คู่มือการดูแลผ้าในงานซกั รีด
Laundry Care Guide
กญั ญารัตน์ วสันต์หรรษา
โครงการนี้เปน็ สว่ นหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สตู ร
ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง
สาขาวิชา การโรงแรม ประเภทวชิ า อุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว
วิทยาลยั อาชีวศึกษาเชยี งใหม่
ปกี ารศกึ ษา 2563
คมู่ อื การดูแลผา้ ในงานซักรีด
Laundry Care Guide
กญั ญารตั น์ วสันต์หรรษา
โครงการน้ีเปน็ สว่ นหนึ่งของการศกึ ษาตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้ันสงู
สาขาวิชา การโรงแรม ประเภทวิชา อตุ สาหกรรมท่องเที่ยว
วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
ปีการศึกษา 2563
ก
ใบรับรองโครงการ
วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
เรื่อง คมู่ ือการดแู ลผา้ ในงานซักรดี
โดย นางสาวกัญญารตั น์ วสันต์หรรษา รหัส 6237010045
ไดร้ บั การรบั รองให้นบั เปน็ สว่ นหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชน้ั สงู
สาขาวิชา การโรงแรม ประเภทวิชา อตุ สาหกรรมท่องเทีย่ ว
.....................................หวั หนา้ แผนกวชิ า ………………………………….รองผอู้ านวยการฝ่ายวิชาการ
(นางอัปสร คอนราด) (นายณรงศกั ด์ิ ฟองสินธ)ุ์ )
วันที่…เดอื น………พ.ศ……….. วนั ท…ี่ เดือน………พ.ศ……….
กรรมการสอบโครงการ
................................................... กรรมการ
(นางสาวนพรรณพ ดวงแกว้ กูล)
กติ ตกิ รรมประกาศ
ข
กิตติกรรมประกาศ
โครงการเร่ือง คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด ของนักศึกษาแผนกวิชาการโรงแรมวิทยาลัย
อ า ชี ว ศึ ก ษ า เ ชี ย ง ใ ห ม่ ฉ บั บ นี้ ส า เ ร็ จ ลุ ล่ ว ง ไ ป ด้ ว ย ดี เ น่ื อ ง จ า ก ไ ด้ รั บ ค ว า ม ก รุ ณ า
ความอนเุ คราะห์ การสนบั สนนุ และการใหค้ าแนะนาแนวทางในการดาเนินงานจากหลายทา่ น
ขอขอบพระคุณ นายประภากร วัชราคม ผู้อานวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
นายณรงค์ศักด์ิ ฟองสินธ์ุ รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ และนางอัปสร คอนราด หัวหน้าแผนก
สาขาวชิ าการโรงแรม
ขอขอบพระคุณ นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล ครูที่ปรึกษาวิชาโครงการ ที่ให้คาปรึกษา
โครงการ แนะนาและใหข้ ้อคดิ ต่าง ๆ ในโครงการ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพรอ่ ง จนรายงานโครงการฉบับ
นี้เสรจ็ สมบรู ณ์ และสาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี
กัญญารตั น์ วสนั ต์หรรษา
ค
ชอ่ื : นางสาวกญั ญารัตน์ วสันตห์ รรษา
ช่ือโครงการ : ค่มู ือการดูแลผ้าในงานซักรีด
สาขาวิชา : การโรงแรม
ประเภทวิชา : อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
หวั หนา้ แผนกวิชา : นางอัปสร คอนราด
อาจารย์ประจาวชิ า : นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล
ปกี ารศึกษา : 2563
บทคัดยอ่
โครงการเร่ือง คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาข้อมูลการดูแลผ้าแต่ละ
ชนิด เพือ่ จดั ทาคูม่ ือการดแู ลผ้าในห้องผา้ เพ่ือให้นักเรียนนักศึกษาใชเ้ ปน็ แนวปฏบิ ัตกิ ารในการดูแลผ้า
โดยมีในเคร่ืองมือในการศึกษาคือ แบบสารวจ และแบบสอบถามความพึงพอใจ และวิธีการคัดเลือก
กลมุ่ ตวั อยา่ ง แบบวิธกี ารการสุ่มแบบเจาะจง ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามความพงึ พอใจ พบว่า ส่วน
ใหญ่เป็นเพศหญงิ จานวน 66 คน คดิ เป็นร้อยละ 66 ด้านการจาแนกตามชว่ งอายุ สว่ นใหญอ่ ย่ใู นช่วง
20-24 ปี จานวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ 69 และการจัดลาดับความพึงพอใจของ ผู้ประเมินตะกร้าใส่
ของในห้องน้า ได้ผลการวิเคราะห์ โดยเรียงลาดับผลการวิเคราะห์ พบว่า คู่มือการดูแลผ้าสามารถ
พกพาได้ง่าย เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากทส่ี ุด ( ̅=4.59) ค่าเฉล่ียรองลงมา คือ ความพึงพอใจ
ภาพรวมหลังจากที่ได้อ่านคู่มือ เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.58) ค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด
คือ นักเรียนนกั ศึกษา มแี นวทางในการดแู ลรกั ษาผา้ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ( ̅=4.44) ตามลาดบั
ง
Name : Miss Kanyarat Wasanhansa
Project : Laundry Care Guide
Branch : Hospitality
Course type : Tourism industry
Department Head : Mrs. Apsorn Conrad
Lecturer : Miss Naphan Phuangkaewkul
Academic year : 2020
Abstract
Story project Laundry care guide The objective is to study information on the
care of each type of fabric. To create a fabric care manual in the fabric room For
students to use as a cloth care practice with the tools in the study are a survey and a
satisfaction questionnaire. And the method of selecting the sample A specific random
sampling method. The results of the analysis of the satisfaction questionnaire It was
found that most of them were female in the number of 66 people, accounting for 66
percent of the age classification. Most were in the range of 20-24 years, 69 percent of
people, and the ranking of satisfaction of Bathroom basket assessor Get the analysis
result By sorting the analysis results, it was found that the fabric care guide was easy
to carry. The evaluation criteria were at the highest level ( ̅ = 4.59). The next average
was overall satisfaction after reading the manual. The assessment criteria was the
highest ( ̅ = 4.58), the lowest average was student students. There are guidelines for
the care of the fabric correctly ( ̅ = 4.44), respectively.
สารบญั จ
เร่ือง หนา้
ใบรบั รองโครงการ ก
กติ ติกรรมประกาศ ข
บทคัดย่อ ค
สารบัญตาราง ช
สารบัญภาพ ซ
บทท่ี 1 บทนา
1
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญของปญั หา 1
1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 1
1.3 ขอบเขตโครงการ 2
1.4 ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั 2
1.5 นิยามศพั ท์
บทท่ี 2 เอกสารและงานศกึ ษาทเี่ กี่ยวขอ้ ง 3
2.1 ความรเู้ บ่อื งตน้ เกย่ี วกับผา้ 10
2.2 ความรเู้ บอ่ื งตน้ เก่ยี วกับวธิ กี ารดูแลรกั ษาผ้า 15
2.3 ความรเู้ กี่ยวกบั ผ้าทใี่ ช้ในธุรกจิ โรงแรม 24
2.4 ความรู้เก่ยี วกบั ขัน้ ตอนการทาความสะอาดผา้ 38
2.5 งานวิจยั ทีเ่ กี่ยวข้อง
บทที่ 3 วิธีดาเนินการศกึ ษา 41
3.1 กลุ่มตวั อยา่ ง 41
3.2 เครอ่ื งมือในการศกึ ษา 42
3.3 ขนั้ ตอนวิธีดาเนินโครงการ 43
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมลู 43
3.5 สถิตแิ ละการวิเคราะห์ข้อมลู
บทที่ 4 ผลการศึกษา 44
4.1 ผลการวเิ คราะห์การสารวจคามคดิ เห็น ความต้องการ
รปู แบบคมู่ อื การดูแลผ้าในงานซกั รดี 44
4.2 ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจในการ
ใชค้ มู่ อื การดูแลผ้าในงานซักรีด
สารบญั (ต่อ) ฉ
เรื่อง หนา้
53
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภิปรายและข้อเสนอแนะ 54
5.1 สรปุ ผล 55
5.2 อภิปรายผล
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการศึกษา
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก โครงรา่ งโครงการ
ภาคผนวก ข เครื่องมือ
ภาคผนวก ค แบบรายงานผลการนาไปใช้ประโยชน์
ประวตั ผิ จู้ ัดทา
ช
สารบัญตาราง
เร่ือง หนา้
ตารางท่ี 1 แสดงผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลจานวน รอ้ ยละของกลมุ่ ตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ 45
โดยจาแนกตวั แปรตามเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 2 แสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมลู จานวน ร้อยละของกลุม่ ตวั อย่างทีต่ อบแบบสารวจ 46
โดยจาแนกตวั แปรตามอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 3 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมลู จานวน รอ้ ยละของกล่มุ ตวั อยา่ งทต่ี อบแบบสารวจ 46
ความคดิ เห็นเกีย่ วกับรูปแบบกระดาษของคู่มอื การดแู ลผ้าในงานซักรีด
ตารางที่ 4 แสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมลู จานวน ร้อยละของกลมุ่ ตวั อยา่ งทต่ี อบแบบสารวจ 47
ความคดิ เหน็ เกย่ี วกับประโยขน์ของคู่มอื การดแู ลผ้าในงานซกั รีด
ตารางท่ี 5 แสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมูลจานวน รอ้ ยละของกลมุ่ ตัวอยา่ งทตี่ อบแบบสารวจ 47
ความคิดเห็นเกยี่ วกับรปู แบบคมู่ ือการดูแลผา้ ในงานซักรดี
ตารางที่ 6 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมลู จานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอยา่ งทต่ี อบแบบสารวจ 47
ความคดิ เหน็ ควรมีคมู่ ือการดูแลผ้าในงานซักรดี หรือไม่
ตารางท่ี 7 แสดงผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลแสดงจานวน รอ้ ยละของกลุ่มตัวอย่างท่ตี อบ 48
แบบสารวจความคิดเห็นการเข้าเล่มคู่มอื
ตารางท่ี 8 แสดงผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู จานวน ร้อยละของกลมุ่ ตวั อยา่ งทตี่ อบแบบสารวจ 49
โดยจาแนกตัวแปรตามเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตารางที่ 9 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมลู จานวน ร้อยละของกลมุ่ ตวั อย่างทต่ี อบแบบประเมิน 49
ความพงึ พอใจ โดยจาแนกตัวแปรตามอายุของผู้ตอบแบบประเมนิ
ตารางที่ 10 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์การจัดลาดบั ความพึงพอใจของผตู้ อบแบบประเมนิ 50
คู่มือการดูแลผา้ ในงานซักรดี โดยการหาคา่ เฉล่ีย ( ̅) และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
(S.D.)
ตารางท่ี 11 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์การจดั ลาดบั ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบประเมิน 51
คมู่ อื การดูแลผา้ ในงานซักรีด โดยการหาคา่ เฉลยี่ ( ̅) และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.)
สารบัญภาพ ซ
เรือ่ ง หน้า
ภาพท่ี 1 เส้นใยฝา้ ย 4
ภาพท่ี 2 เสน้ ใยลินิน 4
ภาพท่ี 3 เสน้ ใยปา่ น 5
ภาพที่ 4 เสน้ ใยนนุ่ 6
ภาพที่ 5 เส้นใยขนสตั ว์ 7
ภาพท่ี 6 เสน้ ใยไหม 7
ภาพท่ี 7 เสน้ ใยธรรมชาตจิ ากแร่ 8
ภาพที่ 8 เส้นใยยาง 9
ภาพที่ 9 เส้นใยสงั เคราะห์ 9
ภาพท่ี 10 ผ้าฝ้าย 10
ภาพท่ี 11 ผา้ ลนิ นิ 11
ภาพที่ 12 ผา้ ใยป่าน 12
ภาพท่ี 13 ผ้าขนสตั ว์ 12
ภาพที่ 14 ผ้าไหม 13
ภาพที่ 15 ผา้ ใยสงั เคราะห์ 14
ภาพท่ี 16 ผ้าใยกึง่ สงั เคราะห์
ภาพท่ี 17 ผา้ ปทู ่ีนอน 14
ภาพท่ี 18 ปลอกหมอน 15
ภาพท่ี 19 ปลอกผา้ นวมหรือดเู ว่ 16
ภาพท่ี 20 ผ้ารองกนั เปื้อน 17
ภาพที่ 21 ผา้ เชด็ หนา้ 18
ภาพที่ 22 ผ้าเช็ดมือ 19
ภาพท่ี 23 ผ้าเช็ดตัว 19
ภาพท่ี 24 ผ้าเช็ดเทา้ 20
ภาพท่ี 25 ชดุ คลุมอาบน้า 21
ภพาท่ี 26 ผา้ ปูโตะ๊ 21
ภาพที่ 27 ผ้าเช็ดปาก 22
ภาพที่ 28 ผา้ คลมุ เก้าอ้ี 23
ภาพที่ 29 เกบ็ ผ้าท่ผี ่านการใช้งานแลว้ 23
ภาพท่ี 30 คัดแยกผา้ 25
ภาพที่ 31 ซักผ้า 25
ภาพที่ 32 ลา้ งผา้ / ป่นั น้าออกจากผ้า 26
26
สารบัญภาพ (ต่อ) ฌ
เรื่อง หนา้
ภาพท่ี 33 อบผ้า 26
ภาพที่ 34 รดี ผ้า 27
ภาพท่ี 35 พับผ้า 27
ภาพที่ 36 ผงซักฟอง 29
ภาพที่ 37 ผงเสรมิ ตา่ ง 29
ภาพท่ี 38 ผงฟอกผา้ ขาวชนิดลคอรนี 30
ภาพที่ 39 ผงฟอกผ้าขาวและผ้าสีชนดิ ออกซิเจน 30
ภาพท่ี 40 ผงล้างผา้ 31
ภาพที่ 41 ผงขจดั คราบยางผลไมแ้ ละเช้ือรา 31
ภาพท่ี 42 ผงขจัดคราบสีตกใส่ผ้า 32
ภาพท่ี 43 นา้ ยาขจัดคราบไขมัน 32
ภาพที่ 44 นา้ ยาขจดั คราบสนิม 33
ภาพท่ี 45 น้ามนั ซกั แห้ง 33
ภาพที่ 46 น้ายาขจดั คราบเลือด 34
ภาพที่ 47 แปง้ ลงผา้ 34
บทท่ี 1
บทนา
1.1 ความเปน็ มาและความสาคญั ของปัญหา
ผา้ ในโรงแรมมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเปน็ ผา้ ห่ม ผา้ ปูทนี่ อน ผา้ ปูโต๊ะ ผ้าขนหนขู นาดต่าง ๆ
เป็นต้น ผ้าแต่ละประเภทจะมีเน้ือผ้าและสีที่แตกต่างการออกไป เพ่ือการนาผ้ามาใช้งานในโรงแรมได้
หลากหลายงานหลากหลายรปู แบบ ผา้ แตล่ ะประเภทจะนาไปใช้งานไม่เหมือนกัน เพราะฉะน้ันจึงเกิด
ปัญหาที่ตามมาหลายอย่างจากการทากิจกรรมต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน ในชีวิตประจาวัน เช่น
การรับประทานอาหารบนผ้าปูโต๊ะอาจทาให้ผ้าที่เราปูโต๊ะเปรอะเป้ือนจากคราบสกปรก ซ่ึงหากไม่ขจัดทันที
จะทาให้คราบสกปรกเหล่านั้นฝังแน่นในเส้นใยผ้า ดังนั้น จึงต้องมีวิธีการดูแลผ้าแต่ละประเภทให้ดี
และแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเน้ือผ้า การดูแลผ้าแต่ละประเภทให้สะอาด คงสภาพดี
ใชง้ านไดน้ านต้องรจู้ ักวธิ กี ารขจดั รอยเปอื้ น ซัก ตาก รีด และเก็บรักษาอยา่ งถูกตอ้ ง
จากท่ีข้าพเจ้าได้สารวจข้อมูลเก่ียวกับผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษา
เชยี งใหม่ พบว่ามผี ้าจานวนมากและมีผ้าหลากหลายประเภท ซึ่งผ้าแตล่ ะประเภทจะมีเนื้อผ้าและวิธีการ
ดูแลรักษาที่ไม่เหมือนกัน ดังน้ันผ้าแต่ละประเภทของอาคารปฏิบัติการโรงแรม จึงมีคุณสมบัติในการ
ใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่น ผา้ ปทู ่ีนอน มไี ว้สาหรับการปูเตียง ผา้ ปโู ตะ๊ มไี วส้ าหรับการปูโต๊ะเป็นต้น
ดังนั้นทางผู้จัดทาโครงการจึงได้มีแนวคิดการทาคู่มือการดูแลผ้า เพื่อเป็นคู่มือและแนวทาง
ให้กับนักศึกษาท่ีฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานในอาคารปฏิบัติการโรงแรม ได้ทราบถึงวิธีการดูแลผ้า
แต่ละชนิด การเก็บรักษาผ้า สัญลักษณ์ในการดูแลผ้า รวมถึงการพับผ้าจัดเก็บตามชั้นวางและตู้เก็บผ้า
ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบถูกต้องตามชนิดตามกลุ่มผ้าเกิดความสะดวกเมื่อต้องการค้นหา
ผา้ ท่ใี ช้งานอย่างเหมาะสม
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1.2.1 เพอื่ ศึกษาข้อมลู การดูแลผา้ แต่ละชนิด
1.2.2 เพอ่ื จัดทาคมู่ ือการดูแลผ้าในหอ้ งผา้
1.2.3 เพื่อใหน้ กั เรียนนักศกึ ษาใช้เปน็ แนวปฏบิ ตั ิการในการดูแลผ้า
1.3 ขอบเขตโครงการ
1.3.1 เชงิ ปรมิ าณ
- คู่มอื การดแู ลผ้าในงานซักรีด จานวน 10 เลม่
- กลมุ่ ตัวอยา่ ง คณะครแู ละนักเรียนนักศึกษา สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลยั
อาชีวศึกษาเชียงใหม่ จานวน 100 คน
2
1.3.2 เชิงคุณภาพ
- คู่มือการดแู ลผา้ มีการถา่ ยทอดได้เข้าใจง่าย มภี าพประกอบชัดเจนและรูปเลม่
คงทนต่อการใชง้ าน
1.3.3 ระยะเวลาและสถานทใี่ นการดาเนินงาน
ระยะเวลาดาเนนิ งาน วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ถงึ วนั ที่ 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2564
สถานท่ีดาเนินงาน - อาคารปฏิบตั ิการโรงแรม วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่
- ท่อี ยอู่ าศัยของผจู้ ดั ทา บ้านเลขที่ 6/3 ม.17 ต.แมว่ ิน
อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ 50360
1.4 ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั
1.4.1 ได้รับความรเู้ ก่ียวกับวธิ ีการดแู ลรกั ษาผา้ มากขนึ้
1.4.2 สามารถนาความรู้ที่ได้จากการอ่านคู่มือการดแู ลผา้ ไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดจ้ รงิ
1.4.3 ทราบถงึ ข้ันตอนการดูแลผา้ ตา่ ง ๆ ในหอ้ งผา้ ได้ดีข้ึน
1.5 นยิ ามศพั ท์
คูม่ อื การดูแลผ้า คือ เอกสารเน้ือหาท่ีพูดถึงแนวทางวธิ ีการปฏิบัติทาความสะอาดดูแลเก็บผ้า
ของอาคารปฏบิ ตั กิ ารโรงแรม เพอื่ ใหน้ กั เรียน นกั ศึกษา ผทู้ ป่ี ฏิบตั งิ านมแี นวทางในการดแู ลผา้ เกบ็ รักษาผ้า
ได้อย่างถกู ตอ้ ง
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้อง
ในการศึกษา เร่ืองคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด ผู้จัดทาได้รวบรวมแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่าง ๆ
จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนามากาหนดเป็นกรอบแนวคิดและใช้ในเป็นแนวทางในการ
ดาเนินศึกษา โดยแยกเป็นสาระสาคญั ดังน้ี
2.1 ความรู้เบอ้ื งตน้ เกย่ี วกับผา้
2.2 ความร้เู บ้ืองตน้ เกยี่ วกับวธิ ีการดแู ลรกั ษาผ้า
2.3 ความรู้เก่ียวกับผา้ ท่ใี ชธ้ ุรกจิ โรงแรม
2.4 ความรเู้ กย่ี วกบั ขัน้ ตอนการทาความสะอาดผา้
2.5 งานวิจัยที่เกยี่ วข้อง
2.1 ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั ผ้า
ผา้ (Fabric) หมายถึง วัสดชุ นดิ หนง่ึ ท่มี ลี ักษณะเป็นแผ่น ผา่ นกระบวนกรผลติ จากเสน้ ใย ให้
ออกแบบมาในรูปแบบของเส้นด้าย และนาไปผ่านกรรมวิธีผลิตจนได้เป็นผืนผ้า สามารถนาไปปรับ
ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เย็บเป็นเสื้อผ้าเพ่ือใช้สวมใส่ในโอกาสต่าง ๆ นาไปเช็ดทาความสะอาด
ส่ิงสกปรก เช่น ส่ิงสกปรกที่เกิดจากการทาอาหาร ทาความสะอาดสงิ่ ของเครื่องใชภ้ ายในอาคาร หรือ
จะใช้เพ่ือประดับตกแต่งสถานท่ีดูสวยงามมากยิ่งข้ึน สาหรับใช้ในงานบริการ ผ้าจะถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้
การบริการและอานวยความสะดวกในด้านตา่ ง ๆ ให้แกล่ ูกค้า
เส้นใย (Fiber) หมายถึง วัสดุท่ีเส้น ใช้ประโยชน์โดยการนาไปทาเป็นส่ิงทอ เช่น เส้ือผ้า
เครอื่ งประดับตกแตง่ หรอื สง่ิ อานวยความสะดวกอนื่ ๆ เส้นใย แบ่งออกเปน็ 3 ชนิด ไดแ้ ก่
1. เสน้ ใยจากธรรมชาติ (Natural cellulose fibers)
2. เสน้ ใยสังเคราะห์ (Synthetic fibers)
3. เสน้ ใยกึ่งสงั เคราะห์ (Semi-synthetic fibers)
2.1.1 เสน้ ใยจากธรรมชาติ (Natural cellulose fibers)
เส้นใยธรรมชาติ เป็นเส้นใยที่ได้จากพืชและสัตว์ เส้นใยท่ีได้จากพืชจะมีจานวนมาก
และราคาถูกกว่าเส้นใยที่ได้จากสัตว์ นิยมใช้กันทั่วไปเพราะหาได้ง่าย เช่น ฝ้าย ลินิน ป่าน นุ่น
นอกจากนั้นยังได้จาดสัตว์ในบางชนิดชนิดเช่น ไหม มาจากหนอนไหมที่มีราคาแพง แต่เนื้อผ้าดีมาก
สว่ นในต่างประเทศนยิ มเส้นใยจากขนแกะท่ีมีราคาค่อนขา้ งสงู
เส้นใยจากธรรมชาติ แบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท
2.1.2 เสน้ ใยเซลลูโลสธรรมชาติ (Natural cellulose fibers)
เป็นกลุ่มเส้นใยที่ได้จาก พืช เช่น ฝ้าย ลินิน ป่าน ปอโครงสร้างของโมเลกุล
ประกอบดว้ ยกลุ่ม แอนไฮโดรกลโู คส เกาะ เกี่ยวกันเป็นสายโซ่ยาว โมเลกุลใหญ่ สายโมเลกลุ นรี้ วมกัน
จานวนมากจะเกิดเป็นเส้นใยและยิ่ง มีความยาวมาก จะมีผลทาให้เซลลูโลสมีความเหนียวมากขึ้น โซ่
โมเลกุลจะยาวมากหรือน้อยขึน้ อย่กู ับ จานวนโมเลกลุ กลโู คส
4
2.1.3 เสน้ ใยเซลลูโลสธรรมชาติ แบง่ ออกเปน็ 4 เส้นใย
ภาพท่ี 1 เสน้ ใยฝา้ ย
ทีม่ า:http://www.sc.mahidol.ac.th/wiki/
1) เส้นใยฝ้าย( Cotton )
เส้นใยฝ้าย มาจากต้นฝ้ายท่ีสามารถปลูกได้ดีแถบท่ีมีอากาศอุ่นชื้นและมีแดดจัด เมื่อผลฝ้าย
แก่จัดจะแตก มีใยเป็นปุยขาว จึงเก็บมาแยกเอาเปลือกและเมล็ดออก แล้วนาไปป่ันเป็นเส้นด้าย เส้น
ฝ้าย เปน็ เส้นใยที่นิยมใช้กนั มากในเสอื้ ผา้ เคร่ืองแต่งกาย เหมาะสมสาหรบั สวมใส่ในชว่ งทม่ี อี ากาศร้อน
หรือสามารถสวมใส่ได้ทุกวันในประเทศท่ีภูมิอากาศร้อนช้ืนท้ังปี เพราะในเนื้อเส้นใยฝ้ายนั้นสามารถ
ซมึ ซับเหงอื่ และระบายออกได้ง่ายและรวดเร็ว
คุณสมบัติของผ้าท่ีผลิตโดยเส้นใยฝ้าย คือ สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ราคาถูก
เนื้อผ้าเรียบง่ายเป็นเงา ทนความร้อน เน้ือผ้าไม่ค่อยยืดหยุ่น ยับและหดง่าย ดูดซับน้าได้ดี ย้อมสีติด
งา่ ย
ภาพท่ี 2 เสน้ ใยลนิ นิ
ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Flax
5
2) เส้นใยลนิ ิน (Linen)
เส้นใยลินิน ได้จากพืชท่ีเรียกว่า แฟลกซ์(Flax) ซึ่งเป็นพืชใช้ทาเส้นใยผา้ นิยมปลูกกันมากใน
ทวีปยุโรป เชน่ เบลเยี่ยม ไอรแ์ ลนด์ รัสเซยี ฯลฯ เปน็ เส้นใยสาหรบั การใช้เป็นผ้าที่เก่าแกแ่ ละทนทาน
ลินินท่ีปลูกในทวีปยุโรปส่วนมากจะนาไปทาเป็นผืนผ้าสาเร็จรูป ผ้าลินินมีหลายชนิด ตั้งแต่เน้ือ
ละเอยี ดบางจนถึงเนอ้ื หยาบหนา
คุณสมบัติของผ้าลนิ ินสว่ นใหญ่จะคล้ายคลงึ กบั ผา้ ฝ้าย หรือเมอ่ื เปรียบเทียบผ้าลนิ ินกับผ้าฝ้าย
แล้ว จะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย คือ ผ้าลินินเหนียวทนทานกว่าผ้าฝ้าย แต่ยืดหดได้น้อยกว่า เส้นใย
หักและยับง่าย ดูดซึมน้าได้ดีกว่า สวมใส่สบายและให้ความรู้สึกเย็นกว่า เนื้อมันกว่าผ้าฝ้าย เน้ือผ้า
ลนิ ินจะแข็งเหมือนลงแปง้ ย่ิงซกั ยง่ิ มนั และดใู หม่เสมอ
ภาพที่ 3 เส้นใยป่าน
ทมี่ า:https://puechkaset.com
3) เสน้ ใยปา่ น (Hemp)
เส้นใยป่าน มหี ลากหลายสายพันธ์ เช่น ป่านรามี ใช้เส้นใยจากสว่ นเปลือกท่ีหุ้มลาต้น ใชผ้ ลติ
เป็นด้ายแล้วใช้ผ้าทอ ป่านศรนารายณ์ ใช้เส้นใยจากใบ สาหรับฟั่นเชือก ทาแปรงฟันสาหรับขัดโลหะ
ใหเ้ ปน็ เงา สานเปน็ ภาชนะบรรจุสง่ิ ของ ทาเป็นแสป้ ัดแมลง ใบสบั ปะรดทาเป็นเสน้ ดา้ ย ทอเปน็ ผืนผ้า
ต้นกก ซ่งึ ข้ึนในทท่ี ่ีมีนา้ ขังแบบนาขา้ ว ใชส้ านเป็นเส่อื หรือตะกรา้
คุณสมบัติของผ้าท่ีผลิตโดยเส้นใยป่าน คือ สวมใส่สบาย มีความแข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้าง
เน้อื ผ้าไม่ยดื และหดตวั ไมล่ นื่ ทนทานต่อแสงแดดและการซักรดี ผา้ ข้ึนเงาและแห้งเร็ว
6
ภาพท่ี 4 เสน้ ใยน่นุ
ท่ีมา:https://www.google.com/url?sa.
4) เส้นใยนนุ่ (Kapok)
เส้นใยนุ่น มาจากส่วนที่เป็นเมล็ดของต้นนุ่น (Seed flber) ปุยนุ่นมีลักษณะเช่นเดียวกับปุย
ฝ้าย เป็นไม้ยืนต้นชอบขึ้นอยู่ในแถบร้อน ต้นสูงประมาณ 50 ฟุต หรือมากกว่าน้ัน มีผลที เรียกว่า ฝัก
มีลักษณะยาวและใหญ่ ปลายเรียวเล็กลง เม่ือฝักแก่หรือสุกก็หล่นเองและแตกออก แล้วนาปุยนุ่น
แยกออกจากเมล็ด เมล็ดแยกออกจากปุยได้ง่าย นุ่นมีน้าหนักเบา ไม่เปียกน้า ง่าย นิยมใช้เป็นวสั ดยุ ดั
หมอน
คุณสมบัติของเส้นใยนุ่น คือเส้นใยมีความเหนียวน้อยและมีขนาดที่ส้ันมาก ไม่สามารถนามา
ป่ันเป็นด้ายใช้ทอผ้าได้ดีจึงไม่นิยมนาเส้นใยนุ่นมาทอเป็นผืนผ้า นิยมใช้เป็นวัสดุยัดหมอน และเคร่ือง
เรือนอน่ื ๆ มากกว่า
2.1.4 เสน้ ใยโปรตนี ธรรมชาติ (Natural protein fibers)
เปน็ เส้นใยทไี่ ดม้ าจากสัตวส์ น้ ใยโปรตนี ธรรมชาตเิ ปน็ เส้นใยทไ่ี ดจ้ ากสัตว์ ไดแ้ กใ่ ยขน
สตั วแ์ ละใยไหม เสน้ ใยขนสัตว์คอื ใยท่ีไดจ้ ากขนสัตว์ ทีป่ กคลุมตัวสตั ว์ ได้จากพวกขนแกะ แพะ อฐู ลา
มา ขนจากสัตว์เหล่าน้ีเรียกว่า hair fiber และยังมีขนสัตว์อีกประมาณหนึ่งที มีขนาดลาตัวเล็ก เช่น
มงิ ค์ กระตา่ ย บเี วอร์ จะให้เสน้ ใยที่อ่อนนมุ่ กว่าขนสัตว์ประเภทแรก จะเรยี กว่า fur fiber
เสน้ ใยโปรงตนี ธรรมชาติ แบง่ ออกเปน็ 2 เส้นใย
7
ภาพท่ี 5 เส้นใยขนสตั ว์
ท่มี า:https:goterrestrial.com
1) เส้นใยขนสัตว์ (Wool)
เส้นใยขนสัตว์ ผลิตจากขนสัตว์หลายชนิด แต่ที่ผลิตมากท่ีสุดคือ ขนแกะ เส้นใยสัตว์จะให้
ความอบอุ่นเพราะไม่นาความร้อน ดูดความชื้นได้ดีจึงสามารถถ่ายเทความช้ืนจาดร่างกาย เมื่อถูก
ความร้อนหรือความช้ืน ผ้าขนสัตว์เช่ือมติดกันเป็นแผ่น ผ้าจะหดเม่ือเปียกน้า จึงแนะนาให้ซักรีดเอง
ควรส่งรา้ นท่คี วามชานาญในการซกั ผ้าขนสตั ว์
คุณสมบัติขงผ้าที่ผลิตโดยเส้นใยขนสัตว์ คือยืดหยุ่นได้ดี ไม่ยับง่าย เข้ารูปสวยงาม ให้ความ
อบอุ่นต่อผู้สวมใส่ นยิ มใชก้ นั มากในแถบทม่ี ีอากาศหนาวเยน็
ภาพที่ 6 เส้นใยไหม
ทมี่ า:http://industry.in.th/dip/knowledge.
2) เสน้ ใยไหม (Silk)
เส้นใยไหม เป็นเส้นใยที่ได้จากตัวไหมซึ่งขับสารชนิดหน่ึงออกมาจากต่อมใกล้ปาก เพื่อสร้าง
รังห่อหุ้มตัวเองให้สามารถมีชีวิตอยู่ในวัฏจักรหน่ึงของตัวไหม การนารังไหมมาใช้นั้นจะต้องนามาใช้
8
ก่อนที่ตัวหนอนไหมจะเจาะทะลุรังออกมา เพราะจะทาให้เส้นใยไหมขาดเป็นท่อนๆ ส่งผลให้เส้นใย
ไหมคุณค่าตา่
คุณสมบัติของผ้าท่ีผลิตโดยเส้นใยไหม คือ จะมีเน้ือมันแวววาวสวยงามมากแล้ว ยังเหนียว
มาก สวม-ใส่สบาย ปรบั ให้เหมาะกับอากาศร้อนเย็นได้ดี คือจะรู้สกึ เยน็ เมอื่ อากาศรอ้ น และจะรสู้ ึกอุ่น
เมือ่ อากาศหนาว ผ้าไหมย้อมสีตดิ ง่าย พิมพ์ลวดลายได้สวยงาม เวลาสวมใสไ่ หมจะเสียดสีกนั ทาให้เกิด
เสยี ง เราเรียกกนั ว่าเสียง สา่ ยไหม ผา้ ไหมนยิ มนามาตัดเปน็ เสื้อผ้า เคร่อื งใช้ที่ให้ความงามหรหู ราและ
ใช้เป็นคร้ังคราว ไม่นิยมตัดเส้ือผ้าที่ต้องใส่ประจาวันนัก ทั้งนี้เพราะผ้าไหมราคาค่อนข้างแพง ซักรีด
ยาก
ภาพที่ 7 เสน้ ใยธรรมชาตจิ ากแร่
ทีม่ า: https://en.wikipedia.org/wiki/Asbestos
2.1.5 เสน้ ใยธรรมชาตจิ ากแร่ (Mineral Fibers)
เส้นใยธรรมชาติจากแร่หรือเส้นใยหิน ได้มาจากหินชนิดหนึ่งท่ีมีสีเขียวท่ีเรียกว่า
Serpentine หรือ amphibole rock มีลักษณะเป็นช้ันล่ืนเหมือนสบู่ หินชนิดนี้รู้จักกันมาตั้งแต่ใน
สมัยกรีก และโรมันตอนต้นเส้นใยหินท่ีได้มาน้ันจะถูกนาไปทาความสะอาด แยกประเภทตามความ
ยาวแล้วจึงนาไปส่งต่อไปยังโรงงานสิ่งทอ เส้นใยหินที่จะทาเป็นเส้นใยผ้าน้ันจะต้องผสมกับใยผ้าฝ้าย
5-20% หรอื เสน้ ใยเรยอน และขนสตั ว์ เพอื่ ป่นั ให้เปน็ เสน้ ดา้ ยและทอเป็นผืนผ้า
คุณสมบัติของผ้าที่ผลิตโดยเส้นใยหิน คือ มีความเหนียว แข็งแรง ทนความร้อนสูงในช่วงระยะเวลา
สนั้ ๆ ทนต่อสารเคมี สามารถทาเปน็ ผ้าได้หลากหลายชนิด นิยมผลิตเป็นผ้าม่านกันไฟ ชดุ เส้อื ผ้ากันไฟ
ท่ใี ช้สาหรบั พนักงานดบั เพลิง ผ้าฉนวนป้องกันไฟฟ้า เป็นต้น
9
ภาพท่ี 8 เสน้ ใยยาง
ที่มา:http//www.adlsportswear.com
2.1.6 เส้นใยยางธรรมชาติ (Natural Rubber Fiber)
เส้นใยยางธรรมชาติ นิยมผลิตเป็นเส้นแถบยางยืด โดยภายในมีเส้นด้ายหรือเส้นใย
ประเภทอนื่ ๆ เช่นเส้นใยฝา้ ย, เรยอน หรอื ไนลอน มาห้มุ อย่โู ดยรอบเพ่ือเพ่ิมคุณสมบตั ิทเี่ หมาะสมกับ
งานท่ีผา้ ท่ีใช้ และปอ้ งกนั ไม่ให้ใยยางเสอ่ื มคุณภาพเรว็ เมื่อถูกความร้อนและแสงแดด
คุณสมบัติของเส้นใยยาง คือ สามารถยืดหดได้ดี มีความโค้งงอดี มีความคงรูปปลานกลาง
เหนียวแข็งแรง ทนตอ่ นา้ และอากาศไดด้ ี ตดั หรือฉีกขาดยาก ทนต่อสารเคมีได้หลายชนิด ใชป้ ระโยชน์
ได้หลายอย่าง ใช้ตัดทาชุดอาบน้า ผ้าพันกล้ามเนื้อ ผ้าบุรองในรองเท้า ขอบถุงเท้า ถุงมือ แถบขอบ
ยางยืด เปน็ ตน้ ขอ้ เสยี คอื น้ามันหรือเหงื่อไคลจากร่างกายและแสงแดด จะทาใหย้ างเสื่อมคณุ ภาพจะ
ยืดเสียรูปทรง ใยยางน้ันไม่ทนความร้อนสูง ถ้าความร้อนสูงเกิน 93C จะเร่ิมสลายตัว เมื่อเก็บไว้นาน
ความๆน้ันเหนียวจะลดลง การยืดหยุ่นจะเสียไปตามกาลเวลา และสารซักฟอกบางชนิดทาให้เส้นใย
เส่อื มคุณภาพได้
ภาพท่ี 9 เสน้ ใยสังเคราะห์
ทม่ี า:https//thai.alibaba.com/product.html
10
2.1.7 เส้นใยสังเคราะห์ (Synthetic Fiber)
เส้นใยสังเคราะห์ เป็นเส้นใยที่มนุษย์สังเคราะห์ข้ึนจากสารเคมีแล้วผลิตเป็นเส้ือผ้า
ผ้าใยสังเคราะห์ดูแลรักษาง่าย เพราะไม่ยับ ยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี ไม่ค่อยดูดซับน้า ไม่ระบายความ
รอ้ น จงึ เหมาะทีจ่ ะสวมใส่ในหอ้ งปรบั อากาศ เส้นใยสังเคราะห์ เช่น เส้นใยไนลอน เสน้ ใยโพลีเอสเตอร์
เสน้ ใยอะครลิ ิค เสน้ ใยโอลฟี นิ เส้นใยสแปนเด็กซ์
คุณสมบัติของผ้าท่ีผลิตด้วยเส้นใยสังเคราะห์ คือ มีความเหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง ทนทาน
น้าหนักเบา ไม่ยับ ไม่หดตัวง่าย ไม่ย้วย แห้งไว รีดจับจีบถาวรได้ ทนต่อมอด แมลง เชื้อรา เน้ือผ้าไม่
ทนตอ่ ความรอ้ นเมื่อถกู ความรอ้ นนาน ๆ จะละลายเหมือนพลาสตกิ
2.2 ความร้เู บือ้ งต้นเกีย่ วกับวธิ ีการดแู ลรกั ษาผ้า
การดูแลรักษาผ้า หมายถึง การทาความสะอาดผ้า โดยวิธีการขจัดรอยเปอื้ น การซัก การตาก การรีด
การพับเก็บหรือแขวนในตู้เส้ือผ้า เส้ือผ้ามีการออกแบบปละตัดเย็บจากผ้าหลายประเภท ซ่ึงผ้าแต่ละ
ประเภทมคี ณุ สมบตั ิท่ีแตกต่างกันและมวี ธิ ีการดูแลที่ต่างกัน
การดแู ลรกั ษาผา้ อย่างถกู วธิ มี คี วามสาคัญ ดังน้ี
1. ทาให้ผา้ สะอาดไมม่ ีสกปรกหรอื กลิม่ เหมน็ จากเหงอ่ื ไคล
2. ปอ้ งกันไมใ่ ห้เกิดโรคผิวหนังอันเนือ่ งมาจากเส้อื ผา้ สกปรก เชน่ หิด หลาก เกลอื้ น ผดผืน่
3. ชว่ ยถนอมเน้ือผ้าให้ทนทานไมเ่ สอื่ มสภาพ และมอี ายกุ ารใชง้ านยาวนาน
4. ส่งเสรมิ บุคลิกภาพของผสู้ วมใส่ใหด้ ดู ีสงา่ งามเป็นทช่ี ื่นชอบของผู้พบเหน็
5. ผู้สวมใส่เกดิ ความม่นั ใจ และภาคภมู ใิ จ
6. ปลกู ฝันลกั ษณะนิสัยให้เป็นคนรักความสะอาดมีระเบยี นวินัย
ภาพท่ี 10 ผา้ ฝ้าย
ทม่ี า:https://sites.google.com
11
2.2.1 วิธีการดแู ลรักษาผ้าฝา้ ย
- การซกั ใชส้ บหู่ รือผงซกั ฟอกในการซักด้วยมอื หรอื เคร่อื งซกั ผ้าก็ได้ แตก่ ารซักด้วยมือจะ
ถนอมเน้ือผ้ามากกว่า
- การตาก สะบดั ผ้าใหค้ ล่ีออก ใส่ไมแ้ ขวนเส้อื ตากในท่ีมีแดดจัดได้ แต่ไมค่ วรนานเกนิ ไป
เพราะจะทาให้เส้นใยเส่อื มคุณภาพและผ้าสีซีดเรว็
- การรดี ควรรีดด้วยอุณหภูมิความร้อนสูง และรีดในขณะที่ผา้ ชื้นอยู่ หรืออาจจะพรมน้า
ก่อนรดี รีดให้ผา้ แห้งสนิท ถ้าไมแ่ หง้ สนิทเม่ือเก็บไว้ผ้าจะทาให้ราขน้ึ ได้
- การเกบ็ ผา้ ฝา้ ยจะขึ้นราได้ง่ายเม่ืออยู่ในท่ีอับชื้น ฉะน้ันควรแขวนผา้ ไวใ้ นทีท่ ่ีมอี ากาศ
ถา่ ยเทสะดวก
ภาพท่ี 11 ผา้ ลนิ ิน
ทม่ี า: https://sites.google.com
2.2.2 วธิ กี ารดแู ลรกั ษาผ้าลนิ นิ
- การซัก ใช้ผงซักผลซักฟอก ควรซักผ้าด้วยมือ เพราะไม่ทาให้ผ้ายับ ผ้าลินินสีขาวควรซัก
ในน้าอนุ่ ผา้ ลนิ ินสอี ืน่ ควรซกั ในน้าเยน็
- การตาก นาผ้าใสไ่ ม้แขวนเสื้อ ตากแดดหรือผงึ ลมเฉยๆก็ได้ พอผา้ หมาดๆจงึ นาไปรีด
- การรีด นาผ้าที่ผึงลมหมาดๆมารีดโดยใช้ความร้อนอุณภูมิปานกลาง กลับด้านในออกรีด
เพอ่ื ใหด้ า้ นนอกมความมันวาว
- การเกบ็ ผา้ ลินินยับงา่ ยควรใชว้ ธิ ีการม้วนเก็บมากกวา่ การพบั
12
ภาพที่ 12 ผา้ ใยปา่ น
ที่มา: https://www.puntrends.com/
2.2.3 วิธกี ารดแู ลผ้าปา่ น
- การซัก สามารถซักดว้ ยผงซกั ฟอกได้ตามปกติ ซักด้วยเครื่องซักผา้ ไดแ้ ต่อาจจะยับ
เล็กนอ้ ย
- การตาก ตากทแี่ ดดจดั ได้
- การรีด ควรใช้ความรอ้ นอุณภมู ิสงู ในการรดี และต้องรดี ในขณะทีผ่ ้ายงั ชืน้ อยู่ เพราะจะทา
ให้ผ้าอย่ทู รงสวย
- การเกบ็ ควรใส่ไมแ้ ขวน แขวนไว้ในตู้เสอื้ ผ้า
ภาพท่ี 12 ผ้าขนสตั ว์
ทมี่ า: https://sites.google.com
13
2.2.4 วิธีการดแู ลรักษาผ้าขนสัตว์
- การซัก ใช้แปรงนุ่ม ๆ แปรงฝุ่นออกทุกครั้งหลังการใช้ ถ้าถูกน้าให้สะบัดออก อย่าแปรง
ขณะผา้ เปยี ก
- การตาก แขวนเส้ือผ้าขนสัตว์ในท่ีอากาศโปรง่ อยา่ ใชเ้ สอ้ื ผ้าชดุ เดยี วตดิ ตอ่ กันนานหลาย
วนั เพราะเมือ่ ขนสัตวม์ กี ารเสยี ดสีหรอื ถูไปมานาน ๆ จะแข็งเป็นมัน บางชนดิ ขนจะหลุด
- การรีด ไม่จาเปน็ ต้องรดี หากตอ้ งรีดควรสง่ รา้ นซีกรดี
- การเกบ็ นาผา้ ขนสัตว์ใสไ่ ม้แขวนเสื้อ แล้วใส่ซองพลาสติกสาหรับใสผ่ ้าอีกชั้น
ภาพที่ 13 ผา้ ไหม
ท่ีมา: https://sites.google.com
2.2.5 วิธีการดแู ลรักษาผ้าไหม
- การซัก นิยมส่งร้านซักรีด เพราะมีขั้นตอนการซักท่ียุ่งยาก และต้องพิถีพิถันในการซัก
เปน็ พิเศษ แตถ่ า้ ต้องการจะซกั เองควรซักดว้ ยมือห้ามใช้เครื่องซักผา้ เพราะแรงเสียดสีของเครอ่ื งซักผ้า
จะทาใหเ้ สน้ ใยชารดุ
- การตาก ยกผ้าไหมข้ึนจากน้ายาปรับผ้านุ่ม บีบน้าออกเบาๆ ห้ามบิดผ้า เพราะจะทาให้
ผา้ เปน็ รอยยบั และเสยี รูปทรง ใสไ่ มแ้ ขวนเส้ือตากในร่มทีม่ ลี มพัดผา่ น
- การรีด ควรใช้ความร้อนอุณภูมิปานกลาง กลับด้านในออกด้านนอกก่อนรีด หากผ้าไหม
ยับมาก ควรพรมน้าให้ทั่วก่อนนามารีดจะทาให้รีดง่ายขึ้น ส่วนด้านนอกให้ใช้ผ้าขาวบางวางก่อนรีด
เพ่ือป้องกันไมใ่ หเ้ น้ือผา้ เสยี หาย
- การเก็บ ควรแขวนด้วยไมแ้ ขวนเสื้อและรอใหผ้ ้าไหมกลับสู่อุณภูมิปกติก่อน จึงนาไปเก็บ
ไว้ในตเู้ สอ้ื ผ้า ปดิ มดิ ชิดปอ้ งกันฝุ่นละอองและแสงแดด
14
ภาพท่ี 14 ผ้าใยสังเคราะห์
ที่มา: https://sites.google.com
2.2.6 วิธีการดแู ลรกั ษาผ้าใยสังเคราะห์
- การซกั สามารถซักไดด้ ้วยมือและเครื่องซักผ้า แตซ่ กั มือจะถนอมเนื้อผ้ามากกว่า
- การตาก สามารถนาตากแดดไดแ้ ตต่ ้องกลบั เอาดา้ นในออก เพ่อื ปอ้ งกนั ไมใ่ หส้ ซี ดี จางและ
ไม่ควรตากนานพอหมาดกค็ วรเก็บเข้าท่ีร่ม
- การรีด ผ้าใยสังเคราะห์เนื้อผ้าไม่ยับมาก จึงไม่จาเป็นต้องแต่ถ้าต้องการรีด ควรใช้ความ
ร้อนอณุ ภมู ิตา่
- การเก็บ ควรใสไ่ มแ้ ขวนแขวนไว้ในตเู้ สื้อผ้า หรอื พบั เกบ็ เพอื่ เป็นการประหยดั พืน้ ท่ี
ภาพที่ 15 ผา้ ใยกึ่งสังเคราะห์
ทม่ี า: https://sites.google.com
15
2.2.7 วิธีการดแู ลรกั ษาผา้ ใยก่งึ สังเคราะห์
- การซัก เส้ือผ้าใยกึ่งสังเคราะห์เม่ือถูกน้าจะลดความเหนียวและความทนทาน ไม่ทนกรด
ถ้าเป้อื นยางผลไมห้ รือน้าผลไม้ต้องซักทนั ที ควรซกั แห้งหรอื อาจซักน้าได้ แตผ่ า้ จะยับมาก เสียเวลาซัก
นาน อย่าแชน่ ้าหรอื ท้ิงไว้ในนา้ นาน และควรใชส้ ารซกั ฟอกชนิดอ่อน ขณะซักไมค่ วรขยีห้ รือบดิ แรง
- การตาก ควรแขวนตากในทร่ี ่ม
- การรีด ควรรีดด้วยอุณหภูมิต่า เพราะไมท่ นความรอ้ น ถา้ ความร้อนสูงจะละลาย
- การเกบ็ ควรแขวนดว้ ยไม้แขวน แลว้ เก็บในตู้เสอื้ ผ้า
2.3 ความรเู้ ก่ียวกับผ้าที่ใช้ในธุรกจิ โรงแรม
การจัดการสารองผ้า เป็นเร่ืองที่สาคัญมากเพราะถ้าเก็บสารองผ้ามากเกินไปก็จะเกิดต้นทุน
สูงแต่ถ้าเก็บสารองผ้าน้อยเกินไปอาจจะไม่เพียงพอสาหรับการใช้งาน สง่ ผลให้แขกเกดิ ความมาพอใจได้
ผ้าที่ใช้ในธรุ กิจโรงแรม แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท
1.ผา้ ทใ่ี ชใ้ นห้องพกั
2.ผา้ ทีใ่ ช้ในแผนกอาหารและเคร่อื งด่ืม
3.ชุดยนู ิฟอรม์ พนักงาน
2.3.1 ผ้าทใ่ี ช้ในหอ้ งพกั
นิยมใช้ผ้าฝ้ายผสมหรือผ้าใยสังเคราะห์เพราะซักซักรีดง่ายและไม่ย้วย ที่ไม่นิยมใช้ผ้าฝ้ายแท้
เพราะคณุ ภาพดราคาสูงเกินไป ผ้าที่ใช้ในห้องพกั ได้แก่
ภาพที่ 16 ผ้าปูท่นี อน (Bed Sheets)
ที่มา: https://www.google.com/search
ผ้าปูโรงแรมชนิด TC180T เป็นผ้าผสมระหว่างผ้าฝ้าย 35%และโพลเี อสเตอร์ 65% ด้วย
คุณสมบัติของผ้าฝ้ายอย่างที่ทราบกันดีว่า เป็นผ้าที่ให้ความสบายในการสวมใส่และระบาย
อากาศได้ดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น ส่วนโพลีเอสเตอร์ก็มีคุณสมบัติที่เหนียวทนทานต่อการใช้
งาน ทนต่อการขัดถู เนื้อผ้ายับได้ยากไม่ต้องรีดบ่อย ระบายน้าและระบาย อากาศได้ดี ไวต่อ
16
การแห้ง ทนแดด ทนฝน และทนต่อการซัก ทนต่อน้ายาปรับผ้านุ่มไม่ทาให้เส้นใยผ้า
เสีย ดูแลได้ง่ายหายห่วงแถมยังมี น้าหนักที่เบา โปร่ง สบายตัว ระบายอากาศได้ดี
ขนาดมาตรฐานท่ัวไป
1. King bed 6' หมายถึง ผ้าปูใช้ได้กับท่ีนอนขนาด 6X6.5 ฟุต (72X78 นิ้ว)
2. Queen bed 5' หมายถึง ผ้าปูใช้ได้กับที่นอนขนาด 5X6.5 ฟุต (60X78 นิ้ว)
3. Single bed 3.5' หมายถึง ผ้าปูใช้ได้กับที่นอนขนาด 3.5X6.5 ฟุต (42X78 นิ้ว)
ภาพที่ 17 ปลอกหมอน (Pillow Case)
ทม่ี า: https://www.google.com/search
1. ปลอกหมอนผ้าCotton 230 เส้นพื้นเรียบ – ผิวสัมผัสนุ่ม เส้นใยไม่กักเก็บความร้อน อายุ
การใชง้ านยาวนานแม้จะผ่านการซกั หลายครง้ั
2. ปลอกหมอนผ้า Cotton 260 เส้น มีท้ังแบบพ้ืนเรียบและลายริ้ว – เน่ืองจากเราใช้เส้นใย
ในการทอต่อหนึ่งตารางนิ้วในจานวนท่ีมากถึง 260 เส้น จึงทาให้ปลอกหมอนของเรานุ่มสบาย อีกท้ัง
ยังมคี วามเงาบนพืน้ ผิว สามารถระบายอากาศไดด้ เี ยยี่ มและอายุการใชง้ านทนกว่าผา้ 250เสน้ ถงึ 20%
3. ปลอกหมอน Supima cotton 500 เส้น – ด้วยจานวนเส้นใยต่อหน่ึงตารางน้ิวท่ีมีมากถงึ
500 เส้น จึงทาให้ปลอกหมอนผ้าฝ้ายของเรานุ่มสบายเป็นพิเศษ เหมาะสาหรับโรงแรมท่ีต้องการเพ่มิ
มลู ค่าให้กบั หอ้ งพกั
4. ปลอกหมอน CVC 200-220 เส้นพน้ื เรยี บ 200 – จุดเด่นของปลอกหมอน CVC 200 และ
220 เส้น ยงั คงเปน็ ความนมุ่ ละมุนชวนใหส้ มั ผัส ทาความสะอาดงา่ ย ระบายอากาศไดด้ ี
5. ปลอกหมอน CVC 260 เส้นลายริ้ว – ด้วยจานวนเส้นใยที่มีมากถึง 260 เส้น จึงทาให้
เนื้อผา้ นุม่ สบาย พนื้ ผวิ เป็นประกายและยับยาก
ขนาดมาตรฐานท่ัวไป
20×30 นวิ้ ล้ิน 6 นิว้
17
ภาพท่ี 18 ปลอกผา้ นวมหรอื ดเู ว่ (Duver Cover)
ท่ีมา: https://www.google.com/search
ผ้าTC ( ผ้าที่มีผสมระหว่างเส้นใยของฝ้ายและเส้นใยโพลีเอสเตอร์) ผ้าชนิดนี้ซักแล้วจะไม่
ค่อยยบั งา่ ยต่อการรดี มีราคาถูกกว่า กับ ผา้ Cotton 100% ซ่ึงมีหลายขนาดตามความละเอียดของ
เสน้ ด้ายที่ทอ มใี ห้เลอื กตั้งแต่ 180 เส้นต่อตารางน้วิ ไปจนถึงขนาด 300 เส้นตอ่ ตารางน้วิ เสน้ ด้ายที่มี
ขนาดการทอเส้นยิ่งเยอะ จะให้ความนุ่มสบายขณะสัมผัสมากกว่าผ้าท่ีใช้การทอเส้นด้ายน้อย ราคาก็
ข้ึนอยู่กับขนาดของเสน้ ด้ายทเ่ี ลือกดว้ ย
ขนาดมาตรฐานทัว่ ไป
ทนี่ อนขนาด 3.5 ฟตุ จะใชป้ ลอกผา้ นวมขนาด 70X90X10 นว้ิ
ที่นอนขนาด 5 ฟุต จะใชป้ ลอกผา้ นวมขนาด 80X100X10 นิ้ว
ทน่ี อนขนาด 6 ฟตุ จะใชป้ ลอกผา้ นวมขนาด 90X100X10 นิว้
ภาพที่ 19 ผ้านวมหรอื ไส้ดเู ว่ (Duver)
ทมี่ า: https://www.google.com/search
18
ปลอกผ้านวม Duvet Cover คือ ผ้าห่มนวมน่ันเอง ในการใช้งานจะประกอบด้วย ไส้นวม
และปลอกผ้านวม ไส้ผ้านวม ท่ีดี จะต้องเป็นเส้นใยสังเคราะห์ 100% เพราะเส้นใยจะนุ่มไม่แข็ง
กระด้างและไม่ฟูใหญ่เกินไป และจะต้องมีเชือกท่ีปลายทั้ง 4 และกึ่งกลางผ้านวม เพ่ือจะได้ไว้ผูกกับ
ซองผา้ นวม หรอื ปลอกผา้ นวม ผู้ใช้ควรเลอื กเน้อื ผา้ ให้เหมาะสมกบั การใช้งานเช่น Cotton Satin หรือ
Cotton 100%
ขนาดมาตรฐานทวั่ ไป
ที่นอนขนาด 3.5 ฟุต จะใช้ผ้านวมขนาด 70X90X10 น้วิ
ท่ีนอนขนาด 5 ฟุต จะใช้ผา้ นวมขนาด 80X100X10 นวิ้
?ทีน่ อนขนาด 6 ฟตุ จะใช้ผ้านวมขนาด 90X100X10 นวิ้
ภาพที่ 20 ผ้ารองกนั เปื้อน (Bed Pad)
ที่มา: https://www.google.com/search
1. ผ้ารองกันเปื้อนผลิตจากผ้า Poly Cotton ซ่ึงช่วยระบายอากาศได้ดี ทาให้ที่นอนไม่เหม็น
อับ ภายในบรรจุใย Polyester 120 g/sq.m เกรด A มาตรฐานโรงแรม สามารถซักทาความสะอาด
ได้หลายครงั้ โดยไมท่ าใหใ้ ยยุบตัว รนุ่ นี้เป็นรุน่ มาตรฐานที่ใชใ้ นโรงแรมท่วั ไป ซักง่าย
2. ผ้ารองกันเปื้อนผลิตจากผ้า Supersoft กันไรฝุ่น ระบายอากาศได้ดี ทาให้ท่ีนอนไม่เหม็น
อับ ภายในบรรจุใย Microgel 120 g/sq.m หรือเรียกว่า ขนห่านเทียม เกรด A มาตรฐานโรงแรม
สามารถซักทาความสะอาดได้หลายครั้งโดยไม่ทาให้ใยยุบตัว รุ่นนี้เหมาะสาหรับผู้ที่ชอบนุ่มล่ืนเป็น
พิเศษ คราบเป้อื นหลุดออกได้ง่าย
ขนาดมาตรฐานท่วั ไป
ทนี่ อนขนาด 3.5 ฟุต ทีน่ อนสูง 8-14 นว้ิ
ทนี่ อนขนาด 5 ฟุต ทน่ี อนสูง 8-14 นวิ้
ท่นี อนขนาด 6 ฟตุ ท่ีนอนสูง 8-14 นิ้ว
19
ภาพท่ี 21 ผ้าเช็ดหนา้ (Face Towel)
ทมี่ า: https://www.google.com/search
ผา้ เชด็ หน้า ผลิตจากผ้าฝา้ ย สามารถซบั น้าได้ดี แห้งเรว็ ใยพเิ ศษทาให้ไมเ่ ปน็ ขยุ ซกั ลา้ งทา
ความสะอาดได้ง่าย ผา้ เชด็ หน้าสาหรบั โรงแรมควรเป็นขนคู่ เน่อื งจากมอี ายุการใชง้ านนานกวา่ ผา้ ขน
เดย่ี วทใ่ี ชต้ ามบา้ น
ขนาดมาตรฐานท่วั ไป
12x12 นวิ้
ภาพที่ 22 ผ้าเชด็ มือ (Hand Towel)
ทีม่ า: https://www.google.com/search
ผ้าเช็ดมือเส้นด้ายทอเกลียวคู่สีขาว สามารถซับน้าได้ดี เหมาะสาหรับโรงแรมรีสอร์ทอพาร์ตเม้นต์ สปา
ผ้าขนหนูเกรด A ทาให้ซับน้าดี ไม่ขึ้นเม็ด ข้ึนขนค่ะแห้งเร็ว ใยพิเศษทาให้ไม่เป็นขุย ซักล้างทาความ
สะอาดไดง้ า่ ย
ขนาดมาตรฐานทั่วไป
12x12 น้ิว
20
ภาพที่ 23 ผา้ เช็ดตวั (Bath Towel)
ที่มา: https://www.google.com/search
1. ผ้าขนหนูขนเดี่ยวหรือด้ายเดี่ยว จะเป็นผ้าขนหนูท่ีถูกถักทอด้วยด้ายเส้นเดียวในการทอ
ออกมาเป็นผ้าหนึ่งผืน หรือท่ีเรียกกันว่าเป็นการทอ 1 ฝีเข็ม ผ้าขนหนูที่ได้จากการทอ 1 ฝีเข็มน้ี
ส่วนมากได้แก่ ผ้าขนหนูท่ีเราใช้กันท่ัวไปในชีวิตประจาวันอย่างผ้าเช็ดผม ผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดตัว
เป็นต้น สังเกตได้ว่าผ้าขนหนูเหล่าน้ีเส้นขนจะยาว และเน้ือของผ้าขนหนูมีความอ่อนนุ่มฟูเวลาสัมผัส
เพราะการทอด้วยด้ายเส้นเดียวจะไม่ทาให้ผ้าขนหนูมีความหนาแน่นมากและเส้นขนไม่เป็นระเบียบ
และการทอด้วยวิธีนี้จะทาให้ต้นทุนของผ้าขนหนูมีราคาต่า หลายท่านรวมไปถึงองค์กรต่าง ๆ จึงนิยม
ที่จะใช้ผ้าขนหนูเป็นของขวญั ของชาร่วยแจกจา่ ยให้แก่ผู้อ่ืนเพราะเมอื่ ย่ิงส่ังทามากหรือซือ้ ในราคาส่ง
ทีละเยอะ ๆ ก็จะย่งิ มีราคาถูกมาก
2. ผ้าขนหนูขนคู่หรือด้ายคู่ จะเป็นผ้าขนหนูที่มีลกั ษณะขนเรียงตัวกันถ่ี ๆ อย่างเป็นระเบียบ
แนน่ หนา เม่อื สัมผัสไปที่ผ้าขนหนชู นิดนี้ก็จะรู้สกึ วา่ ค่อนข้างกระดา้ งและหนาเปน็ พิเศษกว่าผ้าขนหนูที่
ใช้ท่ีบา้ น ผ้าขนหนแู บบน้ีถูกถักทอขึน้ มาด้วยวิธีการทอแบบใช้ด้าย 2 เสน้ เราจะสามารถพบผ้าขนหนู
ขนคู่ได้จากผ้าขนหนูตามท่ีพักต่าง ๆ ท้ังที่เป็น ผ้าเช็ดตัวโรงแรม หรือแม้กระท่ังพรมเช็ดเท้าหน้า
ห้องน้าของห้องพักในโรงแรม รวมท้ังหากใครเคยข้ึนรถไฟเท่ียวนอนก็จะพบว่ามีผ้าห่มผ้าขนหนู
ลักษณะน้ีด้วย เหตุผลก็เพราะว่าผ้าขนหนูด้ายคู่จะมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าผ้าขนหนูด้ายเดีย่ ว
เส้นใยไม่เสื่อมสภาพง่ายเม่ือซักหลายคร้ัง ในแวดวงธุรกิจจึงหันมาใช้ผ้าขนหนูขนคู่เสียเป็นส่วนมาก
เพราะ ผ้าขนหนูโรงแรม จะมีความคุ้มค่ามากกว่า ลดปัญหาการเปล่ียนผ้าขนหนูบ่อยเน่ืองจากชารุด
ลงทุนซื้อเพยี งคร้ังเดยี วหากดูแลรกั ษาให้ดกี ส็ ามารถใช้ได้นานหลายเดือน
ขนาดและมาตรฐานท่ัวไป
ขนาดผ้าเช็ดตวั 24 X 48 นิ้ว
ขนาดผ้าเชด็ ตัว 27 X 54 นวิ้
ขนาดผ้าเชด็ ตัว 30 X 60 น้ิว
21
ภาพท่ี 24 ผา้ เชด็ เท้า (Bath Mat)
ทม่ี า: https://www.google.com/search
ผ้าเช็ดเท้า ทอลาย Welcome Cotton 100% เปน็ ผา้ เชด็ เท้าขนาดมาตรฐานสาหรับโรงแรม
และรีสอร์ททั่วไป หนา นุ่ม ทน ขนไม่หลุดดักฝุ่น ซึมซับ เเห้งไว ไม่สะสมเช้ือราเเละแบคทีเรีย ไม่มี
กลน่ิ อับช้นื ซักล้างทาความสะอาดไดง้ ่าย คงทน ใช้ได้นาน
ขนาดและมาตรฐานทว่ั ไป
ขนาด 18x28
ขนาด 50x80
ภาพที่ 25 ชดุ คลมุ อาบน้า (Bath Robes)
ทมี่ า: https://www.google.com/search
22
เส้ือคลุมอาบน้าโรงแรม สปา ผ้ารังผึ้ง หนา นุ่ม เป็นทรง ใช้ได้นาน เน้ือผ้าซักแล้วไม่ยืดย้วย
บางรนุ่ ทน่ี ุ่มย้วยซักไมก่ ท่ี ีจะย้วยห้อยไมเ่ ป็นทรง ผา้ dobby ผา้ ที่นิยมใช้ในบูทีคโฮเทล เนอ้ื ผ้าใสสบาย
ไม่รอ้ น
ขนาดมาตรฐานท่ัวไป
Size S รอบชุด 52 น้ิว ยาว 42 นิ้ว
Size M รอบชดุ 55 นวิ้ ยาว 45 นิว้
Size L รอบชดุ 61 นิ้ว ยาว
2.3.2 ผ้าท่ีใช้ในแผนกอาหารและเครื่องด่มื
ผ้าท่ีใช้ในแผนกบริการอาหารและเคร่ืองด่ืม นิยมใช้ผ้าฝ้ายแท้ ผ้าฝ้านผสมอาจมีผ้าไหมหรือผ้าใย
สงั เคราะห์ดว้ ย ผ้าทใี่ ช้ในแผนกอาหารและเครือ่ งดืม่ ไม่ต้องรีดหรอื รีดเพยี งเล็กน้อย ส่วนใหญจ่ ะวธิ กี าร
ม้วนเก็บมากกว่าพับ ผ้าที่ใช้ในงานจัดเล้ียงมักจะเป็นผ้าสีเรียบ ไม่มีลวดลาย แต่ถ้าเป็นผ้าท่ีใช้ใน
ห้องอาหารมักเป็นผ้าที่มีลวดลายเล็กน้อยเพ่ือความสวยงาม ผ้าที่ใช้ในแผนกอาหารและเครื่องด่ืม
ยกตวั อย่าง ได้แก่ ผา้ ปูโต๊ะ ผา้ เช็ดปาก ผ้าคลุมเกา้ อ้ี เป็นตน้
ภาพท่ี 26 ผ้าปูโตะ๊ (Table Cloth)
ท่ีมา: https://www.google.com/search
ผลิตจากผา้ 100 % Pure Combed Cotton ทอ 160 เส้น/ ตร.นวิ้ นา้ หนักผ้า 222 กรมั
ต่อตารางเมตร ลวดลายทอขึ้นกับประเภทของเคลือบสารกันนา้ เกาะ(Water Repellent) เพือ่ กัน
คราบสกปรก คราบแกง คราบอาหาร ไม่ใหซ้ ึมเข้าไปในเส้นดา้ ย
ขนาดมาตรฐานทัว่ ไป
ขนาด 18"X18
ขนาด 20"X20
ขนาด 22"X22
23
ภาพท่ี 27 ผ้าเช็ดปาก
ท่มี า: https://www.google.com/search
1. ผา้ ฝ้าย เป็นผา้ ท่ดี ูดซึมได้ง่าย แตม่ ักจะมเี น้ือหยาบ หนา และขึ้นราง่าย
2. ผ้าลินิน เป็นผ้าที่ดดู ซมึ ได้ง่าย ทนทาน พบั ขึ้นรปู ได้สวยงามเพราะ เนือ้ ไมห่ นา
3. ผ้าไหม เปน็ ผ้าท่ีเน้อื สมั ผสั นุ่มนวล มีความทนทานเม่ือนามาพับผา้ เช็ดปาก สามารถสรา้ ง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่หรหู ราได้ แตไ่ มน่ ยิ มนามาใชเ้ พราะทาความสะอาดและซกั รีดยาก
ขนาดมาตรฐานทว่ั ไป
ขนาด 22 นิว้ x 22 น้วิ
ภาพที่ 28 ผา้ คลมุ เก้าอ้ี (Cover Chair)
ท่ีมา: https://www.google.com/search
24
1. ผ้าคลุมเก้าอี้โพลเี อสเตอร์ (Polyester Banquet Chair Covers) คอื ผ้าคลุมเกา้ อ้ีท่ที าจาก
ผ้าโพลีเอสเตอร์ เป็นผ้าคลุมที่มีเนื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกสบายๆ สไตล์ Casual สามารถดูแลรักษาได้ง่าย
ผ้าคลุมเก้าอ้ีชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นผ้าคลุมเก้าอี้ท่ีมีความนิยมเป็นอย่างมากท่ีจะนาไปใช้ในเก้าอี้งานจัด
เลีย้ งต่าง ๆ ทั่วไป
2. ผ้าคลุมเก้าอี้สแปนเด็กซ์ (Spandex Banquet Chair Covers) คือผ้าคลุมเก้าอ้ีที่ทาจาก
ผ้าสแปนเดก็ ซ์ ผ้าคลุมเก้าอี้ลกั ษณะนี้จะให้ความรู้สกึ ที่เพรียวบาง แสดงความสวยงามของทรงเก้าอ้ีที่
นาไปคลุม สามารถนาไปใชง้ านไดใ้ นทนั ทไี ม่จาเปน็ ต้องนามารดี เหมือนกับผา้ คลมุ ชนดิ อ่ืน
3. ผ้าคลุมเก้าอ้ีซาติน (Satin Banquet Chair Covers) คือผ้าคลุมเก้าอี้ท่ีทาจากผ้าซาติน
เปน็ ผ้าคลมุ ท่ีมีเนื้อผ้าและโทนสีท่ีมองแลว้ ดูสวยงาม หรหู รา เงามนั ดงั น้ันเม่อื นาไปประกอบกับงานที่
มีแสงไฟเป็นจานวนมาก ผ้าคลุมเก้าอ้ีซาตินจึงดสู ่องประกายราวกับเพชรเม็ดงาม สร้างความ Luxury
ให้กบั งานได้เป็นอยา่ งดี
4. ผ้าคลุมเก้าอ้ียูนิเวอร์ซอล (Universal Chair Covers) คือผ้าคลุมเก้าอี้ที่สามารถใช้คลุม
เก้าอ้ีได้ทุกแบบ เน่ืองจากมีสายให้นาไปผูกเอาไว้ด้านหลังนั่นเอง ผ้าคลุมเก้าอ้ีชนิดน้ีน้ันจะมีขนาดที่
เป็นสากล จึงทาให้สามารถนาไปใช้งานได้กับเก้าอ้ีทุกประเภท เพียงแค่นาไปคลุมกับเก้าอี้แล้วผูกสาย
ท่ีด้านหลัง
5. ผ้าคลุมเก้าอี้ลูกไม้ (Chiavari Chair Covers) คือผ้าคลุมเก้าอี้ท่ีทาจากเน้ือผ้าลูกไม้ เป็น
ผ้าคลุมเก้าอ้ีชนิดที่เหมาะกับงานวินเทจ หรืองานอื่น ๆ ท่ีเน้นความสวยงาม หรูหราในสไตล์มินิมอล
เมื่อนาไปคลุมกับเก้าอี้แล้วจะทาให้แลดูสง่างามจากลายบนเน้ือผ้าที่ผ่านการเย็บปักถักร้อยอย่าง
ปราณีต ความพิเศษของผ้าคลุมเก้าอ้ีชนิดนี้น้ันก็คือเนื้อผ้าที่บาง โปร่งแสง ทาให้เห็นความสวยงาม
ของเกา้ อท้ี ี่ถูกคลมุ เอาไวไ้ ดน้ ัน่ เอง
2.3.3 ชุดยูนฟิ อรม์ พนักงาน
โรงแรมมีนโยบายให้พนักงานสามารถส่งชุดยูนิฟอร์มให้แผนกซักรีดซักได้ โดย
โรงแรมจะแจกชุดยูนิฟอร์มให้พนักงาน คนละ 2 ชุด หลังเลิกงานพนักงานจะต้องนาชุดท่ีใส่ไว้ในถัง
สาหรับส่งซักในหอ้ งผ้า แลว้ ตอนเช้าจงึ ไปเอาชุดใหม่มาใส่แทน
หัวหน้าห้องผ้า มีหน้าท่ีดูแลชุดยูนิฟอร์มของพนักงานให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย รวมไปถึงก าร
ซ่อมแซมผ้าที่เกิดการชารุด ถ้าพนักงานพบว่าชุดของตนเองชารุดต้องการการซ่อมแซม ให้กรอกใบ
บนั ทึกแจ้งให้พนักงานห้องผ้าทราบ
2.4 ความรู้เกี่ยวกบั ขน้ั ตอนการทาความสะอาดผา้
การทาความสะอาดผ้า คือ การกาจัดส่ิงสกปรกออกจากเส้นใยผ้า ซึ่งมีทั้งเส้นใยจากธรรมชาติเส้นใย
สังเคราะห์ และเส้นใยกึ่งสังเคราะห์ ดังน้ันการซักฟอกจึงจาเป็นต้องมีวิธีการท่ีเหมาะสมกับชนิดของ
เส้นใย เพอ่ื ปอ้ งกันความเสยี หายท่จี ะเกิดข้ึนกบั ผา้ ได้
2.4.1 ข้อคานึงท่สี าคัญในการทาความสะอาดผ้า
1) ขาวและสะอาด ความขาวและความสะอาดน้ันถือว่าเป็นสิ่งสาคัญ เพราะนั่นคือ
วตั ถุประสงคห์ ลักในการทาความสะอาดผา้ ท้ังหมด ความขาว หมายถงึ ผา้ ขาวซึ่งเป็นผา้ ที่ใช้ในโรงแรม
ประมาณ 70-90 เปอร์เซ็นต์ของผ้าทั้งหมด ถ้าผ้าไม่ขาวไม่สะอาดมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าของบุคคล
25
ท่ัวไป ถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าท่ีของผู้รับผิดชอบท่ีปฏิเสธไม่ได้ ความสะอาด หมายถึง ผ้าท่ี
ปราศจากความสกปรกและกลิ่นเหม็น ซ่ึงสิ่งเหล่านั้นจะบ่งบอกถึงมาตรฐานความสะอาดของโรงแรม
นน้ั ดว้ ย
2) ทันเวลา คือ กาหนดการที่ต้องนาผ้าไปซักรีดให้ทันตามความต้องการของแต่ละสถานท่ีที่
ต้องการใช้ เช่น ภายใน 3ช่งั โมง หรือ 24ช่ัวโมงช่วงเวลาย่ิงส้นั คา่ ใช้จ่ายในการซักรีดจะยงิ่ สงู ข้ึน ดังนัน้
โรงแรมจาเปน็ ต้องพิจารณาวา่ สิง่ ใดสาคญั กวา่ กันระหว่างเวลากับคา่ ใช้จ่าย
3) งบประมาณ เป็นเร่ืองที่สาคัญที่สุดในการควบคุมงานซักรีดให้อยู่ในเป้าหมายท่ีต้องการใน
งบประมาณที่น้อยทส่ี ดุ ผู้บริหารมกั จะคานงึ ถึงค่าใชจ้ ่ายท่สี ามารถมองเห็นและจบั ต้องได้ ในบางกรณี
คา่ ใช้จา่ ยท่ไี ม่สามารถมองเห็นมกั จะสูงกวา่ ค่าใช้จ่ายท่ีมองเหน็ ได้ เชน่ คา่ เสื่อมราคาของเคร่อื งจักร
2.4.2 ขั้นตอนการทาความสะอาดผา้
1. เกบ็ ผา้ ทีผ่ า่ นการใชง้ านแล้ว
ภาพท่ี 29
ทีม่ า: https://www.google.com/search
2. คดั แยกผ้า
ภาพท่ี 30
ทม่ี า: https://www.google.com/search
26
3. ซกั ผา้
ภาพที่ 31
ทีม่ า: https://www.google.com/search
4. ล้างผา้ /ปนั่ น้าออกจากผ้า
ภาพที่ 32
ที่มา: https://www.google.com/search
5. อบผ้า
27
ภาพท่ี 33
ที่มา: https://www.google.com/search
6. รีดผา้
ภาพที่ 34
ที่มา: https://www.google.com/search
7. พบั ผา้
ภาพท่ี 35
ที่มา: https://www.google.com/search
28
2.4.3 เก็บผ้าที่ผ่านการใช้งานแลว้ (Keep the fabric dlirty)
เมอ่ื พนกั งานทาความสะอาดห้องพักทาความสะอาดหอ้ งพักแขก จะต้องเกบ็ ผ้าตา่ งๆ
ภายในห้องพักแขก ท้ังจากเตียงนอนและในห้องน้า นาไปไว้ในรถเข็นหรือใส่ลงไปในปล่องส่งผ้า ข้อ
ควรระวัง คือ ไม่ควรนาผ้าเหล่านี้วางกองไว้บนพื้นหรือบริเวรทางเดิน เพราะจะทาให้ผ้าสกปรกมาก
ขน้ึ หรือถา้ มีคนเดินมาอาจจะเหยยี บย่าลงบนผา้ ทาให้ผา้ เกิดความเสยี หายได้ ในบางโรงแรมมีนโยบาย
ให้พนักงานทาความสะอาดห้องพักชว่ ยกันคัดแยกผ้า เช่น มัดผ้าไว้ด้านหนึ่งของผ้าเพื่อเป็นสัญลักษณ์
ว่าผ้าผืนนี้สกปรกมากหรืออาจจะมีการใสถุงพลาสติกสีต่างๆ เพื่อใช้ในการคัดแยกผ้าบริเวณ
ห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ผู้ท่ีรับผิดชอบในการเก็บจานจะต้องเก็บผา้ ที่ใช้แลด้ ้วยเม่ือมีการเก็บโต๊ะควร
ระวังในเร่ืองของเคร่ืองมือต่างๆ ที่ใช้ในการับประทานอาหาร เช่น ช้อน ส้อม มีด อาจจะปนมากับผ้า
ได้ ดังน้ัน พนักงานเก็บโต๊ะควรมีการเขย่าผ้าทุกคร้ังก่อนท่ีจะนาผ้าไปในถังใส่ผ้าเพื่อเป็นการขจัดเศษ
อาหารด้วย สาหรับผ้าที่คราบอาหารติดอยู่ เช่น คราบเนย คราบซอสต่างๆ ควรมีการแยกออก
ต่างหากเพอ่ื ให้ง่ายต่อการกาจัดคราบเหล่าน้ีในขนั้ ตอนตอ่ ไป
2.4.4 ขนย้ายผ้าที่ผ่านการใช้งานแล้วมายังแผนกซักรีด (Moving the used fabric to the
laundry department)
พนักงานอาจขนย้ายผ้าท่ีผ่านการใช้งานแล้วมายังแผนกซักรีด ด้วยมือหรือรถเข็นก็ได้ ใน
กรณีที่ขนย้ายไปด้วยมือควรระวังในเร่ืองของการลากผ้าไปบนพื้น เพราะอาจทาให้ผ้าสกปรกมากขึ้น
และอาจเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายกับผู้อื่นได้ แต่ถ้าขนย้ายไปด้วยรถเข็นควรใช้รถเข็นท่ีออกแบบมา
เป็นพิเศษมีพ้ืนที่ผิวเรยี บ ไม่มีสิ่งเกาะเก่ียวท่ีเป็นอันตรายต่อผา้ และมีขนาดเหมาะสม สามารถขนย้าย
ผา้ ได้อยา่ งสะดวกโดยท่ีพนกั งานไม่ต้องก้มหรือย่อตัว
2.4.5 คัดแยกผ้า (Fabric sorting)
แผนกซักรีดควรมีพ้ืนที่มีในการคัดแยกผ้าท่ีใหญ่เพียงพอ หลักในการคัดแยกผ้าควรพิจารณา
จากความสกปรกของผ้า ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของผ้าให้มีอายุการใช้งานได้นานข้ึน และป้องกันการ
ถูกทาลายของผา้ เรว็ เกินไป ข้อควรระวังคือ ไมค่ วรเอาผ้าเช็ดเทา้ และผา้ เช็ดห้องน้ามาซักรวมกับผ้าอน่ื ๆ
ทแ่ี ขกใช้
2.4.6 หลกั ในการคัดแยกผ้า
การคัดแยกผ้าจากกระดับความสกปรกของผ้า จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ น้อย
ปานกลาง และมาก ถ้าผ้าสกปรกมากจาเป็นต้องมีสูตรของน้ายาซักท่ีแรงและต้องใช้เวลาในการซัก
นานขึ้น หากผ้าทม่ี คี วามสกปรกน้อยถูกซักในสตู รนา้ ยาซักที่แรงเกนิ ความจาเป็นและใชเ้ วลาในการซัก
นานเกนิ ไปจะทาใหผ้ ้านน้ั เสียหายเร็วกว่าปกติ และควรขจัดรอยเปื้อนเฉพาะจุดด้วยสารเคมีก่อนนาไป
ซกั ด้วย
29
2.4.7 สารเคมที ่ใี ช้ในแผนกซกั รดี
1. ผงซกั ฟอง
ภาพที่ 16
ทมี่ า: http://alliesth.com
คุณสมบัติ ผงซักฟอง เป็นผลิตภัณฑ์สาหรับขจัดคราบสกปรกออกจากผ้า ได้รับการพัฒนามาใช้กับผ้า
สกปรกทุกขนาด ใช้ไดท้ ง้ั อณุ หภมู ิสูงและตา่ เหมาะสาหรับผา้ ขาวและผ้าสี เพราะไมม่ ีสารฟอกขาวเจือ
ปน
2. ผงเสริมต่าง
ภาพที่ 17
ที่มา: http://alliesth.com
คุณสมบัติ ผงเสริมต่าง เป็นผลิตภัณฑ์เสริมด่าง ช่วยขจัดคราบฝัง แน่นให้ออกจากเนื้อผ้า ช่วยในการ
ขจัดสิ่ง สกปรกให้ออกจากเนื้อผา้ โดยงา่ ย ใชไ้ ดท้ ั้งผ้าขาวและผ้าสี เหมาะสาหรับแผนกซักรดี ที่ทันสมัย
เชน่ โรงแรม โรงพยาบาล
30
3. ผงฟอกผา้ ขาวชนดิ คลอรีน
ภาพท่ี 18
ทม่ี า: http://alliesth.com
คุณสมบตั ิ ผงฟอกผ้าขาว เป็นผลิตภัณฑส์ าหรบั การฟอกขาว เป็นสาร อินทรยี ์ท่ีปลอดภยั ตอ่ ผ้าขาวทุก
ชนิด ให้ความขาวแก่เนื้อผ้า พร้อมกับให้ความปลอดภัยต่อเส้นใยของผ้า แม้ผ่านการฟอกหลายครั้ง
ใช้ไดก้ บั ผา้ ฝ้ายเทา่ น้นั
4. ผงฟอกผา้ ขาวและผา้ สีชนิดออกซิเจน
ภาพที่ 19
ท่มี า: http://alliesth.com
คุณสมบัติ ผงฟอกผ้าขาวและผ้าสี เป็นผงฟอกผ้าชนิดพิเศษ ประกอบด้วยสารฟอกชนิดออกซิเจนท่ี
ปลอดภัย ไมท่ าใหเ้ สน้ ใยทกุ ชนิดเหลอื งหรือเปอ้ื น แม้ผ่านการฟอกหลายครัง้ ใชไ้ ด้กับทัง้ ผา้ ขาวและผ้า
สี
31
5. ผงลา้ งผ้า
ภาพท่ี 20
ทม่ี า: http://alliesth.com
คุณสมบัติ ผงล้างผ้า เป็นผลิตภัณฑ์ทีใช้สาหรับล้างผ้า สามารถขจัดคลอรีนท่ีตกค้างบนเน้ือผ้าให้มี
สภาพเป็นกลาง ช่วยยืดอายกุ ารใชง้ านของเนื้อผ้าให้ยาวนานย่ิงขึ้น ใช้ได้กับผ้าทุกชนิด ท้ังผ้าขาวและ
ผา้ สี
6. ผงขจัดคราบยางผลไมแ้ ละเช้อื รา
ภาพท่ี 21
ทีม่ า: http://alliesth.com
คุณสมบัติ ผงขจัดคราบยางผลไม้และเชื้อรา ใช้สาหรับขจัดคราบยางผลไม้ คราบเชื้อรา ผลิตจาก
สารเคมที ่ีเลือกสรรแล้ว ใชไ้ ด้ทง้ั ผา้ ขาวและผา้ สี เหมาะสาหรบั เสน้ ใยผา้ ทกุ ชนิด
32
7. ผงขจดั คราบสตี กใส่ผ้า
ภาพที่ 22
ท่มี า: http://alliesth.com
คุณสมบัติ ผงขจัดคราบสีตกใส่ผ้า เป็นผงสาหรับขจัดผ้าสีตกใส่ผ้าขาว สามารถใช้กับเส้นใย ทุกชนิด
ยกเว้นผ้าที่มีโลหะผสม (METALLICE FIBER) ผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ ในกรณีท่ีมีการฟอกผ้าก่อนด้วย
สารฟอกขาว ตอ้ งลา้ งออกให้หมดกอ่ นท่ีจะใชผ้ งขจดั สตี ก
8. น้ายาขจดั คราบไขมัน
ภาพที่ 23
ที่มา: http://alliesth.com
คุณสมบัติ น้ายาขจัดคราบไขมัน เป็นน้ายาเคมีท่ีใช้ในการขจัดคราบไขมันและน้ามันออกจากเนื้อผ้า
ทกุ ชนดิ เหมาะสาหรบั ใชใ้ นโรงพยาบาล โรงแรม และชุดพนกั งานในโรงแรม ใชไ้ ด้ทงั้ ผา้ ขาวและผา้ สี
33
9. น้ายาขจัดคราบสนมิ
ภาพที่ 24
ท่ีมา: http://alliesth.com
คุณสมบัติ น้ายาขจัดคราบสนิม เหมาะสาหรับขจัดคราบสนิมบนเน้ือผ้า ใช้ได้ท้ังผ้าขาวและผ้าสี
ยกเว้นผ้าขนสตั ว์
10. น้ามนั ซกั แห้ง
ภาพท่ี 25
ท่ีมา: http://alliesth.com
คุณสมบัติ น้ามันซักแห้ง เป็นสารละลายท่ีประกอบด้วยตัวทาละลายคาร์บอนเตตระคลอไรด์ ใช้ทา
ความสะอาดผ้าทีไ่ มต่ ้องการซักดว้ ยนา้ เชน่ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์
34
11. น้ายาขจัดคราบเลือด
ภาพที่ 26
ทีม่ า: http://alliesth.com
คณุ สมบตั ิ น้ายาขจัดคราบเลือด มีส่วนผสมของเอน็ ไซมท์ ีย่ ่อยสลายเลอื ด สามารถขจดั คราบเลือดใหม่
และคราบเลอื ดทผี่ ่านการซกั อบรดี แลว้ ใชไ้ ด้ทัง้ ผา้ ขาวและผา้ สี
12. แปง้ ลงผา้
ภาพท่ี 27
ท่ีมา: http://alliesth.com
คุณสมบัติ แป้งลงผ้า เป็นแป้งท่ีใช้สาหรับทาให้ผ้าแข็งตัว โดยนาแป้งมันสาปะหลังต้มกับน้า พอแป้ง
สกุ ขน้ ใน กรองด้วยผา้ ขาวบาง ผสมกับนา้ คนให้ทั่ว นาผ้าลงแช่เสรจ็ แลว้ จงึ นาไปตาก
35
2.4.8 หลักการอา่ นสญั ลักษณ์บนผา้
สัญลักษณ์ที่อยู่บนผ้าน้ันเรียกกันว่า Laundry symbols หรือ Care Label สัญลักษณ์นี้ม
ความสาคัญมาก นอกจากจะบอกถึงขนาดของผ้าแล้ว ยังบอกถึงชนิดของผ้า การดูแลรักษาและการ
ทาความสะอาด เพ่ือถนอมผ้าผืนนั้นให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน ผ้าบางผืนอาจจะมีรายละเอียดใน
การดแู ลรกั ษาพรอ้ มกบั สญั ลักษณ์ แตบ่ างผนื อาจจะแคส่ ัญลกั ษณ์เทา่ นัน้
สญั ลักษณ์บนผา้
การซกั ผ้าดว้ ยเครื่อง
ซักผ้าดว้ ยอณุ ภูมิ 30 องศาหรือตา่ กวา่
ซกั ผ้าดว้ ยอณุ ภูมิ 40 องศาหรือตา่ กว่า
ห้ามใช้สารทมี่ ีคลอรนี เปน็ องคป์ ระกอบ
สามารถใช้สารฟอกขาวได้ทกุ ชนดิ
หา้ มฟอกขาว
36
การรดี ผ้า
รีดด้วยอุณภมู ิตา่
รดี ดว้ ยอณุ ภูมปิ านกลาง
รดี ด้วยอณุ ภูมิตา่ สูง
หา้ มรดี
สามารถซักแหง้ ได้
หา้ มซักแหง้
สามารถอบแหง้ ได้
37
อบแห้งไดใ้ นอณุ ภมู ติ ่า
อบแหง้ ไดใ้ นอุณภูมปิ านกลาง
ห้ามอบแหง้
การตาก
ตากในแนวราบ
ตากด้วยการแขวน
ตากด้วยการแขวนใหน้ ้าหยดจนแหง้
ตากในที่ร่ม
38
2.5 งานวจิ ยั ท่เี กี่ยวข้อง
โครงการ คู่มอการดูแลผ้าในงานซักรีด ผู้จัดทาโครงการได้ศึกษาค้นคว้าบทความงานศึกษา
งานวิจัยท่ีเกี่ยวขอ้ ง ดังนี้
กาญจนา เนื้อทอง. (2559) วัตถุประสงค์ของการวิจัยเชิงสารวจน้ี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)
ศึกษาพฤติกรรมการใช้ บริการร้านซักอบรีดของผู้บริโภคในเขตอาเภอ เมือง จังหวัดนครราชสีมา 2)
ศึกษาปัจจัยส่วน ประสมการตลาดท่ีเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เลือกใช้บริการร้านซักอบรีดของ
ผู้บริโภค ประชากรท่ีใช้ในการวิจัยได้แก่ผู้ใช้บริการร้าน ซักอบรีดในเขตอาเภอเมือง จังหวัด
นครราชสีมา ขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เท่ากับ 400 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม เป็นเคร่ืองมือ
การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง เป็นแบบตามความสะดวก (Convenience Sampling) ผลการศึกษา
พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 60.00) มีอายุ ระหว่าง 30ปีถึง 39 ปี (ร้อยละ
37.50) สถานภาพโสด (ร้อยละ 53.27) การศกึ ษา ปริญญาตรี (ร้อยละ 68.53) เปน็ พนักงาน/ ลูกจา้ ง
เอกชน (ร้อยละ 55.28) รายได้ระหว่าง 10,000 ถึง 30,000 บาท (ร้อยละ 55.00) อาศัย บ้านสว่ นตวั
(ร้อยละ 53.00) สมาชิกใน ครอบครัว 3 ถึง 4 คน (ร้อยละ 41.00) ใช้ บริการร้านซักอบรีด ช่วงเวลา
หลงั 17.00 น. เป็นตน้ ไป (รอ้ ยละ 65.00) ใชบ้ ริการทุก ประเภทที่ทางรา้ นให้บริการ เหตุผลสาคญั คือ
ไม่มีเวลาว่าง ความถี่ในการใช้บริการ 1-2 คร้ัง ต่อสัปดาห์ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการต่อ สัปดาห์คือ
101 ถึง 200 บาท จานวนผ้าโดย เฉลี่ยที่นามาซักอบรีด / ซักแห้ง หรือรีดอย่าง เดียวในแต่ละคร้งั คอื
6 ถงึ 10 ชิ้น รปู แบบการ คิดคา่ บรกิ ารในการซักอบรีดคือต่อช้ิน ผลการทดสอบสมมตฐิ านพบว่า อายุ
มี ความสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ สถานภาพสมรสมีความสัมพันธ์กับค่าใช้จ่าย และ
อทิ ธิพลของบุคคลในการใช้บรกิ าร ระดับ การศกึ ษามีความ สัมพนั ธ์กบั ชว่ งเวลา และ คา่ ใชจ้ า่ ยในการ
ใช้บรกิ าร อาชีพมี ความสัมพนั ธ์กับชว่ งเวลา ประเภทการใช้ บริการ ความถี่ในการใหบ้ ริการ ค่าใชจ้ า่ ย
และ อิทธิพลของบุคคลในการใช้บริการ รายได้เฉลี่ย ต่อเดือนมีความสัมพันธ์กับประเภทของการใช้
บรกิ าร และ คา่ ใช้จา่ ยในการใช้บริการสถานท่ี อยอู่ าศยั มีความสัมพันธ์กับชว่ งเวลา ประเภท ของการ
ใช้บริการ ค่าใช้จ่าย และ อิทธิพลของ บุคคลในการใช้บริการและจานวนสมาชิกใน ครอบครัวมี
ความสมั พันธ์กับความถใ่ี นการใช้ บรกิ าร อทิ ธิพลของบคุ คล และ รปู แบบการ คิดค่าบริการ
จันทิมา ต้ังสุข. (2560) การวิจัยเร่ืองน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาพฤติกรรมและการตัดสินใจ
เลอื กใช้บรกิ ารซัก อบ รีด ของ ผ้บู รโิ ภค เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กลมุ่ ตวั อยา่ งคอื ผู้บริโภคที่อาศัย
อยู่ในพ้ืนท่ีเขตหลักส่ี กรุงเทพมหานคร และเป็นผู้ใช้บริการซัก อบ รีด จานวน 234 คนต่อเดือน จาก
ร้านให้บรกิ ารซัก อบ รดี จานวน 10 แหง่ เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ขอ้ มูล
โดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า ผู้บริโภคมีพฤติกรรม
การใช้บรกิ ารซัก อบ รีด ดังน้ี ชว่ งเวลาการใช้บริการ หลงั เวลา 17.00 น. ร้อยละ 57.26 ใชบ้ ริการ 1
คร้ัง/สปั ดาห์ รอ้ ยละ 38.46 นาผา้ มาใช้บริการ 1-5 ชิน้ /คร้งั รอ้ ยละ 37.18 คา่ ใช้จา่ ย 100-200 บาท/
สัปดาห์ ร้อยละ 37.61 ใช้บริการซัก อบ และรีด ร้อยละ62.39 นาเสื้อผ้าท่ีซักยาก/รีดยาก มาใช้
บริการ ร้อยละ 57.69 ชอบรูปแบบการคิดค่าบริการแบบต่อช้ิน ร้อยละ 73.08 ใช้บริการเพราะไม่มี
เวลาว่าง ร้อยละ 60.26 ตัดสินใจเลือกใช้บริการด้วยตนเอง ร้อยละ 56.84 ผู้บริโภคมีการตัดสินใจ
เลือกใช้บริการซัก อบ รีด ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็น รายด้าน ดังนี้ ด้านบริการ