กระตนุ ความสนใจ สํารวจค1น 5หDeาcember อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage
2015 7:2E9xpPMlain Elaborate Evaluate
Explorนeร.ทศั นศิลป ม.3 N6 089-102_O.k
อธิบายความรู (ยอจากฉบับนักเรียน 30%)
ใหนกั เรียนรว มกนั อภปิ รายขอมลู “Floral Painting” (ค.ศ. ๑๙๗๒) ผลงานของพอล ธีโอดอร์ แวน ๒) คณุ คา ความงามทางสนุ ทรยี ภาพ จะนาํ
เก่ยี วกับความสาํ คญั ของเกณฑ บรสั เซลล ์ (Paul Theodor Van Brussel) ตัวอยา่ งผลงานทัศนศิลป์
คดั เลือกผลงานทศั นศิลปเพ่อื นาํ ไป ที่คัดเลือกนำามาแสดง จะต้องเป็นผลงานที่มีคุณค่าทางความงาม มาใชพิจารณาวาผลงานทัศนศิลปชิ้นนั้น สามารถแสดง
จัดนิทรรศการ จากนัน้ ครสู มุ ตวั อยาง ใหส้ นุ ทรยี ภาพกบั ผชู้ ม คุณคาความงามทางสุนทรียภาพไดอยางชัดเจนหรือไม
นักเรียน 2 - 3 คน ใหสรุปประเด็นจาก และมีมากนอยเพียงใด ทั้งนี้ สุนทรียภาพควรเปนส่ิงที่
การอภิปราย เพอ่ื ใหเขา ใจตรงกนั บคุ คลสามารถสมั ผสั ไดส อดคลอ งกนั ไมค วรเปน นามธรรม
ทซี่ ับซอ นมากจนเกนิ ไปจนผูชมทาํ ความเขา ใจไดย าก
เกรด็ แนะครู
๓) ความสมดุลระหวางความคดิ รปู แบบ
ครอู ธบิ ายเหตุผลทจ่ี ะตองมีการ
กําหนดเกณฑท ี่ใชส ําหรับคัดเลอื ก วิธีการแสดงออก การพิจารณาจะเนนดูจากผลงานท่ี
ผลงานทัศนศลิ ปวา ผคู นแตละคน สรา งสรรคข นึ้ สามารถสรา งความสมดลุ ระหวา งความคดิ
มีความรูสึกถงึ ความงามและมีความ รปู แบบ วธิ กี ารแสดงออกวา มคี วามสอดคลอ งกนั มากนอ ย
ประทับใจตอ ผลงานท่แี ตกตางกัน เพยี งใด เพราะผลงานบางช้ินผูสรางสรรคอาจต้งั แนวคดิ
ออกไป ถามเี กณฑค ดั เลือกผลงาน ไวอ ยางหนง่ึ แตเ มือ่ สรา งผลงานออกมาแลว ไมส ามารถ
ที่นาํ ไปแสดงจะมีความหลากหลาย ส่ือความคิดดังกลาวได หรือสื่อความคิดไปอีกดานหน่ึง
มาก ซง่ึ เมื่อนําไปรวมจัดนิทรรศการ โดยเฉพาะผลงานที่เปนนามธรรม จะตองคํานึงถึงกลุม
จะไมมจี ดุ เดน ไมสามารถทาํ ใหผชู ม ผชู มดว ยวา รปู แบบ วธิ กี ารทใ่ี ชส ามารถทาํ ใหผ ชู มเขา ใจได
เขา ใจไดวา นิทรรศการทางทศั นศิลป มากนอ ยเพยี งใด
ท่แี สดงมีเปา หมายอยางไร ตอ งการ
ส่ือถึงผลงานเกี่ยวกับส่งิ ใด
นกั เรยี นควรรู “The Stone Breaker” (ค.ศ. ๑๘๔๙) ผลงานของกุสตาฟว์ กูร์แบ (Gustave Courbet) ศิลปินได้ถ่ายทอดลักษณะผลงานท่ีเป็นรูปธรรม
ซง่ึ ผชู้ มจะสามารถเข้าใจเรอ่ื งราวในภาพไดง้ า่ ยกว่าผลงานทีเ่ ปน็ นามธรรม ซึง่ มีความซบั ซ้อนมากกว่า
สนุ ทรยี ภาพ ความเขา ใจ ความรสู กึ
ของบคุ คลทมี่ ตี อ ความงามในธรรมชาติ ๙๘
หรือในผลงานทศั นศิลป ซง่ึ ผลงาน
ทศั นศลิ ปจ ะสมั ผสั ความงามดวย นักเรียนควรรู
ประสาทตา หรอื จากการมองเหน็
ซงึ่ ผชู มแตล ะคนจะเกดิ สนุ ทรยี ภาพ ตวั อยา งผลงานทศั นศลิ ปท ค่ี ดั เลอื กนาํ มาแสดง ควรใหม บี คุ คลทเ่ี กย่ี วขอ งมา
ตอ ผลงานทศั นศลิ ปที่แตกตางกนั เขารวมในการคัดเลือกผลงาน ไมค วรคัดเลือกผลงานเพียงคนเดียว เนือ่ งจาก
ออกไป ซ่งึ จะข้นึ อยูกับประสบการณ ผลงานมีจํานวนมาก ซ่ึงจะตองมีการคัดกรองผลงานโดยพิจารณาผลงานให
จนิ ตนาการ ความรสู ึกนึกคิดท่มี ี ตรงกบั วตั ถุประสงคของงาน หรือเปา หมายของการจัดนทิ รรศการ
ตอผลงานช้นิ นั้น
98 คูมอื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู 2015ข7ย:29าPยMความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Exp1l5aiDnecember Evaluate
Engage Explore นร.ทัศนศลิ ป ม.3 N6 089-102E_Ola.kborate
อธิบายความรู
๔) ความคิดริเริ่มสรางสรรค พิจารณาวา ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายขอมูล
เกย่ี วกบั เกณฑท ่ีจะนํามาใชในการคัด
ผสู รา งสรรคใ ชค วามคดิ รเิ รม่ิ สรา งสรรคท ง้ั ในดา นรปู แบบ เลือกผลงานทัศนศิลปเพื่อนําไปจัด
นทิ รรศการ ท้ังนี้ ถาหาตัวอยางเกณฑ
เทคนคิ วธิ กี ารไดน า สนใจเพยี งใด มกี ารใชว สั ดใุ ดบา งทเ่ี ปน ไดควรนาํ มาใชเ ปน ขอ มลู ประกอบดว ย
โดยครชู วยเสรมิ ขอ มูล
เทคนคิ ใหมๆ แตกตา งจากทเ่ี คยเปน มา หรอื มคี วามเพยี ร
เกรด็ แนะครู
พยายามท่ีจะสรางสรรคสิ่งแปลกใหมมากนอยเพียงใด
ครูอธิบายเพมิ่ เติมเกีย่ วกับการนํา
การพิจารณาความคิดริเร่ิมสรางสรรคจะตองดูถึงความ เกณฑการคดั เลอื กผลงานทัศนศิลป
มาใชในการจดั นทิ รรศการวา ควร
สําเร็จดวย มิฉะนั้นจะกลายเปนการลองผิดลองถูกใน พจิ ารณาอยา งกวางขวางทุกดา น
ทั้งในลกั ษณะรูปแบบและเน้อื เรอ่ื ง
ผลงานซงึ่ ไมใ ชว ตั ถปุ ระสงค ทงั้ นี้ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรค รวมท้ังการใชวสั ดุ ความต้งั ใจ
ความอุตสาหะ พยายาม ไมควรเลือก
สามารถมองไดห ลายประเดน็ ดงั นน้ั ผพู จิ ารณาผลงานจงึ เฉพาะผลงานที่เดน ทางฝม ือเทานัน้
แตควรพจิ ารณาผลงานท่แี สดงให
ควรมกี รอบเพอื่ จะไดไ มพ จิ ารณางานในมมุ ทกี่ วา งเกนิ ไป “Heavenly father Bless Our Daily Pill” (ค.ศ. ๒๐๐๔) ผลงาน เห็นถงึ ความสามารถดานอ่ืนๆ
ของเบธ มัวร์ (Beth Moore) เป็นตัวอย่างผลงานท่ีแสดงออกถึง ทีซ่ อนเรนอยใู นผลงานทีแ่ สดงออก
๕) มเี อกลกั ษณใ นการแสดงออก หมายถงึ ความคดิ สร้างสรรค ์ โดยใช้สแี ต่งแตม้ ให้เป็นลวดลายท่สี วยงาม ดว ย เชน ความคิดริเร่มิ สรางสรรค
การแสดงออกทางศิลปะดวยวิธีการ
มเี อกลกั ษณอ ยา งชดั เจนในการแสดงออกเฉพาะตน โดยมี ทีแ่ ปลกใหม ลกั ษณะพิเศษเฉพาะ
ของผูสรางสรรคผ ลงาน การสอ่ื
การผลติ ผลงานในแนวทางนนั้ ๆ ออกมาหลายชน้ิ ทมี่ คี วามโดดเดน ทาํ ใหผ ชู มสามารถจดจาํ ไดว า ศลิ ปนิ ทา นนน้ี ยิ มใช ความหมายและรสสมั ผัสทางศิลปะ
ความประหยัดและสภาพแวดลอมท่ี
เทคนคิ วิธกี าร หรอื รปู แบบในการสรา งสรรคผลงานแบบใด หรือท่เี รยี กวา “สไตล” ซึ่งเมอ่ื ผอู นื่ เห็นผลงานแนวทาง เอ้ืออาํ นวยตอการปฏิบตั ิงาน เปนตน
นั้นอีกในภายหลังก็สามารถจะอนุมานไดวาใครเปนผูสรางสรรค เพราะเปนเอกลักษณเฉพาะที่แตกตางออกไปจาก
ผลงานทศั นศิลปของศลิ ปนิ ทานอื่น
“สวมมงกฎุ ” (พ.ศ. ๒๕๓๔) และ “รัดเกลา เปลว” (พ.ศ. ๒๕๔๖) ผลงานของจกั รพนั ธ ์ุ โปษยกฤต ศิลปนิ แหง่ ชาติ สาขาทศั นศิลป ์ (จติ รกรรม) นักเรียนควรรู
ประจาำ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๓ ซงึ่ มคี วามเชยี่ วชาญในการวาดรปู จติ รกรรมแนวไทยประเพณแี ละรว่ มสมยั ไดอ้ ยา่ งวจิ ติ รงดงาม เปน็ ตวั อยา่ งหนง่ึ ของ
ศลิ ปนิ ทม่ี เี อกลกั ษณ์เฉพาะในผลงาน จนผู้ชมสามารถจดจำาเอกลักษณ์ได้ กรอบ การกําหนดกรอบอาจจะ
วางเปน ระเบียบไวอ ยา งกวางๆ กไ็ ด
๙๙ ไมจาํ เปนตองกาํ หนดรายละเอียดไว
ท้งั หมด เชน ขนาดของผลงานตอ ง
มีความเหมาะสม สามารถนาํ ไป
จัดแสดงในอาคารได หรือเน้ือหา
ของผลงานตอ งไมขดั ตอ กฎหมาย
วัฒนธรรม ศลี ธรรม จรยิ ธรรมของ
สังคมไทย เปนตน
คมู ือครู 99
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Evaluate
Explain Expand
Explorนeร.ทัศนศิลป ม.3 N6 089-102_O.k
อธบิ ายความรู (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 30%)
ใหน ักเรียนรวมกันอภิปรายขอ มลู เสริมสาระ
เกย่ี วกบั เอกลักษณ หรือลกั ษณะเดน
ในผลงานของศิลปน ซ่ึงเปน เกณฑ เอกลักษณ์ของศิลปน
ขอหนึง่ ทีจ่ ะนาํ มาใชในการคดั เลอื ก
ผลงานทศั นศลิ ปเ พือ่ นาํ ไปจัด “Jeune Fille Endormie” (ค.ศ. ๑๙๓๕) ผลงานของปาโบล รยุ ซ ์ ผลงานทัศนศิลป์ถือว่าเป็นภาษาภาพท่ีนอกจากจะบอกเล่าเร่ืองราว
นทิ รรศการวามคี วามหมาย ปกี ัสโซ (Pablo Ruiz Picasso) เทคนิคภาพวาดสีนำ้ามนั บน ตา่ งๆ ไดแ้ ลว้ ยงั บง่ บอกถงึ เทคนคิ วธิ กี าร และรปู แบบ ซงึ่ เปน็ กระบวนแบบ
หรือมลี กั ษณะอยา งไร ผนื ผ้าใบ (Style) ของศลิ ปินแตล่ ะท่าน ทำาใหผ้ ลงานมีลักษณะเฉพาะ ทาำ ใหส้ ามารถ
“Les Parau Parau” (ค.ศ. ๑๘๙๑) ผลงานของเออแฌน ออ็ งร ี บ่งบอกได้ว่า ผลงานน้ันเป็นของศิลปินท่านใด หรือศิลปินท่านน้ีจะมี
เกร็ดแนะครู ปอล โกแกง (Eugène Henri Paul Gauguin) เทคนคิ ภาพวาด เอกลกั ษณ ์ หรอื ลกั ษณะเดน่ ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานเปน็ แบบใด ดงั ตวั อยา่ ง
สนี ้ำามันบนผนื ผา้ ใบ ตอ่ ไปนี ้
ครูควรอธิบายเพิ่มเติมขอมูลใหกับ
นกั เรยี นวา ศิลปน ไทยทง้ั 3 ทานทนี่ ํา ปาโบล รยุ ซ์ ปก สั โซ (Pablo Ruiz Picasso) ลักษณะเด่นของ
มากลา วเปน ตวั อยา งไดร บั การประกาศ ผลงาน จะเลือกใช้รูปทรงเรขาคณิตมาประกอบกัน ด้วยการต่อ การซ้อน
เกยี รตคิ ณุ ยกยอ งใหเ ปน ศลิ ปน แหง ชาติ การบัง การแทรก เพื่อแทนรูปร่าง รูปทรงตามธรรมชาติ เช่น คน
ซึ่งเปนทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณคา หุ่นน่ิง เป็นต้น ให้เกิดรูปลักษณ์ใหม่ รวมทั้งจะระบายสีแบบเรียบและ
ทางดานทศั นศิลป ดงั นี้ ขรขุ ระผสมผสานกนั
ศาสตราจารยป ระหยัด พงษด ํา เออแฌน อ็องรี ปอล โกแกง (Eugène Henri Paul Gauguin)
ศลิ ปนแหง ชาติ สาขาทัศนศิลป ลักษณะเด่นของผลงาน จะตัดทอนรูปร่าง รูปทรงท่ีมาจากธรรมชาติจนมี
(ภาพพิมพ) ประจําป พ.ศ. 2541 ลักษณะแบนเรียบ ตัดขอบรูปด้วยเส้นสีเข้ม การระบายสีจะลงสีบางไม่มี
การทิ้งรอยฝีแปรงเอาไว้ ภาพจะใช้สีฉูดฉาด เพื่อสื่ออารมณ์ ความรู้สึก
จกั รพนั ธุ โปษยกฤต ศลิ ปน แหง ชาติ ไม่ใช่ลอกเลียนสีตามธรรมชาติ ผลงานเด่นๆ จะเป็นเรื่องราวของชาว
สาขาทศั นศิลป (จติ รกรรม) ประจาํ ป หมเู่ กาะทะเลใต้
พ.ศ. 2543
เลโอนดิ อาฟรมิ อฟ (Leonid Afremov) ลกั ษณะเดน่ ของผลงาน
ศาสตราจารยป รชี า เถาทอง ศลิ ปน ชอบใช้สีสว่างสดใส และนิยมใช้ผืนนำ้าเป็นสิ่งสะท้อนให้เกิดประกายสีแสง
แหง ชาติ สาขาทัศนศลิ ป (จติ รกรรม) อยา่ งแวววาว เทคนคิ การระบายส ี จะปาดปา้ ยสีแบบซอ้ นทับกนั อย่างหนา
พ.ศ. 2552 แนน่ กระจายไปทว่ั ทัง้ ภาพ
จกั รพนั ธุ์ โปษยกฤต ลกั ษณะเดน่ ของผลงาน จะเขยี นภาพทนี่ าำ เสนอ
เรอ่ื งราวแบบไทยในลกั ษณะทเ่ี หมอื นจรงิ และแบบจนิ ตนาการ ลกั ษณะภาพ
จะมลี ายเสน้ ออ่ นชอ้ ย มสี สี นั สวยงาม ใหค้ วามสาำ คญั กบั การเกบ็ รายละเอยี ด
ของภาพและการตกแต่งภาพอยา่ งประณตี
ปรชี า เถาทอง ลกั ษณะเดน่ ของผลงาน จะเขยี นภาพทแ่ี สดงเรอ่ื งราว
นักเรยี นควรรู ของแสงเงาที่ตดั กันอยา่ งชัดเจน ผ่านผนังโบสถ ์ วิหาร เจดยี ์ ฯลฯ ซึ่งภาพจะ
แสดงรายละเอียดเฉพาะในสว่ นทแ่ี สงตกกระทบ ส่วนบรเิ วณทเี่ ปน็ เงาจะให้
รายละเอยี ดเพียงเลก็ น้อย หรือระบายเป็นสีเข้มแบนราบ
เออแฌน ออ็ งรี ปอล โกแกง ประหยัด พงษ์ดาํ ลักษณะเดน่ ของผลงาน นิยมนำาธรรมชาติของ
(Eugene Henri Paul Gauguin) สงิ สาราสตั ว ์ เช่น ตกุ แก ไก่ แมว นกฮกู เป็นตน้ และภาพวถิ ีชีวติ ของผ้คู น
เปน จิตรกรชาวฝรง่ั เศส ในกลมุ ลัทธิ
ประทับใจนยิ มสมัยหลงั (Post- “แมอ มุ ลกู ” (พ.ศ. ๒๕๒๙) ผลงานของประหยดั พงษด์ าำ เทคนคิ เช่น เดก็ ผูห้ ญิง เป็นตน้ มานำาเสนอด้วยเทคนิคภาพพมิ พ์แกะไม้ท่ีแสดง
Impressionism) เขามที ศั นะวา ศลิ ปะ รว้ิ รอย ลวดลายทเ่ี กดิ จากการแกะไมอ้ ยา่ งละเอยี ดงดงามและใชส้ ที เ่ี รยี บงา่ ย
๑๐๐ ภาพพมิ พแ์ กะไม้
ไมใชเ ปนการอธบิ าย หรือลอกเลยี น
แบบธรรมชาติ แตแสดงออกถึง
ความรสู กึ ของศลิ ปน ในเชงิ สรา งสรรค
เขาพยายามหาแนวทางการวาดภาพทแ่ี ตกตา งไปจากทว่ี าดกนั ในยโุ รปขณะนนั้ จนตอ มาเมอื่ เขาอพยพไปอยทู เี่ กาะตาฮติ ิ ในแถบมหาสมทุ รแปซฟิ ก ตอนใต
กส็ ามารถพัฒนาผลงานที่เปน ลกั ษณะเดน ของตนเอง โดยการลดทอนรปู รา งตามธรรมชาติใหเ หลอื เพยี งเสนรอบนอก ภาพจะมลี ักษณะแบน การใชส ีก็ใช
จากหลอดสโี ดยตรงและใชส ีฉดู ฉาดตดั กนั เขาเหน็ วา สเี ปน เพยี งเครอ่ื งมือสือ่ สญั ลักษณเทานั้น ไมจําเปนตอ งวาดตรงตามธรรมชาติ บางภาพจึงมลี กั ษณะ
แบบเทพนิยาย หรือจินตนาการ เร่อื งราวของภาพทน่ี ําเสนอสวนใหญจะเปนวิถชี วี ติ ของผคู นชาวเกาะ และสภาพแวดลอมของหมเู กาะเปน หลัก
100 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ าย1ค5 Dวeาceมmรbeู r ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore 2015 7:29 PMExpand Evaluate
Engage Eนรx.ทpศั lนaศิลinป ม.3 N6 089-102_O.k
๖) ความละเอยี ดประณตี จะพจิ ารณาราย ขยายความเขา ใจ
ละเอยี ดตา งๆ ทปี่ รากฏอยใู นผลงานวา มมี ากนอ ยเพยี งใด ใหน กั เรียนแบงกลมุ กลุม ละ 3 คน
ใหแตละกลุมสรางเกณฑสําหรับใช
ความสลบั ซบั ซอนในดานรูปแบบ เนอ้ื หา เทคนคิ วิธกี าร คัดเลือกผลงานทัศนศิลปเพ่ือนําไป
จัดนทิ รรศการ สง ครูผสู อน
เขาถึงไดยากงายเพียงใด ทั้งน้ี ตัวช้ินงานจะสะทอนให
เกรด็ แนะครู
เหน็ ถงึ ความตงั้ ใจ หรอื เอาใจใสข องผสู รา งสรรค ซง่ึ ความ
ครูอาจแนะนําใหนักเรียนนําเกณฑ
ละเอยี ดประณตี จะขน้ึ อยกู บั ประเภทของผลงานดว ย เชน ท่ีนักเรียนแตละกลุมสรางข้ึนนําไป
ผสมผสานรวมกันเปนเกณฑกลาง
งานจติ รกรรมกบั งานสอ่ื ผสม การพจิ ารณาความละเอยี ด สาํ หรบั ชนั้ เพอื่ นาํ ไปใชป ระโยชนต อ ไป
ทั้งนี้ ควรมีการทดสอบกอนนําไปใช
ประณีตจะมลี กั ษณะทีแ่ ตกตางกนั ออกไป เปนตน งานจริงดวย
ตัวอยางเกณฑสําหรับใชคัดเลือกผลงาน นกั เรยี นควรรู
ทัศนศลิ ปเพือ่ จดั นทิ รรศการ “Yellow Red Flower” (ค.ศ. ๒๐๑๑) ผลงานของซซู านนา่ แคทเธอรนี เกณฑก ารใหค ะแนน การใหค ะแนน
(Susanna Katherine) เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความละเอียด ผลงานทัศนศิลป จะใชแบบรูบริค
เกณฑท่ีนํามากลาวไวขางตน ถือเปนเพียง ประณตี ซงึ่ ถอื เปน็ เกณฑส์ าำ คญั ประการหนงึ่ ทตี่ อ้ งนาำ มาใชเ้ พอื่ คดั เลอื ก (Rubric) ซง่ึ มคี วามเหมาะสม ยดื หยนุ
ตวั อยา งในการนาํ ไปใช อาจจะตอ งปรบั เพม่ิ หรอื ลดหวั ขอ ผลงานนำาไปจดั แสดง และตัดสินคุณภาพไดดีกวาการให
ทจี่ ะใชป ระเมนิ รวมทง้ั เกณฑก ารใหค ะแนนและการตดั สนิ คะแนนแบบอื่นๆ เนื่องจากมีเกณฑ
ยอ ยๆ ท่ใี ชพจิ ารณาผลงานไดอ ยาง
ผลงานใหม คี วามเหมาะสมสอดคลอ งกบั ผลงานทศั นศลิ ปแ ละลกั ษณะของนทิ รรศการ ทงั้ นี้ ในการกาํ หนดเกณฑส าํ หรบั ใช ครอบคลุม เพราะผลงานทัศนศิลป
แตล ะชนิ้ จะมจี ดุ เดน - จดุ ดอ ยแตกตา ง
คดั เลือกผลงานทัศนศิลป ควรประชมุ ปรึกษากับคณะกรรมการการจัดนทิ รรศการและควรศึกษาจากงานนทิ รรศการ กนั ออกไป แตเ มือ่ นาํ คะแนนจาก
แตล ะเกณฑย อ ยๆ มารวมกันแลว
ทเ่ี คยจดั มาแลว เพราะจะชวยประหยัดเวลาในการสรา งเกณฑ รวมไปถึงควรสุม ทดลองใช หากมีขอ บกพรองจะได ก็จะสามารถตัดสินผลได เปน การให
คะแนนอยางมีคณุ ภาพและเปน ธรรม
ปรับปรุงแกไขกอนใชจริง ทําใหสามารถคัดเลือกผลงานทัศนศิลปที่มีคุณภาพนําไปจัดนิทรรศการทางทัศนศิลปได
สอดคลองกับวัตถปุ ระสงคทีก่ าํ หนดไว
เกณฑท่ใี ชค้ ดั เลอื ก มาก (๓) ปานกลาง (๒) น้อย (๑)
๑. เนื้อหาสาระตรงตามหวั ขอ ทก่ี าํ หนด
๒. คณุ คา ความงามทางสุนทรยี ภาพแสดงไดชดั เจน
๓. ความสมดลุ ระหวางความคิด รูปแบบ
วิธีการแสดงออก
๔. ความคิดริเร่มิ สรางสรรค
๕. มีเอกลกั ษณใ นการแสดงออกเฉพาะบุคคล
๖. ความละเอยี ดประณีต
๑๐๑
นักเรยี นควรรู
ประเมิน การรวบรวมขอมูลตางๆ ที่ไดจากการวัดรวมกับการใชวิจารณญาณของผูประเมินมาใช
ประกอบการตดั สนิ ใจ เปน กระบวนการวเิ คราะหเ พอื่ ใหไ ดม าซง่ึ ขอ มลู ทเ่ี ปน ประโยชนใ นการตดั สนิ ใจใน
ทางเลอื กตา งๆ ทมี่ อี ยู โดยการเปรยี บเทยี บกบั เกณฑท ถ่ี กู กาํ หนดขนึ้ เพอื่ ใหไ ดผ ลเปน อยา งใดอยา งหนงึ่
ซึง่ การประเมนิ สามารถแบง ออกเปน 2 ประเภท คือ ประเมนิ แบบองิ กลมุ และประเมินแบบอิงเกณฑ
คมู ือครู 101
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจค1น 5หDeาcember 2อ01ธ5 7บิ :2า9ยPMความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Exploreนร.ทศั นศิลป ม.3 N6 08E9x-p10la2i_nO.k Evaluate
Expand
ตรวจสอบผล (ยอ จากฉบับนักเรยี น 30%)
ครูพจิ ารณาจากเกณฑสาํ หรับใช กิจกรรม ศลิ ปป ฏิบัติ
คัดเลือกผลงานทศั นศลิ ปเพ่ือนาํ ไป
จดั นทิ รรศการ โดยเปนเกณฑท ่ี กิจกรรมที่ ๑ ใหนักเรียนหาภาพ และขอมูลเกี่ยวกับลักษณะของนิทรรศการทางทัศนศิลปจากอินเทอรเน็ต หรือ
เหมาะสมและสามารถนําไป แหลงเรียนรตู า งๆ แลว นาํ ไปจัดปา ยนเิ ทศและรวมกนั อภปิ รายถึงความสาํ คัญของการจัดนิทรรศการ
ใชงานไดจ ริง กิจกรรมท่ี ๒ ทางทศั นศิลป
ใหนักเรียนจัดนิทรรศการทางทัศนศิลปภายในสถานศึกษา อาจเปนระดับหอง หรือระดับชั้นก็ได
เกรด็ แนะครู กจิ กรรมท่ี ๓ ๑ นทิ รรศการ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอื่ แสดงผลงานทน่ี กั เรยี นสรา งสรรคข นึ้ โดยใหน กั เรยี นเลอื กชว งระยะ
เวลาการจดั นิทรรศการใหเ หมาะสมสอดคลองกับสภาพแวดลอ มของสถานศกึ ษา
(แนวตอบ กจิ กรรมศลิ ปปฏบิ ัติ กิจกรรมที่ ๔ ใหนักเรียนรวมกันสรางเกณฑสําหรับใชคัดเลือกผลงานทัศนศิลปเพ่ือนําไปจัดนิทรรศการทาง
กจิ กรรมท่ี 4 ทัศนศิลปตามกิจกรรมที่ ๒ โดยปรึกษากบั ครูผูส อน เมื่อไดเกณฑแลว ใหเ ผยแพรในสถานศกึ ษาเปน
ระยะเวลาพอสมควร กอ นทีน่ าํ มาใชค ดั เลอื กผลงาน
1. นทิ รรศการ คอื การแสดง จงตอบคําถามตอไปนี้
ผลงาน หรือกจิ กรรมทาง ๑. นทิ รรศการคือสงิ� ใดและมคี วามสําคญั อยา งไรตอความเจรญิ กา วหนา ของวงการศลิ ปะ
ทศั นศลิ ปใหบ ุคคลไดช ม โดย ๒. เพราะเหตุใดจงึ ตอ งวางเกณฑสาํ หรับใชค ดั เลอื กผลงานทัศนศิลป
ผลงาน หรอื กิจกรรมที่นาํ มา ๓. จงเขยี นเกณฑส าํ หรบั ใชคัดเลอื กผลงานทศั นศลิ ปเ พอื่ ไปจัดนทิ รรศการตามที่นกั เรยี นเขา ใจ
แสดงจะมคี วามสัมพนั ธกนั
ในแตละเรอื่ ง ทัง้ นี้ นทิ รรศการ การจดั นทิ รรศการทางทศั นศลิ ป นบั วา เปน ประโยชนต อ ผสู รา งสรรคผ ลงานทจี่ ะไดม พี นื้ ทสี่ าํ หรบั
มคี วามสาํ คัญตอ ความเจรญิ
กา วหนาในวงการศลิ ปะ โดย แสดงฝม อื และความสามารถทางทศั นศลิ ปข องตน ในขณะเดยี วกนั ผชู มกจ็ ะไดม โี อกาสรบั ชมผลงานทม่ี คี วามงาม
เปน เวทใี หผ ูสรา งสรรคไ ดม ี ซ่ึงชว ยจรรโลงจติ ใจ ไดรบั ความรู กอ ใหเ กดิ การพฒั นาในวงการศิลปะ ศิลปน มีความตนื่ ตัว ผลิตผลงานใหมๆ
โอกาสแสดงผลงาน เปน เวที ออกมาเพ่ือนาํ ไปจดั แสดง แตน ิทรรศการทางทศั นศลิ ปจ ะประสบความสาํ เร็จไดม ากนอ ยเพยี งใดนัน้ ขน้ึ อยกู ับ
ใหเ กิดการแลกเปลี่ยนเรยี นรู จาํ นวนและคณุ ภาพของผลงาน ดงั นนั้ จงึ จาํ เปน ตอ งมกี ารกาํ หนดเกณฑส าํ หรบั ใชค ดั เลอื กผลงานทศั นศลิ ป ซง่ึ
ทางดานทศั นศิลป ทําใหว งการ เกณฑด งั กลา วตอ งกาํ หนดใหเ หมาะสมสอดคลอ งกบั วตั ถปุ ระสงคข องการจดั นทิ รรศการและสามารถคดั กรอง
ศลิ ปะมีความคกึ คัก ชว ยสรา ง ผลงานไดจริง
แรงจงู ใจ กระตุนใหผูคนสนใจ
อยากทํางานศิลปะ ๑๐๒
2. เนอื่ งจากผคู นแตล ะคน จะมี แหสลดกั งฐผานลการเรียนรู
ความรสู กึ ถงึ ความงามและมี
ความประทับใจตอ ผลงานที่ 1. แบบสอบถามประเมินนิทรรศการทางทศั นศลิ ป
แตกตา งกันออกไป ถา ไมมี 2. เกณฑคดั เลอื กผลงานทัศนศลิ ป
เกณฑคดั เลอื กผลงานทนี่ าํ ไป
แสดงจะมีความหลากหลายมาก
ซ่งึ เมือ่ นําไปรวมจดั นทิ รรศการ
จะเกิดปญ หา เพราะนทิ รรศการ
จะไมมีจุดเดน ไมสามารถ
จะทาํ ใหผ ูชมเขา ใจไดว า
นทิ รรศการทางทศั นศิลป
ทแ่ี สดงมีเปา หมายอยา งไร
ตอ งการสื่อถงึ ผลงานเก่ยี วกบั
ส่ิงใด
3. พจิ ารณาจากคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยอยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
102 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage
Explore Explain Expand Evaluate
เปา หมายการเรยี นรู
1. ศึกษาและอภปิ รายเก่ียวกบั
งานทัศนศลิ ปทส่ี ะทอ นคุณคา
ของวฒั นธรรม
2. เปรียบเทียบความแตกตา ง
ของงานทศั นศิลปใ นแตละยุคสมัย
ของวัฒนธรรมไทยและสากล
÷ กระตนุ ความสนใจ
หนวยท่ี ใหนักเรียนดูภาพประกอบจากใน
ทัศนศลิ ปก บั วฒั นธรรม หนังสือเรียน หนา 103 แลว อธิบายวา
วัฒนธรรมเปนปจจัยสําคัญประการหนึ่งที่มีอิทธิพล
ตัวชี้วดั • นอกจากความสวยงาม สีสัน
ตอ การสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปใ นแตล ะสงั คม ไมว า จะเปน อันสดใสของภาพเขียนนีแ้ ลว
■ ศกึ ษาและอภปิ รายเกย่ี วกบั งานทศั นศลิ ปท์ สี่ ะทอ้ นคณุ คา่ ของ ของไทย หรือสากล ในขณะเดียวกนั ผลงานทัศนศลิ ปแตล ะช้ิน มสี ิง่ ใดปรากฏอยูในภาพอีกบา ง
วฒั นธรรม (ศ ๑.๒ ม.๓/๑) จะสะทอนใหเห็นคุณคาของวัฒนธรรมแทรกอยูในผลงานดวย (แนวตอบ อาคาร บานเรือน ตน ไม
ลกั ษณะภูมิประเทศ ฯลฯ)
■ เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของงานทศั นศลิ ปใ์ นแตล่ ะยคุ สมยั
ของวฒั นธรรมไทยและสากล (ศ ๑.๒ ม.๓/๒) • ภาพนน้ี า จะเปน ผลงานวฒั นธรรม
ไทย หรอื วัฒนธรรมสากล
เชนกัน เมื่อวัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลง ลักษณะของผลงาน (แนวตอบ วัฒนธรรมสากล)
ทัศนศิลปก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตามไปดวย ดังนั้น จึงกลาว
สาระการเรียนรูแกนกลาง ไดวา วัฒนธรรมกับงานทัศนศิลปมีความสัมพันธเชื่อมโยงกัน • เพราะเหตุใดจงึ คดิ เชนนนั้
(แนวตอบลกั ษณะอาคารบา นเรอื น
■ งานทศั นศิลป์กับการสะทอ้ นคุณคา่ ของวัฒนธรรม อยา งใกลช ดิ การศกึ ษาเรอ่ื งนจ้ี ะชว ยใหส ามารถอภปิ รายเกย่ี วกบั งาน ทีเ่ ปนแบบตะวนั ตก)
■ ความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัยของ เกรด็ แนะครู
วฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมสากล ทัศนศิลปที่สะทอนคุณคาของวัฒนธรรม เปรียบเทียบความแตกตาง
การเรียนการสอนในหนวยน้ี ครู
ของงานทัศนศิลปในแตละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรม อาจอธบิ ายเสริมใหน ักเรยี นเขาใจ
สากลได สาระทจี่ ะศกึ ษาในหนวยนีว้ า
วฒั นธรรมไมว า จะเปน ของไทย
หรือสากลลว นมอี ทิ ธิพลอยางมาก
ตอการสรา งสรรคผลงานทศั นศลิ ป
เมอ่ื วฒั นธรรมแตกตา งกนั ในแตล ะ
ยุคสมัย กม็ ีผลทําใหผลงานทศั นศิลป
แตกตางกนั ออกไปดว ย ดังน้นั
ในผลงานทศั นศลิ ปเ ราจึงมองเห็น
การสะทอนคุณคา ทางวัฒนธรรม
สอดแทรกผสมผสานอยู และเปน
ปจ จัยสําคญั ประการหนึง่ ที่เมอ่ื เรา
ชมผลงานทัศนศลิ ปแลว จงึ สามารถ
สรุปไดว าเปนของวฒั นธรรมใด
คูมอื ครู 103
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
สาํ รวจคนหา (ยอจากฉบับนักเรยี น 30%)
ใหน กั เรียนสืบคนขอมลู เก่ยี วกบั ๑. ทัศนศิลป์กบั การสะท้อนคุณคา่ ทางวัฒนธรรม
ผลงานทศั นศลิ ปก บั การสะทอ นคณุ คา
ทางวัฒนธรรม โดยสอบถามจากผูรู ทศั นศลิ ป หรอื ภาษาองั กฤษใชค าํ วา “Visual Art” หมายถงึ ศลิ ปะทส่ี ามารถมองเหน็ ได รบั รดู ว ยสายตา ซง่ึ จะ
สบื คน จากหนงั สอื ในหอ งสมดุ เวบ็ ไซต ประกอบไปดว ยผลงานทางดา นจติ รกรรม ประตมิ ากรรม สถาปต ยกรรม ภาพพมิ พ และสอื่ ผสม อนั เปน ผลงานสรา งสรรค
ในอินเทอรเน็ต และแหลงการเรียนรู ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการแสดงออกถงึ ความงาม ความสะเทอื นใจ ความคดิ ทมี่ รี ะเบยี บแบบแผน ฯลฯ ซง่ึ ไดร บั การสบื ทอดมา
ตา งๆ พรอมภาพตัวอยา ง ต้งั แตอ ดีตจากชนรนุ หนงึ่ ไปสูช นอกี รุนหนึ่ง โดยศิลปินของแตล ะยุคสมยั ตางก็พยายามพัฒนาเทคนิค วิธีการในการ
สรา งสรรคผ ลงานใหม ีความสอดคลอ งกับสภาพสังคมและวฒั นธรรมที่ศิลปินเปน สมาชิกอยู
อธิบายความรู
สาํ หรบั ปจ จยั สาํ คญั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ การสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปท งั้ ของไทยและสากล จะประกอบไปดว ย
ครนู าํ ภาพผลงานทศั นศลิ ปเ กย่ี วกบั สภาพภมู ศิ าสตร ศาสนา ปรชั ญา ความคิด ความเช่ือ วัสดุ ส่ิงแวดลอม อิทธพิ ลทางศลิ ปะ และประโยชนใ ชส อย
ศาสนสถาน ศาสนวัตถุของศาสนาที่
สาํ คญั ของโลก ประกอบดว ยพระพทุ ธ- ดังที่ผูเรียนไดทราบมาแลววา วัฒนธรรมกับงานทัศนศิลปมีความสัมพันธในลักษณะเกื้อกูลซึ่งกัน
ศาสนา ศาสนาพราหมณ- ฮนิ ดู ศาสนา และกัน โดยวัฒนธรรมเปนแรงบันดาลใจ หรือเปนแรงผลักดันทําใหเกิดการสรางสรรคผลงานทัศนศิลป และใน
คริสต และศาสนาอิสลาม มาแสดง ขณะเดียวกันผลงานทัศนศิลปก็สามารถถายทอดลักษณะ เนื้อหา เรื่องราวตางๆ ทางวัฒนธรรมลงไปดวย ท้ังนี้
แลวใหนักเรียนรวมกันอธิบายวาเปน ผลงานทัศนศิลปม กั จะสะทอนคุณคาของวฒั นธรรมท่เี ปนลักษณะดังตอไปน้ี
ของศาสนาใด ผลงานของแตล ะศาสนา
มเี อกลักษณอ ยางไร ๑.๑ ศาสนา
เกรด็ แนะครู รวมไปถงึ ความคดิ และความเชอื่ ทเ่ี หน็ ไดเ ดน ชดั คอื ผลงานทศั นศลิ ปท ม่ี คี วามเกย่ี วเนอ่ื งกบั ศาสนา หรอื
ลัทธิความเช่ือตา งๆ ผลงานจะสรางข้นึ อยา งวจิ ติ รตระการตา แสดงออกถึงความศรทั ธาของผูสราง เพอื่ อทุ ิศใหแก
ครูอธิบายเสรมิ วา ทัศนศลิ ป ศาสนาทต่ี นนบั ถอื ลกั ษณะของผลงานจะมเี อกลกั ษณแ ละรปู แบบทเี่ ปน ลกั ษณะเฉพาะของศาสนานน้ั ๆ เชน สถปู เจดยี
เปนศิลปะของการรับรูดว ยสายตา ของศาสนาพทุ ธ โบสถข องศาสนาคริสต มัสยิดของศาสนาอิสลาม เปน ตน วฒั นธรรมท่ผี สมผสานและสอดแทรกอยู
อนั ประกอบไปดว ยจติ รกรรม ในผลงานทศั นศลิ ปท าํ ใหเ มอื่ มองเหน็ ผลงานแลว สามารถบอกไดว า ผลงานชน้ิ นมี้ คี วามเกยี่ วขอ งกบั ศาสนาใด สอื่ ถงึ
ประติมากรรม และสถาปตยกรรม ความเชื่อแบบใด และตอ งการจะบอกเลา สง่ิ ใด
มีววิ ฒั นาการสบื เนื่องตง้ั แตอ ดีต
จนถึงปจจุบนั โดยมีรปู แบบทาง ความศรทั ธาทางศาสนาทำาใหเ้ กดิ การสรา้ งสรรคผ์ ลงานสถาปตั ยกรรมทสี่ วยงามขนึ้ อยา่ งมากมาย และมเี อกลกั ษณเ์ ฉพาะของแตล่ ะศาสนา ทม่ี อง
ทศั นศลิ ปท่มี คี วามหลากหลาย เห็นแลว้ สามารถบอกได้วา่ เปน็ ศาสนสถานของศาสนาใด
แตกตางกันออกไปขึ้นอยกู บั ลักษณะ
ประจาํ ชาตขิ องแตละประเทศ ซ่งึ ๑๐4
การสรางสรรคผลงานทัศนศลิ ปม ี
แรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดลอ ม
ทางธรรมชาติ ภูมอิ ากาศ ประเพณี
วัฒนธรรม และสว นประกอบอืน่ ๆ
ทท่ี ําใหผ ลงานที่สรางสรรคข น้ึ มา
มีลกั ษณะเฉพาะตวั ทีไ่ มซ้ําแบบใคร
นกั เรยี นควรรู
ศรทั ธา ความศรทั ธาทม่ี ตี อ ความเชอื่ ทางศาสนา ถอื เปน ปจ จยั สาํ คญั ลาํ ดบั ตน ๆ ทท่ี าํ ใหผ สู รา ง
ศลิ ปน รวมทง้ั ผคู นจาํ นวนมากพากนั สรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปท มี่ คี วามยงิ่ ใหญ มคี วามวจิ ติ ร
งดงาม เพอื่ อุทศิ ใหแกศาสนา โดยคาดหวังวาเปน การทาํ บญุ สรา งกุศลที่ย่งิ ใหญแ ละเปน มรดก
แกแผนดินสืบไป ซ่ึงแนวคิดนกี้ ย็ ังสบื เนอื่ งมาจนถงึ ปจจุบนั
104 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
๑.๒ รูปแบบศลิ ปกรรม สํารวจคนหา
ผลงานทัศนศิลปสามารถบอกไดวา เปนผลงานท่ีสรางสรรคข้ึนของกลุมวัฒนธรรมใด เม่ือลักษณะทาง ใหนักเรียนดูภาพประกอบจากใน
หนงั สอื เรยี น หนา 105 แลว ใหน กั เรยี น
วัฒนธรรมแตกตางกนั ออกไป รูปแบบของงานศลิ ปกรรมกจ็ ะมคี วามตา งกันออกไปดวย เชน ผลงานทัศนศลิ ปของ พจิ ารณาตามประเดน็ ดังนี้
วัฒนธรรมตะวนั ตกจะมีลกั ษณะแตกตา งไปจากวัฒนธรรมตะวนั ออก หรือผลงานทศั นศลิ ปของประเทศจีน ประเทศ • เปนเรอ่ื งราวของสงั คมใด
(แนวตอบ สงั คมของประเทศ
อินเดีย กจ็ ะมีลกั ษณะแตกตางจากประเทศไทย ถึงแมจะมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ใกลเ คยี งกนั แตร ปู แบบผลงาน อนิ เดยี )
ทัศนศลิ ปก ม็ ีความแตกตางกัน เปนตน เมือ่ มองเห็นแลว • เพราะเหตใุ ดนกั เรยี นจงึ สามารถ
สรปุ ไดว า เปน เรอื่ งราวของสงั คม
สามารถบอกไดวาเปน ของชาตใิ ด นอกจากน้ี ยังสะทอ น ประเทศนัน้
(แนวตอบ ขอมูลทีป่ รากฏอยใู น
ใหเหน็ วา สรางขนึ้ จากชางสงั กัดใด เชน ถาเปนชา งหลวง ผลงาน เชน สภาพแวดลอ มของ
บา นเมอื ง การแตง กายของผคู น
ผลงานจะมีความละเอยี ดประณีต แตถ าเปน ชา งพ้นื บาน ในภาพ ลกั ษณะของยวดยาน
พาหนะ เปน ตน )
ผลงานจะไมประณตี เทา เปน ตน
อธิบายความรู
๑.๓ วิถกี ารดาํ รงชวี ิต
ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุมๆ ให
ลักษณะและเน้ือหาของผลงานทัศนศิลป จะ แตล ะกลมุ ทาํ การอภิปรายในประเด็น
เกี่ยวกับผลงานทัศนศิลปที่สะทอน
สอดแทรกวัฒนธรรมการดํารงชีวิตของผูคนในสังคมไว คุณคาทางดานวัฒนธรรมในดาน
รูปแบบศิลปกรรม วิถีการดํารงชีวิต
ในผลงาน ไมวาจะเปนการทํามาหากิน สภาพชุมชน ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และพธิ กี รรม
กลุมละ 1 ประเด็นไมซํ้ากัน โดยนํา
การแตงกาย อาหาร เคร่ืองใชสอยในชีวิตประจําวัน “India Street Scene4” ผลงานของโดมนิ กิ อเมนโดลา (Dominique ภาพ หรือคลปิ วิดโี อมาแสดงประกอบ
และอื่นๆ ผลงานทัศนศิลปของชุมชนที่โยกยายถ่ินฐาน Amendola) ตวั อยา่ งภาพเขยี นสนี า้ำ ทสี่ ะทอ้ นวถิ กี ารดาำ รงชวี ติ ของผคู้ น การอธบิ ายดวย
บอยครง้ั เพือ่ หาทุงหญาเลย้ี งสัตว การสรางสรรคผลงาน สอดแทรกไวใ้ นผลงาน ทำาให้ผ้ชู มทราบได้วา่ เปน็ เรอ่ื งราววัฒนธรรม
ทศั นศลิ ปท ม่ี ขี นาดใหญแ ละประณตี จะปรากฏอยคู อ นขา ง ของสงั คมใด นกั เรียนควรรู
นอย ตางจากชมุ ชนที่ทําการเพาะปลูกซง่ึ ตองอยูตดิ กับทดี่ ิน หรอื ภาพวาดทีส่ ะทอนวัฒนธรรมการเพาะปลูกในยุโรป เทศกาลอสี เตอร (Easter Day) เปน
วันเฉลิมฉลองการฟนคืนพระชนมชีพ
ผลงานจํานวนมากวาดเร่ืองราวของการทําไรองุน ในขณะที่ผลงานดานจิตรกรรมในเอเชียจะวาดเก่ียวกับการทํานา ของพระเยซู หลังจากสิ้นพระชนม
บนไมกางเขน ซ่ึงจะจัดพิธีขึ้นในวัน
การเพาะปลูกขาว หรอื เรอื่ งราวเกย่ี วกบั การทําประมง อาทิตยของฤดูใบไมผลิในซีกโลก
ตะวันตก หรือประมาณเดือนมีนาคม
๑.๔ ขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรม - เมษายน ของทกุ ป
วัฒนธรรมของผูคนในสังคมจะสะทอนออกมาอยางเห็นไดเดนชัด โดยผานขนบธรรมเนียม ประเพณี
พธิ ีกรรมตา งๆ ซง่ึ ศิลปินไดนาํ ส่งิ ทต่ี นพบเหน็ หรอื สมั ผัสมาเปน แรงบันดาลใจถายทอดเปน ผลงานทศั นศิลป ดังนั้น
ผลงานทศั นศลิ ปจ งึ ชว ยสะทอ นใหเ หน็ วา วฒั นธรรมทป่ี รากฏในผลงานเปน วฒั นธรรมของชาตใิ ด มลี กั ษณะความเชอื่
อยางไร และจะบอกเลา เรอื่ งราวเกย่ี วกับส่ิงใด
ทง้ั นี้ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี พธิ ีกรรมท่ปี รากฏอยูใ นผลงานจะมลี กั ษณะแตกตา งกนั ออกไปในแตละ
วัฒนธรรม เชน ผลงานทัศนศิลปที่สรางสรรคโดยศิลปินชาวยุโรปอาจถายทอดเรื่องราวเก่ียวกับเทศกาลอีสเตอร
(Easter Day) ประเทศอินเดียถา ยทอดเรือ่ งราวเกี่ยวกับเทศกาลโฮลี (Holi Festival) เปน ตน หรือผลงานทัศนศลิ ป
ของไทยจาํ นวนมากก็สะทอ นขนบธรรมเนยี ม ประเพณี พิธกี รรมท่ปี รากฏอยใู นแตละภาคแตกตางกันออกไป เชน
ประเพณียี่เปง ท่จี ังหวดั เชียงใหม พิธไี หลเรอื ไฟท่จี ังหวดั นครพนม งานแหผตี าโขนท่จี งั หวัดเลย ประเพณตี กั บาตร
ดอกไมท จ่ี งั หวดั สระบรุ ี ประเพณชี กั พระทจ่ี งั หวดั สรุ าษฎรธ านี ประเพณแี หเ ทยี นพรรษาทจ่ี งั หวดั อบุ ลราชธานี เปน ตน
๑๐๕
นกั เรียนควรรู @ มมุ IT
เทศกาลโฮลี (Holi Festival) เปน เทศกาลเลน สี หรอื สาดสใี สก นั ของชาวอนิ เดยี สามารถชมตัวอยางคลิปวิดีโอเก่ียวกับผลงานทัศนศิลป
ท่นี ับถอื ศาสนาฮินดู ซ่งึ เทศกาลน้ีจะมขี ้ึนชว งปลายเดอื นกุมภาพนั ธ - มนี าคม ไดจาก http://www.youtube.com โดย search คําวา
ของทุกป ที่มาของเทศกาลนี้ บางก็วาเพื่อเฉลิมฉลองพระกฤษณะท่ีมีชัยตอ Art, Painting, Sculpture, Architecture
การรบ บา งกว็ า เพอื่ เฉลมิ ฉลองความอดุ มสมบรู ณข องพนื้ ดนิ และการเกบ็ เกยี่ ว
คูม อื ครู 105
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain Expand Evaluate
Explore
Engage
สํารวจคนหา (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 30%)
ใหนักเรียนหาตัวอยา งผลงาน หรือ
ภาพผลงานทัศนศิลปท่ีแสดงออกถึง
การนาํ ภมู ปิ ญ ญามาสรา งสรรคผ ลงาน
โดยวเิ คราะหด ว ยวา มกี ารนาํ ภมู ปิ ญ ญา
มาใชอยางไร
อธิบายความรู “งานแหผีตาโขน จังหวัดเลย” (ไมป่ รากฏปีทส่ี รา้ งสรรค์ผลงาน) ผลงานของธรรมวทิ ย ์ สวุ รรณพฤกษ ์ เทคนคิ ภาพวาดสีนา้ำ ทีถ่ า่ ยทอดเรือ่ งราว
เกย่ี วกับขนบธรรมเนียม ประเพณีไวใ้ นผลงานไดอ้ ยา่ งนา่ ช่ืนชม
ใหน กั เรยี นนาํ ภาพผลงานทศั นศลิ ป
มาแสดง แลว รว มกนั อภปิ รายวา ๑.๕ ภมู ปิ ญญา
• ผลงานดังกลา วสะทอ นถึง ผลงานทัศนศิลปถือวาเปนผลงานการสรางสรรคที่ชวยสะทอนวัฒนธรรมทางดานภูมิปญญาของศิลปิน
ภมู ปิ ญญาไดอยา งไร ซ่ึงถายทอดสืบตอจากรุนสูรุน นับต้ังแตรูปแบบของงานศิลปกรรม การเลือกใชวัสดุ ซึ่งดัดแปลงมาจากทรัพยากร
ทหี่ าไดง า ยภายในทอ งถนิ่ รวมไปถงึ เทคนคิ วธิ กี ารในการสรา งสรรคผ ลงานแตล ะประเภท เชน ภมู ปิ ญ ญาของชาวอยี ปิ ต
ขยายความเขาใจ ที่มเี ทคนิคในการนาํ หินมาสรางสรรคผลงานที่มีขนาดใหญ เชน พีระมดิ รปู ปน สฟงิ ซ เปน ตน สวนชาวกรกี โรมัน
นาํ หนิ ออ นมาสรา งงานประตมิ ากรรม ชา งไทยคดิ คน เทคนคิ การทาํ ผลงานลงรกั ปดิ ทอง จติ รกรจนี คดิ คน การทาํ หมกึ
ใหน กั เรยี นหาภาพผลงานทศั นศลิ ป
มา 1 ชิ้น ติดลงกระดาษ A4 แลว สีดาํ เพอื่ ใชวาดภาพ ศิลปินท่อี ยแู ถบชายทะเลนาํ เปลือก
วเิ คราะหว า ผลงานชนิ้ ดงั กลา วสะทอ น หอย ปะการังมาผลิตเปนผลงานทัศนศิลป เปนตน ซ่ึง
คุณคาทางวฒั นธรรมในดานใด ภูมปิ ญ ญาทสี่ ะทอนอยูในผลงาน จัดเปน รองรอยทสี่ าํ คญั
อยางหนึ่งที่ทําใหทราบแหลงท่ีมาของผลงานทัศนศิลป
ตรวจสอบผล ชน้ิ นน้ั ๆ จะเหน็ ไดว า เมอ่ื พจิ ารณาผลงานทศั นศลิ ปไ มว า
ประเภทใดกต็ าม นอกจากความงาม ความนาประทบั ใจ
ครูพิจารณาจากการวเิ คราะห เนอื้ หาสาระ เทคนคิ และวธิ กี ารทผี่ ลงานทศั นศลิ ปส อื่ สาร
ผลงานทศั นศลิ ปท ี่สะทอ นคณุ คา ออกมาแลว ยังจะมองเห็นถึงลักษณะและคุณคาทาง
ทางวัฒนธรรม วัฒนธรรมสอดแทรกอยูในผลงานชิ้นนั้นดวย ทําใหชวย
ผลงานประติมากรรมปันทราย เป็นตัวอย่างที่ศิลปินเลือกนำาวัตถุดิบ จําแนกไดวา ผลงานทัศนศิลปดังกลาวมีรากฐานมาจาก
เกร็ดแนะครู ทีห่ าได้ง่ายในทอ้ งถ่ินมาสร้างสรรค์เป็นผลงานทัศนศลิ ป์ท่ีสวยงาม วฒั นธรรมใดและวัฒนธรรมดังกลา วมลี กั ษณะอยางไร
ครูอาจอธบิ ายเพิม่ เติมเกยี่ วกับ ๑๐๖
ภมู ิปญญาไทยทนี่ ํามาใชในงาน
ทัศนศลิ ป เชน การแผท องคําจน นกั เรียนควรรู
บางเฉียบเปน ทองคําเปลว แลว นาํ ไป
ประดบั องคพระพทุ ธรูป หรือการ รูปปนสฟงซ รูปแกะสลักแบบลอยตัวดวยหินขนาดใหญ ตัวเปนสิงโต
ลงรักปดทองบนพ้นื ปูน เนอ่ื งจาก หัวเปนมนุษย สฟงซของอียิปตท่ีมีช่ือเสียงมากท่ีสุด คือ มหาสฟงซ
ปนู มีความเคม็ การลงรกั จะไมต ิด (The Great Sphinx of Giza) ซึ่งมีความยาว 240 ฟุต (73.15 เมตร)
ชางไทยจะประสะผวิ หนา ปนู สูง 66 ฟุต (20.11 เมตร) และเฉพาะสวนใบหนา กวา ง 14 ฟุต (4.26 เมตร)
เพือ่ ลดความเค็มกอน โดยใชน า้ํ
จากใบขเ้ี หล็กชะลางพนื้ ปูนหลายๆ
ครัง้ ใชขม้นิ สดขดี พื้นปูนดู ถารอย
เปน สแี ดงแสดงวายังมคี วามเคม็ อยู
ตอ งชะลา งอกี จนรอยขมน้ิ เปน สเี หลอื ง
จงึ จะลงรกั รองพ้นื ได เปน ตน
106 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain
Expand Evaluate
กจิ กรรม ศลิ ปปฏิบตั ิ ๗.๑ กระตนุ ความสนใจ
กจิ กรรมที่ ๑ ครนู าํ ภาพผลงานทศั นศิลปข องไทยและสากลมาใหนกั เรียนชม แลว รวมกนั อภิปรายวา ภาพผลงาน ครหู าตวั อยางภาพ หรือคลิปวดิ ีโอ
ทัศนศิลปดังกลาวสะทอนใหเหน็ คณุ คาทางวัฒนธรรมไดอ ยางไร เกย่ี วกบั ผลงานทศั นศลิ ปใ นสมยั ตา งๆ
กจิ กรรมที่ ๒ ใหนกั เรยี นหาภาพผลงานทศั นศลิ ปมาจาํ นวน ๑ ชิ้น ตดิ ลงบนกระดาษ A4 ระบขุ อ มูลของผลงาน ของไทยมาใหน กั เรยี นชม แลว
เทา ท่ีปรากฏ แลว วเิ คราะหว า ผลงานชิ้นน้สี ะทอ นคุณคาทางวัฒนธรรมอยางไร จากนัน้ สง ครูผูสอน ตง้ั คาํ ถาม ดงั นี้
• เปน ผลงานในสมยั อาณาจักรใด
• มคี วามงดงาม หรอื มคี วามสาํ คญั
อยา งไร
ò. ความáµกµา่ ง¢องงานทศั นศลิ ปã์ นáµล่ ะÂุคสมÂั ¢องวฒั นธรรมäทÂ สาํ รวจคน หา
เหตทุ ว่ี ฒั นธรรมมคี วามสมั พนั ธอ ยา งใกลช ดิ กบั ผลงานทศั นศลิ ป จงึ มผี ลทาํ ใหผ ลงานทศั นศลิ ปใ นแตล ะยคุ ครแู บงนักเรียนออกเปน กลมุ
สมยั ของวฒั นธรรมจะมลี กั ษณะบางประการทม่ี คี วามแตกตา งกนั ออกไป ซงึ่ บางอยา งไดก ลายเปน เอกลกั ษณท โ่ี ดดเดน กลุมละ 5 คน ใหแ ตล ะกลมุ สืบคน
ซงึ่ เมอื่ มองเหน็ ผลงานทศั นศลิ ปจ ะสามารถบอกไดว า ผลงานทศั นศลิ ปช นิ้ นถี้ กู สรา งสรรคข น้ึ ในสมยั ใด สาํ หรบั ยคุ สมยั ขอมลู เพ่อื จดั ทาํ รายงานความ
ของวฒั นธรรมไทยสามารถจัดแบงได ดงั ตอไปนี้ แตกตา งของผลงานทศั นศลิ ปไ ทย
ในแตล ะยุคสมยั และเตรยี มสง
๒.๑ สมัยกอนประวัติศาสตร ตัวแทนออกมาสรปุ ขอ มูลเฉพาะ
บางสมัย โดยสืบคนจากหนังสือใน
วัฒนธรรมของมนุษยในยุคน้ีจะอยูรวมกันเปนกลุมเล็กๆ อาศัยอยูตามเพิงผา หรือถํ้า เปนชนเรรอน หอ งสมดุ เวบ็ ไซตใ นอนิ เทอรเ นต็
ดาํ รงชพี ดว ยการเกบ็ ของปา และลา สตั ว ผลงานทศั นศลิ ปท ส่ี รา งขน้ึ จะมงุ เนน ประโยชนเ พอ่ื การใชส อยเปน หลกั มากกวา และแหลงการเรียนรตู า งๆ
ความสวยงาม โดยปรากฏออกมาในรูปแบบของสงิ่ ของเคร่อื งใช เชน ขวานกาํ ปน หรือขวานหนิ แรกเรมิ่ จะทาํ ข้นึ
อยา งหยาบๆ กอน แลวจึงพฒั นาใหมคี วามประณตี ขึ้นและมดี ามจบั ในเวลาตอมา เปนตน อธบิ ายความรู
นอกจากนี้ ยงั ปรากฏภาชนะดนิ เผาหลากหลายรปู แบบ โดยเรม่ิ ตน ครูจับสลากเลือกตัวแทน 1 กลุม
ทาํ แบบผวิ เรียบกอ น แลว จึงพฒั นาใหม ีลวดลายเรขาคณติ ดวยวธิ กี ารขูด ขดี ใหออกมาสรุปลักษณะของผลงาน
ทาบในขณะท่ีดนิ ยังเปยกอยู จากนนั้ ไดมกี ารใชส ีมาเขียนเปน ลวดลายแทน ทศั นศลิ ปของไทยในสมัยกอน
เครอ่ื งปน ดนิ เผาทโ่ี ดดเดน คอื เครอื่ งปน ดนิ เผาทบี่ า นเชยี ง จงั หวดั อดุ รธานี ประวตั ิศาสตร
พฒั นาการทส่ี าํ คญั ตอ มา คอื การคน พบเทคนคิ การหลอมโลหะ นักเรียนควรรู
ซึ่งเร่ิมตนดวยการหลอมสําริด (นําเอาดีบุกกับทองแดงมาผสมกัน) ได
สาํ เรจ็ แลวจึงพัฒนาจนสามารถหลอมเหล็กได จึงมีการนําโลหะมาใชสราง กลองมโหระทกึ ทีเ่ กา แกท ส่ี ดุ
ผลงานทัศนศิลปในรูปแบบที่เปนสิ่งของเครื่องใช เชน อาวุธ เครื่องประดับ พบที่หมูบ า นดองซอน จ.ทนั หห ัว
กลองมโหระทกึ เปนตน ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม
เชอ่ื วาเทคนคิ การทาํ กลองมโหระทึก
เครอื่ งปนั ดินเผาเขยี นสเี ปน็ ลวดลายเรขาคณิต นา จะไดร ับอทิ ธิพลจากวัฒนธรรม
ศลิ ปะของอาำ เภอบ้านเชยี ง จังหวัดอุดรธานี ดองซอนไปสูด ินแดนอืน่ ๆ ทั่วเอเชยี
ตะวนั ออกเฉียงใต จดุ มงุ หมายใน
๑๐๗ การทํากลองมโหระทกึ มผี ูให
ความเห็นตางๆ กนั ไป เชน ใชเพ่อื
@ มุม IT ประกอบพิธกี รรม ใชใ นการทําศึก
เพือ่ แสดงฐานอาํ นาจ เปนตน
สามารถศึกษาเพ่ิมเติมเก่ียวกับสมัยกอนประวัติศาสตรไทย ไดจาก http://www.
thaigoodview.com/library/contest2551/social04/39/Computer/time.htm
คมู ือครู 107
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
อธิบายความรู (ยอ จากฉบบั นักเรียน 30%)
ครจู บั สลากเลอื กตัวแทน 1 กลุม การแสดงออกทางดา นทัศนศลิ ปในสมัยกอนประวัตศิ าสตร ยังมกี ารสรางสรรคผลงานจติ รกรรม โดยเปน
ออกมาสรปุ ลกั ษณะของผลงาน ภาพเขยี นสอี ยา งงา ยๆ บนผนงั ถา้ํ และเพงิ ผา ซง่ึ พบกระจายอยดู ว ยกนั หลายแหง เขยี นดว ยสแี ดง สดี าํ สนี า้ํ ตาล และ
ทศั นศิลปของไทยในสมยั ประวตั ิ- สีเหลือง เปน รูปมนุษย สตั ว วตั ถุ มอื สญั ลักษณ รูปทรงเรขาคณิต และอ่ืนๆ เชน อุทยานแหงชาตผิ าแตม จงั หวดั
ศาสตรกอนสุโขทยั และอกี 1 กลุม อุบลราชธานี ถํา้ และเพิงผาบรเิ วณอา วในจงั หวดั พงั งาและจงั หวดั กระบ่ี ชอ งเขาประตูผา จังหวัดลําปาง เปน ตน
ออกมาสรปุ ลกั ษณะของผลงาน
ทศั นศิลปข องไทยในสมัยสโุ ขทยั ๒.๒ สมยั ประวัตศิ าสตรก อ นสมยั สโุ ขทัย
โดยเลือกจากกลุมท่ียงั มไิ ดป ฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมมากอ น ดินแดนที่เปนประเทศไทยในขณะน้ี แตเดิมเปนที่รูจักกันในนามวา “สุวรรณภูมิ” สมัยนั้นมีการพัฒนา
บา นเมอื งจากชมุ ชนเลก็ ๆ คอ ยๆ กอ ตวั เปน ชมุ ชนใหญ เปน แวน แควน จนกลายเปน อาณาจกั รในทส่ี ดุ ซง่ึ มอี าณาจกั ร
เกรด็ แนะครู ตา งๆ เกดิ ขนึ้ มากมายทั่วดนิ แดนไทย อาณาจกั รทส่ี ําคญั เชน ทวารวดี ศรีวชิ ยั ตามพรลิงค โคตรบูรณ ละโว หรือ
ลพบรุ ี อศี านปุระ โยนกเชยี งแสน ลานนา เปน ตน
ครูควรแนะนําใหนกั เรียนหาภาพ
มาใชประกอบการอธบิ ายดว ย จะได วัฒนธรรมของอาณาจักรตางๆ ในชวงสมัยประวัติศาสตรกอนสมัยสุโขทัย นอกจากจะเปนวัฒนธรรม
ชว ยสรางความเขา ใจไดมากกวา เชน ของสังคมเกษตรกรรมที่สืบตอ เน่อื งกันแลว ยงั ไดร บั อทิ ธพิ ลจากการนบั ถอื ศาสนา คอื พระพทุ ธศาสนาและศาสนา
ลักษณะของเจดียส มัยทวารวดี พราหมณ - ฮนิ ดจู ากประเทศอนิ เดยี โดยผา นทางขอม หรอื เขมร การยอมรบั นบั ถอื ศาสนาทาํ ใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลง
ศรวี ิชัย ลา นนา เปนตน ซ่งึ จะมี ทางวฒั นธรรมครงั้ ใหญท วั่ สวุ รรณภมู ิ และสง ผลตอ การสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ป กลา วคอื มกี ารสรา งงานศลิ ปกรรม
ลักษณะแตกตา งกนั อยางเห็นไดช ัด ทางดานสถาปตยกรรมและประติมากรรมท่ีเก่ียวเน่ืองกับศาสนาขึ้นเปนจํานวนมาก โดยเปนผลงานที่สะทอนถึง
ความเลือ่ มใสศรัทธาตอศาสนาที่ตนนบั ถอื ไดแก การสรา งวัดวาอาราม เจดีย โบสถ วหิ าร พระพุทธรูป และเทวรูป
นกั เรยี นควรรู
โดยรูปแบบของงานศิลปกรรมในชวงแรก ยังคงสรางตามศิลปกรรมอินเดีย ตอมาจึงไดมีการดัดแปลง
สุวรรณภูมิ หมายรวมถึงดินแดน สรางตามคตินิยมของแตละทองถิ่น ผลงานท่ีสรางออกมาภายหลังจึงสะทอนลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมในแตละ
เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต มไิ ดห มายถงึ อาณาจักร ซงึ่ จะมลี ักษณะรวมบางประการทีค่ ลายและแตกตางกบั อาณาจกั รอนื่ ๆ เชน เจดยี ของทวารวดี ศรวี ิชัย
เฉพาะดินแดนไทยเพียงแหงเดียว โยนกเชยี งแสน แมจ ะเปน เจดยี ท างพระพทุ ธศาสนาเชน เดยี วกนั แตร ปู แบบของเจดยี ก จ็ ะมคี วามแตกตา งกนั เปน ตน
การที่แปลวา “ดินแดนทองคํา” นั้น
กม็ ไิ ดจ ะสอื่ วา มที องคาํ อยเู ตม็ ไปหมด ๒.๓ สมยั สโุ ขทัย
หากแตมีนัยวา “ดินแดนแหงน้ีมี
ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณมาก สโุ ขทยั ไดร บั อทิ ธพิ ลของศาสนาพราหมณ - ฮนิ ดจู ากขอม จงึ มกี ารสรา งผลงานทศั นศลิ ปท เี่ ปน เทวรปู
ซ่ึงมีคาอยางมหาศาล ประหนึ่งดังมี ศาสนสถานไวเคารพบูชาตามอิทธิพลที่ไดรับ ตอมาสุโขทัยไดรับแบบอยางการนับถือพระพุทธศาสนา
ทองคําอยูท วั่ พ้นื ท”่ี นกิ ายเถรวาทอยางลังกาวงศม าจากเมอื งนครศรีธรรมราช จึงไดม ีการสรางศาสนสถาน ศาสนวตั ถุท่ีไดรับ
อทิ ธพิ ลรปู แบบของงานศลิ ปกรรมจากขอม อาณาจกั รทอ่ี ยใู กลเ คยี ง และลงั กา แตศ ลิ ปนิ กไ็ ดม กี ารคดิ คน
พฒั นารปู แบบของผลงานศลิ ปกรรมใหม คี วามงดงาม มเี อกลกั ษณ และมคี วามโดดเดน โดยเฉพาะ
พระพุทธรูปและเจดียท่ีสะทอนใหเห็นถึงความงามแบบอุดมคติลงในผลงาน เชน
เจดียทรงพุม ขา วบณิ ฑ พระพทุ ธชินราช พระพุทธรปู
ปางลลี า เปน ตน
นกั เรียนควรรู ๑๐๘
ศลิ ปกรรมอนิ เดยี ทเี่ ขา มาสดู นิ แดน @ มมุ IT
ไทยที่เกาแกที่สุดจะเปนศิลปะคุปตะ
ในสมยั พระเจา อโศกมหาราช เรมิ่ แรก สามารถศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั งานทศั นศิลปข องไทย
จะยังไมมีการสรางพระพุทธรูป เมื่อกลาวถึงพุทธประวัติจะใช ในแตล ะยคุ สมยั ไดจาก http://www.media.rmutt.ac.th
สญั ลกั ษณแทน เชน รปู สลกั มา เปลาไมมีผขู ่ีแทนการเสด็จออกผนวช
ดอกบัวแทนตอนประสูติ ตนโพธ์ิแทนตอนตรัสรู ธรรมจักรกับกวาง
หมอบแทนตอนปฐมเทศนา และสถปู แทนตอนปรินพิ พาน
108 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
ดา นจติ รกรรม มที งั้ ภาพลายเสน และภาพเขยี นสที เี่ ปน เรอื่ งราวทางพระพทุ ธศาสนา ภาพเขยี นจะใชส ดี าํ แดง อธิบายความรู
ท่เี รียกวา “สีเอกรงค” ภาพเขยี นสาํ คัญอยทู ี่วดั เจดียเ จ็ดแถว จังหวดั สุโขทัย
ครูจบั สลากเลอื กตัวแทน 1 กลมุ
ในสมยั สโุ ขทยั ยงั ไดร บั อทิ ธพิ ลของงานศลิ ปกรรมจนี โดยเฉพาะเทคนคิ วธิ กี ารทาํ เครอื่ งปน ดนิ เผาทเ่ี รยี กวา ออกมาสรปุ ลักษณะของผลงาน
“เคร่ืองสังคโลก” มกี ารสรางสรรคอ อกแบบเครอื่ งสงั คโลกใหม ีรปู แบบตางๆ เพ่ือจําหนา ยเปน สินคา สงออก ทศั นศิลปข องไทยในสมัยอยธุ ยา
โดยมีตวั อยางภาพหรือคลิปวิดีโอ
๒.๔ สมยั อยุธยา แสดงผลงานทัศนศิลปประกอบการ
อธบิ ายดวย
อยุธยากอตั้งราชธานีอยูบริเวณท่ีราบลุมเจาพระยาตอนลาง และเปนศูนยกลางของกลุมคนไทยแทนท่ี
สุโขทัยทีเ่ ส่ือมอาํ นาจลง ซ่งึ สามารถดํารงความเปนราชธานีตอ มาไดอ กี ๔๑๗ ป นกั เรยี นควรรู
ผลงานศลิ ปกรรมสว นใหญถ กู สรา งขน้ึ เพอื่ แสดงถงึ ความศรทั ธาตอ สถาบนั ศาสนา สมยั อยุธยา ไดม ีการรบั เอาศิลปะ
และแสดงความจงรกั ภกั ดตี อ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ซง่ึ ผลงานทสี่ รา งขน้ึ นอกจากจะยดึ ถอื สมยั อูทองมาเปนแมแ บบผสมผสาน
แบบอยา งครง้ั สโุ ขทยั และอาณาจกั รตา งๆ แลว ชา ง หรอื ศลิ ปนิ อยธุ ยาไดม กี ารพฒั นารปู แบบ กบั ศลิ ปะสมัยสุโขทัย จงึ กลายเปน
ผลงานศิลปกรรมที่เปนลักษณะเดนของอยุธยาขึ้นมาดวย ไดแก พระพุทธรูป “ศิลปะสกุลชา งอยุธยา - อูท อง”
ทรงเครื่อง เชน พระพุทธนิมิตรวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ กลาวคอื เปน การนาํ เอาศิลปะที่
พระประธานวัดหนาพระเมรุราชิการาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปนตน ทรงอาํ นาจของอทู องท่แี ฝงไวดว ย
สําหรับเจดียไดมีการประยุกตนํารูปแบบเจดียจากวัฒนธรรมตางๆ มาสราง ความออนหวานของสโุ ขทยั และ
เปน แบบอยธุ ยา ไดแ ก เจดยี ท รงระฆงั แบบลงั กาและเจดยี ท รงปรางคแ บบขอม ความอุดมสมบูรณข องเชยี งแสน
สว นเจดียแบบอยธุ ยาแท เปน เจดียย อ มมุ ไมส บิ สอง มาสรา งสรรคเปน ผลงานทัศนศลิ ป
ดา นจติ รกรรม ผลงานสว นใหญย งั เปน จติ รกรรมไทยประเพณี ชว งแรก นกั เรยี นควรรู
นยิ มใชส แี บบเอกรงค ตอ มาเมอื่ มกี ารตดิ ตอ กบั ตา งชาติ จงึ ใชส ตี า งๆ เพม่ิ มากขน้ึ
เรื่องราวจะเกีย่ วขอ งกบั พระพทุ ธศาสนา มกี ารปิดทองสว นทสี่ าํ คญั ของภาพและ พระประธานวัดหนาพระเมรุราชิ-
ทาํ ลวดลายเปน รูปดอกไมรวงหลงั พ้นื ภาพ การาม มีช่ือวา “พระพุทธนิมิตวิชิต
มารโมลศี รสี รรเพชญบ รมไตรโลกนาถ”
ผลงานทัศนศิลปที่สําคัญอีกประเภทหนึ่ง คือ เปนพระพุทธรูปสําริดทรงเครื่อง
งานประณตี ศิลป ซ่ึงมีทั้งงานประดบั มกุ งานลงรกั ปิดทอง กษัตริยที่งดงามที่สุดองคหนึ่งในสมัย
งานไมจําหลัก การทําเครอ่ื งเบญจรงค (เครื่องเบญจรงค อยุธยา หนาตักกวาง 4.5 เมตร สูง
ชางอยธุ ยาจะเปน ผอู อกแบบและสง ไปทาํ ทปี่ ระเทศจนี ) 6 เมตร สันนิษฐานวาสรางในรัชกาล
สมเด็จพระเจาปราสาททอง (สมเด็จ
ในสมัยอยุธยา ผลงานทัศนศิลปประเภท พระสรรเพชญท ี่ 5)
สถาปตยกรรมบางสวนจะมีความแตกตางจากสมัยที่
ผานมา เนื่องจากมีการติดตอกับชาติตะวันตก จึงไดรับ
รูปแบบสถาปตยกรรมแบบยุโรปมาใช ท่ีสามารถเห็น
ไดชัดเจน คือ พระนารายณราชนิเวศน
จังหวดั ลพบุรี
๑๐๙ @ มมุ IT
นกั เรยี นควรรู สามารถศึกษาเพิ่มเตมิ เกยี่ วกับ
ศิลปะสมยั อยุธยา ไดจ าก http://
เจดียย อ มุมไมส ิบสอง เปนคาํ อธิบายลกั ษณะสว นมมุ ของอาคาร เจดยี พระเมรุ หรือส่งิ อน่ื ๆ ทีท่ ําให www.ayutthaya.go.th/travel.htm
มมุ มีหยกั เปน เหลย่ี มออกมา 12 มุม ท้งั นี้ เราดผู งั สถาปตยกรรมจากมุมสงู เราจะเห็นเปนรปู สเ่ี หลยี่ ม และ www.youtube.com โดย search
แทนที่เดิมตรงมุมจะมีเพียง 1 มุม ชางอยุธยาก็ทําหักยอเขาไปเปน 3 มุม เพ่ือเพิ่มความงดงามแก คําวา ศิลปะอยธุ ยา คันฉองอยธุ ยา
สถาปต ยกรรมน้ัน การยอมมุ ทําใหส ิ่งกอสรา งทรงสเ่ี หลยี่ มทีม่ ี 4 มมุ จึงกลายเปน 12 มุม ไปโดยปรยิ าย
คมู อื ครู 109
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
อธบิ ายความรู (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 30%)
ครูจับสลากเลือกตัวแทน 1 กลุม ๒.๕ สมัยรตั นโกสนิ ทร
อ อ ก ม า อ ธิ บ า ย ส รุ ป ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง
ผลงานทัศนศิลปของไทยในสมัย สมัยรัตนโกสินทรในชวงแรกจะเปนการฟนฟูบูรณะผลงานทัศนศิลปแขนงตางๆ ท่ีไดรับความเสียหาย
รตั นโกสนิ ทรช ว งรชั กาลท่ี 1 - 3 อยางหนักจากสงครามเมือ่ คราวเสยี กรงุ คร้งั ท่ี ๒ เม่อื พ.ศ. ๒๓๑๐ ใหฟน กลับมาเหมอื นเมอ่ื ครัง้ บา นเมอื งยังเจริญ
รุงเรือง โดยพยายามบูรณะและรักษางานศิลปกรรมของชาติไวมิใหเสื่อมสูญไป ขณะเดียวกันการติดตอคาขาย
นกั เรียนควรรู สรางความสมั พันธก บั ชาติตะวันตกหลายชาติ กท็ าํ ใหไดรบั อิทธิพลจากวฒั นธรรมตะวันตกเขา มา
ดว ยเชน กนั ซงึ่ แบบอยา งของศลิ ปะตะวนั ตกนจ้ี ะคอ ยๆ มคี วามสาํ คญั และมบี ทบาทตอ รปู แบบการ
พระปรางควัดอรณุ ราชวราราม สรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปข องไทยเปน อยา งมากในเวลาตอ มา ซงึ่ พอจะสรปุ ความแตกตา งของ
ราชวรมหาวิหาร ตัง้ อยรู ิมฝง ผลงานทศั นศลิ ปใ นสมัยรัตนโกสินทรเ ปนสมยั ยอ ยๆ เปนภาพรวมได ดงั ตอไปนี้
ตะวนั ตกของแมน้ําเจา พระยา
มลี กั ษณะเปนเจดยี ทรงปรางค สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลท่ี ๑) ถึงสมัย
สูง 81.85 เมตร วดั รอบฐาน พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่ ๓) ภาพรวมจะเปนการฟนฟูผลงาน
234 เมตร ประกอบดว ยปรางคเลก็ ทัศนศิลปที่ไดรับความเสียหายใหมีความเจริญรุงเรืองอีกครั้งหน่ึง มีการระดมชางท่ียัง
ลอ มอยู 4 ทิศ และมีพระมณฑปอยู หลงเหลืออยูตามหัวเมืองตางๆ เขามาชวยสรางสรรคผลงานทัศนศิลปเปนจํานวนมาก
4 ทศิ บนยอดพระปรางคเปนนภศลู ตวั อยา งผลงานทศั นศลิ ปส าํ คัญทส่ี รางสรรคขนึ้ ในชว งน้ี เชน การสรา งราชธานีแหงใหม
และพระมหามงกุฎปด ทอง เริม่ สรา ง คอื กรงุ เทพมหานคร โดยจาํ ลองแบบมาจากกรงุ ศรอี ยธุ ยา การสรา งพระบรมมหาราชวงั
ในสมยั รชั กาลที่ 2 และเสรจ็ สมบรู ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระปรางควัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พระเจดีย
ในสมยั รชั กาลที่ 5 องคพระปรางค รายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร จิตรกรรมในพระอุโบสถ
กอ อิฐถอื ปูน ประดบั ดว ยช้นิ กระเบอ้ื ง วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร วัดยานนาวา วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
เคลอื บสีตา งๆ เปนลายดอกไม ใบไม กรงุ เทพมหานคร เปน ตน
และลายอ่นื ๆ อยางสวยงาม
นักเรียนควรรู ๑๑๐
พระเจดียร าย เปน พระเจดยี
ขนาดยอมที่ประกอบอยใู นผังของ
สถาปต ยกรรมในฐานะทเ่ี ปน พระเจดยี
รอง ลกั ษณะจะวางอยูเรียงราย
รอบอาคารประธาน หรอื พระอุโบสถ
สําหรับเจดียรายในวดั พระเชตพุ น-
วมิ ลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
มีจาํ นวนทง้ั สน้ิ 71 องค สรา งขน้ึ
ในสมยั รชั กาลที่ 3 องคพระเจดีย
ประดบั ดวยกระเบือ้ งถว ยเคลอื บ
สแี ละหินสเี ขยี ว ไดการรับยกยอง
วา “เปน พระเจดียเ หล่ยี มยอมุม
ไมส บิ สองทง่ี ดงามทสี่ ดุ ของสมยั
รตั นโกสินทร”
110 คูมือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู วั (รชั กาลที่ ๔) ถงึ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจา อยหู วั (รชั กาลท่ี ๗) อธิบายความรู
เปนชวงที่มีการปรับตัวตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตกที่หลั่งไหลเขามา ผลงานทัศนศิลปของไทยก็ไดมีการปรับตัว
เชนเดียวกัน ท้ังในดานเทคนิค วิธีการ ตลอดจนรูปแบบของผลงานที่โดดเดนมาก คือ ผลงานจิตรกรรมของ ใหน ักเรียนกลมุ เดิมออกมาสรปุ
ขรัวอินโขงที่วาดรูปตามแบบตะวันตกแตสาระของภาพเปนแบบไทย ดานสถาปตยกรรมมีการสรางตึกและอาคาร ลกั ษณะของผลงานทศั นศลิ ปข องไทย
ตามแบบตะวันตก เชน พระที่นง่ั อนนั ตสมาคม กระทรวงกลาโหม กระทรวงการตางประเทศ (เดมิ ) พระท่นี ัง่ จักร-ี ในสมยั รตั นโกสนิ ทรช ว งรชั กาลท่ี 4 - 7
มหาปราสาทในพระบรมมหาราชวงั เปน ตน ดา นประตมิ ากรรมมกี ารสรา งสรรคผ ลงานตามแบบตะวนั ตกเชน เดยี วกนั
เชน พระบรมราชานุสาวรียพ ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจาอยูหวั (พระบรมรปู ทรงมา ) เปนตน นักเรียนควรรู
สมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘) ถึงปจจุบัน ขรัวอินโขง เปนนามท่ีผูคนท่ัวไป
เปน ชว งทไ่ี ดร บั วฒั นธรรมตะวนั ตกจากสหรฐั อเมรกิ า ผลงานทศั นศลิ ปท ขี่ ยายตวั อยา งรวดเรว็ จะเปน ผลงานทางดา น เรียกพระอาจารยอิน ซึ่งทานเปน
สถาปต ยกรรมมกี ารกอ สรา งอาคารบา นเรอื น สาํ นกั งานตามแบบตะวนั ตกขนึ้ โดยทวั่ ไป โดยไดร บั ความนยิ มอยา งมาก จิตรกรที่ครองสมณเพศจนตลอด
แทนทรี่ ปู แบบสถาปต ยกรรมไทยแตด งั้ เดมิ สว นผลงานทางดา นจติ รกรรมและประตมิ ากรรมกม็ รี ปู แบบทหี่ ลากหลาย ชีวิต ทานเปนชาวจังหวัดเพชรบุรี
มากขึ้น มีการสรา งสรรคผลงานทศั นศิลปแนวใหมๆ ตามความคดิ ของศิลปนิ รวมไปถงึ ผลงานประเภทส่อื ผสมและ บวชเปนสามเณรตั้งแตยังเล็ก แมมี
ภาพพิมพเพ่ิมขึ้น ซึ่งผลงานสวนใหญลวนไดรับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตก ทั้งน้ี ผลงานที่สรางสรรคข้ึน พรรษามากขน้ึ กย็ งั ไมย อมผนวชเปน
นอกเหนอื จากเพอื่ แสดงความศรทั ธาตอ ศาสนาแลว ยงั เนน เพอ่ื ประโยชนท างการเมอื ง การพาณชิ ยกรรม การโฆษณา พระ จงึ มกั ถูกเรียกลอ วา “สามเณร
ประชาสมั พนั ธ และประดบั ตกแตง อาคารและส่งิ แวดลอ มอกี ดวย โคง” หรือ “อินโคง” ซึ่งภายหลัง
เพยี้ นเปน อนิ โขง ตอ มาทา นไดผ นวช
เปนพระที่วัดราชบูรณะราชวรวิหาร
(วดั เลยี บ)สว นคาํ วา “ขรวั ”เมอ่ื ทา นมี
พรรษาและทรงภมู ริ ใู นหลายๆ เร่อื ง
จนไดรับการนับถือจากเช้ือพระวงศ
บางพระองคใหเปนพระอาจารย
ซ่ึงเจานายสมัยกอนนั้นนิยมเรียก
พระอาจารยวา “ขรัว” ผูคนท่ัวไป
จึงเรยี กนามพระอาจารยอินวา
“ขรวั อนิ โขง ” นบั ตงั้ แตน นั้ เปน ตน มา
พระทน่ี งั่ จกั รมี หาปราสาทในพระบรมมหาราชวงั สรา้ งขนึ้ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๑๙ ในสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั (รชั กาลท ี่ ๕) ลกั ษณะ นักเรียนควรรู
๑๑๑องคพ์ ระท่นี ่งั เป็นสถาปตั ยกรรมยุโรป ส่วนหลงั คาใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมไทย พระที่นั่งจักรมี หาปราสาทใน
พระบรมมหาราชวงั พระบาทสมเดจ็
NET ขอ สอบป 52 พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั โปรดเกลา ฯ
ใหสรางข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2419 โดยมี
โจทยถ ามวา ประเภทของงานสถาปตยกรรมในขอ ใดไมเ ขา พวก มิสเตอรจอหน คลูนิช สถาปนิกชาว
1. พระที่นัง่ อนนั ตสมาคม 2. พิพิธภัณฑสถานแหง ชาติ องั กฤษเปน ผอู อกแบบ เดมิ มลี กั ษณะ
3. เจดยี ศรสี ุริโยทยั 4. พระราชวงั บางปะอิน เปนอาคารแบบตะวันตกทั้งหมด
(วิเคราะหค ําตอบ ตอบขอ 1. เพราะคําตอบในขอ 2, 3 และ 4 รปู แบบสถาปต ยกรรมเปนแบบไทย แตสมเด็จพระบรมมหาศรีสุริยวงศ
สวนพระที่นั่งอนันตสมาคมเปน แบบตะวนั ตก คําตอบในขอ 1. จึงไมเขา พวก) (ชวง บนุ นาค) กราบบังคมทลู ขอให
เปนปราสาทตามราชประเพณีท่ีมี
ตงั้ แตส มัยอยุธยา จึงทรงพระกรณุ า
โปรดเกลาฯ ใหเปล่ียนทรงหลังคา
เปน ยอดปราสาท 3 ยอดเรยี งกนั ตาม
แบบสถาปต ยกรรมไทย
คูม ือครู 111
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explain Expand Evaluate
Engage Explore
อธิบายความรู (ยอจากฉบับนกั เรียน 30%)
ใหน กั เรยี นกลุมทีเ่ หลอื ทีย่ ังมไิ ด นอกเหนือจากอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกจากสหรัฐอเมริกาแลว ก็ยังไดรับอิทธิพลจากประเทศจีน
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม สงตัวแทนออกมา ประเทศญี่ปนุ และประเทศเกาหลใี ต รวมไปถงึ พัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม โดยเฉพาะคอมพิวเตอร อปุ กรณ
รว มกนั อธิบายสรุปลกั ษณะของ ไฟฟา การคิดคนทางวิทยาศาสตร ทําใหการสรางสรรคผลงานทัศนศิลปในสมัยปจจุบันมีความหลากหลายและ
ผลงานทศั นศลิ ปข องไทยในสมัย แตกตางออกไปจากเดิม การแสดงออกทางทัศนศิลปมิไดจํากัดเฉพาะทางศาสนา แตนําไปใชเพ่ือประโยชนตางๆ
รัตนโกสนิ ทรชวงรัชกาลท่ี 8 ถงึ ทัง้ การคา การโฆษณา การแสดงทัศนะ การเมอื ง การประดบั ตกแตง และอน่ื ๆ มีการคิดคน เทคนคิ วิธีการในการ
ปจจุบนั สรางสรรคผลงานทัศนศิลปดวยรูปแบบใหม ไมวาจะเปนงานกราฟิก การใชสีวิทยาศาสตรอยางสีอะคริลิก เนื้อหา
สาระทป่ี รากฏอยใู นงานกเ็ ปดิ กวา ง บางครงั้ สะทอ นทศั นะตอ เรอ่ื งราวตา งๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในโลก มไิ ดจ าํ กดั ขอบเขตเฉพาะ
ขยายความเขาใจ ที่เกี่ยวของกบั สงั คมไทยเพยี งอยา งเดยี วเทานัน้
1. ใหนักเรียนแตละกลุม จดั ทาํ สาํ หรบั งานดา นสถาปต ยกรรมกเ็ ปน ผลงานทมี่ กี ารพฒั นาอยา งตอ เนอ่ื ง มกี ารกอ สรา งตกึ อาคารสมยั ใหม
รายงานเปรยี บเทียบผลงาน ทีอ่ อกแบบอยางทันสมัยตามแนวตะวันตก โดยเนน การสรา งสูทีส่ ูงเพ่ือเพิ่มพ้ืนท่กี ารใชสอยแทนแนวราบ
ทศั นศลิ ปในแตล ะยคุ สมยั ของ
วฒั นธรรมไทย สง ครผู ูสอน
2. ใหนักเรยี นจัดนทิ รรศการเปรียบ
เทยี บใหเ ห็นความแตกตา งทาง
ดา นจติ รกรรม ประตมิ ากรรม
สถาปตยกรรม ในแตล ะสมยั ของ
วฒั นธรรมไทย
ตรวจสอบผล อาคารสนามบนิ สวุ รรณภมู ิ เปน็ สถาปตั ยกรรมสมยั ใหมท่ นี่ าำ เอาผลงานศลิ ปกรรมไทยเขา้ ไปชว่ ยประดบั ตกแตง่ พน้ื ทบ่ี างสว่ นใหส้ วยงามมากยง่ิ ขน้ึ
1. ครพู ิจารณาจากการวเิ คราะห กิจกรรม ศลิ ปปฏบิ ัติ ๗.๒
ลกั ษณะของวฒั นธรรมท่ีอยูใน
ผลงานทศั นศลิ ป กจิ กรรมที่ ๑ ใหน กั เรียนแบง กลมุ กลุม ละ ๕ คน จดั ทํารายงานแสดงถึงความแตกตา งของงานทัศนศิลปในแตล ะ
ยุคสมัยของวัฒนธรรมไทย เสรจ็ แลว นาํ รายงานสงครูผสู อน
2. ครพู จิ ารณาจากรายงานเปรียบ กิจกรรมท่ี ๒ ใหน กั เรยี นสรปุ ขอ มลู จากการทาํ กจิ กรรมที่ ๑ เพอ่ื นาํ ไปจดั นทิ รรศการ โดยเนน การนาํ เสนอเปน ภาพ
เทยี บผลงานทัศนศลิ ปใ นแตล ะ และทาํ ตารางเปรยี บเทยี บใหเ หน็ ความแตกตา งทางดา นจติ รกรรม ประตมิ ากรรม และสถาปต ยกรรม
ยุคสมัยในวัฒนธรรมไทย ของแตละสมยั ของวัฒนธรรมไทย
3. ครพู จิ ารณาจากการจดั นิทรรศการ
เปรียบเทยี บความแตกตา งทาง
ดา นจิตรกรรม ประติมากรรม
และสถาปตยกรรม ในแตละสมยั
ของวัฒนธรรมไทย
นักเรียนควรรู ๑๑๒
สนามบนิ สวุ รรณภมู ิ หรอื ทา อากาศ-
ยานนานาชาตสิ วุ รรณภมู ิ (IATA : BKK,
ICAO : VTBS) ต้ังอยูบริเวณถนนบางนา-บางปะกง และทางพิเศษบูรพาวิถี ต.หนองปรือ และ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี
จ.สมุทรปราการ ชื่อของสนามบนิ มคี วามหมายวา “แผนดินทอง” ซงึ่ เปน ชอ่ื พระราชทานโดยพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัว
ภมู พิ ลอดลุ ยเดชฯ โดยใชแ ทนชอ่ื เดิม คอื “หนองงูเหา ” โดยทางรัฐบาลไดก าํ หนดใหทา อากาศยานแหง นเ้ี ปนทา อากาศยาน
หลักของประเทศไทยแทนท่ีทาอากาศยานดอนเมือง และกาํ หนดเปา หมายใหเ ปน ศูนยก ลางการบินในทวีปเอเชยี อกี ดวย
112 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
กระตนุ ความสนใจ
ó. ความáµกµา่ ง¢องงานทศั นศลิ ปã์ นáµล่ ะÂคุ สมÂั ¢องวฒั นธรรมสากล ครูนาํ ภาพ หรอื คลิปวดิ โี อเกย่ี วกบั
สโตนเฮนจมาใหนกั เรียนดู แลว ตัง้
ทัศนศิลปในวัฒนธรรมสากล หรือวัฒนธรรมตะวันตก มีวิวัฒนาการอยางตอเน่ืองและมีอิทธิพลตอการ คําถาม
สรางสรรคผลงานทัศนศิลปของโลกเปนอยางมาก เปนศิลปะท่ีผสมผสานแนวคิด เทคนิค วิธีการอยางเปนกลาง
ไมม รี ปู แบบทีแ่ นน อนตายตัว ผสู รา งสรรคสามารถใชค วามคิดของตนพัฒนาผลงานทศั นศลิ ปไ ดอยา งอิสระ รูปแบบ • เปนผลงานเกย่ี วกบั สิ่งใด
ที่เกิดขึ้นถือวาเปนสากล ไมเก่ียวกับชาติใด ภาษาใด ผูคนท่ัวโลกดูแลวสามารถเขาใจผลงานไดสอดคลองกัน ซึ่ง และตัง้ อยสู ถานทใี่ ด
ความแตกตางของงานทศั นศิลปใ นแตละยคุ สมยั ของวฒั นธรรมสากลสามารถสรปุ ได ดังตอ ไปนี้ (แนวตอบ มีชอ่ื วา สโตนเฮนจ
อยใู นประเทศอังกฤษ)
๓.๑ สมัยกอนประวัตศิ าสตร
• สรา งขึน้ เมอื่ ใด
(แนวตอบ ประมาณ 5,000 ปลว ง
มวี วิ ฒั นาการเรมิ่ ตน ตงั้ แตย คุ หนิ (Stone Age) กอ นเขา สยู คุ โลหะ (Metal Age) จนเขา สสู มยั ประวตั ศิ าสตร มาแลว)
• วัตถปุ ระสงคในการสรา ง
ผลงานทศั นศลิ ปใ นชว งนจ้ี ะเปน ผลงานทส่ี รา งขนึ้ อยา งงา ยๆ บอกเลา เรอ่ื งราวทเี่ ปน สภาพแวดลอ มใกลต วั ความเชอ่ื (แนวตอบ มีหลายแนวคดิ เชน
เรอื่ งจิตวิญญาณ และปรากฏการณทางธรรมชาติ เปน ท่ปี ระกอบพธิ ีกรรมทาง
ผลงานจติ รกรรมทมี่ อี ายเุ กา แก เปน ภาพเขยี นสี ขดู ขดี เปน รปู สตั วต า งๆ และการลา สตั ว รวมทง้ั ลวดลาย ศาสนา เพ่อื หาความรูทาง
ดาราศาสตร เปนตน)
เรขาคณิต รปู ฝามือตามถา้ํ และเพงิ ผา เชน ถ้ําอัลตามีรา (Altamira Cave) ในประเทศสเปน เปนตน
ผลงานประตมิ ากรรม เร่มิ ตน จากการสรา งเครอ่ื งมือหนิ สาํ หรบั เปน อาวธุ และเปนเครื่องมอื เครอื่ งใช รจู กั
นําไม งาสตั ว กระดกู สัตว และกอ นหินมาแกะสลกั เปน รูปรา ง รปู ทรง และสัญลักษณ เพอื่ สือ่ ความหมาย หรือไวบูชา
มากกวาจะเนน ในเรอ่ื งของความสวยงาม หรอื ใชป ระดบั ตกแตง นอกจากนี้ ยงั มกี ารทําเคร่อื งปน ดนิ เผาเพ่ือใชสอย สํารวจคนหา
ทง้ั แบบธรรมดาและทาํ เปนลวดลายขดู ขีด เขียนสี
ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับ
ผลงานสถาปตยกรรมที่โดดเดน คือ สถาปตยกรรมหินในรูปแบบตางๆ เชน หินต้ังท่ีเปนหินกอนเดียว ลักษณะของผลงานทัศนศิลปสากล
ต้ังอยโู ดดๆ หรือโตะ หนิ ที่มหี ิน ๒ แทงตง้ั อยู มหี ินอกี กอนวางพาดอยูดา นบน ลกั ษณะทําเปน โตะหนิ หรอื ทําเปน ในสมยั กอ นประวตั ศิ าสตร จากหนงั สอื
หินต้งั ลอม คอื มโี ตะ หนิ ทาํ เปนชดุ ๆ ลอมกันเปนวง ท่ี ในหองสมุด เว็บไซตในอินเทอรเน็ต
โดดเดนมาก ไดแก สโตนเฮนจ (Stonehenge) ใน และแหลง การเรยี นรูตางๆ
ประเทศอังกฤษ ซึ่งไมอาจสรุปไดแนชัดวา สรางขึ้น
เพ่ือวัตถุประสงคใด แตคาดวานาจะเก่ียวของกับลัทธิ
ความเชอื่ อยา งไรกต็ าม ความสาํ เรจ็ จากการคน พบวธิ กี าร สโตนเฮนจ ์ (Stonehenge) บริเวณท่รี าบซอลส์เบอร ี ทางตอนใต้ของ อธบิ ายความรู
หลอมโลหะ ทาํ ใหม นษุ ยเ ขา สยู คุ โลหะ และเรม่ิ ตน จากการ เกาะองั กฤษ ซงึ่ จะประกอบไปดว้ ยแทง่ หนิ ขนาดมหมึ าจาำ นวน ๑๑๒ แทง่
หลอมสําริดไดกอน จากนั้นจึงพัฒนามาเปนเหล็ก โดย ตงั้ เรียงเป็นวงกลมตั้งอยู่ ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายขอมูล
มนุษยไดนําโลหะมาใชแทนหิน ภาชนะดินเผา เพราะมี เกย่ี วกบั ลกั ษณะของผลงานทศั นศลิ ป
ประสทิ ธภิ าพมากกวา ผลงานทศั นศลิ ปส ว นใหญส รา งขน้ึ สากลในสมัยกอนประวัติศาสตรจาก
เพอื่ ใชเ ปน เครอ่ื งมอื เครอื่ งใช อาวธุ เครอ่ื งประดบั ตกแตง นนั้ ครตู งั้ คาํ ถามใหน กั เรยี นแสดงความ
ฯลฯ ผลงานทสี่ รา งสรรคข นึ้ บางสว นกม็ คี วามประณตี และ คิดเหน็ ดังนี้
เนน เรื่องความสวยงามมากยงิ่ ขึน้
• พฒั นาการในสมัยกอ น
ประวตั ศิ าสตรข องวฒั นธรรม
สากลแบง เปนกยี่ คุ ยคุ ใดบา ง
๑๑๓ (แนวตอบ 2 ยคุ ไดแก ยุคหิน
กับยุคโลหะ)
• ภาพรวมลกั ษณะผลงาน
@ มุม IT ทศั นศลิ ปเปนอยางไร
สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสโตนเฮนจ (แนวตอบ เริ่มตนจากการประดิษฐคิดคนนําหินมาทําเปนเครื่องมือเครื่องใชกอน
ไดจ าก http://www.youtube.com โดย search ตอ มากร็ จู กั ทาํ เครอ่ื งปน ดนิ เผา จนกระทงั่ สามารถหลอมโลหะ ซง่ึ เรมิ่ จากสาํ รดิ กอ น
คาํ วา Stonehenge England แลว จงึ เปน เหลก็ จงึ ใชโ ลหะมาสรา งสรรคส ง่ิ ตา งๆ ในการดาํ รงชวี ติ ในดา นจติ รกรรม
จะมีการวาดภาพอยางงายๆ ไวตามถ้ํา เพิงผา สวนสถาปตยกรรมในบางแหงจะมี
งานสถาปต ยกรรมขนาดใหญ ประเภทหนิ ต้งั หรือโตะ หนิ )
คูมือครู 113
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
สํารวจคน หา (ยอจากฉบับนักเรียน 30%)
ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ ๓.๒ สมยั ประวัติศาสตร
ลักษณะเดนๆ ของผลงานทัศนศิลป
ในสมัยอียิปต กรกี โรมัน จากหนังสือ ดนิ แดนสว นตางๆ ของโลก จะเขาสสู มยั ประวัตศิ าสตรในชวงระยะเวลาท่ีแตกตา งกนั ออกไป ดังตอไปน้ี
ในหองสมุด เว็บไซตในอินเทอรเน็ต อียิปต (Egypt) มีความเจริญรุงเรืองแถบลุมแมนํ้าไนล ผลงานทัศนศิลปสว นใหญแ สดงออกถงึ ความเช่ือ
และแหลงการเรียนรูตางๆ โดยใหจัด ความศรทั ธาท่มี ตี อศาสนาและผูน ํา ผลงานที่โดดเดนเปน สถาปต ยกรรมขนาดใหญที่สาํ คญั เชน วหิ าร อาคาร รูปปน
เตรียมภาพ หรือคลิปวิดีโอลักษณะ สฟิงซ (Sphinx) พรี ะมิด (Pyramid) ซ่งึ สรางจากหิน เปน ตน งานประติมากรรมจะมีทั้งงานแกะสลักเสาและฝาผนัง
ของผลงานทัศนศิลปมาใชประกอบ เปนรูปตางๆ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับเทพเจาและฟาโรห (Pharaoh) งานประติมากรรมมีความประณีตมากและเปน
การอภปิ รายดว ย หนากากทองคาํ สําหรับใชค รอบพระพกั ตรพ ระศพของฟาโรห
สําหรับงานจิตรกรรม สวนมากเปนเรื่องราวเก่ียวกับฟาโรห เทพเจา และราชสํานัก ใชสีที่ทําจากวัสดุ
อธบิ ายความรู ธรรมชาติ รปู รา งเปนรูปแบน เสนคมชัด มสี สี ดใส ฉากหลงั เปน พ้ืนขาว สว นสําคัญของภาพจะวาดใหม ีขนาดใหญ
กวา ปกติ
ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายขอมูล
เก่ียวกับลักษณะเดนของผลงาน
ทัศนศิลปสมัยอียิปต โดยใชภาพ
ที่สําคัญและเกี่ยวของประกอบ เชน
พรี ะมดิ สฟงซ หนากากครอบพระศพ
ฟาโรห เปนตน โดยครูอาจใชคําถาม
ดังน้ี
• ชื่อและลักษณะของผลงาน
• วตั ถปุ ระสงคใ นการสรา ง
นกั เรยี นควรรู มหาพรี ะมิดแหง่ กซิ า (The Great Pyramid of Giza) เปน็ ๑ ใน ๗ ส่ิงมหัศจรรยข์ องโลกยคุ โบราณ เปน็ งานสถาปตั ยกรรมขนาดใหญท่ แ่ี สดง
ถึงวิทยาการท่ีเจริญกา้ วหนา้ ของชาวอยี ิปต์
อียิปต ผลงานทัศนศิลปของอียิปต
มพี ัฒนาการทีก่ าวหนามาก ดังน้ี ๓.๓ สมัยกลาง
จิตรกรรม จะวาดเปนรูปแบนๆ เปนชวงท่ีศาสนาคริสตและศาสนจักรมีบทบาทสูงตอสังคม แนวคิดในการสรางสรรคผลงานทัศนศิลปมี
มีการตัดเสนรอบภาพ นยิ มแสดง ความเชอ่ื วา “ความงามเปน สงิ่ ทพ่ี ระเจา สรา งขนึ้ ผา นทางศลิ ปน ” ดงั นนั้ ศลิ ปนิ จงึ ตอ งสรา งสรรคผ ลงานทส่ี อื่ เรอ่ื งราว
เปน สญั ลกั ษณมากกวารปู เหมือนจรงิ ของพระเยซู พระสาวก และสรา งใหเ กดิ ความงดงาม เพอื่ จงู ใจใหศ าสนกิ ชนเกดิ ความศรทั ธาและเลอื่ มใส ผลงานทศั นศลิ ป
ภาพบุคคลสาํ คัญจะวาดใหใหญแ ละ ในสมยั กลางสามารถแบง ออกเปนยุคยอ ยๆ ได ดังตอ ไปนี้
มีขนาดเดน ชัด
๑) กรีก (Greek) ผลงานทัศนศิลปที่โดดเดนจะเปนผลงานทางดานประติมากรรมและสถาปตยกรรม
ประติมากรรม มีท้ังขนาดเล็กและ
ขนาดใหญ บางชนิ้ มคี วามประณตี มาก ทางดานประติมากรรม เรียกไดวา “เปนยุคคลาสสิก” มีการสรางสรรคผลงานที่เปนเอกลักษณของกรีกโดยเฉพาะ
ถาเปนรูปนูนตํ่ามักจะแกะสลักเปน ซึ่งหลอจากสาํ ริดและแกะสลกั ดว ยหินออ น เปน รปู ของเทพเจา นักกฬี า วรี บรุ ษุ และสัตวชนิดตางๆ โดยรปู ทรงน้นั
รูปตางๆ ประดับผนงั และเสาวิหาร จะมคี วามเปนมนษุ ยจริงๆ ตามธรรมชาติ แสดงใหเหน็ กลามเนอื้ ทา ทางการเคลื่อนไหวทส่ี งางาม และมกี ารขดั ถูผวิ
ใหเ รยี บ
สถาปตยกรรม มีการนําระบบเสา
และคานมาใช นยิ มสรา งผลงานขนาด ๑๑4
ใหญต ง้ั ไวก ลางแจง หรอื เจาะเขา ไปใน
หนาผา โดยใชห นิ เปนวัตถุดิบ ผลงาน นกั เรยี นควรรู
สําคัญ ไดแ ก พรี ะมดิ และสฟงซ
7 สิ่งมหัศจรรยของโลกยุคโบราณ ไดแก มหาพีระมิดแหงกีซา ประเทศอียิปต สวนลอยบาบิโลน
ประเทศอิรัก เทวรูปซูสทโี่ อลิมเปย ประเทศกรกี วหิ ารอารทิมิส ประเทศตุรกี สสุ านแหง ฮาลิคารน ัสเซิส
ประเทศตุรกี มหารูปแหง โรดส ประเทศกรกี และประภาคารฟาโรสแหงอเลก็ ซานเดรยี ประเทศอยี ิปต
114 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
สาํ หรบั ผลงานสถาปต ยกรรม มกี ารกอ สรา งอาคารขนาดใหญ ซง่ึ ถกู ออกแบบมาเปน อยา งดี อธิบายความรู
ทั้งสัดสว น ความสงู ระยะหางระหวา งตําแหนง ตา งๆ มีการแกะสลกั ประดับประดา
อยางงดงาม จุดเดนของสถาปตยกรรมกรีก คือ มีการออกแบบหัวเสาอยาง ครใู หน กั เรยี นดภู าพ หรอื คลปิ วดิ โี อ
สวยงาม ซงึ่ จะแบงออกเปน ๓ แบบ ไดแ ก แบบดอริก (Doric) แบบไอโอนกิ เก่ียวกับผลงานทัศนศิลปสมัยกรีก
(Ionic) และแบบคอรนิ เทยี น (Corinthian) วหิ ารทม่ี ีช่ือเสียงของกรกี เชน และสมัยโรมัน โดยครูชวยอธิบาย
วหิ ารพารเธนอน (Parthenon) วหิ ารอีเรคธอี มุ (Erechtheum) เปนตน ประกอบ จากนั้นใหนักเรียนรวมกัน
สรปุ ลกั ษณะเดน ของผลงานทศั นศลิ ป
ในวัฒนธรรมกรกี และโรมัน
โคลอสเซยี ม (Colosseum) เปน็ งานสถาปตั ยกรรมของโรมนั สรา้ งขนึ้ เมอื่ ครสิ ตศ์ ตวรรษท ี่ ๑ เพอื่ ใชเ้ ปน็ สนามกฬี า ไดร้ บั การยกยอ่ งใหเ้ ปน็ ๑ ใน ๗ นักเรยี นควรรู
สิง่ มหัศจรรยข์ องโลก โดยมลู นธิ ิ New 7 Wonders of the World
หวั เสา ลกั ษณะของหัวเสามอี ยู
๒) โรมนั (Roman) ไดร บั รปู แบบศลิ ปกรรม ลักษณะของภาพสมัยโรมันท่ีประดับตกแต่งไปด้วยด้วยโมเสก ซึ่งได้ 3 แบบ ไดแก
เปน็ แมแ่ บบมาจนถึงปจั จบุ ัน
ของกรีกเขามาใช แลวปรับปรุงใหเหมาะสมกับความ แบบดอรกิ (Doric) เนน ความ
ตอ งการของตน ลกั ษณะเดน จะเปน ผลงานสถาปต ยกรรม ๑๑๕ เรยี บงาย หัวเสามแี ผน หนิ ปดทับอยู
ซง่ึ มงุ ประโยชนใ ชส อย ไมเ นน สรา งศาสนสถาน ผลงานที่
สาํ คญั เชน สนามกฬี า โรงมหรสพ เปน ตน ทง้ั น้ี โรมนั ได แบบไอโอนิก (Ionic) หวั เสาจะทาํ
พฒั นาโครงสรา งแบบประตโู คง และหลงั คารปู โดม ซงึ่ เปน เปนวงกลมขดมว นยอ ยเขามา
รปู โคง ครงึ่ วงกลม ไมน ยิ มตกแตง หรหู ราเหมอื นของกรกี
สําหรับผลงานประติมากรรมจะสรางใหมีรูปรางเหมือน แบบคอรนิ เทียน (Corinthian)
จริง ไดสดั สวนตามธรรมชาติและมีความเขม แขง็ หวั เสาทาํ เปนกลบี ใบไม
ผลงานจิตรกรรม มีปรากฏเปนภาพวาดบน นกั เรียนควรรู
ฝาผนัง โดยใชสีวาดเปนรูปทิวทัศน ส่ิงกอสราง แสดง
สัดสวนตามธรรมชาติและใชแสงเงาเพื่อสรางมิติ และมี โมเสก เปนเศษหิน กระเบื้อง แกว
ภาพทป่ี ระดบั ดว ยเศษหนิ สี เรยี กวา “ภาพโมเสก” (Mosaic) เปลือกหอย และอ่ืนๆ ซึ่งจะมีรูป-
ลักษณและสีตางๆ ในการสรางสรรค
ผลงานทศั นศลิ ปจ ะวาดรปู ขน้ึ มากอ น
จากนนั้ กจ็ ะนาํ โมเสกทม่ี สี แี ละรปู แบบ
อยา งทตี่ อ งการไปตดิ ลงบนรปู ทลี ะชน้ิ
จนเปนภาพ โดยใชกาว หรือปูนเปน
ตวั ยดึ ตดิ การทาํ ภาพโมเสกเปน งานท่ี
ละเอยี ดประณตี ใชเวลาในการจัดทํา
นาน การประดับโมเสกสันนิษฐานวา
เริ่มเกิดขึ้นในดินแดนเมโสโปเตเมีย
กอน ซ่ึงโรมันก็เปนอีกชาติหน่ึงท่ีนํา
ศิลปะน้ีมาพัฒนาและสรางสรรคเปน
ผลงานทศั นศลิ ปท โ่ี ดดเดน ขน้ึ มา
@ มุม IT
สามารถศึกษาเพ่ิมเติมเก่ียวกับผลงานทัศนศิลปสมัยกรีกและโรมัน ไดจาก http://www.prc.
ac.th/newart/webart/history0. หรอื หาตวั อยา งคลปิ วดิ โี อ ไดจ าก http://www.youtube.com
โดย search คําวา Greece Art หรอื Roman Art
คมู ือครู 115
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
สํารวจคนหา (ยอ จากฉบับนักเรยี น 30%)
ครูแบงนักเรยี นออกเปน 3 กลุม ให ๓) ไบแซนไทน (ฺByzantine) ลักษณะ
ชวยกันสืบคนขอมูลเก่ียวกับลักษณะ
เดนของศิลปะแบบไบแซนไทน แบบ ผลงานเปนการผสมผสานศิลปะตะวันออกกับศิลปะ
โรมาเนสก และแบบกอทกิ จากหนงั สอื
ในหองสมุด เว็บไซตในอินเทอรเน็ต ตะวนั ตกเขา ไวด ว ยกนั เรอื่ งราวเกยี่ วขอ งกบั ศาสนาทางดา น
และแหลง การเรยี นรูต างๆ
สถาปตยกรรมมีการกอสรางวิหารหลายแหง ภายใน
ประดับดว ยกระจกสี เชน วหิ ารเซนตโซเฟย (Saint So-
phia) ในประเทศตุรกี เปน ตน งานประตมิ ากรรมเปนรูป
อธิบายความรู พระเยซู นักบุญตางๆ งานจิตรกรรมมีการริเริ่มการใช
ใหนักเรียนกลุมที่เตรียมขอมูล เทคนิควาดภาพแบบเฟรสโก (Fresco) คือ วาดเสน
เกี่ยวกับศิลปะแบบไบแซนไทนและ
แบบโรมาเนสก สงตัวแทนออกมา ระบายสลี งบนภาพขณะทีป่ ูนท่ฉี าบผนงั ยงั เปย กอยู
สรุปขอมูลท่ีหนาชั้นเรียน พรอมภาพ ๔) โรมาเนสก (Romanesgue) ไดรับ
ประกอบ โดยครูชวยอธิบายเสรมิ
โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco) เมืองเวนสิ ประเทศอิตาล ี อิทธิพลจากศิลปะโรมัน ลักษณะของสถาปตยกรรม
สถาปตั ยกรรมแบบไบแซนไทน ์ (Byzantine) ผนงั ประดับด้วยโมเสก
อย่างสวยงาม การสรางวิหาร โดยท่ัวไปจะมีแผนผังเปนรูปไมกางเขน
ทําหลงั คาและเพดานโคง กําแพงหนาทึบ ชอ งประตนู อย
ลักษณะเหมือนปอมปราการ บางสวนจะประดับดวยหินโมเสก ประติมากรรมสวนใหญเปนงานแกะสลักหินประดับ
นักเรยี นควรรู อาคาร รปู รา ง ทาทางจะไมเปนธรรมชาติ สวนงานจิตรกรรม ภาพวาดจะมีลกั ษณะแขง็ แตเ ปนธรรมชาติ มที ั้งวาด
โบสถซานมารโ ค (Basilica di San แบบธรรมดาและแบบเฟรสโก
Marco) เปนโบสถในนิกายโรมัน
คาทอลิก เริม่ สรา งข้นึ ในป ค.ศ. 1094
เพื่ออุทิศใหกับนักบุญมารโค ซ่ึงเปน
ชาวเวนสิ เขาไดเ ดนิ ทางไปสอนศาสนา
ที่อียิปตและถูกประหารชีวิตท่ีนั่น
กอนท่ีสานุศิษยจะลักลอบนําศพของ
เขากลับมาที่เวนิสและฝงไวท่ีโบสถ
แหงนี้ บริเวณดานหนาของโบสถจะ
เปน จตั รุ สั ซานมารโ ค ซงึ่ เปน ศนู ยก ลาง
การทองเท่ียวของเมืองเวนิส ซึ่งใน
แตละปจะมีผูคนหลายลานคนจาก
ทว่ั โลกมาเยือนสถานท่ีแหง นี้
สถาปตั ยกรรมแบบโรมาเนสก ์ (Romanesque) ดแู ลว้ จะคลา้ ยกบั ปอ้ มปราการ มหี อคอยสงู กาำ แพงหนาทบึ หนา้ ตา่ งเลก็ เรยี ว เชน่ โบสถเ์ มอื งเดอรแ์ ฮม
ประเทศองั กฤษ ซึง่ สร้างขนึ้ เม่ือครสิ ต์ศตวรรษที่ ๑๑ เป็นต้น
๑๑๖
116 คมู ือครู นกั เรยี นควรรู
เฟรสโก (Fresco) เชื่อวาถอื กําเนดิ ขึ้นทีเ่ กาะครีต ซ่งึ เปน ศนู ยก ลางของอารยธรรมมิโนอันของกรีก
เมอื่ ราว 1,500 ปก อนครสิ ตศ ักราช หลงั จากน้ันศิลปนในประเทศอติ าลกี น็ ํามาพฒั นา การเขยี นภาพ
แบบเฟรสโกจะตองเตรียมพ้ืนผิวที่เปนเพดาน หรือผนังดวยการฉาบปูนปลาสเตอรท้ิงไวกอน ขณะ
ที่ปูนยังเปยก หรือเริ่มหมาดๆ ก็จะตองรีบเขียนภาพลงไปกอนที่ปูนจะแหง เพ่ือใหสีซึมเขาไปกับ
เน้อื ปูน ผูว าดจะตองมีฝม ือสงู มาก เพราะตองมคี วามแมน ยาํ และมีความเร็ว เพราะถา วาดพลาดจะ
ตอ งกะเทาะท้งิ แลว เร่ิมตนข้นั ตอนใหม
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
๕) กอทิก (Gothic) เร่ิมตนข้ึนที่ประเทศ มหาวหิ ารนอเตรอดามแหง่ ปารสี (Cathe´drale Notre Dame de Paris) อธิบายความรู
ศิลปะสมยั กอทกิ (Gothic) ภายในประดับกระจกสอี ย่างสวยงาม
ฝรั่งเศส มีการพัฒนาผลงานทัศนศิลปใหมีลักษณะ ใหนกั เรยี นกลุมทเ่ี ตรยี มขอมูล
ที่เหมือนจริงตามธรรมชาติ ทางดานสถาปตยกรรม เกี่ยวกบั ศิลปะแบบกอทกิ สงตวั แทน
ลักษณะอาคารจะเปนทรงสูงชะลูดยอดแหลม ใชประตู ออกมาสรุปขอมูลทหี่ นา ชน้ั เรียน
รูปโคง เพดานโคง หลังคาโคง ภายในประดับกระจกสี พรอ มภาพประกอบ โดยครูชว ย
เชน มหาวหิ ารนอเตรอดาม (Cathe´rale Notre Dame) อธิบายเสรมิ
ประเทศฝรง่ั เศส เปนตน
เกรด็ แนะครู
ผลงานประติมากรรมเปนเรื่องราวเกี่ยวกับ
ศาสนา ส่ืออารมณ ความรสู ึก แตเปนรูปลอยตวั ไมติด ถาหากโรงเรียนอยูใกลสถานท่ีท่ีมี
กบั ฝาผนัง ผลงานศิลปะแบบกอทิก ครูควรพา
นักเรียนไปชมสถานที่จริง เพ่ือสราง
สวนผลงานจิตรกรรมที่โดดเดนมากของยุคน้ี ความรูความเขา ใจมากขึ้น
คอื การทาํ กระจกสเี ปน รปู ตา งๆ สาํ หรบั ใชป ระดบั ตกแตง
ประตูและหนา ตาง นักเรยี นควรรู
เกร็ดศลิ ป ศลิ ปะกอทกิ ในเมอื งไทย ผลงานประติมากรรม สวนใหญจะ
สรา งขน้ึ เพอ่ื วตั ถปุ ระสงคใ นการนาํ มา
อาสนวิหารพระนางมาร ี ศิลปะกอทิกแม้จะถือกำาเนิดข้ึนที่ยุโรป แต่มีศาสนสถานหลายแห่ง วดั นิเวศธรรมประวัติ ประกอบกับงานสถาปตยกรรม นิยม
อาปฏสิ นธินริ มล ในประเทศไทยได้นำารูปแบบศิลปะกอทิกเข้ามาประยุกต์ใช้ เช่น ราชวรวิหาร นาํ เสนอเรอื่ งราวเกยี่ วกบั ศาสนาผลงาน
วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สร้าง จะมลี กั ษณะสงู ชะลดู เปน แบบลอยตวั
พระอุโบสถเป็นยอดแหลม บานประตู หน้าต่างประดับด้วยกระจกสี ยน่ื ออกมาจากผนงั หรอื กําแพง
วดั ราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร เพดานและ
ฝาผนงั พระอโุ บสถจะตกแตง่ แบบกอทกิ อาสนวหิ ารพระนางมารอี าปฏสิ นธิ นกั เรยี นควรรู
นริ มล จงั หวดั จนั ทบรุ ี เปน็ โบสถค์ าทอลกิ สรา้ งแบบกอทกิ ภายในประดบั
ดว้ ยกระจกสี เปน็ ตน้ กระจกสี เปนงานทัศนศิลปท ่ีตอง
ใชความประณตี สงู อีกงานหน่งึ เปน
โบสถค์ าทอลกิ วัดราชบพธิ สถติ มหาสีมารามราชวรวหิ าร วดั นเิ วศธรรมประวัติราชวรวหิ าร ผลงานที่เกดิ ข้ึนในยุโรปแลวไดร ับ
ความนยิ มไปทวั่ โลก ลักษณะผลงาน
๑๑๗ ใชป ระดบั ตกแตง สถานที่ เม่ือแสง
สองสวา งผานเขามา ผทู ่อี ยใู นอาคาร
@ มุม IT ก็จะเหน็ รูปราง สสี นั ตามที่ศลิ ปนได
ออกแบบไว ดังน้ัน ผูจ ัดทาํ กระจกสี
สามารถชมตัวอยางคลปิ วดิ ีโอเก่ยี วกับศิลปะแบบกอทิก ไดจ าก จึงตอ งมคี วามรทู างดานวศิ วกรรม
http://www.youtube.com โดย search คาํ วา Gothic Art เพือ่ ใหผลงานมีความคงทนและดา น
การออกแบบทจี่ ะตอ งทํากระจกให
เปน รปู รา งตา งๆ ความยากลาํ บาก
อยูท่จี ะตองตัดกระจกใหม ีรปู ราง
สสี นั ตามแบบและยึดติดกระจก
แตล ะชิ้นเขาไวดวยกัน
คูมอื ครู 117
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
สาํ รวจคน หา (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 30%)
ครหู าตวั อยา งผลงานทศั นศลิ ปข อง ๓.๔ สมยั ฟนฟูศิลปวิทยา (Renaissance)
เลโอนารโ ด ดา วนิ ชี มเี กลนั เจโล ดี โล
โดวีโก บูโอนารโรตี ซีโมนี และรัฟฟา สมัยนี้มีชื่อเรียกอีกอยางหนึ่งวา “สมัยเรอเนสซองส” ถือกําเนิดขึ้นในประเทศอิตาลีกอนที่จะแพรขยาย
เอลโล ซานซโี อ ดา อรู บีโน จากนนั้ สุม ไปทว่ั ในยโุ รป ในสมัยนี้เปนการรอ้ื ฟน ศลิ ปวิทยาสมยั กรีก โรมนั ยดึ ถือเหตผุ ล ระเบยี บ ความเปนจริงตามธรรมชาติ
นักเรียน 3 - 4 คน ใหนักเรียนบอกถงึ มากกวา อารมณ ความรสู กึ ผลงานทศั นศลิ ปส ว นใหญจ ะเกย่ี วกบั ศาสนา แตย งั มเี รอ่ื งราวเกย่ี วกบั คนทว่ั ไปปรากฏอยดู ว ย
ความรสู กึ ทีม่ ตี อผลงานดงั กลา ว จาก
นั้นครูสรุปใหนักเรียนฟงวา ผลงานที่ ทางดานสถาปตยกรรม มีการกอสรางอาคารขนาดใหญตามแบบกรีก โรมัน โดยทําหลังคาเปนรูปโดม
เห็นสรางขึ้นในสมัยฟนฟูศิลปวิทยา ภายในประดับตกแตงดวยภาพจิตรกรรมและประติมากรรมท่ีงดงาม เชน มหาวิหารเซนตปเตอร (Saint Peter’s
หรือเมื่อคริสตศตวรรษที่ 14 จากน้ัน Basillca) ในนครรฐั วาตกิ นั ประเทศอติ าลี เปน ตน สว นงานประตมิ ากรรม แสดงออกถงึ ทา ทางความจรงิ ตามธรรมชาติ
ตัง้ ประเดน็ ใหน กั เรียนไปสบื คน ดงั นี้ มีการนําความรูทางกายวิภาคมาใช ผลงานเนนสัดสวนที่ถูกตอง แสดงกลามเนื้อ เสนเอ็น แสดงออกทางอารมณ
ความรูสึกดวยทาทางและใบหนา ผลงานสําคัญ เชน รูปสลักปเอตา (Pieta) รูปสลักเดวิด (David) ผลงานของ
• ความหมายของสมยั ฟน ฟู มเี กลนั เจโล ดี โลโดวโี ก บูโอนารโรตี ซโี มนี (Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni) สวนผลงานจิตรกรรม
ศิลปวิทยา มีผลงานสําคัญหลายช้ิน ภาพจิตรกรรมใชหลักทัศนียภาพเชิงเสน คือ แสดงสัดสวน ความคมชัด สี แสงเงาที่
ถกู ตอ งตามระยะใกล - ไกล มกี ารใชอ งคป ระกอบของงานทศั นศลิ ปใ นการสรา งสรรคผ ลงาน เชน ภาพพระกระยาหาร
• ภาพรวมของผลงานทศั นศิลป มอ้ื สดุ ทา ย ภาพโมนาลิซา ผลงานของเลโอนารโ ด ดา วนิ ชี (Leonardo da Vinci) ภาพโรงเรยี นแหงเอเธนส ผลงาน
สมัยฟน ฟูศิลปวทิ ยา ของรัฟฟาเอลโล ซานซีโอ ดา อูรบีโน (Raffaello Sanzio da Urbino) ภาพกําเนิดอดัม ภาพวันพิพากษาโลก
อธบิ ายความรู ผลงานของมเี กลันเจโล ดี โลโดวโี ก บูโอนารโรตี ซีโมนี (Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni) เปน ตน
ครูและนกั เรยี นรวมกนั อภปิ ราย
ขอมูลเกย่ี วกบั ความหมาย ภาพรวม
ของผลงานทศั นศลิ ปสมัยฟน ฟู
ศิลปวิทยา ตัวอยางผลงานเดนๆ
โดยมภี าพประกอบการอธบิ ายดวย
จากนนั้ ครูขออาสาสมัคร 2 - 3 คน
ออกมาอธิบายสรุปลกั ษณะของ
ผลงานสมัยฟน ฟศู ลิ ปวทิ ยาเพือ่
ทบทวน
นกั เรียนควรรู
เรอเนสซองส เปนภาษาฝรง่ั เศส
แปลวา “การเกดิ ใหม” ซง่ึ เปนการ “The School of Athens” (ค.ศ. ๑๕๐๙) ผลงานของรฟั ฟาเอลโล ซานซีโอ ดา อูรบ์ ีโน (Raffaello Sanzio da Urbino) เปน็ จิตรกรรมฝาผนงั ใน
ฟนฟศู ิลปะกรีกและโรมนั ซงึ่ เคย พระราชวังท่ปี ระทับของสมเดจ็ พระสนั ตะปาปา นครรฐั วาตกิ ัน ประเทศอิตาล ี ถอื เป็นผลงานช้ินเอกสมัยเรอเนสซองส์ (Renaissance) อกี ช้นิ หน่ึง
รุงเรอื งใหกลับคืนมาอีก รูปแบบ ๑๑๘
ของผลงานทัศนศิลปใ นสมัยนีใ้ ห
ความสําคญั กบั ลักษณะเฉพาะของ
บุคคล ลักษณะภายนอกของมนุษย
และธรรมชาติ ความมีศลี ธรรม
เหตุผล มคี วามกระตอื รอื รน ในการศกึ ษาคน หาทางดานวทิ ยาศาสตรและวทิ ยาการ
แขนงตางๆ ในสมยั นีส้ ถานะของศลิ ปน ไดร บั การยอมรับอยางสงู จากสงั คม ท้งั
ศาสนจักรและขุนนาง ตา งใหก ารอุปถัมภศิลปนเปนอยา งดี ทาํ ใหเ กดิ ศิลปนทม่ี ี
ช่ือเสยี งและเกิดผลงานทัศนศิลปทเ่ี ปน มรดกของโลกอกี เปนจํานวนมาก
118 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain
Expand Evaluate
เกรด็ ศลิ ป กระตนุ ความสนใจ
พิพธิ ภัณฑ์ศลิ ปะสมัยใหม่ ใหน กั เรยี นดภู าพประกอบศลิ ปะบน
พน้ื ถนนจากในหนังสอื เรยี น หนา 119
พิพิธภณั ฑ์ศิลปะสมยั ใหม่ (Museum of Modern Art) หรอื ท่เี รยี กชอื่ ยอ่ ๆ วา่ “โมมา” (MoMA) ตง้ั อยเู่ ลขท่ี ๑๑ ถนน ๕๓ แลวบอกถึงความรูสึก ครูอธิบาย
ฝงั ตะวนั ตก เมอื งแมนฮตั ตัน นครนิวยอรก์ สหรฐั อเมริกา เปน็ สถานที่จดั แสดงนิทรรศการศลิ ปะสมัยใหม่ รวมทัง้ เปน็ ทเ่ี ก็บสะสม เพม่ิ เตมิ วา ผลงานทเ่ี หน็ เปน การสรา ง
ผลงานศลิ ปะสมัยใหมด่ า้ นจติ รกรรม ประติมากรรม ภาพพมิ พ์ และส่ือผสม นอกจากน้ี ก็ยังมีภาพยนตร์ หนังสือ วารสาร หรือไฟล์ ภาพลวงตา เปนผลงานทัศนศิลปอีก
เกี่ยวกับประวัติและผลงานของศิลปินสะสมไว้ โดยจะเปิดบริการให้นักท่องเท่ียวเข้าชมได้ทุกวัน ต้ังแต่เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. รปู แบบหนง่ึ โดยปกตจิ ะวาดบนพน้ื ผวิ
โดยไมต่ อ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ย ถนน พนื้ สถานที่ เพอื่ สรา งความสนใจ
สาํ รวจคน หา
ครหู าตวั อยา งผลงานทศั นศลิ ปส มยั
ใหม 4 - 5 ตัวอยาง มาใหนักเรียนดู
พรอมอธิบายสรุปเกี่ยวกับลักษณะ
ของผลงานทศั นศลิ ปส มยั ใหม จากนน้ั
ใหนักเรียนไปสืบคนขอมูลเพ่ิมเติม
จากหนังสือในหองสมุด เว็บไซตใน
อินเทอรเน็ต และแหลงการเรียนรู
ตางๆ
๓.๕ สมัยใหม (Modern Art) ศลิ ปะบนพ้ืนถนน (Street Art) ซง่ึ วาดเป็นภาพลวงตาแบบ ๓ มติ ิ อธิบายความรู
เปน การแสดงออกทางทศั นศลิ ปท ไ่ี มม รี ปู แบบ ใหนักเรียนรวมกันอธิบายขอมูล
แนน อนตายตวั ลักษณะเดน จะส่อื ถงึ อารมณ ความรูสกึ เก่ียวกับลักษณะของผลงานศิลปะ
ของศลิ ปนิ ออกมาเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะกลมุ ซึง่ มอี ยู สมยั ใหม พรอ มตวั อยา งภาพประกอบ
ดวยกันมากมายหลายกลุม โดยแตละกลุมจะมีแนวคิด โดยครูชว ยอธบิ ายเสรมิ
เทคนิค และวิธีการที่แตกตางกันออกไป เชน สะทอน
สภาพสังคม แสดงภาวะทางจิตใจของศิลปิน แสดงความ นักเรียนควรรู
ประทับใจในความงามของธรรมชาติ ตลอดจนแสดง
ผลงานออกมาในลักษณะเปน นามธรรม เปนตน ศิลปะสมัยใหม ลักษณะผลงานจะ
เปน รปู แบบเฉพาะของศลิ ปน แตล ะคน
ศิลปินในสมัยใหมมีทัศนะวา “การแสดงออก แตละกลุม ซ่ึงจะนําเสนอผลงานดวย
ทางผลงานทศั นศลิ ปไ มค วรมกี รอบ การสรา งงานทสี่ ะทอ น แนวคดิ เทคนคิ วิธีการ และรูปแบบที่
เหตุการณความเปนไปในปจจุบันก็มีคุณคาเชนเดียวกับ แตกตางกันออกไปอยางหลากหลาย
การสะทอนเร่ืองราวในอดตี หรือเรอ่ื งราวทางศาสนา” รวมถึงมกี ารนําเอาวัสดุ อปุ กรณ
เครือ่ งจกั รกล และเทคโนโลยีเขามา
๑๑๙ ชวยสรา งสรรคผลงานอีกดว ย
@ มุม IT
สามารถศกึ ษาเพ่มิ เติมเกย่ี วกบั งานทศั นศลิ ปข องไทยในแตล ะยุคสมยั ไดจ าก
http://www.artdsr-whitebear602-28.blogspot.com/p/blog-page_6917.html
คูมือครู 119
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
สาํ รวจคน หา (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 30%)
ใหน กั เรยี นรวมกนั สบื คน ขอ มลู สําหรบั รปู แบบในการสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปจ ะขึน้ อยูกบั แนวคิด ซง่ึ สามารถแยกยอ ยไดอีกมากมาย
เกย่ี วกบั ลทั ธศิ ลิ ปะสมยั ใหม พรอ มกบั ซงึ่ จะขอยกตัวอยางลัทธศิ ิลปะสมยั ใหมมาเสนอเพียงบางสวน ดงั ตอไปน้ี
ตวั อยางผลงานจากเวบ็ ไซตใน
อนิ เทอรเ น็ต ลัทธิประทับใจ (Impressionism) เนนส่ือถึงความรูสึกประทับใจตอความงามของทิวทัศน
เหตุการณต า งๆ ผลงานจะแสดงออกถงึ ความมชี วี ิตชีวา ถายทอดประกายแสง สี ในขณะทีเ่ ขยี น
อธิบายความรู ออกมา จึงใชวิธีการเขียนภาพดวยฝแปรงทีฉ่ บั ไว ไมนิยมการระบายแบบเกลยี่ สีใหกลมกลนื เปน
เนอื้ เดยี วกนั
ใหนักเรียนรวมกันนําเสนอขอมูล “Oarsmen at Chatou” (ค.ศ. ๑๘๗๙) ผลงานของปีแยร ์ โอกสุ ต์ เรอนวั ร ์ (Pierre Auguste Renoir)
เก่ียวกับลัทธิศิลปะสมัยใหมวามีลัทธิ ลัทธิบาศกนิยม (Cubism) เปนการถายทอดผลงานประติมากรรม หรือภาพจิตรกรรมจาก
ที่สําคัญใดบางและผลงานมีลักษณะ รปู ทรงธรรมดา เปล่ียนใหมลี กั ษณะเปนเหลี่ยมลูกบาศก หรอื รปู เรขาคณติ เพื่อเนน ใหเ ห็นมิติ
อยางไร โดยนําภาพมาแสดงประกอบ ทงั้ ๓ คือ ความกวา ง ความยาว และความลึก (ความสูง) ผลงานจะมลี กั ษณะกึง่ นามธรรม
การอธิบาย
“Studio with Plaster Head” (ค.ศ. ๑๙๒๕) ผลงานของปาโบล รุยซ ์ ปีกัสโซ (Pablo Ruiz Picasso)
เกรด็ แนะครู ลัทธิสัจนิยม (Realism) ผลงานจะเนนการสะทอนความเปนจริงที่เกิดขึ้นในสังคม โดยศิลปน
มักเลือกมุมสะทอนความยากจน การถูกเอารัดเอาเปรียบ ความอยุติธรรม ชีวิตของชนชั้น
กรรมาชีพ มาเสนอเปน ภาพผลงาน
ครอู ธิบายเสริมวา ศิลปะสมัย “The Gleaners” (ค.ศ. ๑๘๕๗) ผลงานของฌ็อง ฟรอ็ งซวั มแี ล (Jean François Millet)
ใหม (Modern Art) เกิดขึน้ ในปลาย
ศตวรรษท่ี 18 ท่ปี ระเทศฝรั่งเศส ลัทธิเหนือจริง (Surrealism) ลกั ษณะผลงานเนน สะทอ นความฝน จนิ ตนาการท่ีอยภู ายใต
อันเน่ืองมาจากความเจริญทาง จติ สาํ นึกออกมา ผลงานจะมลี ักษณะกึง่ นามธรรม
วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี จึงสง ผล
ใหเกิดการเปลยี่ นแปลงทางทัศนศิลป
ศิลปนนยิ มสรางสรรคผ ลงานโดยใช “Geopoliticus child watching the birth of the new man” (ค.ศ. ๑๙๔๓) ผลงานของซัลบาโด ดาลี (Salvador Dali)
ความรูสึกและความคดิ สรา งสรรค
ของตนอยางอิสระ ผลงานทัศนศลิ ป ลัทธินามธรรม (Abstractism) เปนแนวคิดในการสรางสรรคผลงานที่แปรจากรูปธรรมมาเปน
นามธรรม ความงามจะขนึ้ อยกู ับการทาํ ความเขา ใจและการตคี วามของแตล ะบคุ คล
จึงเปน เรอื่ งสว นตวั ของบุคคล “Eyes in the Heat” (ค.ศ. ๑๙๔๖) ผลงานของพอล แจก็ สนั พอลลอ็ ก (Paul Jackson Pollock)
โดยการใชสทิ ธเิ สรีภาพในการ
แสดงออกอยา งเต็มท่ี จึงทาํ ใหเ กดิ ดว ยความเจรญิ กา วหนา ทางเทคโนโลยแี ละการคดิ คน ทางวทิ ยาศาสตร ทาํ ใหก ารสรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ป
รปู แบบของงานทัศนศลิ ปใหมๆ ข้นึ
อยางมากมาย ในสมัยใหมขยายกวางมากขึ้น ขอจํากัดเรื่องการออกแบบ การสรางสรรคผลงานลดนอยลง ท่ีเห็นไดชัดเจน คือ
การออกแบบสถาปต ยกรรม ทจ่ี ะมีอาคารรูปรา งแปลกใหม มขี นาดและความสงู เพ่มิ ขึน้ รวมไปถงึ งานประติมากรรม
ที่ไดรับการสรางสรรคดวยรูปแบบที่หลากหลาย ท้ังยังใชประดับตกแตงและเปนเคร่ืองมือเครื่องใชตางๆ และใน
ขณะเดียวกนั การพัฒนารูปแบบ เทคนคิ วธิ กี ารทจ่ี ะแสดงออกมาเปน ผลงานทัศนศลิ ปก ม็ กี ารพัฒนาไปอยา งรวดเรว็
นักเรยี นควรรู เชน กัน
ลัทธิศิลปะสมัยใหม มีอยูดวยกัน ๑๒๐
หลายลัทธิ ซ่ึงแตละลัทธิก็จะมีการ
สรา งสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปท แี่ ตกตา ง
กันออกไป เชน ลัทธิฟวเจอรริสม
(Futurism) ภาพจะแสดงใหเห็นถึง
ความเรว็ ของคน สัตว หรอื เครื่องจักร โดยจะเนนในเร่ืองของอนาคต ลัทธนิ ีโอคลาสสิก
(Neo Classic) ภาพจะแสดงระยะใกล กลาง ไกล ฉากหลังรูปวาดสวนใหญมักเปน
อาคาร ลัทธิเอกซเพรสชันนิสม (Expressionism) ภาพจะแสดงความรูสึกตางๆ และ
ความประทับใจในธรรมชาติ เปนตน
120 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล
Explain
Engage Explore Expand Evaluate
อธิบายความรู
เสริมสาระ ครูและนักเรียนรวมกันอภิปราย
ขอมูลเกี่ยวกับการแสดงออกทาง
เทคโนโลยกี ับการสร้างสรรคผ์ ลงานทัศนศิลป์ ศิลปะสมัยใหม ซึ่งลักษณะผลงาน
จะแตกตา งไปจากเดมิ โดยหาตวั อยา ง
ความเจรญิ กา้ วหนา้ อยา่ งรวดเรว็ ของเทคโนโลยดี า้ นคอมพวิ เตอร์ นํามาประกอบการอภิปรายดวย เพ่ือ
และดา้ นอนื่ ๆ ทาำ ใหม้ กี ารนาำ เอาความรทู้ างเทคโนโลยมี าใชส้ รา้ งสรรค์ สรา งความเขาใจทชี่ ัดเจน
ผลงานทัศนศิลป์ ซ่ึงปัจจุบันได้แตกแขนงออกไปอย่างมากมาย โดย
ผลงานจะมลี กั ษณะทีแ่ ปลกใหม่ เชน่
ผลงานพกู่ นั ลม หรอื แอรบ์ รชั (Airbrush) ผลงานพู่กันลม หรือแอร์บรัช (Airbrush) เป็นการ เกร็ดแนะครู
ผลงานดิจทิ ัลอารต์ หรือกราฟิกอาร์ต (Graphic Art) สรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศลิ ปโ์ ดยใชว้ ธิ กี ารพน่ ซงึ่ จะมอี ปุ กรณส์ าำ คญั คอื
พกู่ นั ลมและสสี ำาหรบั พน่ ซง่ึ มอี ยดู่ ว้ ยกนั หลากหลายชนดิ ลกั ษณะเดน่ ครูควรอธิบายสรางความเขาใจกับ
ของผลงานทใี่ ชพ้ กู่ นั ลม กค็ อื จะมคี วามคมชดั ละเอยี ด ประณตี สพี นื้ ผวิ นกั เรยี นวา ในปจ จบุ นั มกี ารแสดงออก
จะเนียน ใชไ้ ด้ดกี บั ผลงานทีม่ ีพ้นื ทีข่ นาดใหญ ่ ปัจจุบนั ผลงานพู่กันลม ทางทัศนศิลปอยางหลากหลาย ที่มี
มีท้ังท่ีจัดทำาข้ึนเพ่ือแสดงฝีมือทางด้านทัศนศิลป์และทำาในเชิงพาณิชย์ เทคนิค วิธีการ รูปแบบ การใชวัสดุท่ี
เช่น การพ่นยานพาหนะใหม้ สี ีและลวดลายเปน็ รูปตา่ งๆ เปน็ ตน้ แตกตางไปจากเดิม ซ่ึงผูคนท่ัวไปมัก
จะเรียกผลงานเหลานี้รวมๆ กันไปวา
ผลงานดิจิทัลอาร์ต หรือที่เรียกกันว่า “กราฟิกอาร์ต” “งานทศั นศลิ ป” แตเ พอ่ื จาํ กดั ขอบเขต
(Graphic Art) เป็นการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ โดยใช้เครื่อง ใหแนนอนและเปนที่ยอมรับกันอยาง
คอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่ออกแบบมาสำาหรับอำานวยความสะดวก เปนสากล การศึกษาเรียนรูผลงาน
ในการสร้างสรรค์ผลงาน เช่น โปรแกรมวาดภาพ การตกแต่งภาพ ทัศนศิลปของนักเรียนในระดับนี้ จะ
การระบายสี การสั่งสี เป็นต้น ทำาให้มีการประยุกต์นำาเอาเครื่อง จํากัดเฉพาะผลงานทัศนศิลปท่ีเปน
คอมพิวเตอร์มาเป็นเคร่ืองมือสำาหรับการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ งานจติ รกรรม งานประตมิ ากรรม งาน
ในลักษณะต่างๆ นับตั้งแต่การวาดรูป ตกแต่ง แก้ไข ปรับสีสันของ สถาปต ยกรรม งานภาพพมิ พ และงาน
ภาพใหส้ ดใส ตดั ทอน หรอื เสรมิ แตง่ ภาพใหม้ คี วามสมบรู ณ์ การนาำ รปู ส่อื ผสมเทานั้น
หลายๆ รปู มาผสมผสานออกมาเปน็ ภาพใหม ่ การสรา้ งภาพออกมาใน
ลกั ษณะทเ่ี ปน็ จนิ ตนาการ นอกจากน้ ี ก็ยังมีการใชโ้ ปรแกรมออกแบบ
งานประตมิ ากรรม งานสถาปัตยกรรมแทนการรา่ งภาพ รวมทงั้ สร้าง
โมเดล (Model) เปน็ ผลงานจาำ ลองออกมาก่อนทจ่ี ะลงมอื ปฏบิ ัตจิ ริง
ผลงานแสงสี เป็นการนำาเอาแสงไฟมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน
ซง่ึ มที งั้ การใชเ้ ทยี นและแสงไฟฟา้ ประยกุ ตก์ บั การออกแบบวสั ด ุ ทาำ ให้
เกิดผลงานที่มีแสงและสีที่น่าสนใจ รวมไปถึงการนำาเอาแสงสีไป นกั เรียนควรรู
ประยุกต์ใช้กับผลงานทัศนศิลป์ด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับผลงาน
ช้นิ น้นั ๆ จะไดม้ ีมุมมองที่แปลกใหม่มากย่ิงขน้ึ พูกนั ลม ถือเปน อปุ กรณสําคัญ
อย่างไรก็ตาม ผลงานดังท่ีกล่าวมาน้ี บางคนก็นับว่าเป็นงาน
ศลิ ปะสมยั ใหมอ่ กี แบบหนงึ่ และจดั หมวดหมแู่ บง่ แยกออกไป แตผ่ คู้ น สาํ หรบั งานแอรบรชั ทีใ่ ชกนั ทว่ั ไป
จำานวนมากก็ยังไม่นับว่าเป็นผลงานทัศนศิลป์ที่แท้จริง เพราะถือว่า จะมลี กั ษณะเปนแบบมดี า มจบั คลา ย
เป็นเพียงแค่การนำาความรู้ทางทัศนศิลป์มาประยุกต์ใช้ และเพ่ือตอบ ปนและแบบแทงปากกา ลักษณะการ
สนองวตั ถปุ ระสงคอ์ นื่ ๆ มากกวา่ ซง่ึ ผลงานบางอยา่ งกไ็ มม่ คี วามคงทน
แข็งแรง ผลงานแสงสี ทํางานจะใชลมจากเคร่ืองปมลมไป
๑๒๑ ดันสีใหเปนละอองพนออกมาทาง
หวั พกู นั ลม ซง่ึ สามารถควบคมุ ปรมิ าณ
และความแรงได วิธีการทํางานคลาย
กับการพนสีกระปอง หรือสเปรย ผูที่
ชื่นชอบ การสรางงานแอรบรัชคิดวา
“ผลงานแอรบรัชตกแตงสีไดเรียบเนียน นุมนวล สวยงามเหมือน
ธรรมชาติมากกวาการใชพูกันจริง สามารถตกแตงสีไดรวดเร็ว
เหมาะกบั การสรางสรรคผ ลงานท่มี พี ืน้ ท่ีขนาดใหญ”
คมู อื ครู 121
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
ขยายความเขาใจ (ยอจากฉบับนกั เรยี น 30%)
1. ใหนักเรียนแตละคนเลือกอธิบาย กิจกรรม ศลิ ปป ฏบิ ัติ ๗.๓
ลทั ธศิ ลิ ปะสมยั ใหมม า 1 ลทั ธิ พรอ ม
ตัวอยา งผลงาน เขียน หรือพมิ พล ง กจิ กรรมท่ี ๑ ครูเชิญวิทยากรมาบรรยายใหความรูเกี่ยวกับความแตกตางของงานทัศนศิลปในแตละยุคสมัยของ
กระดาษ สง ครผู สู อน วฒั นธรรมสากล จากน้ันใหน ักเรียนสรปุ สาระสําคญั จากการฟง บรรยาย สงครผู ูสอน
กจิ กรรมท่ี ๒ ใหนักเรียนจับคู แลวจัดทําสมุดภาพพรอมขอมูลสังเขปแสดงความแตกตางของงานจิตรกรรม
2. ใหนกั เรียนจบั คู จดั ทาํ สมุดภาพ ประตมิ ากรรม และสถาปตยกรรมในแตละสมัยของวัฒนธรรมสากล แลวสงครูผสู อน
เกีย่ วกบั ผลงานทศั นศลิ ปประเภท กิจกรรมท่ี ๓ จงตอบคาํ ถามตอ ไปนี้
จิตรกรรม ประติมากรรม และ ๑. งานทศั นศิลปช ว ยสะทอนคณุ คาทางวัฒนธรรมไดอ ยางไร
สถาปตยกรรมของวัฒนธรรม ๒. จงเปรยี บเทยี บใหเ หน็ ความแตกตา งของผลงานทศั นศลิ ปในวฒั นธรรมไทย หรอื วฒั นธรรมสากล
สากล สงครูผสู อน
มา ๑ สมัย
3. ใหน กั เรียนเขยี นรายงานสรปุ
เปรียบเทียบใหเ หน็ ความแตกตา ง
ของผลงานทศั นศิลปใ นแตล ะ
ยุคสมยั ของวฒั นธรรมตะวนั ตก
ตรวจสอบผล ผลงานทศั นศลิ ปแ ตล ะชน้ิ นอกจากความงามและเรอ่ื งราวทส่ี อ่ื ออกมาแลว ในระหวา งการสรา งสรรค
1. ครพู ิจารณาจากการเขยี นอธบิ าย ผลงาน ไมวาจะดวยความต้ังใจ หรือไมต้ังใจก็ตาม จะมีการผสมผสานสอดแทรกคุณคาทางวัฒนธรรม
ลัทธิศิลปะสมัยใหมไดถ กู ตอ ง ในดานตางๆ ของสังคมลงไปในผลงานอีกดวย ซ่ึงถานํามาพิจารณาแยกแยะก็จะเขาใจถึงคุณคาเหลานั้น
สําหรับผลงานทัศนศิลปท่ีสรางสรรคข้ึนมาไมวาจะเปนในวัฒนธรรมไทย หรือวัฒนธรรมสากล ลักษณะ
2. ครพู จิ ารณาจากการจัดทาํ ผลงานในแตละยุคสมัยของวัฒนธรรมจะมีความแตกตา งกันออกไป ซง่ึ ถานําผลงานทัศนศิลปใ นแตล ะประเภท
สมุดภาพผลงานทัศนศิลปใ น มาเปรยี บเทยี บกันแลว กจ็ ะเหน็ ถึงลักษณะเดน และเขา ใจถงึ ความแตกตางดังกลา วไดช ัดเจนมากย่งิ ข้นึ
วัฒนธรรมตะวันตก พรอมขอ มูล
3. พิจารณาจากการเขยี นรายงาน
สรปุ เปรยี บเทยี บความแตกตาง
ของผลงานทัศนศิลปใ นแตละ
ยุคสมัยของวัฒนธรรมตะวนั ตก
แหสลดกั งฐผานลการเรียนรู ๑๒๒
1. การวิเคราะหล ักษณะของ เกรด็ แนะครู
วฒั นธรรมทอี่ ยใู นผลงานทศั นศลิ ป
(แนวตอบ กิจกรรมศลิ ปป ฏบิ ัติ 7.3 กิจกรรมท่ี 3
2. รายงานเปรยี บเทยี บผลงาน 1. สะทอ นในเรอ่ื งการนบั ถอื ศาสนา รปู แบบศลิ ปกรรม วถิ ชี วี ติ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี พธิ กี รรม ภมู ปิ ญ ญา
ทัศนศลิ ปในแตละยคุ สมยั 2. ศิลปะสมัยทวารวดีไดรับอิทธิพลจากอินเดีย ผลงานทัศนศิลปสวนใหญเก่ียวเน่ืองกับพระพุทธศาสนา
ของวฒั นธรรมไทย พระพทุ ธรปู สว นใหญส ลกั จากศลิ า พระเกตมุ าลาเปน ตอ มสน้ั ไมม ไี รพระศก พระโอษฐแ บะ จวี รบางแนบตดิ
องคพ ระ สวนเจดยี นิยมกออิฐถอื ปนู เจดยี เ ปนทรงเหลีย่ ม องคส ถูปทําเปนรปู ระฆงั คว่าํ มยี อดเตยี้ )
3. สมุดภาพผลงานทัศนศิลป
ในวัฒนธรรมตะวันตก
4. รายงานสรปุ เปรียบเทยี บผลงาน
ทัศนศิลปในแตละยคุ สมยั ของ
วฒั นธรรมตะวนั ตก
122 คมู ือครู