▪ ตะกอนหรือหินเนื้อหยาบ เช่น ตะกอนทรายและกรวด หรือหินทรายและหินกรวดมนที่มีช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอนมาก จัดเป็นหินที่มีค่าความพรน ุ (porosity) สูงสามารถกักเก็บน ้าได้ดี และมีสภาพให้ซึมได้ดี (permeability) ท าให้น ้า ไหลผา่นได ้ ง่าย จัดเป็นหินเนื้อฟ่ามและชั้นหินอุ้มน ้าที่ดี 3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 2) ชน ั ้ ห ิ นอ ้ ม ุ น ้ า ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ ห ิ นท ี่ม ี รอยแตกร ้ าวและห ิ นปน ู ท ี่มี โพรงหรือรอยแตกมาก มีช่องว่างใหญ่ มาก ท าให้เกิดการไหลเวียนของน ้า บาดาลที่มีความเร็วในการซึมผ่านของน ้า เพียงพอที่จะให้น ้ากับบอ่บาดาลหรือ เก ิ ดเป็ นน ้ าพ ุ จดัเป็ นห ิ นเน ื ้ อฟ่ ามและ ชนั้ ห ิ นอ ้ ม ุ น ้ าท ี่ด ี 101
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 3) ธารรับน ้า หรือ ธารให้น ้า ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ ระดับและปริมาณน ้าบาดาลยังมีความสัมพันธ์กับธารน ้าโดยตรง ในเขตร้อนชื้น ธารน ้า ส่วนใหญ่จัดเป็น ธารรับน ้า (effluent stream หรือ gaining stream) น ้าบาดาลจะไหลเข้ามาในระบบธารน ้าผ่านท้องน ้าและตลิ่งธารน ้าที่วางตัวอยู่ใต้ ระดับน ้าบาดาล ▪ ระดับน ้าในธารน ้ามีระดับเท่ากันกับระดับน ้าบาดาล มีการไหลเข้ามาเพิ่มของ น ้าบาดาล ท าให้ธารน ้ามีน ้าไหลตลอดปี ▪ ในบริเวณพื้นที่แห้งแล้ง ธารน ้าส่วนใหญ่จัดเป็น ธารให้น ้า (influent stream หรือ losing stream) ธารน ้าประเภทนี้สูญเสียน ้าให้กับระบบน ้าบาดาล เนื่องจากระดับน ้าบาดาลอยู่ลึกมากกว่าระดับน ้าในธารน ้า 102
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 4) บ ่ อน ้ า ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ แหล่งกักเก็บน ้าบาดาลในบ่อที่ไหลมาจากชั้นหินอุ้มน ้าและ สามารถสูบขึ้นมาใช้ได้ เรียกว่า บอ่น ้ า (wells) ▪ การขุดบ่อน ้าที่ดีจะต้องเจาะให้บ่ออยู่ในชั้นหินอุ้มน ้าและมีความลึกของบ่อ มากกว่าระดับน ้าบาดาลที่ลดลงต ่าที่สุด ▪ เมื่อมีการสูบน ้าออกจากบ่อปริมาณมาก ระดับน ้าบาดาลในบริเวณใกล้เคียง จะลดลงเป็นรูปกรวย เรียกว่า กรวยน ้ายุบ (cone of depression) 103
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 5) ชั้นน ้ามีแรงดัน ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ ในพื้นที่ที่เป็นชั้นน ้าไม่มีแรงดัน ระดับน ้าในบ่อน ้า จะมีระดับเท่ากับระดับน ้าบาดาล ▪ ในบางพื้นที่โครงสร้างของหินมีการวางตัวได้ดีพอ ชั้นหินเอียงเทประกอบด้วย ชนั้ ห ิ นอ ้ ม ุ น ้ าวางตวัสลบั กบัชนั้ ห ิ นต ้ านน ้ า(ชนั้ ห ิ นซบัน ้ า) ท าให้ชั้นหินอุ้มน ้าเกิดเป็น ชั้นน ้ามีแรงดัน (confined aquifer หรือ artesian aquifer) มีระดับน ้าในบ่อสูงขึ้นมาบนพื้นผิวจากแรงดันของน ้า 104
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 6) น ้าพุ / น ้าซับ ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ การไหลพุ่งออกมาของน ้าบาดาลจากพื้นผิวโลกตามธรรมชาติ เรียกว่า น ้าพุ (springs) ▪ A - พื้นผิวตัดผ่านชั้นหินอุ้มน ้าที่มีรอยแตก ▪ B - พื้นผิวตัดผ่านโพรงถ ้าหินปูน ▪ C - พื้นผิวตัดผ่านระดับน ้าบาดาลที่ไหลบนชั้นหินต้านน ้า บริเวณรอยสัมผัสของชั้นหินอุ้มน ้าและชั้นหินต้านน ้าซึ่ง เกิดจากชั้นหินต้านน ้าปิดกั้นการเคลื่อนตัวของน ้าบาดาล ลงสู่ระดับล่าง ท าให้น ้าบาดาลไหลอยู่ในแนวราบบน ผิวหน้าของชั้นหินต้านน ้า ▪ D - มีชั้นหินต้านน ้าวางอยู่เหนือระดับน ้าบาดาล เมื่อน ้าไหล จากผิวดินลงสู่ด้านล่าง น ้าบางส่วนก็จะถูกกักเก็บน ้าอยู่บน ชั้นหินต้านน ้า กลายเป็นเขตอิ่มน ้าเฉพาะที่ เรียกว่า ระดับน ้าปลอม 105
พน ุ ้ าร ้ อนม ี ลกัษณะอย่างไร น ้ าท ี่พข ุ ึ น ้ มาม ี ลกัษณะอย่างไร การเก ิ ดพน ุ ้ าร ้ อนทา ให ้ นักศึ กษาม ี ความร ้ เ ู ก ี่ยวกบัโลกของเราอย่างไรบา ้ ง 3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 7) น ้าพุร้อนและกีเซอร์ ศูนย์การเรียนรู้ “ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface บอ่น ้าพรุ้อนฝาง ณ อทุยานแห่งชาติดอยผา้ห่มปก แหล่งสื บค ้ นข ้ อมูลเกี่ยวกบัพนุ ้าร ้ อนในประเทศไทย 106
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 7) น ้าพุร้อนและกีเซอร์ ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ น ้าพุร้อน (hot spring) คือ น ้าพุที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอากาศ เฉพาะบริเวณนั้นตั้งแต่ 6.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ▪ เกิดจากน ้าบาดาลไหลอยู่ในระดับลึกมากใกล้ความร้อนจากชั้นของเปลือกโลก 2 ทางคือ 1) กระเปาะแมกมาหร ื อมวลห ิ นอคัน ี ท ี่กา ลงัเยน ็ ตวั 2) แนวรอยแตกและ รอยเลื่อน ท าให้น ้ามีอุณหภูมิสูงขึ้นจากอัตราการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความลึก หรือ ลาดความร ้ อนใต ้ พ ื น ้ พ ิ ภพ (geothermal gradient) (25 องศาเซลเซียสต่อกิโลเมตร) ▪ น ้าที่มีอุณหภูมิสูงมีความกดดันสูงและมีความหนาแน่นน้อยกว่าหรือเบากว่าน ้าที่เย็น เกิดการขยายตัวและดันตัวขึ้นมาสู่ผิวโลกอย่างรวดเร็ว ตามช่องทางหรือรอยแตกต่าง ๆ เกิดเป็นน ้าพุร้อน ▪ พลังงานความร้อนของน ้าบาดาลร้อนสามารถน ามาใช้ในการ ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เรียกว่า พลงังานความร ้ อนใต ้ พ ิ ภพ (geothermal energy) 107
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 7) น ้าพุร้อนและกีเซอร์ ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ น ้าพุร้อนอีกชนิดหนึ่งที่มีการประทุของน ้าร้อนที่มีก าลังอัดของน ้าแรงมาก ท าให้น ้าพุ่งสูงออกมาเป็นระยะ พร้อม ๆ กับการไหลของธารน ้าร้อน เรียกว่า กีย์เซอร์(geysers) ▪ เกิดจากน ้าบาดาลได้ไหลเข้าไปในช่องว่างหรือโพรงในชั้นหินและมี ช่องทางติดต่อกับพื้นผิว เรียกว่า ช่องว่างก ีย์เซอร์(geyser chamber) ฟองอากาศของไอน ้าและแก๊สต่าง ๆ ลอยตัวขึ้นมาสะสมและกักตัวใน ช่องว่างกีย์เซอร์ที่มีลักษณะคอคอดขนาดเล็ก (constriction) จนกระทั่ง มีความดันของฟองอากาศสูงจนดันน ้าที่อยู่ด้านบนให้ไหลขึ้นมาสู่ผิวโลก 108
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 8) การปนเปื ้ อนจากก ิ จกรรมของมน ุ ษย ์ ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ การปนเปื้อนของน ้าบาดาลจากกิจกรรมของมนุษย์ ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบทางเคมีของน ้าบาดาล จนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต 109
3.2 ธารน ้ าและน ้ าใต ้ ด ิ น 3.2.3 น ้าบาดาล 8) การปนเปื ้ อนจากก ิ จกรรมของมน ุ ษย ์ ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ▪ การเกิดกรวบน ้ายุบส่งผลต่อการปนเปื้อนที่เพิ่มมากขึ้น ▪ เกิดการทรุดตัวของแผ่นดินจากการลดลงของระดับน ้าบาดาล 110
เนื้อหา ตัวชี้วัด/ผลการเรียนร้เูพิ่มเติม สาระการเรียนรู้แกนกลาง/สาระการเรียนร้เูพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนพืน้ผิวโลก กระบวนการผพุงัอย่กูบที่ ั การกร่อนและการสะสม ตัวของตะกอน สาระที่ 3ว 3.2 ม.2/5 อธิบายกระบวนการผพุงัอย่กูบัที่ การกร่อนและการสะสมตวัของตะกอนจาก แบบจา ลองรวมทงั้ยกตวัอย่างผลของ กระบวนการดงักล่าวที่ทา ให้ผิวโลกเกิด การเปลี่ยนแปลง • การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของตะกอน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทาง ธรณีวิทยา ที่ท าให้ผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นภูมิลักษณ์แบบต่าง ๆ โดยมีปัจจัยส าคัญ คือ น ้า ลม ธารน ้าแข็ง แรงโน้มถ่วงของโลก สิ่งมีชีวิต สภาพอากาศ และปฏิกิริยาเคมี • การผุพังอยู่กับที่ คือ การที่หินผุพังท าลายลงด้วยกระบวนการต่าง ๆ ได้แก่ ลมฟ้าอากาศกับน ้าฝน และรวมทั้งการกระท าของต้นไม้กับแบคทีเรีย ตลอดจนการแตกตัวทางกลศาสตร์ซึ่งมีการเพิ่มและ ลดอุณหภูมิสลับกัน เป็นต้น • การกร่อน คือ กระบวนการหนึ่งหรือหลายกระบวนการที่ท าให้สารเปลือกโลกหลุดไปละลายไปหรือ กร่อนไปโดยมีตัวน าพาธรรมชาติ คือ ลม น ้า และธารน ้าแข็ง ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ลมฟ้า อากาศ สารละลาย การครูดถู การน าพา ทั้งนี้ไม่รวมถึงการพังทลายเป็นกลุ่มก้อน เช่น แผ่นดินถล่ม ภูเขาไฟระเบิด • การสะสมตัวของตะกอน คือ การสะสมตัวของวัตถุจากการน าพาของน ้า ลม หรือธารน ้าแข็ง ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 111
เนื้อหา ตัวชี้วัด/ผลการเรียนร้เูพิ่มเติม สาระการเรียนรู้แกนกลาง/สาระการเรียนร้เูพิ่มเติม ดิน ป.2/1 ระบสุ่วนประกอบของดิน และจา แนก ชนิดของดินโดยใช้ลกัษณะเนื้อดินและ การจับตัวเป็ นเกณฑ์ • ดินประกอบด้วยเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสมอยู่ในเนื้อดิน มีอากาศและน ้าแทรกอยู่ตามช่องว่างในเนื้อดิน ดินจ าแนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียว และดินทราย ตามลักษณะเนื้อดินและการจับตัวของดินซึ่งมีผลต่อการอุ้มน ้า ที่แตกต่างกัน ป.2/2 อธิบายการใช้ประโยชน ์ จากดิน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ • ดินแต่ละชนิดน าไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกันตามลักษณะและสมบัติของดิน ม.2/6 อธิบายลักษณะของชัน้หน้าตัดดิน แ ล ะ ก ระ บ ว น ก ารเ กิด ดิน จ า ก แบบจ าลอง รวมทั้งระบุปัจจัยที่ท าให้ ดินมีลกัษณะและสมบตัิแตกต่างกนั • ดินเกิดจากหินที่ผุพังตามธรรมชาติผสมคลุกเคล้ากับอินทรียวัตถุที่ได้จากการเน่าเปื่อยของซากพืช ซากสัตว์ ทับถม เป็นชั้น ๆ บนผิวโลก ชั้นดินแบ่งออกเป็นหลายชั้น ขนานหรือเกือบขนานไปกับผิวหน้าดินแต่ละชั้นมีลักษณะ แตกต่างกัน เนื่องจากสมบัติทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ และลักษณะอื่น ๆ เช่น สี โครงสร้าง เนื้อดิน การยึดตัว ความเป็นกรด-เบส สามารถสังเกตได้จากการส ารวจภาคสนาม การเรียกชื่อชั้นดินหลักจะใช้อักษรภาษาอังกฤษ ตัวใหญ่ ได้แก่ O, A, E, B, C, R • ชั้นหน้าตัดดิน เป็นชั้นดินที่มีลักษณะปรากฏให้เห็นเรียงล าดับเป็นชั้นจากชั้นบนสุดถึงชั้นล่างสุด • ปัจจัยที่ท าให้ดินแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน ได้แก่ วัตถุต้นก าเนิดดิน ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน สภาพภูมิประเทศ และระยะเวลาในการเกิดดิน ม.2/7 ตรวจวดัสมบตัิบางประการของดิน โ ด ย ใ ช้ เ ค รื่ อ ง มื อ ที่ เ ห ม า ะ ส ม แ ล ะ น าเสนอแนวทางการใช้ประโยชน ์ ดิน จากข้อมลูสมบตัิของดิน • สมบัติบางประการของดิน เช่น เนื้อดิน ความชื้นดิน ค่าความเป็นกรด-เบส ธาตุอาหารในดิน สามารถน าไปใช้ใน การตัดสินใจถึงแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยอาจน าไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรืออื่น ๆ ซึ่งดินที่ ไม่เหมาะสมต่อการท าการเกษตร เช่น ดินจืด ดินเปรี้ยว ดินเค็มและดินดาน อาจเกิดจากสภาพดินตามธรรมชาติ หรือการใช้ประโยชน์จะต้องปรับปรุงให้มีสภาพเหมาะสม เพื่อน าไปใช้ประโยชน์ ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก ตัวชี้วัด Geological changes on the earth's surface /ผลการเรียนรู้ 112
เนื้อหา ตัวชี้วัด/ผลการเรียนร้เูพิ่มเติม สาระการเรียนรู้แกนกลาง/สาระการเรียนร้เูพิ่มเติม น ้า วฏัจกัรน ้าและกระบวนการเกิดแหล่งน ้าผิวดินและแหล่งน ้าใต้ดิน ป.5/1 เปรียบเทียบปริมาณน ้าในแต่ละแหล่ง และ ระบุปริมาณน ้าที่มนุษย ์ สามารถน ามาใช้ ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ • โลกมีทั้งน ้าจืดและน ้าเค็มซึ่งอยู่ในแหล่งน ้าต่าง ๆ ที่มีทั้งแหล่งน ้าผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง แม่น ้า และแหล่งน ้าใต้ดิน เช่น น ้าในดิน และน ้าบาดาล น ้าทั้งหมดของโลกแบ่งเป็นน ้าเค็มประมาณ ร้อยละ 97.5 ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรและแหล่งน ้าอื่น ๆ และที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 2.5 เป็นน ้าจืด ถ้าเรียงล าดับปริมาณน ้าจืดจากมากไปน้อยจะอยู่ที่ ธารน ้าแข็ง และพืดน ้าแข็ง น ้าใต้ดิน ชั้นดิน เยือกแข็งคงตัวและน ้าแข็งใต้ดิน ทะเลสาบ ความชื้นในดิน ความชื้นในบรรยากาศ บึง แม่น ้า และน ้าในสิ่งมีชีวิต ป. 5/3 สร้างแบบจา ลองที่อธิบายการหมนุเวียนของ น ้าในวัฏจักรน ้า • วัฏจักรน ้า เป็นการหมุนเวียนของน ้าที่มีแบบรูปซ ้าเดิม และต่อเนื่องระหว่างน ้าในบรรยากาศ น ้าผิว ดิน และน ้าใต้ดิน โดยพฤติกรรมการด ารงชีวิตของพืชและสัตว์ส่งผลต่อวัฏจักรน ้า ม.2/8 อธิบายปัจจยัและกระบวนการเกิดแหล่งน ้า ผิวดินและแหล่งน ้าใต้ดินจากแบบจา ลอง • แหล่งน ้าผิวดินเกิดจากน ้าฝนที่ตกลงบนพื้นโลกไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต ่าด้วยแรงโน้มถ่วง การไหลของ น ้า ท าให้พื้นโลกเกิดการกัดเซาะเป็นร่องน ้า เช่น ล าธาร คลอง และแม่น ้า ซึ่งร่องน ้าจะมีขนาดและ รูปร่างแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณน ้าฝนระยะเวลาในการกัดเซาะ ชนิดดินและหิน และลักษณะ ภูมิประเทศ เช่น ความลาดชัน ความสูงต ่าของพื้นที่ เมื่อน ้าไหลไปยังบริเวณที่เป็นแอ่งจะเกิด การสะสมตัวเป็นแหล่งน ้า เช่น บึง ทะเลสาบ ทะเล และมหาสมุทร • แหล่งน ้าใต้ดินเกิดจากการซึมของน ้าผิวดินลงไปสะสมตัวใต้พื้นโลก ซึ่งแบ่งเป็นน ้าในดินและ น ้าบาดาล น ้าในดินเป็นน ้าที่อยู่ร่วมกับอากาศตามช่องว่างระหว่างเม็ดดิน ส่วนน ้าบาดาลเป็น น ้าที่ไหลซึมลึกลงไปและถูกกักเก็บไว้ในชั้นหินหรือชั้นดิน จนอิ่มตัวไปด้วยน ้า ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 113
เนื้อหา ตัวชี้วัด/ผลการเรียนร้เูพิ่มเติม สาระการเรียนรู้แกนกลาง/สาระการเรียนร้เูพิ่มเติม ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ น ้า การใช้น ้า ป.5/2 ตระหนักถึงคุณค่าของน ้าโดยน าเสนอ แนวทางการใช้น ้าอย่างประหยัดและ การอนุรักษ์น ้า • น ้าจืดที่มนุษย์น ามาใช้ได้มีปริมาณน้อยมาก จึงควรใช้น ้าอย่างประหยัดและร่วมกันอนุรักษ์น ้า ม.2/9 สร้างแบบจา ลองที่อธิบายการใช้น ้า และ น าเสนอแนวทางการใช้น ้าอย่างยงั่ยืนใน ท้องถิ่นของตนเอง • แหล่งน ้าผิวดินและแหล่งน ้าใต้ดินถูกน ามาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ส่งผลต่อการจัดการ การใช้ประโยชน์น ้าและคุณภาพของแหล่งน ้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจ านวนประชากร การใช้ ประโยชน์พื้นที่ในด้านต่าง ๆ เช่น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศ ท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาณน ้าฝนในพื้นที่ลุ่มน ้าและแหล่งน ้าผิวดินไม่เพียงพอ ส าหรับกิจกรรมของมนุษย์ น ้าจากแหล่งน ้าใต้ดินจึงถูกน ามาใช้มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน ้าใต้ดิน ลดลงมาก จึงต้องมีการจัดการใช้น ้าอย่างเหมาะสมและยั่งยืนซึ่งอาจท าได้โดยการจัดหาแหล่งน ้า เพื่อให้มีแหล่งน ้าเพียงพอส าหรับการด ารงชีวิต การจัดสรรและการใช้น ้าอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน ้า การป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน ้า 114
มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน มโนทัศน์ที่ถูกต้อง • หินและผิวโลกไม่มี การเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดข ึ้น (OSU, 2019; SERC, 2018; UCI, 2019) • การผพุงัอย่กูบัที่และการกร่อน เป็ นสิ่งเดียวกนั (UCI, 2019; OSU, 2019) • การกร่อนเกิดข ึ้นอย่างรวดเรว ็ (UCI, 2019; OSU, 2019) ▪ หินและผิวโลกสามารถเปลี่ยนแปลงได ้โดยอาศยักระบวนการต่าง ๆ ทางธรณีวิทยาเช่น การผพุงัอย่กูบัที่การกร่อน และการสะสมตวัของตะกอน โดยอาศยัตวัน าพาและปัจจยัต่าง ๆตามธรรมชาติซึ่งการเปลี่ยนแปลง บางกระบวนการต ้ องใช ้ ระยะเวลานานจ ึ งจะเหน ็ การเปลี่ยนแปลงได ้ เช่น การกร่อนของภเูขาหินปนู (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner &Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ การผพุงัอย่กูบัที่และการกร่อนเป็ นกระบวนการที่แตกต่างกนัการผพุงัอย่กูบัที่เป็ นกระบวนการที่ทา ให ้ หินและแร่ ผพุงัลงหร ื อมีขนาดเลก ็ ลง โดยกระบวนการต่าง ๆ ทงั้ทางกายภาพและทางเคมีโดยชิ้นส่วนต่าง ๆ ยงัไม่ถกน าพาใหู้ กระจดักระจายไปจากตา แหน่งเดิม ส่วนการกร่อนเป็ นกระบวนการที่ทา ให ้ วตัถบุนผิวโลก เช่น เศษหิน ดิน แร่หร ื อ ตะกอนขนาดต่าง ๆ หลดุไปหร ื อเคล ื่อนที่ไปจากตา แหน่งเดิมโดยตวัน าพาและปัจจยัต่าง ๆ ตามธรรมชาติ(Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ การกร่อนเป็ นกระบวนการหน ึ่งหร ื อหลายกระบวนการที่ทา ให ้ วตัถบุนผิวโลกหลุดไป กลิ้งไปหร ื อละลายไป ด้วยตัว น าพาและปัจจยัต่าง ๆ ซึ่งการกร่อนในบางครงั้ต ้ องใช ้ ระยะเวลาในการเกิดเปลี่ยนแปลงดงักล่าวเช่น การกร่อนของ ภเูขาหินปูน (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน – การผพ ุ ง ั การกร ่ อน 115
ศูนย์การเรียนรู้ “ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน - ด ิ น มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน มโนทัศน์ที่ถูกต้อง ▪ ดินที่พบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ลกัษณะและสมบตัิใด ๆ และมี ลักษณะเหมือนกันทุกพื้นที่ (Philips, 1991; The Science Learning Hub, 2019) ▪ ดินมีสีน ้าตาล (The Science Learning Hub, 2019) ▪ ดินเป็ นทรพัยากรหมุนเวียน มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ (The Science Learning Hub, 2019) ▪ ดินบนโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงลกัษณะและสมบตัิไปตามปัจจยัในการเกิดดิน ได ้ แก่วตัถตุ้ นกา เนิดดิน ภมูิอากาศ ภมูิประเทศ ระยะเวลาในการเกิดดิน และสิ่งมีชีวิตในดิน (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ ดินในแต่ละที่อาจมีสีแตกต่างกนัไป เช่น สีดา สีน ้าตาลเข ้ ม สีแดง ข ึ้นอย่กูบัปัจจยัในการเกิดดิน เช่น วตัถุ ต ้ นกา เนิดดิน ภมูิอากาศ สิ่งมีชีวิตในดิน ความชื้นในดิน (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ ดินเป็ นทรพัยากรที่เกิดข ึ้นตามธรรมชาติมนุษยไ์ ม่สามารถสร ้ างข ึ้นได ้ และใช ้ ระยะเวลาในการเกิดนาน เพราะต ้ องอาศยักระบวนการผพุงัอย่กูบัที่ทงั้ทางกายและทางเคมีในการท าให ้ หินผพุงัสลายตวัให ้ เกิดเป็ น วตัถตุ้ นกา เนิดดิน และอาศยัตวัน าพาต่าง ๆ ในกระบวนการเกิดดิน (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) 116
ศูนย์การเรียนรู้ “ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน - ธารน ้า มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน มโนทัศน์ที่ถูกต้อง ▪ แม่น ้าไม่สามารถกดัเซาะผิวโลก ได้ (SERC, 2019) ▪ แม่น ้าจากทิศเหน ื อจะไหลไปทาง ทิศใต ้ (Ocean Motion, 2019; SERC, 2019;) ▪ น ้าในแม่น ้าสามารถกดัเซาะผิวโลกได ้ การกดัเซาะจะทา ให ้ ผิวโลกเกิดเป็ นร่องน ้าเลก ็ ๆ เม ื่อเกิดการกร่อน เป็ นเวลานาน ร่องน ้าจะมีขนาดใหญ่ข ึ้นและจะมีลกัษณะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary &Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ น ้าในแหล่งน ้าต่าง ๆ บนโลกจะไหลไปตามภมูิประเทศและโครงสร ้ างทางธรณีวิทยาของหินในพ ื้นที่ (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) 117
ศูนย์การเรียนรู้ “ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน - น ้าบาดาล มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน มโนทัศน์ที่ถูกต้อง ▪ น ้าบาดาลเป็ นน ้าที่มาจาก ภายในโลก (SERC, 2019) ▪ น ้าบาดาลมีลกัษณะเป็ นแมน่ ้า ขนาดใหญ่หร ื อเป็ นทะเลสาบขนาด ใหญ่ที่อย่ใูต ้ ดิน (SERC, 2019) ▪ ไม่มีส่วนใดของน ้าบาดาลและน ้า ผิวดินที่เชื่อมต่อกนั (SERC, 2019) ▪ น ้าบาดาลนัน้สะอาด ไม่มีสิ่ง ปนเปื้ อน เพราะน ้านั้นได้ถูกกรอง ด ้ วยระบบตามธรรมชาติ(Kastning & Kastning, 1999; SERC, 2019) ▪ น ้าบาดาลเป็ นน ้าที่ไหลซึ มลงมาจากน ้าผิวดิน (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ น ้าบาดาลเป็ นน ้าที่แทรกหร ื อกกัเกบ ็ อย่ตูามช่องว่างระหว่างตะกอนที่อย่ตู่อเน ื่องกนัของหิน ชนั้หิน หร ื อ ชนั้ตะกอนที่อย่ใูต ้ ดินจนช่องว่างเหล่านัน้อิ่มตวัไปด ้ วยน ้า (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ บริเวณบนสุดของน ้าบาดาลเรียกว่า ระดับน ้าใต้ดิน ซึ่งระดับน ้าใต้ดินจะวางตัวสอดคล้องไปตามแนวชั้นหินใต้ดินหรือตาม ภูมิประเทศ และจะไปบรรจบกับระดับน ้าในแม่น ้า ทะเลสาบ ทะเลหรือมหาสมุทร (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) ▪ การทิ้งสารเคมีหร ื อของเสียจากบริเวณผิวโลก อาจทา ให ้ สารต่าง ๆ ไหลปนเปื้อนกบัน ้าผิวดิน เม ื่อน ้าผิวดินที่ ปนเปื้อนสารต่าง ๆ ไหลซึ มลงส่ใูต ้ ดิน จะทา ให ้ น ้าใต ้ ดิน ได ้ แก่น ้าในดินและน ้าบาดาลปนเปื้ อนไปด้วย ซึ่ง สารที่ปนเปื้อนมาอาจมีขนาดเลก ็ มากหร ื อเป็ นสารละลายที่ปนอย่กูบัน ้าบาดาล ทา ให ้ การกรองด ้ วยระบบตาม ธรรมชาติของกรวดหร ื อตะกอนใต ้ ดิน ไม่สามารถทา ให ้ น ้าบาดาลสะอาดได ้ (Hamblin & Christiansen, 2001; Plummer, McGeary & Carlson, 2001; Skinner & Porter, 1989; Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2012) 118
❑ โครงสร้างโลกชั้นใดที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิลักษณ์บนผิวโลกมากที่สุด เพราะเหตุใด ❑ ถนนสายหนึ่งมีการตัดผ่านภูเขา ระหว่างทางมีป้ายเตือนว่า “ระวงัห ิ นหล่น” ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลกใด ❑ บริเวณทะเลทรายกับป่าดิบชื้น บริเวณใดมีการผุพังอยู่กับที่ทางเคมีมากกว่ากัน เพราะเหตุใด ❑ การผุพังอยู่กับที่มีความสัมพันธ์กับกระบวนการเกิดดินอย่างไร ❑ ในบริเวณหนึ่ง ถ้าชั้นดินที่อยู่ด้านบนมีความหนาค่อนข้างน้อย คิดว่าเป็นเพราะเหตุใด ❑ ภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่มีผลต่อกระบวนการเกิดดินอย่างไร ❑ ในเขตภูมิอากาศแห้งแล้ง ลักษณะชั้นดินที่พบควรมีลักษณะอย่างไร ❑ เนื้อดินมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างไร ❑ วัตถุต้นก าเนิดดินมีผลต่อลักษณะและสมบัติของดินอย่างไร ❑ ชั้นดินที่เกิดขึ้น ณ บริเวณที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นกับบริเวณป่าดิบชื้นจะมีลักษณะเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร ❑ ชั้นดินที่เกิดขึ้น ณ บริเวณที่ลาดเชิงเขากับบริเวณที่ราบจะมีลักษณะเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon แบบฝึ กหัดท้ายบทที่ 3 ตอบคา ถามดง ั ต ่ อไปน ี ้ 119
❑ ถ้าพบก้อนหินที่มีลักษณะมน นักศึกษาอธิบายได้หรือไม่ว่าความมนของหินเกิดขึ้นได้ อย่างไร ❑ ถ้ากระแสน ้าในแม่น ้ามีทิศทางการไหลดังภาพ จงตอบค าถามดังต่อไปนี้ • ถ้ากระแสน ้าในแม่น ้ามีทิศทางการไหลตามลูกศรอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานาน ลักษณะของแม่น ้า ณ ต าแหน่ง ก. ข. ค. และ ง. จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ อย่างไร • ถ้าน ้าในแม่น ้ายังมีการไหลอย่างต่อเนื่อง แม่น ้าสายนี้จะมีลักษณะ รูปร่าง และทิศทางการไหลเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร ❑ กระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของตะกอนบนผิวโลก มี ความสัมพันธ์กับวัฏจักรหินหรือไม่ อย่างไร ❑ จงอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างน ้าผิวดิน น ้าในดิน น ้าบาดาล ที่อยู่ในการเปลี่ยนแปลง ของวัฏจักรน ้า ❑ ในฤดูร้อนและฤดูฝน ระดับน ้าใต้ดินในพื้นที่หนึ่ง ๆ จะมีระดับแตกต่างกันไม่ เพราะเหตุใด ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon แบบฝึ กหัดท้ายบทที่ 3 ตอบคา ถามดง ั ต ่ อไปน ี ้ 120
❑ จากภาพ ให้พิจารณาชั้นหินอุ้มน ้า ชั้นหินที่มีเนื้อละเอียดแน่น และระดับน ้าใต้ดิน และตอบค าถามดังต่อไปนี้ • หินในต าแหน่ง ก. และ ข. มีลักษณะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร • หินในต าแหน่ง ค. และ ง. มีลักษณะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร • ถ้ามีการเจาะบ่อน ้าบาดาลที่ต าแหน่งหมายเลข 1, 2, 3 และ 4 บ่อน ้าบ่อใดที่จะมีน ้าบาดาลไหลล้นออกมาจากปากบ่อ เพราะเหตุใด ❑ จากภาพ โรงงานอุตสาหกรรมได้ปล่อยน ้าเสียลงสู่ใต้ดิน การกระท าดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อคุณภาพของน ้าบาดาลหรือไม่ เพราะเหตุใด ศูนย์การเรียนรู้ “ ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon ตอบคา ถามดง ั ต ่ อไปน ี ้ แบบฝึ กหัดท้ายบทที่ 3 121
ศูนย์การเรียนรู้ “ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon สื่อการสอน การเปล ี ่ ยนแปลงทางธรณ ี ว ิ ทยาบนพ ื น ้ ผ ิ วโลก Geological changes on the earth's surface สื่อการสอน – การผพ ุ งัการกร่อน และการสะสมตวัของตะกอนธารน ้ า ▪ สื่อ การผพ ุ งัทางกายภาพของห ิ นเน ื่องจากน ้ าเปล ี่ยนสถานะเป็ นของแขง ็ ว ิ ทยาศาสตร ์ ม.2 ▪ สื่อ การทดลองเร ื่องผลท ี่เก ิ ดข ึ น ้ จากการท ี่น ้ าเปล ี่ยนแปลงสถานะของน ้ าว ิ ทยาศาสตร ์ ม.2 ▪ สื่อ การทดลองเร ื่องจา ลองการเก ิ ดและปัจจยัท ี่ส่งผลต่อลกัษณะของธารน ้ าว ิ ทยาศาสตร ์ ม.2 ▪ สื่อ ขนาดรป ู ร่างของตะกอนตามช่วงต่าง ๆ ของธารน ้ าว ิ ทยาศาสตร ์ ม.2 ▪ สื่อ การทดลองเร ื่องจา ลองกดัเซาะชายฝัง่ว ิ ทยาศาสตร ์ ม.2 ▪ สื่อ การทดลองเร ื่องจา ลองการกร่อน การพดัพาและการสะสมตวัของตะกอน ว ิ ทยาศาสตร ์ ม.2 122
อ. ตูน ศูนย์การเรียนรู้ “ดาราศาสตรแ์ละวิทยาศาสตรโ์ลกศึกษา” สาขาวิทยาศาสตรท์วั่ ไป คณะครศุาสตร์มรส. https://sites.google.com/sru.ac.th/nattaphon Note • Marshak, 2018 • Tarbuck, Lutgens & Tasa, 2018 • Plummer, McGeary & Carlson, 2017 เอกสารอ ้ างอ ิ ง 123