บรรณานุกรม กฤษณา เจริญวงค์. ความสัมพนัธ์ระหว่างกลุ่มชนลวัะกบัเจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่. เชียงใหม่:ศูนย์วิจัยและ พัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ม.ป.ป. ______________เอกสารสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ลัวะในล้านนา. ๗-๘ มีนาคม ๒๕๓๑ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์วิทยาลัยครูเชียงใหม่ สหวิทยาลัยล้านนา. กองประชาสงเคราะห์ชาวเขา. กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงาน และสวัสดิการ. เอกสารเรื่อง “40 ปี กองปรชาสงเคราะห์ชาวเขา”. ตุลาคม ๒๕๔๕. กัญญา ลีลาลัย.ะ ประวัติศาสตร์ชนชาติไท.กรุงเทพฯ: สถาบันวิถีทรรศน์, ๒๕๔๔. กาญจนา แก้วเทพ. เมื่อสื่อส่องและสร้างวัฒนธรรม.กรุงเทพฯ:ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๕. ขจัดภัย บุรุษพัฒน์. ชนกลุ่มน้อยสัญชาติพม่า. กรุงเทพฯ:รุ่งศิลป์ การพิมพ์, ๒๕๔๐. คณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติิ. ชาวเขาเผ่าม้ง.กรุงเทพฯ:โรงเรียนสงครามจิตวิทยากรม ยุทธการทหาร, ๒๕๑๘. โครงการวิจยัแนวทางการอนุรักษแ์ละฟ้ืนฟูภูมิปัญญาลายผานาหมื่นศรี. ทอรักถักสายใยผ่านลายผ้านาหมื่น ศรี. เชียงใหม่: ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ส านักงานภาค, ๒๕๔๘. จันทบูรณ์ สุทธิและสมเกียรติ จ าลอง. ลัวะ และวัน เดือน ปี.ข่าวสารสถาบันวิจัยชาวเขา ๑๓.๓-๔ (กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๓๒) หน้า ๔๕–๗๔. จารุวรรณ พรมวัง.การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมบางประการของชาวไทลื้อ. วิทยานิพนธ์ ภาควิชาสังคม วิทยาและมานุษยวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๖. จิตร ภูมิศักดิ์. ความเป็ นมาของค าสยาม, ไทยลาวและขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อ ชนชาติ.กรุงเทพฯ: ดวงกมล, ๒๕๑๙. ฉลาดชายรมิตานนท์และคณะไท-ไต TAI. เชียงใหม่: ศูนย์สตรีศึกษาคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๒. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. บ้านกับเมือง. กรุงเทพฯ:โครงการส่งเสริมสถาบันหมู่บ้านร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเพื่อ การพัฒนาหมู่บ้านอีสาน, ๒๔๙๙. ______________. ทฤษฎีและแนวคิดเศรษฐกจิชุมชนชาวนา. กรุงเทพฯ: ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย , ๒๕๔๑.
๕๖๔ ______________. ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมชุมชนและชนชาติไทย. กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๐. ______________. วัฒนธรรมไทยกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม.กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๔. ชนิดา ต้งัถาวรสิริกุล. สื่อสัญลักษณ์ผ้าลาวเวียงจันท์.กรุงเทพฯ: ส านักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย, ๒๕๔๑. ชอบ คชาอนันต์และสมเกียรติ จ าลอง. “เพลงและการละเล่นพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าเย้า”. ข่าวสารศูนย์วิจัย ชาวเขา. ๑๒ (ฉบับที่ ๑,๒ มกราคม-มิถุนายน ๒๕๓๑) : ๘๕–๙๔. ชอบ คชาอนันต์. “เย้ากับความเชื่อเรื่องผี”. ข่าวสารศูนย์วิจัยชาวเขา. ๑ (ฉบับที่ ๓ มกราคม-เมษายน ๒๕๒๒) : ๓๕–๓๙. ______________. “เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ของเย้า”.ข่าวสารศูนย์วิจัยชาวเขา. ๒ (ฉบับที่ ๒ เมษายน-มิถุนายน ๒๕๒๑) : ๒๑–๒๓. ______________. “ระบบการเรียกชื่อเครือญาติของเย้า”.ข่าวสารศูนย์วิจัยชาวเขา. ๔ (ฉบับที่ ๑, ๒๕๒๓) : ๓๗–๓๙. ชัชวาล บุญปัน และสมเกียรติต้งัมโน (บรรณาธิการ) บทสนทนามหาวิทยาลัยเที่ยงคืน.วิฤตโลก วิกฤตไทย อะไรคือทางรอด. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์อัมรินทร์, ๒๕๔๔. ชาญวิทย์เกษตรศิริ.การส ารวจพรมแดนไทย-พม่า-ลาว-กัมพูชา.กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๐. ชูพินิจ เกษมณี. “แม้ว: ถิ่นก าเนิดและการอพยพลงใต้”.ข่าวสารศูนย์วิจัยชาวเขา. ๖ (เมษายน-มิถุนายน ๒๕๒๕) : ๑๘-๒๓. ชูสิทธิ์ชูชาติ. “วิวัฒนาการเศรษฐกิจหมู่บ้านในภาคเหนือของประเทศไทย พ.ศ.๒๓๙๔–๒๔๗๕”. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิยาลัยศรีนคริรทรวิโรฒประสานมิตร, ๒๕๒๓. ไชยรัตน์เจริญสินโอฬาร.วาทกรรมการพัฒนา.กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์วิภาษา, ๒๕๔๕. ณรงค์เพ็ชรประเสริฐและทวิช จตุวรพฤกษ์. พธิีกรรมเพื่อสืบทอดความเป็นชาติพนัธ์ุของชาวเขายากจน: การศึกษาการปรับตัวทางวัฒนธรรมของชาวเขาเผ่าลีซอในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๘. ณัฏฐวี ทศรฐและวีระพงศ์ มีสถาน. สารานุกรมกลุ่มชาติพนัธ์ุเมี่ยน (เย้า).กรุงเทพ : สหธรรมมิก, ๒๕๔๐. ณัฏฐวี ทศรฐ, สุริยา รัตนกุล. สารานุกรมกลุ่มชาติพนัธ์ุละว้า.กรุงเทพ : สหธรรมิก, ๒๕๔๑.
๕๖๕ เตือนใจ ดีเทศน์(กุญชร ณ อยุธยา). คู่มือการท างานกบัชาวเขาเผ่าลซีอ. ล าปาง : โครงการศูนย์การศึกษา ต่อเนื่องเพื่อชุมชนในเขตภูเขากรมการศึกษานอกโรงเรียน, ๒๕๒๗. ทรงพล รัตนวิไลลักษณ์.วิทยานิพนธ์“การสร้างตัวตนผ่านการปฏิบัติเกยี่วกบัป่าของชุมชนปกาเกอะญอ”. ม.ป.ท., ๒๕๔๖. ทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุล (บรรณาธิการ). ผ้าเอเชีย : มรดกร่วมทางวัฒนธรรม . พิมพค์ร้ังที่๑.กรุงเทพฯ : บริษทัอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พบัลิชชิ่ง จ ากัด (มหาชน), ๒๕๓๖. ทรงศักดิ์ ปรางค์วัฒนากุลและแพทริเซีย แน่นหนา. ผ้าล้านนา ยวน ลื้อ ลาว.พิมพค์ร้ังที่๓.กรุงเทพฯ : บริษทัอมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ฟ จา กดั, ๒๕๓๓. ____________. ผ้าไทลื้อ :การผลิตซ ้าทางวัฒนธรรม. เอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “วฒันธรรมไทล้ือกบัการปรับตวัในกระแสของการเปลี่ยนแปลง” วันที่ ๑๖-๑๗ กันยายน ๒๕๓๗ ณ ห้องทองกวาว ส านักบริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ทวีป วรดิลก. ประวัติศาสตร์จีน.กรุงเทพมหานคร: เอมี่เทรดดิ้ง, ๒๕๔๗. ธิดา สาระยา. ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น.กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๒๙. ธีระพันธ์ ล. ทองค า. เกีย เซ็น ป๊ อง : พระราชสาส์นพระเจ้าผิงหวางใช้ป้องกันตัวส าหรับการเดินทางข้ามภูเขา ฉบับถาวร.กรุงเทพฯ:โครงการวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเย้าไทยและเย้าจีน หน่วยปฏิบัติการวิจัยทาง ภาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๔. นคร พันธ์ณรงค์ และคณะ. ปัญหาชายแดนไทย-พม่า.กรุงเทพฯ:ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, ๒๕๔๐. นิธิ เอี่ยวศรีวงค์. “เอเชียวิถี”. มติชน:ฉบับ ๒๑:หน้า ๔๗, ๒๕๔๑. ______________. ยุคสมัยไม่เชื่ออย่าลบหลู่.กรุงเทพฯ:อัมรินทร์บุคเซ็นเตอร์, ๒๕๔๒. ______________. คนจนกับนโยบายการท าให้จนของรัฐ.กรุงเทพฯ:คณะกรรมการเผยแพร่และส่งเสริมงาน พัฒนา, ๒๕๔๓. นิพัทธเวช สืบแสง. “ปี เดือนวันของแม้ว”.ข่าวสารสถาบันวิจัยชาวเขา. ๑๔ (เมษายน-มิถุนายน ๒๕๓๓): ๖๑-๖๓. บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. ไทยสิบสองปันนา.กรุงเทพฯ: ศยาม, ๒๕๔๗. ______________. สามสิบชาติในเชียงราย. กรุงเทพฯ:ศยาม, ๒๕๔๗. บุญเทียม พลายชมภู. พม่า : ภูมิหลงัทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ:โอเดียนสโตร์, ๒๕๔๘.
๕๖๖ ปนัดดา บุณยสาระนัยและหมี่ยุ้ม เชอมือ. อาข่า : หลากหลายชีวิตจากขุนเขาสู่เมือง. เชียงใหม่: มิ่งเมือง, ๒๕๔๗. ประคอง นิมมานเหมินท์และเรืองวิทย์ลิ่มปนาท. คนไทใต้คง ไทใหญ่ในยูนนาน. สถาบันไทยศึกษาฝ่ ายวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๓๘. ประชัน รักพงษ์และคณะ.การศึกษาหมู่บ้านไทลื้อในจังหวัดลา ปาง. ล าปาง: กิจเสรีการพิมพ์, ๒๕๓๕. ประชัน รักพงษ์. “การศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านไทลื้อในภาคเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว”. เชียงใหม่: เอกสารไทศึกษา ๖ ประกอบการประชุมสัมมนาเรื่อง ไทศึกษาคร้ังที่๖, ๑๔-๑๗ ต.ค. ๒๕๓๙. ประสิทธิ์ ลีปรีชา, ขวัญชีวัน บัวแดงและคณะ.วิถีชีวิต ชาติพนัธ์ุในเมือง. เชียงใหม่: มิ่งเมือง, ๒๕๔๖. ประสิทธิ์ ลีปรีชา, ยรรยง ตระการธ ารงและคณะ. เมี่ยน: หลากหลายชีวิตจากขุนเขาสู่เมือง. เชียงใหม่: มิ่งเมือง, ๒๕๔๗. ประเสริฐ ชัยพิกุสิต และทวิช จตุวรพฤกษ์. สื่อประเพณีดั้งเดิมของชาวเขาเผ่าลีซอ. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัย ชาวเขา, ๒๕๓๑. ประเสริฐ ชัยพิกุสิต. บ้านลีซอ. เชียงใหม่ :ศูนย์วิจัยชาวเขา, ๒๕๒๖. ______________. เพลงและการละเล่นของลีซอ. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยชาวเขา, ๒๕๒๖. ______________. ข้อห้ามข้อนิยมชาวเขาเผ่าลีซอ. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยชาวเขา, ๒๕๒๙. ปราโมทย์ ภักดีณรงค์. การเมืองของสุนทรียภาพผ้าซิ่นตีนจกกับกระบวนการรื้อฟื้ นวัฒนธรรมแม่แจ่ม. วิทยานิพนธ์:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๗. ปริตตา เฉลิมเผ่า. เผยร่าง-พรางกาย.คณะสังคมวิทยาและมนุษย์วิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โครงการ จัดพิมพ์คบไฟ พ.ศ. ๒๕๔๑ (๑), ๒๒๒-๒๒๓. ปิ่นแกว้ เรืองอร่ามศรี (บรรณาธิการ).อัตลักษณ์ทางชาติพันธ์ และความเป็ นชายขอบ. กรุงเทพฯ: ศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร, ๒๕๔๖. ปิ่นแกว้ เหลืองอร่ามศรี. ภูมิปัญญานิเวศวิทยาชนพื้นเมือง : ศึกษากรณีชุมชนกะเหรี่ยงในทุ่งป่าใหญ่นเรศวร. นนทบุรี :โลกดุลยภาพ, ๒๕๓๙. ไป๋ ฉุน. ไทศึกษาในเมืองจีน.กรุงเทพฯ: ส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (ส.ก.ว), ๒๕๔๔. เผชิญ จิณสิทธิ์. ประเพณีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าหลวงเมืองล้า.อ าเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน. ม.ป.ป. (อัด ส าเนา)
๕๖๗ เผ่ากออนันตกูล (บรรณาธิการ). คนใน. ประสบการณ์ภาคสนามของนักมานุษยวิทยา. กรุงเทพฯ:ศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน), ๒๕๔๓. ฝอยทอง (สมบัติ) สมวถา. เล่าขานต านานเมืองแจ๋ม. เชียงใหม่ : นพบุรีการพิมพ์, ๒๕๔๖. พรรณี บัวเล็ก. ประวัติศาสตร์สิบสองปันนา.กรุงเทพฯ: สถาบันวิถีทรรศน์, ๒๕๔๔. มงคล จันทร์บ ารุง. เย้าไทย-เย้ากวางสี เสื้อผ้าและเครื่องประดับ. พิมพ์คร้ังที่๑.กรุงเทพฯ :จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๔. ______________. ประเพณีการแต่งงานของชาวเขาเผ่าเย้า. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยชาวเขา, ๒๕๒๘. ______________. เรื่องของชาวเขา (เผ่าเย้า). เอกสารทางวิชาการประกอบการแต่งต้งัใหด้า รงตา แหน่ง ผู้ช านาญการพิเศษ, สถาบันวิจัยชาวเขา จังหวัดเชียงใหม่, ๒๕๓๕. ๑๔๔ หน้า. มนัส มณีประเสริฐ.การใช้ประโยชน์ที่ดินของชาวลีซอ. เชียงใหม่ : ศูนย์วิจัยชาวเขา, ๒๕๒๕. มาเซียล ดัสเซ่และไพฑูรย์ ดัสเช่. ปัญหาการเมืองของชนเชื้อชาติเผ่าไทยในเวียตนาม พม่า จีน.กรุงเทพ : ดวงกมล, ๒๕๑๙. มูลนิธิฮักเมืองน่าน. ฮักเมืองน่าน “กว่าทศวรรษบนเส้นทางการเรียนรู้”. เชียงใหม่: นันทกานต์, ๒๕๔๗. ยศ สันตสมบัติ. หลักช้าง. มูลนิธิภูมิปัญญา, ๒๕๔๒. ยันฟ้าแสนหวี, เจ้าและคณะ. ประวัติศาสตร์ไทใหญ่พื้นไทตอนกลาง.กรุงเทพฯ: ส านักงานกองทุนสนับสนุน การวิจัย, ๒๕๔๓. สุมิตร นิติพัฒน์ และคณะ. คนไทแดงในแขวงหัวพัน สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว.กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮา้ส์, ๒๕๔๖. รุจยา อาภากร, ม.ร.ว. และคณะ. ไทลื้อ.กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๓๐. เรณู อรรฐาเมศร์และชายช้ืน คา แดงยอดไต. ผ้าไทใหญ่จากมาวโหลง (ชายแดนจีน-พม่า) สู่ล้านนาในบริบท ของการเปลี่ยนแปลงตามบริบททางสังคมวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๔๔. เริ่ม เตชะแกว้.รายงานการค้นคว้า สถาปัตยกรรมบ้านไทยลื้อ. เชียงราย:วิทยาลัยครูเชียงราย, ๒๕๒๘. โรงเรียนสงครามจิตวิทยา กรมยุทธศาสตร์ทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด. ชาวเขาเผ่าอีก้อ.กรุงเทพ : ส านักงานคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ, ๒๕๑๘. ลักขณา ดาวรัตนหงษ์. “พิธีไหว้ผีของชาวลีซอ”. ภาษาและวัฒนธรรม ปี ที่ ๘ ฉบับที่ ๒ นครปฐม : สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนา ชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล หน้า ๑๐๔-๑๒๙, ๒๕๓๒.
๕๖๘ ______________. “พธิีไหว้ผีของบรรพบุรุษของชาวลซีอ”. ภาษาและวัฒนธรรม ปี ที่ ๑๓ ฉบับที่ ๑ หน้า ๘๒-๙๑, ๒๕๓๗. วสันต์ ณ ถลาง. ความเชื่องเรื่อง “ผี” และพิธีกรรมของสังคมอกี้อในหมู่บ้านผาหมี ต าบลแม่สายเชียงราย. โบราณคดี : ๕(มกราคม-มีนาคม ๒๕๑๗), หน้า ๒๕๕-๒๗๓. วิจัยชาวเขา, ศูนยิ์. บรรณนิทัศน์๕ สภาพของชาวเขาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๒๖. วิลักษณ์ ศรีป่ าซาง. ครัวหย้อง ของงาม แม่ญิงล้านนา. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๗. เวชชวุฒิบุญชูวิทย์. เงื่อนไขทางวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับสิ่งใหม่ของชาวเขาเผ่าอีก้อ : ศึกษา เฉพาะกรณีหมู่บ้านแสนเจริญใหม่อา เภอสรวยจังหวัดเชียงราย.วิทยานิพนธ์สาขามานุษยวิทยา ภาควิชามานุษยวิทยา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๓๒. ยรรยง จิระนครและรัตนาพร เศรษฐกุล . ประวัติศาสตร์สิบสองปันนา . กรุงเทพมหานคร : สถาบันวิถีทัศน์, ๒๕๔๔. ศรีเลา เกษพรหม.ลัวะเยียะไร่ไทใส่นา. เชียงใหม่:สถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ม.ป.ป. ศรีศักร วัลลิโภดม.ลวัะละว้าและกะเหรี่ยง : ชนเผ่าในที่สูงกบัความสัมพนัธ์ทางเศรษฐกจิ-การเมืองกับรัฐ ในที่ราบ เมืองโบราณ ๑๒,๑ (ม.ค.-มี.ค. ๒๕๒๙) หน้า ๕๔-๖๔. มณี พยอมยงค์. คร่าวร ่า ๗๐๐ ปี เมืองเชียงใหม่. เชียงใหม่ : ดาวคอมพิวเตอร์กราฟิ ก, ๒๕๔๑. สงเคราะห์ชาวเขา, กอง. กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ท าเนียบชุมชนบน พื้นที่สูง ๒๐จังหวัดในประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๔๐. นนทบุรี : สหพริ้นติ้งการพิมพ,์๒๕๔๑. สถาบันวิจัยชาวเขา.แม้ว.กรุงเทพฯ:กรมประชาสงเคราะห์กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๓๒. สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ต านานพื้นเมืองยอง พ.ศ. ๒๔๘๕ .คัมภีร์ใบลาน อักษรธรรม วัด กอสะเลียม ต.บวกค้าง อ.สันก าแพงจ.เชียงใหม่ รหัสไมโครฟิ ล์ม ๗๙.๐๒๖.๐๑L–๐๔๔ มี ๑ ผูก จ านวน ๕๙ หน้าลาน. ______________. ต านานพื้นเมืองยอง พ.ศ. ๒๔๔๑.คัมภีร์ใบลาน อักษรธรรม วัดดอนปิ น ต.แช่ช้าง อ.สัน ก าแพง จ.เชียงใหม่ รหัสไมโครฟิ ล์ม ๗๙.๐๒๗.๐๕๐๖๔–๐๖๔ มี ๑ ผูก จ านวน ๗๐ หน้าลาน. สมใจ แซ่โง้วและวีระพงศ์ มีสถาน. ไทลื้อ. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๔๑.
๕๖๙ สมหมาย เปรมจิตต์. ต านานสิบห้าราชวงศ์ฉบับสอบช าระ. เชียงใหม่: มิ่งเมือง, ๒๕๔๐. สมัย สุทธิธรรม.อีก้อ.กรุงเทพ : ๒๐๒๐ เวิลด์มีเดีย, ๒๕๔๑. สรัสวดี อ๋องสกุล. ชุมชนโบราณในแอ่งเชียงใหม่-ลา พูน . กรุงเทพมหานคร:อมรินทร์พริ้นติ้งแอนดพ์บัลิชชิ่ง, ๒๕๔๓. สรินยา กิจประยูร.การรับคริสตศาสนากับการปรับตัวทางวัฒนธรรม:กรณีศึกษาชุมชนอาข่าใน อ าเภอแม่ สรวยจังหวัดเชียงราย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๑ . สิงฆะ วรรณสัย. โคลงเรื่องมังทรารบเชียงใหม่. พิมพค์ร้ังที่๒, เชียงใหม่ : ศูนย์หนังสือเชียงใหม่, ๒๕๒๒. สุจริตลักษณ์ดีผดุงและสรินยา ค าเมือง. สารานุกรมกลุ่มชาติพนัธ์ุกะเหรี่ยงโป.กรุงเทพ : สหธรรมิก, ๒๕๔๐. สุจริตลักษณ์ดีผดุง, อรนุช นิยมธรรม และคณะ. ม้งน ้าเงินบ้านห้วยหอยอ าเภอแม่แจ่ม และม้งขาวบ้านม่อน ยะเหนือ อ าเภอสันป่ าตอง จังหวัดเชียงใหม่.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๓๔. สุจริตลักษณ์ดีผดุง. เย้า. นครปฐม : สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบทมหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๓๙. ๑๘ หน้า. (อัดส าเนา) ______________. สารานุกรมกลุ่มชาติพนัธ์ุม้ง. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๓๘. สุรัสวดีอ๋องสกุล. “ลัวะในต านานลานนาไทยหายไปไหน”. เอกสารการสัมมนาล้านนาศึกษาประวัติศาสตร์ และโบราณคดีณ วิทยาลัยครูเชียงใหม่, ๒๘-๓๑ มกราคม ๒๕๒๘. สุริยา รัตนกุลและสมทรง บุรุษพัฒน์. สารานุกรมกลุ่มชาติพนัธ์ุกะเหรี่ยงสะกอ.กรุงเทพ : สหธรรมิก, ๒๕๓๘. สุริยา รัตนกุล. “วรรณกรรมที่ไม่ได้จดลงเป็ นตัวหนังสือของละว้า”. บทความเสนอในการสัมมนาเรื่อง ภาษา ของชนกลุ่มน้อยใน ในประเทศไทย ที่หอประชุมจงจินต์มหาวิทยาลัยมหิดล ๓-๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐, ๒๙ หน้า. ______________. พจนานุกรมไทย-ม้ง. กรุงเทพ: เกษมสัมพันธ์การพิมพ์, ๒๕๑๕. แสวง มาละแซม. ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น : คนยองย้ายแผ่นดิน. พิมพค์ร้ังที่๒.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๒. ______________. คนยองย้ายแผ่นดิน. พิมพค์ร้ังที่๒.กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๔.
๕๗๐ โสฬส ศิริไสย์.รายงานผลการส ารวจจ านวนประชาการของชนเผ่าละว้า. เอกสารการวิจัยของสถาบันวิจัย ภาษาและวัฒนธรรมเพื่อ พัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๒๗. (ยังไม่ได้ตีพิมพ์) เหยา ซุ่นอัน. “เส้นทางอพยพของชาติเย้า”.ข่าวสารศูนย์วิจัยชาวเขา. ๙ (ฉบับที่ ๔. ๒๕๒๘) : ๒๙–๓๘. อนาโตล โรเจอร์แบ็ลติเยร์. วรรณกรรมไทเขิน. กรุงเทพมหานคร : ดวงกมล, ๒๕๔๐. อมรรัตน์ ปานกล้า. ชาวไทยใหญ่ แม่ฮ่องสอนบนวิถีโลกไร้พรมแดน สยามอารยะ ๔.๔๕(พ.ย.๒๕๓๙) ; หน้า ๑๖-๒๓. อรุณ เวชสุวรรณ. พระราชชายาเจ้าดารารัศมีกับการรวมหัวเมืองภาคเหนือ.กรุงเทพมหานคร : เม็ดทราย, ๒๕๔๓. อานันท์กาญจนพันธุ์.วัฒนธรรมกับการพัฒนา: มิติที่สร้างสรรค์.กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๓๘. ______________. ความคิดทางประวัติศาสตร์และศาสตร์ของวิธีคิด. เชียงใหม่: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๓. อุไรวรรณ แสงศร.รายงานภูมิปัญญาพื้นบ้านและการรักษาความเจ็บป่วยของชาวอกี้อ. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยชาวเขา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๔๒. อุษณีย์ เมตต์การุณจิต. ชีวิตและวัฒนธรรมชนชาติส่วนน้อย: ลัวะต้นต านานล้านนาสยามอารยะ. ม.ป.ป. เอกสารรวมบทความการประชุมสัมมนาวิชาการ. เรื่อง มรดกสิ่งทอไทลื้อกับบริบททางสังคมวัฒนธรรมใน ล้านนา. เชียงใหม่: ส านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เชียงใหม่, ๒๕๓๕. เอเชียศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบัน. หลายคนยลพม่า. กรุงเทพฯ:ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๗. B C R On the Trade of Chiaang mai (No. 1793-5557) Diplomatic and Consular Reports. 1896-1916 (Primary source). Conway, S. Thai Textile. Bangkok: River Books Press, 1992. Dodd, W.C. The Tai Race: Elder Brother of the Chinese. Bangkok: River Books, 1996. Flatz, G. “The Khalo or Mae Rim Lawa, a remnant of the Lawa population of northern Thailand” .Journal of the Siam Society. 51 pages. 1971. Outram, F. J. Handbook of the Lisu (Yawyin) Language. Rangoon: Superintendent, Government Printing. 1922.
๕๗๑ Goldman, A.Y. Lao mien embroidery : migration and change. Bangkok: White Lotus, 1995. Hutchison, E.W. “The Lawa in Northern Siam” .Journal of the Siam Society 27(2) : 153-182. 1934. Hutheesing, O. K. Emerging Sexual In Quality among the Lisu of Northern Thailand : The waning of dog and elephant repute. The Netherlands : Leiden, E.J. Brill, 1990. Kauffmann, H.E. “Some Social and Religious Institutions of the Lawa (N.W.-Thailand) part I” . Journal of the Siam Society 60(1) : 237-307. 1972. Kerr, A.F.G. “The Lawa of Baw Luang Plateau : ethnologic notes”. Journal of the Siam Society 18(2) 1924 : 135-146. ______________. “Two “Lawa” Vocabularies : The Lawa of the Baw Luang Plateau”. Journal of the Siam Society 21(2) 1927-28 : 53-63. Keyes, C.F. (ed.). Ethnic adaptation and identity : the Karen on the Thai frontier with Burma, Philadephia, Institute for the Study of Human Issues. 278p. 1980. ______________. “The Karens in Thai History and the History of Karens in Thailand”.Paper presented at a symposium on pivotal or Marginal People : the place of the Karens in Southeast Asia, University of Washington. 1971. Kunstadter, P. “Irrigation and social structure narrow valleys and individual enterprise”.Paper prepared for Eleventh Pacific Science Congress, Tokyo, August-September. 1966. ______________. “Subsistence Agriculture Economics of LUAAND KAREN Hill Farmers of Mae Sariang District, Northwestern Thailand”.Paper prepared for Symposium on Shifting Cultivation and Economic Development. ______________. “The Lua? (Lawa) of Northern Thailand : Aspects of 1965 Social Structure, Agriculture, and Religion”. Research Monograph No. 21. Princeton University, 1965. Lemoine, J. Yao ceremonial paintings. Bangkok: White Lotus, 1982. Lewis, P. and Lewis, E. Peoples of the golden Triangle: Six Tribes in Thailand. London: Thames and Hudson, 1984. Mitani, Y. “The Lawa or Chaubun in Changvad Petchabun” .Journal of the Siam Society 14(1) 1921 : 19-51. Mottin, J. History of the Hmong. Bangkok: Odeon Store, 1980.
๕๗๒ Lamchiagdese, N. The Phonology of Lue In Lampang Province. M.A. Thesis. Bangkok : Mahidol University, 1984. Ongsakul,S. History of Lanna. Chiang Mai: Silkworm Books, 2005 Roop deLagnel Haigh. A Grammar of Lisu Language. Unpublished doctoral dissertation, Yale University, New Haven. 1970. Saul, J. D. The Naga of Burma. Bangkok: Orchid Press, 2004. Schlatter, D., “Lawa (Lawa,Lua)” in Smalley, W.A. (ed.) Phonemes and Orthography : Language Planning in Ten Minority Languages of Thailand. Pacific Linguistics Series C-No. 43, The Australian National University, pp. 273-281. 1976. Seidenfaden, E. “The Lawa of Umphai and Middle Meping” .Journal of the Siam Society 32(1) 1940.: 29-36. ______________. “Translator’s Note, appended on Phra Petchaburi’s article on “The Lawa or Chaubun in Changvad Petchabun” .Journal of the Siam Society 14(1) : 19-51. ______________. “The Lawa, additional note by Major Erik Seidenfaden” .Journal of the Siam Society. 17(2) 1921. 101-102.1923. Smalley, W. Phonemes and Orthography : Language Planning in Ten Minority Languages of Thailand (PL c.43). Canberra : ANU, 1976. Nicholas, T. Sovereignty and rebellion: the White Hmong of the Northern Thailand. Oxford: Oxford University Press, 1989. David, W. & Fraser, B. G. Mantles of Merit. Bangkok: River Books, 2005. Milne, L. Shans at Home. New York:Paragon Book Reprint Corp, 1970. Young, O.G. The Hill tribes of Northern Thailand. Thai-American Audiovisual Service.1961. _________ . The Hill Tribes of Northern Thailand. Bangkok : Siam Society, 1962. _________ . The Hill tribes of Northern Thailand. 2 nd. Edition. Bangkok : the Siam Society. 1962.
๑ ภาคผนวก ภาคผนวกที่ ๑ ภาพร่างแสดงรูปแบบและโครงสร้างชุดเคร ื่องแต่งกายชนเผ่า ภาคผนวกที่ ๑.๑ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าไทเขิน ภาคผนวกที่ ๑.๒ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าไทยวน ภาคผนวกที่ ๑.๓ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าไทใหญ่ ภาคผนวกที่ ๑.๔ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าไทล้ือ ภาคผนวกที่ ๑.๕รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าปกาเกอะญอ ภาคผนวกที่ ๑.๖ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าม้ง ภาคผนวกที่ ๑.๗ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าลาหู่ ภาคผนวกที่ ๑.๘ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าลีซู ภาคผนวกที่ ๑.๙ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าเมี่ยน ภาคผนวกที่ ๑.๑๐ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าอาข่า ภาคผนวกที่ ๑.๑๑ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าละว้า
๒ ภาคผนวกที่ ๑.๑ รูปแบบและโครงสร้างชุดเคร ื่องแต่งกายชนเผ่าไทเขิน
๓ ๑.๑ ชนเผ่าไทเขิน ๑.๑.๑ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑.๑.๑.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑.๑.๑.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๔ ๑.๑.๑.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑.๑.๑.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๕ ๑.๑.๑.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๑.๑.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๖ ๑.๑.๒ ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๑.๑.๒.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑.๑.๒.๒ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๗ ๑.๑.๒.๓ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ๑.๑.๒.๔ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๘ ๑.๑.๒.๕ การแต่งกายในในแบบพิธีการของผ้ชูายวัยผู้ใหญ่ ๑.๑.๒.๖การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๙ ภาคผนวกที่ ๑.๒ รูปแบบและโครงสร้างชุดเคร ื่องแต่งกายชนเผ่าไทยวน
๑๐ ชนเผ่าไทยวน --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑.๒.๑ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑.๒.๑.๑การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑.๒.๑.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๑ ๑.๒.๑.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑.๒.๑.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๒ ๑.๒.๑.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๒.๑.๖ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชราชาว ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๓ ๑.๒.๒ ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๑.๒.๒.๑การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑.๒.๒.๒ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๔ ๑.๒.๒.๓ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ๑.๒.๒.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๕ ๑.๒.๒.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๒.๒.๖ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๖ ภาคผนวกที่ ๑.๓ รูปแบบและโครงสร ้ างชุดเครื่องแต่งกายชนเผา่ ไทใหญ่
๑๗ ชนเผ่าไทใหญ่ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑.๓.๑ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑.๓.๑.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑.๓.๑.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๘ ๑.๓.๑.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑.๓.๑.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๑๙ ๑.๓.๑.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๓.๑.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๐ ๑.๓.๒ รูปแบบและโครงสร้าง ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๑.๓.๒.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑.๓.๒.๒ การแต่งกายในแบบพธิีการผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๑ ๑.๓.๒.๓ การแต่งกายในแบบพธิีการผู้หญิงวัยชรา ๑.๓.๒.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๒ ๑.๓.๒.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๓.๒.๖การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๓ ภาคผนวกที่ ๑.๔ รูปแบบและโครงสร้างชุดเคร ื่องแต่งกายชนเผ่าไทลื้อ
๒๔ ชนเผ่าไทลื้อ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑.๔.๑ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวันเพศ ๑.๔.๑.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑.๔.๑.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๕ ๑.๔.๑.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑.๔.๑.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๖ ๑.๔.๑.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๔.๑.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๗ ๑.๔.๒ ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๑.๔.๒.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑.๔.๒.๒ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๘ ๑.๔.๒.๓ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้หญิงวัยชรา ๑.๔.๒.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๒๙ ๑.๔.๒.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๔.๒.๖ การแต่งกายในแบบพิธีการของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๐ ภาคผนวกที่ ๑.๕ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าปกาเกอะญอ
๓๑ ชนเผ่าปกาเกอะญอ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑.๕.๑ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑.๕.๑.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑.๕.๑.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๒ ๑.๕.๑.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑.๕.๑.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๓ ๑.๕.๑.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๕.๑.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๔ ๑.๕.๒ ชุดเครื่องแต่งกายในแบบพิธีการ ๑.๕.๒.๑ การแต่งกายในแบบพิธีการของเด็กผู้หญิง ๑.๕.๒.๒ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๕ ๑.๕.๒.๓ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้หญิงวัยชรา ๑.๕.๒.๔ การแต่งกายในแบบพธิีการของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๖ ๑.๕.๒.๕ การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๕.๒.๖การแต่งกายในแบบพธิีการของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๗ ภาคผนวกที่ ๑.๖ รูปแบบและโครงสร้างชุดเครื่องแต่งกายชนเผ่าม้ง
๓๘ ชนเผ่าม้ง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ๑.๖.๑ ชุดเครื่องแต่งกายที่ใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑.๖.๑.๑ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้หญิง ๑.๖.๑.๒ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๓๙ ๑.๖.๑.๓ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้หญิงวัยชรา ๑.๖.๑.๔ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของเด็กผู้ชาย ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน
๔๐ ๑.๖.๑.๕ การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยผู้ใหญ่ ๑.๖.๑.๖การแต่งกายในชีวิตประจ าวันของผู้ชายวัยชรา ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน ระยะประมาณ ๘๐ - ๕๐ ปี ระยะประมาณ ๕๐ - ๒๐ ปี ระยะประมาณ ๒๐ปี- ปัจจุบัน