กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore
Engage Explain Expand Evaluate
สาํ รวจคน หา (ยอ จากฉบับนกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนศึกษาขั้นตอน เทคนิค
วิธีการระบายสีนํ้าบนภาพราง การใช
สีใหถูกตอง และการใชปากกาเมจิก
ตัดเสน เพือ่ ทําใหภาพมคี วามคมชัด
เกร็ดแนะครู ขั้นที่ ๔ ระบายสี โดยระบายสลี งบนภาพรา งใหก ระจายไปทวั่ ภาพดว ยสเี รยี บๆ กอ น
จากนั้นคอยระบายเนนในบางบริเวณ ซึ่งการใชสีตองคํานึงถึงความถูกตองดวย
ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ วา เทคนิค วาเปน ภาพใด สําหรบั การเขียนภาพครง้ั นเ้ี ปน แบบไทยประยุกต การระบายสีจะเปน
ท่ีนํามาใชในการระบายสผี ลงาน แบบแบนเรยี บในลกั ษณะ ๒ มติ ิ มกี ารใชน าํ้ หนกั ออ น - แก และแสงเงาเขา มาชว ยบา ง
จิตรกรรมไทยประยกุ ตดังภาพ
ตัวอยา ง เปน การใชเทคนคิ
ผสมผสานกันระหวางสีเมจกิ กับ
สีนํ้า เพราะสีเมจิกจะมีคณุ ลักษณะ
ใหค วามสดใสและระบายใหผสม
กลมกลืนกับสนี ้าํ ได ซ่ึงการเลือกใช
เทคนคิ ในการระบายสขี ้ึนอยูกบั
ความถนดั และความชอบของ
แตล ะบคุ คล
นกั เรียนควรรู ขัน้ ที่ ๕ แตง ภาพโดยรวม หลงั ระบายสภี าพโดยรวมเสรจ็
เรยี บรอ ยแลว จะตดั เสน ดว ยปากกาเมจกิ ซงึ่ จะสะดวกกวา
ปากกาเมจกิ การตดั เสน ดว ยปากกา การใชพ กู นั และใหเ สน ทม่ี ขี นาดเทา กนั นบั วา เปน ขน้ั ตอนหนง่ึ
เมจิกจะสะดวกกวาการใชพูกันเบอร ท่ีตองใชความพิถีพิถันและความละเอียดออน ซ่ึงจะชวย
เล็ก เพราะจะใหเสนที่มีขนาดเทากัน ทําใหภ าพดูมชี ีวิตชวี าและมเี รอื่ งราวมากยงิ่ ขนึ้
โดยตลอด เหมาะสําหรับผูวาดภาพ
มอื ใหมท ม่ี อื ยงั ไมน ง่ิ และประสบการณ
ในการเขยี นภาพยงั มไี มม ากพอ สที ใี่ ช
ในการตัดเสนควรใชสีเขม เชน สีดํา
สีนํ้าเงิน สีน้ําตาล เปนตน เพราะจะ
ชวยขับเนนภาพใหเ ห็นไดช ดั เจน
4๘
นักเรียนควรรู
พกู นั เปนอุปกรณสําหรบั ใชใ นการระบายสี ซ่ึงมลี ักษณะทแี่ ตกตางกัน คอื พกู ันกลมพอง
ใชส าํ หรบั ระบายสใี นบรเิ วณพนื้ ทก่ี วา ง พกู นั กลมปลายแหลม ใชส าํ หรบั ระบายสวี ตั ถทุ ว่ั ๆ ไป
และพูกันกลมแบบปลายตัด ใชสําหรับระบายสีวัตถุที่เปนส่ิงกอสราง เพราะใหความรูสึก
เกีย่ วกบั โครงสรา งไดด ี
48 คูม ือครู
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore
Explain
Engage Expand Evaluate
สาํ รวจคนหา
ใหนักเรียนศึกษาเทคนิค ข้ันตอน
การเก็บรายละเอียดของผลงานใหมี
ความสมบูรณและสื่อความหมายได
อยางทอี่ อกแบบไว
ขน้ั ท่ี ๖ ตรวจสอบความสมบูรณเรียบรอย เกรด็ แนะครู
ของผลงาน โดยพิจารณาภาพรวมของผลงานวา
มีสวนใดท่ีขาดตกบกพรอง ก็ตอเติมเสริมแตง ครูอาจชแ้ี นะนกั เรยี นเปนความรู
ใหสมบูรณ เน่ืองจากผลงานลักษณะนี้จะเนน เพ่ิมเติมวา ภาพจติ รกรรมไทยจะมี
ในเรื่องของความพิถีพิถัน การระบายสี และ เอกลกั ษณเ ฉพาะ ทง้ั ลายเสน การใหส ี
การเก็บรายละเอียดของภาพจึงตองปฏิบัติอยาง การใชส ญั ลกั ษณ วธิ กี ารนําเสนอ
รอบคอบ มสี มาธิ และใจเย็น และอื่นๆ ทีจ่ าํ เปน จะตอ งวาดให
ถกู ตอ งตามแบบแผน ซ่ึงการไดดูภาพ
จติ รกรรมไทยบอ ยๆจะชว ยใหน กั เรยี น
สามารถจดจาํ แบบอยางนาํ มาใชไ ด
และเม่อื นักเรียนสรา งสรรคผลงาน
เสรจ็ แลว ครคู วรคัดเลือกผลงาน
5 ภาพ เพอื่ ใชเ ปน ส่ือประกอบ
การอธิบายใหนกั เรยี นเขา ใจวา
มีสวนใดท่กี ารวาดยังไมส อดคลองกบั
แนวทางการวาดภาพจติ รกรรมไทย
หรอื จิตรกรรมไทยประยกุ ต และ
แนวทางทีถ่ กู ตองควรเปน เชน ใด
ขั้นท่ี ๗ ลอกกระดาษกาวที่ติดขอบกระดาษวาดภาพออก ภาพจิตรกรรมไทย นกั เรยี นควรรู
ประยกุ ตก็เสร็จสมบรู ณ พรอมท่ีจะนาํ ไปใชป ระโยชน หรอื นาํ ไปออกแสดงได
กระดาษวาดภาพ มที ัง้ แบบ
4๙ เน้ือละเอยี ดและเนื้อหยาบ หรอื
แบบเรียบและแบบหยาบ ซง่ึ กระดาษ
นกั เรยี นควรรู แตละชนิดจะใหผลในการวาดภาพ
ที่แตกตา งกันออกไป โดยแบบเรียบ
ลอกกระดาษกาว การลอกกระดาษกาวท่ีผนึกภาพกับกระดาษรองเขียน ใหทําหลังจากที่สีและ เหมาะสาํ หรบั ใชก ับดินสอและสีไม
กระดาษแหงสนิทดีแลว และคอยๆ ลอกออก ไมควรลอกแบบกระตุก เพราะกระดาษท่ีวาดอาจ สวนแบบหยาบนิยมใชก ับสีท่มี ีน้ํา
ฉีกขาด หรือดึงกระดาษบางสวนออกมา ทําใหภาพเสียหายได ถาหากไมม่ันใจอาจใชไมบรรทัด เปนสว นผสม การเก็บรักษากระดาษ
ทาบตรงขอบกระดาษกาวดานในแลวคอยๆ ดึงออก หลังจากท่ีดึงกระดาษกาวออกหมดแลว ก็จะ ควรวางไวบนพนื้ ระนาบเพอื่ ไมใหเ กดิ
ทําใหภาพมีขอบสเ่ี หลี่ยมอยางสวยงาม รอยยับและรอยสกปรก รวมท้งั
ไมค วรเก็บกระดาษดว ยการมวน
ถา ไมจ าํ เปน เพราะจะทําใหกระดาษ
เสียรูปทรงได
คูมอื ครู 49
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain Expand Evaluate
Engage Explore
อธิบายความรู (ยอจากฉบับนกั เรียน 30%)
ใหนักเรียนชวยกันอธิบายข้ันตอน ๓. แนวทางการวิเคราะหผลงานทศั นศลิ ป
การเขียนภาพจิตรกรรมไทยประยุกต
ที่มีเรื่องราวสะทอนความเปนไทย วิเคราะหการใช้ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ องคประกอบของทัศนธาตุท่ีเห็นไดชัดเจนในผลงานช้ินน้ี
จากผลงานตัวอยาง แลวชวยกันสรุป ไดแ ก เสน และสี ซง่ึ เปน ลกั ษณะของจติ รกรรมไทยทจ่ี ะแสดงความละเอยี ดออ นของสงิ่ ตา งๆ ดว ยเสน และสี นอกจากนี้
ข้ันตอนในการเขียนภาพ เพื่อสราง กม็ รี ปู ราง รปู ทรง นาํ้ หนักออ น - แก และพน้ื ทว่ี างปรากฏอยูในผลงานอีกดวย
ความเขาใจรวมกัน
การออกแบบ ทง้ั เรอ่ื งราวและลกั ษณะของเสน มกี ารออกแบบทลี่ งตวั มคี วามเปน เอกภาพ มคี วามกลมกลนื กนั ดี
ขยายความเขาใจ แตด วยลักษณะของภาพทว่ี าดในแนวต้ัง และผสู รางสรรคต องการวาดตัวบุคคลลงไปทัง้ ครู วมกบั แนวหลงั คาทย่ี น่ื ออก
มาทางตอนบน ทาํ ใหนํ้าหนกั ความสมดลุ ของภาพเอียงไปทางขวาเล็กนอย
ใหนกั เรยี นสรางสรรคผลงาน
ทศั นศลิ ปแ บบจติ รกรรมไทย หรอื วิเคราะหรูปแบบ เนื้อหา และคุณคาในผลงานทัศนศิลป ผลงานชิ้นนี้ใชรูปแบบจิตรกรรมไทยประยุกต
จติ รกรรมไทยประยกุ ตทีม่ ีเนื้อหา มีลักษณะเปนแบบ ๒ มิติ ไมเนน ลวดลาย รปู แบบมคี วามคลายคลึงของจริงตามธรรมชาติ แตใ ชก ารวาดเสนใหมลี ลี า
สะทอ นเรื่องราวของสังคมไทย ออ นชอ ยตามลักษณะการเขียนภาพของไทย
วรรณคดีไทย พระพุทธศาสนา หรอื
ถา ยทอดประสบการณ จนิ ตนาการ เนื้อหา สื่อถึงเร่ืองราวขนบธรรมเนียมไทย วิถีชีวิตของคนไทยสมัยอดีต ซึ่งสังเกตไดจากลักษณะของทรงผม
มาคนละ 1 ภาพ โดยระบขุ อ มูล และการแตงกายของบุคคลในภาพ รวมทั้งสะทอนเร่ืองราวทางวัฒนธรรมวาผูคนสมัยกอนจะมีความผูกพันใกลชิด
ของผลงาน พรอมทง้ั วเิ คราะห อยูก บั พระพทุ ธศาสนา
ผลงานดว ย เสรจ็ แลวนําผลงาน
สง ครูผูส อน คุณคาของผลงานช้ินน้ี เปนภาพวาดท่ีสะทอนเร่ืองราวความเปนไทยไดอยางชัดเจน ผูสรางสรรคเลือกใชสี
ท่ีสดใส เพ่ือทําใหภาพดูแลวมีชีวิตชีวา รวมท้ังมีการใชน้ําหนักออน - แกและแสงเงาเขามาชวยสรางมิติ ถึงแมจะลด
ตรวจสอบผล ตัดทอนเทคนิค วิธีการ ไมทําตามอยางการเขียนภาพจิตรกรรมไทยแบบประเพณี แตผลงานโดยรวมเมื่อแลวเสร็จ
ออกมากย็ ังสามารถสะทอ นวาเปน ภาพเขียนจติ รกรรมไทยไดต ามวัตถปุ ระสงค
ครูพจิ ารณาจากการสรา งสรรค
ผลงานจติ รกรรมไทย โดยพิจารณา ô. การสรา้ งสรรค¼ ลงานทัศนศลิ ปà์ ¾èอ× ส×èอความËมาÂáละà˵กุ ารณ
ถงึ เทคนิค วธิ ีการในการปฏิบัตงิ าน
ความคิดสรา งสรรค การออกแบบ ผลงานทัศนศิลปที่สรางสรรคขึ้นมาน้ัน เปนเสมือนภาษาสากลที่สามารถจะสื่อความหมายใหผูชมเขาใจ
ความประณีตเรยี บรอย และการ ไดว า ผสู รา งสรรคม แี นวคดิ หรอื ตอ งการบอกเลา เรอื่ งราวใด ผา นเทคนคิ วธิ กี าร หรอื เนอื้ หาใด โดยจะยกตวั อยา งการ
วิเคราะหผ ลงานทเี่ สรจ็ สมบรู ณแลว นาํ ทัศนธาตมุ าออกแบบเปน ผลงานภาพวาดแบบงา ยๆ ทส่ี ือ่ ความหมายในชวี ิตประจาํ วนั ของผเู รยี นไดเปน อยางดี
นักเรียนควรรู “Ubud Market, Bali” (ค.ศ. ๒๐๐๒) และ “Lotus Cafe, Ubud, Bali” (ค.ศ. ๒๐๐๒) ผลงานของฮิลลารี ซมี อน (Hilary Simon) ศลิ ปินได้นาำ ภาพ
เสน การนําจุดหลายๆ จุดมาเรียง เหตกุ ารณ์ต่างๆ ทเี่ กิดขึ้นในชวี ติ ประจำาวันมาใช้เปน็ แนวคดิ เพ่ือถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานทัศนศลิ ป์ทม่ี ีความสวยงามลงตัว
ตอ กนั ไปในทศิ ทางใดทศิ ทางหนงึ่ เปน ๕๐
ทางยาว หรือสิ่งที่เกิดจากการขูด ขีด
เขยี น ลาก ใหเ กดิ เปน รวิ้ รอย เสน แตล ะ
ชนดิ จะใหค วามรสู กึ ทแ่ี ตกตา งกนั คอื
- เสน นอน ใหค วามรูสึกกวา งขวาง เงยี บสงบ นิ่ง ราบเรียบ
- เสน ตง้ั ใหความรสู ึกสงู สงา มั่นคง แข็งแรง รงุ เรอื ง - เสนโคง กนหอย ใหความรูสึกเคล่อื นไหว การคลีค่ ลาย ขยายตวั มึนงง
- เสนเฉยี ง ใหค วามรูสึกไมม น่ั คง เคลอื่ นไหว รวดเรว็ แปรปรวน - เสน ซิกแซก หรอื เสนฟนปลา ใหค วามรูสกึ รนุ แรง สับสนวุนวาย
- เสน โคง ใหความรูสึกออนไหว สุภาพ ออนโยน สบาย นมุ นวล - เสน ประ ใหค วามรูสึกไมตอ เน่ือง ไมม่ันคง ไมแ นน อน
เยายวน
50 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
ตัวอยาง คนไทยไมทง้ิ กัน กระตนุ ความสนใจ
๑. แนวคิด ครหู าภาพผลงานจิตรกรรม
เกี่ยวกบั การสื่อความหมาย หรอื
การสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปเ พอื่ สอื่ ความหมายและเหตกุ ารณ เปน งานจติ รกรรม บอกเลาเหตกุ ารณม าใหนักเรียนดู
ที่ใชเทคนิค วิธีการที่หลากหลาย โดยเนนการใชสีหลายประเภทมาผสมผสานกัน จากนน้ั ครตู งั้ คาํ ถามกระตนุ ความ
ในการสรางสรรคผ ลงาน บอกเลาเร่ืองราวเกย่ี วกับการบรรเทาทุกข การชวยเหลือ สนใจของนักเรยี นวา
บคุ คลท่ีประสบอุทกภัย เพื่อส่อื ความหมายถงึ ความมนี าํ้ ใจ ไมทอดทิง้ กนั ของคนไทย
เมื่อเหน็ เพ่ือนรว มชาติประสบกับความยากลาํ บากในชวี ติ • ภาพดังกลาวบอกเลาเรอ่ื งราว
เกย่ี วกับสิง่ ใด
๒. ข้ันตอนการท�า
• คณุ คาของภาพเขยี นแบบน้ี
สว นใหญส ามารถดไู ดจากสิง่ ใด
(แนวตอบ เร่ืองราวของภาพที่จะ
ไปกระทบกับอารมณความรูสึก
ของผชู ม เชน ภาพเดก็ ทอ่ี ดอยาก
หิวโหย เมื่อเห็นแลวก็ตองเกิด
ความรสู กึ เวทนา สงสาร เปน ตน )
สํารวจคนหา
ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ
การสรางสรรคผลงานจิตรกรรมท่ีใช
เทคนิค วธิ ีการทีห่ ลากหลาย โดยเนน
การใชส หี ลายประเภท จากหนงั สอื ใน
หอ งสมดุ เวบ็ ไซตใ นอนิ เทอรเ นต็ และ
แหลงการเรยี นรูตางๆ
เกรด็ แนะครู
ขนั้ ที่ ๑ เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ ซง่ึ ทง้ั หมดจะใชว สั ดุ อปุ กรณท ใ่ี ชก บั งานเขยี นเปน หลกั ครอู าจยกตัวอยา งเทคนคิ การ
ซ่ึงจะประกอบไปดว ยกระดาษขาว ๑๐๐ ปอนด กระดานรองเขียน ดินสอ ยางลบ ระบายสใี หส วยงามใหน ักเรียนฟง
พกู นั ขนาดตา งๆ สีนํา้ สเี มจกิ สีโปสเตอร ดนิ สอสี และจานสี 1 เทคนคิ คอื เทคนคิ การทํา
สกี ลมกลืน (Pastel Sketch
Techniques) เปน เทคนิคการทําสี
ใหก ลมกลนื จะเรม่ิ จากระบายสอี อน
ไปหาสเี ขม การระบายสตี องเลือกสี
๕๑ ท่ีกลมกลืนกนั และระบายตอ เนื่องให
มนี ้ําหนักเทา ๆ กนั ใหส ีผสมกนั ไป
ในตัว ไมแ ยกออกเปน ชั้นๆ สามารถ
ใชส ําลเี กลีย่ สีใหเ รียบเปน เน้ือเดียวได
คูมอื ครู 51
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore
Engage Explain Expand Evaluate
สํารวจคน หา (ยอจากฉบับนกั เรยี น 30%)
ใหนักเรยี นศึกษาข้นั ตอนการราง
ภาพบนกระดาษ การใชส เี มจกิ มาวาด
ทบั ลงบนภาพรา งกอ นทจ่ี ะระบายสนี า้ํ
เกร็ดแนะครู ข้ันที่ ๒ การออกแบบ หรอื การรา งภาพ เปน การรางบนกระดาษอยางเบามือ เปน
เคาโครงสังเขปใหสอดคลองกับหลักการออกแบบ คือ มีความเปนเอกภาพ มีความ
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เติมเกย่ี วกับสเี มจกิ กลมกลนื และมีความสมดลุ กันขององคป ระกอบตางๆ แตไมตอ งใสร ายละเอยี ดมาก
ใหน ักเรียนฟง วา สเี มจกิ เปน สีทบี่ รรจุ ท้งั น้ี เมือ่ ดูภาพรา งแลว ควรจะสอื่ ความหมายไดวาเปน เหตุการณเ กีย่ วกบั ส่ิงใด
อยูในแทงพลาสตกิ ไสสักหลาด
บางครง้ั เรยี กวา “ปากกาสกั หลาด”
มีท้งั เชอ้ื น้ําและเชอ้ื นํ้ามนั ซง่ึ เช้อื นํ้า
สามารถละลายนาํ้ ได สวนเชอื้ นํ้ามัน
เม่อื แหงแลวจะไมล ะลายนํ้า สเี มจิก
เปนสที ร่ี ะบายไดง า ย เพราะมี
ลกั ษณะคลายกับปากกา มที ้ังแบบ
ปากแหลมและแบบปากตัด ขอ ดขี อง
สีชนดิ น้ี คือ ระบายงาย ไมเ ลอะเทอะ
และขอเสยี คอื หากใชร ะบายใน
พ้ืนทกี่ วางๆ จะเกดิ รอยเปนเสนๆ
ทําใหงานไมสวย นอกจากน้ี สีเมจิก
ยังสามารถใชร วมกบั สีหมกึ และสนี า้ํ
ไดด อี ีกดวย สเี มจิกจะมใี หเ ลอื กใช
หลายสเี ปน ชุดๆ ตัง้ แตชุดละ 12 สี
24 สี 36 สี 48 สี จนถงึ 60 สี
นกั เรียนควรรู ขัน้ ท่ี ๓ ลงสีเมจิก ใชสีเมจิกวาดทับลงบนภาพรางในสวนท่ีสําคัญ สีเมจิกมี
คุณสมบัติใหสีสันสดใสและละลายน้ําได โดยสีเมจิกจะคอยๆ ซึมผสมกับสีน้ําท่ีจะ
ลงสเี มจกิ โดยปกตไิ มค วรใชป ากกา ระบายในลําดับตอ มา ในสวนท่เี ปนพ้ืนที่วาง เชน ทอ งฟ้า พ้ืนนาํ้ ใหเ วน วางไว เปน ตน
เมจิกสีดํามาวาดทับลงบนภาพราง
ยกเวนเน้ือหาท่ีเกี่ยวของตองใชสีดํา ๕๒
จริงๆ เนื่องจากเมื่อถูกน้ํา สีดําจะไป
ผสมกบั สอี ืน่ ทําใหส ีหมองลง ภาพจะ
ไมส ดใส
52 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
สํารวจคน หา
ใหนักเรียนศึกษาข้ันตอน เทคนิค
วิธีการระบายสีนํ้า การลงดินสอสีบน
ภาพราง ซง่ึ เปนการใชเ ทคนิค วธิ ีการ
ในการสรา งสรรคผลงานทศั นศลิ ป
ขนั้ ที่ ๔ ลงสีน้ํา ในสวนท่ีเปนทองฟ้า พ้ืนน้ํา และสวนอ่ืนๆ ของภาพ ท้ังน้ี เกรด็ แนะครู
การระบายสีนํ้าจะตองระมัดระวังมิใหไปละลายเอาสีเมจิกมาผสมจนมากเกินไป
และการระบายสีนํ้าใหคํานึงถึงแสงเงา ระยะใกล - ไกล รวมทั้งสวนสําคัญของภาพ ครูควรอธิบายเสริมเกี่ยวกับการ
ทีต่ อ งการจะเนนดว ย ใชสีหลายประเภทผสมผสานกันวา
ส่ิงสําคัญจะตองรูถึงคุณสมบัติของ
สีแตละประเภท เพื่อจะไดจัดเรียง
ลําดับวา ควรใชสีใดกอน - หลัง หรือ
ควรหลกี เลยี่ งการนาํ สปี ระเภทใดมาใช
ผสม เพราะถา จัดเรยี งลาํ ดบั หรอื ใชส ี
ไมถูกตอง อาจจะสงผลทําใหผลงาน
เกดิ ความเสียหายได ซ่งึ ประสบการณ
เหลานี้ ผูท่ีรักในผลงานทัศนศิลปจะ
ตองทดลองและศึกษาดวยตนเอง
บอ ยๆจะทาํ ใหเ กดิ ทกั ษะความชาํ นาญ
เปนความรตู ิดตวั ไปตลอด
นักเรียนควรรู
แสงเงา วิธีเขยี นภาพแสงเงาใหมี
ความสวยงามมีขั้นตอน ดงั ตอไปนี้
1. วาดภาพลายเสนของภาพถาย
หรือภาพตน แบบ
ข้ันที่ ๕ ลงดินสอสี เน่ืองจากดินสอสีมีคุณสมบัติไมละลายน้ํา จึงนํามาใชได 2. เขียนน้าํ หนกั แสงและเงาตามที่
เฉพาะบางบริเวณท่ีตองการตัดเสนใหแสงเงา หรือระบายเกล่ียใหสีของภาพมี เหน็ จากภาพตน แบบ โดยไล
ความกลมกลืนกนั โดยการระบายดนิ สอสีจะใชหลกั การเชน เดยี วกับการระบายสนี ้ํา นา้ํ หนักจากออนไปเขม คอื
คอื ตอ งพจิ ารณาถึงแสงเงาและระยะใกล - ไกลดวย สว นท่เี ปน แสงสวา งของภาพ
๕๓ หรอื สว นทโี่ ดนแสง ใหเ ขยี นเสน
หรือแรเงาเบาบาง และสว นที่
เปนเงามืดของภาพ ใหเขยี นเสน
หรือแรเงาเขม ตามลําดับ
3. เขยี นเงาของภาพใหทอดนอนไป
กบั พื้นตามแนวการสอ งของแสง
โดยเงาตองมีรปู รา งลักษณะ
เหมือนกับภาพตน แบบ
คมู อื ครู 53
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore
Engage Explain Expand Evaluate
สาํ รวจคน หา (ยอ จากฉบับนกั เรียน 30%)
ใหนกั เรียนศึกษาเทคนคิ วิธีการ
ระบายสีโปสเตอร ข้นั ตอนการเก็บ
รายละเอียดของผลงาน จนภาพมี
ความสมบูรณและสามารถสอ่ื
ความหมายและบอกเลาเหตุการณ
ไดอยางทีอ่ อกแบบไว
เกรด็ แนะครู ขน้ั ท่ี ๖ ลงสโี ปสเตอร จะใชส โี ปสเตอรน าํ มาตกแตง และเกบ็ รายละเอยี ดของภาพ
ในสวนท่ีระบายมาเกิน หรือปดทับสวนที่ตองแกไข รวมทั้งแตงแตมบางจุดใหเห็น
ครูแนะนําวิธีการระบายสโี ปสเตอร เดน ชดั โดยเฉพาะสว นทสี่ าํ คญั ของภาพทตี่ อ งการสอื่ คอื การมอบสงิ่ ของชว ยเหลอื
ใหน กั เรียนฟงวา วิธีการระบายสี เม่อื ดแู ลว สามารถส่อื ความหมายไดช ดั เจนวาเปน เหตุการณใด
โปสเตอรสามารถระบายดวยพูกัน
ซ้าํ ๆ กัน ในบรเิ วณเดมิ ได ซ่ึงจะมี
ความแตกตา งจากสนี ้ํา ถา ระบาย
ถูกนั ซํ้าๆ ไปมาหลายๆ ครั้ง จะทาํ
ใหสชี ํ้า สกปรก กระดาษจะเปนขยุ
ดแู ลวไมส วยงาม สาํ หรบั สโี ปสเตอร
นอกจากจะใชพ ูกันเกลยี่ สซี า้ํ ไดแลว
ยังนยิ มนํามาผสมกบั สขี าว เมอ่ื
ตอ งการใชส อี อน ซึ่งจะขนึ้ อยูกบั
ปรมิ าณสีขาวที่นํามาผสม และเมือ่
ตอ งการใชส ที ี่เขมขึ้นกผ็ สมสีดาํ
ลงไปในปริมาณมากนอยตาม
ความตองการ
นักเรยี นควรรู ขั้นที่ ๗ ตรวจความสมบูรณเรียบรอยของผลงาน ซึ่งจะใชส นี ้าํ สโี ปสเตอร และ
ดนิ สอสมี าเพมิ่ เตมิ ตกแตง แกไ ขในสว นทยี่ งั ไมส มบรู ณ ปลอ ยทงิ้ ไวใ หส บี นกระดาษ
สโี ปสเตอร กรณีท่ีตอ งใชสี แหง ดแี ลว จึงลอกกระดาษกาวออก จากนั้นจงึ นําผลงานไปใชป ระโยชนตอไป
โปสเตอรจาํ นวนมากเพือ่ ประหยดั
คาใชจาย อาจทําขน้ึ ใชเองไดง า ยๆ ๕4
ดวยการนําแปงมันมาผสมกบั
กาวลาเทก็ ซแ ละน้ําสี ในอตั ราสว น
15 : 20 : 20 ก็จะไดส ีโปสเตอรท ม่ี ี
คณุ ภาพไมแ พท่จี าํ หนายเปน ขวด
ในทองตลาด
54 คูม อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain Expand Evaluate
Engage Explore
๓. แนวทางการวเิ คราะหผลงานทัศนศลิ ป อธิบายความรู
วเิ คราะหการใช้ทัศนธาตุและหลกั การออกแบบ ผลงานทัศนศลิ ปชิ้นนี้ ถา ไมนบั เรือ่ งพื้นผวิ แลว จะเหน็ ถึง ใหนักเรียนชวยกันอธิบายขั้นตอน
การนาํ องคป ระกอบตางๆ ทางทศั นธาตมุ าใชอยา งครบถว น ทง้ั จดุ เสน รูปราง รูปทรง นา้ํ หนกั ออน - แก พืน้ ทวี่ า ง การสรางสรรคผลงานจิตรกรรมท่ีใช
และทเี่ ดนชดั กค็ ือ สี เทคนิคและวิธีการท่ีหลากหลาย เพ่ือ
สอ่ื ความหมายและบอกเลา เหตกุ ารณ
การออกแบบ ผูสรางสรรคม ีจดุ มงุ หมายทีจ่ ะวาดภาพท่สี ่ือความหมาย โดยใชเทคนคิ การนาํ สีหลายประเภทมา จากผลงานตวั อยา ง โดยเนน ถงึ เทคนคิ
ผสมผสานกนั และเนน ใหค วามสาํ คญั กบั เรอ่ื งราวในภาพทต่ี อ งสอื่ ความหมายออกมา ซง่ึ การออกแบบทาํ ไดอ ยา งลงตวั ทน่ี าํ มาใช
มีความเปนเอกภาพ โดยนําจดุ สําคัญของภาพที่ตอ งการสือ่ สารใหม าอยทู างดานหนา การจัดวางองคประกอบตา งๆ
มีความกลมกลืนกัน ไมมีสวนใดที่ขัดแยง สวนความสมดุลเห็นไดชัดเจนถึงการวางนํ้าหนักของภาพใหสมดุลกันทั้ง ขยายความเขาใจ
ดา นซา ยและดานขวา
ใหนกั เรียนแบงกลุม กลมุ ละ 5 คน
วิเคราะหรูปแบบ เน้ือหา และคุณคาในผลงานทัศนศิลป ผลงานช้ินน้ีเปนศิลปะรูปลักษณแบบ ๒ มิติ สรางสรรคผลงานจิตรกรรมเพื่อสื่อ
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ใหภ าพสอ่ื ความหมาย หรอื เหตกุ ารณอ อกมาได แตไ มเ นน การแสดงรายละเอยี ดของภาพ และการใหส ี ความหมาย บอกเลาเหตุการณ หรือ
ตอ งมีลกั ษณะเหมอื นจริงตามธรรมชาติ ถายทอดประสบการณ จินตนาการ
มากลุมละ 1 ชิน้ โดยแสดงออกถึงการ
เนื้อหา สื่อถึงเหตุการณการเกิดอุทกภัย มีความลําบาก เดือดรอนและมีผูนําสิ่งของไปชวยเหลือผูที่ประสบ ใชเทคนิค วิธีการที่หลากหลายในการ
อุทกภยั เนื้อหาของภาพสะทอ นถงึ ความมีน้าํ ใจ การชวยเหลือเกื้อกูล ไมทอดทิง้ กันของคนไทย สรางสรรค พรอมทั้งวิเคราะหผลงาน
ดวย เสร็จแลวนําผลงานสงครูผูสอน
คุณคาของผลงานช้ินน้ี นอกจากจะใหเทคนิค วิธีการในการสรางสรรคผลงานท่ีนําสีหลากหลายประเภทมา และสงตัวแทนออกมาบรรยายสรุป
ผสมผสานกัน มกี ารออกแบบจดั วางอยา งลงตวั และเปน การเขียนภาพทไี่ มต อ งเนน รายละเอยี ดแลว ยงั เปน ภาพทม่ี ี ผลงานทีห่ นา ชัน้ เรียน
เรอื่ งราว มวี ฒั นธรรม สามารถบอกเลา เหตกุ ารณไ ดโ ดยตรง ดแู ลว เขา ใจงา ย และสามารถสอื่ ความหมายไดเ ปน อยา งดี
ตรวจสอบผล
กจิ กรรม ศิลปป ฏิบตั ิ ๓.๒
ครพู ิจารณาจากการสรา งสรรค
กจิ กรรมท่ี ๑ ใหนกั เรยี นสรางสรรคผลงานทศั นศลิ ปแ บบ ๒ มติ ิ และ ๓ มิติ หรือแบบจิตรกรรมไทย โดยมีสาระ ผลงานทัศนศลิ ปเพ่อื สอื่ ความหมาย
กิจกรรมที่ ๒ เกี่ยวของกับการถายทอดประสบการณ หรือจินตนาการมา ๑ ชน้ิ เสร็จแลว สงครูผูสอน และเหตุการณ โดยพิจารณาจาก
ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ ๕ คน ใหแ ตล ะกลมุ เลอื กสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปเ พอ่ื สอื่ ความหมาย แนวคิดการใชเ ทคนคิ วธิ ีการท่ี
กิจกรรมที่ ๓ เปน เรือ่ งราว หรอื เพอื่ บรรยายเหตุการณตา งๆ มา ๑ ช้นิ เสรจ็ แลว ใหแ ตละกลุมนําผลงานมาแสดง หลากหลายในการสรา งสรรค
และสง ตวั แทนออกมาสรปุ แนวคดิ และความหมายทตี่ อ งการสอื่ สารหนา ชน้ั เรยี น กลมุ ละไมเ กนิ ๕ นาที การออกแบบ ความประณีตเรียบรอ ย
จงตอบคําถามตอ ไปน้ี และการวเิ คราะหผ ลงาน การบรรยาย
๑. กอนลงมอื ปฏิบัตผิ ลงานทศั นศิลป ผสู รางสรรคควรทาํ สง�ิ ใดเปน ลาํ ดับแรก ผลงานทเี่ สร็จสมบูรณแลว
๒. ผลงานทัศนศลิ ปแบบ ๒ มติ ิ และ ๓ มิติ มีความเหมอื นหรือแตกตางกนั อยา งไร
๓. จงวเิ คราะหร ปู แบบ เนอ้� หา และคณุ คา ในผลงานทศั นศลิ ปข องตนเองและผอู น่ื มาอยา งละ ๑ ผลงาน
๕๕ เกร็ดแนะครู
(แนวตอบ กิจกรรมศลิ ปปฏบิ ัติ 3.2
กจิ กรรมท่ี 3
1. ใชความคิดวา จะสรา งสรรค
ผลงานใด จะใหผลงานออกมา
เปน แบบใด จากนน้ั กร็ า งแบบเพอ่ื ถา ยทอดความคดิ จนิ ตนาการใหอ อกมาเปน เคา โครงทเ่ี ปน รปู ธรรม
ปรบั ปรุงแกไ ขแบบรา งใหสมบูรณ จากนั้นกจ็ ัดเตรียมวสั ดุ อุปกรณทจ่ี ะใชกอนลงมือปฏบิ ัติจรงิ
2. มคี วามแตกตา งกนั คอื ผลงานทัศนศิลปแบบ 2 มติ ิ จะมเี ฉพาะความกวา งและความยาว
สวนแบบ 3 มติ ิ จะมีความกวาง ความยาว และความลกึ
3. พิจารณาจากการวเิ คราะหผ ลงานของนกั เรียน โดยอยใู นดลุ ยพินิจของครผู ูสอน)
คมู อื ครู 55
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate
แหสลดกั งฐผานลการเรยี นรู (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 30%)
1. ผลงานทัศนศิลปแบบสื่อผสม เราสามารถจะนําทัศนธาตุและหลักการออกแบบมาสรางสรรคเปนผลงานทัศนศิลปไดอยางหลากหลาย
ท่ใี ชวัสดอุ ยางหลากหลาย
และการวเิ คราะหผลงาน รูปแบบ เทคนิค วิธีการ ท้ังทางดานจิตรกรรม ประติมากรรม ส่ือผสม และอ่ืนๆ ตลอดจนสามารถใช
ผลงานทศั นศลิ ปเ ปน สอ่ื เพอ่ื ถา ยทอดประสบการณ จนิ ตนาการ เพอื่ สอื่ ความหมายเปน เรอื่ งราว หรอื บรรยาย
2. ผลงานทัศนศิลปแ บบ 2 มติ ิ เหตุการณตา งๆ ได ซงึ่ ผูท ี่จะสรางสรรคผ ลงานไดด ี นอกจากจะศกึ ษาหาความรูในทางทฤษฎแี ลว หากหมนั่
และ 3 มติ ิ และการวเิ คราะห ฝก ฝนหาประสบการณจ รงิ อยา งสมา่ํ เสมอ กย็ อ มจะประสบความสาํ เรจ็ ในการสรา งสรรคผ ลงานทม่ี คี วามงาม
ผลงาน มีคุณคา อยา งทีต่ อ งการไดในทสี่ ุด
3. ผลงานทศั นศลิ ปแ บบจติ รกรรมไทย
หรอื จติ รกรรมไทยประยกุ ต
และการวิเคราะหผลงาน
4. ผลงานทศั นศลิ ปแ บบจติ รกรรมเพอื่
สือ่ ความหมายและเหตกุ ารณ
ทีใ่ ชเทคนิค วิธกี ารท่หี ลากหลาย
และการวเิ คราะหผลงาน
๕๖
56 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage
Explore Explain Elaborate Evaluate
เปา หมายการเรยี นรู
การวิเคราะหและอภิปรายรูปแบบ
เนื้อหา และคุณคาในงานทัศนศิลป
ของตนเองและผูอน่ื หรอื ของศิลปน
๔ กระตุนความสนใจ
หนวยที่ ครูใหนักเรียนดูภาพจากในหนังสือ
การวเิ คราะห์ผลงานทศั นศิลป เรียน หนา 57 จากน้ันครูต้ังคําถาม
ตวั ชีว้ ดั ก ารพิจารณาผลงานทัศนศิลปนอกเหนือไปจาก กบั นักเรียนวา
■ การวิเคราะห์และอภิปรายรูปแบบ เน้ือหา และคุณค่าในงาน ความงามทส่ี ามารถจะสมั ผสั ไดแ ลว ในผลงานยงั มเี นอ้ื หาสาระ • ภาพนเี้ ปน ผลงานประเภทใด
ทัศนศิลป์ของตนเองและผอู้ น่ื หรือของศลิ ปิน (ศ ๑.๑ ม.๓/๘) เทคนคิ วธิ กี าร รปู แบบ และอน่ื ๆ ปรากฏอยอู กี มากมาย การศกึ ษา (แนวตอบ งานประติมากรรม
เปน ผลงานการสรา งสรรคข อง
ถงึ แนวทางการวิเคราะหผลงานทัศนศิลป จะชว ยทาํ ใหผเู รียนมี ประตมิ ากร ช่อื เฮนรี มวั ร)
สาระการเรียนรูแกนกลาง ความรู ความเขา ใจ เกดิ ทกั ษะทจี่ ะนาํ ไปใชใ นการวเิ คราะหร ปู แบบ • ภาพน้ีบอกเลาเร่ืองราวเก่ยี วกับ
เนอ้ื หา และคณุ คา ของผลงานทศั นศลิ ปท งั้ ทต่ี นเองสรา งสรรค หรอื ส่ิงใด
■ การวิเคราะห์รูปแบบ เนอ้ื หา และคณุ ค่าในงาน ผอู น่ื สรา งสรรค รวมทงั้ ผลงานของศลิ ปน ตา งๆ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ (แนวตอบ ขึ้นอยูกับจินตนาการ
ทศั นศลิ ป์ มากยิ่งข้ึน ของผูชม ผลงานช้ินน้ีมีลักษณะ
เปน กง่ึ ไรร ปู ลกั ษณ โดยศลิ ปน ได
ตดั ทอนรปู รา งตามธรรมชาตขิ อง
คนใหผิดสัดสวน แตยังพอมอง
ออกวาเปนรูปรางคนกําลังนั่งกึ่ง
เอนกาย)
เกรด็ แนะครู
การเรียนการสอนในหนว ยนี้
ครคู วรสรปุ ใหนักเรยี นฟง วา เนอื้ หา
สาระในหนว ยน้ี มุงใหนกั เรยี นรูจัก
วิธกี าร วิเคราะหรปู แบบ เนอ้ื หา
และคณุ คา ในผลงานทศั นศลิ ป
ดังนัน้ การจดั กิจกรรมจงึ ควรมงุ เนน
ใหน ักเรยี นไดนําผลงานทศั นศลิ ป
หลากหลายประเภทมาทาํ การ
วิเคราะห
คูมอื ครู 57
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Elaborate Evaluate
สํารวจคนหา (ยอ จากฉบับนกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนไปสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ ๑. การวิàคราะ˼ลงานทัศนศลิ ป์
ความสาํ คญั และเหตผุ ลทจี่ ะตอ งมกี าร
วิเคราะหผลงานทัศนศิลป คุณสมบัติ การคิดวิเคราะห หมายถึง ความสามารถในการจําแนก แยกแยะองคประกอบตางๆ ของสิ่งใดส่ิงหน่ึง
ของผวู เิ คราะห จากหนงั สอื ในหอ งสมดุ ซึ่งอาจเปน วตั ถุ ส่ิงของ เรื่องราว หรอื ชนิ้ งาน และหาความสมั พันธเ ชงิ เหตุผลระหวา งองคป ระกอบตางๆ เพื่อคนหา
เว็บไซตในอินเทอรเน็ต และแหลง สิ่งท่ีตองการตามสภาพความเปนจริง
การเรียนรูตางๆ รวมทั้งตัวอยางผล
การวเิ คราะหเทาท่สี ามารถจะหาได ๑.๑ ความสาํ คัญ
การศกึ ษาในรายวชิ าทศั นศลิ ป นอกจากจะเรยี นรเู กยี่ วกบั องคค วามรทู เี่ ปน เนอ้ื หาสาระและการปฏบิ ตั งิ าน
อธบิ ายความรู เชิงสรางสรรคแลว สิ่งจําเปนและสําคัญอีกประการหน่ึงในการพัฒนาการเรียนรูใหครบถวนสมบูรณ ทั้งความรูและ
ทักษะ คอื การฝก ใหผ ูเรยี นไดมีความสามารถในการอภิปราย อธบิ าย แสดงความคดิ เหน็ วิพากษ วจิ ารณผลงาน
ครสู ุมนกั เรยี น 2 - 3 คน ออกมา ทัศนศลิ ปท่ีตนเองสรางสรรค และผอู ืน่ สรางสรรค ตลอดจนผลงานของศลิ ปนิ ตางๆ ไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม
อธบิ ายขอมลู เกี่ยวกบั ความสาํ คัญ การสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปไ มว า จะเปน งานจติ รกรรม ประตมิ ากรรม สถาปต ยกรรม และภาพพมิ พ มนษุ ย
และเหตุผลท่จี ะตองมีการวเิ คราะห ไดส รา งสรรคข น้ึ บนพน้ื ฐานของความตอ งการทจ่ี ะถา ยทอดความรสู กึ นกึ คดิ ทม่ี ตี อ ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มใหป รากฏ
ผลงานทัศนศลิ ป
เปน ผลงาน โดยใชแ นวคดิ และการออกแบบสรา งสรรค ดงั นนั้ การไดร บั รแู นวคดิ ของศลิ ปนิ ยอ มสามารถเชอื่ มโยงไปถงึ
เหตผุ ลของการเลอื กรปู แบบในการสรา งสรรคผ ลงาน ความตอ งการทจ่ี ะสอื่ เนอ้ื หาเรอื่ งราวออกมาใหม คี วามเหมาะสม
กลมกลนื กับรูปแบบทเี่ ลอื กใช ตลอดจนสงผลถึงระดับคุณคา ของผลงาน
เกรด็ แนะครู ดวยเหตุที่ผลงานทัศนศิลปเปนงานที่มีความมุงหมายในการถายทอดอารมณ ความรูสึก และความคิด
ของศิลปินไปยังผูดู ผูชม จึงสามารถถายทอดปรัชญา ความรูสึกนึกคิด และการรับรูไดหลายลักษณะ มีอิทธิพล
ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟง ในการชกั จงู โนม นา วใหผ ชู มมคี วามรสู กึ นกึ คดิ คลอ ยตามไปกบั ศลิ ปนิ ขณะเดยี วกนั กส็ รา ง
วา การวิจารณผลงานทัศนศิลปเปน ความสงสัยในผลงานดวยวา ศลิ ปินจะส่อื สารเรือ่ งใดและมีความหมายใดซอ นอยู
วัฒนธรรมใหมของสังคมไทย ท่ีมี
ความขัดแยงกับประเพณีดั้งเดิม ที่มี ๑.๒ คณุ สมบตั ขิ องผูวเิ คราะห
กรอบทางความคิด ความเชื่อ และ
คานิยมแบบออนนอมถอมตน หรือ ในการวเิ คราะหผลงานทัศนศลิ ป ปจจัยประการแรกท่ตี อ งมี คอื ตัวผลงาน ซง่ึ จะเปน งาน
เช่ือฟงผูอยูฐานะสูงกวาตน ปจจุบัน จติ รกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพมิ พ หรอื งานประดษิ ฐส รา งสรรคต า งๆ กไ็ ด จากนน้ั จะตอ งมเี กณฑ
แ บ บ ค ว า ม คิ ด เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร แ ส ด ง การวเิ คราะห ซงึ่ ในระดบั ชนั้ นจี้ ะเนน เรอื่ งการวเิ คราะหร ปู แบบ เนอื้ หา และคณุ คา ในผลงาน
ความคิดเห็นและการวิจารณได ทัศนศิลป เกณฑก ารวเิ คราะหจ งึ เปนเร่ืองของการวิเคราะหร ูปแบบของงานและโครงสรา ง
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เปด ทางการมองเห็น ซึ่งจะประกอบไปดวยคุณคาทางเนื้อหาและคุณคาทางสุนทรียภาพ
โอกาสใหม กี ารแสดงทศั นะอยา งกวา ง นอกจากองคประกอบดังกลาวแลว ตัวผูวิเคราะหยังเปนปจจัยสําคัญของการวิเคราะห
ผูท จ่ี ะทาํ การวิเคราะหผลงานทศั นศลิ ปไ ดอยา งมคี ุณภาพ ควรมคี ณุ สมบตั ิดงั ตอ ไปนี้
ขวางและหลากหลายเพิ่มมากข้ึน
โดยเฉพาะเรื่องของศิลปะสมัยใหม
ท่ีมีการพัฒนาอยางไมหยุดยั้ง ทั้ง
รูปแบบ เน้ือหา และเทคนิค ผูศึกษา “Spoonbridge and Cherry” (ค.ศ. ๑๙๘๗) ผลงาน
ของแคลส์ โอลเดนเบริ ก์ (Claes Oldenburg)
จาํ เปน ตอ งเขา ใจความหมาย ความคดิ ๕๘
และการแสดงออกจากผลงานเหลา นน้ั
ซ่ึงแนนอนวาการวิจารณผลงาน
ทัศนศิลปจะเปนวิธีการหนึ่งที่จะ
เช่ือมตอการรับรูระหวางผูสรางสรรค
ผลงานทัศนศิลปกับผูชมผลงานทัศนศิลปได โดยผูวิจารณจะตองมีคุณสมบัติของ
นกั วจิ ารณผ ลงานทศั นศลิ ปอ นั เหมาะสม เขา ใจแนวทางการวจิ ารณผ ลงานทศั นศลิ ป
ไดอยางเปนข้ันเปน ตอน รวมท้ังสามารถนาํ เสนอความคิดเพิ่มเตมิ ไดโดยปราศจาก
อคติลาํ เอยี ง
58 คมู ือครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
๑) มคี วามรทู างดา นทศั นศลิ ป์ โดยจะตอ งมคี วามรพู น้ื ฐานพอสมควรทางดา นทศั นศลิ ป เขา ใจหลกั การ อธบิ ายความรู
ออกแบบ มปี ระสบการณใ นการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปใ นดา นตา งๆ มาบา ง รวมทง้ั เขา ใจหลกั เกณฑท จี่ ะนาํ มาใช ใหน ักเรยี นรวมกันอธิบายเก่ยี วกบั
ในการประเมนิ คณุ สมบัตขิ องผูทาํ การวเิ คราะห
ผลงานทัศนศลิ ปที่ดีวาจะตอ งมี
๒) มคี วามสามารถในการวเิ คราะห รวมทงั้ การตคี วามและประเมนิ คา เนอื่ งจากผลงานทศั นศลิ ปห ลายชนิ้ คณุ สมบัตอิ ยางไร โดยนําตวั อยา ง
การวิเคราะหผลงานทศั นศลิ ป
ศิลปินอาจมิไดส่ือความหมายออกมาโดยตรง นอกจากน้ี ยังตองเปนคนชางสังเกต คนหา แยกแยะรายละเอียด มาแลกเปลีย่ นกนั ศกึ ษา
ทซ่ี อนอยูในผลงานได
เกร็ดแนะครู
๓) มีความสามารถในการบูรณาการความรู โดยสามารถเชื่อมโยงความรูจากการวิเคราะหของตน
ครูอธิบายเสริมวา ผูท่ีจะวิเคราะห
ใหเ ขา กบั สาระความรอู ่นื เชน สงั คม การเมอื ง ศาสนา ภมู ิปญญา ความรทู ัว่ ไปทง้ั ไทยและสากล เปนตน เพอ่ื จะได ผลงานทศั นศลิ ปไ ดด นี น้ั ควรมคี วามรู
บรรยายเชอื่ มโยงคุณคา ของผลงานทศั นศลิ ปน ้ันๆ ใหผ อู นื่ เขา ใจไดมากย่ิงข้ึน ในเรือ่ งการเขียนวิเคราะห วจิ ารณ
และแสดงความคดิ เห็นอยางถูกตอ ง
๔) มคี วามสามารถในการบรรยาย โดยใชภ าษาทที่ าํ ใหผ อู นื่ เขา ใจงา ย เหน็ ภาพตามทตี่ อ งการจะสอื่ สาร ซง่ึ นกั วิจารณผลงานทศั นศลิ ปที่ดีจะ
ตองมีคณุ สมบัตดิ ังตอไปน้ี
ไมควรใชคาํ ศัพทยาก หรอื เปน ภาษาวิชาการเฉพาะดาน ทัง้ นี้ ควรบอกถึงเทคนคิ วธิ ีการที่ศิลปินใชใ นการสรา งสรรค
ผลงานชน้ิ นั้น 1. ควรมีความรเู ก่ียวกบั ศลิ ปะ
ทง้ั ศลิ ปะประจําชาติและศิลปะ
๕) มคี วามเปน ประชาธปิ ไตย ยอมรบั ฟง ความคดิ เหน็ ทแี่ ตกตา งออกไปจากตน เนอื่ งจากผลงานทศั นศลิ ป สากล
ชนิ้ เดยี วกนั สามารถมองไดห ลายแงม มุ โดยจะขน้ึ อยกู บั ประสบการณ อารมณ ความรสู กึ นกึ คดิ ภมู หิ ลงั ของผวู เิ คราะห 2. ควรมคี วามรเู กีย่ วกบั
จึงไมอ าจใชแนวทางใดท่ีเฉพาะเจาะจงได ความงามของสงั คมหน่ึงอีกสังคมหน่ึงอาจจะเห็นวา ไมง ามก็ได ประวตั ศิ าสตรศ ลิ ปะ
๖) ทนั ตอ โลกยคุ ขอ มลู ขา วสาร ปจ จบุ นั โลกมกี ารเปลยี่ นแปลงไปอยา งรวดเรว็ มแี นวคดิ เทคนคิ วธิ กี าร 3. ควรมีความรูเกย่ี วกับ
สุนทรียศาสตร
เร่ืองราวใหมๆ ทางดานทัศนศิลปเกิดขึ้นอยูตลอดเวลา ผูที่ทันตอเหตุการณความเปนไปของโลก ยอมจะสามารถ
ทําการวิเคราะหผลงานไดม ปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขน้ึ 4. ตอ งมีวสิ ยั ทัศนกวางขวางและ
ไมค ลอยตามคนอื่นไดงา ย
เกรด็ ศลิ ป
5. กลาที่จะแสดงออกทั้งทเี่ ปน
การวเิ คราะหผ์ ลงานทัศนศิลปก์ ับการวิจารณ์ผลงานทัศนศิลป์ ไปตามหลักวชิ าการ ตาม
คาำ ทง้ั ๒ คาำ ขา้ งตน้ มคี วามหมายใกลเ้ คยี งกนั มาก หรอื เปน็ สว่ นหนง่ึ ของกนั และกนั ซง่ึ มกั จะ ความรูสกึ และประสบการณ
พบเห็นบ่อยๆ ว่าจะเรียกรวมกันไปว่า “การวิเคราะห์วิจารณ์ศิลปะ” อันที่จริงคำาทั้ง ๒ คำานี้
มคี วามหมายท่ีแตกตา่ งกัน กล่าวคอื นักเรยี นควรรู
การวิเคราะห์ผลงานทัศนศลิ ป ์ หมายถึง การศึกษาองค์รวมของผลงานทัศนศลิ ปอ์ ยา่ ง ความรทู างดานทัศนศลิ ป ถอื เปน
แยกแยะเป็นส่วน เป็นประเด็น ท้ังในดา้ นทศั นธาต ุ องค์ประกอบศลิ ป์ และความสมั พนั ธต์ า่ งๆ คุณสมบัติขอ แรกทีส่ าํ คัญท่ีสดุ ซงึ่ ผู
รปู แบบ เนื้อหา คณุ คา่ เทคนคิ วิธีในการสร้าง เพ่อื นาำ ขอ้ มลู ที่ไดม้ าประเมินผลงานทศั นศลิ ป์วา่ มี วเิ คราะหผลงานทัศนศิลปจะตอ งมี
รปู แบบ เนอ้ื หา คณุ คา่ ทางด้านความงาม อารมณ ์ และความรูส้ กึ อยา่ งไร และถาเปนผูปฏิบัตงิ านทัศนศิลปใ น
สาขานัน้ ๆ ดว ยแลว ก็ยิง่ จะทาํ ให
การวิจารณ์ผลงานทัศนศิลป์ หมายถึง การแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน ผฟู งเกิดความเช่อื มนั่ ตอขอมูลการ
ทศั นศลิ ป์ตามความรู ้ ความเข้าใจของผู้วจิ ารณ์ โดยใชห้ ลกั เกณฑ์และหลักการของศลิ ปะ วิเคราะหม ากย่งิ ขนึ้ เพราะสามารถ
ด้วยการติชม เสนอแนะ เพื่อให้ได้ข้อคิดนำาไปปรับปรุงและพัฒนาผลงาน หรือใช้เป็น จะอธบิ ายผลงานไดอยางลมุ ลึก ให
ข้อมูลในการประเมินตดั สนิ ผลงานทัศนศลิ ป์ สาระความรูท เ่ี ปน ประโยชนม ากกวา
ผูที่รูทฤษฎเี พียงอยางเดยี ว
๕๙
คูมอื ครู 59
นักเรียนควรรู
การวิเคราะหผลงานทัศนศิลป เปนการพิจารณาแยกแยะศึกษาองครวมของผลงานทัศนศิลป
ออกเปนสวนๆ ทีละประเด็น ทงั้ ในดา นของทศั นธาตุ องคประกอบศลิ ป และความสมั พนั ธตา งๆ
รวมถึงดา นเทคนิค วิธีการแสดงออก เพ่ือนําขอมูลทไี่ ดน้ันมาประเมนิ ผลงานทศั นศลิ ปวา มีคุณคา
ทางดานความงาม ทางดา นสาระ และทางดา นอารมณค วามรูส กึ อยางไร
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
กระตนุ ความสนใจ (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 30%)
ครูนําภาพผลงานทศั นศลิ ป ò. รปÙ áบบ¢อง¼ลงานทศั นศลิ ป์
หลายๆ ประเภท มาใหนกั เรียนดู
แลว ใหน ักเรียนชวยกนั จําแนกวา รปู แบบของผลงานทศั นศลิ ปท ศ่ี ลิ ปนิ ไดส รา งสรรคข นึ้ มานน้ั มอี ยดู ว ยกนั หลายลกั ษณะ หลายเทคนคิ วธิ กี าร
ภาพใดเปนศิลปะแบบรูปลกั ษณ การสื่อสารผานทางผลงานทัศนศิลปของศิลปินแตละแขนงไปสูผูชม จะมีรูปแบบเปนลักษณะเฉพาะอยาง มีความ
ศิลปะแบบไรรปู ลักษณ และศิลปะ หลากหลายของการแสดงออก ไมวา จะเปนเนื้อหาดา นความรัก ความงาม ความสุข ความนากลัว ความเกลียดชงั
แบบกึง่ ไรรปู ลักษณ จากน้นั ครู ความหดหู ความเศรา หมอง ลวนเปน การสรา งสรรคดวยหลักการทางศลิ ปะทัง้ สิน้ โดยใชอ งคป ระกอบของทัศนธาตุ
ตัง้ คําถามกระตุนความสนใจวา นาํ มาจดั วางตามหลกั การจดั องคประกอบศลิ ป ทําใหเกดิ ผลงานที่มีคุณคาทางสนุ ทรยี ภาพ
• ภาพใดดเู ขา ใจงา ยทส่ี ุด ผลงานทศั นศลิ ปเ ปรยี บไดก บั รสชาตขิ องอาหาร ซงึ่ จะมีรสชาตทิ ี่แตกตา งกนั ไปตามลักษณะของเชอื้ ชาติ
เพราะเหตุใด ภาษา ศาสนา ความเชอื่ วถิ ชี วี ติ ตลอดจนธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม และดว ยเหตทุ ง่ี านทศั นศลิ ปม รี ปู แบบหลากหลาย
(แนวตอบ ภาพศลิ ปะแบบรปู ลกั ษณ์ จึงเปนการยากท่ีจะทาํ ความเขา ใจลกั ษณะรูปแบบตา งๆ ไดท ง้ั หมด จงึ มีการนําลกั ษณะรว มบางประการของผลงาน
เนอื่ งจากเรามปี ระสบการณอ ยู มาเปนเกณฑในการแยกประเภทและจัดหมวดหมูใหชัดเจน เพ่ือใหสะดวกแกการศึกษาทําความเขาใจ ซึ่งสามารถ
แลว วา รปู ราง รปู ทรงแบบนีค้ อื จัดแบงได ๓ ประเภท ดงั ตอ ไปน้ี
สิ่งใด)
๒.๑ ศิลปะรูปลักษณ (Figurative Art)
• การจาํ แนกประเภทรูปแบบของ
ผลงานสามารถดไู ดจ ากส่งิ ใด ศิลปะรปู ลักษณ หรอื ศิลปะแบบรปู ธรรม เปน ศลิ ปะทีแ่ สดงลกั ษณะของรูปราง รปู ทรงอยางชัดเจน เชน
(แนวตอบ ใชสายตาสมั ผสั กบั รปู ลกั ษณะของคน สตั ว และสง่ิ อนื่ ๆ ทพี่ บเหน็ ในธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม เปน ตน ศลิ ปะรปู ลกั ษณเ กดิ จากประสบการณ
ผลงาน แลวประเมินวา ผลงาน ทศ่ี ลิ ปนิ ไดพ บเหน็ สรรพสง่ิ ตา งๆ แลว นาํ มาเสนอเปน ผลงานทศั นศลิ ปโ ดยไมม กี ารเปลย่ี นแปลง หรอื บดิ เบอื นความเปน จรงิ
ดังกลาวมีรปู ราง รปู ทรงที่ เห็นและถายทอดรูปลักษณไปตามนั้น เพียงแตเพิ่มเติมแนวคิดสรางสรรคลงไปในผลงาน มีการปรับเปล่ียนเพ่ือให
เหมือนจริงตามธรรมชาติ เกิดความสวยงาม ซงึ่ อาจเปน สี แสงเงา หรือบรรยากาศของภาพ
มากนอ ยเพียงใด)
รปู แบบทสี่ รา งสรรคเ ปน การนาํ เสนอความจรงิ และ
สาํ รวจคนหา ขอ เทจ็ จรงิ ตา งๆ ในสง่ิ ทศ่ี ลิ ปนิ เหน็ ตามธรรมชาติ ตลอดจน
วถิ ชี วี ติ ความเปน อยขู องผคู นในสงั คม เชน ภาพจติ รกรรม
ใหน ักเรยี นไปสบื คน ขอ มูลเกยี่ วกับ พระอาทิตยต กที่ชายทะเล ตลาดนํา้ บา นเมอื ง หรืองาน
รปู แบบของผลงานทัศนศลิ ป ประตมิ ากรรมรูปเหมือนคน สตั ว ส่งิ ของตา งๆ เปนตน
จากหนังสอื ในหองสมุด เว็บไซต
ในอนิ เทอรเ น็ต และแหลง ๒.๒ ศลิ ปะไรร ปู ลกั ษณ (Non-Figurative Art)
การเรียนรตู า งๆ
“Still Life - Fruits” (ค.ศ. ๒๐๐๗) ผลงานของอิศรา (Isra) ศิลปะ ศิลปะไรรูปลักษณ หรือศิลปะแบบนามธรรม
อธบิ ายความรู รูปลักษณ์ (Figurative Art) จะเน้นการถ่ายทอดรูปร่างลักษณะของ เปนศิลปะที่แสดงออกทางสุนทรียภาพ ไมเนนความ
ส่ิงตา่ งๆ ทเี่ หมือนจริงตามธรรมชาติ เปน จรงิ ของรปู รา ง รปู ทรงตามธรรมชาติ แตเ นน ทอี่ ารมณ
ใหนักเรียนนําขอมูลจากการสืบคน ความรูสกึ โดยผูช มสามารถรบั รูและเกิดความซาบซง้ึ ได
มาอธบิ ายลกั ษณะของศลิ ปะแบบ มากนอยไมเทากัน ข้ึนอยูกับความรูสึกของแตละบุคคล
รปู ลักษณแ ละศิลปะแบบไรร ปู ลักษณ โดยไมจ าํ เปนตอ งสอดคลอ งกบั ศิลปนิ
พรอมแสดงภาพตวั อยางประกอบ
การอธบิ ายดวย ๖๐
60 คูม ือครู เกร็ดแนะครู
ครูควรอธิบายเพิ่มเติมวา การดูงานศิลปะแบบไรรูปลักษณ เริ่มแรกผูชมจะตองตัดใจ
ไมพ ยายามดใู หร วู า เปน รปู รา ง รปู ทรงใด เพราะจะทาํ ใหด ไู มร เู รอ่ื ง เนอื่ งจากศลิ ปน ผสู รา งมไิ ดใ ช
รูปแบบ หรือกฎเกณฑข องธรรมชาติมาสรา ง ผชู มจงึ ไมส ามารถใชพื้นฐานประสบการณเดิม
ที่เคยพบเห็นมาตีความได การดูศิลปะรูปแบบนี้ใหใชจินตนาการ หรือความรูสึกนึกคิดของ
ผชู ม และตคี วามตามทต่ี นเขาใจ ซง่ึ ไมจ ําเปน ตองเหมอื นกับศลิ ปนก็ได
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
ลักษณะของผลงานศิลปะแบบไรรูปลักษณ อธิบายความรู
มักจะสะทอ นแรงบันดาลใจ ความรู ความสามารถ และ ใหนักเรียนอธิบายขอมูลเกี่ยวกับ
ลกั ษณะของศลิ ปะแบบกง่ึ ไรร ปู ลกั ษณ
บุคลิกภาพของศิลปิน ไมใหความสําคัญกับธรรมชาติ โดยเปรยี บเทยี บกบั ศลิ ปะรปู แบบอน่ื ๆ
วามีความแตกตางกันอยางไร
สิ่งแวดลอมตามที่ตามองเห็น แตจะใหความสําคัญกับ
นักเรยี นควรรู
ทศั นธาตุ เชน เสน สี รปู รา ง รปู ทรงตา งๆ เปน หลกั บางครงั้
ศิลปะแบบไรรูปลักษณ หรือ Non-
ผลงานอาจมีตนแบบมาจากรูปทรงที่เปนของจริง หรือ Figurative art ซ่ึงสามารถสังเกตได
จากภาพที่ศิลปนตองการสื่อความ
เร่อื งราวทีเ่ กดิ ขึ้นจริง แตศ ลิ ปนิ จะใชความคดิ สรางสรรค หมาย กลา วคอื ศลิ ปะแบบไรร ปู ลกั ษณ
เปนแบบอยางท่ีแยกความรูสึก หรือ
ดดั แปลงใหม คี วามแตกตา งออกไปจากเดมิ เชน ดดั แปลง อารมณจ ากรปู ทรงทเ่ี ปน จรงิ แสดงให
เห็นถึงสุนทรียภาพ จัดเปนทัศนศิลป
รปู ทรงเดมิ ใหบ ดิ เบย้ี ว วาดภาพใหพ รา มวั ไมช ดั เจน เปน ตน ท่ีสามารถรับรูและซาบซึ้งไดตาม
เอกตั ภาพ โดยไมจ าํ เปน ตอ งเปน อยา ง
หรอื ใชจ งั หวะของรปู ทรงจดั วางใหม ลี ลี าซา้ํ ๆ กนั ตดั ทอน เดียวกับความต้ังใจของผูสรางสรรค
ผลงาน ศลิ ปะแบบไรร ปู ลกั ษณ จงึ เปน
“Number 1” (ค.ศ. ๑๙๕๐) ผลงานของพอล แจก็ สนั พอลล็อก (Paul รูปทรงที่สลับซับซอนใหเปนรูปทรงงายๆ จนแทบจํา ลกั ษณะทศั นศลิ ปท ส่ี กดั ความรสู กึ โดย
Jackson Pollock) ผลงานศลิ ปะแบบไรร้ ปู ลักษณ ์ (Non - Figuretive รูปทรงเดิมไมได เชน ผลงานศิลปะแบบส่ือผสม ภาพ รวมจากสภาพ หรอื สงิ่ แวดลอ มอนั เปน
Art) ผู้ชมสามารถตีความเร่ืองราวของภาพได้อย่างกว้างขวางตาม จติ รกรรมที่สอ่ื ถงึ ความเปน นามธรรมตางๆ เปนตน โลกภายนอก นํามาแสดงใหปรากฏ
จินตนาการของตนเอง ดวยส่ือ และวัสดุตางๆ ความรูสึกท่ี
สัมผัสผลงานไดนั้น จะผานคุณภาพ
๒.๓ ศลิ ปะกึง่ ไรร ปู ลกั ษณ (Semi-Figurative Art) และบุคลิกภาพของผูสรางสรรคออก
มาการถา ยทอดผลงานทศั นศลิ ปจ ะไม
ศิลปะก่ึงไรรูปลักษณ หรือศิลปะแบบก่ึงนามธรรม เปนผลงานทัศนศิลปท่ีมีการตัดทอนรูปทรงบางสวน สนใจในเรื่องธรรมชาติตามที่ตาเห็น
แตจ ะใหความสาํ คญั กบั สว นประกอบ
ออกไปจากรูปทรงทปี่ รากฏจริง โดยตัดทอน หรือดัดแปลงใหม คี วามแตกตางไปจากรูปราง รปู ทรงทมี่ องเหน็ ตามท่ี การเหน็ หรือทัศนธาตเุ ปนหลัก
เปนจริงในธรรมชาติ หรือกลาวไดอ ีกอยา งหนึง่ วา “เปนผลงานทศั นศลิ ปทอี่ ยูร ะหวางรปู ธรรมและนามธรรม”
โดยรปู แบบอาจจะเปลยี่ นแปลงจาก
รูปทรงธรรมชาติไปเพียงเล็กนอย หรืออาจ
เปล่ียนแปลงไปมากจนไมสามารถจดจํา
รปู ทรงเดมิ ได มลี กั ษณะเปน นามธรรม
มากหรอื นอ ยกไ็ ด ซง่ึ อตั ราสว นของ
ความเปน รปู ธรรมกบั นามธรรมจะมี
มากนอ ยเพียงใดน้นั จะขน้ึ อยกู บั
แนวคิดของศิลปนิ เปนหลกั
ตวั อยา่ งผลงานประตมิ ากรรมของเฮนรี มวั ร์ (Henry Moore) ทีแ่ สดงรปู ร่างและท่าทางของมนุษย ์ โดยตัดทอน
รายละเอียดลงไปมาก แตก่ ย็ ังสามารถส่ือความหมายออกมาให้ผชู้ มเขา้ ใจได้
๖๑
นกั เรยี นควรรู คูมอื ครู 61
เฮนรี มัวร (Henry Moore) เปนประติมากรช่ือดังชาวอังกฤษ ผลงานที่โดดเดนของเขาจะเปน
ผลงานศิลปะแบบกึ่งไรรูปลักษณ หรือกึ่งนามธรรม เปนรูปราง รูปทรงของมนุษยที่ลดทอนจาก
สภาพจรงิ ตามธรรมชาตใิ หม ลี กั ษณะเปน นามธรรมมากขนึ้ และแสดงทา ทางอยใู นอริ ยิ าบถตา งๆ ซงึ่
สามารถมองดผู ลงานไดโ ดยรอบ อนั ไดก ลายเปน เอกลกั ษณเ ฉพาะทท่ี าํ ใหผ คู นจดจาํ ผลงานของเขาได
เปน ศลิ ปน อกี คนหนง่ึ ทพี่ พิ ธิ ภัณฑส าํ คัญของโลกนําผลงานไปตัง้ แสดง
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
ขยายความเขา ใจ (ยอ จากฉบับนกั เรียน 30%)
1. ใหนกั เรยี นแบงกลมุ กลุมละ “Blue Segment” (ค.ศ. ๑๙๒๑) ผลงานของวาซลี ี คนั ดนิ สก ี (Wassily การทําความเขาใจเก่ียวกับงานศิลปะแบบ
3 คน ใหแตละกลมุ หาภาพ Kandinsky) จากภาพเป็นผลงานจิตรกรรมแบบกึ่งไร้รูปลักษณ์ กงึ่ ไรร ปู ลกั ษณ หรอื กงึ่ นามธรรมคอ นขา งมคี วามซบั ซอ น
ตวั อยางผลงานศิลปะแบบ (Semi - Figurative Art) ในแบบทด่ี ูเข้าใจงา่ ย เพราะส่ือเร่อื งราวของ เพราะตองแปลความหมายดวยการสังเกต เปรียบเทียบ
รูปลกั ษณ ศิลปะแบบไรรูปลกั ษณ ภาพออกมาโดยตรง อัตราสวนของรูปธรรมและนามธรรมใหเขาใจชัดเจนวา
และศลิ ปะแบบก่งึ ไรร ปู ลักษณ อัตราสวนที่ลดตัดทอนลงไปในการถายทอดรูปแบบทาง
แบบละ 3 ตวั อยา งตดิ ลงกระดาษ รูปธรรมกับนามธรรมหนักไปในทิศทางใดมากกวากัน
แลว เขยี นสรุปลกั ษณะของศลิ ปะ โดยปกตศิ ลิ ปนิ ผสู รางสรรคผ ลงาน มักจะเรม่ิ สรางสรรค
รปู แบบนน้ั รวมท้ังความรสู ึกและ ผลงานของตนจากรูปธรรมกอน เมื่อมีทักษะฝมือและ
ความเขาใจ เมือ่ ชมผลงานรูปแบบ ประสบการณ มคี วามเขา ใจโลกมากขน้ึ จงึ คอ ยๆ คลค่ี ลาย
ดงั กลาว กา วสูผ ลงานแบบนามธรรม
2. ใหนกั เรยี นแตล ะคนเลือก
สรางสรรคผลงานทศั นศิลป
ในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึงมา
1 ผลงาน สงครูผูสอน
ตรวจสอบผล กจิ กรรม ศิลปป ฏิบัติ ๔.๑
ครูพิจารณาจากการสรางสรรค กจิ กรรมที่ ๑ ใหน ักเรยี นแบงกลุม กลุมละ ๓ คน ใหนักเรยี นแตละกลมุ หาภาพถา ยผลงานทัศนศิลปใน ๓ รูปแบบ
ผลงานทัศนศลิ ปข องนักเรียน กิจกรรมที่ ๒ ไดแ ก ศลิ ปะแบบรปู ลกั ษณ ศลิ ปะแบบไรร ปู ลกั ษณ และศลิ ปะแบบกงึ่ ไรร ปู ลกั ษณ อยา งละ ๓ ผลงาน
ติดลงบนกระดาษ A4 แลวเขียนสรุปวา เม่ือดูผลงานทัศนศิลปในแตละแบบ นักเรียนมีความรูสึก
1. ตวั อยางผลงานศิลปะแบบ อยา งไร เสรจ็ แลว สง ครผู สู อน
รปู ลกั ษณ ศิลปะแบบไร ใหน กั เรยี นสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปในรปู แบบใดรปู แบบหนง่ึ มา ๑ ผลงาน โดยใชอ งคป ระกอบทาง
รูปลกั ษณ และศลิ ปะแบบกง่ึ ทศั นธาตแุ ละใหส อดคลอ งกบั หลกั การออกแบบทางศลิ ปะ พรอ มเขยี นบอกวตั ถปุ ระสงค หรอื แนวคดิ
ไรร ปู ลกั ษณ โดยพิจารณาถงึ ทเ่ี ลอื กใชแ บบนน้ั ในการสรา งสรรคผ ลงาน เสรจ็ แลว สง ครผู สู อน เพอ่ื คดั เลอื กผลงานทส่ี รา งสรรคไดด ี
การจาํ แนกรูปแบบของผลงาน จาํ นวน ๑๐ ชนิ้ นําไปตดิ แสดงท่ปี ายนเิ ทศ
ไดอยางถูกตองและมคี วาม
เขา ใจ ó. àน×อ้ Ëา¢อง¼ลงานทศั นศิลป์
2. การเลือกรูปแบบมาสรา งสรรค เม่ือกลาวถึงเนื้อหาของผลงานทัศนศิลป จะพบเรื่องราวตางๆ ท่ีศิลปินถายทอดออกมาเพื่อส่ือใหผูชม
เปนผลงานทศั นศิลปไ ดอ ยาง ไดรับรู ไมวาจะเปนอารมณ ความรูสึกดานความงาม หรือความหดหู นาหวาดกลัว ตลอดจนการส่ือสารใหรับรู
เหมาะสมสอดคลองกับเร่อื งราว
แนวคิดเกี่ยวกับชีวิต ทัศนะของศิลปินที่มีตอสังคม การเมือง เศรษฐกิจ จริยธรรม หรืออื่นๆ ผลงานทัศนศิลปที่
นกั เรยี นควรรู ศลิ ปินสรา งสรรคข นึ้ ไมวา ยุคสมัยใดกต็ าม หากวเิ คราะหเ นอื้ หาของผลงานแลว สามารถจัดกลมุ ของเนอื้ หาไดเ ปน
๒ ลักษณะ ไดแก
วาซลี ี คนั ดินสกี (Wassily ๖๒
Kandinsky) ผูใ หกําเนดิ ศิลปะ
แอบสแตรกอารต (Abstract Art)
และศลิ ปะเอ็กซเพรสชันนสิ ม หรือ
ลทั ธิสาํ แดงพลังอารมณ (Expressionism) ผลงานของเขาสว นใหญ
เกิดจากการผสมผสานเรอื่ งของเทววิทยาและทฤษฎวี ฒั นธรรม นกั เรยี นควรรู
นิยมใชส ที หี่ ลากหลายและใชเ สน ท่ีไมไดส ือ่ ถึงรูปทรงใดๆ ภายใต
แนวความคิดท่วี า “ศลิ ปะ คือ สง่ิ ท่ไี มแ สดงใหเห็นวาเปนภาพ ศิลปะแบบกึง่ ไรร ปู ลักษณ หรือ Semi - fiFigurative Art เปน ผลงาน
ของอะไรเลย สือ่ ความรูสกึ เทาน้นั ” ทัศนศิลปที่มีการทัดทอนรูปทรงบางสวนออกไปจากความจริง หรือ
ดดั แปลงไปจากธรรมชาติแตถ า การตดั ทอนนน้ั กระทาํ จนไมห ลงเหลอื
รูปทรงจรงิ ใหเ หน็ ไดเ ลย เราจะเรียกวา “Non - Objective”
62 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
๓.๑ เน้อื หาสว นตัว (Personal functions) กระตนุ ความสนใจ
เนอื้ หาของผลงานทศั นศลิ ปท แ่ี สดงออกดา นสว นตวั โดยปกตศิ ลิ ปนิ จะสรา งสรรคผ ลงานทเี่ รม่ิ ตน จากชวี ติ ครูหาภาพผลงานจิตรกรรมที่มี
เนอื้ หาหลายๆ ดา น นาํ มาใหน กั เรยี นดู
สวนตัวกอน แลวจึงขยายไปสูเร่ืองราวท่ีเกี่ยวกับสังคม ซ่ึงมนุษยทุกคนตางมีชีวิต เลือดเนื้อ และความรูสึก แลว ตงั้ คาํ ถามกระตนุ ความสนใจ ดงั น้ี
เม่ือศิลปินสื่อสาร หรือเปิดเผยเร่ืองราวตางๆ ผูชมซ่ึงก็เปนมนุษยยอมจะสัมผัส หรือรับรูอารมณรวมดังกลาวได • ภาพน้มี เี รื่องราว หรือมีเนอื้ หา
เกย่ี วขอ งกับสิง่ ใด
แตจะมากหรือนอยนั้นเปนอีกเรื่องหน่ึง ความเปนไปของชีวิตมีเรื่องราวมากมายท่ีสามารถนํามาสื่อสารถึงกันและ (แนวตอบ ความรกั ความประณตี
งดงาม การเมอื ง เสยี ดสสี งั คม
ไมวาจะเปน เน้อื หาในลักษณะใดกต็ าม เม่อื เปน ผลงานทศั นศลิ ป นอกจากเนื้อหาสาระแลว ยงั ปรากฏความงามและ และอ่ืนๆ แลว แตภ าพ)
สุนทรยี ภาพใหส มั ผสั ไดอีกดวย ผลงานทัศนศิลปท ่ีมเี น้อื หาสวนตวั สามารถแยกเปน หมวดหมยู อ ยๆ ไดด งั ตอไปน้ี • นักเรียนมีความรสู ึกนกึ คดิ
อยา งไรกับภาพดังกลา ว
๑) การแสดงออกทางจติ สาํ นกึ เปน การแสดงใหเ หน็ อารมณ ความรสู กึ ลกึ ๆ ทางจติ ใจ เชน ความเหงา (แนวตอบ แลวแตทัศนะมุมมอง
ของนกั เรยี น คาํ ตอบไมม ถี กู -ผดิ )
ความเศราหมอง ความเจบ็ ปวดรวดราว เปนตน อันเปน
สาํ รวจคน หา
ผลมาจากความเกบ็ กดภายในจติ สาํ นกึ ซง่ึ เปน ผลสะทอ น
ใหนักเรียนไปสืบคนขอมูลเก่ียวกับ
มาจากการดํารงชีวิตในสังคมท่ีเปล่ียนแปลงไปอยาง เน้ือหาของผลงานทัศนศิลป รวมท้ัง
ภาพตัวอยางท่ีเปนเนื้อหาสวนตัวกับ
รวดเร็ว เชน ประติมากรรมรูปคนที่แสดงอารมณเหงา เน้ือหาเพ่ือสังคมวามีความแตกตาง
กันอยางไร จากหนังสือในหองสมุด
เปลาเปลย่ี ว อาการครนุ คิด เงยี บเหงา ภาพทิวทศั นท ี่ให เว็บไซตในอินเทอรเน็ต และแหลง
การเรียนรตู างๆ
ความรสู ึกสันโดษ อางวา ง เปนตน
อธบิ ายความรู
๒) การแสดงออกทางชีวิตและความรัก
ครูขออาสาสมัครนกั เรยี น 2 - 3 คน
เปนการส่ือถึงชีวิตสวนตัวอีกมุมหน่ึงของมนุษย โดย “The Old Guitarist” (ค.ศ. “แมอ ุม ลกู ” (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกมาอธิบายขอมูลเกยี่ วกับลกั ษณะ
เนื้อหาสาระอาจแสดงถึงความเปนจริงของชีวิตในแงมุม ๑๙๐๓) ผลงานของปาโบล รยุ ซ์ ผลงานของประหยดั พงษ์ดาำ ของผลงานทศั นศิลปท ส่ี อื่ ถึงเน้ือหา
ตา งๆ ตลอดจนความรกั ของชายหนุมหญิงสาว ความรัก ปีกัสโซ (Pablo Ruiz Picasso) สว นตวั หรอื เนอ้ื หาสวนบคุ คล โดย
นาํ ภาพตวั อยา งมาประกอบการ
ของคนในครอบครวั ความเออ้ื อาทรทม่ี ตี อ มนษุ ยชาติ เชน อธิบายดวย
ภาพวาดเกย่ี วกบั ความรนื่ เรงิ ในงานวนั เกดิ ภาพความรกั
ความหวงใยระหวา งแมแ ละลูก เปนตน
๓) การแสดงออกทางความตายทน่ี า กลวั
สัจธรรมหน่ึงของวงจรชีวิตที่มนุษยทุกคนไมสามารถ
หลกี เลย่ี งได คอื ความตาย การเขา ใจถงึ ความตายจะเปน
เคร่ืองชวยเตือนใจผูคนใหปลอยวางความมีกิเลสตัณหา
ซ่ึงมิใชสิ่งท่ีจีรังยั่งยืน ศิลปินอาจสรางสรรคผลงานที่สื่อ
ออกมาใหผ ชู มเขา ใจ ลดละการกระทาํ ทเ่ี อารดั เอาเปรยี บ
เพอื่ นมนษุ ย หรอื ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม เชน ภาพวาด
ที่แสดงถึงความตายของคน สัตว ภาพวาดที่แสดงถึง
บรรยากาศท่วี งั เวงนา กลวั เปนตน “Dead Game” (ค.ศ. ๑๖๔๖) ผลงานของแฟร์ดีนนั ด ์ โบล
(Ferdinand Bol)
@ มมุ IT ๖๓ นกั เรียนควรรู
สามารถศึกษาเพิม่ เตมิ เกย่ี วกบั ประวตั ิของประหยัด พงษดาํ ประหยดั พงษด ํา ศิลปนแหง ชาติ
ไดจ าก http://www.dooqo.com/dooqo_page.php?sub_id=3358 สาขาทัศนศลิ ป (ภาพพมิ พ) ประจาํ
ป พ.ศ. 2541 ทา นไดค ดิ คนเทคนคิ
วธิ กี ารสรางสรรคภ าพพิมพใ นหลากหลายรูปแบบท่ศี ิลปน
ทานอ่ืนๆ จะนาํ มาใชเ ปนแนวทางในการสรา งสรรคผลงาน
ของตนเองได เชน การผสมผสานระหวางภาพพิมพก บั งาน
จิตรกรรมใหเ ปน ภาพเดียวกนั การถายทอดลายไมจาก
แผนหน่ึงไปผสมกบั งานจติ รกรรม เปน ตน
คมู อื ครู 63
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Elaborate Evaluate
อธิบายความรู (ยอจากฉบับนักเรยี น 30%)
ใหนักเรียนอธิบายขอมูลเพิ่มเติม ๔) การแสดงออกทางดา นความประณตี งดงาม ผลงานทศั นศลิ ปป ระเภทนส้ี ว นใหญศ ลิ ปนิ จะยดึ ถอื
เกี่ยวกับลักษณะผลงานทัศนศิลปที่
มีเนื้อหาแสดงออกถึงความประณีต ความรูสึกของตนเองเปนหลัก โดยมีความรูสึกชื่นชม ชื่นชอบตอรูปทรงของวัตถุ หรือรูปแบบที่เห็นวางดงาม
งดงามกบั เนอื้ หาทแ่ี สดงออกถงึ ความ
ศรัทธา พรอมยกตัวอยางประกอบ แลว สอ่ื สารออกมาใหผ ูอ น่ื เขา ใจถงึ ความงามนนั้ โดยใชเ ทคนิค วธิ กี ารตา งๆ ตามทศี่ ลิ ปนิ มคี วามถนดั ซงึ่ ความงามน้ี
การอธิบาย
โดยมากมกั จะสอื่ ออกมาเปน ผลงานรปู ธรรมทผี่ คู นสว นใหญเ หน็ แลว เขา ใจไดง า ย เชน ภาพวาดววิ ทวิ ทศั นท างธรรมชาตทิ ่ี
เหมอื นจรงิ ของศลิ ปนิ ตา งๆ ภาพผลงานทม่ี คี วามละเอยี ดประณตี ใชค วามวริ ยิ ะอตุ สาหะมาก เปน ตน ผลงานในลกั ษณะน้ี
มักจะมีความเปนสากลท่ีผูชมไมวาจะเปนเช้ือชาติใดก็
เกรด็ แนะครู สามารถรบั รคู วามงามดงั กลา วนไ้ี ดและเขา ใจตรงกัน
๕) การแสดงออกทางความศรทั ธา ความ
ครูควรอธบิ ายใหน กั เรียนเขาใจวา
การจดั แบงเน้ือหาเปน 2 ลักษณะ ศรทั ธาในทน่ี ี้ สามารถแสดงออกมาไดทงั้ ความศรัทธาใน
แบบนี้ เพ่อื สะดวกแกก ารทําความ
เขาใจเทานน้ั ในการวเิ คราะห คตคิ วามเชอื่ ลทั ธิ ศาสนาทต่ี นเองนบั ถอื การเคารพบชู า
ไมจ ําเปนตอ งจดั แบง เปน ประเภท
อยา งละเอียด ประเดน็ สาํ คญั คือ รวมไปถงึ ความศรทั ธาทม่ี ตี อ ธรรมชาติ ศลิ ปนิ จาํ นวนมาก
นกั เรียนจะตองทราบวาผลงานน้ัน
มีเน้ือหาเก่ยี วกบั ส่งิ ใด และเน้ือหา มักแสดงออกถึงความศรัทธาอันแรงกลาตอสิ่งใดส่ิงหนึ่ง
นน้ั ใหค ุณคาแงคิดใดกบั ผชู มบา ง
เพื่อจะไดนําขอ มลู มาบรรยาย ซึ่งความศรัทธาสวนตัวนี้อาจเปนผลมาจากครอบครัว
ใหผ ูอื่นเกิดความเขาใจได
สง่ิ แวดลอ ม หรือประสบการณสว นตัวท่ีถูกหลอหลอมมา
โดยศิลปินจะถายทอดความคิดส่ือสารออกมาเปน
ผลงานประเภทตางๆ ทั้งที่เปนผลงานแบบรูปธรรมและ
“The Japanese Bridge” (ค.ศ. ๑๘๙๕) ผลงานของอ็อสการ์ โกลน แบบนามธรรม เชน ภาพจิตรกรรมเรื่องราวที่เปนคติ
มอแน (Oscar Claude Monet) ความเชื่อ ประติมากรรมรปู เคารพทางศาสนา เปนตน
เกร็ดแนะครู “Holy Trinity (Pala della Convertite)” (ค.ศ. ๑๔๙๑) ผลงานของ “TheLastJudgement”(ค.ศ.๑๕๓๔) ผลงานของมเี กลนั เจโล ด ีโลโดวโี ก
ซานโดร บอตตเิ ซลล ี (Sandro Boticelli) บโู อนารโ์ รตี ซีโมน ี (Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni)
ครแู นะนาํ นกั เรียนวา วัดจัดเปน
สถานท่ีท่ีใชป ระกอบพิธีกรรมตาม ๖4
ความเชื่อทางศาสนาพุทธ ซึ่งในเร่ือง
ของความศรัทธาน้ี สามารถแสดง นักเรียนควรรู
ออกมาในเรื่องของความเชือ่ ลัทธิ
การเคารพบูชา ฯลฯ โดยศิลปน จะ ประติมากรรมรูปเคารพทางศาสนา จัดเปนผลงานทัศนศิลปที่แสดงออกถึง
แสดงออกถงึ ความมศี รัทธาแรงกลา ความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะอยางยิ่งในพระพุทธศาสนา ผลงานสวนใหญที่
ทางศาสนาออกมาเปน ผลงาน ไดส รา งสรรคข นึ้ จะใชเปน ตวั แทนสิ่งที่ตนเคารพนบั ถอื เปนหลัก
ทศั นศิลป เชน อาจารยเฉลมิ ชยั
โฆษิตพิพัฒน ไดอทุ ศิ ตนสรา ง
วัดรองขนุ ขน้ึ ณ ต.ปาออ ดอนชัย
อ.เมอื ง จ.เชียงราย โดยมี
แรงบนั ดาลใจมาจากชาติ
ศาสนา พระมหากษัตรยิ เปน ตน
64 คูมือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
๓.๒ เน้อื หาเพือ่ สงั คม (Social funcitons) สํารวจคนหา
ลักษณะของผลงานทัศนศิลปประเภทนี้ จะมีเน้ือหาสาระเกี่ยวของกับสังคมเปนหลัก โดยอาจเปนไดท้ัง ใหนักเรียนดูภาพประกอบจากใน
หนังสือเรียน หนา 65 ทั้ง 2 ภาพ
ความประทบั ใจ หรอื ความหดหู โดยตอ งการทจี่ ะใหส งั คมของตนดขี น้ึ ซงึ่ ประเภทหลงั จะเปน ผลงานทพี่ ยายามกระตนุ แลว ใหน กั เรียนวิเคราะหวา
จติ สาํ นกึ ใหผ ชู มอยากเขา มามสี ว นรว มในการสรา งสรรคส งั คม ซงึ่ ผลงานทศั นศลิ ปท สี่ อ่ื สารเนอ้ื หาทเี่ กยี่ วขอ งกบั สงั คม
• ภาพดงั กลา วตอ งการบอกเลา
สามารถแยกเปน หมวดหมยู อยได ดังตอ ไปน้ี เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั สง่ิ ใด และมี
เนอื้ หาสาระสะทอนใหเห็นถงึ
๑) ลัทธิความเช่ือและการเมือง ศิลปินที่ สิ่งใด
สรางสรรคผลงานทัศนศิลปในแนวทางนี้มีความเช่ือวา อธบิ ายความรู
นอกจากความงดงามแลว ผลงานทัศนศิลปท่ีดีจะตองมี ใหนกั เรยี นรว มกันอธบิ ายขอ มูล
เกย่ี วกบั ลกั ษณะของผลงานทศั นศลิ ป
ความรับผิดชอบตอ สังคม ดวยการใหแ งคิด มมุ มองทาง ทม่ี เี นอื้ หาเพอ่ื สงั คมวา สว นใหญเ นอ้ื หา
ดานลัทธคิ วามเชือ่ หรอื สะทอ นภาพสังคมทม่ี ีผลมาจาก จะบอกเลา เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั สง่ิ ใด โดย
ครูชว ยเสรมิ ขอมลู
การเมอื งในขณะนน้ั เพราะถอื วา ปญ หาตา งๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ ใน
นกั เรยี นควรรู
สังคมเปนผลมาจากการเมืองทง้ั สิ้น ถา การเมอื งมคี วาม
มนั่ คง นกั การเมอื งมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ หนา ทดี่ ว ยความ เน้อื หาเพือ่ สงั คม ลักษณะของ
เอาใจใส ไมฉอ ราษฎรบ งั หลวง บา นเมืองก็จะสงบรมเยน็ ผลงานทัศนศิลปประเภทน้ีจะนิยม
บอกเลาเรื่องราวเก่ียวกับสังคมเปน
ผลงานทัศนศิลปในแนวทางน้ีตองการสะทอนภาพสังคม “The Shootings of May Third” (ค.ศ. ๑๘๐๘)ผลงานของฟรันซิสโก หลัก ซึ่งอาจเปนภาพความประทับใจ
เพื่อนาํ ไปสกู ารปรบั ปรงุ แกไ ขใหด ยี ิ่งขนึ้ โกยา (Franciso Goya) ทส่ี ะทอ้ นความปา่ เถอ่ื น โหดรา้ ยของสงคราม หรือความหดหูใจที่พบเห็นในสังคม
ที่มนษุ ยก์ ระทาำ ตอ่ กัน ของตนเอง โดยสวนมากจะเปนเร่ือง
๒) บรรยายสังคม ดวยเหตุที่เรื่องราวทาง เกย่ี วกับลัทธิความเชื่อ การเมือง และ
สงั คมเปน หลัก
สงั คมมขี อบเขตทกี่ วา งและครอบคลมุ วถิ ชี วี ติ ของผคู นใน
นกั เรยี นควรรู
หลายๆ ดาน ศลิ ปนิ อาจจะแสดงทศั นะ หรอื มุมมองของ
ตนทมี่ ตี อ เหตกุ ารณท างสงั คมในขณะนน้ั ผา นทางผลงาน เนน เรื่องราวเปนหลัก ผลงาน
ทัศนศิลปท่ีมีเน้ือหาเพ่ือสังคม ศิลปน
ทศั นศลิ ป เพอื่ ใหเ รอื่ งราวในผลงานสะทอ นทศั นะ มมุ มอง จะใหความสําคัญกับการสื่อเรื่องราว
เพื่อกระตุนความรูสึกนึกคิดของผูชม
หรอื ตอ งการใหผ คู นตระหนกั ในปญ หาทเี่ กดิ ขนึ้ หรอื อยาก ตอ งการบอกเลา เรอ่ื งราวทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ
ใหสังคมใสใจในเร่ืองคุณธรรม จริยธรรมท่ีเสื่อมถอยลง ดังน้นั จงึ จะไมเ นนความงดงามของ
ภาพ จึงจะเอาเกณฑความงามมาใช
เรอ่ื งราวในผลงานสว นใหญจ ะเปนการสรา งจติ สาํ นึกเพ่อื ในการประเมินผลงานลักษณะเชนนี้
มิได
สว นรวม หรอื เสนอเรอ่ื งราวในลกั ษณะเสยี ดสสี งั คม อยาก
ใหส งั คมมกี ารเปลย่ี นแปลงในลกั ษณะทด่ี ขี น้ึ กวา เดมิ ทง้ั น้ี
การแสดงออกทางทศั นะผา นผลงานทศั นศลิ ปใ หผ ชู มเกดิ
การรบั รู เขา ใจโดยใชก ระบวนการคดิ จะทาํ ใหผ ชู มมคี วาม “La liberte´ guidant le peuple” (ค.ศ. ๑๘๓๐) ผลงานของแฟรด์ นี อ็ ง
เขา ใจประเดน็ ทต่ี อ งการจะสอ่ื สารไดล กึ ซง้ึ มากกวา การพดู วกิ เตอร ์ เออแฌน เดอลาครวั (Ferdinand Victor Eugen� e Delacroix)
บอกกลาวออกมาโดยตรง ลักษณะผลงานทัศนศิลปใน สะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ สภาพสงั คมที่เปลี่ยนแปลงไป
ลกั ษณะบรรยายสงั คมจะเนน เรอื่ งราวเปน หลกั สว นความ
งามในตัวผลงานจะเปนเร่ืองรอง
๖๕
คมู ือครู 65
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Elaborate Evaluate
สาํ รวจคน หา (ยอจากฉบับนกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนศึกษาขอมูลจากกรอบ
เสรมิ สาระในหนงั สอื เรยี น หนา 66 - 67 เสรมิ สาระ
เก่ียวกับข้ันตอนการวิเคราะหผลงาน
ทศั นศลิ ปว า มกี ขี่ น้ั ตอน แตล ะขนั้ ตอน
มีหลกั การอยางไร ขน้ั ตอนการวเิ คราะห์ผลงานทศั นศิลป์
การวิเคราะห์ผลงานทัศนศิลป์ให้ถูกต้องตาม
หลักการและได้สาระประโยชน์ ทั้งต่อตัวของศิลปิน
ผ้สู รา้ งสรรคผ์ ลงานเอง ผูช้ มผลงาน และผู้ท่จี ะวิเคราะห์
อธิบายความรู สามารถใช้แนวทางดังต่อไปนี้ ซึ่งมีอยู่ ๔ ขั้นตอน
ดว้ ยกนั นาำ ไปใชป้ ฏบิ ตั ิ เพอื่ ใหก้ ารวเิ คราะหเ์ ปน็ ไปอยา่ ง
ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายขอมูล สรา้ งสรรค ์ ไดแ้ ก่
เก่ียวกับข้ันตอนการวิเคราะหผลงาน
ทศั นศิลป โดยครชู ว ยเสริมขอ มลู และ ๑. ข้นั บรรยาย (Description)
สรปุ ทบทวนข้ันตอนทงั้ หมด หลังจากท่ีผู้วิเคราะห์ได้ชมผลงาน เข้าใจถึง
รูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในผลงานทัศนศิลป์ที่ชม
แล้ว ผ้วู ิเคราะหค์ วรใชก้ ารบรรยาย หรอื พรรณนา หรือ
อธิบายส่ิงท่ีตนพบเห็นต้ังแต่แรกเร่ิมได้ชมผลงานเพ่ือ
ให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยจะเปน็ การบรรยายสิง่ ที่สะดุดตาทไี่ ด้
เหน็ ในทนั ทีทันใด เพื่อให้ผชู้ มไดม้ องเหน็ ภาพรวมของ
เกร็ดแนะครู ตัวผลงานก่อน เช่น ลักษณะของภาพว่าเป็นภาพใด “The Siesta” (ค.ศ. ๑๘๙๐) ผลงานฟินเซนต์ วิลเลียม ฟาน ก็อกฮ์ (Vincent
มีลักษณะอย่างไร สีเป็นเช่นไร ลักษณะใดที่เห็นได้ Willem Van Gogh)
ครูควรเนนย้ําใหน ักเรยี นเห็นวา อยา่ งสะดุดตา เปน็ ต้น เหน็ ส่งิ ใดกอ็ ธิบายไปอยา่ งนนั้ ซ่ึงเปน็ การบอกเลา่ ขอ้ มลู ทว่ั ๆ ไป โดยยังไม่ไดน้ าำ เอาหลักการ ทฤษฎีทางศลิ ปะมาจบั
กอ นการศกึ ษาวเิ คราะหทศั นศิลป ไมม่ ีการแสดงทัศนะ ความคดิ เหน็ หรอื มมุ มองของผู้วเิ คราะหท์ ี่มีต่อผลงาน
นักเรียนควรศึกษาแนวคิดและทฤษฎี
การแสดงออกทางทัศนศิลปท่ีศิลปน ๒. ขน้ั วิเคราะห์ (Analysis)
ในขั้นตอนนี้ ผู้วิเคราะห์จะต้องอธิบายเช่ือมโยงคุณสมบัติต่างๆ ในตัวผลงานท่ีได้ชมและบรรยายไปแล้ว ซึ่งอาจอธิบายลักษณะ
รูปแบบของผลงาน เน้อื หาท่ผี ลงานต้องการจะสอ่ื เทคนิค วธิ ีการท่ศี ลิ ปินใช้ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน เพ่อื ให้ผชู้ มเขา้ ใจรายละเอียดของผลงานที่
วเิ คราะห์มากยิง่ ขน้ึ โดยอาจอ้างอิงหลักการ แนวคดิ ทฤษฎที างศลิ ปะตา่ งๆ ซ่ึงจะ
นาํ มาสรางสรรคผลงานทัศนศลิ ป ช่วยทำาใหก้ ารวเิ คราะหม์ ีคุณภาพนา่ เช่อื ถอื ไมใ่ ชว่ ิเคราะหจ์ ากอารมณ ์ ความร้สู กึ
ซงึ่ สามารถแบง ออกเปน 4 ลกั ษณะ คอื ทั้งน้ี การวิเคราะห์อาจจะพิจารณาจากความสัมพันธ์ของคุณสมบัติในด้านต่างๆ
1. นยิ มการเลียนแบบ (Imitation- ดังตอ่ ไปน้ี
alism Theory) เปน การเห็น ๒.๑ ดา้ นสว่ นประกอบการรบั ร ู้ เปน็ การวเิ คราะหก์ ารนาำ เอาคณุ สมบตั ิ
ความงามในธรรมชาตแิ ลว
ขององค์ประกอบทางทัศนธาตุมาสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ว่าทำาได้ดีมากน้อย
เพยี งใด ไดแ้ ก ่ จดุ เสน้ รปู รา่ ง รปู ทรง นาำ้ หนกั ออ่ น - แก ่ พน้ื ทว่ี า่ ง พน้ื ผวิ และสี
นํามาเลยี นแบบไวใ หเหมอื นทงั้ ๒.๒ ด้านโครงสร้าง เป็นการวิเคราะห์ลักษณะการออกแบบผลงาน
รูปราง รูปทรง สสี ัน ฯลฯ ทศั นศลิ ป ์ วา่ มีความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และความสมดุลกันหรอื ไม ่ หรือ
2. นิยมสรางรปู ทรงทส่ี วยงาม ทาำ ไดด้ มี ากน้อยเพียงใด
(Formalism Theory) เปนการ
สรา งสรรครูปทรงขน้ึ มาใหม ๒.๓ ด้านเทคนิค วิธีการ เป็นการวิเคราะห์การใช้เทคนิค วิธีการ
ใหม ีความสวยงามดว ยการนาํ ที่ทำาให้ผลงานมีความน่าสนใจ โดดเด่น และสะท้อนถึงเอกลักษณ์ส่วนบุคคล
ทัศนธาตุและเทคนคิ วิธกี าร ของศิลปิน เช่น การใช้ฝีแปรงที่ฉับไว การใช้สีที่หนา การนำาวัสดุธรรมชาติ
ตา งๆ มาใช มาสร้างสรรค์เป็นผลงาน เป็นตน้
๒.๔ ด้านเนื้อหา เปน็ การวเิ คราะหว์ า่ ผลงานในภาพ ศลิ ปินตอ้ งการ
“Tete d’ une Femme Lisant” (ค.ศ. ๑๙๕๓) จะบอกเน้ือหาสาระเก่ียวกับส่ิงใด หรือกระตุ้นความคิดใดกับผู้ชม เช่น สะท้อน
ผลงานของปาโบล รยุ ซ ์ ปกี สั โซ (Pablo Ruiz Picasso) ความขัดแย้งทางการเมือง ต่อต้านการค้ามนุษย์ การให้ความร่วมมือกันเพื่อลด
ภาวะโลกร้อน เป็นตน้
3. นิยมแสดงอารมณ (Emotional ๖๖
Theory) เปนการสรางงานให
ดมู ีความรูส กึ ทงั้ ทเ่ี ปนอารมณ
อนั เนื่องมาจากเรอื่ งราวและ
อารมณข องศิลปน ท่ีถายทอด
ลงไปในผลงาน
4. นยิ มแสดงจนิ ตนาการ (Imagination Theory) เปน งานทแี่ สดง
ภาพจนิ ตนาการ แสดงความคดิ ฝน ทแ่ี ตกตา งไปจากธรรมชาติ
และส่ิงทพี่ บเหน็ อยใู นชีวิตประจําวนั
66 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Elaborate
Engage Explore Explain Evaluate
๒.๕ ด้านอารมณ์ ความรู้สึก เป็นการวิเคราะห์ว่า ถ้าผู้ชมได้ใช้เวลาชมผลงานช้ินนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะเกิดอารมณ์ ความรู้สึก ขยายความเขาใจ
อย่างไร เช่น ความเศร้าสะเทือนใจ ความอม่ิ เอมใจ ความปตี ิ เป็นตน้
ครูนาํ ผลงานทศั นศลิ ปมาให
๓. ขนั้ ตคี วาม (Interpretation) นกั เรยี นดู 1 ภาพ แลว ใหน กั เรยี นสาธติ
เปน็ การคน้ หาความหมายทซี่ อ่ นอยภู่ ายในภาพ เพราะบางผลงานภาพทเ่ี หน็ อาจจะไมใ่ ชค่ วามหมายทแี่ ทจ้ รงิ ทศ่ี ลิ ปนิ ตอ้ งการจะสอ่ื การวิเคราะหผลงานทัศนศิลปอยาง
หรอื บอกเลา่ โดยเฉพาะผลงานทไี่ รร้ ปู ลกั ษณ ์ หรอื นามธรรม การตคี วามอาจยงุ่ ยากซบั ซอ้ น ดงั นน้ั การไดศ้ กึ ษาภมู หิ ลงั แนวทางการสรา้ งสรรค์ ส้ันๆ โดยครูชว ยช้ีแนะปรบั ปรงุ
ผลงานทศั นศิลป์ของศิลปิน เอกลักษณ์ของศิลปิน รวมท้ังได้เห็นผลงานของศลิ ปนิ ทา่ นน้ันบอ่ ยคร้ัง จะมีสว่ นช่วยทาำ ใหก้ ารตีความทาำ ได้ถกู ต้อง การวเิ คราะหของนักเรยี น
ใกล้เคียงมากย่ิงข้นึ สาำ หรบั การตีความควรอ้างอิงดว้ ยว่า เหตผุ ลทตี่ คี วามเชน่ นเ้ี นื่องมาจากเหตุใด มแี นวคิด หลักการใดรองรบั บา้ ง
เกรด็ แนะครู
๔. การประเมิน (Evaluation)
เป็นข้ันสรุปการตัดสินว่า ผลงานชิ้นท่ีทำาการวิเคราะห์ มีคุณค่า มีความงามอย่างไร หรือมีสิ่งใดที่ควรปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทั้งนี้ ครูสรปุ ใหน กั เรียนฟง วา การทไ่ี ด
อาจจะเปรียบเทียบผลงานแบบเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร โดยต้องใช้หลักวิชาในการประเมินอย่างยุติธรรม วิเคราะหผลงานทัศนศิลป เปนการ
ปราศจากอคติ ไม่ใช้อารมณ์ ความรู้สึก นอกจากนี้ ควรอธิบายส่ิงดีท่ีปรากฏอยู่ในผลงานและเสนอแนะส่ิงท่ีพึงปรับปรุง จะช่วยทำาให้ แลกเปลี่ยนความรูสึกกับบุคคลอ่ืนท่ี
การประเมนิ ดูมคี วามนา่ เชื่อถอื มากย่ิงขึ้น สมั ผสั กบั ผลงานทศั นศลิ ปช น้ิ เดยี วกนั
เปนการคนหาคุณคาในสิ่งที่เปน
ความงามและเปนการอธิบาย หรอื
ตัดสินคณุ คาของผลงานช้นิ นั้นๆ วาดี
หรือมีขอบกพรอ งอยางไร ซงึ่ ท้ังนี้
จะตองอางอิงกบั หลกั วชิ าการทาง
ดา นทัศนศลิ ปผนวกกับความรแู ละ
ประสบการณของผวู จิ ารณเ ปน หลกั
นกั เรยี นควรรู
เอกลกั ษณของศลิ ปน ลักษณะ
เฉพาะตวั ของศลิ ปน ในการสรา งสรรค
ผลงานทศั นศลิ ป เชน รูปแบบของ
ผลงาน ลีลาของเสน สัญลกั ษณที่
นยิ มใช วสั ดุ เทคนคิ และอนื่ ๆ เปน ตน
ซ่งึ มคี วามแตกตา งจากศิลปนทาน
อื่นๆ เมอ่ื เหน็ ผลงานแลว สามารถ
ตคี วามไดว า นาจะเปน ผลงานของ
“La Grenouillère” (ค.ศ. ๑๘๖๙) ผลงานของปแี ยร์ โอกสุ ต ์ เรอนวั (Pierre Auguste Renoir) ศิลปน ทานใด ในการวเิ คราะหผลงาน
๖๗ ทศั นศลิ ป ถาผูวเิ คราะหสามารถ
อธิบายใหผ ชู มเกดิ ความเขา ใจไดวา
เอกลกั ษณของศิลปนท่สี รางสรรค
ผลงานมีลักษณะเปนอยางไร มีสิ่งใด
เปน จดุ เดน กจ็ ะเปน ประโยชนท จี่ ะชว ย
ใหผูชมไดรูจักและจดจําเอกลักษณ
ของศิลปน ทา นน้นั เอาไว
คมู อื ครู 67
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
กระตนุ ความสนใจ (ยอจากฉบับนกั เรยี น 30%)
ครหู าตัวอยางภาพทดี่ ูแลวสามารถ ô. คณุ คา่ ¢อง¼ลงานทัศนศลิ ป์
ใหอารมณ ความรูสึกท่ีนาประทับใจ
มาใหนักเรยี นดู 2 - 3 ภาพ จากนน้ั ต้ัง การวิเคราะหคุณคาของผลงานทัศนศิลปจะขึ้นอยูกับศักยภาพทางการมองเห็น ซึ่งผลของการวิเคราะห
คาํ ถามเชงิ กระตุนกับนักเรียน ดงั น้ี จะมีคุณภาพมากนอยเพียงใด ความรแู ละประสบการณของผวู เิ คราะหนับเปนปจ จัยสําคญั โดยการวิเคราะหผ ลงาน
ทัศนศิลปทงั้ ในดานรูปแบบ เน้อื หา และคุณคา ของผลงานจะมีความสมั พันธเช่อื มโยงกนั ในแตละสว น ดังตอ ไปนี้
• ความรสู ึกของนักเรยี นเมือ่ ได
ดภู าพดงั กลา ว ๔.๑ คุณคา ทางโครงสราง
• ภาพดังกลา วมคี ุณคา ทางดา น โครงสรา งของผลงานทศั นศลิ ปท จ่ี ะพจิ ารณา คอื เมอ่ื มองในดา นรปู แบบตอ งวเิ คราะหไ ดว า ศลิ ปนิ สามารถ
เน้อื หา หรอื คณุ คาทางดาน ถา ยทอดผลงานทศั นศลิ ปอ อกมาในรปู แบบทตี่ อ งการไดห รอื ไม เชน เมอื่ มวี ตั ถปุ ระสงคจ ะสรา งสรรคผ ลงานทเี่ ปน ศลิ ปะ
สนุ ทรียภาพหรือไม อยา งไร รปู ลกั ษณ (Figurative Art) ผลงานกต็ อ งแสดงออกมาในลกั ษณะทเ่ี ปน รปู ธรรม หรอื ตอ งการใหเ ปน ศลิ ปะไรร ปู ลกั ษณ
(Non-Figurative Art) ผลงานกต็ องสือ่ ออกมาในลกั ษณะที่เปนนามธรรม เปน ตน
สาํ รวจคน หา
๔.๒ คณุ คา ทางการมองเหน็
ใหนกั เรียนไปสืบคน ขอ มลู เกย่ี วกับ
คณุ คา ของผลงานทัศนศิลป จาก คณุ คา ทางการมองเห็นท่ีมีตอผลงานทศั นศลิ ป เกดิ ข้ึนไดจากตัวผลงานเองวา สามารถนาํ เสนอ
หนงั สอื ในหอ งสมดุ เว็บไซตใน เรอื่ งราวตอผชู มไดอ ยา งสอดคลองกับวัตถุประสงคหรอื ไม ซงึ่ สามารถแบงออกเปน ๒ สวน ไดแ ก
อนิ เทอรเน็ตและแหลง การเรยี นรู
ตา งๆ ๑) คุณคาทางเน้ือหา เมื่อวิเคราะหวาศิลปินไดสรางสรรคผลงานไดตรงตาม
อธบิ ายความรู วัตถุประสงคแลว ขั้นตอนตอมา คือ พิจารณาวาเน้ือหาท่ีศิลปินตองการส่ือความหมายให
ผูอื่นไดรับรู เปนไปตามเจตนาที่ตั้งไวมากนอยเพียงใด หากการนําเสนอเร่ืองราวทําให
ใหนักเรียนรวมกันอธบิ ายขอมลู ผชู มรบั รไู ดต รงตามความตอ งการ แสดงวา การสอ่ื สารเพอ่ื บอกคณุ คา ทางดา นเนอื้ หา
เก่ยี วกับแนวทางการประเมนิ คุณคา เปน ไปอยา งมีคณุ ภาพ
ของผลงานทัศนศิลปในดา นคุณคา
ทางโครงสรา งและคุณคา ทางการ ๒) คุณคา ทางสนุ ทรยี ภาพ พจิ ารณาเรือ่ งการใช
มองเห็น
องคประกอบของทัศนธาตุวาเปน
อยางไร การออกแบบถูกตองตาม
หลักการมากนอยเพียงใด โดยยึด
หลกั เกณฑเ รอ่ื งความเปน เอกภาพ ความกลมกลนื
และความสมดุล ท้ังน้ี คุณคาทางเน้ือหาและคุณคาทาง
สุนทรียภาพเม่ือรวมกนั แลว คอื “คุณคา ทางการมองเหน็ ”
นักเรียนควรรู ๖๘
คณุ คา ของผลงานทัศนศิลป นกั เรียนควรรู
อยทู ีก่ ารสอื่ ความคิดของศิลปน
ซง่ึ มองเห็นผานทางทัศนธาตทุ ี่นํา คณุ คา ทางการมองเหน็ สามารถเกิดขน้ึ ไดจากตวั ของผลงานเอง วา สามารถนาํ เสนอเรอื่ งราว
มาใช ไมวา จะเปน เสน สี แสงเงา ใหผูชมเขา ใจไดส อดคลอ งกบั วตั ถุประสงคหรือไม ซ่ึงคณุ คา ทางการมองเหน็ สามารถแบง ออกเปน
รูปราง รปู ทรง ฯลฯ โดยเฉพาะ 2 สว น คอื คุณคาดา นเนอ้ื หาและคณุ คาทางสุนทรียภาพ
การเลอื กใชส ีที่ดแู ลว ทาํ ใหเกดิ
ความโศกเศรา ในการจดั
องคป ระกอบศิลป มีการเลือกใชส ี
ใหเปน จดุ เดน การจัดภาพมี
ความเปน เอกภาพ ความกลมกลนื
และความสมดลุ ทีเ่ หมาะสมลงตัว
68 คมู ือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
ตัวอยา งท่ี ๑ การดนิ้ รนของส่ิงมชี ีวิต สาํ รวจคน หา
ด้านเนื้อหา ครูสมุ นักเรยี น 2 - 3 คน ชว ยกัน
อธิบายขอมลู เกี่ยวกับแนวทาง
เนื้อหา หรือเรื่องราวในภาพที่ศิลปนตองการสื่อ การวิเคราะหผ ลงานทัศนศลิ ป
ใหผูชมไดรับรู เปนเนื้อหาที่ตองการแสดงออกทาง ตามตัวอยา งท่ี 1 และนกั เรยี นมี
จิตสํานึกท่ีดีตอภาวะการใชชีวิตในสังคม การเลา ความคดิ เหน็ เพิม่ เติมอยา งไร
เรอ่ื งราวดว ยภาพของศลิ ปน สอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงค
ศลิ ปน ใชป ลาเปน รปู ทรงจากธรรมชาตทิ เี่ ปน ตวั แทนของ อธบิ ายความรู
ส่ิงมชี ีวิต แตป ลาไดถ ูกตัดทอนใหคงเห็นแตส วนหัวปลา
ในบางตําแหนงของภาพ สวนลําตัวปลาจะแทนดวย ใหนักเรียนศกึ ษาแนวทางการ
สีสันรอยแปรงและพูกัน มีลีลาของความรวดเร็วให วิเคราะหผ ลงานทศั นศิลปจาก
ความรูสกึ ของการไมห ยดุ น่งิ แตมกี ารเคล่อื นไหวอยาง ตวั อยา งในหนงั สอื เรยี น หนา 69 - 71
ตอ เนอื่ งในบรรยากาศทศี่ ลิ ปน ตอ งการใหม กี ารกลนื กนั ซ่ึงจะเนนการวเิ คราะหร ปู แบบเนอ้ื หา
ของรูปและพื้นหลัง และคณุ คาของผลงานทัศนศลิ ป
“การดิ้นรนของสิ่งมีชีวิต” (พ.ศ. ๒๕๔๖) ดา้ นคุณคา ในผลงานทศั นศิลป เกรด็ แนะครู
ผลงานของพชิ ัย นิรนั ต เทคนคิ ภาพวาด
สีอะครลิ กิ บนผืนผา ใบ ศลิ ปน สรา งสรรคผ ลงาน “การดนิ้ รนของสงิ่ มชี วี ติ ” ครูชีแ้ นะเก่ียวกับการเขียนบรรยาย
ไดตรงตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดเปนช่ือภาพ เปน ในการวเิ คราะหผลงานทัศนศลิ ป
ดา้ นรูปแบบ ความตอ งการของศลิ ปน ทอ่ี ยากถา ยทอดใหผ คู นไดร บั รู ใหพ ยายามใชค าํ ศพั ทท างทัศนศลิ ป
และตระหนักถึงความจริงของชีวิตท่ีตองตอสูด้ินรน ในการบรรยายและควรใชข อ ความ
ศิลปนไดสรางสรรคผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิก การสื่ออารมณ ความรูสึก ใชเสนและสีมาแทน ท่กี ระชับ ไมฟุมเฟอย
บนผนื ผา ใบขนาด ๘๐ × ๑๐๐ เซนติเมตร เปนศลิ ปะกง่ึ ไร การเคล่ือนไหวอยางรวดเร็ว โดยไมตองใชรูปทรง
รปู ลกั ษณ หรอื ศลิ ปะกงึ่ นามธรรม (Semi - Figurative Art) ของการเคลื่อนไหวที่เปนจริงตามธรรมชาติ เปนการ นักเรียนควรรู
ศิลปนมีการตัดทอนรูปทรงบางสวนออกไปจากรูปทรง นําเสนอรูปแบบศิลปะก่ึิงไรรูปลักษณผสมผสานกับ
ตามธรรมชาติจริงที่ปรากฏ จนเหลือบางสวนที่ยังพอ ความเปน ศลิ ปะรปู ลกั ษณใ นบางสว นของปลา เปน การ การดนิ้ รนของสง่ิ มชี วี ติ ผลงานของ
ปรากฏใหเห็นรปู ทรงวาเปน รปู ใด นอกจากนี้ ศิลปน ยงั ได สรางสรรคผลงานทางโครงสรางและใหคุณคาทาง พชิ ยั นริ นั ตจดั เปน งานศลิ ปะแบบกง่ึ ไร
เพมิ่ เตมิ ตกแตง ทศั นธาตตุ ามความคดิ และความรสู กึ เขา ไป เน้อื หาไดอ ยา งลงตวั รูปลักษณ (Semi - Figurative Art)
ในผลงานอีกดว ย หรือ ศิลปะแบบก่ึงนามธรรม (Semi
ในดานการจัดองคประกอบศิลป ศิลปนเลือกเอา Abstract) เพราะจากภาพไดแ สดงให
ตําแหนงของจุดสนใจอยูบริเวณกึ่งกลางภาพเปน เห็นถึงรูปแบบของงานเปนศิลปะท่ีมี
แนวต้ัง และเปนกลุมกอนของสีวรรณะอุน สอดรับ การบดิ เบอื นไปจากศลิ ปะแบบเหมอื น
กับความรูสึกของการเคล่ือนไหวด้ินรน สีของพ้ืนหลัง จริง ดวยการตัดทอนรูปทรงของจริง
เปนสีวรรณะเย็นที่ชวยขับใหจุดเดนของภาพมี ใหม คี วามเรยี บงา ย แตย งั คงมเี คา โครง
ความหมายมากยิง่ ข้นึ ท้ังภาพมีความเปนเอกภาพและ ที่เหมือนจริงเหลืออยู เพื่อสื่อใหรูวา
มคี วามสมดลุ เปน คณุ คา ทางสนุ ทรยี ภาพจากการสมั ผสั เปน รปู ใด
ดว ยการมองเห็น รวมเปนคุณคา ในผลงานทัศนศิลปท่ี
ศิลปนไดส รางสรรคข ึน้
๖๙
นกั เรยี นควรรู
พิชัย นิรนั ต เปนศิลปน คนสําคัญดานจิตรกรรมรว มสมยั ของวงการศิลปกรรมไทย เปน ผูท่ีมคี วาม
มงุ มนั่ ในการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปท มี่ เี อกลกั ษณเ ฉพาะตวั ผลงานสว นใหญเ นน ไปทางปรชั ญา
ของพทุ ธศาสนา โดยเฉพาะในเรื่องของสัจธรรม
คมู อื ครู 69
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
อธิบายความรู (ยอจากฉบบั นักเรยี น 30%)
ครขู ออาสาสมคั ร 2-3 คน ใหช ว ยกนั ตัวอยางท่ี ๒ ตรวจยามกลางคนื
อธิบายขอมูลเกยี่ วกบั แนวทาง
การวเิ คราะหผลงานทศั นศิลปตาม
ตัวอยางท่ี 2 และแสดงความคดิ เหน็
เพ่มิ เตมิ
เกร็ดแนะครู
ในการวิเคราะหผลงานทัศนศิลป “ตรวจยามกลางคนื ” (ค.ศ. ๑๖๔๒) ผลงาน
ของสากล หรอื ตะวนั ตก ครคู วรแนะนาํ ของแรมบรังด ฮารเมนซูน ฟาน ไรยน
ใหนักเรียนเลือกวิเคราะหจากผลงาน (Rembrandt Harmenszoon Van Rijn)
ของศลิ ปน ทมี่ ชี อ่ื เสยี ง หรอื เปน ผลงาน เทคนคิ ภาพวาดสนี ้ํามันบนผนื ผา ใบ
ที่โดดเดน เน่ืองจากมีขอมูลใหสืบคน ด้านรปู แบบ
มากมาย บางผลงานอาจจะมผี อู ธบิ าย
ผลงานช้นิ นี้ เปนงานจิตรกรรมสนี า้ํ มนั บนผืนผา ใบ ขนาด ๓๘๗ × ๕๐๒ เซนตเิ มตร มชี ื่อวา “ตรวจยามกลางคนื ”
ไวบางแลววาลักษณะเดนของผลงาน (The Night Watch) ลักษณะผลงานเปนศิลปะรูปลักษณ (Figurative Art) เปนรูปทรงจริงตามธรรมชาติ กลาวคือ
เปน อยา งไรมกี ารจดั องคป ระกอบศลิ ป กลุมของคนมีความเหมือนจริง ท้ังรูปทรงและเงาในเวลาคํ่าคืน ศิลปนแสดงออกทางสุนทรียภาพท่ีเกิดจากความรูสึก
อยา งไร ประทับใจ ถา ยทอดออกมาเปนรปู แบบงานเขียนทีง่ ดงามดว ยสีและแสงเงา
ด้านเน้ือหา
เนื้อหาในภาพจัดเปนเนื้อหาเพ่ือสังคม ศิลปนตองการบรรยายเรื่องราวท่ีเกิดขึ้นจริงในชุมชน โดยนําเหตุการณ
ที่ดูเปนปกติ คือ การเตรียมตัวของกลุมยามรักษาการณมานําเสนอ เปนเรื่องราวของกลุมยามรักษาการณที่กําลัง
จัดแถว และมหี วั หนา ชดุ กําลงั เดนิ คยุ กับผูช ว ย ศลิ ปน ตอ งการจะสอื่ วา ความสงบเรยี บรอยทส่ี ังคม หรือการท่ผี คู นมี
นกั เรยี นควรรู ชีวิตท่ีเปนปกติสุขน้ัน สวนหน่ึงเกิดจากการทําหนาท่ีดูแลสังคมของคนกลุมหนึ่งท่ีเรียกวา “ยามรักษาการณ” ท่ีคอย
ทําหนาทต่ี รวจตราเหตุการณในยามคํา่ คนื
ตรวจยามกลางคืน ภาพนีก้ ลมุ ยาม
รักษาการณท่ีกรุงอัมสเตอรดัมวาจาง ด้านคุณคา ในผลงานทศั นศลิ ป
ใหแรมบรังด ฮารเมนซูน ฟาน ไรยน ศิลปนสรางสรรคผลงาน “ตรวจยามกลางคืน” ท่ีดูแลวสื่อความหมายไดตรงตามวัตถุประสงค โดยเน้ือหาเปน
เปนจิตรกร เปนภาพเหมือนบุคคล เหตุการณจริง เปนภาพเหมือนของบุคคล จึงเลือกใชรูปทรงเหมือนจริงตามธรรมชาติ การเลือกใชทัศนธาตุเนนท่ี
หรือภาพแบบ Portrait ภาพนี้เขาได แสงเงาและสี ซ่ึงศิลปนเลือกใชบรรยากาศท่ีมืดสลัว เพ่ือส่ือความหมายถึงชวงเวลายามราตรี มีการคุมโทนสีใหเปน
ลกั ษณะเดียวกนั ตลอดท้งั ภาพ
กําหนดจุดเดนอยูที่รอยเอกฟรังส การจัดองคประกอบศิลป เนนใหมีความเปนเอกภาพ ใหมีกลุมคนกลุมเดียวอยูรวมกัน แตถวงนํ้าหนักดานซาย
แบนนิง คอค สวนคนอ่ืนๆ ใหความ และดา นขวาใหสมดุล การใหส ี รูปของคน รวมทงั้ เนื้อหาโดยรวมสอดรบั กลมกลนื กันดี จดุ สนใจอยูบ ริเวณกลางภาพ
สําคัญลดหล่ันกันออกไป โดยใหแสง ท่ีศิลปนใชแ สงสวางจับตอ งมากท่สี ดุ
เทคนิคในการนําเสนอ ศิลปนไดเปลี่ยนวิธีการนําเสนอ แทนที่จะเปนนําทุกคนมายืนรวมกัน เปนทาทางนิ่งๆ
จับท่ีใบหนาของแตละคนและฉาก แตใหทุกคนแสดงอิริยาบถตางๆ ตามที่เปนอยูจริง ทําใหดูแลวมีความรูสึกวามีความเคล่ือนไหว ทําใหภาพมีชีวิตชีวา
หลงั มืดสลวั ซึ่งการใหแ สงในลักษณะ การใหแ สงเปน แบบเนน บางจดุ (Spot Light) โดยเฉพาะใบหนา ของแตล ะบคุ คล และเลอื กใชบ รรยากาศทม่ี ดื สลวั เพอ่ื สอ่ื
นี้ถือเปนลักษณะเดนของเขา แตเมื่อ ชว งเวลาของเหตุการณ
ผลงานเสร็จแลว กลุมคนผูจางกลับ ๗๐
เห็นวาภาพไมมีความโดดเดน มองดู
มืดมัว เม่ือนาํ ไปตดิ ทศี่ าลาประชาคม
เมอื งอมั สเตอรด มั กถ็ กู ทง้ิ ไวอ ยา งขาด
การดูแลนานนับรอยป จนภาพชํารุด
เสียหายหลายแหง คน 2 คน ทางดานขวาของภาพถูกตัดออก จนภายหลงั เม่ือผคู นเขาใจ
ถึงผลงานของเขา จึงเห็นถึงอัจฉริยภาพของเขาในผลงานชิ้นนี้ และไดทําการฟนฟูบูรณะ
ภาพจนสมบรู ณ ปจ จบุ นั ผลงานตรวจยามกลางคนื ถกู เกบ็ รกั ษาและตง้ั แสดงอยทู พ่ี พิ ธิ ภณั ฑ
ไรก กรงุ อมั สเตอรด ัม ประเทศเนเธอรแลนด
70 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
ตัวอยางท่ี ๓ จันทรเ จา ขอขาวขอแกง อธิบายความรู
ด้านรูปแบบ ครคู ดั เลือกนักเรยี น 2-3 คน ทยี่ งั
ไมไดปฏิบตั ิกิจกรรมในตัวอยา งท่ี 1
ศิลปนไดสรางสรรคผลงานช้ินน้ี สรางข้ึนมาต้ังแต และ 2 ออกมาอธิบายเกยี่ วกบั
พ.ศ. ๒๕๑๘ เปนงานจิตรกรรมสีนา้ํ มันบนผนื ผาใบขนาด แนวทางการวิเคราะหผ ลงาน
๑๓๗ x ๑๕๔ เซนตเิ มตร รปู แบบเปน ศลิ ปะกง่ึ ไรร ปู ลกั ษณ ทศั นศลิ ปตามตวั อยา งท่ี 3
หรือก่ึงนามธรรม (Semi - Figurative Art) โดยศิลปน
ไดนํารูปทรงธรรมชาติมาดัดแปลงใหดูแตกตางออกไป นกั เรยี นควรรู
จากความเปน จรงิ แตโ ดยรวมแลว สามารถสอ่ื สารกบั ผชู ม
ไดในทันที ภาพตองการสื่อความหมาย กระตุนความคิด จันทรเจาขอขา วขอแกง
ของผูชมแทนการสอ่ื ดว ยความงาม เปนผลงานของประเทือง เอมเจริญ
ทนี่ าํ ออกแสดงในนิทรรศการเมื่อ
ดา้ นเนื้อหา “จันทรเจาขอขาวขอแกง” (พ.ศ. ๒๕๑๘) ผลงานของ เดอื นตลุ าคม พ.ศ. 2518 ที่หอศลิ ป
ประเทือง เอมเจริญ เทคนิคภาพวาดสนี ้ํามันบนผนื ผาใบ พีระศรี กรงุ เทพมหานคร ผลงาน
ศลิ ปน นาํ บทกลอนทค่ี นไทยรจู ักกนั ดที วี่ า “จันทรเอย ชิน้ น้ี บางคนกต็ คี วามวา ศิลปนนาํ
จันทรเจาขอขาวขอแกง” มาเปนแนวคิดในการนําเสนอ ดวงจันทรม าใชเ ปนสญั ลักษณแ ทน
เร่ืองราวท่ีสะทอนภาพสังคมในชวงเวลาขณะน้ัน เกิด ความเมตตา เปน การเรยี กรองให
ปญ หาเศรษฐกจิ สนิ คา ขาดแคลน มรี าคาสงู ผคู นอดอยาก ผูค นในสังคมไทยมคี วามเมตตาชว ย
ศิลปนใชเด็กที่ดัดแปลงรูปทรงใหหัวโต ตัวผอม พุงโร เหลอื เกอ้ื กลู กนั ถา เราไมช ว ยเหลอื กนั
กระดูกรูปรางบิดเบ้ียวจากความเปนจริง ส่ือใหเห็นถึง ความหวังกเ็ หมอื นจานขาวที่วาง
ความอดอยาก ภาพเด็กเปนตัวแทนของคนยากจนท่ีไมรู เปลา อีกนัยหนงึ่ กเ็ หมือนการประชด
จะไปขอความชวยเหลือจากใคร จงึ ตอ งขอจากพระจนั ทร ประชนั วา ถา ไมมีใครชวย ผทู ุกขย าก
โดยหวังวาพระจันทรจะชวยได อยางกลอนที่ทองกันมา ตองไปขอจากพระจันทรเทา น้นั
เนอ้ื หาของภาพผชู มสามารถเขา ใจไดง า ย วา ศลิ ปน ตอ งการ ซงึ่ เปน ผลงานทศั นศลิ ปช ้นิ หน่ึง
จะสือ่ ถงึ สิง่ ใด ที่ไดรบั การวิพากษ วิจารณพอสมควร
ในชวงเวลาน้ัน บางคนกใ็ หท ศั นะวา
ด้านคุณคา ในผลงานทัศนศลิ ป ศลิ ปน ส่อื ความหมายตรงเกนิ ไป
จนผชู มไมไ ดจ นิ ตนาการ หรือคนหา
ศลิ ปน สรา งสรรคผ ลงาน “จนั ทรเ จา ขอขา วขอแกง” ไดต รงตามชอ่ื ของภาพอยา งทต่ี ง้ั วตั ถปุ ระสงคไ ว คณุ คา ของผลงาน ความคิด แตบ างคนกเ็ ห็นวาเปน
อยูทกี่ ารส่ือความคดิ ใหผชู มไดตระหนกั ถึงความเดอื ดรอ นของผูคนในสังคม ท้ังท่ีรอบตัวของเดก็ ไมมีสิง่ ใดเลย แมแ ต แนวศิลปะเพื่อชีวิต ดูแลวเขาใจงา ย
เสือ้ ผา แตสงิ่ ท่ีขอ คอื อาหารเพือ่ ประทังชีวิต ทัศนธาตทุ น่ี าํ มาใชท ี่โดดเดนจะเปนเสน สี แสงเงา รูปราง และรปู ทรง เขา ถึงผชู มไดด ี
โดยเฉพาะการใชส ที ่ีดแู ลวทําใหเ กิดความรูสึกเศราและรนั ทดใจ
ในการจัดองคป ระกอบศิลป ศลิ ปนไดนาํ เสนอจดุ เดนของภาพเพยี งจุดเดียว คือ รูปทรงของเด็กหัวโตกับจานขาว
มีการใหแสงเงาเพิม่ ความสวางในบริเวณดังกลาวเพือ่ ใหเปนจดุ สนใจ การเลือกใชสี การบอกเลา เนอ้ื หา ความหมายที่
ตอ งการสอื่ มีความเปนเอกภาพ ผูชมดูแลว เขา ใจงา ย แมจ ะเปนภาพแบบกึ่งนามธรรมก็ตาม การจัดวางภาพหลักจัดไว
ตรงกลางอยา งโดดเดน และมรี ปู วงกลมอยทู างซา ยเปน แบบเกาะกลมุ กนั ชว ยทาํ ใหภ าพมคี วามสมดลุ ขณะทกี่ ารเลอื ก
ใชสีตําแหนงของแสงเงา รูปทรงท่ีใชเพ่ือสื่อความหมายก็มีความกลมกลืนสอดรับกันดี การจัดวางองคประกอบตางๆ
ทาํ ไดด ี ชว ยทาํ ใหภาพนมี้ ีคุณคาในทางทศั นศลิ ปทดี่ ูแลวไดท งั้ ความประทับใจและใหแ งค ิดแกส ังคม
@ มมุ IT ๗๑ นกั เรียนควรรู
สามารถศึกษาเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั ประวัตขิ องประเทอื ง เอมเจรญิ ไดจ าก ประเทอื ง เอมเจรญิ ศลิ ปน แหง ชาติ
http://www.dooqo.com/dooqo_page.php?sub_id=3319 สาขาทศั นศิลป (จิตรกรรม) ประจําป
พ.ศ. 2548 ศลิ ปนผูสรางสรรคผลงาน
ทัศนศิลปในรูปแบบการผสมผสาน
ระหวางส่ิงท่ีรับรูจากธรรมชาติและ
อารมณค วามรสู กึ ของตนเองเปน หลกั
คูม อื ครู 71
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
ขยายความเขาใจ (ยอจากฉบับนกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนจับคูกัน แลววิเคราะห กจิ กรรม ศลิ ปป ฏิบัติ ๔.๒
ผลงานทศั นศลิ ปใ นดา นรปู แบบเนอื้ หา
และคุณคา โดยเปนผลงานทัศนศิลป กจิ กรรมที่ ๑ ครเู ชิญผูรูมาบรรยายและสาธติ การวเิ คราะหผลงานทศั นศิลปใหนกั เรียนไดศกึ ษา หรอื หาตัวอยา ง
ในคขู องตน 1 ชน้ิ และของศลิ ปน 1 ชน้ิ กจิ กรรมที่ ๒ การวิเคราะหผ ลงานทศั นศิลปจ ากแหลงเรียนรตู างๆ มาใหน กั เรียนไดศ ึกษาเพ่ิมเติม
เสร็จแลวนําผลงานสงครผู ูส อน ใหนกั เรยี นจับคกู ัน แลววเิ คราะหรูปแบบ เน้ือหา และคณุ คา ในผลงานทัศนศิลปจ ํานวน ๒ ช้นิ
กิจกรรมที่ ๓ โดยวิเคราะหผลงานทัศนศลิ ปข องตนเอง ๑ ชิน้ และผลงานท่ีผอู ่ืน หรอื ทีศ่ ิลปินสรางสรรคขึ้น ๑ ช้ิน
ตรวจสอบผล แลว นําผลงานการวิเคราะห สงครูผสู อน
1. ครพู ิจารณาจากการวิเคราะห จงตอบคําถามตอ ไปนี้
รปู แบบ เนื้อหาและคุณคา ของ ๑. เพราะเหตุใดเราจึงตองรูจกั วิเคราะหผ ลงานทศั นศิลป
ผลงานทัศนศิลปของตนเอง ๒. เน้�อหาที่ปรากฏอยูในผลงานทัศนศิลป ถานํามาจัดหมวดหมู จะสามารถแยกไดเปนก่ีประการ
2. ครูพจิ ารณาจากการวิเคราะห ซ�งึ ประกอบดว ยสิง� ใดบาง
รูปแบบ เน้อื หา และคณุ คา ของ ๓. จงวิเคราะหถึงความสัมพันธระหวางรูปแบบ เน�้อหา และคุณคาที่อยูในผลงานทัศนศิลปวา
ผลงานทศั นศลิ ปข องศิลปน
มีความเชอื่ มโยงกันอยา งไร
เกร็ดแนะครู การศึกษาเรียนรูเก่ียวกับทัศนศิลป นอกจากจะเรียนรูทักษะปฏิบัติเพ่ือนําไปใชสรางสรรคผลงาน
(แนวตอบ กิจกรรมศิลปป ฏิบตั ิ 4.2 ทศั นศลิ ป ความรทู จ่ี าํ เปน อกี ประการหนงึ่ คอื การรจู กั คดิ วเิ คราะหผ ลงานทศั นศลิ ป โดยตอ งใหม คี วามรทู สี่ ามารถ
กจิ กรรมที่ 3 จะบรรยายไดว า ผลงานทศั นศิลปช ้ินน้นั ๆ มรี ูปแบบใด เน้อื หาสาระของผลงานเปนเชนใด และมีคณุ คา อยา งไร
ซึ่งความรูท่ีไดนี้สามารถจะนําไปใชวิเคราะหทั้งผลงานของตนเอง ผลงานท่ีผูอื่นสรางสรรค และผลงานของ
1. จะชว ยทาํ ใหน กั เรยี นสามารถชม ศลิ ปน ทา นอนื่ ๆ อนั จะเปน ประโยชนต อ การเกดิ ความรู ความเขา ใจ และนาํ ไปใชพ ฒั นาผลงานทศั นศลิ ปข องตน
ผลงานทศั นศลิ ปด ว ยความเขา ใจ ใหม คี ุณภาพไดมากย่ิงขึ้น
มากขึ้น เพราะสามารถส่ือถึง
รูปแบบ เนื้อหา และคุณคาของ ๗๒
ผลงานช้ินน้ัน นอกเหนือจาก
ดานความงามเพียงอยางเดียว แหสลดกั งฐผานลการเรยี นรู
รวมท้ังยังสามารถนําความรูไป
บรรยายใหผูอ ื่นเขา ใจไดอีกดวย 1. ผลงานทัศนศิลปแบบใดแบบหน่ึงที่เปนศิลปะแบบรูปลักษณ
หรอื ศิลปะแบบไรรูปลกั ษณ หรือศิลปะแบบก่งึ ไรร ูปลกั ษณ
2. แยกเปน 2 ประเภทใหญๆ ไดแ ก
เน้ือหาสวนตัวและเน้ือหาเพื่อ 2. การวิเคราะหผลงานทัศนศิลปของนกั เรยี นและของศลิ ปน
สงั คม
3. ดูท่ีความเปนเหตุเปนผลในตัว
ผลงานเชน รปู แบบเปน ศลิ ปะแบบ
ไรรูปลักษณ เน้ือหาก็ควรเปน
เรื่องราวที่เปนนามธรรม และ
คณุ คา ของผลงานเมอื่ ไดเ หน็ แลว
ผชู มสามารถใชจ นิ ตนาการ
ตีความดว ยตนเองได)
72 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage
Explore Explain Elaborate Evaluate
เปา หมายการเรยี นรู
ระบอุ าชพี ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั งาน
ทศั นศลิ ปแ ละทักษะทจี่ ําเปน
ในการประกอบอาชีพ
๕ กระตนุ ความสนใจ
หนว ยที่ ครพู ดู คุยกับนักเรียนเก่ยี วกับ
ทศั นศิลปก บั การประกอบอาชพี ตลาดนดั ทส่ี ําคัญๆ เชน ตลาดนดั
ผลงานทัศนศิลปที่มนุษยสรางสรรคขึ้น นอกจากจะ จตุจกั รท่กี รงุ เทพมหานคร
ตัวชว้ี ดั ตลาดไนทบ าซารที่ จ.เชยี งใหม
นาํ ไปใชเ พอ่ื ตอบสนองความตอ งการทางดา นรา งกายและจติ ใจ ตลาดนํ้าอัมพวาท่ี จ.สมุทรสงคราม
■ ระบุอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานทัศนศิลป์และทักษะที่จำาเป็น เปน ตน หรือตลาดนัดทสี่ าํ คญั
ในการประกอบอาชพี (ศ ๑.๑ ม.๓/๑๐) ในจงั หวดั จากนน้ั ครตู ง้ั คาํ ถาม
กระตุนความสนใจของนักเรยี น ดังนี้
แลว ผทู รี่ กั และสนใจในงานทศั นศลิ ปย งั สามารถนาํ ไปประยกุ ต
• มีสินคาใดบางที่เปนผลงานทาง
ใชในการประกอบอาชีพไดอีกดวย ไมวาจะเปนการผลิตผลงาน ดานทศั นศิลป
สาระการเรียนรแู กนกลาง ออกมาจาํ หนา ยในรูปแบบตา งๆ โดยตรง หรอื นําไปประยกุ ตใชกับ • สนิ คา ดงั กลาวไดร บั ความสนใจ
งานอื่นๆ เพื่อสรางความพงึ พอใจใหแ กผบู รโิ ภค การศกึ ษาเกีย่ วกบั จากผูซ้อื มากนอยเพียงใด
■ การประกอบอาชพี ทางทัศนศลิ ป์ ทศั นศลิ ปท น่ี าํ มาใชก บั การประกอบอาชพี จะทาํ ใหม องเหน็ คณุ คา และ
เกรด็ แนะครู
เขา ใจแนวทางในการเลอื กประกอบอาชพี โดยใชค วามรทู างทศั นศลิ ปไ ด
การเรยี นการสอนในหนว ยนี้ ครคู วร
อยางถกู ตอ งเหมาะสม อธิบายใหน ักเรยี นฟงวา มอี าชีพ หรอื
สนิ คา จํานวนมากที่ตองนาํ ความรู
ทางดา นทัศนศลิ ปไ ปประยุกตใช
โดยตรง เชน การเขยี นภาพเหมอื น
การวาดรปู เพอ่ื ประดบั ตกแตง การทาํ
ผลงานประติมากรรม การผลิตสินคา
แฮนดเ มด (Handmade) เปน ตน หรอื
โดยออม เชน การวาดลวดลายลงบน
เครื่องเซรามิก การทาํ ปายโฆษณา
ประชาสัมพนั ธ เปนตน
คูมือครู 73
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore
Engage Explain Elaborate Evaluate
สํารวจคนหา (ยอ จากฉบับนกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนสังเกตสภาพแวดลอมท่ี ñ. ·ÈÑ ¹ÈÅÔ »Š¡ÑºªÇÕ µÔ »ÃШÓÇѹ
อยรู อบตวั แลว เกบ็ ขอ มลู มาพจิ ารณาวา
มสี ง่ิ ของใดบา งทเ่ี ปน ผลงานทศั นศลิ ป การสรางสรรคผลงานทัศนศิลปของมนุษย
หรือเกิดจากการนําความรูทางดาน เรม่ิ มีขนึ้ นับต้งั แตย คุ หินเกา (Paleolithic Age) หรอื เมอื่
ทศั นศิลปไ ปใชป ระโยชน ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ป กอ นครสิ ตกาล โดยปรากฏหลกั ฐาน
เปนภาพวาดบนผนังถํ้าและงานแกะสลักเครื่องมือหิน
นักเรยี นควรรู อันประณีต ซึ่งแสดงใหเห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย ตวั อยา่ งภาพจติ รกรรมรปู สตั วท์ อ่ี ยใู่ นถา้ำ ลาสโ์ กซ ์ (Lascaux Cave) ทาง
ดานศิลปะไดเปนอยางดี กลาวคือ จากกอนหินธรรมดา ตอนใต้ของประเทศฝรง่ั เศส สันนษิ ฐานว่าวาดโดยมนุษยโ์ ครมันยอง
ถ้าํ ลาสโกซ (Lascaux Cave) ไดมีการสรางสรรคดัดแปลงใหเปนเครื่องมือเครื่องใช
ตั้งอยบู ริเวณหบุ เขาทางตะวันตก สําหรับการลาสัตวที่มีรูปทรง มุงเนนประโยชนเพ่ือการ
เฉยี งใตข องประเทศฝร่ังเศส สาํ รวจ ใชส อยเปน หลกั ตอ มาจงึ พฒั นาไปสกู ารออกแบบตกแตง
พบเม่ือป ค.ศ. 1940 ภายในถํา้ รปู ทรง ประดบั ลวดลายตา งๆ ใหม คี วามสวยงามมากยงิ่ ขนึ้
มภี าพวาดจติ รกรรมสมยั กอน ซึ่งเปนการนําความรูทางดานทัศนศิลปมาใชใหสัมพันธ
ประวัตศิ าสตร มีอายตุ ัง้ แต 15,000 กบั การดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั หรอื ทเ่ี รยี กวา “ประยกุ ตศ ลิ ป”
กอ นครสิ ตศ ักราช เปน ภาพวาด (Applied Art)
รปู สัตวใ นลักษณะตา งๆ ซง่ึ เปน
รูปทีว่ าดข้นึ อยา งงา ยๆ ไมมีความ
สลบั ซบั ซอ นมากนัก เชน มา กวาง
กระทงิ วัว เปน ตน และภาพวาด
อื่นๆ อีกประมาณ 2,000 ภาพ วัสดุ
ที่นํามาใชเขียนน้ันจะใชไขมันสตั ว
และดนิ สีตางๆ มาเปน อุปกรณใน
การวาดภาพ
นักเรียนควรรู ปัจจุบนั เทคนิค วิธกี ารทางดา้ นทัศนศิลปไ์ ดถ้ ูกนำามาใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง เพ่อื สรา้ งความประทับใจให้กบั ผู้บริโภค
ประยุกตศ ิลป (Applied Art) ๗4
ผลงานทัศนศิลปที่สรางสรรคขนึ้ เพอื่
ตอบสนองประโยชนใชสอย หรือ
เพอ่ื นาํ ไปใชป ระโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วนั
เปน สง่ิ สาํ คญั มากกวา มงุ ความงามทาง
ศลิ ปะ ซงึ่ ประกอบไปดว ยมณั ฑนศลิ ป
(Decorative Art) อุตสาหกรรมศิลป
(Industrial Art) พาณชิ ยศลิ ป
(Commercial Art) หตั ถศลิ ป (Crafts)
และการออกแบบ (Design)
74 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
การดําเนินชีวิตประจําวันของมนุษยมีความ ผลงานประติมากรรมท่ีนำามาประดับตกแต่งสวนสาธารณะ ช่วยเพ่ิม อธบิ ายความรู
เก่ียวของกบั สภาพแวดลอ ม ในธรรมชาตมิ สี ่งิ ตา งๆ ทั้งที่ ความนา่ สนใจให้กับส่ิงแวดล้อมและตอบสนองความงดงามทางจิตใจ
มองเห็นและสัมผัสไดดวยประสาทสัมผัสของมนุษย ซ่ึง ใหนกั เรียนรว มกนั อภปิ รายวา
เปน ทง้ั แหลง ความรแู ละแรงบนั ดาลใจใหม นษุ ยส รา งสรรค • ในการดาํ เนินชวี ติ ประจาํ วัน
ส่ิงตางๆ เพื่อพัฒนาชีวิตใหมีความสะดวกสบาย โดย
นอกจากจะตอบสนองความตอ งการทางดา นรา งกายแลว ของเราเก่ยี วขอ งกับผลงาน
ยังคํานึงถึงความสวยงามเพื่อตอบสนองความตองการ ทัศนศิลปอยางไร
ทางดานจิตใจอีกดว ย โดยใหน กั เรยี นยกตวั อยา งประกอบ
ทัศนศิลปชวยใหมนุษยมีโอกาสแสดงผลงาน เกร็ดแนะครู
โดยผา นเสน สี รูปรา ง รปู ทรง ฯลฯ โดยนาํ มาจัดวางให
มีความสวยงามและเกิดประโยชนใชส อย การแสดงออก ครคู วรอธิบายเสริมใหน ักเรยี น
ดังกลาวจะตองอาศัยความคดิ สติปญญา อันเปนพน้ื ฐาน เขา ใจวา รูปลกั ษณแ ละสสี ันท่ีสะดดุ
ของงานทัศนศลิ ปท ั้งสิน้ ดังนัน้ ทศั นศลิ ปจงึ เปน ส่ิงที่ให ตาเปนปจ จยั ดึงดูดลําดบั แรกๆ ท่ี
คุณคาท้ังดานอารมณและจิตใจ เปนสิ่งท่ีมีความประณีต ชว ยเรา ความสนใจใหกบั มนษุ ย
ละเอียดออน งดงาม และชว ยยกระดบั จิตใจของมนุษย ดวยเหตนุ ้ี ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ
หรอื การประดบั ตกแตง นอกจากจะ
การออกแบบห้อง โดยใช้ภาพศลิ ปะและสสี นั มาตกแตง่ ช่วยให้ห้องดูน่าพกั อาศัยอยา่ งมคี วามสุข เป็นตวั อยา่ งหนง่ึ ทีม่ นุษย์ได้นาำ ความร้ทู างดา้ น ใหม คี ุณคาทางดานการใชส อยแลว
ทัศนศิลป์มาประยกุ ต์ใช้กบั การดำาเนินชวี ิตประจาำ วนั ผูผลิตยงั ใหค วามสําคญั กับการทําให
ผูบ รโิ ภคเกดิ ความประทับใจต้ังแต
แรกเห็นดว ย โดยเราจะสงั เกตไดวา
รอบๆ ตวั เรา ลว นมกี ารนาํ เอาความรู
ทางดา นทศั นศลิ ปม าประยกุ ตใ ช
ทัง้ สิน้ ไมว าจะเปนรูปแบบและสีสัน
ของรถยนต รูปรางของโทรศพั ท
มือถอื การประดับตกแตง รา นคา
รปู ลกั ษณข องบรรจภุ ณั ฑ ปา ยโฆษณา
อาหาร และอนื่ ๆ อีกมากมาย ดงั นน้ั
งานทศั นศลิ ปจ งึ มีบทบาทกับชีวติ
ประจําวนั ของเราอยางมาก ซง่ึ มีงาน
อยางหลากหลายท่เี ปดโอกาสใหผูทม่ี ี
ฝม ือทางทัศนศลิ ป สามารถเลือกนาํ
ไปประกอบอาชพี ได
๗๕ นักเรียนควรรู
มนษุ ยสรา งสรรคสิง่ ตางๆ เพือ่
พัฒนาชีวิตใหมีความสะดวกสบาย
การท่ีมนุษยรจู กั สรางสรรคและรูจกั
ดัดแปลงส่ิงตางๆ ที่มีอยูในธรรมชาติและส่ิงแวดลอมมาประยุกตใหสอดคลอง
กับวิถีการดําเนินชีวิต นับเปนความสามารถของมนุษยที่รูจักพัฒนาชีวิตใหมี
ความสขุ สะดวก สบาย คณุ คา ของงานทศั นศลิ ปท น่ี าํ มาประยกุ ตใ ชใ หเ หมาะสม
สิ่งที่สาํ คัญทีส่ ุด คอื เพอ่ื ตอบสนองความตอ งการทางกาย เพ่อื ประโยชนใ นการ
ดํารงชีวิต นอกจากจะเนนในเรื่องประโยชนใชสอยและความงามแลว ยังคํานึง
ถึงความสขุ ทางดา นจติ ใจอีกดว ย
คูมือครู 75
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore
Explain
Engage Expand Evaluate
สํารวจคน หา (ยอจากฉบับนักเรยี น 30%)
ใหนักเรยี นสืบคนขอ มูลเกี่ยวกบั ò. ·ÑȹÈÔÅ»¡Š Ѻ¡ÒûÃСͺÍÒªÕ¾
ความสําคญั ของสินคาทางดา น
ทศั นศลิ ปใ นปจ จบุ นั และทกั ษะพน้ื ฐาน ในอดีตสังคมไทยเปนสังคมเกษตรกรรมที่มี
ของผูทจ่ี ะประกอบอาชีพทางดาน การผลติ และการบรโิ ภคหมุนเวยี นภายในชมุ ชนเปน หลกั
ทัศนศิลป จากการสัมภาษณ สืบคน โดยความงามทางดา นทศั นศลิ ปไดถ กู นาํ เขา ไปผสมผสาน
ขอมูลจากเว็บไซตในอนิ เทอรเ น็ต กบั สง่ิ ของเครอื่ งใชต า งๆ ตามความพงึ พอใจ หรอื รสนยิ ม
และแหลงการเรียนรูตา งๆ ของคนในชุมชน โดยเลือกใชว สั ดุ อุปกรณท หี่ าไดภ ายใน
ทอ งถน่ิ ซงึ่ สามารถสงั เกตไดจ ากสงิ่ ตา งๆ เชน เครอ่ื งมอื
อธบิ ายความรู ท่ีใชประกอบอาชีพ การสรางอาคารบานเรือน เคร่ือง
ประดับตกแตง สง่ิ ของเครือ่ งใชใ นชีวติ ประจาํ วนั เปน ตน
ใหน ักเรียนอภปิ รายถึงความสําคัญ
ของสนิ คาดา นทัศนศิลปว า มีลักษณะ ปจจุบันสังคมไทยไดมีการพัฒนาไปสูสังคม
เปนอยางไร แนวโนมสินคาประเภทน้ี พาณิชยกรรมและสังคมอุตสาหกรรม การผลิตส่ิงของ
การขยายตัวของตลาดเปนอยางไร เพื่อการอุปโภคและบริโภคในครัวเรือนพัฒนาไปสูการ
และทักษะพื้นฐานท่ีผูจะไปประกอบ ผลติ ในจาํ นวนทมี่ ากขน้ึ เพอ่ื จาํ หนา ย ซง่ึ การขยายตวั ทาง
อาชีพตองมี โดยครชู วยเสริมขอมูล เศรษฐกิจทําใหมีผูผลิตจํานวนมากท่ีผลิตสินคาประเภท ความสวยงามและความละเอยี ดประณตี มสี ว่ นสาำ คญั อยา่ งมากทท่ี าำ ให้
เดียวกนั เพอื่ ตอบสนองความตองการของผูบรโิ ภค กอให ผลงานทัศนศลิ ปเ์ ป็นทีย่ อมรับของตลาด
เกร็ดแนะครู เกิดการแขงขันทางการคา ดังนั้น จึงมีความจําเปนท่ีผูผลิตจะตองพยายามสรางความพึงพอใจใหกับผูบริโภค
โดยรูปลักษณข องสินคาและบรรจภุ ณั ฑลวนเปน ปจ จยั สําคญั ที่ชวยดึงดดู ความสนใจของลกู คา ใหมาซือ้ สนิ คา ดงั นั้น
ครูอาจเสริมขอ มลู เก่ียวกบั ตลาด สินคานอกจากจะตอบสนองดานประโยชนการใชสอยแลว ความสวยงามทางดานรูปทรง สีสันก็มีอิทธิพลตอ
สินคาทางดานทศั นศิลปว า ตลาด การตดั สินใจซ้อื ผลิตภณั ฑนนั้ ๆ อีกดว ย
ยังขยายตัวอยางตอ เนอ่ื ง แตต อ ง
เปน สินคา ทมี่ รี าคาไมสงู มากและ
ตอ งหมั่นพัฒนาสินคาใหมีความ
แปลกใหมอยเู สมอ ซ่งึ ความแปลก
ใหมจ ะชวยดึงดูดผซู ้อื การทาํ ตลาด
นอกจากวางขายตามตลาดนัดแลว
ปจ จุบันยังนิยมซอื้ ขายออนไลน
ผา นทางอนิ เทอรเ นต็ อกี ดว ย
นักเรียนควรรู สนิ ค้าด้านทัศนศิลปม์ ีรปู แบบหลากหลายและตลาดยังเปิดกว้างสาำ หรบั ผู้ทจ่ี ะยดึ ไปประกอบเป็นอาชีพ ทง้ั ในฐานะเป็นผ้ผู ลติ และผ้จู ัดจำาหน่าย
พาณิชยกรรม การดําเนินธุรกิจที่ ๗๖
เกย่ี วขอ งกบั การคา ขาย ไมว า จะเปน
พอคาคนกลางที่อยูในชวงของการ @ มุม IT
จดั จาํ หนา ยสนิ คา ไปยงั ผบู รโิ ภค หรอื
พอคาปลีกและสงขายสินคาใหกับ สามารถนําสินคาทางดานทัศนศิลปและสินคาอ่ืนๆ ไปโฆษณาขาย
ผบู รโิ ภค เชน หา งสรรพสนิ คา รา นคา ไดท ่ี http://www.shopping2online.com/index.php
สหกรณ รา นขายของชํา เปน ตน
76 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
สงิ่ ของเครอื่ งใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั จงึ ตอ งมกี าร อธิบายความรู
ออกแบบสรางสรรคใหมีความงดงามในดานตางๆ ดวย ครใู หน กั เรยี นอธบิ ายขอ มลู เกยี่ วกบั
ทกั ษะพน้ื ฐานทผ่ี จู ะไปประกอบอาชพี
ความคดิ และจินตนาการของผสู รางสรรค ซงึ่ ผูท ่สี ามารถ ทางดานทัศนศิลปตองมี โดยครูชวย
เสรมิ ขอ มูล
จะสรางสรรคไดดีและมีประสิทธิภาพนั้น จะตองเปนผูที่
เกรด็ แนะครู
มคี วามรู มปี ระสบการณ หรอื มคี วามรทู างดา นทศั นศลิ ป
ครูควรอธบิ ายใหน ักเรยี นเขา ใจวา
โดยตรง ดังนั้น การศึกษาเรียนรเู ก่ยี วกับวิชาศลิ ปะ หรือ การมคี วามรอบรใู นงาน หรืออาชพี
ทตี่ นทํา ยอมจะทําใหประสบความ
ทัศนศลิ ป นอกจากจะไดร ับความรู ความเขา ใจเก่ยี วกบั สําเรจ็ ไดไ มย าก ดังน้นั ผูที่จะไป
ประกอบอาชีพทางดานทัศนศิลป
ศาสตรแ หง ความงาม มองเห็นคุณคา แหง ธรรมชาตแิ ละ กต็ อ งพยายามฝก ฝนตนเอง เพม่ิ พนู
ประสบการณ เพ่อื ใหมีความรูท าง
สิ่งแวดลอมแลว ยังสามารถนําความรูไปประยุกตใชใน การสรา้ งสรรคผ์ ลงานอยา่ งสมา่ำ เสมอ จะทาำ ใหเ้ กดิ ความเชยี่ วชาญและ ดา นทศั นศลิ ปอ ยางถองแท เพราะจะ
การประกอบอาชพี ไดอ กี ดว ย มปี ระสบการณ์ในการสร้างสรรคผ์ ลงานทัศนศลิ ป์ สามารถสรา งสรรคผลงานออกมาได
ประทับใจผูซ ื้อ ดงั คํากลาวท่ีวา
ทั้งน้ี บุคคลที่จะประกอบอาชีพทางดาน “อันความรรู กู ระจางแตอ ยา งเดยี ว
แตใหเชีย่ วชาญเถดิ คงเกิดผล”
ทัศนศลิ ปใหป ระสบความสาํ เรจ็ จาํ เปน ตอ งอาศัยทักษะพืน้ ฐานทีเ่ หมือนกันหลายประการ ไดแก
๑) มคี วามรทู างดา นทศั นศลิ ป์ หมายความวา จะตอ งมคี วามรใู นการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปท จี่ ะปฏบิ ตั ไิ ด
อยางลุมลึก มีประสบการณตรง รูเทคนิควิธีที่จะถายทอดจินตนาการของตนจากนามธรรมออกมาเปนรูปธรรมให
ผอู นื่ ไดเ หน็ หรอื สมั ผสั เขา ใจหลกั การจดั องคป ระกอบศลิ ป เพอื่ ใหส ามารถจดั องคป ระกอบของผลงานโดยรวมไดอ ยา ง
สวยงามเหมาะสม รูทฤษฎีสี รูวาสีมคี วามสําคัญตออารมณและความรูสกึ ของมนษุ ยอยางไร ตองสามารถเลอื กสีได
เหมาะสมกบั ลกั ษณะของผลงานทจ่ี ะสรา งสรรค นอกจากน้ี ยงั ตอ งขยนั หาความรเู พม่ิ เตมิ หมน่ั ตดิ ตามวทิ ยาการทางดา น
ทศั นศิลปอ ยา งสม่าํ เสมอ เพอ่ื จะไดทนั ตอ การเปลีย่ นแปลงของโลกและเทคโนโลยี
บคุ คลทจ่ี ะประกอบอาชีพทางด้านทัศนศลิ ป์ได้ประสบความสำาเร็จ ต้องมคี วามรทู้ างด้านทศั นศิลปอ์ ย่างลมุ่ ลกึ นักเรียนควรรู
การจัดองคป ระกอบศลิ ป
หรือ Composition เปนการนาํ เอา
องคป ระกอบตา งๆทางทศั นธาตมุ าจดั
วางใหม คี วามเหมาะสมลงตวั และเกดิ
ความสวยงาม ซึ่งตองคํานึงถึงความ
มีเอกภาพ ความสมดุล ความขัดแยง
สดั สว น จงั หวะ และความกลมกลนื
๗๗
นกั เรยี นควรรู
บคุ คลทจี่ ะประกอบอาชพี ทางดา นทศั นศลิ ป จาํ เปน ตอ งมคี ณุ สมบตั สิ าํ คญั คอื ตอ งเปน ผทู มี่ คี วามซอื่ สตั ย
มีวินัยในตนเอง มีความคิดสรางสรรค มีความรอบรูทางดานทัศนศิลป มีความอดทน มานะ พยายาม
มีทัศนคติที่ดีตอการประกอบอาชีพ มีมนุษยสัมพันธท่ีดีตอคนรอบขาง มีความรูพื้นฐานในการเริ่มตน
ประกอบอาชพี และมกี ารพฒั นาตนเองใหม คี ณุ ลกั ษณะเหมาะสมกบั การประกอบอาชพี ทางดา นทศั นศลิ ป
คมู อื ครู 77
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Elaborate Evaluate
อธิบายความรู (ยอ จากฉบบั นักเรียน 30%)
ครูใหน กั เรียนอธิบายขอมลู ๒) มคี วามคดิ สรา งสรรค กระบวนการทสี่ าํ คญั ทส่ี ดุ ในการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ป คอื ความคดิ สรา งสรรค
เก่ียวกบั ทกั ษะพน้ื ฐานสาํ หรับ
ผูประกอบอาชีพทางดานทัศนศิลป ดงั นนั้ ผทู จี่ ะประกอบอาชพี ทางดา นทศั นศลิ ปจ งึ ตอ งหมนั่ ศกึ ษาคน ควา ดว ยตนเอง หรอื ดผู ลงานของผอู นื่ เปน แบบอยา ง
โดยเนน การมีความคิดสรา งสรรค
และมคี วามอดทนมานะพยายาม รจู กั ทดลอง คดิ คน เทคนคิ วธิ กี ารใหมๆ ในการทาํ งาน มคี วามมงุ มนั่ ทจี่ ะสรา งสรรคผ ลงานทเี่ ปน เอกลกั ษณข องตนขนึ้ มา
เปน ผไู มห ยดุ นง่ิ รวมทงั้ ตอ งพยายามสรา งสรรคผ ลงานออกมาอยา งสมา่ํ เสมอ เพอื่ เพม่ิ พนู ประสบการณใหก บั ตนเอง
เกร็ดแนะครู ตัวอย่างสินคา้ ท่ใี ช้ความคิดสร้างสรรคแ์ ละความรทู้ างด้านทัศนศลิ ป์มาประยกุ ต ์ ผลิตเปน็ สนิ คา้ ประเภทของท่รี ะลึกเพ่ือจาำ หนา่ ย
ครอู าจแนะนาํ วงจร PDCA หรอื ๓) มคี วามอดทน มานะพยายาม การจะประสบความสาํ เรจ็ ในการประกอบอาชพี จาํ เปน ตอ งใชเ วลา ดงั นน้ั
วงจรเดมงิ ทจี่ ะนาํ ไปสูการทาํ งานให
ประสบความสาํ เรจ็ มาใหนกั เรียนดู ผทู จี่ ะยดึ อาชพี ทางดา นทศั นศลิ ป จงึ ตอ งเปน ผทู ม่ี คี วามอดทน ไมเ ปน คนใจรอ น มคี วามมงุ มน่ั ทจ่ี ะทาํ ใหผ อู น่ื ยอมรบั
Plan : มกี ารวางแผนตามเปาหมาย ในฝม อื และผลงานของตน เม่อื พบอุปสรรคกพ็ รอ มทจ่ี ะเผชิญและแกไขปญหาโดยไมท อ ถอย
ทีไ่ ดก าํ หนดขน้ึ
Do : การปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนในแผน สําหรับอาชีพที่สามารถนําความรูทางดาน
งานที่ไดกําหนดไวอยางเปนระบบ
และตอ เนอื่ ง ทัศนศิลปไปประยุกตใชเปนอาชีพไดน้ัน ในสังคมไทย
Check : การตรวจสอบผลการ
ดําเนินงานในแตล ะข้ันตอนวา มี ปจจุบันมีอยูเปนจํานวนมาก โดยสังเกตไดจากสภาพ
ปญ หาใดเกดิ ขน้ึ บาง และจําเปน
ตองเปล่ยี นแปลงแกไ ขแผนงาน แวดลอมใกลตัว ลวนมีสินคา หรือผลงานจํานวนมาก
ในขน้ั ตอนใดหรือไม
Action : ปรับปรุงแกไขสว นทมี่ ี ทสี่ รา งสรรคข น้ึ จากความรทู างดา นทศั นศลิ ป ผทู จ่ี ะปฏบิ ตั ิ
ปญ หา หรือถาไมม ปี ญ หา กน็ ํา
แนวทางนไี้ ปใชในการทํางาน ไดดี นอกจากจะมคี วามรกั ในงานทศั นศลิ ปแ ลว ยังตอง
ครงั้ ตอไป
มีทักษะและความรูทแี่ ตกตา งกนั ออกไปตามลักษณะของ
นกั เรียนควรรู
ผลงานอีกดวย เชน ผทู ่จี ะเปน นกั ออกแบบเครอ่ื งประดับ
ความคดิ สรา งสรรค หรือ Creative
Thinking ในทางทัศนศิลป จะมี ยอมจะตองมีคุณลักษณะแตกตางไปจากนักออกแบบ
ลักษณะเปนการสรางสรรคผลงาน
ทัศนศิลป หรือการนําเสนอผลงาน อาคารสถานท่ี หรอื ออกแบบแฟชน่ั เปนตน ในที่นี้จะขอ
ทัศนศิลปที่มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลง
ไปจากเดิม หรือทําของเดิมใหดีข้ึน การวาดลวดลายบนเครื่องเซรามิกถือเป็นงานจิตรกรรมประเภทหน่ึง ยกตัวอยางอาชีพที่สามารถใชความรูทางดานทัศนศิลป
หรอื มคี วามแปลกใหม หรอื ทําในสง่ิ ที่ ซ่ึงผู้ท่ีมีทกั ษะฝมี อื ทางด้านจิตรกรรมสามารถจะยึดเปน็ อาชพี ได ้
คนอน่ื ไมเ คยทาํ มากอ นกไ็ ด ซงึ่ ผลงาน ไปประกอบอาชพี ได ดงั ตอไปนี้
นนั้ ควรมคี ณุ คา ตอ ตวั ผสู รา งสรรคเ อง
รวมทง้ั สงั คมและวัฒนธรรมดวย ๗๘
78 คมู อื ครู นกั เรียนควรรู
เซรามกิ เปน ผลติ ภัณฑท ่ที าํ ขึน้ มาจากอนนิ ทรยี สารจาํ พวกอโลหะ ไดแ ก แรธาตุ ดนิ และหนิ ตา งๆ
โดยการนาํ มาบดยอ ยแลวผสมดว ยนํ้า จากนั้นจึงนาํ ไปขึน้ รูปตามวธิ กี ารตางๆ ผงึ่ ใหแหง แลวนาํ ไป
ผา นกระบวนการใหความรอนจนไดเ ปน ผลิตภณั ฑตามท่ีตองการ เชน หมอ ถวย ชาม แกว อิฐ
เครอ่ื งเคลอื บดนิ เผา กระเบือ้ งเคลอื บ วสั ดุประเภทซเี มนต วสั ดทุ นไฟ เปน ตน
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
๒.๑ นักออกแบบผลิตภัณฑ กระตนุ ความสนใจ
การออกแบบ หมายถึง การสรางสรรคสิ่งใหมเพื่อประโยชนและความงาม โดยการนําทัศนธาตุ ไดแก ครูนําบรรจุภัณฑท่ีเปนกระปองมา
จุด เสน รูปราง รูปทรง น้ําหนกั ออ น - แก พ้ืนผวิ พืน้ ท่ีวาง และสี มาผนวกเขากบั หลักการจดั องคป ระกอบศลิ ป 2 กระปอ ง ดงึ ฉลากท่ีตดิ รอบกระปอ ง
สรางสรรคเปนผลงาน รวมไปถึงการปรับปรุงดัดแปลงของเดิมใหมีความสวยงามและเหมาะสมมากยิ่งข้ึน ซึ่งการ ใบหนงึ่ ออก แลว นาํ มาวางเปรยี บเทยี บ
สรา งสรรคส่ิงใดๆ ก็ตาม ลว นเร่ิมตน จากการออกแบบท้ังสน้ิ กบั กระปอ งทม่ี ฉี ลากตดิ อยา งสมบรู ณ
จากน้ันครูต้ังคําถามกระตุนความ
การออกแบบที่ดีตองทําแบบจําลอง โดยใหมีขนาดสัดสวนที่ถูกตอง สามารถมองเห็นไดอยางชัดเจน สนใจ ดงั น้ี
การออกแบบทางทศั นศลิ ปสามารถแบง ออกเปน ๒ ประเภท ไดแก สาขาวจิ ิตรศลิ ป (Fine Art) เปน ผลงานท่ีสรา งข้นึ
เพ่ือชน่ื ชมความงามของผลงานทศั นศิลป มไิ ดม ุงประโยชนอยางอื่น และสาขาประยกุ ตศ ลิ ป (Applied Art) จะเนน • กระปองใบใดดึงดูดความสนใจ
ไปที่ประโยชนใชสอย ซึ่งงานออกแบบจัดเปนงานทัศนศิลปท่ีจัดอยูใน ของผูบรโิ ภคไดมากกวากัน
ประเภทของงานประยกุ ตศลิ ป เพราะเหตุใดจงึ เปนเชนนน้ั
(แนวตอบ กระปองท่ีมีฉลากอยู
ปจจุบันการออกแบบผลิตภัณฑจํานวนมากมีจุดมุงหมาย เพราะมสี สี นั รปู ภาพและขอ ความ
ในการนําความรูทางดานทัศนศิลปมาประยุกตใชกับงานเชิงพาณิชย ทสี่ รางความสนใจไดด ีกวา)
เนอ่ื งจากการแขง ขนั ทางการคา มสี งู ขน้ึ ทาํ ใหผ อู อกแบบตอ งพยายาม
คดิ คน รูปแบบ เทคนคิ วธิ ีการตางๆ เพื่อสรางสรรคผลงานใหม ีความสอดคลอ งกับ • บรรจุภัณฑดังกลาวนําผลงาน
ความตองการของผูบริโภคที่นิยม ทั้งในเร่ืองของประโยชนใชสอยและความงาม ทศั นศลิ ปไ ปใชป ระโยชนอ ยา งไร
ทาํ ใหอ าชพี นกั ออกแบบผลติ ภณั ฑเ ปน ทต่ี อ งการของตลาดและอยากไดน กั ออกแบบ (แนวตอบ นาํ ไปออกแบบประดับ
ทม่ี คี วามรู ความชาํ นาญเฉพาะทาง เชน การออกแบบอาคารบา นเรอื น ตกแตงผลิตภัณฑ เพ่ือดงึ ดดู
เครอ่ื งประดบั เครอื่ งนงุ หม สอ่ื สง่ิ พมิ พ เซรามกิ โฆษณา ความสนใจของผบู รโิ ภค)
เครื่องเรอื น เคร่ืองใชไ ฟฟา ยานยนต เปนตน
สํารวจคน หา
ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับ
ตัวอยางอาชีพท่ีสามารถจะนําความรู
ทางดานทัศนศิลปไปประกอบอาชีพ
ไดแ ละทักษะท่ีผูป ฏบิ ัติงานพงึ มี
จากหนังสือในหอ งสมุด เว็บไซตใน
อินเทอรเ น็ต และแหลง การเรียนรู
ตางๆ
๗๙ อธบิ ายความรู
เกร็ดแนะครู ครูใหน ักเรยี นชว ยกันอภปิ ราย
ขอ มลู เกย่ี วกับลกั ษณะของงาน
ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมเกยี่ วกบั คณุ สมบตั ิของผูประกอบอาชีพนกั ออกแบบผลติ ภัณฑ วา จะตอง ออกแบบผลิตภัณฑ วานาํ ความรู
เปนคนชางคิด มีจินตนาการ รักการเรียนรู ชางสังเกต มีเหตุผล เขาใจการเปลี่ยนแปลง ทางดานทศั นศิลปไปใชป ระโยชน
ในสถานการณต างๆ ของสงั คม และมีความเขาใจในงานออกแบบเฉพาะดา นเปน อยา งดี ไดอยา งไร โดยใหหาตวั อยา งการ
ออกแบบผลติ ภณั ฑท ี่นาสนใจมาใช
ประกอบการอธบิ ายดว ย
คมู ือครู 79
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Elaborate Evaluate
อธบิ ายความรู (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 30%)
ใหนกั เรยี นอภิปรายขอ มลู เก่ยี วกับ กระบวนการการทาํ งานของนกั ออกแบบผลิตภณั ฑแตล ะประเภท
คณุ ลกั ษณะ หรือทกั ษะทน่ี ักออกแบบ
ผลติ ภณั ฑพึงมี โดยครชู วยเสรมิ เมอื่ ลงรายละเอียดจะมคี วามแตกตา งกนั ออกไป แตโ ดยรวม
ขอ มูลเพ่มิ เตมิ
ผูท ีจ่ ะเปนนกั ออกแบบ นอกจากคณุ ลกั ษณะพื้นฐานทาง
เกรด็ แนะครู
ดา นทศั นศลิ ปแ ลว ควรมคี ณุ ลกั ษณะ หรอื ทกั ษะอยา งอนื่
ครอู ธิบายเสริมวา วิจติ รศลิ ป
(Fine Art) เปน ผลงานทศั นศลิ ปท่ี เพม่ิ เตมิ ดงั ตอไปนี้
เนน การนาํ เสนอในดา นของความงาม ๑) มคี วามรหู ลกั การออกแบบ การออกแบบ
ความพอใจมากกวาประโยชนใชสอย
สามารถเรียกอีกอยางหนึ่งวา “ศิลปะ เพอื่ ใหม คี ณุ คา ทางความงามและประโยชนใชส อย
บรสิ ุทธิ์” (Pure Art) เพราะศิลปน
จะสรา งสรรคผลงานขน้ึ มาจาก นักออกแบบจะตองมีความรูเก่ียวกับโครงสราง
ความพอใจและเนน ความละเอยี ดลออ
เพ่ือใหไดผ ลงานทมี่ คี วามสวยงาม ของชนิ้ งาน มคี วามเปน เอกภาพ ความสมดลุ และ
วจิ ิตรตระการตา ซง่ึ วิจติ รศลิ ป
สามารถแบงออกเปน 8 ประเภท ความกลมกลืน การสรางจุดสนใจ มีสัดสวนที่ถูกตอง การออกแบบผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจภุ ณั ฑท์ มี่ คี วามคดิ สรา้ งสรรค ์ นอกจาก
คอื จติ รกรรม ประติมากรรม เหมาะสม เพื่อใหสามารถออกแบบผลงานที่ดึงดูด จะชว่ ยดงึ ดดู ผบู้ ริโภคแลว้ ยังชว่ ยสร้างมลู ค่าเพม่ิ ให้กับตัวสินค้าดว้ ย
สถาปตยกรรม ภาพพิมพ สื่อผสม ความสนใจของผบู รโิ ภคไดมากท่สี ุด
ศลิ ปะภาพถา ย วรรณกรรม ดนตรี
และนาฏศิลป ๒) มีความคิดสรางสรรค นักออกแบบท่ีดีควรเปนคนชางคิด กลาแสดงออก มีความคิดสรางสรรค
นกั เรยี นควรรู รูจักปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพ่ิมเติม หรือสรางสรรคชิ้นงานข้ึนใหมใหมีความแตกตางออกไปจากของเดิมที่มีอยู
กระบวนการการทาํ งานของ ซงึ่ ผลงานทส่ี รา งสรรคขึ้นจะตองเปนไปในทางท่ีดีงาม กอใหเกิดการพฒั นา ซง่ึ ความคิดสรางสรรคส ามารถเกดิ ข้ึนได
นักออกแบบผลติ ภณั ฑ ทาํ หนาที่
ออกแบบผลิตภณั ฑท ีม่ ลี กั ษณะ จากการศกึ ษาคนควาเรยี นรจู ากผลงานของผอู ืน่ หรือการสรางผลงานดวยตนเองออกมาอยางตอ เน่ือง
และรูปแบบการใชงานที่แตกตา งกนั ๓) มคี วามเขา ใจการเปลย่ี นแปลงของสงั คม นกั ออกแบบทดี่ จี ะตอ งตดิ ตามการเปลยี่ นแปลงของสงั คม
เชน เฟอรน ิเจอร เครื่องมือ เครอื่ งใช
ของตกแตง บา น เครอื่ งประดบั เปน ตน วา กาํ ลังดาํ เนินไปในทิศทางใด หรือแนวโนมสงั คมมีรสนยิ มแบบใด เพ่อื ใหการออกแบบผลงานมีความสอดคลองกับ
นอกจากนี้ ยงั ทาํ หนา ทใี่ นการเขยี นแบบ
พฒั นาผลติ ภัณฑ และควบคุมดูแล ความตองการของผูบรโิ ภค มเิ ชนนัน้ การออกแบบจะไมส ัมพนั ธก บั สภาพความเปนจรงิ ไมด งึ ดูดความสนใจ และใช
การผลิตใหเ ปน ไปตามแบบท่ีถกู
กาํ หนดไว เพ่อื ใหไ ดงานทีม่ ีลักษณะ ประโยชนไดน อย ๔) มคี วามเขา ใจงานออกแบบเฉพาะดา น
ถกู ตองตรงตามความตองการของ
ผบู ริโภค แมการออกแบบโดยภาพรวมจะมีหลักการบางประการท่ี
80 คูมอื ครู เหมอื นกนั แตเ มอ่ื ปฏบิ ตั งิ านลกึ ลงไปเฉพาะดา น จะพบวา
มรี ายละเอยี ดทแี่ ตกตา งกนั เชน การออกแบบเครอื่ งประดบั
กบั การออกแบบเครอื่ งเรอื นจะใชพ นื้ ฐานความรู หลกั การ
ออกแบบ และแนวคดิ ทแ่ี ตกตา งกนั ออกไป เพราะผลงาน
แตละประเภทจะมีวัสดุ อุปกรณ และกระบวนการผลิต
เฉพาะตัว ดงั น้ัน นักออกแบบผลติ ภณั ฑทีด่ ีจงึ ตอ งศกึ ษา
หาความรูในงานออกแบบท่ีตนตองการสรางสรรคโดย
เฉพาะ เพ่ือใหการออกแบบเปนไปอยางถูกตองและ
การออกแบบตกแตง่ ภายใน เปน็ งานทตี่ อ้ งใช้ทักษะฝมี อื เฉพาะดา้ น สามารถนําไปใชสรางสรรคผลงานออกมาไดจริงและ
มตี นทนุ ไมส ูง
๘๐
นกั เรยี นควรรู
มีสัดสวนที่ถูกตองเหมาะสม กับผูบริโภคสวนใหญในตลาดที่เปนกลุมเปาหมาย เชน สรีระของ
คนยโุ รปกบั คนไทยไมเ หมือนกัน การออกแบบเกาอ้นี ัง่ ผูออกแบบก็จะตอ งกาํ หนดสดั สวนใหเ หมาะ
กับตลาดท่ีจําหนาย ต้ังแตขนาดเกาอี้ ความสูงจากพ้ืน เพื่อใหสอดคลองกับสรีระของผูใชงานจริง
รวมทั้งสตี ามความนิยมของแตล ะวัฒนธรรมดว ย เปนตน
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
กระตนุ ความสนใจ
ครูต้ังคาํ ถามกบั นักเรียนวา
๒.๒ ครสู อนศิลปะ • มีนักเรียนคนใดบางท่ีในอนาคต
อยากเปน ครสู อนศลิ ปะ
ครูศิลปะ หมายถึง บุคคลท่ีมีหนาที่จัดประสบการณทางดานศิลปศึกษาใหแกผูเรียน ซึ่งครูศิลปะควรมี
ความรูพ้ืนฐานทางดานทัศนศิลปเปนอยางดี มีประสบการณในการสรางสรรคผลงานทัศนศิลป รวมไปถึงมีความ • เพราะเหตใุ ดนกั เรยี นถึงสนใจ
สามารถในการถายทอด อธิบายสิ่งที่ยากใหเขาใจไดงาย มีความอดทน และเขาใจพัฒนาการของเด็กแตละชวงวัย ท่ีอยากจะเปน ครสู อนศลิ ปะ
ตองตระหนักวาการศึกษาทางดานทัศนศิลปมิไดมุงหวังใหผูเรียนเปนศิลปิน แตมุงใหมีความคิดในเชิงสรางสรรค
กลาแสดงออกในส่ิงที่ถูกตอง และมีพัฒนาการทางดานอารมณที่ดี เพ่ือการมีชีวิตอยูอยางมีความสุข ซ่ึงบุคคลที่ สํารวจคน หา
ตองการเปน ครูศิลปะ นอกจากจะรกั ในอาชีพครูและงานทัศนศิลปแลว ยังควรมีทักษะดงั ตอ ไปนี้
ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับ
๑) มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร นอกจาก คณุ สมบตั ขิ องผทู จี่ ะเปน ครสู อนศลิ ปะ
โดยอาจไปสัมภาษณครูสอนศิลปะ
จะส่ือความหมายดวยผลงานแลว ครูสอนศิลปะตองมี ทา นอน่ื ๆ สบื คนจากเว็บไซตใน
ความสามารถในการสอ่ื สารใหผ เู รยี นเกดิ ความรู ความเขา ใจ อนิ เทอรเ นต็ และแหลงการเรียนรู
ในองคค วามรขู องทศั นศลิ ป สอื่ สารไดค รบถว น ตรงประเดน็ ตา งๆ
เขา ใจงาย ชว ยกระตนุ ใหเ กิดกระบวนการการเรียนรูแ ละ
ความรักในงานทัศนศลิ ป
๒) รูจิตวทิ ยาเดก็ ครสู อนศิลปะตองทํางาน
รวมกับเด็กท่ีมีพัฒนาการทางดานรางกายและอารมณที่ อธบิ ายความรู
เปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว ครูสอนศิลปะจึงตองมีความ ครแู ละนกั เรยี นรวมกันอภิปราย
ขอ มูลเก่ยี วกับคุณสมบัตขิ องผูท่ีจะ
อดทนสูง พรอมท่ีจะทํางานเพื่ออบรมสั่งสอนเยาวชน ยึดอาชพี เปน ครสู อนศิลปะ โดยครู
ชว ยอธบิ ายเสรมิ วา คณุ ลกั ษณะแตล ะ
ใหเติบโตเปนบุคลากรท่ีมีคุณภาพของสังคม มีความ ครสู อนศิลปะเปน็ อีกทางเลอื กหนง่ึ ท่ผี ู้มีใจรกั ในงานทศั นศลิ ป ์ รวมท้งั อยา งมีความสาํ คัญอยางไร เพอ่ื ให
เมตตากรุณา พรอมจะชวยแกไขปญหาตา งๆ ใหก ับศษิ ย รักในการสอนเดก็ ซงึ่ สามารถยึดเป็นอาชีพได้ นักเรยี นเกิดความเขา ใจมากยง่ิ ขึ้น
นอกเหนอื จากการถายทอดความรู
๓) รกั ในการสอน กระบวนการทส่ี าํ คญั ทสี่ ดุ ของการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ป คอื ความคดิ สรา งสรรค
ดังนน้ั ครูศลิ ปะจึงควรมีความคดิ สรางสรรคเ พื่อจัดกระบวนการเรยี นการสอน คน หาเทคนคิ ทางทัศนศิลปแ บบตางๆ
มาถา ยทอด สรรหาวสั ดุ เพอ่ื ถา ยทอดความรใู หแ กเ ดก็ ไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและสอดคลอ งกบั เปา หมาย นอกจากน้ี
ยังตองมีความสามารถในการเก็บรวบรวมตัวอยางผลงานทัศนศิลปของผูอ่ืน หรือท่ีสรางสรรคข้ึนเอง ไมวาจะเปน เกรด็ แนะครู
งานจําลองแบบ รปู ถาย สไลด บทความทางวิชาการ ผลงานของนกั เรยี น เพราะมคี วามจําเปนตอ การสรา งแรงจูงใจ ครูควรยกตัวอยางลักษณะที่ดีของ
ครู โดยการอญั เชญิ พระราชดาํ รสั ของ
ใหก ับเดก็ เพ่ือดาํ เนนิ รอยตาม หรอื อาจใชเ ปนตวั อยางประกอบคําอธบิ ายการเรยี นการสอนเพ่ือใหเขาใจงายยง่ิ ขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ซ่ึง
พระราชทานแกครูอาวุโส ประจําป
๔) มบี ุคลกิ ลักษณะทเ่ี หมาะสม กลา วคือ มบี คุ ลิกนา เชอ่ื ถอื เขา ถึงไดงา ย มคี วามพรอมทง้ั ทางดาน พ.ศ. 2522 เมอ่ื วันองั คารท่ี 28 ตุลาคม
รางกายและจิตใจ มีทัศนคติท่ีดี มองโลกในแงบวก มีวิจารณญาณในการรับรู รับฟง มีความอดทนท่ีจะชวยแกไข
ปญหาและคน หาความสามารถเฉพาะบุคคลของผูเรยี นแตล ะคน เพือ่ สง เสริมและสนบั สนนุ ใหไดแสดงฝม อื ทางดาน
ทศั นศลิ ป
พ.ศ. 2523 มีขอความเก่ียวของกับ
ลักษณะครูที่ดีตอนหนึ่งวา “ครูท่ี
๘๑ แทน้ันตองเปนผูกระทําแตความดี
ตองขยันหมั่นเพียรและอุตสาหะ
พากเพยี ร ตอ งเออื้ เฟอ เผ่อื แผแ ละเสยี
สละ ตอ งหนักแนนอดกลน้ั และอดทน
ตอ งรักษาวนิ ยั สํารวม ระวงั ความประพฤติของตนใหอยใู นระเบยี บแบบแผนอนั ดงี าม ตอ งปลกี ตวั ปลกี ใจจาก
ความสะดวกสบายและความสนุกร่ืนเริงที่ไมสมควรแกเกียรติภูมิของตน ตองต้ังใจใหม่ันคงและแนวแน ตอง
ซ่ือสัตย รักษาความจริงใจ ตองมีเมตตา หวังดี ตองวางใจเปนกลาง ไมปลอยไปตามอํานาจอคติ ตองอบรม
ปญญาใหเพิ่มพูนสมบูรณขึ้น ท้ังในดานวิทยาการและความฉลาดรอบรูในเหตุและผล” ซ่ึงจะทําใหนักเรียน
มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกับลกั ษณะทดี่ ขี องครูไดด ยี ิง่ ข้ึน
คมู ือครู 81
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Elaborate Evaluate
อธบิ ายความรู (ยอจากฉบบั นกั เรียน 30%)
ใหนกั เรียนรวมกนั อภิปรายขอ มลู ๒.๓ ศลิ ปนอสิ ระ
เกยี่ วกบั อาชพี ศลิ ปน อสิ ระวา มี
ลกั ษณะอยา งไร ผทู จ่ี ะยดึ อาชพี นคี้ วร ไมมีใครสามารถสอนมนษุ ยใหเปน ศิลปนิ ได บางคนมีคณุ ลกั ษณะ หรือฝม ือที่สามารถเปน ศิลปินไดต ้ังแต
มคี ณุ สมบตั เิ ชนใด โดยครูเสริมขอมูล เยาวว ัย หรอื มีพรสวรรค แตศลิ ปินจาํ นวนมากก็สรา งชื่อเสยี งจากความมมุ านะและเพยี รพยายามสรา งสรรคผ ลงาน
และใหนักเรียนชว ยกันยกตัวอยา ง จนเปน ท่ยี อมรบั ปจจุบนั มีผปู ระกอบอาชีพเปน ศิลปนิ อิสระ สรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปออกมาจําหนา ย ทง้ั ภาพวาด
บคุ คลทยี่ ึดอาชพี เปน ศลิ ปนอิสระ งานแกะสลกั ไม หรอื กอ นหนิ งานหลอ วัสดตุ างๆ เปนตน ซ่ึงศลิ ปนิ อสิ ระควรมที กั ษะดงั ตอไปนี้
ท่เี ปน คนไทย 4 - 5 ทา น
๑) มคี วามเชย่ี วชาญในงานทศั นศลิ ป์ ตอ งรลู กึ ในงานทศั นศลิ ปท ตี่ นตอ งการสรา งสรรค มคี วามมมุ านะ
เกรด็ แนะครู
ในการสรา งสรรคผลงานใหส งั คมยอมรับ ซ่ึงอาจตอ งใชเ วลานานหลายปก วา ที่ผูค นจะยอมรับในผลงาน ตอ งมีความ
ครคู วรเชิญศิลปน อิสระที่มี ตง้ั ใจอทุ ศิ ตนใหก บั การทาํ งานทศั นศลิ ป มคี วามพยายามทจ่ี ะเพม่ิ พนู ประสบการณด ว ยการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ป
ความรู ความสามารถในการสราง ออกมาอยางตอ เนื่อง
สรรคผ ลงานทัศนศิลปท ่ีอาศยั อยู
ภายในทอ งถิน่ หรอื จังหวัดใกลเ คียง ๒) มีความเชอ่ื มั่นในตนเอง การสรา งสรรคผ ลงานในฐานะศลิ ปนิ อสิ ระ ยอ มไดร บั ทง้ั คําช่ืนชมและคาํ
มาเปนวิทยากรใหค วามรเู ก่ียวกับ
งานทัศนศลิ ปกบั นกั เรียน ในดาน วจิ ารณ ผทู จ่ี ะประกอบอาชพี เปน ศลิ ปนิ อสิ ระจงึ ตอ งมคี วามเชอื่ มน่ั ในแนวทางศลิ ปะทตี่ นเองยดึ ถอื ไมท อ ถอย ในขณะ
การผลติ ผลงานทัศนศิลปท่มี ีคณุ คา เดียวกันตอ งมีใจเปดิ กวา งยอมรบั แนวคิดใหมๆ ท่จี ะชว ยพัฒนาผลงานของตนใหมีคุณภาพมากยง่ิ ขน้ึ
ทางความงาม สะทอนแนวความ
คดิ สรางสรรค เพอื่ นาํ เสนอผลงาน ๓) มคี วามคดิ สรา งสรรค ศลิ ปนิ อสิ ระตอ งมจี นิ ตนาการ ชา งคดิ ฝน มคี วามมงุ มน่ั ศกึ ษาคน ควา ทดลอง
ตอ สาธารณชน หรือพานักเรียนไป
ทัศนศกึ ษาเยย่ี มชมการแสดงผลงาน เทคนคิ วิธีการ เลอื กใชวัสดุ หรอื รูปแบบในการสรางสรรคผ ลงานใหมๆ ตอ งไมยึดตดิ กบั เทคนิควิธกี ารเดมิ ๆ เพราะ
ทศั นศลิ ปของบรรดาศลิ ปน ทัศนศลิ ป เทคโนโลยแี ละวิทยาการมกี ารพฒั นาไปอยา งรวดเรว็ ท้งั นี้ เพื่อใหไ ดแนวทางในการสรา งสรรคผลงานทัศนศลิ ปทม่ี ี
ท่จี ดั ไวในสถานทตี่ างๆ เพอื่ ทีจ่ ะได ลักษณะเดน เฉพาะของตนเอง
นาํ ความรูมาใชในการพัฒนาผลงาน
ทัศนศลิ ปข องตนเองตอไปในอนาคต
บเศูรรณษาฐกกาิจรพอเพยี ง
การประกอบอาชีพทางดาน
ทัศนศิลป เปน อาชพี ของผทู ี่มีความ ศลิ ปนิ อสิ ระเปน็ อกี อาชพี หนงึ่ ทส่ี งั คมใหก้ ารยกยอ่ ง ซงึ่ ผทู้ ต่ี อ้ งการจะเดนิ ตามแนวทางน ี้ จะตอ้ งมคี วามคดิ สรา้ งสรรค ์ มคี วามมานะอดทน และผลติ
สามารถและมคี วามถนดั ในงาน ผลงานทศั นศลิ ป์ออกมาอยา่ งสมาำ่ เสมอ
ทัศนศิลปส าขาตา งๆ เพ่ือเปนการ
๘๒
สงเสรมิ ใหน กั เรียนไดเ ลง็ เหน็ ถึง
ความสามารถและความถนัดในงาน
ทศั นศลิ ปข องตนเอง ครใู หนักเรียน
แบง กลมุ กลุม ละ 5 คน เลือกอาชพี ที่ตนเองชื่นชอบมา 1 อาชีพ แลว ใหเพื่อนในกลมุ ประเมินวาเพื่อนคนดังกลาว
มคี ุณสมบัติตามอาชพี ทเ่ี ลือกหรือไม พรอ มสง ตวั แทนท่มี ีคณุ สมบัตติ รงตามอาชีพที่ไดเ ลือกออกมาอภิปราย
หนาชัน้ เรยี น โดยการประเมินนน้ั ควรคํานึงถงึ หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งในดานความมเี หตุผลและความเปน
จริง เพอ่ื ใหผ ลท่ีไดรบั สามารถนํามาใชป ระโยชนใ นการดาํ รงชวี ิตตอไปได
82 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Elaborate Evaluate
๒.๔ ชา งศิลป์ สาํ รวจคนหา
ประเทศไทยเปน ประเทศทม่ี คี วามงดงามและอดุ มสมบรู ณไปดว ยมรดกทางธรรมชาติ
ใหน ักเรียนสบื คนขอ มลู เกี่ยวกับ
และวัฒนธรรม ดังปรากฏหลักฐานเปน จํานวนมาก ซ่งึ มีการสงั่ สม ถายทอด สืบทอดจากรนุ สูร นุ ชา งศิลปไ ทย หรอื ชา งสบิ หมู จาก
หนงั สือในหองสมดุ เว็บไซตใน
จนกระทั่งเปนมรดกทางวัฒนธรรมท่ีมีคุณคาและเปนเอกลักษณของสังคมไทย หรือที่เรียกวา อินเทอรเนต็ และแหลงการเรียนรู
ตางๆ
“มรดกชา งศลิ ปไทย” ซงึ่ ปจ จบุ นั ยงั ขาดชนรนุ หลงั ทจี่ ะสบื ทอดเปน ชา งศลิ ปอ กี เปน จาํ นวนมาก
อธบิ ายความรู
ชา งศลิ ป โดยรวมหมายถงึ ผทู ผ่ี ลติ ผลงานทเี่ กดิ จากฝม อื ความสามารถ และความรู
ใหนักเรียนรวมกนั อธบิ ายขอมูล
เฉพาะทางของชา งแตล ะคน ซง่ึ ชา งศลิ ปไ ทยถกู แบง ออกเปน หลายสาขา รวมเรยี กวา “ชา งสบิ หม”ู เกย่ี วกับลักษณะของชางศลิ ปไทย
หรือชา งสบิ หมวู า ประกอบไปดว ยชา ง
เปนชางหลวงท่ีมีความรู ความชํานาญในงานชางประณีตศิลปและวิจิตรศิลป ซ่ึงจะ ใดบา ง
ประกอบไปดวยชางเขียน ชางปน ชางแกะ ชางสลัก ชางหลอ ชางกลึง ชางหุน นักเรียนควรรู
ชางรัก ชางบุ และชางปูน ซึ่งบุคคลท่ีจะประกอบอาชีพเปนผูสรางสรรคผลงาน ชา งสบิ หมู เปน ชอื่ ของกลมุ งานทไี่ ด
รวบรวมชา งตา งๆ เอาไวด ว ยกนั 10 หมู
ทัศนศิลปป ระเภทงานชา งศิลปไดดนี นั้ นอกจากจะมฝี มือทางดา นทัศนศิลปแลวตอง โดยเขาใจวาชางสิบหมูน้ันมีมาต้ังแต
สมัยอยุธยา แตไมไดมีการจดบันทึก
มีความอดทนในการทํางานหนัก มคี วามคดิ สรา งสรรค และยังตอ งพึงมีคณุ ลักษณะ เปน หลกั ฐานจนมาถงึ สมยั รตั นโกสนิ ทร
ตอนตน จึงมีการจําแนกชางออกเปน
และทกั ษะดังตอไปนี้ หมวดหมตู ามลกั ษณะงานชา งสบิ หมนู ้ี
๑) ยดึ มนั่ ในแบบแผนทกี่ าํ หนด เนอื่ งจากงานชา งศลิ ปไ ทยมแี บบแผน จดั เปน ชา งหลวง จะทาํ งานสนองพระ-
ราชประสงค หรอื พระบรมราชโองการ
ที่ถายทอดสืบตอกันมาตั้งแตสมัยโบราณ ซึ่งจะตองรักษาไว ผูที่จะปฏิบัติงาน ของพระเจาแผนดิน ชางสิบหมูจะ
ประกอบดว ยชา งเขยี นชา งปน ชา งแกะ
ทางดานน้จี ึงตองมีความเขาใจและยอมรับ ชางสลัก ชางหลอ ชางกลึง ชางหุน
๒) รจู กั วสั ดุ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ ชา งฝม อื ทสี่ รา งสรรคง านชา งศลิ ปไ ทย ชางรัก ชางบุ และชา งปูน
มีอยูดวยกันหลากหลายแขนง โดยจะมีความแตกตางของวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ นกั เรยี นควรรู
ซ่ึงเคร่ืองมือและอุปกรณที่จําเปน จะมีความแตกตางกันออกไปในแตละสาขา ดังนั้น โกลนหุน เปนการขึ้นรูปหุนโดยใช
เครื่องมืองานปน ขูดแตงเนื้อดินเอา
ผูทจ่ี ะประกอบอาชพี เปนชา งศลิ ป ตอ งจดจาํ ชือ่ และรายละเอยี ดของอปุ กรณแตล ะชนดิ หัวโขน : ทศกณั ฑ์ สวนท่ีไมตองการออก เพื่อใหไดหุนท่ี
มรี ูปราง รปู ทรง และขนาดท่ใี กลเ คยี ง
ใหได เพื่อใหส ามารถใชง านไดอ ยางถูกตองและมีประสทิ ธิภาพ ๓) รูวิธีการและข้ันตอน ชางฝมือ หรือ กบั แบบทร่ี า งไว
ชา งศลิ ปท ดี่ ตี อ งจดจาํ วธิ กี ารและขน้ั ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน
ในสาขาของตนเองไดเปนอยางดี เพ่ือใหการปฏิบัติงาน
สามารถดําเนินไปไดอยางถูกตอง เชน ชางปน กอนที่
ผลงานอันสวยงามจะปรากฏแกสายตาของสาธารณชน
ตองเร่มิ รางแบบ หรอื กําหนดแบบเสียกอน จากนัน้ จงึ
เตรยี มพนื้ ทสี่ าํ หรบั งานปน ขนึ้ รปู หรอื โกลนหนุ การปน รปู
การปน สว นทเ่ี ปน รายละเอยี ดและสดุ ทา ย คอื การตกแตง
เพม่ิ เติม งานชางศลิ ปทุกประเภทของไทยเปนงานท่ีตอ ง
งานช่างศิลป์ไทยยังขาดแคลนเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะสืบสานมรดก ใชทักษะเฉพาะดาน ปฏิบัติงานดวยความประณีตและ
ภูมิปญั ญาไทยทางด้านนี้อย่อู กี มาก
ละเอยี ดออ นในทกุ ขน้ั ตอน เปนตน
๘๓
นกั เรียนควรรู
ชา งบุ เปน ชา งฝม อื ประเภทหนงึ่ จดั อยใู นจาํ พวกชา งสบิ หมู ทไ่ี ดใ ชฝ ม อื
ทางการชา งตกแตงผิวภายนอกของงานประเภทศิลปภัณฑ ครุภัณฑ และ
สถาปตยกรรมบางประเภท ใหมคี วามสวยงาม แขง็ แรง และมน่ั คงถาวร
คมู ือครู 83
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
อธิบายความรู (ยอ จากฉบบั นักเรียน 30%)
ใหน ักเรยี นรว มกนั อธบิ ายขอมูล ประสบการณใ์ นการทาำ งาน จะชว่ ยทาำ ใหร้ อบรเู้ ทคนคิ เฉพาะดา้ นในการ ๔) รอบรเู ทคนคิ เฉพาะดาน ชา งศลิ ปค วร
เกีย่ วกบั ทักษะและคุณลกั ษณะของ สร้างสรรคผ์ ลงานทศั นศิลปใ์ ห้มคี วามงดงามและมีลกั ษณะโดดเดน่
ผทู จี่ ะประกอบอาชพี เปนชางศิลป เรยี นรเู ทคนคิ พเิ ศษเฉพาะดา น เพอื่ ชว ยในการทาํ งานของ
โดยครูชวยอธิบายขอมูลเสรมิ ตน เชน ชางจําหลกั ไมต อ งรอบรูวา งานประเภทใดควร
ใชไมช นิดใด เชน ไมตะเคียนนยิ มใชแ กะสลกั โขนหัวเรือ
เกร็ดแนะครู ไมขนุน ไมฉําฉา ไมสักนิยมใชในงานแกะสลักประเภท
เครือ่ งเรือน งานหตั ถกรรม ของทรี่ ะลกึ ตลอดจนเครอ่ื ง
ครชู ว ยเสรมิ ขอ มลู วา ปจ จบุ นั ตลาด ประดับภายในอาคาร ชางหลอจะตองรอบรูวางานหลอ
แรงงานยังตองการชางศิลปอีกมาก ประเภทใดควรใชวัสดุ อุปกรณประเภทใด จึงจะมีความ
นอกจากรับราชการแลว ก็ยังเปนที่ เหมาะสม เชน ใชขี้ผึ้งในการหลอเทียน ใชโ ลหะในการ
ตอ งการของบรษิ ทั เอกชนทผ่ี ลติ สนิ คา หลอพระพุทธรูป เปน ตน
ท่ีเปนงานประณีตศิลป หรือจะเปน
ศิลปน อสิ ระกไ็ ด ในการผลิตงานชางศิลปแตละแขนง ถาชาง
รูจักจดจําเทคนิคพิเศษเฉพาะดานท่ีถายทอดจากรุนสูรุน
กจ็ ะสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งราบรน่ื เนอ่ื งดว ยมเี ทคนคิ
ที่ทําใหสามารถปฏิบตั งิ านไดอยา งรวดเรว็
เกร็ดแนะครู เกร็ดศิลป
ครูอธิบายความแตกตางของชาง ชา่ งสิบหมู่ เปน็ กลุ่มช่างหลวงทม่ี ฝี มี อื และมีความชาำ นาญในการสร้างสรรคผ์ ลงานทศั นศิลป์ของไทย ซง่ึ จะประกอบไปดว้ ยชา่ งสกลุ
แกะและชางสลักใหนักเรียนฟงวา ต่างๆ ดงั คาำ ประพันธ์ดงั ต่อไปน้ี
การทาํ งานของชา งทง้ั 2ประเภทน้ีจะมี
ความแตกตางกันตรงท่ีวัสดุ อุปกรณ “ ชางเชยี่ วชาญเปน งานชา ง ชา งสรา งชางสรรคเ์ ปนงานศิลป
ท่ีนํามาใชและลักษณะของผลงาน ชางควรชางเคยี งคูธานินทร์ ชา งสบื มิสญู สน้ิ งานโบราณ
กลาวคือ ชางแกะ เปนผูที่สรางสรรค คือ ชางเขยี น ปน หุน แกะ สลัก อีกชา งรัก กลงึ หลอ บุ ปูน ประสาน
ผลงานใหมีลวดลาย หรือเปนรูปภาพ เปน ตาํ นานชางไทยมาแตก าล ชนประชาเรียกขานชา งสิบหมู ”
ดว ยวธิ กี าร “แกะ” โดยมเี ครอ่ื งมอื ทใี่ ช
คอื “มดี แกะ” งานทนี่ ยิ มนาํ มาแกะจะ ตัวอยา่ งผลงานสกุลช่างสบิ หมู่บางช่าง
เปน งานทมี่ ขี นาดเลก็ ทต่ี อ งการความ
ละเอียดและความประณีต เชน ไม หมชู่ า่ งเขยี น หมชู่ า่ งแกะ หมชู่ า่ งปนั
งาชาง หิน ฟกทอง เปนตน ประเภท
ของงานแกะจะแบง ออกตามวสั ดทุ น่ี าํ ๘4
มาใชท าํ เปนสอ่ื ทางการแกะ ซึง่ มอี ยู
2 ประเภท คือ งานแกะเครอื่ งสด และ นักเรียนควรรู @ มุม IT
งานแกะเครอ่ื งวตั ถถุ าวร สว นชา งสลกั
เปนผูที่สรางสรรคผลใหมีลวดลาย ชางสิบหมู จดั เปนชา งหลวงทท่ี าํ งานสนอง สามารถศึกษาเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั ชา งสิบหมู
หรือเปนรูปภาพดวยวิธีการ “สลัก” พระราชประสงค หรอื พระบรมราชโองการ ไดจ าก http://www.youtube.com โดย
โดยมีเครื่องมือท่ใี ช คอื “ส่ิว” งาน ของพระเจา แผน ดนิ ดงั นน้ั ผลงานแตล ะชน้ิ search คําวา ชา งสิบหมู หรอื http://www.
ของชา งสลกั นิยมนาํ ไม หนิ หนงั ที่ถูกสรางข้ึนมายอมมีความประณีตและ changsipmu.com
กระดาษ ฯลฯ มาเปนสื่อสาํ หรับ สวยงามเปน พเิ ศษ
ถายทอดความคิด ความเช่ือ และ
ความงาม
84 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
๒.๕ ผผู ลติ ผลติ ภณั ฑทาํ ดว ยมอื กระตุนความสนใจ
ผลิตภัณฑทําดวยมือ หรือสินคาแฮนดเมด ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั นาํ สนิ คา
ท่เี ปนผลติ ภณั ฑท าํ มือ หรือสินคา
(Handmade) เปนอกี อาชีพหนง่ึ ทส่ี ามารถนาํ ความรทู าง แฮนดเ มดทน่ี กั เรยี นมมี าแสดง
จากนนั้ ครูตง้ั คําถามกระตุน
ดา นทศั นศลิ ปม าประยกุ ตใชเ พอ่ื สรา งรายได ซง่ึ ในปจ จบุ นั ความสนใจวา
มีผูคนจํานวนมากประกอบอาชีพน้ี โดยการผลิตสินคา • สนิ คา ดังกลาวคอื สง่ิ ใด นักเรียน
ซือ้ มาในราคาเทา ไร
รูปแบบตางๆ ออกมาจําหนาย สามารถพบเห็นไดงาย
• สนิ คา ดงั กลาวมคี วามนา สนใจ
ตามแหลงทองเท่ยี วในจังหวัดตา งๆ และตลาดนดั ทว่ั ไป อยางไร
ลักษณะเดนของผลิตภัณฑทําดวยมือ คือ • ในทองถิ่นของนกั เรยี นมสี ินคา
แฮนดเมดท่เี ดนๆ ใดบา ง
ใชแรงงานคนเปนหลัก หรือทําดวยมือ โดยใชวัสดุจาก
สํารวจคนหา
ธรรมชาตทิ ี่หาไดง า ยในแตละทองถ่ิน หรอื เศษวัสดแุ ตละ
ใหน กั เรียนสืบคนขอมลู เกีย่ วกับ
ชนิ้ ทมี่ ลี กั ษณะเฉพาะ แมเ ปน สนิ คา ประเภทเดยี วกนั แตถ า ลักษณะของสินคาแฮนดเมด
ความตอ งการของผบู ริโภค จาก
คนทําตางกัน รูปลักษณและลวดลายก็จะมีความตางกัน การสมั ภาษณ สอบถาม หรือสืบคน
จากเว็บไซตใ นอนิ เทอรเ น็ต และ
และถา ตา งทอ งถน่ิ ลกั ษณะและวสั ดทุ น่ี าํ มาทาํ กจ็ ะตา งกนั ผลติ ภัณฑท์ าำ ด้วยมือมักเปน็ ทีส่ นใจของนกั ท่องเท่ยี ว ทาำ ให้โอกาสเปิด แหลง การเรยี นรูตา งๆ
สะทอนกลิ่นอายทางวัฒนธรรมที่แทรกอยูในผลงาน ซ่ึง กว้างสำาหรบั ผ้สู นใจ โดยเฉพาะในยา่ นท่ีเป็นศูนยก์ ลางการทอ่ งเทย่ี ว
เกร็ดแนะครู
ถอื เปนเสนห อยางหนึ่งของผลติ ภณั ฑท ําดวยมอื
ครูควรเชญิ ผูท่จี ัดทํา หรอื
ดว ยเหตทุ ผ่ี ลติ ภณั ฑท าํ ดว ยมอื สรา งขนึ้ ภายใน จดั จําหนา ยสินคา แฮนดเ มดมาเลา
ประสบการณและโอกาสทางธรุ กจิ
ทอ งถน่ิ สามารถผลติ ไดใ นปรมิ าณทกี่ ารลงทนุ ไมส งู ผผู ลติ ของสินคา ประเภทนี้ รวมถงึ สินคา
แฮนดเมดทีเ่ หมาะกับทองถนิ่ หรือ
สามารถใชความคิดสรางสรรคไดอยางอิสระ สินคาจึงมี ความสามารถของนกั เรยี นทจี่ ะผลิต
รวมทง้ั ทกั ษะของผทู จี่ ะประกอบ
ความหลากหลายทั้งชนิดและปริมาณ ซ่ึงบุคคลท่ีมีฝมือ อาชีพน้ี
ทางดานทัศนศิลปสามารถผลิตออกมาจําหนายไดและ
เปน สนิ คา ทต่ี ลาดยงั มคี วามตอ งการ ผทู จี่ ะผลติ ผลติ ภณั ฑ
ทาํ ดวยมอื ออกจาํ หนา ย ควรมีทกั ษะดงั ตอ ไปน้ี
๑) มที กั ษะในการจดั การ เนอ่ื งจากผลติ ภณั ฑ
ทําดวยมือเปนสินคาที่ผลิตไดไมยาก สวนใหญมีราคา
จาํ หนา ยตอ ชน้ิ ไมส งู การจาํ หนา ยใหไ ดป รมิ าณมากๆ และ
ตอ เนอ่ื งจงึ เปน สงิ่ สาํ คญั ซงึ่ ผผู ลติ ผลติ ภณั ฑท าํ ดว ยมอื จะ
ตอ งมที กั ษะการจดั การทดี่ ี ทง้ั ในดา นการหาวสั ดทุ ่ีใชผ ลติ
การออกแบบสินคาใหมีจุดเดน การควบคุมดูแลตนทุน
หรอื ในกรณที ่ผี ลติ ในปริมาณมาก ตอ งมกี ารควบคุมดาน
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทำาด้วยมือที่สามารถผลิตออกมาได้อย่างสวยงาม คณุ ภาพใหส นิ คา แตล ะชน้ิ มคี ณุ ภาพเทา เทยี มกนั ตลอดจน
และมีรปู แบบทห่ี ลากหลาย การบรหิ ารรายได
๘๕
นักเรียนควรรู คมู ือครู 85
แฮนดเมด (Handmade) สิ่งของท่ีถูกผลิต หรือสรางขึ้น โดยมีเอกลักษณโดดเดนเฉพาะตัว ท่ีเปน
สนิ คา ทีท่ าํ จากมอื ไมไ ดผ านการผลติ ในโรงงานอุตสาหกรรม ความสวยงามของงานแฮนดเมด จะขน้ึ
อยูกับจินตนาการของผูผลิต หรือผูสราง คุณคาของงานแฮนดเมดปรากฏอยูในงานแตละชิ้นงาน คือ
ไมเ หมอื นกนั 100 เปอรเ ซน็ ต เพราะไมใ ชเ ครอื่ งจกั รในการทาํ งาน ดงั นนั้ สนิ คา จงึ ออกมาดเู ปน ธรรมชาติ
มากกวาและมรี าคาคอนขา งสูง
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
อธบิ ายความรู (ยอ จากฉบับนักเรียน 30%)
ใหน ักเรียนรว มกนั อภิปรายขอมูล
เกี่ยวกับทกั ษะของผทู ่ีจะประกอบ
อาชพี เปน ผูผลิตสนิ คา แฮนดเมด
และถา ในชั้นเรียนมีนักเรียนที่มี
ประสบการณเก่ียวกับเร่ืองน้ีควรให
นักเรียนมาบอกเลาประสบการณตรง
ใหเพอ่ื นฟงดวย
เกร็ดแนะครู
ครูอาจอธบิ ายเพมิ่ เติมเกย่ี วกับ
การผลิตสินคา แฮนดเมด ดงั น้ี
1. พยายามดสู นิ คา แฮนดเ มดทมี่ อี ยู
ในทองตลาดใหมาก เพ่ือจะได
เกดิ มุมมองวา ควรผลติ ส่ิงใด
2. ควรผลิตสินคาที่ตนมีความถนัด ผลิตภัณฑ์ทำาด้วยมือที่มีลักษณะเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ิน ถือว่าเป็นจุดเด่นท่ีช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค เช่น ร่มบ่อสร้าง
ถา สอ่ื เอกลกั ษณข องทอ งถนิ่ หรอื จังหวดั เชยี งใหม่ เป็นตน้ ซ่ึงผ้ซู ้ือสามารถนำาไปใชป้ ระโยชน์ไดโ้ ดยตรงและใชเ้ ป็นของทีร่ ะลึก
จังหวัดดวยกจ็ ะเปนการดี
๒) มคี วามคดิ สรา งสรรค เนอ่ื งจากการผลติ ผลติ ภณั ฑท าํ ดว ยมอื สามารถทาํ ไดง า ย ตน ทนุ ไมส งู สนิ คา ท่ี
3. ใชว ตั ถุดิบท่ีสามารถหาไดงาย
ภายในทอ งถิน่ เปนหลกั และใช ไดร บั ความนยิ มมากจะมกี ารแขง ขนั ทางการตลาดสงู มผี ผู ลติ สนิ คา ออกมาจาํ หนา ย ผผู ลติ ผลติ ภณั ฑท าํ ดว ยมอื จงึ ตอ ง
เงินลงทุนในการผลิตไมสงู มคี วามคดิ สรา งสรรคม าก โดยออกแบบสนิ คา ใหม คี วามแปลกใหม มคี วามนา สนใจแตกตา งออกไปจากสนิ คา ของผอู น่ื
4. พยายามพัฒนาสนิ คา ใหมี อยูเสมอ มีตนทุนไมสูง หรือเปนสินคาท่ีมีเอกลักษณเฉพาะตัว
ความแปลกใหมอ ยเู สมอ ทีผ่ อู ่นื ทาํ ตามไดยาก
5. หาชองทางการจัดจําหนา ยท่ี ๓) เขาใจเร่ืองการตลาด สามารถจะวิเคราะหไดวา
สนิ คา ประเภทใดทต่ี ลาดตอ งการ ควรวางตลาดชว งใด การแขง ขนั
หลากหลาย เชน ผา นทางเวบ็ ไซต เปนแบบใด ราคาจําหนายควรตั้งไวเทาไรจึงจะเหมาะสม
เพ่อื ขยายตลาด เปนตน ควรใชชองทางการจําหนายแบบใดบาง หรือควรใช
6. สํารวจความตองการของตลาด แนวทางใดที่จะทาํ ใหสินคา มีจดุ เดน นา สนใจ เพื่อจูงใจ
อยูเ สมอ เพือ่ จะไดว ิเคราะห ผูบ รโิ ภคใหมาซ้ือสินคา
ความตอ งการไดอยา งถกู ตอง การมีความรูเรื่องการตลาดจะชวยทําใหการ
ตุกตาเซรามิก เป็นผลงานท่ีผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำามือต้องใช้ความคิด สรางผลิตภัณฑมีความสอดคลอง หรือตรงกับความ
สร้างสรรค์เป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลงาน (จากภาพ) ตุกตา
เซรามิกทส่ี รา้ งสรรค์ออกมาเป็นรปู ผตี าโขน ตองการของผูบริโภค ซึ่งชวยทําใหจําหนายสินคาได
นกั เรียนควรรู งา ยยง่ิ ขึ้น
รมบอสราง สินคาพ้ืนเมืองท่ีไดรับ ๘๖
ความนิยมอยา งมากจากนกั ทอ งเที่ยว
ท้ังชาวไทยและชาวตางชาติ ซ่ึงรม
ชนิดน้ีจะผลิตกันมากที่บานบอสราง อ.สันกําแพง จ.เชียงใหม การวาดลวดลายและ
ระบายสีจะมีการนําเอาแปงเปยกผสมน้ํามะโกติดผา หรือกระดาษเขากับรม เพราะจะ
ทําใหมีความแข็งแรง ทนทาน และสีน้ํามันท่ีนํามาระบายจะตองผสมกับนํ้ามันมะเยา
หรือนํา้ มนั ตงั อ๊ิว กจ็ ะชวยใหร มทนแดด ทนฝน สามารถใชง านไดจ ริง
86 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
เสริมสาระ อธบิ ายความรู
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร์ วทิ ยาเขตเพาะช่าง ใหนักเรยี นรวมกันอธบิ ายขอ มูล
เกย่ี วกบั ความสาํ คญั ของมหาวทิ ยาลยั
มีผู้เรียนหลายคนมีแนวคิดว่า ต่อไปภายหน้าอยากไปศึกษาต่อ เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสินทร
ทางดา้ นทศั นศลิ ป ์ เพอื่ จะไดน้ าำ ความรไู้ ปประกอบอาชพี หรอื ผลติ ผลงานทาง วทิ ยาเขตเพาะชา ง เพอื่ เปนขอมลู
ด้านทัศนศิลป์ตามท่ีตนเองมีใจรัก สถาบันท่ีเปิดสอนด้านศิลปะมีอยู่หลาย สําหรับนักเรียนท่มี ีใจรกั ในงาน
แห่ง และหน่ึงในสถาบันทางด้านทัศนศิลป์ท่ีหลายคนใฝ่ฝันอยากไปศึกษา ทัศนศิลปและสนใจทจ่ี ะไปศกึ ษาตอ
ตอ่ กค็ อื “มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร์ วทิ ยาเขตเพาะชา ง” ทางดานนใี้ นอนาคต จะไดทราบ
ขอมลู เบอื้ งตน
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร ์ วทิ ยาเขตเพาะชา่ ง องคพ์ ระวษิ ณกุ รรม ตงั้ อยภู่ ายในมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลย ี
ต้ังอยู่ท่ีถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ราชมงคลรัตนโกสนิ ทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง นักเรียนควรรู
คาำ วา่ “เพาะชา ง” ไดร้ บั พระราชทานนามจากพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจา้ อยหู่ วั (รชั กาลท ่ี ๖) ในวาระทไ่ี ดเ้ สดจ็ พระราชดาำ เนนิ มาทรงเปดิ โรงเรยี น เพาะชาง เปนมหาวิทยาลัยที่เปด
เมื่อวันท่ี ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๖ เนื่องจากทรงมีพระราชดำาริห่วงใยใน สอนศลิ ปะการชา ง ตราประจาํ สถาบนั
ศิลปะการช่างของไทย เกรงว่าจะถูกอิทธิพลของศิลปะตะวันตกเข้าครอบงำา เปนรูปวงกลม มีองคพระวิษณุกรรม
อาจถึงคราวเส่ือมสูญลงได้ จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดต้ังสถานศึกษา อยูตรงกลาง แสดงรัศมีท่ีสื่อถึงความ
เพ่ืออบรมให้ความรู้และฝึกหัดเยาวชนเกี่ยวกับงานช่าง เพ่ือให้ช่วยกันทำานุ รอบรูและปญญาของชางศิลปะ สี
บาำ รุงศิลปะการช่างของไทย ประจาํ สถาบนั คือ สแี ดงและสีดาํ
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง ได้เปิดหลักสูตรการสอนในระดับ นักเรียนควรรู
ปรญิ ญาตร ี ๔ ปี ทง้ั ภาคปกตแิ ละภาคสมทบ (บางสาขา) มที ้ังหมด ๔ กล่มุ วชิ า คอื ศลิ ปะประจำาชาต ิ ศิลปหตั ถกรรม วิจติ รศิลป ์
และออกแบบ สงั กัดมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร ์ สำานกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา
เจาอยหู วั (รัชกาลท่ี 6) พระองคท รง
โดยผู้ท่ีประสงค์จะเข้าศึกษาต่อจะต้องผ่านการสอบคัดเลือก (สอบตรง) โดยผู้มีสิทธ์ิสมัครสอบต้องสำาเร็จการศึกษา หว งใยในศิลปะการชา งของไทย วา
ในระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.) หรือวุฒิการศึกษาใกล้เคียง ซึ่งสอบ จะไดร ับอทิ ธิพลของศิลปวัฒนธรรม
ท้งั วชิ าสามัญและวิชาปฏบิ ตั ิ เช่น การวาดเส้น ความถนัดในสาขาทจี่ ะศึกษา การสอบสัมภาษณ์ เปน็ ต้น ตางชาติเขา ครอบงํา และอาจทาํ ให
ศลิ ปะการชางของไทยเสื่อมสูญ
สาขาวิชาท่เี ปิดสอน ม ี ๑๓ สาขา ไดแ้ ก่ ๘. ประตมิ ากรรม (Sculpture) จงึ มพี ระราชประสงคจ ะทาํ นบุ าํ รงุ
๑. จิตรกรรมไทย (Thai Painting) ศลิ ปะการชา งของไทย โดยการกอ ต้ัง
๒. ประติมากรรมไทย (Thai Sculpture) ๙. ภาพพมิ พ์ (Graphic Arts) มหาวิทยาลัยแหงนข้ี ึ้น
๓. หัตถศลิ ป ์ (Craft) ๑๐. การถ่ายภาพ (Art of Photography)
๔. หัตถกรรม (Handicraft) ๑๑. ออกแบบนเิ ทศศิลป ์ (Visual Communication Design)
๕. เครื่องปนั ดินเผา (Ceramics) ๑๒. ออกแบบภายใน (Interior Design)
๖. เครอ่ื งโลหะและรูปพรรณอญั มณี (Metal work and Jewelry)
๗. จติ รกรรม (Painting) ๑๓. ออกแบบผลติ ภัณฑ ์ (Product Design)
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร ์ วทิ ยาเขตเพาะชา่ ง ไดผ้ ลติ ศลิ ปนิ และบคุ ลากรทางดา้ นทศั นศลิ ปม์ าอยา่ ง
มากมาย เชน่ ถวัลย ์ ดชั น,ี เฉลมิ ชยั โฆษติ พิพัฒน,์ อังคาร กัลยาณพงศ,์ ชำาเรือง วิเชยี รเขตต์, กมล ทศั นาญชล ี เปน็ ต้น
@ มมุ IT ๘๗ นกั เรยี นควรรู
สามารถศึกษาเพิม่ เตมิ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล อญั มณี แรร ตั นชาตทิ เ่ี กดิ ขน้ึ มาจาก
รตั นโกสนิ ทร ไดจาก http://www.pohchang.rmutr.ac.th ธรรมชาติ มีความสวยงาม แข็งแรง
คงทน และหายาก อัญมณีของไทย
จะแบงออกเปน 9 ชนิด หรือทีเ่ รียกวา
“นพรตั น” หรอื “นวรัตน” หรือ “แกว
เกา ประการ” ซงึ่ ประกอบไปดว ยเพชร
ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล
มกุ ดา เพทาย และไพฑูรย
คมู ือครู 87
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
ขยายความเขา ใจ (ยอ จากฉบับนักเรียน 30%)
ใหน ักเรียนเลอื กปฏบิ ัติกิจกรรม กจิ กรรม ศิลปป ฏบิ ัติ
ขอใดขอ หนึ่งตอ ไปนี้
กจิ กรรมที่ ๑ ใหนักเรียนแบง กลุม กลมุ ละ ๕ คน ใหไปสัมภาษณบ ุคคลที่มีอาชีพเก่ียวของกับงานทัศนศิลป หรอื
1. แบง กลมุ 5คนไปสมั ภาษณบ คุ คล ผลิตสินคาประเภทผลิตภัณฑทําดวยมือ โดยศึกษาข้ันตอนการผลิตช้ินงาน ชองทางการจําหนาย
ท่มี อี าชีพทางดา นทศั นศิลป กจิ กรรมท่ี ๒ ความมนั่ คง และความกา วหนา ของอาชพี จากนนั้ นาํ ขอ มลู มาจดั ทําเปนรายงานพรอ มภาพประกอบ
หรอื ผลติ สินคาแฮนดเ มด โดย กิจกรรมที่ ๓ แลวสงครผู ูสอน
ศกึ ษาข้ันตอนการผลิตสินคา เชญิ วทิ ยากรมาบรรยายและแนะแนวทางในการเลอื กศกึ ษาตอ หรอื ประกอบอาชพี ที่ใชค วามรทู างดา น
การจดั จาํ หนา ย ความมน่ั คง และ ทัศนศิลป แลวใหน กั เรยี นแตล ะคนสรุปสาระความรูจากการบรรยายของวิทยากร แลว สง ครผู ูสอน
ความกาวหนาของอาชีพ จัดทํา จงตอบคาํ ถามตอไปน้ี
เปน รายงาน พรอมภาพประกอบ ๑. จงวเิ คราะหถึงคณุ ประโยชนท ี่บคุ คลจะไดร บั จากการศกึ ษา หรอื ปฏบิ ตั ิงานทางดา นทศั นศิลป
สงครผู ูสอน ๒. ใหย กตวั อยา งและอธบิ ายถงึ อาชพี ทสี่ ามารถใชค วามรทู างดา นทศั นศลิ ปในการสรา งสรรคผ ลงาน
2. ใหนกั เรียนระบุอาชพี ทีเ่ กยี่ วขอ ง มา ๑ อาชพี
กับงานทัศนศลิ ปแ ละทักษะที่
จาํ เปนตอการประกอบอาชีพ
ดงั กลาวอยางนอย 5 อาชพี
จัดทําเปน รายงาน สงครผู ูสอน
ตรวจสอบผล การศกึ ษาเรยี นรทู างดา นทศั นศลิ ป นอกจากจะชว ยทาํ ใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจ มสี นุ ทรยี ภาพ รจู กั ชน่ื ชม
ครูพิจารณาจากการระบุอาชีพที่ ความงามของผลงานทัศนศิลปทีศ่ ิลปน ไดสรา งสรรคขึน้ หรอื สามารถออกแบบสรา งสรรคผลงานทัศนศลิ ปตาม
สามารถนําความรทู างดา นทศั นศิลป ความคดิ และจนิ ตนาการของตนไดแ ลว ประสบการณแ ละความรพู น้ื ฐานทไ่ี ดร บั ยงั สามารถนาํ ไปใชใ นการประกอบ
ไปใชป ระโยชนและทักษะท่ีจาํ เปน อาชพี ไดอ กี ดว ย ซง่ึ ปจ จบุ นั มอี าชพี จาํ นวนมากทต่ี อ งใชค วามรทู างดา นทศั นศลิ ปแ ละความตอ งการตลาดแรงงาน
ในการประกอบอาชพี นน้ั ของนักเรียน ทางดา นนย้ี งั เปด กวา งอกี มาก ซง่ึ ถา นกั เรยี นสนใจ รกั ในงานทศั นศลิ ปแ ละมฝี ม อื ทางดา นน้ี กส็ ามารถยดึ เปน อาชพี
สรา งรายไดเ ล้ียงตนเองและครอบครวั ใหมีความสขุ ได
แหสลดักงฐผานลการเรยี นรู
1. รายงานการสัมภาษณบ ุคคลท่ี
มอี าชีพทางดานทศั นศิลป หรือ
ผลติ สนิ คาแฮนดเมด
2. รายงานระบอุ าชีพท่เี ก่ยี วขอ งกับ
งานทัศนศิลป
๘๘
เกร็ดแนะครู
(แนวตอบ กจิ กรรมศลิ ปป ฏบิ ัติ กิจกรรมท่ี 3
1. มีความรู ความเขา ใจ รูจักชน่ื ชมในผลงานทัศนศลิ ป สามารถสรางสรรคผลงานทัศนศิลป
ตามประเภทท่ีตนพงึ พอใจ และนําความรทู างดา นทศั นศลิ ปไ ปใชประกอบอาชีพได
2. พิจารณาจากคาํ ตอบของนกั เรียน โดยอยูใ นดุลยพินิจของครผู สู อน)
88 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage
Explore Explain Elaborate Evaluate
เปา หมายการเรยี นรู
เลือกงานทัศนศิลปโดยใชเ กณฑที่
กําหนดข้นึ อยางเหมาะสมและนาํ ไป
จัดนทิ รรศการ
๖ กระตุน ความสนใจ
หนว ยท่ี ครูหาภาพตวั อยางการจดั
การจัดนทิ รรศการทางทศั นศลิ ป นิทรรศการทางทศั นศิลปม าให
กตวั ช้วี ัด ารจัดนิทรรศการเปนความรูอีกแขนงหน่ึงท่ีผูศึกษา นักเรียนดู และต้งั คําถาม ดังนี้
■ เลอื กงานทศั นศลิ ปโ์ ดยใชเ้ กณฑท์ ก่ี าำ หนดขนึ้ อยา่ งเหมาะสมและ ทศั นศลิ ปจาํ เปนตองเรยี นรู เพราะนทิ รรศการเปรียบเสมือน
นำาไปจัดนทิ รรศการ (ศ ๑.๑ ม.๓/๑๑) เวทีท่ีจะไดม ีโอกาสนาํ ผลงานทัศนศิลปไปจัดแสดง ซ่ึงอาจเปน • ใครเคยไปชมนิทรรศการทาง
ทัศนศิลปท่ีจัดขน้ึ ภายนอก
ผลงานที่ผูเรียนและเพื่อนรวมชั้นเรียนไดสรางสรรคขึ้น หรือ โรงเรยี นบา ง ถาเคย ลักษณะ
เปนผลงานของศิลปนก็ได แตการจัดนิทรรศการทางทัศนศิลป ของนทิ รรศการเปน อยางไร
จะเกิดขึ้นไดตองอาศัยผลงานทัศนศิลป ซึ่งตองมีทั้งปริมาณและ
สาระการเรยี นรูแกนกลาง คุณภาพ ดงั น้นั จงึ ควรทราบหลกั เกณฑทใี่ ชสาํ หรับคัดเลอื กผลงาน • นักเรยี นไดรับประโยชนอ ยางไร
ทัศนศิลปเพื่อนําไปใชจัดนิทรรศการ และนําความรูน้ีไปใชประโยชน จากการไปชมนิทรรศการ
■ การจัดนิทรรศการ (แนวตอบ ขน้ึ อยูก บั ทัศนะของ
นักเรยี น คาํ ตอบไมมีถูก-ผดิ )
ในชีวติ จรงิ ได
เกรด็ แนะครู
การเรียนการสอนในหนวยน้ี
ครูอธิบายใหน ักเรยี นเขาใจวา
นิทรรศการทางทัศนศิลปใหค วามรู
ใหค วามรนื่ รมยท างใจแกผ ชู ม เปน เวที
สําหรับผูสรางสรรคและผูที่รักในงาน
ทศั นศลิ ป ผชู มจาํ นวนมากคาดหวงั จะ
ไดเห็นผลงานทัศนศิลปที่หลากหลาย
เหน็ ถงึ ความคดิ สรา งสรรค พฒั นาการ
ทางทัศนศิลป ดังน้ัน จึงจําเปนตอง
มีการคัดกรองผลงานที่จะนําไปจัด
แสดง เพอื่ ใหน ทิ รรศการทางทศั นศลิ ป
นน้ั เปนนทิ รรศการที่มีคุณภาพ
คูมือครู 89
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore13 January 2016 11:14ExApMlain Elaborate Evaluate
นร.ทศั นศลิ ป ม.3 N6 089-102_O.k
กระตุนความสนใจ (ยอ จากฉบบั นกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนชมคลิปวิดีโอเก่ียวกับ ๑. ความสÓคÞั ¢องนทิ รรศการทางทศั นศลิ ป์
การจดั นิทรรศการทางทศั นศลิ ป แลว
ใหนักเรียนแสดงความคิดเห็น หรือ การศกึ ษาวิชาทศั นศิลป นอกเหนอื จากการเรยี นรวู ิธกี ารสาํ หรับสรา งสรรคผลงานทศั นศิลปแ ลว ความรู
ความรูส ึกทมี่ ตี อบรรยากาศของงาน
และทักษะท่ีผเู รยี นควรจะมอี กี ประการหนึ่ง คอื การจดั นทิ รรศการ (Exhibition) ทางทัศนศิลป ซ่ึงมแี นวทางการจดั ท่ี
สาํ รวจคนหา
หลากหลาย โดยขน้ั ตอนสาํ คญั ทจ่ี ะทาํ ใหส ามารถจดั นทิ รรศการขน้ึ ได คอื การเกบ็ รวบรวมผลงานเพอ่ื นาํ มาจดั แสดง
ใหน ักเรียนไปสบื คน ขอมูล
เกย่ี วกบั ความสําคัญของนทิ รรศการ โดยตอ งมเี กณฑท เ่ี หมาะสมสาํ หรบั นาํ มาใชค ดั กรองใหเ หลอื เพยี งผลงานทสี่ อดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงค หรอื เปน ผลงาน
ทางทศั นศิลปแ ละขนั้ ตอนการจัด
นทิ รรศการทางทัศนศลิ ป นบั ตั้งแต ท่ีมคี ณุ ภาพ เพอ่ื นาํ ไปจดั นทิ รรศการไดเทา นน้ั
ขน้ั วางแผนงาน ข้ันปฏบิ ตั งิ าน
และขนั้ แสดงผลงาน การแสดงผลงานทางทศั นศลิ ป จะใชผ ลงานทศั นศลิ ปป ระเภทใดประเภทหนง่ึ เชน จติ รกรรมสนี า้ํ สนี าํ้ มนั
อธบิ ายความรู งานประตมิ ากรรม งานภาพพมิ พ เปน ตน หรอื จะนาํ งานหลากหลายประเภทมาแสดงรวมกนั กไ็ ด สาํ หรบั ในระดบั ชน้ั
ใหนักเรียนอภิปรายขอมูลเกี่ยวกับ น้ีมีวัตถุประสงคเพื่อนําผลงานที่ผูเรียนไดสรางสรรคข้ึนในการเรียนวิชาทัศนศิลป หรือผลงานของบุคคลอื่น หรือ
ความสําคัญของงานทัศนศิลป โดย
ใหน กั เรยี นทเ่ี คยมโี อกาสไปชมการจดั ของศิลปินนํามาจัดแสดง เพื่อใหผูอื่นไดมีโอกาสชื่นชมผลงานทัศนศิลปท่ีทําเสร็จสมบูรณแลว เพ่ือสรางเสริม
นทิ รรศการทางทศั นศลิ ปน อกโรงเรยี น
ออกมาเลาประสบการณใหเพ่ือนฟง สนุ ทรยี ศลิ ป เผยแพรค วามรู และฝก ทกั ษะทางดา นการบรหิ ารจดั การ ซงึ่ ความสาํ คญั ของการจดั นทิ รรศการทางทศั นศลิ ป
จากนั้นสรุปประเด็นสําคัญท่ีผูชมจะ
ไดร บั จากการไปชมนิทรรศการ สามารถสรปุ ได ดงั ตอ ไปนี้
๑) สง เสรมิ ความรู ความสนใจ เปน การสง เสรมิ ความรู ความสนใจทางทศั นศลิ ปไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
นกั เรยี นควรรู
เพราะการเขาชมนิทรรศการทางทัศนศลิ ปผเู ขาชมจะตอ งใชเ วลาและเดินชมตามเสนทางท่ีกําหนดไว ซง่ึ เมอ่ื ชมจบ
นิทรรศการ (Exhibition) การแสดง
ผลงาน สนิ คา ผลติ ภณั ฑ หรอื กจิ กรรม ผชู มจะสามารถเขาใจเรือ่ งราว หรือเนื้อหาทีผ่ ูจดั ตองการส่ือสาร เสมือนเปนการเติมความรใู หกับตนเอง นอกจากนี้
ใหคนท่ัวไปไดชม ถือเปนวิธีการ
ประกาศ โฆษณา ประชาสัมพนั ธ การจัดนิทรรศการทางทัศนศิลปยังชวยฝกจินตนาการอยางเปนระบบและคิดออกมาเปนภาพ ซึ่งทักษะในดานนี้
อยางหนึ่ง ทจี่ ําเปนตองมสี ่งิ ของ
ภาพ ตลอดจนการแสดง เพื่อดงึ ดดู สามารถนาํ ไปใชในการดาํ เนนิ ชีวิตประจําวันดา นอน่ื ๆ ไดอ ีกดวย
ความสนใจของผูที่จะเขามาชมงาน
เชน การจัดนทิ รรศการทาง ๒) สง เสริมการแสดงออก การไดล งมอื จดั
วทิ ยาศาสตร การจัดนทิ รรศการ
ทางทัศนศิลป การจดั นทิ รรศการ แสดงนทิ รรศการทางทศั นศลิ ปเ อง ผเู รยี นจะไดน าํ ความรู
ทางเทคโนโลยี เปน ตน ซ่ึงเปน การ
จัดเพอื่ ใหผูชมทราบถึงเร่อื งราว ทผี่ า นการศกึ ษาเลา เรยี นซง่ึ เปน ภาคทฤษฎมี าใชถ า ยทอด
ประวัติความเปนมา และสิง่ ทผี่ ูผลิต
สรา งข้นึ เปน ผลงานรปู ธรรมซงึ่ เปน ภาคปฏบิ ตั ิ ถอื เปน การไดล งมอื
ปฏบิ ตั จิ รงิ ซง่ึ จะชว ยทาํ ใหเ กดิ ความรู ความเขา ใจสงิ่ ทไ่ี ด
เรยี นรมู ากยงิ่ ขนึ้ รวมทงั้ ประสบการณต รงเชน นจี้ ะมผี ลตอ
ผูเรียนเมื่อตองไปประกอบอาชีพการงานในอนาคต
๓) สง เสรมิ ความสามคั คี การจดั นทิ รรศการ
ทางทศั นศลิ ปจ ะประสบความสาํ เรจ็ ได จะตอ งอาศยั ความ
รวมมือจากบุคคลหลายฝายที่จะตองรวมมือกันทํางาน
ตามแผนที่ไดกําหนดไว ดังน้ัน การจัดนิทรรศการ
การเขา้ ชมนทิ รรศการทางทศั นศลิ ป ์ จะชว่ ยทาำ ใหผ้ ชู้ มเขา้ ใจความงาม ทางทัศนศิลปจึงชวยเสริมพลังความสามัคคีใหเกิดขึ้น
ของผลงานทศั นศลิ ป ์ สรา้ งความอม่ิ เอมใจ รวมทง้ั ไดค้ วามรดู้ า้ นตา่ งๆ ทางออมในระหวางลงมือปฏิบัติงาน รวมท้ังยังจะเปน
ตามแตศ่ ิลปินจะถา่ ยทอดออกมา
ประสบการณท ช่ี ว ยสอนใหเ รารจู กั การทาํ งานเปน หมคู ณะ
๙๐
@ มุม IT
สามารถชมคลปิ วิดีโอเกย่ี วกบั การจดั นทิ รรศการทางทัศนศลิ ป
ไดจาก http://www.youtube.com โดย search คาํ วา นิทรรศการ
ทางทัศนศลิ ป หรือ Art Exhibition
90 คูม ือครู
กระตุน ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู 2015ข7ย:29าPยMความเขาใจ ตรวจสอบผล
Evaluate
Explore Exp1l5aiDnecember
Engage นร.ทัศนศิลป ม.3 N6 089-102_OE.kxpand
อธิบายความรู
ครูขออาสาสมคั รนักเรยี นใหมา
อธิบายขอมูลเกย่ี วกับขั้นตอนการ
วางแผนการจัดนิทรรศการทาง
ทัศนศิลปว ามีขั้นตอนยอ ยๆ ใดบาง
หรือมีหลกั การดําเนนิ งานอยางไร
ò. ¢ัน้ µอนการจดั นทิ รรศการทางทัศนศลิ ป์ เกรด็ แนะครู
การจดั นทิ รรศการทางทศั นศลิ ปใ นแตล ะงาน อาจมคี วามแตกตา งกนั ในดา นวตั ถปุ ระสงค ลกั ษณะของงาน ครูเนนย้ําใหนักเรียนเขาใจวา หาก
ประเภทของงานทน่ี าํ มาจดั แสดง หรอื กลมุ ผชู ม แตข ้ันตอนในการดาํ เนินงานจะมลี กั ษณะเดียวกัน ดงั ตอ ไปนี้ ตองการใหการจัดนิทรรศการประสบ
ผลสําเร็จ ควรดาํ เนินการดงั ตอ ไปน้ี
๒.๑ ขัน้ การวางแผน
1. ควรมกี ารวางแผนไวลว งหนา
เปน การเตรยี มการเพอ่ื กาํ หนดขน้ั ตอนสาํ หรบั เปน กรอบในการปฏบิ ตั งิ าน เพอื่ ใหบ คุ คลทเ่ี กยี่ วขอ งมองเหน็ และมเี วลาในการเตรยี มตวั อยา ง
ภาพรวมของงาน เขา ใจลักษณะของงานไดตรงกัน ซง่ึ การวางแผนจะตองมคี วามชดั เจนในประเดน็ ตางๆ ดังตอ ไปนี้ พอเพยี ง
๑) วตั ถปุ ระสงคใ นการจัด ตอ งระบใุ หชดั เจนวาวตั ถุประสงคหลกั ในการจดั ตอ งการสิ่งใด เชน เพ่ือให 2. ควรแบงหนาท่ีความรับผิดชอบ
ในทมี โดยพิจารณาจากความ
ผเู รยี นไดม โี อกาสแสดงผลงานทต่ี นสรา งสรรค หรอื ใหเ หน็ ผลงานของศลิ ปนิ ทมี่ ชี อ่ื เสยี ง เพราะวตั ถปุ ระสงคใ นการจดั ถนดั ของแตละบุคคล
จะมีความสัมพันธกับการคัดเลือกผลงานท่ีนํามาแสดง ทั้งน้ี วัตถุประสงคไมควรกําหนดใหมีหลายประการ ซ่ึง
วัตถุประสงคที่ชัดเจนจะชว ยทาํ ใหผ ูปฏิบตั งิ านทง้ั คณะมองเห็นเปา หมายไดตรงกัน 3. ตดิ ตอ ประสานงานประชาสมั พนั ธ
ขอความรวมมอื จากบคุ คลทม่ี ี
๒) สถานทจ่ี ดั ควรระบใุ หช ัดเจนวา จะใชพ ้นื ท่บี ริเวณใดของโรงเรยี น ภายในหอ งเรียน หรอื ภายนอก หนา ที่เก่ยี วขอ ง
หองเรยี น ทัง้ น้ี สถานทสี่ าํ หรับจัดนทิ รรศการทางทัศนศิลปค วรเปน พื้นที่กวางพอสมควร เพ่อื ใหม ีพ้ืนที่ตดิ ตง้ั ผลงาน 4. การประชาสมั พันธก ารจัด
และรองรับจํานวนผูชมซ่ึงอาจมีเปนจํานวนมากและควรเปน พ้ืนทโ่ี ปรง อากาศถายเทไดสะดวก มแี สงสวา งเพียงพอ นทิ รรศการ
ปราศจากสงิ่ รบกวนตางๆ
5. คัดเลอื กผลงานท่จี ะนํามาจัด
๙๑ แสดง โดยการพจิ ารณาอยาง
รอบคอบและสมเหตสุ มผล
6. จัดเตรยี มวัสดุ อปุ กรณ และ
เคร่ืองมือ เพ่อื ใชในการจดั
นิทรรศการ
7. ดําเนนิ การจดั สรางตามขนั้ ตอน
ทไี่ ดม ีการวางแผนไว
8. วางสงิ่ ของท่แี สดงในตาํ แหนง
ทกี่ าํ หนดไว โดยจัดไวใ หอยู
ในระดับสายตาของผูชม
นกั เรียนควรรู คูมือครู 91
วตั ถปุ ระสงคห ลกั เปน หวั ใจของการวางแผนงานและเปน เสมอื นเปา หมายหลกั ทจ่ี ะทาํ ใหผ รู ว มงาน
ทกุ ฝา ยเขา ใจวตั ถปุ ระสงคห ลกั ของการจดั นทิ รรศการ สาํ หรบั การจดั นทิ รรศการในระดบั ของนกั เรยี น
อาจกาํ หนดใหม เี พยี ง 1 - 2 วตั ถปุ ระสงคก เ็ พยี งพอ ไมค วรมมี าก เพราะอาจจะทาํ ใหน ทิ รรศการมคี วาม
หลากหลาย การควบคุมงานใหอยูในกรอบจะเกิดความยากลําบาก และเมื่อกําหนดวัตถุประสงค
ไดแ ลว จะตองสอื่ สารและทาํ ความเขาใจกบั ทมี งานทั้งหมดใหเ ขา ใจตรงกัน
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Expand
Explain Evaluate
Explorนeร.ทศั นศิลป ม.3 N6 089-102_O.k
อธบิ ายความรู (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 30%)
ใหน กั เรยี นอภปิ รายขอ มลู เกยี่ วกบั ๓) ระยะเวลาในการจัด นิทรรศการทาง
การวางแผนการจัดนทิ รรศการ โดย
ครูชว ยเสรมิ ขอ มูล ทัศนศิลปอาจจัดข้ึนในชวงกอนปิดภาคเรียนเทอมตน
ชวงปลายป หรือจัดระหวางวันเทศกาลตางๆ การระบุ
เกรด็ แนะครู เวลาทีแ่ นนอนและมีเวลาเตรียมการท่เี หมาะสม จะทําให
สามารถคัดเลือกผลงานที่มีคุณภาพนํามาแสดงไดเปน
ครคู วรอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี น จาํ นวนมาก
เขาใจวา ข้ันตอนการวางแผนเปน
ส่ิงสําคัญมาก ตองระดมความคิด ๔) กลมุ เปา หมายในการจดั ตอ งใหม คี วาม
จากทุกฝาย เพื่อสรุปความคิดเปน
แผนงาน ซง่ึ ถา แผนมกี ารจดั ทาํ อยา ง ชดั เจนวา กลมุ บคุ คลทตี่ อ งการใหเ ปน เปา หมายหลกั ทจี่ ะ
รอบคอบ รัดกุม และปฏิบัติงานไป ไดร บั ประโยชนจากการจดั นทิ รรศการคอื ใคร อาจจะเปน
ตามแผนทวี่ างไว การจดั นทิ รรศการ ผูเรียนที่เปนเจาของผลงานทัศนศิลป ผูเรียนที่เปนผูชม
ยอมจะสําเร็จไดไมยาก ท้ังน้ี หัวใจ การกาำ หนดกลมุ่ ผชู้ มเปน็ เปา้ หมายหลกั กอ่ นการจดั นทิ รรศการ เพราะ นิทรรศการ การรูกลุมเปาหมายหลกั จะมคี วามสําคญั ตอ
ในการทาํ งานประการหนง่ึ กค็ อื ตอ ง จะชว่ ยทาำ ใหจ้ าำ กดั ขอบเขตการเลอื กผลงานทจ่ี ะนาำ มาจดั แสดงไดง้ า่ ยขน้ึ การกาํ หนดปจ จยั อ่ืนๆ ของการจดั นิทรรศการ
ทําใหผูเก่ียวของทุกฝายมองเห็น
ภาพรวมของงานไดแ ละเขา ใจตรงกนั ๕) งบประมาณ เปน ปจ จยั สาํ คญั อยา งหนง่ึ ตอ ความสาํ เรจ็ ของงาน การจดั นทิ รรศการจาํ เปน ตอ งมคี า ใชจ า ย
เหน็ เปน ภาพเดยี วกนั งานกจ็ ะดาํ เนนิ
ไปอยา งมีประสิทธิภาพ ถึงแมจะมจี าํ นวนไมมาก แตก็ตอ งทาํ บัญชีรายรบั - รายจาย ทราบแหลงทีม่ าและจาํ นวนงบประมาณทจี่ าํ เปน ตอ งใช
เชน ไดจ ากการสนับสนนุ ของโรงเรียน ผูเรยี นชว ยกันบรจิ าค เปนตน การใชจ ายเงนิ ตองระมัดระวงั พงึ จา ยเฉพาะ
สิง่ ท่มี คี วามจําเปน ทง้ั นี้ ควรมงี บประมาณสาํ รองไวบ า ง เพือ่ ไวใ ชจ า ยสาํ หรบั การแกไขปญหาเฉพาะหนา
๖) วิธีการจัด จะจัดอยางไร ใครเปนผูจัด เชน ถาจัดเพียงหองเรียนเดียว อาจจัดบริเวณหนาหอง
ใหผ เู รยี นในหอ งเปน ผจู ดั หรอื จะจดั ทง้ั ระดบั ชนั้ กต็ อ งใหผ เู รยี นในหอ งอน่ื ๆ เขา มารว มเปน คณะทาํ งาน เปน ตน ทง้ั น้ี
ตองมีการแบงหนาที่วาใครจะรับผิดชอบงานสวนใด โดยอาจแบงเปนฝายๆ เชน ฝายการเงิน ฝายประชาสัมพันธ
ฝายสถานที่ ฝา ยคัดเลอื กและตดิ ต้งั ผลงาน ฝา ยประสานงาน ฝา ยพิธีการ ฝา ยประเมนิ ผล เปนตน
นกั เรยี นควรรู พนื้ ที่จัดนิทรรศการควรเปน็ พื้นทีโ่ ล่งกว้าง เพอ่ื ใหผ้ ชู้ มได้ใชเ้ วลาชมผลงานได้อย่างสะดวก
กลมุ เปา หมาย หรอื Target Group ๙๒
เปนหัวใจสําคัญอยางหนึ่งของการ
วางแผน การจัดนิทรรศการตอง นักเรียนควรรู
ประชุมและกําหนดเปาหมายท่ี
แนน อนวา กลมุ เปา หมายหลกั คอื ใคร ฝายสถานท่ี จะตองพิจารณาในลักษณะของโครงสรางวามีความแข็งแรง กันแดด ฝน ลมหรือไม
เพราะจะไดเตรียมงานและส่ิงตางๆ ท้ังนี้ จะตอ งเปนพื้นที่โปรง กวา งขวาง มที างเขา - ออกสะดวก อากาศถา ยเทไดด ี อณุ หภมู ิพอเหมาะ
รองรบั ไดถ กู เนอื่ งจากผชู มแตล ะกลมุ ไมรอน หรือเย็นจนเกินไป มีแสงสวางท่ีเพียงพอ ปราศจากเสียงท่ีดังรบกวน และสามารถควบคุม
จะมีพฤติกรรมในการชมแตกตาง บรรยากาศ หรือสภาพแวดลอ มไดด ี
กันออกไป สวนผูชมกลมุ อ่นื ๆ ใหถือ
เปนสวนเสริม ทั้งนี้ ไมควรกําหนด
ผูชมกลุมเปาหมายหลักในลักษณะ
ท่กี วาง เชน ประชาชนท่ัวไป บุคคล
ท่ีสนใจผลงานทศั นศลิ ป เปน ตน
เพราะจะทาํ ใหเ ตรยี มงานไดลาํ บาก
92 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู 2015ข7ย:29าPยMความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Exp1l5aiDnecember Evaluate
Engage Explore นร.ทัศนศลิ ป ม.3 N6 089-102_OE.kxpand
๒.๒ ข้ันปฏิบัติงาน อธบิ ายความรู
ขั้นตอนน้ีเปนการลงมือปฏิบัติงานใหนิทรรศการเกิดข้ึนจริง หลังจากท่ีวางแผนแบงภาระหนาท่ีใหแตละ ใหน ักเรียนรว มกันอภิปรายขอมลู
ฝายนําไปปฏิบัติแลว ควรมีการประชุมเพื่อติดตามงานเปนระยะๆ วาแตละงานมีความคืบหนาไปมากนอยเพียงใด เกี่ยวกับความสาํ คญั และลกั ษณะการ
ภาระหนา ทีท่ ี่สาํ คัญในขนั้ ตอนนี้ จะประกอบไปดวย ออกแบบงานนิทรรศการใหน า สนใจ
โดยครูชวยอธิบายเสริม
๑) การออกแบบงาน การออกแบบถือเปนหัวใจสําคัญของการจัดนิทรรศการ เพราะชวยทําใหงานมี
เกรด็ แนะครู
ความโดดเดน กระตนุ ความสนใจของผชู ม หรอื ชมงานดว ยความเพลดิ เพลนิ มองเหน็ คณุ คา และความหมายของงาน
นิทรรศการ การออกแบบงานนิทรรศการจะประกอบไปดวยการออกแบบโครงสรางท่ีเปนภาพรวมของนิทรรศการ ครูควรอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา
พ้ืนท่ีท่ีใชแสดงผลงานทัศนศิลป ซุมประตูทางเขา - ออก และอื่นๆ การตกแตงบริเวณงานใหมีสีสันท่ีนาสนใจและ การออกแบบงานจะชวยดึงดูดความ
มีความแตกตางไปจากสภาพแวดลอมใกลเคียง อาจมีการจัดสวนหยอม น้ําพุ สรางทางเดินเล็กๆ จัดหามุมนั่ง สนใจของผชู ม ซงึ่ การจะออกแบบงาน
พักผอ น ออกแบบแผน ปา ยเพ่อื บอกขอ มูลสงั เขปของผลงานแตละช้ิน นอกจากน้ี ยงั หมายรวมไปถงึ การจัดแสงไฟ ใหไดดี ผูออกแบบตองไปชมแนวทาง
สอ งสวา งใหม คี วามนมุ นวล หรอื การเปดิ เสยี งเพลงคลอเบาๆ เพอ่ื สรา งอารมณใ หก ารชมนทิ รรศการเกดิ ความรนื่ รมย การจดั นทิ รรศการตางๆ ใหมาก เพือ่
มากยงิ่ ขึน้ ทั้งน้ี การออกแบบและตกแตง ภายในงานจะตอ งมีความสมั พันธกลมกลืนกบั เนื้อหาของนทิ รรศการดว ย จะไดเกิดความคิดสรางสรรค ทั้งนี้
ตอ งพงึ ระมดั ระวงั อยา ใหก ารออกแบบ
เกร็ดศิลป งานไปกลบความสําคัญและดึงความ
สนใจออกจากผลงานทัศนศิลปท่ีนํา
หอศลิ ปกรุงเทพมหานคร มาจดั แสดง
มชี อ่ื เรยี กอยา่ งเปน็ ทางการวา่ “หอศลิ ปวฒั นธรรมแหง่ กรงุ เทพมหานคร”
(Bangkok Art and Culture Centre) ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน หัวมุมถนน นกั เรียนควรรู
พระรามที ่ ๑ และถนนพญาไท ตรงขา้ มศูนย์การคา้ มาบุญครองและสยามดสิ คัฟเวอร่ ี
เริ่มกอ่ สรา้ งต้งั แต ่ พ.ศ. ๒๕๓๗ แลว้ เสร็จเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๕๑ ตวั อาคารสงู ๙ ช้นั มีพนื้ ท่ี ขอ มูลสังเขปของผลงาน ใหร ะบุ
จัดแสดง ๔,๐๐๐ ตารางเมตร สถาปนิกออกแบบให้เป็นทรงกระบอก ซ่ึงสามารถ เฉพาะขอมูลทีส่ ําคญั ไดแก
เชอ่ื มตอ่ ระหวา่ งอาคารไดด้ ว้ ยทางเดนิ วนเปน็ แนวเอยี งขนึ้ เพอ่ื ใหผ้ ชู้ มสามารถชมงาน ชือ่ ผสู รางสรรค พ.ศ. เทคนิค วิธีการ
ทศั นศลิ ปใ์ นแต่ละชั้นไดอ้ ย่างต่อเนือ่ ง นอกจากน้ ี ตัวอาคารยงั สามารถรบั แสงสวา่ ง ขนาด ประเภทผลงาน และขอ มลู
จากภายนอกได้ โดยที่แสงจะไม่มีผลกระทบต่อผลงานทัศนศิลป์ที่แสดงอยู่ภายใน สังเขป พิมพ หรอื เขยี นบนกระดาษ
โดยมหี อ้ งแสดงนทิ รรศการอยดู่ ว้ ยกนั หลายหอ้ ง เปดิ ใหเ้ ขา้ ชมตงั้ แตเ่ วลา ๑๐.๐๐ น. – พื้นสอี อนแลว นาํ ไปตดิ ใกลๆ ผลงาน
๒๑.๐๐ น. วนั องั คารถงึ วันอาทติ ย ์ (หยุดทกุ วนั จันทร์)
นกั เรยี นควรรู
นอกจากหอศิลปกรุงเทพมหานครแล้ว ยังมีหอศิลป์อีกหลายแห่งกระจาย
อยู่ตามจังหวัดต่างๆ มีท้ังของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่สามารถจะเข้าไปชื่นชม การชมนทิ รรศการผชู มตอ งใชส มาธิ
ผลงานทศั นศลิ ปไ์ ด ้ เชน่ พพิ ธิ ภณั ฑส์ ถานแหง่ ชาต ิ หอศลิ ป กรงุ เทพมหานคร หอศลิ ป และจินตนาการ ดังน้ัน เสียงเพลง
วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น จงั หวัดขอนแกน่ หอศลิ ปวัฒนธรรมเมอื งเชยี งใหม่ ท่ีใชควรเปนเพลงบรรเลงจังหวะชาๆ
จงั หวดั เชยี งใหม ่ หอศลิ ปร์ มิ นา่ น จงั หวดั นา่ น หอศลิ ปน์ ครหาดใหญ ่ เฉลมิ พระเกยี รตฯิ และเปดคลอเบาๆ ซ่ึงจะชวยสราง
จงั หวดั สงขลา หอศลิ ปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก จงั หวดั ชลบุรี เปน็ ต้น ความเพลิดเพลินและสรางอารมณ
สนุ ทรยี ะใหกับผูชมไดมากยิ่งข้นึ
๙๓
คมู ือครู 93
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจค1น 5หDeาcember อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Elaborate Evaluate
2015 7:2E9xpPMlain
Explorนeร.ทศั นศลิ ป ม.3 N6 089-102_O.k
อธบิ ายความรู (ยอ จากฉบับนกั เรียน 30%)
ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายขอมูล
เกย่ี วกบั ขนั้ ตอนการแสดงผลงาน หรอื
ขน้ั แสดงนทิ รรศการทางทศั นศลิ ปว า มี ๒) จัดหาวสั ดุ อปุ กรณ การจดั นทิ รรศการ
รายละเอยี ดในการปฏบิ ตั อิ ยา งไร โดย
ครชู ว ยเสรมิ ขอมลู ทางทัศนศิลปแตละคร้ังตองใชวัสดุ อุปกรณเปนจํานวน
มาก เชน บอรด ผา แผน โฟม กระดาษ สี เครอื่ งเสยี ง อปุ กรณ
ไฟฟา และอน่ื ๆ เปน ตน สาํ หรบั นาํ มาใชใ นการแสดงและ
ตกแตง เพอื่ ใหท ราบจาํ นวนทตี่ อ งใช ปอ งกนั ความสบั สน
และการสูญหาย จึงควรทําตารางบันทึกวัสดุ อุปกรณ
นกั เรยี นควรรู พรอมระบุแหลงท่ีมา เชน ยืมจากใคร ซื้อมาจากท่ีใด
ไวเ ปน หลกั ฐาน เปน ตน
ตารางบันทึก ถือเปนฐานขอมูลท่ี
ชวยกันลืม เพราะในชวงปฏิบัติงาน ๓) การลงมือติดตั้งผลงาน หลังจากที่
จริงอาจมีความฉุกละหุก หลายคนจะ
ลมื วา มวี ัสดุ อุปกรณใดบา ง มจี าํ นวน คัดเลือกผลงานทัศนศิลปไดแลว จึงนํามาติดต้ังตามผัง
เทาใด การมีฐานขอ มลู จะชว ยในเรอ่ื ง ก่อนการนาำ ผลงานมาติดตง้ั ควรออกแบบแผนผังไวล้ ว่ งหน้า เพ่ือชว่ ย ทอ่ี อกแบบไว การดาํ เนนิ งานในขน้ั ตอนนต้ี อ งอาศยั ความ
การบรหิ ารจดั การ สามารถจะประเมนิ ปอ้ งกนั ความเสยี หายทจี่ ะเกดิ จากการตดิ ตงั้ ผดิ ตาำ แหนง่ จนตอ้ งรอื้ ถอน รว มมอื จากฝา ยตา งๆ และตอ งใชค วามระมดั ระวงั อยา งสงู
ไดวามีสิ่งของ หรือวัสดุ อุปกรณใดที่ เพราะอาจทาํ ใหผ ลงานเกิดความชํารุดเสยี หายได ท้ังน้ี การติดตงั้ ผลงานควรจดั แบง ออกเปนประเภทตา งๆ ไดแก
กําลังจะหมดจะไดจัดหามาเตรียมไว จติ รกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพมิ พ และสอ่ื ผสม ซง่ึ นยิ มกนั ทว่ั ไป หรอื ถา จดั แสดงเฉพาะผลงานทผี่ เู รยี นสรา งสรรคข นึ้
ลวงหนา หรือมีพอเพียงแลว จะได อาจจะแบง เปน หอ ง หรอื ระดบั ชน้ั ตามความเหมาะสม การตกแตง ตดิ ตง้ั วสั ดุ อปุ กรณ และผลงานตอ งกระทาํ ใหแ ลว
ไมซื้อมาเกินปริมาณที่จะตองใชจริง เสร็จและทดลองใชก อนวันเปิดงาน
๒.๓ ข้นั แสดงผลงาน
รวมท้ังในกรณีท่ียืมมาจะไดสํารวจ ในขน้ั ตอนน้เี ปน การแสดงผลงานทศั นศลิ ป เนือ้ หา ขอ มลู หรอื ส่อื ตา งๆ ใหผูชมไดรบั รู ทดลอง หรอื
จํานวนและแหลงท่ีจะนําสงคืนได เขารว มกิจกรรมตามท่ีผจู ัดออกแบบและตดิ ตั้งไว ซึ่งประกอบดว ยขัน้ ตอนดงั ตอ ไปนี้
๑) พิธีเปดนิทรรศการ เปนกิจกรรมแรกที่แสดงใหเห็นวา นิทรรศการทางทัศนศิลปคร้ังน้ีพรอมท่ีจะ
อยางถูกตอ ง
เปิดใหผูชมไดเขาชมอยางเปนทางการแลว สิ่งที่ตองใชในพิธีเปิด เชน
เครอ่ื งเสยี ง คาํ กลา วรายงานของผจู ดั คาํ กลา วเปดิ งานสาํ หรบั
นกั เรยี นควรรู ประธาน เปน ตน โดยตอ งเตรยี มการไวล ว งหนา วา จะใหป ระธาน
ยนื กลา วเปดิ งานบรเิ วณใด ทง้ั น้ี ถา เปน นทิ รรศการทางทศั นศลิ ป
คํากลาวเปดงานสําหรับประธาน
โ ด ย ป ก ติ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร จั ด ง า น ขนาดเล็กท่ีจัดภายในสถานศึกษา รูปแบบพิธีการสามารถ
ควรรางคํากลาวแลวสงใหประธาน
ตรวจสอบกอนที่จะถึงวันเปดงานจริง ปรบั เปลี่ยนใหเ หมาะสมกับสถานทไ่ี ด
เพ่ือทานจะไดทราบขอมูลลวงหนาวา ๒) ประชาสมั พนั ธภ ายใน เปน การอาํ นวยความสะดวก
จะตอ งกลา วอยา งไร รวมทงั้ ทา นอาจมี
ขอเสนอแนะในการปรับปรุงแกไข แกผ เู ขา ชม ในกรณที นี่ ทิ รรศการเปน งานใหญ มพี นื้ ทกี่ วา ง จาํ เปน
ตอ งใชส อ่ื หลากหลายชนดิ ชว ยในการประชาสมั พนั ธ เชน แผน ปา ย
โบรชวั รเ์ ปน็ เอกสารอกี แบบหนงึ่ ทน่ี ยิ มนาำ มาใชใ้ นการประชาสมั พนั ธ์ แสดงผังรวมของงาน การใชเครือ่ งขยายเสยี ง ปา ยบอก
นิทรรศการทางทศั นศลิ ป์
ขอ ความ สว นใหญใ นคาํ กลา วเปด งาน ๙4
จะเร่ิมตนดวยการกลาวขอบคุณท่ีให
เกียรติเชิญมาเปนประธาน จากน้ัน
กลาวถึงหลักการ แนวคิดเก่ียวกับ
นทิ รรศการทางทศั นศลิ ป กลา วชมเชย
การจัดนิทรรศการคร้ังน้ี ขอบคุณผูใหการอุปถัมภและผูมีสวนรวมในการจัด
นทิ รรศการ และอวยพรใหก ารจดั นทิ รรศการสาํ เรจ็ ลลุ ว งดว ยดตี ามวตั ถปุ ระสงค
และคาํ กลา วบทลงทา ย เชน “บดั นี้ ไดเ วลาอนั สมควรแลว ผม (ดฉิ นั ) ขอเปด งาน
นทิ รรศการทัศนศลิ ป…(ระบุชื่อทางการของงาน)... ณ บัดน”้ี
94 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู 2015ข7ย:29าPยMความเขาใจ ตรวจสอบผล
Evaluate
Explore Exp1l5aiDnecember
Engage นร.ทัศนศลิ ป ม.3 N6 089-102_OE.kxpand
สํารวจคน หา
เสนทาง แผนพบั หรอื สูจิบัตรระบุกิจกรรมตา งๆ โปสเตอรโฆษณาเชิญชวน เปน ตน แตถาจัดในสถานศึกษาสามารถ ใหน ักเรียนสืบคนขอมลู เก่ียวกบั
ลดปรมิ าณสอื่ ทีใ่ ชประชาสมั พนั ธไดตามความเหมาะสม วธิ ีประเมินผลและตัวอยางแบบ
สอบถามทใ่ี ชในการประเมนิ ผล
๓) การนาํ ชมและดาํ เนนิ กจิ กรรม หลงั เสรจ็ พธิ เี ปดิ งาน คณะผจู ดั นทิ รรศการนาํ ประธานและผรู ว มงาน การจดั นิทรรศการทางทศั นศิลป
เดินชมนิทรรศการตามจุดสําคัญของงาน แตละจุดจะมีเจาหนาท่ี หรือศิลปินบรรยายรายละเอียดของงานที่ตนได อธิบายความรู
สรางสรรคข น้ึ เทคนคิ วธิ กี ารทใี่ ช หรอื ตอบคําถามจากผูช ม ทั้งน้ี เจา หนา ทีแ่ นะนําควรมีตลอดระยะเวลาของงาน
กรณจี ัดในสถานศึกษาอาจแบง เวลาใหมเี จา หนาทแี่ นะนาํ เปน ชว งๆ ก็ได ใหนกั เรียนรวมกนั อภิปรายขอมูล
เกยี่ วกับวธิ ีการประเมนิ ผลการจดั
๒.๔ ขนั้ ประเมนิ ผล นทิ รรศการทางทศั นศลิ ป และดู
ตวั อยา งแบบสอบถามท่ีใชในการ
เปน การประเมนิ ผลการจดั งาน เพอื่ ใหท ราบจดุ ดี จดุ บกพรอ ง เพอ่ื นาํ ไปปรบั ปรงุ แกไ ขในการจดั นทิ รรศการ ประเมนิ ผลจากการสืบคนขอมูล
ครง้ั ตอ ๆ ไป แบบประเมินผลควรออกแบบใหงา ยตอ การตอบและครอบคลมุ ประเด็น เชน ใหขีดเครื่องหมายลงใน
กรอบหนา ขอท่เี ลอื กและไมค วรมจี าํ นวนขอ มาก ซึ่งผูท่จี ะตอบขอมลู ในการประเมนิ จะแบงออกเปน ๒ กลุม ไดแ ก นักเรียนควรรู
๑) คณะทํางาน ซึ่งเปนผูลงมือปฏิบัติงาน แบบประเมินท่ีใชเก็บขอมูลจากกลุมน้ีสามารถใชแบบที่ให งายตอการตอบ แบบสอบถามที่
ใหผูชมเปนผูประเมิน ควรหลีกเล่ียง
เขยี นแสดงความคดิ เหน็ ได เพอื่ ตอ งการใหส ะทอ นปญ หา อปุ สรรค และแนวทางการแกไ ข ตลอดจนขอ ดี ขอ บกพรอ ง คําถามปลายเปด แลวใหผูชมเขียน
ในการปฏิบตั ิงานข้ันตอนตา งๆ ตอบตามความคิดเห็นของตน เพราะ
มีผลสัมฤทธิน์ อ ย ควรกาํ หนดคาํ ตอบ
๒) ผูชม เปนกลุมเปาหมายที่สําคัญ เพราะนิทรรศการจัดขึ้นสําหรับผูชม การประเมินผลจะทําให เปนกรอบไว แลวใหตอบโดยวิธีเขียน
สัญลักษณ เชน ขีด ✓ เปนตน จะได
ทราบวางานที่ดําเนินการมาไดรับความสําเร็จมากนอยเพียงใด ซ่ึงจะชวยสะทอนภาพของงานออกมาใกลเคียงกับ ผลทีด่ ีกวา
ความเปน จริง โดยพยายามเก็บขอ มูลจากกลมุ คนหลายเพศ หลายวยั และใหมจี ํานวนผตู อบมากพอสมควร
การแนะนำาผลงานโดยศลิ ปนิ จะชว่ ยทาำ ใหผ้ ู้ชมเขา้ ใจแนวคดิ และเบ้อื งหลงั การสร้างสรรคผ์ ลงานไดด้ ีมากยิง่ ข้นึ
๙๕
คมู ือครู 95
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explain Expand Evaluate
Explorนeร.ทัศนศลิ ป ม.3 N6 089-102_O.k
อธบิ ายความรู (ยอจากฉบับนักเรียน 30%)
ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปราย เสริมสาระ
ขอมูลเกี่ยวกับหัวขอสําคัญท่ีควร
ระบุในการจัดทําแบบสอบถาม เพื่อ แบบสอบถามการประเมนิ ผลการจดั นทิ รรศการ
ประเมินผลนิทรรศการ โดยใชขอมูล
จากกรอบเสริมสาระเปนแนวทางใน การประเมินผลมีความจำาเปน็ ตอ่ การจัดนิทรรศการทางทัศนศิลป์ เพ่ือจะไดท้ ราบวา่ การจัดนิทรรศการในคร้งั น้บี รรลวุ ัตถุประสงค์ทไี่ ด้
การพัฒนา ตงั้ ไวม้ ากนอ้ ยเพยี งใด ทงั้ น ้ี การไดม้ าของขอ้ มลู ทจี่ ะใชใ้ นการประเมนิ มอี ยดู่ ว้ ยกนั หลากหลายวธิ ี แตว่ ธิ ที นี่ ยิ มใชก้ นั มาก คอื การใชแ้ บบสอบถาม
ต่อไปนเ้ี ปน็ ตัวอยา่ งแบบสอบถาม ซึง่ ผู้เรียนสามารถจะนาำ ไปใชพ้ ฒั นาเป็นแบบสอบถามการจดั นิทรรศการทางทศั นศลิ ป์ของผเู้ รยี นได้
ขยายความเขาใจ แบบสอบถามความพึงพอใจของผเู้ ข้าชมนิทรรศการ “...(ชือ่ นทิ รรศการ)...”
ใหนักเรียนแบงกลุมกลุมละ 3 คน คําชี้แจง ขอความกรณุ าโปรดทาำ เครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่อง หนา้ ขอ้ ความท่ที า่ นเลือก
ใหแตละกลุมสรางแบบสอบถามที่จะ
ใชประเมินผลงานการจัดนิทรรศทาง ส่วนท่ี ๑ ขอ้ มลู ส่วนบุคคล
ทัศนศลิ ปท จ่ี ะจัดขน้ึ สงครูผูสอน
เพศ ชาย หญงิ
ตรวจสอบผล
อาย ุ ต่ำากวา่ ๑๐ ปี ๑๐ - ๑๕ ปี ๑๖ - ๒๐ ปี
ครูพิจารณาจากแบบสอบถาม สงู กวา่ ๔๑ ปี
ประเมินนิทรรศการทางทัศนศิลปท่ี ๒๑ - ๓๐ ป ี ๓๑ - ๔๐ ป ี เจา้ หน้าที่
สามารถนําไปใชประโยชนไ ดจ ริง ประชาชนท่ัวไป
อาชีพ/สถานะ นกั เรยี น นกั ศกึ ษา คร ู อาจารย์
เกรด็ แนะครู
ศลิ ปิน ผปู้ กครอง
ครูควรอธบิ ายเสรมิ แกนกั เรยี นวา
การประเมนิ ผลมคี วามจาํ เปน ตอ สว่ นท่ี ๒ ข้อมลู ประชาสัมพันธ ์ ทา่ นทราบข่าวการจัดนทิ รรศการครัง้ นีจ้ ากสือ่ ประชาสัมพนั ธ์ใด
การปฏิบัติงานทกุ งาน อยางการจดั
นิทรรศการทางทัศนศลิ ป นอกจาก โปสเตอร์ ใบปลิว/แผ่นพับ เวบ็ ไซต์
จะไดร วู างานบรรลุวัตถปุ ระสงค
มากนอยเพยี งใดแลว ยังจะได เสียงตามสาย มีผแู้ นะนำา พบโดยบงั เอญิ
ทราบวา ผเู ขา ชมงานมีความพึง
พอใจอยางไร นทิ รรศการมีขอดี ส่วนที่ ๓ ทา่ นมีความพึงพอใจในการชมนทิ รรศการครัง้ น้มี ากนอ้ ยเพยี งใด
ขอ บกพรองใดบา ง ผเู ขาชมมี
ขอ เสนอแนะอยางไร รวมถึง หัวข้อประเมิน ระดบั ความพึงพอใจ
ประเด็นอน่ื ๆ ซึ่งจะเปน ประโยชน
ตอการนําขอ มูลมาปรบั ปรุงให ๑. ความเหมาะสมของช่อื นทิ รรศการ พอใจมากสดุ พอใจ ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง
การจดั นทิ รรศการคร้ังตอๆ ไป ๒. รูปแบบและแนวคดิ ของนิทรรศการ
ประสบผลสําเร็จมากข้ึน ๓. การออกแบบและตกแตงนทิ รรศการ
๔. ผลงานทน่ี าํ มาแสดงนิทรรศการ
๕. แสงสวางและเสียงในนทิ รรศการ
๖. สถานทีใ่ นการจัดนิทรรศการ
๗. ระยะเวลาในการจดั นิทรรศการ
๘. การใหข อมลู ของผลงานทน่ี าํ มาแสดง
๙. การใหบ ริการของเจา หนาท่ี
๙๖
นักเรียนควรรู
ความพงึ พอใจ นอกจากจะระบุเปน ขอ ความแลว จะกาํ หนดเปนคา ตวั เลขก็ได
เชน 5 4 3 2 1 เปนตน แตด านทา ยตารางตองมีคําอธบิ ายกาํ กับไวดวยวา คาตัวเลข
แตล ะตวั หมายถงึ สงิ่ ใด เชน 5 = มีความพงึ พอใจมากท่ีสดุ 1 = ควรปรับปรงุ เปนตน
96 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ าย1ค5 Dวeาceมmรbeู r 2015ข7ย:29าPยMความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Eนรx.ทpัศlนaศลิinป ม.3 N6 089-102_OE.kxpand Evaluate
กระตุน ความสนใจ
ó. àกณ±การคัดàล×อก¼ลงานทศั นศิลป์à¾อ×è จัดนทิ รรศการ ครนู าํ ภาพผลงานจติ รกรรมจาํ นวน
หลายๆ ภาพ มาใหนักเรียนดู แลว
ผลงานทัศนศิลปที่จะนํามาจัดนิทรรศการ สุมนักเรียน 4 - 5 คน ใหเปนผูเลือก
อาจมาจากการเรียนเชิญใหศิลปินสงผลงานเขารวม ภาพเพื่อนําไปจัดนิทรรศการ ซ่ึงจะ
ผูสนใจสงผลงานมาใหพิจารณาตามคําเชิญชวน หรือ เห็นวา นักเรียนแตละคนเลือกภาพ
ผูสรางสรรคร วมกลมุ กนั จดั นิทรรศการข้ึนมาก็ได แตกตางกัน จากน้ันครูต้ังคําถาม
กระตุน ความสนใจ ดังนี้
สําหรับผลงานทัศนศิลปโดยทั่วไปที่มิใชของ
ศิลปิน จะตองมีการคัดเลือกเพื่อคัดกรองผลงานที่มี • เพราะเหตุใดเพอ่ื นๆ จึงเลือก
คณุ ภาพเพอ่ื นาํ ไปจัดนิทรรศการ เพราะหัวใจสาํ คญั ทจ่ี ะ ภาพแตกตางกนั หรอื อาจ
ทาํ ใหก ารจดั นทิ รรศการทางทศั นศลิ ปป ระสบความสาํ เรจ็ เหมอื นกนั ในบางภาพ
ข้ึนอยูกบั ผลงาน ดงั นนั้ การคดั เลอื กผลงานทศั นศิลปจ ึง (แนวตอบ เพราะแตล ะคนเลอื ก
ควรมเี กณฑส าํ หรบั นาํ ไปใชใ นการพจิ ารณา ท้ังนี้ เกณฑ ภาพตามความสนใจของตนเอง
ที่กําหนดขึ้นจะมีหลากหลายประเด็น แตในท่ีนี้จะขอยก กรณที ผ่ี ลงานมเี ปน็ จาำ นวนมาก ควรจดั วางเรยี งใหเ้ หน็ ภาพรวมทง้ั หมด ซ่งึ แตละคนมคี วามชอบ
ตวั อยา งเกณฑเ พอื่ ใชเ ปน แนวทางในการพจิ ารณาผลงาน เพ่ือจะได้สะดวกแกก่ ารคัดเลือก ไมเหมือนกนั )
ทศั นศิลป ดังตอไปนี้
• การมีเกณฑค ดั เลอื กผลงาน
๑) เน้อื หาสาระตรงตามหัวขอที่กําหนด หรือใหความรูตรงตามหัวขอ วัตถุประสงคของงาน หรือ มผี ลดอี ยางไร
(แนวตอบ ทาํ ใหไดผลงาน
สอดคลอ งกับเปาหมายของนิทรรศการ ซง่ึ สามารถจะประเมนิ ไดงาย เชน ถา นทิ รรศการจัดข้ึนเพอ่ื แสดงผลงานท่ี ทม่ี คี ุณภาพตามทีต่ อ งการ
ผูเรียน ซึง่ เรยี นวิชาทศั นศิลปสรางสรรคข น้ึ ผลงานของบุคคลภายนอกจะถกู คัดออก หรือมีวตั ถุประสงคเ พ่ือสง เสริม และสามารถคัดเลอื กผลงานได
การตอตา นยาเสพติด ผลงานทีแ่ สดงความงามทางธรรมชาติ ประเพณี ส่ิงแวดลอม หรอื ผลงานอ่นื ท่ไี มเ ก่ยี วของจะ สอดคลอ งเปนแนวทางเดียวกนั )
ถูกคดั ออกเชนกนั เปนตน
สํารวจคนหา
ใหน กั เรยี นคน หาเกณฑท เี่ หมาะสม
สําหรับนาํ มาใชค ดั เลือกผลงาน
ทศั นศลิ ปเ พ่ือนําไปจดั นิทรรศการ
โดยอาจสอบถามจากผูร ู สืบคน
จากหนังสอื ในหองสมุด เว็บไซต
ในอินเทอรเน็ต และแหลงการเรียนรู
ตา งๆ
ผลงานทศั นศลิ ป์ที่จะนาำ มาจดั นิทรรศการจะต้องมกี ารคดั กรอง เพอื่ ใหเ้ นือ้ หาสาระของผลงานมคี วามสอดคล้องกบั เป้าหมายของนิทรรศการ เกร็ดแนะครู
๙๗ ครูควรแนะนําใหนักเรียนเขาใจวา
เปาหมายของหลักสูตรตองการให
นกั เรยี นมเี กณฑท จี่ ะนาํ ไปใชค ดั เลอื ก
ผลงานสาํ หรบั นาํ ไปจดั นทิ รรศการ ซงึ่
สวนใหญจะเปนผลงานทัศนศิลปที่นักเรียนสรางขึ้น ดังนั้น เกณฑที่ใชจึง
ควรใหเ หมาะกบั ลกั ษณะของผลงานนกั เรยี น ไมค วรซบั ซอ น หรอื ตง้ั เกณฑ
ไวสูงเกินไป จนทาํ ใหค ดั เลอื กผลงานนํามาแสดงไดนอย ซึง่ จะสงผลทําให
การจดั นิทรรศการไมนาสนใจ
คมู ือครู 97