The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาการเลี้ยงปลาดุก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jakkapong, 2022-07-19 10:41:22

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาการเลี้ยงปลาดุก

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาการเลี้ยงปลาดุก

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้

รำยวชิ ำเล้ยี งปลำดุก รหสั วชิ ำ ง 32203
ช้ันมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5

หนว่ ยกำรเรยี นรู้
ที่ 1

จดั ทำโดย
นำยจักพงษ์ แสงแก้ว

ตำแหน่ง ครูผชู้ ่วย

ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศกึ ษำ 2565
โรงเรยี นรำชประชำนุเครำะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยำ

สำนักบรหิ ำรงำนกำรศึกษำพิเศษ
สำนักคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พน้ื ฐำน กระทรวงศึกษำธกิ ำร

แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ที่ 1

รำยวิชำ กำรเล้ียงปลำดุก รหัสวชิ ำ ง 32203 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชีพ

ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรียนท่ี 1 เวลำ 80 ชวั่ โมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ

หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ 1 ควำมสำคญั ของกำรเลย้ี งปลำดุก เวลำ 4 ชั่วโมง

เร่อื ง ควำมสำคัญของกำรเลยี้ งปลำดกุ เวลำ 4 ชั่วโมง

1. ผลกำรเรยี น
มคี วามรูค้ วามเข้าใจถึงความสาคญั ของการเลี้ยงปลาดกุ

2. สำระสำคญั
การเล้ียงปลาเป็นอีกหนงึ่ อาชีพทน่ี ่าสนใจในปัจจบุ ัน เนื่องจากเป็นอาชีพท่ีสามารถสร้างรายได้ใหแ้ ก่ผู้

เลี้ยงไดเ้ ปน็ อยา่ งไร และปลาดกุ นับเปน็ ปลาท่ีสามารถเลยี้ งเพ่ือทาการค้า หรือเล้ยี งภายในครัวเรือน และเป็น
ปลาท่ีเลย้ี งแล้วดูแลง่ายไมม่ คี วามยุง่ ยากในการเลี้ยง ดังนน้ั การเลย้ี งปลาดุกที่ถูกวธิ ี จงึ มีความสาคญั ทาใหเ้ กิด
ประโยชนต์ อ่ ผเู้ ลยี้ งและทาให้ปลาดุกมคี วามแข็งแรง สามารถขายได้ราคาสูง

3. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
- อธิบายความสาคัญของการเลี้ยงปลาดุกได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนแผนผังความคดิ เรือ่ งความสาคัญของการเลีย้ งปลาดุกได้
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
- ซอื่ สตั ย์สุจรติ มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในการทางาน

4. สำระกำรเรียนรู้
-ความสาคัญของการเลีย้ งปลาดกุ

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรียน
- ซ่ือสตั ย์สจุ ริต
- มีวนิ ัย
- ใฝ่เรียนรู้
- ม่งุ มนั ในการทางาน

6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ

ด าเนิ น ชี วิ ต ป ร ะ จ าวั น ก าร เรีย น รู้ด้ ว ย ต น เอ ง ก าร เรีย น รู้อ ย่ าง ต่ อ เน่ื อ ง ก าร ท างาน แ ล ะ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญ หา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรจู้ กั หลีกเลี่ยงพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อน่ื

7. กิจกรรมกำรเรยี นรู้

ขัน้ นำเข้ำสบู่ ทเรยี น

1. ครใู ช้คาถามสรา้ งแรงกระตุน้ ความคิดให้ แกน่ กั เรียนโดยถามนักเรียนโดยใช้คาถามวา่
“การเลย้ี งปลาดุกประโยชน์ตอ่ มนุษย์อย่างไร” โดยใหเ้ วลานกั เรียนในการตอบคาถามดว้ ยตนเอง โดยคาตอบ
ของนักเรียนจะไมม่ ผี ดิ หรอื ถูกสามารถตอบได้ตามความคดิ เห็นของนกั เรียนได้

2. ครูประเมินการมีสว่ นรว่ มในช้ันเรียนของนักเรยี นจากการตอบคาถามและประเมนิ ความรพู้ ื้นฐาน
ของนกั เรียน

3. ครูนาอธบิ ายความสัมพันธ์ของการเลี้ยงปลาดกุ กบั มนุษยต์ ัง้ แตอ่ ดตี มาจนถึงปจั จุบัน

ข้ันสอน
1. ให้แบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กล่มุ ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกประธานกลุ่ม และเลขานกุ ารกลุ่ม เพื่อรบั ผดิ ชอบ
นากลมุ่ ศกึ ษาค้นควา้ อาจทาการมอบหมายโดย 1) ครูเลอื กและมอบหมายให้แต่ละกลุ่มโดยตรง 2) ใหแ้ ตล่ ะ
กล่มุ จับฉลาก 3) นักเรียนแต่ละกลุม่ แบง่ งานกนั เอง ดังนี้

1.1 เร่อื งท่ี 1 การเลี้ยงปลาดุกในสมัยอดีต
1.2 เรื่องที่ 2 ความสาคัญของการเล้ียงปลาดกุ
1.3 เร่ืองท่ี 3 ประโยชน์ของการเลีย้ งปลาดกุ ในด้านต่าง ๆ
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มดาเนินงานศกึ ษาจากแหล่งค้นควา้ ตา่ ง ๆ ดังน้ี
2.1 เอกสาร ตารา สือ่ สงิ่ พิมพ์ตา่ ง ๆ ห้องสมดุ ของโรงเรยี น
2.2 สืบค้นจากแหล่งข้อมูลทางอินเตอรเ์ นต
3. นกั เรยี นบนั ทกึ ผลการศึกษาค้นคว้าจากและการอภิปรายกลุ่มของนักเรียนลงในกระดาษ เพ่ือเปน็
ข้อสรปุ ของกลมุ่ ตามหัวข้อท่ีไดร้ บั มอบหมาย
4. นกั เรยี นทุกกล่มุ รายงานผลการศึกษาค้นควา้ ขอกลุ่มในช้ันเรียน โดยแต่ละกลมุ่ รายงานสรปุ กลมุ่ ละ
ไมเ่ กนิ 15 นาที
5. นกั เรยี นแต่ละคนรบั ฟังรายางานการศึกษาคน้ ควา้ จากเพือ่ นกล่มุ อน่ื และครไู ด้แจกแบบประเมนิ
การดาเนินการของกล่มุ เพื่อนกั เรยี นได้ประเมนิ ตนเองตอ่ ไป

ขน้ั สรุป
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ องค์ความรู้ในเรื่อง ความสาคญั และประโยชน์ของการเล้ยี งปลาดกุ
2. นกั เรยี นเขียนแผนผงั ความคิดเร่อื งความสาคัญของการเล้ยี งปลาดุกได้ลงในกระดาษ A4

8. ส่ือกำรเรยี นรแู้ ละแหลง่ เรยี นรู้
8.1 ส่อื กำรเรียนรู้
- สื่อเรอื่ ง ความสาคัญและประโยชนข์ องการเลีย้ งปลาดกุ

- เอกสาร ตารา ส่ือส่ิงพิมพ์ต่าง ๆ หอ้ งสมุดของโรงเรยี น
- สบื ค้นจากแหล่งขอ้ มลู ทางอินเตอร์เนต
8.2 แหลง่ เรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) บ่อและสถานท่เี ลยี้ งปลาในโรงเรียน

๙. ภำระ/ชนิ้ งำน
- ใบงานการสรุปองค์ความรู้และเนอ้ื หาของกลุ่ม (รายกลมุ่ )

1.1 เร่ืองที่ 1 การเลี้ยงปลาดุกในสมยั อดีต
1.2 เรอื่ งที่ 2 ความสาคญั ของการเล้ียงปลาดกุ

1.3 เร่ืองท่ี 3 ประโยชน์ของการเลี้ยงปลาดุกในด้านต่าง ๆ
- ใบงาน เรือ่ ง แผนผงั ความคิดการเลยี้ งปลาดุก (รายบคุ คล)

10. กำรวัดผลและประเมนิ ผล

10.1 กำรประเมินก่อนเรยี น

สง่ิ ท่จี ะวัด วธิ ีกำรวัดผล เคร่อื งมอื กำรวดั ผล กำรประเมินผล
-
ความรู้ - ทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
1 เร่ือง ความสาคัญของ
การเลีย้ งปลาดกุ

10.2 กำรประเมนิ ระหว่ำงกำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้

สิง่ ที่จะวัด วธิ กี ำรวดั ผล เครอ่ื งมอื กำรวัดผล กำรประเมนิ ผล

1. ความรู้ - ตรวจผลงาน - ใบงานการสรุปองค์ เกณฑผ์ ่าน รอ้ ยละ 50

ความร้แู ละเน้ือหาของ จากคะแนนจากการ

กล่มุ ตรวจผลงานแตล่ ะ

กจิ กรรม

2. ทักษะ/ - สังเกตพฤตกิ รรมทักษะ - แบบบันทกึ การสงั เกต ระดบั คณุ ภาพ

กระบวนการ กระบวนการทางานเปน็ พฤตกิ รรมทักษะ การประเมนิ การ

กลุม่ กระบวนการทางานเปน็ ปฏิบตั ิงานรายบคุ คล

กลุ่ม และกระบวนการ

-ทกั ษะ -ใบงาน เร่อื ง แผนผัง

ความคิดการเลีย้ งปลาดุก

(รายบคุ คล)

3. คณุ ลักษณะ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ - คะแนนการประเมิน

อนั พงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะ คณุ ลกั ษณะ เกณฑผ์ ่านระดับ 3

อนั พงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ อนั พึงประสงค์ ขน้ึ ไป

พฤติกรรม)

4. สมรรถนะสาคญั 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบประเมนิ สมรรถนะ - เกณฑ์การตดั สิน

ของผู้เรยี น ดา้ นความสามารถ สาคญั ของผู้เรียนดา้ น ผา่ น ในระดับ 3 ข้ึนไป

ในการคดิ ความสามารถในการคิด

2. ความสามารถในการใช้ 2. แบบประเมนิ สมรรถนะ

ทกั ษะชวี ติ สาคัญของผู้เรียนในการใช้

ทักษะชีวติ

10.3 กำรประเมนิ หลังเรียน

สิง่ ทต่ี อ้ งกำรวดั วธิ ีกำรวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ำรวัดผล

ความรู้ ทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรียน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 50
ความสาคญั ของการเลีย้ ง ของคะแนน
ปลาดุก

10.4 กำรประเมินชิ้นงำน/ภำระงำน (รวบยอด)

สงิ่ ท่ตี อ้ งกำรวดั วธิ ีกำรวดั เครื่องมือ เกณฑ์กำรวัดผล
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 50
1. ความรู้ ตรวจผลงาน -ใบงาน เรอ่ื ง แผนผัง

ความคดิ การเล้ยี งปลาดุก

(รายบคุ คล)

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...........................................ผู้สอน
(นายจักรพงษ์ แสงแก้ว)

12. ข้อคดิ เห็นของหัวหน้ำกล่มุ สำระกำรเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ...............................................................
( นางสาวจริ สตุ า เมอื งอินทร์ )

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี

13. ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผูช้ ่วยผอู้ ำนวยกำรกลุ่มงำนบริหำรวชิ ำกำร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...............................................................
(นางสาวนศิ าธร กองมงคล)

ผู้ช่วยผ้อู านวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ

กำรอนมุ ตั กิ ำรใชแ้ ผนกำรจดั กำรเรียนรู้จำกฝ่ำยบรหิ ำร
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ านวยการฝ่ายวิชาการ

..............................................................................................................................................................
 เหน็ สมควรอนุมัติใหใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
 เห็นสมควรไม่อนมุ ตั ใิ ห้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................

.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................
( นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อานวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

กำรอนมุ ัติจำกผ้อู ำนวยกำรโรงเรียน

 อนุมตั ิให้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
 ไม่อนมุ ัติให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................................................................
( นางวิลาวัลย์ ปาลี )

ผอู้ านวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา

บันทกึ ผลกำรใชแ้ ผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 1

รำยวชิ ำ กำรเลย้ี งปลำดกุ รหัสวชิ ำ ง32203 ระดับชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ 5

เรื่อง ควำมสำคัญของกำรเลย้ี งปลำดุก เวลำ 2 ชั่วโมง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..

1. จำนวนนกั เรยี นท่ีสอน

ระดบั ช้ัน จำนวนนักเรยี น (คน)

รวม

2. บนั ทึกผลกำรจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้
2.1 ผลกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.2 ข้อสงั เกต/ข้อคน้ พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.3 ปญั หำ/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทำงแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. กำรประเมนิ ผลกำรสอน

รำยกำรประเมิน ดีมำก ระดับคณุ ภำพ
ดี พอใช้ ปรับปรุง

1. ความเหมาะสมของระยะเวลา

2. ความเหมาะสมของเนือ้ หา

3. ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนการสอน

4. ความเหมาะสมของส่อื การสอนท่ีใช้

5. พฤติกรรม/การมสี ่วนรว่ มของนกั เรยี น

6. ผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรียนและ

หลงั เรยี น

สรปุ ภำพรวม

4. สรุปผลกำรวดั ผลประเมนิ ผล 4 ระดบั คณุ ภำพ 1
กำรวัดผลประเมนิ ผล 32 รวม
(คน)
จำนวน (คน)
้รอยละ
จำนวน (คน)
้รอยละ
จำนวน (คน)
้รอยละ
จำนวน (คน)
้รอยละ

1. ควำมรู้
1.1 ใบกิจกรรม
1.2 ……..
1.3 .......
1.4 แบบทดสอบหลงั เรยี น
ระดบั 3 ข้นึ ไป คิดเปน็ ร้อยละ

2. ทักษะ/กระบวนกำร
2.1 กระบวนการทางานกลุม่
2.2 ..........
ระดับ 3 ข้นึ ไป คดิ เปน็ ร้อยละ

3. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
ระดับ 3 ข้นึ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
ระดับ 3 ข้ึนไป คิดเปน็ ร้อยละ

ลงชอ่ื ................................................ครูผู้สอน
(นายจักพงษ์ แสงแกว้ )

ผลกำรนเิ ทศและตรวจสอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ................................................ผู้นิเทศ
( นางสาวจริ สุตา เมอื งอนิ ทร์ )
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี

ขอ้ คิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะผูช้ ่วยผูอ้ ำนวยกำรกลุ่มงำนบริหำรวชิ ำกำร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...............................................................
( นางสาวนศิ าธร กองมงคล )

ผู้ช่วยผอู้ านวยการกลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ

ควำมคิดเหน็ ของรองผ้อู ำนวยกำรโรงเรยี นฝ่ำยบรหิ ำรวชิ ำกำร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ

ควำมคดิ เหน็ ของผู้อำนวยกำรโรงเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)

ผ้อู านวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา

ภำคผนวก

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คำสั่ง ให้นกั เรียนทาเคร่อื งหมายกากบาท (X) ทบั ขอ้ ท่ถี กู ที่สุดเพยี งขอ้ เดียว
1. การอนุบาลปลาดุกในบ่อซีเมนตต์ อ้ งระวังเร่ืองใดมากทสี่ ุด

ก. การเลอื กพื้นท่ี
ข. การให้อาหารปลา
ค. การเนา่ เสียของน้า
ง. การถ่ายเทของอากาศ
2. ปลาดุกนิยมวางไข่ในเดอื นใด
ก. มกราคม - พฤษภาคม
ข. มนี าคม - กรกฎาคม
ค. มิถนุ ายน - ตุลาคม
ง. สิงหาคม - ธนั วาคม
3. การเกิดโรคของปลาดกุ ท่ีเลี้ยงมกั จะเกิดจากปัญหาในขอ้ ใด
ก. การใชย้ าหรอื สารเคมี
ข. บอ่ เลย้ี งไม่ดี
ค. เนื่องจากส่ิงขบั ถ่ายออกจากตัวปลา
ง. บอ่ เล้ยี งปลามีระยะเสลาในการใชง้ านนาน
4. ปลาดกุ อยุ เปน็ ปลาทแี่ ขง็ แรงอดทนต่อการขาดออกซิเจนไดด้ เี หมือนกับปลาชนิดใด
ก. ปลาหมอ
ข. ปลาทับทิม
ค. ปลาอนิ ทรีย์
ง. ปลาตะเพยี น
5. ถ้าปลาดกุ ท่ีเลย้ี งขาดวติ ามนิ บปี ลาจะมีอาการลักษณะตามข้อใด
ก. ทอ้ งบวม
ข. ไม่กินอาหาร
ค. เหงอื กซดี และบวม
ง. ปลาจะวา่ ยน้าตวั เกร็งและชกั กระดกุ
6. การตัดสนิ ใจเลือกอาชีพการเลี้ยงปลาดุกตอ้ งรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกับสงิ่ ใดมากทส่ี ุด
ก. ขอ้ มูลตนเอง
ข. ข้อมลู งานวิจัย
ค. ข้อมลู การเลือกประกอบอาชีพ
ง. ข้อมลู เงินทุนนามาประกอบอาชพี

7. หากตอ้ งการใหป้ ลาดกุ มีสเี หลืองสวยก่อนจาหนา่ ยควรทาเชน่ ไร

ก. น้าถ่วั เหลืองมาแช่ไว้ในบ่อ

ข. น้ากากน้าตาลมาแชไ่ ว้ในบอ่

ค. นาขมิน้ ทุบละเอยี ดมาแช่ไว้ในบ่อ

ง. นาดินลกู สแี ดงหรือซงั ข้าวมาแช่ไวใ้ นบอ่

8. ขอ้ ใดคือขนั้ ตอนในการจบั ปลาดกุ เพอ่ื จาหนา่ ยสู่ตลาด

ก. ระหวา่ งจบั ปลาควรใหอ้ าหารปลาไปดว้ ย

ข. ก่อนจบั ปลาดกุ งดใหอ้ าหาร 3 วัน

ค. เพิม่ นา้ ให้บ่อกอ่ นจบั

ง. จบั ปลาเวลาใดกไ็ ด้

9. ถ้าต้องการใหก้ ระชงั เลีย้ งปลามอี ายุการใช้งานยาวนานควรสร้างด้วยวัสดใุ ด
ก. โฟม
ข. ไมไ้ ผ่
ค. ไนลอน
ง. พลาสตกิ

10. ถา้ บริเวณท่ีเล้ยี งปลามปี ริมาณออกซเิ จนต่ากว่าปกตคิ วรแกไ้ ขอย่างไร
ก. เปลีย่ นกระชงั ใหม่ทกุ สัปดาห์
ข. เตมิ เกลอื ลงในบรเิ วณที่เล้ียงปลา
ค. เปิดฝากระชังเพือ่ ให้อากาศถา่ ยเท
ง. ใชเ้ ครื่องสูบนา้ ช่วยในการถ่ายเทน้า

ปลาดุก เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้าจืด น้าที่ค่อนข้างกร่อยหรือแม้แต่ในหนองน้าท่ีมีน้าเพียง

เล็กนอ้ ย เพราะว่าปลาดกุ เปน็ ปลาท่มี ีอวัยวะพิเศษชว่ ยในการหายใจเช่นเดียวกบั ปลาชอ่ น จึงสามารถดา้ รงชวี ติ อยู่
ในน้าท่ีมีออกซิเจนเพียงเล็กน้อยได้เปน็ อยา่ งดี อกี ทงั เป็นปลาน้าจืดท่ีคนไทยนิยมรับประทาน ปลาดุกจะพบได้
ท่ัวไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ เช่น ประเทศอนิ เดีย พมา่ ไทย ลาว กมั พชู า ฟลิ ปิ ปนิ ส์ เวียดนาม และ
มาเลเซีย ส้าหรับประเทศไทยจะพบปลาดกุ ในคลอง หนอง บงึ ต่างๆ ทั่วทุกภาคเป็นปลาทอี่ าศยั อยใู่ นแหล่ง
น้าจดื ท่วั ไปปลาดกุ ท่ีพบในประเทศไทยมีอยดู่ ้วยกนั ทังหมด 5 ชนิดด้วยกัน แต่ทเ่ี ป็นท่ีรู้จักมีเพียง 2 ชนิด คือ
ปลาดุกอุย และปลาดุกด้าน ปลาดุกที่นิยมเลียง คือ ปลาดุกด้านเพราะเนือปลาดุกด้านค่อนข้างแข็งท้าให้
สามารถขนส่งได้ในระยะทางไกลๆ ประกอบกับปลาดุกด้านเลียงง่าย โตเร็ว จึงเป็นท่ีนิยมเลียงกันมาก
แต่ส้าหรับผู้บริโภคแล้วจะนิยมปลาดุกอุยเพราะให้รสชาติดีเนือปลานุ่มฟูกล่ินดี ประมาณปลายปี พ.ศ. 2530
เกษตรกรได้น้าพันธุ์ปลาดุกชนิดหน่ึงจากประเทศลาวเข้ามาเลียงในประเทศไทย ซึ่งกรมประมงได้ให้ชื่อว่า
ปลาดกุ เทศ ปลาดกุ เทศสามารถกินอาหารได้แทบทุกชนิดมคี วามต้านทานโรคและสภาพแวดลอ้ มสูง เป็นปลาท่ีมี
ขนาดใหญ่ เม่ือเจริญเตบิ โตเตม็ ท่ี แตป่ ลาดกุ ชนดิ นีมเี นอื เหลว และมีสีซีดขาวไมน่ า่ รับประทาน ต่อมานกั วชิ าการ
ไทยได้ประสบความส้าเร็จในการผสมเทียมข้ามพันธรุ์ ะหว่างปลาดุก อุยเพศเมีย และปลาดุกยักษ์เพศผู้ ได้ปลา
ลูกผสมเรียกวา่ ดุกอุยเทศ หรือ บิ๊กอุย ซึ่งผลที่ได้นัน บิ๊กอุยเป็นท่ีนิยมเลียงของเกษตรกร เน่ืองจากเลียง
ง่าย มีอัตราการเจริญเติบโตท่ีรวดเรว็ อีกทังทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าปลาดุกชนิดอ่ืน ทังยัง
เปน็ ทน่ี ยิ มบริโภคของประชาชน เนื่องจากมีรสชาติดแี ละราคาถูก ท้าใหป้ ัจจุบันปลาดุกบ๊ิกอุยได้รับการนยิ มและ
เขา้ มาแทนทตี่ ลาดปลาดกุ ดา้ นไป โดยปริยาย



ปลาดกุ มีลักษณะทตี่ ่างจากปลาอ่ืนอย่างเหน็ ไดช้ ัด คือ ปลาดกุ ไมม่ เี กลด็ รูปร่างเรียวยาว มีหนวด 4 คู่

อยทู่ ่รี มิ ฝปี าก ตามขี นาดเล็กมาก ใช้หนวดในการหาอาหาร เพราะ หนวดปลาดกุ มปี ระสาทรับความรู้สึกทีด่ ีกวา่
ตา ปลาดุกชอบหากินตามหนา้ ดนิ มีนสิ ยั ว่องไว สามารถจะขึนมาอยู่บนบกไดท้ นนานกว่าปลาชนดิ อื่นๆ
รวมถึงสามารถทจ่ี ะอาศยั อยู่ในดนิ โคลน เลน และในนา้ ที่มปี ริมาณออกซเิ จนตา่้ ได้นาน เนื่องจากมอี วยั วะ

พิเศษช่วยในการหายใจนัน่ เอง อาหารทีป่ ลาดุกชอบกิน สว่ นมากเปน็ อาหารจา้ พวกเนือสัตว์ แตถ่ ้านา้ มาเลียง

ในบ่อกส็ ามารถฝกึ ให้กินอาหารจ้าพวกพชื ได้ รวมถงึ สามารถฝึกนสิ ยั ให้ปลาดุกขนึ มากินอาหารบริเวณผิวนา้ แทน
การหาอาหารกินตามหน้าดินไดเ้ ช่นเดยี วกนั



อาหาร ไมว่ ่าส่งิ มีชวี ติ ใดๆ ล้วนแล้วแตต่ ้องการอาหารเพื่อการดา้ รงอยูด่ ้วยกันทังนัน เมื่อปลาดกุ ฟกั ไข่

ออกมาเปน็ ตัวลูกปลาดุกจะใชอ้ าหารจากถุงไขแ่ ดงซ่งึ ติดอยู่ดา้ นหน้าท้องของลูกปลา ประมาณ 1 – 2 วัน
ถุงไข่แดงจะยุบลง น่ันเป็นเคร่ืองหมายว่าอาหารที่ติดตัวลูกปลาดุกมาตังแต่เกิดได้ใช้หมดไป แล้ว
จ้าเป็นต้องมีการหาอาหารจากสภาพแวดล้อมกิน ในช่วงนีผู้เลียงลูกปลาดุกจ้าเป็นต้องใช้อาหารเพ่ือการ
เจริญเติบโต ซ่ึงต้องมปี รมิ าณของโปรตนี สูง ไดแ้ ก่ ไข่แดงตม้ สุก ไรแดง หรอื อาหารผสม ต่อมาเมอ่ื ปลา
โตขึนสามารถที่จะปล่อยลงสู่บ่อเลียงได้ อาหารที่ให้ได้แก่ ปลาเป็ดสบั บดละเอียดผสมกับร้า หรือ อาหาร
ผสมอดั เมด็ ลอยนา้ จวบจนกระทง่ั สามารถจบั ปลาดุกขายได้



ไข่แดงตม้ สกุ เปน็ อาหารของปลาดุกในช่วงในช่วงทป่ี ลายงั มีขนาดเลก็ ไมส่ ามารถกนิ อาหารอ่ืนๆ ได้

ไขท่ ี่น้ามาใชเ้ ปน็ ไข่เป็ด หรอื ไข่ไก่ ก็ไดต้ ม้ ใหส้ กุ ใช้แตไ่ ขแ่ ดง โดยบีไขแ่ ดงยีกับผ้าขาวบางตาละเอยี ดให้เม็ด
เลก็ ที่สุด การให้ไข่แดงอยา่ ใหม้ าก เพราะเม่ือหลงเหลือจะทา้ ใหน้ ้าเนา่ เสียได้งา่ ย

ไข่แดง เป็นอาหารหลักของลกู ปลาวัยออ่ น ชว่ ยให้ลูกปลามีอตั ราการเจรญิ เตบิ โตรวดเรว็ มีอัตราการ

รอดสูง ก่อนให้ไรแดงเป็นอาหารลูกปลาทกุ ๆ ครงั ต้องแชด่ ้วยดา่ งทับทิมเพอ่ื ฆา่ เชือโรคเสียกอ่ น



ปลาเป็ด เมื่อเรืออวนลากออกจับปลาตามชายฝ่งั จะได้ปลาหลายๆ ขนาด ปลาขนาดเล็กท่ีจับได้ไม่เป็นที่

นยิ มบริโภคกันมีราคาไม่แพงมากนัก ปลานีเราเรยี กว่าปลาเปด็ มคี ุณคา่ ของสารอาหารประเภทโปรตนี สูง การ
ให้ปลาเป็ดเป็นอาหารปลาดุกมกั จะสับใหล้ ะเอยี ด หรือใชเ้ ครื่องบดอาหารได้ อาหารเม็ดลอยน้า ได้จากการน้า
วัตถุดิบต่างๆ ทางการเกษตรที่มีคุณคา่ ทางอาหารมาบดใหล้ ะเอียดแล้วผสมใหเ้ ข้ากนั อัดเป็นเมด็ ออกมา วตั ถดุ ิบท่ี
นยิ มท้ามาเป็นอาหารเลียงปลาดกุ ท่วั ๆ ไป จะหาซอื ได้ตามท้องถิน่ ทไ่ี ดจ้ ากพืช ได้แก่ รา้ ข้าว ปลายข้าว ขา้ วโพด
ข้าวฟา่ ง มันส้าปะหลัง กากถวั่ เหลอื ง ถว่ั เหลืองเมลด็ กากถว่ั ลสิ ง กากมะพรา้ ว ส่วนวัตถุดิบท่ีได้มาจากสตั ว์ก็
มี ปลาเป็ด ปลาป่น เลือดป่น ในการเลือกวัตถุดบิ เหล่านีควรจะเลือกวัตถุดบิ ท่ีมีคุณภาพดี ไม่ขนึ รา ไม่เหม็น
หนื อาหารทีไ่ ดจ้ ึงมคี ุณภาพดี เกบ็ ไวใ้ ชไ้ ดน้ าน



การเลียงปลาดุก สามารถเลียงได้ทังในบ่อดิน บ่อซีเมนต์และในกระชัง แต่ส่วนมากนิยมเลียงในบ่อดิน
ซึ่งขนาดบ่อดินที่เหมาะสมควรมีขนาดไม่เกิน 1 ไร่การเลือกสถานท่ีปัจจัยที่ควรน้ามาพิจารณาในการเลือก
สถานที่สร้างบ่อเลยี งปลา มีดังนี

1. สถานทีไ่ มเ่ ป็นที่ลุ่มหรอื ท่ดี อนเกนิ ไป สามารถจดั ระบบน้าระบายน้าเขา้ -ออกไดด้ ี
2. สภาพดินควรเป็นดนิ เหนยี วสามารถท้าเป็นคนั บ่อเก็บกักน้าไดด้ ี
3. สภาพนา้ ต้องเปน็ น้าสะอาดปราศจากสารพษิ ของโลหะหนักหรอื ยาฆา่ แมลง หรอื ของเสยี จากโรงงาน
อุตสาหกรรม
4. ทางคมนาคมสะดวก

ใบงำนท่ี 1 กำรสรุปองค์ควำมรูแ้ ละเนือ้ หำของกลุ่ม (รำยกล่มุ )

1. ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มจบั ฉลากและสืบคน้ ข้อมูลจากอนิ เตอร์เนต เก่ียวกบั หัวข้อต่อไปน้ี โดยใชเ้ วลาในการ
สบื ค้นข้อมูล และอภิปรายกลุ่ม พรอ้ มท้ังบนั ทกึ ผลการอภปิ รายลงในกระดาษที่ครแู จกให้ ใชเ้ วลาท้ังส้ิน 40
นาที โดยหวั ข้อมีดังนี้

1.1 เรอ่ื งที่ 1 การเล้ียงปลาดุกในสมัยอดีต
1.2 เร่ืองท่ี 2 ความสาคัญของการเลยี้ งปลาดกุ
1.3 เรอ่ื งที่ 3 ประโยชน์ของการเลีย้ งปลาดกุ ในด้านตา่ ง ๆ

2. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนเพอื่ นาเสนอผลการอภปิ รายกลุม่ หน้าช้ันเรียนให้เพื่อนกล่มุ อืน่ ไดฟ้ งั ใช้เวลา
กล่มุ ละ ไมเ่ กิน 10 นาที

ใบงำนท่ี 2 เรื่อง แผนผังควำมคดิ กำรเลย้ี งปลำดุก (รำยบคุ คล)

ให้นักเรียนแตล่ ะคนเขยี นแผนผังความคิดเกยี่ วกบั การเล้ยี งปลาดุก โดยนาเสนอเกีย่ วกับความสาคัญ
ของการเลีย้ งปลาดกุ และประโยชน์ของการเลยี้ งปลาดกุ ในด้านต่าง ๆ ลงในกระดาษ A4 พรอ้ มท้ังตกแตง่ ให้
สวยงามและเหมาะสม

แบบทดสอบหลงั เรยี น

คำส่ัง ให้นกั เรียนทำเครือ่ งหมำยกำกบำท (X) ทบั ข้อที่ถูกที่สุดเพยี งข้อเดียว

1. ถ้าปลาดกุ ที่เลยี้ งขาดวิตามินบีปลาจะมีอาการลักษณะตามข้อใด
ก. ทอ้ งบวม
ข. ไมก่ นิ อาหาร
ค. เหงอื กซดี และบวม
ง. ปลาจะวา่ ยนา้ ตวั เกรง็ และชักกระดุก

2. ถ้าบริเวณทีเ่ ลีย้ งปลามปี รมิ าณออกซเิ จนต่ากวา่ ปกติควรแก้ไขอยา่ งไร
ก. เปลีย่ นกระชงั ใหมท่ กุ สัปดาห์
ข. เตมิ เกลือลงในบรเิ วณที่เล้ยี งปลา
ค. เปิดฝากระชงั เพื่อใหอ้ ากาศถา่ ยเท
ง. ใชเ้ ครอื่ งสบู น้าช่วยในการถา่ ยเทนา้

3. การอนุบาลปลาดกุ ในบอ่ ซีเมนตต์ อ้ งระวังเรือ่ งใดมากที่สุด
ก. การเลอื กพนื้ ท่ี
ข. การใหอ้ าหารปลา
ค. การเนา่ เสยี ของน้า
ง. การถา่ ยเทของอากาศ

4. ข้อใดคอื ข้ันตอนในการจบั ปลาดกุ เพ่ือจาหน่ายสตู่ ลาด
ก. ระหวา่ งจับปลาควรให้อาหารปลาไปดว้ ย
ข. กอ่ นจับปลาดุกงดใหอ้ าหาร 3 วัน
ค. เพ่ิมนา้ ใหบ้ อ่ ก่อนจับ
ง. จับปลาเวลาใดก็ได้

5. ถา้ ต้องการใหก้ ระชงั เลี้ยงปลามอี ายุการใชง้ านยาวนานควรสรา้ งดว้ ยวัสดุใด
ก. โฟม
ข. ไม้ไผ่
ค. ไนลอน
ง. พลาสติก

6. ปลาดกุ นิยมวางไขใ่ นเดอื นใด
ก. มกราคม - พฤษภาคม
ข. มีนาคม - กรกฎาคม
ค. มถิ ุนายน - ตลุ าคม
ง. สิงหาคม - ธนั วาค

7. หากตอ้ งการให้ปลาดกุ มีสีเหลืองสวยกอ่ นจาหนา่ ยควรทาเชน่ ไร
ก. น้าถั่วเหลืองมาแช่ไว้ในบ่อ
ข. นา้ กากนา้ ตาลมาแช่ไว้ในบ่อ
ค. นาขม้นิ ทุบละเอียดมาแช่ไว้ในบ่อ
ง. นาดินลูกสีแดงหรือซงั ข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ

8. การเกิดโรคของปลาดุกท่ีเล้ยี งมกั จะเกดิ จากปัญหาในข้อใด
ก. การใช้ยาหรือสารเคมี
ข. บ่อเลยี้ งไมด่ ี
ค. เนื่องจากส่งิ ขับถ่ายออกจากตวั ปลา
ง. บ่อเลี้ยงปลามรี ะยะเสลาในการใช้งานนาน

9. ปลาดกุ อยุ เป็นปลาท่ีแข็งแรงอดทนตอ่ การขาดออกซเิ จนได้ดเี หมอื นกับปลาชนิดใด
ก. ปลาหมอ
ข. ปลาทับทิม
ค. ปลาอนิ ทรีย์
ง. ปลาตะเพียน

10. การตัดสินใจเลอื กอาชีพการเลย้ี งปลาดกุ ต้องรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับสิ่งใดมากทสี่ ุด
ก. ข้อมูลตนเอง
ข. ขอ้ มูลงานวิจัย
ค. ข้อมูลการเลือกประกอบอาชพี
ง. ข้อมลู เงินทุนนามาประกอบอาชีพ

เกณฑ์กำรประเมินกำรทำแบบทดสอบหลังเรยี น

เกณฑก์ ำรประเมินกำรทำแบบทดสอบหลงั เรียน

ประเมินกำรตอบคำถำมแบบทดสอบหลงั เรียน

ระดบั คะแนน ลกั ษณะของงำน

3 เขียนคาตอบได้ตรงประเดน็ และชดั เจน มีการให้เหตผุ ลประกอบและการอธิบาย

คาตอบมีการขยายความ

2 เขยี นคาตอบไดต้ รงประเด็นบางสว่ น มีการให้เหตุผลประกอบและขยายความแต่ยงั ไม่

ครอบคลมุ และสอดคลอ้ ง

1 เขียนคาตอบแต่ไมต่ รงประเด็น อ่านแลว้ วกไปวนมา ขาดเหตุผลและการอธิบายขยาย

ความ

0 ไม่มผี ลงาน

ประเมินกำรนำเสนองำนหนำ้ ชั้นเรียน

ระดบั คะแนน ลกั ษณะของงำน

4 นกั เรยี นอธบิ ายเรอ่ื งท่ีศึกษาได้มาอย่างชดั เจน มเี หตผุ ลประกอบชใ้ี หเ้ ห็นความถูกตอ้ ง

ของการนาเสนอในส่วนของเนอ้ื หาถกู ตอ้ ง การนาเสนอมีความต่อเนื่อง มกี ารเตรยี มการ

อยา่ งดี มีการจัดลาดบั การนาเสนออยา่ งดมี ีความกระตือรอื ร้น มีการใชส้ อื่ ในการ

นาเสนออยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตอบคาถามของผ้ฟู ังไดช้ ดั เจน ตรงประเดน็ และเหมาะสม

3 นกั เรยี นอธบิ ายเรอ่ื งท่ศี กึ ษาได้มาอย่างชัดเจนบางส่วน การนาเสนอมีความตอ่ เน่ืองแต่

ใช้วิธีการอา่ นหรือดูกระดาษท่เี ตรยี มมาในการนาเสนอ มกี ารจัดลาดบั การนาเสนอดี

ตอบคาถามของผฟู้ งั ไดช้ ดั เจน แต่ยังไม่ตรงประเดน็

2 นักเรยี นอธิบายเรื่องทศ่ี กึ ษาได้มาอยา่ งชดั เจนบางสว่ น การนาเสนอไมค่ อ่ ยมีความ

ตอ่ เนื่องตะกุกตะกกั ใชว้ ธิ กี ารอา่ นหรือดกู ระดาษทเี่ ตรียมมาในการนาเสนอ มกี าร

จัดลาดบั การนาเสนอแตย่ ังไม่ดี ตอบคาถามของผู้ฟงั ได้ชดั เจน แตย่ ังไม่ตรงประเด็น

1 นกั เรียนนาเสนอโดยไม่ได้เร่มิ ที่ความสาคญั หรือหัวข้อนาเสนอไม่ชดั เจน มีข้อมูลที่

นาเสนอไม่เพียงพอ การนาเสนอตะกุกตะกกั ฟงั ไมต่ ่อเน่อื งไมน่ ่าติดตาม ขาดการเตรียม

ตัวหรอื ขาดการจัดระบบระเบียบในการนาเสนอ

0 ไมม่ ีการนาเสนอ

ประเมินกำรเขยี นผังควำมคิด

ระดบั คะแนน ลักษณะของงำน

4 เส้นกระจายออกจากจุดศูนย์กลางใช้เสน้ ได้ถูกตอ้ ง หลักการเขยี น Mind Mapping มี

เคร่อื งหมาย สญั ลกั ษณ์ สี ภาพ สอดคล้องกับเนอ้ื หา

3 เส้นกระจายออกจากจุดศนู ย์กลางใช้เสน้ ได้ถูกต้อง หลักการเขียน Mind Mapping มี

เคร่อื งหมาย สัญลกั ษณ์ แตไ่ มม่ ีสแี ละภาพทสี่ อ่ื ความเขา้ ใจ

2 เส้นกระจายออกจากจดุ ศนู ย์กลางใชเ้ สน้ ไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั การเขียน Mind Mapping ไม่

มเี ครอ่ื งหมาย สัญลักษณ์ สแี ละภาพท่ีสื่อความเข้าใจ

1 เสน้ กระจายไมถ่ ูกตอ้ งตามหลกั การเขียน Mind Mapping ไม่มีเครือ่ งหมาย สัญลกั ษณ์ สี

และภาพท่ีสอ่ื ความเขา้ ใจ

0 ไมม่ ผี ลงาน

แบบบันทกึ กำรประเมนิ ผล

ระดบั ช้นั ชอ่ื -นำมสกลุ เลขท่ี คะแนนตอบ คะแนนกำร คะแนนกำร

คำถำม เขียนแผนผัง นำเสนองำน
แบบทดสอบ ควำมคดิ หนำ้ ช้นั เรยี น รวมคะแนน
หลังเรียน (4 คะแนน) (4คะแนน)
(3คะแนน)

เกณฑก์ ำรประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ขอ้ ท่ี 4 ใฝเ่ รยี นรู้
นิยำม

ใฝเ่ รียนรู้ หมายถึง คุณลกั ษณะทแี่ สดงออกถงึ ความต้ังใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรู้จาก
แหล่งเรยี นรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น

ผู้ท่ีใฝ่เรยี นรู้ คอื ผทู้ ่มี ีลกั ษณะแสดงออกถึงความต้ังใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรม การ
เรยี นรู้ แสวงหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรูท้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสมา่ เสมอ ดว้ ยการเลือกใชส้ อ่ื
อย่างเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ

นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้

ตัวชวี้ ัดและพฤติกรรมบง่ ชี้

ตัวชว้ี ัด พฤตกิ รรมบ่งชี้

4.1 ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรยี น 4.1.1 ต้ังใจเรียน

และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ 4.1.2 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้

4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ งๆ

4.2 แสวงหาความร้จู ากแหล่งเรยี นรู้ 4.2.1 ศกึ ษาค้นควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์

ตา่ งๆ ทั้งภายในและภายนอก สอื่ เทคโนโลยตี ่างๆ แหลง่ เรยี นร้ทู ้ังภายในและภายนอก

โรงเรียน ดว้ ยการเลือกใช้สือ่ อยา่ ง โรงเรยี น และเลือกใช้สือ่ ได้อยา่ งเหมาะสม

เหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสงิ่ ที่เรยี นรู้ สรุป

สรุปเปน็ องค์ความรู้ แลกเปล่ียน เปน็ องคค์ วามรู้

เรยี นรู้ และนาไปใช้ใน 4.2.3 แลกเปลี่ยนเรยี นรดู้ ว้ ยวิธกี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ น

ชีวติ ประจาวนั ได้ ชวี ิตประจาวนั

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน (ใชข้ ้อมูลจำกกำรสงั เกตตำมสภำพจริงของครูผ้สู อน)

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ไม่ผ่ำน (0) ผำ่ น (1) ดี (2) ดเี ยย่ี ม (3)

ตามข้อ 4.1 – 4.2 ไมต่ ง้ั ใจเรียน เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา
ตั้งใจเรียน เอาใจ
ไมศ่ ึกษาค้นควา้ ตง้ั ใจเรยี น เอาใจ ตัง้ ใจเรียน เอาใจ ใส่ในการเรยี น
และมสี ว่ นรว่ มใน
หาความรู้ ใส่ในการเรียน ใสใ่ นการเรยี น การเรยี นรู้ และเขา้
รว่ มกจิ กรรมการ
และมีสว่ นรว่ มใน และมสี ว่ นรว่ มใน เรียนรูต้ ่างๆ ท้ัง
ภายในและ
การเรยี นรู้ และเข้า การเรยี นรู้ และ ภายนอกโรงเรยี น
เปน็ ประจา
รว่ มกิจกรรมการ เข้ารว่ มกจิ กรรม

เรียนรตู้ า่ งๆ เปน็ การเรยี นร้ตู ่างๆ

บางครงั้ บอ่ ยครง้ั

ข้อท่ี 6 มุง่ ม่ันในกำรทำงำน
นิยำม

มุ่งมัน่ ในการทางาน หมายถึง คณุ ลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ ความตงั้ ใจ และรบั ผดิ ชอบในการทาหนา้ ที่
การงานด้วยความเพยี รพยายาม อดทน เพอื่ ให้งานสาเร็จตามเป้าหมาย

ผู้ทีม่ ุ่งม่นั ในการทางาน คือ ผ้ทู มี่ ีลกั ษณะซึง่ แสดงออกถึงความตง้ั ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ดว้ ยความเพยี รพยายาม ทมุ่ เทกาลังกาย กาลังใจ ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ให้สาเรจ็ ลลุ ว่ งตามเป้าหมายท่ี
กาหนดดว้ ยความรับผิดชอบ และมีความภาคภมู ใิ จในผลงาน

ตัวชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งช้ี พฤตกิ รรมบ่งช้ี
ตวั ช้วี ัด
6.1 ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการ 6.1.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัติหน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ปฏิบตั หิ น้าทีก่ ารงาน 6.1.2 ตง้ั ใจและรับผิดชอบในการทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็
6.1.3 ปรับปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง
6.2 ทางานดว้ ยความเพยี รพยายาม 6.2.1 ทุม่ เททางาน อดทน ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ
และอดทนเพอื่ ให้งานสาเรจ็ ตาม ทางาน
เป้าหมาย 6.2.2 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทางานใหแ้ ลว้ เสร็จ
6.2.3 ช่นื ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจำกกำรสงั เกตตำมสภำพจริงของครผู สู้ อน)

พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ ่ำน (0) ผ่ำน (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)

ตามขอ้ 6.1 – 6.2 ไม่ตง้ั ใจปฏบิ ัติ ตง้ั ใจและ ตัง้ ใจและ ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน

หนา้ ท่ีการงาน รับผดิ ชอบใน รับผิดชอบในการ การปฏิบัติหน้าท่ีทไี่ ดร้ บั

การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ท่ี มอบหมายให้สาเร็จ มี

ท่ีไดร้ บั ได้รับมอบหมายให้ การปรับปรุงและ

มอบหมายให้ สาเรจ็ มกี าร พฒั นาการทางานให้ดขี ้ึน

สาเร็จ ปรับปรุงและ ภายในเวลาทีก่ าหนด

พฒั นาการทางาน

ใหด้ ีขึ้น

แบบบนั ทกึ กำรประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ระดบั ช้นั ชอ่ื -นำมสกลุ เลขที่ ระดับคณุ ภำพกำรประเมิน
ข้อท่ี 4 ใฝเ่ รียนรู้ ขอ้ ท่ี 6 มงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน

เกณฑ์กำรประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

การประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น กาหนดเปน็ ผา่ นและไมผ่ า่ น ในการผ่านกาหนด

เกณฑก์ ารตัดสนิ เปน็ ดีเยย่ี ม ดี และผ่าน และความหมายของแตล่ ะระดับ ดงั นี้

ดีเย่ยี ม หมายถงึ ผู้เรียนปฏิบัติตนตามสมรรถนะจนเป็นนิสยั และนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั

เพือ่ ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ดเี ยีย่ ม จานวน 3-5

สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กวา่ ระดบั ดี

ดี หมายถงึ ผู้เรยี นมสี มรรถนะในการปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑ์ เพ่ือใหเ้ ป็นการยอมรบั ของสงั คม

โดยพจิ ารณาจาก

1) ไดผ้ ลการประเมินระดับดเี ยยี่ ม จานวน 1-2 สมรรถนะ และไมม่ ี
สมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กวา่ ระดับดี หรือ

2) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จานวน 2 สมรรถนะ และ ไม่มี
สมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมนิ ตา่ กวา่ ระดับผ่าน หรือ

3) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จานวน 4-5 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะ
ใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กว่าระดบั ผา่ น

ผ่ำน หมายถึง ผเู้ รียนรับร้แู ละปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขทสี่ ถานศกึ ษากาหนด โดย

พจิ ารณาจาก

1) ได้ผลการประเมินระดับผา่ น จานวน 4-5 สมรรถนะ และไมม่ ี
คณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมนิ ตา่ กวา่ ระดบั ผ่าน หรอื

2) ได้ผลการประเมนิ ระดับดี จานวน 2 สมรรถนะ และ ไม่มีสมรรถนะใด
ได้ผลการประเมนิ ตา่ กวา่ ระดับผา่ น

ไมผ่ ่ำน หมายถงึ ผเู้ รยี นรบั ร้แู ละปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงอื่ นไขทีก่ าหนด
โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับไมผ่ า่ น ตัง้ แต่ 1 สมรรถนะ

แบบบนั ทกึ กำรประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

แบบประเมินสมรรถนะผู้เรยี น 5 ดำ้ น

ชอื่ ................................................นำมสกุล.....................................................ช้นั ........ เลขที่.....

คำช้แี จง :ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่ำงเรยี นและนอกเวลำเรยี น แลว้ ขีด  ลงในชอ่ งทตี่ รง

กับระดับคะแนน

สมรรถนะทป่ี ระเมนิ ระดบั คะแนน สรปุ ผล

3210

1. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร

1.1 มคี วามสามารถในการรบั – สง่ สาร

1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด

ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม

1.3 ใช้วธิ ีการสอ่ื สารท่ีเหมาะสม

1.4 วเิ คราะห์แสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตุผล

1.5 เขียนบันทกึ เหตกุ ารณป์ ระจาวันแล้วเลา่ ใหเ้ พื่อนฟงั ได้

สรปุ ผลกำรประเมนิ

2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ

2.1 มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์

2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ

2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมรี ะบบ

2.5 ตดั สินใจแก้ปัญหาเก่ยี วกับตนเองได้

สรุปผลกำรประเมนิ

3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ

3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ได้

3.2 ใชเ้ หตผุ ลในการแกป้ ัญหา

3.3 เขา้ ใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปลยี่ นแปลงในสังคม

3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใช้ใน

การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา

3.5 สามารถตัดสินใจได้เหมาะสมตามวัย

สรุปผลกำรประเมนิ

สมรรถนะทป่ี ระเมนิ ระดบั คะแนน สรปุ ผล

32 10

4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชวี ติ

4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองได้เหมาะสมตามวยั

4.2 สามารถทางานกลมุ่ ร่วมกับผู้อ่ืนได้

4.3 นาความรทู้ ่ไี ด้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน

4.4 จดั การปัญหาและความขัดแยง้ ไดเ้ หมาะสม

4.5 หลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง

สรปุ ผลกำรประเมิน

5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี
5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยไี ด้เหมาะสมตามวัย
5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาเทคโนโลยีไปใชพ้ ฒั นาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์
5.5 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรปุ ผลกำรประเมนิ

สรุปผลกำรประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์รำยบคุ คล

 ดีเย่ียม  ดี  ผ่าน  ไม่ผา่ น
ผู้ประเมิน
ลงช่อื
( นายจักพงษ์ แสงแก้ว )

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนนระดบั คุณภำพ ให้ 3 คะแนน
ดีเยีย่ ม พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ดี พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ผ่าน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 0 คะแนน

ไมผ่ ่าน ไม่เคยปฏบิ ัติพฤติกรรม

เกณฑก์ ำรสรุปผล
ดเี ย่ียม 13-15 คะแนน
ดี 9-12 คะแนน
ผ่าน 1-8 คะแนน
ไม่ผ่าน 0 คะแนน

แผนการจดั การเรียนรู้

รายวิชาเลีย้ งปลาดกุ รหสั วชิ า ง 32203
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5

หน่วยการเรยี นรู้
ที่ 2

จัดทาโดย
นายจักพงษ์ แสงแกว้

ตาแหน่ง ครูผ้ชู ว่ ย

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา

สานักบริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ
สานกั คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2

รายวิชา การเลี้ยงปลาดกุ รหสั วิชา ง 32203 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี

ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ช่วั โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ชนดิ และพนั ธ์ปุ ลาดุก เวลา 4 ช่วั โมง

เรือ่ ง ชนดิ และพันธป์ุ ลาดุก เวลา 4 ชั่วโมง

1. ผลการเรียน
มคี วามรูค้ วามเข้าใจถงึ ชนิดและพนั ธข์ุ องปลาดุก

2. สาระสาคัญ
ปลาดุกเปน็ ปลาที่มสี ายพนั ธุแ์ ละชนิดหลากหลายสายพันธ์ุ โดยแต่ละสายพันธ์ุมีลักษณะและการเลี้ยง

ที่แตกต่างกัน เช่น ปลาดุกอุย มีช่ือทางวิทยาศาสตร์ว่า Clarias macrocephalus เป็นปลาท่ีไม่มีเกล็ด ลาตัว
ยาวเรยี ว พบได้ตามแหล่งน้าจืดทั่วไปๆ สีของลาตัวค่อนข้างเหลือง มีจุดประตามด้านข้างของลาตัวประมาณ
9-10 แถบ แต่เมื่อโตข้ึนจะเลือนหายไป ปลาดุกเทศ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Clarias haripiinus บางครั้ง
เรยี ก ปลาดุกยักษ์หรือปลาดุกรสั เซีย เป็นปลาไม่มเี กล็ด ลาตัวเรยี วยาวหวั ใหญ่และแบน กะโหลกเป็นตุ่มๆ ไม่
เรียบมรี อยบมุ๋ ตรงกลางเลก็ นอ้ ย

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
- อธบิ ายความเขา้ ใจถงึ ชนิดและพนั ธข์ุ องปลาดกุ
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- เขียนแผนผงั ความคดิ เรอื่ งชนิดและพนั ธขุ์ องปลาดุก
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
- ซื่อสตั ย์สุจรติ มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน

4. สาระการเรยี นรู้

-ชนดิ และพนั ธุ์ของปลาดุก

5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผูเ้ รียน
- ซื่อสัตย์สจุ ริต
- มีวินยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- มุง่ มันในการทางาน

6. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนิน

ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น ก า ร เรี ย น รู้ ด้ ว ย ต น เอ ง ก า ร เรี ย น รู้ อ ย่ า ง ต่ อ เน่ื อ ง ก า ร ท า ง า น แ ล ะ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญ หา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรู้จกั หลีกเล่ียงพฤตกิ รรมไม่พึงประสงคท์ ี่สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผ้อู ่นื

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูใช้คาถามสรา้ งแรงกระต้นุ ความคดิ ให้ แกน่ ักเรียนโดยถามนกั เรียนโดยใชค้ าถามวา่
“ชนิดและพันธ์ขุ องปลาดกุ มอี ะไรบา้ ง” โดยให้เวลานกั เรียนในการตอบคาถามด้วยตนเอง โดยคาตอบของ
นักเรียนจะไม่มผี ดิ หรอื ถูกสามารถตอบไดต้ ามความคดิ เห็นของนกั เรียนได้
2. ครปู ระเมินการมีส่วนรว่ มในชนั้ เรยี นของนักเรียนจากการตอบคาถามและประเมนิ ความรูพ้ ื้นฐาน
ของนักเรยี น

ขนั้ สอน
1. ใหแ้ บ่งนกั เรยี นออกเป็น กลมุ่ ให้แต่ละกล่มุ เลือกประธานกลุ่ม และเลขานุการกลุ่ม เพือ่ รบั ผดิ ชอบ
นากล่มุ ศกึ ษาค้นควา้ ชนิดและพันธ์ุของปลาดกุ มีอะไรบ้าง ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ได้ระบรุ ูปร่างและลกั ษณะของ
ปลาดกุ แตล่ ะสายพนั ธุ์ และรายละเอียดท่ัวไปของปลาดุก
2. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ดาเนินงานศกึ ษาจากแหล่งค้นควา้ ต่าง ๆ ดังนี้

2.1 เอกสาร ตารา สอ่ื สง่ิ พมิ พ์ตา่ ง ๆ หอ้ งสมุดของโรงเรียน
2.2 สบื คน้ จากแหลง่ ข้อมลู ทางอนิ เตอรเ์ นต
3. นักเรยี นบนั ทึกผลการศกึ ษาคน้ คว้าจากและการอภปิ รายกลุม่ ของนักเรียนลงในกระดาษ เพ่อื เปน็
ข้อสรุปของกล่มุ ตามหวั ข้อทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
4. นกั เรยี นทุกกล่มุ รายงานผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ขอกลุม่ ในช้นั เรยี น โดยแต่ละกลมุ่ รายงานสรุปกลุ่มละ
ไม่เกิน 15 นาที
5. นักเรยี นแตล่ ะคนรบั ฟงั รายางานการศึกษาคน้ คว้าจากเพื่อนกลมุ่ อืน่ และครูได้แจกแบบประเมิน
การดาเนินการของกล่มุ เพอื่ นักเรียนไดป้ ระเมนิ ตนเองตอ่ ไป

ข้ันสรุป
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ องคค์ วามรใู้ นเรอื่ ง ชนิดและพันธุ์ปลาดุก
2. นักเรียนเขียนแผนผงั ความคิดเรื่องชนิดและพันธุป์ ลาดุกลงในกระดาษ A4

8. สอื่ การเรยี นร้แู ละแหล่งเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
- สอ่ื เร่อื ง ชนิดและพันธปุ์ ลาดกุ
- เอกสาร ตารา สือ่ สง่ิ พมิ พต์ ่าง ๆ หอ้ งสมุดของโรงเรยี น
- สืบคน้ จากแหลง่ ขอ้ มูลทางอินเตอรเ์ นต

8.2 แหล่งเรยี นรู้

1) หอ้ งสมดุ
2) บอ่ และสถานทเี่ ลยี้ งปลาในโรงเรยี น

9. ภาระ/ชิน้ งาน
- ใบงานการสรปุ องคค์ วามรแู้ ละเนอ้ื หาของกลุ่ม (รายกลุ่ม) ชนดิ และพนั ธุ์ปลาดกุ

- ใบงาน เร่อื ง แผนผงั ความคดิ ชนดิ และพันธ์ปุ ลาดกุ (รายบุคคล)

10. การวัดผลและประเมนิ ผล

10.1 การประเมนิ กอ่ นเรยี น

ส่ิงทีจ่ ะวัด วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือการวัดผล การประเมินผล
-
ความรู้ ทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน 1
เรอ่ื ง ชนดิ และพนั ธุป์ ลาดกุ

10.2 การประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

สิ่งที่จะวัด วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมอื การวดั ผล การประเมินผล
-เกณฑ์ผ่าน รอ้ ยละ 50
ความรู้ ตรวจผลงาน -ใบงานการสรุปองคค์ วามรู้ จากคะแนนจากการตรวจ
ผลงานแต่ละกิจกรรม
และเนื้อหาของกลุ่ม -ระดับคณุ ภาพ
การประเมนิ การปฏบิ ัตงิ าน
ทกั ษะ/ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบบนั ทกึ การสงั เกต รายบุคคลและ
กระบวนการ กระบวนการ
ทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมทกั ษะ
คุณลักษณะอนั พงึ - คะแนนการประเมิน
ประสงค์ ทางานเปน็ กลุ่ม กระบวนการทางานเปน็ เกณฑ์ผา่ นระดับ 3
ขน้ึ ไป
สมรรถนะสาคญั -ทักษะการนาเสนอ กลุ่ม
ของผู้เรยี น - เกณฑก์ ารตดั สนิ
งานหน้าช้ันเรียน -ใบงาน เร่ือง แผนผงั ผา่ น ในระดับ 3 ข้นึ ไป

ความคิดชนิดและพนั ธุป์ ลา

ดกุ (รายบุคคล)

- สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมินคุณลกั ษณะ

คุณลักษณะ อนั พึงประสงค์

อนั พงึ ประสงค์ (ใหร้ ะบุ

พฤติกรรม)

1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบประเมินสมรรถนะ

ดา้ นความสามารถ สาคัญของผู้เรยี นด้าน

ในการคดิ ความสามารถในการคิด

2. ความสามารถใน 2. แบบประเมินสมรรถนะ

การใชท้ ักษะชวี ติ สาคญั ของผู้เรยี นในการใช้

ทกั ษะชีวติ

10.3 การประเมนิ หลังเรยี น

สิ่งทีต่ อ้ งการวัด วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การวัดผล
ความรู้ ทดสอบ ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 50
แบบทดสอบหลงั เรียน ของคะแนน
เรอ่ื ง ชนิดและพันธุ์ปลาดกุ
เกณฑก์ ารวัดผล
10.4 การประเมินช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50

สิ่งทีต่ ้องการวัด วธิ ีการวัด เคร่อื งมอื
ความรู้ ตรวจผลงาน
ใบงาน เรอื่ ง ชนดิ และพันธุ์
ปลาดุก (รายบคุ คล)

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...........................................ผ้สู อน
(นายจกั รพงษ์ แสงแก้ว)

12. ขอ้ คดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...............................................................
( นางสาวจริ สุตา เมืองอนิ ทร์ )

หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ

13. ขอ้ คิดเหน็ /ข้อเสนอแนะผชู้ ว่ ยผอู้ านวยการกลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...............................................................
( นางสาวนิศาธร กองมงคล )

ผู้ช่วยผู้อานวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ

การอนมุ ตั กิ ารใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้จากฝ่ายบรหิ าร
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ านวยการฝ่ายวชิ าการ

..............................................................................................................................................................
 เหน็ สมควรอนุมัติใหใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
 เห็นสมควรไม่อนมุ ตั ใิ ห้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................

.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................................
( นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อานวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

การอนมุ ัติจากผ้อู านวยการโรงเรียน

 อนุมตั ิให้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
 ไม่อนมุ ัติให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................................................................
( นางวิลาวัลย์ ปาลี )

ผอู้ านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา

บันทึกผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2

รายวิชา การเล้ยี งปลาดกุ รหัสวิชา ง32203 ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
เร่ือง ชนดิ และพันธปุ์ ลาดกุ
เวลา 2 ชั่วโมง

……………………………………………………………….

1. จานวนนักเรียนทีส่ อน

ระดบั ชั้น จานวนนักเรียน (คน)

รวม

2. บนั ทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2.1 ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.2 ข้อสังเกต/ข้อคน้ พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.3 ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.4 ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. การประเมนิ ผลการสอน

รายการประเมนิ ดมี าก ระดบั คุณภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรงุ

1. ความเหมาะสมของระยะเวลา

2. ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน

4. ความเหมาะสมของส่ือการสอนทใ่ี ช้

5. พฤติกรรม/การมีส่วนร่วมของนักเรียน

6. ผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบก่อนเรียนและ

หลังเรยี น

สรปุ ภาพรวม

4. สรุปผลการวดั ผลประเมนิ ผล 4 ระดับคณุ ภาพ 1
การวัดผลประเมินผล 32 รวม
(คน)
จานวน (คน)
้รอยละ
จานวน (คน)
้รอยละ
จานวน (คน)
้รอยละ
จานวน (คน)
้รอยละ

1. ความรู้
1.1 ใบกิจกรรม
1.2 ……..
1.3 .......
1.4 แบบทดสอบหลังเรียน
ระดบั 3 ขึ้นไป คดิ เปน็ ร้อยละ

2. ทกั ษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทางานกลมุ่
2.2 ..........
ระดบั 3 ขึ้นไป คิดเปน็ ร้อยละ

3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ

4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คิดเปน็ ร้อยละ

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน
( นายจกั พงษ์ แสงแก้ว)

ผลการนิเทศและตรวจสอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ................................................ผูน้ ิเทศ
( นางสาวจิรสุตา เมืองอนิ ทร์ )

หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

ขอ้ คิดเหน็ /ข้อเสนอแนะผู้ชว่ ยผู้อานวยการกลมุ่ งานบริหารวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ...............................................................
(นางสาวนศิ าธร กองมงคล)

ผู้ชว่ ยผู้อานวยการกล่มุ งานบรหิ ารวิชาการ

ความคดิ เห็นของรองผอู้ านวยการโรงเรียนฝา่ ยบริหารวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)

รองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

ความคิดเห็นของผอู้ านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ........................................................
(นางวิลาวัลย์ ปาลี)

ผ้อู านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยา

ภาคผนวก

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คาส่ัง ใหน้ ักเรยี นทาเครอ่ื งหมายกากบาท (X) ทับข้อที่ถกู ที่สุดเพียงขอ้ เดียว

1.ปลาดกุ ทีพ่ บเหน็ โดยทวั่ ไปมกี ีช่ นดิ

ก. 2 ชนดิ ข. 3 ชนดิ

ค. 4 ชนดิ ง. 5 ชนิด

2. ชนดิ และพันธป์ุ ลาดกุ ทน่ี ยิ มเลีย้ งในประเทศไทย

ก. ปลาดกุ ด้าน ข. ปลาดุกอยุ

ข. ปลาดุกรัสเซยี ง. ปลาดกุ ดา้ นและปลาดกุ อุย

3. ปลาดุกอยุ เปน็ ปลาทแี่ ข็งแรงอดทนตอ่ การขาดออกซิเจนได้ดเี หมอื นกับปลาชนดิ ใด
ก. ปลาหมอ
ข. ปลาทับทิม

ค. ปลาอนิ ทรยี ์
ง. ปลาตะเพยี น

4. ปลาดุกเทศนาเขา้ มาจากประเทศอะไร

ก. อินเดยี ข. รสั เซยี

ค. แอฟรกิ า ง. อเมริกา

5. ขอ้ ใดเป็นปัจจัยหลักทที่ าใหเ้ กิดอาชพี การเลยี้ งปลาดกุ อุย
ก. ปลาดกุ อุยเปน็ สตั ว์เศรษฐกิจ
ข. รฐั บาลใหก้ ารสนบั สนุนเปน็ พเิ ศษ

ค. สภาวะการขาดแคลนอาหารสาหรบั บริโภคในประเทศ
ง. ปลาดุกอยุ ในธรรมชาติมนี ้อยกวา่ ความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค

6. ปลาทไี่ มม่ เี กล็ด ลาตวั ยาวเรยี ว พบได้ตามแหล่งน้าจืดทั่วไปๆ สขี องลาตวั ค่อนขา้ งเหลืองเป็นลักษณะของ

ปลา

ก. ปลาไหล ข. ปลาดุก

ค. ปลาหมอไทย ง. ปลาบกึ

7. ชนิดของปลาทค่ี วรจะเลี้ยงในกระชังควรมีลักษณะอย่างไรในดา้ นเศรษฐกิจ

ก.โตเร็ว
ข.สามารถเปล่ยี นอาหารเปน็ เนือ้ ไดด้ ี
ค.เป็นชนิดทตี่ ลาดต้องการ

ง.หาลกู ปลาได้สะดวก มีปริมาณพอเพยี ง

8. .การเลย้ี งปลาในกระชังมีข้อดอี ยา่ งไร.

ก. ลงทุนนอ้ ย ข. งา่ ยต่อการดแู ลรกั ษา

ค. งา่ ยตอ่ การจดั การผลผลิต ง. ถกู ทุกข้อ

9. ขอ้ ใดกล่าวผิดเก่ียวกบั กระชงั ลอยนา.

ก. เหมือนกระชังทวั่ ไปแต่ไม่ใชเ้ สาปกั ยืด
ข. การวางกระชงั ตอ้ งใหก้ ้นห่างจากนา้ 1 เมตร
ค. การจัดวางกระชงั ตอ้ งหา่ งกนั อย่างนอ้ ย 50 ซ.ม.
ง. หากเลีย้ งในบริเวณที่กระแสนา้ ไหลควรวางกระชงั ตามกระแสน้า(ตอ้ งวางขวาง)

10. ข้อใดมคี วามสมั พนั ธุ์กบั การจัดการผลผลิต.

ก. การเพาะพันธุล์ กู ปลา ข. การเลีย้ งปลานิลและการให้อาหารปลา

ค. การดแู ลสุขภาพและลดอัตราการตาย ง. การจับปลาการขนส่งสตู่ ลาด

ในประเทศไทยมีพันธุ์ปลาจาพวกปลาดุกอยู่หลายพันธ์ุ แต่ท่ีรู้จักและนิยมบริโภคกันมากมีอยู่ 4 พันธุ์
คอื ปลาดกุ ด้าน ปลาดุกอยุ ปลาดุกบ๊ิกอุย และปลาดกุ เทศ ปลาดุกยกั ษ์หรอื ปลาดกุ รสั เซยี

มชี ่ือทางวทิ ยาศาสตร์วา่ Clarias batrachus มีช่อื เรยี กหลายช่ือ เช่น ดุกเลา ดุกเอ็น
ดกุ เผอื ก พบท่ัวไปทุกภาคของประเทศไทย เป็นปลาไม่มเี กล็ด ไม่มีครบี ไขมนั ฐานของครบี หลงั ยาวเกือบตลอด
สว่ นหลงั มีครีบหลงั ครีบก้นและครบี หางแยกออกจากกนั ที่ครีบหลังไม่มีกา้ นครีบแข็ง แต่มีครีบอ่อนจานวน
มาก มพี ุ่มดอกไม้อยู่ในโพรงกะโหลก ส่วนหัวเหนือช่องเหงอื กทัง้ สองเพ่ือช่วยในการหายใจ และที่ครบี อกมกี ้าน
ครบี ( เงี่ยง ) แข็งขา้ งละ 1 อนั ลักษณะกลมใหญป่ ลายแหลมเปน็ หยกั ท้ังสองขา้ ง ลาต้นมสี ีเทาปนดาหรอื
นา้ ตาลปนดา บรเิ วณทอ้ งมสี คี อ่ นข้างขาว ปลาดกุ ด้านเป็นปลาทม่ี ี นิสัยดุ วอ่ งไว ไม่ชอบอยนู่ งิ่ ชอบดาผดุ ดา
วา่ ย และชอบแซกมดุ ไปตามพืน้ โคลนตม เป็นปลาทมี่ ีความอดทนต่อสิ่งแวดล้อมท่ีเลวไดด้ ี สามารถเล้ียงรวมกนั
ได้เปน็ จานวนมาก เล้ยี งง่าย โตเร็ว อาศยั อยู่ไดท้ ั้งในน้าไหลและนา้ นิ่ง

มีช่อื ทางวิทยาศาสตร์ว่า Clarias macrocephalus เปน็ ปลาท่ีไม่มีเกล็ด ลาตัวยาวเรียว
พบได้ตามแหล่งน้าจดื ทั่วไปๆ สีของลาตัวค่อนข้างเหลือง มีจุดประตามด้านข้างของลาตัวประมาณ 9-10 แถบ
แต่เมื่อโตขึ้นจะเลือนหายไป ผนังท้องมีสีขาวถึงเหลืองเฉพาะบริเวณอกถึงครีบท้อง ส่วนหัวค่อนข้างทู่ ส่วน
ปลายกระดกู ทา้ ยทอยป้านและโค้งมนมาก กะโหลกจะลื่นมีรอยบุ๋มตรงกลางเลก็ นอ้ ย มหี นวด 4 คู่ โคนหนวด
เล็ก ปากไม่ป้านค่อนข้างมน ครีบอกมีครีบแข็งข้างละ 1 ก้าน (เงี่ยง) มีลักษณะแหลมคมย่ืนยาวเกินหรือ
เทา่ กับครบี อ่อน ครบี หลังมีก้านครีบอ่อน 47-52 ก้าน ครบี หางกลมไม่ใหญ่มากนกั มีสเี ทาปนดา ครบี หาง
ไมต่ ิดกับฐานครีบหลังและครีบก้าน ระยะจากปลายกระดูกท้ายทอยถึงจุดเร่มิ ต้นของครีบหลังประมาณ1 ใน 5
จากความยาวจากปลายสุดถงึ ปลายกระดูกท้ายทอย จานวนกระดูกซกี่ รองเหงอื กประมาณ 32 ซ่ี เนื้อมสี ีเหลอื ง
นุ่มมันมาก ปลาดุกอุยที่อยู่ตามแหล่งน้าธรรมชาติ มีนิสัยชอบหาอาหารตามหน้าดิน โดยใช้หนวดท่ีรับรู้
ความรู้สึกได้ดีในการหาอาหารตามพื้นผิวหน้าดิน ปลาดุกอุยเป็นปลาท่ีปราดเปรียวเคลื่อนไหววอ่ งไวมาก ชอบ
กินอาหารจาพวกเน้ือสตั ว์ แต่เมอื่ นามาเลี้ยงในบ่อก็สามารถฝึกให้กนิ อาหารสาเรจ็ รปู ท่มี ีผสมของ ราขา้ ว ปลาย
ข้ าว ก าก ถั่ ว แ ล ะป ล าย ข้ า ว ได้ ทั้ ง ยั ง ฝึ ก ให้ ขึ้ น ม า กิ น อ า ห า ร บ ริ เว ณ ใก ล้ ผิ ว น้ า ได้ ด้ ว ย

เป็นปลาดุกลูกผสม เกิดจากการผสมเทียมขา้ มพนั ธุ์ระหว่าง
พ่อพันธุ์ปลาดุกยักษ์กับแม่พันธ์ุปลาดุกอุยลักษณะนิสัยจึงอยู่กลางระหว่างปลาดุกสองพันธุ์น้ี ซึ่งมีลักษณะ
ภายนอก และนิสยั การกินอาหารคล้ายปลาดุกอุยมาก มีผิวคอ่ นข้างเหลือง โดยเฉพาะลาตัวและหางเห็นรอยจุด
ประสีขาวของปลาดุกอุยชัดเจนมาก แต่เมื่อโตข้นึ จุดประน้ีจะหายไป ส่วนกะโหลกท้ายทอยจะแหลมเป็นหยัก 3
หยักเชน่ เดียวกับปลาดุกยกั ษ์ หัวมีขนาดใหญ่ และคอดหางมีจุดประสขี าวเรยี งตามขวางในระยะท่ปี ลายงั เลก็ เป็น
ปลาที่เล้ียงง่าย ทนทานต่อโรคพยาธิและสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกับปลาดุกยักษ์ แต่มีเน้ือคล้าย
ปลาดกุ อุย คือ เนื้ออกสีเหลอื ง นุ่ม รสชาติอร่อย กินอาหารไดแ้ ทบทกุ ชนิด เลีย้ งไดน้ า้ หนักมากในระยะเวลา
ส้ัน ทาให้เลี้ยงได้หลายรุ่นในรอบปี มีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก ในช่วงระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ
60 วนั จะได้นา้ หนกั ประมาณ 200-300 กรัมต่อตวั หรอื ขนาด 4 – 5 ตวั ตอ่ กิโลกรัม

มชี ่ือทางวิทยาศาสตร์ว่า Clarias haripiinus บางคร้ังเรียก ปลาดุกยักษ์หรือปลาดุก
รัสเซีย เป็นปลาไม่มีเกล็ด ลาตัวเรียวยาวหัวใหญ่และแบน กะโหลกเป็นตุ่มๆ ไม่เรียบมีรอยบุ๋มตรงกลาง
เล็กน้อย กระดูกท้ายทอยมีลักษณะเป็นหยัก 3 หยัก มีหนวด 4 คู่ โคนหนวดใหญ่มีลักษณะป้านและแบน
หนา ครีบหมู ีเง่ียงใหญ่ สั้นนิ่ม ไม่แหลมคมและส่วนของครบี อ่อนหุ้มถึงปลายครีบแข็ง ครบี หลังปลายครีบสี
แดง และมีแถบสีขาวพาดขวางคอดหาง มคี วามยาวของลาตัวเป็น 3 เท่าของความยาวส่วนหัว ตวั สีเทาหรือสีเทา
อมเหลือง ไม่มีจุดประตามลาตัว แต่เม่ือโตขึ้นจะปรากฏลายคล้ายหินอ่อนอยู่ท่ัวตัว ผนังท้องสีขาวตลอดจนถึง
โคนหาง มีการเจริญเติบโตรวดเร็วมาก สามารถกินอาหารได้แทบทุกชนิด มีความต้านทานโรคและ
สภาพแวดล้อมสงู เป็นปลาทข่ี นาดใหญ่เม่อื เจรญิ เตบิ โตเต็มท่ี



ใบงานท่ี 1 การสรปุ องค์ความรแู้ ละเนอื้ หาของกลุม่ (รายกล่มุ )
1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจับฉลากและสบื คน้ ข้อมูลจากอินเตอรเ์ นต เกีย่ วกบั หัวขอ้ ต่อไปนี้ โดยใชเ้ วลาในการ
สบื คน้ ข้อมลู และอภปิ รายกลุ่ม พร้อมทั้งบันทึกผลการอภปิ รายลงในกระดาษทค่ี รแู จกให้ ใช้เวลาทั้งส้นิ 40
นาที เร่อื ง ชนดิ และพันธ์ุปลาดุก
2. ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนเพ่ือนาเสนอผลการอภปิ รายกลุ่มหนา้ ชั้นเรียนให้เพ่อื นกลมุ่ อื่นไดฟ้ งั ใช้เวลา
กลุ่มละ ไมเ่ กิน 10 นาที

ใบงานท่ี 2 เรือ่ ง แผนผังความคดิ ชนิดและพนั ธ์ุปลาดกุ (รายบุคคล)

ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนเขยี นแผนผงั ความคิดเกย่ี วกับชนิดและพนั ธุป์ ลาดุกโดยนาเสนอเกยี่ วกับชนดิ และ
พันธุ์ปลาดกุ ลงในกระดาษ A4 พร้อมทง้ั ตกแตง่ ใหส้ วยงามและเหมาะสม

แบบทดสอบหลงั เรยี น

คาส่ัง ใหน้ ักเรียนทาเครอื่ งหมายกากบาท (X) ทบั ขอ้ ทถ่ี กู ท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว

1. ข้อใดกล่าวผดิ เกี่ยวกบั กระชงั ลอยนา.
ก. เหมือนกระชังทั่วไปแตไ่ มใ่ ชเ้ สาปักยืด
ข. การวางกระชงั ต้องใหก้ ้นหา่ งจากนา้ 1 เมตร
ค. การจัดวางกระชังตอ้ งห่างกนั อย่างนอ้ ย 50 ซ.ม.
ง. หากเลี้ยงในบริเวณทก่ี ระแสน้าไหลควรวางกระชงั ตามกระแสน้า(ตอ้ งวางขวาง)

2. ขอ้ ใดมีความสมั พนั ธก์ุ ับการจัดการผลผลิต.

ก. การเพาะพนั ธุ์ลกู ปลา ข. การเล้ยี งปลานิลและการให้อาหารปลา

ค. การดูแลสุขภาพและลดอตั ราการตาย ง. การจบั ปลาการขนส่งสู่ตลาด

3.ปลาดุกท่พี บเหน็ โดยท่ัวไปมีก่ชี นดิ

ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนดิ

ค. 4 ชนดิ ง. 5 ชนิด

4. ชนิดและพนั ธปุ์ ลาดกุ ทีน่ ิยมเลี้ยงในประเทศไทย

ก. ปลาดุกดา้ น ข. ปลาดุกอุย

ข. ปลาดุกรสั เซยี ง. ปลาดุกด้านและปลาดกุ อยุ

5. ชนดิ ของปลาที่ควรจะเลีย้ งในกระชงั ควรมีลักษณะอยา่ งไรในดา้ นเศรษฐกิจ
ก.โตเรว็
ข.สามารถเปล่ยี นอาหารเป็นเนื้อไดด้ ี

ค.เปน็ ชนดิ ท่ีตลาดตอ้ งการ
ง.หาลูกปลาได้สะดวก มปี รมิ าณพอเพียง

6. การเลยี้ งปลาในกระชงั มขี อ้ ดอี ยา่ งไร.

ก. ลงทุนนอ้ ย ข. ง่ายต่อการดแู ลรักษา

ค. ง่ายตอ่ การจัดการผลผลิต ง. ถูกทกุ ข้อ

7. ปลาดุกอยุ เปน็ ปลาทีแ่ ข็งแรงอดทนต่อการขาดออกซเิ จนได้ดเี หมือนกับปลาชนิดใด
ก. ปลาหมอ

ข. ปลาทับทิม
ค. ปลาอินทรยี ์
ง. ปลาตะเพยี น

8. ปลาดกุ เทศนาเขา้ มาจากประเทศอะไร

ก. อินเดีย ข. รัสเซีย

ค. แอฟริกา ง. อเมริกา

9. ขอ้ ใดเปน็ ปจั จยั หลกั ที่ทาให้เกิดอาชีพ การเล้ียงปลาดุกอุย
ก. ปลาดุกอยุ เป็นสัตวเ์ ศรษฐกจิ

ข. รฐั บาลให้การสนบั สนนุ เปน็ พิเศษ
ค. สภาวะการขาดแคลนอาหารสาหรบั บริโภคในประเทศ
ง. ปลาดกุ อยุ ในธรรมชาตมิ ีนอ้ ยกว่าความตอ้ งการของผู้บริโภค

10. ปลาท่ีไมม่ ีเกลด็ ลาตัวยาวเรียว พบได้ตามแหล่งน้าจดื ท่ัวไปๆ สีของลาตวั คอ่ นข้างเหลืองเป็นลักษณะของ

ปลา

ก. ปลาไหล ข. ปลาดกุ

ค. ปลาหมอไทย ง. ปลาบกึ

เกณฑก์ ารประเมินการทาแบบทดสอบหลังเรยี น

เกณฑก์ ารประเมินการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น

ประเมินการตอบคาถามแบบทดสอบหลังเรียน

ระดับคะแนน ลักษณะของงาน

3 เขียนคาตอบได้ตรงประเด็น และชัดเจน มกี ารให้เหตผุ ลประกอบและการอธิบาย
คาตอบมกี ารขยายความ

2 เขียนคาตอบไดต้ รงประเด็นบางส่วน มกี ารให้เหตุผลประกอบและขยายความแต่
ยงั ไมค่ รอบคลมุ และสอดคลอ้ ง

1 เขียนคาตอบแตไ่ ม่ตรงประเดน็ อา่ นแลว้ วกไปวนมา ขาดเหตุผลและการอธิบาย
ขยายความ

0 ไม่มีผลงาน

ประเมินการนาเสนองานหน้าชั้นเรยี น

ระดบั คะแนน ลักษณะของงาน

4 นกั เรยี นอธบิ ายเรือ่ งที่ศึกษาได้มาอย่างชดั เจน มเี หตุผลประกอบช้ใี ห้เห็นความ
ถกู ต้องของการนาเสนอในสว่ นของเน้อื หาถูกตอ้ ง การนาเสนอมีความตอ่ เน่ือง มี
การเตรียมการอย่างดี มกี ารจดั ลาดับการนาเสนออยา่ งดมี คี วามกระตือรือรน้ มี
การใช้สื่อในการนาเสนออยา่ งมีประสิทธิภาพ ตอบคาถามของผฟู้ งั ได้ชัดเจน ตรง

ประเดน็ และเหมาะสม

3 นกั เรยี นอธบิ ายเรื่องทีศ่ กึ ษาไดม้ าอย่างชัดเจนบางสว่ น การนาเสนอมคี วาม
ตอ่ เนอื่ งแต่ใช้วธิ ีการอา่ นหรอื ดูกระดาษทเี่ ตรยี มมาในการนาเสนอ มกี ารจัดลาดับ

การนาเสนอดี ตอบคาถามของผฟู้ งั ได้ชัดเจน แตย่ ังไมต่ รงประเด็น

2 นกั เรียนอธบิ ายเร่ืองทศ่ี กึ ษาได้มาอย่างชัดเจนบางส่วน การนาเสนอไมค่ อ่ ยมีความ
ตอ่ เน่อื งตะกุกตะกัก ใชว้ ธิ ีการอ่านหรอื ดกู ระดาษทเี่ ตรยี มมาในการนาเสนอ มกี าร
จัดลาดบั การนาเสนอแตย่ ังไม่ดี ตอบคาถามของผู้ฟังได้ชดั เจน แตย่ ังไม่ตรง
ประเดน็

1 นักเรยี นนาเสนอโดยไม่ได้เร่มิ ที่ความสาคญั หรือหัวขอ้ นาเสนอไมช่ ดั เจน มีขอ้ มูลที่
นาเสนอไม่เพียงพอ การนาเสนอตะกุกตะกกั ฟังไมต่ ่อเนือ่ งไม่นา่ ตดิ ตาม ขาดการ
เตรยี มตวั หรือขาดการจัดระบบระเบียบในการนาเสนอ

0 ไม่มีการนาเสนอ

ประเมินการเขยี นผังความคิด

ระดบั คะแนน ลกั ษณะของงาน

4 เส้นกระจายออกจากจุดศนู ยก์ ลางใชเ้ ส้นไดถ้ กู ต้อง หลกั การเขยี น Mind
Mapping มเี ครือ่ งหมาย สญั ลักษณ์ สี ภาพ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหา

3 เสน้ กระจายออกจากจุดศนู ยก์ ลางใช้เส้นไดถ้ ูกต้อง หลักการเขียน Mind
Mapping มีเครื่องหมาย สัญลกั ษณ์ แตไ่ ม่มีสีและภาพทส่ี ื่อความเขา้ ใจ

2 เสน้ กระจายออกจากจุดศนู ยก์ ลางใช้เส้นไม่ถูกต้องตามหลักการเขยี น Mind
Mapping ไม่มีเคร่ืองหมาย สญั ลกั ษณ์ สีและภาพทส่ี ื่อความเขา้ ใจ

1 เส้นกระจายไม่ถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน Mind Mapping ไม่มเี คร่ืองหมาย
สัญลักษณ์ สแี ละภาพที่ส่อื ความเข้าใจ

0 ไม่มผี ลงาน

ระดบั ช้นั ชอ่ื -นามสกลุ แบบบันทกึ การประเมนิ ผล

เลขท่ี คะแนนตอบ คะแนนการ คะแนนการ รวมคะแนน
คาถาม เขยี นแผนผัง นาเสนองาน

แบบทดสอบ ความคิด(4 หน้าชัน้ เรียน
หลังเรียน คะแนน) (4คะแนน)
(3คะแนน)

เกณฑก์ ารประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ขอ้ ท่ี 4 ใฝเ่ รยี นรู้

นิยาม

ใฝเ่ รียนรู้ หมายถึง คุณลกั ษณะทแี่ สดงออกถงึ ความต้ังใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรจู้ าก
แหล่งเรยี นรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น

ผู้ท่ีใฝ่เรยี นรู้ คอื ผทู้ ่มี ีลกั ษณะแสดงออกถึงความต้ังใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเขา้ ร่วมกิจกรรม การ
เรยี นรู้ แสวงหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรูท้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่าเสมอ ด้วยการเลอื กใช้สือ่
อย่างเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เป็นองค์ความรู้ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ

นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้

ตัวชวี้ ัดและพฤติกรรมบง่ ชี้

ตัวชว้ี ัด พฤตกิ รรมบ่งชี้

4.1 ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรยี น 4.1.1 ต้ังใจเรยี น

และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ 4.1.2 เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้

4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ

4.2 แสวงหาความร้จู ากแหล่งเรยี นรู้ 4.2.1 ศกึ ษาค้นควา้ หาความรจู้ ากหนงั สือ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์

ตา่ งๆ ทั้งภายในและภายนอก สอื่ เทคโนโลยีต่างๆ แหลง่ เรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอก

โรงเรียน ดว้ ยการเลือกใช้สือ่ อยา่ ง โรงเรยี น และเลือกใช้สือ่ ได้อยา่ งเหมาะสม

เหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ 4.2.2 บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งที่เรยี นรู้ สรุป

สรุปเปน็ องค์ความรู้ แลกเปล่ียน เปน็ องคค์ วามรู้

เรยี นรู้ และนาไปใช้ใน 4.2.3 แลกเปลยี่ นเรยี นรดู้ ว้ ยวิธกี ารตา่ งๆ และนาไปใชใ้ น

ชีวติ ประจาวนั ได้ ชวี ิตประจาวนั

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใชข้ ้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผ้สู อน)

พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ไม่ผ่าน (0) ผา่ น (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)
ตามข้อ 4.1 – 4.2
ไมต่ ง้ั ใจเรียน เขา้ เรียนตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา
ไมศ่ ึกษาค้นควา้ ตง้ั ใจเรยี น เอาใจ ตัง้ ใจเรยี น เอาใจ ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ใน
หาความรู้ ใส่ในการเรยี น ใสใ่ นการเรยี น การเรียน และมสี ่วน
และมีสว่ นรว่ มใน และมสี ว่ นร่วมใน ร่วมในการเรยี นรู้ และ
การเรยี นรู้ และเข้า การเรยี นรู้ และ เข้ารว่ มกิจกรรมการ
รว่ มกิจกรรมการ เข้ารว่ มกิจกรรม เรียนรตู้ ่างๆ ทงั้
เรียนรตู้ า่ งๆ เปน็ การเรยี นรตู้ ่างๆ ภายในและภายนอก
บางครงั้ บอ่ ยครง้ั โรงเรียนเปน็ ประจา

ข้อท่ี 6 มุง่ ม่ันในการทางาน

นิยาม

มุ่งมัน่ ในการทางาน หมายถึง คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ ความตงั้ ใจ และรบั ผดิ ชอบในการทาหนา้ ที่
การงานด้วยความเพยี รพยายาม อดทน เพื่อใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย

ผู้ทีม่ ุ่งม่นั ในการทางาน คอื ผูท้ ม่ี ีลกั ษณะซึง่ แสดงออกถงึ ความตง้ั ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ดว้ ยความเพยี รพยายาม ทมุ่ เทกาลังกาย กาลงั ใจ ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ให้สาเรจ็ ลลุ ว่ งตามเป้าหมายท่ี
กาหนดดว้ ยความรับผิดชอบ และมคี วามภาคภมู ใิ จในผลงาน

ตัวชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งช้ี

ตวั ช้วี ัด พฤตกิ รรมบ่งช้ี
6.1 ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการ
ปฏิบตั หิ น้าทีก่ ารงาน 6.1.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัติหน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
6.1.2 ตง้ั ใจและรับผิดชอบในการทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็
6.2 ทางานดว้ ยความเพยี รพยายาม 6.1.3 ปรับปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง
และอดทนเพอื่ ให้งานสาเร็จตาม 6.2.1 ทุ่มเททางาน อดทน ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อปัญหาและอปุ สรรคในการ
เป้าหมาย ทางาน
6.2.2 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทางานใหแ้ ลว้ เสร็จ
6.2.3 ช่นื ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู สู้ อน)

พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ า่ น (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)
ตามขอ้ 6.1 – 6.2
ไม่ตั้งใจปฏิบัติ ต้ังใจและ ตัง้ ใจและ ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน
หนา้ ท่ีการงาน การปฏิบัติหน้าที่ทไี่ ดร้ บั
รบั ผดิ ชอบใน รับผิดชอบในการ มอบหมายให้สาเร็จ มี
การปรับปรุงและ
การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ท่ี พฒั นาการทางานให้ดขี ้ึน
ภายในเวลาทีก่ าหนด
ท่ีไดร้ บั ได้รับมอบหมายให้

มอบหมายให้ สาเรจ็ มกี าร

สาเรจ็ ปรับปรุงและ

พฒั นาการทางาน

ใหด้ ีขึ้น

แบบบนั ทกึ การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ระดบั ชั้น ช่อื -นามสกุล เลขท่ี ระดบั คณุ ภาพการประเมนิ
ข้อที่ 4 ใฝ่เรยี นรู้ ขอ้ ท่ี 6 มุง่ มน่ั ในการทางาน


Click to View FlipBook Version