39
ผู้บริโภคมีการตัดสินใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ใน ระดับมากทุก
รายการ 3 อันดับแรก คือ ความสะอาดในการซักเส้ือผ้า ความเรียบในการรีด และตรงตามเวลานัด
หมาย ด้านราคา ผู้บริโภคมีการตัดสินใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่
ในระดับมาก 5 รายการ 3 อันดับแรก คือ รูปแบบการคิดค่าบริการต่อช้ิน ราคาเหมาะสมกับการ
บริการ และราคาต่ากว่าคู่แข่ง ด้านช่องทางการจาหน่าย/สถานที่ ผู้บริโภคมีการตัดสินในโดยรวมอยู่
ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 3 รายการ คือ ความสะดวกในการ
เดนิ ทาง/ทีจ่ อดรถ มบี ริการรบั -ส่ง และการจดั รา้ นเป็นระเบียบ สวยงาม และสะอาด ด้านการส่งเสริม
การตลาด ผู้บริโภคมีการตัดสินใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า อยู่ใน
ระดับมาก 3 รายการ คือ ซัก/รีด ครบ 70 ชิ้น คิด 60 ชิ้น สมาชิก ลด 10% และซัก/รีด ครบ 70 ช้นิ
ฟรีซกั ผา้ นวม 1 ผนื
นัทพร สุขใจ. (2560) การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินความเส่ียงด้านอาชีวอนามัย
และความปลอดภัยของแผนกซักอบรีดและหาวิธีลดความเส่ียงในการทางาน รายการตรวจสอบการ
ตรวจสอบและการสังเกตท่ีริเริ่มโดยนักวิจัยเก่ียวกับอันตร ายและการประเมินความเส่ียงได้รับการ
พัฒนาเพ่ือค้นหาความเสี่ยง การประเมินความเส่ียงดาเนินการตามระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ผลการประเมินแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ได้แก่ ความเส่ยี งเลก็ นอ้ ยความเสี่ยงท่ียอมรบั ได้ความเสีย่ งสูงและ
ความเสีย่ งที่ยอมรบั ไม่ได้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิตเิ ชิงพรรณนา การศกึ ษาน้ใี ชก้ ระบวนการเก้าข้ันตอน
และพบ 72 อนั ตราย อนั ตรายที่ร้ายแรงทส่ี ุดถกู ระบจุ ากกิจกรรมการรดี ผ้า ตัวอยา่ งเชน่ ความเสี่ยงต่อ
นิ้วหรือมืออาจติดอยู่ระหว่างส่วนที่เคล่ือนไหวของเคร่ืองรีดพ้ืนเรียบซึ่งอาจทาให้เกิดความพิการหรือ
บาดเจ็บถาวร ปัญหาทั่วไปท่ีพบในกระบวนการทั้งหมด ได้แก่ ขั้นตอนการยกที่ไม่ดีและท่าทางการ
ทางานที่ไม่เหมาะสมซ่ึงอาจทาให้เกิดอาการปวดหลังและต้นขา คนงานอาจรู้สึกไม่สบายตัวและปวด
เม่ือยตามร่างกาย ดังนั้นโรงพยาบาลจึงจาเป็นต้องมีกระบวนการที่เหมาะสมในการลดและควบคุม
ความเส่ยี งเช่นการแยกคนงานและเครื่องจักรการจัดการดา้ นวิศวกรรมการบรหิ ารการบริหารและการ
จัดหาอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยท่ีเหมาะสมเพ่ือให้มีสภาพแวดล้อมในการทางานที่ดีและส่งเสริม
ความปลอดภยั การรบั รู้สาหรบั คนงาน
มุจลินท์ อินทรเหมือน. (2559) การวิจัยเร่ืองน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาพฤติกรรมและการ
ตัดสินใจเลือกใช้บริการซัก อบ รีด ของ ผู้บริโภค เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือ
ผู้บริโภคท่ีอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และเป็นผู้ใช้บริการซัก อบ รีด จานวน 234
คนต่อเดือน จากร้านให้บริการซกั อบ รีด จานวน 10 แห่ง เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวิจัยเปน็ แบบสอบถาม
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า
ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้บริการซัก อบ รีด ดังน้ี ช่วงเวลาการใช้บริการ หลัง เวลา 17.00 น. ร้อย
ละ 57.26 ใช้บริการ 1 คร้ัง/สัปดาห์ ร้อยละ 38.46 นาผ้ามาใช้บริการ 1-5 ช้ิน/ครั้ง ร้อยละ 37.18
ค่าใช้จ่าย 100-200 บาท/สัปดาห์ ร้อยละ 37.61 ใช้บริการซัก อบ และรีด ร้อยละ62.39 นาเส้ือผ้าท่ี
ซักยาก/รีดยาก มาใช้บริการ ร้อยละ 57.69 ชอบรูปแบบการคิดค่าบริการแบบต่อชิ้น ร้อยละ 73.08
ใช้บริการเพราะไม่มีเวลาว่าง ร้อยละ 60.26 ตัดสินใจเลือกใช้บริการด้วยตนเอง ร้อยละ 56.84
ผู้บริโภคมีการตัดสินใจเลือกใช้บริการซัก อบ รีด ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็น ราย
ดา้ น ดงั นี้ ดา้ นบรกิ าร ผู้บริโภคมีการตัดสินใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมอื่ พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
40
อยู่ใน ระดับมากทกุ รายการ 3 อันดับแรก คอื ความสะอาดในการซักเสื้อผ้า ความเรียบในการรดี และ
ตรงตามเวลานัด หมาย ด้านราคา ผู้บริโภคมีการตัดสินใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็น
รายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 5 รายการ 3 อันดับแรก คือ รูปแบบการคิดค่าบริการต่อชิ้น ราคา
เหมาะสมกับการบริการ และราคาต่ากว่าคู่แข่ง ด้านช่องทางการจาหน่าย/สถานท่ี ผู้บริโภคมีการ
ตัดสินในโดยรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 3 รายการ คือ
ความสะดวกในการเดินทาง/ที่จอดรถ มีบริการรับ-ส่ง และการจัดร้านเป็นระเบียบ สวยงาม และ
สะอาด ด้านการส่งเสริมการตลาด ผู้บริโภคมีการตัดสินใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณา เป็น
รายข้อ พบวา่ อย่ใู นระดบั มาก 3 รายการ คือ ซกั /รดี ครบ 70 ชนิ้ คดิ 60 ช้นิ สมาชกิ ลด 10% และ
ซัก/รีด ครบ 70 ชน้ิ ฟรซี กั ผ้านวม 1 ผนื
อัครพนธ์ ธารา. (2560) การจัดทาแผนธุรกิจน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา
วิเคราะห์โครงสร้าง โอกาส ปัญหาอุปสรรคก่อนที่จะเร่ิมทาการประกอบการ เป็นเครื่องมือในการ
วางแผนธรุ กจิ ใหส้ ามารถดาเนนิ ไปได้อย่างต่อเนื่องและมปี ระสิทธิภาพทส่ี ดุ แผนธรุ กจิ น้ีดาเนนิ ขึ้นเพ่ือ
ศึกษาความเปน็ ไปได้ของการจัดต้งั ธุรกิจบริการรา้ นซักรีด Washer Washing รา้ นซักรดี ทเ่ี ปน็ มิตรต่อ
ส่ิงแวดล้อม โดยเป็นการดาเนินธุรกิจใหม่ เทคนิคและ วิธีการในการจัดทาแผนคือ การวิเคราะห์
สภาพแวดล้อม การวิเคราะห์การแข่งขัน และการสารวจ ในรูปแบบของแบบสอบถามกับตัวอย่าง
จานวน 200 คน โดยใชว้ ธิ สี มุ่ แบบง่าย (Simple Random Sampling) สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
เบื้องต้นคือ สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย ผลการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมภายใน
พบว่า เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ใช้เงินลงทุนไม่สูง มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน จึงทาให้การบริหารและการ
ดาเนินงานนั้นง่ายและคล่องตัว และเน่ืองจากเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวจึงมีอานาจในการตัดสินใจ
ทนั ที และผลการวจิ ัยภายนอกพบว่า กระแสนยิ มของการรักษาสิ่งแวดล้อมเปน็ กระแสนิยมที่ผู้บริโภค
กาลงั ต่นื ตัวมาก และความเร่งรีบของการใช้ชีวิตในเมือง ทาให้มเี วลาน้อยลง ในเรื่องการแข่งขันพบว่า
มีความรุนแรงมาก แต่ทางร้านเน้นสร้างความแตกต่างของธุรกิจ เม่ือเปรียบเทียบกับคู่แข่งจึงพบว่า
ไดเ้ ปรียบในเร่ืองของการบริการรบั -ส่งเสื้อผ้าฟรีถงึ บา้ น ซึง่ เป็นบรกิ ารท่ลี ูกค้าต้องการมากทีส่ ุด และมี
มาตรฐาน ASTM WK35985 คือ การซักรีดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นส่ิงท่ีส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจ
ใช้บริการมากที่สดุ และข้อเสียเปรียบคือ ราคาท่ีสูงกวา่ บรกิ ารซกั รดี ทัว่ ไป จงึ เป็นทมี่ าของการสร้างกล
ยทุ ธ์บรกิ ารรับ-สง่ เสื้อผา้ ฟรีถงึ บ้าน
บทที่ 3
วิธีการดาเนินการ
ในการจัดทาโครงการในครั้งน้มี วี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือ 1. เพ่ือศกึ ษาขอ้ มลู การดแู ลผา้ แต่ละชนดิ
2. เพ่ือจัดทาคู่มอื การดแู ลผา้ ในห้องผ้า 3. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นนกั ศึกษาใช้เป็นแนวปฏิบัติการในการดแู ลผ้า
ซ่ึงผจู้ ัดทาโครงการไดด้ าเนนิ การศึกษาดังนี้
3.1 กลุ่มตวั อย่างเจาะจง
3.2 เคร่อื งมอื ท่ีใชใ้ นการดาเนินโครงการ
3.3 ข้นั ตอนวิธดี าเนนิ การศึกษา
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล
3.5 สถิติและการวเิ คราะห์ข้อมูล
3.1 กล่มุ ตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่าง คณะครูและนักเรียนนักศึกษา สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษา
เชียงใหม่ จานวน 100 คน
3.2 เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการศึกษา
3.2.1 แบบสารวจ ข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม และข้อมูลเกี่ยวกับการ
ตอบแบบสอบถามความคดิ เห็นในรูปแบบของคมู่ ือการดูแลผ้าในงานซักรีด
3.2.2 แบบสอบถามความพึงพอใจ ผู้ท่ีทดลองใช้ คณะครูและนักเรียนนักศึกษา สาขาวิชา
การโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ผู้จัดทาโครงการใช้แบบสอบถาม เป็นเคร่ืองมื อเพ่ือ
รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่อสอบถามความคิดเห็นต่าง ๆ ซ่ึงมีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการ
สารวจความคิดเห็นเก่ยี วกับรปู แบบคมู่ ือการดูแลผ้าในงานซักรีด และแบบสอบถามความพงึ พอใจของ
คู่มอื การดแู ลผา้ ในงานซักรดี โดยผู้จัดทาโครงการได้แยกแบบสารวจและแบบสอบถามความพงึ พอใจ
แบบสารวจ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 สอบถามข้อมลู ส่วนบคุ คลของผ้ตู อบแบบสอบถาม โดยสอบถามเกยี่ วกบั เพศ อายุ
ส่วนท่ี 2 ข้อมูลเกี่ยวกับการตอบแบบสอบถามความคิดเห็น ประเภทของกระดาษท่ีใช้ทา
คู่มอื รูปแบบของคู่มอื การเข้าเล่มคู่มอื
แบบสอบถามความพงึ พอใจ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 ข้อมูลสว่ นบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยสอบถามเกย่ี วกับเพศ อายุ สถานภาพ
ระดบั การศกึ ษา โดยผู้ทาแบบสอบถามได้ตอบตามความเป็นจรงิ (check-list)
ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับการตอบแบบสอบถามความคิดเห็น ผู้จัดทาโครงการได้ใช้มาตราวัดแบบ
Rating scale 5 ระดับ ตามมาตราวัดแบบลิเคิร์ท (likert’s Scale) อ้างอิงจาก บุรินทร์ รุจจนพันธ์
(2553) ในการวดั ระดบั ความพงึ พอใจ ดังน้ี
42
5 หมายถงึ มากท่ีสุด
4 หมายถึง มาก
3 หมายถงึ ปานกลาง
2 หมายถึง น้อย
1 หมายถึง น้อยที่สดุ
เกณฑ์การประแบบสอบถามความคิดเห็น มี 5 ระดับ ระดับโดยผู้จัดทาโครงการได้เลือก
วธิ ีการของ เรน็ ลิส เอ ลิเคริ ท์ ดงั นี้ (Likert,Rensis A. 2504)
4.50-5.00 หมายถึง เหน็ ดว้ ยอยู่ระดับมากทส่ี ุด
3.50-4.49 หมายถึง เหน็ ด้วยอยู่ระดับมาก
2.50-3.49 หมายถงึ เห็นดว้ ยอยรู่ ะดบั ปานกลาง
1.50-2.49 หมายถึง เห็นด้วยอยู่ระดบั นอ้ ย
1.00-1.49 หมายถงึ เห็นดว้ ยอยู่ระดับนอ้ ยมาก
สว่ นท่ี 3 ข้อเสนอแนะซึง่ เป็นคาถามปลายเปดิ เพื่อให้ผตู้ อบแบบสอบถามแสดงความคดิ เห็น
การสร้างเคร่อื งมือในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู คร้ังนี้ โดยมกี ารสร้างเครือ่ งมือดงั น้ี
1) ศึกษาความรู้เกี่ยวกับคู่มือการดูแลผ้าและความพึงพอใจต่อคู่มือการดูแลผ้าและความ
คิดเห็นของผ้ตู อบแบบสอบถาม
2) ผู้จัดทาโครงการไดจ้ ดั ทาแบบสารวจการออกแบบเกย่ี วกบั ค่มู ือการดูแลผา้ ในงานซกั รีด
3) นาแบบสอบถามที่จัดทาขึ้นให้กับครูประจาวิชา เพ่ือตรวจสอบความถูกต้องตามเน้ือหาและ
นามาปรับปรุงแกไ้ ขใหส้ มบรู ณ์
4) นาแบบสอบถามที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอครูประจาวิชาอีกครั้ง เพ่ือตรวจสอบ ความ
เที่ยงตรงของเนอ้ื หาพรอ้ มพจิ ารณาความถูกต้องชดั เจนของภาษาท่ีใช้
3.3 ขนั้ ตอนวิธีดาเนินโครงการ
3.3.1 การวางแผน (P)
- กาหนดชอื่ เรอื่ งและศกึ ษารวบรวมขอ้ มูลปญั หา ความสาคญั ของโครงการ
- เขียนแบบเสนอโครงการ
- ขออนุมตั ิโครงการ
3.3.2 ขั้นตอนการดาเนินการ (D)
- ศึกษา ขอ้ มลู การดแู ลผา้ ออกแบบสารวจประเมลิ ผล ครัง้ ท่ี 1
- ศกึ ษา ข้อมลู การดแู ลผา้ ออกแบบสารวจประเมนิ ผล ครงั้ ที่ 2
- จดั ทาคมู่ อื การดแู ลผ้า ตามผลการสารวจและประเมินผล ครง้ั ที่ 3
3.3.3 ข้นั ตอนการตรวจสอบ (C)
- คณะครูนกั เรยี น นักศึกษา ทดลองใช้งานคมู่ ือการดูแลผ้าในงานซักรดี
- ประเมินความพึงพอใจผู้ทไี่ ดศ้ กึ ษาคู่มือการดูแลผา้ ในงานซักรดี
3.3.4 ข้นั ตอนประเมินติดตามผล (A)
- สารวจผลการประเมินความพงึ พอใจ
43
- จดั ทาเล่มโครงการ
- นาเสนอและเผยแพร่ให้กบั คณะครูนกั เรยี นนกั ศึกษา สาขาวิชาการโรงแรม
วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาเชียงใหม่
3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
ผูจ้ ัดทาโครงการไดด้ าเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการทาโครงการนี้ อยา่ งเปน็ ขัน้ ตอนดงั น้ี
3.4.1 ผู้จัดทาโครงการทาแบบสารวจรปู แบบของคู่มอื การดแู ลผ้าในงานซกั รีด และออกแบบ
รปู แบบคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรดี โดยวธิ กี ารสแกนคิวอารโ์ ค๊ช ใหผ้ ้ตู อบแบบสอบถามออนไลน์ตอบ
แบบสอบถามดว้ ยตนเอง
3.4.2 ผู้จัดทาโครงการทาการแจกแบบสอบถามให้กับกลุ่มตัวอย่างคณะครูและนักเรียน
นักศึกษา สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ โดยวิธีการสแกนคิวอาร์โค๊ช ให้ผู้ตอบ
สอบถามออนไลน์ ตอบแบบสอบถามดว้ นตนเอง
3.4.3 การรวบรวมแบบสอบถาม ผ้จู ดั ทาโครงการได้รวบรมแบบสอบถามด้วยตนเอง
3.4.4 ตรวจสอบความสมบรู ณข์ องแบบสอบถาม เพอ่ื นาข้อมูลไปวเิ คราะห์ทางสถติ ิ
3.5 สถิติและการวิเคราะหข์ ้อมลู
ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวม ผู้จัดทาโครงการได้ทาการตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์ของ
แบบสอบถาม และนาข้อมูลมาประมวลผลวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูปสาหรับ การ
คิดคา่ ร้อยละ การหาคา่ เฉลี่ย (Mean) และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D) ดงั น้ี
3.5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลในการวิเคราะห์ ได้แก่ การหาค่าความถ่ี
(Frequency) และคา่ ร้อยละ (Percentage)
สูตรการหาค่ารอ้ ยละ
เมอื่ P F 100
F
P= n
แทน รอ้ ยละ
แทน ความถ่ที ี่ต้องการแปลค่าให้เปน็ รอ้ ยละ
n แทน จานวนความถท่ี ้งั หมด
3.5.2 การวเิ คราะห์ข้อมลู ส่วนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของผทู้ ดลองใช้งาน คูม่ ือการ
ดูแลผ้าในงานซักรีด จานวน 10 เล่ม ผู้ทดลองใช้งาน คณะครูและนักเรียนนักศึกษา สาขาวิชาการ
โรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ จานวน100คนในการวิเคราะห์ ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย (Mean) และ
ส่วนเบยี่ งเบงมาตรฐาน (S.D)
44
สตู รการหาคา่ เฉล่ยี
เม่อื X̅ x
∑x
n X̅ = n
แทน ค่าเฉลี่ย
แทน ผลรวมท้งั หมดของความถี่ คณู คะแนน
แทน ผลรวมทงั้ หมดของความถซ่ี ่งึ มคี า่ เท่ากบั จานวนขอ้ มูลทั้งหมด
สตู รการหาสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
n x2 − ( x )2
S.D. = n(n −1)
เมอ่ื SD แทน ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
n แทน จานวนคู่ท้ังหมด
X แทน คะแนนแตล่ ะตัวในกลมุ่ ขอ้ มลู
∑x แทน ผลรวมของความแตกตา่ งของคะแนนแตล่ ะคู่
3.5.3 การวิเคราห์ข้อมูล ส่วนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ ซ่ึงเป็นคาถามปลายเปิดเพื่อให้
ผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจเก่ียวกับคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดแบบสอบถาม โดยผู้
จัดโครงการได้วิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบเชิงพรรณนาบรรยายตามเหตุผลของผู้ตอบ
แบบสอบถาม
บทท่ี 4
ผลการศกึ ษา
จากการศึกษางานตามโครงการ คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
ข้อมูลการดูแลผ้าแต่ละชนิด เพ่ือจัดทาคู่มือการดูแลผ้าในห้องผ้า เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาใช้เป็นแนว
ปฏบิ ตั ิการในการดแู ลผา้ สามารถแสดงผลการศึกษาและวเิ คราะห์ข้อมูลไดด้ ังนี้
4.1 ผลการวิเคราะห์การสารวจความคิดเห็น ความต้องการ รูปแบบคู่มือการดูแลผ้าใน
งานซักรดี ประกอบไปด้วย 3 ส่วน
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู เก่ียวกบั สถานภาพของผู้ตอบแบบสารวจ
ตอนท่ี 2 ข้อมูลการสารวจการแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความต้องการ รูปแบบ
คู่มอื การดแู ลผา้ ในงานซักรีด
ตอนท่ี 3 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การแสดงความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ
4.2 ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
ประกอบไปด้วย 3 ส่วน
ตอนท่ี 1 ข้อมูลเก่ียวกบั สถานภาพของผ้ตู อบแบบประเมนิ
ตอนที่ 2 ระดับความพงึ พอใจของคูม่ ือการดูแลผ้าในงานซักรดี
ตอนท่ี 3 การแสดงความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ
4.1 ผลการวิเคราะห์การสารวจความคิดเห็น ความต้องการ รูปแบบคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
ประกอบไปด้วย 3 สว่ น
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลเกีย่ วกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสารวจ
ตารางที่ 1 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบ
สารวจ โดยจาแนกตวั แปรตามเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม
เพศ จานวน (คน) รอ้ ยละ
ชาย 19 19
หญงิ 81 81
รวม 100 100
จากตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ โดยมี
ตวั แปรจาแนกตามเพศ พบว่า ส่วนใหญเ่ ปน็ เพศหญิง จานวน 81 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 81 และเพศชาย
จานวน 19 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 19 ตามลาดับ
46
ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน รอ้ ยละของกลุ่มตัวอยา่ งท่ตี อบแบบ
สารวจ โดยจาแนกตวั แปรตามอายุของผู้ตอบแบบสอบถาม
อายุ จานวน(คน) รอ้ ยละ
15 – 19 ปี 39 39
20 – 24 ปี 59 59
30 – 34 ปี 1 1
35 – 39 ปี 1 1
รวม 100 100
จากตารางท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ โดยมี
ตัวแปรจาแนกตามอายุ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นอยู่ในช่วงอายุ 20-24 ปี จานวน 59 คน คิดเป็นร้อยละ
59 รองลงมา คือ ชว่ งอายุ 15-19 ปี จานวน 39 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 39 และนอ้ ยทส่ี ุดมีจานวนเท่ากัน
คือ ชว่ งอายุ 35-39 และ อายุ 40 ปขี ้ึนไป จานวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 1 ตามลาดับ
ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะหก์ ารสารวจความคดิ เห็น ความต้องการ รปู แบบคมู่ ือการดูแลผ้า
ในงานซกั รดี
ตารางท่ี 3 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ
ความคิดเหน็ เก่ียวกบั รปู แบบกระดาษของคู่มอื การดูแลผา้ ในงานซกั รีด
ประเภทกระดาษ จานวน(คน) รอ้ ยละ
กระดาษมัน 44 44
กระดาษA4 19 19
กระดาษแข็ง 23 23
กระดาษโฟโต้ 14 14
รวม 100 100
จากตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสารวจ
ความคิดเหน็ รูปแบบกระดาษของคู่มือการดแู ลผ้าในงานซักรดี พบว่า มผี สู้ ารวจมากทส่ี ุด คอื กระดาษ
มัน จานวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 44 รองลงมา คือ กระดาษแข็ง จานวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 23
รองลงมา คือ กระดาษ A4 จานวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 19 และน้อยท่ีสุด คือ กระดาษโฟโต้
จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 14 ตามลาดบั
47
ตารางท่ี 4 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ
ความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ประโยขนข์ องคู่มือการดูแลผา้ ในงานซักรดี
ผลการสารวจ จานวน(คน) ร้อยละ
มากท่ีสดุ 47 47
มาก 41 41
ปานกลาง 12 12
รวม 100 100
จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสารวจ
ความคิดเห็นประโยขน์ของคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดสี พบว่า มีผู้สารวจมากท่ีสุด คือ มากที่สุด
จานวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 47 รองลงมาคือมากจานวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 41 และน้อยที่สุด คือ
ปานกลาง จานวน 12 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12 ตามลาดบั
ตารางที่ 5 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสารวจ
ความคิดเหน็ เกีย่ วกบั รปู แบบคมู่ ือการดแู ลผา้ ในงานซกั รดี
รปู แบบคมู่ ือ จานวน (คน) ร้อยละ
สมดุ เลม่ เล็ก 51 51
หนงั สือ 15 15
แผ่นผบั 34 34
รวม 100 100
จากตารางท่ี 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ
ความคิดเห็นรูปแบบคู่มือการดูแลผ้าในงานซกั รีด พบว่า มีผู้สารวจมากท่ีสุด คือ สมุดเล่มเล็ก จานวน
51 คน คิดเป็นร้อยละ 51 รองลงมา คือ แผ่นพับ จานวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 34 และน้อยท่ีสุด
คอื หนังสือ จานวน 15 คน คิดเปน็ ร้อยละ 15 ตามลาดับ
ตารางที่ 6 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจ
ความคิดเห็นควรมีค่มู ือการดูแลผา้ ในงานซักรีดหรือไม่
ผลการสารวจ จานวน(คน) รอ้ ยละ
ควร 81 81
ไมค่ วร 1 1
ไมแ่ น่ใจ 18 18
รวม 100 100
จากตารางท่ี 6 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสารวจ
ความคิดเห็นว่าควรมีคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดหรือไม่ พบว่า มีผู้สารวจมากท่ีสุด คือ ควร จานวน
81 คน คิดเปน็ ร้อยละ 81 รองลงมา คอื ไมแ่ น่ใจ จานวน 18 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 18 และนอ้ ยทส่ี ดุ คือ
ไม่ควร จานวน 1 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 1 ตามลาดบั
48
ตารางท่ี 7 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบ
สารวจความคดิ เห็นการเขา้ เลม่ คู่มอื
การเขา้ เล่มค่มู อื จานวน(คน) รอ้ ยละ
เข้าเลม่ แบบหว่ ง 23 23
เข้าเลม่ ใส่กาว 34 34
เขา้ เลม่ เย็บหมุด 13 13
เข้าเลม่ เม็คมุงหลงั คา 18 18
เข้าเล่มเยบ็ ก่ีใส่กาว 12 12
รวม 100 100
จากตารางที่ 7 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสารวจ
ความคิดเห็นการเข้าเล่มคู่มือ พบว่า มีผู้สารวจมากท่ีสุด คือ เข้าเล่มใส่กาว จานวน 34 คน คิดเป็น
ร้อยละ 34 รองลงมา คือ เข้าเล่มแบบห่วง จานวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 23 รองลงมา คือ เข้าเล่ม
เม็คมุงหลังคา จานวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 18 รองลงมา คือ เข้าเล่มเย็บหมุด จานวน 13 คน คิด
เป็นรอ้ ยละ 13 และน้อยท่ีสดุ คือ เขา้ เลม่ เย็บกี่ใสก่ าว จานวน 12 คน คิดเปน็ ร้อยละ 12 ตามลาดบั
ตอนท่ี 3 ผลวิเคราะห์ข้อมูลเกย่ี วกับการแสดงความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของการ
สารวจ รปู คมู่ ือการดูแลผ้าในงานซกั รดี แบบตะกร้าใส่ของในห้องนา้
สรุปความคิดเห็นของ ผู้ตอบแบบสารวจลักษณะคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดมีความคิดเห็น
ว่าควรมีให้เลือก เน้ือหา ท่ีควรใส่ในคู่มือ ถ้าไม่ให้เลือก คู่มือ ต้องจัดให้มีเนื้อหาครบถ้วน รวมถึงการ
จัดวางผา้ ในหอ้ งผา้ ใหถ้ กู ตอ้ งการตามตาแหนง่ และเปน็ ระเบยี บ และควรมใี ห้เลอื กสีของคู่มือ
49
4.2 ผลการวเิ คราะห์ความพึงพอใจในการใช้คูม่ ือการดแู ลผ้าในงานซักรดี ประกอบไปด้วย3 ตอน
ผลการวเิ คราะหค์ วามพงึ พอใจเกี่ยวกบั สถานภาพของผ้ตู อบแบบประเมินความพึงพอใจ คมู่ อื
การดูแลผ้าในงานซักรีด ได้ใช้การวิเคราะห์ทางสถิติโดยการหาค่าความถ่ีและร้อยละสามารถแสดง
ผลได้ดังนี้
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลเกีย่ วกบั สถานภาพของผ้ตู อบแบบประเมินความพึงพอใจคู่มือการดแู ลผ้า
ในงานซกั รีด
ตารางท่ี 8 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลจานวน ร้อยละของกลุ่มตัวอยา่ งทตี่ อบแบบสารวจ
โดย จาแนกตวั แปรตามเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม
เพศ จานวน (คน) ร้อยละ
ชาย 34 34
หญิง 66 66
รวม 100 100
จากตารางที่ 8 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ส่วนบคุ คลของกลุ่มตัวอยา่ งที่ตอบแบบสารวจ โดยมี
ตวั แปรจาแนกตามเพศ พบวา่ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ จานวน 66 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 66 และเพศชาย
จานวน 34 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 34 ตามลาดับ
ตารางท่ี 9 แสดงผลการวเิ คราะห์ข้อมลู จานวน ร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างที่ตอบแบบประเมนิ
ความพงึ พอใจ โดยจาแนกตวั แปรตามอายุของผู้ตอบแบบประเมิน
อายุ จานวน (คน) รอ้ ยละ
15 – 19 20 20
20 – 24 69 69
25 – 29 11 11
รวม 100 100
จากตารางท่ี 9 ผลการวิเคราะห์ข้อมลู จานวน รอ้ ยละของกลมุ่ ตวั อย่างท่ีตอบแบบสารวจโดย
มีตัวแปรจาแนกตามอายุ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นอยู่ในชว่ งอายุ 20-24 ปี จานวน 69 คน คิดเป็นร้อยละ
69 รองลงมา คือ ช่วงอายุ 15-19 ปี จานวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 20 และน้อยท่ีสุด คือ ช่วงอายุ
25-29 ปี จานวน 11 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11 ตามลาดบั
50
ตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะหร์ ะดบั ความพึงพอใจคมู่ ือการดูแลผา้ ในงานซักรดี
ตารางท่ี 10 ตารางแสดงผลการวเิ คราะห์การจัดลาดบั ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบประเมิน
คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด โดยการหาค่าเฉล่ีย ( ̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ซึ่งผล
วิเคราะห์ขอ้ มลู ปรากฏดงั นี้
ผลการประเมิน
รายการประเมิน ค่าเฉล่ยี S.D. ระดับ
( ̅ ) เกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. โครงการค่มู ือการดูแลผา้ ในงานซกั รีดมีความ 4.57 0.65 มากที่สดุ
เหมาะสมตรงกับความต้องการ
2. เนือ้ หาในคมู่ ืออ่านแลว้ มคี วามเขา้ ใจง่าย มี 4.56 0.65 มากทีส่ ุด
ภาพประกอบชดั เจน
3. สีของคมู่ ือการดูแลผ้ามคี วามเหมาะสม 4.53 0.68 มากทส่ี ดุ
4. คมู่ อื การดแู ลผ้าสามารถพกพาไดง้ า่ ย 4.59 0.71 มากที่สุด
5. คมู่ อื การดูแลผ้าสามารถจัดเก็บได้ง่ายและ 4.49 0.65 มาก
ประหยดั พนื้ ท่ี
6. นักเรียนนักศึกษา มแี นวทางในการดูแลรักษาผา้ 4.44 0.80 มาก
ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
7. นกั เรยี นนักศึกษา สามารถนาความรทู้ ไี่ ดอ้ ่านจาก 4.53 0.67 มากทส่ี ุด
คู่มือการดูผ้าไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ไดจ้ ริง
8. นกั เรยี นนักศกึ ษามีความรเู้ กย่ี วกบั ผา้ ต่าง ๆ ท่ีใช้ 4.48 0.73 มาก
ในอาคารปฏบิ ตั ิการโรงแรมเพ่ิมข้นึ
9. คู่มอื การดูแลผ้ามคี ุณภาพในการใชง้ าน 4.51 0.79 มากทส่ี ดุ
10. ความพึงพอใจภาพรวมหลังจากที่ได้อ่านคมู่ ือ 4.58 0.68 มากทส่ี ดุ
รวม 4.52 0.70 มากที่สุด
จากตารางท่ี 10 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ประเมินความพงึ พอใจคู่มือการดูแลผ้า
ในงานซักรีด ได้ผลการวิเคราะห์ โดยเรียงลาดับผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบ
ประเมินความพึงพอใจ พบว่าภาพรวมของคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดสร้างความพึงพอใจให้แก่
ผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.52) โดยผลการวิเคราะห์ตามความพึง
พอใจของผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด พบว่า คู่มือการดูแลผ้า
สามารถพกพาได้ง่าย เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.59) ความพึงพอใจภาพรวม
หลงั จากท่ีได้อ่านคู่มือ เกณฑก์ ารประเมินอย่ใู นระดบั มากท่ีสุด ( ̅=4.58) โครงการคมู่ ือการดูแลผ้าใน
งานซักรีดมีความเหมาะสมตรงกับความต้องการ เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากท่ีสุด ( ̅=4.57)
เน้ือหาในคู่มืออ่านแล้วมีความเข้าใจง่าย มีภาพประกอบชัดเจน เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด( ̅=4.56) สีของคู่มือการดูแลผ้ามีความเหมาะสม เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากท่ีส
51
( ̅=4.53) นักเรียนนกั ศกึ ษา สามารถนาความรทู้ ีไ่ ดอ้ ่านจากคู่มือการดูผา้ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้จริง
เกณฑ์การประเมนิ อยใู่ นระดับมากทีส่ ุด ( ̅=4.53) คมู่ อื การดแู ลผา้ มีคณุ ภาพในการใช้งาน เกณฑ์การ
ประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.51) คู่มือการดูแลผ้าสามารถจัดเก็บได้ง่ายและประหยัดพ้ืนท่ี
เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก ( ̅=4.49) นักเรียนนักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับผ้าต่าง ๆ ท่ีใช้ใน
อาคารปฏิบตั ิการโรงแรมเพ่ิมขึ้น เกณฑก์ ารประเมินอยู่ในระดบั มาก ( ̅=4.48) รองลงมาคอื นักเรียน
นกั ศึกษา มีแนวทางในการดูแลรักษาผ้าได้อย่างถูกต้อง เกณฑก์ ารประเมนิ อยู่ในระดับมาก ( ̅=4.44)
ตามลาดบั
ตารางท่ี 11 ตารางแสดงผลการวเิ คราะห์การจัดลาดบั ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบประเมิน
คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด โดยการหาค่าเฉลี่ย ( ̅) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ซึ่งผล
วิเคราะหข์ อ้ มลู ปรากฏดังนี้
ผลการประเมนิ
รายการประเมิน คา่ เฉลย่ี S.D. ระดับเกณฑ์ ลาดบั ที่
( ̅ ) กาประเมิน
คู่มอื การดแู ลผา้ สามารถพกพาไดง้ า่ ย 4.59 0.71 มากทส่ี ดุ 1
ความพงึ พอใจภาพรวมหลังจากท่ีได้อ่านคมู่ ือ 4.58 0.68 มากท่สี ุด 2
โครงการคูม่ ือการดแู ลผา้ ในงานซกั รีดมีความ 4.57 0.65 มากที่สุด 3
เหมาะสมตรงกบั ความตอ้ งการ
เนอ้ื หาในคู่มอื อ่านแล้วมีความเขา้ ใจง่าย มี 4.56 0.65 มากทีส่ ดุ 4
ภาพประกอบชัดเจน
สขี องคู่มือการดแู ลผ้ามีความเหมาะสม 4.53 0.68 มากทส่ี ดุ 5
นักเรยี นนักศึกษา สามารถนาความรู้ท่ีได้อ่าน 4.53 0.67 มากท่ีสดุ 5
จากคมู่ ือการดผู ้าไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้จริง
คมู่ อื การดูแลผ้ามีคณุ ภาพในการใช้งาน 4.51 0.79 มากที่สุด 6
คู่มือการดูแลผ้าสามารถจัดเก็บได้ง่ายและ 4.49 0.65 มาก 7
ประหยดั พ้ืนที่
นักเรียนนักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับผ้าต่าง ๆ 4.48 0.73 มาก 8
ทใ่ี ช้ในอาคารปฏิบัตกิ ารโรงแรมเพมิ่ ขนึ้
นักเรียนนักศึกษา มแี นวทางในการดแู ลรักษาผา้ 4.44 0.80 มาก 9
ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
รวม 4.52 0.70 มากท่สี ุด
จากตารางท่ี 11 สรุปผลการวิเคราะห์การจัดลาดับความพึงพอใจของผู้ประเมิน
แบบสอบถาม ความพึงพอใจคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด ได้ผลวิเคราะห์ โดยเรียงลาดับผลการ
วิเคราะห์ พบว่า ค่าเฉล่ียมากท่ีสุด ( ̅=4.59) คือ คู่มือการดูแลผ้าสามารถพกพาได้ง่าย ค่าเฉล่ี
52
รองลงมา ( ̅=4.58) คือ ความพึงพอใจภาพรวมหลังจากที่ได้อ่านคู่มือ ค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ( ̅=4.44)
คอื นกั เรยี นนักศึกษา มีแนวทางในการดูแลรักษาผา้ ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ตามลาดับ
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ
จากการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะของผู้ประเมินแบบสอบถามความพึงพอใจ คู่มือการดูแลผ้าใน
งานซกั รดี วเิ คราะห์ไดว้ ่า มีขอ้ เสนอแนะเชิงบวกและข้อเสนอแนะควรปรบั ปรุง
ข้อเสนอแนะเชิงบวก ผู้ประเมินมีความพึงพอใจกับรูปแบบของคู่มือการดูแลผ้า ขนาดของ
คมู่ ือมีความเหมาะสมและคงทนต่อการใช้งาน
ข้อเสนอแนะท่ีควรปรับปรุง ผู้ประเมินมีความคิดเห็นว่าควรมีสีสันในคู่มือให้มากกว่านี้ และ
อยากให้ ให้มกี ารพฒั นาตอ่ ไป
บทที่5
สรปุ ผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ
จากการศึกษางานตามโครงการ คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
ข้อมูลการดูแลผ้าแต่ละชนิด เพื่อจัดทาคู่มือการดูแลผ้าในห้องผ้า เพ่ือให้นักเรียนนักศึกษาใช้เป็นแนว
ปฏิบตั กิ ารในการดแู ลผา้ ผู้จดั ทาโครงการไดส้ รุป อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ ดังหัวข้อต่อไปนี้
5.1 สรุปผล
5.2 อภิปรายผล
5.3 ขอ้ เสนอแนะในการศกึ ษาคร้ังต่อไป
5.1 สรุปผล
จากผลการวิเคราะห์แบบสารวจความคิดเห็น ความต้องการ รูปแบบคู่มือการดูแลผ้าในงาน
ซักรีด ได้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ จานวนกลุ่มตัวอย่างท่ีตอบแบบสารวจจานวน 100 คน คิดเป็น
ร้อยละ 100 เมื่อจาแนกตามเพศ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 81 ด้านการ
จาแนกตาม ช่วงอายุ ส่วนใหญ่อยใู่ นชว่ งอายุ 20-24 ปี จานวน 59 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 59 และจากผล
การวิเคราะห์ ข้อมูลการสารวจความคิดเห็นเกี่ยวกับรปู แบบ กระดาษของคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
ประโยขนข์ องคู่มือการดูแลผา้ ในงานซักรีด รูปแบบคู่มอื การดแู ลผ้าในงานซกั รีด ควรมีค่มู อื การดแู ลผ้า
ในงานซักรีดหรือไม่ การเข้าเล่มคู่มือ พบว่าส่วนใหญ่เลือก กระดาษของคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
คือ กระดาษมนั จานวน 44 ตน คดิ เป็นรอ้ ยละ 44 สาหรบั ประโยขน์ของคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
สว่ นใหญเ่ ลอื ก มากทีส่ ุด จานวน 47 คน คดิ เป็นร้อยละ 47 สาหรบั รูปแบบคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
ส่วนใหญ่เลือก สมุดเลม่ เล็ก จานวน 51 คน คิดเปน็ ร้อยละ 51 สาหรับควรมคี ูม่ ือการดแู ลผา้ ในงานซัก
รีดหรือไม่ ส่วนใหญ่เลือก ควร จานวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 81 สาหรับการเข้าเล่มคู่มือ ส่วนใหญ่
เลอื ก เขา้ เล่มใสก่ าว จานวน 34 คน คิดเปน็ ร้อยละ 34
จากผลการวิเคราะห์การจัดลาดับความพึงพอใจของผู้ประเมินแบบสอบถามความพึงพอใจ
คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด ได้ผลวิเคราะห์ข้อมูลดังน้ีจานวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบประเมินความ
พงึ พอใจ จานวน 100 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100 เมอื่ จาแนกตามเพศ สว่ นใหญ่เป็นเพศหญงิ จานวน 66
คน คิดเป็นร้อยละ 66 ด้านการจาแนกตามช่วงอายุ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 20-24 ปี จานวน 69 คน คิด
เป็นร้อยละ 69 และจากผลการวิเคราะห์การจัดลาดับความพึงพอใจของผู้ประเมินคู่มือการดูแลผ้าใน
งานซักรีด ได้ผลการวิเคราะห์ โดยเ รียงลาดับผลการวิเคราะห์ พบว่า คู่มือการดูแลผ้าสามารถพกพา
ไดง้ า่ ย เกณฑก์ ารประเมินอยูใ่ นระดบั มากทสี่ ดุ ( ̅=4.59)
54
ค่าเฉลี่ยรองลงมา คือ ความพึงพอใจภาพรวมหลังจากท่ีได้อ่านคู่มือ เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับ
มากที่สุด ( ̅=4.58) ค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ นักเรียนนักศึกษา มีแนวทางในการดูแลรักษาผ้าได้อย่าง
ถกู ต้อง เกณฑก์ ารประเมนิ อยู่ในระดบั มาก ( ̅=4.44)
5.2 อภปิ รายผล
1) โครงการคู่มือการดูแลผ้าในงานซกั รีดมีความเหมาะสมตรงกับความต้องการ ได้เกณฑ์การ
ประเมินอยู่ในระดับมากท่ีสุด ( ̅=4.59) เพราะเนื่องด้วยในอาคารปฏิบัติการโรงแรมมีผ้ามากมาย
หลายประเภท เพราะนักเรียนนักศึกษาบางส่วนท่ียังไม่รู้วิธีการดูแลและเก็บรักษาผา้ ท่ีถูกวิธี จึงควรมี
ค่มู ือการดูแลผ้าแตล่ ะประเภท เพื่อทจ่ี ะเป็นแนวทางในการดแู ลผ้าใหก้ บั นกั เรยี นนักศึกษาให้มากกวา่ นี้
2) เน้ือหาในคู่มืออ่านแล้วมีความเข้าใจง่าย มีภาพประกอบชัดเจน เกณฑ์การประเมินอยู่ใน
ระดับมากทท่ีสุด ( ̅=4.56) เพราะเนื่องจากเนื้อหาในคู่มือมีตัวหนังสือท่ีพอดีไม่ใหญ่เกินไม่เล็กเกิน
สามารถอ่านแล้วเข้าใจถึงข้ันตอนการทาความสะอาดผ้าได้ง่ายมีท้ังภาพประกอบ ประเภทผ้า ขนาด
ของผา้ และวิธีการดแู ลเก็บรกั ษาผ้าตา่ ง ๆ
3) สีของค่มู อื การดูแลผ้ามีความเหมาะสม เกณฑ์การประเมินอยใู่ นระดับมากทีส่ ุด ( ̅=4.53)
เพราะเนื่องดว้ ยสีของคู่มอื เป็นสีขาวซ่ึงทาใหค้ มู่ ือดสู ะอาดและสบายตา
4) คู่มือการดูแลผ้าสามารถพกพาได้ง่าย เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากท่ีสุด ( ̅=4.59)
เพราะเนื่องด้วยคู่มือเป็นสมุดเล่มเล็กท่ีมีขนาดกะทัดรัด สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่า
สมดุ เลม่ ใหญ่
5) คู่มือการดูแลผ้าสามารถจัดเก็บได้ง่ายและประหยัดพื้นท่ี เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับ
มาก ( ̅=4.49) เพราะเนื่องด้วยคู่มือเป็นสมุดเลม่ เล็กจึงประหยัดพ้ืนที่ในการจดั เก็บได้ง่าย ใช้พื้นที่ใน
การจดั เก็บไม่มาก
6) นักเรียนนักศึกษา มีแนวทางในการดูแลรักษาผ้าได้อย่างถูกต้อง เกณฑ์การประเมินอยู่ใน
ระดับมาก ( ̅=4.44) เพราะเน่ืองด้วยในเนื้อหาคู่มือมีรูปภาพประกอบและวิธีการดูแลผ้าแต่ละ
ประเภทบอกไว้อย่างชัดเจน นักเรียนนักศึกษาจงึ สามารนามาเป็นแนวทางในการศึกษาก่อนที่จะนาผ้า
ไปซักแต่ละประเภทอย่างถกู ตอ้ ง
7) นักเรียนนักศึกษา สามารถนาความรู้ท่ีได้อ่านจากคู่มือการดูผ้าไปใช้ในชีวิตประจาวันได้
เกณฑก์ ารประเมินอยู่ในระดบั มากท่ีสุด ( ̅=4.53) เพราะเนื่องจากนักเรียนนักศึกษาที่ไดอ้ ่านค่มู ือการ
ดูแลผ้าในงานซักรีดมีความรู้มากย่ิงข้ึนในเร่ืองของการดูแลผ้าต่าง ๆ จึงสามารถนามาใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ไดจ้ รงิ
55
8) นักเรียนนักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับผ้าต่าง ๆ ที่ใช้ในอาคารปฏิบัติการโรงแรมเพ่ิมขึ้น
เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=4.48) เพราะเนื่องด้วยคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดมีผ้า
แต่ละประเภทในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป นักเรียนนักศึกษาจึงสามารถนาความรู้จากการอ่าน
คู่มอื มาและร้จู ากผ้าในอาคารปฏบิ ัตกิ ารโรงแรมมากขึน้
9) คมู่ ือการดแู ลผา้ มคี ุณภาพในการใช้งาน เกณฑ์การประเมนิ อยู่ในระดบั มากทส่ี ดุ ( ̅=4.51)
เพราะเน่ืองจากคู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีดมีการเข้าเลม่ คู่มือแบบอัดกาวมีความคงทนต่อการใช้งาน
และมีคณุ ภาพในการใชง้ าน
10) ความพึงพอใจของภาพรวมหลังจากที่ได้อ่านคู่มือ เกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด ( ̅=4.58) เพราะเนื่องด้วยคู่มือการดูแลผ้าในงานกั รีดมีความคงทนต่อการใช้งาน และนักศึกษา
สารมารถนามาเป็นความรู้ในการดูแลผ้าแต่ละประเภทไดถ้ ูกวิธี
5.3 ข้อเสนอแนะในการศึกษา
1) ขอ้ เสนอแนะ
จากการศึกษาและจัดทาโครงการในครั้งน้ี ผู้จัดทาโครงการพบปัญหาในเรื่องของ การหาเนื้อหาและ
ขนาดตา่ ง ๆ ของผ้าแตล่ ะประเภทท่ใี ช้ในอาคารปฏิบัติการโรงแรม
2) ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาครัง้ ตอ่ ไป
จากการประเมินความพึงพอใจบางคนเกิดข้อเสนอแนะท่ีอยากให้ผู้จัดทาโครงการได้พัฒนาต่อไป ซ่ึง
ผู้จัดทาโครงการรวบรวมข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขท้ังหมดได้ว่า ในการพัฒนาครั้งต่อไปควร
ทาเป็นป้ายสัญญาลักษณ์ติดตามชัน้ วางผา้ แต่ละประเภท การทาคู่มือการดูแลรักษาเครื่องซักผ้า และ
การทาค่มู อื วธิ กี ารใชเ้ ครื่องซักผ้า
บรรณานกุ รม
เอกสารอา้ งอิง
“การซักผา้ ” . (ระบบออนไลน์) แหล่งขอ้ มลู . http://www.rbru.ac.th/news/attach
( สบื คน้ เมื่อวันที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563 )
“วิธกี ารดแู ลผา้ อยา่ งถูกวธิ ี”. (ระบบออนไลน)์ แหลง่ ขอ้ มลู .
https://arsirawatmimi.wordpress
( สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2563 )
“ข้ันตอนการดแู ลผ้า”. (ระบบอนนไลน์) แหลง่ ขอ้ มูล.
http://www.human.cmu.ac.th/home ( สบื คน้ เม่อื วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2563 )
“หลักการดแู ลผ้า”. (ระบบออนไลน)์ แหลง่ ข้อมูล.
https://sites.com/site/kardulaeseuxphaa/khwam ( สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2563 )
“การดแู ลรักษาผา้ แตล่ ะชนดิ ”. (ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมลู .
http://www.smartprintfabric.co.th ( สืบค้นเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 )
ภาคผนวก ก
แบบเสนอโครงร่างโครงการ
แบบนาเสนอขออนมุ ัตโิ ครงการวิชาชีพ
วิทยาลยั อาชีวศึกษาเชยี งใหม่
รายวิชา โครงการ รหัสวชิ า 3701 – 8501 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
ชอ่ื โครงการ ค่มู ือการดูแลผา้ ในงานซกั รีด
ระยะเวลาดาเนินงาน ตัง้ แตว่ นั ที่ 16 พฤศจิกายน 25563 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564
สถานท่ดี าเนินงาน - อาคารปฏิบัติการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเชยี งใหม่
- ท่อี ยู่อาศยั ของผู้จดั ทา บา้ นเลขที่ 6/3 ม.17 ต.แม่วนิ อ.แม่วาง
จ.เชยี งใหม่ 50360
ประมาณการคา่ ใชจ้ า่ ย 1,000 บาท (หนึ่งพนั บาทถว้ น)
ผูจ้ ดั ทาโครงการ นางสาวกัญญารตั น์ วสันตห์ รรษา ระดับช้ันประกาศนียบตั รวชิ าชพี ข้นั สงู
ชัน้ ปที ี่ 2 ห้อง 2 สาขาวชิ าการโรงแรม ประเภทวชิ าอุตสาหกรรมท่องเทยี่ ว
ลงชอื่ ............................................ผ้จู ดั ทาโครงการ
(นางสาวกัญญารตั น์ วสนั ตห์ รรษา)
27 พฤศจกิ ายน 2563
ความคดิ เห็นของอาจารย์ประจาวิชาโครงการ
................................................................................................... .............................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...........................................................
(นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล)
ลงชอ่ื .............................................................. ลงช่ือ.............................................................
(นางอัปสร คอนราด) (นายณรงคศ์ ักด์ิ ฟองสินธุ)์
รองผูอ้ านวยการฝ่ายวิชาการ
หัวหน้าแผนกวชิ าการโรงแรม
แบบเสนอโครงการ
1. ชอื่ โครงการ คู่มอื การดแู ลผา้ ในงานซกั รดี
2. ผจู้ ัดทาโครงการ นางสาวกญั ญารตั น์ วสันตห์ รรษา ระดับช้นั ประกาศนียบัตรวิชาชีพขัน้ สูง
ชั้นปที ่ี 2 ห้อง 2 สาขาวชิ าการโรงแรม ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม
ทอ่ งเที่ยว
3. ครูที่ปรกึ ษาโครงการ นางสาวนัชพร สาครธารง
4. ครปู ระจาวิชาโครงการ นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล
5. ความเปน็ มาและความสาคญั ของโครงการ
ผ้าในโรงแรมมีหลากหลายประเภท ไมว่ ่าจะเปน็ ผา้ ห่ม ผา้ ปูทน่ี อน ผา้ ปูโตะ๊ ผ้าขนหนูขนาดต่าง ๆ
เป็นต้น ผ้าแต่ละประเภทจะมีเนื้อผ้าและสีที่แตกต่างการออกไป เพ่ือการนาผ้ามาใช้งานในโรงแรมได้
หลากหลายงานหลากหลายรปู แบบ ผ้าแตล่ ะประเภทจะนาไปใช้งานไมเ่ หมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงเกิด
ปัญหาท่ีตามมาหลายอย่างจากการทากิจกรรมต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น ในชีวิตประจาวัน เช่น
การรับประทานอาหารบนผ้าปูโต๊ะอาจทาให้ผ้าที่เราปูโต๊ะเปรอะเป้ือนจากคราบสกปรก ซ่ึงหากไม่ขจัดทันที
จะทาให้คราบสกปรกเหล่าน้ันฝังแน่นในเส้นใยผ้า ดังนั้น จึงต้องมีวิธีการดูแลผ้าแต่ละประเภทให้ดี
และแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเน้ือผ้า การดูแลผ้าแต่ละประเภทให้สะอาด คงสภาพดี
ใชง้ านไดน้ านตอ้ งรู้จกั วิธกี ารขจดั รอยเป้อื น ซกั ตาก รดี และเกบ็ รกั ษาอยา่ งถูกต้อง
จากท่ีข้าพเจ้าได้สารวจข้อมูลเก่ียวกับผ้าในอาคารปฏิบัติการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษา
เชยี งใหม่ พบว่ามผี ้าจานวนมากและมผี ้าหลากหลายประเภท ซ่ึงผ้าแต่ละประเภทจะมีเน้ือผ้าและวิธีการ
ดูแลรักษาท่ีไม่เหมือนกัน ดังน้ันผ้าแต่ละประเภทของอาคารปฏิบัติการโรงแรม จึงมีคุณสมบัติในการ
ใช้งานทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป เชน่ ผา้ ปูท่นี อน มไี วส้ าหรบั การปูเตียง ผา้ ปูโตะ๊ มีไวส้ าหรับการปโู ต๊ะเป็นต้น
ดังน้ันทางผู้จัดทาโครงการจึงได้มีแนวคิดการทาคู่มือการดูแลผ้า เพ่ือเป็นคู่มือและแนวทาง
ให้กับนักศึกษาท่ีฝึกงานและฝึกปฏิบัติงานในอาคารปฏิบัติการโรงแรม ได้ทราบถึงวิธีการดูแลผ้า
แต่ละชนิด การเก็บรักษาผ้า สัญลักษณ์ในการดูแลผ้า รวมถึงการพับผ้าจัดเก็บตามชั้นวางและตู้เก็บผ้า
ต่าง ๆ เพ่ือให้เกิดความเป็นระเบียบถูกต้องตามชนิดตามกลุ่มผ้าเกิดความสะดวกเม่ือต้องการค้นหา
ผ้าท่ีใช้งานอย่างเหมาะสม
5. วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
1) เพ่ือศึกษาข้อมลู การดแู ลผ้าแตล่ ะชนดิ
2) เพื่อจดั ทาค่มู ือการดูแลผา้ ในห้องผา้
3) เพื่อให้นกั เรยี นนักศึกษาใชเ้ ปน็ แนวปฏิบตั กิ ารในการดแู ลผา้
6. ขอบเขตโครงการ
6.1 เชิงปรมิ าณ
- คูม่ อื การดูแลผา้ ในงานซักรดี จานวน 10 เลม่
- กลุ่มตวั อย่าง คณะครูและนักเรยี นนักศึกษา สาขาวชิ าการโรงแรม วทิ ยาลัย
อาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่ จานวน 100 คน
6.2 เชิงคณุ ภาพ
- คู่มือการดูแลผ้ามกี ารถ่ายทอดไดเ้ ข้าใจง่าย มภี าพประกอบชัดเจนและรปู เล่ม
คงทนต่อการใช้งาน
6.3 ระยะเวลาและสถานท่ีในการดาเนินงาน
ระยะเวลาดาเนินงาน วันท่ี 16 พฤศจกิ ายน 2563 ถึงวนั ท่ี 28 กุมภาพนั ธ์ 2564
สถานท่ีดาเนนิ งาน - อาคารปฏบิ ัติการโรงแรม วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาเชียงใหม่
- ที่อยู่อาศยั ของผูจ้ ัดทา บ้านเลขท่ี 6/3 ม.17 ต.แมว่ ิน
อ.แมว่ าง จ.เชยี งใหม่ 50360
7. ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั
1) ไดร้ บั ความรู้เกี่ยวกบั วธิ กี ารดูแลรกั ษาผ้ามากขน้ึ
2) สามารถนาความร้ทู ่ีได้จากการอ่านคมู่ ือการดูแลผ้าไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ไดจ้ รงิ
3) ทราบถึงขั้นตอนการดูแลผ้าต่าง ๆ ในห้องผา้ ได้ดีข้นึ
8. นิยามศัพท์
คูม่ อื การดูแลผา้ คอื เอกสารเนอ้ื หาท่ีพูดถึงแนวทางวิธีการปฏิบตั ิทาความสะอาดดูแลเก็บผ้า
ของอาคารปฏบิ ัตกิ ารโรงแรม เพื่อใหน้ ักเรียน นักศึกษา ผู้ทีป่ ฏบิ ัตงิ านมีแนวทางในการดแู ลผา้ เก็บรักษาผ้า
ได้อย่างถูกตอ้ ง
9. วธิ กี ารดาเนินโครงการ
1) การวางแผน (P)
- กาหนดช่อื เรือ่ งและศึกษารวบรวมข้อมูลปญั หา ความสาคัญของโครงการ
- เขียนแบบเสนอโครงการ
- ขออนุมัตโิ ครงการ
2) ขั้นตอนการดาเนินการ (D)
- ศกึ ษา ข้อมลู การดูแลผ้า ออกแบบสารวจประเมิลผล ครั้งที่ 1
- ศึกษา ข้อมูลการดูแลผา้ ออกแบบสารวจประเมนิ ผล คร้ังที่ 2
- จดั ทาคมู่ อื การดแู ลผา้ ตามผลการสารวจและประเมินผล ครั้งที่ 3
3) ขน้ั ตอนการตรวจสอบ (C)
- คณะครนู ักเรียน นกั ศึกษา ทดลองศึกษาคูม่ ือการดแู ลผ้าในงานซักรดี
- ประเมนิ ความพงึ พอใจผู้ท่ีได้ศึกษาคู่มือการดูแลผา้ ในงานซกั รดี
4) ขั้นตอนประเมนิ ติดตามผล (A)
- สรปุ ผลการประเมินความพึงพอใจผ้ทู ี่ได้ศกึ ษาคู่มือการดูแลผ้า
- จัดทาเล่มโครงการ
- นาเสนอและเผยแพร่ให้กบั คณะครูนกั เรียนนักศึกษา สาขาวชิ าการโรงแรม
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
10. แผนดาเนนิ โครงการ
ลาดับขัน้ ตอนดาเนินงาน ระยะเวลาดาเนินการ (สปั ดาห์ที่ 1 – 18)
(P D C A) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18
1.การวางแผน (P)
- กาหนดชอื่ เรอ่ื งและศึกษารวบรวม
ขอ้ มลู ปญั หา ความสาคัญของ
โครงการ
- เขยี นแบบเสนอโครงการ
- ขออนมุ ตั โิ ครงการ
2. ข้ันตอนการดาเนนิ การ (D)
- ศึกษา ขอ้ มลู การดแู ลผา้ ออกแบบ
สารวจประเมิลผล ครง้ั ท่ี 1
- ศึกษา ขอ้ มูลการดูแลผา้ ออกแบบ
สารวจประเมินผล ครั้งที่ 2
- จัดทาคู่มอื การดแู ลผา้ ตามผลการ
สารวจและประเมนิ ผล ครัง้ ท่ี 3
3. ขน้ั ตอนการตรวจสอบ (C)
- คณะครนู ักเรยี น นักศกึ ษา ทดลอง
ศกึ ษาคูม่ ือการดแู ลผา้ ในงานซักรีด
- ประเมนิ ความพึงพอใจผทู้ ีไ่ ด้ศกึ ษา
คู่มอื การดแู ลผา้ ในงานซักรดี
4. ข้ันตอนประเมนิ ติดตามผล (A)
- สรุปผลการประเมินความพึงพอใจผู้
ท่ไี ด้ศกึ ษาคู่มือการดูแลผ้า
- จดั ทาเล่มโครงการ
- นาเสนอและเผยแพรใ่ หก้ ับคณะครู
นักเรียนนักศกึ ษา สาขาวชิ าการ
โรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษา
เชียงใหม่
11.งบประมาณ จานวน 1,000 บาท
11.1 รายจา่ ย
- เอกสารการพิมพ์ 1,000 บาท
รวมงบประมาณ 1,000 บาท
(หนงึ่ พนั บาทถ้วน)
หมายเหตุ
* ขอความอนุเคราะหย์ มื ใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในหอ้ งซกั รดี แผนกวิชาการโรงแรม
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชยี งใหม่
** งบประมาณทีใ่ ชท้ ง้ั หมดผจู้ ัดทาโครงการเป็นผู้รับผดิ ชอบเองทัง้ สิน้
12. การติดตามประเมินผล
- แบบประเมนิ ความพึงพอใจของผทู้ ี่ได้อ่านคู่มอื การดแู ลผ้าในหอ้ งผา้
13. เอกสารอา้ งอิง
“การซกั ผ้า” . (ระบบออนไลน์) แหล่งขอ้ มูล. http://www.rbru.ac.th/news/attach
( สบื คน้ เมือ่ วนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563 )
“วธิ กี ารดแู ลผา้ อย่างถกู วธิ ี”. (ระบบออนไลน์) แหล่งขอ้ มลู .
https://arsirawatmimi.wordpress
( สืบคน้ เมื่อวันท่ี 27 พฤศจิกายน 2563 )
“ขั้นตอนการดแู ลผ้า”. (ระบบอนนไลน์) แหล่งขอ้ มลู .
http://www.human.cmu.ac.th/home ( สบื คน้ เม่อื วนั ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 )
“หลักการดแู ลผา้ ”. (ระบบออนไลน)์ แหลง่ ข้อมูล.
https://sites.com/site/kardulaeseuxphaa/khwam ( สบื คน้ เม่ือวนั ที่ 27 พฤศจกิ ายน 2563 )
“การดูแลรกั ษาผา้ แตล่ ะชนดิ ”. (ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมลู .
http://www.smartprintfabric.co.th ( สบื คน้ เมือ่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 )
ภาคผนวก ข
เครื่องมอื ท่ใี ช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ประวัติผจู้ ัดทา
ชื่อ – สกุล นางสาวกญั ญารตั น์ วสนั ตห์ รรษา รปู ถ่ายหน้าตรงคร่งึ ตัว
ช่ือเรอ่ื ง คมู่ ือการดแู ลผา้ ในงานซักรดี
สาขาวชิ า การโรงแรม ชดุ นกั ศกึ ษา
ประเภทวชิ า อุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว ขนาด 2 น้วิ
ประวตั ิ
ประวตั ิส่วนตัว
วนั เดือน ปี ทเ่ี กิด วนั อาทติ ย์ ท่ี 11 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2544 อายุ 19 ปี
ทีอ่ ยู่ (ปัจจบุ ัน) 6/3 หมู่ 17 ตาบลแม่วิน อาเภอแมว่ าง จงั หวดั เชียงใหม่ 50360
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2558 มธั ยมศกึ ษาตอนต้น โรงเรียนแมแ่ จม่
ปี พ.ศ. 2561 มัธยมศึกษาตอนปลาย สายศลิ ป์-ทัว่ ไป โรงเรยี นแมแ่ จ่ม
ปี พ.ศ. 2563 กาลงั ศึกษาระดบั ชั้นปวส. สาขาวชิ าการโรงแรม วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเชียงใหม่
รายงานผลการนาไปใชป้ ระโยชน์
ด้านวิชาชพี ดา้ นการเรยี นการสอน
ชือ่ ผลงาน คู่มือการดูแลผ้าในงานซักรีด
เจ้าของผลงาน นางสาวกัญญารัตน์ วสนั ต์หรรษา
วัน เดอื น ปี การนาไปใช้ประโยชน์ สถานที่ หลักฐาน
.......................... ......................................................... ....................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ........................................................ ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
...................................... .......................................
.......................... ...................................................... ...................................... .......................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................
.......................... ......................................................