94
เอกสารอา นประกอบ
1. Barry B.W. Transdermal drug delivery. In: Aulton M.E. (2007). Aulton’s Pharmaceutics The
Design and Manufacture of Medicines. Churchill Livingstone Elsevier, pp. 565-579.
2. Guang Wei Lu and Gordon L. Flynn. Cutaneous and Transdermal Delivery Process and
Systems of Delivery, In: Alexander T. Florence and Juergen Siepmann ( 2009) . Modern
Pharmaceutics Volume 2 Applications and Advances. New York, Informa Healthcare,
pp. 43-99.
3. Troy, D. Z. ( 2006) . Remington: The Science and Practice of Pharmacy, 21sted, Lippincott
Williams & Wilkins, Baltimore, pp. 871-877.
4. Barry, B.W. (1983) Dermatological Formulations, Marcel Dekker Inc., New York, pp. 330-340.
5. Parrott, E.L. (1970)Pharmaceutical Technology, Burgess Publishing Co., Minnesota, pp. 372-
381.
6. The United States Pharmacopieal Convention, Inc. <1151>. 2011. USP 35/ NF30 Vol. 1
Rockville. MD, pp. 765-767.
ปรับปรงุ และเรียบเรยี งโดย รองศาสตราจารย ดร.ภญ.ลัดดา วงศพ ายัพกุล
รองศาสตราจารย ดร.ภญ.สพุ ร จารุมณี
รองศาสตราจารย ดร.ภญ.วรรธิดา ชยั ญาณะ
ผชู วยศาสตราจารย ดร.ภญ.กนกวรรณ เกยี รติสิน
การทดลองบทที่ 11
การเตรยี มยาเหน็บ
(Preparation of Suppositories)
วัตถปุ ระสงค
1. เพอื่ ใหน ักศึกษาสามารถคาํ นวณปรมิ าณยาพ้นื ท่ีตองการใชในการเตรยี มยาเหนบ็
2. เพอ่ื ใหนกั ศึกษาฝกหัดเตรียมยาเหน็บทวาร โดยใชย าพนื้ ชนดิ ตา ง ๆ
บทนาํ
ยาเหนบ็ เปน ยาเตรียมทจ่ี ัดอยูในยารปู แบบของแข็งท่ีมรี ปู รางและขนาดแตกตางกัน เพือ่ ใหเ หมาะสมใน
การสอดเขา ไปยงั ชองวา งของรางกาย เชน ทวารหนัก ทอ ปส สาวะ และชอ งคลอด เปน ตน การออกฤทธขิ์ องยา
เหน็บ เกดิ โดยการทยี่ าพนื้ หลอมหรือละลายรวมกบั นา้ํ คดั หลัง่ ของชอ งวา งเหลา นัน้
การใชยาเหน็บอาจใชเพ่ือการรักษาเฉพาะท่ี เชน ระงับอาการเจ็บปวด และอาการระคายเคืองของ
ริดสีดวงทวาร โดยกลุมยาท่ีใชอาจประกอบดวย ยาชา ไดแก cinchocaine และ benzocaine หรือพวกยา
กลุมท่ีมีฤทธ์ิฝาดสมาน ไดแก bismuth subgallate, hamamelis extract, tannic acid หรือพวกยากลุมที่
ใหฤ ทธ์ติ านอกั เสบ เชน hydrocortisone เปน ตน
นอกจากนั้น ยาเหน็บอาจใชเพื่อชําระลาง เชน การสวนลําไสกอนทําการผาตัด ตัวยาในกลุมนี้ไดแก
glycerol หรือ bisacodyl เปนตน หรือใชใหออกฤทธิ์ทั่วรางกาย (systemic effect) เชน ยาเหน็บ
aminophylline ใชรักษาอาการหอบหืดและหลอดลมอักเสบเร้ือรัง ยาเหน็บ ergotamine tartrate ใชรักษา
อาการปวดศรี ษะขา งเดยี ว เปน ตน
ยาเหนบ็ มักถูกนํามาใชเ พื่อ
1. รักษาผูป วยทไี่ มรูสึกตัว ผปู วยท่ีอาเจียนและไมส ามารถใหย าทางปากได
2. ลดการระคายเคืองของกระเพาะอาหารเมอ่ื ใหยาบางชนิดโดยการรับประทาน เชน aminophylline
3. ใชร กั ษาผปู ว ยเดก็ เล็กทีไ่ มส ามารถกลืนยา
ยาเหน็บ ประกอบดวย ตัวยาและยาพื้นซ่ึงทําใหยาเหน็บคงรูปรางตามตองการ ปจจัยหน่ึงท่ีทําใหไดยา
เหน็บท่ีดี และมีประสิทธิภาพในการรักษา คือ การเลือกยาพ้ืนท่ีเหมาะสม ยาพื้นท่ีใชในการเตรียมยาเหน็บ
ไดแก กลมุ ไขมันธรรมชาติ (natural fats) ซงึ่ จะหลอมตวั ท่อี ณุ หภูมิของรา งกาย ไดแ ก theobroma oil กลุม
ไขมันสังเคราะห (synthetic fats) เชน Witepsol และกลุมยาพื้นที่ละลายและเขากับนํ้าได (water
soluble & miscible bases) นอกจากน้ันยังมีกลุมอื่น ๆ (miscellaneous bases) ท่ีไดจากการผสมยาพ้ืน
ประเภทท่ีชอบนํ้า และไมชอบนํ้าเขา ดวยกัน
96
วิธีการเตรียมยาเหน็บ นิยมใชวิธีหลอมยาพื้น แลวเติมตัวยาท่ีบดละเอียดลงไป เทลงในแมพิมพ
นอกจากนั้น อาจใชเครื่องอัด หรือใชมือปน กอนเตรียมยาเหน็บควรทําความสะอาดแมพิมพ โดยจุมลงไปใน
นํ้ารอนท่ีมีนํ้ายาทําความสะอาด ถูเบาๆ ดวยผาท่ีนุม หามใชแปรงขัดที่ทําดวยลวด หรือวัสดุที่อาจทําใหเกิด
รอยในแมพิมพได หลังจากน้ันใหลางดวยนํ้าจนสะอาด แมพิมพจะมีขนาดตาง ๆ กันไป ไดแก ขนาด 1 กรัม
4 กรัม และ 8 กรัม การเตรียมยาเหน็บบางชนิดตองหลอลื่นแมพิมพ เพ่ือกันไมใหยาติดแมพิมพ ยาเหน็บท่ีใช
ยาพื้นตางชนิดกัน แมจะมีปริมาตรเทากัน แตนํ้าหนักจะแตกตางกันไป เนื่องจากความหนาแนนของยาพ้ืน
แตกตางกัน ดังนั้น ในการเตรียมยาเหน็บ จึงตองคํานวณปริมาณยาพื้นที่ถูกแทนที่ดวยตัวยา หรือ
displacement value (D.V.) เพื่อจะไดทราบนํ้าหนักยาพื้นท้ังหมดที่จะใช ตัวอยางเชน ถายา ก มีคาแทนที่
เปน a หมายความวา ยา ก จํานวน a กรัมจะแทนท่ีปริมาตรยาพ้ืนจํานวน 1 กรัม (ปริมาตรเทากัน) ในการ
ทดลองจึงจําเปนตองทราบน้ําหนักของยาพ้ืนในยาเหน็บ 1 แทงเทากับ b กรัม แลวคํานวณวาเมื่อมีตัวยา
จํานวน c กรัมใน 1 แทง จะแทนท่ีปริมาตรยาพ้ืนไดจํานวน c/a กรัม ดังน้ันจะตองใชยาพื้นจํานวนเทากับ
b-(c/a) กรัม ในหนึ่งแทง คาการแทนที่ของตัวยาสําหรับยาเหน็บท่ีใชยาพื้นเปน theobroma oil แสดงใน
ตาราง ในกรณที ใี่ ชย าพื้นชนดิ อ่นื จะตอ งทดลองหาคาการแทนทใี่ หม
ตารางแสดงคา การแทนท่ี (D.V.) ของยาเหนบ็ ทใ่ี ช theobroma oil เปนยาพน้ื
ตวั ยา คาการแทนที่ ตัวยา คาการแทนท่ี
Aminophylline 1.5 Hydrocrotisone acetate 1.5
Bismuth subgallate 3.0 Ichthamol 1.0
Castor oil 1.0 Morphin hydrocholride 1.5
Chloral hydrate 1.5 Peru balsam 1.0
Cinchoccaine hydrochloride 1.5 Phenobarbitone 1.0
Cocaine hydrocholride 1.5 Resorcinol 1.0
Hamamelis dry extract 1.5 Tannic acid 1.0
Hydrocortisone 1.5 Zinc oxide 5.0
ตํารับท่กี ําหนดใหเตรยี ม จํานวน 3 แทง
1. Bismuth Subgallate Suppository, PCx จํานวน 3 แทง
2. Glycerin Suppository USP
97
ตํารับที่ 1
Bismuth Subgallate Suppository PCx
1. สูตรตาํ รบั
Rx
Bismuth subgallate 300 mg
Witepsol W35 q.s.
เตรียมจํานวน 3 แทง
คาการแทนที่ (D.V.) ของ Bismuth subgallate เม่อื ใชยาพ้นื Witepsol W35 = 1.87
2. วิธเี ตรยี ม
ก. การทดลองหานํ้าหนักตอ แทงของยาพื้นเปลา (Witepsol W35)
1. เตรยี มแมพ ิมพย าเหนบ็ โดยทําความสะอาดใหเ รียบรอย ใชสําลีชุบ glycerin เล็กนอย ถูเบาๆ
บรเิ วณเบา พิมพใหท่วั เพอ่ื หลอล่ืนเบา พมิ พ วางคว่ําลง หรืออาจใชวธิ นี ําแมพิมพท ่ีประกบคเู รียบรอยแลวไปแช
ในตูเ ยน็ โดยใหไอเย็นเปนตัวหลอลื่น แตวธิ ีแรกจะทาํ ใหแมพิมพแกะออกงายกวา
2. ช่ัง Witepsol W35 มา 12 กรัม สําหรับเตรียมยาเหน็บประมาณ 5 แทง (เพื่อเตรียมจริง
3 แทง)
3. หลอมยาพื้นแลว เทลงในแมพิมพจ ํานวน 3 หลมุ โดยเทใหลน ออกมาจากหลมุ
4. ปลอ ยใหยาพ้นื แข็งตวั ใชมีดหรือ spatula ปาดเอายาพ้นื สว นเกนิ ทิ้งไป
5. แกะแมพ ิมพอ อก โดยดนั ดา นปลายแหลมใหยาเหน็บหลุดออกมา
6. นาํ ยาเหน็บจาํ นวน 3 แทงไปชัง่ หานํ้าหนักเฉลี่ยตอ แทง
ข. คาํ นวณโดยใชค า การแทนที่ เพอ่ื หานํา้ หนกั ยาพ้ืนทีต่ องใชจริงเมอ่ื มีตัวยา 300 มลิ ลกิ รมั /แทง
- ตัวยาทงั้ หมดที่ใชสําหรับเตรยี มยาเหน็บ 1 แทง เทากับ = 0.30 กรมั
- คา D.V ของ bismuth subgallate เทากับ 1.87 หมายความวา
ตวั ยา bismuth subgallate 1.87 กรัม จะแทนที่ Witepsol W35 1 กรัม
ดังน้ัน ตัวยา bismuth subgallate 0.30 กรมั จะแทนที่ Witepsol W35 (1x0.30)/1.87 = 0.16 กรัม
นัน่ คือ ปริมาณ Witepsol W35 ที่ถูกแทนที่ดวยตวั ยา 0.30 กรมั เทากับ 0.16 กรมั
ถาใหปริมาณยาพ้ืนลว น ๆ ตอ ยาเหนบ็ 1 แทง เทา กบั X กรมั
ปรมิ าณยาพืน้ Witepsol W35 ท่ใี ชจ รงิ สาํ หรับเตรยี มยาเหนบ็ 1 แทง คือ X - 0.16 กรมั
98
สรุป สูตรตํารับ สําหรับ 1 แทง จะมีตัวยา 0.30 กรัม และ Witepsol W35 X-0.16 กรัม ในการเตรียม
ยาเหน็บ 3 แทง จะคาํ นวณใหเกนิ พอสําหรับการสูญเสียจากการตดิ ภาชนะและสว นเกินทเ่ี ราตองเทลนออกมา
ในท่ีนี้จะคํานวณสําหรับ 5 แทง จะไดสูตรตํารับของการเตรียม 5 แทง ดังน้ี ตัวยา 0.30x5 = 1.50 กรัม และ
Witesol W35 = 5x(X-0.16)
หมายเหตุ อักษร W ท่ีอยูทายชื่อ Witepsol มาจากคําวา “Weich” หมายถึง soft ซึ่งเนื้อเบสมี
ความยืดหยุน (elasticity), มี hydroxyl value = 40-50 mg KOH/g, ยาพื้นเกรด W เปน hard fats ที่
ประกอบดวย triglycerides รอยละ 65-80, diglycerides รอยละ 10-35 และ monoglycerides รอยละ
1-5, มี solidification temperature 27-32oซ และมี melting temperature 33.5-35.5oซ ซึ่งจะเห็นวา
solidification และ melting temperature มี gap ที่คอนขางมาก ทําให Witepsol เกรด W ทนตอสภาวะ
shock cooling และแข็งตัวคอนขางชา
ค. การเตรียมยาพื้นที่มีตัวยา 0.30 กรัม/แทง
1. เตรยี มแมพ มิ พย าเหนบ็ โดยทําความสะอาดใหเรยี บรอ ย ใชสําลีชุบ glycerin เล็กนอ ย ถูเบาๆ
บรเิ วณเบา พิมพใหท่ัว เพ่อื หลอ ลืน่ เบาพมิ พ วางควํ่าลง หรืออาจใชว ิธนี าํ แมพิมพทป่ี ระกบคูเรียบรอยแลวไปแช
ในตูเย็น โดยใหไ อเย็นเปนตวั หลอลื่น แตว ธิ แี รกจะทําใหแ มพ มิ พแกะออกงา ยกวา
2. เตรียมยาพ้ืน โดยหั่น หรือตัดยาพ้ืนเปนช้ินเล็ก ๆ ใสใน casserole เพื่อใหยาพ้ืนไดรับความ
รอนท่วั ถงึ
3. เตรยี มตัวยา เน่อื งจากตัวยาไมล ะลายในยาพ้นื จงึ ควรบดใหอ ยูในรปู ผงทล่ี ะเอยี ดที่สดุ แลวชง่ั
ผงยามา 1.5 กรัม
4. นํา casserole ไปอุนบนหมออังไอนํ้า (on water bath) เติมยาพื้นลงไป คนจนยาพื้นหลอม
หมด นาํ ไปเขา ตูเยน็ ชองธรรมดาประมาณ 5 นาที
5. ยาพ้ืนจะเริ่มหนืด ใหเทตัวยาลงไปผสม คนใหเขากันดี เม่ือสวนผสมเร่ิมหนืดขึ้น จึงเทใส
แมพิมพ โดยเทใหลนแมพิมพเพื่อกันผิวดานบนยุบตัว ขณะเทใหคนตลอดเวลาเพื่อใหผงยากระจายตัวอยาง
ทั่วถึง ไมตกตะกอนลงไปที่ดานลางของ casserole หากสวนผสมเริ่มหนืดจนเทไมได ใหนําไปอุนบนหมออัง
ไอน้ําใหม
6. นําแมพิมพไปเขาตูเย็นชองธรรมดา นานประมาณ 10-15 นาที แลวใชมีดที่คมหรือ spatula
ปาดสวนเกินท้ิงไป แกะยาเหน็บออกจากแมพิมพ และหอดวยกระดาษอลูมิเนียม ยาเหน็บท่ีหอเรียบรอยแลว
ใหบรรจใุ นขวดแกว ปากกวางทป่ี ด ไดส นทิ เกบ็ ในตูเยน็ และควรเก็บในทีม่ ืด
3. หนาทข่ี ององคป ระกอบในตํารบั 99
องคป ระกอบ
Bismuth subgallate หนาท่ี
______________________________________
Witepsol W 35 ______________________________________
4. สรรพคณุ ของตาํ รบั
________________________________________________________________________________
5. ขนาด และวธิ ีใชของตาํ รบั
________________________________________________________________________________
6. ภาชนะบรรจุ และการเก็บรกั ษา
________________________________________________________________________________
7. ฉลากชวย และขอแนะนําในการใชยา
________________________________________________________________________________
100
ตํารบั ที่ 2
Glycerin Suppository USP
1. สตู รตาํ รับ
Rx
Glycerin 91 g _____________
_____________
Sodium stearate 9g _____________
Purified water 5g 20 กรัม
105 g
- เตรยี มจํานวน 3 แทง (คํานวณจาํ นวน 20 กรมั )
2. วธิ เี ตรยี ม
2.1 ชั่ง sodium stearate 9 กรมั ในบีกเกอรข นาด 100 มิลลิลติ ร ต้ังในหมออังไอน้ําเพ่ือใหออนตัว
ประมาณ 10 นาที ใชแทงแกวคนใหความรอ นกระจายทั่วถงึ
2.2 เติม glycerin คนเบาๆ และคนเปนครั้งคราว การคนบอย ๆ จะทําใหยาเหน็บมีฟองอากาศ
นํ้าหนักทีไ่ ดตอแทงจะลดลงและไมสม่าํ เสมอ
2.3 เมอื่ sodium stearate เรมิ่ หลอมตวั ใหเติมนา้ํ กล่ัน 5 กรมั คนใหท่วั เปน ครงั้ คราว ปด บีกเกอร
ดวยกระจกนาฬิกา เพอ่ื กนั ไมใหนา้ํ ระเหย
2.4 ทําความสะอาดแมพมิ พ หลอ ลน่ื ดวย mineral oil
2.5 เมื่อสารผสมเริ่มหนืด (สังเกตจากมีสารผสมจับท่ีขอบดานในบีกเกอร) ใหเทสารผสมท่ีเปนเน้ือ
เดียวกัน ลงในแมพมิ พจ ํานวน 3 หลมุ จนลน
2.6 ทิ้งใหเ ย็นท่อี ณุ หภมู ิหอ ง เมอ่ื ยาเหนบ็ แข็งตัวแลว ใหป าดสวนที่เกินทง้ิ ไป
2.7 แกะออกจากแมพิมพ หอดวยกระดาษอลูมิเนียม ยาเหน็บที่หอเรียบรอยแลวใหบรรจุในขวด
แกวปากกวา งท่ีปดไดส นิท เก็บในตูเยน็ และควรเกบ็ ในทีม่ ืด
3. หนาท่ขี ององคป ระกอบในตาํ รับ หนา ที่
องคป ระกอบ ______________________________________
Glycerin
______________________________________
Sodium stearate
______________________________________
Purified water
101
4. สรรพคณุ ของตํารบั
________________________________________________________________________________
5. ขนาด และวิธีใชข องตาํ รบั
________________________________________________________________________________
6. ภาชนะบรรจุ และการเก็บรกั ษา
________________________________________________________________________________
7. ฉลากชว ย และขอแนะนาํ ในการใชยา
________________________________________________________________________________
102
เอกสารอา นประกอบ
1. Aulton, M. E. ( 2002) . Pharmaceutics: The Science of Dosage Form Design, Churchill
Livingstone, Edinburgh, pp. 534-543.
2. Carter, S. J. ( 1975) . Cooper and Gunn’ s Dispensing for Pharmaceutical Students, 12th ed,
Pitman Medical Publishing Co. Ltd., London, pp. 232-252.
3. Dittert, L. W. ( 1974) . Sprowls’ American Pharmacy, 7th ed, J. B. Lippincott Company,
Philadelphia, pp. 279-296.
4. Lund, W. (1994). The Pharmaceutical Codex, Principles and Practice of Pharmaceutics, 12th
ed, The Pharmaceutical Press, London, pp. 170-176.
5. Thumpson, J. E. ( 2009) . A Practical Guide to Contemporary Pharmacy Practice, 3rd ed,
Lippincott Williams & Wilkins, Pennsylvania, pp. 517-529.
6. Winfield, A.J. (2004). Pharmaceutical Practice, 3rd ed, Churchill Livingstone, pp. 218-224.
7. Excipients for Pharmaceuticals. Retrieved April 11, 2011, from
http: // www.sasoltechdata.com /Marketing/Excipients_Pharmaceuticals.pdf.
8. Allen, L.V., Worthen, D.B. and Mink, B. (2008). Suppositories, Pharmaceutical Press, London.
ปรบั ปรุงและเรยี บเรียงโดย รองศาสตราจารย ดร. ภญ. พาณี ศริ ิสะอาด
การทดลองบทท่ี 12
การประเมินคุณภาพยาเหนบ็
วตั ถุประสงค
เพอ่ื ประเมนิ คณุ ภาพยาเหนบ็ ท่เี ตรียมจากยาพื้นยาเหน็บชนดิ ตาง ๆ
บทนาํ
ยาเหน็บ เปนยาเตรียมในรูปของแข็งท่ีมรี ูปรา ง ขนาด และนาํ้ หนักตาง ๆ กัน ใชส อดเขา ชองตา ง ๆ ของ
รางกาย เชน ทวารหนัก ชองคลอด หรือทอปสสาวะ เพ่ือใหไดผลการรักษาเฉพาะที่ท่ีบริเวณน้ันๆ หรือเพื่อให
ยาดูดซึมสูเสนเลือดบริเวณน้ัน แลวไปออกฤทธิ์ที่สวนตาง ๆ ของรางกาย ปจจัยที่เกี่ยวของกับผลการรักษา
นอกจากจะข้ึนอยูกับสรีรวิทยา และสมบัติของตัวยาแลว ยังข้ึนกับชนิด และคุณสมบัติของยาพ้ืนยาเหน็บท่ีใช
ดว ย
กอนนํายาเหน็บมาใชในการรักษา จะตองผานการตรวจสอบคุณภาพ ไดแก ลักษณะภายนอก การ
กระจายตัวของตวั ยาในแทงยาเหน็บ นํ้าหนักของยาเหน็บแตละแทง ปริมาณตวั ยาในยาเหนบ็ แตล ะแทง ความ
แข็งของยาเหน็บ ระยะเวลาท่ียาเหน็บหลอม หรือละลายหมดท่ีอุณหภูมิ 37ºซ การปลดปลอยตัวยาออกจาก
ยาเหน็บในหลอดแกวทดลอง ตลอดจนการตรวจสอบประสิทธิภาพการรกั ษาของยาเหน็บในส่งิ มีชีวติ
สารเคมี และอปุ กรณ
สารเคมี
- Sodium salicylate
- Polyethylene glycol 400, 1500, 6000
- Span 40
- Witepsol E 85
- ไขกระบก
- สารละลายเฟอรร ิคไนเตรท ความเขม ขน 1% ในกรดไนตริก 1%
อปุ กรณ
แมพิมพย าเหนบ็
เคร่ืองมอื ทดสอบการกระจายตวั ของยาเหน็บ
สเปคโตรโฟโตมิเตอร
เครือ่ งมือทดสอบความแข็งของยาเหน็บ (suppository hardness tester)
เยื่อบางเซลโลเฟน
อา งน้าํ ควบคมุ อุณหภูมิ
104
หมอ อังไอน้ํา
ขาต้ังพรอมทีย่ ึด
ปเ ปต ขนาด 5 มิลลลิ ิตร
นาฬิกาจบั เวลา
ขวดปรับปรมิ าตร ขนาด 100 มิลลลิ ิตร
บีกเกอร ขนาด 1000 มิลลิลติ ร
หลอดทดลอง ขนาด 10 มิลลิลติ ร
วธิ ีการทดลอง
1. การประเมินคณุ ภาพของยาเหน็บ ทใี่ ชย าพื้นชนดิ ตา งๆ
เตรียมยาเหน็บ ซง่ึ มี sodium salicylate 20% ของนาํ้ หนักยาเหนบ็ โดยใชย าพน้ื ชนิดตางๆ ตอ ไปน้ี
1. PEG 6000 46% + PEG 1500 34% + PEG 400 20%
2. Span 40
3. Witepsol “35
4. ไขกระบก
ในการเตรียมยาเหน็บจะไมใชสารหลอล่ืนแบบพิมพ เพื่อปองกันผลกระทบตอการปลดปลอยตัวยา
จากยาเหน็บ
2. ศึกษาลักษณะภายนอก และการกระจายตัวของตวั ยาในยาเหน็บ
นํายาเหนบ็ มา 1 แทง ศกึ ษาลักษณะภายนอก และการกระจายของตัวยาในยาเหน็บโดยนํายาเหน็บ
มาผา ตามยาว และสังเกตความทึบของยาเหนบ็ ตลอดทัง้ แทง
3. ทดสอบความแข็งของยาเหน็บ โดยใชเครอื่ งทดสอบความแขง็ ของยาเหนบ็
3.1 นํายาเหน็บท่ีจะทาํ การทดสอบวางไวทีอ่ ณุ หภูมหิ อง นาน 24 ชวั่ โมงกอนนํามาทดสอบ
3.2 ผา นนํา้ ตามอุณหภมู ทิ ี่ตอ งการ (constant temperature bath) เขารอบๆ testing chamber
เพ่ือควบคุมอณุ หภูมิ และตรวจสอบอุณหภูมิจากเทอรโมมิเตอรท เี่ สียบอยูดา นบน testing chamber
3.3 นํายาเหน็บมาวางใน sample holder ในแนวตั้ง ใหปลายดานแหลมของยาเหน็บชี้ขึ้น ปด
กระจก testing chamber น้ําหนักท่ีกดทับบนยาเหน็บขณะนี้เม่ือยังไมไดเติมแผนน้ําหนัก (weight disc)
เทา กบั 600 กรมั
3.4 หลังจากนั้น 1 นาที ใหเติมแผนน้ําหนัก 1 แผน (หนัก 200 กรัม) และทุก ๆ 1 นาที เติมอีก
1 แผน (หนัก 200 กรัม) ไปเร่ือย ๆ จนกระท่ังยาเหน็บแตก หรือยน (collapse) จุดท่ียาเหน็บแตกเรียกวา
“breaking point”
105
3.5 แรงท่ีใชทําใหยาเหน็บแตกหัก หรือยน อานไดจากน้ําหนัก 600 กรัมในตอนแรก รวมกับ
น้ําหนักของแผน น้ําหนัก (แผน ละ 200 กรัม)
3.6 นํา้ หนกั ของแผน นํ้าหนักแผนสุดทายท่ีทําใหยาเหนบ็ แตก คาํ นวณไดดังน้ี
3.6.1 ถายาเหน็บแตกภายใน 20 วินาทีหลังจากเติมแผนนํ้าหนักแผนสุดทาย นํ้าหนักแผน
สุดทา ยนีจ้ ะไมนาํ มาคดิ รวมกบั นา้ํ หนกั ทงั้ หมด
3.6.2 ถา ยาเหนบ็ แตกภายในเวลา 20 ถงึ 40 วนิ าทหี ลังจากเติมแผน นํา้ หนักแผน สุดทาย จะคดิ
นํา้ หนกั ของแผนนํา้ หนกั สดุ ทายนเี้ พยี ง 100 กรัม
3.6.3 ถายาเหน็บแตกหลังจากเติมนํ้าหนักแผนสดุ ทา ยมากกวา 40 วินาที จะคดิ นาํ้ หนักของ
แผน สุดทา ยเปน 200 กรมั
3.6.4 จาํ นวนยาเหนบ็ ที่ใชทดสอบ 2 แทง
4. ศึกษาการหลอมละลายของยาเหนบ็
เพื่อทดสอบวายาเหน็บใชเวลาเทาใดในการหลอม หรือละลายหมดที่อุณหภูมิ 37ºซ เคร่ืองมือท่ีใช
ทดสอบคือ เครือ่ งทดสอบการแตกตัวของยาเม็ด (tablet disintegration tester) ซง่ึ มีวธิ กี ารทดสอบดังน้ี
4.1 วางยาเหน็บ 1 แทง ลงบนตะแกรงลวดท่ีอยูดานในหลอดแกว (basket) แตละอันจนครบทั้ง
6 หลอด ใช plastic tubing ทาํ เปนลกั ษณะโคงงอปดไวท ี่ปลายเปดดานบน เพื่อกนั ยาเหน็บลอยหลุดออกไป
4.2 เติมนา้ํ กลนั่ จาํ นวน 250 มิลลิลติ ร ลงในกระบอกแกว ใหญทีร่ องรบั ดา นลา ง เปด เครอื่ งทําความ
รอ น เพื่อใหอุณหภมู ขิ องนํ้าเทากับ 37ºซ
4.3 เปด สวิตซให basket เคล่อื นทข่ี น้ึ ลงดวยความเรว็ 38 รอบตอ นาที
4.4 จับเวลาที่ยาเหน็บแตละแทงหลอม หรือละลายหมดทั้งแทง โดยดูวาจะตองไมมีเศษ หรือ
ชน้ิ สวนใด ๆ ของยาเหน็บติดคางอยูบ นตะแกรงลวดของ basket
4.5 ยาเหนบ็ ที่ใชท ดสอบจาํ นวน 3 แทง ควรหลอมหรอื ละลายไดห มดภายใน 30 นาที
5. ศึกษาการปลดปลอยตัวยาจากยาเหนบ็
กอนท่ีตัวยาในยาเหน็บจะออกฤทธิ์เฉพาะที่ หรือถูกดูดซึมไปยังสวนตางๆ ของรางกายนั้น ตัวยา
จะตองถูกปลดปลอยจากยาพ้ืนยาเหน็บ ซ่ึงอัตราเร็วในการปลดปลอยตัวยาจากยาพื้นมีผลตอประสิทธิภาพ
ทางการรักษาของยาเหน็บ ชนิด และสมบัติของยาพ้ืนยาเหน็บมีความสําคัญอยางมากตออัตราเร็วในการ
ปลดปลอ ยตัวยาจากยาเหน็บ การศึกษาการปลดปลอยตวั ยาจากยาเหน็บในหลอดทดลองจึงมคี วามสาํ คัญ เพ่ือ
เปน แนวทางในการเลอื กใชยาพื้นยาเหน็บทเี่ หมาะสมตอไป วธิ กี ารทดสอบมดี ังน้ี
5.1 อุปกรณ ประกอบดวยหลอดแกวปลายเปดทั้งสองขาง ยาวประมาณ 2 น้ิว และมี
เสนผาศูนยกลางประมาณ 1.5 นิ้ว ปลายดานหนึ่งปดดวยเย่ือเซลโลเฟน ภายในหลอดแกวนี้มีนํ้าบรรจุอยู
15 มลิ ลลิ ิตร
106
5.2 นําหลอดแกวนี้จุมลงในบีกเกอรขนาด 1000 มิลลิลิตร (ภายในบีกเกอรมีน้ํากลั่นบรรจุอยู 900
มิลลิลติ ร และสารละลายเฟอรริคไนเตรท ความเขม ขน 1% จาํ นวน 50 มิลลิลติ ร) ใหป ลายหลอดแกวดา นทีป่ ด
ดวยเยื่อเซลโลเฟนจุมใตผิวหนาของนํ้าในบีกเกอรประมาณ 1 เซนติเมตร นําบีกเกอรแชไวในอางควบคุม
อณุ หภมู ิ 37ºซ
5.3 นํายาเหน็บที่ตองการทดสอบใสในหลอดแกว โดยใหยาเหน็บจมอยูใตผิวนํ้าในหลอดแกว
ปด บีกเกอรดว ยพลาสติกใส เพ่ือปอ งกนั การระเหยของนาํ้
5.4 คนนาํ้ ในบกี เกอรทุก 5 นาที และกอนทจี่ ะดูดสารละลายตวั อยา ง
5.5 ดูดสารละลายตวั อยาง (นํา้ ในบกี เกอร) ครง้ั ละ 5 มิลลิลิตร ที่เวลาตา งๆ คือ 5, 10, 15, 30, 60,
90 และ 120 นาที ตามลําดับ โดยเร่ิมจับเวลาหลังจากท่ีนํายาเหน็บใสลงในหลอดแกว และใหเติมสารละลาย
ใหมท ดแทน จํานวน 5 มลิ ลิลิตรทกุ ครั้งทีม่ กี ารดูดสารละลายตวั อยา งที่เวลาตา ง ๆ
5.6 นาํ ไปวดั คา การดูดกลืนแสง ทค่ี วามยาวคลืน่ 525 นาโนเมตร
5.7 คํานวณหาความเขมขน ของตวั ยา โดยอาศยั กราฟมาตรฐาน
ผลการทดลอง และสรุป
1. บันทกึ ขอ มูลทัง้ หมดในตาราง
2. เขียนกราฟระหวา งเปอรเซ็นตของยาทถ่ี ูกปลดปลอยจากยาเหน็บ เทยี บกบั เวลา
3. เปรียบเทียบ และวิจารณ ลักษณะของยาเหน็บ ความแข็ง ระยะเวลาที่ยาเหน็บหลอมละลาย และ
การปลดปลอยตัวยาจากยาเหน็บทีเ่ ตรียมจากยาพ้ืนชนดิ ตา ง ๆ สรุป และประเมินผลท่ีได
107
เอกสารอา นประกอบ
1. Dittert, L. W. ( 1974) . Sprowls’ American Pharmacy, 7th ed, J. B. Lippincott Company,
Philadelphia, pp. 279-296.
2. Lachman, L., Libernam, H.A. and Kanig, J.L. (1986). The Theory and Practice of Industrial
Pharmacy, 3rd ed, Lea and Febiger, Philadelphia, pp. 585-588.
3. Parrot, E.L. (1973). American Journal of Pharmaceutical Education, 37: 39.
4. Parrot, E. L. ( 1970) . Pharmaceutical Technology, Burgress Publishing, Minneapolis, pp. 386-
388.
ปรับปรุงและเรียบเรยี งโดย รองศาสตราจารย ดร.ภญ.พาณี ศริ ิสะอาด
บทที่ 13
งานมอบหมาย
วัตถปุ ระสงค :
เพ่ือใหนักศึกษานําทักษะการคนขอมูล และความรูที่เกี่ยวของกับยาเตรียมในระบบกระจายตัว มาใชใน
การพฒั นาสูตรตาํ รบั ยาเตรยี มท้ังในรูปยาเตรียมของเหลวและยาเตรียมกึ่งแข็ง และยาเตรียมของเหลวรูปแบบ
อ่นื ๆ
นักศึกษาจะไดร ับโจทยงานมอบหมายจากอาจารยป ระจํากลมุ และมีขอควรปฏิบตั ิ ดังนี้
1. คน ควาและรวบรวมขอมลู ที่เกย่ี วขอ งจากหนังสอื หรือเอกสารทางวิชาการ
2. เขียนแผนการทํางาน ประกอบดว ย สูตรตํารับ วธิ เี ตรียม สารเคมแี ละอปุ กรณทจี่ ําเปน ภาชนะบรรจุ
และฉลากยา
3. พบอาจารยประจํากลุม เพ่อื รายงานผลการคนขอมูลและขอความเห็นชอบแผนการทํางาน
4. ใหน ักศกึ ษาเขยี นแบบฟอรมเบิกสารเคมีหรืออุปกรณอ่ืนๆ ทไ่ี มม ใี นตูปฏิบัติการ ใหอ าจารยท ี่ปรึกษา
เซ็นช่ือทายแบบฟอรม และยื่นตอเจาหนาที่ประจําหองปฏิบัติการอยางนอย 3 วันทําการกอนวันปฏิบัติการ
โดยสามารถตรวจสอบรายการสารเคมแี ละอุปกรณท ี่มใี นหองปฏิบตั ิการกอ นการเบิกสาร
5. เขาปฏบิ ตั ิการตรงเวลา ตามวัน-เวลาทก่ี าํ หนดในตารางเรยี น
6. สง รายงานฉบับสมบูรณและผลิตภณั ฑ 1 สปั ดาหห ลงั จากปฏิบัตกิ าร
การทํารายงานใหใชภาษาอังกฤษ โดยมีแบบฟอรมการทํารายงานดังเอกสารท่ีจะแจงใน KC-Moodle
ของกระบวนวชิ า 465221 ตอไป
ภาคผนวก
110
ทกั ษะการเตรียมยาน้าํ สําหรับผปู ว ยเฉพาะรายจากยาแคปซูล
ลําดบั Check list คะแนน
1 คํานวณปริมาณเม็ดยาท่ีตอ งการใชไดถูกตอง 2
2 อา นฉลากกอนหยิบขวดยา 1
3 ใชช อนเขาตกั เมด็ ยา หรอื เทเม็ดยาออกจากขวดโดยตรง 1
ใสไ วในบกี เกอร กระจกนาฬิกา หรอื ฝาขวด (คะแนน 0 ใชมือหยบิ ได)
4 เทผงยาจากแคปซลู ลงในโกรงโดยตรง 1
5 ไมเ หลือผงยาตดิ คางในปลอกแคปซูล 1
6 หยด wetting agent ที่เหมาะสมลงบนผงยา 1
7 จบั โกรง และลูกโกรงดว ยเทคนคิ ทถ่ี ูกตอ ง 1
8 บดผสมผงยากบั wetting agent ในโกรง จนผงยาเปย กพอดี ไมเหลวหรือแหงไป 1
9 เพสตท ี่ไดมีเน้ือเนียน 1
10 คาํ นวณปริมาณน้าํ กระสายยาทต่ี องการใชใ นตํารับ และคาํ นวณปรมิ าณ ¾ ของ 1
น้ํากระสายยาท่ีตองการนน้ั
11 ตวงนา้ํ กระสายยาใหมปี ริมาตร ¾ ตามตองการ ดว ยทักษะการตวงทถ่ี ูกตอง 2
ไดแ ก
- อา นฉลากครบ 3 ครั้ง (0.5 คะแนน) 1
- อานปริมาตรในระดับสายตา (0.5 คะแนน)
- ปริมาตรถกู ตอ งตามทีต่ องการ (1 คะแนน) 1
12 คอยๆ เติมนํ้ากระสายยาลงบนผงทีเ่ ปย กแลวในโกรง
- โดยแบงเตมิ มากกวา 1 ครั้ง (0.5 คะแนน) 1
- ทิง้ ระยะเวลาใหข องเหลวไหลลงสกู ระบอกตวงอยางสมบูรณในครงั้ 1
สดุ ทา ย (0.5 คะแนน) 1
13 บดผสมใหผ งยากระจายตัวเปนเนือ้ เดียวกันทุกครง้ั กอ นเตมิ นํ้ากระสายยาครงั้ 1
ตอ ไป โดยผงยากระจายตวั สม่ําเสมอเปน เนื้อเดยี วกัน 1
14 ถา ยยานํา้ แขวนตะกอนท่ีไดจ ากโกรง ลงในกระบอกตวงขนาดที่เหมาะสม 20
15 โดยไมห กเลอะเทอะ
16 กลวั้ โกรง ดวยน้ํากระสายยาทเี่ หลอื อยางนอยสองครัง้
17 ปรบั ปริมาตรใหครบตามสูตรตาํ รบั
18 ถายยานํ้าแขวนตะกอนจากกระบอกตวงใสล งในบีกเกอร คนผสมใหเขา กัน
คะแนนรวม
111 คะแนน
1
ทกั ษะการช่ังยาพ้นื 1
1
ลําดับ Check list 0.5
1 ใชกระดาษไขซอนกระดาษขาว 0.5
2 พบั กระดาษชัง่ แบบกระทง 0.5
3 เขยี นชื่อ-นํา้ หนกั สารท่ีถูกตองบริเวณสวนบนหรอื ดา นขา ง 0.5
4 กด tare เครอ่ื งชั่งใหเปน 0 1
5 วางกระทงบนจานชั่ง และกด tare อีกคร้ัง 0.5
6 อานฉลากกอนหยิบกระปองสาร เปดฝา และวางฝาหงายบนโตะ 2
7 อา นฉลากอกี คร้ังกอ นตักสาร 0.5
8 ใช spatula 2 อนั หรือ spatula กับแทงแกวในการตักสารใสก ระดาษชง่ั 0.5
9 ไมใ ช spatula กดลงบนเครื่องชงั่ ขณะชง่ั 0.5
10 ชัง่ ไดนํา้ หนกั ท่ีตอ งการ 10
11 ยกกระดาษชัง่ ลง และกด tare
12 ปด ฝากระปอง อานฉลาก และเก็บเขา ที่
13 มคี วามสะอาด ไมหกเลอะเทอะ
คะแนนรวม
112
ทักษะการผสมผงยาเขา กับยาพื้น
ลาํ ดบั Check List คะแนน
1 วาง slab ใหร าบกบั พืน้ โตะโดยใหสลกั ไมแนบชิดกบั ขอบโตะตลอดการเตรยี มยา 1
2 ใช spatula ปาดยาพน้ื วางไวตรงมุมของ slab ดานบน ซา ยหรอื ขวาตรงขา มกับดานท่ี 1
ถนัด
3 เทผงยาลงตรงกลาง slab 1
4 เลือกใช levigating agent ท่ถี ูกตอง หยดลงบนผงยา 1
5 ใหจ บั spatula ดวยมือทถี่ นัด ในลกั ษณะควาํ่ มือ นว้ิ ช้ที าบไป ตามแผน spatula 0.5
6 ใชม อื ขางท่ีไมถ นัดจับดามของ slab 0.5
7 บดผสมผงยากบั levigating agent จนไดเพสตเ นื้อเนยี น ไมแหง หรอื เหลวเกนิ ไป 1
8 ใช spatula แบงยาพน้ื ปริมาณพอๆ กบั ตัวยา (ทเี่ ปนเพสต) บดผสมจนเปนเนือ้ 1
เดยี วกนั กอนผสมสวนถดั ไป ดวยวิธี Geometric dilution technique
9 ปาดผงยาเปนฟลม บางๆ เพื่อตรวจสอบความสมํา่ เสมอของตาํ รับ 1
10 ไดตํารับที่มีลกั ษณะเน้ือเนียน ไมม ตี วั ยาเปน เม็ดๆ 1
11 ความสะอาด/ไมเลอะเทอะมาก 1
คะแนนรวม 10