18. ต�ำแหน่งการเตะจากจุดโทษ เพ่ือหาผู้ชนะของการแข่งขันหรือทีมเจ้าบ้าน
หรือทีมเยอื น (Positioning – Kick from the Penalty Mark to Determine the Winner
of Match or Home – and Away)
ต�ำแหน่งผู้ตัดสินต้องอยู่บนเส้นประตูห่างจากเสาประตู 2 เมตร ผู้ตัดสินจะท�ำหน้าที่
ตรวจสอบว่าลูกบอลเขา้ ประตหู รอื ไม่ ถงึ แม้ว่าผู้รกั ษาประตูจะออกจากเสน้ ประตูก่อน
เม่ือลูกบอลเป็นประตูอย่างชัดเจน ผู้ตัดสินต้องมองผู้ตัดสินที่ 2 เพ่ือตรวจสอบว่าไม่มี
การกระท�ำผดิ กติกา
ผตู้ ัดสนิ ท่ี 2 ตอ้ งอยู่บริเวณเสน้ เขตโทษห่างจากจุดโทษ 3 เมตร เพอื่ ตรวจสอบต�ำแหนง่
ของลกู บอล และต�ำแหนง่ ทถี่ ูกต้องของผู้รักษาประตูของผเู้ ตะ
ผูต้ ดั สินที่ 3 ต้องอยูท่ ี่วงกลมกลางสนาม เพอ่ื ควบคมุ ผู้เล่นทัง้ สองทีม
ตำ� แหนง่ ผรู้ กั ษาเวลา ตอ้ งอยทู่ โี่ ตะ๊ ผรู้ กั ษาเวลา และตรวจสอบผเู้ ลน่ ทงั้ หมดทที่ ำ� การเตะโทษ
และเจา้ หน้าท่ีทมี ต้องมีพฤติกรรมทเี่ หมาะสม
ผู้ตดั สินทำ� การบันทกึ การเตะจากจดุ โทษและหมายเลขของผู้เลน่
PDleasyigenrsated Timekeeper 2nd Referee DTGeoeafaemlknedeinpger
3rd Referee Kicker
KGTeiocaakmilnkegeper Referee
การใช้นกหวดี (Use of Whistle)
การใชน้ กหวดี ในการออกค�ำส่งั เพื่อ
1. การเตะเริม่ เลน่
1.1 เรม่ิ การเลน่ (ในครงึ่ เวลาแรกครงึ่ เวลาหลงั ชว่ งพกั ครง่ึ เวลาแรก และครงึ่ เวลาหลงั
ชว่ งของการต่อเวลาพิเศษ ถ้าจำ� เปน็ )
1.2 เรมิ่ เล่นใหมภ่ ายหลงั จากมีการทำ� ประตู
คมู่ ือผตู้ ัดสินกีฬาฟตุ ซอล 93
2. หยดุ การเล่น
2.1 การเตะโทษหรือการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ
2.2 ถา้ มกี ารหยุดการแข่งขนั ช่วั คราว หรือ ยกเลิกการแข่งขัน หรอื การยนื ยนั จาก
ผรู้ กั ษาเวลา เกีย่ วกับการควบคมุ เสียงสญั ญาณในขณะทหี่ มดเวลาของการเล่น
3. การเร่ิมเล่นใหม่
3.1 การเตะโทษ เมือ่ มีการร้องขอไปอยู่ในระยะทีเ่ หมาะสม
3.2 การเตะจากจุดโทษท่ี 2
3.3 การเตะโทษไม่มีการต้งั ก�ำแพงของการกระทำ� ผิดกติการวมคร้งั ที่ 6
3.4 การเตะโทษ ณ จดุ โทษ
4. การเร่ิมเล่นใหม่ภายหลงั หยุดการเลน่
4.1 เพ่ือคาดโทษหรือไล่ออกส�ำหรับการกระทำ� ผิด
4.2 การบาดเจ็บของผู้เล่นคนเดียวหรือหลายคน
การใชน้ กหวีดท่ีไม่ควรกระท�ำ
1. หยดุ การเลน่ เพ่อื
1.1 การเล่นลูกบอลส�ำหรับผู้รักษาประตู การเตะจากมุม หรือการเตะเข้าเล่น
(ในการส่ัง ถา้ สถานการณไ์ มช่ ัดเจน)
1.2 การเป็นประตู (ในการสั่งถ้าลูกบอลเป็นประตอู ยา่ งไม่ชัดเจน)
2. การเรม่ิ เล่นใหมจ่ าก
2.1 การเตะโทษ ถา้ ไมถ่ อยไปอยใู่ นระยะ 5 เมตร หรอื ระยะทร่ี อ้ งขอ หรอื ทมี กระทำ� ผดิ
ผเู้ ตะทไี่ มไ่ ดก้ ระทำ� ผดิ กตกิ ารวมครงั้ ที่ 6 หรอื สำ� หรบั การเลน่ ลกู บอลของผรู้ กั ษาประตู หรอื การเตะจากมุม
หรอื การเตะเข้าเลน่
นกหวดี อาจจะไมจ่ �ำเปน็ ต้องใช้ เพ่ือ
• การเร่ิมเลน่ ใหม่ส�ำหรับการปลอ่ ยลูกบอล
• การใชน้ กหวดี บอ่ ยๆ จะมผี ลกระทบนอ้ ย เมอ่ื มกี ารกระทำ� ผดิ ตอ่ ไปนเ้ี กดิ ขนึ้ เมอื่ ทมี กำ� ลงั
เตะโทษ การเตะเขา้ เลน่ หรอื การเตะจากมมุ เมอื่ ถกู รอ้ งขอใหอ้ ยใู่ นระยะทก่ี ำ� หนด หรอื ตำ� แหนง่ ทถ่ี กู ตอ้ ง
ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ในระหว่างการเล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตู ผู้ตัดสินต้องแจ้งให้ผู้เล่นท่ีไม่เล่น
หรือเร่ิมเล่นใหม่ภายหลังสัญญาณนกหวีด ถ้าในกรณีน้ีผู้เล่นซ่ึงเร่ิมเล่นใหม่ก่อนการให้สัญญาณ
นกหวีดของผ้ตู ัดสนิ จะถกู ลงโทษฐานชะลอการเร่ิมเลน่ ใหม่
94 คมู่ ือผตู้ ดั สนิ กีฬาฟุตซอล
ถ้าในระหว่างการเร่ิมเล่น ผู้ตัดสินให้สัญญาณนกหวีดที่เกิดจากการกระท�ำผิด ผู้ตัดสิน
ต้องหยุดการแข่งขัน ถ้าพิจารณาการกระท�ำผิดเป็นการเข้าไปเก่ียวข้องกับการเล่น ถ้าผู้ตัดสิน
หยุดการแข่งขัน ต้องมีการเร่ิมเล่นใหม่ ด้วยการปล่อยลูกบอลจากต�ำแหน่งที่ซึ่งได้หยุดการเล่นลง
ยกเว้นการเล่นได้หยุดลงภายในเขตโทษ ในกรณีน้ีผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใดปล่อยลูกบอลบนเส้นเขตโทษ
ณ จดุ ทใ่ี กลท้ ส่ี ดุ ทตี่ ำ� แหนง่ ของลกู บอลไดห้ ยดุ ลง ในขณะทห่ี ยดุ การเลน่ ถา้ การใหเ้ สยี งสญั ญาณนกหวดี
ทไี่ ม่เปน็ การรบกวนการเลน่ ผตู้ ดั สินใหส้ ญั ญาณการเลน่ ต่อไป
ภาษากาย (Body Language)
ภาษากายเป็นเครื่องมืออยา่ งหน่ึงของผ้ตู ัดสิน ใช้เพื่อ
1. ชว่ ยควบคุมการแข่งขันได้
2. แสดงบทบาทหนา้ ท่ีและการควบคุมตนเอง
ภาษากายไม่ไดห้ มายรวมถึงการอธบิ ายการตดั สนิ ใจ
กตกิ าข้อ 6 ผูช้ ่วยผู้ตัดสิน (The Assistant Referees)
1. หน้าทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบ
2. ตำ� แหนง่ ของผชู้ ่วยผูต้ ดั สินและระบบทมี
2.1 การเตะเร่มิ เลน่
2.2 ตำ� แหนง่ ท่ัวไปในระหวา่ งการแข่งขัน
2.3 การเปล่ียนตวั
2.4 การเตะจากจุดโทษ
3. สญั ญาณของผชู้ ว่ ยผูต้ ดั สนิ
4. สัญญาณเกย่ี วกบั การควบคุมเสียง
5. อปุ กรณจ์ ับเวลา (นาฬิกาเท่ยี งตรง)
หน้าท่แี ละความรับผิดชอบ (Duties and Responsibility)
ผู้ตัดสินที่ 3 และผู้รักษาเวลา จะช่วยเหลือผู้ตัดสินในการควบคุมการแข่งขันให้เป็นไป
ตามข้อตกลงของกติกาการแข่งขันกีฬาฟุตซอล นอกจากน้ียังช่วยเหลือผู้ตัดสินในเร่ืองอ่ืนๆ รวมทั้ง
การดำ� เนนิ การแขง่ ขนั ทอี่ ยภู่ ายใต้ การรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื ของผตู้ ดั สนิ โดยปกตริ วมถงึ สถานการณ์ เชน่
1. ตรวจสอบสนามแข่งขัน ลูกฟุตซอลท่ใี ช้ และอุปกรณข์ องผเู้ ล่นเปน็ ไปตามมาตรฐาน
คมู่ อื ผ้ตู ัดสนิ กีฬาฟุตซอล 95
2. ผู้ตัดสินถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ หรือตัดสินใจเกี่ยวกับการห้ามเลือดเม่ือมี
เลอื ดออกจากการบาดเจ็บ
3. ให้ความสนใจเกย่ี วกบั ขนั้ ตอนการเปลยี่ นตัว
4. รกั ษาเวลาและบันทกึ เวลา การนับประตู การกระท�ำผิดกติการวมและการประพฤติผิด
ต�ำแหนง่ ของผู้ชว่ ยผตู้ ดั สนิ และระบบทีม (Positioning of the Assistant Referee
and Teamwork)
1. การเร่มิ เลน่ (Kick Off)
ผู้ตัดสินที่ 3 อยู่ในต�ำแหน่งเดียวกันกับโต๊ะผู้รักษาเวลา ตรวจสอบผู้เล่นส�ำรอง
เจ้าหน้าที่ทีม และบุคคลอื่นๆ ให้อยู่ในต�ำแหน่งที่ถูกต้อง ต�ำแหน่งของผู้รักษาเวลาอยู่ที่โต๊ะ
ผรู้ กั ษาเวลา และตรวจสอบการเริม่ เลน่ ใหถ้ ูกตอ้ ง
2. ตำ� แหนง่ ทวั่ ๆ ไปในระหวา่ งการแขง่ ขนั (General Positioning During the Match)
ผู้ตัดสนิ ท่ี 3 ตรวจสอบผู้เล่นส�ำรอง เจา้ หน้าทที่ มี และบุคคลอืน่ ๆ ใหอ้ ยู่ในต�ำแหนง่ ท่ี
ถกู ตอ้ ง ผู้ตดั สนิ ที่ 3 อาจจะเคลอื่ นที่ไปตามเสน้ ขา้ งถา้ จำ� เปน็ แตต่ ้องไม่เข้าไปในสนามแขง่ ขนั
ต�ำแหน่งของผู้รักษาเวลาอยู่ท่ีโต๊ะ ผู้รักษาเวลาตรวจสอบเคร่ืองจับเวลาและนาฬิกา
จับเวลาในการหยุดการเล่น และเริม่ การแขง่ ขนั เป็นไปตามขอ้ ตกลงซงึ่ นำ� ไปสู่การแข่งขนั ทดี่ ำ� เนนิ ไป
ดว้ ยความเรียบรอ้ ย
3. การเปลีย่ นตวั (Substitutions)
ผู้ตัดสินที่ 3 ตรวจสอบอุปกรณ์ของผู้เล่นส�ำรอง และการเปล่ียนตัวให้ถูกต้อง
รวมท้ังอาจจะเคลอื่ นท่ไี ปตามเสน้ ข้างถา้ จำ� เปน็ แตต่ ้องไม่เขา้ ไปในสนามแข่งขัน
4. การเตะจากจดุ โทษ ( Kick From the Penalty Mark)
ผู้ตัดสินที่ 3 ต้องอยู่ในต�ำแหน่งคร่ึงหน่ึงของสนามแข่งขัน ที่ซ่ึงไม่ได้มีการเตะโทษ
รวมทง้ั ผเู้ ลน่ คนอน่ื จากตำ� แหนง่ น้ี ผตู้ ดั สนิ ที่ 3 ตอ้ งสงั เกตดา้ นพฤตกิ รรมของผเู้ ลน่ และตอ้ งตรวจสอบวา่
ไม่มีผเู้ ล่นทไ่ี ม่ได้ท�ำการเตะจากจุดโทษ กอ่ นทผี่ ู้เลน่ คนอื่นจะท�ำการเตะ
ต�ำแหนง่ ของผ้รู ักษาเวลาอย่ทู ่ีโต๊ะผ้รู กั ษาเวลา และบันทึกการทำ� ประตูท้ังหมด
สัญญาณของผู้ช่วยผ้ตู ดั สิน (Assistance Referee Signals)
ผู้ช่วยผู้ตัดสินต้องให้สัญญาณการกระท�ำผิดกติการวมของทีม และการขอเวลานอก
โดยการใช้สญั ญาณมอื ชไ้ี ปทที่ ่ีนัง่ ของทีมที่มีการกระท�ำผิดกตกิ า รวมทั้งการขอเวลานอก
96 คู่มือผตู้ ัดสนิ กฬี าฟตุ ซอล
สญั ญาณทีเ่ กี่ยวกับการควบคุมเสียง (Acoustic Signal)
สญั ญาณเกยี่ วกบั การควบคมุ เสยี งเปน็ สญั ญาณทส่ี ำ� คญั อยา่ งหนงึ่ ในการแขง่ ขนั ใชเ้ มอื่ จำ� เปน็
ในการส่งั เม่ือผตู้ ดั สนิ ได้พจิ ารณาแล้ว
สถานการณเ์ มอื่ สั่งใหใ้ ชเ้ สียงสัญญาณ
1. หมดเวลาการแขง่ ขันในแตล่ ะครง่ึ เวลา
2. การขอเวลานอก สัญญาณเสียงเมอื่ มกี ารร้องขอการขอเวลานอก
3. การเตือนหมดเวลาการขอเวลานอก
4. การเตือนการกระท�ำผิดกติการวมครั้งท่ี 5 ใหก้ ับทีม
5. การเตือนแจ้งพฤติกรรมท่ไี มเ่ หมาะสมของผูเ้ ล่นส�ำรอง หรือเจา้ หน้าทท่ี ีม
6. การเตอื นแจ้งการเปลยี่ นตวั ท่ีไม่ถกู ตอ้ ง
7. การเตอื นการลงโทษทางระเบียบวินยั และการกระทำ� ผิดท่ผี ดิ พลาดโดยผตู้ ัดสิน
8. การเตอื นบุคคลภายนอกเข้าไปเกีย่ วขอ้ ง
ถา้ ในระหวา่ งการแขง่ ขนั ผรู้ กั ษาเวลาใหเ้ สยี งดว้ ยสญั ญาณเสยี ง เพราะการกระทำ� ผดิ ผตู้ ดั สนิ
ไดห้ ยดุ การแขง่ ขนั ถา้ พจิ ารณาวา่ การกระทำ� น้ี เปน็ การรบกวนการเลน่ ถา้ ผตู้ ดั สนิ หยดุ การแขง่ ขนั
ตอ้ งมกี ารเรม่ิ เลน่ ดว้ ยการปลอ่ ยลกู บอล จากตำ� แหนง่ ทซี่ ง่ึ ลกู บอลไดห้ ยดุ ลง ยกเวน้ การเลน่ ไดห้ ยดุ ลง
ในพ้ืนท่ีภายในเขตโทษ ซึ่งในกรณีน้ี ผู้ตัดสินคนหนึ่งคนใดจะปล่อยลูกบอลบนเส้นเขตโทษ
ณ จุดที่ใกล้ที่สุดท่ีลูกบอลอยู่ในขณะที่การเล่นได้หยุดลง ถ้าเสียงสัญญาณไม่รบกวนการเล่น
ผู้ตดั สินใหส้ ญั ญาณการเล่นด�ำเนนิ ต่อไป
ถา้ ทมี นน้ั มกี ารกระทำ� ผดิ กตกิ ารวม 4 ครง้ั และผตู้ ดั สนิ ตดั สนิ ใจใหม้ กี ารประยกุ ตก์ ารใหเ้ ปน็
ลูกได้เปรียบการเล่น ผู้ตัดสินที่ 3 ให้สัญญาณ การกระท�ำผิดกติการวมคร้ังท่ี 5 ที่ต�ำแหน่งโต๊ะ
ผรู้ กั ษาเวลา อยา่ งไรกต็ ามถา้ ทมี มกี ารกระทำ� ผดิ ขน้ึ ใหมก่ อ่ นลกู บอลอยนู่ อกการเลน่ ผชู้ ว่ ยผตู้ ดั สนิ ตอ้ ง
ใหส้ ญั ญาณเสยี ง ยกเวน้ แตท่ มี ฝา่ ยตรงขา้ มไดก้ ระทำ� ผดิ อยา่ งหนง่ึ อยา่ งใด ซงึ่ มโี อกาสในการทำ� ประตู
อยา่ งชัดเจน
เครือ่ งจบั เวลา (นาฬิกาเทยี่ งตรง) (Chronometer)
ถา้ นาฬกิ าจบั เวลาไมท่ ำ� งาน ผชู้ ว่ ยผตู้ ดั สนิ ตอ้ งแจง้ ผตู้ ดั สนิ ตามความเปน็ จรงิ ผรู้ กั ษาเวลา
ต้องให้เวลาการแข่งขันด�ำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยใช้การจับเวลาด้วยมือ ในสถานการณ์เช่นนี้ให้เชิญ
เจา้ หนา้ ทแี่ ตล่ ะทมี มารบั ทราบตามลำ� ดบั เพอื่ แจง้ ใหท้ ราบเวลาของการแขง่ ขนั ทแ่ี ทจ้ รงิ
ถ้าหลังจากการหยุดการเล่นในการแข่งขัน ผู้รักษาเวลาลืมจับเวลาแข่งขัน ผู้ตัดสินสั่งให้
เริม่ จับเวลาแตไ่ มจ่ ำ� เป็นต้องนับเวลาเพิม่
คู่มอื ผูต้ ัดสินกฬี าฟุตซอล 97
ภายหลงั จากการเริม่ เลน่ นาฬกิ าจบั เวลาท�ำหนา้ ท่ี ดงั น้ี
1. การเตะเริ่มเล่น ภายหลังจากลูกบอลถูกเตะไปขา้ งหน้าในแดนคู่ตอ่ สู้ การด�ำเนินการ
เปน็ ไปตามข้อตกลง
2. การเล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตู ภายหลังจากผู้รักษาประตูปล่อยลูกบอลจากมือ
และลูกบอลได้ออกจากพ้ืนทเี่ ขตโทษ การด�ำเนนิ การเปน็ ไปตามข้อตกลง
3. การเตะจากมมุ ภายหลงั ลกู บอลถกู เตะและเคลอ่ื นที่ การดำ� เนนิ การเปน็ ไปตามขอ้ ตกลง
4. การเตะเขา้ เลน่ ภายหลงั ลกู บอลเขา้ ไปในสนามแขง่ ขนั หลงั จากถกู เตะ การดำ� เนนิ การ
เป็นไปตามขอ้ ตกลง
5. การเตะโทษโดยตรงภายนอกพ้ืนท่ีเขตโทษหลังจากลูกบอลได้ถูกเตะ การด�ำเนินการ
เปน็ ไปตามข้อตกลง
6. การเตะโทษโดยอ้อมภายนอกพื้นท่ีเขตโทษของทีม หรือน�ำมาเตะโดยทีมฝ่ายรุก
บนเส้นเขตโทษ ภายหลงั ลูกบอลถกู เตะ การด�ำเนินการเปน็ ไปตามขอ้ ตกลง
7. โทษโดยตรงหรือโทษโดยอ้อมภายในพ้ืนท่ีเขตโทษไปยังทีมฝ่ายรับภายหลังลูกบอล
ถกู เตะและออกจากพืน้ ที่เขตโทษ การด�ำเนนิ การเป็นไปตามข้อตกลง
8. การเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ ภายหลังลูกบอลถูกเตะตรงไปข้างหน้า การด�ำเนินการ
เป็นไปตามขอ้ ตกลง
9. การเตะโทษโดยตรงภายหลังการกระท�ำผิดกติการวมคร้ังท่ี 5 หลังจากลูกบอล
ถกู เตะโดยเจตนาทำ� ประตูโดยตรง การดำ� เนินการเป็นไปตามขอ้ ตกลง
10. การปล่อยลูกบอลภายหลังลูกบอลถูกปล่อยจากมือของผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใด
และสัมผสั พนื้ สนาม การด�ำเนินการเป็นไปตามขอ้ ตกลง
กตกิ าขอ้ 7 ระยะเวลาการแข่งขนั
การพกั ครง่ึ เวลา (Half Time Interval)
ผู้ตัดสินอนุญาตให้มีการพักครึ่งเวลาระหว่างการพักครึ่งเวลา ถ้าผู้เล่นคนหน่ึงในทีมร้องขอ
แมว้ า่ หัวหนา้ ทมี ทง้ั 2 ทีม ไมป่ ระสงคท์ ีจ่ ะพกั ครงึ่ เวลาการพักครึ่งเวลา
การตอ่ เวลาพเิ ศษ (Extra Time)
ถา้ มกี ารตอ่ เวลาพเิ ศษในการเลน่ ไมม่ กี ารพกั ครงึ่ เวลาระหวา่ ง 2 ชว่ งเวลาของการตอ่ เวลาพเิ ศษ
ทมี เปลยี่ นทน่ี งั่ สำ� รองของสนามแขง่ ขนั รวมทงั้ เจา้ หนา้ ทท่ี มี กเ็ ปลย่ี นพน้ื ทขี่ องเขตเทคนคิ
98 คูม่ ือผตู้ ดั สนิ กีฬาฟตุ ซอล
การเตะเร่มิ เลน่ (Kick off)
ผู้ตัดสินไม่ต้องรอการร้องขอหรือการยืนยันของผู้รักษาประตูหรือผู้เล่นคนอื่น ก่อนส่ังให้
เตะเรม่ิ เล่น
การปล่อยลูกบอล (Dropped Ball)
1. ผู้เล่นคนอ่ืนอาจจะแสดงตนเพื่อมาร่วมในข้ันตอนการปล่อยลูกบอล (รวมถึง
ผรู้ ักษาประต)ู
2. ไมม่ ีการกำ� หนดจำ� นวนผเู้ ล่นต�ำ่ สุดหรอื สูงสดุ ส�ำหรับการปล่อยลูกบอล
3. ผตู้ ดั สินไม่สามารถตัดสนิ วา่ ใครจะทำ� การแย่งบอลจากการปลอ่ ยลูกบอล
4. ไมม่ กี ารรอ้ งขอเกยี่ วกบั ระยะหา่ งของผเู้ ลน่ ยกเวน้ คตู่ อ่ สไู้ มส่ ามารถทำ� การบลอ็ คและ
ไม่สามารถทำ� การปลอ่ ยลูกบอลได้
5. ไม่มีความจ�ำเป็นสำ� หรบั ทมี ในการเข้าแย่งจากการปล่อยบอล
6. ถ้าการกระทำ� ผดิ เกิดข้นึ โดยผเู้ ล่น กอ่ นที่ลกู บอลอยู่ในการเลน่ ภายหลังจากผตู้ ัดสนิ
คนหนงึ่ คนใดปลอ่ ยลกู บอลจากมอื ของเขา ใหผ้ ตู้ ดั สนิ ทำ� การปลอ่ ยลกู บอลใหมภ่ ายหลงั การกระทำ�
ผดิ ระเบยี บวินยั
ลกู บอลถกู ผ้ตู ดั สนิ ท่อี ยูใ่ นสนามแขง่ ขนั (The Ball Inside the Pitch Touches
One of the Referees)
ถ้าลูกบอลถูกผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใดท่ีอยู่ในสนามแข่งขัน ในขณะท่ีลูกบอลอยู่ในการเล่น
ลูกบอลได้ถูกสัมผสั ผูต้ ัดสนิ คนหนง่ึ คนใดในสนามแข่งขนั การเล่นจะด�ำเนินต่อไปเพราะว่าผู้ตดั สนิ
เปน็ ส่วนหน่งึ ของการแข่งขนั
ในขณะที่ลูกบอลอยู่ในการเล่น ลูกบอลได้สัมผัสผู้ช่วยผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใดในสนามแข่งขัน
ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งหยดุ การเลน่ และเรมิ่ เลน่ ใหมด่ ว้ ยการปลอ่ ยลกู บอลจากตำ� แหนง่ ทล่ี กู บอลอยู่ ในขณะท่ี
การเลน่ ไดห้ ยดุ ลง ยกเวน้ การเล่นถูกหยดุ ลงภายในเขตโทษ ในกรณนี ้ี ผู้ตดั สินจะท�ำการปลอ่ ยลูกบอล
บนเสน้ เขตโทษ ณ จดุ ท่ใี กล้ท่ีสุดที่ลูกบอลอยู่ในขณะท่กี ารเล่นไดห้ ยุดลง
กตกิ าขอ้ 9 ลูกบอลอยู่ในและนอกการเลน่
ลกู บอลเปน็ ประตใู นขณะทบ่ี คุ คลภายนอก เขา้ ไปในสนามแขง่ ขนั (Goal Scored While
a Person not Participating in the Match is On the Pitch)
ภายหลังการท�ำประตู ผู้ตัดสินเข้าใจว่า ก่อนการเริ่มเล่นใหม่ บุคคลอ่ืนเข้าไปในสนาม
ในขณะเดียวกนั มกี ารทำ� ประตู
คู่มือผ้ตู ัดสินกฬี าฟตุ ซอล 99
1. ต้องไม่อนุญาตใหเ้ ป็นประตู ถ้า
1.1 บคุ คลอนื่ ทอี่ ยดู่ า้ นนอก หรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องทมี หนงึ่ ทมี ใด เขา้ ไปเกยี่ วขอ้ งกบั การเลน่
1.2 บุคคลอื่นท่ีเป็นผู้เล่น ผู้เล่นส�ำรอง ผู้เล่นท่ีถูกไล่ออก หรือ เจ้าหน้าท่ีของทีม
เขา้ มาทำ� ประตู
2. อนญุ าตให้เปน็ ประตู ถ้า
2.1 บุคคลอน่ื ท่อี ยูภ่ ายนอกและไม่ได้เก่ยี วขอ้ งกบั การเล่น
2.2 บุคคลอื่นที่เป็นผู้เล่น ผู้เล่นส�ำรอง ผู้เล่นที่ถูกไล่ออกหรือเจ้าหน้าท่ีทีม
ทีอ่ นญุ าตใหเ้ ปน็ ประตู
กติกาข้อ 10 การนับประตู
มีการท�ำประตูได้ขณะทม่ี ผี อู้ นื่ ที่ไม่เกย่ี วขอ้ งอย่ใู นสนาม
- ถ้าหลังจากมีการท�ำประตไู ด้, ผู้ตัดสินใหเ้ ปน็ ประตู, ก่อนมกี ารเร่มิ เลน่ ใหม,่ มีผ้อู น่ื อยู่
ในสนามขณะมีการทำ� ประตไู ด้
• ไม่ให้เป็นประตู ถา้
- บุคคลอน่ื ทีไ่ มเ่ กี่ยวข้องหรือเจา้ หนา้ ทท่ี ีมเขา้ ไปเก่ยี วขอ้ งกบั การเล่น
- ผเู้ ล่นอ่นื ๆ, ผเู้ ลน่ สำ� รอง, ผเู้ ล่นที่ถูกไล่ออกหรอื เจา้ หนา้ ที่ทมี ท่ที �ำประตไู ดเ้ ข้าไป
เกีย่ วขอ้ งในสนาม
• ใหเ้ ปน็ ประตู ถา้
- บคุ คลอื่นทไ่ี ม่เกย่ี วข้องเข้าไปและไมไ่ ปรบกวนการเลน่
- บคุ คลอืน่ ทีเ่ ปน็ ผู้เล่น, ผเู้ ล่นส�ำรอง, ผูเ้ ล่นทีถ่ กู ไล่ออกหรือเจ้าหนา้ ทที่ ีมยอมรบั
การเป็นประตู
กติกาข้อ 11 การล�ำ้ หน้า
ไมม่ กี ารล�้ำหน้าในกีฬาฟุตซอล
กติกาขอ้ 12 การเลน่ ทผ่ี ิดกติกาและการประพฤติผิด
พื้นฐานทเ่ี รียกวา่ การกระทำ� ผดิ (Basic Requirement for a Foul)
เง่ือนไขต่อไปน้ี ต้องพจิ ารณาวา่ เป็นการกระท�ำผดิ
1. ถา้ การกระท�ำผิดโดยผูเ้ ลน่ หรอื ผ้เู ลน่ สำ� รองกระท�ำผิดขัน้ ตอนการเปล่ียนตวั
2. ต้องเกดิ ขึน้ ในสนาม
100 คมู่ ือผ้ตู ัดสินกีฬาฟุตซอล
3. ตอ้ งเกิดข้ึนในขณะที่ลกู บอลอย่ใู นการเลน่
ถ้าผู้ตัดสินหยุดการเล่นในขณะที่การกระท�ำผิดอยู่ภายนอกสนาม (ในขณะที่ลูกบอล
อยู่ในการเล่น) และไม่ใช่การกระท�ำผิดโดยผู้เล่นท่ีออกนอกสนามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน
ตอ้ งเรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยการปลอ่ ยลกู บอลจากตำ� แหนง่ ทลี่ กู บอลไดห้ ยดุ ลง ยกเวน้ การเลน่ ไดห้ ยดุ ลงภายใน
เขตโทษ ในกรณีน้ี ผู้ตัดสินคนหนึ่งคนใดต้องปล่อยลูกบอลบนเส้นเขตโทษ ณ จุดท่ีใกล้ท่ีสุด
ทล่ี กู บอลอยใู่ นขณะทกี่ ารเล่นได้หยุดลง
ไมถ่ อื ว่าเป็นการกระทำ� ผิดเมื่อผเู้ ลน่ 2 คน หรอื มากกว่าเข้าแย่งลกู บอลกับฝา่ ยตรงข้าม
ในเวลาเดียวกบั ฝา่ ยตรงกันข้าม ถา้ การเขา้ แย่งบอลเปน็ ไปอย่างถกู ต้อง
การขาดความระมดั ระวงั ไม่ไตรต่ รองยัง้ คดิ ใช้ความรุนแรงเกนิ กวา่ เหตุ
(Careless, Reckless, Using Excessive Force)
การขาดความระมัดระวัง หมายถึง ผู้เล่นขาดความใส่ใจหรือความสนใจ ในขณะท่ีท�ำการ
เขา้ แยง่ ลกู บอลหรือการกระทำ� ที่ปราศจากการระมดั ระวัง
ถา้ ผู้ตดั สินพิจารณาว่าการขาดความระมดั ระวังจะไมถ่ กู ลงโทษทางระเบยี บวนิ ยั
ไม่ไตร่ตรองย้ังคิด หมายถึง ถ้าผู้เล่นกระท�ำผิดโดยเจตนาท�ำให้เกิดอันตรายหรือเกิดผล
ท่ีตามมากับฝ่ายตรงข้าม ผเู้ ล่นเล่นโดยไมไ่ ตร่ตรองย้งั คิดตอ้ งถกู คาดโทษ
การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ หมายถึง ถ้าผู้เล่นอยู่ในระยะไกลกว่าที่จะแย่งลูกบอล
ท�ำให้เกิดอันตราย ความรุนแรง ของการบาดเจ็บของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นที่ใช้ความรุนแรง
เกนิ กว่าเหตตุ อ้ งถกู ไลอ่ อก
การชนฝา่ ยตรงขา้ ม (Charging on Opponent)
การกระทำ� ของการชนทไ่ี มใ่ ชก่ ารชนโดยชอบ โดยการใชร้ า่ งกายเขา้ ปะทะเพอ่ื แยง่ ลกู บอล
ตอ้ งไมใ่ ชแ่ ขนหรอื ข้อศอก
การกระท�ำผดิ โดยการชนฝ่ายตรงข้าม
1. ขาดความระมดั ระวงั
2. ไม่ไตร่ตรองยงั้ คดิ
3. ใช้ความรุนแรงเกินกวา่ เหตุ
คู่มือผู้ตดั สินกีฬาฟตุ ซอล 101
การดงึ ฝ่ายตรงข้าม (Holding and Opponent)
การดึงคตู่ อ่ สู้รวมถึงการกระท�ำ การขดั ขวางการเคลอ่ื นทโ่ี ดยการใชม้ อื แขนหรือสว่ นอน่ื
ของรา่ งกาย
ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งดำ� เนนิ การอยา่ งรวดเรว็ และเดด็ ขาด ถา้ มกี ารกระทำ� ผดิ เกดิ ขน้ึ ภายในเขตโทษ
ในขณะที่เตะจากมมุ เตะเข้าเลน่ หรอื การเตะโทษท่ีเกดิ ข้นึ
สถานการณท์ ี่ผูต้ ัดสนิ ต้องกระทำ� อย่างเด็ดขาด
1. เตือนผู้เลน่ คนหนง่ึ คนใดท่ที ำ� การดึง กอ่ นลกู บอลอยู่ในการเล่น
2. คาดโทษผู้เล่นท่ีทำ� การดงึ อย่างตอ่ เนอ่ื ง กอ่ นลูกบอลอยใู่ นการเลน่
3. ให้เตะโทษโดยอ้อม หรือเตะโทษ ณ จุดเตะโทษและคาดโทษผู้เล่น ถ้าเกิดขึ้น
ในขณะท่ีลูกบอลอยู่ในการเล่น
ถ้าผู้เล่นฝ่ายรับท�ำการดึงผู้เล่นฝ่ายรุกภายนอกเขตโทษ และดึงต่อเนื่องไปถึงภายใน
เขตโทษ ผู้ตัดสินใหเ้ ปน็ การเตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ
การลงโทษระเบียบวนิ ัย (Disciplinary Sanctions)
1. คาดโทษ ฐานประพฤตติ นอยา่ งไมม่ นี ำ�้ ใจเปน็ นกั กฬี า ตอ้ งตดั สนิ วา่ เมอ่ื ผเู้ ลน่ ดงึ คตู่ อ่ สู้
เพอ่ื ปอ้ งกนั การครอบครองของลกู บอล หรอื การกระทำ� ทเ่ี กดิ ขน้ึ อยใู่ นตำ� แหนง่ ทไี่ ดเ้ ปรยี บการเลน่
2. ผ้เู ล่นที่ถกู ไลอ่ อก ถา้ ป้องกนั โอกาสในการทำ� ประตอู ย่างชดั เจนโดยการดึงค่ตู อ่ สู้
3. ถ้าการดึงคตู่ อ่ สใู้ นสถานการณ์อืน่ ตอ้ งไม่ถูกลงโทษทางระเบยี บวินยั
การเร่ิมเล่นใหม่ (Restart of Plays)
การเตะโทษโดยตรงจากตำ� แหน่งท่ีซ่ึงการกระท�ำผิดเกิดขึ้น (กติกาข้อ 13 ต�ำแหน่งของ
การเตะโทษ) หรือการเตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ ถ้ากระทำ� ผิดเกดิ ขน้ึ ภายในเขตโทษ
การเล่นลกู บอลด้วยมอื (Handling the Ball)
การกระท�ำผิดโดยการเจตนาใช้มือเล่นลูกบอล ถ้าผู้เล่นกระท�ำการสัมผัสลูกบอลด้วยมือ
หรือแขน ผู้ตัดสินตอ้ งพจิ ารณาการกระท�ำต่อไปน้ี
1. การเคลือ่ นทขี่ องแขนไปยงั ลูกบอล (ไม่ใชล่ กู บอลตรงไปยงั มอื )
2. ระยะหา่ งระหว่างคูต่ ่อสู้กับลูกบอล (ลกู บอลมาโดยไม่คาดคิด)
102 ค่มู อื ผู้ตัดสินกีฬาฟตุ ซอล
3. ต�ำแหน่งของมือไม่จ�ำเป็นว่าต้องหมายถึง มีการลงโทษกระท�ำผิด (แขนที่ยกขึ้น
ออกจากร่างกายอาจจะไม่เจตนากไ็ ด)้
4. การสมั ผัสลกู บอลด้วยอุปกรณ์ทีอ่ ย่กู บั มือ (เส้อื ผ้า สนบั แข้ง เปน็ ตน้ ) ถอื ว่า เปน็ การ
เลน่ ลกู บอลด้วยมอื โดยเจตนา
5. การตลี กู บอลหรอื การขวา้ ง (รองเทา้ สนบั แขง้ เปน็ ตน้ ) ถอื วา่ เปน็ การเลน่ ลกู บอลดว้ ย
มอื โดยเจตนา
การลงโทษทางระเบียบวนิ ยั (Disciplinary Sanctions)
สถานการณ์ในขณะที่คาดโทษฐานประพฤติตนอย่างไม่มีน�้ำใจเป็นนักกีฬา เป็นการกระท�ำ
ในขณะทผ่ี ู้เลน่ เลน่ ลกู บอลด้วยมอื โดยเจตนา เม่ือผู้เลน่
1. เจตนาและใชม้ อื อย่างชดั เจน ในการป้องกนั โอกาสในการทำ� ประตูของคตู่ ่อสู้
2. พยายามท�ำประตโู ดยเจตนาใชม้ อื เลน่ ลูกบอล
3. การหลอกลอ่ เพอื่ เลน่ ลกู บอลดว้ ยสว่ นใดสว่ นหนง่ึ ของรา่ งกาย เมอ่ื กระทำ� การดว้ ยมอื
เพ่อื หลอกผตู้ ัดสิน
4. พยายามป้องกันประตูหรือปฏิเสธโอกาสในการท�ำประตูด้วยมือ เม่ือผู้รักษาประตู
อยภู่ ายนอกเขตโทษ และกระท�ำไมส่ ำ� เร็จ
ผู้เล่นจะถูกไล่ออก อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้เล่นป้องกันประตูหรือโอกาสในการท�ำประตู
โดยเจตนาใชม้ อื เลน่ ลกู บอล การลงโทษไมเ่ ปน็ ผลมาจากการกระทำ� ผดิ ของผเู้ ลน่ ทเ่ี จตนาเลน่ ลกู บอลดว้ ยมอื
แต่ไมไ่ ด้รบั การยอมรับและไม่ยตุ ิธรรมในการปอ้ งกนั โอกาสในการเป็นประตู
การเรม่ิ เลน่ ใหม่ (Restart of play)
การเตะโทษโดยตรงจากตำ� แหนง่ ท่ีการกระท�ำผิดเกิดขึน้ (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการ
เตะโทษ) หรือการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ
ภายนอกพนื้ ทเ่ี ขตโทษ ผรู้ กั ษาประตไู มส่ ามารถใชม้ อื เลน่ ลกู บอลไดเ้ ชน่ เดยี วกบั ผเู้ ลน่ คนอน่ื
ภายในเขตโทษของเขาเอง ผรู้ กั ษาประตไู ม่ถอื วา่ เปน็ การกระท�ำผดิ ดว้ ยมอื ทท่ี �ำให้เกดิ โทษโดยตรง
ถึงอย่างไรกต็ าม ความผิดอ่นื ๆ อาจจะมกี ารเกิดข้ึน ได้หลากหลายจากการเตะโทษโดยออ้ ม
การกระทำ� ผดิ โดยผู้รกั ษาประตู (Offence committed by goalkeepers)
ผู้รกั ษาประตจู ะถูกพิจารณาในการครอบครองลูกบอล
ค่มู อื ผูต้ ัดสินกีฬาฟุตซอล 103
1. ในขณะทล่ี กู บอลอยรู่ ะหวา่ งมอื ของเขา หรอื ระหวา่ งมอื และพนื้ ทอี่ นื่ ๆ (พนื้ สนามหรอื
สว่ นของรา่ งกาย)
2. ในขณะท่ีถือลูกบอลอยู่ในแขนของตนเอง
3. ในขณะท่ที ่มุ ลูกบอลลงส่พู ้ืนหรือโยนขึ้นไปในอากาศ
ในขณะทผ่ี รู้ กั ษาประตไู ดค้ รอบครองลกู บอลดว้ ยมอื ของเขา ผเู้ ลน่ ฝา่ ยตรงขา้ มไมส่ ามารถ
เขา้ ไปแยง่ ชิงลกู บอลได้
การครอบครองลกู บอลรวมถึงผูร้ ักษาประตคู วบคมุ ลูกบอล
ไม่อนุญาตให้ผู้รักษาประตูสัมผัสลูกบอลภายในพื้นที่ของตนเองของสนามแข่งขัน
ในสถานการณ์ต่อไปนี้
ถา้ การครอบครองลูกบอลในพ้นื ทีข่ องตนเองของสนามแขง่ ขัน เกินกวา่ 4 วนิ าที
1. ด้วยเทา้ ภายในเขตโทษของตนเอง
2. ดว้ ยเทา้ ในพื้นท่ขี องตนเองของสนามแขง่ ขัน
3. ดว้ ยมอื ภายในเขตโทษของตนเอง และดว้ ยเทา้ ภายในพนื้ ทขี่ องตนเองของสนามแขง่ ขนั
ในกรณที ก่ี ลา่ วมาทงั้ หมด ผตู้ ดั สนิ ทอ่ี ยใู่ กลผ้ รู้ กั ษาประตู ตอ้ งแสดงสญั ญาณการนบั 4 วนิ าที
1. ถา้ หลงั จากไดเ้ ลน่ ลกู บอล เขาไดส้ มั ผสั ลกู บอลอกี ครงั้ หนง่ึ ภายในพนื้ ทข่ี องตนเองของ
สนามแข่งขนั ภายหลังจากผ้เู ลน่ ฝา่ ยเดยี วกนั สง่ ลกู บอลคืนมาใหโ้ ดยไม่ได้ถูกสัมผสั คูต่ ่อสู้
• ผรู้ กั ษาประตจู ะถกู พจิ ารณาวา่ ครอบครองลกู บอล โดยการสมั ผสั ดว้ ยสง่ิ ใดสงิ่ หนงึ่
ของรา่ งกาย ยกเว้นลกู บอลกระดอนกลบั ถูกผู้รักษาประตโู ดยบังเอิญ
• ถ้าผู้รักษาประตูสัมผัสลูกบอลด้วยมือของเขาภายในเขตโทษของตนเอง
ภายหลังจากเขาไดร้ บั ลูกบอลโดยตรงจากการเตะถ้าเลน่ โดยผเู้ ลน่ ทีมเดยี วกัน
2. ถา้ ผูร้ ักษาประตูสมั ผสั ลูกบอลดว้ ยมอื ของตนภายในเขตโทษของตนเอง หลังจากได้รบั
ลูกบอลโดยตรงจากการเตะเขา้ เลน่ โดยผู้เล่นทีมเดียวกันได้
การเร่มิ เล่นใหม่ (Restart of play)
การเตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหนง่ ท่ีซ่ึงการกระท�ำผดิ เกิดข้นึ (ตามกตขิ อ้ 13 ต�ำแหนง่ ของ
การเตะโทษ)
การกระทำ� ผดิ อนื่ ๆ ของผรู้ กั ษาประตู (Offence committed against goalkeepers)
1. การกระทำ� ผดิ ในการปอ้ งกนั ผรู้ กั ษาประตปู ลอ่ ยลกู บอลจากมอื ในขณะทก่ี ารทมุ่ บอลลงพื้น
2. การเล่นลูกบอล หรือพยายามกระท�ำต่อเนื่องในขณะที่ผู้รักษาประตู ถือลูกบอล
ด้วยฝ่ามือของเขา
104 คมู่ ือผู้ตัดสนิ กีฬาฟตุ ซอล
3. ผเู้ ลน่ ตอ้ งถกู ลงโทษสำ� หรบั การเลน่ ในพฤตกิ รรมทเ่ี ปน็ อนั ตราย ถา้ เขาเตะหรอื พยายาม
เตะลกู บอล ในขณะทผ่ี ู้รักษาประตกู �ำลงั ปล่อยลูกบอล
4. ถ้ากระท�ำผดิ กดี ขวางการเคลอื่ นท่ีของผ้รู กั ษาประตู โดยการขัดขวางทไี่ มถ่ ูกต้อง เช่น
การเตะจากมุม
5. ผเู้ ล่นฝา่ ยรกุ ใชร้ า่ งกายชนผู้รกั ษาประตูภายในเขตโทษของผู้รกั ษาประตู ไม่ได้รวมถึง
การละเมิดหรือการกระท�ำผิดอื่นๆ เช่น ผู้เล่นฝ่ายรุกกระโดดเข้าใส่ ชนหรือผลักผู้รักษาประตู
ในลกั ษณะขาดความระมัดระวงั หรือขาดการไตร่ตรองย้ังคดิ หรอื การใช้ความรุนแรงเกนิ กวา่ เหตุ
การเรม่ิ เลน่ ใหม่ (Restart of play)
ถา้ การเลน่ ไดห้ ยดุ ลงเพราะการกระทำ� ผดิ ทไ่ี ดก้ ระทำ� ตอ่ ผรู้ กั ษาประตตู ามขอ้ ความขา้ งบน
ผตู้ ัดสินไมส่ ามารถประยุกตใ์ ห้เปน็ การไดเ้ ปรียบได้ ผู้ตัดสนิ ต้องสั่งหยุดการเลน่ และจะเร่ิมเลน่ ใหม่
โดยใหเ้ ตะโทษโดยออ้ มจากต�ำแหนง่ ทีซ่ งึ่ มีการกระทำ� ผดิ เกดิ ขึน้ (ตามกติกา ข้อ 13 ต�ำแหนง่ ของ
การเตะโทษ) ยกเวน้ ถา้ ผเู้ ลน่ ฝา่ ยรกุ กระโดดชนหรอื ผลกั ผรู้ กั ษาประตใู นลกั ษณะขาดความระมดั ระวงั
หรือการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ในกรณีนี้ผู้ตัดสินไม่พิจารณาเป็นการลงโทษทางระเบียบวินัย
เขาตอ้ งเรมิ่ เลน่ ใหมด่ ว้ ยการเตะโทษโดยออ้ มจากตำ� แหนง่ ทก่ี ระทำ� ผดิ เกดิ ขนึ้ (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่
การเตะโทษ)
การเลน่ ในลกั ษณะทเ่ี ปน็ อนั ตราย (Playing in a Dangerous Manner)
การกระทำ� อน่ื ๆ ทเี่ ลน่ ในลกั ษณะที่เปน็ อนั ตราย หมายถงึ ในขณะที่ก�ำลังจะเล่นลกู บอล
การกระทำ� ทที่ ำ� ใหผ้ เู้ ลน่ ฝา่ ยตรงขา้ มหรอื ตนเองเกดิ การบาดเจบ็ การกระทำ� ผดิ ใกลๆ้ กบั คตู่ อ่ สแู้ ละ
ปอ้ งกันคตู่ ่อส้จู ากการเล่นลกู บอล ท�ำใหก้ ลวั เกดิ การบาดเจบ็ กบั ตนเองและผเู้ ล่นอืน่
การเตะแบบกรรไกรหรือจกั รยานอากาศ อนญุ าตตามเงือ่ นไขขน้ึ อยู่กับการพจิ ารณาของ
ผูต้ ัดสิน ซ่งึ ไมเ่ ป็นอนั ตรายตอ่ ฝา่ ยตรงขา้ ม
การเล่นในลักษณะที่เป็นอันตราย รวมถึงการไม่ปะทะชนด้วยร่างกายระหว่างผู้เล่น
ถ้าการชนด้วยร่างกายเป็นการกระท�ำผิดสมควรได้รับการลงโทษเป็นโทษโดยตรง หรือเตะโทษ
ณ จดุ เตะโทษ ในกรณขี องการชนดว้ ยรา่ งกาย ผตู้ ดั สนิ ควรจะพจิ ารณาอยา่ งระมดั ระวงั มคี วามเปน็ ไปได้
นอ้ ยทีส่ ุดในการกระท�ำผิดโดยการประพฤตผิ ิด
คู่มอื ผตู้ ัดสินกฬี าฟตุ ซอล 105
การลงโทษทางระเบยี บวินัย (Disciplinary Sanctions)
1. ถ้าผเู้ ล่นเลน่ ในลกั ษณะทเ่ี ป็นอันตรายโดยธรรมชาติ การพจิ ารณาของผู้ตดั สินไมค่ วร
จะลงโทษทางระเบียบวนิ ัย ถา้ การกระทำ� ทำ� ด้วยความเส่ียงของการบาดเจบ็ ท่ชี ัดเจน ผู้ตัดสินควร
จะคาดโทษผ้เู ลน่ นัน้
2. ถา้ ผเู้ ลน่ ปอ้ งกนั โอกาสการทำ� ประตู โดยเลน่ ในลกั ษณะทเี่ ปน็ อนั ตราย ผตู้ ดั สนิ ควรจะ
ไล่ผูเ้ ลน่ ออก
การเรม่ิ เล่นใหม่ (Restart of play)
ใหเ้ ตะโทษโดยออ้ มจากตำ� แหนง่ ทซี่ ง่ึ การกระทำ� ผดิ เกดิ ขน้ึ (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการ
เตะโทษ)
ถา้ มคี วามตอ่ เนอ่ื ง ความแตกตา่ งของการกระทำ� ผดิ การกระทำ� ผดิ สมควรลงโทษโดยโทษ
โดยตรงหรือการเตะโทษ หรือผู้ตัดสินพิจารณา ตามข้อคิดเห็นในการขาดความระมัดระวัง
ไม่ไตร่ตรองย้ังคิด หรือใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ แตกต่างจากกระท�ำผิดอื่นๆ สมควรลงโทษ
โดยโทษโดยตรง หรือการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ
การขดั ขวางการเคลอื่ นทไี่ ปขา้ งหนา้ ของคตู่ อ่ สู้ (Impeding the Progress of an Opponent)
การขัดขวางการเคลื่อนท่ีไปข้างหน้าของคู่ต่อสู้ หมายถึง การกีดขวาง ขัดขวาง
การเคล่ือนท่ีไปข้างหน้าของคู่ต่อสู้ท�ำให้ช้าลง การเปลี่ยนทิศทางโดยคู่ต่อสู้ในขณะที่ลูกบอลไม่ได้
อย่ใู นระยะทจี่ ะเลน่ ของผูเ้ ลน่ อน่ื ๆ
ผเู้ ลน่ ทงั้ หมดอยใู่ นตำ� แหนง่ ทถ่ี กู ตอ้ งในสนามแขง่ ขนั ทศิ ทางของผตู้ อ่ สตู้ อ้ งไมเ่ คลอ่ื นทต่ี รง
ไปในทิศทางเดยี วกนั กับคูต่ ่อสู้
อนญุ าตใหม้ กี ารปอ้ งกนั ลกู บอล ผเู้ ลน่ ในพน้ื ทขี่ องเขาเอง ระหวา่ งคตู่ อ่ สกู้ บั ลกู บอลสำ� หรบั
เหตุผลทางเทคนิค ไม่พจิ ารณาเป็นกระทำ� ผิด ถา้ อย่ใู นระยะหา่ งทใี่ กลเ้ คยี งกนั กบั การเข้าแย่งลูกบอล
และผู้เลน่ ไม่ไดด้ ึงฝา่ ยตรงข้ามดว้ ยแขนหรือสว่ นอ่นื ของร่างกาย
การชะลอการเร่ิมเล่นใหม่ที่ตอ้ งถูกใบเหลอื ง – ใบแดง
(Delaying the Restart of Play to Issue a Card)
ผตู้ ดั สนิ พจิ ารณาในการคาดโทษ หรอื ไลผ่ เู้ ลน่ ออก หรอื การเปลยี่ นตวั การเลน่ จะไมเ่ รม่ิ เลน่
จนกวา่ จะด�ำเนนิ การลงโทษ
106 คมู่ อื ผูต้ ัดสินกีฬาฟุตซอล
คาดโทษฐานประพฤตติ นอยา่ งไมม่ นี ำ้� ใจเปน็ นกั กฬี า (Cautions for Unsporting Behaviour)
สถานการณ์ท่ีแตกต่างกันในขณะที่ผู้เล่นต้องถูกคาดโทษฐานประพฤติตนอย่างไม่มีน�้ำใจ
เป็นนักกฬี า ถา้ ผเู้ ลน่
1. กระทำ� ผดิ ในลกั ษณะไมไ่ ตรต่ รองยงั้ คดิ อยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดใน 7 ขอ้ เปน็ การกระทำ� ผดิ
รวมทั้งโทษโดยตรง
2. การกระท�ำผดิ ส�ำหรับเทคนิค เป้าหมายของกระบวนการรบกวน การชนฝา่ ยรุก
3. การดงึ คตู่ อ่ สู้ สำ� หรบั เทคนคิ เปา้ หมายของการดงึ คตู่ อ่ สอู้ อกจากลกู บอลหรอื ขดั ขวางคู่
ต่อสู้ในการทจ่ี ะได้รบั ลกู บอล
4. ใช้มือจับลูกบอลเพื่อป้องกันคู่ต่อสู่ท่ีจะครอบครองลูกบอล หรือน�ำไปสู่ผู้เล่นฝ่ายรุก
(นอกเหนอื จากผ้รู ักษาประตภู ายในเขตโทษ)
5. ใชม้ อื สมั ผสั ลกู บอลโดยพยายามปดั ลกู บอลเขา้ ประตู (โดยไมค่ ำ� นงึ วา่ จะเปน็ ประตหู รอื ไม)่
6. ใช้มอื สัมผัสลกู บอลเพื่อหลอกล่อการเล่นกับส่วนอื่นของร่างกายเพอ่ื ตบตาผู้ตดั สนิ
7. พยายามปอ้ งกนั ประตหู รอื ปฏเิ สธโอกาสในการทำ� ประตดู ว้ ยมอื ในขณะทผี่ รู้ กั ษาประตู
ไมไ่ ด้อยใู่ นเขตโทษของเขาและไมเ่ ป็นประตู
8. พยายามหลอกล่อผู้ตัดสินโดยการแกล้งบาดเจ็บหรือการเสแสร้งท�ำเหมือนถูกกระท�ำผิด
(การหลอกลอ่ )
9. เปลีย่ นหน้าที่กบั ผู้รกั ษาประตู ในระหวา่ งการเลน่ โดยไม่ได้รับอนญุ าตจากผ้ตู ดั สนิ
10. ลักษณะพฤติกรรมทไี่ มเ่ คารพในกฎกติกา
11. หลังจากได้อนุญาตจากผู้ตัดสินให้ออกนอกสนามแข่งขัน แล้วผู้เล่นเล่นบอลขณะที่
ก�ำลงั เดินออกนอกสนามแขง่ ขนั
12. ใชค้ �ำพดู รบกวนท�ำให้คตู่ ่อสรู้ ำ� คาญในระหวา่ งการเล่นหรอื เร่มิ เล่นใหม่
13. ท�ำเคร่ืองหมายอื่นๆ ในพืน้ สนามแข่งขัน
14. เจตนาใชเ้ ลห่ เ์ หลย่ี ม ในขณะทล่ี กู บอลอยใู่ นเกมสก์ ารเลน่ สง่ ลกู บอลคนื ผรู้ กั ษาประตดู ว้ ย
ศีรษะ ไหล่ เข่า และอ่ืนๆ ในกติกาข้อ 12 โดยไม่ถือว่าผู้รักษาประตูจะจับลูกบอลด้วยมือหรือไม่
การกระทำ� ทถ่ี อื วา่ เปน็ การกระทำ� ผดิ โดยผเู้ ลน่ ในการทพ่ี ยายามจะใชเ้ ลห่ เ์ หลยี่ ม หลกี เลยี่ งกระทำ� ผดิ
โดยไมค่ ำ� นงึ ความมนี ำ�้ ใจเปน็ นกั กฬี า (ตามกตกิ าขอ้ 12 และเรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยการเตะโทษโดยออ้ ม)
คู่มอื ผู้ตัดสนิ กีฬาฟุตซอล 107
การแสดงความดใี จเม่อื ไดป้ ระตู (Celebration of a Goal)
ในขณะทอ่ี นญุ าตใหผ้ เู้ ลน่ ไดแ้ สดงความดใี จภายหลงั ไดป้ ระตู ตอ้ งไมแ่ สดงออกมากเกนิ ไป
แมว้ ่ามกี ารอนุญาตให้ผเู้ ล่นกระทำ� ส่งิ ตา่ งๆ ทเี่ ขาแสดงความดีใจ การแสดงความดีใจนน้ั
ตอ้ งไม่เกินกวา่ เหตุ และไมเ่ ป็นการถ่วงเวลาและผตู้ ัดสนิ ถกู แนะนำ� ให้ท�ำการแทรกแซงในแต่ละกรณี
ผเู้ ลน่ ตอ้ งถูกคาดโทษถ้า
1. ผู้ตัดสินพิจารณาว่า กระท�ำกริยาท่าทางไม่เหมาะสมซ่ึงเป็นการยุแหย่ เย้ยหยัน
หรือยั่วโทสะ
2. ปนี ข้ึนไปบนร้วั รอบๆ สนามเพื่อแสดงความดใี จในการท�ำประตู
3. ถอดเสือ้ ออกจากศีรษะ หรอื คลุมศรี ษะด้วยเสื้อ แม้วา่ ผ้เู ล่นยังมเี ส้อื ที่เหมอื นกนั สวมอยู่
4. คลมุ ศีรษะหรอื หน้าดว้ ยหนา้ กากหรือสง่ิ อน่ื ท่มี ลี กั ษณะคล้ายหน้ากาก
การออกจากสนามแข่งขันเพ่ือแสดงความดีใจเมื่อมีการท�ำประตู ไม่ได้เป็นความผิด
แต่สงิ่ ส�ำคญั ทผ่ี เู้ ลน่ ต้องทำ� คือเข้ามาในสนามให้เรว็ ท่ีสุดเทา่ ที่เป็นไปได้
การคดั คา้ นดว้ ยคำ� พดู หรอื การกระทำ� (Showing Dissent by Word or Action)
ผู้เล่นหรือผู้เล่นส�ำรองที่มีความผิด โดยการแสดงการคัดค้าน (ด้วยวาจาหรือท่าทาง)
ต่อการตัดสินใจของผู้ตดั สนิ หรอื ผูช้ ่วยผูต้ ดั สินตอ้ งถูกคาดโทษ
หัวหน้าทีมไม่มีสิทธิพิเศษหรือฐานะพิเศษภายใต้กติกาการแข่งขันกีฬาฟุตซอล
แตเ่ ขามหี น้าทตี่ อ้ งดแู ลพฤตกิ รรมของผู้เลน่ ในทีม
ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดหรือผู้เล่นส�ำรองที่ท�ำร้ายเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน หรือแสดงความ
ไมพ่ อใจ หยาบคาย ลามก อนาจารด้วยค�ำพดู ต้องถูกไลอ่ อก
การชะลอการเริม่ เล่นใหม่ (Delaying the Restart of Play)
ผูต้ ัดสนิ ตอ้ งคาดโทษผู้เลน่ ที่ท�ำการชะลอการเริม่ เล่นใหม่โดยใชก้ ลยุทธต์ ่างๆ เช่น
1. การเตะโทษจากต�ำแหน่งทผ่ี ดิ โดยเจตนา เพื่อให้ผู้ตดั สนิ สั่งใหท้ �ำการเตะใหม่
2. เตะลูกบอลทง้ิ หรอื ถอื ลกู บอลไว้กบั ตนเองภายหลงั จากผู้ตัดสินสง่ั ให้หยุดการเลน่
3. ภายหลังจากมีการปฐมพยาบาล พยายามออกจากสนามอย่างชา้ ๆ
4. เจตนายแุ หย่ เผชิญหน้า โดยเจตนาสัมผสั ลกู บอล ภายหลงั ผู้ตัดสนิ สัง่ หยุดการเล่น
108 ค่มู อื ผ้ตู ดั สินกีฬาฟุตซอล
การแกล้งหลอก (Simulation)
ผเู้ ลน่ คนหนงึ่ คนใดพยายามแกลง้ หลอกผตู้ ดั สนิ โดยการแกลง้ บาดเจบ็ หรอื แกลง้ ทำ� เหมอื น
ว่าถูกกระท�ำผิด เป็นความผิดแกล้งหลอก และจะถูกลงโทษ ฐานประพฤติตนอย่างไม่มีน้�ำใจ
เป็นนักกฬี า ถา้ การแขง่ ขันไดห้ ยดุ ลงเพราะเหตกุ ารณ์ละเมดิ น้ี การเรม่ิ เล่นใหมโ่ ดยให้ฝ่ายตรงข้าม
ไดเ้ ตะโทษโดยออ้ ม จากตำ� แหนง่ ทซ่ี ง่ึ การกระทำ� ผดิ เกดิ ขน้ึ (กตกิ า ขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ)
การกระท�ำผิดบอ่ ยๆ (Persistent Infringement)
ผตู้ ดั สนิ ควรเตรยี มพรอ้ มตลอดเวลา ตอ่ ผเู้ ลน่ ทมี่ กี ารกระทำ� ผดิ กตกิ าการแขง่ ขนั กฬี าฟตุ ซอล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนท่ีต้องระมัดระวัง ถ้าผู้เล่นกระท�ำผิดมีความผิดและที่แตกต่างกันหลายๆ คร้ัง
ต้องถกู คาดโทษฐานกระท�ำผิดกตกิ าการแข่งขนั บ่อยๆ
การกระท�ำผิดไม่มีการเจาะจงจ�ำนวนครั้งของการกระท�ำผิด ซ่ึงประกอบด้วยความบ่อย
ของการกระท�ำผิด โดยความเป็นจริง เหตุการณ์ของการตัดสินและพิจารณาจากสิ่งแวดล้อม
และขอ้ บงั คับของการบริหารจดั การแข่งขนั
การกระท�ำผดิ กติกาอย่างร้ายแรง (Serious foul Play)
ผเู้ ลน่ จะทำ� ความผดิ ฐานกระทำ� ผดิ กตกิ าอยา่ งรา้ ยแรง ถา้ เขาใชก้ ำ� ลงั แรงเกนิ กวา่ เหตุ หรอื
โหดร้ายต่อคู่ต่อส้ขู ณะแยง่ ชิงลูกบอลในขณะลูกบอลอยใู่ นการเลน่
การกระทำ� ผิดที่ท�ำให้เกิดอันตรายไม่มีความปลอดภัยต่อคู่ต่อสู้ต้องถูกลงโทษฐานกระท�ำ
ผิดกตกิ าอยา่ งร้ายแรง
ผเู้ ลน่ ทพ่ี งุ่ ใสค่ ตู่ อ่ สอู้ ยา่ งรวดเรว็ เพอื่ แยง่ ชงิ ลกู บอลทง้ั จากดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งหรอื ดา้ นหลงั
โดยใช้ขาเดียวหรือสองขาด้วยการใช้ก�ำลังแรงเกินกว่าเหตุ ท�ำให้เกิดอันตราย ไม่มีความปลอดภัย
ต่อคู่ตอ่ สู่ ถือความผิดฐานกระทำ� ผดิ กติกาอยา่ งร้ายแรง
การให้เป็นลูกได้เปรียบการเล่นไม่ควรถูกประยุกต์ ในสถานการณ์ที่เป็นการกระท�ำผิดกติกา
อยา่ งรา้ ยแรง ยกเวน้ ตอ่ มาภายหลงั มโี อกาสทจ่ี ะเปน็ ประตู ผตู้ ดั สนิ ไลอ่ อกผเู้ ลน่ ทกี่ ระทำ� ผดิ กตกิ า
อยา่ งรา้ ยแรง ในขณะท่ลี ูกบอลอย่นู อกการเลน่
ผเู้ ลน่ ทกี่ ระทำ� ผดิ กตกิ าอยา่ งรา้ ยแรงควรถกู ไลอ่ อกและเรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยการเตะโทษโดยตรง
จากต�ำแหนง่ ท่ีซ่ึงมกี ารกระท�ำผิดเกิดข้นึ (ตามกติกาข้อ 13 ตำ� แหน่งของการเตะโทษ) หรอื เตะโทษ
ณ จุดเตะโทษ (ถ้าการกระท�ำผดิ เกิดขนึ้ ภายในเขตโทษของผูก้ ระท�ำผดิ )
คู่มอื ผู้ตัดสินกีฬาฟตุ ซอล 109
การประพฤตผิ ดิ อยา่ งรา้ ยแรง (Violent conduct)
ผเู้ ลน่ จะกระทำ� ความผดิ ฐานประพฤตผิ ดิ อยา่ งรา้ ยแรง ถา้ การใชก้ ำ� ลงั เกนิ กวา่ เหตหุ รอื โหดรา้ ย
ตอ่ คู่ตอ่ สใู้ นขณะทไ่ี มไ่ ด้ต่อส้แู ย่งชิงลกู บอล
ผู้เล่นจะถูกพิจารณาฐานประพฤติผิดอย่างร้ายแรงเช่นกัน ถ้าการกระท�ำผิดต่อเพื่อนร่วมทีม
ผู้ชม ผูต้ ัดสิน ผู้ช่วยผ้ตู ดั สินหรือบุคคลอืน่ ๆ
การประพฤติผดิ อย่างร้ายแรงสามารถเกดิ ขน้ึ ไดท้ ้งั ในและนอกสนามแขง่ ขนั ไม่ว่าจะเป็น
ในขณะท่ลี กู บอลอยู่ในการเล่นหรือนอกการเลน่
การให้เป็นลูกได้เปรียบการเล่น ไม่ควรถูกประยุกต์ในสถานการณ์ที่เป็นการกระท�ำผิด
ฐานประพฤตผิ ดิ อยา่ งรา้ ยแรง ยกเวน้ ตอ่ มาภายหลงั มโี อกาสทจ่ี ะเปน็ ประตู ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งไลผ่ เู้ ลน่ ออก
ผู้เล่นที่กระท�ำผิดฐานประพฤตผิ ดิ อยา่ งร้ายแรง ในขณะท่ลี ูกบอลอยนู่ อกการเลน่
ผู้ตัดสินเตือนการกระท�ำผิดฐานประพฤติผิดอย่างร้ายแรงท่ีเกิดข้ึนบ่อยๆ ซ่ึงจะเป็นการ
นำ� ไปสกู่ ารเผชิญหนา้ กนั ดงั นน้ั ต้องพยายามเบย่ี งเบนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด ผ้เู ลน่ หรอื ผูเ้ ลน่ ส�ำรอง
ผซู้ ึ่งกระท�ำผดิ ฐานประพฤติผดิ อย่างร้ายแรงต้องถกู ไลอ่ อก
การเริม่ เล่น (Restart of Play)
1. ถา้ ลูกบอลอยู่นอกการเลน่ การเริ่มเล่นใหม่ข้ึนอยูก่ ับการตดั สนิ ทีเ่ กิดข้นึ ก่อนหน้าน้ี
2. ถ้าลกู บอลอยู่ในการเลน่ และมีการกระทำ� ผดิ เกิดขึ้นภายนอกสนามแขง่ ขัน
2.1 ถ้าผู้เล่นอยู่นอกสนามแข่งขัน ภายหลังจากที่ออกจากสนามแข่งขันตามกติกา
การแข่งขันกีฬาฟุตซอล และมีการละเมิดการกระท�ำผิด การเริ่มเล่นใหม่ด้วยการปล่อยลูกบอล
จากต�ำแหน่งของลูกบอลในขณะท่ีการเล่นได้หยุดลง ยกเว้นการเล่นได้หยุดลงภายในเขตโทษ
ในกรณีที่ผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใดจะปล่อยลูกบอลบนเส้นเขตโทษ ณ จุดที่ใกล้ที่สุดที่ลูกบอลอยู่
ในขณะท่ีการเลน่ ได้หยุดลง
2.2 ถ้าผู้เล่นออกจากสนามแข่งขัน เพราะการกระท�ำผิด การเร่ิมเล่นใหม่โดยการ
ใหเ้ ตะโทษโดยออ้ มจากตำ� แหนง่ ทลี่ กู บอลอยใู่ นขณะทก่ี ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง (ตามกตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่
ของการเตะโทษ)
3. ถ้าลกู บอลอยใู่ นการเลน่ และผู้เล่นไดก้ ระท�ำผดิ ภายในสนามแขง่ ขนั
3.1 ชนคู่ตอ่ สู้
การเลน่ เรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยการเตะโทษโดยตรงจากตำ� แหนง่ ทซ่ี ง่ึ การกระทำ� ผดิ เกดิ ขนึ้
(กติกาข้อ 13 ต�ำแหน่งของการเตะโทษ) หรือ เตะโทษ ณ จุดเตะโทษ (ถ้าอยู่ภายในเขตโทษ
ของผ้กู ระท�ำผดิ )
110 คู่มอื ผู้ตัดสนิ กีฬาฟุตซอล
3.2 ชนผู้เลน่ ฝ่ายเดยี วกนั
การเลน่ เรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยการเตะโทษโดยออ้ มจากตำ� แหนง่ ทซ่ี งึ่ การกระทำ� ผดิ เกดิ ขน้ึ
(กติกาขอ้ 13 ต�ำแหน่งของการเตะโทษ)
3.3 ชนผ้เู ล่นส�ำรอง
การเริ่มเล่นใหม่ โดยการให้ฝ่ายตรงข้ามเตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่งท่ี
ซง่ึ ลกู บอลอยู่ ในขณะทกี่ ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง ซงึ่ กระทำ� ผดิ ฐานประพฤตผิ ดิ (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของ
การเตะโทษ) เทา่ กบั การกระทำ� ผดิ กตกิ าของผเู้ ลน่ สำ� รองทเี่ ปน็ การกระทำ� ผดิ กตกิ าของผเู้ ลน่ สำ� รอง
ที่เป็นการกระทำ� ผดิ ในคร้งั แรก
3.4 ชนผูต้ ดั สิน
การเริ่มเล่นใหม่ โดยการเตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่งท่ีซึ่งการกระท�ำผิดเกิดขึ้น
(กติกาขอ้ 13 ต�ำแหนง่ ของการเตะโทษ)
3.5 การเร่ิมเล่นใหม่ โดยการปล่อยลูกบอลจากต�ำแหน่งท่ีซ่ึงลูกบอลอยู่ ในขณะที่
การเลน่ ไดห้ ยดุ ลง ยกเวน้ การเลน่ ไดห้ ยดุ ลงภายในเขตโทษ ในกรณนี ผี้ ตู้ ดั สนิ คนหนง่ึ คนใดจะปลอ่ ย
ลูกบอลบนเสน้ เขตโทษ ณ จดุ ทใ่ี กล้ทีส่ ุดทล่ี กู บอลอยใู่ นขณะการเลน่ ได้หยดุ ลง
4. ถา้ ลูกบอลอยใู่ นการเล่น และผเู้ ล่นส�ำรองหรือเจา้ หนา้ ท่ที มี กระทำ� ความผดิ ภายนอก
สนามแข่งขัน
4.1 การชนบุคคลอื่นๆ
การเริ่มเล่นใหม่ โดยการปล่อยลูกบอลจากต�ำแหน่งท่ีซ่ึงลูกบอลอยู่ ในขณะที่
การเลน่ ไดห้ ยดุ ลง ยกเวน้ การเลน่ ไดห้ ยดุ ลงภายในเขตโทษ ผตู้ ดั สนิ คนหนง่ึ คนใดทำ� การปลอ่ ยลกู บอล
บนเส้นเขตโทษ ณ จุดทใี่ กลท้ ่สี ดุ ที่ลกู บอลอยู่ ในขณะทก่ี ารเล่นได้หยุดลง
การกระทำ� ผดิ โดยการขวา้ งปาวตั ถสุ ง่ิ ของ (Offence Where an Object is Thrown)
ถา้ ในขณะทีล่ กู บอลอย่ใู นการเล่น ผเู้ ล่นหรอื ผ้เู ล่นส�ำรองขวา้ งปาวัตถุสิง่ ของหรอื ลูกบอล
ไปยงั คตู่ อ่ สหู้ รอื บคุ คลอนื่ ดว้ ยความรนุ แรงเกนิ กวา่ เหตุ ผตู้ ดั สนิ สง่ั หยดุ การเลน่ ไมส่ ามารถประยกุ ต์
ใหเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่ แตอ่ นญุ าตถา้ มกี ารทำ� ประตไู ดอ้ ยา่ งชดั เจน ผเู้ ลน่ และผเู้ ลน่ สำ� รองตอ้ งถกู ไลอ่ อก
ส�ำหรับการกระทำ� ผดิ ฐานประพฤติผิดอยา่ งร้ายแรง
คู่มอื ผตู้ ดั สินกีฬาฟตุ ซอล 111
การเริม่ เล่นใหม่ (Restart of Play)
1. ถา้ ผูเ้ ลน่ ยืนอยูภ่ ายในเขตโทษของตนเอง ขวา้ งปาวตั ถุสิง่ ของหรอื ลกู บอลไปยงั คู่ต่อสู้
ซึ่งยืนอยู่ภายนอกเขตโทษ ผู้ตัดสินจะให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยตรง จากต�ำแหน่งท่ีซึ่งวัตถุ
ขว้างปามาหรือถูกคู่ต่อสู้ (ตามกตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหน่งเตะโทษ)
2. ถา้ ผเู้ ลน่ ยนื อยภู่ ายนอกเขตโทษของตนเอง ขวา้ งปาวตั ถสุ งิ่ ของหรอื ลกู บอลไปยงั บคุ คลอนื่
ทยี่ ืนอยภู่ ายนอกสนามแข่งขัน ผูต้ ัดสินจะให้ฝ่ายตรงขา้ มได้เตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ
3. ถ้าผู้เล่นยืนอยู่ภายในสนามแข่งขันขว้างปาวัตถุส่ิงของหรือลูกบอลไปยังบุคคลอ่ืนๆ
ท่ียืนอยู่ภายนอกสนาม ผู้ตัดสินจะให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่งท่ีซึ่งลูกบอลอยู่
ในขณะท่ีการเล่นได้หยุดลง (กติกาข้อ 13 ต�ำแหน่งของการเตะโทษ) ผู้ตัดสินไล่ผู้เล่นออกจาก
สนามแข่งขนั โดยไม่จ�ำเป็นตอ้ งบอกเหตุผล เพราะไม่อยภู่ ายใตก้ ตกิ าการแข่งขันกีฬาฟุตซอล
4. ถ้าผู้เล่นยืนอยู่ภายนอกสนามแข่งขัน ขว้างปาวัตถุส่ิงของหรือลูกบอลไปยังคู่ต่อสู้
ที่ยืนอยู่ในสนามแข่งขัน ผู้ตัดสินให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยตรง จากต�ำแหน่งท่ีซึ่งขว้างปา
หรอื มกี ารขวา้ งปาค่ตู ่อสู้โดยให้เตะโทษ ณ จุดเตะโทษ (ถา้ อยู่ภายในเขตโทษของผู้เลน่ ฝ่ายรบั )
5. ถ้าผู้เล่นส�ำรองยืนอยู่ภายนอกสนามแข่งขันขว้างปาวัตถุส่ิงของหรือลูกบอลไปยัง
คู่ต่อสู้ที่ยืนอยู่ในสนามแข่งขัน ผู้ตัดสินให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยอ้อม จากต�ำแหน่งท่ีซึ่งลูกบอลอยู่
ในขณะที่การเล่นได้หยุดลง (ตามกติกาข้อ 13 ต�ำแหน่งของการเตะโทษ) ผู้เล่นส�ำรองที่เข้ามาใน
สนามแขง่ ขนั โดยไม่ไดร้ ับอนุญาตจากผตู้ ดั สนิ และไมไ่ ดป้ ฏิบัติตามข้นั ตอนการเปล่ียนตัว
6. ผู้เล่นส�ำรองยืนอยู่ในสนามแข่งขัน เน่ืองจากทีมมีจ�ำนวนผู้เล่นเพ่ิม ขว้างปาวัตถุส่ิงของ
หรือลูกบอลไปยังบุคคลอื่นที่อยู่ภายในสนามหรือภายนอกสนามแข่งขัน ผู้ตัดสินให้ฝ่ายตรงข้าม
ไดเ้ ตะโทษโดยออ้ มจากตำ� แหนง่ ทซี่ งึ่ ลกู บอลอยู่ ในขณะทกี่ ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของ
การเตะโทษ) ผูเ้ ลน่ สำ� รองท่ีเขา้ มาในสนามแขง่ ขนั โดยไมไ่ ด้รับอนุญาตจากผตู้ ัดสิน
7. ถ้าผู้เล่นส�ำรองกระท�ำผิดกติกาการเปลี่ยนตัวขว้างปาวัตถุส่ิงของหรือลูกบอล
ไปยงั บุคคลอื่นๆ ทย่ี ืนอย่ภู ายในหรอื ภายนอกสนามแขง่ ขัน ตอ้ งลงโทษเช่นเดยี วกบั ผูเ้ ล่น
8. ถ้าเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ภายในหรือภายนอกสนามแข่งขันขว้างปาวัตถุสิ่งของหรือลูกบอล
ไปยงั บคุ คลอน่ื ๆ ทยี่ นื อยภู่ ายในหรอื ภายนอกสนามแขง่ ขนั ผตู้ ดั สนิ เรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยการปลอ่ ยลกู บอล
จากต�ำแหนง่ ทซ่ี ่งึ ลกู บอลอยู่ ในขณะที่การเล่นได้หยุดลง ยกเว้นการเลน่ ได้หยดุ ลงในพ้นื ท่ีเขตโทษ
ซง่ึ ในกรณผี ตู้ ดั สนิ คนหนง่ึ คนใดจะทำ� การปลอ่ ยลกู บอลบนเสน้ เขตโทษณ จดุ ทใ่ี กลท้ สี่ ดุ ทลี่ กู บอลอยู่
ในขณะทีก่ ารเลน่ ไดห้ ยุดลง
112 คูม่ ือผตู้ ัดสินกีฬาฟุตซอล
การกระทำ� ผดิ ขวา้ งปาวตั ถสุ งิ่ ของไปยงั ลกู บอล
(Offences Where on Object is Thrown at the Ball)
ถา้ ผเู้ ล่นคนอน่ื ฝา่ ยตรงขา้ มของผู้รักษาประตู ขวา้ งปาวัตถุสง่ิ ของไปยังลกู บอล
1. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่น และน�ำวัตถุไปตีที่ลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
และคาดโทษผู้เล่นที่แสดงพฤติกรรมอย่างไม่มีน้�ำใจเป็นนักกีฬา หรือไล่ออก ถ้ามีการกระท�ำ
การปอ้ งกนั ประตหู รอื มโี อกาสในการทำ� ประตอู ยา่ งชดั เจน การเรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยใหฝ้ า่ ยตรงขา้ มไดเ้ ตะโทษ
โดยตรงจากต�ำแหน่งท่ีซ่ึงลูกบอลอยู่ในขณะที่การเล่นได้หยุดลง (กติกาข้อ 13 ต�ำแหน่งของการ
เตะโทษหรอื เตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ ถา้ ลกู บอลอยู่ภายในเขตโทษของทีมฝา่ ยรบั )
2. ถา้ ลกู บอลอยใู่ นการเลน่ และวตั ถสุ งิ่ ของไมไ่ ดพ้ งุ่ ไปยงั ลกู บอล ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งหยดุ การเลน่
ถ้าไม่สามารถประยุกต์ให้เป็นลูกได้เปรียบการเล่น และคาดโทษผู้เล่นท่ีแสดงพฤติกรรมอย่างไม่มี
น�้ำใจเป็นนกั กฬี า การเริม่ เล่นใหม่โดยใหฝ้ ่ายตรงข้ามไดเ้ ตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหนง่ ทซ่ี ่งึ ลูกบอลอยู่
ในขณะที่การเลน่ ไดห้ ยุดลง (กตกิ าข้อ 13 ต�ำแหนง่ ของการเตะโทษ)
ถา้ ผ้รู กั ษาประตูคนหนง่ึ คนใดขวา้ งปาวัตถุสง่ิ ของไปยงั ลูกบอล
1. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุพุ่งไปยังลูกบอล ภายในเขตโทษของผู้รักษาประตู
ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งหยดุ การเลน่ และคาดโทษผเู้ ลน่ ทแ่ี สดงพฤตกิ รรมอยา่ งไมม่ นี ำ้� ใจเปน็ นกั กฬี า การเรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดย
ใหฝ้ า่ ยตรงข้ามได้เตะโทษโดยออ้ มจากตำ� แหน่งที่ซึ่งลกู บอลอยู่ ในขณะทกี่ ารเลน่ ไดห้ ยุดลง (กติกา
ข้อ 13 ต�ำแหนง่ ของการเตะโทษ)
2. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุส่ิงของได้พุ่งไปยังลูกบอล ภายนอกเขตโทษของ
ผู้รักษาประตู ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่นและคาดโทษผู้เล่นที่แสดงพฤติกรรมอย่างไม่มีน�้ำใจ
เปน็ นกั กฬี า หรอื ไลอ่ อกถา้ ปอ้ งกนั การเปน็ ประตหู รอื โอกาสในการทำ� ประตอู ยา่ งชดั เจน การเรม่ิ เลน่ ใหม่
โดยฝ่ายตรงขา้ มไดเ้ ตะโทษโดยตรงจากตำ� แหน่งท่ีซึง่ ลกู บอลอยู่ ในขณะท่ีการเลน่ ไดห้ ยุดลง
3. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุไม่ได้ส่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
ถ้าไม่สามารถประยุกต์ให้เป็นการเล่นได้เปรียบ และคาดโทษโดยผู้เล่นที่แสดงพฤติกรรม
อย่างไม่มีน�้ำใจเป็นนักกีฬา การเริ่มเล่นใหม่โดยให้ฝ่ายตรงข้ามเตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่งท่ีซ่ึง
ลกู บอลอยู่ ในขณะทกี่ ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง (กติกาข้อ 13 ต�ำแหน่งการเตะโทษ)
คมู่ อื ผูต้ ัดสนิ กีฬาฟตุ ซอล 113
ถ้าผู้เล่นรวมท้ังผู้รักษาประตูทั้งสองคน ขว้างปาส่ิงของไปยังลูกบอล
ด้วยส่วนของรา่ งกายนอกเหนอื จากแขน
1. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุสิ่งของพุ่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
และคาดโทษ ผเู้ ลน่ ทแ่ี สดงพฤตกิ รรมอยา่ งไมม่ นี ำ�้ ใจเปน็ นกั กฬี า การเรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยใหฝ้ า่ ยตรงขา้ ม
เตะโทษโดยออ้ มจากต�ำแหน่งทีซ่ ่ึงลกู บอลอยู่ ในขณะทีก่ ารเลน่ ไดห้ ยุดลง (กตกิ าข้อ 13 ตำ� แหน่ง
การเตะโทษ)
2. ถา้ ลกู บอลอยใู่ นการเลน่ และวตั ถสุ ง่ิ ของไมไ่ ดพ้ งุ่ ไปยงั ลกู บอล ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งหยดุ การเลน่
ถ้าไม่สามารถประยุกต์ให้เป็นลูกได้เปรียบการเล่น และคาดโทษผู้เล่นท่ีแสดงพฤติกรรมอย่างไม่มี
น้�ำใจเป็นนักกีฬา การเร่ิมเล่นใหม่โดยให้ฝ่ายตรงข้ามเตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่งที่ลูกบอลอยู่
ในขณะท่ีการเล่นไดห้ ยดุ ลง (กติกาขอ้ 13 ตำ� แหน่งของการเตะโทษ)
ถ้าผู้เล่นส�ำรองกระท�ำผิดข้ันตอนการเปลี่ยนตัว แต่ไม่เป็นสาเหตุให้ทีมเพ่ิม
จำ� นวนผเู้ ล่น ขว้างปาวตั ถไุ ปยังลกู บอล
1. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่น และวัตถุส่ิงของพุ่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
และไลอ่ อก เพมิ่ การคาดโทษจำ� นวน 2 ครงั้ คาดโทษครง้ั ที่ 1 การเขา้ มาในสนามแขง่ ขนั โดยไมป่ ฏบิ ตั ติ าม
ข้ันตอนการเปล่ียนตัว และคาดโทษคร้ังที่ 2 การแสดงพฤติกรรมอย่างไม่มีน้�ำใจเป็นนักกีฬา
หรอื ไลอ่ อกโดยตรง ถา้ การกระทำ� ผดิ แสดงถงึ การปอ้ งกนั การเปน็ ประตู หรอื โอกาสในการทำ� ประตู
อย่างชัดเจน การเริ่มเล่นใหม่โดยให้ฝ่ายตรงข้ามเตะโทษโดยตรงจากต�ำแหน่งท่ีลูกบอลอยู่ ในขณะท่ี
การเลน่ ไดห้ ยดุ ลง (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ) หรอื เตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ ถ้าลูกบอล
อยู่ภายในเขตโทษของฝา่ ยตัวสำ� รองท่กี ระท�ำผิด
2. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุส่ิงของไม่ได้พุ่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
ถ้าไม่สามารถประยุกต์ให้เป็นลูกได้เปรียบการเล่น และไล่ออก เพ่ิมการคาดโทษ จ�ำนวน 2 คร้ัง
การคาดโทษครัง้ ท่ี 1 การเข้าไปในสนามแขง่ ขนั โดยไม่ปฏิบัติตามขนั้ ตอนการเปลี่ยนตวั และคาดโทษ
ครั้งท่ี 2 การแสดงพฤติกรรมอยา่ งไมม่ นี ำ้� ใจเปน็ นกั กฬี า การเริม่ เล่นใหมโ่ ดยให้ฝา่ ยตรงข้ามเตะโทษ
โดยออ้ ม จากตำ� แหนง่ ทล่ี กู บอลอยู่ ในขณะทก่ี ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ)
ถา้ ผเู้ ลน่ สำ� รองกระทำ� ผดิ ขน้ั ตอนการเปลยี่ นตวั แตไ่ มเ่ ปน็ เหตใุ หท้ มี เพม่ิ จำ� นวน
ผเู้ ลน่ ขวา้ งวตั ถสุ งิ่ ของไปทล่ี กู บอลดว้ ยสว่ นของรา่ งกายทน่ี อกเหนอื จากการใชแ้ ขน
1. ถ้าบอลอยู่ในการเล่น และวัตถุส่ิงของพุ่งไปที่ลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
และไลอ่ อกสำ� หรบั การคาดโทษ 2 ครงั้ การคาดโทษครงั้ ที่ 2 ทเี่ ขา้ มาในสนามแขง่ ขนั โดยไมป่ ฏบิ ตั ติ าม
114 คูม่ อื ผู้ตัดสินกฬี าฟุตซอล
ข้ันตอนการเปลี่ยนตัว และการคาดโทษครั้งท่ี 2 การแสดงพฤติกรรมอย่างไม่มีน�้ำใจเปน็ นกั กฬี า
หรอื โอกาสในการทำ� ประตอู ยา่ งชดั เจน การเรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยใหฝ้ า่ ยตรงขา้ มไดเ้ ตะโทษโดยอ้อมจาก
ตำ� แหน่งท่ีซึ่งลูกบอลอยู่ ในขณะทก่ี ารเลน่ ไดห้ ยุดลง (กตกิ าขอ้ 13 ตำ� แหน่งของการเตะโทษ)
2. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่น และวัตถุส่ิงของพุ่งไปท่ีลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
ถา้ ไมส่ ามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่ และไลอ่ อกสำ� หรบั การคาดโทษ 2 ครงั้ การคาดโทษ
ครั้งท่ี 1 การเข้ามาในสนามแข่งขันโดยไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการเปล่ียนตัว และการคาดโทษ
ครั้งที่ 2 การแสดงพฤติกรรมอย่างไม่มีน�้ำใจเป็นนักกีฬา การเร่ิมเล่นใหม่โดยให้ฝ่ายตรงข้าม
ได้เตะโทษโดยออ้ ม จากต�ำแหน่งทลี่ กู บอลอยู่ ในขณะท่ีการเลน่ ไดห้ ยุดลง (กตกิ าขอ้ 13 ต�ำแหน่ง
ของการเตะโทษ)
ถา้ ผเู้ ลน่ สำ� รองโยนวตั ถสุ งิ่ ของไปทล่ี กู บอล ซง่ึ เปน็ เหตใุ หท้ มี เลน่ ดว้ ยผเู้ ลน่ ทมี เพม่ิ
1. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่น และวัตถุส่ิงของพุ่งไปท่ีลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
และไล่ออก ส�ำหรับการคาดโทษ 2 ครั้ง ส�ำหรับการแสดงพฤติกรรมอย่างไม่มีน�้ำใจเป็นนักกีฬา
การคาดโทษครงั้ ที่ 1 การเขา้ มาในสนามแขง่ ขนั โดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากผตู้ ดั สนิ และการคาดโทษครงั้ ท่ี 2
การโยนวตั ถสุ ง่ิ ของหรอื ไลอ่ อกโดยตรง ถา้ การกระทำ� แสดงถงึ การปอ้ งกนั การเปน็ ประตหู รอื โอกาส
ในการท�ำประตูอย่างชัดเจน การเริ่มเล่นใหม่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่ง
ทซี่ ่ึงลูกบอลอยู่ในขณะทก่ี ารเลน่ ได้หยดุ ลง (กตกิ าข้อ 13 ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ)
2. ถา้ ลกู บอลอยใู่ นการเลน่ และวตั ถขุ องนนั้ ไมไ่ ดพ้ งุ่ ไปทลี่ กู บอล ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งหยดุ การเลน่
ถา้ ไมส่ ามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่ และไลอ่ อก สำ� หรบั การคาดโทษ 2 ครง้ั สำ� หรบั
การแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งไมม่ นี ำ้� ใจเปน็ นกั กฬี า การคาดโทษครงั้ ท่ี 1 สำ� หรบั การเขา้ สนามโดยไมไ่ ดร้ บั
อนุญาตจากผู้ตัดสิน และคาดโทษครั้งท่ี 2 ส�ำหรับการโยนวัตถุสิ่งของ การเริ่มเล่นใหม่โดยให้
ฝ่ายตรงข้ามเตะโทษโดยอ้อมจากต�ำแหน่งที่ลูกบอลอยู่ ในขณะท่ีการเล่นได้หยุดลง (กติกาข้อ 13
ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ)
ถา้ ผเู้ ลน่ สำ� รองโยนวตั ถสุ งิ่ ของไปทล่ี กู บอลดว้ ยสว่ นของรา่ งกายทน่ี อกเหนอื
จากแขนใชม้ ือเป็นเหตุใหท้ มี มีจำ� นวนผเู้ ลน่ เพมิ่
1. ถ้าบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุสิ่งของพุ่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่นและ
ไลอ่ อก สำ� หรบั การคาดโทษ 2 ครงั้ สำ� หรบั การแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งไมม่ นี ำ�้ ใจเปน็ นกั กฬี า การคาดโทษ
คร้ังท่ี 1 สำ� หรบั การเขา้ สนามแขง่ ขันโดยไดร้ บั อนญุ าตจากผู้ตัดสนิ การคาดโทษคร้ังที่ 2 ส�ำหรบั
การโยนวัตถุส่ิงของ หรือการไล่ออกโดยตรง ถ้าการกระท�ำผิดแสดงออกถึงพฤติกรรมการป้องกัน
คู่มอื ผตู้ ัดสนิ กีฬาฟตุ ซอล 115
ประตูหรือโอกาสในการท�ำประตูอย่างชัดเจน การเร่ิมเล่นใหม่โดยให้ฝ่ายตรงข้ามเตะโทษโดยอ้อม
ณ จุดท่ลี กู บอลอยู่ ในขณะท่กี ารเล่นไดห้ ยุดลง (กตกิ าขอ้ 13 ต�ำแหนง่ การเตะโทษ)
2. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุส่ิงของไม่พุ่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
ถา้ ไมส่ ามารถประยกุ ตไ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่ และไลอ่ อกสำ� หรบั การคาดโทษ 2 ครง้ั สำ� หรบั การแสดง
พฤติกรรมอย่างไม่มีน�้ำใจเป็นนักกีฬา การคาดโทษคร้ังที่ 1 การเข้ามาในสนามแข่งขันโดยไม่ได้
รบั อนญุ าต และการคาดโทษครง้ั ท่ี 2 สำ� หรบั การโยนวตั ถสุ งิ่ ของ การเรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยใหฝ้ า่ ยตรงขา้ มไดเ้ ตะโทษ
โดยออ้ ม ณ จดุ ท่ลี กู บอลอยู่ ในขณะทีก่ ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง (กติกาขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ)
ถา้ เจ้าหนา้ ที่ทีมโยนวัตถุส่งิ ของไปท่ีลูกบอลด้วยสว่ นของร่างกาย
1. ถ้าลูกบอลอยู่ในการเล่นและวัตถุส่ิงของพุ่งไปยังลูกบอล ผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น
และใหอ้ อกจากบรเิ วณเขตเทคนคิ การเรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยการปลอ่ ยลกู บอล ณ จดุ ทลี่ กู บอลอยู่ ในขณะ
ที่การเล่นได้หยุดลง ยกเว้นการเล่นได้หยุดลงภายในเขตโทษ ในกรณีน้ี ผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใด
จะทำ� การปลอ่ ยลกู บอลบนเสน้ เขตโทษ ณ จดุ ทใ่ี กลท้ ส่ี ดุ ทล่ี กู บอลอยู่ ในขณะทกี่ ารเลน่ ไดห้ ยดุ ลง
2. ถา้ ลกู บอลอยใู่ นการเลน่ และวตั ถสุ งิ่ ของไมไ่ ดพ้ งุ่ ไปทล่ี กู บอล ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งหยดุ การเลน่
ถา้ ไมส่ ามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่ และใหอ้ อกจากบรเิ วณเขตเทคนคิ การเรมิ่ เลน่ ใหม่
โดยการปล่อยลูกบอลบนเสน้ เขตโทษ ณ จดุ ทีใ่ กลท้ ี่สุดทีล่ กู บอลอยู่ ในขณะท่กี ารเลน่ ไดห้ ยุดลง
ถา้ ลกู บอลอยนู่ อกการเลน่ และผเู้ ลน่ โยนวตั ถสุ งิ่ ของไปยงั ลกู บอล ผตู้ ดั สนิ คาดโทษ สำ� หรบั
การแสดงพฤตกิ รรมทไี่ มม่ นี ำ้� ใจเปน็ นกั กฬี า การเรม่ิ เลน่ ใหมเ่ ปน็ ไปตามขอ้ ตกลงของกตกิ าการแขง่ ขนั กฬี า
ฟตุ ซอล
ถา้ ลกู บอลอยนู่ อกการเลน่ และผเู้ ลน่ สำ� รองโยนวตั ถสุ ง่ิ ของไปยงั ลกู บอล ไมว่ า่ จะเปน็ สาเหตุ
ใหท้ มี เพม่ิ จำ� นวนผเู้ ลน่ หรอื ไมก่ ต็ าม ผตู้ ดั สนิ ไลอ่ อกสำ� หรบั การคาดโทษ 2 ครงั้ สำ� หรบั การแสดงพฤตกิ รรม
ท่ีไม่มีน้�ำใจเป็นนักกีฬา การคาดโทษคร้ังท่ี 1 การเข้ามาในสนามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน
และการคาดโทษคร้ังท่ี 2 ส�ำหรบั การโยนวตั ถสุ ิง่ ของ
ถ้าลูกบอลอยู่นอกการเล่นและเจ้าหน้าท่ีทีมโยนวัตถุส่ิงของไปที่ลูกบอล ผู้ตัดสินต้องให้ออก
จากบรเิ วณเขตเทคนิค
การปอ้ งกนั การทำ� ประตูหรอื ป้องกนั โอกาสในการท�ำประตู (Denying a goal or a
Goalscoring Opportunity)
มีการกระทำ� ผดิ เกยี่ วกับการไลอ่ อก 2 อย่าง คือ การป้องกนั การเป็นประตู และโอกาสใน
การท�ำประตูอยา่ งชัดเจน ซ่งึ ไม่จำ� เป็นวา่ การกระท�ำผดิ จะเกิดข้นึ ภายในเขตโทษ
116 คู่มือผู้ตัดสนิ กีฬาฟตุ ซอล
ถา้ ผตู้ ดั สนิ สามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บ ระหวา่ งโอกาสในการทำ� ประตอู ยา่ งชดั เจน
และการทำ� ประตโู ดยตรง ถงึ แมว้ า่ คตู่ อ่ สปู้ ดั ลกู บอลดว้ ยมอื โดยเจตนา ผเู้ ลน่ ไมส่ ามารถใหเ้ ปน็ การไลอ่ อก
แตส่ ามารถให้เปน็ การคาดโทษได้
ถา้ ผตู้ ดั สนิ สามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บ ระหวา่ งโอกาสในการทำ� ประตอู ยา่ งชดั เจน
และการทำ� ประตูโดยตรง ถงึ แมว้ า่ คู่ต่อส้กู ระทำ� ผิดกติกา ผ้เู ล่นไม่ถกู ไลอ่ อกส�ำหรับการกระทำ� ผดิ
แตย่ งั คงถกู คาดโทษหรอื ไลอ่ อกถา้ การกระทำ� ไดร้ บั การยนื ยนั (มหี ลกั ฐานการคาดโทษหรอื ไลอ่ อก)
ผู้ตัดสินควรพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้ เม่ือมีการตัดสินระหว่างการไล่ออกส�ำหรับ
การปอ้ งกนั การเป็นประตูหรอื โอกาสในการทำ� ประตอู ย่างชัดเจน
1. ระยะหา่ งระหว่างการกระทำ� ผดิ กบั ประตู
2. ความเป็นไปได้ของการรับลกู บอล
3. ทศิ ทางการเล่น
4. ตำ� แหน่งและจำ� นวนของผู้เล่นฝ่ายรบั
5. การกระท�ำผิดซึ่งการป้องกันโอกาสในการท�ำประตูอย่างชัดเจนของคู่ต่อสู้ อาจจะเป็น
การกระทำ� ผดิ ที่ทำ� ให้มีการเตะโทษโดยตรงหรือการเตะโทษโดยอ้อม
6. ถา้ การกระทำ� ผดิ กติกาโดยผ้เู ล่นสำ� รองต้องถกู ไลอ่ อกเสมอ
ถา้ ผเู้ ลน่ พยายามปอ้ งกนั ประตโู ดยการใชม้ อื สมั ผสั บอลโดยเจตนา ภายหลงั จากการเรม่ิ เลน่
ซึ่งไม่มีการได้ประตูโดยตรงอย่างแน่นอน ผู้เล่นไม่ถูกไล่ออกแต่ถูกคาดโทษ ส�ำหรับการแสดง
พฤตกิ รรมทไ่ี มม่ นี �ำ้ ใจเป็นนกั กฬี า จะถกู ลงโทษโดยใหฝ้ ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยตรงหรอื เตะโทษ
ณ จดุ เตะโทษ
ถ้าผู้เล่นส�ำรองเข้าไปในสนามแข่งขันโดยมีจุดมุ่งหมายของการป้องกันการเป็นประตู
หรอื โอกาสในการทำ� ประตู เขาต้องถกู ไล่ออก
กตกิ าขอ้ 13 การเตะโทษ
ข้นั ตอนการดำ� เนินการ
1. ลกู บอลอยใู่ นการเลน่ เมื่อถกู เตะและเคลือ่ นท่ีออกไป
2. การเตะโทษสามารถเตะลกู บอลด้วยเทา้ หรือท้ังสองเทา้
3. การแกลง้ หลอกทจี่ ะเตะโทษ เพอื่ ทำ� ใหค้ ตู่ อ่ สสู้ บั สน เปน็ การอนญุ าตใหท้ ำ� ได้ ถา้ ผตู้ ดั สนิ
พิจารณาวา่ การแกล้งหลอกเป็นการกระท�ำที่ไมม่ ีน้�ำใจเป็นนักกีฬา ผเู้ ลน่ ต้องถูกคาดโทษ
คู่มอื ผตู้ ัดสนิ กฬี าฟุตซอล 117
4. ถ้าผู้เล่นในขณะท่ีท�ำการเตะโทษอย่างถูกต้อง เตะลูกบอลอย่างต้ังใจไปยังคู่ต่อสู้
เพอ่ื ทจี่ ะเลน่ ลกู บอลอกี ครง้ั แตเ่ ปน็ ลกั ษณะทขี่ าดความระมดั ระวงั หรอื ไมไ่ ตรต่ รองยงั้ คดิ การไมใ่ ช้
ความรุนแรงเกินกวา่ เหตุ ผูต้ ัดสินต้องใหก้ ารเลน่ ดำ� เนนิ ตอ่ ไป
5. การเตะโทษโดยอ้อม ต้องเตะใหม่ ถ้าผู้ตัดสินไม่ได้ยกแขนแสดงการเตะโทษโดยอ้อม
และลกู บอลถกู เตะเขา้ ประตโู ดยตรง เรมิ่ การเตะโทษโดยออ้ มทไี่ มถ่ กู ตอ้ งโดยเกดิ จากความผดิ พลาด
ของผูต้ ดั สิน
6. ถ้าส่วนของการเล่นยังเคล่ือนย้ายผู้รักษาประตูอยู่ภายนอกประตูหรือผู้เล่นคนอ่ืนๆ
หยดุ ลงนอกสนามแขง่ ขนั ผเู้ ลน่ ฝา่ ยตรงขา้ มอาจจะทำ� การเตะโทษโดยตรงอยา่ งรวดเรว็ ภายใตเ้ งอื่ นไข
ทไ่ี มม่ ีการกระทำ� ผดิ กติการวม 6 คร้งั
7. ถ้าลูกบอลแตกภายหลังจากชนกับเสาประตูหรือคานประตูและไม่ได้เข้าไปในประตู
ผตู้ ดั สนิ ไมใ่ หท้ ำ� การเตะโทษใหม่ ใหห้ ยดุ การเลน่ และเรมิ่ เลน่ ใหม่ โดยการปลอ่ ยลกู บอลจากตำ� แหนง่
ทซี่ ่ึงลูกบอลได้แตกในขณะการเลน่ (กตกิ าข้อ 8 การปล่อยลกู บอล)
8. ถา้ ผู้เลน่ ทท่ี ำ� การเตะโทษโดยตรง มกี ารกระท�ำผดิ กติการวม 6 ครง้ั การเตะลูกบอล
ไปขา้ งหนา้ เพอ่ื ใหเ้ พอ่ื นรว่ มทมี สามารถพงุ่ ไปทป่ี ระตู ผตู้ ดั สนิ หยดุ การเลน่ ถา้ ไมส่ ามารถประยกุ ต์
ใหเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บ การเรมิ่ เลน่ ใหมโ่ ดยการเตะโทษโดยออ้ ม จากทซี่ งึ่ ผเู้ ตะในทมี เดยี วกนั ทส่ี มั ผสั ลกู บอล
(กติกาขอ้ 13 ตำ� แหนง่ ของการเตะโทษ)
9. ถ้าผู้ตัดสินสั่งให้เตะโทษเพื่อท�ำการเตะโทษใหม่ สามารถกระท�ำการเตะโดยผู้เล่นคนอื่น
และไมม่ กี ารเตะโดยผเู้ ลน่ ทเ่ี ปน็ คนเตะเร่ิมตน้
10. ถ้าผูเ้ ลน่ เตะโทษโดยตรงหรือโทษโดยอ้อม กอ่ นผ้ตู ดั สินใหส้ ญั ญาณการเตะและก่อน
การกระทำ� ผดิ กตกิ ารวมของทมี เปน็ ครง้ั ท่ี 6 ภายใตเ้ งอ่ื นไขของทมี ทที่ ำ� การเตะตอ้ งใหค้ ตู่ อ่ สอู้ ยหู่ า่ ง
จากระยะทร่ี อ้ งขอ ผตู้ ดั สนิ หยดุ การเลน่ ถา้ ไมส่ ามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่ สงั่ ใหก้ ระทำ�
การเตะโทษ และคาดโทษผู้เล่น
11. ถ้าผู้เล่นท�ำการเตะโทษโดยตรงก่อนท่ีผู้ตัดสินให้สัญญาณส�ำหรับการกระท�ำดังน้ี
เรมิ่ ดว้ ยการกระทำ� ผดิ กตกิ ารวม 6 ครงั้ ของทมี ผตู้ ดั สนิ สง่ั ใหเ้ ตะโทษเพอื่ เปน็ การลงโทษ และคาดโทษ
ผู้เลน่ นน้ั
12. ถ้าช่วงของการต่อเวลาพิเศษออกไป ให้มีการเตะโทษเพื่อเป็นการลงโทษ เร่ิมด้วย
การกระทำ� ผดิ กตกิ ารวม 6 ครง้ั และลกู บอลชนกบั เสาประตู ดา้ นใดดา้ นหนง่ึ หรอื คานประตผู รู้ กั ษาประตู
ก่อนข้ามเส้นประตูระหว่างเสาประตู และคานประตูผ้ตู ัดสนิ ให้เป็นประตู
13. ถา้ ชว่ งของการตอ่ เวลาพเิ ศษออกไป ใหม้ กี ารเตะโทษเพอื่ เปน็ การลงโทษ เรม่ิ ดว้ ยการ
กระทำ� ผดิ กตกิ ารวม 6 ครงั้ ผตู้ ดั สนิ อนญุ าตใหผ้ รู้ กั ษาประตฝู า่ ยรบั เขา้ ไปแทนที่ โดยผเู้ ลน่ นอกสนาม
หรอื ตัวส�ำรองทเ่ี หมาะสม รวมทง้ั ปฏบิ ตั ติ ามข้ันตอนการเปล่ยี นตัว
118 คูม่ อื ผ้ตู ดั สนิ กฬี าฟุตซอล
ระยะหา่ ง 5 เมตร (Distance)
ถ้าผู้เล่นตัดสินใจ ที่จะท�ำการเตะโทษอย่างรวดเร็ว และคู่ต่อสู้อยู่ห่างจากจุดท่ีลูกบอล
อย่รู ะยะ 5 เมตร ผ้ตู ดั สนิ ต้องให้การเล่นด�ำเนนิ ตอ่ ไป
ถา้ ผเู้ ลน่ ตดั สนิ ใจทจี่ ะทำ� การเตะโทษอยา่ งรวดเรว็ และคตู่ อ่ สซู้ ง่ึ อยใู่ กลก้ บั ลกู บอลอยา่ งชดั เจน
เพ่ือป้องกันการเตะโทษ ผตู้ ดั สินตอ้ งคาดโทษค่ตู ่อสสู้ �ำหรบั การชะลอการเร่ิมเลน่ ใหม่
ถ้าขณะท่ีการเตะโทษโดยผู้เล่นฝ่ายรุก จากภายในเขตโทษของตนเอง คู่ต่อสู้ยังสามารถ
อยู่ภายในเขตโทษ เพราะว่าผู้เล่นฝ่ายรุกตัดสินใจที่จะท�ำการเตะโทษอย่างรวดเร็ว และคู่ต่อสู้
ไม่มีเวลาออกนอกเขตโทษ ผู้ตัดสินต้องให้การเล่นได้ด�ำเนินต่อไป ถ้าลูกบอลออกนอกเขตโทษ
โดยปราศจากการสมั ผสั ผู้เลน่ คนอน่ื ๆ
การกระทำ� ผดิ กตกิ ารวม 6 ครง้ั ภายหลงั เสยี งสญั ญาณนกหวดี และกอ่ นลกู บอลอยใู่ นการเลน่
ล ำ � ด บั ท ี่ การกระทำ�ผดิ ผลของการเตะ ไมเ่ ปน็ ประตู
เป็นประตู โทษโดยออ้ ม
1 ผู้เล่นฝา่ ยรกุ เตะใหม ่ โทษโดยออ้ ม
โทษโดยออ้ ม
2 ผเู้ ตะเจตนาไม่ทำ�ประต ู - เตะใหม่
เตะใหม่
3 เตะโดยไมร่ ะบุผเู้ ลน่ โทษโดยออ้ ม
4 ผเู้ ล่นฝา่ ยรบั เปน็ ประต ู
5 ทงั้ สองทีม เตะใหม ่
กติกาข้อ 14 การเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ
ข้ันตอนการดำ� เนินการ
1. การแกล้งว่งิ ท�ำการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ เพื่อสรา้ งความสบั สนใหก้ ับคู่ต่อสู้ สามารถ
กระท�ำได้ อย่างไรก็ตามการแกล้งหลอกเตะบอล 1 คร้ัง ผู้เล่นได้แกล้งเตะเสร็จถูกพิจารณาเป็น
การกระท�ำผิดกติกาข้อ 14 เพราะเป็นการประพฤติตนอย่างไม่มีน้�ำใจเป็นนักกีฬา ซ่ึงผู้เล่นต้อง
ถกู คาดโทษ
2. การแกล้งว่งิ ท�ำการเตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ เพอื่ สร้างความสบั สนให้กบั คู่ต่อสู้สามารถ
กระท�ำได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของผู้ตัดสิน การแกล้งหลอกเป็นการประพฤติตนอย่างไม่มี
นำ้� ใจเปน็ นักกีฬา ผเู้ ลน่ ต้องถกู คาดโทษ
3. ถ้าลูกบอลแตกภายหลังชนเสาประตูข้างหนึ่งข้างใด หรือคานประตูและเข้าประตู
ผตู้ ดั สนิ ให้เปน็ ประตู
คมู่ อื ผูต้ ัดสินกฬี าฟตุ ซอล 119
4. ถา้ ลกู บอลแตก ภายหลงั การชนขา้ งหนง่ึ ขา้ งใด หรอื คานประตแู ละไมเ่ ขา้ ประตู ผตู้ ดั สนิ
ไมใ่ หเ้ ตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ แตใ่ หห้ ยดุ การเลน่ การเรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยการปลอ่ ยลกู บอลบนเสน้ เขตโทษ
ณ จดุ ทใี่ กลท้ สี่ ุดทลี่ กู บอลแตก
5. ถ้าผู้เล่นกระท�ำการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ ได้เตะลูกบอลให้ผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
เพอื่ ยงิ ประตู ผู้ตัดสนิ ให้เป็นประตู ถา้ ข้ันตอนการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษเปน็ ไปตามเงอื่ นไขทรี่ ะบุ
ในกติกาข้อ 14
6. ถา้ ผูต้ ัดสินสงั่ ให้มกี ารเตะโทษ ณ จุดเตะโทษอกี ครั้ง การเตะโทษ ณ จดุ เตะโทษใหม่
สามารถกระทำ� ได้โดยผ้เู ล่นคนอื่น และไม่มกี ารกระทำ� การเตะโดยผเู้ ลน่ ผูซ้ ่งึ ไดเ้ ตะเริ่มเลน่
7. ถา้ ผู้เตะกระทำ� การเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ ก่อนทผ่ี ้ตู ัดสินใหส้ ัญญาณ ผ้ตู ดั สินสง่ั ให้
เตะโทษ ณ จดุ เตะใหม่ และคาดโทษ
8. ถา้ ชว่ งเวลาของการตอ่ เวลาพเิ ศษ อนญุ าตใหม้ กี ารเตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ และลกู บอล
ชนกบั เสาประตดู า้ นหนง่ึ ดา้ นใด หรอื คานประตู หรอื ผรู้ กั ษาประตกู อ่ นขา้ มเสน้ ประตู ระหวา่ งเสาประตู
และคานประตู ผู้ตัดสินให้เป็นประตู
9. ถ้าช่วงเวลาของการต่อเวลาพิเศษ อนุญาตให้มีการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ ผู้ตัดสิน
ได้อนุญาตให้ผู้รักษาประตูฝ่ายรับเข้าไปท�ำหน้าท่ีแทน โดยผู้เล่นท่ีอยู่ข้างนอกสนามหรือผู้เล่นส�ำรอง
ซึ่งไดป้ ฏิบัติตามขน้ั ตอนการเปลีย่ นตัว
การเตรยี มส�ำหรบั การเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ (Preparing for the Penalty Kick)
ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งยนื ยนั ตามความตอ้ งการตอ่ ไปนี้ กอ่ นมกี ารกระทำ� การเตะโทษ ณ จดุ เตะโทษ
1. ระบุผเู้ ลน่ ท่ีท�ำการเตะ
2. ลูกบอลอยใู่ นต�ำแหน่งจุดเตะโทษ
3. ผรู้ ักษาประตอู ยทู่ เ่ี ส้นประตู ระหว่างเสาประตูและต่อหน้าผ้ทู ำ� การเตะ
4. ผู้เลน่ ทีมเดยี วกนั กบั ผู้เตะอยู่ท่ี
4.1 ภายนอกเขตโทษ
4.2 ห่างจากลกู บอลระยะ 5 เมตร
4.3 อยู่ด้านหลงั ลูกบอล
120 คู่มือผตู้ ัดสนิ กฬี าฟตุ ซอล
การกระท�ำผดิ กตกิ า ภายหลังเสยี งนกหวดี และกอ่ นลกู บอลอย่ใู นการเล่น
(Infringements – after the Whist Before the Ball is in Play)
ล ำ � ด ับ ท ่ี การกระทำ�ผดิ ผลของการเตะ ไม่เป็นประตู
เป็นประต ู เตะโทษโดยออ้ ม
1 การชนผเู้ ล่น กระทำ�การเตะโทษใหม ่ เตะโทษโดยอ้อม
เตะโทษโดยออ้ ม
2 ผ้เู ตะเตะลกู บอลกลับหลัง เตะโทษโดยอ้อม กระทำ�การเตะโทษใหม่
กระทำ�การเตะโทษใหม่
3 เตะโดยไมร่ ะบผุ เู้ ลน่ ใหช้ ดั เจน เตะโทษโดยออ้ ม
4 ผเู้ ล่นเปน็ ฝ่ายรบั เป็นประต ู
5 ผู้เลน่ ทงั้ 2 ฝ่าย กระทำ�การเตะโทษใหม่
ถ้าผู้เล่นฝ่ายรุกหรือผู้เล่นฝ่ายรับกระท�ำผิดกติกาต่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก่อนลูกบอล
อยู่ในการเล่น แต่ภายหลังผู้ตัดสินคนหน่ึงคนใด อนุญาตให้ท�ำการเตะ ถ้าได้ประตูให้นับเป็นประตู
และมีการกระท�ำผิดกติกาโดยผู้เล่นฝ่ายรับให้นับเป็นประตู ถ้าการกระท�ำผิดโดยผู้เล่นฝ่ายรุก
ส่ังให้เตะโทษ ณ จดุ เตะโทษใหม่ ถา้ ไมเ่ ปน็ ประตู และมกี ารกระทำ� ผดิ โดยผเู้ ลน่ ฝา่ ยรบั ใหท้ ำ� การเตะโทษ
ณ จุดเตะโทษใหม่ ถ้ามีการกระท�ำผิดกติกาโดยทีมของผู้เตะ ให้สามารถลงโทษฝ่ายนั้นด้วย
การเตะโทษโดยตรง จากต�ำแหน่งท่ีซ่ึงมีการกระท�ำผิดเกิดข้ึน (ต�ำแหน่งของการเตะโทษ) นอกจากน้ี
ผูต้ ดั สินพจิ ารณาให้เป็นการกระทำ� ผดิ ระเบียบวินัย
กติกาขอ้ 15 การเตะเขา้ เล่น
ขัน้ ตอนการกระทำ� ผดิ กติกา (Procedure Infringement)
ผตู้ ดั สนิ อาจเตอื นผเู้ ลน่ ฝา่ ยตรงขา้ มทอ่ี ยใู่ กลล้ กู บอลกวา่ ระยะ 5 เมตร จากการเตะเขา้ เลน่
ซงึ่ เปน็ ความจำ� เปน็ ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งเตอื นผเู้ ลน่ คนอนื่ กอ่ นการเตะเขา้ เลน่ และคาดโทษผเู้ ลน่ ถา้ ภายหลงั
ไม่ถอยหา่ งไปอยใู่ นระยะทร่ี อ้ งขอ การเร่ิมเลน่ โดยการเตะเข้าเล่นและการนบั 4 วนิ าที
ขณะท�ำการเตะเข้าเล่น ผู้เล่นเจตนาเตะบอลไปยังคู่ต่อสู้ เม่ือมีการเริ่มเล่นใหม่แต่ไม่มี
ลกั ษณะของการขาดความระมัดระวัง หรือขาดการพจิ ารณาไตร่ตรองยงั้ คิด หรือไมม่ ีความรุนแรง
เกินกว่าเหตุ ผูต้ ัดสนิ ตอ้ งอนุญาตให้การเลน่ ด�ำเนนิ ต่อไป
คมู่ ือผตู้ ัดสนิ กฬี าฟุตซอล 121
ถ้าลูกบอลเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามโดยตรงจากการเตะเข้าเล่น ผู้ตัดสินต้องให้เล่นลูก
จากผู้รักษาประตูผู้เตะ ถ้าลูกบอลเข้าประตูของผู้เตะเองโดยตรงจากการเตะเข้าเล่น ผู้ตัดสิน
ตอ้ งใหเ้ ปน็ การเตะจากมมุ
ถ้าลูกบอลไม่เข้าไปในสนามจากการเตะเข้าเล่น ผู้ตัดสินต้องสั่งให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะ
เข้าเล่นแทน
ถ้าผ้รู ักษาประตเู คลื่อนท่ีขณะทำ� การเตะ ผเู้ ลน่ คนหนึง่ คนใดหยดุ การเลน่ ภายนอกสนาม
ฝ่ายตรงขา้ มอาจจะทำ� การเตะเขา้ เล่นอย่างรวดเรว็
ถา้ การเตะเขา้ เลน่ กระทำ� ไมถ่ กู ตอ้ ง ผตู้ ดั สนิ ไมส่ ามารถประยกุ ตใ์ หเ้ ปน็ ลกู ไดเ้ ปรยี บการเลน่
นอกจากลกู บอลไปยงั คูต่ ่อสู้ แต่อาจจะใหฝ้ ่ายตรงขา้ มทำ� การเตะเข้าเลน่ ใหม่
กตกิ าขอ้ 16 การเล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตู
ข้ันตอนการกระทำ� ผดิ กติกา (Procedures Infringements)
ถ้าผู้เล่นฝา่ ยตรงข้าม เขา้ ไปในเขตโทษ ก่อนทลี่ ูกบอลอย่ใู นการเลน่ และมีการกระท�ำผิด
กติกาโดยผู้เล่นฝ่ายรับ เป็นประตูท่ีชัดเจนจากการเตะเข้าเล่นและผู้เล่นฝ่ายรับอาจจะถูกลงโทษ
หรือถูกไล่ออกขนึ้ อย่กู บั การกระท�ำผดิ
เม่ือมกี ารเลน่ ลูกบอลจากผู้รักษาประตู การเตะใหม่โดยผรู้ ักษาประตู ถา้ ผู้เลน่ ฝา่ ยตรงข้าม
อยใู่ นเขตโทษ เพราะวา่ ผรู้ กั ษาประตตู ดั สนิ ใจเตะอยา่ งรวดเรว็ และฝา่ ยตรงขา้ มไมม่ เี วลาออกนอกเขตโทษ
ผู้ตัดสินต้องให้การเล่นด�ำเนินต่อไป ถ้าลูกบอลออกจากเขตโทษโดยตรง ไม่ได้สัมผัสกับ
ผ้เู ล่นคนอื่นๆ
ในขณะที่มกี ารนบั การเลน่ ลกู บอลจากผรู้ กั ษาประตู ถา้ ผรู้ กั ษาประตูเจตนาโยนลกู บอล
ไปยงั ฝา่ ยตรงขา้ มทอ่ี ยนู่ อกเขตโทษ แตไ่ มม่ ลี กั ษณะทข่ี าดความระมดั ระวงั หรอื ขาดการไตรต่ รองยงั้ คดิ
หรือไมใ่ ชค้ วามรุนแรงเกินกว่าเหตุ ผู้ตัดสินให้เลน่ ต่อไป
เม่ือมีการเล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตู ถ้าผู้รักษาประตูไม่ปล่อยลูกบอลภายในเขตโทษ
ของตนเอง ผู้ตัดสินส่ังให้เป็นประตูที่ชัดเจน ในการเตะเข้าเล่นใหม่ ถึงแม้ว่าการนับ 4 วินาที
ยงั คงตอ่ เนือ่ งไปจากท่มี กี ารหยดุ ไปครง้ั หนง่ึ ของผรู้ กั ษาประตเู พอ่ื ท�ำการเตะอกี ครง้ั
กอ่ นท่ผี ู้ตัดสนิ เริม่ นับ 4 วนิ าที ไม่มคี วามจำ� เปน็ ที่ผรู้ กั ษาประตูจะถือลูกบอลอยใู่ นมอื
ถา้ ผรู้ กั ษาประตู กำ� ลงั เคลอ่ื นทใ่ี นการเลน่ ภายนอกประตขู องตนหรอื ผเู้ ลน่ คนอน่ื ภายนอก
สนามแขง่ ขนั ผรู้ กั ษาประตฝู า่ ยตรงขา้ ม อาจจะเลน่ ลกู บอลจากผรู้ กั ษาประตอู ยา่ งรวดเรว็
122 คมู่ ือผตู้ ดั สินกฬี าฟตุ ซอล
ถ้าผู้รักษาประตูกระท�ำการเล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตู และลูกบอลข้ามไปยัง
เส้นประตู โดยไม่ได้ออกนอกเขตโทษในครั้งแรก ผู้ตัดสินสั่งให้เล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตูใหม่
แตย่ งั นบั เปน็ 4 วนิ าที ต่อเนือ่ งจากทซ่ี ่งึ ผู้รักษาประตูได้หยุด กอ่ นการกระทำ� การเลน่ อกี ครั้ง
ในขณะท่ที ำ� การเล่นลกู บอลจากผู้รักษาประตู ถ้าลูกบอลชนผตู้ ัดสินคนหน่งึ คนใดภายใน
เขตโทษ โดยไม่ได้ออกเขตโทษในครั้งแรก และกลบั เข้าไปในสนามแข่งขันอกี ผตู้ ัดสินไมต่ ้องปฏิบตั ิ
อะไร
กติกาขอ้ 17 การเตะจากมมุ
ขนั้ ตอนการกระทำ� ผิดกติกา (Procedures for Infringements)
ผู้ตัดสินต้องเตือนผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ให้อยู่ห่างจากส่วนโค้งของมุมอย่างน้อย 5 เมตร
จนกวา่ ลกู บอลจะอยู่ในการเล่น เป็นสิ่งทผี่ ตู้ ัดสินจะตอ้ งเตือนผเู้ ลน่ เกีย่ วกบั ระยะ 5 เมตร ท่มี กี าร
เตะจากมุม และคาดโทษภายหลังท่ีเขาไมถ่ อยไปอยใู่ นระยะที่ถกู ตอ้ ง
ในขณะที่มีการเตะจากมุมที่ถูกต้อง ผู้เล่นเจตนาเตะบอลใส่คู่ต่อสู่เพื่อจะเล่นลูกบอลนั้นอีก
แต่ไม่มีลักษณะขาดความระมัดระวัง หรือขาดการไตร่ตรองยั้งคิดหรือไม่เป็นการกระท�ำท่ีรุนแรง
เกนิ กวา่ เหตุ ผู้ตัดสินตอ้ งใหก้ ารเล่นดำ� เนนิ ตอ่ ไป
ลูกบอลต้องอยู่ในต�ำแหน่งภายในส่วนโค้งของมุม และอยู่ในการเล่นในขณะท่ีการเตะ
ลกู บอลไมจ่ ำ� เปน็ ต้องออกจากส่วนโค้งของมมุ เมื่อเข้าสกู่ ารเล่น
ถ้าผู้รักษาประตูก�ำลังเคลื่อนที่ไปในการเล่นหยุดภายนอกเขตประตูของเขา หรือผู้เล่น
คนอื่นๆ หยุดภายนอกสนามแขง่ ขัน ผเู้ ลน่ อาจจะทำ� การเตะจากมมุ อยา่ งรวดเร็ว
คู่มือผู้ตดั สินกีฬาฟตุ ซอล 123
เขตเทคนคิ (The Technical Area)
เขตเทคนคิ เปน็ เขตพเิ ศษสำ� หรบั เจา้ หนา้ ทแ่ี ละผเู้ ลน่ สำ� รอง เขตเทคนคิ อาจแตกตา่ งกนั ไประหวา่ ง
สนามกฬี าตา่ งๆ เชน่ ขนาดหรอื ตำ� แหนง่ ทต่ี งั้ และรายละเอยี ดตา่ งๆ ตอ่ ไปนจ้ี ะเปน็ แบบทเ่ี สนอแนะทว่ั ไป
1. เขตเทคนคิ จะพจิ ารณาโดยการขยายพน้ื ทจี่ ากทน่ี งั่ ทจ่ี ดั ไวอ้ อกไปดา้ นขา้ งๆ ละ 1 เมตร
และจะขยายไปดา้ นหนา้ ทนี่ งั่ ขน้ึ ไปกอ่ นถงึ เสน้ ขา้ ง 75 เซนตเิ มตร
2. เปน็ ขอ้ เสนอแนะวา่ ควรมกี ารทำ� เสน้ เพอ่ื แสดงใหเ้ หน็ เขตนอ้ี ยา่ งชดั เจน
3. จำ� นวนบคุ คลทอี่ นญุ าตใหอ้ ยภู่ ายในเขตเทคนคิ จะตอ้ งระบไุ วใ้ นระเบยี บการแขง่ ขนั
4. ผทู้ จ่ี ะอยภู่ ายในเขตเทคนคิ ได้ ควรจะระบไุ วก้ อ่ นการแขง่ ขนั จะเรม่ิ โดยขนึ้ อยกู่ บั ระเบยี บ
การแขง่ ขนั
5. การสอนทางเทคนคิ สามารถออกไปสอนไดเ้ พยี งคนเดยี วเทา่ นนั้ เขาอาจจะยงั คงยนื อยู่
6. ผฝู้ กึ สอนและเจา้ หนา้ ทอี่ น่ื ๆ จะตอ้ งอยภู่ ายในเขตเทคนคิ เทา่ นนั้ ยกเวน้ กรณพี เิ ศษอนื่ ๆ
เชน่ นกั กายภาพบำ� บดั หรอื แพทยเ์ ขา้ ไปในสนามแขง่ ขนั โดยการอนญุ าตของผตู้ ดั สนิ เพอื่ ไปทำ� การดแู ล
ผเู้ ลน่ ทบ่ี าดเจบ็
7. ผฝู้ กึ สอนและบคุ คลอนื่ ทอี่ ยภู่ ายในเขตเทคนคิ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบการปฏบิ ตั ติ นเกยี่ วกบั กรยิ า
มารยาทลกั ษณะทา่ ทางของตนเอง หลกี เลยี่ งการกดี ขวางการเคลอื่ นทข่ี องผเู้ ลน่ และผตู้ ดั สนิ
ผเู้ ลน่ สำ� รองและผฝู้ กึ สอนดา้ นสมรรถภาพ อาจจะอบอนุ่ รา่ งกายในระหวา่ งการแขง่ ขนั ในเขต
ที่จัดเตรียมไว้ส�ำหรับการอบอุ่นร่างกาย เขาไม่สามารถกีดขวางการเคล่ือนท่ีของผู้เล่นและผู้ตัดสิน
และเขาตอ้ งรบั ผดิ ชอบตอ่ การประพฤตติ น
1 m Bench 1 m
Technical area
0.75 m
5m 5m
ผชู้ ว่ ยผตู้ ดั สนิ จะชว่ ยเหลอื ดงั น้ี
1. เขาตอ้ งไดร้ บั แตง่ ตงั้ ตามระเบยี บของการแขง่ ขนั และทำ� หนา้ ทแี่ ทนผรู้ กั ษาเวลา ถา้ ผตู้ ดั สนิ
ไมส่ ามารถปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี อ่ ไปได้ เขาจะเปน็ ผชู้ ว่ ยผตู้ ดั สนิ ตลอดเวลา
124 คูม่ ือผตู้ ดั สนิ กีฬาฟุตซอล
2. ท�ำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการบริหารจัดการอ่ืนๆ ระหว่างการแข่งขันและหลังการแข่งขัน
เมอ่ื ไดร้ บั การรอ้ งขอจากผตู้ ดั สนิ
3. ภายหลงั จากการแขง่ ขนั ผตู้ ดั สนิ ท่ี 3 จะตอ้ งเสนอรายงานของการจดั การแขง่ ขนั ทกุ กรณี
ที่เป็นการกระท�ำผิดหรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งโดยผู้ตัดสินไม่เห็น ผู้ช่วยผู้ตัดสินต้องเสนอแนะ
ผตู้ ดั สนิ ในการเขยี นรายงานทกุ กรณที เ่ี กดิ ขน้ึ
4. ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งแสดงสญั ญาณไมต่ ำ่� เกนิ ไป สญั ญาณตอ้ งทำ� อยา่ งมน่ั ใจ
5. ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งแสดงสญั ญาณและผชู้ ว่ ยผตู้ ดั สนิ ตอ้ งทำ� สญั ญาณในเวลาเดยี วกนั
6. ผชู้ ว่ ยผตู้ ดั สนิ ตอ้ งแสดงสญั ญาณการขอเวลานอกและการกระทำ� ผดิ กตกิ ารวม
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ สำ� หรับผู้ตัดสนิ ผู้ตดั สินที่สอง ผตู้ ดั สินท่ีสาม และผูร้ ักษาเวลา
(Additional Instruction for Referee Second Referees Third Referees and Timekeepers)
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่จะกล่าวต่อไปนี้ เพ่ือให้ผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินที่ 2 ผู้ตัดสินท่ี 3
และผรู้ กั ษาเวลาไดน้ ำ� ไปพจิ ารณาประยกุ ตใ์ ชใ้ หถ้ กู ตอ้ งตามกตกิ าการแขง่ ขนั กฬี าฟตุ ซอล กฬี าฟตุ ซอล
เป็นกีฬาท่ีต้องต่อสู้แข่งขันกันและมีการใช้ร่างกายปะทะกันระหว่างผู้เล่นซ่ึงเป็นเรื่องปกติและ
ยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นต้องเคารพกติกาการแข่งขันกีฬา
ฟุตซอล และขอบเขตของหลักการเล่นที่ถูกต้องยุติธรรม การกระท�ำผิดกติกาอย่างร้ายแรงและ
การประพฤตผิ ดิ อยา่ งรา้ ยแรง เปน็ การกระทำ� 2 ประการทต่ี อ้ งถกู ใหอ้ อก เกยี่ วขอ้ งกบั การใชร้ า่ งกาย
ทรี่ ุนแรงในระดับทยี่ อมไม่ไดต้ ามความผดิ ของกตกิ าขอ้ 12
การกระท�ำผิดกติกาอย่างรา้ ยแรง (Serious Foul Play)
ผู้เล่นจะท�ำความผิดฐานกระท�ำความผิดอย่างร้ายแรงถ้าเขาใช้ก�ำลังแรงเกินกว่าเหตุ
หรอื โหดร้ายต่อคู่ต่อสู้ ขณะแย่งชิงลกู บอลในขณะลูกบอลอยใู่ นการเลน่
ผเู้ ลน่ ทพ่ี งุ่ ใสค่ ตู่ อ่ สอู้ ยา่ งรวดเรว็ เพอื่ แยง่ ชงิ ลกู บอลทงั้ จากดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ งหรอื ดา้ นหลงั
โดยใช้ขาเดียวหรือสองขา ด้วยการใช้ก�ำลังแรงเกินกว่าเหตุและท�ำให้เกิดอันตรายไม่มีความปลอดภัย
ตอ่ ค่ตู อ่ สู้ ถอื เป็นความผดิ ฐานกระท�ำผิดกตกิ าอยา่ งร้ายแรง
คูม่ อื ผู้ตัดสินกฬี าฟตุ ซอล 125
การประพฤตอิ ย่างร้ายแรง (Violent Conduct)
การประพฤติผิดอย่างร้ายแรงสามารถเกิดข้ึนได้ท้ังในและนอกสนามแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น
ในขณะที่ลูกบอลอยู่ในหรือนอกการเล่น ผู้เล่นจะกระท�ำความผิดฐานประพฤติผิดร้ายแรง
ถา้ ใชก้ ำ� ลงั แรงเกนิ กวา่ เหตหุ รอื โหดรา้ ยตอ่ คตู่ อ่ สใู้ นขณะทไี่ มไ่ ดต้ อ่ สแู้ ยง่ ชงิ ลกู บอล และจะถกู พจิ ารณา
ฐานประพฤตผิ ดิ อยา่ งร้ายแรงเชน่ กัน ถ้ากระท�ำตอ่ เพื่อนร่วมทมี หรือบคุ คลอื่นๆ
การกระท�ำผิดต่อผรู้ กั ษาประตู (Offences Against the Goalkeepers)
ผูต้ ัดสนิ ต้องระลกึ เสมอวา่
1. ผู้เลน่ ท่ปี ้องกนั ไม่ให้ผู้รกั ษาประตูปลอ่ ยลกู บอลออกจากมือเป็นการกระทำ� ผิด
2. ผู้เลน่ ตอ้ งถกู ลงโทษฐานประพฤตผิ ิดอยา่ งรา้ ยแรง ถา้ เตะหรือพยายามเตะลูกบอลใน
ขณะท่ีผู้รักษาประตูกำ� ลังจะขวา้ งหรือปล่อยลูกบอลเขา้ สกู่ ารเล่น
3. การบบี บงั คบั โดยการขดั ขวางการเคลอ่ื นทข่ี องผรู้ กั ษาประตใู นขณะมกี ารเตะจากมมุ
เป็นการกระทำ� ผดิ
การบังลกู บอล (Screening the Ball)
ไม่เป็นการกระท�ำผิดถ้าผู้เล่นท�ำการครอบครองลูกบอลอยู่ในระยะการเล่น ท�ำการบัง
ลูกบอลจากคู่ต่อสู้โดยไม่ใช้แขน ถ้าท�ำการป้องกันคู่ต่อสู้ที่จะมาแย่งชิงลูกบอลโดยใช้มือ แขน ขา
หรือล�ำตัว เป็นการกระท�ำผิดกติกาต้องลงโทษเป็นโทษโดยอ้อม หรือเตะโทษ ณ จุดโทษ
ถ้าการกระท�ำผิดเกิดขน้ึ ภายในเขตโทษ
การเตะแบบกรรไกรหรอื จักรยานอากาศ (Scissors or Bicyclekick)
การเตะแบบกรรไกรอนุญาตให้ท�ำได้ ข้ึนอยู่กับการพิจารณาของผู้ตัดสินว่าต้องไม่เป็น
อนั ตรายต่อคู่ต่อสู้
การเลน่ ลูกบอลด้วยมือโดยเจตนา (Deliberatery Handball)
ผู้ตัดสินต้องระลึกเสมอว่าการเล่นลูกบอลด้วยมือโดยเจตนาเป็นการลงโทษตามปกติ
ดว้ ยการเตะโทษโดยตรง หรือเตะโทษ ณ จดุ โทษ ถ้าความผิดเกดิ ขนึ้ ภายในเขตโทษ การเจตนาเลน่
ลกู บอลด้วยมือไมจ่ ำ� เป็นต้องท�ำการคาดโทษหรอื ใหอ้ อกเสมอไป
126 ค่มู ือผู้ตดั สินกฬี าฟตุ ซอล
การปอ้ งกันประตูหรอื โอกาสในการทำ� ประตไู ด้อยา่ งชดั แจ้ง
(Deny an Obvious Goalscoring Opportunity)
ถ้าผู้เล่นป้องกันประตูหรือโอกาสในการท�ำประตูได้อย่างชัดแจ้งโดยเจตนาเล่นลูกบอลด้วยมือ
ต้องถูกไล่ออก การลงโทษนี้ไม่ได้เป็นผลมาจากการกระท�ำของผู้เล่นในการเจตนาเล่นลูกบอลด้วยมือ
เป็นการกระท�ำทไ่ี ม่เป็นทย่ี อมรับ และไม่มนี ำ้� ใจนักกีฬาในการป้องกันการท�ำประตูได้
การคาดโทษฐานประพฤตติ นอย่างไม่มนี ้�ำใจนักกีฬาโดยการเจตนาเล่นลกู บอลด้วยมอื
(Cautions for Unsporing Behaviour as Result of Deliberate Handball)
นอกจากการให้เตะโทษโดยตรงแล้วต้องเพ่ิมเติมการคาดโทษผู้เล่นฐานเสียมารยาท
ตวั อย่างเชน่ เมอ่ื ผเู้ ล่นน้ัน
1. ปอ้ งกนั คตู่ อ่ สทู้ จี่ ะไดใ้ นการครอบครองลกู บอลโดยใชม้ อื เลน่ ลกู บอลอยา่ งเจตนาและชดั เจน
2. พยายามทจ่ี ะท�ำประตโู ดยเจตนาสมั ผัสหรอื ใช้มือเล่นลกู บอล
การดงึ คูต่ ่อสู้ (Holding an Opponent Back)
เป็นธรรมดาของผู้ตัดสินที่จะต้องถูกต�ำหนิ วิจารณ์ในความบกพร่องต่อการปฏิบัติ
ท่ีเหมาะสมต่อการดึงเสื้อและใช้แขนดึงรั้งไว้ สามารถเป็นผลต่อการเผชิญหน้ากับสถานการณ์
ทต่ี อ้ งมกี ารพฒั นาและผตู้ ดั สนิ ตอ้ งถกู แนะนำ� ใหท้ ำ� การแทรกแซงอยา่ งรวดเรว็ และปฏบิ ตั อิ ยา่ งเดด็ ขาด
ตามสถานการณท์ ีร่ ะบุไว้ในกตกิ าขอ้ 12
การเตะโทษฐานประพฤติตนอย่างไม่มีน�้ำใจเป็นนักกีฬา เป็นความต้องการเม่ือผู้เล่น
ดึงคูต่ อ่ สู้เพอื่ ปอ้ งกันการไดเ้ ปรียบในการครอบครองลูกบอลหรอื ก�ำลงั จะไปในตำ� แหนง่ ทไ่ี ดเ้ ปรยี บ
1. คาดโทษฐานประพฤติตนอย่างไม่มีน้�ำใจเป็นนักกีฬา เป็นความต้องการเมื่อผู้เล่น
ดงึ คตู่ อ่ สู้ เพอื่ ปอ้ งกนั การไดเ้ ปรยี บในการครอบครองลกู บอลหรอื กำ� ลงั จะไปในตำ� แหนง่ ทไ่ี ดเ้ ปรยี บ
2. ผเู้ ลน่ ต้องถูกให้ออกถ้าปอ้ งกันโอกาสในการท�ำประตูอยา่ งชัดแจ้งโดยการดงึ คตู่ ่อสู้
การให้ได้เปรยี บ (Advantage)
ในขณะท่ีมีการกระท�ำผิดกติการวมครบ 5 คร้ังไปแล้ว และมีการกระท�ำผิดกติกาอีก
ซง่ึ ตอ้ งลงโทษเปน็ โทษโดยตรงหรอื เตะโทษ ณ จดุ โทษ ยกเวน้ ในขณะปอ้ งกนั โอกาสในการทำ� ประตอู ยา่ ง
ชัดแจง้ ผู้ตดั สินต้องท�ำการลงโทษทีมส�ำหรับความผดิ น้นั แต่อย่างไรก็ตาม ถา้ ความผิดน้ันเป็นการ
คมู่ ือผตู้ ัดสินกีฬาฟุตซอล 127
กระท�ำผิดท่ีต้องลงโทษเป็นโทษโดยอ้อม ตามเงื่อนไขกติกาข้อ 12 ผู้ตัดสินต้องพยายามให้เป็น
การได้เปรียบเพื่อให้การเล่นเป็นไปอย่างต่อเน่ืองภายใต้เง่ือนไขว่าการกระท�ำนี้ไม่มีส่วนสัมพันธ์
หรอื มีผลเสยี ตอ่ ทมี ทถี่ กู กระท�ำผิด
การเตะโทษ (Free Kicks)
ผตู้ ดั สินต้องระลึกเสมอว่า ผ้เู ลน่ ตอ้ งถูกคาดโทษ ถ้าไมถ่ อยไปในระยะท่ถี ูกตอ้ งตามกติกา
ในขณะท�ำการเรม่ิ ใหม่
การเตะโทษ ณ จุดโทษ (The Penalty Kick)
การเขา้ ไปในเขตโทษกอ่ นทจ่ี ะมกี ารเตะถอื วา่ เปน็ การกระทำ� ผดิ ถา้ ผรู้ กั ษาประตเู คลอื่ นท่ี
ออกจากเส้นประตูก่อนที่ลูกบอลจะถูกเตะ ก็ถือว่าเป็นการกระท�ำผิดเช่นกัน ผู้ตัดสินต้องแน่ใจว่า
มกี ารปฏิบัติทเี่ หมาะสมเมื่อผ้เู ล่นทำ� ผดิ กตกิ าทีว่ ่าน้ี
การเตะจากจุดโทษทีส่ องและการเตะโทษโดยตรงโดยไม่มกี ารตั้งกำ� แพงปอ้ งกนั
(Kick From the Second Penalty Mark and Direct Free Kick Without a Wall)
1. การยนื หา่ งจากลกู บอลในระยะนอ้ ยกวา่ 5 เมตร เปน็ การกระทำ� ผดิ กตกิ าการแขง่ ขนั และ
เป็นการกระท�ำผิดกติกาเช่นกัน ถ้าผู้รักษาประตูออกมายืนอยู่หน้าเขตโทษก่อนท่ีลูกบอลจะถูกเตะ
2. ผเู้ ลน่ คนอนื่ ๆ ทกุ คนยกเวน้ ผเู้ ตะ จะตอ้ งยนื อยหู่ ลงั แนวเสน้ สมมตุ ใิ นแนวเดยี วกบั ลกู บอล
และอยหู่ า่ งจากลกู บอลอยา่ งนอ้ ย 5 เมตร จนกวา่ จะมกี ารเตะแลว้ ผตู้ ดั สนิ ตอ้ งแนใ่ จวา่ มกี ารปฏบิ ตั ิ
ที่เหมาะสมตอ่ ผ้เู ล่นท่ีกระท�ำผิดกตกิ าดงั กลา่ วน้ี
ความผดิ โดยผรู้ ักษาประตู (Goalkeepering Offences)
ผู้ตัดสินต้องระลึกเสมอว่าผู้รักษาประตูไม่ได้ถูกอนุญาตให้ครอบครองลูกบอลไว้ในมือ
หรอื เทา้ (ภายในสนามแขง่ ขนั แดนตนเองเกนิ กวา่ 4 วนิ าที ผรู้ กั ษาประตทู ก่ี ระทำ� ผดิ สำ� หรบั ความผดิ น้ี
จะถกู ลงโทษโดยใหฝ้ ่ายตรงขา้ มไดเ้ ตะโทษโดยออ้ ม)
128 คมู่ อื ผูต้ ดั สนิ กฬี าฟตุ ซอล
ก ารตดั สนิ กีฬาฟตุ ซอล
(Futsal Refering)
การใช้สญั ญาณนกหวดี (Whistle Signals)
ในการตัดสินกีฬาฟุตซอลตามกติกาเก่ากำ�หนดให้ผู้ตัดสินเท่าน้ันท่ีใช้นกหวีดได้ สำ�หรับ
ผู้ตัดสินที่ 2 หรือเดิมเรียกว่า ผู้ช่วยผู้ตัดสินให้ใช้ธง แต่กติกาการแข่งขันปัจจุบันให้ทั้ง 2 คน
ใช้นกหวีดเหมือนกัน ดงั นน้ั ผตู้ ดั สนิ และผตู้ ดั สนิ ท่ี 2 ตอ้ งทราบลกั ษณะและวธิ กี ารใชน้ กหวดี ทถ่ี กู ตอ้ ง
เพอ่ื ความเขา้ ใจไปในแนวเดียวกนั ดังนี้
เสยี งสญั ญาณ
โดยปกติเสยี งสญั ญาณนกหวีดมีสัญญาณหลกั 3 เสียง คือ
1. เสียงหนักสั้น แสดงถึง ลูกบอลอยู่นอกการเล่นในกรณีลูกบอลออกเส้นข้าง
หรอื เสน้ ประตู เพอ่ื ให้เป็นการเตะเขา้ เล่น การเล่นลูกบอลจากประตู หรอื เตะจากมุม
2. เสียงหนักยาว แสดงถึง การทำ�ผิดกติกาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การทำ�ผิดที่เป็นโทษ
โดยตรงหรือโดยอ้อม รวมทั้งใช้กับการส่ังให้มีการเร่ิมเล่น เช่น การเขี่ยเร่ิมเล่น การเตะโทษโดยตรง
การเตะโทษโดยออ้ ม การเตะโทษ ณ จดุ โทษ การเตะโทษ ณ จุดโทษจดุ ท่ี 2 เป็นตน้
3. เสียงหนกั ยาวลากเสยี ง แสดงถงึ การใหเ้ ปน็ ประตใู นขณะมกี ารทำ�ประตูได้
สำ�หรับเสียงอ่ืนๆ ที่ถูกนำ�มาใช้จะเกิดจากการนำ�เสียงหลัก 3 เสียง ดังกล่าวข้างต้น
มาผสมผสานกนั ได้แก่
1. เสียงหนักสั้น ส้ัน แสดงถึง สั่งให้ผู้เล่นหยุด เช่น กรณีมีการขอเวลานอก
หรอื ใชส้ ัญญาณการทำ�ผดิ กติกาแลว้ ยงั คงเลน่ ตอ่ ไปอีกไม่ยอมหยุด และใชใ้ นกรณีสอ่ื สารกบั บุคคลอน่ื ๆ
เช่น เรียกเปลสนาม แพทย์ ผู้ฝึกสอน และในกรณีของการปฏิเสธการเป็นประตูซึ่งใช้ร่วมกับ
สญั ญาณมือโบกไขว้ไปมา เป็นต้น
2. เสยี งหนกั ยาว ยาวลากเสียง แสดงถึง หมดเวลาการแขง่ ขนั ครง่ึ เวลาแรก
3. เสียงหนักยาว ส้ัน ยาวลากเสียง แสดงถึง หมดเวลาการแข่งขันคร่ึงเวลาหลัง
ซง่ึ น�ำ เสียงหลกั ทง้ั 3 เสยี งมาผสมผสานกัน
คมู่ อื ผู้ตดั สินกีฬาฟตุ ซอล 129
ขอ้ ปฏิบัตใิ นการใชส้ ญั ญาณนกหวีด
การใช้สญั ญาณนกหวีดมีข้อปฏิบัตใิ นการพิจารณาการใช้ ดังน้ี
ต้องใช้ ควรใช้ ไม่ตอ้ งใช้
1. การเตะเร่มิ เล่น 1. การเตะโทษบนเส้นเขตโทษหรือ 1. ลกู บอลออกนอกการเลน่ ชดั แจ้ง
- คร่ึงเวลาแรกและหลังเวลาปกติ บรเิ วณหน้าเขตโทษโดยฝ่ายรุก 2. การเร่ิมเล่นใหม่โดยการเล่นลูกบอล
- ครึ่งเวลาแรกและหลังของการ 2. ลกู บอลออกนอกการเลน่ ไมช่ ดั แจง้ จากประตู เตะจากมมุ การเตะเขา้ เลน่
รอเวลาพเิ ศษ การปล่อยบอล
- เมือ่ มกี ารท�ำ ประตูได้ 3. การเตะโทษบริเวณกลางสนาม
2. การท�ำ ประตูได้ หรือโดยฝ่ายรบั ในแดนตนเอง
3. การเตะโทษ ณ จุดโทษ 4. ลกู บอลเข้าประตูอย่างชดั แจ้ง
4. การเตะโทษ ณ จุดโทษจดุ ท่ี 2
5. การเตะโทษจากจดุ โทษเพอ่ื หาผชู้ นะ
6. การท�ำ ผดิ กติกา
130 คูม่ อื ผู้ตัดสนิ กีฬาฟตุ ซอล
สัญญาณของผู้ตดั สิน (Signals by Only One of the Referees)
1. การเรม่ิ เล่นและการเรม่ิ เลน่ ใหม่ 2. โทษโดยตรง 3. การเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ
4. การเตะเขา้ เล่น (1) 5. การเตะเขา้ เลน่ (2) 6. การเตะจากมุม (1)
7. การเตะจากมุม (2) 8. การเลน่ ลกู จากประตู (1) 9. การเลน่ ลกู จากประตู (2)
คู่มอื ผ้ตู ดั สนิ กีฬาฟตุ ซอล 131
10. การขอเวลานอก 11. การนับ 4 วนิ าที (1) 12. การนบั 4 วินาที (2)
13. ฟาวล์รวมครบ 5 ครงั้ 14. การให้เปน็ ลกู ได้เปรยี บการเล่น (1) 15. การใหเ้ ป็นลูกไดเ้ ปรยี บการเล่น (2)
16. การให้เป็นลกู ได้เปรียบการเล่น ไม่นบั เป็นการกระท�ำ ผิดกติการวม (1 และ 2)
132 คู่มือผู้ตดั สนิ กีฬาฟตุ ซอล
17. การนบั การกระท�ำ ผิดกติการวมภายหลงั การประยุกตก์ ารใหเ้ ปน็ ลูกไดเ้ ปรียบ (1 และ 2)
18. การนบั การกระท�ำ ผดิ กตกิ ารวมภายหลังการประยุกต์การให้เปน็ ลูกได้เปรียบ (3 และ 4)
19. การคาดโทษ (ใบเหลอื ง) 20. การคาดโทษ (ใบแดง) 21. โทษโดยอ้อม
คู่มือผู้ตัดสินกีฬาฟตุ ซอล 133
22. ผเู้ ลน่ หมายเลข 1 23. ผเู้ ลน่ หมายเลข 2 24. ผ้เู ลน่ หมายเลข 3
25. ผเู้ ลน่ หมายเลข 4 26. ผู้เล่นหมายเลข 5 27. ผเู้ ล่นหมายเลข 6
28. ผู้เลน่ หมายเลข 7 29. ผเู้ ล่นหมายเลข 8 30. ผู้เล่นหมายเลข 9
134 ค่มู อื ผตู้ ดั สินกีฬาฟตุ ซอล
31. ผู้เลน่ หมายเลข 10 32. ผ้เู ล่นหมายเลข 11 33. ผู้เล่นหมายเลข 12
34. ผูเ้ ลน่ หมายเลข 13 35. ผเู้ ล่นหมายเลข 14 36. ผู้เลน่ หมายเลข 15
37. การนบั ประตู ผู้เล่นหมายเลข 9 38. การนับประตู ผเู้ ลน่ หมายเลข 6 135
ค่มู อื ผูต้ ดั สินกีฬาฟุตซอล
สญั ญาณการเรม่ิ เลน่ ใหมโ่ ดยผตู้ ดั สนิ ทง้ั สอง (Signal by Both Referees an Restarting Play)
39. การนับประตู 40. โทษโดยอ้อม
สญั ญาณผู้ช่วยผูต้ ดั สนิ (Signal by the Assistant Referees)
41. การขอเวลานอก 42. การนับการกระทำ�ผดิ กติการวม
136 คู่มอื ผตู้ ดั สนิ กีฬาฟตุ ซอล
ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติ (Production Comments)
1. ผู้ตัดสินต้องใส่อุปกรณ์ตามแบบของกรรมการผู้ตัดสินสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ
ประกอบดว้ ย เสอ้ื แขนสนั้ กางเกงขาสน้ั ถงุ เทา้ ยาวตำ�่ กวา่ เขา่ และรองเทา้ กีฬาฟตุ ซอล
2. พน้ื สนามแขง่ ขนั ทผี่ ตู้ ดั สนิ จะท�ำหนา้ ทคี่ วรเปน็ สฟี า้ หรอื นำ้� เงนิ เขม้ ซง่ึ เปน็ สขี องสนาม
โดยสว่ นใหญ่ทใ่ี ช้ส�ำหรบั การแข่งขันทีเ่ ป็นทางการ
การหาต�ำ แหน่งและการเคลอ่ื นที่ (Positioning and Movement)
การหาตำ�แหน่งและการเคลื่อนท่ีท่ีดี เป็นการผสมผสานของสมรรถภาพทางกาย
ด้านความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองในการหาพ้ืนท่ีซึ่งสามารถมองเห็นเหตุการณ์การเล่นได้ดีท่ีสุด
เพอ่ื ทจี่ ะท�ำ การปฏบิ ัตหิ น้าท่ีได้อย่างถกู ตอ้ งตามความเปน็ จรงิ ซงึ่ ต้องอาศัยสง่ิ ตา่ งๆ ดงั ต่อไปนี้
หลกั การท่ีดสี �ำ หรบั การหาต�ำ แหน่งและการเคลอ่ื นที่
1. ทำ�อย่างถูกจังหวะและถูกสถานที่
2. หลกี เลย่ี งการรบกวนการเลน่
3. รกั ษาต�ำ แหนง่ ลกู บอลใหอ้ ยรู่ ะหวา่ งผตู้ ดั สนิ ท่ี 2 ทอ่ี ยใู่ นแนวทแยงมมุ กนั ในพน้ื ทก่ี ารรกุ
4. ปรับปรุงมมุ ของการมองของผู้ตัดสนิ และผู้ตัดสนิ ที่ 2
การหาตำ�แหน่งทด่ี ีตอ้ งการความสามารถในการอ่านเกมทดี่ ี
1. มคี วามรู้ (Knowledge) เกย่ี วกบั กตกิ าการแขง่ ขนั การเปรยี บเทยี บการแขง่ ขนั ฯลฯ
2. มปี ระสบการณ์ (Experience) ท�ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ กรรมการผตู้ ดั สนิ หรอื ชมการแขง่ ขนั บอ่ ยๆ
หรือชมจากสอื่ ต่างๆ
3. มีสมรรถภาพทางกาย (Fitness) ที่ดี สามารถใช้สมรรถภาพทางกายด้านต่างๆ
ว่ิงควบคุมการตดั สินได้ตลอดการแข่งขัน
ทิศทางการปฏบิ ตั ิหน้าที่ของผ้ตู ดั สนิ และผ้ตู ัดสินท่สี อง
ในการวิ่งขณะติดตามควบคุมการเล่นของผู้ตัดสินและผู้ตัดสินท่ี 2 โดยปกติจะใช้ระบบ
การเคลื่อนท่ีหาตำ�แหน่งท่ีเรียกว่า “ระบบทแยงมุม (Diagonal System)” ผู้ตัดสินท้ัง 2 คน
จะพยายามรักษาตำ�แหน่งให้ตนเองมองเห็นลูกบอล ผู้เล่น และผู้ตัดสินด้านตรงข้ามอยู่เสมอ
ในลักษณะเป็นแนวทแยงมุมกันในขณะท่ีต่างคนต่างว่ิงอยู่ด้านนอกเส้นข้างของสนามแข่งขัน
คนละด้านกัน และเมื่อมีการกระทำ�ผิดกติกาเกิดข้ึนก็สามารถว่ิงเข้าไปในสนามเพื่อดำ�เนิน
การต่างๆ ได้ เช่น ให้มีการเตะโทษโดยตรง เตะโทษโดยอ้อม และเตะโทษ ณ จุดโทษจุดท่ี 2
และการปลอ่ ยลกู บอล เป็นต้น ซึ่งภายหลังที่มีการเริ่มเล่นใหม่ไปแล้ว ก็จะเคล่ือนท่ีออกไปว่ิงตาม
แนวเส้นข้างเหมอื นเดมิ ซ่งึ ต�ำ แหน่งการยืนในขณะมเี หตุการณ์ต่างๆ จะไดก้ ลา่ วถึงตอ่ ไป
คมู่ อื ผูต้ ดั สนิ กีฬาฟุตซอล 137
การให้ใบเหลอื งและใบแดง (Administration Yellow and Red Card)
การกระทำ�ผิดกติกาของผู้เล่นต้องถูกคาดโทษให้ใบเหลืองและให้ใบแดงไล่ออก
จากการแข่งขัน มีอยา่ งละ 7 ประการ ดงั นี้
คาดโทษและให้ใบเหลอื ง ประพฤตติ นอยา่ งไมม่ ีน้�ำใจนักกีฬา
Caution and Yellow Card คดั คา้ นการตดั สนิ โดยคำ�พดู
หรือกิรยิ าทา่ ทาง
ทำ�ผิดกตกิ าการแขง่ ขนั บ่อยๆ
ชะลอการเรมิ่ เล่นใหม่
ขณะมีการเตะจากมุมหรือเตะโทษ
เพอ่ื กาใรนเรร่มิ ะเยละน่ ทใ่ถีหกูมข่ ไอมรถ่ อ้ องยไปอยู่
เข้าไปสมทบหรอื กลบั เข้าไปสมทบ
ในสนามแขง่ ขันโดยไม่ได้รบั อนญุ าต
จากผู้ตัดสิน หรอื เปลยี่ นตวั ผิดกตกิ า
เโจดตยนไมาไ่อดอร้ กบั จอานกุญสนาตามจแาขกผง่ ขตู้ นัดั สนิ
138 ค่มู อื ผูต้ ัดสนิ กีฬาฟตุ ซอล
Senไลt-่อoอfกfแaลnะdใหRใ้ eบdแดCงard การกระทำ�ผดิ อยา่ งรา้ ยแรง
ประพฤติผดิ กติกาอย่างร้ายแรง
ถม่ น�ำ้ ลายรดใส่คตู่ อ่ สหู้ รอื บคุ คลอน่ื ๆ
ป้องกันโอกาสในการท�ำ ประตูอยา่ ง
ชดั แจ้งโดยเจตนาเลน่ ลูกบอลดว้ ยมอื
ปอ้ งกนั โอกาสในการท�ำ ประตูอย่าง
ชัดแจง้ โดยการกระทำ�ผิดกติกา
เหยียทด�หำผยดิาซม้ำ�หซยาากบคใชายว้ หาจราอื ดแูหสมดิ่นงกริ ยิ า
ทา่ ทางไม่เหมาะสม
ได้รบั การคาดโทษเปน็ ครั้งที่ 2
ในการแขง่ ขนั ครง้ั เดยี ว
ค่มู อื ผูต้ ัดสนิ กฬี าฟตุ ซอล 139
ความแตกต่างระหว่างการกระทำ�ผิดกติกาอย่างร้ายแรง (Serious Foul Play)
กับการประพฤตผิ ดิ กติกาอย่างร้ายแรง (Violent Conduct) มแี นวทางในการพิจารณาที่แตกตา่ ง
ในการลงโทษ ดงั นี้
การกระทำ�ผดิ กตกิ าอยา่ งรา้ ยแรง
Serious Foul Play
ท�ำ กบั คู่ตอ่ สู้ เจตนา ลกู บอลอยใู่ นการเลน่
การลงโทษ
โทษโดยออ้ ม เตะโทษ ณ จุดโทษ
หรือเตะโทษ ณ จุดโทษจดุ ที่ 2
ไล่ออกจากสนาม
140 คู่มอื ผู้ตดั สนิ กฬี าฟตุ ซอล
การประVพioฤlตeิผnิดtกCตoกิ nาdอuยcา่ tงรา้ ยแรง
กระท�ำ กับคตู่ ่อสู้ กระท�ำ กบั บุคคลอ่ืน
ลกู บอลอยนู่ อกการเล่น ลกู บอลอยู่ในการเลน่ ผู้ตดั สิน ผ้ตู ัดสนิ ท่ี 2 ผู้ตัดสนิ ที่ 3
ผรู้ ักษาเวลา เพ่ือนรว่ มทีม
เจา้ หนา้ ทท่ี มี ผชู้ ม ผูส้ ่ือข่าว
การเร่ิมเล่น การเร่ิมเลน่ ลูกบอลอยู่นอกการเลน่ ลูกบอลอย่ใู นการเล่น
ขน้ึ อยกู่ บั สถานการณท์ ่ี - โทษโดยตรง
เกดิ ขน้ึ ในการเลน่ เชน่ - เตะโทษ ณ จุดโทษ
- เตะเขา้ เลน่ หรือเตะโทษ
- เลน่ ลกู ออกจากประตู ณ จดุ โทษจดุ ท่ี 2 การเร่มิ เล่น กระท�ำ ผิด กระท�ำ ผดิ
- เตะจากมมุ ฯลฯ ในสนามแขง่ ขนั นอกสนามแขง่ ขนั
ข้ึนอยู่กับสถานการณ์ โทษโดยออ้ ม ผตู้ ดั สนิ
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในการเลน่ เชน่ ปลอ่ ยลกู บอล
- เตะเข้าเลน่
- เลน่ ลกู บอลจากประตู
การลงโทษ - เตะจากมมุ ฯลฯ ไลอ่ อกใหใ้ บแดง ไลอ่ อกใหใ้ บแดง
ไลอ่ อกและใหใ้ บแดง
ไลอ่ อกใหใ้ บแดง
คมู่ อื ผตู้ ัดสินกีฬาฟตุ ซอล 141
อำ�นาจในการใหใ้ บเหลืองและใบแดง
ผู้ตัดสินมีอำ�นาจในการให้ใบเหลืองและใบแดงแก่ผู้เล่นได้ นับตั้งแต่เข้าสู่ท่ีต้ังของ
สนามแขง่ ขัน คำ�ว่า “สนามแขง่ ขัน” หมายถงึ บรเิ วณทีต่ ัง้ ของสนามแข่งขัน รวมทง้ั ในขณะกอ่ น
เร่ิมการแข่งขัน ขณะแข่งขัน ขณะพักคร่ึงเวลา ระหว่างการต่อเวลาพิเศษ และขณะทำ�การเตะ
จากจุดโทษเพ่ือหาผู้ชนะด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถสรุปเป็นการลงโทษทั้งตัวบุคคล คือ ผู้เล่นเอง
โดยการให้ใบเหลืองหรือใบแดง และการลงโทษทีมโดยให้ฝ่ายตรงข้ามได้เตะโทษโดยตรง
เตะโทษโดยออ้ ม เตะโทษ ณ จุดโทษจดุ ท่ี 2 หรอื ผตู้ ัดสนิ ท�ำ การปลอ่ ยลูกบอลได้ดังตารางตอ่ ไปนี้
เวลา/สถานทท่ี กี่ ระท�ำ ผดิ /สถานการณ์ การลงโทษ การลงโทษ หมายเหตุ
ผู้เลน่ ทมี
1. กอ่ นการแข่งขนั เรม่ิ ขน้ึ ลงโทษ ไม่ - ทุกกรณขี องข้อ 1.1-1.3 ถ้ามีการไลอ่ อก
1.1 ก่อนเขา้ ไปในสนามแข่งขันแต่อย่ใู น ลงโทษ สามารถเปลี่ยนผู้เล่นแทนได้และเขียน
บรเิ วณสถานที่ต้งั ของสนามแขง่ ขนั ลงโทษ
1.2 หลังเข้าไปในสนามแขง่ ขันแลว้ ไม่ รายงานแจ้งเหตุการณท์ ่เี กิดข้นึ
แตก่ อ่ นทีผ่ ู้ตัดสนิ จะให้สัญญาณ ลงโทษ ไม่
การเร่มิ เลน่ ไม่ - เริ่มเล่นตามกรณที เ่ี กดิ ขนึ้
1.3 หลังการให้สัญญาณการเรมิ่ เลน่
แตก่ ่อนการเตะเร่มิ เล่น - เริ่มเล่นใหม่ดว้ ยการปล่อยลกู บอล
2. ระหว่างการแข่งขนั ของผู้ตดั สิน
2.1 ความผิดเกดิ ข้ึนในสนามแขง่ ขนั
2.2 ความผิดเกดิ ขึ้นนอกสนามแข่งขนั
3. ระหวา่ งการเล่นหยดุ ลง ลงโทษ ไม่ - เรมิ่ เล่นตามแตก่ รณที ก่ี ารเล่นไดห้ ยุดลง
(รวมท้ังระหวา่ งพกั คร่งึ )
4. หลงั จากหมดเวลาการแข่งขัน ไม่ ไม่ - เขียนรายงานแจ้งเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ข้ึน
5. เมื่อมีการเตะจากจดุ โทษเพื่อหาผชู้ นะ ลงโทษ ไม่ -
* หลังหมดเวลาการแขง่ ขัน ผู้เล่นออกนอกเขตสนามแข่งขนั เดินเขา้ สหู่ ้องพัก
142 คู่มือผตู้ ัดสินกฬี าฟตุ ซอล