๔๗ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมุย
พระเขำนอ้ ย
ที่ตง้ั
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาน้อย ใกล้กับที่ตั้งของโรงเรียนวิชาธรเดิม อยู่ในเขตหมู่ที่ ๕ ตาบลมะเร็ต อาเภอ
เกาะสมยุ จังหวัดสุราษฎรธ์ านี
๔๘ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ลักษณะของแหล่งศลิ ปกรรม
พระเขาน้อย เป็นกลุ่มพระพุทธรูปเก่าแก่ปางมารวิชัย มีจานวน ๕ องค์ องค์กลางเป็นพระประธานมี
ขนาดใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปูนป้ันลงรักปิดทองพุทธลักษณะฝีมือเชิงช่างท้องถ่ิน องค์ประธานหน้าตักกว้าง
ประมาณ ๓ ศอกเศษ (๘๕ น้ิว) สูงประมาณ ๕ ศอก (๑๑๒ น้ิว) อีก ๔ องค์มีขนาดใกล้เคียงกันโดยมีหน้าตัก
กวา้ งประมาณ ๒ ศอก (๔๗ นวิ้ ) สูงประมาณ ๓ ศอก (๖๕ น้ิว) ธีรพล ใจกวา้ ง กล่าวว่านกั โบราณคดีเคยสารวจ
หลักฐานหาอายุขององค์พระพุทธรูปจากก้อนอิฐที่สร้างองค์พระพุทธรูป สันนิษฐานว่าพระพุทธรูปเขาน้อย
สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย หรือธนบุรีตอนต้น พระเขาน้อยมีประวัติเล่าว่าพระพุทธรูปกลุ่มน้ีเคยถูกใส่ร้าย
โดยถูกกล่าวหาว่ากินคน เพราะบริเวณพระโอษฐ์มีรอยเลือดติดอยูเ่ สมอเม่อื มีเด็กหาย ชาวบ้านจึงลงความเหน็
วา่ พระพุทธรปู กินคน มีชาวบา้ นทโี่ กรธแค้นไปทุบเศยี รพระพุทธรูปจนเศียรพระพุทธรูปหักทุกองค์ ทาให้ได้พบ
แกนไม้ที่เป็นโครงสร้างภายในพระพุทธรปู ต่อมาได้เกิดความเชื่อข้ึนวา่ แกนไม้ในองค์พระพุทธรูปหากนาไปแช่
น้าในฤดแู ลง้ เพือ่ ขอฝนฝนจะตกลงมา ในปจั จบุ ันแกนไมใ้ นพระพทุ ธรปู ดงั กล่าวไดห้ ายไปเสียแลว้
พระเขาน้อย
๔๙ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พทุ ธลักษณะพระเขาน้อย องคท์ ี่ ๑
๕๐ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พุทธลักษณะพระเขาน้อย องคท์ ี่ ๒ และองค์ ๓
พทุ ธลกั ษณะพระเขาน้อย องคท์ ่ี ๒
๕๑ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
เอกสำรอำ้ งอิง
ธีรพล ใจกวา้ ง. (๒๕๕๓). ทอ้ งถนิ่ ของเรา อาเภอเกาะสมยุ . กรงุ ทพฯ: โรงพมิ พ์จปู ติ สั .
๕๒ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
วดั สำเรจ็
ที่ตั้ง
ตั้งอยเู่ ลขท่ี ๑ บ้านมะเร็ต หมูท่ี ๕ ตาบลมะเรต็ อาเภอเกาะสมยุ จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี
๕๓ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
ลักษณะของแหล่งศลิ ปกรรม
วัดสาเร็จ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของอาเภอเกาะสมุย สันนิษฐานว่าคงจะ
สร้างในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงธนบุรีตอนต้น ตามประวัติวัดกล่าวไว้ว่าต้ังเมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๐ ได้รับ
พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๓ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๖.๔๕ เมตร ยาว ๑๖ เมตร ในหนังสือชี
วิวัฒน์ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงแต่ง
ทานองเป็นรายงานการเสด็จตรวจราชการหัวเมืองปักษ์ใต้ ทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยู่หวั เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๗ ทรงกล่าวถึงวัดมะเร็ตไวว้ า่ "...เดนิ ข้ามทอ้ งนาไปถึงวดั มะเรศอยู่บนโคกสงู กลางทุ่ง
ข้างวัดด้านใต้มีทุ่งนาใหญ่กว้างเหลือประมาณ เรียกว่าทุ่งใหญ่ วัดมะเรศน้ีมีโบสถ์ร้างมุงหลังคาจากโบสถ์หนึ่ง
มีวิหารมุงหลังคากระเบ้ือง ฝาผนังก่อด้วยอิฐบุราณชารุด มีพระประธานหน้าตักกว้าง ๘ ศอก และมี
พระพุทธรปู ใหญ่น้อยตั้งเตม็ วหิ ารประมาณ ๕๐ รปู มีกฎุ ีมงุ จากเครื่องผูกฝาขัดแตะ ๔ หลัง มหี อฉัน ๑ หลงั มี
พระเจดีย์บุราณอยา่ งเก่า ๑ องค์ ในวดั น้นั มตี ้นไม้ใหญ่ ๆ รม่ ร่นื เยน็ สบาย ...วัดมะเรศนไี้ ด้ความวา่ ท่านขรัวพุด
ษรเป็นพระแต่ครั้งแผ่นดินขุนหลวงตากสร้างไว้..." (ภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข
เจ้าฟ้าฯ กรมพระยา ๒๕๐๔: ๔๓) มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระชรัวพุดษร รูปท่ี ๒ พระครู
วิบูลย์ธรรมสาร (เพชร ติสโส) รูปที่ ๓ พระครูทีปาจารคุณารักษ์ (มี บุญสิน) พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๒๕๑๗ รูปที ๔
พระครูมงคลอัครธรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ – ปจั จบุ นั
ชื่อท่ีคุ้นเคยในท้องถิ่นและเรียกขานกันมาแต่เดิม คือ วัดมะเร็ต และเคยมีช่ืออย่างเป็นทางการตาม
ทาเนียบวัดในพระราชอาณาจักร คือ วัดคงคาคีรี ซ่ึงมีหลักฐานปรากฏตามบันทึกในหนังสือจดหมายเหตุ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั เสดจ็ ประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. ๑๐๗ และ ๑๐๘ ในการเสดจ็
พระราชดาเนินประพาสเกาะสมุย เมื่อวันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่า ร.ศ. ๑๐๗ ซ่ึงตรงกับวันเสาร์ที่ ๑
กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๑ ได้กล่าวไว้ว่า "...เลื่อนเรอื พระที่นั่งจากอ่าวระแวงมาทอดท่ีอ่าวหน้าค่ายเกาะสมุยเสด็จ
ข้ึนบก เสด็จพระราชดาเนิรไปในสวนจีนกิมยี่ถือ แล้วเสด็จไปวัดขาม ออกจากวัดขามข้ามทุ่งไปทางประมาณ
๒๐ เส้นถึงวัดมะเรศ ซ่ึงมีช่ือตั้งเรียกว่าวัดคงคาคีรี..." (สมมตอมรพันธุ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระ ๒๔๖๗:
๓) ภายในวัดสาเรจ็ มีศิลปกรรมทส่ี าคญั ดงั น้ี
วิหารพระ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัดติดกับอุโบสถ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรม
พระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เสด็จประพาสวัดมะเร็ตเม่ือ พ.ศ. ๒๔๒๗ ได้ทรงกล่าวถึงวิหารหลังน้ีว่า “...วิหาร
มุงหลังคากระเบื้อง ฝาผนังก่อด้วยอิฐบุราณชารุด มีพระประธานหน้าตักกว้าง ๘ ศอก และมีพระพุทธรูปใหญ่
น้อยตงั้ เตม็ วหิ ารประมาณ ๕๐ รูป..." (ภาณุพันธุวงศว์ รเดช, สมเดจ็ พระราชปติ ุลาบรมพงศาภมิ ุข เจ้าฟ้าฯ กรม
พระยา ๒๕๐๔: ๔๓) แม้ว่าในปัจจุบันวิหารหลังน้ีได้รับการบูรณะซ่อมแซมเปล่ียนแปลงจากเดิมไปมากก็ตาม
แต่ก็ยังคงเป็นวิหารพระ เป็นสถานท่ีประดิษฐานพระพุทธรูปใหญ่น้อยสกุลช่างท้องถ่ินเกาะสมุยซึ่งเรม่ิ สร้างมา
ต้ังแต่คร้ังกรุงธนบุรี และพบร่องรอยการสร้างใหม่เพิ่มเติมในภายหลังรวมท้ังการซ่อมแปลงองค์เก่าเรื่อยมา
จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ภายในวิหารสารวจพบบัวบรรจุอัฐิ ๑ องค์ ทรงดอกบัวตูมตกแต่งส่วนฐานและยอด
ด้วยลายปูนป้ันรูปกลีบบัว ฐานและเศียรรูปปั้นบุคลหรือพระภิกษุ ๑ องค์ สันนิษฐานว่าเป็นรูปเหมือนขรัวพุด
๕๔ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ษรดังท่ีสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงกล่าวไว้ว่า “...
ราษฎรนิยมทารปู ท่านขรัวพุดษร ก่ออิฐปั้นปูนเป็นรูปพระน่ังขัดสมาธหิ์ ัวโลน้ นั่งปนอยู่กับพระพุทธรูปในวหิ าร
น้ันด้วย นั่งอยู่ข้างซ้ายพระประธาน...” (ภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ
กรมพระยา ๒๕๐๔: ๔๔) พระพทุ ธรูปใหญ่น้อย จานวน ๗๔ องค์ เป็นพระพทุ ธรปู ปางไสยาสน์ จานวน ๑ องค์
พระพทุ ธรปู ปางมารวชิ ยั จานวน ๕๘ องค์ พระพุทธรูปปางสมาธิ จานวน ๑๓ องค์ พระพุทธรูปปางประทับยืน
จานวน ๒ องค์ พระพุทธรูปปางประทับยืนท้ัง ๒ องค์ สร้างด้วยไม้ลงรักปิดทองล่องชาด นอกจากนั้นทั้งบัว
บรรจุอัฐิ ฐานและรูปป้ันบุคคล พระพุทธรูปใหญ่น้อยล้วนสร้างด้วยหินปะการังหรือศิลาการัง โดยนาหิน
ปะการังมาแกะสลักเป็นองค์พระพุทธรูป ฉาบปูน ลงรักปิดทองล่องชาด เม็ดพระศกทาด้วยหอยเกลียวเล็ก ๆ
ซึง่ พบได้ทั่วไปตามชายหาดนาเทียนไมไ่ กลจากวัดมะเร็ต
นอกจากน้ีบริเวณผนังของวิหารแห่งนี้ เคยปรากฏรอยเท้าของขรัวพุดษรประทับเอาไว้ ดังท่ีสมเด็จ
พระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงกล่าวไว้ว่า “...อนึ่งที่ผนังข้างริม
ประตูด้านขวามีรอยเท้าคนกดอยู่ที่อิฐผนัง ๒ รอย ชาวเกาะนิยมถือว่าเป็นรอยเท้าขรัวพุดษรกดไว้...” (ภาณุ
พันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภมิ ุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยา ๒๕๐๔: ๔๔) ปัจจุบันรอยเท้านไ้ี ด้
เลือนหายไปแล้วเนื่องจากการบูรณะวิหาร
สภาพภายในวิหารพระ วัดสาเร็จ (วดั มะเร็ต) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖
๕๕ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
สภาพภายในวหิ ารพระ วัดสาเรจ็ (วัดมะเรต็ ) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖ (ซา้ ย) และ พ.ศ. ๒๕๖๔ (ขวา)
สภาพภายในวหิ ารพระ วดั สาเรจ็ (วดั มะเรต็ ) พ.ศ. ๒๕๖๔
๕๖ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
๕๗ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
บัวบรรจุอัฐิ ทรงดอกบวั ตูม ตกแตง่ สว่ นฐานและยอดด้วยลายปูนปน้ั รูปกลบี บวั
ฐานและเศียรรปู ปน้ั บุคล สันนิษฐานว่าเป็นรปู เหมอื นขรัวพุดษร ทาด้วยศิลาการงั ปูนป้ัน
สว่ นฐานตกแตง่ ดว้ ยลายปนู ปน้ั และลายเขยี นสี
๕๘ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพทุ ธรปู ศลิ าการงั ปนู ปัน้ ปดิ ทองล่องชาด ภายในวหิ าร
๕๙ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพทุ ธรปู ปางประทับยนื ทาด้วยไม้ปดิ ทองล่องชาด
พระพุทธรูปปางไสยาสน์
๖๐ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
การตกแต่งพระพุทธรปู ปางไสยาสน์
๖๑ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
สถูปหรือบัวบรรจุอัฐิขรัวพุดษร หรือที่ชาวเกาะสมุยเรียก “บัวบรรจุอัฐิพ่อเฒ่าขรัวพุดสอน” ต้ังอยู่
บริเวณด้านทิศใต้ของวัด ถัดออกไปจากวิหารพระ สร้างขึ้นเพ่ือบรรจุโถแก้วใส่อัฐิขรัวพุดษร ดังท่ีสมเด็จพระ
ราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงกล่าวไว้ว่า “...วัดมะเรศน้ีได้ความว่า
ท่านขรัวพุดษรเป็นพระแต่คร้ังแผ่นดินขุนหลวงตากสร้างไว้ คนชาวเกาะสมุยนิยมนับถือว่ามีวิทยาอาคม
ศักด์ิสิทธิ์ตลอดการเจ็บไข้ จนถึงคนเดินเรือผ่านมาหน้าเกาะสมุยถูกคลื่นลม และบนบานคลื่นลมก็สงบ
เรียบร้อยไป เมื่อขรัวพุดษรตายแล้ว ราษฎรปลงศพเก็บอัฐิใส่โถแก้วต้งั ไว้พร้อมด้วยเคร่ืองสักการะบูชายังมีอยู่
จนบัดนี้ ชาวเกาะถือว่าถ้าจะไปที่กันดารไปทัพเป็นตน้ เชญิ เอากระดกู ขรัวพดุ ษรผกู คอไปดว้ ยอัน ๑ เปน็ ทีน่ ิยม
นบั ถือเปน็ อันมาก..." (ภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจา้ ฟา้ ฯ กรมพระยา ๒๕๐๔:
๔๓-๔๔) มีลักษณะเป็นสถูปขนาดย่อมก่ออิฐฉาบปูนทรงปราสาทย่อมุมไม้สิบสอง ตกแต่งด้วยลายปูนปั้น
รูปทรงกลีบบัวและลายกระจัง ด้านซ้ายขวาและด้านหลังรวม ๓ ด้าน ออกซุ้มบันแถลงหรือจระนา ในปัจจุบัน
สถูปบรรจุจุอัฐขิ องขรวั พุดษรได้รับการบูรณะปฏสิ ังขรณ์สรา้ งมณฑปคร่อม
มณฑปประดิษฐานสถปู หรอื บัวบรรจุอฐั ขิ รวั พุดษร
มีลักษณะเป็นสถูปขนาดย่อมก่ออฐิ ฉาบปูนทรงปราสาทย่อมุมไม้สบิ สอง ตกแตง่ ดว้ ยลายปนู ปน้ั รูปทรง
กลีบบวั และลายกระจงั ดา้ นซ้ายขวาและดา้ นหลงั รวม ๓ ด้าน ออกซุ้มบันแถลงหรอื จระนา
๖๒ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
เจดีย์บุราณหรือเจดีย์พ่อเฒ่าขรัวพุดสอนองค์ท่ี ๑ ตั้งอยู่บริเวณระหว่างอุโบสถและกุฏิสงฆ์
อาคันตุกะ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์อย่างเก่าก่ออิฐฉาบปูน ทรงปราสาทย่อมุมไม้สิบสอง ตามขนบนิยมของ
รูปแบบศลิ ปกรรมช่วงปลายกรุงศรอี ยุธยา กรงุ ธนบุรี และตน้ กรงุ รัตนโกสนิ ทร์ สว่ นฐานและบัลลังกต์ กแต่งด้วย
ลายปูนป้ันรูปทรงกลีบบัว เครื่องถ้วยจีน ส่วนยอดประดับสถูปจาลองทานองเดียวกับเจดีย์พระบรมธาตุไชยา
มีเจดีย์บริวารเป็นเจดีย์ประจาทิศและเจดีย์ประจามุม เจดีย์ประจาทิศส่วนเรือนธาตุทาเป็นช่องคูหาสาหรับ
ประดิษฐานพระพุทธรูป เจดีย์องค์น้ีเป็นเจดีย์หนึ่งในจานวน ๓ องค์ ท่ีสร้างขึ้นโดยขรัวพุดษร ดังที่สมเด็จพระ
ราชปิตุลาบรมพงศาภมิ ุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงกล่าวไว้ว่า “...อนึ่งท่านขรัวพุดษรองค์
น้ี ได้ทาพระเจดีย์อย่างเก่าที่ระลึกไว้ในเกาะสมุยนี้ ๓ แห่ง คือวัดมะเรศแห่งหน่ึง ท่ีหน้าพระลานด้านเหนือ
ท่ีกล่าวมาแล้วแห่งหน่ึง ท่ีแหลมดินเกาะสมุยด้านใต้แห่งหน่ึง..." (ภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลา
บรมพงศาภิมขุ เจา้ ฟ้าฯ กรมพระยา ๒๕๐๔: ๔๔) ได้รบั การบูรณะโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๔
เจดียบ์ ุราณหรือเจดีย์พ่อเฒ่าขรวั พุดสอนองค์ที่ ๑ ดา้ นหนา้
๖๓ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
เจดีย์บรุ าณหรอื เจดีย์พ่อเฒา่ ขรวั พุดสอนองค์ท่ี ๑ ดา้ นข้าง
การตกแตง่ เจดีย์บุราณหรือเจดีย์พ่อเฒ่าขรัวพุดสอนองค์ท่ี ๑
๖๔ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ศาลาการเปรียญ สร้างเม่ือปี พ.ศ.๒๔๖๙ ในสมัยพระครูทีปาจารคุณารักษ์ (มี บุญสิน) เป็นเจ้า
อาวาส สาหรับใช้เป็นท่ีปฏิบัติกิจศาสนากิจทั้งหลาย มีลักษณะเป็นอาคารไม้หลังคาทรงปั้นหยา ๒ ชั้น มุง
กระเบื้องว่าว ช้ันบนมีหน้ามุข ชั้นล่างมีลักษณะเปิดโล่งยกพื้นมีใต้ถุนเตี้ยๆ จั่วหน้ามุขทาเป็นจั่วแสงอาทิตย์
ตามความนยิ มการสรา้ งอาคารในภาคใต้ กรอบหน้าจั่วและชายคารอบอาคารชั้นบนตกแต่งดว้ ยไม้ฉลุ มีศักราช
บอกปีท่ีสร้าง รูปแบบสถาปัตยกรรมและลวดลายไม้ฉลุสะท้อนรูปแบบงานศิลปกรรมสมัยตันรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวผสมผสานกับงานศิลปกรรมท้องถ่ิน ช้ันล่างอาคารมีธรรมาสน์เทศน์
ธรรมาสน์เทศน์ไม้แกะสลกั ระบายสี ลายมงคลจีน รูปแบบศิลปกรรมท้องถิ่น มีลักษณะเป็นธรรมาสน์ยอดหรอื
บุษบกธรรมาสน์ มีหลังคาสูงเป็นยอดบุษบกหรือยอดปราสาท ศิลปะจีนปนไทย ฝีมือช่างจีนไหหลาท้องถ่ิน
สรา้ งเมอื่ พ.ศ. ๒๔๗๔
ศาลาการเปรียญด้านหน้าและดา้ นหลัง
๖๕ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ธรรมาสน์เทศน์ไม้แกะสลักระบายสี ลายมงคลจีน รูปแบบศิลปกรรมท้องถ่ิน มีลักษณะเป็นธรรมาสน์
ยอดหรือบุษบกธรรมาสน์ มีหลังคาสูงเป็นยอดบุษบกหรือยอดปราสาท ศิลปะจีนปนไทย ฝีมือช่างจีนไหหลา
ท้องถ่นิ สร้างเม่อื พ.ศ. ๒๔๗๔
๖๖ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
รายละเอียดการตกแตง่ ธรรมาสนเ์ ทศน์ไม้แกะสลักระบายสี วดั สาเรจ็
๖๗ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ลวดลายไมแ้ กะสลักระบายสี ลายมงคลจีน รปู แบบศิลปกรรมจีนท้องถิ่น ฝมี อื ช่างจีนไหหลา
ธรรมาสนเ์ ทศนว์ ัดสาเรจ็
๖๘ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
กุฏิสงฆ์อาคันตกุ ะ ใช้เปน็ ท่รี บั รองพระภิกษทุ ่เี ดนิ ทางมาพานัก สรา้ งเม่อื พ.ศ. ๒๔๕๕ โดยพระภิกษุดา
ใจกว้าง หรือหมื่นพยาธิบาบัด ซ่ึงได้แบบอย่างมาจากศรีลังกาในคราวท่ีเดินทางติดตามพระครูวิบูลย์ธรรมสาร
(เพ็ชร ติสุโส) ออกธุดงค์ไปถึงประเทศศรีลังกา อาคารประธานมีลักษณะเป็นอาคาร ๒ ชั้น รูปทรงส่ีเหล่ียม
จตั รุ ัส ก่อด้วยอิฐศิลาการงั สอปูนเครอื่ งบนเป็นไม้ หลังคามงุ กระเบือ้ งวา่ ว ด้านหน้าและซ้ายขวาอาคารประธาน
สร้างอาคารชั้นเดียวแวดล้อมชักเชื่อมด้วยกาแพง ก่อด้วยอิฐศิลาการังสอปูนเครื่องบนเป็นไม้ หลังคามุง
กระเบ้ืองว่าว เช่นเดียวกับอาคารประธาน กลุ่มอาคารน้ีมีประตูเข้าออกตรงกาแพงด้านหน้าทางด้านซ้ายและ
ด้านขวา หน้าจั่วของอาคารช้ันเดียวริมกาแพงด้านหนา้ ตกแต่งด้วยแผ่นไม้ฉลุลายกระหนกประดับรปู เทพพนม
และราชสีห์ รวมท้ังมีศักราชท่ีสร้างอาคารบอกไว้ ด้านหน้าอาคารมีรูปยักษ์ปูนป้ันศิลปะสกุลช่างท้องถิ่น กลุ่ม
อาคารกุฏิสงฆอ์ าคันตกุ ะได้รบั การบูรณะซ่อมแซมครัง้ หลงั สุดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑
รูปยักษ์ปนู ปั้นศลิ ปะสกุลชา่ งท้องถ่นิ ดา้ นหนา้ กุฏิสงฆ์อาคันตกุ ะ
๖๙ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ด้านหนา้ กฏุ สิ งฆ์อาคันตุกะ
ด้านข้างกุฏิสงฆ์อาคันตกุ ะ
๗๐ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
หนา้ จว่ั ตกแตง่ ด้วยแผ่นไมฉ้ ลุลายกระหนกประดบั รูปเทพพนมและราชสหี ์ รวมทั้งมีศกั ราชทสี่ รา้ งอาคารบอกไว้
พระพุทธรูปในอุโบสถ ด้านในสุดของอุโบสถทาเป็นฐานชุกชีสาหรับประดิษฐานพระพุทธรูป จานวน
๓ องค์ โดยมพี ระพุทธรูปศิลาขาวหรือพระพุทธรูปศิลายวงศลิ ปะพม่า เป็นพระประธาน (๑) เบื้องซ้ายขวาพระ
ประธานประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อสาริดข้างละองค์ (๒,๓) ด้านหน้าฐานชุกชีตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐาน
พระพทุ ธรูปขนาดเล็ก จานวน ๓ องค์ ดา้ นบนสดุ ของโต๊ะหม่บู ชู าเป็นพระพุทธรปู ศลิ าขาวหรอื พระพุทธรูปศิลา
ยวงศลิ ปะพม่า (๔) ดา้ นลา่ งฐานชกุ ชีเบื้องขวาพระประธานประดษิ ฐานพระพุทธรปู หลอ่ สาริดขนาดเล็ก (๕)
๗๑ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ฐานชกุ ชีและโต๊ะหมู่บชู าประดษิ ฐานพระพุทธรปู ภายในอุโบสถวดั สาเร็จ
พระพุทธรูปศลิ ายวงพระประธานในอโุ บสถวัดสาเร็จ (๑)
๗๒ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพทุ ธรูปศิลายวง (๑) ตามคาเรยี กขานของชาวเกาะสมุยนั้น แกะสลกั ด้วยศลิ าสีขาว เป็นพุทธศิลป์
อย่างพม่าแกะสลักในประเทศพม่า สัมพันธ์ ก้องสมุทร ได้กล่าวไว้ในหนังสือพระดีศรีแผ่นดินว่า “...การนา
พระพุทธรูปมาสู่เกาะในคร้ังน้ัน พระภิกษุดา ใจกว้าง กับคณะ มีพ่อท่านขิกเป็นคนนาทางเข้าไปในพม่า โดยที่
ชาวบ้านเร่ียไรเงินเพ่ือไปอัญเชิญมาไว้บูชา หลังจากพระพุทธรูปศิลายวงมาถึงเกาะพะงันในปี ๒๔๕๐ (ร.ศ.
๑๒๖) หลวงปเู่ พชร วชิโร ก็ไดท้ าพิธเี บกิ พระเนตรเปน็ เวลา ๓ วัน จากนั้นจงึ นาไปแจกจ่ายแกว่ ดั ตา่ ง ๆ คอื วัด
ปลายแหลม วัดแจ้ง วัดสาเร็จ วัดนาราเจริญสุข วัดท่ีเกาะพะงัน ได้แก่ วัดอัมพวัน วัดมะเดื่อหวาน วัดโพธิ์
ฯลฯ...” (สัมพันธ์ ก้องสมุทร, ๒๕๕๖ : ๓๕) พระพุทธรูปศิลายวงซ่ึงเป็นพระประธานในอุโบสถวัดสาเร็จ เป็น
พระพทุ ธรูปปางมารวชิ ยั ขัดสมาธิเพชร หน้าตกั กว้าง ๓๕ นวิ้ สูง ๔๕ นว้ิ บรเิ วณฐานพระสลักอักษรไวว้ า่ “ศก
๑๒๖ พุทธศาสนา ๒๔๕๐ ลว่ ง”
พระพุทธรูปศิลายวงองค์เล็กประดิษฐานบนโตะ๊ หมู่บชู า (๔) มพี ทุ ธลักษณะปางมารวิชยั ขดั สมาธเิ พชร
เช่นเดียวกับพระประธาน สันนิษฐานว่านามาคราวเดียวกับพระประธานและพระพุทธรูปศิลายวงปางไสยาสน์
ซึ่งประดิษฐานไว้ในอาคารทีปาจารรวมใจอนุสรณ์ บริเวณฐานพระเขียนอักษรว่า “รูปสมมุติพระพุทธเจ้าทา
ด้วยหินสีขาวจากพม่า” หนา้ ตักกวา้ ง ๑๑ น้วิ สงู ๑๗ นิว้ ครึง่
พระพทุ ธรปู ศิลายวงองคเ์ ล็กประดษิ ฐานบนโต๊ะหมู่บชู า (๔)
๗๓ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
พระพุทธรูปเบื้องซ้ายพระประธาน (๒) มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมาวิชัย ประทับน่ังขัดสมาธิราบ
บนฐานบัว หล่อด้วยโลหะ ขนาดหน้าตักประมาณ ๒๕ นิ้ว สูง ๓๕ น้ิว ส่วนฐานมีการจารอักษร พอจะอ่านจับ
ใจความได้ว่ากล่าวถึงผู้สร้างและบอกศักราชท่ีสร้างไว้ คือ พุทธศักราช ๒๔๖๕ ซึ่งตรงกับรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนพระพุทธรูปเบื้องขวาพระประธาน (๓) มีลักษณะเป็น
พระพุทธรูปปางมาวิชัย ประทับน่ังขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวประกอบลวดลาย ๑๒ นักษัตร หล่อด้วยโลหะ
ขนาดหน้าตักประมาณ ๒๙ นิ้ว สูง ๔๐ น้ิว พิจารณาจากลวดลายส่วนฐานทาให้สันนิษฐานไดว้ ่าน่าจะสร้างขนึ้
ในระยะเวลาใกล้เคียงกับองค์เบ้ืองซ้ายพระประธาน เพราะมีลาดลายที่สะท้อนถึงงานศิลปกรรมในยุคสมัย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ การใช้ลวดลายบัวฟันยักษ์หรือกลีบบัวใบมะยมซึ่งได้รับแรง
บนั ดาลใจจากศลิ ปกรรมสมัยสโุ ขทยั
พระพทุ ธรปู เบอ้ื งซ้ายพระประธาน (๒)
๗๔ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพุทธรูปเบือ้ งซ้ายพระประธาน (๒)
ฐานพระพทุ ธรูปเบอ้ื งซ้ายพระประธาน (๒) มีการจารอักษร พอจะอา่ นจบั ใจความได้วา่ กลา่ วถงึ ผู้สรา้ งและ
บอกศกั ราชท่ีสรา้ งไว้ คือ พทุ ธศักราช ๒๔๖๕
๗๕ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพทุ ธรูปเบือ้ งขวาพระประธาน (๓)
ลวดลายสว่ นฐานสะท้อนถึงงานศิลปกรรมในยุคสมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั คือ การใช้
ลวดลายบวั ฟันยักษ์หรือกลบี บวั ใบมะยมซ่งึ ไดร้ ับแรงบันดาลใจจากศลิ ปกรรมสมัยสุโขทัย
๗๖ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพุทธรูปหล่อโลหะขนาดเล็ก (๕) วางอยู่เบื้องล่างหน้าฐานชุกชีด้านขวาพระประธาน มีลักษณะ
เป็นพระพุทธรูปปางมารวชิ ัย ประทับบนฐานทรงเคร่ือง ขนาดหนา้ ตัก ๑๒.๕ นิ้ว สงู ๒๕ น้ิว สว่ นฐานแสดงให้
เห็นท้ังเทคนิคและกระบวนลายอันเป็นที่นิยมในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ในช่วงรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กลา่ วคอื เทคนิคการทาลวดลายก่อนหล่อดว้ ยการป้ันข้ผี ้ึงสดก่อนจะ
เปล่ียนมาเป็นการกดขี้ผึ้งบนแม่พิมพ์หินในสมัยต่อมา กระบวนลายส่วนฐานสิงห์ยงั คงทาบัวหลังสิงห์ตามขนบ
นิยมในช่วงระยะเวลาดังกล่าว เช่นเดียวกันกับการใช้ลายกลีบบัวกลีบยาวในส่วนบนสุดของฐานก็ยังคง
แสดงออกถึงความนิยมหรือรูปแบบศิลปกรรมในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ส่วนองค์พระ การทาเม็ดพระศกยังคง
ทาเม็ดพระศกอย่างท่ีเรียกว่าหนามขนุน ซ่ึงเป็นรูปแบบของเม็ดพระศกที่นิยมในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาถึงตน้
กรุงรัตนโกสินทร์ พระพักตร์และพระวรกายท่ีค่อนข้างอ้วนล่า ไม่เพรียวบางอย่างศิลปกรรมในพระนครใน
ระยะเวลาดังกลา่ ว ชวนใหน้ ึกถงึ พระสหิ งิ คห์ รอื พระขนมต้มสกุลชา่ งนครศรีธรรมราช
พระพุทธรูปหลอ่ โลหะขนาดเล็ก (๕) มลี กั ษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชยั ประทบั บนฐานทรงเครื่อง
๗๗ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ด้านข้างพระพุทธรูปหลอ่ โลหะขนาดเล็ก (๕)
พระพุทธไสยาสน์ศิลายวง ประดิษฐานอยู่ในอาคารทีปาจารรวมใจอนุสรณ์ แกะสลักด้วยศิลาสีขาว
เป็นพุทธศิลป์อย่างพม่า สันนิษฐานว่านามาคราวเดียวกับพระประธานและพระพุทธรูปศิลายวงองค์อื่น เม่ือ
พ.ศ. ๒๔๕๐
พระพุทธไสยาสน์ศิลายวง
๗๘ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
อาคารเรียนพระปริยัติธรรม สร้างราว พ.ศ.๒๔๗๓ ใช้เปน็ สถานท่ีเรยี นพระปริยัติธรรมแผนกธรรม มี
ลักษณะเป็นอาคาร ๒ ช้ัน ครึ่งตึกครึ่งไม้ขนาด ๔ ห้อง หลังคาทรงปั้นหยาซ้อนสองชั้นมุงกระเบื้องว่าว สร้าง
โดยชา่ งฝมี อื ในท้องถ่นิ ช่องลมของอาคารชัน้ บนประดบั แผน่ ไมฉ้ ลุ
๗๙ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ลวดลายแผ่นไมฉ้ ลุชอ่ งลมอาคารเรียนพระปริยัติธรรม
อาคารเรยี นพระปรยิ ัตธิ รรมด้านล่างก่อกาแพงเต้ียๆ ทานองกาแพงแกว้ กั้นดว้ ยไม้ระแนง
ประตทู างเขา้ ทาเป็นประตูหูช้าง
๘๐ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
กุฏิคุณารักษ์ สร้างเม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๒ มีลักษณะเป็นอาคาร ๒ ช้ัน คร่ึงตึกครึ่งไม้ หลังคามุงกระเบ้ืองว่าว สร้าง
โดยช่างฝมี อื ในท้องถนิ่ ช่องลมของอาคารชั้นบนประดบั แผน่ ไมฉ้ ลุ
กุฏคิ ณุ ารักษ์
ลวดลายแผน่ ไม้ฉลุประดบั ช่องลมของกฏุ คิ ุณารักษ์
๘๑ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
โรงฉัน มีลักษณะเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง หลังคาทรงป้ันหยา ใช้เป็นสถานที่สาหรับฉันภัตตาหารของ
พระสงฆ์ภายในวัด ไม่ทราบปีท่ีสร้างแน่ชัด แต่น่าจะมีอายุใกล้เคียงกับอาคารอื่น ๆ ในวัด อาทิ ศาลาการ
เปรียญ เป็นตน้
โรงฉัน
บ่อน้า สร้างข้ึนเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๒ มีอาคารโถงหลังคาทรงป้ันหยามุงกระเบื้องว่าวคลุมบ่อ ปลายเสา
อาคารประดบั ลายปูนป้นั รปู กลีบบัวกลบี ยาว ปากบอ่ ปัน้ ปนู บอกศกั ราชที่สร้างทั้งจุลศักราชและพุทธศักราช
บ่อนา้
๘๒ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
รายละเอยี ดการตกแต่งบ่อน้าและบวั ปลายเสาอาคารคลุมบ่อนา้
๘๓ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
แผนผังงานศลิ ปกรรม วัดสาเร็จ
ตาบลหน้าเมือง อาเภอเกาะสมุย จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
มาตราส่วน NOT TO SCALE
๑.ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ๒.อาคารเรยี นพระปริยตั ิธรรม ๓.กฏุ สิ งฆ์อาคนั ตุกะ ๔.เจดียพ์ ่อเฒ่าขรวั พดุ ษร
องค์ท่ี๑
๕.อุโบสถ ๖.วิหาร ๗.บวั บรรจอุ ัฐขิ รวั พุดษร ๘.อาคารทปี าจารรวมใจอนสุ รน์
๙.กฏุ คิ ณุ ารกั ษ์ ๑0.บ่อน้า ๑๑.โรงฉัน
๘๔ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
เอกสำรอำ้ งอิง
กองพระพุทธศาสนา สานักงานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาต.ิ (๒๕๒๘). ประวัตวิ ัดทั่วราชอาณาจักร. กรุงเทพฯ:
โรงพมิ พ์สานักงานพระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติ.
ภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเดจ็ พระราชปิตลุ าบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยา. (๒๕๐๔). ชีวิวฒั น์.กรงุ เทพฯ:
โรงพิมพ์ คุรุสภา.
ธีรพล ใจกวา้ ง. (๒๕๕๓). ท้องถน่ิ ของเรา อาเภอเกาะสมยุ . กรงุ ทพฯ: โรงพิมพ์จูปติ สั .
ศิลปากร, กรม. (๒๕๕๒). พระพทุ ธรูปปางต่างๆ. กรงุ เทพฯ: บรษิ ัท รุง่ ศลิ ปก์ ารพิมพ์ (๑๙๗๗) จากดั .
ศกั ดิ์ชยั สายสิงห์. (๒๕๕๖). พระพทุ ธรปู ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พ์ สมาพันธ์ จากดั .
สมมตอมรพันธ์,ุ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระ. (๒๔๖๗). จดหมายเหตุพระบาทสมเดจ็ ฯ พระจลุ จอมเกล้า
เจ้าอยูห่ วั เสด็จประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. ๑๐๗ แล ๑๐๘. พระนคร: หอสมุดวชริ ญาณ.
สันติ เล็กสขุ มุ . (๒๕๖๐). งานช่างหลวงแห่งแผ่นดิน ศิลปะอยุธยา. กรงุ เทพฯ: บรษิ ัท วริ ิยะธรุ กิจ จากัด
(สานกั พิมพเ์ มืองโบราณ).
สมั พนั ธ์ ก้องสมุทร. (๒๕๔๖). พระดศี รีแผ่นดิน. กรงุ เทพฯ: สานักพมิ พ์ดอกโมกข์.
อร่ามรศั มิ์ ดว้ งชนะ บรรณาธิการ. (๒๕๔๒). แหลง่ ศิลปกรรมอาเภอเกาะสมุย – เกาะพะงนั . สุราษฎร์ธานี:
โรงพมิ พ์อดุ มลาภ.
๘๕ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
สำนักสงฆ์พระพทุ ธบำทเขำเล่
ท่ตี ้ัง
ต้ังอยู่หมู่ท่ี ๓ ตาบลหนา้ เมอื ง อาเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘๖ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
ลกั ษณะของแหลง่ ศลิ ปกรรม
วัดเขาเล่มีฐานะเป็นสานักสงฆ์ มีปูชนียวัตถุท่ีสาคัญ คือ รอยพระพุทธบาท ๔ รอย ท้ังตัวสานักสงฆ์
และรอยพระพุทธบาทสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในช่วงกลางรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ ัว ราว ๆ พ.ศ. ๒๔๓๑ หรือกอ่ นหน้าน้ันไม่นานนกั ด้วยมบี ันทกึ ในหนงั สือจดหมายเหตุพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว เสดจ็ ประพาสแหลมมลายู คราว ร.ศ. ๑๐๗ และ ๑๐๘ ในการเสด็จพระราชดาเนิน
ประพาสเกาะสมุย เมือ่ วนั เสาร์ เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่า ร.ศ. ๑๐๗ ซงึ่ ตรงกบั วนั เสาร์ที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๑
ไดก้ ล่าวไวว้ า่ "...เลอื่ นเรือพระที่นง่ั จากอ่าวระแวงมาทอดท่ีอ่าวหน้าค่ายเกาะสมุยเสดจ็ ข้นึ บก เสด็จพระราชดา
เนริ ไปในสวนจนี กิมย่ถี ือ แลว้ เสดจ็ ไปวัดขาม ออกจากวดั ขามข้ามท่งุ ไปทางประมาณ ๒๐ เส้นถึงวัดมะเรศ ซ่งึ มี
ชื่อตั้งเรียกว่าวัดคงคาคีรี ทอดพระเนตรของสาคัญต่าง ๆ ข้ามทุ่งไปอีกทุ่งหน่ึงประมาณ ๔๐ เส้น ถึงเขาเล่ มี
วัดแปนวัดสร้างขึ้นใหม่ มีพระบาท ๔ รอยจาลองอยู่ท่ีไหล่เขา บนศิลาก้อนใหญ่ ๆ สูงแต่พื้นดินถึงที่พระบาท
จาลองประมาณ ๒๑ วา..." (สมมตอมรพันธ,ุ์ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระ ๒๔๖๗: ๓)
ลักษณะของพระพุทธบาทนั้น เป็นพระพุทธบาท ๔ รอย ซ้อนทับกัน ด้านนอกปั้นปูนเป็นลายกลีบบัว
พระพุทธบาทรอยที่ ๑-๓ ที่มีลักษณะซ้อนทับกันจึงทาให้ปรากฏลายมงคลเพียงบางส่วน เป็นงานหล่อปูน
ลวดลายมงคล ๑๐๘ ประการ ตามขนบการสรา้ งพระพุทธบาทในสมัยกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ สว่ นพระพทุ ธบาทรอย
ที่ ๔ อันเป็นรอยพระพุทธบาทท่ีประหน่ึงซ้อนทับอยู่บนสุดและมีขนาดเล็กท่ีสุดประดิษฐานอยู่ตอนในบริเวณ
ตรงกลาง ปรากฏลวดลายมงคลครบท้ัง ๑๐๘ ประการ มีลักษณะเปน็ แผน่ โลหะหลอ่ เปน็ ลวดลาย
ศานติ - นวรัตน์ ภักดีคา กล่าวว่าสาหรับในหลักฐานทางโบราณคดีนั้น พระพุทธบาทเป็นสัญลักษณ์
แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปรากฏในประเทศอินเดียตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษท่ี ๕-๖ เป็นต้นมา พระพุทธ
บาทท่ีสร้างขึน้ ในสมยั แรกยงั ไมป่ รากฏภาพสัญลกั ษณ์มงคลแต่ประการใด ต่อมาในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗-๘ จงึ
เร่ิมมีรูปมงคลบนรอยพระพุทธบาท รูปมงคลที่พบในยุคน้ีโดยมากเป็นเครื่องหมายมงคลตามที่นิยมในสมัยนั้น
เช่น รูปสวัสดิกะ รูปตรีรัตน รูปภัทรบิฐ และรูปดอกบัว เป็นต้น ซึ่งถือเป้นจุดเริ่มการปรากฏรูปมงคลในรอย
พระพุทธบาท ในช่วงพุทธศตวรรษท่ี ๘-๙ พระพุทธบาทในสมัยอมราวดีจึงเร่ิมมีลายมงคล ๘ ปะการ คือ คัน
ฉอ่ ง ขอชา้ ง ปลาคู่ ตรีรัตน หมอ้ น้า ศรีวัตสะ สวัสดกิ ะ และวฑั ฒมาน ต่อมาความเชื่อเร่ืองพระพุทธบาทนี้ได้มี
การนามาขยายความและเกิดคติความเช่ือเร่ืองมงคล ๑๐๘ ประการ โดยเฉพาะท่ีลังกาทวีป ในภายหลังได้มีผู้
รจนาขยายความ "มงคล ๑๐๘ ประการ ในพระพุทธบาท" ในช่ือว่า "คัมภีร์พุทธปาทลักขณะ" แต่ไม่ปรากฏ
ชอ่ื ผแู้ ต่งและยุคสมยั ท่ีแตง่ คัมภรี ์พุทธปาทลักขณะท่ีพบในปัจจุบันเปน็ ฉบับใบลาน อกั ษรขอม ภาษาบาลี จาร
ข้ึนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๒๙๒ ตรงกับรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา รอยมงคล ๑๐๘ ในพระพุทธ
บาท ปรากฏสืบเน่ืองมาทั้งในการสร้างรอยพระพุทธบาทท้ังในลังกา พุกาม สุโขทัย อยุธยา กัมพูชา และกรุง
รัตนโกสินทร์ (ศานติ - นวรัตน์ ภกั ดีคา ๒๕๔๙: ๗๖-๗๘)
สัมพันธ์ ก้องสมุทร กล่าวไว้ในหนังสือพระดีศรีแผ่นดินว่า รอยพระพุทธบาทเขาเล่น้ันเป็นท่ีแน่ชัดว่า
พระครูวิบูลย์ธรรมสาร (เพชร ติสโส, ๒๓๘๘ - ๒๔๕๙) อดีตเจ้าคณะแขวงเกาะสมุย เป็นผู้สร้าง สันนิษฐานวา่
ท่านคงจะสั่งให้ช่างจาลองรอยพระพุทธบาทในสมัยท่ีท่านอยู่กรุงเทพฯ (พระครูวิบูลย์ธรรมสารเดินทางเข้าสู่
๘๗ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
พระนครเพื่อศึกษาต่อในสานักพระมหาอิ่ม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ิ ในราว พ.ศ. ๒๔๒๐ (สัมพันธ์ ก้อง
สมุทร ๒๕๔๖: ๗๔)) หรอื ในชว่ งทที่ ่านกลับจากธุดงคใ์ นภาคเหนือและพมา่ (พระครูวบิ ูลยธ์ รรมได้ร่วมธดุ งค์ไป
กับสหายธรรม คือ หลวงพ่อเพชร วชิโร แห่งเกาะพะงัน รวมทั้งพระชยาภิวัฒน์สภุ ัตรสงั ฆปาโมกข์ (หนู ติสโส)
เจ้าคณะใหญ่เมืองไชยา โดยมีเส้นทางธุดงค์จากกรุงเทพฯ ไปทางภาคเหนือแล้วเดินทางเข้าไปในดินแดน
ประเทศพมา่ ใชเ้ วลาเดนิ ทางยาวนานราว ๓ - ๔ ปี ในช่วง พ.ศ. ๒๔๑๖ - ๒๔๒๐ (สมั พันธ์ ก้องสมุทร ๒๕๔๖:
๗๔)) ต่อมาภายหลังจากนน้ั จงึ เคลือ่ นยา้ ยมาประดษิ ฐานทเ่ี ขาเล่ (สัมพนั ธ์ กอ้ งสมุทร ๒๕๔๖: ๗๙)
ปัจจุบันพระพุทธบาท ๔ รอย ในสานักสงฆ์เขาเล่ยังคงประดิษฐานอยู่บนก้อนศิลาใหญ่บนโขดหินท่ี
เดิม เพยี งแต่ได้มีการสรา้ งอาคารครอบไว้ และสรา้ งบันไดทางข้นึ ไว้จานวน ๙๖ ข้นั
บันไดทางขึน้ นมสั การพระพุทธบาทเขาเล่
๘๘ ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
อาคารประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเขาเล่
รอยพระพุทธบาทเขาเล่
๘๙ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
รอยพระพุทธบาทเขาเลม่ ีลกั ษณะเป็นพระพุทธบาท ๔ รอย
รอยที่ ๑-๓ ท่ีมีลักษณะซ้อนทับกันจึงทาให้ปรากฏลายมงคลเพียงบางส่วน เป็นงานหล่อปูนลวดลาย
มงคล ๑๐๘ ประการ ตามขนบการสร้างพระพุทธบาทในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สว่ นพระพทุ ธบาทรอยที่ ๔ อนั
๙๐ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
เป็นรอยพระพุทธบาทท่ีประหนึ่งซ้อนทับอยู่บนสุดและมีขนาดเลก็ ท่ีสุดประดิษฐานอยู่ตอนในบริเวณตรงกลาง
ปรากฏลวดลายมงคลครบทัง้ ๑๐๘ ประการ มีลักษณะเป็นแผน่ โลหะหล่อเป็นลวดลาย
๙๑ศิลปกรรมอำเภอเกำะสมุย
พระพุทธบาทรอยท่ี ๔ อันเป็นรอยพระพุทธบาทที่ประหนึ่งซ้อนทับอยู่บนสุดและมีขนาดเล็กท่ีสุด
ประดิษฐานอยู่ตอนในบริเวณตรงกลาง ปรากฏลวดลายมงคลครบท้ัง ๑๐๘ ประการ มีลักษณะเป็นแผ่นโลหะ
หล่อเป็นลวดลาย
๙๒ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
แผนผังศญั ลกั ษณม์ งคล ๑๐๘ ประการ บนรอยพระพุทธบาทรอยท่ี ๔
๙๓ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
พระพุทธบาทรอยที่ ๑-๓ ท่มี ีลักษณะซอ้ นทบั กันจึงทาให้ปรากฏลายมงคลเพยี งบางส่วน เปน็ งานหล่อปนู
ลวดลายมงคล ๑๐๘ ประการ ตามขนบการสรา้ งพระพุทธบาทในสมัยกรงุ รัตนโกสินทร์
๙๔ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
สัญลกั ษณ์มงคลบนรอยพระพุทธบาทเขาเลแ่ สดงถงึ พรหมโลกและเทวโลก
๙๕ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมยุ
๙๖ ศลิ ปกรรมอำเภอเกำะสมุย
สัญลกั ษณม์ งคลบนรอยพระพุทธบาทเขาเล่แสดงถึงภพภูมจิ ักรวาล ปา่ หมิ พานต์ สตั ว์หิมพานต์
สญั ลักษณ์มงคลบนรอยพระพุทธบาทเขาเล่แสดงถึงความเป็นพระจักรพรรดิ