The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการศึกษา ศธจ.เพชรบุรี ปี2566-2570(ฉบับทบทวน67)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 26 Akkaraya Austaaporn, 2023-11-23 23:28:51

แผนพัฒนาการศึกษา ศธจ.เพชรบุรี ปี2566-2570(ฉบับทบทวน67)

แผนพัฒนาการศึกษา ศธจ.เพชรบุรี ปี2566-2570(ฉบับทบทวน67)

1


2 ค ำน ำ ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรี เป็นหน่วยงำนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติภำรกิจของ กระทรวงศึกษำธิกำร ในกำรประสำน ส่งเสริม สนับสนุนกำรบริหำรและจัดกำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรี ให้มีควำมเสมอภำค ทั่วถึง มีประสิทธิภำพ จึงได้จัดท ำแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปี งบประมำณ พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) ขึ้น เพื่อใช้ในกำรวำงแผนกำรด ำเนินงำน เป็นเครื่องมือก ำหนดทิศทำงกำรพัฒนำกำรศึกษำ สอดคล้องกับปัญหำและควำมต้องกำรด้ำนกำรศึกษำของ จังหวัดเพชรบุรีโดยให้ทุกภำคส่วนมีส่วนร่วม และสำมำรถสอดคล้องเชื่อมโยงกันภำยในจังหวัด ส ำนักงำน ปลัดกระทรวงศึกษำธิกำรและกระทรวงศึกษำธิกำร ในกำรนี้ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรี ขอขอบคุณหน่วยงำน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ให้ควำม ร่วมมือใน ก ำรจัดท ำแผนพัฒ น ำก ำรศึกษ ำจังห วัดเพ ช รบุ รี ป ระจ ำปีงบป ระม ำณ พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) ให้ส ำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำ เอกสำรฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่หน่วยงำนทำงกำรศึกษำภำยในจังหวัดเพชรบุรีและผู้เกี่ยวข้อง ได้ใช้เป็นกรอบแนวทำงในกำรด ำเนินงำนจัดกำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรีให้มีคุณภำพต่อไป กลุ่มนโยบำยและแผน ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรี กันยำยน 2566


3 สำรบัญ รำยกำร หน้ำ ค ำน ำ 2 สำรบัญ 3 บทที่ 1 บทน ำ 5 1.1 หลักกำรและเหตุผล 5 1.2 บริบทที่เกี่ยวข้อง 5 1.3 ข้อมูลพื้นฐำนด้ำนกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี 8 1.4 บริบทและสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ที่มีผลกระทบต่อกำรจัดกำรศึกษำ 19 ของสถำนศึกษำและหน่วยงำนทำงกำรศึกษำในจังหวัดเพชรบุรี บทที่ 2 ทิศทำงแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566-2570 23 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) 2.1 พระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำ ในหลวงรัชกำลที่ 10 23 2.2 ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) 23 2.3 แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ.2561-2580) 24 2.4 แผนกำรปฏิรูปประเทศ 24 2.5 แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 13(พ.ศ.2566-2570) 25 2.6 นโยบำยและแผนระดับชำติว่ำด้วยควำมมั่นคงแห่งชำติ(พ.ศ.2566-2570) 26 2.7 แผนพัฒนำกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.2560-2579 26 2.8 ทิศทำงกำรพัฒนำกระทรวงศึกษำธิกำร 27 2.9 ทิศทำงกำรพัฒนำส ำนักงำนปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร 31 2.10 ทิศทำงกำรพัฒนำกลุ่มจังหวัดภำคกลำงตอนล่ำง 2 32 2.11 ทิศทำงกำรพัฒนำจังหวัดเพชรบุรี 32 2.12 กำรวิเครำะห์สถำนกำรณ์(SWOT Analysis) ของแผนพัฒนำกำรศึกษำ 33 จังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 – 2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ.2567) บทที่ 3 สำระส ำคัญของแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ 37 พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) วิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ เป้ำประสงค์ กลยุทธ์ เป้ำประสงค์เชิงกลยุทธ์ 38 กลยุทธ์ที่ 1 กำรสร้ำงโอกำสทำงกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต 39 กลยุทธ์ที่ 2 กำรพัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัย และสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ 41 กลยุทธ์ที่ 3 เสริมสร้ำงกำรจัดกำรศึกษำเพื่อสร้ำงควำมเป็นพลเมืองสู่วิถีพอเพียง 44 กลยุทธ์ที่ 4 กำรพัฒนำประสิทธิภำพกำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำแบบมีส่วนร่วม 47


4 รำยกำร หน้ำ บทที่ 4 กลไกกำรขับเคลื่อนแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ 49 พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) สู่กำรปฏิบัติ 4.1 กำรแปลงแผนสู่กำรปฏิบัติ 49 4.2 กำรติดตำมและประเมินผล 49 4.3 แนวทำงในกำรบริหำรแผนส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรี 50 4.4 ปฏิทินในกำรจัดท ำแผนปฏิบัติกำรส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรี 51 ภำคผนวก 53 -ประกำศแต่งตั้งคณะกรรมกำรจัดท ำแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี 54 ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) - ภำพกิจกรรมกำรประชุมจัดท ำแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี 56 ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 –2570(ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) - คณะผู้จัดท ำแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566–2570 58 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567)


5 บทที่ 1 บทน ำ 1.1 หลักกำรและเหตุผล กระบวนกำรวำงแผนเป็นกำรก ำหนดทิศทำงหรือแนวทำงกำรด ำเนินงำนในอนำคตของ ส ำนักงำน เน้นกระบวนกำรและจุดมุ่งหมำยรวมที่หน่วยงำนมุ่งหวังให้เกิดขึ้นในอนำคต เป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยให้กำรบริหำรและกำรจัดกำรของส ำนักงำนให้มีประสิทธิภำพสูงสุด ตำมค ำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำ ควำมสงบแห่งชำติที่ 19/2560 เรื่อง กำรปฏิรูปกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำรในภูมิภำค ให้จัดตั้ง ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัด สังกัดส ำนักงำนปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร เพื่อปฏิบัติภำรกิจของ กระทรวงศึกษำธิกำรเกี่ยวกับกำรบริหำรจัดกำรศึกษำตำมที่กฎหมำยก ำหนดกำรปฏิบัติรำชกำรตำมอ ำนำจ หน้ำที่ นโยบำย และยุทธศำสตร์ของส่วนรำชกำรต่ำง ๆ ที่มอบหมำย โดยอ ำนำจหน้ำที่ข้อหนึ่งที่มอบหมำย ให้ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดรับผิดชอบในข้อ 11 (2) คือ กำรจัดท ำแผนพัฒนำกำรศึกษำและ แผนปฏิบัติกำร และพระรำชกฤษฎีกำว่ำด้วยหลักเกณฑ์และวิธีกำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 หมวด 3 กำรบริหำรรำชกำรเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภำรกิจภำครัฐ มำตรำ 9 (1) ก่อนจะด ำเนินกำรตำม ภำรกิจใด ส่วนรำชกำรต้องจัดท ำแผนปฏิบัติรำชกำรไว้เป็นกำรล่วงหน้ำ และ (2) กำรก ำหนดแผนปฏิบัติ รำชกำรของส่วนรำชกำร ต้องมีรำยละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลำและงบประมำณที่จะต้องใช้ ในกำรด ำเนินกำรของ แต่ละขั้นตอน เป้ำหมำยของภำรกิจ ผลสัมฤทธิ์ของภำรกิจและตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ ของภำรกิจของหน่วยงำน และพระรำชกฤษฎีกำว่ำด้วยหลักเกณฑ์และวิธีกำรบริหำรกิจกำรบ้ำนเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มำตรำ 4 ก ำหนดให้ส่วนรำชกำรจัดท ำแผนปฏิบัติรำชกำรของส่วนรำชกำรนั้น โดยจัดท ำเป็นแผนห้ำปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ แผนแม่บท แผนกำรปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนำ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ โดยที่ได้ปรำกฏข้อเท็จจริง ถึงสภำพปัญหำในกำรจัดกำรศึกษำในส่วนภูมิภำค ของประเทศ ดังนั้นเพื่อให้กำรบริหำรและจัดกำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรี เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ ทุกภำคส่วนจึงร่วมกันจัดท ำแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) ขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือก ำหนดทิศทำงกำรพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ให้มีประสิทธิภำพ สอดคล้องกับปัญหำและควำมต้องกำรด้ำนกำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรีโดยทุกภำคส่วน มีส่วนร่วมและสอดคล้องเชื่อมโยงกันภ ำยในจังหวัด ส ำนักงำนปลัดกระท รวงศึกษ ำธิกำรและ กระทรวงศึกษำธิกำร 1.2 บริบทที่เกี่ยวข้อง 1.2.1 สภำพทั่วไปของจังหวัดเพชรบุรี 1) ขนำดที่ตั้งและอำณำเขต จังหวัดเพชรบุรีตั้งอยูทำงด้ำนตะวันตกของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมำณ 6,225.138 ตำรำงกิโลเมตร หรือ 3,890,711 ไร เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เป็นอันดับที่ 35 ของประเทศ มีอำณำเขตติดตอ จังหวัดใกลเคียงและประเทศเพื่อนบำน ดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับอ ำเภอปำกทอ จังหวัดรำชบุรีและอ ำเภออัมพวำ จังหวัดสมุทรสงครำม ทิศใต ติดกับอ ำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ ทิศตะวันออก ติดกับอำวไทย ทิศตะวันตก ติดกับสำธำรณรัฐสังคมนิยมแหงสหภำพเมียนมำร์


6 แผนที่จังหวัดเพชรบุรี 2) ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดเพชรบุรี เป็นลักษณะภูมิประเทศที่หลำกหลำย ทั้งที่รำบสูง ภูเขำ สูงชัน ที่รำบลุม ทิศตะวันตกในเขตอ ำเภอแกงกระจำนและอ ำเภอหนองหญ้ำปลอง ลักษณะ เปนที่รำบสูงและ ภูเขำสูงชัน แลวคอย ๆ ลำดลงมำทำงทิศตะวันออกเกิดเปนสันปันน้ ำแบ่งน้ ำส่วนหนึ่ง ให้ไหลลงสู่ประเทศพม่ำและอีกส่วนหนึ่งไหลมำทำงทิศตะวันออกเป็นต้นน้ ำของแม่น้ ำเพชรบุรีและแม่น้ ำ ปรำณบุรีสภำพเช่นนี้ท ำให้ทำงทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรีซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยำกรธรรมชำติ ป่ำไม้และแร่ธำตุแต่มีประชำกรอำศัยอยู่น้อยเนื่องจำกเป็นพื้นที่ทุรกันดำรและกำรคมนำคมไม่สะดวก จะมีเพียงชำวกะเหรี่ยงและชำวกะหร่ำง ที่อพยพข้ำมแดนมำจำกพม่ำเข้ำมำอำศัยเท่ำนั้น 3) ลักษณะภูมิอำกำศ เนื่องจำกจังหวัดเพชรบุรีมีลักษณะภูมิประเทศที่หลำกหลำย ประกอบกับมีพื้นที่ที่อยู่ติดกับ อ่ ำวไทยจึงได้ รับอิท ธิพ ลของลมม รสุมตะ วัน ตกเฉียงใต้ใน ฤดูฝน และอิทธิพ ลจ ำกลมม รสุม ตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนำวจึงท ำให้มีอำกำศหนำวเย็นในช่วงเวลำดังกล่ำว ส ำหรับช่วงเวลำที่ เหมำะสมกับกำรท่องเที่ยวมำกที่สุด คือ ช่วงเดือนธันวำคม-เมษำยน แบ่งฤดูกำลออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้ • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลำงเดือนกุมภำพันธ์- กลำงเดือนพฤษภำคม • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลำงเดือนพฤษภำคม - กลำงเดือนตุลำคม • ฤดูหนำว เริ่มตั้งแต่กลำงเดือนตุลำคม – กลำงเดือนกุมภำพันธ์ 4) กำรปกครอง รูปแบบกำรปกครองและกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน จังหวัดเพชรบุรี3 รูปแบบ คือ 4.1 กำรบริหำรรำชกำรส่วนกลำง ประกอบด้วยหน่วยงำนสังกัดส่วนกลำง ซึ่งมำตั้ง หน่วยปฏิบัติงำนในพื้นที่ จ ำนวน 84 ส่วนรำชกำร 4.2 กำรบริหำรรำชกำรส่วนภูมิภำค


7 • ระดับจังหวัด ประกอบด้วยส่วนรำชกำรประจ ำจังหวัด จ ำนวน 32 ส่วนรำชกำร • ระดับอ ำเภอ ประกอบด้วย 8 อ ำเภอ 93 ต ำบล 698 หมู่บ้ำน ได้แก่ อ ำเภอ เมืองเพชรบุรีอ ำเภอชะอ ำ อ ำเภอท่ำยำง อ ำเภอเขำย้อย อ ำเภอบ้ำนแหลม อ ำเภอบ้ำนลำด อ ำเภอ หนองหญ้ำปล้อง และอ ำเภอแก่งกระจำน 4.3 กำรบริหำรรำชกำรส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดเพชรบุรี 1 แห่ง เทศบำล 15 แห่ง (เทศบำลเมือง 2 แห่ง และเทศบำลต ำบล 13 แห่ง) องค์กำรบริหำรส่วนต ำบล 69 แห่ง (ที่มำ : กรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหำดไทย, พ.ศ. 2565) 5) ประชำกร จังหวัดเพชรบุรี ทั้งหมด 482,950 คน เป็นเพศชำย 232,601 คน เพศหญิง 250,349 คน (ที่มำ : ที่ท ำกำรปกครองจังหวัด, พ.ศ. 2565) 6) โครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริประกอบด้วย 1. โครงกำรตำมพระรำชประสงค์หุบกะพง 2. โครงกำรตำมพระรำชประสงค์ดอนขุนห้วย 3. โครงกำรจัดพัฒนำที่ดินตำมพระรำชประสงค์หนองพลับ-กลัดหลวง 4. โครงกำรสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ป่ำเด็ง-ป่ำละอู 5. โครงกำรดูแลรักษำป่ำไม้บริเวณป่ำละอูบนและเขำพะเนินทุ่งอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 6. โครงกำรพัฒนำห้วยแม่เพรียงตำมพระรำชด ำริ 7. โครงกำรศูนย์ศึกษำกำรพัฒนำห้วยทรำยอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 8. โครงกำรสวนสมเด็จพระศรีนครินทรำบรมรำชชนนีมูลนิธิชัยพัฒนำ 9. โครงกำรศึกษำวิจัยและพัฒนำสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 10. โครงกำรที่ดินและปลูกป่ำในที่ดินของมูลนิธิส่งเสริมศิลปำชีพในสมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์ พระบรมรำชินีนำถ บ้ำนท่ำกะทุ่ม 11. โครงกำรศูนย์สำธิตพืชไร่พืชสวนอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 12. โครงกำรอนุรักษ์และฟื้นฟูสภำพพื้นที่บริเวณเขำนำงพันธุรัต(เขำเจ้ำลำยใหญ่)อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 13. โครงกำรอ่ำงเก็บห้วยแม่ประจันต์อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 14. โครงกำรอ่ำงเก็บน้ ำห้วยผำกอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 15. โครงกำรเครือข่ำยอ่ำงเก็บน้ ำ (อ่ำงพวง) อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 16. โครงกำรพัฒนำแหล่งน้ ำบริเวณมหำวิทยำลัยศิลปำกร วิทยำเขตสำรสนเทศเพชรบุรี (งำนขุดลอกอ่ำงเก็บน้ ำหนองจิก) 17. โครงกำรขุดลอกอ่ำงเก็บน้ ำห้วยสงสัยอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 18. โครงกำรป้องกันแก้ไขปัญหำน้ ำท่วมพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 19. โครงกำรอ่ำงเก็บน้ ำผำน้ ำหยดอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ 20. โครงกำรพัฒนำคุณภำพชีวิตประชำชนบ้ำนบำงกลอยและบ้ำนโป่งลึกอ ำเภอแก่งกระจำนจังหวัดเพชรบุรี 21. โครงกำรฟำร์มทะเลตัวอย่ำงแบบผสมผสำนตำมพระรำชด ำริ 22. โครงกำรชั่งหัวมันตำมพระรำชด ำริครอบคลุมต ำบลเขำกระปุก และต ำบลกลัดหลวง อ ำเภอท่ำยำง


8 1. 3 ข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาจังหวัดเพชรบุรี 1.3.1 ด้านปริมาณ ข้อมูลการจัดการศึกษาในระบบ โดยภาพรวมของของจังหวัดเพชรบุรี มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งในสังกัดและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสิ้น 8 หน่วยงาน ได้แก่ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มี 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 3) ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 4) ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย นอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มี 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวงสาธารณสุข 4) ส านักงานต ารวจแห่งชาติ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี ได้จัดท าข้อมูลพื้นฐานด้านการศึกษาจังหวัดเพชรบุรี ปีการศึกษา 2566 รายละเอียดตามตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงข้อมูลจ านวนสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา และครู ในระบบโรงเรียนและนอกระบบ โรงเรียน จ าแนกตามสังกัดในจังหวัดเพชรบุรี ปีการศึกษา 2566 สังกัด สถานศึกษา นักเรียน/ นักศึกษา ครู/ อาจารย์ /ผู้สอน กระทรวงศึกษาธิการ (ในระบบ) 268 68,683 4,546 1. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 238 46,868 3,491 1.1 สพป.พบ.1 90 11,578 932 1.2 สพป.พบ.2 ** 123 14,972 877 1.3 สพม.เพชรบุรี** 22 19,141 1,496 1.4 ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 3 1,177 186 1.4.1 เพชรบุรีปัญญานุกูล 1 456 78 1.4.2 ราชประชานุเคราะห์ 47 1 534 47 1.4.3 ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดเพชรบุรี * 1 187 61 2. ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 22 15,473 746 3. ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 8 6,342 309 3.1 วิทยาลัยการอาชีพเขาย้อย 1 213 21 3.2 วิทยาลัยการอาชีพบ้านลาด 1 864 28 3.3 วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล2 1 751 39 3.4 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี 1 659 37 3.5 วิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี 1 1,687 91


9 สังกัด สถานศึกษา นักเรียน/ นักศึกษา ครู/ อาจารย์ /ผู้สอน 3.6 วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบุรี 1 93 33 3.7 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี 1 1,768 47 3.8 วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการเพชรบุรี 1 307 13 ส่วนราชการอื่นนอกกระทรวงศึกษาธิการ 181 25,533 1,482 4. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 6 14,040 637 4.1 โรงเรียนสาธิต 1 295 25 4.1.1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 1 295 25 4.2 มหาวิทยาลัย 5 13,745 612 4.2.1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 1 6,388 342 4.2.2 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด 1 491 24 4.2.3 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 1 6,516 217 4.2.4 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดพระรูป 1 213 12 4.2.5 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธร ราชวิทยาลัย(วัดเนรัญชราราม) 1 137 17 5. กระทรวงมหาดไทย 171 10,638 761 5.1 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 171 10,638 761 5.1.1 โรงเรียนเทศบาล 14 6,232 389 5.1.2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 157 4,406 372 6. กระทรวงสาธารณสุข 1 405 47 6.1 สถาบันพระบรมราชชนก : วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า 1 405 47 7. องค์กรในก ากับขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี : ส านักงานต ารวจแห่งชาติ 3 450 37 7.1 กองบัญชาการต ารวจตระเวนชายแดน 3 450 37 7.1.1 โรงเรียนตชด.นเรศวรบ้านห้วยโสก 1 176 14 7.1.2 โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก 1 241 13 7.1.3 ศกร.ตชด.อินทรีอาสา 1 33 10 ภาพรวมระดับจังหวัด (ในระบบ) 449 94,216 6,028 กระทรวงศึกษาธิการ (นอกระบบ) 9 5,281 100 8. ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) 9 5,281 100 ภาพรวมระดับจังหวัด (ในระบบและนอกระบบ) 458 99,497 6,128 หมายเหตุ : - ข้อมูลภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 (การศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2566)


10 1.3.2 ข้อมูลด้ำนคุณภำพกำรศึกษำ ตำรำงที่ 2 ร้อยล ะขอ งคะแนน เฉลี่ยผลกำรทดสอบท ำงกำรศึกษ ำระดับช ำติขั้นพื้นฐ ำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ข อ งนั กเรีย น ทุ กสั งกั ด จั งห วัด เพ ช รบุ รี ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ปีกำรศึกษำ 2561–2565 จ ำแนกตำมระดับจังหวัด ภำค และประเทศ ปี กำรศึกษำ ระดับ วิชำ ภำษำไทย คณิตศำสตร์ ภำษำอังกฤษ วิทยำศำสตร์ สังคมศึกษำ ฯ 2565 จังหวัด 56.75 31.45 38.97 41.44 - ภำค 56.42 30.28 39.23 41.12 - ประเทศ 53.89 28.06 37.62 39.34 - 2564 จังหวัด 42.72 41.1 43.08 36.68 - ภำค 41.99 39.13 42.45 36.31 - ประเทศ 38.75 36.83 39.22 34.31 - 2563 จังหวัด 56.63 31.26 43.38 39.27 - ภำค 58.36 31.17 45.61 40.07 - ประเทศ 56.2 29.99 43.55 38.78 - 2562 จังหวัด 49.65 33.90 33.62 36.37 - ภำค 50.39 33.92 34.64 36.78 - ประเทศ 49.07 32.90 34.42 35.55 - 2561 จังหวัด 57.16 39.72 39.39 40.76 - ภำค 57.63 39.44 40.39 41.00 - ประเทศ 55.90 37.50 39.24 39.93 -


11 ตำรำงที่ 3 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O - NET) ของนักเรียนทุกสังกัดจังหวัดเพชรบุรี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ปีกำรศึกษำ 2561 – 2565 จ ำแนกตำมระดับจังหวัด ภำค และประเทศ ปี กำรศึกษำ ระดับ วิชำ ภำษำไทย คณิตศำสตร์ ภำษำอังกฤษ วิทยำศำสตร์ สังคมศึกษำ ฯ 2565 จังหวัด 55.45 27.36 33.01 34.69 - ภำค 56.00 25.52 32.8 34.37 - ประเทศ 52.95 24.39 32.05 33.32 - 2564 จังหวัด 55.09 27.68 32.16 32.87 - ภำค 55.01 25.39 31.35 32.11 - ประเทศ 51.19 24.47 31.11 31.45 - 2563 จังหวัด 55.78 28.01 35.1 31.14 - ภำค 56.77 27.2 35.76 31.2 - ประเทศ 54.29 25.46 34.38 29.89 - 2562 จังหวัด 56.64 29.22 33.23 30.31 - ภำค 55.62 27.13 33.09 29.82 - ประเทศ 55.14 26.73 33.25 30.07 - 2561 จังหวัด 55.70 31.64 28.87 36.92 - ภำค 55.37 30.32 29.00 36.38 - ประเทศ 54.42 30.04 29.45 36.10 -


12 ตำรำงที่ 4 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ของนักเรียนทุกสังกัดจังหวัดเพชรบุรี ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 ปีกำรศึกษำ 2561–2565 จ ำแนกตำมระดับจังหวัด ภำค และ ประเทศ ปี กำรศึกษำ ระดับ วิชำ ภำษำไทย คณิตศำสตร์ ภำษำอังกฤษ วิทยำศำสตร์ สังคมศึกษำ ฯ 2565 จังหวัด 49.77 28.13 26.45 30.96 35.5 ภำค 50.58 27.18 27.17 30.9 35.84 ประเทศ 44.09 21.61 23.44 28.08 33 2564 จังหวัด 47.33 21.34 25.29 28.99 37.95 ภำค 49.24 22.96 27.84 29.65 38.64 ประเทศ 46.40 21.28 25.56 28.65 36.87 2563 จังหวัด 47.36 30.06 30.51 34.82 37.34 ภำค 46.1 27.21 29.92 33.21 36.44 ประเทศ 44.36 26.04 29.94 32.68 35.93 2562 จังหวัด 45.85 29.45 29.55 30.75 37.22 ภำค 43.73 26.61 28.93 29.42 36.34 ประเทศ 42.21 25.41 29.20 29.20 35.70 2561 จังหวัด 50.52 35.51 32.08 31.83 36.62 ภำค 48.92 32.27 31.61 30.69 35.75 ประเทศ 47.31 30.72 31.41 30.51 35.16


13 ตำรำงที่ 5 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติด้ำนอำชีวศึกษำ (V-NET) ของนักเรียนทุกสังกัดจังหวัดเพชรบุรี ชั้น ปวช.3 ปีกำรศึกษำ 2563 - 2565 จ ำแนกตำมระดับ จังหวัด ภำค และประเทศ ชั้น ปีกำรศึกษำ ระดับ สมรรถนะที่จ ำเป็นในกำรเข้ำสู่อำชีพ ระดับ ปวช. ปวช 3. 2565 จังหวัด 45.40 ภำค 44.00 ประเทศ 41.02 2564 จังหวัด 41.74 ภำค 42.84 ประเทศ 41.90 2563 จังหวัด 40.16 ภำค 40.41 ประเทศ 38.73 ตำรำงที่ 6 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติด้ำนกำรศึกษำนอกระบบ (N-NET) ระดับประถมศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2563 – 2565 จ ำแนกระดับจังหวัด ภำค และประเทศ ระดับ กำรศึกษำ ปีกำรศึกษำ ระดับ ทักษะ กำรเรียนรู้ ควำมรู้พื้นฐำน กำรประกอบ อำชีพ ทักษะ กำรด ำเนิน ชีวิต กำรพัฒนำ สังคม ค่ำเฉลี่ย รวม ประถมศึกษำ 2565 จังหวัด 48.92 51.05 54.56 54.00 52.89 52.28 ภำค 49.56 50.93 54.57 55.08 49.72 51.97 ประเทศ 44.32 46.54 47.60 47.31 43.12 45.78 2564 จังหวัด 31.32 35.17 34.11 35.95 36.91 34.69 ภำค 34.67 40.02 40.14 42.22 42.22 39.85 ประเทศ 35.53 42.13 40.28 42.59 43.27 40.76 2563 จังหวัด 42.89 44.87 43.12 46.475 45.57 44.58 ภำค 44.78 45.04 45.9 49.60 48.64 46.79 ประเทศ 39.41 40.62 43.025 45.63 45.73 42.88 หมำยเหตุ : ค ำนวณค่ำเฉลี่ยจำกทุกหมวดวิชำ 5 สำระวิชำ ได้แก่ ฉบับที่ 1 (ควำมรู้พื้นฐำน กำรพัฒนำ สังคม ทักษะกำรเรียนรู้) และฉบับที่ 2 (กำรประกอบอำชีพ และกำรด ำเนินชีวิต) และหำค่ำคะแนน เฉลี่ยจำกผลกำรทดสอบ ที่จัดสอบ ปีละ 2 ครั้ง


14 ตำรำงที่ 7 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติด้ำนกำรศึกษำนอกระบบ (N-NET) ระดับมัธยมศึกษำตอนต้น ปีกำรศึกษำ 2563 – 2565 จ ำแนกตำมระดับจังหวัด ภำค และ ประเทศ ระดับ กำรศึกษำ ปีกำรศึกษำ ระดับ ทักษะ กำรเรียนรู้ ควำมรู้ พื้นฐำน กำรประกอบ อำชีพ ทักษะ กำรด ำเนินชีวิต กำรพัฒนำ สังคม ค่ำเฉลี่ย รวม มัธยมศึกษำ ตอนต้น 2565 จังหวัด 34.53 35.52 41.09 42.91 36.83 38.18 ภำค 37.60 38.95 44.82 46.61 40.05 41.60 ประเทศ 35.85 37.16 41.04 43.42 38.19 39.13 2564 จังหวัด 36.15 33.82 37.46 40.92 33.18 36.30 ภำค 40.36 36.54 41.19 45.20 36.05 39.87 ประเทศ 37.32 34.24 37.63 41.59 34.18 36.99 2563 จังหวัด 36.82 33.16 38.46 45.96 38.82 38.64 ภำค 38.60 33.98 40.86 48.79 40.32 40.51 ประเทศ 36.59 32.80 38.05 44.61 38.09 38.03 หมำยเหตุ : ค ำนวณค่ำเฉลี่ยจำกทุกหมวดวิชำ 5 สำระวิชำ ได้แก่ ฉบับที่ 1 (ควำมรู้พื้นฐำน กำรพัฒนำ สังคม ทักษะกำรเรียนรู้) และฉบับที่ 2 (กำรประกอบอำชีพ และกำรด ำเนินชีวิต) และหำค่ำคะแนนเฉลี่ย จำกผลกำรทดสอบที่จัดสอบ ปีละ 2 ครั้ง ตำรำงที่ 8 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติด้ำนกำรศึกษำนอกระบบ (N-NET) ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย ปีกำรศึกษำ 2563 – 2565 จ ำแนกตำมระดับจังหวัด ภำค และประเทศ ระดับ กำรศึกษำ ปีกำรศึกษำ ระดับ ทักษะ กำรเรียนรู้ ควำมรู้ พื้นฐำน กำรประกอบ อำชีพ ทักษะ กำรด ำเนินชีวิต กำรพัฒนำ สังคม ค่ำเฉลี่ย รวม มัธยมศึกษำ ตอนปลำย 2565 จังหวัด 28.97 31.01 35.14 39.75 32.49 33.47 ภำค 31.19 34.57 39.90 45.23 37.77 37.73 ประเทศ 29.43 33.58 37.19 42.21 35.41 35.56 2564 จังหวัด 28.66 27.56 33.63 31.24 27.77 29.77 ภำค 31.48 30.03 36.62 34.14 30.40 32.53 ประเทศ 30.64 29.14 34.80 32.89 29.63 31.42 2563 จังหวัด 31.83 29.28 38.28 34.11 35.86 33.87 ภำค 33.94 30.53 41.03 36.60 37.88 35.99 ประเทศ 32.34 29.29 38.54 34.33 34.68 33.83 หมำยเหตุ : ค ำนวณค่ำเฉลี่ยจำกทุกหมวดวิชำ 5 สำระวิชำ ได้แก่ ฉบับที่ 1 (ควำมรู้พื้นฐำน กำรพัฒนำ สังคม ทักษะกำรเรียนรู้) และฉบับที่ 2 (กำรประกอบอำชีพ และกำรด ำเนินชีวิต) และหำค่ำคะแนนเฉลี่ย จำกผลกำรทดสอบที่จัดสอบ ปีละ 2 ครั้ง


15 1.3.3 ดัชนีทำงกำรศึกษำ 5 ด้ำน จังหวัดเพชรบุรี 1.3.3.1 ด้ำนกำรเข้ำถึงโอกำสทำงกำรศึกษำ (Access) 1) อัตรำกำรเข้ำถึงโอกำสทำงกำรศึกษำ ของนักเรียน และนักศึกษำในระบบ โรงเรียน ต่อประชำกรวัยเรียน จ ำแนกตำมระดับชั้น ปีกำรศึกษำ 2562 – 2565 ดัชนี ปีกำรศึกษำ เป้ำหมำย ชำติ (2579) 2562 2563 2564 2565 1 สัดส่วนนักเรียนปฐมวัย (3-5 ปี) เทียบกับประชำกร กลุ่มอำยุ 3-5 ปี 92.66 102.82 96.34 97.59 100 2 ประชำกรอำยุ 6-11 ปี ได้เข้ำเรียนระดับประถมศึกษำ เทียบกับประชำกรอำยุ 6-11 ปี 102.46 101.25 101.68 102.08 100 3 ประชำกรอำยุ 12-14 ปี ได้เข้ำเรียนระดับมัธยมศึกษำ ตอนต้น เทียบกับประชำกรอำยุ 12-14 ปี 96.77 97.47 97.02 98.55 100 4 สัดส่วนนักเรียนระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย อำยุ 15-17 ปี (สำมัญศึกษำ+อำชีวศึกษำ) เทียบกับ ประชำกร กลุ่มอำยุ 15-17 ปี 79.98 82.77 83.57 83.77 85 2) ประชำกรวัยแรงงำน (15 – 58 ปี) มีจ ำนวนปีกำรศึกษำเฉลี่ยเพิ่มขึ้น พ.ศ. 2562 2563 2564 เป้ำหมำยชำติ(2579) เพชรบุรี 9.86 9.60 9.81 12.5 ประเทศ 9.65 9.86 9.96 ปีกำรศึกษำเฉลี่ยของประชำกรไทย วัยแรงงำน (กลุ่มอำยุ 15-59 ปี) ใน พ.ศ.2564 จังหวัดเพชรบุรี เท่ำกับ 9.81 หรือมีกำรศึกษำอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษำตอนต้น หรือ กำรศึกษำภำคบังคับ ที่มำ : ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ กระทรวงศึกษำธิกำร 1.3.3.2 ด้ำนควำมเท่ำเทียมทำงกำรศึกษำ (Equity) 1) ร้อยละของเด็กวัยในวัยเรียนที่มีควำมต้องกำรจ ำเป็นพิเศษได้รับกำรศึกษำเต็มศักยภำพ ด้ำน นักเรียนพิกำร ที่ได้รับกำรศึกษำ (คน) (ปฐมวัย – ม.ปลำย) **จ ำนวนคนพิกำร ของจังหวัดเพชรบุรี (แรกเกิด – 18ปี) คิดเป็น ร้อยละ ร้อยละของเด็กวัยในวัยเรียนที่มีควำมต้องกำร จ ำเป็นพิเศษได้รับกำรศึกษำเต็มศักยภำพ 1,621 655 264.27 ที่มำข้อมูล : * ข้อมูลจ ำนวนนักเรียนพิกำรที่ได้รับกำรศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2565 ** จ ำนวนคนพิกำรของจังหวัดเพชรบุรี (แรกเกิด – 18ปี) ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 จำก ข้อมูลประมวลผล จำกฐำนข้อมูลทะเบียนกลำงคนพิกำร กรมส่งเสริมและพัฒนำคุณภำพชีวิตคนพิกำร (สนง.พมจ.เพชรบุรี)


16 สังกัด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 รวมนักเรียนพิกำร กระทรวงศึกษำธิกำร 89 17 346 91 642 15 39 163 187 1,589 1. สพฐ. 25 16 336 86 641 14 39 159 187 1,503 2. สช. 62 1 9 4 1 1 0 3 0 81 3. สอศ. 2 0 1 1 0 0 0 1 0 5 ส่วนรำชกำรอื่นนอก กระทรวงศึกษำธิกำร 0 2 5 5 10 3 6 1 0 32 4. อว. : รร.สำธิต 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 6. มท : รร.เทศบำล 0 2 5 3 10 3 6 1 0 30 5. ตร: ตชด. 0 0 0 2 0 0 0 0 0 2 ภำพรวมระดับจังหวัด 89 19 351 96 652 18 45 164 187 1,621 จ ำนวนคนพิกำร จังหวัดเพชรบุรี แรกเกิด - 18 ปี (คน) 24 46 186 124 13 0 13 78 171 655 1.3.3.3. ด้ำนคุณภำพทำงกำรศึกษำ (Quality) 1) ร้อยละของเด็กแรกเกิด – 5 ปี มีพัฒนำกำรสมวัย เด็กพัฒนำกำรสมวัย หมำยถึง เด็กที่ได้รับกำรคัดกรองพัฒนำกำรโดยใช้คู่มือเฝ้ำระวังและส่งเสริม พัฒนำกำรเด็กปฐมวัย แล้วผลกำรตรวจคัดกรอง ผ่ำนครบ 5 ด้ำน ในกำรตรวจคัดกรองพัฒนำกำร ครั้งแรก รวมกับเด็กที่พบพัฒนำกำรสงสัยล่ำช้ำและได้รับกำรติดตำมให้ได้รับกำรกระตุ้นพัฒนำกำร และ ประเมินซ้ ำแล้วผลกำรประเมิน ผ่ำนครบ 5 ด้ำน ภำยใน 30 วัน 1) ตำรำงที่ 21 ร้อยละของเด็กแรกเกิด – 5 ปี มีพัฒนำกำรสมวัยระหว่ำงพ.ศ. 2562 -2565 พ.ศ. 2562 2563 2564 2565 เป้ำหมำยชำติ (2579) เพชรบุรี 95.78 86.02 95.68 86.55 90 ประเทศ 97.47 86.98 91.62 85.03 ที่มำ : กรมอนำมัย กระทรวงสำธำรณสุข หมายเหตุ : 9 ประเภทความดังนี้ 1. บกพร่องทางการเห็น 2. บกพร่องทางการได้ยิน 3. บกพร่องทางสติปัญญา 4. บกพร่องทางร่างกายหรือสุขภาพ 5. บกพร่องทางการเรียนรู้ 6. บกพร่องทางการพูดและภาษา 7. บกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ 8. ออทิสติก 9. ความพิการซ้้าซ้อน


17 3.2 ระดับคุณภำพคะแนนกำรประเมินควำมสำมำรถในกำรอ่ำน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 ตำรำงที่ 22 คะแนนเฉลี่ยร้อยละ RT ของจังหวัดย้อนหลัง 3 ปี จ ำแนกรำยด้ำน ข้อมูล กำรอ่ำนออกเสียง กำรอ่ำนรู้เรื่อง รวมควำมสำมำรถ 2 ด้ำน 2563 2564 2565 2563 2564 2565 2563 2564 2565 จ ำนวนผู้เข้ำสอบ (คน) 4,881 1,763 3,338 4,852 1,758 3,338 4,852 1,758 3,338 ศธจ.เพชรบุรี 78.65 71.08 82.16 75.00 73.66 79.84 76.95 72.35 81.00 ศธภ. 76.31 69.73 78.27 73.22 72.77 77.66 74.81 71.26 77.96 ประเทศ 74.14 69.95 77.38 71.86 72.79 77.19 73.02 71.38 77.28 ผลคะแนนคุณภำพคะแนนกำรประเมินควำมสำมำรถในกำรอ่ำน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 ระหว่ำงปีกำรศึกษำ 2563 – 2565 มีค่ำคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ำระดับภำค และประดับประเทศ โดยในปี กำรศึกษำ 2565 มีค่ำคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 81.00 3.3 ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยกำรประเมินคุณภำพผู้เรียน (NT) วิชำคณิตศำสตร์ และวิชำ ภำษำไทยระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 ตำรำงที่ 23 คะแนนเฉลี่ยNT ร้อยละของจังหวัดย้อนหลัง 3 ปี จ ำแนกรำยด้ำน ข้อมูล ด้ำนคณิตศำสตร์ ด้ำนภำษำไทย รวมควำมสำมำรถ 2 ด้ำน 2563 2564 2565 2563 2564 2565 2563 2564 2565 จ ำนวนผู้เข้ำสอบ (คน) 5,117 1,924 3,592 5,117 1,924 3,592 5,117 1,924 3,592 ศธจ.เพชรบุรี 41.36 52.83 52.10 48.12 60.44 59.13 44.74 56.64 55.61 ศธภ. 40.82 50.11 47.70 48.03 57.22 54.39 44.42 53.67 51.05 ประเทศ 40.47 49.44 49.12 47.46 56.14 55.86 43.97 52.80 52.50 จำกตำรำงที่ 27 พบว่ำ ผลคะแนนคุณภำพผู้เรียน (NT) วิชำคณิตศำสตร์ และวิชำภำษำไทย ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 ระหว่ำงปีกำรศึกษำ 2563 – 2565 มีค่ำคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ำประดับ ประเทศ ทั้ง 2 วิชำ โดยในปีกำรศึกษำ 2565 ภำพรวมของจังหวัดเพชรบุรีมีค่ำคะแนนเฉลี่ยรวม ควำมสำมำรถทั้ง 2 ด้ำน อยู่ที่ 55.61


18 1.3.3.4 ด้ำนประสิทธิภำพ (Efficiency) 1) อัตรำกำรออกกลำงคันของผู้เรียนระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ตำรำงที่ 9 จ ำนวนผู้เรียนออกกลำงคันและอัตรำกำรออกกลำงคัน จ ำแนกตำมช่วงชั้น ปีกำรศึกษำ 2565 1.3.3.5 ด้ำนกำรตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) 1) สัดส่วนผู้เรียนอำชีวศึกษำสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้เรียนสำมัญศึกษำ วิเครำะห์ข้อมูลจำกกำรเปรียบเทียบจ ำนวนผู้เรียนระดับ ปวช. ทั้งหมด ต่อจ ำนวน ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษำตอนปลำยสำยสำมัญทั้งหมด ตำรำงที่ 10 จ ำนวนนักเรียนมัธยมศึกษำตอนปลำยและสัดส่วนผู้เรียนอำชีวศึกษำต่อผู้เรียนสำมัญศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2560 – 2565 ปีกำรศึกษำ จ ำนวนนักเรียน มัธยมศึกษำตอนปลำย สัดส่วน ค่ำเป้ำหมำย ประเภทสำมัญ ศึกษำ (ม.4-6) ประเภท อำชีวศึกษำ (ปวช.1-3) สำมัญ ศึกษำ : อำชีว ศึกษำ สำมัญ ศึกษำ : อำชีวศึกษำ 2560 9,532 4,100 70 : 30 50 : 50 2561 9,431 4,201 69 : 31 50 : 50 2562 9,128 3,948 70 : 30 50 : 50 2563 9,314 4,219 69 : 31 50 : 50 2564 9,777 4,143 70 : 30 50 : 50 2565 10,168 3,909 72 : 28 50 : 50 ระดับกำรศึกษำ จ ำนวน (คน) อัตรำกำรออกกลำงคัน (ร้อยละ) นักเรียน ต้นปี นักเรียนออกกลำงคัน ผลกำร ด ำเนินงำน เป้ำหมำย ชำติ ทั้งหมด สังกัด ศธ. สังกัดอื่น ทั้งหมด (2579) 1 ช่วงชั้นที่ 1 ป.1-ป.3 15,533 14 59 73 0.47 0 2 ช่วงชั้นที่ 2 ป.4-ป.6 16,552 12 65 77 0.47 0 3 ช่วงชั้นที่ 3 ม.1-ม.3 16,474 29 85 114 0.69 0 4 ช่วงชั้นที่ 4 ม.4-ม.6/ปวช.1-3 14,077 146 1 147 1.04 0 ภำพรวม 62,708 201 210 411 0.67 0


19 1.4 บริบทและสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ที่มีผลกระทบต่อกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำ และ หน่วยงำนทำงกำรศึกษำในจังหวัดเพชรบุรี 1.4.1 ค่ำดัชนีควำมก้ำวหน้ำของคน (Human Achievement Index: HAI) กำรพัฒนำ คนด้ำนกำรศึกษำภำพรวมระดับประเทศมีกำรปรับตัวลดลงอย ่ำงชัดเจนและมีระดับควำมก้ำวหน้ำ น้อยสุดเมื ่อเทียบกับมิติย ่อยทั้ง 8 มิติ โดยมีคะแนนลดลงจำก 0.5711 ในปี 2563 มำอยู ่ที่ 0 .520 0 ในปี 2564 เนื ่องจำก เด็ก 0 - 5 ปี ที ่มีพัฒน ำกำรสมวัยมีคะแนนผลกำรทดสอบ เพื่อวัดควำมรู้ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมำจำกวิกฤตกำรแพร่ระบำดของโควิด-19 ท ำให้สถำนศึกษำจ ำนวน มำกต้องปิดโรงเรียนเพื ่อป้องกันกำรแพร ่ระบำดของโรค และจัดกำรเรียนกำรสอนนอกห้องเรียน ซึ่งข้อจ ำกัดด้ำนอุปกรณ์กำรเรียนกำรสอนออนไลน์ เทคโนโลยีส ำหรับกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และ ควำมไม่พร้อมด้ำนรูปแบบกำรเรียนกำรสอนที่เหมำะสมกับ สถำนกำรณ์ ส่งผลให้เด็กนักเรียนจ ำนวนมำก ต้องเผชิญปัญหำกำรสูญเสียกำรเรียนรู้ (Learning loss) โดยเฉพำะในกลุ่มเด็กเล็ก รวมถึงปัญหำ กำรหลุดออกนอกระบบของเด็กนักเรียน ค ่ำดัชนีค ว ำม ก้ำวหน้ำของคนโดยภ ำพ ร วม ของจังห วัดเพ ช รบ ุรี อ ยู ่ใน ล ำดับที ่ 1 7 ค่ำดัชนี 0.6559 โดยที่ดัชนีย่อยด้ำนกำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรีมีกำรปรับลดลง จำกล ำดับที่ 13 ค ่ำ ดัช นี 0 .6 3 2 3 ใน ปี 2 5 6 3 ม ำอ ยู่ใน ล ำดั บ ที่ 2 6 ค่ ำดั ชนี 0 .5 3 5 5 ใน ปี 2 5 6 4 (ที่มำ: ส ำนักงำนสภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ (สศช.) ดัชนี ปี พ.ศ. 2563 ปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทย 0.5711 0.5200 จังหวัดเพชรบุรี 0.6323 0.5355 1.4.2 บริบทและสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ภาพรวมศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่โดดเด่น ของจังหวัดเพชรบุรีได้แก่ด้านการท่องเที่ยว และด้านการเกษตรกรรม ส่วนทางด้านสังคมนั้น ซึ่งจังหวัดเพชรบุรี มีทุนทางสังคมสูง เช่น ภูมิปัญญา องค์ความรู้ และประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ ส าหรับโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรี ขึ้นอยู่กับภาคการผลิตที่ส าคัญ ได้แก่ เกษตรกรรมอุตสาหกรรมและ การค้าส่งค้าปลีก ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด จากข้อมูลของส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ(สศช.) ปีพ.ศ. ๒๕62 (โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีค านวณใหม่เป็นแบบปริมาณลูกโซ่) จังหวัดเพชรบุรี มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) ๑๖ สาขาการผลิต ณ ราคาประจ าปีเท่ากับ 74,884 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัวของจังหวัด ปีพ.ศ.2562 จ านวน 149,773 บาท/คน/ปี 1.4.3 บริบทและสถานการณ์ด้านเทคโนโลยีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการสื่อสารส่งผลให้ วิถีชีวิตของคนรุ่นต่าง ๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก เช่น เด็กที่บริโภคสื่อมากจะส่งผลต่อระดับ IQ ที่ลดลง เด็กที่ ได้รับสื่อตั้งแต่ยังเล็กส่งผลทางลบต่อพฤติกรรมและพัฒนาการทางลบ อาทิ ความก้าวร้าว พฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน พัฒนาการด้านภาษาล่าช้า ผลจากการส ารวจพบว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่คนใช้เวลากับ ออนไลน์เฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผลกระทบด้านการศึกษาในการเรียนการสอนช่วงสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid – 19) ท าให้ห้องเรียนส่วนใหญ่ต้องถูกปิด เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์แต่ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นไม่เท่ากับการเรียนในห้องเรียน ท าให้เด็กมีปัญหาทั้งการเรียนที่ต้องหยุดชะงัก ไปจนถึงความไม่พร้อมของผู้ปกครอง การขาดแคลนอุปกรณ์


20 คอมพิวเตอร์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การใช้เวลาหน้าจอมากเกินไป ขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ท าให้เกิด ความเครียดทั้งเด็กและครู เด็กมีการเรียนรู้ที ่ลดลง (Learning Loss) หรือขาดการทบทวนบทเรียน เป็นเวลานาน ส่งผลต่อพื้นฐานความรู้ในด้านส าคัญ ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทุนมนุษย์ในสังคม 1.4.4 บริบทและสถานการณ์ด้านโรคติดต ่อ โรคอุบัติใหม ่ ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ผ่านมามีโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ปรากฏขึ้นมากมาย มีการเกิดโรคติดต่ออุบัติใหม่อยู่เป็นระยะๆ เช่น การพบผู้ป่วย โรคซาร์สใน พ.ศ. 2546 พบการแพร ่ระบาดของโรคไข้หวัดนก ระหว ่างปีพ.ศ.2547 – 2551 การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ H1N1 และปัจจุบันคือการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid – 19) ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจ าวันของประชาชน เช่น ผลกระทบ จากการเจ็บป่วยน ามาสู่ค่าใช้จ่ายการรักษาและเสียชีวิต ผลกระทบจากพฤติกรรมที่ต้องหลีกเลี่ยงห่างไกล จากการติดเชื้อไวรัส การยกเลิกกิจกรรมที่จะส่งผลต่อการแพร่กระจายของเชื้อ ผลกระทบต่อการจ้างงาน ค่าจ้าง ความยากจนและความเหลื่อมล้ า การสูญเสียรายได้และกระทบสู่ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ส่งผลต่อ ผลกระทบในระยะยาวที่เกิดจากการสูญเสียการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การตาย และการย้ายถิ่น รวมถึงการปรับตัวด าเนินชีวิตเป็นปกติบนพื้น ฐาน New Normal หรือวิถีชีวิตใหม ่ ได้แก ่ การเว้น ระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ลดการปฏิสัมพันธ์ ลดการไปในสถานที่สาธารณะ การท างาน จากบ้าน (Work From Home) การใช้หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ การออกก าลังกายและการท า ประกันสุขภาพจะมีแนวโน้มมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการเรียน ออนไลน์ การท างานที่บ้าน การประชุมออนไลน์ การซื้อสินค้าออนไลน์การท าธุรกรรมและการเอ็นเตอร์เทน ชีวิตรูปแบบต ่าง ๆ อย่างดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงผลกระทบด้านการศึกษาที่ผ่านมามีทั้งเลื่อนเปิดเทอม สั่งปิดสถานศึกษา การปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบเรียนออนไลน์ การสอนทางไกล การใช้เทคโนโลยี ในการเรียนการสอน การเกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาช่องทางการเรียนรู้ แบบใหม่ สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ชั่วคราวเพื ่อ แ ก้ปัญ ห าใน ช ่วง เว ล า วิก ฤติ ร ว ม ทั้งเกิด ความเหลื่อมล้ าที่เกิดจากโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศที่ไม่เท่าเทียมแก่เด็กยากจนและผู้ที่เข้าไม่ถึง เทคโนโลยี 1.4.5 บริบทและสถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญ ห าก ารเปลี ่ยนแปลงสภ าพภูมิอ าก าศ ห รือ Climate Change ที ่ส ่งผลให้ อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น มีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้น 1.5 ถึง 5.1 องศาเซลเซียส ภายในปี 2643 และภายใน พ.ศ. 2593 (ค.ศ.2050) จะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 80 พันล้านตัน/ปี จังหวัดเพชรบุรีอยู่ติดอ่ำวไทยจึงได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ในฤดูฝน ซึ่งมีผลท ำให้ฝนตกชุก และอิทธิพลจำกลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช ่วงฤดูหน ำว จึงท ำให้ อำกำศหนำวเย็นในช่วงเวลำดังกล่ำว โดยสำมำรถแบงฤดูกำลออกเปน 3 ฤดูได้แก่ ฤดูรอน เริ่มตั้งแตเดือนมีนำคม - เมษำยน อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 32.13 องศำเซลเซียส ฤดูฝน เริ่มตั้งแตเดือนพฤษภำคม - พฤศจิกำยน ปริมำณน้ ำฝนเฉลี่ยปละ 959.5 มิลลิเมตร ฤดูหนำว เริ่มตั้งแตเดือนธันวำคม -กุมภำพันธ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ ำสุด 24.16 องศำเซลเซียส จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ป่ำไม้ จ ำนวน 2,373,562 ไร่ คิดเป็น 61.01% ของพื้นที่ ทั้งหมด (3,890,711 ไร่) มีป่ำสงวนแห่งชำติ จ ำนวน 15 ป่ำ ป่ำสงวนแห่งชำติ ที่เป็นป่ำชำยเลน 2 ป่ำ อุทยำนแห่งชาติ 1 แห่ง (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) และ


21 วนอุทยาน 2 แห ่ง (วนอุทยานชะอ า และวนอุทยานเขานางพันธุรัต) ด้านแหล่งน้ า จังหวัดเพชรบุรี มีลุ่มน้ าเพชรบุรี เป็นล าดับที่ 19 ใน 25 ลุ่มน้ าทั่วประเทศ โดยมีทั้ง น้ าผิวดิน และน้ าบาดาลที่มีความส าคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ประกอบด้วย น้ าผิวดิน จังหวัดเพชรบุรี มีแม่น้ าล าคลองสายส าคัญ ซึ่งยังประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนจังหวัดเพชรบุรี 1.4.6 บริบทและสถานการณ์ด้านสังคม วัฒนธรรม และโครงสร้างประชากร ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2548 และคาดว่าจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ อย่างสมบูรณ์ ภายในปี 2566 และก าลังมุ่งหน้าเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super – aged Society) ภายในปี 2577 จะมีสัดส่วนประชากรสูงวัยสูงถึงร้อยละ 28.1 ของประชากรทั้งหมด แต ่ก าลัง แ รงง าน ลด ลง จน ส ่งผลท าให้เกิดการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติมากขึ้น น าไปสู่การขยายตัวของ การเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งภายในและระหว่างประเทศ รูปแบบสังคมของไทยปรับเปลี่ยนไปสู่สังคมพหุวัฒนธรรม น ามาซึ่งเศรษฐกิจใหม่ ๆ จากความต้องการของสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุและแนวโน้มของประชากร รุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในด้านสมดุล ด้านการท างานและชีวิต ส่วนบุคคลที่มีแนวโน้มต้องการอิสระและความยืดหยุ่นในการท างานสูง รวมถึงมีความต้องการ เป็นผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของธุรกิจสูง และน าไปสู่รูปแบบท างาน การใช้ชีวิตและสภาพสังคม รูปแบบใหม่ ๆ นอกจากนี้ การลดลงของอัตราการเกิดของประชากรไทย โดยเฉพาะกลุ่มประชากร เจนเนอเรชั่นวายที่มีสุขภาพดีและอยู่ในวัยที่เหมาะสมต่อการสร้างครอบครัว มีอัตราการให้ก าเนิดลดลง เนื ่องจากได้รับอิทธิพลจากแนวคิดความต้องการเป็นครอบครัวเดี ่ยวใช้ชีวิตคนเดียวด้วยมีระดับ การศึกษาที่สูงขึ้นและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผลิตภาพของเศรษฐกิจของประเทศ และฐานะการคลังของรัฐบาลในอนาคต งบประมาณการดูแลผู้สูงอายุจะสูงขึ้นมาก การพัฒนา การศึกษาต้องวางแผนในการรองรับผลกระทบจากประชากรวัยเรียนที ่ลดลง การวางพื้นฐานในการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะและสมรรถนะสูง การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านการพัฒนา การศึกษาเพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ลดอัตราการพึ่งพิงและเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศ ส ำหรับกลุ่มผู้สูงอำยุ (อำยุ ๖๐ปขึ้นไป) ของจังหวัดเพชรบุรีพบว่ำปี2563 จังหวัด เพชรบุรีมีผู้สูงอำยุจ ำนวน 94,333 คน มีผู้สูงอำยุที่ไดรับเบี้ยยังชีพ จ ำนวน 81,807 คน ผู้สูงอำยุ ที่ยังไมไดรับเบี้ยยังชีพ จ ำนวน 12,112 คน มีผู้สูงอำยุที่ช่วยเหลือตัวเองไมได ไมมีคนดูแล ไมมีรำยได ผู้ป่วยเรื้อรังติดบ้ำน ติดเตียง จ ำนวน 414 คน จังหวัด จ านวน ผู้สูงอายุ ที่ได้รับ เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ ที่ยังไม่ได้รับ เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้/ไม่มีคน ดูแล/ไม่มีรายได้/ ผู้ป่วยเรื้อรัง ติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ ที่ต้อง ด ารงชีพด้วย การเร่ร่อน ขอทาน ผู้สูงอายุ ที่ถูกกระท า ความรุนแรง ทางร่างกาย หรือจิตใจ เพชรบุรี 94,333 81,807 12,112 414 0 0


22 กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเพชรบุรี ประชากรในจังหวัดเพชรบุรีมีความหลากหลาย ทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์อันเป็นลักษณะเด่นของจังหวัดที่สืบทอดมาแต่โบราณกาล ทั้งนี้เพราะสภาพ ภูมิประเทศที่มีพร้อมทั้ง ทะเล ภูเขา และมีแม่น้ าเพชรบุรีเป็นแหล่งน้ าส าคัญซึ่งเหมาะกับการประกอบ อาชีพเกษตรกรรม จังหวัดเพชรบุรีจึงประกอบด้วยชนหลายเชื้อชาติแต่ละเชื้อชาติมีความแตกต่างกัน ทางวัฒนธรรมและประเพณีแบ่งตามสายเชื้อชาติได้ดังนี้ 1) คนไทยภาคกลางพื้นถิ่น คนไทยภาคกลางพื้นถิ่น ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของจังหวัด ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและท าการประมงเป็นหลัก 2) ผู้ไทด า หรือไทยทรงด า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองจุไท หรือเมืองแถนหรือเดียนเบียนฟูประเทศเวียดนาม ในปัจจุบัน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในแถบแม่น้ าด าและแม่น้ าแดง ปัจจุบันอยู่ในเขตเวียดนามเหนือตอนเชื่อมต่อกับลาวและจีนตอนใต้ผู้ไทด าหรือไทยทรงด ามีชื่อเดิมเรียกกัน ว่า ไทด า (Black Tai)หรือ ผู่ไต๋ด า เพราะนิยมใส่เสื้อด าล้วน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มคนไทที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช ่น “ไทขาว”หรือ(White Tai) นิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและไทแดง หรือ(Red Tai) ชอบใช้สีแดงขลิบและ ตกแต่งชายเสื้อสีด าเป็นต้น ไทด ากลุ่มนี้ได้ถูกกวาดต้อนเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีและ รัตนโกสินทร์ตอนต้น คนไทยภาคกลางเรียกกันว่า “ลาวทรงด า” เพราะเข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกับลาวและ อพยพมาพร้อมกับลาวกลุ่มอื่นๆ ต่อมาชื่อเดิมได้หดหายลง ค าว่า”ด า” หายไปนิยมเรียกกันในปัจจุบัน ว่า“ลาวทรง”หรือ “ลาวโซ่ง” ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตอ าเภอเขาย้อย 3) ชาวไทยพวน บรรพบุรุษของคนไทยพวน ที่มาบปลาเค้า อ าเภอท่ายาง จังหวัด เพชรบุรีเป็นกลุ ่มชาติพันธุ์ที ่เคยตั้งถิ ่นฐานอยู ่เมืองพวน เชียงขวาง ประเทศลาว แล้วถูกกวาดต้อน เข้ามาในไทยตั้งแต่ในสมัยกรุงธนบุรีบางส่วนกระจายตัวตั้งรกรากอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ 4) ชาวกะเหรี่ยง – กะหร่าง กะเหรี่ยงมีอยู่ ๒ กลุ่มในไทยคือกะเหรี่ยงสะกอและ กะเหรี่ยงโปว์ส่วนใหญ่จะพบกะเหรี่ยงสะกออยู่เพียงไม่กี่หมู่บ้านในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก แต่ก็มี ให้พบได้บ้างที่ป่าละอูและบางพื้นที่ในเขตจังหวัดเพชรบุรีที่ซึ่งกะเหรี่ยงสะกอถูกเรียกว่ากะหร่าง ในขณะที่เรียก กะเหรี่ยงโปว์ว่า กะเหรี่ยง อาศัยอยู่ในเขตอ าเภอแก่งกระจานไปทางตะวันตกประมาณ ๗๐-๘๐ กิโลเมตร มีหมู่บ้านขนาดกลางหมู่บ้านหนึ่งที่มีประชากรชาวกะเหรี่ยงสะกอประมาณ ๔๐๐ คน ใช้เป็นภูมิล าเนา หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนภูเขา เป็นหมู่บ้านสุดท้ายของชายแดนไทยทางตะวันตกโดยพื้นที่ดังกล่าวนับว่าเป็น พื้นที ่ที ่มีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่มาก ชนเผ่านี้ยังยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมและรักษาสืบทอด มาจนถึงปัจจุบันนี้ประเพณีข้าวกะเหรี่ยงนี้เป็นประเพณีเกี่ยวกับการเรียกขวัญ หรือรับขวัญของบุคคล ในครอบครัวที่ได้แยกย้ายกันไปท ามาหากินอยู่ที่อื่น 1.4.7 บริบทด้านโครงสร้างและการบริหารจัดการของหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดเพชรบุรี จ านวนสถานศึกษา จ านวนนักเรียน/นักศึกษา และจ านวนครู/ผู้สอน ในระบบโรงเรียนและนอกระบบ จ าแนกตามสังกัด ปีการศึกษา 2565 จังหวัดเพชรบุรี มีหน่วยงานในการขับเคลื่อนการด าเนินงาน ด้านการศึกษาในระดับพื้นที่ จ านวนรวมทั้งสิ้น 458 แห ่ง ซึ ่งมีโครงสร้างอ านาจหน้าที ่ที ่ชัดเจน แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคในเชิงโครงสร้าง ขาดการบูรณาการกันอย่างแท้จริง ท าให้ขาดประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคไม่มีอ านาจสั่งการโดยตรง และมีภารกิจที่ซ้ าซ้อนกัน ในเชิงพื้นที่ บางหน่วยงานมีกรอบอัตราก าลังแต่ไม่มีบุคลากร การปฏิบัติงานไม่เป็นตามอัตราก าลัง บางหน่วยงานบุคลากรไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน จ าเป็นต้องมีการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในเชิงโครงสร้าง ระบบงาน กฎระเบียบ และงบประมาณ


23 บทที่ 2 ทิศทำงแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรี มีทิศทำงแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรีประจ ำปี งบประมำณ พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรีดังนี้ 2.1 พระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำ ในหลวงรัชกำลที่ 10 กำรศึกษำต้องมุ่งสร้ำงพื้นฐำนให้แก่ผู้เรียน 4 ด้ำน 2.1.1 มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้ำนเมือง 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจต่อบ้ำนเมือง 2. ยึดมั่นในศำสนำ 3. มั่นคงในสถำบันพระมหำกษัตริย์ 4. มีควำมเอื้ออำทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน 2.1.2 มีพื้นฐำนชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 1. รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด -ชอบ / ชั่ว - ดี 2. ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงำม 3. ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว 4. ช่วยกันสร้ำงคนดีให้แก่บ้ำนเมือง 2.1.3 มีงำนท ำ มีอำชีพ 1. กำรเลี้ยงดูลูกหลำนในครอบครัวหรือกำรฝึกฝนอบรมในสถำนศึกษำต้องมุ่งให้เด็กและ เยำวชน รักงำน สู้งำน ท ำจนงำนส ำเร็จ 2. กำรฝึกฝนอบรมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมำยให้ผู้เรียนท ำงำนเป็น และมีงำนท ำในที่สุด 3. ต้องสนับสนุนผู้ส ำเร็จหลักสูตรมีอำชีพ มีงำนท ำ จนสำมำรถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว 2.1.4 เป็นพลเมืองดี 1. กำรเป็นพลเมืองดีเป็นหน้ำที่ของทุกคน 2. ครอบครัว-สถำนศึกษำและสถำนประกอบกำรต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกำสท ำหน้ำที่พลเมืองดี 3. กำรเป็นพลเมืองดี “เห็นอะไรที่จะท ำเพื่อบ้ำนเมืองได้ก็ต้องท ำ” เช่น งำนอำสำสมัคร งำนบ ำเพ็ญประโยชน์ งำนสำธำรณกุศลให้ท ำด้วยควำมมีน้ ำใจ และควำมเอื้ออำทร 2.2 ยุทธศำสตร์ชำติ20 ปี(พ.ศ. 2561-2580) วิสัยทัศน์(Vision) ประเทศไทย “ประเทศไทยมีควำมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนำแล้ว ด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำ ของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจ ำชำติว่ำ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ยุทธศำสตร์ที่ 1 ด้ำนควำมมั่นคง ยุทธศำสตร์ที่ 2 ด้ำนกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน ยุทธศำสตร์ที่ 3 กำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ ยุทธศำสตร์ที่ 4 ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสังคม ยุทธศำสตร์ที่ 5 ด้ำนกำรสร้ำงกำรเติบโตบนคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยุทธศำสตร์ที่ 6 ด้ำนกำรปรับสมดุลและพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรภำครัฐ


24 2.3 แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ(พ.ศ. 2561-2580) 1. ประเด็นด้ำนควำมมั่นคง 2. ประเด็นด้ำนกำรต่ำงประเทศ 3. ประเด็นกำรเกษตร 4. ประเด็นอุตสำหกรรมและบริกำรแห่งอนำคต 5. ประเด็นกำรท่องเที่ยว 6. ประเด็นพื้นที่และเมืองน่ำอยู่อัจฉริยะ 7. ประเด็นโครงสร้ำงพื้นฐำน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล 8. ประเด็นผู้ประกอบกำรและวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อมยุคใหม่ 9. ประเด็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10. ประเด็นกำรปรับเปลี่ยนค่ำนิยมและวัฒนธรรม 11. ประเด็นกำรพัฒนำศักยภำพคนตลอดช่วงชีวิต 12. ประเด็นกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ 13. ประเด็นกำรเสริมสร้ำงให้คนไทยมีสุขภำวะที่ดี 14. ประเด็นศักยภำพกำรกีฬำ 15. ประเด็นพลังทำงสังคม 16. ประเด็นเศรษฐกิจฐำนรำก 17. ประเด็นควำมเสมอภำคและหลักประกันทำงสังคม 18. ประเด็นกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืน 19. ประเด็นกำรบริหำรจัดกำรน้ ำทั้งระบบ 20. ประเด็นกำรบริกำรประชำชนและประสิทธิภำพภำครัฐ 21. ประเด็นกำรต่อต้ำนกำรทุจริตและประพฤติมิชอบ 22. ประเด็นกฎหมำยและกระบวนกำรยุติธรรม 23. ประเด็นกำรวิจัยและพัฒนำนวัตกรรม 2.4 แผนกำรปฏิรูปประเทศ 1. ด้ำนกำรเมือง 2. ด้ำนกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน 3. ด้ำนกฎหมำย 4. ด้ำนกระบวนกำรยุติธรรม 5. ด้ำนกำรศึกษำ 6. ด้ำนเศรษฐกิจ 7. ด้ำนทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม 8. ด้ำนสำธำรณสุข 9. ด้ำนสื่อสำรมวลชน เทคโนโลยีสำรสนเทศ 10. ด้ำนสังคม 11. ด้ำนอื่นตำมที่คณะรัฐมนตรีก ำหนด


25 2.5 แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่สิบสำม (พ.ศ. 2566-2570) พลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้ำวหน้ำ เศรษฐกิจสร้ำงมูลค่ำอย่ำงยั่งยืน” เป้ำหมำยหลักของกำรพัฒนำ 5 ประกำร 1. กำรปรับโครงสร้ำงภำคกำรผลิตและบริกำรสู่เศรษฐกิจฐำนนวัตกรรม 2. กำรพัฒนำคนส ำหรับโลกยุคใหม่ 3. กำรมุ่งสู่สังคมแห่งโอกำสและควำมเป็นธรรม 4. กำรเปลี่ยนผ่ำนกำรผลิตและบริโภคไปสู่ควำมยั่งยืน 5. กำรเสริมสร้ำงควำมสำมำรถของประเทศในกำรรับมือกำรเปลี่ยนแปลงและควำมเสี่ยง ภำยใต้บริบทโลกใหม่ กำรพัฒนำของแผนพัฒนำฯฉบับที่ 13 มีทั้งหมด 13 หมุดหมำย จ ำแนกออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ 2.5.1 มิติภำคกำรผลิตและบริกำรเป้ำหมำย หมุดหมำยที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นน ำด้ำนสินค้ำเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่ำสูง หมุดหมำยที่ 2 ไทยเป็นจุดหมำยของกำรท่องเที่ยวที่เน้นคุณภำพและควำมยั่งยืน หมุดหมำยที่ 3 ไทยเป็นฐำนกำรผลิตยำนยนต์ไฟฟ้ำที่ส ำคัญของโลก หมุดหมำยที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลำงทำงกำรแพทย์และสุขภำพมูลค่ำสูง หมุดหมำยที่ 5 ไทยเป็นประตูกำรค้ำกำรลงทุนและยุทธศำสตร์ทำงโลจิสติกส์ที่ส ำคัญ ของภูมิภำค หมุดหมำยที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลำงอุตสำหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสำหกรรม ดิจิทัลของอำเซียน 2.5.2 มิติโอกำสและควำมเสมอภำคทำงเศรษฐกิจและสังคม หมุดหมำยที่ 7 ไทยมีวิสำหกิจขนำดกลำงและขนำดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภำพสูง และสำมำรถแข่งขันได้ หมุดหมำยที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่ำอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่ำงยั่งยืน หมุดหมำยที่ 9 ไทยมีควำมยำกจนข้ำมรุ่นลดลง และคนไทยทุกคนมีควำมคุ้มครองทำงสังคม ที่เพียงพอ เหมำะสม 2.5.3 มิติควำมยั่งยืนของทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม หมุดหมำยที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคำร์บอนต่ ำ หมุดหมำยที่ 11 ไทยสำมำรถลดควำมเสี่ยงและผลกระทบจำกภัยธรรมชำติและ กำรเปลี่ยนแปลงสภำพภูมิอำกำศ 2.5.4 มิติปัจจัยผลักดันกำรพลิกโฉมประเทศ หมุดหมำยที่ 12 ไทยมีก ำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่ำงต่อเนื่อง ตอบโจทย์กำรพัฒนำ แห่งอนำคต หมุดหมำยที่ 13 ไทยมีภำครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภำพ และตอบโจทย์ประชำชน


26 2.6 นโยบำยและแผนระดับชำติว่ำด้วยควำมมั่นคงแห่งชำติ (พ.ศ. ๒๕๖6 – ๒๕70) วิสัยทัศน์(Vision) วิสัยทัศน์(Vision) “ประเทศชำติมีเสถียรภำพ ประชำชนอยู่ดีมีสุข ปลอดภัยจำกภัยคุกคำมทุกรูปแบบ มีศักยภำพ บริหำรจัดกำรควำมมั่นคงแบบองค์รวม และรักษำไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชำติอย่ำงยั่งยืน” นโยบำยที่ ๑ : เสริมสร้ำงควำมมั่นคงของสถำบันหลักของชำติ นโยบำยที่ ๒ : กำรปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชำติ และกำรพัฒนำศักยภำพ กำรป้องกันประเทศ นโยบำยที่ ๓ : กำรรักษำควำมมั่นคงและผลประโยชน์ของชำติพื้นที่ชำยแดน นโยบำยที่ ๔ : กำรรักษำควำมมั่นคงและผลประโยชน์ของชำติทำงทะเล นโยบำยที่ ๕ : กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำจังหวัดชำยแดนภำคใต้ นโยบำยที่ ๖ : กำรบริหำรจัดกำรผู้หลบหนีเข้ำเมืองและผู้โยกย้ำยถิ่นฐำนแบบไม่ปกติ นโยบำยที่ ๗ : กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ นโยบำยที่ ๘ : กำรป้องกัน ปรำบปรำม และแก้ไขปัญหำยำเสพติด นโยบำยที่ ๙ : กำรป้องกันและบรรเทำสำธำรณภัย นโยบำยที่ ๑๐ : กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำควำมมั่นคงทำงไซเบอร์ นโยบำยที่ ๑๑ : กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรก่อกำรร้ำย นโยบำยที่ ๑๒ : กำรสร้ำงดุลยภำพระหว่ำงประเทศ นโยบำยที่ ๑๓ : กำรบริหำรจัดกำรภำวะฉุกเฉินด้ำนสำธำรณสุขและโรคติดต่ออุบัติใหม่ นโยบำยที่ ๑๔ : กำรพัฒนำศักยภำพกำรเตรียมพร้อมแห่งชำติ และบริหำรวิกฤตกำรณ์ระดับชำติ นโยบำยที่ ๑๕ : กำรพัฒนำระบบข่ำวกรองแห่งชำติ นโยบำยที่ ๑๖ : กำรบูรณำกำรข้อมูลด้ำนควำมมั่นคง นโยบำยที่ ๑7 : กำรเสริมสร้ำงควำมมั่นคงเชิงพื้นที่ 2.7 แผนพัฒนำกำรศึกษำแห่งชำติพ.ศ. ๒๕๖0 – ๒๕79 วิสัยทัศน์(Vision) “คนไทยทุกคนได้รับกำรศึกษำและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่ำงมีคุณภำพ ด ำรงชีวิตอย่ำงเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง และกำรเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” ยุทธศำสตร์ที่ 1 : กำรจัดกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคงของสังคมและประเทศชำติ ยุทธศำสตร์ที่ 2 : กำรผลิตและพัฒนำก ำลังคน กำรวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้ำงขีดควำมสำมำรถ ในกำรแข่งขันของประเทศ ยุทธศำสตร์ที่ 3 : กำรพัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัย และกำรสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ ยุทธศำสตร์ที่ 4 : กำรสร้ำงโอกำส ควำมเสมอภำค และควำมเท่ำเทียมทำงกำรศึกษำ ยุทธศำสตร์ที่ 5 : กำรจัดกำรศึกษำเพื่อสร้ำงเสริมคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศำสตร์ที่ 6 : กำรพัฒนำประสิทธิภำพของระบบบริหำรจัดกำรศึกษำ


27 2.8 ทิศทำงกำรพัฒนำของกระทรวงศึกษำธิกำร 2.8.1 วิสัยทัศน์(Vision) กระทรวงศึกษำธิกำร “ภำยในปี 2570 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับกำรพัฒนำเต็มตำมศักยภำพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่จ ำเป็นพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิตและปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่ ” ยุทธศำสตร์ที่ 1 กำรจัดกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคงของสังคมและประเทศ ยุทธศำสตร์ที่ 2 กำรผลิตและพัฒนำก ำลังคน เพื่อสร้ำงขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน ยุทธศำสตร์ที่ 3 กำรพัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัยและสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ ยุทธศำสตร์ที่ 4 กำรสร้ำงโอกำสเข้ำถึงบริกำรทำงกำรศึกษำที่มีคุณภำพอย่ำงทั่วถึงและเสมอภำค ยุทธศำสตร์ที่ 5 กำรจัดกำรศึกษำเพื่อกำรสร้ำงเสริมคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศำสตร์ที่ 6 กำรพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำให้ทันสมัยมีประสิทธิภำพ ตำมหลักธรรมำภิบำล 2.8.2 นโยบำยกำรจัดกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำร นโยบำยกำรศึกษำของพลต ำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร “เรียนดี มีควำมสุข” กำรศึกษำเพื่อควำมเป็นเลิศ และกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคงของชีวิต ลดภำระครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ๑. ปรับวิธีกำรประเมินวิทยฐำนะครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ลดขั้นตอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เรียน ๑.๑ ปรับระบบกำรประเมินวิทยฐำนะครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำที่เน้นตำมสภำพจริง ลดกำรท ำเอกสำร ลดขั้นตอนกำรประเมิน ไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยำก และเป็นธรรม โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ ของ ผู้เรียนตำมช่วงวัยเป็นส ำคัญ ค ำนึงถึงสภำพบริบทของสถำนศึกษำ และสอดคล้องกับกำรเรียนรู้ ที่หลำกหลำย เพื่อไม่ให้เป็นกำรสร้ำงภำระงำนให้แก่ครูจนเกินไป ๑.๒ ปรับระบบกำรประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนและกำรประเมินวิทยฐำนะ ให้มีควำมเชื่อมโยง กัน และออกแบบกำรประเมินให้สำมำรถน ำไปใช้กับกำรประเมินต่ำง ๆ ได้อย่ำงหลำกหลำย ๑.๓ น ำเทคโนโลยีเข้ำมำเป็นส่วนหนึ่งของกำรประเมินวิทยฐำนะ และสนับสนุนอุปกรณ์ส ำหรับ ใช้ในกำรประเมินให้กับครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ๒. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำคืนถิ่น (โยกย้ำยกลับภูมิล ำเนำด้วยควำมโปร่งใส ไม่มีกำรซื้อขำยต ำแหน่ง) ๒.๑ ก ำหนดหลักเกณฑ์กำรย้ำย กำรช่วยรำชกำร ให้มีควำมชัดเจนและยืดหยุ่นตำมแต่กรณี รวมทั้ง กำรใช้บทลงโทษอย่ำงเข้มงวดและเด็ดขำดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำกกำรเรียกรับผลประโยชน์ ในกำรโยกย้ำย หรือแต่งตั้ง ๒.๒ สถำบันผลิตครูและหน่วยใช้ครู ร่วมกันส ำรวจควำมต้องกำรครูในแต่ละสำขำวิชำที่ ขำดแคลน ในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งพิจำรณำให้ผู้เรียนที่ส ำเร็จกำรศึกษำกลับมำเป็นครูหรือครูผู้ช่วยใน ภูมิล ำเนำเดิมของตน ๓. แก้ไขปัญหำหนี้สินครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ๓.๑ สร้ำงควำมเข้ำใจที่ถูกต้องในกำรวำงแผนกำรใช้เงินและกำรเก็บออมเงินให้ครูและบุคลำกร ทำงกำรศึกษำ รวมทั้งปลูกฝังผู้ที่ได้รับกำรบรรจุใหม่ ให้มีควำมรู้ สร้ำงวินัยกำรบริหำรจัดกำรเงินได้อย่ำง มีประสิทธิภำพ


28 ๓.๒ หน่วยงำนต้นสังกัดประสำนกำรจัดกำร ให้ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำได้รีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพื่อลดภำระกำรผ่อนช ำระหนี้จำกหลำยที่ โดยลดดอกเบี้ยให้ ถูกลง ระยะเวลำผ่อนส่งยำวขึ้น สำมำรถช ำระเงินต้นเพิ่มเติมจำกเงินที่ผ่อนช ำระเป็นรำยงวดได้ ๓.๓ พักช ำระดอกเบี้ยให้แก่ครูทุกคนที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และสถำบันกำรเงินโดย รัฐบำล จ่ำยดอกเบี้ยให้แก่ผู้มีวงเงินกู้ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บำท เป็นระยะเวลำ 3 ปี โดยลูกหนี้ช ำระเพียง เงินต้น เพื่อสร้ำงขวัญก ำลังใจและลดภำระค่ำใช้จ่ำยของครูไทยทั่วประเทศ ๔. จัดหำอุปกรณ์กำรสอนและสวัสดิกำร (๑ ครู ๑ Tablet) ๔.๑ สนับสนุน จัดหำอุปกรณ์ ในกำรช่วยจัดกำรเรียนกำรสอนต่ำง ๆ ๔.๒ สนับสนุนจัดหำแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภำพ สำมำรถเชื่อมโยงระบบออนไลน์ รองรับกำรใช้งำนให้เพียงพอกับจ ำนวนครูผู้สอน เพื่อสนับสนุนกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่มีประสิทธิภำพ และส่งผลต่อกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน ๔.๓ บูรณำกำรควำมร่วมมือระหว่ำงภำคเอกชน (ผู้เป็นเจ้ำของสัมปทำนสัญญำณอินเทอร์เน็ต ควำมเร็วสูง และภำครัฐ ในกำรพัฒนำเครือข่ำยสัญญำณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีกำรสอน) ๔.๔ สนับสนุนงบประมำณ เป็นงบลงทุนทำงด้ำนโครงสร้ำงพื้นฐำน เพื่อพัฒนำให้ครอบคลุม ทั้งด้ำน Hardware, Software และ Peopleware ลดภำระนักเรียนและผู้ปกครอง ๑. เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลำ (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงำนท ำ “ยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลำง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มกำรเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่ำใช้จ่ำย เพื่อลดควำมเหลื่อมล้ ำ ทำงกำรศึกษำ(๑ นักเรียน ๑ Tablet) ๑.๑ ส่งเสริมบทบำทของภำคเอกชนให้มีส่วนร่วมในกำรสนับสนุนและจัดกำรศึกษำ และ กำรให้ค่ำตอบแทนที่เหมำะสมในระหว่ำงกำรเรียนหรือฝึกอำชีพ สร้ำงโอกำสกำรมีงำนท ำ ซึ่งจะเป็นส่วน ส ำคัญ ในกำรผลักดันแรงงำนเข้ำสู่ตลำดได้เร็วยิ่งขึ้น ๑.๒ ส่งเสริมกำรจัดกำรอำชีวศึกษำระบบทวิภำคีอย่ำงจริงจัง ออกแบบระบบกำรเรียน กำรสอน ในแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ เรียนที่ไหนก็ได้ และร่วมกับสถำนประกอบกำร เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้มี คุณภำพ และสมรรถนะตรงตำมควำมต้องกำรของสถำนประกอบกำร รวมทั้งสื่อสำรให้ผู้เกี่ยวข้อง ทุกภำคส่วน ไม่ว่ำจะเป็น สถำนประกอบกำร ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียน นักศึกษำ ให้เห็นถึงควำมส ำคัญ ในกำรจัดกำรศึกษำ อำชีวศึกษำระบบทวิภำคีอย่ำงจริงจังและต่อเนื่อง ๑.๓ สนับสนุน จัดหำอุปกรณ์ ในกำรช่วยส่งเสริมกำรเรียนรู้ของผู้เรียน ๑.๔ สนับสนุนจัดหำแท็บเล็ต (Tablet) ที่มีประสิทธิภำพ สำมำรถเชื่อมโยงระบบ ออนไลน์รองรับ กำรใช้งำนให้เพียงพอกับจ ำนวนผู้เรียนระดับมัธยมศึกษำปีที่ ๔-๖ และระดับ ประกำศนียบัตรวิชำชีพชั้นปีที่ ๑-๓ เพื่อสนับสนุนกำรเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับพัฒนำกำรของโลก ยุคดิจิทัล ๑.๕ บูรณำกำรควำมร่วมมือระหว่ำงภำคเอกชน (ผู้เป็นเจ้ำของสัมปทำนสัญญำณ อินเทอร์เน็ต ควำมเร็วสูง และภำครัฐ ในกำรพัฒนำเครือข่ำยสัญญำณอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่) ๑.๖ พัฒนำแอปพลิเคชัน เพื่อกำรเรียนรู้ผ่ำนระบบออนไลน์ โดยจัดท ำเนื้อหำสำระ กำรเรียนรู้ ให้ครอบคลุมหลักสูตรกำรเรียนรู้และวิธีกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ๑.๗ จัดท ำระบบหรือแพลตฟอร์มกำรเรียนรู้ ที่ผู้เรียนสำมำรถเข้ำสู่แหล่งควำมรู้โดยไม่มี ค่ำใช้จ่ำย เพื่อลดควำมเหลื่อมล้ ำ น ำแพลตฟอร์มกำรเรียนรู้แห่งชำติ มำผสมผสำนกำรเรียนกำรสอน แบบเดิมในห้องเรียน กับกำรเรียนกำรสอนออนไลน์ (Hybrid Education) ผู้เรียนจะมีโอกำสเข้ำร่วม


29 กิจกรรมกำรเรียนกำรสอน ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ผ่ำนแพลตฟอร์มกำรเรียนรู้ และขยำย กำรเรียนรู้ ไปถึงประชำชนทุกช่วงวัย ทั่วประเทศ ให้มีโอกำสทำงกำรศึกษำ เข้ำถึงเนื้อหำสำระที่มีคุณภำพ และมีประโยชน์ อันจะน ำไปสู่ กำรเกิดผลสัมฤทธิ์ทำงด้ำนกำรศึกษำของผู้เรียน รวมถึงกำรพัฒนำคุณภำพ ชีวิตของประชำชนในภำพรวม ของประเทศ 1.๘ พัฒนำกำรศึกษำผ่ำนระบบกำรสะสมหน่วยกำรเรียนรู้ (Credit Bank System) เพื่อเปิดโอกำส ให้ผู้เรียนและประชำชนได้เรียนและท ำงำนไปในเวลำเดียวกัน สำมำรถวำงแผนกำรเรียนรู้ได้ ตำมควำมต้องกำร ของผู้เรียน ตำมเวลำ สถำนที่ที่เหมำะสมกับสภำพและควำมสนใจ โดยสำมำรถน ำควำมรู้ หรือควำมสำมำรถ ที่ได้จำกทักษะ ประสบกำรณ์กำรท ำงำน กำรฝึกอบรม หรือกำรเรียนรู้ ทั้งจำก สถำนศึกษำหรือสถำบันกำรศึกษำ กำรเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเทียบโอนเป็นหน่วยกิตมำสะสมไว้ส ำหรับ เทียบคุณวุฒิหรือควำมสำมำรถในกำรท ำงำน ทั้งในระบบกำรศึกษำและนอกระบบกำรศึกษำได้ ๑.๙ ผู้เรียนสำมำรถเปลี่ยนสำขำที่เรียนในขณะที่เข้ำรับกำรศึกษำแล้ว เพื่อให้ตรงกับ ควำมถนัด และควำมต้องกำรของผู้เรียน และตรงตำมตลำดแรงงำนที่ปรับเปลี่ยนไปตำมบริบทของสังคม โดยอิสระ ๒. ๑ อ ำเภอ ๑ โรงเรียนคุณภำพ ๒.๑ จัดให้มีกำรพัฒนำโรงเรียนคุณภำพต้นแบบอย่ำงน้อย ๑ โรงเรียนในแต่ละอ ำเภอหรือ เขตพื้นที่กำรศึกษำ เพื่อน ำร่องกำรพัฒนำโรงเรียนคุณภำพ สนับสนุนโครงสร้ำงพื้นฐำน สื่อ อุปกรณ์ และ งบประมำณในกำร ปรับปรุงสภำพแวดล้อม และบริบทของโรงเรียนให้สอดคล้องกับกำรเรียนรู้ปัจจุบัน เน้นกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วน เช่น บ้ำน (ครอบครัว) ผู้น ำทำงศำสนำ และโรงเรียน เพื่อร่วมกันพัฒนำ คุณภำพผู้เรียน 2.2 จัดสรรงบประมำณอย่ำงต่อเนื่องทุกปีงบประมำณ เพื่อให้กำรด ำเนินงำนและ กำรวำงแผน เกิดควำมต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม 2.3 จัดสรรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำเพิ่มเติมโดยใช้เกณฑ์พิเศษหรือมีงบประมำณ ครูอัตรำจ้ำง เพิ่มเติมในวิชำเอกที่ขำดแคลน 2.4 สร้ำงเสริมประสบกำรณ์กำรเรียนรู้ และกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ๓. ระบบแนะแนวกำรเรียน (Coaching) และเป้ำหมำยชีวิต ๓.๑ พัฒนำและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนกำรเรียนรู้ ให้ทันต่อกำรเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่ง พัฒนำ ผู้เรียนทุกระดับกำรศึกษำให้มีทักษะที่เหมำะสมและจ ำเป็นต่อกำรด ำรงชีวิต และมีหลักสูตร ที่ตอบสนองต่อควำมสนใจและควำมต้องกำรของผู้เรียน เพื่อให้มีรำยได้ระหว่ำงเรียน จบแล้วมีงำนท ำ สอดคล้องกับควำมต้องกำร ของตลำดแรงงำน ๓.๒ จัดให้มีระบบแนะแนวทำงส ำหรับผู้เรียน (Coaching) ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับ ประถมศึกษำ และระดับมัธยมศึกษำ เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทำงกำรเรียนและเป้ำหมำยชีวิต ที่ตนเองชอบ สำมำรถปรับเปลี่ยนได้ ตลอดระยะเวลำกำรเรียน ๓ .๓ เน้ น น วั ต ก ร ร ม ก ำ ร เรี ย น รู้ แ บ บ STEM Education (วิท ย ำศ ำส ต ร์ เท คโน โล ยี วิศวกรรมศำสตร์ และคณิตศำสตร์) ให้ครอบคลุมมำกยิ่งขึ้น มุ่งเน้นทักษะจำกกำรปฏิบัติจริง และ เสริมควำมสำมำรถด้ำน Soft Skill ควบคู่กับกำรพัฒนำ ๓.๔ ประสำนควำมร่วมมือกับกรมสุขภำพจิตและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง ในกำรแก้ปัญหำ สุขภำพจิตของผู้เรียน เพื่อให้ค ำปรึกษำแก่ผู้เรียนให้สำมำรถอยู่ในสถำนศึกษำได้อย่ำงมีควำมสุข ๔. กำรจัดท ำระบบวัดผลรับรองมำตรฐำนวิชำชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสำมำรถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกำศนียบัตรในกำรประกอบอำชีพ


30 ๔.๑ ผู้เรียนและประชำชนสำมำรถน ำหน่วยกิตที่สะสมมำใช้ส ำหรับเทียบคุณวุฒิ รับรองมำตรฐำน วิชำชีพ เพื่อรับประกำศนียบัตรในกำรประกอบอำชีพน ำไปใช้ต่อยอดในกำรเรียนและควำมก้ำวหน้ำ ในกำรท ำงำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ รวมทั้งยื่นข้อเสนอขอรับเงินเดือนที่เหมำะสมกับประสบกำรณ์ที่มี ๔.๒ เปิดโอกำสให้ผู้เรียนสำยอำชีวศึกษำ สำมำรถขอกำรรับรองมำตรฐำนวิชำชีพได้ใน ระหว่ำงที่ก ำลังศึกษำอยู่ในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีทำงเลือกที่จะมีรำยได้ระหว่ำงเรียนควบคู่กับกำรท ำงำนไป พร้อมกัน และสำมำรถที่จะขอกำรรับรองมำตรฐำนวิชำชีพ เพื่อยกระดับศักยภำพของตนเอง รวมทั้งกำรลด ระยะเวลำในกำรเข้ำสู่ตลำดแรงงำน และเปิดโอกำสทำงกำรศึกษำที่ยืดหยุ่นต่อกำรประกอบอำชีพ ๕. กำรจัดท ำระบบวัดผลเทียบระดับกำรศึกษำและประเมินผลกำรศึกษำ เพื่อให้ผู้เรียนที่มี ควำมสำมำรถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลำเรียนในระบบ ประหยัดเวลำประหยัดค่ำใช้จ่ำย ๕.๑ จัดท ำระบบกำรเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลกำรเรียน ทักษะ ควำมรู้ ประสบกำรณ์ หรือ สมรรถนะ จำกระบบเดียวกันแต่ต่ำงสถำนศึกษำ หรือจำกระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง ห รือ จำกต่ำงประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ ในกำรเข้ำศึกษำ หรือกำรรับรองระดับกำรศึกษำต่ำงสถำนศึกษำหรือ ต่ำงระบบได้ หรือไปสะสมเพื่อประโยชน์ ในกำรได้รับกำรรับรองคุณวุฒิ หรือเพื่อประโยชน์ในกำรประกอบ อำชีพหรือวิชำชีพ และผู้เรียนที่มีควำม สำมำรถเป็นเลิศ สำมำรถเรียนในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ยึดติดกับ ระยะเวลำในกำรศึกษำ ๕.๒ จัดระบบวัดแววและควำมถนัดของผู้เรียนเป็นรำยบุคคล โดยสำมำรถปรับเปลี่ยนแผน กำรเรียนในระหว่ำงเรียนได้ รวมทั้งกำรแนะแนวเลือกเรียนตำมเส้นทำงอำชีพ ควำมถนัดและควำมสนใจ เพื่อส่งเสริม ศักยภำพของผู้เรียนในอนำคต ๖. มีรำยได้ระหว่ำงเรียน จบแล้วมีงำนท ำ (Learn to Earn) ๖.๑ กำรจัดกำรอำชีวศึกษำระดับประกำศนียบัตรวิชำชีพชั้นสูง (ต่อเนื่อง) เป็นกำรจัดกำรศึกษำ วิชำชีพอย่ำงต่อเนื่อง เพื่อพัฒนำสมรรถนะก ำลังคนระดับเทคนิค โดยมุ่งเน้นกำรผลิตและพัฒนำก ำลังคนใน สำขำ ที่มีควำมจ ำเป็นเร่งด่วนที่ตรงควำมต้องกำรของตลำดแรงงำน สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชำติ แผนกำรศึกษำแห่งชำติ เป็นไปตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของชำติ กรอบคุณวุฒิแห่งชำติ และ กรอบคุณวุฒิ อำชีวศึกษำแห่งชำติ ด้วยควำมร่วมมืออย่ำงเข้มแข็งและต่อเนื่องกับภำคประกอบกำร องค์กร วิชำชีพ และภำคีเครือข่ำย ที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นรูปแบบกำรเรียนรู้สู่กำรปฏิบัติ เพื่อสร้ำงทักษะอำชีพและ ทักษะชีวิต ให้ผู้ส ำเร็จกำรศึกษำ อำชีวศึกษำมีควำมพร้อมในกำรเข้ำสู่อำชีพได้ทันต่อควำมต้องกำรก ำลังคน ของประเทศ และอยู่ร่วมกันในสังคม ได้อย่ำงมีควำมสุข ๖.๒ จัดหำเงินกองทุน เพิ่มนักเรียนสำยอำชีวศึกษำ น ำเข้ำสู่ตลำดแรงงำน โดยประสำนกับ กระทรวงแรงงำน เพื่อให้นักเรียนนักศึกษำที่จบมำ มีตลำดรองรับ สำมำรถประกอบอำชีพได้ทั้ง ภำยในประเทศและต่ำงประเทศ ๖.๓ จัดให้มีกำรเชื่อมโยงหลักสูตรของสำยอำชีวศึกษำกับมำตรฐำนวิชำชีพต่ำง ๆ เพื่อเป็น กำรเสริมศักยภำพแก่ผู้เรียน (Upskill) หรือเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Reskill) โดยได้รับกำรรับรองตำมเกณฑ์ มำตรฐำนวิชำชีพ และผู้เรียนจะได้รับใบประกำศนียบัตรตำมสมรรถนะอำชีพ เพื่อน ำไปใช้ประกอบ กำรสมัครงำนและกำรขอขึ้นเงินเดือน และกำรประกอบวิชำชีพ ทั้งนี้ผู้เรียนอำจเป็นผู้ที่อยู่ในระบบ กำรศึกษำหรือนอกระบบกำรศึกษำก็ได้ ๖.๔ จัดให้มีกำรอบรมอำชีพเสริมในชุมชน เพื่อเป็นกำรเสริมสร้ำงทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill) ให้แก่ผู้เรียนและประชำชนทั่วไป เช่น ช่ำงไฟฟ้ำ ช่ำงประปำ ช่ำงแอร์ กำรค้ำขำย กำรเกษตร ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องมือในกำรช่วยผู้เรียนและประชำชน ลดรำยจ่ำยในครัวเรือน และอำจสร้ำงเป็นอำชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้


31 2.8.3 เป้ำหมำยกำรพัฒนำที่ยั่งยืน (SDGs) “เป้ำหมำยกำรพัฒนำที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals – SDGs) ที่ประชำคมโลก ตกลงร่วมกันที่จะใช้เป็นกรอบในกำรด ำเนินงำนด้ำนกำรพัฒนำ โดยมีเป้ำหมำยทั้งหมด 17 เป้ำหมำย แบ่งออกเป็น 5 มิติ ได้แก่ มิติสังคม (People) มิติเศรษฐกิจ (Prosperity) มิติสิ่งแวดล้อม (Planet) มิติสันติภำพและสถำบัน (Peace) และ มิติหุ้นส่วนกำรพัฒนำ (Partnership) ดังนี้ 2.9 ทิศทำงกำรพัฒนำส ำนักงำนปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร วิสัยทัศน์(Vision) ส ำนักงำนปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร “บูรณำกำรจัดกำรศึกษำอย่ำงมีประสิทธิภำพ ผู้เรียนมีคุณภำพและทักษะที่จ ำเป็นในโลกยุคใหม่ ” ยุทธศำสตร์ที่ 1 พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคง ยุทธศำสตร์ที่ 2 พัฒนำก ำลังคน เพื่อสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ ยุทธศำสตร์ที่ 3 พัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ให้มีคุณภำพ ยุทธศำสตร์ที่ 4 สร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำ ยุทธศำสตร์ที่ 5 ส่งเสริมกำรสร้ำงคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศำสตร์ที่ 6 พัฒนำระบบบริหำรจัดกำรให้มีประสิทธิภำพ


32 2.10 ทิศทำงกำรพัฒนำกลุ่มจังหวัดภำคกลำงตอนล่ำง 2 วิสัยทัศน์(Vision) ภำคกลำงตอนล่ำง 2 “ประชำกรทุกช่วงวัยได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำ อย่ำงมีคุณภำพ ทั่วถึงและเสมอภำค มีศักยภำพในกำรแข่งขันทำงด้ำนกำรเกษตรและอุตสำหกรรมปลอดภัย กำรท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก้ำวทันโลกในศตวรรษที่ 21 ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” ยุทธศำสตร์ ยุทธศำสตร์ที่ 1 ส่งเสริมโอกำสทำงกำรศึกษำอย่ำงเท่ำเทียม ทั่วถึง และเสมอภำค ยุทธศำสตร์ที่ 2 เสริมสร้ำงกำรเป็นพลเมืองโลกด้วยกำรน้อมน ำปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ในศตวรรษที่ 21 ยุทธศำสตร์ที่ 3 ยกระดับคุณภำพของผู้เรียนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับตลำดแรงงำน ยุทธศำสตร์ที่ 4 พัฒนำศักยภำพกำรบริหำรจัดกำรศึกษำอย่ำงมีส่วนร่วม 2.11 ทิศทำงกำรพัฒนำจังหวัดเพชรบุรี วิสัยทัศน์(Vision) จังหวัดเพชรบุรี “ เพชรบุรีเมืองต้นแบบตำมศำสตร์พระรำชำ น่ำอยู่ น่ำกิน น่ำเที่ยว สู่เมืองสร้ำงสรรค์ระดับสำกล อย่ำงยั่งยืน” ยุทธศำสตร์ จังหวัดเพชรบุรี ยุทธศำสตร์ที่ 1 กำรพัฒนำเศรษฐกิจแบบครบวงจรจำกฐำนกำรค้ำ กำรลงทุน กำรบริกำร กำรท่องเที่ยวและกำรเกษตร สู่ควำมมั่งคั่งยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ยุทธศำสตร์ที่ 2 กำรเสริมสร้ำงควำมมั่นคง ควำมสงบเรียบร้อยด้วยทุนทำงสังคม ประชำชนพึ่งตนเองได้อย่ำงยั่งยืนด้วยศำสตร์พระรำชำ ยุทธศำสตร์ที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมอย่ำงสมดุลและยั่งยืน ยุทธศำสตร์ที่ 4 กำรพัฒนำแบบมีส่วนร่วมสู่เมืองสร้ำงสรรค์ระดับสำกล ด้วยทุนทำงศิลปะ วัฒนธรรม กำรท่องเที่ยว บนฐำนทรัพยำกร อัตลักษณ์ของท้องถิ่น และศักยภำพของพื้นที่


33 2.12 กำรวิเครำะห์สถำนกำรณ์(SWOT Analysis) ของแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัด เพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 - 2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) 2.12.1 กำรวิเครำะห์ปัจจัยภำยนอก (External Factors Analysis : EFA) 2.12.1.1 สภำพแวดล้อมภำยนอกที่เป็นโอกำส (Opportunities) 1) ยุทธศำสตร์ชำติ พ.ศ.2561-2580 แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ และแผนกำรปฏิรูปประเทศ ให้ควำมส ำคัญกับกำรศึกษำ ทั้งด้ำนกำรพัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัยและกำรสร้ำงโอกำสและ ควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำ เพื่อลดปัญหำควำมเหลื่อมล้ ำทำงสังคม 2) แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 - 2570) ให้ควำมส ำคัญกับ กำรพัฒนำก ำลังคนให้มีสมรรถนะสูง ระบบกำรศึกษำมีคุณภำพ เอื้อต่อกำรสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ ตลอดชีวิต 3) กำรเปลี่ยนแปลงของโลกเข้ำสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ส่งผลให้เกิดกำรใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนได้มำกขึ้น โดยเฉพำะกำรเรียนผ่ำนระบบออนไลน์ กำรเรียนท ำงไกล และกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งกำรพัฒน ำรูปแบบกำรเรียนกำรสอนที่มี กำรจัดท ำสื่อและน ำเครื่องมือต่ำงๆ ที่ทันสมัยมำใช้และสำมำรถถ่ำยทอดให้ผู้เรียนได้เข้ำใจมีควำมรู้และ เข้ำถึงได้ง่ำยขึ้นในรูปแบบกำรเรียนรู้แบบออนไลน์ 4) องค์กำรเพื่อกำรศึกษำ วิทยำศำสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชำชำติหรือยูเนสโก ได้ประกำศ ให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นเครือข่ำยเมืองสร้ำงสรรค์ด้ำนอำหำร (Phetchaburi City of Gastronomy) ประจ ำปี 2564 โดยเป็น 1 ใน 49 เมืองจำกทั่วโลกที่ได้รับประกำศเป็นเครือข่ำยเมืองสร้ำงสรรค์ ส ำหรับ ประเทศไทย จังหวัดเพชรบุรี เป็นเมืองที่ 5 ที่ได้รับกำรประกำศเป็นเครือข่ำยเมืองสร้ำงสรรค์ ท ำให้หน่วยงำน ทำงกำรศึกษำและสถำนศึกษำมีกำรจัดท ำหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมด้ำนอำหำร ของท้องถิ่น 5) นโยบำยกำรศึกษำเพื่ออำชีพและสร้ำงขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ ส่งผลให้เกิด แผนงำน/โครงกำร น ำมำซึ่งกำรสร้ำงอำชีพให้กับผู้เรียน เริ่มตั้งแต่กำรศึกษำในระดับขั้นพื้นฐำน 6) จังห วัดเพ ช รบุ รี เป็น เมืองต้น แบบต ำมศ ำสต ร์พ ระ รำช ำ น่ ำอยู่ น่ ำกิน น่ ำเที่ ย ว เป็นเมืองสร้ำงสรรค์ระดับสำกล ด้วยทุนทำงศิลปะ วัฒนธรรม กำรท่องเที่ยว บนฐำนทรัพยำกร อัตลักษณ์ ของท้องถิ่น และศักยภำพของพื้นที่ ส่งผลให้ เกิดกำรประสำนงำน และควำมร่วมมือระหว่ำงสถำนศึกษำกับ หน่วยงำนทั้งภำครัฐ เอกชน เด็ก เยำวชน และประชำชน มีโอกำสเข้ำถึงกำรศึกษำได้ในทุกพื้นที่ และ สำมำรถเรียนรู้ได้อย่ำงต่อเนื่องตลอดชีวิต 7) โครงสร้ำงทำงเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรี ขึ้นอยู่กับภำคกำรผลิตที่ส ำคัญ ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสำหกรรม และกำรค้ำส่ง ค้ำปลีก ท ำให้ศักยภำพทำงเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรีโดดเด่น และสำมำรถรองรับวัยแรงงำนได้มำกขึ้น


34 2.12.1.2 สภำพแวดล้อมภำยนอกที่เป็นอุปสรรค (Threats) 1) กำรขับเคลื่อนกำรพัฒนำด้ำนกำรศึกษำในพื้นที่มีงบประมำณจ ำกัดในกำรด ำเนินกำร ส่งผลต่อ แผนงำน/โครงกำรที่จัดท ำไว้ในแผนพัฒนำกำรศึกษำของจังหวัด ไม่สำมำรถด ำเนินกำรได้ตำมเป้ำหมำย ที่ก ำหนด 2) กำรก ำหนดโครงสร้ำงกำรบริหำรของกระทรวงศึกษำธิกำร มีหน่วยงำนกำรศึกษำที่มีบทบำท หน้ำที่บำงส่วนซ้ ำซ้อนกัน และขำดกำรบูรณำกำรกำรท ำงำนร่วมกัน ส่งผลต่อประสิทธิภำพกำรจัดกำรศึกษำ ในระดับพื้นที่ 3) กำรสื่อสำรผ่ำนช่องทำงสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ที่รวดเร็ว ส่งผลให้ปัญหำทำงสังคม เกี่ยวกับยำเสพติด ปัญหำทำงเพศ และอบำยมุข แพร่กระจำยสู่สถำนศึกษำได้ง่ำยขึ้น 4) กำรเกิดของประชำกรมีอัตรำลดลงอย่ำงต่อเนื่อง ท ำให้จ ำนวนประชำกรวัยเรียนมีแนวโน้ม ลดลง ส่งผลต่อจ ำนวนผู้เรียนในสถำนศึกษำลดลง 5) นโยบำยกำรศึกษำระดับกระทรวงมีกำรเปลี่ยนแปลงไปตำมยุคสมัย ท ำให้กำรปฏิบัติงำน ขำดควำมต่อเนื่อง และไม่น ำผลกำรติดตำมงำนตำมนโยบำยไปใช้ในกำรแก้ไขปัญหำอย่ำงจริงจัง ส่งผลต่อ ประสิทธิภำพกำรจัดกำรศึกษำ กำรด ำเนินงำนไม่บรรลุเป้ำหมำยที่ก ำหนด 6) ควำมเข็มแข็งทำงสังคมบนรำกฐำนของสถำบันครอบครัวลดลง เนื่องจำกกำรเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตในกำรประกอบอำชีพ ปัญหำกำรหย่ำร้ำง ยำเสพติด และกำรอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว ในกำรปลูกฝังคุณ ธรรม จริยธรรมน้อยลง ส่งผลให้เด็กและเยำวชนมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไป ในทำงที่ไม่เหมำะสม 7) อิทธิพลของกระแสโลกำภิวัฒน์และกำรค้ำเสรี ส่งผลต่อค่ำนิยม พฤติกรรมที่ไม่เหมำะสม ในกลุ่มเด็กและเยำวชนมีกำรขัดแย้งทำงควำมคิดกำรใช้ควำมรุนแรงในกำรแก้ไขปัญหำและกำรเกิดปัญหำ ทำงสังคมในพื้นที่ 8) สถำนกำรณ์ของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่ำงรวดเร็ว โดยเฉพำะยุค Digital Disruption ส่งผลต่อกำรปรับหลักสูตรกำรเรียนกำรสอนที่ยังไม่สำมำรถเปลี่ยนแปลงได้โดยง่ำยเพื่อให้สอดคล้องกับ สภำพของผู้เรียนที่เปลี่ยนไป กำรปรับตัว ของผู้บริหำรกำรศึกษำ และครูผู้สอน ให้ก้ำวทันกำรเปลี่ยนแปลง ดังกล่ำว 9) ในช่วงที่ผ่ำนมำมีกำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (Covid-19) ท ำให้สูญเสีย กำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำรแพร่ระบำดของโรคโควิด-19 (learning loss) สถำนศึกษำไม่สำมำรถ เปิดเรียนได้ตำมปกติ จึงเป็นกำรจัดกำรเรียนกำรสอนทำงออนไลน์ ส่งผลให้เกิดควำมเหลื่อมล้ ำ จำกกำรเข้ำถึงสำรสนเทศที่ไม่เท่ำเทียมแก่เด็กยำกจนและผู้ที่เข้ำไม่ถึงเทคโนโลยี ขำดแคลนเครื่องมือหรือ อุปกรณ์ส ำหรับกำรเรียนออนไลน์ รวมถึงควำมพร้อมของพ่อแม่ผู้ปกครอง ส่งผลให้เกิดภำวกำรณ์เรียนรู้ ของผู้เรียนถดถอย


35 2.12.2 กำรวิเครำะห์ปัจจัยภำยใน (Internal Factors Analysis : IFA) 2.12.2.1 สภำพแวดล้อมภำยในที่เป็นจุดแข็ง (Strengths) 1) ผู้เรียนสำมำรถเข้ำถึงหรือได้รับกำรศึกษำแต่ละดับชั้นในแต่ละระดับกำรศึกษ ำ ได้ตำมสิทธิ หรือตำมควำมต้องกำร ในภำพรวมของจังหวัดร้อยละ 97.79 ของประชำกรวัยเรียน 2) กำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำนของผู้เรียน (Reading Test : RT) ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2565 มีค่ำคะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 2 ด้ำน คือ กำรอ่ำนออกเสียงและ กำรอ่ำนรู้เรื่อง ร้อยละ 81.00 สูงกว่ำคะแนนเฉลี่ยของระดับภำคและระดับประเทศ 3) เด็กปฐมวัยได้รับกำรเตรียมควำมพร้อมเพิ่มขึ้น เนื่องจำกภำคเอกชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในกำรจัดกำรศึกษำระดับก่อนประถมศึกษำในพื้นที่มำกขึ้น 4) ดัชนี ค วำม ก้ ำวหน้ ำของคน (HAI)ปี 2564 ด้ ำน ก ำรศึกษ ำของจังห วัดเพ ช รบุ รี อยู่ในระดับต้นของประเทศ เนื่องจำกคณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัดที่มีผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดเป็นประธำน กำรขับเคลื่อนกำรศึกษำในพื้นที่เป็นไปในทิศทำงเดียวกัน 5) สถำน ศึกษ ำอ ำชีวศึกษ ำ ศูนย์พัฒ น ำฝีมือแ รงงำนเพช รบุ รี และ กศน .เพ ช รบุ รี จัดบริกำรหลักสูตรระยะสั้นที่หลำกหลำยสำมำรถสร้ำงอำชีพสู่ชุมชน 6) ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรี มีควำมรู้ ควำมช ำนำญเฉพำะด้ำนและ หลำกหลำย ส่งผลให้เกิดกำรประสำนงำน และควำมร่วมมือระหว่ำงสถำนศึกษำกับหน่วยงำนทั้งภำครัฐและ เอกชน 7) หน่วยงำนทำงกำรศึกษำและสถำนศึกษำของจังหวัดเพชรบุรี จัดกำรศึกษำครอบคลุม ทุกระดับ ทุกประเภทกำรศึกษำ และตั้งกระจำยอยู่ทั่วจังหวัด รวมทั้งมีมหำวิทยำลัย เป็นศูนย์บริกำร ทำงวิชำกำรแก่ชุมชนและสถำนศึกษำ มีส่วนร่วมในกำรพัฒนำท้องถิ่นไปสู่สังคมแห่งกำรเรียนรู้ และสำมำรถ ให้บริกำรวิชำกำร วิชำชีพแก่ชุมชน รวมทั้งอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ของ จังหวัดเพชรบุรีให้ด ำรงคงอยู่ ส่งผลให้เด็ก เยำวชน และประชำชน มีโอกำสเข้ำถึงกำรศึกษำได้ในทุกพื้นที่ และสำมำรถเรียนรู้ได้อย่ำงต่อเนื่องตลอดชีวิต 8) จังหวัดเพชรบุรีมีโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริของในหลวงรัชกำลที่ 9 จ ำนวน 22 โครงกำร มีภูมิศำสตร์ ภูมิปัญญำ แหล่งเรียนรู้ เอกลักษณ์ที่ชัดเจนและเข้มแข็ง ส่งผลให้มีแหล่งเรียนรู้ ซึ่งน ำมำสนับสนุนกำรจัดกำรเรียนกำรสอนของสถำนศึกษำ


36 2.12.2.2 สภำพแวดล้อมภำยในที่เป็นจุดอ่อน (Weaknesses) 1) ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน (O-NET) ของนักเรียนในแต่ละระดับชั้น มีค่ำเฉลี่ยร้อยละของคะแนน เฉ ลี่ ย ผ ล ก ำ ร ท ด ส อ บ ใน ทุ ก ก ลุ่ ม ส ำ ร ะ ต่ ำ ก ว่ ำ ร้ อ ย ล ะ 50 ชั้ น ป .6 ค่ ำ เฉ ลี่ ย 40.89 ชั้น ม.3 ค่ำเฉลี่ย 36.95 และชั้น ม.6 ค่ำเฉลี่ย 32.18 โดยเฉพำะกลุ่มสำระที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ได้แก่ คณิตศำสตร์ ภำษำอังกฤษ และวิทยำศำสตร์ 2) กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ยังไม่ก่อให้เกิดค่ำนิยมที่พึงประสงค์ สร้ำงอุดมกำรณ์ รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ มีคุณธรรม จริยธรรม ท ำนุบ ำรุงศิลปวัฒนธรรม กำรอยู่ร่วมกันอย่ำงสันติสุข ปฏิเสธยำเสพติด กำรทุจริตคอรัปชั่นอย่ำงแท้จริง 3) ข้อมูลสำรสนเทศด้ำนกำรศึกษำขำดควำมเป็นเอกภำพ เนื่องจำกแต่ละหน่วยงำนมีกำรเก็บ ข้อมูลของตนเอง ไม่มีฐำนข้อมูลกลำง ท ำให้ไม่สำมำรถน ำข้อมูลมำใช้ประกอบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำ เชิงพื้นที่ของจังหวัดได้อย่ำงครอบคลุมและครบถ้วน 4) หน่ วยงำน ที่ จัดก ำรศึกษ ำของจังห วัดมีห ล ำยสังกัด แต่ยังไม่มี ก ำรว ำงแ ผน แล ะ บูรณำกำรกำรจัดกำรศึกษำร่วมกันอย่ำงแท้จริง ส่งผลให้กำรด ำเนินงำนแผนงำน/โครงกำรซ้ ำซ้อนกัน 5) ปีกำรศึกษำเฉลี่ยของประชำกรจังหวัดเพชรบุรีมีประชำกรวัยแรงงำน (กลุ่มอำยุ 15-59 ปี) ใน พ.ศ. 2565 เท่ำกับ 9.94 ซึ่งต่ ำกว่ำค่ำเฉลี่ยของประเทศ คือ 10.23 6) มีจ ำนวนโรงเรียนขนำดเล็กเป็นจ ำนวนมำก ส่วนใหญ่ขำดแคลนทรัพยำกรที่จะสนับสนุน กำรจัดกำรศึกษำที่มีคุณภำพ ส่งผลให้ กำรจัดกำรศึกษำมีคุณภำพน้อยลง


37 บทที่ 3 สำระส ำคัญของแผนพัฒนำกำรศึกษำจังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 - 2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567)


3 วิสัยทัศน์ (Vision) ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำอย่ำงทั่วถึง เรียนรู้ต บนพื้นฐำนตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ เป้ำประสงค์ 1. เพิ่มโอกำสทำงกำรศึกษำให้แก่ ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้ำถึงบ ริกำร ทำงกำรศึกษำอย่ำงทั่วถึงเสมอภำค และต่อเนื่องตลอดชีวิต - ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับโอกำสเข้ำถึงบริกำทำงกำรศึกษำอย่ำงทั่วถึงเสมอภำคและต่อเนื่อตลอดชีวิต 2 . พัฒ น ำคุณ ภ ำพ ผู้เรียนให้มี ควำมรู้มีคุณลักษณะและทักษะ กำรเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 - ผู้เรียนทุกช่วงวัย มีสมรรถนะ ด้ำนควำมรู้ทักษและคุณลักษณะสอดคล้องตำมควำมต้องกำของตลำดงำน มีงำนท ำ และสำมำรถเข้ำถึในระดับสำกลได้ 3. ปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ค่ำนิยมตำมบรรทัดฐำน ที่ดีงำม มีวินัย จิตสำธำรณะ และ วิถี ชี วิต ต ำมห ลักป รัชญ ำของ เศรษฐกิจพอเพียง - ผู้เรียนทุกช่วงวัย ยึดมั่นในสถำบันหลักของชำติกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อันพ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ท ร ง เป็ น ป ร ะ มุ- ผู้เรียนทุกช่วงวัย เป็นพ ลเมืองที่มีคุณ ค่ของสังคม มีคุณภำพชีวิตที่ดี และมีวิถีชีวิต ำม ห ลั ก ป รัชญ ำของเศ รษ ฐกิ จพ อ เพี ย


8 ตลอดชีวิตอย่ำงมีคุณภำพ ก้ำวทันกำรเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ เป้ำประสงค์เชิงกลยุทธ์ ร ง - สร้ำงโอกำสทำงกำรศึกษำและ กำรเรียนรู้ตลอดชีวิต - ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับโอกำสเข้ำถึงบริกำร ทำงกำรศึกษ ำอย่ำงทั่ วถึง เท่ ำเทียม และ ต่อเนื่องตลอดชีวิต ษะ ร ง - พัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัย และสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ - ผู้เรียนทุกช่วงวัย มีสมรรถนะ ด้ำนควำมรู้ ทั ก ษ ะ แ ล ะ คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ส อ ด ค ล้ อ ง ตำมควำมต้องกำรของตลำดงำน มีงำนท ำและ สำมำรถเข้ำถึงในระดับสำกลได้ ติ มี ข ำ ต ง - เสริมสร้ำงกำรจัดกำรศึกษ ำ เพื่ อส ร้ำงคว ำมเป็น พ ลเมื อง สู่วิถีพอเพียง - ผู้เรียนทุ กช่วงวัย ยึดมั่นในสถ ำบันหลัก ของชำติ กำรปกครองในระบอบประชำธิปไตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข - ผู้เรียนทุกช่วงวัย เป็นพลเมืองที่มีคุณค่ำของ สังคม มีคุณภำพชีวิตที่ดี เข้ำใจวิถีชีวิตของ ค ว ำม ห ล ำ ก ห ล ำ ย ท ำง วั ฒ น ธ ร ร ม แ ล ะ ประวัติศำสตร์ภูมิปัญญำท้องถิ่น มีจิตอำสำ แ ล ะ ส ำนึ ก ส ำธ ำ รณ ะ แ ล ะ มี วิ ถี ชี วิ ตต ำม หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง 38


3พันธกิจ เป้ำประสงค์ 4 . พั ฒ น ำ ร ะ บ บ บ ริ ห ำ ร จั ด กำรศึกษำ ตำมหลักธรรมำภิบำล คุณภำพมำตรฐำนเป็นที่ยอมรับ ของชุมชนและสังคม - หน่วยงำนทำงกำรศึกษ ำและสถำนศึกษมีระบบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำที่มีคุณภำพได้มำตรฐำนตำมหลักธรรมำภิบำล เป็นที่ยอมรับของชุมชนและสังคม กลยุทธ์ที่ 1 กำรสร้ำงโอกำสทำงกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้ำประสงค์เชิงกลยุทธ์ ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับโอกำสเข้ำถึงบริกำรทำงกำรศึกษำอย่ำแนวทำงกำรพัฒนำ ตัวชี้วัดและค่ำเป้ำหมำย ข้อมูล พื้นฐำน ปี 25651. เปิดโอกำสและควำมเสมอภำค ใน ก ำ ร เข้ ำ ถึง ก ำ ร ศึ ก ษ ำที่ มี คุณภำพ - ร้อยละของประชำกรกลุ่มอำยุ 3-5 ปี ได้เข้ ำเรียนเต รียมควำมพ ร้อม ระดับ ก่อนประถมศึกษำ - ร้อยละของประชำกรกลุ่มอำยุ 6-11 ปี ได้เข้ำเรียนระดับประถมศึกษำทุกคน - ร้อยละของประชำกร กลุ่มอำยุ 12-14ปี ได้เข้ำเรียนระดับมัธยมศึกษำตอนต้นหรือ เทียบเท่ำทุกคน -ร้อยละของประชำกรกลุ่มอำยุ 15-17 ปี ได้เข้ำเรียนระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย หรือเทียบเท่ำ -ประชำกรวัยแรงงำน อำยุ 15-59 ปี มีจ ำนวนปีกำรศึกษำเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 96.34 101.6897.02 83.57 9.81


9 กลยุทธ์ เป้ำประสงค์เชิงกลยุทธ์ ำ พ บ - พัฒนำประสิทธิภำพกำรบริหำร และจัดกำรศึกษำแบบมีส่วนร่วม - หน่วยงำนทำงกำรศึกษำและสถำนศึกษำ มีระบบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำที่มีคุณภำพ ได้มำตรฐำนตำมหลักธรรมำภิบำล ำงทั่วถึง เท่ำเทียม และต่อเนื่องตลอดชีวิต 5 ผลกำร ด ำเนินงำน ปี2566 ค่ำเป้ำหมำย ปี หน่วยงำนรับผิดชอบ 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 8 97.59 102.08 98.55 83.77 9.94 98 100 100 87 10.5 99 100 100 88 11 100 100 100 89 11.5 100 100 100 90 11.5 สพป.,ศธจ.,อปท.,ตชด. สพป.,ศธจ.,อปท.,ตชด. สพป.,สพม.,ศธจ.,อปท. สพม.,ศธจ.,สอศ. สพม.,ศธจ.,สอศ.สกร,สธ. 3939


4แนวทำงกำรพัฒนำ ตัวชี้วัดและค่ำเป้ำหมำย ข้อมูล พื้นฐำน ปี 25652. กำรเพิ่มโอกำสและกำรเข้ำถึง กำรศึกษำที่มีคุณภำพ ผู้พิกำร ผู้ด้ อยโอก ำส และผู้เรียนที่มี ควำมต้องกำรจ ำเป็น - ร้ อ ย ล ะ ข อง ผู้ เรี ย น เข้ ำ ถึงบ ริ ก ำ ร ทำงกำรศึกษ ำหรือพัฒนำสมรรถภำพ ที่เหมำะสมตำมควำมจ ำเป็น - ร้ อ ย ล ะ ข อง ผู้ เรี ย น ที่ ด้ อ ย โอ ก ำ ส เข้ำถึงบริบททำงกำรศึกษำหรือพัฒนำ สมรรถภำพที่เหมำะสมตำมควำมจ ำเป็น - ร้อยละของผู้เรียนที่มีควำมสำมำรถพิเศษ ได้รับกำรพัฒนำเต็มตำมศักยภำพตำม ควำมถนัด และควำมสำมำรถตำมหลักของ พหุปัญญำ 100 N/A N/A 3. เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจำก ระบบกำรศึกษำ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลำงคัน ได้รับ กำรช่วยเหลือให้ได้รับกำรศึกษำ ขั้นพื้นฐำน - อั ต ร ำข อ ง เด็ ก อ อ ก ก ล ำง คั น เด็กตกหล่น กลับเข้ำสู่ระบบกำรศึกษำ ห รือได้ รับ ก ำร ศึ ก ษ ำด้ วย รูป แบ บ ที่เหมำะสม อัตรำ กำรออกกลำงคันเท่ำกับ 0.46 4. ส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบ และกำรศึกษำตำมอัธยำศัยให้ ผู้เรียนเข้ำถึงกำรเรียนรู้อย่ำง ทั่วถึง และมีคุณภำพสอดคล้อง กับบริบทของแต่ละพื้นที่ ชุมชน เป็นต้น - ร้อยละของผู้ผ่ำนกำรฝึกอบรม/พัฒนำ ทักษะอำชีพระยะสั้น สำมำรถน ำควำมรู้ ไปสร้ำงโอกำสในกำรประกอบอำชีพ/ พัฒนำงำนได้ N/A


40 40 5 ผลกำร ด ำเนินงำน ปี2566 ค่ำเป้ำหมำย ปี หน่วยงำนรับผิดชอบ 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 264.27 85 40 100 90 40 100 95 40 100 95 40 100 95 40 สพป.,สพม.,ศธจ.,สกร., สธ. ตชด.,สศศ. สพป.,สพม.,ศธจ.,อปท, สอศ.,สกร., สธ.,ตชด.,สศศ. สพป.,สพม.,ศธจ.,อปท., สอศ.,ตชด. 0.67 0 0 0 0 สพป.,สพม.,ศธจ.,อปท สอศ.,สกร.,ตชด. ,สศศ. 100 100 100 100 100 สกร.


4กลยุทธ์ที่ 2 กำรพัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัย และสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ เป้ำประสงค์เชิงกลยุทธ์ ผู้เรียนทุกช่วงวัย มีสมรรถนะตำม ด้ำนควำมรู้ ทักษะและคุณลัก มีงำนท ำและสำมำรถเข้ำถึงในระดับสำกลได้ แนวทำงกำรพัฒนำ ตัวชี้วัดและค่ำเป้ำหมำย ข้อมูล พื้นฐำน ปี 2565 ผด ำเปี 1 . ส่งเสริมกำรพัฒน ำผู้เรียน ทุ ก ช่ ว ง วั ย ใ ห้ ส ำ ม ำ ร ถ จั ด ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ไ ด้ อ ย่ ำ ง มีคุณภำพ - ร้อยละของผู้เรียน ระดับ ก่ อ น ป ร ะ ถ ม ศึ ก ษ ำ มีพัฒนำกำรสมวัย ทั้งด้ำน ร่ำงกำย อำรมณ์ สังคม จิตใจ และสติปัญญำเพิ่มขึ้น - ร้อยละของผู้เรียน ระดับ ขั้ น พื้ น ฐ ำ น มี ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ทำงกำรเรียนระดับสถำนศึกษำ ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 - ร้อยละของผู้เรียน ระดับ ปวช. 3 ที่สอบผ่ำนมำตรฐำน วิชำชีพเกณฑ์ระดับดี - ร้อ ย ล ะ ของผู้เรียน ที่ จบ กำรศึกษำและมีงำนท ำ 86.55 N/A N/A N/A 100 100 7897


41 41 กษณะสอดคล้องตำมควำมต้องกำรของตลำดงำน ผลกำร เนินงำน 2566 ค่ำเป้ำหมำย ปี หน่วยงำนรับผิดชอบ 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 88 73.58 80.02 99 95.26 79.36 90 74 81 100 100 80 92 75 82 100 100 90 94 76 83 100 100 100 95 77 84 100 100 100 สพป., ศธจ., อปท., ตชด. ศสส. สพป., ศสส.,ศธจ. อปท. ตชด.สกร. สพป., สพม.,ศสส.ศธจ. อปท.สกร. สพม., ศสส. ศธจ.สกร. สอศ. สพม. สอศ.


4แนวทำงกำรพัฒนำ ตัวชี้วัดและค่ำเป้ำหมำย ข้อมูล พื้นฐำน ปี 2565 ผด ำเปี - ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ผู้ ส ำ เ ร็ จ ก ำรศึ กษ ำต ำม ระยะเวล ำ ที่ก ำหนด N/A 2. สร้ำงภำคีเครือข่ำย เพื่อเสริม ควำมเข้มแข็งของกรอบกำรผลิต และพัฒนำก ำลังคน ควำมร่วมมือ ส ำ ห รั บ ส ถ ำ น ศึ ก ษ ำ ร ะดั บ อำชีวศึกษำและสถำนประกอบกำร เพื่อกำรจัดกำรเรียนกำรสอนใน ลักษณ ะก ำรฝึกป ระสบก ำรณ์ ระหว่ำงเรียน - ร้อยละของสถานศึกษ า ที่ ท้ า MOU กั บ ส ถ า น ประกอบการเพิ่มขึ้น 30 3 . ส่ง เส ริ ม ส นั บ ส นุ น ให้ มี กำรพัฒ น ำหลักสูต รที่ ส่งเสริม อ ำ ชี พ ข อ ง ผู้ เรี ย น ทุ ก ร ะ ดั บ ทุ กป ระเภท ก ำรศึกษ ำร วม ถึง จัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนำ ทักษะกำรเรียนรู้และนวัตกรรม ทั ก ษ ะ ท ำง ส ำ ร ส น เท ศ สื่ อ เทคโนโลยีทักษะชีวิตและอำชีพ -ร้อยละของผู้ส ำเร็จกำรศึกษำ ระดับอำชีวศึกษำ มีสมรรถนะ ตรงตำม ควำมต้องกำรของ สถำนประกอบกำร 60


42 42 ผลกำร เนินงำน 2566 ค่ำเป้ำหมำย ปี หน่วยงำนรับผิดชอบ 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 90 90 90 90 90 สกร. 35 40 45 50 50 สอศ. 62 64 66 68 70 สอศ.


4แนวทำงกำรพัฒนำ ตัวชี้วัดและค่ำเป้ำหมำย ข้อมูล พื้นฐำน ปี 2565 ผด ำเปี 4 . พั ฒ น ำ ค รูให้ มี ศั ก ย ภ ำ พ ในกำรออกแบบกิจกรรมกำรเรียนรู้ ได้อย่ำงหลำกหลำยเหมำะสมกับ กำรพัฒนำผู้เรียนตำมบริบทที่ได้ อย่ำงมีคุณภำพโดยใช้เทคโนโลยี เครื่องมือที่ทันสมัย - ร้อยละของครูและบุคลำกร ทำงกำรศึกษำมีนวัตกรรมหรือ ง ำ น วิ จั ย ห รื อ ผ ล ง ำ น ท ำง วิ ช ำ ก ำ ร ที่ น ำ ม ำ ใ ช้ ในกำรปฏิบัติงำน - ร้อยละของข้ำรำชกำรครู และบุคลำกรทำงกำรศึกษำที่ มีและเลื่อนวิทยฐำนะสูงขึ้น N/A N/A


43 43 ผลกำร เนินงำน 2566 ค่ำเป้ำหมำย ปี หน่วยงำนรับผิดชอบ 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 40 10 40 10 50 10 50 10 50 10 สพป., สพม., สอศ., สกร., ศธจ. ศสส. สพป., สพม., สอศ., สกร.


4กลยุทธ์ที่ 3 เสริมสร้ำงกำรจัดกำรศึกษำเพื่อสร้ำงควำมเป็นพลเมืองสู่วิถีพอเพียง เป้ำประสงค์เชิงกลยุทธ์ 1. ผู้เรียนทุกช่วงวัยยึดมั่นในสถำบันหลักของชำติ กำรปกครองใน 2. ผู้เรียนทุกช่วงวัยเป็นพลเมืองที่มีคุณค่ำของสังคม มีคุณภำพชี ภูมิปัญญำท้องถิ่น มีจิตอำสำ และส ำนึกสำธำรณะและมีวิถีชีแนวทำงกำรพัฒนำ ตัวชี้วัดและค่ำเป้ำหมำย ข้อมูล พื้นฐำน ปี 2565 ผลกด ำเนินปี 251 . ส่ง เส ริ ม ก ำ ร ป ก ค ร อ ง ใน ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช ำ ธิ ป ไต ย อั น มี พ ร ะ ม ห ำ ก ษั ต ริ ย์ ท ร ง เ ป็ น ป ร ะ มุ ข ผ่ ำ น กระบวนกำรเรียนกำรสอน กิจกรรมสภำนักเรียนและกำร จัดกิจกรรมพัฒน ำผู้เรียนใน รูปแบบที่หลำกหลำย - ร้ อ ย ล ะ ข อ ง ห น่ ว ย ง ำ น ท ำงกำรศึ กษ ำ/สถำนศึ กษ ำ จัดกิจกรรมส่งเสริมควำมรักและ ร่วมรักษำสถำบันหลักแห่งชำติ ยึ ดมั่ นในกำรปกครองระบอบ ประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ ทรงเป็นประมุข - ร้อยละของผู้เข้ำร่วมกิจกรรม มีควำมพึงพอใจ 100 100 10102 . ก ำ ร ส ร้ ำง แ ละ ส่ง เส ริ ม ควำมเป็นพลเมืองดีตำมรอย พระยุคลบำล ด้ำนกำรศึกษำ สู่กำรปฏิบัติ รวมทั้งโครงกำร อันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ ที่เกี่ยวข้องกับกำรศึกษำ - ร้อยละของสถำนศึกษำ และหน่วยงำนมีกำรน้อมน ำ พระบรมรำโชบำย ประยุกต์ใช้ ในก ำรเรียนก ำรสอน/ใช้ใน ชีวิตประจ ำวัน 100 10


Click to View FlipBook Version