The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรแกนกลาง ศิลปะ ม ต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by adia.maranor, 2022-12-14 05:18:41

หลักสูตรแกนกลาง ศิลปะ ม ต้น

หลักสูตรแกนกลาง ศิลปะ ม ต้น

หลักสตู รกล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
โรงเรียนเบญจมราชูทศิ จังหวดั ปตั ตานี
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๑)

กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต ๑๕
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

วิสัยทัศน์

การเรยี นศลิ ปะทีเ่ น้นการเรียนรเู้ ทคนิค วธิ กี ารทางาน แหล่งเรียนรู้ พัฒนาใหผ้ ู้ เรียนเกดิ ความรู้
ความเขา้ ใจ และคน้ หาศักยภาพ ความสนใจส่วนตวั ด้านศลิ ปะ มสี นุ ทรียภาพ ชว่ ยเสริมสรา้ งทกั ษะชวี ิต
สง่ ผลตอ่ การยกระดับคภุ าพชีวิต และสังคมโดยรวม

พันธกจิ
1. ส่งเสรมิ บทบาท การมสี ่วนร่วมของผเู้ รียน ผู้ปกครอง ชุมชน ในการจัดการศึกษาวิชาศิลปะ
2. พฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีความรู้พืน้ ฐานด้านศิลปะ สร้างงานศิลปะได้ตามศักยภาพ
3. สง่ เสรมิ การจัดการเรยี นการสอน เน้นการใช้แหลง่ เรียนรู้ วัฒนธรรมประเพณตี ลอดจนใช้

ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ ใหส้ อดคล้องกบั ความสนใจ ความถนดั ของผู้เรยี น
4.ส่งเสรมิ และสนบั สนุนให้ผเู้ รยี นแสดงออกดา้ นศิลปะอยา่ งสร้างสรรค์

เป้าหมาย
1. นกั เรียนไดร้ ับการศึกษาและพฒั นาความรดู้ า้ นศลิ ปะตามศกั ยภาพ
2. นกั เรียนแสดงออกในด้านศิลปะไดอ้ ย่างมีคุณภาพ
3. นักเรียนมีคุณภาพ จรยิ ธรรมและทักษะในการดารงชวี ิตร่วมกับผู้อน่ื ในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข

สมรรถนะผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะ
ผู้เรียน

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ซอื่ สตั ย์สุจริต
3. มวี นิ ยั
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6. มุง่ มน่ั ในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ

โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรียนเบญจมราชทู ศิ จังหวดั ปัตตานี ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

วิชาพ้นื ฐาน ศิลปะ 1 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ

ศ 21101 ศลิ ปะ 2 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ
ศ 21102 ศลิ ปะ 3 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกติ
ศ 22101 ศลิ ปะ 4 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ
ศ 22102
ศ 23101 ศิลปะ 5 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หนว่ ยกติ
ศ 23102 ศลิ ปะ 6 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ 1.0 หน่วยกิต

คาอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วิชา ศิลปะ 1,2 รหัสวิชา ศ 21101- 21102

ชื่อวิชา ศลิ ปะพ้ืนฐาน

กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ สาระรายวชิ าทศั นศิลป์

เวลา 80 ชว่ั โมง

จานวน 1.0 หน่วยกติ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1

ภาคเรียนท่ี 1-2

คาอธิบายรายวิชา

ระบุและบรรยายความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล้อมโดยใช้ทัศน

ธาตุ หลักการออกแบบ การจัดองค์ประกอบ หลักการจัดองค์ประกอบ การวาดภาพทิวทัศน์ ภาพหุ่นนิ่งและ

ทัศนียภาพ จาแนกประเภทของงานประติมากรรม ลกั ษณะของงานประตมิ ากรรม

โดยใช้วธิ กี ารสงั เกตและสารวจสิง่ แวดลอ้ มอย่างอสิ ระ เน้นกิจกรรมกลมุ่ และการจัดระบบความคิดเป็น

แผนภาพความคดิ ใช้กระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์ผลงาน ศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ

สามารถสร้างงานทศั นศิลปโ์ ดยเลอื กใช้วสั ดุอุปกรณ์ท่ีเหมาะสมในการ

สรา้ งงานใหไ้ ด้ประสทิ ธภิ าพ

เห็นคุณค่าของส่ิงแวดล้อมและงานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ช่ืนชมและประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตประจาวนั

รหัสตัวช้ีวัด
ศ 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12

รวมทง้ั หมด 12 ตวั ช้ีวดั

โครงสรา้ งรายวชิ า

โครงสร้างรายวิชา ศิลปะ 1 ศ 21101 (สาระทศั นศิลป์)

ภาคเรียนท่ี 1

ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ชนั้ ม.1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน

1.0 หนว่ ยกิต

อัตราสว่ น 70 : 30

โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จังหวัดปตั ตานี

ลาดบั ท่ี ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั

เรียนรู้/ตัวชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน

1 ความแตกตา่ ง ศ 1.1 ม.1/1-ม. ทศั นธาตุเปน็ องคป์ ระกอบพื้นฐาน 8 10

และความคลา้ ยคลงึ 1/12 ของสง่ิ แวดล้อมและทศั นศิลป์ แตจ่ ะ

กนั ของงานทัศนศิลป์ มีความเหมือนและแตกต่างกนั

และส่งิ แวดล้อม การเรียนรแู้ ละเข้าใจทัศนธาตุจะทา

ใหจ้ าแนกความแตกต่างและความ

คล้ายคลึงกันของงานทัศนศลิ ป์และ

สงิ่ แวดล้อมได้

2 หลกั การออกแบบ ศ 1.1 ม.1/1-ม. หลกั การออกแบบและหลักการจดั 12 20

และการจัด 1/12 องคป์ ระกอบท่ีมเี อกภาพ มคี วาม

องค์ประกอบใหม้ ี สาคัญ เพราะจะทาให้ผลงานมี

เอกภาพ ความสมบรู ณ์และสวยงาม

3 การวาดภาพ ศ 1.1 ม.1/1-ม. การวาดภาพห่นุ นิ่งหรือภาพทวิ ทัศน์ 10 20

ทศั นยี ภาพ 1/12 ใหอ้ อกมาดูสวยงามต้องอาศยั หลกั

ของทศั นียภาพเพ่ือให้ภาพออกมา

สมจริงเหมอื นกับทต่ี าเรามองเห็น

4 เอกภาพ ความ ศ 1.1 ม.1/1-ม. ความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลนื และ 10 20

กลมกลืนในงานป้นั 1/12 การสอ่ื ถงึ เรอื่ งราวของงาน เป็นส่ิง 70
10
และงานสื่อผสม สาคัญในการสร้างสรรคง์ านปั้นและงาน 20
100
สอื่ ผสม ซงึ่ เป็นงานทัศนศิลป์

คะแนนเก็บรายหนว่ ยการเรียนรู้

สอบกลางภาค

สอบปลายภาค

คะแนนรวม

โครงสรา้ งรายวชิ า ศลิ ปะ 2 ศ 21102 โครงสร้างรายวิชา จานวน
ภาคเรยี นท่ี 2 (สาระทศั นศลิ ป์)
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ชนั้ ม.1
1.0 หนว่ ยกิต เวลา 40 ช่วั โมง
อตั ราสว่ น 70 : 30
โรงเรยี นเบญจมราชทู ิศ จังหวัดปตั ตานี

ลาดับท่ี ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
5 การออกแบบรูปภาพ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด (ชว่ั โมง) คะแนน
6 สัญลักษณห์ รืองาน ศ 1.1 ม.1/1-ม. การออกแบบเกี่ยวขอ้ งกับ
กราฟกิ 1/12 สง่ิ แวดล้อมรอบตัว การเรียนรเู้ ร่อื ง 10 20
7 การประเมนิ งาน การออกแบบสามารถนาไป ใช้ 6 10
ทัศนศลิ ป์ ศ 1.1 ม.1/1-ม. ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันได้
1/12 การตัดสินผลงานทศั นศิลป์ ผู้ 14 20
ทัศนศลิ ป์ไทยและ ประเมินแต่ละคนยอ่ มมีมมุ มองและ
ทอ้ งถ่นิ ศ 1.1 ม.1/1-ม. ความคิดทแี่ ตกต่างกันออกไป การ
1/12 ประเมนิ ผลงานทศั นศลิ ป์ตามหลกั ใน
การประเมินจงึ มคี วามสาคัญ และมี
ความจาเปน็ เพื่อให้การประเมิน
ดาเนินไปอยา่ งยุตธิ รรม และเกดิ
ประโยชนส์ งู สดุ แกผ่ ู้สร้างผลงานและ
ผปู้ ระเมิน
ทศั นศิลป์ มวี ิวัฒนาการยาวนานมา
ตง้ั แตส่ มยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ ซึ่งสบื
ทอดต่อกันมาแต่ละยุคสมัยท้งั
ทัศนศลิ ปข์ องชาตแิ ละของทอ้ งถ่ิน ท่ี
ลว้ นแล้วแต่มเี อกลักษณ์อันสะท้อนให้
เห็นถึงความเช่ือ
วถิ ีชวี ิต ของคนในสังคมการศึกษา

เก่ียวกบั ลกั ษณะรปู แบบงานทศั นศิลป์
จะทาให้เกิดความเขา้ ใจและสามารถ

เปรียบเทียบผลงานต่าง ๆ ได้

ลาดับที่ ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
8 เรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด
การสรา้ งสรรคง์ าน (ชวั่ โมง) คะแนน
ศลิ ปะไทยและ ศ 1.1 ม.1/1-ม.
วัฒนธรรมต่าง ๆ 1/12 งานทศั นศลิ ปข์ องไทยและสากลน้ัน 10 20

มีจดุ ประสงค์

ในการสร้างสรรค์ที่มี

ความเหมือนและความแตกต่างกนั

ข้ึนอยูก่ ับวฒั นธรรม ความเชือ่ ของ

สังคมนัน้ ๆ ซง่ึ ควรจะตอ้ งศกึ ษา

พรอ้ มทั้งเปรียบเทียบความแตกตา่ ง

ของผลงานเพื่อความเขา้ ใจในงาน

ทศั นศิลปไ์ ทยและสากล

คะแนนเกบ็ รายหนว่ ยการเรียนรู้ 70

สอบกลางภาค 10

สอบปลายภาค 20

คะแนนเก็บรายหนว่ ยการเรียนรู้ 100

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง ความแตกตา่ งและความคล้ายคลึงกันของงานทศั นศลิ ป์และ
สิง่ แวดล้อม

รหัส-ชอ่ื รายวชิ า ศ 21101 ศลิ ปะ 1 กลมุ่ สาระการ

เรียนรศู้ ิลปะ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 8 ช่วั โมง คะแนน 10

คะแนนมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์

คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจาวัน

ตัวชวี้ ัด
ศ 1.1 ม.1/1-ม.1/12 บรรยายความแตกตา่ งและความคลา้ ยคลึงกันของงานทศั นศลิ ปแ์ ละส่ิงแวดลอ้ ม

โดยใช้ความรเู้ รื่องทัศนธาตุ

สาระสาคัญ
ทัศนธาตเุ ป็นองค์ประกอบพื้นฐานทาให้เกิดงานทัศนศิลป์ และอยู่ในส่ิงแวดล้อมรอบ ๆ ตวั เรา ซ่งึ ทา

ให้เกิดความแตกต่างและคล้ายคลึงกัน เราควรเรียนรู้และทาความเข้าใจทัศนธาตุเพ่ือจะได้แยกแยะความ
แตกตา่ งและความคลา้ ยคลึงกันของงานทัศนศิลป์และส่งิ แวดล้อมได้

สาระการเรียนรู้
ความรู้

1. ทัศนธาตุ
2. ตวั อย่างผลงานของศลิ ปินกบั สิง่ แวดล้อม

ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
การจาแนก การใหเ้ หตผุ ล การสรุปความรู้ การจดั ระบบความคิดเปน็ แผนภาพ การปฏิบตั ิ

การประเมนิ ค่า
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย

ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความร้)ู

ใบงานที่ 1 ความแตกต่างและความคล้ายคลงึ กันของงานทศั นศิลป์และส่งิ แวดลอ้ ม

การประเมินผล

ให้ผสู้ อนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ จากใบงานที่ 1 เรอื่ ง

ความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และส่ิงแวดลอ้ ม

เกณฑ์การ 4 ระดับคะแนน 2 1
ประเมิน (10 คะแนน) (7-8 (5-6
3
(9 คะแนน)

ความ อธิบายความแตกต่างและความคลา้ ยคลงึ กันของงาน อธบิ าย คะแนน) คะแนน)
แตกตา่ ง ทศั นศลิ ป์และสงิ่ แวดลอ้ มได้สมั พนั ธ์กับหัวขอ้ ทีก่ าหนด ความ
อธิบาย อธบิ าย
และความ และแตกตา่ งจากท่ีครูยกตัวอย่าง มีการเชื่อมโยงให้เหน็ แตกต่าง ความ ความ
คลา้ ยคลึง ถงึ ความสัมพันธ์กบั ตนเองและผูอ้ นื่ และความ แตกตา่ ง แตกต่าง
และความ และความ
กนั ของงาน คล้ายคลงึ คลา้ ยคลงึ
ทัศนศลิ ป์ กนั ของงาน คลา้ ยคลงึ กันของงาน
และ ทศั นศิลป์ กนั ของงาน ทศั นศิลป์
ทศั นศิลป์ และ
สิ่งแวดลอ้ ม และ และ ส่ิงแวดล้อม
สิ่งแวดล้อม ส่ิงแวดล้อม ไดส้ ัมพันธ์
ได้สัมพันธ์ กบั หัวขอ้ ท่ี
ได้ สัมพนั ธ์ กบั หัวขอ้ ที่ กาหนด
กับหวั ขอ้ ท่ี กาหนด ตามทีค่ รู
กาหนด ตามท่ีครู ยกตัวอยา่ ง
ยกตวั อยา่ ง
และ แตม่ ีการ
แตกตา่ ง ดัดแปลงให้
แตกต่าง
จากทีค่ รู
ยกตวั อย่าง
แตเ่ ช่อื มโยง

ให้เห็น
เฉพาะ

ตนเอง

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ใหน้ กั เรยี นสนทนาเก่ยี วกับคาว่า ศลิ ปะตามความเขา้ ใจและให้ครูบนั ทึกคาตอบของนกั เรยี นเปน็

แผนภาพ
2. ใหน้ ักเรียนจาแนกประเภทของงานศิลปะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี

นาฏกรรม และวรรณกรรม
3. ให้นักเรียนออกไปสารวจส่งิ แวดลอ้ มตามธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มรอบตวั และบรรยายลกั ษณะ

ของจดุ เสน้ นา้ หนกั พ้ืนผิว และสี

4. ใหน้ กั เรียนดปู กหนงั สือเรยี นวิชาตา่ ง ๆ จากน้ันให้ร่วมกันอภิปรายวา่ ภาพทอี่ ย่บู นปกประกอบด้วย
สีอะไรบา้ ง แล้วจาแนกสโี ทนร้อนและสีโทนเย็น

5. ให้นกั เรียนวเิ คราะห์ผลงานศลิ ปินโดยใช้หลกั ทัศนธาตุ

6. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั เปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งงานทศั นศลิ ป์กับสิ่งแวดล้อม
7. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กยี่ วกับความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งงานทัศนศลิ ปก์ ับ

สง่ิ แวดล้อม

สื่อการเรยี นรู้

1. บัตรคา
2. งานทศั นศลิ ป์ในโรงเรียน

3. สงิ่ ของทม่ี ผี วิ ลักษณะต่าง ๆ

4. กระดาษ
5. ภาพผลงานศิลปะ
6. ใบงานที่ 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง หลักการออกแบบและการจดั องคป์ ระกอบใหม้ ีเอกภาพ

รหัส-ชือ่ รายวชิ า ศ 21101 ศิลปะ 1 กลุ่มสาระการ

เรียนรู้ศิลปะ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 12 ช่ัวโมง คะแนน

20 คะแนนมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์

คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชมและประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตประจาวัน
ตัวชว้ี ดั

ศ 1.1 ม.1/1-ม.1/12 ระบุและบรรยายหลักการออกแบบงานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ
ความกลมกลนื และความสมดลุ

สาระสาคัญ

การสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ต้องใช้หลักการออกแบบและหลักการจัดองค์ประกอบท่ีมีความเป็น
เอกภาพ ความกลมกลนื และความสมดุลกันของผลงาน เพ่อื ให้เกิดความสวยงามและเปน็ ผลงานท่สี มบรู ณ์

สาระการเรยี นรู้

ความรู้

1. หลกั การออกแบบ
2. การจัดองค์ประกอบ

3. หลกั การจดั องคป์ ระกอบ
3.1 ความสมดุล
3.2 ความกลมกลืน-ความขดั แย้ง

3.3 เอกภาพ
3.4 การเปน็ เดน่ -การเปน็ รอง

3.5 การซ้า
3.6 จดุ สนใจ
ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

การให้เหตผุ ล การจดั ระบบความคิดเปน็ แผนภาพ การปฏิบตั ิ การสรปุ ความรู้ การจาแนก
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่ันในการทางาน

ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู)้

ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง หลกั การออกแบบโดยเน้นความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลนื และความสมดุล

การประเมินผล

ใหผ้ ้สู อนพจิ ารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง จากใบงานที่ 2 เรื่อง หลักการออกแบบโดย

เน้นความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และความสมดลุ

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมิน 4 3 2 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

วาดภาพและบรรยาย วาดภาพและ วาดภาพและ วาดภาพและ วาดภาพและ

ภาพตามหลักการ บรรยายภาพตาม บรรยายภาพตาม บรรยายภาพตาม บรรยายภาพตาม

ออกแบบโดยเนน้ หลักการออกแบบ หลักการออกแบบ หลกั การออกแบบ หลักการออกแบบ

ความเป็นเอกภาพ โดยเนน้ ความเปน็ โดยเน้นความเป็น โดยเน้นความเป็น โดยเนน้ ความเปน็

ความกลมกลนื และ เอกภาพ ความ เอกภาพ ความ เอกภาพ ความ เอกภาพ ความ

ความสมดุล กลมกลนื และความ กลมกลืนและความ กลมกลืนและความ กลมกลนื และความ

สมดลุ ได้ถกู ตอ้ ง สมดุลได้ถกู ตอ้ ง สมดลุ ได้ถูกต้อง สมดุลไดถ้ กู ต้อง

ตรงกับหัวข้อและ ตรงกับหวั ข้อและ ตรงกับหัวขอ้ และ ตรงกบั หัวขอ้ โดยมี
เช่อื มโยงสัมพนั ธ์ เช่ือมโยงสมั พันธ์ เชอ่ื มโยงกนั โดย ครหู รอื เพอื่ นคอย

กันอย่างเปน็ ระบบ กนั อย่างเปน็ ระบบ อาศัยจากท่ีครู ใหค้ าแนะนา
และแตกตา่ งจากที่ โดยดดั แปลงจากท่ี ยกตวั อยา่ ง
ครูยกตวั อยา่ ง ครยู กตวั อยา่ ง

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1. ใหน้ ักเรียนฝกึ วิเคราะห์อารมณ์ ความรู้สึก และความหมายของภาพ
2. ใหน้ กั เรยี นออกแบบภาพวาดโดยให้มีความเหมาะสมกับพน้ื ทแี่ ละออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้น
เรยี น

3. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกับความสาคัญของการออกแบบ โดยสรุปข้อมลู เปน็ แผนภาพ
ความคดิ

4. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ เพอื่ ฝกึ จาแนกการจดั องคป์ ระกอบของภาพตามลักษณะต่าง ๆ
5. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกแบบภาพปะติดโดยมกี ารจัดองค์ประกอบตามลักษณะตา่ ง ๆ และออกมา
นาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียนทีละกล่มุ
6. ให้นกั เรียนฝึกวเิ คราะห์ภาพทม่ี คี วามสมดุลแบบซ้าย-ขวาเหมือนกนั หรอื คล้ายกนั และภาพทีม่ ีความ
สมดุลแบบซา้ ย-ขวาไมเ่ หมือนกนั

7. ให้นักเรียนฝึกวาดภาพโดยใช้การจัดองค์ประกอบความสมดุลแบบซ้าย-ขวา เหมือนกันหรือ
คล้ายกนั และความสมดุลแบบซา้ ย-ขวาไม่เหมือนกัน

8. ใหน้ กั เรียนฝกึ วเิ คราะห์และบอกความแตกต่างระหวา่ งภาพท่ีจัดองค์ประกอบแบบกลมกลืนกันและ

ขัดแยง้ กนั
9. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ คน้ หาภาพที่จัดองคป์ ระกอบแบบกลมกลืนกนั และขัดแยง้ กนั

กลุ่มละ 2 ภาพ แลว้ ส่งตวั แทนออกมาบรรยายหนา้ ชน้ั เรียน
10. ให้นกั เรียนตัดปะกระดาษสีเปน็ ผลงานทัศนศิลป์ท่ใี ช้หลักการจดั องค์ประกอบแบบกลมกลนื กัน

และขัดแยง้ กนั และออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรยี น

11. ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มวาดภาพโดยเนน้ ความเป็นเอกภาพในด้านตา่ ง ๆ และออกมานาเสนอผลงาน
12. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และอภิปรายภาพที่มีการจัดองค์ประกอบความเป็นเด่น -

ความเปน็ รองจากภาพตวั อย่างและบนั ทึกขอ้ มูล
13. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กล่มุ สนทนาอภปิ รายหลกั การจัดองค์ประกอบการซา้ กันในลักษณะตา่ ง ๆ
14. ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกแบบผลงานทัศนศิลป์ท่ีใช้หลกั การจัดองคป์ ระกอบ

แบบซ้ากนั ลักษณะต่าง ๆ
15. ให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 2 เรือ่ งหลักการออกแบบโดยเนน้ ความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืนและ

ความสมดุล

สื่อการเรยี นรู้

1. ตัวอยา่ งภาพวาดทม่ี กี ารจดั องคป์ ระกอบลกั ษณะต่าง ๆ
2. กระดาษวาดเขียน
3. กระดาษสี
4. กรรไกร

5. กาว

6. สีนา้ /สีไม้
7. กระดาษเปลา่

8. ดนิ สอ
9. ใบงานที่ 2 เรอื่ งหลกั การออกแบบโดยเนน้ ความเปน็ เอกภาพ ความกลมกลนื และความสมดลุ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรื่อง การวาดภาพทศั นียภาพ กลุ่มสาระการ
รหัส-ชอ่ื รายวชิ า ศ 21101 ศิลปะ 1

เรยี นรูศ้ ิลปะ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 10 ชัว่ โมง คะแนน

20 คะแนนมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์

คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ช่ืนชมและประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจาวัน

ตวั ชว้ี ดั
ศ 1.1 ม.1/1-ม.1/12 วาดภาพทัศนียภาพแสดงให้เห็นระยะไกลใกลเ้ ปน็ 3 มติ ิ

สาระสาคญั

การวาดภาพหุ่นนิ่งหรือทัศนียภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ในเมืองหรือตามธรรมชาติให้ออกมา
สวยงามขึ้น ต้องอาศยั หลกั ของทัศนยี ภาพเข้ามาชว่ ยเพอื่ ให้ภาพสมจรงิ เหมือนกบั ท่ีตาเรามองเหน็

สาระการเรยี นรู้

ความรู้

1. ภาพหนุ่ นง่ิ
2. ภาพทิวทศั น์

2.1 ทิวทศั นใ์ นเมือง
2.2 ทวิ ทศั นใ์ นธรรมชาติ
3. ทศั นยี ภาพ

3.1 ทศั นยี ภาพบรรยากาศ
3.2 ทศั นยี ภาพที่เกดิ จากเสน้

ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
การให้เหตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏิบตั ิ/การสาธติ การประเมินคา่

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทางาน

ชน้ิ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

ใบงานท่ี 3 เรอื่ ง การวาดภาพทศั นียภาพ

การประเมนิ ผล

ใหผ้ สู้ อนพิจารณาจากเกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจรงิ จากใบงานท่ี 3 เรือ่ ง การวาดภาพทัศนยี ภาพ

ระดับคะแนน

เกณฑก์ ารประเมนิ 4 3 2 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

วาดภาพทศั นียภาพที่ วาดภาพ วาดภาพ วาดภาพ วาดภาพ

มองเหน็ รอบ ๆ ตวั ทัศนียภาพที่ ทัศนียภาพท่ี ทัศนียภาพท่ี ทัศนยี ภาพที่

และแสดงให้เห็น มองเหน็ รอบ ๆ ตวั มองเห็นรอบ ๆ ตัว มองเหน็ รอบ ๆ ตัว มองเหน็ รอบ ๆ ตวั

ระยะใกล้ไกลและ และแสดงใหเ้ ห็น และแสดงให้เห็น และแสดงใหเ้ หน็ และแสดงใหเ้ หน็

บรรยายเกย่ี วกับภาพ ระยะใกล้ไกลและ ระยะใกล้ไกลและ ระยะใกล้ไกลและ ระยะใกล้ไกลและ

บรรยายเก่ียวกับ บรรยายเกย่ี วกบั บรรยายเกยี่ วกบั บรรยายเก่ยี วกบั

ภาพไดอ้ ย่าง ภาพไดอ้ ย่าง ภาพไดอ้ ยา่ ง ภาพไดอ้ ย่าง

ถูกตอ้ ง มกี าร ถูกตอ้ ง มีการ ถูกต้อง มกี าร ถูกต้อง มีการ

เชื่อมโยงสัมพันธ์ เช่ือมโยงสัมพนั ธ์ เช่ือมโยงกบั ภาพ เชือ่ มโยงกบั ภาพ

กับภาพอย่างเป็น กับภาพอย่างเป็น โดยอาศยั จากท่ีครู โดยตอ้ งใหเ้ พอื่ น

ระบบแตกต่างจาก ระบบโดยดดั แปลง ยกตวั อยา่ ง หรือครูคอยแนะนา

ที่ครูยกตวั อย่าง จากทค่ี รู

ยกตัวอยา่ ง

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ให้นกั เรยี นวาดภาพหุ่นนิ่ง จากวตั ถุส่ิงของทอ่ี ยภู่ ายในบรเิ วณโรงเรยี น
2. ให้นกั เรียนชว่ ยกันเสนอการนาภาพหนุ่ นิ่งไปใช้ประโยชน์
3. ให้นกั เรียนออกมาเลา่ ประสบการณ์การวาดภาพทวิ ทัศน์ โดยครูคอยสรุปเพ่มิ เตมิ
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม วเิ คราะห์ วิจารณ์ภาพทิวทัศนใ์ นธรรมชาติ และทวิ ทศั นใ์ นเมือง
5. ให้นักเรียนวาดภาพทิวทัศนใ์ นธรรมชาตหิ รือทิวทัศน์ในเมืองคนละ 1 ภาพ และเขยี นบรรยาย
อารมณค์ วามรสู้ ึก และความหมายของภาพ

6. ให้นกั เรียนเปรยี บเทียบอารมณ์ความรู้สึกของภาพทวิ ทัศนใ์ นธรรมชาตแิ ละทวิ ทศั น์
ในเมอื ง

7. ให้นกั เรียนวาดภาพทศั นียภาพบรรยากาศภายในบริเวณโรงเรยี นและออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้ัน
เรียน

8. ใหน้ กั เรยี นทาแผ่นสอ่ งภาพ และใชส้ อ่ งทิวทัศน์นอกหอ้ งเรยี น
9. ใหน้ ักเรยี นฝึกรา่ งภาพจุดรวมสายตา 1 จดุ และจดุ รวมสายตา 2 จดุ
10. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม วิเคราะหอ์ ภิปรายเกยี่ วกบั การใช้เส้นระดับสายตา และ
จดุ รวมสายตาจากภาพในหนงั สือพมิ พ์ หรอื นติ ยสาร
11. ให้นักเรียนทาใบงานท่ี 3 เรื่อง การวาดภาพทศั นยี ภาพ

ส่อื การเรียนรู้

1. ส่ิงของทใ่ี ชเ้ ป็นแบบวาดภาพหุน่ น่งิ
2. ตัวอย่างภาพทิวทศั น์
3. บรรยากาศนอกห้องเรียน
4. ตัวอยา่ งภาพทใ่ี ชจ้ ดุ รวมสายตา 1 จดุ และ 2 จุด
5. กระดาษแขง็ สีทบึ
6. ด้ายสแี ดงหรอื สีดา
7. กรรไกรหรอื คตั เตอร์
8. ใบงานท่ี 3 เร่ือง การวาดภาพทศั นียภาพ

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่ือง เอกภาพ ความกลมกลืนในงานป้ันและงานสอื่ ผสม

รหัส-ชือ่ รายวชิ า ศ 21101 ศิลปะ 1 กลมุ่ สาระการ

เรยี นรศู้ ลิ ปะ

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 10 ช่ัวโมง คะแนน 20

คะแนนมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์

คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระช่ืนชมและประยุกต์ใช้ใน

ชีวิตประจาวัน

ตวั ชว้ี ัด
ศ 1.1 ม.1/4 รวบรวมงานปั้นหรือส่ือผสมมาสรา้ งเป็นเรื่องราว 3 มิติ โดยเน้นความเป็นเอกภาพ
ความกลมกลืน และการส่ือถึงเรือ่ งราวของงาน

สาระสาคญั

ความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืน และการส่ือถึงเรอื่ งราวของงาน เป็นสิ่งสาคัญในการสรา้ งสรรค์
งานปัน้ และงานสอื่ ผสม ซึ่งเป็นงานทัศนศิลป์ในประเภทประติมากรรม

สาระการเรยี นรู้

ความรู้
1. งานประตมิ ากรรม

- ววิ ัฒนาการของประติมากรรมในประเทศไทย
2. ประเภทของงานประติมากรรม

2.1 ประเภทนูนต่า

2.2 ประเภทนนู สงู
2.3 ประเภทลอยตวั

3. ลักษณะของงานประติมากรรม
3.1 การปนั้
3.2 การแกะสลัก

3.3 การหล่อ
3.4 การเชอื่ ม

3.5 การสรา้ งสรรคแ์ บบสื่อผสม
4. สือ่ ผสมและศิลปะแนวจดั วาง
5. การสรา้ งสรรค์งานประติมากรรม

ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ

การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ความรู้ การปฏิบตั /ิ การสาธิต การจดั ระบบความคิดเป็นแผนภาพ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน รักความเปน็ ไทย

ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร)ู้

ใบงานที่ 4 เร่อื ง การสรา้ งสรรค์งานป้ันหรอื งานสื่อผสมเปน็ เรื่องราว

การประเมินผล

ให้ผู้สอนพจิ ารณาจากเกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริง จากใบงานท่ี 4 เรือ่ ง การสรา้ งสรรค์
งานป้นั หรอื งานสือ่ ผสมเป็นเร่ืองราว

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับคะแนน
32
4 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

สร้างสรรคเ์ รื่องราว สรา้ งสรรคเ์ รื่องราว สร้างสรรคเ์ รอื่ งราว สรา้ งสรรค์เรือ่ งราว สรา้ งสรรค์เรอ่ื งราว

3 มติ ิ จากงานปั้น 3 มติ ิ จากงานปน้ั 3 มิติ จากงานปัน้ 3 มติ ิ จากงานปัน้ 3 มิติ จากงานปัน้
หรืองานสอื่ ผสมให้
หรอื งานสือ่ ผสมให้มี หรืองานส่อื ผสมให้ มีความเป็นเอกภาพ หรืองานส่ือผสมให้ หรืองานสื่อผสมให้
ความเปน็ เอกภาพ มีความเปน็ เอกภาพ มคี วามเป็นเอกภาพ มีความเป็นเอกภาพ
และกลมกลนื กนั
และกลมกลืนกนั ต้ัง และกลมกลืนกัน ตง้ั ชือ่ ผลงานและ และกลมกลนื กัน และกลมกลนื กัน
ชอื่ ผลงานและ ต้งั ช่ือผลงานและ ตงั้ ชื่อผลงานและ

บันทกึ ข้อมลู ใน ตัง้ ชอื่ ผลงานและ บันทกึ ขอ้ มลู ใน บนั ทกึ ข้อมูลใน บนั ทึกขอ้ มลู ใน

แผนภาพ บันทกึ ขอ้ มูลใน แผนภาพไดอ้ ย่างมี แผนภาพไดอ้ ยา่ งมี แผนภาพไดอ้ ยา่ งมี

แผนภาพได้อย่างมี เหตุผลและ เหตุผลและ เหตุผลและ
เหตุผลและ
สอดคลอ้ งสัมพนั ธ์ สอดคลอ้ งกบั สอดคล้องกบั
กบั หวั ข้อและ ผลงานโดยอาศัย ผลงานโดยอาศยั
สอดคลอ้ งสัมพนั ธ์ เชอ่ื มโยงกับผลงาน จากทีค่ รู
คาแนะนาจาก

กบั หัวขอ้ และ โดยดดั แปลงจากที่ ยกตัวอยา่ ง เพอื่ นหรอื ครู

เชื่อมโยงกบั ผลงาน ครูยกตัวอยา่ ง

อย่างมรี ะบบ

แตกต่างจากที่ครู

ยกตัวอย่าง

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือศึกษาค้นคว้าขอ้ มูลเกย่ี วกับวิวฒั นาการของประตมิ ากรรมไทยและนาเสนอ

ผลการศึกษาคน้ คว้าหน้าชัน้ เรียน
2. ใหน้ ักเรยี นฝกึ ปัน้ ตามจินตนาการโดยใช้ดนิ น้ามนั เปน็ วสั ดุในการปั้น
3. ให้นักเรยี นช่วยกันสรุปคุณคา่ ของงานประติมากรรมเปน็ แผนภาพความคิด

4. ใหน้ กั เรยี นสังเกตภาพบนเงนิ เหรียญ และรว่ มกันสนทนาแสดงความคิดเห็น
5. แบ่งกลมุ่ นกั เรียนศึกษาข้อมูลประตมิ ากรรมประเภทนนู สูงและลอยตวั

6. ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วยกันออกแบบผลงานประตมิ ากรรมประเภทนูนต่า นนู สูงและลอยตัว
7. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มค้นคว้าและอภิปรายงานประติมากรรมลักษณะต่าง ๆ และออกแบบผลงาน
ประตมิ ากรรม ตามลกั ษณะท่ีกลุ่มตนเองได้รบั มอบหมาย

8. ครสู าธิตการปน้ั ใหน้ ักเรยี นดู
9. ใหน้ ักเรยี นจบั คูก่ ัน สรา้ งสรรค์ผลงานประติมากรรมจากงานปน้ั หรือสอื่ ผสมแล้วนาเสนอผลงาน

ในหัวข้อ ชอ่ื ผลงาน วสั ดุที่ใช้ ความหมายของงาน และการนาไปใชป้ ระโยชน์
10. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มรว่ มกันอภิปรายความเป็นเอกภาพและความกลมกลืนของผลงานศลิ ปะแบบ

ส่ือผสมและศลิ ปะแนวจัดวางและนาเสนอผลการอภปิ รายของกลมุ่

11. นักเรยี นชว่ ยกันบอกคณุ ค่าของศลิ ปะสือ่ ผสมและศลิ ปะแนวจดั วางโดยสรุปเปน็ แผนภาพความคิด
12. ให้นกั เรียนทาใบงานท่ี 4 เรอื่ ง การสรา้ งสรรค์งานปนั้ หรอื งานสือ่ ผสมเปน็ เรอื่ งราว

ส่อื การเรยี นรู้

-

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 เรอ่ื ง การออกแบบรูปภาพ สัญลกั ษณ์ หรืองานกราฟฟิก

รหัส-ชื่อรายวชิ า ศ 21102 ศิลปะ 2 กลุ่มสาระการ

เรียนรูศ้ ลิ ปะ

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 10 ช่วั โมง คะแนน 20

คะแนนมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์

คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน

ตัวช้ีวดั
ศ 1.1 ม.1/1-,.1/12 ออกแบบรปู ภาพ สัญลักษณ์หรอื กราฟกิ อืน่ ๆ ในการนาเสนอความคิดและ
ขอ้ มลู

สาระสาคัญ

การออกแบบมีความสาคัญต่อร้านค้า บริษัท สถาบันหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การเรียนรู้เรื่องการ
ออกแบบจงึ มีความจาเปน็ และเปน็ ประโยชนต์ ่อนักเรยี นในการนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั

สาระการเรยี นรู้

ความรู้
1. ความหมายของการออกแบบ
2. การออกแบบรปู ภาพ
3. การออกแบบภาพสญั ลกั ษณใ์ นลกั ษณะต่าง ๆ
4. การออกแบบกราฟฟกิ

ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
การให้เหตุผล การสรุปความรู้ การจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ การปฏิบัติ การ

ประเมนิ คา่

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่นในการทางาน

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความร)ู้

ใบงานที่ 5 เรื่อง การออกแบบรูปภาพ สญั ลักษณ์ หรือกราฟฟิก

การประเมนิ ผล

ใบงานท่ี 5 เรื่อง การออกแบบรูปภาพ สัญลกั ษณ์หรอื กราฟฟกิ

เกณฑก์ าร 4 ระดับคะแนน 1
ประเมิน (10 คะแนน) (5-6 คะแนน)
32
(9 คะแนน) (7-8 คะแนน) ออกแบบรูปภาพ
สัญลักษณห์ รือ
ออกแบบรปู ภาพ ออกแบบรปู ภาพ ออกแบบรูปภาพ ออกแบบรูปภาพ กราฟฟกิ ได้
สมั พันธ์กบั ชอื่
สัญลกั ษณห์ รอื สัญลักษณ์หรือ สัญลกั ษณ์หรือ สัญลักษณห์ รอื ตนเองสื่อ
ความหมายยังไม่
กราฟฟิก กราฟฟกิ ได้ กราฟฟิกได้ กราฟฟิกได้ ชดั เจน

สมั พนั ธก์ ับช่อื สมั พนั ธ์กับชอ่ื สมั พนั ธ์กับชอื่

ตนเองแสดงถึง ตนเองมีการ ตนเองสื่อ

ความคิด ตกแต่งให้สวยงาม ความหมายได้

สรา้ งสรรค์และมี สอื่ ความหมายได้ ชดั เจนแต่ยงั ขาด

การตกแต่งให้ ชดั เจน ความสวยงาม

สวยงาม สอื่

ความหมายได้

ชดั เจน

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1. ใหน้ ักเรยี นออกมาวาดภาพสัญลกั ษณข์ องธนาคาร หรอื ตัวยอ่ ช่อื สินคา้ ท่ีเคยเหน็
2. ให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ วิเคราะห์ส่ิงรอบตวั วา่ มีการออกแบบอยา่ งไร
3. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกบั หลักการของการออกแบบ
4. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มออกแบบตราสนิ ค้าและออกมานาเสนอผลงาน
5. ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรวมกันประเมินผลงานถงึ ข้อดี ข้อควรปรับปรุง
6. ให้นกั เรียนวเิ คราะหภ์ าพดงั นี้

 สัญลกั ษณ์ทีไ่ ม่มตี ัวอกั ษร เช่น สญั ลกั ษณ์ธนาคาร ตราประจาโรงเรียน

ตรากระทรวงตา่ ง ๆ ดังน้ี
 ภาษาภาพที่ใช้แทนตวั อักษร เช่น ปา้ ยจราจร ปา้ ยหา้ มสูบบหุ รี่
 เครื่องหมายตวั อักษรท่ีนาชอื่ ยอ่ ขององค์กร เช่น TOT, อ.ส.ม.ท.

 ภาพสัญลกั ษณข์ องคาหรอื กลุ่มคา เช่น NIKE, TOYOTA, SONY
7. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั วิเคราะหล์ กั ษณะของแตล่ ะแบบว่าเป็นอย่างไร แล้วสรุปลงบนกระดานเปน็
แผนภาพ ดังนี้

ส่ือความหมายแทนขอ้ ความหรือประโยค

แสดงเป็ นรูปภาพท่ีเขา้ ใจง่าย

สญั ลกั ษณ์ ภาษาวาด ไม่มีตวั อกั ษร

มีตวั อกั ษร ไม่มีตวั อกั ษร เป็นตวั อกั ษร
ไม่มีรูปภาพ
เคร่ืองหมาย ภาพ
ตวั อกั ษร สญั ลกั ษณ์ สื่อเป็ นคาหรือกลุ่มคา

เป็ นอกั ษรยอ่

8. ใหน้ กั เรียนเปรยี บเทียบลักษณะการออกแบบงานกราฟิกในปกหนังสือเรียนหรอื งานโฆษณา
จากนั้นแบ่งกลุ่มเพื่อออกแบบปก

9. ให้นักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้เก่ยี วกบั การออกแบบ
10. ให้นกั เรยี นทาใบงานท่ี 5 โดยนาตัวอักษรในช่ือและนามสกุลของตนเองมาออกแบบเป็นรปู ภาพ สั-
ญลกั ษณ์ หรือกราฟิก

สือ่ การเรยี นรู้

1. กระปอ๋ งแป้ง
2. ปฏิทนิ ทม่ี สี ญั ลกั ษณ์ของธนาคาร
3. กลอ่ งเครอื่ งเขียนทม่ี ตี ราสญั ลักษณ์ทางการคา้
4. ส่งิ ของตา่ ง ๆ รอบตวั
5. ภาพสัญลกั ษณท์ ไ่ี ม่มีตวั อักษร เช่น สัญลักษณธ์ นาคาร ตราประจาโรงเรยี น
ตรากระทรวงต่าง ๆ
6. ภาพปา้ ยจราจร ป้ายหา้ มสบู บหุ รี่
7. บัตรคาช่ือย่อองคก์ ร TOT อ.ส.ม.ท. อสร.
8. บตั รคาสัญลักษณ์ของคา NIKE TOYOTA SONY
9. ปกหนังสือเรยี นวิชาตา่ ง ๆ
10. ภาพโฆษณาจากหนงั สอื พิมพห์ รอื นติ ยสาร
11. กระดาษ A4
12. สชี นดิ ตา่ ง ๆ

13. ใบงานที่ 5

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 เร่ือง การประเมินงานทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการ
รหสั -ช่ือรายวชิ า ศ 21102 ศลิ ปะ 2

เรยี นรู้ศลิ ปะ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 6 ชัว่ โมง คะแนน 10

คะแนนมาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจนิ ตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์

คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวัน

ตัวชวี้ ดั
ศ 1.1 ม.1/1-ม.1/12 ประเมินงานทัศนศลิ ป์ และบรรยายถงึ วิธปี รับปรงุ งานของตนเองและผ้อู ื่น
โดยใช้เกณฑ์ทีก่ าหนดได้

สาระสาคญั

การตัดสินผลงานทัศนศิลป์แต่ละผลงาน ผู้ประเมินแต่คนย่อมมีมุมมองและความคิดท่ีแตกต่างกัน
ออกไป การประเมนิ ผลงานทัศนศลิ ป์ตามหลักในการประเมินจงึ มีความสาคญั และจาเป็นอย่างยง่ิ เพอื่ ให้การ
ประเมินดาเนนิ ไปอยา่ งยตุ ธิ รรมและเกิดประโยชน์ต่อผ้สู ร้างผลงานและ
ผู้ประเมิน

สาระการเรยี นรู้

ความรู้

1. เกณฑ์การประเมินงานทัศนศลิ ป์
- หลักเกณฑ์การประเมินงานทศั นศิลป์

2. ผูป้ ระเมนิ ผลงาน

2.1 ครผู ู้สอน
2.2 เพ่ือนร่วมชนั้ เรยี น

2.3 ผู้สรา้ งผลงาน
3. การนาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏบิ ัติ/การสาธิต การประเมนิ คา่

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ ม่ันในการทางาน

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)

ใบงานที่ 6 เรอ่ื ง การประเมนิ งานทศั นศลิ ป์

การประเมินผล

ใบงานท่ี 6 เร่ือง การประเมนิ ผลงานทัศนศิลป์

เกณฑก์ ารประเมิน ระดับคะแนน

ประเมินผลงาน 432 1
ทัศนศลิ ปข์ องตนเอง
และเพ่ือนบันทกึ ผลลง (10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ในแบบบนั ทึก
ประเมนิ ผลงาน ประเมินผลงาน ประเมินผลงาน ประเมินผลงาน

ทศั นศลิ ป์ของ ทศั นศิลปข์ อง ทศั นศิลปข์ อง ทัศนศลิ ปข์ องตนเอง
ตนเองและเพอ่ื น ตนเองและเพื่อน ตนเองและเพื่อน และเพอ่ื นบนั ทกึ ผล
บนั ทึกผลลงใน บันทกึ ผลลงใน บันทกึ ผลลงใน ลงในแบบบนั ทกึ ได้
แบบบนั ทกึ ได้ตรง แบบบันทกึ ได้ตรง แบบบนั ทึกไดต้ รง ตรงตามหลกั เกณฑ์

ตามหลักเกณฑ์การ ตามหลกั เกณฑก์ าร การประเมนิ แตไ่ ม่

ตามหลกั เกณฑก์ าร ประเมนิ อยา่ ง ประเมนิ อยา่ ง สมเหตุสมผลกับ

ประเมินอย่าง สมเหตุสมผลกับ สมเหตุสมผลกับ ชิ้นงาน
สร้างสรรคแ์ ละ ช้นิ งานมกี าร ช้ินงานแตไ่ ม่
เช่อื มโยงให้เหน็ เช่ือมโยงกัน

สมเหตุสมผลกบั ความสมั พันธก์ ัน
ชิน้ งานเชอื่ มโยงกนั
อย่างเปน็ ระบบ

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั เสนอความคิดเหน็ เกยี่ วกบั หลักเกณฑ์การประเมินงานทศั นศลิ ป์
2. ให้นกั เรยี นจบั คู่กันประเมนิ ผลงานทศั นศิลปต์ ามหลกั เกณฑก์ ารประเมนิ และบันทึกผลการประเมนิ
ลงในแบบประเมิน และออกมานาเสนอผลงาน
3. ให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ 3 กลมุ่ ร่วมกันอภิปรายแลกเปล่ียนความคิดเหน็ เก่ียวกบั คณุ สมบัติ
และสงิ่ ท่ีผู้ประเมินงานทัศนศลิ ป์ ควรปฏิบตั ิ ซ่ึงได้แก่ ครูผ้สู อน เพอ่ื นร่วมช้ันเรียน ผู้สรา้ งผลงาน
4. ใหผ้ ู้สอน นกั เรียนในชน้ั และผู้สรา้ งผลงาน ประเมนิ ผลงานทัศนศิลป์ จากตวั อยา่ งผลงานท่ี
นักเรียนสร้าง และออกมานาเสนอผลการประเมินหน้าชั้นเรียน
5. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั ประโยชนข์ องการประเมินงานทัศนศลิ ป์
6. ใหน้ ักเรยี นทาใบงานที่ 6 เร่อื ง การประเมนิ ผลงานทศั นศิลป์
7. ให้นกั เรยี นเรยี งลาดบั ข้ันตอนการนาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน เป็นแผนภาพความคิดแบบข้นั บันได
8. ใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มสรา้ งผลงานทศั นศิลป์ และวางแผนการนาเสนอผลงาน
9. ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น

สอ่ื การเรียนรู้

1. ตัวอย่างภาพและผลงานทศั นศลิ ป์
2. แบบประเมนิ งานทัศนศิลป์
3. งานทศั นศลิ ป์ของนกั เรียน
4. ใบงานท่ี 6

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 เรือ่ ง ทศั นศิลป์ไทยและท้องถิ่น กลุ่มสาระการ
รหสั -ช่ือรายวชิ า ศ 21102 ศลิ ปะ 2

เรยี นร้ศู ลิ ปะ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 14 ชัว่ โมง คะแนน 20

คะแนนมาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 1.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งทัศนศลิ ป์ ประวตั ิศาสตร์และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่างานทัศนศิลป์

ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภมู ิปัญญาไทย และสากล

ตัวช้วี ัด
ศ 1.2 ม.1/1 ระบุและบรรยายเกีย่ วกับลักษณะรูปแบบงานทศั นศลิ ป์ของชาติ และของทอ้ งถ่นิ ตนเอง
จากอดตี จนถึงปจั จุบนั

ศ 1.2 ม.1/2 ระบุและเปรียบเทียบงานทัศนศลิ ป์ของภาคตา่ ง ๆ ในประเทศไทย

สาระสาคญั

ศลิ ปะไทย มีววิ ัฒนาการยาวนานต้ังแต่สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ สบื ทอดต่อกันมาในแต่ละยุคสมัยท้ัง
ศิลปะของชาติและศิลปะพ้ืนบ้านในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งล้วนมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ วิถีชีวิต
ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมในแต่ละทอ้ งถน่ิ

สาระการเรยี นรู้

ความรู้
1. วิวฒั นาการของศลิ ปะไทย
1.1 สมยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์
1.2 สมัยประวตั ศิ าสตร์
2. ศลิ ปะพ้ืนบ้านของไทย
- ศลิ ปะภาคต่าง ๆ ในประเทศไทย

ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
การจาแนก การใหเ้ หตุผล การสรปุ ความรู้ การปฏบิ ัติ การประยุกต์

การประเมนิ คา่ การจัดระบบความคดิ เป็นแผนภาพ
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย

ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)

1. ใบงานที่ 7 เร่อื ง วิวฒั นาการของศลิ ปะไทย

2. ใบงานที่ 8 เรอื่ ง ศิลปะพน้ื บ้านของไทย

การประเมนิ ผล

ใบงานท่ี 7 เร่ือง ววิ ัฒนาการของศิลปะไทย

เกณฑ์การประเมิน ระดบั คะแนน

หาภาพผลงาน 4 321
ทศั นศิลป์ของไทยใน
สมยั (10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)
ต่าง ๆ ท่ปี ระทบั ใจ
และต้องการเผยแพร่ หาภาพผลงาน หาภาพผลงาน หาภาพผลงาน หาภาพผลงาน
ใหช้ าวต่างชาตทิ ราบ
และบนั ทกึ ข้อมูล ทัศนศิลป์ของไทยใน ทศั นศลิ ป์ของไทย ทัศนศลิ ปข์ องไทย ทัศนศลิ ปข์ องไทย
สมยั ในสมยั ในสมัย ในสมัย
ต่าง ๆ ท่ปี ระทบั ใจ
และตอ้ งการเผยแพร่ ตา่ ง ๆ ทปี่ ระทบั ใจ ต่าง ๆ ทป่ี ระทบั ใจ ต่าง ๆ ที่ประทบั ใจ
และต้องการเผยแพร่ และตอ้ งการ และตอ้ งการเผยแพร่

ใหช้ าวต่างชาตทิ ราบ เผยแพร่ให้ ใหช้ าวต่างชาติ

ใหช้ าวต่างชาติทราบ และบันทกึ ข้อมลู ได้ ชาวตา่ งชาตทิ ราบ ทราบและบนั ทึก

และบันทกึ ขอ้ มูลได้ ถูกตอ้ งเชื่อมโยง และบันทึกขอ้ มูล ขอ้ มลู ได้ถกู ตอ้ งแต่
สมั พันธ์กัน แสดง ไดถ้ กู ตอ้ ง แตไ่ ม่ ยัง
ถูกต้องเชอ่ื มโยง ความเปน็ เหตุเป็น สัมพนั ธ์กนั มี ไมส่ ัมพันธ์กัน
สัมพนั ธ์กันอยา่ งเป็น
ผลบ้าง ความเป็นเหตุเปน็ และไม่เป็นเหตุเปน็
ระบบแสดงความเป็น ผลบา้ ง ผล

เหตุเป็นผลอย่าง

ชดั เจน

ใบงานท่ี 8 เร่ือง ศิลปะพ้ืนบา้ นของไทย

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คะแนน

432 1

(10 คะแนน) (9 คะแนน) (7-8 คะแนน) (5-6 คะแนน)

เปรยี บเทยี บศิลปะ เปรียบเทียบศิลปะ เปรียบเทียบศิลปะ เปรียบเทยี บศลิ ปะ เปรียบเทยี บศลิ ปะ

พนื้ บา้ นในภมู ิภาคของ พน้ื บา้ นในภมู ภิ าค พืน้ บ้านในภมู ิภาค พื้นบา้ นในภมู ภิ าค พ้นื บา้ นในภูมิภาค
ตนกบั ภูมิภาคอนื่ ท่ี ของตนกับภูมภิ าค ของตนกบั ภมู ภิ าค ของตนกับภมู ิภาคอื่น
นกั เรียนสนใจบันทกึ ของตนกับภูมิภาค อ่ืนทนี่ กั เรียนสนใจ อน่ื ทนี่ ักเรยี นสนใจ ท่นี ักเรยี นสนใจ
ข้อมลู ลงในแผนภาพ อน่ื ท่ีนกั เรียนสนใจ บันทึกขอ้ มูลลงใน บันทกึ ข้อมูลลงใน บันทกึ ขอ้ มลู ลงใน

ความคดิ แบบ บนั ทกึ ข้อมลู ลงใน แผนภาพความคิด แผนภาพความคิด แผนภาพความคิด

เปรียบเทยี บ แผนภาพความคิด แบบเปรยี บเทียบ แบบเปรยี บเทียบ แบบเปรียบเทยี บได้

แบบเปรียบเทยี บ ไดถ้ กู ตอ้ งแตย่ งั ไม่ ไดถ้ กู ตอ้ งแต่ยงั ไม่ ถูกตอ้ งแต่ไมค่ ่อย
สมั พนั ธ์กนั เหตผุ ล สัมพันธ์กนั สมั พนั ธก์ นั เหตุผลยัง
ได้ถูกต้องเชอื่ มโยง ประกอบชัดเจน เหตุผลประกอบยัง ไมค่ อ่ ยชดั เจน
สมั พันธ์กนั ทงั้
ไมค่ อ่ ยชัดเจน
ระบบ มีเหตุผล

ประกอบชดั เจน

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ให้นักเรยี นรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกับภาพวาดการล่าสัตว์ ตามผนังถา้ ทีผ่ าแต้ม
อ.โขงเจยี ม จ.อุบลราชธานี

2. แบง่ กลุม่ นักเรยี น รว่ มกนั ศึกษาคน้ คว้าขอ้ มลู เกี่ยวกบั ศลิ ปะไทยสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ และ

สมยั ทวารวดี โดยบันทกึ ขอ้ มูลในแบบบันทกึ
3. ใหน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ วเิ คราะห์รปู แบบ จดุ เด่นของศลิ ปะสมัยศรีวชิ ัยและสมัยลพบรุ ี และออกมา

นาเสนอรายงาน
4. ให้นกั เรียนออกแบบงานศลิ ปะ โดยอาศัยแนวคิดหรอื ประยุกตจ์ ากศิลปะสมัยศรวี ิชยั หรอื สมยั

ลพบุรี

5. ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาศลิ ปะสมยั ล้านนาและสมยั สุโขทัย และนาเสนอขอ้ มูลในรปู ของแผนภาพความคดิ
แบบเปรยี บเทยี บ

6. แบง่ กลุ่มนกั เรียนรว่ มกนั ศกึ ษาคน้ ควา้ ศิลปะสมัยอยธุ ยา หาภาพตวั อย่างผลงานศิลปะและบรรยาย
ประกอบ บนั ทึกขอ้ มลู ท้งั หมดลงในแบบบนั ทึก และนาเสนอหน้าช้นั เรยี น

7. ให้นกั เรียนร่วมกันสรุปประโยชน์ของการศึกษาศิลปะสมยั อยุธยา เปน็ แผนภาพความคดิ บน

กระดาน
8. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ถึงสาเหตุที่ทาให้ศิลปะไทยสมัยตา่ ง ๆ แตกตา่ งกนั โดยบันทึก

เป็นแผนภาพความคิด บนกระดาน
9. แบ่งกลุ่มนักเรียนศึกษาค้นคว้าจุดเด่น และลกั ษณะของศลิ ปะไทยสมัยรตั นโกสินทร์ ท่ีมคี วาม

แตกตา่ งจากสมัยอ่นื ๆ

10. ให้นกั เรียนทาใบงานที่ 7 เรอื่ ง วิวฒั นาการของศิลปะไทย
11. ใหน้ ักเรียนแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับ ร่มกระดาษ ศิลปะพน้ื บ้านภาคเหนอื และ

ผ้าขดิ ศลิ ปะพน้ื บา้ นภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
12. ให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ เปรยี บเทยี บผลงานศิลปะพืน้ บา้ นภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื โดย

นาเสนอในรปู แผนภาพความคิดแบบเปรยี บเทยี บ

13. ให้นักเรียนจาแนกศิลปะพน้ื บา้ นภาคเหนือ และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
14. แบง่ กลุม่ นักเรียนศึกษาศิลปะพืน้ บา้ นภาคกลาง และภาคใต้

15. ใหน้ กั เรียนจาแนกศิลปะพนื้ บา้ นภาคกลางและภาคใต้
16. ให้นักเรียนทาใบงานที่ 8 เรอ่ื ง ศิลปะพน้ื บ้านของไทย

ส่อื การเรยี นรู้

1. ภาพวาดผนงั ถ้าท่ผี าแตม้
2. ภาพพระพุทธรูปสมยั ทวารวดี
3. ภาพพระโพธสิ ตั ว์อวโลกิเตศวร
4. ภาพศลิ ปะสมยั ศรีวิชัย

5. ภาพศลิ ปะสมยั ลพบุรี
6. เพลงไวใ้ จ๋ได้กา

7. ภาพศิลปะสมยั ลา้ นนา
8. ภาพพระพุทธชินราช
9. แผนภาพความคิดแบบเปรียบเทยี บ

10. ภาพพระท่ีน่ังจักรีมหาปราสาท
11. ภาพศลิ ปะสมยั รตั นโกสินทร์

12. ใบงานท่ี 7
13. ภาพร่มกระดาษ
14. ภาพผา้ ขดิ
15. ภาพศลิ ปะพื้นบา้ นภาคเหนอื
16. ภาพศิลปะพน้ื บ้านภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื

17. ภาพหนุ่ กระบอก
18. ภาพหนงั ตะลงุ
19. ใบงานท่ี 8

20. เพลงอยุธยาเมืองเก่า
21. แบบบนั ทึกผลงานศลิ ปะสมัยอยุธยา

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 8 เร่ือง การสรา้ งสรรคง์ านศิลปะไทยและวัฒนธรรมต่าง ๆ กล่มุ สาระการ
รหัส-ชื่อรายวชิ า ศ 21102 ศิลปะ 2

เรยี นร้ศู ิลปะ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 10 ชั่วโมง คะแนน

20 คะแนนมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

ศ 1.2 เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างทศั นศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณค่างานทัศนศิลป์
ทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ภูมิปัญญาไทย และสากล

ตวั ชวี้ ัด
ศ 1.2 ม.1/3 เปรียบเทียบความแตกต่างของจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ของ

วฒั นธรรมไทยและสากล

สาระสาคญั

งานทศั นศิลป์ของไทยและสากลมีจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์ท่ีมีความเหมือนและความแตกต่างกัน
ขึ้นอย่กู ับวัฒนธรรม ความเชื่อของสงั คมน้ัน ๆ การศึกษาและเปรียบเทยี บความแตกต่างของผลงานจะทาให้
เขา้ ใจในงานทศั นศลิ ป์ไทยและสากล

สาระการเรยี นรู้

ความรู้
1. ศิลปะไทย
1.1 จติ รกรรมไทย
1.2 ประติมากรรมไทย
1.3 สถาปัตยกรรมไทย
2. ศลิ ปะสากล
- รูปแบบของศิลปะสากล
3. งานทัศนศลิ ป์ของวฒั นธรรมต่าง ๆ
3.1 ศลิ ปะตะวนั ออก
1) ศลิ ปะจีน

2) ศิลปะอินเดยี

3.2 ศลิ ปะตะวนั ตก
1) ศลิ ปะอยี ิปต์
2) ศลิ ปะกรกี
3) ศลิ ปะโรมนั
4) ศลิ ปะโรมนั เนสด์
5) ศิลปะโกธิก
6) ศิลปะเรอเนซองซ์

4. จุดประสงคใ์ นการสรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ป์
ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด

การใหเ้ หตุผล การสรปุ ความรู้ การปฏบิ ัติ การจาแนก การสังเคราะห์
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน รักความเปน็ ไทย

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความร้)ู

ใบงานท่ี 9 การสร้างสรรค์งานศิลปะไทยและวฒั นธรรมตา่ ง ๆ

การประเมนิ ผล

ใหผ้ สู้ อนพิจารณาจากเกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics) จากใบงานที่ 9
เร่ือง การสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะไทยและวัฒนธรรมตา่ ง ๆ

เกณฑ์ 4 ระดบั คะแนน 1
การประเมิน (10 คะแนน) (5-6 คะแนน)
32
(9 คะแนน) (7-8 คะแนน)

เปรยี บเทียบ เปรียบเทยี บ เปรยี บเทียบ เปรยี บเทยี บ เปรียบเทียบ
จดุ ประสงค์ในการ จุดประสงค์ในการ จดุ ประสงค์ในการ จดุ ประสงค์ในการ จดุ ประสงคใ์ นการ

สรา้ งสรรค์ผลงาน สร้างสรรค์ผลงาน สร้างสรรค์ผลงาน สรา้ งสรรคผ์ ลงาน สร้างสรรคผ์ ลงาน
ศลิ ปะไทยและศิลปะ ศิลปะไทยและ ศิลปะไทยและ ศิลปะไทยและ ศลิ ปะไทยและ

สากลบันทกึ ลงใน ศิลปะสากลบันทึก ศิลปะสากล ศิลปะสากลบันทกึ ศิลปะสากลบนั ทกึ
แผนภาพความคิดแบบ ลงในแผนภาพ บันทกึ ลงใน ลงในแผนภาพ ลงในแผนภาพ
เปรยี บเทยี บ ความคิดแบบ แผนภาพความคิด ความคดิ แบบ ความคดิ แบบ

เปรียบเทียบได้ แบบเปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้ เปรียบเทยี บได้
ถูกตอ้ งเช่อื มโยง ไดถ้ กู ตอ้ ง ถกู ตอ้ งโดยอาศัย ถกู ตอ้ งแตต่ อ้ งให้

สัมพันธก์ นั ท้งั เชือ่ มโยงกนั โดย จากท่คี รูยกตัวอยา่ ง เพื่อนหรอื ครูคอย
ระบบแตกต่างจาก ดดั แปลงจากทค่ี รู ใหค้ าแนะนา
ทคี่ รยู กตวั อยา่ ง ยกตัวอย่าง

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

1. ใหน้ กั เรียนจาแนกประเภทของศิลปะไทยจากบัตรคา ช่อื ผลงานทางศิลปะทีก่ าหนดให้
2. แบ่งกลุ่มนักเรียนศึกษาเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์และลักษณะสาคัญของศิลปะไทย
พร้อมหาตัวอย่างประกอบ ได้แก่ จิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย บันทึกข้อมูลในแบบ

บนั ทึกและนาเสนอ
3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลรูปแบบของศิลปะสากล ได้แก่ รูปแบบรูปธรรม

รปู แบบกึง่ นามธรรม และรปู แบบนามธรรม และออกมานาเสนอผลการศกึ ษาค้นคว้า
4. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบผลงานศิลปะสากลกลุ่มละ 1 ชิ้น พร้อมอธิบายชื่อผลงานรูปแบบ

ผลงาน จดุ ประสงคใ์ นการสร้างสรรค์ และความหมายของงาน

5. ให้นกั เรยี นวิเคราะหภ์ าพกาแพงเมืองจีน ศลิ ปะจนี และภาพพระพทุ ธรปู แควน้ ธาระ ศลิ ปะอินเดีย
และร่วมกนั สนทนาแสดงความคดิ เห็น

6. แบง่ กล่มุ นักเรยี นศึกษาคน้ คว้าข้อมลู ผลงานศิลปะจนี และศลิ ปะอินเดยี ที่มปี รากฏในประเทศไทย
โดยยกตัวอยา่ งมากลุม่ ละ 2 ผลงาน บนั ทึกขอ้ มูลท่ไี ดล้ งในแบบบันทกึ และนาเสนอรายงาน

7. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาข้อมูลเก่ียวกับศิลปะตะวันตกในยุคสมัยต่าง ๆ พร้อมนาเสนอตัวอย่าง

ผลงาน และออกมารายงานหน้าชั้นเรียน
8. ให้นกั เรียนเขยี นชือ่ ยุคสมัยต่าง ๆ ของตะวันตกให้ถกู ต้องตรงกับภาพผลงานศิลปะตะวันตกที่

กาหนดให้
9. ใหน้ กั เรียนเขียนแผนภาพความคิดแบบปฏิทนิ เวลาสรุปยคุ สมัยของศิลปะตะวันตก
10. ให้นักเรียนออกแบบสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจุดประสงค์ในการสร้างสรรค์ผลงานของแต่ละ

คน และออกมานาเสนอผลงาน
11. ให้นกั เรียนทาใบงานท่ี 9 เร่อื ง การสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะไทยและวัฒนธรรมตา่ ง ๆ

ส่ือการเรียนรู้

1. ภาพวหิ ารวัด

2. ภาพโบสถข์ องครสิ ต์ศาสนา

3. บัตรคาศลิ ปะไทย
4. แบบบันทึกผลงานศิลปะไทย

5. ตัวอย่างภาพศิลปะสากล
6. ภาพกาแพงเมอื งจีน

7. ภาพพระพุทธรูปแคว้นธาระ
8. แบบบันทกึ ศลิ ปะตะวันออก
9. ภาพพรี ะมิด

10. ภาพวิหารพาร์เธนอน
11. ภาพวหิ ารแพนเธออน

12. ภาพหอเอนเมอื งปซิ า
13. ภาพจิตรกรรมกระจกสี
14. ภาพโมนาลซิ า

15. แผนภาพความคิดแบบปฏทิ นิ เวลา
16. ภาพงานประติมากรรมหนุ่ เชิด

17. ใบงานท่ี 9 เร่ือง การสร้างสรรคง์ านศลิ ปะไทยและวฒั นธรรมต่าง ๆ

คาอธบิ ายรายวชิ า

รหัสวิชา ศลิ ปะ 3,4 รหสั วิชา ศ 22101- 22102

ชือ่ วิชา ศลิ ปะพ้นื ฐาน

กล่มุ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ สาระรายวชิ าดนตรี

เวลา 80 ช่วั โมง

จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

ภาคเรียนท่ี 1-2

คาอธิบายรายวิชา

นักเรยี นศกึ ษาประวัตแิ ละความเป็นมาของดนตรีไทย ลักษณะของวงดนตรีไทย ประเภทของ เครื่อง

ดนตรีไทย การปฏบิ ัตเิ ครือ่ งดนตรีไทย การขบั รอ้ งเพลงไทย หลกั การฟงั และวิเคราะห์เพลงไทย อาชีพที่

เกยี่ วกบั การบนั เทงิ ทฤษฎดี นตรีสากล การประสมวงดนตรสี ากล ฝกึ ปฏบิ ัติเครอ่ื งดนตรี ขับรอ้ งสากล

หลกั การฟงั และวิเคราะห์

รหัสตวั ชี้วดั
ศ 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12, ม.2/13
ศ 2.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11, ม.1/12, ม.2/13

รวมท้งั หมด 26 ตวั ชี้วัด

โครงสรา้ งรายวิชา

โครงสรา้ งรายวชิ า ศิลปะ 3 ศ 22101 (สาระดนตร)ี ภาค

เรยี นที่ 1

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ชั้น ม.2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน

1.0 หนว่ ยกิต

อัตราสว่ น 70 : 30

โรงเรยี นเบญจมราชทู ศิ จังหวัดปตั ตานี

ลาดับที่ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั

เรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน

1 ประวตั แิ ละความ ศ 2.1 ม.2/1-ม.2/13 ประวตั แิ ละความเปน็ มาของดนตรีไทย 4 10
เปน็ มาของ ศ 2.2 ม.2/1-ม.2/13 สมยั กอ่ นสุโขทัย
สมยั สุโขทยั
ดนตรไี ทย
สมัยอยุธยา

สมัยธนบรุ ี

สมัยรตั นโกสนิ ทร์

2 ลักษณะของวงดนตรี ศ 2.1 ม.2/1-ม.2/13 การแบง่ ประเภทของวงดนตรไี ทย 4 10
ไทย วงป่ีพาทย์
วงเคร่อื งสาย

วงมโหรี

3 ประเภทของเครือ่ ง ศ 2.1 ม.2/1-ม.2/13 ความสัมพนั ธร์ ะหว่างดนตรกี บั 6 10
ดนตรไี ทย ศ 2.2 ม.2/1-ม.2/13 วัฒนธรรม
เครื่องดนตรีประเภทเครอื่ งดดี
เครอ่ื งดนตรีประเภทเครอ่ื งสี

เครื่องดนตรีประเภทเครอ่ื งตี

เคร่อื งดนตรปี ระเภทเครอ่ื งเป่า

4 การปฏิบตั เิ คร่อื ง ศ 2.1 ม.2/1-ม.2/13 ความหมายและประเภทของการขับ 4 10
ดนตรีไทย ร้อง
เพลงไทย
ความหมายของคาว่า “ขับร้อง”
ประเภทของการขับร้อง
การใชถ้ อ้ ยคาในการขบั รอ้ ง

ลาดับที่ ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
เรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
(ช่ัวโมง) คะแนน
5 การขับร้องเพลงไทย ศ 2.1 ม.2/1-ม.
2/13 ความหมายและประเภทของการขบั ร้อง 6 10
เพลงไทย

ความหมายของคาวา่ “ขับรอ้ ง”
ประเภทของการขับร้อง
การใชถ้ ้อยคาในการขบั รอ้ ง
หลักการฟงั เพลงและวิเคราะหเ์ พลงไทย
6 หลกั การฟังและ ศ 2.1 ม.2/1-ม. ประเภทของเพลงแบง่ ตาม 8 10
วิเคราะห์ 2/13
เพลงไทย ความรู้สกึ และโอกาสของการใช้
สาเนียงหรือทางเพลงไทย
องคป์ ระกอบเพลงท่ีดี
มารยาทและสงิ่ ที่ตอ้ งปฏบิ ตั ิขณะฟงั
เพลงหรอื ชมการแสดง
7 อาชพี ท่เี ก่ียวกบั การ ศ 2.1 ม.2/1-ม. ๑. วงดนตรที ี่บรรเลงเพ่อื ความบนั เทิง 8
บันเทงิ 2/13 ๒. บทเพลงเพ่อื ความบนั เทงิ 10

คะแนนเก็บรายหน่วยการเรียนรู้ 70

สอบกลางภาค 10

สอบปลายภาค 20

คะแนนรวม 100

โครงสรา้ งรายวิชา

โครงสรา้ งรายวชิ า ศลิ ปะ 4 ศ 22102 (สาระดนตรี) ภาค

เรยี นท่ี 2

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ชน้ั ม.2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน

1.0 หนว่ ยกติ

อัตราสว่ น 70 : 30

โรงเรยี นเบญจมราชูทศิ จังหวัดปตั ตานี

ลาดบั ที่ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั

เรยี นรู้/ตัวช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน

1 ทฤษฎดี นตรีสากล ศ 2.1 ม.2/1-ม. ทฤษฎีดนตรสี ากล 6 10
2/13 การใชเ้ ครอ่ื งหมายแปลงเสียง
การแบง่ ระยะเสียงดนตรีสากล
บันไดเสยี ง (Scale)

ขั้นคู่ (Interval)

2 การประสมวงดนตรี ศ 2.1 ม.2/1-ม. การประสมวงดนตรสี ากล 6 10
สากล 2/13 วงโฟล์กซอง (Folk Song) หรือ
เพลงพืน้ บา้ น
วงชาโดว์ (Shadow)
วงสตริงคอมโบ (String Combo)
วงแบนด์ (Band)

3 ฝกึ ปฏิบตั ิเครอื่ ง ศ 2.1 ม.2/1-ม. ฝึกปฏิบัตเิ คร่อื งดนตรี 8 10
ดนตรี 2/13

4 ขับร้องสากล ศ 2.1 ม.2/1-ม. ๑. การขับรอ้ งเพลง 10 20
2/13 ๒. ฝึกรอ้ งเพลงกบั โน้ต

5 หลกั การฟงั และ ศ 2.1 ม.2/1-ม. ๑. หลักการฟงั 10 20
วเิ คราะห์ ๒. การวิเคราะห์บทเพลง
2/13 70
ศ 2.2 ม.2/1-ม. คะแนนเก็บรายหนว่ ยการเรยี นรู้ 10
2/13 สอบกลางภาค 20
สอบปลายภาค 100
คะแนนรวม

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง ประวัตแิ ละความเป็นมาของดนตรีไทย

รหัส-ชอ่ื รายวชิ า ศ 22101 ศิลปะ 3 กลมุ่ สาระการ

เรยี นรศู้ ลิ ปะชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ช่วั โมง

คะแนน 10 คะแนน

๑ เป้าหมายการเรยี นรู้
รูแ้ ละเข้าใจเกยี่ วกบั ประวัติและความเป็นมาของดนตรไี ทย

๒ สาระสาคญั
ดนตรไี ทยเป็นดนตรีท่ีได้รบั การถา่ ยทอดกันมาตง้ั แต่โบราณ ซึง่ ไทยได้รับการปรับปรุงจนมีรูปแบบที่ลงตัว

ท้งั บทเพลงขับร้อง การผสมวงมาจนถึงปัจจุบัน ดนตรไี ทยแต่ละสมัยมีววิ ัฒนาการตามลาดบั โดยพิจารณาจาก
ภาพแกะสลกั ด้วยหินทราย ภาพปนู ปัน้ ศิลาจารึกและเอกสารทางประวัตศิ าสตร์ซ่งึ ได้เคา้ โครงมาจากวรรณคดี

เรื่องตา่ งๆ ทม่ี กี ารอ้างถงึ ดนตรไี ทย

๓ มาตรฐานและตวั ชี้วดั

มาตรฐาน ศ ๒.๒ : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า
ของดนตรีทเ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ภูมปิ ัญญาไทยและสากล

ตัวชี้วัด : สง่ิ ทีน่ ักเรยี นพึงร้แู ละปฏิบัตไิ ด้

มฐ. ศ ๒.๒ (๒) บรรยายอิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่มีต่อรูปแบบ
ของดนตรใี นประเทศไทย

๔ สาระการเรยี นรู้
ประวัตแิ ละความเป็นมาของดนตรไี ทย

สมยั ก่อนสโุ ขทัย
สมยั สุโขทยั
สมัยอยุธยา

สมัยธนบุรี
สมัยรัตนโกสินทร์

๕ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ P (Practice) A (Attitude)
การฝึกปฏิบตั ิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
K (Knowledge)
ความรู้ ความเขา้ ใจ

๑. อธิบายการเรยี งลาดับ ๑. เรียงลาดบั ววิ ัฒนาการของ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ววิ ฒั นาการของเครื่อง เครือ่ งดนตรี ๒. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ

ดนตรไี ด้ ๒. เรียงลาดบั การเกิดวงดนตรี ๓. มีวินัย
๒. อธบิ ายการเรยี งลาดับ สมยั ตา่ งๆ ๔. ใฝเ่ รยี นรู้

การเกดิ วงดนตรีสมยั ต่างๆ ๕. อยู่อย่างพอเพียง
ได้ ๖. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย

๘. มจี ติ สาธารณะ

๖ การวดั และประเมนิ ผล
๑. เคร่อื งมือวดั และประเมินผล
๑) แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรยี น
๒) แบบทดสอบ
๓) ใบงาน
๔) แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานกลุม่
๕) แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
๖) แบบสงั เกตสมรรถนะสาคัญของนักเรยี น
๗) แบบสังเกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๒. วธิ วี ัดผล
๑) ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียน
๒) ตรวจแบบทดสอบ
๓) ตรวจใบงาน
๔) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ
๕) สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
๖) สงั เกตสมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น
๗) สังเกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๓. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล

๑) สาหรับชั่วโมงแรกท่ีใช้แบบทดสอบก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบ
กับคะแนนท่ไี ดจ้ ากการทดสอบหลังเรยี น

๒) การประเมินผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผ่านเกณฑก์ ารทดสอบเกนิ ร้อยละ ๕๐
๓) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เร่ืองความรู้ความเข้าใจ

การนาไปใช้ ทักษะ และจติ พิสยั ทกุ ชอ่ งเกินรอ้ ยละ ๕๐

๔) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ
เกินรอ้ ยละ ๕๐

๕) การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
๖) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน

ตามสภาพจริง

๗) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับ
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

๗ หลกั ฐาน/ผลงาน
๑. ผลการทาแบบทดสอบ
๒. ผลการทาใบงาน

๘ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาเข้าสบู่ ทเรียน
๑) นักเรียนรับฟังคาช้ีแจงวิชา ดนตรี ๒ เรื่องเวลาเรียนและการวัดและประเมินผล เน้ือหาสาระความรู้
นกั เรียนซักถามข้อปัญหา รวมทั้งการแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับการเรียนวชิ าน้ี
๒) ครูช้ีแจงวิธีการประเมินสมรรถนะสาคัญของนักเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
นักเรียนว่าจะต้องทาควบคู่กับกระบวนการทากิจกรรมกลุ่ม และครูจะดูพัฒ นาการของ
นกั เรยี นไปตลอดภาคการศกึ ษา

๓) ครูชแี้ จงกาหนดคา่ ระดบั คะแนน ตามเกณฑด์ งั น้ี
คะแนนร้อยละ ๘๐-๑๐๐ ได้เกรด ๔
คะแนนรอ้ ยละ ๗๕-๗๙ ได้เกรด ๓.๕
คะแนนร้อยละ ๗๐-๗๔ ได้เกรด ๓
คะแนนร้อยละ ๖๕-๖๙ ได้เกรด ๒.๕
คะแนนรอ้ ยละ ๖๐-๖๔ ได้เกรด ๒
คะแนนรอ้ ยละ ๕๕-๕๙ ได้เกรด ๑.๕
คะแนนรอ้ ยละ ๕๐-๕๔ ไดเ้ กรด ๑
คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐

๔) ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ข้นั สอน
๕) ครูให้ความร้เู รื่อง ประวัตแิ ละความเป็นมาของดนตรไี ทย
๖) ครใู ห้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔-๕ คน จับฉลากตามหวั ข้อตอ่ ไปน้ี
ประวัติและความเป็นมาของดนตรไี ทยสมัยกอ่ นสโุ ขทยั
ประวตั ิและความเป็นมาของดนตรีไทยสมยั สุโขทัย
ประวตั ิและความเป็นมาของดนตรไี ทยสมยั อยุธยา
ประวัติและความเปน็ มาของดนตรีไทยสมยั ธนบรุ ี
ประวตั แิ ละความเป็นมาของดนตรไี ทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์
เพ่ือศึกษาค้นคว้าความรู้เรื่อง ประวัติและความเป็นมาของดนตรีไทย ตามหัวข้อที่จับฉลากได้
จากแบบเรียน เอกสาร ผรู้ ู้ อนิ เทอรเ์ น็ต ฯลฯ โดยมีครูคอยให้คาแนะนา
๗) ครคู อยสงั เกตขณะนกั เรียนปฏบิ ตั ิงาน และเสนอแนะ เพ่อื แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ดงั ต่อไปน้ี
การวางแผนการทางาน
ปฏิบตั งิ านตามแผน
ประเมินผลการทางานของกลุ่ม
นกั เรยี นร่วมกันประเมนิ ผลการทางานเป็นกลมุ่ แล้วรายงานผลต่อไปนี้

การวางแผนการทางานเปน็ อย่างไร
ทางานตามข้นั ตอนหรือไม่
ทางานร่วมกบั ผูอ้ ่ืนได้หรอื ไม่ มีปัญหาอย่างไร
ลกั ษณะนิสยั ในการทางานเปน็ อยา่ งไร
ผลงานเป็นอย่างไร ควรปรบั ปรุงแก้ไขอยา่ งไร
๘) นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานกลมุ่
ขั้นสรุปและการประยกุ ต์
๙) ครแู นะนาเพ่มิ เตมิ เกีย่ วกบั ผลงานท่นี ักเรียนนาเสนอ
๑๐) ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปประเด็นสาคัญ เร่ือง ประวัติและความเป็นมาของดนตรีไทย
สมัยต่างๆ เพื่ อให้ เข้าใจร่วมกั น ครูสังเก ตสมรรถน ะ สาคัญ ขอ งนั ก เรียน และ สังเก ต
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑๑) นักเรยี นทากิจกรรมหรอื ใบงานตามที่ครแู นะนา
๑๒) ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น
๑๓) ครูเฉลยและบอกคะแนน

๙ สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี ๒ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ของสานักพมิ พ์เอมพนั ธ์
๒. หนังสือเสริมฝกึ ประสบการณ์ ดนตรี ๒ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ของสานกั พิมพ์เอมพันธ์

๑๐การบูรณาการ
บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทกั ษะการนาเสนอรายงาน

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง ลกั ษณะของวงดนตรไี ทย

รหัส-ชอื่ รายวชิ า ศ 22101 ศิลปะ 3 กล่มุ สาระการ

เรียนรูศ้ ิลปะช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 4 ชั่วโมง

คะแนน 10 คะแนน

๑ เปา้ หมายการเรยี นรู้
รแู้ ละเข้าใจเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของวงดนตรไี ทย

๒ สาระสาคญั

การนาเอาเครื่องดนตรีประเภทดีด สี ตี เป่า มารวมกันบรรเลงทาให้เกิดความไพเราะน้ัน ส่วนใหญ่
จะคานึงถึงเคร่ืองดนตรีท่ีมีเสียงดังไว้กับเคร่ืองท่ีมีเสียงดัง หรือเสียงเบาจัดไว้กับพวกเสียงเบา หรือ
นาเอาเสียงดังผสมเสียงเบาเข้าด้วยกัน และตัดเสียงดังมากๆ ออก แล้วใช้เสียงเบาบางอย่ างแทน เช่น
วงปี่พาทย์เป็นวงชนิดเสียงดัง วงเครื่องสายจะมีเสียงเบา วงมโหรีจึงจัดเอาเครื่องดนตรีเสียงดังผสมกับ
เสียงเบา ส่วนเครื่องที่เสียงดังก็ทาให้นุ่มลง โดยใช้วัสดุบางอย่างทาให้เกิดเสียงนุ่มและเบา จึงเกิดเป็น
วงดนตรที มี่ นี า้ เสียงแตกต่างกัน และความไพเราะคนละแบบ แล้วแต่ผบู้ ริโภคจะเลอื กฟงั

๓ มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ศ ๒.๑ : เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดตอ่ ดนตรีอย่างอสิ ระ ชน่ื ชมและประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

ตัวช้ีวัด : สงิ่ ท่ีนักเรียนพงึ ร้แู ละปฏิบัติได้
มฐ. ศ ๒.๑ (๑) เปรยี บเทียบการใช้องคป์ ระกอบดนตรที ่ีมาจากวฒั นธรรมต่างกนั

(๕) บรรยายอารมณ์ของเพลงและความรสู้ กึ ท่มี ีตอ่ บทเพลงทฟ่ี งั

๔ สาระการเรียนรู้

การแบง่ ประเภทของวงดนตรไี ทย
วงปพี่ าทย์
วงเคร่ืองสาย
วงมโหรี

๕ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ P (Practice) A (Attitude)

K (Knowledge) การฝึกปฏบิ ัติ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ความรู้ ความเขา้ ใจ
๑. สามารถเปรยี บเทียบ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๑. อธิบายการเปรยี บเทียบ
องคป์ ระกอบของวงดนตรี องคป์ ระกอบของวงดนตรี ๒. ซ่อื สัตย์สจุ รติ
ท่มี าจากวงป่ีพาทย์
วงเคร่อื งสาย และวงมโหรี ท่ีมาจากวงปพ่ี าทย์ ๓. มวี นิ ยั
วา่ มีสง่ิ ใดคล้ายกนั และ
แตกตา่ งกัน และมี วงเครอื่ งสาย และวงมโหรวี ่ามี ๔. ใฝเ่ รยี นรู้
จุดประสงคใ์ นการประสม
วงดนตรีดว้ ยเหตุผลใดได้ ส่ิงใดคล้ายกันและแตกต่างกนั ๕. อยู่อย่างพอเพียง

๒. อธบิ ายความร้สู ึกจากการ และมีจดุ ประสงคใ์ นการ ๖. มุ่งมนั่ ในการทางาน
ฟงั เพลงจากวงป่ีพาทย์
และวงเครื่องสายได้ ประสมวงดนตรีด้วยเหตุผลใด ๗. รักความเปน็ ไทย

๒. สามารถแสดงความรู้สกึ จาก ๘. มจี ติ สาธารณะ

การฟงั เพลงจากวงปี่พาทย์

และวงเครอื่ งสาย

๖ การวดั และประเมนิ ผล ๒) แบบทดสอบ
๔) แบบประเมินพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
๑. เครอ่ื งมือวดั และประเมินผล ๖) แบบสงั เกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน
๑) แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น
๒) ตรวจแบบทดสอบ
๓) ใบงาน ๔) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
๕) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ๖) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน
๗) แบบสังเกตคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๒. วิธวี ดั ผล
๑) ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี น

๓) ตรวจใบงาน
๕) สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
๗) สังเกตคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

๓. เกณฑ์การวดั และประเมินผล
๑) สาหรับช่ัวโมงแรกที่ใช้แบบทดสอบก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็ บคะแนนไว้เปรียบเทียบ
กบั คะแนนที่ไดจ้ ากการทดสอบหลังเรียน

๒) การประเมนิ ผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผา่ นเกณฑก์ ารทดสอบเกินรอ้ ยละ ๕๐
๓) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เร่ืองความรู้ความเข้าใจ

การนาไปใช้ ทักษะ และจติ พิสยั ทกุ ชอ่ งเกินรอ้ ยละ ๕๐
๔) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ

เกินรอ้ ยละ ๕๐

๕) การประเมินผลการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรุง

๖) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับการประเมิน
ตามสภาพจรงิ

๗) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับ
การประเมินตามสภาพจรงิ

๗ หลกั ฐาน/ผลงาน

๑. ผลการทาแบบทดสอบ
๒. ผลการทาใบงาน

๘ กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรียน

๑) ครสู นทนากับนกั เรียนถงึ เร่อื ง ดนตรไี ทยจากประสบการณ์ แลกเปล่ียนความคิดเห็น

๒) ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน

ขัน้ สอน

๓) ครใู ห้ความร้เู รอ่ื ง การแบ่งประเภทของวงดนตรไี ทย

๔) ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ ๔-๕ คน จบั ฉลากตามหัวขอ้ ตอ่ ไปน้ี

วงปีพ่ าทย์ วงเครือ่ งสาย วงมโหรี

เพ่ือศึกษาค้นคว้าความรู้เรื่อง การแบ่งประเภทของวงดนตรีไทย จากแบบเรียน เอกสาร ผู้รู้

อินเทอร์เน็ต ฯลฯ โดยมีครคู อยให้คาแนะนา

๕) ครูคอยสงั เกตขณะนกั เรียนปฏิบัตงิ าน และเสนอแนะ เพอื่ แก้ไขข้อบกพรอ่ ง ดังตอ่ ไปนี้

การวางแผนการทางาน

ปฏบิ ตั งิ านตามแผน

ประเมินผลการทางานของกลมุ่

นกั เรียนรว่ มกันประเมินผลการทางานเปน็ กลุ่มแลว้ รายงานผลตอ่ ไปน้ี

การวางแผนการทางานเป็นอยา่ งไร

ทางานตามขนั้ ตอนหรือไม่

ทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้หรอื ไม่ มีปัญหาอยา่ งไร

ลักษณะนิสยั ในการทางานเป็นอย่างไร

ผลงานเป็นอยา่ งไร ควรปรบั ปรุงแกไ้ ขอย่างไร

๖) นกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานกลุ่ม

ข้นั สรุปและการประยกุ ต์

๗) ครูแนะนาเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั ผลงานท่นี ักเรยี นนาเสนอ

๘) ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปประเด็นสาคัญเรื่อง การแบ่งประเภทของวงดนตรีไทย เพื่อให้

เขา้ ใจร่วมกนั ครูสงั เกตสมรรถนะสาคัญของนกั เรียนและสังเกตคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

๙) นักเรียนทากิจกรรมหรือใบงานตามท่ีครแู นะนา

๑๐) ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน

๑๑) ครูเฉลยและบอกคะแนน

๙ ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้

๑. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน ดนตรี ๒ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ของสานักพมิ พ์เอมพนั ธ์
๒. หนังสือเสริมฝกึ ประสบการณ์ ดนตรี ๒ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ของสานักพิมพเ์ อมพนั ธ์

๑๐การบูรณาการ
บรู ณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ได้แก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทกั ษะการนาเสนอรายงาน

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่ือง ประเภทของเครื่องดนตรีไทย

รหสั -ช่อื รายวชิ า ศ 22101 ศลิ ปะ 3 กลุม่ สาระการ

เรยี นรู้ศลิ ปะชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 6 ชวั่ โมง

คะแนน 10 คะแนน

๑ เปา้ หมายการเรียนรู้
รแู้ ละเข้าใจเกย่ี วกบั ความสัมพนั ธร์ ะหว่างดนตรกี บั วัฒนธรรม

๒ สาระสาคญั
เราสามารถได้ยินเสียงอันไพเราะ ให้อารมณ์ความรู้สึก และเกิดสุนทรียภาพขึ้นจากการบรรเลงเพลง

โดยการบรรเลงออกมาน้ันเกิดจากการปรุงแต่งของเคร่ืองดนตรีชนิดต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นเคร่ืองดนตรี
ประเภทเดียวกันหรือประสมกันท้ังเคร่ืองดีด สี ตี เป่า ซ่ึงเกิดจากภูมิปัญญาท่ีครูดนตรีหรือช่างทา
เครื่องดนตรีประดิษฐ์คิดค้นข้ึนมาเองบ้าง บางชนิดเลียนแบบมาจากชนชาติอื่น แล้วนามาดัดแปลง

ประยุกตใ์ ห้เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย

๓ มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ศ ๒.๑ : เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความร้สู ึก ความคิดตอ่ ดนตรีอย่างอสิ ระ ชื่นชมและประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๒.๒ : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า

ของดนตรที ่เี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล

ตวั ช้วี ัด : สง่ิ ที่นักเรยี นพึงรแู้ ละปฏิบัตไิ ด้
มฐ. ศ ๒.๑ (๓) ระบุปัจจยั สาคัญท่มี อี ิทธิพลต่อการสร้างสรรคง์ านดนตรี
มฐ. ศ ๒.๒ (๑) บรรยายบทบาทและอิทธิพลของดนตรีในวฒั นธรรมของประเทศตา่ งๆ

๔ สาระการเรียนรู้
ความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรกี บั วัฒนธรรม
เคร่ืองดนตรปี ระเภทเคร่อื งดีด
เครอ่ื งดนตรีประเภทเคร่อื งสี
เครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี
เครือ่ งดนตรีประเภทเครอ่ื งเปา่

๕ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ P (Practice) A (Attitude)
การฝึกปฏบิ ัติ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
K (Knowledge)
ความรู้ ความเข้าใจ ๑. สามารถระบุปัจจยั สาคญั ทีม่ ี ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๑. ระบุปัจจยั สาคญั ทมี่ ี อทิ ธพิ ลต่อการสร้างสรรค์ ๒. ซอื่ สัตย์สจุ รติ
อทิ ธพิ ลตอ่ การสรา้ งสรรค์ งานดนตรี ๓. มวี นิ ยั
งานดนตรไี ด้ ๔. ใฝเ่ รียนรู้
๒. อธิบายบทบาทและอิทธพิ ล ๒. สามารถบรรยายบทบาทและ ๕. อยู่อย่างพอเพียง
ของดนตรีในวัฒนธรรม อทิ ธพิ ลของดนตรใี นวัฒนธรรม ๖. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
ของประเทศต่างๆ ได้ ของประเทศต่างๆ ๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ

๖ การวดั และประเมินผล
๑. เครอื่ งมือวัดและประเมินผล
๑) แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น
๒) แบบทดสอบ
๓) ใบงาน
๔) แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลมุ่
๕) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
๖) แบบสังเกตสมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น
๗) แบบสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๒. วธิ ีวัดผล
๑) ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรยี น

๒) ตรวจแบบทดสอบ
๓) ตรวจใบงาน
๔) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
๕) สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
๖) สงั เกตสมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น
๗) สังเกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๓. เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล
๑) สาหรับช่ัวโมงแรกท่ีใช้แบบทดสอบก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบ

กับคะแนนทีไ่ ด้จากการทดสอบหลงั เรยี น
๒) การประเมินผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผา่ นเกณฑ์การทดสอบเกินรอ้ ยละ ๕๐
๓) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจ

การนาไปใช้ ทักษะ และจติ พิสัย ทกุ ชอ่ งเกินร้อยละ ๕๐
๔) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ

เกินรอ้ ยละ ๕๐
๕) การประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑ์ผ่านการประเมนิ ต้องไมม่ ชี อ่ งปรับปรงุ
๖) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะ แนนขึ้นอยู่กับการประเมิน

ตามสภาพจรงิ
๗) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับ

การประเมินตามสภาพจริง

๗ หลักฐาน/ผลงาน
๑. ผลการทาแบบทดสอบ
๒. ผลการทาใบงาน

๘ กิจกรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑) ครสู นทนากับนักเรียนถึงเร่ือง เคร่ืองดนตรไี ทยทนี่ ักเรียนร้จู กั แลกเปล่ยี นความคิดเห็น

๒) ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ขัน้ สอน

๓) ครูใหค้ วามรเู้ ร่อื ง ประเภทของเครอ่ื งดนตรีไทย

๔) ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน จับฉลากตามหวั ข้อตอ่ ไปนี้

เคร่ืองดนตรีประเภทเครอื่ งดีด เครอ่ื งดนตรีประเภทเครอ่ื งสี

เครือ่ งดนตรีประเภทเคร่อื งตี เครือ่ งดนตรปี ระเภทเคร่อื งเปา่

เพ่ือศึกษาค้นคว้าความรู้เรื่อง ประเภทของเคร่ืองดนตรีไทยที่จับฉลากได้ จากแบบเรียน

เอกสาร ผ้รู ู้ อนิ เทอรเ์ น็ต ฯลฯ โดยมีครูคอยใหค้ าแนะนา

๕) ครคู อยสงั เกตขณะนกั เรียนปฏิบัติงาน และเสนอแนะ เพอ่ื แก้ไขขอ้ บกพร่อง ดงั ต่อไปน้ี

การวางแผนการทางาน

ปฏิบตั ิงานตามแผน

ประเมนิ ผลการทางานของกลมุ่

นกั เรยี นรว่ มกนั ประเมินผลการทางานเป็นกลุม่ แลว้ รายงานผลต่อไปน้ี

การวางแผนการทางานเปน็ อย่างไร
ทางานตามขัน้ ตอนหรือไม่
ทางานรว่ มกบั ผ้อู ่ืนได้หรอื ไม่ มปี ัญหาอยา่ งไร
ลักษณะนิสัยในการทางานเป็นอยา่ งไร
ผลงานเปน็ อย่างไร ควรปรบั ปรงุ แกไ้ ขอยา่ งไร
๖) นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานกลมุ่
ขนั้ สรุปและการประยุกต์
๗) ครแู นะนาเพ่มิ เตมิ เกี่ยวกบั ผลงานทน่ี ักเรยี นนาเสนอ
๘) ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปประเด็นสาคัญเร่ือง ประเภทของเคร่ืองดนตรีไทย เพ่ือให้เข้าใจ
ร่วมกัน ครสู งั เกตสมรรถนะสาคญั ของนักเรียนและสงั เกตคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๙) นกั เรยี นทากิจกรรมหรือใบงานตามทค่ี รแู นะนา
๑๐) ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี น
๑๑) ครูเฉลยและบอกคะแนน
๙ สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
๑. หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน ดนตรี ๒ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ของสานักพมิ พ์เอมพันธ์
๒. หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ ดนตรี ๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ของสานกั พมิ พเ์ อมพันธ์
๑๐การบรู ณาการ
บรู ณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการเขยี นรายงาน ทักษะการนาเสนอรายงาน

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่อื ง การปฏบิ ตั ิเครอ่ื งดนตรีไทย

รหัส-ชื่อรายวชิ า ศ 22101 ศลิ ปะ 3 กลุ่มสาระการ

เรยี นรู้ศิลปะชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 4 ช่ัวโมง

คะแนน 10 คะแนน

๑ เป้าหมายการเรียนรู้

ร้แู ละเข้าใจเก่ียวกบั หลักการบรรเลงดนตรไี ทย หลกั การใช้และการบารุงรกั ษาเคร่ืองดนตรไี ทย

๒ สาระสาคญั
การปฏิบัติเครื่องดนตรีไทย เป็นกระบวนการให้ผู้ปฏิบัติเคร่ืองดนตรีไทยได้ฝึกฝนทักษะทางดนตรี

รวมทั้งทาให้เห็นความสาคัญของการสร้างสรรค์งานดนตรี มีความเช่ือมั่น ภาคภูมิใจในการแสดงออก
มีความรับผิดชอบ มีวินัย มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อ่ืนได้ ซาบซึ้งและเห็นคุณค่าของศิลปะ

รกั และหวงแหนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ และภมู ปิ ญั ญาไทย

๓ มาตรฐานและตัวช้ีวดั

มาตรฐาน ศ ๒.๑ : เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
ดนตรี ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคดิ ตอ่ ดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวัน

ตวั ช้วี ัด : สิง่ ทน่ี ักเรียนพึงรแู้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้
มฐ. ศ ๒.๑ (๔) รอ้ งเพลงและเล่นดนตรีเดย่ี วและรวมวง

(๖) ประเมนิ พฒั นาการทักษะทางดนตรขี องตนเองหลังจากการฝึกปฏบิ ตั ิ

๔ สาระการเรยี นรู้
๑. หลกั การบรรเลงดนตรไี ทย

๒. หลกั การใช้และการบารงุ รกั ษาเคร่ืองดนตรไี ทย

๕ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ P (Practice) A (Attitude)
การฝึกปฏิบัติ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
K (Knowledge)
ความรู้ ความเขา้ ใจ

๑. อธิบายข้นั ตอนการฝึกจบั ๑. ฝกึ การจับถือเคร่อื งดนตรไี ทย ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
ถอื เครื่องดนตรไี ทย ได้ถกู ตอ้ ง ๒. ซ่ือสัตย์สจุ ริต

ได้ถูกต้อง ๒. ปฏิบตั ิเครอ่ื งดนตรีตามโน้ต ๓. มีวนิ ยั
๒. อธิบายขนั้ ตอนการปฏิบัติ ไทยทั้งเด่ยี วและรวมวง ๔. ใฝเ่ รียนรู้

เครื่องดนตรตี ามโน้ตไทย ๕. อยู่อย่างพอเพียง
ทั้งเด่ียวและรวมวงได้ ๖. ม่งุ มัน่ ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย

๘. มจี ิตสาธารณะ

๖ การวดั และประเมนิ ผล
๑. เคร่ืองมอื วดั และประเมินผล
๑) แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน
๒) แบบทดสอบ
๓) ใบงาน
๔) แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
๕) แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
๖) แบบสงั เกตสมรรถนะสาคัญของนกั เรยี น
๗) แบบสงั เกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๒. วธิ วี ัดผล
๑) ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี น
๒) ตรวจแบบทดสอบ
๓) ตรวจใบงาน
๔) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม
๕) สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
๖) สังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรยี น
๗) สงั เกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๓. เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
๑) สาหรับชั่วโมงแรกที่ใช้แบบทดสอบก่อนเรียนไม่มีเกณฑ์ผ่าน เก็บคะแนนไว้เปรียบเทียบ
กบั คะแนนทไี่ ด้จากการทดสอบหลงั เรยี น
๒) การประเมินผลจากแบบทดสอบ ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเกนิ ร้อยละ ๕๐
๓) การประเมินผลจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เร่ืองความรู้ความเข้าใจ
การนาไปใช้ ทักษะ และจิตพสิ ัย ทกุ ช่องเกินรอ้ ยละ ๕๐
๔) การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ
เกนิ ร้อยละ ๕๐
๕) การประเมินผลการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ ต้องไม่มีช่องปรบั ปรงุ
๖) การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะสาคัญของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน
ตามสภาพจรงิ
๗) การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ
การประเมนิ ตามสภาพจริง

๗ หลักฐาน/ผลงาน

๑. ผลการทาแบบทดสอบ
๒. ผลการทาใบงาน

๘ กิจกรรมการเรียนรู้

ชัว่ โมงท่ี ๑-๒
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
๑) ครูสน ทน ากับนักเรียนถึงเร่ือง การปฏิบัติเครื่องดน ตรีไทยที่นักเรียนรู้จัก แลกเปล่ียน

ความคิดเห็น
๒) ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ขน้ั สอน
๓) ครใู ห้ความรู้เรอื่ ง หลักการบรรเลงดนตรีไทยชนดิ ต่างๆ
๔) ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ ๒-๓ คน จบั ฉลากตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี

หลกั การบรรเลงดนตรไี ทย (องั กะลุง) หลักการใชแ้ ละการบารงุ รกั ษา
หลักการบรรเลงดนตรีไทย (ซอด้วง) หลกั การใชแ้ ละการบารุงรักษา
หลกั การบรรเลงดนตรีไทย (ซออู)้ หลักการใชแ้ ละการบารุงรักษา
หลกั การบรรเลงดนตรไี ทย (จะเข้) หลักการใชแ้ ละการบารงุ รักษา
หลักการบรรเลงดนตรีไทย (ขล่ยุ ) หลักการใช้และการบารงุ รักษา
หลกั การบรรเลงดนตรไี ทย (ระนาด) หลักการใชแ้ ละการบารงุ รักษา
เพ่ือศึกษาค้นคว้าความรู้เร่ือง หลักการบรรเลงดนตรีไทยชนิดต่างๆ จากแบบเรียน เอกสาร
ผูร้ ู้ อินเทอรเ์ น็ต ฯลฯ โดยมคี รคู อยใหค้ าแนะนา
๕) ครูคอยสังเกตขณะนกั เรียนปฏิบตั ิงาน และเสนอแนะ เพอื่ แก้ไขข้อบกพร่อง ดังต่อไปนี้
การวางแผนการทางาน
ปฏบิ ตั งิ านตามแผน
ประเมนิ ผลการทางานของกลุ่ม
นกั เรยี นร่วมกันประเมินผลการทางานเป็นกลุ่มแลว้ รายงานผลตอ่ ไปนี้
การวางแผนการทางานเปน็ อย่างไร
ทางานตามข้นั ตอนหรอื ไม่
ทางานร่วมกบั ผู้อื่นไดห้ รอื ไม่ มีปัญหาอย่างไร
ลักษณะนสิ ยั ในการทางานเป็นอย่างไร
ผลงานเปน็ อยา่ งไร ควรปรบั ปรุงแกไ้ ขอยา่ งไร
๖) นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานกลมุ่
ข้นั สรปุ และการประยกุ ต์
๗) ครูแนะนาเพิม่ เตมิ เกยี่ วกบั ผลงานทนี่ กั เรียนนาเสนอ
๘) ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปประเด็นสาคัญเร่ือง หลักการบรรเลงดนตรีไทยชนิดต่างๆ เพ่ือให้
เขา้ ใจร่วมกนั ครสู ังเกตสมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี นและสังเกตคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๙) นกั เรยี นทากิจกรรมหรือใบงานตามท่ีครแู นะนา
๑๐) ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรยี น
๑๑) ครูเฉลยและบอกคะแนน

๙ สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน ดนตรี ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ของสานักพมิ พ์เอมพนั ธ์

๒. หนังสอื เสรมิ ฝึกประสบการณ์ ดนตรี ๒ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์

๑๐การบูรณาการ
บรู ณาการกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการเขียนรายงาน ทกั ษะการนาเสนอรายงาน

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เร่อื ง การขับรอ้ งเพลงไทย กลมุ่ สาระการ
รหัส-ชือ่ รายวชิ า ศ 22101 ศลิ ปะ 3

เรียนร้ศู ิลปะชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 6 ชว่ั โมง

คะแนน 10 คะแนน

๑ เป้าหมายการเรยี นรู้
รู้และเข้าใจเก่ียวกับความหมายและประเภทของการขบั ร้องเพลงไทย

๒ สาระสาคญั
การขับร้องท่ีดี ผู้ขับร้องต้องเข้าใจการใช้เสียงต่างๆ ต้องรลู้ ักษณะและแหลง่ กาเนิดเสียง รวมทั้งอกั ขรวิธีของ

ก าร ใช้ สร ะ แ ละ พ ยั ญ ชน ะ ท่ี ถู ก ต้ อ ง ก ารอ อ ก เสี ย งค าร้อ งต้ อ งอ อ ก ให้ ถู ก ต้ อ งต าม อั ก ขร วิ ธี

ชดั ถอ้ ยชัดคา รวมท้ังแบ่งคาและแบง่ วรรคในขณะรอ้ งไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๓ มาตรฐานและตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ศ ๒.๑ : เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดตอ่ ดนตรีอยา่ งอิสระ ชน่ื ชมและประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั

ตัวชี้วัด : สงิ่ ทนี่ กั เรยี นพึงรแู้ ละปฏิบัติได้
มฐ. ศ ๒.๑ (๑) เปรียบเทียบการใช้องค์ประกอบดนตรที ี่มาจากวฒั นธรรมต่างกัน

(๒) อา่ น เขยี น รอ้ งโน้ตไทยและโนต้ สากลที่มเี ครอ่ื งหมายแปลงเสียง
(๕) บรรยายอารมณข์ องเพลงและความร้สู กึ ทีม่ ีตอ่ บทเพลงที่ฟงั

๔ สาระการเรียนรู้
ความหมายและประเภทของการขับรอ้ งเพลงไทย
ความหมายของคาวา่ “ขบั ร้อง”

ประเภทของการขบั ร้อง

การใชถ้ ้อยคาในการขับร้อง

๕ จุดประสงค์การเรียนรู้ P (Practice) A (Attitude)
การฝกึ ปฏบิ ัติ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
K (Knowledge)
ความรู้ ความเข้าใจ ๑. บอกความแตกต่างของดนตรี ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๑. วเิ คราะหค์ วามแตกต่าง ทม่ี าจากวัฒนธรรมทตี่ ่างกนั ๒. ซอื่ สตั ย์สุจริต
ของดนตรีท่มี าจาก ๓. มีวนิ ัย
วฒั นธรรมท่ตี า่ งกันได้ ๒. สามารถเขยี นโน้ตไทยและ ๔. ใฝ่เรยี นรู้
๒. อธิบายการเขียนโนต้ ไทย เพลงเตย้ โขง ๕. อยู่อย่างพอเพียง
และเพลงเตย้ โขงได้ ๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ

๖ การวดั และประเมินผล
๑. เคร่อื งมอื วัดและประเมินผล
๑) แบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียน
๒) แบบทดสอบ
๓) ใบงาน
๔) แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
๕) แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
๖) แบบสงั เกตสมรรถนะสาคัญของนกั เรียน
๗) แบบสงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๒. วธิ ีวัดผล
๑) ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรียน
๒) ตรวจแบบทดสอบ
๓) ตรวจใบงาน
๔) สงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่
๕) สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
๖) สังเกตสมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น


Click to View FlipBook Version