The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรูุ้ดาราอาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-10 03:17:56

องค์ความรูุ้ดาราอาง

องค์ความรูุ้ดาราอาง

ดนตรีและการละเล่น 46 อุปกรณ์ประกอบการร า หนางลอยงึอน 1) ฉาบ 2) กลองยาว 3) ฆ้อง ขั้นตอนการละเล่นหนางลอยงึอน 1) นักแสดงจะเต้นตามจังหวะของเครื่องดนตรี 2) เต้นจังหวะของดนตรี โดยจะเน้นจังหวะโดยการใช้มือและเท้า โอกาสและระยะเวลาในการท า จะแสดงในช่วงที่มีงานส าคัญ เช่น เข้าพรรษา – ออกพรรษา, วันสงกรานต์ หรืองานอื่น ๆ ของชาว ดาราอาง ข้อห้าม ข้อปฏิบัติและความเชื่อ o หนาง ลอย งึอน เป็ นธิดาองค์ที่เจ็ด ของพระอาทิตย์กับนางพญานาค และในเวลาต่อมาได้ อภิเษกสมรสกับเจ้าชายมังกร ข้อสังเกต, เทคนิค ผู้ร า จะมีเทคนิคในการร าเฉพาะตัวบุคคล ส่วนข้อสังเกตท่าร าแต่ละท่าจะมีท่าเฉพาะของอาจารย์ที่ ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ ท าให้รู้ว่า ผู้ร าได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ท่านใด


ดนตรีและการละเล่น 47 การร าดาบ (ปี ปาย ดี ฆา ตา ปัวะ) ความส าคัญ ตามต านานการบอกเล่าของชาวดาราอาง ไม่ว่าจะเป็ นชายหรือหญิง ชาวดาราอาง ต่างก็มีความสามารถในการใชด้าบที่เชี่ยวชาญหรือจนเก่งกาจจน เป็ นที่เลื่องลือ ในอดีตชาวดาราอางเป็ นกลุ่มคนที่ชอบอาศัยอยู่ตามหุบผาสูงชัน บนภูเขาที่สูงหนาวและรักสันติ แต่เนื่องจากมีการรุกรานจากศัตรู ชาวดาราอาง จึงได้สร้างและฝึ กอาวุธไว้ป้องกันตนเองจากศัตรู ดาบจึงเป็ นอาวุธส าคัญที่ใช้ ในการสู้รบอีกชนิดหนึ่งของชาวดาราอาง นอกเหนือจากการใช้ ธนู กระบอง และอาวุธอื่น ๆ จนเมื่อถึงยุคที่ไม่มีการท าสงครามกันแล้ว การใช้ดาบจึงเริ่ม เปลี่ยนแปลงไป โดยผูท้ี่เก่งกาจในการใชด้าบเป็นอาวุธได้น ามาประยุกต์ กลายเป็ นการร าดาบแทน เพื่อให้ลูกหลานของดาราอางได้เห็นถึงความส าคัญ และการใช้ดาบเป็ นอาวุธในอดีต และเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของการใช้ดาบเป็ น อาวุธในอดีตให้ชาวดาราอางได้สืบทอดจนถึงปัจจุบัน อุปกรณ์ในการร าดาบ 1) ฆ้อง 2) ฉาบ 3) กลอง 4) ดาบ การร าดาบ 1 มือ มี 4 ท่า 1) ท่าต้งัรับ 2) ท่าเตรียมรอฟัน 3) ท่าฟัน มือป้องกันตัว 4) ป้องกันตัวด้านหลัง การร าดาบ 2 มือ มี5 ท่า 1) ท่าต้งัรับ 2) ท่าต่อสู้ 3) ฟันข้างหลังข้างบนป้องกันตัว 4) ต้งัท่า 5) ท่ากลับหลัง


ดนตรีและการละเล่น 48 ข้อห้าม ข้อปฏิบัติและความเชื่อ ดาบที่ใช้ในการร าต้องเก็บไว้เป็ นอย่างดี ไม่ควรให้เด็กจับเล่น เพราะ ดาบทุกเล่มจะมีครูบาอาจารย์อยู่ ดงัน้นัก่อนที่จะร าก็จะตอ้งมีการไหวค้รูก่อน ทุกคร้ัง โอกาสและระยะเวลาในการท า จะแสดงในช่วงที่มีงานส าคัญ ๆ เช่น เข้าพรรษา ออกพรรษา วัน สงกรานต์ หรืองานอื่น ๆ ของชาวดาราอาง ข้อสังเกต, เทคนิค ผู้ร าจะมีเทคนิคในการร าเฉพาะตัว ท่าร าแต่ละท่าจะมีท่าเฉพาะของ อาจารย์ที่ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ ซึ่งจะท าให้รู้ได้ว่า ผู้ร าได้รับการถ่ายทอดมา จากอาจารย์ท่านใด


ดนตรีและการละเล่น 49 การร ากระบอง (ปี ปาย ดี ฆา ตา รัง) ความส าคัญ ตามต านานการบอกเล่าของชาวดาราอาง ไม่ว่าจะเป็ นชายหรือหญิง ชาวดาราอาง ต่างก็มีความสามารถในการใช้กระบองที่เชี่ยวชาญหรือจน เก่งกาจจนเป็นที่เลื่องลือ ในอดีตน้นัชาวดาราอาง เป็ นกลุ่มคนที่ชอบอาศัยอยู่ ตามหุบผาสูงชันบนภูเขาที่สูงหนาวและรักสันติ แต่เนื่องจากมีการรุกรานจาก ศัตรู ชาวดาราอาง จึงได้สร้างและฝึ กอาวุธไว้ป้องกันตนเองจากศัตรู กระบอง จึงเป็ นอาวุธที่ใช้ในการสู้รบอีกชนิดหนึ่งของชาวดาราอาง นอกเหนือจากการ ใช้ ธนู ดาบ และอาวุธอื่น ๆ และจากการที่ดาราอาง มักอาศัยอยู่บริเวณผาสูง ชัน จึงจ าเป็ นต้องใช้กระบองในการป้องกันตน และใช้ในการเดินทางจากช่อง แคบระหว่างหน้าผาหรือภูเขาสูงชัน (ใช้ช่วยในการโหนตัว) เป็ นต้น จนมาถึง ยุคสมัยที่ไม่มีการท าสงครามกันแล้ว เริ่มไม่มีใครใช้กระบองเป็ นอาวุธ ผู้ที่ เก่งกาจในการใชก้ระบองเป็นอาวุธจึงได้น ามาประยุกต์ให้กลายเป็ นการร า กระบองแทน เพื่อให้ลูกหลานของชาวดาราอาง ได้เห็นถึงความส าคัญและการ ใช้กระบองเป็ นอาวุธในอดีตและได้ถ่ายทอดจนถึงปัจจุบัน อุปกรณ์ในการร ากระบอง 1) ฆ้อง 2) ฉาบ 3) กลอง 4) กระบอง การร ากระบองมี 2 ท่า 1) ท่าต้งัรับ 2) ท่ากลาง 3) ท่าตี 4) ท่าแทงตรงกลาง 5) โจมตีข้างหน้า 6) ท่าแทงด้านหลัง


ดนตรีและการละเล่น 50 ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ และความเชื่อ กระบองที่ใช้ในการร าต้องเก็บอย่างดี ไม่ควรให้เด็กน ามาเล่น เพราะ กระบองทุกอันจะมีครูบาอาจารย์อยู่ ดงัน้นัก่อนที่จะมีการร ากระบองก็จะตอ้ง มีการไหวค้รูก่อนทุกคร้ัง โอกาสและระยะเวลาในการท า จะแสดงในช่วงที่มีงานส าคัญ ๆ เช่น เข้าพรรษา ออกพรรษา วัน สงกรานต์ หรืองานอื่น ๆ ของชาวดาราอาง ข้อสังเกต, เทคนิค ผู้ร าจะมีเทคนิคในการร าเฉพาะตัว ท่าร าแต่ละท่าจะมีท่าเฉพาะของ อาจารย์ที่ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ ซึ่งจะท าให้รู้ได้ว่า ผู้ร าได้รับการถ่ายทอดมา จากอาจารย์ท่านใด


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 51 หมวด 5 หัตถกรรมและภูมิปัญญา การท า หน่องรึอณ (ปี ปาย ดี จึม หน่อง รึอณ) ความส าคัญ มีต านานที่บอกเล่าถึงชนเผ่าดาราอางว่า ผู้หญิงดาราอางจะต้องมีที่ คาดเอวหรือ หน่อง รึอณ ซึ่งเป็นเครื่องประดบัชิ้นหน่ึงที่ขาดไม่ไดส้า หรับการ แต่งตัวของผู้หญิงดาราอาง ตามตา นานความเชื่อด้งัเดิมของชนเผา่ดาราอาง เชื่อว่าชนเผ่าของตน สืบเช้ือสายมาจากตระกูลของนางฟ้ากินรีลงมาเล่นน้า กบัพี่สาวท้งั 6 คน และ ถูกนายพราน (เจ้าชายมังกร) จับตัวไปโดยใช้บ่วงแร้วรัดไว้ที่เอว และนนั่คือ ที่มาของการใส่ หน่อง รึอณและหน่องต่าง ๆ จึงกลายเป็ นต านานของผู้หญิง ชนเผ่าดาราอางที่ต้องใส่ หน่อง รึอณเอาไว้ที่เอวตลอดเพื่อจะระลึกถึงว่าบรรพ บุรุษของตนเองมาจากตระกูลของนางฟ้ากินรี เป็นประเพณีด้งัเดิมของชนเผ่าดาราอางที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ผหู้ญิงทุกคนจะตอ้งใส่จะถอดเฉพาะเวลาอาบน้า แต่ในเวลาอื่นตอ้งใส่แมแ้ต่ ในเวลานอนก็จะต้องใส่ เด็กผู้หญิงเมื่อโตข้ึนจนเดินได้แล้วพ่อแม่ก็จะให้ใส่ หน่อง รึอณ จุดเด่นและลักษณะของหน่อง รึอณ คือ ท ามาจากเงิน และหน่อง รึอณ จะมีลายเฉพาะอยู่ 2ลาย คือลายดอก (พระทิตย์) และลายเถาวัลย์ (พญานาคกับ มังกร) วัสดอุ ุปกรณ์ 1) เตาไฟ 2) ถ่านจากต้นไม้รัก 3) ค้อน 4) ถ้วยหลอม 5) เงินก้อน 6) ตะปูตอกลาย 7) ตราชงั่เงิน 8) คีมคีบ 9) ทงั่ 10) เครื่องเป่ าลม 11) รางไมใ้ส่น้า (มีไวส้า หรับท าให้เงินที่หลอมแล้วเป็ นแท่ง)


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 52 ขั้นตอนการท า 1) ก่อไฟทิ้งไว้ 2) ชงั่เงินดว้ยตราชงั่ใหไ้ดน้ ้า หนกัเงินที่ตอ้งการ 3) น าเงินไปใส่ในถ้วยหลอม เพื่อที่จะหลอมเงินให้เหลว 4) เทเงินที่หลอมเหลวแล้ว ลงในแท่นรองไมท้ี่ใส่น้า และผา้ (ผา้วาง ไว้บนแท่นรองไม้) ที่เตรียมไว้รอจนเงินที่เทลงไปแล้วให้เย็น 5) น าเงินที่เย็นแล้ว น ามาตีให้เป็ นแผ่นบางตามที่ต้องการ 6) น าตะปูมาตอกให้เป็ นลายดอก หรือลายเถาวัลย์ 7) น ามาวัดที่สะโพก ตามรูปร่างของผู้ใส่ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ o ห้ามให้ผู้หญิงข้ามกระบอกเป่ าลม (เพราะจะท าให้เป็ นแผลที่ ต้นขาหรือที่ขาหนีบ) o ห้ามท าวันพระ เพราะจะผิดศีล o ลาย หน่อง รึอน จะใช้แทนสัญญาลักษณ์ ของพระอาทิตย์ พญานาคและมังกร โอกาสและระยะเวลาในการท า จะท าในช่วงเวลากลางวัน เพราะจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่า ใช้เวลาใน การท าประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปี ข้อสังเกต 1) หน่อง รึอณ ของชนเผ่าดาราอางจะท ามาจากเงินเท่าน้นั 2) หน่อง รึอณจะอยู่ส่วนบนของหน่องหวอง (สีด า) 3) หน่อง รึอณจะมีลายเฉพาะ(ลายดอก และลายเถาวัลย์) 4) สาว ๆ ในสมยัก่อนจะนิยมใส่หน่อง รึอณหรือหน่องต่าง ๆ ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานจะใส่จาก ดา้นบนลงสู่เอวโดยสวมจากดา้นหวัลงมาที่เอว ส่วนคนที่แต่งงานแลว้จะสวมจากเทา้ข้ึนสู่เอว แต่ละบุคคลจะไม่สามารถสวมหน่องของผู้อื่นได้เพราะแต่ละคนรูปร่างไม่เหมือนกัน


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 53 การท า หน่อง หวอง (ปี ปาย ดี โบง หน่อง หวอง) ความส าคัญ ตามตา นานความเชื่อด้งัเดิมของชนเผา่ดาราอาง เชื่อว่า ตนสืบเช้ือสาย มาจากตระกูลของนางฟ้ากินรีลงมาเล่นน้า กบัพี่สาวท้งั 6คน และถูกนายพราน (เจ้าชายมังกร) จบัตวัไปโดยใชบ้ ่วงแร้วรัดไวท้ี่เอว และนนั่คือที่มาของการใส่ หน่องหวองและหน่องต่าง ๆ จึงกลายเป็ นต านานที่ผู้หญิงชนเผ่าดาราอางต้อง ใส่หน่องหวองเอาไว้ที่เอวตลอดเพื่อจะระลึกถึงว่าบรรพบุรุษของตนเองมาจาก ตระกูลของนางฟ้ากินรี เป็นประเพณีด้งัเดิมของชนเผ่าดาราอาง ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ผหู้ญิงทุกคนจะตอ้งใส่จะถอดเฉพาะเวลาอาบน้า แต่ในเวลาอื่นต้องใส่แม้แต่ ในเวลานอนก็จะต้องใส่ เด็กผู้หญิงเมื่อโตข้ึนจนเดินได้แล้วพ่อแม่ก็จะให้ใส่ หน่องหวอง จุดเด่นและลักษณะของหน่องหวอง คือจะมีเส้นที่เล็กและมีสีด า ใน การท าหน่องหวอง ต้องมีความระมัดระวังโดยเฉพาะการทายางไม้รักนอกจาก จะมีสีด าแล้ว ยางไม้ชนิดน้ีเมื่อสัมผัสกับร่างกายจะท าให้เป็ นผื่นคันและเกิด อาการแพ้ได้ง่ายมาก ผู้ท าจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็ นพิเศษในการท า วัสดุอุปกรณ์ 1) ต้นหวาย 2) มีด 3) ด้าย 4) ยางต้นไม้รัก (สีด า) 5) โคลน ขั้นตอนการท า 1) หา ต้นหวาย(ตามต้องการ) 2) น ามาผ่าให้เป็ นเส้นเล็ก ๆ หนาประมาณ 1 มิลลิเมตร 3) นา ไปแช่ในโคลนทิ้งไว้ 3วัน เพื่อที่จะให้หวายเปลี่ยนสีเป็ นสี น้า ตาล 4) เมื่อครบ 3วันแล้ว น าหวายที่ฝังไว้ในโคลนออกมาล้างให้สะอาด และผึ่งแดดให้แห้ง 5) เมื่อหวายที่ตากแดดแห้งแล้ว น าหวายมามัดตรงปลายให้ได้ขนาด รอบเอวเป็ นวงกลมของผู้ที่จะสวมใส่


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 54 6) น าหวายที่มัดแล้วมาทายางไม้รัก (สีด า) ใหท้วั่แลว้นา ไปผ่ึงแดด ใหแ้หง้อีกคร้ังหน่ึงใชเ้วลาประมาณ 3 วัน 3คืน แล้วจึงน ามาสวม ใส่ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ ในการใช้ยางไม้รักต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะยางมีความ ระคายเคืองต่อผิวสูงและจะท าให้ผู้ที่ถูกยางไม้รักเกิดอาหารแพ้ได้ o สีด า หมายถึง ไม่เป็ นเทพธิดา หรือตัดขาดจากสวรรค์แล้ว ข้อสังเกต 1) หน่องหวองของชนเผ่าดาราอางจะเป็ นสีด าเท่าน้นั ไม่สามารถจะ ใส่สีอื่นได้หากใส่สีอื่นจะไม่ใช่ชนเผ่าดาราอาง 2) หน่องหวองจะอยู่ท้ายสุดของหน่องต่าง ๆ ที่สวมไว้ที่เอวโดยนับ จากเอวด้านบนลงด้านล่าง 3) สาว ๆ ในสมยัก่อนจะนิยมใส่หน่องหวองหรือหน่องต่าง ๆ จาก ด้านบนลงสู่เอวโดยสวมจากด้านหัวลงมาที่เอว ส่วนคนที่ แต่งงานแลว้จะสวมจากเทา้ข้ึนสู่เอว ซึ่งแต่ละบุคคลจะไม่ สามารถสวมหน่องของผู้อื่นได้เพราะแต่ละคนรูปร่างไม่ เหมือนกัน 4) หน่องหวองจะท ามาจากหวายเนื่องจากหวายมีอายุการใช้งาน ยาวนานและสามารถสืบทอดให้ลูกหลานได้


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 55 การท า หน่อง เรณ (ปี ปาย ดี โบง หน่อง เรณ) ความส าคัญ หน่องเรณ เป็ นเครื่องประกอบในการแต่งกายที่สามารถบ่งบอกถึงอัต ลักษณ์และวัฒนธรรมชนเผ่า ส าหรับหน่องเรณ สีแดงจะบ่งบอกว่าเป็ นลูกพระ อาทิตย์กับนางพญานาคและเจ้าชายมักกร ตามตา นานความเชื่อด้งัเดิมของชน เผ่า ดาราอาง เชื่อว่าชนเผ่าของตนเองสืบเช้ือสายมาจากตระกูลของนางฟ้ากินรี ลงมาเล่นน้า กบัพี่สาวท้งั 6 คน และถูกนายพราน (เจ้าชายมังกร) จับตัวไปโดย ใชบ้ ่วงแร้วรัดไวท้ี่เอว และนนั่คือที่มาของการใส่หน่องเรณและหน่องต่าง ๆ จึงกลายเป็ นเหตุของผู้หญิงชนเผ่าดาราอาง ต้องใส่หน่องเรณเอาไว้ที่เอวตลอด เพื่อจะระลึกถึงว่าบรรพบุรุษของตนเองมาจากตระกูลของนางฟ้ากินรี เป็นประเพณีด้งัเดิมของชนเผ่าดาราอางที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ผู้หญิงทุกคนจะต้องใส่ จะถอดเฉพาะเวลาอาบน้า แต่ในเวลาอื่นตอ้งใส่แมแ้ต่ ในเวลานอนก็จะต้องใส่ ข้อแตกต่างและเอกลักษณะหรือลักษณะเฉพาะของการท าหน่องเรณ คือ ระยะเวลาในการท า จะใช้เวลานานกว่าหน่องชนิดอื่นคือ ประมาณ 1 ปี เพราะในข้นัตอนของการแช่หวาย หวายจะออกมาเป็นสีแดงหรือไม่ตอ้งข้ึนอยู่ กับระยะเวลา โดยจะแช่หวายกับใบ นัมลีก จะต้องมากกว่า 8 เดือน เพราะ หวายจะไม่ออกสีแดง ซึ่งจะถือว่าเป็ นหน่องเรณไม่ได้ วัสดุอุปกรณ์ 1) ต้นหวาย(ตามต้องการ) 2) มีด 3) ใบส้มป่ า (เป็นใบไม้ที่อยู่ในป่ าจะออกเป็ นเครือ) 4) รากไม้ป่ า (จะท าให้หวายเป็ นสีแดง) 5) ใบ นัมลีก (เป็ นใบไม้ในป่ าที่จะช่วยท าให้หวายเป็ นสีแดง) 6) หม้อส าหรับต้มหน่องเรณ 7) ครกไม้ต ามือขนาดใหญ่ 8) ตอกเส้นเล็ก(ใช้สร้างลาย) ขั้นตอนในการท าหน่องเรณ 1) น าหวายที่ตัดได้ขนาดแล้วมาผ่าครึ่งประมาณ 1นิ้ว หวาย 1 ต้นจะ ได้2 เส้น 2) น าใบ นัมลีก มาแช่น้า และใหน้า หวายที่ตดัมาแช่เป็นเวลา 8 เดือน


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 56 3) เมื่อครบ 8 เดือนแล้วน าหวายออกมาพันไม้ไผ่ โดยการน าไม้ไผ่มา เหลาให้เป็ นตอกเส้นเล็ก ๆ ประมาณ 1มิลลิเมตร มาพันที่หวาย พันให้เป็ นลายเกรียวให้รอบ 4) น าหวายมาต้มกับรากไม้ป่ า (ฝานเป็ นแว่น ๆ) และใบส้มป่ า ประมาณ 20 นาทีใบส้มป่าน้ีจะตอ้งตา ใหพ้อดูมีน้า ออกมา จน หวายเริ่มเป็นสีแดง 5) น าออกมาตากแดดให้แห้ง แกะตอกที่พันรอบหวายออกให้หมด หวายจะเป็ นลายเกลียวสวยงาม 6) น าด้ายมามัดที่ส่วนปลายหวาย โดยวัดให้ได้ขนาดรอบเอวของผู้ที่ จะสวมใส่ก่อน เมื่อไดข้นาดแลว้จึงมดัดว้ยดา้ย 7) น ามาสวมใส่ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ ในขณะที่ต้มหวายห้ามให้มีคนมาทักหรือมาพูดคุยด้วย หรือห้ามมีคน มาพูดว่าจะแดงหรือไม่ เพราะว่าจะท าให้หวายไม่ออกสีแดง o สีแดง หมายถึง พระอาทิตย์กับเจ้าชายมังกร o สีขาว (ขุ่น) ที่เกลียวสลับกับสีแดง หมายถึง พญานาคกับ มังกร ข้อสังเกต 1) ในการเลือกหวายท า หน่องเรณ จะตอ้งใชห้วายแก่เท่าน้นัเพราะ ถ้าเป็ นหวายอ่อนจะไม่ออกสีแดง 2) ในการแช่หวายในใบ นัมลีก จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 8 เดือน 3) หน่องเรณของชนเผ่าดาราอางจะเป็ นสีแดงเท่าน้นั ไม่สามารถจะ ใส่สีอื่นได้ หากใส่สีอื่นจะไม่ใช่ชนเผ่าดาราอาง 4) หน่องเรณจะอยู่ตรงกลางของหน่องต่าง ๆ ที่สวมไว้ที่เอวโดยนับ จากเอวด้านบนลงด้านล่าง 5) สาว ๆ ในสมยัก่อนจะนิยมใส่หน่องเรณหรือหน่องต่าง ๆ จาก ด้านบนลงสู่เอวโดยสวมจากด้านหัวลงมาที่เอว ส่วนคนที่แต่งงาน แลว้จะสวมจากเทา้ข้ึนสู่เอว แต่ละบุคคลจะไม่สามารถสวมหน่อง ของผู้อื่นได้เพราะแต่ละคนรูปร่างไม่เหมือนกัน 6) หน่องเรณจะท ามาจากหวายเนื่องจากหวายมีอายุการใช้งานยาวนานและสืบทอดให้ลูกหลานได้


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 57 การท าหน่องดอน (ปี ปาย ดี โบง หน่อง ดอน) ความส าคัญ มีต านานที่บอกเล่าถึงชนเผ่าดาราอางว่า ผู้หญิงทุกคนจะต้องมีที่คาด เอวหรือหน่องดอน ซ่ึงเป็นเครื่องประดบัชิ้นหน่ึงที่ขาดไม่ไดใน้ การแต่งตัว ของผู้หญิง ตามต านานความเชื่อด้งัเดิมของชนเผา่ดาราอาง เชื่อวา่ตนสืบเช้ือสาย มาจากตระกูลของนางกินรีที่ลงมาเล่นน้า กบัพี่สาวท้งั 6 คน และถูกนายพราน (เจ้าชายมังกร) จบัตวัไปโดยใชบ้ ่วงแร้วรัดไวท้ี่เอว และนนั่ คือที่มาของการใส่ หน่องดอนและหน่องต่าง ๆ กลายเป็ นต านานและธรรมเนียมปฏิบัติของผู้หญิง ชนเผ่าที่ต้องใส่หน่องดอนเอาไว้ที่เอวตลอด เพื่อระลึกว่าบรรพบุรุษของ ตนเองมาจากตระกูลของนางฟ้ากินรี เป็นประเพณีด้งัเดิมของชนเผ่าดาราอางที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ที่ ผู้หญิงทุกคนต้องใส่ จะถอดเฉพาะเวลาอาบน้า แต่ในเวลาอื่นตอ้งใส่แมแ้ต่ใน เวลานอนก็จะตอ้งใส่เด็กผหู้ญิงเมื่อโตข้ึนจนเดินไดแ้ลว้พ่อแม่ก็จะใหใ้ส่ หน่องดอน จุดเด่นและลักษณะของหน่องดอนคือ การถักคล้ายกับเกล็ดพญานาค กับมังกร วัสดุอุปกรณ์ 1) มีด 2) หวาย 3) ซาโฆง (เป็ นหญ้าชนิดหนึ่ง) ขั้นตอนการท า 1) น าหวายที่ได้มาผ่าและเหล่าให้เป็ นเส้นเล็ก ๆ และยาวๆ 2) ฉีก ซา โฆง ให้เป็ นเส้นเล็ก ๆ 3) น า ซาโฆง มาถักเข้ากับไม้โดยให้เส้นหวายอยู่ด้านใน 4) ลักษณะของการถักคล้ายกับการถักเปี ย 5) ท าจนหมดปลายหวาย ท าเส้นต่อไป ท าจนได้หลาย ๆ เส้น 6) นา มามดัรวมกนัดว้ยเชือกให้แน่นอีกคร้ังหน่ึง 7) เสร็จเรียบร้อยแล้วน ามาสวมใส่สวยงาม


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 58 โอกาสและระยะเวลาในการท า จะท าในช่วงเวลากลางวัน เพราะจะมองเห็นชัดเจนกว่า ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ ห้ามท าวันพระ เพราะจะผิดศีล o หน่องดอน หมายถึง นางพญานาคกับเจ้าชายมังกร o ลายหน่องดอน หมายถึง เกล็ดของนางพญานาคกับเจ้าชาย มังกร ข้อสังเกต 1) หน่องรึอณ ของชนเผ่าดาราอางจะทา มาจากเงินเท่าน้นั 2) หน่องรึอณจะอยู่ส่วนบนของหน่องหวอง (สีด า) 3) หน่องรึอณจะมีลายเฉพาะ(ลายดอก และลายเถาวัลย์) 4) หน่องดอน จะท ามาจาก ซาโฆงลักษณะการถักคล้ายเกล็ด 5) หน่องไปย จะท าจากหวาย โดยใช้เข็มสร้างลายจนรอบหวายลาย เฉพาะคือลายวงกลม 6) สาว ๆในสมยัก่อนจะนิยมใส่หน่องดอนหรือหน่องต่าง ๆ ผู้หญิงที่ ยังไม่ได้แต่งงานจะใส่จากด้านบนลงสู่เอวโดยสวมจากด้านหัวลง มาที่เอว ส่วนคนที่แต่งงานแลว้จะสวมจากเทา้ข้ึนสู่เอว แต่ละ บุคคลจะไม่สามารถสวมหน่องของผู้อื่นได้เพราะแต่ละคนรูปร่างไม่เหมือนกัน


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 59 การท าหน่องไปย(ปี ปาย ดี โบง หน่อง ไปย) ความส าคัญ มีต านานที่บอกเล่าถึงชนเผ่าดาราอางว่า ผู้หญิงจะต้องมีที่คาดเอวหรือ หน่องไปย ซึ่งเป็ นเครื่องประดบัชิ้นหน่ึงที่ขาดไม่ไดส้ าหรับการแต่งตวัของ ผู้หญิงดาราอาง ตามตา นานความเชื่อด้งัเดิมของชนเผา่ดาราอาง เชื่อว่าตนสืบเช้ือสาย มาจากตระกูลของนางกินรีที่ลงมาเล่นน้า กบัพี่สาวท้งั 6 คน และถูกนายพราน (เจ้าชายมังกร) จับตัวไปโดยใช้บ่วงแร้วรัดไว้ที่เอว และนนั่คือที่มาของการใส่ หน่องไปย และหน่องต่าง ๆ กลายเป็ นต านานและธรรมเนียมปฏิบัติของ ผู้หญิงดาราอาง ที่ต้องใส่หน่องไปย เอาไว้ที่เอวตลอดเพื่อจะระลึกถึงว่าบรรพ บุรุษของตนเองมาจากตระกูลของนางกินรี เป็ นประเพณีด้งัเดิมของชนเผ่าดาราอางที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ผู้หญิงทุกคนจะต้องใส่ จะถอดเฉพาะเวลาอาบน้า แต่ในเวลาอื่นตอ้งใส่ แมก้ระทงั่เวลานอน เด็กผูห้ญิงเมื่อโตข้ึนจนเดินไดแ้ลว้พ่อแม่ก็จะใหใ้ส่หน่อง ไปย จุดเด่นและลักษณะของหน่องไปยคือ ท ามาจากหวายกับ ซา โฆงและ หน่องไปยจะมีลายเฉพาะคือลายวงกลม โครงไปมา คล้ายภูเขาสูง วัสดอุ ุปกรณ์ 1) ต้นหวาย (ตามต้องการ) 2) มีด 3) เข็ม 2 เล่ม 4) จา โมย เซณ ขั้นตอนการท า 1) เลือกหวายที่ต้องการ น ามาลอกเอาเปลือกสีเขียวออกให้เหลือแต่ หวายส่วนด้านในสีขาว 2) น าหวายมาผ่าครึ่งเหลาตรงด้านข้างและตกแต่งให้สวยงาม เอา เส้ียนของหวายออก 3) น าหวายมาโค้งให้เป็ นวงกลมที่สามารถเข้ากับเอวของผู้สวมใส่ ได้


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 60 4) น าเข็ม 2 เล่มมามัดด้วย จา โมย เซณให้แน่นโดยให้เข็มเล่มหนึ่ง อยู่สูงและเข็มอีกเล่มหนึ่งอยู่ต ่าให้เป็ นเหมือนลักษณะคล้ายวง เวียน 5) น าเข็มไปหมุนที่หวายให้เป็ นวงกลมจนรอบหวาย ใช้มือถูไปมา ลายจะออกมาเห็นไดช้ดัมากข้ึนเป็นอนัเสร็จเรียบร้อย นา มาสวม ใส่เอวได้ โอกาสและระยะเวลาในการท า ในการท าหน่องไปยสามารถท าได้ในทุกโอกาสแต่จะนิยมท าในตอน กลางวันเพราะจะมองเห็นได้ชัดและลายของเข็มที่กดลงไปที่หวายจะสวยงาม และเท่ากัน ข้อห้าม ข้อปฏิบัติ ความเชื่อ ห้ามท าวันพระ เพราะจะถือว่าผิดศีล o วงกลม หมายถึง พระอาทิตย์ o วงกลมที่ต่อกัน หมายถึง พญานาคกับมังกร o วงกลมโค้งไปมา และจุดในวง หมายถึง ภูเขาสูง และอาศัยอยู่บนภูเขาสูงในโลก ข้อสังเกต 1) หน่องรึอณ ของชนเผ่าดาราอางจะทา มาจากเงินเท่าน้นั 2) หน่องรึอณ จะอยู่ส่วนบนของหน่องหวอง (สีด า) 3) หน่องรึอณ จะมีลายเฉพาะ(ลายดอก และลายเถาวัลย์) 4) หน่องดอน จะท ามาจาก หวายกับ ซาโฆง ลักษณะการถักคล้ายกับการถักเปี ยผม 5) หน่องไปย จะท ามาจากหวาย โดยใช้เข็มท าลายจนรอบหวายลายเฉพาะคือลายวงกลม 6) สาว ๆ ในสมยัก่อนจะนิยมใส่หน่องไปยหรือหน่องต่าง ๆ ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานจะใส่จาก ดา้นบนลงสู่เอวโดยสวมจากดา้นหวัลงมาที่เอว ส่วนคนที่แต่งงานแลว้จะสวมจากเทา้ข้ึนสู่เอว แต่ละบุคคลจะไม่สามารถสวมหน่องของผู้อื่นได้เพราะแต่ละคนรูปร่างไม่เหมือนกัน


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 61 การท าก าไล (ปี ปาย ดี โบง กันแด) ความส าคัญ เนื่องจากสมยัก่อนมกัมีการสู้รบกนัชายหญิงชาวดาราอางนิยมใส่ ก าไลเพื่อเป็ นเกราะป้องกันหรือเป็ นอาวุธ เนื่องจากมีน้า หนกัมาก(ใช้เป็ น สัญญาลักษณ์ พญานาคกับมังกร) ถ้าใส่หลายอันจะหนักและสามารถท าให้ บาดเจ็บได้ ในสมยัก่อนนิยมใส่กา ไลเป็ นโลหะประเภทเงินและจะใส่มาก ต้งัแต่ขอมือจนถึงข้อศอก ้ แต่ในสมัยปัจจุบันจะใส่ไม่มาก จะใส่เพียง 3-4อัน เป็ นต านานที่บอกเล่าถึงชนเผ่าดาราอางว่า ชายหญิงดาราอางจะต้องมี ก าไลข้อมือหรือกันแดใส่เป็ นเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้ในการแต่งตัว เพราะ เป็นสิ่งที่สืบทอดกนัต้งัแต่อดีตจนถึงปัจจุบนั ลักษณะเด่นของก าไลจนเผ่าดาราอาง คือ จะมีลาย 2 ลาย ไดแ้ก่ลาย ดอก(พระอาทิตย์)ลายเส้น(พญานาคกับมังกร)และแบบเป็ นเกลียวเท่าน้นั วัสดุอุปกรณ์ 1) เตาไฟ 2)ถ่านจากต้นไม้ลัก 3)ค้อน 4)ถ้วยหลอม 5) เงินก้อน 6) ตะปูตอกลาย 7) ตราชงั่เงิน 8)คีมคีบ 9)แท่นตีเงิน 10) เครื่องเป่ าลม 11)รางไมใ้ส่น้า (มีไว้ส าหรับท าให้เงินที่หลอมแล้วเป็ นแท่ง) ขั้นตอนการท า 1) ก่อไฟทิ้งไว้ 2) ชงั่เงินดว้ยตราชงั่ใหไ้ดน้ ้า หนกัเงินที่ตอ้งการ 3) น าเงินไปใส่ในถ้วยหลอม เพื่อที่จะหลอมเงินให้เหลว 4) เทเงินที่หลอมให้เหลวแล้ว ลงในแท่นรองไมท้ี่ใส่น้า และผา้ (ผา้วางไวบ้นแท่นรองไม) ที่เตรียม ้ ไว้รอจนเงินที่เทลงไปแล้วเย็น


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 62 5) น าเงินที่เย็นแล้วมาตีให้เป็ นแผ่นบาง ๆ ยาวประมาณ 1คีบ 6) น าตะปูมาตอกสร้างลวดลาย 7) น ามาม้วนใส่ไม้ให้เป็ นวงกลม และตีให้เข้ารูปน ามาเชื่อมที่ข้อต่อ โดยการนา ตะเกียงที่มีน้า มนัเป่าไฟเชื่อมใหต้ิดกนัและใชค้อ้น ตอกช่วยให้แน่นสนิท 8) ตีให้โค้งเป็ นรูปครึ่งวงกลม โดยหาอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวท าเป็ น พิมพ์ให้โค้ง โอกาสและระยะเวลาในการท า การท าก าไลจะท าในช่วงเวลากลางวัน ก าไล 1 คู่ ใช้เวลาประมาณ 1 วัน ข้อห้าม ข้อปฏิบัติความเชื่อ ห้ามให้ผู้หญิงข้ามเครื่องเป่ าลม ถ้าข้ามจะท าให้เป็ นผื่นที่ขา o ก าไลจะใช้แทนสัญญาลักษณ์ ของพระอาทิตย์ พญานาคและ มังกร ข้อสังเกต ก าไลจะมีลายเฉพาะคือลายดอก และลายเส้น และก าไลแบบเป็ น เกลียว


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 63 การท าสร้อยคอ(ปี ปาย ดี โบง กันโคว) ความส าคัญ สร้อยคอเป็ นเครื่องประดับชนิดหนึ่งของผู้หญิงชนเผ่าดาราอางซึ่งมี ความสวยงาม สร้อยคอจะท ามาจากเงิน นิยมสวมใส่กันในเทศกาลส าคัญต่าง ๆ เมื่อมีงานประจ าเผ่าผู้หญิงชนเผ่าดาราอางก็จะสวมใส่ชุดประจ าเผ่าและ จะต้องใส่สร้อยคอน้ี ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามแล้วยังมีความแข็งแรง ทนทาน ในการท าสร้อยคอจะต้องใช้ความละเอียดในการท า โดยเฉพาะการท า ลวดลายจะต้องใช้ความประณีตเป็ นพิเศษ ดงัน้นัผที่ท าสร้อยคอจะต้องอาศัยู้ ความช านาญและระยะเวลาในการท าเพื่อให้เกิดความสวยงาม วัสดุอุปกรณ์ 1) เตาไฟ 2) ถ่านจากต้นไม้รัก 3) ค้อน 4) ถ้วยหลอม 5) เงินก้อน 6) ตะปูตอกลาย 7) ตราชงั่เงิน 8) คีมคีบ 9) แท่นตีเงิน 10) เครื่องเป่ าลม 11) รางไม้ใส่น้า (ส าหรับท าให้เงินที่หลอมแล้วเป็ นแท่ง) ขั้นตอนการท า 1)ก่อไฟทิ้งไว้ 2) ชงั่เงินดว้ยตราชงั่ใหไ้ดน้้า หนกัเงินที่ตอ้งการ 3) น าเงินไปใส่ในถ้วยหลอม เพื่อที่จะหลอมเงินให้เหลว 4) เทเงินที่หลอมให้เหลวแล้ว ลงในแท่นรองไม้ที่ใส่น้า และผา้ (ผ้าวาง ไว้บนแท่นรองไม้) ที่เตรียมไว้จนเงินที่เทลงไปแล้วเย็นลง 5) น าเงินที่หลอมเสร็จแล้วมาตีให้เป็ นแผ่นบาง ๆ 6) ตัดให้โค้งเขา้กบัรูปคอและทา โคง้ที่ปลายท้งัสองดา้น


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 64 7) ตอกลายที่แผ่นเงินแล้วท าเป็ นช่องเท่า ๆ กัน ในช่องจะเป็ น รูป 4 แฉก 8) เจาะรูตรงขอบแผ่นเงินห่างกันประมาณ 1เซนติเมตร (ส าหรับร้อยพวงสร้อย) 9) ตัดแผ่นเงินที่เตรียมไว้ ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วน าไปม้วน ม้วนให้เป็ นรูปกรวยทุบตรงปลายกรวยให้แบนแล้วเจาะรูตรงปลาย 10) น ากรวยที่เจาะรูแล้วมาร้อยเป็ นพวงยาวตามต้องการ 11) น ากรวยมาประกอบกับแผ่นเงินที่ท าเสร็จจึงจะเป็ นสร้อยคอ ที่สมบูรณ์ ระยะเวลาในการท า ในการทา สร้อยคอน้ีจะใช้เวลาประมาณ ๑วัน หรือแล้วแต่ ความช านาญของผู้ท า ข้อห้าม ข้อปฏิบัติความเชื่อ ห้ามให้ผู้หญิงข้ามเครื่องเป่ าลม ถ้าข้ามจะท าให้เป็ นผื่นที่ขาหรือ ขาหนีบ o สร้อยคอ (กัน โคว) หมายถึง พระอาทิตย์เปล่งรัศมี o รูปวงกลม หมายถึงพระอาทิตย์ o ลายดาว 4 แฉก หมายถึง รัศมีของพระอาทิตย์และเกล็ดนาง พญานาคกับเจ้าชายมังกร ข้อสังเกต ลวดลายของสร้อยคอจะมีลายเป็ นดาว 4แฉก และมีรูปวงกลม (ไปย ฆูง โมง)


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 65 การท าก๋วยเล็ก (ปี ปาย ดี ดาย ฆึอก ดี แตด) ความส าคัญ ก๋วยหรือตะกร้าแบกหลังมีลักษณะคล้ายกับหวดนึ่งข้าว แต่จะ แตกต่างกันตรงที่ก้นก๋วย เพราะมุมก๋วยของชนเผ่าดาราอาง มี 2 มุม และเป็ น ก๋วยที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก จะแตกต่างกับหวดนึ่งข้าวที่มี 4 มุม และชนเผ่าจะใช้ ประโยชน์จากก๋วยได้หลายอย่าง เช่น ชาวบ้านจะใช้ก๋วยใส่ของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้าน ใส่มีด ใส่ผ้า ใส่อาหาร ใส่ข้าวของในการเดินทางไปป่ า เนื่องจากชนเผา่ดาราอางมกัอาศยับนพ้ืนที่สูงซ่ึงเต็มไปด้วยป่ าไม้และไม่ มีข้าวของเครื่องใช้ที่ช่วยอ านวยความสะดวกในเวลาเดินทาง จึงคิดค้นของใช้ ที่สามารถใส่สิ่งของต่าง ๆได้นนั่คือ ก๋วยแบกหลงัอุปกรณ์ชิ้นน้ีจึงมี ความส าคัญต่อชนเผ่าดาราอางอย่างมาก เพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้หลาย อย่าง และมีวิธีท าที่ง่าย ก๋วยแบกหลังหลังของชนเผ่าดาราอางมี 2 แบบ คือ 1. ก๋วยเล็ก จะใช้ประโยชน์ส าหรับใส่อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มี ขนาดเล็ก เช่น ใส่อาหารส าหรับเดินทางเข้าป่ า หรือทางไปไร่ไปสวน ใส่ผัก ต่าง ๆ ใส่ผลไม้ ใส่พริก ใส่หอม เป็ นต้น 2. ก๋วยใหญ่ จะใช้ประโยชน์ส าหรับใส่อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มี ขนาดใหญ่ เช่น ใส่มีด ใส่ฟื น ใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ส าหรับเดินทางเข้าป่ า เป็ นต้น นอกจากน้ีก็สามารถนา ก๋วยมาทา เป็นที่ชะลา้งผกัผลไมต้่างๆ ไดอ้ีกดว้ย ลายสานก้นก๋วย คล้ายกับ การสานลายเสื่อ ลายสานตวัก๋วย คลา้ยกบัการสานลายข้นั ลายสานปากก๋วย คล้ายกับ การสานลายเส้น วัสดุอุปกรณ์ 1) มีด 2) ไม้ไผ่ 3) น้า 4) หวาย


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 66 ขั้นตอนการท าก๋วยแบกหลัง 1) เข้าป่ า 2) เลือกไม้ไผ่ 3) ฟันไม้ไผ่ที่ต้องการ 4) ตัดไม้ไผ่เป็ น 2 ท่อน 5) โดยให้มีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร 6) เลือกหวาย หวายที่ใชท้า จะตอ้งเป็นหวายแก่ 7) นา หวายมาปอกเอาเปลือกหวายออกใหเ้หลือแต่ส่วนเน้ือหวาย 8) นา ไมไ้ผท่ ี่ไดม้าผา่คร่ึง จากน้นัผา่ออกใหเ้ป็นซีก ไมห้น่ึงท่อนจะ ได้ 7 ซีกผา่ ใหไ้ดท้ ้งัหมด 28 ซีก 9) ผ่าไม้ไผ่เอาแต่ส่วนผิวไม้ เหลาให้ได้ 4ขนาดคือ ขนาดที่ 1 เส้นที่มีขนาดความกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร ประมาณ 38 เส้น ขนาดที่ 2 เส้นที่มีขนาดความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ประมาณ 3-4 เส้น ขนาดที่ 3 เส้นที่มีขนาดความกว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตร ประมาณ 17-18 เส้น ขนาดที่ 4 เส้นที่มีขนาดความกว้างประมาณ 0.2 เซนติเมตร ประมาณ 8 เส้น 10) จากน้นันา หวายมาผา่เป็น 4 ซีก แลว้ผา่เน้ือหวายออก ใชแ้ค่ผิว หวาย เพราะเน้ือหวายมีอายกุารใชง้านไดน้อ้ยกวา่ผิวหวาย ต่อไป ผ่าหวายแต่ละซีกให้เป็ นเส้นบาง ๆ แล้วเหลาให้ได้ขนาดประมาณ 0.5 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 120 เซนติเมตรให้ได้ 4 เส้น เพื่อน ามาท าเป็ นมุมที่ก้นก๋วย เพื่อเสริมความแข็งแรงของก๋วย 11) สานไม้ไผ่ขนาด 1.5 เซนติเมตรโดยสานสลับห่างกัน 2 เส้น สาน จนครบ 19 เส้น 12) ถา้หากไมไ้ผแ่ขง็เกินไปใหใ้ชน้ ้า ราดลงบนไมไ้ผ่เพื่อใหไ้มไ้ผอ่ ่อนตวัลง เพื่อจะไดส้านง่ายข้ึน 13) น าไม้ไผ่มาดัดโค้งเพื่อท ามุม แล้วน าไม้ไผ่ขนาด1 เซนติเมตร มาสานเพื่อท าเป็ นตัวก๋วย สานจน ครบท้งั 4 เส้น แล้วน าไม้ไผ่ขนาด 0.5 เซนติเมตร มาสานให้มีความสูงประมาณ 8-10 เซนติเมตร 14) น าไม้ไผ่ขนาด 0.2 เซนติเมตร มาสานท าเป็ นขอบปากก๋วย แล้วตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 67 15) น าไม้ไผ่ขนาด 1 เซนติเมตร มาเหลาส่วนคมออกน ามาขดให้เป็ น วงกลม มัดตรงปลายด้วยตอก น ามาใส่ที่ปากก๋วย กดลงไป นับ จากขดไมน้้นัข้ึนมา ให้เหลือประมาณ 3-4 เซนติเมตร เพื่อสานท า ปากก๋วย 16) สานปิ ดปากก๋วย สานสลับไปมา ดัดโค้งให้เข้ารูป พับเก็บส่วน ปากให้เรียบร้อย กดส่วนปากลงไปด้านใน เก็บส่วนปลายที่เหลือ เสียบเข้าไปที่ส่วนด้านใน 17) น าหวายมาเสียบที่ก้นก๋วยให้ทะลุไปอีกด้านหนึ่ง มัดหวายตรง ด้านในให้เป็ นปม ดึงหวายออกมาพาด และถักเปี ยสอดไปมา เพื่อให้ส่วนก้นแข็งแรง 18) ท าหูส าหรับมัดเอว โดยการสอดเข้าไปแล้วมัดปลาย และตัดส่วน ปลายที่ไม่ต้องการออกให้เรียบร้อย พลิกปลายหวายสอดไปอีก ดา้นหน่ึง โดยจะปล่อยปลายยาวท้งัสองดา้นไวม้ดัที่เอว 19) น าไม้ไผ่มา 1 ท่อน ตดัเอาเน้ือไมอ้อกส่วนหน่ึงตดัตรงส่วนกลาง และตัดส่วนปลายให้แหลมเหมือนลูกศรแต่ไม่ให้ขาดจากกัน 20) เสียบเข้าไปตรงกลางก๋วย เพื่อท าเป็ นที่เสียบมีด เสร็จแล้วน าปลาย ไว้มามัดที่เอว น าอุปกรณ์ส าหรับเดินทางเข้าป่ าใส่ลงไป เป็ นอัน เสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนการสานปิ ดปากก๋วย 1) ไขว้ไม้ไผ่เข้าหากันสลับไปมา 2) เมื่อสานปากก๋วยเสร็จให้พับลงเข้าไปในตัวก๋วย แล้วสอดปลายของไม้ไผ่ที่เลยออกมาลงไปใน ตัวก๋วย ขั้นตอนการท าก้นก๋วย 1) น าหวายที่ตัดไว้มา 1 เส้น (ทา ใหป้ลายท้งั 2 ของหวายแหลมเพื่อจะสอดเข้าที่ก้นก๋วยได้ง่าย) แล้วสอดลงที่มุมของก้นก๋วยด้านซ้าย แล้วดึงปลายด้านหนึ่งเข้ามามัดไว้กับตัวก๋วยด้านใน 2) สอดหวายลงตามมุมของก้นก๋วย แล้วพันหวายให้รอบมุมของก้นก๋วยพันจนหุ้มมุมของก้นก๋วย ได้พอประมาณ 3) พอท าด้านซ้ายเสร็จก็ท าด้านขวาเช่นกันจนเสร็จ


หัตถกรรมและภูมิปัญญา 68 4) จากน้นันา หวายมาอีก 1 เส้นมาท าเป็ นหูไว้ร้อยเชือก ให้สอดหวายประมานตรงกลางของตัวก๋วย ลงสานให้เป็ นลักษณะคล้ายกับหูที่จับแก้ว 1 หู 5) น าไม้มาอีก 1 กีบ ให้ความยาวเท่ากับตัวของก๋วย เหลาให้พอดี 6) ถากไม้ออกให้เป็ นรอยหยักที่ปลายของไม้ด้านใดด้านหนึ่งของไม้ไผ่ แล้วอีกด้านหนึ่งท าให้ แหลม เพื่อเอาไว้สอดเข้าที่ตัวก๋วย 7) น าไม้ไผ่มาสอดเข้าในตัวก๋วยประมาณกึ่งกลางของตัวก๋วย โดยใช้ด้านแหลมสอดเข้าไป พอ เสร็จแล้วให้ท าด้านแหลมให้เป็ นรอยหยกัเหมือนอีกดา้นหน่ึง เพื่อทา เป็นที่ใส่มีดหรือที่ก้นัของ เพื่อไม่ให้กระทบกับตัวก๋วย 8) จากน้นันา หวายมาเหลาใหเ้ป็นเส้นบางพอสมควร 9) น าหวายมาสอดรูที่ท าไว้เป็ นหูเพื่อท าเป็ นสายมัดที่เอว โอกาสและระยะเวลาในการท า จะท าเมื่อมีเวลาว่าง และต้องการใช้งาน ระยะเวลาในการท าก๋วยแบกหลังประมาณ 1 วัน ข้อสังเกต 1) ไม้ไผ่ที่ใช้ไม่ควรเป็ นไม้ไผ่ที่เป็ นช่วงข้อ เพราะว่าไม้ไผ่ที่เป็ นตาไม้จะหักง่าย 2) เมื่อสานเสร็จถ้าต้องการให้ก๋วยมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคงทน ให้น าไปรมควันไฟ ประมาณ 2-3 เดือน ท้งัยงัเป็นการป้องกนัแมลงแทะกดัอีกด้วย


การรักษาสุขภาพแบบพ้ืนบา้น 69 หมวด 6 การรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน การรักษาแบบภูมิปัญญา โรคอมัพฤกษ์ (ปี ปาย ดี, ซี นัม ซอ รอฆายัม บลาก) ความส าคัญ เป็ นการสืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ในอดีตกาล สมุนไพรเหล่าน้ีหาได้ง่ายแต่ปัจจุบนัเริ่มหายากข้ึน การรักษาส่วนใหญ่ก็จะ รักษาแบบแผนปัจจุบนักนัมากข้ึน เมื่อก่อนไม่มีโรงพยาบาล ไม่มียารักษา เหมือนในปัจจุบัน เมื่อเจ็บป่ วยก็ไม่มียาที่จะมารักษาให้ทันท่วงที การเดินทาง ไปโรงพยาบาลจะต้องใช้เวลานานหลายวันและบางรายก็อาจจะไปไม่ถึง จึงมี ภูมิปัญญาพ้ืนบา้นด้งัเดิมที่คิดคน้การรักษาโดยการใชส้มุนไพร และสืบทอด ให้ลูกหลานในตระกูลได้สืบทอดต่อไป ยาดังกล่าวไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ต่อ สุขภาพ เพราะยาที่ใชท้า มาจากสมุนไพร นอกจากน้นัสามารถป้องกนั โรคอื่น ๆ ไปในตัวด้วย เช่น โรคความดัน ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตในร่างกายดี ข้ึน และส่งผลใหม้ีสุขภาพร่างกายที่แขง็แรง จะเห็นได้ว่าคนในอดีตมักมีอายุ ยืนยาวนานโดยสังเกตได้จากจ านวนผู้สูงอายุในหมู่บ้าน วัตถุดิบ 1) ขิง (เซียง อะ) 2) ข่า (เซียง งาว) 3) ไพร (มาซาราง) 4) ซัมบู (เป็ นสมุนไพรชนิดหนึ่งของชนเผ่าดาราอาง) ขั้นตอนในการท า 1) ขดุหาสมุนไพรท้งั 4 ชนิดน้ี 2) ก่อไฟ 3) นา น้า ใส่หมอ้ตม้ 4) หนั่สมุนไพรท้ง ั 4 ชนิด 5) ล้างสมุนไพรท้งั 4 ชนิดให้สะอาด 6) น าสมุนไพรใส่หม้อต้ม 7) ต้มจนเดือด 8) น ามาให้ผู้ป่ วยที่เป็ นโรคอัมพฤกษ์รับประทาน


การรักษาสุขภาพแบบพ้ืนบา้น 70 โอกาสและระยะเวลา การปรุงยาชนิดน้ีสามารถทา ไดใ้นทุกโอกาส ในการปรุงยาหมอ้หน่ึง จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ข้อสังเกต สมุนไพรที่รักษาโรคอัมพฤกษ์จะต้องใช้สมุนไพร 4 ชนิดน้ีเท่าน้นั ไม่ ควรน าสมุนไพรชนิดอื่นมาผสมด้วย เพราะจะท าให้ผิดสูตรหรือการรักษาไม่ ได้ผล


73 คณะผู้จัดท ำ ที่ปรึกษำ 1. นายน้อย ละวัน อดีตผูน้า บา้นห้วยหมากเลี่ยม (ผกู้่อต้งับา้นหว้ยหมากเลี่ยม) 2. นายมหาวงค์ นามแก้ว ผู้น าชุมชนบ้านห้วยหมากเลี่ยม 3. นายอ่อน สุนันตา ผู้น าบ้านนอแล 4. นายจะหริ่ง ธรรมมอน อดีตผู้น าบ้านนอแล 5. นายณรงค์ ลุงค า ประธานเครือข่ายชาติพันธุ์ดาราอางในประเทศไทย 6. นายค า จองตาล อดีตผู้น าบ้านปางแดงใน 7. นายสุมิตร วอพะพอ เลขานุการเครือข่ายชาติพันธุ์ดาราอางและเครือข่ายชาติพันธุ คะฉิ่นในประเทศไทย คณะท ำงำน 1. นางสาวกีรติกานต์ วงศ์ศากวาน หัวหน้าคณะท างาน 2. นายพุทธรักษ์ ลายเฮิง คณะท างาน ผู้เขียน 1. นางสาวกีรติกานต์ วงศ์ศากวาน ศิลปกรรม นายพงษ์ศักดิ์ คีรีสถานบุตร ภำษำดำรำอำง นางสาวกีรติกานต์ วงศ์ศากวาน ผู้จัดท ำต้นฉบับ นางสาวกีรติกานต์ วงศ์ศากวาน เจ้าหน้าที่ชนเผ่าดาราอาง โครงการพัฒนาการศึกษาทางเลือกแบบมี ส่วนร่วมสา หรับเด็กและเยาวชนชนเผา่พ้ืนเมืองในประเทศไทย( กศช.) Participatory Alternative Education For Indigenous Children and Youth in Northern Thailand (PEICY Project)


71 บรรณานุกรม น้อย ละวัน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) ประวัติศาสตร์, ต านาน สัมภาษณ์ 2553 มหาวงค์ นามแก้ว(บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง)การท าทัพพีตักข้าว, ตะแหลวพญานาค, ซากวนั่ ไมไ้ผ,่ สัมภาษณ์ 2553 คะ ลายค า (บ้านนอแล อ.ฝาง)การชงชา สัมภาษณ์ 2553 อ่อง เซียมราย (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การปิ ด-เปิ ดประตูเมือง, ท าบุญหัวใจบ้าน สัมภาษณ์ 2553 ซา ละวัน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง)การท าจาน,การหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่สัมภาษณ์ 2553 ซอลี ละวัน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าตะหลิวตักอาหาร,การท าช้อน สัมภาษณ์ 2553 เงิน ละวัน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าชาม, การท าดีง สัมภาษณ์2553 สุรีวรรณ ส่วยค า (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การทา แกว้น้า สัมภาษณ์ 2553 ธรรมพยา เซียมราย (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าวอ สัมภาษณ์2553 กีรติกานต์ วงศ์ศากวาน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การร า หนาง ลอยเงิน สัมภาษณ์2553 ใบ ลายค า (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าหน่องหวอง สัมภาษณ์ 2553 เมียด นายตุง (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าหน่องเรณ สัมภาษณ์2553 อู ละปาน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าอาหารในกระบอกไม้ไผ่สัมภาษณ์ 2553 ออน เซียมราย (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าหน่องดอน, การท าหน่องไปย สัมภาษณ์ 2553 มล จองแสง (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การรักษาแบบภูมิปัญญา สัมภาษณ์ 2553 ค า ละยอย (บา้นหว้ยหมากเลี่ยม อ.ฝาง)การเล้ียงผีน้า สัมภาษณ์2553 ค าสวย เซียมราย (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การตีมีด สัมภาษณ์ 2553 มหา ละวัน (บ้านห้วยหมากเลี่ยม อ.ฝาง) การท าหน่องรึอน, การท าก าไล,การท าสร้อยคอ


72 สัมภาษณ์ 2553 สาม ละยอย (บ้านห้วยทรายขาว อ.แม่อาย) การท าก๋วย สัมภาษณ์ 2553 ค า จองตาล (บ้านปางแดงใน อ.เชียงดาว) การสร้างบา้น,การเล้ียงผีตน้ ไม,้การเล้ียงผีเจา้ป่า, การขอขมา สัมภาษณ์ 2553 เงิน หมอกเมือง (บ้านปางแดงนอก อ.เชียงดาว) การร าดาบ, การร ากระบอง สัมภาษณ์ 2553


Click to View FlipBook Version