The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรู้แม่และเด็กชนเผ่าอาข่า E-book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-19 05:06:55

องค์ความรู้แม่และเด็กชนเผ่าอาข่า E-book

องค์ความรู้แม่และเด็กชนเผ่าอาข่า E-book

รายงานผลการศึกษาวิจัย เรื่อง องค ์ ความร ้ ู ภ ู ม ิปั ญญาด ้ านการด ู แลส ุ ขภาพของแม ่ และเด ็ ก ชนเผ่าอาข่า


ก ค ำแนะน ำ เครือข่ายภูมิปัญญาชนเผ่าพ้ืนเมืองบนที่สูงในภูมิภาคเอเชียตะวนัออกเฉียงใต้หรือ IKAP(Indigenous Knowledge and Peoples Network in Mainland Montane South East Asia) ได้ ก่อเกิดข้ึนในปี2545 ซ่ึงเป็นองคก์รเครือข่ายชนเผ่าพ้ืนเมืองในระดบัภาคซ่ึงประกอบดวย กัมพูชา ้ พม่า ไทย ลาว เวียตนาม และ ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยมาจากการมารวมกันขององค์กรต่างๆ เช่นองค์กรของชุมชนท้องถิ่นของชนเผ่าพ้ืนเมือง องค์กรพัฒนาเอกชนที่ท างานด้านชนเผ่า พ้ืนเมืองและองค์กรรัฐบางองค์กรที่ด าเนินการโดยชนเผ่าพ้ืนเมืองเอง ท้ังน้ีองค์กรเหล่าน้ีให้ ความสา คญัพิเศษในการดา เนินการโดยใชภู้มิปัญญาทอ้งถิ่นหรือแนววฒันธรรมชุมชนของชนเผ่า พ้ืนเมือง เครือข่ายภูมิปัญญาชนเผ่าพ้ืนเมืองบนที่สูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี เป้าหมายหลกัเพื่อสร้างพ้ืนที่ให้ชนเผา่พ้ืนเมืองในภูมิภาคใหเ้ป็นพ้ืนที่ที่จะมารวมกนัเป็นเครือข่าย ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกันและถอดประสบการณ์ร่วมกันในการพัฒนาชนเผ่า พ้ืนเมืองจากมุมองและความต้องการจากฐานภูมิปัญญาองค์ความรู้ของตนเอง การนิยาม ความหมายในอัตตลักษณ์ตัวตน การให้ความหมายให้กับองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่เป็ นพลวัตรที่ สามารถเข้าใจและอธิบายเหตุการณ์สถานการณ์ปัจจุบนั ไดเ้ป็นอย่างดีท้งัน้ีเพื่อตอบโตก้บัการ นิยามและตีความจากวาทกรรมกระแสหลักซึ่ งถูกนิยามและอธิบายโดยคนภายนอกที่ต้องการ อธิบายและให้ความหมายตามที่พวกเขาต้องการ ซึ่งเป็ นการช่วงชิงการน าในการนิยามความหมาย ให้กบัชนเผ่าพ้ืนเมืองจากกลุ่มนิยามที่มีอ านาจและมาจากภายนอกตลอดมา ตัวอย่างการน าเสนอ องค์ความรู้ ภูมิปัญญา ปรัชญาในวิถีชีวิต คุณค่า จิตวิญญาณและวิธีคิดในการมองโลกที่ปฏิบัติการ ในชีวิตประจา วนัของชนเผ่าพ้ืนเมือง ท้งัน้ีพ้ืนที่เหล่าน้ีเป็นพ้ืนที่เพื่อที่จะคน้หาทางออกทางเลือก ต่อปัญหาที่ท้าทายอยู่ตรงหน้าพวกเขาและการได้เป็ นตัวแทนให้กับตนเองในระดับต่างๆและได้ น าเสนอตัวตนบนฐานมุมมองของตนเอง จากการพูดคุยในการประชุมสมัชชาประจ าปีของ ปี 2549 และการประชุมของ คณะกรรมการภูมิภาคหลายคร้ังไดล้งความเห็นว่ามีความจา เป็นที่จะตอ้งมีคู่มือของการสืบทอด และปฏิบัติการขององค์ความรู้ภูมิปัญญาในกาช่วยการท างานในระดับภูมิภาคและได้ตกลงกันว่า


ข จะให้ส านักงานภูมิภาคจัดให้เกิดการถอดประสบการณ์การสืบทอดและปฏิบัติการขององค์ความรู้ ภูมิปัญญาดา้นต่างๆของภูมิภาคโดยเริ่มจากประเทศไทยก่อนและค่อยๆถอดบทเรียนเพื่อทา คู่มือ การสืบทอดจากประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่อๆไป ตามหัวข้อของคณะท างาน (Topic working group) ที่ได้ก าหนดร่วมกันมาแล้ว ในปี 2550 เป็นตน้มาประเทศไทยไดเ้ริ่มจดัทา คู่มือการสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญา ดังหัวข้อของคณะท างาน (Topic working group) ดังต่อไปน้ี1.การสืบทอดองค์ความรู้และ ปฏิบัติการด้านการเกษตรแบบไร่หมุนเวียนของชนเผ่าปกาเกอะญอ จากบ้านหินลาดใน 2.การสืบทอดองค์ความรู้ด้านเมล็ดพันธุ์ของชนเผ่าลัวะ ณ บ้านลาอูบ 3. การสืบทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาของเยาวชนของชนเผา่พ้ืนเมืองของปกาเกอะญอ จากลุ่มน้า แม่วางตอนบน 4. การสืบทอดภูมิปัญญาทอ้งถิ่นของเยาวชนรุ่นเล็กที่เรียนอยู่ในโรงเรียนจากโรงเรียนบ้านมอวาคี ของชนเผ่าปกาเกอะญอ 5. การสืบทอดภูมิปัญญาทอ้งถิ่นของเยาวชนรุ่นเล็กที่เรียนอยใู่นโรงเรียน ของโรงเรียนเด็กเล็ก จากโรงเรียนเด็กเล็กบ้านอาแยของชนเผ่าอาข่า 6. การสืบทอดองค์ความรู้ภูมิ ปัญญาด้านดนตรีของคนรุ่นใหม่ของชนเผ่าลีซู บ้านไทรงามและ 7. การสืบทอดภูมิปัญญาด้าน สมุนไพร ของเครือข่ายผู้หญิงม้งในประเทศไทย ซ่ึงในเล่มน้ีจะมีการกล่าวถึงการสืบทอดภูมิ ปัญญาชนเผ่าอาข่าของเด็กนักเรียนศูนยเ์ด็กเล็กก่อนวยัเรียนบนพ้ืนที่สูง บา้นอาแย อา เภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ประเสริฐ ตระการศุภกร ผู้อ านวยการภูมิภาค เครือข่ายภูมิปัญญาชนเผา่พ้ืนเมืองบนที่สูงในภูมิภาคเอเชียตะวนัออกเฉียงใต้


สารบัญ บทที่ 1 ความรู้ทั ่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า • ประวัติความเป็ นมาและวิถีชีวิต บทที่ 2 องคค์วามร้ภูมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก็เลก็ของชนเผ่าอาข่า • ความเชื่อเกี่ยวกับชาติภพ การเกิด และหน้ีกรรมของชีวิต • พิธีกรรมและการปฏิบัติตัวที่เกี่ยวข้องกับแม่และเด็ก • อาหารและการดูแลสุขภาพแม่และเด็กของชนเผ่าอาข่า • การเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กอาข่าช่วงอายุ 0- 8 ปี • นิทานและการละเล่นเด็กชนเผ่าอาข่า บทที่ 3 บทเรียนจากประสบการณ์ท างานโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียน บนพื้นที่สูงบ้านอาแย • ภาพรวมสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องและปัญหาที่มีผลกระทบต่อ การศึกษาของเด็กและเยาวชนชนเผ่า • สถานการณ์การพัฒนาเด็กเล็กบ้านอาแย • ความเป็ นมาของชุมชน • กระบวนการเบ้ืองตน้ ในการเขา้ทา งานในพ้ืนที่บา้นอาแย • รูปแบบการจัดกิจกรรม • ผลจากการทา งานโครงการสร้างฐานเด็กเลก็ก่อนวยัเรียน บนพ้ืนที่สูงบา้นอาแย • ข้อจ ากัดในการด าเนินงานปัจจุบัน • ทิศทางและแนวทางการท างานในอนาคต ภาคผนวก • แหล่งข้อมูลอ้างอิง


• ประวัติผู้รู้


บทที่ 1 ความร ้ ท ู วั่ ไปเก ี่ยวกบัชนเผ่าอาข่า


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า 2 บทที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า ชาวอาข่าในประเทศไทยมีถิ่นฐานด้งัเดิมอยู่ในประเทศจีน ต่อมาได้เคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ ประเทศพม่า ลาว และอพยพเข้ามาทางตอนเหนือของประเทศไทยเมื่อประมาณ 90 ปี ที่แล้ว ปัจจุบันมีการกระจายอยใู่นพ้ืนที่5 จังหวัดภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ล าปาง ตาก และแพร่ อาข่าในประเทศไทยมีอยู่ 8 กลุ่ม คือ อู่โล้อาข่า ลอมี๊อาข่า ผาหมีอาข่า อาจ้ออาข่า หน่าค๊ าอาข่า อาเค้ออาข่า เปี๊ยะอาข่า และอู่พี๊อาข่า ปัจจุบันมีจ านวนประชากร 6 หมื่นกว่าคน [www.hilltribe.org/thai/akha] ประวัตคิวามเป็ นมาและวถิชีวีติ ชนเผ่าอาข่า สถานที่ ดอยม่อนล้าน อ าเภอพรา้ว จังหวัดเชยีงใหม่ ภาพโดย วิไลลักษณ์ เยอเบาะ


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า 3 ชนเผ่าอาข่าโดยทวั่ ไปนิยมต้งัชุมชนอยบู่นพ้ืนที่สูงๆ ลักษณะบ้านของอาข่าแบบด้งัเดิม มี 2 ลักษณะคือ บา้นที่ปลูกติดพ้ืนดินส่วน หน่ึงยกพ้ืนอีกส่วนหนึ่ง (เรียกว่ายุ้มเอาะ) และบา้นที่ยกพ้ืนท้งัหลงั (เรียกวา่ยมุ้โก ะ) วัสดุในการสร้างบ้านเป็ นวัสดุที่มีอยู่ใน ทอ้งถิ่น เช่น หญ้าคา ไม้เป็ นวัสดุหลักของ การสร้างบ้านอาข่า เช่น โครงบ้าน ฝาบ้าน และพ้ืนบา้น ภายในบ้านแบ่งออกเป็ น 2 ฟาก คือ ฟากของผู้ชายและฟากของ ผู้หญิง (หิ้งบูชาบรรพบุรุษจะต้งัอยในฟากู่ของผู้หญิง) มีเตาไฟอยู่ในตัวบ้านท้งัฟากผชู้ายและ ผู้หญิง เตาฟากผู้ชาย จะใช้งานน้อย เช่น ใช้ต้มชาเพื่อเล้ียงแขกผมู้าเยอืน เป็ นต้น ส่วนเตาฟาก ผู้หญิงเป็ นเตาหลักที่ใช้ส าหรับท าอาหารหรือต้มอาหารหมูและอื่น ๆ ในส่วนของหมู่บ้านอาข่ามีองค์ประกอบหลายอย่างตามความเชื่อทางศาสนาด้งัเดิม สิ่งที่ เป็ นเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากชนเผ่าอื่น คือ ล่อข่อง (ประตูศักดิ์สิทธิ์ ) และ หละเฉ่อ (เสาชิงช้า) จนอาจกล่าวได้ว่า หากเห็นสองสิ่งน้ีก็สามารถคาดเดาได้เลยว่าเป็ นหมู่บ้านอาข่าแน่นอน


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า 4 โครงสร้างการปกครอง โครงสร้างการปกครองของชนเผ่าอาข่าในอดีต เป็ นแบบจารีตประเพณีคือการปกครอง ที่ยึดโครงสร้างตามต าแหน่งทางศาสนาหรือความเชื่อด้งัเดิม ปัจจุบนัไดเ้ปลี่ยนมาปกครองแบบ ทางการ คือ การปกครองโดยยดึโครงสร้างตามราชการ แต่ก็ยงัไม่ทิ้งโครงสร้างการปกครองแบบ ด้งัเดิมเสียทีเดียว ทุกวนัน้ีหมู่บ้านอาข่ามกัใชว้ิธีการปกครองท้งัสองแบบควบคู่กันไป ส่วนโครงสร้างครอบครัวเป็ นลักษณะครอบครัวขยาย โดยจะขยายทางผู้ชาย ผู้ชายเป็ น ผู้น าและเป็ นผู้สืบตระกูล ฉะน้นัผชู้ายในครอบครัวอาข่าจึงจ าเป็ นต้องเรียนรู้ล าดับชื่อบรรพบุรุษ ของตน เพื่อใช้ในการล าดับเครือญาติและเป็ นประโยชน์ในการท าพิธีกรรมบางอย่าง เช่น งานศพ พิธีสะเดาะเคราะห์ หรือท่องอันเชิญวิญญาณบรรพบุรุษมาปกป้องยามเกิดเรื่องไม่ดีเป็ นต้น ภาษา ภาษาอาข่า ได้ถูกจัดไว้ในตระกูลภาษาจีน – ธิเบต สาขาธิเบต – พม่า ภาษาที่ใช้มีแต่ ภาษาพูด ไม่มีตัวอักษรเป็ นของตนเอง ภายหลังได้มีกลุ่มมิชชันนารีได้น าอักษรโรมันมาประดิษฐ์ เป็ นตัวเขียนภาษาอาข่าข้ึนเพื่อใช้ในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ปัจจุบันชาวอาข่าได้น าตัวอักษร โรมันมาใช้กันอย่างแพร่หลายและพยายามพัฒนาให้เป็ นภาษาเขียนที่มีมาตรฐานเดียวกันในกลุ่ม อาข่าที่มีอยู่ในประเทศต่าง ๆ ด้วย การศกึษา การเรียนรู้ของชาวอาข่าในอดีตเป็ นการเรียนรู้ตามความสนใจของผู้รู้ โดยการสังเกต การปฏิบัติในสถานการณ์จริง เช่น เรียนรู้เรื่องการสร้างบ้าน ก็จะเรียนรู้จากการสร้างบ้านจริง ๆ โดยมีพ่อ แม่ หรือผู้รู้ในชุมชนเป็ นผู้ถ่ายทอดวิชาให้ การเรียนรู้แบบอาข่าเป็ นการเรียนรู้ได้ตลอด ชีวิต กล่าวไดว้า่ ใครสนใจเรียนรู้เรื่องใดก็จะไปเรียนรู้จากผรูู้้เรื่องน้นัๆ เพิ่มเติมตามความสนใจ ของตนเองได้ตลอดเวลา


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า 5 อาชพี อาชีพของชาวอาข่าในอดีต ส่วนใหญ่คือ เกษตรกรรม ปลูกข้าว ข้าวโพด และเล้ียงสัตว์ ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อใช้ในพิธีกรรม และบริโภคในครอบครัว หากเหลือก็จะแบ่งปันให้กับญาติและ เพื่อนบ้าน ชาวอาข่านิยมปลูกพืชประเภทเครื่องเทศ เช่น พริก ข่า ตะไคร้ฯลฯไว้สวนครัวหลัง บ้านเพื่อรับประทานกันทุกครัวเรือน ปัจจุบันการปลูกพืชหรือเล้ียงสัตวไ์ม่ไดใ้ชเ้พื่อพิธีกรรมหรือบริโภคเท่าน้นั แต่ยังมีการ ปลูกพืชเพื่อเป็ นรายได้ทางเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความเชอื่ ชาวอาข่ามีความเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณและสิ่งเหนือธรรมชาติโดยผ่านพิธีกรรมต่าง ๆ คา สั่งสอนที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษได้รับการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและเชื่อว่าวิญญาณ บรรพบุรุษคอยช่วยปกป้องคุ้มครองครอบครัวอาข่าให้อยู่เย็นเป็ นสุข ปลอดพ้นจากภยันตราย ต่างๆ นอกจากวิญญาณบรรพบุรุษแล้วยังมีขวัญวิญญาณอื่น ๆ อีก เช่น ผีหมู่บ้าน คือผีที่อาศัยอยู่ ในหมู่บ้าน ที่คอยปกปักรักษาคนในชุมชน สิ่งศกัด์ิสิทธ์ิจะสิงสถิตอยู่ที่ศาลผีประจ าหมู่บ้าน บริเวณทิศตะวนัออกศาลน้ีจะตอ้งสร้างก่อนต้งัหมู่บา้น เป็นตน้ ปัจจุบันชาวอาข่าจ านวนมากได้หันไปนับถือศาสนาคริสต์ พุทธ และอื่น ๆ กนัมากข้ึน จึงท าให้ความเชื่อและการปฏิบัติแบบด้งัเดิมบางอย่างได้เปลี่ยนแปลงตามไป ผเู้ฒ่าผแู้ก่บางคน


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนเผ่าอาข่า 6 ถึงแม้เปลี่ยนศาสนาไปแล้วแต่ยังคงความเชื่อแบบด้งัเดิมไว้ก็มี และบางศาสนาก็ยังเปิ ดให้สามารถ ท าพิธีกรรมบางอย่างแบบดงั่เดิมได้เช่น พิธีเรียกขวัญ พิธีศพ พิธีแต่งงาน พิธีข้ึนบา้นใหม่ฯลฯ แต่เวลาท าพิธีกรรมต่าง ๆ อาจไม่ทา ครบกระบวนการท้งัหมดแบบความดงั่เดิมซะทีเดียว ประเพณี ชาวอาข่ามีประเพณีที่งดงามและผูกพันกับธรรมชาติ โดยแสดงออกในรูปของประเพณีและพิธีกรรมที่หลากหลาย ในรอบปีอาข่ามีประเพณีท้งัหมด 12 ประเพณีด้วยกันแต่ ประเพณีที่คนภายนอกรู้จักทวั่ ไปมี 3 ประเพณีด้วยกัน คือ 1) ประเพณีชนไข่แดง ภาษาอาข่าเรียกว่า “ขึ่ม สึ ขึ่ม มี้อ่าเผ่ว” หมายถึง วนัตอ้นรับปีใหม่ส่งทา้ยปีเก่าของอาข่าหรืออาจ เทียบเคียงได้กับวันเด็ก เพราะวันดังกล่าวจะให้ความส าคัญ กบัเด็ก ซ่ึงจะจดัข้ึนช่วงเดือนเมษายนของทุกปี2) ประเพณี โล้ชิงช้า ภาษาอาข่าเรียกว่า "แย้ขู่อ่าเผ่ว" เป็นวนัขอพรสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิให้ช่วยดูแลผลผลิตการเกษตร ให้มีความสมบูรณ์และเป็ นการเฉลิมฉลองหลังการเพาะปลูก ในวนัน้ีชาวอาข่าถือว่าเป็ นวันสตรี อาข่าด้วย ซ่ึงจะจดัข้ึนช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี 3) ประเพณีเล่นลูกข่าง หรือ “ค๊า ท้องพ้าอ่าเผ่ว” เป็ นประเพณีส่งทา้ยปีเก่าหรือวันเปลี่ยนฤดูเพาะปลูก ซึ่งจะจดัข้ึนประมาณ เดือน ธันวาคมของทุกปี


บทที่ 2 ภม ู ิปัญญาด ้ านการดแ ู ลสข ุ ภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 9 บทที่ 2 ภม ู ิปัญญาด ้ านการดแ ู ลสข ุ ภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า ชาวอาข่ามีความเชื่อว่ามนุษย์มีการเกิด-การตาย เมื่อเกิดมาก็ต้องมีการใช้วิถีชีวิตพิธีกรรม ประเพณีเรียกว่า “แดะย้อง” แปลว่าการเกิด แต่ถ้าตายก็ต้องประกอบพิธีงานศพเรียกว่า “ซี้ย้อง” แปลว่าการตาย และดวงวิญญาณจะไปอยกู่บับรรพบุรุษที่ล่วงลบัไปแลว้ในอีกภพหน่ึง ดงัน้นัชาว อาข่าถือว่าลูกหลานที่มาเกิดใหม่บรรพบุรุษประทานมาให้และบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วประมาณ 3 ชวั่อายุจะมาเกิดใหม่กับลูกหลานของตัวเอง และจะวนเวียนเช่นน้ีเป็นวฏัจักรของชีวิตอาข่า ใน สมยัก่อนชาวอาข่าไม่มีการคุมก าเนิด จึงมีการต้งัครรภไ์ปเรื่อย ๆ จนกวา่ผหู้ญิงอายมุากแลว้และ ถึงวยัทองไม่สามารถต้งัครรภไ์ดอ้ีกต่อไป ผหู้ญิงอาข่าบางคนต้งัครรภจ์นถึงอายุ48 – 50 ปี ก็มี หลายคน และเด็กที่คลอดออกมาร่างกายและสติปัญญาปกติทุกอย่าง เพราะหญิงอาข่าท างานทุก วัน จึงเป็ นการออกก าลังกายไปด้วย บางครอบครัวจะมีลูก 10 – 12 คน การมีลูก 6 – 8 คน ถือเป็ น เรื่องปกติอาข่า สมยัก่อนครอบครัวใดนิยมมีลูกมาก เพราะหมายถึงมีคนช่วยกนัทา งานเพิ่มข้ึน บรรพบุรุษของชาวอาข่าน้นัจะใชช้ีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง แทบไม่ตอ้งซ้ือหาอะไรเลย ปลูกพืช และเล้ียงสตว์ไว้กินและใช้เองในครัวเรือน ั โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาคนภายนอกเลย สิ่งของที่ จ าเป็ นตอ้งซ้ือคือเกลือที่ชนเผ่าไม่สามารถผลิตเองได้ ความเชื่อเกี่ยวกบัชาติภพ การเกิดและหนี้กรรมของชีวิต


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 10 ความเชื่อเรื่องการมาเกิดในวนัและเวลาต่าง ๆ การนับวันของชาวอาข่าหนึ่งรอบมี 12 วัน หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า 12 ราศี วันของ ชาวอาข่าแสดงด้วยสัญลักษณ์สัตว์ 12 ตัว ชาวอาข่าเริ่มตน้ ในการนบัเลขวนัและปีในหน่ึงรอบปี แรกจะมี 13วัน เรียกว่า “ถี่นองจ้อ” วันของชาวอาข่ามีดงัน้ี วันของอาข่า รูปสัตว์ หมายถึง ความเชื่อ เยาะ YAWR วันแกะ วนัน้ีถือเป็นวนัหยดุของอาข่า เด็กเกิดวนัน้ีถือเป็นวนั ไม่ดี โหมยะ MYOF วันลิง เด็กผชู้ายที่เกิดวนัน้ีถือวา่ ไม่ดีตอนเด็ก ๆ จะลา บาก แต่ถา้แก่ตวัไปแลว้จะสบาย ญา ZA วนัไก่เด็กที่เกิดในวนัน้ีถือเป็นวนัดีท้งัเด็กหญิงและเด็กชาย ขื่อ KUIQ วันสุนัข เด็กที่เกิดวนัน้ีท้งัเด็กผหู้ญิงและผชู้ายถือเป็นวนัดีจะ สบาย หยะ ZAF วันหมู เด็กที่เกิดในวนัน้ีถือเป็นวนัดีท้งัเด็กผหู้ญิงและชาย รูปโลงศพชนเผ่าอาข่าบ้านอาแย (ที่นับถือ คาทอลิก)


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 11 โฮ HO วันหนู เด็กที่เกิดวนัน้ีถา้เป็นผชายไม่ดีจะมีลูกยากถ้าเป็ น ู้ ผู้หญิงจะดี โหย่ NYOQ วันควาย เด็กที่เกิดในวนัน้ีถือเป็นวนัดีท้งัผชู้ายและผหู้ญิง ขะหล่า QAQ LAQ วันเสือ เด็กที่เกิดวนัน้ีจะโมโหร้ายในวนัที่ตวัเองเกิด และเป็น วนัหยดุของอาข่าจะไม่ทา พิธีกรรมในวนัน้ี ถ่องละ TANGQ LAV ลา,ล่อ เด็กที่เกิดในวนัน้ีถือเป็นวนัดีท้งัผชู้ายและผหู้ญิง หล่อง LANGQ กระต่าย เด็กที่เกิดในวนัน้ีถา้เป็นเด็กผูห้ญิงถือวา่ ไม่ดีจะลา บาก และมีลูกยาก แซ้ว์ SHAER วันคล้าย สุนัข จิ้งจอก เด็กที่เกิดในวนัน้ีถือเป็นวนัดีท้งัเด็กหญิงและเด็กชาย หม่อง MANGQ วันม้า เด็กที่เกิดในวนัน้ีถือวา่เป็นวนัดีท้งัเด็กหญิงและ เด็กชายและจะกินเก่ง ความเชื่อเรื่องการติดหนี้ก่อนตายและการใช้หนี้ ชาวอาข่ามีความเชื่อว่าคนที่เสียชีวิตโดยไม่ยอมใชห้น้ีจะตอ้งไปใชห้น้ีในภพหนา เพราะ้ อาข่ามีความเชื่อวา่คนที่ตายไปจากโลกน้ีจะไปอยู่กบับรรพบุรุษในอีกภพหนึ่ง และเชื่อว่าชาติหน้า จะต้องเกิดมาเป็ นม้า, ควาย เป็นสัตวพ์าหนะใหเ้จา้หน้ีขี่และจะถูกใช้งานอย่างหนกัเพราะฉะน้นั อาข่าจึงกลวัเรื่องการติดหน้ีก่อนตายมาก ถา้รู้ตวัวา่ตวัเองไม่สบายจะสั่งเสียลูกหลานไว้ว่าตัวเอง เป็นหน้ีของใครบ้างเพื่อที่ลูกหลานจะได้ไปใช้ให้แทนตัวเองหลังจากที่ตัวเองเสียชีวิตแล้ว


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 12 ความเชื่อเรื่องขวญัและวิญญาณ เรื่องขวัญอาข่าถือว่าเป็ นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เมื่อประสบเหตุการณ์ที่เลวร้ายหรือเรื่องที่ ตกใจ ถึงตนเองไม่กลัว แต่ขวัญของตนอาจจะกลัว อาข่าเชื่อว่าขวัญของผู้หญิงมี 9 ขวัญ ผู้ชายมี 12 ขวัญ เมื่อประสบเหตุการณ์ที่ไม่ดีขวัญของผู้ชายจะแข็งกว่าผู้หญิง และอาข่ามีความเชื่อว่าถ้า ไปพบเหตุการณ์ที่เลวร้าย หรือเหตุการณ์ที่ท าให้ต้องตกใจ เช่นถูกรถชน ต้องท าพิธีเรียกขวัญ ให้ ขวัญกลับมาอยู่กับเจ้าของขวัญ พิธีกรรมเรียกขวญั (LAR KUR KUR QOF-EU) การเรียกขวญัของอาข่าน้นัจะเรียกขวญัเป็นรายบุคคลหรือจะเรียกขวญัท้งัครอบครัวก็ได้ การเรียกขวญัน้นัอาข่าใหค้วามสา คญัเป็นอยา่งมาก หลงัจากที่ทา พิธีเรียกขวญัเสร็จแลว้เจา้บา้นที่ ท าพิธีจะเข้าบ้านคนอื่นไม่ได้และหวีผมไม่ได้ จนกว่าจะพ้น 7 วัน พอจะจ าแนกการเรียกขวัญของ อาข่าออกเป็ น 3แบบ ดงัน้ี การเรียกขวัญแบบที่ 1 เป็ นการเรียกขวัญรายบุคคล พิธีกรรมจะมีข้ึนในเวลาเย็น เป็ น การเรียกขวัญโดยพ่อแม่ของเจ้าของขวัญ พิธีกรรมจะไม่ยุ่งยาก สิ่งของที่ตอ้งเตรียมมีดงัน้ีไข่ตม้ 1 ฟอง ข้าวเหนียวที่นึ่งแล้วนิดหนึ่ง ไม้พายข้าว 1 อัน นา สิ่งของท้งัหมดวางบนกระจาด ถือกระจาด ไปเรียกขวัญกลับเข้ามาจากประตูศักดิ์สิทธิ์ ของหมู่บ้าน (ล้อข่อง) ระหว่างเดินทางกลับจะเรียกชื่อ จริงของเจ้าของขวัญและบอกให้ขวัญกลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่และให้นึกถึงที่นอนที่อบอุ่นที่บ้าน พอกลับมาถึงบ้านจะผูกด้ายที่ข้อมือ อาข่าเรียกว่า (ล่า–ตึ–ปะ–เออ) ให้กับเจ้าของขวัญ การเรียกขวัญแบบที่ 2 เป็ นการเรียกขวัญรายบุคคล จะเรียกขวัญโดยผู้อาวุโสหรือผู้ เฒ่าในหมู่บา้น พิธีกรรมจะมีข้ึนในช่วงเย็น สิ่งของที่ จะตอ้งเตรียมมีดงัน้ีไก่ตม้ท้งตัว ั 1 ตัว ไข่ต้ม 1 ฟอง ข้าว เหนียวนิดหนึ่ง ขิง ชา ก าไลมือ หรือสร้อยคอของเจ้า ของขวัญ นา สิ่งของท้งัหมดวางลงบนกระจาดและการ ประกอบพิธีกรรมจะเหมือนกับแบบที่ 2 จะต่างกันที่ ผู้เรียกขวญัเท่าน้นั


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 13 การเรียกขวัญแบบที่ 3 ใช้เรียกขวญัเป็นรายบุคคลหรือเรียกขวญัท้งัครอบครัวก็ได้ ท าพิธีโดยหมอสวด (พิมะ) ขวัญแบบที่ 3 น้ีถือเป็นการเรียกขวญัเตม็รูปแบบและเป็นพิธีใหญ่ ของที่ตอ้งเตรียมมีดงัน้ีหมูตวัเมีย 1 ตวั ไก่ตวัผู้1 ตัว (หากใชห้มูตวัผกู้็ตอ้งใชไ้ก่ตวัเมีย) ในการ ทา พิธีกรรม พิธีจะมีข้ึนในเวลเย็นหรือเวลาเช้าของวันฤกษ์ดีของเจ้าภาพ ก่อนจะถึงวนัทา พิธีทาง เจา้ภาพตอ้งไปบอก พิมะ ไวก้่อนวา่เวลาเยน็หรือเชา้วนัพรุ่งน้ีจะเชิญไปเรียกขวญั ให้กบัลูกของตน และในการไปบอกน้นัตอ้งเอาเหลา้ไป 1 ขวด พอตกเย็นหรือช่วงเช้า แล้วแต่ว่าเจ้าภาพจะเลือกท า พิธีช่วงเวลาใด โดยให้ผู้ใหญ่ในบ้านหรือพ่อไปเชิญ พิมะ เมื่อ พิมะ ไปถึงบา้นจะฆ่าไก่1 ตัว และ ทา อาหารกินกนั ในหมู่ผเู้ฒ่าผแู้ก่หลงักินอาหารเสร็จแลว้จะเตรียมของที่จะไปพิธีเรียกขวญัที่ ประตูหมู่บ้าน (ล้อข่อง) โดยเอาหมูและไก่ที่ยงัเป็น ๆ ใส่ในตะกร้าไมไ้ผ่แลว้เอาไปทา นงั่สวด คาถาที่ประตูหมู่บ้าน จะใช้เวลาประมาณ 1 ชวโมง ในการสวด หลังจากสวดเสร็จจะไปฆ่าหมูและ ั่ ไก่ที่บา้นเจา้ภาพ คนเฒ่าคนแก่ในหมูบา้นจะช่วยกนัดูตบัหมูเพราะอาขา่เชื่อวา่หมูที่ใชส้วดใน พิธีกรรมน้นัสามารถบอกถึงอนาคตของเจา้ภาพได้เช่นวา่เมื่อไหร่เจา้ภาพจะหายจากอาการป่วย เมื่อไหร่หรือเจ้าภาพมีข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ไหมในปีน้ีเป็นตน้หลงัจากน้นัจะเอาหมูกบั ไก่มา ท าอาหาร และบางส่วนจะแบ่งไว้ให้กับหมอสวดเอากลับไปบ้านด้วย หลังท าอาหารเสร็จจะไป เชิญผเู้ฒ่าผแู้ก่ในหมู่บา้นมาผกูขอ้มือเจา้ภาพ หลงัจากน้นัคนเฒ่าคนแก่จะกินขา้วร่วมกนัเป็นอนั เสร็จพิธี


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 14 วิญญาณหลงัความตาย อาข่าเชื่อว่าคนตายไปแล้วจะไปอยู่อีกโลกหนึ่ง วิญญาณของคนเสียชีวิตจะเห็นคนที่มี ชีวิต แต่คนมีชีวิตไม่สามารถเห็นวิญญาณของผทู้ี่เสียชีวิตแลว้วิญญาณของผทู้ี่เสียชีวิตน้นัจะทา มาหากินเหมือนกบัคนที่ยงัมีชีวิตอยู่จะแต่งตวัเหมือนกบัเส้ือผา้ที่ใส่ตอนที่วิญญาณออกจากร่าง และคนที่แก่ตายก็จะกลบัไปเป็นหนุ่มเป็นสาว อาข่ามีความเชื่อวา่ โดยปกติแลว้ต่างคนต่างใชช้ีวิต กัน วิญญาณ ของผู้ที่เสียชีวิตจะไม่มีการรบกวนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกเสียจากว่ามนุษย์ไปลบหลู่ หรือไปรบกวนวิญญาณก่อน วิญญาณน้นัก็จะหลอกหลอนมนุษย์หรือที่คนทวั่ ไปเรียกวา่ โดน ผีหลอก พิธีศพของอาข่า งานศพของอาข่าน้นัถือวา่เป็นงานที่ทุกคนในหมู่บา้นตอ้งให้ความสา คญัคนในหมู่บา้น ต้องหยุดงานหมดทุกอย่างเพื่อมาร่วมงานและมาช่วยในพิธีจัดงานศพ การจัดพิธีศพของอาข่า สามารถจัดได้หลายแบบ การจัดพิธีแบบเรียบง่าย หรือการจัดพิธีแบบใหญ่ การที่จะจัดพิธีงานศพ แบบไหนน้นัข้ึนอยกู่บัฐานะการเงินของลูกหลาน หรือญาติพี่นอ้งของผทู้ี่เสียชีวิต สรุปพิธีศพของ อาข่าไดด้งัน้ี 1. จดังานศพแบบใหญ่จะจดัข้ึน 7 วัน 7คืน ถือเป็ นงานพิธีศพที่ใหญ่ที่สุดของอาข่า ต้อง เสียค่าใชจ้่ายเป็นจา นวนมาก ตอ้งระดบัผมู้ีอนัจะกินเท่าน้นัที่จะจดัพิธีศพแบบน้ีในชุมชนอาข่า จะไม่ค่อยมีผจู้ดัพิธีแบบน้ีมากนกัหลายสิบปีจะมีการจดัพิธีแบบน้ีสักคร้ังหน่ึง ในพิธีจะตอ้งเชือด ควาย 3 ตัว หมู 18 ตวั ไก่19 ตัว และต้องปล่อยม้าไปให้กับคนตาย 1 ตวัและค่าใชจ้่ายที่เกิดข้ึนใน การท าพิธีอีกประมาณหนึ่งแสนกว่า 2. จัดงานศพแบบขนาดกลางจะจดัข้ึน 7 วัน 7 คืน ถือเป็ นงานพิธีศพขนาดกลาง เสีย ค่าใชจ้่ายนอ้ยกวา่แบบแรก ในชุมชนอาข่าส่วนใหญ่จะทา พิธีแบบขนาดกลางแบบน้ีมากที่สุด ใน พิธีจะใช้ควายเพื่อท าพิธี 1 ตัว หมู 18 ตวั ไก่19 ตัว และค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีต่าง ๆ มากน้อยแค่ ไหนน้นัข้ึนอยู่กับเจ้าภาพ


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 15 3. การจัดงานศพแบบที่ 3 น้ีจะเสียค่าใชจ้่ายนอ้ยมาก พิธีศพจะจดัข้ึน 3 วนัเท่าน้นัและ ใช้หมูในการท าพิธี 7 ตวั ไก่10 ตวัคนที่จะจดัพิธีแบบน้ีฐานะตอ้งขดัสนจริง ๆ และในชุมชนอา ข่าไม่ค่อยมีพิธีศพแบบน้ีเกิดข้ึนบ่อยนกั 4. การจัดงานศพแบบที่ 4 น้ีพิธีจะมีข้ึนแค่1 วนัเท่าน้นั ในพิธีจะใชห้มูแค่1 ตัว คนที่จัด พิธีแบบน้ีถือวา่ ไม่มีญาติพี่นอ้งสักคน คนในชุมชนอาจจะเป็นคนจดัให้และงานศพแบบน้ีไม่ค่อย มีเกิดข้ึนในชุมชนอาข่าบ่อยนกั


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 16 พิธีกรรมและการปฏิบตัิตวัที่เกี่ยวข้องกบัแม่และเดก็ การตั้งครรภ์ เมื่อหญิงอาข่าต้งัครรภถ์ือวา่เธอโชคดีมาก ระหวา่งมี ครรภน์ ้ีท้งัสามีภรรยาตอ้งระมดัระวงัไม่ทา ผิดขอ้หา้มต่าง ๆ เพื่อความปลอดภยัแขง็แรงของท้งัแม่และเด็ก การบอกคนอื่น วา่ตวัเองทอ้งน้นัอาข่าถือวา่เป็นเรื่องที่น่าอาย คนรอบขา้งจะรู้ วา่หญิงคนน้นัต้งัครรภโ์ดยการสังเกตจากอาการของหญิงคน น้นัเช่นหญิงคนน้นัชอบกินของเปร้ียว อาเจียน และมีอาการ ไม่ค่อยสบาย และเวลาคุยกนัก็จะไม่พูดวา่หญิงคนน้นัต้งัครรภ์ แต่จะพูดในทา นองวา่หญิงคนน้นั ประจา เดือนขาด ก็จะรู้กนัวา่ หมายถึงการต้งัทอ้ง ดา้นพิธีกรรมต่าง ๆ สา หรับคนต้งัครรภก์ ็ เหมือนคนปกติทวั่ ไป จะไม่มีพิธีกรรมเฉพาะหญิงต้งัครรภโ์ดยตรง หญิงอาข่าที่ต้งัครรภม์กัอยาก รับประทาน “อนึ่ง” หรือดินหอมแก้อาการแพ้ท้อง คนที่ไม่ไดต้้งัครรภก์ ็สามารถกินดินหอมน้ีได้ อาข่าถือเป็ นยาบรรเทาอาการท้องเสีย วิธีการทา ดินหอม หลุมดินที่ผเู้ฒ่าบอกไวว้า่สามารถขดุมากินไดน้ ้นั จะอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก ข้นัตอนการทา ดินหอม ข้นัแรกไปขดุดินปริมาณที่ตอ้งการ หลงัจากน้นัจะเทดินน้นั ใส่ภาชนะเอา น้า ใส่นิดหน่ึงแลว้นวดใหด้ินละเอียดและเหนียวเสร็จแลว้ใส่ในกระจาดเกลี่ยใหท้วั่ ไปต้งัไวท้ี่บน หิ้งเตาไฟ ประมาณ 5–7 วัน ผ่านไป อนึ่งหรือดินหอม จะมีกลิ่นหอมของควนัไฟสามารถนา มา รับประทานได้ ส่วนใหญ่คนท้องจะกินตอนเช้า และตอนเย็นหลังจากกลับมาจากไร่แล้ว ปริมาณดิน หอมที่คนทอ้งกินน้นัแต่ละคร้ังไม่มากนกัประมาณ 3 – 5กอ้นเลก็เท่าน้นั


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 17 การปฏิบตัิตวัของคนรอบข้างเมื่อเดก็เกิดออกมา วันที่เด็กคลอดวันแรก สามีจะต้องหยุดท างาน1วนัหากวา่เด็กน้นัเป็นผชู้าย ผเู้ป็นบิดา จะตอ้งทา หนา้ไมจ้า ลองแลว้เสียบไวต้รงชานหนา้บา้น และถา้เป็นเด็กผูห้ญิงจะทา ไมป้ ั่นดา้ย หรือ ยา อ้อง จ าลองแล้วเสียบไว้ตรงชานหน้าบ้าน คนในหมู่บ้านหรือญาติพี่น้องรู้ว่ามีเด็กเกิดมา ใหม่จะไม่ท างานบางอย่างเช่น 1. ไม่ท าไร่ 2. ไม่ข้ึนไปเปิดยงุ้ขา้ว 3. ไม่ต าข้าว 4. ไม่ทอผ้า 5. ไม่เก็บฟื น ความหมายตามความฝันของชาวอาข่าในระหว่างตั้งครรภ์ การฝัน เพศ ภาษาอาข่า ทอผ้า หญิง ซา-นุม-หว่า-เออ เก็บผลไม้ที่ออกผลบนดิน หญิง อ่า-ซี-โอ-เออ เก็บผลไม้ที่ออกผลบนต้นไม้ ชาย อ่า-ปอ-ดา-เออ ไปตกัน้า จากน้า ตก ชาย อู-จุ-โจะ-บี๋-เขาะ-เออ ไปตกัน้า จากบ่อ หญิง อู-จุ-ล้อ-กอ-เขาะ-เออ ตัดต้นไม้ใหญ่ ชาย อ่า-บอ-ทู-เออ ได้ร้อยลูกปัด หญิง จู-มา-ซ้ี-เออ


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 18 การปฏิบตัิตนของผ้หู ญิงที่มีบุตรยาก ผู้หญิงอาข่าที่แต่งงานมา หลายปี แล้วไม่มีบุตร จะต้องท าพิธี หย่าซ้า-เออ พิธีขอเด็กให้มาเกิดจาก บรรพบุรุษของตนที่อยู่อีกภพหนึ่งโดย หมอทรง หรือ ยี๊ผะ เป็ นผู้ท าพิธี วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการท าพิธีคือ หมูตัวผู้ และหมูตัวเมียอย่างละ 1 ตวั ไก่ตวัผู้ และไก่ตวัเมียอยา่งละ 1 ตัว เชือดสัตว์ ท้งหมดแล้วเอาไว้หน้าหมอทรง ั สถานที่ท าพิธีคือในบ้านฟากผู้หญิง เริ่มแรกหมอทรงจะเรียกมา้เพื่อเดินทางไปอีกภพหน่ึงตวัหมอทรงก็จะสั่นและโยกขาเหมือนคน ควบม้า วัตถุประสงค์ในการเดินทางเพื่อไปเจรจากับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วว่าต้องการ อะไรบ้างเพื่อแลกกับให้เด็กมาเกิด หมอทรงจะสื่อสารดว้ยเพลงเป็นทา นองด้งัเดิมของอาข่า เน้ือหาจะเป็นการบอกเล่าสิ่งที่ไดพ้บเห็นอีกภพหน่ึงใหค้นที่เขา้ร่วมพิธีทราบวา่ตอนน้ีเขาเดินทาง ไปถึงไหนแลว้และเจอบรรพบุรุษเจา้ของพิธีคนไหนบา้ง และบรรพบุรุษน้นัอยสูุ่ขสบายดีไหม และต้องการของเซ่นไหว้อะไรจากลูกหลานบา้ง พิธีจะเริ่มในตอนกลางคืนจะร้องและสวดไปเชา้ ของอีกวนัหน่ึง เมื่อไดท้ราบสิ่งที่ตอ้งการแลว้เจา้บา้นก็จะทา พิธีตามที่บรรพบุรุษของตนตอ้งการ ขนั้ตอนในการทา พิธีขอเดก็มาเกิด พิธีจะเริ่มในช่วงเยน็ของวนัที่ย้ีผา่หรือหมอทรงมาถึง สิ่งแรกเจา้ของบา้นจะนา ไก่ตวัผู้1 ตัวทา อาหารม้ือเยน็ ใหก้ินร่วมกบัผเู้ฒ่าผแู้ก่ในหมู่บา้น จากน้นัเจา้ภาพจะเตรียมขา้วของที่จะทา พิธี ไดแ้ก่หญา้อ่อนสา หรับใหม้า้กิน,ฟื น,อ้อย,กล้วย,ขา้วควั่ตา ละเอียด,ไข่ต้ม 2 ฟอง,ไข่สด 1 ฟอง,ไก่ ต้ม 1 ตัวมัดด้ายสีด า,เหล้า,ชา,ขิง,เกลือ,กระดูกขาไก่1 คู่,ประเป๋ าถุงเงิน,ผ้าขาว, เอาของท้งัหมดใส่


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 19 ไวใ้น คาค่ะ หรือชะลอม เพื่อเอาของท้งัหมดไปเซ่นไหวบ้รรพบุรุษและเจา้กรรมนายเวรท้งัหลาย คาคะหรือชะลอม จะนา ไปต้งัไวด้า้นหนา้ของการทา พิธีการทา พิธีจะเริ่มในตอนค่า ประมาณ 2 ทุ่ม ท าในบ้านฟากผู้หญิง ในคืนแรกย้ผีา่หรือหมอทรงจะไปดูสาเหตุของการไม่มีลูกก่อนวา่เป็น เพราะสาเหตุอะไร ย้ผีา่จะนงั่เกา้อ้ีแลว้หยบิขา้วสารนิดหน่ึงพร้อมดว้ยเบ้ียหอย 9 ลูก โยนไปบริ เวรที่ท าพิธี เพื่อเป็ นการบอกกล่าวบรรพบุรุษ หลงัจากน้นัย้ผีา่หรือหมอทรงจะสื่อสารออกมา เป็นทา นองเพลงดว้ยคา ศพัทภ์าษาอาข่าช้นัสูงคา ศพัทเ์หล่าน้ีจะใชต้อนมีพิธีกรรมต่าง ๆ ของอาข่า ผเู้ฒ่าผแู้ก่สามารถทราบและแปลเน้ือหาไดว้า่หมายความถึงอะไร สา หรับคนรุ่นใหม่น้นัตอ้ง ศึกษาพอสมควร คืนต่อมาจะน าสัตว์ที่บรรพบุรุษหรือเจ้ากรรมนายเวรต้องการ ไปเซ่นไหว้ให้กับอีกภพ หน่ึง เพื่อขอขมาสิ่งที่เจา้ภาพไดล้่วงเกิน เพื่อที่บรรพบุรุษ หรือเจ้ากรรมนายเวรจะได้ให้ลูกมาเกิด กบัตน เชา้วนัรุ่งข้ึนจะนา สัตวท์ ี่ทา พิธีน้นัมาทา อาหารเชา้ทานกนักบัยผี๊า่หรือหมอทรงและผเู้ฒ่าผู้ แก่ในหมู่บา้น เหลือเน้ือไวบ้างส่วน เพื่อใหย้้ผีา่หรือหมอทรงนา กลบัไปบา้นดว้ย หลงัจากน้นั เจ้าภาพจะไปส่งย้ผีา่ หรือกลบับา้น ถือวา่เสร็จสิ้นพิธีกรรม การปฏิบตัิหลงัจากการให้ยี๊ผ่าหรือหมอทรงทา พิธีกรรมให้แล้วตงั้ครรภ์ ถา้คุณแม่มีบุตรหลงัจากเชิญ ย้ผ่าี มาท าพิธีกรรมขอเด็กมาเกิดแล้ว ต้องไปท าพิธีขอบคุณ และเอาเด็กไปขอเป็นลูกบุญธรรมของ ย้ผ่าีพิธีกรรมน้ีจะทา ข้ึนที่บา้นของ ย้ผ่ ีา สิ่งของที่จะตอ้ง เตรียมไปในการไปทา พิธีไดแ้ก่หมู1 ตัว ถ้าคลอดเด็กออกมาเป็ นลูกชายต้องเอาสายสร้อยยาว ๆ ท าด้วยเงินแท้ 1 เส้น ถ้าคลอดเด็กออกมาเป็ นผู้หญิงต้องเอาเครื่องประดับที่เอาไว้ติดหมวกของ หญิงอาข่าที่ท ามาจากเงินแท้ (หน่าโซ) จ านวน 1 คู่ ไปให้ย้ผ่าี พิธีกรรมจะมีข้ึนในตอนค่า ในวนั ฤกษด์ีของย้ผีะ มีการนา หมูมาทา อาหารแลว้เชิญผเู้ฒ่าผแู้ก่ในหมู่บา้นมาทานอาหารร่วมกนั เด็กที่เกิดมาโดยผ่านการท าพิธีกรรม หย่าซ้า-เออ ไม่ว่าหญิงหรือชายจะมีชื่อน าหน้าว่า พิ เสมอ


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 20 กฎและข้อห้ามของหญิงมีครรภ์ • หญิงอาข่าน้นัพอรู้ตวัวา่ตวัเองทองต้องระมัดระวังเป็ นอย่างมาก กฎและข้อห้ามต่าง ๆ ้ ของหญิงมีครรภน์ ้นัก็เพื่อความปลอดภยัของแม่และเด็ก พอรู้ตวัวา่ต้งัครรภห์ญิงอาข่าจะไม่เขา้ พิธีกรรมบางอยา่งที่จดัข้ึนในชุมชน เช่น งานศพ งานแต่งงาน • ห้ามให้คนรอบขา้งเดินขา้มขา เพราะมีความเชื่อวา่จะทา ใหค้นต้งัครรภ์แท้งบุตรได้ • หา้มฆ่าสัตวต์ดัชีวิต เพราะเชื่อวา่จะเป็นบาปตกถึงลูก เช่น การฆ่างูน้นัชาวอาข่ามีความ เชื่อวา่ลูกเกิดมาจะชอบแลบลิ้นเหมือนกบังู อาหารที่ห้ามรบัประทานสา หรบัหญิงมีครรภ์ • ห้ามรับประทานผลไม้ที่สัตว์หรือแมลงกัดกิน เพราะมีความเชื่อว่าเด็กเกิดมาจะมีอวัยวะ ไม่ครบ 32 ส่วน • ห้ามรับประทานผลไม้ที่มีลักษณะติดกันหรือเป็ นแฝด เพราะเชื่อว่าจะท าให้ได้ลูกแฝด ซ่ึงอดีตน้นัชาวอาข่าถือวา่การคลอดลูกแฝดน้นัเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติมนัไม่มี การเตรียมตัวก่อนคลอด อดีตหญิงอาข่าน้นั ไม่มีการเตรียมตวัอะไรมากก่อนจะคลอดลูก ยงัทา งานเหมือนคนปกติ ทวั่ ไป บางคนคลอดลูกในไร่หรือระหวา่งทางกลบัจากทา ไร่จึงตอ้งตดัสายสะดือของเด็กเอง และ อุม้ลูกกลบัมาบา้นคนเดียว โดยไม่มีใครคอยช่วยเหลือก็มีสิ่งที่หญิงอาข่าทอ้งแก่ใกลค้ลอดตอ้ง เตรียมคือ ไม้ซี่ที่ท าจากไม้ไผ่แห้ง ไว้ติดตัวเวลาเดินทางไปไร่เพื่อตัดสายสะดือของเด็ก หลังจากคลอดลูกแล้ว 3-5 วนัแลว้จะมีการเตรียมเส้ือให้โดยเอาเส้ือผา้เก่า ๆ ของพ่อ แม่เด็กมาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ก่อน แลว้ค่อยเยบ็เป็นตวัเส้ือใหก้บัเด็ก เส้ือผา้เก่าๆของพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายใช้ท าเป็ นผ้าอ้อมของเด็ก


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 21 การคลอดลูก หญิงต้งัครรภท์ุกคนอยากจะคลอดลูกที่บ้านซึ่งมีแม่สามีหรือผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ใน การคลอดและเคยเล้ียงดูทารกมาก่อนคอยช่วยเหลือ หญิงอาข่าน้นัจะไม่มีพิธีรีตองมากในการ คลอดลูก แม่เด็กบางคนคลอดลูกเองคนเดียวกลางทางระหว่างไปไร่หรือกลับจากไร่ แล้วอุ้มลูก เดินกลับบ้านเองคนเดียว และในกรณีที่แม่เด็กคลอดลูกที่บ้านพอปวดท้องจะคลอดลูกถ้าไม่มีแม่ สามีหรือผู้เฒ่าอยู่บ้านจะไปตามผู้เฒ่าจากบ้านอื่นเพื่อมาคอยช่วยเหลือในการคลอด เวลาคลอดลูก อาข่าจะไม่คลอดลูกในบ้านจะต้องไปคลอดเรือนน้อย แต่ถ้ากรณีอยู่กันแค่คู่สามีภรรยาไม่มีเรือน น้อย (เรือนนอน) ก็คลอดในบ้านสาเหตุที่ไม่คลอดลูกในบ้านด้วยเหตุผลว่ากลัวลูกที่คลอดออกมา น้นั ไม่สมบูรณ์ถา้เด็กไม่สมบูรณ์คลอดในบา้นจะทา ให้บา้นเป็นเสนียดและไม่เป็นสิริมงคลแก่ บา้น คลอดเสร็จและแน่ใจวา่ลูกที่คลอดออกมาน้นัสมบูรณ์จึงจะอุม้เขา้บา้น ขั้นตอนในการคลอดลูก ถึงเวลาคลอดปวดท้องเต็มที่ ผู้เฒ่าที่มาคอยช่วยเหลือท าคลอด (หมอต าแย) จะปูเสื่อและ แม่เด็กจะคุกเข่าเพื่อเตรียมคลอด พอเด็กคลอดออกมาหมอต าแยจะตัดสายสะดือด้วยตอก (อะเน่) หลงัจากน้นัถา้เด็กที่คลอดออกมาสมบูรณ์32 ประการก็จะอุ้มเด็กเข้าบ้าน ท่าคลอดลูกคุกเข่าของ หญิงอาข่าน้นัเป็นภูมิปัญญาชนเผาของอาข่า เพราะถ้าคลอดลูกท่าคุกเข่าจะมีลมเบ่งมากกว่าท่า ่ นอนเบ่ง พิธีกรรมสา หรบัเดก็แรกเกิด หลังจากอุ้มเด็กเข้าบ้านจะต้มไข่ 2 ฟอง ต่อจากน้นัจะแกะไข่ที่ตม้ สุกแลว้แตะที่ริมฝีปาก เด็กหลงัจากน้นัถึงจะใหเ้ด็กกินนมแม่พอเด็กกินนมแม่จะเชือดไก่ตวัผทู้ี่โตเตม็ที่แลว ้ 1 ตวัสับไก่ เป็นชิ้นแลว้ตม้ใส่ขา้วสารนิดหน่ึง พอสุกใหเ้ด็กชิมก่อนโดยการแกะเน้ือไก่ไปแตะที่ริมฝีปากเด็ก หลงัจากน้นัจะต้งัชื่อเด็ก ต่อจากน้นัจะใหเ้ด็กอาบน้า โดยการที่แม่เด็กเอาน้า อุ่นอมในปากของตน แลว้ค่อยปล่อยน้า ออกจากปากตวัเองใส่ที่ตวัของเด็กอีกทีสาเหตุที่ตอ้งอมน้า ไวใ้นปาก เพื่อวา่ถา้ มีสารพิษหรือน้า ไม่สะอาดจะผ่านปากแม่ก่อนที่จะโดนตวัเด็ก เป็นความเสียสละของแม่ที่ยงิ่ใหญ่


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 22 มาก และในการอาบน้า ใหลู้กคร้ังแรกน้นัแม่เด็กอมน้า ใส่ปากไดแ้ค่ 3 คร้ังเท่าน้นัเพราะเป็น ความเชื่อที่สืบทอดมาต้งัแต่บรรพบุรุษ หลังจากที่คลอดเด็กได้ 3 วนัเชา้ของวนัที่สามตอ้งเชือดไก่ตวัเมีย1 ตัว และจะเชิญผู้ช่วย ท าคลอด (หมอต าแย)และญาติผู้ใหญ่มารับประทานอาหารที่บ้าน หลังทานข้าวเสร็จมีพิธีกรรม สิ่งของที่จะตอ้งเตรียมในการทา พิธีคือ ไข่ตม้ 1 ฟอง ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วนิดหน่อย ไม้พายข้าว 1 อัน เอาไข่และข้าวเหนียวห่อด้วยใบตอง แล้วเอาของที่เตรียมไว้ใส่ในกระบุง (ตะกร้าที่สานจาก ไม้ไผ่ เอาไว้ใส่ของแบกใส่หลังของหญิงอาข่า เรียกว่าคาค่ะ) แม่เด็กจะอุ้มลูก และเดินไปพิธีที่ ใกล้ๆ บา้น พอไปถึงจะปอกไข่แตะปากเด็ก หลงัจากน้นัจะหาเศษไมแ้หง้ 3 อัน ใส่ในกระบุงแล้ว เอากลบับา้น เพื่อไวท้า ฟืน หลงัจากทา พิธีกรรมดงักล่าวเสร็จถึงจะเยบ็เส้ือและหมวกใหเ้ด็ก ถา้ เด็กเป็ นผู้หญิงก็จะเจาะหูให้ เพราะอาข่ามีความเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องเจาะหู ถ้าไม่เจาะหูตอนมี ชีวิตถึงแมห้ญิงน้นัเสียชีวิตไปแลว้ตอ้งเจาะหูและอาข่านิยมเจาะหูเด็กหลงัเด็กเกิดมาแล้ว 3 วัน เพราะมีความเชื่อว่าถ้าเจาะหูตอนเด็ก ๆ แผลจะหายง่าย กรรมวิธีในการเจาะหูเด็ก ข้นัแรกจะหาขิงแก่ๆ มา 1 แวน่หนั่เป็นชิ้นเล็ก ๆ แลว้เอามาถู หูของเด็ก เพื่อใหช้าและจะไดเ้จ็บนอ้ยลง หลงัจากน้นัจะเอาเขม็ร้อยดา้ยขาวที่ปั่นจากฝ้ายไวใ้ห้ ยาวพอประมาณแล้วเอาเข็มเจาะหูเด็กทันทีเสร็จแล้วจะให้ด้ายคาอยู่ที่หูของเด็กให้แผลหายสนิท และแน่ใจว่าเป็ นรูแล้ว ค่อยเอาด้ายออกจากหูเด็ก หลังจากเด็กคลอดแล้วหนึ่งอาทิตย์ (13 วัน) พอสะดือเด็กหลุดแล้ว แม่เด็กต้องพาเด็กไป ไร่ และวันแรกที่ไปไร่ขากลับต้องเด็ดใบไม้ 1 กิ่ง สา หรับเด็กหญิง ถ้าเป็ นเด็กชายต้องเด็ดยอด 3 ยอด และต้องน าไปใส่ไว้ใต้เตียงนอน ให้มันแห้งแล้วหล่นหายไปเอง ขั้นตอนในการเอารกเด็กไปฝัง ตอนที่เด็กคลอดออกมาวันแรก และเชือดไก่เสร็จต้งัหมอ้ใส่น้า ตอนที่น้า กา ลงัเดือด ๆ ยงัไม่เอาเน้ือไก่ใส่หมอ้ พ่อเด็กจะเอารกเด็กไปฝังใต้ถุนบ้าน วิธีการเอารกเด็กฝังคือพ่อเด็กจะขุด หลุมให้กว้างและลึกพอประมาณแล้วเอารกเด็กใส่ไปในหลุม แต่จะไม่กลบดินจะเอาไม้มาปิ ด


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 23 ปากหลุมไวก้่อนและจะตอ้งเอาน้า เดือด ๆ มาราดบนรกน้นัตอนรดน้า เดือดจะเอาไมเ้ขี่ยกลบัไป กลับมา จะทา อยา่งน้ีจนครบ 1 อาทิตย์(13 วัน) แล้วค่อยเอาดินปิ ดปากหลุมให้แน่น การตงั้ชื่อเดก็แรกเกิด หลงัจากเด็กคลอดออกมาและไดผ้า่นข้นัตอนต่างๆ จนไดเ้ชือดไก่และเอาเน้ือไก่ที่ตม้ สุก แลว้แตะที่ปากของเด็ก หลงัจากน้นัจะต้งัชื่อใหเ้ด็กทนัทีเด็กของอาข่าที่เกิดมาจะตอ้งต้งัชื่อโดย การเอาชื่อทา้ยของพ่อเป็นคา เริ่มตน้ ในการต้งัชื่อใหก้บัเด็กไม่วา่จะเป็นเด็กหญิงหรือชาย เช่นพ่อ ชื่อพิโต่ลูกอาจจะต้งัชื่อวา่ โต่แซ่ย์หรือชื่อวา่อะไรก็แลว้แต่จะตอ้งเริ่มคา หนา้ชื่อวา่ โต่เสมอ หลงัจากต้งัชื่อใหก้บัเด็กแลว้เด็กร้องไห้บ่อยอาข่ามีความเชื่อวา่เด็กคนน้นั ไม่ตอ้งการไดช้ื่ออยา่ง ที่ต้งัให้ตอ้งต้งัชื่อใหม่ใหักบัเด็ก และวิธีการต้งัชื่อใหเ้ด็กใหม่คือถา้ต้งัชื่อใหม่ภายใน 1 อาทิตย์ ของอาข่า (13 วัน) ไม่ตอ้งเชือดไก่ตวัใหม่เพราะตอนคลอดมาวนัแรกไดเ้ชือดไก่แลว้และพ่อแม่ เด็กจะตอ้งเก็บน่องไก่ที่เชือดวนัที่เด็กเกิดใหม่ใหค้รบ 1 อาทิตย์ (13 วัน) เพื่อว่าอาจจะต้องเปลี่ยน ชื่อใหม่ให้กับเด็ก แต่ถ้าเกิน 1 อาทิตย์ (13 วัน) ตอนต้งัชื่อใหม่ให้กบัเด็กน้นัตอ้งเชือดไก่และ วิธีการก็จะเหมือนกบัตอนต้งัชื่อใหค้ร้ังแรกทุกประการ เด็กบางคนอาจจะตอ้งเปลี่ยนชื่อให้ 2-3 คร้ัง เครื่องรางป้องกนัสิ่งเลวร้ายสา หรบัเดก็แรกเกิด หลังจากที่เด็กคลอดออกมารุ่งข้ึนตอ้งไปหาเครื่องรางมาผกูติดไวท้ี่ประตูบา้นทางเขต ผชู้ายและประตูบา้นทางเขตผหู้ญิง เพื่อป้องกนัสิ่งชวั่ร้ายเขา้มาในบา้นสิ่งที่จะนา มามดัติดน้นั ลกัษณะจะเป็นเถาวลัยส์ามารถหาไดจ้ากป่าเรียกชื่อเป็นภาษาอาข่า มีดงัน้ี 1. และก่า-และนี (LAEQ GUQ LAEQ NI) = เป็นเถาวลัยช์นิดหน่ึงที่ข้ึนตามป่า 2. อากือ-ลอแช่ (AQ GANG LUQ CHAER) = เป็นเถาวลัยช์นิดหน่ึงที่ข้ึนตามป่า 3. ละพ่า (DAR PYAV) = เป็ นเฟิร์นชนิดหน่ึงที่ข้ึนริมลา หว้ย 4. พริกแห้ง (SIQ PIR KOV) = พริกอะไรก็ได้ที่ตากแห้งแล้ว


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 24 พิธีกรรมเจาะหสูา หรบัเดก็ผ้หู ญิง อาข่ามีความเชื่อว่าเด็กผู้หญิงที่คลอดใหม่ต้องเจาะหูทุกคน ยกเว้นเด็กผู้ชายไม่ต้องเจาะ การเจาะหูเด็กต้องเจาะต้งัแต่แรกเกิดเพราะแผลเด็กจะหายเร็ว เจาะง่ายเพราะหนังหูเด็กยังบางอยู่ ถา้เด็กผหู้ญิงคนไหนไม่ไดเ้จาะหูต้งัแต่ตอนแรกเกิดถึงแมว้า่แก่และเสียชีวิตก็ตอ้งเจาะก่อนที่จะ ถูกนา ไปฝัง สรุปแลว้คนที่เกิดมาเป็นผหู้ญิงของชาวอาข่าน้นัจะตอ้งเจาะหูทุกคน อุปกรณ์ในการเจาะหู 1. เข็มเย็บผ้าขนาดกลาง 2. ดา้ยที่ปั่นจากฝ้าย 3. ขิงแก่หั่นเป็นแวน่ๆ กรรมวิธีในการเจาะหเูดก็แรกเกิด เด็กผหู้ญิงที่คลอดไดส้ามวนัแลว้จะถูกอุม้ออกมาสูดอากาศภายนอกบา้น แค่จะอุม้มานงั่ ในชานบา้นเท่าน้นัจะไม่อุม้ออกนอกชานบา้น แม่เด็กหรือย่า, ยายเด็กจะเป็ นคนเจาะหูให้ หรือ บางคร้ังอาจจะไปเรียกคนที่เชี่ยวชาญมาเจาะให้ แต่ส่วนใหญ่แล้วยายหรือย่าของเด็กเป็ นคนเจาะ ให้เป็ นส่วนใหญ่ หลงัจากที่ไดอุ้ปกรณ์พร้อมแลว้คนที่เจาะจะเอาขิงแก่หนั่เป็นแวน่แลว้มาถูที่หูของเด็ก ในการที่เอาขิงแก่มาถูที่หูเด็กน้นัเป็นภูมิปัญญาของชนเผา่ที่ปฏิบตัิมาต้งัแต่บรรพบุรุษ ใชแ้ทนยา ชาที่ใช้อยู่ในแพทย์แผนปัจจุบัน และเตรียมร้อยด้ายไว้ที่เข็ม หลังจากถูหูเด็กได้พอสมควรจะเอา เข็มเจาะลงไปที่หูของเด็กให้ทะลุลงไปและดึงด้ายที่ร้อยไว้คาไว้ที่หูของเด็ก แล้วจะเอาปลายด้าย มาผูกเป็ นปม เพื่อไม่ได้หลุด หลังจากเจาะหูประมาณ 3-5วันแผลจะแห้งและหาย เด็กที่คลอดออกมาไม่สมประกอบหรือเสียชีวิตระหว่างคลอด ชุมชนของอาข่าน้นัจะไม่ค่อยพบเห็นคนพิการหรือไม่สมประกอบอยใู่นชุมชน ชาวอาข่า เชื่อว่าถ้ากตัญญู กตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว โดยการท าพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษตาม


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 25 เทศกาลต่าง ๆ แล้วจะไม่เกิดเหตุร้ายหรือเหตุการณ์ที่ไม่ดีกับครอบครัวของตนเอง แต่ถ้ามีคนใน หมู่บา้นคลอดเด็กไม่สมประกอบหรือเด็กแฝดในหมู่บา้น จะเล้ียงไวไ้ม่ไดจ้ะถือเป็นเสนียดจญั ไร ของหมู่บา้น ความหมายคา วา่เด็กไม่สมประกอบจะหมายถึงมีนิ้วมือไม่ครบหรือมีนิ้วมือเกินกวา่ คนทวั่ ไป และรวมถึงนิ้วเทา้ดว้ยแม่เด็กคลอดลูกทีเดียวสองคน (ลูกแฝด) ก็จะเล้ียงไวไ้ม่ได้และมี การสอนต่อ ๆ กนัมาจากบรรพบุรุษวา่ถา้เกิดเหตุการณ์ดงักล่าวข้ึนกนัครอบครัวไหนใหร้ีบจดัการ โดยเร็วอย่าให้รู้ถึงคนอื่น แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปความเชื่อหรือกฎข้อห้ามที่คัดต่อกฎหมาย บ้านเมืองหรือคัดต่อมนุษยธรรมก็ได้ยกเลิกไปแล้ว เช่น ปัจจุบนัสามารถเล้ียงเด็กพิการ และ เด็ก ฝาแฝด ได้ เป็ นต้น ขนั้ตอนการฝังศพเดก็ที่คลอดแล้วเสียชีวิต หลังจากเด็กคลอดออกแล้ว และรู้ว่าเด็กไม่มีชีวิต พ่อเด็กต้องเอาเด็กไปฝังทันที โดยเอา ศพเด็กใส่ที่โกยขยะของอาข่า (ท าจากกระบอกไม้ไผ่ผ่าเป็ นสองซีก) และตอนเอาเด็กไปฝังน้นัจะ ไปเชิญญาติผู้ใหญ่ที่มีอายุแล้วไปด้วย 1 คน ศพเด็กน้นัจะไปฝังรวมกบัสุสานในหมู่บา้นไม่ได้ ต้องเอาไปฝังในป่ าลึกที่คนไม่ค่อยเข้าไปถึง หลังจากพ่อเด็กไปฝังศพเด็กและกลับมาถึงบ้านจะ เชือดไก่ 1 ตัว แล้วผู้ใหญ่ในบ้านมัดข้อมือให้กับแม่ของเด็ก เพื่อเป็ นการเรียกขวัญให้กับแม่ของ เด็ก ที่ต้องสูญเสียลูกน้อยไป อาหารและการดูแลสุขภาพแม่และเด็กของชนเผ่าอาข่า อาหารเป็ นปัจจัยส าคัญในการบ ารุงร่างกายของเด็กและแม่เด็กซึ่งเป็ นส่วนที่ท าให้ ร่างกายมีสุขภาพดีและแข็งแรง ถ้าแม่เด็กขาดสารอาหารก็จะท าให้เกิดผลกระทบต่อเด็ก และอาจมี ปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย เช่น เจ็บป่ วย หรือเป็ นโรคขาดสารอาหาร อยา่งไรก็ตามอาข่า เป็นผทู้ี่มีการเชื่อถือประเพณีด้งัเดิม ส่วนใหญ่ไม่ขาดสารอาหาร เพราะในระบบการประกอบพิธีกรรมและตามประเพณีจะมีการปรุงอาหารที่ท าให้มีสารอาหาร ครบทุกหมู่ดงัน้นัอาหารที่สตรีและเด็กบริโภคจึงเป็ นส่วนหนึ่งที่ได้จากผลจากการประกอบ พิธีกรรมนนั่เอง


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 26 การปฏิบตัิตวัของแม่หลงัคลอดลูก หลงัคลอดลูกหญิงอาข่าจะถอดเครื่องประดบัที่มีน้า หนกัมากออกจากหมวกที่สวมใส่อยู่ เพื่อสะดวกในการดูแลลูกและทา ใหศ้ีรษะสบายข้ึน พร้อมกบัตอ้งใหเ้ส้ือผา้หนา ๆ เพื่อใหร้่างกาย อบอุ่นและนอนบนเตียงข้าง ๆ เตาไฟในบ้าน ที่เตรียมเอาไว้ให้ส าหรับแม่และเด็ก นอกจากเตียง แล้วหญิงอาข่าจะมีเกา้อ้ีส่วนตวัไว้1 ตวัและบนเกา้อ้ีน้ีจะมีใบไมก้ิ่งหอม ลกัษณะใบกว้างและ ยาว อาข่าเรียกว่า “ ห่อ-ซึง–หล่า-มา-อะ-ปะ” ที่ผ่านการพิงไฟแล้ววางไว้ส าหรับให้แม่ลูกอ่อนนงั่ ทับ เพื่อให้มดลูกเขา้อู่และให้แผลหายเร็วข้ึนและทา ลกัษณะน้ีทุกคร้ังที่จะนงั่บนเกา้อ้ี ส่วนด้าน การทา ความสะอาดร่างกายน้นัแม่ลูกอ่อนจะตอ้งอาบน้า อุ่นตลอดเวลาจนกระท้งัแผลหายสนิทซ่ึง ใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือน และหา้มมีเพศสัมพนัธ์ช่วงน้ีโดยเด็ดขาด และสิ่งที่สา คัญอีกอย่างใน การปฏิบัติตัวของแม่ลูกอ่อนในอดีตของชาวอาข่าคือแม่ลูกอ่อนที่คลอดลูกใหม่ ๆ จะต้องสูบยา ฝิ่น 3 คร้ัง หรือถา้ไม่สูบตอ้งใชว้ิธีดมยาฝิ่นโดยพกไวต้ิดตวัและใชด้มเป็นระยะ เพื่อป้องกนัการ ผิดเดือน และช่วง 5 เดือนแรกห้ามยกของหนักเพราะเชื่อว่าจะท าให้มดอักเสบหรือบาดเจ็บได้ การปฏิบตัิต่อเดก็อ่อนที่คลอดใหม่ เด็กที่เกิดใหม่น้นัมีร่างกายที่บอบบางและ อ่อนแอ จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เวลาทานอาหารแม่ ต้องไม่หันหลังให้ลูกและต้องกล่าวชวนลูกทานข้าว ดว้ยเสมอ เวลาใหน้มลูกแม่ตอ้งบีบนมแรกทิ้งจากน้นั นวดนมสักพักแล้วถึงจะให้ลูกทาน และในช่วงที่เด็ก ยงัอ่อนอยนู่้นัแม่จะตอ้งรักษาความสะอาดร่างกายลูก ต้องให้ลูกมีร่างกายที่อบอุ่นอยู่เสมอ วิธีการอาบน้า ให้ลูกน้นัแม่นงั่บนเกา้อ้ีที่สูง จากพ้ืนประมาณ 1 คืบถึง 1 คืบคร่ึงแลว้เหยยีดขา ออกวางลูกไวบ้นขา จากน้นัแม่จะอมน้า อุ่นที่เตรียมไว้ ในกาน้า อมไว้ในปากแล้วค่อยบ้วนล้างท าความสะอาด


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 27 ร่างกายของลูกโดยเริ่มจากศีรษะของลูกก่อนแลว้ไล่ลงไปแต่ละส่วนจนถึงปลายเทา้จนสะอาด จากน้นัเช็ดตวัใหแ้หง้จากน้นั ใหย้าที่สะดือเด็กเสร็จแลว้ใส่เส้ือผา้และหมวกใหเ้ด็กเพื่อใหร้่างกาย อบอุ่น อาหารส าหรับแม่ลูกอ่อน หลังคลอดลูกหญิงอาข่าจะต้องพิถีพิถันในการเลือกอาหารกินเป็ นพิเศษ เพราะอาหารทุก อย่างที่แม่ทานจะมีผลถึงลูกด้วย ถ้าแม่ไม่เลือกของกินอาจจะท าให้ลูกท้องเสียได้ เช่นในระยะ 3 เดือนหลังคลอดแม่ลูกอ่อนจะกินยอดฟักทอง ผักกวางตุ้งและเกลือหอมที่ควั่กบัมนัไก่เน้ือไก่ดา เน้ือหมูดา เท่าน้น ั ส่วนแม่ลูกอ่อนที่มีน้า นมนอ้ยน้นัตอ้งพยายามทานผกัที่มียาง เช่น หวัปลีขนุน เป็นตน้ เพื่อใหแ้ม่ลูกอ่อนมีน้า นมเพียงพอสา หรับลูกนอ้ย อาหารที่แม่ลูกอ่อนห้ามรับประทาน (หลังคลอด 5 เดือน) • ห้ามทานน้า มนั ทุกชนิดยกเว้นน้า มนัไก่เพราะมีความเชื่อวา่น้า มนัจะทา ให้ลูกทองเสียได้ ้ • หา้มทานเน้ือสัตวใ์หญ่เช่น เน้ือววัเน้ือควาย เพราะมีความเชื่อวา่จะทา ใหส้ะดือลูกหาย ช้า และจะท าให้แม่เจ็บป่ วยได้ • ห้ามทานเน้ือหมี ตอนคลอดลูกใหม่ ๆ เพราะเชื่อว่าอาจจะท าให้เด็กหูไม่ดีและหูหนวก ได้ • หา้มทานรังผ้ึงหรือน้า ผ้ึง เพราะมีความเชื่อว่าเวลาเด็กดูดนมเด็กจะกัดหัวนมแม่ • ห้ามทานของหมักดอง เพราะเชื่อว่าจะท าให้ลูกท้องเสียได้ • หา้มทานเน้ือหมูและเน้ือไก่สีขาว เพราะมีความเชื่อวา่ถา้ทานเน้ือหมูหรือเน้ือไก่สีขาว จะ ท าให้ตาของเด็กบกพร่องในการมองเห็น • ห้ามทานรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด เพราะมีความเชื่อว่าจะท าให้เด็กปวดท้องได้


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 28 พิธีกรรมสา หรบัแม่ลูกอ่อนที่มีน ้านมน้อย ถา้แม่เด็กคนไหนมีน้า นมน้อย ข้นัแรกจะหาสมุนไพร เอาเปลือกไมช้นิดหน่ึง ตม้กบัน้า แล้วเอาให้แม่เด็กดื่มแล้วถ้าน้า นมยงัไม่ไหล ก็จะต้องให้ผู้รู้ ให้คาถาอาคมท่องใส่ในน้า แลว้เอาให้ แม่ลูกอ่อนดื่ม โดยมีการเสียค่าครูเป็ นเหรียญเงินแท้ 1 เหรียญ การหย่านม อาข่าน้นั ใหลู้กกินนมแม่จนกว่าแม่จะต้งัครรภล์ูกอีกคนหน่ึง เด็กโตพอที่จะอยู่กบั ปู่ยา่ ได้ ไม่ตอ้งเอาลูกไปไร่แลว้กลางวนั ใหเ้ด็กกินขา้ว โดยการเอาขา้วสวยเค้ียวก่อนแลว้ป้อนใหเ้ด็กกิน อีกทีหนึ่ง และถ้าเด็กมีฟันสามารถที่จะเค้ียวอาหารไดเ้องแลว้ก็จะคลุกขา้วกบัน้า แกงใหเ้ด็กกิน ตอนเยน็แม่เด็กกลบัมาจากไร่แลว้เด็กถึงจะไดก้ินนมแม่พอแม่รู้ตวัวา่ตวัเองต้งัครรภล์ูกอีกคน หนึ่งก็ค่อย ๆ ให้เด็กเลิกกินนม โดยการให้กินข้าวแทน


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 29 การเจริญเติบโตและพฒันาการเดก็อาข่าช่วงอายุ0- 8 ปี เด็กอาข่าก็เหมือนเด็ก ๆ ทวั่ ไปที่พอลืมตามาดูโลกก็ตอ้งรู้จกัการมีชีวิตและพฒันาตวัเอง ให้เป็นผูใ้หญ่ที่ดีในวนัขา้งหน้า ด้วยการเรียนรู้จากสิ่งรอบขา้งและได้ความรักความอบอุ่นจาก ครอบครัว ในอดีตเด็กอาข่าจะเรียนรู้จากการปฏิบัติ ดูตัวอย่างจากพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เพราะอดีต น้นั ในหมู่บา้นไม่มีโรงเรียน หรือศูนยพ์ฒันาเด็กเล็กเหมือนสมยัน้ีเด็ก ๆอาข่าจึงอยู่ขา้งกายผูเ้ป็น พ่อเป็ นแม่ตลอดเวลาไม่ว่าจะท าไร่ ท าสวน หรือท างานบ้าน บางครอบครัวก็ฝากให้ปู่ ย่า ตา ยาย ดูแลเด็ก ๆจึงไดเ้รียนรู้จากสิ่งต่างๆที่ไดพ้บเห็น ไดส้ ัมผสั โดยปริยาย สิ่งที่แตกต่างจากเด็กพ้ืน ราบก็คงเป็นที่วิธีการดูแล สิ่งแวดลอ้ม และวิถีชีวิต น้นัเอง


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 30 ตารางการเจริญเติบโตและพฒันาการด้านร่างกายของเดก็อาข่าช่วงอายุ0-8 ปี มีดังนี้ ช่วงอายุชื่อเรียกในภาษาชนเผ่า พัฒนาการที่เกิดขึ้น แรกเกิด ZAQ NANGQ ร้องไห้ได้ ดูดนมได้ เคลื่อนไหวแขนขาได้ 1 เดือน TIQ SIQ ยกคางได้ยมิ้ตอบได้จอ้งมองวตัถุและแสงสวา่ง 2 เดือน NYIQ SIQ จา หนา้แม่และคนใกลช้ิดได้รู้จกัยมิ้และเล่น 3 เดือน SMR SIQ ต้งัศีรษะตนเองไดอ้ยา่งมนั่คง 4 เดือน OEQ SIQ จ้องมือตนเองอย่างสนใจ พยายามเอามือใส่ปากตนเอง 6 เดือน KOF SIQ นงั่โดยช่วยยดึไว้จบัควา้ได้ทา เสียงไดห้ลายเสียง 8 เดือน YAEF SIQ ฟันหนา้จะข้ึน 2 ซี่สามารถพลิกตวัได้นงั่เอง 10 เดือน CER SIQ ปื นได้ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อย คลานได้อย่า คล่องแคล่วสนใจของเล็กๆน้อยๆโบกมือโบกไม้ได้ 1 ปี TIQ QOF เดินได้โดยมีผู้จูง เดินรอบโต๊ะโดยใช้วิธีเกาะ 1 ปี 1 เดือน TIQ QOF TIQ SIQ เดินไดโ้ดยใชม้ือหน่ึงยดึจบัเกา้อ้ีหรือที่เกาะไว้ยนืคน เดียวไดช้วั่ระยะส้ันๆสามารถพูดได้2-3ค า 1ปี 3 เดือน TIQ QOF SMR SIQ เดินได้คลานข้ึนที่สูงได้ช้ีมือเมื่ออยากไดอ้ะไรเมื่อ ปัสสาวะจะบอกได้เรียกชื่อสิ่งของที่คุน้เคยได้ 1 ปี 6 เดือน TIQ QOF KOF SIQ เดินไดเ้ก่ง เริ่มหดัวิ่ง พูดไดป้ระมาณ 10ค า และพูดเป็ น พยางค์ได้ 2 ปี NYIQ QOF วิ่งไดค้ล่อง พูดไดเ้ป็นประโยค สามารถโตต้อบได้ทาน อาหารเองได้ รู้จักควบคุมการขับถ่าย 3 ปี SMR QOF สามารถทา ตามคา สั่งง่ายๆได้เริ่มจา ชื่อเครือญาติได้ เริ่มบอกชื่อตวัเองและเพศตวัเองได้และเริ่มชอบซกัถาม สิ่งที่เห็น สามารถทา ความสะอาดอุจาระไดเ้อง สามารถ บอกชื่อสัตว์สิ่งของที่คุณเคย


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 31 4 ปี OEQ QOF เริ่มเล่าเรื่องสิ่งที่พบเห็นมาได้ชอบเล่นรวมกบัคนอื่น เริ่มรู้จกัแบ่งปันไดเ้อง สามารถบอกชื่อสิ่งของต่างๆที่อยู่ รอบตัวได้ ร้องเพลงและเต้นร าได้ 5-6 ปี เริ่มรู้จกัจา นวน เลือกสิ่งของที่ต่างจากพวกได้เริ่มช่วย พ่อแม่ทา งานบา้น เช่น ตกัน้า เก็บที่นอน ลา้งจาน กวาด บา้นถูบา้น และเล้ียงนอ้งให้อาหารนอ้งได้ 7-8 ปี เริ่มช่วยเหลือพ่อแม่ในงานไร่ งานสวนได้ เช่น การถอน หญ้า การปลูกข้าวโพด และดูแลน้องยามพ่อแม่ท าไร่ท า สวน ภาษาเรียกพัฒนาการของทารกในแต่ละช่วง ภาษาไทย ภาษาอาข่า การได้ยิน NAQ BAWR GAQ NYA LAR-EUQ (น่า – บอ –ก่า –ล๊า – เอ่อ ) มองเห็น MAWR NYA LAR-EUQ (ม๊อ – ญา –ล่า – เอ่อ) คอแข็ง KANGQ LANGR LANGR YAF DAWR LAR-EUQ (ข่อ -ลึ่ง –ลึ่ง – ญ่า – ด่อ –ล๊า – เอ่อ) พลิกตัว MANGQ POV MANGQ LAE LAEQ DOV LAR-EUQ (หมื่อ–โป๊ ะ –หมื่อ –แล –แล –โด –ล๊า – เอ่อ) นงั่ DAWQ NUIR NUIR NYA LAR-EUQ (ดอ – นึง – นึง – ญ่า –ล๊า – เอ่อ) คลาน DAWQ GAV GAV NYA LAR-EUQ (ดอ –ก่า –ก่า – ญ่า –ล๊า – เอ่อ)


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 32 ต้งัไข่ GAWQ YAWF YAWF DZAWR DZAWR LAR-EUQ (ก๊า – มา –จึน –ยอ – ญา –ล๊า – เอ่อ) ยืน GAWQ YAWF YAWF NYA LAR-EUQ (กอ–ยอ –ยอ – ญา –ล๊า – เอ่อ) เดิน GAR MA CHANG NYA LAR-EUQ (ก๊า – มา – ชึง- ญา –ล๊า - เอ่อ ) พูดได้ DAWQ NGAEQ NGAEQ NYA LAR-EUQ ( ด่อ –แง่ –แง่ – ญ่า –ล๊า – เอ่อ) หย่านม AQ CHOER DAR-EUQ (อะ – เจ๊ – ต่า – เอ่อ) ชื่อเรียกที่เด็กเรียกพ่อ, แม่, ญาติพี่น้อง เป็นภาษาอาข่า ภาษาไทย ภาษาอาข่า พ่อ อ่า-ดะ แม่ อ่า-มะ พี่ชาย อะ-โด๊ะ พี่สาว อะ-ยื๊อ น้องชาย – น้องสาว อะ-ย้ี ปู่ – ตา อะ – บอ ย่า –ยาย อะ – ภี่ / อะ – มอ น้องแม่ที่เป็ นผู้หญิง อะ - มือ น้องพ่อที่เป็ นผู้หญิง อะ –โค๊ น้องชาย และพี่ชายของแม่ อ่า - เว๋ น้องชายของพ่อ อ่า - ย๊อ


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 33 ป้า อ่า-อื่อ พี่เขย อ่า- ซึง พี่สะใภ้ อ่า - ชู ภาษาเด็กอาข่าช่วงอายุ0-3 ปี ประโยคพูดภาษาไทย ประโยคพูดภาษาอาข่าเด็กอ่อน อายุ0-2 ปี ประโยคพูดภาษาอาข่าเด็ก โต อายุ3 ปีขึน้ กินข้าว หม ่า – หม ่า ห่อ-จะ-จ่า ดื่มน้า อะ-อ่า อ้ี-จุ-ดอ กินเน้ือ ไหน่-อิ ส่า-จี-จ่า กินไข่ อะ-อู ยา-อู-จ่า กินปลา โบะ -โบะ ง่า-ส่า-จ่า กินผลไม้ เอาะ-เอาะ-จ่า-เออ อะ-สี่-จ่า กินขนม จะ-จะ-จ่า-เออ บอ-จุ๊-จะ-จ่า เดินมา ละ-ออ ละ-ออ ยนืข้ึน ทู-ออ ทู-ออ นงั่ลง ด่า-นึ่ง -นึ่ง-ออ ดอ-นึ่ง-นึ่ง-ออ นอนหลับ เอาะ-เอาะ-แอ้ว หยูก-คา-ออ ระวังตก บ่าว –แอะ –หนุม กา-คา-หนุม เต้นร า อะ -แย -แย ก๊ะ-แย-แย ใส่เส้ือ อะ-ข่อง-ตุม-ออ แพ-ข่อง-ตุม-เออ ใส่หมวก อะ-โขะ-โขะ-ออ อุ-โขะ-โขะ-เออ ใส่กางเกง อะ-ดี-ตุม-ออ หล่า-ดี-ตุม-เออ ใส่กระโปรง อะ-ดี-ตุม-ออ แพ-ดี-ตุม-เออ


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 34 ใส่รองเท้า อะ-เนาะ-เนาะ-ออ ส่า-เนาะ-เนาะ-เออ สิ่งสกปรก โอะ-โอะ ค าทักทายส าหรับเด็กอ่อน ภาษาไทย ภาษาอาข่า จ๊ะเอ๋ อุ้ม-บ่า การสอนเรียกชื่ออวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายเป็นภาษาเด็กเล็ก ภาษาไทย ภาษาอาข่า นิ้วกอ้ย ฉะ-ฉ่า-ชะ นิ้วนาง เน๊ะ- เหนะ-เน๊ะ นิ้วกลาง สี่-โผ่ว-บอ นิ้วช้ี สี่-โล้-บ่อ นิ้วโป้ง หล่า-มา-บือ ฝ่ ามือ หล่า-หญ่า-ดะ ข้อมือ หล่า-หล่อง-ฉอง ข้อศอก ข่อ-เดอ-ยา รักแร้ เดอ-หละ-โอะ บ่า ชิ-บ่า-พู คอ แจ-ล่อง-ข่อง คาง โอ-แหม่-ถ่อง ริมฝี ปาก โอ-แหม่-หลู่ ฟัน โอ-พู้-เซอ จมูก ด๊า-มา-แม


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 35 ตา ห่อ-บู-เมีย หู ชะ-หน่า-บ๊อ หน้าผาก โย่ว-โค-เด๊อ จบด้วยค าว่า ชุ-ขู่-ชุ-หน่า-ยู้ นิทานและการละเล่นชนเผ่าอาข่า ในอดีตชาวอาข่านิยมอบรมสั่งสอนบุตรหลายของตนผ่านทางตา นานและนิทานที่ สอดแทรกเน้ือหาของการปฏิบตัิตนที่ดีในสังคมอาข่า แม้แต่เรื่องการกา เนิดอาข่าก็ไดส้ืบทอด ถ่ายทอดความรู้มาจากตา นานและนิทานท้งัสิ้น ปัจจุบนัตา นานและนิทานอาข่าเริ่มหาฟังกนั ได้ ยาก ทางโครงการจึงพยายามบนัทึกเป็นภาพและตวัอกัษรพร้อมกบัเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ต่อไปน้ี เป็ นตัวอย่างของนิทานการสอนเรื่องการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน นิทานเรื่องเศรษฐีหนุ่มกับแม่หม้าย กาลคร้ังหน่ึงมีหมู่บา้นอาข่าแห่งหน่ึงอยบู่นเนินเขา ที่หอ้มลอ้มไปดว้ยภูเขา ทุ่งหญา้และ สัตว์ป่ านานาชนิด ในหมู่บา้นอาข่าแห่งน้ีไดม้ีคดีหน่ึงเกิดข้ึน เป็นคดีระหวา่งเศรษฐีกบัแม่หมา้ย แยง่ลูก ควายกัน เรื่องมีอยวู่า่เศรษฐีผนู้้ีเล้ียงควายไว้เป็ นจ านวนมาก ส่วนแม่หม้ายมีควายตัวเมียเพียงตัว เดียวและเวลาไปเล้ียงควายก็มกัจะเล้ียงควายในทุ่งหญา้หลงัหมู่บา้นร่วมกบัควายของเศรษฐีเสมอ อยู่มาวันหนึ่งควายของแม่หม้ายก็ออกลูกควายมาตัวหนึ่ง เป็ นลูกควายที่งาม และ สมบูรณ์มาก แม่หม้ายรู้สึกดีใจและเฝ้าดูแลลูกควายเป็ นอย่างดี จนท าให้เศรษฐีรู้สึกอิจฉา และ อยากไดลู้กควายตวัน้นัมาเป็นของตน จึงไดค้ิดแผนที่จะไดลู้กควายมาเป็นของตนอยใู่นใจ เยน็วนัน้นัเศรษฐีจึงไปบา้นแม่หมา้ยแลว้กล่าวกบัแม่หมา้ยวา่ “แม่หมา้ย ลูกควายตวัน้ีน่ะ เป็ นลูกควายที่เกิดจากควายตัวผู้ของเราต่างหากหล่ะ” แม่หม้ายกล่าวตอบไปว่า “ โถ ท่านเศรษฐี ทา ไมท่านจึงพูดเช่นน้นัหล่ะลูกควายตวัน้ีมนัเป็นลูกควายที่เกิดจากควายตวัเมียของเราแทๆ้ ”


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 36 เศรษฐีเถียงว่า “ไม่ใช่จะใช่ไดไ้ง ลูกควายตวัน้ีมนัเป็นลูกควายที่เกิดจากควายตวัผขู้อง เราต่างหากเล่า ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็เรียกชาวบ้านมาช่วยกันตัดสินดีกว่า จะได้รู้กันว่าเป็ นควายของใคร” “ก็ได้” แม่หม้ายตอบ เศรษฐีคิดอยใู่นใจวา่เขาตอ้งเป็นผทู้ี่ไดลู้กควายตวัน้นัแน่นอน เพราะวา่เขามีทุกอยา่ง เหนือกว่าแม่หม้าย ชาวบ้านต้องเชื่อค าพูดเขาเป็ นแน่แท้ เศรษฐีจึงเรียกชาวบ้านมาชุมนุมที่บ้าน เศรษฐี ชาวบา้นต่างก็เขา้ขา้งฝ่ายเศรษฐีและลงความเห็นวา่ลูกควายเป็นของเศรษฐีเศรษฐีจึงยมิ้ ออกมาอย่างผู้ชนะ ฝ่ ายแม่หม้ายก็ไม่ยอมความและต้องการให้ตัดสินอย่างยุติธรรม “ไม่ได้ เราไม่ ยอม ลูกควายของเราแท้ ๆ ไม่ใช่ลูกควายของเศรษฐีสักหน่อย เราไม่ยอมหรอก เราจะไปแจ้งความ ให้ก านัน หรือ นายอ าเภอก็ได้ ให้เขาตัดสิน” เศรษฐีจึงตอบกลับไปว่า “เอาเลย จะไปแจ้งที่ไหนก็ ไป แต่มีขอ้แมว้า่เจา้ตอ้งไปเชา้พรุ่งน้ีและกลบัมาภายในวนัพรุ่งน้ีดว้ย ไม่ง้นัลูกควายตวัน้ีจะตอ้ง เป็ นของเราฮะ ๆๆๆ” วนัรุ่งข้ึนแม่หมา้ยก็ไดอ้อกเดินทางแต่เชา้ตรู่ตลอดทางเดินเลียบแม่น้า แมข่าแม่หมา้ยก็ ได้แต่ร้องไห้เสียใจที่โดนรักแก เห็นว่าตนเป็ นผู้หญิงแม่หม้ายตัวคนเดียวไม่มีก าลังจะสู้ และใน ระหว่างทางก็มีกบน้อยตัวหนึ่งกระโดดออกมาร้องทักว่า “ นี่ ร้องไห้จะไปไหนเหรอ” แม่หม้ายจึง ตอบเจ้ากบน้อยไปว่า “ไม่ได้ร้องไห้ไปไหนหรอก พอดีควายตัวเมียของฉันมันออกลูก แต่ท่าน เศรษฐีกลับหาว่าเป็ นลูกควายที่เกิดจากควายตัวผู้ของเขา แถมชาวบ้านก็เห็นดีเห็นชอบไปกับ เศรษฐีดว้ย แลว้ยงัทา้ใหฉ้ ันไปแจง้ความที่ไหนก็ไปแต่ตอ้งกลบัมาภายในวนัน้ีไม่ง้นัท่านเศรษฐี จะยึดลูกควายของฉันเสีย ฮือๆ” แม่หม้ายร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เจา้กบน้อยไดฟ้ ังดงัน้นัจึงกล่าวกบัแม่หมา้ยวา่ “โถ ไม่เป็ นไร ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้อง เสียใจนะแม่หมา้ย แลว้ก็ไม่ตอ้งไปแจง้ความที่ไหนดว้ย อยู่ที่นี่แหละ วนัน้ีก็คา้งที่นี่ละกนัแลว้ พรุ่งน้ีค่อยกลบัไปหมู่บา้นกบัขา้” ไดฟ้ ังเจา้กบนอ้ยพูดแบบน้นัแม่หมา้ยก็ตกใจระคนใจหายกลัว วา่ถา้กลบัพรุ่งน้ีอาจตอ้งเสียลูกควายไป จึงบอกกบัเจา้กบน้อยวา่ “ไม่ได้หรอกเจ้ากบน้อย เราต้อง กลบัหมู่บา้นภายในวนัน้ี ไม่ง้นัท่านเศรษฐีก็จะยดึลูกควายของเราไปนะสิ” กบจึงกล่าวตอบว่า “ไม่เป็ นไรหรอกนา เรามีแผนช่วยท่านไว้แล้ว เชื่อเราสิ” แม่หม้ายคิดอยู่สักครู่ก็ตกลงตามที่เจ้ากบ นอ้ยวา่วนัน้นัแม่หมา้ยจึงไดค้า้งกบัเจา้กบน้อยที่ขา้งแม่น้า แมข่า


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 37 รุ่งข้ึน เจา้กบน้อยและแม่หมา้ยจึงออกเดินทางกลบัหมู่บา้น ระหวา่งทางเจา้กบนอ้ยบอก กับแม่หม้ายว่า “นี่ แม่หม้าย ตอนกลับถึงหมู่บ้าน ถ้าเกิดพวกเขาถามว่าท าไมกลับมาช้า ท่านจง บอกว่า ที่กลบัมาชา้เพราะวา่แม่น้า แมข่าโดนไฟไหม้ไม่เหลือน้า สักหยด หิน ทรายก็ไม่เหลือ นะ” แม่หม้ายรับค า แต่ในใจก็ยังเป็ นกังวล พอกลับถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างพากันมาชุมนุมที่บ้าน เศรษฐี เศรษฐีดีใจที่เห็นแม่หม้ายกลับมาช้า เพราะลูกควายจะตกเป็ นของตนตามที่สัญญาไว้“ใน เมื่อเจา้มาชา้ไปหน่ึงวนัฉะน้นัลูกควายจึงตกเป็นของขา้แลว้นะ” แม่หม้ายจึงตอบกลับไปว่า “อย่า พูดเช่นน้นัเลยท่านเศรษฐีที่เรากลบัมาชา้ก็เพราะเราไดไ้ปเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าท่าน เศรษฐีเป็นเราท่านก็ตอ้งกลบัมาชา้เหมือนกนัน้นัแหละ” เศรษฐีถามอย่างสงสัยว่า “ อะไรที่เจ้าว่า ไม่เคยพบไม่เคยเห็นไหนลองเล่ามาสิ” แม่หมา้ยจึงเริ่มเล่าเรื่องตามที่เจา้กบนอ้ยบอกไว้“ ก็ไฟ ไหมแ้ม่น้า แมข่าน่ะสิไหม้จนหินเนี๊ยะแตกกระจาย น้า ในแม่น้า แมข่าก็เหือดแหง้สนิทไม่เหลือสัก หยดเลยนะ” พูดจบ เศรษฐีก็ตะคอกออกมาด้วยความโกรธ “เจา้ก็พูดไปได้ไฟที่ไหนจะไหมน้ ้า ได้” ทนั ใดน้นัเจา้กบนอ้ยที่เดินทางกลบัมาพร้อมกบัแม่หมา้ยก็ยกมือข้ึนทนัทีแลว้พูดวา่ “ท าไม จะไม่ได้ถา้ไฟไหมแ้ม่น้า ไม่ได้แลว้ควายตวัผขู้องเศรษฐีจะออกลูกไดไ้งหล่ะ” พอเจา้กบนอ้ยพูดเสร็จจึงทา ให้เศรษฐีนึกข้ึนไดว้า่ตนถูกเจา้กบน้อยย้อนเข้าเสียแล้ว และ ในที่สุดลูกควายก็กลบัมาเป็นของแม่หมา้ยตามเดิม จากการช่วยเหลือของเจา้กบนอ้ยน้นัเอง


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่า อาข่า 38 การละเล่นชนเผ่าอาข่า การละเล่นของชนเผ่าอาข่าแบ่งออกได้สองประเภทคือการละเล่นในพิธีกรรม เช่น โล้ ชิงช้า ลูกข่าง การชนไข่แดง การเต้นร ากระทบไม้ไผ่ และการเล่นลูกสะบ้า เป็ นต้น ส่วน การละเล่นทวั่ ไป ก็เช่น การเล่นขาหยงั่การเล่นปืนไมไ้ผ่การเล่นรถสามลอ้ฯลฯ อุปกรณ์ การละเล่นส่วนใหญ่ใชว้สัดุจากธรรมชาติและเป็นอุปกรณ์ในการพฒันากลา้มเน้ือส่วนต่าง ๆ ของเด็กไดเ้ป็นอยา่งดีมีกฎกติกาง่าย ๆ สามารถเล่นไดท้ ้งัเด็กหญิง เด็กชาย จนถึงวัยผู้ใหญ่เลย ทีเดียว ดงัตวัอยา่งต่อไปน้ี 1. การเล่นยิงปืนกระบอกไม้ไผ่(MAEQ DOQ BEUV-EU) ลักษณะการเล่น การเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่เป็ นการเล่นของเด็กผู้ชาย จะเล่นช่วงไหนก็ได้ไม่มีเทศกาล เฉพาะ อุปกรณ์ กระบอกไม้ไผ่ สถานที่เล่น สถานที่ทวั่ ไป จ านวนผู้เล่น ไม่จ ากัดจ านวน วิธีการเล่น วิธีการเล่นยิงกระบอกไม้ไผ่ บรรจุลูกกระสุน (ผลไม้ชนิดหนึ่งมีชื่อว่า อ่า-ชู-แชะ )ใน กระบอกไมไ้ผแ่ลว้จะยงิใส่กนัและเวลาเล่นจะมีกติกาวา่จะยงิ่ใส่ที่ร่างกายเท่าน้นัถา้คนไหนถูกยงิ โดนลูกกระสุนจะเป็ นคนแพ้ ประโยชน์ของการเล่น ฝึ กความสัมพนัธ์ของกลา้มเน้ือมือและตาการตดัสินดว้ยตวัเองและการอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่น


ภมูิปัญญาด้านการดแูลสุขภาพแม่และเดก ็ ของชนเผ่าอาข่า 39 2. การเล่นขาหยั ่ง( MAEQ NAWQ MUI-EU ) ลักษณะการเล่น การเล่นขาโยง่น้นัเล่นไดท้ ้งัเด็กผหู้ญิงและเด็กผชู้าย แต่คนที่จะเล่นไดน้ ้นัจะใชท้กัษะใน การทรงตัวได้ดีเป็ นเลิศ และต้องฝึ กซ้อมบ่อย ๆ ถึงจะไปแข่งกับคนอื่นได้ อุปกรณ์ ขาหยงั่ สถานที่เล่น ลานกว้างของหมู่บ้าน ที่เป็ นที่ ราบ จ านวนผู้เล่น ไม่จ ากัดจ านวน วิธีการเล่น หลังจากเด็กมีอุปกรณ์ในการเล่น เรียบร้อยแลว้และมนั่ใจในฝีมือของตวัเองวา่ สามารถจะแข่งขันกับผู้อื่นได้ จะพากันไปเล่นลาน กว้างของหมู่บา้นที่เป็นที่ราบเสมอกนัจะขีดเส้นจุดเริ่มตน้และจุดเส้นชยัจะเล่นกนัเป็นกลุ่มใหญ่ เวลาเล่นจะเขา้แถวที่จุดเริ่มตน้พร้อมกนัทุกคนก่อน แลว้เอาอุปกรณ์ต้งัใหต้รงเสร็จแลว้คนที่จะ เล่นตอ้งข้ึนไปยืนตรงไมไ้ผ่ โดยการเอาเทา้ระหวา่งหวัแม่โป้งของนิ้วเทา้ไปหนีบที่ตาไม้ไผ่ แล้ว จะนับ 1 – 3 แลว้ออกตวัไปพร้อมกนัคนไหนถึงเส้นชยัก่อนเป็นผชู้นะ ประโยชน์ของการเล่น เป็นการฝึกความสัมพนัธ์ของกลา้มเน้ือมือ เทา้และตา และให้รู้จักความอดทน เพราะวา่กวา่จะเล่นทรงตวัไดบ้นไมไ้ผน่้นัตอ้งใชเ้วลาในการซอ้มเป็นอยา่งมาก ใช่ว่าใครก็เล่นได้ ตอ้งผา่นการฝึกซอ้มมาก่อนถึงจะเล่นได้ และเป็ นการออกก าลังกายของเด็ก เพื่อให้ร่างกายเด็ก แข็งแรง


บทที่ 3 บทเรียนจากประสบการณ์ท างาน ของโครงการสร ้ างฐานเดก ็ เลก ็ ก่อนวยัเร ี ยนบนพ ื น้ท ี่สงู บ้านอาแย


บทเรียนการจัดการเรียนการสอนโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบนพื้นที่สูง บ้านอาแย 41 บทที่ 3 บทเรียนจากประสบการณ์ท างาน ของโครงการสร้างฐานเด็กเลก ็ ก่อนวยัเร ี ยนบนพ ื น้ท ี่สงูบ้าน อาแย 1. การขยายโอกาสทางการศึกษาของรัฐยงัไปไม่ทวั่ถึงชุมชนบนพ้ืนที่สูง ปัจจุบนั การศึกษาของชุมชนบนพ้ืนที่สูงบางหมู่บา้นมีระดบัช้นัการศึกษาเพียงประถมศึกษาปีที่6 บาง พ้ืนที่ไม่มีโรงเรียนหรือไม่มีแมแ้ต่ศูนยพ์ฒันาเด็กเล็ก ทา ใหเ้ด็ก ๆที่อยใู่นพ้ืนที่เหล่าน้นัอพยพเขา้ มาศึกษาในเมืองก่อใหเ้กิดปัญหาครอบครัวตามมามากมายเช่น พ่อแม่มีภาระค่าใชจ้่ายใน ครอบครัวที่สูงข้ึน เด็กและพ่อแม่มีความใกลช้ิดผกูพนักนัน้อยลง เป็นตน้ 2. คุณภาพของการบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนชุมชน บนพ้ืนที่สูงมีคุณภาพต่า กวา่ ในเมืองและขาดแคลนครูสื่ออุปกรณ์การสอนที่เป็นปัจจยัสา คญั ใน การเรียนรู้ของเด็ก 3. หลกัสูตรที่ใชส้อนอยใู่นโรงเรียนชุมชนบนพ้ืนที่สูงยงัเป็นหลกัสูตรที่ไกลตวัเด็กและไม่ ตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง 4. ชุมชนเองยังไม่เข้มแข็งพอที่จะจัดการศึกษาโดยชุมชนเองได้ ไม่ทราบกฎหมาย การศึกษาและยงัคิดวา่การจดัการศึกษาน้นั ไม่ใช่หนา้ที่ของตน จึงทา ใหชุ้มชนตกเป็นเครื่องมือใน การแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มที่ไม่หวังดีที่มีอ านาจได้ง่าย ภาพรวมสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องและปัญหาที่มีผลกระทบต่อการศึกษาของเด็กและ เยาวชนชนเผ่า


บทเรียนการจัดการเรียนการสอนโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบนพื้นที่สูง บ้านอาแย 42 5. ปัจจุบันยังมีชุมชนที่รู้และเข้าใจนโยบายการศึกษาของรัฐร่วมกับองค์กรเอกชนที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษา เคลื่อนไหวและพยายามร่วมผลักดันให้นโยบายการศึกษาของรัฐที่มีอยู่ ปฏิบัติได้จริง พร้อมกบัสร้างชุมชนตน้แบบของการจดัการศึกษาโดยชุมชนข้ึนใหเ้ป็นรูปธรรมที่ ชัดเจน สถานการณ์ปัญหาการศึกษาในพื้นที่บ้านอาแย ปัจจุบนับา้นอาแยยงัไม่มีศูนยพ์ฒันาเด็กเล็ก เด็กๆเมื่อถึงเกณฑเ์ขา้เรียนต้งัแต่ช้นัอนุบาล จะถูกส่งไปเรียนในตัวเมืองอ าเภอพร้าว ซึ่งห่างจากชุมชนไปกลับประมาณ 46 กิโลเมตร ท้งัที่มีศูนยก์ารเรียนชุมชน ชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงในหมู่บ้าน 1 โรง แต่ด้วยคุณภาพการศึกษาที่ไม่ได้ มาตรฐาน และเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ศูนย์ การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้า หลวงบ้านอาแยได้ถูกยุบไปรวมกับศูนย์ การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้า หลวงบ้านอาบอลาชา ซึ่งห่างจากชุมชนไปกลับประมาณ 6 กิโลเมตร ซ่ึงเป็นพ้ืนที่เปลี่ยวและ ถนนรุกรัง ท าให้ผู้ปกครองทนความล าบากและความไม่ปลอดภัยของเด็กไม่ไหว จึงนิยมส่งบุตร หลานเขา้ไปเรียนในตวัเมือง และหาที่พกัที่รับเด็กดูแลเด็กต้งัแต่ช้นัอนุบาล บา้งก็ใหไ้ปอยตู่ามวดั หรือบางโรงเรียนก็มีหอพักบริการพร้อมคนดูแลโดยเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก เพื่อให้บุตรหลานของตนมีความพร้อมและพ้ืนฐานที่ดีในการเรียนรู้และศึกษาต่อใน ระดับที่สูงต่อไปจึงเลือกที่จะส่งเด็กไปเรียนในตัวเมืองตัวแต่ยังเล็ก


บทเรียนการจัดการเรียนการสอนโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบนพื้นที่สูง บ้านอาแย 43 ชาวบ้านต่างก็รู้ดีว่าการส่งเด็ก ต้งัแต่ช้นัอนุบาลไปเรียนในตวัเมืองน้นั เป็นสิ่งที่เสี่ยงและมีปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ตามมาอีกมากมายจึงได้พยายามแก้ไข ปัญหาการพรากเด็กออกจากถิ่นต้งัแต่ เยาวว์ยัดว้ยการทา โครงการขอจดัต้งัศูนย์ พฒันาเด็กเล็กข้ึนในหมู่บา้นต่อองคก์าร บริหารส่วนต าบลป่ าไหน่ โดยมีเจ้าหน้าที่ โครงการสร้างฐานเด็กเลก็ก่อนวยัเรียน เป็นผรู้่างและประสานงานให้ซ่ึงขณะน้ีโครงการที่ส่งไปอยใู่นข้นัพิจารณาของสภาอบต. ช่วงที่รอโครงการผา่นน้นัทางชุมชนบา้นอาแยก็ไดม้ีการจดักิจกรรมให้กบัเด็กก่อนวยั เรียนที่เหลืออยู่ในหมู่บ้าน ทุกวันอาทิตย์ โดยมีผู้รู้ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการสร้างฐานฯ เป็ นผู้จัด กิจกรรม ความเป็นมาของชุมชน เมื่อปี พ.ศ.2523 ชาวบ้านอาแยได้อพยพมาจากจังหวัดเชียงราย โดยการน าของผู้เฒ่า "อา บอเดอ" เนื่องจากหมู่บ้านเดิมมีการ แตกแยกไม่สามัคคีกันต่างคนต่าง แย่งกันเป็ นใหญ่ ชาวบ้านบางส่วน รับสภาพที่เกิดข้ึนน้นั ไม่ไหวเลย อพยพมาอยู่บ้านอาแยในปัจจุบัน พ้ืนที่บา้นอาแยในอดีตเคยเป็น หมู่บา้นของเผา่ลีซูมาก่อน หลงัจากที่ ผู้เฒ่าอาบอเดอไดม้าต้งัหมู่บา้นอาแย


บทเรียนการจัดการเรียนการสอนโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบนพื้นที่สูง บ้านอาแย 44 มีชาวบ้านบางส่วนจากที่อื่น ๆ ย้ายมาสมทบอีก หมู่บ้านอาแยยังไม่เป็ นหมู่บ้านทางการปัจจุบัน เป็ นหมู่บ้านบริวารของบ้านเหล่าหมู่ที่ 3 ต าบลป่ าไหน่ อ าเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ทางหมู่บ้าน ได้เลือกผู้น าชุมชนมาแล้ว 3 คน โดย นายอายี่ กูซือ เป็นผู้น าชุมชนคนที่ 3 จนถึงปัจจุบัน ลักษณะที่ตั้ง บา้นอาแยต้งัอยใู่นเขตพ้ืนที่โครงการพระราชดา ริดอยม่อนลา้น ตวัหมู่บา้นต้งัอยบู่ริเวณ หุบเขา ใกลล้า หว้ยเล็ก ๆ ในหมู่บา้นอากาศค่อนขา้งเยน็ตลอดท้งัปีทิศเหนือ ติดต่อกบับา้นป่า หญ้าไทรหมู่ที่ 3 ต าบลป่ าไหน่ อ าเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ทิศใต้ ติดต่อกับบ้านห้วยทราย ต. เวียง อ.เวียงป่ าเป้า จ.เชียงราย ทิศตะวันออด ติดต่อกับบ้านอาบอลาชา หมู่ที่ 11 ต าบลป่ าตุ้ม อา เภอพร้าว จงัหวดัเชียงใหม่ทิศตะวนัตกติดต่อกบับา้นห้วยน้า ขนุอา เภอแม่สรวย จงัหวดั เชียงราย ลักษณะทางทรัพยากรธรรมชาติ สภาพดินทวั่ ไปยงัอยใู่นสภาพที่ใชไ้ด้แหล่งน้า น้นัค่อนขา้งมีความอุดมสมบูรณ์และ สภาพป่ ามีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร ยังมีสัตว์เล็กและสัตว์ขนาดกลางเช่น กวาง เก้ง หมู่ป่ า และไก่ป่าอาศยัอยบู่า้ง หมู่บา้นอาแยมีการแบ่งพ้ืนที่ป่าออกเป็น 2 ประเภท คือ ป่าอนุรักษ์และป่ า ใช้สอย ศาสนาและความเชื่อ หมู่บา้นอาแยนบัถือศาสนาท้งัหมด 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ 13 ครอบครัว ศาสนา คริสต์นิกายโปเตสแตน 18 ครอบครัว และศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก 11 ครอบครัว แต่ยังคงสืบ ทอดพิธีกรรมและประเพณีบางอย่างอยู่บ้างเช่น พิธีกรรมเรียกขวัญ พิธีกรรมกินข้าวใหม่ ประเพณีโล้ชิงช้า ประเพณีการเล่นลูกข่าง ส่วนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เหลือไว้เป็ นเพียงที่ศึกษาของเด็ก รุ่นใหม่และคนภายนอกเท่าน้นัเช่น ประตูหมู่บา้นหรือประตูศกัด์ิสิทธ์ิ โลช้ิงชา้ ส่วนสถาน ศกัด์ิสิทธ์ิอื่น ๆ ที่ตอ้งทา พิธีเช่น บ่อน้า ศกัด์ิสิทธิศาลพระภูมิน้นไม่มีแล้ว ั


บทเรียนการจัดการเรียนการสอนโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบนพื้นที่สูง บ้านอาแย 45 การศึกษา ประชาชนบ้านอาแยส่วนใหญ่ ส่งลูกหลานไปเรียนนอกชุมชน เช่น ที่ ตัวอ าเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งมี เด็กเรียนอยู่มากที่สุด นอกน้นัมีกระจาย โรงเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่ เชียงราย อ่างทอง และปทุมธานี ในหมู่บ้านอาแยมีศูนย์การ เรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง 1 โรง ปัจจุบันได้ย้ายไปด าเนินการเรียน การสอนร่วมกับบ้านอาบอลาชา ซึ่งห่างจากชุมชนไปกลับประมาณ 6 กิโลเมตร เปิ ดรับนักเรียน ต้งัแต่ช้นัอนุบาลจนถึงประถมศึกษา แต่ชาวบา้นอาแยไม่นิยมส่งไปเรียนที่น้ีเพราะคุณภาพ การศึกษาไม่ได้มาตรฐานและหนทางล าบากในการเดินทาง ข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย ชาวบา้นอาแยจะไปรับบริการข้นัพ้ืนฐานจากสถานีอนามยัประจา ตา บลป่าไหน่และใน หมู่บ้านมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน 2 คน เพื่อให้ค าแนะน าช่วยเหลือในด้านการดูแล รักษา สุขภาพข้นัพ้ืนฐานดว้ย ถา้อาการหนกัชาวบา้นจะไปใชบ้ริการจากโรงพยาบาลอ าเภอพร้าว และในหมู่บา้นมีหอ้งน้า แบบราดน้า ใชทุ้กครัวเรือน สาธารณูปโภค ชาวบ้านอาแยมีไฟฟ้าโซล่าเซลใช้ 37 ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้าโซล่าเซลใช้ 5 ครัวเรือน ชาวบา้นใชน้ ้า ประป่าภูเขา มีแทง็กเ์ก็บน้า หมู่บา้นจา นวน 9 แทง็ก์มีเครื่องกรองน้า จา นวน 1 เครื่อง ส่วนน้า ที่ใชส้า หรับการเกษตรน้นัจะใชจ้ากลา ห้วยและมีบ่อเก็บน้า 2 บ่อ


บทเรียนการจัดการเรียนการสอนโครงการสร้างฐานเด็กเล็กก่อนวัยเรียนบนพื้นที่สูง บ้านอาแย 46 เศรษฐกิจ ชาวบา้นอาแยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทา การเกษตรเล้ียงสัตว์และรับจา้งทวั่ ไป สถานที่สาธารณะ มีสนามตะกร้อ 2 แห่ง /ศาลาอเนกประสงค์ 1 แห่ง /ศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน 1 โรง และ ศูนย์วัฒนธรรมชนเผ่าอาข่า 1 แห่ง เส้นทางคมนาคม ถนนเขา้หมู่บา้นอาแยน้นัเขา้ได้6 เส้นทางคือ 1. เส้นทางจากอ าเภอพร้าว ผ่านบ้านเหล่า บ้านป่ าหญ้าไทร 2. เส้นทางจากอ าเภอพร้าว ผ่านบ้านเหล่า บ้านข่อนม่วง 3. เส้นทางจาอ าเภอพร้าว ผ่าน บ.ตน้รุง บ.ทุ่งกู่บ.หว้ยโก๋น บ.อาบอเน บ.อาบอาชา 4. เส้นทางจากอ าเภอพร้าว ผ่าน บ.ลีซู บ.ลาหู่ บ.อาบอเน บ.อาบอาชา 5. เส้นทางจากปากทางแม่ต ๋า อ.แม่สรวย จ.เชียงราย 6. เส้นทางจากอ.เวียงป่าเป้าข้ึนทางอุทยานขนุแจ สายตระกูลในหมู่บ้าน หมู่บา้นอาแยมีสายตระกูลท้งัหมดอยู่ 9 ตระกูล ตระกูลที่มีจ านวนมากที่สุดคือ เเลเชอ รองลงมา มาเยอะ เยเปี ยง วุ่ยยื่อเลเสาะ เชอหมื่อ กูซื่อ และเมอแล


Click to View FlipBook Version