการท าหลุมให ้ ยืน วิธีการต่างๆ เหล่าน้ีช่วยให ้ กลา ้ มเน้ือแขง ็ แรงเร ็ วข้ึน วิธีการท าหลุมช่วยฝึกการทรงตัว 1. ใชจ ้ อบขดุหลมุกะขนาดใหเ ้ ด ็ กสามารถลงไปยนืหรือนงั่ในหลุมได ้ ความลึกของหลุม ประมาณหน้าอกของเด็ก 2. หาใบตองหรือใบไมท ้ี่ไมเ่ป็ นขนมาปูพ้ืน ถา ้ใชใ้ บไมท ้ี่เป็นขนอาจจะท าให้ผิวเด็กระคาย เคืองเป็ นผื่นคนัหรือตุ่มข้ึนไดเ ้ พราะผิวเด ็ กจะอ่อนบางแพง ้่าย 3. ปล่อยเด ็ กยนืลงในหลุมและหาของเล่นวางไวข ้ า ้ งหลุมใหเ ้ ด ็ ก ของเล่นที่หาใหอ ้ าจเป็ น ดอกไมส้ีสวยๆ หรือ สิ่งของที่เด ็ กกดัเล่นไดไ้ ม่เป็ นอนัตราย เป็ นสิ่งที่ทา ใหเ ้ ด ็ กเกิดความ สนใจอยากได ้สร ้ างความเพลิดเพลินใหก ้ บัเด ็ กได ้ ❑ การฝึ กเดิน ชนเผ่าม้งจะฝึกให้เด็กหัดเดินเมื่อเด็กอายุประมาณ 10 เดือนถึง 1 ขวบขึ้นไปในการ ฝึกนั้นจะใช้การช่วยพยุงตัวเด็กพร้อมกับให้เด็กก้าวเดินทีละก้าวอย่างช้าๆ โดยจะพูดว่า“หมู่ แก๋”และอธิบายให้เด็กเข้าใจ และจ าค าพูดได้ต้องค่อยๆ ฝึกให้เด็กเดินบ่อยๆ ไม่นานเด็กก็ สามารถเดินได้โดยไม่ต้องให้ช่วยพยุงตัวอีก ❑ ภาษาส าหรับเด็ก ในสังคมของชนเผ่าม้งนั้นเด็กจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในครอบครัวไม่ว่ากับ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง เด็กจะใช้ภาษาและจะได้เรียนรู้ภาษาตั้งแต่ยังเล็ก ภาษาที่เด็กใช้ ผู้ใหญ่จะสอนโดยพูดให้เด็กได้รับฟังบ่อยๆ ค าที่สอนจะเป็นค าง่ายๆ ให้เด็กสามารถจ าได้ และเข้าใจความหมายของค านั้นๆ


70 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง ค าที่ใช้เรียกคน Txiv อ่านวา่จี๋หมายถึง พ่อ Niam อ่านวา่เนี๋ย หมายถึงแม่ Pog อ่านวา่ ปอส์หมายถึงยา่ Yawg อ่านวา่เยอ หมายถึง ปู่ การสอนให้เด็กรู้จักเรียกบุคคลเหล่านี้เพราะครอบครัวม้งเป็นครอบครัวขยาย คนที่ อยู่ในครอบครัวและมีความใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดจะเป็นกลุ่มคนเหล่านี้ ค าที่ใช้เรียกสัตว์ Dev อ่านวา่เด๋ หมายถึง สุนัข Miv อ่านวา่หมี่หมายถึง แมว Npua อ่านวา่บวัส์ หมายถึง สุกร Qaib อ่านวา ไขจ์ ่หมายถึงไก่ การสอนให ้ เด ็ กรู้ จกัเรียกสัตวเ์หล่าน้ีเพราะชนเผ่ามง ้ จะเล้ียงสัตวเ์หล่าน้ีและเด ็ กๆ จะ เห ็ นพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเอาอาหารใหส้ ัตวท์ุกวนั III. เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ เด ็ กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย/จิตใจมง ้ จะเรียกวา่ “Me nyuam hlob tsis xws luag” ซ่ึงหมายถึงเด ็ กที่มีลกัษณะผิดปกติเด ็ กที่มีพฒันาการชา ้ ลกัษณะที่ผิดปกติทางร่างกายเช่นเด ็ ก พิการ ตาบอด หูหนวก ปากแหว่งขาลีบ ลกัษณะที่ผิดปกติทางจิตใจ สติปัญญา เช่น ติดอ่าง พูดชา ้ ความผิดปกติส่วนใหญ่จะเป็ นมาต้งัแต่กา เนิด ดงัน้นัจึงไม่สามารถแกไ้ ขได ้ส่วนอาการ ที่ปรากฏภายหลงัซ่ึงส่วนมากจะเป็ นพฤติกรรม บางอยา่งที่เป็ นปัญหาสามารถแกไ้ ขใหห ้ ายได ้ ซ่ึงอาจจะอาศยัพิธีกรรมความเชื่อรักษา หรือแกไ้ ขโดยความรู้ พ้ืนฐานทวั่ ไปแบบพ้ืนบา ้ น พฤติกรรมที่เป็ นปัญหาของเด็กที่พบเห็นในสังคมชนเผ่าม้ง 1. ปัสสาวะรดที่นอน ความเชื่อ เพราะวา่มีสิ่งชวั่ร ้ าย วิญญาณร ้ ายมารบกวนเด ็ ก หรือ เด ็ กตอ ้ งการแซ่ใหม่ ตอ ้ งการพ่อแมบุ่ญธรรม วิธีแก้ไข ตอ ้ งพาเด ็ กไปใหห ้ มอทรงอวัเนง ้ใหเ ้ ด ็ ก กรณีที่เด ็ กตอ ้ งการแซ่ใหม่พอ่แม่ก ็ ตอ ้ ง หาแซ่ใหม่ใหเ ้ ด ็ ก หรือหาพ่อแมบุ่ญธรรมใหเ ้ ด ็ ก


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 71 2. ชอบนับนิ้วมือ ความเชื่อเพราะวา่ตอนมาเกิดเด ็ กมีสัญญากบัเจา ้ ที่เด ็ กตอ ้ งกลบัไปตามกา หนดซ่ึงก ็ หมายความวา่เด ็ กจะเสียชีวติ วิธีแก้ไข ตอ ้ งทา พิธีอวัเนง ้ใหเ ้ ด ็ กเพื่อตดัขาดกบัสิ่งที่มารบกวนเด ็ กใหเ ้ ด ็ กมีชีวิตอยรู่อด 3. นอนกัดฟัน ความเชื่อเพราะวา่กินวิญญาณพ่อแม่ วิธีแก้ไขให้น าไม้ที่ล้อมเป็ นคอกหมูมาใหเ ้ ด ็ กกดัหรือเอาปีกไมม ้ าเผาใหเ ้ ด ็ กรับประทาน 4. น ้าลายไหล ความเชื่อเพราะช่วงที่ยงัเป็ นทารกนอ ้ ย พ่อแมช่อบบีบปากของเด ็ ก วิธีแก้ไขให้เอาชายผ้าพันเอวของน้าหรือป้า เช็คปากเด็ก 2-3 คร้ัง เด ็ กจะหายจากอาการ ผิดปกติ หรือใช้หางสุนัขเช็ดปากเด็ก 2-3 คร้ัง เด ็ กจะหายจากอาการผิดปกติ 5. อาการเลอ ความเชื่อเพราะเชื่อวา่มีสิ่งชวั่ร ้ ายวิญญาณร ้ ายมารบกวน ขวญัเด ็ กไม่อยกู่บัตวัเดก ็ วิธีแก้ไข ตอ ้ งพาเด ็ กไปใหห ้ มอทรงอวัเนง ้ เพื่อช่วยรักษาใหห ้ าย 6. ตกใจ (Ceeb) ความเชื่อเพราะเชื่อวา่ขวญัเด ็ กไม่อยกู่บัตวัเด ็ กจิตใจอ่อนแอ วิธีแก้ไข น ามีด ขวาน มาทา พิธีปัดรังควาน บอกกล่าวใหข ้ วญักลบัมาอยกู่บัเด ็ ก ความผิดปกติ ที่เป็ นมาแต่เกิด 1. พิการตา แขน ขา ความเชื่อ เพราะวา่ ไมไ่ดท ้ า พิธีกรรมใหก ้ บัผีป่ยูา่หรือเกิดจากการรับประทานยาของผเู้ป็ น แม่ วิธีแกไ้ ขไม่สามารถแกไ้ ขได ้ 2. เด็กฝาแฝด ความเชื่อเพราะวา่ผเู้ป็ นแมร่ ับประทานของที่เป็ นแฝด วิธีแกไ้ ขไม่สามารถแกไ้ ขได ้


72 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 3. เด็กก าพร้า ความเชื่อเพราะวา่แจงเตอเตอ ้ (ขวัญของเด็กไปสถิตในบุคคลอื่น) วิธีแกไ้ ข ทา พิธีไฟ๊เที๊ยะแบง่ชีวิตแลว ้ แตไ่ม่สามารถแกไ้ ขได ้ 4. เด็กปากเบี้ยว ความเชื่อเพราะวา่พ่อแม่เดก ็ ตดัสิ่งของในหอ ้ งนอน ประตูตอนที่แม่เด ็ กต้งัครรภ์ วิธีแกไ้ ขไม่สามารถแกไ้ ขได ้ 5. เด็กมีนิ้วเกิน 10 นิ้ว ความเชื่อเพราะวา่เด ็ กอยากกินขิงแตผ่เู้ป็ นแม่ไม่ไดก ้ินขิงตอนต้งัครรภ์ วิธีแกไ้ ขไม่สามารถแกไ้ ขได ้


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 73 บทที่ 8 กระบวนการเรียนรู้ และการกล่อมเกลาทางสังคม การกล่อมเกลาทางสังคมเป็ นกระบวนการถ่ายทอดความคิด ความเชื่อ ประสบการณ์ วิถีการดา เนินชีวิต วฒันธรรม กฎจารีต ประเพณีและแนวทางปฏิบตัิที่เหมาะสมจากรุ่นหน่ึงสู่ อีกรุ่นหน่ึง ซ่ึงเป็ นข้นัตอนสา คญัของการอยรู่ ่วมกนัและการเพิ่มพูนความรู้ ของชุมชน ผคู้ นแต่ ละยุคจะมีการเรียนรู้ที่วิวัฒนาการตามยุคสมัยของตนแลว ้ พฒันาใชใ้ นชีวิตประจา วนัถ่ายทอด ต่อไปยงัคนรุ่นหลงัๆ สืบทอดเพื่อความอยรู่อดและดา รงซ่ึงเอกลกัษณ์ของเผา่พนัธุ์ 1. กระบวนการเรียนรู้และการกล่อมเกลาทางสังคมของเผ่าม้งมีอยู่2แนวทาง คือ 1.1 การอบรมสั่งสอนโดยตรง พ่อแม่จะใช ้ วิธีการอบรมสั่งสอนเด ็ กโดยการบอกกล่าวโดยตรง ในสถานการณ์ที่มี เหตุการณ์น้นัๆ กา ลงัเกิดข้ึน เพื่อใหไ้ ดร ้ับบทเรียน กรณีไม่ควรเอาเยยี่งอยา่งกรณีควรกระทา ตามแบบอยา่งที่ดีเน้ือหาของการถ่ายทอดวิธีน้ีมกัจะเกี่ยวกบัเรื่องการสอนให ้ไม่คิดร ้ าย หรือ การทา ร ้ ายผอู้ื่นท้งัทางกายและทางใจ การคิดร ้ ายกบัคนอื่น เช่น การอิจฉาริษยาคนอื่น การคด โกงคนอื่น โดยยกตวัอย่างคนที่ทา ไม่ดีแลว ้ไม่มีใครชอบ ที่มีในชุมชนมาสอน สิ่งที่พ่อแม่ ปลูกฝังให้เด็กคือให้เด็กประพฤติตนเป็ นคนดีซึ่งจะท าให้เด็กอยใู่นสังคมไดอ ้ ยา่งมีความสุข 1.2 การถ่ายทอดผ่านประสบการณ์และปฏิบัติจริง พ่อแม่จะถ่ายทอดความรู้ และสอนใหเ ้ ด ็ กไดฝ้ึกปฏิบตัิกิจกรรมต่างๆ วิธีน้ีเด ็ กมีโอกาส ติดสอยห ้ อยตาม ผู้ มีประสบการณ์มากกว่าหรือผู้ อาวุโส ไปท ากิจกรรมต่าง ๆ ใน ชีวิตประจา วนัคือการที่เด ็ กติดตาม พ่อแม่หรือผูร ู้้ไปไร่สวน เพื่อไปเรียนรู้โดยการสัมผสั กับสถานการณ์จริง เช่น เด ็ กได ้ เรียนรู้ การท าเกษตรของพ่อ แม่เรียนรู้ การประกอบ พิธีกรรม เช่น พ่อแม่พาเด ็ กไปอวัเนง ้ พ่อแม่ทา พิธีมดัมือใหเ ้ ด ็ ก ฯลฯ 2. การเรียนรู้กจิวัตรประจ าวันของตัวเอง ในวัยเด ็ กพ่อ แม่หรือคนใกล ้ ชิดต ้ องฝึกให ้ เด ็ กเริ่มเรียนรู้ วิธีการปฏิบัติตนใน ชีวิตประจา วนัซ่ึงการเรียนรู้ กิจวตัรประจา วนัของเด ็ กผูห ้ ญิงและเด ็ กผูช ้ ายจะแตกต่างกนั ใน เรื่องของบทบาทหญิงชาย บุคคลที่เป็ นผูถ ้่ายทอดก ็ จะถ่ายทอดการเรียนรู้ให ้ ตามเพศน้นัๆ ซ่ึง เด็กผู้หญิงจะเรียนรู้จากแม่และญาติผหู้ ญิง ส่วนเด ็ กชายจะเรียนรู้ จากพ่อหรือญาติผชู้ ายกิจวตัร ประจา วนัของเด ็ กหญิง เด ็ กชาย ก ็ จะคล ้ ายคลึงกันแต่มีบางกิจกรรมที่แยกชัดเจนว่าเป็ น บทบาทของเพศใด


74 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง กจิวัตรประจ าวันของเด็กผ้หู ญิง เด ็ กผหู้ ญิงส่วนใหญ่จะไดร ้ับการถ่ายทอดความรู้ จากแม่และญาติผหู้ ญิง งานส่วนใหญ่ ของเด ็ กผูห ้ ญิงจะเป็ นงานในบา ้ นซ่ึงก ็ จะเบากว่างานของผูช ้ าย เด็กผู้หญิงต้องฝึ กฝนและดูแล รับผิดชอบงานในบา ้ น ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่งานหลกัไดแ ้ ก่ o การเล้ียงนอ ้ ง o การทา งานบา ้ น เช่น หุงขา ้ ว ทา อาหาร ตกัน้า ซกัผา ้ ลา ้ งถว ้ ยชาม เก ็ บกวาดทา ความ สะอาดบ้าน ต าข้าว o การถกัทอและการตดัเยบ ็ เส้ือผา ้ เช่น ฝึกเยบ ็ ปัก o การเล้ียงสัตว์เช่น เล้ียงไก่เล้ียงหมู กจิวัตรประจ าวันของเด็กผ้ชูาย เด ็ กผูช ้ ายส่วนใหญ่จะได ้ รับการถ่ายทอดความรู้ จากพ่อและญาติผูใ้ หญ่ที่เป็ นผูช ้ าย งานของผูช ้ ายส่วนใหญ่จะเป็ นงานนอกบา ้ นและเป็ นงานหนักเด ็ กผูช ้ ายตอ ้ งฝึกฝนและช่วย แบ่งเบาภาระของพ่องานหลกัไดแ ้ ก่ o การเล้ียงสัตว์เช่น เล้ียงววัเล้ียงควายเล้ียงมา ้ o การทา อุปกรณ์เครื่องใชภ ้ ายในบา ้ น เช่น การจกัสาน ลบัมีด o การทา งานในไร่นา เช่น ถางหญา ้ ลอ ้ มร้ัว 3. การเรียนมารยาทสังคม พ่อแม่คนใกลช ้ิดตอ ้ งสอนให ้ เด ็ กเรียนรู้มารยาท การปฏิบัติตนในสังคมตามวิถีชีวิต ของชาวมง ้ การสอนตอ ้ งสอนให ้ เด ็ กรู้ จกัเหตุผลผูส้ อนตอ ้ งใชค ้ า พูดที่นุ่มนวลกบัเด ็ ก มารยาท สังคมที่ชาวม ้ งถ่ายทอดให ้ กับบุตรหลานต้ังแต่ยงัเล ็ ก ๆ เพื่อให ้ เด ็ ก ๆ รู้ จักปฏิบัติตนให ้ เหมาะสมและรู้ จกัการอยรู่ ่วมกบัคนอื่นในสังคม ไดแ ้ ก่ o สอนวา่จะเขา ้ บา ้ นมง ้ น้นัตอ ้ งถามเจา ้ ของบา ้ นก่อนวา่กา ลงัอยกู่รรมหรือไม่ถา ้ กา ลงัอยู่ กรรมหา ้ มเขา ้ไปในบา ้ นน้นั โดยมิไดร ้ับอนุญาตโดยเดด ็ ขาด o สอนวา่เมื่อมีแขกมาบา ้ นตอ ้ งเชิญแขกเขา ้ บา ้ นและหาเกา ้ อ้ีใหแ ้ ขกนงั่ o สอนวา่เวลามีแขกมาที่บา ้ นหา ้ มส่งเสียงดงัและหามงอแง ้ o สอนวา่เวลามีแขกมาที่บา ้ นหา ้ มร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกบัแขกผใู้ หญ่ o สอนวา่เวลามีแขกมาที่บา ้ นตอ ้ งไปเล่นที่ไกลจากที่ผใู้ หญ่นงั่สนทนากนัอยู่ o การเดินผา่นหนา ้ ผใู้ หญ่ตอ ้ งกม ้ ตวัเลก ็ นอ ้ ยแลว ้ เดินผา่นอยา่งเงียบ ๆ


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 75 o เวลากวาดบา ้ นในขณะที่ยงัมีคนอยจู่ะตอ ้ งกวาดเบา ๆ ห้ามให้ฝุ่ นละอองปลิวไปโดน o สอนวา่อยา่ลบหลู่หรือไม่ใหเ ้ กียรติผใู้ หญ่ผอู้ าวโุส คนพิการเพราะจะเป็ นบาปกรรม o สอนวา่อยา่แตะตอ ้ งสิ่งเสพติด เช่น กินเหลา ้ สูบฝิ่น สูบบุหรี่ o สอนวา่อยา่ทา ตวัเป็ นอนัธพาลเกเรก่อเรื่อง ชกต่อย ข้ีลกัข้ีขโมย o อื่นๆ 4. การเรียนรู้เกยี่วกบสังคม ั • ครอบครัว พ่อแม่ตอ ้ งสอนให ้ เด ็ กรู้ จกัการดา เนินชีวิตที่ดีคือการเป็ นคนขยนัทา มาหากิน คา สั่ง สอนที่พ่อแม่ปลูกฝังให ้ เด ็ กกระทา ตวัเป็ นเด ็ กดีจะนา ไปสู่การเป็ นผูใ้ หญ่ที่ดีตอ ้ งรู้ คุณบิดา มารดา ไม่ลบหลู่ผูห ้ ลกัผูใ้ หญ่ไม่ดูหมิ่นผูท ้ี่ดอ ้ ยกว่า คนพิการ ตอ ้ งรู้ จกัการแบ่งปัน การให ้ ความช่วยเหลือกบัผูท ้ี่ดอ ้ ยกว่า ในการอบรมสั่งสอนน้ันพ่อแม่จะยกตวัอยา่งประกอบให ้ เด ็ ก ได้เข้าใจ ตัวอย่างการคิดร ้ ายกบัคนอื่น เช่น การอิจฉาริษยาคนอื่น การคดโกงคนอื่น กรณีน้ี เด ็ กไม่ควรจะเอาเป็ นแบบอยา่ง • ระบบเครือญาติ ชนเผ่ามง ้ จะให ้ ความส าคญักบัระบบเครือญาติเป็ นอย่างมาก พ่อจะมีบทบาทในการ สอนใหล ู้กรู้ จกัญาติพี่นอ ้ งทางพ่อและการนบัลา ดบัญาติสายตระกูล ก า ร ล า ดั บ ญ า ติ ของมง ้ น้ันสามารถลา ดบัญาติไดท ้ ้งัหมด 11 รุ่นหรือ11 ช่วงช้นัการแบ่งระดับญาติพี่น้อง เป็ นรุ่นๆ เป็ นการแบ่งเพื่อลา ดบัญาติพี่นอ ้ งของตระกูลวา่ ในตระกูลประกอบดว ้ ยใครบา ้ งและ ใครสมควรที่จะเรียกสรรพนามวา่อยา่งไรเช่น ลุงอา หลาน โดยการนบัหรือลา ดบัญาติน้นัจะ ยดึเอาสายตระกูลของผชู้ ายเป็ นหลกั ไม่เอาเกณฑอ์ายมุาเป็ นตวัแปรเช่นรุ่นที่มีศกัด์ิเป็ นพ่อ ปู่ หรือรุ่นช้นัที่สูงกว่าแมว ้่าจะมีอายุน ้ อยกว่าตอ ้ งเรียกตามช่วงช้นัหรือรุ่น แมค ้ นที่เรียกมีอายุ มากกว่าเท่าไหร่ก ็ ตามตอ ้ งยอมรับในรุ่นของตนเองและรุ่นของผูอ ้ื่นโดยไม่ให ้ มีการเหลื่อมล้า ซ่ึงกนัและกนัเพราะถา ้ไม่มีการแบ่งรุ่นหรือช่วงช้นัที่ชดัเจนจะทา ใหไ้ ม่สามารถที่จะทราบว่า ตน ้ สายตระกูลเป็ นใครบา ้ ง เพราะในแต่ละตระกูลมีญาติพี่นอ ้ งที่เยอะมากจนไม่รู้ รุ่นไหนเป็ น รุ่นไหนหากไม่มีการแบ่งที่ชดัเจน นอกจากน้ีแลว ้ หากวา่มีใครมาถามเด ็ กก ็ สามารถบอกไดว ้่า ตนเองเป็ นลูกหลานใคร ตระกูลแซ่อะไร • ชุมชน พ่อแม่มกัจะพาเด ็ กไปตามสถานที่ต่างๆ ดว ้ ยเสมอและจะคอยสอนใหเ ้ ด ็ กรู้ ว่าสถานที่น้นัมี ชื่อเรียกว่าอะไร ใชส้ า หรับประกอบกิจกรรมใด บางสถานที่ก ็ จะเป็ นสถานที่ที่เด ็ กไม่ควรไป


76 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง เช่น ป่าช ้ า พ่อแม่ก ็ จะอธิบายเหตุผลให ้ เด ็ กเขา ้ใจ รู้ จกัและจดจา รวมท้ังพาเด ็ กเดินทางไป ตามที่ต่างๆ และสอนให ้ เด ็ กรู้ จกัเส้ นทางน้ันๆ ดว ้ ย เช่น เส้ นทางไปบ่อน้า เส้ นทางไปไร่นา เส้ นทางใดเป็ นเส้ นทางลดัที่จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง การสอนให ้ เด ็ กรู้ จกัเส้ นทาง จะช่วยให ้ เด ็ กสามารถไปตามเส้ นทางน้ันๆ ไดแ ้ ละไม่หลงทาง รู้ จกัอาณาเขตบริเวณพ้ืนที่จุด ต่างๆ ในชุมชน นอกชุมชน 5. การสอนการปฏิบัติตัว ข้อห้ามและข้อปฏิบัติในชุมชน ➢ หา ้ มกินผลไมร ้สเปร้ียวเช่น - หา ้ มมิใหก ้ินผลไมร ้สเปร้ียวกบัขา ้ ว - หา ้ มมิใหผ ้ ลไมร ้สเปร้ียวอยปู่นกบัขา ้ ว เหตุผล : เพราะเชื่อวา่จะทา ใหท ้ า มาหากินไม่ข้ึน ➢ หา ้ มมิใหเ ้ อาใบไมด ้ิบปนอยกู่บัขา ้ ว ➢ หา ้ มเอาสิ่งที่ดิบและสุกอยปู่นกนัอยา่งเช่นฟืนแหง ้ กบั ใบไมด ้ิบ เหตุผล : เพราะเชื่อวา่ผดิผีเสือเห ็ นเสือจะกดัคน หรือเสือจะกดัววัควาย ➢ หา ้ มรับประทานของแฝด เช่น ผลไมแ ้ฝด ปีกไก่หวัไก่ฯลฯ เหตุผล : เพราะเชื่อวา่จะมีลูกแฝด ทอผา ้ไม่ตรง ชีวติแต่งงานไม่ดีด้ือร้ืนไม่เชื่อฟัง คา สั่งสอน ➢ หา ้ มพูดคา พูดที่ไมเ่ป็ นมงคลเช่น - เสือกัด Tsov tom - หนอนกัด Kas tom - ผีตี/ผีจับ Dab ntaug เหตุผล : เพราะเชื่อวา่จะทา ใหไ้ ม่เป็ นมงคลต่อชีวิต ➢ หา ้ มเด ็ กทา พิธีกรรมจา ลองเหมือนผใู้ หญ่เช่น พิธีกรรมงานศพ หา ้ มเล่น (Lwm tauj) เหตุผล : เพราะเชื่อวา่จะทา ใหผ ้ิดผีไมเ่ป็ นมงคลตอ่ชีวติ ➢ การอยู่กรรม เมื่อมีคนฝ่ าฝื นท าผิดจารีตที่ท าให้คนในตระกูลเดือดร้อนต้องท า พิธีกรรมขอขมาบรรพชน และปัดรังควาน และต้องอยู่กรรมเพื่อหลีกเลี่ยงความ เสี่ยงอื่น ๆเช่น โรคภัยไข้เจ็บ หมายเหตุทุกคร้ังที่จะเดินเขา ้ บา ้ นมง ้ น้นัตอ ้ งถามเจา ้ ของบา ้ นก่อนวา่กา ลงัอยกู่รรม หรือไม่ถา ้ กา ลงัอยกู่รรมหา ้ มเขา ้ในบา ้ นผอู้ื่น โดยมิไดร ้ับอนุญาตโดยเด ็ ดขาด


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 77 6. การสอนเทคนิคการท างานในไร่ และ การเลี้ยงสัตว์ พ่อ แม่จะใหล ู้กติดตามไปไร่ต้งัแต่เลก ็ และใหเ ้ ด ็ กช่วยงานง่าย ๆ เด ็ กจะเรียนรู้ การทา ไร่ทา นาจากพ่อแม่ไดเ ้ พราะพ่อแม่จะพาลูกๆไปในไร่ไปนาดว ้ ย เด ็ กจะเริ่มสังเกตวิธีการทา ไร่ ทา นา บางคร้ังมีโอกาสมีส่วนร่วมในการทา ไร่ทา นาดว ้ ย เด ็ กที่โตข้ึนกวา่น้นัจะมีโอกาสได ้ เรียนรู้ จากการปฏิบตัิจริงมากข้ึน เช่น ข้นัตอนการทา ไร่ซ่ึงเริ่มต้งัแต่การเลือกพ้ืนที่เหมาะสม พ้ืนที่ตอ ้ งหา ้ มในการทา ไร่การแผว ้ ถาง การทา แนวกนัไฟ การเผาไร่การปลูกพชืในไร่การ กา จดัวชัพืช การเก ็ บเกี่ยวผลผลิต การเก ็ บรักษาเมลด ็ พนัธุ์เหล่าน้ีซ่ึงนบัเป็ นองคค์วามรู้ หรือ ภูมิปัญญาของชนเผา่นอกจากน้ียงัเรียนรู้ พิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวขอ ้ ง การเรียนรู้เรื่องไร่นา o วิธีการทา งานในไร่เช่น การถางหญา ้ในไร่ o วิธีการปลูกพืชผักในไร่เช่น ตอ ้ งปลูกช่วงไหน ปลูกอยา่งไร o วิธีการเก ็ บเกี่ยวผลผลิต เช่น การเกี่ยวขา ้ วการเก ็ บขา ้ วโพด o พิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวขอ ้ งกบัการทา ไร่


78 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง บทที่ 9 นันทนาการส าหรับเด็ก กิจกรรมส่วนใหญ่ในชีวิตของเด ็ กก ็ คือการเล่น การเล่นของเด ็ กส่วนใหญ่มัก เลียนแบบการทา งานของผูใ้ หญ่ซ่ึงเด ็ กอาศยัจากการสังเกต การเล่นเป็ นกิจกรรมที่ก่อให ้ เกิด การเรียนรู้ฝึกนิสัยความชา นาญ ความสนุกสนานและเพลิดเพลิน นอกจากน้ีแลว ้ การเล่นยงั ช่วยส่งเสริมพฒันาการดา ้ นต่างๆ ของเด ็ กท้งัร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม สติปัญญาและ ศีลธรรม • ด้านร่างกายช่วยเสริมสร ้ างความแขง ็ แรงและพฒันาการของกลา ้ มเน้ือทา ใหเ ้ ด ็ ก แข็งแรง เจริญเติบโต • ด้านจิตใจและอารมณ์ช่วยใหเ ้ ด ็ กรู้ จกัปรับตวัใหเ ้ ขา ้ กบัสิ่งแวดลอ ้ ม ช่วยให้เด็กรู้จัก แยกแยะ รู้จักควบคุมตัวเองและฝึ กฝนให้เป็ นคนอดทน • ด้านสังคมช่วยใหเ ้ ด ็ กรู้ จกัแบ่งปัน เห ็ นอกเห ็ นใจผอู้ื่น รู้ จกัการใหแ ้ ละการรับของผอู้ื่น รู้ จกัการสร ้ างมิตรภาพระหวา่งเพื่อนฝงู • ด้านสติปัญญาช่วยใหเ ้ ด ็ กเกิดการเรียนรู้ และมีพฒันาการความคิดกา ้ วหนา ้ ข้ึน • ด้านศีลธรรมช่วยใหเ ้ ด ็ กรู้ จกัความยตุิธรรม รู้ แพร ู้้ ชนะรู้ จกัการซื่อสัตยต์ ่อหมคู่ณะ I. การละเล่นพื้นบ้านของเด็ก การเล่นของเด ็ กมง ้ มีดว ้ ยกนัหลากหลายรูปแบบ มีท้งัรูปแบบที่เป็ นการเล่นไปตาม ธรรมชาติและอิสระไม่มีกฎเกณฑ์มีการเล่นแบบบทบาทสมมุติการเล่นแบบสร ้ างสรรค์การ เล่นแต่ละอยา่งลว ้ นมีพ้ืนฐานมาจากสิ่งแวดลอ ้ ม สื่ออุปกรณ์ประกอบการเล่นของเด ็ กๆ ส่วน ใหญ่ประดิษฐ์ประดอย มาจากวสัดุทางธรรมชาติซ่ึงมีอยมู่ากมายในทอ ้ งถิ่น สามารถหาไดง ้่าย ไม่ก่อให ้ เกิดพิษภยักบัเด ็ กเช่น ใบตอง ใบไม ้ กิ่งไม ้ เปลือกไม ้ ตน ้ หญา ้ ดอกไมป้่า เป็ นตน ้ การละเล่นของเด ็ กมง ้ ในปัจจุบนัเริ่มสูญหายไป จากการศึกษาพบเห ็ นการละเล่นของเด ็ กมง ้ ดงัน้ี 1. ชื่อการเล่น : กี๋ จัว (Kiv Cua) กังหันใบพัด การเล่นกงัหนั ใบพดั "กงัหนั " ทา มาจากวสัดุในทอ ้ งถิ่นคือไมไ้ ผ่


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 79 วัสดุ-อุปกรณ ์ กระบอกไม ้ไผ่ขนาดเส้ นผ่าศูนยก์ลาง 1.5 นิ้ว ใบพัด เชือกซึ่ งท ามาจากเปลือกไม้ (ปัจจุบนันิยมใชเ ้ ชือกไนลอนซ่ึงหาซ้ือไดง ้่าย) สถานที่เล่น ชานบ้าน บริเวณลานกว้าง จ านวนผู้เล่น ไม่จา กดัจา นวนผเู้ ล่น สามารถเล่นไดท ้ ้งัเด ็ กชายเด ็ กหญิง วิธีท า ตดัไมไ้ ผเ่ลือกกระบอกที่ไมใ่หญ่เกินไป กะความยาวประมาณ 10 นิ้ว เจาะรูดานนอก ้ เท่าหลอดดูด เหลาไมใ้ หก ้ ลมทา เป็ นกา ้ นใบพดัขนาดเท่าหลอดดูด กะความยาวใหม ้ ากกว่า กระบอก 3 นิ้ว ตดัไมม ้ าทา เป็ นใบพดัตดัตรงปลายใหม ้ีลกัษณะรีท้งัสองขา ้ ง เอาเชือกมดักา ้ น ใบพดัและสอด จากรูที่เจาะไวอ ้ อกมาขา ้ งนอกมดัผกูติดกบัไมท ้ี่ไวส้ า หรับดึง วิธีเล่น เวลาเล่นดึงเชือกที่มว ้ นเขา ้ไปในกระบอกใหอ ้ อกมาค่อยๆ ดึงจะมีพลงังานกลทา ให ้ ใบพดัหมุน ตอ ้ งดึงแลว ้ปลอ่ยใหเ ้ ชือกมว ้ น จากน้นัค่อยดึงใหม่ ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − พฒันากลา ้ มเน้ือแขน − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น 2. ชื่อการเล่น :ยิงปื นอดักระสุน การเล่นยงิปืนอัดกระสุน “ปื น” ทา จากวสัดุในทอ ้ งถิ่นคือแขนงไมไ้ ผท่ ี่มีรูปลอ ้ งขนาด ไมต ้ ะเกียบ ลูกกระสุนใชอ ้ ดัดว ้ ยใบไมท ้ี่เรียกวา่ “ใบสาบเสือ” วัสดุ-อุปกรณ ์ แขนงไมไ้ ผ่ ใบสาบเสือ แขนงไมไ้ ผป่ลอ ้ งตรงมีขนาดเส้ นผา่ศูนยก์ลางของรูปลอ ้ ง ประมาณ 0.5 เซนติเมตร พร ้ อมกบัไมแ ้ กนซ่ึงเหลาใหพ ้ อดีกบัรูไมท ้ี่ใชเ ้ป็ นกระบอกปืน สถานที่เล่น ชานบ้าน บริเวณลานกว้าง จ านวนผู้เล่น ไม่จา กดัจา นวนผเู้ ล่น นิยมเล่นกนัเฉพาะเด ็ กผชู้ าย


80 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง วิธีท า ตดัแขนงไมไ้ ผเ่ลือกลา ปลอ ้ งที่ตรงและไม่ใหญ่เกินไปวดัความยาวประมาณ 1 ศอก ท า เป็ นกระปอกปืน เหลาไมไ้ ผเ่ป็ นไมแ ้ กนใหส้ อดทะลุล าปล้องปื นได้ เด็ดใบหญ้าสาบเสือเลือก ใบที่ไม่แก่มากนา มาทา ลูกกระสุน วิธีเล่น เอาใบสาบเสือบดป้ันเป็ นกอ ้ นเลก ็ ๆ แทน “กระสุน” อัดลงไปในรูกระบอกปื นให้ แน่นพอดีเอาไมแ ้ กนกระทุง ้ ลงไปจนเกือบสุดใหก ้ ระสุนยงัคาอยทู่ ี่ปลายดา ้ นปืน จากน้นัเอา กระสุนอีกกอ ้ นหน่ึงตอกยดัลงไป ต่อจากน้นัเอาไมแ ้ กนกระทุง ้ กระแทกเขา ้ไปอยา่งแรงและ เร ็ ว เมื่อกระแทกเขา ้ไปไดส้ ักคร่ึงกระบอกอากาศที่อดัอยใู่นกระบอกก ็ จะดนัเอากระสุนที่คา ้ ง อยทู่ ี่ปลายกระบอกกระเด ็ นหลุดออกไป พร ้ อมกบัมีเสียงระเบิดดงัข้ึน หลงัจากน้นัหากจะยงิ อีกก ็ เพียงยดักระสุนเขา ้ไปใหม่และกระแทกกระสุนที่คา ้ งอยอู่อกไปพร ้ อมกบัเกิดเสียงดงั คลา ้ ยปืน เด ็ กสามารถจะเลน่ ไปไดเ ้ รื่อยๆ เพราะเมื่อกระสุนกอ ้ นหน่ึงหลุดออกไป กระสุนอีก กอ ้ นหน่ึงจะคา ้ งอยทู่ ี่ปลายกระบอกแทน ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − ฝึกทกัษะความแม่นยา สมาธิ − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น หมายเหตุพ่อแม่ตอ ้ งเตือนเด ็ กทุกคร้ังก่อนที่เด ็ กจะเล่นวา่การเล่นชนิดน้ีก่อใหเ ้ กิดอุบตัิเหตุได ้ เด ็ กจะตอ ้ งไม่เลง ็ เป้ าไปที่คนเพราะกระสุนอาจถูกตา ทา ใหต ้ าบอดหรือบาดเจ ็ บได ้ 3. ชื่อการเล่น :กี๋ รี (Kiv liv) ลูกสะบ้า การเล่นลูกสะบา ้ “ลูกสะบ้า” ท ามาจากวัสดุในท้องถิ่นคือ สะบา ้ เป็ นเมลด ็ ของไม ้ เล้ือยคลา ้ ยเถาวลัยช์นิดหน่ึงออกผลเป็ นฝักมีเมลด ็ กลมแบนแขง ็ วัสดุ-อุปกรณ ์ ลูกสะบ้า สถานที่เล่น บริเวณลานกว้าง ชานบ้าน จ านวนผู้เล่น ผเู้ ล่นต้งัแต่2 คนข้ึนไป ส่วนใหญ่จะเป็ นเด ็ กผชู้ าย


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 81 วิธีท า น าฝักสะบ้าที่แห้งแล้วมากะเทาะเอาเมลด ็ ออก และเกบ ็ เมลด ็ไวใ้ ชง ้ านต่อไป ใชเ ้ หลก ็ แหลมรนไฟใหแ ้ ดงและนา ไปเจาะแกนกลางของเมลด ็ สะบา ้ จากน้นัเหลาไมใ้ หม ้ นนา มาสอด ใหม ้ีขนาดพอดีกบัรูที่เจาะไว ้ ลองหมุนดูถา ้ แน่นไมจ ้ ะไม่หลุดจากลูกสะบา ้ วิธีเล่น เด ็ กๆ จะนา ลูกสะบา ้ มาเล่นกนั โดยการหมุนและปล่อยลูกสะบา ้ ลงกบัพ้ืนถา ้ ลูกสะบา ้ ของใครหมุนนานที่สุด คนที่เป็ นเจา ้ ของลูกสะบา ้ จะไดต ้ีเข่าเพื่อนๆ ที่เป็ นเจา ้ ของลูกสะบา ้ ที่ ลม ้ ก่อน ขณะที่ลูกสะบา ้ หมุนกบัพ้ืน เด ็ กๆ ก ็ จะส่งเสียงเชียร์ลูกสะบา ้ ของตนเองอยา่ง สนุกสนาน ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − ฝึกทกัษะความแม่นยา สมาธิ − สร้างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น 4. ชื่อการเล่น : ตัวเพอะก๋า เจ๊อะ(Tua phom kav tsawb )ยิงปื นก้านกล้วย การเล่นยงิปืนกา ้ นกลว ้ ย“ปื น” ทา มาจากวสัดุในทอ ้ งถิ่นคือกา ้ นกลว ้ ย วัสดุ-อุปกรณ ์ กา ้ นกลว ้ ยที่เอาใบตองออกแลว ้ ยาวประมาณ 1-2 ศอก มีด สถานที่เล่น บริเวณลานกวา ้ ง สนามเด ็ กเล่น ชานบ้าน จ านวนผู้เล่น ผเู้ ล่นต้งัแต่2 คนข้ึนไป ส่วนใหญ่จะเป็ นเด ็ กผชู้ าย วิธีท า ตัดกา ้ นกลว ้ ยเลาะเอาใบตองออกแลว ้ ตดัเป็ นท่อนยาวประมาณ 1-2 ศอก แล้วบากริม ท้งัสองใหต ้ รงกนัเป็ นรอยยาวขนาดช่วงละ 1 ฝ่ามือ ตอ ้ งใหป้ ลายปีกของคูแ่รก ซอ ้ นเกินโคน ของช้นัต่อไปสัก 1-2 นิ้ว ทา ประมาณ 4-5 คูแ่ลว ้ แตค่วามยาวของท่อนกา ้ นกลว ้ ย ปีกที่บาก ออกจะถูกงา ้ งออกในเวลาเล่น วิธีเล่น เวลาเล่นงา ้ งปีกที่บากไวเ ้ป็ นคู่ตามสันดา ้ นขา ้ งของกา ้ นกลว ้ ย ใหต ้้งัฉากกบักา ้ นกลว ้ ย


82 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง จบัดา ้ มดา ้ นล่างดว ้ ยมือซา ้ ย และใชม ้ือขวากา รอบดา ้ ม ดา ้ นล่างของปีกคู่แรก ช้ีปลายไปยงั เป้ าหมาย แลว ้ รูดมือไปตามความยาวของลา กา ้ นกลว ้ ย ทา ใหส้ ่วนที่งา ้ งพบัเขา ้สู่ที่เดิมอยา่ง รวดเร ็ ว ลม ้ ต่อกนัเกิดเสียงดงัลนั่เปร้ียะๆ เด ็ กจะเล่นไดป้ ระมาณ 4-5 คร้ังก ็ จะทา ใหก ้ า ้ นกลว ้ ย เสียแลว ้ ตอ ้ งเปลี่ยนอนั ใหม่การเล่นปืนกา ้ นกลว ้ ยผเู้ ล่นจะสมมุติเหตุการณ์ยงิต่อสู้ กนัระหวา่ง ผรู้้ ายกบัตา รวจหรือจะแบ่งกนัเป็ นฝ่ายโดยผเู้ ล่นจะมีขอ ้ ตกลงร่วมกนัวา่จะเล่นบทบาทอะไร เมื่อตกลงกนัเสร ็ จแลว ้ จะเลน่ยงิกนัส่วนใครจะยงิก่อนหรือหลงัแลว ้ แตข่อ ้ ตกลง ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด ็ กในการเล่นบทบาทสมมุติ − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น 5. การเล่น : ญู่ก๊า เรี๊ยะ(Yug kab liab) ชนกว่าง กวา่งเป็ นแมลงปีกแขง ็ สีเหมือนเมด ็ มะขามแก่ มีเลบ ็ ขาเกาะยดึไดเ ้ หนียวแน่นมนั่คง มีหลายชนิด จ านวนผู้เล่น ผเู้ ล่นต้งัแต่2 คนข้ึนไป ส่วนใหญ่จะเป็ นเด็กผู้ชาย วิธีการจับกว่าง การจบักวา่งเด ็ กผชู้ าย จะนิยมไปจบักวา่งตอนเชา ้ มืด เด ็ กๆ มกัจะไปกนั 2-3 คน การ จบักวา่งจะใชว ้ิธีสอยโดยเขยา่ตน ้ หน่อไมร ้ วกแรงๆ ซ่ึงถา ้ มีกวา่งก ็ จะตกลงมาและมีเสียงร ้ อง ซี่ๆ เมื่อได้ยินเสียงเด็กๆ จะตอ ้ งรีบไปจบัก่อนที่กวา่งจะบินหนีไปเสียก่อน กว่างที่เด ็ กๆ จบัได ้ จะมีท้งักวา่งตวัผแู้ ละกวา่งตวัเมีย วิธีการสังเกตวา่ตวัไหนเป็ นกวา่งตวัผู้ ก ็ แคดู่วา่กวา่งตวัน้นัมี เขาหรือไม่ถา ้ กวา่งมีเขาแหลมก ็ คือตวัผู้ส่วนตวัที่ไม่มีเขาก ็ คือตวัเมีย วิธีการเลี้ยง หลงัจากที่เด ็ กๆ จบักวา่งไดแ ้ ลว ้ ก ็ จะนา กว่างกลบัมาบา ้ น เอาเชือกใยกญัชงผกูเขาตวั ผู้ส่วนตวัเมียก ็ ผกูที่คอความยาวของเชือกประมาณ 2 ศอกจากน้นัก ็ หาอาหารให ้ กวา่ง โดยจะ นิยมใชอ ้ อ ้ ย ซ่ึงจะตอ ้ งตดัทอ่นออ ้ ยยาวประมาณ 1 ศอก ปลอกเปลือกโดยเว้นที่ไว้ส าหรับถือ ดว ้ ย นา กวา่งมาเล้ียงโดยผกูเชือกไวก ้ บัทอ่นออ ้ ยและปล่อยใหก ้ วา่งดูดกินน้า หวานจากออ ้ ย


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 83 วิธีการชนกว่าง เด ็ กๆ ชอบเอากวา่งมาเล่นชนกนั ในเวลากลางวนัหรือตอนเยน ็ สถานที่เล่นจะนิยมเล่น กนับริเวณชานบา ้ น โดยการเอากวา่งมาพบกนัชนกนัของเด ็ กๆ แต่ละคนและจะใหก ้ วา่งชน กนัที่ละคู่ถา ้ กวา่งของใครแพ ้ ก ็ เอาออก และใหต ้ วัใหม่ลงชนตอ่เด ็ กที่เป็ นเจา ้ ของกวา่งตวัที่ แพก ้็ จะไปหา กวา่งตวัใหม่ในวนัรุ่งข้ึนเพื่อจะไดน ้ า มาชนกบัเพื่อนคนอื่นๆ อีก การชนกวา่ง จะใชเ ้ วลาเพียงส้ันๆ ไม่ชนกนัจริงจงัแบบผใู้ หญ่ที่เล่นกนัเป็ นการพนนักวา่งจะมีอายกุารเล้ียง ประมาณ 1 เดือน จากน้นักวา่งจะถูกปล่อยไปใหเ ้ป็ นอิสระ แต่เด ็ กๆ จะนา กว่างไปเผากิน มากกวา่ที่จะปล่อยบิน ประโยชน์ − เรียนรู้ ธรรมชาติและการเล้ียงสัตว์ − ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน 6. ชื่อการเล่น : อัว ม๋อ อ๋า ( Ua mov av ) หม้อข้าว หม้อแกง การเล่นขายของโดยใชว ้สัดุที่มีในทอ ้ งถิ่น คือ ใบไมต ้่างๆ น้า ดิน ตน ้กล้วย ฯลฯ เป็ น การเล่นที่เลียนแบบกิจกรรมของผใู้ หญ่ วัสดุ-อุปกรณ ์ ต้นกล้วย ใบกล้วย ใบไม้ ดอกไม ้ ดอกหญา ้ น้า ดิน ฯลฯ สถานที่เล่น ชานบ้าน บริเวณลานกว้าง จ านวนผู้เล่น จา นวนผเู้ ล่น 3-5 คน สามารถเล่นรวมไดท ้ ้งัเด ็ กชายเดก ็ หญิง วิธีท า เด ็ กๆ จะแบ่งหนา ้ ที่กนัทา งาน มีคนเก ็ บใบไม ้ ดอกไม ้ ดอกหญา ้ สา หรับนา มาทา เป็ น อาหาร มีคนป้ันหมอ ้ ไห สา หรับเป็ นภาชนะใส่อาหาร มีคนก่อเตาไฟ สา หรับหุงตม ้ อาหาร วิธีเล่น เด ็ กๆ จะป้ันดินเป็ นเตาไฟใหญ่และก่อไฟดว ้ ย จากน้นันา ใบไม ้ ดอกไมท ้ี่เก ็ บมาเด ็ ด บดละเอียด น าไปต้มในเตาไฟ ใช้เศษไม้กลัดใบไม้เป็ นจาน ชาม สา หรับใส่อาหาร ระหวา่ง น้นัจะมีการปรุงอาหารไปเรื่อย เสร ็ จแลว ้ จะจา ลองสถานที่เป็ นตลาดมีการคา ้ ขายกนัขาย กบัขา ้ วขายดอกไม ้


84 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − เสริมสร ้ างความคิดสร ้ างสรรคข์องเด ็ กในการเล่นบทบาทสมมุติ 7. ชื่อการเล่น : อัว เก้า ญะ(Ua nkauj nyab) ตุ๊กตา การเล่นตุ๊กตาโดยใชว ้สัดุที่มีในทอ ้ งถิ่น คือ เศษไม ้ เศษผา ้ เศษดา ้ ย ที่เหลือใชข ้ องแม่ น ามาประดิษฐ์ประดอยเป็ นตุ๊กตา วัสดุ-อุปกรณ ์ เศษไม้ เศษผ้า เศษด้าย เข็มเย็บผ้า สถานที่เล่น ชานบ้าน บริเวณลานกว้าง จ านวนผู้เล่น จา นวนผเู้ ล่น 2-3 คน เด็กผู้หญิง วิธีท า เด็กๆ จะน าเศษไม้มาตัดให้มีขนาด กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 6 นิ้ว และนา เศษผา ้ มาพนั กบัไมท ้ า เป็ นหวัแขน ขา แลว ้ใช้เข็มเย็บให้เป็ นลวดลาย สมมุติให้เป็ นตุ๊กตาเด็กผู้หญิง ตุ๊กตา เด ็ กผชู้ ายและแต่งตวัตามวถิีชีวิตของเผา่ วิธีเล่น เด็กๆ จะ น าตุ๊กตาที่แต่งตวัใหแ ้ ลว ้ มาเล่นแสดงบทบาทสมมุติเช่นอาจจะเดินทางไป ทา ไร่ ไปเก ็ บผกัผลไม ้ เมื่อกลบัมาถึงบา ้ นก ็ จะอาบน้า และเปลี่ยนเส้ือผา ้ ชุดใหมใ่หต ุ้๊กตา พา ตุ๊กตาไปเที่ยวหาเพื่อนบา ้ น ป้ อนอาหารใหต ุ้๊กตาและใหต ุ้๊กตานอนพกัผอ่น ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − เสริมสร้างความคิดสร ้ างสรรคข์องเด ็ กในการเล่นบทบาทสมมุติ − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น 8. ชื่อการเล่น : อัว ป้า เด๊า (Ua paj ntaub) ปักผ้า การเล่นปักผ้า เยบ ็ ผา ้ ทอผา ้ โดยใชว ้สัดุที่มีในทอ ้ งถิ่น คือ เศษไม ้ ใบกลว ้ ย หยวก กล้วย เป็ นการเล่นที่เลียนแบบกิจกรรมของผใู้ หญ่


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 85 วัสดุ-อุปกรณ ์ เศษไม้ ใบกล้วย หยวกกล้วย มีด สถานที่เล่น บริเวณลานกว้าง ชานบ้าน จ านวนผู้เล่น จา นวนผเู้ ล่น 2-3 คน เด็กผู้หญิง วิธีท า เด็กๆ จะน าหยวกกลว ้ ย ใบกลว ้ ย ที่แม่เก ็ บมาเพื่อทา เป็ นอาหารใหห ้ มูมาตดัเป็ นท่อน ขนด 1ศอกและแกะออกทีละแผน่ ใชเ ้ศษไมเ ้ ลก ็ ขีด วาดเป็ นลวดลาย สมมุติวา่กา ลงัปักผา ้ให ้ มีลวดลายสวยงาม ส่วนใบกลว ้ ยจะใชว ้ิธีการฉีกใหเ ้ส้ นๆ และนา ไปสานไขวก ้ นัถกัทอเป็ น ผืนเล็กๆ วิธีเล่น เด็กๆ จะ เล่นเยบ ็ ปักกนัและสมมุติวา่กา ลงัปักผา ้ ทอผา ้ และจะนา ผา ้ ของตนเองไปให ้ เพื่อนๆ ดูวา่ผา ้ ของใครสวยกวา่กนับางคนอาจเอาผา ้ ที่ทอจากใบกลว ้ ยมาคลอ ้ งคอ สมมุติวา่ เป็ นสร ้ อยคอเป็ นเส้ือผา ้ ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − เสริมสร ้ างความคิดสร ้ างสรรคข์องเด ็ กในการเล่นบทบาทสมมุติ − ฝึ กทักษะงานฝี มือ 9. การเล่น : ตีลูกขนไก่ เป็ นการละเล่นอยา่งหน่ึงคลา ้ ยกบัการตีแบดมินตนั วัสดุ-อุปกรณ์ ขนไก่ลา ไมไ้ ผ่ ไมต ้ี สถานที่เล่น บริเวณลานกว้าง ชานบ้าน จ านวนผู้เล่น ผเู้ ล่นต้งัแต่2 คนข้ึนไป เล่นไดท ้ ้งัเด็กผู้ชายและเด็กหญิง


86 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง วิธีท า ลูกขนไก่ทา มาจากขนไก่โดยเอาขนไก่จา นวนสามเส้ นมาปักไวท ้ี่ลา ไมไ้ ผข่นาด เส้ นผา่ศูนยก์ลาง 0.5 นิ้ว หรืออาจจะเลก ็ วา่เลก ็ นอ ้ ย ความยาวขนาด 1.5 นิ้ว ไมต ้ีทา จากไมเ ้ น้ือ แข็งตัดให้มีขนาดความกว้าง 5 นิ้วความยาว1 ศอกลกัษณะของไมต ้ีจะแบนคลา ้ ยกบัไมพ ้ าย วิธีเล่น แบ่งผเู้ ล่นเป็ นสองฝ่าย ฝ่ายละหน่ึงคนหรือมากกวา่น้นัก ็ไดต ้ ามแต่จา นวนคน การ เล่นจะเป็ นการตีตอบโตร ้ ะหวา่งสองฝ่าย คนที่ทา ลูกตกมากกวา่เป็ นฝ่ายแพ ้ ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − พฒันากลา ้ มเน้ือแขน − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น 10. การเล่น : ต๋าว ตู้ลู้(Ntaus tuaj lub) ลูกข่าง การละเล่นอยา่งหน่ึงนิยมเลน่ ในช่วงฤดูกาลเทศกาลกินวอหรือปีใหม่มง ้ ลูกข่างท ามา จากไม้เน้ือแขง ็ วัสดุ-อุปกรณ ์ ลูกข่างไมด ้ า ้ มจบัเชือก สถานที่เล่น บริเวณลานกว้าง ชานบ้าน จ านวนผู้เล่น ผเู้ ล่นต้งัแต่2 คนข้ึนไป เดก ็ ผชู้ าย วิธีท า ลูกข่างทา จากไมเ ้ น้ือแขง ็ โดยนา ไมม ้ าตดัเหลาใหม ้ีลกัษณะกลม ใหด ้ า ้ นล่างแหลมมน ไมด ้ า ้ มก ็ ทา จากไมเ ้ น้ือแขง ็ นา ไมม ้ าเหลาให้มีลักษณะมนขนาด 0.5 นิ้ว ความยาว 1 ศอก จากน้นันา เชือกมาผกูติดกบั ปลายขา ้ งหน่ึง วิธีเล่น แบ่งผเู้ ล่นเป็ นสองฝ่าย หน่ึงฝ่ายปล่อย หน่ึงฝ่ายตีเวลาเล่นก ็ เอาเชือกพนักบัลูกข่างโดย เก ็ บเชือกใหห ้ มดจนแน่น ฝ่ายที่ทา หนา ้ ที่ปล่อยก ็ เหวี่ยงตวัเลก ็ นอ ้ ยและปลอ่ยลูกข่างลงพ้ืน ลูกข่างจะหมุนอยู่ ฝ่ายที่ทา หนา ้ ที่ตีก ็ เหวี่ยงลูกข่างของตนเองใหไ้ปชนกบัลูกข่างที่หมุนรออยู่


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 87 แล้วใครที่ตีถูกตีเก่งและลูกข่างหมุนดีส่วนใหญ่จะไดเ ้ป็ นฝ่ายตีหรือไดก ้ิน การตีลูกข่างดว ้ ย เชือกน้นัตอ ้ งใชบ ้ ริเวณพ้ืนที่กวา ้ งและพ้ืนแน่นแขง ็ ลูกข่างจึงสามารถที่จะหมุนได้ดีและนาน ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน − สร ้ างความสามคัคีใหก ้ บัหมู่คณะ − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น 11. การเล่น : รถสามล้อ การเล่นรถสามลอ ้ เป็ นการเล่นของเด ็ กชาย คนที่จะเล่นตอ ้ งเป็ นเด ็ กที่โตพอที่จะ ช่วยเหลือตวัเองไดแ ้ ลว ้ วัสดุ-อุปกรณ ์ ท่อนไม ้ ตะปูคอ ้ น มีด สถานที่เล่น พ้ืนที่ลาดชนั ส่วนใหญ่เด ็ ก ๆ จะเลือกเล่นตามถนนในหมู่บา ้ นเลือกบริเวณที่ชนัๆ รถสามลอ ้ สามารถเลื่อนลงมาไดโ้ ดยที่ไม่ตอ ้ งออกแรงมาก จ านวนผู้เล่น ผเู้ ล่นต้งัแต่2 คนข้ึนไป เดก ็ ผชู้ าย วิธีท า เอาท่อนไม ้ 2 อนัที่ขนาดยาวเท่ากนมาวางเป็ นสามเหลี่ยม เอาตะปูตอกที่หัวไม้ให้ ั ติดกนั เสร ็ จแลว ้ จะเอาไมท ้ ่อนที่ส้ันกวา่มาวางประกบที่ทา ้ ยใหเ ้ป็ นสามเหลี่ยม ตอกตะปูให ้ ติดกนัซ่ึงก ็ จะไดโ้ ครงของตวัรถแลว ้ หลงัจากน้นัจะเอาท่อนไม ้มาบากให้กลมท าเป็ นล้อรถ เจาะแกนให้ทะลุ ต้องท าล้อ 3 อัน หลงัจากน้นัเอาลอ ้ไปประกอบใส่กบัโครงรถที่เตรียมไว ้ ตอกตะปูใหต ้ิดกบัลอ ้ ก ็ เสร ็ จ หลงัจากน้นัทดสอบวา่ ใชง ้ านไดห ้ รือไม่ปรับแตง่ ใหส้ มบูรณ์ วิธีเล่น ผเู้ ล่นนา รถสามลอ ้ เขา ้ แถวเรียงหนา ้ กระดาน เช ็ คความพร ้ อมแลว ้ นบัหน่ึง สอง สาม ปล่อยรถใหไ้ หลไปพร ้ อม ๆ กนั ใครขบัรถไปถึงเส้ นชยัก่อนคนน้นัก ็ จะเป็ นผชู้ นะ หลังจาก น้นัเด ็ ก ๆ จะไปต้งัรถที่จุดเริ่มตน ้ แลว ้ แข่งขนักนั ใหม่ ประโยชน์ − ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน


88 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง − สร ้ างความสามคัคีใหก ้ บัหมู่คณะ − สร ้ างทกัษะในการผลิตของเล่นพ้ืนบา ้ น II. ปริศนาค าทาย (Lus txhiaj lus txhais) เป็ นการต้งัคา ถามเกี่ยวกบัเรื่องใดเรื่องหน่ึง โดยผกูข้ึนเป็ นประโยคที่สัมผสัคลอ ้ งจอง ส้ันๆ แบบร ้ อยกรอง หรือไม่จา เป็ นตอ ้ งมีคา คลอ ้ งจองกนัก ็ได ้ การเล่นปริศนาคา ทายน้นัเด ็ กๆ จะผลดักนัต้งัคา ถามและใหเ ้ พื่อนๆ ช่วยกนัทาย การเล่นก่อใหเ ้ กิดการเรียนรู้ และเกิดความ สนุกสนาน ตวัอยา่งเช่น Q. Tawg paj ua me yaj txi txiv ua me ncw, noj los qab, hnia los tsw. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ออกดอกเป็ นพวงปุกปุยกินก ็ อร่อย ดมกห ็ อม A. Lub Noob hnav. ค าตอบ : เมล็ดงา Q. Tawg paj saum yaj, txi txiv nruab yeeb. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ออกดอกบนดิน ผลอยใู่ตด ้ิน A. Txiv Laum-huab-xeeb . ค าตอบ : ถวั่ลิสง Q. Tsuj dev tw, dev quaj qw quaj qw. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: เหยียบหางหมา หมาร้อง A. Tuav Cos. ค าตอบ : ต าครกกระเดื่อง Q. Thaum mus luaj tus zuam, thaum los luaj tais vuam. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ตอนขาไปเทา่เห ็ บหมา ตอนขากลบัเท่าจานเปล A. Lub Paj Hnub-hlis . ค าตอบ : ดอกทานตะวัน Q. Tuaj deb ntsia zoo li txooj xyoob, mus txog yog txiv nuj-sis-loob. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: มองไกลๆ คือตน ้ไผ่เขา ้ไปดูใกล ้ คือววัชนกนั


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 89 A. Rab Qeej . ค าตอบ : แคน Q. Tsis zas txawj liab, tsis hliav txawj ntse. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ไม่ไดย ้ อ ้ มสีกลบัแดงได ้ไม่ไดเ ้ หลากลบัแหลมได ้ A. Lub Kua txob. ค าตอบ : พริก Q. Tim los khi, tod los khi, nruab nrab txiv tub fiab vab tshaus ua si. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ถกัทอไปมาตรงกลางเป็ นลานเล่น A. Kab laug sab lub tsev. ค าตอบ : แมงมุมท ารัง Q. Tim tsua tim tsua, dhia plhaw txij dua. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: กระโดดไปกระโดดมาสูงเท่าเอว A. Lub Ris . ค าตอบ : กางเกง Q. Tus poj-qaib dawb tuag nraum kwj-tse, txhia leej txhia tus pe. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: แม่ไก่ขาวนอนขวางชานบา ้ น ผคู้ นตา่งกราบไหว ้ A. Lub Zeb-ho, hov riam . ค าตอบ : หินลับมีด Q. Noj ntawm ncauj tswm ntawm tav. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: กินที่ปากออกที่สีขา ้ ง A. Lub Zeb ค าตอบ : หินโม่


90 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง Q. Noj ntawm tav, tshwm ntawm ncauj. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: กินที่สีขา ้ งออกที่ปาก A. Lub Yeeb-thooj , ค าตอบ : บ้องยาสูบ Q. Noj zoo, pw qhov ntoo . Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: กินดีนอนในโพรงไม ้ A. Rab Teev . ค าตอบ : ตาชงั่โบราณ Q. Nyuj nqov tim dawm, mus txog tsis pom lawm. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: วัวร้องที่กิ่วไปถึงไม่เห ็ นแลว ้ A. Tso Paus . ค าตอบ : ตด Q. Nkauj see seev seev nkauj see poob qhov nrheev. Yog dab tsis ? อะไรเอ่ย: หญิงสาวขบัลา นา หญิงสาวตกหลุ่มพราง A. Rab Ncas. ค าตอบ : จ่าง (จิ้งน่อง) Q. Muaj nplooj tsis muaj ceg, txi txiv plhe leg. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: มีใบไม่มีกิ่งออกดอก ออกผล A. Tsob Tsawb . ค าตอบ : ต้นกล้วย Q. Muaj tis tsis muaj txha, ya taug kwj-ha. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: มีปีกไม่มีกระดูก บินตามลา หว ้ ย A. Tus Quas-liv . ค าตอบ : แมงปอ


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 91 Q. Muaj nplooj tsis muaj ko, txi txiv plhe hlo. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: มีใบไม่มีกา ้ น ออกดอกออกผล A. Lub Txiv-poov-luj . ค าตอบ : สับปะรด Q. Me me li lub qhov muag ntses, noj.tas toj roob hauv-pas. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: เลก ็ ๆ เหมือนตาปลากินป่าเขาเป็ นสัน A. Lub Hauv-txhuam (tus qws ntais ntawv). ค าตอบ : ไฟเช็ค Q. Peb tug kwv-tij koom ib txoj phuam ntoo. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: สามพี่นอ ้ งใส่หมวกร่วมกนัหน่ึงใบ A. Lub Kos . ค าตอบ : ขาต้งัหมอ ้ Q. Kaj ntug puav da dej, tsaus ntuj puav dai taw. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ฟ้ าส่างคา ้ งคาวอาบน้า หวัค่า คา ้ งคาวนอนพกั A. Txoj Phuam ntxuav muag ค าตอบ : ผ้าเช็คหน้า Q. Ib tug phaw twm tuag nram kwj-ha, yeem tshum yeem ua pa. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ควายเผือกตายที่หนองน้า ยงิ่เขยา่ยงิ่หายใจ A. Lub Foob Xab. ค าตอบ : เตาไฟตีเหล็ก Q. Ib tug noog zaws, noj tas peb roob.peb ha taws. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: นกยกัษ ์ กินป่ากินเขาไม่เหลือ A. Lub Qhov Cub. ค าตอบ : เตาไฟ


92 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง Q. Rauv taws nram tiaj, ncho tsawv pem looj hiaj. Yog dab tsi ? อะไรเอ่ย: ก่อฟืนที่ทุ่งควนั ฟุ้งถึงหวัทุ่ง A. Tus Yeeb-nkab . ค าตอบ : บ้องยาสูบ III. บทค าสอน (Lus paj huam khuab qhia) เป็ นคา สอนที่ใชร ู้ปแบบสุภาษิต คา พงัเพย เป็ นบทคา สอนที่มีเน้ือหาลึกซ้ึง ให ้ คติ สอนใจเกี่ยวกบัการประพฤติตน ขอยกตวัอยา่งดงัน้ี Neeg nquag ua twj ywm, Neeg tub keeg xaiv hauj lwm. คนขยันท างานเงียบ คนเกียจคร ้ านชอบเลือกงาน Kev ua hnav, txhob yuav luag tsav. Kev ua noj, txhob yuav luag coj. การนุ่งห่ม ไม่ตอ ้ งรอใหค ้ นอื่นมาเตือน การทา มาหากิน ไม่ตอ ้ งรอใหค ้ นอื่นมาช้ีนา Ib koog hav zoov muaj ib tug ntoo ntev, ib cuab kwvtij muaj ib tug ntse. Ib koog hav zoov muaj ib tug ntoo loj, ib cuab kwvtij muaj ib tug coj. ป่าหน่ึงแห่งมีตน ้ ไมย ้ าวหน่ึงตน ้ ตระกูลหน่ึงยอ่มมีคนฉลาดหน่ึงคน ป่าหน่ึงแห่งมีตน ้ ไมใ้ หญ่หน่ึงตน ้ ตระกูลหน่ึงยอ่มมีผนู้ า หน่ึงคน Txhob cem luag qhov ploj tsam luag foom khaum tau kev ntsoj. Txhob cem luag qhov tuag tsam luag foom khaum tau kev ntsuag. อยา่ด่าเขากา พร ้ า เดี๋ยวโดนเขาสาปแช่งใหพ ้ บกบัความอนาถา อยา่ด่าเขาที่ตายเดี๋ยวโดนเขาสาปแช่งใหพ ้ บกบัความกา พร ้ า Nej niam nej txiv ploj , nej nyob nej nco ntshoov taug nej niam nej txiv txoj. Nej niam nej txiv tuag , nej nyob nej nco ntshoov ua nej niam nej txiv luag. พ่อแม่ตายลูกหลานอยู่ก ็ อยา่ลืมทา สิ่งที่พ่อแม่เคยทา (สุภาษิตม้งชุด ภูมิปัญญาชาวบ้าน ศูนย์ชาติพันธุ์และการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม มช., ก.พ.2537)


องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง 93 IV. นิทานพื้นบ้าน เรื่องเล่าที่เกี่ยวขอ ้ งวิถีชีวิตท้งัของคน สัตว์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อความสนุกสนาน แฝงด้วยคติสอนใจ เป็ นเรื่องที่สอนเชิงเปรียบเทียบหรือมีความหมายแฝง ซึ่งจะมีการ ถ่ายทอดโดยการเล่าสืบต่อกนัมา เด ็ กมง ้ ตอ ้ งรู้ จกัฟังนิทานก่อนจะฝึกร ้ องเพลง ฝึกบทลา นา เด ็ กที่ชอบฟังนิทาน เมื่อเติบใหญ่จะฝึกร ้ องเพลง บทลา นา เป่าแคน ฯลฯ ไดง ้่ายกวา่เด ็ กที่ไม่ สนใจนิทาน เด ็ กที่ไมช่อบฟังนิทานก ็ จะไม่เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกบั ประเพณี วฒันธรรมมง ้ ในสมยัก่อนพ่อแม่ตอ ้ งไปไร่สวนจะปล่อยลูกหลานอยบู่า ้ นกบั ปู่ยา่หรืออาจจะ ไม่มีคนคอยดูแล เด ็ กๆ จะพยายามตามพอ่และแม่ไปทา ไร่คนอาวโุสที่อยใู่นบา ้ นตอ ้ งเล่า นิทานใหเ ้ ด ็ กฟัง เพื่อใหเ ้ ด ็ กอยตู่ ิดบา ้ น การเล่านิทานใหเ ้ ด ็ กฟังช่วงที่เด ็ กร ้ องไหท ้ า ใหเ ้ ด ็ กสงบ ลง โดยส่วนปกติแลว ้ นิทานส่วนมากมกัจะข้ึนตน ้ วา่ โถ อู้ เออ….. (นานมาแล้ว) นิทานที่เล่า ให้ฟังจะท าให้เด็กมีได้รับความรู้ เข้าใจวิถีชีวิตของตนเอง ตวัอยา่งนิทานพ้ืนบา ้นของม้ง นิทานเรื่อง หนุ่มกา พร้ากบัลงิ ผู้เล่า นายจึแซ่ลี(บ้านขุนแม่วาก) นานมาแลว ้ มีพี่นอ ้ งสองคนกา พร ้ าพ่อและแม่คนนอ ้ งยงัไม่มีครอบควัจึงอาศยัอยกู่บั พี่ชายและพี่สะใภ ้ พี่สะใภเ ้ป็ นคนจิตใจโหดร ้ าย จึงใชใ้ หห ้ นุ่มกา พร ้ าผนู้ อ ้ งทา งานหนกัมาโดย ตลอด วนัหน่ึงหนุ่มกา พร ้ าจึงไดข ้ อเมลด ็ ขา ้ วโพด เมลด ็ ถวั่แดง จากพี่สะใภไ้ปปลูกเป็ นของ ตนเองบา ้ ง พี่สะใภน ้ า เมลด ็ ขา ้ วโพด ถวั่แดง ไปควั่จนสุกก่อนแลว ้ จึงนา มาใหห ้ นุ่มกา พร ้ าเอา ไปปลูก เมลด ็ พนัธุ์พชืที่หนุ่มกา พร ้ าปลูกงอกเพยีงเลก ็ นอ ้ ยและพอขา ้ วโพด ถวั่แดงใหผ ้ ลผลิต ฝงูลิงกม ็ ากินทา ลายเสียหายหมด หนุ่มกา พร ้ าจึงไปถามพระอินทร์พระอินทร์แนะนา ใหเ ้ ขา กินขา ้ วใหอ ้ิ่ม จากน้นัเอาขา ้ วที่เหลือยดัใส่ปาก ใส่จมูก แลว ้ไปนอนขวางทางฝงูลิง หนุ่ม กา พร ้ าจึงกลบัมาทา ตามที่พระอินทร์แนะนา พอฝงูลิงมาเห ็ นหนุ่มกา พร ้ านอนอยู่จึงนึกวา่เขา เสียชีวิตแล้ว ลิงดูตรงปากและจมูกเห ็ นขา ้ วสีขาวๆ ติดเตม ็ เลย ลิงคิดวา่เป็ นตวัหนอน ฝงูลิงจึง หามหนุ่มกา พร ้ าไปทา พิธีศพ ระหวา่งที่ฝงูลิงหามมาถึงหนา ้ ผาหนุ่มกา พร ้ าไดส้ ่งเสียงวา่ “ระวังฉันตก” ลิงบางตวัจึงร ้ องวา่ “เขายงัไม่ตาย” แตบ่างตวัก ็ คดัคา ้ นวา่ ไม่ใช่นนั่เป็ นเสียงที่ ดงัมาจากคนเล้ียงหมูที่เชิงเขาต่างหากล่ะ ฝงูลิงหามหนุ่มกา พร ้ ามาถึงสถานที่ซ่ึงเป็ นที่อยขู่อง ฝูงลิง ลิงจึงน าถ้วยชามเงิน ถ้วยชามทอง ออกมาเพื่อประกอบพิธีศพ พอถึงวันสุดท้ายที่จะฝัง ศพ หนุ่มกา พร ้ าตื่นข้ึนมา ฝงูลิงตกใจหนีไปหมด หนุ่มกา พร ้ าจึงนา ถว ้ ยชามเงิน ถว ้ ยชามทอง ไปขายจนมีฐานะร ่ารวยเป็ นเศรษฐีฝ่ายพี่ชายเห ็ นหนุ่มกา พร ้ ามีฐานะร่ ารวยจึงมาถามวา่ “น้อง ร่ ารวยไดอ ้ ยา่งไร” หนุ่มกา พร ้ าจึงเล่าความจริงใหพ ้ ชี่ายฟัง ฝ่ายพชี่ายอยากร่ ารวยบา ้ งจึงทา


94 องค์ความรู้ภูมิปัญญาการดูแลแม่และเด็กชนเผ่าม้ง ตามที่หนุ่มกา พร ้ าเล่าใหฟ้ ัง เขาไปถามพระอินทร์พระอินทร์ก ็ แนะนา เช่นเดียวกนัเขาจึงมาทา ตามค าแนะน า ลิงมาเห็นพี่ชายนอนขวางทางอยู่ลิงนึกวา่เสียชีวิตแลว ้ ลิงดูตรงปากและจมูกมี ขา ้ วสีขาวๆ ติดเตม ็ ลิงคิดวา่เป็ นตวัหนอนอีก ฝงูลิงจึงช่วยกนัหามร่างพชี่ายไปทา พิธีศพ ระหวา่งที่มาถึงหนา ้ ผา พี่ชายส่งเสียงข้ึนวา่ “ระวังฉันตก” ลิงบางตวัร ้ องวา่ “เขายงัไม่ตาย” แต่ บางตวัก ็ คดัคา ้ นวา่ ไมใ่ช่นนั่เป็ นเสียงที่ดงัมาจากคนเล้ียงหมูที่เชิงเขาโน่น ฝงูลิงหามไปไดอ ้ีก สักครู่พชี่ายไดส้ ่งเสียงเหมือนเดิมอีก คร้ังน้ีลิงทุกตวัร ้ องพร ้ อมกนัวา่ “เขายงัไม่ตาย” ฝูงลิงจึง ปล่อยร่างพี่ชายตกหนา ้ ผาตาย…..จบ นิทานเรื่อง นายยะเจ้าเล่ห์ ผู้เล่า นายจึแซ่ลี(บ้านขุนแม่วาก) ในอดีตน้นัมนุษยแ์ละสัตวส์ามารถสื่อสารกนัรู้ เรื่อง และเป็ นพี่เป็ นนอ ้ งกนัได ้ นายยะ กบัเจา ้ เสือเป็ นเพื่อนกนัและไดช ้ วนกนัไปดกัสัตวด์ว ้ ยกนันายยะวางกกัดกัไวบ ้ นกิ่งตน ้ ไม ้ ส่วนเสือวางกกัดกัไวบ ้ นดิน ท้งัคู่นดักนัไวว ้ า่เมื่อครบสามวนัค่อยไปดูกกัดกัพร ้ อมกนัแต่นาย ยะแอบไปดูก่อนล่วงหนา ้ และเห ็ นกกัดกัของเสือไดห ้ มปู่า ส่วนของตนเองดกัไดต ้ วัอีเห ็ น นาย ยะจึงจดัการสับเปลี่ยนทนัทีเมื่อถึงเวลานดัหมายท้งัคู่ไปดูพร ้ อมกนันายยะแกลง ้ พูดวา่ตนเอง วางกกัดกับนตน ้ ไมจ ้ึงไดห ้ มูป่า ตอนน้นัเป็ นเวลาเยน ็ ใกลค ้่า แลว ้ นายยะออกอุบายใหเ ้สือไป เอาเช้ือไฟที่พระอาทิตยเ์พื่อนา มาตม ้ เน้ือ เสือเชื่อตามที่นายยะบอกจึงวิ่งตามพระอาทิตยไ์ป แต่ ก ็ไม่สามารถเอาเช้ือไฟจากพระอาทิตยม์าได ้ ช่วงที่เสือไม่อยนู่ายยะไดจ ้ ดัการแลเ่น้ือสัตวท์ ี่ดกั ได ้โดยแยกเน้ือไวต ้่างหากหน่ึงกอง ส่วนกระดูกก ็ ทาเลือดไวอ ้ีกกอง เสือกลบัมาถึงนายยะเอา กองที่เป็ นกระดูกใหเ ้สือ ส่วนตนเองเอากองที่เป็ นเน้ือลว ้ นๆ สองสหายนา เน้ือไปตม ้ เน้ือของ เสือตม ้ เท่าไหร่กไ็ ม่เปื่อยนายยะจึงหลอกเสือวา่ถา ้ จะใหเ ้ น้ือเปื่อยตอ ้ งตม ้ น้า ร ้ อนไปเทใส่ลูก เมียที่นอนอยู่เสือจึงทา ตาม ทา ใหล ู้กเมียเสือเสียชีวติหมด นายยะออกอุบายตอ่วา่ถา ้ จะให ้ เปื่อยกวา่น้ีตอ ้ งเอาไมแ ้ ทงกน ้ เสือจึงยอมใหน ้ ายยะเอาไมแ ้ หลมแทงกน ้ แลว ้ นายยะแอบเอา เน้ือตวัใหเ ้สือชิม คร้ังน้ีเสือเห ็ นและรู้ ความจริง เสือจะจบันายยะกิน นายยะขอร ้ องใหไ้ วช ้ีวิต แลว ้ จะแบง่เน้ือใหเ ้สือ นายยะหลอกเสือแลว ้ วิ่งหนีไป นายยะไปเห ็ นคนกา ลงัถางไร่นายยะ หลอกคนหนีไปหมดแลว ้ปลอมตวัเป็ นคนถางไร่แทน เสือตามมาถึงนึกวา่เป็ นชาวไร่จริง เสือ จึงเล่าเรื่องราวใหฟ้ ัง เสือขอร ้ องใหด ้ึงไมอ ้ อก เสือหนักน ้ ใหน ้ ายยะไดโ้ อกาสจึงตอกไมเ ้ ขา ้ไป อีกทีแลว ้ วิ่งหนีไปอีก นายยะไปเห ็ นคนกา ลงัตดัฟืน นายยะหลอกคนหนีไปหมดแลว ้ปลอมตวั เป็ นคนตัดฟืน เสือตามมาถึงนึกวา่เป็ นคนตดัฟืน เสือจึงเล่าเรื่องราวใหฟ้ ังอีกและขอร ้ องให ้ ช่วยเป่าคาถารักษาพอเสือยกกน ้ ให ้ นายยะก ็ ตอกเขา ้ไปอีกทีแลว ้ วิ่งหนีต่อ นายยะไปเห ็ นคน กา ลงัตดัไมท ้ า โลงศพ นายยะหลอกคนหนีไปหมดแลว ้ปลอมตวัเป็ นคนทา โลงแทน เสือตาม


Click to View FlipBook Version