ระบบโครงสร้าง 47 การแบ่งกลุ่มเครือญาติออกเป็ นกลุ่มเครือญาติย่อย "โล่ห์ร่วยซิ" และ "โล่ห์ร่วยแปะ" น้นักลุ่มเครือ ญาติ "รวย" กล่าวว่ามีสาเหตุมาจากการที่กลุ่มเครือญาติ "โล่ห์ร่วยซิ" หรือ "ร่วยแดง" มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิง ที่มีครรภ์และคลอดลูกแล้วเข้าใกล้เตาไฟ เพราะกลัวจะถูกท าร้ายโดยผีเตาไฟ และให้ถือปฏิบัติอย่าง เคร่งครัด โดยที่เตาไฟมีสีแดง จึงใช้เรียกเป็ นสมญานามของกลุ่มเครือญาติย่อยน้ีส่วนกลุ่มเครือญาติย่อย "ลิ่วขาว" ไม่มีขอ้หา้มแบบน้ี กลุ่มเครือญาติ "ร่วย" ถูกมองจากเครือญาติกลุ่มอื่น ๆ วา่เป็นคนดุไม่กลวัใคร ใจถึง ท้งัสองกลุ่ม เครือญาติยอ่ยมีลา ดบัช้นัรุ่นหรือป้านปุ่ยเหมือนกนัและสามารถแต่งงานกนัได้ 9แซ่ว่าง ในกลุ่มเครือญาติย่อยเท่าที่พบในขณะน้ีมีเพียงกลุ่มเดียว คือกลุ่ม "ซานเหวอว่าง" กลุ่มเครือญาติ ยอ่ยน้ีเดิมเป็นจีนฮ่อไดม้าแต่งงานกบัผหู้ญิงเมี่ยน แซ่ลิ่ว กลุ่มที่ไม่ถือผีเตาไฟซ่ึงก็คือ "หละลิ่วแปะ" หรือ "ลิ่วขาว" ที่ขาดผู้สืบสกุลในสายของตนเองและได้ผ่านพิธี "เปียะล่างโหว" ที่สามารถกลับไปใช้แซ่เดิมได้ ในภายหลัง และได้แยกออกมารใช้แซ่ว่าง ได้ 1 ชวั่คนแลว้คือรุ่นพ่อ หลงัจากที่ไดแ้บ่งลูกชายออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มหน่ึงถือผีแซ่วา่งใชแ้ซ่วา่ง อีกกลุ่มหน่ึงถือผีแซ่ลิ่วใชแ้ซ่ลิ่ว ในการบวชปกติจะบวชไดใ้น ระดับ "กว๋าเชียดฟิ นโต่ว" แต่ถา้ตอ้งการบวชในระดบัสูงสุดก็สามารถกระทา ไดโ้ดยใชส้ิทธิของตระกูลลิ่ว ไม่ใช้สิทธิของตระกูลว่าง ซึ่งในการบวชระดับ "กว๋าเชียดฟิ นโต่ว" น้นักลุ่มเครือญาติน้ีสามารถบวชได้ โดยไม่ต้องผ่านพิธีบวช "กว๋าฟ่ ามทอยตัง" เหมือนกับตระกูล "ล่อ" ข้อห้ามของตระกูล "ว่าง" ที่เหมือนกับตระกูล "ลิ่ว" ที่บรรพบุรุษไดม้าแต่งงานและขอใหใ้ชแ้ซ่สกุลร่วมชวั่คราว ก็คือการหา้ม กินเน้ือควาย ล าดับการนับรุ่นของตระกูล รุ่นที่ 1 ค าน าหน้ารุ่น คือ เจียม รุ่นที่ 2 ค าน าหน้ารุ่น คือ เหยา รุ่นที่ 3 ค าน าหน้ารุ่น คือ ฝุ รุ่นที่ 4 ค าน าหน้ารุ่น คือ ยุ่น รุ่นที่ 5 คา นา หนา้รุ่น คือ จนั๋ 10. แซ่ล่อ เมี่ยนเรียกกลุ่มเครือญาติยอ่ยน้ีวา่ "หละล่อเมี่ยน" ซึ่งคนในกลุ่มเครือญาติย่อย "ล่อ" กล่าวว่าพวก เขามีบรรพบุรุษเป็ นคนจีนฮ่อ (จีนยูนนาน) กลุ่มเครือญาติย่อย "ล่อ" น้ี ปรากฏวา่มีจา นวนนอ้ยมากใน ประเทศไทย กลุ่มเครือญาติยอ่ยน้ีไม่มีการทา พิธีโจ่วดา้ง อาจจะเนื่องจากเป็นกลุ่มเครือญาติที่เมี่ยนเพิ่ง
ระบบโครงสร้าง 48 ยอมรับเข้ามาอยู่ในชุมชนเมี่ยนก็เป็ นได้ ส าหรับการบวชสามารถบวชได้สูงสุดถึงระดับ "กว๋าเชียดฟิ นโต่ว" และเป็ นการบวชที่ไม่ต้องผ่านการบวชระดับต ่าสุดหรือ "กว๋าฟ่ ามทอยตัง" เหมือนกลุ่มเครือญาติ อื่น ๆ ซึ่งเหมือนกับกลุ่มเครือญาติ "ว่าง" ล าดับการนับรุ่นของตระกูล รุ่นที่ 1 ค าน าหน้ารุ่น คือ แซง รุ่นที่ 2 ค าน าหน้ารุ่น คือ จนั๋ รุ่นที่ 3 ค าน าหน้ารุ่น คือ เหยา 11. แซ่ต้าย เป็ นกลุ่มเครือญาติที่มีบรรพบุรุษเป็ นคนจีนฮ่อที่มาแต่งงานกับผู้หญิงเมี่ยน "แซ่เติ๋น" โดยได้ผ่าน พิธี "เปี ยะล่างโห่ว" ซึ่งเป็ นพิธีการขอให้แช่สกุลของฝ่ ายหญิง โดยมีข้อแม้ว่าเมื่อมีลูกหลานมาก ๆ แล้วจะ ขอแยกออกไปใชแ้ซ่สกุลของตนเองได้ซ่ึงในขณะที่เขา้มาใชแ้ซ่สกุลของฝ่ายหญิงน้นัจะมีการนา เอาชื่อ ของบรรพบุรุษของฝ่ ายตนเองอย่างน้อย 2 ชวั่รุ่นเขียนลงใน "จ้าฟิ นตาน" ของฝ่ ายหญิง ซึ่งแสดงว่าตนเอง ยังนับถือผีของแซ่สกุลเดิมอยู่นอกเหนือจากการนับถือผีของบรรพบุรุษฝ่ ายหญิง หลังจากที่มีลูกหลาน มาก ๆ ก็จะท าการแบ่งลูกหลานออกเป็ น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 ให้ใช้แซ่สกุลของตนเอง และกลุ่มที่ 2 ยังคง ใชแ้ซ่สกุลของฝ่ายมารดา เหตุการณ์เช่นน้ีพบเห็นไดท้วั่ๆ ไปในชุมชนของเมี่ยนในประเทศไทย คา วา่ " ต๋าย" เมี่ยนในประเทศไทยออกเสียงว่า "ต้อย" กลุ่มเครือญาติ "ต๋าย" ได้แยกตัวออกมาจากกลุ่มเครือญาติ "เติ๋น" มานาน 3 ชวั่คนแลว้ สามารถ ท าการบวชได้ถึงระดับสูงสุดและมีพิธี "โจ่วด้าง" ท้งัน้ีสามารถกระทา ได้ โดยการใชส้ิทธิของสายตระกูล ฝ่ ายหญิง (แซ่เติ๋น) เพราะได้บรรจุชื่อบรรพบุรุษทางฝ่ ายหญิงไว้ใน "จ้าฟิ นตาน" ของตระกูล "ต๋าย" ด้วย และเป็ นกลุ่มที่ยังไม่มีกลุ่มเครือญาติย่อย ล าดับการนับรุ่นของตระกูล รุ่นที่ 1 คา นา หนา้รุ่น คือ เวิ่น รุ่นที่ 2 ค าน าหน้ารุ่น คือ ไฮ่ รุ่นที่ 3 คา นา หนา้รุ่น คือ จนั๋ รุ่นที่ 3 ค าน าหน้ารุ่น คือ เอี๋ยว 12. แซ่เตา
ระบบโครงสร้าง 49 เป็ นกลุ่มเครือญาติใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากเมี่ยนว่าเป็ นกลุ่มเครือญาติของเมี่ยน มีบรรพบุรุษต้น ตระกูลเป็ นคน "ไตหย่า" ซึ่งเมี่ยนเรียกว่า "ปะเยหาน" ที่ได้แต่งงานกับคนเมี่ยนเมื่อประมาณ 40-50 ปี มาแลว้ ปัจจุบนับุคคลในกลุ่มเครือญาติน้ีเป็นชวั่รุ่นที่สาม และกา ลงัอยใู่นระหวา่งการจดัต้งัลา ดบัช้นัรุ่น หรือป้านปุ่ยใหเ้หมือนกบัคนเมี่ยน โดยในรุ่นที่สอง ซ่ึงมีพ่อเป็นคนไตหยา่แทน้ ้นั ในการใชล้า ดบัช้นัรุ่น พ่อได้เลือกเอา (ขออนุญาต) ใชล้า ดบัช้นัรุ่นของตระกูล "จ๋าว" กลุ่มเครือญาติย่อย "จ๋าวตอน" และคนใน ชวั่รุ่นที่สามซ่ึงมีบิดาเป็นคนชวั่รุ่นที่สอง บิดาไดเ้ปลี่ยนมาเลือกใชล้า ดบัช้นัรุ่นใหม่โดยไดข้อใชล้า ดบัช้นั รุ่น จากกลุ่มเครือญาติ "พ่าน" กลุ่มเครือญาติย่อย "พ่านแปะ" โดยที่ตวัเองยงัใชล้า ดบัช้นัรุ่นเดิมอยู่ กลุ่ม เครือญาติเตาน้ีในจงัหวดัพะเยามีเพียงสองหลงัคาเรือนเท่าน้นั ระบบการตั้งชื่อของเมี่ยน การต้งัชื่อของเมี่ยน จะมีเอกลกัษณ์อนัโดดเด่นและน่าสนใจ กล่าวคือ ในชื่อหน่ึงจะบอกใหท้ราบ ว่าเป็ นหญิงหรือชาย เป็ นบุตรคนที่เท่าไหร่ เป็ นบุตรของใคร และรายละเอียดบางอย่างของเจ้าของชื่อ ชายเมี่ยนจะมีอย่างน้อย 3 ชื่อ ไดแ้ก่ชื่อเลก็ชื่อใหญ่และชื่อที่เรียกในการประกอบพิธีกรรม (ฝะบวั๋ ) ส่วนหญิงเย้าจะมี 2 ชื่อ คือ ชื่อเลก็และชื่อผีซ่ึงมีรายละเอียดดงัน้ี 1. ชื่อเล็ก(แรกเกิด) โดยทวั่ ไปจะมี2 พยางค์ท้งัหญิงและชาย มีหลกัการต้งัชื่อแบบเดียวกนัคือ พยางคแ์รกจะเป็นคา ที่แสดงลา ดบัที่ของลูก ในลูกชาย จะเรียงตามลา ดบัดงัน้ีคือ เก๊า โหล ซาน สูอู หลู่ฉี่ป่า ส่วนคา ที่แสดงลา ดบัที่ของลูกสาว เรียงตามลา ดบัดงัน้ีเหมย หรือ หมวง ไหน ฟาม เฝย มัน ลิ่ว เชียด เป๊ด จ้วัะ เจียบ พยางคท์ ี่2 เป็ นชื่อของพ่อ (โดยใช้ค าท้ายชื่อใหญ่ของพ่อ) เช่น พ่อชื่อ ฟุจ้อย ลูกชายคนแรกจะชื่อ เก๊าจอ้ย ลูกสาวคนแรกจะชื่อวา่หมวงจอ้ย แต่ถา้ในกรณีที่ลูกเกิดก่อนที่พ่อ แม่จะ เข้าพิธีแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ค าพยางค์ที่ 2 จะเป็ นชื่อของแม่ (โดยใช้ค าแรกของชื่อแม่) เช่น แม่ชื่อ เหมยเสี่ยว ลูกชายคนแรกจะชื่อ เก๊าเหมย ลูกสาวคนแรกชื่อ หมวงเหมย บางคร้ังอาจจะพบชื่อที่แปลก ออกไป โดยอาจจะต้งัตามเหตุการณ์ตอนคลอด, ต้งัตามความเชื่อบางอยา่ง ตามเรื่องของโชคลาง หรือต้งั เอาเคล็ดเพื่อเป็ นสิริมงคล เช่น ค าว่า แคะ มีที่มาว่ามีแขกเข้าไปเที่ยวหรือพักที่บ้านแล้วพอดีเจ้าของบ้านก็ คลอดลูก, ค าว่า เฉ็ง มีที่มาว่าตอนที่คอลดมีสายสะดือพันรอบคอออกมา, คา วา่ลิ่ว มีที่มาวา่เป็นเด็กที่ คลอดตามเพิงหรือกระต๊อบตามไร่นา, คา วา่กอ้ย ต้งัเป็นเคลด็วา่อยากไดลู้กคนถดัไปเป็นผชู้าย ถา้ยงั ไม่ได้จะใช้ค าว่า เหยี่ยน ถ้ายังไม่ได้อีกจะใช้ค าว่า ตอน, คา วา่ลาย ต้งัเป็นเคล็ดวา่อยากจะใหเ้ป็นคน สุดท้อง ถ้ายังมีอีกจะใช้ค าว่า หลิว ซึ่งก็อยากจะให้เป็ นคนสุดท้องอีกเช่นกัน และอุ้งป้าว มีที่มาว่า เด็กที่ เกิดมามีสุขภาพไม่ดีจึงต้งัชื่อใหผ้ีคุม้ครองป้องกนัคา เหล่าน้ีจะนา มาใชแ้ทนคา พยางคแ์รก หรือ พยางค์ ท้าย 2. ชื่อใหญ่ (ชื่อล าดับรุ่น) เป็นชื่อที่ลา ดบัช้นัรุ่นของกลุ่มเครือญาติซ่ึงใชรู้ปแบบเดียวกบัจีน จะ เรียกเป็ น 3 พยางค์ พยางคท์ ี่หน่ึง เป็นชื่อแซ่พยางคท์ ี่สอง เป็นชื่อลา ดบัช้นัรุ่น พยางคท์ ี่สาม เป็นชื่อ
ระบบโครงสร้าง 50 ตนเอง เช่น คนแซ่ยา่ง จะมีลา ดบัช้นัรุ่นของตระกูล 5 ล าดับ คือ ยุ่น, ท่ง, จ้นั , เวิ่น, และเจี่ยม ดงัน้นั คนในช้นัรุ่นที่1 จะมีชื่อยุ่น น าหน้าทุกคน เช่น ยา่ง ยนุ่แซง คนในช้นัรุ่นที่2 จะมีชื่อ ท่ง ทุกคน ตา มทล าดับจนครบ 5 รุ่น แล้วจึงวนกลับมาใช้ล าดับรุ่นที่ 1 ใหม่ 3. ชื่อในพิธีกรรม(ฝะบั๋ว) เป็ นชื่อที่ได้รับ หลังจากผ่านพิธีกว๋าตัง อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมจะ เป็นผตู้้งัให้จะเป็นชื่อที่ใชเ้รียกในพิธีกรรม และใชบ้นัทึกใน จา ฟิน ตาน เท่าน้นั โดยชายเยา้ที่ผา่น พิธีกว๋าตัง จะใช้ค าว่า ฟะ น าหน้าชื่อ เช่น ลี ฟะ ออน และภรรยาของเขาจะได้ชื่อ ซี น าหน้า เช่น ลี ซี เจียม แต่ถ้าเป็ นชายที่ผ่านพิธีโต่วไซ และได้ท าพิธีจาเจ๊ะ เขาจะได้ชื่อค าว่า ล่อง ต่อท้าย ส่วนภรรยาของ เขาจะไดช้ื่อคา วา่ญ่าง ต่อทา้ย เช่น เขามีชื่อวา่เติ๋น ฟะ เจียม จะไดช้ื่อใหม่เป็น เติ๋น เจียม เอียด ล่อง ถ้าภรรยาของเขาชื่อว่า ลี ซี ซิ ก็จะได้ชื่อใหม่เป็ น ลี ซี ปัว ญ่าง การที่เติม เอียด (ในภาษาเย้าแปลว่า หนึ่ง) เข้ามา หมายความว่า เขาเป็ นลูกชายคนที่ 1 และเติม ปัว (ในภาษาเย้าแปลว่า สาม) หมายความว่า เธอเป็ นลูกสาวคนที่ 3 การเล ื อกท าเลที่ต้ังหมู่บ้าน (นายว่นเซ็ง พัฒน์ทวีกิจ, ถวิล โชติชัยพิบูล) การต้งัหมู่บา้นของเมี่ยนน้นัจะไม่ต้งัอยบู่นยอดเขา เพราะเมี่ยนเชื่อว่าบนยอดเขา หรือบนสันเขา จะเป็นพ้ืนที่ที่ถูกปะทะไดง้่าย ท้งัลมท้งัฝน และที่สา คญัคือวา่เรื่องน้า เมี่ยนจะไม่ต้งัหมู่บา้นที่อยสูู่งกวา่ แหล่งตน้น้า เพราะเมี่ยนจะใชร้างรินต่อน้า เขา้มาใชใ้นหมู่บา้น และไม่นิยมลงไปตกัน้า หรือหาบน้า มาจากที่ ต่า กวา่หมู่บา้นมาใช้เมี่ยนจะไม่ต้งัหมู่บา้นในพ้ืนที่ที่เป็นหุบเขา เพราะลกัษณะน้ีเหมือนกบัวา่เป็นการปิด ไม่โปร่ง เมี่ยนเรียกว่า “อ๋วน-เฉีย” ซึ่งจะท าให้เจ็บป่ วยได้ง่าย ดงัน้นัเมี่ยนจะต้งัหมู่บา้นอยู่บนไหล่เขา ซ่ึงไม่ใช่ยอดเขา แลว้ก็มีแหล่งน้า ที่อยู่สูงกว่าต าแหน่ง ที่ต้งัหมู่บา้นได้มีภูเขาลอ้มรอบ ภูเขาต่าง ๆ น้ีก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกนัไป จากตา ราการต้งัหมู่บา้นของ เมี่ยนที่มีอยู่ซ่ึงจะบอกถึงการต้งัหมู่บา้นวา่ควรจะต้งัในทิศทางไหน ภูเขาที่อยทู่างดา้นหลงัของหมู่บา้น จะเป็ นป่ า เรียกว่า “โหว เป๋ ย ซาน” ภูเขาตรงน้ีถา้เป็นภูเขาที่ซบัซอ้นมากเท่าไหร่ยิ่งดีเช่น เขาลูกแรก เรียกว่า “ก๋วยยิ่น ซาน” “ว่านปี ซาน” “ชางดุ๋ซาน” หรือ “ชางโด๊ะ ซาน” แล้วก็ “ม้าหงาน ซาน” เขาลูก ที่สองเป็ นเขาที่อยู่ทางด้านซ้ายของหมู่บ้าน เรียกว่า “ชิ่ง ล่วง” ทางด้านหน้าของหมู่บ้านมีเขาอีกลูกหนึ่ง เรียกว่า “อ้อน ต้อย” และเขาทางด้านขวาอีกลูกหนึ่งเรียกว่า “แป่ ะ โฮ้ว” ภูเขาท้งัหมดน้ี “เปย โหว” จะตอ้งเป็นเขาที่สูงที่สุด แลว้ก็ค่อย ๆ ลดหลนั่กนัลงมา โดยเขา “แป่ ะ โฮ้ว” น้ีจะตอ้งอยตู่่า กวา่เขาลูกอื่น ๆ เพราะ แป่ ะ โฮ้ว หมายถึง แขก เมี่ยนมีความเชื่อว่า ถ้าหากเจ้าบ้านอยู่ในท าเลที่สูงกว่าจะได้เปรียบ ถ้ามี เรื่องมีราวข้ึนเจา้บา้นจะไดเ้ปรียบ หลงัจากเลือกที่ต้งัหมู่บา้นแลว้ก็มาถึงการเลือกที่ต้งัของบา้น การต้งับา้นเมี่ยนมีความเชื่อวา่แต่ละ คนที่เกิดมาจะต้องอยใู่นธาตุใดธาตุหน่ึง คือ ธาตุน้า , ธาตุไฟ, ธาตุไม้, ธาตุดิน, ธาตุหิน 1. ธาตุน้า (ซุ้ย) หมายถึงทิศเหนือ 2. ธาตุไฟ (เค้ีย) หมายถึงทิศใต้
ระบบโครงสร้าง 51 3. ธาตุไม้ (หมวั่ )หมายถึงทิศตะวันออก 4. ธาตุหิน (เจียม) หมายถึงทิศตะวันตก 5. ธาตุดิน (โท้ว)หมายถึงตรงกลาง ในการต้งับา้นน้นัจะหันหนา้ไปทางทิศต่าง ๆ ไม่เหมือนกนัข้ึนอยกู่บัหวัหนา้ครอบครัวเกิด หรือ อยู่ในธาตุใด เช่น คนที่เกิดในธาตุไม้ จะต้องหันหน้าไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้า หันไปทางทิศที่เป็ นธาตุของตัวเองจะไม่ดี หรือถ้าหันไปทางทิศตรงข้ามกับทิศของตัวเองก็จะไม่ดีเช่นกัน หรือคนที่เกิดในธาตุน้า การต้งับา้นก็จะไม่หนัหนา้บา้นไปทางทิศเหนือและทิศใต้จะตอ้งหันหนา้บา้นไป ทางทิศตะวนัออกหรือทิศตะวนัตกเท่าน้นัเพราะเชื่อวา่จะมีโชคลาภ หรือมีความปลอดภยัมากกวา่ นอกจากเมี่ยนจะต้องเลือกทิศทางในการต้งับา้นแลว้ตอ้งเลือกสถานที่ในการต้งับา้นอีกดว้ย เรียกว่า “ติ่ง เปยา้เต่ย” ซึ่งจะมีอยู่ 2 วิธี คือ การเสี่ยงทายโดยใช้เมล็ดข้าวเปลือก หลงัจากที่เลือกสถานที่จะต้งับา้นไดแ้ลว้ก็จะใชเ้มลด็ขา้วเปลือกทา พิธีโดยการเชิญเทพและบรรพ บุรุษของตนมาช่วยเลือก เมื่อเชิญเรียบร้อยแล้วก็จะขุดหลุมลงไปประมาณ 3-4 นิ้ว รัศมี2-3 นิ้ว แลว้ก็ เอาเมลด็ขา้วเปลือกที่ทา พิธีเสร็จแลว้ โดยการใชเ้มลด็ขา้วเปลือกที่สมบูรณ์ไม่หกับิ่นจา นวน 3 เมล็ด วาง เป็ นสามแฉก รูปดอกไม้ เอาด้านหัวของเมล็ดจ่อเข้าด้วยกันไว้ในหลุมซึ่งปิ ดด้วยวัสดุ เช่น ถ้วย จาน กระบอกไมไ้ผ่หรือกาละมงั ปิดทิ้งไว้3 วันถึงหนึ่งสัปดาห์ เมื่อเปิ ดหลุมดูหากเมล็ดข้าวเปลือกเปลี่ยนที่ ไม่วา่เมลด็ใดเมลด็หน่ึง หรือท้งัสามเมลด็หรืออาจถูกมดแมลงกดักิน ถือวา่ที่ตรงน้นั ไม่ดีไม่เหมาะสมต่อ การสร้างบ้าน อีกวิธีหนึ่งคือใช้เมล็ดข้าวเปลือก 4 เมลด็ โดยท้งัสี่เมลด็แทนสิ่งต่าง ๆ เช่น เมลด็หน่ึงแทนความ อยเู่ยน็เป็นสุขของผูอ้าศยัเมลด็สองแทนความมงั่คงั่สมบูรณ์เมลด็สามแทนสัตวเ์ล้ียง และเมลด็สี่แทน เรือกสวนไร่นา เมลด็ขา้วเปลือกท้งัสี่วางเอาดา้นหวัจ่อหันเป็ นสี่แฉก และปิ ดไว้ในหลุม เป็ นเวลา 3 วันถึง หนึ่งสัปดาห์ เมือเปิ ดดูหากพบว่าเมล็ดที่แทนความอยู่เย็นเป็ นสุขเปลี่ยนทิศทางไป การสร้างบ้านอยู่อาศัยจะ ไม่ปรกติสุข จะเจ็บไขไ้ดป้่วย เมี่ยนถือที่จะไม่สร้างบา้นบนที่ดินตรงน้นั โดยเด็ดขาด หากเมลด็ขา้วเปลือก อีกสามเมลด็เคลื่อนยา้ยเปลี่ยนลกัษณะ ถึงแมจ้ะสร้างบา้นตรงน้นัแลว้อยสู่งบร่มเยน็ก็ตาม แต่อาจมีผลไม่ดี สะทอ้นไปสู่ความมงั่คงั่สมบูรณ์ไปสู่ที่ทา มาหากินหรือสัตวเ์ล้ียงได้ในกรณีเช่นน้ีทางแกข้องเมี่ยนคือ การ ทา พิธีสะเดาะเคราะห์เสียก่อนก็ถือวา่อาจแกไ้ขใหหนักเป็ นเบาได้ ้ การเสี่ยงทายโดยใช้เหรียญสตางค์
ระบบโครงสร้าง 52 นอกจากการเสี่ยงทายโดยการใช้เมล็ดข้าวเปลือกแทนแล้ว เมี่ยนยังนิยมเสี่ยงทายโดย ใช้เหรียญ เช่น เหรียญเงินของจีน เป็ นเหรียญที่มีรูตรงกลาง เหรียญรูปี อินเดีย เหรียญรูปี อินโดจีน หรือเหรียญ สตางค์ ซึ่งถือว่าเป็ นวิธีที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ และให้ผลที่ละเอียดมาก การท าพิธีก็จะมีการเชิญเทพและ บรรพบุรุษของตระกูลมาด้วย โดยจะให้หัวหน้าครัวเรือนเอาเหรียญจ านวน 5 อัน ใส่อุ้งมือแล้วอธิษฐานถึง สิ่งที่ตอ้งการแลว้โยนเหรียญลงบนพ้ืนทีละอนัจนครบ 5 อนัแลว้ดูวา่เหรียญท้งัหมด มีเหรียญที่เป็ นหัวกี่ เหรียญ และเหรียญที่เป็ นก้อยกี่เหรียญ แล้วก็จะท านายออกมาตามเหรียญที่ปรากฏ ซึ่งสามารถจะท านายได้ วา่ถา้ต้งับา้นตรงจุดน้ีเป็นอย่างไรบา้ง เช่น จา นวนลูกหลาน ความร่ ารวย และปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ แลว้ อ่านค าท านายซึ่งมีในต าราจีน การเสี่ยงทายแบบน้ีเรียกว่า "ตง้จิ้น กว๋า" การต้ังหมู่บ้านและลกัษณะบ้านเร ื อนมี2แบบ 1.แบบดั้งเดิม การต้งัหมู่บา้นของเมี่ยน มกัจะเป็นการรวบรวมกนัระหว่างกลุ่มแซ่ตระกูล หรือกลุ่มญาติ พี่นอ้ง โดยจะเลือกต้งัหมู่บา้นอยบู่นที่ราบตามไหล่เขา บริเวณตน้น้า ลา ธารหรือบริเวณหุบเขา ในระดับ ความสูง 1,000 - 1,500 เมตร จากระดบัน้า ทะเล และจะตอ้งเป็นบริเวณที่มีน้า อุดมสมบูรณ์และสามารถ น าเข้ามาใช้ในหมู่บ้าน เมี่ยนนิยมสร้างบ้านหันหน้าออกจากภูเขา หรือมักจะอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขา โดยจะปลูก บ้านเรียงรายตามแนวสันเขา เพราะตามประเพณีจะไม่นิยมปลูกบ้านซ้อนกันซึ่งจะท าให้บ้านของตนไปตรง กบั ประตูใหญ่ของบา้นคนอื่น เมี่ยนเชื่อวา่สิ่งชวั่ร้ายที่ถูกขบัไล่อออกทางประตูใหญ่น้ีจะไปเขา้บา้นที่อยู่ตรง กับประตูใหญ่ในระยะใกล้ ๆ กัน ตามประเพณีเมี่ยนนิยมปลูกบา้นคร่อมดิน โดยใชพ้ ้ืนดินเป็นพ้ืนบ้าน ผังของบ้านมีลักษณะเป็ นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านยาวเป็ นหน้าบ้านและหลังบ้าน ด้านหน้ามีประตูใหญ่บานหนึ่งเรียกว่า (ต้มแก้ง) และ มกัปิดอยตู่ลอดเวลา จะเปิดเมื่อทา พิธีขบัไล่สิ่งชวั่ร้ายออกจากบา้น (ซุ่น ป้าย) น าศพของผู้อาวุโสออกจาก บ้าน น าเจ้าสาวออกจากบ้าน (ยกเว้นเจ้าสาวที่เกิดเดือน 5,7 ) และนา เจา้สาวเขา้บา้น ดา้นกวา้งของท้งัสอง ดา้นจะมีประตูดา้นละหน่ึงประตูเปิดเพื่อใชเ้ขา้ออกในชีวิตประจา วนัดา้นยาวที่ไม่มีประตูน้นัจะก้นัเป็น ห้องนอนหลายห้องยาวตลอด โดยจะเหลือที่ว่างไว้ มีขนาดกว้างกว่าห้องนอนภายในบ้าน ด้านตามยาวจะ แบ่งออกเป็ น 2 ส่วน โดยจะถือเสากลางบา้นเป็นหลกัส่วนดา้นประตูผีน้นัจะเป็นส่วนของผชู้าย ซ่ึงใช้ สา หรับรับแขก และประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ส่วนที่เหลือน้นัจะเป็นส่วนชองผหู้ญิงที่ซ่ึงจะใชเ้ป็นที่ ทา อาหาร สิ่งศกัด์ิสิทธ์ิในบา้นมีหิ้งบูชา (เม้ียน ป้าย) ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับประตูผีพอดี แต่ส าหรับบ้านของ คนที่เคยผา่นพิธีโต่วไซ หรือผทู้ี่มีรูปผีใหญ่น้นัหิ้งบูชาก็จะมีลกัษณะเป็นตูเ้รียกวา่เม้ียน เต้ีย หลง หิ้ง บูชาจะใช้ส าหรับเชิญผีมาสิงสถิตย์เพื่อการเซ่นไหว้ วสัดุที่ใชส้ร้างบา้นแบบด้งัเดิมมกัจะใชว้สัดุที่พอหาไดใ้นแต่ละทอ้งถิ่น หลงัคามุงดว้ยใบหวาย หญา้คา ไมไ้ผผ่า่คร่ึงประกบกนัหรือใชไ้มเ้น้ือแขง็ผา่เป็นแผน่บาง ๆ มุงเหมือนกระเบ้ือง ส่วนฝาบา้นน้นั
ระบบโครงสร้าง 53 จะใชไ้มเ้ป็นแผน่หรือไมไ้ผทุ่บปลอ้ง เสาบา้นนิยมใชไ้มเ้น้ือแขง็ ในการสร้างบา้นหวัหนา้ครัวเรือนจะเป็ น ผู้เลือกสถานที่แล้วจะบอกให้สมาชิกในครอบครัวทราบต่อไปว่าพอใจหรือไม่ ถ้าหากพอใจก็จะท าพิธีเสี่ยง ทายดูว่าผีพอใจหรือไม่ โดยปกติแล้วในการสร้างบ้านญาติพี่น้องจะต้องมาช่วยกัน ฝ่ ายชายจะช่วยแรงงาน ในการก่อสร้างและหาวสัดุก่อสร้าง ผหู้ญิงจะหุงหาอาหารแก่ผทู้ี่มาช่วยงาน เมื่อปลูกเสร็จแล้ว ก็จะเลือก วนัดีเพื่อทา พิธีข้ึนบา้นใหม่ขา้งนอกบา้นก่อน โดยจะเชิญผีบรรพบุรุษมาช่วยดูแลลูกหลาน จากน้นัก็จะ น าไปเข้าในบ้านและเชิญพวกญาติพี่น้องผู้อาวุโส และพวกที่มาช่วยสร้างบ้านมาร่วมรับประทานอาหารจึง เป็ นอันเสร็จพิธี เมี่ยนไม่นิยมปลูกสิ่งก่อสร้างใด ๆ ไวห้ลงับา้น ซ่ึงดา้นที่ไม่มีประตูจะอนุญาตใหแ้ต่เสาค้า รางริน หรือท่อน้า ที่ต่อมาใชบ้ริโภคในบา้นเท่าน้นัเพราะเชื่อวา่ดา้นหลงับา้นน้นัเป็นที่อยู่อาศยัของผีน้า ซ่ึงนา ความชุ่มชื่นใหแ้ก่ผทู้ี่อยู่อาศยัในบา้น ส่วนสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ เช่น ยุ้งข้าว เล้าหมู จะสร้างไว้ด้านหน้า (ด้าน ประตูผี) บริเวณข้างบ้านจะมีสวนครัวเล็ก ๆ ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคในครัวเรือน 2.แบบสมัยใหม่ จะมี 2 ลกัษณะ คือ จะปลูกยกพ้ืนเหมือนบา้นคนพ้ืนราบ วสัดุที่ใชเ้ป็นไมท้ ้งัหลงัหรือตึก หลังคาจะมุงด้วยกระเบ้ือง หรือสังกะสี อีกลกัษณะหน่ึง คือ จะปลูกคล่อมดิน ซ่ึงพฒันามาจากแบบด้งัเดิมแต่ไดเ้ปลี่ยนวสัดุที่ใชใ้นการ ปลูกสร้างจากไมไ้ผ่หญา้คา มาเป็นกระเบ้ือง สังกะสีแทน ตัวอย่างแผนผังบ้านเมี่ยน ก ข ค ง ซ ฉ จ ช ฌ ญ ท
ระบบโครงสร้าง 54 ฎ ถ ฑ ฏ ฐ ฒ ด ต ธ บ น ป ค าอธิบาย ก, ข, ง. ห้องนอนของสมาชิกคนอื่น ๆ ในครัวเรือน ค. ห้องนอนของของผู้ที่อาวุโสที่สุดในครัวเรือน จ. ช้นัวางอุปกรณ์ประกอบอาหาร(แชงตงั๋ ) ฉ. เตาไฟเล็กส าหรับประกอบอาหาร (โฒ้ตอน) ช. โต๊ะรับประทานอาหาร ซ. หิ้งบูชา (เม้ียนป้าย) ฌ. บริเวณประกอบพิธีกรรม (ต่งทิง) ญ. ครกกระเดื่อง (ต๋อย) ฎ, ถ. ประตูด้านข้างใช้ออกประจ าวัน (ง่อแก้ง) ฏ. เตาไฟใหญ่ (โต้มโฌ๋) ฐ. โม่หิน (หม่อ) ฒ. ประตูใหญ่ (ต้มแก้ง) ฑ. เตาฟิ งไฟ (โต้วฌาม) ด. ระเบียงซักล้าง (สะปู่ ง) ต. ที่รับรองแขก (พ่าง)
ระบบโครงสร้าง 55 ท. รางริน (อวมกิ้น) ธ. สวนสมุนไพร น.คอกหมู บ. คอกม้า ป. ยุ้งข้าว (หล ๋า) พ. เลา้ไก่ สิ่งปลูกสร้างอ ื่น ๆ คอกหมูนิยมสร้างดา้นหนา้หรือดา้นขา้งของตวับา้น ใชเ้ป็นที่ใหข้า้วหมูที่มิไดข้งัคอก ท้งัน้ี เพราะในทางปฏิบตัิแลว้เมี่ยนเล้ียงหมูโดยไม่ขงัคอก ปล่อยใหห้มูเพ่นพ่านหากินเอาเองในบริเวณหมู่บ้าน และป่ าข้างบ้าน จะขังหมูเป็ นบางโอกาส เช่น แม่หมู หรือ หมูตัวที่ต้องการขุนให้อ้วนเพื่อฆ่าในพิธีกรรม เท่าน้นั ไก่นิยมสร้างไวด้า้นหนา้และดา้นขา้ง ๆ บา้น ค่อนไปทางดา้นหลงัเลา้ไก่นิยมสร้างแบบติดพ้ืน และก้นัดว้ยไมฟ้าก
ระบบความเชื่อและศาสนา 56 บทที่ 3 ระบบความเชื่อและศาสนา ลัทธิและความเชื่อ ตามหลกัฐานที่ปรากฏเมี่ยนไดเ้ริ่มนา เอาลทัธิเต๋ามาเป็นแนวทางในการปฏิบตัิเมื่อคร้ังอพยพ ทางเรือ ในช่วงคริสศตวรรษที่ 13 ความเชื่อของเมี่ยนจึงเป็ นการผสมผสานกันระหว่างความเชื่อเรื่องผีและความเชื่อที่ ได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิเต๋า ชาวเมี่ยนส่วนใหญ่จะนับถือวิญญาณบรรพบุรุษ(Animism) ซึ่งมีความคิด พ้ืนฐานในการยอมรับเรื่องอา นาจของผี(สิ่งเหนือธรรมชาติ) เป็นหลกัชาวเมี่ยนเชื่อวา่ ในชีวิตคนจะมีขวญั (เวิ่น) ซ่อนอยตู่ามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซ่ึงมีท้งัหมด 11 แห่ง คือ ที่เส้นผม ศรีษะ ตา หู จมูก ปาก คอ ขา แขน อก ทอ้ง และเทา้เมื่อเสียชีวิตไปขวญัจะเปลี่ยนเป็นวิญญาณหรือผี(เม้ียน) และเม้ียนน้ีไม่เพียงแต่ อยใู่นมนุษยเ์ท่าน้นัหากยงัอยใู่นธรรมชาติและสิ่งอื่น ๆ อีกดว้ย เช่น ในภูเขา แม่น้า ลม หรือแมก้ระทงั่ของ ใชท้วั่ ไปก็มีเช่น เตาไฟ ซ่ึงปกติอา นาจของวิญญาณหรือผีของธรรมชาติในโลก จะมีความสัมพนัธ์อนัดีกบั มนุษย์ แต่ถ้าท าให้ผีโกรธ ก็จะท าให้เกิดความทุกข์ทรมานและความเสียหายได้ เมี่ยนมีทศันะคติวา่ความมนั่คงและความปลอดภยัของมนุษย์ท้งัขณะดา รงชีวิตอยและหลังจากตายไปู่ แลว้ลว้นข้ึนอยกู่บัผีเพราะมนุษยอ์ยใู่นความคุม้ครองของผีและมนุษยจ์ะตอ้งไม่ขดัแยง้กบัอา นาจของผีถา้มีก็ สามารถแกไ้ขความขดัแยง้ใหลุ้ล่วงไปได้การสร้างความสัมพนัธ์กบัผีกระทา ไดโ้ดยผา่นทางพิธีกรรมเท่าน้นั ผีที่เมี่ยนนับถือ แบ่งออกเป็ น 3 กลุ่ม คือ ผีเทพยดา ผีบรรพบุรุษ และผีทวั่ๆ ไป 1. วิญญาณบรรพบุรุษ (องถาย) เมี่ยนนบัถือวิญญาณบรรพบุรุษของคนที่ตายไปแลว้เพียง 4 รุ่นเท่าน้นั โดยเชื่อวา่เมื่อบรรพบุรุษของคนตายไปแลว้ก็จะสิ่งสถิตยอ์ยบู่นสวรรคแ์ละจะคอยดูแลปกป้องลูกหลานของตน วิญญาณบรรพบุรุษยังท าหน้าที่เป็ นตัวแทนผู้ติดต่อระหว่างคนที่มีชีวิตอยู่กับเทวดาหรือเทพเจ้าของตนเองด้วย นอกจากน้ีแลว้เมี่ยนยงันบัถือและเซ่นไหวบู้ชาเป้ียนฮู่ง (วิญญาณพระเจา้ผินฮวา่งฮ่องเต)้ซ่ึงเมี่ยนถือวา่เป็นผใู้ห้ ก าเนิดเมี่ยน เมื่อมีการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ก็จะเชิญวิญญาณบรรพบุรุษของตนมาสิงสถิตย์อยู่ในบ้านและจะ เชิญเป้ียนฮู่งมาในพิธีที่สา คญัๆ เช่น พิธีงานศพ งานแต่งงาน เมื่อเสร็จพิธีก็จะเชิญกลบัไป การเซ่นไหว้ วิญญาณบรรพบุรุษน้ียอ่มไดร้ับการปกป้องคุม้ครอบจากวิญญาณบรรพบุรุษเป็นอยา่งดีและในทางตรงกนัขา้ม หากที่ฝังศพหรือกระดูกของบรรพบุรุษถูกรบกวนหรือขาดการเซ่นไหว้ก็จะท าให้ลูกหลานเจ็บป่ วยด้วย ในบา้นเมี่ยนทุกบา้นจะมีหิ้งบูชา (เม้ียนป้าย) ซ่ึงเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณบรรพบุรุษ คือ เมื่อปู่และ พ่อตายไป ลูกหลานจะตอ้งทา บุญเพื่อให้วิญญาณบริสุทธ์ิ ปีละคร้ังเป็นเวลา 3 ปี แล้วจึงเชิญวิญญาณท่านมา สิงสถิตได้เพื่อทา หนา้ที่คอยดูแลและคุม้ครองปกป้องลูกหลาน รวมท้งัช่วยดูแลและคุม้ครองปกป้องลูกหลาน รวมท้งัช่วยดูแลการทา มาหากินดว้ย ในแต่ละปีเมี่ยนจะจะตอ้งเซ่นไหวว้ิญญาณบรรพบุรุษ (ซิบ อง ไถ เม้ียน) ตามเทศกาลต่าง ๆ อย่างน้อยปีละ 4 คร้ัง และแต่ละคนในครอบครัวจะเซ่นไหวว้ิญญาณบรรพบุรุษเพื่อเรียก ขวญัตวัเอง (โจ่ว เวิ่น) อยา่งนอ้ยปีละคร้ัง นอกจากน้ีเมื่อประสบความทุกข, ์ เดือดร้อน หรือเจ็บป่ วย เมี่ยน
ระบบความเชื่อและศาสนา 57 จะท าการเซ่นไหว้ เชิญวิญญาณบรรพบุรุษมาช่วย ในการเซ่นไหว้ อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมที่ท าพิธีจะแต่ง กายดว้ยชุดธรรมดา เครื่องเซ่นจะใชเ้พียง ไก่เหลา้และน้า เท่าน้นัส่วนจะตอ้งเชิญวิญญาณบรรพบุรุษมากี่ คน กี่รุ่น ข้ึนอยกู่บัความสา คญัของแต่ละพิธี 2. เทพยดา หรือเทพเจ้าเป็ นเทพยดา ที่เมี่ยนถือว่ามีระดับสูงและมีอ านาจมาก มีประมาณ 80 กว่าองค์ แต่ที่เมี่ยนนบัถือมากไดแ้ก่ -ผีฟ้า (หยดุต๋าย ฮู่ง) สถิตอยบู่นสวรรคช์ ้นัสูงสุด เป็นประมุขของเหล่าเทพเจา้และยงัมีหนา้ที่คอย ดูแลมนุษย์โลก เมื่อเมี่ยนได้รับความเดือดร้อนที่วิญญาณบรรพบุรุษไม่สามารถช่วยได้ พวกเขาจะท าพิธี ร้องเรียนและขอความเป็นธรรมจากผีฟ้า การเล้ียงผีฟ้า (เห่ว รุ่ง) อาจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรมจะตอ้งใส่หมวก ชุดพิธีเครื่องเซ่นที่ใช้คือ หมูเหลา้และน้า และตอ้งเป่าเขาควาย เวลาเชิญดว้ย - เทพเจา้ (ตม้ตอ้ง เม้ียน) ซ่ึงปรากฏอยใู่นเทวภาพท้งั18 เป็นเทพที่มีอิทธิฤทธิ์ มาก ที่เมี่ยนให้ค วามสา คญัและนบัถือสูงสุดคือ เล่งสี่เล่งปู๊โตต้๊ะ รวมเรียกวา่ ฟ่ามชิง เมี่ยนจะเชิญเทพเจา้มาเล้ียงเฉพาะใน พิธีที่เกี่ยวกบัการสร้างบุญบารมีใหแ้ก่ตนเองท้งัในชาติน้ีและชาติหนา้อาจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรมตอ้งสวมชุด พิธี ใช้ หมูเหลา้และน้า เป็นเครื่องเซ่น รวมท้งัการใชเ้ครื่องดนตรีประกอบ เทพเจา้ที่เมี่ยนจา ลองมากราบไหวน้้นัมีท้งัแกะสลกัจากไม้หรือหิน และเป็นรูปภาพซ่ึงวาดโดยช่าง เขียนจีน ในปัจจุบันจะไม่ค่อยพบอยู่ในรูปแกะสลัก พบแต่รูปเทวภาพมีประมาณ 24 รูปใน 1 ชุด ถูกเก็บ เอาไวอ้ยา่งดีในห่อผา้หรือกรุซ่ึงเรียกวา่เม้ียนคบั ไดแ้ก่ 1. เล่งสี่ เป็ นเทพที่ไม่รู้ต้นก าเนิดของตัวเอง อยู่บนสวรรค์ที่ต าหนัก “อี๋ซิง” ประมาณ 1,000 กว่าปี เกิดเหงาจึงได้ลงไปเกิดเป็ นเล่งปู๊ (ชาติที่ 1 ของเล่งสี่) 2. เล่งปู๊ เกิดจากขวัญหรือวิญญาณของเล่งสี่ อยู่บนต าหนักที่ชื่อ “เสียวจง” พักอยู่นานจนแบ่งขวัญ หรือวิญญาณลงมาเกิดเป็ นโต้ต๊ะ 3. โต้ต๊ะเกิดจากขวัญของเล่งปู๊ พักอยู่ในต าหนัก “ถายชิงจง” มีอายุ 3,200 กว่าปี เป็ นชาติที่ 3 ของ เล่งสี่และเป็นเทพที่บา เพญ็กุศลจนบรรลุข้นัโสดาบนัมีสาวกท้งหมด 10 องค์ ในระหว่างช่วง ั เวลาน้ีเกิดลทัธิเต๋าข้ึน เทพท้งั3 องคน์ ้ีรวมกนัเรียกวา่ “ฟ่ ามชิง” หรือเทพสามดาว เป็นเทพที่คอยสั่งสอน มนุษย์ 4. หยดุฮู่ง เป็นเทพที่คอยดูแลท้งั3 ภพ คือ โลกสวรรค์(ทิ่นโฟ้ว), โลกมนุษย์ (ย่างเกน), โลก บาดาล (เต่ยโฟ้ว) 5. สิง เจ้ียว เกิดจากขวญัของหยดุฮู่งและบา เพญ็ตนนาน 45 ปีจนข้ึนไปอยบู่นสวรรค์เป็นแม่ทพัคอย ดูแลเมืองทางภาคเหนือของสวรรค์ 6. ถิ่น โฟ้ว เป็นบุรุษไปรษณียบ์นสวรรคค์อยส่งข่าว พาหนะคือหงษข์าว, เต่ย โฟ้ว เป็ นเทพที่ต้อง
ระบบความเชื่อและศาสนา 58 ดูแลรับผิดชอบช้นับาดาล พาหนะคือเสือ 7. ย่างเกน เป็ นเทพที่คอยดูแลรับผิดชอบเมืองมนุษย์ พาหนะคือ ม้าขาว, ซุ้ยโฟ้ว มีหน้าที่ดูแล เมืองมหาสมุทร พาหนะคือมังกร 8. จางทินไซ เป็ นเทพที่ช่วยหยุดต๋ายฮู่งหรือหยุดฮู่ง ในด้านการจดบันทึกต่าง ๆ 9. เหลย ทิน ไซ เป็ นเทพที่ช่วยหยุดต๋ายฮู่งหรือหยุดฮู่ง ในด้านการจดบันทึกต่าง ๆ 10. ต้ม ต้อง ห้อย ฟาน 11. ห้อยฟานตอน มีอยู่ 2 องค์ คือ จัง ย่วน สวย และเจ๋ว ย่วน สวย มีหน้าที่คอยปราบมาร 12. ไถ้ ไหว่ มีหน้าที่ปกครองเมืองสวรรค์ 13. แห้ง เฟย 14. เจียบ ติน หลิง ฮูง้มีท้งัหมด 10 องค์คอยปกครองเมืองสวรรคท์ ้งั10 ช้นัดูแลช้นัละ 1องค์มี ตา แหน่งเป็นผบู้ญัชาการประจา สวรรคแ์ต่ละช้นั 15. ต้งัหย๋นูไซ 16. เซีย หยุ๋น ไซ 17. จา ฟิ น 18. ซู โซ่ง 19.ยา่ง กิ้น สุย โฟ้ว กง โซ 20.ถิ่น โฟ้ว เต๋ย โฟ้ว กง โซ 21. มู เค เปง มา 22. เกี๋ยม เกง 23. เกี๋ยม เซียะ 24. ตม้ โต๊ะ ล่ง เจ้ียว บา้นที่มีรูปเทพเจา้ในครอบครอง จะตอ้งทา พิธีบวงสรวงเทพเจา้ (ห่อเหฮียง) และกา หนดใหแ้ต่ละชวั่ รุ่นตอ้งทา พิธีกรรมน้ีจา นวน 3 คร้ัง ในกรณีที่เพิ่งไดรู้ปวาดเทพเจา้ใหม่มา จะตอ้งท าพิธีบวงสรวงติดต่อกัน 3คร้ัง เท่ากบั1 ปีต่อ1คร้ังจนครบ 3คร้ัง จนกวา่จะตกถึงบุคคลในชวั่รุ่นต่อไป 3. ผีทั่วไป ผีที่สา คญั ไดแ้ก่ผีเจา้ทอ้งถิ่น สา หรับในประเทศไทย คือ เซียน หลอ้ฮู่ง หมายถึง วิญญาณ พระเจ้าแผ่นดินไทย, ผีเจ้าป่ าเจ้าเขา ฯลฯ ชาวเมี่ยนจะเล้ียงผีทอ้งถิ่น ผีป่าเขา เพื่อขอบคุณที่ไดดู้แล รักษาพืชไร่สัตวเ์ล้ียง ตลอดจนทุกคนที่อาศยัอยใู่นหมู่บา้นใหอ้ยรู่ ่มเยน็เป็นสุข และออ้นวอนขอใหช้ ่วยดูแล คุม้ครองเช่นน้ีในปีต่อไป การเล้ียงผีน้ีจะทา พร้อมกนัท้งัหมู่บา้น และมีหวัหนา้ครอบครัวของแต่ละบ้านไป ร่วมพิธี จะนิยมท ากันหลังจากที่ได้เพาะปลูกพืชไร่เสร็จแล้ว โดยอาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมจะหาฤกษ์ที่ดี
ระบบความเชื่อและศาสนา 59 ที่สุด เครื่องเซ่น มีไก่ (จะนา ไก่มาบา้นละ1 ตวั), ข้าว, กระดาษเงิน, พริกและเกลือ นอกจากน้ีเมี่ยนเชื่อวา่ ทุกหนทุกแห่งมีผี เช่น ผีป่ า ผีน้า ผีภูเขา ผีเจา้ที่ฯลฯ ผีเหล่าน้ีมีท้งัผีดีและผีร้าย ผีที่ดีจะสิงสถิตยอ์ยบู่น สวรรค์ส่วนผีที่ชวั่ร้ายมกัจะอยตู่ามตน้ ไมแ้ละมกัจะทา อนัตรายผูอ้ื่น เมี่ยน จึงมีการประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวกบัผีเหล่าน้ีเช่น การเล้ียงผีทอ้งถิ่น (ซิบ ตะปูง เม้ียน) การไล่ผีชวั่ร้าย (จุน้ ฮ๋าว ) เป็ นต้น ความเชื่อเกี่ยวกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อเกยี่วกบัสุสาน ความเชื่อเกี่ยวกบัสุสานถือเป็นเรื่องที่สา คญัสา หรับเมี่ยน สุสานหรือหลุมฝังกระดูกของเมี่ยน ก่อนที่จะ ทา การฝังกระดูกจะมีการทา พิธีเลือกพ้ืนที่โดยจะมีการท าพิธีถามดวงวิญญาณของผู้ตาย และเจ้าที่ว่าจะอยู่ที่ไหน โดยอาจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรมจะใชไ้ข่ไก่ดิบ 1 ฟองโยนข้ึนถา้ไข่ตกแตกที่ไหนก็แสดงวา่ทา เลตรงน้นัดีและ สามารถที่จะฝังกระดูกได้ถา้ไข่ไม่แตกก็ตอ้งทา การถามและโยนไปเรื่อย ๆ จนไข่จะแตก บางคร้ังเปลือกไข่ ช้นันอกแตกละเอียดหมดแต่เยอื่หุม้ไข่สีขาวขา้งในก็ไม่แตก ก็ตอ้งโยนต่อไป พ้ืนที่ฝังกระดูกหรือบริเวณที่เป็น สุสานของบรรพบุรุษห้ามให้ไม้ล้มทับ หรือมีรากหญ้าเข้าไปใต้สุสานเพราะถือว่าเป็ นการรบกวนวิญญาณบรรพ บุรุษ จะท าให้ลูกหลานเจ็บไข้ได้ป่ วย หรือจะมาเข้าฝันบอกให้ลูกหลานไดร้ับรู้ดงัน้นัจะตอ้งทา พิธีใหไ้ปดูแล บริเวณสุสานให้ดีหากทา เลที่ต้งัของสุสานของบรรพบุรุษอยใู่นทา เลที่ไม่ดีหรือที่เมี่ยนเรียกวา่ ไม่มี “อ้อน ต้อย” ลูกหลานก็จะไม่เจริญ ความเชื่อเกี่ยวกับป่ า,ภูเขา, และต้นไม้ เมี่ยนมีความเชื่อว่าตามป่ าต่าง ๆ หรือภูเขาจะมีภูตผีวิญญาณอยู่เป็ นจ านวนมาก เมื่อเราเดินทางเข้าไป อาจจะชนใส่หรือเหยยีบใส่ ปัสสาวะ อุจจาระ ซ่ึงเป็นการทา ใหผ้ีหรือวิญญาณเหล่าน้ีไดร้ับความเดือดร้อน ทา ใหส้ถานที่สกปรก ผีหรือวิญญาณเหล่าน้ีก็จะจบัขวญัของเราไว้ทา ใหเ้ราเจ็บป่วย ดงัน้นัตอ้งทา พิธีขอขมา ต่อผีหรือวิญญาณต่าง ๆ เหล่าน้ีเพื่อขอใหป้ล่อยขวญัของเรามา ภูเขา เชื่อว่ามี “ล่วงเม้ียน” อาศัยอยู่ ถ้าท าผิด เช่น การตัดต้นไม้, การสร้างบ้าน, การสร้างสุสาน , ท าถนน, ขดุดิน การกระทา เหล่าน้ีอาจเป็นการลบหลู่แก่เจา้ป่าเจา้เขา ซ่ึงทา ใหเ้จา้ป่าเจาเขาโกรธ ต้องท า ้ พิธีแก้คือ พิธีออนล่วง, ปุนล่วง ต้องไปท า (ออนล่วง เจี๋ยโท้ว) ท าพิธีบนภูเขา การท าพิธีแยกเป็ น 2 ประเภท คือ 1. พิธีใหญ่ ต้องมีการเขียนบทสวด ใช้หมูน้อยประมาณ 2 เดือน ใช้จ๋าว, กิ๋ม กระดาษ, สิเจียน, น้า 2 ถว้ย ถว้ยแรกน้นัจะใส่น้า ผสมเลือดหมูสา หรับเป็นการเซ่นไหวแ้ป๊ะโฮว้ ส่วนถว้ยที่สองน้นัจะใส่น้า เปล่า เพื่อเป็ นการเซ่นไหว้ชิงล่วง
ระบบความเชื่อและศาสนา 60 2. พิธีเลก็ ใชไ้ก่1 ตวั ใชว้นั “จ้านฮนอย” ท าพิธี วันท าพิธีห้ามคนในหมู่บ้านไปตัดไม้, หรือท าไร่ ใกล้ ๆ กับบริเวณที่ท าพิธี ความเชื่อเกี่ยวกับหนองน ้า เมี่ยนเชื่อวา่ ในหนองน้า จะมี“จย๊างต่องซุ้ยโก้ว” “จย๊างต่องเยี่ยนฟิ ว” “จย๊างต้องทู่เต่ย” ถ้าเกิดใน หนองน้า แห่งไหนมี “จยา๊งเม้ียน” อาศัยอยู่ หากคนไปรบกวนหรือท าผิดต่อ “จยา๊งเม้ียน” จะท าให้ไม่ สบาย ต้องท าพิธี “โบ้ว กว๋า” (ถาม) ว่าท าผิดอะไร และจะให้ท าพิธีขอขมาอย่างไร ต้องการอะไรบ้าง ความเชื่อเกี่ยวกับแม่น ้า ในแม่น้า เชื่อวา่มี“อื่มฮ้อยฮู่ง” หรือ “ซุย้โกว้เม้ียน” อาศัยอยู่ มีความเชื่อว่าห้ามผู้หญิงอยู่ไฟเอา เส้ือผา้ไปซกัลงไปอาบ หรือขา้มแม่น้า เพราะถือวา่ผูห้ญิงช่วงอยไู่ ฟร่างกายยงัไม่สะอาด หากมีความจ าเป็ น ที่จะตอ้งขา้มแม่น้า ก็จะตอ้งเอากระดาษ (เจย้ก๋อง) มาเผาเพื่อเป็นการบอกกล่าวและขอขมาต่อเทพที่อาศยัอยใู่น น้า ถึงจะขา้มได้ ความเชื่อเกี่ยวกับจอมปลวก เมี่ยนมีความเชื่อวา่ ในจอมปลวกน้นัมีสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิอาศยัอยู่และสิ่งที่อาศยัอยใู่นจอมปลวกน้ีเป็นสิ่งที่ คุ้มครองให้คนเราเดินทางปลอดภัย เมื่อเราเดินทางผ่านจะต้องเก็บเอาใบไม้ใบหญ้ามาวางไว้บนจอมปลวก ถือ วา่เป็นการมุงหลงัคาใหจ้อมปลวกเพื่อไม่ใหจ้อมปลวกน้นั โดนแดดร้อน หรือโดนฝนตกเปียก การที่จะทราบได้ วา่จอมปลวกอนั ใดเป็นสถานที่มีสิ่งศกัด์ิอาศยัอยู่ จะสังเกตได้ว่าหลังจากที่มีคนเอาใบไม้ใบหญ้าวางไว้บนจอม ปลวกแลว้หากจอมปลวกน้นัยงัมีการสร้างดินทบับนใบไมใ้บหญา้ก็แสดงวา่มีความศกัด์ิสิทธ์ิจริง เวลาเดิน ทางผ่านควรระมัดระวังห้าม ปัสสาวะใกล้ ๆ กับจอมปลวก หรือบางคนดวงไม่ดีแค่เดินผ่าน เมื่อกลับมาบ้าน ก็จะไม่สบายต้องท าพิธีขอขมา ความเชื่อเกี่ยวกับนรก, สวรรค์ เมี่ยนเชื่อวา่ ในขณะที่เป็นมนุษยอ์ยนู่้นัหากทา แต่เรื่องที่ไม่ดีเมื่อเสียชีวิตไปวิญญาณจะตกนรก เมี่ยนเรียกว่า “ด๋อนเต่ยหยวั่ ” วิญญาณจะไม่ได้ไปเกิดใหม่ เมื่อมีญาติเสียชีวิตหลังจากงานศพผ่านไปไม่ นานลูกหลานก็จะมีการท าพิธีเชิญวิญญาณคนตายมาถามว่าเป็ นอย่างไรบ้างอยู่สุขสบายหรือไม่ หากวิญญาณตก นรก หรืออยู่อยา่งลา บาก ก็จะบอกใหแ้ก่ลูกหลานทราบ เมื่อรู้วา่วิญญาณของบรรพบุรุษตกนรกลูกหลานตอ้ง ทา พิธีเอาวิญญาณข้ึนจากในนรก พิธีน้ีเรียกวา่ “การเชวเต่ยหยวั่ ”
ระบบความเชื่อและศาสนา 61 การข้ึนสวรรคเ์ชื่อวา่คนที่จะข้ึนสวรรคไ์ดน้ ้นัคือคนที่ผา่นพิธีบวชใหญ่ (โต่วไซ) เพราะถือวา่เป็นคนมี บุญบารมีและภรรยาจะไดบุ้ญบารมีจากสามีซ่ึงก็สามารถข้ึนสวรรคไ์ด้ การนับวันเดือนปี ของเมี่ยน (นายว่นเซ็ง พัฒน์ทวีกิจ) วัน (ฮนอย) เมี่ยนไม่มีการนับวันเป็นสัปดาห์ เต่นับเป็ นรอบ คล้ายกับว่าในหนึ่งรอบเหมือนเป็ น หนึ่ง สัปดาห์มีท้งัหมด 12 วนัและมีชื่อเรียกวนัเป็นชื่อสัตว์ดงัน้ี ชื่อวันภาษาเมี่ยน ความหมาย 1. เจ้ยฮนอย -วันหนู 2. ช้าวฮนอย -วันวัว 3. เยี่ยนฮนอย -วันเสือ 4. หมาวฮนอย -วันกระต่าย 5. จ้านฮนอย -วันงูใหญ่ 6. เจ๋ยฮนอย -วันงูเล็ก 7. หืมฮนอย -วันม้า 8. เหม่ยฮนอย -วันแพะ 9. เซียนฮนอย -วันลิง 10. เหยียวฮนอย -วนัไก่ 11. ฟุดฮนอย -วันสุนัข 12. หอยฮนอย -วันหมู เดือน (ฮล๋า) เดือนของเมี่ยนมีท้งัหมด 12 เดือน มีชื่อเรียกเป็นเดือนหน่ึง สองสาม ฯลฯ เดือนของ เมี่ยนน้นัจะมีท้งัเดือนใหญ่และเดือนเลก็ ในเดือนใหญ่จะมีท้งัหมด 30 วนัและเดือนเลก็มีท้งัหมด 29 วนั การที่จะรู้วา่เป็นเดือนอะไร วนัอะไร น้นัตอ้งเทียบดูจากปฏิทินจีน หรือในบางปีจะมีชื่อเดือนซ้า กนัถึง 2 เดือนก็มี ชื่อเดือนภาษาเมี่ยน เทียบกับเดือน เดือนของไทย 1. จ้ีหลา 1 กุมภาพันธ์
ระบบความเชื่อและศาสนา 62 2. เหย่ยหลา 2 มีนาคม 3. ฟ่ าหลา 3 เมษายน 4. เฝยหลา 4 พฤษภาคม 5. หืมหลา 5 มิถุนายน 6. หลวั่หลา 6 กรกฏาคม 7. เชียดหลา 7 สิงหาคม 8. เป้ดหลา 8 กันยายน 9. จ้วัหลา 9 ตุลาคม 10. เจียบหลา 10 พฤศจิกายน 11. เจียบเอียดหลา 11 ธันวาคม 12. เจียบเหย่ยหลา 12 มกราคม ในเดือนเดียวกนัแต่ถา้เป็นคนละปีอาจจะมีจา นวนวนัไม่เท่ากนัเดือนใดมีวนัขา้งข้ึนหรือขา้งแรมเพียง 14 วนัเดือนน้นัจะเป็นเดือนเลก็และมีเพียง 29 วนัถา้ขา้งข้ึนและขา้งแรมมี15 วนัเตม็เดือนน้นัก็จะเป็น เดือนใหญ่จะมี 30 วัน ปี (เฮยี๋ยง) เมี่ยนมีการกา หนดใหห้น่ึงรอบปีมี12 ปีเช่นเดียวกบัวนัและใชช้ื่อของสัตวแ์ทนชื่อปีท้งั สิบสองปีเหมือนกบัวนัคือคา นา หนา้ชื่อสัตวท์ ้งัสิบสองปีจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จนกวา่จะครบ 5 รอบ หรือ 60 ปี เมี่ยนเมื่ออายุครบ 60 ปี ถือว่าครบรอบวันเกิด เมื่ออายุครบ 60 ปี แล้ว เมี่ยนจะถือว่าหมดอายุแล้ว เพราะตามตา นานน้นั ไดส้ร้างใหม้นุษยม์ีอายเุพียงแค่60 ปีเท่าน้นัดงัน้นัคนที่มีอายคุรบ 60 ปีจะตอ้งทา บุญ วันเกิดทุกปี เพื่อเป็ นการต่ออายุ และจะมีพิธีกรรมอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุ ชื่อเรียกปี ใน 5 รอบ ของเมี่ยนมีดังนี้ รอบ ชื่อปี ภาษาเมี่ยน เทียบกับปี ไทย รอบ ชื่อปี ภาษาเมี่ยน เทียบกับปี ไทย
ระบบความเชื่อและศาสนา 63 รอบที่ 1 1. จาบจช้าง - ปี หนู 7. จาบหืม - ปี ม้า 2. เหยียดช้าว - ปี วัว 8. เหยียดเหม่ย - ปี แพะ 3. เป่ งเยี่ยน - ปี เสือ 9. เป้งเซียน - ปี ลิง 4. เต่งหมาว - ปี กระต่าย 10. เต้งเหยียว - ปีไก่ 5. มู่จ้าน - ปี งูใหญ่ 11. มู้ฟุด - ปี สุนัข 6. ก้ีเจ๋ย - ปี งูเล็ก 12.ก้ีหอย - ปี หมู 7. แก่งหืม - ปี ม้า รอบที่ 4 1. แก้งจช้าง - ปี หนู 8. เฟี่ ยมเหม่ย - ปี แพะ 2. เฟี่ ยมช้าว - ปี วัว 9. เจยี่ยมเซียน - ปี ลิง 3. เจยี่ยมเยี่ยน - ปี เสือ 10. ก้วยเหยียว - ปีไก่ 4. ก้วยหมาว - ปี กระต่าย 11. จาบฟุด - ปี สุนัข 5.. จาบจ้าน - ปี งูใหญ่ 12. เหยียดหอย - ปี หมู 6. เหยียดเจ๋ย - ปี งูเล็ก รอบที่ 2 1. เป้งเจ้ย -ปี หนู 7. เป้งหืม - ปี ม้า 2. เต้งช้าว - ปี วัว 8. เต้งเหม่ย - ปี แพะ 3. มู้เยี่ยน - ปี เสือ 9. มู้เซียน - ปี ลิง 4. ก้ีหมาว - ปี กระต่าย 10.ก้ีเหยยีว - ปีไก่ 5. แก้งจ้าน - ปี งูใหญ่ 11. แก้งฟุด - ปี สุนัข 6. เฟี่ ยมเจ๋ย - ปี งูเล็ก 12. เฟี่ ยมหอย - ปี หมู 7. เจยี่ยมหืม - ปี ม้า รอบที่ 5 1. เจยี่ยมเจ้ย - ปี หนู 8. ก้วยเหม่ย - ปี แพะ 2. ก้วยช้าว - ปี วัว 9. จาบเซียน - ปี ลิง 3. จาบเยี่ยน - ปี เสือ 10. เหยียดเหยียว - ปีไก่4. เหยียดหมาว - ปี กระต่าย 11. เป้งฟุด - ปี สุนัข 5. เป้งจ้าน - ปี งูใหญ่ 12. เต้งหอย - ปี หมู 6. เต้งเจ๋ย - ปี งูเล็ก รอบที่ 3 1. มู้เจ้ย - ปี หนู 7. มู้หืม - ปี ม้า 2. ก้ีชา้ว - ปี วัว 8. ก้ีเหม่ย - ปี แพะ 3. แก้งเยี่ยน - ปี เสือ 9. แก้งเซียน - ปี ลิง 4. เฟี่ ยมหมาว - ปี กระต่าย 10. เฟี่ ยมเหยียว - ปีไก่
ระบบความเชื่อและศาสนา 64 5. เจยี่ยมจ้าน - ปี งูใหญ่ 11. เจยี่ยมฟุด - ปี สุนัข 6. ก้วยเจ๋ย - ปี งูเล็ก 12. ก้วยหอย - ปี หมู เมื่อนบัครบรอบที่5 และข้ึนรอบที่6 ก็จะมาเริ่มที่รอบที่1 ใหม่การนบั ปีของเมี่ยนน้ีปัจจุบนัคนวยั กลางคนจะนับได้ หากเราถามว่าอายุเท่าไหร่เขาจะบอกได้ทันที เพราะรู้ว่าเกิดในรอบปี ไหน และปี ชื่ออะไร ความเชื่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวันของเมี่ยน ขวัญ เมี่ยนเชื่อว่าในร่างกายของคนเรามีขวัญ (ว่น) อยู่ตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท้งัหมด 12 แห่ง ไดแ้ก่ตา หูปาก คอ แขน หนา้อก ทอ้ง ขา ขา้งหวัดา้นซา้ย ขา้งหวัดา้นขวา เทา้และมือ แต่ขวญั ของเด็กอายตุ่า กวา่12 ขวบ น้นัยงัไม่แน่นอนวา่จะอยกู่บัตวัเด็กตลอดไปหรือไม่จึงเรียกวา่เป้ียง เมื่อขวญั แห่งใดแห่งหน่ึงตกใจหรือออกจากร่างไป จะทา ใหเ้จา้ของร่างกายเจ็บป่วยข้ึน ดงัน้นัการเรียกขวญัของเมี่ยนจึง เป็ นวิธีหนึ่งที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่ วยของเมี่ยนได้ ความเชื่อในเรื่องโชคลางและการท านาย เมี่ยนเชื่อวา่ถา้เจอสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ที่เมี่ยนนบัถือและเชื่อ เช่น มีงูเข้าบ้าน เก้งพลัดหลงเข้ามาในหมู่บ้าน กระรอกกระโดดผ่านหน้า และต้นไม้ล้มขวางทาง นกถ่าย อุจจาระใส่ ฯลฯ จะเป็ นลางที่ไม่ดี หรือลางบอกเหตุล่วงหน้า เมี่ยนเรียกว่า “เป๋ นไก๋ว” ซึ่งอาจจะเป็ นการ กระท าของวิญญาณ หรือผีที่ไม่ดี ถ้าหากเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ น้ีจะตอ้งมีการทา พิธีสะเดาะเคราะห์เพื่อใหส้ิ่งที่ ไม่ดีต่าง ๆ ผ่านพ้นไป และต้องอยู่กรรม หรือ “เก่ “ 3 วนันอกจากน้ีเมี่ยนยงัมีความเชื่อในเรื่องการทา นาย โดยการดูกระดูกไก่ถึงการดา เนินกิจกรรมต่าง ๆ ดว้ยถา้หากผลการทา นายออกมาไม่ดีก็จะงดการทา กิจกรรม น้น ๆั ความเชื่อในเรื่องของวันดี และการหาฤกษ์ยาม ในวิถีชีวิตของเมี่ยน อาจจะพูดได้ว่ากิจกรรมทุกอย่างที่ สา คญัจะตอ้งเกี่ยวขอ้งกบัฤกษย์ามเกือบจะทุกกิจกรรมเพราะเรื่องของพิธีกรรมเป็นสิ่งสา คญัและเป็นเรื่องใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินชีวิตประจ าวัน จะมีการเลือกวันดี วันมงคล ซึ่งถ้าไม่มีการฤกษ์ยาม เมี่ยนจะกล้าท า กิจกรรมที่สา คญัเหล่าน้ีหากไม่เชื่อและทา แลว้จะทา ใหเ้กิดผลเสียตามมาทีหลงัมากมาย เมี่ยนนบัวนัโดยจะมีวนั ท้งัหมด 60 วนัจะหมุนไปเรื่อย ๆ วนัเหล่าน้ีเมี่ยนเรียกวา่ “แก่ง จ๊าบ” การจะหาฤกษ์ยามท าอะไรต้องดู “แก่ง จ๊าบ” เป็ นหลัก
ประเพณีและพิธีกรรม 65 บทที่ 4 ประเพณีและพิธีกรรม ประเพณีและพิธีกรรมที่ส ำคัญ ชาวเมี่ยนเป็ นเผ่าที่มีความร ่ารวยทางวัฒนธรรม และมีการสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่องตลอด ระยะเวลาอันยาวนาน บางส่วนได้ผ่านการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมและสองคล้องกับสภาววิถีการ ด ารงชีวิต อย่างไรก็ตาม ชาวเมี่ยนจะด าเนินชีวิตภายใต้กรอบวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด สมาชิกในสังคมมี ข้อที่พึงปฏิบัติและข้อห้ามในการกระท าอยู่มาก การละเมิดจารีตประเพณี จะเป็ นการน ามาซึ่งความ อัปมงคลและถือเป็ นการกระท าผิดต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ พิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิตที่ส ำคัญ 1. กำรตั้งท้อง เมี่ยนมีความเชื่อวา่ผหู้ญิงหากรู้ตวัวา่ต้งัทอ้ง จะตอ้งมีขอ้ปฏิบตัิดงัน้ี เดือนที่ 1,7 ขวญัของเด็กในทอ้งจะอยทู่ ี่ประตูหา้มคนในครอบครัวร้ือหรือซ่อมแซมหรือทา ประตู ใหม่ เดือนที่ 2,8 ขวัญของเด็กในท้องจะอยู่ที่เตาไฟ หา้มทา เตาไฟใหม่หรือร้ือและซ่อมแซม เดือนที่ 3,9 ขวญัของเด็กในทอ้งจะอยทู่ ี่ครกกระเดื่อง หา้มทา ครกกระเดื่องใหม่หรือร้ือและ ซ่อมแซม เดือนที่ 4,10 ขวัญของเด็กในท้องจะอยู่ที่บริเวณท าพิธี (ทีง) หา้มร้ือหา้มซ่อมแซม เดือนที่ 5 ,11 ขวัญของเด็กในท้องจะอยู่ที่เตียงนอน ห้ามทา เตียงใหม่หรือร้ือและซ่อมแซม หา้ม ปักผ้าหรือเย็บผ้าบนเตียง เดือนที่ 6,12 ขวญัของเด็กในทอ้งจะอยทู่ ี่ตวัแม่เส้ือผา้ที่แม่ใส่แลว้ยงัไม่ไดซ้กัหา้มนา มาเยบ็ พธิีคุ้มครองลูกและแม่ขณะต้ังครรภ์ 1. การท าพิธีแจ้เซด ,จ๋าเจ้ียวแจเ้ซด (ป้องกันการเจ็บป่ วย) 2. การท าพิธีบนบาน เพื่อขอให้ผีบรรพบุรุษช่วยคุ้มครองแม่และลูกให้ปลอดภัย เมื่อผ่านการท าพิธี น้ีแลว้ขอ้หา้มต่าง ๆ ก็ไม่จา เป็นตอ้งปฏิบตัิเคร่งนกั 3. การท าพิธีออนเปี่ ยง (เพื่อป้องกันการแท้งลูก) กำรดูแลแม่และลูกหลังคลอด 1. ท าพิธีสาอุ๋ย (ท าตัวแม่และเด็ก) 2. การทา พิธีทิมเม้ียนคู้ 3. กรณีคลอดในโรงพยาบาล เมื่อมาถึงบ้านห้ามน าเด็กเข้าทางประตูต้องเข้าทางหน้าต่าง
ประเพณีและพิธีกรรม 66 4. กรณีที่ลูกสาวหรือลูกสะใภ้ ที่ยังไม่ได้ท าพิธีแต่งงานแล้วคลอดลูก ต้องสร้างเพิงไว้ข้างนอกบ้าน ให้แม่และลูกพักและท ากินนอกบ้าน (การอยู่เดือน) เมื่อครบ 1 เดือน จึงจะสามารถเข้ามาอยู่ในบ้านได้ หากไม่ปฏิบตัิเช่นน้นัเชื่อวา่จะนา เรื่องเดือดร้อนมาสู่ครอบครัว 5. หลงัคลอดตอ้งนงั่อยขู่า้งเตาไฟ 3วัน 3คืน และตอ้งตม้ยาสมุนไพรอาบเพื่อเป็นการขบัสิ่ง สกปรกออกจากร่างกาย และเป็ นการสมานแผล 6. กรณีคลอดโดยไม่ผา่ตดัห้ามรับประทานอาหารดงัต่อไปน้ี 6.1ผลไม้ทุกอย่าง เพราะถือว่าเป็ นของดิบ 6.2ของดอง, ของเปร้ียว, หน่อไม้ทุกชนิด, ฟักทอง, ฟักเขียว, แตงกวา 6.3อาหารที่ประกอบโดยวิธีการผัด, ทอด, และย่าง 6.4อาหารที่สามารถรับประทานได้ต้องต้มอย่างเดียว 7. ช่วงอยเู่ดือนหา้มอาบน้า เยน็หรือดื่มน้า เยน็ 2. กำรเกิด เมื่อถึงกา หนดคลอด หมอตา แยจะเอาผา้คาดเอวมามดักบัขื่อเพื่อให้หญิงที่จะคลอดจบัผา้น้นั ไวจ้ะมี คนช่วยพยุงหลัง 1คน หมอตา แยจะรอใหเ้ด็กออกมาท้งัตวัแลว้จะดึงรกมาวดัใหย้าวจากสะดือลงมาถึงหวัเข่า ทารก แล้วเอาด้ายมามัดที่รกใกล้ ๆ กับสะดือ ใช้เปลือกไม้ไผ่ตัดรก เมื่อรกของเด็กแห้งแล้วหลุดออกมาให้ น ามาใส่กล่องหรือกระบอกไม้ไผ่น ามาเก็บไว้บนที่นอน อุจจาระแรกของทารกต้องเอามาห่อเก็บเอาไว้ หลงัจากน้นัหมอผีจะเลือกเอาวนัดีทา พิธีต้งัชื่อ(ทิมเม้ียนค) ู้ ภายใน 10 วัน และพิธีบอกผีบ้าน ผีเรือนวา่มีคนมาเกิด โดยเขียนชื่อลงในกระดาษและเผากระดาษน้นัหลงัการคลอดจะตอ้งฆ่าหมูเล้ียงผีถา้ ยงัไม่มีพิธีเล้ียงผีจะหา้มคนอื่นเขา้บา้นเด็ดขาด โดยจะมีเครื่องหมายเฉลวปักไวห้นา้บา้นเป็นเครื่องหมาย ห้ามเข้า เด็กแรกเกิดจนมีอายุ 12 ปีจะถือวา่เป็นวยัเด็ก ขวญัของเด็กเป็นแค่เป้ียง ถือเป็นขวญัที่ไม่ได้ ผูกพันกับผีมากนัก เมื่อเด็กชายพ้นอายุ 12 ปี และเด็กหญิง อายุ 14 ปี จึงถือว่าพ้นวัยเด็ก จะต้องท าพิธี "ชวด เป้ียง เลี่ยม" เมื่อผา่นพิธีน้ีแลว้จะถือวา่เป็นวยัหนุ่มสาว ขวัญของเด็ก (เป้ียง) จะถูกยกให้ผีของ ตระกูลรักษาและมีขวญัของผใู้หญ่เรียกวา่เวิ่น แทน 3. พธิีสู่ขวัญ เมื่อเกิดการเจ็บป่ วย หรือได้รับอันตรายขวัญจะหนีออกจากร่างกาย จะต้องท าพิธีเรียกขวัญ ถ้า เรียกขวัญเด็ก 1 - 12 ขวบ จะใชไ้ก่และไข่ไก่อยา่งละ 1 กระดาษเงินและเหล้า เป็ นเครื่องเซ่น โดยจัด ไวบ้นโต๊ะหนา้หิ้งผีหมอผีจะทา พิธีท่องคาถา และเผากระดาษเงินใหผ้ีและขอให้รักษาเด็กคนน้นัการ เรียกขวญัผใู้หญ่จะทา คลา้ยกนัแต่ใชห้มูเป็นเครื่องเซ่นแทนไก่และไข่ไก่
ประเพณีและพิธีกรรม 67 4. พิธีบวช 4.1 พิธีบวช (กว๋ำตัง) ค าว่า "กว๋าตัง" ในภาษาเมี่ยนมีความหมายว่าแขวนตะเกียง ซึ่งน่าจะหมายความว่าเป็ นการท าบุญ เพื่อใหเ้กิดความสวา่งข้ึน และเมี่ยนเองก็ถือวา่ผทู้ี่ผา่นพิธีน้ีแลว้จะมีตะเกียง 3 ดวง พิธีน้ีไดร้ับอิทธิพลมา จากลทัธิเต๋า เป็นพิธีที่ทา เฉพาะในผชู้ายเท่าน้นัถือเป็นการสร้างบุญบารมีให้ตนเอง ท าบุญอุทิศให้บรรพ บุรุษและเป็ นการสืบตระกูล ไม่มีหลกัฐานปรากฏแน่ชดัว่า พิธีกรรมน้ีมีประวตัิความเป็นมาอยา่งไร มีเพียงแต่คา บอกเล่าจาก การสันนิษฐานของผูอ้าวุโสว่า พิธีกว๋าตงัน้ีมีมานานมาก คงจะเป็น ฟ่ามชิงฮู่ง เป็นผูบ้ญัญิติใหช้าวเมี่ยนท า พิธีน้ีเมื่อประมาณ 2361 ปีมาแลว้เพราะฟ่ามชิงฮู่ง เป็นผสู้ร้างท้งัโลกของผีและโลกของคน ฟ่ามชิงฮู่ง จึงไดบ้อกใหท้า กว๋าตงัเพื่อช่วยคนดีที่เมื่อเขาตายไปแลว้วจะไดข้้ึนสวรรคห์รือไปอยกู่บับรรพบุรุษของ ตนเอง จะได้ไม่ตกลงไปในนรกหรือที่ที่ล าบาก และมีเรื่องเล่าที่กล่าวกนัถึงพิธีกว๋าตงัที่เก่าแก่ที่สุด คือ เมื่อพวกฟ่ ามชิง ซึ่งประกอบด้วย เล่งสี่ เล่งปู๊ โต้ต๊ะ จะท าพิธีกว๋าตัง จึงได้ไปขอยืมบ้านของมังกร ซึ่ง ใหญ่และสวยงามมาก และบอกว่าเมื่อเสร็จพิธีก็จะเอามาคืน มังกรอยากจะปฏิเสธ แต่กลับพูดว่าถ้ามีปัญญา น าบ้านไปได้ก็เอาไปเลย และฟ่ ามชิง ก็สามารถยกบ้านของมังกรไปได้ ด้วยความผิดคาดหมายมังกรถึงกับ ตะลึงอา้ปากคา้ง จึงตอ้งเสียบา้นใหแ้ก่ฟ่ามชิงไปเมื่อเสร็จพิธีแลว้ฟ่ามชิงไดน้า บา้นน้ีไปไวบ้นสวรรค์ ดงัน้นัจึงอาจถือไดว้า่เป็นการทา กว๋าตงัคร้ังแรกบนโลก พิธีกว๋าตงัน้ีไดส้ืบทอดจากบรรพบุรุษมาเป็นเวลาชา้นานหลายร้อยปีมาแลว้พิธีน้ีเป็นพิธีบวชพิธี แรก ซ่ึงจะทา ใหก้บัผชู้ายเมี่ยนโดยไม่จา กดัอายแุต่ข้ึนอยกู่บัความพร้อม ในประเพณีของเมี่ยน โดยเฉพาะ ผชู้ายถา้จะเป็นคนที่สมบูรณ์จะตอ้งผา่นพิธีบวชก่อน พิธีกว๋าตัง หมายถึงพิธีแขวนตะเกียง 3 ดวง เป็ นพิธีที่ส าคัญมาก เพราะถือเป็ นการสืบตระกูล และเป็นการทา บุญใหบ้รรพบุรุษดว้ย ในการประกอบพิธีกว๋าตงัน้ีจะตอ้งนา ภาพเทพเจา้ท้งัหมดมาแขวน เพื่อเป็นสักขีพยานวา่บุคคลเหล่าน้ีไดท้า บุญแลว้และจะไดข้้ึนสวรรคเ์มื่อเสียชีวิตไป จุดสา คญัของพิธีน้ีคือ การถ่ายทอดอา นาจบารมีของอาจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรม ซ่ึงในขณะที่กา ลงัทา พิธีน้ีจะมีฐานะเป็น อาจารย์(ไซเตี๋ย) ของผูเ้ขา้ร่วมพิธีอีกฐานะหน่ึง และผผู้า่นพิธีนี่จะตอ้งเรียกผทู้ี่ถ่ายทอดบุญบารมีน้ีวา่ อาจารย์ตลอดไป ผู้ที่เป็ นอาจารย์ไม่จ าเป็ นต้องเป็ นผู้ประกอบพิธีกรรมเสมอไป แต่ต้องผ่านการท าพิธี กว๋า ตัง หรือโต่วไซ เมื่อผา่นพิธีน้ีแลว้จะทา ให้เขาเป็นผชู้ายที่สมบูรณ์เขาจะไดร้ับชื่อใหม่ชื่อน้ีจะไปปรากฏรวมอยู่ กับท าเนียบวิญญาณของบรรพบุรุษของเขา ซึ่งจะเป็ นการสืบต่อตระกูลมิให้หมดไป เมื่อเขาเสียชีวิตเขาจะ สามารถไปอยู่กับบรรพบุรุษที่ ย่าง เจียว ต่ง และอาจจะหลงไปอยู่ในที่ต ่าซึ่งเป็ นที่ที่ไม่ดีหรือในนรกก็ได้ พอเวลาลูกหลานทา บุญส่งไปใหก้ ็ไม่ไดร้ับ เพราะไม่มีชื่อ นอกจากน้ีผผู้า่นพิธีกว๋าตงัยงัจะไดร้ับตา แหน่ง
ประเพณีและพิธีกรรม 68 ศกัดินาช้นัต่า สุดของโลกผีจะไดรับบริวารทหารผี ้ 36 และทา ใหภ้รรยามีเพิ่มเป็น 24 ดงัน้นัผชู้ายเมี่ย นทุกคนจะตอ้งเขา้พิธีกว๋าตงัจะใชเ้วลาในการทา พิธีท้งัหมด 3 วนัเป็นพิธีถวายตวัแก่เทพเจา้เต๋า เพื่อ วิญญาณของเขาจะได้ไปอยู่ร่วมกับบรรพชน และมีเทพ (ฮู่ง อนิ) มาดูแลปกปักรักษาเมื่อสิ้นชีวิตลง และ จะทา ใหเ้ขาเป็นผใู้หญ่เตม็ตวัมีศกัด์ิและสิทธิที่จะเขา้ร่วมพิธีต่าง ๆ ของเผา่ ไดทุ้กพิธีช่วงที่ทา พิธีน้ีผเู้ขา้พิธี จะตอ้งกินเจ และถือพรหมจรรย์เช่น ไม่ทานอาหารประเภทเน้ือ น้า มนัหมูไม่ยงุ่เกี่ยวเรื่องเพศ ตาม ประเพณีแล้วผู้ชายเมี่ยนทุกคนจะต้องเข้าพิธีกว๋าตัง ซึ่งจะท าในช่วงอายุประมาณ 15 ถึง 20 ปี อาจจะน้อย หรือมากกวา่น้ีก็ได้และไมว่า่จะยงัมีชีวิตหรือเสียชีวิตไปแลว้ก็เขา้พิธีได้เช่น ในรุ่นของเขา เขาอาจจะไม่ มีปัจจัยเพียงพอในการประกอบพิธีพอมาถึงรุ่นลูก ซึ่งสามารถจะท าพิธีได้ ก็จะต้องเชิญวิญญาณมาเข้าพิธี ด้วย การผ่านพิธี กว๋าตงัยงัทา ใหเ้ขาสามารถประกอบพิธีกรรมหลายอยา่งไดด้ว้ยตวัเองรวมท้งัการทา กิจการงานอื่นก็จะ ได้รับความเชื่อถือ ถ้าชายที่แต่งงานแล้วเวลาท าพิธีบวช ภรรยาจะเข้าร่วมพิธีด้วย โดยจะอยู่ด้านหลังของสามี เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทา พิธีค่อนขา้งสูง ดงัน้นันิยมทา พร้อม ๆ กนัหลาย ๆ คนเพื่อประหยดัค่าใชจ้่าย แต่คนที่ทา น้นัตอ้งเป็นญาติกนัหรือนบัถือบรรพบุรุษเดียวกนั (จ่วงเมี้ยน) หลงัจากผ่านพิธีน้ีแลว้ผทู้า พิธี จะได้รับชื่อผู้ใหญ่ และชื่อที่ใช้เวลาท าพิธีด้วยเรียกว่า “ฝะ บั๋ว” ส่วนพิธีทา บุญแขวนตะเกียงในระดบัสูงข้ึนไปเรียกวา่ "โต่วไซ" ผทู้ี่ผา่นพิธีน้ีจะมีตะเกียงท้งัหมด 12 ดวง พิธีโต่วไซน้ีจะใชอ้าจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรมอยา่งนอ้ย 12 คน และตอ้งมีภาพเทพเจา้ท้งัหมด 12 ชุด ใชเ้วลาประกอบพิธีท้งัหมด 7 วัน สำมำรถแบ่งกำรบวชออกเป็ น 3 ระดับ คือ -กว๋าฟามทอยตัง เป็ นการบวชซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต ่าที่สุด ใช้เวลาในการประกอบพิธีกรรม 3 วัน 3 คืน -กว๋าเชี่ยดฟิ งตัง เป็ นการบวชที่ถือว่าอยู่ในระดับกลาง มีพิธี 7 วัน 7 คืน - โต่วไซ หรือ กว๋าต้าล่อตัง ถือว่าเป็ นการบวชใหญ่ที่สุด ใช้เวลาในการประกอบพิธี 7 วัน 7 คืน กำรบวชทั้ง 3 ระดับนี้มีทั้งกำรบวชแบบเดี่ยวและแบบควบได้แก่ 1. การบวชกว๋าฟามทอยตัง เพียงอย่างเดียว 2. การบวงชกว๋าเชี่ยดฟิ งตัง หรือกว๋าเชียดฟิ นโต่ว ที่รวมกับการบวชกว๋าฟามทอยตัง 3. การกว๋าต้าล่อตังที่รวมกับการบวชกว๋าฟามทอยตัง
ประเพณีและพิธีกรรม 69 ในการเขา้พิธีบวชน้ีในหมู่บา้นเครือญาติจะมีการตรวจสอบหลกัฐานของแต่ละคนจาก "นิ่นแซง เป้น" (บันทึกวันเดือนปี เกิดหรือสูติบัตร) "เอ้โต้ว" ( การปฏิบัติสืบต่อกันมา) และ "จาฟิ นตาน" ( บันทึก รายชื่อของบรรพบุรุษ) ที่แต่ละคนถือครองอยู่ กำรเตรียมงำน สิ่งของหรือเครื่องใชท้ ี่สา คญั ในพิธีไดแ้ก่ 1. เครื่องแต่งกายประจา เผา่ของผหู้ญิง ซ่ึงตอ้งเป็นชุดที่ตดัเยบ็ข้ึนใหม่ 2. ผ้าดิบสีขาว (เจ้ียง ซิน เดีย) ลักษณะเป็ นรูปสี่เหลี่ยมประจ าตัวผู้เข้าพิธี มีขนาดประมาณ 18 x 20 นิ้ว 3. เกา้อ้ี(กว๋าตัง ตน) สา หรับผเู้ขา้พิธีนงั่ตอนทา พิธีกว๋าตงัซ่ึงจะใชไ้มต้ดัมาใหม่ทา เป็นรูปอกัษร พิมพ์ใหญ่ตัว I แลว้แต่งดว้ยกระดาษสีต่าง ๆ เช่น สีแดง ชมพูเหลือง เขียว น้า เงิน ฯลฯ ที่ตดัเป็น ลวดลายที่สวยงาม ลวดลายที่นิยม คือ ลาย บ่อ ฮอย เปี่ ยง หรือ ดอกทานตะวัน 4. เสาที่วางตะเกียง (เจ้ียม จ่าง เด้ียว) ท าจากต้นกล้วย โดยตัดล าต้นของต้นกล้วยให้สูง พอประมาณ 140 เซนติเมตร แล้วหาล ากล้วยอีกต้นตัดเป็ นท่อนยาวประมาณ 15 เซนติเมตร 2 ท่อน ใช้ ไมเ้สียบใหต้ิดกบัดา้นขา้งของตน้ สูงท้งัสองขา้งใหเ้ป็นแขนยนื่ออกมา มีลกัษณะดงัน้ี ด้านบนที่วางตะเกียงต้องใช้มีดคว้านให้มีขนาดวางตะเกียงได้พอดี 5. กระดาษส าหรับผี จะมี 2 แบบ คือ เจ้ยก๋อง และ เจ้ยหม่า เจ้ยก๋อง ท าโดยตัดกระดาษสาเป็ น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 4 x 9 นิ้ว แลว้ใชเ้หลก็ที่เป็นแม่พิมพร์ูปเงินลกัณะ เรียกวา่จุเจย้ ตอกบนกระดาษจนเป็ นรอย เรียงเป็ นแถวประมาณ 6 แถว เจ้ย หม่า จะใช้แม่พิมพ์ไม้ขนาด 2 x 8 นิ้ว ที่ แกะสลกัเป็นรูปมา้ถ่างถุงเงินและมีคนนงั่บนหลงัมา้เรียกว่า หม่า เพ๊ย ทาด้วยหมึกด า ซึ่งท ามาจากการเผา ฟางแลว้ผสมน้า แลว้กดพิมพล์งลนกระดาษสาที่ตดัขนาด 7 x 9 นิ้ว ที่ไดใ้ชจุ้เจย้ตอกบนกระดาษน้นั ไว้ แล้ว 6 แถว เมื่อหมึกแห้ง ก็น ามาม้วนหลวม ๆ มัดด้วยเชือกฟางเล็ก ๆ ซึ่งมัดหนึ่งจะมี ม่าเพ๊ย วางซ้อน สลับกับเจ้ยก๋อง ทีละแผ่น อย่างละ 4 แผ่น คิดเป็ น 120 หน่วยของเงินผีและจะต้องท าเท่าไหร่ หมอผีจะ เป็ นผู้ก าหนดเอง 6. บุหรี่และเหลา้บุหรี่จะซ้ือเตรียมเอาไวเ้พื่อใชเ้ชิญแขกมาช่วยงาน ส่วนเหลา้มกัจะตม้เอง โดย หมักจากข้าวโพดหรือข้าวฟ่ าง มีรสชาดดีและเปอร์เซนต์แอลกอฮอลล์สูง 7. ห่อเกลือ ส าหรับเชิญอาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมและพ่อครู ท าโดยตัดใบตองขนาดพอเหมาะ เช็ดให้สะอาดใส่เกลือประมาณ 2 ชอ้น ห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม คาดดว้ยกระดาษสีขาว แลว้มดัซ้า ดว้ยดา้ยสีดา 8. ถุงข้าว (ซิเจียน) ส าหรับบูชาครู ท าโดยใช้ผ้าดิบสีขาวตัดเป็ นรูปสี่เหลี่ยมเกือบจตุรัสใส่ข้าวสาร ประมาณ 400 กรัม และใส่เหรียญเงินแท้แล้วรวบผูกด้วยเชือก
ประเพณีและพิธีกรรม 70 9. เรือ และหุ่นผีร้าย (ฌู่ง เม้ียน) เรือท าจากใบไม้ที่มีลักษณะรียาว เช่น ใบข้าวโพด น ามาสาน เป็ นรูปเรือ ส่วนหุ่นผีร้าย ใช้ฟางข้าวมามัดเป็นรูปคน 10. ตะเกียง แต่เดิมจะใช้ถ้วยชาแบบถ้วยใหญ่ ใส่ข้าวสานลงไปประมาณ 3/4 ของถ้วย ใช้ด้วย ควนั่เป็นเกลียว ปักลงในขา้วสาร แลว้เทน้า มนังาลงไป ในปัจจุบนั ใชเ้ทียนขาวปักลงในขา้วสารแทน 11. อาหาร สา หรับเซ่นไหว้และสา หรับเล้ียงแขก ไดแ้ก่หมูไก่ขา้วสวย เหลา้ชา ขนมยวั่ เฌียง เป็ นขนมที่ท าจากข้าวเหนียวผสมงาด า ห่อด้วยใบตอง แล้วน าไปนึ่ง ส าหรับอุปกรณ์ของหมอผีส่วนใหญ่เป็ นของที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่รวบรวมเตรียมพร้อมเพื่อใช้ได้เลย ไดแ้ก่ 1. ภาพเทพเจ้า (ตม้ตอ้ง เม้ียน) ถือเสมือนเป็นเส้ือของเทพ เวลาอัญเชิญมาในพิธีก็จะมาสถิตย์ใน ภาพน้ีเลย 2. จ๋าว มีลกัษณะเป็นชิ้นไม้2 อัน ประกอบกัน ใช้ส าหรับเสี่ยงทาย เพื่อที่จะทราบว่าผียอมรับ หรือพอใจในเครื่องเซ่นหรือไม่ 3. มีดหมอ (กิ๋ม) มีลกัษณะเป็นมีดส้ันที่ปลายดา้มมีดจะมีเหรียญร้อยเป็นพวงติดอยใู่ชส้า หรับขับไล่ สิ่งชวั่ร้ายและนา มาในสิ่งทีดี 4. ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ (ชิ่งก๋วน) ท าจากไม้ ลักษณะเรียวยาว ปลายแหลมมีโลหะติดอยู่ 5. เขาควาย (จอง) ใช้ส าหรับเป่ าเชิญเทพแห่งดวงอาทิตย์ (หยุด ต๋าย ฮู่ง) 6. หนังสือท าพิธี ซึ่งต้องใช้หลายเล่ม เช่น คอยต้านโซ หนังสือที่บนัทึกคา สวดสา หรับเล้ียงผี และ จ้าฟิ นตาน หนังสือบันทึกชื่อของบรรพบุรุษที่จะเชิญมาร่วมพิธี เป็ นต้น 7. ตราประทับ ท าจากไม้แกะสลักตัวอักษรจีน และกระดาษ, หมึกด า, พู่กันจีน ใช้เขียนสารแจ้ง เทพแห่งดวงอาทิตย์ 8. กระถางธูป ท าจากกระบอกไม้ไผ่ 9. หงะเก๊น เป็นไม้ไผ่ที่ผ่าเป็ นแผ่นบางขนาด 1 x 12 นิ้ว 10. ชุดส าหรับท าพิธีของอาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรม ประกอบด้วย หมวก ซึ่งเป็ นหมวกสีด าทรง กลมต้งัข้ึน ดา้นบนเยบ็ติดกนั ประดบัดว้ยไหมพรมสีแดง ดา้นบนจะแคบกวา่ดา้นล่าง, เส้ือ(ลุ่ย กว๋า) เป็ น เส้ือไม่มีแขน ผา่อก ไม่มีปกคอเส้ือ ตวัเส้ือยาวต่า กวา่สะโพก ใชส้วมทบัเส้ือช้นั ใน มีลวดลายสีสันฉูดฉาด, ตุ้ง จุ้น มีลักษณะเป็ นผ้าสี่เหลี่ยมคางหมู คล้ายกับกระโปรงสตรีที่ไม่เย็บติดกัน ยาวจากเอวถึงข้อเท้า ใช้ สวมทับกางเกง, ผา ฮุง้เป็นผา้สีแดง ใชค้าดเอวทบัเส้ือ, ผา จุ้น เป็นผา้สามเหลี่ยมหนา้จวั่ดา้นหนา้ผา้ ใชผ้า้ทอมือสีดา ปักลายและตรงปลายของส่วนน้ีมีพู่ไหมพรมสีแดงประดบัพองาม, เส้นตอ้ต๋าย น้ี ใช้ ผกูมดัหมวกหมอผีและผาจุน้ โดยปล่อยใหป้ลายท้งัสองขา้งหอ้ยลงมาดา้นหลงั, และ สะ แงะ เป็ นภาพ เทพยดาเหมือนหน้ากากใช้สวมติดบนศรีษะทับหมวก อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมจะแต่งกายอย่างไร
ประเพณีและพิธีกรรม 71 ข้ึนอยกู่บัพิธีกรรมของแต่ละข้นัตอน 11. เสื่อและเชือกปอ 12. กระดิ่ง 13. เครื่องดนตรี ที่ใช้ในงานมีเพียง 3 ชนิดเท่าน้นัคือ กลอง (โฌย๋), ฆ้อง (ล่อ), และฉาบ (ฉาว เจ้ย 4.2 พิธีโต่วไซ (พิธีบวชใหญ่) พิธีน้ีเป็นพิธีที่ต่อเนื่องมาจาก พิธีกว๋าตงัจะใช้เวลาท้งัหมด 7 วัน 7 คืน และสลับซับซ้อนกว่า พิธีแรกมากจะต้องประกอบพิธีโดยอาจารย์ที่ผ่านพิธีบวชใหญ่ มา 1คน น าพิธี ระหว่างที่อยู่ในพิธี ผู้เข้าพิธี จะต้องกินเจ และถือพรหมจรรย์ และจะต้องไต่บันไดดาบ ซึ่งเป็ นบันไดไม้ โดยมีอาจารย์น าการประกอบ พิธีหน้าขบวน ระหว่างที่ผู้ชายเข้าพิธีโต่วไซ ภรรยา จะแต่งกายอย่างดีที่สุดมาร่วมพิธี ร่วมท าบุญกับสามี ด้วย หลังจากเสร็จพิธีแล้ว ผู้ท าพิธีจะได้รับชื่อที่สูงกว่าพิธีกว๋าตัง เรียกว่า “ร่อง บั๋ว” 4.3 พิธี จำ เฌะ (เพิ่มยศศักดิ์) โดยทวั่ๆ ไป จะไม่มีการ ทา พิธีกรรม แต่คนที่เคยผา่นพิธีกว๋าตงัและโต่วไซ มาแลว้จะไปสู่การ เพิ่มยศศกัด์ิโดยปริยายต่อเมื่อบุตรชายหรือนอ้งชายของผทู้ี่เคยผา่นพิธีกรรมท้งัสองอยา่งมาแลว้กรณี น้องชายสุดท้องถึงแม้จะผ่าการโต่วไซมาแล้ว ถ้าหากว่าไม่มีบุตรชายก็ถือวา่ ไม่ได้ร่อง บวั๋ หมายเหตุเรื่องของการเพิ่มยศศกัด์ิน้นัหมายถึงยศเทียบเท่าเทพเจา้สามดาว(ฟ่ ามชิง) 5. กำรแต่งงำน 5.1กำรเลือกคู่ครอง เมี่ยนเมื่อเริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาว อายปุระมาณ 15 ปีข้ึนไป ก็เริ่มที่จะหาคู่ครอง ในการเลือก คู่ครองน้นั ฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายไปหาฝ่ายหญิง เมื่อท้งัสองฝ่ายมีความรักต่อกนั ฝ่ายชายก็จะไปบอกใหพ้ ่อแม่ หรือญาติของตัวเองมาติดต่อสู่ขอตามประเพณีต่อไป 5.2กำรสู่ขอ การสู่ขอมี 3 ข้นัตอน คือ ข้นัตอนที่1 (โท้นิ่น แซง) พ่อแม่ฝ่ ายชายต้องไปหาพ่อแม่ของฝ่ ายหญิง และขอทราบวัน เดือน ปี เกิดของสาว ถ้าเขายอมบอก ก็แสดงวา่เขายอมยกให้เมื่อทราบวนัเดือน ปีเกิดของฝ่ายหญิงแลว้หลงัจากน้นัก็จะนา เอาวนัเดือน ปี เกิดของหนุ่มสาวคู่น้นั ไปให้ผชู้า นาญเรื่องการผกูดวง ผกูดวงใหว้า่ท้งัคู่มีดวงสมพงศก์นัหรือไม่ถา้ดวงไม่
ประเพณีและพิธีกรรม 72 สมพงศ์กัน ทางฝ่ายชายก็จะไม่มาสู่ขอพร้อมกับแจ้งเหตุผลให้บิดามารดาของฝ่ ายหญิงทราบ เมื่อดูแล้ว ถ้า ดวงสมพงศก์นัสามารถแต่งงานกนัได้ก็จะไปสู่การสู่ขอ การหม้นัและการแต่งงานต่อไป ข้นัตอนที่2 (เฌี่ย ติ่ง) เมื่อดูแล้วดวงสมพงศ์กัน พ่อแม่ฝ่ ายชายจะน าเอาก าไลซึ่งเป็ นเครื่องเงินหรือทอง ข้อมือ 1 คู่ไปวาง จองหรือหม้นัไวก้่อน ซ่ึงในวนัเดินทางไปน้ีสา คญัมาก เพราะมีขอ้หา้ม ความเชื่อในการเดินทางหลาย อยา่ง เช่น ขณะเดินไประหวา่งทางตอ้งไม่พบสิ่งที่ส่อไปในทางที่ไม่ดีไม่มีโชค ตามความเชื่อน้นั ไดแ้ก่คน กา ลงัจะปลดฟืนลงพ้ืน สัตวป์่าวิ่งผา่นหนา้ (เก้ง,งู,เม่น) ไมก้า ลงัลม้คนลม้เป็นตน้แต่ถา้ไม่พบสิ่งเหล่าน้ี ระหว่างทางก็สามารถเดินทางไปบ้านฝ่ ายผู้หญิงได้ และหากบังเอิญไปถึงบ้านฝ่ ายหญิงแล้วพบผู้หญิงก าลัง กวาดบา้นหรือพบคนที่กา ลงัเจาะรางไมแ้ละเตรียมตวัอาบน้า อยู่พ่อแม่ทางฝ่ายชายก็จะเลิกล้มความคิดที่จะ สู่ขอเช่นกนัเพราะถือวา่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ข้นัตอนที่3 เมื่อพ่อแม่ฝ่ ายชายเดินทางไปถึงบ้านของฝ่ ายหญิงได้โดยไม่พบอุปสรรคใด ๆ พ่อแม่ฝ่ ายชายจะน า ไก่ไป 3 ตวัคือไก่ตวัผู้2 ตวั ไก่ตวัเมีย 1 ตวัพอไปถึงบา้นฝ่ายผหู้ญิงแลว้จะฆ่าไก่ตวัผู้1 ตัว เพื่อสู่ขอ (คอย จยุ่ย ไจ ) และทา อาหารร่วมรับประทานกนัก่อน ซ่ึงยงัไม่ใช่การทา พิธีเมื่อมาพร้อมกนัแลว้พ่อแม่ ฝ่ายผหู้ญิงจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่จะตกลงกนั ในตอนน้นัสา หรับไก่ 2 ตัว หลังจากฆ่าแล้วจะน ามา เซ่นไหวบ้รรพบุรุษของตระกูลท้งัสองฝ่าย เพื่อเป็นการแจง้ใหบ้รรพบุรุษของท้งัสองฝ่ายใหร้ับรู้ในการหม้นั และจะต้องน าเอาเงินแท่ง (ฮาง) 2 แท่ง หรือไม่ต ่ากว่า 1 แท่ง (ฮาง) หรือบางคร้ังอาจจะใชธ้นบตัรก็ไดต้าม ฐานะ พร้อมกนัน้นัฝ่ายชายก็จะมอบ ดา้ย ผา้ทอ หรืออุปกรณ์ในการปักชุดแต่งงานไวใ้ชส้า หรับงานพิธี แต่งงานให้กับฝ่ ายหญิง เพื่อใช้ปักชุดแต่งงาน กำรเตรียมตัวของเจ้ำสำว เจา้สาวตอ้งเยบ็ ปักชุดแต่งงานให้เสร็จ จากอุปกรณ์การเยบ็ที่ฝ่ายชายไดจ้ดัหาใหใ้นตอนวนัหม้นั เจ้าสาวจะไม่ไปท างานในไร่ จะอยู่บ้านท างานบ้านและปักผ้า ประมาณ 1 ปี กำรเตรียมตัวของฝ่ ำยเจ้ำบ่ำว 1. ตอ้งเตรียมอาหารที่จะใชเ้ล้ียงแขกและทา พิธีกรรม เช่น หมูไก่ 2. เตรียมเหล้า ข้าวสาร ฟื น 3. เตรียมข้าวของเครื่องใช้ เช่น ถ้วย ชาม ตะเกียบ แก้ว 4. จัดหาคนฆ่าหมูไก่ (ต้องเป็ นผู้ชาย) 5. จัดเตรียมคนส าหรับท าอาหาร (ส่วนมากจะเป็ นผู้หญิง)
ประเพณีและพิธีกรรม 73 6. จัดเตรียมเครื่องดนตรี 7. จัดเตรียมบุคคลที่จะเป็ นผู้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ฯลฯ พิธีแต่งงำนของเมี่ยนจะมี 2อย่ำง คือ 1.พิธีแต่งงำนใหญ่(โต้ม ชิ่ง จำ ) พิธีน้ีเป็นพิธีใหญ่ซ่ึงจะตอ้งใชค้่าใชจ้่ายสูง คนที่จดัพิธีใหญ่น้ีส่วนมากจะมีฐานะดีจะใชเ้วลาใน การท าพิธี 3 วัน 3 คืน ซ่ึงจะตอ้งใชเ้วลาเตรียมการดนัเป็นปีเช่น เตรียมเล้ียงหมูเล้ียงไก่ ไวใ้หพ้อกบั การเล้ียงแขก วันแรก ฝ่ ายเจ้าบ่าวจะจัดคนไปรับคนของฝ่ ายเจ้าสาวโดยจะมีดนตรีบรรเลงประกอบไปด้วย ฝ่ าย เจา้บ่าวจะจดัเตรียมสถานที่ตอ้นรับ โดยการจดัมา้นงั่เป็นวงกลมไว้เมื่อขบวนของเจา้สาวมาถึงยงัไม่ใหน้งั่ ใหย้นือยกู่ลางวงกลมก่อน โดยจะมีเพื่อนเจา้สาว (เบี่ยน ญ่าง) ยืนล้อมรอบเจ้าสาวไว้ และขบวนของ เจา้สาวน้นัจะมีคนหน่ึงที่จูงเจา้สาว ซ่ึงจะตอ้งเป็นนอ้งสาวของเจา้สาว โดยจะถือปลายผา้เช็ดหนา้ไว้ ส่วน คนหนึ่งจะท าหน้าที่แบกสัมภาระของเจ้าสาว (แขะ ล่อง) ที่จะต้องน ามาใช้ที่บ้านเจ้าบ่าว ซึ่งจะเป็ น น้องชายของเจ้าสาว อีกคนจะมีหน้าที่กางร่มให้กับเจ้าสาว และเพื่อนเจ้าสาวทุกคนจะแต่งตัวกันอย่าง สวยงาม เมื่อขบวนแห่เจา้สาวมาถึงฝ่ายตอ้นรับรวมท้งัคนเล่นดนตรีจะแห่งสอดแทรกไปรอบเจา้สาวและจะ ท าความเคารพโดยการค านับ 3 คร้ัง ฝ่ายเจา้สาวก็จะโคง้คา นบัตอบ 3 คร้ัง เช่นเดียวกนัจะคา นบัท้งัหมด 4 รอบ จึงหยดุย้งัระหวา่งน้ีฝ่ายตอ้นรับจะนา เอาน้า ชา เหลา้บุหรี่มาบริการให้กบัแขกเสร็จแลว้ก็จะ แยกกันไปพักผ่อนตามที่พักที่ได้จัดไว้ ส่วนเจ้าสาวยังไม่ได้เข้าไปในบ้านของเจ้าบ่าวโดยฝ่ ายเจ้าบ่าวจะท า เพิงพกัใหเ้จา้สาวพกัรอสา หรับเพิงพกัน้นันิยมสร้างห่างจากบ้านเจ้าบ่าวประมาณ 20 เมตร จนกว่าจะถึงวันดี หรือฤกษ์ที่ได้ก าหนดเอาไว้ วันที่สอง เจา้สาวตอ้งตื่นนอนแต่เชา้เพื่อเตรียมตวัเขา้บา้นเจา้บ่ายและทา พิธีตามข้นัตอน การเขา้มา น้นัจะเขา้มาทางประตูที่ 3 หรือประตูใหญ่ (ต้มแก้ง) วันที่สำม จะเป็นการกินเล้ียง ฉลองอย่างเดียวไม่มีพิธีกรรมอะไรมาก นอกจากการบรรเลงดนตรี เป่าปี่ตีกลอง ใหง้านสนุกสนานรื่นเริง กลางคืนเจา้บ่าวเจา้สาวก็จะออกมายกน้า ชาให้กบัแขกที่มาร่วมงาน 2.พิธีแต่งงำนเล็ก พิธีต่าง ๆ จะเป็นการกินเล้ียง ฉลองอยา่งเดียว ไม่มีพิธีกรรมอะไรมาก จะใช้เวลาการท าพิธีวัน เดียว โดยเฉพาะเจา้สาวไม่ตอ้งสวมที่คลุมหวัที่มีน้า หนกัมาก และพิธีเลก็น้ีไม่ตอ้งสิ้นเปลืองค่าใชจ้่ายมาก จุดส าคัญของการแต่งงานของเมี่ยนคือ การที่เจ้าบ่าวตกลงตามสัญญาจ่ายค่าตัวเจ้าสาวให้กับพ่อแม่ ของเจ้าสาว เพื่อเป็ นการทดแทนที่ได้เล้ียงดูเจา้สาวมา และฝ่ายเจา้บ่ายจะตอ้งบอกใหว้ิญญาณบรรพบุรุษ
ประเพณีและพิธีกรรม 74 ของตนเองยอมรับ และช่วยคุ้มครองเจ้าสาว ประการสุดท้ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องดื่มเหล้าที่ท าพิธีแล้ว ร่วมแก้วเดียวกัน การแต่งงานของเมี่ยนน้นัจะตอ้งทา ตามประเพณีทุกข้นัตอ้นอยา่งพิถีพิถนัและเป็นไปใน ลกัษณะที่ใหเ้กียรติซ่ึงกนัและกนัท้งัสองฝ่าย 6. พิธีงำนศพ แบ่งออกเป็ น 4 ประเภท เมื่อมีการตายเกิดข้ึน สิ่งแรกที่ทา คือ ยงิปืนข้ึน 3 นัด เพื่อเป็ นการส่งวิญญาณของผู้ตาย และเป็ น การแจ้งให้ผู้อื่นทราบ ในกรณีของศพผู้อาวุโส ชาวบ้านทุกคนจะหยุดท างานในไร่ และจะส่งผู้ช่วยจัดงาน บ้านละ 1 คนมาช่วยงาน อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมจะเป็ นผู้ประกอบพิธีและหาวันดีที่จะประกอบพิธีฝังหรือเผา ส าหรับที่ ที่จะฝังจะเลือกโดยการเสี่ยงทายของอาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรม เมื่อฝังกระดูกหือฝังศพแล้ว จะท าพิธีเซ่น ไหว้กระดูก 3 คร้ัง แต่ละคร้ังห่างกนั 1 ปี วิญญาณของผู้ตายก็จะบริสุทธิ์ สามารถอัญเชิญไปสิงสถิตที่ หิ้งบูชาในบา้นได้ ส าหรับศพของเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี ศพของผู้ชายที่ไม่ได้ผ่านการบวช หรือศพของผู้ที่ตาย จากสาเหตุผิดปกติ ไม่จ าเป็ นต้องพิถีพิถันในการเลือกที่ฝังมากนัก แต่มกัจะฝังมากกวา่เผา นอกจากน้ีแลว้ การทา พิธีในงานศพของชาวเมี่ยน ความสา คญัของพิธีกรรมหรือข้นัตอนแต่ละข้นัตอนจะแตกต่างกนัท้งัน้ี ข้ึนอยกู่บัสถานภาพของผตู้ายดว้ยเช่น 1. เด็กที่ยังไม่ชวดเปี้ยงเลี่ยมและผู้หญิง (เป้ียงเลี่ยม หมายถึง เด็กเลก็เหมือนดอกไมก้า ลังเป็ น ดอกไม้) เมื่อมีเด็กหรือผหู้ญิงตาย หลงัอาบน้า ศพแลว้พ่อแม่จะมีการหมายไว้เมื่อเกิดมาจะมีปานแดงหรือ ปานดา สามารถลงผีดูไดว้่าชาติก่อนเป็นลูกของเราหรือไม่การประกอบพิธีจะใชอ้าจารยผ์ ปู้ระกอบ พิธีกรรม (น้อย) ในการท าพิธี จะมีการเสียงจ้าฟิน ช่วยส่งวิญญาณไป โต้ย่วนต่ง (สวนดอกไม้) อยู่สวน ดอกไมดู้แลดอกไม้ถา้ดูแลจนดอกบาน วิญญาณก็จะไดไ้ปเกิดใหม่วิญญาณยงัไม่เป็นเม้ียน จะอยทู่ ี่สวน ดอกไม้เพื่อรอเกิดสามารถมาเกิดใหม่กับพ่อแม่เดิมได้ 2. เด็กที่ชวดเปี่ ยงเลี่ยมแล้วและคนที่ผ่ำนพิธีกว๋ำตัง (บวชเล็ก) (เด็กที่อายุ 12 -15 ปีข้ึนไป) เมื่อมีคนตายจะมีการยิงปื น และเตรียมหาอาจาย์ผู้ประกอบพิธีกรรมเพื่อท าพิธี คนที่อยู่ที่บ้านก็ จะช่วยอาบน้า ศพ ช่วงอาบน้า ศพตอ้งระวงัไม่ใหเ้หงื่อหยดลงไปในตวัผตู้ายเพราะถือวา่ขวญัจะไปกบัผตู้าย จะมีการเอาเส้ือผา้ชุดใหม่สวมใส่ให้กับผู้ตาย มีการเอาเหรียญใส่ไว้ในปากเพื่อให้ชาติหน้าเกิดมาเป็ นคนที่ พูดแต่ความจริง พูดสิ่งที่ดีการทา พิธีจะใชอ้าจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรมใหญ่ 1 คน อาจารย์ผู้ประกอบ พิธีกรรมข้นัตน้ 1 คน จะมีการท าพิธีท าบุญ (โจ๋วซิน) ให้ และมีการน าภาพเทพเจ้ามาแขวนประกอบการท า พิธี อาจารย์ผู้ประกอบ าพิธีกรรม (ใหญ่) จะเป็ นคนท าพิธีส่งวิญญาณ ถ้าในกรณีที่ฐานะยากจนไม่สามารถ
ประเพณีและพิธีกรรม 75 ท าพิธีโจ๋วซินได้ จะเชิญวิญญาณบรรพบุรุษ กับฝูงม่องไซช่วยส่ง เมื่อเผาเสร็จเก็บกระดูกฝังไว้ หากปี ไหน สามารถหาเงินทองและท าพิธีโจ๋วซินได้ค่อยท าก็ได้ 3. คนที่ผ่ำนกำรโต่วไซ เมื่อมีคนตาย ถ้าเป็ นบิดามารดา ลูกหลานต้องเอาผ้าขาวเป็ นเส้นมาคาดไว้บนศรีษะเพื่อเป็ น สัญลักษณ์ ในการประกอบพิธีต้องใช้อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรม โต้มไซ (ใหญ่ ) 2 คน และอาจารย์ผู้ ประกอบพิธีกรรม ไซตอน (เล็ก) 1 คน อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรมใหญ่จะเป็ นฝูงม่องไซ ส าหรับส่ง วิญญาณคนตาย อาจารยผ์ ปู้ระกอบพิธีกรรมเลก็จะเป็น จิ่วแป่งไซและซูงแปงไซ (จิ่วแปงไซ เชิญวิญญาณ และเครื่องใช้กององค์รักษ์ของผู้ตาย ซูงแปงไซ ท าหน้าที่พิธีการ แนะน าการประกอบพิธีต่างๆ) ท าหน้าที่ เช็คองค์รักษ์ของผู้ตายว่ากลับมาครบหรือไม่ถึงแมจ้ะตายไปองครักษเ์หล่าน้ีก็ตอ้งทา หนา้ที่ดูแลวิญญาณ ของคนตาย เพื่อให้กลับมาเป็ นผีบรรพบุรุษและคอยช่วยเหลือไม่ให้ผีอื่นมารบกวน เพื่อให้ลูกหลานได้บูชา ในการท าพิธีส่งวิญญาณคนตายต้องเอาไม้ไผ่มา 1 กิ่ง เอาผา้ขาว พาดเป็นสะพานจากหลงัคาบา้นลงมา จนถึงโลงเชื่อใหเ้ป็นสะพานใหแ้ก่วิญญาณในการข้ึนไปสู่สวรรค์ ประเพณีที่ส ำคัญ 1. วันขึ้นปี ใหม่ (เจี๋ย เซียง เหฮียง) พิธีฉลองปีใหม่ของเมี่ยน จะทา มีเป็นประจา ทุก ๆ ปีหลงัจากที่ปีเก่าไดผ้า่นพน้ไปแลว้เช่นเดียวกบั ชนกลุ่มอื่นทวั่ๆ ไป แต่เนื่องจากเผา่เมี่ยนใชว้ิธีการนบัวนัเดือน ปีแบบจีน ดงัน้นัการฉลองปีใหม่จึง เริ่มพร้อม ๆ กบัคนจีน ซ่ึงเรียกในวนัน้ีกนัวา่ “วันตรุษจีน” ภาษาเมี่ยนเรียกว่า “เจี๋ย ฮยั๋ง” ก่อนที่จะถึงพิธี เจี๋ย ฮยั๋ง น้ีชาวบา้นแต่ละครัวเรือนจะตอ้งเตรียมสิ่งของเครื่องใชท้ ี่จา เป็น ท้งั ของใชส้ ่วนตวัและในครัวเรือนใหเ้รียบร้อยก่อน เพราะเมื่อถึงวนัข้ึนปีใหม่แลว้จะมีกฏขอ้หา้มหลายอยา่งที่ เผ่าเมี่ยนยึดถือและไม่ปฏิบัติกัน สิ่งที่จะตอ้งเตรียมก่อนถึงวนัข้ึนปีใหม่คือ 1. อาหารสัตว์เช่น หยวกกลว้ย หญา้ สา หรับเล้ียงหมูเล้ียงววัฯลฯ เมี่ยนเชื่อว่าถ้าไปหาอาหาร สัตวใ์นวนัข้ึนปีใหม่น้ีเมื่อถึงเวลาทา ไร่จะมีวชัพืชข้ึนมากทา ใหไ้ดผ้ลผลิตไม่ดีหรือไม่พอกิน 2. ฟืน สา หรับหุงตม้เมี่ยนเชื่อวา่ถา้ไปตดัฟืนในวนัข้ึนปีใหม่จะทา ใหใ้นบา้นมีตวับุง้มาก 3. ขนม (ฌั้ว) ส าหรับไหว้บรรพบุรุษ และใช้กินในวันปี ใหม่ ขนมที่ท ามี ข้าวปุก (ฌั้ว จซง) , ฌั้ว เจี๊ยะ, ฌั้ว จฉิว ขนมน้ีจะเริ่มทา ในวนัสิ้นปีเก่า (วันที่ 30)
ประเพณีและพิธีกรรม 76 4. เน้ือสัตว์ส่วนมากจะฆ่ากนัวนัที่30 ซ่ึงเป็นวนัสุดทา้ยของปีเก่า มีท้งัหมูและไก่เมื่อถึงวนัข้ึน ปี ใหม่ เมี่ยนจะไม่ฆ่าสัตว์เพราะเชื่อว่าถ้าฆ่าสัตวใ์นวนัข้ึนปีใหม่น้ีแลว้จะทา ใหก้ารเล้ียงสัตวไ์ม่ดีจะทา ให้ เกิดโรคต่าง ๆ แก่สัตว์ 5. ไข่ยอ้มสีแดง สา หรับยอ้มใหเ้ด็ก และญาติพี่นอ้งที่มาเที่ยวในวนัข้ึนปีใหม่ซ่ึงถือเป็นสิริมงคล และสิ่งที่ดี 6. ของใชส้ ่วนตวัเช่นเส้ือผา้, เครื่องประดับ ฯลฯ จะตอ้งเตรียมใหพ้ร้อมก่อนวนั ปีใหม่เพราะ ในวนัข้ึนปีใหม่เมี่ยนจะห้ามใชเ้งิน ถา้ใชเ้งินในวนัน้ีเชื่อวา่เวลามีเงินแลว้จะเก็บไวไ้ม่อยู่ตอ้งจบัจ่าย ออกไป จะยากจนและไม่สามารถหาเงินทองได้ 7. ประทดั ใชจุ้ดเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เป็นการแสดงความยนิดีที่ปีเก่าไดผ้า่น พ้นไปด้วยดีและต้อนรับปี ใหม่ที่ก าลังจะมาถึง วนัข้ึนปีใหม่น้ีญาติพี่นอ้งของแต่ละครอบครัว ซ่ึงแต่งงานแยกครอบครัวออกไปอยทู่ ี่อื่น ก็จะพา กันกลับมาเยี่ยมพ่อ แม่ และญาติพี่น้องของตนเอง ซึ่งเป็ นการพบปะสังสรรค์และท าพิธีบวงสรวงบรรพ บุรุษร่วมกัน พิธีเซ่นไหว้หรือบวงสรวงบรรพบุรุษ “เสียงเมี้ยน” น้ีจะเริ่มวนัที่ 30 ซึ่งถือเป็ นวันส่งท้าย ปีเก่าและตอ้นรับปีใหม่ที่กา ลงัจะมาถึง เป็นการแสดงความขอบคุณแก่ผีบรรพบุรุษที่ไดคุ้ม้ครองดูแลเราใน รอบปี ที่ผ่านมาด้วยดี หรือบางครอบครัวที่มีการบนบานเอาไว้ก็จะมาทา พิธีแกบ้นและเซ่นไหวก้นั ในวนัน้ี วันที่ 1 เป็นวนัข้ึนปีใหม่แต่ละครอบครัวจะตื่นต้งัแต่เชา้ตรู่ ประมาณ 3-4 นาฬิกา ตื่นข้ึนมาก็จะ จุดประทัดหรือยิงปื นเพื่อเป็ นสิริมงคลและเฉลิมฉลองปี ใหม่ และท าพิธี “ป๋ ำย ฮหยัง” เป็ นพิธีเซ่นไหว้ต่อ บรรพบุรุษ เป็ นความหมายวา่ ปีเก่าไดผ้า่นพน้ไปแลว้ สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ก็ขอใหห้มดหรือผา่นไปเสีย เริ่มปี ใหม่แลว้ขอใหม้ีแต่สิ่งที่ดีการดา รงชีวิตสะดวกราบรื่นไม่มีปัญหาอุปสรรค การทา มาหากินใหไ้ดผ้ลผลิตดี พอเพียงกบับริโภค ไม่เป็นโรค หรือมีแมลงต่าง ๆ มารบกวนพืชไร่พิธีน้ีแลว้แต่ ๆ ละครอบครัวว่าจะท า หรือไม่บางครอบครัวก็ไม่ทา บางครอบครัวก็ทา บางทีก็ทา หมดท้งัหมู่บา้นซ่ึงจะมีการทา เวียนกนัไปจนครบ ทุกบา้นบางคร้ังก็มีการทา เป็นสายตระกูลหรือเครือญาติของใครของมนัโดยจะไปทา พิธีที่บา้นเดียวที่บา้น ของญาติอาวุโสที่เป็ นเครือญาติเดียวกันและเป็ นหลักในด้านพิธีกรรมหรือผู้น าด้านพิธีกรรมของแต่ละสาย ตระกูล ซ่ึงจะมีหิ้งบูชาบรรพบุรุษแตกต่างออกไปจากคนอื่นคือหิ้งบูชาจะมีลกัษณะเป็นศาลเจา้ “เมี้ยน เตี้ย หลง” ส่วนคนอื่นทวั่ๆ ไปจะมีหิ้งบูชาธรรมดาที่เรียกกนัวา่ “เมี้ยน ป้ำย” เมื่อท าพิธี “ป๋ ำย ฮหยัง” เสร็จแล้ว พ่อ แม่ ก็จะน าเอาไข่ไปต้มให้สุกแล้วน าไปย้อมสีแดงและ น าไปถักเป็ นเปลาะเชือกคล้องไว้ที่คอ เพื่อความสวยงามแล้วแจกให้ลูก ๆ หรือญาติพี่น้องที่มาร่วมงานด้วย ต่อจากน้นัก็จะทา อาหารรับประทาน มีการสังสรรคก์นัตามประสาญาติพี่นอ้งและเพื่อนฝงูร่วมกนั ในวันน้ีจะมีขอ้หา้มหลายอยา่งที่เผา่เมี่ยนยดึถือและไม่ปฏิบตัิกนัคือ
ประเพณีและพิธีกรรม 77 1.ไม่ใช้เงิน 2. ไม่ฆ่าสัตว์ 3. ไม่ท าไร่ 4. ไม่เก็บฟื นและหาอาหารสัตว์ 5. ไม่กินอาหารประเภทผกัมีความเชื่อวา่ถา้ทา ไร่ในพ้ืนที่จะหญา้ข้ึนรกมาก 6. เลือกใช้ฟื นที่มีลักษณะกลมสวยงาม เพราะเชื่อว่าถ้ามีลูกหลานจะได้สวยงาม 2. วันกรรม เมี่ยนจะถือวันกรรมต่ำง ๆ ดังนี้ วนักรรม คือ วนัทีถูกกา หนดข้ึนตามความเชื่อของคนรุ่นก่อนหรือบรรพบุรุษ ซ่ึงมีการยดึถือและ ปฏิบัติกันต่อ ๆ มาเมี่ยนเรียกว่า “กิ่ง” วนักรรมจะเริ่มตน้ต้งัแต่วนัข้ึนปีใหม่เป็นตน้ ไป วนักรรมน้ีเมี่ยนจะ หยุดงานหรือไม่ทา กิจกรรมบางสิ่งบางอยา่ง ซ่ึงสอดคลอ้งกบักิจกรรมน้นัๆ การนบัวนัเดือนปีที่เมี่ยนใชน้้ี จะเหมือนของจีน ซ่ึงจะแตกต่างกบัของไทยหรือของสากลทวั่ ไป เดือนแรกของเมี่ยนน้นัจะเริ่มในวนัข้ึนปี ใหม่ ซึ่งจะตรงกับวันตรุษจีน (ราวเดือนมกราคมหรือเดือนกุมภาพันธ์ของไทย) 2.1 วันกรรมเสือนอน (กิ่ง ดะ ม่าว ป๋วย) เป็ นวันกรรมที่เสือนอนหลับคนไม่ควรท าเสียงดัง รบกวน เพราะเชื่อวา่ผลเสียหายต่อสัตวเ์ล้ียงและทรัพยส์ิน จะมีการขอใหผ้ีท้งัมวลตลอดจนวิญญาณบรรพ บุรุษช่วยดูแลเสือ ไม่ให้มารบกวนชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน 2.2 วันกรรมเสือเดิน (กิ่ง ดะ ม่าว ยา่ง เจา้) เป็ นวันถัดมาจากวันกรรมเสือนอน เพื่อขอให้ผี บันดาลให้เสือเดินทางไปหากินที่อื่น 2.3 วันกรรมมีด (กิ่ง หย) ุ เป็ นวันกรรมที่หยุดงานในไร่นา เพื่อให้มีความปลอดภัยจากมีดและ ขวาน 2.4 วันกรรมพายุ (กิ่ง จย๋าว) เป็ นวันกรรมที่ต้องอยู่กรรม เพื่อให้ลมพายุไม่พัดท าลายชีวิต และ ทรัพย์สิน ตรงกับวันที่ 20เดือน 1ของเมี่ยน ทุกปี 2.5 วันกรรมนก (กิ่ง เหนาะ) เป็ นวันกรรมที่ต้องอยู่กรรม เพื่อไม่ให้นกมาท าลายพืชผลต่าง ๆ ที่ ปลูกไว้ ตรงกับวันที่ 1เดือน 2ของเมี่ยนทุกปี 2.6 วันกรรมหนู (กิ่ง หนาว) เป็ นวันกรรมที่ต้องอยู่กรรม เพื่อไม่ให้หนูเข้ามาท าลายข้าวและพืชที่ ปลูกไว้ ตรงกับวันที่ 2เดือน 2ของเมี่ยนทุกปี 2.7 วันกรรมงู (กิ่ง นาง) เป็ นวันกรรมที่อยู่กรรม เพื่อไม่ให้งูต่าง ๆ เข้าบ้าน และไม่ให้งูกัดเวลา เดินทางในป่ า ตรงกับวันที่5เดือน 5ของเมี่ยนทุกปี 2.8วันกรรมตัวหนอน (กิ่ง แกง้ ปะ เย) เป็ นวันที่ต้องอยู่กรรมเพื่อไม่ให้หนอนต่าง ๆ มารบกวน 2.9 วันกรรมฟ้า (กิ่ง บะ อง) ถือว่าเป็ นวันเกิดของเทพฟ้าผ่า เย้าจะไม่ไปไร่ หรือ ต าข้าว ตรงกับ วันที่ 1เดือน 3ของเมี่ยนทุกปี
ประเพณีและพิธีกรรม 78 2.10 วันกรรมน้า หลาก (กิ่ง โหล่) เป็นวนักรรมที่ตอ้งอยกู่รรม เพื่อไม่ใหน้ ้า ไหลเขา้มาทา ความ เสียหายแก่ชีวิต ทรัพยส์ิน และพืชไร่ 2.11วันกรรมเช็งเม้ง (กิ่ง เฉ็ง เม่ง) เป็นวนัเล้ียงวิญญาณบรรพบุรุษ 2.12 วันกรรมชุ่นปุน (กิ่ง ชุ่น ปุน) เป็ นวันกรรมเพื่อรับฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง เพื่อให้ฝนตกต้อง ตามฤดูกาล ซึ่งจะท าให้การเพาะปลูกได้ผลดี 2.13 วันกรรมเลี่ยวห่า (กิ่ง เลี่ยว ห่า) เป็ นวันผลัดเปลี่ยนฤดูกาลตามแบบจีน บางหมู่บ้านเชื่อว่า ระหว่างอยู่กรม ห้ามผู้ชายนอนหลับในตอนกลางวัน เพราะถ้าหลับขวัญของเขาจะหายไป และจะไปอยู่ที่ ประเทศที่มีแต่ผหู้ญิงที่เมี่ยนเรียกวา่เยยี่ว เยยี่น ก้วัะ 2.14 วนักรรมป้ัวชุน (กิ่ง ป้ัว ชุน) เป็นวนัที่มีการเล้ียงผีบรรพบุรุษและผีอื่น ๆ ให้ช่วยดูแลรักษา และช่วยไล่สัตว์ป่ าไม่ให้มารบกวนผลิตผลทางการเกษตร 2.15 วันกรรมเลียบเชียว (กิ่ง เหลียบ เชียว) เป็ นวันกรรมที่มีการเซ่นผีป่ าโดยท าเครื่องเซ่นที่มี รูปร่างคล้ายธง และท าให้เป็ นรูปคล้ายเหรียญเงิน เหรียญทอง เพื่อให้ผีช่วยดูแลพืชผลต่าง ๆ ในไร่ 2.16 วนักรรมขา้วต้งัทอ้ง (กี่ง กู๋ โด๋ง จยด) เป็นวนัที่ตอ้งอยกู่รรมเพื่อใหข้า้วต้งท้อง ออกรวง ั ตามปกติไม่ลีบฝ่ อ 2.17 วันกรรมเจียบ หือม (กิ่ง เจียบ หือม) เป็นวนัที่ตอ้งอยกู่รรมเพื่อไม่ใหบ้รรดาผีท้งัปวง รวมท้งัผีที่ถูกกกัขงัโดยเวทยม์นตไ์ดอ้อกมาท่องเที่ยวอยา่งอิสระเป็นวนัที่ผีเป็นใหญ่ในรอบปี 2.18 วนักรรมเม้ียน ปุ๋ย บวัะ (กิ่ง เม้ียน ปุ๋ย บวัะ) เป็ นวันกรรมที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อน ารูปผี ใหญ่ ซึ่งถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดออกมาฝึ่ งลม ซึ่งเย้ากล่าวว่าเป็ นการเปิ ดหูเปิ ดตาผีใหญ่ 2.19 พิธี เจี๋ย ชุ่น ย่าง เป็ นวันกรรมส าหรับการเปลี่ยนฤดูกาล มาสู่ฤดูหนาว บางหมู่บ้านกล่าวว่า พิธีน้ีมีข้ึนเพื่อ ไม่ใหฝ้นตกลงมาทา ความเสียหายแก่ตน้ฝิ่นที่ปลูกไว้ 3. เจี๋ย เจียบ เฝย (วันสำร์ทจีน) “เชียดหล๋ำเจียบเฝย” ซึ่งตรงกับวันที่ 14,15 เดือน 7 ของจีน วนัเชี๊ยดหล๋าเจียบเฝยของเมี่ยนน้ีจะมี 2 วันคือ วันที่ 14 หรือที่เรียกว่า “เจียบเฝย” และวันที่ 15 เรียกว่า “เจียบหืม” ก่อนถึงวนัเชียดหล๋าเจียบเฝย 1 วัน คือวันที่ 13 หรือที่เรียกกันว่า “เจียบฟาม” ชาวบ้านจะเตรียม ของใช้ส าหรับการท าพิธี เช่น กระดาษเงินกระดาษทอง เป็ นต้น และจะหาฟื นมาเก็บไว้มาก ๆ เพราะว่าใน วนัที่ทา พิธีน้ีหา้มไปทา ไร่และเก็บฟื น ส่วนคนที่ไปนอนค้างในไร่ก็จะทยอยกันเดินทางกลับมาบ้านใน วนัน้ีนอกจากน้ียงัมีการทา ขนมที่เรียกวา่ “ฌั้ว เจี๊ยะ”ฌั้ว กวย, เจียบ เฝย ฌั้ว วันที่ 14 หรือเจียบเฝย น้ีเชื่อกนัวา่เป็นวนัของคน ชาวบา้นจะไม่ไปไร่เขา้ป่าล่าสัตว์ไม่ทา งานใด ๆ เช่น ต าข้าว หาฟืน เป็นตน้วนัน้ีก็จะมีการเซ่นไหวบ้รรพบุรุษตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ เพราะเป็น วนัที่เทพเจา้เทพยดา วิญญาณบรรพบุรุษ เฉลิมฉลองคร้ังยงิ่ใหญ่มีการทา บุญ มีการอภยัโทษแก่ดวงวิญญาณ
ประเพณีและพิธีกรรม 79 ต่างๆ ให้เป็ นอิสระ ลูกหลานจะต้องท าพิธีบวงสรวงเผากระดาษ เช่น กระดาษทอง (เจ้ยก๋อง)ส่งไปให้ วิญญาณบรรพบุรุษได้ใช้จ่าย ในวันที่ 15วิญญาณบรรพบุรุษจะได้คุ้มครองดูแลลูกหลาน วันที่ 15 หรือ “เชียดหล๋ำเจียบหืม” หรือเรียกอีกอย่างว่า “เมี้ยน ป้ำย เหย์” เชื่อกันว่าเป็ นวันของผี จะมีการปลดปล่อยผีทุกตัวตนเพื่อให้มารับทานที่ผู้คนท าพิธีให้ วนัน้ีชาวบา้นจะอยกู่บับา้นไม่ใหอ้อกไป ไหน หา้มคนเขา้ออกหมู่บา้น หา้มเด็ดใบไมใ้บตอง ท้งัสิ้น เพราะเชื่อวา่ผีใชใ้บไมใ้บตองเหล่าน้ีห่อของ กลับไปเมืองผี จะมีค าพูดว่า “ใบไม้ 1ใบ เป็ นที่อยู่อาศัยของผี 1 ตัว” วันที่ 16ก็เริ่มไปปฏิบตัิงานตามปกติเพราะเชื่อวา่ผีที่ถูกปล่อยมาน้นัถูกเรียกกลบัไปหมดแลว้ 4. พธิีซิบตะปูงเมีย้น เป็นวนัที่ชุมชนในหมู่บา้นร่วมกนัจดัข้ึน เพื่อเซ่นไหวผ้ีบา้นผีเมือง มีท้งัผีที่ดีและผีที่ร้าย ซ่ึงตอ้ง แบ่งแยกเครื่องเซ่น และสถานที่ ปกติมักท ากันเพียงปี ละ 1 คร้ัง โดยสถานที่ประกอบพิธีกรรมจะท าในป่ า ที่ชุมชนได้คัดเลือกสถานที่มีความเหมาะสมไว้ส่วนมากนิยมใช้สถานที่บริเวณที่มีป่ าไม้อุดมสมบูรณ์และ เป็นพ้ืนที่หวงหา้มผคู้นเขาัไปตดัไมเ้ด็ดขาด เพราะเป็นสถานที่ศกัด์ิสิทธ์ิถา้หากฝ่าฝืนจะเป็นภยัพิบตัแก่ ผู้กระท าได้ ควำมเชื่อของกำรเจ็บป่ วย แบ่งออกเป็ น 4 ประเภท 1. เกดิจำกกำรกระท ำของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชำติเช่น การละเมิดสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิซ่ึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.1 สิ่งศักด์ิสิทธ์ิที่อยู่ในบ้ำน ซึ่งหมายถึงวิญญาณบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เกิดความไม่พอใจ เนื่องจากลูกหลานไม่เคารพหรือไม่เซ่นไหวอ้ยา่งสม่า เสมอ และสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิที่อยใู่นบา้นอีกอยา่งคือ รูป เทพ (จู้โจง คือวิญญาณบรรพบุรุษ) (ฟ่ ามชีง คือเทพสามดาว) ต้องท าพิธีเซ่นไหว้และให้ความเคารพอย่าง สม่า เสมอมิฉะน้นัเทพจะไม่คุม้ครองดูแลสมาชิกในครอบครัว โกรธและลงโทษสมาชิกในครอบครัวทา ให้ เจ็บป่ วย หรือมีอันตรายที่เกิดจากการกระท าของผีร้ายภายนอกได้ 1.2 สิ่งศักด์ิสิทธ์ิที่อยู่ภำยนอกบ้ำน เช่น เจ้าที่ เจ้าป่ า เจ้าเขา (เต่ยเจ้ียวเม้ียน) ผีน้า (จยา้งเม้ียน) รวมถึงความเชื่อในการน าของต้องห้ามมาสร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัยด้วย หรือการน าไม้ที่สร้างยุ้งฉางแล้วมา เป็ นส่วนประกอบของตัวบ้าน เชื่อว่าจะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความเดือดร้อน ท าให้เจ็บป่ วย หรือมีเคราะห์ ร้าย 2. เกดิจำกกำรที่ขวัญไม่อยู่หรือออกจำกร่ำงกำย เมี่ยนเชื่อวา่แต่ละคนน้นัจะมีดวง (ฟี ง) และขวัญ (ว่น) ประจ าตัวอยู่ ซึ่งจะช่วยคุ้มครองและ น าทางในการด าเนินชีวิตให้ราบรื่น ถ้าขวัญออกไปจากร่างกาย จะท าให้ไม่สบาย การที่ขวัญออกไปจาก ร่างกายเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดงัน้ี
ประเพณีและพิธีกรรม 80 2.1 เกิดจำกกำรที่เรำละเมิดกฏเกณฑ์ควำมเชื่อ เช่น เมี่ยนจะห้ามไม่ให้ดูเวลาที่สัตว์ผสมพันธุ์กัน เพราะเชื่อว่าถ้าดูขวัญหรือวิญญาณของเราจะเขา้ไปปฏิสนธิอยใู่นครรภข์องสัตวน์ ้นัเรียกวา่ “ฝาวทอย” ซึ่ง จะทา ใหไ้ม่สบาย และถา้สตัวน์ ้นัคลอดลูกออกมาแลว้ก็จะทา ใหว้ิญญาณของเราดบัสลายและตวัเราก็จะถึง แก่ความตาย ซ่ึงจะมีวิธีการรักษาโรคน้ีโดยการทา ใหค้รรภข์องสัตวน์ ้นัแทง้ไปเพื่อขวญัของเราจะได้กลับ เข้าสู่ร่างกายเหมือนเดิม มีหลายวิธี เช่น “ปั๊วทอย” ท าโดยการใช้สมุนไพรชนิดเหนึ่งเรียกว่า “ตงั่โช” ้จุด ไฟแลว้จ้ีตรงใบหูกลางหลงัและนิ้วเทา้รวมท้งัหมด 7 จุด พร้อมกับการท่องคาถาไปด้วย ถ้ายังไม่หายก็จะ ทา พิธีที่สูงกวา่ข้ึนไปอีกข้นัหน่ึง เรียกว่า “พิธีบวั่ทอย” โดยใชด้ินกบัเส้นผมผปู้่วยไปหมกในกองข้ีเถา้หรือ ใชไ้ข่พนัดว้ยดา้ยสีแดง ถา้เป็นชายใชพ้นัดว้ยดา้ยขาว ถา้เป็นผหู้ญิงใชด้า้ยแดง แลว้นา ไปหมกข้ีเถา้ร้อน ๆ จนไข่ระเบิดแตกออกมา หมายถึงวา่ครรภข์องสัตวน์ ้นัแทง้แลว้และขวญัจะกลบัมาอยกู่บัตวัผปู้่วย พิธีน้ี ส่วนใหญ่ท ากับเด็ก วิธีรักษาอีกอย่างคือ “จชางทอย” โดยนา เอาเส้ือผา้ของผปู้่วย หรือใชด้ินผสมกบัเส้น ผมผู้ป่ วยไปนึ่ง เพื่อให้ครรภ์แท้งและขวัญกลับออกมาสู่ร่างกายตามเดิม 2.2 เกิดจำกวิญญำณร้ำยจับขวัญไป เนื่องจากต้องการขอส่วนบุญ หรือของเซ่นไหว้ เช่น ผีตาย โหง (ชู่งเม้ียน) ผีต้นไทร (เยยี่นฟิวเม้ียน) ผีเร่ร่อน ฯลฯ โดยเฉพาะคนที่ขวัญอ่อน ซึ่งจะท าให้ไม่สบาย ต้องท าพิธีเซ่นต่อผีร้ายแล้วให้ขวัญของผู้ป่ วยกลับคืนเข้าสู่ร่างกายเหมือนเดิม 2.3 เกดิจำกอำกำรตกใจสุดขีด (จุเฮ้ย) อาจจะเกิดได้หลายกรณี เช่น ฟ้าผ่า เจอสัตว์ป่ าที่ดุร้าย ฯลฯ ซ่ึงมีท้งัเด็กและผใู้หญ่ถา้เกิดในเด็กจะใชว้ิธีการรักษาเรียกวา่ “เซียวกีง” โดยใชค้าถาซ่ึงมีท้งัชายและ หญิง และถ้าเป็ นผู้ใหญ่การรักษาเรียกว่า “เซียวเฮ้ย” ซึ่งจะท าพิธีโดยอาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรม หรือซิบ เม้ียนเมี่ยนที่เป็นผชู้ายเท่าน้นั 3. เกดิจำกกำรดูแลสุขภำพและควำมผิดปกติของร่ำงกำย โดยปกติถ้าเราปฏิบัติตามค าสอน หรือดูแลตัวเองอย่างสม ่าเสมอและถูกวิธีก็จะไม่เกิดความเจ็บป่ วย ถ้าเกิดความบกพร่อง หรือรักษาสุขภาพไม่ดีก็จะเป็ นสาเหตุท าให้เจ็บป่ วยได้ สาเหตุที่เกิดจากการดูแล สุขภาพและความผิดปกติของร่างกายพอจะแยกออกไดด้งัน้ี 3.1กำรรักษำดูแลรักษำสุขภำพ โรคบางอย่างเกิดจาการที่เรารักษาสุขภาพไม่ดี เช่น เด็กที่คลอดออกมาต้องได้รับความอบอุ่น แต่ ถ้าพ่อแม่ลืม เช่น กลางคืนไม่ได้ห่มผ้าให้เด็ก เมื่อเด็กถูกความเย็นมาก ๆ (แฆ้ง) ก็จะท าให้สุขภาพอ่อนแอ ไม่แข็งแรงเป็ นโรคประจ าตัวไป หรือเวลาที่คลอดลูกแล้วอยู่ไฟ ถ้าปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องก็จะมีผลต่อสุขภาพ ของแม่ เช่น ผลต่อมดลูก ผลต่อระบบไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย เป็ นต้น หรือการกินอาหารที่ ต้องห้ามส าหรับคนที่เจ็บป่ วยบางโรค เป็ นต้น 3.2ร่ำงกำยขำดควำมสมดุล
ประเพณีและพิธีกรรม 81 เกิดจาการที่ร่างกายท างานหนักจนเกินไป แล้วพักผ่อนไม่เพียงพอ (จุซา) ซึ่งจะท าให้ร่างกาย อ่อนเพลีย ไม่แข็งแรง กินอาหารไม่อร่อย หน้ามืดคล้ายจะเป็ นลม หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่งจะมี วิธีการรักษาด้วยการดึงผิวหนังและกล้ามเน้ือตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เรียกวา่ “นิบซา” เช่น หัวไหล่ คอ หลัง ฯลฯ เพื่อขับไล่ลมและเลือดที่ไม่ดีออกไปจากร่างกาย หรือดื่มยาสมุนไพร เช่น ก าจีงเมย ใช้รักษา อาการปวดเมื่อย ชาตามร่างกายกลา้มเน้ือ เป็นตน้ 3.3เกิดจำกเชื้อโรค เนื่องจากการรับประทานอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือโรคติดต่อ ทวั่ ไป เช่น หวดั โรคผิวหนงัฯลฯ ซ่ึงโรคส่วนใหญ่สามารถวิเคราะห์หาสาเหตุและทา การักษาได้ ส่วน ใหญ่จะใช้ยาสมุนไพร เช่น “จูจ้ายแกง” ใช้รักษาโรคผิวหนัง ผดผื่น อาการแพ้ และลมพิษ “อินบ้วั” ใช้ รักษาอาการปวดทอ้ง เป็นบิด หรือการเป็นโรคไขห้วดัหายใจไม่ออกก็จะใชว้ิธีเป่าควนัฝิ่นเขา้ไปอบโดยให้ ผปู้่วยเอาผา้คลุมร่างกายท้งัหมดไว้เป็นตน้ 4. เกดิจำกอุบัติเหตุ เป็ นอีกสาเหตุหนึ่งที่ท าให้ร่างกายไม่สบายอันเนื่องมาจากความประมาท หรือเหตุการณ์ที่ เกิดข้ึนโดยไม่คาดฝัน เช่น ตกตน้ ไมก้ระดูกหกัมีดบาด ตน้ ไมล้ม้ทบัหกลม้ขาแพลง ฯลฯ ก็จะมีวิธีการ รักษาโดยใช้ยาสมุนไพร และคาถาควบคู่กัน เช่นรักษาโรคกระดูกซึ่งค่อนข้างจะเห็นผลและเป็ นที่นิยมกัน ทวั่ ไปมากกวา่การใชว้ิธีการรักษาแบบแพทยแผนใหม่ ์ ประเภทของหมอพื้นบ้ำน 1. กลุ่มที่รักษาทางกาย ใช้การบีบนวด จับเส้น (นิบซา) ไล่ลม (ทุยจย๋าว) 2. กลุ่มที่เชี่ยวชาญและชา นาญดา้นการรักษาทางจิตวิญญาณ ไดแ้ก่คนทรง หมอคาถา และ อาจารย์ผู้ประกอบพิธีกรรม 3. หมอสมุนไพร “เดียไซ” ช านาญด้านพฤกษศาสตร์ และการใช้สมุนไพรในการรักษาผู้ป่ วย หมอ สมุนไพรจะมีสองประเภท คือ 3.1 ประเภทที่ถ่ายทอดตามสายตระกูล เช่น จากยา่สู่แม่จากแม่สู่หลาน เป็นตน้ ในส่วนน้ี มีการถ่ายทอดวิชาโดยไม่ตอ้งทา พิธีเพียงแต่ผถู้่ายทอดจะใหพ้รแก่ลูกหลานที่จะเป็นผสู้ืบทอด เพื่อที่วา่เวลา ไปเก็บยาสมุนไพรแล้วจะมีความศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า “เจย๋ง” 3.2 ประเภทที่ไปขอเรียนมา (เปี๊ ยด) โดยไปศึกษาจากหมอยาที่มีชื่อเสียงโดยผู้ขอเรียนต้อง เตรียมวสัดุอุปกรณ์สา หรับการประกอบพิธีกรรมดว้ย คือ ไก่ 1 ตัว สิเจียน (จ านวนเงินที่ใส่ไม่แน่นอน ข้ึนอยกู่บัการเรียกร้องของหมอยาแต่ละคน) กระดาษกงเต็ก (เจ้ยก๋อง) และเหลา้ ประเภทน้ีเมื่อทา พิธีและ ร ่าเรียนวิชาแล้ว จะมีครู หรือ “เดียเม้ียน” คอยช่วยเหลือในเวลาเก็บยารักษาคนป่ วยให้มีความศักดิ์สิทธิ์
ประเพณีและพิธีกรรม 82 4. ซิบเม้ียนเมี่ยน รักษาทางดา้นจิตใจ และจิตวิญญาณ “ซิบเม้ียนเมี่ยน” จะเป็ นผู้ที่มีความสามารถ ติดต่อกบัเทพหรือวิญญาณได้ท้งัสามโลก คือโลกมนุษย์โลกบาดาลและบนสวรรค์ 5. คนทรง คือ คนที่สามารถติดต่อเทพหรือวิญญาณได้จะมีท้งัผหู้ญิงและชาย โดยจะทา หนา้ที่ เขา้ทรงเพื่อหาสาเหตุของการเจ็บป่วยที่เชื่อวา่เกิดจากสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิหรือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ เรียกว่า “โบ้วกว๋าตอน” 6. หมอคาถา จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ โดยทวั่ ไปจะรักษาอาการที่เกิดจากการตกใจสุดขีด (จุเฮ้ย) เฉพาะในเด็กเท่าน้นัวิธีการรักษาเรียกวา่ “เซียวกิง” ถ้าเป็ นผู้ใหญ่การรักษาเรียกว่า “เซียวเฮ้ย” นอกจากน้ี แล้วการใช้คาถาในการรักษาโรคจะเกี่ยวกับหมอสมุนไพรด้วย 7. กลุ่มผเู้ชี่ยวชาญเฉพาะโรคกลุ่มน้ีถือวา่เป็นผทู้ี่มีความรู้ในการวินิจฉยัโรคบางอยา่ง เช่น “แป้งหงาย” “ฝาวทอย” โดยอาศัยประสบการณ์และการสังเกตเป็ นหลัก ไม่ได้เรียนรู้หรือสืบทอดมา ข้อห้ำมและข้อปฏิบัติของหมอยำสมุนไพร 1. วิธีการเก็บยาสมุนไพร 1.1เชื่อวา่การเก็บยาสมุนไพรที่ดีและศกัด์ิสิทธ์ิน้นัควรจะเป็นผหู้ญิงที่มีอายมุากแลว้หรือไม่ สามารถมีลูกได้แล้ว (ประมาณ 40 ปีข้ึนไป) 1.2การเก็บยาสมุนไพรควรจะเก็บในพ้ืนที่ไกลออกไปขนาดไก่ขนัแลว้ไม่ไดย้นิจึงจะศักดิ์สิทธิ์ และมีประสิทธิภาพ 1.3 การเก็บยาสมุนไพรตอนเช้าให้เก็บที่บริเวณราก เพราะเชื่อว่าตัวยาจะลงไปอยู่ที่ราก ตอน บ่ายใหเ้ก็บตรงลา ตน้เพราะตวัยาจะลงไปอยตู่รงบริเวณลา ตน้ ส่วนช่วงเยน็ ให้เก็บตรงยอดเพราะตวัยาจะข้ึน ไปอยู่ตรงยอด 1.4 การเก็บสมุนไพรควรจะเก็บในฤดูแล้งเพราะตัวยาจะแรงและมีคุณภาพมากที่สุด ถ้าเก็บในฤดู ฝนตวัยาจะเจือจางไม่มีคุณภาพเพราะมีน้า หนกัมาก 2. หมอสมุนไพรที่มีครูเวลาออกไปเก็บยาตอ้งระลึกถึงครูดว้ยเพื่อที่วา่ยาที่เก็บมาน้นัจะได้ ศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาผู้ป่ วยได้ และเมื่อรักษาผู้ป่ วยหายแล้วหมอยาจะต้องท าพิธีเซ่นไหว้ขอบคุณต่อผียาที่ ช่วยทา ใหก้ารรักษามีประสิทธิภาพทุกคร้ัง โดยเฉพาะอาการเจ็บป่วยที่หนกัและรุนแรง ถา้ละเลยจะทา ใหผ้ี ยาโกรธและทา ใหก้ารรักษาคร้ังต่อไปไม่ประสบผลสา เร็จ หรืออาจจะมาลงโทษตวัหมอยาเอง เช่น ทา ให้ เจ็บป่ วยไม่สบาย และถ้านาน ๆ ไปไม่มีคนมารักษาหมอยาก็ต้องท าพิธีเซ่นต่อผียาด้วย (จนั๋จิ้น) เพื่อแสดง เพื่อแสดงความเคารพและความศักดิ์สิทธิ์ 3. การดื่มยาสมุนไพรคร้ังแรกควรใส่น้า นอ้ย ๆ แลว้ใหผู้ป้่วยดื่มจนหมดถว้ย ท้งัหมด 3ถ้วย แล้ว คว ่าถ้วยไว้เชื่อว่าการรักษาจะได้ผลดี
ประเพณีและพิธีกรรม 83 4. ตัวยาที่ร ่าเรียนมา โดยเฉพาะหมอยาที่มีครูการเก็บตัวยาเอาไปเร่ขายเพื่อเป็ นรายได้ให้ครอบครัว น้นัจะทา ไม่ไดเ้นื่องจากมีครูและเกี่ยวขอ้งกบัศกัด์ิสิทธ์ิดว้ย แต่คนที่มีความรู้แต่ไม่มีครูสามารถนา ไปขายได้ 5. เมื่อดื่มหรือใช้ยาสมุนไพรแล้ว หมอยาจะห้ามผู้ป่ วยดื่มหรือกินของดงัต่อไปน้ีของที่มี แอลกอฮอล์ของดอง ของเปร้ียว ปลาแหง้ ปลาสด เน้ือไก่สับปะรด แตงไทย เพราะจะทา ใหอ้าการของ โรคก าเริบ 6. การเก็บตวัยาไม่ควรเก็บจนหมดตน้ควรเก็บเฉพาะบางส่วนที่ตอ้งการเท่าน้นัเพราะนอกจาก จะเป็ นการอนุรักษ์แล้ว การที่น ายาสมุนไพรมาเก็บไวน้าน ๆ มกัไม่ค่อยดีเช่นอาจจะข้ึนราและเสียง่าย 7. ไม่พูดคุยสรรพคุณของตัวยาจนเกินไป เพราะจะท าให้ตัวยาไม่ศักดิ์สิทธิ์ 8. การเรียนรู้จากอาจารย์สมุนไพรควรจะท าในพิธีใหญ่ ๆ เช่น พิธีบวช ซึ่งจะท าให้การเรียนรู้ ง่ายและมีความศักดิ์สิทธิ์ 9. ตัวยาที่เก็บมาแล้วควรน ามาฝานให้เล็กแล้วตากให้แห้งแล้วเก็บไว้เพราะจะรักษาไว้ได้นาน และไม่เป็ นอันตรายเวลาใช้ พธิีกรรมรักษำสุขภำพ กำรบนบำน (โฮ้วหยุ่น) การบนบานเป็ นการท าพิธีเพื่อขอให้บรรพบุรุษคุ้มครอง หรือขอความช่วยเหลือจากบรรพบุรุษให้ ช่วยกระทา การสิ่งใดสิ่งหน่ึง กำรบนบำนจะท ำในกรณีดังต่อไปนี้ 1. การออกเดินทางไกล 2. เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลแต่ละฤดู 3. เมื่อเกิดการเจ็บป่ วยหนัก 4. ทรัพย์สมบัติที่มีค่าหาย 5. เมื่อลูกหลานไปเรียนหนังสือไกล บนบานให้ช่วยคุ้มครองเป็ นปี 6. บนบานให้ช่วยคุ้มครองรถ ข้ันตอนและอุปกรณ์ 1. ไก่ตวัผู้1 ตัว (บนบานใชไ้ก่การแกบ้นใหห้มู1 ตัว) 2. แก้วเหล้า 6 ใบ ใส่เหล้า 5 ใบ ใส่น้า 1 ใบ 3. สิเจียน ข้างในใส่เหรียญบาท 3 -4 เหรียญ ห้ามใช้เหรียญ 5,10เพราะมีต่ง(ทองเหลือง) 4. จ๋าว (ไม้เสี่ยงทาย) 5. กิ๋ม
ประเพณีและพิธีกรรม 84 6 . กระดาษ จ านวนกระดาษแล้วแต่กรณี เช่น ถ้าบนบานนานก็จะต้องใช้กระดาษเยอะ เมื่อเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่าน้ีวางไวบ้นโต๊ะ เมื่อหมอผีมาถึง ก็จะถามเจา้ของบา้นวา่บนบาน เรื่องอะไร เมื่อถามเสร็จก็จะเริ่มท่องบทสวดและทา พิธีช่วงทา พิธีเจา้ของบา้นควรจะอยใู่กล้ๆ เผื่อหมอผีจะ ถามเกี่ยวกับชื่อ แซ่ ของผีบรรพบุรุษ ที่เราบนบาน พิธีกำรเรียกขวัญ (สู่ขวัญ) การเรียกขวญัน้ีแบ่งออกเป็น การเรียกขวญัเด็ก และการเรียกขวญัผใู้หญ่ 1.กำรเรียกขวัญเด็ก(โจ๋วว่น) จะท าก็ต่อเมื่อเด็กมี อาการไม่สบาย ตกใจ พ่อแม่เด็กจะต้องไปหาผู้ประกอบพิธีกรรมมาท าพิธีเรียก ขวญั ใหแ้ก่เด็ก พิธีท ำขวัญเด็ก กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. ไก่1 ตัว 2. แก้วเหล้า 6ใบ ใส่เหล้า 5ใบ และใส่น้า 1ใบ 3. ถว้ยใส่ขา้วสารและเอาไข่ไก่ใส่1 ฟอง เอาด้ายพันรอบ ๆ ไข่ (ชายใช้ด้ายขาว, หญิงใช้ด้ายแดง) 4. กระดาษ 5. สิเจียน 6. จ๋าว อุปกรณ์ทุกอย่างจะวางอยู่บนโต๊ะ เมื่อท าพิธีกรรมเสร็จก็จะท าการเผากระดาษเงินกระดาษทองอุทิศ กุศลใหก้บัญาติๆ ที่ตายไปแลว้และใหช้ ่วยรักษาเด็กดว้ย เมื่อทา พิธีเสร็จก็จะนา ขวญัซ่ึงขวญัน้ีจะทา จาก กระดาษ (เจ้ยก๋อง) โดยน ามาม้วนกลม ๆ ใช้แทนเป็ นขวัญของเด็ก แล้วให้เด็กเก็บรักษาไว้ 2.กำรเรียกขวัญผู้ใหญ่ การเรียกขวญัผใู้หญ่ก็จะคลา้ย ๆ กนักบัของเด็ก เพียงแต่ไม่ตอ้งใชไ้ข่ในการทา พิธีเท่าน้นั กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. แก้วเหล้า 6ใบ ใส่เหล้า 5ใบ ใส่น้า 1ใบ 2. ที่ปักธูปและธูป 3. จ๋าว 4. กระดาษ
ประเพณีและพิธีกรรม 85 5. สิเจียน (ข้างในใส่เหรียญ 1เหรียญ) 6. กิ๋ม พิธีฌ้ำงว่วน (พิธีแย่งขวัญ) จะท าให้กับผู้ใหญ่เมื่อผู้ใหญ่ตกใจ ขวัญหาย หรือไม่สบาย พิธีก็คล้าย ๆ กับพิธีเรียกขวัญของเด็ก แต่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ จะมีการออกไปนอกบา้นหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบ ๆ บา้น เช่น แมลง เป็นตน้ เมื่อเห็นแล้วก็รีบจับไว้แล้วน ามาท าพิธี โดยจะน าเอาแมลงตวัน้ีห่อดว้ยกระดาษเงินเป็นรูปกลม ๆ คลา้ยกบั การท าพิธีเรียกขวัญของเด็ก เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็จะให้ผู้ท าพิธีเก็บรักษาไว้ พิธีเสียงเมี้ยน (นางแคะเฟย ศรีสมบัติ) กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. แก้วเหล้า 6ใบ ใส่เหล้า 5ใบ ใส่น้า 1ใบ 2. ที่ปักธูป และธูป 3. จ๋าว 4. กระดาษ 5. ไก่1 ตัว พิธีแจ้เฮ้ กำรเตรียมอุปกรณ์ 1.แก้วเหล้า 12ใบ แบ่งเป็ น 2 ชุด ชุดละ 6ใบ วางเป็ นแถว 2แถว แถวล่าง มีเลือดไก่กระเพาะไก่ที่ปักธูป กระดาษ แกว้เหลา้6ใบ แถวบน มีกระดาษ ไก่ตวัผู้1 ตัว แก้วเหล้า 6ใบ พิธีจ๋ำเจี้ยว กำรเตรียมอุปกรณ์ 1.ไปบอกหมอผีช่วยหาฤกษ์วันดีส าหรับท าพิธี 2.บอกหมอผีช่วยเขียนบทสวดเพื่อใช้ในพิธี 3.ไม้ท าสะพาน 4.ไม้ไผ่
ประเพณีและพิธีกรรม 86 5.กะละมังส าหรับใส่กระดาษตอนจุดเผา 6.ไก่ตวัผู้2 ตัว ตัวแรกใช้ส าหรับแจ้เซด ตัวที่ 2ใชส้า หรับจา้วฟิ่งเม้ียน 7. เขาควาย 8. เส้ือผา้ของหมอผีเต็มยศ 9. ผ้าพันเอวสีด ามัด 12 ปม เพื่อเอาไม้แก้ 10. ผ้ามัดเอวสีขาว ส าหรับให้หมอผีใช้มัดเอว หลังท าพิธีเสร็จจะเอาผ้ามัดเอวสีขาวและผ้าปูโต๊ะส าหรับรองเขียนบทสวดหลังจากใช้เสร็จจะเอาให้ หมอผีเลย พธิีจุ่นแป่ง (พิธีเล็ก) กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. ไก่ตวัผู้1 ตัว 2. สิเจียน (ข้างในใส่เหรียญ 4-6เหรียญ) และใส่ข้าวสาร 1ถ้วย 3. จ๋าว 4. กิ๋ม 5. กระดาษ หลงัทา พิธีเสร็จสิเจียนจะเอาใหห้มอผีท้งัห่อ พธิีจุ้นแป่ง (พิธีใหญ่) กำรเตรียมอุปกรณ์ท ำพธิี 1. มีการเขียนบทสวด 2. เขาควาย 3. หมู 1 ตัว 4. กระดาษ 5. จ๋าว 6. กิ๋ม 7. สิเจียน 8. ผ้ามัดเอวสีขาว หลังท าพิธีเสร็จห้ามคนอื่นเข้าบ้านเป็ นเวลา 3วัน เมี่ยนเรียกว่า “เก่” พิธีด้ำวองถำย
ประเพณีและพิธีกรรม 87 กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. กระดาษ 2. จ๋าว 3. สิเจียน (ข้างในใส่ข้าวสารและใส่เงินเหรียญ) พิธีฟิ เปี้ ยงเมี้ยน กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. สิเจียน 2. หมูประมาณ 2เดือน 1 ตัว 3. เปี่ ยงเจ๋า (ถ้วยใส่ข้าวสาร 1ถว้ย เอาไข่ไก่วางบน 1 ฟอง เอาด้ายพันรอบ ๆ ไข่ ) 4. กระดาษทอง 5. กระดาษ (เจ้ยก๋อง) พิธีเจี่ยองถำย(นางเจ้ียว ศรีสมบตัิ) กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. หมูตัวใหญ่ 1 ตัว 2. จ๋าว 3. สิเจียน 4. เจ้ยก๋อง 5. เจ้ยหมา พธิีเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. ไก่รุ่นตวัหรือตวัเมียก็ได้1 ตัว 2. แก้วเหล้า 6ใบ ใส่เหล้า 5ใบ ใส่น้า 1ใบ 3. ที่ปักธูปและธูป 4. กระดาษ (เจ้ยก๋อง) การทา พิธีน้ีมีจุดประสงคเ์พื่อเชิญวิญญาณของผีบรรพบุรุษมาร่วมรับประทานอาหารที่เตรียมไว้ให้ เมี่ยนจะนับถือผีบรรพบุรุษของฝ่ ายชาย แต่ผีบรรพบุรุษของฝ่ ายหญิงจะนับถือแค่ 1 รุ่นเท่าน้นัคือ พ่อ แม่ กรณีที่หญิงไม่ตัดขาดจากผีบรรพบุรุษก็จะยังนับถือผีบรรพบุรุษ 4 รุ่น เช่นเดียวกับชาย
ประเพณีและพิธีกรรม 88 พิธีกำรเปี๊ ยดฟ้ำด กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. ไก่1 ตัว 2. สิเจียน (ข้างในมีข้าวสาร 1ถว้ยและใส่เงินเท่ากบัเงินที่อาจารยเ์คยใส่เมื่อคร้ังไปขอถ่ายทอดวิชา) 3. กระดาษ (เจ้ยก๋อง) ขั้นตอน 1. ลูกศิษย์มาติดต่ออาจารย์ พูดคุยถามว่าสนใจหรือต้องการเรียนเรื่องอะไร 2. จะหาวันดี ส าหรับการท าพิธี 3. เตรียมไก่ 1 ตัว, สิเจียน, กระดาษ มาที่บ้านของอาจารย์ 4. ฆ่าไก่แลว้ทา พิธีเชิญวิญญาณของอาจารยม์าบอกกล่าวใหร้ับรู้วา่ขณะน้ีจะถ่ายทอดวิชาใหลู้ก ศิษย์ต่อ 5. หลังจากท าพิธีแล้วลูกศิษย์จะมาหัดกับอาจารย์เรื่อย ๆ จนคล่องและสามารถท าพิธีได้ พิธีเก๊ำะ กรณีที่ครอบครัวไหนเล้ียงหมูและเกิดหมูท้งัคอกแค่2 ตวัและเป็นตวัผหู้มดเมี่ยนเชื่อวา่เป็นสิ่งที่ไม่ ดี เป็ นการกระท าของผีบรรพบุรุษที่ต้องการให้ลูกหลานท าพิธีเซ่นไหว้ให้ กำรเตรียมอุปกรณ์ 1. ข้าวต้มมัด (ใช้ข้าวเหนียวอย่างเดียว) 2. หมูที่เกิด 2 ตัว (ตอ้งเล้ียงใหใ้หญ่) หมูตัวแรก ฆ่าแล้วท าความสะอาดเสร็จแลว้วางขวางโดยไม่สับเป็นชิ้น หมูตวัที่สอง ฆ่าแลว้ทา ความสะอาดเสร็จแลว้สับเป็นชิ้นแลว้วางต้งัต่อใหเ้ป็นรูปร่างเดิม 3. สิเจียน 4. ที่ปักธูปและธูป 5. เหล้า 2ขวด (เหลา้น้ีตอ้งดื่มใหห้มดในงานพิธีน้นั ) กำรท ำพิธี ใช้เวลำท ำพิธี 1วันเต็ม มีกำรท ำ 2 พิธี คือ 1. หมิ่วจูง้ ในการสวดบทสวด หมอผีจะไม่พูดออกเสียง จะท่องบทสวดในใจและสั่นกระดิ่ง ใช้ หมูตัวแรกที่วางขวางเป็ นเครื่องเซ่นไหว้
ประเพณีและพิธีกรรม 89 2. ฟิ องถาย ในการท่องบทสวดจะพูอออกเสียงด้วย ใช้หมูตัวที่สองเป็ นเครื่องเซ่นไหว้การท าพิธีน้ี ถือวา่เป็นหนา้ที่ของคนท้งัตระกูล (คนที่มาจากแซ่เดียวกัน ผีบรรพบุรุษมาจากคนเดียวกัน) คนในตระกูล ต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเตรียมพิธีและออกค่าหมอผีและอุปกรณ์ในการท าพิธี การท าพิธีต้องกลับไปท าที่ บ้านของต้นตระกูล ข้อห้ำม การทา พิธีน้ีถือวา่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ดงัน้นัเมื่อหาวนัที่สา หรับทา พิธีไดแ้ลว้ 1. แต่ละครอบครัวจะต้องท าการแจ้งให้สมาชิกในครอบครัวที่เกี่ยวข้องทราบ 2. มีการถือพรหมจรรย์หา้มมีเพศสัมพนัธ์กนัก่อนทา พิธี7 วัน และหลังท าพิธีอีก 3วัน 3. ส าหรับคนโสดและสมาชิกในครอบครัว ห้ามพูดค าหยาบคายและทะเลาเบาะแว้งกัน 4. ช่วงท าพิธีมีข้อห้ามส าหรับคนนอกตระกูลจะไม่สามารถเข้าไปในบ้านที่ท าพิธีได้ 5. การเตรียมอุปกรณ์ทา พิธีน้ีตอ้งเป็นผชู้ายหมด ผหู้ญิงถือวา่เป็นคนไม่สะอาดเพราะมีประจา เดือน จะไม่สามารถเข้าร่วมพิธีได้ พิธีกรรมเกึ่ยวกับกำรท ำมำหำกิน (นายว่นเซ็ง พัฒน์ทวีกิจ, ถวิล โชติชัยพิบูล) ประเพณีกำรท ำขวัญข้ำว เชื่อกันว่าการท าขวัญข้าว จะท าให้ข้าวตลอดจนพืชผักต่าง ๆ ในไร่ ในสวนเจริญงอกงามให้ผลผลิต สูงและจะทา ควบคู่กบัการทา ขวญัสัตวเ์ล้ียงไปดว้ย การท าขวัญข้าวจะนิยมท ากันในเดือนที่ 4 ของจีน จะเป็ นวันไหนก็ได้ แต่ก็ถือเอาวันที่ดีที่สุดของ เดือน การทา ขวญัขา้วน้ีไม่นิยมทา ติดต่อกนัทุก ๆ ปีจะทา เฉพาะในฤดูที่ที่ผลิตไดต้่า การทา ขวญัขา้วน้ีไม่ จา เป็นตอ้งทา พร้อมกนัท้งัหมู่บา้นอาจทา เพียงบาง บา้นหรือบางครอบครัวหรือคนในตระกูลเดียวกนัร่วมกนั ท า โดยเฉลี่ยค่าใชจ้่ายกนั ในการทา พิธีน้ีตระกูลอื่นหรือแซ่อื่นที่ไม่ไดน้บัถือบรรพบุรุษเดียวกนัน้นั ไม่อาจ ท าพิธีร่วมกันได้ การทา ขวญัขา้วจะทา เพียงวนัเดียว จะมีการฆ่าหมูฆ่าไก่เผากระดาษเพื่อทา พิธีน้ีซ่ึงจะมีผู้ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็ นผู้ด าเนินการ ข้อห้ำม ห้ามไปไร่ในวนัรุ่งข้ึนหลงัจากการทา ขวญัขา้ว 1 วัน (เฉพาะบุคคลในครอบครัวที่ทา พิธีเท่าน้นั )
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 91 บทที่ 5 วรรณกรรมและระบบคุณธรรม นิทานหรือ "เกิ้ว" นิทานจดัไดว้า่เป็นส่วนหน่ึงของวฒันธรรม แมว้า่จะไม่ใช่เน้ือหาทางวฒันธรรมท้งัหมดก็ตาม แต่ หน้าที่ของนิทานก็มีอิทธิพลไม่น้อยในการสนับสนุน ความเชื่อ ทัศนคติและสถาบันที่มีอยู่ในสังคม ตลอดจนบทบาทในการควบคุมสังคมมิให้บุคคลประพฤติตนเบี่ยงเบนไปจากบรรทัดฐานของสังคม หรือ เป็นทางออกใหแ้ก่บุคคลหนีความกดดนัแบบต่าง ๆ ของสังคม นอกจากน้ียงัเป็นกระจกส่องให้เห็น วัฒนธรรม หรือให้เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี สถาบันทางสังคม และเทคโนโลยีต่าง ๆ ท าให้สามารถเข้าใจหรือเห็นภาพชีวิตในสังคมน้นั ได้ ในวิถีชีวิตตามแบบวัฒนธรรมสังคมของเมี่ยน นิทานได้เข้ามามีส่วนในการท าหน้าที่ และแสดง บทบาทดังกล่าวอยู่ไม่น้อย เมี่ยนมีนิทานที่สืบทอดมาแต่สมัยบรรพบุรุษแพร่หลายอยู่ในวัฒนธรรมของ ตนเองเป็ นจ านวนมาก นิทานของเมี่ยน เมื่อพิจารณาถึงสาระเน้ือเรื่องนิทานตามที่แสดงความมุ่งหมาย อาจแยกไดห้ลาย ประเภทคือ 1. ประเภทนิทานสุภาษิต (Fable) นิทานประเภทน้ีมีเน้ือเรื่องที่มุ่งสอนถึงผลของการประพฤติ ดี ประพฤติชวั่เช่น ความอดทน ความยดึมนั่ในจารีตประเพณีความกตญัญูความฉลาด ความเพียร ฯลฯ นิทานประเภทน้ีเช่น เรื่อง "เฝยเจี๊ยะวุย่เวิ่น" เป็นเรื่องธิดาคนที่4 ของหยุดต่ายฮู่ง ผมู้ีอา นาจสูงสุด ในจักรวาล ลงมาแต่งงานกับมนุษย์เพื่อช่วยเหลือคนที่ประพฤติดี หรือเรื่อง "เป่ อกาย" เป็ นลูกสะใภ้ที่แสดง ความกตัญญูต่อพ่อผัวแม่ผัวตามจารีตประเพณี จนได้รับความดีตอบแทน ฯลฯ เป็ นต้น 2. ประเภทนิทานนิเทศ (Legend) เน้ือเรื่องของนิทานประเภทน้ีมุ่งตอบปัญหาหรือช้ีแจงถึง สาเหตุที่มาของเรื่องราวต่าง ๆ เช่น เรื่องซานหล่อก่อ หรือเจี๋ยบยงุ้ซุย้อิ๋ม เป็นนิทานที่แสดงกา เนินของ มนุษยบ์นดอยและบนพ้ืนราบ เป็ นต้น 3. ประเภทนิทานนิยาย (Fairy Tales) เป็นนิทานที่มีเน้ือเรื่องเกี่ยวกบัเทวดา นางฟ้าบน สวรรค์หรือเทพมนุษย์เช่น เรื่อง อู่กง ช้ีกง เป็นเรื่องของเทวดาที่ตดัหวัใหน้ ้า บนโลกมนุษย์หรือเรื่อง เสี่ย ซู่ง จุ้ย เป็ นเรื่องของยักษ์เจ็ดปากกินคน ฯลฯ 4. ประเภทนิทานต านาน หรือนิยายปร าปรา (Myth) เป็ นนิทานเหลือเชื่อที่แสดงต านานของ การเกิดสิ่งต่าง ๆ เช่น ตา นานการเกิดโลกมนุษย์หรือนิทานตา นานการเกิดเผา่พนัธ์ของเมี่ยน ในเรื่อง เกีย เซ็น ป๊อก หรือตา นานน้า ท่วมโลก เป็นตน้ 5. ประเภทนิทานตลอกขบขัน (Jest) เมี่ยนมีนิทานตลกขบขันหลายเรื่อง บางเรื่องตลกขบขัน ในแง่ของการแสดงไหวพริบ ที่หักมุมของตัวละคร บางเรื่องตลกขบขันในแง่ของการมีเพศสัมพันธ์ระหว่าง ชายกับหญิง หรือตลกขบขันในแง่ที่ตัวละครมีความสามารถ เหนือมนุษย์ธรรมดา นิทานตลก เช่น เรื่อง
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 92 แก้ง ซ่า โจ้เป็นเรื่องของหญิงที่ออกลูกเป็นแก่ง ซ่า โจ้แต่กลางคืนแปลงกายเป็นชายหนุ่มไปเที่ยวสาว และมีความสามารถผิดมนุษย์ธรรมดาสามัญ ฯลฯ ประเภทนิทาน ท้องถิ่น เรื่องยักษ์ มีครอบครัวหน่ึงถูกยกัษฆ์ ่ากินจนเกือบหมด เหลือยายคนหน่ึงแก่มากแลว้ยกัษต์นน้ีไม่กินยายคน น้ีก็เพราะตอ้งการมานอนดว้ย ยกัษต์นน้ีจะมาก็ต่อเมื่อตกกลางคืนเท่าน้นัและมาทุกคืน พอรุ่งเชา้ก็ออกไป หากินตามปกติของมนัยายคนน้ีพอยกัษไ์ปแลว้ตนเองก็ออกมาทา ไร่ตามปกติดว้ยน้า ตานองหนา้และพร่ า บ่นใหด้ินฟ้าช่วยนางดว้ยเป็นเช่นน้ีประจา วนั หนึ่งใบไม้ไผ่รู้สึกสงสารจึงถามว่าเป็ นอะไรถึงได้ร้องไห้ทุกวัน และขอใหด้ินฟ้าช่วยน้นัเรื่องอะไร ยายคนน้ีจึงเล่าถึงความอดัอ้นัตนั ใจใหฟ้ ัง ใบไมไ้ผจ่ ึงบอกใหย้าย กลบัไปถึงบา้นแลว้รีบทา งานบา้นใหเ้สร็จแลว้เขา้นอนแต่หวัค่า และใหเ้อาบนัไดออกดว้ย นอกน้นั ใบไม้ ไผ่จะช่วย พอยายไดย้นิเช่นน้นัจึงกลบัไปบา้นและทา ตามใบไมไ้ผส่ ั่งทุกอยา่ง พอตกกลางคืนยักษ์ก็มาถึง และตะโกนให้เปิ ดประตู แต่ก็ไม่มีใครเปิ ด จนยักษ์โมโหจึงตะโกนว่า จะพังเข้าละ พอขู่ก็ไม่มีใครมาเปิ ด จึงพังเข้าหมายจะกัดกิน พอเข้าไปก็ไม่เห็นมีใครอยู่ จึงเข้าไปควานหา ที่นอน พอควานหาเจองูกัดที่มือ แต่ยักษ์ไม่รู้ว่าเป็ นงูจึงคิดจะไปจุดไฟเพื่อเอามาดูว่าอะไรกัดกันแน่ พอ ไปถึงเตาไฟไส้เดือนก็ดิ้น ข้ีเถา้เลยเขา้ตาของยกัษ์ยกัษม์องไม่เห็นจึงโมโหเลยจะไปตกัน้า มาลา้งตาและดบั ไฟใหห้มดเลย พอไปถึงโอ่งน้า จะตกัน้า ก็โดนปูหนีบมือ ยักษ์โมโหมากไปถึงไหนก็โดนเจ็บ จึงคิดได้ว่า ประเพณีของเมี่ยนน้นัเวลาทา พิธีจะมีน้า อยบู่นโต๊ะดว้ย จึงเดินไปหาพอไปถึงโต๊ะก็เจอหมีตบเอา เลยเซถลา ไปเหยียบถูกใบไม้ไผ่ ใบไม้ไผ่ดึงขาให้ล้มลง พอล้มลงก็โดนเสือกัดจนตาย แล้วตะโกนถามยายว่าจะให้ ท าแหลกละเอียดหรือท าหยาบ ยายก็ตะโกนออกมาว่าให้ท าแหลกเลย เสือกับหมีจึงช่วยกันกัดกินจนหมด ยายคนน้ีจึงลงจากบา้นมาเพื่อขอบคุณใบไมไ้ผ่แลว้ท้งัหมดก็หายไป ต้งัแต่น้นัมายายคนน้ีจึงอยอู่ยา่งมี ความสุข โดยไม่มีใครมารบกวนอีกเลย ประเภทนิทานปรัมปรา เรื่องฟ่ ามแป๊ ะแอ้งต้อย ยังมีนักเรียนสองคนซึ่งเป็ นเพื่อนที่รักกัน คนหนึ่งชื่อฟ่ ามแป๊ ะและอีกคนหนึ่งชื่อแงต้อย ต่างก็เรียนที่ เดียวกนัคบกนัดว้ยความสนิทสนมมาก แอง้ตอ้ยน้นัเป็นผหู้ญิงที่ปอมตวัเป็นชาย แต่ฟ่ามแป๊ะไม่รู้วา่เพื่อน ตนเองเป็ นผู้หญิง แม้ว่าเพื่อนร่วมห้องเรียนบอกแต่ก็ไม่เชื่ออยู่ดี เมื่อถูกเพื่อน ๆ รบเร้ามากเข้าจึงอยากจะ พิสูจน์ว่าเพื่อนของตนเป็ นหญิงหรือไม่ จึงบอกให้แอ้งต้อยลองฉี่ดูว่าใครไกลกว่ากัน แอ้งต้อยยอมให้เพื่อน ของตนพิสูจน์เพราะตนน้นัหลงรักฟ่ามแป๊ะ จึงนา ไส้ปากกาซ่ึงมีรูแลว้ฉี่ใส่ปรากฏวา่แอง้ตอ้ยปัสสาวะได้ ไกลกวา่ ฟ่ามแป๊ะเสียอีก แต่ฟ่ามแป๊ะยงัไม่เชื่อจึงขอใหพ้ ิสูจน์อีกวา่เพื่อนตนน้นัเป็นชายจริง ตามธรรมชาติ แลว้หากหญิงนอนใบบอนแลว้ใบบอนจะเหี่ยวเร็วกวา่ดงัน้นั ฟ่ามแป๊ะจึงใหแ้อง้ตอ้ยลงนอนบนใบบอนบา้ง
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 93 แต่แอง้ตอ้ยรู้อยกู่ ่อนแลว้จึงเตรียมใบบอนไวห้ลายใบจึงเปลี่ยนบ่อย ๆ แลว้ฟ่ามแป๊ะมาดูอีกคร้ังพบวา่ ใบ บอนยังไม่เหี่ยวเลย จึงท าให้ฟ่ ามแป๊ ะเชื่อสนิทใจแล้วว่าเพื่อนของตนต้องเป็ นชาย เมื่อเรียนจบแลว้ต่างคนก็กลบับา้นของตน ฟ่ามแป๊ะไปส่งแอง้ตอ้ยกลบับา้น ในสมยัน้นัตอ้งเดิน ทางไกลจึงจะถึงบา้น ในระหวา่งทางน้นัแอง้ตอ้ยไดพู้ดค าเปรียบเทียบ เมื่อพบนกคู่หนึ่งก็พูดว่า ฟ่ ามแป๊ ะ เราน้ีเปรียบไปก็คลา้ยนกคู่น้นันะ แต่วา่ ฟ่ามแป๊ะไม่เขา้ใจเลย ไม่วา่แอง้ตอ้ยจะพูดคา ออ้มคอ้มเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม เมื่อส่งถึงบ้านของเพื่อนแล้วก็เดินทางกลับบ้านของตนเองและท ามาหากินตามประสาคน สมยัน้นัเมื่อนานเข้าฟ่ ามแป๊ ะอยากจะไปเยี่ยมเพื่อนของตนเพราะคิดถึงเพื่อน ก็เดินทางไปหาเพื่อน เมื่อไป ถึงบา้นเพื่อนก็ไม่พบเพื่อนเพราะพบแต่หญิงสาวสวยคนหน่ึงเท่าน้นัจึงถามวา่เพื่อนคนที่ชื่อแอง้ตอ้ยน้นั ไป ไหนเสียแลว้หญิงสาวน้นัก็บอกวา่ตนน้ีแหละเป็นแอง้ตอ้ย แต่ฟ่ามแป๊ะไม่เชื่อคา พูดของหญิงสาวน้นั ดงัน้นัหญิงคนน้ีจึงนา ตา ราเรียนที่เรียนในสมยัก่อนมาให้ดูฟ่ามแป๊ะจึงเชื่อ เพราะจา ลายมือของแอง้ตอ้ยได้ จึงเกิดหลงรักแอง้ตอ้ยข้ึนมาทนัทีจึงเอ่ยปากบอกความในใจใหแ้อง้ตอ้ยรู้แต่สายไปแลว้เพราะพ่อแม่ของ แอง้ตอ้ยน้นั ไดร้ับหม้นักบชายคนอื่นให้แอ้งต้อยและก าลังจะแต่งงานกันแล้ว จึงท าให้ฟ่ ามแป๊ ะเกิดความ ั เสียใจมากจึงขอลากลบัทนัทีแต่ก่อนกลบัน้นัแอง้ตอ้ยไดเ้ขียนจดหมายบอกความจริงวา่ก่อนน้นัตนรักและ ได้พูดค าเปรียบเทียบแต่ฟ่ ามแป๊ ะไม่ยอมเข้าใจเลย เมื่อไปถึงบา้นฟ่ามแป๊ะจึงกลืนจดหมายฉบบัน้นลงคอ และส าลักตายด้วยความตรมใจแล้วญาติน า ั ศพของฟ่ามแป๊ะไปฝังไวท้างที่ขบวนของเจา้สาวจะผา่น เมื่อพิธีแต่งงานเสร็จสิ้นลงถึงเวลาที่จะส่งตวัเจา้สาว ไปบา้นเจา้บ่าวน้นัแอง้ตอ้ยไดข้อไปเยยี่มศพของฟ่ามแป๊ะ และแอง้ตอ้ยน้นั ไดก้ล่าวต่อที่ฝังศพน้นัวา่ ฟ่าม แป๊ ะหากว่าเรามีบุญวาสนาต่อกันแล้ว ขอให้จงเปิ ดโลงศพให้เข้าไปด้วยคน เป็ นจริงดังที่แอ้งต้อยกล่าว นางจึงโดดหายไปในหลุมศพน้นัพอฝ่ายเจา้บ่าวรอนานจึงไปตามดูและไม่พบเจา้สาวของตน จึงนา เสียมมา ขดุหลุมก็ไม่พบอะไร เห็นแต่ผีเส้ือคู่เดียวที่บินข้ึนบนทอ้งฟ้าไป ประเภทนิทานต านาน เรื่อง พิธีของเมี่ยน อดีตกาลน้นัอิ้วเมี่ยนน้นั ไม่มีพิธีบูชาเทพเเจา้และไม่มีพิธีการทา ขวญัต่าง ๆ รวมท้งัการบวชดว้ยก็ยงั ไม่มีแต่สมยัก่อนน้นัเยยี่นฟิวเม้ียน มีพิธีการต่าง ๆ มากมาย เชื่อกนัวา่อิ่วเมี่ยนน้นั ไปขโมยฉิ่งฉาบของ เยยี่นฟิวเม้ียนมาใช ้สมยัน้ีจึงมีใช้ ในอดีตน้นัมีสถานศึกษาแห่งหน่ึง มีปรมาจารยท์ ่านหน่ึง สอนอยใู่นสถานศึกษาแห่งน้ีมีนกัเรียน นกัศึกษามากมาย และมีเยยี่นฟิวเม้ียนคนหน่ึงมาเรียนในสถานศึกษาน้ีดว้ย เยยี่นฟิวเม้ียนน้นัพูดกนัวา่เป็นผี ชนิดหนึ่ง มีรูปร่างหน้าตาคล้ายมนุษย์มาก ปรมาจารยท์ ี่สอนในสถานศึกษาสังเกตก็รู้วา่เยยี่นฟิวเม้ียนคนน้ี ตอ้งไม่ใช่มนุษยธ์รรมดาแน่นอน ปรมาจารยค์นน้นัรู้อยู่แต่ก็ไม่วา่อะไรใหเ้ยยี่นฟิวเม้ียนเรียนหนงัสือกบั มนุษยธ์รรมดามาตลอด แต่นกัเรียนนกัศึกษาน้นัชอบดูถูกเยยี่นฟิวเม้ียนคนน้นับางคร้ังก็ตีเยยี่นฟิวเม้ียน บา้งก็ทา ใหเ้ยยี่นฟิวเม้ียนน้นั ไม่สบายใจ
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 94 วนัหน่ึงเยยี่นฟิวเม้ียนจึงพูดว่า เพื่อน ๆ ของเขาชอบดูถูกเขา และชอบตีเขา ถา้เขากลบัไปจะเอา เหลงเชกของพ่อมานะ นกัเรียนนกัศึกษาท้งัหมดก็จะพ่ายแพเ้ขาหมด พวกนกัเรียนนกัศึกษาและรวมท้งั ปรมาจารย์รู้สึกสงสัยมากที่เขาวา่เหลงเชกน้นัคืออะไร และวนัหน่ึงเขาจึงเอาเหลงเชกอนัน้นัมาดว้ย พวก นกัเรียนท้งัหลายก็ยงัมาตีมาชกต่อยเขาอีก เขาจึงบอกวา่อยา่ ไดม้าตีมาชกเขาอีก และถา้มาชกเขาก็จะเอาเห ลงเชกมาทา ร้ายนกัเรียนนกัศึกษาพวกน้นั ปรมาจารย์ที่สอนหนังสือก็ต้องการรู้ว่าเหลงเชกน้นัคืออะไรทา อะไรไดบ้า้ง ปรมาจารยจ์ึงสั่งให้ นกัเรียนไปชกเขาอีก เมื่อนกัเรียนไปชกเขาอีก เขาก็โกรธมาก จึงเอาเหลงเชกออกมา แลว้สั่นไปมา ทา ให้ นกัเรียนที่มาชกเขาน้นัรู้สึกมึนเมาไปหมด ควบคุมสติไม่ได้เขาจึงพูดข้ึนวา่เขาบอกแลว้อยา่ ไดม้าชกเขา อีก และบอกวา่ถา้นกัเรียนมาชกเขาอีกเขาก็จะสั่นแรง ๆ แลว้ทุกคนที่มาชกเขาก็จะตายไปหมด พูดกนัวา่ เยยี่นฟิวเม้ียนคนน้ีเวลาหลบัจะหลบัอยา่งสนิทเลย วนัหน่ึงขณะที่เยยี่นฟิวเม้ียนกา ลงัหลบัอยนู่้นัเขาไดเ้อา เหลงเชกมาใส่ที่กระเป๋าเส้ือ พวกนกัเรียนจึงแอบไปดึงของเขาออกมาดู แล้วน าเอาเหลงเชกของเยี่ยนฟิ ว เม้ียนไปทา ตวัอยา่งข้ึน แลว้พวกนกัเรียนจึงจดัการทา เหลงเชกข้ึนมา ใหค้ลา้ยและเหมือนเหลงเชกของ เยยี่นฟิวเม้ียนที่สุดแต่บางอยา่งก็ไม่ค่อยครบถว้นมื่อทา เสร็จจึงเอาเหลงเชกของเยนี่ฟิวเม้ียนไปไวท้ี่กระเป๋า เส้ือของเขาต่อไป ขณะน้นัเยยี่นฟิวเม้ียนยงันอนหลบัสนิทอยพู่วกนกัเรียนจึงรอดตวัไปที่เยยี่นฟิวเม้ียนไม่รู้ วนัหน่ึงพวกนกัเรียนจึงเอาเหลงเชกที่ลอกเลียนแบบของเยยี่นฟิวเม้ียนมายงัถานศึกษาคนละอนั แลว้บอกเยยี่นฟิวเม้ียนวา่พวกเขาก็มีเหลงเชกเหมือนกนัถา้เยยี่นฟิวเม้ียนใชเ้หลงเชกต่อสู้กับพวกตน เมื่อไหร่พวกตนก็จะเอาเหลงเชกของตนมาต่อสู้กบัเยยี่นฟิวเม้ียนดว้ย สา หรับเยยี่นฟิวเม้ียนน้นัรู้สึกขอ้งใจ มาก เพราะเหลงเชกของพวกเพื่อน ๆ น้นัมีรูปร่างคลา้ยของตนเองมาก จึงทดสอบดูปรากฏวา่เหลงเชกของ พวกเพื่อน ๆ ก็ท าให้เขามึน เหมือนกันแต่ไม่ร้ายแรงอยา่งของตนเอง เชื่อกนัวา่เมี่ยนหรือพวกเพื่อน ๆ น้นั ไปขโมยแบบอยา่งของเขาเยี่ยนฟิวเม้ียนมาใช้เวลาผา่นไปหลายปีจนเยยี่นฟิวเม้ียนเรียนหนงัสือทุกอยา่ง จบสิ้นหมดแลว้เยยี่นฟิวเม้ียนจึงออกจากโรงเรียน เยยี่นฟิวเม้ียนน้นัอาศยัอยบู่นตน้ โพธ์ิเพื่อน ๆ ของเยยี่นฟิวเม้ียนซ่ึงเป็นมนุษยน์ ้นั ไปมาหาสู่กบั เยยี่นฟิวเม้ียนคนน้นัเสมอแต่พวกเขาไม่อยากใหเ้ยยี่นฟิวเม้ียนอาศยัอยตู่น้ โพธ์ิที่เขากา ลงัอาศยัอยู่เพราะ พวกเขาตอ้งการทา ไร่ตรงน้นัพอดีและตอ้งการตดัตน้ โพธ์ิตน้น้นัดว้ย พวกเขาจึงถามเยยี่นฟิวเม้ียนวา่ ไม่ อยากเปลี่ยนที่อยบู่า้งหรือไง ฝ่ายเยยี่นฟิวเม้ียนบอกวา่พวกตนก็อยากจะเปลี่ยนที่อยเู่หมือนกนัแต่ยงัหาที่ที่ ถูกใจยงัไม่ได้ที่อยปู่ ัจจุบนัน้ีก็ดีพออยไู่ด้ เมื่อพวกเขารู้วา่เยยี่นฟิวเม้ียนไม่ยา้ยที่อยแู่น่นอน จากน้นัพวกเขาจึงกลบับา้นไปแต่งตวัใหค้รบชุด บวชแล้วจึงข้ึนไปบนตน้ โพธ์ิซ่ึงเป็นที่อยขู่องเยยี่นฟิวเม้ียน แลว้ก็ตดักิ่งของตน้ โพธ์ิลงมาหน่ึงกิ่งแลว้พวก เขาก็กลบับา้นไป แลว้เปลี่ยนเส้ือผา้มาเป็นชุดธรรมดา แลว้แกลง้มาพูดกบัเยยี่นฟิวเม้ียน เยยี่นฟิวเม้ียนบอก พวกเขาวา่เมื่อก้ีตอนที่เขายงัไม่มาน้นัมีสัตวป์ ระหลาดตัวหนึ่งมีแรงมหาศาล มีเขา ออกมาด้วย ท าลายที่ อยขู่อง เยยี่นฟิวเม้ียนไปเกือนคร่ึงบา้นแต่ก็ยงัดีที่สัตวน์ ้นั ไม่ทา ลายบา้นอีกคร่ึงหน่ึงที่เหลืออยู่มิฉะน้นัเยยี่น ฟิวเม้ียนจะอยไู่ม่ไดแ้น่นอน และพอพวกเขาไดย้นิจากปากของเยยี่นฟิวเม้ียนพูดอยา่งน้นัจึงรู้ทันทีว่า ถ้าตัด
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 95 กิ่งตน้ โพธ์ิออกอีกคร่ึงหน่ึงทางขวามือ พวกของเยยี่นฟิวเม้ียนคงตอ้งยา้ยที่อยแู่น่นอน ดงัน้นัพวกเขาจึง กลบัไปบา้นแลว้เปลี่ยนชุด เปลี่ยนเส้ือผา้เป็นชุดอา พรางตาของเยยี่นฟิวเม้ียน แลว้จึงไปตดักิ่งไมท้างขวา ของต้นโพธิ์ ลงไป แล้วพวกเขาก็กลับไปบ้าน ไปเปลี่ยนเส้ือผา้ใหม่แลว้แกลง้เป็นไปคุยกบัเพื่อนตามปกติ เมื่อเขาไปถึงเยยี่นฟิวเม้ียนบอกพวกเขาวา่หลงัจากที่พวกเขาจากไปไม่นานนกัสัตวป์ระหลาดมา ทา ลายบา้นของเยยี่นฟิวเม้ียนอีกคร่ึงหน่ึงที่เหลืออยู่ทา ใหเ้ยยี่นฟิวเม้ียนไม่มีที่อยู่และคงตอ้งยา้ยที่อยู่ใหม่ ที่พวกเขาตอ้งการทา ลายบา้นของเยยี่นฟิวเม้ียนน้นัก็เพราะวา่คนในหมู่บา้นตอ้งเจ็บป่วยบ่อย ๆ และตอ้ง เสียชีวิตมากมาย สาเหตุก็เนื่องมาจากพวกเยยี่นฟิวเม้ียนที่อยตู่น้ โพธ์ิที่พวกเขาทา ลายน้นั ไปทา ใหช้าวบา้น เจ็บป่ วยและเสียชีวิต พวกเขาจึงต้องท าลายที่อยู่ของเยยี่นฟิวเม้ียนเพื่อให้เยยี่นฟิวเม้ียนยา้ยที่อยใู่หม่จะไดไ้ม่ ทา ใหช้าวบา้นเจ็บป่วยอีก เยี่ยนฟิวเม้ียนบอกพวกเขาวา่เยี่ยนฟิวเม้ียนจะยา้ยที่อยแู่ลว้พวกเขาจึงถามเยยี่นฟิว เม้ียนวา่แลว้จะยา้ยไปที่ใหม่จะไปทางไหน และจะกลายร่างเป็นอะไรในเวลาที่ออกเดินทาง เยยี่นฟิวเม้ียน บอกว่าพวกตนคงต้องแบ่งกันไป ไปทางบกและทางอากาศและทางที่ไปทางบกต้องกลายร่างเป็ นกระรอก และพวกที่ไปทางอากาศคงต้องกลายร่างเป็ นนก โดยบอกว่าพวกตนได้ปรึกษากันแล้วว่าเวลาเดินทางถ้า เกิดอะไรข้ึนกบัอีกพวก พวกที่เหลือก็จะไปช่วยทนัที เมื่อรู้ว่าเยยี่นฟิวเม้ียนเดินทางไปทางไหนแลว้พวกเขาก็กลบัไปทา กบัดกัไวเ้พื่อใหเ้ยยี่นฟิวเม้ียนไป ติด และเมื่อถึงเวลาออกเดินทาง เยยี่นฟิวเม้ียนก็พากนัออกเดินทาง พอถึงกบัดกัที่พวกเขาวางไวเ้ยยี่นฟิว เม้ียนก็กลายร่างเป็นนกก็ไปติดกบัดกัของพวกเขาเขา้เยยี่นฟิวเม้ียนที่กลายร่างเป็ นกระรอกจึงออกไปช่วย แต่พอช่วยนกไดก้ระรอกก็ติดกบัดกับา้ง พอกระรอกติดกบัดกันกก็ไม่สามารถช่วยได้ดงัน้นั เยยี่นฟิวเม้ียนจึงตายไปเป็นจา นวนมาก เมื่อพรรคพวกตายไปมากเยยี่นฟิวเม้ียนก็เดินทางกลบัที่เดิม พอพวกเขารู้วา่เยยี่นฟิวเม้ียนหนี กลับมา จึงไปถามเยยี่นฟิวเม้ียนวา่การเดินทางเป็นอยา่งไรทา ไมตอ้งเดินทางกลบัแลว้ก็แกลง้บอกวา่พอ เยยี่นฟิวเม้ียนจากไปพวกเขาก็เหลวเหมือนกนัและก็ไดแ้อบถามเยยี่นฟิวเม้ียนวา่เมื่อเดินทางทางบกทาง อากาศก็ไม่ปลอดภยัแลว้คร้ังต่อไปเยยี่นฟิวเม้ียนจะเดินทางไปทางไหน เยยี่นฟิวเม้ียนบอกวา่คงเป็นเคราะห์ กรรมที่ทา ใหก้ารเดินทางไม่ปลอดภยัดงัน้นัการเดินทางคร้ังต่อไปคงตอ้งเดินทางไปทางน้า และคงจะตอ้ง กลายร่างเป็ นกบเพราะสะดวกเวลาเดินทาง พอรู้วา่เยยี่นฟิวเม้ียนจะเดินทางไปทางน้า ดงัน้นัก็เอากะทะใบใหญ่ไปตม้น้า เดือดรอเยยี่นฟิวเม้ียน เดินทางผา่นมา เมื่อถึงเวลาเดินทางเยยี่นฟิวเม้ียนต่างก็กลายร่างเป็นกบแลว้ขี่ใบไมล้อยไปตามแม่น้า พอ เห็นกบลอยมาพวกเขาก็จบัไปใส่กะทะเยยี่นฟิวเม้ียนซ่ึงตามหลงัมาเห็นพวกของตนถูกฆ่าตายเตม็ไปหมด เยนี่นฟิวเม้ียนรู้สึกโกรธมากจึงแอบไปดูวา่ ใครกนัแน่ที่มาแอบทา ร้ายพวกตนเสียชีวิตไปมากมาย ดงัน้นัเยยี่นฟิวเม้ียนจึงแอบไปเห็นพวกเขาซ่ึงเป็นเพื่อนเก่าของเยยี่นฟิวเม้ียนนนั่เอง พอเห็นดงัน้นั เยยี่นเม้ียนก็ไล่ทา ร้ายพวกเขา พวกเขาก็หนีเยยี่นฟิวเม้ีวนก็ไล่ตามพอพวกเขากลายร่างเป็นกวาง เป็นนก เป็นเกง้เยยี่นฟิวเม้ียนก็กลายร่างตามและไล่ท าร้ายพวกเขา จนพวกเขาไม่รู้จะกลายเป็ นอะไรดีจึงกลายร่าง เป็นกอ้นหิน เมื่อพวกเขากลายร่างเป็นกอ้นหินแลว้เยยี่นฟิวเม้ียนซ่ึงก็ไล่มาติด ๆ พอมาถึงก็ไม่เห็นพวกเขา
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 96 จึงไดค้น้หาจนทวั่ก็ไม่พบ เยยี่นฟิวเม้ียนโมโหมากบอกวา่ ไม่วนัใดก็วนัหน่ึงตนตอ้งไดแ้กแค้นแน่นอนถ้า ้ หากวา่พวกเขายงัไม่บวช คือโต่วไซก่อน ดงัน้นัหลงัจากหนีกลบับา้นไดพ้วกเขาจึงไดท้า พิธีโต่วไซ หลงัจากพวกเขาโต่วไซแลว้เยนี่ฟิวเม้ียน ก็ไม่สามารถทา อะไรพวกเขาไดอ้ีก เพราะเมื่อโต่วไซแลว้เชื่อกนัวา่จะมีทหารคอยคุม้ครองมากมาย ดงัน้นั ต้งัแต่คร้ังน้นัมาจนถึงปัจจุบนัคนเมี่ยนจึงมีพิธีบวชข้นัสูงสุด คือการโต่ไซนนั่เอง และคนเมี่ยนเชื่อวา่จาก การถูกทา ร้ายของเยยี่นฟิวเม้ียนคร้ังน้นัทา ใหเ้ยยี่นฟิวเม้ียนมีคนเดียว คนเมี่ยนจึงเรียกเยยี่นฟิวเม้ียนโดดเดี่ยว เพราะตอ้งอยคู่นเดียวอยา่งเดียวดายนนั่เอง นิทานพื้นบ้านของเมี่ยนได้สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของเผ่าในด้านต่างๆ สรุปได้ดังนี้ 1. ด้านวัฒนธรรม 1.1 วัฒนธรรมด้านการด าเนินชีวิตหรือคติธรรม - พฤติกรรมที่เกี่ยวกับการท างาน สอนว่าสมาชิกในครอบครัวทุก ๆ คน เป็ นแรงงานที่มีค่า เพ่งเล็งความขยันขันแข็งในการท างาน นิทานบางเรื่องสะท้อนให้เห็นว่าเงินทองมีความส าคัญน้อยกว่าความ ขยัน เพราะเงินทองมีวันใช้หมดได้ แต่ความขยันมีอยู่ตลอดไป - พฤติกรรมทางความเชื่อ หรือพฤติกรรมที่ยอมรับนบัถือหรือยดึมนั่ในสิ่งใดสิ่งหน่ึงที่มี ตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ตามว่าเป็นความจริง หรือมีอยจู่ริง การยอมรับนบัถือน้ีอาจมีหลกัฐานพิสูจน์ได้ หรือไม่มีก็ได้ความเชื่อเหล่าน้ีแบ่งไดด้งัน้ี ก. ความเชื่อเกี่ยวกบัผีสางเทวดา ซ่ึงเชื่อวา่มีฤทธ์ิอา นาจเหนือคน อาจใหท้ ้งัคุณและโทษต่อคน ข. ความเชื่อเกี่ยวกับความฝัน ซึ่งเป็ นการนึกเห็นเป็ นเรื่องราวในขณะนอนหลับ เช่น ฝันว่าพระ อาทิตย์แยกจากดวงจันทร์ ผลคือคนฝันถูกฆ่าตาย ค. ความเชื่อเกี่ยวกบัสิ่งแวดลอ้ม เป็นความเชื่อที่นบัเนื่องต่อจากความเห็นเรื่องผีเมี่ยนเชื่อวา่สิ่งที่ อยู่รอบตัวมีผีสิงสถิตย์ คอยจับตาดูอยู่และสามารถท าให้ได้รับความทุกข์ได้ เมี่ยนจึงพยายามจัด สภาพแวดลอ้มที่สามารถป้องกนัภยัอนัเกิดจากผีร้ายข้ึน เช่น เชื่อในเรื่องสีแดง ผีไม่กลา้เขา้มากล้า กราย เชื่อวา่หากปลูกตะไคร้ ไวท้ี่หลงับา้นเสือจะมานอนตรงตน้ตะไคร้น้นั ง. ความเชื่อเกี่ยวกับบุคคลว่าเป็ นผมู้ีญาณพิเศษ สามารถติดต่อกบัสิ่งลึกลบัได้หรือเป็นความเชื่อ เกี่ยวกบัการต้งัชื่อ วิญญาณ การตายแลว้เกิดใหม่เชื่อในการเขา้ทรงวา่เป็นการติดต่อกบัผีเพื่อถามวา่ ตอ้งการอะไร หรือเพื่อตรวจสอบวา่สิ่งใดทา ใหค้นในหมู่บา้นไม่สบาย จ. ความเชื่อเกี่ยวกับการเสี่ยงทาย เช่น การเสี่ยงทายระหวา่งชาย 2 คนวา่ ใครจะเป็นเน้ือคู่ของ หญิง โดยใชป้ลาแหง้2 ตวั ใส่อ่างน้า แลว้เสี่ยงทายวา่ถา้ใครทา ใหป้ลาแหง้มีชีวิตกระโดดข้ึนไปถึงไมไ้ผ่ ไดค้นน้นัก็เป็นเน้ือคู่
วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 97 1.2 วัฒนธรรมด้านข้อบังคับหรือเนติธรรม นิทานพ้ืนบา้นของเมี่ยนแสดงให้เห็นว่าผู้มีบทบาทใน การก าหนดข้อบังคับคือหมอผี ซึ่งถือว่าเป็ นผู้น าทางศาสนา เป็ นบุคคลส าคัญที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ ชีวิตประจ าวันเกี่ยวกับความเชื่อถือของคนในหมู่บ้าน เครื่องมือของหมอผี คือ ผีสางเทวดา ผู้ใดท าผิด กฏเกณฑ์ ข้อห้าม ข้อบังคับต่าง ๆ ถือว่ากระท าผิดต่อผี และต้องถูกลงโทษตามแต่กรณี เช่น ผีบ้านได้ ลงโทษคนที่รับประทานอีเกง้เผือก โดยบนัดาลใหเ้กิดแผ่นดินถล่ม ท้งัน้ีเพราะ เมี่ยนเชื่อวา่สัตวส์ีขาวนา มา เล้ียงผีบา้นไม่ได้เช่นเดียวกบัผใู้ดปฏิบตัิตามขอ้กา หนด จะไดร้ับความผาสุก ไดร้ับการคุม้ครองรอดพ้น จากภัยอันตราย เช่น เมื่อเกิดแผ่นดินถล่ม หญิงหม้ายซึ่งมิได้รับประทานอีเก้งเผือก รอดพ้นจากการถูก แผ่นดินทับ โดยผีได้บอกให้นางเดินทางไปจากหมู่บ้านเสีย 1.3 วัฒนธรรมด้านวัตถุ นิทานพ้ืนบา้นของเมี่ยนไดส้ะทอ้นใหเ้ห็นวา่เมี่ยนมีค่านิยมเกี่ยวกบัเรื่อง เงินและทองมาก โดยมีความคิดวา่ถา้มีเงินทองก็จะมีฐานะทางชนช้นั ในสังคม เป็นที่ยอมรับในสังคม นิทานบางเรื่องสะท้อนให้เห็นถึงการดูถูกเหยียดหยามคนจน นิทานบางเรื่องสะท้อนให้เห็นว่าในการ แต่งงานจ าเป็ นต้องใช้เงินทองจ านวนมาก และถ้าฝ่ ายชายฐานะด้อยกว่าฝ่ ายหญิง ก็จ าเป็ นต้องใช้เงินทอง มากยงิ่ข้ึน 1.4 วัฒนธรรมด้านสังคม แสดงให้เห็นถึงด้านต่าง ๆ เช่น ก. ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว นิทานสะท้อนให้เห็นอ านาจของผู้ชายหรือหัวหน้า ครอบครัว วา่เป็นผทู้รงอา นาจสูงสุดในครอบครัว ฝ่ายหญิงเป็นผทู้า งานหนกัท้งัในบา้น ในไร่ บางเรื่อง แสดงใหเ้ห็นวา่พ่อ หรือหวัหนา้คอบครัวจะเป็นผูต้ดัสินใจ ในการหาสามีใหลู้กสาวของตน รวมท้งัพ่อแม่ ของฝ่ ายสามี สามารถบังคับให้สะใภ้แต่งงานกับชายอื่น เมื่อเห็นว่าลูกชายของตนหายสาบสูญไป ข. ความสัมพนัธ์ของสมาชิกในสังคม นิทานพ้ืนบา้นสะทอ้นใหเ้ห็นความเก้ือกูลซ่ึงกนัและกนั การช่วยเหลือเก้ือกูลกนัไม่ไดก้ระทา เฉพาะภายในระหวา่งคนแซ่เดียวกนัหรือตระกูลเดียวกนัจะถือวา่ทุก คนคือพี่น้องกัน 2. ด้านประเพณี ประเพณีคือความประพฤติของชนที่อยู่ในที่แห่งหนึ่ง ถือเป็ นแบบแผนกันมาอย่างเดียวกัน และสืบ ต่อมานาน นิทานพ้ืนบา้นที่สะทอ้นดา้นประเพณีมีดงัน้ี 2.1 ประเพณีเกี่ยวกับครอบครัว ซ่ึงไดแ้ก่ประเพณีการแต่งงานที่สะทอ้นให้เห็นวา่ ฝ่ายชายจะเป็นผู้ เสียค่าใช้จ่ายในการแต่งงานมาก และฝ่ ายหญิงมักจะเลือกคู่ครองโดยดูจากความขยัน ในการท างานเป็ น หลกันอกจากน้ีก็มีประเพณีงานศพ 2.2 ประเพณีเกี่ยวกับสังคม เช่น ประเพณีการเล้ียงผีหมู่บา้นเพื่อความสงบสุขของสังคม 3. ด้านการอบรมสั่งสอน