บทที่ 11 การเตรียมยาเหน็บ (Preparation of Suppositories) วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษาสามารถคำนวณปริมาณยาพื้นที่ต้องการใช้ในการเตรียมยาเหน็บ 2. เพื่อให้นักศึกษาฝึกหัดเตรียมยาเหน็บทวาร โดยใช้ยาพื้นชนิดต่าง ๆ บทนำ ยาเหน็บ เป็นยาเตรียมที่จัดอยู่ในยารูปแบบของแข็งที่มีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมใน การสอดเข้าไปยังช่องว่างของร่างกาย เช่น ทวารหนัก ท่อปัสสาวะ และช่องคลอด เป็นต้น การออกฤทธิ์ของยา เหน็บ เกิดโดยการที่ยาพื้นหลอมหรือละลายรวมกับน้ำคัดหลั่งของช่องว่างเหล่านั้น การใช้ยาเหน็บอาจใช้เพื่อการรักษาเฉพาะที่ เช่น ระงับอาการเจ็บปวด และอาการระคายเคืองของ ริดสีดวงทวาร โดยกลุ่มยาที่ใช้อาจประกอบด้วย ยาชา ได้แก่ cinchocaine และ benzocaine หรือพวกยา กลุ่มที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ได้แก่ bismuth subgallate, hamamelis extract, tannic acid หรือพวกยากลุ่มที่ ให้ฤทธิ์ต้านอักเสบ เช่น hydrocortisone เป็นต้น นอกจากนั้น ยาเหน็บอาจใช้เพื่อชำระล้าง เช่น การสวนลำไส้ก่อนทำการผ่าตัด ตัวยาในกลุ่มนี้ได้แก่ glycerol หรือ bisacodyl เป็นต้น หรือใช้ให้ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย (systemic effect) เช่น ยาเหน็บ aminophylline ใช้รักษาอาการหอบหืดและหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ยาเหน็บ ergotamine tartrate ใช้รักษา อาการปวดศีรษะข้างเดียว เป็นต้น ยาเหน็บมักถูกนำมาใช้เพื่อ 1. รักษาผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ผู้ป่วยที่อาเจียนและไม่สามารถให้ยาทางปากได้ 2. ลดการระคายเคืองของกระเพาะอาหารเมื่อให้ยาบางชนิดโดยการรับประทาน เช่น aminophylline 3. ใช้รักษาผู้ป่วยเด็กเล็กที่ไม่สามารถกลืนยา ยาเหน็บ ประกอบด้วย ตัวยาและยาพื้นซึ่งทำให้ยาเหน็บคงรูปร่างตามต้องการ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ได้ยา เหน็บที่ดี และมีประสิทธิภาพในการรักษา คือ การเลือกยาพื้นที่เหมาะสม ยาพื้นที่ใช้ในการเตรียมยาเหน็บ ได้แก่ กลุ่มไขมันธรรมชาติ(natural fats) ซึ่งจะหลอมตัวที่อุณหภูมิของร่างกาย ได้แก่ theobroma oil กลุ่ม ไขมันสังเคราะห์ (synthetic fats) เช่น Witepsol และกลุ่มยาพื้นที่ละลายและเข้ากับน้ำได้ (water soluble & miscible bases) นอกจากนั้นยังมีกลุ่มอื่น ๆ (miscellaneous bases) ที่ได้จากการผสมยาพื้น ประเภทที่ชอบน้ำ และไม่ชอบน้ำเข้าด้วยกัน
95 วิธีการเตรียมยาเหน็บ นิยมใช้วิธีหลอมยาพื้น แล้วเติมตัวยาที่บดละเอียดลงไป เทลงในแม่พิมพ์ นอกจากนั้น อาจใช้เครื่องอัด หรือใช้มือปั้น ก่อนเตรียมยาเหน็บควรทำความสะอาดแม่พิมพ์ โดยจุ่มลงไปในน้ำ ร้อนที่มีน้ำยาทำความสะอาด ถูเบาๆ ด้วยผ้าที่นุ่ม ห้ามใช้แปรงขัดที่ทำด้วยลวด หรือวัสดุที่อาจทำให้เกิดรอย ในแม่พิมพ์ได้ หลังจากนั้นให้ล้างด้วยน้ำจนสะอาด แม่พิมพ์จะมีขนาดต่าง ๆ กันไป ได้แก่ ขนาด 1 กรัม 4 กรัม และ 8 กรัม การเตรียมยาเหน็บบางชนิดต้องหล่อลื่นแม่พิมพ์ เพื่อกันไม่ให้ยาติดแม่พิมพ์ ยาเหน็บที่ใช้ยาพื้น ต่างชนิดกัน แม้จะมีปริมาตรเท่ากัน แต่น้ำหนักจะแตกต่างกันไป เนื่องจากความหนาแน่นของยาพื้นแตกต่าง กัน ดังนั้น ในการเตรียมยาเหน็บ จึงต้องคำนวณปริมาณยาพื้นที่ถูกแทนที่ด้วยตัวยา หรือ displacement value (D.V.) เพื่อจะได้ทราบน้ำหนักยาพื้นทั้งหมดที่จะใช้ตัวอย่างเช่น ถ้ายา ก มีค่าแทนที่เป็น a หมายความ ว่า ยา ก จำนวน a กรัมจะแทนที่ปริมาตรยาพื้นจำนวน 1 กรัม (ปริมาตรเท่ากัน) ในการทดลองจึงจำเป็นต้อง ทราบน้ำหนักของยาพื้นในยาเหน็บ 1 แท่งเท่ากับ b กรัม แล้วคำนวณว่าเมื่อมีตัวยาจำนวน c กรัมใน 1 แท่ง จะแทนที่ปริมาตรยาพื้นได้จำนวน c/a กรัม ดังนั้นจะต้องใช้ยาพื้นจำนวนเท่ากับ b-(c/a) กรัม ในหนึ่งแท่ง ค่า การแทนที่ของตัวยาสำหรับยาเหน็บที่ใช้ยาพื้นเป็น theobroma oil แสดงในตาราง ในกรณีที่ใช้ยาพื้นชนิดอื่น จะต้องทดลองหาค่าการแทนที่ใหม่ ตารางแสดงค่าการแทนที่ (D.V.) ของยาเหน็บที่ใช้ theobroma oil เป็นยาพื้น ตัวยา ค่าการแทนที่ ตัวยา ค่าการแทนที่ Aminophylline Bismuth subgallate Castor oil Chloral hydrate Cinchoccaine hydrochloride Cocaine hydrocholride Hamamelis dry extract Hydrocortisone 1.5 3.0 1.0 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 Hydrocrotisone acetate Ichthamol Morphin hydrocholride Peru balsam Phenobarbitone Resorcinol Tannic acid Zinc oxide 1.5 1.0 1.5 1.0 1.0 1.0 1.0 5.0 ตำรับที่กำหนดให้เตรียม 1. Bismuth Subgallate Suppository, PCx จำนวน 3 แท่ง 2. Glycerin Suppository USP จำนวน 3 แท่ง
96 ตำรับที่ 1 Bismuth Subgallate Suppository PCx 1. สูตรตำรับ Rx Bismuth subgallate 300 mg Witepsol W35 q.s. เตรียมจำนวน 3 แท่ง ค่าการแทนที่ (D.V.) ของ Bismuth subgallate เมื่อใช้ยาพื้น Witepsol W35 = 1.87 2. วิธีเตรียม ก. การทดลองหาน้ำหนักต่อแท่งของยาพื้นเปล่า (Witepsol W35) 1. เตรียมแม่พิมพ์ยาเหน็บ โดยทำความสะอาดให้เรียบร้อย ใช้สำลีชุบ glycerin เล็กน้อย ถูเบาๆ บริเวณเบ้าพิมพ์ให้ทั่ว เพื่อหล่อลื่นเบ้าพิมพ์ วางคว่ำลง หรืออาจใช้วิธีนำแม่พิมพ์ที่ประกบคู่เรียบร้อยแล้วไปแช่ ในตู้เย็น โดยให้ไอเย็นเป็นตัวหล่อลื่น แต่วิธีแรกจะทำให้แม่พิมพ์แกะออกง่ายกว่า 2. ชั่ง Witepsol W35 มา 12 กรัม สำหรับเตรียมยาเหน็บประมาณ 5 แท่ง (เพื่อเตรียมจริง 3 แท่ง) 3. หลอมยาพื้นแล้วเทลงในแม่พิมพ์จำนวน 3 หลุม โดยเทให้ล้นออกมาจากหลุม 4. ปล่อยให้ยาพื้นแข็งตัว ใช้มีดหรือ spatula ปาดเอายาพื้นส่วนเกินทิ้งไป 5. แกะแม่พิมพ์ออก โดยดันด้านปลายแหลมให้ยาเหน็บหลุดออกมา 6. นำยาเหน็บจำนวน 3 แท่งไปชั่งหาน้ำหนักเฉลี่ยต่อแท่ง ข. คำนวณโดยใช้ค่าการแทนที่ เพื่อหาน้ำหนักยาพื้นที่ต้องใช้จริงเมื่อมีตัวยา 300 มิลลิกรัม/แท่ง - ตัวยาทั้งหมดที่ใช้สำหรับเตรียมยาเหน็บ 1 แท่ง เท่ากับ = 0.30 กรัม - ค่า D.V ของ bismuth subgallate เท่ากับ 1.87 หมายความว่า ตัวยา bismuth subgallate 1.87 กรัม จะแทนที่ Witepsol W35 1 กรัม ดังนั้น ตัวยา bismuth subgallate 0.30 กรัม จะแทนที่ Witepsol W35 (1x0.30)/1.87 = 0.16 กรัม นั่นคือ ปริมาณ Witepsol W35 ที่ถูกแทนที่ด้วยตัวยา 0.30 กรัม เท่ากับ 0.16 กรัม ถ้าให้ปริมาณยาพื้นล้วน ๆ ต่อยาเหน็บ 1 แท่ง เท่ากับ X กรัม ปริมาณยาพื้น Witepsol W35 ที่ใช้จริงสำหรับเตรียมยาเหน็บ 1 แท่ง คือ X - 0.16 กรัม
97 สรุป สูตรตำรับ สำหรับ 1 แท่ง จะมีตัวยา 0.30 กรัม และ Witepsol W35 X-0.16 กรัม ในการเตรียม ยาเหน็บ 3 แท่ง จะคำนวณให้เกินพอสำหรับการสูญเสียจากการติดภาชนะและส่วนเกินที่เราต้องเทล้นออกมา ในที่นี้จะคำนวณสำหรับ 5 แท่ง จะได้สูตรตำรับของการเตรียม 5 แท่ง ดังนี้ ตัวยา 0.30x5 = 1.50 กรัม และ Witesol W35 = 5x(X-0.16) หมายเหตุ อักษร W ที่อยู่ท้ายชื่อ Witepsol มาจากคำว่า “Weich” หมายถึง soft ซึ่งเนื้อเบสมี ความยืดหยุ่น (elasticity), มี hydroxyl value = 40-50 mg KOH/g, ยาพื้นเกรด W เป็น hard fats ที่ ประกอบด้วย triglycerides ร้อยละ 65-80, diglycerides ร้อยละ 10-35 และ monoglycerides ร้อยละ 1-5, มี solidification temperature 27-32oซ และมี melting temperature 33.5-35.5 oซ ซึ่งจะเห็นว่า solidification และ melting temperature มี gap ที่ค่อนข้างมาก ทำให้ Witepsol เกรด W ทนต่อสภาวะ shock cooling และแข็งตัวค่อนข้างช้า ค. การเตรียมยาพื้นที่มีตัวยา 0.30 กรัม/แท่ง 1. เตรียมแม่พิมพ์ยาเหน็บ โดยทำความสะอาดให้เรียบร้อย ใช้สำลีชุบ glycerin เล็กน้อย ถูเบา ๆ บริเวณเบ้าพิมพ์ให้ทั่ว เพื่อหล่อลื่นเบ้าพิมพ์ วางคว่ำลง หรืออาจใช้วิธีนำแม่พิมพ์ที่ประกบคู่เรียบร้อย แล้วไปแช่ในตู้เย็น โดยให้ไอเย็นเป็นตัวหล่อลื่น แต่วิธีแรกจะทำให้แม่พิมพ์แกะออกง่ายกว่า 2. เตรียมยาพื้น โดยหั่น หรือตัดยาพื้นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ใน casserole เพื่อให้ยาพื้นได้รับความ ร้อนทั่วถึง 3. เตรียมตัวยา เนื่องจากตัวยาไม่ละลายในยาพื้น จึงควรบดให้อยู่ในรูปผงที่ละเอียดที่สุด แล้วชั่ง ผงยามา 1.5 กรัม 4. นำ casserole ไปอุ่นบนหม้ออังไอน้ำ (on water bath) เติมยาพื้นลงไป คนจนยาพื้นหลอม หมด นำไปเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 5 นาที 5. ยาพื้นจะเริ่มหนืด ให้เทตัวยาลงไปผสม คนให้เข้ากันดีเมื่อส่วนผสมเริ่มหนืดขึ้น จึงเทใส่ แม่พิมพ์ โดยเทให้ล้นแม่พิมพ์เพื่อกันผิวด้านบนยุบตัว ขณะเทให้คนตลอดเวลาเพื่อให้ผงยากระจายตัวอย่าง ทั่วถึง ไม่ตกตะกอนลงไปที่ด้านล่างของ casserole หากส่วนผสมเริ่มหนืดจนเทไม่ได้ ให้นำไปอุ่นบนหม้ออัง ไอน้ำใหม่ 6. นำแม่พิมพ์ไปเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา นานประมาณ 10-15 นาที แล้วใช้มีดที่คมหรือ spatula ปาดส่วนเกินทิ้งไป แกะยาเหน็บออกจากแม่พิมพ์ และห่อด้วยกระดาษอลูมิเนียม ยาเหน็บที่ห่อเรียบร้อยแล้ว ให้บรรจุในขวดแก้วปากกว้างที่ปิดได้สนิท เก็บในตู้เย็น และควรเก็บในที่มืด
98 3. หน้าที่ขององค์ประกอบในตำรับ องค์ประกอบ หน้าที่ Bismuth subgallate ______________________________________ Witepsol W 35 ______________________________________ 4. สรรพคุณของตำรับ ________________________________________________________________________________ 5. ขนาด และวิธีใช้ของตำรับ ________________________________________________________________________________ 6. ภาชนะบรรจุ และการเก็บรักษา ________________________________________________________________________________ 7. ฉลากช่วย และข้อแนะนำในการใช้ยา ________________________________________________________________________________
99 ตำรับที่ 2 Glycerin Suppository USP 1. สูตรตำรับ Rx Glycerin 91 g _____________ Sodium stearate 9 g _____________ Purified water 5 g _____________ 105 g 20 กรัม - เตรียมจำนวน 3 แท่ง (คำนวณจำนวน 20 กรัม) 2. วิธีเตรียม 2.1 ชั่ง sodium stearate 9 กรัมในบีกเกอร์ขนาด 100 มิลลิลิตร ตั้งในหม้ออังไอน้ำเพื่อให้อ่อนตัว ประมาณ 10 นาที ใช้แท่งแก้วคนให้ความร้อนกระจายทั่วถึง 2.2 เติม glycerin คนเบาๆ และคนเป็นครั้งคราว การคนบ่อย ๆ จะทำให้ยาเหน็บมีฟองอากาศ น้ำหนักที่ได้ต่อแท่งจะลดลงและไม่สม่ำเสมอ 2.3 เมื่อ sodium stearate เริ่มหลอมตัว ให้เติมน้ำกลั่น 5 กรัม คนให้ทั่วเป็นครั้งคราว ปิดบีกเกอร์ ด้วยกระจกนาฬิกา เพื่อกันไม่ให้น้ำระเหย 2.4 ทำความสะอาดแม่พิมพ์หล่อลื่นด้วย mineral oil 2.5 เมื่อสารผสมเริ่มหนืด (สังเกตจากมีสารผสมจับที่ขอบด้านในบีกเกอร์) ให้เทสารผสมที่เป็นเนื้อ เดียวกัน ลงในแม่พิมพ์จำนวน 3 หลุมจนล้น 2.6 ทิ้งให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง เมื่อยาเหน็บแข็งตัวแล้ว ให้ปาดส่วนที่เกินทิ้งไป 2.7 แกะออกจากแม่พิมพ์ ห่อด้วยกระดาษอลูมิเนียม ยาเหน็บที่ห่อเรียบร้อยแล้วให้บรรจุในขวด แก้วปากกว้างที่ปิดได้สนิท เก็บในตู้เย็น และควรเก็บในที่มืด 3. หน้าที่ขององค์ประกอบในตำรับ องค์ประกอบ หน้าที่ Glycerin ______________________________________ Sodium stearate ______________________________________ Purified water ______________________________________
100 4. สรรพคุณของตำรับ ________________________________________________________________________________ 5. ขนาด และวิธีใช้ของตำรับ ________________________________________________________________________________ 6. ภาชนะบรรจุและการเก็บรักษา ________________________________________________________________________________ 7. ฉลากช่วย และข้อแนะนำในการใช้ยา ________________________________________________________________________________ เอกสารอ่านประกอบ 1. Aulton, M. E. (2002) . Pharmaceutics: The Science of Dosage Form Design, Churchill Livingstone, Edinburgh, pp. 534-543. 2. Carter, S.J. (1975). Cooper and Gunn’s Dispensing for Pharmaceutical Students, 12th ed, Pitman Medical Publishing Co. Ltd., London, pp. 232-252. 3. Dittert, L.W. (1974) . Sprowls’ American Pharmacy, 7th ed, J.B. Lippincott Company, Philadelphia, pp. 279-296. 4. Lund, W. (1994). The Pharmaceutical Codex, Principles and Practice of Pharmaceutics, 12th ed, The Pharmaceutical Press, London, pp. 170-176. 5. Thumpson, J.E. (2009) . A Practical Guide to Contemporary Pharmacy Practice, 3rd ed, Lippincott Williams & Wilkins, Pennsylvania, pp. 517-529. 6. Winfield, A.J. (2004). Pharmaceutical Practice, 3rd ed, Churchill Livingstone, pp. 218-224. 7. Excipients for Pharmaceuticals. Retrieved April 11, 2011, from http: / / www.sasoltechdata.com/Marketing/Excipients_Pharmaceuticals.pdf. 8. Allen, L.V., Worthen, D.B. and Mink, B. (2008). Suppositories, Pharmaceutical Press, London. ปรับปรุงและเรียบเรียงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
บทที่ 12 การประเมินคุณภาพยาเหน็บ วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินคุณภาพยาเหน็บ ที่เตรียมจากยาพื้นยาเหน็บชนิดต่าง ๆ บทนำ ยาเหน็บ เป็นยาเตรียมในรูปของแข็งที่มีรูปร่าง ขนาด และน้ำหนักต่าง ๆ กัน ใช้สอดเข้าช่องต่าง ๆ ของ ร่างกาย เช่น ทวารหนัก ช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ เพื่อให้ได้ผลการรักษาเฉพาะที่ที่บริเวณนั้น ๆ หรือเพื่อให้ ยาดูดซึมสู่เส้นเลือดบริเวณนั้น แล้วไปออกฤทธิ์ที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการรักษา นอกจากจะขึ้นอยู่กับสรีรวิทยา และสมบัติของตัวยาแล้ว ยังขึ้นกับชนิด และคุณสมบัติของยาพื้นยาเหน็บที่ใช้ ด้วย ก่อนนำยาเหน็บมาใช้ในการรักษา จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ได้แก่ ลักษณะภายนอก การ กระจายตัวของตัวยาในแท่งยาเหน็บ น้ำหนักของยาเหน็บแต่ละแท่ง ปริมาณตัวยาในยาเหน็บแต่ละแท่ง ความ แข็งของยาเหน็บ ระยะเวลาที่ยาเหน็บหลอม หรือละลายหมดที่อุณหภูมิ 37ºซ การปลดปล่อยตัวยาออกจาก ยาเหน็บในหลอดแก้วทดลอง ตลอดจนการตรวจสอบประสิทธิภาพการรักษาของยาเหน็บในสิ่งมีชีวิต สารเคมี และอุปกรณ์ สารเคมี - Sodium salicylate - Polyethylene glycol 400, 1500, 6000 - Span 40 - Witepsol E 85 - ไขกระบก - สารละลายเฟอร์ริคไนเตรท ความเข้มข้น 1% ในกรดไนตริก 1% อุปกรณ์ - แม่พิมพ์ยาเหน็บ - เครื่องมือทดสอบการกระจายตัวของยาเหน็บ - สเปคโตรโฟโตมิเตอร์ - เครื่องมือทดสอบความแข็งของยาเหน็บ (suppository hardness tester) - เยื่อบางเซลโลเฟน - อ่างน้ำควบคุมอุณหภูมิ
102 - หม้ออังไอน้ำ - ขาตั้งพร้อมที่ยึด - ปิเปต ขนาด 5 มิลลิลิตร - นาฬิกาจับเวลา - ขวดปรับปริมาตร ขนาด 100 มิลลิลิตร - บีกเกอร์ ขนาด 1000 มิลลิลิตร - หลอดทดลอง ขนาด 10 มิลลิลิตร วิธีการทดลอง 1. การประเมินคุณภาพของยาเหน็บ ที่ใช้ยาพื้นชนิดต่างๆ เตรียมยาเหน็บ ซึ่งมีsodium salicylate 20% ของน้ำหนักยาเหน็บ โดยใช้ยาพื้นชนิดต่าง ๆ ต่อไปนี้ 1. PEG 6000 46% + PEG 1500 34% + PEG 400 20% 2. Span 40 3. Witepsol “35 4. ไขกระบก ในการเตรียมยาเหน็บจะไม่ใช้สารหล่อลื่นแบบพิมพ์ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการปลดปล่อยตัวยาจาก ยาเหน็บ 2. ศึกษาลักษณะภายนอก และการกระจายตัวของตัวยาในยาเหน็บ นำยาเหน็บมา 1 แท่ง ศึกษาลักษณะภายนอก และการกระจายของตัวยาในยาเหน็บโดยนำยาเหน็บมา ผ่าตามยาว และสังเกตความทึบของยาเหน็บตลอดทั้งแท่ง 3. ทดสอบความแข็งของยาเหน็บ โดยใช้เครื่องทดสอบความแข็งของยาเหน็บ 3.1 นำยาเหน็บที่จะทำการทดสอบวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง นาน 24 ชั่วโมงก่อนนำมาทดสอบ 3.2 ผ่านน้ำตามอุณหภูมิที่ต้องการ (constant temperature bath) เข้ารอบ ๆ testing chamber เพื่อควบคุมอุณหภูมิ และตรวจสอบอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์ที่เสียบอยู่ด้านบน testing chamber 3.3 นำยาเหน็บมาวางใน sample holder ในแนวตั้ง ให้ปลายด้านแหลมของยาเหน็บชี้ขึ้น ปิด กระจก testing chamber น้ำหนักที่กดทับบนยาเหน็บขณะนี้เมื่อยังไม่ได้เติมแผ่นน้ำหนัก (weight disc) เท่ากับ 600 กรัม 3.4 หลังจากนั้น 1 นาที ให้เติมแผ่นน้ำหนัก 1 แผ่น (หนัก 200 กรัม) และทุก ๆ 1 นาที เติมอีก 1 แผ่น (หนัก 200 กรัม) ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งยาเหน็บแตก หรือย่น (collapse) จุดที่ยาเหน็บแตกเรียกว่า “breaking point”
103 3.5 แรงที่ใช้ทำให้ยาเหน็บแตกหัก หรือย่น อ่านได้จากน้ำหนัก 600 กรัมในตอนแรก รวมกับ น้ำหนักของแผ่นน้ำหนัก (แผ่นละ 200 กรัม) 3.6 น้ำหนักของแผ่นน้ำหนักแผ่นสุดท้ายที่ทำให้ยาเหน็บแตก คำนวณได้ดังนี้ 3.6.1 ถ้ายาเหน็บแตกภายใน 20 วินาทีหลังจากเติมแผ่นน้ำหนักแผ่นสุดท้าย น้ำหนักแผ่น สุดท้ายนี้จะไม่นำมาคิดรวมกับน้ำหนักทั้งหมด 3.6.2 ถ้ายาเหน็บแตกภายในเวลา 20 ถึง 40 วินาทีหลังจากเติมแผ่นน้ำหนักแผ่นสุดท้าย จะ คิดน้ำหนักของแผ่นน้ำหนักสุดท้ายนี้เพียง 100 กรัม 3.6.3 ถ้ายาเหน็บแตกหลังจากเติมน้ำหนักแผ่นสุดท้ายมากกว่า 40 วินาที จะคิดน้ำหนักของ แผ่นสุดท้ายเป็น 200 กรัม 3.6.4 จำนวนยาเหน็บที่ใช้ทดสอบ 2 แท่ง 4. ศึกษาการหลอมละลายของยาเหน็บ เพื่อทดสอบว่ายาเหน็บใช้เวลาเท่าใดในการหลอม หรือละลายหมดที่อุณหภูมิ 37ºซ เครื่องมือที่ใช้ ทดสอบคือ เครื่องทดสอบการแตกตัวของยาเม็ด (tablet disintegration tester) ซึ่งมีวิธีการทดสอบดังนี้ 4.1 วางยาเหน็บ 1 แท่ง ลงบนตะแกรงลวดที่อยู่ด้านในหลอดแก้ว (basket) แต่ละอันจนครบทั้ง 6 หลอด ใช้ plastic tubing ทำเป็นลักษณะโค้งงอปิดไว้ที่ปลายเปิดด้านบน เพื่อกันยาเหน็บลอยหลุดออกไป 4.2 เติมน้ำกลั่น จำนวน 250 มิลลิลิตร ลงในกระบอกแก้วใหญ่ที่รองรับด้านล่าง เปิดเครื่องทำความ ร้อน เพื่อให้อุณหภูมิของน้ำเท่ากับ 37ºซ 4.3 เปิดสวิตช์ให้basket เคลื่อนที่ขึ้นลงด้วยความเร็ว 38 รอบต่อนาที 4.4 จับเวลาที่ยาเหน็บแต่ละแท่งหลอม หรือละลายหมดทั้งแท่ง โดยดูว่าจะต้องไม่มีเศษ หรือ ชิ้นส่วนใด ๆ ของยาเหน็บติดค้างอยู่บนตะแกรงลวดของ basket 4.5 ยาเหน็บที่ใช้ทดสอบจำนวน 3 แท่ง ควรหลอมหรือละลายได้หมดภายใน 30 นาที 5. ศึกษาการปลดปล่อยตัวยาจากยาเหน็บ ก่อนที่ตัวยาในยาเหน็บจะออกฤทธิ์เฉพาะที่ หรือถูกดูดซึมไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั้น ตัวยา จะต้องถูกปลดปล่อยจากยาพื้นยาเหน็บ ซึ่งอัตราเร็วในการปลดปล่อยตัวยาจากยาพื้นมีผลต่อประสิทธิภาพ ทางการรักษาของยาเหน็บ ชนิด และสมบัติของยาพื้นยาเหน็บมีความสำคัญอย่างมากต่ออัตราเร็วในการ ปลดปล่อยตัวยาจากยาเหน็บ การศึกษาการปลดปล่อยตัวยาจากยาเหน็บในหลอดทดลองจึงมีความสำคัญ เพื่อ เป็นแนวทางในการเลือกใช้ยาพื้นยาเหน็บที่เหมาะสมต่อไป วิธีการทดสอบมีดังนี้ 5.1 อุปกรณ์ ประกอบด้วยหลอดแก้วปลายเปิดทั้งสองข้าง ยาวประมาณ 2 นิ้ว และมี เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว ปลายด้านหนึ่งปิดด้วยเยื่อเซลโลเฟน ภายในหลอดแก้วนี้มีน้ำบรรจุอยู่ 15 มิลลิลิตร
104 5.2 นำหลอดแก้วนี้จุ่มลงในบีกเกอร์ขนาด 1000 มิลลิลิตร (ภายในบีกเกอร์มีน้ำกลั่นบรรจุอยู่ 900 มิลลิลิตร และสารละลายเฟอร์ริคไนเตรท ความเข้มข้น % 1จำนวน 50 มิลลิลิตร) ให้ปลายหลอดแก้วด้านที่ ปิดด้วยเยื่อเซลโลเฟนจุ่มใต้ผิวหน้าของน้ำในบีกเกอร์ประมาณ 1 เซนติเมตร นำบีกเกอร์แช่ไว้ในอ่างควบคุม อุณหภูมิ 37ºซ 5.3 นำยาเหน็บที่ต้องการทดสอบใส่ในหลอดแก้ว โดยให้ยาเหน็บจมอยู่ใต้ผิวน้ำในหลอดแก้ว ปิด บีกเกอร์ด้วยพลาสติกใส เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ 5.4 คนน้ำในบีกเกอร์ทุก 5 นาที และก่อนที่จะดูดสารละลายตัวอย่าง 5.5 ดูดสารละลายตัวอย่าง (น้ำในบีกเกอร์) ครั้งละ 5 มิลลิลิตร ที่เวลาต่าง ๆ คือ 5, 10, 15, 30, 60, 90 และ 120 นาที ตามลำดับ โดยเริ่มจับเวลาหลังจากที่นำยาเหน็บใส่ลงในหลอดแก้ว และให้เติม สารละลายใหม่ทดแทน จำนวน 5 มิลลิลิตรทุกครั้งที่มีการดูดสารละลายตัวอย่างที่เวลาต่าง ๆ 5.6 นำไปวัดค่าการดูดกลืนแสง ที่ความยาวคลื่น 525 นาโนเมตร 5.7 คำนวณหาความเข้มข้นของตัวยา โดยอาศัยกราฟมาตรฐาน ผลการทดลอง และสรุป 1. บันทึกข้อมูลทั้งหมดในตาราง 2. เขียนกราฟระหว่างเปอร์เซ็นต์ของยาที่ถูกปลดปล่อยจากยาเหน็บ เทียบกับเวลา 3. เปรียบเทียบ และวิจารณ์ ลักษณะของยาเหน็บ ความแข็ง ระยะเวลาที่ยาเหน็บหลอมละลาย และ การปลดปล่อยตัวยาจากยาเหน็บที่เตรียมจากยาพื้นชนิดต่าง ๆ สรุป และประเมินผลที่ได้
105 เอกสารอ่านประกอบ 1. Dittert, L.W. (1974) . Sprowls’ American Pharmacy, 7th ed, J.B. Lippincott Company, Philadelphia, pp. 279-296. 2. Lachman, L. , Libernam, H.A. and Kanig, J.L. (1986). The Theory and Practice of Industrial Pharmacy, 3rd ed, Lea and Febiger, Philadelphia, pp. 585-588. 3. Parrot, E.L. (1973). American Journal of Pharmaceutical Education, 37: 39. 4. Parrot, E.L. (1970). Pharmaceutical Technology, Burgress Publishing, Minneapolis, pp. 386- 388. ปรับปรุงและเรียบเรียงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
บทที่ 13 งานมอบหมาย วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษานำทักษะการค้นข้อมูล และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเตรียมในระบบกระจายตัว มาใช้ใน การพัฒนาสูตรตำรับยาเตรียมทั้งในรูปยาเตรียมของเหลวและยาเตรียมกึ่งแข็ง และยาเตรียมของเหลวรูปแบบ อื่น ๆ นักศึกษาจะได้รับโจทย์งานมอบหมายจากอาจารย์ประจำกลุ่ม และมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ 1. ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหนังสือหรือเอกสารทางวิชาการ 2. เขียนแผนการทำงาน ประกอบด้วย สูตรตำรับ วิธีเตรียม สารเคมีและอุปกรณ์ที่จำเป็น ภาชนะบรรจุ และฉลากยา 3. พบอาจารย์ประจำกลุ่มเพื่อรายงานผลการค้นข้อมูลและขอความเห็นชอบแผนการทำงาน 4. ให้นักศึกษาเขียนแบบฟอร์มเบิกสารเคมีหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่มีในตู้ปฏิบัติการ ให้อาจารย์ที่ปรึกษา เซ็นชื่อท้ายแบบฟอร์ม และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ประจำห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 3 วันทำการก่อนวันปฏิบัติการ โดยสามารถตรวจสอบรายการสารเคมีและอุปกรณ์ที่มีในห้องปฏิบัติการก่อนการเบิกสาร 5. เข้าปฏิบัติการตรงเวลา ตามวัน-เวลาที่กำหนดในตารางเรียน 6. ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์และผลิตภัณฑ์ 1 สัปดาห์หลังจากปฏิบัติการ การทำรายงานให้ใช้ภาษาอังกฤษ โดยมีแบบฟอร์มการทำรายงานดังเอกสารที่จะแจ้งในระบบ Mango ของ กระบวนวิชา 465221 ต่อไป
108 ทักษะการเตรียมยาน้ำสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายจากยาแคปซูล/ยาเม็ด ลำดับ Check list คะแนน 1 คำนวณปริมาณเม็ดยาที่ต้องการใช้ได้ถูกต้อง 2 2 อ่านฉลากก่อนหยิบขวดยา 1 3 ใช้ช้อนเขาตักเม็ดยา หรือเทเม็ดยาออกจากขวดโดยตรง ใส่ไว้ในบีกเกอร์ กระจกนาฬิกา หรือฝาขวด (ใช้มือหยิบได้ 0 คะแนน) 1 4 เทผงยาจากแคปซูลลงในโกร่งโดยตรง / ยาเม็ด-บดเม็ดยาให้ละเอียด 1 5 ไม่เหลือผงยาติดค้างในปลอกแคปซูล (1) 6 หยด wetting agent ที่เหมาะสมลงบนผงยา 1 7 จับโกร่งและลูกโกร่งด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง 1 8 บดผสมผงยากับ wetting agent ในโกร่ง จนผงยาเปียกพอดี ไม่เหลวหรือแห้งไป 1 9 เพสต์ที่ได้มีเนื้อเนียน 1 กรณียาเม็ดเคลือบ-บดผงยาจนได้เพสต์ที่มีเนื้อเนียนและไม่เหลือฟิล์ม (1) 10 คำนวณปริมาณน้ำกระสายยาที่ต้องการใช้ในตำรับ และคำนวณปริมาณ ¾ ของน้ำ กระสายยาที่ต้องการนั้น 1 11 ตวงน้ำกระสายยาให้มีปริมาตร ¾ ตามต้องการ ด้วยทักษะการตวงที่ถูกต้อง ได้แก่ - อ่านฉลากครบ 3 ครั้ง (0.5 คะแนน) - อ่านปริมาตรในระดับสายตา (0.5 คะแนน) - ปริมาตรถูกต้องตามที่ต้องการ (1 คะแนน) 2 12 ค่อยๆ เติมน้ำกระสายยาลงบนผงที่เปียกแล้วในโกร่ง - โดยแบ่งเติมมากกว่า 1 ครั้ง (0.5 คะแนน) - ทิ้งระยะเวลาให้ของเหลวไหลลงสู่กระบอกตวงอย่างสมบูรณ์ในครั้งสุดท้าย (0.5 คะแนน) 1 13 บดผสมให้ผงยากระจายตัวเป็นเนื้อเดียวกันทุกครั้งก่อนเติมน้ำกระสายยาครั้งต่อไป โดยผงยากระจายตัวสม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกัน 1 14 ถ่ายยาน้ำแขวนตะกอนที่ได้จากโกร่งลงในกระบอกตวงขนาดที่เหมาะสม 1 15 โดยไม่หกเลอะเทอะ 1 16 กลั้วโกร่งด้วยน้ำกระสายยาที่เหลืออย่างน้อยสองครั้ง 1 17 ปรับปริมาตรให้ครบตามสูตรตำรับ 1 18 ถ่ายยาน้ำแขวนตะกอนจากกระบอกตวงใส่ลงในบีกเกอร์ คนผสมให้เข้ากัน 1 คะแนนรวม 20
109 ทักษะการชั่งยาพื้น ลำดับ Check list คะแนน 1 ใช้กระดาษไขซ้อนกระดาษขาว 1 2 พับกระดาษชั่งแบบกระทง 1 3 เขียนชื่อ-น้ำหนักสารที่ถูกต้องบริเวณส่วนบนหรือด้านข้าง 1 4 กด tare เครื่องชั่งให้เป็น 0 0.5 5 วางกระทงบนจานชั่ง และกด tare อีกครั้ง 0.5 6 อ่านฉลากก่อนหยิบกระป๋องสาร เปิดฝา และวางฝาหงายบนโต๊ะ 0.5 7 อ่านฉลากอีกครั้งก่อนตักสาร 0.5 8 ใช้ spatula 2 อัน หรือ spatula กับแท่งแก้วในการตักสารใส่กระดาษชั่ง 1 9 ไม่ใช้ spatula กดลงบนเครื่องชั่งขณะชั่ง 0.5 10 ชั่งได้น้ำหนักที่ต้องการ 2 11 ยกกระดาษชั่งลง และกด tare 0.5 12 ปิดฝากระป๋อง อ่านฉลาก และเก็บเข้าที่ 0.5 13 มีความสะอาด ไม่หกเลอะเทอะ 0.5 คะแนนรวม 10
110 ทักษะการผสมผงยาเข้ากับยาพื้น ลำดับ Check List คะแนน 1 วาง slab ให้ราบกับพื้นโต๊ะโดยให้สลักไม้แนบชิดกับขอบโต๊ะตลอดการเตรียมยา 1 2 ใช้ spatula ปาดยาพื้นวางไว้ตรงมุมของ slab ด้านบน ซ้ายหรือขวาตรงข้ามกับด้านที่ ถนัด 1 3 เทผงยาลงตรงกลาง slab 1 4 เลือกใช้ levigating agent ที่ถูกต้อง หยดลงบนผงยา 1 5 ให้จับ spatula ด้วยมือที่ถนัด ในลักษณะคว่ำมือ นิ้วชี้ทาบไป ตามแผ่น spatula 0.5 6 ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดจับด้ามของ slab 0.5 7 บดผสมผงยากับ levigating agent จนได้เพสต์เนื้อเนียน ไม่แห้งหรือเหลวเกินไป 1 8 ใช้ spatula แบ่งยาพื้นปริมาณพอๆ กับตัวยา (ที่เป็นเพสต์) บดผสมจนเป็นเนื้อ เดียวกันก่อนผสมส่วนถัดไป ด้วยวิธี Geometric dilution technique 1 9 ปาดผงยาเป็นฟิล์มบาง ๆ เพื่อตรวจสอบความสม่ำเสมอของตำรับ 1 10 ได้ตำรับที่มีลักษณะเนื้อเนียน ไม่มีตัวยาเป็นเม็ดๆ 1 11 ความสะอาด/ไม่เลอะเทอะมาก 1 คะแนนรวม 10 *หมายเหตุ: การแบ่งสัดส่วนคะแนนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของโจทย์ที่กำหนดในแต่ละครั้ง