The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

“ภูมิไทยชุดไทย” เครื่องแต่งกายของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-19 06:15:35

“ภูมิไทยชุดไทย” เครื่องแต่งกายของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน

“ภูมิไทยชุดไทย” เครื่องแต่งกายของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน

44 5.7 โครงสร้างแบบ หมวกเด็กชายอิ้วเมี่ยน ผ้าซับใน ผ้าปักลาย ก้อนไหมพรม


45 5.8 โครงสร้างแบบ หมวกเด็กหญิงอิ้วเมี่ยน ผ้าซับใน ผ้าลายปัก ก้อนไหมพรม


46 6. เครื่องประดับ 6.1 “ฮน้อมฮยุน” (ต่างหู) ของเดิมมีหลายแบบดว้ยกนัแต่ในปัจจุบนัน้ีของเดิมที่ยงันิยมใช้กัน อยู่ส่วนใหญ่เป็ นต่างหูที่มีลักษณะเป็ นห่วงกลมปลายติดรูปหัวศรและบางคนนิยมใช้ต่างหูเหมือนคนไทย พ้ืนราบ 6.2 “ปั๋วเจี้ยม” (ก าไลข้อมือ) ส่วนใหญ่ที่นิยมกันมี 2 แบบ คือ แบบแรกท าเป็ นแท่งสี่เหลี่ยม ปลายท้งัสองดา้นเรียวแบน แต่ของเดิมน้นัที่ปลายท้งัสองดา้นทา เป็นรูปสิงห์หรือรูปสัตวช์นิดอื่น ๆ ด้านบนตัวก าไลแกะเป็ นลวดลายต่าง ๆ ก าไลแบบที่สองท าเป็ นแท่งกลมปลายเรียว และปลายสุดท าเป็ น รูปคล้ายดอกบัว 6.3 “จ๋าว่าน” (ก าไลคอ) เดิมนิยมใช้ห่วงคอ 5 อัน เรียงติดกันเป็ นแผง จากห่วงอันใหญ่สุดจนถึง ห่วงอันเล็กสุด ห่วงแต่ละอันมีลักษณะเป็ นแท่งกลมปลายเรียวและท าเป็ นห่วงที่มีขอไว้ส าหรับคล้อง ติดกนั ในปัจจุบนัส่วนใหญ่จะสวมห่วงคอเท่าที่หาไดเ้ท่าน้นัซ่ึงอาจมีเพียงหน่ึงหรือสองอนัก็ได้ 6.4 “ปั๋วโดะแฑง” (แหวน) นิยมใช้แหวนแบนเรียบช่วงหัวแหวนตีเป็ นวงรีคล้ายกระดองเต่า หรือตีเป็ นรูปสี่เหลี่ยมก็ได้ ด้านบนแกะสลักเป็ นลวดลายต่าง ๆ ส าหรับหัวแหวนรูปสี่เหลี่ยมอาจลงยาก็ ได้สีที่นิยมใชม้ีสีเขียว สีเหลือง สีแดงและสีน้า เงิน 6.5 “ละเขาเบ้” (กระดุมเหลี่ยม) ใช้เงินตีเป็ นแผ่นสีเหลี่ยมขนาดยาวประมาณ 5 เซนติเมตร กว้าง ประมารณ 3 เซนติเมตร ตีขอบโค้งลงมาข้างล่าง ด้านบนแกะสลัก เดิมสตรีเมี่ยนนิยมใช้กระดุมจ านวน 10-12 อนัติดที่ชายผา้หนา้อกท้งัสองดา้นเขา้ดว้ยกนั โดยเริ่มจากคอเส้ือเรียงลงมาจนถึงเอว แต่ใน ปัจจุบนัน้ีใชก้นัเพียง 1-3 อนัเท่าน้นั 6.6 “ปะจั๋นหลิ่ม” (สร้อยประดับข้างหน้า) นิยมใช้สร้อยถัก 2-3 เส้นร้อยห่วงอันเดียวกันที่ปลาย แต่ละด้านที่มีเงินตีเป็ นรูปต่างๆ ห้อยอยู่ และมีขอไวส้า หรับเกี่ยวกบัห่วงคอหรือเกี่ยวกบัคอเส้ือ เมี่ยน นิยมใช้สร้อยแต่ละเส้นยาวประมาณ 60-80 เซนติเมตร สร้อยน้ีใชส้า หรับห้อยลงมาจากห่วงคอท้งัสอง ด้าน แต่ส าหรับผู้ที่ไม่มีห่วงคออาจใช้ห้อยลงมาจากที่คอเส้ือท้งัสองขา้งก็ได้ 6.7 “บัวะฝิ น” “ติ ตาน หลิ่ม” (สร้อยประดับข้างหลัง) ประกอบด้วยพู่สร้อยเงิน 2 พู่ โยงติดกัน เป็ นแผงที่มีขนาดเกือบเท่าดา้นหลงัยาวจากบ่าลงมาถึงเอว ดา้นบนของพู่ท้งัสองมีห่วงสา หรับเกี่ยวติด ดา้นหลงัของเส้ือ สร้อยแต่ละเส้นที่ทา เป็นพู่น้ีประดบัและหอ้ยด้วยเงินท าเป็ นรูปต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ ลูกตุม้และอาวุธชนิดต่างๆ ของคนจีนโบราณ ในปัจจุบนัน้ีมกัพบวา่เมี่ยนบางคนนิยมใชส้ร้อยน้ีห้อยไว้ ดา้นหนา้เพื่อที่จะไดม้องเห็นสร้อยเมื่อเวลาถ่ายรูป แต่เดิมน้นั ใชห้อ้ยไวด้า้นหลงั 6.8 “หฆ้องเปวหลิ่ม” (สร้อยประดับผ้าโพกศีรษะ) นิยมใช้สร้อยเงินอย่างน้อย 3 เส้นเรียงติดกัน โดยที่ปลายแต่ละเส้นร้อยห่วงอันเดียวกัน ห่วงด้านหนึ่งมีขอไว้ส าหรับเกี่ยวติดกับผ้าโพกศีรษะ ส่วนห่วง อีกดา้นหน่ึงติดลูกตุม้เงิน การพนัสร้อยน้ีพนับนผา้โพกศีรษะ โดยพนั ใหไ้ขวก้นัตรงหนา้ผากดา้นหนา้ ส่วนดา้นหลงัน้นั ใชป้ิ่นปักที่ขอบผา้โพกศีรษะตรงไหนก็ได้ข้ึนอยกู่บัความยาวของสร้อย


47 7. โครงสร้างและเทคนิคการปักลวดลายบนเครื่องแต่งกาย 7.1 วิธีการสร้างลวดลายบนเครื่องแต่งกาย ชาวเมี่ยนจะใช้เข็ม ด้าย และกรรไกร ในการสร้างลวดลายต่าง ๆ บนผืนผ้า ซึ่งมีด้วยกัน 2 วิธี คือ 1) วิธีการปัก ผหู้ญิงอิ้วเมี่ยนจะมีความสามารถในการปักผ้าและปักลวดลายต่าง ๆ มาก ในการ ปักน้นัจะใชเ้ขม็กบัดา้ยปักลายต่าง ๆ ลงบนผา้ทีละรูทีละตารางบนผา้ไปเรื่อย ๆ ซ่ึงลายต่าง ๆ น้นัก็มี ความยากง่ายไม่เหมือนกัน ลายบางอย่างใช้เวลาในการปักเพียง 10 นาที ในขณะเดียวกันลายบางอย่าง อาจจะต้องใช้เวลา 1-2 ชวั่โมง ส่วนที่นิยมปักมากที่สุดคือกางเกงของสตรีอิ้วเมี่ยนและบริเวณตวัเส้ือของ บุรุษอิ้วเมี่ยน ซึ่งกางเกงของสตรีอิ้วเมี่ยนน้นัจะมีความสวยงามมากเนื่องจากมีการปักลายต่าง ๆ อยา่ง มากมายเรียกได้ว่าทุกตารางบนผ้าจะถูกปักลงด้วยด้ายสีต่างๆ เพื่อให้เกิดลวดลายที่สวยงาม 2) วิธีการตัดและเย็บติด สตรีอิ้วเมี่ยนจะมีการตัดผ้าให้เป็ นลวดลายต่าง ๆ แล้วใช้เข็มและด้าย ค่อย ๆ เย็บผ้าที่ตดัเป็นลายต่างๆ น้นัลงบนผา้พ้ืนส่วนใหญ่วิธีการตดัและเยบ็ติดน้นัจะใชท้า หมวกสา หรับ เด็ก ซ่ึงจะเพิ่มความสวยงามใหก้บัหมวกดว้ย 7.2 วัสดุอุปกรณ์ที่น ามาผลติลวดลาย ในการผลิตลวดลายต่างๆ ของสตรีชาวอิ้วเมี่ยนน้นัส่วนใหญ่จะเกิดจากการปัก และการตดัแลว้ เย็บติด ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างลวดลาย มีดงัน้ี 1) กรรไกร ใช้ส าหรับตัดผ้าที่ต้องการจะไปเย็บติดให้เป็ นลวดลาย 2) เขม็และ ดา้ย ใชส้า หรับปักใหเ้ป็นลวดลาย และเยบ็ผา้ที่ตดัแลว้ให้ติดกบัผา้พ้ืนเพื่อใหเ้กิด ลวดลายตามที่ต้องการ 8. โครงสร้างและเทคนิคการออกแบบลายปัก 8.1 การปักผ้าและประเภทลายปักของอิ้วเมี่ยน การปักผ้าของสตรีอิ้วเมี่ยนเป็ นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร ในการปักผ้าจะปักจาก ด้านหลังผ้าไปยังด้านหน้าของผ้า แต่ก่อนจะทา การปักลวดลายน้นัจะทา การพบัผา้ส่วนที่ยงัไม่ไดป้ ักเก็บ ไว้โดยใช้ผ้าสีมาพัน ใชด้า้ยสอยไวพ้อประมาณปล่อยให้ส่วนที่จะทา การปักน้นัยนื่ออกมาประมาณ 10 – 12 นิ้ว เนื่องจากถ้าหากไม่พับผ้าจะท าให้ยุ่งยากต่อการปัก การดึงเส้นด้ายจะท าให้พันกันเกิดความล่าช้า ในการปัก และถา้หากปักไประยะหน่ึงใกลจ้ะสิ้นสุดตรงที่พบัไวก้็ตอ้งปล่อยผา้ที่พบัออกมาอีกแต่ไม่ ปล่อยให้หมด เมื่อปักไปได้ครึ่งหนึ่งของผืนผ้าแล้วจะเปลี่ยนมาพับผ้าในส่วนที่ปักแล้ว โดยสลับข้าง กัน ในการปักน้นัคนที่มีความชา นาญจะไม่ดูดา้นหนา้ของลวดลายจนกวา่ ปักจบผา้ผืนน้นั จากการศึกษา ถึงประเภทของลายปักสามารถแบ่งออกเป็ น 3 ประเภทใหญ่ๆ ไดแ้ก่ ประเภทที่ 1 ฉง เจี่ยม หมายถึงการสิ้นสุด หรือการท าให้หมดไปจากใจ คือการขจดัสิ่ง ต่างๆ ที่อยู่ในใจออกไปให้หมด เพื่อที่จะให้มีสมาธิในการฝึ กฝนการปักผ้าได้ดงัน้นั ในการฝึ กปักของ เด็กผหู้ญิงจึงตอ้งเรียนปักประเภทน้ีก่อน ลักษณะการเดินเส้นด้ายในการปักจะเป็นการเดินเส้นโดยนับ ช่วงตามเส้นด้ายยืนและเส้นด้ายนอน และข้ึนอยกู่บัรูปแบบของลายปักแต่ละรูปแบบดว้ย จ านวนเส้นด้าย


48 ของแต่ละฝี เข็มจะเดินข้ามเส้นด้ายในลักษณะ 1 เส้น 2 เส้น 3 เส้น 4 เส้น สีที่ใช้ในการปักประเภท น้ีนิยมใชส้ีเดียวลว้นๆ ประเภทที่2 ฉง ทิว หมายถึงการงัดเอาสติปัญญา ความรู้ ความจ ามาใช้ในการฝึ กปักผ้า ลกัษณะการปักลายน้ีจะสอดเขม็ข้ึนลงตามเส้นดา้ยยนืและเส้นดา้ยนอน ในแนวตรง แต่การสอด เข็มจะสอดเส้นด้าย 2 เส้นเท่ากับ 1 ฝี เข็ม การปักลายน้ีจึงจา เป็นต้องมีพ้ืนฐานของการนบัฝีเขม็ที่ชา นาญ ในระดับหนึ่ง ลายปักน้ีนิยมปักสีเดียวลว้นๆ และมีลกัษณะพิเศษคือลวดลายท้งัดา้นหนา้และด้านหลังจะ เหมือนกันจึงสามารถใช้ไดท้ ้งัสองดา้น ประเภทที่ 3 ฉง ดับ ฮยัด หมายถึงการทับหรือการมัดในลักษณะไขว้กันไว้ลักษณะการปักลาย น้ีจะสอดเขม็ข้ึนลงตามเส้นดา้ยท้งัเส้นดา้ยยนืและเส้นดา้ยนอน 2 เส้นในลักษณะไขว้กัน ลายปัก ประเภทน้ีดา้นหนา้ของลายปักจะมีความแตกต่างกบัดา้นหลงั จากการศึกษาลายปักของเมี่ยน สามารถวิเคราะห์ในเชิงคณิตศาสตร์ได้ คือการปักลวดลายของ เมี่ยนจะเป็ นการนับตารางเส้นด้ายยืนกับเส้นด้ายนอนของผ้า ลายปักบางชนิดจะต้องเดินฝี เข็มเท่ากัน หมด ห้ามผิดแม้แต่เส้นเดียว ถา้หากผิดจะตอ้งร้ือทา การปักใหม่ทนัทีซ่ึงจะมีรูปแบบที่เหมือนกนั บางชนิดเริ่มตน้ตรงจุดไหนตอนจบก็ตอ้งจบตรงจุดเริ่มตน้เช่น ฉง ทิว เป็นตน้คนที่ปักจะตอ้งมีความ แม่นย าในการปักผ้าแต่ละชนิดว่าจะต้องมีกี่ฝี เข็มถึงจะครบสมบูรณ์ได้ แต่ละรูปแบบก็จะมีวิธีการค านวณ ฝีเขม็ที่แตกต่างกนัตามแบบฉบบัของลายปัก เทคนิคการปักจะเดินฝีเขม็ผา่นเส้นดา้ยท้งัดา้ยยนืและดา้ย นอนท้งัสองเส้น เมี่ยนเรียกวา่ “อีติ้ว สุย เหยยีด เบี่ย ซิม” ซ่ึงเป็นวิธีที่ปักกนัมานานต้งัแต่สมยัก่อนซ่ึงก็ ได้กลายเป็ นรูปแบบมาตรฐานไปแลว้ของการปักผา้เมี่ยน นอกจากจะมีการประยุกตล์วดลายใหม่ข้ึน เท่าน้นัแต่ถา้เป็นลวดลายแบบเดิมจะมีมาตรฐานการปักเหมือนกนัเทคนิคเหล่าน้ีจึงเป็นสิ่งจา เป็นต่อ เด็กผู้หญิงในการเรียนรู้การเดินฝี เข็มนอกเหนือจากการนับเส้นด้ายยืนและเส้นดายนอนแล้ว ซึ่งจะส่งผลดี ในแง่ของการใช้ประสาทสัมผัสทางตา และสมอง ถ้าหากมีความช านาญเมื่อได้เห็นแบบลายปักแล้วจะ สามารถคา นวณออกมาไดว้า่จะตอ้งเดินกี่ฝีเขม็และมีข้นัตอนอยา่งไรบา้ง 8.2การเรียกชื่อของลายปักแต่ละประเภท ชื่อที่ชาวอิ้วเมี่ยนใช้เรียกลายปักในแต่ละประเภทน้นั จะมีชื่อเรียกที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ตาม ประวัติศาสตร์ความเชื่อ และประเพณีพิธีกรรม โดยสามารถแยกออกในแต่ละประเภทย่อยได้ดังน้ี 8.2.1 ประเภท ฉงเจี่ยม มีชื่อเรียกลายปัก ดังนี้ 1) ลายบุ้งเบ๋ว หมายถึง โล่ห์ของทหารที่ใช้ป้องกันอาวุธในสมัยสงครามการสู้รบของเทพ เจ้าของเมี่ยน ลายบุ้งเบ๋วยังแบ่งออกเป็ น 2 แบบคือ ชนิดใหญ่และชนิดเล็ก 2) ฉงเซียะ หมายถึงหญิงสาว ซึ่งมี2 แบบคือ แบบใหญ่และเล็ก ส่วนแบบเล็กเรียกว่า ฉงเซียะตอน หมายถึงหญิงสาวที่ยังไร้เดียงสา ส่วนโต้มฉงเซียะ หมายถึง นางสนม ของเทพเจ้าที่ชาวอิ้วเมี่ยนนบัถือ


49 3) ฉงเฉย หมายถึงการก่อต้งัหรือการก่อร่างสร้างตวัหรือการเริ่มตน้ลายปักน้ีนิยมปักในแถว แรกของการปักผ้า 4) ฉงกง มีลักษณะเป็ นแนวคลื่น มีความเป็ นมาคือ เทพเจ้าเมี่ยนได้ใช้เท้าตะกุยดินแล้ว เห็นแมลงกระดึงโผล่ออกมาในลกัษณะกน้ช้ีฟ้าจึงไดด้ดัแปลงออกมาเป็ นลายปัก 5) ฉงเป๋ น หมายถึงการเปลี่ยนแปลงการสิ้นสุดการปักลายบงัคบัเท่ากบัผา้เริ่มตน้ลายใหม่ได ้ 6) ฉงเซ๊ท หมายถึงการสิ้นสุดของการปัก และจะเป็นการเริ่มตน้ ใหม่ในการปักลวดลายใหม่ ต่อไปการปักในลกัษณะแบบน้ีจะเป็นการเดินเส้น โดยใช้เข็มเดินไปตามเส้นลายผ้าในลายต้งัจะ มีการเว้นช่องของการเดินเส้นด้าย 7) ย่าน เปี้ ยง คือดอกเงินซ่ึงลายปักน้ีประยกุตม์าจากเครื่องเงินของเมี่ยนที่มีลกัษณะเหมือน ดอกไม้จะใช้ในการท าพิธีกรรม 8) สบเปี้ ยง หมายถึง ดอกของฟักเขียว 9) แหมะ เบ๋ว หมายถึง ข้าวตอก 10) ฉง เจี้ยน จะมีลักษณะเหมือนสัตว์ประเภทลิง ค่าง 8.2.2 ประเภท ฉงทิว 1) ซม หมายถึงทหารที่เป็ นองครักษ์ที่คอยอารักขาเทพเจ้าของเมี่ยน นิยมปักล้อมรอบลายปัก อื่นๆ เสมอ 2) ล่มเจย้ยีว หมายถึงตัวของเทพเจ้าเมี่ยน (เป้ียนฮู่ง) ในส่วนของนิ้วเทา้ซ่ึงปกติจะมี5 นิ้ว แต่ การปักนิยมปักเป็ น 8 ขาเพื่อความสมดุลและสวยงาม 3)กะหย่อ หมายถึง แมงมุม ความผูกพัน ความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น 4) ฟาม ชีง หมายถึง เทพสามดาว ซึ่งเป็ นเทพเจ้าที่ชาวอิ้วเมี่ยนให้ความเคารพนับถือสูงสุด 5) ลายปัก กิ่ว กิ่ว หมายถึงเส้นทางการด าเนินชีวิต ลักษณะการปักจะเป็ นการเดินเส้น โดย ให้ฝี เข็มมีความสม ่าเสมอ โดยสอดเขม็ผา่นเส้นดา้ยท้งัเส้นดา้ยยนืและเส้นดา้ยนอน จ านวน 2 เส้น เท่ากับ 1 ฝี เข็ม การเดินฝี เข็มจะเดินในลักษณะรูปตัว Z ในแนวขวางและมีความส าคัญต่อ การปักผ้าของเมี่ยน ถา้หากไม่มีลายปักแบบน้ีแลว้การปักผา้ผืนน้นัจะไม่สมบูรณ์ 8.2.3 ประเภท ฉง ดับ ฮยัด 1) เจยี๋ยว หมายถึง ลายเลื่อย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับใบเลื่อย 2) โต้มเปี้ ยง หมายถึง ลายดอกไมห้รือพญาของดอกไมใ้นบรรดาดอกไมท้ ้งัหลาย ตามต านาน ในเชิงประวตัิศาสตร์ลายปักชนิดน้ีบรรพบุรุษของเมี่ยนฝ่ ายหญิง(กู๋ฟาม)จะเป็นผปู้ระดิษฐ์ข้ึน 3) ฟั่นโบ้วฟิ น หมายถึง ลายเกสรของดอกฟักทอง 4) ดะหม้าวด๊บ หมายถึง ลายหนังเสือ 5) ดะหม้าว งิ้ว หมายถึง ลายเล็บเสือ ตามวัฒนธรรมของเมี่ยนเสือจะเป็ นสัตว์ที่มีความส าคัญ


50 ต่อการด าเนินชีวิตของเมี่ยนคือในทุกๆ ปี เมี่ยนจะมีวันกรรมซึ่งก็มีวันกรรมเสือด้วย ดงัน้นัเมื่อ เป็ นวันกรรมเสือ จะมีเสือเดิน เสือนอน เมี่ยนจะไม่ไปท างานและไม่ออกไปไหน ไม่ส่งเสียง ดัง มีความเชื่อว่าถ้าลบหลู่จะเกิดอันตรายกับครอบครัวของตนเอง 6) ตู้งตอนแกง หมายถึง ลายหนอนที่มีขนาดใหญ่ 7) กะหย่อ หมายถึง ลายแมงมุม ซึ่งลายปักน้ีจะมีอยในู่ สองประเภทที่ยังนิยมปักกันอยู่คือใน ประเภท ฉงดับอยัด น้ีและในประเภทฉงทิว 8) ลู่กวนฟีม และ ลู่กวนเอี๋ยน ลายปักชนิดน้ีจะนิยมปักในผืนผา้ที่ใชใ้นการประกอบพิธีกรรม ของอาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมใหญ่ เช่น งานศพ, งานบวช 9. การใช้ประโยชน์และค่าใช้จ่ายเกยี่วกบัผลติภัณฑ์ผ้าและเครื่องประดับของชุมชนชาวอวิ้เมี่ยน 9.1) ประเภทการใช้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์ผ้า 1) ใช้สวมใส่ในชีวิตประจ าวัน 2) ใชแ้ลกเปลี่ยนตามความพอใจ เนื่องจากในอดีตไม่มีการซ้ือขายในหมู่เดียวกนัเอง เมื่อมีความ ต้องการหรือเกิดความจ าเป็ นในการใช้ผ้าที่ตัวเองไม่มีก็มีการน าผ้าประเภทที่ตัวเองมีไปขอ แลกเปลี่ยนกับของญาติหรือเพื่อนบ้านตามที่ตัวเองต้องการ 3) การให้เป็ นของขวัญ ของที่ระลึก ให้ด้วยความรัก หรือให้เพราะความสงสาร เอ็นดูเนื่องจาก เขาไม่มี 9.2) ค่าใช้จ่ายส าหรับการจัดซื้อและจัดท าเครื่องแต่งกาย 1) ซ้ือผา้ฝ้ายดิบที่มีสีขาว มายอ้มเป็นสีน้า เงินเกือบดา โดยใชต้น้ฮ่อมที่ปลูกเอง 2) ซ้ือวสัดุอุปกรณ์ที่จา เป็นในการตดัเยบ็และการปักลวดลายต่างๆ เช่น ดา้ยสีเขม็กรรไกร 3) ซ้ือเครื่องประดบั ประเภทเงิน เช่น ซ้ือเครื่องประดบัสา เร็จรูป ซ้ือเงินแท่งหรือเงินเม็ดมาตี/ท า เป็ นเครื่องประดับ หรือจ้างเขาท า ราคาเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับส าเร็จรูปโดยประมาณ เครื่องแต่งกายบุรุษ 1) เส้ือ มีราคาประมาณ 3,000 -4,000 บาท 2) กางเกง มีราคาประมาณ 500 -700 บาท 3) ผ้าโพกศรีษะ มีราคาประมาณ 800 - 1,000 บาท 4) หมวก มีราคาประมาณ 200 -300 บาท 5) ผ้าพันขา มีราคาประมาณ 3 00 -400 บาท 6) สายรัดหรือเข็มขัด มีราคาประมาณ 50 -100 บาท


51 เครื่องแต่งกายสตรี 1) เส้ือ มีราคาประมาณ 2,000 -3,000 บาท 2) กางเกง -กางเกงผู้ใหญ่ มีราคาประมาณ 5,000 บาท -กางเกงเด็ก มีราคาประมาณ 1,000 บาท 3) ผ้าโพกศรีษะ -ผา้โพกศรีษะช้นั ใน มีราคาประมาณ 100 บาท -ผา้โพกศรีษะช้นันอก มีราคาประมาณ 3,000 บาท 4) ผ้าคาดเอว มีราคาประมาณ 7,000 -8,000 บาท 5) ผ้าพันแข้ง มีราคาประมาณ 200 บาท เครื่องแต่งกายเด็ก 1) หมวกเด็กชาย มีราคาประมาณ 200 บาท 2) หมวกเด็กหญิง มีราคาประมาณ 300 บาท เครื่องประดับ 1) “ฮน้อมฮยุน” (ต่างหู) มีราคาประมาณ 400 บาท 2) “ปั๋วเจ้ียม” (ก าไลข้อมือ) มีราคาประมาณ 3,000 บาท 3) “จ๋าว่าน” (ก าไลคอ) - “จ๋าว่านโดะ” (ก าไลคอเดี่ยว) มีราคาประมาณ 7,000 บาท - “จ๋าว่านป้า” (ก าไลคอชุด) มีราคาประมาณ 15,000 บาท 4) “ปั๋วโดะแฑง” (แหวน) มีราคาประมาณ 200 บาท 5) “ละเขาเบ้” (กระดุมเงินเหลี่ยม 9 เม็ด) มีราคาประมาณ 2,500 บาท 6) “จ๋าวา่นหลิ่ม” (สร้อยคอ) มีราคาประมาณ 4,500 บาท 7) “ปะจนั๋หลิ่ม” (สร้อยประดับข้างหน้า) มีราคาประมาณ 4,500 บาท 8) “บัวะฝิ น” (สร้อยประดับข้างหลัง) มีราคาประมาณ 7,000 บาท 9) “หฆอ้งเปวหลิ่ม” (สร้อยประดับผ้าโพกหัว) มีราคาประมาณ 3,000 บาท 10. กระบวนการสืบทอดองค์ความรู้การแต่งกายและเครื่องแต่งกายชนเผ่าอิ้วเมี่ยน 10.1) พื้นที่การถ่ายทอด 1) การถ่ายทอดในวิถีชีวิตประจ าวันในบ้าน ในไร่ ในสวน 2) การถ่ายทอดในงานพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช และงานศพ 3) การถ่ายทอดในงานเทศกาลต่างๆ เช่น งานวันปี ใหม่ งานวันสาร์ทจีน 4) การถ่ายทอดผ่านบทเพลง


52 5) การถ่ายทอดผ่านนิทาน ต านาน เรื่องเล่า 6) การถ่ายทอดผ่านบทสวด โดยเฉพาะบทสวดในงานศพ จะมีบทหนึ่งที่กล่าวถึงเรื่อง เครื่องแต่งกาย 10.2) กระบวนการถ่ายทอดสืบทอดองค์ความรู้ด้านเครื่องแต่งกาย 1) การสอนปากเปล่า 2) การฝึ กปฏิบัติ 3) การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 4) การสังเกต จดจ า 10.3) ผู้เกยี่วข้องในกระบวนการถ่ายทอดสืบทอดองค์ความรู้ด้านเครื่องแต่งกาย 1) พ่อแม่ ปู่ ย่า ตายาย ทวด 2) ลูก 3) หลาน 4) ผู้รู้ผู้อาวุโสในชุมชน 5) ผู้ประกอบพิธีกรรม 6) อาจารย์ 7) ลูกศิษย์ 10.4) พื้นที่การแสดงออกของวัฒนธรรมเครื่องแต่งกาย 1) การแสดงออกในวิถีชีวิตประจ าวันในบ้าน ในไร่ ในสวน 2) การแสดงออกในงานพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช และงานศพ 3) การแสดงออกในงานเทศกาลต่างๆ เช่น งานวันปี ใหม่ งานวันสาร์ทจีน 4) การแสดงออกผ่านบทเพลง 5) การแสดงออกผ่านนิทาน ต านาน เรื่องเล่า 6)การแสดงออกผ่านบทสวดเช่นในงานศพจะมีบทสวดหนึ่งที่กล่าวถึงเรื่องเครื่องแต่งกาย 11. ความเชื่อและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายของชาวอิ้วเมี่ยน 11.1 ความเชื่อ - มี “ฟิ นเมี่ยน” (เทวดา) สอนสั่งใหช้าวอิ้วเมี่ยนรู้จกัการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายและการแต่งกาย ตามเพศวยัจึงเป็นเครื่องแต่งกายที่สวยงามและมีคุณค่าคณุประโยชน์ต่อชาวอิ้วเมี่ยนอยา่งยงิ่ - ชาวอิ้วเมี่ยนที่สมบูรณ์แทจ้ริงตอ้งแต่งกายตามประเพณี -การแต่งกายที่ถูกต้องตามประเพณีบ่งบอกถึงการมีมารยาทที่ดีอย่างหนึ่ง - เครื่องแต่งกายที่มีคุณภาพดีและสวยงามวิจิตรบรรจงบ่งบอกถึงความเป็ นผู้มีวัฒนธรรมสูงส่ง


53 11.2 แรงบันดาลใจ 1. ความสวยงาม เพราะเห็นวา่ชุดอิ้วเมี่ยนเป็นชุดหน่ึงที่มีความสวยงามมาก ไม่แพ้ชนเผ่าอื่นๆ ดงัน้นัจา เป็นที่จะตอ้งสร้างสรรคช์ุดข้ึนมาเพื่อดา รงไวซ้่ึงคุณค่าและความสวยงามของความ เป็นอิ้วเมี่ยนไว้ 2. เครื่องแต่งกายแสดงถึงอตัลกัษณ์ความเป็นตวัตนของชาวอิ้วเมี่ยน 3. การสืบทอดจากบรรพบุรุษ ซึ่งได้ส่งผ่านประเพณี วัฒนธรรมต่าง ๆ ผ่านจากรุ่นสู่รุ่นโดยทาง เครื่องแต่งกาย และยังผลให้มีการผลิตเครื่องแต่งกายเพื่อผ่านจากรุ่นไปสู่รุ่นลูก หลาน ต่อไป 4. ความจ าเป็ นที่จะต้องสวมใส่ในงานประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ 5. แรงจูงใจในด้านอื่น ๆ เช่น การที่จะมีคู่ครอง หรือจะมีพิธีแต่งงาน ซึ่งฝ่ายเจ้าสาวจ าเป็ นที่ จะต้องอยู่กับบ้านเพื่อที่จะผลิตชุดแต่งกายใช้ในพิธีแต่งงาน


54 บทที่ 5 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 1. ข้อค้นพบจากการศึกษาวิจัย จากการศึกษาวิจัยอย่างมีส่วนร่วมในคร้ังน้ีพบวา่ชนเผา่อิ้วเมี่ยนเป็นชนเผา่หน่ึงที่มี ประวัติศาสตร์ความเป็ นมายาวนาน มีประเพณีวัฒนธรรม ภาษาและการแต่งกายที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็ นของตนเองมาช้านาน โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งกายและเครื่องแต่งกายตามประเพณีน้นัชนเผา่ อิ้วเมี่ยนถือวา่เป็นชนเผา่หน่ึงที่มีความโดดเด่นเป็นอยา่งมากท้งัรูปแบบ สีสัน และความปราณีตบรรจง ในการประดิษฐ์รวมท้งัความเคร่งครัดในวฒันธรรมการแต่งกาย ทา ใหช้นเผา่อิ้วเมี่ยนสามารถคงความ โดดเด่นน้ีมาไดอ้ยา่งต่อเนื่องยาวนานแต่คร้ังบรรพกาลจนถึงปัจจุบนัอย่างไรก็ตามจากความเปลี่ยนแปลง ตามยุคสมัยและกระแสโลกาภิวัฒน์ที่ถงั่โถมเขา้มาไม่หยดุย้งัส่งผลให้วิถีชีวิตและประเพณีวัฒนธรรม ของชาวอิ้วเมี่ยนเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปดว้ยอยา่งไม่อาจหลีกเลี่ยงไดพ้น ้ ซึ่งสามารถให้เหตุผลและ แยกแยะรายละเอียดไดด้งัน้ี 1.1 ประวัติศาสตร์การเคลื่อนตัวของวัฒนธรรมการแต่งกายและเครื่องแต่งกายชาวอิ้วเมี่ยน จากการศึกษาวิจัยอย่างมีส่วนร่วมในชุมชนบ้านสามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) หมู่11 ต.ปงเตา อ.งาว จ. ล าปาง ในคร้ังน้ีพบวา่มีความแตกต่างทางแนวคิดและการปฏิบัติในเรื่องการแต่งกายและเครื่องแต่งกาย ของชนเผา่ชาวอิ้วเมี่ยนอยา่งเห็นไดช้ดัในแต่ละยคุสมยัและในคนแต่ละรุ่น โดยพบวา่ ในอดีตเมื่อประมาณ 50 ปีก่อนน้นัชาวอิ้วเมี่ยนทุกคนต่างใหค้วามสา คญัต่อการแต่งกายตามประเพณีในแบบอิ้วเมี่ยนอยา่ง เคร่งครัด ในทุกเพศ ทุกวยัทุกโอกาส และทุกสถานะภาพในสังคม รวมท้งัมีความเขา้ใจในประวตัิศาสตร์ ที่มา ความหมาย ความส าคัญ ของการแต่งกายและเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเองเป็ นอย่างดี ต่อมา ในช่วงระหว่าง 20 – 50 ปีที่ผา่นมา เป็นยคุสมยัที่ชาวอิ้วเมี่ยนเริ่มติดต่อสัมพนัธ์กบัชนเผา่ต่างๆ และชาว ไทยพ้ืนราบมากข้ึน ประกอบกบัเริ่มมีหน่วยงานราชการต่างๆ เขา้มาพฒันาและเกี่ยวขอ้งสัมพนัธ์กบั ชุมชนชนเผา่อิ้วเมี่ยนมากข้ึน จึงเป็นยคุสมยัที่ชาวอิ้วเมี่ยนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและการปฏิบตัิใน เรื่องการแต่งกายและเครื่องแต่งกาย โดยเริ่มมีการผ่อนคลายความเคร่งครัดในการแต่งกายตามประเพณีลง และเริ่มยอมรับการแต่งกายตามแบบชาวไทยพ้ืนราบมากข้ึน ในขณะเดียวกนัองคค์วามรู้เรื่องการแต่งกาย และเครื่องแต่งกายตามประเพณีก็เริ่มไดร้ับผลกระทบ ต่อมาในช่วงระหว่าง 20 ปี จนถึงปัจจุบัน ชาว อิ้วเมี่ยนไดเ้ปิดกวา้งทางความคิดและการปฏิบัติในเรื่องการแต่งกายอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการยอมรับและ น าชุดเครื่องแต่งกายตามสมัยนิยมมาใช้สวมใส่อย่างแพร่หลายเสมือนหนึ่งเป็ นเครื่องแต่งกายของตนเอง โดยไม่รู้สึกเคอะเขินหรือตะขิดตะขวงใจเหมือนในอดีตที่ผา่นมา เป็นผลใหช้าวอิ้วเมี่ยนรุ่นใหม่จา นวน ไม่น้อยไม่เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ความเป็ นมา ความหมาย ความส าคัญ และความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงของ


55 เครื่องแต่งกายกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีในแบบอิ้วเมี่ยนอีกต่อไป โดยมีสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่เขา้มาเกี่ยวขอ้งทา ให้เกิดผลกระทบดงัน้ี ปัจจัยที่ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการแต่งกายและเครื่องแต่งกายของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน 1) การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการอพยพโยกย้ายข้ามประเทศและขา้มถิ่น 2)การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของแหล่งวัตถุดิบในการผลิตเครื่องแต่งกาย 3) การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความต้องการของตลาดภายนอกที่หลากหลายท้งรูปแบบและสีสัน ั 4) การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการส่งเสริมวัฒนธรรมชนเผ่าตามนโยบายของรัฐบาลไทย 5) การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการส่งเสริมงานหัตถกรรมชนเผ่าของหน่วยงานต่างๆ ท้งัหน่วยงาน ราชการและหน่วยงานเอกชน 6) การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาลในชุมชนชนเผ่า 7) การเปลี่ยนแปลงเนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม 1.2 ความหมายและความส าคัญของเครื่องแต่งกายแต่ละยุคสมัย จากการศึกษาวิจัยพบว่าการแต่งกายและเครื่องแต่งกายมีความหมายและความส าคัญที่แตกต่าง กันไปในแต่ละยุคสมัย โดยในสมัยอดีตชนเผา่อิ้วเมี่ยนใหค้วามสา คญัต่อการแต่งกายตามวฒันธรรมเป็น อย่างมาก เนื่องจากการแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายที่ถูกต้อง ประดับประดาด้วยเครื่องประดับครบครัน สวยงาม น้นัสามารถสื่อความหมายไดห้ลายๆ อยา่ง เช่น แสดงออกถึงสถานะภาพและฐานะ แสดงออก ถึงความมีมารยาทและยึดมนั่ในขนบธรรมเนียมประเพณีแสดงออกถึงภูมิความรู้ของบุคคลน้นัๆ ใน ชุมชน เป็ นต้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยท าให้การเข้าใจความหมายในสมัย ต่อๆ มาจนถึงปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่น การไม่แต่งแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายตาม วัฒนธรรมก็ไม่ถือสาว่าเป็ นมารยาทที่ไม่ดีอีกต่อไป การแต่งกายเต็มยศและประดับประดาด้วย เครื่องประดับก็ไม่ได้หมายความว่าเป็ นผู้มีฐานะดีกว่าผู้อื่นหรือเป็ นกลุ่มผู้น าในสังคมอีกต่อไป เป็ นต้น ท้งัน้ีสามารถอธิบายรายละเอียดไดด้งัน้ี 1) การให้ความหมายของรูปแบบการแต่งกายในชุมชนอวิ้ เมี่ยน - ตามประวตัิศาสตร์และตา นานเรื่องเล่า ชาวอิ้วเมี่ยนเชื่อว่า มี“ฟิ นเมี่ยน” (เทพ,เทวดา) สอนสั่ง ให้ชาวอิ้วเมี่ยนรู้จักการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายและการแต่งกาย - เชื่อว่าในสมัยโบราณกาล ชาวอิ้วเมี่ยน 12 แซ่ตระกูล คงจะแต่งกายเหมือนกัน แต่เนื่องจาก ปัจจัยต่างๆ เช่นการอพยพโยกยา้ย สภาพสิ่งแวดลอ้ม ความเหมาะสม ความจ าเป็ นบางอย่างท าให้ เกิดความเปลี่ยนแปลง จนท าให้เกิดความแตกต่างกันออกไปในปัจจุบัน - การแต่งกายที่ถูกต้องตามประเพณี เป็ นการแสดงออกถึงความภูมิใจในวัฒนธรรมประเพณีของ ตนเอง รวมถึง สถานะภาพ ฐานะ และภูมิรู้ของบุคคลน้นัๆ ในสังคม -การแต่งกายย่อมมีความแตกต่างตามเพศ วัย สถานะภาพ และโอกาส


56 2) การเข้าใจความหมายทางวัฒนธรรมในเชิงสัญลักษณ์ - การแต่งกายที่ถูกต้องตามประเพณีถือเป็ นการอนุรักษ์รักษาและถ่ายทอดสืบทอดวัฒนธรรมที่ดี งามอยา่งหน่ึงของชนเผา่อิ้วเมี่ยน - ลายปักต่างๆ แสดงถึงความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ความเป็ นมา วิถี ชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อและการปรับตวัให้เขา้กบัธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ม 1.3 กระบวนการเลือกรับปรับใช้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกรับปรับใช้การแต่งกายและเครื่องแต่งกายอิ้วเมี่ยน 1) เหตุผลด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี - สมัยนิยม -แฟชนั่นิยม -การยอมรับจากสังคมทวั่ ไปโดยเฉพาะจากสังคมไทยยังมีน้อย 2) เหตุผลดา้นสิ่งแวดลอ้ม - เส้ือผา้อิ้วเมี่ยนมีความหนา ร้อน ไม่เหมาะกับสภาพอากาศ -การศึกษาและการท างานซึ่งบังคับให้แต่งกายตามแบบฟอร์มที่ก าหนด 3) เหตุผลด้านเศรษฐกิจ - หาวัตถุดิบในการผลิตเครื่องแต่งกายตามวัฒนธรรมยาก -วตัถุดิบน้นัๆ มีราคาแพง -ความยุ่งยากซับซ้อนในการผลิต 4) เหตุผลจากนโยบายรัฐและหน่วยงานราชการ - นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล -คา สั่งจากทางอา เภอใหแ้ต่งชุดชนเผา่เพื่อแสดงหรือโชวใ์หแ้ขกบา้นแขกเมืองไดดู้ 5) เหตุผลจากตัวเครื่องแต่งกายเอง -ความยุ่งยากในการสวมใส่และตกแต่ง -ความยุ่งยากในการซักล้าง - สีตก โดยเฉพาะกางเกงผู้หญิง -ความยุ่งยากในการเก็บรักษา 1.4 สัญลักษณ์เด่นที่ยังคงอยู่ในกระแสการเปลยี่นแปลง ถึงแมใ้นปัจจุบนัจะมีความเปลี่ยนแปลงไปตามยคุสมยัจนมีผนู้ิยมสวมใส่ชุดอิ้วเมี่ยนในวิถี ชีวิตประจ าวันน้อยลงมากก็ยงัคงพบเห็นการแต่งกายดว้ยชุดแต่งกายเตม็ยศในโอกาสต่างๆ ดงัน้ี 1) การแต่งกายในงานพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช และงานศพ 2) การแต่งกายในงานเทศกาลส าคัญต่างๆ เช่นเทศกาลปี ใหม่ เป็ นต้น


57 3) การแต่งกายตามคา สั่งจากหน่วยงานราชการ เช่น ทางอา เภอสั่งใหแ้ต่งกายดว้ยชุดอิ้วเมี่ยนเพื่อ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองหรือเจ้าใหญ่นายโต เป็ นต้น 4) การแต่งกายของกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็ นบุคคลกลุ่มสุดท้ายที่ยังหวงแหนการแต่งกายตาม ประเพณีวฒันธรรมของชนเผ่าอิ้วเมี่ยนดว้ยความเขา้ใจถึงความเป็นมา ความสา คญัและความ จ าเป็ นที่ยังต้องคงความเป็ นเอกลักษณ์ทางการแต่งกายไว้ต่อไป 1.5 แนวโน้มในอนาคต 1) มีชาวอิ้วเมี่ยนที่เขา้ใจถึงความเป็นมา ความสา คญัและความจ าเป็ นของการแต่งกายและเครื่อง แต่งกายอิ้วเมี่ยนลดน้อยลง 2) มีการยึดถือปฏิบัติในการแต่งกายดว้ยเครื่องแต่งกายอิ้วเมี่ยนน้อยลง 3) ยังมีการใช้มีการแต่งกายแบบอิ้เวมี่ยนต่อไปโดยจะมีการประยกุตใ์ช้มีการดดัแปลงมากข้ึน 2. ข้อเสนอแนะ เพื่อใหช้าวอิ้วเมี่ยนสามารถคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความโดดเด่นด้านการแต่งกายและเครื่องแต่ง กายตามวัฒนธรรมประเพณีไว้ให้ได้ ซึ่งนอกจากจะเป็ นการช่วยรักษาไว้ซึ่งความสวยงามและความ หลากหลายทางวัฒนธรรมการแต่งกายของสังคมไทยโดยส่วนรวมแล้ว ยังเป็ นการธ ารงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ประเพรีอันดีงามอย่างหนึ่งของชาวไทยเผา่อิ้วเมี่ยน คณะนักวิจัย ผู้รู้ในชุมชนศึกษาวิจัย และเครือข่าย อิ้วเมี่ยน ขอเสนอแนะต่อผมู้ีส่วนเกี่ยวขอ้งในระดบัต่างๆ ดงัน้ี 2.1 ข้อเสนอแนะต่อชนเผ่าอิ้วเมี่ยน 1) ชาวอิ้วเมี่ยนควรสั่งสอนลูกหลานให้รู้จักคุณค่า ความเป็ นมา ความส าคัญและความจ าเป็นของ เครื่องแต่งกายอิ้วเมี่ยน เพื่อใหเ้กิดจิตสา นึกในคุณค่าของวฒันธรรมการแต่งกายชนเผ่าตนเอง 2) เยาวชน คนรุ่นใหม่ชาวอิ้วเมี่ยนควรหนัมาสนใจศึกษาเรียนรู้เรื่องการแต่งกายและเครื่องแต่ง กายของชนเผา่อิ้วเมี่ยนอยา่งจริงจงัเพราะเป็นหนทางหน่ึงที่จะทา ใหเ้ขา้ใจถึงวิถีแห่งรากเหง้า วัฒนธรรมตนเอง 3) ชุมชน องคก์รชุมชน และเครือข่ายอิ้วเมี่ยน ควรให้ความสนใจในการส่งเสริมสนบัสนุนให้ ประชาชนชาวอิ้วเมี่ยนไดเ้กิดการศึกษาเรียนรู้และปฏิบตัิการดา้นการแต่งกายตามประเพณีอยา่ง จริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นจริงและยงั่ยนื ต่อไป 2.2 ข้อเสนอแนะต่อนักวิจัย 1) ควรมีการศึกษาวิจัยในเรื่องการแต่งกายและเครื่องแต่งกายของชาวอิ้วเมี่ยนเพิ่มเติมต่อเนื่อง 2) ควรมีการรณรงค์เผยแพร่ผลการวิจัยอย่างแพร่หลายเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและการ ยอมรับให้เห็นคุณค่า และความส าคัญอย่างแท้จริง


58 2.3 ข้อเสนอแนะต่อสาธรณชนทั่วไป 1)สังคมไทยเป็ นสังคมที่ประกอบดว้ยความหลากหลายทางเช้ือชาติและวฒันธรรมประเพณี ดงัน้นัคนในสังคมตอ้งอยกู่นัดว้ยความเขาใจ และไม่มีอคติต่อกัน ้รวมท้งัดา้นการแต่งกายดว้ย 2) ควรให้ความสนใจ เรียนรู้ เข้าใจ เห็นความส าคัญและยอมรับในความสวยงามและความ หลากหลายทางวฒันธรรมในสังคมไทยโดยเฉพาะวฒันธรรมชนเผา่บนพ้ืนที่สูงใหม้ากข้ึน 2.4 ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานราชการ 1)ควรให้ความสนใจและเห็นความส าคัญของความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะ วัฒนธรรมการแต่งกายของชนเผา่บนพ้ืนที่สูงวา่เป็นสิ่งที่ดีงามและมีคุณค่าให้มากยงิ่ๆ ข้ึน 2) ควรส่งเสริมวฒันธรรมชนเผา่รวมท้งัวฒันธรรมอิ้วเมี่ยนอยา่งจริงจงัโดยมองความส าคัญด้าน ความสวยงามและความหลากหลายในฐานะเป็ นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไม่ใช่มองด้านการ ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว


59 ภาคผนวก 1 ข ้ อม ู ลผ ้ ู ร ้ ู


60 ประวัติผู้รู้อิ้ว เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นายว่วนเม่ง สกุล แซ่ลี อายุ 54 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) เลขที่91 หมู่11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ 0-6184-9116 1.2 บิดาชื่อ นายจ้นัสกุล แซ่ลี อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) 1.3 มารดาชื่อ นางเหยี่ยนจ้อย สกุล แซ่ลี อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) จ านวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นบุตรลา ดับที่1 1.4 ภรรยาชื่อ นางหมวงจ้อย สกุล แซ่ลี อายุ 47 ปี จ านวนบุตร 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. ประวตัิศาสตร์อิ้วเมี่ยน 2. การประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวอิ้วเมี่ยน + ภาษาจีน 3. ประวัติเครื่องแต่งกายอิ้วเมี่ยน 2.1 ประวัติความเป็นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ ในอดีต หากมีการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ก็จะไปนงั่ฟังและนงั่ดูวา่ผปู้ระกอบพิธีกรรมเขาสวด อย่างไร ท าอย่างไรบ้าง และ จ ามาท าต่อ ซึ่งเรียนภาษาจีนไปด้วยและฝึ กท าพิธีกรรมไปด้วย 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) ชุดแต่งกายของเมี่ยนเป็นสิ่งที่ดีงามต้งัแต่อดีต ซ่ึงทา กนเองในครอบครัว น่ ั าภูมิใจและน่าสืบทอด ไปสู่ลูกหลาน เมื่อประมาณ 30 ปีที่แลว้เมี่ยนเราเริ่มเปลี่ยนมาใส่ชุดทวั่ ไปที่ไม่ใช่ชุดเมี่ยนอีก เพราะวา่สะดวกใน การใช้ซ้ือมาก็ใส่ไดเ้ลยไม่ตอ้งเยบ็ ไม่ตอ้งปัก ผปู้กครองบางครอบครัวก็ไม่ไดส้นใจเตรียมชุดเมี่ยนใหลู้ก ๆ เลย “ครอบครัวของลุงก็มี และเตรียมให้ลูก ๆ ทุกคน แต่ลูก ๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่ จะใส่ก็แต่ในงานพิธีต่างๆ เท่าน้นั ” นายว่วนเม่ง แซ่ลี


61 4. ข้อเสนอแนะ อยากใหม้ีผรูู้้ที่มีความรู้ดา้นวฒันธรรมเมี่ยน มาแนะนา สั่งสอนท้งัเราและลูกหลาน อยากใหทุ้กคน หันกลับมาสนใจวัฒนธรรมของตนเองบ้าง โดยเฉพาะการแต่งตัวอยากจะให้แต่งให้เป็ นเมี่ยน ไม่ใช่เป็ นคน อื่น ผู้บันทึกข้อมูล นายสันทัด คณิตชยานันท์ 27 กรกฎาคม 2548


62 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นายอี่เซ็ง สกุล แซ่ลี อายุ67 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้น สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่3 หมู่11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ 0-9558-4475 1.2 บิดาชื่อ นายฟุจ้อย สกุล แซ่ลี อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) 1.3 มารดาชื่อ นางไหนกว๊าง สกุล แซ่ลี อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) จ านวนพี่น้องทั้งหมด 3 คน เสียชีวิตแล้ว 2 คน เป็นบุตรลา ดับที่1 1.4 ภรรยาชื่อ นางแคะปู๊ สกุล แซ่ลี อายุ 58 ปี จ านวนบุตร 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. ประวัติศาสตร์ ประเพณีวฒันธรรมอิ้วเมี่ยน 2. การประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อเมี่ยน + ภาษาจีน 3. การแต่งกายแบบเมี่ยน (ความเป็ นมา, การเปลี่ยนแปลง, กรรมวิธีการผลิตวัตถุดิบ) 2.1 ประวัติความเป็นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ -ในอดีตเมื่อมีการประกอบพิธีกรรมอะไร ก็มกัจะไปนงั่ฟังและดูวา่ผปู้ระกอบพิธีกรรทา และสวด อย่างไรบ้าง และน ากลับมาฝึ กท า -ศึกษาภาษาจีนจากเพื่อนคนที่เรียนแล้วตนเองก็ฝึ กฝนจนสามารถอ่านออกเขียนได้บ้าง -ศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง - ที่ผ่านมาไม่ได้ถ่ายทอดไปถึงลูกหลาน เพราะว่าเด็ก ๆ สมยัน้ีไม่ค่อยสนใจเรื่องน้ีแลว้ 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) ชุดแต่งกายของเมี่ยนเป็นสิ่งที่ดีงาม สวยและมีเอกลกัษณ์กวา่ชนชาติพนัธุ์อื่น ๆ บางคร้ังใส่ชุด ธรรมดาแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยจะดีเท่าไร เวลาลงไปในเมืองบอกว่าเราเป็ นคนเมืองแต่เราก็เป็ นคนเมี่ยน ตอนเรา อยู่บ้านบอกว่าเราเป็ นคนเมี่ยน แต่ก็ไม่มีอะไรที่แสดงว่าเราเป็ นคนเมี่ยนเลย เพราะว่าแต่งกายไม่ใช่คนเมี่ยน แล้ว นายอี้เซ็ง แซ่ลี


63 เห็นเด็ก ๆ ใส่แต่ชุดธรรมดา ไม่ชอบใส่ชุดเมี่ยน ก็รู้สึกไม่สบายใจแต่ก็ไม่รู้ว่าจะท าอย่างไรดี แต่ บางคร้ังเขาก็ใส่ถา้ครูบงัคบั ใหใ้ส่แต่เด็กบางคนก็บอกว่าใส่แลว้รู้สึกเขินอาย เรื่องเหล่าน้ีคงจะตอ้งค่อย ๆ สอนไป ใหเ้ด็ก ๆ หนัมาใส่ชุดเมี่ยนกนัมากข้ึน 4. ข้อเสนอแนะ อยากให้เมี่ยนทุกคนหันมาใส่ชุดเมี่ยนกันเยอะ ๆ ให้ร่วมกันแสดงออกถึงความเป็ นเมี่ยน ให้สามารถ แยกออกได้ว่าคนไหนเป็ นคนเมี่ยน คนไหนเป็ นคนเมือง ผู้บันทึกข้อมูล นายสันทัด คณิตชยานันท์ 27 กรกฎาคม 2548


64 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นายสมบูรณ์ สกุล แซ่พ่าน อายุ 49 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้นสามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่104/1 หมู่ 11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ - 1.2 บิดาชื่อ นายจ้อยกว้าง สกุล แซ่พ่าน อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) 1.3 มารดาชื่อ นางก้อยฟุ สกุล แซ่พ่าน อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) จ านวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นบุตรลา ดับที่ 2 1.4 ภรรยาชื่อ นางหมวงควร สกุล แซ่พ่าน อายุ 35 ปี จ านวนบุตร 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. การประกอบพิธีกรรมเบ้ืองตน้ตามความเชื่อเมี่ยน 2. ประเพณีวัฒนธรรม 2.1 ประวัติความเป็นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ - เรียนรู้จากพ่อแม่ ผู้รู้ ผู้อาวุโส - ที่ผ่านมายังไม่เคยถ่ายทอดให้กับใคร 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) 1. ประเพณีวฒันธรรม องคค์วามรู้เป็นสิ่งสา คญัมีคุณค่าความสา คญัต่อชนเผา่เมี่ยน ตอ้งสืบทอด ต่อไป 2. การเปลี่ยนแปลงย่อมมี และเป็ นเรื่องธรรมดา แต่ต้องรู้จักปรับปรุงประยุกต์ให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ 4. ข้อเสนอแนะ 1. การมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมชนเผา่ตนเองใหม้ากข้ึน 2. การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรในชุมชนตนเองใหม้ากข้ึน ผู้บันทึกข้อมูล นายบุญยง โชติชัยพิบูล 27 กรกฎาคม 2548 นายสมบูรณ์แซ่พ่าน


65 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นายจ้อยเสี่ยว สกุล แซ่พ่าน อายุ56 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้น สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่19 หมู่ 11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ - 1.2 บิดาชื่อ นายแซ่งเม่ง สกุล แซ่พ่าน อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) 1.3 มารดาชื่อ นางฟามจ้อย สกุล แซ่พ่าน อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) จ านวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นบุตรลา ดับที่ 4 1.4 ภรรยาชื่อ นางหมวงเชียง สกุล แซ่ลี อายุ 50 ปี จ านวนบุตร 6 คน ชาย 3 คน หญิง 3 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั - ประเพณีวัฒนธรรม ผู้ประกอบพิธีกรรม โดยเฉพาะ งานแต่งงาน ในต าแหน่ง “ชิ่ง ซุ๊ย” 2.1 ประวัติความเป็ นมาของการเรียนรู้ / การถ่ายทอดและประสบการณ์ การเรียนรู้ - เรียนรู้จากพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย - เรียนรู้จากอาจารย์ การถ่ายทอด - ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ ในชุมชนประมาณ 10 คน - ท าพิธีกรรมมามาก 2.2 ความสามารถอื่น ๆ เขียน อ่าน ภาษาจีน/เมี่ยน ได้ 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) องค์ความรู้ - เป็นสิ่งสา คญัสืบทอดถ่ายทอดมาแต่บรรพบุรุษ -แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็ นตัวตนของเมี่ยน นายจ้อยเสี่ยว แซ่พ่าน


66 ความเปลี่ยนแปลง - เปลี่ยนแปลงไปมาก ท้งัประเพณีวฒันธรรม การทา มาหากิน การแต่งกาย -การเปลี่ยนแปลงมีท้งัดีและไม่ดีดีคือ ทา ให้เกิดการพฒันา เกิดความหลากหลาย ไม่ดี คือ ทา ใหป้ระเพณีวฒันธรรมอิ้วเมี่ยนที่ดีๆ หลายอยา่งสูญหายหรือไดร้ับการปฏิบตัินอ้ยลง 4. ข้อเสนอแนะ การศึกษาเป็นสิ่งสา คญัทา ใหเ้ราเกิดการพฒันา เจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต แต่ต้องไม่ลืม วัฒนธรรมและความเป็ นชนเผ่าของตนเอง ผู้บันทึกข้อมูล นายบุญยง โชติชัยพิบูล 27 กรกฎาคม 2548


67 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นายจ้นัเซ็ง สกุล แซ่ว่าง อายุ 63 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้น สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่32 หมู่ 11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ 1.2 บิดาชื่อ - สกุล - อายุ - ปี 1.3 มารดาชื่อ นางก๊อยโฟว สกุล แซ่ว่าง อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) จ านวนพี่น้องทั้งหมด 2 คน เป็นบุตรลา ดับที่ 1 1.4 ภรรยาชื่อ นางแถ่นฝ่ ง สกุล แซ่ว่าง อายุ60 ปี จ านวนบุตร 7 คน ชาย 4 คน หญิง 3 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. ประวตัิศาสตร์อิ้วเมี่ยน 2. ประวัติเครื่องแต่งกายเมี่ยน (ประวตัิศาสตร์,ข้นตอนั/กระบวนการผลิต, การย้อมสีผ้า+ด้าย) 2.1 ประวัติความเป็ นมาของการเรียนรู้ / การถ่ายทอดและประสบการณ์ เรียนรู้จากย่า และแม่ โดยการทา ตามยา่และแม่แต่ตอนน้ียงัไม่ไดถ้่ายทอดใหก้บั ใครเลย 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) อิ้วเมี่ยนมีวัฒนธรรมอันดีงาม เราต้องรักษาไว้ เพราะเราเป็ นเมี่ยน จะท าอย่างไรก็เป็ นเมี่ยน จะมี งานทา ดีขนาดไหน มีการศึกษาสูงขนาดไหน เลือดเน้ือก็ยงัเป็นเมี่ยนอยู่ฉะน้นัเราตอ้งช่วยกนัรักษาความ เป็ นเมี่ยนไว้ เรื่องของการแต่งกาย มักจะบอกแม่บ้าน(ภรรยา)ว่าอยากให้แต่งชุดเมี่ยน เพราะแม่บ้านเองก็ยังเย็บ ปักตลอด ยังมีการท าชุดเมี่ยนอยู่แต่ไม่ยอมใส่ชุดเมี่ยน เด็กสมยัน้ีไม่ชอบใส่ชุดเมี่ยน มกัจะอา้งวา่ร้อน และไม่อยากจะใส่มกัใส่ชุดธรรมดามากกวา่ 4. ข้อเสนอแนะ เมี่ยนยังไงก็เป็ นเมี่ยน เกิดจนตายก็ยังเป็ นเมี่ยน ยังต้องท าพิธีกรรมแบบเมี่ยน ผู้บันทึกข้อมูล นายสันทัด คณิตชยานันท์ 27 กรกฎาคม 2548 นายจั้นเซ็ง แซ่ว่าง


68 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นางไหนเชียง สกุล แซ่พ่าน อายุ40 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บ้าน สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่94/1 หมู่ 11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ - 1.2 บิดาชื่อ นายจ้อยเชียง สกุล แซ่พ่าน อายุ 72 ปี 1.3 มารดาชื่อ นางเหมยจ้อย สกุล แซ่พ่าน อายุ73 ปี จ านวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน เป็นบุตรล าดับที่ 5 1.4 ชื่อสามี นายเกาชิง สกุล แซ่ฟุ้ง อายุ 39 ปี จ านวนบุตร 5 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. การท ากระดาษจากเยื่อไม้ไผ่แบบด้งัเดิม 2. การย้อมสีผ้า ด้าย 3. การเยบ็ ปักลายต่าง ๆ แบบเมี่ยนด้งัเดิม 2.1 ประวัติความเป็ นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ - เรียนรู้จากพ่อแม่เพราะสมยัก่อน ไม่ได้พึ่งพาตลาดมากนัก ทุกอย่างต้องท าเอง ใช้เอง และต้อง เรียนรู้ ด้วยความจ าเป็ น 2.2 ความสามารถอื่นๆ -การท ากระดาษจากเยื่อไม้ไผ่เป็ นลายต่างๆ -การเย็บปักลายต่างๆ ผู้บันทึกข้อมูล นายอู๊ก๋วย แซ่ลี 27 กรกฎาคม 2548 นางไหนเชียง แซ่พ่าน


69 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นางหมวงเชียง สกุล แซ่พ่าน อายุ 51 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้น สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่29 หมู่ 11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ 0-1023-5700 1.2 บิดาชื่อ นายฝุเชียง สกุล แซ่พ่าน อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) 1.3 มารดาชื่อ นางหมวงเวิ่น สกุล แซ่พ่าน อายุ - ปี(ถึงแก่กรรม) จ านวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นบุตรลา ดับที่ 5 1.4 สามีชื่อ นายจ้อยเสี่ยว สกุล แซ่พ่าน อายุ56 ปี จ านวนบุตร 6 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. การปักผ้าลายดอกเมี่ยน 2. การย้อมสีผ้า และด้าย 3. การตดัเยบ็เส้ือผา้เมี่ยน (ชุดชนเผา่เมี่ยน) 2.1 ประวัติความเป็นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ - เรียนรู้จากพ่อ แม่ แล้วจดจ ามาท าเองต่อ 2.2 ความสามารถอื่น ๆ -การเก็บหาสมุนไพร ส าหรับการอาบ หรือ กิน 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่ และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) -การเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนทา ใหส้ะดวกข้ึน แต่มีค่าใชจ้่ายที่สูงมาก ทุกอยา่งดีข้ึนมากเรื่องคุณภาพ หรือความสวยงามประณีต ผู้บันทึกข้อมูล นายอู๊ก๋วย แซ่ลี 27 กรกฎาคม 2548 นางหมวงเชียง แซ่พ่าน


70 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นางเหมยฟิ น สกุล แซ่ลี อายุ50 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้น สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่4 หมู่ 11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ 1.2 บิดาชื่อ นายฟุฟิ น สกุล แซ่พ่าน อายุ73 ปี 1.3 มารดาชื่อ นางก้อยเลี่ยม สกุล แซ่พ่าน อายุ61 ปี จ านวนพี่น้องทั้งหมด 6 คน เป็นบุตรลา ดับที่1 1.4 สามีชื่อ นายเวิ่นล่วง สกุล แซ่ลี อายุ54 ปี จ านวนบุตร 3 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกบั 1. การปักผ้าลายดอกเมี่ยน 2. การเก็บยาสมุนไพร 2.1 ประวัติความเป็นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ - เรียนรู้โดยผ่านทางปู่ พ่อแม่ ที่สอนสืบทอดกันมา และโดยวิธีการสังเกตุจดจ าเอง 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) - ปัจจุบันการสวมใส่และการเยบ็ ปัก ประณีตข้ึน การเยบ็ ปักลา บากกวา่แต่ดี ที่สวยกว่า อดีตเรียบ ง่ายแต่ไม่สวยเพราะจัดหาวัตถุดิบยากกว่า 4. ข้อเสนอแนะ ด้านเครื่องแต่งกายอยากใหซ้ ้ือผา้ขาวมายอ้มเอง เพราะการซ้ือผา้ยคุน้ีถูกแต่การยอ้มเองสีจะสวยกวา่ ผู้บันทึกข้อมูล นายอู๊ก๋วย แซ่ลี 27 กรกฎาคม 2548 นางเหมยฟิ น แซ่ลี


71 ประวัติผู้รู้อวิ้เมี่ยน โครงการวิจัย “ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน” 1. ข้อมูลบุคคล(ประวัติผู้รู้) 1.1 ชื่อ นางเฉ็งก๋วย สกุล แซ่ลี อายุ 42 ปี ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้สะดวก หมู่บา้น สามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) เลขที่93/1 หมู่11 ต. ปงเตา อ. งาว จ.ล าปาง รหัส 52110 โทรศัพท์ 1.2 บิดาชื่อ นายจ้นัเสี่ยว สกุล แซ่พ่าน อายุ 82 ปี 1.3 มาดาชื่อ นางลายโจว สกุล แซ่พ่าน อายุ71 ปี จ านวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน เป็นบุตรลา ดับที่5 1.4 สามีชื่อ นายซานก๋วย สกุล แซ่ลี อายุ43 ปี จ านวนบุตร 4 คน 2. มีความรู้ความช านาญเกยี่วกับ 1. การปักผ้าลายดอกเมี่ยน 2. การย้อมสีผ้า ย้อมสีดา้ย ยอ้มไหม แบบวิธีด้งัเดิม 2.1 ประวัติความเป็นมาของการเรียนรู้/การถ่ายทอดและประสบการณ์ - เรียนรู้จากแม่ ซึ่งแม่มีอาชีพย้อมผ้าและปักผ้าขาย 2.2 ความสามารถอื่น ๆ - มีความรู้เรื่องยาสมุนไพร ในการอบ อาบ กิน 3.แนวคิดหรือทัศนะองค์ความรู้ที่มีอยู่และการเปลยี่นแปลงที่เกดิขึน้ใจปัจจุบัน (เกยี่วกบัชุดแต่งกาย) - มีความเปลี่ยนแปลงอยา่งมาก ท้งัความสวยความประณีต แต่ยคุน้ีมีความสะดวกมากและเนน้ ความประณีตมากกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเช่นกัน 4. ข้อเสนอแนะ -อยากให้ทุกหมู่บ้านหันมาใส่ชุดประจ าเผ่า เพราะเรียบง่าย สวยและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า ผู้บันทึกข้อมูล นายอู๊ก๋วย แซ่ลี 27 กรกฎาคม 2548 นางเฉ็งก๋วย แซ่ลี


72 ภาคผนวก 2 ข ้ อม ู ลรายคร ั วเร ื อน


73 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่3 หมู่11 ตา บล ปงเตาอา เภองาว จงัหวดัลา ปาง ผู้ให้ข้อมูล นายอี่เซ็ง แซ่ลี สถานะในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นายอี่เซ็ง แซ่ลี เพศ ชาย อายุ 67 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา ด้งัเดิม (บรรพบุรุษ) สถานที่เกิด โป่ งผา ประเทศลาว การศึกษา - รายได้เฉลี่ย 10,000 – 15,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรม (ปลูกขา้ว,ลิ้นจี่,ลา ไย) หาสมุนไพร 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อายุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่อง แต่งกาย/ปี(บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นายอี่เซ็ง แซ่ลี ช 67 - ผู้ประกอบ พิธีกรรม งานปี ใหม่ งานแต่ง งานบวช ตามปกติ ทุกวัน 1000-2000 บ/ปี 2 นางไหนกวาง แซ่ลี ญ 58 - 1000-2000 บ/ปี 3 นายไหนเซ็ง แซ่ลี ช 30 ป. 6 4 นางเหมยเซ็ง แซ่ลี ญ 31 ป. 6 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ ของชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. อดีต 40 ปี ที่ ผ่านมา เมื่อ40 ปีก่อนส่วนใหญ่ จะใส่ชุดเมี่ยนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็ นหญิงหรือ ชาย ในอดีตถ้าเด็กหญิง จะใส่กระโปรง ผู้ปกครองยังไม่ค่อย อนุญาตให้ใส่เพราะบอก ว่าไม่เรียบร้อย ในอดีตท้งัหญิงและ ชาย นิยมสวมใส่ชุด เมี่ยนดว้ยกนัท้งัน้นั แต่เพศชายจะใส่ชุด ไม่เหมือนตอนน้ี ตอนน้นัเรียกว่า “ต้อย เฮมียน อลุย” เพราะ ต้องใส่ท างาน ส่วน หญิงน้นัจะใส่ เหมือนกับปัจจุบัน เด็กจะแต่งกายคล้าย กับผู้ใหญ่ แต่เด็กชาย จะมีหมวก และ กางเกงของเด็กหญิง จะปักเฉพาะตรง ปลายเท้านิดหน่อย เท่าน้นั ในอดีต ทุกคนไม่ว่า จะเป็ นเด็ก ผู้ใหญ่ จะ แต่งกายเหมือนกัน มี แต่ผู้ที่ประกอบ พิธีกรรมและคนที่มี ฐานะดีจะมีเครื่องเงิน ประดบัเท่าน้นั


74 2. 20 ปี ที่ผ่านมา ราว20 ปีที่ผา่นมาเริ่มมี โรงเรียนเข้ามา และมี การติดต่อกับภายนอก มากข้ึน ทา ให้ชาวเมี่ยน เริ่มเปลี่ยนมาใส่ชุดทวั่ ไป จนปัจจุบันจะใส่ชุด ทวั่ ไปมากกว่าและใส่ชุด เมี่ยนในบางโอกาส เท่าน้นั 3. ปัจจุบัน ชาวเมี่ยนนิยมใช่ชุดธรรมดามากยิ่งข้ึน แต่ก็ยังใส่ชุดเมี่ยนในงานเทศกาลต่าง ๆ อยู่บ้าง 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 5 แปลง 1. สวน 2 แปลง จ านวน 33 ไร่ พืชที่ปลูก ลิ้นจี่,ลา ไย ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. ไร่ 2 แปลง จ านวน 10 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าวโพด,ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 3. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 3 งาน ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1. จากผลผลิตทางการเกษตร ขา้ว,ขา้วโพด,ลา ไย,ลิ้นจี่ 2. จากการเก็บสมุนไพรขาย 3. จากการเก็บค่าธรรมเนียมในการประกอบพิธีกรรม 6) ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว ตนเอง (ลุงอี่เซ็ง) , ลูกชาย, ลูกสาวและลูกเขย 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว 1. ซ้ือมาใช้(ชุดทวั่ ไป) 2. ผลิต และ ท าเอง (ชุดเมี่ยน) โดยภรรยา 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย ปัจจุบนัเมี่ยนหนัมาใส่ชุดธรรมดากนัมากข้ึนจะหาคนที่จะใส่ชุดเมี่ยนน้นัหายาก เพราะวา่ชุด ธรรมดาใส่ง่ายและหาง่ายกว่า 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม ชุดชนเผ่าเป็นสิ่งสวยงาม เราตอ้งรณรงคใ์หเ้ด็ก ๆ สนใจที่จะหนัมาใส่ชุดชนเผา่กนัมากข้ึน


75 8) ข้อมูลเพมิ่เติม ลุงอี่เซ็ง แซ่ลี เกิดที่ลาว หลังจากแต่งงานแล้ว จึงย้ายเข้ามาในเมืองไทย ในปี 2513 มาอยู่ที่ บา้นบ่อสี่เหลี่ยม และยา้ยลงมาบา้นสามเหลี่ยม(กิ่วต่า ) ปี2519 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมแล้วเข้ามาอยู่ใน ประเทศไทยประมาณ 30 ปีแลว้แต่ก็ยงัไม่ไดร้ับสัญชาติไทย ตอนน้ีถือบตัรต่างดา้วอยู่ ผู้บันทึกข้อมูล นายสันทัด คนิตชยานันท์ 27 กรกฎาคม 2548


76 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่32 หมู่ 11 ต าบล ปงเตา อ าเภอ งาว จังหวัดล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นายจ้นัเซ็ง แซ่วา่ง สถานะในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นายจ้นัเซ็ง แซ่ว่าง เพศ หญิง อายุ 33 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา ด้งัเดิม (บรรพบุรุษ) สถานที่เกิด ประเทศลาว การศึกษา - รายได้เฉลี่ย 30,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรม ท าไร่ ท านา ท าสวน 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อายุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ เครื่องแต่งกาย/ปี(บ) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นายจ้นัเซ็ง แซ่จ๋าว ช 63 - ผู้ทรงคุณวุฒิ -ในงาน แต่ง -ปี ใหม่ -เวลา ถ่ายรูป -ทุกวัน 3,000 1,500 2 นางแท่นฝ่ ง แซ่ว่าง ญ 57 - - 5,000 1,500 3 นางหมวงเซ็ง แซ่ว่าง ญ 40 กลุ่มแม่บ้าน 5,000 2,000 4 นายไหนเซ็ง แซ่ว่าง ช 35 ป. 2 กก.ต่อต้านยา เสพติด 3,000 2,000 5 นายซานเซ็ง แซ่ว่าง ช 31 ป. 6 - 3,000 2,000 6 นายสูเซ็ง แซ่ว่าง ช 28 ม. 3 - 3,000 2,000 7 นายอูเซ็ง แซ่ว่าง ช 25 ป.ตรี - 3,000 2,000 8 น.ส.ลายเซ็ง แซ่ว่าง ญ 22 ม. 1 - 5,000 2,000 9 น.ส.วารุณี แซ่ว่าง ญ 19 ป. 6 - 5,000 2,000 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ของชุด ชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. อดีต 40 ปี ที่ผ่านมา -ใช้ทุกวันและทุกงาน - ทุกเพศ - ทุกวัย - ทุกสถานะ 2. 20 ปี ที่ผ่านมา -เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยใส่น้อยลง - ทุกเพศ โดยเฉพาะผู้ชาย - ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่น - ทุกสถานะ 3. ปัจจุบัน -ใส่น้อยลงมากเฉพาะ โอกาสสา คญัๆ เท่าน้นั - ทุกเพศ โดยเฉพาะผู้ชาย - ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่น - ทุกสถานะ


77 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 5 แปลง 1. สวน 2 แปลง จ านวน 3 ไร่ พืชที่ปลูก ลิ้นจี่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. ไร่ 3 แปลง จ านวน 10 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 4. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 3 งาน ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1. จากการขายข้าว ประมาณ 6,000 บาท 2.จากการขายลิ้นจี่ประมาณ 4,000 บาท 3. จากการขายฝ้าย ประมาณ 20,000 บาท 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว ทุกคนช่วยกัน โดยเฉพาะลูกๆ 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว - ซ้ือสา เร็จรูปมาจากแม่คา้นอกชุมชน 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย - เปลี่ยนแปลงไปมากจากอดีต - ปัจจุบนัไม่ชอบใส่ชุดอิ้วเมี่ยนเพราะอากาศร้อนและชุดหนักมาก - มีโอกาสใส่ชุดอิ้วเมี่ยนน้อยลง 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม - ต่อชุดเมี่ยน : ชุดหนาและหนัก เวลาใส่แล้วร้อน - ต่อชุดทวั่ ไป : เบา ใส่สบาย 8) ข้อมูลเพมิ่เติม -อยากใหม้ีการอนุรักษเ์ครื่องแต่งกายอิ้วเมี่ยนไว้รวมท้งัการปลูกฝังเยาวชนให้รักพวกพอง้ ตนเอง เพราะปัจจุบนันิยมไปชอบคนพ้ืนราบกนัเยอะ ผู้บันทึกข้อมูล น.ส.ยงิ้ลิ่น แซ่เติ๋น 28 กรกฎาคม 2548


78 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่91 หมู่ 11 ต าบล ปงเตา อ าเภอ งาว จังหวัดล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นายว่วนเม่ง แซ่ลี สถานะในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นายว่วนเม่ง แซ่ลี เพศ ชาย อายุ 54 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา ด้งัเดิม (บรรพบุรุษ) สถานที่เกิด พม่า การศึกษา ไม่ได้เรียนหนังสือไทย แต่อ่าน เขียนและพูดภาษาจีนได้บ้าง รายได้เฉลี่ย ประมาณ 40,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรมและค้าขายเล็กๆ น้อยๆ 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อา ยุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่อง แต่งกาย/ปี(บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นายว่วนเม่ง แซ่ลี ช 54 - ผู้ประกอบพิธีกรรม งานปี ใหม่ งานแต่ง งานบวช ตามปกติ ทุกวัน 2-3 พัน/ชุด 3-4ร้อย/ปี 2 นางเหยี่ยนจ้อย แซ่ลี ญ 47 - - 4-5 พัน/ชุด 3-4ร้อย/ปี 3 นายเก๊าเม่ง แซ่ลี ช 29 ป. 6 อบต. 4 นายอนุชา แซ่ลี ช 26 ป. 6 - 5 นางเฉ็งเม่ง แซ่ลี ญ 28 ป. 6 - 6 นายธีรพล แซ่ลี ช 22 ม. 6 - 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ ของชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. 40 ปี ที่ผ่านมา ในสมยัก่อนชาวเมี่ยนทุก คนจะแต่งกายด้วยชุดเมี่ยน ท้งัเส้ือและกางเกง ซ่ึงยงั ไม่ค่อยมีรองเท้าใส่กันด้วย ในอดีตไม่ว่าเพศ หญิงหรือชาย ก็นิยม สวมใส่ชุดเมี่ยนด้วย กนัท้งัน้นั เด็กจะแต่งกายคล้ายกับ ผู้ใหญ่ แต่เด็กชายจะมี หมวก และกางเกงของ เด็กหญิงจะปักลาย เฉพาะตรงปลายกาง เกงนิดหน่อยเท่าน้นั ในอดีต ทุกคนจะแต่ง กายเหมือนกัน มีแต่ผู้ที่ ประกอบพิธีกรรมและ คนที่มีฐานะดีจะมี เครื่องเงินประดับ เท่าน้นั 2. 20 ปี ที่ผ่านมา 20 ปีที่ผา่นมาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการแต่งกายจากชุดเมี่ยนมาเป็นชุดธรรมดา ชาวเมี่ยนจะใส่ชุดเมี่ยน เฉพาะในงานพิธีกรรมและเทศกาลส าคัญๆ เท่าน้นั 3. ปัจจุบัน ชาวเมี่ยนนิยมใช่ชุดธรรมดาทวั่ ไปมากยิ่งข้ึน แต่ก็ใส่ชุดเมี่ยนในงานพิธีกรรมและเทศกาลต่าง ๆ บ้าง


79 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 6 แปลง 1. นา 2 แปลง จ านวน 18 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. ไร่ 3 แปลง จ านวน 12 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 3. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 1 ไร่ ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1. ขายของ 2. ขายผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว, ข้าวโพด 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว / ท าอะไร 1. ตนเอง (ลุงว่วนเม่ง แซ่ลี) 2. ลูกชาย 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว 1. ซ้ือ(ชุดธรรมดา) 2. ท าเอง (ชุดชนเผ่า) โดยภรรยา 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย จากที่มีการเปลี่ยนแปลง ทา ใหค้นเมี่ยนหันมาใส่ชุดธรรมดากนัมากข้ึน เนื่องจากซ้ือหาง่าย ไม่ จา เป็นตอ้งใชฝ้ีมือในการผลิต ใชเ้พียงเงินซ้ือเท่าน้นั 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม 8) ข้อมูลเพมิ่เติม - ผู้บันทึกข้อมูล นายสันทัด คนิตชยานันท์ 27 กรกฎาคม 2548


80 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่ 91/1 หมู่ 11 ต าบล ปงเตา อ าเภอ งาว จังหวัดล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นางเหมยฟิ น แซ่ลี สถานะในครอบครัว แม่บ้าน 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นางเหมยฟิ น แซ่ลี เพศ หญิง อายุ 51 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา บรรพบุรุษ(พุทธ) สถานที่เกิด อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย การศึกษา - รายได้เฉลี่ย 15,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรม (ปลูกขา้ว,ลิ้นจี่) 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อายุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่อง แต่งกาย/ปี(บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นายเวิ่นล่วง แซ่ลีช 53 - กรรมการ วัฒนธรรม งานปี ใหม่ งาน แต่งงาน และงาน พิธีกรรม ส าคัญๆ ใช้เป็ น ประจ า ท้งัครอบ ครัว ประมาณ 10,000/ปี 300 2 นางเหมยฟิ น แซ่ลี ญ 51 - - 300 3 นายเจ้ียวล่วง แซ่ลีช 27 - - 300 4 น.ส.พิกุณ แซ่ลี ญ 21 ปวช. 3 กรรมการ กองทุนหมู่บ้าน 300 5 นายพิศาล แซ่ลี ช 19 ม. 6 - 800 6 ด.ญ.พัชรี แซ่ลี ญ 2 - 150 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ของ ชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. อดีต 40 ปี ที่ผ่าน มา ทุกคนจะต้องมีชุด เมี่ยน 2-3 ชุด และ เย็บแบบไม่ประณีต นัก และจะใส่ทุกวัน เพราะสมยัน้นัยงัไม่มี ชุดทวั่ๆ ไปเหมือน ในปัจจุบัน - ใช้ทุกวัน - ใช้ทุกงาน - ใช้ทุกเพศ - ใช้ทุกวัย - ทุกสถานะ


81 2. 20 ปี ที่ผ่านมา เริ่มมีการ เปลี่ยนแปลงโดยทุก คนเริ่มหนัมานิยม สวมใส่ชุดทวั่ๆ ไป - สวมใส่ในงาน แต่งงาน งานเทศกาล ปี ใหม่ และใน พิธีกรรมตามความ เชื่อ - ทุกเพศ - ทุกวัย - ทุกสถานะ 3. ปัจจุบัน สวมใส่ชุดอิ้วเมี่ยนกนันอ้ยมากขนาดงานแต่งงานยงัใส่กนัแค่บางคนเท่าน้นัส่วนใหญจ่ะใส่ เฉพาะเมื่อทางอ าเภอให้ใส่ไปร่วมเดินขบวนหรือเวลาผู้หลักผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยือนหรือตรวจงาน เท่าน้นั 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 7 แปลง 1. สวน 2 แปลง จ านวน 4 ไร่ พืชที่ปลูก ลิ้นจี่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. นา 2 แปลง จ านวน 4 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 3. ไร่ 2 แปลง จ านวน 3 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 4. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 1 ไร่ ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1.ขายข้าว 2.ขายลิ้นจี่ 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว / ท าอะไร - หัวหน้าครอบครัว - ภรรยา 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว 1. ซ้ือผ้ามาตัดเย็บเอง 2. ซ้ือสา เร็จรูปมาใช้ 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย เนื่องจากชุดเมี่ยนเป็นชุดที่สวยก็จริงแต่เวลาสวมใส่จะหนักและร้อนมาก ท าให้ไม่มีใครอยากใส่ อีกอยา่งดูแลรักษาลา บากและปัจจุบนัชุดทวั่ๆ ไปก็มีเยอะทา ใหทุ้กคนหนั ไปเลือกใส่กน เพราะเวลาใส่จะ ั สะดวกสบาย รักษาง่าย มีให้เลือกหลากหลาย ราคาไม่แพงด้วย


82 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม - ต่อชุดเมี่ยน : เป็ นชุดที่สวย หนัก ราคาแพง รักษายาก - ต่อชุดทวั่ๆ ไป : มีหลากหลาย ใส่สบาย ราคาถูก 8) ข้อมูลเพมิ่เติม อยากใหช้นเผา่อิ้วเมี่ยนหนัมาอนุรักษค์วามเป็นเอกลกัษณ์ของตนเองใหส้ืบทอดต่อไปจนชวั่ลูก ชวั่หลาน ผู้บันทึกข้อมูล น.ส.ยงิ้ลิ่น แซ่เติ๋น 30 กรกฎาคม 2548


83 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่93/1 หมู่ 11 ต าบล ปงเตา อ าเภอ งาว จังหวัดล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นางเฉ็งก๋วย แซ่ลี สถานะในครอบครัว แม่บ้าน 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นางเฉ็งก๋วย แซ่ลี เพศ หญิง อายุ42 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา คริสต์ สถานที่เกิด จ.เชียงราย การศึกษา อ่านเขียนภาษาไทยได้นิดหน่อย รายได้เฉลี่ย 30,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรม (ปลูกข้าว) และรับจ้าง 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อายุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่อง แต่งกาย/ปี(บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นางเฉ็งก๋วย แซ่ลี ญ 42 - กลุ่มแม่บ้าน - งานแต่ง -คริตส์ มาส - เวลาทาง ราชการมา ในหมู่บ้าน ทุกวัน 15,000 3,000 2 นายซานก๋วย แซ่ลี ช 43 - กรรมการ ป้องกันไฟป่ า 3,000 2,000 3 นางนิตยา แซ่ลี ญ 24 ป. 6 10,000 3,000 4 นายมานพ แซ่ลี ช 19 ม. 6 (เสียชีวิตแล้ว) - - 5 น.ส.วิลาวัลย์ แซ่ลี ญ 21 ปวส. ไม่มีชุด 4,000 6 ด.ญ.ศศิธร แซ่ลี ญ 9 ป. 3 ไม่มีชุด 3,000 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ของ ชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. 40 ปี ที่ผ่านมา ใส่ชุดเมี่ยนตลอด เพราะจ าเป็ นและชุด ทวั่ๆ ไปก็ยงัไม่มีใช้ - ใช้ทุกวัน - ใช้ทุกงาน - ทุกเพศ - ทุกวัย - ทุกสถานะ 2. 20 ปี ที่ผ่านมา เปลี่ยนแปลงไปมาก ทุกคนหันมาใส่ชุด ทวั่ๆ ไปมากข้ึน - เวลาอยู่บ้านจะใส่ ชุดเมี่ยน - เวลาไปท างานในไร่ สวนใส่ชุดทวั่ๆ ไป - ทุกเพศ - ทุกวัย - ทุกสถานะ 3. ปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทุกคนจะใส่ชุดทวั่ๆ ไป จนบางคร้ังนึกวา่เป็นคนพ้ืนราบ และจะใส่ ชุดเมี่ยนกนัเฉพาะเวลามีงานแต่งงาน และเวลามีแขกที่เป็นขา้ราชการจากที่อื่นมาเยี่ยมเท่าน้นั


84 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 3 แปลง 1. สวน 1 แปลง จ านวน 6 ไร่ พืชที่ปลูก ผักชะอม ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. นา 1 แปลง จ านวน 3 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 3. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 1 งาน ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1. ขายผักชะอม 2. รับจ้าง 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว 1. นายซานก๋วย แซ่ลี หัวหน้าครอบครัว 2. ตนเอง (นางเฉ็งก๋วย แซ่ลี แม่บ้าน/ภรรยา) 3. ลูกสาว(น.ส.วิลาวัลย์ แซ่ลี) 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว 1. ซ้ือผ้ามาเย็บปักเอง 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย เมื่อก่อนคนหน่ึงจะตอ้งมีชุดเมี่ยน 2-3 ชุด และใส่ทุกวนัทุกงาน แต่ปัจจุบนัเริ่มมีการ เปลี่ยนแปลงไปมาก ทุกคนหนัมาใส่ชุดทวั่ๆ ไปกนัหมดจนกลายเป็นสากลไปแลว้ 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม - ต่อชุดเมี่ยน : เวลาใส่สวย แต่หนัก และใส่ไปท างานไม่สะดวก - ต่อชุดทวั่ๆ ไป : ใส่สบาย ไปไหนก็สะดวก ราคาก็ไม่แพง 8) ข้อมูลเพมิ่เติม - ผู้บันทึกข้อมูล น.ส.ยงิ้ลิ่น แซ่เติ๋น 30 กรกฎาคม 2548


85 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่19 หมู่ 11 ต าบล ปงเตา อ าเภอ งาว จังหวัดล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นายจ้อยเสี่ยว แซ่พ่าน สถานะในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นายจ้อยเสี่ยว แซ่พ่าน เพศ ชาย อายุ 56 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา ด้งัเดิม (บรรพบุรุษ) สถานที่เกิด อ.แม่จัน จ.เชียงราย การศึกษา พูด อ่าน ภาษาจีนได้ รายได้เฉลี่ย 30,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรม (ปลูกลิ้นจี่,ถวั่เหลือง) 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เ พ ศ อายุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่อง แต่งกาย/ปี(บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นายจ้อยเสี่ยว แซ่พ่าน ช 56 - ผู้ทรงคุณวุฒิ -งานปี ใหม่ -งานแต่ง -งาน พิธีกรรม ตามปกติ 3,000 3,000 2 นางหมวงเชียง แซ่พ่าน ญ 50 - - ทุกวัน 30,000 3,000 3 นางหลิวเสี่ยว แซ่พ่าน ญ 30 - - 20,000 5,000 4 นางเฉ็งเสี่ยว แซ่พ่าน ญ 28 ป. 6 - 10,000 5,000 5 นายชุมพล แซ่พ่าน ช 26 ป. 6 ต ารวจบ้าน/ก.ก. ต่อต้านยาเสพติด 3,000 6,000 6 นางฟามเสี่ยว แซ่พ่าน ญ 24 ป. 6 - ไม่มีชุด 10,000 7 นายเอ๋เสี่ยว แซ่พ่าน ช 23 ป. ตรี - ไม่มีชุด 10,000 8 นายด ารง แซ่พ่าน ช 16 ม. 1 - ไม่มีชุด 5,000 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ของ ชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. 40 ปี ที่ผ่านมา วันธรรมดาใส่ชุดไม่ มีราคา แต่ถ้ามีงานจะ ใส่ชุดครบใส่ เครื่องเงินต่างๆ - ใช้ทุกวัน - ใช้ทุกโอกาส - ทุกเพศ - ทุกวัย - ทุกสถานะ


86 2. 20 ปี ที่ผ่านมา เริ่มเปลี่ยนแปลง ใส่ ชุดเมี่ยนเวลามีงาน แต่ง,ปี ใหม่, พิธีกรรม ทางศาสนา และใส่ ชุดทวั่ ไปในวนัทวั่ๆ ไป - งานแต่งงาน - เทศกาลปี ใหม่ - ทุกเพศ - ทุกวัย - ทุกสถานะ แต่มี โอกาสใส่ชุดเมี่ยน น้อยลง มีโอกาสใส่ ชุดทวั่ๆ ไป มากข้ึน 3. ปัจจุบัน บางวนัยงัใส่กางเกงเมี่ยนอยู่แต่ไม่ใส่เส้ือแลว้และจะแต่งชุดเมี่ยนเตม็ยศเฉพาะบางโอกาส เท่าน้นัเช่น ในงานแต่งงาน เทศกาลปีใหม่และพิธีกรรมทางศาสนาเป็ นต้น ส่วนกลุ่มผู้อาวุโส ยังคงอนุรักษ์และนิยมสวมใส่ชุดเมี่ยนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 6 แปลง 1. สวน 3 แปลง จ านวน 20 ไร่ พืชที่ปลูก ลิ้นจี่,ลา ไย ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. นา 1 แปลง จ านวน 3 ไร่ พืชที่ปลูก ขา้ว,ถวั่เหลือง ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 3. ไร่ 1 แปลง จ านวน 4 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 4. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 2 งาน ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1.ขายลิ้นจี่ประมาณ 20,000 บาท 2.ขายถวั่เหลือง ประมาณ 8,000 บาท 3. ขายข้าว ประมาณ 2,000 บาท 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว / ท าอะไร - หัวหน้าครอบครัว , ภรรยา และลูก 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว -จะซ้ือผา้มาจากตลาดและภรรยาเป็นคนปัก ตดัเยบ็เป็นเครื่องแต่งกายเมี่ยน แต่ชุดทวั่ ไป จะซ้ือ ส าเร็จรูปจากตลาดมาใช้ 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย - ปัจจุบนัเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อก่อนจะมี2 ชุด แต่เป็นชุดเมี่ยน ตอนน้ีจะหนัมานิยมใส่ชุดทวั่ๆ ไปกนัมากข้ึน


87 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม - ต่อชุดเมี่ยน : ราคาแพง หนา ไม่ค่อยมีชุดเมี่ยนส าเร็จรูปขาย อาจจะมีบ้างแต่มีน้อยมาก หายาก - ต่อชุดทวั่ๆ ไป : บาง ใส่สบาย ราคาไม่แพง 8) ข้อมูลเพิ่มเติม อยากใหม้ีการอนุรักษว์ฒันธรรมความเป็นเอกลกัษณ์ของชนเผา่สืบทอดไปจนถึงชวั่ลูกชวั่หลาน และอยากใหท้ ีมงาน (นกัวิจยั)ไม่ตอ้งละทิ้งพี่นอ้งชนเผา่อยากใหช้ ่วยดูแลตลอดไป ผู้บันทึกข้อมูล นายบุญยง โชติชัยพิบูล 27 กรกฎาคม 2548


88 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บา้นเลขที่104/1 หมู่ 11 ต าบล ปงเตา อ าเภอ งาว จังหวัดล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นายสมบูรณ์ แซ่พ่าน สถานะในครอบครัว หัวหน้าครอบครัว 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นายอี่เซ็ง แซ่ลี เพศ ชาย อายุ 67 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา บรรพบุรุษ(พุทธ) สถานที่เกิด โป่ งผา ประเทศลาว การศึกษา - รายได้เฉลี่ย 10,000 – 15,000 บาท/ปี /เดือน จากอาชีพ เกษตรกรรม (ปลุกขา้ว,ลิ้นจี่,ลา ไย) หา สมุนไพร 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อายุ ระดับ การ ศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่อง แต่งกาย/ปี(บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นายสมบูรณ์ แซ่พ่าน ช 49 ป. 4 ผช.ผญบ. - งานปี ใหม่ - งานแต่ง - งานบวช - เวลา ถ่ายรูป ทุกวัน 1,500 4,000 2 นางหมวงควร แซ่พ่าน ญ 36 - กลุ่มแม่บ้าน 4,500 4,000 3 นายณัฐพล แซ่พ่าน ช 22 ม. 3 (พลทหาร) ไม่มีชุด 4,000 4 น.ส.สุรัติกาล แซ่พ่าน ญ 21 ป. 6 - 4,500 4,000 5 ด.ช.อรรถพล แซ่พ่าน ช 15 ม. 3 - ไม่มีชุด 4,000 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ของ ชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. 40 ปี ที่ผ่านมา ในอดีตจะใส่ชุดเมี่ยน ตลอดเวลาโดยแม่ บ้านจะตัดเย็บใช้เอง อย่างง่ายๆ ไม่ปราณีต - ใช้ทุกเพศ - ใช้ทุกวัย - ใช้ทุกสถานะ 2. 20 ปี ที่ผ่านมา เริ่มเปลี่ยนแปลงโดย หนัมาใส่ชุดทวั่ๆ ไป มากข้ึน - งานแต่งงาน - งานเทศกาลปี ใหม่ - ใช้ทุกวัย - ใช้ทุกสถานะ 3. ปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปมาก มีงานก็จะใส่ชุดเมี่ยนทีนอกจากน้นั ใส่ชุดทวั่ๆ ไปทุกวนั


89 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 4 แปลง 1. สวน 2 แปลง จ านวน 9 ไร่ พืชที่ปลูก ลิ้นจี่,ลา ไย ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. ไร่ 1 แปลง จ านวน 15 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 4. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 2 งาน ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1. ขายลา ไย,ลิ้นจี่ 2. ขายข้าว 3. รับจ้างตีเหล็ก 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว / ท าอะไร - หัวหน้าครอบครัวและลูกสาวเป็ นหลัก 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว - ซ้ือสา เร็จรูปมาแลว้แต่งเติมบา้งนิดหน่อยเพื่อใหส้วยงาม 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย - สมยัน้ีเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ชุมชนรับสื่อต่างๆ จากเทคโนโลยีทา ใหห้นัมาใส่ชุดทวั่ๆ ไป จนบางคร้ังความเป็นเอกลกัษณ์ของชนเผา่หาดูไดย้ากมากข้ึน จึงคิดวา่น่าจะหนัมาอนุรักษใ์ห้ เหมือนเดิม 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม - ต่อชุดเมี่ยน : ราคาแพง หนา เวลาถูกน้า มากๆ อาจจะเสียเพราะสีตก - ต่อชุดทวั่ๆ ไป : ใส่สบายและซ้ือหาสะดวก 8) ข้อมูลเพมิ่เติม -ถ้ามีคนอนุรักษ์ส่งเสริมให้ชนชาติเมี่ยนหันมาใส่ชุดเมี่ยน คิดว่าก็จะกลับมาใส่เหมือนเดิม ผู้บันทึกข้อมูล นายบุญยง โชติชัยพิบูล 27 กรกฎาคม 2548


90 ข้อมูลรายครัวเรือน โครงการวิจัย ภูมิไทย ชุดไทย ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ชื่อหมู่บ้าน สามเหลี่ยม (กิ่วต่า ) บ้านเลขที่ 94 /1 หมู่11 ต าบล ปงเตา อ าเภองาว จังหวัด ล าปาง ผู้ให้ข้อมูล นางไหนเชียง แซ่พ่าน สถานะในครอบครัว แม่บ้าน 1) ข้อมูลทั่วไป ชื่อ-สกุล ผู้แทนครอบครัว นางไหนเชียง แซ่พ่าน เพศ ชาย อายุ 67 ปี สถานภาพ สมรส นับถือศาสนา ด้งัเดิม (บรรพบุรุษ) สถานที่เกิด บ้านบ่อสี่เหลี่ยม ต.ปงเตา อ.งาว จ.ล าปาง การศึกษา - รายได้เฉลี่ย 20,000 บาท/ปี จากอาชีพ เกษตรกรรม และรับจ้าง 2) สมาชิกในครอบครัวและสถิติการใช้เครื่องแต่งกาย ที่ ชื่อ-สกุล เพศ อายุ ระดับ การศึกษา ต าแหน่งทางสังคม หน้าที่พิเศษใน หมู่บ้าน โอกาสในการใช้เครื่อง แต่งกาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ เครื่องแต่งกาย/ปี (บาท) ชุดชนเผ่า ชุดทวั่ ไป ชุดเผ่า ชุดทวั่ ไป 1 นางไหนเชียง แซ่พ่าน ช 40 - ก.ก. เงินล้าน - งานแต่ง - เวลาไป เดินขบวน ต่างๆ ตามปกติ ทุกวัน 10,000 4,000 2 นายเก้าชิง แซ่พ่าน ญ 39 - อดีตกรรมการ พัฒนาหมู่บ้าน ไม่มีชุด เมี่ยน 4,000 3 นางก้อยไหน แซ่พ่าน ญ 22 ม. 3 - 9,000 6,000 4 นายทศพล แซ่พ่าน ช 20 ม. 3 - ไม่มีชุด 3,500 5 น.ส.ภาวิณี แซ่พ่าน ญ 17 ป. 6 - 9,000 7,000 6 ด.ญ.ฟามจ้อย แซ่โฟ้ง ญ 14 ม. 3 - ไม่มีชุด 7,000 7 ด.ช.เฉลิมพล แซ่โฟ้ง ช 13 ป. 6 - ไม่มีชุด 3,000 8 ด.ญ.พิมพ์พิมล แซ่จ๋าว ญ 4 อนุบาล - ไม่มีชุด 1,000 3) ความคิดเห็นของภาพรวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายชนเผ่า ประวัติศาสตร์ของ ชุดชนเผ่า โอกาสที่ใช้ สถานภาพ สถานะทางสังคม เพศ วัย 1. 40 ปี ที่ผ่านมา ในอดีตจะตัดเย็บเอง แต่ไม่ค่อยปราณีต และจะใส่ทุกวันและ ทุกงาน - ใช้ทุกเพศ - ใช้ทุกวัย - ใช้ทุกสถานะ


91 2. 20 ปี ที่ผ่านมา เริ่มใส่ชุดทวั่ๆ ไป มากข้ึน ส่วนชุดเมี่ยน จะใส่เฉพาะเมื่อมีงาน แต่ง,งานปี ใหม่ และ เวลาถ่ายรูป - ใช้ทุกเพศ - ใช้ทุกวัย - ใช้ทุกสถานะ 3. ปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปมากโดยไม่มีใครใส่ชุดเมี่ยนกันอีกถ้าไม่จ าเป็ นเพราะมีชุดทวั่ๆ ไปให้เลือกใส่ หลากหลายหาซ้ือไดสะดวก สบาย ้ จะใส่ชุดเมี่ยนเฉพาะงานพิธีกรรม เดินขบวน และถ่ายรูป 4) ฐานะทางเศรษฐกิจ มีที่ดินจ านวน 6 แปลง 1. สวน 2 แปลง จ านวน 4 ไร่ พืชที่ปลูก ลิ้นจี่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 2. ไร่ 3 แปลง จ านวน 8 ไร่ พืชที่ปลูก ข้าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 3. ที่อยู่อาศัย 1 แปลง จ านวน 3 งาน ใช้ปลูกบ้าน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ 5) รายได้หลักของครอบครัวมาจากแหล่งใดบ้าง 1. ขายลิ้นจี่ 2. ขายข้าวก ่า 3. รับจ้าง 6)ใครเป็ นหลักในการหารายได้เลี้ยงครอบครัว / ท าอะไร - หัวหน้าครอบครัว, ภรรยาและลูก 7) สถานการณ์ที่เกี่ยวกบัการใช้ชุดแต่งกายชนเผ่า 7.1 แหล่งที่มาของเครื่องแต่งกายของสมาชิกในครอบครัว - ซ้ือผา้มาเยบ็เอง บางตวัก็ซ้ือสา เร็จรูปมาใชเ้ลยก็มี 7.2 ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการแต่งเครื่องแต่งกาย - ปัจจุบันมีการรับเอาวัฒนธรรมและเทคโนโลยี ท าให้ทุกคนมีทางเลือกหลายอย่าง ท าให้มีการ ปรับตัวเข้ากับสังคมแบบใหม่และมองเห็นว่าคนที่ไม่เปลี่ยนแปลงจะเป็ นคนที่ล้าสมัย บางทีสังคมดูถูกว่า เป็ นคนไม่รักความก้าวหน้า 7.3 ทัศนคติที่มีต่อเครื่องแต่งกายของชนเผ่าตนเอง / สังคมภาพรวม - ต่อชุดเมี่ยน : เป็ นชุดที่สวยงาม แต่หนาและหนัก ท ายาก ใส่ยาก และราคาแพง - ต่อชุดทวั่ๆ ไป : ใส่สบาย ไม่หนา ไม่ค่อยแพง มีหลากหลาย 8) ข้อมูลเพมิ่เตมิ - ผู้บันทึกข้อมูล น.ส.ยงิ้ลิ่น แซ่เติ๋น 30 กรกฎาคม 2548


92 ภาคผนวก 3 ภาพประกอบเนื้อหางานวิจัย


93 การแต่งกายของบุรุษชาวอวิ้เมี่ยน การแต่งกายของสตรีอิ้วเมี่ยน


Click to View FlipBook Version