กระตุ้นความสนใจ สา� รวจค้นหา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
๑.๓ การควบคุมการหายใจ ใหน กั เรยี นกลมุ ท่ี 3 ทไ่ี ดศ กึ ษา คน ควา หาความรู
การควบคมุ การหายใจ สามารถปฏบิ ตั ิได้ ดงั น้ี เพ่มิ เติมเกยี่ วกบั การควบคมุ การหายใจ สงตวั แทน
๑) สดู ลมหายใจเขา้ ดว้ ยแรงลมปกต ิ แต่ใหใ้ ชค้ วามรสู้ กึ ตามทศิ ทางลมวา่ ผา่ นรจู มกู 2 - 3 คน ออกมาอธิบายความรตู ามที่ไดศึกษามา
เข้าสู่หลอดลมท�าให้ปอดขยายกว้าง ซี่โครงยืดออก และกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อยขยายออก หนาชั้นเรียน จากนนั้ ครูถามนกั เรียนวา
กกั ลมไวใ้ นปอด ๒-๓ วินาที
๒) หายใจออกโดยวิธีผ่อนลมออกทีละน้อยๆ ให้ความยาวของช่วงหายใจออก • อวัยวะสว นใดในรา งกายทม่ี ีความสําคัญ
มากกวา่ ช่วงหายใจเข้า โดยสงั เกตการเปลย่ี นแปลงของอวัยวะทีเ่ กีย่ วข้องกบั การหายใจออก เช่น ตอ การหายใจ
ช่องท้องกะบังลม ปอด กล่องเสียง (ลูกกระเดือก) หลอดลม เป็นต้น ว่าเปล่ียนแปลงอย่างไร (แนวตอบ อวยั วะทส่ี ําคัญในการหายใจ
จากนัน้ เพม่ิ ความยาวของการหายใจออกขึ้นเรอื่ ยๆ เช่น ไดแก “ปอด” (Lungs) มีหนาทใ่ี นการ
ครั้งท ่ี ๑ : สูดลมหายใจเขา้ นบั ๑ หายใจออกนบั ๒ ๓ เก็บลม เพ่ือนํามาใชใ นการหายใจ
ครง้ั ท ี่ ๒ : สดู ลมหายใจเข้านบั ๑ หายใจออกนบั ๒ ๓ ๔ “กระบงั ลม” (Diaphragm) ทําหนา ที่
ครง้ั ที ่ ๓ : สดู ลมหายใจเข้านบั ๑ หายใจออกนับ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ บงั คับใหปอดสามารถกักเก็บลมไดมากขน้ึ
วธิ ตี รวจสอบวา่ หายใจได้ถูกต้องหรือไม่ ให้ปฏิบตั ิ ดังนี้ “ซโ่ี ครง” (Rib) เมอื่ เราหายใจเขา
ปอดจะขยายตัวออก และเม่ือปอดขยายตวั
ทา่ ท่ี ๑ ออกจะไปดนั ใหซ ี่โครงเกดิ การขยายตัว
เอาฝ่ามือท้ัง ๒ ข้าง วางทาบบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยการขยายตัวของซีโ่ ครงนนั้ จะขยาย
ซงึ่ อยเู่ หนอื สะดอื สดู ลมหายใจเขา้ จะรสู้ กึ วา่ กลา้ มเนอื้ หนา้ ทอ้ ง จากดา นลางกอน “กลา มเนือ้ หนาทอ ง”
ยดื ออก และเมอื่ ผอ่ นลมหายใจออกกลา้ มเนอื้ หนา้ ทอ้ งจะหดเขา้ (Front Muscles) มีหนาทีบ่ ังคบั ลมเขา -ออก
ในปริมาณนอ ยไปหามาก)
ทา่ ท่ี ๒
เอามือทั้ง ๒ ข้าง เท้าสะเอว ให้น้ิวหัวแม่มืออยู่ด้านหลัง • อวัยวะบริเวณใดทีท่ าํ ใหเกิดเสยี ง
อีก ๔ น้ิว ช้ีไปรอบเอวด้านหน้า เมื่อสูดลมหายใจเข้าจะรู้สึก (แนวตอบ บรเิ วณที่สามารถทําใหเกิดเสยี ง
ที่มือว่า กล้ามเนื้อขยายออก และเมื่อผ่อนลมหายใจออก สะทอนได คอื บริเวณชอ งอก บรเิ วณชองปาก
กลา้ มเน้ือเอวจะหดเขา้ กบั ชอ งจมูก และบรเิ วณศรี ษะ)
ท่าท่ี ๓ • นักเรยี นคิดวา อวยั วะใดทีท่ ําใหเ กดิ
นอนหงาย วางท่อนแขนไว้ข้างลำาตัวแบบผ่อนคลาย ความกองกงั วานของเสียง ระดบั เสยี งสงู
สูดลมหายใจเข้าโดยที่บริเวณทรวงอกไม่เคลื่อนไหว จะรู้สึก (แนวตอบ อวยั วะทีท่ าํ ใหเ กดิ ความกองกังวาน
ไดว้ ่า กล้ามเนอื้ หน้าทอ้ งพองออก และเม่ือผ่อนลมหายใจออก ของเสียง คือ หนาผาก และโพรงกะโหลก)
กล้ามเน้ือหนา้ ท้องจะหดเขา้
• การเปลง เสยี งทีด่ ีนั้นจะตอ งยดึ หลกั ปฏิบตั ิ
(ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.) ในขอ ใด
(แนวตอบ การออกเสยี งที่ดีนัน้ ไมใชแคก าร
๙๙ เปลง เสียงออกมา สําหรับการออกเสยี ง
แตละคําใหถกู ตองนนั้ ยังเปน การเขา ใจ
เรอ่ื งการเนน เสยี งสูง-ตํา่ และการเนนเสยี ง
หนัก-เบาทไ่ี มเ ทา กนั อกี ดวย)
กจิ กรรมสรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู
ใหน ักเรยี นฝก ปฏิบัติการควบคุมการหายใจ และเขยี นอธบิ ายวธิ กี าร ครูควรใหน กั เรียนดภู าพการฝกควบคุมการหายใจ และการเปลง เสยี งสระแท
ควบคมุ การหายใจ ลงกระดาษรายงาน นําสง ครูผูส อน ตามแบบสากล คือ A E I O U พรอมท้งั สาธิตวิธกี ารปฏบิ ตั ิ และอธิบายขัน้ ตอน
การปฏบิ ตั ใิ หน กั เรียนฟง จากนน้ั ครูสมุ นักเรยี นออกมาสาธติ ขัน้ ตอนการควบคมุ
กจิ กรรมทา ทาย การหายใจ และการเปลง เสยี งสระแทต ามแบบสากลทถ่ี กู ตอ งหนา ชนั้ เรยี นใหเ พอ่ื นชม
โดยมีครูเปนผูค อยชแ้ี นะความถกู ตอง ซึ่งจะทาํ ใหนักเรยี นมคี วามรู ความเขาใจ
เร่อื งการควบคมุ การหายใจ และการเปลง เสยี งสระแทต ามแบบสากลไดด ีย่ิงขึ้น
ใหนักเรยี นเขียนแแผนผังความคิด (Mind mapping) สรุปสาระสําคญั มมุ IT
ของหลักการควบคมุ การหายใจ ตามความเขา ใจของตนเอง
ลงกระดาษรายงาน นาํ สงครูผูส อน นกั เรยี นสามารถศึกษา คนควา เพมิ่ เติมเกีย่ วกับการควบคุมการหายใจ
ไดจ าก http://www.bcnlp.ac.th
คู่มือครู 99
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
อธบิ ายความรู้ Explain
ใหน กั เรยี นกลมุ ท่ี 5 ทไี่ ดศ กึ ษา คน ควา หาความรู ๑.4 การเปลง เสียงเพ่อื เปดชอ งคอ
เพิ่มเติมเก่ียวกบั การเปลง เสยี งเพ่อื เปดชอ งคอ การเปล่งเสียงเพ่ือเปิดช่องคอ เป็นการเปล่งเสียงออกมาจากบริเวณช่องคอสู่ริมฝีปาก
และการเปลง เสยี งสะทอ น สง ตวั แทนกลมุ ละ 2 - 3 คน โดยตรง ไม่มีการถูกกักบริเวณใด การเปลง่ เสยี งลักษณะนชี้ ว่ ยผอ่ นคลายความเกรง็ ของกล้ามเน้อื
ออกมาอธบิ ายความรูตามทไ่ี ดศ ึกษามาหนา ช้ันเรียน และขยายช่องอวัยวะทีเ่ กยี่ วกับการหายใจ การเปล่งเสยี งมีลักษณะปฏิบตั ิ ดังน้ี
จากนน้ั ครถู ามนกั เรยี นวา ๑) เปล่งเสยี งเลยี นอาการหาวนอนซา้� ๆ และสงั เกตลกั ษณะของลมเขา้ ออกลา� คอ
๒) เปล่งเสยี งสระแท้ตามแบบสากล ๕ สระ กอ่ น คอื A E I O U โดยเปลง่ เสียงวา่
• การเปดคอมีความหมายวา อยา งไร อา เอ อี โอ อ ู ตามลา� ดับ ใหฝ้ ึกทลี ะเสียงตามด้วยฝกึ ทลี ะค่แู ละฝกึ รวมทกุ เสียง เทยี บระดับเสียง
(แนวตอบ การเปดคอ คือ การทาํ ใหช อ งคอ ทีจ่ ะเปลง่ ออกมากับเคร่ืองเทยี บเสียง เชน่ เปียโน เคร่ืองดนตรอี ่นื ๆ เปน็ ต้น ตามบทฝึกตอ่ ไปน้ี
เกิดการขยายออก เปน การเพ่มิ เน้ือท่ใี น อา อา อา อา อา อา อา อา
ชองคอใหเสียงทเี่ ปลง ออกมาเกิดความดงั เอ เอ เอ เอ เอ เอ เอ เอ
และกองกงั วาน) อี อี อ ี อี อี อี อ ี อี
โอ โอ โอ โอ โอ โอ โอ โอ
• ถานักเรยี นจะออกเสียงสระ A E I O U อ ู อ ู อ ู อ ู อ ู อู อู อ ู
ท่ีถูกตอง รปู ปากของนกั เรยี นควรมีลกั ษณะ
อยางไร ๑.5 การเปลง เสียงสะทอ้ น
(แนวตอบ รปู ปากจะมลี กั ษะ ดงั นี้ เสยี งสะทอ้ น คือ เสียงดังกังวานท่มี นุษยส์ ามารถเปล่งออกมาได ้ โดยใช้ช่องวา่ งระหวา่ ง
A เวลาออกเสยี งใหอ า ปากออกกวา งมากทสี่ ดุ
และตําแหนง ของลิ้นก็จะอยูต ํ่าสดุ อวยั วะตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเปลง่ เสยี ง เปน็ เสมอื นลา� โพง หรอื เตา้ เสยี ง ขยายใหเ้ สยี งทเี่ ปลง่ ออกมา
รูปรมิ ฝป ากจะไมเ ปน รปู วงกลม ดัง และกงั วานยิ่งขน้ึ บริเวณทที่ า� ให้เกดิ เสียงสะท้อนมี ๓ ส่วน ดังน้ี
E เวลาออกเสียงใหอา ปากกวา งในระดับ
ปานกลาง ตําแหนง ล้นิ อยใู นระดบั สูง ๑) บริเวณช่องอก ช่วยสะทอ้ นเสียงระดับต�า่
ปานกลางคอ นไปขา งหลัง รมิ ฝป าก ๒) บริเวณช่องปากกับช่องจมูก ช่วยสะทอ้ นเสยี งระดบั ปานกลาง
มีรปู ลกั ษณะกลม ๓) บรเิ วณศีรษะ ชว่ ยสะท้อนเสยี งระดบั สงู
I เวลาออกเสียงใหอ าปากกวา งในระดับ
ปานกลาง ตาํ แหนงล้นิ อยูในระดบั สูง บรเิ วณของอวัยวะทที่ า� ใหเ้ สียงเกิดความก้องกงั วาน
ปานกลางคอ นไปขา งหลัง ริมฝปาก
จะไมเปนรปู วงกลม ทรวงอก ช่องปาก และโหพนร้างผกาะกโหลก
O เวลาออกเสยี งใหอาปากอยูในระดับนอ ย และล�าคอ และชอ่ งจมกู
ทีส่ ดุ และใหริมฝป ากแบนราบ ตาํ แหนง เกดิ ระดับเสียงสงู
ของล้นิ ใหอยใู นระดบั สงู คอ นมาขา งหนา เกิดระดบั เสียงต�า่ เกิดระดับเสยี งกลาง
U เวลาออกเสยี งใหอาปากออกนอ ยท่สี ดุ
และใหรปู รมิ ฝป ากเปน รูปวงกลมมากทส่ี ดุ
ตําแหนง ของลิ้นใหลอยอยูในระดับสงู
และคอ นไปขางหลงั )
๑๐๐
เกรด็ แนะครู ขแอนสวอบNเนTน การคดิ T
O-NE
ครูควรเนน ยาํ้ วา การเปลง เสียงสะทอนเปนเทคนคิ การรองเพลงข้ันสูง
นกั เรยี นจงึ ตอ งฝก ฝนเปน อยา งมาก เพราะเปน เทคนคิ ทตี่ อ งใชเ วลานานในการฝก ฝน ขอใดตอ ไปน้ี ไม มีความสัมพันธกัน
และนกั เรยี นจะตอ งมคี วามอดทนทจ่ี ะปฏิบตั อิ ยางตอ เนอ่ื งจนเกดิ ความชาํ นาญ 1. บรเิ วณชองอก ชวยสะทอ นเสยี งระดับตา่ํ
ซง่ึ จะทําใหนักเรยี นมคี วามรู ความเขาใจเร่อื งการเปลง เสียงสะทอ นไดด ียิ่งขนึ้ 2. บริเวณชองปาก ชวยสะทอ นเสียงระดบั ปานกลาง
3. บริเวณศีรษะ ชวยสะทอนเสียงระดับสงู
มุม IT 4. บรเิ วณชองจมูก ชวยสะทอนเสียงระดบั ต่ํา ปานกลาง สงู สลับกนั
นักเรยี นสามารถศึกษา คน ควาเพม่ิ เตมิ จากการฟง และการชมวิธกี ารเปลง เสยี ง วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 4. เพราะบริเวณชองจมูกชวยสะทอ นเสียง
ไดจ าก http://www.youtube.com โดยคนหาจากคําวา วธิ ีการเปลง เสียง
ระดับปานกลางเชน เดยี วกบั บริเวณชอ งปาก
100 คู่มือครู
กระตุน้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
๑.๖ การฝกึ ขับร้องทาำ นองเพลง 1. ใหน กั เรยี นกลมุ ท่ี 6 ทไ่ี ดศ กึ ษา คน ควา หาความรู
การฝึกขับร้องท�านองเพลง ควรให้ฝึกครบตามระบบการฝึก (Systematic Training) เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั การฝก ขบั รองทํานองเพลง
๔ ขน้ั ตอน คือ สงตวั แทน 2 - 3 คน ออกมาอธบิ ายความรู
๑) ขัน้ เตรียมตวั ตามทไ่ี ดศึกษามาหนา ชั้นเรียน
๒) ข้นั ฝึกขับรอ้ งตามเสียงต้นแบบ (Repetition) จากนั้นครูถามนกั เรยี นวา
๓) ขน้ั ฝกึ จา� ท�านอง จนสามารถจ�าแนกวรรคตอนได้ (Recognition) • นักเรยี นมีวิธกี ารฝกขับรอ งทาํ นองเพลง
๔) นา� ทกั ษะจาก ข้อ ๑ และ ขอ้ ๒ มาขบั รอ้ งท�านองด้วยตนเอง (Reproduction) ทีเ่ ปนรูปแบบของตนเองอยา งไร
โดยในท่ีน้ีจะขอยกตัวอย่างบทเพลง “คางคกปากบ่อ” และวิธีการฝึกขับร้อง ส�าหรับ (แนวตอบ การขบั รอ งมหี ลกั ในการฝกปฏิบัติ
การเรยี นรพู้ อสงั เขป ดังต่อไปนี้ คอื การออกเสยี งจะตองออกเสยี งให
เตม็ เสยี งตรงตามจงั หวะ และทํานองเพลง
เพลงคางคกปากบ่อ การหายใจเขา-ออกตอ งมคี วามสอดคลอ ง
ค�ำร้อง : ส�ำเรจ็ คำ� โมง และสดุ ใจ ทศพร1 กับการรอ งเพลง เพราะจะทําใหรอ งเพลง
ไดด ีข้ึน ควรใสอารมณก ับบทเพลง
ท�ำนอง : เพลงไทยเดิม เพอื่ ใหผ ูฟ ง ไดมีอารมณรวมกับเพลง
การเปลง เสียงจะตอ งถูกตอ งตามอกั ขรวธิ ี
เรา ชาว ไทย รวม จติ ใจ รัก ชาติ ก ษตั ริย์ และทา ทางในการรอ งเพลงจะตองมีความ
ถกู ตองเหมาะสม)
ศาสน ์ ภกั ด ี ดง่ั ช ี วนั รอน ไพ ร ี ตอ่ ตี ป้อง
2. ใหน กั เรยี นศกึ ษาแผนผงั โนต เพลงคางคกปากบอ
กนั สัม พนั ธ์ ไม ตรี อย่า ให ้ มี วนั โรย รา มา เถดิ มา รวม เลือด จากในหนงั สอื เรียน หนา 101 ครสู าธิตวิธีการ
ฝกขบั รองเพลงคางคกปากบอที่ถกู ตอง
ใหน ักเรยี นชม และใหนกั เรยี นฝก ปฏิบัตติ าม
จากนั้นครถู ามนกั เรียนวา
• เนอื้ หาของเพลงคางคกปากบอ ตอ งการสอ่ื
ใหเ หน็ ในเรอื่ งใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยา งอิสระ)
ไทย รวม ดว้ ย ใจ รวม ด้วย กาย พล ี ช ี วัน ฝ่า ฟัน อัน
ตราย ประ เทศ ไทย ไม่ ม ี วนั ตาย ชาต ิ อน่ื ส ลาย ยงั มี ไทย
๑๐๑
กจิ กรรมสรา งเสรมิ เกรด็ แนะครู
ใหนักเรียนเลือกเพลงไทยสากลตามความสนใจของตนเอง 1 เพลง ครเู พิม่ เติมความรใู หก บั นักเรียนในเรอื่ งการฝก ขบั รอ งทํานองเพลง เชน
ออกมาขบั รองใหเพ่อื นฟง หนา ชั้นเรียน โดยมคี รูเปนผคู อยช้ีแนะ เพลงคางคกปากบอ เปน ตน ครอู าจใชเ ครือ่ งดนตรเี ลน เปนแนวทางเสียงใหน กั เรยี น
ความถกู ตอง ฝกขับรอ ง เชน เปยโน ขลุย เปนตน หรือครูอาจจะหาบทเพลงมาเสริมใหน ักเรยี น
ฝก รองได โดยเปนเพลงทีน่ กั เรียนคุนเคย และมีเน้อื เพลงสัน้ ๆ จงั หวะงา ยๆ
กิจกรรมทา ทาย เพอื่ งา ยตอการฝก ฝน
ใหน กั เรยี นเลือกฟง เพลงสากลตามความสนใจของตนเอง 1 เพลง นักเรยี นควรรู
จากนัน้ นํามาวเิ คราะหเปรยี บเทียบอารมณ และความรูสึก พรอ มทั้ง
แสดงความคิดเหน็ ท่มี ีตอ บทเพลง ออกมานาํ เสนอผลงานหนาชน้ั เรียน 1 เพลงไทยเดิม เปน เพลงท่มี ีการขับรองดวยวิธีการแบบไทย เชน การเออ้ื น
โดยมคี รูเปนผคู อยชี้แนะความถกู ตอ ง ลงทรวง เปน ตน เปนการบรรเลงดนตรปี ระกอบการขับรอ งหรอื บรรเลงเฉพาะดนตรี
ไมม กี ารขับรอ ง
คู่มอื ครู 101
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขขยยาายยEคคxpววaาาnมมdเเขข้าา้ใจใจ ตตรรวEวvจจaสสluออaบtบeผผลล
Engage Explore Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
ครูสมุ นักเรียน 2 - 3 คน ใหตอบคาํ ถาม ๑. ขน้ั เตรียมตวั
ดังตอ ไปน้ี
ใหน้ กั เรียนฝกึ อ่านออกเสยี งบทร้อง (Diction) ดังนี้
• การฝก ขับรอ งตามระบบการฝก (Systematic
Training) มีกี่ข้ันตอน อะไรบา ง • ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งบทรอ้ งเปน็ วรรคตอนตามลกั ษณะคาำ ประพนั ธ ์ โดยใหอ้ า่ นพรอ้ มกนั
(แนวตอบ มี 4 ข้ันตอน คือ ขัน้ เตรียมตัว ขั้นฝก อา่ นเปน็ กลุ่ม อ่านสลับกลุ่ม อา่ นสมุ่ ตัวอย่าง เพื่อค้นหา “คาำ ปญั หา” (Problem Sounds) ท่นี ักเรยี น
ขับรองตามเสียงตน แบบ ขัน้ ฝกจําทาํ นอง ออกเสยี งไมถ่ กู ตอ้ ง ลกั ษณะของคาำ ประพนั ธท์ ใี่ ชเ้ ปน็ บทเพลงขา้ งบนเปน็ เพลงทอ่ นเดยี ว ม ี ๘ วรรค
และข้นั ฝกรองทาํ นอง และบทรอ งดว ยตนเอง) และมสี มั ผสั คลา้ ยกลอน ดงั นี้
• หากนกั เรียนตอ งการขับรองเพลงใหถ ูกตอ ง “เราชาวไทย รวมจิตใจ รักชาต ิ กษัตริย์ศาสน ์ ภักด ี ดงั่ ชีวัน
ตรงตามเสียงของตนแบบ นกั เรยี นควรปฏิบัติ รอนไพรี ตอ่ ต ี ป้องกนั สมั พนั ธ ์ ไมตรี อย่าใหม้ ีวนั โรยรา
อยางไร มาเถดิ มา รวมเลอื ดไทย รวมด้วยใจ รวมดว้ ยกาย
(แนวตอบ การรองเพลงใหถ ูกตอ งตามตนแบบ พลชี ีวัน ฝ่าฟัน อันตราย ประเทศไทยไม่มวี นั ตาย ชาติอ่นื สลายยังมีไทย”
มีวิธีการปฏบิ ัติ ดงั นี้
1. ฟง ทาํ นอง และบทรอ งของเสยี งตน แบบ • ครูเ1อา “คำาปัญหา” มาฝึกอ่านออกเสียงเป็นคำาๆ ให้ถูกต้องตามหลักการเปล่งเสียง
ซาํ้ ๆ หลายครง้ั
2. เปลง เสยี งฮมั เพลงตามทาํ นองของตน แบบ (สทั ศาสตร)์ แลว้ อา่ นรวมกับวรรคตอนให้ถกู ต้อง
3. ฮัมตามเสยี งตนแบบทีละวลี ตองจําทิศทาง โดยตัวอยา่ งคาำ ทีอ่ าจมีปัญหาในบทรอ้ งเพลงนี ้ เชน่ รอนไพร ี (เสียง “ร” ๒ แห่ง แยกกัน)
ขึ้นลง และลกั ษณะขนึ้ คูเสียงได วันโรยรา (เสยี ง “ร” ๒ แหง่ เรียงกัน) รวมเลือดไทย (เสยี ง “ร” ตัดกบั เสยี ง “ล”) เปน็ ต้น
4. ขับรอ งดว ยโนตเพลงแบบโทนิกทลี ะวลี
หลายๆ ครัง้ จนจบบท) ๒. ขั้นขบั ร้องตามเสยี งต้นแบบ
ให้นกั เรียนฝกึ ปฏิบัติ ดังน้ี
ขยายความเขา้ ใจ Expand
• ใหฟ้ งั ทำานอง และบทรอ้ งจากเสียงตน้ แบบ พรอ้ มกับกวาดสายตาตามโนต้ ในแผ่นโนต้ เพลง
ใหนักเรยี นรว มกันสรุปสาระสําคัญเกีย่ วกบั
หลักการรองเพลงสากล ลงกระดาษรายงาน พยายามจดจำาวรรคตอน และทศิ ทางในทาำ นอง โดยไม่เปล่งเสียงตาม ทาำ ซ้ำาหลายๆ ครงั้
นาํ สง ครูผูสอน
• ให้เปล่งเสียง “ฮัม” (Hum) ตามทำานองเพลงต้นแบบ ควบคุมลมหายใจให้ยาวจนจบวลี
ตรวจสอบผล Evaluate
เป็นวลีๆ โดยวิธีฮัมท่ีถูกต้องให้ปิดปากเกือบสนิท ให้เสียงเปล่งออกมาจากช่องคอ ผ่านออกทาง
ครพู ิจารณาจากการสรุปสาระสําคญั เก่ียวกบั ช่องจมกู และกอ้ งอย่ใู นโพรงกะโหลกศีรษะทำาซาำ้ หลายๆ คร้งั
หลกั การรอ งเพลงสากลของนักเรยี น
• ใหฮ้ มั ตามเสยี งตน้ แบบทลี ะวล ี พยายามจาำ ทศิ ทางขนึ้ ลง และลกั ษณะขนั้ คเู่ สยี งของแตล่ ะวล ี
เมือ่ ครบทกุ วลีแล้ว ให้ฮัมตามทาำ นองทัง้ บท ทาำ ซำ้าหลายๆ ครง้ั
• ให้ขับร้องโน้ตแบบโทนิก ซอล-ฟา (โด เร มี ...) ตามเสียงขับร้องของครูทีละวลี
หลายรอบ และนำาทุกวลีมาขบั ร้องตอ่ กนั จนจบบท
• ถ้าผู้ขับร้องมีปัญหาเร่ืองเสียงเพ้ียน ให้นำาเอาข้ันคู่เสียงท่ีเสียงเพ้ียนมาฝึกขับร้องโน้ต
เป็นคู่ๆ ไป เมื่อเสียงไม่เพี้ยนแล้วจึงนำาวลีที่มีขั้นคู่เสียงนั้นอยู่ในแนวทำานองมาฝึกขับร้องทั้งโน้ต
และวลี 2
ขั้นคู่เสียงที่น่าจะมีปัญหาในบทเพลงนี้ ได้แก่ วลีที่ ๑ ล ร (ห่างกัน ๔ ขั้น) วลีที่ ๒
ล ร ด ฟ (กระโดดขึน้ แลว้ กระโดดลง) และวลีท ี่ ๘ ล ด ซ (กระโดดข้นึ แล้วกระโดดลงอยา่ งรวดเร็ว)
๑๐2
นกั เรยี นควรรู ขแอนสวอบNเนTน การคดิ T
O-NE
1 สัทศาสตร เปนสาขายอยของภาษาศาสตร ทป่ี ระกอบดวยการศึกษาเสียงพูด
ของมนุษย สทั ศาสตรสนใจคุณสมบัตทิ างกายภาพของเสยี งพดู และกระบวนการ อิริยาบถใดที่ถอื วา ไม สภุ าพในการขับรองเพลง
ผลิตเสียงทางกายภาพ การรบั รใู นแงข องการไดยิน และการรบั รทู างกายภาพ 1. แสดงสีหนา และอารมณสอดคลองกับบทเพลง
2 ข้นั คูเสยี ง คอื สง่ิ ท่ใี ชวัดความแตกตา งระหวา งเสยี ง 2 เสียง โดยการนับระยะ 2. ควบคุมสมาธไิ มได สายตาไมหยดุ นง่ิ อยูกบั ผูฟง
หางของเสยี งเรยี งตามลําดบั ขั้นตอนของโนตในบันไดเสยี ง ชอ่ื ข้นั คูเ สียงประกอบ 3. วางมือท้งั 2 ขา ง ไวข า งลําตัวอยา งสภุ าพเรยี บรอ ย
ดว ย 2 สวน คอื ช่ือตวั เลข และชอ่ื คณุ ภาพ 4. ยืนตัวตรง หลังไมคอ ม อกผาย ไหลผ ง่ึ เทาวางหา งกนั เล็กนอ ย
มมุ IT วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทีผ่ ขู บั รองเพลงไมส ามารถควบคุม
นักเรียนสามารถศึกษา คนควา เพม่ิ เตมิ เก่ียวกบั ขั้นคเู สียง ไดจาก สมาธไิ ดน นั้ จะทําใหไมสามารถถายทอดอารมณเพลงออกมาไดดี
http://www.lks.ac.th และการทสี่ ายตาของผขู บั รอ งไมห ยุดน่งิ อยกู ับผูฟง นน้ั ก็จดั เปน กริ ิยาที่
ไมสภุ าพและไมค วรปฏบิ ัติ ผูขับรองควรทาํ สหี นาใหปกติ สายตามองอยูท่ี
ผชู มจึงจะมีความเหมาะสมมากกวา
102 คมู่ ือครู
กกรระตะตนุ้ Eนุ้ nคคgววaาgามeมสสนนใจใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain
Engage Expand Evaluate
กระตนุ้ ความสนใจ Engage
๓. ข้นั ฝกึ จาำ ทำานอง ครนู ําขลยุ รคิ อรเดอร และหีบเพลงปากมาให
ให้นักเรียนฝึกปฏิบัติ ดังน้ี นักเรียนดู พรอ มท้งั เปด ซดี หี รอื ดวี ดี ีการบรรเลง
เพลงสากล โดยควรเลอื กเปน เพลงสากลทมี่ ที าํ นอง
• แบ่งทำานองเปน็ วล ี ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ใหค้ รู และนักเรียนร่วมกันฮัมทำานอง หรอื ขบั ร้อง สัน้ ๆ บรรเลงดว ยขลุยรคิ อรเดอรหรอื หีบเพลงปาก
ใหนักเรยี นฟง จากนน้ั ครถู ามนักเรียนวา
โน้ตสลบั วลี เชน่ ครฮู มั วลีที่ ๑ ใหน้ กั เรยี นฮมั วลที ่ ี ๒ ครูฮมั วลีท่ี ๓ ใหน้ ักเรียนฮัมวลที ี ่ ๔ เป็นตน้
• นกั เรียนคิดวา เพลงท่ไี ดยนิ บรรเลงดว ย
• เม่ือนักเรียนจำาทำานองได้แล้ว ให้นำาบทร้องมาใส่ทำานอง และฝึกขับร้องทีละวรรค แล้วนำา เครอ่ื งดนตรีชนิดใด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ทุกวรรคมาขับรอ้ งต่อกัน ไดอยางอสิ ระ)
๔. ขั้นฝึกร้องทำานองและบทรอ้ งดว้ ยตนเอง • นักเรยี นรสู กึ อยา งไรเม่อื ไดฟ ง เพลงน้ี
มขี ั้นตอนการฝกึ ปฏิบตั ิ ดังน้ี (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอสิ ระ)
• ให้ฮมั ทำานองทัง้ บทด้วยตนเอง โดยไม่มเี สยี งตน้ แบบ
• ให้ขับรอ้ งโน้ตแบบโทนิก ซอล-ฟา ด้วยตนเอง โดยไม่มเี สยี งตน้ แบบ • นักเรยี นรจู ักขลุยริคอรเ ดอรหรอื ไม ถา รูจ ัก
• ให้ขับรอ้ งบทรอ้ งมีทำานองดว้ ยตนเองทง้ั บท โดยไม่มีเสยี งต้นแบบ ขลยุ รคิ อรเดอรม ีลกั ษณะอยางไร
(แนวตอบ รคิ อรเดอร เปน เครอ่ื งดนตรสี ากล
เทคนคิ การฝกึ ขบั รอ้ งเพลงมหี ลายแบบ โดยเทคนคิ แบบทแ่ี นะนาำ คอื แบบ Systematic Training ประเภทเครอื่ งเปา ลมไม เปา แบบดา นตรง
ซ่ึงมี ๔ ขั้นตอน ตามลำาดับ ได้แก่ ขั้นเตรียมตัว (เตรียมอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลง) มีรูปแบบการเกิดเสียงเชนเดียวกับนกหวดี
ข้ันขบั รอ้ งตามเสยี งตน้ แบบ ขั้นจดจาำ ทาำ นอง บทรอ้ ง และข้ันขับรอ้ งดว้ ยตนเอง ประเภทของรคิ อรเ ดอรม ที งั้ หมด 10 ประเภท
แตเปนท่นี ิยมเพยี ง 6 ประเภท คือ
กจิ กรรม ศิลปป์ ฏิบัต ิ ๖.๑ โซปรานิโน, โซปราโน, อลั โต, เทนเนอร,
เบส และคอนทราเบส)
กจิ กรรมที่ ๑ ให้นักเรยี นฟังเพลงไทยสากลทนี่ กั เรียนสนใจ โดยฟังจากเทปบันทกึ เสยี งหรือ
ซีดเี พลง ขณะฟังเพลงให้ฝึกเคาะจงั หวะ และฝกึ รอ้ งท�านองตามพร้อมๆ กนั ดว้ ย • หีบเพลงปากหรอื เมาทอ อรแ กน
กจิ กรรมที่ ๒ ให้นกั เรียนตอบคา� ถามตอ่ ไปนี้ เปนเคร่ืองดนตรีที่มีลกั ษณะอยา งไร
๑. อวัยวะส่วนใดของรา่ งกายทเ่ี ราใชใ้ นการร้องเพลง (แนวตอบ เปนเครอื่ งดนตรที ี่มลี น้ิ โลหะอสิ ระ
๒. คนทจ่ี ะฝกึ หัดขับร้องไดด้ คี อื คนที่มคี ณุ สมบตั ิอยา่ งไร เลน ดวยการใชป ากเปา ซึ่งจะประกอบ
๓. ทา่ นง่ั และทา่ ยนื ท่ถี กู ต้องขณะร้องเพลง มีลักษณะอยา่ งไร ไปดวยตวั กลองเลก็ ๆ ท่มี ีล้นิ ทองเหลือง
จัดเรยี งไวบ นแผนโลหะ เพื่อใหล มผาน
๒. การบรรเลงเครื่องดนตรสี ากล เม่ือเปา ตรงชองปากเปาแลว จะทําให
ล้ินโลหะสน่ั สะเทอื นจึงทาํ ใหเ กิดเสียงได)
การบรรเลงเคร่ืองดนตรีสากลส�าหรับผู้เร่ิมต้น เป็นทักษะทางดนตรีท่ีต้องอาศัยทักษะ
จากระดบั งา่ ยไปหาทกั ษะทย่ี ากขึน้ กล่าวคือ จะต้องผา่ นทกั ษะการฟัง ด้วยการฟังเพลงที่จะเล่น
หลายๆ ครัง้ จนจา� ทา� นองได้อยา่ งติดหู และแม่นในจงั หวะและทา� นอง จากนัน้ ฝึกรอ้ งท�านองเพลง
เปน็ เสียงในระบบโทนกิ ซอล-ฟา (โด เร ม ี ฟา ...) ไดอ้ ยา่ งถูกต้องทง้ั จงั หวะและทา� นอง แล้วจึง
ฝกึ ไล่บนั ไดเสียงท่ีใช้ในเพลงใหค้ ล่องแคลว่
๑๐๓
แนวตอบ กิจกรรมศลิ ปป ฏิบตั ิ 6.1 กิจกรรมท่ี 2
1. ปาก จมูก ริมฝป าก ฟน ลน้ิ ปมุ เหงือก ล้ินไก
2. การรองเพลงทดี่ ี ผูรอ งจะตอ งมคี ุณสมบัตหิ ลายประการ เชน รองใหถ ูกตอ งตามจังหวะ และทํานองเพลง การออกเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ตถกู ตอ งชัดเจน
รองตามเน้อื หาของบทเพลงใหครบถวน ขณะรอ งควรหายใจเขา -ออก ใหส อดคลอ งกับจงั หวะ และวรรคตอนของเพลงทขี่ บั รอง และจะตองแสดงสหี นา ทาทาง
ใหส มั พนั ธกับความหมายของเพลง
3. ทายืน ควรยืนแยกเทา เทา กบั หัวไหลข องตนเอง มือทั้ง 2 ขา ง วางแนบกบั ลาํ ตวั โนม ตวั ไปขา งหนาเลก็ นอ ยเพอ่ื การทรงตวั ท่ดี ี ควรทาํ ตัวใหส บายท่สี ุด ไมค วรเกรง็
สว นใด สว นหนึ่งในรา งกายเปน อันขาด ทาทางในการนง่ั รองจะมี 2 ทา คือ นั่งพับเพียบกบั พ้ืน ลักษณะตวั ตรง แตไมเ กร็ง วางแขน และมอื ใหอ ยูบ นตักในอาการ
เรียบรอ ย และนงั่ บนเกา อ้ี ลักษณะตวั จะตอ งยืดตัวตรงตามธรรมชาติ อยา งอหลงั หอ ไหล หนั หนาตรง อยา กม หนาหรือแหงนหนา จนเกนิ ไป วางเทาใหร าบกับพืน้
ไมควรน่งั เขยงเทา งอเทา หรือไขวห า ง มอื ทัง้ 2 ขา ง วางท่ีหนาตกั
คูม่ ือครู 103
กระต้นุ ความสนใจ สสา� �ารรEวxวpจจloคคr้นeน้ หหาา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Explain Expand Evaluate
Engage Explore
สา� รวจคน้ หา Explore
1. ใหนักเรียนไปศกึ ษา คนควา หาความรูเพิ่มเติม 2.๑ ฝึกบรรเลงข1ลุย รคิ อรเ ดอร (Recorder)
เกีย่ วกับการบรรเลงเครอ่ื งดนตรีสากล ไดแ ก ขลยุ่ รคิ อรเ์ ดอร์เป็นเครอ่ื งเปา่ ที่ไม่มลี ิน้ จดั อยู่ในตระกลู เคร่ืองเป่าลมไม้
ขลุย ริคอรเ ดอร และหบี เพลงปาก จากแหลง ริคอรเ์ ดอรม์ ีหลายชนิด แตล่ ะชนิดมีขนาด และชว่ งเสียงทตี่ ่างกัน สว่ นใหญ่
การเรยี นรูตางๆ เชน หองสมดุ โรงเรยี น นิยมใช้โซปราโน
หองสมดุ ชุมชน อนิ เทอรเนต็ เปน ตน ขลุ่ยริคอรเ์ ดอร ์ เป็นเคร่อื งดนตรีท่ีเหมาะส�าหรับฝกึ บรรเลง
เพราะมรี าคาไมแ่ พง หาซอ้ื ไดง้ า่ ย มขี นาดเลก็ เปา่ งา่ ย พกพาไปฝกึ ซอ้ ม
2. ใหน กั เรยี นชมคลิปวดิ โี อการบรรเลงเคร่อื งดนตรี ได้สะดวก รวมทัง้ สามารถดแู ลเก็บรักษาได้ง่าย โดยขั้นตอนการฝกึ
สากล ไดแก ขลยุ รคิ อรเดอร และหบี เพลงปาก บรรเลงขล่ยุ รคิ อรเ์ ดอร์ในบนั ไดเสียง C เมเจอร ์ มีดังน�้
ที่สามารถสบื คนขอ มูลไดจ ากส่อื อินเทอรเ นต็ ขลยุ่ รคิ อรเ ดอร (Recorder)
เชน http://www.youtube.com เปน ตน
ด ร มฟ
ปดิ รูตา� แหนง่ ปดิ รูต�าแหนง่ ปิดรูตา� แหนง่ ปิดรตู า� แหนง่
R และ ๑-๗ R และ ๑-๖ R และ ๑-๕ R และ ๑-๔
ด ร ม ฟ
ซ ล ท ด�
ปดิ รตู า� แหน่ง ปิดรูตา� แหนง่ ปดิ รูตา� แหนง่ ปดิ รตู า� แหน่ง
R และ ๑-๓ R และ ๑-๒ R และ ๑ R และ ๒
ซ ล ท ด�
๑๐4 (ทมี่ าของภาพ : คลงั ภาพ อจท.)
นกั เรียนควรรู กจิ กรรมสรา งเสรมิ
1 ขลุย ริคอรเดอร ไดพัฒนาข้นึ ในตอนปลายคริสตศ ตวรรษที่ 14 ดวยเสียง ครูสาธติ การวธิ ีการเปา ขลยุ รคิ อรเ ดอรท ี่ถกู ตอ งใหน กั เรียนดู โดยให
ท่มี ีความไพเราะ ออนหวาน นมุ นวล จึงทําใหขลุยรคิ อรเ ดอรไดร บั ความนยิ ม นักเรียนฝก ปฏิบตั ติ าม จากนนั้ ออกมาสาธติ วธิ ีการเปาขลุยรคิ อรเ ดอร
เปนอยา งมาก โดยเฉพาะในประเทศองั กฤษ จนสามารถกลา วไดวา เปนประเทศ ใหเพื่อนฟงหนาชน้ั เรยี น โดยมคี รูเปนผูค อยชี้แนะความถูกตอง
ทีใ่ หกาํ เนิดขลยุ ริคอรเ ดอร ขลยุ ริคอรเดอรจะมีขนาดทีต่ างกนั เชน โซปราโน
อลั โต เทนเนอร เบส เปน ตน ทาํ ใหชว งเสยี งมีความแตกตางกนั กจิ กรรมทา ทาย
มมุ IT ใหน กั เรียนวิเคราะหเ ปรยี บเทยี บลักษณะ และเสียงทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการ
เปา ขลุยริคอรเดอรว ามีลกั ษณะคลายกับขลุย ชนดิ ใด ออกมานําเสนอผลงาน
นกั เรยี นสามารถศกึ ษา คน ควา เพม่ิ เตมิ จากการฟง และชมการบรรเลงเครอื่ งดนตรี หนา ช้ันเรยี น โดยมคี รูเปน ผูคอยช้แี นะความถกู ตอ ง
สากล (ขลยุ รคิ อรเดอร) ไดจาก http://www.youtube.com โดยคน หาจากคําวา
การเปา ขลุยริคอรเดอร
104 คู่มือครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
ด ร ม ฟ ซ ล ท ด� ใหน กั เรียนรว มกันอภิปรายเกี่ยวกับการบรรเลง
เครอื่ งดนตรีสากล (ขลยุ ริคอรเดอร) ตามทไ่ี ด
สรุปเสียงท่ีใช้ในบันไดเสียง C เมเจอร์ เทียบกับเสยี งบนคยี บ์ อร์ด ศึกษามา จากน้ันครถู ามนักเรยี นวา
M.C. • การบรรเลงเคร่ืองดนตรีสากลสาํ หรับ
ด ร ม ฟ ซ ล ท ด� ผูเ รมิ่ ตนมขี ้ันตอนในการปฏบิ ัติอยา งไร
(แนวตอบ ผูฝก ปฏบิ ัติจะตอ งผา นทักษะ
R1 การฟงจนสามารถวเิ คราะหจ ังหวะ
2 และทาํ นองเพลงได จากน้นั จึงฝก รอ ง
3 ทํานองเพลงในระบบเสยี งโทนกิ ท่ถี ูกตอง
4 แลวจงึ ฝกไลบ นั ไดเสยี งทีใ่ ชในเพลง)
5
6 • บันไดเสยี ง C เมเจอร มลี กั ษณะอยา งไร
7 (แนวตอบ บันไดเสียง C เมเจอรมีการ
เรยี งลําดับของตัวโนต (Note) คือ
ในช้นั น้ีจะเนน้ การใช้เสยี งในบนั ไดเสยี ง C เมเจอร์ ในเพลงท่บี รรเลง CDEFGABC
เพลงหนมู าล ี (Mary Had A Little Lamb) ซงึ่ เปนพน้ื ฐานของการเรียนดนตร)ี
ม ร ด ซ
เพลงนี้ใชเ้ พียง ๔ เสยี งเทา่ น้นั ดังสญั ลักษณ์ด้านบน
๑๐5
แนวขอสNอบTเนนOก-าNรคE Tิด เกร็ดแนะครู
ขอ ใดตอไปนก้ี ลา ว ไมถกู ตอง ครคู วรอธิบายเพิ่มเติมเกีย่ วกับเร่อื งบนั ไดเสยี ง C เมเจอร ใหน กั เรียนฟง วา
1. ขลุยรคิ อรเดอรม รี ูปรางลักษณะเหมือนขลยุ เพียงออ บนั ไดเสยี ง C เมเจอรสามารถเขยี นเปน ภาพไดดงั น้ี
2. ขลยุ รคิ อรเดอร และขลุยเพียงออจดั เปน เครื่องดนตรปี ระเภทเปา
3. ขลยุ ริคอรเดอรใหเสยี งระดับสูง และขลุยเพยี งออใหเสยี งทกุ ระดับเสยี ง ซงึ่ โนตแตละตวั จะมคี วามหมาย ดังน้ี
4. ขลุยริคอรเดอรมหี ลายขนาด และขลุยเพยี งออมีขนาดเดียว คอื C หมายถงึ เสยี งโด D หมายถงึ เสียงเร
E หมายถงึ เสยี งมี F หมายถึง เสยี งฟา
45 × 2.5 เซนติเมตร G หมายถึง เสียงซอล A หมายถึง เสยี งลา
B หมายถึง เสยี งที
วิเคราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 1. เพราะขลยุ รคิ อรเ ดอรม ลี กั ษณะแตกตา งจาก
ขลุยเพียงออ คือ จะมี 7 รู ลําตวั เปน ทรงกระบอก ทาํ ดว ยไมห รอื พลาสติก
มปี ากเปา ลักษณะคลา ยนกหวีด สวนขลยุ เพียงออจะมีลกั ษณะเปน
ทรงกระบอก ทาํ ดวยไมไ ผ มี 8 รู ใชเปน หลักเทียบเสียงในวงเครื่องสาย
ซึง่ จะทําใหน กั เรียนมีความรู ความเขา ใจเกีย่ วกับบันไดเสียง C เมเจอร
ไดดยี ิง่ ขนึ้
คมู่ ือครู 105
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
อธบิ ายความรู้ Explain
ใหน ักเรยี นฝกปฏิบัติเครื่องดนตรีสากล หนู มา ล ี ม ี ลกู แมว เหมียว ลกู แมว เหมียว ลูก แมว เหมยี ว
“ขลุยรคิ อรเดอร” เพลงหนูมาลี และเพลง
London Bride ตามครูผูสอน แลวใหน ักเรียนเลอื ก หน ู มา ลี มี ลูก แมว เหมียว ขน ปุย คล้าย ส�า -ลี
เพียงหนง่ึ เพลง เพือ่ ออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน จากโนต้ เพลงหนมู าลี สามารถรอ้ งเปน็ ท�านองงา่ ยๆ ดังน ้ี
โดยมีครเู ปนผูคอยชแ้ี นะความถกู ตอ ง จากนน้ั
ครูถามนักเรียนวา มม รร ดด รร มม มม มม -- รร รร รม -ร มด ซ _ _ซ_ _-
• เพลงหนมู าลีมีทม่ี าอยา งไร
(แนวตอบ เพลงหนมู าลนี ้ัน มีท่มี าจากเพลง เพลง London Bridge
Mary Had A Little Lamb ซ่ึงแตเดมิ เพ่ิมเสยี งจากเพลงหนูมาลอี กี ๒ เสียง
เปน บทกลอนท่ีอิงจากเรอ่ื งจรงิ ของเดก็ ผูหญงิ
คนหนึ่งท่ชี ่อื วา Mary Sawyer เธอมสี ัตวเลยี้ ง ฟ ล
เปน ลกู แกะตวั หนึง่ และไดนํามนั ไปโรงเรียน Lon don bridge is falling down, falling down, falling down,
The Redstone School มลรฐั แมสซาชเู ซตส
John Roulstone เพื่อนรว มหองของเธอ Lon don bridge is falling down my fair la - dy
เขาชอบแกะมาก วนั ตอ มาเขาไดย ื่นกระดาษ
แผนหนง่ึ ใหเ ธอ ในนน้ั เปน กลอนบทแรกของ จากโน้ตเพลง London Bridge สามารถรอ้ งเป็นท�านองง่ายๆ ดงั น้ ี
เพลงน้ีน่นั เอง สวนกลอนทีเ่ หลือตอ จากนั้น ซซ ลล ซซ ฟฟ มม ฟฟ ซซ -- รร ม- ฟซ - - มม ฟ ด ซ -
เปน ฝม อื การประพันธข อง Sarah Josepha
Hale นักเขยี นชาวอเมริกนั )
• เพลง London Bridge มที ่มี าอยา งไร
(แนวตอบ มีทม่ี าจากสะพานลอนดอน London
Bridge ซง่ึ เปน สะพานท่ีมปี ระวัติยาวนาน
ทําจากหิน สะพานเคยถูกทาํ ลายเพราะ
สงครามโลกครัง้ ที่ 1 และภยั ธรรมชาติ
จนตอ งบรู ณะขึน้ มาใหม)
• นักเรยี นคดิ วา เพลงหนมู าลี และเพลง
Londo Bridge เมื่อนํามาบรรเลงแลว
ใหความรสู กึ ทีแ่ ตกตา งกันหรอื ไม
เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ นักเรยี นสามารถแสดงความคิดเหน็
ไดอ ยา งอสิ ระ)
๑๐๖
บรู ณาการอาเซียน กจิ กรรมสรา งเสรมิ
จากการศึกษาเกยี่ วกบั การบรรเลงเครอ่ื งดนตรสี ากล คือ “ขลุยริคอรเดอร” น้ัน ใหนักเรียนฝก เปา เพลงหนมู าลี และเพลง London Bridge
สามารถบรู ณาการอาเซียนในเรื่องเครอ่ื งดนตรปี ระเภทเคร่ืองเปา ที่มลี ักษณะเชนเดียว ดว ยขลยุ รคิ อรด เดอร จากน้ันออกมาสาธติ วิธกี ารเปาขลุย ริคอรเดอร
กนั กับขลยุ รคิ อรเ ดอร แตจะมชี อื่ เรยี กที่แตกตางกันออกไป ในเพลงหนมู าลี และเพลง London Bridge ใหเ พอ่ื นฟงหนา ชนั้ เรยี น
โดยมคี รูเปน ผูคอยชแ้ี นะความถกู ตอง
นอกจากขลยุ รคิ อรเ ดอรที่เปน เคร่ืองดนตรีสากลแลว ในภูมภิ าคอาเซยี นกล็ ว น
มีเครือ่ งดนตรที ีท่ ําจากไมไ ผท ีเ่ รยี กวาขลุยดว ยกนั ท้ังสน้ิ อยางที่เรียกวา ขลยุ ไทย กิจกรรมทา ทาย
ขลยุ พมา ขลุยลาว ขลยุ เวยี ดนาม ซึ่งรูปรางลักษณะของขลุย วิธีการบรรเลงจะเปน
แบบเดยี วกัน แตระดับเสยี งจะมคี วามแตกตา งกนั ไปในแตละทอ งถิน่ ตัวอยา งขลุย
ในภมู ิภาคอาเซียน
ขลยุ ไทย ขลุยมาเลเซยี ขลยุ สิงคโปร ใหน ักเรียนออกมาบรรเลงเครอื่ งดนตรีสากล (ขลยุ รคิ อรเ ดอร) ในเพลง
(Serunai) (Dizi) สากลท่ชี ื่นชอบ 1 เพลง นอกเหนือจากเพลงหนมู าลี และเพลง London
106 คูม่ อื ครู Bridge ใหเ พอ่ื นฟง หนา ชนั้ เรียน โดยมคี รเู ปน ผคู อยช้ีแนะความถกู ตอ ง
กระตุน้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขขยยาายยEคคxวpวaาาnมมdเขเข้าใา้ จใจ ตตรรวEวvจจaสสluออaบtบeผผลล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
2.2 หบี เพลงปาก (Mouth Organ) ใหนักเรียนรว มกันอภิปรายเกี่ยวกับการบรรเลง
หบี เพลงปาก มตี น้ กา� เนดิ จากประเทศจนี เครอื่ งดนตรสี ากล “หบี เพลงปาก” ตามทไี่ ดศ กึ ษามา
จากนน้ั ครถู ามนกั เรยี นวา
ไดร้ บั การพฒั นาในทวปี ยโุ รป เปน็ เครอ่ื งเปา่ ทม่ี ลี น้ิ
จดั อยใู่ นตระกลู เครอื่ งเปา่ ลมไม ้ เปน็ ทนี่ ยิ มเลน่ กนั • นักเรยี นคนใดสามารถเปาหีบเพลงปากได
เนอื่ งจากมขี นาดเลก็ พกพาไดส้ ะดวก ราคาไมแ่ พง (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
บางคร้ังเรียกว่า “เมาทอ์ อรแ์ กน” ไดอยา งอิสระ)
เสียงของหีบเพลงปากเกิดจากการสั่น
สะเทอื นของลน้ิ โลหะทม่ี ขี นาดเลก็ ขณะเปา่ ลมเขา้ • การเปาหีบเพลงปากทีถ่ ูกตอ ง
หรอื ดดู ลมออก ความยาว-สน้ั ของลน้ิ โลหะ ทา� ให้ ควรปฏิบตั ิอยางไร
เกดิ เสยี งต่า� และสูง ตามล�าดับ ขณะเล่นใหเ้ สยี ง (แนวตอบ วิธีการเปาหบี เพลงที่ถูกตอ ง
ต�่าอยู่ทางด้านซ้ายมือ และเสียงสูงอยู่ทางด้าน หีบเพลงปาก (Mouth Organ) มีดงั น้ี วธิ ีที่ 1 ใชริมฝปากบน และลา ง
ขวามอื ประกบใหต รงชองล้นิ ใหลกึ และกวา ง
ประมาณ 5 ชอง ใหล น้ิ ดุนปด ชอ งทางซาย
(ท่มี าของภาพ : คลังภาพ อจท.) 4 ชอง เหลอื ชองขวาไวช องเดียว เพอ่ื เปา
หรอื ดดู เสียงทตี่ อ งการ วธิ นี ใี้ ชสําหรบั
ดร มซ ซท ดร มฟ ซล ทด รม ฟซ ลด ผทู ฝี่ ก หัดครัง้ แรก เม่อื จําเสียงไดแลวใหใช
วิธีที่ 2 วธิ ีท่ี 2 ใชป ากอมใหตรงชอ งเสียง
ในชน้ั นค้ี วรเรม่ิ ฝกึ โดยใชห้ บี เพลงปากคยี ์ C เมเจอรก์ อ่ น โดยฝกึ ไลบ่ นั ไดเสยี ง C เมเจอร ์ ดงั น้ี ทตี่ อ งการ วธิ ีนี้ไมต อ งใชล้ิน แตตอ งใช
ประสาทหฟู ง เสียง และจาํ เสยี งชองตา งๆ
ขาขน้ึ ใหแมน)
ขยายความเขา้ ใจ Expand
44556677 ใหน ักเรยี นฝกปฏิบัติเคร่ืองดนตรสี ากล
ข าลงด ร ม ฟ ซ ล ท ด� “หีบเพลงปาก” เพลงหนมู าลี จากนัน้ ออกมา
ปฏิบตั กิ ารเปา หีบเพลงปากในเพลงหนมู าลี
ใหเพือ่ นชมหนา ชั้นเรียน โดยมีครเู ปนผูคอยช้ีแนะ
ความถกู ตอง
77665544 ตรวจสอบผล Evaluate
ด� ท ล ซ ฟ ม ร ด
ครูพิจารณาจากการออกมาปฏิบตั กิ ารเปาขลุย
4 = เปา่ ชอ่ ง 4 5 = ดดู ชอ่ ง 5 รคิ อรเ ดอรในเพลงหนูมาลี และเพลง London
Bridge และการเปา หบี เพลงปาก เพลงหนูมาลี
๑๐7 ของนกั เรียน
กจิ กรรมสรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู
ใหน ักเรยี นฝกเปา เพลงหนูมาลี และเพลง London Bridge ครเู ชญิ วิทยากรท่มี คี วามเชย่ี วชาญในเรือ่ งการบรรเลงเคร่ืองดนตรสี ากล
ดวยหีบเพลงปาก จากนั้นออกมาสาธิตวิธีการเปาหีบเพลงปาก (ขลยุ รคิ อรเ ดอร และหบี เพลงปาก) มาอธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั ลกั ษณะของเครอ่ื งดนตรี
ในเพลงหนูมาลี และเพลง London Bridge ใหเ พือ่ นฟงหนา ชน้ั เรียน และการบรรเลงเครอ่ื งดนตรสี ากล (ขลยุ รคิ อรเ ดอร และหบี เพลงปาก) พรอ มทงั้ เปด ซดี ี
โดยมีครเู ปนผูคอยช้แี นะความถกู ตอ ง หรือดวี ดี เี กี่ยวกบั การบรรเลงเคร่อื งดนตรสี ากล (ขลุยริคอรเดอร และหีบเพลงปาก)
ใหน กั เรยี นชม จากนน้ั เปด โอกาสใหน กั เรยี นไดซ กั ถามขอ ทส่ี งสยั และแสดงความคดิ เหน็
กิจกรรมทา ทาย ซง่ึ จะทาํ ใหนกั เรยี นมีความรู ความเขาใจเรอ่ื งการบรรเลงเครื่องดนตรีสากล
(ขลยุ รคิ อรเดอร และหบี เพลงปาก) ไดด ยี ิ่งขนึ้
ใหน กั เรยี นออกมาบรรเลงเครอ่ื งดนตรสี ากล (หีบเพลงปาก) ในเพลง มุม IT
สากลท่ชี น่ื ชอบ 1 เพลง นอกเหนอื จากเพลงหนมู าลี และเพลง London
Bridge ใหเพือ่ นฟง หนา ช้นั เรยี น โดยมีครเู ปนผูคอยช้ีแนะความถกู ตอ ง นกั เรียนสามารถศกึ ษา คน ควา เพิม่ เติมจากการฟง และชมการบรรเลง
เคร่ืองดนตรสี ากล (หีบเพลงปาก) ไดจาก http://www.youtube.com
โดยคนหาจากคาํ วา การเปาหีบเพลงปาก
คมู่ ือครู 107
กกรระตะตนุ้ E้นุ nคคgววaาgามeมสสนนใจใจ สสา� �ารรEวxวpจจloคคrน้eน้ หหาา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Explain Expand Evaluate
Engage Explore
กระตนุ้ ความสนใจ Engage
ครเู ปด ซดี หี รอื ดวี ดี บี ทเพลงขบั รอ งทมี่ กี ารบรรเลง เพลงหนมู าลี
ดนตรีประกอบใหนักเรยี นฟง โดยเลือกเพลงทไี่ ดรบั
ความนยิ มหรือเปนเพลงที่นกั เรยี นรูจ ัก จากนนั้ ครู มรดร มมม รรร มซ ซ
ถามนกั เรียนวา 5444 555 444 56 6
• เพลงที่ไดฟ ง มีความไพเราะอยา งไร มรดร ม ม ม รร มร ด
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคิดเหน็
ไดอ ยา งอิสระ) 5444 5 5 5 44 54 4
• นกั เรยี นมีความเขาใจในเนอื้ หาสาระของ การฝึกเปา่ หบี เพลง “เพลงหนมู าลี (Mary Had A Little Lamb)” เรมิ่ ใหง้ ่ายดว้ ยการ
บทเพลงน้หี รือไม อยางไร รอ้ งตามโนต้ เพลงใหถ้ ูกท�านองและจงั หวะ ๒-๓ เทีย่ วกอ่ น จะทา� ใหจ้ า� ทา� นองเพลงได ้ และมี
(แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคดิ เหน็ สมาธิในขณะบรรเลงจริง
ไดอยางอสิ ระ)
๓. การขบั รอง และบรรเลงเครอื่ งดนตรปี ระกอบ
• บทเพลงน้ีตองการส่ือใหเ หน็ ถงึ สง่ิ ใด
และเพราะเหตใุ ดจงึ เปน เชน นน้ั โน้ตเพลงท่ีใช้ประกอบในการขับร้อง และบรรเลงเครื่องดนตรีในชั้นนี้ จะใช้โน้ตเพลงที่
(แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคดิ เห็น อยู่ในบนั ไดเสยี ง C เมเจอร์ เป็นหลัก และจะใชเ้ ครอื่ งดนต1รีอย่างง่าย ในการฝกึ บรรเลงประกอบ
ไดอยา งอสิ ระ) การขับร้อง เชน่ เครอื่ งกระทบหลัก (กลองเบส กลองสแนร ์ ฉาบ กตี าร์) เปน็ ต้น โดยเขยี นในรปู
จังหวะอย่างง่ายในเพลงท่นี �าเสนอ
สา� รวจคน้ หา Explore
ใหนกั เรยี นแบงกลุมออกเปน 4 กลุม ใหน ักเรียน ฉาบ
ศกึ ษา คน ควา หาความรูเ พมิ่ เติมเกยี่ วกับการขับรอ ง
และบรรเลงเครอื่ งดนตรปี ระกอบ จากแหลง การเรยี นรู กลอง
ตา งๆ เชน หองสมดุ โรงเรียน หองสมุดชมุ ชน
อนิ เทอรเนต็ เปน ตน ในหัวขอ ทคี่ รกู ําหนดให
ดังตอ ไปนี้
กลมุ ท่ี 1 เพลงปลกุ ใจ
กลมุ ที่ 2 บทเพลงประสานเสยี ง 2 แนว
กลุมที่ 3 บทเพลงรปู แบบ ABA
กลมุ ท่ี 4 บทเพลงประกอบการเตน ราํ
กลองสแนร กีตาร
๑๐๘ ขแอนสวอบNเนTน การคดิ T
O-NE
นกั เรยี นควรรู
วงดนตรสี ากลประเภทใดทม่ี กี ารขบั รอ ง และบรรเลงเครือ่ งดนตรปี ระกอบ
1 กลองสแนร เปน เคร่อื งดนตรีประเภทเครอ่ื งตี มี 2 หนา ขงึ ดวยหนงั กลอง 1. วงออรเ คสตรา
ท่ีมลี ักษณะเฉพาะ คือ หนา กลองดานลางจะตองคาดไวด วยสายสแนรเปนแผง 2. วงแชมเบอรมวิ สิค
เพ่อื ใหก ระทบกบั หนังกลองดา นลา ง ผตู ตี องใชสายสะพายคลองกลองไวข างลาํ ตัว 3. วงแจส
ขอบกลองดานบนอยใู นระดบั เดียวกบั เอวของผตู ี ตวั กลองอยใู นลักษณะเฉียงกบั 4. วงชาโดว
ลําตัวของผตู ี แนวบรรเลงของกลองสแนรใ นปจ จุบนั มีความสลับซบั ซอ นมากขึน้
มีการพัฒนา และเทคนคิ ท่ีนํามาใชในการตเี กดิ ขึน้ หลายรปู แบบ รปู แบบท่นี ํามา วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะวงชาโดวเ ปน วงดนตรที ีม่ ีขนาดเล็ก
ใชใ นการผสมวงมหี ลายรูปแบบ เชน ตจี ังหวะปกติประกอบบทเพลงท่ัวไป
บรรเลงเดี่ยว บรรเลงรวมวงเฉพาะกลุมกลองสแนร บรรเลงรวมวงในกลมุ สะดวกในการขนยา ยเครอ่ื งดนตรไี ปแสดงในทต่ี า งๆ จึงสามารถบรรเลง
เครือ่ งตกี ระทบจงั หวะโดยเฉพาะ เปนตน ประกอบการขบั รอง และบรรเลงอยางเดยี วได
108 ค่มู อื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
๓.๑ บทเพลงปลุกใจ ใหน กั เรยี นกลมุ ที่ 1 ทไี่ ดศ กึ ษา คน ควา หาความรู
เพลงปลุกใจ คอื เพลงที่มเี น้อื หารณรงค์ใหเ้ กดิ ความรัก ความสามคั ค ี ความเป็นอนั หนึง่ เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั บทเพลงปลกุ ใจ สง ตวั แทน 2 - 3 คน
อันเดียวกันในชาติ ถ่ายทอดความเสียสละของบรรพบุรุษที่สร้างชาติให้เราอยู่อย่างสบาย ควรที่ ออกมาอธบิ ายความรตู ามทไ่ี ดศ กึ ษามาหนา ชน้ั เรยี น
เราทุกคนจะต้องหวงแหน และรกั ษาเอาไว้ให้อนชุ นรนุ่ หลัง ท�านองเพลงจะมีความตน่ื เตน้ เร้าใจ จากน้นั ครูถามนักเรยี นวา
เสียงหนกั แน่น
ตัวอย่างบทเพลงปลุกใจ ไดแ้ ก่ • เพลงปลกุ ใจ คอื เพลงท่ีมลี ักษณะอยางไร
(แนวตอบ เพลงปลุกใจ คอื เพลงทมี่ ี
เพลงรักเมอื งไทย ค�ำร้อง : พลตรีหลวงวิจติ รวำทกำร ความหมายมุงปลกุ จติ สาํ นึกของคนไทย
ใหเกดิ ความรักชาติ บานเมือง
รกั เมือง ไทย ชู ชาต ิ ไทย ท-นุ บา� มคี วามสามัคคี และความเสียสละ
เนอ้ื รอง ทาํ นอง จงั หวะ และลีลาจะคกึ คัก
รงุ ให ้ ร่งุ เรอื ง สม เปน็ เมือง ของ ไทย เรา ใจ ชวนใหผูฟ ง เกดิ อารมณฮกึ เหมิ
และคกึ คกั คลอ ยตามกนั การรอ งเพลงปลกุ ใจ
เรา ชาว ไทย เกิด เปน็ ไทย ตาย เพ่ือ ไทย จะเนนจงั หวะ และเนอื้ รอ งเปนสําคัญ
จึงนิยมรองหมเู พอ่ื บรรยากาศท่คี กึ คัก
เรา ชาว ไทย เกิด เปน็ ไทย ตาย เพอ่ื ไทย ไม่ กระห่ึม แสดงถึงพลงั ทม่ี ่ันคง และแขง็ แรง)
เคย อ่อน_ นอ้ ม เรา ไม ่ ยอม แพ้ _ ใคร ศ • นกั เรียนรูจ ักเพลงปลกุ ใจเพลงใดบา ง
(แนวตอบ เพลงปลกุ ใจที่ไดยนิ กนั บอยน้ัน
ตร ู _ ใจ _ กลา้ มา แต ่ _ ทิศ _ ใด ถ้า มอี ยหู ลายเพลง เชน เพลงตนื่ เถดิ ชาวไทย
เพลงสยามานสุ ติ เพลงศกึ บางระจัน
เพลงรักเมอื งไทย เปน ตน )
• นกั เรียนสามารถรองเพลงปลุกใจไดห รอื ไม
ถาไดน กั เรียนสามารถรองเพลงใดได
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยา งอิสระ)
• นกั เรียนคดิ วา เพลงปลกุ ใจนยิ มนาํ มาเปด
ประกอบกจิ กรรมใด เพราะเหตใุ ด
จงึ เปน เชนนั้น
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยา งอิสระ)
ข่ม _ เหง _ ไทย คง จะ ได้ เหน็ ดี ๑๐๙
แนวขอ สNอบTเนนOก-าNรคETิด เกร็ดแนะครู
บทเพลงในขอ ใดตอ ไปน้ี ไม จัดอยใู นประเภทเพลงปลุกใจ ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ เก่ียวกับเพลงปลุกใจใหนกั เรยี นฟงวา เพลงปลุกใจของไทย
1. เพลงใตรม ธงไทย เพลงเทยี นคณุ ธรรม เร่มิ ขนึ้ ในสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลาเจา อยูหวั รัชกาลที่ 6 ดวยเหตทุ ีว่ า
2. เพลงไทยรวมกําลัง เพลงสดุ แผน ดิน บานเมืองตกอยูใ นภาวะสงครามโลกคร้ังท่ี 2 พระองคทรงเห็นวาประเทศสยาม
3. เพลงสายโลหิต เพลงพรงุ นต้ี องดกี วา สมควรท่ีจะเขา รวมในสงคราม เพ่อื แสดงใหชาวโลกไดรูจกั จึงสง กองทัพสยาม
4. เพลงความฝนอนั สูงสุด เพลงแผนดินของเรา เขารว มรบในปพ.ศ. 2460 และเพ่อื เปนการปลกุ ระดมใหชาวไทยไดต ืน่ ตัว เกิดความ
รกั ชาติ บา นเมอื ง จงึ ทรงพระราชนพิ นธบ ทความ บทกลอนเปน จํานวนมาก
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 4. เพราะเพลงความฝน อนั สงู สุด เพื่อเปนขวัญ และกําลังใจ และจากสวนหนึ่งของบทพระราชนพิ นธน ี้เอง
จงึ เปน ตนกาํ เนิดของเพลงปลุกใจ
และเพลงแผน ดินของเราจดั เปนเพลงพระราชนิพนธใ นพระบาทสมเดจ็
พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ทั้ง 2 เพลง แตเพลงความฝน อันสูงสุด มุม IT
กส็ ามารถนํามาขบั รองเพอื่ ใชเปน เพลงปลุกใจได
นักเรียนสามารถฟง เพลงปลุกใจ ไดจ าก http://www.youtube.com
โดยคนหาจากคําวา เพลงปลุกใจ
คู่มอื ครู 109
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
อธบิ ายความรู้ Explain
ใหน กั เรยี นกลมุ ท่ี 2 ทไ่ี ดศ กึ ษา คน ควา หาความรู ๓.2 บทเพลงประสานเสียง 2 แนว
เพิ่มเติมเกี่ยวกบั บทเพลงประสานเสียง 2 แนว บทเพลงขับรอ้ งประสานเสยี ง เป็นลักษณะของบทเพลงท่ีมีการขบั รอ้ งมากกวา่ ๑ แนว
สงตวั แทน 2 - 3 คน ออกมาอธบิ ายความรเู พ่ิมเติม
ตามทไี่ ดศ ึกษามาหนาชัน้ เรยี น จากนั้นครูถาม ท�านอง วิธีการร้องประสานเสียงระยะเร่มิ แรกจะมีแนวท�านองหลกั อยู ่ ๒ แนว ซงึ่ ผู้รอ้ งท้งั ๒ แนว
นกั เรียนวา จะขบั ร้องกนั คนละทาง จะมีระยะหา่ งกนั ขั้นคู ่ ๔ หรือข้ันค่ ู ๕ ต่อมามีการพัฒนาการรอ้ งโดยการ
แยกออกเป็น ๓-๔ แนว และมกี ารใชห้ ลักการประสานเสียงแบบคอร์ด เพ่ือท�าใหบ้ ทเพลงมคี วาม
• บทเพลงประสานเสียง 2 แนว คือ เพลงที่มี กลมกลนื กันมากข้ึน
ลักษณะอยา งไร ตัวอยา่ งบทเพลงประสานเสยี ง ๒ แนว ไดแ้ ก่
(แนวตอบ เปนการขับรอ งทีต่ องมที าํ นองเพลง
2 ทาํ นอง รองไปพรอมๆ กนั โดยมีทาํ นอง เพลง Are You Sleeping
หลักทาํ นองหน่ึง สว นอีกทาํ นองหนง่ึ เปน
ทํานองประสาน) ท�ำนอง : เพลง French Round
• นกั เรยี นเคยไดย นิ บทเพลงประสานเสยี ง 2 แนว Are you sleep-ing? Are you sleep-ing? Brother John Brother John
บา งหรอื ไม ถาเคยนักเรียนเคยไดยนิ เพลงใด
(แนวตอบ นกั เรียนสามารถแสดงความคิดเห็น Are you sleep-ing? Are you sleep-ing?
ไดอยางอิสระ)
• นกั เรยี นสามารถรอ งเพลงประสานเสยี ง 2 แนว
ไดห รอื ไม ถา ไดน กั เรยี นสามารถรอ งเพลงใดได
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอ ยางอิสระ)
Mor-ning bells are ringing. Mor-ning bells are ringing.Ding, Ding, Dong. Ding, Ding, Dong.
Brother John. Brother John. Mor-ning bells are ringing Mor-ning bells are ringing
๑๑๐ Ding, Ding, Dong. Ding, Ding, Dong.
เกร็ดแนะครู กจิ กรรมสรา งเสรมิ
ครคู วรเปด ซีดีหรือดีวดี ีเพลง Are You Sleeping ทํานองเพลง French Round ใหน กั เรยี นฝก รอ งเพลง Are You Sleeping ทาํ นองเพลง French Round
ที่เปน บทเพลงประสานเสียง 2 แนว ใหน ักเรียนฟง พรอมกบั ใหน กั เรยี นดโู นตเพลง ท่ีเปนบทเพลงประสานเสียง 2 แนว จากนนั้ ออกมาสาธติ การขบั รอ ง
ประกอบ และใหน ักเรียนฝกอา น เขยี น และรอ งตามโนต เพลง ซง่ึ จะทําใหนกั เรยี น เพลง Are You Sleeping ทาํ นองเพลง French Round ใหเ พื่อนฟง
มีความรู ความเขา ใจเก่ียวกับบทเพลงประสานเสยี ง 2 แนว ไดดยี ิง่ ขน้ึ หนา ชน้ั เรียน โดยมีครเู ปนผูค อยชี้แนะความถูกตอ ง
มุม IT กจิ กรรมทาทาย
นกั เรยี นสามารถฟงเพลง Are You Sleeping ไดจาก ใหน ักเรียนฝก รอ งเพลง Are You Sleeping ทํานองเพลง French Round
http://www.youtube.com โดยคนหาจากคําวา Are You Sleeping พรอมกับคิดทา ทางประกอบเพลงตามความคดิ และจนิ ตนาการของตนเอง
จากน้ันออกมานาํ เสนอผลงานใหเพอ่ื นชมหนา ช้ันเรยี น โดยมีครเู ปนผคู อย
110 คู่มอื ครู ชี้แนะความถูกตอง
กระตุ้นความสนใจ สา� รวจคน้ หา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
ใหน กั เรียนกลุมที่ 3 และกลมุ ที่ 4 ที่ไดศ ึกษา
คน ควา หาความรเู พม่ิ เตมิ เกีย่ วกบั บทเพลงรูปแบบ
๓.๓ บทเพลงรปู แบบ ABA ABA และบทเพลงประกอบการเตนรํา สงตวั แทน
บทเพลงรปู แบบ ABA คอื รปู แบบการประพันธ์เพลงที่มีทา� นองหลกั ๒ ท�านองทตี่ า่ งกัน กลุมละ 2 - 3 คน ออกมาอธิบายความรูตามท่ีได
ศกึ ษามาหนา ชน้ั เรยี น จากนน้ั ครูถามนกั เรยี นวา
ในหนึง่ เพลง ได้แก ่ ทา� นองท ี่ ๑ (A) และ ทา� นองที่ ๒ (B) เริม่ ตน้ ด้วยท�านอง A ตามด้วยทา� นอง • คําวา ABA หมายถงึ ส่งิ ใด
B และจบท่ีทา� นอง A อีกหนึง่ ครั้ง เช่น เพลง Twinkle, Twinkle, Little Star เป็นต้น (แนวตอบ สัญลกั ษณบอกรปู แบบวรรณกรรม
ดนตรแี บบตรบี ทหรอื เทอรน ารี (Ternary))
เพลง Twinkle, Twinkle, Little Star • วงดนตรีประเภทใดทใี่ ชบรรเลง
กบั การขับรอ ง และประกอบการเตน รํา
ทำ� นอง : เพลงพนื้ เมืองของฝร่ังเศส (แนวตอบ วงคอมโบ และวงแจส )
• นักเรยี นรจู กั บทเพลงรูปแบบ ABA
Twin-kle, twin-kle, little star. How I won-der what you are. และบทเพลงประกอบการเตน รําหรือไม
ถารูจ กั นักเรยี นรจู กั เพลงใด
Up a-bove the world so high, Like a dia-mond in the sky.
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
Twin-kle, twin-kle, little star. How I won-der what you are. ไดอ ยางอิสระ)
• นักเรยี นคดิ วาดนตรีและการนับจังหวะ
การเตน ราํ ในจงั หวะวอลตซ ควรจะมลี กั ษณะ
เกร็ดศิลป์ อยางไร
การเตน้ ราำ แบบพาวาน (แนวตอบ ดนตรีของจงั หวะจะเปนแบบ 34
การเต้นรำาแบบพาวาน (Pavane) เป็นการเต้นร�าแบบหนึ่งในราชส�านักยุโรป ช่วงต้นศตวรรษที่ ๑๖ ซึ่งมี คอื มี 3 จงั หวะใน 1 หอ งเพลง ดนตรจี ะมี
จังหวะสม�่าเสมอ การเต้นร�าแบบนี้มีจังหวะช้า เหมือนลีลาท่าทางการเดินวางมาดแบบนกยูง ค�าว่า “Pavane” เสยี งเนนหนกั ในจังหวะแรกทุกๆ จงั หวะ
จะมีความเรว็ -ชา เทา กันหมดทงั้ 3 จังหวะ
อาจมาจากค�าวา่ Pavo ในภาษาละตนิ ที่มีความหมายวา่ “นกยูง” ป1กตแิ ล้วการเตน้ ร�านจ้ี ะอยใู่ นจังหวะประเภทนับ ๒
(๒ จังหวะใน ๑ ห้อง) และมกั แสดงน�าหนา้ การเตน้ ร�าแบบกาลยารด
๓.4 บทเพลงประกอบการเตน้ ราำ นนั่ คอื ในหนง่ึ หองเพลงจะเดนิ 3 กา วตอ
3 จังหวะ ในการฟงเพลงใหส งั เกตจากเสยี ง
2
ในทน่ี จี้ ะขอยกตวั อยา่ งบทเพลงประกอบการเตน้ รา� จงั หวะวอลตซ ์(Waltz) เพราะลกั ษณะ ของกลอง และเบสเปน หลัก สวนการนบั
กวอารลเตคซล ์ื่อคนือไ หอวตั ขรอางจจังังหหววะ ะว๔๓อล ตแซตล่์นะ้ันหจอ้ ะงเตเพ็มลไปงมดี ้ว๓ย คจวังาหมวสะว ยนงบั า ม๑ -ส๒ง-่า๓ง าแมล ะแ ๑ล-ะ๒น-ุ่ม๓น วเปล น็ จจังังหหววะะ จังหวะ จะนบั แบบ 1 - 2 - 3, 1 - 2 - 3
ไปเรอ่ื ยๆ หรือนบั ตามจาํ นวนกลมุ ของ
เต้นร�าประเภทบอลรูม ก�าเนิดในประเทศเยอรมนี ลักษณะเป็นการจับคู่กันชาย-หญิง หันหน้า การกาว 3 กาว เชน 1 - 2 - 3 - 4 - 5 - 6
เข้าหากัน ประกอบด้วยการเดนิ ๖ ก้าว (๑-๒-๓-๔-๕-๖) เรมิ่ ตน้ ด้วยเท้าชิดกนั จังหวะที ่ ๑ ชาย หรอื นับตามเสียงดนตรี คอื พ่ัม แทก็ แท็ก
กา้ วดว้ ยเท้าซา้ ยไปข้างหนา้ สว่ นหญิง กา้ วเทา้ ขวาไปข้างหลัง เปนตน โดยทก่ี า วแรกจะตรงกบั จังหวะท่ี 1
ตัวอยา่ งบทเพลงประกอบการเตน้ ร�า ไดแ้ ก่ ของหอ งเพลง คือ จงั หวะที่มเี สยี งดนตรี
เนน หนกั )
๑๑๑
แนวขอ สNอบTเนนOก-าNรคETิด นกั เรยี นควรรู
การเตนลลี าศมปี ระโยชนต อรางกายยกเวน ขอใด 1 กาลยารด เปน เพลงเตน รําท่ีสนุกสนานแบบหนง่ึ ปกติอยใู นจงั หวะประเภท
1. รา งกายออ นแอ นับ 3 (3 จังหวะใน 1 หอ ง) มลี ลี ารวดเร็ว เพลงกาลยารดไดรบั ความนยิ ม
2. รปู รา ง และสัดสว นสวยงาม ในศตวรรษท่ี 16 ถึงกลางศตวรรษท่ี 17 มกั บรรเลงตอ จากเพลงเตนรําทช่ี ื่อ
3. สง เสริมบุคลิกใหดดู ี “พาวาน” (Pavan)
4. สรา งความสนกุ สนาน เพลดิ เพลิน 2 วอลตซ เปนการเตน ราํ แบบพน้ื เมอื ง มีจงั หวะชาๆ ทเ่ี รยี กกนั วา
“สโลววอลตซ” (The Slow Waltz) วอลซนับเปนจงั หวะแรกของการลีลาศทแ่ี ทจ รงิ
วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเตน ลีลาศ เปนการทําใหเ รามี มตี น กําเนิดมาจากกรงุ เวียนนา ประเทศออสเตรยี ซึ่งพัฒนามาจากการเตนลีลาศ
แบบหมุนตัว เปนการเตนราํ แบบคูช าย-หญงิ
สุขภาพพลานามัยสมบูรณ มสี มรรถภาพทางกายดีขึ้น สงเสริมใหรูจกั
การเขา สังคม รจู กั การอยรู วมกันในสังคมดวยดี ทําใหม เี พื่อนเพิม่ ขนึ้ มุม IT
ชวยผอ นคลายความตึงเครยี ดทัง้ ทางรางกาย และจติ ใจไมไดส ง ผลให
รา งกายเกดิ ความออ นแอ นักเรยี นสามารถศกึ ษา คน ควาเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั การเตนราํ จงั หวะวอลตซ
ไดจ าก http://www.bncc.ac.th
คู่มอื ครู 111
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขขยยาายยEคคxpววaาาnมมdเเขขา้ า้ใจใจ ตตรรวEวvจจaสสluออaบtบeผผลล
Engage Explore Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
1. ใหน กั เรียนศกึ ษาแผนผงั โนต เพลงสายทพิ ย เพลงสายทิพย์
จากในหนงั สอื เรียน หนา 112
ค�ำรอ้ ง : สำยสรุ ี จุติกุล
2. ครสู าธติ วธิ ีการฝก ขบั รอ ง และการเตนรําเขา กับ ทำ� นอง : ปำนทพิ ย์ วริ ยิ ะพำนิช
จงั หวะเพลงสายทิพยทถี่ กู ตองใหน กั เรียนฟง
และชม จากนัน้ ครใู หน กั เรียนฝก ปฏบิ ัตติ าม 3
ทงั้ การขบั รอง และการเตนราํ พรอ มกบั ออกมา
สาธติ ใหเ พอ่ื นชมหนา ชนั้ เรยี น โดยมคี รเู ปน ผคู อย แสง ดาวสวยพราวดู เดน่ เลง็ เห็น เหมือน ตาของ เธอ เฝ้า เพอ้ หัวใจ ละ
ชแ้ี นะความถกู ตอ ง จากน้ันครถู ามนักเรยี นวา
• นักเรียนเกิดความรูสึกอยางไรท่ีไดขับรอ ง เมอ ร�า พนั แสง เดือน เหมอื น เตือนใจ เศรา้ โอ้ เรา รกั รา้ ว ดวง
และเตน รําในเพลงสายทิพย
(แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ใจ เพอ้ ไป ถึง ตัว แสน ไกล รกั มนั่ จาก
ไดอ ยางอิสระ)
ขยายความเขา้ ใจ Expand
ใหนกั เรยี นนําขอมูลเก่ยี วกบั การขับรอง เธอ ไป แลว้ ใจ หาย ดวง ใจ ยงั คดิ ถงึ สาย สัม พนั ธ์ รกั มั่น มิ
และบรรเลงเครอ่ื งดนตรีประกอบ มารว มกนั
จดั นทิ รรศการเร่ือง “รอ ง เตน เลนดนตรี” วาย คลาย จาง ขอ เดือน ช่วย เตือนใจ มั่น ใฝ่
พรอมหาภาพประกอบใหสวยงาม
ตรวจสอบผล Evaluate ฝนั ถึง เธอ ทกุ วนั มอง จันทร ์ นึก ความสัม พนั ธ์ ครง้ั กอ่ น
ครพู จิ ารณาจากการจดั นทิ รรศการจดั นทิ รรศการ กจิ กรรม ศลิ ป์ปฏิบตั ิ ๖.๒
เรอ่ื ง “รอ ง เตน เลน ดนตร”ี ของนกั เรยี น
โดยพจิ ารณาในดา นความถกู ตองของเนือ้ หา กจิ กรรมที ่ ๑ ให้นักเรียนหาโนต้ เพลงไทยสากลอย่างน้อย ๑ เพลง แล้วเขยี นระดับเสียง
การนาํ เสนอขอ มูล ความสวยงาม และความคดิ (โด เร ม ี ...) กา� กบั ไวใ้ ต้ตัวโนต้ แลว้ อธิบายความหมายของสัญลกั ษณต์ ่างๆ
รเิ รม่ิ สรางสรรค ท่ีพบในบทเพลงนน้ั
กจิ กรรมที ่ ๒ ให้นกั เรียนหาเทป หรือซีดีเพลงไทยสากลมาแลกกนั ฟัง แล้วแลกเปลีย่ น
ความคิดเหน็ ว่าเพลงท่ฟี งั มีความไพเราะเช่นไร แล้วรว่ มกันฝึกขบั รอ้ ง
และบรรเลงเพลงดังกล่าว
๑๑2 กจิ กรรมสรา งเสรมิ
เกรด็ แนะครู ใหน ักเรยี นเขียนอธบิ ายลกั ษณะสาํ คญั ของแนวเพลงทงั้ 4 ชนิด คือ
เพลงปลุกใจ บทเพลงประสานเสยี ง 2 แนว บทเพลงรูปแบบ ABA
ครคู วรอธิบายเพมิ่ เตมิ เก่ยี วกบั ผูแตง คาํ รอ งในเพลงสายทพิ ย คือ ดร.สายสุรี และบทเพลงประกอบการเตน ราํ ลงกระดาษรายงาน นําสงครูผสู อน
จุตกิ ลุ ซง่ึ เปนผูท ีม่ บี ทบาทในเร่อื งการพฒั นาสงั คม และดา นสตรี เดก็ เยาวชน
ในประเทศ เคยดํารงตาํ แหนง สาํ คญั ในรัฐบาลหลายครั้ง จากนั้นครใู หน ักเรียน กิจกรรมทา ทาย
ฝกขับรองเพลงสายทิพยพรอมกนั
ใหนกั เรยี นทําตารางเปรียบเทียบความแตกตา งของบทเพลงท้งั 4 ชนดิ
มุม IT คอื เพลงปลุกใจ บทเพลงประสานเสียง 2 แนว บทเพลงรปู แบบ ABA
และบทเพลงประกอบการเตนราํ ลงกระดาษรายงาน นําสงครผู สู อน
นักเรียนสามารถฟงเพลงสายทพิ ย ไดจ าก http://www.youtube.com
โดยคน หาจากคําวา เพลงสายทิพย
112 ค่มู อื ครู
กกรระตะตนุ้ Eุน้ nคคgววaาgามeมสสนนใจใจ สสา� �ารรEวxวpจจloคคr้นeน้ หหาา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate
กระตนุ้ ความสนใจ Engage
๔. การถา่ ยทอดอารมณข์ องบทเพลง ครูเปด ซดี หี รือดวี ีดีเพลงสากลท่ีบรรเลงเฉพาะ
ทํานองดนตรที ีม่ จี ังหวะ และรูปแบบที่แตกตางกัน
เสยี งเพลง และดนตรสี ามารถถา่ ยทอดอารมณม์ าสผู่ ฟู้ งั ไดด้ ว้ ยสสี นั และโครงสรา้ งของธาตุ ใหน ักเรียนฟง จากนัน้ ครถู ามนกั เรียนวา
ประกอบของบทเพลงนนั่ เอง ซงึ่ แตล่ ะธาตปุ ระกอบตา่ งถา่ ยทอดอารมณไ์ ดต้ า่ งกนั แตเ่ มอ่ื รวมเปน็
บทเพลง หรอื บทบรรเลงแลว้ แตล่ ะธาตปุ ระกอบตา่ งสนบั สนนุ กนั เปน็ อารมณร์ ว่ มไดอ้ ยา่ งนา่ อศั จรรย์ • เพลงทน่ี ักเรยี นไดย นิ ใหความรูส ึกอยา งไร
โดยธาตุประกอบของบทเพลง คอื (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
ไดอยางอสิ ระ)
๑. จงั หวะกบั อารมณเ์ พลง
จังหวะกับอารมณเ์ พลง “จงั หวะ” มสี ่วนประกอบในตวั จังหวะเอง ๓ ส่วน คอื กลมุ่ จงั หวะนบั • เพลงที่มจี ังหวะ และทาํ นองทีต่ า งกันกอ ให
ลกั ษณะการเคาะจงั หวะ และอตั ราชา้ -เรว็ ของการดาำ เนินจังหวะทงั้ ๓ ส่วนประกอบ ตอ้ งบรรเลง เกดิ อารมณแตกตา งกันอยา งไร
ไปพร้อมกันเป็น “จังหวะเดียวกัน” มีอิทธิพลต่อการถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ได้ เช่น จุดเน้น (แนวตอบ เกดิ อารมณใ นดานบวก
หนัก-เบาท่ีสมำ่าเสมอของจังหวะ เปรียบเสมือนชีพจรของบทเพลง และดนตรี ทำาให้ผู้ฟังรู้สึก และอารมณในดานลบ)
มีชีวิตชีวา หรือลักษณะการเคาะจังหวะตามแบบรูปของสไตล์เพลง และดนตรี สามารถถ่ายทอด
ใหผ้ ู้ฟงั เกดิ อารมณร์ ่าเรงิ ตน่ื เต้น ผอ่ นคลาย หรอื โศกเศรา้ ได้ตามสไตล์นั้นๆ เปน็ ต้น สา� รวจคน้ หา Explore
๒. ความดัง-เบากับอารมณ์เพลง ใหนักเรียนศกึ ษา คน ควา หาความรูเพมิ่ เตมิ
ความดงั -เบากบั อารมณเ์ พลง เกดิ จากเนอ้ื ดนตรที ม่ี คี วามหนาแนน่ ของตวั โนต้ หรอื ของแนวดนตร ี เก่ียวกับการถายทอดอารมณของบทเพลง
ทแ่ี ตกตา่ งกนั ยิ่งหนาแนน่ มากยิ่งดงั มาก และอารมณ์ของผู้ฟังกจ็ ะผนั ผวน หรือเปลี่ยนแปลงตาม จากแหลงการเรียนรตู างๆ เชน หอ งสมุดโรงเรยี น
เช่น ยิ่งเสยี งดังย่งิ ถา่ ยทอดอารมณ์เครียด และตื่นเต้น เสยี งทีค่ อ่ ยๆ เบาลง จะถา่ ยทอดอารมณ์ หองสมุดชุมชน อนิ เทอรเนต็ เปน ตน ในหัวขอ ที่
คอ่ ยๆ ผ่อนคลาย เป็นต้น ครูกําหนดให ดงั ตอ ไปนี้
๓. ความแตกตา่ งของอารมณ์เพลง 1. จงั หวะกบั อารมณเ พลง
ความแตกต่างของอารมณ์เพลง เมื่อเราฟังเพลงที่มีโครงสร้าง หรือส่วนประกอบแตกต่างกัน 2. ความดงั -เบากบั อารมณเ พลง
ย่อมจะทำาให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละเพลง ซ่ึงอารมณ์ท่ีจะเกิดข้ึนเม่ือบุคคล 3. ความแตกตางของอารมณเพลง
ฟงั เพลง ถา้ จาำ แนกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จะได ้ ๒ อารมณ ์ คือ
อธบิ ายความรู้ Explain
• อารมณ์ด้านบวก (Positive Feeling) ได้แก่ อารมณ์ที่เป็นสุขต่างๆ เช่น ร่าเริง เบิกบาน
ใหน กั เรยี นรว มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั การถา ยทอด
หวาน รกั มีกำาลงั ใจ เป็นต้น อารมณของบทเพลงตามทไี่ ดศ กึ ษามา จากนนั้
ครูถามนกั เรยี นวา
• อารมณ์ด้านลบ (Negative Feeling) ได้แก่ อารมณ์ท่ีเป็นทุกข์ต่างๆ เช่น เศร้า เครียด
• เพลงทข่ี าดจงั หวะ ขาดความดงั -เบาของ
ทอ้ ถอย เปน็ ตน้ ซึง่ บทเพลงทุกเพลงจะมีอารมณ์ใดอารมณ์หนงึ่ ดงั กลา่ วน ้ี เปน็ แก่นสารของบท เสยี ง ไมม กี ารถายทอดอารมณของเพลง
เมือ่ เราไดฟ งแลวจะกอใหเ กิดความรูสกึ
๕. การประเมินคณุ ภาพของบทเพลง อยางไร
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
การประเมินคุณภาพของบทเพลง ผู้ประเมินต้องเปรียบเทียบคุณภาพของเสียงบรรเลง ไดอ ยางอสิ ระ)
ในแต่ละสว่ นว่า ทา� หนา้ ทผ่ี สมกลมกลืน และสมดุลกบั สว่ นอืน่ ๆ มากน้อยเพียงใด โดยยดึ คุณภาพ
ของฝมี อื ชน้ั ครเู ปน็ หลกั อา้ งองิ โดยผปู้ ระเมนิ ตอ้ งไมม่ ฉี นั ทาคต ิ (Preference) ตอ่ ผลงานเพลง คอื
ตนชอบเพลงแนวใดของศิลปินคนใดก็ให้คะแนนสูงกว่าผลงานแนวอื่นของศิลปินคนอื่น และต้อง
ประเมินให้ครบทง้ั ๓ ดา้ น ได้แก่ ด้านเนอื้ หา เสยี ง และธาตุประกอบของดนตรี
๑๑๓
แนวขอสNอบTเนน Oก-าNรคETิด เกรด็ แนะครู
เพลงใดตอ ไปน้ีมกี ารแสดงอารมณเ ศรา เหงา และปลงกับชีวิต ครคู วรอธิบายถึงความสําคญั ของธาตปุ ระกอบทั้ง 3 วามีความสาํ คัญเทา เทียม
1. เพลงพระราชนพิ นธยามเยน็ กนั และหากมกี ารผสมผสานกันอยางลงตวั จะทาํ ใหบ ทเพลงมีความไพเราะ
2. เพลงพระราชนิพนธใกลร ุง สมบรู ณแบบ เชน เพลงรัก ควรมีจงั หวะปานกลาง มนี า้ํ หนกั เสยี งท่ีไมด งั มาก
3. เพลงพระราชนิพนธแสงเทียน และใหอารมณด านบวก เปน ตน ซึง่ จะทาํ ใหน กั เรยี นมีความรู ความเขาใจเกี่ยวกบั
4. เพลงพระราชนพิ นธรัก การถา ยทอดอารมณข องบทเพลงไดด ียิ่งขึน้
วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะเพลงพระราชนพิ นธแ สงเทยี น มุม IT
จดั เปนเพลงบลสู ที่มกี ารแฝงปรัชญาชวี ิต และเนอื้ หาทแี่ ฝงธรรมเก่ียวกบั นกั เรยี นสามารถศกึ ษา คน ควา เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั การถา ยทอดอารมณข องบทเพลง
ความไมเทย่ี งของสงั ขาร ไดจาก http://www.sa.ac.th
คู่มอื ครู 113
กกรระตะตนุ้ E้นุ nคคgววaาgามeมสสนนใจใจ สสา� �ารรEวxวpจจloคคr้นeน้ หหาา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
กระตนุ้ ความสนใจ Engage
ครูเปดซดี ีหรือดีวดี ีบทเพลงในลักษณะตา งๆ ๑) คุณภาพด้านเน้อื หา การประเมินคุณภาพของบทเพลงในด้านเนอ้ื หาตอ้ งประเมนิ
ใหน ักเรียนฟง เชน เพลงไทยเดิม เพลงไทยสากล
เพลงสากล เพลงลกู ทงุ เพลงลูกกรุง เปนตน ๓ ดา้ น ดว้ ยกัน คอื จังหวะ ท�านอง และบทร้อง (ถา้ ม)ี ดังน้ี
จากน้ันครถู ามนักเรยี นวา
ธาตุประกอบ คุณภาพมาตรฐาน
• นักเรยี นมเี กณฑในการประเมินความไพเราะ
ของบทเพลงอยา งไร จังหวะ ๑. ใช้อัตราเร็วเหมาะสมกบั บทร้อง และกระบวนแบบของเพลง
(แนวตอบ การประเมนิ คณุ ภาพของบทเพลง ๒. ใช้ลกั ษณะจังหวะเหมาะสมกบั กลมุ่ จังหวะ
จะตองประเมนิ ในเร่ืองของเนื้อหา เสยี ง ๓. การดา� เนนิ จงั หวะกระตนุ้ อารมณ ์ ความรสู้ กึ ไดต้ ามบทรอ้ ง และกระบวนแบบของเพลง
และองคป ระกอบดนตรี)
ทา� นอง ๑. ใชส้ เกลเสยี ง และหมวดเสียง (Mode) ถกู ต้องอารมณ์ หรือรสของบทรอ้ ง
สา� รวจคน้ หา Explore
๒. มวี รรคตอน คอื วล ี ประโ1ยค ทอ่ น ได้มาตรฐานตามไวยากรณ ์ หรอื สังคีตลกั ษณ์
ใหนักเรยี นแบง กลุม ออกเปน 3 กลุม ใหนกั เรียน
ศกึ ษา คน ควา หาความรเู พมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั การประเมนิ ๓. ใชจ้ ดุ พักเพลง (Cadence) ถูกต้องตามหลักไวยากรณ ์ หรอื สังคีตลกั ษณ์
คณุ ภาพของบทเพลง จากแหลง การเรยี นรตู า งๆ เชน ๔. การเดนิ ขึน้ และเดนิ ลงของทา� นองใน วลีตา่ งๆ มีความสมดลุ
หอ งสมุดโรงเรียน หอ งสมดุ ชุมชน อนิ เทอรเ นต็ ๕. การใช้ข้นั คเู่ สียง (Interval) ราบร่ืนเหมาะสมกบั อารมณเ์ พลง
เปน ตน ในหวั ขอที่ครูกาํ หนดให ดงั ตอ ไปน้ี บทรอ้ ง ๑. วรรคตอนของคา� ประพนั ธ์สอดคล้องกบั แนวท�านองท้งั จดุ เนน้ และวรรณยกุ ต์
๒. เสยี งวรรณยกุ ตล์ งตัวกบั เสยี งทกุ ตวั โนต้ ไมท่ �าให้ภาษาวิบตั ิ
กลมุ ที่ 1 คุณภาพดา นเน้อื หา ๓. ใช้ฉนั ทลักษณ์ หรือความเรียงถกู ตอ้ งตามกระบวนของเพลง
กลมุ ท่ี 2 คุณภาพดา นเสยี ง ๔. โวหารได้อรรถรส
กลมุ ท่ี 3 คุณภาพดานองคป ระกอบของดนตรี ๕. สาระในบทร้องถูกตอ้ งตามหมวดเสียงเมเจอร-์ ไมเนอร์
๒) คุณภาพด้านเสียง การประเมินคุณภาพของบทเพลงในด้านเสียงต้องประเมิน
๒ ด้าน คือ การขบั รอ้ ง และการบรรเลง ดงั น้ี
อธบิ ายความรู้ ธาตุประกอบ คณุ ภาพมาตรฐาน
Explain การขบั รอ้ ง ๑. คุณภาพของน�้าเสยี งนกั รอ้ ง
● แกว้ เสียงใสสะอาด และกลมกล่อม
ใหนักเรียนกลมุ ที่ 1 และกลมุ ที่ 2 ทไี่ ดศึกษา ● มพี ลังเสยี งสม่�าเสมอ
คน ควา หาความรเู พมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั คณุ ภาพดา นเนอื้ หา ● ควบคมุ ลมหายใจไดถ้ กู ตอ้ งตามประโยคเพลง
และคุณภาพดานเสยี ง สง ตวั แทนกลมุ ละ 2 - 3 คน ● ขนึ้ สูง-ลงตา�่ ไดค้ รบตามทา� นองโดยไมม่ เี สยี งบอด
ออกมาอธบิ ายความรูตามที่ไดศ ึกษามาหนาชนั้ เรียน
จากน้นั ครูถามนักเรยี นวา ● มีอตั ลกั ษณ์ไมล่ อกเลียนใคร
• เพราะเหตใุ ดจงึ ตองมกี ารประเมิน ท�านอง ๒. คณุ ภาพของการส่อื ภาษาในบทรอ้ ง
ความไพเราะของบทเพลง ● เปลง่ เสียงพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ไดถ้ ูกต้องตามหลักภาษา
(แนวตอบ นกั เรียนสามารถแสดงความคิดเหน็ ● เออ้ื นเสียงวรรณยุกต์ไม่วิบัติ
ไดอ ยา งอิสระ) ● เปลง่ เสยี งควบกลา�้ ไดถ้ กู ต้อง
● ผ้ฟู ังได้ยินถอ้ ยคา� ทุกวรรคตอนชดั เจน
● ใชส้ า� เนยี งถา่ ยทอดรสของบทรอ้ ง และกระบวนแบบของเพลง
๑๑4
นกั เรยี นควรรู กจิ กรรมสรา งเสรมิ
1 Cadence เปน คอรด ท่อี ยตู ิดกนั ในสวนจบของวลเี พลงทอ นลีลาหรอื บทสรุป ใหนักเรยี นทาํ ตารางประเมินลกั ษณะคณุ ภาพของบทเพลงดา นเนอ้ื หา
ถงึ ความคิดทางดนตรี เคเดนซม ีอยหู ลายแบบ คอื และคณุ ภาพดา นเสยี งวามีความสาํ คญั อยางไร ลงกระดาษรายงาน
นาํ สงครูผูสอน
1. เพอเฟกตเ คเดนซ จะทําใหบทประพันธทางดนตรจี บลงไดอ ยางนาพอใจ
เม่อื ตัวโทนคิ (Tonic) อยทู ี่แนวบนสดุ ของคอรดสดุ ทา ย กจิ กรรมทา ทาย
2. อิมเพอเฟกตหรือฮาลฟเคเดนซ เม่ือใชคอรดที่ 5 (V) ตามหลงั คอรด ใหน กั เรียนฟง เพลงทต่ี นเองสนใจ 1 เพลง พรอ มท้ังเขยี นประเมิน
ท่ี 1 (I) คณุ ภาพของเพลงท่ฟี งวา มลี กั ษณะเปน อยางไร ลงกระดาษรายงาน
นําสง ครูผสู อน
3. ดเี ซฟทฟี วหรืออินเตอรร ฟั ทเ ตด็ เคเดนซ การตอเนอ่ื งของคอรดที่ 6
(ท่ีเราไมเคยคิดมากอน) ในเคเดนซ
มุม IT
นักเรียนสามารถศกึ ษา คน ควา เพิม่ เตมิ ความรูเ ก่ียวกบั
เคเดนซ (Cadence) ไดจาก http://www.lks.ac.th
114 คู่มือครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
ธาตุประกอบ คุณภาพมาตรฐาน ใหน กั เรยี นกลมุ ท่ี 3 ทไ่ี ดศ กึ ษา คน ควา หาความรู
เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั คณุ ภาพดา นองคป ระกอบของดนตรี
การบรรเลง ๑. ใช้เน้ือดนตรี (Texture) คือ แบบแนวเดียวหรือแบบ ๒ แนว สง ตัวแทน 2 - 3 คน ออกมาอธิบายความรตู ามที่ได
หรอื แบบหลายแนวไดเ้ หมาะสมกบั กระบวนแบบของบทเพลง ศึกษามาหนา ช้ันเรยี น จากนั้นครูถามนักเรยี นวา
๒. ใชเ้ ครื่องดนตรีทมี่ สี ีสนั เหมาะสมกบั อารมณ์เพลง
๓. ใชเ้ ครอื่ งดนตรีประสมวงถูกต้องตามกระบวนแบบของบทเพลง • การประเมินคุณภาพดานองคป ระกอบ
๔. ระดบั ฝมี ือของนักดนตรเี ป็นฝีมอื ชัน้ ครู ของดนตรจี ะตองคํานึงถงึ เรื่องใด
๕. เสียงบรรเลงดนตรีชว่ ยสนบั สนุนเสยี งขบั ร้องไดอ้ ย่างกลมกลืน (แนวตอบ การประเมนิ คุณภาพดา น
องคประกอบของดนตรีจะตอ งคาํ นงึ ถงึ
๓) คุณภาพด้านองค์ประกอบของดนตรี การประเมินคุณภาพในด้านองค์ประกอบ จังหวะ ทํานอง เสียงประสาน และทํานอง
สอดประสาน)
ของดนตรีตอ้ งประเมิน ๔ ด้าน คอื จงั หวะ ทา� นอง เสียงประสาน และท�านองสอดประสาน ดังน้ี
• หากนักเรียนไดร บั การแตงตั้งใหเ ปน
ธาตปุ ระกอบ คุณภาพมาตรฐาน ผูประเมนิ คุณภาพของดนตรใี นดาน
องคป ระกอบของดนตรี นักเรยี นจะตอ ง
การขบั ร้อง ๑. จงั หวะมีจดุ เนน้ ถูกต้องตามอัตราจังหวะ (Meter) ตัง้ เกณฑในการพิจารณาอยา งไร
ท�านอง ๒. ลกั ษณะจงั หวะ (การเคาะจงั หวะ) สัมพันธก์ บั จุดเนน้ และกระบวนแบบของบทเพลง จึงจะถกู ตอ งเหมาะสม
เสยี งประสาน ๓. อัตราเรว็ ของจงั หวะเหมาะสมกับลกั ษณะจงั หวะ และกระบวนแบบของบทเพลง (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็
๑. จดั สดั สว่ นของวรรค หรือวล ี ประโยค และทอ่ น ถูกตอ้ งตามหลักไวยากรณ์ ไดอยางอิสระ)
การบรรเลง หรอื สงั คีตลักษณข์ องเพลง
ท�านอง ๒. ทิศทางเดินข้นึ -ลงของท�านองมคี วามสมดลุ ตลอดทอ่ น
สอดประสาน ๓. ลักษณะการเคลือ่ นท่รี ะบบคเู่ สียงสอดคล้องกบั บทรอ้ ง (ถา้ มี)
๔. ใชส้ เกลเสยี ง และหมวดเสยี งเมเจอร์หรือไมเนอร์เหมาะสมกบั อารมณเ์ พลง
๕. มีจุดพกั เพลง (Cadence) ถูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ ์ หรอื สงั คีตลักษณ์ ๑๑5
ของบทเพลง
๑. ประสมวงดนตรีได้ถกู ตอ้ งตามกระบวนแบบของบทเพลง
๒. ใช้เน้ือดนตร ี (แบบแนวเดียว แบบ ๒ แนว และแบบหลายแนว) ไดเ้ หมาะสม
กับกระบวนแบบของบทเพลง
๓. ใชส้ ีสันของเสียงของเครอ่ื งดนตรีช้นิ เอก เช่น เล่นเดี่ยวไดเ้ หมาะสม
กับอารมณ์เพลง เปน็ ต้น
๔. เสียงบรรเลงโดยรวมด�าเนินคอร์ดได้สอดคล้องกบั ท�านองหลัก
๕. ความหนาแน่น (Dynamic) (ดงั -เบา) ของเสียงบรรเลงสอดคลอ้ งกบั วรรคตอน
ของท�านองหลกั
๑. ทา� นองสอดมคี วามไพเราะ
๒. สอดกับทา� นองหลกั ในท่ีเหมาะสม
๓. ท�านองสอดทุกท�านองกลมกลืนเขา้ หากันตามหลักทฤษฎกี ารด�าเนินคอรด์
๔. ความหนาแน่น (Dynamic) (ดงั -เบา) สอดคลอ้ งกับท�านองหลัก
๕. สีสันของเสยี งของเครื่องดนตรีท่ีใชเ้ ลน่ ทา� นองสอดคล้องเหมาะสมกับอารมณ์
ของบทเพลง
แนวขอสNอบTเนนOก-าNรคE Tดิ เกรด็ แนะครู
ขอ ใดวิเคราะหธ าตุประกอบของเพลงพระราชนิพนธพรปใหมไ ดถกู ตอ งท่ีสุด ครคู วรเนนยา้ํ ใหน กั เรยี นเหน็ ถึงความสาํ คัญของคณุ ภาพดานเนื้อหา คณุ ภาพ
1. จงั หวะปานกลาง สงา ผาเผย บรรเลงดวยเสียงดงั ปานกลาง ดานเสียง และคณุ ภาพดา นองคประกอบของดนตรหี รือครูอาจเชิญวทิ ยากรท่ีมี
ความเชยี่ วชาญในเรือ่ งการประเมนิ คุณภาพของบทเพลงมาอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับ
และมอี ารมณด านบวก หลักการประเมนิ คุณภาพของบทเพลงทถ่ี ูกตอ งตรงตามหลกั การ จากนน้ั เปด โอกาส
2. จงั หวะเร็ว ใหค วามสนุกสนาน บรรเลงดวยเสียงเบา ใหน กั เรยี นไดซ ักถามขอสงสยั และแสดงความคดิ เห็น ซึง่ จะทาํ ใหน กั เรียนมคี วามรู
ความเขาใจเร่ืองการประเมนิ คุณภาพของบทเพลงไดดยี ง่ิ ขนึ้
และมีอารมณด า นบวก
3. จงั หวะชา แสดงความเขม ขึง บรรเลงดว ยเสียงเบา และมอี ารมณด านลบ มุม IT
4. จงั หวะปานกลาง ใหความสงบ บรรเลงดวยเสียงเบา และมอี ารมณดานลบ
นกั เรยี นสามารถศกึ ษา คน ควา เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั การถา ยทอดอารมณข องบทเพลง
วเิ คราะหค ําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเพลงพระราชนิพนธพรปใหม ไดจ าก http://www.cpss.ac.th
มจี ังหวะรวดเรว็ สนุกสนาน นยิ มบรรเลงดว ยเสียงเบา และใหอ ารมณ
ดานบวก
ค่มู อื ครู 115
กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจค้นหา ออธธบิ ิบEาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Expand Evaluate
Engage Explore Explain
อธบิ ายความรู้ Explain
ครสู มุ นกั เรียน 2 - 3 คน ใหต อบคําถาม เสรมิ สาระ
ดังตอไปนี้ วัตถุประสงคแ ละประโยชนในการฟง เพลง
• การฟง เพลงมปี ระโยชนต อ ตวั นักเรยี นอยา งไร การฟงเพลง ของแตล่ ะคนน้ัน มวี ัตถุประสงคท แ่ี ตกต่างกนั ดังน้ี
(แนวตอบ การฟงเพลงมปี ระโยชนห ลายดาน
เชน ทําใหม คี วามสขุ ไดรบั ความเพลิดเพลิน ๑. ฟงเพลงเพื่อความเพลิดเพลินหรือเพื่อ (ทมี่ าของภาพ : http://www.velawang.com)
ผอ นคลายความตงึ เครียด ลดความเจบ็ ปวด ความบันเทิง เป็นการฟงเพลงท่ีคนส่วนใหญ่
ทําใหม จี ติ ใจราเรงิ แจมใส มสี ุขภาพจติ ท่ดี ี นิยมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผ่อนคลาย ๓. ฟงเพลงเพอื่ การศกึ ษา โดยใชค้ วามรู้พื้นฐาน
เปน ตน ) ความตึงเครียดทางอารมณหรือบางคร้ังเป็นการ เร่ืององคประกอบของดนตรี (เสียงดนตรี ท�านอง
ฟงเพลงเพ่ือต้องการให้มีเสียงเพลงเป็นเพื่อน ค�าร้อง จังหวะ เสียงประสาน) มาช่วยวเิ คราะห และ
• จุดประสงคสาํ คัญของการฟง เพลงคือสง่ิ ใด การฟงเพลงในลักษณะนี้ ผู้ฟงไม่ได้สนใจ วิจารณบทเพลง
(แนวตอบ จดุ ประสงคส ําคญั ในการฟง เพลง องคประกอบตา่ งๆ ของบทเพลงมากนัก ๔. ฟง เพลงเพอ่ื ความสนุ ทรยี ะ เป็นการฟงเพลง
มอี ยูหลากหลาย เชน ฟงเพอื่ สรา งความ ๒. ฟงเพลงเพ่ือประกอบกิจกรรมอ่ืนๆ เพ่ือบริโภคความไพเราะของเสียงดนตรีโดยตรง
เพลิดเพลนิ ใจ โดยมจี ุดหมายเพอ่ื ผอ นคลาย เชน่ ฟง เพลงเพื่อประกอบกจิ กรรมการเตน้ ระบา� แต่ถ้ารู้ความหมายของท�านอง และเนื้อร้องด้วย
ความตงึ เครียดจากการทํางาน เปนตน ) รา� ฟอ น หรอื ฟง ในขณะทา� งานบางอยา่ ง ฟง เพลง ก็จะทา� ให้เขา้ ถงึ รสแห่งความไพเราะย่งิ ข้นึ
ประกอบการดหู นัง ดูละคร เป็นตน้ เสยี งเพลง
• หากโลกมนษุ ยไ รซ ึง่ เสียงดนตรี จะช่วยกระตุน้ และหนุนใหเ้ ราทา� กจิ กรรมต่าง ๆ
นกั เรยี นคิดวา จะเปนอยางไร ได้อย่างเพลิดเพลิน
(แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เห็น
ไดอ ยา งอสิ ระ)
• ถานกั เรยี นฟง เพลงแลว เคล่ือนไหวรา งกาย
ไปตามเสียงเพลงจะสามารถชวยนักเรยี น
ในเรอื่ งใดได
(แนวตอบ ชวยบรหิ ารสมอง สรา งความสมดลุ
ใหแ กรา งกายและจิตใจ ฝก การประสานงาน
ของประสาทการมองเห็น การฟง
และการเคลื่อนไหวรางกาย)
สาำ หรบั ประโยชนท ไ่ี ดร้ บั จากการฟง เพลง คอื
๑. ได้รับความเพลิดเพลิน เป็นการผ่อนคลาย
จากความตึงเครยี ด
๒. ท�าให้มีจติ ใจร่าเริง และมสี ุขภาพจิตดี
๓. เป็นเพื่อนคลายเหงาในยามว่างหรือในเวลา
ท่ีอย่เู พียงลา� พัง
(ที่มาของภาพ : คลังภาพ อจท.)
๑๑๖
เกรด็ แนะครู กจิ กรรมสรา งเสรมิ
ครูควรอธบิ ายความรเู พิ่มเติมใหก ับนกั เรียนในเรื่องมารยาทในการฟงเพลงวา ใหนักเรียนเขยี นบรรยายเร่อื ง “ความสขุ จากการฟง เพลง”
มีหลักในการปฏบิ ัติ ดังตอ ไปนี้ ลงกระดาษรายงาน นาํ สงครูผสู อน
1. ไปถงึ ทจ่ี ดั การแสดงกอนเริม่ แสดง ประมาณ 10-20 นาที กจิ กรรมทา ทาย
2. ไมน าํ อาหาร ขนมขบเคี้ยวทม่ี เี สียงดงั และกลิ่นรนุ แรงเขาไปรบั ประทาน
3. ไมพ ูดคุยเสยี งดังหรอื วพิ ากษว จิ ารณก ารแสดง ใหนักเรียนนําความรทู ี่ไดจากการศึกษาเรื่องวตั ถุประสงค และประโยชน
4. ไมแสดงกริยาอาการที่ไมเ หมาะสม เชน โห ปาสง่ิ ของ เปน ตน ในการฟง เพลง มาสรางสรรคเ ปนละครสั้น ถายทอดเรือ่ งราวเกยี่ วกบั ดนตรี
5. แตงกายสภุ าพเรียบรอ ยใหเ หมาะสมกบั งานแสดง 1 เร่ือง จากน้ันออกมาแสดงผลงานหนา ชนั้ เรียนใหเพื่อนชม
โดยมีครเู ปน ผคู อยช้ีแนะความถกู ตอ ง
มมุ IT
นักเรียนสามารถศกึ ษา คนควา เพ่มิ เติมเกยี่ วกับมารยาทในการเปน ผชู มที่ดี
ไดจาก http://www.suratham.ac.th
116 คูม่ ือครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา ออธธบิ บิ Eาาxยยplคคaวiวnาามมรรู้ ู้ ขขยยาายยEคคxวpวaาาnมมdเขเขา้ ใา้ จใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore
Explain Expand Evaluate
อธบิ ายความรู้ Explain
1 ใหน ักเรยี นศึกษาแผนผงั โนต เพลงชาติไทย
เพลงชาติไทย จากในหนงั สือเรียน หนา 117 จากนั้นครูถาม
นกั เรยี นวา
คำ� ร้อง : พ.อ.หลวงสำรำนปุ ระพันธ์2
• นกั เรียนทราบหรอื ไมวา เพลงชาติไทย
ท�ำนอง : พระเจนดุริยำงค์ มีความหมายวา อยา งไร
(แนวตอบ ความหมายของเพลงชาติไทย คอื
Allegro Maestoso ประเทศไทยเปนท่รี วมของคนไทย
ทกุ หนทกุ แหง เปนของคนไทย
ประ เทศ _ ไทย รวม เลือดเนอื้ __ ชาตเิ ชือ้ ชาติไทยดาํ รงอยูไดเ พราะคนไทย
มีความสามคั คี คนไทยเปน ผูร ักความสงบ
ไทย________ เป็น ประ ชา ___รฐั ___ไผ-ท ของ ไทยทกุ สว่ น อย ู่ ด�า แตถ ึงคราวรบก็ไมกลวั เกรง
คนไทยจะไมย อมใหใ ครมาย่าํ ยีเอกราช
ของชาตไิ ทยเปนอันขาด เราพรอมใจกนั
สละเลือดเนอ้ื และชีวติ เพอื่ ชาติ
ชาติไทยจะไดอ ยดู ว ยความรงุ เรือง
และมีชยั ชนะตอไป)
ขยายความเขา้ ใจ Expand
รง คง ไว ้ ได้ ทั้ง มวล ดว้ ยไทย ล้วน __ หมาย_______ รกั สา ใหน กั เรยี นสรปุ สาระสาํ คญั เกย่ี วกบั การประเมนิ
คณุ ภาพของบทเพลง โดยเขยี นเปน แผนผงั ความคดิ
(Mind Mapping) ลงกระดาษรายงาน
นาํ สงครูผสู อน
มัค คี ไทย น ้ี รัก ส- งบ แต่ ถึง รบ ไม่ ขลาด เอ - ก
ราช จะ ไมใ่ ห ้ ใคร ข่ม ข่ ี _________ ส-ละ_________เลือด ทกุ หยาดเป็น ชาติ
พล ี _____ เถ-ลิง ประ เทศ ชาติ ไทย ท- วี ม ี ชยั ช - โย ______________
๑๑7
แนวขอสNอบTเนนOก-าNรคE Tิด นกั เรยี นควรรู
ขอ ใดกลาว ไม ถูกตอ งเกยี่ วกับเพลงชาติไทย 1 เพลงชาตไิ ทย เปน ชอื่ เพลงชาตขิ องสยาม และประเทศไทย ประพนั ธทํานอง
1. เพลงชาติไทย เปนเพลงทีแ่ สดงถึงความเปน เอกราชของชาตไิ ทย โดยพระเจนดุริยางค ในชว งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อปพ.ศ. 2475
2. เพลงชาตไิ ทยจะถูกขับรองขน้ึ ก็ตอ เมือ่ มกี ารเชิญธงชาติไทยขึน้ สูย อดเสา คํารองฉบับแรกประพันธข น้ึ โดยขุนวิจติ รมาตรา ซ่ึงแตง ขน้ึ ภายหลังในปเดยี วกนั
3. เม่อื ตอ งการแสดงความไวอ าลัยใหแกพ ระมหากษตั ริยเ ราจะไมเ ชิญธงชาติ ตอมาไดม กี ารแกไ ขเพม่ิ เตมิ เน้อื รอ งอีกหลายคร้งั และไดเ ปล่ียนมาใชเ นื้อรอง
ฉบับปจจบุ ัน เม่ือปพ .ศ. 2482
ขน้ึ สยู อดเสา 2 พระเจนดุริยางค มีช่อื เดมิ วา ปเ ตอร ไฟท (Peter Feit) เปน บุคคลสาํ คญั
4. ในเนื้อเพลงตอ งการปลูกฝงใหค นไทยเกิดความสามัคคี รักชาติ ในวงการดนตรขี องประเทศไทย ทานมสี ว นรวมในการบันทึกเพลงไทยเดมิ ดวย
โนตเพลงสากล และเปน ผูวางรากฐานวงดรุ ยิ างคท หารอากาศ และวงดุรยิ างคตํารวจ
และเสียสละเพือ่ ชาติ
มมุ IT
วเิ คราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะการแสดงความไวอ าลัยใหแก
นกั เรียนสามารถฟงเพลงชาติไทย ไดจ าก http://www.youtube.com
พระมหากษัตริยหรอื พระบรมวงศานวุ งศท่เี สด็จสวรรคต เพ่ือเปน การให โดยคนหาจากคําวา เพลงชาติไทย
เกียรตพิ ระองค จะตอ งเชิญธงชาติข้นึ สยู อดเสา โดยลดธงชาติเหลอื เพยี ง
คร่ึงหนง่ึ ค่มู อื ครู 117
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตตรรวEวvจจaสสluออaบtบeผผลล
Explain Expand
Engage Explore Evaluate
ตรวจสอบผล Evaluate
ครูพจิ ารณาจากการเขียนแผนผังสรุปความคิด กลา่ วไดว้ า่ การวเิ คราะห ์ และประเมนิ คณุ ภาพของบทเพลงนน้ั มจี ดุ ประสงคท์ จ่ี ะใหน้ กั เรยี น
เก่ยี วกับการประเมนิ คณุ ภาพเพลงของนกั เรยี น รูจ้ ักเลือกฟงั เพลงท่ดี ี มคี วามร้ ู และทกั ษะเรื่องประเภทของการฟังเพลง และสามารถฟังเพลงได้
ในข้นั สามารถวิเคราะห์ และวจิ ารณ ์ และนา� ความรคู้ วามเข้าใจเรอื่ งธาตุประกอบต่างๆ ของดนตรี
หลกั ฐานแสดงผลการเรยี นรู ลกั ษณะการถา่ ยทอดอารมณข์ องสว่ นจงั หวะ ทา� นอง เสยี งประสาน ทา� นองสอดประสาน ตลอดจน
รสของบทรอ้ งมาเปน็ เคร่ืองมอื ในการวิเคราะห์
1. ผลการสรปุ สาระสาํ คัญเกี่ยวกับหลกั การ
ขับรอ งเพลงสากล มนษุ ยม เี ครอื่ งดนตรที ต่ี ดิ ตวั มาตง้ั แตก าํ เนดิ โดยไมต อ งหาซอื้ สง่ิ นนั้ กค็ อื “สายเสยี ง”
2. ผลการปฏบิ ตั เิ ปา ขลุยริคอรเ ดอร เราสามารถหาความสุขใหกับตัวเองไดดวยการหาเวลาฝกฝนขับรองเพลง ซึ่งอาจจะเปน
และหบี เพลงปากในเพลงหนูมาลี การขับรองเดี่ยว หรือขับรองหมูก็ได ในการฝกขับรองจะเร่ิมจากทายืน หรือทานั่งท่ีสบายๆ
ไมเ กรง็ ควบคมุ การหายใจ โดยใชห ลกั วา เมอ่ื หายใจเขา กลา มเนอื้ หนา ทอ ง และเอวจะขยายออก
3. ผลการจัดนทิ รรศการ เรอื่ ง และเม่ือหายใจออกกลามเน้ือหนาทองและเอวจะหดเขา ในขณะท่ีไหลและบริเวณทรวงอก
“รอ ง เตน เลนดนตรี”
ไมมีการเคล่ือนไหว จากน้ันจึงฝกการเปลงเสียงเพ่ือเปดชองคอ
4. ผลการเขียนแผนผงั ความคิดการสรปุ ฝกการเปลงเสียงสะทอน และฝกการขับรองทํานองเพลงตาม
สาระสาํ คัญเก่ยี วกับการประเมินคณุ ภาพ โนต สากลจากเพลงงายๆ ไปสเู พลงทเ่ี ราตองการขบั รอ งไปทีละขน้ั
ของบทเพลง โดยหม่ันฝกซอม และศึกษาหาความรูในการรองเพลงเพ่ิมเติม
โดยตองเขาใจวา การรองไดกับการรองดีน้ันไมเหมือนกัน ถาเรา
หมัน่ ฝกฝนก็จะทาํ ใหเราเปน ผทู ่รี อ งเพลงไดด คี นหนง่ึ
๑๑๘
เกร็ดแนะครู ขแอนสวอบNเนTน การคิด T
O-NE
ครคู วรวิเคราะหองคป ระกอบ และวจิ ารณผลงานทางดนตรี เปนเครื่องมอื
ชว ยทาํ ใหผ วู เิ คราะห และวจิ ารณ รจู กั คยุ เคย เขา ใจ และเขา ถงึ ความงามหรอื สนุ ทรยี ะ ขอ ใดเปนกจิ กรรมทางดนตรที คี่ วรไปรว มมากทสี่ ุด
ของผลงานทางดนตรไี ดอยางถูกตอง จนสามารถตัดสนิ หรือประเมนิ คาความงาม 1. งานขายเครื่องดนตรี
ของผลงานทางดนตรนี ้ันไดอ ยา งเที่ยงตรง 2. งานประกวดรอ งเพลง
3. งานแสดงมหกรรมดนตรี
การจัดการแสดงดนตรี เปน กระบวนการทีซ่ บั ซอ น และตองการความรอบคอบ 4. งานแสดงผลงานของศิลปน ทอ งถน่ิ
ในการบริหารจัดการ เพราะตอ งใชบคุ ลากรฝา ยตา งๆ เปนจํานวนมาก และตองใช
เวลาซกั ซอมกระบวนการจัด และฝก ซอมการแสดงใหพอเหมาะ และพอเพยี ง วิเคราะหค ําตอบ ตอบขอ 3. เพราะงานแสดงมหกรรมดนตรี
เปนงานที่รวบรวมความหลากหลายของวงดนตรมี าแสดง การเขา รว ม
กิจกรรมนจ้ี ะทําใหส ามารถเรยี นรคู วามแตกตา งของวงดนตรีท่นี าํ มาแสดง
ไดเปน อยางดี
118 คูม่ ือครู