ผลของวิธกี ารอบแหง้ และการหาปรมิ าณสารตา้ นอนุมลู อิสระในใบกระทอ่ ม
The Effect of The Drying Method and Determination of The
Antioxidants in Mitragyna speciosa Korth. leaves
โดย
นางสาวธมลวรรณ โมควงศ์ รหัสนกั ศกึ ษา 6201109001002
นางสาวปิยนดั ดา สมใจ รหสั นกั ศึกษา 6201109001012
กลุ่มเรียน 62017.151 เคมี
อาจารยท์ ีป่ รึกษา : ผศ.ดร.อรภรณ์ บวั หลวง
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
สาขาวชิ าเคมี คณะครศุ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ าษฎร์ธานี
ผลของวิธกี ารอบแหง้ และการหาปรมิ าณสารตา้ นอนุมลู อิสระในใบกระทอ่ ม
The Effect of The Drying Method and Determination of The
Antioxidants in Mitragyna speciosa Korth. leaves
โดย
นางสาวธมลวรรณ โมควงศ์ รหัสนกั ศกึ ษา 6201109001002
นางสาวปิยนดั ดา สมใจ รหสั นกั ศึกษา 6201109001012
กลุ่มเรียน 62017.151 เคมี
อาจารยท์ ีป่ รึกษา : ผศ.ดร.อรภรณ์ บวั หลวง
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
สาขาวชิ าเคมี คณะครศุ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ าษฎร์ธานี
ก
กติ ตกิ รรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้สำเรจ็ ลงได้ด้วยดี เนื่องจากผู้วิจัยได้รับการช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
และไดร้ บั ความกรุณาอยา่ งสงู จาก ผศ.ดร.อรภรณ์ บวั หลวง อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาโครงการวิจัย ที่กรุณาให้
คำปรึกษาแนะนำความรู้แนวทางในการแก้ปัญหา ทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติการทดลองตลอด
ระยะเวลาในการทำวิจัย ตลอดจนตรวจทานแก้ไขรายงานวิจัยให้ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ ผู้วิจัยจึงขอ
กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้
ขอขอบคุณ ดร.อรณิช เผือกคง ที่สละเวลาเป็นกรรมการสอบวิจยั และชี้แนะแนวทางในการ
แก้ไขปรบั ปรุงงานวิจัยให้สมบรู ณย์ ิง่ ข้นึ
ขอขอบคุณ คุณนลินี รักเพชร และคุณรัตติญา มังกรฤทธิ์ นักวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี
ทคี่ อยใหค้ วามช่วยเหลอื และอำนวยความสะดวกดา้ นอปุ กรณ์ สารเคมตี ลอดการทำวิจัย
ขอขอบคณุ สาขาวิชาเคมี คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สรุ าษฎร์ธานี
ทเ่ี อ้อื เฟือ้ สถานท่ีและอำนวยความสะดวกด้านอปุ กรณ์ เครื่องมอื และสารเคมี รวมถึงการสบื ค้นข้อมูล
ตลอดการทำวิจัย
สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ บิดา มารดา รวมไปถึงพี่ ๆ น้อง ๆ และเพื่อน ๆ ที่ได้ให้คำแนะนำ
ให้กำลังใจและสนับสนุนมาโดยตลอดทำให้งานวิจัยในครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี สำหรับข้อบกพร่อง
ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผู้วิจัยยินดีรับฟังคำแนะนำจากทุกท่านที่เข้ามาศึกษา เพื่อเป็นประโยชน์ในการวิจัย
ตอ่ ไป
ธมลวรรณ โมควงศ์
ปิยนัดดา สมใจ
ข
หัวข้อวิจัย ผลของวิธีการอบแหง้ และการหาปริมาณสารต้านอนมุ ูลอสิ ระในใบกระทอ่ ม
ผูด้ ำเนินการวจิ ัย นางสาวธมลวรรณ โมควงศ์ และ นางสาวปยิ นดั ดา สมใจ
อาจารย์ท่ปี รึกษา ผศ.ดร.อรภรณ์ บวั หลวง
สาขาวิชาเคมี คณะครุศาสตร์
ปกี ารศกึ ษา มหาวิทยาลัยราชภฏั สรุ าษฎรธ์ านี
2564
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการอบแห้งต่อปริมาณสาร mitragynine
ส าร ต้าน อน ุมูล อิส ร ะแล ะฤทธ ิ์ต้าน อน ุมูล อิส ร ะของ ใบ กร ะท่อมท่ี อบ แห ้ง ด้ว ย ว ิธ ีการ อบ แห้ ง
ที่แตกต่างกัน ได้แก่ การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อนอุณหภูมิ 50 °C การอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ
อุณหภูมิ 50 °C, 60 °C, 70 °C และ 90 °C และอบแห้งแบบเยอื กแขง็ ใช้อณุ หภูมิในการระเหิด 23 °C
มีความชื้นเริ่มต้น 306.12 %d.b จนกระทั่งความชื้นสุดท้ายประมาณ 6 %d.b ผลวิจัยพบว่า
การอบแห้งที่แตกต่างกันแต่จะอยู่ในแนวโน้มเช่นเดียวกันจะเห็นได้ว่าในช่วงแรกของการอบแห้ง
ใบกระท่อม มีอัตราการเปลี่ยนแปลงความชื้นใบกระท่อมต่อหน่วยเวลามีค่าค่อนข้างสูงมากและเมื่อ
ระยะเวลาอบแห้งยาวนานอัตราส่วนความชื้นต่อหน่วยเวลาในช่วงหลงั จึงลดลง ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ของสารสกดั ใบกระท่อม ทอ่ี บแหง้ ดว้ ยวธิ ีที่แตกต่างกัน 3 วธิ ี วิธที ่มี ฤี ทธก์ิ ารต้านอนุมูลอิสระได้ดีท่ีสุด
คือ การอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ ที่อุณหภูมิ 90 ºC ความเข้มข้น 74 ppm โดยมีค่า IC50 อยู่ท่ี
0.11±0.63 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สเปกตรัมของสารสกัดใบกระท่อมด้วยวิธีการอบแห้งด้วยการ
อบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ 100 °C พบว่าปรากฏพีค C=C ของวง aromatic ซึ่งจากค่าของ
frequency ที่แสดงข้างต้นนี้ยังมีลักษณะที่ซ้อนทับกันมากพอสมควรจึงทำให้เห็นพีคในแต่ละช่วง
ไมค่ อ่ ยชัดเจน และยังไม่สอดคล้องกบั หม่ฟู ังกช์ นั ของ mitragynine มากเทา่ ทีค่ วร
คำสำคญั : กระทอ่ ม, การอบแห้ง, ฤทธิ์การต้านอนมุ ูลอสิ ระ, ไมทราไจนนี
ค
Research Title The Effect of The Drying Method and Determination
Researcher of The Antioxidants in Mitragyna speciosa Korth. leaves
Research Advisor Miss.Thamonwan Mokawong and Miss.Piyanutda Somjai
Asst. Prof. Dr. Oraporn Bualuang
Academic Year Division of Chemistry, Faculty of Education
Suratthani Rajabhat University
2021
ABSTRACT
This research aims to study the effect of drying on mitragynine content,
antioxidant and antioxidant activity of Mitragyna speciosa Korth. leaves dried by
different drying methods, namely hot air dryer 50 °C, Machine drying air-impingement
jet dryer 50 °C, 60 °C , 70 °C and 90 °C and freeze drying. The sublimation temperature
was -50 °C, 500.06 g of samples kratom leaves with an initial moisture content of
306.12 %db until the final moisture was about 6 %db. The results showed that
different drying methods but the trend was similar. that during the first period of drying
kratom leaves The rate of change of kratom leaves moisture per unit time was quite
high and when the drying time was longer the moisture per unit time ratio decreased
in the latter. Antioxidant activity of Kratom leaves extract which were dried by 3
different methods. The method with the best antioxidant activity was air-impingement
jet dryer at 90 ºC at a concentration of 74 ppm with an IC50 value of 0.11±0.63 mg/ml.
Spectrum of kratom leaves extracts by air-impingement jet dryer method 100 °C
showed that C=C peaks of the aromatic band were observed which from the frequency
values shown above also overlapped enough to make it possible to see the peak in
each period is not clear and is not as consistent with the mitragynine functional group
as expected.
Keywords : Mitragyna speciosa Korth, drying , antioxidant activity , mitragynine
สารบญั ง
กติ ติกรรมประกาศ หนา้
บทคดั ย่อ ก
ABSTRACT ข
สารบญั ค
สารบญั ตาราง ง
สารบญั ภาพ จ
ฉ
บทที่ 1 บทนำ
1.1 ทีม่ าและความสำคัญ 1
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการวจิ ัย 1
1.3 ขอบเขตของการวจิ ยั 1
1.4 สถานท่ที ำวจิ ยั 1
1.5 ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ 2
2
บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยท่เี ก่ียวข้อง
2.1 กระทอ่ มที่ใชศ้ ึกษาในงานวิจัย 3
2.2 ความรู้พ้ืนฐานของการอบแหง้ 3
2.3 ความร้เู ร่ืองอนุมลู อสิ ระและสารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ 4
2.4 กลมุ่ สารต้านอนุมูลอสิ ระ 5
2.5 การวดั ความสามารถในการกำจัดอนุมูลอสิ ระ 6
2.6 เครื่องมอื ท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ 7
2.7 งานวจิ ยั ท่เี กีย่ วขอ้ ง 8
9
สารบัญ (ตอ่ ) จ
บทที่ 3 วธิ ีการดำเนินการ หน้า
3.1 อุปกรณ์ เครือ่ งมือ สารเคมที ใ่ี ชใ้ นการทดลอง 13
3.2 การเตรียมตวั อยา่ งใบกระท่อม 13
3.3 การอบแห้งใบกระทอ่ ม 14
3.4 จลนพลศาสตร์การอบแห้ง 15
3.5 สัมประสทิ ธกิ์ ารแพรค่ วามช้ืน 16
3.6 การวเิ คราะห์สารออกฤทธ์ิทางชวี ภาพ 17
18
บทที่ 4 ผลและอภปิ รายผลการทดลอง
4.1 จลนพลศาสตร์ของการอบแหง้ ใบกระท่อม 19
4.2 ความส้ินเปลอื งพลงั งานจำเพาะในการอบแหง้ ใบกระท่อม 19
4.3 ผลการทดสอบฤทธติ์ ้านอนุมลู อสิ ระดว้ ยวิธีการ DPPH 20
4.4 การวิเคราะหห์ าองคป์ ระกอบของสารสกัดใบกระท่อมด้วยวธิ ี FTIR 21
23
บทท่ี 5 สรุปผลการวิจยั และขอ้ เสนอแนะ
5.1. สรปุ ผลการวจิ ัย 25
5.2 ขอ้ เสนอแนะ 25
25
เอกสารอา้ งอิง
26
ภาคผนวก ก
วิธีการเตรยี มสารเคมี 31
ภาคผนวก ข 33
การวิเคราะหป์ ริมาณสารต้านอนมุ ูลอิสระ
สารบญั (ตอ่ ) ฉ
ภาคผนวก ค หน้า
การอบแห้งใบกระท่อม 37
42
ประวัติผู้วิจัย
ช
สารบญั ตาราง
ตารางที่ หน้า
3.1 สมการการอบแหง้ ทางคณติ ศาสตร์อยา่ งงา่ ยที่ประยุกต์ใช้
16
กับการอบแห้งใบกระทอ่ ม
4.1 ผลการทดสอบฤทธต์ิ า้ นอนมุ ลู อสิ ระดว้ ยวิธกี าร DPPH 22
34
ทก่ี ารอบแห้งด้วยวิธกี ารที่แตกต่างกนั 35
ข-1 ค่าการดูดกลนื แสงของสารละลายมาตรฐานทรอลอกซ์ 38
ข-2 ค่าการดูดกลืนแสงของสารละลาย DPPH 38
ค-1 ปรมิ าณความช้ืนเร่มิ ต้นและสดุ ท้ายของใบกระทอ่ ม 39
ค-2 ความชื้นของการอบแหง้ แบบพุ่งชนดว้ ยอากาศ (air-impingement) ที่อุณหภูมิ 50°C 40
ค-3 ความช้นื ของการอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ (air-impingement) ที่อุณหภมู ิ 70°C 41
ค-4 ความช้นื ของการอบแหง้ แบบพงุ่ ชนด้วยอากาศ (air-impingement) ท่ีอณุ หภูมิ 90°C
ค-5 ความช้นื ของการอบแหง้ แบบพุ่งชนดว้ ยอากาศ (air-impingement) ที่อณุ หภมู ิ 100°C
ซ
สารบัญภาพ หนา้
4
ภาพที่ 6
2.1 กระท่อมกา้ นแดง 7
2.2 โครงสร้างโมเลกุลของสารประกอบฟีนอล 8
2.3 โครงสร้างโมเลกลุ ของฟลาโวนอยด์
2.4 โครงสรา้ งทางเคมขี อง DPPH 20
4.1 กราฟการเปลี่ยนแปลงความชืน้ ของการอบแหง้ ใบกระท่อมดว้ ย 21
เคร่ือง Air-impingement jet dryer ท่อี ณุ หภูมิ 50 ºC, 70 ºC, 90 ºC และ 100 ºC 23
4.2 คา่ ความสนิ้ เปลอื งพลงั งานจำเพาะในการอบแหง้ และอตั ราการอบแห้ง 34
4.3 สเปกตรมั ของสารสกดั ใบกระท่อมดว้ ยวิธีการอบแห้ง
35
ด้วยการอบแห้งแบบพงุ่ ชนด้วยอากาศ 100 °C
ข-1 lambda max ของ DPPH
ข-2 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าความเขม้ ข้นกับคา่ การดดู กลืนแสง
ของสารละลายมาตรฐานทรอลอกซ์
1
บทท่ี 1
บทนำ
1.1 ท่มี าและความสำคัญ
พืชกระท่อม เป็นพืชที่ใช้กันในวิถีชาวบ้านมาอย่างช้านานโดยได้รับการปลดล็อคจากยาเสพติด
ประเภทที่ 5 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ซึ่งพืชกระท่อมจะเป็นพืชเสรีทีช่ าวบ้านสามารถปลูกและนำไป
แปรรูปเป็นยา เครื่องดื่มและสามารถซื้อขายกันได้อย่างเสรี (สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์,2020)
นอกจากนี้ในใบกระท่อมยังพบสารสำคัญหลักคือ mitragynine ที่มีปริมาณสูงถึง 66% โดยน้ำหนัก
เมื่อเทียบกับปริมาณสารสกัด alkaloid ทั้งหมด (Orio et al,2012) จึงมีคุณสมบัติใช้เป็นยาแก้ปวดใน
กลุ่ม opioid analgesic นอกจากนี้ยังใช้ลดอาการท้องเสยี ต้านการซึมเศร้า ลดการหลั่งกรดในกระเพาะ
อาหาร การตา้ นอนุมูลอสิ ระ และเพม่ิ การดูดกลบั ของน้ำตาลกลูโคส เป็นต้น
อย่างไรก็ตามในกระบวนการเก็บรักษาใบกระท่อม จะทำให้ใบกระท่อมมีความชื้นเพิ่มข้ึน
ไม่เหมาะต่อการเก็บรักษาจึงต้องผ่านกระบวนการไล่ความชื้น ความร้อนที่ใช้ในการอบแห้งจะส่งผลต่อ
ปริมาณสารประกอบฟีนอลิก ฟลาโวนอยทั้งหมดในใบกระท่อมและความสามารถในการเป็นสารต้าน
อนุมูลอิสระ (เทวิกาและวรนุช, 2554) รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสาร mitragynine
ได้มากนอ้ ยเพียงใดขึน้ อย่กู ับสภาวะการอบแห้ง (Furtado และคณะ, 1993)
การสกัดด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิคเป็นเทคนิคที่ไม่รุนแรงซึ่งไม่ใช่ความร้อนซึ่งอิงกับ cavitation
ultrasonicators ของ Hielscher ช่วยให้สามารถควบคุมพารามิเตอร์ Sonication ได้อย่างแม่นยำ
(เช่น ความกว้าง, อุณหภูมิความดัน, ความเข้ม) เพื่อให้แน่ใจว่าสารสกัดไม่ได้ถูกย่อยสลายในระหว่าง
ขั้นตอนการสกัดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสกัดและการเตรียมยา tinctures สารชีวเคมีที่ปล่อยออกมา
จากอัลตราซาวด์มีคุณภาพสูงและแสดงถึงความสามารถในการใช้ประโยชน์ได้อย่างพิเศษการสกัด
ด้วยเทคนิคชว่ ยเพิ่มผลผลิตและลดเวลาในการสกัด
จากประโยชนข์ องกระท่อมสามารถนำมาใช้เป็นยา ชา หรือใช้สมานแผลได้ ซึ่งกระบวนการหลัก
ในการลดความชื้นเพือ่ ยืดอายุ คือการอบแห้ง ซึ่งการอบแห้งมีหลายวิธี เช่น การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อน
การอบแห้งด้วยคลื่นไมโครเวฟ การอบแห้งแบบเยือกแข็ง สภาวะการอบแห้งส่งผลต่อปริมาณสารสำคัญ
ไมทราไจนนี และสารต้านอนมุ ูลอสิ ระ จึงจำเป็นตอ้ งศึกษาผลของวธิ กี ารและอณุ หภูมิของการอบแหง้
2
ดงั น้ันงานวจิ ยั น้จี ึงศึกษาการทดสอบฤทธิ์การต้านสารอนุมลู อสิ ระปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระใน
ใบกระท่อมโดยใช้วิธีการอบแห้งที่แตกต่างกันคือ การอบแห้งโดยการอบแห้งด้วยตู้ลมร้อน (Hot Air
Oven) การอบแห้งด้วยเครื่อง air-impingement และการอบแห้งด้วยวิธีเยือกแข็งและควบคุมอุณหภูมิ
ท่แี ตกต่างกันเพ่ือเปรียบเทยี บปริมาณสารตา้ นอนมุ ูลอิสระและฤทธ์ิการตา้ นอนุมลู อสิ ระในใบกระท่อม
1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการวจิ ัย
1.2.1 เพื่อศึกษาผลของการอบแห้งต่อปริมาณสาร mitragynine สารต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้าน
อนมุ ูลอิสระของใบกระท่อมทอี่ บแห้งด้วยวธิ ีการอบแห้งทีแ่ ตกตา่ งกัน
1.3 ขอบเขตของการวิจัย
1. ตัวอย่างใบกระท่อมที่เก็บจากอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือน พฤศจิกายน
2564
2. ตวั ทำละลายท่ใี ชใ้ นการสกัดสารต้านอนมุ ลู อิสระคือ 95% เมทานอล (methanol)
3. ศึกษาการอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อน 50 °C การอบแห้งด้วยเครื่อง air-impingement jet
dryer 50 °C, 60 °C, 70 °C และ 90 °C และอบแห้งแบบเยือกแข็ง ใช้อุณหภูมิในการระเหดิ 23 °C
4. วิเคราะห์ปริมาณสาร mitragynine สารต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH
ของตวั อย่างใบกระท่อม
1.4 สถานทที่ ำวิจัย
อาคารศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสรุ าษฎรธ์ านี
1.5 ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ
ทราบผลของการอบแห้งต่อปรมิ าณสาร mitragynine สารต้านอนุมลู อสิ ระ และฤทธติ์ ้านอนุมูลอิสระ
ของใบกระทอ่ มทอี่ บแห้งด้วยวิธีการอบแห้งที่แตกต่างกัน
3
บทที่ 2
ทฤษฎีและงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
งานวิจัยครั้งนี้ได้ทำการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวกับทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมา
ประกอบการดำเนินงานดังตอ่ ไปน้ี
2.1 กระทอ่ มทใ่ี ชศ้ กึ ษาในงานวิจยั
2.1.1 กระท่อมก้านแดง
ภาพที่ 2.1 กระท่อมกา้ นแดง
ทีม่ า : bing.com คำคน้ กระท่อมก้านแดง
กระท่อมก้านแดงเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปานกลาง มีแก่นเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง10 -15 เมตร
อยู่ในตระกลู Mitragyna speciosa ใบคลา้ ยใบกระดงั งา มีชนิดกา้ นใบแดงและใบเขียว ดอกกลมโตขนาด
เท่าผลพุทรา ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียว เรียงตัวเป็นคู่ตรงข้าม แผ่นใบขนาดกว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร
ยาวประมาณ 8-14 เซนติเมตร ดอกมีสีขาวอมเหลืองออกเป็นช่อตุ้มกลมขนาด 3-5 เซนติเมตร
(กองควบคมุ วตั ถเุ สพติด สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา, 2564)
4
2.2 ความรพู้ ืน้ ฐานของการอบแห้ง
2.2.1 การสกัดดว้ ยคลน่ื อัลตราโซนกิ (Ultrasonic wave)
การสกัดด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิคเป็นเทคนิคที่ไม่รุนแรงซึ่งไม่ใช่ความร้อนซึ่งอิงกับ
cavitation ultrasonicators ของ Hielscher ช่วยให้สามารถควบคุมพารามิเตอร์ sonication ได้อย่าง
แม่นยำ (เช่นความกว้าง, อุณหภูมิ, ความดัน, ความเข้ม) เพื่อให้แน่ใจว่าสารสกัดไม่ได้ถูกย่อยสลายใน
ระหว่างขั้นตอนการสกัดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสกัดและการเตรยี มยา tinctures สารชีวเคมีท่ีปล่อย
ออกมาจากอลั ตราซาวด์มีคุณภาพสงู และแสดงถึงความสามารถในการใช้ประโยชน์ได้อยา่ งพิเศษ การสกัด
ด้วยเทคนิคช่วยเพิ่มผลผลิตและลดเวลาในการสกัด ข้อดีที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ อุณหภูมิกระบวนการต่ำ
(เช่น 20 ℃ ซง่ึ ตำ่ กวา่ การสกดั แบบดง้ั เดมิ ) และใช้ตัวทำละลายสเี ขยี ว (เชน่ นำ้ เอทานอล)
อัลตราซาวด์ความเข้มสูงเป็นเทคนิคการประมวลผลทั่วไปในอุตสาหกรรมอาหารเคมี และเภสัช
กรรม homogenization, emulsification, การเก็บรักษาและการสกัดเป็นกระบวนการทั่วไปที่ได้รับ
ประโยชน์อย่างมากจาก sonication สารสกัดจากสารปรุงแตง่ กล่ินและกล่นิ หอมรวมทั้งสารออกฤทธ์ิทาง
ชีวภาพเช่นโพลีฟีนอล polysaccharides สารต้านอนุมูลอิสระวิตามินและสารอาหารหรือเภสัชวิทยา
อื่น ๆ อัลตราซาวนด์กำลังเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความเข้มข้นของเทคโนโลยีซึ่งช่วยให้วิธีการสกัด
แบบดั้งเดิมเช่นการทำ maceration, hydrodestillation หรือ Soxhlet โดยการให้ผลผลิตท่ีสูงขึ้นอัตรา
การสกัดเร็วขึ้นเงื่อนไขการผลิตที่รุนแรงและคุณภาพของสารสกัดสูง ด้วยการควบคุมและปรับความเข้ม
ทมี่ ากขน้ึ ยาสมนุ ไพรสามารถจัดทำเป็นสารย่อยขนาดไมครอนและนาโนได้ เพอ่ื ให้แนใ่ จวา่ มีความสามารถ
ในการใชป้ ระโยชน์สูงสุด
2.2.2 กระบวนการอบแหง้
การอบแห้ง (Drying) เป็นการดึงความชื้น ซึ่งก็คือ ปริมาณน้ำออกจากเนื้อวัสดุโดยมี
จุดประสงค์เพื่อความเหมาะสมต่อการเก็บรักษาคือ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่เสียหายเนื่องจาก
การเจริญเติบโตของจลุ นิ ทรีย์ และประหยัดเน้ือทีเ่ น่ืองจากการอบแห้งทำให้ปริมาตร และน้ำหนักที่ลดลง
การอบแห้งโดยทั่วไปมีอิทธิพลอย่างมากต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้ายหลังการอบแห้งทั้งในเรื่องของ
สี กลิ่น และรสชาติ ระหว่างการอบแห้งมีกระบวนการถ่ายเทเกิดขึ้น คือ การถ่ายเทความร้อนจาก
สิ่งแวดล้อมภายนอกไปยังผิวหน้าของวัสดุอาหาร และถ่ายเทมวลจากข้างในไปยังผิวของวัสดุอาหาร
เนอ่ื งมาจากการถ่ายเทความชื้นส่สู ิ่งแวดล้อม (เอกชัย, 2561)
5
2.2.3 การอบแหง้ ดว้ ยตอู้ บลมรอ้ น
ความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนถูกถ่ายเทให้วัตถุโดยกระบวนการนำความร้อน
การพาความร้อน และการแผ่รังสีความร้อนที่ถูกควบคุมอย่างเหมาะสมด้วยตัวไวความร้อน และระบบ
ควบคุมอุณหภูมิทำให้วัตถุเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะจากของแข็งเป็นของเหลว จากของเหลวเป็นไอ
หรอื จากของแขง็ เป็นไอ เป็นต้น (ฤทธชิ ัย, 2554)
2.2.4 การอบแหง้ แบบพุ่งชนดว้ ยอากาศ
การอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กระแสอากาศหรือลำเจ็ทที่มี
ความเร็วสงู ไหลปะทะกบั ผิวของผลิตภัณฑโ์ ดยตรง สามารถทำลาย ขอบเขตของชั้นความร้อนของอากาศ
บนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ออกไป และกระแสอากาศที่มีระดับความ ปั่นป่วนที่สูงนี้ช่วยทำให้อัตราการ
ถ่ายเทความรอ้ นและ มวลสงู ขึน้ เมือ่ เปรียบเทียบกบั วิธกี ารใชก้ ระแสอากาศท่ี ไหลผ่านผลติ ภัณฑแ์ บบเดิม
แล้ว อัตราการถ่ายเทความร้อนของระบบเจท็ ไหลปะทะจะสูงกว่า 2 ถึง 3 เท่า (ใหค้ วามรอ้ นผลติ ภัณฑ์
ได้รวดเรว็ กว่า ใชเ้ วลาในกระบวนการอบลดลง) การอบแหง้ ทรี่ วดเร็วและสม่ำเสมอ (ศรณั ย,์ 2559)
2.2.5 การอบแห้งแบบเยอื กแข็ง
การทำแห้ง (dehydration) ด้วยการแช่เยือกแข็ง (freezing) ทำให้น้ำเปลี่ยนสถานะเป็น
ผลึกน้ำแข็งก่อนแล้วจึงลดความดันเพื่อให้ผลึกน้ำแข็งระเหิด (sublimation) เป็นไอด้วยการลดความดัน
ให้ต่ำกว่าบรรยากาศปกติขณะควบคุมให้อุณหภูมิต่ำ (ที่อุณหภูมิเท่ากับหรือต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส
น้ำแข็งระเหิดท่ีความดนั เท่ากบั 4.7 มิลลเิ มตรปรอทหรอื ต่ำกว่า) (ปานสาคร, 2013)
2.3 ความรเู้ รื่องอนุมูลอิสระและสารต้านอนมุ ูลอสิ ระ
2.3.1 อนุมูลอิสระ
อนุมูลอิสระ หมายถึง อะตอมหรือโมเลกุลที่มีอิเล็กตรอนไม่เป็นคู่ (unpaired electron)
อย่างน้อย 1 ตัว โคจรรอบวงนอกสุด อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้เมื่อพันธะระหว่างอะตอมแตกออก
ทำให้อนุมูลอิสระไม่เสถยี ร และไวต่อปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว จึงทำปฏิกิริยากับโมเลกลุ ที่อยู่รอบ ๆ โดยดึง
หรือให้อิเล็กตรอนโมเลกุลข้างเคียงเพื่อให้ตัวมันเสถียร โมเลกุลข้างเคียงที่สูญเสียหรือรับอิเล็กตรอน
จะกลายเป็นอนุมูลอิสระตัวใหม่ที่ไม่เสถียร และเข้าทำปฏิกิริยากับโมเลกุลอื่นต่อไปเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่
(chain reaction) อนุมูลอิสระที่มากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อไขมัน โปรตีน หน่วยพันธุกรรม และ
คาร์โบไฮเดรต ซึ่งจะไม่กล่าวถึงรายละเอียดในที่นี้ ทำให้เพิ่มอัตราการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลายชนิด
6
โรคที่สำคัญ และมีการศึกษากันมาก ได้แก่ โรคหลอดเลือดตีบ โรคมะเร็งบางชนิด โรคอัลไซเมอร์
โรคไขข้ออักเสบ โรคความแก่ เปน็ ต้น
2.3.2 สารต้านอนมุ ลู อสิ ระ
สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือ สารประกอบที่ให้อิเล็กตรอนหรือไฮโดรเจนแก่
อนุมูลอิสระทำให้อนุมูลนั้นกลายเป็นสารประกอบที่ไม่ว่องไว โดยปกติร่างกายสามารถสร้างสารต้าน
อนุมูลอิสระได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้นความเครียด และวิถีชีวิตในปัจจุบัน ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระ
ลดน้อยลงไม่เพียงพอต่อการต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น สามารถรับสารต้านอนุมูลอิสระได้จากการ
รับประทานผักและผลไม้ที่มี วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน เช่น ฟักทอง ส้ม องุ่น
แครอท ผักผลไมห้ ลากหลายสี เป็นต้น
2.4 กลมุ่ สารตา้ นอนุมูลอสิ ระ
2.4.1 สารประกอบฟีนอล
เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ สมุนไพร ถั่วเมล็ด
แห้ง เมล็ดธัญพืช สารประกอบฟีนอลมีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) สามารถละลายได้
ในน้ำ โครงสร้างโมเลกุลของสารประกอบฟีนอลเป็นอนุพันธ์ของวงแหวนเบนซินและมีหมู่ไฮดรอกซิล
(-OH group) อย่างน้อยหนึ่งหมู่ต่ออยู่ สารประกอบฟีนอลพื้นฐาน คือ สารฟีนอล (phenol) ในโมเลกุล
ประกอบดว้ ยวงแหวนเบนซนิ 1 วง และหมไู่ ฮดรอกซิล 1 หมู่
ภาพท่ี 2.2 โครงสร้างโมเลกุลของสารประกอบฟีนอล
ทมี่ า : http://www.foodnetworksolution.com
2.4.2 สารประกอบฟลาโวนอยด์
สารประกอบฟลาโวนอยด์เป็นสารกลุ่มพอลิฟีนอล (polyphenol) มีสูตรโครงสร้างทาง
เคมีประกอบด้วยวงแหวนแอโรมาติก (aromatic ring) ที่มีจำนวนหมู่ไฮดรอกซิล (hydroxyl group)
7
รวมอยู่ในโมเลกุล ตั้งแต่ 2 วงขึ้นไป สามารถละลายในน้ำได้ ส่วนใหญ่มักพบอยู่รวมกับน้ำตาลในรูปของ
สารประกอบไกลโคไซด์ (glycoside) สารประกอบฟลาโวนอยด์ ได้แก่ flavonoid , flavonone,
flavone, isoflavone, flavonol catechin และ anthocyanins
สารในกลมุ่ ฟลาโวนอยด์ มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอสิ ระ โดยทำหนา้ ท่ีในการหน่วงเหน่ียว
หรือเป็นสารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) จึงช่วยหยุดปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระได้
โดยสารประกอบฟลาโวนอยด์ให้ไฮโดรเจนอะตอมแก่อนุมูลอิสระแล้วเกิดเป็นอนุมูลอิสระที่คงตัวของ
อนมุ ูลอสิ ระฟีนอกซิ (Phenoxyl free radical)
ภาพท่ี 2.3 โครงสร้างโมเลกลุ ของฟลาโวนอยด์
ท่มี า: http://www.foodnetworksolution.com
2.5 การวดั ความสามารถในการกำจัดอนมุ ูลอสิ ระ
2.5.1 วธิ ี DPPH (2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl) radical
อนุมูล DPPH- เป็นอนุมูลไนโตรเจนที่คงตัว มีสีม่วง อยู่ในรูปอนุมูลอยู่แล้ว โดยไม่ต้องทำ
ปฏิกิริยาเพื่อให้เกิดอนุมูลเหมือนกับกรณีอนุมูล ABTS+ การวิเคราะห์เป็นการวัดความสามารถของสาร
ทดสอบในการกำจัดอนมุ ูลอิสระ โดยวิธีให้ไฮโดรเจนอะตอม การวัดทำโดยใช้เครือ่ งวัดค่าการดูดกลนื แสง
(spectrophotometer) วัดการลดลงของสี เมื่อเติมสารต้านออกซิเดชันลงไป โดยวัดค่าการดูดกลืนแสง
ทคี่ วามยาวคล่ืน 517 นาโนเมตร DPPH radical ใช้ในการทดสอบความสามารถในการทำลายอนมุ ลู อิสระ
ของสารตัวอย่าง (scavenging activity) สารละลายของ DPPH- มีสีม่วงในเอทานอลและเมื่อได้รับ
H จะเปลย่ี นเป็นสารละลายสีเหลอื ง
8
DPPH หรือ 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl เป็นสารอนุมูลอิสระสามารถรับ electron หรือ
hydrogen radical ได้ เมื่อ DPPH อยู่ในรูปสารละลายใน absolute ethanol จะมีสีม่วง และเม่ือ
ทำปฏกิ ิรยิ ากบั สารท่ีมีฤทธ์ิ antioxidant จะทำให้มีสจี างลง
ข้อดีของวิธีนี้ คือ ทำได้ง่าย นิยมใช้เป็นวิธีเบื้องต้นในการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลของสารต้าน
ออกซเิ ดชนั จากธรรมชาติ
ข้อเสียของวิธีนี้ คือ อนุมูล DPPH- มีความคงตัวไม่ไวต่อการทำปฏิกิริยาเหมือนอนุมูลที่เกิดใน
เซลลห์ รอื รา่ งกาย ดงั นั้นวิธนี จ้ี งึ ไมส่ ามารถแยกแยะจดั อันดบั อนมุ ูลที่มีความไวสงู ได้
ภาพที่ 2.4 โครงสร้างทางเคมีของ DPPH
ท่ีมา : DPPH คุณสมบตั ิ การใช้งานและอา้ งอิง (hmong.in.th)
2.6 เครื่องมอื ที่ใช้ในการวิเคราะห์
2.6.1 เครื่อง Fourier Transform Infrared Spectroscopy (FT-IR) Fourier
Transform Infrared Spectroscopy (FT-IR) เปน็ เทคนคิ ท่ใี ช้ในการจำแนก ประเภทของ
สารอนิ ทรยี ์ สารอนนิ ทรยี ์ และพนั ธะเคมีในโมเลกลุ รวมถงึ สามารถบอกถงึ ปรมิ าณ องคป์ ระกอบที่มีอยู่ใน
โมเลกุลของสารผสมตัวอย่างที่มีทราบชนิดโดยทำการตรวจวดัการดูดกลืน รังสีอินฟราเรดของตัวอย่าง
ท่ีความถตี่ า่ ง ๆ ซึ่งเปน็ ลักษณะเฉพาะตวั ของแตล่ ะพนั ธะ การวิเคราะห์ ดว้ ยเทคนคิ FT-IR สามารถทำการ
วิเคราะห์ตัวอย่างที่เป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซได้ และเป็นเทคนิคที่ใช้ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยในการ
วเิ คราะห์อกี ทั้งยังใช้เวลาในการวเิ คราะห์ อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (ศรณั ย์ธรรม, 2559)
9
2.6.2 เคร่อื งอา่ นปฏิกริ ิยาไมโครเพลท (Microplate Reader)
อ่านค่าไมโครเพลทโดยหลักการวัดค่าการดูดกลืนแสง (Absorbance) ค่าการเรืองแสง
(Fluorescence) และการเปล่งแสง (Luminescence) โดยสามารถอ่านค่าใน Microplate ชนิด 6, 12,
24, 48, 96 และ 384 well มีระบบวเิ คราะห์แสงในช่วงความยาวคล่ืน 200-999 nm. และยงั สามารถวัด
ปริมาณสารพันธุกรรม (DNA, RNA, Protein) โดยใช้ Multi-volume plate สำหรับวัดสารปริมาณน้อย
2 ไมโครลติ ร
2.7 งานวจิ ัยที่เกยี่ วขอ้ ง
เกตุการ และคณะ (2562) ศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอล และฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระโดยวิธี
DPPH ของผกั พืน้ บ้าน 47 ชนดิ ใน 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยนำส่วนทกี่ ินได้ของผักมาทำให้แห้ง
บดให้ละเอียดก่อนนำไปสกัดดว้ ยเมทานอลเข้มข้น 80% ด้วยวิธีมาเซอเรชันนาน 48 ชั่วโมงหลัก จากนั้น
ตรวจวิเคราะห์การตา้ นอนุมลู อิสระของสารสกัด จากศึกษาพบว่าผกั พื้นบ้าน ทั้ง 47 ชนิด มีองค์ประกอบ
ของสารประกอบฟีนอลอยู่ระหว่าง 16.02 - 1,041.33 mg GAE/g dw โดยผักพื้นบ้านที่มีสารประกอบ
ฟนี อลสูงท่สี ุด 5 อนั ดับแรก คือ ผักปู่ ยา่ ดอกสะเดา ผลมะกอก ผกั แขยง และยอดมะกอ
นิวัติ (1974) ศึกษาการสกัดใบกระท่อมสด สามารถสกัดสารอัลคาลอยด์ ออกมาได้
ทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ mitragynine, paynantheine, speciogynine, mitraciliatine, ajmalicine,
isotoropodine, mitraphylline และ tetrahydroalitonine โดย tetrahydroalitonine นี้ไม่มีรายงาน
ว่าเคยสกดั พบมากอ่ นเนอ่ื งจากความคงตวั ไม่ดจี ึงพบเฉพาะใบกระท่อมสดเท่านัน้
Christine และคณะ (2015) ได้ศึกษาวิธีการตรวจสอบคุณภาพและการหาปริมาณกระท่อม
ในผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นชนิด ผง หรือของเหลว โดยใช้ขั้นตอนการสกัดด้วยเม
ทานอลและทำการวิเคราะหด์ ว้ ยเทคนิค GC / MS และ LC-MS / MS สำหรับการตรวจ คดั กรองคร้ังแรก
และการยืนยันด้วยสเปกตรัมของ mitragynine ใน Kratom และการวัดปริมาณผ่าน (UPLC / PAD; 2)
LC-MS / MS ในห้องปฏิบัติการควบคุม สำหรับการวิเคราะห์ตัวอย่างใช้ตัวทำละลาย mitragynine
มาตรฐานสำหรับการระบุเปรียบเทียบของกระท่อม และการวัดปริมาณระดับ ของ mitragynine
ในผลิตภณั ฑ์ที่ผ่านการทดสอบ คือผลติ ภัณฑ์กระท่อม ทซี่ อ้ื ผา่ นทางอนิ เทอรเ์ นต็ จากผลการทดลองพบว่า
10
เทคนิค: GC / MS, LC-MS / MS และ UPLC / PDA ข้อมูล UPLC / PDA มี ค่าเฉลี่ย 1.041% (n = 21,
4.2%) และ LC-MS / MS1.140% (n = 14, 6.81%)
วราพงษ์ (2016) ได้ทำการทดลองการสกัดใบกระท่อมด้วย acetic acid ความเข้มข้น
50 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรต่อปริมาตร ปรับ pH ให้อยู่ ในช่วง9-10 ด้วยสารละลาย แอมโมเนียเข้มข้น
สกัดซ้ำด้วย ethyl acetate เมื่อนำชั้นของ ethyl acetate มาวิเคราะห์เชิงคุณภาพด้วยเทคนิค
gas chromatography ชนิด mass detector พบปริมาณสาร mitragynine ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์
(วิเคราะห์พื้นที่ใต้กราฟ) ซึ่งสารสกัด mitragynine ที่ได้มีปริมาณสูงพอ 17 นำไปใช้เป็นสารเปรียบเทียบ
แทนสารมาตรฐาน mitragynine ได้ การสกัดตัวอย่างนำน้ำต้มกระท่อม ทั้ง 12 ตัวอย่าง ด้วยการปรับ
pH และสกัดดว้ ย ethyl acetate สามารถตรวจพบสาร mitragynine ไดใ้ นทุกตวั อย่างท่ที ดสอบ สำหรบั
เทคนิคทางโครมาโตกราฟี ที่เหมาะสม ในการตรวจพิสูจน์สาร mitragynine คือ วิธี thin layer
chromatography โดยใช้วัฏภาคเคลื่อนที่ hexane : ethyl acetate ในสัดส่วน 6:4 และการวิเคราะห์
ด้วยเครื่อง gas chromatography ชนิด FID detector ด้วยวิธีดัดแปลง สามารถใช้แทนการวิเคราะห์
ดว้ ยเคร่อื ง gas chromatography ชนิด mass detector ได้
สมจินตนา และ พัชรลี (2556) ศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเห็ดป่ากินได้
ในจังหวดั อุบลราชธานี จำนวน 20 ชนิดโดยการสกดั ด้วยตวั ทำละลาย 3 ชนิด คือ เฮกเซน เอทิลอะซิเตต
และเอทานอล การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH Radical Scavenging Activity วิธี ABTS
Radical Cation Scavenging activity แ ล ะ ว ิ ธี Ferric Reducing Antioxidant Power (FRAP)
ตามลำดับ โดยมีสารมาตรฐานโทรลอกซ์ (Trolox) และวิตามินซี (L-ascorbic) เป็นตัวควบคุมหาปริมาณ
สารประกอบฟีนอลิกรวมด้วยวิธี Folin – Ciocalteu ผลการ ทดสอบด้วยวิธี DPPH พบว่า สารสกัดจาก
เห็ดป่ากินได้ ท่ีมฤี ทธติ์ ้านอนุมลู อิสระมากท่ีสุด คอื สาร สกัดหยาบเอทานอลของเห็ดเผาะฝ้ายมีค่าเท่ากับ
39.27 ± 0.88 เปอร์เซ็นต์ และ ทดสอบด้วยวิธีABTS พบว่าสารสกัดจากเห็ดป่ากินได้ที่มีฤทธิ์ในการต้าน
อนุมูลอิสระดีท่ีสุด คือ สารสกัดหยาบเอทานอลของเห็ดกอ่ ใหญ่ มีคา่ เทา่ กบั 57.61±0.71 เปอร์เซ็นต์ และ
ผลการทดสอบเพื่อยืนยัน ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี FRAP พบว่าสารสกัดหยาบ
เอทิลอะซิเตตของเห็ดฟานมีค่า FRAP value มากที่สุดเท่ากับ 1558.20 mg เทียบเท่ากับ สารมาตรฐาน
L-ascorbic (FRAP value 1470.97 mg) และเมื่อหาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม พบว่าให้ผล
สอดคล้องกับวิธีDPPH และปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมมีค่าเท่ากับ 10.53 mg เทียบเท่ากับสาร
มาตรฐาน Tannic Acid ต่อ 1 g ของสารสกัด
11
อศิศร และคณะ (2558) ศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด สารฟลาโวนอยด์ทั้งหมด
และวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในกล้วยหนิ และกล้วยเล็บมือนาง 3 ระยะของการพัฒนา คือ ระยะดิบ
ระยะสกุ และระยะสกุ งอม พบวา่ สารประกอบฟีนอลิก สารฟลาโวนอยดแ์ ละปริมาณฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
สงู สุดในกล้วยเล็บมอื นางระยะสุกงอมท้ังวธิ ี DPPH และวธิ ี FRAP กลว้ ยเลบ็ มอื นางมฤี ทธต์ิ า้ นอนุมูลอิสระ
สารประกอบฟีนอลิก และสารฟลาโวนอยดส์ งู กว่ากลว้ ยหนิ และระยะการสุกที่ระยะสุกงอมจะมีฤทธิต์ า้ น
อนุมลู อสิ ระ สารประกอบฟนี อลิก และสารฟลาโวนอยดส์ งู กวา่ ระยะสุกและระยะดิบ
Norkaew และคณะ (2017) ศึกษาผลของการทำแห้งหลังการเก็บเกี่ยวของข้าวหอมนิล
ด้วยวิธีการทำแห้ง 2 วิธี คือการตากแดด และการทำแห้งด้วยเครื่องอบแห้งแบบถาดที่อุณหภูมิ 40
องศาเซลเซียสเป็นเวลา 52 และ 9 ชั่วโมงตามลำดับ ปริมาณความชื้นสุดท้ายของข้าวเปลือกหอมนิล
ไม่เกินร้อยละ 14 จากผลการทดลองพบว่า วิธีที่ใช้ในการทำแห้งส่งผลต่อปริมาณแอนโทไซยานิน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การทำแห้งด้วยการตากแดด และการทำแห้งด้วยเครื่องอบแห้งแบบถาด
มีปรมิ าณแอนโทไซยานินเทา่ กับ 1,984 และ 1,691 ไมโครกรัมต่อกรัมตวั อย่าง ตามลำดบั
Srisang และคณะ (2011) ศึกษาผลของวิธีการทำแห้ง 2 วิธี คือการทำแห้งลมร้อน และการทำ
แห้งด้วยไอน้ำร้อนยวดยิ่ง ที่อุณหภูมิ 2 ระดับ ได้แก่ 130 และ 150 องศาเซลเซียสต่อค่าความแข็งและ
ความหนืดของข้าวกล้องงอกพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ผลการทดลองพบว่า อุณหภูมิและวิธีการที่ใช้ในการ
ทำแห้งไม่ส่งผลอยา่ งมีนยั สำคัญต่อคา่ ความแข็ง และความหนืด พบว่าการเพิ่มอุณหภูมิทำให้ค่าความแข็ง
ลดลงส่งผลให้ค่าความเหนยี วลดลงดว้ ย
ศรมน และคณะ ได้ทำการสกัดสารจากใบต้นจำปีและจำปาเพื่อศึกษาคุณสมบัติการต้าน
อนุมูลอิสระ 1,1-diphenyl-2-picrylhydrazyl (DPPH) และการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง
ท่อน้ำดีชนิด RMCCA-1 การสกัดสารใช้วิธีแช่ในตัวทำละลาย (maceration) แบบลำดับขั้น ด้วยตัวทำ
ละลายอินทรีย์ที่มีขั้วแตกต่างกันคือ เฮกเซน เอทิลอะซิเตท และเมทานอล นำสารสกัดในแต่ละชั้นของ
ตัวทำละลายมาวิเคราะห์องค์ประกอบเบื้องต้น เพื่อให้ได้รูปแบบการกระจายตัวด้วยวิธีโครมาโทกราฟี
แบบผิวบาง โดยมีวัฏภาคนิ่งคือ ซิลิกา (silica) และวัฏภาคเคลื่อนที่คือ เฮกเซน และเอทิลอะซิเตท
ในอัตราส่วน 4:1 โดยปริมาตร การทดสอบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ DPPH พบว่าสารสกัด
จากใบต้นจำปาในชั้นเมทานอลมีค่าความเข้มข้นที่ทำให้ DPPH มีปริมาณเหลือ 50% (inhibitory
concentration at 50%, IC50) ดีที่สุดคือเท่ากับ 0.018 ± 0.001 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งดีกว่าสาร
ตา้ นอนุมูลอสิ ระมาตรฐาน Butylated hydroxy toluene (BHT) ท่ีมคี า่ IC50 เทา่ กบั 0.048 ± 0.002
12
มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร การเปรียบเทียบสารสกัดในชั้นตัวทำละลายเดียวกันที่เก็บได้ในแต่ละรอบเดือน
ได้แก่ รอบที่ 1 เดือนมกราคม รอบที่ 2 เดือนเมษายน และรอบที่ 3 เดือนมิถุนายน พบว่าสารสกัดหยาบ
มคี า่ IC50 ตอ่ DPPH แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนัยยะสำคัญ (One-way ANNOVA, SPSS, p < 0.05)
13
บทที่ 3
วธิ ีการดำเนินการ
การศึกษาผลของวิธีการอบแห้งและหาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในใบกระท่อม มีอุปกรณ์
เครอ่ื งมือ สารเคมี และขั้นตอน ดงั ตอ่ ไปนี้
3.1 อุปกรณ์ เครือ่ งมือ สารเคมีทใี่ ชใ้ นการทดลอง
3.1.1 อุปกรณ์
1. บีกเกอร์
2. ขวดรปู ชมพู่
3. ขวดรปู ลูกเเพร
4. ขวดวดั ปรมิ าตร
5. หลอดหยด
6. แทง่ แกว้ คน
7. อะลูมิเนียมฟอยล์
8. หลอดทดลอง
9. ปิเปต
10. ไมโครปิเปต
11. ถงุ ซิป
12. ลูกยาง
13 .กระดาษเลเบล
14. ถาดอบแหง้
15.ขวดเก็บสารพลาสติก
16. หลอดเซนตฟิ ิวก์
3.1.2 เคร่อื งมือ
1. เครื่องชงั่ ทศนยิ ม 4 ตำแหนง่ รุ่น Ml204 / Mettler Toledo
2. เครอื่ งช่งั ทศนิยม 3 ตำแหน่ง ร่นุ Ml204 / Mettler Toledo
14
4. ตอู้ บลมรอ้ น ร่นุ ED56
5. ตอู้ บแห้งระบบ air-impingement
6. เคร่ืองอบแห้งแบบเยอื กแข็ง
6. ต้แู ช่เยน็ รุ่น R-124 / Favorit
7. เครือ่ งอลั ตราโซนิค รุ่น S 300 H
8. เครอ่ื งบดละเอียด รนุ่ WF-10B
9. เครอ่ื งเขยา่ หลอดทดลอง
10. เครือ่ งหมนุ เหวี่ยง
11. เครื่องกรองสุญญากาศ
12. เครื่องกลน่ั ระเหยสารแบบหมุน
13. เครื่องอ่านปฏิกิริยาบนไมโครเพลท (Microplate Reader) รุ่น SPECTROstar
Nano
14. เครือ่ ง Fourier Transform Infrared Spectrometer (FT-IR) รนุ่ IRTracer-100
3.1.3 สารเคมี
1. Methanol
2. Trolox
3. 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl
3.2 การเตรียมตัวอยา่ งใบกระท่อม
ผู้วิจัยจัดซื้อใบกระท่อมที่ปลูกขึ้นที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนพฤศจิกายน
พ.ศ. 2564 หลังจากนั้นนำมาคัดแยกใบที่สมบูรณ์แล้วนำมาล้างให้สะอาดและผึ่งแดดให้แห้งนำใบ
กระท่อมส่วนหนึ่ง มาวิเคราะห์หาความชื้นเริ่มต้นตามมาตรฐาน AOAC (2000) โดยชั่งใบกระท่อม 5.00
กรัม ใส่ลงในอะลูมีเนียมฟอยล์ ชั่งน้ำหนักก่อนอบ (w) บันทึกน้ำหนักที่แน่นอน นำไปอบด้วย
ตู้อบลมร้อน ที่อุณหภูมิ 105±2 °C เป็นเวลา 24 ชั่วโมง นำไปใส่ในเดซิเคเตอร์จนตัวอย่างมีอุณหภูมิ
เท่ากับอุณหภูมิห้อง แล้วทำการชั่งน้ำหนักหลังอบ (d) บันทึกน้ำหนักที่แน่นอน (ทำการทดลอง 5 ซ้ำ)
คำนวณหาความชืน้ เรม่ิ ตน้ (มาตรฐานแหง้ AOAC 2000) ดังสมการที่ (3.1)
15
Md = (w−d) × 100 (3.1)
d
เมื่อ Md คือ ร้อยละปริมาณความชื้นมาตรฐานแห้ง, w คือ น้ำหนักตัวอย่างก่อนอบแห้ง(กรัม), d
คือ น้ำหนกั ตวั อยา่ งหลังอบแห้ง (กรมั )
3.3 การอบแห้งใบกระท่อม
3.3.1 การอบแห้งดว้ ยตู้อบลมร้อน (Hot Air Oven)
นำตัวอย่างใบกระท่อมหนักประมาณ 500 กรัม วางบนถาดอบ แล้วนำใส่ในตู้อบลมร้อน
ใชอ้ ณุ หภมู ิ 50 ºC เปน็ เวลา 24 ช่วั โมง นำกระทอ่ มออกจากตู้อบ ใสไ่ วใ้ นถงุ ซิปล็อคเพ่ือนำไปบด จากน้ัน
ทำการบดให้ได้ขนาด 50 mesh ด้วยเครื่องบดตัวอย่างของแข็ง เมื่อบดเสร็จแล้ว ตักผงใบกระท่อมออก
จากเครอ่ื งบดแล้วนำมากรอง จากนัน้ นำไปใส่ไว้ในถุงซปิ ลอ็ คเพ่อื นำไปใช้สกดั ต่อไป
3.3.2 การอบแห้งแบบเยอื กแข็ง (Freeze dry)
นำใบกระท่อมจำนวน 500 กรัม แช่แข็งในตู้แช่แข็ง เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาอบแห้ง
ด้วยเครื่องอบแห้งแบบเยือกแข็ง (ยี่ห้อ CHRIST รุ่น BATA 1-8 LD plus, Germany ) ใช้อุณหภูมิในการ
ระเหดิ 23 องศาเซลเซียส ใชเ้ วลา 72 ชว่ั โมง แลว้ จึงนำกระทอ่ มออกจากตูอ้ บ นำไปใส่ไว้ในถงุ ซปิ ล็อคเพื่อ
นำไปบด ทำการบดโดยการนำใบกระท่อม ใส่ลงในเครื่องบด ตักผงใบกระท่อม ออกจากเครื่องบดแล้ว
นำมากรอง จากน้นั นำไปใส่ไวใ้ นถุงซิปลอ็ ค เพอื่ นำไปใชส้ กดั ตอ่ ไป
3.3.3 การอบแหง้ แบบพงุ่ ชนด้วยอากาศ (air-impingement)
ทำการนําใบกระท่อมมาอบดว้ ยตู้อบแห้งระบบ air-impingement ที่อุณหภูมิ 50 ºC, 70 ºC,
90 ºC และ 100 ºC เริ่มต้นตั้งแต่ใช้ตัวอย่าง 300 กรัม บันทึกการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักด้วยเครื่องช่ัง
น้ำหนัก แบบดิจิตอลทุก ๆ 10 นาทีเพื่อหาเป็นข้อมูลการเปลี่ยนแปลงความชื้นตามเวลาที่อบ จนกระทั่ง
ความชื้นสุดท้ายประมาณ 6 %d.b นำกระท่อมออกจากตู้อบ นำไปใส่ไว้ในถุงซิปล็อค เพื่อนำไปบด
ทำการบดโดยการนำใบกระท่อม ใส่ลงในเครื่องบด ตักผงใบกระท่อมออกจากเครื่องบดแล้วนำมากรอง
จากนั้นนำไปใสใ่ นถงุ ซิปลอ็ ค เพอื่ นำไปใช้สกดั ตอ่ ไป
16
3.4 จลนพลศาสตรก์ ารอบแหง้
อัตราการอบแห้งแสดงในเทอมของการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนความชื้น (Moisture Ratio, MR)
ทเ่ี วลาใด ๆ โดยอัตราส่วนความชน้ื คำนวณไดจ้ ากสมการที่ (3.2)
MR = − (3.2)
0−
เมื่อ Mt, M0 และ Me คือ ความชื้นที่เวลาใด ๆ, ความชื้นเริ่มต้น และความชื้นสมดุล ตามลำดับ
อย่างไรก็ตามค่า Me มีค่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับ Mt และ M0 ดังนั้นสมการที่ (3.2) สามารถเขียนได้
ดังสมการที่ (3.3)
MR = (3.3)
0
ส า มา ร ถท ำ น า ย กา ร เ ป ล ี ่ ย น แ ป ล ง คว า มช ื ้ น ร ะห ว ่ า ง ข อง ใ บ กร ะท่ อ ม ต ่ อ ห น ่ ว ย เ ว ล า อ บ แ ห้ ง
มาวิเคราะห์เชิงสถิติด้วยเทคนิคการถดถอยแบบไม่เชิงเส้น โดยใช้รูปแบบสมการจลนพลศาสตร์ของการ
อบแห้งแบบเอมพิรคิ ลั 3 สมการ ดังแสดงในตารางที่ 3.1
ตารางท่ี 3.1 สมการการอบแห้งทางคณิตศาสตรอ์ ย่างง่ายทปี่ ระยุกต์ใชก้ บั การอบแหง้ ใบกระทอ่ ม
ชอื่ แบบจำลอง สมการแบบจำลอง
Newton MR = exp (-kt)
Page MR = exp (-ktn)
Logarithmic MR = a exp(-kt) + c
เมื่อ a, c, k และ n เป็นค่าคงท่ีใด ๆ ในสมการอบแหง้ หาไดจ้ ากการวเิ คราะห์ดว้ ยสมการถดถอย
ไมเ่ ชิงเสน้ และ t คอื เวลาอบแห้ง (min)
วิเคราะห์ข้อมูลการทดลองด้วยสมการถดถอยไม่เชิงเส้น (Non-linear Regression Analysis)
ด้วยโปรแกรมทางสถิติเพื่อเลือกสมการอบแห้งที่เหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์การ
ตัดสินใจ (Coefficient of Determination, R2) สูงสุด ค่ารากที่สองของค่าความคลาดเคล่ือนกำลังสอง
เฉลยี่ (Root Mean Squared Error, RMSE) ซง่ึ คำนวณได้จากสมการท่ี (3.4) และ (3.5)
R =2 = 1 ( − , ) = 1 ( − , ) (3.4)
√( = 1 ( − , )2 = 1 ( − , )2)
17
RMSE = 1 = 1 [( , − , )2 ]1/2 (3.5)
3.5 สมั ประสิทธิ์การแพร่ความชน้ื (Effective Diffusivity, Deff)
สัมประสิทธิ์การแพร่ความชื้นเป็นค่าแสดงถึงความสามารถในการเคลื่อนที่ของน้ำ ภายในวัสดุ
สามารถหาได้จากสมการการแพร่ตามกฎข้อที่สองของ Fick (Fick’s second law of diffusion)
เมื่อกำหนดให้ค่าสัมประสิทธิ์การแพร่มีค่าคงที่วัสดุจะเกิดการกระจายความชื้นอย่างสม่ำเสมอ วัสดุ
ไมห่ ดตัวขณะอบแหง้ ท่ีอุณหภูมิคงท่ี และไมม่ ีความต้านทานของการถา่ ยเทมวลทผี่ วิ วัสดุ สามารถคำนวณ
ค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ของใบกระท่อมได้จากสมการที่ (3.6) (Soponronnarit, 1990; Xiao et al.,
2010)
MR = 6 exp ∑∞n = 1 (-n2 π2Deff t) (3.6)
π2 r2
เมื่อ n คือ จำนวนเต็ม 1, 2, 3,..... t คือ เวลาอบแห้ง (min) Deff คือ สัมประสิทธิ์การแพร่
ความช้นื (m2/min) t คอื เวลาอบแหง้ (min) และ r คอื รศั มีสมมูลของกระท่อม (m) โดยคา่ r มคี า่ เท่ากับ
0.00384 m
สัมประสิทธิ์การแพร่ความชื้นหาได้จากค่าความชันของกราฟเส้นตรง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์
ระหว่าง ln(MR) และเวลาในการอบแหง้ (t) ดังสมการท่ี (3.7) และ (3.8)
= 2 (3.7)
2
หรือ = . 2 (3.8)
2
18
3.6 การวิเคราะหส์ ารออกฤทธ์ทิ างชีวภาพ
3.6.1 การสกดั กระท่อม
ดัดแปลงวิธีของ Yogesh et al. (2020) นำผงกระท่อมที่ทำการบดแล้วทั้ง 6 ชนิด ชนิดละ
ประมาณ 5 กรัม ใส่ในขวดรูปชมพู่เติมตัวทำละลายเมทานอล 50 มิลลิลิตร ปิดด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์
จากนัน้ นำไปเขย่าดว้ ยเครื่อง Ultrasonic water bath ทีอ่ ุณหภมู ิ 37 องศาเซลเซยี ส เปน็ เวลา 120 นาที
นำมากรองด้วยเครื่องกรองสุญญากาศ เพื่อแยกส่วนของสารละลายออกจากกระท่อม จากน้ันนำไปหมุน
เหวี่ยงที่ 2,500 รอบต่อนาทีเป็นเวลา 10 นาที ระเหยด้วยเครื่องกลั่นระเหยสารแบบหมุน (Rotary
Evaporator) ทอ่ี ณุ หภมู ิ 45 องศาเซลเซียส
3.6.2 วิเคราะหฤ์ ทธิก์ ารต้านอนุมูลอิสระ DPPH
การทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ตามวิธีดัดแปลงจาก Moo-Huchin et al.
(2014) ซึ่งมีวิธีการทดสอบดังนี้ ปิเปตสารละลายตัวอย่าง ปริมาตร 25 ไมโครลิตรลงในหลอดทดลอง
จากนั้นเติม 6×10-5 M DPPH ปริมาตร 975 ไมโครลิตร เขย่าให้เข้ากันด้วยเครื่อง Vortex 10 วินาที
บ่มไว้ในที่มืดเป็นเวลา 30 นาทีจะได้สารละลายสีม่วง ปิเปตสารผสมปริมาตร 200 ไมโครลิตร ลงใน 96-
well microplate วัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่อง microplate reader ที่ความยาวคล่ืน
515 นาโนเมตร โดยใช้เมทานอลเป็น blank และใช้ DPPH 200 ไมโครลิตรเป็น control (ทำซ้ำ 3 ซ้ำ)
คำนวณฤทธ์กิ ารต้านอนุมลู อสิ ระของตวั อยา่ ง คำนวณโดยใชส้ ูตรต่อไปน้ี
DPPH radical scavenging activity (%) = [(Acontrol-Asample)/Acontrol] × 100 (3.9)
3.6.3 การวิเคราะหโ์ ดยเทคนคิ Fourier transform Infrared Spectroscopy
นำตัวอย่างกระท่อมอบแห้งที่ผ่านการสกัดแล้วทั้ง 4 ตัวอย่าง ได้แก่ กระท่อมอบแห้งด้วย
ตู้อบลมร้อน กระท่อมอบแห้งด้วยเครื่อง air-impingement อุณหภูมิ 50 ºC และ 100 ºC และ
การอบแห้งด้วยวิธีเยือกแข็ง ทำการวิเคราะห์ด้วยเครื่อง FTIR ที่ช่วงเลขคลื่น 500-4000 cm-1
ข้อมลู สเปกตรมั ถูกเปรียบเทยี บกับ การอา้ งองิ เพ่ือระบุพันธะเคมีและกลุ่มฟังกช์ นั ท่มี ีอยู่ในตัวอยา่ ง
19
บทที่ 4
ผลและอภปิ รายผลการทดลอง
4.1 จลนพลศาสตรข์ องการอบแหง้ ใบกระทอ่ ม
4.1.1 จลนพลศาสตรข์ องการอบแห้งด้วยตูอ้ บลมร้อน (Hot Air Oven)
การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อนในใบกระท่อม โดยเริ่มต้นใช้ใบกระท่อม 500.06 กรัม ใช้อุณหภูมิ
50 °C เป็นเวลา 24 ชั่วโมง มีความชื้นเริ่มตน้ 306.12 %d.b จนกระทั่งความชื้นสุดท้ายประมาณ 2.666
%d.b มีอัตราการอบแห้งเท่ากับ 0.0087 %d.b
4.1.2 จลนพลศาสตรข์ องการอบแหง้ ด้วยวธิ เี ยือกแข็งในใบกระท่อม
การอบแห้งด้วยวิธีเยือกแข็งในใบกระท่อม โดยเริ่มต้นใช้ใบกระท่อม 500.06 กรัม มีความชื้น
เริ่มต้น 306.12 %d.b จนกระทั่งความชื้นสุดท้ายประมาณ 6.358 %d.b ใช้เวลา 48 ชั่วโมง มีอัตราการ
อบแหง้ เทา่ กับ 0.021 %d.b
4.1.3 จลนพลศาสตร์ของการอบแห้งการอบแห้งแบบพงุ่ ชนด้วยอากาศ
จลนพลศาสตร์ของการอบแห้งใบกระท่อมด้วยเครื่อง Air-impingement jet dryer ที่อุณหภูมิ
50 ºC, 70 ºC, 90 ºC และ 100 ºC เริ่มต้นใช้ใบกระท่อม 300 กรัม ความชื้นเริ่มต้นประมาณ 306.121
%d.b บนั ทกึ การเปล่ียนแปลงนำ้ หนกั ด้วยเครอ่ื งชงั่ นำ้ หนักแบบดจิ ิตอลทุก ๆ 10 นาที จนกระท่งั ความช้ืน
สดุ ท้ายประมาณ 6 %d.b ดังภาพที่ 2
20
ภาพที่ 4.1 กราฟการเปลยี่ นแปลงความช้ืนของการอบแหง้ ใบกระท่อมด้วยเครื่อง Air-impingement jet
dryer ทอ่ี ุณหภูมิ 50 ºC, 70 ºC, 90 ºC และ 100 ºC
จากภาพที่ 4.1 จลนพลศาสตร์ของการอบแห้งใบกระท่อมด้วยเครื่อง Air-impingement jet
dryer ที่อุณหภูมิ 50 ºC, 70 ºC, 90 ºC และ 100 ºC จะเห็นไดว้ ่าในช่วงแรกของการอบแห้งใบกระท่อม
มอี ตั ราการเปล่ียนแปลงความชื้นใบกระท่อมต่อหนว่ ยเวลามีค่าค่อนข้างสงู มาก โดยสังเกตได้จากค่าความ
ชนั ของกราฟ เนอื่ งจากว่า กราฟผลการเปลีย่ นแปลงความชน้ื ต่อเวลาจะมีค่าลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงแรก
ซึ่งปริมาณความชื้นในใบกระท่อมถูกพาหะความร้อน (คือ ลมร้อนที่ใช้ในการอบแห้ง) เป็นพาหะพา
ความร้อนมายังใบกระท่อม และถ่ายเทความร้อนให้กับน้ำในใบกระท่อมและระเหยออกไป และเมื่อ
ระยะเวลาอบแห้งยาวนานขึ้น ปริมาณความชื้นของใบกระท่อมมีค่าน้อยกว่าในช่วงแรกของการอบแห้ง
ทำใหก้ ารถ่ายเทมวลนำ้ จากภายในใบกระท่อมไปทีผ่ ิวใบกระท่อมมีค่าน้อยลง อัตราสว่ นความชน้ื ต่อหน่วย
เวลาในช่วงหลังจึงลดลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงความชื้นในใบกระท่อมช่วงนี้ จะเปลี่ยนแปลงลดลงไปอย่าง
ช้า เมื่ออบตัวอย่างใบกระท่อมที่อุณหภูมิสูงขึ้นส่งผลให้เวลาน้อยลงเนื่องจากความร้อนที่สูงขึ้นมีผลให้
ความชืน้ ของใบกระทอ่ มลดลงไดเ้ ร็ว
specific energy consumption 21
(kJ/kg of water evaporated)
4.2 ความสน้ิ เปลอื งพลังงานจำเพาะในการอบแหง้ ใบกระทอ่ ม
4.2.1 ผลการคำนวณความส้ินเปลอื งพลังงานจำเพาะในการอบแห้งแบบพงุ่ ชนด้วยอากาศ
ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะในการอบแห้ง และอัตราการอบแห้งใบกระท่อมโดยใช้
พลังงานความร้อน จากการอบแห้งด้วยเครื่อง Air-impingement jet dryer แกนตั้งซ้ายมือแสดง
ค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะ ขณะที่แกนสีส้มแสดงอัตราการอบแห้งของแต่ละการทดลอง พบว่า
เมื่อใช้อุณหภูมิอบแห้งที่มีค่าสูงเพิ่มขึ้น จะมีค่าความสิ้นเปลืองพลังงานจำเพาะในการอบแห้งต่ ำลงเมื่อ
เทยี บกบั การอบแหง้ ด้วยอุณหภมู ติ ่ำ ดงั ภาพที่ 3
1.4
1.2
1
0.8
0.6
0.4
0.2
0
50 องศาเซลเซียส 70 องศาเซลเซยี ส 90 องศาเซลเซียส 100 องศาเซลเซยี ส
Temperaturu drying (ºC)
Sourcespecific energy consumption (kJ/kgbof water evaporated) drying rate (kg/h)
ภาพท่ี 4.2 คา่ ความสนิ้ เปลืองพลงั งานจำเพาะในการอบแห้ง และอตั ราการอบแหง้
4.3 ผลการทดสอบฤทธิ์ตา้ นอนมุ ลู อสิ ระด้วยวธิ ีการ DPPH
การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดใบกระท่อม ท่ีอบแห้งด้วยวิธีที่แตกต่างกัน 3 วิธี
ไดแ้ ก่ การอบแห้งดว้ ยตู้อบลมร้อน (Hot Air Oven) การอบแหง้ ดว้ ยวธิ ีเยือกแขง็ และการอบแห้งแบบพุ่ง
ชนด้วยอากาศ และนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยการทดสอบด้วยวิธี DPPH ได้ผลการทดสอบ
ดงั ตารางที่ 4.1
22
ตารางที่ 4.1 ผลการทดสอบฤทธิต์ ้านอนุมลู อสิ ระด้วยวิธีการ DPPH ที่การอบแหง้ ดว้ ยวธิ กี ารแตกตา่ งกนั
วธิ ีการอบแหง้ ความเขม้ ขน้ (ppm) % radical IC50 (mg/ml)
Hot Air Oven scavenging ability
104 3.50±0.65
Freeze dry 93 61.82 2.56±0.65
81 25.83 1.53±0.65
air-impingement 72 25.70 0.75±0.65
50 ºC 110 23.04 6.09±0.66
99 51.16 4.93±0.66
air-impingement 86 22.42 3.55±0.66
70 ºC 77 22.15 2.60±0.66
150 19.78 20.77±0.95
air-impingement 134 60.44 16.92±0.95
90 ºC 120 54.64 13.55±0.95
110 49.98 7.17±0.91
air-impingement 136 49.00 10.69±0.91
100 ºC 122 45.95 8.79±0.91
106 29.08 6.63±0.91
95 28.88 5.15±0.91
106 20.52 2.13±0.63
95 71.31 1.43±0.63
83 20.92 0.68±0.63
74 19.79 0.11±0.63
121 18.92 4.80±0.63
109 66.47 3.73±0.63
95 30.88 2.48±0.63
84 30.21 1.50±0.63
29.35
23
จากตารางที่ 4.1 พบว่าการอบแห้งใบกระท่อมดว้ ยวธิ ีการที่แตกต่างกันมีฤทธ์ิต้านอนมุ ูลอิสระได้
ดีมี่สุดคือการอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ ที่อุณหภูมิ 90 ºC ความเข้มข้น 74 ppm โดยมีค่า IC50 อยู่ท่ี
0.11±0.63 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร การอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ ที่อุณหภูมิ 50 ºC ความเข้มข้น
150, 134, 120 และ 110 ppm มีค่า IC50 อยู่ที่ 20.77±0.95, 16.92±0.95, 13.55±0.95 และ
7.17±0.91 ตามลำดับ การอบแหง้ แบบพุ่งชนดว้ ยอากาศ ทอ่ี ณุ หภูมิ 70 ºC ความเขม้ ข้น 136, 122, 106
และ 95 ppm มีค่า IC50 อยู่ที่ 10.69±0.91, 8.79±0.91, 6.63±0.91 และ 5.15±0.91 ตามลำดับ
การอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ ที่อุณหภูมิ 90 ºC ความเข้มข้น 106, 95, 83 และ 74 ppm มีค่า IC50
อยู่ที่ 2.13±0.63, 1.43±0.63, 0.68±0.63 และ 0.11±0.63 ตามลำดบั การอบแหง้ แบบพงุ่ ชนด้วยอากาศ
ที่อุณหภูมิ 100 ºC ความเข้มข้น 121, 109, 95 และ 84 ppm มีค่า IC50 อยู่ที่ 4.80±0.63, 3.73±0.63,
2.48±0.63 และ 1.50±0.63 ตามลำดับ การอบแห้งด้วยวิธีเยือกแข็งที่ความเข้มข้น 110, 99, 86 และ
77 ppm มีค่า IC50 อยู่ท่ี 6.09±0.66, 4.93±0.66, 3.55±0.66 และ 2.60±0.66 ตามลำดับ และ
การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อน ความเข้มข้น 100 , 93 , 81 และ 72 ppm มีค่า IC50 อยู่ที่ 3.50±0.65,
2.56±0.65, 1.53±0.65 และ 0.75±0.65 ตามลำดับ
4.4 การวิเคราะห์หาองค์ประกอบของสารสกัดใบกระท่อมด้วยวิธี FTIR (Fourier Transform
Infrared Spectrometer)
จากการวิเคราะห์ตัวอย่างส่วนสกัดหยาบจากใบกระท่อมที่อบแห้งด้วย ด้วยเทคนิค FTIR พบว่า
ได้ spectrum IR ดงั ภาพ 4.3
ภาพท่ี4.3 สเปกตรัมของสารสกดั ใบกระท่อมดว้ ยวิธีการอบแห้งแบบพุ่งชนดว้ ยอากาศ อณุ หภมู ิ 100 °C
24
จากภาพ 4.3 สเปกตรัมของสารสกัดใบกระท่อมด้วยวิธีการอบแห้งด้วยการอบแห้งแบบ
พุ่งชนด้วยอากาศ อุณหภูมิ 100 °C พบว่าปรากฏพีค C=C ของวง aromatic ซึ่งจากค่าของ frequency
ที่แสดงข้างต้นนี้ยังมีลักษณะที่ซ้อนทับกันมากพอสมควรจึงทำให้เห็นพีคในแต่ละช่วงไม่ค่อยชัดเจน และ
ยงั ไม่สอดคล้องกบั หมู่ฟังก์ชันของ mitragynine มากเทา่ ทค่ี วร
25
บทท่ี 5
สรุปผลการวิจยั และข้อเสนอแนะ
5.1. สรปุ ผลการวิจัย
จากการศึกษาจลนพลศาสตรข์ องการอบแห้งดว้ ยตู้อบลมร้อน (Hot Air Oven) มีอัตรา
การอบแห้งเท่ากับ 0.0087 %d.b จลนพลศาสตร์ของการอบแห้งด้วยวิธีเยือกแข็ง มีอัตราการ
อบแห้งเท่ากบั 0.021 %d.b และจลนพลศาสตร์ของการอบแห้งใบกระท่อมดว้ ยการพุ่งชนด้วยอากาศ
ที่อุณหภูมิ 50 ºC, 70 ºC, 90 ºC และ 100 ºC เริ่มต้นใช้ใบกระทอ่ ม 300 กรัม ความชื้นเร่ิมต้นประมาณ
306.121 %d.b มีอัตราการอบแห้งที่แตกต่างกันแต่จะอยู่ในแนวโน้มเช่นเดียวกันจะเห็นได้ว่า
ในช่วงแรกของการอบแห้งใบกระท่อม มีอัตราการเปลี่ยนแปลงความชื้นใบกระท่อมต่อหน่วยเวลา
มีค่าค่อนข้างสูงมาก และเมื่อระยะเวลาอบแห้งยาวนานอัตราส่วนความชื้นต่อหน่วยเวลาในช่วงหลัง
จึงลดลง เมอ่ื อบตัวอยา่ งใบกระท่อมท่ีอุณหภูมิสูงข้ึนส่งผลให้เวลาน้อยลง เนือ่ งจากความร้อนที่สูงขึ้นมีผล
ให้ความชน้ื ของใบกระท่อมลดลงได้เร็ว ความสิ้นเปลอื งพลงั งานจำเพาะในการอบแห้งใบกระท่อมด้วยการ
พุ่งชนด้วยอากาศ เมื่อให้อุณหภูมิในการอบแห้งมากขึ้นจะทำให้การสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลง เน่ืองจาก
ตัวอย่างแห้งเร็ว ในการทดลองนี้การอบแห้งที่ อุณหภูมิ 100 °C เป็นเวลา 40 นาที สิ้นเปลืองพลังงาน
น้อยที่สุด ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดใบกระท่อม ท่ีอบแห้งด้วยวิธีที่แตกต่างกัน 3 วิธื วิธีที่มี
ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุดคือ การอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ อุณหภูมิ 90 ºC ความเข้มข้น
74 ppm โดยมีค่า IC50 อยู่ที่ 0.11±0.63 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร สเปกตรัมของสารสกัดใบกระท่อมด้วย
วิธีการอบแห้งด้วยการอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ 100 °C พบว่าปรากฏพีค C=C ของวง aromatic
ซึ่งจากค่าของ frequency ที่แสดงข้างต้นนี้ยังมีลักษณะที่ซ้อนทับกันมากพอสมควรจึงทำให้เห็นพีคใน
แต่ละช่วงไมค่ ่อยชัดเจน และยังไม่สอดคล้องกบั หม่ฟู ังกช์ นั ของ mitragynine มากเท่าท่ีควร
5.2 ข้อเสนอแนะ
1. ควรใช้ใบกระท่อมที่เก็บพรอ้ มกนั ในรอบเดียว ต้น และสายพนั ธ์ุเดยี วกัน
26
เอกสารอา้ งอิง
กรรณกิ าร์ ห้วยแสน, จิระพนั ธ์ หว้ ยแสน, ชาญณรงค์ ชมนาวงั , หนูเดอื น สาระบตุ ร และ พัฒนา พึ่งพนั ธ.์ุ
(2559). วิธีการเตรียมและการอบแห้งต่อสมบัติทางกายภาพและเคมีของข้าวฮางงอก.
วารสารวิชาการและวจิ ัยมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร. 376-383.
กิตตศิ ักดิ์ เหมือนดาว. (2561). การเปรยี บเทียบวิธกี ารสกัดสารไมทราไจนนี เพอื่ งานทางดา้ นนิติ
วิทยาศาสตร์และฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรียจากกระท่อม. สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์ ระดับ
ปรญิ ญามหาบัณฑิต บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
เกตกุ าร ดาจันทา, หทัยทิพย์ ร้องคำ, ทรงพรรณ สังขท์ รพั ย์ และ เปรมนภา สโี สภา. (2562). ปรมิ าณสาร
ประกอบฟีนอล ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านจุ ลินทรีย์ของ ผักพื้นบ้านในจังหวัด
พษิ ณโุ ลก. แก่นเกษตร. 47(1), 1541-1548.
กองควบคุมวัตถุเสพตดิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข. (2564). กระทอ่ ม
(Kratom). [ออนไลน์]. เข้าถึงเม่ือวันท่ี 10 กันยายน 2564
https://mnfda.fda.moph.go.th/narcotic
ชมพนู ุช อทุ ยั รัตน์, เอกรฐั ศรีสขุ และ กลา่ วขวัญ ศรสี ุข. (2560). ผลของสภาวะตา่ งๆ ของการอบแห้ง
และสารสกดั ต่อปริมาณของสารประกอบฟีนอลิก สารประกอบฟลาโวนอยด์ และฤทธ์ิต้านอนุมูล
อสิ ระของสารสกัดจากผลปอกะบดิ . วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา. 22(1), 151-165.
ปานสาคร ส., ลังกาพนิ ธ์ุ จ., เซียมศริ ิ ส., และ จันทะบรู ณ์ ว. (2013). ผลของการทำแหง้ ด้วยลมร้อนและ
แบบแชเ่ ยอื กแข็งต่อคุณสมบตั ิทางกายภาพและเคมีของน้ำคั้นจากตน้ อ่อนขา้ วหอมมะลผิ ง. Thai
Agricultural Research Journal, 31(1), 78–89.
พทั ธชัย ป่นิ นาค, , ธญั ญน์ รี จิณะไชย, สุพิชญา เกษร และ อาลิตา มาคณู . (2563). ปรมิ าณสารตา้ นอนุมูล
อิสระและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในเปลือกกาแฟเชอร์รี่และดอกกาแฟ ในระบบวนเกษตรของ
จังหวดั อตุ รดติ ถ์. วารสารวชิ าการวทิ ยาศาสตร์และวทิ ยาศาสตรป์ ระยุกต์. 2563(1), 61-70.
ภทั ราพร สุวรรณกิจบรหิ าร. (2541). การศกึ ษาการทำแห้งผลไม้จาก Freezed Dryer. คณะ
วศิ วกรรมศาสตร์มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
27
เอกสารอ้างองิ (ตอ่ )
สมจติ นา ทวพี านชิ ย์. (2552). ฤทธติ์ า้ นอนมุ ลู อิสระและปรมิ าณสารประกอบฟนี อลกิ รวมของสารสกัดเหด็
ปา่ กนิ ไดใ้ นจงั หวดั อุบลราชธานี. คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี.
สุกัญญา จนั ทร์สุนะ, ลลติ า เจรญิ ทรัพย,์ เยาวพา จริ ะเกยี รตกิ ลุ และพรชัย หาระโคตร. (2563). ผลของ
อุณหภูมิและระยะเวลาการอบแห้งต่อปริมาณสารต้าน อนุมูลอิสระและความสามารถในการ
ยบั ยงั้ อนุมูลอสิ ระ ของใบบัวบก. วารสารวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 28(12), 2262-2272.
สกุ ญั ญา แซเ่ ตยี ว. (2559). อทิ ธิพลของการทำแห้งตอ่ สารออกฤทธ์ิทางชวี ภาพ และคณุ ภาพของข้าวหอม
นิล. สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
ศิลปากร.
สำเริง แซ่ตนั . (2551). การเพิม่ ผลผลิตข้าวนาหว่านน้ำตมภายใต้การจัดการปุ๋ยในชุดดนิ พทั ลงุ . ศนู ยว์ ิจัย
ข้าวพัทลุง.
ศรมน สทุ ิน กติ ตพิ ัฒน โสภติ ธรรมคณุ และพชั รี ภคกษมา. (2560). การทดสอบความสามารถในการต้าน
อนุมลู อิสระและการยับยงั้ การเจริญของเซลล์มะเรง็ ท่อน้ำดีของสารสกดั จากใบตน้ จำปีและจำปา.
มหาวทิ ยาลัยหวั เฉยี วเฉลิมพระเกียรติ.
ศรณั ย์ เพชรชชู ่วย. (2559). การศกึ ษาการแห้งของสบั ปะรดท่ีอบด้วยตอู้ บแหงแบบเจ็ทไหลปะทะและ
ต้อู บแหงแบบถาด. การประชมุ วชาการเครือขา่ ยวิศวกรรมเครอื่ งกลแห่งประเทศไทย. 30
อดิศร จำรูญ, พรรณิภา ยั่วยล และบุษรา จ้อยร่อย. (2558). การวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในกล้วย
หินและกลว้ ยเล็บมอื นาง. วารสารพชื ศาสตรส์ งขลานครรนิ ทร์ 2(1), 38-42.
อีลีหย๊ะ สนิโซ ฟามีรา สะอุดี และ รัชดาภรฮ์ านาฟี. (2555). สัมประสทิ ธ์กิ ารแพร่ความชื้นความเปลอื ง
พลังงาน และอัตราการระเหยน้ำจำเพาะ ของการอบแห้งผลหมากด้วยพลังงานความร้อนร่วม.
วารสารวิทยาศาสตร์บรู พา. 17, 142-149.
เอกชยั รตั นบรรลอื . (2561). เครอื่ งอบแห้งเปลือกแหว้ ด้วยเทคนิคสนามไฟฟ้าร่วมกับป๊ัมความร้อน.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวจิ ยั และมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภมู .
28
เอกสารอา้ งองิ (ต่อ)
เอนก หาลี และ บุณยกฤต รตั นพนั ธ์.ุ (2560). การศึกษาประสทิ ธภิ าพในการต้านอนุมูลอิสระจากพชื ผัก
สมุนไพรพื้นบ้าน 15 ชนิด. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.
40(2), 283.
โอภาส กรุ ีวรรณ์. (2560). การแยกและการหาปรมิ าณไมทราไจนนี ในใบกระท่อมจากจังหวดั ปทุมธานี.
สาขาวชิ านิตวิ ิทยาศาสตร์ ระดบั ปริญญามหาบณั ฑิต บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.
Eki Juanda, Sri Andayani and Maftuch. (2019). Phytochemical Screening and Antibacterial
Activity of Kratom Leaf (Mitragyna speciosa Korth.) Against Aeromonas
hydrophilla. J.Exp. Life Sci. 9(3), 155-158.
KimDe Paepea, JoranVerspreetb, Christophe M. Courtin and Tom Van de Wiele. Wheat
bran thermal treatment in a hot air oven does not affect the fermentation and
colonisation process by human faecal microbiota. Journal of Functional Foods. 60,
103440.
Mariusz Wa˛drzyk, Rafał Janus, Marek Lewandowski and Aneta Magdziarz. (2021). On
mechanism of lignin decomposition e Investigation using microscale techniques:
Py-GC-MS, Py-FT-IR and TGA. Renewable Energy. 177, 942-952.
R Yuniarti, S Nadia, A Alamanda, M Zubir, RA Syahputra and M Nizam. Characterization,
Phytochemical Screenings and Antioxidant Activity Test of Kratom Leaf Ethanol
Extract (Mitragyna speciosa Korth) Using DPPH Method. Journal of Physics:
Conference Series. 1462, 012026
Soya Nakagawa, Ryo Ohmura, Saki Toshima, Hyungjun Park, Yosuke Narasako, Tomonari
Hirano and Motoyasu Otani. Changes in polyphenols, anthocyanins, and DPPH
radical-scavenging activities in sweetpotato (Ipomoea batatas L.) during tuber
growth. Scientia Horticulturae. 284, 110100
29
เอกสารอา้ งอิง (ตอ่ )
Waras Nurcholis, Deysta Nur Sya'bani Putri, Husnawati Husnawati, Syarifah Iis Aisyah and
Bambang Pontjo Priosoeryanto. ( 2 0 2 1 ) . Total flavonoid content and antioxidant
activity of ethanol and ethylacetate extracts from accessions of Amomum
compactum fruits. Annals of Agricultural Sciences. 66, 58-62.
Wenfeng Lia, Xinxin Panga, Jinfeng Xiaoa, Xinyu Wanga, Ruiyan Hea and Xin Zhao. (2020).
Degradation kinetics of pelargonidin-3-(p-coumaroyl)diglucoside-5-(malonyl)
glucoside and pelargonidin-3-(feruloyl)diglucoside-5-(malonyl) glucoside in red
radish during air-impinge-ment jet drying. LWT-Food Science and Technology. 127,
109390.
Yogesh Kumar, Somya Singhal, Ayon Tarafdar, Aparna Pharande, M. Ganesan and Prarabdh
C. Badgujar. (2020). Ultrasound assisted extraction of selected edible macroalgae:
Effect on antioxidant activity and quantitative assessment of polyphenols by liquid
chromatography with tandem mass spectrometry (LC-MS/MS). Algal Research. 52,
102114.
30
ภาคผนวก
31
ภาคผนวก ก
วิธีการเตรียมสารเคมี
32
1. การหาปรมิ าณฤทธ์ิตา้ นอนุมลู อสิ ระด้วยวธิ ี DPPH
การเตรยี มสารละลายมาตรฐานทรอลอกซค์ วามเขม้ ข้น 20-100 ppm มีวธิ กี ารดงั นี้
1. เตรียมสารละลายมาตรฐานทรอลอกซเ์ ข้มข้น 500 ppm ปริมาตร 25 มิลลิลติ ร ข้ันตอนการ
เตรียมทำได้โดยการชั่งทรอลอกซ์ 0.0125 กรมั ละลายในเมทานอล ใสล่ งในขวดวัดปริมาตร ขนาด 25
มลิ ลลิ ติ ร แล้วปรบั ปรมิ าตรดว้ ยเมทานอลจนถึงขีดบอกปรมิ าตร
2. เตรยี มสารละลายมาตรฐานทรอลอกซเ์ ข้มข้น 20, 40, 60, 80, และ 100 ppm โดยปิเปต
สารละลายมาตรฐานทรอลอกซ์เข้มขน้ 500 ppm ปริมาตร 0.4, 0.8, 1.2, 1.6, และ 2 มลิ ลิลิตร ตามลำดบั
ใส่ในขวดวดั ปรมิ าตร ขนาด 10 มลิ ลิลติ ร ปรบั ปรมิ าตรดว้ ยเมทานอลจนถงึ ขีดบอกปริมาตร
การเตรยี ม 6×10-5 M DPPH ปรมิ าตร 25 มลิ ลลิ ติ ร ทำได้ดังน้ี
จาก n = g / Mw
แทนคา่ 6×10-5 M = g / 394.32
g = 0.024 g
ในสารละลาย 1000 mL มีสาร 0.024 g
ถ้าในสารละลาย 100 mL จะมีสาร = (0.024 g × 25 mL)/ 1000 = 0.0006 g
ดงั นั้น ชั่ง DPPH มา 0.0006 กรมั ละลายดว้ ยเมทานอล และปรบั ปรมิ าตรด้วยเมทานอล 25 มิลลลิ ิตร
ในขวดวัดปรมิ าตร
33
ภาคผนวก ข
การวเิ คราะหป์ ริมาณสารตา้ นอนมุ ลู อิสระ
34
1. การหาปริมาณฤทธติ์ า้ นอนุมลู อสิ ระด้วยวธิ ี DPPH
การสแกนหา lamda max ของ DPPH ดงั ภาพที่ ข-1
ภาพท่ี ข-1 lambda max ของ DPPH
การทำกราฟมาตรฐานของสารละลายมาตรฐานทรอลอกซ์เพอ่ื หาปริมาณฤทธติ์ า้ นอนุมูลอิสระ
ดว้ ยวิธี DPPH นำไปวดั ค่าการดูดกลนื แสงทีค่ วามยาวคล่ืน 515 นาโนเมตร ได้คา่ ดดู กลืนแสงดงั ตารางที่
ข-1 และสรา้ งกราฟมาตรฐานตามภาพท่ี ข-2
ตารางที่ ข-1 ค่าการดดู กลืนแสงของสารละลายมาตรฐานทรอลอกซ์
ความเข้มขน้ คร้ังที่ 1 คา่ การดูดกลนื แสง คร้งั ที่ 3 เฉลีย่
(ppm) 1.038 ครง้ั ท่ี 2 1.085
20 0.806 1.095 0.874 1.073
40 0.623 0.868 0.644 0.849
60 0.385 0.657 0.403 0.641
80 0.136 0.387 0.144 0.392
100 0.14 0.140
35
1.200
ค่าการ ูดดกลืนแสง 1.000
0.800 y = -0.0116x + 1.3159
0.600 R² = 0.9984
0.400
0.200
0.000
0 20 40 60 80 100 120
ความเข้มข้น (ppm)
ภาพที่ ข-2 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าความเข้มข้นกับค่าการดูดกลืนแสงของ
สารละลายมาตรฐานทรอลอกซ์
ตารางที่ ข-2 คา่ การดดู กลนื แสงของสารละลาย DPPH
วิธีการอบแห้ง ความเข้มข้น ค่าการดดู กลนื แสง เฉลย่ี
Hot Air Oven (ppm) ครงั้ ที่ 1 ครงั้ ท่ี 2 ครง้ั ที่ 3
104 0.565 0.582 0.578 0.575
Freeze dry 93 1.134 1.112 1.104 1.117
81 1.129 1.115 1.114 1.119
air-impingement 50 ºC 72 1.175 1.166 1.135 1.159
110 1.115 1.126 1.091 1.111
99 1.712 1.782 1.800 1.765
86 1.774 1.779 1.761 1.771
77 1.839 1.846 1.789 1.825
150 0.584 0.594 0.581 0.586
134 0.688 0.671 0.657 0.672
36
air-impingement 70 ºC 120 0.745 0.763 0.715 0.741
air-impingement 90 ºC 110 0.784 0.774 0.746 0.768
air-impingement 100 ºC 136 0.810 0.810 0.822 0.814
122 1.040 1.082 1.083 1.068
106 1.055 1.078 1.079 1.071
95 1.188 1.213 1.191 1.197
106 0.425 0.434 0.436 0.432
95 1.17 1.201 1.202 1.191
83 1.187 1.219 1.218 1.208
74 1.236 1.215 1.213 1.221
121 0.495 0.513 0.506 0.505
109 1.018 1.06 1.045 1.041
95 1.011 1.076 1.066 1.051
84 1.033 1.087 1.073 1.064
การคำนวณหาฤทธ์ติ า้ นอนุมลู อิสระด้วยวธิ ี DPPH
ตัวอย่าง การคำนวณหาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH ของสารสกัดใบกระท่อม ที่ใช้วิธี Hot Air
Oven ความเข้มขน้ 104 ppm ครัง้ ท่ี 1 โดยมีคา่ การดูดกลืนแสงเท่ากบั 0.565 (Acontrol เท่ากับ 1.506 )
วิธีการคำนวณ
จากสตู ร DPPH radical scavenging activity (%) = [(Acontrol-Asample)/Acontrol] × 100
DPPH radical scavenging activity (%) = 1.506 − 0.565 ×100
1.506
= 62.483 %
ดงั นนั้ สารสกดั ใบกระท่อมมีฤทธ์ิตา้ นอนมุ ูลอสิ ระ 62.483 %
37
ภาคผนวก ค
การอบแห้งใบกระท่อม
38
1. ความชืน้ ของใบกระท่อมทใี่ ชว้ ธิ กี ารอบแหง้ แตกต่างกัน
ตารางที่ ค-1 ปริมาณความชื้นเร่มิ ตน้ และสดุ ท้ายของใบกระท่อม
วิธกี ารอบแห้ง น้ำหนักตวั อย่าง นำ้ หนักตัวอยา่ ง ปรมิ าณความชืน้ ปริมาณความชื้น
ก่อนอบ หลงั อบ เริ่มตน้ สดุ ท้าย
Hot air oven (กรัม) (กรมั )
Freeze dry 500.06 175.82 (% มาตรฐานแหง้ ) (% มาตรฐานแหง้ )
Impingement 50°C 500.00 174.92 306.121 2.666
Impingement 70°C 300.01 78.67 306.121 6.358
Impingement 90°C 300.00 71.55 306.121 6.495
Impingement 100°C 300.04 70.94 306.121 4.167
300.03 67.97 306.121 4.641
306.121 3.523
2. ความชืน้ ของการอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ (air-impingement) ทอ่ี ณุ หภูมติ ่าง ๆ
ตารางที่ ค-2 ความชน้ื ของการอบแหง้ แบบพงุ่ ชนดว้ ยอากาศ (air-impingement) ทีอ่ ุณหภมู ิ 50°C
เวลาทีใ่ ช้ น้ำหนักตัวอยา่ งหลังอบ น้ำหนกั รวมถาด น้ำหนกั ถาด ความช้ืนท่ีเวลาใด ๆ
(นาที) (กรัม) (กรัม) (กรัม) (% มาตรฐานแห้ง)
300.01 647.94 347.93
0 265.87 613.80 347.93 306.12
10 231.56 579.49 347.93 259.91
20 203.28 551.21 347.93 213.46
30 186.58 534.51 347.93 175.18
40 173.72 521.65 347.93 152.57
50 159.78 507.71 347.93 135.16
60 146.22 494.15 347.93 116.29
70 134.60 482.53 347.93 97.94
80 124.77 472.70 347.93 82.21
90 68.90
39
100 108.04 455.97 347.93 46.25
110 101.57 449.50 347.93 37.49
120 96.21 444.14 347.93 30.24
130 92.08 440.01 347.93 24.65
140 88.26 436.19 347.93 19.48
150 86.01 433.94 347.93 16.43
160 83.97 431.90 347.93 13.67
170 82.49 430.42 347.93 11.67
180 81.58 429.51 347.93 10.43
200 80.30 428.23 347.93 8.70
220 79.70 427.63 347.93 7.89
240 79.37 427.30 347.93 7.44
260 78.97 426.90 347.93 6.90
280 78.93 426.86 347.93 6.85
300 78.77 426.70 347.93 6.63
320 78.67 426.60 347.93 6.50
340 78.67 426.60 347.93 6.50
ตารางท่ี ค-3 ความช้นื ของการอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ (air-impingement) ทีอ่ ุณหภมู ิ 70°C
เวลาทใ่ี ช้ นำ้ หนกั ตวั อยา่ งหลงั อบ น้ำหนกั รวมถาด นำ้ หนกั ถาด ความช้ืนที่เวลาใด ๆ
(นาที) (กรมั ) (กรัม) (กรัม) (% มาตรฐานแหง้ )
300 647.93 347.93
0 228.74 576.67 347.93 336.76
10 152.25 500.18 347.93 233.01
20 105.18 453.11 347.93 121.65
30 82.27 430.2 347.93 53.13
40 75.51 423.44 347.93 19.77
50 9.93
40
60 74.13 422.06 347.93 7.92
70 73.87 421.8 347.93 7.54
80 73.86 421.79 347.93 7.53
90 73.67 421.6 347.93 7.25
100 73.36 421.29 347.93 6.80
110 73.28 421.21 347.93 6.69
120 73.13 421.06 347.93 6.47
130 71.55 419.48 347.93 4.17
ตารางที่ ค-4 ความชน้ื ของการอบแห้งแบบพุ่งชนด้วยอากาศ (air-impingement) ทีอ่ ุณหภมู ิ 90°C
เวลาทีใ่ ช้ นำ้ หนกั ตัวอย่างหลงั อบ น้ำหนักรวมถาด นำ้ หนักถาด ความชื้นที่เวลาใด ๆ
(นาที) (กรัม) (กรัม) (กรมั ) (% มาตรฐานแหง้ )
300.04 647.97 347.93
0 185.27 533.2 347.93 342.58
10 103.86 451.79 347.93 173.29
20 74.14 422.07 347.93 53.20
30 70.99 418.92 347.93 9.36
40 70.94 418.87 347.93 4.71
50 4.64