The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรูุ้ดาราอาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-10 03:17:56

องค์ความรูุ้ดาราอาง

องค์ความรูุ้ดาราอาง

รายงานผลการวิจัย เรื่อง องค์ความรู้ฯ เผ่าดาราอาง


ก ค ำน ำ หนงัสือเน้ือหาองคค ์ วามรู้ ทอ ้ งถิ่นเล่มน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของการทา งานในโครงการ พฒันาการศึกษาทางเลือกแบบมีส่วนร่วมเพื่อเด ็ กและเยาวชน เพื่อใหเ ้ กิดการสืบทอดและ ถ่ายทอดองคค ์ วามรู้ ต่าง ๆ สู่เด ็ กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงต่อการไม่รู้ในความเป็ นชาติพันธุ์ ของตนเอง ดว ้ ยเหตุผลที่วา่ ในระบบการศึกษาน้นัยึดหลกัสูตรแกนกลางซ่ึงถือวา่เปิดโอกาส ใหก ้ บัการเรียนรู้ หลกัสูตรทอ ้ งถิ่นมากข้ึน แต่ยงัขาดการคา นึงถึงองคค ์ วามรู้ ของกลุ่มชาติ พนัธุ์ในแต่ละกลุ่มจึงทา ใหเ ้ กิดช่องวา่งระหวา่งการศึกษาและวฒันธรรมมากข้ึนโดย ผลกระทบที่ตามมาคือการสูญเสียองคค ์ วามรู้ ที่สา คญับางอยา่งไป ในการจดัทา องความรู้ เล่มน้ีจะมีการตรวจสอบและนา องคค ์ วามรู้ เหล่าน้ีเพื่อใชใ้ น การจดัการเรียนการสอนในชุมชนเพื่อใหเ ้ กิดการสืบทอดและถ่ายทอดองคค ์ วามรู้ เหล่าน้ีไวสู้่ คนรุ่นหลงัต่อไป ผจู้ ดัทา หวงัเป็ นอยา่งยงิ่วา่หนงัสือเน้ือหาองคค ์ วามรู้ เล่มน้ีจะเป็ นส่วนหน่ึงที่จะช่วย ในการสืบทอดและถ่ายทอดองคค ์ วามรู้ ที่ดีงามไวเ ้ พื่อใหค ้ นรุ่นหลงัต่อไป ผ ู้จัดท ำ ธันวำคม 2553


สารบัญ หน้า ค าน า ก หมวด 1 ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ความเป็ นชาวดาราอาง 1 ต านาน 4 หมวด 2วิถีชีวิต การตีมีด (ปี ปาย ดี จึม มาปัวะ) 5 การท าทัพพีตัดข้าว (ปี ปาย ดี โบง ละ เอา โบม) 7 การท าตะหลิวตักอาหาร(ปี ปาย ดี โบง ละเจว โซว ฮาบ) 9 การทา แกว้น้า (ปีปาย ดีโบงอาโบวเดียงอึม) 11 การท าจาน ชาม (ปี ปาย ดี โบง ซาไลห ฮาบ ซาไลห โบม) 12 การหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ (ปี ปาย ดี ดัง โบม แคง รัง) 14 การท าอาหารในกระบอกไม้ไผ่ (ปี ปาย ดี ดัง ฮาบ แคง รัง) 16 การสร้าง (ปี ปาย ดี โบง กาง) 18 การชงชา (ปีปาย ดีบดั, ดีก่องอาฌึร) 21 หมวด 3 พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม การท าตะแหลวพญานาค (ปี ปาย ดี ดาย หลา แหลว คูน นาฆา) 23 การเล้ียงผีน้า (ปีปาย ดีเฮียงกานมัอึม) 25 การปิ ด-เปิ ดประตูเมือง (ปี ปาย ดี กาบีด, ดี เวอ แคง บาง) 28


การท าบุญหัวใจบ้าน (ปี ปาย ดี ซัง กาฮะ รอ, ดี โฮ เตอ รอ) 30 การเล้ียงผีตน้ ไม้(ปีปาย ดีเฮียงกา นมัเฮ) 33 การเล้ียงผีเจา้ป่า (ปีปาย ดีเฮียงกาฌาแปร) 35 การขอขมา (ปี ปาย ดี กันโดว) 36 หมวด 4 ดนตรีและการละเล่น การท าวอ (ปี ปาย ดี โบง วอ) 37 การท าดีง (ปี ปาย ดี โบง ดีง) 40 การทา ซากวนั่ ไม่ไผ่(ปีปาย ดีโบง ซากวนัตา รัง) 43 ร า หนาง ลอย งึอน (ฆา หนาง มาซีม) 45 การร าดาบ (ปี ปาย ดี ฆา ตาปัวะ) 47 การร ากระบอง (ปี ปาย ฆา ตา รัง) 49 หมวด 5 หัตถกรรมและภูมิปัญญา การท า หน่อง รึอณ (ปี ปาย ดี จึม หน่อง รึอน) 51 การท า หน่อง หวอง (ปี ปาย ดี โบง หน่อง หวอง) 53 การท า หน่อง เรณ (ปี ปาย ดี โบง หน่อง เรณ) 55 การท า หน่อง ดอน (ปี ปาย ดี โบง หน่อง ดอน) 57 การท า หน่อง ไปย (ปี ปาย ดี โบง ไปย) 59 การท า ก าไล (ปี ปาย ดี โบง กันแด) 61 การท าสร้อยคอ (ปี ปาย ดี โบง กันโคว) 63 การท าก๋วยเล็ก (ปี ปาย ดี ดาย ฆึก ดี แตด) 65


หมวด 6 การรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน การรักษาโรคอัมพฤกษ์ (ปี ปาย ดี ซีนัม, ซอ รอฆา ยัม บลาก) 69 บรรณานุกรม 71 คณะผู้จัดท า 73


ประวัติศาสตร์ 1 หมวด 1 ประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็ นมา ดารอาง ประวัติความเป็ นมาของชนเผ่าดาราอาง (Dara-ang) หรือที่เรียกตนเองส้ันๆว่า ดาอาง (Da-ang) ค าว่าดาราอาง มีความหมายว่า คนที่อาศัยอยู่บนหุบผาสูงชันบนภูเขาที่สูงหนาว และแปลแต่ละค าได้ ดงัน้ีดา มีความหมายวา่บรรพบุรุษ / ปู่ตา / ผชู้าย ส่วนคา วา่รา น้นัมีความหมายวา่กิ่ง / กา้น / สาขา และค าว่าอาง มีความหมายว่า ภูเขาสูง /ผาสูง / พ้ืนที่ราด ชนั/ เหวลึก ดาราอางเป็ นที่รู้จักหรือเรียกกนั โดยทวั่ ไปวา่ ปะหล่อง หรือ (ปอ หล่อง หมายถึง บรรพบุรุล่อง มาตามสายน้า บนภูเขาที่สูงหนาว) หรือ กนลอย (Kunloi) ซึ่งมีความหมายว่า คนภูเขา เป็ นค าที่ชาวรัฐ ฉานใช้เรียกแทนค าว่าดาราอาง ส่วนชาวจีนน้นัเรียกดาราอางวา่ โป่ งหลง มีความหมายว่า คนมังกรหรือ ลูกมังกร และลูกหลานของกษัตริย์แห่งพระอาทิตย์ (King of the Sun) เลือกที่จะอาศัยอยู่บนที่สูงอากาศ หนาวเย็น เป็ นชนเผ่าที่รักความสงบ และปลูกชา จนเป็ นที่เลื่องลือ เอกสารทางประวัติศาสตร์ของ ไตเหนือ (ชาวรัฐฉาน) ได้เขียนไว้ว่าชาวดาราอางวา่ถิ่นฐาน เดิมน้นั อาศัยอยู่บนดอยสูงที่ เมืองไทคง เมืองลูซี เฉินกาง อยู่ในเขตปกครองตนเองยูนาน (มณฑลยูนาน สาธารณรัฐประชนจีนในปัจจุบัน) และกระจัดกระจายรวมกันอาศัยอยู่กบัชนเผา่ฮนั่ในเขตปกครอง ตนเองยนูานจนกระทงั่ชาวไตเหนือ (ชาวรัฐฉาน) เห็นวา่ดาราอางมีอา นาจอิทธิพลมาก รวมทงั่มี ประชากรมาก ยากต่อการที่คิดจะสู้รบต่อกลอนและแย้งอ านาจดาราอางได้ ซึ่งคิดแผนการที่จะแยง้ชิ่ง อ านาจของชาวดาราอาง จึงร่วมมือกันกับชนเผ่าอื่นในแถบน้นัและไดท้า การสู้รบกบัชาวดาราอาง จน เรียกการสู้รบคร้ังน้นัวา่“สงครามลา้งเผา่พนัธุ์ดาราอาง” จนชาวดาราอางต้องกระจัดกระจายกันอยู่ ไป ทวั่รัฐฉานและรัฐคะฉิ่น และในปัจจุบันยังมีชาวดาราอางหลงเหลืออยู่ (ถิ่นฐานเดิม)ในภาคตะวันตก เฉียงใต้ของยูนาน (มณฑลยูนานสาธารณรัฐประชนจีนในปัจจุบัน) และเอกสารประวัติศาสตร์อีกฉบับ หนึ่งได้เขียนไว้ว่า ดาราอางได้อพยพมาจากยูนาน (มณฑลยูนานสาธารณรัฐประชนจีนในปัจจุบัน) เข้าสู่ รัฐฉานและรัฐคะฉิ่น เมื่อประมาณศตวรรษที่ ๑๑ (คริสต์ศักราช) เมื่อ ๙๑๐ ปี ที่ผ่านแล้ว และยังได้พูดถึง อีกไว้วา่พระอาทิตยแ์ละเจา้ชายมงักร เป็นบรรพบุรุษของชาวดาราอาง และทุกคร้ังที่มีการพูดถึง เรื่อง การอพยพยา้ยถิ่นฐานของชาวดาราอาง ก็จะเขียนไว้ว่าชาวดาราอาง ได้อพยพมาจากเขตปกครองตนเอง ยูนาน (มณฑลยูนานสาธารณรัฐประชนจีนในปัจจุบัน) และเอกสารในอีกฉบับหนึ่งของไตเหนือ (ชาว รัฐฉาน) ได้กล่าวถึงชาวดาราอางว่า หลงัจากทา การสู้รบกนัแลว้ชาวดาราอางไดก้ระจดักระจายไปทวั่ ในหลายรัฐ ของรัฐฉาน เป็ นจ านานมาก จนสามารถปกครองรัฐ ตองบาย ได้โดยตนเอง โดยไม่ได้อยู่ ภายใต้อ านาจการปกครองของรัฐฉาน ตารางเจ้าคุณ (เจ้าเมืองที่ปกครองเมืองตองบาย) ล าดับ ชื่อเจ้าเมืองตองบาย เสียเมื่ออายุปี ที่ปกครอง ๑. เจ้าคุณ ดาโดยพะ 72 1115 ๒. เจ้าคุณ เหมียะ 70 1122


ประวัติศาสตร์ 2 ๓. เจ้าคุณ โดย ดอ 75 1137 ๔. เจา้คุณ ลิ้ว 80 1143 ๕. เจ้าคุณ จึงเมือง 65 1143 ๖. เจ้าคุณ แสง 64 1167 ๗. เจ้าคุณ แซง 71 1181 ๘. เจ้าคุณ ตันเมือง 67 1199 ๙. เจ้าคุณ กัน(คุณแสงเร) 72 1208 ๑๐. เจ้าคุณ จันทร์ 50 1227 ๑๑. เจ้าคุณ อ่องสา - 1230 ๑๒. เจ้าคุณ กร - 1239 ๑๓. เจ้าคุณ ขันเมือง 58 1241 ๑๔. เจ้าคุณ ค าตาลเมือง - 1258 ๑๕. เจ้าคุณ แสงอุ่น - 1258 ๑๖. เจ้าคุณ ปานแสง - 1289 เอกสารทางประวัติศาสตร์หลายฉบับกล่าวถึงชาวดาราอางว่า เป็ นพลเมืองกลุ่มหนึ่งภายใต้การ ปกครองของ นครรัฐแสนหวี หนึ่งใน 9 นครรัฐของอาณาจักรไตมาว ซ่ึงเป็นอาณาจกัรยงิ่ใหญ่ของชน ชาติไต (รัฐฉาน) คร้ังพุทธศกัราช 1200 โดยมีศูนย์กลางของอาณาจักรในขณะน้นัอยู่บริเวณเมืองแสน หวีในรัฐฉานประเทศพม่า (รายงานฉบบัน้ีกล่าววา่ดาราอาง มีฐานเดิมอยู่ใน โกสัมพีซึ่งก็เป็ นข้อมูลที่ ตรงกันเพราะ ค าว่า โกสัมพีเป็ นการเรียก นครรัฐแสนหวี และ กับความหมาย ครอบคลุมรัฐฉาน ท้งัหมดจา นวนประชากรดาราอาง โดยการส ารวจของ องค์การพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ณ ว่ามี ประมาณ1 ลา้นคน ถิ่นที่อาศัยอยู่กันหนาแน่น คือบริเวณเทือกเขาในรัฐฉาน แถบ เมืองตองแปง หน าซัน , สีป้อ , เมืองมิต และทางตอนใตใ้นรัฐฉานคือ เมืองเชียงตุง นอกจากน้นัยงัพบวา่ ดาราอางยังกระจัดกระจายกัน อยู่ทางตอนใต้ของรัฐคะฉิ่น และภาคตะวนตกเฉียงใต้ของ ัยูนาน ใน สาธารณรัฐประชนจีน เมืองเหนือสุดที่ชาวดาราอางอาศัยอยู่คือ เมืองหน าค า ซึ่งเป็ นเขตติดต่อกับเมือง ไทคง ลูซีของ มณฑลยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือที่ชาวดาราอางเรียกว่าเมือง มาว ถัดลงมาคือ เมืองหน าซัน หน าดู โมโล เมืองมิต เมืองกอก เมืองโหลง หน าใส มานาม มานพัด จาวุโม ปูโหลง เจียงตอง และ ตากวาง ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทยที่ดอยอ่างขาง เขต อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 15 กิโลเมตร


ประวัติศาสตร์ 3 การอพยพเข้ามาสู่ไทย ราวปี 2511ที่ชาวดาราอาง ไดเ้ริ่มทยอย อพยพเข้ามาในประเทศไทย จนถึงปี 2527 จ านวน ประมาณ ๒,๐๐๐ คน มาอาศัยอยู่รวมกันที่ชายแดนไทย-พม่า บริเวณดอยอ่างขาง (บ้านนอแล) อ าเภอ ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สาเหตุของการอพยพสืบต่อเนื่องมาจาก สถานการณ์ในประเทศพม่า เมื่อ ประเทศอังกฤษคืนอิสรภาพมีผลท าใหเ้กิดความระส่า ระสายไปทวั่เกิดการขดัแยง้และสู้รบกนั ตลอดเวลา ระหวา่งกองกา ลงัชนกลุ่มนอ้ยที่รวมตวักนัจดัต้งัองคก์ร แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติกบั ทหารรัฐบาลพม่าที่ดา เนินการอยใู่นพ้ืนที่ต่างๆ ได้ลอบสังหารกษัตริย์ (เฌาฮอคัม) ของชาวดาราอาง ผล จากการท าสงครามส่งผลกระทบต่อชาวดาราอาง ท้งัทางตรงและทางออ้มชาวดาราอาง มีการ รวมตัวกัน เป็ นองค์กร ชื่อองค์กรปลดปล่อย รัฐปะหล่อง (ดาราอาง) (Palaung state liberation Organization : PSLO) มีกองก าลังติดอาวุธประมาณ 500 คน องค์กรดังกล่าวเป็ นพันธมิตรอยู่ในแนวร่วมประชาธิปไตย แห่งชาติซึ่งเป็นองคก์รหลกัที่รวมองคก์รต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองของชนกลุ่มนอ้ยท้งัหมด ไวใ้นแต่ละคร้ังที่เกิดการสู้รบ หรือปะทะกนัระหวา่งองคก์รปลดปล่อยรัฐปะหล่อง (PSLO) กับทหาร รัฐบาล ชาวดาราอาง ประสบความเดือดร้อนมาก ตอ้งสูญเสียท้งัชีวิตและทรัพยส์ิน นอกจากน้นัพ้ืนที่ ที่ ชาวดาราอาง อาศยัอยยู่งัเป็นพ้ืนที่เคลื่อนไหว ปฏิบตัิงานมวลชนพรรคคอมมิวนิสตพ์ม่า ทหาร ฝ่ ายรัฐบาลจะเข้ามาปฏิบัติการโจมตีเพื่อสกัดก้นัความเคลื่อนไหวอยตู่ลอดเวลา การปฏิบตัิการเหล่าน้ีมี ผลต่อชีวิตความเป็ นอยู่มาก ชาวดาราอาง จึงอพยพ กนัอีกคร้ังหน่ึง เขา้มาที่ชายแดนไทย-พม่า ที่บริเวณ ดอยอ่างขาง (บ้านนอแล) อ าเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซ่ึงเป็นหมู่บา้นใกลก้บัพ้ืนที่รับผิดชอบของ โครงการหลวงดอยอ่างขาง สถานการณ์คร้ังน้นันา ความลา บาก ใจมาสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใน พ้ืนที่อยา่งยงิ่เนื่องจากกลุ่มอพยพ คร้ังน้ีเป็นชาวดาราอาง ฉะน้นั บุคคลเหล่าน้ีจึงถือ เป็นบุคคล อพยพเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เมื่อ พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเยี่ยมเยือนราษฎรชาวเขาเผ่าลาหู่ที่บ้านขอบ ดง้ในพ้ืนที่โครงการหลวงดอยอ่าขาง ชาวดาราอาง คนหนึ่งจึงได้น าความกราบบังคมทูลขออนุญาต อาศัยอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็ นผลให้โปรดเกล้าฯจัดที่อยู่ในฐานะผู้อพยพที่บ้านนอแลจนถึงปัจจุบัน ในช่วงปี พ.ศ. 2544 ที่หมู่บ้านนอแลชาวดาราอาง ได้ประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่อง มา จากพ้ืนที่ของหมู่บ้านน้นั อยู่ใกล้เขตอิทธิพลขุนส่า ท าให้ได้รับผลกระทบจาก การสู้รบระหว่างกองทัพ ไทยใหญ่ของขุนส่ากับกองก าลังว้าแดง เนื่องจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากการคา้ฝิ่นอยเู่นื่องๆ ประกอบกบัการขาดแคลนพ้ืนที่ทา มาหากิน ท าให้ชาวดาราอาง บางครอบครัว พากันอพยพโยกย้ายหาที่ อยู่ใหม่ และได้กระจายกนัไปต้งับา้นเรือนอยหู่ลายพ้ืนที่และจากการที่ชาวดาราอาง อพยพแยกย้ายกัน


ประวัติศาสตร์ 4 ไปต้งับา้นเรือนอยู่ตามที่ต่างๆ แต่ยังมีการเดินทางไปมาหาสู่กันอยู่เป็ นประจ าปัจจุบันหมู่บ้านชาวดารา อางอยใู่นพ้ืนที่อา เภอฝางอ าเภอแม่อาย อ าเภอเชียงดาวจ านวน 11 หมู่บ้าน ต านาน จากการบอกเล่าของบรรพบุรุษชาวดาราอาง ที่สืบทอดกนัมาน้นัวา่ชาวดาราอางมีบรรพบุรุษ (ผู้ให้ก าเนิด) เป็ นบุตรกษัตริย์แห่งพระอาทิตย์กับนางพญานาค และมีธิดา 7 องค์คือนางกินรีที่ถูกบ่วง แร้วของนายพราน (เจ้าชายมังกร) ได้จบัตวัมาและอาศยัอยบู่นโลกของมนุษย์เดิมทีน้นันางกินรีเป็นธิดา องค์เล็กในบรรดาธิดา 7 องค์ของพระอาทิตย์กับนางพญานาคที่เป็ นเจ้าผู้ครองนครซึ่งอยู่กึ่งกลาง ระหว่างสวรรค์และโลกของมนุษย์ (เมืองฆางหราว) มีต้นต านานเกิดจาก มีนางกินรี 7 นางชอบมาเล่นน้า กนั ในป่าหิมพานต์พอเล่นน้า เสร็จ นางท้งั เจ็ดก็จะบินกลบัไปยงันคร อยา่งน้ีอยเู่ป็นประจา จนกระทงั่วนัหน่ึง เจา้ชายมังกรที่อาศัยอยู่กับฤๅษีเพื่อ ฝึ กวิชาอาคมและส าเร็จในทุก ๆ วิชาแล้ว เสด็จกลับบ้านเมืองของตนตามค าของท่านฤๅษี โดยฤๅษีได้ กา ชบัวา่ระหวา่งเดินทางกลบัน้นั ใหเ้ดินทางไปทางทิศตะวนัออกเท่าน้นัและจะเจอสิ่งที่มีค่าโดยไม่ได้ คาดหมาย ระหวา่งเดินทางกลบับา้นเมือง เจา้ชายก็ไดใ้ชว้ิชาที่ท่านฤๅษีสั่งสอนมา ไม่ว่าจะเป็ นการล่า สัตวต์ ่าง ๆ เพื่อใชป้ระทงัชีวิตในแต่ละวนัหรือการเอาตวัรอดจากสัตวร์้ายและสิ่งที่มีฤทธ์ิอา นาจที่มอง ไม่เห็นดว้ยตาเปล่าในป่าหิมพานต์จนมาวนัหน่ึงเจา้ชายไดไ้ปล่าสัตวใ์กลก้บัน้า ตก และได้ยินเสียงพูด คุยหยอกลอ้ระหวา่งเล่นน้า กนัของนางกินรีท้งัเจ็ด เจ้าชายจึงแอบเก็บปี กนางกินรีนางหนึ่งไว้ แล้วหาต้น หวายมาทา เป็นบ่วงแร้วจบันางกินรีจากน้นัก็ตะโกนส่งเสียงดงันางกินรีท้งัเจ็ดนางน้นัตกใจรีบเก็บของ แลว้บินกลบันคร และทิ้งนางกินรีคนสุดทอ้งที่หาปีกของตนไม่เจอไวค้นเดียว จึงโดนเจา้ชายใชเ้ส้น หวายมัดที่เอวนางไว้ หลงัจากน้นัเจา้ชายก็พานางกินรีน้นักลบัเมืองไปดว้ย ระหวา่งทางกลบับา้นเมือง น้นัเอง เจา้ชายก็ไดห้าผลไมแ้ละเครื่องนุ่งห่มใหก้บันาง ดว้ยความที่คิดถึงพี่นอ้งของตน นางกินรีจึงนา เพชร พลอย ทับทิม และเงินทองที่เจ้าชายมังกรหามาใหไ้ด้นา มาประดบัเป็นชุดที่ใส่แลว้จากน้นก็ร่ายร า ั จนเป็นการร านางร้อยเงิน จนกระทงั่นางอภิเษกสมรสกบัเจา้ชายแลว้นางก็ยงัคงร่ายร าอยู่เป็นประจา ส่วนกษัตริย์แห่งพระอาทิตยก์บันางพญานาคน้นัเมื่อทราบข่าวจากพี่นอ้งของนางที่ไปเล่นน้า ดว้ยกนัก็ ตดัสินใจใหน้างอาศยัอยบู่นโลกของมนุษย์เพราะนางน้นั ไดถู้กมนุษยจ์บต้องแล้ว ไม่สามารถกลับมายัง ั นครได้ หลงัจากน้นันางกินรีจึงใหก้า เนิดบุตรลูกหลานเป็นชาวดาราอาง เรื่องน้ีจึงเป็นตา นานเรื่องเล่า ของชาวดาราอาง มาจนถึงปัจจุบัน


วิถีชีวิต 5 หมวด 2 วิถีชีวิต การตีมีด (ปี ปาย ดี จึม มาปัวะ) ความส าคัญ มีดมีความสา คญัมากในการดา เนินชีวิตของคนในสมยัก่อน เพราะวา่ สมยัก่อนน้นั ไม่มีสิ่งที่อา นวยความสะดวกเหมือนในปัจจุบนัชาวดาราอางจะ อาศัยอยู่บริเวณผาชันหรือบนภูเขาสูง มีดจึงมีความส าคัญมากในการด าเนิน กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสร้างบ้านก็ต้องใช้มีดในการตัดไม้เพื่อจะน ามาท าเป็ น โครงบ้านและส่วนต่าง ๆ การหาอาหารในป่ าก็ต้องใช้มีด การท าข้าวของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ต้องใช้มีด การท าไร่ท าสวนก็ต้องใช้มีดในการบุกเบิกที่ และ ในอดีตจะไม่มีมีดขายเหมือนอย่างในปัจจุบัน ถ้าจะใช้มีดก็ต้องตีเอง ชาวบ้านก็ จะตีมีดใชเ้อง หรือไม่ก็จะมีสิ่งแลกเปลี่ยนมาแลกมีด เช่น ข้าว ผลผลิตจากไร่ และสวน หนังสัตว์ งาช้าง เขากวาง พืชสมุนไพร ดีหมี เข้ียวเสือ เข้ียวหมูป่า ฯลฯ วัสดุอุปกรณ์ 1) เหล็กกล้าชนิดแข็ง 2) ปลอกเหล็กหรือท่อเหล็กความยาวขนาด 2 นิ้ว เส้นผา่นศูนยก์ลาง ครึ่งนิ้ว(หรือตามขนาดที่ผู้ใช้ต้องการ) 3) ไม้ไผ่ส าหรับท าด้าม (ขนาดความยาวประมาณ 7-8 นิ้ว เส้นผา่น ศูนย์กลาง 1 นิ้ว หรือตามขนาดที่ผู้ใช้ต้องการ ไม้ไผ่ส าหรับท า ดา้มน้นัจะตอ้งเป็นไมไ้ผก่ลมมีรูตรงกลางสามารถใส่มีดได)้ 4) เครื่องเป่ าลม (ใช้ส าหรับเป่ าถ่านในเตาไฟให้ร้อน) 5) ถ่าน โดยไม้ที่ใช้ส าหรับท าถ่านจะต้องเป็ นไม้จากต้นรักและไม้ ชนิดน้ีเป็นไมท้ี่หายาก เมื่อนา มาก่อไฟตีมีดจะท าให้ไฟมีความ ร้อนมากและเมื่อติดไฟแล้วจะไหม้ช้าท าให้ประหยัดถ่านจึง เหมาะกับการตีมีดและตีเหล็ก 6) ค้อนตีเหล็กและทงั่ 7) คีมส าหรับคีบเหล็ก (เพื่อไม่ให้ร้อนมือ) 8) คงั่(เป็นข้ีของแมลงชนิดหน่ึงที่อยตู่ามตน้ ไมใ้นป่าใชส้า หรับยึด มีดกับไม้ให้ติดกันใช้แทนกาว) 9) รางไมใ้ส่น้า (ใชส้า หรับชุบคมมีดและท าให้เหล็กแข็งกล้า) 10) แท่นเหล็ก (ใช้ส าหรับวางเหล็กที่จะตี) 11) หินฝนมีด (ใช้ส าหรับฝนมีดให้คม)


วิถีชีวิต 6 ขั้นตอนการท ามีด 1) เลือกชนิดเหล็กที่จะใช้ท ามีด 2) ก่อไฟและทา ใหถ้ ่านร้อนโดยใชเ้ครื่องเป่าลม 3) น าเหล็กไปใส่ในถ่านไฟที่ร้อนจนเหล็กแดง 4) น าคีมคีบเหล็กออกมาวางบนทงั่และใชค้อ้นตีข้ึนรูปมีด 5) นา เหลก็ไปใส่ในถ่านไฟอีกคร้ังหน่ึงจนร้อนแดงเหมือนเดิม และ ใช้คีมคีบออกมาวางบนทงั่อีกคร้ัง ใช้ค้อนตีอีกด้านหนึ่งที่จะใช้ เป็ นคมของมีด ทา แบบน้ีจนไดข้นาดที่ตอ้งการถา้มีดยงัไม่ได้ ขนาดจะต้องน าไปใส่ถ่านไฟและน าออกมาตีจนได้ขนาด 6) เมื่อตีมีดได้รูปทรงและขนาดที่ต้องการแล้วให้น ามาชุบด้านคมมีด ครึ่งหนึ่งในรางไมท้ี่ใส่น้า เพื่อใหเ้หลก็แขง็กลา้ 7) น ามีดที่ชุบคมแล้วไปฝนกับหินฝนมีดให้คม 8) น าไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ส าหรับท าด้ามจับเหลาให้ได้ขนาดเท่ากับ ปลอกเหล็ก 9) น าปลอกเหล็กหรือท่อเหล็กที่เตรียมไว้มาใส่ด้ามไม้ไผ่ที่เหลาไว้ โดยให้เหล็กอยู่ด้านบนเพื่อ เวลาใส่มีดไม้จะได้ไม่แตก 10) น าด้ามที่เป็ นปลอกเหลก็มาใส่คงั่ น ามีดที่ตีเสร็จแล้ว ด้านแหลมไปใส่ในถ่านไฟและเป่ าลมจน เหล็กแดงน าออกมาใส่ในปลอกเหลก็ที่ใส่คงเตรียมไว้แล้วกดให้แน่น ั่ 11) เมื่อไดม้ีดที่เสร็จแลว้นา มาทิ้งไวใ้หเ้ยน็แลว้จึงนา มาฝนกบัหินลับมีดให้คม จึงสามารถ น ามาใช้ได้ โอกาสและระยะเวลาในการท า ในการท ามีดของชนเผ่าดาราอาง สามารถท าได้ในทุกโอกาส แต่ส่วนใหญ่จะท าในช่วงตอนกลางวัน เพราะจะมองเห็นได้ถนัดและชัดเจน ในการตีมีด 1 ด้ามจะใช้เวลาประมาณ 2ชวั่โมงในการตี ข้อห้าม ข้อปฏิบัติและความเชื่อ เครื่องเป่าลมที่ใชใ้นการทา มีดน้นัหา้มใหผู้ห้ญิงขา้มโดยเด็ดขาด ตามความเชื่อของชนเผ่าดาราอาง แล้ว ถ้าผู้หญิงข้ามจะท าให้ลมที่เป่ าออกมาจากเครื่องเป่ าลมจะไม่แรง หรือผูห้ญิงที่ขา้มจะมีตุ่มหรือผื่นข้ึนที่ ขาและขาหนีบ


วิถีชีวิต 7 การท าทัพพีตักข้าว (ปี ปาย ดี โบง ละ เอา โบม) ความส าคัญ ในการด ารงชีวิตของชนเผ่าดาราอาง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามหุบผาสูง ชันหรือบนภูเขาสูงจึงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในการด ารงชีวิตประจ าวันในการ ประกอบอาหาร การท ากิจกรรมต่าง ๆวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการประดิษฐ์ข้าว ของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็จะใช้วัสดุที่เป็ นธรรมชาติเช่น ทัพพีตักข้าวที่ชนเผ่าดารา อางใช้ก็เป็ นวัสดุที่ท ามาจากไม้ไผ่ที่หาได้ง่ายในป่ าตามหุบผาเขาสูงที่ชาวดารา อางอาศัยอยู่ ระยะเวลาในการท าก็จะใช้เวลาไม่มากนัก ถ้าเดินทางเข้าป่ าหรือ ไปท างานในไร่ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านของตนเองมาก กว่าจะไปถึงก็ต้องใช้เวลา ในการเดินทางหลายวันถ้าจะน าอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ มาจากบ้านก็คงเป็ นไป ได้ยากเพราะอาจจะท าให้การเดินทางเป็ นไปด้วยความยากล าบาก วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่ 2) มีด ขั้นตอนการท าทัพพีตักข้าว 1) หาไม้ไผ่ล าใหญ่ 2) ตัดไม้ไผ่มา 1 ท่อน 3) ตัดไม้ไผ่ให้ได้ขนาดความยาวประมาณ 15 นิ้ว 4) น าไม้ไผ่ที่วัดได้ขนาดแล้วมาผ่าครึ่ง 5) เหลาไม้ไผ่ด้านให้ด้านหนึ่งใหญ่และอีกด้านหนึ่งเล็ก(ด้านที่ใหญ่จะใช้ตักข้าวด้านเล็กจะใช้จับ) ขนาดของด้านที่ตักข้าวความกว้าง 2 นิ้วคร่ึง ขนาดของดา้นมือจบักวา้งประมาณ 1 นิ้ว ถ้าด้านที่ ตักข้าวใหญ่เกินไปจะไม่สามารถตักข้าวออกจากกระบอกได้ 6) เหลาเส้ียนไม้ออกให้หมด 7) ตัดส่วนที่เป็ นขอ้ออกเพื่อจะสามารถตกัอาหารไดถ้นดัข้ึน แต่จะตอ้งเหลาให้เรียบ 8) สามารถน ามาใช้ได้


วิถีชีวิต 8 โอกาสในการท า สามารถท าได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะในการด ารงชีวิตในป่ าก็จะใช้ไม้ ท าทัพพีเป็ นอุปกรณ์ประกอบอาหารเพราะไม่สามารถจะน าอุปกรณ์ที่บ้านไป ได้ ในการเดินทางบางคร้ังเส้นทางล าบาก การพกพาของมากจะเป็ นอุปสรรค ในการเดินทาง ข้อสังเกต การจดัหาไมไ้ผท่ ี่จะนา มาทา ทพัพีจะตอ้งหาไมไ้ผท่ ี่ไม่แก่ และไม่อ่อน จนเกินไป ถ้าไม้อ่อนเกินไปถ้าน าไปตักข้าวเยื่อของไม้จะติดกับข้าวมาด้วย


วิถีชีวิต 9 การท าตะหลิวตักอาหาร (ปี ปาย ดี โบง ละเจว โซบ ฮาบ ) ความส าคัญ ในการด ารงชีวิตของชนเผ่าดาราอาง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามหุบผาสูงชันหรือบนภูเขาสูงจึงใช้ชีวิต แบบเรียบง่ายในการด ารงชีวิตประจ าวันในการประกอบอาหารและการท ากิจกรรมต่าง ๆ ในการประดิษฐ์ ข้าวของเครื่องใช้ก็จะใช้วัสดุที่เป็ นธรรมชาติ ตะหลิวก็เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งในการตักอาหารซึ่งชนเผ่าดารา อางต้องใช้ในการด าเนินชีวิตประจ าวัน ในการเดินทางไปในป่ า หรือจะต้องไปท าอาหารในป่ า เวลาไปท า สวนท าไร่ หรือเข้าไปในป่ า ชนเผ่าดาราอางจะไม่นิยมห่อข้าวจากบ้านไปด้วย เพราะว่าบางทีระยะทางก็ไกล มากถา้จะเตรียมตวัก็อาจจะทา ใหเ้สียเวลาในการเดินทาง ดงัน้นัสิ่งที่นา ติดตวไปในการเดินทา ั งไปไหนก็มี เพียงมีดและเครื่องปรุงสา หรับประกอบอาหารเท่าน้นัส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ไปหาท าเอาในป่ าหรือในไร่ใน สวนที่ตนไปท างาน วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่ 2) มีด ขั้นตอนการท า ตะหลิวตักอาหาร 1) เข้าไปหาไม้ไผ่ขนาดของไม้ไผ่เส้นผ่านศูนย์กลาง1นิ้วคร่ึง 2) ตัดไม้ไผ่มา 1 ท่อน 3) ตัดด้านที่จะตักอาหารให้เหลือส่วนข้อไว้เป็ นลักษณะรูปกระบวย เพื่อจะใชต้กัน้า แกง 4) น าไม้มาผ่าจากกระบวยลงมา ผ่าลงให้ขาดจนถึงปลาย 5) เหลาด้ามจับให้ได้ขนาด 1 นิ้วความยาว 1 ฟุต เหลาเส้ียนออกให้ หมดเมื่อเสร็จแล้วสามารถน าไปตักอาหารได้ และด้านจับ สามารถใชค้นอาหารในกระบอกไมไ้ผแ่ละเวลาตกัน้า แกงก็ใช้ ด้านที่เป็ นกระบวยเหลาส่วนด้ามจับให้เล็กลง ตกแต่งให้สวยงาม โอกาสในการท า สามารถท าได้ในทุกโอกาสและในเวลาเข้าไปอยู่ในป่ า ข้อสังเกต ตะหลิวตักอาหารจะมีความคล้ายคลึงกับทัพพีตักข้าว ด้ามจับจะคล้ายกัน แต่จะต่างกันตรงปลาย ตะหลิวจะเป็ นกระบวยตักแกงได้ และในบางโอกาสก็สามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น ท าทัพพีให้มีกระบวยด้าน หนึ่งตักข้าว ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ตักแกง


วิถีชีวิต 10 การท าช้อน (ปี ปาย ดี โบง อาเจว) ความส าคัญ ในการด ารงชีวิตของชนเผ่า ดาราอาง ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามหุบผาสูงชันหรือบนภูเขาจึงใช้ชีวิตแบบ เรียบง่าย วัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็จะใช้วัสดุที่เป็ นธรรมชาติ ช้อนก็เป็ น อุปกรณ์อย่างหนึ่งในการตักอาหาร ชนเผ่าดาราอางจึงใช้ไม้ไผ่ในการท าอุปกรณ์ประกอบอาหาร ซึ่งเป็ นวัสดุ จากธรรมชาติที่หาได้ง่าย ใช้เวลาในการท าไม่มาก วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่ 2) มีด ขั้นตอนการท าช้อน 1) เลือกไม้ไผ่ขนาด 1 นิ้วและเป็ นไม้ไผ่ ที่มีกิ่งเพื่อไวท้า เป็นดา้มจบั 2) ตดัหวัตดัทา้ยใหเ้หลือกิ่งไวตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก ้ 3) ตัดตรงด้ามจับให้เหลือความยาว3-4 นิ้ว 4) ตดัส่วนที่อยใู่กลก้ิ่งออก 5) ตัดส่วนก้นออกให้หมด 6) ตัดไม้ไผ่ตรงที่จะท าเป็ นที่ตักอาหารให้เป็ นรูปปากฉลาม 7) เหลาผิวไม้ไผ่ตรงที่เป็ นปากฉลามให้เรียบ 8) น ามาตักอาหารรับประทานได้เลย โอกาสและระยะเวลาในการท า สามารถใช้ได้ทุกโอกาสในเวลาเข้าป่ า ข้อสังเกต ในการท าช้อนจะใช้ไม้ไผช่นิดไหนก็ไดแ้ต่ตอ้งมีกิ่งและขนาดเลก็


วิถีชีวิต 11 การท าแก้วน ้า (ปี ปาย ดี โบง อาโบว เดียง อึม) ความส าคัญ แกว้น้า ก็เป็นอุปกรณ์อยา่งหน่ึงที่ชนเผ่าดาราอางใชใ้นการดื่มน้า ชา และน้า ซ่ึงแกว้น้า ในอดีตแตกต่างจากปัจจุบนัมาก แกว้น้า ในปัจจุบนัจะเป็น วัสดุที่ท าด้วยแก้ว เซรามิค หรือวัสดุอื่น ๆ แต่แกว้น้า ของชนเผา่ดาราอาง จะ เป็นแกว้ที่ทา จากวสัดุธรรมชาติคือ ไมไ้ผ่ซ่ึงเป็นสิ่งที่ชนเผา่ดาราอาง หาได้ ง่ายจากบริเวณที่อาศยัอยู่และแกว้น้า จากไมไ้ผม่ ีวิธีทา ที่ค่อนขา้งง่ายไม่ยงุ่ยาก ใช้เวลาในการท าน้อย วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้วคร่ึง 2) มีด ขั้นตอนการท า 1) เลือกไม้ไผ่ที่มีรูปร่างตรงไม่คดงอ 2) ตัดไม้ไผ่มา 1 ท่อน 3) ตัดไม้ไผ่ความยาวที่ต้องการใช้ขนาด 1 ฟุตแต่ต้องเหลือข้อหรือ ปล้องของไม้ไผ่ไว้ 4) ตัดไม้ไผ่ให้เป็ นรูปปากฉลาม 1 ด้าน 5) อีกด้านหนึ่งตัดให้แหลมเพื่อใช้เสียบหรือปักดินจะนา ไปใชใ้ส่น้า ชาหรือน้า ดื่มก็ได้ โอกาสและระยะเวลาในการท า ใช้ในโอกาสที่เข้าไปในไร่สวนหรือ เข้าไปใช้ชีวิตในป่ า ข้อสังเกต ไม้ที่ใช้ส าหรับท าแก้วจะต้องเลือกไม้ไผ่ที่ล าต้นตรง และเป็ นไม้ที่อายุไม่อ่อนหรือแก่เกินไป ไม้ไผ่ที่ ไดเ้วลานา มาใชจ้ะมีกลิ่นหอมของไมไ้ผอ่ยู่


วิถีชีวิต 12 การท าจาน ชาม (ปีปาย ดี โบง ซาไลห ฮาม ซาไลห โบม) ความส าคัญ จาน ชาม เป็ นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการใส่อาหารหรือข้าว ในการด ารงชีวิตของชนเผ่าดาราอาง จานชามของชนเผ่าดาราอางในอดีตน้นั จะแตกต่างจากจานชามในปัจจุบัน จานของชนเผ่าดาราอางจะท ามาจากไม้ไผ่ ที่สานให้เป็ นรูปร่างลักษณะสี่เหลี่ยมใช้ใส่ข้าว ส่วนชาม คือการน าไม้ไผ่ที่ล า ต้นมีขนาดใหญ่พอสมควรมาหนึ่งปล้องแล้วน ามาผ่าครึ่งให้เป็ นสองซีก จาน จะใช้ส าหรับใส่อาหารที่เป็ นของแห้ง เช่น ข้าว ผัก เป็ นต้น ส่วนชามใช้ ส าหรับใส่อาหารที่เป็ นของเหลวหรือแกง ฯลฯ วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่ 2) มีด ขั้นตอนการท าชามใส่อาหาร 1) เลือกไมไ้ผท่ ี่แก่แลว้และแหง้ 2) ตัดไม้ไผ่มา 1 ปล้อง 3) น าไม้ไผ่มาครึ่ง 4) น าไม้ไผ่ที่ผ่าแล้วไปล้างให้สะอาดส าหรับชนเผ่าดาราอาง จะใช้ โคลนและกรวดที่อยู่ในล าห้วยแทนการใชฟ้องน้า ลา้งจาน ลา้งทา ความสะอาดไม้ไผ่ที่ท าเสร็จแล้ว และลา้งตามดว้ยน้า ใหส้ะอาด จึงสามารถน ามาใส่อาหารได้ ขั้นตอนการท าจานใส่ข้าว 1) เข้าป่ าหาไม้ 2) เลือกไม้ไผ่ที่จะใช้ คือล าต้นตรงและอ่อน 3) น ามาตัดให้เป็ นปล้อง ๆ แล้วน าไม้มาผ่าครึ่ง 4) ผ่าเป็ นกีบ เพื่อที่จะน ามาท าให้เป็ นตอกหรือเป็ นเส้น 5) น าตอกมาเรียง โดยเริ่มจากนา ตอก 4 เส้นมาวางเรียงให้ชิดและ เท่ากัน 6) น าตอกอีก 1 เส้นมาสานทับตอกเส้นที่ 1 และ 2 ลอดใต้เส้นที่ 3 และ4


วิถีชีวิต 13 7) น าตอกเส้นต่อไปมาท าสลับกับเส้นที่ท าในข้อ 4 8) ท าสลับต่อไปโดยเพิ่มเส้นตอกจนได้ขนาดความกว้างตามที่ ต้องการแล้วพับข้ึนสานต่อไปจนไดข้นาดที่จะใชใ้ส่ขา้ว 9) เมื่อสานได้รูปที่ต้องการแล้ว พับเก็บปลายตอกสอดเฉียงลง 10) ส่วนปลายตอกที่ยาวเกินไปใหต้ดัทิ้ง 11) น ามาใส่ข้าวได้ โอกาสและระยะเวลาในการท า สามารถท าได้ในทุกโอกาส และเมื่อเวลาไปเดินป่ า ข้อสังเกต การท าชาม ไม้ที่ใช้ท าจะตอ้งเป็นไมแ้ก่ การท าจาน ไม้ที่ใช้ท าจะต้องเป็ นไม้อ่อนเวลาสานไม้จะไม่หัก


วิถีชีวิต 14 การหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่(ปี ปาย ดี ดัง โบม แคง รัง) ความส าคัญ ในอดีตน้นัการไปท างานในไร่ในสวน ต้องใช้เวลาในการเดินทาง หลายวัน เพราะวา่ ในการเดินทางน้นัเตม็ไปดว้ยความยากลา บาก เวลาไป ท างานก็ต้องไปนอนที่สวนเป็ นเดือน ๆ อาหารก็ต้องไปหาเอาในป่ า จะน ามา จากบ้านก็คงเป็ นเป็ นไปได้ยาก สิ่งที่จะนา ไปก็มีเพียงข้าวสารและเครื่องปรุง รส การหุงหาอาหารเพื่อเล้ียงชีพของตน คือการหุงขา้วในกระบอกไมไ้ผ่ซ่ึงก็ เป็ นอีกวิธีหนึ่งส าหรับการใช้ชีวิตของชนเผ่าดาราอางที่สืบทอดกันมาเป็ นเวลา ชา้นาน ต้งัแต่อดีตจนถึงปัจจุบนั วัตถุดิบ 1) กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ส าหรับหุงข้าว 2) ข้าวสาร 1ลิตร 3) น้า 1 ลิตรครึ่ง ข้ันตอนการหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ 1) ก่อไฟ 2) อ้าปากกระบอกไม้ไผ่ออก 3) น าข้าวสารใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ โดยใส่ข้าวประมาณครึ่ง กระบอก (ไม่ควรใส่ข้าวมากเกินไป เพราะเมื่อข้าวสุกก็จะเต็ม กระบอกพอดี ข้าวจะไม่สุกหรือสุก ๆ ดิบ ๆ) 4) ใส่น้า 1 ลิตรครึ่งในกระบอกที่ใส่ข้าวเรียบร้อยแล้ว ปิ ดฝาให้ สนิท เวลาใส่ขา้วและน้า ใหอ้า้ส่วนปากกระบอกหรือหาไมข้ดัไว้ เพื่อง่ายต่อการใส่ขา้วและน้า 5) น าไปเผาไฟ โดยให้วางกระบอกไม้ไผ่ในแนวนอน 6) ให้สังเกตน้า ในกระบอกไมไ้ผ่เมื่อน้า แหง้ใหต้้งักระบอกข้ึน 7) รอจนข้าวสุกจึงตักข้าวใส่จาน 8) น ามารับประทาน โอกาสและระยะเวลาในการท า ทุกคร้ังที่เขา้ป่าหรือไปท างาน ใช้เวลาในการท าประมาณ 30 นาที


วิถีชีวิต 15 ข้อห้าม ข้อปฏิบัติความเชื่อ ความเชื่อของชนเผ่าดาราอางขณะที่หุงข้าวอยู่ห้ามให้คนมาทักว่าข้าวไหม้ ถ้าหากทักว่าข้าวไหม้ข้าว ก็จะไหม้หรือไม่สุก ต้องให้พูดว่าข้าวสุก ข้อสังเกต เวลาข้าวจะสุกให้สังเกตที่สีไม้จะเหมือนไม้แห้ง แสดงว่าข้าวสุกแล้ว


วิถีชีวิต 16 การท าอาหารในกระบอกไม้ไผ่ (ปี ปาย ดี ดัง ฮาบ แคง รัง) ความส าคัญ ในอดีตน้นัการไปท างานในไร่ ในสวน ต้องใช้เวลาในการเดินทาง หลายวนัเพราะวา่ ในการเดินทางน้นัเตม็ไปดว้ยความยากลา บาก เวลาไป ท างานก็ต้องไปนอนที่สวนเป็ นเดือน ๆ อาหารก็ต้องไปหาเอาในป่ า จะน ามา จากบา้นก็คงเป็นไปไดย้าก สิ่งที่จะนา ไปก็มีเพียงขา้วสารและเครื่องปรุงรส และการหุงหาอาหารเพื่อเล้ียงชีพของตน คือการท าอาหารในกระบอกไม้ไผ่ ไม้ไผ่เป็ นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการใส่อาหาร ชนเผ่าดาราอาง มักจะใช้ไม้ ไผ่ในการเป็ นอุปกรณ์ที่ใส่อาหาร ส่วนอาหารที่ใช้เป็ นวัตถุดิบในการประกอบ อาหารก็สามารถหาได้ง่ายในป่า ซึ่งก็เป็ นอีกวิธีหนึ่งส าหรับการใช้ชีวิตของชน เผ่าดาราอางที่สืบทอดกันมาเป็ นเวลาช้านาน วัตถุดิบ 1) ผักที่หาได้ในป่ า เช่น หยวกกล้วย หัวปลีผักกรูด ต๋าว ผักหนาม ใบ ดอ กลึง เด็ดเป็นชิ้นหรือท่อนเลก็ๆ 2) ใบตองป่ า (ใช้ส าหรับวางอาหาร เวลารับประทานอาหาร3) ปลา ที่หาได้ในล าห้วย หนเป็ นท่อน ๆ ั่ 4) กระเทียม พริกเกลือถวั่เน่าผักชี มะเขือเทศ (เตรียมมาจากที่บ้าน) 5) มีด 6) ครกส าหรับต าพริกที่ท าจากกระบอกไม้ไผ่ในป่ า 7) กระบอกไม้ไผ่ส าหรับใส่แกง (ใช้แทนหม้อ) ขั้นตอนการท า 1) เข้าป่ าเพื่อหาวัตถุดิบที่จ าเป็ น เช่น ต๋าว ใบตองป่ า ปลา หัวปลี ผักหนาม ใบ ดอ กลึง 2) เมื่อหาเครื่องประกอบอาหารที่จ าเป็ นได้แล้วจึงก่อไฟ 3) ทา ที่ก้นัน้า ไวส้า หรับดื่มโดยการนา ไมไ้ผม่าวางขา้งบนรอน้า ให้ ลน้น้า จะไหลออกมาทางกระบอกไม้ไผ่ 4) ทา ความสะอาดบ่อก้นัน้า จะไดน้้า ที่สะอาด 5) เด็ดผักที่หามาได้หนั่หยวกกลว้ยเตรียมไว้ 6) ต าพริกเกลือกระเทียม ถวั่เน่า ให้เข้ากัน


วิถีชีวิต 17 7) น าผักใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ 8) นา หยวกกลว้ยที่หนั่แลว้ใส่กระบอกไมไ้ผ่ แล้วกดลงไป 9) ใส่พริกและเครื่องปรุงที่เตรียมไว้ลงไป 10) ใส่น้า 11) น าไปเผาไฟ รอให้สุก 12) แกงปลา ด้วยการหนั่ปลา ใส่มะเขือเทศใส่ผกัชีที่เตรียมไว้ 13) ต าพริก เกลือ กระเทียม 14) ใส่หอมหัวใหญ่ 15) คลุกให้เข้ากัน 16) น าใส่กระบอก น าใบตองป่ ามาปิ ดปากกระบอก 17) น าไปเผาไฟ 18) เมื่อสุกแล้วน ามาเทใส่ชาม โอกาสและระยะเวลาในการท าอาหารในกระบอกไม้ไผ่ สามารถท าได้ในทุกโอกาส หรือในเวลาที่ต้องเข้าไปในป่ า ในการท าอาหารจะใช้เวลาในการท า ประมาณ 20-30 นาทีแล้วแต่ประเภทอาหารที่ผู้รับประทานจะท า ข้อห้าม ข้อปฏิบัติความเชื่อ 1) ตามความเชื่อของชนเผ่า ดาราอาง เชื่อว่าเมื่อท าอาหารเสร็จแล้วจะต้องน าไปไหว้ผีป่ า ผีเขา เพื่อที่จะได้คุ้มครองดูแล 2) เพื่อเป็ นการให้เกียรติ เมื่อจะรับประทานอาหาร จะต้องให้ผู้น า หรืออาจารย์หรือคนที่เป็ นหัวหน้า รับประทานก่อน จากน้นัคนอื่น ๆ จึงจะรับประทานตาม ข้อสังเกต อาหารที่ชนเผ่าดาราอางท าจากกระบอกไม้ไผ่ เมื่อท าเสร็จแล้วนอกจากจะหน้าตา น่ารับประทาน แล้ว กลิ่นหอมของไมไ้ผที่ ่ผสมกบัอาหารทา ใหม้ีกลิ่นหอมชวนรับประทาน


วิถีชีวิต 18 การสร้างบ้าน (ปี ปาย ดี โบง กาง) ความส าคัญ การสร้างบ้านของชนเผ่าดาราอาง ข้ึนอยกู่บัการดูฤกษดูยามและดูฮวงฮุ้ย ์ ของผู้รู้ที่เชี่ยวชาญในด้าน การสร้างบ้าน ชนเผ่าดาราอางเชื่อว่า บรรพบุรุษน้นัแม่เป็นพญานาค พ่อเป็นพระอาทิตย์ดงัน้นัการจะสร้าง บา้นน้นัก็ข้ึนกบัการดูฤกษดูยาม์ ว่าเป็ นวันที่จะสามารถสร้างบ้านได้หรือไม่ ถ้าเป็ นวันที่ไม่ดี ชาวดาราอาง จะไม่นิยมสร้างบ้านกันในวันดังกล่าว เพราะการ สร้างบ้านในแต่ละหลังของชาวดาราอาง น้นัจะตอ้ง ดูดวงของผทู้ี่จะอาศยัอยู่น้นัว่าสามารถสร้างบ้านได้ ในช่วงเวลาใดได้บ้าง จากความเชื่อเรื่องการสร้างบ้าน เช่น บรรพ บุรุษน้นัแม่เป็นพญานาค การสร้างบา้นน้นัก็ตอ้งดู วา่เวลาลงเสาหลกัของบา้นน้นัแลว้เสาน้นัจะอยู่ ตรงส่วนใดของพญานาค เพราะเชื่อกันว่า ถ้าเสา หลกัปักระหวา่งกลางตวัของพญานาค แลว้บา้นน้นั จะอยู่เย็นเป็ นสุข หากตรงส่วนอื่นของพญานาค เชื่อกนัวา่บา้นหลงัน้นัจะอยอู่ยา่งไม่มีความสุข นอกจากน้นั แลว้การสร้างบา้นน้นัยงัตอ้งดูฤกษว์นั (พ่อเป็นพระอาทิตย)์การสร้างบา้นควบคู่ไปดว้ย เช่น วนัที่ข้ึน 6 ค ่า เป็ นวันเสีย (เป็ นวันที่ไม่ดีไม่สมควรสร้างบ้าน) โครงสร้างตัวบ้าน 1) เสาจะสูงหรือต ่าก็ได้แต่ถา้มีสัตวเ์ล้ียง ใตถุ้นจะยกสูงข้ึน เพื่อไวเ้ป็นที่มดัสัตวเ์ล้ียง 2) บันไดจะต้องใส่เป็ นจ านวนคู่ประมาณ 6-8คู่ จะใส่เป็ นเลขคี่ ไม่ได้ เพราะเป็ นประเพณีมาจากบรรพบุรุษ ส่วนความสูงของบันไดเท่าไหร่ก็ได้ 3) ประตูเข้าบ้านจะต้องมีตะแหลวติดอยู่ข้างบน โดยเชื่อว่า ผีจะกลัวตะแหลว ตะแหลวจะช่วย ป้องกันไม่ให้ผีเข้าบ้าน 4) เสาพ่อ (ร่อง มา) ใครจะขา้มไม่ได้ในสมยับรรพบุรุษ พ่อจะนงั่พิงเสาและปรึกษาแม่เกี่ยวกบัลูก เพราะถือว่า พ่อแม่เป็ นครูของลูก ห้ามตบฝา ห้ามข้ามเตาไฟ เพราะจะเป็ นการผิดผีของชนเผ่าดารา อาง ส่วนใหญ่เสาพ่อจะอยู่ติดกับเตาไฟ 5) เตาไฟ (กาฟาง) เป็นพ้ืนที่สา หรับทา อาหาร นอกจากน้นัแลว้ บ่าวสาวจะมานงั่ที่เตาไฟ สาวก็จะ ไปเอาฟืนมาก่อไฟ ถา้ไฟติดแลว้ก็จะนงั่คุยกนั (ตอ้งเป็นตอนกลางคืน) เวลามานงั่พูดคุยกนัก็จะมา นงั่คุยและปรึกษากนั 6) เสาร่องกงหรือเสาจอม เป็นเสาที่สูงที่สุดของเสาบา้น ไวส้า หรับค้า หลงัคาบา้น


วิถีชีวิต 19 7) หิ้งพระ ของชาวดาราอางจะตอ้งมีหิ้งพระทุกบา้น ส่วนใหญ่จะประกอบดว้ยพระพุทธรูป แจกนั และดอกไม้ โครงสร้างหลังคาบ้าน ประกอบด้วย 1) เสาจอม (ร่องกง) เจาะไม้ให้เป็ นง่ามโดยไม่ใช้ตะปู 2) ตืบกาง (ชายคาบา้น) ใชร้องรับน้า หนกัหลงัคาบา้น 3) ยาเยวกาง (จวั่บา้น) ใชร้องรับน้า หนกัหลงัคาบา้น 4) บราง (ขื่อบา้น) ใชค้รองรับน้า หนกัหลงัคาบา้น 5) หญ้าคา (ปล่อง)ใช้ประกอบเข้ากับหลังคาบ้าน โดยใช้ตอก มัดติดกับไม้ พื้นบ้าน 1)ร่องก่ารา บึม กาง เสาค้า เป็นง่าม 2) อึณ กร่าห ชานบ้าน 3) ร่อง บึม ไมค้้า 4)ร่อง บึม กาง เสาค้า ชานบา้น 5) ร่อง บึม อึณ กร่าห เสาค้า ระเบียงหนา้บา้น 6) หน้าบ้านมีเสา ความทนทาน 7)แรง กาง ฝาบ้าน 8) แรง ฆล่อง เป็ นราวกันเด็กตก 9) เสาเอก ร่องมา หรือเสาพ่อเสาแม่เพื่อท าเป็ นที่นอนพ่อแม่ อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน 1) มานา (กระด้ง) ใช้ส าหรับฝัดข้าว หรือเมล็ดพืช 2) อึณ รู่ เป็ นที่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวหรือข้าวโพด 3) ฆลึก ใช้ส าหรับเก็บผัก 4) อาโบวรังกระบอกไมไ้ผ่ที่ใชแ้บกไปตกัน้า มาไวด้ื่ม 5) อึณโล๊ะ (จอบ) ใช้ส าหรับท าไร่ท าสวน 6) เหมย(ขวาน) ไว้ผ่าไม้หรือผ่าฟื น 7)ลา ฌอย(ตราชงั่) สา หรับชงั่หมูหรือชงั่ ไก่ 8)อะ (หน้าไม้) ใช้ล่าสัตว์, ยินนก, ยิงหนู 9) มาปัวะ(มีด) ไว้ฟันไม้, ฟันตอก 10) อึณ ครึงไว้ฝัดข้าวเอาเศษแกลบออก 11) บายู่(เครื่องเป่าลม) ใชเ้ป่าไฟที่ก่อใหร้้อน ส่วนใหญ่ใชท้า มีด 12) ฌ้ยอย ดีณ (ที่ดักหนู)


วิถีชีวิต 20 13)อึณ บอ(ครก) ใช้ส าหรับต าพริก 14) อึณ เกร(สาก) 15) มาโบว เดียง อึม กระบอกใส่น้า ทา จากไมไ้ผใ่ชส้า หรับใหผู้้ ใหญ่หรือพ่อแม่กิน 16) ดีง เครื่องดนตรีใช้ดีด ส าหรับหนุ่มดีดจับสาว 17) อึณ โล๊ะ ชาห (จอบเล็ก) ใช้ดายหญ้า 18) อึณ ว่าย (เคียว) ใช้เกี่ยวข้าว 19) ย่าม 20)ย่ามสีขาวส าหรับออกงาน หรือไปเที่ยว 21)กาไมเซน ใช้โผกหัว 22) เส้ือ,ผา้ถุง 23) เส้ือ,กางเกงผชู้าย 24) เหล็กคีบ ( มัง เกียบ) 25) หวีสางผ้าเวลาทอผ้า โดยใช้ขนหมูป่ า 26) ชุดเด็ก 27) หน่องใส่เอวผู้หญิง 28)จี ดึก ครึง (ไวใ้ส่เส้ือผา้) โอกาสและระยะเวลาในการท า ในการสร้างบ้านของชนเผ่าดาราอางสามารถทา ไดทุ้กโอกาส แต่วนัที่จะวางเสาเอกน้นัจะตอ้งมีการ เลือกวัน โดยผู้น าหรือหมอผีประจ าหมู่บ้านจะดูต าราให้เป็ นวันที่สมควรที่จะวางเสาบ้าน ข้อห้าม ข้อปฏิบัติและความเชื่อ 1) ในการสร้างบา้นน้นับา้นจะตอ้งมี2 ระดับ คือระดับบนส าหรับผู้ชายหรือแขก 2) เสาพ่อ หรือเสาแม่ที่อยรู่ะหวา่งเตาไฟน้นัหา้มขา้มโดยเด็ดขาด เพราะถา้หากขา้มแสดงวา่ ไม่ให้ เกียรติพ่อและแม่เพราะที่นนั่พ่อและแม่จะนงั่และปรึกษาหารือถึงเรื่องครอบครัวและยงัเป็นที่ใชน้งั่ สงสอนบุตรหลานด้วย ั่ ข้อสังเกต เตาไฟของชนเผ่าดาราอางจะอยู่ตรงกึ่งกลางบ้านเสมอและเมื่อใดที่มีเพื่อนบ้านมาเยี่ยมเยือนก็จะมา นงั่และดื่มน้า ชาและพูดคุยกนัที่น้นั


วิถีชีวิต 21 การชงชา (ปี ปาย ดี บัด, ดี ก่อง อาฌึร) ความส าคัญ ชา นับว่ามีความส าคัญกับชาวดาราอางมาก เพราะว่าได้รับการยก ย่องให้เป็ นเครื่องดื่มหลักหรือใช้เป็ นเครื่องบูชาในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ของชาวดาราอาง นอกจากน้นัชายงัเป็นเครื่องดื่มที่ชาวดาราอางนิยมใช้เป็ น เครื่องดื่มในการรับแขก ในอดีตชาวดาราอางยังได้รับการยกย่องว่าเป็ นเจ้าแห่ง ชา เพราะชาวดาราอางจะอาศัยอยู่บริเวณภูเขาสูงชันที่มีอากาศหนาวเย็นและ นิยมปลูกชา ชาของชาวจึงได้รับความนิยมจากชนเพื่อนบ้านที่มาท าการค้าหรือ ไดล้ิ้มลอง และต่างก็ชื่นชมวา่เป็นชาที่มีรสชาติดีเยยี่ม จนชาวดาราอางได้รับ การขนานนามว่า ชากับวิถีชีวิต (ชาถือเป็ นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของชาวดารา อาง) ขั้นตอนในการเก็บใบชาและการชงชา 1) เตรียมภาชนะส าหรับใส่ใบชา 2) เลือกเก็บชาจะต้องเก็บตรงส่วนยอดของใบชาที่มี 3 ใบ 3) การเก็บใบชาจะต้องเก็บในช่วงตอนเช้า เพราะตอนเช้าแดดไม่ ร้อนใบชาที่เก็บได้ก็จะไม่เหี่ยว 4) เมื่อไดใ้บชามาแลว้จึงก่อไฟ 5) นา ใบชาที่ไดม้าใส่ในหมอ้แลว้นา ไปต้งัไฟ รอจนใบชาเริ่มร้อน แลว้เติมน้า เปล่าเลก็นอ้ย 6) คนใหค้วามร้อนทวั่ถึงใบชา เมื่อไดท้ ี่แลว้นา ออกมาพกัไว้ 7) น าใบชาที่พักไว้มาเทใส่ภาชนะแลว้นา มานวดดว้ยมือจนใบชาน้นั พันกัน 8) น าใบชาที่นวดแล้วไปใส่กระด้งแล้วตากแดดไว้ให้แห้ง 9) เมื่อใบชาแห้งแล้วจึงน าออกมา 10) น าใบชามา 1กา มือใส่ลงไปในกาตม้น้า ร้อน 11) รอให้น้า เดือด 12) ยกลงนา น้า ชามาเทใส่แลว้ 13) น าไปให้แขกดื่ม


วิถีชีวิต 22 โอกาสและระยะเวลาในการท า ฤดูเก็บเกี่ยวใบชา จะเก็บเกี่ยวชาที่เป็ นยอดแรกของใบชา เพราะยอด แรกของใบชาจะมีรสชาติที่ดีที่สุด ข้อสังเกต, เทคนิค การเก็บยอดแรกของใบชาน้นัจะเก็บใบชาต้งัแต่ใบที่หน่ึง ถึงใบที่ สาม เท่าน้นัและจะใชม้ือในการเก็บใบชาเท่าน้นั (จะไม่ใชเ้ครื่องมือทุ่นแรง ทุกชนิด เช่น กรรไกร)


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 23 หมวด 3 พิธีกรรม ประเพณีและวัฒนธรรม การท าตะแหลวพญานาค (ปี ปาย ดี ดาย หลาแหลว คูน นาฆา) ความส าคัญ “หลา แหลว คูน นาฆา” หรือตะแหลวพญานาคหรือมังกร เป็ น เครื่องรางที่ใช้เพื่อเป็ นศิริมงคลแก่บา้นเรือนและป้องกนัภูตผี เวลาที่เข้าไปใน ป่ า ตะแหลวจะช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ที่เข้าไปในป่ าและกลับมาถึงบ้าน ชนเผ่า ดาราอาง เชื่อว่า ถา้เริ่มทา สวนท าไร่ใหม่ก็จะน าตะแหลวไปไว้ในสวน และ จะต้องปักตะแหลวไว้ให้อยู่เหนือลม เพราะเชื่อว่าเวลาที่ท าสวนท าไร่จะไม่มี สิ่งใดมารบกวน ทา ใหไ้ดผ้ลผลิตออกมาดีนอกจากน้นัแล้ว ตะแหลวยังจะท า ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการประกอบอาชีพ และท า ใหบ้า้นน้นัร่มเยน็เป็นสุข สิ่งชวั่ร้ายไม่กลา้ที่จะเขา้มารบกวน เพราะก่อนที่จะ น าตะแหลวมาติดแต่ละบา้นน้นัจะตอ้งผา่นการทา พิธีกรรมต่าง ๆ โดยการนา ตะแหลวมาวางที่ข้างหน้าพระ เพื่อให้พระได้ท าพิธีท าให้ตะแหลวมีฤทธิ์ อ านาจ ทุกบ้านของชนเผ่าดาราอางจึงจะต้องมีตะแหลว หากไม่มีจะท าให้เกิด ความวุ่นวาย มีอันตรายต่าง ๆ เข้ามาสู่คนในครอบครัว วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่อ่อน 2) มีด ขั้นตอนการท าตะแหลวพญานาคหรือมังกร 1) เลือกไม้ไผ่อ่อนที่มีรูปร่างตรง 2) น าไม้ไผ่มาตัดเป็ นท่อน ๆ ยาวประมาณ 2 เมตร 3) ผ่าไม้ไผ่ให้เป็ นซีก 4) น าไม้ไผ่ที่ผ่าเป็ นซีกแล้วมาผ่าแบ่งเป็ นเส้น ๆ 5) น าไม้ไผ่ที่ท าเป็ นเส้น ๆ แล้วมา 4 เส้น 6) น ามาวางคู่กัน 2 เส้นและน าอีก 2 เส้นมาสานซ้ายทับขวาและ ขวาทับซ้ายทา ซ้า ไปเรื่อย ๆ จนเป็นเส้นยาว หรือตามตอ้งการ 7) น าไปติดที่ประตูบ้านหรือน ามาพันรอบ ๆ บ้าน ข้อห้าม ข้อปฏิบัติความเชื่อ 1) ห้ามไม้ให้ผู้หญิงข้ามตะแหลวที่ท าเสร็จแล้ว 2) ทุกบ้านจะต้องมีตะแหลว หากบ้านหลังไหนไม่มีก็จะมีความทุกข์ ความเดือดร้อนในครอบครัว


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 24 3) ในกรณีที่ปักตะแหลว ในสวนห้ามปักไว้ใต้ลม เพราะชนเผ่าดารา อางเชื่อว่า ถ้าหากว่าผู้หญิงอยู่สูงหรืออยู่เหนือกว่าตะแหลวจะท า ให้ตะแหลวหมดฤทธิ์ (และผลผลิตในสวนก็จะออกมาไม่ดี หรือ อาจจะขาดทุน) 4) ตะแหลว หมายถึง บรรพบุรุษ พระอาทิตย์ พญานาค และมังกร ข้อสังเกต ตะแหลวพญานาคที่เสร็จสมบูรณ์จะต้องมีลักษณะเป็ นเส้นยาว มีรู ตลอดเส้นเปรียบเสมือน พระอิทตย์ หรือเกล็ดพญานาคกับมังกร


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 25 การเลี้ยงผีน ้า (ปี ปาย ดีเฮียง กานัม อึม) ความส าคัญ การเล้ียงผีน้า เป็นความเชื่อที่สืบทอดกนัมาต้งัแต่บรรพบุรุษ ชนเผ่า ดาราอางเชื่อว่า ถา้เล้ียงผีแลว้ (ขอบคุณ) ผีจะช่วยทา ใหน้ ้า อุดมสมบูรณ์และผู้ ที่ประกอบพิธีในการเล้ียงผีน้นั ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถท าได้แต่จะต้องเป็ นผู้ ไดร้ับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ หากไม่เล้ียงผีน้า จะทา ใหข้าดแคลนน้า ในการอุปโภคและบริโภคและฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ท าให้ผลผลิตทาง การเกษตรเสียหาย ในการเล้ียงผีน้า จะตอ้งเล้ียงที่ตน้น้า ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ข้ึนอยู่ เท่าน้นัเพราะชนเผา่ดาราอางเชื่อวา่ผีน้า จะอาศยัอยทู่ ี่ตน้ ไมใ้กลต้น้น้า ผีจะมี 2 ตน คือผีผู้หญิงและผีผู้ชาย ในการเล้ียงผีน้า จะเล้ียงโดยการดูจากปฏิทินของชนเผา่ดาราอาง ซึ่ง จะมีรูปของสัตว์หลายชนิดที่ปรากฏอยู่ในแต่ละวัน โดยชนเผ่าดาราอางจะ เล้ียงเฉพาะวนัที่มีรูปไก่และหมูเท่าน้นัและเชื่อวา่เป็นวนัที่ผีจะกินสัตวต์ามรูป ซ่ึงไก่และหมเป็ นสัตว์เล็กูที่พอหาได้ แต่จะไม่ใช้สัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง ม้า วัว หรือควาย มาเซ่น เพราะหายากและตัวใหญ่เกินไป นอกจากน้นัแลว้ ชนเผ่าดาราอางจะเล้ียงผีตอนบ่ายเท่าน้นั จะไม่นิยม เล้ียงตอนเชา้เพราะเชื่อวา่ตอนเชา้ผียงัหลบัอยู่ หากท าพิธีผีจะไม่ได้ยิน แต่ผีจะ ตื่นในช่วงตอนบ่าย วัสดุอุปกรณ์ 1) ไก่1คู่ ตัวผู้1 ตัว ตัวเมีย 1 ตัว 2) เหล้า 2แก้ว 3) น้า ผลไม้2แก้ว 4) ขนม 2 ชิ้น 5) ข้าวสาร ครึ่งลิตร 6) ดอกไม้ 3คู่ 7) เทียน 3คู่ 8) ข้าวสุก 2ก้อน 9) ชาแห้ง 2อุ้งมือ 10) ใบตอง


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 26 ขั้นตอนการเลี้ยงผีน ้า 1) เลือกไก่ที่จะนา ไปเล้ียงผีน้า ไก่ที่ใชต้อ้งเป็นตวัผู้1 ตัว ตัวเมีย 1 ตัว 2) นา ไก่ไปใส่หมอ้ตม้จนสุก 3) เดินทางเข้าไปในป่ า พร้อมกับเครื่องเซ่นไหว้ 4) เมื่อเจอตน้น้า แลว้พูดบอกกบัผีน้า วา่จะมาเซ่นไหว้ 5) ขดุหลุมปักกิ่งไมเ้พื่อทา แท่นวางเครื่องเซ่นไหว้ 6) ปักกิ่งไมล้งไป ใหไ้ด้4 ด้าน 7) น าไม้ไผ่มา 1 ปล้อง ฟันส่วนปลายให้แตก น ามาแผ่ออก ตัดให้ ไดข้นาดเท่ากบักิ่งไมท้ี่ปักไว้ 8) นา แผน่ ไมไ้ผไ่ ปวางบนกิ่งไม้ 9) นา ไมไ้ผแ่ก่มาฟันใหส้ ่วนหวัและปลายแหลมเพื่อปักดินได้ 10) เจาะรูที่ไมไ้ผแ่ลว้นา กิ่งไมม้าใส่ที่รูเหลาส่วนปลายใหแ้หลม เพื่อที่จะปักดินได้ 11) น าขนมหวานและข้าวสารใส่ลงไป 12) ปักไว้ที่โคนต้นไม้ เพราะชนเผ่าดาราอาง เชื่อว่า ผีจะลงมาที่โคน ต้นไม้ 13) น าไม้ไผ่มา 1 ปล้อง ตดัทา เป็นแกว้ใส่เครื่องเซ่นไหวท้ี่เป็นน้า 14) น าใบตองมาวางที่แผ่นไม้ 15) นา ไก่ตวัผแู้ละตวัเมียวางไวโ้ดยใหก้น้ต้งัข้ึน 16) น าเครื่องเซ่นไหว้ที่เตรียมไว้ทุกอยา่งมาวางไว้นา เหลา้น้า ผลไม้ เทใส่แก้วไม้ที่เตรียมไว้ข้ึนมาวางบนแท่น พร้อมวางตบัไก่ไส้ไก่ ดอกไม้ ข้าว และขนม 17) เมื่อเครื่องเซ่นพร้อมแลว้ผปู้ระกอบพิธีจะเริ่มท าพิธีโดยท่องบท คาถา พร้อมกับโยนข้าวสารไปที่เครื่องเซ่น ท่องจนกว่าเทียนจะ หมด เมื่อเทียนหมดเล่มเป็ นอันเสร็จพิธี โอกาสและระยะเวลาในการท า ชนเผ่าดาราอาง จะทา พิธีเล้ียงผีน้า อยา่งนอ้ยปีละ 1 คร้ัง หรือแลว้แต่น้า ถา้น้า เริ่มแหง้แลว้ก็ทา แต่ถา้ ปีไหนน้า มากอยกู่ ็เวน้ ไวท้า ปีหนา้ก็ได้แต่ช่วงระยะหลายปีผา่นมา น้า ก็เริ่มแหง้จึงตอ้งทา ทุกปี


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 27 ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ ในข้นัตอนการเล้ียงผีหา้มผู้ที่มาร่วมในพิธียืนใกล้ผู้ที่ประกอบพิธี โดยเฉพาะผู้หญิงห้ามอยู่ใกล้โดยเด็ดขาด และห้ามให้คนมายืนตรงส่วนหัว หรือเหนือโคนตน้ ไม้เพราะผีจะลงมากินเครื่องเซ่นตรงน้นัหากไปยนือาจจะ ท าให้ผีเข้าได้ o บรรพบุรุษ พระอาทิตย์ เป็ นผู้สร้างโลก ลูกหลานดาราอางจึง ต้องดูแลรักษาไว้


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 28 การปิ ด – เปิดประตูเมือง (ปี ปาย ดี กา บีด, ดี เวอ แค บาง) ความส าคัญ เป็ นความเชื่อของชนเผ่าดาราอาง ที่เชื่อกันว่า การท าพิธีปิ ด-เปิ ดประตู เมืองทา เพื่อใหห้มู่บา้นที่ชนเผา่อาศยัอยนู่้นัอยเู่ยน็เป็นสุข ครอบครัวจะไดม้ี ความเจริญก้าวหน้าในด้านการงานการท าไร่ท าสวน และอุบัติเหตุหรือเหตุร้าย จะไดไ้ม่เกิดข้ึนในหมู่บา้น ช่วยปัดเป่าสิ่งชวั่ร้ายออกจากหมู่บา้นใหห้มดไป ให้ เหลือแต่สิ่งที่ดีๆ ในหมู่บา้นในการทา ท้งัพิธีเปิ ดและพิธีปิ ดประตูเมืองจะ เหมือนกัน ในการเปิ ดประตูเมือง หนุ่มสาวจะสามารถแต่งงานกันได้ หรือจัด งานเล้ียงงานรื่นเริงได้แต่ถา้อยใู่นช่วงปิดประตูเมืองก็จะไม่สามารถแต่งงาน ได้ หรือจัดงานรื่นเริงจะท าได้แค่งานท าบุญท าทาน การปิ ดประตูเมืองจะต้องมี การเลือกวันโดยผู้น าหมู่บ้าน โดยจะมีปฏิทินของชนเผ่าดาราอางอยู่ ซึ่งจะต้อง เลือกวนัที่ผีกินไก่จะปรากฏในปฏิทิน ส่วนผปู้ระกอบพิธีในจะตอ้งเป็นหมอผี ที่ไม่รู้หนังสืออ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ เพราะผีจะสถิตอยู่ด้วย แต่เมื่อใดที่ หมอผีอ่านออกเขียนไดห้รือภรรยาเสียชีวิต หมอผีคนน้นัจะถูกปลดทันที เพราะเชื่อวา่ผีจะไม่ฟังหมอผีคนน้นัและผีจะไม่อยดู่ว้ย จะตอ้งมีการเลือกหมอ ผีคนใหม่มาประกอบพิธีทันที ขั้นตอนในการประกอบพิธี 1) เตรียมอุปกรณ์ในการประกอบพิธีปิ ด-เปิ ดประตูผี อัน ประกอบด้วยตุงหรือธงกระดาษ กรวยดอกไม้ ตะแหลวตะขาบ 2) ฆ่าไก่2 ตัว ตัวผู้1 ตัว ตัวเมีย 1 ตวั (คนที่ฆ่าไก่จะตอ้งเป็นคน ที่ แต่งงานแล้วแต่ไม่มีมลทิน หรือยุ่ง เกี่ยวกับอบายมุขใด ๆ) 3) หอผีเจ้าเมืองของชนเผ่าดาราอางจะมีอยู่ 2 หลัง เชื่อว่ามีเจ้าเมือง เป็ นพี่น้องชาย 2 ตน 4) นา อาหารไปใหก้บัผีเจา้เมืองท้งั 2 ตนโดยนา ไก่ที่ฆ่าน้นัมา ท าอาหารให้ผีเจ้าเมือง ห้ามให้คนอื่นท าโดยเด็ดขาด 5) น าไม้ไผ่มาท าเป็ นอาวุธให้ส าหรับบริวารของผีเจ้าเมืองเพื่อจะมีอาวุธไว้ปกป้องพืชสวนไร่นา 6) น าอาหารมาวางไว้ใกล้กับอาวุธจ าลองของบริวารผีเจ้าเมือง 7) ผู้ประกอบพิธีหรือหมอผีท าพิธีที่หน้าประตูเข้าเพื่อเป็ นการเตรียมใจชาวบ้านที่จะเข้าหาผีเจ้าเมือง 8)ผปู้ระกอบพิธีหรือหมอเขา้ไปดา้นในศาลเพื่อจุดธูปเทียนหนา้บา้นผีเจา้เมืองท้งั 2 หลัง เพื่อบอก กล่าวว่าจะขอปิ ดประตู 9)ผู้ประกอบพิธีท่องคาถา


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 29 10)ผู้ประกอบพิธีไปจุดธูปเทียน ตรงที่มีอุปกรณ์อาวุธและอาหาร แล้ว บอกบริวารของเจ้าเมือง ให้มากินอาหารและมารับอาวุธไป 11) เมื่อบอกผีเจ้าเมืองครบเรียบร้อยแล้วผู้ประกอบพิธี จะออกมานอกศาล 12)ผู้ประกอบพิธีออกมาบอกกล่าวผีป่าใหร้ับรู้วา่ตอนน้ีกา ลงัจะปิด ประตูผี 13) ชาวบ้านร่วมกันรับประทานอาหารที่ช่วยกันเตรียมมา 14) เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วชาวบ้านจะจุดธูปเพื่อขอพร จากผีเจ้าเมืองให้มีความสุขและอยู่เย็นเป็ นสุข 15) ชาวบ้านแจกชาใส่มือทุกคนที่มาในงานและให้อวยพรใส่ในใบชา อีกคร้ังเพื่อขอพร 16) ปิดประตูเจา้เมืองโดยการนา ประตูหรือสังกะสีมาปิดศาลท้งั 2 หลัง ถือเป็ นอันว่าเสร็จพิธี โอกาสและระยะเวลาในการจัดงาน 1) วันที่ปิ ด-เปิ ดประตูเมืองจะทา ในช่วงเดือน มิถุนายน (ข้ึน 11ค ่า เดือน 7) และดูปฏิทินใหต้รงกบัวนักินไก่คือจะมีรูปไก่ปรากฏใน ปฏิทินชนเผ่าดาราอาง 2) วนัเปิดประตูจะทา ในช่วงเดือนธนัวาคม (ข้ึน 3ค ่าเดือน 12) และก็ จะดูปฏิทินใหต้รงกบัวนักินไก่เช่นกนั 3) ในการทา พิธีปิดประตูผีจะตอ้งทา ตอนบ่ายโมงเท่าน้นัหากทา เวลา อื่นผีจะไม่ฟังและจะไม่เป็ นผล เพราะชนเผ่าดาราอางเชื่อว่า ตอนเช้าจะเป็ นเวลาของคน แต่ตอนบ่ายจะเป็ นเวลาของผี ข้อห้าม, ข้อปฏิบัติ, ความเชื่อ 1) ในการช่วงระหว่างปิ ด-เปิ ดประตูเมืองแล้วห้ามมีการแต่งงาน 2) ในขณะที่มีการท าพิธีห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมหรือมา รบกวนจะมีเพียงแค่ 3คน คือคนประกอบพิธีและคนที่ฆ่าไก่ 3) คนที่จะฆ่าไก่เล้ียงเจา้เมือง จะตอ้งเป็นคนที่แต่งงานแลว้แต่ภรรยา ยงัไม่ต้งัทอ้งและไม่ไดย้งุ่เกี่ยวกับอบายมุข 4) ในขณะท าพิธีห้ามผู้หญิงเข้ามาใกล้ แต่ให้อยู่ด้านนอก


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 30 การท าบุญหัวใจบ้าน (ปี ปาย ดี ซัง กา ฮะ รอ, ดีโฮ เตอ รอ.) ความส าคัญ การท าบุญหัวใจบ้านเป็ นพิธีที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษของชนเผ่า ดาราอาง ในข้นัตอนการสร้างศาลา ชาวบ้านจะมารวมตัวกันและช่วยกันสร้าง และมีการฝังเสา (คล้ายกับการฝังเสาเอกของคนไทย) และจะมีหมอผีมาท าพิธี ฝังเสาเอกหรือเสาหัวใจบ้าน ในหมู่บ้านของชนเผ่าดาราอางจะมีการสร้างศาลาสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีเสา สูงสามารถใหค้นเขา้ไปได้ซ่ึงเรียกกนัวา่หวัใจบา้น โดยจะตอ้งต้งอยู่กลาง ั หมู่บา้น และทุก ๆ ปีจะตอ้งมีการทา บุญหวัใจบา้น เพื่อใหห้มู่บา้นน้นัอยเู่ยน็ เป็นสุข และมีแต่สิ่งที่ดีๆ เขา้มาสู่หมู่บา้น และทุกคนที่อาศยัอยใู่นหมู่บา้น และเพื่อใหช้าวบา้นไดม้ีโอกาสสะเดาะเคราะห์ปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกจาก ครอบครัว ท าให้ครอบครัวมีความสุขมากข้ึนตามความเชื่อของชนเผา่ที่สืบ ทอดกันมาเป็ นเวลานาน ขั้นตอนในการท าพิธี 1) ชาวบา้นนา เส้ือของคนในครอบครัวตนมาคนละ 1 ชิ้น ใส่ในยา่ม แล้วน ามามัดไว้ที่ใต้ประตูหัวใจบ้าน 2) น าต้นกล้วยมามัดมุมละ 25 ตน้มดัท้งั 4 มุมจนได้100 ต้น 3) น าต้นอ้อมามัด 25 ตน้มดัท้งั 4 มุมจนได้ 100 ต้น 4) น าตุงไปมัดติดกับเสาข้างละ 25 ตน้ท้งั 4 มุมจนได้ 100 ต้น 5) น าเครื่องประกอบการสะเดาะเคราะห์ที่ชาวบ้านน ามา เช่น อาหาร และสิ่งของมาสะเดาะเคราะห์ 6) น ากรวยใส่ดอกไม้ธูปเทียนมาวางในกระถางที่เตรียมไว้เพื่อแสดง ความเคารพต่อผู้ประกอบพิธี 7) ทุกครอบครัวนา น้า ชามารวมกนัเพื่อแจกจ่าย ให้กับคนที่มาร่วมกันดื่ม 8) สิ่งที่ประกอบอยใู่ตถุ้นหวัใจบา้น คือน้า ส้มป่อย, ตะแหลว7 ตา 7 ช้นั,และตะแหลวตะขาบ 9) ทุกครอบครัวนา น้า ส้มป่อยใส่กระติกมาครอบครัวละ 1กระติก 10) ทางข้ึนหวัใจบา้นสา หรับพระ 11) อุปกรณ์บนหัวใจบ้าน คือข้าวเปลือก1ถัง,ข้าวสาร 1ถ้วย เบาะหรือที่นงั่สา หรับพระ


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 31 12) ทุกอย่างเรียบร้อยและพร้อมแล้วจึงเริ่มพิธี 13) ชาวบา้นนงั่ลอ้มหัวใจบา้น 14) มัคทายกน าชาวบ้านสวดมนต์รับศีล 5 15) พระ 5รูปเทศน์ธรรมบนหัวใจบ้าน 16) มคัทายกกล่าวอญัเชิญสรรพสิ่งที่ดีๆ กลบัมาสู่หมู่บา้น 17) พระเทศน์ธรรมอีก1คร้ัง ให้สรรพสิ่งที่ดีน้นัอยใู่นหมู่บา้น 18) ท าพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ชาวบ้าน 19) น าตะแหลวตะขาบที่ท าพร้อมกับประทัดไปปักที่ถนนที่หมู่บ้าน 20) น าตะแหลว แผ่นเงิน เขียนคาถาปกป้องหมู่บ้านไว้น าไปปักไว้ที่ ถนนหนา้หมู่บา้นท้งั 2ข้าง โอกาสและระยะเวลาในการท า ในการทา บุญหัวใจบา้นจะทา หลงัจากวนัที่ปิดประตูผีเท่าน้นัเพื่อเป็น การทา บุญอวยพรหมู่บา้นในช่วงเดือน มิถุนายน ( ข้ึน 11 ค ่า เดือน 7) โดยจะ ประกอบพิธีกรรมประมาณ 10โมงเช้า ถึงประมาณบ่าย 2โมง ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ 1) หา้มใหผ้หู้ญิงข้ึนไปบนหวัใจบา้นและหา้มใหช้าวบา้นข้ึนไปโดย เด็ดขาด เพราะเชื่อวา่หากใครข้ึนไปก็จะมีสิ่งที่ไม่ดีไดเ้กิดข้ึนกบัคนที่ข้ึนไป 2) ของใชท้ ี่จะนา มาสะเดาะเคราะห์น้นัจะตอ้งเป็นเส้ือ หรือหมวก แต่ ห้ามน ากางเกงหรือของต ่าใส่ลงไป 3) ในช่วงที่ท าพิธีชาวบ้านจะน าสายสินมามัดจากที่บ้านของตนเอง โยงมาถึงหวัใจบา้น และห้ามใหเ้ชือกน้นัขาดจนกวา่จะทา พิธีเสร็จจึงนา ออก (สายสิญจน์ที่ใช้โยงมาที่หัวใจบ้านจะต้องเป็ นสีแดง สีขาว และ สีด า เพราะสี ด า สีขาว และสีแดงถือว่าเป็ นสีที่เป็ นมงคลของชนเผ่า ดาราอาง o สีแดง หมายถึง พระอาทิตย์กับมังกร o สีขาว หมายถึง นางพญานาค หรือจิตที่บริสุทธิ์ o สีด า หมายถึง ลูกหลานที่อาศัยอยู่กับมนุษย์ตัดขาดจากสวรรค์แล้ว เมื่อนางกินรี(มารดาของ ชาวดาราอาง)ได้อภิเสกสมรสกับเช้าชายมังกร


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 32 ข้อสังเกต หัวใจบ้านจะอยู่กึ่งกลางหมู่บ้านเสมอ และชาวบ้านทุกคนจะให้ความ นับถือและช่วยกันดูแลเสมอ


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 33 การเลี้ยงผีต้นไม้(ปี ปาย ดี เฮียง กานัม เฮห .) ความส าคัญ ตามความเชื่อของชาวดาราอาง น้นัการเล้ียงผีตน้ ไม้อนัที่จริงจะเรียก ไดว้า่เป็นการขอบคุณก็วา่ ได้เป็นการขอบคุณที่ตน้ ไมไ้ดใ้หห้ลายสิ่งหลายอยา่ง แก่มนุษย์เช่น ไมท้ี่จะสร้างบา้น ทา เครื่องมือสา หรับการทา เกษตร หรืออาวุธ รวมไปถึงอากาศที่บริสุทธิ์ เป็ นต้น การด ารงชีวิต (วิถีชีวิต) ของชาวดาราอาง ใน อดีตน้นัจะดา รงชีวิตอยใู่นป่าลึกบนหุบผาสูงที่ภูเขาสูงชันและมีอากาศหนาว ส่วนมากจะใชต้น้ ไมใ้นการสร้างและประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ เพื่ออา นวยความสะดวก ข้นัพ้ืนฐานในการดา รงชีวิตของชาวดาราอาง ฉะน้นัจึงมีการเล้ียงผีตน้ ไม้ (ขอบคุณ) และในกรณีที่มีคนเจ็บป่ วยจะต้องไปขอขมาผีต้นไม้ ตามความเชื่อ ของชาวดาราอางผทู้ี่เจ็บไขไ้ดป้่วยน้นัอาจจะไปลบลู่หรือทา สิ่งที่ไม่เหมาะสมไว้ เช่น ไม่ดูแลรักษาต้นไม้ ท าให้ต้นไม้มีแผลโดยการฟันหรือหัก ท าโดยที่มีเจตนา ที่ไม่ดีกบัตน้ ไม้หรือไม่ดูแลรักษาและปกป้องตน้ ไม้ก็จะทา ใหไ้ดร้ับสิ่งที่ไม่ดี หรือเจ็บไข้ได้ป่ วยได้ เพื่อที่จะรักษาให้หายก็จะต้องไปขอขมาหรือขอบคุณ (ระลึกถึงคุณค่าหรือความส าคัญของต้นไม้) อุปกรณ์ในการเลีย้งผี 1) กรวยใส่ดอกไม้2 ชุด 2) ดุง 4 3) ยิบยา 4 4) เทียน 4 เล่ม,ธูป 4 ดอก 5) ชา 1 ห่อ 6) เกลือ1 ห่อ 7) ห่อสวยใบตอง 8) ดอกไม้ 4 ชุดเล็ก 9) เส้ือคนป่วยใส่ข้าวสาร 10) มีด ขั้นตอนการท าพิธี 1) เตรียมอุปกรณ์ในการเล้ียงผีทุกอยา่งเรียบร้อยแลว้ 2) ตัดไม้มา 2อันแล้วท าเป็ นง่ามเพื่อวางกรวยดอกไม้ 3) นา ไมน้้นั ไปฝังดิน


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 34 4) ผู้ประกอบพิธีถอดผ้าโพกหัวออกเพื่อเป็ นการแสดงการให้เกียรติ ผี 5) ผู้ประกอบพิธีท่องคาถาพร้อมกับโยนข้าวสารไปที่กรวยดอกไม้ เพื่อบอกกล่าวขอความช่วยเหลือจากผีต้นไม้ หรือขอขมายกโทษ 6) เป็ นอันเสร็จพิธี โอกาสและระยะเวลาในการท า เมื่อเจ็บป่ วยและไม่สบายก็ให้ไปขอให้ผู้ประกอบพิธีหรือหมอผีเป็ น ผู้ท าพิธีให้ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ 1) สา หรับผปู้ระกอบพิธีหรือหมอผีจะตอ้งถอดผา้โพกหวัออกก่อนที่จะทา พิธีทุกคร้ังเพื่อแสดงการ ใหเ้กียรติแก่ผี 2) ในขณะที่ท าพิธีห้ามให้บุคคลใดมายืนอยู่ตรงหน้าผู้ประกอบพิธีหรือใกล้ผู้ประกอบพิธี เพราะ ตาม ความเชื่อของชนเผ่าดาราอางเชื่อว่าผีจะลงมาจากต้นไม้ 3) บรรพบุรุษ พระอาทิตย์ เป็ นผู้สร้างโลก ลูกหลานดาราอางจึงต้องดูแลรักษาไว้


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 35 การเลี้ยงผีเจ้าป่ า (ปี ปาย ดีเฮียง กาฌา แปร) ความส าคัญ ตามความเชื่อของชาวดาราอาง การเล้ียงผีเจา้ป่า(ขอบคุณ ป่ า ธรรมชาติ) น้นันบัวา่มีความสา คญัอีกอยา่งหน่ึงเกี่ยวกบัสิ่งที่มองไม่เห็นหรือ ความเชื่อเรื่องวิญญาณ เป็ นความเชื่อที่ว่า มีวิญญาณที่คอยปกปักรักษาดูแลป่ า ใหอุ้ดมสมบูรณ์หรือใหโ้ทษแก่ผทู้ี่ทา ลาย ดงัน้นัเพื่อเป็นการขอบคุณหรือขอ ขมาเจ้าป่ าหรือขอความช่วยเหลือในกรณีที่ของหาย และขอให้ผีเจ้าป่ าช่วยหา ของที่หายไป ชาวดาราอางจึงมีพิธีการเล้ียงผีเจา้ป่าสืบทอดกนัมาต้งัแต่บรรพ บุรุษจนมาถึงปัจจุบัน เพราะชาวดาราอางน้นัเชื่อวา่การที่เราสามารถ ดา รงชีวิตอยไู่ดก้็เพราะมีป่าอยกู่บัเรา เราจึงตอ้งช่วยกนั ปกป้องดูแลรักษาพ้ืน ป่ าไว้ การที่เราช่วยดูแลป่ า ป่ าก็จะช่วยดูแลเราเหมือนกนันอกจากน้นัการ เล้ียงผีเจา้ป่าจะเป็นโอกาสที่ลูกหลานชาวดาราอางไดร้ะลึกถึงสิ่งที่ธรรมชาติ (ป่า) ใหก้บัเรา ท้งัยงัเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษ เพราะเชื่อกันว่าพระอาทิตย์ เป็ นพ่อ ซึ่งสร้างธรรมชาติมาให้ลูกหลานชาวดาราอาง อุปกรณ์ในการเลีย้งผีเจ้าป่ า 1) ข้าวสุก 1ก ามือห่อใบตอง 2) อาหารหรือเน้ือหมูห่อใบตอง ขั้นตอนการประกอบพิธี 1) แกะห่อข้าวและห่ออาหารออกน ามาวางที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ 2) ผู้ประกอบพิธีหรือหมอผีถอดผ้าโพกหัวออกเพื่อแสดงการให้ เกียรติแก่ผีเจา้ป่า 3) นงั่คุกเข่าลงตรงหนา้ห่ออาหาร 4) ท่องคาถาและบอกกล่าวผีเจ้าป่ า 5) วางห่ออาหารทิ้งไว้เพราะชนเผ่าดาราอางเชื่อว่าผีเจ้าป่ าจะลงมากิน โอกาสและระยะเวลาในการท า ในโอกาสที่ท าของหายก็ให้ผู้ประกอบพิธีช่วยท าพิธีบอกกล่าวเจ้าป่ า ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ ในขณะที่มีการประกอบพิธีตอ้งใหผ้ ปู้ระกอบพิธีเป็นผูท้า พิธีเท่าน้นัหา้มใหใ้ครเขา้ไปยงุ่เกี่ยวใน ขณะที่ประกอบพิธี o บรรพบุรุษ พระอาทิตย์ เป็ นผู้สร้างโลก ลูกหลานดาราอางจึงต้องดูแลรักษาไว้


พิธีกรรม ประเพณี และวัฒนธรรม 36 การขอขมา (ปี ปาย ดี กันโดว) ความส าคัญ การขอขมาและขอยกโทษ ถือเป็ นการปฏิบัติที่เป็ นปกติของชนเผ่า ดาราอาง ในการประกอบการขอขมา ผู้ที่เป็ นผู้ใหญ่จะถอดผ้าโพกหัวออกเพื่อ เป็ นการให้เกียรติกันและกัน เมื่อใดที่ท าผิดก็ควรจะมีการขอขมาผู้ที่เรา ล่วงเกินไปน้นันอกจากน้นั ยังแสดงถึงความเป็ นคนอ่อนน้อมถ่อมตนอีกด้วย อุปกรณ์ในการท าพธิีขอขมา 1) ดอกพ่อ 2 ดอก ดอกแม่ 2แม่ 2) เทียนพ่อ 2 เล่ม เทียนแม่ 2 เล่ม 3) กรวยใส่ดอกไม้ ส าหรับพ่อ 2กรวย สวยดอกไม้ แม่2กรวย 4) ยิบยาพ่อ 2อัน ยิบยา แม่ 2อัน 5) น้า ส้มป่อย 6) ข้าวตอกและดอกดาวเรืองแห้ง 7)ข้าวและอาหารห่อใบตอง ขั้นตอนในการท าพิธีขอขมา 1) เตรียมอุปกรณ์การขอขมาให้ครบทุกอย่างไว้ในขันโตก 2)ลูกและพ่อถอดผ้าโพกหัวออกเพื่อเป็ นการแสดงความให้ เกียรติกัน 3)ลูกยกขันโตกยื่นให้พ่อและแม่และพูดกล่าวขอการยกโทษ ที่ได้ล่วงเกิน 4) พ่อใหอ้ภยัลูกและกล่าวสั่งสอนและอวยพรลูก 5)ลูกยกมือไหว้และและรับพรจากพ่อแม่ 6)ลูกนา น้า ส้มป่อยลา้งมือให้พ่อและแม่เพื่อแสดงถึงการลบ ล้างความผิดที่ได้กระท าต่อพ่อแม่ โอกาสและระยะเวลาในการท า เมื่อกระทา ผิดต่อพ่อแม่หรือล่วงเกินผใู้หญ่ก็จะตอ้งมีการขอขมาแม่ผนู้้นั


ดนตรีและการละเล่น 37 หมวด 4 ดนตรี และการละเล่น การท าวอ (ปี ปาย ดี โบง วอ) ความส าคัญ “วอ”ของชนเผ่าดาราอาง เป็ นเครื่องดนตรีที่แตกต่างจากเครื่องดนตรี ชนิดอื่น เพราะจะใชน้ ้า เตา้เป็นตวัเป่ าลม วอเป็ นเครื่องดนตรีหลักซึ่งส าหรับ ผู้ชายบรรเลงเท่าน้นั ในอดีตใช้เพื่อเป่ าจีบสาว และถือว่าเป็ นวัฒนธรรมที่สืบ ทอดจากบรรพบุรุษ ถ้าไม่มีวอ พ่อแม่ของฝ่ ายผู้หญิงจะไม่ค่อยชอบเพราะถือ ว่าเป็ นการไม่ให้เกียรติพ่อแม่ของฝ่ ายหญิง แต่ถ้ามีวอก็จะสามารถเป่ าเรียก ผหู้ญิงที่อยใู่นบา้นออกมานงั่พูดคุยกนั ช่วงกลางคืนผู้ชายจะมาเป่ าวอปลุก ผู้หญิงที่ตนเองชอบ เมื่อผู้หญิงไดย้นิเสียงดนตรีก็จะออกมาตอ้นรับและนงั่ พูดคุยกนัและดื่มน้า ชา ถา้ผหู้ญิงเอาน้า ชาออกมาตอ้นรับถือวา่ผหู้ญิงใหเ้กียรติ ผู้ชายมาก นอกจากจะใช้เป็ นเครื่องดนตรีจีบสาวแล้วยังสามารถใช้ประโยชน์ จากวอได้อีกหลายอย่าง เช่น เป็ นเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นในเทศกาลที่ส าคัญต่าง ๆ ของชนเผ่าดาราอางและยังสามารถน ามาเป็ นของฝากได้อีกด้วย วอจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการเป่ าวอไม่ว่าจะเป่ าในงานพิธีต่าง ๆ หรือในงานรื่นเริง โดยเฉพาะในเวลาที่บ่าวจะไปจีบสาว ตัวโน๊ตที่ผู้เป่ า เป่ า น้นัจะไม่มีโนต้ที่ตายตวัผูเล่นจะเป็ นผู้คิดค้นท านองและตัวโน๊ตของตนเอง ้ ข้ึนมา และสาวก็มกัจะจา ไดว้า่บ่าวที่เล่นวอน้ีเป็นใครเพราะทา นองจะไม่ เหมือนกัน วอเป็ นเครื่องดนตรีที่มีความแตกต่างจากเครื่องดนตรีชนิดอื่นคือ วอจะใชน้ ้า เตา้เป็นอุปกรณ์ในการท า ชนเผ่าดาราอาง จะไม่ใชส้ิ่งอื่นในการ เป่าแต่จะใชน้ ้า เตา้เท่าน้นัเพราะน้า เตาเป็ นอุปกรณ์ที่มา ้ จากธรรมชาติ มีความ แขง็แรงทนทาน และตรงส่วนปลายของน้า เตา้มีรูปร่างเรียวและเล็กสามารถที่ จะน าเข้าปากได้และเป่ าได้ถนัด และตรงส่วนหัวก็ใหญ่พอที่จะเจาะรูและใส่ ไม้ไผ่ได้ นอกจากน้นั ยังมีรูปทรงสวยงามอีกด้วย วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่ใหญ่ขนาดยาว 1ฟุต (ขนาดเส้นผ่านศูนย์ กลางประมาณ 1 เซนติเมตร) 2) ไม้ไผ่เล็กขนาด 1ฟุต (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ครึ่งเซนติเมตร)


ดนตรีและการละเล่น 38 3) มีดขนาดเล็กและขนาดใหญ่ 4) เหล็กแหลม (ใช้เพื่อเจาะรูไม้) 5) น้า เตา้เลก็ 6)แผ่นทองแดง (ทา ลิ้นของวอเพื่อใหม้ีเสียงออกมา) 7)ข้ีจ่ึง (เป็นข้ีของแมลงชนิดหน่ึงที่อาศยัอยใู่นโพรงไม้ ใช้แทนกาว) ขั้นตอนการท าวอ 1) ก่อไฟทิ้งไว้ 2) น าไม้ไผ่ขนาดใหญ่มาเจาะรูโดยการน าเหล็กแหลมมาเผาไฟจน เหล็กเป็ นสีแดง แทงลงไปที่ไม้ไผ่จนทะลุ 7รู 3) น าแผ่นทองแดงมาตัดเป็ นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดความยาวประมาณ 1.5เซนติเมตร ความกว้างประมาณครึ่งเซนติเมตร (หรือตามที่ผู้ เป่ าต้องการ) เมื่อวัดได้ขนาดแล้วน ามาเจาะเป็ นรูปสามเหลี่ยม โดยให้ด้านแหลมขาดออกจากแผ่นทองแดง 4) เจาะรูตรงขอ้ไมไ้ผใ่หไ้ดข้นาดเท่ากบัแผน่ทองแดงที่จะทา เป็นลิ้น เสียง 5) นา แผน่ทองแดงที่จะทา เป็นลิ้นมาใส่ในไมท้ี่มีขนาดเท่ากนั 6) น าไม้ไผ่เล็กมาตัดตรงส่วนหัว ใส่ลิ้นทองแดงเหมือนอันแรก วัด ไม้ไผ่ลงมา 1คืบ เหลาให้เหลือครึ่งหนึ่ง 7) นา น้า เตา้มาเจาะรู2รูที่จะสามารถใส่ไมไ้ผท่้งั 2อันได้ 8) นา ไมไ้ผท่้งัสองอนัมาใส่ในน้า เตา้ที่เจาะรู 9) นา ข้ีจ่ึงมาเชื่อมระหวา่งรูน้า เตา้และไมไ้ผใ่หส้นิทจนไมส้ามารถ ปล่อยให้ลมเข้าออกได้ โอกาสและระยะเวลาในการท า ท าเมื่อมีงานหรือมีเทศกาลต่าง ๆ และท าเมื่อในโอกาสที่ผู้ชาย ต้องการจะไปพูดคุยกับสาวที่ชอบ ใช้ระยะเวลาในการท าวอโดยประมาณ 3 ชวั่โมง ข้อห้าม ข้อปฏิบัติความเชื่อของชนเผ่า ดาราอาง เป็ นความเชื่อและประเพณีของชนเผ่าดาราอาง ถ้าผู้ชายจะจีบผู้หญิงต้องมีวอเป็ นเหมือนเครื่องดนตรี ที่ใช้ประกอบในการจีบสาว ถ้าไม่มีวอผู้หญิงก็จะไม่ออกมาพูดคุยด้วย


ดนตรีและการละเล่น 39 ข้อสังเกต 1) ไมไ้ผท่ ี่ใชท้า วอจะตอ้งเป็นไมไ้ผแ่ก่และมีเน้ือไมแห้ง ้ สนิท จึงจะมา สามารถท าวอได้ 2) ตรงส่วนที่ใชป้ากเป่าจะตอ้งใชน้ ้า เตา้เท่าน้นั ไม่สามารถใชอ้ยา่ง อื่นแทนได้


ดนตรีและการละเล่น 40 การท าดีง (ปี ปาย ดี โบง ดีง) ความส าคัญ ดีง เป็ นเครื่องดนตรีของชนเผ่าดาราอาง ซึ่งเป็ นเครื่องดนตรีส าหรับ ผชู้ายเท่าน้นั ในอดีตจะใช้เพื่อดีดจีบสาว และถือว่าเป็ นวัฒนธรรมที่สืบทอด จากบรรพบุรุษของชนเผ่าดาราอาง มาจนถึงปัจจุบันถ้ามีดีงก็จะสามารถดีดดีง ใหผ้หู้ญิงที่ตนเองชอบที่อยใู่นบา้นออกมานงั่พูดคุยกนัได้ในช่วงเวลากลางคืน ผู้ชายจะน าดีงมาดีดเพื่อปลุกให้ผู้หญิงที่ตนเองชอบให้ปลุกมาพูดคุยด้วยและ เมื่อผหู้ญิงไดย้นิเสียงดนตรีก็จะออกมาตอ้นรับและนงั่พูดคุยกนัและดื่มน้า ชา นอกจากน้ีดีงจะใชเ้ป็นเครื่องดนตรีจีบสาวแล้ว ยังใช้เป็ นประโยชน์ได้อีก หลายอย่าง เช่น เป็ นเครื่องดนตรีที่ใช้เล่นในเทศกาลที่ส าคัญต่าง ๆ ของชนเผ่า ดาราอาง และก็ยังสามารถน ามาเป็ นของฝากได้อีกด้วยดีงเป็ นเครื่องดนตรีที่ท า ยากมากชนิดหนึ่งของชนเผ่าดาราอาง ดงัน้นัผหู้ญิงก็จะภูมิใจในตัวหนุ่มที่ท า ดีงและดีดให้ตนฟัง ดีงเป็ นเครื่องดนตรีที่ใช้ในการจีบสาวเหมือนวอ แต่ดีงจะมีลักษณะ คล้ายกับกีตาร์ในปัจจุบัน เอกลักษณ์อยู่ที่การท าดีงจะต้องมีความละเอียดลออ ต้งัแต่การถากไมเจาะ้ ไม้ หากท าไม่ดีหรือรีบท าจนเกินไป ดีงที่ท าก็จะไม่มี เสียง หรือเสียงดีดที่ออกมาก็จะไม่ไพเราะ ดงัน้นัดีงจึงตอ้งใชเ้วลาในการทา มากกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น คือ ประมาณ 2-3 วัน ดีงไม่มีโน้ตที่ตายตัว ผู้เล่น เป็ นผู้ก าหนดโน้ตหรือท่วงท านองเองดงัน้นัผชู้ายแต่ละคนก็จะเล่นเพลงและ ท านองไม่เหมือนกัน จะมีเอกลักษณะเฉพาะตัวของผู้เล่นเอง วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ประดู่(ไมเ้น้ือแขง็) 2) มีด 3) สิ่ว 4)ค้อนเหล็ก 5)ขวาน 6) สายลวดเงิน (ใช้ส าหรับท าเส้นที่จะดีด) 7)ข้ีจ่ึง (ข้ีของแมลงชนิดหน่ึงใชแ้ทนกาว) 8)ไม้ไผ่ล าใหญ่(ส าหรับท าที่ปิ ดกล่องเสียง)


ดนตรีและการละเล่น 41 ขั้นตอนการท าดีง 1) เลือกไม้แข็งมา 1 ท่อน และตัดมา 1 เมตร 2) น ามีดมาเหลาเอาส่วนเปลือกออกในการเหลาให้ด้านที่อยู่ซ้ายมือ คือด้านจับเล็กกว่าด้านขวาคือด้านดีด 3) ส่วนตรงกลางจะเล็กเหมือนคอกีตาร์ (ลักษณะเหมือนกีตาร์) 4) นา สิ่วมาเจาะรูที่ไมด้า้นซา้ยหรือดา้นเลก็เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าความ ยาวประมาณ10 เซนติเมตร กว้าง 8 เซนติเมตร ลึกประมาณ 9 เซนติเมตร 5) น าไม้ด้านขวามือหรือด้านที่ใหญ่มาทับเหมือนกับด้านซ้าย ในข้อ 3แต่ความยาว19-20 เซนติเมตร 6) กว้าง 8 เซนติเมตรลึก10 เซนติเมตร 7) เจาะรูไม้ตรงส่วนไม้ด้านขวามือหรือด้านที่ใหญ่ เพื่อท าเป็ นกล่อง ขยายเสียง 8) น าไม้ไผ่มา 1 แผ่นวัดขนาดความกว้างและความยาวให้เท่ากับไม้ ที่เจาะด้านขวาที่เป็ นด้านกล่องเสียง เหลาให้บาง 9) ก่อไฟ 10) น าไม้ไผ่ในข้อ 8 มาแช่น้า และนา ไปลนไฟจนไม้ไผ่ร้อนแต่ ไม่ให้ไหม้ จากน้นั รีดด้วยหินให้ตรงและแบนโดยใช้น้า ช่วย 11) ใชส้ิ่วเลก็เลาะตรงขอบเพื่อที่จะมีที่วางแผน่ ไมต้รงดา้นส่วน ปลาย เมื่อได้ขนาดแล้วน าแผ่นไม้ที่ท าเสร็จในข้อ 10 มาปิ ดที่ไม้ ดา้นใหญ่โดยใชข้้ีจ่ึงปิดใหส้นิท 12) เจาะรู 3 รู ให้ทะลุโดยใช้เหล็กแหลมลนไฟ มาเจาะรู ด้านส่วน หัวตรงด้านจับโดยเจาะเรียงกัน 3รู (เพื่อใส่สาย) 13) หันไม้อีกด้านหนึ่งเจาะรูให้ทะลุ(เพื่อต้งัสาย) 14) ท าด้านดีดโดยการเจาะรูตรงหัว 3 รู เพื่อที่จะใส่สาย ส่วนปลายที่ ใช้จับ จะแกะสลักหรือฉลุลายได้ตามต้องการ 15) การทา ลูกบิดต้งัสาย น าไม้ไผ่มาหนึ่งกีบ ท าให้เป็ นรูปขวด ด้าน หนึ่งเล็ก และด้านหนึ่งใหญ่ ตัดให้ได้ 3 อัน เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1เซนติเมตร หรือ 2 เซนติเมตร น าไปใส่รูที่เจาะเตรียม ไว้แล้วเพื่อที่จะได้ใส่สาย


ดนตรีและการละเล่น 42 16) น าแท่งเหล็กมา 1 แท่งขนาดความยาว 2 นิ้วคร่ึง มาวางที่กล่อง เสียงตรงส่วนที่จะใชด้ีดเพื่อที่จะยกเส้นลวดข้ึน และนา ลวดมา 1 เส้นยาวประมาณ 2 นิ้วมาวางเพื่อที่จะช่วยยกใหเ้ส้นลวดสูงข้ึนใน ด้านส่วนคอของดีง 17) น าเส้นลวดยาวมา 3 เส้น วางทาบที่ส่วนปลายและส่วนหัว 18) น าเส้นลวดสอดลงไปในรู ตรงส่วนด้านที่ใหญ่มัดให้แน่น และ ดึงให้ตึง ส่วนอีกด้านหนึ่งคือด้านเล็กมาพันกับลูกบิดและสอด เข้าไปในรู หมุนลูกบิดที่มัดลวดแล้วดึงให้ตึง ทา เหมือนกนัท้งั 3 เส้น 19) ต้งัสายของดีงโดยใหห้มุนที่ลูกบิดตามเสียงที่ตอ้งการ โอกาสและระยะเวลาในท าดีง ดีงสามารถท าได้ในทุกโอกาส ส่วนใหญ่หนุ่มจะมีไว้เพื่อจีบสาว ดีง ใช้เวลาในการท า 2-3วัน ข้อสังเกต ไมท้ี่ใชท้า ดีงจะตอ้งใชไ้มเ้น้ือแขง็เท่าน้นัถา้ใชไ้มเ้น้ืออ่อนจะไม่ทน และเสียงไม่ดี


ดนตรีและการละเล่น 43 การท า ซากวัน ไม้ไผ่ ความส าคัญ “ซา กวัน” เป็ นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของชนเผ่าดาราอาง ทา ข้ึนเพื่อ คลายความเหงาในช่วงเวลาที่จะออกไปทา งาน เช่น การออกไปเล้ียงควาย หรือ ออกไปท าไร่ไปในป่ าก็จะท าซา กวันไว้เป็ นเครื่องดนตรีบรรเลงในยามว่าง และในเทศกาลต่าง ๆ เช่น วันพระ วนัข้ึนปีใหม่ซา กวัน ยังเป็ นเครื่องดนตรีที่ มีไว้ส าหรับชายหนุ่มในการจีบสาว ซา กวัน เป็ นเครื่องดนตรีที่เล่นไม่ยาก โดย จะใช้ปากเป็ นเหมือนกับล าโพงและใช้มือดีด ส่วนไม้ด้านข้างจะดีดมาข้างหน้า ซา กวันไม่มีโน้ตที่ตายตัว แต่ผู้เล่นจะมีท านองเป็ นของตนเอง แล้วแต่ว่าใคร จะเล่นท านองไหน เครื่องดนตรีชนิดน้ีทา จากไม้ไผ่ซึ่งเป็ นวัสดุที่หาง่ายอยู่ใกล้ ตัว และมีข้นัตอนการทา ที่ไม่ยากจนเกินไป วัสดุอุปกรณ์ 1) ไม้ไผ่อ่อน 2) มีด ขั้นตอนการท า ซา กวัน ไม้ไผ่ 1) ไปหาไม้ไผ่ที่มีอายุแก่ 2) น ามาตัดเป็ นท่อน ความยาวประมาณ ๑ คืบ ด้านกว้างประมาณ คร่ึงนิ้ว 3) น าไม้ที่เตรียมไว้แล้วมาตัดแล้วเหลาให้ไม้บาง ส่วนตรงปลาย ความยาวประมาณ ๒ นิ้ว หลงัจากน้นัเจาะและกรีดยาวลงมา ๔ นิ้ว สองเส้นและใหม้ีเส้นตรงกลาง ด้้านหัวจะขาดและแหลม และอีกด้านหนึ่งจะติดกับด้านหัว 4) เหลาตรงปลายด้านแหลมให้บาง เพื่อที่จะใช้เป็ นกล่องเสียง 5) น าด้านปลายที่แหลม น ามาลนไฟ เพื่อใหเ้ส้ียนของไมไ้หม้ไฟ เพื่อเสียงจะได้ไพเราะ


ดนตรีและการละเล่น 44 6) พลิกดา้นผิวไมข้้ึนตดัตรงผิวดา้นปลายแหลม ใส่ไม้ไผ่อีกอันหนึ่ง เข้าไปเพื่อท าเป็ นด้านเสียงของ ซา กวัน ข้อสังเกต ไม้ที่ใช้ท าซา กวันจะต้องเป็ นไม้ไผ่แก่


ดนตรีและการละเล่น 45 การร าของนางกินรีหรือร า หนางลอยงึอน (ฆา หนาง มาซีม) ความส าคัญ จากการบอกเล่าของชาวดาราอางที่สืบทอดกนัมาน้นัหนาง ลอย งึอน คือนางกินรีที่ถูกบ่วงแร้วของนายพราน(เจ้าชายมังกร)จับตัวมาและอาศัยอยู่บน โลกของมนุษย์เดิมทีน้นั นางกินรีเป็ นธิดาองค์เล็กในบรรดาธิดา7องค์ของพระ อาทิตย์กับนางพญานาคที่เป็ นเจ้าผู้ครองนครซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์และ โลกของมนุษย์ (เมิงฆางราว) การร า หนางลอย งึอน หรือการร าของนางกินรีน้นั (ฆา หนาง มาซีม) มีต้นต านานเกิดจาก มีนางกินรี 7 นาง ชอบมาเล่นน้า กนั ในป่าหิมพานต์พอ เล่นน้า เสร็จ นางท้งัเจ็ดก็จะบินกลบัไปยงันคร อยา่งน้ีอยู่เป็ นประจ า จนกระทงั่ วันหนึ่ง เจ้าชาย (เป็ นมังกร) ที่อาศัยอยู่กับฤๅษีเพื่อฝึ กวิชาอาคมและส าเร็จใน ทุก ๆ วิชาแล้ว เสด็จกลับบ้านเมืองของตนตามค าของท่านฤๅษีโดยฤๅษีได้ กา ชบัวา่ระหวา่งเดินทางกลบัน้นั ใหเ้ดินทางไปทางทิศตะวนัออกเท่าน้นัและ จะเจอสิ่งที่มีค่าโดยไม่ไดค้าดหมาย ระหวา่งเดินทางกลบับา้นเมือง เจา้ชายก็ได้ ใชว้ิชาที่ท่านฤๅษีสั่งสอนมา ไม่วา่จะเป็นการล่าสัตวต์ ่าง ๆ เพื่อใช้ประทังชีวิต ในแต่ละวันหรือการเอาตัวรอดจากสัตวร์้ายและสิ่งที่มีฤทธ์ิอา นาจที่มองไม่ เห็นด้วยตาเปล่าในป่ าหิมพานต์ จนมาวันหนึ่งเจ้าชายได้ไปล่าสัตว์ใกล้กับ น้า ตก และได้ยินเสียงพูดคุยหยอกลอ้ระหวา่งเล่นน้า กนัของนางกินรีท้งัเจ็ด เจ้าชายจึงแอบเก็บปี กนางกินรีนางหนึ่งไว้ แล้วหาต้นหวายมาท าเป็ นบ่วงแร้ว จับนางกินรี จากน้นัก็ตะโกนส่งเสียงดงันางกินรีท้งัเจ็ดนางน้นัตกใจรีบเก็บ ของแล้วบินกลับนคร และทิ้งนางกินรีคนสุดทอ้งที่หาปีกของตนไม่เจอไว้คน เดียวจึงถูกเจ้าชายใช้เส้นหวายมัดที่เอวนางไว้ หลงัจากน้นัเจา้ชายก็พานางกินรี น้นักลบัเมืองไปดว้ย ระหว่างทางกลบับา้นเมืองน้นั เอง เจ้าชายก็ได้หาผลไม้ และเครื่องนุ่งห่มให้กับนาง ด้วยความที่คิดถึงพี่น้องของตน นางกินรีจึงน า เพชร พลอย ทับทิม และเงินทองที่เจ้าชายหามาให้ได้ น ามาประดับเป็ นชุดที่ใส่ แลว้จากน้นัก็ร่ายร า จนเป็ นการร า หนาง ลอย งึอน จนกระทงั่นางอภิเษกสมรสกบัเจา้ชายแลว้นางก็ยงัคงร่าย ร าอยเู่ป็นประจา ส่วนพระอาทิตยก์บันางพญานาคน้นัเมื่อทราบข่าวจากพี่นอ้งของนางที่ไปเล่นน้า ดว้ยกนั ก็ ตดัสินใจใหน้างอาศยัอยบู่นโลกของมนุษย์เพราะนางน้นั ไดถู้กมนุษยจ์บัตอ้งแลว้ ไม่สามารถกลับมายังนคร ได้ เรื่องน้ีจึงเป็นความสา คญัและเป็ นต านานของการร า หนางลอยงึอน (ฆา หนาง มาชีม) มาจนถึงปัจจุบัน


Click to View FlipBook Version