บทปฏบิ ตั กิ ารวทิ ยาศาสตร์
สำหรับนักเรยี นระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้
เรือ่ ง การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
O2
Chlorophylls
CO2
H2O
นายธรี วฒั น์ สที องแดง
นายบุรนิ ทร์ มนตรีพิสัย
หลกั สูตรการศกึ ษาบณั ฑติ สาขาวทิ ยาศาสตรท์ วั่ ไป
คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ
-ก-
คํานํา
บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นสื่อการเรียนรู้ที่จัดทําขึ้นเพ่ือ
พฒั นาผลการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เน้นการลงมือปฏิบัติดว้ ยตนเองและมีการ
อภิปรายผลการศึกษา และสรุปองค์ความรูท้ ี่ได้จากการทำการทดลองโดยมี
ผสู้ อนเป็นผูอ้ ํานวยความสะดวก สาธติ และแนะนําในการทำปฏบิ ัตกิ าร
เนื้อหาภายในบทปฏิบัติการเกี่ยวกับเรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง
และปัจจยั ที่สง่ ผลตอ่ การสงั เคราะห์ด้วยแสง ซึ่งประกอบด้วย 4 การทดลอง
ได้แก่ 1) การสร้างแบบจำลองคลอโรพลาสต์ 2) คลอโรฟิลล์กับการ
สังเคราะห์ด้วยแสง 3) แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กับการสังเคราะห์ด้วยแสง
และ 4) แสงกับการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
คณะผู้จัดทําหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทปฏิบัติการวทิ ยาศาสตร์ จะเป็น
ประโยชน์ต่อครูผู้สอน นักเรียน และผู้ที่สนใจในการจัดการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ สุดทา้ ยนหี้ ากมขี ้อเสนอแนะ คณะผูจ้ ัดทําน้อมรบั ขอ้ เสนอแนะ
เพ่อื นําไปปรบั ปรงุ และพัฒนาต่อไป
คณะผ้จู ัดทํา
-ข-
คาํ ชี้แจง
บทปฏิบัติการวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสง ประกอบด้วย 4 การทดลอง ได้แก่
1) การสร้างแบบจำลองคลอโรพลาสต์ 2) คลอโรฟลิ ลก์ ับการสังเคราะห์ด้วย
แสง 3) แกส๊ คาร์บอนไดออกไซดก์ ับการสังเคราะห์ด้วยแสง และ 4) แสงกับ
การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
สว่ นประกอบของบทปฏิบัตกิ ารฯ ประกอบดว้ ย
1) จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2) ระยะเวลาในการทำปฏบิ ัติการ
3) วสั ดอุ ปุ กรณ์และสารเคมี 4) ขนั้ ตอนการทำปฏิบตั กิ าร
5) บนั ทกึ ผลการทำปฏบิ ตั ิการ 6) สรุปผล
7) คําถามทา้ ยการทำปฏิบัติการ 8) ใบความรู้
ข้อตกลงในการทำปฏิบัตกิ าร
1. เหมาะสำหรบั ผเู้ รยี นจำนวน 4-6 คนต่อกล่มุ
2. สามารถใชไ้ ด้ทงั้ ในหอ้ งเรยี น นอกหอ้ งเรยี น และออนไลน์
3. ผู้เรียนศึกษาตามบทปฏิบัติการ ออกแบบ วางแผน และแบ่ง
หนา้ ทใ่ี นการทำปฏิบตั ิการ
4. ผู้สอนเป็นผู้อํานวยความสะดวก แนะนําหรือสาธิตการท ำ
ปฏิบัติการ
-ค- หนา้
ก
สารบญั ข
ง
เรื่อง 1
คาํ นาํ 17
คาํ ชีแ้ จง 18
ภาพรวมกจิ กรรม 21
บทนำ 23
ตอนที่ 1 การสร้างแบบจำลองคลอโรพลาสต์ 24
29
ตอนท่ี 1.1 สังเกตสขี องสารสกดั จากพืช
ตอนที่ 1.2 สร้างแบบจำลองคลอโรพลาสต์ 36
ตอนท่ี 2 แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดก์ ับการสังเคราะห์ด้วยแสง 43
ตอนที่ 2.1 ศกึ ษาการเปลย่ี นสีของอนิ ดเิ คเตอร์
ตอนที่ 2.2 ศกึ ษาผลของปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ 51
54
กับการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ตอนที่ 3 คลอโรฟลิ ล์กบั การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ตอนที่ 4 แสงกับการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ตอนท่ี 4.1 แสงกบั การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ตอนท่ี 4.2 ความสำคัญของการสังเคราะห์ดว้ ยแสง
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
-ง-
ภาพรวมกิจกรรม
กจิ กรรมที่ 1 เรยี นรู้รูปรา่ งและโครงสร้างเบอ้ื งต้นของ
การสรา้ งแบบจำลอง คลอโรพลาสตแ์ ละทำแบบจำลอง
คลอโรพลาสต์ คลอโรพลาสต์ที่เกดิ จากการทำปฏิกริ ิยาเคมี
กจิ กรรมที่ 2 เรียนรู้การเปล่ยี นสีของอินดเิ คเตอร์
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ และผลของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
กับการสังเคราะหด์ ้วยแสง
ท่มี ตี อ่ การสงั เคราะห์ด้วยแสง
กจิ กรรมที่ 3 เรยี นรู้ผลของปรมิ าณคลอโรฟิลล์
คลอโรฟิลลก์ บั การ ท่มี ีตอ่ การสังเคราะห์ด้วยแสง
สงั เคราะห์ด้วยแสง
กจิ กรรมที่ 4 เรยี นรู้ผลของแสงทีม่ ีตอ่
แสงกบั การสงั เคราะห์ การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ด้วยแสง
-1-
สารต้ังตน้ คลอโรฟิ ลล์
ปจั จยั ท่มี ีผลตอ่
การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
อณุ หภมู ิ
อ่นื ๆ แสง
ชนิดของสงิ่ มชี ีวติ
การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
(PHOTOSYNTHESIS)
-2-
บทนำ
การสังเคราะหด์ ้วยแสง (Photosynthesis)
การสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) เปน็ กระบวนการ
สร้างอาหารของพชื เกิดขน้ึ ที่บรเิ วณใบ ออร์แกเนลล์ของพืชทเ่ี รียกวา่
คลอโรพลาสต์ (Chloroplast) บริเวณที่มีรงควัตถุสีเขียว เรียกว่า
คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) และเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงาน
เคมี โดยเรมิ่ ตน้ จากอนุภาคของแสงจากดวงอาทิตยก์ ระตุ้นท่ีบริเวณ
คลอโรฟิลล์ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง โมเลกุลของแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และ น้ำ (H2O) เป็นคาร์โบไฮเดรตคือ
น้ำตาลและสะสมในรูปของแป้ง รวมทั้งการปลดปล่อยแก๊ส
ออกซิเจน (O2) ออกมา ดงั สมการด้านลา่ ง
6CO2 (g) + 6H2O (l) Chlorophyll C6H12O6 (s) + 6O2 (g)
Light
H2O C6H12O
6
-3-
สารต้ังตน้
1. คารบ์ อนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide)
คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) คือ สารประกอบ
ที่มีสูตรเคมี CO2 ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน (C) 1 อะตอม และ
ออกซเิ จน (O) 2 อะตอม คารบ์ อนไดออกไซด์สำคัญในกระบวนการ
สร้างอาหารของพืช (Photosynthesis) เพราะพืชใช้ในการสร้าง
คาร์โบไฮเดรต เนื่องจากมนุษย์และสัตว์พึ่งพาพืชเป็นอาหาร การ
สงั เคราะห์แสงจงึ จำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตอยขู่ องสิง่ มีชวี ิตบนโลก
ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ท่ีเพิ่มขึ้นจากระดับ
ปกติที่มีในอากาศ จะทำให้อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อมีความเข้มข้นสูงกว่าระดับหน่ึงแล้วเป็นเวลานานๆ ทำให้อัตรา
การสงั เคราะห์ด้วยแสงลดต่ำลงได้
-4-
2. นำ้ (Water)
น้ำเป็นสารประกอบชนิดหนึ่ง โดย
ร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำ
ถึงประมาณ 65% ส่วนโลกก็ประกอบ
ไปดว้ ยนำ้ ถงึ ประมาณ 70%
น้ำคือของเหลวที่มีสมบัติไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส มีสูตร
เคมี H2O ประกอบดว้ ยธาตุไฮโดรเจน (H) 2 อะตอม และออกซิเจน
(O) 1 อะตอม รวมกันเป็นนำ้ (H2O) เปล่ียนรูปรา่ งไดต้ ามรปู รา่ งของ
ภาชนะที่บรรจุ
น้ำพบไดต้ ามธรรมชาติ มีประโยชนใ์ นการใชเ้ ปน็ ตวั ทำละลาย
ตามธรรมชาติและรกั ษาสมดุลของสง่ิ แวดลอ้ มของส่ิงมีชวี ติ
-5-
ปจั จัยท่จี ำเปน็ ต่อการสังเคราะห์ดว้ ยแสง
1. แสง (Light)
แสง (Light) คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง มีความยาว
คล่นื อยู่ในช่วงทม่ี นุษย์สามารถรับรู้ได้ผา่ นดวงตาเรียกว่า “แสงท่ีตา
มองเหน็ ” อย่ใู นชว่ งความยาวคลืน่ 400 – 700 นาโนเมตร
ภาพที่ 1 : แสงท่ตี ามองเห็น (Visible Light)
-6-
แสงกับการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช
การสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื มากขึ้นเมือ่ พืชไดร้ ับความเข้ม
ของแสงมากขึ้น และเมื่อพืชได้รับความเข้มของแสงต่ำกว่าที่พืช
ต้องการพืชจะมีอตั ราการสังเคราะห์ดว้ ยแสงต่ำลง ถ้าความเข้มของ
แสงต่ำลงกวา่ นอี้ กี พืชจะขาดอาหารทำให้ตายไปในทีส่ ุด
ความรู้ เรือ่ งแสงต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง
พลังงานแสงจากดวงอาทิตย์โดยใช้คลอโรฟิลล์เป็นสาร
ดูดกลืนแสงในช่วงแสงสีน้ำเงิน และสีแดง และดูดกลืนแสงสีเหลือง
และสีเขียวได้น้อย ดังนั้น เราจึงมองเห็นใบพืชมีสีเขียวได้ เนื่องจาก
คลอโรฟิลลด์ ูดกลืนแสงสฟี ้า และสีแดงไว้ ส่วนแสงสีเขียวจะสะทอ้ น
ออกมาทำใหต้ ามองเหน็
-7-
2. คลอโรฟลิ ล์ (Chlorophyll)
คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่พบ
ไดท้ ัว่ ไปในทกุ สว่ นทีเ่ ป็นสีเขยี วของพชื พบใน ใบ ลำตน้ ก่งิ ดอก ผล
และรากที่มีสีเขียว นอกจากนั้น ยังพบได้ในสาหร่าย ไซยาโน
แบคทเี รยี และแบคทเี รยี บางชนดิ
คลอโรฟิลล์มีองค์ประกอบของธาตุแมกนีเซียม (Mg)
ไนโตรเจน (N) มีความสำคัญต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง และ
ทำงานรว่ มกบั เหล็ก (Fe) ในการสงั เคราะห์ด้วยแสง
คลอโรฟิลล์จะมีมากในใบทีแ่ ก่จัด สว่ นในใบอ่อนหรือใบท่ีแก่
จนเหลืองจะมกี ารสร้างคลอโรฟิลล์ไดน้ อ้ ยหรอื คลอโรฟิลลอ์ าจสลาย
ไป โดยปริมาณคลอโรฟิลลม์ าก การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงจะมากข้ึน
-8-
ความรู้ เรอ่ื งคลอโรพลาสต์
ภาพท่ี 2 : คลอโรพลาสต์
คลอโรพลาสต์ (chloroplasts) เป็นออร์แกแนลที่พบใน
พืช เป็นพลาสติด ที่มีสีเขียว พบเฉพาะในเซลล์พืช และ
สาหร่าย เกือบทุกชนิด มีเยื่อหุ้มสองชั้น มีเม็ดสี หรือรงควัตถุ
เรียกว่า คลอโรฟลิ ล์ (chlorophyll)
หน้าทสี่ ำคัญของคลอโรพลาส คอื การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง โดย
แสงสีแดง และแสงสีน้ำเงิน เหมาะสมต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง
มากที่สดุ
-9-
ผลิตภณั ฑ์
1. นำ้ ตาลกลูโคส ( Glucose )
การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพืช ใช้คารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)
และน้ำ (H2O) เปน็ สารตงั้ ต้น มีคลอโรฟิลล์เปน็ ตัวรบั พลงั งานแสงมา
แปลงเป็นพลังงานเคมี ได้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนหลักคือ
น้ำตาลกลูโคส (C6H12O6)
ภาพที่ 3 : โครงสร้างทางเคมีของนำ้ ตาลกลูโคส
น้ำตาลกลูโคส ที่สังเคราะห์ได้ถูกใช้ในกระบวนการหายใจของพืช
เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน และเปลี่ยนไปเป็นแป้งสะสมไว้ที่ใบ ราก
และลำต้น นอกจากน้ีน้ำตาลบางส่วนถูกนำไปใช้ในการสร้าง
เซลลูโลสซึ่งเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์ของพืช และเปลี่ยนไป
เปน็ สารอื่นไดอ้ กี เชน่ โปรตนี ไขมัน และนำ้ มัน
- 10 -
2. แก๊สออกซิเจน ( O2 )
การสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชได้แก๊สออกซิเจน (O2) เป็น
ผลพลอยได้นอกจากนำ้ ตาล
แก๊สออกซิเจนเป็นแก๊สที่ไม่มีกลิ่น และไม่มีสี มีสูตรเคมี O2
ประกอบด้วยธาตุออกซิเจน (O) 2 อะตอม มีอยู่ในอากาศ โดย
ธรรมชาติเกดิ จากกระบวนการสงั เคราะห์แสงของพชื แก๊สออกซเิ จน
ใชใ้ นการหายใจและการดำเนนิ กิจกรรมต่างๆภายในเซลล์ ซึ่งสำคัญ
ตอ่ การดำรงชีวิตของทง้ั พืช สตั ว์ และมนษุ ย์
- 11 -
ปจั จยั อืน่ ๆ
ชนดิ ของตัวทำละลาย
ตัวทำละลาย (solvent) คือ สารที่มีสถานะของแข็ง ของเหลว
และแก๊ส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเหลว มีความสามารถในการละลาย
สารอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า ตัวละลาย เมื่อละลายแล้วจะมีสถานะ
เดยี วกับตวั ทำละลาย
ชนดิ ตวั ละลาย
ตวั ละลาย (solute) คือ สารท่ีมสี ถานะของแขง็ ของเหลว และ
แก๊ส โดยจะถูกตัวทำละลายละลายให้กระจายออกไปทั่วในตัวทำ
ละลาย โดยไม่ทำปฏิกิริยาเคมีต่อกัน เช่น การนําน้ำตาลไปละลาย
นำ้ จะได้น้ำเชือ่ มท่ีมีลักษณะเดียวกับน้ำ แตห่ ากนาํ น้ำมันไปละลาย
น้ำ จะได้สารละลายที่มีลักษณะแบ่งชั้นของน้ำมันและน้ำ เพราะ
สารละลายทง้ั สองชนิดไม่เกิดการรวมตวั กนั
- 12 -
พ้ืนทผ่ี วิ ของตวั ทำละลาย
ถา้ ตัวละลายถูกเพ่ิมพน้ื ทีผ่ ิวดว้ ยการทำใหเ้ ป็นชิ้นเล็กช้ินน้อย
เช่น การหัน่ และ การบด จะทำใหอ้ ัตราการละลายของสารเพ่ิมมาก
ขนึ้
อุณหภมู ิ
ของแข็งและของเหลวที่มีความสามารถในการละลายจะ
ละลายได้เพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิของสารละลายสูงข้นึ เมอ่ื เพม่ิ อุณหภูมิ
จะทำให้สารเคลื่อนที่ชนกันได้เร็วขึ้น การละลายจึงเกิดเร็วขึ้น แต่
หากเปน็ แก๊สจะมีความสามารถในการละลายลดลงหากเพิม่ อณุ หภมู ิ
ของสารละลายใหส้ งู ขน้ึ
ความดนั
ความดันจะมีผลต่อการละลายของสารอย่างมากโดยเฉพาะ
แก๊ส เมื่อมีการเพิ่มความดันขึน้ แต่ความดันมีผลต่อการละลายของ
ของแข็งและของเหลวเพยี งเลก็ นอ้ ย
- 13 -
ความรู้ เรือ่ งใบบวั บก
ชอ่ื ภาษาไทย : บวั บก
ชื่อภาษาอังกฤษ : Asiatic Pennywort, Gotu kola
ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Centella asiatica Urban.
ลักษณะ : เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ประเภทไม้ล้มลุก ใบเป็นใบเดี่ยว ออก
เรียงสลับเป็นกระจุกออกจากข้อ ลักษณะใบรูปไต ขอบเป็นคลื่น
หยกั เล็กนอ้ ย ปลายใบไม่แหลม แผ่นใบสีเขยี ว
ประโยชน์ : บำรงุ หวั ใจ บำรุงกำลัง แก้ชำ้ ใน แก้อ่อนเพลีย
ขับปัสสาวะ รกั ษาบาดแผล แก้ร้อนในกระหายน้ำ แกโ้ รคปวดศีรษะ
ข้างเดียว (ไมเกรน) แกโ้ รคเรื้อน แกก้ ามโรค แกต้ บั อกั เสบ
- 14 -
ความรู้ เรอ่ื งใบชะพลู
ชอ่ื ภาษาไทย : ชะพลู
ชอ่ื ภาษาองั กฤษ : Wildbetal Leafbush
ช่ือวิทยาศาสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.
ลักษณะ : เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ประเภทพรรณไม้ต้นเล็ก ใบเป็นใบ
เดย่ี วออกเรยี งสลบั กนั รูปรา่ งใบเป็นรปู หัวใจ ขอบใบเรียบ ปลายใบ
แหลม แผ่นใบสเี ขยี วแก่
ประโยชน์ : แกธ้ าตพุ กิ าร บำรงุ ธาตุ แกท้ อ้ งข้นึ อืดเฟ้อ ขับลม
แก้บดิ แก้เสมหะ ทอ้ งอดื ทอ้ งเฟอ้ รกั ษาโรคเบาหวาน
- 15 -
ความรู้ เรื่องใบเตย
ชอ่ื ภาษาไทย : เตย
ชอ่ื ภาษาองั กฤษ : Pandan leaves
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Pandanus amaryllifolius Roxb.
ลักษณะ : เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ประเภทไม้พุ่มล้มลุก ใบเป็นใบ
เดี่ยวออกเรียงสลับกัน รูปร่างใบเป็นรูปดาบ ขอบใบเรียบ ปลายใบ
แหลม แผน่ ใบสีเขยี วสด
ประโยชน์ : ช่วยลดการกระหายน้ำ ทำให้รู้สึกชื่นใจและชุ่มคอ
รักษาโรคหืด บำรุงหัวใจ ลดน้ำตาลในเส้นเลือด และรักษาระดับ
ความดนั ให้เป็นปกติ
- 16 -
แนวคิดในการสรา้ งแบบจำลองคลอโรพลาสต์
LEAF
Chlorophylls Chlorophylls
CaCl2 Na-Alg
กรองสาร CHLOROPLAST MODEL
- 17-
ตอนที่ 1
การสร้างแบบจำลองคลอโรพลาสต์
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายความสัมพนั ธ์ของชนดิ พืชกบั ปรมิ าณคลอโรฟลิ ล์ได้
2. เปรียบเทียบลักษณะของคลอโรพลาสต์พืชแบบจำลอง
คลอโรพลาสต์ได้
ระยะเวลาการทำปฏบิ ตั กิ าร : 20 นาที
- 18 –
ตอนท่ี 1 การสรา้ งแบบจำลองคลอโรพลาสต์
ปฏบิ ตั ิการที่ 1.1 : สงั เกตสีของสารสกดั จากพชื
วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละสารเคมี :
1. สารสกัดใบบัวบกความเขม้ ข้น 20%(w/v)
2. สารสกัดใบชะพลูความเข้มข้น 20%(w/v)
3. สารสกดั ใบเตยความเข้มข้น 20%(w/v)
4. แกว้ พลาสตกิ ใส ขนาด 30 มิลลลิ ติ ร
5. กระดาษทิชชู
ขน้ั ตอนการทำปฏบิ ัตกิ าร :
1. เทสารสกัดใบชะพลูปริมาตร 5 มิลลิลิตร ลงไปในแก้ว
พลาสติกใสใบท่ี 1
2. เทสารสกัดใบบัวบกปริมาตร 5 มิลลิลิตร ลงไปในแก้ว
พลาสตกิ ใสใบท่ี 2
3. เทสารสกัดใบเตยปริมาตร 5 มิลลิลิตร ลงไปในแก้วพลาสติก
ใสใบที่ 3
- 19 –
4. สงั เกตสี และระดบั ความเขม้ สขี องสารสกัด (ใช้ข้อมลู จาก
แถบสี)
แถบวดั ระดบั ความเขม้ สี
ระดบั 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ระดบั 4 ระดบั 5 ระดบั 6
5. บนั ทึกผลการทดลอง
ตารางลักษณะของสารสกัดพชื
ลกั ษณะของสารสกัด
ชนิดของสารสกัด สี ระดบั ความเข้มสี กล่ิน
(ม/ี ไมม่ )ี
ใบชะพลู
ใบบัวบก เขยี ว 6 มี
ใบเตย
เขยี ว 5 มี
เขียว 4 มี
สรุปผลการทดลอง
- 20 –
คำถามทา้ ยปฏบิ ัตกิ าร
1. ส่ิงใดที่ทำให้พชื ท้งั สามชนิดมสี ใี บทแี่ ตกตา่ งกัน
ตอบ ปริมาณคลอโรฟิลล์
2. ส่ิงใดทที่ ำให้สารสกัดพชื ท้งั สามชนิดมสี ีท่แี ตกต่างกัน
ตอบ ปริมาณคลอโรฟลิ ล์
- 21 –
ตอนที่ 1 การสรา้ งแบบจำลองคลอโรพลาสต์
ปฏบิ ตั ิการท่ี 1.2 : สรา้ งแบบจำลองคลอโรพลาสต์
วสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละสารเคมี :
1. สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ความเข้มข้น 1%(w/v)
2. สารละลายโซเดยี มอัลจเิ นตความเขม้ ขน้ 2%(w/v)
3. สารสกดั ใบชะพลูความเขม้ ขน้ 20%(w/v)
4. แกว้ พลาสตกิ ใส ขนาด 30 มิลลลิ ติ ร
5. กระบอกฉดี ยาขนาด 10 มิลลิลิตร
6. ชุดกรองสาร
7. จานพลาสติกใส
8. กระดาษทชิ ชู
9. ไม้ไอศกรีม
10. ปากคีบ
- 22 -
ขั้นตอนการทำปฏบิ ตั กิ าร :
1. เทสารสกัดใบบัวบกปริมาตร 5 มิลลิลิตร ลงไปในแก้ว
พลาสตกิ ใส
2. เติมสารละลายโซเดียมอัลจิเนตความเข้มข้น 2.0 %(w/v)
ปรมิ าตร 5 มิลลลิ ิตร ลงไปผสมกับสารสกัดในแก้วพลาสติกใส
3. เตรียมสารละลายแคลเซียมคลอไรดค์ วามเข้มข้น 1.0 %(w/v)
ปริมาตร 20 มลิ ลลิ ติ ร
4. ใช้กระบอกฉีดยาปริมาตร 10 มิลลิลิตร ดูดสารผสมปริมาตร
1 มลิ ลลิ ิตร แลว้ หยดลงในสารละลายแคลเซยี มคลอไรด์
5. ใช้ตะแกรงกรองแบบจำลองคลอโรพลาสต์ที่ได้ ใช้ทิชชูซับให้
แหง้ แล้วนำมาใสจ่ านพลาสตกิ ใส
6. สงั เกตสี และระดบั ความเขม้ สีของแบบจำลองคลอโรพลาสต์
(ใช้ขอ้ มูลจากแถบส)ี
แถบวดั ระดบั ความเข้มสี
ระดับ 1 ระดับ 2 ระดบั 3 ระดับ 4 ระดับ 5 ระดบั 6
7. บันทึกผลการทดลอง
8. ทำซ้ำข้อที่ 1 – 7 โดยเปลี่ยนจากใบบัวบกเป็นใบชะพลู และ
ใบเตย
- 19 -
ตารางลกั ษณะแบบจำลองคลอโรพลาสต์
ลักษณะแบบจำลองคลอโรพลาสต์
แบบจำลอง รูปร่าง สี ระดับความ ผวิ สมั ผัส กลิ่น
คลอโรพลาสต์ เขม้ สี* (ม/ี ไมม่ ี)
ใบชะพลู ทรงกลม เขียว 3 เรียบ มี
*ใชข้ ้อมลู จากแถบวดั ระดับสีทกี่ ำหนดให้
สรปุ ผลการทดลอง
แบบจำลองคลอโรพลาสต์จากสารสกัดใบชะพลูมีลักษณะเป็น
ทรงกลม สีเขยี ว ผิวเรียบและมกี ล่ิน
- 20 -
คำถามท้ายปฏิบตั กิ าร
1. สารสกัดสเี ขียวภายในแบบจำลองคลอโรพลาสตเ์ ปรียบเสมือน
สิง่ ใดในโครงสร้างของคลอโรพลาสต์
ตอบ คลอโรฟิลล์
2. เยื่อที่มีลักษณะใส ไม่มีสีของแบบจำลองคลอโรพลาสต์
เปรียบเสมอื นสงิ่ ใดในโครงสรา้ งของคลอโรพลาสต์
ตอบ เยอื่ หมุ้ คลอโรพลาสต์
3. สง่ิ ใดท่ีทำใหแ้ บบจำลองคลอโรพลาสตพ์ ืชท้งั สามชนดิ มสี ีที่
แตกตา่ งกนั
ตอบ ปริมาณคลอโรฟิลล์
- 21 -
บันทึก
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..........
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
- 22 -
บันทึก
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..........
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
- 23 -
ตอนที่ 2
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
กับการสังเคราะหด์ ้วยแสง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เปรยี บเทียบผลของความเขม้ ขน้ ของแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
ตอ่ เปลยี่ นแปลงสภาวะของตวั กลาง
2. อธิบายลกั ษณะการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงจากการเปลยี่ นแปลงสี
ของสารละลายโบรโมไทมอลบลู
3. เปรยี บเทยี บผลของความเข้มข้นของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
ต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของแบบจำลองคลอโรพลาสต์
ระยะเวลาในการทำปฏบิ ัติการ : 80 นาที
- 24 -
ตอนท่ี 2 แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์กบั
การสังเคราะห์ด้วยแสง
ปฏบิ ัตกิ ารที่ 2.1 : ความเขม้ ขน้ ของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดต์ อ่
เปลย่ี นแปลงสภาวะของตวั กลาง
วัสดุอปุ กรณแ์ ละสารเคมี :
1. จานสี
2. กระดาษทชิ ชู
3. ไม้ไอศกรมี
4. หลอดหยดสาร ขนาด 1 มลิ ลลิ ติ ร
5. นำ้ โซดา
6. น้ำสะอาด
7. สารละลายโบรโมไทมอลบลู
- 25 -
ขัน้ ตอนการทำปฏบิ ัตกิ าร :
1. หยดน้ำโซดาลงในจานสีช่องที่ 1 ปรมิ าตร 2 มลิ ลลิ ติ ร
2. ดูดน้ำโซดาจากจานสีช่องที่ 1 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ใส่ไปยัง
จานสีช่องที่ 2 แล้วเติมน้ำสะอาด ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ผสม
ให้เขา้ กนั
3. ดูดน้ำโซดาจากจานสีช่องที่ 2 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ใส่ไปยัง
จานสีช่องที่ 3 แล้วเติมน้ำสะอาด ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ผสม
ใหเ้ ข้ากัน
4. ดูดน้ำโซดาจากจานสีช่องที่ 3 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ใส่ไปยัง
จานสีช่องที่ 4 แล้วเติมน้ำสะอาด ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ผสม
ให้เข้ากนั
5. ดูดน้ำโซดาจากจานสีช่องที่ 4 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ใส่ไปยัง
จานสีช่องที่ 5 แล้วเติมน้ำสะอาด ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ผสม
ใหเ้ ข้ากัน
6. หยดน้ำสะอาดลงในจานสีช่องท่ี 6 ปรมิ าตร 2 มลิ ลิลิตร
7. หยดสารละลายผงฟูลงในช่องกลางของจานสี ปริมาตร 2
มลิ ลลิ ติ ร
- 26 –
8. หยดสารละลายโบรโมไทมอลบลูจำนวน 3 หยด ลงไปในจาน
สีแตล่ ะชอ่ ง
9. สงั เกตสขี องสารละลาย และบนั ทกึ ผลลงในตารางบนั ทกึ ผล
การทดลองโดยใชข้ อ้ มูลสจี ากแถบสที ีก่ ำหนด
สีน้ำเงนิ สเี ขยี ว*** สีเขียว** สเี ขียว* สีเขียว สเี หลอื ง สเี หลอื ง*
ตารางผลของปริมาณ CO2 ต่อการเปล่ียนแปลงสีของสารละลาย
โบรโมไทมอลบลู
สารละลายในจานสี สขี องสารละลาย
โบรโมไทมอลบลู
นำ้ โซดาในช่องที่ 1
น้ำโซดาในชอ่ งท่ี 2 สีเขียว***
น้ำโซดาในชอ่ งท่ี 3 สเี ขียว**
น้ำโซดาในชอ่ งท่ี 4 สีเขียว*
นำ้ โซดาในชอ่ งท่ี 5 สีเหลือง*
สเี หลอื ง*
นำ้ สะอาด สีเหลือง*
สารละลายผงฟู สีน้ำเงนิ
- 27 –
สรปุ ผลการทดลอง
ความเข้มข้นของน้ำโซดาลดลงจะทำให้สีของสารละลาย
โบรโมไทมอลบลูจะเปล่ียนจากสเี หลอื งไปเปน็ สีเขยี ว
คำถามท้ายปฏิบตั ิการ
1. สิ่งใดทที่ ำเกดิ การเปล่ยี นสีของสารละลายโบรโมไทมอลบลู
ตอบ สภาวะความเปน็ กรด-เบสของตัวกลาง
2. การเปล่ยี นแปลงสภาวะความเปน็ กรด-เบสของตัวกลาง มสี าเหตุ
มาจากสิง่ ใด
ตอบ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซดท์ ลี่ ะลายอยใู่ นตวั กลาง
- 28 -
ปฏบิ ัติการท่ี 3.2 : ความเข้มข้นของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
กับการสังเคราะห์ดว้ ยแสง
วัสดอุ ปุ กรณแ์ ละสารเคมี :
1. สารละลายแคลเซยี มคลอไรดค์ วามเข้มขน้ 1.0 %(w/v)
2. สารละลายโซเดียมอลั จิเนตความเข้มขน้ 2.0 %(w/v)
3. สารสกัดใบชะพลูความเข้มขน้ 20%(w/v)
4. แกว้ พลาสติกใส ขนาด 30 มิลลิลิตร พรอ้ มฝาปดิ
5. กระบอกฉดี ยาขนาด 10 มิลลิลติ ร
6. ชุดกรองสาร
7. กระดาษทิชชู
8. ไมไ้ อศกรมี
9. นำ้ โซดาความเข้มขน้ 10.0%(v/v)
10. น้ำโซดาความเข้มข้น 5.0%(v/v)
11. น้ำสะอาด
12. สารละลายโบรโมไทมอลบลู
- 29 -
ขน้ั ตอนการทำปฏบิ ตั ิการ :
1. เตรียมนำ้ โซดาความเขม้ ข้น 5.0%(v/v) และ10.0%(v/v) ในแกว้
พลาสตกิ ใส ปรมิ าตร 10 มิลลิลิตร จำนวนความเข้มขน้ ละ 2 ชดุ
2. เตรียมแบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น 0%(w/v)
ปริมาตร 2 มิลลิลิตร จำนวน 2 ชุด ใส่ลงไปในแก้วพลาสติกใสที่
บรรจุนำ้ โซดาแต่ละแก้ว
3. เตรียมแบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น 16%(w/v)
ปริมาตร 2 มิลลิลิตร จำนวน 2 ชุด ใส่ลงไปในแก้วพลาสติกใสที่
บรรจุนำ้ โซดาแต่ละแก้ว
4. หยดสารละลายโบรโมไทมอลบลูจำนวน 5 หยด ลงไปในแต่ละ
แกว้
5. นำแก้วสารละลายทง้ั หมดไปตัง้ ไว้ในบริเวณทมี่ ีแสงสว่าง
6. สังเกตสีของสารละลายทุก 10 นาที เป็นระยะเวลา 30 นาที
และบนั ทกึ ผลลงในตารางบันทกึ ผลการทดลองโดยใช้ขอ้ มูลสจี าก
แถบสีทก่ี ำหนด
สเี ขยี ว*** สเี ขยี ว** สเี ขยี ว* สเี ขยี ว สีเหลอื ง สีเหลอื ง*
- 30 -
ตาราง ผลของปรมิ าณ CO2 ต่อการสังเคราะหด์ ้วยแสง
สขี องสารละลาย
แบบจำลองคลอโรพลาสต์ แบบจำลองคลอโรพลาสต์
เวลา 0%(w/v) 16%(w/v)
น้ำโซดา นำ้ โซดา นำ้ โซดา น้ำโซดา
5.0%(v/v) 10.0%(v/v) 5.0%(v/v) 10.0%(v/v)
0 นาที สีเหลอื ง* สเี หลือง* สีเหลอื ง* สีเหลือง*
10 นาที สเี หลอื ง* สีเหลือง* สเี หลือง* สีเหลอื ง
20 นาที สีเหลือง* สเี หลือง* สีเหลอื ง สีเหลอื ง
30 นาที สีเหลอื ง* สีเหลือง* สเี หลอื ง สเี ขียว
- 31 -
สรปุ ผลการทดลอง
แบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น 16%(w/v) ในน้ำ
โซดาเขม้ ขน้ 10.0%(v/v) ใช้ระยะเวลาในการทำให้สขี องสารละลาย
โบรโมไทมอลบลูเปลี่ยนจากสีเหลืองไปเป็นสีเขียวนน้อยกว่า
แบบจำลองคลอโรพลาสตค์ วามเขม้ ข้น 16%(w/v)ในน้ำโซดาเข้มขน้
5.0%(v/v) ส่วนแบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น 0%(w/v)
ไมท่ ำใหส้ ีของสารละลายโบรโมไทมอลบลูเกิดเปล่ียนแปลง
คำถามท้ายปฏบิ ตั ิการ
1. จากปฏิบัตกิ ารขา้ งตน้ นักเรียนคดิ วา่ ความเขม้ ขน้ ของน้ำโซดา
มีผลต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของแบบจำลองคลอโรพลาสต์
อยา่ งไร
ตอบ เมื่อความเข้มข้นของน้ำโซดาเพิ่มขึ้นจะทำให้การสังเคราะห์
ด้วยแสงของแบบจำลองคลอโรพลาสต์เพ่ิมข้ึนดว้ ย
2. จากปฏิบัติการข้างต้น นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่า
แบบจำลองคลอโรพลาสต์เกดิ การการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ตอบ สขี องสารละลายโบรโมไทมอลบลูเปลี่ยนจากสีเหลอื งไปเปน็ สี
เขียว
- 32 -
บันทึก
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..........
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
- 33 -
ตอนท่ี 3
คลอโรฟลิ ลก์ ับ
การสังเคราะห์ดว้ ยแสง
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ศึกษาผลปริมาณคลอโรฟิลล์ต่อปริมาณการสังเคราะห์ด้วย
แสง
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายลกั ษณะการสังเคราะห์ดว้ ยแสงจากการเปล่ียนแปลงสี
ของสารละลายโบรโมไทมอลบลู
2. เปรียบเทียบปริมาณคลอโรฟิลล์ต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง
ของแบบจำลองคลอโรพลาสต์
ระยะเวลาในการทำปฏบิ ตั ิการ : 50 นาที
- 34 -
ตอนท่ี 3 คลอโรฟลิ ล์กับการสังเคราะห์ด้วยแสง
วสั ดุอปุ กรณแ์ ละสารเคมี :
1. สารละลายแคลเซียมคลอไรด์ความเขม้ ข้น 1.0 %(w/v)
2. สารละลายโซเดยี มอัลจเิ นตความเขม้ ขน้ 2.0 %(w/v)
3. สารสกัดใบชะพลูความเขม้ ขน้ 20%(w/v)
4. แกว้ พลาสติกใส ขนาด 30 มิลลลิ ิตร พรอ้ มฝาปิด
5. กระบอกฉดี ยาขนาด 10 มลิ ลิลติ ร
6. ชดุ กรองสาร
7. กระดาษทชิ ชู
8. ไมไ้ อศกรมี
9. น้ำโซดาความเข้มขน้ 10.0%(v/v)
10. นำ้ สะอาด
11. สารละลายโบรโมไทมอลบลู
- 35 -
ขัน้ ตอนการทำปฏบิ ัติการ :
1. เตรียมสารสกดั ใบชะพลูความเข้มขน้ ตา่ งๆ ความเข้มขน้ ละ 5
มิลลิลติ ร ในแกว้ พลาสตกิ ใส โดยใช้อัตราสว่ นระหว่างสารสกัด
กบั น้ำ ดงั ภาพต่อไปน้ี
20% 16% 12%
(w/v) (w/v) (w/v)
สารสกัด : นำ้ สารสกัด : น้ำ สารสกดั : น้ำ
5:0 4:1 3:2
8% 4% 0%
(w/v) (w/v) (w/v)
สารสกัด : นำ้ สารสกดั : น้ำ สารสกัด : นำ้
2:3 1:4 0:5
2. เติมสารละลายโซเดียมอัลจิเนตความเข้มข้น 2.0 %(w/v)
ปริมาตร 5 มิลลิลิตร ลงไปผสมกบั สารสกัดในแก้วพลาสตกิ ใส
3. นำสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ความเข้มข้น 1.0 %(w/v) ใส่
ลงไปในแก้วพลาสตกิ ใส ปรมิ าตร 20 มลิ ลลิ ิตร
- 36 -
4. ใช้กระบอกฉดี ยาปริมาตร 10 มลิ ลลิ ติ ร ดดู สารผสม ปรมิ าตร
2 มลิ ลิลติ ร แล้วหยดลงสารละลายแคลเซยี มคลอไรด์
5. ใช้ตะแกรงกรองแบบจำลองคลอโรพลาสต์ที่ได้ ใช้ทิชชูซับให้
แหง้ แลว้ นำมาใส่แก้วพลาสตกิ ใส
6. ทำซ้ำข้อที่ 2 – 4 จนครบทุกความเข้มขน้
7. เติมนำ้ โซดาความเขม้ ขน้ 10.0%(v/v) ลงไปในแก้วพลาสติกใส
แต่ละแก้ว ปรมิ าตร 10 มลิ ลิลติ ร
8. หยดสารละลายโบรโมไทมอลบลจู ำนวน 5 หยด ลงไปในแต่ละ
แก้ว ผสมใหเ้ ข้ากัน
9. นำแก้วสารละลายทัง้ หมด ไปตั้งไว้ในบรเิ วณท่มี แี สงสวา่ ง
10.สังเกตสีของสารละลายทุก 10 นาที เป็นระยะเวลา 30 นาที
และบันทึกผลลงในตารางบันทึกผลการทดลองโดยใช้ข้อมูลสี
จากแถบสที ก่ี ำหนด
สเี ขียว*** สีเขียว** สเี ขียว* สเี ขยี ว สเี หลือง สีเหลือง*
- 37 -
ตาราง การเปลยี่ นแปลงสีของกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง
แบบจำลอง 0 นาที สขี องสารละลาย 30 นาที
คลอโรพลาสต์ สเี หลือง* 10 นาที 20 นาที สเี หลอื ง*
สเี หลือง* สีเหลอื ง
0%(w/v) สีเหลือง* สเี หลอื ง* สเี หลอื ง* สเี หลือง
4%(w/v) สีเหลอื ง* สีเหลอื ง* สีเหลือง สีเหลือง
8%(w/v) สเี หลอื ง* สีเหลือง* สเี หลอื ง สีเขยี ว
12%(w/v) สีเหลอื ง* สีเหลอื ง สีเหลือง สีเขยี ว
16%(w/v) สเี หลอื ง สีเหลอื ง
20%(w/v) สีเหลอื ง สีเหลอื ง
สรปุ ผลการทดลอง
1. แบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น 20%(w/v) และ
16%(w/v) ใช้ระยะเวลาน้อยที่สุดในการทำให้สีของ
สารละลายโบรโมไทมอลบลูเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีเขียว
รองลงมาได้แก่แบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น
12%(w/v) 8%(w/v) และ4%(w/v) ตามลำดับ
2. แบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเข้มข้น 0%(w/v) ไม่ทำให้สี
ของสารละลายโบรโมไทมอลบลูเกิดเปลย่ี นแปลง
- 38 -
คำถามทา้ ยปฏบิ ัตกิ าร
1. จากปฏิบัติการข้างต้น ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการสังเคราะห์ด้วย
แสงของแบบจำลองคลอโรพลาสต์
ตอบ ปริมาณคลอโรฟิลล์
2. จากปฏิบัติการข้างต้น หากต้องการให้สีของสารละลายโบรโม
ไทมอลบลูเปล่ียนเรว็ ขน้ึ ในระยะเวลาเทา่ กนั จะต้องทำอยา่ งไร
ตอบ เพิ่มความเขม้ ข้นของคลอโรฟิลล์
3. นักเรียนจะเลือกแบบจำลองคลอโรพลาสต์ใดไปทำการศึกษา
การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง เพราะเหตใุ ด
ตอบ แบบจำลองคลอโรพลาสต์ความเขม้ ข้น 16%(w/v) เพราะเป็น
แบบจำลองคลอโรพลาสต์ท่ีมีความเข้มข้นน้อยที่สุด ที่ใช้ระยะเวลา
นอ้ ยท่สี ดุ ในการทำให้สขี องสารละลายโบรโมไทมอลบลูเปลีย่ นจากสี
เหลอื งเป็นสเี ขยี ว
- 39 -
บันทึก
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..........
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
- 40 -
บันทกึ
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………..........
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………