The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรู้เผ่าอิ้วเมี่ยน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-10 03:13:23

องค์ความรู้เผ่าอิ้วเมี่ยน

องค์ความรู้เผ่าอิ้วเมี่ยน

วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 98 3.1 ด้านจริยธรรม หรือแนวทางความประพฤติและการปฏิบัติ เพื่อบรรลุถึงสภาพชีวิตอัน ทรงคุณค่าพึงประสงค์ จริยธรรมเป็ นกลไกทางสังคมที่ท าหนา้ที่เป็นบรรทดัฐานของความประพฤติเป็นสิ่ง ก าหนดว่า อะไรควรปฏิบัติ จริยธรรมไม่มีบทลงโทษ ไม่มีข้อห้ามส าหรับผู้ฝ่ าฝื น เช่น ก. ความซื่อสัตย์ ข. ความเมตตา นิทานพ้ืนบา้นหลายเรื่องไดส้ะทอ้นให้เห็นผลลพัภ์ที่เกิดจากการมีเมตตา เช่น เสือมาขออาศัยกลบัไล่ส่ง ก็ถูกเสือกดัตาย พบคนตีงูก็ขอซ้ืองูไปปล่อย ต่อมางูก็มีส่วนช่วยชีวิตไม่ให้ จมน้า ค. ความเอ้ือเฟ้ือ แสดงออกในนิทานเรื่องหน่ึงที่ครอบครัวยากจน ใหท้ ี่พกัพิงแก่คนชราซ่ึงเป็น เทวดาแปลงกายมา เทวดาจึงตอบแทนโดยเนรมิตให้น้า ที่เทวดาอาบกลายเป็นเงินทอง ง. ความกตัญญูกตเวที นิทานหลายเรื่องได้แสดงให้เห็นถึงการตอบแทนบุญคุณ 3.2 ด้านคุณธรรม หรือความรู้สึกผิดชอบชวั่ดีอนัเป็นเครื่องเหนี่ยวร้ัง และควบคุมพฤติกรรมที่ แสดงออกเพื่อแสดงความปรารถนา อันเป็ นของคนกลุ่มใหญ่ ก. คุณธรรมที่มีต่อครอบครัว ในนิทานพ้ืนบา้นจะสะทอ้นใหเ้ห็นพฤติกรรมของสมาชิกใน ครอบครัว ซ่ึงแสดงใหเ้ห็นถึงการอบรมสั่งสอนในสังคม เช่น หัวหนา้ครอบครัวเป็นหนา้ที่โดยตรงที่ จะตอ้งหาเล้ียงครอบครัว บางเรื่องแสดงใหเ้ห็นถึงความรักของภรรยาที่มีต่อสามีช่วยสามีอนัเป็นการแบ่ง เบาภาระ คุณธรรมของผู้เป็ นแม่ได้แสดงออกถึงความรักความห่วงใยลูก ตลอดจนคุณธรรมของผู้เป็ นลูกที่มี ความกตัญญูกตเวที เมื่อได้ดิบได้ดีก็ไม่ลืมพ่อแม่ ข. คุณธรรมที่มีต่อสังคม นิทานพ้ืนบา้นสะทอ้นใหเ้ห็นคุณธรรมของเมี่ยนที่เด่นมาก คือ ความ สามัคคีในอันที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้มีบรรยากาศของการเป็ นพี่น้องกัน นิทานเรื่อง บิงแกงเมี่ยน หรือลิงหามคน ลิงมาพลบศพคนคิดว่าเป็ นศพไร้ญาติพี่น้อง จึงช่วยกันหามไปท า พิธีศพ โดยไม่รังเกียจ ลิงจ่าฝูงพูดว่า "เอาเขาไป ช่วยเขา เป็ นญาติพี่น้องกัน" สุภาษิต, ค าสอน, ค าพังเพย สุภาษิต 1. บทกวีตอ้งแต่งใหผ้ทู้ี่ซ้ึงในบทกวีฟัง 2. ตัวหนังสือหนึ่งตัว มีค่าราวกับทองค า 3. ความเมตตาธรรมและสัจจะมีค่าหนึ่งราวทองค า 4. ผลสา เร็จของชีวิตอยู่ที่ความขยนัหมนั่เพียร 5. ในป่ามีตน้ ไมข้้ึนเหยยีดตรง แต่โลกน้ีไร้คนซื่อตรงจริง 12. เล้ียงลูกชายไม่อบรมสั่งสอน สู้เล้ียงลาดีกวา่ 7. เล้ียงลูกสาวไม่อบรมสั่งสอน สู้เล้ียงหมูไม่ได้ 8. ความดีท ายาก เพราะก าลังไม่พอ


วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 99 9. ความชวั่ทา ง่ายแถมยงัมีกา ลงัเหลือเฟือ 10. น้า ใสสะอาดเกินไปยอ่มไม่มีปลาอาศยัอยู่ 11. คนที่เคร่งครัดเกินไปกลับไร้ปัญญา 12. เมื่อโชคชะตาลิขิตอะไรไวก้็จะเป็นอยา่งน้นัอยา่งแน่นอน 13. บุญคุณดุจน้า ทิพยท์ ี่ไหลหลงั่จากฟากฟ้า 14. เคียดแค้นคนเป็ นได้ แต่อย่าเคียดแค้นคนตาย 15. ผมขาวมักงอกไปตามวัยของคนอย่างไม่รู้ตัว 16. เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ จึงมีคนมากราบไหว้ 17. มีลูกกตัญญูพ่อแม่หมดทุกข์ไร้กังวล 18. สายตาของสวรรคน์ ้นักวา้งขวาง 19. มีลูกจนไม่นานไม่มีลูกรวยไม่นาน 20. น้า ใสเพราะดินมาก้นัคุม้เอาไว้ 21. คนหนึ่งเล่าเรื่องเท็จร้อยคนเล่าต่อเรื่องเท็จก็กลายเป็ นจริง 22. พบสิ่งดีพบชา้พบสิ่งเลวร้ายราวถูกน้า แกงลวก ค าสอน 1. เพื่อให้รู้แจ้งเห็นแจ้งมองปัจจุบันต้องมองอดีต 2. ไม่มีอดีตก็ไม่มีปัจจุบัน 3. คนโง่ยอมคนไม่เป็ น 4. ชีวิตทุกคนข้ึนอยกู่บัดวง ไม่ไดข้้ึนอยกู่บัคนแมแ้ต่นอ้ย 5. ความรู้สึกของคนที่มีต่อกันเปราะบางดังกระดาษ 6. เมื่อกระหายน้า น้า เพียงหยดเดียวก็ท าให้กระชุ่มกระชวยได้ 7. มีไร่นาแต่ไม่ท านายุ้งข้าวก็ว่างเปล่า 8. หากเข้าใจอดีตและปัจจุบันไม่ถ่องแท้ เหมือนม้าวัวที่ไร้ก าลัง 9. อยู่บ้านเชื่อฟังบิดาแต่งงานเชื่อฟังสามี 10. คนโง่กลัวภรรยา กุลสตรีเคารพสามี 11. ถ้าให้ท าดีท าได้ไม่เตม็ที่ก็ขออยา่ทา ชวั่จนเกินไป 12. แม้นยากจนยังรู้สึกเป็ นอิสระ 13. บุญคุณพ่อแม่ที่มีต่อเราในที่สุดก็มิได้เฝ้าตอบแทน 14. ถ้ารู้จักพอก็จะเพียงพอไปตลอด 15. การยอมคนถือเป็ นความหลักแหลม 16. ครอบครัวที่ร ่ารวยลูกหลานทนล าบากไม่ได้


วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 100 17. พ่อลูกรักใคร่กัน ทรัพย์สินในครอบครัวไม่หดหาย 18.ถึงเวลาอดทนตอ้งอดทน ถึงเวลาอดกล้นัตอ้งอดกล้นั 19. ผู้ชายมากมายบาดเจ็บเพราะเหล้า ค าพังเพย 1. การจะรู้เขารู้เราก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา 2. เมื่อเจอคนรู้ใจ จึงมีการดื่มเหลา้เกิดข้ึน 3. เพื่อนมีอยู่มากมาย แต่เพื่อนที่รู้ใจมีไม่มาก 4. อยู่บ้านต้อนรับแขกไม่เป็ น ออกนอกบ้านถึงรู้ว่าไร้คนอุปถัมภ์ 5. ไม่มีใครไม่ถูกนินทาลับหลังและไม่มีใครไม่นินทาคนอื่น 6. มีเงินพูดอะไรก็เป็นจริง ไม่มีเงินพูดอะไรก็ไร้น้า หนกั 7. ในป่ าย่อมมีต้นไม้พันปี แต่โลกของเราน้อยนักจักพบคนอายุร้อยปี 8. ฝนมีดกลัวมีดไม่คม แต่เมื่อมีดคมแล้วกลัวบาดมือ 9. ตอนเด็กเป็ นพี่น้องกัน โตเป็ นผู้ใหญ่กลายเป็ นคนละครอบครัว 10. เรื่องดีปิดเงียบไม่ถูกเผยแพร่เรื่องร้ายถูกเล่าลือไปทวั่ทิศ 11.วนัน้ีมีเหลา้วนัน้ีเมา พรุ่งน้ีมีทุกขพ์รุ่งน้ีค่อยกลดักลุม้ 12. ดอกโบตนั๋งดงามมีไวใ้ห้คนเชยชมเท่าน้นั 13. คนเราเหมือนนกร่วมป่ าเดียวกัน เมื่ออันตรายมาถึงต่างคนต่างบิน 14.แม่น้า เหลืองยงัมีวนั ใสสะอาด ทา ไมคนเราจะมีโชคดีไม่ได้ 15. คนตายเพราะทรัพย์สิน นกตายเพราะอาหาร 16. เย็บปักดอกไม้แม้นสวยงามแต่ไร้กลิ่นหอม 17. ชาติหนึ่งผ่านไปเร็วราว กับม้ากระโดดข้ามช่องว่าง 18. คนเราซุบซิบนินทากัน สวรรค์ได้ยินราวเสียงฟ้าผ่า 19. มีแต่จับผิดจุดด้อยผู้อื่น ท าไมไม่ส ารวจจุดด้อยของตัวเองบ้าง 20. มีดคมบาดแผลติดสนิทง่าย ค าด่าท าคนเจ็บใจความแค้นไม่มีวันคลาย จชูงอ ้ อม( ค าปริศนาที่เป็นกลอนหร ื อเพลง อ้อมแก้ง “เอยีดติว้เฟยฝินฉุนเฝยฟาง เป๊ดก้อตุ้นยุ่นโต้วเหล่วาง เซียนเหยียวเจ๋จย้างต้ายฟางกั้บ เย่นหมาวเจ๋จย้างเก้าะเจย๋ยาง” “ดา้ย1 เส้น ร้อยท้งัสี่ดา้น 8 มุมกลม ๆ ข้างในกลวง เวลา 2 -3 ทุ่ม จะมาบรรจบกัน ตอนเช้า 5 -6 โมงก็จะเปิ ดต่างคนต่างไป”


วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 101 อ้อมฟ้อ(แม่กุญแจ, ลูกกุญแจ) “ตุ่น ตุ่น ยุ่น ยุ่น ฮ้างเม่งกู้กว่าจย้อยม่วนจินฮ้างเฝี ยวจ้อย เจยียวเจ้เจี้ยนซองจยิงกคอยเอ๋ ย้างเจ๋เจียนซองเอ๋เหม่กคอย” “กลม ๆ เหมือนกลองที่ใช้ตี คล้องไว้ที่ประตูมีความส าคัญ ถา้แมน้เป็นเน้ือคู่กนัแลว้ก็เปิดออก ถา้ไม่ใช่เน้ือคู่กนัก็เปิดไม่ออก” ก๋วยหมั่วโจ๋งจย้อย “ก๋วยหมั่วจวงจย้อยแป่ งย่างเต่ กคอยควากิ้จใจ๋ยฮ้างฟิ นโต้ว นิ่นตองเจียมเป๊ ดเมี่ยนโยอืมฮั๋น นินโหลวจิ๋งเปลโต้วเหลเตี้ยม” “มีของสิ่งหน่ึงปลูกลงในพ้ืนดิน เป็ นผลไม้ชนิดหนึ่งบนสวรรค์ เมื่อยังเป็ นผลอ่อนอยู่จะไม่มีคนชอบ เมื่อสุกจึงจะมีคนมาเก็บกิน” อ้อมปะฮอย (ดวงอาทิตย์) “เลี่ยวฟามเชียวว่นเสหม่วนเจี้ยม จยวงฝุยนินแกนแซงถายย่าง จยวงฝุยนิ่นแกนถายย่างโหล๋จยางฝุยนิ่นแกนถายป้วนยาง” “ฉัน เอาเพลงของเลี่ยวฟามมาถามคุณ ปี ไหนที่พระอาทิตย์ออก ปีไหนที่พระอาทิตยแ์ก่ ปี ไหนที่พระอาทิตย์ตกดิน” คอย (การแก้, หรือการทาย) “เลี่ยวฟามเชียวว่นโหยฮืมซ้ายหม่วน เย่นหมาวเจ๋จย้างแซงถายย่าง หืมเหม่จยี้จย้างถายย่างโหล เซียนเหยียวเจ๋จย้างกวยป้วนยาง” “คุณไม่ต้องถามฉันก็รู้อยู่ เวลา 5 -6โมงเชา้พระอาทิตยจ์ะข้ึน 11 -12โมง พระอาทิตยจ์ะแก่เวลา 6-7 โมง พระอาทิตย์จะตกดิน” ข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามกฏจารีตประเพณี ข้อห้ามระหว่างคนกับธรรมชาติ 1. เมื่อเห็นรุ้งกินน้า หา้มปัสสาวะหนัหนา้ไปทางน้นัและห้ามดื่มน้า ที่ตน้น้า ที่เกิดรุ้งกินน้า 2. การทา พิธีซิบตะปูงเม้ียน หา้มผหู้ญิงไป และหา้มรับประทานอาหารในพิธีดว้ย 3. ไมท้ี่เหลือจากการ ทา สะพานต่ออาย(ุจ่าเจ้ียว), ท าโลง, เผาศพ ห้ามน ามาท าเป็ นฟื น 4. ห้ามใช้เถาวัลย์ เดี๋ยงซุย เผาศพ


วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 102 5. ไม้ที่ใช้ท ากระท่อม ต้องแบกห้ามลาก 14. การไปคา้งแรมในป่า การจุดไฟคร้ังแรกตอ้งบอกกล่าวเจา้ที่เจา้ทาง 11. วันกรรมเสือ กรรมลม ห้ามคนนอกเข้าหมู่บ้านและในบ้าน 12. ฉางข้าวหรือยุ้งข้าว หากล้มก็ต้องท าพิธีเรียกขวัญข้าว ไม้ที่เคยสร้างคอกหมู, เลา้ไก่, ฉางข้าว ไม่นิยม น าเข้าบ้านเพราะจะท าให้คนในบ้านเจ็บป่ วย 13. ไม้ที่ใช้สร้างฉางข้าวแล้วห้ามเอามาใช้สร้างบ้าน 14. ไม้ที่ใช้สร้างบ้านแล้วสามารถเอามาสร้างอย่างอื่นได้ 15. การไปฟันไร่คร้ังแรก (จ๊ะเหลียง) หา้มร้องเพลง, พูดค าหยาบ เพราะเชื่อว่าจะท าให้ได้รับ บาดเจ็บ ข้อห้ามระหว่างคนกับคน 1. ผู้ที่เคยผ่านพิธีกว๋าตัง, โต่วไซและหมอผีหา้มลอดราวผา้ผหู้ญิง และเส้ือผา้ของผหู้ญิงหา้ม แขวนสูงกว่าศีรษะจะท าให้ไม่สบาย 2.คนที่จะเป็นอาจารยถ์ ่ายทอดวิชาใหต้อ้งเป็นคนดีไม่เห็นแก่ตวัหรือสาปแช่งคน 3. หิ้งบูชา ตอ้งอยสูู่งกวา่คน ในกรณีบา้น 2 ช้นัตอ้งทา ห้องครัวแยกสา หรับไวห้ิ้งบูชา 4. ผู้ที่ท าพิธีกว๋าตัง ช่วงท าพิธีต้องถือพรหมจรรย์ ห้ามยุ่งเกี่ยวหรือมีเพศสัมพันธ์กัน เพราะในงาน พิธีจะมีการปล่อยคาถาไวท้ี่หิ้งบูชา และที่ประตูใหญ่หากคนที่เขา้มาในบา้นที่ทา พิธีและไม่ไดถ้ือปฏิบตัิ ตามขอ้หา้มน้ีจะถูกคาถาจนถึงข้นัเสียชีวิต และช่วงรับประทานอาหารจะมีที่คอยเสิร์ฟอาหารให้เมื่ออิ่ม แล้วต้องคว ่าถ้วย ห้ามพูดคุยกับผู้หญิง 5. เมี่ยนไม่นิยมรับประทานเน้ือสุนขัเพราะถือวา่เป็นบรรพบุรุษ 6. เมี่ยนไม่นิยมรับประทานเต่าที่มีกระดอง 12 ชิ้น จะรับประทานเฉพาะที่มีกระดอง 13 ชิ้น 7. ลูกสะใภ้ต้องให้เกียรติ พ่อสามี และผู้ชายทุกคนในบ้านหรือญาติที่เป็ นชายมีอายุมากกว่าสามี เวลานงั่ตอ้งนงั่ต่า กวา่หา้มนงั่เกา้อ้ีระดบัเดียวกนัหา้มนงั่รับประทานอาหารโต๊ะเดียวกนั 8. ชายหา้มรับประทานเปี๊ยะปู่งแจ(ไก่ตวัแรกที่ผหู้ญิงรับประทานหลงัคลอดลูก) 9. เมื่อมีสตรีอยู่เดือนและยังไม่ได้ท าพิธีทิมเมี่ยนคู้ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าบ้าน 10. สัตวป์ระกอบพิธีกรรมเมื่อนา มาประกอบเป็นอาหารก่อนรับประทานตอ้งเชิญ ผีบรรพบุรุษลง มารับประทานก่อน 11. คนเตรียมพิธีโจ๋วดา้ง ก่อนรับประทานอาหารตอ้งลา้งมือ และของที่ใชส้า หรับงานพิธีหา้มแตะ ต้อง ห้ามดม ห้ามชิม 12. ซุ่ยติ(คนเป่ าปี่ ) ต้องเป็ นคนมีครอบครัว และคู่สมรสยังอยู่ ไม่นิยมเชิญคนเป่ าปี่ ที่ไม่มีคู่สมรส เพราะ ถือวา่ ไม่เป็นสิริมงคล คนที่จะเป็นชิ่งซุย้ก็ตอ้งเป็นคนที่มีคู่สมรส 13. เมื่อไปถึงบ้านหากเจ้าของบ้านไม่เชิญเข้าบ้านไม่ควรเข้า 14. เมื่อเจา้ของบา้นยกน้า ชามาใหห้ ากไม่ได้ขอบคุณไม่นิยมดื่ม


วรรณกรรมและระบบคุณธรรม 103 15. ไม้ที่ท าเป็ นราวแขวนข้าว หากล้มลง (ล้มในขณะที่ยังมีข้าวอยู่) ต้องท าพิธีเรียกขวัญข้าว


บทที่ 6 ดนตรีและบทเพลง ดนตรี (หล้อ โฌย๋) ดนตรีของเมี่ยนมีลักษณะเป็ นการเล่นดนตรีแบบง่าย ไม่ซับซ้อน โอกาสในการเล่นดนตรีของเมี่ยน มีค่อนขา้งจา กดัจะเอาออกมาเล่นไดเ้ฉพาะในเทศกาลหรือพิธีกรรมใหญ่ๆ เท่าน้นัเช่น พีแต่งงาน พิธีบวช พิธีงานศพ พิธีกรรมดึงวิญญาณคนตายจากนรก(เชวตะหยวั่) เป็นตน้และในบางพิธีกรรมเหล่าน้ีการใช้ ดนตรีร่วมประกอบพิธีกรรมยงัไม่อาจใชเ้ครื่องดนตรีไดค้รบประเภทอีกดว้ย ท้งัน้ีข้ึนอยกู่บัชนิดของ พิธีกรรมและคุณสมบัติของบุคคลที่เป็ นเจ้าของพิธีกรรม เช่นดนตรีประกอบพิธีกรรมแก่ผตู้ายที่ไม่เคยผา่น พิธีบวชใหญ่จะใชป้ี่ไม่ได้หรือพิธีดึงวิญญาณคนตายข้ึนจากนรก จะใชเ้ครื่องดนตรีเพียงฉาบและกลอง เท่าน้นั นอกจากกรณีเพื่อประกอบพิธีกรรมดังกล่าวแล้ว ดนตรีของเมี่ยนไม่มีโอกาสส่งเสียงให้ใครได้ยิน อีกแม้แต่การฝึ กซ้อม การเล่นดนตรีประกอบพิธีกรรม


อาหารและโภชนาการ 128 บทที่ 6 อาหารและโภชนาการ แหล่งอาหาร 1. แหล่งอาหารที่ผลิตขึ้นเอง อาหารจากการเพาะปลูกจะเป็ นอาหารหลัก ข้าวและผักชนิดต่าง ๆ โดยจะปลูกผสมลงในไร่ เช่น ขา้ว ขา้วโพด มนัสา ปะหลงัทานตะวนังาดา งาขาว พริก มะเขือ มะเขือเทศ น้า เตา้ ฟักทอง ฟักเขียว ถวั่ชนิดต่าง ๆ ผกักาด กระเทียม เผือก มนัเทศ ขิง ข่า หอม 2. แหล่งอาหารที่ได้จากธรรมชาติ อาหารจากป่ า สามารถหาได้ทุกฤดูกาลและตลอดปี แต่ละฤดูกาล ชนิดและประเภทของอาหารก็จะ แตกต่างกนั ในแต่ละฤดูซ่ึงจะข้ึนอยกู่บัธรรมชาติและพ้ืนที่ดว้ย ตวัอยา่งอาหารจากป่าธรรมชาติ ไดแ้ก่ เห็ดชนิดต่าง ๆ หน่อไม้หวาย ปลีกลว้ยป่า ผกัขม ชะอม ลูกต๋าว กระทอ้น มะเขือพวง ลูกก่อ ผกัหวาน อาหารประเภทโปรตีน ไดแ้ก่หมูป่า ไก่ป่า อีเกง้นก กระต่าย เลน กระรอก เม่น ลิ่น ฯลฯ อาหารที่ไดจ้ากแหล่งน้า ไดแ้ก่ ปลาชนิดต่าง ๆ ปูหอย กุง้เต่า ผกักูด ผกับุง้กบ เขียด ลูกอ๊อด ฯลฯ ซ่ึงส่วนมากอาหารจากแหล่งน้า จะเป็นสัตวน์ ้า 3.แหล่งอาหารจากภายนอกชุมชน ปัจจุบันหมู่บ้านส่วนใหญ่มีถนนตัดผ่าน การคมนาคมระหว่างชุมชนสะดวกสบายวัฒนธรรมการ บริโภคใหม่ ๆ เขา้มา มีการคา้ขายระหวา่งหมู่บา้น ชนิดของอาหารจากภายนอกไดแ้ก่อาหารประเภท ปรุงรส เช่น น้า ปลา น้า ตาล กะปิผงชูรส เกลือ อาหารสา เร็จรูป อาหารประเภทอาหารแหง้อาหาร ประเภทผกัและเน้ือสัตวช์นิดต่าง ๆ การประกอบอาหาร การหุงข้าว โดยทวั่ ไปเมี่ยนหุงขา้วแบบเช็ดน้า ในแต่ละบา้นหุงขา้วคราวละมาก ๆ หมอ้โต ๆ เพราะนอกจาก รับประทานเฉพาะม้ือแลว้ยงัสามารถห่อไปกินในไร่และเหลือไวใ้หเ้ด็ก ๆ กินตลอดวนัไดด้ว้ย การหุง ขา้วเริ่มดว้ยการเอาขา้วใส่หมอ้ลา้งน้า 1-2 คร้ัง แลว้นา ไปต้งัไฟ ไม่นานนกัน้า จะเดือด จะทิ้งไว้ระยะหนึ่ง เมื่อตกัมาบีบดูพอเห็นวา่สุกแลว้จะรินน้า ขา้วที่เดือดออกพอประมาณแลว้นา หมอ้ขา้วมาวางบนไฟชวั่ครู่ แลว้ยกลงวางไวห้นา้เตาไฟที่เกลี่ยถ่านร้อน ๆ ออกมาลาดไว้ท้งัน้ีเพื่อใหข้า้วระอุดีอาจใชไ้มค้นขา้วคน บ้าง


อาหารและโภชนาการ 129 การปรุงอาหาร เมี่ยนนิยมรับประทานอาหารที่สุกแล้วทุกชนิด ยกเว้นอาหารประเภทลู่ ซึ่งประกอบด้วยเลือดสด ๆ นิยมใชเ้ครื่องเทศที่ทา จากตะไคร้หอมด่วน ผกัไผ่และถวั่พลูนก ซ่ึงหาไดใ้นป่านา มาสับใหล้ะเอียดแลว้ นา ลงกวนกบัเน้ือซ่ึงสับแลว้ในเลือด จนเลือดจบัเป็นกอ้น อาหารลู่น้ีเป็นที่นิยมมากสา หรับผชู้ายในวยักลางคนข้ึนไป คนหนุ่มและเด็กไม่ค่อยนิยมการกินลู่ที่ มีเลือดเช่นน้ีเชื่อกนัวา่จะไปสร้างเลือดในร่างกาย อาหารของเมี่ยนปรุงแบบง่าย ๆ เริ่มตน้จาการต้งักะทะบนไฟใส่น้า มนัหมูพอสมควรตามความจา เป็นสา หรับอาหารแต่ละชนิด เมื่อร้อนไดท้ ี่แลว้เติมน้า ลงไป ใส่เกลือ ต้งัไฟไวพ้กัหน่ึง 5-10 นาที ใส่ผัก หลงัจากสุกก็ยกลงวางไวบ้นหิ้งขา้งฝา ซ่ึงนิยมทา เป็นที่รองเป็นขดกลม ๆ ดว้ยฟางขา้ว บางทีก็วางไวบ้นเตา ไฟ ผกัที่ใชป้รุงอาหาร จะไดร้ับการลา้งน้า ก่อนแลว้นา มาลงกะทะ ใชม้ือบิดใหข้าดเป็นท่อน ๆ ไม่นิยม ใชม้ีดหนั่ยกเวน้พืชผกับางอยา่ง เช่น มะเขือ แตงกวา ฟักทอง มะระ ซ่ึงเป็นพืชที่นิยมมาก นา มาหั่นจน ฝอยแลว้ผดัน้า มนั การปรุงรส อาหารโดยทวั่ ไปของเมี่ยนมีรสเคม็เพียงอยา่งเดียว รสเปร้ียว หวาน และเผด็แทบจะไม่มีถึงแมว้า่ เมี่ยนจะนิยมกินเผ็ดแต่ไม่นิยมปรุงอาหารให้มีรสเผด็ ไม่มีการแกงโดยใชเ้ครื่องแกงแบบพ้ืนราบ เครื่องปรุงรสต่าง ๆ นิยมซ้ือมาจากตลาดในพ้ืนราบ เช่น เกลือ นิยมซ้ือเกลือคร้ังละมาก ๆ อาจ เป็นกระสอบ นอกจากซ้ือทีเดียวแลว้ยงัแบ่งปันกนัไดด้ว้ย นอกจากใชใ้นการปรุงรสอาหารแลว้เกลือยงัใช้ ในการเชิญแขกฝ่ ายเจ้าสาวในการแต่งงานอีกด้วย น้า ปลา โดยปกติทวั่ ไป เมี่ยนยงัไม่นิยมใชน้ ้า ปลาเท่าใดนกัอาหารที่ปรุงใหสุ้กใชเ้กลือเพียงอยา่ง เดียว น้า ปลาถา้จะมีใชก้็เฉพาะทา น้า จิ้มเท่าน้นั น้า ตาลทราย ใชก้นันอ้ยมากในการประกอบอาหาร โดยทวั่ ไปเมี่ยไม่นิยมรสหวาน ผงชูรสเป็น ผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ที่ใช้กันค่อนข้างแพร่หลาย แต่ไม่นิยมใส่ผงชูรสลงในอาหารขณะที่ปรุงอยู่บนเตาไฟ นิยมเหยาะผงชูรสลงในถ้วยแกงเวลารับประทานเลยทีเดียว โดยทวั่ ไปอาหารจะไดร้ับการตระเตรียมในครัวซ่ึงเป็นส่วนของผหู้ญิง จะมีเตาไฟอยู่2 ประเภท คือเตาไฟแบบก่อดว้ยดินเป็นแท่งภายในเจาะวา่งมีปากประตู2 ดา้นสา หรับใส่ฟืนดา้นบนเจาะเป็นที่ต้งั หม้อซึ่งนิยมท าไว้ 2 ที่ ขนาดใหญ่และเล็กอย่างละที่ นอกจากเตาแบบน้ีแลว้บางบา้นอาจมีเตาสามขา คือใชก้อ้นหิน 3 กอ้นวางเป็น 3 มุม หรือใช้ สามขาที่ท าด้วยเหล็ก


อาหารและโภชนาการ 130 เตาไฟส าหรับต้มอาหารเล้ียงหมูทา เป็นเตาขนาดใหญ่สา หรับวางกะทะใบใหญ่มีลกัษณะกลม นอกจากการตม้อาหารใหห้มูแลว้ยงัใชส้า หรับการตม้น้า เพื่อใชใ้นการลวกหมูเพื่อให้ขดูขนออกง่าย หรือ ใชต้ม้น้า เพื่อใหค้นป่วยอาบ, ตม้หรือน่ึงขนม จย้วัเจี๊ยะ, จย้วัดา้ว (ซ่ึงเป็นขนมที่ใชใ้นงานพิธี) นอกจากน้ีแลว้ยงัใชใ้นการตม้กลนั่สุราดว้ย เตาอีกเตาหน่ึงอยหู่นา้ยกพ้ืนสา หรับรับรองแขก (พ่าง) ความจริงลกัษณะเป็นกองไฟมากกวา่เตาไฟ แต่ในบางบา้นเขาใชเ้ตาสามขาวางครอบกองไฟน้ีดว้ย เพื่อใชต้ม้น้า ร้อนหรือตม้น้า ชาสา หรับดื่ม เมี่ยนชอบ นงั่ลอ้มรอบกองไฟกองน้ีแลว้แลกเปลี่ยนกนัสูบบอ้งยาน้า เคยมีบางคนพูดไวว้า่ ไฟกองน้ีไม่มีวนัดบัเลย ในบ้านเมี่ยน บางบ้านที่มีสมาชิกอาศัยอยู่หลายครอบครัว และมีคนเจ็บป่ วยในครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง เตาไฟน้ีอาจใชส้า หรับทา อาหารพิเศษใหค้นป่วยดว้ย เชื่อกันว่ามีผีตนหนึ่งอาศัยอยู่ที่เตาไฟ การรดน้า ลงบนเตาไฟถือเป็นขอ้หา้มทางจารีตประเพณีอยา่ง หน่ึง ท้งัน้ีหมายถึงการรดน้า ลงบนเตาไฟ โดยเจตนาเท่าน้นัการนงั่ยนื่เทา้ไปสู่เตาไฟและการนงั่ผิงไฟโดย การนงั่หนักน้ ใหเ้ตาไฟ จะกระทา ไม่ได้เช่นเดียวกบัหญิงที่มีครรภ์จะตอ้งไม่เดินผา่นปากเตาไฟใน ระยะใกล้ๆ โดยเชื่อหากขอ้หา้มเหล่าน้ีไดร้ับการละเมิด ผีเตาไฟจะทา ร้ายผอู้าศยัโดยการทา ใหเ้กิดมี บาดแผลหรือมีแผลพุพองและมีการเจ็บปวดเหมือนถูกไฟไหม้ อุปกรณ ์ประกอบอาหาร 1. หมอ้ขา้ว ปัจจุบนันิยมใชห้มอ้อลูมีเนียมที่ซ้ือมาจากตลาด มีท้งัหมอ้ขา้วที่มีหูและแบบที่ไม่มีหู ในสมยัก่อนใชห้มอ้เหลก็ลกัษณะคลา้ยบาตรพระแต่มีหูสา หรับยก ในปัจจุบนับางบา้นยงัคงเก็บรักษาหมอ้ ขา้วชนิดน้ีไว้ 2. กะทะ ใช้ในการปรุงอาหารประเภทผัด แกง ไม่นิยมใช้หม้อ แต่ละบ้านจะมีกะทะหลายใบ 3. ตะหลิว มีใช้บ้างแต่ไม่ค่อยนิยมกัน ใช้ขันที่ตักข้าว หรือใช้ไม้ซึ่งมีลักษณะเป็ นพายเล็ก ๆ ใช้คน ข้าวแทนตะหลิว 4. ไมค้นขา้ว (ฮ่างเจ)้นิยมทา ดว้ยไมเ้น้ืออ่อนหรือไมไ้ผม่ ีลกัษณะคลา้ยพายเรือแต่มีขนาดเลก็การ หุงขา้วที่ไม่ใชไ้มค้นขา้ว ขา้วจะไม่ระอุดีเพราะนิยมหุงขา้วแบบเช็ดน้า 5. ตะเกียบ เมี่ยนนิยมใช้ตะเกียบในการรับประทานอาหาร ซึ่งจะเหลาจากไม้ไผ่ จะมีการย้อม ตะเกียบให้เป็ นสีแดงเพราะถ้าน ามาใช้ในงานพิธีต่าง ๆ จะถือว่าเป็ นสิริมงคล เช่น งานแต่งงานและการย้อม สีตะเกียบน้ีเพื่อเป็นการรักษาใหต้ะเกียบใชไ้ดน้าน ตะเกียบจะไม่ข้ึนรา โดยปกติจะเก็บตะเกียบ ไมคน้ ขา้ว ไวใ้นกระบอกไมไ้ผท่ ี่ติดอยกู่บัช้นัวางอุปกรณ์ต่าง ๆ การถนอมอาหาร เมี่ยนนิยมถนอมอาหารประเภทเน้ือและผกัสา หรับไวร้ับประทานในระยะเวลายาว โดยเฉพาะการ เก็บเน้ือหมูวิธีการต่าง ๆ เหล่าน้ีสามารถทา ไดห้ลายวิธีเช่น


อาหารและโภชนาการ 131 1.การแขวนเน้ือหมูไวไ้ตเ้พดานหิ้งในครัวปล่อยให้รมควันไฟจนส่วนนอกมีสีด าคล้ายติดเขม่าไฟ สามารถเก็บเน้ือไวไ้ดน้านเมื่อจะรับประทานก็นา มาแล่ดา้นนอกทิ้งไป เน้ือดา้นในยงัคงสภาพเดิมอยู่ 2. ออ้ซุย คือการดองเน้ือหมูเพื่อทา ใหเ้น้ือหมูเปร้ียว โดยจะเอาเน้ือหมูมาหนั่เป็นชิ้นเรียงใส่ไห และโรยเกลือใหท้ ว จนเต็มไหแล้วหิดปากไหให้แน่น หากปาดหนังหมูมาสับและเอาข้าวสุกมาใส่จะท า ั่ ใหเ้น้ือมีรสชาดเปร้ียวเร็วข้ึนและสามารถเก็บไวไ้ดน้าน 3. ออ้บว้นซุย เน้ือดอง จะหนั่เน้ือหมูใหเ้ป็นชิ้นเลก็ๆ เอาขา้วสารแช่น้า 2-3 ชวั่โมงและนา มาตา ใหล้ะเอียดเป็นขา้วผง เอามาคลุกเน้ือแลว้ใส่น้า เลก็นอ้ย เก็บไวร้ับประทานไดน้านเป็นปีโดยเอาใส่ไหไว้ แต่ถ้าเปิ ดไหเอาออกมารับประทานแล้วต้องปิ ดให้ดีมิฉะน้นัจะเน่ามีกลิ่นเหมน็หรือถา้เปิดไหแลว้ก็ตอ้งเอา อกมากินเป็ นประจ า 4. อิ๊บออ้ซุย คือการเอาเน้ือมาควั่ในกะทะใหน้ ้า มนัออกเมื่อสุกแลว้ตกัไวใ้หเ้ยน็แลว้เอาเก็บใส่ไห ปิ ดฝาไว้ให้มิดชิด 5. หน่อไมด้อง ใชห้น่อไมด้องกบัเกลือ ใชไ้ดท้ ้งัเป็นหน่อและที่ซอยแลว้ โดยสัดส่วนหน่อไม้ 1 ไห เกลือ1/2 กิโลกรัมใส่ไหและเติมน้า ปิดฝาไหใหแ้น่น 6.ผกักาดดอง (ไร่ซุย) จะเอาผกักาดมาหนั่ฝอย แลว้เอาน้า ขา้วร้อน ๆ ใส่ดองไวป้ระมาณ 4-5 วัน หรือจนกวา่จะเปร้ียว แต่ถา้ดองมาก ๆ ควรใส่น้า ขา้วที่ร้อนปนขา้วสุกดว้ย จะทา ใหเ้ปร้ียว ถ้าจะเก็บไม้ นาน ๆ ใหเ้ทน้า ทิ้งไปแลว้เอาของหนกัๆ ปิดทบัไวก้็จะเก็บผกักาดน้ีไวร้ับประทานไดน้านไม่นอ้ยกวา่6 เดือน นอกจากใส่ไหแล้วอาจดองโดยใส่กระบอกไม้ไผ่ ปิ ดปากกระบอกด้วยใบกล้วยที่รมไฟแล้วฉีกเป็ น ฝอย ๆ อัดให้แน่นคล้าย ๆ ปิ ดกระบอกข้าวหลาม 7. แคบหมู เมื่อฆ่าหมูจะเลาเอาไขมนัติดกบัหนงัหมูมาทอดในกะทะขนาดใหญ่เพื่อใหน้ ้า มนัออก หมด ก็จะไดแ้คบหมูการเก็บน้นัจะตอ้งเก็บรวมกบัน้า มนั ในไหน้า มนัอาจเพิ่มเน้ือแกงที่ทอดสุกแลว้เก็บ ไวร้วมกนัเมื่อถึงเวลารับประทานก็ตกัออกมาอุ่นใหน้ ้า มนัออกแลว้นา มาประกอบอาหารต่อ ข้าวซ้อมมือ ข้าวที่เมี่ยนหุงรับประทานประจ าวันเป็ นข้าวซ้อมมือ การต าข้าวจะใช้ครกกระเดื่อง เกือบทุก หลงัคาเรือนจะมีครกกระเดื่องภายในบา้นและถือเป็นสิ่งที่มีความสา คญัต่อขวญัของเด็ก ขวญัของเด็กทารก ในครรภ์มารดาในช่วงเดือนที่สามและเก้า จะอยู่ที่ครกกระเดื่อง จึงมีข้อพึงสังวรณ์ในเรื่องการเอามีดฟันไม้ ครกกระเดื่อง โดยปกติเป็ นงานของแม่บ้านหรือหญิงสาวในบ้านที่จะต้องเตรียมข้าวสารส าหรับหุงรับประทาน เมี่ยนไม่นิยมตา ขา้วไวร้ับประทานหลาย ๆ ม้ือ จะตา เพื่อหุงเฉพาะม้ือเท่าน้นั ประมาณ 20.00 - 21.00 น. ภายหลังจากเสร็จงานบ้านที่เกี่ยวกับการเตรียมอาหารและการบริการสมาชิกในครอบครัวแล้ว แม่บ้านหรือ หญิงสาวในบา้นจะตา ขา้ว เสียงครกกระเดื่องจะดงัไปไกล บางบา้นนิยมตา ขา้วในตอนเชา้ตรู่คือเมื่อก่อ ไฟต้งัหมอ้ขา้วแลว้ผหู้ญิงจะตา ขา้วและเสียงตา ขา้วน้ีจะช่วยปลุกใหผ้อู้ื่นตื่นนอนดว้ย


อาหารและโภชนาการ 132 ข้าวซ้อมมือหรือข้าวต าด้วยครกกระเดื่อง เป็ นที่นิยมเพราะถือว่ามีวิตามินสูง อร่อย เคยมีเรื่องเล่า ในนิยายปรัมปราว่า เมื่อตอนเกิดแห้งแล้งในสมัยที่เมี่ยนอยู่ในประเทศจีน ความแห้งแล้ง ความอดอยากท า ให้ผู้คนล้มตายเป็ นอันมาก เมี่ยนเล่าว่าผู้ชายตายเร็วกว่าผู้หญิง 2 วัน ผู้ชายจะทนความอดอยากอยู่ได้เพียง 5 วนั ในขณะที่ผหู้ญิงทนอยไู่ดน้านถึง 7 วนัท้งัน้ีเพราะผหู้ญิงเป็นผตู้า ขา้วมีร าขา้วคายขา้วติดกาย ครกกระเดื่องชนิดใช้แรงคน ครกกระเดื่องของเมี่ยนมี 2 ประเภท คือ ครกกระเดื่องแรงคนเรียกว่า "ต๋อย" และครกกระเดื่อง แรงน้า เรียกวา่"อวม ต๋อย" สา หรับประเภทหลงัน้ีมีเฉพาะในหมู่บา้นที่มีลา ธารใกลบ้า้น มีน้า ตลอดปีตรง ปลายคานครกกระเดื่องแทนที่จะเป็นที่สา หรับคนกด ใชร้างไมโ้ตพอสมควรผกูติดเขา้เมื่อปล่อยน้า ใหไ้หล ลงเตม็ราง จะมีน้า หนกัมากพอที่จะกดคานลงทา ใหอ้ีกดา้นหน่ึงที่มีสากติดอยยู่กข้ึน ในจงัหวะที่ดา้น กระเดื่องจะมีน้า หนกัมากกว่าก็จะตกลงในครก เป็นดงัน้ีสลบักนัไป ตามปกติจะใส่ขา้วในตอนกลางคืน ซ่ึงทา ใหเ้ราไดย้นิเสียงครกทา งานเป็นจงัหวะตลอดคืน เหตุผลที่ไม่ตา ขา้วกลางวนัเพราะไม่ตอ้งการใหไ้ก่มา รบกวน นอกจากในบางแห่งทา โรงลอ้มป้องกนัมิใหไ้ก่เขา้ใกล้ ข้าวต าด้วยครกกระเดื่องจะมีสีไม่ขาวจัด มีร าและเมล็ดข้าวที่เปลือกไม่แตกปะปนอยู่ ต้องเอามาฝัด ดว้ยกระดง้ทา ใหไ้ดร้ าขา้วส าหรับใชเ้ล้ียงไก่เล้ียงหมูดว้ย อาหารส าหรับบุคคลวัยต่างๆ 1.อาหารส าหรับกลุ่มสตรีมีครรภ์และหลงัคลอด อาหารสา หรับสตรีมีครรภโ์ดยทวั่ ไป ไม่มีรูปแบบพิเศษ เป็นอาหารธรรมดาที่บริโภคทวั่ ไปใน ชีวิตประจา วนัเผา่เมี่ยนจะใหส้ตรีมีครรภบ์ริโภค เน้ือไก่หมูไข่พริกไทย และผกัใบเขียว ต่าง ๆ แต่จะมีข้อห้ามบางอย่างคือ ห้ามไม่ให้บริโภคสัตว์ป่ า คือ เหยี่ยว เสือ แมวป่ า รวมถึงสัตว์ที่ถูกงู กัดหรือเสือกัด และผลไม้ทุกชนิดที่มีลักษณะแฝด เมี่ยนจะใหค้วามสา คญักบัสตรีหลงัคลอดมาก ควรบริโภคขา้วหมากตม้ไก่ใส่สมุนไพรเป็นอาหาร จานหลัก อาหารต้องห้ามของสตรีหลังคลอดคือ มะเขือม่วง ฟักทอง ยอดฟักทอง แตงกวา ฟักเขียว ปลี กลว้ย กลว้ยสุก มะละกอสุกงอมซ่ึงมีเมลด็ในผลเริ่มงอกแลว้กะหล่า ปลีฝรั่ง ปลา 2. อาหารส าหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก อาหารส าคัญส าหรับเด็กแรกเกิดหรือวัยทารกคือ นมแม่ เด็กทารกจะได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ เพราะถูกเล้ียงดูไดอ้ยใู่กลช้ิดกบัแม่ตลอดเวลา เด็กวยัทารกจะเริ่มไดร้ับอาหารเสริมนอกจากนมแม่ต้งัแต่มี


อาหารและโภชนาการ 133 อายุประมาณ 3-4-5 เดือนเป็นตน้ ไป อาหารเสริมสา หรับเด็กทารกไดแ้ก่กลว้ยบด ไข่ตม้ตม้จืด โจ๊กหมู โจ๊กไก่ขา้วผสมน้า คลุกน้า ตาลหรือเกลือ ขา้วบดกบักลว้ย นอกจากน้ีแลว้ยงัมีขอ้หา้มเรื่องอาหารสา หรับเด็กวัยทารก เช่น ห้ามบริโภคเสือ แมวป่ า เหยี่ยว นกเคา้แมว และผ้ึงที่มีชื่อวา่ “ม่วยย่อม” เพราะเชื่อว่าถ้าให้บริโภคแล้วจะท าให้เด็กเล็กมีอาการชัก 3.อาหารส าหรับผู้สูงอายุหรือคนชรา ส าหรับผู้สูงอายุหรือคนชรา จะบริโภคอาหารตามปกติที่มีอยู่ในชีวิตประจ าวัน ไม่มีรูปแบบ อาหารพิเศษเฉพาะกลุ่ม เป็นอาหารธรรมดา ๆ เช่น ตม้จืดผกัต่าง ๆ ตม้เน้ือ เป็นตน้ โดยปกติผสูู้งอายจุะ บริโภคอาหารที่มีรสไม่จัด ไม่เผ็ดมากเกินไป และควรเป็ นอาหารที่ย่อยง่าย นุ่ม ไม่แข็งมาก และโดย จารีตประเพณีจะให้เกียรติผู้สูงอายุ จะต้องตกัอาหารเสิร์ฟใหผ้ สูู้งอายกุ่อนคนอื่น ถา้จา เป็นจะตอ้งบริโภค ก่อนก็จะตอ้งตกัแบ่งอาหารเก็บไวใ้หผ้ สูู้งอายุ 4.อาหารส าหรับกลุ่มผู้ป่วย อาหารส าหรับกลุ่มผู้ป่ วย มีหลักเกณฑ์พิจารณาว่า อาหารส าหรับผู้ป่ วยควรย่อย ส่วนใหญ่จะเป็ น อาหารที่ปรุงรสจืด เช่น ต้มผัก ปิ้งเน้ือคลุกเกลือ ไข่ลวกหรือไข่ตม้ขา้วตม้ ปรุงรสดว้ยเกลือ แกงหมูที่ตม้ หมูเปื่อย และมีขอ้หา้มบางอยา่งดงัน้ี 1. ห้ามผู้ป่ วยเป็ นโรคเหน็บชา รับประทานอาหารประเภทดอง เพราะจะท าให้อาการของโรคหาย ช้า 2.หา้มผปู้่วยเป็นตุ่มตามผิวหนงัรับประทานอาหารประเภทเน้ือเพราะจ าท าให้อาการของโรคหายช้า 3. ห้ามผู้ป่ วยด้วยโรคหวัด รับประทานอาหารที่มีรสหวาน เพราะจะท าให้อาการของโรคหายช้า 4. หา้มผปู้่วยที่บาดเจ็บจากเอน็ขาด รับประทานอาหารประเภท ไก่ ปลา กบ ปู 5. หา้มผปู้่วยทวั่ ไปรับประทานอาหารที่ปรุงดว้ยวิธีผดัเพราะจะทา ใหผู้ป่ วยเกิดอาการ้อน ้ 6. หา้มผปู้่วยทวั่ ไป รับประทานอาหารประเภทที่มีน้า มนั อาหารในโอกาสต่าง ๆ การประกอบอาหารในงานพิธีหรือเทศกาลต่าง ๆ น้นัการเตรียมอาหารยอ่ย การปรุงอาหารจะ เป็ นหน้าที่ของผู้หญิง อาหารที่ใช้ในงานพิธีกรรมหรือในงานเทศกาลต่าง ๆ จะใช้หมูหรือไก่ซ่ึงเป็นสัตวใ์นพิธีกรรม หลงัทา พิธีเสร็จจะนา มาประกอบอาหารใชเ้ล้ียงแขกหรือเพื่อนบา้นที่มาช่วยงาน เน้ือหมูหรือไก่ซ่ึงใชใ้นพิธีเล้ียงผีหมู่บา้น ซ่ึงจดัข้ึนในป่าขา้งบา้นและทุกครอบครัวมีส่วนร่วม ใน การออกค่าใช้จ่ายgท่ากัน เมื่อเสร็จพิธีแล้วจะต้องรับประทานให้หมดห้ามน ากลับไปบ้านเรือน


อาหารและโภชนาการ 134 ในวนัข้ึนปีใหม่เมี่ยนไม่นิยมรับประทานผกัถือวา่หากรับประทานผกัในวนั ปีใหม่จะทา ใหม้ี หญา้ข้ึนในไร่มาก ข้อห้ามเรื่องอาหารในงานพิธี 1. งานพิธีบวชเลก็ (กว๋าตงั)และพิธีบวชใหญ่(โต่ไซ) หา้มรับประทานเน้ือสัตวแ์ละน้า มนั 2. งานแต่งงาน อาหารม้ือแรกที่เล้ียงตอ้นรับคณะของเจา้สาว หา้มใชผ้กั ใหใ้ชแ้ต่เน้ือสัตว์


บรรณานุกรม สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย(ศ.ว.ท./IMPECT). สาระองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอวิ้เมี่ยน(เย้า), ฉบับที่ 1 ปี 2543


Click to View FlipBook Version