The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

9เนื้อเพลงลูกท่งหญิงแห่ซาวด์ลูกทุ่งกลาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Somboon Lekfun, 2023-08-02 03:54:40

9เนื้อเพลงลูกท่งหญิงแห่ซาวด์ลูกทุ่งกลาง

9เนื้อเพลงลูกท่งหญิงแห่ซาวด์ลูกทุ่งกลาง

ชีวิตเด็กท้องนา ชีวิตเด็ก ท้อง นา เกิด มา ท่ามกลางสายลม แสงแดด อยู่กับพี่น้อง ร่วมท้องสองคนฝาแฝด ท่ามกลางสายลมแสงแดด ที่แผดเผาอยู่กลางทุ่ง นา เช้า ตื่นขึ้นตอนกว่า แบก ไถ ไปทุ่งหมายมุ่ง ด ากล้า กลิ่นโคลนสาปควาย ติดกายหน้าอาย ขายหน้า นุ่งด าสวมด าไร้ค่า วาสนา อาภัพอับ จน เด็กท้องนา เกิดมาช่างเหมือนมีกรรม ตาก แดดหน้าด า ชอกช้ า หัวอกเหลือทน ถึงใครจะ ว่า ช่างเขา เพราะเรามันจน เกิดมา ทั้งที่เป็น คน กลัวอะไรกับเรื่องจนมี ชีวิตเด็ก ท้อง นา ศึก ษา ก็เพียงแค่ชั้น ป.4 อักษรตัว ก ถึง ฮ พอแล้วน้องพี่ จะจนข้นแค้น หรือดี มิใช่อยู่ที่ปริญญา


แม่พิมพ์ของชาติ ..แสงเรืองเรือง ที่ส่องประเทือง อยู่ทั่วเมืองไทย คือ แม่พิมพ์อันน้อยใหญ่ โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง เหนื่อยยากอย่างไร ไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง ครูนั้นยัง ล าพอง ในเกียรติของตนเสมอมา ที่ท างานช่างสุดกันดารในปาาดงไพร ถึงจะไกลก็ เหมือนใกล้ เร่งรุดไปให้ทันเวลา กลับบ้านไม่ทัน บางวัน ต้องไปอาศัยหลวงตา ครอบครัวคอยท่าไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน ถึงโรงเรียน ก็เจียนจะสายจวนได้เวลา เห็นศิษย์รอ อยู่พร้อมหน้าต้องรีบมาท าการสอน ไม่มีเวลาที่จะได้มา หยุดพอพักผ่อน โรงเรียนในดงปาาดอน ให้โหยอ่อน สะท้อนอุรา ชื่อของครูฟังดูก็รู้ชวนชื่นใจ งานที่ท าก็ยิ่งใหญ่ สร้าง ชาติไทยให้วัฒนา ฐานะของครู ใครใครก็รู้ว่าด้อยหนักหนา ยังสู้ทนอุตส่าห์ สั่งสอนศิษย์มาเป็นหลายปี *นี่แหละครู ที่ให้ความรู้อยู่รอบเมืองไทย หวังสิ่ง เดียวเพียงขอให้เด็กของไทยในผืนธานี ได้มีความรู้ เพื่อ ช่วยเชิดชูไทยให้ผ่องศรี ครูก็ภูมิใจที่ สมความเหนื่อย ยากตรากตร ามา.


คุณหมอคะ คุณหมอคะ หนูนอนไม่ค่อยจะหลับ กระส่าย กระสับ นอนไม่หลับมาหลายคืน ตีสองตีสามลุกขึ้น งุ่นง่ามหัวใจเต้นตื่น เดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งเดี๋ยวยืน สุด จะฝืนข่มตาหลับไหล คุณหมอคะ หนูมาไห้หมอช่วยตรวจ จะบีบจะ นวดเชิญหมอตรวจไห้ถึงใจ ตั้งแต่เจอหมอเมื่อตอน หมอมารักษาพิษไข้ โรคนั้นมันหายขาดไปมีโรค อะไรไม่รู้มาแซง ล้มตัวจะหลับ ก็กลับเห็นหน้าคุณหมอ ปวดหัว ปวดฟันเป็นต่อ เหมือนโรครอจะคอยฆ่าแกง กิน ข้าวเพียงนิด โถยังพาลผิดส าแดง กินน้ าชาก็พาแสลง กินน้ าแกงก็แสนจะกร่อย คุณหมอคะ หนูนอนไม่ค่อยจะหลับ โรคใหม่ มันทับ คอยหมอกลับมาหาหน่อย ยาฉีดยากินทั้ง วิตามินหรือยาช่วยย่อย รักษาโรคคงไม่ถอยเพราะ โรคมันคอยแต่คิดถึงหมอ ( * / ** )


น ้าตาเมียหลวง คุณเห็นดีแล้วหรือคุณเจ้าขา ที่คุณน าเมียน้อย มา บูชาเหนือเมียและลูก คุณท าอย่างนี้ คิดหรือ ว่าคุณท าถูก คุณไม่รักเมียรักลูก สิ้นความพันผูก ลูกน้อยตาด า ๆ คุณเห็นดีแล้วหรือจึงไม่คิด คุณลืมคู่ร่วมชีวิต ครั้งเคยยากไร้ต้อยต่ าทบทวนหน่อยซิ อย่าเห็นว่า ฉันพูดพร่ า เมื่อครั้งที่คุณต้อยต่ า คุณเคยระก ามา กับใคร *อยู่กินกันมา น้ าตาน้องไม่เคยตก พี่มาตบตี ต่อยชก น้องหรือจะทนพี่ไหว น้ าพริกถ้วยเก่า บัดนี้สิ้นรสหรือไร คุณจึงไม่พึงพอใจ จึงหาคนใหม่ เข้ามาขัดขวาง **ผัวจ๋าสงสารลูกเมียสักนิด อย่าเพลินหลง เดินทางผิด คิดถึงลูกและเมียบ้าง ลืมตาสักนิด อย่าหลงเมียน้อยแนบข้าง อย่าทิ้งลูกเมียไกลห่าง เห็นใจเมียบ้างเถิดผัวเอย ( * / ** )


ถ้าหัวใจฉันมีปีก หากดวงใจฉันมีปีกบิน เหลิงลอยเมฆินทร์ ได้ดั่งฝัน จะอยู่ไหนไม่เคยหวั่น ฉันบินมา พลันอยู่ใกล้เธอ แต่ บัดนี้เราห่างกันสุดกู่ เธอคงไม่รู้ว่าฉัน พร่ าเพ้อ ค่ าเช้าทุกวันฉันเฝ้ามอง.. เหม่อ คร่ าครวญเรียกเธอหาเธอเรื่อยมา *เฝ้าแต่ครวญเสียงเพลงฝากลม เพื่อคลาย ทุกข์ตรมท่วมอุรา ฝากกระซิบถึงเธอ..ว่า ทุก ค าสัญญาจดจ ามั่น **อีกไม่ช้าคงกลับมา..สู่ เคลียคลอชื่นชู้ เหมือนดังใฝาฝัน ยิ่งคิดคราใดฉันยังใจหวั่น หากเธอแปรผันฉันคงขาดใจ * / **


แว่วเสียงซึง วงศ์จันทร์ ไพโรจน์ ใครหนอดีดซึง ให้ข้าเจ้าซึ้งซ่าน ทรวงเอ๋ย ก่อนอ้ายพี่เคย ดีดซึงสอนข้า เจ้าฮัก ต่างฮู้ ใจกัน ทุกวันประจักษ์ พะเยาปาาสัก สลักเสียงซึงยังตรึง อุรา แว่วซึงคร่ าครวญ ให้ใจฮักปาวน จริงหนอ ข้า เจ้าเฝ้ารอเฝ้าคอยฮักอ้ายกลับ มา บ่ ฮู้ ใจ อ้าย ร้ายดังเขาว่า เสียแรงคอยท่า ข้าเจ้าฮักจริงยิ่งกว่า สิ่งใด *อ้าย เอย บ่ห่อนเยือนฮักข้าเจ้า อ้าย ลืม พะเยาล าเนาพงไพร ลืม ซึง ยังหวานซ่านซึ้งทรวง ใน เสียงซึงแว่วมาครั้งใด ให้ข้าเจ้า หลั่งน้ าตา **อ้ายเอยบ่มีใจฮัก ข้าเจ้า แล้วหนอ ลืมเหย้า ลืมหอ เรือนฮัก ของอ้าย ห่อน มา สิ้น ฮัก ข้า เจ้า บ่เยือนเห็นหน้า บ่ได้เห็นว่า อ้ายพี่นี้มา ฮักร่วมดีดซึง * / **


แว่วเสียงซึง เรียม ดาราน้อย ลมเหนือล่อง ม่านฟ้าผ่อง สดสวยตระการ ดอกไม้บาน เอื้องฟ้าตระหง่าน กลิ่นหอมกรุ่นมา ตีต๊ะติดตึง แว่วเสียงซึง เย็นซ่านอุรา ม่วนแต๊นา เสียงน้ าเซาะซ่า สู่แก่งหิน แว่วเสียงซึง คล้ายดังเสียงผึ้ง ภุมรินทร์ โบยโผ บิน ไปทั่วถิ่น ไพรสนท์ ข้าเจ้ากลัวใจ แมลงผึ้งไฝา เวียนวน กลัวเหมือนดังคน ที่ชอบซุกซน เร่รัก เรื่อยไป เพลงรักแว่ว ฟังพลิ้วแผ่ว มาแล้วแต่ไกล พา หัวใจ ล่องลอยฝันใฝา รักซึ้งอุรา ตีต๊ะติดตึง แว่ว เสียงซึง ดังก้องพนา แว่ววาจา อ้ายเคยอู้ว่า บ่จุ๊ หลอกลวง เพลงรักแว่ว ฟังพลิ้วแผ่ว มาแล้วแต่ไกล พา หัวใจ ล่องลอยฝันใฝา รักซึ้งอุรา ตีต๊ะติดตัง แว่ว เสียงซึง ดังก้องพนา แว่ววาจา อ้ายเคยอู้ว่า บ่จุ๊ หลอกลวง


เหมือนข้าวคอยเคียว ได้ยินไหมพี่ เสียงนี้ คือสาวบ้านนา พร่ าเพรียกเรียกหา ตั้งตานับเวลารอ คอย คอยเช้า คอยเย็น ไม่เห็น สัก หน่อย ปีเคลื่อน เดือนคล้อย รักเอ๋ยมา ลอย รักเอ๋ยมาลอยแรมไกล อีก เมื่อไร รักจะคืน รื่นรมย์ *ตะแบกบานแล้วร่วง สี ม่วง ที่พี่ชื่น ชม หรีดหริ่ง ระงม พี่ปล่อย น้องให้ ตรมคนเดียว รวงเอ๋ย รวงทอง ต้องร้าง คนเกี่ยว รวงข้าว คอยเคียว น้องนี้คอย เหลียว คอยนับวันรอ พี่มา กลับ เถิดหนา สาวบ้านนา ยังคอย ( * )


กุหลาบเวียงพิงค์


มนต์เมืองเหนือ บุษบาเสี่ยงเทียน


สันป่าตอง อ้ายเอยบ่มีใจฮักข้าเจ้า แล้วหนอ เฮาเคย จ้อยซอ ดีดซึงที่สัน ปาาตอง เฮาต่างสัญญา ฮัก ร่วม ใจปอง อยู่สันปาาตอง ครองฮักสุขสันต์ อ้ายเคยอู้ค า ฝากฮักครั้งแอ่ว ปอยหลวง อู้ ค าหวานทรวง บ่ฮู้จะลวง หลอกกัน ข้าเจ้าฮัก จริง เหนือยิ่งชีวัน บ่ฮู้บ่หัน อ้ายนั้นกลับมา *ดอกแมงวาย คล้ายดั่งหัวใจอ้ายนา ยาม สายลมพลิ้วพา แมงวายลิ่วถลา ล่องฟ้าสันปาา ตอง อ้ายท าบ่ฮู้บ่หันข้าเจ้า ทั้งปวง ข้าเจ้าช้ า ทรวง ที่ฮักอ้ายหลวง จักปอง อ้ายกลับ หัวใจ ของอ้าย เคยครอง โอ้สันปาาตอง หมองใจข้าเจ้าเอย


รอวันเธอใจเดียว


ความรักเหมือนยาขม ก่อนเคยรักดังดวงใจ พอรู้เธอมาเปลี่ยนแปร ไป ดังใจจะขาด รอนๆ เธอลืมฉันลง ไม่มั่นคง เหมือนดังแต่ก่อน แฝงไว้ด้วยรักกะล่อน แน่นอนหัวใจไม่มี หลอกฉันรักเพียงลมๆ ความรักเราเหมือน ดั่งยาขม ไม่รื่นชื่นชม ฤดี เธอแจกหัวใจ ไป ให้กับหลายสตรี รักที่เคยว่าดี เดี๋ยวนี้เป็นยา ขมไป วังเวงเหว่ว้า รักเธอเท่าฟ้า แต่เธอกลับมา ท าลาย เสียแรงรักคุณ เทิดทูนไว้เหนือดวงใจ มิน่าจะมาเปลี่ยนไป เสียดายที่รักกันมา จากกันแล้วไกลแสนไกล เธอมิได้รักดั่งจริงใจ อย่างฉันเคยปรารถนา รักเคยหวานชื่นเดี๋ยวนี้ ขมขื่น เป็นยา หากแม้ว่ามีชาติหน้า ขออย่า พบคนหลายใจ


กินข้าวกับน ้าพริก ดูรึมาถาม จู้จี้ทู่ซี้เกินใคร เจ้าชู้บ้านไกล ไก่แจ้ ท ามาแลตาปรอย ปากหวานจริงพ่อ รูป หล่อ จะมาขอ สัมพันธ์ เจอฉันแค่เพียง ชั่ว ครู่ดูมาท า ส าออย กินข้าวกับน้ าพริก ซิจ๊ะ ถึงได้สะ ได้สวย บ้านน้อง ใช่ร่ าใช่รวย มีแต่กุ้ง แต่หอย เก็บผักตักน้ า ตาม ประสา คนปาาคนดอย ค่ าลงอาบน้ า ตาม คลอง น้ าใน คลองน่าลอย ไม่เคยเสริมทรง องค์เอว ของเหลวของปลอม เหลือบยุงริ้นไร บิน ตอม ไม่ได้ตอมเนื้อกลอย ผู้ชาย หมายปอง เนื้อ นวล ต้องสงวนท่าทีอย่างดีเผลอไผล ให้มอง ก็ให้มองนิดหน่อย กินอะไรถึงสวย เพราะว่าสวยประจ า ธรรมชาติ สร้างมา ไม่ต้องทาหน้าตา ให้มันเหมือนลิเก เขาก็เก๋ เลิศลอย คนในกรุงนุ่งยาว สวมรองเท้าสูงจัง คงจะพลั้ง สักวันลองไปเดินบ้านฉันไม่ทันสามวา ตกคันนาตาลอย


แก้วรอพี่ พี่จ๋า พี่สัญญา ปีนี้แล้ว ไม่ มา แต่ง ค่า สินสอดก็ไม่แพง หรือ พี่แกล้ง ให้แก้วรอ เรื่อย ไป พี่จ๋า พี่แถวย่าน บ้านนี้เขา ว่า แก้วได้ หม้าย ขันหมากแล้วหรือไร แก้วแสน อับ อายเมื่อถูกหญิงชาย ประจาน ปีนี้ข้าวไม่ดีแก้วไม่ว่า แต่อย่าลืม ปีหน้า พี่ต้องมา แต่งงาน จะรออีกปีคราวนี้คงอีก ไม่นาน ใจ ไหวหวั่น กลัว พี่หลอกลวง พี่จ๋า พี่ส่วนตัว แก้วนี้พี่ ไม่ต้องห่วง จะไม่ขอ มีคู่ควง พี่อย่า หลอกลวง จงรีบ มา แต่งงาน


คอยเธอที่สถานี ยืนชะเง้อคอยเธอจะกลับมาหา ไม่รู้ว่าเธอจะ มารถขบวนไหน ฉันคอยคนดีอยู่ที่สถานีรถไฟ โอ้เหตุไฉนปาานนี้ท าไมเธอยังไม่มา ชะเง้อชะแง้เบิ่งตาแลเฝ้าแต่รอ นานแล้ว หนอเธอไม่กลับมาหา เธอนัดฉันไว้ท าไมเธอลืม สัญญา ฉันยืนคอยที่ชานชาลา ที่รักจ๋าจงมาเสีย ที ยืนใจเต้นเมื่อเห็นรถไฟสายด่วน ฉันยืนรอดู อยู่หลายขบวน ท าไมไม่เห็นเธอมีฉันยืนรอ เสียเวลาตั้งหลายนาทีหน้าตาก็ดีไม่น่าโกหก ตลกกับฉัน ยืนชะเง้อตาเหม่อคอยเธอกลับมา ยอดรักจ๋า เธอหลบหน้าไปไหนกัน ฉันทนรอ รอด้วยใจไหว หวั่น ไยเธอกลับมาแปรผัน แล้วฉันจะคอยใคร


ดาวเรืองดาวโรย ตอนท านา ข้าชื่อ ดาวเรือง พอเข้า ในเมือง ชื่อ ข้าเฟื่อง เลื่องลือ เป็นดารา หน้าปก หนังสือ เออ เอ้อ เอิง เอ่ย ข้าเปลื่ยนชื่อ เป็นแวว ดาว แววดาวเรือง ชักเหลือง เรืองรอง แมวจ้อง แมวมอง ความผุดผ่อง แพรว พราว ค าเยินยอ เอ่อ ออกันเกรียวกราว เออ เอ้อ เอิง เอ่ย ด้วยข้าสาว วิไล พาไปลอง ผ่าน กล้อง ถ่ายหนัง แหม ข้าเขินจัง แต่ข้านั่ง ภูมิใจ อนิจจา ข้าไม่ทัน ดังได้ ถ่ายมา ถ่ายไป ท้องข้าใหญ่ขึ้นมา นามดาวเรือง หรือนาม แววดาว สิ้นสด หมด สาว กลายเป็นข่าว กลับนา นามดาวเรือง โดนไอ้ หนุ่ม แซวมา เออ เอ่อ เอิง เอ่ย เรียกอีหม่า ดาวโรย


ตะวันลับฟ้า แสง สุริยาจวนลาเหลี่ยมโลก ลมเย็นไผ่เอนไหว โยก ลมโชยโบกพัดพลิ้วลิ่วมา จักจั่นเรไร หริ่งร้อง ก้องพนา จวนสิ้นแสงสุริยา ประหนึ่งว่าดนตรีสวรรค์ แสน สุดเสียดายมองไปใจเต้น ยามเมื่อตะวัน เย็นๆเคยว่ายน้ าเล่นเคียงคู่ร่วมกัน ตะวันลับฟ้าเสียง น้ าซัดซ่า ไหลเซาะล าธารเคยเด็ดดอกบัวสาบาน เห็นทุกวันแล้วเศร้าใจ โอ พี่จ๋า พี่ เอย ลืมง่าย จังเลย เปลี่ยนคู่เชยโอ้ใจ หนอใจลืม สัญญาที่เคยว่าไว้กอดหมอนนอน เดียวดาย คิดถึงแทบตายน้ าตาไหลริน เห็น หมู่นกกาถลาลมล่อง จับคู่จู๋จี๋ประคอง เหมือนพี่กับน้องเคยร่วมอยู่กิน ตะวันลับฟ้า พี่จ๋า น้องเฝ้าถวิล จะคอยจนชั่วชีวิน ตราบชั่วฟ้าดินน้อง ลืมไม่ลง


ถึงร้ายก็รัก ถึงร้ายก็รัก (ก็รัก ๆ )แม้รักจะร้าย..(จะร้ายๆ) เจ็บจ าจนตาย โถท าได้ไร้ความปราณี (ไร้ความ ปราณีไร้ความปราณี) หวัง เพียง ท าลาย ช่างร้าย สิ้นดีหลอกลวงข้านี้ ดั่งผีนั่นเชียว ถึงร้ายก็รัก..(ก็รักๆ) แม้รักจะร้าย..(จะร้ายๆ) สู้ทนด้านอาย มอบใจให้ ไว้เพียงคนเดียว (ไว้เพียง คนเดียวๆ) เขา ลา ร้างไป ห่างไกลไม่เหลียว ทนฝืนอยู่เดียว เปลี่ยวว้าเหว่ใจ รักนั้น ช่างโหดร้าย ช้ าใจไม่วาย ถึงตัวจะตาย ไม่ วายรักใคร่ หากเกิดมีมาร ผลาญใจ สู้ยอมทนได้ เทิดทูนดวงใจมอบไว้นิรันดร์ ถึงร้ายก็รัก..(ก็รักๆ) แม้รักจะร้าย..(จะร้ายๆ) สุดหักให้หาย ต้องก้มหน้า โศกาจาบัลย์.(โศกา จาบัลย์ๆ) เขาร้ายเพียงใด ก็ไม่แปรผัน ใจรักผูกพัน มั่นคงไม่คลาย


ทุ่งนางคอย มอง ลิบลิ่วแถวทิวพนา ใกล้ค่ าย่ าสนธยา กลุ่ม ชาวนาก็เริ่มจากงาน คุณพ่อเดินหน้า เราพากันเดิน กลับบ้าน ท้ายสุดนั่นคือแฟนฉัน เมื่อ ก่อนนั้น รักปาน จะกลืน สอง เราเดินเคียงคู่สุขสันต์ อยู่อย่างนี้ทุกวัน เธอกับฉันรักกันหวานชื่น เป็นบางโอกาส เรานัดพบ กันกลางคืน ว่ารักจะไม่เป็นอื่น จะยั่ง จะยืนไม่จากไม่จร แต่พอไม่นาน เธอจากบ้านเกิดเมืองเรา ทุ่งนาดู ช่างเงียบเหงา จากบ้านเราเข้าพระนคร คงลืมเสีย แล้วน้องแก้วเคยรักมาก่อนมันเหมือนเป็นลาง สังหรณ์ว่าต้องจรจากฉันไกล แล้ว ต่อมามินานเท่าไร ข่าวเธอนั้น หายไปก็ กระจายอายคนแถวนั้น จะรอจนกว่า เธอนั้นจะมา เยี่ยมบ้าน ฉันคอยเธอนานแสนนาน ไม่เห็นเธอนั้น ผ่านมาอีกเลย


นักร้องบ้านนอก เมื่อ สุริยน ย่ า สน-ธยาหมู่นกกาก็บินมา สู่รัง ให้ มาคิดถึง ท้องทุ่งนา เสียจัง ปาานฉะนี้คงคอยหวัง เมื่อไหร่จะกลับ บ้าน นา เมื่ออยู่เมืองกรุง ใจก็มุ่งแต่อยากจะดัง ด้วย ความหวัง อยากจะเป็น ดารา ล าบากล าบน ก็จะ ทน ก้มหน้า ก่อนจะจาก บ้านนา เพื่อนมันว่า ให้ อาย ก่อนจากบ้านมา เพื่อนมันว่า ให้ช้ าทรวง ไปเป็น นักร้อง ให้เขาล้วง มันเจ็บในทรวง ไม่หาย ไม่เด่น ไม่ดังจะไม่หันหลัง กลับไป ทุกวันคืนนอนร้องไห้อีก เมื่อไหร่จะโชค ดี เมื่อ สุริยน ย่ า สน-ธยา จะกลับบ้านนา ตอน ชื่อเสียง เรามีจะยากจะจน ถึงอดจะทน เต็มที่ นักร้องบ้าน นอก คนนี้จะกล่อมน้องพี่และแฟน เพลง


น ้าใจค้าแก้ว แฟนจ๋าแฟน แฟนอ้ายเปิ้นไปไหนล่า พอพบ หน้า บ่นหาว่าแฟนอ้ายหนีข้าเจ้าค าแก้ว ก็เห็นใจ แฟนอ้ายไม่มีสาวเหนือที่อยู่ไกลท าไมไม่แล เสียงพิณก้อง แซ่ซ้องเสียงซึงพื้นบ้าน วัน สงกรานต์ได้ผ่านเห็นอ้ายชะแง้ จะด้อมเดินมอง ค าหล้าหายไปเคยใส่ผ้าแพร เคยร าปางแม่ตีฉิ่ง เดี๋ยวนี้หายไป เสียงซึงก้อง เหม่อมองเห็นอ้ายก้มหน้า เช็ด น้ าตา อ้ายจ๋าค าแก้วใจหาย อยากเข้าไปทัก แต่ว่า เป็นหญิงจึงอายแสนอาย เห็นอ้ายร้องไห้รู้ไหมใจ คอไม่ดี ลืมเสียว่า ค าหล้าเปิ้นตายไปแล้ว ยังมีค าแก้ว อยู่ไกล้อ้ายต่อไปนี้ข้าเจ้าเห็นใจ ผู้ชายฮักจริงบ่ทิ้ง หน่ายหนีน้ าตาอ้ายที่ หลั่งแล้วค าแก้วซับเอง


บทเรียนราคาแพง ฉันทูนให้เธอ แล้ว ทุกสิ่ง แม้ความสาวสด เพริดพริ้ง ที่หญิง ห่วงหวงก็ถูกเธอลวงหลอก ท าลาย แต่ยิ่งให้เธอ รักที่พึงจะได้แทบไม่มี ขอใจที่จริง ให้หญิงบ้าง ลับตาเธอพูดถาก ถางว่าฉัน ง่ายไปพาลตัดเยื่อใยไมตรี ก็คนอย่าง เธอ หรือจะมาปรานี อาจ ไม่มีวันเจอ หรือคงมีใคร ที่งามล้ าเลอกว่า เธอจึงชืดชา มิ เคยมาปรนเปรอ ใจรักฉันเองที่มีภักดีต่อเธอ เสมอแต่เธอ ช่างโหดร้ายเหลือเกิน น้ า ตา ร่วงริน ไหลเคลียแก้ม เหมือนดัง กุหลาบแรกแย้ม ถูกเขาเด็ดดมชมเล่นด้วยใจ เพลิดเพลินก็อ่อนเดียงสา สมน้ าหน้าเหลือเกิน ที่ มัวเพลินค ายอ


โลกของผึ ง โลก สุดสวย อันแสนกว้าง ไกล มวล พิษภัยดูมาก มีแต่ชีวิต ในโลกทุกชีวียัง ต้องมีดิ้น รน ผึ้ง น้อย ตัวหนึ่งนี้ ดิ้นหนีพิษภัย ที่ ผจญ ต้อง ทุกข์ต้อง ทน เพื่อชีพตน และคน ร่วมเดิน ผึ้ง ผกผิน บิน ลอยลิ่วเคว้ง เอา เสียงเพลง แลก เงิน ผึ้ง ก็หวัง แฟนผึ้ง ยังไม่เมิน ปล่อย ผึ้งเดิน ที่สลัว ผึ้ง ได้กิน ใช่กิน เพียงตัว ทาง ครอบครัว ก็อิ่ม กัน


สยามเมืองยิ ม จงภูมิใจเถิด ที่เกิดเป็นไทย มิเป็นทาสใคร แหละมีน้ าใจล้นปริ่ม ทั่วโลกกล่าวขานขนานนาม ให้ว่าสยาม เมืองยิ้ม เราควรกระหยิ่ม ถึงความ ดี งาม คนเย็นใจซื่อ ได้ชื่อ ว่าไทย ร้อนมาจากไหน ชาติไทย ไม่เคย หวงห้าม ข้ามเขต ข้ามโขงถิ่นน้ า ขุ่น มาพึ่งใบบุญ เมืองสยาม เรายิ้มตาม ที่ท่าน ต้องการ เลื่องชื่อลือนาม สยาม มีแต่น้ าใจ ขอเตือนท่านผู้ อาศัย อย่าท าอะไรให้ไทยร้าวราน คนไทยใจซื่อ เขา ถือแต่โบราณกาล แค่เพียงข้าวสุกหนึ่งจาน ใครลืมของท่าน นั้น เนร คุณ คนไทยรักชาติแหละศาสนา เทิดองค์เจ้าฟ้า ผู้ ทรงเปี่ยมเนื้อนาบุญ ถ้าท่านเคารพ สิทธิ์ของไทย ท่านอยู่ต่อได้อีกนานทุน สยามใจบุญ ยังยิ้มเสมอ


สาวนาสั่งแฟน หากมีเวลา มาเยี่ยมบ้านนา บ้างเน้อพี่เน้อ อย่ามัวไปเห่อ แสงไฟในเมืองมั่งคั่ง อย่ามัวไปจ้อง ติดนักร้อง คนดัง ทุ่มเงินเป็นตั้ง แล้วก็ยังไม่ได้ตัว ได้กินไข่ดาว สดๆคาวๆ หอมๆฟุ้งๆ อย่าลืม บ้านทุ่ง ที่กินผักบุ้งแกงคั่ว เจอสาวงามทรง อย่า ไปหลง ตามัว ไปคว้ามามั่ว ระวังตัว หน่อยหนา เก็บเงิน ได้เท่าไรแล้วพี่ ลุงมาป้ามีพ่อของพี่ บ่นหา เมื่อไหร่ พี่จะกลับบ้านนา ช่วยส่งข่าวมา ล่วงหน้า จะได้ไหม หากพี่กลับมา ซื้อผ้าตาๆ ฝากน้องบ้างเน้อ อย่าให้คอยเก้อ นะพี่อยากมีเสื้อใหม่อย่าพาหญิง งาม กลับมาหยามน้ าใจ หากพามาได้แต่อย่าให้ สวยเกิน


สาวเพชรบุรี หนุ่ม ทุ่ง กระโจมทอง ฝากเพลงรักลอยล่อง สู่ห้อง ใจฉัน เสียงเพลงที่ครวญ ชวนใจหวั่น ฝาก ร าพันถึงเพชรบุรี. พบกัน ปีกลาย ก็เมือง-เพชรนั้นใกล้ ใกล้แค่นี้ แล้วใย ไม่มา หาเลยนี่ เกือบจะปีที่รอเช้าเย็น มีหนุ่มชาวกรุง ฝากความรักหมายมุ่ง ไม่ ว่างเว้น ถึงมีสร้อยทอง สองร้อยเส้น ก็ไม่เห็น หวังเรียงเคียงชม แล้วใคร ลืม ใคร ข่าวว่าพบรักใหม่ นคร-ปฐม น้องยังกล้ ากลืน ฝืนใจข่ม สุดระทม แสนทรมาน มอง ยอด เขาวัง ยอดเขาสูงคอตั้ง จนเสียดฟ้า โถ บุญ ลูกมีเพียงดอกหญ้า วาสนาจึงมาเป็นรอง สาวเมือง น้ าตาล ฝากเพลงล่องลอยผ่าน จาก ใจ น้อง ขอถาม สักค า ยังขุ่นข้อง ทุ่งกระโจมทอง ไหงมีสองใจ


สาวบ้านแพน โอ้บ้านแพน หัวใจ ข้าแสนระทม แพนบ้านให้ ความสุขสม ชื่นชมอยู่ตลอดมา อยู่ บ้านแพน ต่าง สุขแสนคอยท่า ต่าง เพ้อร าพันว่า ใน สัญญา ไม่ จากกัน น้ า เจิ่งคลอง นองทั่ว ลุ่มนาบ้านแพน ท าให้ ทรวงข้าแสบแสน แค้นใจพี่ไปจากพลัน น้ าแห้ง คลอง ลุ่มแพหนองแพนบ้าน ก็พี่ลืมค ามั่น ความสัมพันธ์ก็เหือดจางเบา พี่ลืม ยอดเถาต าลึงรายเรียง น้องเก็บเอามา แกงเลียง เพื่อมาเลี้ยง พี่ เจ้า แกงคั่ว ถั่วฝักยาว อีกน้ าพริกปลาเจ่า เราสองเราทนกินทนกลืน โอ้บ้านแพน ระทมครวญเสียงเพลงแคน นิ้วก้อยพี่เคยสวมแหวน แม้นพี่ยังทวงกลับคืน ลืม บ้านนา พี่ไปหาความชื่น สิ้นเสียงแคนเสียงคลื่น รอพี่คืน กลับบ้าน แพน


สาวสะอื น โอ้ตัวเรา คิดไปชวนเศร้าใจหนักหนา บ้านอยู่เขาล าเนาพนาแดนดงปาา เราเกิดมา อาภัพยิ่ง เมื่อมีชายหมายปองครองมั่น ท าให้หวั่น ใจหญิง ขอฝากรัก แต่มักไม่จริงยังเกรงกริ่ง นึกกลัวจริงจริงน้ าใจผู้ชาย เราเป็นหญิงชาวเขาปาาดง ชายประสงค์ เพียงหลงรูปกาย ได้ชมพอสมใจก็หน่าย ความหวานคลาย กลับกลายเป็นรอยน้ าตา เจ็บและอายเหมือนคนใจง่าย ใครเขาไม่ น าพา หญิงเช่นเรา อับเฉาเกิดมาไร้ราคา หัวใจวาจายังซื่อสัตย์เอย


สายน ้าไม่ไหลกลับ โอ้ความรักที่ร้างแรมไกล ดั่งสายน้ าไหลผ่านไป ไหลไปแล้วไม่เคยคืน มาหา สายน้ าเชี่ยวโกรกไหล วกวนแล้วไหลไป ไหล ไปแล้วไม่กลับมา คิดเปรียบไปก็คล้ายเหมือนว่า รักเอยไม่คืนหวนมา จากลาไปยังหนใด คิด ถึงเมื่อก่อนเคย รักฉันเป็นสุขเอย ไหนเลย จึงต้องจากไกล คอยเฝ้าคอยคร่ าครวญหวนไห้ รัก เอยจากไปแล้วไย จากไปเหมือนสายน้ าวัง ร้างไปร้างไกลสุดหวัง ล่องลอยไปไกลเหมือนดั่ง สู่วังแม่เอยสายชล ฉันสิยังคร่ าครวญเพ้อบ่น ไหว้ วอนให้สายน้ าวน ช่วยดลให้รักฉันคืน เขาคงไม่กลับมา หัวใจพร่ าเพรียกหา น้ าตา หลั่งนองกล้ ากลืน นอนหลับตาต้องผวาตื่น สายน้ า ไม่เคยไหลคืน ไม่คืนเสียแล้วรักเอย คงไม่คืนเสีย แล้วรักเอย


อายแสงนีออน แสงนวลนวล ชวนให้คนคลั่งไคล้ ดูเรืองวิไล แสงสุกใสนุ่มอ่อน นี่หรือ เขาเรียกว่าแสงนีออน ที่คนบ้านปาาผาดอน เข้ามานอน หลงแสง พบชายชาญ ชวนด้วยเชิงเจ้าชู้ พาไปเที่ยวดู แสงเลิศหรูมากแห่ง เพลิดเพลิน เผลอจิตไม่คิด ระแวง สุดท้ายมาเจอะสีแสง ห้องตกแต่ง โรงแรม กลาย เป็น แมงเม่าโง่เง่าทั่วไป ที่เห็น แสงไฟ นึกว่าเย็นชื่นแช่ม แสง นีออนสาดสะท้อนร่าง สาวจ้าแจ่ม ทั้งหมด หมดที่โรงแรมแล้วเขาเลย หลบหาย ฉันนอนคอย คอยเขาก็ไม่มา นอนกินน้ าตา แสนเหว่ว้า เหนื่อยหน่าย เจอะแสง นวลอ่อน นีออนฉันอาย ลาแล้วกรุงเทพใจร้าย อยู่ก็อาย แสง นีออน


อุทยานดอกไม้ ชมผกา จ าปาจ าปี กุหลาบราตรี พยอม อังกาบทั้งกรรณิการ์ ล าดวนนมแมว ซ่อนกลิ่น ยี่โถ ชงโคมณฑา สายหยุดเฟื้องฟ้า ชบาและ สร้อยทอง บานบุรียี่สุ่นขจร ประดู่พุดซ้อน พลับพลึง หงอนไก่ พิกุลควรปอง งามทานตะวัน รักเร่ กาหลง ประยงค์พวงทอง บานชื่นสุขสอง พุทธชาด สะอาดแซม พิศ พวงชมพู กระดังงาเลื้อยเคียงคู่ ดูสด สวยแฉล้ม รสสุคนธ์บุนนาค นางแย้ม สารภีที่ ถูกใจ งามอุบลปนจันทร์กระพ้อ ผีเสื้อ แมงปอ พร้อมเล็บมือนางพุดตาลกล้วยไม้ ดาวเรือง อัญชัน ยี่หุบมะลิวัลย์แลวิไล ชูช่อไสวเร้าใจ อุทยาน


ไทรโยกแห่งความหลัง ท่ามกลางสายลมโบยโบก ริมน้ าธารไทรโยค ดินแดนแห่งความหลัง ฉันยังจ าได้ใต้เงาร่มไม้บัง ตรงที่เราเคยนั่งอยู่กันเพียงสองคน ได้ยินเสียงลมเบาเบา กลางแสงนวลจันทร์ เจ้าดวงดาวเกลื่อนเวหน สายน้ าซัดซ่า หลั่งมา จากเบื้องบน คืนนั้นเราต่างคน อยู่ชิดกันไม่ ห่างไกล ไทรโยคเคยเป็นเหมือนแดนสวรรค์ ที่เธอกับ ฉันร่วมกันสร้างไว้ในใจ เดี๋ยวนี้ตรอมตรม เพราะ เธอมาเปลี่ยนไป เห็นไทรโยคทีไร ช้ าใจไม่อยาก ชม ท่ามกลางสายลม ไทรโยค คงเหลือความ เศร้าโศก ดวงใจสุดขื่นขม เสียงน้ าซัดซ่า หริ่ง เรไรร้องระงม เคยเหมือนเพลงชื่นชม กลับ คล้ายเพลงที่บาดใจ


แต๋วจ๋า แต๋ว จ๋า เห็นใจเถิดหนา แต๋วของพี่ พี่หลง รักแต๋วมานาน ทุกวันคิดถึงคนดี แต๋วไม่ ปรานีพี่บ้างหรือไร แต๋ว เอ๋ย ก่อนนี้พี่เคยมีน้องอยู่ใกล้ เดี๋ยวนี้ แต๋วจากไปไกล ทิ้งพี่ให้โศกอาลัย แต๋ว ไปอยู่ ไหน ไม่บอกพี่เลย พี่หลงรักแต๋วมานาน เห็นใจพี่เถิดตาหวาน อย่า ทรมานด้วยการเฉยเมย กลับมาเถิดหนา ที่รักอย่าช้านักซิทรามเชย แต๋วเอ๋ยเห็นใจ หน่อยซี. แต๋ว จ๋า กลับคืนบ้านนาเถิดนะขวัญพี่ แต๋วผิด พี่ ให้อภัย ถึงใครเขาไม่ปรานี กลับ เถิดคนดีพี่ยังต้องการ


ที่รักเรารักกันไม่ได้ ชาตินี้ที่รัก เราคง รักกันไม่ได้ เพราะว่าหัวใจ ของเธอนั้นมีเจ้าของ ฉันต้องสะอื้น กล้ ากลืนแต่ น้ าตานอง ไม่อาจจะเรียกจะร้อง ให้เธอนั้นมา เคียงใกล้ หัวใจของน้อง ร่ าร้องหาแต่เช้าค่ า แสนจะระก า น้ าตาไม่มีจะไหล อยากคิดลืมพี่แต่แล้วก็สุดหัวใจ อดห้ามหักใจไม่ไหว เพราะว่าหัวใจนั้นเป็นทาสเธอ ฉันรักเธอ ยิ่งกว่าใครใคร เธอจะรู้หรือไม่ ว่าใจ ฉันมั่นเสมอ ถึงจะมีชายอื่นที่ดีกว่าเธอ ฉันมั่นต่อ เธอเสมอ เพราะฉันรักเธอยิ่งนัก ชาตินี้ที่รัก เราคงรัก กันไม่ได้ เพราะว่าหัวใจ ของเรารักกันยิ่งนัก เพราะเธอมีคู่อยู่แล้วเธอ อย่า มารัก แม้หาก ชาติหน้ามีรัก ขอเป็นคนรัก คนแรก ของเธอ


น้องเป็นคนรักที่เท่าไหร่ น้อง เป็นคนรักที่เท่าไร พี่จึงเปลี่ยนใจ คอย หารักใหม่เสมอ หรือว่าตัวน้อง เปรียบเหมือน ผู้หญิงบ าเรอ ที่คอย เสนอ เสนอ ความ ต้องการ น้อง ไม่รู้คนที่เท่าไร พี่คงจ าได้ สัญชาติ ผู้ชายปากหวาน เจอะใครก็ทัก บอกรักพูดจา ฉะฉาน กี่คนแล้วพ่อปากหวาน ที่ท าหญิงนั้นช้ า ชอกอุรา ที่จริง เมียของพี่ก็มี คิดดูให้ดีลูกตั้งสามสี่ แล้วหนา ยังท าเจ้าชู้เมื่อไปอยู่ไกลตา เมียน้อย ที่รู้อีกห้า พี่ยังมีหน้าบอกว่าไม่มี น้อง เป็นคนรักที่เท่าไร บอกหน่อยได้ไหม ท าไมไม่ตอบเสียที ที่หนึ่งที่สอง น้องคงไม่ใช่ละซี พี่จ๋าช่วยตอบหน่อยซิ ว่าตัวน้องนี้รักที่เท่าไร


ปัญหาหัวใจ น้องอกหัก คนพ่ายรักช้ าใจ น้ าตาน้องต้อง ร้องไห้โธ่ใครๆเขาเมินหน่ายหนี ตกยากล าเค็ญ มองเห็นเพียง แต่พี่ พี่ธิดาพี่ศิราณี ช่วยตอบน้อง มีปัญหาหัวใจ รักคนแรก ต้องแยกย้ายร้างลา เขาเจ้าชู้ดูรู้ท่า เมื่อไกลตามีแฟนมากหลาย เมื่อเบื่อ ระอา พาล หาเรื่อง มาให้ ถูกทารุณ ด้านจิตใจ น้องทนไม่ไหว ขอไกลจากกัน พี่จ๊ะพี่จ๋า น้องหลั่งน้ าตาร้องไห้ มรสุมลูกหนึ่ง ผ่านไป ลูกสองซ้ าร้ายเหมือนใจโดนหั่น รักใหม่อีก คน สุดจะทนยิ่งเศร้าโศกศัลย์ เพิ่งรู้เขาหลอกมา นานเบื้องหลังเขานั้น มีภรรยา น้องแสนเบื่อ ไม่เชื่ออีกแล้ว ผู้ชาย ท าให้น้อง ต้องร้องไห้ เขาท าไมโหดร้ายพี่ขา ท าไมใจด า หญิงน้ าตา นองหน้าพี่ศิราณีพี่ ธิดา ช่วยซับน้ าตา น้องเถิดเอาบุญ...


บัญชารัก อยู่ห่างกันคนละทิศ ยังมามุ่งคิดชอบกัน ส่งใจและความฝัน เพ้อถึงทุกวัน ไม่อยาก คิดทวงสิ่งใด เช่นอย่างเธอเธอกับฉัน ยังมาใฝาฝันฝาก ใจ โอ้เธออยู่ห่างไกล หลายร้อยพันไมล์ คิดไปยิ่งแสนจะเศร้า โอ้ยอดรัก คนดี โธ่ปาานนี้ คิดถึงฉันบ้าง หรือเปล่า ส่วนใจฉันคิดทุกคราว หวังรักยืน ยาว นานเนาว์ตราบวันตาย อยู่ห่างกันคนละทิศ เธอคงไม่คิดนอกใจ แต่ยังหวั่นไม่หาย เพราะหนทางไกล อาจ ท าให้รักร้าวราน


ฝากดิน ดินเจ้าเอ๋ยข้าเคยอยู่ใกล้มาก่อน ดินอุ่น ร้อนหรือเย็นก็เป็นเพื่อนฉัน ยามเมื่อเขาร้างไป ไกล ใจก็ยังนึกหวั่นหวั่น นี่อีกสักกี่วันถึงมา ดินอ้างว้างระทมขื่นขมตรมเศร้า ดินก็ เหมือนเช่นเรารักเขาหนักหนา เขาเป็นเหมือน เจ้าดวงใจ ดินเรียกเขาคืนมา มา บอกเขาเถิด ดินจ๋าข้าคอย อภัย เถิด ดิน ได้แนบซบไอกลิ่น ดินนั้นอุ่น ไม่น้อย อุ่นอกเขา อุ่นอกเขา เราก็พลอย อุ่น จากรัก ที่ฝังรอย อุ่นไม่น้อย ประทับใจ ดินช่วยซับน้ าตาข้าขอลาจาก ช่วยฝากซาก รักเศร้าของเราได้ไหม ถ้าหากเขาไม่มาเยือน คงได้พบรักใหม่ ใหม่ ดินถมร่างฉันไว้ให้จม


ไหนว่าไม่ลืม ไหนว่าไม่ลืม ไม่ลืมไม่เลือน เหมือนเดือนคู่ฟ้า ไม่ทันแสงเดือนจะเลือนหลีกคล้อย ไม่ทันเมฆน้อย จะคล้อยผ่านมา ไม่ทันตะวันลับฟ้าก็ลืม (ผู้ชายนะ พ่อผู้ชาย ไม่ทันเท่าไหร่ก็ลืม) ไหนว่าไม่ลืม ไม่ลืมไม่เลือนชั่วเดือนแหละปี ไม่ จริงเหมือนค าพูดเลยสักครั้ง ไม่จริงเหมือนดังพูด เลยสักที ไม่ทันถึงปีแล้วพี่ก็ลืม (ไม่ทันถึงปีก็ลืม) น้ าค าผู้ชายพูดง่ายฟังยาก พูดจาซ้ าซากปากว่า ไม่ลืม พอมีรักสองมาครองอกเขา ก็พลันทิ้งเรา เปลี่ยนใจหลงลืม นี่แหละนิสัยผู้ชายชอบลืม (ผู้ชายนะพ่อผู้ชาย ไม่ทันเท่าไหร่ก็ลืม) ไหนว่าไม่ลืม ไม่ลืมสัญญาที่เคยผูกพัน จะเอา แน่นอน อะไรกับเขา เมื่อยามใกล้เราก็ท า ปากหวาน พูดพร่ าร าพันว่าจะไม่ลืม ผู้ชายนะโธ่ผู้ชาย (ไม่ทันเท่าไหร่ก็ลืม) ๆ ๆ


กอดหมอนนอนหนาว กอดหมอนนอนหนาว ร้าว ทรวงใน ยามนี้ต้อง เปลี่ยวใจ พี่คลายรักไปจากน้อง ทนขมขื่น กล้ า กลืนแต่น้ าตานอง ในฤทัยหม่นหมอง ครองแต่ ความช้ า หน้านี้หน้าหนาว สาว คร่ าครวญ ในหัวอก รัญจวน ปวดใจทุกคืนกลืนกล้ า ก่อนนั้น ผูกพัน สัญญาหวานค า รักเคยสุขเลิศล้ า ยังจ าถ้อยค าได้ ไหม ยามนิทรา เหน็บหนาวร้าวฤดี อ้อมกอดพี่ อบอุ่นและมีความหมาย ยังซาบซึ้งตรึงใจอยู่ไม่รู้ คลาย เคยมั่นหมาย กลับกลายใจยิ่งเหงา หน้านี้หน้าหนาว สาว หนาวจริง หนาวลมหา ไฟอุ่นอิง หนาวใจหาใครกันเล่า อกเอ๋ย ก่อนเคย ชิดเชยสองเรา บัดนี้ดูเงียบเหงา สาวนอนหนาว กอดหมอน


คนสุดท้าย ฉันจะรักคุณเป็นคนสุดท้าย คุณจะดีจะร้าย ก็จะหมายรักคุณแน่นอน ใครเขาจะลือ ว่าคุณคือ ผู้ชายกะล่อน ไม่มีที่ซุกหัวนอน พเนจรหมอนหมิ่น เซซุก ฉันจะรักคุณคนเดียวเท่านั้น ดูเถิดดูใจฉัน ไม่ เคยฝันถึงใครเท่าคุณ ฟังเสียงประณาม กล่าว เหยียบหยาม เหมือนดังเป็นหุ่น ได้ฟังยิ่งสงสาร คุณ ขอการุณเกื้อกูลคุณเอง ให้คุณเห็นดวงใจฉันเถิด รักคุณสุดแสนเลอเลิศ แสนประเสริฐขออย่าได้เกรง ขอให้ฉันเห็น คุณ เป็นยอดชายคนเก่ง พึ่งล าแข้งของตัวเอง ไม่หวั่น เกรงทุกข์ยากใดๆ ฉันจะรักคุณเป็นคนสุดท้าย คุณจะดีจะร้าย ก็ จะหมายรักคุณเรื่อยไป ความรักที่ฉัน มอบคุณนั้น เหลือร าพันได้ ขาดคุณก็เหมือนขาดใจ พร้อมพลี กายใจให้คุณครอง


คืนนี พี่นอนกับใคร ทุกคืนน้องนอนกับพี่ ค่ าคืนนี้พี่นอนกับ ใคร ทุกคืนน้องนอนกับพี่ ค่ าคืนนี้พี่นอนกับ ใคร โอ้พี่จ๋า ทุกคืนพี่มานอนคู่ โอ้ยอดชู้แล้ว พี่ไปอยู่หนใด โอ้พี่จ๋า น้องคอยพี่มาเคียงใกล้ เฝ้าอาลัย แล้วพี่เมื่อไรจะมา ทุกคืนน้องนอนกับพี่ ค่ าคืนนี้พี่นอนกับใคร ยังข้องใจ นักหนา น้องคอยค้อยคอยพี่กลับ จนพระจันทร์ลับลงนภา ไม่เห็นมาจนสิ้นคืน โอ้พี่จ๋า สัญญาไม่นอนที่อื่น เฝ้าทนกลืน น้ าตาสะอื้นเจ็บใจ ทุกคืนน้องนอนกับพี่ ค่ าคืนนี้พี่นอนกับใคร ๆ ๆ


รถด่วนขบวนสุดท้าย เสียง รถด่วน ขบวนสุดท้าย แว่วดัง ฟังแล้วใจ หาย หัวใจ น้องนี้แทบขาด พี่จ๋าลาแล้ว น้องแก้ว ต้องจ านิราศ ดั่ง ถูกสายฟ้าฟาด หัวใจ น้องจะขาด แล้ว. น้ า ตาหลั่ง รินรดหยดซ้ า อาบนองสองปรางชุ่ม ฉ่ า เอ่อล้น ท่วมท้นดวงแก้ว หัวใจสั่นหวิว เมื่อ ต้องลมฉิวพัดแผ่ว เสียง หวูดรถดังแว่ว ฟังแล้วมัน บาดใจ พี่จ๋า น้องขอลาก่อน ลาแล้ว เคหาห้องนอน ที่เคย พักผ่อนอาศัย น้องเป็นผู้แพ้ แพ้รัก สุดหัก ห้ามใจ ขืนอยู่ดูหน้าพี่ไป น้องคงช้ าใจ ตายแน่พี่ จ๋า. เสียง รถด่วน ขบวนสุดท้าย บอกเตือน เหมือน ก าหนดหมาย หยาดน้ าตาไหลนองหน้า ขออ าลา แล้ว ดวงแก้วมณีล้ าค่า หาก ว่าแม้นชาติหน้า มี จริง ค่อยเจอกัน


น้อยใจรัก สี่ในสี่ ห้องหัวใจ ฉันให้คุณหมด หมด ไม่มี เหลืออยู่ คุณ ไม่รักแล้วไม่เอ็นดู พอหัวใจคุณเปิด ประตู ไม่มีฉันอยู่ ในนั้นเลย เก็บความหม่น ทนระทม ทุกข์จมความโศก โลก สร้างมาเหลือเอ่ย ฉัน ทุ่มใจเพราะยังไม่เคย รักเขาเต็มใจหมดเลย พิโธ่เอ๋ยนี่โดนหนามยอก หัวใจของคุณ คงแบ่งปันสักพันสักหมื่น แต่ใจ ฉันนั้นมันขมขื่น เพราะคุณยื่นความช้ าความชอก ไม่รักฉันอยู่ตั้งนานแล้วไยไม่บอก ฉันรักคุณแล้วพูด ไม่ออก ให้คุณบอกไม่รักสักค า หนึ่งในสี่ ใจของคุณ ว้าวุ่นไปได้ ใช่ก็ใครเขา ท า เคย ห้ามใจโถมันไม่จ า แม้เขาจะพร่าจะย า เจ็บปวดช้ าก็ยังยิ้มรื่น


บาร์หัวใจ หัวใจฉันยังคล้าย ดังกับบาร์ จ าหน่ายสุรา อาหารและเบียร์ ร้อยชายมานั่ง ดื่มกิน ทั้งสิ้น ฉันเสีย หัวใจ ละเหี่ย ดื่มเบียร์ทุกวัน ฉันเมาหัวซุนรัก คุณกว่าใคร ฉันชั่วอย่างไร ใจรักผูกพัน ถึงคุณจะไม่อยากเจอ พาทเนอร์ อย่างฉัน คืนวันที่ผ่านมานั่นสุขใจ หัว ใจ เศร้า หมอง สี่ห้อง นั่นหนา เขา เปรียบเหมือนบาร์เปิด ใหม่ จึงไม่มีขา ประจ า ต้อยต่ าเกินไป สี่ห้องหัวใจ สิ้นไร้ ราคา หัวใจเหมือนบาร์น้ า ตาเหมือนเบียร์ ฉัน ดื่มจนเพลียเบียร์เหมือนน้ าตา หลงเพียงความ ใคร่ชั่วคืน สะอื้น ผวา คุณไม่กลับมาที่บาร์ หัวใจ


วิมานในฝัน ชื่นอารมณ์สุขสมฤทัย เมื่อใดหากคิดถึงเธอ ละเมอรักเธอสุดใจ ทุกคืนวันฉันเฝ้าฝันใฝา ว่าเธอ กับฉันอยู่ใน แคว้นแดน หิมพานต์ เฝ้ารอเธอชะเง้อรอคอย ด้วยใจเลื่อนลอยร้อน รน ฉันทนคอยเธออยู่นาน หลงรักเธอเพ้อสร้าง วิมาน ไม่อยากให้ฝันพ้นผ่าน เพียงฝันก็สุขหนัก หนา หากแม้นวิมาน ที่ฝันพังลง ฉันคงหมองเศร้า ปวดร้าวอุรา ขอวอนไหว้เทพไท้เทวา โปรดจงเห็น ใจเมตตา ช่วยพาคนรักกลับมา เมื่อยามนอนกอดหมอนละเมอ ว่าอกเธอนั้น แสนอุ่น แม้บุญเกื้อกูลหนุนพา ขอให้รักนั้นจง กลับมา กลับยังแดนวิมาน ความฝันพลันอย่า สลาย


สัญญารักปากช่อง จากปากช่องไปสู่เมืองวิไล หัว-ใจมาด่วน ลืมปากช่องแดนดง รักคงไม่ดูดดื่ม เหงื่อน้อง ไหลซึม ท าไร่ไถนา ข้าวโพด คงร้าง ข้าวฟาาง ขึ้นรา โอ้พี่จ๋า ลืมสัญญาเมื่อสา-ยัณห์ จากน้องสามปีอยู่วงดนตรี แล้วพี่มา เปลี่ยนผัน ไปหลงชาวฟ้า ลืมสัญญาผูกพัน นับเอ๋ยนับวัน วันที่จากไกล เงินทองของหมั้น เรานั้นว่าไง เหตุไฉน พี่ไปลับตา พี่ลืมรอยรัก ที่เราสลักฝังรักแนบอุรา ชาว ปาาอย่างเรา เขาคงไม่กลับมา เหลือเพียงน้ าตา เป็นเครื่องปลอบขวัญ ปากช่องคงช้ า หลงค า จ านรรจ์สร้างสวรรค์วิมานอันเลื่อน-ลอย


เสียงครวญจากสวนแตง เห็นสวนแตงกรอบแดงเป็นเถา โอ้อกสาว ปวดร้าวหวั่นไหว หนาวมาเยือนเหมือนเตือนใจ หนักว่ารักสลาย พี่จากน้องไป หลายปี นี่ก็หนาวอีกคราวแล้วหนอ พ่อหนุ่มฟ้ออย่ามัว รอรี ไร่คนอื่นเขาชื่นเขาฉ่ า ตลอดปี ร้าวฤดีรักเรา พี่จ๋า ฟังหน่อย น้ าอ้อยครวญเพลง บรรเลงรัก เก่าสวนแตงบ้านเรา ซบเซา ลมหนาว กระหน่ า ดินแยก ระแหง แห้งแล้ง ไร่แตงไม่มีคนท า หนาวใจ หนาวกายพลอยซ้ า พี่เอ๋ยใจด า ลืมค ามั่น สัญญา น้องคงหนาวอีกคราวใช่ไหม พี่จึงไม่กลับคืน บ้านนา สาวสวนแตงสิ้นแรงท าไร่อาลัยหา โอ้พี่ จ๋ากลับมาอย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม


Click to View FlipBook Version