๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั
สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ตวั บง่ ชี้ ชัน้ อนบุ าลปีที่ ๓ ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรียนรู้
(๕-๖ป)ี
๗.๒ มมี ารยาทตาม ๑. การปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรม ๑. การปฏิบตั ติ นตาม
วฒั นธรรมไทยและรกั -ปฏิบัติตนตามมารยาท ท้องถิน่ ทอ่ี าศัยและประเพณีไทย มารยาทและวฒั นธรรมไทย
ความเป็นไทย ไทยได้ ตามกาลเทศะ ๒. การเลน่ บทบาทสมมุติการ - การแสดงความเคารพ
ปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย -การพดู สุภาพ
- การกล่าวคำขอบคุณและ
ขอโทษ
-กลา่ วคำขอบคณุ และขอ ๑. การปฏบิ ัตติ นตามวฒั นธรรม ๑. การปฏบิ ตั ติ นตาม
มารยาทและวัฒนธรรมไทย
โทษด้วยตนเอง ท้องถน่ิ ที่อาศยั และประเพณีไทย - การพูดสุภาพ
- การกลา่ วคำขอบคุณและ
๒. การเลน่ บทบาทสมมตุ ิการ ขอโทษ
ปฏิบัตติ นในความเปน็ ไทย ๑. วนั สำคัญของชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์
๓. การพดู สะท้อนความร้สู ึกของ ๒. สญั ลักษณ์สำคญั ของชาติ
ไทย
ตนเองและผู้อ่นื ๓. การแสดงความจงรักภัค
ดีต่อชาติ ศาสนา
-ยืนตรงและร่วมรอ้ ง ๑. การปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรม พระมหากษัตริย์
เพลงชาตไิ ทยและเพลง ทอ้ งถิ่นท่อี าศัยและประเพณีไทย
สรรเสริญพระมารมี ๒. การเล่นบทบาทสมมุติการ
ปฏิบัตติ นในความเป็นไทย
๓. การรว่ มกิจกรรมวนั สำคญั
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตย
อันมพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี
ชัน้ อนุบาลปีที่ ๓
ตวั บ่งชี้ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
(๕-๖ปี)
๘.๑ ยอมรับความเหมือน -เลน่ และทำกิจกรรมร่วมกบั ๑.การเล่นและทำงาน ๑. การเล่นและการทำ
และความแตกตา่ ง เด็กที่แตกต่างไปจากตน
ระหว่างบุคคล รว่ มกบั ผู้อ่นื กจิ กรรมรว่ มกับผู้อื่น
๘.๒ มปี ฏิสัมพันธ์ทดี่ ีกบั -เลน่ หรือทำงานร่วมกบั เพื่อน
ผอู้ น่ื อยา่ งมีเป้าหมาย ๒. การเลน่ พื้นบา้ นของไทย ๒. การปฏบิ ัตติ าม
-ย้มิ หรือทกั ทายหรือพูดคุยกบั ๓. การศกึ ษานอกสถานท่ี วฒั นธรรมท้องถ่นิ และ
ผใู้ หญ่และบคุ คลทคี่ นุ้ เคยได้
เหมาะสมกับสถานการณ์ ๔. การเล่นและทำกิจกรรม ความเป็นไทย
รว่ มกบั กลุม่ เพ่ือน
๕. การทำศิลปะแบบร่วมมอื
๖. การร่วมสนทนาและ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
๗. การเลน่ รายบุคคล กลุ่ม
ย่อยและกลุ่มใหญ่
๘.๓ ปฏบิ ตั ิตนเบ้ืองต้นใน -มีสว่ นร่วมสรา้ งขอ้ ตกลงและ ๑. การรว่ มกำหนดขอ้ ตกลง ๑. การปฏิบตั ติ าม
การเปน็ สมาชกิ ที่ดขี อง กฎระเบียบและข้อตกลง
สังคม ปฏิบัติตามข้อตกลงดว้ ยตนเอง ของห้องเรียน - ผู้นำผตู้ าม
๒. การแสดงออกทาง
๒.การปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชิก อารมณ์และความรู้สึก
อย่างเหมาะสม
-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตาม ทด่ี ีของหอ้ งเรยี น ๓. การแสดงมารยาทที่ดี
๓. การใหค้ วามร่วมมือใน
ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ
-ประนีประนอมแก้ไขปัญหา ๔. การร่วมกจิ กรรมวัน
โดยปราศจากการใช้ความ สำคญั
๕. การมสี ว่ นร่วมในการ
รนุ แรงดว้ ยตนเอง
เลือกวธิ กี ารแก้ปญั หา
๖. การมสี ว่ นร่วมในการ
แก้ปัญหาความขดั แย้ง
โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
๔. ดา้ นสติปญั ญา
มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาส่อื สารไดเ้ หมาะสมกบั วัย
สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ตัวบ่งชี้ ช้นั อนุบาลปที ่ี ๓
(๕-๖ป)ี
ประสบการณ์สำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
๙.๑ สนทนาโต้ตอบและ -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ ๑. การฟังเสียงต่าง ๆใน มารยาทในการฟัง
เลา่ เรื่องใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจ สนทนาโต้ตอบอย่างต่อเน่อื ง สิง่ แวดลอ้ ม - การรับฟงั
เชือ่ มโยงกบั เรื่องท่ีฟงั ๒. การฟังและปฏิบัติตาม - การสนทนาเชื่อมโยงส่ิง
คำแนะนำ ต่างๆ
๓. การฟังเพลง นิทาน คำ
คล้องจอง บทร้อยกรอง หรือ
เร่อื งราวตา่ งๆ
๔. การเล่นเกมทางภาษา
-เลา่ เป็นเร่ืองราวต่อเน่อื งได้ ๑. การพูดแสดงความคิด ๑. การใช้ภาษาในการสื่อ
ความร้สู ึก และความต้องการ ค ว า ม ห ม า ย ใ น
๒ . ก า ร พ ู ด เ ก ี ่ ย ว กั บ ชีวิตประจำวัน ความรู้
ประสบการณ์ของตนเอง หรือ พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้
พูดเรือ่ งราวเกยี่ วกับตนเอง หนงั สอื และตัวหนังสือ
๓. การพูดอธิบายเกี่ยวกับ
สิ่งของ เหตุการณ์ และ
ความสมั พนั ธ์ของส่งิ ตา่ งๆ
๔. การพูดอย่างสร้างสรรค์ใน
การเลน่ และการกระทำต่างๆ
๕. การรอจังหวะที่เหมาะสม
ในการพูด
๖. การพูดเรียงลำดบั เพอื่ ใช้ใน
การส่อื สาร
๗. การเลน่ เกมทางภาษา
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ตวั บ่งช้ี ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๓ ประสบการณ์สำคัญ สาระท่ีควรเรียนรู้
(๕-๖ป)ี
๙.๒ อา่ น เขยี นภาพ ๑. การอ่านหนังสอื ภาพ ๑. การใชภ้ าษาในการส่อื
และสัญลกั ษณ์ได้ -อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ
ด้วยการช้ี หรือกวาดตามอง นทิ านหลากหลายประเภท/ ความหมายใน
จดุ เริ่มตน้ และจุดจบของ
ข้อความ รูปแบบ ชีวิตประจำวนั ความรู้
๒. การอ่านอย่างอสิ ระตาม พ้ืนฐานเกีย่ วกับการใช้
ลำพงั การอ่านรว่ มกัน การ หนังสอื และตัวหนงั สือ
อ่านโดยมีผ้ชู ี้แนะ - การอ่านภาพ สัญลักษณ์
๓. การเห็นแบบอย่างของ นิทาน
การอ่านทีถ่ ูกต้อง
๔. การสงั เกตทิศทางการ
อ่านตวั อักษร คำ และ
ข้อความ
๕. การอา่ นและชี้ข้อความ
โดยกวาดสายตาตามบรรทดั
จากซา้ ยไปขวา จากบนลง
ลา่ ง
๖. การสังเกตตวั อักษรในช่อื
ของตน หรือคำคุน้ เคย
๗. การสงั เกตตวั อักษรท่ี
ประกอบเปน็ คำผ่านการ
อา่ นหรอื เขียนของผ้ใู หญ่
๘. การคาดเดาคำ วลี หรือ
ประโยคท่มี ีโครงสรา้ งซำ้ ๆ
กนั จากนทิ าน เพลง คำ
คลอ้ งจอง
๙. การเล่นเกมทางภาษา
๑๐. การเหน็ แบบอยา่ งของ
การเขียนที่ถูกต้อง
โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ตัวบ่งชี้ ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๓
(๕-๖ป)ี
ประสบการณส์ ำคญั สาระท่คี วรเรียนรู้
-เขยี นชื่อของตนเอง ตามแบบ ๑. การเขยี นรว่ มกนั ตาม ๑. การใชภ้ าษาในการ
เขียนขอ้ ความด้วยวิธที คี่ ดิ ขนึ้ โอกาส และการเขยี นอสิ ระ สอื่ ความหมายใน
๒. การเขยี นคำท่ีมี ชีวิตประจำวนั ความรู้
เอง
ความหมายกับตัวเด็ก/คำ พื้นฐานเกย่ี วกบั การใช้
คุน้ เคย หนังสอื และตัวหนงั สือ
๓. การคิดสะกดคำและ - การเขียนภาพ
เขียนเพื่อสื่อความหมายดว้ ย สัญลกั ษณ์ ตัวอักษร ช่อื -
ตนเองอย่างอสิ ระ สกุลของตนเอง
๔. การเล่นเกมทางภาษา
มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ท่ีเปน็ พน้ื ฐานในการเรยี นรู้
ตวั บง่ ช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
๑๐.๑ มีความสามารถใน ช้ันอนุบาลปีท่ี ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณส์ ำคญั สาระท่ีควรเรยี นรู้
การคดิ รวบยอด
-บอกลกั ษณะ ส่วนประกอบ ๑. การสังเกตลกั ษณะ ๑. การคดิ
การเปลี่ยนแปลง หรอื ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง - ประสาทสัมผสั
ความสมั พนั ธ์ของสงิ่ ของ และความสัมพนั ธข์ องสง่ิ ตา่ งๆ - การสงั เกต
ต่างๆจากการสงั เกตโดยใช้ โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั อยา่ ง ๒. การเปลี่ยนแปลง
ประสาทสัมผัส เหมาะสม และความสัมพันธ์ของ
๒. การสงั เกตสิง่ ต่างๆแลละ สง่ิ ตา่ งๆรอบตัว
สถานทจ่ี ากมมุ มองท่ีต่างกนั
๓. การเลน่ กับส่อื ต่างๆทเ่ี ปน็
ทรงกลม ทรงสีเ่ หลยี่ มมมุ ฉาก
ทรงกระบอก ทรงกรวย
๔. การใชภ้ าษาทางคณิตศาสตร์
กับเหตกุ ารณ์ในชวี ิตประจำวัน
โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรียนรูร้ ายปี
ตวั บ่งช้ี ช้นั อนบุ าลปีที่ ๓
(๕-๖ปี)
ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
-จับคู่และเปรียบเทียบความ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม ๑. การคิด
แตกต่างหรือความเหมือนของ และการจำแนกสิ่งต่างๆตาม - การจับคู่
สิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่ ลกั ษณะและรูปร่าง รปู ทรง - ก า ร เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ
สงั เกตพบสองลกั ษณะขนึ้ ไป ๒. การต่อของชิ้นเล็กเติมใน ลกั ษณะตา่ งๆ
ชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการ
แยกชิ้นสว่ น
๓. การจบั คู่ การ
เปรียบเทยี บและการ
เรียงลำดับสิง่ ต่างๆตาม
ลักษณะความยาว/ความสงู
นำ้ หนัก ปรมิ าตร
๔. การใช้ภาษาทาง
คณติ ศาสตร์กับเหตุการณใ์ น
ชวี ติ ประจำวนั
-จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม ๑. การคดิ
โดยใช้ตง้ั แตส่ องลกั ษณะขึ้นไป และการจำแนกสิ่งต่างๆตาม - การจำแนกสิ่งของ
เปน็ เกณฑ์ ลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ตัง้ แต่ ๒ลักษณะ
๒. การทำซ้ำ การต่อเติม - การจดั กลุ่ม
และการสร้างแบบรปู
๓. การรวมและการแยกส่ิง
ตา่ งๆ
๔. การใช้ภาษาทาง
คณิตศาสตร์กับเหตกุ ารณ์ใน
ชวี ติ ประจำวนั
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สาระการเรยี นรรู้ ายปี
ชั้นอนุบาลปที ่ี ๓
ตวั บง่ ชี้ ประสบการณส์ ำคญั สาระที่ควรเรียนรู้
(๕-๖ ปี )
๑๐.๒ มคี วามสามารถใน -เรยี งลำดบั ส่งิ ของหรือ ๑. การนบั และแสดงจำนวน ๑. การคดิ
การคดิ เชงิ เหตุผล เหตุการณ์อยา่ งน้อย ๕ ลำดับ
ของสิ่งต่างๆใน - การเรยี งลำดับ อย่าง
-อธิบายเชื่อมโยงสาเหตแุ ละ
ผลทีเ่ กิดขึน้ ในเหตุการณ์หรือ ชีวติ ประจำวนั น้อย ๕ ลำดบั
การกระทำดว้ ยตนเอง
๒. การเปรยี บเทยี บและ - จำนวนและตัวเลข
เรียงลำดับจำนวนของส่ิง
ตา่ ง ๆ
๓. การบอกและแสดงอนั ดบั
ท่ขี องสิ่งตา่ ง ๆ
๔. การบอกและเรียงลำดับ
กิจกรรมหรือเหตุการณต์ าม
ชว่ งหรือเวลา
๕. การใชภ้ าษาทาง
คณิตศาสตร์กบั เหตุการณ์ใน
ชีวติ ประจำวนั
๖. การบอกและแสดง
ตำแหน่ง ทิศทาง และ
ระยะทางของส่ิงต่างดว้ ย
การกระทำ ภาพวาด
ภาพถา่ ย และรปู ภาพ
๑. การชัง่ ตวง วัดสง่ิ ตา่ งๆ ๑. การแสดงความ
โดยใชเ้ ครื่องมือและหน่วยท่ี คิดเห็น
ไม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน - การช่ัง
๒. การอธิบายเชือ่ มโยง - การตวง
สาเหตแุ ละผลท่เี กิดขนึ้ ใน - การวดั
เหตุการณ์หรือการกระทำ ๒. การเช่ือมโยงส่ิงตา่ งๆ
ในชีวติ ประจำวนั
โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
ชนั้ อนบุ าลปีที่ ๓
ตวั บง่ ชี้ ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรียนรู้
(๕-๖ ปี )
๑๐.๓ มีความสามารถใน -คาดคะเนส่ิงท่ีอาจจะเกดิ ข้ึน ๑. การคาดเดาหรือการ -การหาความสัมพนั ธ์
การคดิ แก้ปญั หาและ และมสี ่วนร่วมในการลง
ตัดสนิ ใจ ความเหน็ จากข้อมูลอย่างมี คาดคะเนสง่ิ ท่ีอาจจะเกิดขน้ึ อย่างมเี หตุผล
เหตผุ ล
อยา่ งมเี หตุผล
-ตัดสนิ ใจในเร่ืองง่ายๆและ
ยอมรบั ผลทเี่ กิดขึน้ ๒. การมีส่วนรว่ มในการลง
-ระบปุ ัญหาสร้างทางเลือก ความเห็นจากข้อมลู อยา่ งมี
และเลอื กวิธีแกป้ ญั หา
เหตุผล
๑. การตดั สินใจและมีส่วน ๑. การตดั สินใจสิง่ ต่างๆ
รว่ มในกระบวนการ ดว้ ยตนเอง
แก้ปัญหา
๒. การอธบิ ายเช่อื มโยง
สาเหตแุ ละผลท่ีเกิดข้ึนใน
เหตกุ ารณห์ รือการกระทำ
๑. การตดั สนิ ใจและมีสว่ น ๑. การแก้ปัญหาดว้ ย
ร่วมในกระบวนการ ตนเองอย่างมั่นใจ
แกป้ ญั หา
๒. การคาดเดาหรือการ
คาดคะเนส่งิ ท่ีอาจจะเกิดขน้ึ
อย่างมีเหตผุ ล
๓. การมีสว่ นรว่ มในการลง
ความเหน็ จากข้อมลู อย่างมี
เหตผุ ล
โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี นิ ตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี
ตัวบ่งชี้ ชน้ั อนบุ าลปที ่ี ๓ ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรยี นรู้
(๕-๖ปี)
๑๑.๑ เล่น/ทำงานศิลปะ ๑. การแสดงความคดิ ๑.การทำงานศลิ ปะท่ี
ตามจินตนาการและ -สรา้ งผลงานศลิ ปะเพื่อ
ความคิดสร้างสรรค์ ส่ือสารความคิด ความรสู้ ึก สรา้ งสรรคผ์ า่ นภาษา แปลกใหม่
ของตนเองโดยมีการดัดแปลง
และแปลกใหม่จากเดิมและมี ทา่ ทาง การเคลื่อนไหว และ ๒. วิธกี ารใชเ้ ครือ่ งมือ
รายละเอยี ดเพ่มิ ขึ้น
ศลิ ปะ เครือ่ งใช้ในการทำงาน
๒. การเขยี นภาพและการ ศลิ ปะอย่างถูกวิธีและ
เลน่ กับสี ปลอดภัย เช่นกรรไกร
๓. การปนั้
๔. การประดษิ ฐส์ ิ่งตา่ งๆ
ด้วยเศษวสั ดุ
๕. การทำงานศิลปะที่นำ
วัสดุหรือสง่ิ ของเครอ่ื งใชท้ ีใ่ ช้
แล้วมาใชซ้ ำ้ หรอื แปรรูปแลว้
นำกลับมาใช้ใหม่
๖. การหยิบจบั การใช้
กรรไกร การฉกี การตัด การ
ปะและการรอ้ ยวัสดุ
๗.การแสดงความคิด
สร้างสรรคผ์ า่ นภาษา
ท่าทาง การเคล่อื นไหว และ
ศิลปะ
๘. การทำงานศิลปะ
๙. การสร้างสรรคช์ น้ิ งาน
โดยใชร้ ูปร่าง รูปทรง จาก
วัสดทุ ่หี ลากหลาย
๑๐. การรับรู้และแสดง
ความคดิ ความรสู้ ึกผ่านสอ่ื
วสั ดุ ของเลน่ และช้นิ งาน
โรงเรียนบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั
สภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ตวั บง่ ช้ี ชัน้ อนบุ าลปีท่ี ๓ ประสบการณ์สำคัญ สาระท่คี วรเรียนรู้
(๕-๖ ปี )
๑๑.๒ แสดงท่าทาง/
เคลอ่ื นไหวตาม -เคล่ือนไหวท่าทางเพ่ือส่ือสาร ๑. การเคลื่อนไหวอยู่กบั ที่ ๑. การเคลอ่ื นไหว
จินตนาการอย่าง
สร้างสรรค์ ความคิด ความรู้สึกของ ๒. การเคลอ่ื นไหวเคล่ือนที่ ร่างกายในทิศทางระดับ
ตนเอง ๓. การเคลอ่ื นไหวพร้อม และพน้ื ทีต่ ่างๆ
อย่างหลากหลายและแปลก วัสดุอุปกรณ์ ๒. การแสดงทา่ ทาง
ใหม่ ๔. การแสดงความคิด ตา่ งๆตามความคดิ ของ
สรา้ งสรรค์ผา่ นภาษา ตนเอง
ทา่ ทาง การเคลื่อนไหวและ
ศิลปะ
๕. การเคล่อื นไหวโดย
ควบคุมตนเองไปในทิศทาง
ระดับและพ้ืนท่ี
๖. การเคลอ่ื นไหวตาม
เสยี งเพลง/ดนตรี
๗. การฟังเพลง การร้อง
เพลงและการแสดงปฏิกริ ิยา
โต้ตอบเสยี งดนตรี
มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคติทด่ี ีต่อการเรียนรู้ และมคี วามสามารถในการแสวงหาความร้ไู ด้เหมาะสมกบั วัย
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี
ตัวบ่งช้ี ช้นั อนบุ าลปที ่ี ๓
(๕-๖ ปี )
ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการ -หยิบหนังสอื มาอ่านและ ๑. การสำรวจส่งิ ตา่ งๆ และ ๑. ความรพู้ น้ื ฐาน
เรียนรู้ เขียนส่อื ความคิดดว้ ยตนเอง แหลง่ เรียนรู้รอบตวั เกีย่ วกับการใชห้ นงั สือ
เป็นประจำอย่างต่อเนือ่ ง ๒. การตง้ั คำถามในเรื่องที่ และตวั หนงั สืออย่าง
สนใจ อสิ ระ
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้รายปี
ชน้ั อนุบาลปที ี่ ๓
ตัวบง่ ชี้ ประสบการณ์สำคัญ สาระท่คี วรเรยี นรู้
(๕-๖ ปี )
๑๒.๒ มคี วามสามารถใน -กระตือรอื รน้ ในการรว่ ม ๑. การใหค้ วามรว่ มมือใน ๑. การแสดงออกทาง
การแสวงหาความรู้ กิจกรรมต้งั แต่ต้นจนจบ
การปฏิบตั กิ จิ กรรมต่างๆ อารมณ์และความรูส้ ึก
-ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั
ต่างๆ ตามวธิ กี ารที่ ๒. การตง้ั คำถามในเรอ่ื งที่ อยา่ งเหมาะสม
หลากหลายดว้ ยตนเอง
สนใจ ๒. ความสนใจในการทำ
-ใช้ประโยคคำถามวา่
“เมื่อไร” อยา่ งไร” ในการ ๓. การมีสว่ นรว่ มในการ กิจกรรม
ค้นหาคำตอบ
รวบรวมข้อมูลและนำเสนอ
ข้อมูลจากการสืบเสาะหา
ความร้ใู นรปู แบบตา่ งๆและ
แผนภมู ิอย่างง่าย
๑. การสำรวจส่งิ ตา่ งๆ และ ๑.การเรยี นรู้ที่จะเลน่
แหล่งเรียนร้รู อบตัว และทำสิง่ ต่างๆอย่าง
๒. การตั้งคำถามในเรอื่ งที่ หลากหลายดว้ ยตนเอง
สนใจ
๓. การสืบเสาะหาความรู้เพ่อื
ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั
ต่างๆ
๔. การมีส่วนร่วมในการ
รวบรวมขอ้ มูลและนำเสนอ
ข้อมลู จากการสืบเสาะหา
ความรู้ในรูปแบบต่างๆและ
แผนภมู ิอย่างงา่ ย
๑. การต้ังคำถามในเรอ่ื งท่ี ๑.การสนใจซักถาม
สนใจ คำถามเพื่อคน้ หาคำตอบ
๒. การสืบเสาะหาความร้เู พ่อื ด้วยตนเอง
ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั
ตา่ งๆ
โรงเรียนบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
๘. การจดั ประสบการณ์
การจัดประสบการณส์ าํ หรับเด็กวยั ๔-๖ ปี จะจดั ในรปู แบบของกิจกรรมบูรณาการผา่ นการเล่นด้วยการ ปฏิบัติ
จริงโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติ ในการเรียนรู้ ได้
พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ดังนั้นการจัดกิจกรรมจะต้อง ครอบคลุมประสบ การณ์
สําคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ที่กําหนดในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๕)
การจดั ประสบการณ์ควรยึดหย่นุ ให้มสี าระท่คี วรเรียนรูท้ ่ีเดก็ สนใจและการกําหนดกิจกรรมใหเ้ ดก็ ในแตล่ ะวันไม่
จัดเป็นรายวชิ า และอาจใช้ชื่อเรียกกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละหนว่ ยงาน การนําแนวคิดการจัดการศกึ ษาปฐมวยั
ต่างๆมาประยุกต์ใช้ในการจัดประสบการณ์ ผู้สอนต้องทําความเข้าใจแนวคิดการจดั การศึกษาปฐมวัยนั้นๆ ซึ่งแต่ละ
แนวคดิ การจัดการศึกษาปฐมวัยจะมจี ดุ เด่นของตนเอง แตโ่ ดยภาพรวมแล้ว แนวคิดการจดั การศึกษาปฐมวัยส่วนใหญ่
ยดึ เด็กเปน็ สาํ คัญ การลงมือปฏิบัติจริงดว้ ยตัวเดก็ จึงเปน็ หัวใจสาํ คญั ของการพัฒนาเด็กโดยองคร์ วม นอกจากนี้ผู้สอน
ต้องศึกษาและทําความเข้าใจในหลักการจัดประสบการณ์ แนวการจัดประสบการณ์ และการจัดกิจกรรมประจําวัน
เพ่อื นําหลกั สูตรสถานศกึ ษาลงสกู่ ารปฏิบัติ ดงั นี้
๘.๑ หลกั การจดั ประสบการณ์
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕)
ไดก้ ําหนดหลกั การจัดประสบการณไ์ ว้ ดงั น้ี
๘.๑.๑ จัดประสบการณ์การเล่นและการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวมอย่างสมดุล
และตอ่ เน่อื ง
๘.๑.๒ เน้นเด็กเป็นสําคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและ บริบทของ
สังคมที่เด็กอาศัยอยู่
๘.๑.๓ จดั ให้เด็กได้รบั การพฒั นา โดยให้ความสาํ คัญท้ังดา้ นกระบวนการเรียนรแู้ ละพัฒนาการของเด็ก
๘.๑.๔ จัดการประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของการจัด
ประสบการณ์ พรอ้ มทั้งนาํ ผลการประเมินมาพัฒนาเดก็ อย่างต่อเน่ือง
๘.๑.๕ ให้พ่อแม่ ครอบครัว ชมุ ชน และทกุ ฝา่ ยทเ่ี กยี่ วข้อง มสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาเด็ก
๘.๒ แนวทางการจดั ประสบการณ์
การจัดประสบการณ์สาํ หรบั เด็กปฐมวยั ควรดาํ เนนิ การตามแนวทางดังต่อไปนี้
๘.๒.๑ จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการทํางานของสมอง ที่เหมาะสมกับ อายุ
วฒุ ภิ าวะ และระดับพฒั นาการ เพอ่ื ให้เดก็ ทกุ คนไดพ้ ฒั นาเต็มตามศกั ยภาพ
๘.๒.๒ จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับแบบการเรียนรู้ของเด็ก เด็กได้ลงมือกระทํา เรียนรู้ผ่าน ประสาท
สมั ผสั ท้ังห้า ไดเ้ คลอ่ื นไหว สํารวจ เลน่ สงั เกต สืบค้น ทดลอง และคดิ แก้ปัญหาดว้ ยตนเอง
๘.๒.๓ จดั ประสบการณ์แบบบูรณาการ โดยบูรณาการทัง้ กจิ กรรม ทักษะ และสาระการเรียนรู้
๘.๒.๔ จัดประสบการณ์ให้เด็กได้คิดริเริ่ม วางแผน ตัดสินใจ ลงมือกระทําและนําเสนอความคิด โดยผู้สอน
หรอื ผ้จู ดั ประสบการณเ์ ป็นผู้สนับสนนุ อาํ นวยความสะดวก และเรยี นรู้รว่ มกบั เดก็
๘.๒.๕ จัดประสบการณ์ให้เดก็ มีปฏิสมั พันธก์ ับเด็กอืน่ กับผู้ใหญ่ ภายใต้สภาพแวดล้อมทีเ่ อือ้ ต่อ การเรียนรู้
ในบรรยากาศทอี่ บอนุ่ มีความสุข และเรียนรกู้ ารทาํ กจิ กรรมแบบร่วมมอื ในลกั ษณะตา่ งๆ
๘.๒.๖ จัดประสบการณ์ให้เด็กมปี ฏิสัมพันธก์ ับส่ือ และแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและอยู่ในวิถีชีวติ ของ
เดก็ สอดคล้องกบั บริบท สังคม และวัฒนธรรมท่ีแวดล้อมเด็ก
โรงเรียนบา้ นหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั
๘.๒.๗ จัดประสบการณ์ทีส่ ง่ เสรมิ ลักษณะนิสยั ท่ดี ีและทกั ษะการใชช้ วี ิตประจาํ วัน ตามแนวทางหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และการมีวินัย ให้เป็นส่วนหนึ่งของ การจัด
ประสบการณ์การเรียนรอู้ ยา่ งต่อเนอ่ื ง
๘.๒.๘ จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและแผนที่เกิดขึ้นในสภาพจริง โดยไม่ได้
คาดการณไ์ ว้
๘.๒.๙ จัดทําสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็น รายบุคคล
นํามาไตรต่ รองเพ่อื ใชป้ ระโยชน์ในการพัฒนาเดก็ และการวิจยั ในชั้นเรยี น
๘.๒.๑๐ จัดประสบการณ์โดยให้พ่อแม่ ครอบครัว และชุมชนมีส่วนร่วม ทั้งการวางแผน การสนับสนุนสื่อ
แหล่งเรยี นรู้ การเข้าร่วมกจิ กรรม และการประเมินพัฒนาการ
๘.๓. การจัดกิจกรรมประจําวนั
การจัดประสบการณ์ในกิจกรรมประจําวันสําหรับเด็กอายุ ๔-๖ ปี สามารถนํามาจัดได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับ
ความเหมาะสมในการนําไปใช้ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งเป็นการช่วยให้ผู้สอนทราบว่าในแต่ละวันจะทํา กิจกรรมอะไร
เมื่อใด และอย่างไร และที่สําคัญผู้สอนต้องคํานึงถึงการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมพัฒนาการ ทุกด้าน การจัดกิจกรรม
ประจาํ วนั มหี ลักการจดั และขอบข่ายของกจิ กรรม ดังนี้
๘.๓.๑ หลักการจดั กจิ กรรมประจาํ วนั
การจดั กิจกรรมประจําวนั จะต้องคํานงึ ถงึ อายุ และความสนใจของเด็กในแตล่ ะช่วงวัย ดังน้ี
๘.๓.๑.๑. การกําหนดระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมแต่ละกิจกรรมใหเ้ หมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละวัน
แต่ยืดหยุ่นไดต้ ามความต้องการและความสนใจของเด็ก เช่น
เดก็ วัย ๔-๕ ปี มคี วามสนใจประมาณ ๑๒-๑๕ นาที
เดก็ วยั ๕-๖ ปี มคี วามสนใจประมาณ ๑๕-๒๐ นาที
๘.๓.๑.๒. กิจกรรมทตี่ อ้ งใชค้ วามคิดท้ังในกลุม่ เลก็ และกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใชเ้ วลาต่อเน่อื งนานเกนิ กว่า
๒๐ นาที
๘.๓.๑.๓. กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นอย่างเสรี เพื่อช่วยให้เดก็ เรียนรู้การเลือก การตัดสินใจ การคิด
แก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาประมาณ ๔๐-๖๐ นาที เช่น กิจกรรมการเล่นเสรี กิจกรรม การเล่น
กลางแจง้ กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์
๘.๓.๑.๔. กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกห้อง กิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อใหญ่
และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมที่เป็นรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ริเริ่มและผู้สอนเป็น ผู้ริเริ่ม
กจิ กรรมที่ใช้กําลงั และไม่ใช้กําลงั จัดให้ครบทุกประเภท ทั้งนี้ กจิ กรรมทตี่ ้องออกกําลงั กายควรจัดสลับกับ กิจกรรมที่
ไม่ต้องออกกําลังมากนัก เพ่อื เดก็ จะไดไ้ ม่เหน่ือยเกินไป
๘.๓.๒ ขอบข่ายของกิจกรรรมประจําวนั
การเลือกกิจกรรมที่จะนํามาจัดในแต่ละวนั สามารถจัดได้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความ เหมาะสม
ในการนําไปใช้ของแต่ละหน่วยงานและสภาพชุมชน ที่สําคัญผู้สอนต้องคํานึงถึงการจัดกิจกรรมให้ ครอบคลุม
พฒั นาการทกุ ดา้ นดังตอ่ ไปน้ี
๘.๓.๒.๑ การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เป็นการพัฒนาความแข็งแรง การทรงตัว การยืดหยุ่น ความ
คล่องแคล่วในการใช้อวัยวะต่างๆ การประสานสัมพันธ์ และจังหวะการเคลื่อนไหวในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ โดยจัด
กจิ กรรมให้เด็กไดเ้ ล่นอิสระกลางแจง้ เลน่ เครื่องเลน่ สนาม เล่นปนี ปา่ ยอย่างอิสระ และเคลื่อนไหว รา่ งกายตามจังหวะ
ดนตรี
โรงเรียนบ้านหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
๘.๓.๒.๒ การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เป็นการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือ และการ
ประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาได้อย่างคล่องแคล่ว โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัส ฝึกช่วยเหลือ
ตนเองในการแตง่ กาย การหยบิ จบั ส่ิงของ และอปุ กรณ์ต่างๆ เช่น ช้อนส้อม สีเทยี น กรรไกร พู่กนั ดนิ เหนยี ว
๘.๓.๒.๓ การพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เป็นการปลูกฝังให้เด็กมี
ความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออก มีวินัย รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตตา กรุณา
เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีมารยาท และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือ โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเลน่
ใหเ้ ด็กได้มโี อกาสตดั สินใจเลอื ก ไดร้ ับการตอบสนองตามความต้องการ ไดฝ้ ึกปฏบิ ัตโิ ดยสอดแทรก คณุ ธรรม จริยธรรม
อยา่ งต่อเนื่อง
๘.๓.๒.๔ การพัฒนาสังคมนิสัย เป็นการพัฒนาให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่าง เหมาะสม
และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการทํากิจวัตรประจําวัน มีนิสัยรักการทํางาน รักษาความ
ปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งระมัดระวังอันตรายจากคนแปลกหน้า ให้เด็กได้ปฏิบัติ กิจวัตรประจําวันอย่าง
สม่ำเสมอ รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่าย ทําความสะอาดร่างกาย เล่นและทํางานร่วมกับผู้อื่น ปฏิบัติ
ตามกฎกติกา ข้อตกลงของส่วนรวม เก็บของเข้าท่ีเม่อื เลน่ หรอื ทาํ งานเสร็จ
๘.๓.๒.๕ การพัฒนาการคิด เป็นการพัฒนาให้เด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา การคิดรวบ
ยอดและการคิดเชิงเหตผุ ลทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยจัดกจิ กรรมใหเ้ ด็กได้สงั เกต จําแนก เปรียบเทียบ สืบ
เสาะหาความรู้ สนทนา อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็กศึกษานอกสถานที่ เล่นเกม
การศึกษา ฝกึ แก้ปัญหาในชีวติ ประจาํ วัน ฝกึ ออกแบบและสร้างชิน้ งาน และ ทํากจิ กรรมเป็นรายบคุ คล กล่มุ ย่อย และ
กลมุ่ ใหญ่
๘.๓.๒.๖ การพัฒนาภาษา เป็นการพัฒนาให้เด็กใชภ้ าษาในการสือ่ สารถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ
ความเขา้ ใจในส่งิ ต่างๆ ทีเ่ ด็กมีประสบการณ์ โดยสามารถต้ังคาํ ถามในสิ่งท่สี งสัยใคร่รู้ จดั กิจกรรม ทางภาษาให้มีความ
หลากหลายในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เด็กได้กล้าแสดงออกใน การฟัง การพูด การอ่าน การ
เขียน มีนิสัยรักการอ่าน และบุคคลแวดล้อมต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษา ทั้งนี้ต้องคํานึงถึงหลักการจัด
กิจกรรมทางภาษาทเี่ หมาะสมกับเด็กเปน็ สาํ คัญ
๘.๓.๒.๗ การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นการส่งเสริมให้เด็กมี ความคิดริเร่ิม
สร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกและเห็นความสวยงามของสิ่งต่างๆ โดยจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์
การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ อย่างอิสระ เล่นบทบาทสมมติ เล่นน้ำเล่นทราย เล่น
บลอ็ ก และเลน่ กอ่ สรา้ ง
๘.๓.๓ รูปแบบการจัดกจิ กรรมประจําวนั
การจัดตารางกิจกรรมประจําวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ในการนําไปใช้
ของแต่ละหน่วยงาน ที่สําคัญผู้สอนต้องคํานึงถึงการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน จึงขอเสนอแนะ
สัดส่วนเวลาในการพัฒนาเดก็ แตล่ ะวัน ดงั นี้
โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
รายการ การพัฒนา อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
ช่ัวโมง : วนั ชวั่ โมง : วัน
๑. การพัฒนาทักษะพื้นฐานในชวี ติ ประจาํ วนั (ประมาณ) (ประมาณ)
(รวมทั้งการช่วยตนเองในการแต่งกาย การรับประทาน
อาหาร สขุ อนามัยและการนอนพักผอ่ น) ๑ ๑/๒ ๑ ๑/๒
๒. การเล่นตามมมุ ประสบการณ์/มมุ เลน่ เสรี
๓. การคดิ และความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ๑/๒ ๑/๒
๔. กิจกรรมดา้ นสังคม การทาํ งานร่วมกับผูอ้ นื่ ) ๑ ๑
๕.กิจกรรมพฒั นากล้ามเนื้อใหญ่ ๓/๔ ๓/๔
๖.กิจกรรมท่มี กี ารวางแผนโดยผู้สอน ๓/๔ ๓/๔
๑/๒ ๑/๒
เวลาโดยประมาณ ๕ ๕
จากตารางกจิ กรรมประจาํ วนั ผ้สู อนต้องจดั กจิ กรรมโดยคาํ นงึ ถึงประเดน็ ดงั ต่อไปน้ี
๑. การจัดสัดส่วนของเวลาในแต่ละวันที่เสนอไว้สามารถปรับและยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้สอนและ
สภาพการณ์ โดยยดึ หลักการจดั กิจกรรมประจําวนั
๒. การจัดกิจกรรมประจําวันควรจัดเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานในชีวิตประจําวันของเด็ก โดยผู้สอนต้องให้
ความสําคัญในการส่งเสริมให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็กในการหยิบ จับ วัสดุต่างๆเพื่อช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติ
กิจวัตรประจําวันและถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เช่น เด็กอายุ ๔ ปีต้องให้เวลาในการทํากิจวัตร
ประจําวันมากและเมื่อเด็กอายุมากขึ้นเวลาที่ทํากิจวัตรประจําวันจะน้อยลงตามลําดับเนือ่ งจากเด็ก ช่วยเหลือตนเอง
ไดม้ ากข้นึ
๓. การจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง มีการทรงตัวที่ดี มีการ
ยดื หยนุ่ และความคล่องแคล่วในการใชอ้ วัยวะตา่ ง ๆ ตามจังหวะการเคลือ่ นไหวและการประสานสัมพนั ธ์กัน
๔. การจัดกิจกรรมการเล่นอิสระ เป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นสําหรับเด็กปฐมวัย ช่วยให้เด็กเลือก ตัดสินใจ คิด
แก้ปญั หา คิดสรา้ งสรรค์ในแตล่ ะวัน เดก็ ทกุ วยั ควรมโี อกาสเลน่ อสิ ระกลางแจง้ อย่างน้อย ๑ ชัว่ โมง : วัน
๕. การคิดและความคิดสร้างสรรค์ ทําให้เด็กเกิดความคิดรวยยอด การคิดเชิงเหตุผล มีความสามารถ ในการ
แกป้ ญั หาและตดั สินใจ มีจนิ ตนาการและความคดิ สร้างสรรค์
๖. กิจกรรมพัฒนาทักษะทางสังคม เป็นกิจกรรมที่เด็กได้พัฒนาลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสม มี
ปฏสิ มั พนั ธ์และอยู่ร่วมกับผู้อ่นื ได้อย่างมีความสุข เดก็ ทีอ่ ายนุ ้อยยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ดงั นั้น การให้เวลา ในช่วง
วยั ๓ ขวบจึงใหเ้ วลานอ้ ยในการทํากจิ กรรมกล่มุ เน่อื งจากเดก็ ยังยึดตนเองเป็นศนู ยก์ ลาง และจะเพิ่มเวลาเม่อื เด็กอายุ
มากขึน้ เพราะเด็กตอ้ งการเวลาในการเลน่ และทาํ กิจกรรมร่วมกับคนอืน่ มากข้นึ
๗. กิจกรรมที่มีการวางแผนโดยครูผู้สอน ให้คิดรวบยอดโดยครูผู้สอน จะช่วยให้เด็กเกิดทักษะหรือ ความคิด
รวบยอดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามสาระการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในหลักสูตร เช่นผู้สอนต้องการให้เกิด ความคิดรวบยอด
เกี่ยวกับน้ำ ผู้สอนต้องวางแผนกิจกรรมล่วงหน้า เวลาที่ใช้ในแต่ละวันที่กําหนดไว้ ๓/๔ ชั่วโมง (๔๕ นาที) ทั้งนี้มิได้
หมายความว่าให้ผู้สอนสอนต่อเนื่อง ๔๕ นาทีใน ๑ กิจกรรม ผู้สอนต้องพิจารณาว่า เด็กมีช่วงความสนใจสั้นตาม
พัฒนาการ จําเป็นต้องจัดแบง่ เวลาเปน็ หลายช่วงและในหลากหลายกิจกรรม กิจกรรมทีต่ ้องใช้ความคดิ ทั้งในกลุ่มเล็ก
และกล่มุ ใหญ่ ไมค่ วรใชเ้ วลาตอ่ เนือ่ งนานกวา่ ๒๐ นาที
โรงเรยี นบ้านหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั
๘.๓.๔ แนวทางการจัดกจิ กรรมประจําวัน
การจัดกิจกรรมประจําวัน ครูสามารถนําไปปรับใช้ได้ หรือนํานวัตกรรมต่างๆมาปรับใช้ในการจัด กิจกรรม
ประจาํ วนั ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา โดยมีแนวทางในการจัดกจิ กรรม และ การใช้ส่ือ ดังนี้
๑. กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจังหวะ
การเคลอ่ื นไหวและจังหวะ เปน็ กจิ กรรมท่ีจัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่าง อิสระตาม
จังหวะ โดยใช้เสียงเพลง คําคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อื่นๆ มาประกอบการ เคลื่อนไหว ซึ่งจังหวะ
และเครื่องดนตรีประกอบ ได้แก่ การปรบมือ การร้องเพลง การเคาะไม้ กรุ้งกริ่ง รํามะนา กลอง กรับ เพื่อส่งเสริมให้
เด็กพัฒนากล้ามเน้ือใหญ่และกล้ามเนือ้ เล็ก อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เกิดจินตนาการ ความคิดสรา้ งสรรค์
สอดคล้องกับจดุ ประสงค์ ดังน้ี
จดุ ประสงค์
๑. เพื่อพฒั นาอวยั วะทุกส่วนใหม้ ีความสัมพันธก์ ันอย่างดใี นการเคล่ือนไหว
๒. เพือ่ ฝกึ ทักษะภาษา ฝึกฟงั คาํ สง่ั และขอ้ ตกลง
๓. เพอ่ื ฝกึ ใหเ้ กิดทักษะในการฟงั ดนตรี หรอื จังหวะต่าง ๆ
๔. เพือ่ ให้เกดิ ความซาบซ้งึ และสุนทรียภาพ
๕. เพื่อฝกึ ความจําและเสรมิ สรา้ งประสบการณ์
๖. เพอ่ื ฝกึ การเป็นผ้นู ําและผู้ตามที่ดี
๗. เพ่ือพัฒนาด้านสังคม การปรับตัวและความรว่ มมอื ในกลุ่ม
๘. เพอื่ ใหโ้ อกาสเด็กได้แสดงออก มคี วามเชอื่ มัน่ ในตนเอง และความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์
๙. เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสนกุ สนาน ผ่อนคลายความตึงเครียดท้ังรา่ งกายและจิตใจ
ขอบข่ายของการจดั กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ
๑. การเคล่ือนไหวร่างกาย
๒. การฟังสญั ญาณและการปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง
๓. การฝึกการเป็นผู้นาํ และผตู้ ามทดี่ ี
๔. การฝกึ จนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
๕. ความมรี ะเบยี บวินัย
๖. การเรียนรูจ้ ังหวะ
๗. ความเพลดิ เพลินสนุกสนาน
๘. การฝึกความจํา
๙. การแสดงออก
๑๐. เน้ือหาของหนว่ ยการสอน
รปู แบบการเคลอื่ นไหว
๑. การเคลอื่ นไหวพ้นื ฐาน เป็นกจิ กรรมท่ตี ้องฝึกทุกครัง้ ก่อนทจี่ ะเร่มิ ฝึกกิจกรรมอ่ืนๆต่อไป ลักษณะการจัด
กิจกรรมมีจุดเนน้ ในเรื่องจงั หวะและการเคลื่อนไหวหรือท่าทางอยา่ งอสิ ระ การเคล่ือนไหวตาม ธรรมชาติของเด็ก มี ๒
ประเภท ได้แก่
๑.๑ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ เช่น ปรบมือ ผงกศีรษะ ขยิบตา ชันเข่า ขยับมือและแขน มือและ นิ้วมือ
เท้าและปลายเท้า
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
๑.๒ การเคลอ่ื นไหวเคล่ือนท่ี เชน่ คลาน คืบ เดิน วิ่ง กระโดด ควบม้า กา้ วกระโดด เขย่ง กา้ วชิด
๒. การเคลื่อนไหวที่สัมพันธ์กับเนื้อหา เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลือ่ นไหวรา่ งกายโดยเนน้ การทบทวน
เร่ืองทีไ่ ดร้ บั รู้จากกจิ กรรมอืน่ และนาํ มาสัมพันธก์ ับสาระการเรียนรู้ หรอื เรื่องอ่นื ๆ ทเ่ี ดก็ สนใจ ได้แก่
๒.๑ การเคลื่อนไหวเลียนแบบ เป็นการเคลื่อนไหวเลียนแบบสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น การเลียนแบบ
ทา่ ทางสัตว์ การเลยี นแบบทา่ ทางคน การเลยี นแบบเครื่องยนต์กลไกและเครื่องเล่น และการเลียนแบบ ปรากฏการณ์
ธรรมชาติ
๒.๒ การเคลื่อนไหวตามบทเพลง เป็นการเคลื่อนไหวหรือทําท่าทางประกอบเพลง เช่น เพลงไก่ เพลง
ข้ามถนน เพลงสวสั ดี
๒.๓ การทําท่าทางกายบริหารประกอบเพลงหรือคําคล้องจอง เป็นการเคลื่อนไหวแบบ กายบริหาร
อาจจะมที า่ ทางไม่สัมพนั ธ์กบั เนือ้ หาของเพลงหรอื คําคล้องจอง เช่น เพลงกาํ มือแบมอื เพลงออกกําลงั คําคลอ้ งจองฝน
ตกพราํ พราํ
๒.๔ การเคลื่อนไหวเชิงสรา้ งสรรค์ เป็นการเคลื่อนไหวที่ให้เด็กคิดสร้างสรรคท์ ่าทางขึ้นเอง หรืออาจใช้
คําถามหรือคาํ สัง่ หรือใช้อปุ กรณ์ประกอบ เช่น ห่วงหวาย แถบผ้า รบิ บน้ิ ถุงทราย
๒.๕ การเคล่อื นไหวหรือการแสดงท่าทางตามคาํ บรรยายทีค่ รเู ล่า หรือเรื่องราว หรอื นทิ าน
๒.๖ การเคลอ่ื นไหวหรือการแสดงทา่ ทางตามคําส่ัง เปน็ การเคลอ่ื นไหวหรือทาํ ท่าทาง ตามคําสงั่ ของครู
เชน่ การจดั กลมุ่ ตามจํานวน การทําท่าทางตามคําสงั่
๒.๗ การเคลื่อนไหวหรอื การแสดงท่าทางตามข้อตกลง เปน็ การเคลื่อนไหวหรือทําท่าทาง ตามขอ้ ตกลง
ท่ไี ดต้ กลงไว้กอ่ นเริ่มกิจกรรม
๒.๘ การเคลื่อนไหวหรือการแสดงท่าทางเป็นผู้นํา ผู้ตาม เป็นการคิดท่าทางการเคลื่อนไหว อย่าง
สรา้ งสรรคข์ องเด็กเองแลว้ ให้เพ่ือนปฏิบตั ิตาม
จากขอบข่ายของการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะข้างต้น ผู้สอนควรตระหนักถึงลักษณะของการ
เคลอื่ นไหวโดยการใชส้ ว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายให้ประสานสัมพันธ์กนั อย่างสมบรู ณ์ ดว้ ยการเคลื่อนไหวลักษณะ
ช้า เร็ว นุ่มนวล ทําท่าทางขึงขัง ร่าเริง มีความสุข หรือเศร้าโศก เสียใจ และเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างกัน เพ่ือ
เป็นการฝกึ ใหเ้ ด็กได้เคล่ือนท่ีอิสระโดยใชบ้ ริเวณที่อยรู่ อบๆ ตวั เดก็ ได้แก่ การเคล่ือนไหวไปขา้ งหน้าและ ข้างหลัง ไป
ขา้ งซา้ ยและขา้ งขวา เคลือ่ นตวั ขึน้ และลง หรอื หมุนไปรอบตัว โดยให้มีระดบั ของการเคลื่อนไหวสูง กลาง และ ต่ำ ใน
บริเวณพ้ืนที่ทีเ่ ด็กต้องการเคลอ่ื นไหว
ส่อื กจิ กรรมเคลือ่ นไหวและจังหวะ
๑. เครือ่ งเคาะจังหวะ เชน่ น่งิ เหลก็ สามเหลีย่ ม กรับ รํามะนา กลอง
๒. อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว เช่น หนังสือพิมพ์ ริบบิ้น แถบผ้า ห่วงหวาย ห่วงพลาสติก
ฮูลาฮูบ ถุงทราย
แนวการจดั กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ
๑. เริม่ จากการทาํ กิจกรรมเคลื่อนไหวพื้นฐาน เพอ่ื เป็นการเตรียม โดยการแตะสมั ผสั ส่วนตา่ งๆ ของร่างกาย
สํารวจการใช้สว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายในการเคล่ือนไหว
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั
๒. อธิบายหรือสรา้ งข้อตกลงร่วมกันในการกาํ หนดสัญญาณ การใชเ้ ครอื่ งให้จังหวะ และการกําหนด จังหวะ
เช่น ข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญาณและจังหวะ จะใช้เครื่องเคาะจังหวะเป็นการกําหนดจังหวะให้สม่ําเสมอ และชัดเจน
อาจจะกาํ หนดดงั นี้
๒.๑ ใหจ้ ังหวะ ๑ คร้ัง สมำ่ เสมอ แสดงว่า ใหเ้ ด็กเดินหรือเคลื่อนไหวไปเร่อื ยๆ ตามจังหวะ
๒.๒ ให้จังหวะ ๒ ครั้งติดกัน แสดงว่า ให้เด็กหยดุ การเคลื่อนไหว โดยเด็กจะต้องหยุดนิง่ จริงๆ หากกําลงั
อย่ใู นท่าใด ก็ต้องหยุดนงิ่ ในทา่ นนั้ จะเคล่ือนไหวหรอื เปลีย่ นทา่ ไม่ได้
๒.๓ ให้จังหวะรัว แสดงว่า ให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างเร็ว หรือเคลือ่ นที่เร็วขึ้นแต่ไมใ่ ช่การวิ่งและส่ง เสียงดงั
บางกจิ กรรมอาจจะหมายถึงการเปลี่ยนตําแหนง่ การทาํ ตามคําสั่ง หรือข้อตกลง
๓. ให้เด็กเคลื่อนไหวอย่างอิสระตามความคิด หรือจินตนาการของตนเอง โดยใช้ส่วนต่างๆของ ร่างกายให้
มากที่สุด ในขณะเดียวกันต้องคํานึงถึงองค์ประกอบพื้นฐานในการเคลื่อนไหว ได้แก่ การใช้ร่างกาย ตนเอง การใช้
พ้นื ท่ี การเคลื่อนไหวอยา่ งมีอสิ ระ มรี ะดบั และทิศทาง
๔. ใหเ้ ดก็ ทดลองปฏบิ ัติและปฏบิ ัติเพือ่ ให้เดก็ ไดเ้ คลอื่ นไหวหลากหลายรูปแบบ
๕. หลังจากปฏบิ ตั ิกิจกรรมใหเ้ ด็กไดพ้ ักผ่อนตามอธั ยาศยั โดยให้เดก็ นัง่ กบั พนื้ หอ้ ง ผู้สอนเปิดเพลงเบาๆ
ข้อเสนอแนะ
๑. ควรเริ่มกจิ กรรมจากการเคลื่อนไหวทีเ่ ปน็ อิสระ และมวี ิธกี ารท่ไี มย่ ุ่งยากมากนัก เช่น ให้เด็กได้ กระจายอยู่
ภายในห้องหรอื บริเวณทีฝ่ ึก และใหเ้ คลื่อนไหวไปตามธรรมชาตขิ องเดก็
๒. ควรให้เด็กไดแ้ สดงออกดว้ ยตนเองอยา่ งอสิ ระและเปน็ ไปตามความนกึ คดิ ของเด็กเอง ครูไม่ควรชี้แนะ
๓. ควรเปิดโอกาสให้เด็กคิดหาวธิ เี คลื่อนไหวทัง้ ที่ต้องเคลื่อนที่และไม่ต้องเคลือ่ นที่เปน็ รายบุคคล เป็นคู่ เป็น
กล่มุ ตามลาํ ดับและกล่มุ ไมค่ วรเกิน ๕ - ๖ คน
๔. ควรใช้สิ่งของที่หาได้ง่าย เช่น ของเล่น กระดาษ หนังสือพิมพ์ เศษผ้า เชือก ท่อนไม้ ประกอบการ
เคล่อื นไหวและการให้จังหวะ
๕. ควรกําหนดจังหวะสัญญาณนัดหมายในการเคลื่อนไหวต่าง ๆ หรือเปลี่ยนท่า หรือหยุดให้เด็กทราบ เม่ือ
ทาํ กิจกรรมทกุ คร้ัง เช่น เม่อื ให้จงั หวะ ๑ จงั หวะ ใหเ้ ด็กทาํ ท่าทาง ๑ ท่าทาง ฯลฯ
๖. ควรสรา้ งบรรยากาศอยา่ งอิสระ ชว่ ยให้เดก็ รูส้ ึกอบอุน่ เพลิดเพลิน และรสู้ กึ สบายและสนุกสนาน
๗. ควรจัดใหม้ ีรูปแบบของการเคลื่อนไหวทีห่ ลากหลาย เพอ่ื ชว่ ยให้เด็กสนใจมากข้นึ
๘. กรณีเด็กไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรม ครูไม่ควรใช้วิธีบังคับ ควรให้เวลาและโน้มน้าวให้เด็กสนใจเข้าร่วม
กจิ กรรมดว้ ยความสมคั รใจ
๙. หลงั จากเดก็ ได้ทาํ กจิ กรรมแล้ว ตอ้ งให้เด็กไดพ้ กั และผ่อนคลายอิรยิ าบถ โดยเปิดเพลงจังหวะช้าๆ เบาๆ
๑๐. การจัดกิจกรรมควรจัดตามตารางกิจวตั รประจําวนั และควรจัดให้เปน็ ทนี่ ่าสนใจ เกดิ ความ สนกุ สนาน
๒. กจิ กรรมเสริมประสบการณ์/กจิ กรรมในวงกลม
กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์/กจิ กรรมในวงกลม เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งเน้นใหเ้ ดก็ ได้พัฒนาทักษะการ เรียนรู้ มี
ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การสังเกต การคิดแก้ปัญหา การใช้เหตุผล โดยการฝึกปฏบิ ัติร่วมกัน และการทํางา น
เปน็ กลุ่ม ทัง้ กลมุ่ ยอ่ ยและกลุม่ ใหญ่ เพือ่ ให้เกิดความคิดรวบยอดเกีย่ วกับเร่อื งที่ได้เรยี นรู้ สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคด์ งั น้ี
จุดประสงค์
๑. เพือ่ ให้เดก็ เขา้ ใจเนอ้ื หาและเรอ่ื งราวในหน่วยการจัดประสบการณ์
๒. เพอื่ ฝึกการใช้ภาษาในการฟงั พูด และการถ่ายทอดเรอื่ งราว
โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
๓. เพอ่ื ฝึกมารยาทในการฟงั การพดู
๔. เพ่ือฝึกความมีระเบยี บวนิ ัย
๕. เพื่อใหเ้ ด็กเรยี นรผู้ า่ นการสังเกต เปรยี บเทยี บ
๖. เพอ่ื ส่งเสริมความสามารถในการคิดรวบยอด การคดิ แกป้ ญั หาและตดั สินใจ
๗. เพอ่ื สง่ เสรมิ การเรียนรู้วธิ แี สวงหาความรู้ เกิดการเรยี นรจู้ ากการคน้ พบด้วยตนเอง
๘. เพื่อฝึกให้กล้าแสดงความคิดเห็น ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและยอมรับฟังความ คิดเห็น
ของผูอ้ ่นื
๙. เพอื่ ฝกึ ใหม้ ีลักษณะนิสยั ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น
๑๐. เพือ่ ฝกึ ลักษณะนิสยั ให้มีคณุ ธรรม จริยธรรม
ขอบข่ายสาระของกิจกรรมเสริมประสบการณ์/กิจกรรมในวงกลม
สาระที่ควรเรียนรู้ สาระในส่วนนี้กําหนดเฉพาะหัวข้อไม่มีรายละเอียด ทั้งนี้เพื่อประสงค์จะให้ ผู้สอน
สามารถกําหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ ความสนใจของเด็ก อาจยืดหยุ่น เนื้อหาได้โดย
คํานึงถึงประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ผู้สอนสามารถนําสาระที่ควรเรียนรู้มา บูรณาการจัด
ประสบการณ์ตา่ งๆ ให้ง่ายต่อการเรยี นรู้ ทง้ั นมี้ ไิ ด้ประสงค์ให้เด็กท่องจําเนื้อหา แตต่ ้องการให้ เดก็ เกิดแนวคิดหลังจาก
นําสาระการเรยี นรู้น้ันๆมาจัดประสบการณ์ให้เด็กเพื่อใหบ้ รรลุจุดหมายท่ีกาํ หนดไว้ นอกจากนส้ี าระที่ควรเรียนรู้ยังใช้
เป็นแนวทางช่วยผู้สอนกําหนดรายละเอียดและความยากง่ายของเนื้อหาให้ เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก สาระท่ี
ควรเรียนรู้ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมช าติรอบตัว
และสิง่ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก ดงั นี้
๑. เรือ่ งราวเก่ียวกับตัวเด็ก เดก็ ควรเรยี นรู้เก่ียวกับชื่อ นามสกลุ รูปร่างหน้าตา อวัยวะต่างๆ วิธีระวัง
รกั ษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยท่ีดี การรบั ประทานอาหารทเี่ ปน็ ประโยชน์ การรกั ษาความ ปลอดภัยของ
ตนเอง รวมท้ังการปฏบิ ตั ิตอ่ ผู้อ่นื อย่างปลอดภยั การรจู้ กั ประวตั ิความเปน็ มาของตนเองและ ครอบครวั การปฏิบัติตน
เปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องครอบครวั และโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อ่ืน การรจู้ กั แสดงความคิดเห็นของตนเอง
และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกํากับตนเอง การเล่นและทําสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองตามลําพังหรือกับผู้อื่น การ
ตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการรับรู้ อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืน
การแสดงออกทางอารมณ์และความรสู้ กึ อยา่ งเหมาะสม การแสดง มารยาทท่ดี ี การมีคุณธรรมจริยธรรม
๒. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา
ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจําวัน สถานที่สําคัญ วันสําคัญ
อาชพี ของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวฒั นธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สาํ คัญของชาติไทย และการปฏบิ ัติตามวัฒนธรรม
ท้องถิ่นและความเปน็ ไทย หรอื แหล่งเรียนรจู้ ากภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นอืน่ ๆ
๓. ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและ
ความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง และ
พลงั งานในชวี ิตประจาํ วนั ทแ่ี วดล้อมเดก็ รวมทัง้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรกั ษาสาธารณสมบตั ิ
๔. สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมาย ในชีวิตประจํ าวัน
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร
น้ำหนัก จํานวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้
งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการ สื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ใน
ชวี ิตประจาํ วันอย่างประหยดั ปลอดภยั และรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม
โรงเรียนบ้านหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย
ส่อื กิจกรรมเสริมประสบการณ์ /กจิ กรรมในวงกลม
๑. สอ่ื ของจรงิ ทอี่ ยใู่ กลต้ วั และสอ่ื จากธรรมชาติหรือวัสดทุ ้องถิน่ เช่น ต้นไม้ใบไม้ เปลอื กหอย เสอื้ ผา้
๒. สื่อท่จี าํ ลองขน้ึ เช่น ต้นไม้ ตุ๊กตาสตั ว์
๓. ส่อื ประเภทภาพ เชน่ ภาพพลกิ ภาพโปสเตอร์ หนังสือภาพ
๔. สื่อ เทคโนโลยี เช่น เครื่องบันทึกเสียง เครื่องขยายเสียง โทรศัพท์ แม่เหล็ก แว่นขยาย เครื่องชั่ง
กล้องถ่ายรูปดิจิตอล
๕. สื่อ แหล่งเรียนรู้ เช่น แหล่งเรียนรู้ภายในและนอกสถานศึกษา เช่น แปลงเกษตร สวนผัก สมุนไพร
ร้านคา้ สวนสตั ว์ แหลง่ ประกอบการในทอ้ งถ่นิ
แนวการจดั กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์/กจิ กรรมในวงกลม
การจัดกจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์/กจิ กรรมในวงกลม จัดไดห้ ลายวิธี ได้แก่
๑. การสนทนาหรือการอภิปราย เป็นการพูดคุย ซักถามระหว่างเด็กกับครู หรือเด็กกับเด็ก เป็น การ
ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาด้านการพูดและการฟัง โดยการกําหนดประเด็นในการสนทนาหรืออภิปราย เด็กจะได้
แสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ครูหรือผู้สอนเปิดโอกาสให้เด็กซักถาม โดยใช้คําถามกระตุ้น
หรือเล่าประสบการณ์ท่ีแปลกใหม่ นําเสนอปัญหาที่ ท้าทายความคิด การยกตัวอย่าง การ ใช้สื่อประกอบการสนทนา
หรอื การอภิปรายควรใช้สือ่ ของจริง ของจาํ ลอง รูปภาพ หรอื สถานการณ์จําลอง
๒. การเล่านิทาน และการอา่ นนทิ าน เปน็ กจิ กรรมทค่ี รูหรือผสู้ อนเล่าหรืออ่านเร่ืองราวจาก นิทาน โดย
การใชน้ ำ้ เสยี งประกอบการเลา่ แตกต่างตามบุคลิกของตัวละคร ซง่ึ ครูหรอื ผู้สอนควรเลอื กสาระของ นิทานใหเ้ หมาะสม
กับวัย สื่อที่ใช้อาจเป็นหนังสอื นิทาน หนังสือภาพ แผ่นภาพ หุ่นมือ หุ่นนิ้วมือ หรือการแสดง ท่าทางประกอบการเล่า
เรื่อง โดยครูใช้คําถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ เช่น ในนิทานเรื่องนี้มตี ัวละครอะไรบ้าง เหตุการณ์ในนิทานเรื่องน้ีเกดิ ท่ี
ไหน เวลาใด หรือ ลาํ ดบั เหตุการณท์ เ่ี กดิ ขึน้ ในนิทาน นทิ านเร่อื งนม้ี ปี ญั หา อะไรบา้ ง และเด็กๆชอบเหตุการณ์ใดในนอ
ทานเรื่องน้มี ากท่สี ดุ
๓. การสาธติ เปน็ กิจกรรมทเ่ี ดก็ ได้เรยี นรู้จากประสบการณต์ รง โดยแสดงหรอื ทาํ สง่ิ ท่ตี ้องการให้ เด็กได้
สังเกตและเรียนรูต้ ามขั้นตอนของกิจกรรมนั้นๆ และเด็กได้อภิปรายและร่วมกันสรุปการเรยี นรู้ การสาธิต ในบางคร้งั
อาจให้เด็กอาสาสมัครเป็นผู้สาธิตร่วมกับครูหรือผู้สอน เพื่อนําไปสู่การปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เช่น การเพาะเมล็ดพืช
การประกอบอาหาร การเป่าลกู โปง่ การเลน่ เกมการศกึ ษา
๔. การทดลองปฏิบัติการ เป็นกิจกรรมทีจ่ ัดใหเ้ ด็กได้รับประสบการณ์ตรง จากการลงมือปฏบิ ัติ ทดลอง
การคิดแก้ปัญหา มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะคณิตศาสตร์ ทักษะภาษา ส่งเสริมให้เด็ก เกิดข้อสงสัย
สืบค้นคําตอบด้วยตนเอง ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างง่าย สรุปผลการทดลอง อภิปรายผล การทดลอง และ
สรุปการเรียนรู้ โดยกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ เช่น การเลี้ยงหนอนผีเสื้อ การปลูกพืช ฝึก การ
สงั เกตการณ์ไหลของน้ำ
๕. การประกอบอาหาร เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กไดเ้ รียนรู้ผ่านการทดลองโดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ ลงมือ
ทดสอบและปฏิบัติการด้วยตนเองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผัก เนื้อสัตว์ ผลไม้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ต้ม นึ่ง ผัด
ทอด หรือการรับประทานสด เด็กจะได้รับประสบการณ์จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอาหาร การรับรู้รสชาติ
และกล่ินของอาหาร ด้วยการใชป้ ระสาทสัมผัสและการทาํ งานร่วมกนั เชน่ การทาํ อาหารจากไข่
๖. การเพาะปลกู เปน็ กิจกรรมท่ีเน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์ ซ่ึงเดก็ จะได้ เรียนรู้
การบูรณาการจะทําให้เด็กได้รับประสบการณ์โดยทําความเข้าใจความต้องการของสิ่งมีชีวิตในโลก และ ช่วยให้เด็ก
เข้าใจความคิดรวบยอดเกีย่ วกับสิ่งที่อยู่รอบตัวโดยการสงั เกต เปรียบเทยี บ และการคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นการเปิด
โอกาสให้เดก็ ไดค้ น้ พบและเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
๗. การศึกษานอกสถานที่ เป็นการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาที่ให้เด็กได้เรียนรู้สภาพความเป็นจริง นอก
ห้องเรียน จากแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา หรือ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น ห้องสมุด สวนสมุนไพรวัด ไปร ษณีย์
พิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์แก่เด็ก โดยครูและเด็กร่วมกันวางแผนศึกษาสิ่งที่ต้องการเรียนรู้การ
เดนิ ทาง และสรปุ ผลการเรียนรู้ที่ได้จากการไปศึกษานอกสถานที่
๘. การเล่นบทบาทสมมติ เป็นกิจกรรมให้เด็กสมมติตนเองเป็นตัวละคร และแสดงบทบาทต่างๆ ตาม
เน้ือเรื่องในนิทาน เรื่องราวหรือสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้ความรู้สึกของเด็กในการแสดง เพื่อให้เด็กเข้าใจ เรื่องราว
ความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเองและผู้อื่น ๆ ควรใช้สื่อประกอบการเล่นสมมติ เช่น หุ่นสวมศีรษะ ที่คาดศีรษะรูป
คนและสัตว์รูปแบบตา่ งๆ เครือ่ งแต่งกาย และอปุ กรณ์ของจริงชนดิ ต่าง ๆ
๙. การร้องเพลง ท่องคําคล้องจอง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษา จังหวะ และ การ
แสดงทา่ ทางให้สัมพนั ธ์กบั เนอื้ หาของเพลงหรือคําคลอ้ งจอง ครูหรอื ผู้สอนควรเลอื กให้เหมาะกบั วัยของเดก็
๑๐. การเล่นเกม เปน็ กิจกรรมท่นี าํ เกมการเรียนรู้เพ่ือฝึกทักษะการคดิ การแก้ปญั หา และ การทาํ งานเป็น
กลมุ่ เกมท่ีนาํ มาเลน่ ไมค่ วรเน้นการแขง่ ขัน
๑๑. การแสดงละคร เปน็ กิจกรรมทีเ่ ด็กจะได้เรยี นรู้เก่ียวกับการลําดับเรื่องราว การเรียงลําดับเหตุการณ์
หรือเร่อื งราวจากนทิ าน การใช้ภาษาในการส่ือสารของตวั ละคร เพ่อื ให้เด็กไดเ้ รียนรู้ และทําความเข้าใจบคุ ลิกลักษณะ
ของตัวละครที่เด็กสวมบทบาท สื่อที่ใช้ เช่น ชุดการแสดงที่สอดคล้องกับ บทบาทที่ได้รับ บทสนทนาที่เด็กใช้ฝึก
สนทนาประกอบการแสดง
๑๒. การใช้สถานการณจ์ ําลอง เป็นกิจกรรมที่เดก็ ได้เรยี นรู้แนวทางการปฏิบัติตนเมื่ออยู่ใน สถานการณ์ท่ี
ครหู รือผ้สู อนกาํ หนด เพื่อใหเ้ ด็กไดฝ้ ึกการแกป้ ัญหา เชน่ นำ้ ท่วม โรคระบาด พบคนแปลกหน้า
ขอ้ เสนอแนะ
๑. การจัดกิจกรรมควรให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าและมีโอกาส ค้นพบด้วย
ตนเองให้มากทสี่ ดุ
๒. ผู้สอนควรยอมรับความคิดเห็นที่หลากหลายของเด็กและให้โอกาสเด็กได้ฝึกคิดแสดงความ คิดเห็น ฝึก
ตงั้ คาํ ถาม
๓. การจดั กิจกรรมอาจเชญิ วทิ ยากรมาใหค้ วามรู้เพ่มิ เตมิ เพอ่ื ชว่ ยให้เดก็ สนใจและสนกุ สนานยง่ิ ขึน้
๔. ในขณะทีเ่ ด็กทํากิจกรรม หรอื หลังจากทํากจิ กรรมเสรจ็ แลว้ ผูส้ อนควรใช้คาํ ถามปลายเปดิ ทช่ี วนให้เดก็
คิดหลกี เลี่ยงการใช้คาํ ถามท่มี คี ําตอบ“ใช่”“ไม่ใช่”หรอื มีคาํ ตอบใหเ้ ด็กเลอื กและผสู้ อนควรใหเ้ วลาเด็กคิดคาํ ตอบ
๕. ช่วงระยะเวลาที่จัดกิจกรรมสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม โดยคํานึงถึงความ สนใจของเด็ก
และความเหมาะสมของกิจกรรมนั้น ๆ เช่น กิจกรรมการศึกษานอกสถานที่ การประกอบอาหาร การปลูกพืช อาจใช้
เวลานานกวา่ ท่กี ําหนดไว้
๖. ควรสรุปสิ่งต่างๆที่ได้เรียนรู้ให้เด็กเข้าใจ ซึ่งครูหรือผู้สอน อาจใช้คําถาม เพลง คําคล้องจอง เกมการ
เรียนรู้ แผนภูมิ แผนผังกราฟกิ ฯลฯ เพอ่ื นําไปใช้ในชีวิตประจําวัน
๓. กิจกรรมสร้างสรรค์
กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนากระบวนการคิด การรับรู้เกี่ยวกับความงาม และส่งเสรมิ กระตุ้นให้
เด็กแสดงออกทางอารมณ์ ความรสู้ กึ ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และจินตนาการ โดยใชก้ จิ กรรมศลิ ปะ หรือกิจกรรมอ่ืน
ทเี่ หมาะกับพฒั นาการของเดก็ แตล่ ะวัยและสอดคลอ้ งกับจุดประสงคด์ ังนี้
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
จดุ ประสงค์
๑. เพื่อพัฒนากลา้ มเน้อื มอื และตาใหป้ ระสานสัมพันธก์ นั
๒. เพื่อใหเ้ กดิ ความเพลดิ เพลนิ ชนื่ ชมในส่งิ ที่สวยงาม
๓. เพื่อส่งเสริมการปรับตัวในการทํางานรว่ มกบั ผูอ้ ่นื
๔. เพื่อส่งเสริมการแสดงออกและความมั่นใจในตนเอง
๕. เพอ่ื ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และทักษะทางสังคม
๖. เพ่อื ส่งเสรมิ ทักษะทางภาษา
๗. เพอื่ ฝกึ ทักษะการสงั เกต และการแก้ปัญหา
๔. เพอื่ ส่งเสรมิ ความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์ และจนิ ตนาการ
ขอบข่ายการจัดกิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์
การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ประกอบดว้ ย
๑. การวาดภาพและระบายสี เช่น การวาดภาพด้วยสีเทียน หรอื สีไม้ การวาดภาพด้วยสนี ้ำ
๒. การเลน่ กบั สนี ้ำ เชน่ การหยดสี การเทสี การเป่าสี ละเลงสีด้วยนิ้วมอื
๓. การพิมพ์ภาพ เชน่ การพมิ พภ์ าพด้วยพืช การพิมพ์ภาพดว้ ยวัสดตุ า่ งๆ
๔. การปน้ั เช่น การปน้ั ดนิ เหนียว การป้ันแป้งปั้น การป้ันดินนำ้ มัน การปนั้ แป้งขนมปัง
๕. การพบั ฉีก ตัด ปะ เชน่ การพบั ใบตอง การฉีกกระดาษเสน้ การตดั ภาพต่างๆ
๖. การปะติดวสั ดุ
๗. การประดิษฐ์ เชน่ การประดษิ ฐเ์ ศษวัสดุ การร้อย การสาน
ส่ือกจิ กรรมสร้างสรรค์
๑. การวาดภาพและระบายสี
๑.๑ สีเทียนแท่งใหญ่ สีไม้ สีชอลก์ สีน้ำ
๑.๒ พูก่ นั ขนาดใหญ่ (ประมาณเบอร์ ๑๒)
๑.๓ กระดาษ
๑.๔ เสอื้ คลุม หรอื ผ้ากันเปอ้ื น
๒. การเล่นกบั สี
๒.๑ การเป่าสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ สนี ำ้
๒.๒ การหยดสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ พกู่ ัน สีน้ำ
๒.๓ การพบั สี มี กระดาษ สีน้ำ พ่กู ัน
๒.๔ การเทสี มี กระดาษ สีนำ้
๒.๕ การละเลงสี มี กระดาษ สีนำ้ แป้งเปียก
๓. การพมิ พ์ภาพ
๓.๑ แมพ่ ิมพ์ต่าง ๆ จากของจริง เช่น นิว้ มือ ใบไม้ กา้ นกล้วย
๓.๒ แมพ่ มิ พจ์ ากวัสดอุ ่นื ๆ เช่น เชือก เส้นด้าย ตรายาง
๓.๓ กระดาษ ผ้าเชด็ มอื สีโปสเตอร์ (สีน้ำ สฝี นุ่ ฯลฯ)
๔. การป้นั เชน่ ดนิ นำ้ มัน ดินเหนยี ว แปง้ โดว์ แผน่ รองปนั้ แมพ่ ิมพร์ ูปต่างๆ ไม้นวดแป้ง
๕. การพบั ฉกี ตัดปะ เช่น กระดาษ หรือวสั ดุอืน่ ๆท่ีจะใช้พบั ฉีก ตัด ปะ กรรไกรขนาดเล็ก ปลายมน กาวน้ำ
หรือแปง้ เปยี ก ผา้ เช็ดมือ
โรงเรยี นบ้านหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
๖. การประดิษฐ์เศษวัสดุ เช่น เศษวัสดุต่าง ๆ มีกล่องกระดาษ แกนกระดาษ เศษผ้า เศษไหม กาว กรรไกร
สี ผา้ เชด็ มือ
๗. การรอ้ ย เชน่ ลกู ปัด หลอดกาแฟ หลอดดา้ ย
๘. การสาน เช่น กระดาษ ใบตอง ใบมะพร้าว
แนวการจดั กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรค์
๑. เตรียมจดั โต๊ะและอุปกรณ์ให้พร้อม และเพียงพอก่อนทํากจิ กรรม โดยจดั ไวห้ ลายๆกจิ กรรม และอย่าง
นอ้ ย ๓-๕ กจิ กรรม เพอ่ื ให้เด็กมีอิสระในการเลอื กทํากจิ กรรมที่สนใจ
๒. ควรสรา้ งข้อตกลงในการทาํ กิจกรรม เพ่ือฝกึ ให้เดก็ มีวินยั ในการอยู่รว่ มกัน
๓. การจัดให้เด็กทํากิจกรรม ควรให้เด็กเลือกทํากิจกรรมอย่างมีระเบยี บ และทยอยเข้าทํากิจกรรม โดย
จดั โตะ๊ ละ ๕-๖ คน
๔. การเปล่ียนและหมนุ เวยี นทํากิจกรรม ต้องสรา้ งขอ้ ตกลงกับเด็กใหช้ ดั เจน เชน่ หากกจิ กรรมใด มเี พื่อน
ครบจาํ นวนทก่ี าํ หนดแล้ว ใหค้ อยจนกว่าจะมที ี่ว่าง หรอื ให้ทํากจิ กรรรมอ่นื กอ่ น
๕. กจิ กรรมใดเป็นกจิ กรรมใหม่ หรอื การใชว้ ัสดุ อุปกรณใ์ หม่ ครจู ะต้องอธิบายวิธกี ารทํา วธิ กี ารใช้ วธิ ีการ
ทาํ ความสะอาด และการเกบ็ ของเขา้ ท่ี
๖. เม่ือทํางานเสร็จหรือหมดเวลา ควรเตอื นให้เด็กเกบ็ วสั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื เคร่ืองใช้เข้าที่ และช่วยกัน
ดแู ลห้องใหส้ ะอาด
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ควรจัดการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ให้เด็กทําทุกวัน วันละ ๓-๕ กิจกรรม และให้ เด็กเลือกทําอย่าง
นอ้ ย ๑-๒ กิจกรรมตามความสนใจ ควรเน้นกระบวนการทางศลิ ปะของเดก็ และไมเ่ น้นให้ เด็กทําเหมอื นกนั ทัง้ หอ้ ง
๒. การจดั เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์ ควรพยายามหาวัสดทุ ้องถน่ิ มาใชก้ ่อนเปน็ อันดบั แรก
๓. ก่อนใหเ้ ดก็ ทํากิจกรรม ตอ้ งอธบิ ายวิธีใช้วัสดุที่ถกู ต้องใหเ้ ด็กทราบพรอ้ มทั้งสาธิตใหด้ ูจนเข้าใจ เช่น การใช้
พกู่ ันหรือกาว จะต้องปาดหกู ันหรอื กาวนนั้ กับขอบภาชนะทใ่ี ส่ เพอื่ ไมใ่ ห้กาวหรอื สไี หลเลอะเทอะ
๔. ควรใหเ้ ด็กทาํ กิจกรรมอิสระ หรอื เปน็ กลุม่ ยอ่ ย เพอ่ื ฝกึ การวางแผน และการทํางานรว่ มกนั กบั ผู้อ่ืน
๕. ควรแสดงความสนใจ และชื่นชมผลงานของเดก็ ทุกคน และนําผลงานของเด็กทุกคนหมุนเวียนจัด แสดงท่ี
ปา้ ยนิเทศ
๖. หากพบว่าเด็กคนใดสนใจทํากิจกรรมเดียวทุกครั้ง ควรชักชวนให้เด็กเปลี่ยนทํากิจกรรมอื่นบ้าง เพราะ
กิจกรรมสร้างสรรค์แต่ละประเภทพัฒนาเด็กแต่ละด้านแตกต่างกัน และเมื่อเด็กทําตามที่แนะนําได้ ควร ให้แรงเสริม
ทางบวกทกุ คร้ัง
๗. เม่ือเดก็ ทาํ งานเสร็จ ควรใหเ้ ล่าเรื่องเกี่ยวกับส่งิ ท่ีทาํ หรือภาพทวี่ าด โดยครหู รือผู้สอนบนั ทกึ เรอ่ื งราว ท่ีเด็ก
เล่า และวันที่ที่ทํา เพื่อให้ทราบความก้าวหน้าและระดับพัฒนาการของเด็ก โดยเขียนด้วยตัวบรรจงและให้ เด็กเห็น
ลลี ามอื ในการเขยี นท่ีถูกต้อง
๘. เกบ็ ผลงานชิ้นท่ีแสดงความกา้ วหน้าของเด็กเป็นรายบคุ คลเพอื่ เปน็ ข้อมูลสงั เกตพัฒนาการของเดก็
๔. กจิ กรรมเสร/ี การเลน่ ตามมุม
กจิ กรรมเสรีหรือการเลน่ ตามมุม เป็นกิจกรรมทเ่ี ปิดโอกาสให้เด็กเลน่ อิสระตามมมุ เล่น หรอื มุมประสบการณ์
หรอื กําหนดเป็นพื้นที่เลน่ ที่จัดไว้ในห้องเรียน ซ่งึ พืน้ ท่ีหรือมุมตา่ งๆเหล่านเ้ี ด็กมโี อกาสเลือกเล่นได้อย่างเสรีตาม ความ
สนใจและความตอ้ งการของเด็ก ทงั้ เปน็ รายบคุ คลและเปน็ กลมุ่ ย่อย เดก็ อาจจะเลอื กทํากจิ กรรมท่ีครจู ดั เสริมขึ้น เช่น
เกมการศกึ ษา เคร่อื งเล่นสัมผัส โดยจดั ใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค์ ดังนี้
โรงเรยี นบ้านหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย
จดุ ประสงค์
๑. เพื่อสง่ เสรมิ พัฒนาการดา้ นกลา้ มเน้ือใหญ่ กล้ามเนอ้ื เลก็ และการประสานสมั พนั ธ์ระหวา่ งมือกบั ตา
๒. เพ่ือสง่ เสรมิ ให้รู้จกั ปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกับผู้อ่นื มวี นิ ยั เชงิ บวกรจู้ ักการรอคอย เอือ้ เฟื้อเผอื่ แผ่ และใหอ้ ภยั
๓. เพื่อส่งเสริมให้เดก็ มีโอกาสปฏสิ ัมพันธ์กับเพ่ือน ครู และส่งิ แวดลอ้ ม
๔. เพอ่ื สง่ เสริมพัฒนาการทางดา้ นภาษา
๕. เพื่อส่งเสรมิ ให้เดก็ มนี สิ ัยรกั การอ่าน
๖. เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ เกิดการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองจากการสํารวจ การสงั เกต และการทดลอง
๗. เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ พัฒนาความคิดสรา้ งสรรค์และจินตนาการ
๘. เพอ่ื สง่ เสรมิ การคดิ แกป้ ญั หา การคิดอยา่ งมีเหตุผลเหมาะสมกบั วัย
๙. เพอื่ สง่ เสริมให้เดก็ ฝกึ คดิ วางแผน และตัดสินในการทํากิจกรรม
๑๐. เพื่อสง่ เสริมให้มีทกั ษะพน้ื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์
๑๑. เพื่อฝึกการทาํ งานร่วมกนั ความรบั ผดิ ชอบ และระเบียบวนิ ยั
ขอบข่ายของการจดั กจิ กรรมการเลน่ ตามมมุ
๑. เปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ เลือกทาํ กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ และเล่นตามมมุ เลน่ ในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างอิสระ
๒. การจัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ ควรจัดอย่างน้อย ๓-๕ มุม ดังตัวอย่างมุมเล่นหรือ มุมประสบการณ์
ดงั นี้
๒.๑ มุมบลอ็ ก เป็นมุมท่สี ่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ เรียนร้เู กีย่ วกบั มติ ิสัมพนั ธผ์ า่ นการสรา้ ง
๒.๒ มุมหนังสือ เป็นมุมที่เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับภาษา จากการฟัง การพูด การอ่าน การเล่าเรื่อง หรือการ
ยมื – คนื หนงั สือ
๒.๓ มุมวิทยาศาสตร์หรือมุมธรรมชาติศึกษา เป็นมุมที่เด็กได้เรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ผ่านการ เล่น
ทดลองอย่างง่าย
๒.๔ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นมุมที่เด็กจะได้ฝึกการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา การ สร้างสรรค์
เชน่ การรอ้ ย การสาน การต่อเข้า การถอดออก ฯลฯ
๒.๕ มุมบทบาทสมมติ เป็นมุมที่เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของแต่ละอาชีพหรือแต่ละหน้าที่ที่เด็กๆ
เลยี นแบบบทบาท
สือ่ กจิ กรรมเสรี/การเล่นตามมมุ
๑. มมุ บทบาทสมมติ อาจจัดเป็นมมุ เลน่ ต่างๆ เชน่
๑.๑ มุมบา้ น
๑) ของเล่นเครื่องใช้ในครัวขนาดเล็ก หรือของจําลอง เช่น เตา กระทะ ครก กาน้ำ เขียง มีด
พลาสตกิ หม้อ จาน ชอ้ น ถว้ ยชาม กะละมงั
๒) เครอ่ื งเล่นตุ๊กตา เสื้อผา้ ตุก๊ ตา เตียง เปลเดก็ ตุก๊ ตา
๓) เครื่องแต่งบ้านจําลอง เช่น ชุดรับแขก โต๊ะเครื่องแป้ง หมอนอิง หวี ตลับแป้ง กระจก ขนาดเหน็
เตม็ ตวั
๔) เคร่อื งแตง่ กายบคุ คลอาชพี ตา่ ง ๆ ทีใ่ ชแ้ ล้ว เช่น ชดุ เครือ่ งแบบทหาร ตาํ รวจ ชดุ เสื้อผ้า ผู้ใหญช่ าย
และหญิง รองเทา้ กระเปา๋ ถอื ทไี่ มใ่ ชแ้ ลว้
โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
๕) โทรศัพท์ เตารดี จาํ ลอง ทรี่ ีดผา้ จําลอง
๖) ภาพถา่ ยและรายการอาหาร
๑.๒ มุมหมอ
๑) เคร่ืองเล่นจาํ ลองแบบเครอ่ื งมือแพทย์และอปุ กรณ์การรกั ษาผู้ปว่ ย เชน่ หูฟัง เสอ้ื คลมุ หมอ
๒) อปุ กรณส์ ําหรับเลียนแบบการบนั ทึกข้อมูลผูป้ ว่ ย เช่น กระดาษ ดนิ สอ ฯลฯ
๓) เครือ่ งชงั่ นำ้ หนกั วดั ส่วนสูง
๑.๓ มมุ รา้ นคา้
๑) กล่องและขวดผลติ ภัณฑต์ า่ งๆ ท่ีใช้แลว้
๒) ผลไมจ้ ําลอง ผกั จําลอง
๓) อุปกรณ์ประกอบการเลน่ เชน่ เครอ่ื งคิดเลข ลกู คิด ธนบตั รจาํ ลอง ฯลฯ
๔) ป้ายชื่อร้าน
๕) ป้ายชอ่ื ผลไม้ ผักจาํ ลอง
๒. มุมบลอ็ ก
๒.๑ ไม้บล็อกหรอื แทง่ ไม้ท่ีมขี นาดและรปู ทรงตา่ งๆกนั เชน่ บลอ็ กตนั บล็อกโต๊ะ จาํ นวนตัง้ แต่ ๙๐๐ ชิ้น
ข้นึ ไป
๒.๒ ของเล่นจําลอง เช่น รถยนต์ เคร่อื งบิน รถไฟ คน สตั ว์ ตน้ ไม้
๒.๓ ภาพถ่ายตา่ งๆ
๒.๔ ทจ่ี ัดเกบ็ ไม้บลอ็ กหรือแทง่ ไม้อาจเป็นชน้ั ลังไมห้ รือพลาสติก แยกตาม รูปทรง ขนาด
๓. มมุ หนงั สือ
๓.๑ หนังสือภาพนทิ าน หนังสอื ภาพที่มีคาํ และประโยคสัน้ ๆ พรอ้ มภาพ
๓.๒ ช้นั หรือท่ีวางหนงั สือ
๓.๓ อุปกรณต์ า่ ง ๆ ท่ีใช้ในการสรา้ งบรรยากาศการอ่าน เชน่ เสือ้ พรม หมอน
๓.๔ สมดุ เซ็นยมื หนังสือกลบั บา้ น
๓.๕ อุปกรณส์ ําหรับการเขยี น
๓.๖ อปุ กรณเ์ สริม เช่น เครอ่ื งเสยี ง แผน่ นิทานพรอ้ มหนังสือนิทาน หูฟงั
๔. มุมวิทยาศาสตร์ หรอื มุมธรรมชาติศึกษา
๔.๑ วัสดุตา่ ง ๆ จากธรรมชาติ เชน่ เมล็ดพชื ตา่ งๆ เปลอื กหอย ดนิ หิน แร่ ฯลฯ
๔.๒ เครอื่ งมอื เคร่อื งใชใ้ นการสาํ รวจ สงั เกต ทดลอง เช่น แว่นขยาย แม่เหล็ก เข็มทิศ
เครือ่ งชงั่
แนวการจดั กจิ กรรมเสร/ี การเลน่ ตามมมุ
๑. แนะนาํ มุมเล่นใหม่ เสนอแนะวธิ ีใช้ การเล่นของเลน่ บางชนดิ
๒. เดก็ และครรู ว่ มกันสรา้ งข้อตกลงเก่ยี วกับการเล่น
๓. ครูเปิดโอกาสให้เด็กคิด วางแผน ตัดสินใจเลือกเล่นอย่างอิสระ เลือกทํากิจกรรมที่จัดขึ้น ตามความ
สนใจของเดก็ แตล่ ะคน
๔. ขณะเด็กเลน่ / ทาํ งาน ครอู าจชแี้ นะ หรอื มสี ว่ นรว่ มในการเลน่ กบั เดก็ ได้
๕. เดก็ ต้องการความช่วยเหลอื และคอยสังเกตพฤติกรรมการเล่นของเด็กพรอ้ มทงั้ จดบันทึก พฤติกรรมท่ี
นา่ สนใจ
๖. เตอื นให้เด็กทราบล่วงหนา้ กอ่ นหมดเวลาเลน่ ประมาณ ๓ - ๕ นาที
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
๗. ให้เด็กเก็บของเลน่ เขา้ ที่ใหเ้ รยี บรอ้ ยทกุ ครัง้ เมื่อเสรจ็ ส้นิ กิจกรรม
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ขณะเด็กเล่น ครูต้องสังเกตความสนใจในการเล่นของเด็ก หากพบว่ามุมใด เด็กส่วนใหญ่ ไม่สนใจท่ี
จะเล่นควรเปลี่ยนหรือจัดสื่อในมุมเล่นใหม่ เช่น มุมบ้าน อาจดัดแปลงหรือเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนเป็น มุมร้านค้า มุม
เสรมิ สวย มุมหมอ ฯลฯ
๒. หากมมุ ใดมีจํานวนเด็กในมมุ มากเกินไปควรเปดิ โอกาสให้เด็กเลือกเลน่ มุมใหม่
๓. หากเด็กเลือกมุมเล่นมุมเดียวเป็นระยะเวลานาน ควรชักชวนให้เด็กเลือกมุมอื่นๆ ด้วย เพื่อให้เด็กมี
ประสบการณ์การเรียนรู้ในดา้ นอืน่ ๆดว้ ย
๔. การจัดสื่อหรือเครื่องเล่นในแต่ละมุม ควรมีการทําความสะอาด และสับเปล่ียนหรือ เพิ่มเติมเป็น
ระยะโดยคาํ นงึ ถึงลําดบั ขั้นการเรียนรู้ เพ่อื ให้เดก็ เกดิ การเรียนรู้ท่หี ลากหลาย
๕. กิจกรรมกลางแจ้ง
กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้มีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อเคลื่อนไหว ร่างกายออก
กําลัง และแสดงออกอย่างอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก โดยจัดให้สอดคล้อง
กับจุดประสงค์ ดงั น้ี
จุดประสงค์
๑. เพ่ือพฒั นากลา้ มเนอ้ื ใหญ่ กลา้ มเนื้อเลก็ และการประสานสมั พนั ธ์ของอวัยวะต่าง ๆ
๒. เพ่อื สง่ เสริมใหม้ รี า่ งกายแข็งแรง สขุ ภาพดี
๓. เพื่อส่งเสรมิ ให้เกดิ ความสนุกสนาน ผ่อนคลายความเครยี ด
๔. เพื่อปรับตวั เล่นและทาํ งานร่วมกับผ้อู ื่น
๕. เพ่อื เรยี นรกู้ ารระมัดระวงั รักษาความปลอดภยั ทงั้ ของตนเองและผู้อน่ื
๖. เพื่อฝึกการตดั สินใจ และแกป้ ญั หาด้วยตนเอง
๗. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้มคี วามอยากรู้อยากเหน็ สิ่งตา่ งๆ ท่แี วดล้อมรอบตวั
๘. เพอื่ พฒั นาทักษะการเรียนร้ตู า่ ง ๆ เชน่ การสังเกต การเปรยี บเทียบ การจําแนก
ขอบขา่ ยของกจิ กรรมกลางแจ้ง
ลักษณะกิจกรรมการเลน่ กลางแจ้งที่ครคู วรจดั ใหเ้ ด็กไดเ้ ลน่ ได้แก่
๑. การเลน่ เคร่ืองเล่นสนาม
เครือ่ งเลน่ สนาม หมายถงึ เคร่อื งเล่นท่ีเด็กอาจปนี ป่าย หมนุ ซึ่งทําออกมาในรปู แบบต่างๆ เชน่
๑.) เครอื่ งเล่นสําหรบั ปีนป่าย หรอื ตาขา่ ยสาํ หรับปนื เลน่
๒.) เคร่อื งเล่นสาํ หรบั โยกหรอื ไกว เช่น มา้ ไม้ ชิงช้า มา้ นั่งโยก ไมก้ ระดก
๓.) เครอ่ื งเลน่ สาํ หรับหมุน เช่น ม้าหมุน พวงมาลยั รถสาํ หรับหมุนเลน่
๔.) ราวโหนขนาดเลก็ สาํ หรบั เด็ก
๕.) ต้นไมส้ าํ หรบั เดินทรงตัว หรอื ไมก้ ระดานแผน่ เดยี ว
๖.) เคร่อื งเลน่ ประเภทลอ้ เล่ือน เช่น รถสามลอ้ รถลากจงู
โรงเรยี นบ้านหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั
๒. การเล่นทราย
ทรายเปน็ สง่ิ ทีเ่ ด็กๆ ชอบเล่น ท้ังทรายแหง้ ทรายเปยี ก นาํ มาก่อเป็นรปู ตา่ งๆ ได้ และสามารถนํา
วสั ดุอน่ื มาประกอบการเลน่ ตกแตง่ ได้ เช่น ก่ิงไม้ ดอกไม้ เปลอื กหอย พมิ พข์ นม ท่ตี ักทราย
ปกติบ่อทรายจะอยู่กลางแจ้ง โดยอาจจัดให้อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้หรือสร้างหลังคา ทําขอบก้ัน
เพื่อมิให้ทรายกระจัดกระจาย บางโอกาสอาจพรมน้ำให้ขึ้นเพื่อเด็กจะได้ก่อเล่น นอกจากนี้ ควรมี วิธีการปิดกั้นมิให้
สัตว์เล้ียงลงไปทําความสกปรกในบ่อทรายได้
๓. การเล่นนำ้
เดก็ ท่ัวไปชอบเลน่ น้ำมาก การเล่นน้ำนอกจากสร้างความพอใจและคลายความเครยี ด ให้เด็กแล้ว
ยงั ทาํ ให้เดก็ เกิดการเรียนรอู้ ีกดว้ ย เชน่ เรยี นรู้ทักษะการสังเกต จําแนกเปรยี บเทียบปริมาตร
อุปกรณ์ที่ใส่นำ้ อาจเป็นถังท่ีสรา้ งขึ้นโดยเฉพาะหรืออา่ งน้ำวางบนขาตัง้ ท่ีมน่ั คง ความ สูงพอที่เด็ก
จะยนื ได้พอดี และควรมีผา้ พลาสติกกันเส้อื ผ้าเปียกใหเ้ ด็กใชค้ ลุมระหว่างเลน่
๔. การเล่นสมมติในบ้านตุ๊กตาหรือบา้ นจาํ ลอง
เป็นบ้านจําลองสาํ หรับให้เด็กเล่น จําลองแบบจากบ้านจรงิ ๆ อาจทําด้วยเศษวัสดุ ประเภทผ้าใบ
กระสอบป่าน ของจริงที่ไม่ใช้แล้ว เช่น หม้อ เตา ชาม อ่าง เตารีด เครื่องครัว ตุ๊กตาสมมติ เป็นบุคคลในครอบครัว
เสื้อผ้าผู้ใหญ่ที่ไม่ใช้แล้วสําหรับผลัดเปลี่ยน มีการตกแต่งบริเวณใกล้เคียงให้เหมือนบ้าน จริง ๆ บางครั้ งอาจจัดเป็น
ร้านขายของ สถานทท่ี าํ การตา่ ง ๆ เพือ่ ให้เด็กเลน่ สมมตติ ามจินตนาการของเด็กเอง
๕. การเล่นในมมุ ชา่ งไม้
เด็กต้องการออกแรงเคาะ ตอก กิจกรรมการเล่นในมมุ ช่างไม้นี้จะช่วยในการพัฒนา กล้ามเนื้อให้
แข็งแรง ช่วยฝึกการใช้มือและการประสานสมั พันธ์ระหว่างมือกับตา นอกจากนี้ยังฝึกให้รักงาน และส่งเสริมความคิด
สร้างสรรคอ์ กี ด้วย
๖. การเล่นเกมการละเล่น
กิจกรรมการเล่นเกมการละเลน่ ทีจ่ ัดใหเ้ ด็กเล่น เช่น เกมการละเล่นของไทย เกม การละเล่นของ
ท้องถิ่น เช่น มอญซ่อนผ้า รีรีข้าวสาร แม่งู โพงพาง ฯลฯ การละเล่นเหล่านี้ ต้องใช้บริเวณที่ กว้าง การเล่นอาจเล่น
เปน็ กลมุ่ เลก็ /กลุ่มใหญ่ก็ได้ กอ่ นเลน่ ครูอธิบายกติกาและสาธติ ให้เด็กเข้าใจ ไม่ควรนาํ เกมการละเล่นที่มีกติกายุ่งยาก
และเน้นการแข่งขนั แพ้ชนะ มาจัดกิจกรรมให้กับเด็กวัยนี้ เพราะเด็กจะเกิด ความเครียดและสร้างความรู้สึกท่ีไม่ดีต่อ
ตนเอง
สื่อกจิ กรรมกลางแจง้
๑. การเล่นเครอ่ื งเล่นสนาม
เครื่องเลน่ สนาม หมายถงึ เครอื่ งเล่นทเ่ี ดก็ อาจปนี ปา่ ย หมนุ ซึง่ ทําออกมาในรูปแบบต่างๆเช่น
๑.๑ เครอ่ื งเลน่ สาํ หรบั ปนี ป่าย หรือตาขา่ ยสาํ หรับปืนเลน่
๑.๒ เคร่อื งเลน่ สําหรับโยกหรือไกว เช่น ม้าไม้ ชิงชา้ ม้านั่งโยก ไมก้ ระดก
๑.๓ เครื่องเล่นสําหรบั หมนุ เชน่ ม้าหมนุ พวงมาลยั รถสําหรบั หมนุ เล่น
๑.๔ ราวโหนขนาดเล็กสาํ หรับเดก็
๑.๕ ตน้ ไม้สําหรบั เดินทรงตวั หรอื ไม้กระดานแผ่นเดยี ว
๑.๖ เคร่อื งเล่นประเภทลอ้ เล่อื น เชน่ รถสามล้อ รถลากจูง
๒. การเลน่ ทราย
ทรายเป็นส่งิ ทเี่ ด็กๆ ชอบเล่น ท้ังทรายแห้ง ทรายเปยี ก นํามากอ่ เปน็ รปู ต่างๆ ไดแ้ ละ สามารถนํา
วสั ดอุ ื่นมาประกอบการเล่นตกแต่งได้ เช่น กงิ่ ไม้ ดอกไม้ เปลอื กหอย พมิ พ์ขนม ทตี่ กั ทราย
โรงเรยี นบ้านหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย
ปกติบ่อทรายจะอยู่กลางแจ้ง โดยอาจจัดให้อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้หรือสร้างหลังคา ทําขอบกั้น
เพื่อมิให้ทรายกระจัดกระจาย บางโอกาสอาจพรมน้ำให้ขึ้นเพื่อเด็กจะได้ก่อเล่น นอกจากนี้ ควรมี วิธีการปิดกั้นมิให้
สตั ว์เลย้ี งลงไปทาํ ความสกปรกในบอ่ ทรายได้
๓. การเลน่ น้ำ
เดก็ ท่วั ไปชอบเลน่ นำ้ มาก การเล่นน้ำนอกจากสร้างความพอใจและคลายความเครียดให้ เด็กแล้ว
ยงั ทาํ ใหเ้ ดก็ เกิดการเรยี นรู้อีกดว้ ย เชน่ เรียนร้ทู ักษะการสังเกต จําแนกเปรียบเทยี บปริมาตร อุปกรณ์ ท่ีใส่น้ำอาจเป็น
ถังที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะหรืออ่างน้ำวางบนขาตั้งที่มั่นคง ความสูงพอที่เด็กจะยืนได้พอดี และควร มีผ้าพลาสติกกัน
เสอื้ ผา้ เปยี กใหเ้ ดก็ ใชค้ ลุมระหว่างเลน่
๔. การเลน่ สมมติในบา้ นต๊กุ ตาหรือบ้านจําลอง
เป็นบ้านจําลองสําหรับให้เด็กเล่น จําลองแบบจากบ้านจริงๆ อาจทําด้วยเศษวัสดุประเภท ผ้าใบ
กระสอบป่าน ของจริงที่ไม่ใช้แล้ว เช่น หม้อ เตา ชาม อ่าง เตารีด เครื่องครัว ตุ๊กตาสมมติเป็นบุคคลใน ครอบครัว
เสื้อผา้ ผูใ้ หญ่ที่ไม่ใช้แลว้ สาํ หรับผลัดเปลย่ี น มกี ารตกแต่งบริเวณใกลเ้ คยี งใหเ้ หมือนบ้านจริงๆ บางครั้งอาจจัดเป็นร้าน
ขายของ สถานที่ทําการต่าง ๆ เพอ่ื ให้เด็กเล่นสมมตติ ามจนิ ตนาการของเดก็ เอง
๕. การเลน่ ในมุมชา่ งไม้
เด็กต้องการออกแรงเคาะ ตอก กิจกรรมการเลน่ ในมุมช่างไม้นีจ้ ะชว่ ยในการพัฒนากล้ามเน้ือ ให้
แข็งแรง ช่วยฝึกการใช้มือและการประสานสมั พันธ์ระหว่างมือกับตา นอกจากนี้ยังฝึกให้รักงานและส่งเสริม ความคิด
สร้างสรรค์อีกด้วย
๖. การเล่นเกมการละเลน่
กิจกรรมการเล่นเกมการละเล่นที่จัดให้เด็กเล่น เช่น เกมการละเล่นของไทย เกมการละเล่น ของ
ท้องถิ่น เช่น มอญซอ่ นผา้ รรี ขี า้ วสาร แมง่ ู โพงพาง ฯลฯ การละเลน่ เหลา่ นี้ ตอ้ งใช้บริเวณท่ีกวา้ ง การเล่นอาจเล่นเป็น
กลุ่มเลก็ /กล่มุ ใหญ่ก็ได้ กอ่ นเล่นครอู ธิบายกติกาและสาธิตให้เด็กเข้าใจ ไมค่ วรนาํ เกมการละเลน่ ท่ีมีกติกายุ่งยากและ
เน้นการแข่งขันแพ้ชนะ มาจัดกิจกรรมให้กับเด็กวัยนี้ เพราะเด็กจะเกิด ความเครียดและสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อ
ตนเอง
แนวการจดั กจิ กรรม
๑. เดก็ และครูร่วมกันสรา้ งข้อตกลง
๒. จดั เตรียมวสั ดอุ ุปกรณป์ ระกอบการเลน่ ให้พร้อม
๓. สาธิตการเล่นเคร่อื งเลน่ สนามบางชนิด
๔. ให้เด็กเลอื กเล่นอิสระตามความสนใจและใหเ้ วลาเล่นนานพอควร
๕. ครูควรจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัย (ไม่ควรจัดกิจกรรมพลศึกษา) เช่น การเล่นน้ำ เล่นทราย เล่นบ้าน
ตุ๊กตา เล่นในมุมช่างไม้ เล่นบล็อกกลวง เครื่องเล่นสนาม เกมการละเลน่ เล่นอุปกรณ์กีฬา สําหรับเด็ก เล่นเคร่ืองเลน่
ประเภทลอ้ เล่อื น เล่นของเล่นพ้นื บ้าน (เดนิ กะลา ฯลฯ)
๖. ขณะเด็กเล่นครูต้องคอยดูแลความปลอดภัยและสังเกตพฤติกรรมการเล่น การอยู่ร่วมกัน กับเพื่อนของ
เดก็ อยา่ งใกลช้ ิด
๗. เมื่อหมดเวลาควรใหเ้ ดก็ เกบ็ ของใชห้ รอื ของเลน่ ให้เรียบร้อย
๘. ใหเ้ ดก็ ทําความสะอาดร่างกายและดแู ลเครอ่ื งแต่งกายให้เรียบร้อยหลังเล่น
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
ขอ้ เสนอแนะ
๑. หม่นั ตรวจตราเครอื่ งเล่นสนามและอุปกรณ์ประกอบใหอ้ ยู่ในสภาพทป่ี ลอดภยั และใช้การ ไดด้ อี ยูเ่ สมอ
๒. ให้โอกาสเดก็ เลือกเลน่ กลางแจง้ อยา่ งอสิ ระทุกวนั อย่างน้อยวนั ละ ๓๐ นาที
๓. ขณะเดก็ เลน่ กลางแจ้ง ครูตอ้ งคอยดูแลอยา่ งใกล้ชิดเพื่อระมัดระวงั ความ ปลอดภยั ในการ เล่น หากพบว่า
เดก็ แสดงอาการเหนือ่ ย อ่อนล้า ควรให้เด็กหยดุ พกั
๔. ไม่ควรนํากิจกรรมพลศึกษาสําหรับเด็กระดับประถมศึกษามาใช้สอนกับเด็กระดับปฐมวัย เพราะยังไม่
เหมาะสมกับวยั
๕. หลงั จากเลกิ กจิ กรรมกลางแจง้ ควรให้เด็กได้พักผอ่ นหรือนั่งพัก ไมค่ วรให้เดก็ รบั ประทาน อาหารกลางวัน
หรือด่ืมนมทนั ที เพราะอาจทาํ ให้เดก็ อาเจียน เกิดอาการจกุ แนน่ ได้
๖. เกมการศึกษา
เกมการศึกษา (Didactic games) เป็นเกมท่ีช่วยพัฒนาสติปัญญาช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เป็น
พื้นฐานการศึกษา มีกฎเกณฑ์กติกาง่ายๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มได้ ช่วยให้เด็กรู้จัก สังเกต คิดหา
เหตุผลและเกิดความคิดรวบยอด เกี่ยวกับสี รูปร่าง จํานวน ประเภท และความสัมพันธ์ เกี่ยวกับพื้นท่ี ระยะ เกม
การศึกษาที่เหมาะสมจะช่วยฝึกทักษะความพร้อมทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาสําหรับเด็กวัย ๓-๖
ปี มีจดุ ประสงค์ ดังน้ี
จดุ ประสงค์
๑. เพอ่ื ฝึกทกั ษะการสังเกต จาํ แนกและเปรยี บเทียบ
๒. เพ่อื ฝึกการแยกประเภท การจัดหมวดหมู่
๓. เพอื่ ส่งเสรมิ การคดิ หาเหตผุ ล และตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา
๔. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้เด็กเกิดความคดิ รวบยอดเกยี่ วกบั สิ่งท่ไี ดเ้ รียนรู้
๕. เพื่อสง่ เสริมการประสานสมั พนั ธร์ ะหว่างมอื กับตา
๖. เพ่ือปลกู ฝงั คณุ ธรรมและจริยธรรมต่างๆ เชน่ ความรับผิดชอบ ความเออื้ เฟอ้ื เผื่อแผ่
ประเภทของเกมการศึกษา
๑. เกมจับคู่ เช่น จับคู่ภาพเหมือน จับคู่ภาพกับเงา จับคู่ภาพกับโครงร่าง จับคู่ภาพที่ซ่อนอยู่ใน ภาพหลัก
จบั ค่ภู าพที่มีความสัมพันธก์ ัน จับคภู่ าพสมั พนั ธแ์ บบตรงกนั ข้าม จับค่ภู าพทสี่ มมาตร จบั คู่ ภาพแบบอนกุ รม ฯลฯ
๒. เกมต่อภาพให้สมบรู ณ์ (Jigsaws) หรือภาพตัดตอ่
๓. เกมวางภาพต่อปลาย (โดมโิ น)
๔. เกมเรียงลาํ ดับ
๕. เกมการจดั หมวดหมู่
๖. เกมการศึกษารายละเอียดของภาพ (ลอตโต้)
๗. เกมจับคู่แบบตารางสมั พนั ธ์ (เมตริกเกม)
๘. เกมพ้นื ฐานการบวก
๙. เกมหาความสมั พนั ธ์ตามลําดับท่กี าํ หนด
ส่อื เกมการศึกษา
๑. เกมจับคู่
เพื่อให้เด็กได้ฝึกสังเกตสิ่งที่เหมือนกันหรือต่างกันซึ่งอาจเป็นการเปรียบเทียบภาพต่างๆ แล้วจัดเป็นคู่ๆ
ตามจดุ มุ่งหมายของเกมแตล่ ะชุด เกมประเภทจับคู่นสี้ ามารถแบ่งไดห้ ลายแบบ ดงั นี้
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั
๑.๑ เกมจับคู่ภาพท่ีเหมอื นกันหรือจบั คสู่ ิ่งของเดยี วกนั
๑.๒ เกมจับคู่ภาพสงิ่ ทม่ี ีความสมั พันธ์กัน
๑.๓ เกมจับคู่ภาพชนิ้ สว่ นที่หายไป
๑.๔ เกมจับคภู่ าพที่สมมาตรกัน
๑.๕ เกมจบั คู่ภาพท่ีสัมพันธก์ นั แบบอปุ มาอปุ ไมย
๑.๖ เกมจับคู่แบบอนกุ รม
๒. เกมภาพตัดตอ่
๒.๑ ภาพตัดตอ่ ท่ีสัมพนั ธก์ บั หน่วยการเรยี นต่าง ๆ เช่น ผลไม้ ผกั
๒.๒ ภาพตดั ต่อแบบมติ สิ ัมพนั ธ์
๓. เกมจัดหมวดหมู่
๓.๑ ภาพสิง่ ต่าง ๆ ที่นํามาจัดเป็นพวก ๆ
๓.๒ ภาพเกย่ี วกับประเภทของใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั
๓.๓ ภาพจัดหมวดหมู่ตามรูปร่าง สี ขนาด รปู ทรงเรขาคณิต
๔. เกมวางภาพต่อปลาย (โดมโิ น)
๔.๑ โดมโิ นภาพเหมอื น
๔.๒ โดมโิ นภาพสมั พนั ธ์
๕. เกมเรยี งลาํ ดับ
๕.๑ เรียงลําดบั ภาพเหตกุ ารณต์ ่อเนอื่ ง
๕.๒ เรียงลาํ ดับขนาด
๖. เกมศกึ ษารายละเอยี ดของภาพ (ลอตโต)
๗. เกมจบั คแู่ บบตารางสมั พนั ธ์ (เมตริกเกม)
๘. เกมพนื้ ฐานการบวก
แนวการจดั กิจกรรมเกมการศกึ ษา
๑. แนะนาํ กจิ กรรมใหม่
๒. สาธิต / อธิบาย วิธเี ลน่ เกมอยา่ งเป็นข้ันตอนตามประเภทของเกม
๓. ให้เดก็ หมุนเวียนเขา้ มาเลน่ เปน็ กลุม่ หรอื รายบคุ คล
๔. ขณะทีเ่ ดก็ เลน่ เกม ครเู ป็นเพียงผู้แนะนํา
๕. เมือ่ เดก็ เล่นเกมแตล่ ะชุดเสร็จเรียบร้อย ควรใหเ้ ด็กตรวจสอบความถกู ตอ้ งด้วยตนเอง หรือร่วมกนั ตรวจกับ
เพ่ือน หรอื ครูเป็นผู้ช่วยตรวจ
๖. ให้เด็กนาํ เกมทีเ่ ล่นแลว้ เก็บใสก่ ล่อง เขา้ ท่ีให้เรียบร้อยทกุ ครง้ั กอ่ นเลน่ เกมชดุ อื่น
ข้อเสนอแนะ
๑. การจัดประสบการณ์เกมการศึกษาในระยะแรก ควรเริ่มสอนโดยใช้ของจริง เช่น การจับคู่ กระป๋องแป้งที่
เหมอื นกัน หรือการเรียงลาํ ดบั กระป๋องแป้งตามลาํ ดับสูง - ตำ่
๒. การเล่นเกมในแตล่ ะวนั อาจจดั ให้เลน่ ทั้งเกมชดุ ใหม่และเกมชดุ เก่า
๓. ครูอาจให้เดก็ หมนุ เวียนเข้ามาเลน่ เกมกบั ครทู ีล่ ะกลมุ่ หรอื สอนท้ังช้นั ตามความเหมาะสม
๔. ครอู าจให้เด็กทีเ่ ลน่ ไดแ้ ล้ว มาชว่ ยแนะนาํ กติกาการเล่นในบางโอกาสได้
๕. การเลน่ เกมการศกึ ษา นอกจากใชเ้ วลาในชว่ งกิจกรรมเกมการศกึ ษาตามตารางกิจกรรม ประจาํ วันแลว้ อาจ
ให้เด็กเลือกเล่นอิสระในชว่ งเวลากิจกรรมการเล่นตามมมุ ได้
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย
๖. การเก็บเกมที่เล่นแล้ว อาจเก็บใส่กล่องเล็กๆ หรือใส่ถุงพลาสติกหรือใช้ยางรัดแยก แต่ละเกม แล้วจัดใส่
กล่องใหญร่ วมไวเ้ ป็นชดุ
หลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา (Anti-Corruption Education) ในระดบั ปฐมวัย
กรอบการจัดทำหลกั สตู รหรือชดุ การเรียนรู้และสอ่ื ประกอบการเรยี นรู้ ด้านการป้องกนั การทุจรติ โดยท่ี
ประชมุ ได้เห็นชอบร่วมกนั ในการจัดทำหลักสตู รหรือชดุ การเรยี นรแู้ ละสื่อประกอบการเรยี นรู้ ด้านการป้องกนั การ
ทจุ รติ หัวข้อวชิ า 4 วชิ า ประกอบด้วย
1) การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
2) ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
3) STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
4) พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม
หลักสตู รต้านทุจรติ ศึกษา ระดับปฐมวัย จะใชเ้ วลาเรยี นทง้ั ปี จำนวน 40 ชั่วโมง จดั ทำเนื้อหาและกจิ กรรม
การเรียนการสอน ตามความเหมาะสมและการเรียนรู้ในชว่ งวยั โดยมีรายละเอียดดงั นี้
๑. ชอ่ื หลกั สตู รตา้ นทุจริตศกึ ษา (Anti-Corruption Education) ในระดับปฐมวยั “รายวชิ าเพิ่มเติม การ
ปอ้ งกันการทจุ ริต”
ตามท่ีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ ร่วมกบั สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน และหน่วยงานที่เก่ยี วข้อง ดำเนนิ การจดั ทำหลกั สูตรหรอื ชดุ การเรียนรู้และสอ่ื ประกอบการ
เรยี นรู้ ดา้ นการปอ้ งกนั การทุจริต สำหรับใช้เป็นเนือ้ หามาตรฐานกลางใหส้ ถาบันการศึกษาหรือหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้อง
นำไปใชใ้ นการเรยี นการสอนใหก้ บั กลุม่ เป้าหมายในระดับปฐมวัย เพ่อื ปลกู ฝังจติ สำนึกในการแยกประโยชน์ส่วนบุคคล
และประโยชน์สว่ นรวม จติ พอเพียง การไมย่ อมรบั และไม่ทนตอ่ การทจุ ริต โดยใช้ชือ่ ว่าหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา
(Anti-Corruption Education) หลกั สตู รที่ ๑ หลักสูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน โดยมีแนวทางการนำไปใชต้ ามความ
เหมาะสมของแต่ละโรงเรียน ดงั น้ี
๑.นำไปจดั เปน็ รายวิชาเพม่ิ เติมของโรงเรยี น
๒.นำไปจดั ในชว่ั โมงลดเวลาเรียนเพม่ิ เวลารู้
๓.นำไปบรู ณาการกบั การจัดการเรยี นการสอนในกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
(สาระหน้าท่ีพลเมือง) หรือนำไปบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรยี นร้อู ่นื ๆ
๒. จดุ มงุ่ หมายของรายวิชา เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นปฐมวยั
๒.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม
๒.๒ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต
๒.๓ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
๒.๔ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั พลเมืองและมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
๒.๕ สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชน์สว่ นรวมได้
๒.๖ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรปู แบบ
๒.๗ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ้ทู ี่ STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ ริต
๒.๘ ปฏบิ ตั ิตนตามหน้าทีพ่ ลเมอื งและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
๓. คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาเกยี่ วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม ความละอายและความไม่
ทนตอ่ การทุจรติ STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต รหู้ นา้ ที่ของพลเมืองและรับผิดชอบตอ่ สังคมในการต่อตา้ น
การทุจริต
โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏบิ ัติจริง การทำโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕
ข้นั ตอน (๕ STEPs) การอภปิ ราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขยี น เพอ่ื ให้มคี วามตระหนัก
และเหน็ ความสำคญั ของการตอ่ ต้านและการป้องกนั การทุจริต
๔.ผลการเรียนรู้
๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม
๒. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ
๓. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับ STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต
๔. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้
๖. ปฏิบัติตนเป็นผลู้ ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ท่ี STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต
๘. ปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทพ่ี ลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจริต
รวมทง้ั หมด ๙ ผลการเรียนรู้
๘.๔ ตารางกจิ กรรมประจำวัน
เวลา กจิ กรรมประจำวัน หมายเหตุ
๐๗.๓๐ - ๐๘.๐๐ น. รับเด็กเปน็ รายบุคคล
๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. เคารพธงชาตแิ ละสวดมนต์
๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. สนทนา ขา่ ว เหตุการณ์ ตรวจสขุ ภาพ
๐๙.๐๐ - ๐๙.๑๕ น. กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ
๐๙.๑๕ - ๐๙.๓๕ น. กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
๐๙.๓๕ - ๑๐.๔๐ น. กิจกรรมสร้างสรรค์และกจิ กรรมเสรี
๑๐.๔๐ - ๑๑.๐๐ น. กจิ กรรมกลางแจ้ง
๑๑.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. พกั รับประทานอาหารกลางวัน/แปรงฟนั
๑๒.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. นอนพักผอ่ น
๑๔.๐๐ - ๑๔.๒๐ น. เกบ็ ที่นอน/ ล้างหน้า
๑๔.๒๐ - ๑๔.๓๐ น. พกั (รับประทานอาหารเสริมนม)
๑๔.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. กิจกรรมเกมการศกึ ษา/สนทนา/สรุปทบทวน
๑๕.๐๐ - เปน็ ตน้ ไป เตรยี มตวั กลับบา้ น
โรงเรยี นบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
๘.๕ หนว่ ยการจดั ประสบการณ์
๘.๕.๑ หน่วยการจดั ประสบการณ์ ช้ันอนุบาลปีท่ี ๒ ( ๔-๕ ป)ี
สปั ดาหท์ ่ี สาระการเรยี นรู้ ชือ่ เรื่อง/ชอื่ หน่วย หมายเหตุ
๑ เร่ืองราวเกี่ยวกบั ตัวเด็ก ปฐมนเิ ทศ
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- การคดิ แยกแยะ
๒ บุคลและสถานทรี่ อบตวั เด็ก โรงเรยี นของเรา
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
- การคดิ แยกแยะ
๓ เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั ตวั เดก็ ตัวเรา
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- ระบบคดิ ฐาน ๒
๔ เรือ่ งราวเกยี่ วกบั ตัวเด็ก หนทู ำได้
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
- ระบบคดิ ฐาน ๒
๕ บคุ ลและสถานทรี่ อบตวั เดก็ ครอบครวั มสี ุข
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- ของเล่น
๖ สิง่ ตา่ งๆตัวเดก็ อาหารดีมปี ระโยชน์
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- ของเล่น
๗ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก ฤดฝู น
การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- การรับประทานอาหาร
๘ สิ่งตา่ งๆรอบตัวเด็ก ขา้ ว
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
- การเข้าแถว
๙ บุคคลและสถานทแ่ี วดลอ้ มเด็ก ปลอดภยั ไว้กอ่ น
- การเก็บของใชส้ ว่ นตวั
โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั
สปั ดาหท์ ่ี สาระการเรยี นรู้ ชอ่ื เรอื่ ง/ชือ่ หนว่ ย หมายเหตุ
๑๐ บุคคลและสถานทีแ่ วดลอ้ มเดก็ วันเฉลิม
๑๑ บคุ คลและสถานทแ่ี วดล้อมเด็ก การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
๑๒ บุคคลและสถานท่แี วดล้อมเดก็ - ทำงานทไี่ ด้รับมอบหมาย
๑๓ ส่ิงต่างๆรอบตวั เดก็ วันแม่
๑๔ บคุ คลและสถานท่ีแวดลอ้ มเด็ก การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ
๑๕ สงิ่ ต่างๆรอบตัว ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๑๖ สงิ่ ตา่ งๆรอบตัวเดก็ - การแบง่ ปนั
๑๗ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก
๑๘ บุคคลและสถานทแ่ี วดล้อมเดก็ รักเมอื งไทย
๑๙ บุคคลและสถานทแ่ี วดลอ้ มเดก็
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- การแตง่ กาย
ของเลน่ ของใช้
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
- การทำกจิ วตั รประจำวัน
ชมุ ชนของเรา
ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
- ของเล่น
ตน้ ไมท้ รี่ ัก
ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
- การรับประทานอาหาร
ดิน หนิ ทราย
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
- การเขา้ แถว
สตั ว์นา่ รกั
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ
- การเกบ็ ของใช้สว่ นตวั
การคมนาคม
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต
- ทางานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
รูร้ อบปลอดภยั
ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
- ทางานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั
สปั ดาหท์ ี่ สาระการเรยี นรู้ ช่ือเรอ่ื ง/ชือ่ หน่วย หมายเหตุ
๒๐ สิง่ ต่างๆรอบตวั เด็ก ลอยกระทง
ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
- การแบ่งปัน
๒๑ ธรรมชาตริ อบตวั เดก็ กลางวัน กลางคืน
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
- การแบ่งปัน
๒๒ บคุ คลและสถานท่แี วดล้อมเด็ก คา่ นิยมไทย
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
- การแตง่ กาย
๒๓ บคุ คลและสถานท่ีแวดล้อมเด็ก วนั ชาติ
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
- การแตง่ กาย
๒๔ สงิ่ ต่างๆรอบตัวเดก็ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
- การทากจิ วตั รประจาวนั
๒๕ สง่ิ ต่างๆรอบตัวเด็ก เทคโนโลยแี ละการสอ่ื สาร
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
- การทากิจวตั รประจาวนั
๒๖ บุคคลและสถานท่ีแวดล้อมเดก็ วันขนึ้ ปใี หม่
STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- ความพอเพียง
๒๗ สิ่งต่างๆรอบตัวเดก็ สนุกกบั ตวั เลข
STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต
- ความโปร่งใส
๒๘ สิ่งต่างๆรอบตัวเดก็ ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง
STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- ความต่ืนรู้ / ความรู้
๒๙ บคุ คลและสถานทแ่ี วดลอ้ มเด็ก วนั เด็ก วนั ครู
STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- ตา้ นทจุ รติ
๓๐ สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเดก็ โลกสวยดว้ ยสสี ัน
๓๑ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก
STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจรติ
- มุ่งไปขา้ งหน้ำ
ฤดหู นาว
- ความเออ้ื อาทร
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
สปั ดาห์ท่ี สาระการเรียนรู้ ช่อื เรอ่ื ง/ชื่อหนว่ ย หมายเหตุ
แรงและพลังงาน
๓๒ ส่ิงตา่ งๆรอบตัวเด็ก
STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ รติ
๓๓ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก - การรับประทานอาหาร
๓๔ สิ่งต่างๆรอบตวั เด็ก เสยี งรอบตัว
๓๕ สง่ิ ตา่ งๆรอบตัวเดก็ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- การช่วยเหลอื เพ่ือน
๓๖ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก
รักการอ่าน
STRONG / จิตพอเพียงต่อตา้ นการทจุ รติ
- การใชก้ ระดาษ
ปรมิ าตร น้ำหนัก
พลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อสังคม
- ความรบั ผิดชอบต่อตนเอง
ฤดูรอ้ น
พลเมอื งกับความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
- ความรบั ผิดชอบต่อผอู้ ่นื
โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
๘.๕.๒ หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ ชน้ั อนุบาลปที ี่ ๓ (๕-๖ ป)ี
สปั ดาหท์ ่ี สาระการเรยี นรู้ ชื่อเรือ่ ง/ช่อื หน่วย หมายเหตุ
ปฐมนิเทศ
๑ เรอ่ื งราวเก่ียวกบั ตัวเดก็
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ
๒ บุคลและสถานทร่ี อบตัวเด็ก ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
- การคดิ แยกแยะ
๓ เร่ืองราวเกย่ี วกบั ตวั เด็ก
โรงเรยี นของเรา
๔ เรอื่ งราวเกยี่ วกับตัวเดก็
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
๕ บคุ ลและสถานทร่ี อบตัวเดก็ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
- การคดิ แยกแยะ
๖ ส่ิงตา่ งๆตัวเดก็
ตวั เรา
๗ ธรรมชาตริ อบตัวเดก็
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
๘ ส่งิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็ ผลประโยชนส์ ่วนรวม
- ระบบคิดฐาน ๒
๙ บุคคลและสถานท่แี วดล้อมเดก็
หนทู ำได้
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
- ระบบคดิ ฐาน ๒
ครอบครวั มสี ขุ
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
- ของเลน่
อาหารดีมีประโยชน์
การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- ของเลน่
ฤดูฝน
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชนส์ ่วนรวม
- การรบั ประทานอาหาร
ขา้ ว
การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชนส์ ่วนรวม
- การเข้าแถว
ปลอดภัยไว้ก่อน
- การเก็บของใชส้ ่วนตัว
โรงเรียนบ้านหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั
สปั ดาหท์ ่ี สาระการเรยี นรู้ ชอ่ื เรอื่ ง/ชือ่ หนว่ ย หมายเหตุ
๑๐ บุคคลและสถานทีแ่ วดลอ้ มเดก็ วันเฉลิม
๑๑ บคุ คลและสถานทแ่ี วดล้อมเด็ก การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
๑๒ บุคคลและสถานท่แี วดล้อมเดก็ - ทำงานทไี่ ด้รับมอบหมาย
๑๓ ส่ิงต่างๆรอบตวั เดก็ วันแม่
๑๔ บคุ คลและสถานท่ีแวดลอ้ มเด็ก การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและ
๑๕ สงิ่ ต่างๆรอบตัว ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๑๖ สงิ่ ตา่ งๆรอบตัวเดก็ - การแบง่ ปนั
๑๗ ธรรมชาตริ อบตวั เด็ก
๑๘ บุคคลและสถานทแ่ี วดล้อมเดก็ รักเมอื งไทย
๑๙ บุคคลและสถานทแ่ี วดลอ้ มเดก็
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม
- การแตง่ กาย
ของเลน่ ของใช้
การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
- การทำกจิ วตั รประจำวัน
ชมุ ชนของเรา
ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ
- ของเล่น
ตน้ ไมท้ รี่ ัก
ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
- การรับประทานอาหาร
ดิน หนิ ทราย
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
- การเขา้ แถว
สตั ว์นา่ รกั
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ
- การเกบ็ ของใช้สว่ นตวั
การคมนาคม
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจริต
- ทางานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
รูร้ อบปลอดภยั
ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
- ทางานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั
สปั ดาหท์ ี่ สาระการเรยี นรู้ ช่ือเรอ่ื ง/ชือ่ หน่วย หมายเหตุ
๒๐ สิง่ ตา่ งๆรอบตวั เดก็ ลอยกระทง
ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
- การแบ่งปัน
๒๑ ธรรมชาตริ อบตวั เดก็ กลางวัน กลางคืน
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
- การแบ่งปัน
๒๒ บคุ คลและสถานที่แวดล้อมเด็ก คา่ นิยมไทย
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
- การแตง่ กาย
๒๓ บคุ คลและสถานทแี่ วดล้อมเด็ก วนั ชาติ
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
- การแตง่ กาย
๒๔ สงิ่ ต่างๆรอบตวั เด็ก เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
- การทากจิ วตั รประจาวนั
๒๕ สง่ิ ต่างๆรอบตัวเด็ก เทคโนโลยแี ละการสอ่ื สาร
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
- การทากิจวตั รประจาวนั
๒๖ บุคคลและสถานทีแ่ วดล้อมเดก็ วันขนึ้ ปใี หม่
STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- ความพอเพียง
๒๗ สิ่งตา่ งๆรอบตัวเดก็ สนุกกบั ตวั เลข
STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต
- ความโปร่งใส
๒๘ สิ่งต่างๆรอบตัวเดก็ ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง
STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- ความต่ืนรู้ / ความรู้
๒๙ บคุ คลและสถานที่แวดลอ้ มเด็ก วนั เด็ก วนั ครู
STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทจุ รติ
- ตา้ นทจุ รติ
๓๐ สง่ิ ต่างๆรอบตวั เด็ก โลกสวยดว้ ยสสี ัน
๓๑ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก
STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจรติ
- มุ่งไปขา้ งหน้ำ
ฤดหู นาว
- ความเออ้ื อาทร
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ชอื่ เรอ่ื ง/ชื่อหน่วย หมายเหตุ
แรงและพลังงาน
๓๒ สิง่ ต่างๆรอบตวั เดก็
STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ รติ
๓๓ ธรรมชาตริ อบตัวเด็ก - การรับประทานอาหาร
๓๔ ส่งิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็ เสยี งรอบตวั
๓๕ ส่งิ ตา่ งๆรอบตวั เดก็ STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต
- การชว่ ยเหลือเพ่ือน
๓๖ ธรรมชาตริ อบตัวเดก็
รกั การอ่าน
๓๗ - ๓๘ สิ่งตา่ งๆรอบตวั เดก็
STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ
- การใชก้ ระดาษ
ปรมิ าตร นำ้ หนกั
พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
- ความรบั ผิดชอบต่อตนเอง
ฤดรู อ้ น
พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
- ความรบั ผิดชอบต่อผอู้ ่นื
กจิ กรรมการเรียนรู้ Project Approach
๙. การจดั สภาพแวดล้อม ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้
๙.๑ การจัดสภาพแวดล้อม
การจัดสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย มีความสำคัญต่อเด็ก
เนอ่ื งจากธรรมชาติของเด็กในวัยนส้ี นใจทจ่ี ะเรียนรู้ ค้นควา้ ทดลองและต้องการสัมผสั กับสงิ่ แวดล้อมรอบๆ ตัวอีกคร้ัง
สภาพแวดล้อมและแหลง่ เรียนรู้ เป็นตัวกลางนำความรูจ้ ากผู้สอนสูเ่ ดก็ ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงคท์ ี่วาง
ไว้ ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากเปลี่ยนเป็นรูปประธรรมที่เด็กเข้าใจง่าย
เรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เด็กสามารถเรียนรู้จากการเล่นที่เป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการรับรู้ด้วย
ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ ตามความ
ต้องการของเด็ก จึงมีความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งในห้องเรียนและนอก
ห้องเรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ของหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย ตามบริบทของ
สถานศกึ ษาและท้องถน่ิ อย่างเหมาะสม เพื่อส่งผลให้บรรลจุ ุดหมายในการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ต่อไป
การจัดสภาพแวดลอ้ ม
การเรียนรขู้ องเดก็ ปฐมวัยเป็นไปอย่างราบรนื่ และมปี ระสิทธิภาพ ถา้ หากเดก็ อยูใ่ นสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม
มีการสนบั สนุนอำนวยความสะดวกจากผู้ใหญ่ ภายใต้บรรยากาศที่มีความสุขไมเ่ คร่งเครียดด้วยกฎระเบียบที่เคร่งครัด
หรอื ยากตอ่ การปฏิบัติ การจดั บรรยากาศการเรียนรู้ จงึ จัดแบง่ เปน็ ๓ ดา้ น
การจัดสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ เป็นการจัดสภาพแวดล้อมตามแนวคิดเรื่อง การตอบสนองความ
ตอ้ งการพ้นื ฐาน และการเรียนรูโ้ ดยการปฏิสมั พันธก์ ับส่งิ แวดลอ้ ม การจัดการจึงมเี ป้าหมายให้เดก็ อย่รู ่วมกันอย่างมีสุข
อนามัยที่ดีมีพื้นที่ในการตอบสนอง การทำกิจกรรมต่างๆ อย่างคล่องตัว และตอบสนองการทำกิจกรรมที่หลากหลาย
โรงเรียนบ้านหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
ลักษณะการจัดการจึงเน้นในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ความอิสระอย่างมีขอบเขตในการเล่น ความสะดวกท่ี
จะทำให้รู้สกึ คล่องตวั สดใส กระฉับกระเฉง ความพรอ้ มของห้องเรยี นในสถานศึกษาที่มลี ักษณะกายภาพที่ดีคือ มีการ
ถา่ ยเทอากาศที่ดี มีอุณหภูมิท่ีเหมาะสม มีแสงสว่างพอเพยี ง มีความสงบที่จะทำกจิ กรรมอย่างสบายและมสี มาธิ มที ใ่ี ห้
เก็บวัสดุของใช้และผลงาน มีที่จัดแสดงเพื่อการสื่อสารข้อมูล แต่ละจุดของพื้นที่จะต้องสะดวกในการเข้าออก พ่อแม่
ผู้ปกครองสามารถเข้าไปดแู ลไดอ้ ยา่ งทัว่ ถงึ ในทุกพื้นท่ี
สภาพแวดลอ้ มในหอ้ งเรยี น หลกั การสำคญั ในการจดั ตอ้ งคำนงึ ถึงความปลอดภยั ความสะอาด เป็นเปา้ หมาย
การพัฒนาเด็ก ความเป็นระเบียบ ความเป็นตัวของเด็กเอง ให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นมั่นใจ และมีความสุข โดย
คำนงึ ถึงเรอื่ งตอ่ ไปน้ี
๑)การจัดวางวัสดุ อปุ กรณ์ ส่ือ เครื่องเลน่ ครุ ุภัณฑ์ ควรจัดใหเ้ หมาะสมสอดคลอ้ งกบั วัยและพฒั นาการเพื่อให้
เดก็ สามารถใช้หรอื ทำกิจกรรม ไดส้ ะดวกด้วยตนเอง
๒)วัสดุ อุปกรณ์ ส่อื เครื่องเล่น ครุ ภุ ัณฑ์ ควรให้มีขนาดเหมาะสมกบั เดก็ ปฐมวัย
๓)การจัดพื้นที่ในห้องเรียนควรจัดให้เหมาะสม เลือกที่ตั้งคุรุภัณฑ์ อุปกรณ์ต่างๆ และมุมประสบการณ์ โดย
คำนึงถึงทิศทางลม แสงสว่างพอเพียงต่อการทำกิจกรรม ไม่มีแสงสว่างส่งรบกวนสายตาเด็กขณะปฏิบัติกิจกรรม ทุก
จุดของห้องควรให้มองเหน็ ไดโ้ ดยรวม
๔) สภาพแวดล้อมในหอ้ งปลอดภยั จากสตั ว์ แมลง พชื และสารเคมที ีม่ ีพิษ ครุ ภุ ัณฑ์ โต๊ะ เก้าอ้ี ไมค่ วรเป็นมุม
แหลมท่เี ป็นอันตราย
๕) การแบง่ พืน้ ในหอ้ งเรยี นให้เหมาะสมกบั การจัดกจิ กรรมมีดงั น้ี
๕.๑ พื้นทอ่ี ำนวยความสะดวกเพ่ือเดก็ และผู้สอน
๑) ท่แี สดงผลงานของเดก็ อาจจัดเป็นแผน่ ปา้ ย หรือท่ีแขวนผลงาน
๒) ที่เก็บแฟม้ ผลงานของเด็ก อาจจะทำเป็นกล่อง หรอื จะใสเ่ ป็นรายบุคคล
๓) ท่เี ก็บเครื่องใช้สว่ นตัวของเดก็ อาจทำเปน็ ช่องครบตามจำนวนเด็ก
๔) ที่เกบ็ เคร่อื งใชข้ องผ้สู อน เชน่ อปุ กรณก์ ารสอน ของใช้ส่วนตัวผสู้ อน
๕) ป้ายนเิ ทศตามหนว่ ยการสอนหรือส่งิ ที่เด็กสนใจ
๕.๒ พื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมและการเคลื่อนไหว ควรกำหนดให้ชัดเจน ควรมีพื้นที่ที่เด็กสามารถจะ
ทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันในกลุม่ เล็ก หรือกลุม่ ใหญ่ เด็กสามารถเคลือ่ นไหวได้อย่างอิสระ
จากกิจกรรมหนึ่งไปยงั กจิ กรรมหนึ่งโดยไม่รบกวนผู้อนื่
๕.๓ พื้นที่จัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ สามารถจัดได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาพของ
ห้องเรียน จัดแยกส่วนที่ใช้เสียงดังและเงียบออกจากกัน ต้องมีของเล่น วัสดุอุปกรณ์ในมุมอย่างพอเพียงต่อ
การเรยี นรู้ของเด็ก การเลน่ ในมมุ เล่นอย่างมีเสรมี กั ถูกกำหนดไวใ้ นตารางกจิ กรรมประจำวนั เพ่อื ใหโ้ อกาสเด็ก
ไดเ้ ล่นอยา่ งเสรี ประมาณวันละ ๑ ช่ัวโมง การจัดมุมเลน่ ต่างๆ ผสู้ อนควรคำนงึ ถึงส่ิงตอ่ ไปนี้
๑) ในหอ้ งเรียนควรมีมมุ เลน่ อย่างน้อย ๓-๕ มุมทงั้ น้ี ขน้ึ อยู่กับพืน้ ทแี่ ละขนาดของห้อง
๒) ควรมีการเปล่ียนสีของเลน่ ตามมุม ตามหนว่ ยการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
และตามความสนใจของเดก็
๓) ควรจัดให้มีสื่อและผลงานที่เด็กได้เรียนรู้ไปแล้ว จัดวางอยู่ในมุมเล่น เช่น การทดลอง
อยา่ งง่าย เร่อื งการเปลีย่ นแปลงของสี เป็นต้น โดยผสู้ อนจัดเตรียมวัสดอุ ปุ กรณใ์ หเ้ ดก็ ไดแ้ ลน่
๔) ควรเปิดโอกาสให้เด็กมีสว่ นร่วมในการจัดมุมเล่น เพือ่ จูงใจให้เด็กรู้สึกเปน็ เจ้าของ อยาก
เรียนรู้ อยากเข้าเล่น
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
๕) ควรสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างวินัยเชิงบวกให้กับเด็ก เช่น สร้าง
ข้อตกลงร่วมกันวา่ เมอื่ เลน่ เสร็จแล้วจะต้องจดั เกบ็ อุปกรณท์ กุ อยา่ งเขา้ ทใี่ ห้เรียบร้อย
๖) การจัดแสดงผลงานและการเกบ็ ของควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปน้ี
- จะใหม้ ที ่แี สดงผลงาน เสนอภาพวาด งานเขียนอิสระหรอื งานป้ัน งานประดษิ ฐ์ของเดก็ ๆ
- จดั ทแี่ สดงผลงานใหน้ ่าสนใจและสดช่ืน
- ให้เดก็ เห็นของแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เด็กไมเ่ คยเหน็
- ส่งเสรมิ ให้เดก็ ๆ รจู้ กั เลือกสรรหาว่าจะทำอะไร จะแสดงอะไร
- กระตุน้ ให้เกดิ ความอยากรอู้ ยากเหน็
- สอนให้รู้จักจดั ของเปน็ ตาม ชนดิ / ประเภท และเลือกของออกมาใช้ตามความต้องการ
- สรา้ งนสิ ัยในการเกบ็ ของให้เปน็ ท่ีเป็นทาง
ตวั อยา่ งมมุ เล่นหรอื มมุ ประสบการณ์ที่ควรจดั มีดังน้ี
มุมบลอ็ ก
เปน็ มุมที่จัดเก็บบล็อกไม้ตนั ที่มีขนาดและรูปทรงตา่ งๆกัน เดก็ สามารถนำมาเลน่ ต่อประกอบกันเป็น
สิ่งต่างๆ ตามจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง นอกจากนี้ควรมีสื่ออื่นๆ เช่นยานพาหนะ หรือสัตว์จำลอง
ฯลฯ เพอ่ื ประกอบการเลน่
แนวทางการจัด
มุมบลอ็ กเปน็ มุมทค่ี วรจดั ให้อยู่ห่างจากมมุ ท่ีต้องการความสงบ เชน่ มุมหนงั สอื ทัง้ นี้ เพราะเสยี งจาก
การเล่นต่อไมบ้ ล็อก อาจรบกวนสมาธเิ ด็กท่อี ยใู่ นมุมหนังสอื ได้ นอกจากนคี้ วรอยูห่ า่ งจากทางเดนิ ผา่ นหรือทางเข้าออก
ของห้อง เพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินหรือเกิดอันตรายจากการเดินสะดุดไม้บล็อกถ้ากรณีเด็กยังเล่นไม่เสร็จครูหรือเด็ก
ร่วมกันกำหนดพ้นื ทโ่ี ดยใชส้ ัญลกั ษณส์ หี รือเครอื่ งหมายการจราจรมากัน้ ไวเ้ พือ่ ใหเ้ ดก็ กลับมาเล่นต่อได้
การจัดเก็บไม้บล็อกเรานี้ ควรจะวางไว้ในระดับที่เด็กสามารถหยิบมาเล่น หรือนำเก็บด้วยตนเองได้
อย่างสะดวก ปลอดภัย และควรฝึกให้เด็กหัดจัดเก็บเป็นหมวดหมู่เพื่อความเป็นระเบียบ และสะดวกต่อการหยิบใช้
และเกบ็ คืนโดยทำภาพสญั ลักษณ์ รปู รา่ งของไมบ้ ล็อกติดไว้ท่ชี ่องจดั เกบ็
มมุ หนังสือ
ในห้องเรียนควรมีบริเวณที่เงียบ สำหรับให้เด็กได้ดูรูปภาพ อ่านหนังสือนิทาน ฟังนิทาน ผู้สอนควร
จดั มมุ หนงั สอื ให้เด็กได้คนุ้ เคยกับตวั หนงั สอื และทำกจิ กรรมตามลำพังหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ
แนวทางการจัด
มมุ หนังสือ เปน็ มุมท่ตี อ้ งการความสงบ ควรจดั หา่ งจากมุมท่ีมีเสยี ง เช่น มมุ บล๊อก มุมบทบาทสมมุติ
ฯลฯ และควรจดั บรรยากาศจงู ใจใหเ้ ด็กไดเ้ ข้าไปใช้เกิดความรักและทะนุถนอมหนงั สือและ ปลกู ฝังนิสัยรักการอ่าน มี
จำนวนหนังสือเพียงพอกับเด็กและเหมาะสมกับวัยของเด็ก ควรมีการเปลี่ยนหนังสือทุกสัปดาห์ และเลือกหนังสือท่ี
ส่งเสริมคณุ ธรรมจริยธรรมใหก้ บั เด็กดว้ ย
มมุ บทบาทสมมตุ ิ
มุมบทบาทสมมุติ เป็นมุมที่จัดขึ้นเพื่อให้เด็กมีโอกาสได้นำเอาประสบการณ์ที่ได้รับจากบ้านหรือ
ชุมชนมาเล่น แสดงบทบาทสมมตุ ิ เลียนแบบบุคคลต่างๆ ตามจนิ ตนาการของตน เช่น เป็นพอ่ แมใ่ นมุมบ้าน เป็นหมอ
ในมุมหมอเป็น พ่อค้าแม่ค้าในมุมร้านคา้ ฯลฯ การเล่นดังกล่าวเป็นการปลูกฝังความสำนึกถึงบทบาททางสังคมท่เี ดก็
ไดพ้ บเห็นในชวี ิตจรงิ
โรงเรียนบ้านหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย
แนวทางการจดั
มมุ บทบาทสมมตนิ ี้ ควรอยูใ่ กล้มมุ บล๊อก หรืออาจจะใหเ้ ปน็ สถานท่ีต่างๆ นอกเหนือจากการจัดเป็น
บ้านโดยสังเกตการเล่นและความสนใจของเด็กว่ามีการเปลี่ยนแปลงบทบาทการเล่นจากบทบาทเดิมไปสู่รูปแบบการ
เล่นอื่นหรือไม่ อุปกรณ์ที่นำมาจัดควรเปลี่ยนไปตามความสนใจของเด็กเช่นกัน มุมบทบาทสมมุติอาจจะเป็นบ้าน/
รา้ นอาหาร/ร้านขายของ ร้านเสรมิ สวย โรงพยาบาล ฯลฯ ในขณะเดยี วกันอปุ กรณท์ ี่นำมาจัดให้เด็กควรหมั่นดูแลและ
ทำความสะอาดทุกสปั ดาห์ ไมเ่ ป็นอันตราย และความเหมาะสมกบั สภาพท้องถ่นิ
มุมวิทยาศาสตร์/มมุ ธรรมชาติ
มุมวทิ ยาศาสตรห์ รือมมุ ธรรมชาติ เป็นมมุ เลน่ ท่ีผ้สู อนจะรวบรวมสง่ิ ของต่างๆหรือสง่ิ
ที่มีในธรรมชาติมาให้เด็กได้สำรวจ สังเกต ทดลอง ค้นพบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ให้กบั เด็ก
แนวทางการจัด
มุมวิทยาศาสตร์หรือมุมธรรมชาติ อาจจะไว้ใกล้ มุมหนังสือ สิ่งของที่จัดวางต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของ
เด็กในขณะที่ใช้หรือเก็บควรอยู่ในระดับที่เด็กหยิบ จับ ดูวัสดุอุปกรณ์ เหล่านั้นได้โดย สะดวกควรจะปรับเปลี่ยน
สง่ิ ของทน่ี ำมาจดั แสดง อาจมกี ารจำลองการทดลองอยา่ งงา่ ย เพอ่ื ให้เด็กไดเ้ รียนรู้
สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน คือการจดั สภาพแวดล้อมบริเวณในสถานศึกษา รวมท้ังจดั สนามเด็ก
เล่น พร้อมเครื่องเล่นสนาม จะระวังรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ดูแลรักษาความสะอาด ปลูกต้นไม้ให้
ความร่มรน่ื รอบๆ บรเิ วณสถานศึกษา สิง่ ตา่ งๆ เหล่าน้เี ปน็ ส่วนหนงึ่ ท่สี ่งผลต่อการเรียนรแู้ ละพฒั นาการของเดก็
สภาพแวดล้อมนอกหอ้ งเรยี น ประกอบด้วย
๑) สนามเด็กเล่น ควรมีพื้นผิว หลายประเภท เช่น ดิน ทราย หญ้า พื้นที่สำหรับเล่นของเล่นทีม่ ีลอ้
รวมท้ังท่รี ่ม ท่โี ลง่ แจง้ พืน้ ดนิ สําหรับขดุ ทเ่ี ลน่ น้ำ บ่อทรายพร้อมอุปกรณป์ ระกอบการเล่น เครื่องเล่นสนามสำหรับปีน
ป่าย การทรงตัว ฯลฯ ทั้งนี้ต้องไม่ติดกับบริเวณที่มีอันตราย ต้องหมั่นตรวจตราเครื่องเล่นให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
ปลอดภยั อยเู่ สมอและหมั่นดแู ลเร่อื งความสะอาด
๒) ที่นั่งเล่นพักผ่อน จัดที่นั่งไว้ใต้ต้นไมม้ ีร่มเงา อาจใช้กิจกรรมย่อยๆ หรือกิจกรรมที่ต้องการความ
สงบ หรืออาจจดั เป็นพ้ืนที่ใหค้ วามรู้ ประชาสมั พันธ์ ปา้ ยนเิ ทศ เพือ่ ให้ความรูแ้ ก่เดก็ และผู้ปกครอง
๓) บริเวณธรรมชาติ ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ แปลงปลูกพืชสวนครัว หากบริเวณสถานศึกษามีไม่
มากนกั อาจปลูกพืชในกระบะหรอื กระถาง หรอื เศษวสั ดุในท้องถิ่น
๔) ห้องปฏิบัติการ และอาคารประกอบต่างๆ เช่น โรงอาหาร เรือนเพาะชำ ห้องสมุด
หอ้ งปฏิบตั ิการต่างๆ ควรจัดให้มพี น้ื ทส่ี ำหรบั ให้เดก็ ทำกิจกรรมและเรียนรู้ ท่ีสะอาดและปลอดภัยสำหรบั เดก็
การจดั สภาพแวดล้อมดา้ นจิตภาพ เป็นการจดั หอ้ งเรียนตามแนวคิดเรื่องการเรียนรู้อย่างมีความสุข
การจัดสภาพแวดล้อมจึงเป็นการจัดเพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการอยู่ร่วมกัน ซึ่งจะเกิดความสะดวก ปลอดภัย
ราบรืน่ จากการทำกจิ กรรมในห้อง ทีม่ ีลกั ษณะทางกายภาพทีเ่ หมาะสมและมีการปฏบิ ตั ิต่อกันที่เหมาะสมของผู้ท่ีอยู่ใน
สภาพแวดล้อมทั้งเด็กและผู้สอน นอกจากนี้ยังรวมถึงกฎ ระเบียบ กติกา ข้อตกลงที่ทุกคนสามารถปฏิบัติร่วมกันได้
และเกิดความสุขในการอยู่รว่ มกัน การจัดบรรยากาศดา้ นจิตภาพ จึงเป็นเป้าหมายเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน
ในสระภาพแวดล้อมแหง่ ความสุข ผู้สอนมีท่าทีที่อบอุ่นให้ความมั่นใจแก่เด็กสนับสนุนใหเ้ ด็กได้ประสบความสำเร็จใน
กิจกรรมต่างๆ มีสถานที่ที่เด็กสามารถมีความเป็นส่วนตัว หรือเมื่อต้องการอยู่ตามลำพัง ต้องการความสงบ ให้อิสระ
เด็กในการสื่อสาร เคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งข้อตกลงต่างๆ สามารถยืดหยุ่นได้เมื่อจำเป็น การจัด
สภาพแวดล้อมทางจิตภาพมรี ายละเอยี ดดังนี้
โรงเรียนบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
บคุ ลกิ ภาพผสู้ อน
บุคลิกภาพผู้สอนช่วยเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในห้องได้เป็นอย่างดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส
มีกิริยามารยาทแบบไทย แต่งกายเหมาะสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ใช้ภาษาถูกต้องชัดเจน เต็มใจตอบคำถามของเด็ก
พดู กับเด็กดว้ ยเสียงนมุ่ นวลเป็นมิตร และพูดชแ้ี จงเหตผุ ลแก่เด็กดว้ ยน้ำเสียงปกติ
การจดั การชน้ั เรยี นของผสู้ อน
ผสู้ อนควรใสใ่ จดูแลใหเ้ ด็กอยูร่ ว่ มกนั ในห้องเรยี นอย่างมีความสุข พร้อมท้งั เรียนร้สู ทิ ธแิ ละหน้าที่ของ
ตน มีการสร้างข้อตกลงในการปฏิบัติตนร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอ บ
แนวทางปฏบิ ัติเมอ่ื เดก็ ไมท่ ำตามขอ้ ตกลง และแกไ้ ขปญั หาเม่ือมขี อ้ ขดั แย้งเกิดขนึ้
การสร้างความสัมพนั ธ์ระหว่างผสู้ อนกบั เด็ก
ความสัมพนั ธ์อนั ดรี ะหว่างผู้สอนกับเด็กช่วยเสริมสร้างใหเ้ ด็กรู้สึกอบอนุ่ ปลอดภยั สร้างความม่ันใจในตนเอง
และเกดิ ความรู้สกึ ท่ีดีต่อตนเอง ผู้สอนควรสร้างความสมั พนั ธก์ ับเดก็ ดว้ ยทา่ ทาง เชน่ ย้มิ สัมผัส ทกั ทาย และพูดคุยกับ
เด็ก ดแู ลเด็กท่ีมปี ัญหาสุขภาพ ไม่สบาย หรือตอ้ งการกำลังใจ รับฟงั เมือ่ เดก็ พูดด้วย ให้โอกาสเด็กท่ีต้องการพูดคุยกับ
ผู้สอน ตอบเม่ือเดก็ ถาม และยอมรับการชว่ ยเหลือของเดก็
การสร้างความสมั พันธ์ระหว่างเด็กกับเด็ก
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับเด็กในสถานศึกษา จะทำให้เด็กอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และลดปัญหา
ความขัดแย้งระหว่างเด็กกับเด็ก ผู้สอนควรจัดให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับเด็ก โดยการจัด
กิจกรรมที่ส่งเสริมการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างความรับผิดชอบในการทำงาน ให้เด็กได้ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วม
แกป้ ัญหา เชน่ การจดั ของเล่นการดูแลความสะอาดการทำงานกลุม่ เปน็ ตน้
การสรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผ้ปู กครองและสถานศกึ ษา
ผู้สอนมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา
ผู้สอนจึงควรสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครองด้วยการจัดทําป้ายนิเทศซึ่งมีสาระเกี่ยวกับเด็ก ผู้ปกครอง ชุมชน และ
โรงเรียน จัดทำจดหมายข่าวถึงผู้ปกครอง หรือการสื่อสารผ่านสื่อและเทคโนโลยี กระตุ้นให้ผู้ปกครองแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับทางโรงเรียน สนับสนุนให้ผู้ปกครองเยี่ยมชั้นเรียนของเด็กจัดประชุมพบปะระหว่างผู้ปกครองและผู้สอน
รวมท้ังเปดิ โอกาสใหผ้ ปู้ กครองได้ทำงานอาสาสมัครรว่ มกับทางโรงเรยี น
การจัดสภาพแวดล้อมด้านสังคม เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เกิดจากแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ทางสังคมของ
เด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ทางสังคมจากการเล่น การทำกิจกรรมและการทำงานร่วมกับผู้อื่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การจัด
สภาพแวดล้อมดา้ นสังคมจึงเป็นการจดั การทใ่ี หเ้ ด็กร่วมกบั ผู้อื่นได้อย่างมคี วามสุข สนบั สนนุ ให้ปฏิบัติตนในลักษณะท่ี
สังคมยอมรับและเกิดทักษะทางสังคม มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้สนับสนุนให้เกิดการแบ่งปันกันทั้งในด้านความคิด
ความรู้สึก พื้นที่และอุปกรณ์ต่างๆ จัดให้มีบรรยากาศแบบประชาธิปไตย เด็กได้แสดงความเห็นและมีส่วนร่วมในการ
ตัดสินใจต่างๆ เช่น การกำหนดขอ้ ตกลง กตกิ า กฎ ระเบียบต่างๆ การแบ่งหน้าที่ การฝึกการมีวินยั ในตนเอง
การเรียนรูข้ องเด็กที่ได้ปฏิสมั พันธ์ส่งิ แวดล้อมทั้งด้านวตั ถแุ ละบุคคล ผู้สอนจะต้องพยายามจัดสภาพแวดล้อม
ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก ให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น กับสิ่งของและกระบวนการต่างๆรวม ถึงให้เด็กได้
ปฏิสัมพันธ์กับประสบการณ์ต่างๆ และผู้สอนจะต้องมีการวางแผนการจัดกิจกรรมประจำวันให้เด็กได้พัฒนาทาง
ร่างกายและสังคม โดยการเตรียมสื่อ วัสดุ ที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้เกิดกระบวนการคิด ให้เด็กได้เห็น
ความสัมพันธ์ของส่ิงต่างๆ โดยจัดสภาพแวดลอ้ มให้เด็กได้ปฏิสมั พันธ์กับผูค้ นและกระบวนการต่างๆ อย่างกว้างขวาง
โรงเรียนบา้ นหยีในสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย
การที่เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เด็กจะพัฒนาความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง เกิดความเชื่อมั่นในตนเองและมี
ความคดิ สรา้ งสรรค์
๙.๒ สอ่ื
สื่อเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เป็นตัวกลางกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายท่ี
กำหนดการเรียนรู้ ของเด็กอายุ ๔-๖ ปีจำเป็นต้องผ่านการลงมือปฏิบัติจริงหรือเกิดการค้นพบด้วยตนเองเป็น
ประสบการณ์ตรง ซึ่งเด็กจะเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปประธรรมหรือมองเห็น จับต้องได้ไปสู่สิ่งที่เป็นนามธรรม เพื่อเข้าสู่
อายุที่สูงข้ึน การเรียนรขู้ องเด็กวัยน้จี ึงขึน้ อยูก่ บั ของจรงิ ท่ีพบเหน็ ของเลน่ ท่เี ลียนแบบของจรงิ นทิ านและเพลงดังนี้
๑) ของเลน่
ของเล่นเป็นสิ่งที่ประกอบการเล่นของเด็ก ของเล่นช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเกิดความ
มั่นใจในการเล่น ของเลน่ อาจจัดทาํ ขนึ้ เองจากวสั ดุ สิง่ ของ เศษวัสดเุ หลือใชร้ อบตัวในชวี ิตประจำวนั หรือเป็นการเลือก
ซือ้ ของเล่นทมี่ ีขายในทอ้ งตลาด ซ่ึงมีการจัดหาของเลน่ ให้เด็กตอ้ งคำนงึ ถงึ ความปลอดภัยและเหมาะสมกบั วัยของเด็ก
๑.๑ ลกั ษณะของเล่นเด็ก ของเล่นเกย่ี วข้องกบั การเลน่ ของเด็กแบ่งเปน็
๑.๑.๑ ของจรงิ เปน็ ของเลน่ ทเี่ ป็นสงิ่ หรือเครื่องใชใ้ นชวี ติ จริง ของจริงท่เี ด็กเล่นได้ เช่น ชอ้ น
ถว้ ย พลาสติก หม้อ จาน
๑.๑.๒ ของเลน่ เลียนแบบของจรงิ เปน็ ของเล่นท่ที ําข้นึ ใหม้ ีรูปแบบเหมือนของจรงิ
ทม่ี ีอย่ใู นชีวิตประจำวัน ทำจากวัสดุประเภทไม้ พลาสติก โลหะ กระดาษ กไ็ ด้ เช่น ตกุ๊ ตาสัตว์ขนน่มุ ตกุ๊ ตาคน ลกู บอล
เด็กเลน่ รถเด็กเลน่ ของเล่นเครื่องครัว/ เคร่อื งใชใ้ นบา้ น
๑.๑.๓ ของเล่นสร้างสรรค์ เปน็ ของเลน่ ท่ที าํ ขึน้ ไมม่ รี ปู แบบท่ีแนน่ อนตายตวั
สามารถประกอบเข้าด้วยกันให้เป็นอะไรก็ได้ตามความต้องการหรือจินตนาการของผู้เล่น เช่น ตัวต่อพลาสติก
พลาสตกิ สรา้ งสรรค์ บลอ็ กพลาสตกิ / ไม้ วัสดทุ ่ีใช้ในการวาดภาพ/ การปน้ั /การประดิษฐ์
๑.๑.๔ ของเลน่ เพอื่ การศกึ ษา เปน็ ของเล่นที่ทําข้ึน มีรปู แบบช่วยพฒั นาทกั ษะการ
สงั เกต ทกั ษะกล้ามเนือ้ มอื ประสานสัมพันธ์กับตา ทกั ษะการคิด เช่น ไมบ้ ล็อก เกมภาพตัดต่อ เกมโดมโิ น่
๑.๑.๕ ของเล่นพ้ืนบา้ น เปน็ ของเล่นท่ที ำจากวสั ดตุ ามธรรมชาตหิ รือวัสดทุ ีม่ อี ยูใ่ น
ท้องถิ่นดว้ ยเชน่ โมบายปลาตะเพียน ตะกรอ้ ใบลาน ตุ๊กตาสตั ว์ทำจากฟาง กังหนั ลมใบตาล ล้อกล้งิ ไม้ไผ่ นก/ ตั๊กแตน
สานใบมะพร้าว กะลารองเทา้ ปี่ใบมะพร้าว และปัน้ ดนิ เหนียวรูปสตั ว์
๑.๒ ประเภทของเล่นเดก็ ของเลน่ เดก็ มีหลากหลายรูปแบบ ข้นึ อยู่กับวตั ถปุ ระสงค์
ของการใช้เล่นแบง่ เป็น
๑.๒.๑ ของเล่นฝึกประสาทสัมผัส เปน็ ของเล่นทด่ี งึ ดูดความสนใจของเดก็ ในการ
มองเห็น ได้ยินและสมั ผสั เชน่ ของเลน่ ที่มผี วิ สมั ผัสเรียบ- ขรุขระ ของเล่น หยบิ จับไว้ในมือได้ เสยี งเพลง
๑.๒.๒ ของเลน่ ฝกึ การเคลือ่ นไหว เปน็ ของเลน่ ทเ่ี คลือ่ นทไี่ ปมาได้ กระตุ้นให้เดก็
ใช้กลา้ มเนือ้ แขน ขา เชน่ ลูกบอล ของเล่นลากจูงได้ ของเล่นไขลาน ของเล่นมีล้อเลอ่ื น
๑.๒.๓ ของเล่นฝึกความสัมพันธ์มือตา เป็นของเล่นที่ฝึกให้เด็กได้พัฒนาการประสานสัมพันธ์
ระหว่างการใชก้ ล้ามเน้ือมือและตาอย่างมีจดุ หมาย เชน่ กระดานคอ้ นตอก กล่องหยอดรปู ทรง ของเล่นร้อยลูกปัดเม็ด
โต ของเล่นรอ้ ยเชือกตามรู ของเลน่ ผกู เชือก/รดู ซปิ /ตดิ กระดมุ
๑.๒.๔ ของเล่นฝึกภาษา เป็นของเลน่ ท่ีชว่ ยในการฟงั การส่ือสารทางด้านการฟงั
การพูดเล่าเร่อื ง เช่น หนงั สือภาพนิทาน เทป เพลงเดก็ เครือ่ งดนตรี หุ่นมอื
๑.๒.๕ ของเลน่ ฝึกการสังเกต เปน็ ของเลน่ ฝึกทกั ษะการเปรียบเทยี บ การจำแนก
หรือจดั กลุ่มของ เชน่ ของเล่นรปู ทรงเรขาคณติ แผน่ ภาพจบั คู่ บลอ็ กตา่ งสีตา่ งขนาด
โรงเรยี นบา้ นหยใี นสามัคคี
๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั
๑.๒.๖ ของเล่นฝกึ การคิด เปน็ ของเลน่ สอนให้เด็กมสี มาธิและรูจ้ ักแกป้ ญั หา คิดใช้
เหตุผล เช่น ภาพตดั ต่อ ตัวตอ่ ภาพ ปริศนา บลอ็ กไม้
๑.๒.๗ ของเล่นฝกึ ความคิดสรา้ งสรรค์ เปน็ ของเล่นท่สี ่งเสริมให้เด็กสร้าง
จนิ ตนาการตามความนึกคิดหรือแสดงบทบาทสมมตุ ิ เช่น บล็อกไม้ ตัวตอ่ ของเล่นเครื่องครัว ของเลน่ ร้านคา้ ของเล่น
เครอ่ื งมือแพทย์
๑.๓ การเลอื กของเลน่ เด็ก หลักเกณฑ์ทีค่ วรคำนงึ ถงึ มดี ังน้ี
๑.๓.๑ ความปลอดภัยในการเลน่ ของเล่นสำหรับเดก็ อาจทำด้วยไม้ ผ้า พลาสตกิ
หรือโลหะ ที่ไม่มีอันตรายเกี่ยวกับผิวสัมผัสที่แหลมคม หรือมีชิ้นส่วนที่หลุดหรือแตกหักได้ ตลอดจนทำให้วัสดุที่ไม่มี
พิษมีภัยต่อเด็กในสีที่ทา หรือส่วนผสมในการผลิตมีขนาดไม่เล็กเกินไป จนทำให้เด็กกลืนหรือหยิบใส่รูจมูก หรือเข้า
ปากได้ รวมทงั้ มนี ้ำหนักพอเหมาะท่ีเดก็ สามารถหยิบเล่นเองได้
๑.๓.๒ ประโยชน์ในการเล่น ของเลน่ ที่ดคี วรช่วยเร้าความสนใจของเด็กให้อยากรู้อยากเหน็ มีสีสัน
สวยงามสะดุดตาเด็ก มีการออกแบบที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการที่จะเล่นอย่างริเริ่มสร้างสรรค์หรือ
แก้ปัญหาช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว และการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งยังเสริมสร้างการพัฒนา
ประสาทมอื และตาใหส้ มั พนั ธ์กัน
๑.๓.๓ ประสิทธิภาพในการใช้เล่น ของเล่นที่เหมาะในการเล่นควรมีความยากง่ายกับอายุและ
ความสามารถตามพัฒนาการของเด็ก ของเล่นท่ยี ากเกินไปจะบ่ันทอนความสนใจในการเลน่ ของเด็กและทำให้เด็กรู้สึก
ท้อถอยได้ง่าย ส่วนของเล่นที่ง่ายเกินไปก็ทำให้เด็กเบื่อไม่อยากเล่นได้ นอกจากนี้ของเล่นควรทำให้เด็กได้ใช้
ประสบการณ์ตรงและเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความแข็งแรงทนทานและปรับเปลี่ยนแปลงใช้ประโยชน์ได้หลาย
โอกาส หลายรปู แบบเลน่ ไดห้ ลายคน
๑.๓.๔ ความประหยดั ทรัพยากร ของเล่นที่ดไี มจ่ ำเปน็ ต้องมีราคาแพงหรือผลติ ด้วย
เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีตราเครื่องหมายผลิตภัณฑข์ องบรษิ ัททีม่ ีชื่อเสียงเป็นที่นิยมทัว่ ไป หากแต่เป็นวสั ดุของหรือของ
เล่นที่สามารถจัดหาง่ายๆ มีราคาย่อมเยา และมีอยู่ในท้องถิ่นนั้นโดยหาซื้อได้ง่ายหรือทำขึ้นเองได้จากภูมิปัญญา
พนื้ บ้านหรอื วัฒนธรรมทอ้ งถิน่
ตารางเกณฑ์พจิ ารณาการเลือกซือ้ ของเล่นให้เด็ก
ประเด็นการพิจารณา
๑. ของเลน่ ทมี่ ลี ักษณะปลอดภัยสำหรับเด็กตามวัย สที ีใ่ ช้ เปน็ สีทป่ี ลอดภัย ไม่มีชน้ิ สว่ นแหลมคมหรอื แตกหักง่าย
๒. ของเลน่ เหมาะกับวัยของเด็กไมย่ ากหรอื งา่ ยเกนิ ไปทเ่ี ด็กจะเล่นได้เอง
๓. ของเล่นดึงดดู ความสนใจการเลน่ ท้าทายความสามารถของเดก็
๔. ของเล่นมีการออกแบบอยา่ งพถิ ีพถิ นั มองดเู หมาะกบั ธรรมชาติของเด็ก
๕. ของเลน่ สามารถปรับเปล่ยี นรูปแบบไดห้ ลากหลาย ใชเ้ ล่นได้หลายแบบ หลายวธิ ีตามความต้องการของผ้เู ลน่
๖. ของเล่นมคี วามคงทนใชเ้ ลน่ ได้นาน ไมบ่ ุบสลายง่าย
๗. ของเล่นชว่ ยส่งเสรมิ ทกั ษะการเรยี นรูข้ องเด็ก ทำให้เด็กเรยี นรู้หลายๆดา้ นเก่ยี วกับสงิ่ แวดล้อมรอบตวั
๘. ของเลน่ ช่วยขยายความคดิ สรา้ งสรรคข์ องเด็กทำใหเ้ ดก็ ใชจ้ นิ ตนาการ การคิดทำสง่ิ ใหม่ๆ
๙. ของเล่นทำใหเ้ ดก็ มสี มาธิ ใจจดจอ่ อยู่กับการเล่นเป็นเวลานานพอควรตามช่วงความสนใจของวยั
๑๐. ของเลน่ ทำความสะอาดไดง้ า่ ย หรอื นำกลับมาเลน่ ใหม่ได้
๑๑. ของเลน่ ทำให้เด็กเกดิ ความร้สู กึ ดตี อ่ ตนเองและค้นพบความสำเรจ็
๑๒. ของเลน่ มรี าคาไมแ่ พงจนเกนิ ไป เมื่อเปรยี บเทียบกบั คุณภาพของวสั ดุและการใช้ประโยชน์
โรงเรยี นบ้านหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
๒.นิทาน
นิทานเป็นสื่อ เครื่องมือและวิธีการที่สำคัญในการพัฒนาเด็ก การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง จะช่วยสร้าง
ความคนุ้ เคยระหว่างเดก็ กับหนงั สอื ถือเปน็ การบม่ เพาะนสิ ัยรกั การอา่ นหนังสือในเด็กได้อยา่ งแยบยล
๒.๑ ประโยชน์ของนทิ าน นทิ านมีบทบาทสำคญั ต่อการเสรมิ สร้างพัฒนาการเด็กดงั น้ี
๒.๑.๑ ด้านร่างกาย การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะได้บริหารร่างกายตามเรื่องราวของนิทาน ทำให้
อวยั วะส่วนต่างๆของร่างกายแข็งแรง
๒.๑.๒ ดา้ นอารมณ์ จิตใจ การอ่านหนังสือให้เดก็ ฟังเดก็ จะรสู้ กึ สนุกสนานมีความสุขท่ีได้ฟังเรื่องราวหรือ
ทอ่ งบทกลอนและแสดงท่าทางอย่างอสิ ระตามความต้องการ เดก็ จะมอี ารมณด์ ี ยิม้ แย้ม แจม่ ใส
๒.๑.๓ ด้านสงั คม สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคมรอบดา้ น
๒.๑.๔ ด้านสติปัญญา การอ่านหนังสือจะช่วยให้เด็กสามารถจดจำถ้อยคำ จำประโยคและเรื่องราวใน
หนงั สอื ได้ รูจ้ ักเรียนแบบคำพดู เขา้ ใจความหมายของเรื่องที่จะอา่ น ร้จู ักคดิ และรู้จกั จนิ ตนาการ
๒.๒ วิธกี ารเลา่ นิทานและเร่ืองราวสำหรบั เด็ก
เมื่อเลือกนิทานเรือ่ งราวที่เหมาะสมกับวัยของเดก็ ได้แล้ว วิธีการเลา่ นิทาน หรือเรื่องราวเพื่อใหเ้ ด็กเกดิ ความ
สนใจติดตามฟังเนื้อเรื่องจนจบ จึงจำเป็นต้องทำให้เหมาะสมกับเรื่องที่จะเล่าด้วย ในการเล่าเรื่องนิทานที่นิยมใช้มี
๒ วิธีดงั น้ี
๒.๒.๑ การเล่าเรื่องโดยไม่มีอุปกรณ์ เป็นการเล่านิทานเรื่องการบอกเล่าด้วยน้ำเสียงและลีลาของผู้เล่า
ซึ่งมรี ายละเอียดดงั นี้
๑) การขนึ้ ตน้ เร่อื งทจี่ ะเล่าควรดึงดดู ความสนใจเด็ก โดยค่อยๆ เรมิ่ เล่าด้วยเสยี งพดู ทช่ี ดั เจน ลลี ่าของการเล่า
ชา้ ชา้ และเริม่ เร็วขึ้นจนเป็นการเลา่ ด้วยจงั หวะปกติ
๒) ระดับเสียงที่ใช้ควรดัง และประโยคที่เล่าควรแบ่งเป็นประโยคสั้นๆ แต่ได้ใจความ การเล่าควรดำเนินไป
อย่างต่อเนื่อง ไม่ควรจังหวะการเล่าให้นานและจะทำให้เด็กเบื่อ อีกทั้งไม่ควรมีคำถามหรือคำพูดอื่นๆ ที่เป็นการ
ขัดจงั หวะทำใหเ้ ดก็ หมดสนุก
๓) การใช้น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ควรแสดงให้สอดคล้องกับลักษณะของตัวละคร ไม่ควรพูดเนื่อยๆ เรื่อยๆ
เพราะขาดให้ความต่นื เตน้
๔) การนั่งเล่าเรื่อง ควรจัดหาเก้าอี้นั่งให้เหมาะกับระดับสายตาเด็ก ควรเว้นระยะห่างของการนั่งเผชิญหน้า
เด็กพอประมาณที่จะสามารถสบตาเด็กขณะเล่าเร่ืองได้ทว่ั ถงึ
๕) การใช้เวลาไม่ควรเกิน ๒๐ นาที โดยสังเกตจากท่าทางการแสดงออกของเด็ก ซึง่ ไมไ่ ด้ให้ความสนใจจดจ่อ
กบั เรือ่ งที่เลา่
๖) การเปิดโอกาสใหเ้ ดก็ ไดค้ ดิ และวจิ ารณ์เร่ืองทีเ่ ล่า ควรใชค้ ำถามสอบถามความคดิ ของเด็กเกี่ยวกับเรื่องราว
ทีไ่ ดฟ้ งั ใหเ้ ด็กมีโอกาสแสดงความคิดเหน็ ภายหลังท่เี รอ่ื งเลา่ จบลง
๒.๒.๒ การเลา่ เรอ่ื งโดยมอี ุปกรณช์ ว่ ย อุปกรณท์ ่ชี ่วยในการเล่าเร่ืองมีหลายประเภท ไดแ้ ก่
๑) สิ่งแวดลอ้ มรอบตัวเด็ก ซึ่งสามารถนำมาเล่าเรือ่ งราวประสบการณไ์ ด้แก่เด็กได้ อุปกรณ์ที่เป็นสิง่ แวดล้อม
ได้แก่สตั ว์ พชื บุคคลสำคัญ สถานทส่ี ำคัญ ขา่ วและเหตุการณ์ ตลอดจนสง่ิ ท่ีมีอยตู่ ามธรรมชาติ
๒) วัสดุเหลือใช้ สิ่งของที่ไม่เป็นที่ต้องการ แต่ยังมีประโยชน์ เช่น ภาพจากหนังสือนิตยสาร กิ่งไม้ ของ
กระดาษ สงิ่ เหลา่ นอี้ าจนำมาใช้ประโยชน์ในการเล่าเรือ่ งได้
โรงเรียนบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
๓) ภาพ ใช้รูปภาพที่มีเรื่องราวเล่าได้ เช่น ภาพที่มีเรื่องราวรวมอยู่ในแผ่นเดียวหรือทำเป็นแผ่นภาพพลิก
หลายๆแผน่ ขนาดใหญ่พอควรและมเี นอ้ื เรื่องเขียนไว้ดา้ นหลัง
๔) หุ่นจำลอง ใช้หนุ่ ทท่ี ำดว้ ยผ้าหรือกระดาษทำเป็นละครหุ่นมอื หนุ่ เชดิ หนุ่ ชัก
๕) สไลด์ประกอบการเลา่ เรื่อง ใชภ้ าพถา่ ยเปน็ สไลด์เเผ่นฉายใชท้ ลี ะภาพ
๖) หน้ากาก ทำเปน็ รูปตัวละคร ใช้วสั ดทุ ำเป็นหนา้ กากรปู ตัวละครตา่ งๆ
๗) เทปนิทานหรอื เรื่องราว ใชก้ ารเปดิ เทปท่มี ีเสียงเลา่ เร่อื งราว
๘) น้วิ มอื ประกอบการเลา่ เรื่อง ใช้นวิ้ มอื เคลื่อนไหวเปน็ ตวั ละครตา่ งๆ
๒.๓ การอ่านนทิ าน
การสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กเป็นหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของผู้สอน เพราะหนังสือคืออาหาร
สมองและอาหารใจ หนังสือคือความสขุ หนังสือคือเพื่อน หนังสือคือแหล่งเรียนรู้ของเดก็ ไปตลอดชีวิต การสร้างนิสัย
รกั การอ่านใหเ้ ด็ก จงึ เปน็ การสร้างพื้นฐานสำคัญของชวี ิตให้เด็ก เด็กจะรักหนงั สือได้จากการท่ีผู้สอนอ่านหนังสือท่ีเด็ก
ชอบให้ฟังซ้ำแล้วซำ้ เล่าเท่าทเ่ี ด็กเรยี กร้องต้องการ เดก็ จะรสู้ ึกพอใจและมีความสุขมากในขณะที่ผู้ใหญ่อ่านหนังสือให้
ฟัง และจะตื่นโตขน้ึ มาเปน็ คนรักหนงั สือ และรกั การอ่านหนังสือ การการอา่ นนทิ านใหเ้ ด็กฟัง คือการอ่านหนังสือท่ีไม่
ปล่อยให้เด็กเดินทางไปคนเดียว หรอื เป็นผูร้ ับฟังเพียงอย่างเดยี ว แต่ผูส้ อนตอ้ งมสี ว่ นร่วมไปกับเด็กด้วย นิทานเป็นส่ือ
สำหรับผู้สอนในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีเด็กที่เติบโตมาด้วยการหล่อหลอมให้ฟังนิทาน มักจะเป็นเด็กที่ใช้ภาษาได้ดี
มากกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ไม่ได้ถูกหล่อหลอมมาด้วยหนังสือหรือนิทาน อีกทั้งเด็กที่มีนิสัยรักการอ่านจะพัฒนาใน
ดา้ นอนื่ ๆไดอ้ ย่างรวดเรว็ ตามมา เช่นสมองพฤตกิ รรมและอารมณท์ ่ดี ี
การพัฒนาสอื่
การพัฒนาสื่อเพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรมในระดับปฐมวัยนั้น ก่อนอื่นควรได้สำรวจข้อมูล สภาพปัญหา
ต่างๆของสอ่ื ทกุ ประเภทท่ีใชอ้ ยูว่ า่ มอี ะไรบ้างที่จะตอ้ งปรบั ปรงุ แก้ไข เพ่อื จะไดป้ รับเปล่ยี นใหเ้ หมาะสมกับความต้องการ
แนวทางการพฒั นาสอ่ื ควรมีลกั ษณะเฉพาะ ดังน้ี
๑. ปรบั ปรุงสอ่ื ใหท้ ันสมยั เขา้ กับเหตกุ ารณ์ ใชไ้ ด้สะดวก ไม่ซบั ซอ้ นเกนิ ไป เหมาะสมกบั วัยของเด็ก
๒. รกั ษาความสะอาดของส่ือ ถ้าเป็นวัสดทุ ีล่ า้ งนำ้ ได้ เมือ่ ใช้แล้วควรได้ล้างเช็ด หรอื ปัดฝุ่นใหส้ ะอาด เกบ็ ไว้
เป็นหมวดหมู่ วางเปน็ ระเบยี บหยบิ ใชง้ ่าย
๓. ถ้าเป็นสื่อที่ผู้สอนผลิตขึ้นมาใช้เองและผ่านการทดลองใช้มาแล้ว ควรเขียนคู่มือประกอบการใช้สื่อน้ัน
โดยบอกช่อื สื่อ ประโยชนแ์ ละวธิ ีใชส้ ื่อ รวมทัง้ จำนวนชนิ้ ส่วนของสื่อในชุดน้ันและเกบ็ คู่มือไวใ้ นซองหรือถุง พร้อมสื่อ
ที่ผลิต
๔. พัฒนาสอ่ื ท่สี รา้ งสรรค์ ใชไ้ ด้เอนกประสงค์ คอื เป็นได้ทง้ั สอ่ื เสริมพฒั นาการ
และเปน็ ของเล่นสนกุ สนานเพลดิ เพลิน
๙.๓ แหลง่ เรียนรู้
แหล่งเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก แหล่งเรียนรู้มีความสำคัญคือ เป็นแหล่ง
การศึกษาตามความสนใจและความต้องการตามอัธยาศัยปลูกฝันิสัยรักการอ่าน การสืบเสาะหาความรู้ การแสวงหา
ความรู้ด้วยตนเอง การสรา้ งเสรมิ ประสบการณด์ ้วยประสบการณต์ รง เพ่ือส่งเสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชีวิต สภาพแวดลอ้ ม
ที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยขอเสนอแหล่งเรียนรู้ที่เป็นตัวอย่างแหล่งวิทยาการการเรียนรู้ในชุมชน และ
กจิ กรรมการเรยี นร้ทู ีจ่ ดั ในชุมชนและธรรมชาตดิ งั น้ี แหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น วัดและในชุมชน โรงพยาบาลส่งเสรมิ
สุขภาพ เ?สบาลตำบล สถานีตำรวจ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ต่างๆ เป็นต้น แหล่งเรียนรู้ในชุมชนอีกประเภทหนึ่ง
โรงเรยี นบา้ นหยีในสามัคคี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
เป็นสถาบันของชุมชนที่มีอยู่ในวิถีชีวิตและการทำมาหากินในชุมชน เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญในวัด หรือ
ศาสนสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ทำบุญตามประเพณี ตลาด ร้านขายของชำ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนชาวบ้าน สถานีอนามัย
ปา่ ทุกแหง่ ล้วนเปน็ หอ้ งเรยี นธรรมชาตทิ เ่ี ปิดกวา้ งสร้างบรรยากาศและจนิ ตนาการการเรียนรขู้ องเด็ก
แหล่งเรยี นรู้ภายใน แหล่งเรยี นรู้ภายนอก
อาคารเรียนตา่ งๆ โรงเรยี นต่างๆ ในเขตตำบลชะมวง
หอ้ งสมุด / ICT โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลาตำเสา
หอ้ งคอมพิวเตอร์ วดั ท้ายวัง
หอ้ งประชมุ สถานีตำรวจอำเภอควนขนุน
ห้องเบเกอรี่ โรงพยาบาลควนขนนุ
ห้องพยาบาล
สวนเกษตรพอเพยี ง
ห้องวิชาการ
หอ้ งสหกรณโ์ รงเรยี น
สนามเดก็ เล่น
สวนสุขภาพ
สนามกฬี า
สวนกล้วยและสวนมะนาว
บ่อปลา
ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น
ปราชญ์ชาวบา้ น / ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน / ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ท่ีสถานศกึ ษาเชิญมาให้ความรู้แก่ ครู / นกั เรียน ได้แก่
การทำไรน่ าสวนผสม การเลี้ยงไก่ การเลย้ี งปลา การเลยี้ งโค การทำนา การตดั ผม ฯลฯ
๑๐. การประเมนิ พฒั นาการ
การประเมนิ พฒั นาการเดก็ อายุ ๔-๖ปี เป็นการประเมนิ พัฒนาการทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม
และสตปิ ัญญาของเด็กถือเปน็ สว่ นหนึง่ ของการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรแู้ ละการปฏบิ ัติกิจวตั รประจำวันเปน็ ความ
รับผดิ ชอบของผูส้ อนท่ีต้องดำเนนิ การตอ่ เนื่องโดยเปดิ โอกาสใหผ้ เู้ ก่ียวขอ้ งมสี ว่ นร่วมวธิ กี ารประเมนิ ท่ีเหมาะสม ไดแ้ ก่
การสังเกต การบนั ทึกพฤติกรรม การสนทนาหรือสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเดก็ และสรุปผลการ
ประเมิน เพื่อให้ได้ข้อมลู วา่ เด็กบรรลุตามสภาพท่พี ึงประสงค์ ตวั บ่งชี้ และมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงคห์ รือไม่
เพยี งใดผสู้ อนควรวางแผนและพัฒนาการจดั ประสบการณ์อยา่ งไรตอ่ ไป โดยมีการประเมินพฒั นาการเดก็ ปฐมวัยควร
ยึดหลักการ ดงั น้ี
โรงเรียนบา้ นหยใี นสามคั คี
๒๕๖๕ หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย
๑. วางแผนการประเมินพัฒนาการอยา่ งเป็นระบบ การวางแผนการประเมินพัฒนาการอย่างเป็นระบบ เป็น
ภารกิจหนง่ึ ของผสู้ อนโดยเร่มิ ต้นจาก
๑.๑ นำหลกั สูตรสถานศึกษาระดับปฐมวยั ไปสกู่ ารปฏิบัตดิ ว้ ยการออกแบบและจัดทำหน่วยการ
เรียนร้แู ละแผนการจดั การประสบการณ์เรยี นรู้
๑.๒ กำหนดวัตถุประสงค์การประเมิน วิธกี ารและเครือ่ งมอื ที่ใช้ในการประเมิน
๑.๓ เก็บรวบรวมข้อมลู ซ่ึงผ้สู อนจะต้องวางแผนและออกแบบว่าในแต่ละวัน แต่ละกจิ กรรมจะ
สงั เกตพฤตกิ รรมใด สังเกตเด็กคนใดบา้ ง และนำขอ้ มูลท่ีได้ไปสู่การวิเคราะห์ข้อมลู และการแปลผลต่อไป
๒. ประเมนิ พัฒนาการเด็กครบทกุ ด้าน การประเมินพฒั นาการเดก็ ครบทุกดา้ นตามหลักการนี้ คอื การ
ประเมนิ พฒั นาการเด็กด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปญั ญา ซ่งึ ต้องสอดคลอ้ งและครอบคลุมมาตรฐาน
คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ตวั บ่งชแี้ ละสภาพที่พึงประสงคแ์ ต่ละวัยทกี่ ำหนดไวใ้ นหลกั สตู รสถานศกึ ษา และสอดคล้อง
กบั วิสัยทศั น์ของหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั ท่ีม่งุ เนน้ พัฒนาเดก็ ทุกคนให้ไดร้ บั การพฒั นาด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ
สังคม และสตปิ ญั ญาอย่างมีคุณภาพและต่อเน่ืองนั่นเอง
๓. ประเมินพฒั นาการเด็กเป็นรายบคุ คลอย่างสมำ่ เสมอตอ่ เนอ่ื งตลอดปี จดุ มงุ่ หมายของการประเมนิ
พฒั นาการเด็ก เพ่อื พฒั นาความกา้ วหนา้ ของเด็กเป็นรายบุคคลให้เต็มตามศักยภาพ ทั้งนี้ ความนา่ เชื่อถือของผลการ
ประเมินจงึ เป็นส่งิ สำคญั ผูส้ อนต้องสังเกตพฤตกิ รรมหรือการปฏบิ ตั ิตนของเด็กเป็นระยะๆตลอดปีการศกึ ษา มีจำนวน
คร้ังในการสังเกตพฤติกรรมอย่างเหมาะสมและเพียงพอก่อนจะสรปุ หรือให้ระดับคุณภาพของพฤติกรรมตามสภาพท่ี
พึงประสงคใ์ นแตล่ ะวัย
๔. ประเมนิ พัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวนั ดว้ ยเครอื่ งมือและวิธีการที่หลากหลาย ไม่ควรใช้
แบบทดสอบ เนอ่ื งจากแนวคดิ การจดั การศึกษาปฐมวยั ให้ความสำคญั กับตัวเด็ก ทัง้ การพัฒนาเดก็ โดยองคร์ วมและ
การปฏิบัตทิ ีเ่ หมาะสมกับพัฒนาการ การอบรมเลย้ี งดแู ละให้การศึกษา การเล่นและการเรยี นรขู้ องเด็กภายใต้บรบิ ท
สงั คมและวัฒนธรรมทเ่ี ด็กอาศยั อยู่ ดงั น้ัน การประเมนิ พฒั นาการตามสภาพจรงิ จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
หรือการปฏิบตั ิกิจวตั รประจำวัน ดว้ ยวธิ ีการสังเกต การบันทกึ พฤตกิ รรม การสนทนา การสัมภาษณ์ การวเิ คราะห์
ข้อมลู จากผลงานเด็ก จึงเปน็ วิธีการประเมินทเี่ หมาะสมและสอดคล้องกบั เด็กวยั นี้ ผู้สอนจงึ ไมค่ วรใช้แบบทดสอบทีใ่ ช้
กระดาษและดนิ สอในการเขียนตอบ เพ่ือประเมนิ พัฒนาเด็กวยั น้ี
๕. สรุปผลการประเมิน จดั ทำข้อมลู และนำผลการประเมนิ ไปใชพ้ ฒั นาเด็ก ข้อมลู ที่ไดจ้ ากการสังเกต
พฤติกรรมของเด็กแตล่ ะคนตามสภาพที่พึงประสงค์ รวบรวมได้จากการจัดประสบการณก์ ารเรยี นร้ใู นแต่ละหนว่ ยการ
เรียนร้แู ละการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวนั ผสู้ อนตอ้ งนำไปเทยี บเกณฑก์ ารให้ระดับคณุ ภาพใจ แตล่ ะสภาพท่ีพึงประสงค์
ตัวบ่งชีแ้ ละมาตรฐานคุณลกั ษณท์ พ่ี ึงประสงค์ พรอ้ มจดั ทำเป็นข้อมูลสารสนเทศในระดบั หอ้ งเรยี นว่า เดก็ แต่ละคนมี
พฒั นาการใดบ้างเปน็ จุดเด่นหรือควรไดร้ บั การส่งเสริม และนำไปใช้ในการพฒั นาเดก็ เป็นรายบุคคลและใชเ้ ป็นข้อมูล
สื่อสารกับผูป้ กครองในการเสรมิ ศักยภาพเด็กเป็นรายบคุ คลต่อไป
แนวทางการประเมนิ พัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๕)
หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) กำหนดเปา้ หมาย
คุณภาพของเดก็ ปฐมวัยโดยยึดพฒั นาการเดก็ ปฐมวัยด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คม และสตปิ ัญญา ดังนี้
โรงเรียนบา้ นหยใี นสามคั คี