1
ชุดการจดั การเรียนรู้
Instructional Management Module
VGE111* ทกั ษะการรู้สารสนเทศ
(Information Literacy Skills)
งานวิชาศึกษาท่ัวไป
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จังหวดั ปทุมธานี
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวัดปทมุ ธานี
2
คำนำ
ชุดการจัดการเรียนรู้รายวิชาทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*) เล่มน้ี จัดทำขึ้น เพื่อเป็นคู่มือ
ประกอบการจัดการเรียนรู้รายวิชาศึกษาท่ัวไปของนักศึกษาระดับปริญญาตรี เน้นกระบวนการ Active
Learning โดยแบ่งหน่วยการเรียนรู้รายช่ัวโมงทั้งหมด 4 ช่ัวโมง/คร้ัง แผนการจดั การเรียนรู้เล่มน้ีแบ่งเน้ือหา
เป็น 8 หนว่ ยการเรยี นรู้ ดงั ตอ่ ไปนี้
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ทกั ษะการรสู้ ารสนเทศในระดบั อุดมศึกษา และทักษะการเรยี นร้ตู ลอดชีวติ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การวเิ คราะห์ความต้องการสารสนเทศ
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ทรพั ยากรสารสนเทศและแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 เคร่อื งมอื สบื ค้นทรัพยากรสารสนเทศ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 กลยุทธ์การค้นทรัพยากรสารสนเทศ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินคุณคา่ ของสารสนเทศ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 การเรยี บเรยี งและนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบผลงานวชิ าการทเี่ ปน็ มาตรฐาน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 8 การใช้สารสนเทศอยา่ งมีจริยธรรม
ชุดการจัดการเรยี นรู้ที่เป็นคู่มือประกอบการสอน เล่มนี้ได้ออกแบบการเรยี นร้ดู ้วยเทคนิคและวิธีการ
สอนอย่างหลากหลาย เพ่ือการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย และปรัชญาของวิชาศึกษา
ทั่วไป ผู้สอนควรศึกษาคู่มือการสอน และแผนการจัดการเรียนรู้นี้ให้ละเอียดเพื่อปรับใช้ให้สอดคล้องกับ
สภาพแวดลอ้ ม สถานการณ์ และสภาพของนักศึกษา
คณะผู้จดั ทำ
30 พฤษภาคม 2564
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
3
สารบญั
เรอื่ ง หนา้
คำนำ
รายละเอยี ดชดุ การจดั การเรยี นรู้ 1
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ทกั ษะการรูส้ ารสนเทศในระดับอุดมศึกษา และทักษะการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ 9
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศ 13
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 ทรพั ยากรสารสนเทศและแหลง่ ทรัพยากรสารสนเทศ 17
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เครือ่ งมือสบื ค้นทรัพยากรสารสนเทศ 21
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 กลยุทธ์การคน้ สารสนเทศ 24
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และการประเมินคุณคา่ ของสารสนเทศ 27
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 7 การเรียบเรียงและนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบผลงานวชิ าการท่ีเปน็ มาตรฐาน 30
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 8 การใชส้ ารสนเทศอยา่ งมจี รยิ ธรรม 34
ภาคผนวก 38
ภาคผนวก 1 รายละเอยี ดการเขยี นโครงการ 39
ภาคผนวก 2 การเขยี นอา้ งอิง และการเขยี นบรรณานุกรม 42
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จังหวดั ปทุมธานี
1
รายละเอียดชดุ การจัดการเรียนรู้
ชุดการจัดการเรียนรู้นี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาทักษะการรู้สารสนเทศ
(VGE111*) ซึง่ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรวชิ าศึกษาท่ัวไปของมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรม
ราชปู ถัมภ์ โดยประกอบด้วยกระบวนการจัดการเรยี นรู้ทง้ั หมด 8 หนว่ ยการเรยี นรู้ ดงั มีรายละเอยี ดต่อไปนี้
1. คำอธิบายชดุ การเรยี นรู้
ทักษะการรู้สารสนเทศในระดับอดุ มศึกษา และส่งเสริมทกั ษะการเรียนร้ตู ลอดชีวติ ซง่ึ ประกอบดว้ ย
กระบวนการพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศ การวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศ การคัดเลือกแหล่ง
สารสนเทศและทรัพยากรสารสนเทศ เครื่องมือสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ กลยุทธ์การค้นสารสนเทศ การ
วิเคราะห์และสังเคราะห์สารสนเทศ การประเมินคณุ ค่าของสารสนเทศ การเรียบเรียงและนำเสนอสารสนเทศ
ในรูปแบบผลงานวิชาการที่เปน็ มาตรฐานอย่างมีจริยธรรม……………………………………………………………………….
2. วัตถปุ ระสงคข์ องการเรียนรู้
1. เพ่ือให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับความหมาย ความสำคัญ ของทักษะการรู้
สารสนเทศ
2. เพือ่ ให้นักศกึ ษามีความตระหนักถึงความจำเป็นของการมีทักษะการรูส้ ารสนเทศ
3. เพื่อให้นักศกึ ษามีความเขา้ ใจในกระบวนการพฒั นาทักษะการรู้สารสนเทศ
4. เพ่ือให้นักศึกษามีทักษะสารสนเทศและสามารถใช้ทักษะการรู้สารสนเทศในการศึกษาค้นคว้าด้วย
ตนเอง
5. เพ่ือให้นกั ศึกษาใช้สารสนเทศอย่างมีจริยธรรม และสามารถรวบรวม เรียบเรียง ตลอดจนนำเสนอ
ผลการร้สู ารสนเทศในรูปแบบท่เี ปน็ มาตรฐาน
6. เพ่ือใหน้ กั ศึกษาจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมลู การจดั การองค์ความรตู้ ่อสาธารณะ
3. รายช่อื หน่วยการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 ทกั ษะการรู้สารสนเทศในระดบั อุดมศึกษา และทกั ษะการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การวเิ คราะห์ความตอ้ งการสารสนเทศ
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 ทรพั ยากรสารสนเทศและแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เคร่ืองมือสืบคน้ ทรพั ยากรสารสนเทศ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 กลยทุ ธก์ ารค้นสารสนเทศ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 การวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และการประเมนิ คณุ ค่าของสารสนเทศ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 การเรยี บเรียงและนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบผลงานวชิ าการท่เี ป็นมาตรฐาน
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 8 การใชส้ ารสนเทศอย่างมจี รยิ ธรรม
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
2
4. รูปแบบการเรียนรู้ และลกั ษณะการดำเนินการ
วิชาทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*) เป็นรายวิชาที่จัดอยู่ในสาขาวิชามนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ ของหมวดวิชาศึกษาท่ัวไป จดั การเรียนการสอนใหส้ อดคล้องกับการศกึ ษาในศตวรรษที่ 21 เน้น
กิจกรรม (Active Learning) ส่งเสริมนักศึกษาได้มีทักษะการรู้สารสนเทศในระดับอุดมศึกษา ลงมือปฏิบัติ
จริง โดยมีผลลัพธ์เชิงผลิตภาพ และนำความรู้ท่ีได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ตลอด
ชวี ิต (Lifelong Learning)
5. แผนการเรียนการสอน
สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด จำนวน กจิ กรรมการเรียนการสอน หมายเหตุ
ที่ (ชม.) และสือ่ ที่ใช้
1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ทักษะการรู้ 4 บรรยาย : (2 ชั่วโมง)
- ปฐมนิเทศ
สารสนเทศในระดับอดุ มศึกษา และ 4 - เน้ือหาทักษะการร้สู ารสนเทศใน
ระดบั อดุ มศึกษา และทักษะการ
ทกั ษะการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ เรยี นรู้ตลอดชวี ติ
กิจกรรม : (2 ชั่วโมง)
1.1 ความหมายความสำคญั ของ - คลปิ วิดโี อเก่ยี วกับทกั ษะการรู้
สารสนเทศ
ทกั ษะการรู้สารสนเทศใน สอื่ การสอน
- PowerPoint
ระดบั อดุ มศึกษา - Clip VDO
- Internet
1.2 ความหมายความสำคัญของ - ชดุ การเรียนรู้
บรรยาย : (2 ช่ัวโมง)
ทักษะการรสู้ ารสนเทศ - เน้ือหาการวิเคราะห์ความ
ต้องการสารสนเทศ
1.3 องคป์ ระกอบของการรู้สารสนเทศ กิจกรรม : (2 ช่ัวโมง)
- กรณศี กึ ษา (Case Study)
ในระดบั อุดมศึกษา กำหนดปญั หา วตั ถุประสงค์ ใน
การค้นหาสารสนเทศ
1.4 ทักษะในการรู้สารสนเทศ และคน้ หาคำตอบด้วยตนเอง
- กจิ กรรมนักสบื โคนัน ภาค 1
ศตวรรษท่ี 21 (หนว่ ยกจิ กรรมการเรียนรู้ ลับ ลวง
1.5 ทกั ษะการเรียนรู้ตลอดชีวติ
2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การวิเคราะห์
ความตอ้ งการสารสนเทศ
2.1 ความสำคัญของการวิเคราะห์
ความต้องการสารสนเทศ
2.2 การกาํ หนดปญั หา หรือกําหนด
ขอบเขตของสารสนเทศทตี่ ้องการใช้
2.3 กาํ หนดวตั ถุประสงคเ์ พือ่ การ
คน้ หาสารสนเทศ
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
3
สปั ดาห์ หัวข้อ/รายละเอยี ด จำนวน กิจกรรมการเรียนการสอน หมายเหตุ
ท่ี (ชม.) และสื่อท่ีใช้
3-4 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 ทรพั ยากร พราง กจิ กรรมที่ 2)
สารสนเทศและแหล่งทรพั ยากร ส่อื การสอน
สารสนเทศ - PowerPoint
3.1 ความหมาย และประเภทของ - Clip VDO
ทรพั ยากรสารสนเทศ และแหลง่ - Internet
สารสนเทศ - ชุดการเรียนรู้
3.2 การเลือกใช้ทรพั ยากรสารสนเทศ 8 บรรยาย : (4 ช่ัวโมง)
และแหล่งสารสนเทศ - เน้ือหา ทรพั ยากรสารสนเทศ
และแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ
5-6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เครื่องมือ ( 2 ชัว่ โมง)
สบื คน้ ทรพั ยากรสารสนเทศ - ใชเ้ ทคนคิ Flipped Learning
4.1 ความหมายและความสำคัญของ ทวั ร์แหลง่ สารสนเทศที่เกย่ี วข้อง (
เคร่อื งมอื สืบคน้ 2 ชวั่ โมง)
4.2 ประเภทของเคร่ืองมือสืบคน้ แบบ กิจกรรม : (4 ชั่วโมง)
ต่างๆ อบรมการใชฐ้ านข้อมลู : (2
ชว่ั โมง) (หนว่ ยกิจกรรมการเรียนรู้
ลบั ลวง พราง กจิ กรรมที่ 1)
- นำเสนอหน้าชนั้ เรียน (2 ช่ัวโมง)
สือ่ การสอน
- PowerPoint
- Clip VDO
- Internet
- ชุดการเรยี นรู้
8 บรรยาย : (4 ชั่วโมง)
เน้ือหา การใชเ้ คร่ืองมอื ในการ
สืบคน้ สารสนเทศ
กิจกรรม : (4 ชั่วโมง)
- ลงมอื ปฏิบตั ิการสืบคน้ ด้วย
OPAC บนเวบ็ สำนักวิทยาบริการฯ
- ปฏบิ ตั ิการสืบคน้ ข้อมลู ตามคำ
สำคญั (Keywords) ประเดน็ ดงั ใน
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวดั ปทมุ ธานี
4
สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด จำนวน กิจกรรมการเรียนการสอน หมายเหตุ
ที่ (ชม.) และส่ือทีใ่ ช้
7 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 กลยุทธ์การค้น สงั คม ด้วย Google Search
ทรพั ยากรสารสนเทศ Engine)
5.1 วธิ ีการสืบคน้ ขอ้ มลู โดยใช้ - กจิ กรรมนักสบื โคนัน ภาค 2
โปรแกรมสบื คน้ (หน่วยกิจกรรมการเรยี นรู้ ลบั ลวง
5.2 การสืบค้นขั้นพื้นฐานและข้นั สงู พราง กจิ กรรมที่ 2)
สือ่ การสอน
8 - PowerPoint
9-10 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 การวเิ คราะห์ - Clip VDO
- Internet
สงั เคราะห์ และการประเมนิ คณุ ค่า - ชุดการเรยี นรู้
ของสารสนเทศ 4 บรรยาย : (2 ช่ัวโมง)
6.1 ความหมาย และความสำคญั เนอ้ื หากลยุทธ์การค้นหาและ
6.2 การวิเคราะห์และบันทึก เทคนคิ การคน้
สารสนเทศทไ่ี ด้จากการอ่าน กจิ กรรม : ( 2 ช่ัวโมง)
- การสืบค้นขน้ั พื้นฐานและข้ันสูง
โดยการใชค้ ำส่งั Search Engine
- กจิ กรรมนกั สบื โคนัน ภาค 3
(หน่วยกจิ กรรมการเรียนรู้ ลบั ลวง
พราง กิจกรรมที่ 2)
สอื่ การสอน
- PowerPoint
- Clip VDO
- Internet
- ชุดการเรียนรู้
สอบกลางภาค
8 บรรยาย : (4 ชั่วโมง)
เนื้อหาการประเมินค่าสารสนเทศ
กจิ กรรม : (4 ชั่วโมง)
การบนั ทึกสารสนเทศที่ไดจ้ ากการ
อา่ นตามหวั ข้อที่กำหนด
- กิจกรรมนักสืบโคนนั ภาค 4-5
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จังหวัดปทุมธานี
5
สปั ดาห์ หวั ข้อ/รายละเอยี ด จำนวน กจิ กรรมการเรยี นการสอน หมายเหตุ
ท่ี (ชม.) และสอ่ื ท่ใี ช้
11-12 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 การเรียบเรียง 8 (หนว่ ยกจิ กรรมการเรยี นรู้ ลบั ลวง
และนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบ พราง กจิ กรรมที่ 2)
ผลงานวชิ าการท่เี ป็นมาตรฐาน 4 สือ่ การสอน
7.1 ความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั การ - PowerPoint
รวบรวม เรยี บเรยี งสารสนเทศ 4 - Clip VDO
7.2 การจัดทำรายงานในรูปแบบ - Internet
มาตรฐาน - ชุดการเรียนรู้
7.3 การเขยี นอ้างอิง บรรยาย : (4 ช่ัวโมง)
7.4 การนำเสนอรายงาน เนอื้ หาการเขียนรายงานเชิง
วชิ าการรูปแบบมาตรฐาน
13 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 8 กจิ กรรม : ( 4 ชั่วโมง)
การใช้สารสนเทศอยา่ งมีจริยธรรม การเขียนอ้างอิงรปู แบบตา่ งๆ
8.1 ความหมายของการคัดลอก ส่อื การสอน
ผลงานทางวิชาการ - PowerPoint
8.2 ประเภทการคัดลอกผลงานทาง - Clip VDO
วิชาการ - Internet
- ชุดการเรยี นรู้
14 สะท้อนผลการเรียนรู้ บรรยาย : (2 ช่ัวโมง)
เนอ้ื หาการประเมินคา่ สารสนเทศ
กิจกรรม : ( 2 ช่ัวโมง)
- กรณศี ึกษา (Case Study) การ
ใชส้ ารสนเทศอยา่ งมคี ุณธรรม
จรยิ ธรรม
สื่อการสอน
- PowerPoint
- Clip VDO
- Internet
- ชุดการเรยี นรู้
บรรยาย : (2 ช่ัวโมง)
เนื้อหาเกี่ยวกับการนำเสนอ
กิจกรรม : (2 ช่ัวโมง)
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จังหวัดปทุมธานี
6
สัปดาห์ หัวข้อ/รายละเอียด จำนวน กจิ กรรมการเรยี นการสอน หมายเหตุ
ที่ (ชม.) และสื่อทใี่ ช้
15 การเรียนรู้แบบผลิตภาพ 4 สะท้อนผล (Reflective
(Productive Learning) GEDAY Learning)
ประจำภาคเรยี น และ กิจกรรมในรายวิชา
(Activity)
16 สื่อการสอน
- PowerPoint
- Clip VDO
- Internet
- ชุดการเรียนรู้
- กิจกรรมการคน้ หาสารสนเทศ ใช้
รูปแบบเกมส์แข่งขนั
สอบปลายภาค
6. ทรัพยากรประกอบการเรียนรู้
1. เอกสารและตำราหลัก
เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ VGE111* รายวชิ าทักษะการรูส้ ารสนเทศ
2. เอกสารและขอ้ มลู สำคัญ
ชุติมา สัจจานันท์. (2558). การรู้สารสนเทศ: แนวคิด การศึกษาและวิจัยในประเทศไทยและกลุ่ม
ประชาคมอาเซียน. เอกสารนำเสนอในที่ประชุมวิชาการประจำปี 2556 สวทช.(NAC2013)
การสัมมนาเร่ือง Information Literacy ในมิติของอาเซียน, กรุงเทพฯ: [ออนไลน์]. เข้าถึง
ไดจ้ าก: http://nstda.or.th/nac2013/2-2seminar.php. สบื ค้น 4 กรกฏาคม 2561.
นฤมล รื่นไวย์. (2552). ทักษะการรู้สารสนเทศ (Information literacy) รู้อย่างเดียวยังไม่พอต้อง
นำมาสรา้ งใหเ้ กิดความรู้ต่อยอดด้วย. รังสิตสารสนเทศ, 15(2), 5 - 8.
ปยิ ะวรรณ ประทุมรตั น์. (2553). การรู้สารสนเทศ : ทักษะทีจ่ ำเป็นสำหรับการเรียนร้ตู ลอดชีวติ
(Information Literacy: Essential Skill for life-long Learners). [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้
จาก: http://www.udru.ac.th/~genedu/pr/report_kpl/report52.pdf. สืบค้น 4
กรกฏาคม 2561.
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
7
เพ็ญพันธ์ เพชรศร. (2555). ทักษะการรู้สารสนเทศ : เอกสารประกอบการเรียนรู้ วิชา 000130. พิมพ์
ครั้งที่ 3. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุจิน บตุ รดสี ุวรรณ. (2550). การรู้สารสนเทศ (Information Literacy) สำหรบั นักศกึ ษาใน
สถาบันอุดมศกึ ษา. วารสารหอ้ งสมดุ , 50(2), 73 – 80.
Aina, L. O. ( 2014) . Lecture notes on scholarly communication for LIS 702 – Issues in
library and information science. Department of Library and Information Science,
Retrieved July 4, 2018
Igwe, K.N., Emezie, N.A., & Uzuegbu, C.P. ( 2014). Information literacy and the research
process. In U. Arua, C. P. Uzuegbu & A. D. Ugah, Information literacy education
for tertiary institutions, 9(2) 181-200.
7. เกณฑก์ ารวัด และประเมินผล
7.1 เกณฑ์ขั้นต่ำของการผา่ นรายวิชา เข้าเรยี นไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80 ได้แก่ การเขา้ รว่ มกิจกรรมการ
เรียน และส่งงานครบ รวมทั้งผา่ นการประเมินคณุ ธรรมจริยธรรม
7.2 การประเมินผลสดั สว่ นของวธิ กี าร
กจิ กรรมที่ กจิ กรรมการประเมิน วิธีการประเมนิ สปั ดาห์ทป่ี ระเมิน สัดสว่ น
คะแนน
1 1. คณุ ธรรม 1. การเขา้ ชัน้ เรียน ตลอดภาคเรียน 10%
จริยธรรม 2. การมีสว่ นร่วม การซกั ถาม การ
4. ทกั ษะ แสดงความคดิ เห็น
ความสัมพันธ์ 3. ความซอื่ สตั ย์
ระหวา่ งบคุ คล 4. การสง่ งานตามกำหนด
2 2. ความรู้ 1. สอบกลางภาค 9,16 40%
2. สอบปลายภาค
3 3. ทกั ษะทางปญั ญา 1. วเิ คราะห์กรณีศึกษา 2,10 50%
5. ทักษะการ 2. การศึกษาคน้ ควา้ การปฏบิ ัติ 3,6
วเิ คราะห์ เชิงตัวเลข ด้วยตนเอง และรายงานผล
การส่ือสาร และการ 3. การนำเสนอรายงาน 12
ใช้เทคโนโลยี 4. ใบงาน 1,2,3,4,5,7,8,10,11
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
8
2.3 เกณฑ์การประเมนิ ผลการให้คะแนน (เกรด)
อาศัย ข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ว่า
ด้วยการจัดการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี พ.ศ. 2557 หมวด 7 การวัดและการประเมินผล ข้อ
36 ใหม้ ีการประเมนิ ผลการศกึ ษา ตามขอ้ 3.1 ระบบมีคา่ ระดับคะแนนแบ่งเป็น 8 ระดับ
ระดับคะแนน ความหมาย คา่ ระดบั คะแนน
A ดีเยี่ยม (Excellent) 4.0
B+ ดมี าก (Very Good) 3.5
B 3.0
C+ ดี (Good) 2.5
C ดพี อใช้ (Fair Good) 2.0
D+ 1.5
D พอใช้ (Fair) 1.0
F ออ่ น (Poor) 0
ออ่ นมาก (Very Poor)
ตก (Fail)
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
9
ชื่อวิชา : VGE111* ทกั ษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 : ทักษะการรสู้ ารสนเทศในระดับอดุ มศกึ ษา และส่งเสรมิ ทกั ษะ
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
จำนวนช่ัวโมง : 4 ช่ัวโมง
1. หวั ขอ้ เรอื่ ง
1.1 ความหมายความสำคญั ของทักษะการรสู้ ารสนเทศในระดับอุดมศึกษา
1.2 ความหมายความสำคญั ของทักษะการรสู้ ารสนเทศ
1.3 องคป์ ระกอบของการรู้สารสนเทศในระดับอุดมศึกษา
- คณุ ลกั ษณะและความสามารถในการร้สู ารสนเทศ
- มาตรฐานการรู้สารสนเทศในระดบั อดุ มศึกษา
1.4 ทกั ษะการรสู้ ารสนเทศในศตวรรษที่ 21
1.5 ทักษะการเรียนร้ตู ลอดชวี ิต
2. สาระสำคญั
ในยุคท่ีผูค้ นสามารถเป็นทง้ั ผรู้ ับและผู้นำเสนอสารสนเทศและการส่งต่อขอ้ มูลข่าวสารอยา่ งรวดเร็ว ท่ี
สามารถโน้มน้าวจิตใจ โฆษณาชวนเช่ือ การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้รับสารสนเทศ นอกเหนือจากนี้ยัง
มีการใช้สารสนเทศเพ่ือสร้างความเข้าใจผิด ความเกลียดชัง และความขัดแย้งของสังคม จากขอ้ มูล ข่าวสารที่
ไม่เป็นความจริง ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า Information is Power สารสนเทศคืออำนาจ หมายถึง ผู้ท่ีมี
สารสนเทศย่อมเป็นผทู้ ี่มีอำนาจ และได้เปรียบผู้อนื่ ในทุก ๆ ด้าน ทักษะการรู้สารสนเทศจึงเป็นปัจจัยสำคัญท่ี
จะช่วยให้ผู้รับข้อมูล ข่าวสาร สามารถตรวจสอบแหล่งท่ีมาของข้อมูล การพิจารณาสารสนเทศท่ีมีอยู่จำนวน
มหาศาลเพ่ือนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และเม่ือบุคคลสามารถเลือกสารสนเทศท่ีมีความ
น่าเช่ือถือนั้นจะสามารถแยกแยะและจัดระเบียบสารสนเทศท่ตี ้องการและประมวลผลโดยใช้ทักษะทางด้านไอ
ที นอกจากน้ี ทักษะการรู้สารสนเทศเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมทักษะการรู้ตลอดชีวิตซ่ึงเป็นภารกิจของ
สถาบันอุดมศึกษา เพ่ือให้ผู้เรียนมีความสามารถด้านเชาว์ปัญญาในด้านการให้เหตุผลและการคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณ และช่วยใหผ้ ู้เรยี นออกแบบวธิ กี ารเรียนรู้ ซึง่ เป็นพ้ืนฐานสำคัญในความกา้ วหนา้ ในอาชีพ
3. วตั ถุประสงค์การเรียนรู้
3.1 นักศกึ ษาเข้าใจความหมายของทักษะการรู้สารสนเทศ
3.2 นักศกึ ษาเขา้ ใจความสำคญั ของทักษะการรู้สารเทศในระดบั อดุ มศึกษา
3.3 นกั ศกึ ษาเขา้ ใจองค์ประกอบของการรสู้ ารสนเทศ
3.4 นักศึกษาคุณลักษณะและความสามารถในการรสู้ ารสนเทศ
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวัดปทมุ ธานี
10
3.5 นกั ศกึ ษามาตรฐานการร้สู ารสนเทศในระดับอุดมศกึ ษา
3.6 นักศกึ ษาเข้าใจทกั ษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21
3.7 นักศึกษาเขา้ ใจความหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
3.8 นักศึกษาเข้าใจหลกั การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ
4. กระบวนการจัดการเรียนรู้
4.1 กิจกรรมที่ 1 ทกั ษะการรูส้ ารเทศในระดบั อุดมศึกษา จำนวน 1 ชว่ั โมง
4.1.1 ขน้ั นำ
ผู้สอนนำเข้าสู่บบทเรียนโดยให้ผูเ้ รยี นแบง่ กลุ่มตามอธั ยาศัย กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน เพอ่ื รับชมส่ือ
วิดีทัศน์เร่ืองทักษะการรู้สารสนเทศ และให้ผู้เรยี นร่วมกันอภิปรายในประเด็น 1) ความสำคัญของทักษะการรู้
สารสนเทศ 2) การประยุกต์ทักษะการรู้สารสนเทศกับชีวิตประจำวัน และ 3) ทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ใน
ศตวรรษท่ี 21
4.1.2 ขน้ั กิจกรรม
ผ้สู อนอธิบายความหมายของสารสนเทศ ทักษะการรู้สารสนเทศ ความสำคัญของทักษะการ
รู้สารเทศในระดับอุดมศกึ ษา องค์ประกอบของการรู้สารสนเทศ มาตรฐานการรู้สารสนเทศในระดับอดุ มศึกษา
และ ทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21
4.1.3 ขน้ั สรปุ
ผู้สอนสรุปความหมายของทักษะการรู้สารสนเทศ ความสำคัญของทักษะการรู้สารเทศใน
ระดับอุดมศึกษา องค์ประกอบของสารสนเทศ มาตรฐานการรู้สารสนเทศในระดับอุดมศึกษา และทักษะการ
เรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21
4.1.4 ข้นั ประเมนิ ผล
ผ้สู อนมอบหมายใหน้ ักศกึ ษาทำใบงานงานท้ายบทเรียน
4.2 กิจกรรมท่ี 2 ทักษะการเรียนรตู้ ลอดชีวติ จำนวน 1 ชวั่ โมง
4.2.1 ข้นั นำ
ผสู้ อนนำเข้าสู่บบทเรยี นโดยการตง้ั ประเด็นคำถามเร่ือง การเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ เพือ่ ตรวจสอบ
ความเข้าใจเบ้อื งตน้ ของผ้เู รยี น ถงึ ความหมายและความสำคัญของทกั ษะการเรียนร้ตู ลอดชวี ติ
4.2.2 ขนั้ กจิ กรรม
ผู้สอนอธิบายความหมายการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสำคัญของตลอดชีวิต และให้
ผู้เรยี น
แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายในประเด็นทักษะการรู้สารสนเทศ และทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ส่งผลต่อ
ทกั ษะการเรียนรู้ตลอดชวี ิตอย่างไร
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
11
4.2.3 ขัน้ สรุป
ผู้สอนอธิบายสรุปความหมายการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสำคัญของตลอดชีวิต และ
ความสำคญั ของทกั ษะการรูส้ ารสนเทศ และทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 ตอ่ ทกั ษะการเรียนรู้ตลอดชีวติ
4.2.4 ข้นั ประเมินผล
ผสู้ อนมอบหมายให้นกั ศกึ ษาทำใบงานทา้ ยบทเรียน
5. ทรัพยากรประกอบการเรยี นรู้
5.1 สอ่ื การสอน
- Google Classroom รายวชิ าทกั ษะการรูส้ ารสนเทศ (VGE111*)
- PowerPoint หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 ทกั ษะการรสู้ ารสนเทศในระดับอดุ มศกึ ษา และ
สง่ เสรมิ ทกั ษะการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
- สอ่ื วิดที ศั นเ์ รือ่ งทักษะการรู้สารสนเทศ
- ใบงานที่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ทักษะการรสู้ ารสนเทศในระดบั อุดมศึกษา และสง่ เสริม
ทกั ษะการเรียนรูต้ ลอดชวี ิต
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชุดการเรยี นรรู้ ายวิชาทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาทักษะการรูส้ ารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมินผลการเรยี นรู้
6.1 เครื่องมือวดั ผล
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ใบงาน
- แบบทดสอบ
6.2 การประเมนิ ผล
- การมีสว่ นรว่ มในการตอบข้อซักถาม
- การตรวจผลงาน
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี
12
ใบงาน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความรเู้ บือ้ งต้นเกี่ยวกบั ทกั ษะการรู้สารสนเทศ
จงอธบิ ายมาพอสังเขป
1.ทักษะการรูส้ ารสนเทศ มคี วามหมายวา่ อย่างไร
...................................................................................................................................................................
................................................................................................... ................................................................
2.ทกั ษะการรู้สารสนเทศ มคี วามสำคญั คือ
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
3.การรูส้ ารสนเทศมีองค์ประกอบอะไรบ้าง จงอธิบาย
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
4.ลักษณะของผู้ทร่ี ู้สารสนเทศ ควรมีทกั ษะและความสามารถ ดงั น้ี
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................ .......................................................
...................................................................................................................................................................
.................................................... ...................................................................................... ........................
5.จงบอกทักษะท่จี ำเปน็ ในการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 พร้อมยกตวั อย่าง
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... ..............................
...................................................................................................................................................................
........................................................ .................................................................................. .........................
6. ทักษะการเรียนร้ตู ลอดชีวติ มคี วามสำคญั ต่อผูเ้ รยี นในระดับอุดมศกึ ษาอย่างไร
............................................................................................................ .......................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................ .......................................................
................................................................................................................................................................... .
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จังหวดั ปทมุ ธานี
13
ชื่อวิชา : VGE111* ทกั ษะการร้สู ารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 : การวิเคราะห์ความตอ้ งการสารสนเทศ
จำนวนช่วั โมง : 4 ช่ัวโมง
1. หวั ขอ้ เร่ือง
1.1 ความสำคัญของการวเิ คราะหค์ วามต้องการสารสนเทศ
1.2 การกาํ หนดปัญหา หรือกําหนดขอบเขตของสารสนเทศท่ตี ้องการใช้
1.3 กาํ หนดวตั ถุประสงค์เพ่ือการค้นหาสารสนเทศ
2. สาระสำคญั
ความต้องการสารสนเทศมีความจำเป็นต่อบุคคลทุกคน สำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจท่ีเกิดข้ึนใน
ชวี ิตสว่ นตัว และชีวติ การงาน ซง่ึ ระดับความต้องการสารสนเทศของแตล่ ะบุคคลมีความแตกต่างกัน ข้ึนอยู่กับ
เหตุการณ์ และสถานการณ์ โดยการได้มาซึ่งสารสนเทศขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ท่ีแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ข้ึนอยู่กับแก่นสำคัญของการดำเนินชีวิต เพศ วัย ยุคสมัย สิ่งแวดล้อมและสังคม คุณลักษณะสารสนเทศที่
บุคคลต้องการ มีท่ีมาจากสารสนเทศท่ีบุคคลจำเป็นต้องรู้ สารสนเทศที่บุคคลควรรู้ และสารสนเทศท่ีบุคคล
อยากรู้ และการวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศ ประกอบด้วยการกำหนดความต้องการ เริ่มจากการหาหัว
เร่ืองที่สนใจต้องการหาคำตอบ โดยใช้แผนผังความคิด เพื่อให้ได้เห็นภาพความต้องการ การกำหนด
คุณลักษณะสารสนเทศ หาแหล่งข้อมูลท่ีจะทำการค้นคว้าเบ้ืองต้น และวางแผนการค้นหาเพื่อให้ได้มาซ่ึง
สารสนเทศ
3. วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ผเู้ รยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั ความต้องการสารสนเทศ
3.2 ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั ระดับความตอ้ งการสนเทศเทศ
3.3 ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจในการกำหนดวตั ถปุ ระสงคค์ วามต้องการสารสนเทศ
3.4 ผ้เู รียนมคี วามรู้ ความเข้าใจในการกำหนดคุณลกั ษณะสารสนเทศทบ่ี ุคคลต้องการ
3.5 ผเู้ รยี นมคี วามรู้ ความสามารถทำการวิเคราะหค์ วามต้องการสารสนเทศ
3.6 ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความสามารถคน้ หาสารสนเทศได้ตามความต้องการ
4. กระบวนการจัดการเรียนรู้
4.1 กจิ กรรมท่ี 1 กรณีศึกษาความตอ้ งการสารสนเทศ เวลา 1 ชั่วโมง
4.1.1 ขนั้ นำ
ผูส้ อนกำหนดกรณศี ึกษาทอี่ ธบิ ายถึงเหตุการณ์ หรอื สถานการณต์ ่างๆ ที่เกดิ ขึ้น
อาจเป็นเหตุการณ์ทอี่ ยใู่ นความสนใจของสังคม
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
14
4.1.2 ขนั้ กิจกรรม
กำหนดใหผ้ เู้ รียนแบ่งกลมุ่ แล้วร่วมกันวเิ คราะห์เพอ่ื หาความต้องการสารสนเทศ วา่
จำเปน็ ต้องใช้สารสนเทศอะไรบ้างเพ่อื แก้ปญั หา หรอื รับมือกับเหตกุ ารณ์ และสถานการณ์ในภาวะต่างๆ
4.1.3 ขนั้ สรุป
ผู้เรียนแต่ละกลุ่มอภิปราย รว่ มแบง่ ปัน และระดมความคิด
4.1.4 ข้ันประเมินผล
ผสู้ อนประเมินผลงาน
4.2 กิจกรรมที่ 2 นักสบื โคนัน ภาค 1 เวลา 1 ชั่วโมง
4.2.1 ข้ันนำ
ผู้สอนแนะนำแหล่งสารสนเทศเพิ่มเติม เช่น ฐานข้อมูล อินเทอร์เน็ต ห้องสมุดเฉพาะ
ทาง หรอื บุคคลทมี่ ีความรู้ ความเชีย่ วชาญในหัวเร่อื งที่คน้ คว้า
4.2.2 ขน้ั กจิ กรรม
1. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมนักสืบโคนัน โดยการค้นคว้าแหล่งสารสนเทศเพ่ิมเติม
และทำรายการสารสนเทศเพม่ิ เตมิ นอกเหนอื จากท่ีมใี นห้องสมดุ มหาวิทยาลยั
2. ผู้เรียนระบุความเป็นไปได้ และระยะเวลาของการได้มาซ่ึงสารสนเทศที่ค้นคว้า
เพม่ิ เตมิ
4.2.3 ขั้นสรุป
1. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มทำรายการสารสนเทศสรุปท่ีได้จากการสืบค้นตามลายแทงในใบ
งานโคนัน พร้อมท้ังประเมินความเป็นไปได้ของการได้มาซ่ึงสารสนเทศแตล่ ะรายการ
2. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจัดทำแผนทคี่ วามคิด (Mind mapping) พร้อมทั้งนำเสนอผลงาน
4.2.4 ขน้ั ประเมนิ ผล
ผสู้ อนประเมนิ ใบงานกจิ กรรมนกั สบื โคนนั ภาค 1 และการนำเสนอผลงาน
5. ทรัพยากรประกอบการเรยี นรู้
5.1 สอื่ การสอน
- Google Classroom รายวชิ าทักษะการรูส้ ารสนเทศ (VGE111*)
- ส่อื ประกอบการบรรยาย PowerPoint
- คลปิ วิดโี อท่นี ่าสนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอ่ืนๆ
- สารสนเทศ ข่าวสารท่ีน่าสนใจ ประกอบการอภิปรายกลุ่ม
- ใบงานนกั สืบโคนัน ภาค 1
- ใบงานหน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 การวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศ
5.2 เอกสาร ตำรา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
15
- ชุดการเรียนรรู้ ายวชิ าทักษะการร้สู ารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรู้ รายวิชาทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมินผลการเรียน
6.1 เครอื่ งมือวัดผล
- แบบประเมนิ การนำเสนอ (scoring rubric)
- ใบงาน
6.2 การประเมินผล
- การอภิปราย/ การนำเสนอหนา้ ช้นั เรียน
- การมสี ว่ นร่วมในการอภปิ รายกลมุ่
- การตรวจผลงาน
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวัดปทุมธานี
16
ใบงาน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การวิเคราะหค์ วามตอ้ งการสารสนเทศ
จงอธิบายมาพอสังเขป
1.ความต้องการสารสนเทศ หมายถงึ ......................................................................................................
...................................................................................................................... .............................................
................................................................................................................... ................................................
2.ความต้องการสารสนเทศได้ 4 ระดับ (Levels of Information Needs) คือ
............................................................................................................................................................... ....
...................................................................................................................................................................
3.ประเภทของความต้องการสารสนเทศ มปี จั จยั ดังนี้
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................... .............................................
...................................................................................................................................................................
4.ลักษณะของความต้องการสารสนเทศของ Cole คอื
.................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................... ....................
5.การวิเคราะห์ความต้องการสารสนเทศ ท่านมวี ธิ กี ารวางแผนเพ่ือไว้กำหนดคำสำคญั ทจ่ี ะใชใ้ นการค้นควา้
โดยมลี ำดบั ขัน้ ดังนี้
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................................................. ......................................
6. ในการคน้ ควา้ หาหวั ข้อ (Topic) ควรมีการกำหนดคณุ ลักษณะของสารสนเทศ คือ
............................................................................................................................................... ....................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................................................
............................................................................................ .......................................................................
............................................................................................................................. ......................................
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
17
ชือ่ วิชา : VGE111* ทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 : แหลง่ ทรพั ยากรสารสนเทศ และทรัพยากรสารสนเทศ
จำนวนชว่ั โมง : 8 ชั่วโมง
1. หัวขอ้ เร่ือง
1.1 ความหมาย ความสำคญั และประเภทของแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ
1.2 ความหมาย ความสำคัญ และประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ
1.3 การเลอื กใช้แหล่งทรัพยากรสารสนเทศ
2. สาระสำคญั
แหล่งทรัพยากรสารสนเทศ และทรพั ยากรสารสนเทศท่ีมีมากมายมหาศาลนั้น ล้วนมคี วามสำคัญต่อ
การจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ซง่ึ ทรัพยากรสารสนเทศเป็นสิ่งมีคุณคา่ ท่ีเกิดจากภูมปิ ัญญาของมนุษย์ เป็น
ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเพิ่มเติมโดยไม่หมดส้ิน ทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ได้ ด้วยความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทำให้มีการถ่ายทอดสารสนเทศออกมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร
ตีพิมพ์ เช่น หนังสือ วารสาร และส่ิงพิมพ์รูปแบบต่าง ๆ ทรัพยากรไม่ตีพิมพ์ เช่น โสตทัศนวัสดุ และวัสดุ
ย่อส่วน ตลอดจนทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันทรัพยากรสารสนเทศท่ัวทุกมุมโลกถูก
จดั เก็บไว้ในแหล่งสารสนเทศท่ีเป็นแบบออฟไลน์และออนไลน์อยา่ งทันสมัย และเป็นระบบ เพ่ือสะดวกในการ
สืบค้นและเข้าถึงสารสนเทศท่ีต้องการได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ดังนั้นนักศึกษาจึงควรเลือกแหล่งและ
ทรัพยากรสารสนเทศให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการ เพ่ือจะได้สามารถนำสารสนเทศไปใช้ให้เป็น
ประโยชนอ์ ยา่ งเตม็ ที่ตามวตั ถปุ ระสงค์
3. วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 นักศกึ ษามีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความหมาย และประเภทของแหล่งทรพั ยากรสารสนเทศ
3.2 นักศึกษาสามารถอธบิ ายความหมาย และประเภทของแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ
3.3 นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับความหมาย และประเภทของทรพั ยากรสารสนเทศ
3.4 นักศกึ ษาสามารถอธิบายความหมาย และประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ
3.5 นักศึกษาสามารถพจิ ารณาเลือกใชแ้ หล่งแหลง่ ทรัพยากรสารสนเทศ
4. กระบวนการจดั การเรียนรู้
4.1 กจิ กรรมที่ 1 ทวั ร์แหล่งทรพั ยากรสารสนเทศในมหาวิทยาลัย จำนวน 2 ชว่ั โมง
4.1.1 ขัน้ นำ
ผ้สู อนกระตุ้นผู้เรียนโดยการตั้งคำถามปลายเปิด และเปิดวิดีโอ “แนะนำมหาวิทยาลัย
ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” และ “รู้จักแหลง่ ทรพั ยากรสารสนเทศท่วั โลก”
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จงั หวัดปทุมธานี
18
4.1.2 ข้ันกจิ กรรม
1. ผูส้ อนและผูเ้ รยี นร่วมกันสนทนาประเด็นแหล่งทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ
ในคลิปวิดโี อ และแหล่งทรัพยากรสารสนเทศในมหาวิทยาลยั ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนร่วมกันตอบคำถามประเด็นในข้อ 4.1.2.1 ลงในกระดาษโพสต์อิท
หรือใช้โปรแกรมโพสต์อิทออนไลน์ (Lino)
3. ผู้สอนสุ่มคำตอบของผู้เรียนจากโปแกรมโพสต์อิทออนไลน์ (Lino Program) แล้ว
ใหผ้ ู้เรียนอภิปราย และร่วมกันแลกเปลีย่ นเรียนรู้
4. ผู้สอนแบ่งกลุ่มให้ผู้เรียนกลุ่มละ 5 คน เพื่อสำรวจแหล่งทรัพยาสารสนเทศภายใน
มหาวทิ ยาลัย ทำงานเปน็ ทมี สรุปเป็นคลปิ วดิ ีโอความยาว 3 นาที
5. ผู้เรียนนำเสนอคลิปในกลุ่มเรียนบนสังคมออนไลน์ และเปิดให้เพื่อนๆ ร่วมแสดง
ความคดิ เห็น
4.1.3 ขน้ั สรปุ
ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกัน สรุปความรู้ท่ีได้จากการศึกษา สำรวจแหล่งแหล่งทรัพยา
สารสนเทศภายในมหาวิทยาลัย ผ่านการอภิปรายกลุ่ม ถ่ายถอด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบ Flipped
Learning โดยทา้ ยสดุ ผู้สอนจะสรปุ รวบยอด และเสริมในสว่ นทผ่ี ูเ้ รียนยงั มขี ้อบกพร่อง
4.1.4 ขนั้ ประเมนิ ผล
ผู้สอนประเมินการนำเสนอผู้เรียนรายบุคคล และรายกลุ่ม แบบทดสอบก่อนเรียน/
หลังเรยี น และประเมินจากใบงาน
4.2 กิจกรรมที่ 2 อบรมการใช้ฐานขอ้ มลู จำนวน 2 ชั่วโมง
4.2.1 ขั้นนำ
ผู้สอนกระตุ้นผู้เรียนโดยการต้ังคำถาม และเปิดวิดีโอ แนะนำสำนักวิทยบริการและ
เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์
4.2.2 ขั้นกจิ กรรม
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอบซักถาม และแลกเปล่ียนความคิดเห็น
2. ผู้เรียนเข้าสู่การอบรม ฐานข้อมูลสำหรับใช้ในการสืบค้นสารสนเทศฐานข้อมูล
OPAC ฐานข้อมูลออนไลน์ ได้แก่ ฐานข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้แก่ ACM
(Association for Computing Machinery), EBSCO, ProQuest เปน็ ต้น
3. ผู้สอนแจกใบงานให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติใช้ฐานข้อมูล OPAC และฐานข้อมูลออนไลน์
สกอ.
4. ผู้เรยี นส่งใบงาน และผู้สอนเฉลยใบงาน พร้อมทั้งอธิบายวิธีการใช้ฐานขอ้ มูลต่างๆใน
การสบื คน้ หาคำตอบ
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
19
4.2.3 ขั้นสรุป
ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกัน สรุปความรู้ที่ได้จากศึกษา และการอบม โดยผู้สอนจะสรุป
รวบยอด และสรุปเพ่ิมเติมให้ผู้เรียนทย่ี ังมขี อ้ บกพร่อง
4.2.4 ขน้ั ประเมินผล
ผู้สอนประเมินจากใบงาน
5. ทรพั ยากรประกอบการเรยี นรู้
5.1 ส่อื การสอน
- Google Classroom รายวชิ าทกั ษะการร้สู ารสนเทศ (VGE111*)
- สื่อประกอบการบรรยาย Powerpoint
- คลิปวิดโี อทน่ี า่ สนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอ่ืนๆ
- อนิ เทอรเ์ นต็ , โปรแกรม Lino, Kahoot
- ใบงานหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 แหล่งทรัพยากรสารสนเทศ และทรัพยากรสารสนเทศ
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชดุ การเรยี นร้รู ายวิชาทกั ษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
6.1 เครอื่ งมือวดั ผล
- แบบทดสอบ
- แบบประเมนิ การนำเสนอ (scoring rubric)
- ใบงาน
6.2 การประเมินผล
- การอภิปราย/ การนำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น
- การมีสว่ นร่วมในการอภิปรายกลมุ่
- การตรวจผลงาน
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวดั ปทมุ ธานี
20
ใบงาน
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 แหล่งทรพั ยากรสารสนเทศ และทรัพยากรสารสนเทศ
1.จงบอกความสำคญั ของแหล่งทรัพยากรสารสนเทศ และทรัพยากรสารสนเทศต่อการเรียนใน
ระดบั อดุ มศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.จงอธบิ ายหลกั การเลือกใช้แหล่งทรพั ยากรสารสนเทศ พร้อมทง้ั ยกตัวอยา่ งมา 1 แหลง่ สำหรบั ยคุ การ
เรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรเปน็ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงอธบิ ายความหมายและการใช้ทรพั ยากรสารสนเทศ ประเภทหนงั สอื อ้างองิ ดงั น้ี
3.1 พจนานุกรม………………………………………………………………………………………………………………….
3.2 สารานกุ รม………………………………………………………………….……………………………………………….
3.3 นามานุกรม……………………………………………………………………………………………………..……………
3.4 สิ่งพมิ พร์ ัฐบาล………….………………………………………………………………………………………………….
3.5 อักขรานุกรมชีวประวตั ิ……….…………………………………………………………………………………………
4. ใหน้ กั ศกึ ษาสำรวจทรัพยากรสารสนเทศในสำนกั วทิ ยบรกิ ารตามความต้องการในการนำไปใช้งานตอ่ ไปน้ี
ประเภททรพั ยากร ช่อื เร่อื ง เลขเรียก ระบหุ อ้ ง/ชั้น/ทพี่ บ วตั ถุประสงค์ในการ
หนังสือ ทรัพยากร ใชง้ าน
1. หนังสือ สารสนเทศ
2 รายการ
2. รายงานการวิจัย
2 รายการ
3. หนงั สือบันเทิงคดี
2 รายการ
4. วารสารวชิ าการ
2 รายการ
5. นติ ยสาร
2 รายการ
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวดั ปทุมธานี
21
ช่อื วิชา : VGE111* ทักษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 : เคร่ืองมือสบื ค้นทรพั ยากรสารสนเทศ
จำนวนชวั่ โมง : 8 ชั่วโมง
1. หัวขอ้ เรอ่ื ง
1.1 เครอ่ื งมือสืบค้นทรพั ยากรสารสนเทศ
- พฒั นาการของเครื่องมอื สืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ
- ความหมายของเครื่องมือสืบคน้ ทรพั ยากรสารสนเทศ
- ระบบการจัดหมวดหมู่จดั หมวดหม่หู นังสอื
- เลขเรียกหนงั สือ (Call number)
1.2 แหล่งให้บริการการสืบค้นสารสนเทศ
- ฐานขอ้ มูลทรัพยากรสารสนเทศห้องสมดุ หรอื โอแพค (Online Public Access Catalog)
- ฐานข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์
2. สาระสำคญั
การรู้จักเคร่ืองมือสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ส่งผลต่อการใช้งานเพ่ือให้
สามารถเข้าถึงแหล่งสารสนเทศท่ีต้องการได้อย่างหลากหลายรูปแบบให้รวดเร็ว ถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ
และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและทันเวลา การทำความเข้าใจเคร่ืองมือสืบค้นทรัพยากร
สารสนเทศ พัฒนาการของเคร่ืองมือสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ ความหมายของเคร่ืองมือสืบค้นทรัพยากร
สารสนเทศ ระบบการจัดหมวดหมู่จัดหมวดหมู่หนังสือ เลขเรียกหนังสือ (Call number) นำไปสู่ การเลือก
แหล่งให้บริการการสืบค้นสารสนเทศ อันไดแ้ ก่ ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดหรือโอแพค (Online
Public Access Catalog) และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านตัวอย่างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือการ
สบื คน้ ข้อมลู ออนไลนต์ ่างประเทศ ตัวอยา่ งฐานข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพ่อื การสืบค้นขอ้ มูลออนไลนใ์ นประเทศ
3. วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 นกั ศึกษามีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั พัฒนาการของเครื่องมือสบื คน้ ทรพั ยากรสารสนเทศ
3.2 นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายพฒั นาการของเครื่องมือสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ
3.3 นักศึกษามีความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั ระบบการจัดหมวดหมู่จดั หมวดหมหู่ นังสอื เลขเรียก
หนังสอื (Call number)
3.4 นักศึกษาสามารถอธิบายระบบการจัดหมวดหมจู่ ัดหมวดหมู่หนังสือ เลขเรยี กหนังสือ (Call
number)
3.5 นักศึกษาสามารถพจิ ารณาเลือกใช้บรกิ ารการสืบคน้ สารสนเทศ ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศ
ห้องสมุดหรอื โอแพค (Online Public Access Catalog) และ ฐานข้อมลู อเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวัดปทุมธานี
22
4. กระบวนการจัดการเรียนรู้
4.1 กจิ กรรมที่ 1 นกั สบื โคนนั ภาค 2 เวลา 2 ชวั่ โมง
4.1.1 ขั้นนำการสืบค้นรายการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด (OPAC) และการสืบค้น
ฐานขอ้ มลู ออนไลน์ (Online database) หนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (E-Book) วารสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์
4.1.2 ขั้นกิจกรรม ฝึกทำใบงานนกั สืบโคนัน ภาค 2 การสบื ค้นรายการทรัพยากรสารสนเทศ
ของห้องสมุด (OPAC) การสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ (Online database) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)
วารสารอเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Journal)
4.1.3 ขน้ั สรุปใหน้ กั ศึกษาสะทอ้ นผลลพั ธก์ ารเรียนรู้ในช้ันเรยี นหลังการอบรม
4.1.4 ขน้ั ประเมินผลตามสภาพจรงิ
4.2 กจิ กรรมท่ี 2 ศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง เวลา 2 ช่วั โมง
4.2.1 ขน้ั นำ แนะนำการทำแบบฝึกหดั ท้ายบท
4.2.2 ขน้ั กิจกรรมให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัดทา้ ยบทส่งในระบบฐานขอ้ มูลช้นั เรยี น
4.2.3 ขน้ั สรุป ใหน้ กั ศึกษาเขียนอธิปรายผลลัพธก์ ารเรยี นรู้ในแบบฝกึ หัดทา้ ยบท
4.2.4 ข้นั ประเมนิ ผล (Scoring rubrics)
5. ทรพั ยากรประกอบการเรยี นรู้
5.1 สื่อการสอน
- Google Classroom รายวชิ าทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- สือ่ ประกอบการบรรยาย Powerpoint
- คลิปวิดโี อทน่ี า่ สนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอ่ืนๆ
- ใบงานนกั สืบโคนนั ภาค 2
- ใบงานหน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 เคร่ืองมือสบื ค้นทรัพยากรสารสนเทศ
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชดุ การเรยี นรู้รายวิชาทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมินผลการเรียนรู้
6.1 เคร่อื งมือวัดผล
- แบบประเมินการนำเสนอ
- ใบงาน
6.2 การประเมนิ ผล
- การนำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน การอภิปรายผล
- การตรวจผลงาน
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
23
ใบงาน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 เคร่ืองมือสืบคน้ ทรพั ยากรสารสนเทศ
กิจกรรมนักสืบโคนัน (ให้แบ่งกล่มุ ๆละ 3 คน)
1. ใหน้ กั ศึกษาสืบคน้ รายการทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด (OPAC) ของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี
สารสนเทศ ดังนี้
หนงั สอื ทแี่ ต่งโดย จันทรย์ วีร์ สมปรีดา มกี ่รี ายการ ............. ใหเ้ ลือกมา 1 รายการ
ชือ่ เรอื่ ง…………………………………………………………………………………………………………………………............
หนังสอื ทแ่ี ต่งโดย William Shakespeare มกี ่ีรายการ ............. ให้เลอื กมา 1 รายการ
ชื่อเรื่อง…………………………………………………………………………………......……………..……………….................
หนงั สอื เรอื่ ง ความสุขของกะทิ ใครเปน็ ผูเ้ ตง่ พร้อมบอกรายละเอียด
ผูแ้ ต่ง……………………………………………………………......……………………….....................................................
2. ใหน้ กั ศกึ ษาสบื คน้ ทรัพยากรสารสนเทศ 1 เรอ่ื งท่สี นใจโดยเครอ่ื งมอื สืบคน้ สารสนเทศตามความเหมาะสม
ดังน้ี ฐานข้อมลู ThaiLIS Digital Collection (TDC), ฐานขอ้ มูล Thai Journals Online (ThaiJO),
ฐานข้อมลู Google Scholar, ศูนยข์ ้อมูลการวิจัยดจิ ิทัล DRIC เขยี นสรปุ ผลพรอ้ มทัง้ แสดงผลหน้าจอที่ได้จาก
การสืบค้นประกอบ
ช่ือบทความ .............................................................................................................................................
ชอ่ื ผแู้ ตง่ ..................................................................................................................................................
ชื่อวารสาร........................................................................................................... .....................................
ปที …่ี ….........ฉบับท.่ี ..............วนั เดอื นปี...............................................เลขหนา้ ........................................
ชอื่ วารสาร................................................................................................................................................
ปีท…่ี ….........ฉบบั ท.่ี ..............วนั เดอื นปี...............................................เลขหน้า........................................
ชื่อบทความ..............................................................................................................................................
ชอื่ ผู้แตง่ ............................................................................................................................. ......................
ช่อื วารสาร ..............................................................................................................................................
ปีท…ี่ ….........ฉบบั ท.ี่ ..............วนั เดือนปี...............................................เลขหน้า.......................................
ชือ่ วารสาร...............................................................................................................................................
ปีท…่ี ….........ฉบบั ท.่ี ..............วนั เดือนปี...............................................เลขหนา้ .....................................
ชอื่ บทความ........................................................................................................................................ .....
ชอื่ ผู้แต่ง .................................................................................................................................................
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี
24
ชอ่ื วิชา : VGE111* ทักษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 : กลยทุ ธ์การสบื ค้นทรพั ยากรสารสนเทศ
จำนวนช่ัวโมง : 4 ชั่วโมง
1. หวั ข้อเร่ือง
1.1 วิธกี ารสบื ค้นข้อมลู โดยใช้โปรแกรมสืบค้น
- กลยทุ ธก์ ารคน้ หาสารสนเทศ
1.2 การสบื ค้นขนั้ พื้นฐานและข้นั สูง
- เทคนคิ กลยุทธ์การค้นหาสารสนเทศจากฐานขอ้ มลู ห้องสมดุ
- เทคนิคการค้นหาสารสนเทศจากฐานข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์
- เทคนิคการคน้ หาสารสนเทศจากโปรแกรมคน้ หา (Search engine)
- เทคนิคการสืบคน้ Google Scholar
2. สาระสำคญั
การค้นหาสารสนเทศหรือทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการน้ัน จำเปน็ ต้องรู้เทคนิค
วิธีกำหนดกลยุทธ์การค้นหาสารสนเทศ ซ่ึงจะช่วยให้ผลการค้นหาสารสนเทศหรือทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ
ประสบผลสำเร็จและได้สารสนเทศท่ีตรงความต้องการมากที่สุด โดยท่ัวไปกลยุทธ์การค้นหาสารสนเทศ มี 2
ประเภท ดังต่อไปนี้ 1. กําหนดคําค้น (keywords) สำหรับใช้สืบค้นเป็นวิธีการสร้างคำค้นท่ีผู้ค้นกำหนดข้ึน
เป็นคำสำคัญท่ีจะใช้ในการค้นหาสารสนเทศ โดยการสร้างคำค้น 1-3 คำ ที่ใช้แทนเนื้อหาของสารสนเทศ ซ่ึง
อาจเป็นคำหรือวลีท่ีอยู่ในส่วนใดส่วนหน่ึงของสารสนเทศ อาจจะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ชื่อเรื่อง หรือ
คำสำคัญ เพื่อใช้ในการค้นหาสารสนเทศ แต่เน่ืองจากคำสำคัญเป็นคำที่ไม่มีข้อกำหนดในการใช้งาน จึงมักใช้
งานได้ง่ายในระบบการสืบค้นสารสนเทศ กําหนดเทคนิคการสืบค้นเม่ือกำหนดคำค้นได้แล้ว ผู้ค้นจะต้องรู้
เทคนิควธิ กี ารสืบคน้ ต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้เพอ่ื คน้ หาสารสนเทศทถ่ี ูกต้องตรงความต้องการและรวดเรว็ ยิ่งขึน้
3. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 นักศึกษาสามารถกำหนดกลยุทธก์ ารสบื คน้ สารสนเทศได้
3.2 นกั ศึกษาสามารถเลือกเทคนิคกลยทุ ธ์การค้นหาสารสนเทศได้ตรงตามความต้องการ
3.3 นักศึกษาสามารถใช้เทคนิคการค้นหาสารสนเทศได้ถกู ตอ้ ง
4. กระบวนการจดั การเรยี นรู้ เวลา 2 ชัว่ โมง
4.1 กจิ กรรมท่ี 1 นกั สบื โคนัน ภาค 3
4.1.1 ขนั้ นำ
- ผสู้ อนอธบิ ายขน้ั ตอนการทำกิจกรรมนกั สบื โคนัน ภาค 3
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี
25
4.1.2 ขน้ั กจิ กรรม
1. ผู้สอนร่วมสนทนากับผู้เรียนเก่ียวกับกลยุทธ์การสืบค้นอย่างไรให้ถูกต้อง รวดเร็ว และ
เชอ่ื มโยงสู่ใบงานนกั สบื โคนนั ภาค 3 (หนว่ ยกิจกรรมการเรยี นรู้ ลับ ลวง พราง)
2. ให้ผู้เรียนแต่ละคนสืบค้นจากแหล่งข้อมูลประเภทต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต, การสืบค้น
ทรัพยากรสารสนเทศออนไลน์ (OPAC) ฐานข้อมูลออนไลน์ โดยนำกลยุทธ์การค้นหา เช่น การใช้เทคนิค
วธิ ีการสบื ค้นขั้นสูง (Advance Search) โดยใชเ้ ทคนิคตา่ งๆ ตลอดจนการใช้ Search Engine
4.1.3 ขัน้ สรปุ
ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกนั สรปุ อภิปราย แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ปญั หา และอุปสรรคท่พี บเจอใน
การทำใบงาน และเสรมิ ในส่วนทผี่ ู้เรยี นส่วนใหญ่ยังมีข้อบกพรอ่ ง
4.1.4 ขั้นประเมินผล
การทำใบงานนกั สบื โคนนั ภาค 3 ประเมนิ ผลตามสภาพจริง
5. ทรพั ยากรประกอบการเรียนรู้
5.1 ส่ือการสอน
- Google Classroom รายวชิ าทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
- ส่ือประกอบการบรรยาย Powerpoint
- คลปิ วิดโี อทีน่ า่ สนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอน่ื ๆ
- ใบงานนกั สบื โคนัน ภาค 3
- ใบงานหน่วยการเรียนรูท้ ี่ 5 กลยทุ ธ์การสืบค้นทรพั ยากรสารสนเทศ
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชุดการเรยี นรู้รายวิชาทกั ษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมินผลการเรยี นรู้
6.1 เครื่องมือวดั ผล
- แบบประเมินพฤตกิ รรมรายบคุ คล
- ใบงาน
6.2 การประเมนิ ผล
- การตอบคำถาม การอธิบาย การมีสว่ นรว่ มในการอภปิ ราย
- การตรวจผลงาน
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวดั ปทมุ ธานี
26
ใบงาน
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 กลยทุ ธ์การคน้ หาสารสนเทศ
1. ตอ้ งการคน้ ข้อมลู ดอกไม้กนิ ไดใ้ นประเทศไทย ใหนักศึกษากำหนดคำค้น (Keywords) สำหรับใชส้ ืบคน้
เปน็ ภาษาไทย
Keywords:……………………………………………………………………………………………………………………………………
Keywords:……………………………………………………………………………………………………………………………………
Keywords:……………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เมื่อตดั คำแล้วทำใหไ้ ด้ผลลัพธ์การสบื ค้นจากทั้งคำว่า Evaluation, Evaluate ผ้คู น้ จะต้องกำหนดการตัด
คำนีใ้ นรูปแบบใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
3. กำหนดคำคน้ ว่า เศรษฐกจิ พอเพยี ง – ทฤษฎี - ปรชั ญา การกำหนดคำแบบนีห้ มายถึงอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………....................
4. กำหนดคำค้นว่า water and soil การกำหนดคำแบบน้หี มายถึงอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
5. กำหนดคำค้นว่า “Information Digital” จะปรากฎผลลพั ธ์ที่ไดจ้ ากการกำหนดคำคน้ ลกั ษณะน้ีอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
6. ถา้ ต้องการคน้ หาทุกข้อมูลทเี่ กี่ยวข้องกับคำว่า tele ตอ้ งมีรปู แบบการใส่คำคน้ หาอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
7. ต้องการคน้ ข้อมูลเก่ียวกบั ภูมิปญั ญาของชาวบา้ นในการใชส้ มนุ ไพรรักษาโรค โดยใชค้ ำคน้
“ภมู ปิ ญั ญาไทย” ปรากฏว่าไมพ่ บผลลัพธ์ นักศึกษาจะใช้คำคน้ อ่ืนใดแทนเปน็ ครัง้ แรก
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
8. มหี นังสอื 3 รายการคือ 1) การจดั การศึกษาสำหรบั เด็กที่มีความสามารถพิเศษ 2) การฟ้นื ฟสู มรรถภาพ
ของเด็กตาบอด 3) ความบกพรอ่ งทางการไดย้ นิ ให้กำหนดหัวเรื่องจากหนงั สือดงั กล่าวเพอื่ ใช้ในการสืบคน้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….......
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………................
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
27
ชือ่ วิชา : VGE111* ทกั ษะการร้สู ารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 : การวิเคราะห์ การสงั เคราะห์ และการประเมนิ สารสนเทศ
จำนวนชัว่ โมง : 8 ช่ัวโมง
1. หวั ขอ้ เร่อื ง
1.1 ความหมาย และความสำคญั
- การวิเคราะหส์ ารสนเทศ
- การสงั เคราะห์สารสนเทศ
- การประเมินสารสนเทศ
1.2 การวเิ คราะหแ์ ละบันทกึ สารสนเทศท่ีได้จากการอา่ น
- หลักการอา่ นและประเมินคา่ สารสนเทศ
2. สาระสำคญั
การประเมิน วิเคราะห์ และสังเคราะห์สารสนเทศ เป็นการดำเนินการเพื่อเลือกสรรและจัดเตรียม
สารสนเทศให้เป็นระบบเพ่ือให้สามารถเรียบเรียงเนื้อหารายงานได้ตรงตามเร่ืองที่กำหนดไว้อย่างเหมาะสม
การประเมินสารสนเทศในข้ันตอนนี้เป็นการดำเนินงานหลังจากค้นคว้ารวบรวมเอกสารต่างๆ ได้แล้ว แม้ว่า
เอกสารเหล่าน้ันจะผา่ นการประเมินในขณะสืบคน้ มาแล้วว่ามีคณุ ค่าสอดคล้องกับความตอ้ งการ นา่ เช่อื ถือและ
ทันสมัย แต่ก็ใช่ว่าเอกสารแต่ละฉบับนั้น จะใช้ประโยชน์ทั้งฉบับ อาจมีสารสนเทศบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับ
ความต้องการปะปนมาด้วย จึงต้องมีการอ่านเพื่อประเมินคุณค่า และวิเคราะห์เนื้อหา เพ่ือเลือกสรร
สารสนเทศ ว่าสารสนเทศส่วนใดบ้างท่ีมีเนอื้ หาสอดคลอ้ งกบั ความต้องการ มีความสำคัญ มีเหตุผล เหมาะกับ
การนำไปใช้ประโยชน์ แลว้ บันทกึ สารสนเทศที่เลือกสรรนน้ั ลงในบตั รบนั ทึก (Note Card) พร้อมทง้ั ระบหุ ัวข้อ
ท่ีแสดงแนวคิดของเน้ือหานั้นๆ และแหล่งท่ีมาของสารสนเทศนั้นๆ ว่ามาจากเอกสารใด หน้าใด ข้อมูลท่ี
บนั ทึกในบัตรบันทึกน้ีจะได้ใช้ประโยชน์ในการรวบรวม กล่ันกรอง และจดั ลำดับเน้ือหาสำคัญ เป็นหัวข้อใหญ่
หัวข้อย่อย อย่างเป็นระบบ ช่วยให้การเรียบเรียงเน้ือหาและการอ้างอิงในข้ันตอนต่อไปทำได้สะดวกและ
สมบูรณ์ยง่ิ ขน้ึ
3. วตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้
3.1 นกั ศกึ ษาสามารถอธิบายความหมาย และความสำคัญของการวิเคราะหส์ ารสนเทศ การ
สังเคราะห์สารสนเทศ และการประเมินสารสนเทศ
3.2 นกั ศึกษาสามารวเิ คราะห์และบันทกึ สารสนเทศทไ่ี ดจ้ ากการอ่านได้
4. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ เวลา 4 ชวั่ โมง
4.1 กิจกรรมที่ 1 นกั สืบโคนัน ภาค 4-5
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จังหวดั ปทุมธานี
28
4.1.1 ขน้ั นำ
ผสู้ อนอธิบายข้ันตอนการทำกิจกรรมนกั สบื โคนัน ภาค 4-5
4.1.2 ข้ันกิจกรรม
1. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมกลุ่ม 4 คน ผู้เรียนแตล่ ะกลุ่มแบ่งหน้าทใ่ี นการทำกิจกรรม
สืบค้นข้อมูล จากแหล่งข้อมูลประเภทต่างๆ ทำใบงานนักสืบโคนัน ภาค 4-5 จากนั้นนำมาวิเคราะห์
สังเคราะห์ และประเมินสารสนเทศทไ่ี ดจ้ ากการสบื ค้นขอ้ มูลว่าถกู ต้องหรอื ไม่
2. ผู้เรียนรวบรวม เรียบเรียงสารสนเทศ ให้อยู่ในรูปแบบ Mind mapping และนำไปสรุป
เปน็ Info graphic/ คลิป VDO ขัน้ ตอนการสบื คน้ ข้อมูล ความยาวไมเ่ กนิ 3-5 นาที (กิจกรรมกลุ่ม)
3. ผู้เรยี นนำเสนอผลงาน/ช้ินงานหนา้ ช้นั เรยี น หรือกลุ่มเรียนตามความเหมาะสม
4.1.3 ขนั้ สรุป
ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุป อภิปรายผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และช่วยกันสะท้อนคิดและ
เผยแพรผ่ ลงาน รว่ มกันแลกเปล่ยี นเรียนรู้ และ Think pair share/สะทอ้ นคิด
4.1.4 ข้ันประเมนิ ผล
ประเมินผลตามสภาพจรงิ
5. ทรัพยากรประกอบการเรียนรู้
5.1 ส่ือการสอน
- Google Classroom รายวิชาทกั ษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- สื่อประกอบการบรรยาย PowerPoint
- คลปิ วิดโี อท่ีนา่ สนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอื่นๆ
- ใบงานกจิ กรรมท่ี 3 เกมส์โคนนั
- ใบงานหนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินสารสนเทศ
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชุดการเรียนรรู้ ายวิชาทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
6.1 เครื่องมือวัดผล
- แบบประเมินการนำเสนอ
- ใบงาน
6.2 การประเมินผล
- การนำเสนอหน้าชน้ั เรียน การอภิปรายผล
- การตรวจผลงาน
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทุมธานี
29
ใบงาน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 การประเมนิ คา่ สารสนเทศ การวิเคราะหแ์ ละสงั เคราะหส์ ารสนเทศ
จงอธิบายพอสงั เขป
1. อธบิ ายหลักการพจิ ารณาสารสนเทศทีป่ รากฏบนอนิ เทอร์เน็ต พรอ้ มทัง้ อธบิ ายในแตล่ ะเกณฑ์มาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. บัตรบนั ทกึ มีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง แต่ละสว่ นนำไปใชป้ ระโยชน์สำหรับการเรียบเรียงสารสนเทศใน
ส่วนใดได้บา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. รูปแบบการบันทึกข้อความ ท่ีนิยมใช้ในการจดบันทึกมีรูปแบบใดบ้าง แต่ละรูปแบบจะนำไปใช้ประโยชน์
ในลกั ษณะใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. การสงั เคราะหส์ ารสนเทศมีแนวปฏิบตั ิอย่างไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. การวิเคราะห์สารสนเทศจากการอา่ นมคี วามสำคัญ และขน้ั ตอนอย่างไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
30
ชอ่ื วิชา : VGE111* ทักษะการรสู้ ารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 7 : การเรียบเรียงและนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบผลงาน
วิชาการที่เปน็ มาตรฐาน
จำนวนชัว่ โมง : 8 ช่ัวโมง
1. หวั ขอ้ เรื่อง
1.1 ความรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การรวบรวม เรยี บเรยี งสารสนเทศ
1.2 การจดั ทำรายงานในรูปแบบมาตรฐาน
1.3 การเขยี นอา้ งอิง
1.4 การนำเสนอรายงาน
2. สาระสำคัญ
การเขียนรายงาน เป็นการนำเสนอเร่ืองราวทางวิชาการซึ่งเป็นผลจากการศึกษาค้นคว้าเรื่องใด
เร่ืองหนึ่งอย่างมีระบบ มีการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และอ้างอิงหลักฐานที่มาอย่าง มีหลักเกณฑ์แล้วนำมา
เรียบเรียงอย่างมีขั้นตอน และเขียนหรือพิมพใ์ ห้ถูกต้องตามแบบแผนทก่ี ำหนดถือว่ารายงานเป็นส่วนหนงึ่ ของ
การประเมินผลการศึกษา ซ่ึงรายงานยังเป็นการเขียนเสนอผลงานอันได้มาจากการศึกษาค้นคว้าพิเศษ
นอกเหนือจากเร่ืองท่ีได้ศึกษาในช้ันเรียนเพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การเขียน
รายงานจึงจำเปน็ อย่างยิง่ ทผี่ ู้เขียนจะต้องเขยี นอ้างอิงใหถ้ ูกต้อง ชัดเจน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผอู้ ่าน ดงั นนั้ เมื่อ
ผู้เรียนรู้หลักเกณฑ์ของการเขียนรายงานครบถ้วนแล้ว ผู้เรียนยังต้องเขียนรายการอ้างอิงเอกสาร หรือ
ทรัพยากรสารสนเทศให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ด้วย เพ่ือเป็นการบอกแหล่งที่มาของข้อมูลที่ผู้เขียนนำมาใช้
อ้างอิงในการเขียนรายงาน หรือผลงานต่างๆ เพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคล หรือองค์กรผู้เป็นเจ้าของความคิดเดิม
และเพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ขโมยความคิด หรือลอกเลียนข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่มีการอ้างอิงรวมท่ัง
สะดวกแก่ผู้อ่านท่ีประสงค์จะทราบรายละเอียดอ่ืนๆ และตรวจสอบความถูกต้อง จากต้นฉบับเดิม ผู้ค้นคว้าได้
จากแหล่งสารสนเทศต่างๆ ทั้งสื่อส่ิงพิมพ์ ส่ือโสตทัศน์ และส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ผู้ค้นคว้าสามารถทำได้ทันทีใน
เนื้อหาเฉพาะในขณะท่ีอ้างข้อความ แล้วรายงานรายละเอียดทางบรรณานุกรมอย่างละเอียดไว้ท้ายงานในรูป
บรรณานกุ รม
3. วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 นักศกึ ษาอธิบายความหมาย และความสำคัญของการเขยี นรายงานเชิงวชิ าการได้
3.2 นกั ศึกษาอธิบายองคป์ ระกอบต่างๆ ของรายงานได้อยา่ งถูกต้อง
3.3 นักศึกษาสามารถเขียนรายงาน เขียนอ้างอิง บรรณานุกรม และนำเสนอรายงานในรูปแบบ
มาตรฐานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวัดปทุมธานี
31
4. กระบวนการจดั การเรียนรู้
4.1 กจิ กรรมท่ี 1 การเขยี นรายงาน เวลา 2 ชว่ั โมง
4.1.1 ขั้นนำ
ผู้สอนกระตุ้นผู้เรียนโดยการเปิดประเด็นสำคัญ หรือเร่ืองราวท่ีน่าสนใจให้เหมาะกับช่วง
สถานการณ์ และชมเป็นคลปิ วิดโี อ
4.1.2 ขัน้ กจิ กรรม
1. ผู้สอนร่วมสนทนากับผู้เรียนโดยยกตัวอย่างประเด็นต่อเนื่องมาจากข้ันนำ ขยาย
ประเด็นเก่ียวกับประเด็นในการพัฒนาประเทศ หรือการแก้ปัญหาสังคม บอกข้อดี ข้อเสีย และให้ผู้เรียน
แบง่ กล่มุ ทำกิจกรรมกลุม่ ๆ ละ 5 คน
2. ผู้สอนให้ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ เลือกหัวขอ้ ทนี่ า่ สนใจ 1 เรือ่ ง ร่วมกนั สังเกตและศึกษาขอ้ มูล
จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวหรือชุมชนเพ่ือศึกษาว่ามีเรื่องใดเป็นประเด็นที่น่าสนใจศึกษา ติดตามข่าว เหตุการณ์
สำคัญๆ และสำรวจตนเองวา่ สนใจจะศกึ ษาเร่ืองใดเป็นพเิ ศษ คดิ เชื่อมโยงจากเรอ่ื งทเี่ ลือกไว้
3. ผู้เรียนระดมสมอง ศึกษา สืบค้นข้อมูลจากแหล่งทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ
โดยรวบรวม เรยี บเรยี งตามรูปแบบที่กำหนด
4. ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอรายงานหน้าช้ันเรียน จากน้ันผู้สอน และเพื่อนร่วมช้ันเรียน
ชว่ ยกันเติมเต็มในสว่ นทขี่ าดหายไปแตล่ ะกลุ่ม และส่งเลม่ ในสปั ดาห์ถัดไป
4.1.3 ขน้ั สรปุ
ผู้สอนและผู้เรียนรว่ มกันสรุป อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สะท้อนผล และผสู้ อนแนะนำ
สว่ นท่ีบกพรอ่ งให้แก่ผู้เรียน
4.1.4 ขนั้ ประเมนิ ผล
ประเมินผลการนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน และการวิเคราะห์ วิจารณ์การเขียน
รายงาน
4.2 กิจกรรมที่ 2 การเขียนอา้ งองิ (Citation) เวลา 2 ชว่ั โมง
4.2.1 ขนั้ นำ
ผู้สอนกระตุ้นผู้เรียนโดยการเปิดวิดีโอเกี่ยวกับการอ้างอิงผลงาน ลิขสิทธิ์ รูปแบบของ
ผลงาน สัญลกั ษณ์ของการอา้ งอิง
4.2.2 ข้นั กจิ กรรม
1. ผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียนโดยยกตัวอย่างผลงานประเภทต่างๆ พร้อมทั้งรูปแบบการ
อา้ งอิงแบบแทรกใน การเขยี นบรรณานุกรมทีถ่ กู ต้อง
2. ผ้สู อนให้ผู้เรยี นทำกจิ กรรมใบงาน การเขียนอ้างองิ แทรกในเน้ือหา และกำหนดเงอ่ื นไข
ข้อมูลท่ีใช้ประกอบการเขียนรายงาน ให้ศึกษาค้นคว้าจาก หนังสือ บทความวารสาร บทความบนเว็บ และ
อน่ื ๆ เชน่ การสัมภาษณ์บุคคล การศึกษาจากสถานท่ีจริง และเอกสารท่ีใช้ในการอ้างอิง ไม่ควรท่ีจะเกา่ เกินไป
และเน้อื หาที่อา้ งองิ ทม่ี าไม่ควรเกินร้อยละ 20
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
32
3. ให้ผู้เรียนศึกษา สืบค้นทรัพยากรสารสนเทศหลากหลายประเภท แล้วนำมาเขียน
รายการอ้างองิ แต่ละรูปแบบในใบงานกจิ กรรมทกี่ ำหนดให้ถูกตอ้ ง
4.2.3 ขัน้ สรปุ
ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุป อภิปราย แลกเปล่ียนเรียนรู้ สะท้อนผล และผู้สอนแนะนำ
ข้อบกพรอ่ งให้แกผ่ ู้เรียน
4.2.4 ขน้ั ประเมินผล
การทำใบงานกิจกรรมการเขียนรายงาน ประเมินผลตามสภาพจริง ประเมินผลการ
นำเสนอ
5. ทรัพยากรประกอบการเรยี นรู้
5.1 ส่ือการสอน
- Google Classroom รายวิชาทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
- สอ่ื ประกอบการบรรยาย PowerPoint
- คลิปวิดโี อทนี่ ่าสนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอนื่ ๆ
- ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 การเรียบเรียงและนำเสนอสารสนเทศในรูปแบบผลงานวิชาการท่ี
เป็นมาตรฐาน
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชดุ การเรียนรู้รายวชิ าทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าทักษะการรสู้ ารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมินผลการเรยี นรู้
6.1 เครอ่ื งมือวดั ผล
- แบบประเมินการเขียนรายงาน และการนำเสนองาน
- ใบงาน
6.2 การประเมินผล
- ประเมินจากความถูกต้องของรายงาน โดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ เช่น รูปแบบ การ
ใช้ภาษา เนอ้ื หา การเขยี นอ้างองิ และบรรณานุกรม
- ประเมินการนำเสนอผลงาน
- การตรวจผลงาน
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวัดปทุมธานี
33
ใบงาน
บทที่ 7 การรวบรวม เรยี บเรียงสารสนเทศ เปน็ เอกสารวิชาการในรูปแบบมาตรฐาน
1.. เขียนบรรณานกุ รมจากเอกสาร และจัดเรียงให้ถกู ต้อง
เอกสารหมายเลข 1 หนงั สือช่ือ แนวทางการพฒั นาการท่องเทย่ี วภายใต้ศักยภาพและข้อจำกดั ของกลมุ่ ภาค
กลางตอนบน แตง่ โดย ระพีพรรณ ทองห่อและคณะ จดั พิมพท์ ่ี กรงุ เทพฯ: สถาบันวจิ ัยและพัฒนา
มหาวทิ ยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2557
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารหมายเลข 2 ข้อมูลจากเว็บไชต์www.sdfthai.org/public/สิทธิชุมชน%20ประมงพื้นบ้าน.pdf ผู้
แต่ง คือเรวดี ประเสริฐเจริญสุข ค้นหาข้อมูลในปี 2558 ช่ือบทความ สิทธิชุมชนมิติประมง
พ้ืนบา้ น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารหมายเลข3 หนงั สอื ชื่อการจัดการทรพั ยากรการท่องเทย่ี ว หน่วยที่ 1-8. ของมหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั
ธรรมธริ าช นนทบรุ ี ปี พ.ศ. 2545
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารหมายเลข 4 บทความชื่อ การกระจายภารกิจหน้าท่ีไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยุคใหม่ ค้นได้
จากเว็บไชต์ http://www.local.moi.go.th/webst/botfam1.htm. วันที่ทำการค้นหา 3
เมษายน 2558
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารหมายเลข 5 วิทยานิพนธ์เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการท่องเท่ียวเชิงนิเวศ
กรณีศึกษาชุมชนบา้ นคลองสน กงิ่ อำเภอเกาะชา้ ง จงั หวดั ตราด ของ ศลษิ า หมดั ลงั
วิทยานิพนธศ์ ิลปศาสตรมหาบัณฑติ . มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พระนคร. พ.ศ. 2549
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
34
ช่ือวิชา : VGE111* ทกั ษะการรู้สารสนเทศ (Information Literacy Skills)
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 : การใช้สารสนเทศอย่างมีจริยธรรม
จำนวนชั่วโมง : 4 ชว่ั โมง
1. หัวขอ้ เรอื่ ง
1.1 ความหมายของการคดั ลอกผลงานทางวชิ าการ
1.2 ประเภทการคดั ลอกผลงานทางวิชาการ
- การใช้สารสนเทศอยา่ งมคี ุณธรรมและจริยธรรม
- พระราชบัญญตั แิ ละบทลงโทษ ท่เี กี่ยวขอ้ งกับสารสนเทศ
- แหลง่ ขอ้ มลู ทเี่ ก่ยี วข้องกบั กฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. สาระสำคัญ
ปจั จุบนั การใช้สารเทศในการสืบคน้ ขอ้ มูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ มีความจำเป็นอย่างมาก
ท้ังนี้การนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีจริยธรรมจึงเป็นเรื่องที่ทุกคน
ควรตระหนัก จริยธรรมในการใช้สารสนเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญท่ีจะต้องปลูกฝังให้กับผู้ใช้สารสารสนเทศ
เพอื่ ให้รู้จกั การใช้งานได้อย่างเหมาะสม ให้ไดป้ ระโยชน์เชงิ สร้างสรรค์หรอื ทางบวก ไม่ควรนำข้อมูลสารสนเทศ
ไปใช้ในทางท่ีผิด ซ่ึงในแต่ละประเทศจึงได้มีการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ รวมถึงกฎหมาย
ท่ีเกี่ยวข้องกับการใช้สารสนเทศไว้อย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดคุณธรรมและ
จริยธรรมในการใชส้ ารสนเทศร่วมกันในสงั คมได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
3. วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 นักศึกษาเข้าใจความหมายของการคัดลอกผลงานทางวชิ าการ
3.2 นักศึกษาเข้าใจประเภทการคัดลอกผลงานทางวชิ าการ
3.3 นกั ศึกษาเขา้ ใจและตระหนกั การใชส้ ารสนเทศอยา่ งมีคุณธรรมและจรยิ ธรรม
3.4 นักศึกษาเขา้ ใจพระราชบญั ญัตแิ ละบทลงโทษท่เี กี่ยวขอ้ งกับสารสนเทศ
3.5 นักศึกษาร้จู ักแหล่งขอ้ มูลทีเ่ ก่ียวข้องกบั กฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. กระบวนการจดั การเรียนรู้
4.1 กิจกรรมที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง
4.1.1 ขน้ั นำ
ผสู้ อนนำเข้าสู่บบทเรียนโดยตั้งประเด็นในหัวข้อข่าวประจำวันที่สอดคล้องกับ “การคัดลอก
ผลงานทางวิชาการ” โดยให้นักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรียนประมาณ 4-5 คน เม่ือนักศึกษา
ออกมาแสดงความคิดเห็นเสร็จแล้ว ผู้สอนอธิบายสรุปและนำเข้าสู่กิจกรรมบทเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 8
การใชส้ ารสนเทศอยา่ งมจี รยิ ธรรม
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี
35
4.1.2 ขน้ั กิจกรรม
ผสู้ อนอธิบายความหมายของการคัดลอกผลงานทางวชิ าการ ประเภทการคัดลอผลงาน
ทางวิชาการ การใช้สารสนเทศอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม พระราชบัญญัติและบทลงโทษ ท่ีเกี่ยวข้องกับ
สารสนเทศและแหลง่ ขอ้ มลู ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับกฎหมายและจริยธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
4.1.3 ขนั้ สรุป
ผู้สอนอธิบายสรุปความหมายของการคดั ลอกผลงานทางวิชาการ ประเภทการคดั ลอก
ผลงานทางวิชาการ การใช้สารสนเทศอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม พระราชบัญญัติและบทลงโทษ
ทเ่ี ก่ยี วข้องกับสารสนเทศและแหลง่ ข้อมูลที่เก่ียวข้องกับกฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
ให้นกั ศึกษาทำใบงานที่ 1 และฝกึ ปฏิบตั ิการใชง้ านโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวชิ าการ
4.1.4 ขน้ั ประเมินผล
ผู้สอนมอบหมายให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติการใช้งานโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอก
ผลงานทางวิชาการ โปรแกรม Turnitin และโปรแกรมอกั ขราวสิ ุทธ์ิ
4.2 กิจกรรมที่ 2 จำนวน 1 ชว่ั โมง
4.2.1 ขั้นนำ
ผูส้ อนนำเข้าสู่บบทเรียนโดยต้ังประเด็นในหัวข้อข่าวประจำวันท่ีสอดคล้องกับ “การคัดลอก
ผลงานทางวิชาการ” โดยให้นักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรียนประมาณ 4-5 คน เม่ือนักศึกษา
ออกมาแสดงความคิดเห็นเสร็จแล้ว ผู้สอนอธิบายสรุปและนำเข้าสู่กิจกรรมบทเรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี 8
การใชส้ ารสนเทศอย่างมจี ริยธรรม
4.2.2 ขนั้ กจิ กรรม
ผู้สอนอธิบายความหมายของการคัดลอกผลงานทางวิชาการ ประเภทการคัดลอก
ผลงานทางวิชาการ การใช้สารสนเทศอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม พระราชบัญญัติและบทลงโทษ ที่
เกีย่ วข้องกบั สารสนเทศและแหลง่ ข้อมลู ทเี่ กี่ยวข้องกบั กฎหมายและจริยธรรมทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
4.2.3 ขัน้ สรุป
ผู้สอนอธิบายสรุปความหมายของการคดั ลอกผลงานทางวิชาการ ประเภทการคดั ลอก
ผลงานทางวิชาการ การใช้สารสนเทศอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม พระราชบัญญัติและบทลงโทษ
ทเ่ี กย่ี วข้องกับสารสนเทศและแหลง่ ข้อมลู ท่เี ก่ียวข้องกับกฎหมายและจรยิ ธรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
ใหน้ ักศึกษาทำใบงานที่ 2 และฝึกปฏบิ ตั ิการใชง้ านโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอกผลงานทางวชิ าการ
4.2.4 ขั้นประเมนิ ผล
ผู้สอนมอบหมายให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติการใช้งานโปรแกรมการตรวจสอบการคัดลอก
ผลงานทางวิชาการ โปรแกรม Turnitin และโปรแกรมอกั ขราวสิ ุทธิ์
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
36
5. ทรัพยากรประกอบการเรยี นรู้
5.1 สือ่ การสอน
- Google Classroom รายวชิ าทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- สือ่ ประกอบการบรรยาย Powerpoint
- คลปิ วิดโี อทน่ี า่ สนใจ จาก Youtube, ThaiMOOC และอ่ืนๆ
- ใบงานหน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 8 การใช้สารสนเทศอย่างมีจริยธรรม
- ใบงานกจิ กรรมท่ี 1-2
5.2 เอกสาร ตำรา
- ชุดการเรียนรู้รายวชิ าทักษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
- เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาทกั ษะการรู้สารสนเทศ (VGE111*)
6. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6.1 เคร่อื งมือวดั ผล
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ใบงาน
- แบบทดสอบ
6.2 การประเมนิ ผล
- การมีสว่ นรว่ มในการตอบขอ้ ซักถาม
- การตรวจผลงาน
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทมุ ธานี
37
ใบงาน
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 8 การใช้สารสนเทศอย่างมจี รยิ ธรรม
จงอธิบายพอสังเขป
1. จงบอกความหมายของการคัดลอกผลงานทางวชิ าการ (Plagiarism)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การคัดลอกผลงานทางวชิ าการ (Plagiarism) มกี ่ปี ระเภท
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงบอกพฤติกรรมทเี่ ขา้ ขา่ ยการลอกเลียนวรรณกรรมมลี ักษณะอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงบอกเคร่ืองมือหรอื โปรแกรมท่ใี ช้สำหรับการตรวจสอบการคดั ลอกผลงานทางวชิ าการ (Plagiarism)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงยกตัวอยา่ งการใชส้ ารสนเทศอยา่ งมคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ให้นกั ศกึ ษาเตรยี มรายงานกลมุ่ เข้าตรวจสอบในโปรแกรมอัคราวสิ ทุ ธ์ิ แล้วทำการบนั ทกึ ผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จังหวัดปทุมธานี
38
ภาคผนวก
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จังหวดั ปทมุ ธานี
39
รายละเอยี ดโครงการ
รูปแบบของโครงการ
1. ตวั อักษร : ใช้ตัวอกั ษรมาตรฐาน Th Sarabun PSK ขนาด 16
2. กระดาษ : ขนาด A4 ระยะขอบ ซา้ ยและบน 1½ นิว้ ขวาและลา่ ง 1 นว้ิ
3. การยอ่ หน้า : Tab 0.6 นิว้ ระหวา่ งหัวข้อใหญ่ เวน้ 1 บรรทัด
4. ส่วนประกอบของโครงการ
4.1. ชื่อโครงการ : ระบุช่ือโครงการตามความเหมาะสม ชัดเจน และเรยี กเหมือนเดิมทกุ ครงั้
4.2. ผู้ร่วมงาน : ระบุชื่อผรู้ ่วมงานทกุ คน ควรเรียงตามรหสั ประจำตวั นักศึกษา
4.3. รายละเอยี ดโครงการ
4.3.1 หลักการและเหตุผล : ชี้แจงรายละเอียดของปัญหา ความจำเป็นที่จะต้องแกไ้ ข ผลเสีย
หากไม่ดำเนินการ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น หรือความสอดคล้องกับนโยบาย แผน ควร
เขียนประมาณ ½ - 1 หนา้ กระดาษ
4.3.2 วัตถุประสงค์ : การดำเนินการนั้น ต้องการให้เกิดอะไร ควรปฏิบัติได้จริงเป็นรูปธรรม
สามารถวดั ผลได้ ไมค่ วรมหี ลายขอ้ อาจมเี พยี ง 1-3 ข้อ
4.3.3 เป้าหมาย : การเขียนวัตถุประสงค์ให้อยู่ในรูปตัวเลขท่ีวัดได้ เช่น มีผู้เข้าร่วมโครงการ
จำนวน 50 คน เปน็ ตน้
4.3.4 ขอบเขต : ควรระบุขอบเขตของพน้ื ท่ี ทฤษฎที ่ใี ช้ ระยะเวลา
4.3.5 ขั้นตอนการดำเนินงาน : ควรระบุขั้นตอน หรือกิจกรรมซึ่งต้องปฏิบัติในการดำเนิน
โครงการให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ ระบุเวลาตัง้ แต่เริ่มต้น จนเสรจ็ สนิ้ โครงการ อาจนำเสนอ
ในรูปของ Gantt Chart
4.3.6 งบประมาณ : ค่าใช้จา่ ยท้งั ส้นิ ของโครงการ ควรจำแนกใหช้ ดั เจน
4.3.7 การประเมนิ ผล : ประเมินผลโครงการได้อยา่ งไร ใช้เคร่ืองมืออะไรในการประเมิน
4.3.8 ประเมินความเสี่ยง : วิเคราะห์ปัญหาที่ทำให้โครงการไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้
และวธิ ีการแกไ้ ข
4.3.9 ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะได้รับ : เมอ่ื เสรจ็ สิ้นโครงการแล้ว มีใครไดป้ ระโยชน์บา้ ง อยา่ งไร
4.3.10 ลายมอื ชอ่ื ผ้เู สนอโครงการ : ลงลายมือชือ่ ผูเ้ สนอโครงการ
4.3.11 ลายมอื ช่ือผอู้ นมุ ตั โิ ครงการ : ลงลายมอื ชอื่ ผูอ้ นุมตั ิโครงการ
4.3.12 แบบสอบถามประเมินผลโครงการ (แนบแบบสอบถามประกอบการพิจารณา)
มหาวิทยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
40
ตัวอย่าง
ชือ่ โครงการ………………………………………………………………………………………………………………………………..……
ผ้รู ่วมงาน
1……………………………………………………………………………………….
2……………………………………………………………………………………….
3……………………………………………………………………………………….
4……………………………………………………………………………………….
5……………………………………………………………………………………….
รายละเอียดโครงการ
1. หลักการและเหตผุ ล
………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. วตั ถุประสงค์
………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เป้าหมาย
………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ขอบเขต
………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จังหวัดปทุมธานี
41
5. ข้นั ตอนการดำเนินงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. งบประมาณ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. วธิ ีการประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั เครอื่ งมือ
ตัวชี้วดั วดั ได้อย่างไร หรือวดั เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการเก็บ
จากอะไร เช่น จำนวน ข้อมลู
ส่ิงแสดงใหเ้ หน็ ว่าโครงการประสบความสำเรจ็ เช่น มี ค่าเฉลยี่ ฯลฯ
ผูเ้ ข้าร่วม ผู้เข้าร่วมพงึ พอใจ
8. ประเมนิ ความเสย่ี ง วิธปี อ้ งกนั /แก้ไข
ลำดับ ความเสี่ยง เหตุการณ์ ปจั จัยเหลา่ นน้ั แก้ไขหรือป้องกัน
เหตุการณ์ ปจั จัย ทจี่ ะทำให้โครงการไม่ อย่างไร
ประสบความสำเรจ็ มีอะไรบ้าง
9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
()
ผเู้ สนอโครงการ
()
ผ้อู นุมัตโิ ครงการ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวดั ปทุมธานี
42
การเขยี นอ้างองิ และการเขียนบรรณานุกรม
การเขียนอ้างอิง (Citation) หมายถึง การแจ้งให้ทราบถึงแหล่งท่ีมาขอข้อมูล ข้อความ แนวความคิด
ทฤษฎี ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของผู้เขียนแต่ต้องระบุไว้เพื่อให้เกียรติแก่เจ้าของข้อมูล ข้อความ แนวความคิด ทฤษฎี
ต่างๆ และการอ้างอิงจะทำให้ผู้ท่ีประสงค์จะทราบรายละเอียดต่างๆ เพิ่มขึ้นจากต้นฉบับเดิม ก็สามารถ
ติดตามเพื่อศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้ การเขียนอ้างอิงอาจสรุปข้อความ หรือใจความสำคัญ หรือยกข้อความ
มาท้ังหมดก็ได้ การเขียนอ้างอิงมีหลายวิธี แต่ใน คู่มือฉบับน้ีจะนำเสนอเฉพาะวิธีเขียนอ้างอิงแทรกใน
เน้ือหาเท่านน้ั
การเขยี นอ้างองิ แทรกในเนื้อหา
การเขียนอ้างองิ แทรกในเนอ้ื หา (citation in text) หรือ การเขียนอ้างอิงแบบนาม-ปี (Author-Date
System) จะเป็นระบบท่ีนิยมมากกว่าการเขียนเชิงอรรถ เพราะสะดวกในการจดั พิมพ์ การเขยี นอ้างอิงแบบนี้
จะเป็นการอ้างอิงท่ีรวมอยู่กับเนื้อหา ไม่แยกคนละส่วนเหมือนการเขียนเชิงอรรถ เพราะการอ้างอิง
แบบ นาม–ปี คือการระบุชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ และหมายเลขหน้า (ชื่อ✓สกุลผู้แต่ง,✓ปีพ.ศ.✓:✓เลขหน้าท่ี
อ้างอิง) เพ่ือแจ้งถึงแหล่งท่ีมาของข้อความ และเม่ือสิ้นสุดการเขียนเอกสารประกอบการสอน ตำรา รายงาน
วิจัย จะต้องรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการอ้างอิงทุกรายการไปจัดทำเป็นบรรณานุกรม ซ่ึงจะปรากฏในท้ายบท
หรอื ทา้ ยเล่มโดยจดั เรยี งตามลำดับอกั ษร ใหด้ ูรายละเอียดในหวั ขอ้ บรรณานกุ รม
หลักเกณฑก์ ารลงรายการการเขยี นอ้างอิงแทรกในเน้อื หา
1. หลกั เกณฑ์การลงรายการชอ่ื ผแู้ ตง่ สามารถลงรายการได้ดงั นี้
1.1 ผู้แต่งท่ีเป็นบุคคลท่ัวไป การลงรายการช่ือผู้แต่ง ให้ตัดคำนำหน้านามออก เช่นคำว่า นาย
นาง นางสาว เช่น นางสาวหรรษา เวียงวะลัย ให้ลงรายการเป็น หรรษา เวยี งวะลยั
(ตัวอยา่ ง)
(หรรษา เวยี งวะลยั ,✓2558:✓18)
หมายเหตุ เครอ่ื งหมาย✓แสดงว่างเวน้ 1 ระยะ
1.2 ผู้แต่งท่ีมตี ำแหน่งทางวิชาการ และคำระบอุ าชีพ การลงรายการช่อื ผู้แตง่ ให้ตัดตำแหนง่ ทาง
วชิ าการ และคำระบอุ าชีพ ทง้ิ เชน่ อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง
นายแพทย์ เช่น รองศาสตราจารย์ ดร. สมบตั ิ คชสิทธิ์ ให้ลงรายการเปน็ สมบตั ิ คชสทิ ธิ์
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวดั ปทุมธานี
43
(ตวั อย่าง)
(สมบัติ คชสิทธ,ิ์ ✓2555:✓12)
1.3 ผแู้ ตง่ ที่มฐี านันดร และบรรดาศักด์ิ การลงรายการชอื่ ผ้แู ต่ง ใหค้ งไวต้ ามปกติ เชน่
มรว.คกึ ฤทธิ์ ปราโมช ใหล้ งรายการตามปกติ เปน็ มรว.คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช
(ตวั อย่าง)
(มรว.คึกฤทธ์ิ ปราโมช,✓2540:✓11)
1.4 ผู้แต่งท่ีเป็นพระภิกษุให้ลงฉายานามตามท่ีปรากฏในหนังสือ หรือเอกสารได้เลย เช่น พุทธ
ทาสภกิ ขุ ปญั ญานันทภิกขุ
(ตัวอย่าง)
(ปัญญานันทภิกขุ,✓2540:✓17)
1.5 ผู้แต่งท่ีเป็น ชาวต่างชาติ ให้ใช้ช่ือสกุลเท่านั้น เช่น Perter Gordon ให้ลงรายการเป็น
Gordon
(ตวั อย่าง)
(Gordon,✓1998:✓3)
1.6 ผู้แต่งท่ีเป็นหน่วยงาน องค์กร สมาคม ให้ใช้ช่ือนั้นๆ เป็นชื่อผู้แต่ง เช่น สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการวจิ ยั แหง่ ชาติ กรมแรงงาน กรมศลิ ปากร เป็นตน้
(ตัวอยา่ ง)
(กรมศลิ ปากร,✓2550:✓19)
(สำนกั งานคณะกรรมการการวิจยั แหง่ ชาติ,✓2550:✓179)
1.7 ผู้แต่งสองคน ให้ลงรายการท้ังสองคน โดยใช้คำว่าและ เช่ือมระหว่างคนที่หนึ่งกับคนที่สอง
สำหรับผู้แต่งที่เป็นชาวต่างชาติ ให้ใช้เครื่องหมาย ampersand (&) เชื่อมแทน เช่น ศิริพร ศรีเชลียง และ
จารกึ สงวนพงษ์ Gordon & Heyes
(ตัวอย่าง)
(ศิรพิ ร ศรีเชลยี ง✓และจารึก สงวนพงษ,์ ✓2551:✓3)
(Gordon✓&✓Heyes,✓1997:✓14)
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
44
1.8 ผู้แต่งสามคน ให้ลงรายการท้ังสามคน โดยลงชื่อคนท่ีหน่ึงกับคนท่ีสองให้ใช้เครื่องหมาย
จุลภาคคั่น (,) และชือ่ คนที่สองกบั คนที่สามใหใ้ ช้คำว่า และเชอ่ื ม ในกรณีที่เป็นภาษาอังกฤษใหใ้ ช้เคร่ืองหมาย
(&) เชน่ ประทุม กาญจนคาร, จารกึ สงวนพงษ์ และศริ ิพร ศรเี ชลียง Heyes, Gordon & Larson
(ตัวอยา่ ง)
(ประทมุ กาญจนาคาร, ✓จารึก สงวนพงษ✓์ และศิรพิ ร ศรีเชลยี ง,✓2550:✓19)
(Heyes,✓Gordon✓&Larson,✓2004:✓43)
1.9 ผู้แต่งมากกว่าสามคนขึ้นไป ให้ลงเฉพาะชื่อคนแรก และตามด้วยคำว่า “และคณะ” หรือ
“et al.” ในภาษาองั กฤษ เชน่ ชยั อนันต์ สมุทวาณิช และคณะ Kartner et al.
(ตวั อย่าง)
(ชยั อนันต์ สมทุ วาณิช และคณะ,✓2550:✓41)
(Kartner et al.,✓2004:✓7)
1.10 ผู้แต่งเป็นบรรณาธิการ หรือผู้รวบรวม ให้เขยี นชื่อบรรณาธิการ หรอื ผู้รวบรวม แล้ววงเล็บ
คำว่า “บก.” หรอื “Ed.” เชน่ ไพศาล เหล่าสวุ รรณ. (บก.) Perter (Ed.)
(ตัวอยา่ ง)
(ไพศาล เหล่าสุวรรณ.✓(บก.),✓2547:✓16)
(Perter (Ed.),✓2001:✓3)
1.11 ผู้แต่งท่ีใช้นามแฝงให้ลงรายการโดยใช้นามแฝงตามที่ปรากฏในเอกสารแล้ววงเล็บคำว่า
(นามแฝง) เช่น น.ม.ส. (นามแฝง)
(ตวั อยา่ ง)
(น.ม.ส.✓(นามแฝง),✓2533:✓10)
1.12 ในกรณีท่ีไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง เช่น บทความวิจารณ์ในวารสาร หนังสือพิมพ์ ข้อมูลเวลิ ด์ไวล์
เวบ็ หรอื อนื่ ๆ ให้ลงชื่อเรื่องหรือช่อื บทความแทนชื่อผแู้ ตง่
(ตวั อยา่ ง)
(การจัดการสัมมนาเพ่อื ความเปน็ เลศิ ,✓2550)
(รายการตามหาแกน่ ธรรม,✓2550)
(Foundation of behavioral research,✓2007:✓1)
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จงั หวดั ปทมุ ธานี
45
และในกรณีทีม่ ีชือ่ เรอ่ื งยาวมากๆ ไม่ต้องพิมพ์ทั้งหมด ให้พมิ พ์บางส่วน และใส่เคร่ืองหมายจุดไขป่ ลา (...) สาม
จุดแทน
(ตวั อยา่ ง)
(สวดมนตไ์ หว้พระ...,✓2549:✓17)
2. ปีที่พิมพ์ ให้ลงรายการปีท่ีพิมพ์ด้วยปีลิขสิทธิ์ ถ้าหนังสือ หรือวัสดุสารสนเทศน้ันไม่ปรากฏปี
ลิขสิทธิ์ให้ลงรายการด้วยปีท่ีหนังสือนั้นจัดพิมพ์ และให้ลงเฉพาะตัวเลข ไม่ต้องระบุ คำว่า พ.ศ. หรือ ค.ศ.
ตามท่ีปรากฏในเอกสาร หากไม่ปรากฏปีทพี่ ิมพ์ให้ใชค้ ำว่า ม.ป.ป. หรือ n.d.
(ตัวอย่าง)
(ส.พลายนอ้ ย (นามแฝง),✓ม.ป.ป.:✓4)
3. เลขหน้าให้ระบุตามหน้าที่ปรากฏ และในกรณีที่ไม่มีเลขหน้าก็ไม่ต้องระบุ เช่น การสัมภาษณ์
และจดหมาย ใหร้ ะบชุ ือ่ ผใู้ ห้สมั ภาษณ์ หรอื ผเู้ ขยี น และวัน เดือนปี (ถา้ ม)ี
(ตัวอย่าง) การสมั ภาษณ์
(พยงค์ มกุ ดา,✓สัมภาษณ,์ ✓13 พฤศจิกายน 2539)
(ตวั อย่าง) อ้างอิงจากจดหมาย
(ปรดี ี พนมยงค,์ ✓จดหมาย,✓10 มกราคม 2524)
4. การอ้างอิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ให้ระบุชื่อผู้จัดทำ หากไม่มีระบุ ให้ใส่ช่ือฐานข้อมูล หรือช่ือ
โครงการแทน หรือช่อื เรอ่ื ง และระบวุ นั เดือนปีท่เี ขา้ ใชข้ ้อมูล และกรณีท่เี ป็นบทความวารสารจากอนิ เทอรเ์ น็ต
ให้ลงช่ือผู้เขียนบทความ หรือชื่อบทความในกรณีไม่ปรากฏชื่อผู้เขียนบทความ พร้อมทั้งระบุปีพิมพ์และเลข
หน้าเช่นเดียวกับฉบับตีพิมพ์ ในการเขียนอ้างอิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตไม่ต้องลง URL แต่จะระบุ URL ใน
บรรณานุกรมแทน
(ตัวอย่าง) การอา้ งอิงขอ้ มลู จาก WWW
(มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์,✓3 สงิ หาคม 2550)
(การจดั การความรู้,✓15 มกราคม 2550)
(สำนกั งานคณะกรรมการการวจิ ัยแหง่ ชาติ,✓25 กนั ยายน 2550)
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ จงั หวัดปทุมธานี
46
รูปแบบการเขยี นอา้ งอิงแทรกในเนอ้ื หา
รูปแบบการเขยี นอา้ งอิงแทรกในเนอื้ หาแบบนาม-ปี จากสารสนเทศทกุ ประเภททั้งสงิ่ พิมพ์ สือ่
โสตทัศน์ สอื่ อิเลก็ ทรอนิกส์ การสัมภาษณจ์ ะใช้รูปแบบเดยี วกันท้งั หมดและการเขยี นอ้างองิ จะต้องเขยี น
ด้วยภาษาเดียวกบั ต้นฉบบั ท่ีใช้อ้างองิ การเขียนอา้ งองิ แบบนาม-ปี มีสว่ นประกอบทส่ี ำคัญ 3 สว่ น คือ
1. ผแู้ ตง่ /ผผู้ ลติ /ผู้ให้ข้อมูล
2. ปที ่ีพมิ พ์/ปีทผ่ี ลติ /ปีทป่ี รากฏขอ้ มลู หรือปีทีเ่ ขา้ ถึงข้อมูล (กรณเี ปน็ ข้อมลู จาก WWW และ
ไมป่ รากฏปีทผ่ี ลติ /ปเี ผยแพร่ขอ้ มูล)
3. เลขหนา้ ที่ใชใ้ นการอา้ งอิง
(ช่ือ✓สกลุ ผูแ้ ตง่ ,✓ ปพี ิมพ์:✓เลขหน้า)
ดงั ตัวอย่าง
การประเมินงานวิจัย (evaluation of research หรือ research evaluation) หมายถึง การ
พิจารณารายงานวิจัยในประเด็นย่อยๆ เทียบกบั เกณฑ์ท่ีกำหนดข้ึนแลว้ นำผลมาพิจารณาตัดสินคุณภาพของ
งานวิจัย (นงลักษณ์ วิรัชชัย, 2543: 446) และการประเมินงานวิจัย ไม่ใช่การอ่านรายงานการวิจัยโดยมี
จุดมุ่งหมายท่ีต้องการจะขัดแย้ง หรือยอมรับ แต่ควรมีจุดมุ่งหมายเพ่ือชั่งน้ำหนัก และพิจารณาข้อเขียน
เหล่านั้นหรือความรู้ และกระบวนการต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ และเชื่อถือได้หรือไม่ (สมหวัง พิริยานุวัฒน์,
2541:117)
1. การอ้างอิงผลงานของผู้แต่งคนเดียวกัน แต่หลายเล่ม และแต่ละเล่มพิมพ์ปีเดียวกัน ให้ใส่
ตัวอักษร ก ข ค กำกับไว้ที่ปีพ.ศ.สำหรับเอกสารภาษาไทย หรือ a b c สำหรับเอกสารภาษาต่างประเทศ
เพ่ือแสดงให้ผู้อ่านหรือผู้ท่ีประสงค์จะศึกษาค้นคว้าต่อสามารถทราบได้ว่า ข้อมูลดังกล่าวอยู่ในเอกสารเล่มใด
(ช่ือ✓สกุลผู้แต่ง,✓ปี พ.ศ.✓ก:✓เลขหน้า) หรือในกรณีเป็นรายการภาษาต่างประเทศให้ลงรายการดังน้ี (ชื่อ
✓สกุลผูแ้ ต่ง, ✓ปี ค.ศ.✓a:✓เลขหน้า)
ตัวอยา่ ง
ความเหล่ือมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศ หรือช่องว่างทางดิจิทัล หมายถึง การเกิดช่องว่างของผู้มี
ข่าวสาร และผู้ไรข้ ่าวสาร ระหวา่ งกลมุ่ ประชากรกล่มุ ตา่ งๆ ในสังคมโลก (ทวศี กั ดิ์ กออนนั ตกลู , 2545
ก: 53) ซ่ึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดช่องว่างในการเข้าถึง และรับรู้สารสนเทศ และความรู้ ก็คือ ความไม่
เท่าเทียมกันของโอกาสในการเข้าถงึ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสาร ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญใน
การติดต่อส่ือสารระหว่างชุมชนภายในประเทศ และระหว่างประเทศและยังเป็นประตูไปสู่ข้อมูลมหาศาลที่
ไร้ขอบเขตและไรพ้ รมแดน (ทวศี ักด์ิ กออนนั ตกลู , 2545 ข: 53)
มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จงั หวดั ปทุมธานี
47
2. การอา้ งองิ ในกรณีท่ีไมป่ รากฏช่อื ผูแ้ ต่งให้ใชช้ ่ือหนงั สือ หรอื ช่อื บทความ ช่ือคอลัมน์แทน
ตัวอย่าง
การอภิปรายแบบปุจฉา-วิสัชนา บางครั้งเรียกว่า การอภิปรายแบบโต้ปัญหาระหว่างการเป็น
วิทยากรกบั กลมุ่ ผพู้ ูด ซง่ึ ผู้พูดผู้ฟังสามารถซักถามกลมุ่ วิทยากรไดอ้ ย่างใกล้ชิดเป็นการแก้ไขข้อข้องใจระหวา่ ง
กลมุ่ คนทั้งสองกลุ่มได้เป็นอยา่ งดี (การจดั การสัมมนาสคู่ วามเปน็ เลิศ, 2550: 15)
3. การอ้างอิงจากแหล่งรอง ในกรณีที่ไม่สามารถหาสารสนเทศจากต้นแหล่งของวัสดุสารสนเทศ
อ้างอิงได้ ให้ระบุแหล่งรอง แล้วตามด้วยคำว่า “อ้างอิงจาก” สำหรับภาษาไทย และใช้คำว่า “Citing” ใน
ภาษาตา่ งประเทศ
ตวั อยา่ ง
วัตถุประสงค์ของการทำรายการสืบค้น (ศศินันท์ เศรษฐวัฒน์บดี, 2541: 20; อ้างอิงจาก วัลลภ
สวสั ดวิ ัลลภ, 2515: 12) มีดงั น้ี
1. เพื่อใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารสามารถคน้ หาสารสนเทศไดห้ ลายทางเลือก
2. เพ่อื ชว่ ยในการตัดสินใจในการเลอื กใช้ทรัพยากรสารสนเทศ
การวางตำแหน่งการอา้ งองิ
การวางตำแหน่งการอ้างองิ แทรกในเนอื้ หาทำได้ 3 แบบ คอื
1. วงเล็บการอา้ งองิ ไว้ท้ายขอ้ ความ เชน่
…………………..(ชอื่ ✓สกุลผแู้ ต่ง,✓ปี พ.ศ.:✓เลขหน้า)
2. วงเล็บการอา้ งองิ แทรกปนในเน้อื หา เชน่
…………………..(ชื่อ✓สกุลผูแ้ ต่ง,✓ปี พ.ศ.:✓เลขหน้า)………………………..
3. อ้างอิงชอื่ ผู้แตง่ ไวน้ อกวงเล็บเม่อื ต้องการให้ความสำคัญกับชื่อผู้แต่งอาจขึ้นต้นย่อหน้า หรอื ส่วนใด
สว่ นหนึ่งของย่อหนา้ ก็ได้ แลว้ ตามดว้ ยวงเลบ็ ปี และเลขหน้า เชน่
ช่ือ✓สกลุ ผูแ้ ต่ง (ปี พ.ศ.:✓เลขหน้า)…………………………………………..
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ จังหวดั ปทมุ ธานี