The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Channok2533, 2022-09-10 05:13:01

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2565

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2565

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2565

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั

สาระสำคญั
หลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวัย

การศึกษาปฐมวัยเปน็ การพฒั นาเด็กตั้งแตแ่ รกเกิดถึง ๖ ปี บริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรม
เลี้ยงดู และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มตาม
ศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน
เพ่ือสรา้ งรากฐานคุณภาพชวี ิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเปน็ มนุษยท์ ่ีสมบูรณเ์ กิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และ
ประเทศชาติ

วสิ ยั ทศั น์

ภายในปี พทุ ธศกั ราช 2565 โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี มุ่งพฒั นาเด็กปฐมวัยทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้าน
ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปญั ญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมี
ความสุขและเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย
และสำนึกความเป็นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ
การพฒั นาเด็ก

พนั ธกจิ

เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจน
ไดร้ ับการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ดว้ ยปฏสิ มั พันธ์ท่ีดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผ้สู อน เด็กกับ
ผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนา และให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนา
ตนเองตามลำดบั ขัน้ ของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองคร์ วม มคี ุณภาพ และเตม็ ตามศกั ยภาพโดยมหี ลักการดงั น้ี

๑. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการท่คี รอบคลุมเดก็ ปฐมวัยทุกคน
๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
และวถิ ชี ีวิตของเด็กตามบรบิ ทของชมุ ชน สังคม และวฒั นธรรมไทย
๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเลน่ อยา่ งมีความหมายและมีกิจกรรมที่หลากหลาย
ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกบั วยั และมีการพักผ่อนท่เี พยี งพอ
๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เป็นคนดี มีวนิ ัย และมคี วามสขุ
๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่
ครอบครวั ชมุ ชน และทกุ ฝา่ ยทีเ่ ก่ยี วข้องกบั การพฒั นาเด็กปฐมวยั

โรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั

แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวยั

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก
ปฐมวยั โดยถอื วา่ การเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใตก้ ารจัดสภาพแวดล้อม
ทเ่ี อ้ือต่อการทำงานของสมอง ผา่ นส่อื ท่ีตอ้ งเอ้ือให้เด็กไดเ้ รยี นร้ผู ่านการเลน่ ประสาทสัมผสั ท้ังห้า โดยครูจำเป็นต้อง
เข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพและ
พฒั นาการของเด็กแตล่ ะคน ท้งั นี้ หลกั สตู รฉบับน้มี ีแนวคดิ ในการจัดการศึกษาปฐมวยั ดงั น้ี

๑. แนวคิดเก่ียวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เปน็ กระบวนการเปลีย่ นแปลงที่เกิดข้ึนตอ่ เน่ืองใน
ตัวมนุษย์เรมิ่ ตั้งแตป่ ฏสิ นธิไปจนตลอดชีวิต พัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะมลี ำดับข้ันตอนลักษณะเดียวกัน แต่อัตรา
และระยะเวลาในการผ่านขั้นตอนต่างๆอาจแตกต่างกันได้ขั้นตอนแรกๆจะเป็นพื้นฐานสำหรับพัฒนากา รขั้นต่อไป
พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ละส่วนส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน เมื่อด้านหนึ่ง
ก้าวหน้าอีกด้านหนึ่งจะก้าวหน้าตามด้วยในทำนองเดียวกันถ้าด้านหนึ่งด้านใดผิดปกติจะทำให้ด้านอื่นๆผิดปกติตาม
ด้วย แนวคิดเก่ียวกับทฤษฎพี ัฒนาการด้านรา่ งกายอธบิ ายว่าการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของเด็กมีลักษณะต่อเน่ือง
เป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถด้านนั้นก่อน สำหรับทฤษฎีด้านอารมณ์
จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเดก็ สง่ ผลต่อบุคลกิ ภาพของเด็ก เมื่อเติบโตเปน็ ผู้ใหญ่ ความรักและ
ความอบอนุ่ เปน็ พื้นฐานของความเช่ือมั่นในตนเอง เดก็ ท่ไี ดร้ ับความรักและความอบอ่นุ จะมคี วามไว้วางใจในผู้อ่นื เห็น
คุณค่าของตนเอง จะมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความ
เป็นประชาธิปไตยและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาอธิบายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒิ
ภาวะ ซ่ึงจะพัฒนาข้ึนตามอายุ ประสบการณ์ รวมทงั้ ค่านยิ มทางสังคมและส่ิงแวดล้อมทเ่ี ด็กไดร้ ับ

๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การเล่น
อย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก
ขณะท่เี ด็กเล่นจะเกิดการเรยี นรู้ไปพร้อมๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคลื่อนไหวสว่ นต่างๆของร่างกาย ได้ใช้
ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของตนเอง เรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึก
สนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่น
ช่วยให้เด็กเรียนร้สู ่ิงแวดลอ้ ม และชว่ ยให้เดก็ มีพฒั นาการทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปญั ญา ดังน้ัน
เด็กควรมีโอกาสเล่น ปฏสิ มั พนั ธ์กบั บุคคล ส่งิ แวดล้อมรอบตวั และเลอื กกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง

๓. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา
เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้นั้นตอ้ งอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพืน้ ฐานการรับรู้ รับความร้สู กึ
จากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่อนอายุ ๕ ปี และปฏิสัมพันธ์แรกเริ่ม
ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อ โดยในช่วง ๓ ปีแรกของชีวิต สมอง
เจริญเตบิ โตอย่างรวดเร็วมาก มีการสรา้ งเซลลส์ มองและจุดเช่ือมต่อขึน้ มามากมาย มีการสร้างไขมันหรือมันสมองหุ้ม
ล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมองผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่น
ล้านเซลล์ เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ยิ่งได้รับการกระตุ้นมากเท่าใด การเชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมี
มากขึ้นและความสามารถทางการคิดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเด็กขาดการกระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่
เหมาะสม เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นมาก็จะหายไป เด็กที่ได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาด
ความสามารถที่จะเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างๆของสมองเจริญเติบโตและเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าที่ใน
ช่วงเวลาตา่ งกนั จึงอธิบายได้วา่ การเรียนรทู้ ักษะบางอยา่ งจะเกิดข้นึ ได้ดที ่ีสดุ เฉพาะในชว่ งเวลาหนึ่งทีเ่ รียกว่า”

โรงเรยี นบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั

หน้าต่างของโอกาสการเรียนรู้” ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูและครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่งนั้นๆได้ดี
ที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเชื่อมโยงวงจรประสาทของการ
มองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการกระตุ้นทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิตจึงจะมีพัฒนาการตามปกติ
ชว่ งเวลาของการเรยี นภาษาคอื อายุ ๓ – ๕ ปแี รกของชีวิต เดก็ จะพดู ได้ชดั คล่องและถูกตอ้ ง โดยการพฒั นาจากการ
พดู เปน็ คำๆมาเป็นประโยคและเล่าเรอ่ื งได้ เปน็ ต้น

๔. แนวคดิ เกีย่ วกับสื่อการเรียนรู้ สอ่ื การเรยี นรู้ทำใหเ้ ด็กเกดิ การเรียนรู้ตามจุดประสงค์ท่ีวางไว้ ทำให้ส่ิงท่ี
เปน็ นามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรปู ธรรมท่ีเด็กเขา้ ใจและเรยี นร้ไู ดง้ ่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกดิ การเรยี นรูแ้ ละคน้ พบ
ด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล
ความสนใจ และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยควรมสี ื่อทั้งที่
เป็นประเภท ๒ มิติและ/หรือ ๓ มิติ ที่เป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก สื่อสะท้องวัฒนธรรม สื่อภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น สื่อเพื่อพัฒนาเด็กในดา้ นต่างๆให้ครบทุกดา้ น ทั้งนี้ สื่อต้องเอื้อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้ังหา้
โดยการจัดการใช้สื่อสำหรับเด็กปฐมวัยต้องเริ่มต้นจากสื่อของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงร่างและสัญลักษณ์
ตามลำดบั

๕. แนวคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่
เพียงแต่จะไดร้ บั อิทธพิ ลจากการปฏบิ ัติแบบดั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความร้ขู องบรรพบรุ ษุ แตย่ ังไดร้ ับอิทธิพล
จากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชนของแต่ละที่ด้วย บริบทของสังคมและ
วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป ครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่า
สังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนา เกิดการ
เรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรานมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู้
สังคมในอนาคตกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับผู้อื่นที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อและ
วัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องศาสนา ประเทศ
พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ความเคารพพระสงฆ์
การทำบญุ เล้ยี งพระ การเวยี นเทียนเน่อื งในวนั สำคญั ทางศาสนา ประเพณเี ข้าพรรษา เป็นต้น

โรงเรียนบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๕

ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี

๑. ปรัชญาการศกึ ษาปฐมวัย

ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวัยโรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี
โรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี จัดการพัฒนาเด็ก อายุ ๕ – ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริม

กระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบท
สังคมและวฒั นธรรมท้องถ่ิน ดว้ ยความรกั ความเออ้ื อาทร และความเขา้ ใจของทุกคน เพอื่ สรา้ งรากฐานคุณภาพชีวิต
ใหเ้ ด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนษุ ย์ทส่ี มบรู ณ์เกดิ คุณค่าต่อตนเองครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

๒. วิสยั ทัศน์ พันธกิจ เปา้ หมาย

๒.๑ วิสยั ทัศน์
ภายในปี พุทธศักราช ๒๕๖๕ ของโรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี มุ่งพัฒนาปฐมวัยอายุ ๕ – ๖ ปี ให้มี
พฒั นาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปัญญา เนน้ ใหเ้ ด็กเรียนรผู้ ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติ ผ่าน
สื่อทหี่ ลากหลายและเรยี นรู้อยา่ งมีความสุข นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้อยา่ งเหมาะสมกับวยั เป็น
คนดี มีวินัย สำนึกรักชุมชนแหลง่ เรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และมีเจตคติทีด่ ีภายใต้ความร่วมมือของสถานศึกษา พ่อ
แม่ ครอบครวั ชมุ ชน และทกุ ฝา่ ยท่ีเกยี่ วข้อง
๒.๒ พันธกจิ
๑. พัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษาทีม่ ุ่งเนน้ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัยทั้ง ๔ ดา้ น อยา่ งสมดุลและ
เต็มศักยภาพมีเจตคตทิ ่ีดีต่อทอ้ งถ่นิ สนใจใฝ่รู้ และเรยี นรู้อยา่ งมีความสขุ
๒. พัฒนาครแู ละบุคลากรดา้ นการจดั ประสบการณ์ท่ีส่งเสรมิ การเรียนรู้ผ่านการเลน่ และการ
ลงมอื ปฏบิ ัติที่หลากหลาย สอดคล้องกบั พฒั นาการเดก็
๓. สง่ เสรมิ การจัดสภาพแวดลอ้ ม ส่ือ เทคโนโลยแี ละแหลง่ เรยี นร้ใู นการพัฒนาเด็กปฐมวยั
๔. จดั ประสบการณ์การเรยี นรทู้ หี่ ลากหลายซงึ่ สอดคล้องกบั พัฒนาการทางสมองของเด็ก
โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้เสริมสร้างพัฒนาการและการ
เรียนรู้ของเดก็
๕. ส่งเสริมการมสี ่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั
๒.๓ เป้าหมาย
๑. เดก็ ปฐมวยั ทกุ คนไดร้ ับการพฒั นาด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปญั ญาเป็น
องค์รวมอย่างสมดลุ มเี จตคตทิ ี่ดีต่อท้องถ่นิ สนใจใฝร่ ู้ และเรียนร้อู ยา่ งมคี วามสขุ
๒. ครูมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถจดั ประสบการณ์ทส่ี ่งเสริมการเรียนรู้ผา่ นการเล่น
โดยใช้กระบวนการวางแผน การปฏิบตั ิ และสอดคลอ้ งกบั พัฒนาการเด็ก
๓. มีสภาพแวดลอ้ ม สื่อ เทคโนโลยี และแหลง่ เรียนรทู้ ่เี ออื้ ต่อการส่งเสรมิ พฒั นาการเด็ก
ปฐมวยั อย่างพอเพยี ง

โรงเรียนบา้ นหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

๔. ครูน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้ในการจัด
ประสบการณ์ใหก้ ับเด็กอย่างเหมาะสมกับวัยและบรบิ ทของสถานศึกษา

๕. มีเครือขา่ ย พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานทเี่ กย่ี วข้องมสี ว่ นร่วมในการพฒั นา
เด็กปฐมวยั ด้วยวิธีการทห่ี ลากหลายและมีความต่อเน่ืองในทศิ ทางเดียวกนั กับสถานศึกษา

๓. จุดหมาย

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และเมื่อมีความพร้อมในการ
เรียนรู้ต่อไป จงึ กำหนดจุดหมายเพือ่ ใหเ้ กิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังน้ี

๑. มรี า่ งกายเจริญเติบโตตามวัย แขง็ แรง และมีสุขนสิ ยั ทด่ี ี
๒. มีสุขภาพจิตดี มสี ุนทรียภาพ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและจิตใจที่ดงี าม
๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี

ความสขุ
๔. มีทักษะการคดิ การใช้ภาษาสอ่ื สาร และการแสวงหาความรไู้ ดเ้ หมาะสมกบั วัย

๔. พัฒนาการเดก็ ปฐมวยั

พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านรา่ งกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เหน็ ถงึ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้นึ
ตามวฒุ ิภาวะและสภาพแวดลอ้ มทีเ่ ดก็ ได้รบั พัฒนาการเด็กในแตล่ ะช่วงวยั อาจเร็วหรอื ช้าแตกต่างกนั ไป
ในเดก็ แต่ละคน มีรายละเอียด ดงั นี้

๑. พฒั นาการด้านร่างกาย เปน็ พัฒนาการทเี่ ป็นผลมาจากการเปล่ยี นแปลงในทางท่ีดีขน้ึ ของร่างกายในด้าน
โครงสร้างของร่างกาย ดา้ นความสามารถในการเคลื่อนไหว และดา้ นการมีสขุ ภาพอนามัยทด่ี ี รวมถงึ การใช้สัมผัสรับรู้
การใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่างๆ เด็กอายุ ๓-๕ ปีมีการเจริญเติบโตรวดเร็วโดยเฉพาะในเรื่อง
น้ำหนกั และส่วนสงู กลา้ มเนอ้ื ใหญ่จะมคี วามกา้ วหน้ามากกวา่ กลา้ มเน้ือเลก็ สามารถบังคับการเคลอื่ นไหวของร่างกาย
ไดด้ ี มีความคล่องแคล่ววอ่ งไวในการเดิน สามารถวงิ่ กระโดด ควบคมุ และบงั คับการทรงตัวไดด้ ี จึงชอบเคลอ่ื นไหว ไม่
หยุดนิง่ พร้อมท่ีจะออกกำลงั และเคล่ือนไหวในลกั ษณะตา่ งๆส่วนกลา้ มเน้ือเลก็ และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งตาและมือยัง
ไมส่ มบรู ณ์ การสมั ผสั หรือการใช้มือมคี วามละเอียดขึ้น ใช้มอื หยบิ จับสิง่ ของต่างๆไดม้ ากข้ึน ถา้ เด็กไม่เครยี ดหรือกังวล
จะสามารถทำกิจกรรมทพี่ ฒั นากลา้ มเน้อื เล็กไดด้ ีและนานขึน้

๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นความสามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สึกของเด็ก เช่นพอใจ ไม่
พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกียด โดยที่เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ เผชิญกับ
เหตุการณ์ต่างๆ ตลอดจนการสร้างความรู้สึกท่ีดีและการนับถือตนเอง เด็กอายุ ๓-๕ ปีจะแสดงความรู้สึกอย่างเต็มท่ี
ไม่ปิดบัง ช่อนเร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธแต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไปการที่เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่ายเพราะมี
ช่วงความสนใจระยะสั้น เมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจก็จะเปลี่ยนความสนใจไปตามสิ่งนั้น เด็กวันนี้มักหวาดกลัวสิ่งต่างๆ เช่น
ความมืด หรือสัตว์ต่างๆ ความกลัวของเด็กเกิดจากจินตนาการ ซึ่งเด็กว่าเป็นเรื่องจริงสำหรับตน เพราะยังสับสน
ระหว่างเรื่องปรุงแต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสมกับวัย

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

รวมถึงชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น เพราะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางน้อยลงและต้องการความ
สนใจจากผอู้ ่นื มากขึน้

๓. พัฒนาการด้านสงั คม เป็นความสามารถในการสรา้ งความสัมพนั ธท์ างสังคมครง้ั แรกในครอบครัว โดยมี
ปฏสิ มั พันธ์กับพ่อแมแ่ ละพนี่ อ้ ง เมื่อโตขึน้ ตอ้ งไปสถานศกึ ษา เด็กเร่ิมเรยี นรกู้ ารติดตอ่ และการมสี มั พนั ธ์กบั บุคคลนอก
ครอบครวั โดยเฉพาะอย่างยงิ่ เดก็ ในวัยเดยี วกัน เดก็ ไดเ้ รยี นรกู้ ารปรบั ตัวใหเ้ ข้าสังคมกับเด็กอน่ื พร้อมๆกับรู้จักร่วมมือ
ในการเล่นกับกลุ่มเพื่อน จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังและสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตให้แก่
นักเรียนสร้างความตระหนักให้นักเรียน ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีจิตพอเพียงต้านทุจริต
ละอายและเกรงกลัวที่จะไม่ทุจริตและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ เจตคติและพฤติกรรมทางสังคมของเด็กจะก่อ
ขน้ึ ในวัยนแ้ี ละจะแฝงแนน่ ยากทีจ่ ะเปลย่ี นแปลงในวยั ต่อมา ดงั น้นั จงึ อาจกลา่ วไดว้ ่าพฤตกิ รรมทางสังคมของเด็กวัยนี้
มี ๒ ลักษณะ คือลักษณะแรกนั้น เป็นความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่และลักษณะที่สองเป็นความสัมพันธ์กับเด็กในวัย
ใกลเ้ คียงกนั

๔. ด้านสติปัญญา ความคดิ ของเดก็ วยั นีม้ ลี กั ษณะยดึ ตนเองเปน็ ศนู ย์กลาง ยงั ไมส่ ามารถเข้าใจความรู้สึกของ
คนอื่น เด็กมีความคิดเพียงแต่ว่าทุกคนมองสิ่งต่างๆรอบตัว และรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ เหมือนตนเอง ความคิดของตนเอง
เปน็ ใหญท่ ีส่ ุด เมื่ออายุ ๔-๕ ปี เดก็ สามารถโต้ตอบหรือมีปฏสิ ัมพนั ธ์กบั วัตถสุ ่ิงของที่อยู่รอบตัวได้ สามารถจำส่ิงต่างๆ
ที่ได้กระทำซ้ำกันบ่อยๆ ได้ดี เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ยังอาศัยการรับรู้เป็นส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลองถูก
จากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวพัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุที่
เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษา เด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของการพัฒนาภาษาอย่างรวดเร็ว โดยมีการฝึกฝน
การใช้ภาษาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปของการพูดคุย การตอบคำถาม การเล่าเรื่อง การเล่านิทานและการทำ
กิจกรรมต่าง ๆ ท เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาในสถานศึกษา เด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษาแทนความคิดของตนและใช้
ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่นได้คำพูดของเด็กวัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่บางคนเข้าใจว่าเด็กรู้มากแล้วแต่ที่จริง
เดก็ ยังไมเ่ ขา้ ใจความหมายของคำและเรอ่ื งราวลึกซ้ึงนกั

๕. มาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน ๑๒
มาตรฐาน ประกอบด้วย

๑. พัฒนาการดา้ นรา่ งกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคือ
มาตรฐานท่ี ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวยั และมีสุขนสิ ยั ที่ดี
มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเนือ้ ใหญ่และกลา้ มเน้ือเล็กแข็งแรงใช้ได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ และ
ประสานสัมพันธ์กนั

๒. พัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื
มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดแี ละมคี วามสขุ
มาตรฐานที่ ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จริยธรรม และมจี ติ ใจทด่ี งี าม

๓. พฒั นาการด้านสังคม ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐาน คอื
มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชวี ิตและปฏบิ ัตติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มาตรฐานท่ี ๗ รกั ธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย
มาตรฐานท่ี ๘ อยรู่ ่วมกับผอู้ ืน่ ได้อยา่ งมีความสขุ และปฏบิ ัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งเกิดวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต สร้างความ
ตระหนกั ใหน้ ักเรียน ยึดถอื ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชนส์ ว่ นตน มีจติ พอเพยี งตา้ นทุจริต ละอายและเกรงกลัว
ที่จะไม่ทจุ รติ และไม่ทนตอ่ การทุจริตทกุ รูปแบบ

๔. พฒั นาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐาน คอื
มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสอ่ื สารไดเ้ หมาะสมกบั วยั
มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ท่ีเป็นพนื้ ฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี นิ ตนาการและความคดิ สร้างสรรค์
มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคตทิ ีด่ ีต่อการเรยี นรูแ้ ละมคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้ได้
เหมาะสมกบั วัย

❖ ตวั บง่ ช้ี

ตัวบง่ ชี้ เปน็ เป้าหมายในการพฒั นาเด็กทม่ี คี วามสมั พันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะ ทีพ่ ึงประสงค์
❖ สภาพทีพ่ ึงประสงค์

สภาพทพี่ ึงประสงค์ เปน็ พฤตกิ รรมหรือความสามารถตามวยั ท่ีคาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐานพัฒนาการตาม
วัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระเรียนรู้ในการจัดประสบการณ์
กจิ กรรมและประเมนิ พฒั นาการเด็ก
❖ ระยะเวลาเรยี น

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามัคคี กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจดั ประสบการณ์ให้กับเดก็ ๒ ภาคเรียนต่อปี
การศกึ ษา โดยมีเวลาเรยี นไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วันตอ่ ปกี ารศึกษา แตล่ ะวันต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๕ ช่ัวโมง

❖ โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
เพอ่ื ให้การจัดการศึกษาเปน็ ไปตามหลกั การ จุดหมายที่กำหนดไวใ้ ห้สถานศึกษา และผเู้ ก่ียวขอ้ งกับการ

เลี้ยงดเู ดก็ ปฏบิ ัติ ในการจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษาจึงกำหนดโครงสร้างของหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยของโรงเรยี น
บา้ นหยีในสามัคคี ดงั นี้

โครงสรา้ งหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

ช่วงอายุ อายุ ๔ - ๖ ปี

ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่ีควรเรยี นรู้

- ด้านร่างกาย - เรื่องราวเกีย่ วกบั ตัวเดก็

สาระการเรยี นรู้ - ดา้ นอารมณ์ จิตใจ - เร่อื งราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานท่ี
- ด้านสงั คม แวดลอ้ มเดก็

- ด้านสติปัญญา - ธรรมชาติรอบตัว

- ส่ิงต่างๆรอบตัวเด็ก

โรงเรยี นบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

ช่วงอายุ อายุ ๔ - ๖ ปี

จัดการศกึ ษา ๒ ภาคเรยี น : ๑ ปีการศกึ ษา

ชัน้ อนุบาลปที ่ี ๒ อายุระหวา่ ง ๔-๕ ปี

ระยะเวลาเรียน ชน้ั อนบุ าลปีที่ ๓ อายรุ ะหวา่ ง ๕-๖ ปี

ไม่นอ้ ยกว่า ๑๘๐ วนั : ๑ ปี ใช้เวลา ๕-๖ ชวั่ โมง : ๑ วัน

๒๕-๓๐ ชวั่ โมง/สปั ดาห์

หมายเหตุ

๔-๕ ปี มคี วามสนใจ ๑๒ - ๑๕ นาที

๕-๖ ปี มีความสนใจ ๑๕ - ๒๐ นาที

* กิจกรรมทตี่ ้องใช้ความคดิ ในกลมุ่ เลก็ และกลุม่ ใหญ่ ไม่ควรใชเ้ วลาต่อเน่อื งนานเกินกวา่ ๒๐ นาที

* กจิ กรรมที่เด็กมีอสิ ระเลือกเลน่ เสรี เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจง้ ใช้เวลา ๔๐ – ๖๐ นาที

การวิเคราะหส์ ภาพท่ีพึงประสงค์ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์

มาตรฐานที่ ๑ รา่ งกายเจริญเตบิ โตตามวัยเดก็ มีสุขนสิ ัยท่ีดี

ตัวบ่งชที้ ่ี ๑.๑ มีน้ำหนักและสว่ นสงู ตามเกณฑ์
สภาพทพ่ี ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-น้ำหนกั และส่วนสงู ตามเกณฑข์ องกรมอนามัย -นำ้ หนกั และส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย

ตัวบง่ ชีท้ ี่ ๑.๒ มีสุขภาพอนามยั สุขนสิ ยั ที่ดี
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-รบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์และดม่ื นำ้ -รบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชน์ไดห้ ลายชนิดและดื่ม

สะอาดดว้ ยตนเอง นำ้ สะอาดได้ด้วยตนเอง

-ล้างมอื ก่อนรบั ประทานอาหารและหลงั จากใช้ -ลา้ งมอื ก่อนรบั ประทานอาหารและหลงั จากใชห้ ้องนำ้

หอ้ งน้ำหอ้ งส้วมดว้ ยตนเอง ห้องส้วมดว้ ยตนเอง

-ล้างหน้าและแปรงฟันถูกวิธีหลังรบั ประทาน -ล้างหน้าและแปรงฟันถูกวธิ ีหลังรบั ประทานอาหาร
อาหาร ด้วยตนเอง

-นอนพักผ่อนเปน็ เวลา -นอนพักผ่อนเปน็ เวลา
-ออกกำลงั กายเปน็ เวลา -ออกกำลังกายเปน็ เวลา

โรงเรียนบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย

ตวั บง่ ชี้ท่ี ๑.๓ รกั ษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่นื
สภาพทพ่ี ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-เลน่ และทำกจิ กรรมอยา่ งปลอดภัยดว้ ยตนเอง -เล่นและทำกจิ กรรมรว่ มกับผู้อ่นื ด้วยความระมัดระวงั
อยา่ งปลอดภยั

มาตรฐานที่ ๒ กลา้ มเน้อื ใหญ่และกล้ามเนอ้ื เล็กแข็งแรงใชไ้ ด้อยา่ งคลอ่ งแคล่วและประสานสัมพนั ธก์ ัน

ตัวบ่งชท้ี ่ี ๒.๑ เคลือ่ นไหวรา่ งกายอยา่ งคล่องแคล่วประสานสัมพันธแ์ ละทรงตวั ได้
สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกาง -เดินต่อเท้าถอยหลงั เปน็ เส้นตรงได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่

แขน

-กระโดดขาเดียวอยูก่ บั ที่ไดโ้ ดยไมเ่ สยี การทรงตวั -กระโดดขาเดียว ไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่

เสยี การทรงตัว

-ว่ิงหลบหลีกสิง่ กดี ขวางได้ -ว่งิ หลบหลกี ส่งิ กีดขวางได้อย่างคลอ่ งแคล่ว

-โยนรบั ลูกบอลได้ดว้ ยมือทงั้ สองข้าง -โยนรับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นโดยใช้มือทั้ง ๒

ขา้ งได้

ตวั บง่ ชที้ ่ี ๒.๒ ใช้มือ-ตาประสานสมั พันธ์กัน
สภาพท่ีพงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ใชก้ รรไกรตดั กระดาษตามแนวเสน้ ตรงได้ -ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโคง้ ได้

-เขียนรปู สี่เหล่ยี มตามแบบไดอ้ ย่างมีมุมชัดเจน -เขียนรปู สามเหลี่ยมตามแบบไดอ้ ยา่ งมีมมุ ชัดเจน

-ร้อยวัสดทุ ม่ี รี ขู นาดเส้นผ่านศูนย์ กลาง ๐.๕ ซม.ได้ -รอ้ ยวัสดทุ ่ีมีรขู นาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม.ได้

โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย

๒.พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ
มาตรฐานท่ี ๓ มีสขุ ภาพจิตดีและมีความสขุ

ตวั บ่งชี้ที่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อยา่ งเหมาะสม

สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-แสดงอารมณ์ ความรสู้ ึกไดต้ ามสถานการณ์ -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคลอ้ งกับสถานการณ์

อยา่ งเหมาะสม

ตัวบง่ ชท้ี ่ี ๓.๒ มีความรสู้ ึกท่ีดตี ่อตนเองและผูอ้ น่ื

สภาพทพี่ ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-กล้าพดู กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสมบางสถานการณ์ -กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตาม

สถานการณ์

-แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของ -แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของ

ตนเอง ตนเองและผู้อนื่

มาตรฐานท่ี ๔ ชน่ื ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว

ตวั บง่ ช้ีท่ี ๔.๑ สนใจและมคี วามสขุ และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว
สภาพท่พี งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-สนใจและมคี วามสขุ และแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ -สนใจและมีความสุขและแสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผา่ นเสียงเพลง ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลง

ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว -สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว

ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

มาตรฐานที่ ๕ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมีจิตใจทีด่ งี าม

ตัวบ่งช้ีที่ ๕.๑ ซอ่ื สตั ย์ สุจริต

สภาพทพี่ งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

- ขออนุญาตหรือรอคอยเม่ือตอ้ งการสิง่ ของของผ้อู น่ื - ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่น

เมื่อมผี ชู้ ีแ้ นะ ด้วยตนเอง

ตวั บง่ ชท้ี ่ี ๕.๒ มคี วามเมตตา กรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบง่ ปัน
สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-แสดงความรักเพอ่ื นและมีเมตตาสตั วเ์ ล้ยี ง -แสดงความรักเพือ่ นและมเี มตตาสัตวเ์ ลยี้ ง

ตวั บ่งช้ีที่ ๕.๒ มีความเมตตา กรณุ า มนี ำ้ ใจและชว่ ยเหลอื แบ่งปัน
สภาพทีพ่ ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ช่วยเหลือและแบ่งปันผ้อู นื่ ไดเ้ มอ่ื มผี ้ชู ้ีแนะ -ชว่ ยเหลือและแบง่ ปนั ผู้อื่นได้ดว้ ยตนเอง

ตัวบ่งชีท้ ี่ ๕.๓ มีความเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ืน่
สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-แสดงสีหนา้ หรือท่าทางรับรคู้ วามรสู้ ึกผูอ้ ื่น -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่าง
สอดคล้องกบสถานการณ์

ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๕.๔ มีความรบั ผดิ ชอบ

สภาพทพี่ ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ช้ีแนะ -ทำงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายจนสำเรจ็ ด้วยตนเอง

โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

๓.พัฒนาการด้านสังคม
มาตรฐานที่ ๖ มที ักษะชวี ติ และปฏิบตั ิตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวบง่ ช้ที ่ี ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกจิ วตั รประจำวนั
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

- แตง่ ตัวด้วยตนเอง - แตง่ ตวั ด้วยตนเองได้อย่างคลอ่ งแคล่ว

ตัวบ่งชีท้ ่ี ๖.๑ มีวนิ ัยในตนเอง สภาพทีพ่ ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-รบั ประทานอาหารดว้ ยตนเอง
- รบั ประทานอาหารด้วยตนเองอยา่ งถูกวธิ ี
- ใช้หอ้ งน้ำหอ้ งสว้ มดว้ ยตนเอง - ใช้และทำความสะอาดหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วย
ตนเอง

ตัวบ่งชีท้ ี่ ๖.๒ มีวนิ ยั ในตนอง สภาพทพี่ งึ ประสงค์
อายุ ๕-๖ ปี
อายุ ๔-๕ ปี
-เกบ็ ของเล่นของใช้เข้าทดี่ ว้ ยตนเอง -เก็บของเลน่ ของใชเ้ ข้าทอ่ี ย่างเรียบร้อยด้วยตนเอง
-เข้าแถวตามลำดับก่อนหลงั ได้ด้วยตนเอง -เข้าแถวตามลำดับกอ่ นหลงั ไดด้ ว้ ยตนเอง

ตัวบง่ ชท้ี ่ี ๖.๓ ประหยดั และพอเพียง

สภาพทพี่ งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงด้วย
ชี้แนะ ตนเอง

โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

มาตรฐานท่ี ๗ รักธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเป็นไทย

ตวั บ่งช้ีท่ี ๗.๑ ดแู ลรกั ษาธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
สภาพทพี่ งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม -มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและ

เม่อื มีผชู้ ้แี นะ สง่ิ แวดลอ้ มดว้ ยตนเอง

-ทง้ิ ขยะได้ถูกท่ี -ทง้ิ ขยะไดถ้ ูกท่ี

ตวั บง่ ชี้ที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรกั ความเปน็ ไทย
สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง -ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้ ตามกาลเทศะ

-กลา่ วคำขอบคณุ และขอโทษดว้ ยตนเอง -กลา่ วคำขอบคณุ และขอโทษด้วยตนเอง

-หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระ -ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพลง

บารมี สรรเสริญพระบารมี

มาตรฐานท่ี ๘ อยู่ร่วมกับผ้อู ื่นไดอ้ ยา่ งมีความสขุ และปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชิกท่ีดีของสังคมใน
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ

ตัวบง่ ชท้ี ่ี ๘.๑ ยอมรบั ความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
สภาพท่ีพึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเด็กที่แตกต่างไปจาก -เล่นและทำกิจกรรมรว่ มกับเดก็ ท่แี ตกต่างไปจากตน
ตน

โรงเรียนบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั

ตัวบง่ ช้ีท่ี ๘.๒ มปี ฏสิ มั พนั ธ์ทีด่ ีกับผู้อืน่
สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-เลน่ หรอื ทำงานร่วมกับเพ่อื นเป็นกลมุ่ -เล่นหรอื ทำงานรว่ มกับเพอ่ื นอย่างมีเปา้ หมาย

-ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลท่ี -ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่

คนุ้ เคยได้ด้วยตนเอง คุ้นเคยไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์

ตวั บง่ ชีท้ ่ี ๘.๓ ปฏบิ ตั ิตนเบื้องตน้ ในการเป็นสมาชิกท่ดี ีของสงั คม
สภาพทีพ่ ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-มีสว่ นร่วมสร้างข้อตกลงและปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงเม่ือมี -มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลง

ผูช้ ้แี นะ ดว้ ยตนเอง

-ปฏิบัติตนเปน็ ผ้นู ำและผตู้ ามทด่ี ีไดด้ ว้ ยตนเอง -ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้เหมาะสมกับ

สถานการณ์

-ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความ -ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้

รุนแรงเมื่อมผี ูช้ ้ีแนะ ความรุนแรงด้วยตนเอง

๔. ดา้ นสตปิ ัญญา
มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาส่ือสารไดเ้ หมาะสมกับวัย

ตวั บ่งชที้ ี่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผูอ้ ืน่ เข้าใจ
สภาพท่พี ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ฟงั ผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกบั -ฟงั ผู้อ่นื พูดจนจบและสนทนาโตต้ อบอยา่ งตอ่ เนื่อง

เรือ่ งท่ีฟัง เชือ่ มโยงกบั เร่ืองที่ฟัง

-เล่าเรือ่ งเป็นประโยคอย่างต่อเน่ือง -เลา่ เปน็ เรื่องราวตอ่ เน่ืองได้

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั

ตัวบ่งช้ที ่ี ๙.๒ อา่ น เขยี นภาพ และสัญลักษณไ์ ด้
สภาพทพ่ี ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-อา่ นภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทง้ั ช้ี หรือกวาดตามอง -อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการชี้ หรือกวาดตา

ข้อความตามบรรทดั มองจุดเริ่มต้นและจดุ จบของข้อความ

-เขยี นคล้ายตัวอักษร -เขยี นชอื่ ของตนเอง ตามแบบ

เขยี นข้อความดว้ ยวธิ ีที่คิดข้นึ เอง

มาตรฐานที่ ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดท่เี ปน็ พื้นฐานในการเรยี นรู้

ตัวบ่งช้ที ่ี ๑๐.๑ มีความสามารถในการคดิ รวบยอด
สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-บอกลกั ษณะและสว่ นประกอบของสงิ่ ของตา่ งๆจาก -บอกลกั ษณะ สว่ นประกอบ การเปลยี่ นแปลง หรอื
การสังเกตโดยใชป้ ระสาทสัมผัส ความสมั พนั ธ์ของสงิ่ ของตา่ งๆจากการสังเกตโดยใช้
ประสาทสัมผสั
-จับคู่และเปรยี บเทียบความแตกต่างหรือความเหมือน -จบั คแู่ ละเปรียบเทียบความแตกตา่ งหรือความ
ของสงิ่ ตา่ งๆโดยใช้ลักษณะทส่ี ังเกตพบเพียงลักษณะ เหมอื นของส่ิงตา่ งๆโดยใชล้ กั ษณะท่สี ังเกตพบสอง
เดียว ลักษณะขน้ึ ไป
-จำแนกและจัดกลุม่ สิง่ ต่างๆโดยใชอ้ ยา่ งน้อยหน่ึง -จำแนกและจดั กลมุ่ สิง่ ต่างๆโดยใช้ตัง้ แต่สองลักษณะ
ลกั ษณะเป็นเกณฑ์ ข้ึนไปเป็นเกณฑ์
-เรยี งลำดบั ส่งิ ของหรือเหตกุ ารณอ์ ยา่ งน้อย ๔ ลำดับ -เรยี งลำดับส่งิ ของหรือเหตุการณ์อยา่ งน้อย ๕ ลำดับ

โรงเรียนบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั

ตัวบ่งชที้ ี่ ๑๐.๒ มคี วามสามารถในการคิดเชงิ เหตผุ ล
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ระบุสาเหตหุ รือผลทีเ่ กิดข้ึนในเหตกุ ารณห์ รือ การ -อธบิ ายเชือ่ มโยงสาเหตแุ ละผลท่เี กิดขนึ้ ในเหตุการณ์
กระทำเมือ่ มผี ู้ชีแ้ นะ หรือการกระทำดว้ ยตนเอง
-คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งท่ีอาจจะเกดิ ข้นึ หรือมีส่วน -คาดคะเนส่งิ ทีอ่ าจจะเกดิ ขน้ึ และมสี ว่ นร่วมในการ
รว่ มในการลงความเห็นจากข้อมลู ลงความเหน็ จากขอ้ มูลอย่างมีเหตผุ ล

ตวั บ่งชท้ี ่ี ๑๐.๓ มคี วามสามารถในการคิดแกป้ ญั หาและตัดสนิ ใจ
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-ตัดสนิ ใจในเร่อื งงา่ ยๆและเริม่ เรยี นรู้ผลทเ่ี กดิ ขึ้น -ตดั สินใจในเร่อื งง่ายๆและยอมรับผลทเ่ี กิดข้ึน

-ระบุปัญหา และแก้ปญั หาโดยลองผิดลองถกู -ระบปุ ัญหาสร้างทางเลือกและเลือกวิธีแก้ปญั หา

มาตรฐานที่ ๑๑ มจี นิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ตัวบ่งชท้ี ี่ ๑๑.๑ เลน่ /ทำงานศลิ ปะตามจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-สรา้ งผลงานศลิ ปะเพื่อสือ่ สารความคิด ความรสู้ ึกของ -สรา้ งผลงานศลิ ปะเพ่ือส่อื สารความคดิ ความร้สู ึก

ตนเองโดยมีการดัดแปลงและแปลกใหม่จากเดิมหรือมี ของตนเองโดยมีการดดั แปลงและแปลกใหมจ่ ากเดมิ

รายละเอยี ดเพม่ิ ข้นึ และมีรายละเอียดเพมิ่ ขึ้น

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๑๑.๒ แสดงทา่ ทาง/เคลือ่ นไหวตามจนิ ตนาการอย่างสร้างสรรค์
สภาพท่ีพึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของ -เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก
ตนเอง ของตนเองอยา่ งหลากหลายและแปลกใหม่
อย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่

มาตรฐานท๑่ี ๒ มเี จตคติทีด่ ตี ่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความร้ไู ดเ้ หมาะสมกับวยั

ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๑๒.๑ มเี จตคติทดี่ ีตอ่ การเรยี นรู้
สภาพทีพ่ ึงประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-สนใจซกั ถามเกยี่ วกบั สัญลักษณห์ รือตวั หนงั สอื ที่พบเหน็ -หยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อความคิดด้วย

ตนเองเปน็ ประจำอยา่ งต่อเน่อื ง

-กระตอื รอื รน้ ในการเขา้ ร่วมกิจกรรม -กระตอื รอื ร้นในการรว่ มกจิ กรรมต้งั แตต่ ้นจนจบ

ตวั บ่งช้ที ่ี ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้
สภาพที่พงึ ประสงค์

อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี

-คน้ หาคำตอบของขอ้ สงสยั ตา่ งๆ ตามวธิ ีการของตนเอง -ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการที่
หลากหลายดว้ ยตนเอง
-ใช้ประโยคคำถามว่า “ท่ีไหน” “ทำไม” ในการคน้ หา
คำตอบ -ใช้ประโยคคำถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ในการ
คน้ หาคำตอบ

โรงเรยี นบ้านหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

๗. สาระการเรยี นรู้รายปี

สาระการเรียนรใู้ ช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ให้กบั เด็กเพ่ือสง่ เสริมพัฒนาการทุกด้าน
ใหเ้ ป็นไปตามจดุ หมายของหลักสตู รที่กำหนด ประกอบดว้ ย ประสบการณส์ ำคญั และสาระที่ควรเรียนรู้ ดงั น้ี

๑. ประสบการณส์ ำคัญ
ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ให้เด็กปฐมวัย

เรยี นรู้ ลงมอื ปฏบิ ัติ และไดร้ บั การส่งเสริมพฒั นาการครอบคลมุ ทุกดา้ น ดังน้ี
๑.๑ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส

พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเน้ือและระบบประสาท ในการทำ
กิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆและสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย และการรักษาความ
ปลอดภัย ดังน้ี

๑.๑.๑ การใช้กลา้ มเน้ือใหญ่
๑.๑.๑.๑ การเคลื่อนไหวอย่กู ับที่
๑.๑.๑.๒ การเคล่อื นไหวเคลื่อนที่
๑.๑.๑.๓ การเคล่อื นไหวพร้อมวสั ดอุ ุปกรณ์
๑.๑.๑.๔ การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพนั ธ์ของการใช้กลา้ มเน้ือมัดใหญ่ในการขว้าง การจบั

การโยน การเตะ
๑.๑.๑.๕ การเล่นเคร่ืองเล่นสนามอยา่ งอิสระ

๑.๑.๒ การใช้กลา้ มเน้ือเลก็
๑.๑.๒.๑ การเลน่ เครอ่ื งเลน่ สัมผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก
๑.๑.๒.๒ การเขียนภาพและการเลน่ กบั สี
๑.๑.๒.๓ การปนั้
๑.๑.๒.๔ การประดิษฐ์สง่ิ ต่างๆดว้ ย เศษวัสดุ
๑.๑.๒.๕ การหยบิ จับ การใชก้ รรไกร การฉีก การตดั การปะ และการรอ้ ยวัสดุ

๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพอนามยั ส่วนตัว
๑.๑.๓.๑ การปฏิบัตติ นตามสุขอนามัย สขุ นสิ ยั ที่ดีในกจิ วตั รประจำวัน

๑.๑.๔ การรกั ษาความปลอดภัย
๑.๑.๔.๑ การปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภัยในกจิ วัตรประจำวนั
๑.๑.๔.๒ การฟังนทิ าน เร่ืองราว เหตุการณ์ เกย่ี วกับการปอ้ งกนั และรักษาความปลอดภัย
๑.๑.๔.๓ การเลน่ เคร่ืองเลน่ อย่างปลอดภยั
๑.๑.๔.๔ การเล่นบทบาทสมมตเิ หตุการณต์ ่างๆ

๑.๑.๕ การตระหนักร้เู กี่ยวกับรา่ งกายตนเอง
๑.๑.๕.๑ การเคลอ่ื นไหวเพอื่ ควบคุมตนเองไปในทศิ ทาง ระดับ และพ้ืนที่
๑.๑.๕.๒ การเคล่อื นไหวข้ามส่งิ กีดขวาง

๑.๒ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออก
ทางอารมณ์และความร้สู ึกของตนเองท่ีเหมาะสมกบั วยั ตระหนักถึงลกั ษณะพเิ ศษเฉพาะที่เป็นอตั ลักษณ์ ความเป็นตัว

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั

ของตัวเอง มคี วามสขุ รา่ เริงแจม่ ใส การเหน็ อกเห็นใจผอู้ น่ื ได้พฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม สุนทรยี ภาพ ความรู้สึกท่ีดีต่อ
ตนเอง และความเชอ่ื มนั่ ในตนเองขณะปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ ดงั น้ี

๑.๒.๑ สนุ ทรียภาพ ดนตรี
๑.๒.๑.๑ การฟังเพลง การรอ้ งเพลง และการแสดงปฏิกริ ิยาโต้ตอบเสยี งดนตรี
๑.๒.๑.๒ การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี
๑.๒.๑.๓ การเล่นบทบาทสมมติ
๑.๒.๑.๔ การทำกจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ
๑.๒.๑.๕ การสร้างสรรคส์ ่งิ สวยงาม

๑.๒.๒ การเลน่
๑.๒.๒.๑ การเลน่ อิสระ
๑.๒.๒.๒ การเลน่ รายบุคคล กลุ่มยอ่ ย กล่มุ ใหญ่
๑.๒.๒.๓ การเล่นตามมุมประสบการณ์
๑.๒.๒.๔ การเล่นนอกหอ้ งเรยี น

๑.๒.๓ คุณธรรม จริยธรรม
๑.๒.๓.๑ การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ศาสนาทีน่ บั ถอื
๑.๒.๓.๒ การฟงั นทิ านเก่ยี วกบั คณุ ธรรม จริยธรรม
๑.๒.๓.๓ การร่วมสนทนาแลกเปลีย่ นความคิดเห็นเชิงจรยิ ธรรม

๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์
๑.๒.๔.๑ การสะท้อนความรูส้ ึกของตนเองและผูอ้ นื่
๑.๒.๔.๒ การเล่นบทบาทสมมติ
๑.๒.๔.๓ การเคลือ่ นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี
๑.๒.๔.๔การร้องเพลง
๑.๒.๔.๕ การทำงานศิลปะ

๑.๒.๕ การมีอตั ลกั ษณ์เฉพาะตนและเชอื่ วา่ ตนเองมีความสามารถ
๑.๒.๕.๑ การปฏิบตั กิ จิ กรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง

๑.๒.๖ การเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู ืน่
๑.๒.๖.๑ การแสดงความยินดีเม่อื ผอู้ น่ื มคี วามสุขเห็นอกเห็นใจเมือ่ ผ้อู ื่นเศร้าหรือเสียใจและ
การชว่ ยเหลือปลอบโยนเม่อื ผูอ้ ่ืนไดร้ ับบาดเจ็บ

๑.๓ ประสบการณ์สำคัญทส่ี ่งเสริมพัฒนาการด้านสงั คม เปน็ การสนบั สนุนใหเ้ ด็กได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับ
บคุ ลและส่ิงแวดล้อมต่างๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมตา่ งๆ ผา่ นการเรียนรทู้ างสังคม เชน่ การเลน่ การทำงานกับ
ผู้อนื่ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวนั การแกป้ ัญหาขอ้ ขัดแย้งต่างๆ

๑.๓.๑ การปฏิบัติกจิ วัตรประจำวนั
๑.๓.๑.๑ การช่วยเหลือตนเองในกจิ วตั รประจำวนั
๑.๓.๑.๒การปฏิบตั ิตนตามแนวทางหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๑.๓.๒ การดูแลรกั ษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๑.๓.๒.๑ การมีส่วนรว่ มรบั ผดิ ชอบดูแลรักษาส่งิ แวดล้อมทัง้ ภายในและภายนอกห้องเรยี น
๑.๓.๒.๒ การทำงานศลิ ปะทีใ่ ชว้ สั ดหุ รอื สงิ่ ของทใ่ี ชแ้ ลว้ มาใชซ้ ำ้ หรือแปรรูปแลว้ นำกลบั มา
ใช้ใหม่

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

๑.๓.๒.๓ การเพาะปลกู และดูแลต้นไม้
๑.๓.๒.๔ การเลย้ี งสตั ว์
๑.๓.๒.๕ การสนทนาขา่ วและเหตุการณ์ทเี่ ก่ียวกบั ธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มในชีวิตประจำวัน
๑.๓.๓ การปฏิบตั ิตามวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ท่ีอาศยั และความเปน็ ไทย
๑.๓.๓.๑ การเลน่ บทบาทสมมุตกิ ารปฏบิ ตั ติ นในความเป็นคนไทย
๑.๓.๓.๒ การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นท่อี าศัยและประเพณีไทย
๑.๓.๓.๓ การประกอบอาหารไทย
๑.๓.๓.๔ การศกึ ษานอกสถานท่ี
๑.๓.๓.๕ การละเล่นพื้นบ้านของไทย
๑.๓.๔ การมปี ฏิสมั พนั ธ์ มีวนิ ยั มีสวนรว่ ม และบทบาทสมาชิกของสังคม
๑.๓.๔.๑ การร่วมกำหนดขอ้ ตกลงของห้องเรียน
๑.๓.๔.๒ การปฏิบตั ิตนเป็นสมาชทิ ีด่ ีของห้องเรยี น
๑.๓.๔.๓ การให้ความรว่ มมือในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ
๑.๓.๔.๔ การดแู ลห้องเรยี นร่วมกนั
๑.๓.๔.๕ การรว่ มกิจกรรมวันสำคญั
๑.๓.๕ การเล่นแบบรว่ มมือรว่ มใจ
๑.๓.๕.๑ การร่วมสนทนาและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็
๑.๓.๕.๒ การเล่นและทำงานร่วมกับผูอ้ ่ืน
๑.๓.๕.๓ การทำศิลปะแบบร่วมมือ
๑.๓.๖ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง
๑.๓.๖.๑ การมีสว่ นร่วมในการเลือกวธิ ีการแก้ปญั หา
๑.๓.๖.๒ การมีส่วนร่วมในการแก้ปญั หาความขัดแย้ง
๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
๑.๓.๗.๑ การเลน่ หรือ ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพ่อื น
๑.๓.๘ ความร้คู วามเข้าใจเก่ยี วกับการป้องกนั การทจุ รติ
๑.๓.๘.๑ มกี ารคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวม
๑.๓.๘.๒ มคี วามอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
๑.๓.๘.๓ เกดิ STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจริต
๑.๓.๘.๔ เปน็ พลเมืองและความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๑.๔ ประสบการณ์สำคญั ทีส่ ่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เปน็ การสนบั สนนุ ใหเ้ ดก็ ไดร้ ับรู้ เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว
ผ่านการมปี ฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและส่ือตา่ งๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เดก็
พัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคดิ สรา้ งสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบยอดเกี่ยวกับส่ิง
ตา่ งๆ รอบตวั และมีความคิดรวบยอดทางคณติ ศาสตร์ท่เี ป็นพืน้ ฐานของการเรียนรู้ในระดบั ท่สี งู ข้นึ ต่อไป
๑.๔.๑ การใช้ภาษา
๑.๔.๑.๑ การฟังเสียงตา่ งๆ ในสิ่งแวดลอ้ ม
๑.๔.๑.๒ การฟงั และปฏบิ ัตติ ามคำแนะนำ
๑.๔.๑.๓ การฟังเพลง นิทาน คำคลอ้ งจอง บทร้อยกรงหรอื เรื่องราวตา่ งๆ
๑.๔.๑.๔ การแสดงความคดิ ความรูส้ กึ และความตอ้ งการ
๑.๔.๑.๕ การพูดกับผอู้ ืน่ เก่ียวกบั ประสบการณ์ของตนเอง หรอื พดู เลา่ เรื่องราวเกีย่ วกบั ตนเอง

โรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

๑.๔.๑.๖ การพูดอธิบายเกี่ยวกบั สง่ิ ของ เหตุการณ์ และความสัมพนั ธ์ของสิ่งต่างๆ
๑.๔.๑.๗ การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระทำต่างๆ
๑.๔.๑.๘ การรอจังหวะทเ่ี หมาะสมในการพูด
๑.๔.๑.๙ การพดู เรยี งลำดับเพ่อื ใชใ้ นการสอ่ื สาร
๑.๔.๑.๑๐ การอา่ นหนังสือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ
๑.๔.๑.๑๑ การอา่ นอสิ ระตามลำพัง การอา่ นรว่ มกนั การอ่านโดยมผี ู้ชแี้ นะ
๑.๔.๑.๑๒ การเหน็ แบบอย่างของการอา่ นท่ีถูกต้อง
๑.๔.๑.๑๓ การสงั เกตทศิ ทางการอ่านตวั อักษร คำ และข้อความ
๑.๔.๑.๑๔ การอ่านและชีข้ อ้ ความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซา้ ยไปขวา จากบนลงล่าง
๑.๔.๑.๑๕ การสงั เกตตัวอกั ษรในช่อื ของตน หรือคำคุ้นเคย
๑.๔.๑.๑๖ การสงั เกตตัวอกั ษรท่ีประกอบเป็นคำผ่านการอา่ นหรอื เขียนของผู้ใหญ่
๑.๔.๑.๑๗ การคาดเดาคำ วลีหรอื ประโยค ท่มี ีโครงสรา้ งซ้ำๆกนั จากนทิ าน เพลง คำคล้องจอง
๑.๔.๑.๑๘ การเล่นเกมทางภาษา
๑.๔.๑.๑๙ การเห็นแบบอยา่ งของการเขียนทถี่ กู ต้อง
๑.๔.๑.๒๐ การเขยี นรว่ มกันตามโอกาส และการเขยี นอสิ ระ
๑.๔.๑.๒๑ การเขยี นคำท่ีมีความหมายกบั ตัวเด็ก/คำคนุ้ เคย
๑.๔.๑.๒๒ การคดิ สะกดคำและเขียนเพือ่ ส่อื ความหมายดว้ ยตนเองอยา่ งอสิ ระ
๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชงิ เหตุผล การตดั สนิ ใจและแก้ปัญหา
๑.๔.๒.๑ การสงั เกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลยี่ นแปลง และความสัมพันธข์ องสิ่งตา่ งๆ
โดยใชป้ ระสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม
๑.๔.๒.๒ การสงั เกตส่งิ ตา่ งๆ และสถานท่จี ากมุมมองท่ตี ่างกัน
๑.๔.๒.๓ การบอกและแสดงตำแหนง่ ทศิ ทาง และระยะทางของสง่ิ ตา่ งๆด้วยการกระทำ
ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ
๑.๔.๒.๔ การเลน่ กับสอื่ ตา่ งๆท่เี ปน็ ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกระบอก กรวย
๑.๔.๒.๕ การคัดแยก การจดั กลุ่ม และการจำแนกส่งิ ต่างๆตามลกั ษณะและรูปรา่ ง รปู ทรง
๑.๔.๒.๖ การต่อของชนิ้ เล็กเติมในชนิ้ ใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยกชนิ้ สว่ น
๑.๔.๒.๗ การทำซ้ำ การตอ่ เตมิ และการสรา้ งแบบรูป
๑.๔.๒.๘ การนับและแสดงจำนวนของสง่ิ ต่างๆในชวี ิตประจำวัน
๑.๔.๒.๙ การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดับจำนวนของส่งิ ตา่ งๆ
๑.๔.๒.๑๐ การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ
๑.๔.๒.๑๑ การบอกและแสดงอนั ดบั ที่ของสิง่ ตา่ งๆ
๑.๔.๒.๑๒ การชง่ั ตวง วัดสง่ิ ตา่ งๆโดยใช้เครอ่ื งมือและหน่วยทไี่ ม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน
๑.๔.๒.๑๓ การจบั คู่ การเปรยี บเทยี บ และการเรียงลำดบั สิง่ ต่างๆ ตามลกั ษณะความยาว/ความสูง
นำ้ หนัก ปริมาตร
๑.๔.๒.๑๔ การบอกและเรยี งลำดับกจิ กรรมหรือเหตกู ารณ์ตามชว่ งเวลา
๑.๔.๒.๑๕ การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตร์กับเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจำวัน

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

๑.๔.๒.๑๖ การอธิบายเช่อื มโยงสาเหตุและผลทเ่ี กดิ ขึน้ ในเหตกุ ารณห์ รอื การกระทำ
๑.๔.๒.๑๗ การคาดเดาหรอื การคาดคะเนสิ่งท่อี าจเกิดขึน้ อยา่ งมีเหตุผล
๑.๔.๒.๑๘ การมสี ว่ นร่วมในการลงความเหน็ จากขอ้ มลู อยา่ งมีเหตผุ ล
๑.๔.๒.๑๙ การตดั สินใจและมสี ว่ นร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา
๑.๔.๓ จนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
๑.๔.๓.๑ การรบั รู้ และแสดงความคดิ ความรสู้ กึ ผา่ นสื่อ วสั ดุ ของเลน่ และช้นิ งาน
๑.๔.๓.๒ การแสดงความคิดสร้างสรรคผ์ ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศลิ ปะ
๑.๔.๓.๓ การสร้างสรรค์ชิน้ งานโดยใชร้ ปู ร่างรปู ทรงจากวัสดุที่หลากหลาย
๑.๔.๔ เจตคติท่ีดีต่อการเรยี นรู้และการแสวงหาความรู้
๑.๔.๔.๑ การสำรวจสง่ิ ต่างๆ และแหลง่ เรียนรูร้ อบตัว
๑.๔.๔.๒ การตัง้ คำถามในเรื่องท่ีสนใจ
๑.๔.๔.๓ การสืบเสาะหาความรเู้ พอื่ คน้ หาคำตอบของข้อสงสยั ตา่ งๆ
๑.๔.๔.๔ การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหาความรู้ใน
รปู แบบต่างๆและแผนภมู ิอย่างงา่ ย

๔. สาระทค่ี วรเรียนรู้
สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเดก็ ที่นำมาเป็นสือ่ กลางในการจัดกิจกรรมใหเ้ ด็กเกิดแนวคิดหลังจาก

นำสาระการเรียนรู้นั้น ๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจัดหมายที่กำหนดไว้ทั้งนี้ ไม่เน้นการท่องจำเนื้อหา
ครูสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้
ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้โดยคำนึงถึงประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก
ดังนี้

๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา รู้จักอวัยวะต่างๆ วิธีระวังรักษา
รา่ งกายใหส้ ะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารทเ่ี ปน็ ประโยชน์ การระมัดระวังความปลอดภัยของ
ตนเองจากผู้อื่นและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักความเป็นมาของตนเองและ
ครอบครวั การปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ท่ดี ขี องครอบครวั และโรงเรียน การเคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อนื่ การรจู้ กั แสดง
ความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองตาม
ลำพงั หรือกบั ผอู้ ื่น การตระหนกั รู้เก่ยี วกับตนเอง ความภาคภูมใิ จในตนเอง การสะทอ้ นการรับรู้อารมณ์และความรู้สึก
ของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม

๒.๒ เร่ืองราวเกย่ี วกับบุคคลและสถานท่ีแวดล้อมเด็ก เดก็ ควรเรยี นรเู้ ก่ยี วกบั ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน
และบคุ คลต่างๆ ทีเ่ ด็กตอ้ งเกีย่ วขอ้ งหรือใกลช้ ิดและมีปฏสิ ัมพันธใ์ นชวี ติ ประจำวัน สถานท่ีสำคญั วันสำคัญ อาชีพของ
คนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนาธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทยและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่น
และความเป็นไทย หรือแหล่งเรยี นร้จู ากภมู ิปัญญาท้องถิ่นอนื่ ๆ

๒.๓ ธรรมชาติรอบตวั เด็กควรเรียนร้เู กย่ี วกับชื่อ ลักษณะ สว่ นประกอบ การเปลย่ี นแปลงและความสัมพันธ์
ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง และพลังงานใน
ชวี ติ ประจำวนั ท่ีแวดล้อมเดก็ รวมท้ังการอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดล้อมและการรกั ษาสาธารณสมบัติ

โรงเรียนบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั

๒.๔ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้
พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก
จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆรอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และ
การเลอื กใช้ส่ิงของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยแี ละการสอื่ สารต่างๆ ที่ใชอ้ ยูใ่ นชวี ติ ประจำวันอย่าง
ประหยดั ปลอดภัยและรักษาสง่ิ แวดลอ้ ม

ตารางวิเคราะหส์ าระการเรียนรู้รายปี ช่วงอายุ ๔ – ๕ ปี

๑.พัฒนาการด้านร่างกาย
มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจรญิ เติบโตตามวัยเดก็ มสี ุขนสิ ัยท่ีดี

สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๒
ตวั บ่งชี้ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)
๑.๑ มนี ้ำหนกั -น้ำหนักและสว่ นสงู ๑.การปฏิบัตติ นตามสุขอนามัย ๑. การปฏิบัติกิจวัตร
และส่วนสูงตาม ตามเกณฑ์ของกรม สขุ นสิ ัยท่ดี ีในกิจวตั รประจำวนั ประจำวัน
เกณฑ์ อนามยั - การเปล่ยี นแปลงของ
๑.การปฏิบัตติ นตามสขุ อนามัย รา่ งกาย
๑.๒ มสี ุขภาพ -รับประทานอาหารท่ีมี สขุ นิสยั ท่ดี ใี นกิจวัตรประจำวนั
อนามยั สขุ นิสยั ท่ี ประโยชน์และดืม่ นำ้ ๒. การประกอบอาหารไทย ส่ิงตา่ งๆรอบตัว
ดี สะอาดด้วยตนเอง ๑. การปฏิบัตกิ จิ วัตร
๑.การปฏบิ ัตติ นตามสขุ อนามัย ประจำวนั
-ลา้ งมือก่อน สุขนสิ ัยที่ดใี นกิจวัตรประจำวนั - สุขนิสัยทด่ี ีในการ
รับประทานอาหารและ ๒. การชว่ ยเหลอื ตนเองในการ รบั ประทานอาหาร
หลังจากใชห้ ้องน้ำห้อง ปฏิบัติกิจกวัตรประจำวนั
ส้วมด้วยตนเอง ๓. การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยใน ๑. การปฏบิ ตั ิกจิ วัตร
กิจวัตรประจำวัน ประจำวนั
๔. การฟงั นทิ าน เร่ืองราว - การทำความสะอาด
เหตกุ ารณ์เก่ยี วกับการป้องกัน ร่างกาย
และรกั ษาความปลอดภยั

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
ชั้นอนุบาลปีที่ ๒
ตัวบ่งช้ี ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)
๑.๓ รักษาความ -ลา้ งหน้าและแปรง ๑.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย ๑. การปฏบิ ตั ิกิจวตั ร
ปลอดภยั ของ ฟันถกู วธิ หี ลัง
ตนเองและผ้อู ื่น รบั ประทานอาหาร สุขนิสยั ทดี่ ใี นกจิ วัตรประจำวนั ประจำวัน

-นอนพกั ผ่อนเปน็ ๒. การช่วยเหลือตนเองในการ - การทำความสะอาด
เวลา
-ออกกำลังกายเป็น ปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจำวัน รา่ งกาย
เวลา
๓. การปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัยใน
-เลน่ และทำกจิ กรรม
อย่างปลอดภัยดว้ ย กิจวัตรประจำวนั
ตนเอง
๔. การฟงั นทิ าน เรื่องราว

เหตุการณเ์ กยี่ วกับการป้องกนั

และรักษาความปลอดภยั

- การปฏบิ ตั ิตนตามสุขอนามัย - การพักผ่อน

สขุ นสิ ยั ทีด่ ใี นกิจวตั รประจำวัน

๑. การเล่นอสิ ระ - การออกกำลงั กาย

๒. การเคลอ่ื นไหวข้ามสิ่งกีดขวาง - การเลน่ ในห้องเรยี นและ

๓. การเลน่ เคร่อื งเลน่ อย่าง นอกห้องเรยี น

ปลอดภยั

๔. การละเล่นพื้นบ้านไทย

๕. การเล่นนอกห้องเรยี น

๖. การเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามอยา่ ง

อสิ ระ

๑.การปฏบิ ตั ิตนให้ปลอดภัยใน - การเลน่ และทำงานดว้ ย

กจิ วตั รประจำวัน ตนเอง

๒. การฟังนิทาน เรื่องราว

เหตุการณ์เกย่ี วกบั การป้องกนั

และรักษาความปลอดภัย

โรงเรียนบ้านหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตัวบ่งชี้ ชนั้ อนบุ าลปีท่ี ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่คี วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๓. การเล่นบทบาทสมมุติ

เหตุการณต์ ่างๆ

๔. การพดู กบั ผอู้ ื่นเกยี่ วกบั

ประสบการณ์ของตนเอง

หรือพูดเร่ืองราวเกย่ี วกับ

ตนเอง

๕. การเลน่ เครอ่ื งเล่นอย่าง

ปลอดภัย

๖. การเลน่ และทำงาน

ร่วมกับผู้อน่ื

มาตรฐานท่ี ๒ กล้ามเน้อื ใหญแ่ ละกล้ามเนอ้ื เล็กแข็งแรงใชไ้ ด้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธก์ นั

สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบง่ ชี้ ช้นั อนุบาลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่ีควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

ตวั บง่ ชที้ ่ี ๒.๑ -เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็น ๑. การเคลื่อนไหวอยู่กับท่ี ๑. การเคลอื่ นไหว

เคล่อื นไหวรา่ งกายอยา่ ง เส้นตรงไดโ้ ดยไม่ต้องกาง ๒. การเคล่ือนไหว รา่ งกาย ในลกั ษณะต่าง

คล่องแคลว่ ประสาน แขน เคล่อื นท่ี ๆ

สัมพนั ธ์และทรงตัวได้ -กระโดดขาเดยี วอยู่กับที่ได้ ๓. การเคลื่อนไหวพร้อม ๒. การใชม้ ือทำสิ่งตา่ ง ๆ

โดยไม่เสียการทรงตัว อุปกรณ์
-ว่ิงหลบหลีกส่ิงกีดขวางได้ ๔. การเคลอื่ นไหวทีใ่ ช้การ
-โยนรับลูกบอลได้ด้วยมือ ประสานสัมพนั ธ์ของ
กลา้ มเน้ือใหญ่ในการขวา้ ง
ท้งั สองข้าง
การจับ การโยน การเตะ

๕. การเล่นเครอ่ื งเล่น

สนามอย่างอสิ ระ

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั

สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี

ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนุบาลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้
(๔ – ๕ ปี)

๖. การเคลอ่ื นไหวขา้ มสง่ิ

กีดขวาง

๗. การเคลื่อนไหวโดย

ควบคุมตนเองไปใน

ทิศทางระดบั และพน้ื ท่ี

ตัวบ่งชี้ท่ี ๒.๒ ใช้มอื -ตา -ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตาม ๑. การเลน่ เครือ่ งเลน่ - การใชม้ ือทำสิ่งตา่ ง ๆ

ประสานสมั พนั ธ์กัน แนวเสน้ ตรงได้ สมั ผัส และการสรา้ งส่ิง

-เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบ ตา่ งๆจากแท่งไมบ้ ล็อก
๒.การเขียนภาพและการ
ไดอ้ ย่างมีมุมชัดเจน
-ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้น เล่นกับสี
ผ่านศูนย์ กลาง ๐.๕ ซม.ได้ ๓. การประดษิ ฐ์สงิ่ ตา่ งๆ
ด้วยเศษวสั ดุ

๔. การหยบิ จบั การใช้

กรรไกร การฉีก การตดั

การปะ การร้อยวสั ดุ

๒.พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ

มาตรฐานท่ี ๓ มีสขุ ภาพจิตดีและมีความสุข

สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระการเรียนร้รู ายปี

ตวั บ่งช้ี ช้นั อนุบาลปีท่ี ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้

(๔ – ๕ ปี)

๓.๑ แสดงออกทาง -แสดงอารมณ์ ความรสู้ กึ ๑. การพดู สะท้อน ๑. อารมณแ์ ละความรสู้ กึ
ความรสู้ ึกของตนเองและ - การแสดงออกทางอารมณ์ที่
อารมณอ์ ย่างเหมาะสม ได้ตามสถานการณ์ ผูอ้ ื่น เหมาะสมกบั สถานการณต์ า่ ง
๒. การเลน่ บทบาทสมมุติ - ความตอ้ งการทางรา่ งกาย
๓. การเคล่อื นไหวตาม และการตอบสนอง
เสียงเพลง ดนตรี - ความต้องการทางจติ ใจและ
๔. การรอ้ งเพลง การตอบสนอง

โรงเรียนบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตวั บ่งชี้ ชนั้ อนุบาลปที ่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรยี นรู้
(๔ – ๕ ปี)
๓.๒ มีความรูส้ ึกทดี่ ตี อ่ ๕. การทำงานศลิ ปะ - การพดู แสดงความคดิ เหน็
ตนเองและผูอ้ ืน่ -กลา้ พูดกลา้ แสดงออกอยา่ ง
เหมาะสมบางสถานการณ์ - การประสบความสำเรจ็ ใน
สงิ่ ตา่ งๆ ทท่ี ำ
-แสดงความพอใจในผลงาน
และความสามารถของตนเอง

มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบ่งช้ี ช้นั อนบุ าลปีท่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๔.๑ สนใจและมคี วามสุข -สนใจและมคี วามสุขและ ๑. การทำกิจกรรมศิลปะ - การทำกจิ กรรมศิลปะ

และแสดงออกผ่านงาน แสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ต่างๆ สร้างสรรค์

ศิลปะ ดนตรีและการ ๒. การสร้างสรรคส์ ิ่ง

เคล่ือนไหว สวยงาม

๓. การรบั รูแ้ ละแสดง

ความคดิ ความร้สู ึกผ่านสือ่

วัสดุ ของเลน่ และชน้ิ งาน

๔. การปฏิบตั กิ ิจกรรม

ตา่ งๆ ตามความสามารถ

ของตนเอง

-สนใจ มีความสขุ และ ๑. การฟังเพลง การรอ้ ง - การฟงั การรอ้ งเพลง

แสดงออกผา่ นเสียงเพลง เพลง และการแสดง

ดนตรี ปฏกิ ิรยิ าโต้ตอบ

เสยี งดนตรี

๒. การเลน่ เครือ่ งดนตรี

ประกอบจงั หวะ

๔. การปฏบิ ัติกิจกรรม

ตา่ งๆ ตามความสามารถ

ของตนเอง

โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย

สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชน้ั อนบุ าลปที ่ี ๒
ตัวบง่ ช้ี ประสบการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)
-สนใจ มคี วามสุขและแสดง ๑. การฟงั เพลง การร้อง - การแสดงทา่ ทาง
เพลง และการแสดง เคลอื่ นไหวประกอบเพลง
ทา่ ทาง/เคลอื่ นไหวประกอบ ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบ จังหวะและดนตรี
เสยี งดนตรี
เพลง จงั หวะและ ดนตรี ๒. การเคลื่อนไหวตาม
เสยี งเพลง ดนตรี
๔. การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ต่างๆ ตามความสามารถ
ของตนเอง
๕. การเลน่ เครือ่ งดนตรี
ประกอบจงั หวะ

มาตรฐานท่ี ๕ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมีจติ ใจทดี่ งี าม

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตวั บง่ ชี้ ชัน้ อนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่คี วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๕.๑ ซื่อสตั ย์ สจุ รติ - ขออนุญาตหรือรอคอยเม่ือ ๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ สมาชิกที่ สิง่ ตา่ งๆรอบตัวเดก็

ต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมี ดีของห้องเรยี น ๑. คุณธรรมจรยิ ธรรม

ผู้ช้ีแนะ ๒. การฟงั นิทานเกีย่ วกบั - ความซื่อสตั ย์ สจุ รติ

คุณธรรม จริยธรรม - ความเกรงใจ

๓. การร่วมสนทนาและ ๒. การเคารพสิทธิของ

แลกเปลย่ี นความคิดเห็น ตนเองและผอู้ น่ื

เชงิ จรยิ ธรรม

๔. เลน่ บทบาทสมมตุ ิ

๕. การเลน่ และทำงาน

รว่ มกบั ผู้อืน่

๖. การปฏิบัติตนตามหลัก

ศาสนาท่ีนับถือ

โรงเรียนบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบ่งช้ี ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๕.๒ มคี วามเมตตา กรุณา -แสดงความรักเพื่อนและมี ๑. การฟังนิทานเกย่ี วกบั ๑. คณุ ธรรมจรยิ ธรรม

มีน้ำใจและช่วยเหลือ เมตตาสตั ว์เลี้ยง คณุ ธรรม จริยธรรม - ความเมตตากรุณา

แบง่ ปนั ๒. เล่นบทบาทสมมตุ ิ

๓. การเล้ียงสัตว์

-ช่วยเหลอื และแบ่งปันผู้อืน่ ได้ ๑. การฟงั นทิ านเกยี่ วกับ ๑. คุณธรรมจริยธรรม

เม่ือมีผู้ชีแ้ นะ คุณธรรม จรยิ ธรรม - ความมีน้ำใจ ช่วยเหลือ

๒. เลน่ บทบาทสมมตุ ิ แบง่ ปัน

๓. ปฏิบัตติ นเปน็ สมาชกิ ท่ี - ความกตัญญู

ดขี องห้องเรยี น

๔. การเล่นรายบคุ คล กล่มุ

ยอ่ ย และกลุม่ ใหญ่

๕. การเล่นตามมมุ

ประสบการณ์/มมุ เล่น

ต่างๆ

๕.๓ มคี วามเห็นอกเห็นใจ -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ ๑. การเล่นและทำงาน ๑. คุณธรรมจรยิ ธรรม

ผอู้ ่ืน ความรู้สกึ ผูอ้ ื่น รว่ มกบั ผู้อื่น - ความเหน็ อกเหน็ ใจผูอ้ น่ื

๒. การเลน่ บทบาทสมมุติ

๓. การแสดงความยินดี

เมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นใจ

เมื่อผู้อื่นเศร้าหรือเสียใจ

แ ล ะ ก า ร ช ่ ว ย เ ห ลื อ

ปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับ

บาดเจบ็

๕.๔ มีความรับผดิ ชอบ -ทำงานที่ได้รับมอบหมายจน ๑. การทำกิจกรรมศิลปะ ๑. คุณธรรมจรยิ ธรรม

สำเร็จเมอื่ มีผ้ชู ้แี นะ ต่างๆ - ความรบั ผิดชอบ

๒. การดูแลห้องเรียน - ความอดทน ม่งุ มนั่

รว่ มกัน - ความเพยี ร

โรงเรียนบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตวั บง่ ช้ี ชน้ั อนบุ าลปที ่ี ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๓. การมีส่วนรว่ ม

รับผิดชอบ ดแู ลรกั ษา

สิ่งแวดลอ้ มท้ังภายในและ

ภายนอกหอ้ งเรียน

๔. การรว่ มกำหนด

ขอ้ ตกลงของหอ้ งเรียน

๓.พฒั นาการด้านสงั คม

มาตรฐานท่ี ๖ มีทักษะชีวติ และปฏบิ ัตติ นตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบ่งช้ี ช้นั อนบุ าลปีท่ี ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้
(๔ – ๕ ปี)

๖.๑ ช่วยเหลือตนเองใน - แตง่ ตัวด้วยตนเอง ๑. การชว่ ยเหลือตนเองใน ๑. การชว่ ยเหลือตนเอง

การปฏิบตั ิกจิ วัตร -รบั ประทานอาหารดว้ ย กจิ วัตรประจำวนั ๒. มารยาทในการ

ประจำวัน ตนเอง ๒. การใหค้ วามรว่ มมือใน รับประทานอาหาร
การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ

- ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วย ๓. การปฏิบัตกิ จิ กรรม
ตนเอง ตา่ งๆตามความสามารถ
ของตนเอง

๖.๒ มีวินัยในตนอง -เก็บของเลน่ ของใช้เขา้ ท่ีด้วย ๑. การรว่ มกำหนด ๑. การเล่นและการเก็บ

ตนเอง ขอ้ ตกลงของห้องเรยี น ส่ิงของ

-เขา้ แถวตามลำดับก่อนหลัง ๒. การปฏบิ ัตติ นเปน็ ๑. การรอคอยตามลำดับ
ไดด้ ว้ ยตนเอง สมาชกิ ที่ดีของห้องเรยี น ก่อนหลงั
๓. การให้ความรว่ มมือใน ๒. การเขา้ แถว
การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่างๆ

๔. การดูแลหอ้ งเรียน

ร่วมกนั

โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตวั บ่งช้ี ชนั้ อนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระทคี่ วรเรยี นรู้
(๔ – ๕ ปี)
๖.๓ ประหยัดและ ๑. การปฏิบัติตนตาม ๑. การเลือกใชส้ ิ่งของ
พอเพียง -ใช้สิ่งของเคร่ืองใช้อยา่ ง แนวทางหลกั ปรชั ญาของ เครื่องใช้อยา่ งประหยดั
ประหยัดและพอเพียงเมอ่ื มีผู้ เศรษฐกิจพอเพยี ง
ชแี้ นะ ๒. การใชว้ สั ดแุ ละสงิ่
ของเครื่องใช้อย่างคุม้ ค่า

มาตรฐานท่ี ๗ รักธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย

สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรียนรูร้ ายปี

ตัวบ่งช้ี ชัน้ อนุบาลปีท่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติ -มีส่วนร่วมในการดแู ลรักษา ๑. การมสี ว่ นรว่ มในการ ๑. ส่ิงแวดล้อมในโรงเรียน

และสง่ิ แวดล้อม ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมเมอ่ื ดูแลรักษาสง่ิ แวดล้อมทั้ง และการดูแลรกั ษา

มีผชู้ ้ีแนะ ภายในและภายนอก ๒. สง่ิ แวดล้อมตาม

หอ้ งเรยี น ธรรมชาติและการอนุรักษ์

๒.การสนทนาข่าวและ ส่งิ แวดล้อม

เหตุการณท์ ี่เก่ยี วกับ ๓. การรักษาสาธารณสมบตั ิ

ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ในหอ้ งเรยี น

ในชวี ติ ประจำวัน

๓. การเพาะปลูกและดูแล

ต้นไม้

๔. การอธบิ ายเชื่อมโยง

สาเหตุและผลทเ่ี กิดขน้ึ ใน

เหตกุ ารณ์หรือการกระทำ

๕. การตัดสนิ ใจและมสี ว่ น

รว่ มในกระบวนการ

แก้ปญั หา

โรงเรยี นบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระการเรียนรูร้ ายปี
ชั้นอนบุ าลปีที่ ๒
ตวั บ่งช้ี ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรยี นรู้
(๔ – ๕ ปี)
๗.๒ มีมารยาทตาม -ทง้ิ ขยะได้ถูกที่ ๑. การคดั แยก การจัดกลุ่มและ ๑. ขยะและการคัดแยก
วัฒนธรรมไทยและรกั
ความเป็นไทย -ปฏบิ ตั ติ นตามมารยาท จำแนกส่ิงต่างๆตามลกั ษณะและ ขยะ
ไทยไดด้ ว้ ยตนเอง
รปู รา่ ง รปู ทรง ๒. การดแู ลรักษา

๒. การใช้วสั ดุและสง่ิ ของ สิง่ แวดลอ้ ม

เคร่ืองใช้อย่างคุ้มค่า

๓. การทำงานศิลปะท่ีนำวัสดุหรอื

สงิ่ ของเครื่องใช้ทใ่ี ช้แล้วมาใช้ซ้ำ

หรือแปรรูปแล้วนำกลับมาใชใ้ หม่

๔. การสร้างสรรคช์ ิ้นงานโดยใช้

รูปรา่ งรปู ทรงจากวัสดุท่ี

หลากหลาย

๕. การปฏบิ ตั ิตนเป็นสมาชกิ ทด่ี ี

ของห้องเรียน

๑. การปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรม ๑. การปฏิบัติตนตาม

ท้องถิ่นทีอ่ าศัยและประเพณีไทย มารยาทและวัฒนธรรม

๒. การเล่นบทบาทสมมุติการ ไทย

ปฏบิ ัตติ นในความเป็นคนไทย - การแสดงความเคารพ

-กล่าวคำขอบคุณและขอ ๑. การปฏิบัติตนตามวฒั นธรรม ๑. การปฏบิ ตั ิตนตาม

โทษด้วยตนเอง ท้องถิ่นที่อาศยั และประเพณีไทย มารยาทและวัฒนธรรม

๒. การเลน่ บทบาทสมมุติการ ไทย

ปฏบิ ัติตนในความเป็นไทย - การพูดสภุ าพ

๓. การพูดสะท้อนความรู้สึกของ - การกล่าวคำขอบคุณ

ตนเองและผอู้ ่ืน และขอโทษ

-หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติ ๑. การปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรม - การแสดงออกที่

ไทยและเพลงสรรเสริญ ท้องถน่ิ ทีอ่ าศัยและประเพณีไทย เหมาะสมกบั สถานการณ์

พระบารมี ๒. การเลน่ บทบาทสมมตุ ิการ

ปฏิบตั ิตนในความเป็นไทย

๓. การรว่ มกิจกรรมวันสำคญั

โรงเรียนบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดขี องสังคมในระบอบประชาธิปไตย

อนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ

สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นร้รู ายปี

ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนบุ าลปีที่ ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระท่ีควรเรียนรู้

(๔ – ๕ ปี)

๘.๑ ยอมรับความเหมือน -เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับ ๑.การเลน่ และทำงาน - การเล่นและการทำ

และความแตกตา่ งระหว่าง กลมุ่ เดก็ ท่ีแตกตา่ งไปจากตน ร่วมกบั ผู้อ่นื กจิ กรรมร่วมกับผู้อื่น

บคุ คล ๒. การเลน่ พน้ื บ้านของไทย - การเล่นและทำกจิ กรรม

๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับ -เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อน ๓. การศึกษานอกสถานที่ กล่มุ ใหญ่
๔. การเล่นและทำกิจกรรม
ผูอ้ ่ืน เป็นกล่มุ
ร่วมกับกลุ่มเพ่อื น - การปฏิบตั ติ ามวฒั นธรรม

-ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุย ๕. การทำศิลปะแบบ ทอ้ งถิ่นและความเป็นไทย
กับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคย ร่วมมือ
๖. การรว่ มสนทนาและ
ได้ดว้ ยตนเอง
แลกเปลยี่ นความคิดเหน็

๗. การเลน่ รายบคุ คล กลุ่ม

ย่อยและกลมุ่ ใหญ่

๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นใน -มีส่วนร่วมสรา้ งขอ้ ตกลงและ ๑. การร่วมกำหนด - การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บ

การเป็นสมาชิกที่ดีของ ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ ข้อตกลงของหอ้ งเรยี น และข้อตกลง

สังคม ช้ีแนะ ๒.การปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชกิ

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ ท่ีดขี องหอ้ งเรยี น - ผู้นำผู้ตาม
๓. การใหค้ วามรว่ มมือใน
ตามท่ดี ไี ดด้ ้วยตนเอง - การแสดงออกทางอารมณ์
การปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ งๆ และความร้สู กึ อยา่ ง
-ประนีประนอมแก้ไขปัญหา เหมาะสม
โดยปราศจากการใช้ความ ๔. การร่วมกิจกรรมวัน
สำคัญ
รุนแรงเมอื่ มีผชู้ แ้ี นะ
๕. การมีส่วนร่วมในการ

เลือกวิธีการแกป้ ัญหา

๖. การมีส่วนรว่ มในการ

แกป้ ัญหาความขัดแย้ง

โรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

๔. ดา้ นสติปญั ญา

มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาส่อื สารไดเ้ หมาะสมกับวัย

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตวั บ่งชี้ ชน้ั อนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้

(๔ – ๕ ปี)

๙.๑ สนทนาโต้ตอบและ -ฟังผูอ้ ื่นพดู จนจบและ ๑. การฟงั เสียงตา่ งๆใน มารยาทในการฟัง
เล่าเรือ่ งใหผ้ ูอ้ นื่ เข้าใจ สนทนาโต้ตอบสอดคลอ้ ง สง่ิ แวดลอ้ ม - การรับฟงั
๒. การฟงั และปฏบิ ตั ติ าม
กบั เร่อื งทฟ่ี งั คำแนะนำ
๓. การฟงั เพลง นิทาน คำคล้อง

จอง บทร้อยกรอง หรือเร่ืองราว
ตา่ งๆ
๔. การเล่นเกมทางภาษา

-เลา่ เร่ืองเปน็ ประโยคอย่าง ๑. การพูดแสดงความคดิ - การเล่าเร่ืองราวหรือ

ตอ่ เน่อื ง ความร้สู ึก และความต้องการ นทิ าน

๒. การพูดเกยี่ วกบั ประสบการณ์
ของตนเอง หรอื พูดเรื่องราว
เก่ยี วกบั ตนเอง

๓. การพดู อธิบายเกีย่ วกบั สง่ิ ของ
เหตกุ ารณ์ และความสัมพันธ์ของ
สงิ่ ต่างๆ

๔. การพูดอย่างสร้างสรรคใ์ นการ
เลน่ และการกระทำต่างๆ
๕. การรอจังหวะที่เหมาะสมใน

การพดู
๖. การพูดเรยี งลำดบั เพ่อื ใช้ใน
การสอื่ สาร

๗. การเลน่ เกมทางภาษา

โรงเรียนบ้านหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบง่ ชี้ ช้นั อนบุ าลปีที่ ๒ ประสบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรียนรู้

(๔ – ๕ ปี)

๙.๒ อา่ น เขยี นภาพ และ -อ่านภาพ สญั ลกั ษณ์ คำ ๑. การอ่านหนงั สือภาพ นิทาน - ก า ร อ ่ า น ภ า พ
หลากหลายประเภท/รปู แบบ สัญลักษณ์ นิทาน
สัญลกั ษณไ์ ด้ พรอ้ มท้งั ชี้ หรือกวาดตา ๒. การอ่านอยา่ งอิสระตามลำพัง
การอา่ นรว่ มกัน การอ่านโดยมีผู้
มองข้อความตามบรรทดั ชีแ้ นะ
๓. การเหน็ แบบอย่างของการ
อ่านท่ถี ูกต้อง
๔. การสังเกตทศิ ทางการอา่ น
ตัวอักษร คำ และข้อความ
๕. การอ่านและชี้ข้อความ โดย
กวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้าย
ไปขวา จากบนลงล่าง
๖. การสังเกตตัวอักษรในชื่อของ
ตน หรอื คำค้นุ เคย
๗. การสังเกตตัวอักษรท่ีประกอบ
เปน็ คำผา่ นการอ่านหรือเขียนของ
ผใู้ หญ่
๘. การคาดเดาคำ วลี หรือ
ประโยคที่มีโครงสร้างซ้ำๆกันจาก
นทิ าน เพลง คำคลอ้ งจอง
๙. การเลน่ เกมทางภาษา
๑๐. การเห็นแบบอย่างของการ
เขยี นท่ีถกู ตอ้ ง

โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบ่งช้ี ชั้นอนบุ าลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

-เขยี นคลา้ ยตัวอักษร ๑. การเขียนร่วมกันตามโอกาส - การใชม้ อื ทำสิ่งตา่ ง ๆ

และการเขียนอสิ ระ - การเขียนภาพ

๒. การเขียนคำท่มี ีความหมายกับ สัญลักษณ์ ตัวอกั ษร

ตัวเด็ก/คำคนุ้ เคย

๓. การคิดสะกดคำและเขียนเพ่ือ

สื่อความหมายด้วยตนเองอย่าง

อิสระ

๔. การเล่นเกมทางภาษา

มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคดิ ทเ่ี ป็นพื้นฐานในการเรยี นรู้

สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบง่ ช้ี ช้นั อนบุ าลปที ่ี ๒ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๑๐.๑ มคี วามสามารถใน -บอกลกั ษณะและ ๑. การสงั เกตลกั ษณะ ๑. การคดิ

การคิดรวบยอด สว่ นประกอบของส่ิงของ สว่ นประกอบ การเปล่ียนแปลง - ประสาทสมั ผสั
ต่างๆจากการสังเกตโดย และความสัมพนั ธข์ องสง่ิ ต่างๆโดย - การสงั เกต

ใช้ประสาทสมั ผสั ใชป้ ระสาทสมั ผัสอยา่ งเหมาะสม ๒. การเปลี่ยนแปลง

๒. การสังเกตส่ิงตา่ งๆแลละ และความสัมพันธ์ของส่ิง

สถานทจ่ี ากมุมมองท่ีตา่ งกัน ตา่ งๆรอบตวั

๓. การเลน่ กับสื่อตา่ งๆที่เป็นทรง

กลม ทรงส่เี หลีย่ มมุมฉาก

ทรงกระบอก กรวย

๔. การใชภ้ าษาทางคณติ ศาสตร์

กับเหตกุ ารณใ์ นชีวิตประจำวัน

-จบั คู่และเปรียบเทยี บ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และ ๑. การคิด

ความแตกตา่ งหรอื ความ การจำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะ - การจับคู่

เหมอื นของส่งิ ต่างๆโดยใช้ และรปู ร่าง รูปทรง - การเปรียบเทียบความ

ลกั ษณะที่สังเกตพบเพยี ง เหมือนความตา่ ง

ลักษณะเดยี ว

โรงเรยี นบ้านหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี
ชั้นอนุบาลปีที่ ๒
ตัวบ่งชี้ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)
๒. การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้น
-จำแนกและจดั กลมุ่ สงิ่
ตา่ งๆโดยใช้อย่างน้อย ใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยก
หนึง่ ลกั ษณะเปน็ เกณฑ์
ชิน้ สว่ น
-เรียงลำดบั สงิ่ ของหรือ
เหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ๓. การจับคู่ การเปรยี บเทยี บและ
ลำดบั
การเรียงลำดับสง่ิ ตา่ งๆตาม

ลกั ษณะความยาว/ความสงู

น้ำหนัก ปริมาตร

๔. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตร์

กับเหตกุ ารณใ์ นชีวติ ประจำวัน

๑. การคดั แยก การจัดกลุม่ และ ๑. การคดิ

การจำแนกส่งิ ต่างๆตามลกั ษณะ - การจำแนก

และรูปรา่ ง รปู ทรง - การจดั กลมุ่ สงิ่ ของ

๒. การทำซ้ำ การต่อเตมิ และการ หนงึ่ ลกั ษณะ

สร้างแบบรูป

๓. การรวมและการแยกสิง่ ตา่ งๆ

๔. การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์

กับเหตุการณใ์ นชีวติ ประจำวัน

๑. การนบั และแสดงจำนวนของ ๑. การคดิ

สิ่งต่างๆในชวี ติ ประจำวัน - การเรยี งลำดับ

๒. การเปรียบเทียบและ เหตกุ ารณ์ ๔ ลำดบั

เรียงลำดบั จำนวนของสงิ่ ต่าง ๆ - จำนวนและตัวเลข

๓. การบอกและแสดงอนั ดับท่ีของ

ส่งิ ตา่ ง ๆ

๔. การบอกและเรียงลำดับ

กจิ กรรมหรือเหตุการณ์ตามช่วง

หรือเวลา

๕. การใช้ภาษาทางคณติ ศาสตร์

กบั เหตกุ ารณใ์ นชวี ติ ประจำวัน

โรงเรยี นบ้านหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระการเรยี นร้รู ายปี

ตวั บ่งช้ี ช้ันอนบุ าลปีที่ ๒ ประสบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรียนรู้

(๔ – ๕ ปี)

๑๐.๒ มีความสามารถใน -ระบุสาเหตุหรอื ผลที่ ๖. การบอกและแสดงตำแหน่ง ๑. การแสดงความ
คิดเหน็
การคดิ เชิงเหตุผล เกดิ ขนึ้ ในเหตุการณ์หรือ ทศิ ทาง และระยะทางของส่งิ ต่าง - การชง่ั
- การตวง
การกระทำเม่ือมีผชู้ ี้แนะ ด้วยการกระทำ ภาพวาด - การวดั

ภาพถ่าย และรปู ภาพ

๑. การช่ัง ตวง วดั ส่งิ ต่างๆโดยใช้
เคร่อื งมือและหนว่ ยทไ่ี ม่ใชห่ น่วย
มาตรฐาน
๒. การอธบิ ายเชอ่ื มโยง สาเหตุ
และผลทเ่ี กดิ ขึ้นในเหตุการณ์หรอื
การกระทำ

- คาดเดา หรือคาดคะเน ๑. การคาดเดาหรือการคาดคะเน -การหาความสัมพนั ธ์

สงิ่ ทีอ่ าจจะเกดิ ขน้ึ หรอื มี สงิ่ ท่อี าจจะเกิดขน้ึ อย่างมีเหตุผล และแสดงความคดิ เห็น

ส่วนร่วมในการลง ๒. การมีส่วนรว่ มในการลง

ความเหน็ จากข้อมลู ความเห็นจากข้อมลู อยา่ งมีเหตุผล

๑๐.๓ มีความสามารถใน -ตดั สนิ ใจในเร่ืองง่ายๆ ๑. การตัดสินใจและมสี ว่ นรว่ มใน ๑. การตดั สนิ ใจส่ิงต่างๆ

การคิดแก้ปัญหาและ และเรมิ่ เรยี นรผู้ ลท่ีเกิดขนึ้ กระบวนการแก้ปัญหา ด้วยตนเอง

ตัดสนิ ใจ ๒. การอธบิ ายเชื่อมโยง สาเหตุ

และผลทเ่ี กิดขึ้นในเหตุการณ์หรอื

การกระทำ

-ระบปุ ญั หา และ ๑. การตัดสินใจและมสี ว่ นรว่ มใน ๑. การแก้ปัญหาด้วย

แก้ปญั หาโดยลองผดิ ลอง กระบวนการแกป้ ัญหา ตนเอง

ถกู ๒. การคาดเดาหรอื การคาดคะเน

ส่ิงท่ีอาจจะเกิดข้ึนอย่างมเี หตุผล

๓. การมสี ว่ นร่วมในการลง

ความเหน็ จากข้อมูลอยา่ งมีเหตุผล

โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย

มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี ินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตัวบง่ ชี้ ชน้ั อนบุ าลปีที่ ๒ ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)

๑๑.๑ เล่น/ทำงานศิลปะ -สรา้ งผลงานศิลปะเพ่ือ ๑. การสงั เกตลกั ษณะ การทำงานศลิ ปะ

ตามจินตนาการและ ส่ือสารความคดิ ความรู้สกึ สว่ นประกอบ การเปล่ียนแปลง - วิธีการใช้เคร่ืองมือ

ความคิดสรา้ งสรรค์ ของตนเองโดยมีการ และความสมั พันธ์ของสง่ิ ต่างๆ เครอื่ งใช้ในการทำงาน

ดัดแปลงและแปลกใหม่ โดยใชป้ ระสาทสัมผัสอยา่ ง ศลิ ปะอย่างถูกวธิ แี ละ

จากเดมิ หรือมีรายละเอียด เหมาะสม ปลอดภัย

เพมิ่ ข้ึน ๒. การสังเกตส่ิงตา่ งๆแลละ

สถานทีจ่ ากมมุ มองที่ต่างกนั

๓. การเลน่ กับส่อื ต่างๆที่เป็น

ทรงกลม ทรงส่ีเหลีย่ มมุมฉาก

ทรงกระบอก ทรงกรวย

๔. การใช้ภาษาทาง

คณิตศาสตร์กบั เหตุการณใ์ น

ชวี ิตประจำวัน

๑๑.๒ แสดงท่าทาง/ -เคลอื่ นไหวท่าทางเพื่อ ๑. การเคลือ่ นไหวอยู่กับที่ ๑. การเคลื่อนไหวรา่ งกาย

เคลื่อนไหวตาม สื่อสารความคิด ความรู้สึก ๒. การเคล่ือนไหวเคล่ือนที่ ในทศิ ทางระดับและพนื้ ที่

จนิ ตนาการอย่าง ของตนเอง ๓. การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุ ต่างๆ

สร้างสรรค์ อยา่ งหลากหลายหรือ อุปกรณ์ ๒. การแสดงทา่ ทางอย่าง

แปลกใหม่ ๔. การแสดงความคิด อิสระ

สรา้ งสรรคผ์ ่านภาษา ทา่ ทาง

การเคล่อื นไหวและศิลปะ

๕. การเคล่อื นไหวโดยควบคุม

ตนเองไปในทิศทาง ระดบั และ

พน้ื ที่

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย

สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี

ตัวบ่งชี้ ชนั้ อนบุ าลปที ่ี ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วรเรียนรู้
(๔ – ๕ ปี)
๖. การเคลอ่ื นไหวตาม
เสียงเพลง/ดนตรี
๗. การฟงั เพลง การร้องเพลง
และการแสดงปฏิกิรยิ าโต้ตอบ
เสียงดนตรี

มาตรฐานท่ี ๑๒ มเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ การเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสมกบั วัย

ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี

ช้นั อนุบาลปที ี่ ๒ ประสบการณส์ ำคัญ สาระทีค่ วรเรยี นรู้
(๔ – ๕ ปี)
๑. การสำรวจส่งิ ตา่ งๆ และแหลง่ - ความร้พู ้ืนฐานเกี่ยวกับ
๑๒.๑ มเี จตคติท่ดี ีต่อการ -สนใจซักถามเก่ยี วกบั
เรียนรู้ สญั ลักษณ์หรอื เรยี นร้รู อบตวั การใช้หนงั สือและ

ตวั หนังสือทพ่ี บเหน็ ๒. การตงั้ คำถามในเรอื่ งทส่ี นใจ ตัวหนงั สือ

-กระตือรอื รน้ ในการเขา้ ๑. การใหค้ วามร่วมมือในการ ๑.การแสดงออกทาง
อารมณ์และความรูส้ ึก
ร่วมกจิ กรรม ปฏิบัติกจิ กรรมตา่ งๆ อยา่ งเหมาะสม
๒. ความสนใจในการทำ
๒. การต้ังคำถามในเร่อื งที่สนใจ กจิ กรรม

๓. การมีส่วนรว่ มในการรวบรวม - การเรียนรทู้ ี่จะเลน่ และ
ทำสง่ิ ตา่ งๆ
ข้อมลู และนำเสนอข้อมูลจากการ
- การสนใจซักถามคำถาม
สืบเสาะหาความรูใ้ นรูปแบบ เพอื่ ค้นหาคำตอบ

ต่างๆและแผนภูมอิ ย่างงา่ ย

๑๒.๒ มคี วามสามารถใน -คน้ หาคำตอบของข้อ ๑. การสำรวจส่ิงต่างๆ และแหล่ง
การแสวงหาความรู้
สงสัยตา่ งๆ ตามวธิ ีการ เรียนร้รู อบตวั

ของตนเอง ๒. การตงั้ คำถามในเร่ืองท่ีสนใจ

๓. การสบื เสาะหาความรู้เพอื่

ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ

๔. การมสี ่วนร่วมในการรวบรวม

ขอ้ มลู และนำเสนอข้อมูลจากการ

สืบเสาะหาความร้ใู นรปู แบบ

ต่างๆและแผนภูมิอยา่ งงา่ ย

-ใช้ประโยคคำถามวา่ “ท่ี ๑. การตง้ั คำถามในเร่ืองที่สนใจ

ไหน” “ทำไม” ในการ ๒. การสบื เสาะหาความรู้เพ่ือ

ค้นหาคำตอบ คน้ หาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ

โรงเรียนบา้ นหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

ตารางวิเคราะหส์ าระการเรยี นรรู้ ายปี ช่วงอายุ ๕ – ๖ ปี

๑.พัฒนาการด้านรา่ งกาย

มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจรญิ เตบิ โตตามวัยเด็กมสี ุขนิสัยท่ีดี

สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรูร้ ายปี

ตวั บง่ ช้ี ชัน้ อนุบาลปที ่ี ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่คี วรเรยี นรู้
(๕-๖ ป)ี

๑.๑ มีน้ำหนักและส่วนสูง -นำ้ หนักและส่วนสูงตาม ๑.การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามัย การปฏิบตั ิกิจวัตร

ตามเกณฑ์ เกณฑ์ของกรมอนามัย สขุ นสิ ยั ทีด่ ีในกจิ วตั รประจำวัน ประจำวัน

- การเจริญเติบโตของ

ร่างกาย

๑.๒ มีสขุ ภาพอนามัย -รบั ประทานอาหารทมี่ ี ๑.การปฏิบัตติ นตามสุขอนามัย การปฏบิ ัติกิจวัตร

สขุ นสิ ัยท่ดี ี ประโยชน์ไดห้ ลายชนิด สขุ นสิ ยั ทด่ี ใี นกิจวัตรประจำวัน ประจำวัน

และด่ืมนำ้ สะอาดไดด้ ้วย ๒. การประกอบอาหารไทย ๑. อาหารที่มปี ระโยชน์

ตนเอง และไมม่ ปี ระโยชน์

๒. อาหารหลัก๕ หมู่

๓. การมเี จตคตทิ ีด่ ตี ่อการ

รบั ประทานอาหารท่ีมี

ประโยชน์

-ลา้ งมือก่อนรับประทาน ๑.การปฏบิ ัตติ นตามสุขอนามัย การปฏิบัตกิ จิ วตั ร

อาหารและหลังจากใช้ สขุ นสิ ัยที่ดใี นกจิ วัตรประจำวัน ประจำวัน

หอ้ งน้ำหอ้ งส้วมด้วย ๒. การช่วยเหลอื ตนเองในการ ๑. อวัยวะต่างๆของ

ตนเอง ปฏบิ ัติกิจกวตั รประจำวัน รา่ งกายและการรักษา

๓. การปฏบิ ัติตนใหป้ ลอดภัยใน ความปลอดภยั

กิจวัตรประจำวัน ๒. วิธรี ักษารา่ งกายให้

๔. การฟงั นิทาน เรื่องราว สะอาดและมสี ุขอนามยั ท่ดี ี

เหตุการณเ์ กีย่ วกบั การป้องกัน

และรกั ษาความปลอดภัย

โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั

สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตัวบ่งช้ี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
(๕-๖ ปี)
๑.การปฏบิ ตั ติ นตามสุขอนามัย การปฏิบัติกจิ วัตร
-ลา้ งหน้าและแปรงฟนั
ถูกวิธหี ลงั รับประทาน สุขนสิ ยั ทด่ี ใี นกจิ วตั รประจำวัน ประจำวัน
อาหารด้วยตนเอง
๒. การชว่ ยเหลือตนเองในการ ๑. อวัยวะตา่ งๆของ

ปฏิบัติกิจวตั รประจำวัน ร่างกายและการรักษา

๓. การปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัยใน ความปลอดภัย

กิจวตั รประจำวนั ๒. วิธรี กั ษาร่างกายให้

๔. การฟังนทิ าน เรื่องราว สะอาดและมสี ุขอนามยั ท่ีดี

เหตุการณเ์ กยี่ วกบั การป้องกนั

และรักษาความปลอดภัย

-นอนพักผ่อนเปน็ เวลา - การปฏบิ ัติตนตามสุขอนามัย -ประโยชนข์ องการนอน
-ออกกำลังกายเปน็ เวลา
สขุ นสิ ยั ทดี่ ใี นกจิ วัตรประจำวัน หลับพักผอ่ น

๑. การเลน่ อสิ ระ ๑. ประโยชน์ของการออก

๒. การเคล่ือนไหวขา้ มส่ิงกดี กำลังกาย

ขวาง ๒. การเลน่ เครอ่ื งเล่น

๓. การเล่นเครือ่ งเลน่ อย่าง สนามอยา่ งถูกวิธี

ปลอดภยั

๔. การละเล่นพื้นบ้านไทย

๕. การเลน่ นอกหอ้ งเรยี น

๖. การเลน่ เครอื่ งเล่นสนาม

อย่างอิสระ

๑.๓ รักษาความปลอดภัย -เลน่ และทำกิจกรรม ๑.การปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภยั ใน ๑. การรักษาความ
ของตนเองและผู้อืน่ ร่วมกับผ้อู นื่ ดว้ ยความ
กิจวัตรประจำวนั ปลอดภัยของตนเองและ
ระมัดระวงั อย่าง
ปลอดภยั ๒. การฟงั นทิ าน เร่ืองราว การปฏิบัตติ อ่ ผู้อื่นอยา่ ง

เหตุการณ์เกี่ยวกบั การป้องกนั ปลอดภยั ในชวี ติ ประจำวนั

และรักษาความปลอดภยั ๒. การปฏิบตั ิตนอย่าง

๓. การเลน่ บทบาทสมมุติ เหมาะสมเมอ่ื เจ็บปว่ ย

เหตกุ ารณ์ต่างๆ

โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั

สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตวั บ่งชี้ ช้ันอนุบาลปที ่ี ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระทค่ี วรเรียนรู้
(๕-๖ ปี)

๔. การพดู กบั ผู้อ่ืนเก่ยี วกบั ๓. การระวงั ภยั จากคน
ประสบการณ์ของตนเองหรือ แปลกหน้าและอบุ ตั ิภยั
พดู เรอื่ งราวเก่ียวกับตนเอง ต่างๆ
๕. การเลน่ เครอ่ื งเลน่ อย่าง
ปลอดภัย
๖. การเลน่ และทำงานร่วมกบั
ผ้อู ื่น

มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเน้อื ใหญ่และกลา้ มเน้ือเล็กแข็งแรงใชไ้ ด้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพนั ธ์กนั

สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี

ตวั บ่งช้ี ชน้ั อนุบาลปที ี่ ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระท่ีควรเรยี นรู้
(๕-๖ ป)ี

ตัวบ่งชที้ ่ี ๒.๑ เคลือ่ นไหว -เดนิ ต่อเทา้ ถอยหลังเป็น ๑. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ ๑. การออกกำลงั กาย

ร่างกายอยา่ งคล่องแคลว่ เสน้ ตรงไดอ้ ย่าง ๒. การเคลื่อนไหวเคลื่อนท่ี ๒. การเคลอ่ื นไหวร่างกาย

ประสานสมั พันธแ์ ละทรง คล่องแคลว่ ๓. การเคลื่อนไหวพร้อม

ตัวได้ -กระโดดขาเดียว ไป อปุ กรณ์
ข้างหนา้ ได้อย่างตอ่ เนื่อง ๔. การเคลอ่ื นไหวทีใ่ ช้การ

โดยไม่เสียการทรงตัว ประสานสัมพันธ์ของกลา้ มเน้ือ
-ว่ิงหลบหลกี สิง่ กดี ขวาง ใหญ่ในการขว้าง การจบั การ
ได้อย่างคล่องแคลว่ โยน การเตะ
๕. การเลน่ เครื่องเลน่ สนาม
-โยนรบั ลกู บอลท่ี
กระดอนขึ้นจากพื้นโดย อยา่ งอสิ ระ
๖. การเคลือ่ นไหวขา้ มสงิ่ กดี
ใช้มือทงั้ ๒ ข้างได้
ขวาง

๗. การเคล่ือนไหวโดยควบคุม

ตนเองไปในทิศทาง ระดบั และ

พืน้ ท่ี

โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย

สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรียนร้รู ายปี

ตวั บ่งชี้ ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ ประสบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรียนรู้
(๕-๖ ปี)

ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๒ ใช้มือ-ตา -ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ๑. การเลน่ เครอ่ื งเล่นสมั ผัส ๑. การเล่นและการทำงาน

ประสานสัมพันธ์กนั ตามแนวเสน้ โค้งได้ และการสร้างสิง่ ต่างๆจากแท่ง ร่วมกับผู้อื่น

-เขียนรูปสามเหลี่ยมตาม ไมบ้ ล็อก ๒. การทำงานศิลปะ

แบบได้อยา่ งมีมมุ ชดั เจน ๒.การเขียนภาพและการเล่น

-ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้น กบั สี
ผ่านศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม. ๓. การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วย
ได้ เศษวัสดุ
๔. การหยิบจบั การใชก้ รรไกร

การฉีก การตัด การปะ การ

ร้อยวสั ดุ

๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ

มาตรฐานที่ ๓ มสี ุขภาพจติ ดแี ละมคี วามสขุ

ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ช้นั อนบุ าลปีที่ ๓
ประสบการณ์สำคัญ สาระทคี่ วรเรียนรู้
(๕-๖ปี)

๓.๑ แสดงออกทาง -แสดงอารมณ์ ความรสู้ ึก ๑. การพดู สะท้อนความร้สู ึก - การแสดงทางอารมณ์และ

อารมณ์อย่างเหมาะสม ได้สอดคลอ้ งกับ ของตนเองและผอู้ ื่น ความรสู้ กึ อยา่ งเหมาะสมกับ

สถานการณ์อย่าง ๒. การเล่นบทบาทสมมุติ สถานการณ์

เหมาะสม ๓. การเคลื่อนไหวตาม

๓.๒ มคี วามรู้สึกทดี่ ีตอ่ -กล้าพดู กลา้ แสดงออก เสยี งเพลง ดนตรี - การรจู้ กั แสดงความคดิ เห็น

ตนเองและผ้อู ่ืน อย่างเหมาะสมตาม ๔. การรอ้ งเพลง อยา่ งเหมาะสมกบั

สถานการณ์ ๕. การทำงานศิลปะ สถานการณ์

-แสดงความพอใจใน - การประสบความสำเร็จใน

ผลงานและความสามารถ สิ่งต่างๆท่ีทำด้วยตนเอง

ของตนเองและผูอ้ น่ื

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย

มาตรฐานท่ี ๔ ช่ืนชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว

สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี

ตัวบ่งชี้ ชั้นอนุบาลปที ี่ ๓ ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรยี นรู้
(๕-๖ป)ี

๔.๑ สนใจและมี -สนใจและมีความสุขและ ๑. การทำกิจกรรมศลิ ปะต่างๆ - การทำกจิ กรรมศิลปะ

ความสขุ และแสดงออก แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ ๒. การสรา้ งสรรค์สง่ิ สวยงาม สรา้ งสรรค์

ผา่ นงานศิลปะ ดนตรี ๓. การรับรแู้ ละแสดงความคิด

และการเคลอื่ นไหว ความรสู้ ึกผ่านสอ่ื วสั ดุ ของ

เลน่ และชนิ้ งาน

๔. การปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ

ตามความสามารถของตนเอง

-สนใจ มีความสุขและ ๑. การฟังเพลง การร้องเพลง - การฟงั การรอ้ งเพลง

แสดงออกผ่านเสยี งเพลง และการแสดงปฏิกิรยิ าโต้ตอบ

ดนตรี เสยี งดนตรี

๒. การเล่นเครือ่ งดนตรี

ประกอบจงั หวะ

๔. การปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ

ตามความสามารถของตนเอง

-สนใจ มีความสขุ และแสดง ๑. การฟงั เพลง การรอ้ งเพลง - การแสดงท่าทาง

ท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบ และการแสดงปฏกิ ริ ยิ าโตต้ อบ เคล่อื นไหวประกอบเพลง

เพลง จงั หวะและ ดนตรี เสียงดนตรี จังหวะและดนตรี

๒. การเคล่อื นไหวตาม

เสยี งเพลง ดนตรี

๔. การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ

ตามความสามารถของตนเอง

๕. การเลน่ เครื่องดนตรี

ประกอบจังหวะ

โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย

มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและมีจติ ใจทดี่ ีงาม

สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระการเรยี นร้รู ายปี

ตวั บง่ ช้ี ชนั้ อนบุ าลปีที่ ๓
(๕-๖ปี)
ประสบการณ์สำคัญ สาระท่ีควรเรยี นรู้

๕.๑ ซือ่ สตั ย์ สุจริต - ขออนุญาตหรือรอคอย ๑. ปฏบิ ตั ิตนเป็นสมาชิกทดี่ ี ๑. คณุ ธรรมจริยธรรม

เมื่อต้องการสิ่งของของ ของห้องเรยี น - ความซื่อสัตย์ สจุ รติ

ผู้อื่นด้วยตนเอง ๒. การฟงั นิทานเกยี่ วกบั - ความเกรงใจ

คุณธรรม จริยธรรม ๒. การเคารพสิทธิของ

๓. การรว่ มสนทนาและ ตนเองและผู้อื่น

แลกเปลีย่ นความคิดเห็นเชงิ

จรยิ ธรรม

๔. เล่นบทบาทสมมุติ

๕. การเลน่ และทำงาน

ร่วมกบั ผอู้ ืน่

๖. การปฏบิ ตั ิตนตามหลัก

ศาสนาทนี่ ับถือ

๕.๒ มีความเมตตา กรุณา -แสดงความรกั เพอื่ นและ ๑. การฟงั นทิ านเกีย่ วกบั ๑. คณุ ธรรมจริยธรรม

มีน้ำใจและช่วยเหลือ มเี มตตาสัตว์เลี้ยง คณุ ธรรม จริยธรรม - ความเมตตากรุณา
แบ่งปนั ๒. เล่นบทบาทสมมุติ - ความมนี ้ำใจ
๓. การเลย้ี งสัตว์ เอ้อื เฟื้อเผ่ือแผ่

-ช่วยเหลอื และแบง่ ปนั ๑. การฟงั นทิ านเก่ยี วกบั ๑. คุณธรรมจริยธรรม
ผอู้ ื่นไดด้ ้วยตนเอง คุณธรรม จริยธรรม - ความมนี ำ้ ใจ ช่วยเหลอื
๒. เลน่ บทบาทสมมตุ ิ แบง่ ปัน
๓. ปฏิบตั ิตนเป็นสมาชกิ ทดี่ ี - ความกตัญญู
ของห้องเรียน - ความมีน้ำใจ
๔. การเล่นรายบคุ คล กลุ่ม เออื้ เฟ้ือเผอื่ แผ่
ย่อย และกลมุ่ ใหญ่
๕. การเลน่ ตามมุม
ประสบการณ/์ มุมเลน่ ต่างๆ

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั

สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี
ช้นั อนุบาลปีท่ี ๓
ตัวบง่ ชี้ ประสบการณ์สำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้
๕.๓ มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจ (๕-๖ป)ี
ผอู้ ่ืน -แสดงสหี นา้ หรือทา่ ทาง ๑. การเลน่ และทำงาน ๑. คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
รับรคู้ วามรู้สกึ ผูอ้ ่ืนอย่าง
๕.๔ มีความรบั ผดิ ชอบ สอดคลอ้ งกบสถานการณ์ ร่วมกบั ผู้อ่นื - ความเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน

-ทำงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย ๒. การเลน่ บทบาทสมมตุ ิ - ความมีน้ำใจ
จนสำเร็จดว้ ยตนเอง
๓. การแสดงความยินดีเม่ือ เอือ้ เฟ้ือเผื่อแผ่

ผ้อู น่ื มีความสุข เหน็ ใจเมื่อ

ผู้อื่นเศรา้ หรือเสยี ใจและการ

ชว่ ยเหลือปลอบโยนเมื่อ

ผู้อืน่ ไดร้ บั บาดเจ็บ

๑. การทำกิจกรรมศลิ ปะ ๑. คุณธรรมจริยธรรม

ตา่ งๆ - ความรับผดิ ชอบ

๒. การดูแลห้องเรยี นร่วมกนั - ความอดทน มุ่งมนั่

๓. การมีส่วนร่วมรับผดิ ชอบ - ความเพยี ร

ดแู ลรักษาสิง่ แวดล้อมทั้ง

ภายในและภายนอก

ห้องเรยี น

๔. การร่วมกำหนดขอ้ ตกลง

ของห้องเรียน

โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั

๓.พัฒนาการดา้ นสงั คม

มาตรฐานที่ ๖ มที กั ษะชีวติ และปฏบิ ตั ติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี

ตวั บง่ ชี้ ชั้นอนุบาลปที ่ี ๓ ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรียนรู้
(๕-๖ปี)

๖.๑ ช่วยเหลือตนเอง - แตง่ ตัวด้วยตนเองได้อยา่ ง ๑. การช่วยเหลือตนเองใน ๑. การชว่ ยเหลือตนเอง

ในการปฏบิ ัตกิ ิจวตั ร คล่องแคลว่ กจิ วัตรประจำวนั ๒. มารยาทในการ

ประจำวนั - รับประทานอาหารดว้ ยตนเอง ๒. การใหค้ วามร่วมมอื ในการ รับประทานอาหาร

อยา่ งถูกวิธี ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตา่ งๆ

๓. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ

- ใช้และทำความสะอาดหลังใช้ ตามความสามารถของตนเอง

ห้องน้ำหอ้ งสว้ มดว้ ยตนเอง

๖.๒ มวี นิ ัยในตนอง -เกบ็ ของเล่นของใช้เข้าที่อย่าง ๑. การร่วมกำหนดข้อตกลง ๑. การเล่นและการเก็บ

เรียบร้อยดว้ ยตนเอง ของห้องเรยี น สง่ิ ของอย่างถกู วิธี

-เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ ๒. การปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิกท่ี ๑. การรอคอยตามลำดับ
ดว้ ยตนเอง ดขี องห้องเรยี น ก่อนหลัง
๓. การให้ความร่วมมือในการ ๒. การเข้าแถว
ปฏิบตั กิ ิจกรรมต่างๆ

๔. การดแู ลห้องเรียนรว่ มกนั

๖.๓ ประหยัดและ -ใชส้ ่งิ ของเครื่องใช้อยา่ ง ๑. การปฏิบตั ติ นตามแนวทาง - การเลอื กใชส้ ิ่งของ

พอเพยี ง ประหยดั และพอเพียงด้วย หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ เครอื่ งใช้ นำ้ ไฟอยา่ ง

ตนเอง พอเพยี ง ประหยัด

๒. การใช้วัสดุและสิ่ง

ของเครือ่ งใชอ้ ย่างคุ้มค่า

โรงเรียนบา้ นหยีในสามัคคี

๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย

มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย

สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี

ตวั บง่ ชี้ ช้ันอนบุ าลปีท่ี ๓
(๕-๖ป)ี
ประสบการณส์ ำคญั สาระท่คี วรเรยี นรู้

๗.๑ ดูแลรกั ษา -มสี ว่ นรว่ มในการดแู ล ๑. การมีสว่ นร่วมในการดแู ล ๑. สง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรียน

ธรรมชาตแิ ละ รกั ษาธรรมชาติและ รักษาสงิ่ แวดลอ้ มท้งั ภายในและ และการดูแลรักษา

ส่งิ แวดล้อม สิ่งแวดลอ้ มดว้ ยตนเอง ภายนอกหอ้ งเรียน ๒. สิ่งแวดล้อมตาม

๒.การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ ธรรมชาตแิ ละการอนรุ ักษ์

ท่เี ก่ยี วกับธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ้ ม

สง่ิ แวดล้อมในชีวติ ประจำวัน ๓. การรักษาสาธารณสมบตั ิ

๓. การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ ในห้องเรยี น

๔. การอธบิ ายเช่ือมโยงสาเหตุ

และผลท่ีเกิดข้นึ ในเหตุการณ์หรอื

การกระทำ

๕. การตัดสินใจและมสี ว่ นร่วมใน

กระบวนการแก้ปัญหา

-ทงิ้ ขยะได้ถูกท่ี ๑. การคดั แยก การจัดกลุ่มและ ๑. ขยะและการคดั แยกขยะ

จำแนกส่งิ ต่างๆตามลกั ษณะและ ๒. การดแู ลรักษา

รปู ร่าง รูปทรง สงิ่ แวดล้อม

๒. การใชว้ ัสดแุ ละสิง่ ของ

เครือ่ งใช้อย่างคุ้มคา่

๓. การทำงานศลิ ปะที่นำวสั ดุหรือ

สิง่ ของเครอ่ื งใช้ที่ใชแ้ ล้วมาใช้ซำ้

หรอื แปรรูปแลว้ นำกลบั มาใช้ใหม่

๔. การสรา้ งสรรคช์ ้ินงานโดยใช้

รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่

หลากหลาย

๕. การปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิกท่ีดี

ของห้องเรยี น

โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี


Click to View FlipBook Version