เกณฑ์การประเมินสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
การประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน กาหนดเป็นผา่ นและไมผ่ ่าน ในการผ่านกาหนดเกณฑก์ ารตดั สินเป็นดี
เยีย่ ม ดี และผา่ น และความหมายของแต่ละระดับ ดงั นี้
ดีเยี่ยม หมายถึง ผู้เรยี นปฏิบตั ติ นตามสมรรถนะจนเป็นนสิ ัย และนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั เพอื่ ประโยชน์สขุ
ของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับดีเย่ยี ม จานวน 3-5 สมรรถนะ และไมม่ ี
สมรรถนะใดได้ผลการประเมินต่ากวา่ ระดบั ดี
ดี หมายถงึ ผเู้ รยี นมสี มรรถนะในการปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ์ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ การยอมรบั ของสงั คม โดยพจิ ารณาจาก
1) ได้ผลการประเมนิ ระดับดีเยย่ี ม จานวน 1-2 สมรรถนะ และไมม่ ี
สมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมนิ ตา่ กว่าระดบั ดี หรือ
2) ได้ผลการประเมินระดับดเี ย่ยี ม จานวน 2 สมรรถนะ และ ไม่มี
สมรรถนะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่ากว่าระดับผ่าน หรือ
3) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 4-5 สมรรถนะ และไม่มีสมรรถนะ
ใดไดผ้ ลการประเมินต่ากวา่ ระดบั ผ่าน
ผา่ น หมายถงึ ผ้เู รยี นรบั รแู้ ละปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขท่ีสถานศกึ ษากาหนด โดยพิจารณาจาก
1) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ผา่ น จานวน 4-5 สมรรถนะ และไม่มี
คณุ ลักษณะใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กว่าระดับผ่าน หรอื
2) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 2 สมรรถนะ และ ไม่มสี มรรถนะใด
ได้ผลการประเมนิ ตา่ กวา่ ระดับผ่าน
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รียนรับรแู้ ละปฏิบัตไิ ดไ้ มค่ รบตามกฎเกณฑ์และเงอื่ นไขท่กี าหนด
โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผา่ น ตง้ั แต่ 1 สมรรถนะ
แบบบนั ทกึ การประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
แบบประเมินสมรรถนะผู้เรยี น 5 ดา้ น
ชอื่ ................................................นามสกุล.....................................................ช้นั ........ เลขที่.....
คาช้แี จง :ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งทตี่ รง
กับระดับคะแนน
สมรรถนะทป่ี ระเมนิ ระดบั คะแนน สรปุ ผล
3210
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
1.1 มคี วามสามารถในการรบั – สง่ สาร
1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด
ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม
1.3 ใช้วธิ ีการสอ่ื สารท่ีเหมาะสม
1.4 วเิ คราะห์แสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตุผล
1.5 เขียนบันทกึ เหตกุ ารณป์ ระจาวันแล้วเลา่ ใหเ้ พื่อนฟงั ได้
สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถในการคดิ
2.1 มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมรี ะบบ
2.5 ตดั สินใจแก้ปัญหาเก่ยี วกับตนเองได้
สรุปผลการประเมนิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ได้
3.2 ใชเ้ หตผุ ลในการแกป้ ัญหา
3.3 เขา้ ใจความสมั พนั ธแ์ ละการเปลยี่ นแปลงในสังคม
3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใช้ใน
การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
3.5 สามารถตัดสินใจได้เหมาะสมตามวัย
สรุปผลการประเมนิ
สมรรถนะทป่ี ระเมนิ ระดบั คะแนน สรปุ ผล
32 10
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองได้เหมาะสมตามวยั
4.2 สามารถทางานกลมุ่ ร่วมกับผู้อ่ืนได้
4.3 นาความรทู้ ่ไี ด้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน
4.4 จดั การปัญหาและความขัดแยง้ ไดเ้ หมาะสม
4.5 หลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยไี ด้เหมาะสมตามวัย
5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาเทคโนโลยีไปใชพ้ ฒั นาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์
5.5 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมนิ
สรุปผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์รายบคุ คล
ดีเย่ียม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
ผู้ประเมิน
ลงช่อื
( นายจักพงษ์ แสงแก้ว )
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพ ให้ 3 คะแนน
ดีเยีย่ ม พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ดี พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ผ่าน พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 0 คะแนน
ไมผ่ ่าน ไม่เคยปฏบิ ัติพฤติกรรม
เกณฑก์ ารสรุปผล
ดเี ย่ียม 13-15 คะแนน
ดี 9-12 คะแนน
ผ่าน 1-8 คะแนน
ไม่ผ่าน 0 คะแนน
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
รำยวชิ ำเล้ยี งปลำดกุ รหัสวชิ ำ ง 32203
ช้ันมธั ยมศึกษำปีที่ 5
หน่วยกำรเรียนรู้
ท่ี 3
จดั ทำโดย
นำยจักพงษ์ แสงแกว้
ตำแหนง่ ครผู ูช้ ว่ ย
ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศกึ ษำ 2565
โรงเรยี นรำชประชำนเุ ครำะห์ ๒๔ จังหวดั พะเยำ
สำนักบรหิ ำรงำนกำรศึกษำพิเศษ
สำนักคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้ พ้ืนฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 3
รำยวชิ ำ กำรเลยี้ งปลำดุก รหัสวิชำ ง 32203 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชีพ
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5 ภำคเรียนท่ี 1 เวลำ 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนว่ ยกติ
หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ี่ 3 สถำนทีเ่ ลยี้ งปลำดกุ เวลำ 32 ชั่วโมง
เร่ือง สถำนทเ่ี ลี้ยงปลำดกุ เวลำ 32 ชวั่ โมง
1. ผลกำรเรียน
มีความรคู้ วามเข้าใจในเรอ่ื งของการเลือกสถานที่ การเตรยี มบอ่ เลี้ยงปลาดกุ วางแผนปฏบิ ตั ิงานตาม
ขน้ั ตอน
2. สำระสำคญั
การเลีย้ งปลาดุกนา เนือ่ งจากปลาดุกนาเป็นปลาพ้ืนเมือง ข้อดคี ือทนทานต่อโรคมาก ไม่ตอ้ งดูแลมาก
ปลาดกุ นาก็สามารถเติบโตได้ดี รสชาติอร่อย เนอื้ แนน่ กลน่ิ หอมกว่าปลาดุกพันธุ์ แต่ขนาดยังเป็นรองอยู่ นยิ ม
เล้ยี งกนั ในครวั เรอื น เนือ่ งจากหาพันธ์งุ ่าย
กำรเล้ียงปลำดุกในบอ่ ดิน
การเล้ียงปลาดุกในบ่อดิน การเล้ียงในบ่อดินน้ัน จะต้องเตรยี มบ่อตามหลักการเตรยี มบ่อเลีย้ งปลาท่ัว
ๆ ไป ดงั นี้
1. จะต้องตากก้นบ่อให้แหง้ ปรับสภาพก้นบ่อให้สะอาด
2. ใสป่ นู ขาว เพ่อื ปรับสภาพของดนิ โดยใสป่ ูนขาวในอัตราประมาณ 60 – 100 กก./ไร่
3. ใสป่ ุ๋ยคอกเพ่ือใหเ้ กิดอาหารธรมชาติสาหรับลูกปลาในอตั ราประมาณ 40 – 80 กก./ไร่
4. นาน้าในบ่อโดยกรองไมใ่ ห้ศตั รูของลกู ปลาตดิ เข้ามากับนา้ จนมีระดับน้าลกึ 30 – 40 ซม. หลังจาก
น้ันวันรุ่งข้ึนจึงปล่อยปลา และเพื่อให้ลูกปลามีอาหารกิน ควรเติมไรแดง ในอัตราประมาณ 5 กิโลกรัม / ไร่
เพ่ือเป็นอาหารแก่ลูกปลา หลังจากนั้นจงึ ให้อาหารผสมแก่ลูกปลาท่ีนามาเลี้ยงควรตรวจดูว่ามีสภาพปกติ การ
ปล่อยลูกปลาลงบ่อเล้ียงจะต้องปรับสภาพอุณหภูมิของน้าในถุงและน้าในบ่อให้เท่า ๆ กันก่อนโดยการแช่ถุง
บรรจุลูกปลาในน้าประมาณ 30 นาที จึงปลอ่ ยลกู ปลาควรเป็นตอนเย็นหรอื ตอนเช้า
กำรเลย้ี งปลำกดุกในบอ่ ซเี มนต์
การเลย้ี งปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ควรปรบั สภาพน้าในบ่อท่เี ลี้ยงใหม้ สี ภาพเป็นกลางหรอื ด่างเล็กนอ้ ย แต่
ต้องแน่ใจว่าบอ่ ซีเมนต์จะตอ้ งหมดฤทธ์ิของปนู ระดบั น้าในบ่อเมือ่ เรม่ิ ปลอ่ ยลกู ปลาขนาด
2 – 3 ซม. ควรมีความลึกประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร เมื่อลูกปลาเติบโตข้ึนค่อย ๆ เพิ่มระดับน้าให้สูงข้ึน
ตามลาดบั โดยเพิ่มระดับนา้ ประมาณ 5 ซม./อาทติ ย์ ให้อาหารเม็ดประมาณ 3 – 7 เปอร์เซนต์ ของน้าหนักตัว
ปลาโดยปล่อยปลาในอัตรา 50 – 70 ตัว/ตรม.ปลาจะเติบโตได้ขนาดประมาณ 00 – 200 กรัม/ ตัว ใน
ระยะเวลาสัน้ ประมาณ 90 วนั อตั ราการรอดประมาณ 80 % ซง่ึ อาหารที่ใช้เลีย้ งสามารถให้อาหารชนดิ ตา่ ง ๆ
ทดแทนอาหารเมด็ ได้ โดยใช้อาหารพวกไส้ไก่หรือปลาเป็ดผสมกับเศษอาหารก็ได้ แต่จาเป็นต้องถา่ ยเทน้า เพื่อ
ป้องกันน้าเสยี บอ่ ยกว่า การถ่ายเทนา้ เม่ือเล้ยี งด้วยอาหารเม็ด
กำรเลีย้ งปลำดกุ ในบ่อพลำสตกิ
การเลีย้ งปลาดุกในบอ่ พลาสติก การเตรยี มบอ่ จะแตกต่างจากสองวิธีข้างต้นคอื ลดต้นทนุ จากแบบบ่อ
ปูนซีเมนซ์ เคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่า การเตรียมบ่อทาได้โดยอาจจะทาคอกขึ้นมา โครงเป็นเหล็ก หรือก่ึงปูนก่ึง
พลาสติกกไ็ ด้ คือปูนทาเป็นโครงและรองดว้ ยพลาสตกิ อีกชั้น ข้อดีคือไมต่ ้องกังวลเร่ืองความเค็มของน้า เพราะ
นา้ ไมไ่ ด้สมั ผสั กบั ปนู ซีเมนตโ์ ดยตรง เราจึงเรมิ่ เลยี้ งไดง้ ่ายและไวกวา่ นน่ั เอง
3. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
3.1 ดำ้ นควำมรู้ (K)
- อธบิ ายความเข้าใจถึงสถานทท่ี ีใ่ ชใ้ นเลี้ยงปลาดกุ ได้
3.2 ด้ำนทกั ษะ/กระบวนกำร (P)
- เตรียมสถานทใี่ นการเลี้ยงปลาดกุ ได้
3.3 ด้ำนคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ซ่อื สัตยส์ ุจริต มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน
4. สำระกำรเรยี นรู้
-สถานที่ท่ใี ช้ในการเลี้ยงปลาดกุ
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รยี น
- ซื่อสตั ย์สจุ รติ
- มีวินัย
- ใฝ่เรียนรู้
- มงุ่ มนั ในการทางาน
6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนิน
ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น ก า ร เรี ย น รู้ ด้ ว ย ต น เอ ง ก า ร เรี ย น รู้ อ ย่ า ง ต่ อ เนื่ อ ง ก า ร ท า ง า น แ ล ะ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญ หา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรูจ้ ักหลีกเลีย่ งพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงคท์ ีส่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน
7. กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
ข้นั นำเขำ้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูใชค้ าถามสร้างแรงกระตุ้นความคิดให้ แก่นักเรียนโดยถามนกั เรยี นโดยใชค้ าถามวา่
“สถานท่ีที่ใช้เลี้ยงปลาดุกควรมีลักษณะอย่างไร” โดยให้เวลานักเรียนในการตอบคาถามด้วยตนเอง โดย
คาตอบของนักเรยี นจะไมม่ ผี ิดหรือถกู สามารถตอบได้ตามความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นได้
2. ครูประเมินการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนของนักเรียนจากการตอบคาถามและประเมินความรู้พ้ืนฐาน
ของนกั เรียน
ขนั้ สอน
1. ใหแ้ บง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเลือกประธานกลุ่ม และเลขานกุ ารกลุม่ เพื่อรบั ผดิ ชอบ
นากลุ่มศึกษาค้นคว้า สถานท่ีที่ใช้เลี้ยงปลาดุกควรมีลักษณะอย่างไร ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มได้สืบค้นข้อมูล
เกี่ยวกับสถานที่ทใ่ี ชเ้ ลี้ยงปลาดกุ
2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มดาเนนิ งานศึกษาจากแหลง่ คน้ คว้าต่าง ๆ ดงั นี้
2.1 เอกสาร ตารา สือ่ ส่ิงพิมพ์ตา่ ง ๆ ห้องสมุดของโรงเรยี น
2.2 สืบค้นจากแหลง่ ข้อมูลทางอินเตอรเ์ นต
3. นักเรียนบันทึกผลการศึกษาค้นคว้าจากและการอภิปรายกลมุ่ ของนักเรียนลงในกระดาษ เพื่อเป็น
ข้อสรุปของกลมุ่ ตามหวั ข้อที่ได้รบั มอบหมาย
4. นักเรียนทุกกลุ่มรายงานผลการศกึ ษาค้นคว้าขอกลุ่มในชนั้ เรยี น โดยแต่ละกลุ่มรายงานสรุปกลุ่มละ
ไมเ่ กนิ 15 นาที
5. นกั เรียนแต่ละคนรบั ฟังรายงานการศกึ ษาค้นคว้าจากเพ่ือนกลุ่มอื่น และครูได้แจกแบบประเมนิ การ
ดาเนนิ การของกลุม่ เพื่อนักเรียนไดป้ ระเมนิ ตนเองตอ่ ไป
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติการเตรียมสถานท่ีเล้ียงปลาดุก โดยให้นักเรียนบันทึกวิธีการปฏิบัติ
กิจกรรม ผลการปฏิบัติงานเป็นรายครั้งที่ลงมือปฏิบัติการเตรียมสถานท่ีท่ีใช้ในการเลี้ยงปลาดุก ตลอดจน
ปญั หาท่ีพบในแต่ละคร้งั และขอ้ เสนอแนะในการดาเนนิ การเตรยี มสถานทท่ี ี่ใช้เลีย้ งปลาดุก
ขนั้ สรุป
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการปฏิบัติงานในการเตรียมสถานที่ท่ีใช้เล้ียงปลาดุก โดยนาเสนอ
ผลงาน ปญั หาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะที่ทางกลุ่มไดค้ ิดไว้ โดยเปดิ โอกาสใหค้ รูและนักเรียนร่วมกนั ซกั ถาม
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ องคค์ วามร้ใู นเรื่อง สถานทท่ี เี่ ล้ยี งปลาดุก
2. นักเรียนเขียนแผนผงั ความคดิ เรือ่ งสถานท่ที ่ีเลยี้ งปลาดกุ ลงในกระดาษ A4
8. สื่อกำรเรยี นรแู้ ละแหลง่ เรยี นรู้
8.1 ส่อื กำรเรียนรู้
- สอ่ื เรอ่ื ง สถานท่ีที่เลยี้ งปลาดกุ
- เอกสาร ตารา สอ่ื ส่ิงพมิ พต์ า่ ง ๆ ห้องสมุดของโรงเรียน
- สืบค้นจากแหล่งขอ้ มลู ทางอนิ เตอรเ์ นต
8.2 แหลง่ เรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) บ่อและสถานท่ีเลยี้ งปลาในโรงเรยี น
9. ภำระ/ชน้ิ งำน
- ใบงานการสรปุ ผลการปฏบิ ัตงิ าน (รายกลุม่ )
- ใบงาน เรอื่ ง แผนผังความคิดสถานทีท่ ่ีเล้ียงปลาดกุ (รายบุคคล)
10. กำรวัดผลและประเมนิ ผล
10.1 กำรประเมินกอ่ นเรียน
- ให้นักเรยี นอธิบายความเข้าใจถึงสถานที่ ท่ีใช้ในเลย้ี งปลาดุกวา่ ควรมลี ักษณะที่จะทาใหป้ ลา
เจรญิ เติบโตได้ดี
10.2 กำรประเมินระหวำ่ งกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้
สง่ิ ทจี่ ะวัด วิธีกำรวัดผล เครอ่ื งมอื กำรวัดผล กำรประเมินผล
1. ความรู้ - ตรวจผลงาน - ใบงานการสรปุ องค์ เกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 50
ความรู้และเน้ือหาของ จากคะแนนจากการ
กลุม่ ตรวจผลงานแต่ละ
กิจกรรม
2. ทกั ษะ/ - สงั เกตพฤตกิ รรมทกั ษะ - แบบบนั ทึกผลการ ระดบั คุณภาพ
กระบวนการ กระบวนการทางานเปน็ ปฏิบตั ิงานกล่มุ การประเมินการ
กล่มุ ปฏบิ ตั ิงานรายบุคคล
-ใบงาน เรอ่ื ง แผนผงั และกระบวนการ
-ทักษะการนาเสนองาน ความคดิ ชนดิ และพนั ธุ์
หนา้ ช้ันเรยี น ปลาดกุ (รายบคุ คล)
3. คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ - คะแนนการประเมนิ
อันพึงประสงค์ คุณลกั ษณะ คุณลักษณะ เกณฑผ์ า่ นระดบั 3
อนั พงึ ประสงค์ (ให้ระบุ อนั พึงประสงค์ ขน้ึ ไป
พฤตกิ รรม)
4. สมรรถนะ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบประเมนิ - เกณฑก์ ารตดั สนิ
สาคญั ของผู้เรียน ด้านความสามารถ สมรรถนะสาคญั ของ ผ่าน ในระดบั 3 ขึน้ ไป
ในการคิด ผูเ้ รยี นด้าน
2. ความสามารถในการ ความสามารถในการคิด
ใช้ทกั ษะชีวิต 2. แบบประเมนิ
สมรรถนะสาคญั ของ
ผู้เรยี นในการใช้ทักษะ
ชวี ติ
10.3 กำรประเมินหลังเรยี น
1. ใหน้ กั เรียนอธบิ ายความเข้าใจถงึ สถานท่ี ที่ใช้ในเล้ียงปลาดุกว่าควรมลี กั ษณะที่จะทาใหป้ ลา
เจริญเตบิ โตไดด้ ี
10.4 กำรประเมนิ ชน้ิ งำน/ภำระงำน (รวบยอด)
สิ่งที่ต้องกำรวัด วธิ กี ำรวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ำรวัดผล
1. ความรู้ ตรวจผลงาน -ใบงาน เรือ่ ง สถานท่ีที่ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50
เลี้ยงปลาดกุ
(รายบุคคล)
11. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...........................................ผู้สอน
(นายจักรพงษ์ แสงแก้ว)
12. ข้อคดิ เห็นของหัวหนำ้ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...............................................................
( นางสาวจริ สุตา เมืองอนิ ทร์ )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
13. ข้อคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะผู้ชว่ ยผูอ้ ำนวยกำรกลุ่มงำนบรหิ ำรวชิ ำกำร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...............................................................
( นางสาวนศิ าธร กองมงคล )
ผูช้ ่วยผ้อู านวยการกลมุ่ งานบริหารวชิ าการ
กำรอนมุ ัติกำรใชแ้ ผนกำรจดั กำรเรยี นรู้จำกฝำ่ ยบริหำร
ความคดิ เหน็ ของรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เห็นสมควรอนมุ ัติใหใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
เหน็ สมควรไมอ่ นมุ ัติใหใ้ ชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ............................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................
( นายนพดล ธรรมใจอุด )
รองผอู้ านวยการโรงเรยี นฝ่ายบรหิ ารวชิ าการ
กำรอนุมัตจิ ำกผู้อำนวยกำรโรงเรียน
อนมุ ัติใหใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
ไม่อนุมัตใิ หใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน เพราะ.................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................................................
( นางวิลาวัลย์ ปาลี )
ผู้อานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา
รำยวชิ ำ กำรเล้ยี งปลำดุก บนั ทกึ ผลกำรใช้แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ที่ 3 ระดับช้ันมธั ยมศึกษำปที ่ี 5
เร่ือง สถำนที่ทเ่ี ล้ียงปลำดุก รหสั วิชำ ง32203 เวลำ 32 ช่ัวโมง
1. จำนวนนกั เรยี นท่ีสอน ……………………………………………………………….
ระดบั ช้นั จำนวนนักเรยี น (คน)
รวม
2. บนั ทกึ ผลกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้
2.1 ผลกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 ขอ้ สงั เกต/ขอ้ คน้ พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 ปญั หำ/อปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.4 ข้อเสนอแนะ/แนวทำงแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. กำรประเมนิ ผลกำรสอน
รำยกำรประเมนิ ดมี ำก ระดบั คุณภำพ
ดี พอใช้ ปรับปรงุ
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
3. ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของสอื่ การสอนทใ่ี ช้
5. พฤติกรรม/การมีส่วนร่วมของนักเรียน
6. ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม/ใบกจิ กรรม การทดสอบก่อนเรียนและ
หลังเรียน
สรปุ ภำพรวม
4. สรุปผลกำรวดั ผลประเมินผล 4 ระดับคณุ ภำพ 1
กำรวัดผลประเมินผล 32 รวม
(คน)
จำนวน (คน)
้รอยละ
จำนวน (คน)
้รอยละ
จำนวน (คน)
้รอยละ
จำนวน (คน)
้รอยละ
1. ควำมรู้
1.1 ใบกิจกรรม
1.2 ……..
1.3 .......
1.4 แบบทดสอบหลังเรียน
ระดบั 3 ขึ้นไป คิดเปน็ ร้อยละ
2. ทกั ษะ/กระบวนกำร
2.1 กระบวนการทางานกลมุ่
2.2 ..........
ระดบั 3 ขึ้นไป คดิ เปน็ ร้อยละ
3. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คดิ เป็นรอ้ ยละ
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ระดับ 3 ขนึ้ ไป คิดเปน็ รอ้ ยละ
ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน
( นายจกั พงษ์ แสงแก้ว)
ผลกำรนิเทศและตรวจสอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ................................................ผูน้ เิ ทศ
( นางสาวจิรสุตา เมอื งอนิ ทร์ )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี
ขอ้ คิดเหน็ /ข้อเสนอแนะผชู้ ่วยผู้อำนวยกำรกลุม่ งำนบริหำรวชิ ำกำร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...............................................................
(นางสาวนิศาธร กองมงคล)
ผูช้ ว่ ยผู้อานวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ
ควำมคดิ เหน็ ของรองผู้อำนวยกำรโรงเรยี นฝ่ำยบริหำรวชิ ำกำร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอุด)
รองผู้อานวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
ควำมคดิ เห็นของผู้อำนวยกำรโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ........................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาลี)
ผู้อานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา
ภำคผนวก
ประเมินกำรนำเสนองำนหน้ำชั้นเรียน
ระดบั คะแนน ลกั ษณะของงาน
4 นกั เรียนอธบิ ายเร่อื งท่ีศึกษาได้มาอยา่ งชัดเจน มเี หตผุ ลประกอบช้ใี ห้เหน็ ความ
ถกู ต้องของการนาเสนอในส่วนของเนอ้ื หาถูกต้อง การนาเสนอมคี วามต่อเนื่อง มี
การเตรียมการอยา่ งดี มกี ารจดั ลาดบั การนาเสนออย่างดมี ีความกระตอื รือรน้ มี
การใชส้ ื่อในการนาเสนออยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ตอบคาถามของผ้ฟู ังได้ชัดเจน ตรง
ประเด็น และเหมาะสม
3 นกั เรียนอธบิ ายเรือ่ งทศ่ี ึกษาไดม้ าอย่างชดั เจนบางส่วน การนาเสนอมคี วาม
ต่อเนื่องแต่ใชว้ ธิ ีการอา่ นหรอื ดูกระดาษท่ีเตรยี มมาในการนาเสนอ มกี ารจดั ลาดบั
การนาเสนอดี ตอบคาถามของผ้ฟู ังไดช้ ัดเจน แตย่ ังไมต่ รงประเดน็
2 นกั เรียนอธิบายเรื่องท่ีศกึ ษาไดม้ าอย่างชดั เจนบางสว่ น การนาเสนอไม่คอ่ ยมีความ
ต่อเนือ่ งตะกุกตะกกั ใช้วธิ กี ารอ่านหรอื ดูกระดาษท่เี ตรียมมาในการนาเสนอ มีการ
จดั ลาดบั การนาเสนอแตย่ งั ไมด่ ี ตอบคาถามของผู้ฟังไดช้ ดั เจน แต่ยงั ไมต่ รง
ประเดน็
1 นกั เรยี นนาเสนอโดยไมไ่ ดเ้ ร่ิมท่คี วามสาคัญหรอื หวั ขอ้ นาเสนอไมช่ ัดเจน มีขอ้ มูลท่ี
นาเสนอไม่เพยี งพอ การนาเสนอตะกกุ ตะกกั ฟังไมต่ ่อเน่ืองไมน่ า่ ตดิ ตาม ขาดการ
เตรียมตวั หรือขาดการจัดระบบระเบียบในการนาเสนอ
0 ไม่มกี ารนาเสนอ
แบบบันทึกกำรประเมนิ ผล
ระดบั ช้นั ชอื่ -นำมสกลุ เลขท่ี คะแนนกำร คะแนนกำรนำเสนอ รวม
ปฏบิ ตั ิงำนกลุ่ม งำนหน้ำชนั้ เรียน คะแนน
(...คะแนน) (.....คะแนน)
เกณฑ์กำรประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ข้อที่ 4 ใฝ่เรยี นรู้
นิยำม
ใฝ่เรยี นรู้ หมายถึง คณุ ลกั ษณะท่ีแสดงออกถึงความต้ังใจ เพียรพยายามในการเรยี น แสวงหา
ความร้จู ากแหลง่ เรยี นรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
ผูท้ ีใ่ ฝ่เรียนรู้ คือ ผ้ทู มี่ ีลกั ษณะแสดงออกถึงความตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ ม
กจิ กรรม การเรยี นรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรยี นรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอยา่ งสมา่ เสมอ
ด้วยการเลือกใช้สอื่ อยา่ งเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปล่ยี นเรียนรู้
ถา่ ยทอด เผยแพร่ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้
ตวั ชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งช้ี
ตัวชี้วัด พฤติกรรมบง่ ชี้
4.1 ตง้ั ใจ เพยี ร 4.1.1 ต้ังใจเรยี น
พยายามในการเรียน และเข้า 4.1.2 เอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามใน
รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ การเรยี นรู้
4.1.3 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 แสวงหา 4.2.1 ศกึ ษาค้นคว้าหาความร้จู ากหนงั สือ
ความรู้จากแหลง่ เรยี นรู้ต่างๆ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยีต่างๆ แหลง่ เรียนร้ทู ้งั ภายใน
ทั้งภายในและภายนอก และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
โรงเรียน ดว้ ยการเลอื กใช้สือ่ 4.2.2 บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจาก
อยา่ งเหมาะสม บันทกึ ความรู้ ส่งิ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
วเิ คราะห์ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ 4.2.3 แลกเปลีย่ นเรียนรูด้ ว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ และ
แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน (ใช้ข้อมลู จำกกำรสงั เกตตำมสภำพจรงิ ของครผู ู้สอน)
พฤติกรรมบง่ ชี้ ไม่ผำ่ น (0) ผ่ำน (1) ดี (2) ดเี ย่ียม (3)
ตามข้อ 4.1 – 4.2 ไม่ตัง้ ใจเรยี น เขา้ เรยี นตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา
ไม่ศึกษาคน้ ควา้ ตัง้ ใจเรยี น เอาใจ ต้งั ใจเรียน เอาใจ ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ใน
หาความรู้ ใสใ่ นการเรยี น ใสใ่ นการเรียน การเรยี น และมีสว่ น
และมีส่วนร่วมใน และมีส่วนร่วมใน ร่วมในการเรียนรู้ และ
การเรยี นรู้ และเข้า การเรียนรู้ และ เข้าร่วมกิจกรรมการ
รว่ มกจิ กรรมการ เขา้ ร่วมกิจกรรม เรียนรตู้ า่ งๆ ทัง้
เรยี นรตู้ า่ งๆ เปน็ การเรยี นรู้ตา่ งๆ ภายในและภายนอก
บางครัง้ บอ่ ยครง้ั โรงเรยี นเปน็ ประจา
ข้อท่ี 6 มุง่ ม่ันในกำรทำงำน
นิยำม
มุ่งมัน่ ในการทางาน หมายถึง คณุ ลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ ความตงั้ ใจ และรบั ผดิ ชอบในการทาหนา้ ที่
การงานด้วยความเพยี รพยายาม อดทน เพอื่ ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย
ผู้ทีม่ ุ่งม่นั ในการทางาน คือ ผ้ทู มี่ ีลกั ษณะซึง่ แสดงออกถึงความตง้ั ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ดว้ ยความเพยี รพยายาม ทมุ่ เทกาลังกาย กาลงั ใจ ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ให้สาเรจ็ ลลุ ว่ งตามเป้าหมายท่ี
กาหนดดว้ ยความรับผิดชอบ และมีความภาคภมู ใิ จในผลงาน
ตัวชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งช้ี พฤตกิ รรมบ่งช้ี
ตวั ช้วี ัด
6.1 ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการ 6.1.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัติหน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ปฏิบตั หิ น้าทีก่ ารงาน 6.1.2 ตง้ั ใจและรับผิดชอบในการทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็
6.1.3 ปรับปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง
6.2 ทางานดว้ ยความเพยี รพยายาม 6.2.1 ทุ่มเททางาน อดทน ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อปัญหาและอปุ สรรคในการ
และอดทนเพอื่ ให้งานสาเรจ็ ตาม ทางาน
เป้าหมาย 6.2.2 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทางานใหแ้ ลว้ เสร็จ
6.2.3 ช่นื ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจำกกำรสงั เกตตำมสภำพจริงของครผู สู้ อน)
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ ่ำน (0) ผ่ำน (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)
ตามขอ้ 6.1 – 6.2 ไม่ตง้ั ใจปฏบิ ัติ ตง้ั ใจและ ตัง้ ใจและ ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน
หนา้ ท่ีการงาน รับผดิ ชอบใน รับผิดชอบในการ การปฏิบัติหน้าที่ทไี่ ดร้ บั
การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ท่ี มอบหมายให้สาเร็จ มี
ท่ีไดร้ บั ได้รับมอบหมายให้ การปรับปรุงและ
มอบหมายให้ สาเรจ็ มกี าร พฒั นาการทางานให้ดขี ้ึน
สาเรจ็ ปรับปรุงและ ภายในเวลาทีก่ าหนด
พฒั นาการทางาน
ใหด้ ีขึ้น
แบบบนั ทึกกำรประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับช้นั ช่อื -นำมสกลุ เลขที่ ระดับคณุ ภำพกำรประเมิน
ขอ้ ท่ี 4 ใฝ่เรียนรู้ ข้อที่ 6 มงุ่ มน่ั ในกำรทำงำน
เกณฑก์ ำรประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
การประเมินสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน กาหนดเปน็ ผ่านและไมผ่ า่ น ในการผา่ นกาหนดเกณฑก์ ารตัดสินเป็นดี
เยีย่ ม ดี และผ่าน และความหมายของแต่ละระดับ ดงั นี้
ดเี ยยี่ ม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบตั ิตนตามสมรรถนะจนเป็นนิสยั และนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
เพ่ือประโยชน์สุขของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ดเี ย่ียม จานวน 3-5 สมรรถนะ
และไมม่ ีสมรรถนะใดได้ผลการประเมนิ ตา่ กว่าระดับดี
ดี หมายถึง ผเู้ รยี นมีสมรรถนะในการปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์ เพื่อใหเ้ ป็นการยอมรับของสงั คม
โดยพิจารณาจาก
1) ไดผ้ ลการประเมินระดับดเี ยยี่ ม จานวน 1-2 สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะใดไดผ้ ล
การประเมินต่ากวา่ ระดบั ดี หรอื
2) ได้ผลการประเมนิ ระดับดีเย่ยี ม จานวน 2 สมรรถนะ และ ไม่มีสมรรถนะใดไดผ้ ลการ
ประเมนิ ตา่ กว่าระดบั ผา่ น หรือ
3) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 4-5 สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ากวา่ ระดับผ่าน
ผำ่ น หมายถึง ผเู้ รียนรบั รู้และปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขท่สี ถานศึกษากาหนด โดย
พิจารณาจาก
1) ได้ผลการประเมนิ ระดับผ่าน จานวน 4-5 สมรรถนะ และไม่มคี ณุ ลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ตา่ กว่าระดบั ผา่ น หรอื
2) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 2 สมรรถนะ และ ไมม่ ีสมรรถนะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากว่าระดับผา่ น
ไมผ่ ่ำน หมายถึง ผูเ้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏบิ ตั ิไดไ้ ม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขท่กี าหนด
โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดับไม่ผา่ น ตง้ั แต่ 1 สมรรถนะ
แบบบนั ทกึ กำรประเมินสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
แบบประเมินสมรรถนะผเู้ รียน 5 ดำ้ น
ช่ือ................................................นำมสกุล.....................................................ชนั้ ........ เลขที่.....
คำช้แี จง :ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่ำงเรยี นและนอกเวลำเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งทตี่ รง
กับระดับคะแนน
สมรรถนะทปี่ ระเมิน ระดบั คะแนน สรปุ ผล
3210
1. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร
1.1 มคี วามสามารถในการรบั – สง่ สาร
1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด
ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม
1.3 ใช้วธิ ีการสอ่ื สารทเี่ หมาะสม
1.4 วเิ คราะห์แสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตผุ ล
1.5 เขียนบันทกึ เหตุการณป์ ระจาวันแล้วเล่าใหเ้ พื่อนฟงั ได้
สรปุ ผลกำรประเมนิ
2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ
2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมรี ะบบ
2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหาเกยี่ วกบั ตนเองได้
สรุปผลกำรประเมนิ
3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ญั หำ
3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ได้
3.2 ใชเ้ หตผุ ลในการแกป้ ญั หา
3.3 เขา้ ใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปลีย่ นแปลงในสังคม
3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใช้ใน
การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
3.5 สามารถตัดสินใจได้เหมาะสมตามวัย
สรุปผลกำรประเมนิ
สมรรถนะทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน สรุปผล
32 10
4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทกั ษะชีวติ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองได้เหมาะสมตามวยั
4.2 สามารถทางานกลุ่มร่วมกับผู้อนื่ ได้
4.3 นาความรทู้ ่ไี ด้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน
4.4 จดั การปัญหาและความขดั แยง้ ไดเ้ หมาะสม
4.5 หลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลกำรประเมิน
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีไดเ้ หมาะสมตามวัย
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาเทคโนโลยไี ปใชพ้ ฒั นาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์
5.5 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลกำรประเมนิ
สรุปผลกำรประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์รำยบคุ คล
ดีเย่ียม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
ผู้ประเมิน
ลงช่อื
( นายจักพงษ์ แสงแก้ว )
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนนระดับคุณภำพ ให้ 3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ผ่าน พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ไม่เคยปฏิบตั ิพฤติกรรม
เกณฑก์ ำรสรุปผล
ดีเยยี่ ม 13-15 คะแนน
ดี 9-12 คะแนน
ผา่ น 1-8 คะแนน
ไม่ผ่าน 0 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้
รายวชิ าเลยี้ งปลาดุก รหสั วชิ า ง 32203
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรียนรู้
ที่ 4
จดั ทาโดย
นายจักพงษ์ แสงแกว้
ตาแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา
สานกั บรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ
สานักคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4
รายวิชา การเลี้ยงปลาดกุ รหสั วชิ า ง 32203 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชวั่ โมง จานวน 2.0 หนว่ ยกติ
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 ทาไงใหป้ ลาโต เวลา 32 ชัว่ โมง
เรือ่ ง การเล้ยี งดูปลาดกุ เวลา 32 ชว่ั โมง
1. ผลการเรียน
มีความรคู้ วามเข้าใจในเรอื่ งอาหารและการให้อาหาร การเลย้ี งดู การป้องกันโรคและศตั รู การจับปลา
จาหน่าย
2. สาระสาคญั
อาหารไม่ว่าส่งิ มชี ีวิตใดๆ ลว้ นแล้วแต่ต้องการอาหารเพื่อการดารงอยู่ด้วยกันท้ังนั้น เม่ือปลาดุกฟักไข่
ออกมาเป็นตัวลูกปลาดกุ จะใช้อาหารจากถงุ ไขแ่ ดงซึ่งติดอยู่ด้านหน้าท้องของลูกปลา ประมาณ 1 – 2 วัน ถุง
ไขแ่ ดงจะยุบลง นั่นเป็นเคร่ืองหมายว่าอาหารทตี่ ิดตวั ลกู ปลาดุกมาตั้งแตเ่ กิดได้ใช้หมดไปแลว้ จาเป็นต้องมีการ
หาอาหารจากสภาพแวดล้อมกิน ในช่วงน้ีผู้เล้ยี งลูกปลาดุกจาเป็นต้องใช้อาหารเพ่ือการเจริญเติบโต ซงึ่ ต้องมี
ปรมิ าณของโปรตีนสูง ได้แก่ ไข่แดงต้มสุก ไรแดง หรืออาหารผสม ต่อมาเม่ือปลาโตขึ้นสามารถที่จะปล่อยลงสู่
บอ่ เล้ยี งได้ อาหารท่ีให้ไดแ้ ก่ ปลาเป็ดสับบดละเอียดผสมกับรา หรือ อาหารผสมอัดเม็ดลอยนา้ จวบจนกระทั่ง
สามารถจับปลาดกุ ขายได้
ในธรรมชาติลูกปลาดุก กนิ อาหารจาพวกโปรโตซัว ไรน้าขนาดเล็ก โรตเิ ฟอร์ และแพลงคต์ อนพืช ปลา
ดุกทีม่ ขี นาดโตขึ้น จะกินอาหารจาพวกตวั ออ่ นของแมลง ลกู ก้งุ ลูกปู หนอน และอินทรียส์ ารที่อย่ตู ามพื้นโคลน
นอกจากน้ียงั สามารถฝกึ ใหก้ ินอาหารสมทบทง้ั ประเภทจมนา้ หรืออาหารชนิดเม็ดลอยน้าได้ ซึ่งมสี ่วนผสมของ
อาหารประเภทปลายขา้ ว รา กากถัว่ ปลาปน่ เป็นต้น
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
- อธิบายความเข้าใจถงึ เร่อื งอาหารและการให้อาหาร การเล้ียงดู การปอ้ งกันโรคและศตั รู การจับปลา
จาหนา่ ยได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- ปฏิบัตกิ ารเล้ยี งดู ใหอ้ าหาร ป้องกันโรคและศตั รูของปลาดุก และการจัดจาหน่ายปลายดุกได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
- ซอื่ สตั ย์สุจรติ มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน
4. สาระการเรียนรู้
-ปฏบิ ัติการเลย้ี งดู ใหอ้ าหาร ปอ้ งกนั โรคและศัตรูของปลาดุก และการจัดจาหน่ายปลายดุก
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผู้เรียน
- ซื่อสัตย์สจุ ริต
- มวี นิ ยั
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมนั ในการทางาน
6. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนิน
ชี วิ ต ป ร ะ จ า วั น ก า ร เรี ย น รู้ ด้ ว ย ต น เอ ง ก า ร เรี ย น รู้ อ ย่ า ง ต่ อ เนื่ อ ง ก า ร ท า ง า น แ ล ะ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญ หา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรจู้ กั หลกี เลีย่ งพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ทีส่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผูอ้ ่ืน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครใู ช้คาถามสรา้ งแรงกระตนุ้ ความคิดให้ แกน่ ักเรยี นโดยถามนกั เรียนโดยใช้คาถามว่า
“นกั เรียนจะมวี ิธกี ารในการเล้ยี งปลาดุกและจัดจาหนา่ ยไดอ้ ย่างไร” โดยให้เวลานกั เรียนในการตอบคาถาม
ดว้ ยตนเอง โดยคาตอบของนักเรียนจะไมม่ ีผิดหรือถูกสามารถตอบไดต้ ามความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นได้
2. ครปู ระเมนิ การมีสว่ นร่วมในชั้นเรยี นของนักเรียนจากการตอบคาถามและประเมนิ ความร้พู ืน้ ฐาน
ของนกั เรียน
ขัน้ สอน
1. ให้แบง่ นกั เรียนออกเป็น กลมุ่ ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลอื กประธานกลมุ่ และเลขานกุ ารกลุ่ม เพอ่ื รบั ผดิ ชอบ
นากล่มุ ศึกษาคน้ คว้า วธิ ีการในการเลยี้ งปลาดกุ และจดั จาหน่าย รวมถึงการดแู ลปลาดุกให้มีชวี ิตรอด ให้
นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ได้สืบคน้ ข้อมลู และเตรยี มการดาเนนิ งาน
2. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ได้สรุปวธิ ีการของกลมุ่ ตนเองเพ่ือเขียนเปน็ ข้นั ตอนในการปฏิบัติของนักเรียนแต่
ละกลุม่
3. ครไู ด้ตรวจวิธีการที่กล่มุ นกั เรียนไดท้ าการบันทึกไวเ้ พ่ือใหข้ ้อเสนอแนะและช่วยใหค้ าปรกึ ษาแก่
นักเรียน
4. นักเรียนแต่ละกล่มุ ปฏบิ ตั กิ ารในการเลี้ยงปลาดุก ให้อาหาร ดูแลรักษาโรคตลอดจนจัดจาหน่าย
โดยคานวณตน้ ทนุ และกาไรได้
5. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ บันทึกการปฏบิ ตั ิงานพร้อมบันทกึ ภาพถา่ ยเพื่อบนั ทกึ ผลการปฏิบัตงิ านของกลมุ่
ตวั เองเพื่อรวบรวมรายงานผลเมื่อเสรจ็ ส้นิ กจิ กรรม
ข้นั สรุป
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอผลการปฏิบตั งิ านในการเลี้ยงปลาดุก ให้อาหาร ดูแลรักษาโรค
ตลอดจนการจัดจาหนา่ ยปลาดกุ โดยคานวณต้นทุนและกาไรในการเล้ยี งปลาดุก โดยนาเสนอผลงาน ปญั หา
และอุปสรรค ข้อเสนอแนะท่ที างกลุ่มได้คิดไว้ โดยเปิดโอกาสให้ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ซกั ถาม
1. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ องค์ความรูใ้ นเรอ่ื ง การเลย้ี งปลาดุกและการจดั จาหน่าย
2. นกั เรยี นเขียนแผนผงั ความคิดเร่ืองการเลย้ี งปลาดุกและการจดั จาหนา่ ยลงในกระดาษ A4
8. ส่อื การเรยี นรูแ้ ละแหล่งเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
- สื่อเรือ่ ง การเล้ยี งปลาดกุ และการจัดจาหนา่ ย
- เอกสาร ตารา สื่อสงิ่ พิมพต์ ่าง ๆ หอ้ งสมุดของโรงเรียน
- สบื ค้นจากแหล่งขอ้ มูลทางอนิ เตอรเ์ นต
8.2 แหลง่ เรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) บอ่ และสถานที่เล้ียงปลาในโรงเรยี น
9. ภาระ/ชิน้ งาน
- ใบงานการสรุปผลการปฏิบัติงาน (รายกล่มุ )
10. การวัดผลและประเมินผล
10.1 การประเมินก่อนเรียน
1. ใหน้ ักเรียนอธิบายความเขา้ ใจถงึ เรื่องอาหารและการใหอ้ าหาร การเลย้ี งดู การป้องกันโรคและศตั รู
ของปลาดุก
10.2 การประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ส่งิ ทีจ่ ะวัด วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมอื การวดั ผล การประเมนิ ผล
1. ความรู้ - ตรวจผลงาน - ใบงานการสรปุ องค์ เกณฑผ์ ่าน รอ้ ยละ 50 จาก
คะแนนจากการตรวจผลงาน
ความรแู้ ละเนอื้ หาของ แตล่ ะกิจกรรม
กลมุ่
2. ทกั ษะ/ - สังเกตพฤตกิ รรมทกั ษะ - แบบบันทกึ ผลการ ระดับคุณภาพ
กระบวนการ กระบวนการทางานเป็นกลุ่ม
ปฏิบัตงิ านกลุ่ม การประเมนิ การปฏิบัตงิ าน
3. คณุ ลกั ษณะ -ทักษะการนาเสนองานหนา้ ช้ัน
อนั พึงประสงค์ เรยี น รายบคุ คลและกระบวนการ
4. สมรรถนะสาคญั
ของผู้เรียน - สังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะ -ใบงาน เรือ่ ง แผนผงั
อันพึงประสงค์ (ใหร้ ะบุ
พฤติกรรม) ความคดิ ชนดิ และพันธุ์
1. สงั เกตพฤตกิ รรม
ดา้ นความสามารถ ปลาดุก (รายบุคคล)
ในการคิด
2. ความสามารถในการใช้ - แบบประเมิน - คะแนนการประเมนิ เกณฑ์
ทกั ษะชวี ิต
คณุ ลักษณะ ผา่ นระดบั 3
อันพึงประสงค์ ข้ึนไป
1. แบบประเมนิ สมรรถนะ - เกณฑ์การตัดสิน
สาคญั ของผ้เู รียนด้าน ผ่าน ในระดบั 3 ข้นึ ไป
ความสามารถในการคดิ
2. แบบประเมินสมรรถนะ
สาคัญของผู้เรยี นในการใช้
ทกั ษะชวี ิต
10.3 การประเมินหลังเรียน
1. ให้นักเรียนอธบิ ายความเขา้ ใจถึงเร่อื งอาหารและการใหอ้ าหาร การเลี้ยงดู การปอ้ งกันโรคและศตั รู
ของปลาดุก
10.4 การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
สงิ่ ท่ตี ้องการวัด วธิ ีการวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารวัดผล
ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 50
1. ความรู้ ตรวจผลงาน -ใบงาน เรื่อง การเลย้ี ง
ปลาดุกและการจดั
จาหนา่ ย (รายกล่มุ )
11. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...........................................ผูส้ อน
(นายจกั รพงษ์ แสงแกว้ )
12. ขอ้ คิดเห็นของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ...............................................................
( นางสาวจริ สุตา เมอื งอินทร์ )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี
13. ขอ้ คดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะผ้ชู ่วยผู้อานวยการกลุม่ งานบริหารวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ...............................................................
( นางสาวนศิ าธร กองมงคล )
ผชู้ ่วยผู้อานวยการกลุม่ งานบริหารวิชาการ
การอนมุ ตั กิ ารใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้จากฝ่ายบรหิ าร
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ านวยการฝ่ายวชิ าการ
..............................................................................................................................................................
เหน็ สมควรอนุมัติใหใ้ ช้ในการจดั การเรียนการสอน
เห็นสมควรไม่อนมุ ตั ใิ ห้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................
.............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผู้อานวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
การอนมุ ัติจากผ้อู านวยการโรงเรียน
อนุมตั ิให้ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
ไม่อนมุ ัติให้ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน เพราะ..............................................................
..............................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................................................................
( นางวิลาวัลย์ ปาลี )
ผอู้ านวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา
บันทกึ ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4
รายวชิ า การเลีย้ งปลาดุก รหสั วชิ า ง32203 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5
เรื่อง การเลย้ี งและการจัดจาหน่ายปลาดกุ เวลา 32 ชว่ั โมง
……………………………………………………………….
1. จานวนนกั เรยี นที่สอน
ระดบั ชั้น จานวนนกั เรียน (คน)
รวม
2. บนั ทกึ ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 ข้อสงั เกต/ขอ้ คน้ พบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การประเมินผลการสอน
รายการประเมนิ ดมี าก ระดบั คุณภาพ
ดี พอใช้ ปรับปรงุ
1. ความเหมาะสมของระยะเวลา
2. ความเหมาะสมของเนือ้ หา
3. ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน
4. ความเหมาะสมของสื่อการสอนทใ่ี ช้
5. พฤตกิ รรม/การมีสว่ นร่วมของนกั เรยี น
6. ผลการปฏิบัติกิจกรรม/ใบกิจกรรม การทดสอบกอ่ นเรียนและ
หลังเรยี น
สรุปภาพรวม
4. สรปุ ผลการวัดผลประเมนิ ผล
4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32 รวม
(คน)
การวัดผลประเมินผล จานวน (คน)
้รอยละ
จานวน (คน)
้รอยละ
จานวน (คน)
้รอยละ
จานวน (คน)
้รอยละ
1. ความรู้
1.1 ใบกิจกรรม
1.2 ……..
1.3 .......
1.4 แบบทดสอบหลังเรียน
ระดับ 3 ขึน้ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ
2. ทักษะ/กระบวนการ
2.1 กระบวนการทางานกล่มุ
2.2 ..........
ระดับ 3 ข้นึ ไป คิดเป็นร้อยละ
3. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับ 3 ข้นึ ไป คิดเป็นรอ้ ยละ
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
ระดับ 3 ขน้ึ ไป คิดเปน็ ร้อยละ
ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน
( นายจกั พงษ์ แสงแก้ว)
ผลการนเิ ทศและตรวจสอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ................................................ผู้นเิ ทศ
( นางสาวจริ สตุ า เมืองอินทร์ )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
ขอ้ คิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้ชว่ ยผอู้ านวยการกล่มุ งานบรหิ ารวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...............................................................
( นางสาวนิศาธร กองมงคล )
ผ้ชู ว่ ยผอู้ านวยการกลุ่มงานบริหารวิชาการ
ความคดิ เห็นของรองผู้อานวยการโรงเรียนฝ่ายบริหารวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )
รองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ
ความคิดเหน็ ของผ้อู านวยการโรงเรยี น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ........................................................
(นางวลิ าวัลย์ ปาล)ี
ผู้อานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา
ภาคผนวก
ประเมนิ การนาเสนองานหนา้ ช้ันเรยี น
ระดับคะแนน ลกั ษณะของงาน
4 นกั เรยี นอธบิ ายเรอื่ งที่ศึกษาไดม้ าอยา่ งชัดเจน มเี หตุผลประกอบชี้ใหเ้ ห็นความ
ถกู ตอ้ งของการนาเสนอในสว่ นของเนอ้ื หาถกู ต้อง การนาเสนอมคี วามต่อเนอ่ื ง มี
การเตรยี มการอยา่ งดี มกี ารจัดลาดบั การนาเสนออยา่ งดมี ีความกระตอื รือรน้ มี
การใช้ส่อื ในการนาเสนออยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตอบคาถามของผูฟ้ ังไดช้ ดั เจน ตรง
ประเด็น และเหมาะสม
3 นักเรยี นอธิบายเร่ืองที่ศกึ ษาได้มาอยา่ งชดั เจนบางส่วน การนาเสนอมคี วาม
ตอ่ เนอ่ื งแตใ่ ช้วธิ กี ารอา่ นหรอื ดกู ระดาษท่เี ตรียมมาในการนาเสนอ มกี ารจดั ลาดับ
การนาเสนอดี ตอบคาถามของผู้ฟังไดช้ ัดเจน แตย่ ังไมต่ รงประเดน็
2 นักเรยี นอธิบายเร่ืองทีศ่ กึ ษาได้มาอย่างชดั เจนบางส่วน การนาเสนอไมค่ ่อยมคี วาม
ตอ่ เนื่องตะกกุ ตะกกั ใชว้ ิธกี ารอา่ นหรอื ดกู ระดาษที่เตรยี มมาในการนาเสนอ มกี าร
จัดลาดับการนาเสนอแต่ยังไมด่ ี ตอบคาถามของผู้ฟงั ได้ชัดเจน แต่ยังไม่ตรง
ประเด็น
1 นกั เรยี นนาเสนอโดยไมไ่ ดเ้ ร่ิมท่ีความสาคัญหรือหัวขอ้ นาเสนอไมช่ ัดเจน มีขอ้ มูลท่ี
นาเสนอไมเ่ พียงพอ การนาเสนอตะกุกตะกกั ฟงั ไมต่ ่อเนอ่ื งไมน่ า่ ตดิ ตาม ขาดการ
เตรยี มตัวหรือขาดการจัดระบบระเบยี บในการนาเสนอ
0 ไมม่ กี ารนาเสนอ
แบบบันทึกการประเมนิ ผล
ระดบั ช้นั ชอื่ -นามสกลุ เลขท่ี คะแนนการ คะแนนการนาเสนอ รวม
ปฏบิ ตั ิงานกลุ่ม งานหน้าชนั้ เรียน คะแนน
(...คะแนน) (.....คะแนน)
เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ข้อที่ 4 ใฝ่เรยี นรู้
นิยาม
ใฝ่เรยี นรู้ หมายถึง คณุ ลกั ษณะท่ีแสดงออกถึงความต้ังใจ เพียรพยายามในการเรยี น แสวงหา
ความร้จู ากแหลง่ เรยี นรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
ผูท้ ีใ่ ฝ่เรียนรู้ คือ ผ้ทู มี่ ีลกั ษณะแสดงออกถึงความตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ ม
กจิ กรรม การเรยี นรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรยี นรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอยา่ งสมา่ เสมอ
ด้วยการเลือกใช้สอื่ อยา่ งเหมาะสม บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปล่ยี นเรียนรู้
ถา่ ยทอด เผยแพร่ และนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้
ตวั ชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งช้ี
ตัวชี้วัด พฤติกรรมบง่ ชี้
4.1 ตง้ั ใจ เพยี ร 4.1.1 ต้ังใจเรยี น
พยายามในการเรียน และเข้า 4.1.2 เอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามใน
รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ การเรยี นรู้
4.1.3 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 แสวงหา 4.2.1 ศกึ ษาค้นคว้าหาความร้จู ากหนงั สือ
ความรู้จากแหลง่ เรยี นรู้ต่างๆ เอกสาร สงิ่ พมิ พ์ สอื่ เทคโนโลยีต่างๆ แหลง่ เรียนร้ทู ้งั ภายใน
ทั้งภายในและภายนอก และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
โรงเรียน ดว้ ยการเลอื กใช้สือ่ 4.2.2 บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจาก
อยา่ งเหมาะสม บันทกึ ความรู้ ส่งิ ทเี่ รยี นรู้ สรปุ เป็นองคค์ วามรู้
วเิ คราะห์ สรุปเปน็ องคค์ วามรู้ 4.2.3 แลกเปลีย่ นเรียนรูด้ ว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ และ
แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และ นาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
นาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใช้ข้อมลู จากการสงั เกตตามสภาพจรงิ ของครผู ู้สอน)
พฤติกรรมบง่ ชี้ ไม่ผา่ น (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ย่ียม (3)
ตามข้อ 4.1 – 4.2 ไม่ตัง้ ใจเรยี น เขา้ เรยี นตรงเวลา เขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรยี นตรงเวลา
ไม่ศึกษาคน้ ควา้ ตัง้ ใจเรยี น เอาใจ ต้งั ใจเรียน เอาใจ ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ใน
หาความรู้ ใสใ่ นการเรยี น ใสใ่ นการเรียน การเรยี น และมีสว่ น
และมีส่วนร่วมใน และมีส่วนร่วมใน ร่วมในการเรียนรู้ และ
การเรยี นรู้ และเข้า การเรียนรู้ และ เข้าร่วมกิจกรรมการ
รว่ มกจิ กรรมการ เขา้ ร่วมกิจกรรม เรียนรตู้ า่ งๆ ทัง้
เรยี นรตู้ า่ งๆ เปน็ การเรยี นรู้ตา่ งๆ ภายในและภายนอก
บางครัง้ บอ่ ยครง้ั โรงเรยี นเปน็ ประจา
ข้อท่ี 6 มุง่ ม่ันในการทางาน
นิยาม
มุ่งมัน่ ในการทางาน หมายถึง คณุ ลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ ความตงั้ ใจ และรบั ผดิ ชอบในการทาหนา้ ที่
การงานด้วยความเพยี รพยายาม อดทน เพอื่ ให้งานสาเร็จตามเป้าหมาย
ผู้ทีม่ ุ่งม่นั ในการทางาน คือ ผ้ทู มี่ ีลกั ษณะซึง่ แสดงออกถึงความตง้ั ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
ดว้ ยความเพยี รพยายาม ทมุ่ เทกาลังกาย กาลังใจ ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ให้สาเรจ็ ลลุ ว่ งตามเป้าหมายท่ี
กาหนดดว้ ยความรับผิดชอบ และมีความภาคภมู ใิ จในผลงาน
ตัวชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งช้ี พฤตกิ รรมบ่งช้ี
ตวั ช้วี ัด
6.1 ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการ 6.1.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ัติหน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
ปฏิบตั หิ น้าทีก่ ารงาน 6.1.2 ตง้ั ใจและรับผิดชอบในการทางานใหแ้ ลว้ เสรจ็
6.1.3 ปรับปรุงและพฒั นาการทางานดว้ ยตนเอง
6.2 ทางานดว้ ยความเพยี รพยายาม 6.2.1 ทุม่ เททางาน อดทน ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อปัญหาและอุปสรรคในการ
และอดทนเพอื่ ให้งานสาเรจ็ ตาม ทางาน
เป้าหมาย 6.2.2 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทางานใหแ้ ลว้ เสร็จ
6.2.3 ช่นื ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู สู้ อน)
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)
ตามขอ้ 6.1 – 6.2 ไม่ตง้ั ใจปฏบิ ัติ ตง้ั ใจและ ตัง้ ใจและ ตัง้ ใจและรับผดิ ชอบใน
หนา้ ท่ีการงาน รับผดิ ชอบใน รับผิดชอบในการ การปฏิบัติหน้าท่ีทไี่ ดร้ บั
การปฏิบตั ิหนา้ ที่ ปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ท่ี มอบหมายให้สาเร็จ มี
ท่ีไดร้ บั ได้รับมอบหมายให้ การปรับปรุงและ
มอบหมายให้ สาเรจ็ มกี าร พฒั นาการทางานให้ดขี ้ึน
สาเร็จ ปรับปรุงและ ภายในเวลาทีก่ าหนด
พฒั นาการทางาน
ใหด้ ีขึ้น
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ระดับช้นั ช่อื -นามสกลุ เลขที่ ระดับคณุ ภาพการประเมิน
ขอ้ ท่ี 4 ใฝ่เรียนรู้ ข้อที่ 6 มงุ่ มน่ั ในการทางาน
เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
การประเมินสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น กาหนดเปน็ ผ่านและไมผ่ า่ น ในการผา่ นกาหนดเกณฑก์ ารตัดสินเป็นดี
เยีย่ ม ดี และผ่าน และความหมายของแต่ละระดับ ดงั นี้
ดเี ยยี่ ม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบตั ิตนตามสมรรถนะจนเป็นนิสยั และนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
เพ่ือประโยชน์สุขของตนเองและสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ดเี ย่ียม จานวน 3-5 สมรรถนะ
และไมม่ ีสมรรถนะใดได้ผลการประเมนิ ตา่ กว่าระดับดี
ดี หมายถึง ผเู้ รยี นมีสมรรถนะในการปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์ เพื่อใหเ้ ป็นการยอมรับของสงั คม
โดยพิจารณาจาก
1) ไดผ้ ลการประเมินระดับดเี ยยี่ ม จานวน 1-2 สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะใดไดผ้ ล
การประเมินต่ากวา่ ระดบั ดี หรอื
2) ได้ผลการประเมนิ ระดับดีเย่ยี ม จานวน 2 สมรรถนะ และ ไม่มีสมรรถนะใดไดผ้ ลการ
ประเมนิ ตา่ กว่าระดบั ผา่ น หรือ
3) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 4-5 สมรรถนะ และไมม่ สี มรรถนะใดได้ผลการ
ประเมนิ ต่ากวา่ ระดับผ่าน
ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รียนรบั รู้และปฏบิ ัตติ ามกฎเกณฑ์และเง่อื นไขท่สี ถานศึกษากาหนด โดย
พิจารณาจาก
1) ได้ผลการประเมนิ ระดับผ่าน จานวน 4-5 สมรรถนะ และไม่มคี ณุ ลกั ษณะใดได้ผลการ
ประเมนิ ตา่ กว่าระดบั ผา่ น หรอื
2) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดี จานวน 2 สมรรถนะ และ ไมม่ ีสมรรถนะใดไดผ้ ลการ
ประเมินต่ากว่าระดับผา่ น
ไมผ่ ่าน หมายถึง ผูเ้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏบิ ตั ิไดไ้ ม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขท่กี าหนด
โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับไม่ผา่ น ตง้ั แต่ 1 สมรรถนะ
แบบบนั ทกึ การประเมินสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
แบบประเมินสมรรถนะผเู้ รียน 5 ดา้ น
ช่ือ................................................นามสกุล.....................................................ชนั้ ........ เลขที่.....
คาช้แี จง :ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งทตี่ รง
กับระดับคะแนน
สมรรถนะทปี่ ระเมิน ระดบั คะแนน สรปุ ผล
3210
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
1.1 มคี วามสามารถในการรบั – สง่ สาร
1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด
ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม
1.3 ใช้วธิ ีการสอ่ื สารทเี่ หมาะสม
1.4 วเิ คราะห์แสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตผุ ล
1.5 เขียนบันทกึ เหตุการณป์ ระจาวันแล้วเล่าใหเ้ พื่อนฟงั ได้
สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถในการคดิ
2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์
2.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการคิดอย่างมรี ะบบ
2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหาเกยี่ วกบั ตนเองได้
สรุปผลการประเมนิ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
3.1 สามารถแกป้ ญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ได้
3.2 ใชเ้ หตผุ ลในการแกป้ ญั หา
3.3 เขา้ ใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปลีย่ นแปลงในสังคม
3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรูม้ าใช้ใน
การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
3.5 สามารถตัดสินใจได้เหมาะสมตามวัย
สรุปผลการประเมนิ
สมรรถนะทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน สรุปผล
32 10
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
4.1 เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองได้เหมาะสมตามวยั
4.2 สามารถทางานกลุ่มร่วมกับผู้อนื่ ได้
4.3 นาความรทู้ ่ไี ด้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน
4.4 จดั การปัญหาและความขดั แยง้ ไดเ้ หมาะสม
4.5 หลีกเลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ ึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีไดเ้ หมาะสมตามวัย
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาเทคโนโลยไี ปใชพ้ ฒั นาตนเอง
5.4 ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์
5.5 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
สรปุ ผลการประเมนิ
สรุปผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์รายบคุ คล
ดีเย่ียม ดี ผ่าน ไม่ผา่ น
ผู้ประเมิน
ลงช่อื
( นายจักพงษ์ แสงแก้ว )
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนระดับคุณภาพ ให้ 3 คะแนน
ดีเยี่ยม พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ดี พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ผ่าน พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ัตบิ างคร้ัง ให้ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ไม่เคยปฏิบตั ิพฤติกรรม
เกณฑก์ ารสรุปผล
ดีเยยี่ ม 13-15 คะแนน
ดี 9-12 คะแนน
ผา่ น 1-8 คะแนน
ไม่ผ่าน 0 คะแนน