เกณฑ์การประเมนิ แบบฝึกกจิ กรรมท้ายบทท่ี ๓ ขอ้ ที่ ๑
ให้นกั เรยี นอธิบายความแตกต่างของภาษาพดู และภาษาเขียน
ประเดน็ การ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประเมิน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๑. การอธบิ ายความ อธบิ ายความแตกต่างของ อธบิ ายความแตกต่างของ อธิบายความแตกต่างของ
แตกต่างของภาษา ภาษาพูด และภาษาเขียน ภาษาพูด และภาษาเขียนได้ ภาษาพดู และภาษาเขยี นได้
พูด และภาษาเขยี น ได้ถกู ต้อง มีรายละเอยี ด ถกู ตอ้ ง มีรายละเอียด ถกู ตอ้ ง มีรายละเอียด
ครบถว้ นทุกประเด็น ครบถ้วน ๒ - ๓ ประเดน็ ครบถ้วนเพยี ง ๑ ประเดน็
๒. การใชภ้ าษา เขยี นอธบิ ายความแตกต่าง เขยี นอธบิ ายความแตกต่าง เขียนอธบิ ายความแตกต่าง
เขยี นอธบิ ายความ ของภาษาพูด และภาษา
แตกต่างของภาษา ของภาษาพดู และภาษา ของภาษาพูด และภาษา เขียนโดยเลอื กใช้คาไม่
พูด และภาษาเขียน เหมาะสมกับระดบั ภาษา
เขยี นโดยเลือกใชค้ าได้ เขยี น โดยเลือกใชค้ า เรียบเรียงถอ้ ยคาไมถ่ กู ต้อง
และไมส่ อ่ื ความหมาย
ถูกตอ้ ง เหมาะสมกับระดบั ไมเ่ หมาะสมกับระดบั
ภาษา เรียบเรยี งถ้อยคา ภาษา เรียบเรยี งถอ้ ยคา
ไดส้ ละสลวย บกพร่องบางส่วน
สอื่ ความหมายได้ชดั เจน สอ่ื ความหมายได้
รวมคะแนนเต็มทั้งหมด ๖ คะแนน
เกณฑก์ ารผ่าน : ร้อยละ ๗๐ คะแนน (๔ คะแนน)
- ๘๗ -
เกณฑก์ ารประเมนิ แบบฝกึ กิจกรรมท้ายบทท่ี ๓ ข้อท่ี ๒
ให้นกั เรยี นอา่ นขอ้ ความจากภาษาพดู ท่ีกาหนดให้
พร้อมระบวุ า่ ขอ้ ความทก่ี าหนดจดั อยู่ในภาษาพดู ระดับใดบ้าง
ประเด็นการ เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเมนิ ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ปรับปรุง
(๕) (๔) (๓) (๒) (๑)
ความถูกต้องของ
คาตอบ ถกู ตอ้ ง ๕ ข้อ ถกู ต้อง ๔ ข้อ ถกู ตอ้ ง ๓ ขอ้ ถกู ต้อง ๒ ข้อ ถูกต้อง ๑ ข้อ
รวมคะแนนเตม็ ทง้ั หมด ๕ คะแนน
เกณฑ์การผา่ น : รอ้ ยละ ๖๐ คะแนน (๓ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ แบบฝึกกจิ กรรมท้ายบทที่ ๓ ขอ้ ที่ ๓
ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยคโดยเปลยี่ นจากภาษาพูดใหเ้ ป็นภาษาเขยี น
ประเด็นการประเมนิ ดีมาก เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปรับปรุง
(๕) ดี ปานกลาง พอใช้ (๑)
(๔) (๓) (๒)
นกั เรียนแตง่ ประโยค ถกู ตอ้ ง ๕ ข้อ ถูกต้อง ๔ ขอ้ ถูกต้อง ๓ ขอ้ ถูกต้อง ๒ ข้อ ถกู ตอ้ ง ๑ ขอ้
โดยเปล่ียนจากภาษา
พดู ให้เปน็ ภาษาเขยี น
ได้ถูกตอ้ งตาม
ความหมายทีต่ อ้ งการ
สอ่ื สาร
รวมคะแนนเต็มทัง้ หมด ๕ คะแนน
เกณฑ์การผา่ น : ร้อยละ ๖๐ คะแนน (๓ คะแนน)
- ๘๘ -
เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ กิจกรรมท้ายบทท่ี ๔ ข้อท่ี ๑
ใหน้ ักเรยี นเรยี งลาดบั วรรคกาพย์ยานี ๑๑ ท่ีกาหนดให้ต่อไปนใ้ี ห้ถกู ตอ้ ง
ตามฉันทลักษณแ์ ละเนือ้ ความ
ประเด็นการ ๖ ๕ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๒ ๑
ประเมิน เรียงลาดับ เรียงลาดบั ๔๓ เรยี งลาดับ เรยี งลาดบั
การเรียง วรรคกาพย์ วรรคกาพย์ วรรคกาพย์ วรรคกาพย์
ลาดบั วรรค ยานี ๑๑ ได้ ยานี ๑๑ ได้ เรียงลาดับ เรยี งลาดบั ยานี ๑๑ ได้ ยานี ๑๑ ได้
กาพย์ยานี ถกู ต้องตาม ถกู ตอ้ งตาม วรรคกาพย์ วรรคกาพย์ ถูกตอ้ งตาม ถกู ตอ้ งตาม
๑๑ ฉนั ทลักษณ์ ฉันทลักษณ์ ยานี ๑๑ ได้ ยานี ๑๑ ได้ ฉนั ทลักษณ์ ฉันทลกั ษณ์
ถูกตอ้ งตาม และเนอื้ ความ และเน้ือความ ถกู ต้องตาม ถูกต้องตาม
ฉนั ทลกั ษณ์ ครบทงั้ ๙ – ๑๐ ฉนั ทลักษณ์ ฉนั ทลกั ษณ์ และ และ
และ ๑๒ วรรค เน้ือความ เน้อื ความ
เนือ้ ความ วรรค และ และ ๓ - ๔ วรรค ๑ - ๒ วรรค
เน้ือความ เนื้อความ
๗ – ๘ วรรค ๕ – ๖ วรรค
รวมคะแนนเตม็ ทัง้ หมด ๖ คะแนน
เกณฑ์การผา่ น : ร้อยละ ๗๐ คะแนน (๔ คะแนน)
- ๘๙ -
เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ กิจกรรมท้ายบทท่ี ๔ ขอ้ ที่ ๒
ใหน้ กั เรียนแตง่ กาพยย์ านี ๑๑ จานวน ๒ บท ใหถ้ ูกตอ้ งตามฉันทลกั ษณ์
และมเี นื้อหาเกย่ี วข้องกบั ทอ้ งถ่นิ ของตนเอง
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน
๑. ฉนั ทลักษณ์
๒. การใชค้ าสมั ผัส ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๓. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ถกู ต้องตาฉันทลักษณ์ ผิดฉันทลักษณ์ ๒-๓ ผิดฉันทลักษณ์ มากกว่า
๔. เนือ้ หาตรงประเด็น ทกุ ตาแหนง่ ตาแหน่ง ๓ ตาแหนง่
๕. การต้ังชอ่ื เร่อื ง
มีการเล่นเสียงสัมผสั มกี ารเล่นเสียงสัมผัส มีการเล่นเสียงสัมผสั
ภายในวรรค ๕ ตาแหน่ง ภายในวรรค ๓-๔ ภายในวรรคนอ้ ยกว่า ๓
ข้นึ ไป ตาแหนง่ ขึ้นไป
มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ไม่ไดส้ รา้ งสรรคบ์ ท
และแปลกใหมใ่ นการ และแปลกใหม่ในการ ประพันธ์ให้มีความ
นาเสนอเนือ้ หา ทงั้ ๒ นาเสนอเนอื้ หา ๑ บท แปลกใหม่
บท
เน้ือหาตรงตามประเดน็ ท่ี เน้อื หาตรงตามประเด็นท่ี เน้ือหาไม่ตรงตาม
กาหนด ทั้ง ๒ บท กาหนด ๑ บท ประเดน็ ท่กี าหนด
ตงั้ ช่ือเรือ่ งไดอ้ ยา่ ง ตั้งชอ่ื เร่ืองได้คอ่ นขา้ ง ตงั้ ช่อื เรื่องไดไ้ ม่
ครอบคลมุ เหมาะสมกับ เหมาะสมกบั เน้ือหา สอดคล้องกันกบั เนอ้ื หา
เนอ้ื หา
รวมคะแนนเต็มท้งั หมด ๑๕ คะแนน
เกณฑก์ ารผ่าน : ร้อยละ ๗๐ คะแนน (๑๑ คะแนน)
- ๙๐ -
บรรณานุกรม
งานประชาสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลเมืองเบตง.
(2550). ชมเมือง...เล่าเร่ืองเบตง. เทศบาลเมอื งเบตง.
งามพรรณ เวชชาชีวะ. (2551). ความสุขของกะท(ิ พิมพ์คร้งั ท่ี 58).
แพรวสานกั พิมพ์.
พงศ์ธันว์ สาเภาเงนิ , เพลงเมธา ขาวหนนู า, อภิรฐั เจะเหลา่ , สารัท
ชะลอสนั ติสกุล และชนาธิป ไชยานุกจิ . (2564). โบราณสถาน
จังหวดั ยะลา. สานักศิลปากรท่ี 11 สงขลา กรมศิลปากร.
ฟองจันทร์ สุขยิ่ง, กัลยา สหชาติโกสยี ์, ภาสกร เกิดออ่ น,
ระวีวรรณ อินทรประพนั ธ,์ ศานติ ภกั ดีคา, และพอพล สุกใส.
(๒๕๖๔). หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย หลักภาษา
และการใช้ภาษา ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ (พมิ พ์ครง้ั ที่ ๑๐). อกั ษร
เจรญิ ทศั น.์
บรรณานุกรม
สานักขา่ ว กรมประชาสัมพันธ์. (2565, 20 กมุ ภาพันธ์). มรย. ดึง
อโุ มงคป์ ยิ ะมติ ร 1 เบตง สนับสนนุ เป็นต้นแบบการบรหิ าร
จดั การศนู ยก์ ารเรยี นรู้เศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ตามศาสตรพ์ ระราชา.
https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/.
สานักงานจงั หวัดยะลา. (2538). ยะลาบา้ นเรา. เสรมิ การพิมพ์.
Hatyai Cable93 TV. (2562, 18 พฤษภาคม). ทาไม “ผัก
นา้ ” อร่อย ๆ ตอ้ งมาจากเบตง?.
https://web.facebook.com/hatyaicable93tv/
posts/2194441864008508/.