หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง ทัศนธาตแุ ละหลกั การออกแบบ
รหัส-ช่ือรายวชิ า ศ 31101 ศิลปะ 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 8 ช่ัวโมง คะแนน 10 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณค่า
งานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคดิ ตอ่ งานศิลปะอยา่ งอิสระ ช่ืนชมและประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตวั ชี้วดั
ศ 1.1 ม.6/1-6/8 วเิ คราะห์การใชท้ ศั นธาตแุ ละหลกั การออกแบบในการสื่อความหมายในรูปแบบตา่ ง ๆ
สาระสาคัญ
ทศั นธาตุ และองคป์ ระกอบศลิ ป์ เป็นองคป์ ระกอบทส่ี าคญั ในการออกแบบสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ให้
มีคุณค่า ท้งั ดา้ นลกั ษณะทางกายภาพท่ีสามารถมองเห็นได้ และดา้ นนามธรรมหรือเน้ือหาทไี่ ม่สามารถมองเห็น
ไดจ้ ากภายนอก
สาระการเรียนรู้
ความรู้
องคป์ ระกอบในการออกแบบงานทศั นศลิ ป์
1. ทศั นธาตุ
2. องคป์ ระกอบศิลป์
ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏิบตั ิ การประเมินคา่
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน
สื่อการเรียนรู้
ใบงานที่ 1 เร่ือง การออกแบบงานทศั นศลิ ป์
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
ใบงานท่ี 1 เร่ือง การออกแบบงานทศั นศลิ ป์
การประเมนิ ผล
การประเมินใบงานน้ีใหผ้ สู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่ือง การออกแบบงานทศั นศิลป์
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 32 1
ออกแบบและสร้างสรรค์ (10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใช้
หลกั ทศั นธาตุและ ออกแบบและสร้างสรรค์ ออกแบบและ ออกแบบและ ออกแบบและ
องคป์ ระกอบศิลป์ ผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใช้ สร้างสรรคผ์ ลงาน
หลกั ทศั นธาตุและ สร้างสรรคผ์ ลงาน สร้างสรรคผ์ ลงาน ทศั นศลิ ป์ โดยใชห้ ลกั
องคป์ ระกอบศิลป์ ไดอ้ ยา่ ง ทศั นศิลป์ โดยใชห้ ลกั ทศั นศลิ ป์ โดยใชห้ ลกั ทศั นธาตุและ
เหมาะสมสวยงาม องคป์ ระกอบศิลป์ ได้
บรรยายรายละเอียดได้ ทศั นธาตุและ ทศั นธาตุและ อยา่ งเหมาะสมบรรยาย
ถูกตอ้ งเช่ือมโยงสมั พนั ธ์ รายละเอียดยงั ไม่
กบั ผลงานอยา่ งเป็นระบบ องคป์ ระกอบศิลป์ ได้ องคป์ ระกอบศิลป์ ได้ ถูกตอ้ งและไม่สมั พนั ธ์
กบั ผลงานเทา่ ท่ีควร
อยา่ งเหมาะสมสวยงาม อยา่ งเหมาะสม
บรรยายรายละเอียดได้ บรรยายรายละเอียดได้
ถูกตอ้ งและสมั พนั ธก์ บั ถูกตอ้ งสมั พนั ธ์กบั
ผลงานแต่ไมเ่ ชื่อมโยง ผลงานแต่ไม่สมบูรณ์
กนั ท้งั ระบบ
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนดูภาพวดั พระศรีรัตนศาสดาราม และภาพวดั เบญจมบพติ รดุสิตวนารามและร่วมกนั
วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบทางศลิ ปะ
2. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศึกษาขอ้ มูลเก่ียวกบั ทศั นธาตแุ ละแสดงตวั อยา่ งประกอบ และออกมานาเสนอ
รายงานหนา้ ช้นั เรียน
3. ใหน้ กั เรียนออกแบบผลงานทศั นศิลป์ โดยใชท้ ศั นธาตุคนละ 1 ชิ้น
4. ใหน้ กั เรียนออกมานาเสนอผลงานการออกแบบงานทศั นศิลป์ โดยมีรายละเอียดของช่ือผลงาน
ประเภทของงานศลิ ปะ จดุ ประสงคใ์ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน การใชท้ ศั นธาตุในการออกแบบผลงาน
5. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ศกึ ษาขอ้ มลู ขององคป์ ระกอบศิลป์ ไดแ้ ก่ เอกภาพ ความสมดุลเพอ่ื ดุลยภาพ และ
สดั ส่วน จากน้นั ออกมานาเสนอรายงานหนา้ ช้นั เรียน
6. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 1 เรื่อง การออกแบบงานทศั นศิลป์
สื่อการเรียนรู้
ใบงานท่ี 1 เรื่อง การออกแบบงานทศั นศลิ ป์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง ศัพท์ทางทัศนศิลป์ ท่ใี ช้ในการบรรยายผลงาน
รหัส-ชื่อรายวิชา ศ 31101 ศิลปะ 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 8 ช่ัวโมง คะแนน 20 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณคา่
งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคดิ ต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ตใ์ ช้
ในชีวติ ประจาวนั
ตวั ชี้วัด
ศ 1.1 ม.6/1-6/8 บรรยายจดุ ประสงคแ์ ละเน้ือหาของงานทศั นศิลป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศลิ ป์
สาระสาคัญ
การมีความรูเ้ กี่ยวกบั ศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ เป็นพน้ื ฐานสาคญั ของการสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์
และสามารถชื่นชม ประเมินหรือวจิ ารณ์ผลงานทศั นศลิ ป์ ได้
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. ศพั ทท์ างทศั นศิลป์
2. ตวั อยา่ งการบรรยายผลงานทศั นศิลป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศลิ ป์
ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตผุ ล การสรุปความรู้ การสงั เคราะห์ การประเมินคา่ การปฏิบตั ิ
การจดั ระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
ใบงานที่ 2 เรื่อง การบรรยายผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศลิ ป์
การประเมินผล
ใบงานท่ี 2 เรื่อง การบรรยายผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศลิ ป์
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน)
บรรยายผลงาน (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ทศั นศลิ ป์ โดยใชศ้ พั ท์ บรรยายผลงาน
ทางทศั นศิลป์ ทศั นศิลป์ โดยใชศ้ พั ท์ บรรยายผลงาน บรรยายผลงาน บรรยายผลงาน
ทางทศั นศลิ ป์ ได้
ถูกตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ทศั นศิลป์ โดยใช้ ทศั นศิลป์ โดยใช้ ทศั นศลิ ป์ โดยใช้
ภาพผลงานเช่ือมโยง
และมีเหตุมีผลชดั เจน ศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ ศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ ศพั ทท์ างทศั นศิลป์
โดยแตกตา่ งจาก
ตวั อยา่ งท่คี รูนามาให้ ไดถ้ ูกตอ้ งสอดคลอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ งสอดคลอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ งสอดคลอ้ ง
กบั ภาพผลงาน กบั ภาพผลงานมีการ กบั ภาพผลงาน แตย่ งั
เช่ือมโยงและมีเหตุ เชื่อมโยงและมีเหตุ ไม่เชื่อมโยงและมี
มีผลโดยดดั แปลง มีผลบา้ งโดยอาศยั เหตุผลเพยี งพอ ตอ้ ง
จากที่ครูยกตวั อยา่ ง จากที่ครูยกตวั อยา่ ง ใหค้ รูหรือเพอื่ นให้
คาแนะนา
ส่ือการเรียนรู้
1. บตั รคาคาศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์
2. ภาพประตมิ ากรรม แดนทิพย์
3. ภาพจติ รกรรม ปริศนาธรรม
4. ภาพเคร่ืองป้ันดินเผา
5. ภาพประตมิ ากรรมแกะสลกั หินทราย พนั ธะแรกเร่ิม
6. ภาพวาดทวิ ทศั น์เกี่ยวกบั ทะเล
7. กระดาษวาดเขียน
8. ตวั อยา่ งการบรรยายผลงานทศั นศิลป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศิลป์
9. ผลงานทศั นศลิ ป์ ในช้นั เรียน
10. ใบงานที่ 2 เรื่อง การบรรยายผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศลิ ป์
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาคาศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ และอธิบายความหมาย
2. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม และร่วมกนั บรรยายผลงานทศั นศลิ ป์ โดยใชศ้ พั ทท์ าง
ทศั นศิลป์ บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทึก
3. ใหน้ กั เรียนศึกษาความหมายของศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ และสรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศลิ ป์ เพอื่ นามา
ประกอบการรายงานศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ หนา้ ช้นั เรียน
4. ใหน้ กั เรียนแลกเปล่ียนผลงานกบั เพอื่ นและบรรยายผลงานทศั นศลิ ป์ ของเพอื่ น
5. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มคน้ หาศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ ท่ีข้ึนตน้ ดว้ ย ว-อ ใหไ้ ดม้ ากท่สี ุด จากน้นั ออกมา
นาเสนอความหมายและยกตวั อยา่ งประกอบหนา้ ช้นั เรียน
6. ใหน้ กั เรียนวาดภาพตามจนิ ตนาการโดยใชแ้ นวคดิ จากศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ คนละ 1 ภาพ ต้งั ช่ือภาพ
และเขียนบรรยายภาพโดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศิลป์ จากน้นั ใหผ้ แู้ ทนนกั เรียนออกมานาเสนองาน
7. ใหน้ กั เรียนทบทวนคาศพั ทท์ างทศั นศลิ ป์ โดยครูอธิบายเพมิ่ เตมิ เก่ียวกบั ความสาคญั ของ
ศพั ทท์ างทศั นศิลป์ ที่มีตอ่ การบรรยายหรือวจิ ารณ์งานศิลปะ
8. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศึกษาตวั อยา่ งการบรรยายผลงานทางทศั นศิลป์
9. ใหน้ กั เรียนเลือกผลงานทศั นศลิ ป์ ในช้นั เรียนทนี่ ่าสนใจและบรรยายแนวคดิ ในการสร้างผลงานและ
แสดงทศั นะต่อผลงาน โดยครูคอยตรวจสอบความถูกตอ้ งและใหค้ าแนะนาเพมิ่ เติม
10. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 2 เร่ือง การบรรยายผลงานทศั นศิลป์ โดยใชศ้ พั ทท์ างทศั นศิลป์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง กระบวนการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์
รหัส-ช่ือรายวิชา ศ 31101 ศิลปะ 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 15 ช่ัวโมง คะแนน 30 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจินตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณคา่ งานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ชื่นชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตวั ชี้วดั
1. ศ 1.1 ม.6/1-6/8 วเิ คราะห์การเลือกใชว้ สั ดุอุปกรณ์ และเทคนิคของศิลปิ นในการแสดงออกทาง
ทศั นศลิ ป์
2. ศ 1.1 ม.6/1-6/8 มีทกั ษะและเทคนิคในการใชว้ สั ดุอุปกรณ์ และกระบวนการทส่ี ูงข้ึนในการสร้าง
งานทศั นศลิ ป์
3. ศ 1.1 ม.6/1-6/8 วเิ คราะห์และอธิบายจดุ มุ่งหมายของศลิ ปิ นในการเลือกใชว้ สั ดุอุปกรณ์ เทคนิค และ
เน้ือหาเพอื่ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์
สาระสาคัญ
งานทศั นศิลป์ เกิดจากการสร้างสรรคข์ องศิลปิ นแตล่ ะคนท่มี ีจุดมุ่งหมายแตกต่างกนั ทาใหม้ ีการ
เลือกใชว้ สั ดุอุปกรณ์อยา่ งหลากหลาย และมีเทคนิคในการสร้างสรรคง์ านที่แปลกใหม่อยเู่ สมอ การเรียนรู้
วธิ ีการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ แต่ละประเภทเพื่อใหน้ าไปปรับใชพ้ ฒั นาการสร้างสรรคง์ านของตนเอง
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. การสร้างสรรคง์ านประตมิ ากรรม
2. การสร้างสรรคง์ านภาพพมิ พ์
ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การจาแนก การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏิบตั ิ/การสาธิต การประเมินคา่ การสงั เคราะห์
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
ใบงานท่ี 3 เรื่อง กระบวนการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์
สื่อการเรียนรู้
1. ภาพจิตรกรรมสีน้า
2. เคร่ืองมือ วสั ดุอุปกรณ์ที่ใชส้ รา้ งสรรคจ์ ิตรกรรมสีน้า
3. แบบบนั ทึกกิจกรรมสีน้า
4. ตวั อยา่ งสารละลายท่ีใชล้ ะลายสีน้า
5. ตวั อยา่ งผลงานประติมากรรม
6. ภาพประตมิ ากรรม เดวดิ
7. ตวั อยา่ งผลงานประตมิ ากรรม
8. แบบบนั ทกึ การวเิ คราะหผ์ ลงานประติมากรรม
9. เส้ือยดื ทม่ี ีลายพมิ พภ์ าพ
10. เคร่ืองมือ วสั ดุอุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการพมิ พภ์ าพ
11. ตวั อยา่ งภาพพมิ พ์
12. ใบงานท่ี 3 เร่ือง กระบวนการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์
การประเมนิ ผล
ใบงานที่ 3 เรื่อง กระบวนการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
วเิ คราะห์เทคนิค วสั ดุ วเิ คราะห์เทคนิค วสั ดุ วเิ คราะหเ์ ทคนิควสั ดุ วเิ คราะหเ์ ทคนิค วเิ คราะหเ์ ทคนิค
อุปกรณ์ทเี่ จา้ ของ อุปกรณ์ทเี่ จา้ ของ อุปกรณ์ทีเ่ จา้ ของ วสั ดุอุปกรณ์ท่ี วสั ดุอุปกรณ์ที่
ผลงานใชใ้ นการ ผลงานใชใ้ นการ ผลงานใชใ้ นการ เจา้ ของผลงานใชใ้ น เจา้ ของผลงานใชใ้ น
สรา้ งสรรคผ์ ลงาน สร้างสรรคผ์ ลงาน สร้างสรรคผ์ ลงาน การสร้างสรรค์ การสรา้ งสรรค์
ไดถ้ ูกตอ้ ง สอดคลอ้ ง ไดถ้ ูกตอ้ งสอดคลอ้ ง ผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง ผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
กบั ผลงานเชื่อมโยงกนั กบั ผลงานเชื่อมโยง สอดคลอ้ งกบั ผลงาน สอดคลอ้ งกบั ผลงาน
ท้งั ระบบและแตกตา่ ง กนั ท้งั ระบบโดย โดยอาศยั จากทคี่ รู แต่ตอ้ งใหค้ รูและ
จากทค่ี รูยกตวั อยา่ ง ดดั แปลงจากทค่ี รู ยกตวั อยา่ ง เพอื่ นใหค้ าแนะนา
ยกตวั อยา่ ง
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนจาแนกจิตรกรรมสีน้าตามประเภท ดงั น้ี ประเภทหุ่นนิ่ง ภาพทิวทศั น์ ภาพคน ภาพสตั ว์
เร่ืองราวจากศาสนา ประวตั ิศาสตร์ วรรณคดี
2. ใหน้ กั เรียนวเิ คราะห์ภาพตวั อยา่ งจติ รกรรมสีน้า และร่วมกนั พดู คุยสนทนาแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
3. ใหน้ กั เรียนสรา้ งภาพจิตรกรรมสีน้า และออกมานาเสนอผลงาน โดยอธิบายช่ือและความหมายงาน
แนวคิดในการสร้างสรรคผ์ ลงาน การเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เทคนิคการใชส้ ีน้า
4. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศึกษาเกี่ยวกบั ลกั ษณะและตวั อยา่ งผลงานประตมิ ากรรมประเภทต่าง ๆ และ
ออกมารายงานหนา้ ช้นั เรียน
5. ใหน้ กั เรียนสรุปลกั ษณะของงานประตมิ ากรรมและยกตวั อยา่ งผลงานประเภทละ 3 ผลงาน
เป็ นแผนภาพความคิด
6. ใหน้ กั เรียนออกแบบผลงานประตมิ ากรรมประเภทใดกไ็ ดต้ ามความสนใจคนละ 1 ชิ้น และออกมา
นาเสนอโดยมีรายละเอียดของช่ือผลงาน ประเภทงานประตมิ ากรรม และแรงบนั ดาลใจในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
7. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศึกษาลกั ษณะของงานประติมากรรม ไดแ้ ก่ การป้ัน การแกะสลกั การหล่อ และ
การประกอบข้นึ รูป จากน้นั ออกมานาเสนอผลงานโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกบั กรรมวิธีและกระบวนการสรา้ งงาน
เคร่ืองมือ วสั ดุ อุปกรณ์ทีใ่ ช้ และตวั อยา่ งผลงาน
8. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มวเิ คราะห์ผลงานประตมิ ากรรมจากตวั อยา่ งท่คี รูแจกให้ในหวั ขอ้ ลกั ษณะของ
งานประตมิ ากรรม วสั ดุอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการสร้างงาน และเน้ือหาของงาน
9. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนสรา้ งสรรคง์ านประติมากรรมคนละ 1 ช้ิน
10. ครูสาธิตการพมิ พภ์ าพประเภทตา่ ง ๆ ใหน้ กั เรียนดูและฝึกปฏิบตั ิ
11. ใหน้ กั เรียนสรา้ งงานพมิ พภ์ าพจากแม่พมิ พท์ ต่ี นเองสร้าง
12. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 3 เรื่อง กระบวนการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เรื่อง การออกแบบงานศิลปะ
รหัส-ชื่อรายวิชา ศ 31101 ศิลปะ 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 9 ช่ัวโมง คะแนน 10 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดตอ่ งานศิลปะอยา่ งอิสระ ช่ืนชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตัวชี้วัด
1. ศ 1.1 ม.6/1-6/8 สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ ดว้ ยเทคโนโลยตี า่ ง ๆ โดยเนน้ หลกั การออกแบบและการ
จดั องศป์ ระกอบศิลป์
2. ศ. 1.1 ม.6/1-6/8 ออกแบบงานทศั นศลิ ป์ ไดเ้ หมาะกบั โอกาสและสถานที่
สาระสาคัญ
การออกแบบงานศิลปะ เป็นข้นั ตอนการสรา้ งสรรคง์ านเบ้ืองตน้ ที่จาเป็ น ผเู้ รียนจงึ ควรศกึ ษาหลกั การ
ออกแบบ ท้งั การออกแบบผลงาน การออกแบบนิทรรศการ รวมถึงการออกแบบโดยใชโ้ ปรแกรม
คอมพวิ เตอร์ ซ่ึงมีบทบาทอยา่ งมากตอ่ การออกแบบงานศิลปะในปัจจบุ นั
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. ศิลปะกบั การออกแบบ
2. องศป์ ระกอบของการออกแบบ
3. การออกแบบงาน 2 มิติ และ 3 มิติ
4. การจดั แสดงงานนิทรรศการ
5. การใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ในการออกแบบ
ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตผุ ล การสรุปความรู้
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
1. แผนภาพสรุปความหมายของการออกแบบ
2. แผนภาพองคป์ ระกอบของการออกแบบ
3. งานออกแบบ 2 มิติ
4. แผนภาพประเภทของการออกแบบงาน 3 มิติ
5. แผนภาพสรุปหลกั การออกแบบสาหรบั นิทรรศการ
6. แผนภาพข้นั ตอนการตกแตง่ ภาพโดยใชโ้ ปรแกรม Adobe Photoshop
7. ใบงานท่ี 4 เรื่อง การออกแบบการ์ดแนะนาตนเอง
ส่ือการเรียนรู้
1. โตะ๊ เรียน
2. เกา้ อ้ี
3. แจกนั หรือสิ่งของทม่ี ีลวดลายสวยงาม
4. ภาพวาดจากปฏทิ นิ หรือภาพวาดอ่ืน ๆ
5. ปกสมุดหรือปกหนงั สือทีม่ ีลวดลายสวยงาม
6. ตราธนาคารหรือองคก์ รอ่ืน ๆ
7. ตรายห่ี อ้ สินคา้ ทมี่ ีในสลากสินคา้
8. แผน่ ใบปลิวโฆษณาภาพยนตร์
9. สญั ลกั ษณ์ตราสินคา้
10. แบบเส้ือผา้
11. บตั รคา
12. กระดาษ A4
13. สีชนิดต่าง ๆ
14. ดินสอ
15. ยางลบ
16. ไมบ้ รรทดั
17. อุปกรณ์ เคร่ืองมือเครื่องใช้
18. เคร่ืองประดบั
19. งานกระเบ้ืองรูปแบบสวยงาม
20. กล่องใส่ของตา่ ง ๆ
21. กระดาษปรู๊ฟ
22. ปากกาเมจิ
23. การ์ด นามบตั ร แผน่ พบั โปสเตอร์ หรือสิ่งของเคร่ืองใชท้ ่ีใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ทา
24. คอมพวิ เตอร์
25. โปรแกรม Adobe Photoshop
26. เครื่องพมิ พ์
27. กระดาษ
28. ใบงานท่ี 4 เรื่อง การออกแบบการ์ดแนะนาตนเอง
การประเมินผล
ใบงานที่ 4 เร่ือง การออกแบบการ์ดแนะนาตนเอง
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ออกแบบการ์ดแนะนา ออกแบบการ์ดได้ ออกแบบการ์ดได้ ออกแบบการ์ดได้ ออกแบบการ์ดได้
ตนเอง สวยงาม แสดงถึง สวยงาม วางภาพ วางภาพและขอ้ ความ สวยงาม วางภาพ
ความคิดสรา้ งสรรค์ และขอ้ ความได้ ไดเ้ หมาะสม แตข่ าด และขอ้ ความไดแ้ ต่
วางภาพและขอ้ ความ เหมาะสม น่าสนใจ ความน่าสนใจ ไม่เหมาะสม ใชส้ ี
ไดเ้ หมาะสม น่าสนใจ ไม่สวยงาม
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ความหมายของการออกแบบ แลว้ สารวจส่ิงรอบตวั แลว้ บนั ทึกวา่
เป็ นงานประเภทใดเป็ นแผนภาพ
ประเภทของงานออกแบบ
การออกแบบโครงสรา้ ง การออกแบบตกแต่ง
2. ใหน้ กั เรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกบั องคป์ ระกอบของการออกแบบแลว้ ร่วมกนั อธิบาย จากน้นั บนั ทึก
เป็ นแผนภาพลงบนกระดาน
3. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มวเิ คราะห์องคป์ ระกอบของการออกแบบสิ่งตา่ ง ๆ เช่น ปกสมุด ตราธนาคาร
ตรายห่ี อ้ สินคา้ เป็นตน้
4. ใหน้ กั เรียนแบง่ เป็น 4 กลุ่ม ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเตรียมวสั ดุอุปกรณ์ในการออกแบบ ไดแ้ ก่ กระดาษ A4
สีชนิดตา่ ง ๆ ดินสอ ยางลบ และไมบ้ รรทดั จากน้นั ร่วมกนั เลือกหวั ขอ้ ทจี่ ะออกแบบจากบตั รคาทีก่ าหนดให้
ดงั น้ี
เส้ือผา้ แห่งโลกอนาคต หอ้ งเรียนยคุ ใหม่ ป้ายโฆษณาขายน้าผลไม้
ออกแบบลายกล่องใส่ดินสอสี ป้ายเครื่องหมายรณรงคใ์ หป้ ลูกตน้ ไม้
5. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั เสนอแนวทางการนาความรูเ้ ร่ือง การออกแบบไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
6. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั ศึกษาหลกั การออกแบบสาหรับนิทรรศการแลว้ สรุปเป็ นแผนภาพ
สีสมดุล แสง - เงาสมดุล พ้นื ผวิ สมดุล
เป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั ความสมดุล สรา้ งจุดเด่น
หรือจดุ สนใจ
สมั พนั ธก์ นั
ความเป็ นเอกภาพ หลกั การออกแบบ การเนน้
ประหยดั สาหรบั นิทรรศการ
สรา้ งความแปลกใหม่
ความเรียบงา่ ย ความแตกต่าง
ใชห้ ลกั
ชดั เจน เรียบงา่ ย ใชห้ ลกั ความขดั แยง้ ความแตกต่าง
ช่วยเพมิ่ ชีวติ ชีวา
7. ใหน้ กั เรียนฝึกปฏิบตั ิการใชโ้ ปรแกรม Adobe Photoshop ตามข้นั ตอน จากน้นั ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคน
ทาการ์ดแนะนาตนเอง
8. ใหน้ กั เรียนแต่ละคนนาเสนอการ์ดแนะนาตนเอง โดยเลือกวธิ ีการนาเสนอใหน้ ่าสนใจ แลว้ ให้
นกั เรียนคนอ่ืนประเมินขอ้ ดี ขอ้ ควรปรับปรุงเก่ียวกบั การ์ด
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ทฤษฎกี ารวจิ ารณ์ศิลปะ
รหัส-ช่ือรายวชิ า ศ 31102 ศิลปะ 6 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 10 ชั่วโมง คะแนน 20 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ ตามจินตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณค่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ช่ืนชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตัวชี้วดั
1. ศ 1.1 ม.6/1-6/8 ประเมินและวจิ ารณ์งานทศั นศิลป์ โดยใชท้ ฤษฎีการวจิ ารณ์ศลิ ปะ
2. ศ 1.1 ม.6/1/6/8 จดั กลุ่มงานทศั นศิลป์ เพอ่ื สะทอ้ นพฒั นาการและความกา้ วหนา้ ของตนเอง
สาระสาคัญ
1. การวจิ ารณ์มีประโยชนต์ อ่ วงการศลิ ปะเป็นอยา่ งมาก เพราะจะช่วยพฒั นาศลิ ปะใหเ้ จริญกา้ วหนา้
ช่วยเชื่อมต่อระหวา่ งศิลปิ นกบั เจา้ ของงาน ทาใหค้ นเขา้ ใจในศิลปะมากข้นึ
2. การจดั ทาแฟ้มสะสมงาน เป็นการรวบรวมผลงานท่ไี ดส้ รา้ งสรรคข์ ้นึ เพอ่ื สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงพฒั นาการ
ความกา้ วหนา้ ของตนเอง ช่วยการันตีความสามารถในการทางานหรือศึกษาตอ่ และทาใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจใน
ตนเอง
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. ความหมายของการวจิ ารณ์ และศลิ ปวจิ ารณ์
2. คุณสมบตั ิของผวู้ จิ ารณ์งานทศั นศิลป์
3. บทบาทและหนา้ ทีข่ องผวู้ จิ ารณ์
4. ข้นั ตอนและวธิ ีการในการวจิ ารณ์ผลงานทศั นศิลป์
5. เป้าหมายของการวจิ ารณ์ผลงานทศั นศิลป์
6. การจดั ทาแฟ้มสะสมงาม
ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏิบตั ิ/การสาธิต การประเมินคา่
การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ การประยกุ ต์
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
1. ใบงานที่ 5 เร่ือง การวจิ ารณ์ผลงานทศั นศลิ ป์
2. ใบงานที่ 6 เรื่อง การจดั ทาแฟ้มสะสมงานทศั นศิลป์
การประเมนิ ผล
1. ใบงานที่ 5 เรื่อง การวจิ ารณ์ผลงานทศั นศลิ ป์
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 32 1
(5-6 คะแนน)
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน)
เลือกผลงาน
เลือกผลงานทศั นศิลป์ เลือกผลงานทศั นศิลป์ เลือกผลงาน เลือกผลงาน ทศั นศิลป์ ท่ชี ่ืนชอบ
และแสดง
ท่ชี ่ืนชอบและแสดง ทช่ี ่ืนชอบและแสดง ทศั นศิลป์ ที่ชื่นชอบ ทศั นศิลป์ ที่ชื่นชอบ ความคดิ เห็นหรือ
วจิ ารณ์ผลงานได้
ความคิดเห็นหรือ ความคิดเห็นหรือ และแสดง และแสดง ถูกตอ้ งแต่ยงั ไม่
สมั พนั ธก์ บั ภาพท่ี
วจิ ารณ์ผลงาน วจิ ารณ์ผลงานได้ ความคิดเห็นหรือ ความคิดเห็นหรือ เลือกโดยตอ้ งมีครู
หรือเพอ่ื นให้
ถูกตอ้ งตามทฤษฎีและ วจิ ารณ์ผลงานได้ วจิ ารณ์ผลงานได้ คาแนะนา
สมั พนั ธก์ บั ภาพผลงาน ถูกตอ้ งตามทฤษฎี ถูกตอ้ งและสมั พนั ธ์
ที่เลือกโดยแตกตา่ ง และสมั พนั ธก์ บั ภาพ กบั ภาพทเ่ี ลือก
จากทค่ี รูยกตวั อยา่ ง ผลงานทีเ่ ลือกโดย บางส่วนโดยอาศยั
ดดั แปลงจากทคี่ รู จากที่ครูยกตวั อยา่ ง
ยกตวั อยา่ ง
2. ใบงานที่ 6 เรื่อง การจดั ทาแฟ้มสะสมงานทศั นศิลป์
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
จดั ทาแฟ้มสะสมงาน (10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ทศั นศิลป์ และบนั ทึก
ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ จดั ทาแฟ้มสะสมงาน จดั ทาแฟ้มสะสมงาน จดั ทาแฟ้มสะสมงาน จดั ทาแฟ้มสะสมงาน
ทศั นศิลป์ และบนั ทึก ทศั นศลิ ป์ และบนั ทึก ทศั นศลิ ป์ และบนั ทึก ทศั นศิลป์ และบนั ทึก
ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ
โดยแฟ้มสะสมงาน โดยแฟ้มสะสมงาน โดยแฟ้มสะสมงาน โดยแฟ้มสะสมงาน
มีรูปแบบถูกตอ้ งและ มีรูปแบบถูกตอ้ ง มีรูปแบบถูกตอ้ ง มีรูปแบบถูกตอ้ งแต่
สวยงามน่าสนใจ และ และสวยงาม และสวยงาม ยงั ไม่ค่อยสวยงาม
บนั ทกึ ขอ้ มูลได้ น่าสนใจ บนั ทึก พอใชไ้ ด้ บนั ทกึ และน่าสนใจ บนั ทึก
สมั พนั ธก์ บั ผลงาน ขอ้ มูลไดส้ มั พนั ธก์ บั ขอ้ มูลไดส้ มั พนั ธก์ บั ขอ้ มูลไดส้ มั พนั ธก์ บั
เช่ือมโยงกนั เป็นระบบ ผลงานแตย่ งั ไม่ ผลงาน แตกตา่ งจาก ผลงานโดยดดั แปลง
และแตกต่างจากท่ีครู เชื่อมโยงกนั เป็ น ทคี่ รูยกตวั อยา่ ง จากทค่ี รูยกตวั อยา่ ง
ยกตวั อยา่ ง ระบบ แตกตา่ งจากที่
ครูยกตวั อยา่ ง
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคดิ เห็น และสรุปความหมายของคาวา่ “วจิ ารณ์”
และศลิ ปวจิ ารณ์
2. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มและวจิ ารณ์ตวั อยา่ งผลงานทศั นศิลป์ ตามหลกั จติ วจิ ารณ์ อรรถวจิ ารณ์และ
วพิ ากษว์ จิ ารณ์ จากน้นั ออกมารายงานหนา้ ช้นั เรียน
3. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาหลกั การวจิ ารณ์ศลิ ปะแต่ละประเภท ไดแ้ ก่ การวจิ ารณ์แบบ
นกั หนงั สือพมิ พ์ การวจิ ารณ์แบบครู การวจิ ารณ์แบบนกั วชิ าการ และการวจิ ารณ์แบบสามญั ทวั่ ไป
4. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปความหมายหรือลกั ษณะของหลกั การวจิ ารณ์ตามประเภทท่ไี ดร้ ับ
มอบหมาย พรอ้ มเขยี นบทวจิ ารณ์โดยใชห้ ลกั การวจิ ารณ์น้นั
5. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั คดิ คุณสมบตั ิของผวู้ จิ ารณ์งานทศั นศิลป์ และสรุปขอ้ มูลเป็นแผนภาพความคดิ
6. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มแสดงบทบาทสมมุตนิ กั วจิ ารณ์ท่ีดีและไม่ดี จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มวจิ ารณ์
งานทศั นศิลป์ และส่งผแู้ ทนกล่มุ ที่มีคุณสมบตั ิในการใชภ้ าษาสื่อสารไดด้ ีออกมานาเสนอผลการวจิ ารณ์
7. ใหน้ กั เรียนสรุปข้นั ตอนและวธิ ีการวจิ ารณ์ผลงานทศั นศลิ ป์ เป็ นแผนภาพความคิดแบบข้นั บนั ได
8. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม วาดภาพเป็นผลงานของกลุ่ม 1 ภาพ จากน้นั แลกภาพกบั เพอื่ นกลุ่มอ่ืนและ
ร่วมกนั วจิ ารณ์ผลงานของเพอ่ื นโดยใชข้ ้นั ตอนและวธิ ีการวจิ ารณ์งานทศั นศิลป์ จากน้นั ออกมานาเสนอ
บทวจิ ารณ์หนา้ ช้นั เรียน
9. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปเป้าหมายของการวจิ ารณ์ผลงานทศั นศลิ ป์ เป็ นแผนภาพความคิด
10. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 5 เร่ือง การวจิ ารณ์ผลงานทศั นศิลป์
11. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาตวั อยา่ งแฟ้มสะสมงาน และช่วยกนั วเิ คราะห์ สรุปส่วนประกอบ
ของแฟ้มสะสมงาน
12. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มสรา้ งแฟ้มสะสมงานของกลุ่ม และออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
13. ใหน้ กั เรียนแลกเปลี่ยนแฟ้มสะสมงานกบั เพอื่ นกลมุ่ อ่ืน และร่วมกนั วจิ ารณ์ขอ้ ดีและขอ้ ควรปรบั ปรุง
แฟ้มสะสมงานของเพอ่ื น
14. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปประโยชน์ของการจดั ทาแฟ้มสะสมงานทศั นศิลป์ เป็ นแผนภาพความคดิ
15. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 6 เร่ือง การจดั ทาแฟ้มสะสมงานทศั นศลิ ป์
สื่อการเรียนรู้
1. ตวั อยา่ งผลงานทศั นศิลป์
2. บตั รคา
3. ภาพผลงานทศั นศิลป์
4. ใบงานที่ 5 เรื่อง การวจิ ารณ์ผลงานทศั นศลิ ป์
5. ตวั อยา่ งแฟ้มสะสมงาน
6. ใบงานที่ 6 เร่ือง การจดั ทาแฟ้มสะสมงานทศั นศลิ ป์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง การวาดภาพการ์ตูน
รหัส-ช่ือรายวชิ า ศ 31102 ศิลปะ 6 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 5 ชั่วโมง คะแนน 10 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์
วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณค่างานทศั นศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคดิ ต่องานศิลปะอยา่ งอิสระ ชื่นชม และ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ม.6/1-6/8 วาดภาพระบายสีเป็นภาพลอ้ เลียนหรือภาพการ์ตนู เพอื่ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั สภาพ
สงั คมในปัจจบุ นั
สาระสาคญั
การวาดภาพการ์ตนู เป็นศิลปะท่นี อกจากแสดงจนิ ตนาการของผวู้ าดแลว้ ยงั เป็นผลงานท่ีสามารถใช้
ถ่ายทอดความคดิ ของผวู้ าดเพอ่ื สะทอ้ นความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ ไดโ้ ดยเฉพาะสภาพสงั คมในปัจจุบนั
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. ความหมายของการ์ตูน
2. ประเภทของการ์ตนู
3. อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการวาดการ์ตูน
4. การเขียนภาพการ์ตูน
ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏบิ ตั ิ/การสาธิต การประเมินค่า การสงั เคราะห์
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน มีจติ สาธารณะ
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
ใบงานที่ 7 เร่ือง การเขียนภาพการ์ตูน
สื่อการเรียนรู้
1. ตวั อยา่ งภาพการ์ตนู ประเภทตา่ ง ๆ
2. อุปกรณ์ท่ใี ชเ้ ขียนภาพการ์ตูน
3. ภาพการ์ตูนภาพเดี่ยวท่ีแสดงอารมณ์ความรูส้ ึกตา่ ง ๆ
4. ภาพการ์ตูนลอ้ เลียน
5. ใบงานท่ี 7 เรื่อง การเขียนภาพการ์ตูน
การประเมินผล
ใบงานที่ 7 เรื่อง การเขียนภาพการ์ตูน
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
เขยี นภาพระบายสี เขียนภาพระบายสี เขียนภาพระบายสี เขยี นภาพระบายสี เขยี นภาพระบายสี
การ์ตนู สะทอ้ นสภาพ การ์ตนู สะทอ้ นสภาพ การ์ตนู สะทอ้ น การ์ตนู สะทอ้ น การ์ตนู สะทอ้ น
สงั คมในปัจจุบนั แลว้ สงั คมในปัจจุบนั แลว้ สภาพสงั คมใน สภาพสงั คมใน สภาพสงั คมใน
ตอบคาถาม ตอบคาถามไดส้ มั พนั ธ์ ปัจจุบนั แลว้ ตอบ ปัจจุบนั แลว้ ตอบ ปัจจุบนั แลว้ ตอบ
กบั หวั ขอ้ ทีก่ าหนดและ คาถามไดส้ มั พนั ธ์ คาถามไดส้ มั พนั ธ์ คาถามไดส้ มั พนั ธ์
แตกต่างจากที่ครู กบั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด กบั หวั ขอ้ ที่กาหนด กบั หวั ขอ้ ทก่ี าหนด
ยกตวั อยา่ ง มีการ และแตกตา่ งจากท่ี ตามท่ีครูยกตวั อยา่ ง ตามที่ครูยกตวั อยา่ ง
เชื่อมโยงใหเ้ ห็นถึง ครูยกตวั อยา่ ง แตม่ ีการดดั แปลงให้
ความสมั พนั ธก์ บั แต่เช่ือมโยงใหเ้ ห็น แตกต่าง
ตนเองและผอู้ ื่น เฉพาะตนเอง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ภาพการ์ตนู และสรุปลกั ษณะการ์ตนู เป็นแผนภาพความคิด
2. ใหน้ กั เรียนวาดภาพตวั การ์ตนู ทีต่ นเองชื่นชอบ พรอ้ มอธิบายเหตผุ ลที่ชอบ
3. ใหน้ กั เรียนจบั กลุ่มคดิ การแสดงบทบาทสมมุติ โดยสวมบทบาทเป็ นตวั การ์ตนู ท่แี ตล่ ะคนวาด
4. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกอุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการเขียนการ์ตูน และสรุปขอ้ มูลเป็นแผนภาพความคิด
5. ครูอธิบายเก่ียวกบั การใชอ้ ุปกรณ์เขียนการ์ตนู และใหผ้ แู้ ทนนกั เรียนออกมาสาธิตการใชอ้ ุปกรณ์
เขยี นการ์ตนู หนา้ ช้นั เรียน
6. ใหน้ กั เรียนสรุปอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการเขยี นการ์ตูน และการเลือกใชเ้ ป็นแผนภาพความคิด
7. ครูสาธิตการเขยี นการ์ตนู โดยใชต้ าและปากแสดงความรูส้ ึกใหน้ กั เรียนดู
8. ใหน้ กั เรียนเขยี นภาพการ์ตูนท่ีใชต้ าและปากแสดงอารมณ์ความรู้สึกคนละไม่ต่ากวา่ 4 อารมณ์
และแต่งเร่ืองราวประกอบภาพการ์ตูนน้นั
9. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ภาพการ์ตนู ลอ้ เลียน และครูสาธิตการวาดการ์ตูนลอ้ เลยี น
ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ทายวา่ เป็นภาพลอ้ เลียนบุคคลใด
10. ครูเล่านิทานใหน้ กั เรียนฟัง 1 เร่ือง จากน้นั ใหน้ กั เรียนออกแบบและเขียนการ์ตนู เป็ นภาพปกนิทาน
จากเรื่องทไ่ี ดฟ้ ัง
11. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การนาภาพการ์ตนู ไปใชเ้ พอื่ สะทอ้ นสภาพ
สงั คมในปัจจุบนั
12. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 7 เร่ือง การเขียนภาพการ์ตนู
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เร่ือง ผลงานทศั นศิลป์ ของศิลปิ นท่ีมชี ื่อเสียง
รหัส-ช่ือรายวิชา ศ 31102 ศิลปะ 6 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 10 ชั่วโมง คะแนน 20 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจินตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์คุณคา่
งานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ตัวชี้วัด
ศ 1.1 ม.6/1-6/8 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ไทย สากล โดยศกึ ษาจากแนวคิดและวธิ ีการสร้างงาน
ของศลิ ปิ นทต่ี นชื่นชอบ
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.2 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทศั นศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณค่างานทศั นศิลป์
ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและสากล
ตวั ชี้วดั
ศ 1.2 ม. 6/1-6/8 ระบุงานทศั นศิลป์ ของศลิ ปิ นทม่ี ีช่ือเสียง และบรรยายผลตอบรบั ของสงั คม
สาระสาคัญ
การศึกษาผลงานทศั นศิลป์ ของศิลปินทมี่ ีช่ือเสียง ท้งั ศลิ ปิ นไทยและสากล จะทาใหท้ ราบแนวคิดและ
วธิ ีการสร้างงานท่หี ลากหลาย เพอื่ นามาใชเ้ ป็นแนวทางสร้างผลงาน นอกจากน้ียงั ควรศึกษาความสมั พนั ธข์ อง
ทศั นศลิ ป์ กบั สงั คมและผลตอบรับของสงั คมทม่ี ตี อ่ งานของศลิ ปิ นทม่ี ีช่ือเสียง เพอื่ นาไปปรับใชส้ รา้ งผลงาน
ทศั นศลิ ป์ ของตนเองใหม้ ีคุณคา่
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. ผลงานทศั นศลิ ป์ ของศิลปิ นไทยและต่างประเทศ
1.1 ผลงานทศั นศิลป์ ของศลิ ปิ นไทยท่มี ีชอ่ื เสียง
1.2 ผลงานทศั นศิลป์ ของศิลปิ นตา่ งประเทศทมี่ ีช่ือเสียง
2. ความสมั พนั ธข์ องทศั นศิลป์ กบั สงั คม
ผลงานทศั นศิลป์ อิทธิพลต่อสงั คมและผลตอบรบั
ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏบิ ตั ิ การประยกุ ต์ การประเมินคา่ การสงั เคราะห์
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน มีจติ สาธารณะ
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
1. ใบงานที่ 8 เร่ือง การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ไทยจากแนวคดิ ของศลิ ปิ นไทยทชี่ ื่นชอบ
2. ใบงานท่ี 9 เร่ือง การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ สากล จากแนวคดิ ของศลิ ปิ นต่างประเทศทีช่ ่ืนชอบ
3. ใบงานท่ี 10 เรื่อง ความสมั พนั ธข์ องทศั นศลิ ป์ กบั สงั คม
สื่อการเรียนรู้
1. ตวั อยา่ งภาพผลงานของศลิ ปิ นทม่ี ีชื่อเสียงของไทย
2. แบบบนั ทกึ การวเิ คราะห์ผลงานของศิลปิ นไทย
3. แบบบนั ทึกศิลปิ นไทยทีช่ ่ืนชอบ
4. ใบงานที่ 8 เรื่อง การสร้างสรรคง์ านทศั นศิลป์ ไทยจากแนวคิดของศิลปิ นไทยที่ชื่นชอบ
5. ภาพผลงานของศิลปิ นชายตา่ งประเทศที่มีช่ือเสียง
6. แบบบนั ทึกการวเิ คราะหผ์ ลงานของศิลปิ นชายตา่ งประเทศทีม่ ีช่ือเสียง
7. แผนภาพความคิดแบบเปรียบเทียบ
8. ใบงานที่ 9 เร่ือง การสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ สากลจากแนวคิดของศลิ ปิ นต่างประเทศทช่ี ื่นชอบ
9. ใบงานท่ี 10 เร่ือง ความสมั พนั ธข์ องทศั นศลิ ป์ กบั สงั คม
การประเมนิ ผล
1. ใบงานที่ 8 เรื่อง การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ไทยจากแนวคดิ ของศิลปิ นไทยทีช่ ื่นชอบ
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
สรา้ งสรรคง์ าน สร้างสรรคง์ าน สรา้ งสรรคง์ าน สร้างสรรคง์ าน สร้างสรรคง์ าน
ทศั นศลิ ป์ ไทยโดยใช้ ทศั นศลิ ป์ ไทยโดยใช้ ทศั นศิลป์ ไทยโดยใช้ ทศั นศลิ ป์ ไทยโดยใช้ ทศั นศลิ ป์ ไทยโดยใช้
แนวคดิ และวธิ ีการ แนวคดิ และวธิ ีการ แนวคดิ และวธิ ีการ แนวคิดและวธิ ีการ แนวคดิ และวธิ ีการ
สร้างงานจากศิลปิ น สรา้ งงานจากศลิ ปิ น สรา้ งงานจากศิลปิ น สร้างงานจากศิลปิ น สร้างงานจากศลิ ปิ น
ไทยที่ชื่นชอบและ ไทยทีช่ ่ืนชอบและ ไทยทช่ี ่ืนชอบและ ไทยที่ชื่นชอบและ ไทยท่ชี ื่นชอบและ
อธิบายแนวคิดและ อธิบายแนวคดิ และ อธิบายแนวคิดและ อธิบายแนวคดิ และ อธิบายแนวคิดและ
วธิ ีการสรา้ งงานบนั ทึก วธิ ีการสร้างงานบนั ทกึ วธิ ีการสร้างงาน วธิ ีการสร้างงาน วธิ ีการสร้างงาน
ลงในแบบบนั ทึก ลงในแบบบนั ทึก บนั ทึกลงในแบบ บนั ทึกลงในแบบ บนั ทกึ ลงในแบบ
ไดถ้ ูกตอ้ งสมั พนั ธก์ บั บนั ทึกไดถ้ ูกตอ้ ง บนั ทึกไดถ้ กู ตอ้ ง บนั ทกึ ไดถ้ ูกตอ้ ง
หวั ขอ้ ทก่ี าหนดและ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้
แตกตา่ งจากที่ครู ท่ีกาหนด โดย ทกี่ าหนด โดย ทีก่ าหนด โดยอาศยั
ยกตวั อยา่ ง มีการ ดดั แปลงจากที่ครู ดดั แปลงจากที่ครู จากทค่ี รูยกตวั อยา่ ง
เช่ือมโยงใหเ้ ห็น ยกตวั อยา่ ง ยกตวั อยา่ งแตย่ งั ไม่ แตย่ งั ไม่เช่ือมโยง
ความสมั พนั ธก์ นั ท้งั มีการเช่ือมโยง เชื่อมโยงสมั พนั ธก์ นั สมั พนั ธก์ นั
ระบบ ความสมั พนั ธก์ นั
2. ใบงานที่ 9 เรื่อง การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ สากลจากแนวคิดของศลิ ปิ นต่างประเทศที่ชื่นชอบ
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
สร้างสรรคง์ าน สรา้ งสรรคง์ าน สร้างสรรคง์ าน สรา้ งสรรคง์ าน สร้างสรรคง์ าน
ทศั นศิลป์ สากลโดยใช้ ทศั นศิลป์ สากลโดยใช้ ทศั นศิลป์ สากล ทศั นศิลป์ สากล ทศั นศิลป์ สากล
แนวคดิ และวธิ ีการ แนวคิดและวธิ ีการ โดยใชแ้ นวคดิ และ โดยใชแ้ นวคิดและ โดยใชแ้ นวคิดและ
สรา้ งงานจากศิลปิ น สร้างงานจากศลิ ปิ น วธิ ีการสรา้ งงานจาก วธิ ีการสรา้ งงานจาก วธิ ีการสรา้ งงานจาก
ตา่ งประเทศทีช่ ื่นชอบ ตา่ งประเทศทช่ี ่ืนชอบ ศลิ ปิ นตา่ งประเทศ ศิลปิ นตา่ งประเทศ ศิลปิ นตา่ งประเทศ
และอธิบายแนวคดิ และอธิบายแนวคิด ทชี่ ื่นชอบ และ ท่ีชื่นชอบ และ ทช่ี ื่นชอบ และ
และวธิ ีการสรา้ งงาน และวธิ ีการสร้างงาน อธิบายแนวคดิ และ อธิบายแนวคิดและ อธิบายแนวคิดและ
บนั ทึกลงในแบบ บนั ทกึ ลงในแบบ วธิ ีการสรา้ งงาน วธิ ีการสร้างงาน วธิ ีการสร้างงาน
บนั ทกึ บนั ทึกไดถ้ ูกตอ้ ง บนั ทึกลงในแบบ บนั ทกึ ลงในแบบ บนั ทึกลงในแบบ
สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ บนั ทกึ ไดถ้ กู ตอ้ ง บนั ทึกไดถ้ กู ตอ้ ง บนั ทึกไดถ้ ูกตอ้ ง
ที่กาหนดและแตกต่าง สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้
จากทคี่ รูยกตวั อยา่ ง ที่กาหนด โดย ที่กาหนด โดย ท่ีกาหนดโดยอาศยั
มีการเช่ือมโยงใหเ้ ห็น ดดั แปลงจากทีค่ รู ดดั แปลงจากท่ีครู จากที่ครูยกตวั อยา่ ง
ความสมั พนั ธก์ นั ท้งั ยกตวั อยา่ ง ยกตวั อยา่ ง แต่ยงั ไม่เชื่อมโยง
ระบบ มีการเช่ือมโยง
แต่ยงั ไม่เชื่อมโยง สมั พนั ธก์ นั
ความสมั พนั ธก์ นั สมั พนั ธก์ นั
3. ใบงานท่ี 10 เรื่อง ความสมั พนั ธข์ องทศั นศิลป์ กบั สงั คม
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
บอกช่ือผลงานของ บอกชื่อผลงานของ บอกชื่อผลงานของ บอกช่ือผลงานของ บอกช่ือผลงานของ
ศิลปิ นและบรรยายผล ศลิ ปิ นและบรรยายผล ศิลปิ นและบรรยาย ศลิ ปิ นและบรรยาย ศิลปิ นและบรรยาย
ตอบรับของสงั คมที่มี ตอบรับของสงั คมท่มี ี ผลตอบรบั ของสงั คม ผลตอบรับของสงั คม ผลตอบรับของสงั คม
ตอ่ ผลงานและ ต่อผลงานและ ทีม่ ีตอ่ ผลงานและ ที่มีต่อผลงานและ ท่มี ีตอ่ ผลงานและ
ความรูส้ ึกทม่ี ีต่อ ความรู้สึกทม่ี ีตอ่ ความรู้สึกท่มี ีตอ่ ความรู้สึกทีม่ ีต่อ ความรูส้ ึกทม่ี ีต่อ
ผลงาน ผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง ผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง ผลงานไดถ้ กู ตอ้ ง ผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง
สมั พนั ธก์ นั แตกต่าง สมั พนั ธก์ นั แตกต่าง สมั พนั ธก์ นั ตามทคี่ รู สมั พนั ธก์ นั โดยอาศยั
จากทคี่ รูยกตวั อยา่ ง จากที่ครูยกตวั อยา่ ง ยกตวั อยา่ ง แต่มีการ จากที่ครูยกตวั อยา่ ง
มีการเชื่อมโยงกนั มีการเช่ือมโยงกนั ดดั แปลงใหแ้ ตกตา่ ง
ท้งั ระบบ บา้ งแตไ่ ม่ท้งั ระบบ
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูนาตวั อยา่ งผลงานทศั นศิลป์ ของศิลปิ นไทยมาใหน้ กั เรียนดู และร่วมกนั วเิ คราะห์แนวคิดในการ
สร้างสรรคง์ าน และความหมายของงาน
2. ใหน้ กั เรียนศึกษาศิลปิ นดา้ นจิตรกรรมและส่ือผสมของไทย และออกมาสรุปแนวคดิ ในการ
สร้างสรรคง์ านของศลิ ปิ นแตล่ ะทา่ น
3. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศึกษาวเิ คราะหต์ วั อยา่ งผลงานของศิลปิ นไทยทม่ี ีชื่อเสียง และสรุปขอ้ มูลทไ่ี ดล้ ง
ในแบบบนั ทึก และออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
4. ครูและนกั เรียนร่วมกนั พดู คุยสนทนาเก่ียวกบั ผลงานของศลิ ปิ นดา้ นประตมิ ากรรม
5. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาศลิ ปิ นไทยดา้ นประตมิ ากรรม ดา้ นภาพพมิ พ์ และดา้ นสถาปัตยกรรม จากน้นั
บนั ทึกขอ้ มูลของศลิ ปิ นไทยทน่ี กั เรียนช่ืนชอบ 1 คน ลงในแบบบนั ทกึ และใหผ้ แู้ ทนนกั เรียน 4 คน ออกมา
นาเสนองาน
6. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 7 เร่ือง การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ไทยจากแนวคดิ ของศิลปินไทย
ท่ชี ื่นชอบ
7. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศกึ ษาประวตั ิและแนวคดิ ในการสร้างงานของศิลปิ นตา่ งประเทศท่ีมีช่ือเสียง
สรุปขอ้ มูล และออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
8. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาผลงานของศลิ ปิ นชายตา่ งประเทศ กลุ่มละ 1 ผลงาน และร่วมกนั
วเิ คราะห์แนวคิดและวธิ ีการสร้างงาน บนั ทกึ ขอ้ มูลในแบบบนั ทึกและออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
9. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม ศกึ ษาประวตั ิ ผลงานสาคญั แนวคิดในการสร้างงาน และตวั อยา่ งผลงาน
พรอ้ มอธิบายความหมายผลงานของศิลปินหญีิงต่างประเทศ สรุปขอ้ มูล และออกมานาเสนองานหนา้ ช้นั
เรียน
10. ใหน้ กั เรียนวเิ คราะห์ความเหมือนและความแตกต่างของแนวคดิ และวธิ ีการสรา้ งงานของ
ศลิ ปิ นชายกบั ศลิ ปิ นหญงิ ต่างประเทศ บนั ทกึ ขอ้ มูลลงในแผนภาพความคิดแบบเปรียบเทยี บ
11. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 9 เร่ือง การสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ สากลจากแนวคดิ ของศิลปิ น
ตา่ งประเทศท่ีชื่นชอบ
12. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มยกตวั อยา่ งงานศิลปะทีจ่ าแนกตามลกั ษณะการรบั สมั ผสั ของมนุษย์ สรุปเป็น
แผนภาพความคดิ
13. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มวเิ คราะหป์ ัจจยั ท่ที าใหผ้ ลงานทศั นศิลป์ เป็ นที่ยอมรับในสงั คม บนั ทกึ เป็น
แผนภาพความคิด
14. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 10 เรื่อง ความสมั พนั ธข์ องทศั นศลิ ป์ กบั สงั คม
หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เร่ือง รูปแบบงานทศั นศิลป์ ของวัฒนธรรมต่าง ๆ
รหัส-ช่ือรายวชิ า ศ 31102 ศิลปะ 6 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 15 ชั่วโมง คะแนน 20 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.2 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งทศั นศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคุณคา่ งานทศั นศลิ ป์
ทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล
ตัวชี้วัด
ศ 1.2 ม.6/1-6/8 วเิ คราะหแ์ ละเปรียบเทียบงานทศั นศิลป์ ในรูปแบบตะวนั ออกและรูปแบบตะวนั ตก
ศ 1.2 ม. 6/1-6/8 อภิปรายเก่ียวกบั อิทธิพลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศทม่ี ีผลต่องานทศั นศลิ ป์
ในสงั คม
สาระสาคัญ
รูปแบบงานทศั นศิลป์ ของตะวนั ออกและตะวนั ตกมีลักษณะท่ีแตกต่างกัน ท้งั น้ีข้ึนอยู่กบั วฒั นธรรม
ความเช่ือ และประเพณีของท้องถิ่น นอกจากน้ี การติดต่อกันระหว่างประเทศยงั ทาให้เกิดการแลกเปลี่ยน
วฒั นธรรมและแนวความคดิ ในการสรา้ งงานทศั นศิลป์ ทแ่ี ตกต่างไปจากเดิม
สาระการเรียนรู้
ความรู้
1. งานทศั นศิลป์ ของวฒั นธรรมตะวนั ออก และตะวนั ตก
1.1 ศิลปะตะวนั ออก
1.2 ศิลปะตะวนั ตก
2. สรุปรูปแบบงานทศั นศลิ ป์
2.1 ศลิ ปะตะวนั ออก
2.2 ศลิ ปะตะวนั ตก
ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การใหเ้ หตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏบิ ตั ิ การประเมินค่า การสงั เคราะห์
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย
ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
1. ใบงานที่ 11 เร่ือง งานทศั นศิลป์ รูปแบบตะวนั ออกและรูปแบบตะวนั ตก
2. ใบงานท่ี 12 เรื่อง อิทธิพลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศทมี่ ีตอ่ งานทศั นศลิ ป์ ในสงั คม
ส่ือการเรียนรู้
1. แผนภาพความคดิ แบบเปรียบเทียบ
2. ภาพเขียนบนผนงั ถ้าอลั ตามิรา ประเทศฝรั่งเศส
3. ภาพพรี ะมิด
4. ภาพสฟิงซ์
5. ภาพมมั ม่ี
6. ภาพโมนาลิซา
7. ใบงานที่ 11 เรื่อง งานทศั นศลิ ป์ รูปแบบตะวนั ออกและรูปแบบตะวนั ตก
8. ใบงานท่ี 12 เรื่อง อิทธิพลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศท่ีมีตอ่ งานทศั นศลิ ป์ ในสงั คม
การประเมินผล
1. ใบงานที่ 11 เรื่อง งานทศั นศิลป์ รูปแบบตะวนั ออกและรูปแบบตะวนั ตก
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
เปรียบเทียบงาน (10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ทศั นศลิ ป์ รูปแบบ
ตะวนั ออกและ เปรียบเทยี บงาน เปรียบเทยี บงาน เปรียบเทยี บงาน เปรียบเทยี บงาน
ตะวนั ตกบนั ทึกขอ้ มูล
ในแบบบนั ทึก ทศั นศิลป์ รูปแบบ ทศั นศลิ ป์ รูปแบบ ทศั นศลิ ป์ รูปแบบ ทศั นศิลป์ รูปแบบ
ตะวนั ออกและ ตะวนั ออกและ ตะวนั ออกและ ตะวนั ออกและ
ตะวนั ตก บนั ทึกขอ้ มูล ตะวนั ตก บนั ทกึ ตะวนั ตก บนั ทึก ตะวนั ตก บนั ทกึ
ในแบบบนั ทึกได้ ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลในแบบบนั ทกึ
ถูกตอ้ งและสมั พนั ธก์ บั ไดถ้ ูกตอ้ งและ ไดถ้ ูกตอ้ งและ ไดถ้ ูกตอ้ งตามหวั ขอ้
หวั ขอ้ ท่กี าหนด มีการ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ที่ สมั พนั ธก์ บั หวั ขอ้ ท่ี ทีก่ าหนดโดยมีครู
เชื่อมโยงกนั เป็นระบบ กาหนดมีการ กาหนดโดยอาศยั หรือเพอ่ื นให้
โดยแตกตา่ งจากที่ครู เชื่อมโยงกนั เป็ น จากที่ครูยกตวั อยา่ ง คาแนะนา
ยกตวั อยา่ ง ระบบ โดยดดั แปลง
จากที่ครูยกตวั อยา่ ง
2. ใบงานท่ี 12 เรื่อง อิทธิพลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศทมี่ ีตอ่ งานทศั นศิลป์ ในสงั คม
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 4 321
(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ยกตวั อยา่ งงาน ยกตวั อยา่ งงาน ยกตวั อยา่ งงาน ยกตวั อยา่ งงาน ยกตวั อยา่ งงาน
ทศั นศลิ ป์ ในประเทศ ทศั นศลิ ป์ ในประเทศ ทศั นศลิ ป์ ในประเทศ ทศั นศลิ ป์ ในประเทศ ทศั นศลิ ป์ ในประเทศ
ท่ไี ดร้ บั อิทธิพลจาก ที่ไดร้ บั อิทธิพลจาก ทไี่ ดร้ บั อิทธิพลจาก ที่ไดร้ บั อิทธิพลจาก ทไี่ ดร้ ับอิทธิพลจาก
วฒั นธรรมต่างประเทศ วฒั นธรรมต่างประเทศ วฒั นธรรม วฒั นธรรม วฒั นธรรม
อธิบายลกั ษณะและ อธิบายลกั ษณะและ ตา่ งประเทศ อธิบาย ตา่ งประเทศ อธิบาย ตา่ งประเทศ อธิบาย
รูปแบบงานบนั ทกึ ลง รูปแบบงานบนั ทกึ ลง ลกั ษณะและรูปแบบ ลกั ษณะและรูปแบบ ลกั ษณะและรูปแบบ
ในแบบบนั ทึก ในแบบบนั ทกึ ได้ งานบนั ทกึ ลงใน งานบนั ทึกลงใน งานบนั ทึกลงใน
ถูกตอ้ งและสมั พนั ธก์ บั แบบบนั ทึกได้ แบบบนั ทึกได้ แบบบนั ทกึ ได้
หวั ขอ้ ทก่ี าหนดมีการ ถูกตอ้ งและสมั พนั ธ์ ถูกตอ้ งและสมั พนั ธ์ ถูกตอ้ งและสมั พนั ธ์
เชื่อมโยงกนั เป็นระบบ กบั หวั ขอ้ ทก่ี าหนดมี กบั หวั ขอ้ ท่ีกาหนด กบั หวั ขอ้ ท่กี าหนด
และแตกต่างจากที่ครู การเชื่อมโยงกนั เป็ น โดยอาศยั จากทีค่ รู โดยมีเพอ่ื นและครู
ยกตวั อยา่ ง ระบบ โดยดดั แปลง ยกตวั อยา่ ง ใหค้ าแนะนา
จากทคี่ รูยกตวั อยา่ ง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาเกี่ยวกบั ศิลปะตะวนั ออก คือ ศิลปะอินเดีย ศลิ ปะจนี และศิลปะขอม สรุปขอ้ มูล
ท่ไี ดเ้ ป็นแผนภาพความคิด
2. ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบศลิ ปะตะวนั ออกทตี่ นเองสนใจ คอื ศลิ ปะอินเดีย ศิลปะจนี และศลิ ปะขอม
โดยเลือกมา 2 ชาติ บนั ทกึ ขอ้ มูลจากการวเิ คราะห์บนั ทกึ ลงในแผนภาพความคดิ แบบเปรียบเทียบ และออกมา
นาเสนองานหนา้ ช้นั เรียน
3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาแลกเปล่ียนความคดิ เห็นเก่ียวกบั งานทศั นศลิ ป์ ของไทย
4. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลของศลิ ปะไทยในสมยั ตา่ ง ๆ สรุปรูปแบบหรือลกั ษณะเด่นและอิทธิพล
ท่ีมีต่องานศิลปะไทยในสมยั น้นั บนั ทกึ เป็นแผนภาพความคดิ
5. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกนั คดิ คาถามเก่ียวกบั ศลิ ปะไทยกลมุ่ ละ 10 ขอ้ และผลดั กนั ออกมาอ่าน
คาถามถามเพอ่ื นกลุม่ อ่ืนจนครบทกุ กลุ่ม
6. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มศกึ ษาศลิ ปะตะวนั ตกสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ และออกมานาเสนอรายงาน
หนา้ ช้นั เรียน
7. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนเขยี นสรุปววิ ฒั นาการของศิลปะตะวนั ตกสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ โดยใช้
แผนภาพความคดิ แบบเสน้ เวลา และสุ่มเลือกผแู้ ทนนกั เรียน 4-5 คน ออกมานาเสนอแผนภาพความคดิ
8. ครูและนกั เรียนร่วมสนทนาพดู คุยเก่ียวกบั ภาพพรี ะมิด สฟิงซ์ และมมั มี่ ซ่ึงเป็นศลิ ปะอียปิ ต์
9. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มศึกษาศิลปะตะวนั ตกสมยั ประวตั ิศาสตร์แลว้ ออกมานาเสนอรายงาน
พรอ้ มต้งั คาถามถามเพอื่ นหนา้ ช้นั เรียนทกุ กลุ่ม
10. ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบศลิ ปะตะวนั ตก สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์และสมยั ประวตั ิศาสตร์
บนั ทึกขอ้ มูลในแผนภาพความคดิ แบบเปรียบเทยี บ
11. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มศึกษาศิลปะตะวนั ตกสมยั กลางและสมยั เฟ่ืองฟศู ิลปวทิ ยา โดยศกึ ษาแนวคดิ
ลกั ษณะเด่น และตวั อยา่ งผลงาน สรุปและบนั ทึกขอ้ มูลเป็นแผนภาพความคดิ
12. ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบศลิ ปะสมยั กลางและสมยั เฟื่องฟูศิลปวทิ ยา บนั ทกึ ขอ้ มูลเป็นแผนภาพ
ความคดิ แบบเปรียบเทียบ
13. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 10 เร่ือง งานทศั นศิลป์ รูปแบบตะวนั ออก และรูปแบบตะวนั ตก
14. นกั เรียนแบง่ กลุ่มศกึ ษาเก่ียวกบั ศลิ ปะสมยั ใหม่และศิลปะในศตวรรษที่ 20 แลว้ ออกมานาเสนอ
รายงาน
15. ใหน้ กั เรียนเขียนคาถามเก่ียวกบั ศิลปะสมยั ใหม่และศิลปะในศตวรรษที่ 20 คนละ 1 คาถาม
แลว้ นาไปใส่กล่อง จากน้นั ออกมาสุ่มเลือกคาถามจากท้งั หมดคนละ 1 คาถาม และตอบใหถ้ ูกตอ้ ง
16. ใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 11 เร่ือง อิทธิพลของวฒั นธรรมระหวา่ งประเทศทีม่ ีต่องานทศั นศิลป์
ในสงั คม
ตอนท่ี 4
การวดั และประเมนิ ผล
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ศิลปะ (พนื้ ฐาน)
อตั ราส่วน 80 : 20
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จงั หวดั ปัตตานี
คะแนนระหว่างภาค สอบกลางภาค สอบปลายภาค
ม.1 ม.2 ม.3 ม.4 ม.5 ม.6 ม. รวม ม. รวม
ตชว. ตชว. ตชว. ตชว. ตชว. ตชว. ตชว. ตชว.
วิชา
วชิ าศิลปะ 1,2 70 ศ1.1, 10 ศ1.1 20
ศ 31101,ศ 31102 ศ1.1, ศ1.2
(สาระดนตรี) ศ1.2
วิชาศิลปะ 3,4 70 ศ1.1, 10 ศ1.1 20
ศ 32101,ศ 32102 ศ1.1, ศ1.2
(สาระนาฏศิลป์ ) ศ1.2
วชิ าศิลปะ 5,6 70 ศ1.1, 10 ศ1.1 20
ศ 33101,ศ33102 ศ1.1, ศ1.2
(สาระศิลปะ) ศ1.2
ตอนท่ี 5
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดและป ระเมิ น ผลการเรี ยน รู้ของผู้เรียนต้องอยู่บน หลักการพ้ืน ฐานสองประการคือ
การประเมินเพ่ือพฒั นาผูเ้ รียนและเพ่ือตดั สินผลการเรียน ในการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้ของผูเ้ รียน ให้
ประสบผลสาเร็จน้ัน ผูเ้ รียนจะตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาและประเมินตามตวั ช้ีวดั เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสาคญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผเู้ รียนซ่ึงเป็ นเป้าหมายหลกั ในการวดั และ
ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดบั ไม่ว่าจะเป็ นระดบั ช้นั เรียน ระดบั สถานศกึ ษา ระดบั เขตพ้นื ท่ีการศึกษา และ
ระดบั ชาติ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็ นกระบวนการพฒั นาคุณภาพผเู้ รียนโดยใชผ้ ลการประเมินเป็ น
ขอ้ มูลและสารสนเทศท่ีแสดงพฒั นาการ ความกา้ วหนา้ และความสาเร็จทางการเรียนของผเู้ รียน ตลอดจนขอ้ มูล
ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนเกิดการพฒั นาและเรียนรูอ้ ยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็ น ๔ ระดบั ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา และระดบั ชาติ มีรายละเอียด ดงั น้ี
๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็ นการวดั และประเมินผลท่ีอยใู่ นกระบวนการจดั การเรียนรู้ ผูส้ อน
ดาเนินการเป็ นปกติและสม่าเสมอ ในการจดั การเรียนการสอน ใชเ้ ทคนิคการประเมินอยา่ งหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสงั เกต การตรวจการบา้ น การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ
ใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผสู้ อนเป็ นผูป้ ระเมินเองหรือเปิ ดโอกาส ให้ผเู้ รียนประเมินตนเอง เพือ่ นประเมิน
เพอ่ื น ผปู้ กครองร่วมประเมิน ในกรณีทไ่ี ม่ผา่ นตวั ช้ีวดั ใหม้ ี การสอนซ่อมเสริม
การประเมิน ระดับช้ัน เรี ยน เป็ น การตรวจสอบ ว่า ผู้เรี ยน มี พัฒ น าการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อนั เป็นผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะตอ้ งไดร้ ับ
ก ารพัฒ น าป รับ ป รุ งแ ล ะ ส่ งเส ริ ม ใน ด้าน ใด น อ ก จาก น้ี ยังเป็ น ข้อ มู ล ให้ ผู้ส อ น ใช้ป รั บ ป รุ ง
การเรียนการสอนของตนดว้ ย ท้งั น้ีโดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้ีวดั
๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็ นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพื่อตดั สินผล การเรียน
ของผเู้ รียนเป็ นรายปี /รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค์
และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน นอกจากน้ีเพื่อให้ไดข้ อ้ มูลเก่ียวกบั การจดั การศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ
การเรียนรู้ของผูเ้ รียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผูเ้ รียนมีจุดพฒั นาในดา้ นใด รวมท้งั สามารถนาผลการเรียนของ
ผูเ้ รียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็ นขอ้ มูลและ
สารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลกั สูตร โครงการ หรือวิธีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการ
จดั ทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกนั คุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ผปู้ กครองและชุมชน
๓. การประเมินระดับเขตพื้นทก่ี ารศึกษา เป็ นการประเมินคุณภาพผเู้ รียนในระดบั เขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เพ่ือใชเ้ ป็ นขอ้ มูลพ้ืนฐานในการพฒั นา
คุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผดิ ชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ
ผลสมั ฤทธ์ิของผเู้ รียนดว้ ยขอ้ สอบมาตรฐานท่จี ดั ทาและดาเนินการโดยเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา หรือดว้ ยความร่วมมือ
กับหน่วยงานตน้ สังกดั ในการดาเนินการจดั สอบ นอกจากน้ียงั ได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการ
ประเมินระดบั สถานศกึ ษาในเขตพน้ื ที่การศึกษา
๔ . การป ระเมิน ระดับชาติ เป็ นการประเมิน คุณ ภาพผู้เรี ยน ใน ระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน สถานศึกษาตอ้ งจดั ให้ผูเ้ รียนทุกคนที่เรียน ในช้ัน
ประถมศึกษาปี ที่ ๓ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ๓ และช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ ๖ เขา้ รับการ
ประเมิน ผลจากการประเมินใชเ้ ป็นขอ้ มูลในการเทียบเคยี งคุณภาพการศกึ ษาในระดบั ต่าง ๆ เพือ่ นาไปใชใ้ นการ
วางแผนยกระดบั คุณภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเป็ นขอ้ มูลสนบั สนุน การตดั สินใจในระดบั นโยบายของ
ประเทศ
ขอ้ มูลการประเมินในระดบั ต่าง ๆ ขา้ งตน้ เป็ นประโยชน์ตอ่ สถานศกึ ษาในการตรวจสอบทบทวนพฒั นา
คุณภาพผูเ้ รียน ถือเป็ นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตอ้ งจดั ระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแกไ้ ข
ส่งเสริมสนบั สนุนเพือ่ ใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพบนพ้นื ฐาน ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลท่ีจาแนก
ตามสภาพปัญหาและความตอ้ งการ ไดแ้ ก่ กลุ่มผเู้ รียนทว่ั ไป กลุ่มผเู้ รียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่มผูเ้ รียนที่มี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่า กลุ่มผูเ้ รียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผูเ้ รียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่ม
ผเู้ รียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและสงั คม กลุ่มพกิ ารทางร่างกายและสติปัญญา เป็ นตน้ ขอ้ มูลจากการประเมินจึง
เป็ นหวั ใจของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผเู้ รียนไดท้ นั ทว่ งที ปีิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดร้ บั การพฒั นา
และประสบความสาเร็จในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผรู้ ับผดิ ชอบจดั การศึกษา จะตอ้ งจดั ทาระเบียบวา่ ดว้ ยการวดั และประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคลอ้ งและเป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละแนวปฏิบตั ิท่ีเป็ นขอ้ กาหนดของหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน เพอ่ื ใหบ้ ุคลากรทเี่ กี่ยวขอ้ งทุกฝ่ ายถือปฏิบตั ิร่วมกนั
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรียน
๑. การตดั สิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตดั สินผลการเรียน
ในการตดั สินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขยี น คุณลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนน้นั ผสู้ อนตอ้ งคานึงถึงการพฒั นาผเู้ รียนแตล่ ะคนเป็ นหลกั และตอ้ ง
เก็บขอ้ มูลของผเู้ รียนทุกดา้ นอยา่ งสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแตล่ ะภาคเรียน รวมท้งั สอนซ่อมเสริมผเู้ รียนใหพ้ ฒั นา
จนเตม็ ตามศกั ยภาพ
ระดับมัธยมศึกษา
(๑) ตดั สินผลการเรียนเป็นรายวชิ า ผเู้ รียนตอ้ งมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่นอ้ ย
กวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมดในรายวชิ าน้นั ๆ
(๒) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ บั การประเมินทุกตวั ช้ีวดั และผา่ นตามเกณฑท์ ่สี ถานศกึ ษา
กาหนด
(๓) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ บั การตดั สินผลการเรียนทุกรายวชิ า
(๔) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ บั การประเมิน และมีผลการประเมินผา่ นตามเกณฑท์ ่ี
สถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
การพจิ ารณาเลื่อนช้นั ท้งั ระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา ถา้ ผเู้ รียนมีขอ้ บกพร่องเพยี งเล็กนอ้ ย
และสถานศกึ ษาพจิ ารณาเห็นวา่ สามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสริมได้ ใหอ้ ยใู่ นดุลพนิ ิจของสถานศกึ ษาทจ่ี ะผอ่ น
ผนั ใหเ้ ลื่อนช้นั ได้ แตห่ ากผเู้ รียนไม่ผา่ นรายวชิ าจานวนมาก และมีแนวโนม้ วา่ จะเป็ นปัญหาต่อการเรียนใน
ระดบั ช้นั ทส่ี ูงข้นึ สถานศึกษาอาจต้งั คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซ้าช้นั ได้ ท้งั น้ีใหค้ านึงถึงวฒุ ิภาวะและ
ความรูค้ วามสามารถของผเู้ รียนเป็นสาคญั
๑.๒ การให้ระดบั ผลการเรียน
ระดบั มัธยมศึกษา ในการตดั สินเพอ่ื ใหร้ ะดบั ผลการเรียนรายวิชา ใหใ้ ชต้ วั เลขแสดงระดบั ผลการ
เรียนเป็น ๘ ระดบั
การประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคน์ ้นั ใหร้ ะดบั ผล
การประเมินเป็น ดีเยย่ี ม ดี และผา่ น
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน จะตอ้ งพจิ ารณาท้งั เวลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม การปฏิบตั ิกิจกรรม
และผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเขา้ ร่วมกิจกรรมเป็ นผา่ น และไม่ผา่ น
๑.๓ การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารใหผ้ ปู้ กครองและผเู้ รียนทราบความกา้ วหนา้ ในการเรียนรู้
ของผเู้ รียน ซ่ึงสถานศึกษาตอ้ งสรุปผลการประเมินและจดั ทาเอกสารรายงานใหผ้ ปู้ กครองทราบเป็ นระยะ ๆ หรือ
อยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ ๑ คร้งั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดบั คุณภาพการปฏบิ ตั ขิ องผเู้ รียนทส่ี ะทอ้ นมาตรฐาน
การเรียนรูก้ ลุ่มสาระการเรียนรู้
๒. เกณฑ์การจบการศึกษา
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กาหนดเกณฑก์ ลางสาหรับการจบการศึกษาเป็ น ๓ระดบั คือ
ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ และระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
๒.๑ เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
(๑) ผูเ้ รียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเติมไม่เกิน ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็ นรายวิชาพ้ืนฐาน ๖๓
หน่วยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ตามท่ีสถานศึกษากาหนด
(๒) ผูเ้ รียนตอ้ งไดห้ น่วยกิตตลอดหลกั สูตรไม่น้อยกวา่ ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็ นรายวิชาพ้ืนฐาน
๖๓ หน่วยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เติมไม่นอ้ ยกวา่ ๑๔ หน่วยกิต
(๓ ) ผู้เรี ยน มี ผลการป ระเมิ น การอ่ าน คิดวิเคราะห์ แล ะเขี ยน ใน ระดับ ผ่าน เก ณ ฑ์
การประเมินตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด
(๔) ผเู้ รียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
(๕) ผูเ้ รียนเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากาหนด
๒.๒ เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
(๑) ผูเ้ รียนเรียนรายวิชาพ้นื ฐานและเพ่ิมเติม ไม่น้อยกว่า ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็ นรายวิชาพ้ืนฐาน
๓๙ หน่วยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ตามท่สี ถานศึกษากาหนด
(๒) ผูเ้ รียนตอ้ งไดห้ น่วยกิตตลอดหลกั สูตรไม่นอ้ ยกวา่ ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็ นรายวชิ าพ้ืนฐาน
๓๙ หน่วยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ไม่นอ้ ยวา่ ๓๘ หน่วยกิต
(๓) ผเู้ รียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน ในระดบั ผา่ นเกณฑ์ การประเมิน
ตามท่สี ถานศึกษากาหนด
(๔) ผูเ้ รียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
(๕) ผูเ้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด
สาหรบั การจบการศกึ ษาสาหรบั กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศกึ ษาเฉพาะทาง การศกึ ษาสาหรับผมู้ ี
ความสามารถพเิ ศษ การศกึ ษาทางเลือก การศกึ ษาสาหรับผดู้ อ้ ยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศยั ใหค้ ณะกรรมการ
ของสถานศึกเขตพ้นื ท่ีการศึกษา และผทู้ ่เี ก่ียวขอ้ งดาเนินการวดั และประเมินผล การเรียนรู้ตามหลกั เกณฑใ์ นแนว
ปฏิบตั ิการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคญั ที่บนั ทึกผลการเรียน ขอ้ มูลและสารสนเทศ ที่
เกี่ยวขอ้ งกบั พฒั นาการของผเู้ รียนในดา้ นต่าง ๆ แบง่ ออกเป็ น ๒ ประเภท ดงั น้ี
๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกาหนด
๑.๑ ระเบยี นแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผเู้ รียนตาม
รายวชิ า ผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ อง
สถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน สถานศกึ ษาจะตอ้ งบนั ทึกขอ้ มูลและออกเอกสารน้ีให้
ผเู้ รียนเป็นรายบคุ คล เมื่อผเู้ รียนจบการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา (ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี ๖) จบการศกึ ษาภาคบงั คบั
(ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๓) จบการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน(ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๖) หรือเม่ือลาออกจากสถานศึกษาในทุก
กรณี
๑.๒ ประกาศนียบัตร เป็ นเอกสารแสดงวฒุ ิการศึกษาเพ่อื รับรองศกั ด์ิและสิทธ์ิของผจู้ บการศกึ ษา ที่
สถานศกึ ษาใหไ้ วแ้ ก่ผจู้ บการศกึ ษาภาคบงั คบั และผจู้ บการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั
พ้นื ฐาน
๑.๓ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็ นเอกสารอนุมตั ิการจบหลกั สูตรโดยบนั ทกึ รายช่ือและขอ้ มูล
ของผจู้ บการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๖) ผจู้ บการศกึ ษาภาคบงั คบั (ช้นั มธั ยมศึกษาปี
ที่ ๓) และผจู้ บการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน (ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๖)
๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทส่ี ถานศึกษากาหนด
เป็ นเอกสารที่สถานศึกษาจดั ทาข้ึนเพื่อบนั ทึกพฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และขอ้ มูลสาคญั เก่ียวกบั
ผเู้ รียน เช่น แบบรายงานประจาตวั นกั เรียน แบบบนั ทึกผลการเรียนประจารายวชิ า ระเบียนสะสม ใบรบั รองผล
การเรียน และ เอกสารอื่น ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ องการนาเอกสารไปใช้
การเทยี บโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผเู้ รียนในกรณีต่างๆไดแ้ ก่ การยา้ ยสถานศกึ ษา การเปลี่ยน
รูปแบบการศกึ ษา การยา้ ยหลกั สูตร การออกกลางคนั และขอกลบั เขา้ รับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยงั สามารถเทียบโอนความรู้ ทกั ษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อ่ืนๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบนั การฝึกอบรมอาชีพ การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั
การเทียบโอนผลการเรียนควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิ ดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ที่
สถานศึกษารับผูข้ อเทียบโอนเป็ นผูเ้ รียน ท้งั น้ี ผูเ้ รียนที่ไดร้ ับการเทียบโอนผลการเรียนตอ้ งศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาท่ีรับเทียบโอนอยา่ งน้อย ๑ ภาคเรียนโดยสถานศึกษาท่ีรับผูเ้ รียนจากการเทียบโอนควรกาหนด
รายวชิ า/จานวนหน่วยกิตท่ีจะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพจิ ารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนินการได้ ดงั น้ี
๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอ่ืน ๆ ทีใ่ หข้ อ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของผเู้ รียน
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผเู้ รียนโดยการทดสอบด้วยวธิ ีการต่าง ๆ ท้งั ภาคความรู้และ
ภาคปฏิบตั ิ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรียนใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธิการ
การบริหารจดั การหลกั สูตร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอานาจให้ทอ้ งถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพฒั นาหลกั สูตร
น้นั หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ งในแต่ละระดบั ต้งั แต่ระดบั ชาติ ระดบั ทอ้ งถ่ิน จนถึงระดบั สถานศึกษา มีบทบาท
หน้าที่ และความรับผิดชอบในการพฒั นา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพฒั นาหลกั สูตรใหเ้ ป็ นไปอยา่ งมี
ประสิทธิภาพ เพือ่ ใหก้ ารดาเนินการจดั ทาหลกั สูตรสถานศกึ ษาและ การจดั การเรียนการสอนของสถานศกึ ษามี
ประสิทธิภาพสูงสุด อนั จะส่งผลให้การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กาหนดไวใ้ น
ระดบั ชาติ
ระดบั ทอ้ งถ่ิน ไดแ้ ก่ สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา หน่วยงานตน้ สงั กดั อื่น ๆ เป็ นหน่วยงานท่ีมีบทบาท
ในการขบั เคล่ือนคุณภาพการจดั การศึกษา เป็ นตวั กลางท่ีจะเชื่อมโยงหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐานที่
กาหนดในระดบั ชาติใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น เพื่อนาไปสู่การจดั ทาหลกั สูตรของ
สถานศกึ ษา ส่งเสริมการใชแ้ ละพฒั นาหลกั สูตรในระดบั สถานศึกษา ใหป้ ระสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคญั
คือ กาหนดเป้าหมายและจุดเนน้ การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน ในระดบั ทอ้ งถิ่นโดยพิจารณาใหส้ อดคลอ้ งกบั สิ่งที่
เป็ นความตอ้ งการในระดบั ชาติ พฒั นาสาระ การเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดบั ทอ้ งถ่ิน
รวมท้งั เพิ่มพนู คุณภาพการใชห้ ลกั สูตรดว้ ยการวิจยั และพฒั นา การพฒั นาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตาม
ผล ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผูเ้ รียน
สถานศึกษามีหนา้ ท่สี าคญั ในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใชห้ ลกั สูตร
การเพม่ิ พนู คุณภาพการใชห้ ลกั สูตรดว้ ยการวจิ ยั และพฒั นา การปรบั ปรุงและพฒั นาหลกั สูตร จดั ทาระเบียบ
การวดั และประเมินผล ในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาตอ้ งพจิ ารณาใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน และรายละเอียดทเ่ี ขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษา หรือหน่วยงาน ตน้ สงั กดั อ่ืนๆ ในระดบั ทอ้ งถิ่นได้
จดั ทาเพมิ่ เติม รวมท้งั สถานศึกษาสามารถเพม่ิ เติมในส่วนทีเ่ ก่ียวกบั สภาพปัญหาในชุมชนและสงั คม ภมู ิปัญญา
ทอ้ งถิ่น และความตอ้ งการของผเู้ รียน โดยทกุ ภาคส่วนเขา้ มามีส่วนร่วมในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา