The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เสน่ห์ อัศวมงคล, 2023-11-25 21:13:51

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


371.42 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ส 691 น แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ กรุงเทพฯ : สกศ., 2564 86 หน้า ISBN : 978-616-270-307-2 1. แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. ชื่อเรื่อง แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สิ่งพิมพ์สกศ. อันดับที่ 41/2564 ISBN 978-616-270-307-2 พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2564 จำนวนพิมพ์ 1,000 เล่ม พิมพ์เผยแพร่โดย กลุ่มมาตรฐานการศึกษา สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 99/20 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์: 0 2668 7123 ต่อ 2528, 2530 โทรสาร : 0 2243 1129 Web site : www.onec.go.th พิมพ์ที่ บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด 90/6 ซอยจรัญสนิทวงศ์34/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทรศัพท์0 2424 3249 0 2424 3252 โทรสาร 0 2424 3249 0 2424 3252


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (3) คำนำ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ดำเนินโครงการวิจัยและ พัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียนสำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้นใน ปีงบประมาณ 2563 - 2564 โดยร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการทดลองใช้กรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถม ศึกษาปีที่ 4 - 6 สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งผลผลิต ในการดำเนินโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 3 รายการดังนี้ 1) รายงานการ วิจัย ผลการทดลองใช้กรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ครอบคลุมสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับ ประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษา) และ 3) คู่มือ แนวทางการนำกรอบ สมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนา ผู้เรียน จากผลผลิตดังกล่าว จึงได้รวบรวมและจัดทำเป็นเอกสาร แนวทาง การพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วง เปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่มีความสมบูรณ์และเข้าใจได้ง่าย มากยิ่งขึ้น เอกสาร แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ฉบับนี้ เป็นเอกสารที่ประกอบไปด้วยเนื้อหาสาระการพัฒนากรอบสมรรถนะหลัก ของผู้เรียน สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน การนำกรอบสมรรถนะฯ ไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอน ความเชื่อมโยงและแนวทางการนำสมรรถนะหลักไปสู่การออกแบบและ


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (4) การจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ รวมทั้งการประเมินสมรรถนะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์และสามารถใช้เป็นแนวทางสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมให้แก่ครูผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียน การสอนและพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่จะช่วยพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า สร้างความได้เปรียบ ในการแข่งขันและยืนหยัดได้ในเวทีโลกภายใต้ระบบเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิรูปหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดประเมินผลของการศึกษาไทย และพัฒนาให้เด็กไทยมีสมรรถนะ ที่พึงประสงค์ต่อไป (นายอำนาจ วิชยานุวัติ) เลขาธิการสภาการศึกษา


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (5) สารบัญ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (6) ตอนที่1 กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษา 2 ขั้นพื้นฐานคืออะไร ? ตอนที่2 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับ 6 การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยการออกแบบหลักสูตร สถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอน เราจะพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนได้อย่างไร ? 7 2.1 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียน 7 ด้วยการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา 2.2 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียน 16 ด้วยการออกแบบการเรียนการสอน ตอนที่3 การประเมินสมรรถนะ 59 การประเมินสมรรถนะมีลักษณะอย่างไร 60 บรรณานุกรม 72 รายชื่อผู้เรียบเรียงเอกสารและคณะทำงาน 74


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (6) บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ในช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐานไปสู่หลักสูตรฐาน สมรรถนะในอนาคต การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจำเป็นต้องดำเนินการ ปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เอกสารฉบับนี้จึงได้นำเสนอแนวทาง การพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม และมีความเป็นไปได้ในการดำเนินการ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของผลการวิจัย ในการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนและการทดลองใช้ กรอบสมรรถนะผู้เรียนสำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จากผลการวิจัย ดังกล่าวทำให้ได้แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานผ่านการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียน การสอน ดังนี้ ● แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนด้วยการออกแบบ หลักสูตรสถานศึกษา การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนต้องออกแบบให้ สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency - based Curriculum) โดยการพิจารณากำหนดสมรรถนะในหลักสูตร สถานศึกษา และกำหนดองค์ประกอบของหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ (1) เป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา (2) โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา อันประกอบด้วยรายวิชาหรือกิจกรรม โครงสร้างเวลาเรียน (3) แนวทางการ


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (7) จัดกิจกรรมการเรียนรู้และ (4) การประเมินผลเพื่อสำเร็จการศึกษาตาม หลักสูตร โดยเชื่อมโยงการนำกรอบสมรรถนะหลักไปใช้ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน นี้การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาสามารถทำได้ใน 2 ลักษณะ ดังนี้ (1) การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาที่นำกรอบสมรรถนะไปใช้ ร่วมกับหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard - based Curriculum) ด้วยการสอดแทรกรายละเอียดที่เป็นจุดเน้นของโรงเรียนและสมรรถนะหลัก ที่กำหนดไว้ในรายวิชาพื้นฐาน โดยระบุตัวชี้วัดชั้นปีของรายวิชาให้ครบถ้วน ตามที่หลักสูตรกำหนดไว้ออกแบบรายวิชาเพิ่มเติมและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ต้องการ โดยกำหนดผลการเรียนรู้ ของรายวิชาหรือกิจกรรมให้สอดคล้องกับสมรรถนะหลัก (2) การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาที่นำกรอบสมรรถนะไปใช้ ร่วมกับหลักสูตรที่อิงบริบทเป็นฐาน (Context - based Curriculum) ผู้พัฒนาหลักสูตรสามารถใช้จุดเน้นของโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นของ กระบวนการทำงาน โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน ได้แก่ ปรัชญา วิสัยทัศน์พันธกิจ จุดมุ่งหมายในการจัดการศึกษา และเป้าหมาย ของหลักสูตรสถานศึกษา แล้วจึงกำหนดองค์ประกอบต่าง ๆ โดยเชื่อมโยง กรอบสมรรถนะหลักให้ครบถ้วน ทั้งนี้ หากโรงเรียนมีจุดเน้นที่สอดคล้อง สัมพันธ์กับสมรรถนะหลักตัวใดตัวหนึ่งเป็นการเฉพาะ ผู้พัฒนาหลักสูตร สามารถกำหนดค่าน้ำหนักหรือจัดสรรเวลาในโครงสร้างของหลักสูตรเพื่อ พัฒนาสมรรถนะด้านนั้น ๆ ให้กับผู้เรียนมากกว่าสมรรถนะด้านอื่น ๆ ได้


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (8) ● แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนด้วยการออกแบบ การเรียนการสอน ในการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนโดยใช้กรอบสมรรถนะหลัก สำหรับผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในที่นี้ ได้นำเสนอโดยจัดกลุ่ม แนวทางเป็น 3 กลุ่มตามลำดับการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรอิงมาตรฐาน ไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อเป็นทางเลือกแก่สถานศึกษาในการนำไปใช้ ออกแบบการจัดการเรียนการสอนตามความพร้อม จุดเน้น และตามบริบท ของสถานศึกษาที่แตกต่างกัน ดังนี้ กลุ่มที่ 1: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียน บนฐานหลักสูตรอิงมาตรฐาน ประกอบด้วย 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 : ใช้งานเดิม เสริมสมรรถนะ และแนวทางที่ 2 : ใช้งานเดิม ต่อเติมสมรรถนะ แนวทางในกลุ่มนี้เหมาะสมสำหรับใช้จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษา ที่ยังใช้หลักสูตรเดิมที่มีลักษณะเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน หรือสำหรับ ผู้ที่สนใจและเพิ่งเริ่มต้นจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ เนื่องจากมีลักษณะ ที่อิงกับวิธีคิดในการออกแบบการเรียนการสอนเช่นเดิมเป็นหลัก ไม่แตกต่าง ไปจากที่ได้ดำเนินการอยู่มากนัก แนวทางในกลุ่มนี้เป็นการออกแบบ การจัดการเรียนการสอนจากการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้เดิม โดยมีมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นปีที่ครูกำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้เดิมใน การเรียนการสอนปกติแล้วนำมาปรับปรุงพัฒนาวิเคราะห์สมรรถนะ ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน โดยการเพิ่มสมรรถนะเข้ามาบูรณาการในการ จัดการเรียนการสอนไปพร้อมกัน


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (9) กลุ่มที่ 2: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนโดยอิง ฐานสมรรถนะหรือหลักสูตรอิงมาตรฐาน ประกอบด้วย 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่3 : ใช้รูปแบบการเรียนรู้สู่การพัฒนาสมรรถนะ และ แนวทางที่4 : สมรรถนะเป็นฐาน ผสานตัวชี้วัด แนวทางในกลุ่มนี้เหมาะสำหรับ การจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาที่ยังคงใช้หลักสูตรเดิมที่มีลักษณะ เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน หรือสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษา ฐานสมรรถนะก็ได้เช่นกัน เนื่องจากมีลักษณะที่ยืดหยุ่น สามารถปรับใช้ได้ ตามบริบทของสถานศึกษา ครูผู้สอนสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้โดย ตั้งต้นจากมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดชั้นปีหรือเริ่มต้นจากการกำหนด สมรรถนะของผู้เรียนที่ต้องการโดยอิงจากกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน กลุ่มที่ 3: การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐาน สมรรถนะ ประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 5 : บูรณาการ ผสานหลายสมรรถนะ แนวทางที่ 6 : สมรรถนะชีวิตในกิจวัตรประจำวัน แนวทางที่ 7 : การเรียนรู้สมรรถนะแบบผสมผสาน (Hybrid Competency Learning) และแนวทางที่ 8 : เชื่อมงาน ประสานการเรียนรู้สู่การพัฒนา สมรรถนะทั้งโรงเรียน (Whole - School Learning) แนวทางในกลุ่มนี้ เหมาะสำหรับใช้จัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการจัด การศึกษาฐานสมรรถนะเป็นหลัก เป็นการออกแบบการจัดการเรียนการสอน ฐานสมรรถนะ (Competency - based Instruction: CBI) ซึ่งเป็น การพัฒนาผู้เรียนโดยใช้สมรรถนะเป็นฐานในลักษณะการเรียนรู้แบบบูรณาการ ผ่านงาน สถานการณ์หรือชีวิตประจำวัน


แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (10) ส่วนการประเมินสมรรถนะเป็นการประเมินที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน มุ่งเน้นการประเมิน ความสามารถที่เป็นองค์รวมในลักษณะการประเมินการปฏิบัติ(Performance Assessment) ว่าผู้เรียน “ทำได้” บรรลุตามเกณฑ์ความสำเร็จ (Performance Criteria) ที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งมักเกิดขึ้นในลักษณะของการประเมินผลรวม (Summative Assessment) และมักอยู่ในลักษณะของ การประเมินตาม สภาพจริง (Authentic Assessment) ส่วนการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) เป็นไปเพื่อรวบรวมสารสนเทศไปใช้ในการ วินิจฉัย ส่งเสริมความรู้ทักษะ คุณลักษณะต่าง ๆ ตลอดจนสมรรถนะย่อย ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะหลักที่สำคัญจำเป็นแก่ผู้เรียน


ตอนที่ 1 กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


2 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนจำเป็นต้องมีเป้าหมายด้านสมรรถนะ ที่ชัดเจน ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้ดำเนินการพัฒนา กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนสำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมา อย่างต่อเนื่องจนได้เป็น “กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน” ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญที่เด็กและเยาวชนไทยต้องได้รับการ พัฒนาในช่วงเวลา 12 ปีของการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ก้าวทันและดำรงชีวิต ได้อย่างมีคุณภาพในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กไทยมี คุณลักษณะของคนไทยที่สมบูรณ์อันประกอบไปด้วยคนไทยที่ดีมีคุณธรรม และความสุข คนไทยที่มีความสามารถสูง และพลเมืองไทยที่ใส่ใจสังคมและ มีจิตสำนึกสากล บนพื้นฐานของการเป็นคนไทยที่ฉลาดรู้สมรรถนะหลัก ที่สำคัญนี้ประกอบด้วยสมรรถนะหลักของผู้เรียน (Student Core Competency) 7 ประการ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากสมรรถนะในความฉลาด รู้พื้นฐาน (Competencies in Basic Literacy) 4 ประการ และค่านิยมร่วม และคุณธรรม เพื่อการเป็นพลเมืองไทยในฐานะพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ ในโลกอนาคต กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คืออะไร ?


(3) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สมรรถนะหลักของผู้เรียน 7 ประการ สมรรถนะที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเป็นคนไทยที่ดี มีคุณธรรม และมีความสุข (1) สมรรถนะหลักด้านทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน (2) สมรรถนะหลักด้านทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ สมรรถนะที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเป็นคนไทยที่มีความสามารถสูง (3) สมรรถนะหลักด้านการคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม (4) สมรรถนะหลักด้านการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (5) สมรรถนะหลักด้านการสื่อสาร สมรรถนะที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองไทยที่ใส่ใจสังคม และมีจิตสำนึกสากล (6) สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ (7) สมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองตื่นรู้ที่มีสำนึกสากล ค่านิยมร่วม : ความเพียรอันบริสุทธิ์ความพอเพียง ความเท่าเทียม เสมอภาค วิถีประชาธิปไตย คุณธรรม : ลักษณะนิสัยและคุณธรรมพื้นฐานที่เป็นความดีงาม เช่น ความมีวินัย ความขยัน ความซื่อสัตย์ความรับผิดชอบ ฯลฯ สมรรถนะที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเป็นคนไทยฉลาดรู้ (1) สมรรถนะหลักด้านภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร (2) สมรถนะหลักด้านภาษาอังกฤษ/ภาษาต่างประทศ เพื่อการสื่อสาร (3) สมรรถนะหลักด้านคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน (4) สมรรถนะหลักด้านการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และ จิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะหลักของผู้เรียน 7 ประการ สมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐาน 4 ประการ สมรรถนะหลักของผู้เรียนข้างต้นสามารถพัฒนาได้ผ่านการศึกษา สาระวิชาหรือศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ การกำหนดขอบข่ายการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์และกิจกรรม ตลอดจนการเรียนรู้ผ่านประเด็นสำคัญ ในปัจจุบัน และการเรียนรู้จากบริบทต่าง ๆ


4 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ


(5) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ


6 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตอนที่ 2 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอน


(7) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ในที่นี้ ขอนำเสนอแนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียน ทั้งในระดับของการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา และในระดับของ การออกแบบการเรียนการสอน ดังนี้ เราจะพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนได้อย่างไร ? 2.1 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของ ผู้เรียนด้วยการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรสถานศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนและ ดำเนินการจัดการศึกษาให้เกิดผลลัพธ์บรรลุตามความมุ่งหวังหรือจุดเน้น ของโรงเรียน (School Concept) หากโรงเรียนมีจุดเน้นในการส่งเสริม สมรรถนะสำคัญแก่ผู้เรียน การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน ย่อมต้องออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบหลักสูตร ฐานสมรรถนะ (Competency - based Curriculum) โดยการพิจารณา กำหนดสมรรถนะในหลักสูตรสถานศึกษา และกำหนดองค์ประกอบของ หลักสูตรสถานศึกษา โดยเชื่อมโยงการนำกรอบสมรรถนะหลักไปใช้


8 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตัวอย่างเช่น สถานศึกษาแห่งหนึ่งมีจุดเน้นในการพัฒนาทักษะ การคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม จึงได้กำหนดองค์ประกอบสำคัญ ของหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ (1) เป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา (2) โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา อันประกอบด้วยรายวิชาหรือกิจกรรม โครงสร้างเวลาเรียน (3) แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ (4) การ ประเมินผลเพื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ให้ปรากฏการเชื่อมโยง สมรรถนะด้านดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน ดังภาพ ภาพที่ 1 ตัวอย่างการเชื่อมโยงสมรรถนะ “ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม” กับองค์ประกอบของหลักสูตร


(9) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำหรับการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาโดยนำกรอบ สมรรถนะหลักไปใช้สามารถออกแบบได้ใน 2 ลักษณะ ดังนี้ (1) การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาที่นำกรอบสมรรถนะไปใช้ ร่วมกับหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard - Based Curriculum) โดยกำหนดสิ่งที่เป็นจุดเน้นของโรงเรียนและสมรรถนะหลักไว้ในรายวิชา พื้นฐาน รายวิชาเพิ่มเติม ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งเน้นการพัฒนา ผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ต้องการ แม้ว่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐานจะเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน ซึ่งมีการกำหนดสาระ มาตรฐาน และ ตัวชี้วัดชั้นปีเอาไว้แล้วอย่างชัดเจน ผู้พัฒนาหลักสูตรสามารถสอดแทรก รายละเอียดที่เป็นจุดเน้นของโรงเรียนและสมรรถนะหลักที่กำหนดไว้ใน รายวิชาพื้นฐานได้ โดยระบุตัวชี้วัดชั้นปีของรายวิชาให้ครบถ้วนตามที่ หลักสูตรกำหนดไว้ รวมทั้งสามารถกำหนดผลการเรียนรู้ (Learning Outcome) ของรายวิชาเพิ่มเติมหรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างอิสระ ให้สอดคล้องกับสมรรถนะหลัก เพียงแต่การกำหนดรายวิชาตามโครงสร้าง หลักสูตรสถานศึกษาอาจทำได้อย่างจำกัด เนื่องด้วยความจำเป็นที่ต้องคงไว้ ตามโครงสร้างหลักสูตรที่หลักสูตรแกนกลางกำหนด เช่น สัดส่วนจำนวน ชั่วโมงที่ยังคงยึดตามโครงสร้างที่ระบุไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ดังตัวอย่าง


10 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตารางที่ 1 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาที่นำสมรรถนะทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรมไปใช้ ร่วมกับหลักสูตรอิงมาตรฐาน หมายเหตุ *รายวิชาและกิจกรรมที่กำหนดไว้สำหรับการพัฒนาสมรรถนะทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรมสำหรับผู้เรียน


(11) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (2) การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาที่นำกรอบสมรรถนะไปใช้ ร่วมกับหลักสูตรที่อิงบริบทเป็นฐาน (Context - Based Curriculum) ผู้พัฒนาหลักสูตรสามารถใช้จุดเน้นของโรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้นของ กระบวนการทำงาน โดยเริ่มต้นจากกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ของโรงเรียน ได้แก่ ปรัชญาโรงเรียน วิสัยทัศน์ พันธกิจ จุดมุ่งหมายในการ จัดการศึกษา และเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา เมื่อผู้พัฒนาหลักสูตร ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนแล้ว จึงกำหนดองค์ประกอบ ของหลักสูตรสถานศึกษาโดยการเชื่อมโยงกรอบสมรรถนะให้ครบถ้วน ทั้งนี้ หากโรงเรียนมีจุดเน้นที่สอดคล้องสัมพันธ์กับสมรรถนะหลักตัวใดตัวหนึ่ง เป็นการเฉพาะ ผู้พัฒนาหลักสูตรสามารถกำหนดค่าน้ำหนักหรือจัดสรรเวลา ในโครงสร้างของหลักสูตรเพื่อพัฒนาสมรรถนะด้านนั้น ๆ ให้กับผู้เรียน มากกว่าสมรรถนะด้านอื่น ๆ ได้ ตัวอย่างที่ 1 หมายเหตุ *รายวิชาและกิจกรรมที่กำหนดไว้สำหรับการพัฒนาสมรรถนะทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรมสำหรับผู้เรียน ตารางที่ 2 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาที่นำสมรรถนะทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรมไปใช้ ร่วมกับหลักสูตรที่อิงบริบทเป็นฐาน


12 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าสถานศึกษามุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม จึงกำหนดโครงสร้างหลักสูตรให้มี รายวิชาหรือกิจกรรมที่จะพัฒนาสมรรถนะด้านดังกล่าวในหลายส่วน เช่น การคิดคำนวณและวิทยาศาสตร์รอบตัว สังคมและความเป็นมนุษย์ เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน และโลกของงานและการประกอบอาชีพ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการพิจารณาเลือกสมรรถนะมาใช้ในหลักสูตร สถานศึกษาจำเป็นต้องอ้างอิงจากจุดเน้นของโรงเรียน แต่ความเป็นจริงแล้ว ในการออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาควรกำหนดสมรรถนะทุกด้าน ให้ครบถ้วนตามที่หลักสูตรส่วนกลางหรือส่วนงานบังคับบัญชากำหนด เนื่องจากสมรรถนะหลักทุกด้านมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษาจำเป็นต้องพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ ที่สมบูรณ์จึงต้องกำหนดสมรรถนะให้ครบถ้วนทุกด้าน แต่การให้น้ำหนัก สมรรถนะแต่ละด้านอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจุดเน้นของโรงเรียน ยกตัวอย่างเช่น หากจุดเน้นของโรงเรียนมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะการคิด ขั้นสูงและนวัตกรรมให้กับผู้เรียน น้ำหนักที่ปรากฏในรายวิชาในหลักสูตร สถานศึกษาย่อมต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กับสมรรถนะด้านดังกล่าวมากกว่า สมรรถนะด้านอื่น ๆ เป็นต้น


(13) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตัวอย่างที่ 2 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสุจิปุลิ จ.ฉะเชิงเทรา โรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและ ภาวะผู้นำแก่ผู้เรียน โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียนว่า มุ่งพัฒนาให้เด็ก มีสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในโลกอนาคตได้อย่างมีความสุข และได้ออกแบบหลักสูตรโดยการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน มาออกแบบรายวิชาและจัดเป็น 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่ม สาระการเรียนรู้หลักพื้นฐาน มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะหลักในความฉลาดรู้ พื้นฐาน (basic literacy) 4 ประการ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาจีน กลุ่มที่ 2 กลุ่มสาระเพื่อการพัฒนา ทักษะและชีวิตของผู้เรียน มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตและความเป็นผู้นำ ตามจุดเน้นของโรงเรียน ได้แก่ ดนตรี วิทยาการคำนวณ ว่ายน้ำ อุปนิสัย 7 ประการของผู้ประสบความสำเร็จ (7 Habits) และการคิดเชิงออกแบบ และกลุ่มที่ 3 กลุ่มการเรียนรู้แบบบูรณาการตามขอบข่ายที่มุ่งเน้นการพัฒนา สมรรถนะหลักสำคัญจำเป็น 7 ประการ บูรณาการผ่านงานหรือสถานการณ์


14 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ต่าง ๆ ในชีวิตของผู้เรียนภายใต้ขอบข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้แก่ ขอบข่าย การเรียนรู้ด้านสุขภาวะกายและจิต ขอบข่ายการเรียนรู้ด้านภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม ขอบข่ายการเรียนรู้ด้านโลกของงานและการประกอบอาชีพ ขอบข่ายการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ขอบข่ายการเรียนรู้ด้านสังคมและความเป็นมนุษย์ ตารางที่ 3 โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสุจิปุลิ จ.ฉะเชิงเทรา


(15) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นว่า การออกแบบหลักสูตรสถานศึกษา ฐานสมรรถนะสามารถทำได้ในหลายลักษณะ ซึ่งแตกต่างกันไปตามบริบท และจุดเน้นของแต่ละสถานศึกษา ในส่วนของหลักสูตรระดับมัธยมศึกษา ควรพิจารณากำหนด ค่าน้ำหนัก โดยให้ความสำคัญกับสมรรถนะหลักทั้ง 7 ประการมากขึ้น สำหรับ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัด และความสนใจเพื่อต่อยอดสู่การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต สามารถเพิ่มเติมโดยมุ่งเน้นการพัฒนา สมรรถนะเฉพาะ (Specific Competency) ซึ่งเป็นสมรรถนะเฉพาะวิชา/สาขาวิชา มีลักษณะเป็น “ทักษะ” (Skill) ที่จำเป็นสำหรับวิชานั้น ๆ โดยเพิ่มเติมให้มีความเหมาะสม กับโปรแกรมการเรียนของผู้เรียน เช่น ในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีสมรรถนะ ทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ ทั้งนี้ เมื่อผู้สอนได้วิเคราะห์สมรรถนะเฉพาะ ของศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะพบว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ สมรรถนะหลักที่กำหนดไว้ เช่น สมรรถนะด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับสมรรถนะการคิดขั้นสูง ดังนั้น ในการพัฒนา สมรรถนะเฉพาะ จะถือว่าเป็นการพัฒนาสมรรถนะหลักไปพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับ ครูผู้สอนที่มุ่งเน้นการกำหนดวัตถุประสงค์ การออกแบบกิจกรรม และ การประเมินสมรรถนะด้านใดเป็นสำคัญ


16 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่เป็นหลักสูตรอิงมาตรฐานไปสู่การใช้หลักสูตร ฐานสมรรถนะ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจำเป็นต้องมีวิธีดำเนินการ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ในที่นี้ จึงได้จัดกลุ่มแนวทางการพัฒนาสมรรถนะของ ผู้เรียนเป็น 3 กลุ่ม โดยใช้กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานตามลำดับการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรอิงมาตรฐานมาสู่หลักสูตร ฐานสมรรถนะ ดังภาพ ทั้งนี้การนำเสนอแนวทางดังกล่าวเป็นการเสนอ ทางเลือกสำหรับสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการนำสมรรถนะไปสู่การ จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนตามความพร้อมและจุดเน้นตามบริบทของ สถานศึกษาที่แตกต่างกัน ในช่วงระยะเวลาระหว่างการก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลง ไปสู่การใช้หลักสูตรแกนกลางฐานสมรรถนะระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างเต็มรูปแบบต่อไป 2.2 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของ ผู้เรียนด้วยการออกแบบการเรียนการสอน


(17) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ภาพที่ 2 แนวทางการนำกรอบสมรรถนะหลักมาสู่การพัฒนาผู้เรียน จัดกลุ่มตามลำดับการเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตรอิงมาตรฐานมาสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สมรรถนะ เป็นความสามารถที่เป็นผลรวมของความรู้ทักษะ และคุณลักษณะหลายส่วนเข้าด้วยกัน ครูจึงไม่สามารถประเมินผลได้อย่างชัดเจนภายในเวลาเพียง 1 – 2 บทเรียน/หน่วยการเรียนรู้หากแต่ สมรรถนะของผู้เรียนจะพัฒนาขึ้นเมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงได้ลงมือกระทำผ่านกิจกรรม การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ผสมผสานกันระหว่างสาระความรู้กระบวนการ คุณลักษณะที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ครูจะสามารถประเมินได้ว่าผู้เรียนมีสมรรถนะนั้น ๆ การสอนแบบบูรณาการ เป็นแนวทางการสอนที่ให้ความสำคัญกับความสนใจ และความต้องการจำเป็นของผู้เรียนในชีวิตจริงเป็นสำคัญ จึงอาจมีการปรับเพิ่มหรือลด เนื้อหาสาระ กิจกรรม สื่อ และวิธีการวัดผลประเมินผล หลังจากสอนไปสักระยะ ซึ่งครูสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม


18 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ รายละเอียดของแนวทางการดำเนินการในการนำกรอบสมรรถนะ หลักสู่การพัฒนาผู้เรียนในแต่ละกลุ่ม ดังนี้ การนำกรอบสมรรถนะหลัก สู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐานหลักสูตรอิงมาตรฐาน แนวทางในกลุ่มนี้เป็นการออกแบบการจัดการเรียนการสอนจากการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัด การเรียนรู้เดิม โดยมีมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นปีที่ครูกำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้เดิมในการเรียนการสอนปกติ แล้วนำมาปรับปรุงพัฒนาวิเคราะห์สมรรถนะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน โดยการเพิ่มสมรรถนะเข้ามาบูรณาการ ในการจัดการเรียนการสอนไปพร้อมกัน ดังรายละเอียดของแต่ละแนวทาง ดังนี้ แนวทางนี้เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ สอดแทรกสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทเรียน โดยระบุเป็นวัตถุประสงค์การเรียนรู้ คิดกิจกรรม เสริมลงไปในแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่ได้ เปลี่ยนแปลงแผนการสอนเดิม เพื่อให้ผู้เรียนได้ พัฒนาสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ และเกิดสมรรถนะที่ ต้องการไปพร้อมกับการเรียนเนื้อหาและทักษะ ตามปกติ ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. เลือกและระบุสมรรถนะที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ 2. คิดกิจกรรมที่เสริมสร้างสมรรถนะ บูรณาการ ในกิจกรรมเดิม 3. ปรับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุม สมรรถนะ 4. ระบุวิธีวัดและประเมินสมรรถนะเพี่มเติม แนวทางนี้เป็นการพัฒนาการจัดการเรียน รู้เดิมของครู สู่การเน้นสมรรถนะที่มากขึ้นจาก งานเดิม โดยขยายต่อยอดออกแบบงานหรือ สถานการณ์ถึงขั้นการฝึกฝนการนำความรู้ ทักษะ และเจตคติไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ ที่หลากหลาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะใน เรื่องที่เรียนรู้นั้นได้มากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนการสอนเดิมว่า ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะและเจตคติ ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร 2. เลือกสถานการณ์ที่คิดว่าผู้เรียนจะได้ฝึกฝน ทักษะและออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกใช้ ความรู้ ทักษะ และเจตคติในสถานการณ์นั้น ๆ 3. ปรับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุม สมรรถนะ 4. ระบุวิธีวัดและประเมินสมรรถนะเพิ่มเติม แนวทางที่ 1 : ใช้งานเดิม เสริมสมรรถนะ แนวทางที่ 2 : ใช้งานเดิม ต่อเติมสมรรถนะ กลุ่มที่ 1


(19) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การนำกรอบสมรรถนะหลักสู่การพัฒนาผู้เรียน โดยอิงฐานสมรรถนะและหลักสูตรอิงมาตรฐาน ครูผู้สอนสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้บนฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ซึ่งเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน โดยตั้งต้นจากมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี หรือเริ่มต้นจากกำหนด สมรรถนะของผู้เรียนที่ต้องการโดยอิงกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน ครูผู้สอนวิเคราะห์ความสอดคล้องของ สมรรถนะและตัวชี้วัดชั้นปีมาใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนบูรณาการกิจกรรมพัฒนาร่วมกัน เพื่อให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาสาระและทักษะตามที่ตัวชี้วัดกำหนดไปพร้อมกับการพัฒนาสมรรถนะหลักที่จำเป็นต่อชีวิต แนวทางนี้เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มี การนำรูปแบบการเรียนรู้หรือนวัตกรรมการ สอนที่ใช้อยู่เดิมมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับ สมรรถนะที่สอดคล้องกัน และเพิ่มเติมกิจกรรม ที่สามารถช่วยพัฒนาสมรรถนะนั้นให้เพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน อันจะส่งผลให้การเรียนการสอนตาม รูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. เลือกรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ 2. ศึกษารูปแบบการเรียนรู้ที่เลือกไว้ให้เข้าใจ ทั้งหลักการ วิธีการ จุดอ่อนและจุดแข็ง 3. พิจารณากระบวนการ/กิจกรรมตามรูปแบบ การเรียนรู้ที่กำหนดและเลือกสมรรถนะที่ สามารถนำมาบูรณาการร่วมได้ 4. ปรับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ครอบคลุม สมรรถนะ 5 เพิ่มเติมวิธีการวัดและประเมินสมรรถนะที่ บูรณาการ แนวทางนี้เป็นการจัดการเรียนรู้โดยนำ สมรรถนะที่ต้องการพัฒนาเป็นตัวตั้งและ นำตัวชี้วัดที่สอดคล้องกันมาออกแบบการสอน ร่วมกัน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาสาระ และทักษะตามที่ตัวชี้วัดกำหนดไปพร้อม ๆ กันกับ การพัฒนาสมรรถนะหลักที่ต้องการ ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. กำหนดสมรรถนะที่ต้องการพัฒนาผู้เรียน 2. พิจารณาเนื้อหา สาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร และตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับสมรรถนะที่เลือก 3. ออกแบบแผนการจัดการเรียนการสอนที่ เสริมสร้างสมรรถนะให้ผู้เรียน และเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ 4. กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ และกิจกรรม ให้ครอบคลุมสมรรถนะ โดยเน้นการสอนเชิงรุก 5. วางแผนการประเมินผลโดยเน้นสภาพจริง และตอบรับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น แนวทางที่ 3 : ใช้รูปแบบการเรียนรู้ สู่การพัฒนาสมรรถนะ แนวทางที่ 4 : สมรรถนะเป็นฐาน ผสานตัวบ่งชี้ กลุ่มที่ 2


20 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การนำกรอบสมรรถนะหลัก สู่การพัฒนาผู้เรียนบนฐานสมรรถนะ แนวทางในกลุ่มนี้เป็นการออกแบบการจัดการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ (Competency - based Instruction: CBI) ซึ่งเป็นการพัฒนาผู้เรียนโดยใช้สมรรถนะเป็นฐานในลักษณะการเรียนรู้แบบบูรณาการ ผ่านงาน สถานการณ์ หรือชีวิตประจำวัน ดังรายละเอียดของแต่ละแนวทาง ดังนี้ แนวทางนี้เป็นการจัดการเรียนรู้ โดยนำ สมรรถนะหลักหลายสมรรถนะเป็นตัวตั้งและ วิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง แล้วออกแบบการสอน ที่มีลักษณะเป็นหน่วยบูรณาการที่ช่วยให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ อย่างเป็นองค์รวมโดยเห็นความสัมพันธ์ ระหว่างวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. ทบทวนสมรรถนะหลัก พิจารณาเนื้อหาสาระ การเรียนรู้ตามหลักสูตรในแต่ละวิชา/กลุ่มสาระ และตัวชี้วัดที่สอนในหลักสูตร 2. กำหนดหัวเรื่องจากปัญหา แนวคิด หรือ เนื้อหาสาระสำคัญในหลักสูตรที่ต้องการให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้ และได้มีประสบการณ์ตรง 3. วิเคราะห์ว่า หัวข้อ/หัวเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับ เนื้อหาสาระในกลุ่มสาระใดมากที่สุดและ กำหนดขอบเขตเนื้อหาสาระทักษะ เจตคติ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระ ที่สัมพันธ์กับหัวข้อ/ หัวเรื่องที่เลือกมาสอน 4. ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยนำสมรรถนะ มาเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ให้นักเรียนปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 5. นำข้อมูล ข้อสังเกตจากการสอนมาประเมิน ปรับแผนการสอน หรือการพัฒนาสมรรถนะ ให้ได้มากยิ่งขึ้น แนวทางนี้เป็นการสอดแทรกสมรรถนะที่ ส่งเสริมในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ของผู้เรียน ให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากขึ้น เป็นการนำ กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว มาเป็นสถานการณ์ในการฝึกฝนสมรรถนะ จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะที่ต้องการอย่างเป็น ธรรมชาติและยังช่วยปลูกฝังให้เกิดสมรรถนะ ที่มั่นคงถาวรจากการปฏิบัติเป็นประจำด้วย ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. วิเคราะห์กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้เรียน เพื่อกำหนดประเด็นจุดเน้นให้ผู้เรียนได้พัฒนา สมรรถนะ 2. คัดเลือกกิจกรรมสำคัญหรือเงื่อนไขในกิจกรรม เสริมหลักสูตร กิจกรรมพิเศษ หลักสูตรแฝง และ/ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่สถานศึกษาใช้เป็นสถานการณ์ หรืองานที่เอื้อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะ 3. ออกแบบแนวทางการพัฒนาโดยขยาย รายละเอียดงานและการปฏิบัติกิจกรรม ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้หรือพัฒนาอย่างเป็นระบบ และกำหนด แนวทางการดำเนินการเพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการไปในทิศทาง เดียวกัน 4. กำหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะหลัก ของผู้เรียน โดยเป็นการประเมินแบบไม่เป็น ทางการหรือการประเมินตามสภาพจริง เช่น การสะท้อนการเรียนรู้ การเขียนบันทึกประจำวัน การสะท้อนจากมุมมองหรือความคิดเห็นของเพื่อน ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง (การประเมิน 360 องศา) แนวทางที่ 5 : บูรณาการผสานหลายสมรรถนะ แนวทางที่ 6 : สมรรถนะชีวิตในกิจวัตรประจำวัน กลุ่มที่ 3


(21) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ แนวทางนี้ เป็นการออกแบบการเรียนรู้ ที่ให้ความสำคัญกับการบูรณาการการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับบริบทในชีวิตจริงของผู้เรียนและ ยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ ความพร้อม และ บริบทของโรงเรียน สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูป แบบ ทั้งการเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning) การเรียนแบบเผชิญหน้า (Face to Face Learning) หรือเป็นการผสมผสานทั้งสองแบบ เข้าด้วยกันในสถานการณ์ที่มีความเหมาะสม ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอน ในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น On Site, On Air, Online, On Demand, On Hand และ เลือกแนวทางที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสม กับบริบท 2. ศึกษากรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน กำหนด ผลลัพธ์การเรียนรู้/บทเรียน/กิจกรรม การเรียนรู้/พื้นที่การเรียนรู้/สิ่งสนับสนุน ในการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน 3. วิเคราะห์สถานการณ์จริงตามบริบทที่บ้าน และโรงเรียนเพื่อกำหนดประเด็นจุดเน้นให้ ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะ 4. ออกแบบแนวทางการพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน ระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยกำหนดผลลัพธ์ การเรียนรู้ที่ต้องการ มีความยืดหยุ่นในวิธีการ และเวลาที่ใช้จัดกิจกรรม 5. กำหนดแนวทางการประเมินสมรรถนะหลัก ของผู้เรียนที่มีความหลากหลาย ตามสภาพจริง โดยเป็นการประเมินร่วมกันระหว่างบ้านและ โรงเรียน แนวทางนี้ เป็นการพัฒนาสมรรถนะ ผู้เรียนทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน ที่บ้าน ในชุมชน และการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน จาก การเรียนรู้ในสิ่งที่มีความหมายร่วมกันอันเป็น จุดเน้นสำคัญของโรงเรียน นำสู่การพัฒนาสมรรถนะ ของผู้เรียนทั้งโรงเรียน (Whole - School) โดยการออกแบบการเรียนรู้อย่างเหมาะสมกับ ผู้เรียนแต่ละชั้น แต่ละกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้ เชิงลึกที่มีความหมาย การประยุกต์ใช้ความรู้ ผ่านสถานการณ์ที่หลากหลายทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน และในชีวิตจริง ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. ศึกษากรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน 2. สำรวจประเด็นร่วมที่เป็นจุดเน้นสำคัญของ โรงเรียน ซึ่งอาจเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ/ เนื้อหาสาระที่ทุกคนต้องเรียนรู้/ต้นทุนของ โรงเรียนหรือชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม 3. กำหนด บทเรียน/หน่วยการเรียนรู้ย่อย สำหรับผู้เรียนแต่ละชั้น แต่ละกลุ่ม ตลอดจน กิจกรรม/งานที่ทุกกลุ่มเรียนรู้ร่วมกัน และ กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4. ครูและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันออกแบบบทเรียน/ หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่มีลักษณะบูรณาการ สำหรับผู้เรียนแต่ละชั้น แต่ละกลุ่ม โดยเน้นให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้เชิงรุก ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน ผ่านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน/ กิจกรรมชุมนุม/กิจกรรมเสริมหลักสูตร/กิจกรรม พิเศษต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับประเด็นที่กำหนด โดยแต่ละบทเรียน/หน่วยการเรียนรู้ย่อย กำหนดรายละเอียด เกี่ยวกับจุดเน้น สาระ สำคัญ สมรรถนะที่ต้องการพัฒนา ผลลัพธ์ การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กลยุทธ์/หลักการ จัดการเรียนรู้ งานการเรียนรู้ และแนวทาง การวัดและประเมินผล 5. ครู ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมกันพัฒนา สมรรถนะผู้เรียน วัดและประเมินผลสมรรถนะ ซ่อมเสริม เติมเต็ม ร่วมกันถอดบทเรียน และ นำข้อมูลมาปรับปรุงพัฒนางาน แนวทางที่ 7: การเรียนรู้สมรรถนะแบบผสมผสาน (Hybrid Competency Learning) แนวทางที่ 8: เชื่อมงาน ประสานการเรียนรู้สู่การพัฒนา สมรรถนะทั้งโรงเรียน (Whole - School Learning)


22 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ในที่นี้ ขอนำเสนอตัวอย่างแผนการจัดการเรียนการสอนของ สถานศึกษา 2 แห่งที่ได้ออกแบบการเรียนการสอนตามแนวทางที่ 5 บูรณาการ ผสานหลายสมรรถนะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ออกแบบโดยนำสมรรถนะสำคัญ ของผู้เรียนมาเป็นตัวตั้งหรือฐานคิดในการออกแบบการเรียนการสอน ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ทั้งในปัจจุบันที่ใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีลักษณะเป็นหลักสูตรอิงมาตรฐาน และในอนาคต ที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ซึ่งสถานศึกษาทั้ง 2 แห่ง มีวิธีคิดและ รายละเอียดในการเขียนแผนการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ ตัวอย่างที่ 1 โรงเรียนสุจิปุลิ จังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ เรื่อง “แพช่วยชีวิต” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 เวลา 10 ชั่วโมง ………………………………………………………………………………………………………………………………… 1. แนวคิดสำคัญ การสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาแบบรวมพลัง เป็นการทำงาน ร่วมกันตามบทบาทเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน มีความสัมพันธ์ ทางบวก โดยผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักในการสนับสนุน แบ่งปัน แลกเปลี่ยน ความรู้และความคิด พร้อมสนับสนุนเกื้อกูลกันทุกด้าน สร้างและรักษา ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนการสอน


(23) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ความสัมพันธ์ทางบวก นำจุดเด่นและความคิดเห็นของแต่ละคนมาใช้ ปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จร่วมกัน 2. สมรรถนะหลัก (Core competency) 2.1 สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมี ภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) - เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้อย่าง เหมาะสม มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองให้เป็นที่ไว้วางใจ - เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และเคารพความคิดเห็นในมุมมอง ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือโต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผล - ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่ม ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความพยายามเพื่อให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือกัน ประเมินการทำงานร่วมกันเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับปรุง ให้บรรลุตาม เป้าหมายที่กำหนด - ปรับและประสานความคิดในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี - สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้ความไว้วางใจ และยอมรับผลที่เกิดจากการทำงานร่วมกันด้วยความเต็มใจ ● สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบ รวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ ● สมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูง และนวัตกรรม ● สมรรถนะหลักด้านการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ ● สมรรถนะหลักด้านคณิตศาสตร์ใน ชีวิตประจำวัน ● สมรรถนะหลักด้านภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร


24 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 2.2 สมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม (Higher Order Thinking Skills and Innovation Development) - ระบุปัญหาที่เกิดขึ้น ชี้แจงความเกี่ยวข้องระหว่างปัญหา ที่เกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น คิดหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาที่ หลากหลายและมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และคาดเดาผลที่จะ เกิดขึ้นจากวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น - ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการที่คัดเลือกไว้และ ดำเนินการตามขั้นตอนของวิธีการจนปัญหาได้รับการแก้ไข - แสดงความคิดในเรื่องต่าง ๆ บอกเล่าความคิดจินตนาการ หรือความคิดของตนเองที่แปลกใหม่ไปจากสิ่งรอบตัวของตนเองและบริบท แวดล้อม และต่อยอดความคิดของตนเองให้แตกต่างไปจากเดิม - ใช้ความคิดหรือจินตนาการออกแบบนวัตกรรมเพื่อ แก้ปัญหาหรือเพื่อนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยนวัตกรรมนั้น ตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นหรือสภาพปัญหาในบริบทต่าง ๆ สามารถ ระบุจุดเด่นหรือข้อจำกัดของนวัตกรรมได้ 2.3 สมรรถนะหลักด้านการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และ จิตวิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry and Scientific Mind) - ตั้งคำถามที่นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบตามการออกแบบ ที่กำหนด หรือออกแบบ และนำเสนอวิธีการสำรวจตรวจสอบ โดยใช้ เครื่องมือช่วยในการสำรวจตรวจสอบและสรุปเพื่อตอบคำถาม


(25) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ - รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา กำหนดเกณฑ์ อุปสรรค และข้อจำกัดที่สอดคล้องและตรงกับประเด็นปัญหา นำสู่ การพิจารณาวิธีการใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาที่มีความเป็นไปได้ ปรับปรุง แนวทางการแก้ปัญหานั้นโดยใช้ข้อมูลจากการทดสอบ 2.4 สมรรถนะหลักด้านคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน (Mathematics in Everyday Life) - อธิบายความรู้และหลักการทางคณิตศาสตร์อย่างง่าย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงภายในคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงคณิตศาสตร์ กับศาสตร์อื่น ๆ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวันอย่างสมเหตุ สมผลตามวัย 2.5 สมรรถนะหลักด้านภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร (Thai Language for Communication) - เขียนสื่อสารเพื่อแสดงความรู้ ความรู้สึก ความคิด อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามวัตถุประสงค์และรูปแบบของงานเขียนในสื่อ ประเภทต่าง ๆ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง ตามหลักภาษา คำนึงถึงผลกระทบ ความเหมาะสม กาลเทศะ และผู้รับสาร


26 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 3. ผลลัพธ์การเรียนรู้ (specific learning outcomes) สามารถสร้างแพช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้จริง โดยสมาชิกในทีม เข้าใจเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของตน ในการสร้างนวัตกรรมร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง 1) เขียนคำเชิญชวนให้ผู้อื่นเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่ต้องการสื่อสาร และโน้มน้าวใจให้มีส่วนร่วมในการดำเนินการได้ 2) ใช้ความรู้ในการจำแนกประเภท ขนาด และปริมาตรของวัสดุที่จะ นำมาใช้ในการสร้างแพได้อย่างเหมาะสม 3) วางแผนและออกแบบแพที่ต้องการสร้างขึ้นและสามารถสื่อสาร ให้ผู้อื่นเข้าใจในแนวความคิดได้ 4) สร้างแพต้นแบบ โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม ตามลักษณะงานและมีความปลอดภัย 5) นำเสนอผลงานและทดสอบแพต้นแบบ โดยนำผลจากการทดสอบ และการให้ข้อมูลป้อนกลับไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป 6) ปรับปรุงและพัฒนาแพต้นแบบ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง 7) ทดสอบและนำเสนอแพที่ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อให้ ใช้งานได้จริง 8) สะท้อนคิดจากประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมด สามารถสรุปประเด็น การเรียนรู้ที่ตนได้รับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป


(27) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 4. สาระการเรียนรู้ 5. งานการเรียนรู้ (learning tasks) การใช้กระบวนการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ เพื่อสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ โดยผู้เกี่ยวข้องตระหนักในการสนับสนุน แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้และ ความคิด พร้อมสนับสนุนเกื้อกูลกันทุกด้าน สร้างและรักษาความสัมพันธ์ ทางบวก นำจุดเด่นและความคิดเห็นของแต่ละคนมาใช้ปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุ ผลสำเร็จร่วมกัน และเพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะข้างต้น ผู้เรียนจำเป็นต้อง ทำงานการเรียนรู้ รวม 8 งาน โดยมีหลักฐานการเรียนรู้แต่ละงาน ดังนี้ ด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ (S) ด้านคุณลักษณะ (A) 1) หน่วยการวัดปริมาตรและ หน่วยการวัดน้ำหนัก 2) การเปรียบเทียบปริมาตร น้ำในภาชนะที่แตกต่างกัน 3) การจมและการลอยของ วัตถุ 4) แรงพยุงและแรงลอยตัว 5) ห ลั ก ก า ร ใ น ก า ร คิ ด เชิงออกแบบเพื่อสร้าง นวัตกรรม 6) กระบวนการออกแบบ ทางวิศวกรรม ประเภท และรูปแบบสิ่งประดิษฐ์ ทางวิศวกรรม 7) วิธีการใช้วัสดุ อุปกรณ์ได้ อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และปลอดภัย 8) หลักการนำเสนอผลงาน รูปแบบต่าง ๆ 1) ความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดีของกลุ่ม 2) ความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน และพยายาม 3) ความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย 4) ความคิดแบบยืดหยุ่น และไม่ยอมแพ้ต่อ ความล้มเหลว 5) ชุ ด ค ว า ม คิ ด แ บ บ เติบโต พร้อมเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ เสมอ 1) ทักษะการทำงานเป็นทีมแบบร่วมมือ รวมพลัง 2) ทักษะในการแก้ไขปัญหา สามารถ วิเคราะห์ปัญหาและแก้ปัญหาได้ อย่างสร้างสรรค์ 3) ทักษะการวางแผน การเลือกวิธีการ และการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ 4) ทักษะในการสร้างและรักษาความ สัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้ความไว้วางใจ และยอมรับผลที่เกิดจากการทำงาน ร่วมกันด้วยความเต็มใจ 5) ทักษะการใช้กระบวนการสืบสอบ ทางวิทยาศาสตร์ และค้นหาความรู้ ด้วยตนเอง 6) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 7) ทักษะในการบริหารความผิดพลาด 8) ทักษะการนำเสนอผลงาน และสื่อสาร ให้ผู้อื่นเกิดความเข้าใจ 9) ทักษะการสะท้อนคิด และการปรับปรุง งานโดยใช้ข้อมูลป้อนกลับ เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ ทำงาน


28 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ งานการเรียนรู้ (Learning Tasks) หลักฐานการเรียนรู้ งานที่ 1 การเขียนคำเชิญชวนให้ ผู้อื่นเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่ต้องการ สื่อสารและโน้มน้าวใจให้มีส่วนร่วมใน การดำเนินการได้ งานที่ 2 การจำแนกประเภทขวดน้ำ ที่ได้รับบริจาค ตามขนาด และปริมาตร รวมถึงประเภทและวัสดุได้อย่างถูกต้อง เพื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างแพ งานที่ 3 การวางแผนและออกแบบ แพที่ต้องการสร้างขึ้นและสามารถสื่อสาร ให้ผู้อื่นเข้าใจในแนวความคิดได้ งานที่ 4 การสร้างแพต้นแบบ โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม ตามลักษณะงานและมีความปลอดภัย งานที่ 5 การนำเสนอผลงานและ ทดสอบแพต้นแบบ โดยนำผลจากการ ทดสอบและการให้ข้อมูลป้อนกลับไปใช้ ในการพัฒนาปรับปรุงต่อไป งานที่ 6 การปรับปรุงและพัฒนา แพต้นแบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง งานที่ 7 การทดสอบและนำเสนอ แพที่ผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อ ให้ใช้งานได้จริง งานที่ 8การสะท้อนคิดจากประสบการณ์ ที่ได้รับทั้งหมด สามารถสรุปประเด็นการ เรียนรู้ที่ตนได้รับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ต่อไป 1.1 แผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ การขอรับบริจาคขวดน้ำ เพื่อนำมาเป็นวัสดุในการประดิษฐ์แพ 1.2 ผลลัพธ์ในความร่วมมือจากผู้ปกครองและเพื่อน นักเรียน 2.1 ผลงานการคัดแยกและจำแนกประเภทขวดน้ำตาม ขนาดและปริมาตร 2.2 แผนผังการระดมความคิด การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในการสร้างแพช่วยชีวิต 3.1 ผลงานการออกแบบแพช่วยชีวิต 3.2 การนำเสนอความคิดเกี่ยวกับแพที่ต้องการสร้าง โดยชี้แจงวัสดุอุปกรณ์ จำนวน และรูปแบบ (งานกลุ่ม) 4.1 ผลงานแพต้นแบบที่สร้างขึ้นตามที่ได้ออกแบบไว้ (งานกลุ่ม) 5.1 ผลการนำเสนอและสะท้อนการทำงาน ปัญหา และ วิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสร้างแพ การประเมินผลงาน แพที่สร้างขึ้น เมื่อเทียบกับที่ออกแบบไว้ 5.2 ผลการทดสอบแพช่วยชีวิต ครั้งที่ 1 6.1 ผลการปรับปรุงและพัฒนาแพช่วยชีวิต 6.2 คุณลักษณะของผู้เรียน 1) มีความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีของกลุ่ม 2) มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน และพยายาม 3) มีความรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4) มีความคิดแบบยืดหยุ่นและไม่ยอมแพ้ต่อความ ล้มเหลว 5) มีชุดความคิดแบบเติบโต พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ 7.1 ผลการนำเสนอและสะท้อนการทำงาน ปัญหาและวิธี แก้ปัญหาเกี่ยวกับการสร้างแพ การประเมินผลงาน แพที่สร้างขึ้น เมื่อเทียบแพต้นแบบในการทดสอบ ครั้งที่ผ่านมา (งานกลุ่ม) 7.2 ผลการทดสอบแพช่วยชีวิต ครั้งที่ 2 8.1 ผลการเขียนสะท้อนคิด การสรุปประเด็นในการเรียนรู้ (รายบุคคล)


(29) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 6. การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ผลลัพธ์การเรียนรู้ (specific learning outcomes)หลักฐานแสดงผลลัพธ์ การเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้สื่อ/สถานการณ์วิธีการวัดและประเมินผล 1) เขียนคำเชิญชวน ให้ผู้อื่นเข้าใจในวัตถุ ประสงค์ที่ต้องการสื่อสาร แ ล ะ โ น้ ม น้ า ว ใจ ใ ห้ มี ส่วนร่วมในการดำเนินการ ได้ 2) ใช้ความรู้ในการ จำแนกประเภท ขนาด และปริมาตรของวัสดุที่ จะนำมาใช้ในการสร้าง แพได้อย่างเหมาะสม 1.1 แผ่นป้าย ประชาสัมพันธ์ การขอรับ บริจาคขวดน้ำเพื่อนำมา เป็นวัสดุในการประดิษฐ์แพ 1.2 ผลลัพธ์ในความ ร่วมมือจากผู้ปกครองและ เพื่อนนักเรียน 2.1 ผลงานการคัดแยก และจำแนกประเภทขวดน้ำ ตามขนาดและปริมาตร 2.2 แผนผังการระดม ความคิด การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ในการสร้างแพ ช่วยชีวิตสื่อ1.คลิปวีดีโอการคมนาคมทางน้ำในสมัยโบราณ 2.กระดาษ/สี และอุปกรณ์ ทำป้ายประชาสัมพันธ์ สถานการณ์ 1.การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ในการสร้างแพช่วยชีวิตที่สามารถ น ำ นั ก เรี ย น ข้ า ม น้ ำ ไ ด้ จ ริ ง เป็นระยะทาง 12 เมตร สื่อ1.ขวดน้ำที่ได้รับการบริจาค 2. อุปกรณ์ในการคัดแยก ประเภท สถานการณ์ 1. การคัดแยกและจำแนก ขวดน้ำตามขนาดและปริมาตร เพื่อวางแผนการเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการสร้างแพช่วยชีวิต ที่สามารถนำนักเรียนข้ามน้ำ ได้จริงเป็นระยะทาง 12 เมตรFormative Assessment (เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม เป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้) 1.สังเกตการร่วมกิจกรรม2. สังเกตพฤติกรรม3. ตรวจผลงาน Formative Assessment (เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม เป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้) 1. ก า ร ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม ถูกต้องในการแยกและจำแนก ขวดน้ำ 2.ก า ร ต ร ว จ ผ ล ง า น “แผนผังการระดมความคิด” 3. การสังเกตพฤติกรรม ระหว่างการทำงานชั่วโมงที่ 1 1.ให้นักเรียนดูวีดีโอการเดินทางทางน้ำในสมัยโบราณและสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับภารกิจที่จะทำร่วมกัน2.นักเรียนคิดและออกแบบในการทำแผ่นป้าย ประชาสัมพันธ์การขอรับบริจาคขวดน้ำ เพื่อนำมา สร้างแพ 3.นักเรียนวางระบบการรับบริจาค ช่องทางและ วิธีการในการประชาสัมพันธ์ การรับบริจาคขวดน้ำ และการเก็บรักษา ชั่วโมงที่ 2 1. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 3 - 4 คน ครูให้นักเรียน ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องปริมาตรของวัสดุ ในการจำแนก ประเภทขวดน้ำตามขนาดและปริมาตร 2. นักเรียนจัดสรรเวลาในการจำแนกและดำเนินการ เพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนด 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมระดมความคิดการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ในการสร้างแพช่วยชีวิต และเขียนแผนผัง ความคิด พร้อมตารางการวางแผนการทำงาน


30 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะผลลัพธ์การเรียนรู้ (specific learning outcomes)หลักฐานแสดงผลลัพธ์ การเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้สื่อ/สถานการณ์วิธีการวัดและประเมินผล3) วางแผนและ ออกแบบแพที่ต้องการ สร้างขึ้นและสามารถ สื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ ในแนวความคิดได้ 4) สร้างแพต้นแบบ โดยใช้เครื่องมือและ อุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม ตามลักษณะงานและ มีความปลอดภัย 3.1ผลงานการออกแบบ แพช่วยชีวิต 3.2ก า ร น ำ เ ส น อ ค ว า ม คิ ด เ กี่ ย ว กั บ แ พ ที่ต้องการสร้าง โดยชี้แจง วัสดุอุปกรณ์ จำนวน และ รูปแบบ (งานกลุ่ม) 4.1 ผลงานแพต้นแบบ ที่ ส ร้ า ง ขึ้ น ต า ม ที่ ไ ด้ ออกแบบไว้ (งานกลุ่ม) ชั่วโมงที่ 3 1.ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม วางแผนและออกแบบแพ ต้นแบบของแพช่วยชีวิตลงในกระดาษ 2.ให้นักเรียนนำเสนอต้นแบบที่ร่างขึ้น โดยสะท้อน ถึงที่มา แนวคิด และความสร้างสรรค์ของแบบร่าง พร้อมทั้งคำนวณวัสดุ อุปกรณ์ที่จะใช้ ประมาณการค่า ใช้จ่าย พร้อมทั้งแผนการดำเนินการจนสำเร็จ 3.ให้เพื่อนนักเรียนร่วมวิพากษ์แพต้นแบบ ชั่วโมงที่ 4 – 5 1.นักเรียนลงมือปฏิบัติ สร้างแพต้นแบบ โดยใช้ เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ตามแผนการดำเนินการที่ วางไว้ 2.ดำเนินการสะท้อนและตรวจสอบการทำงานจริง กับแผนที่วางไว้เป็นระยะ ๆ 3.เก็บข้อมูลและจัดทำงบประมาณที่ใช้ในการดำเนิน การจริง สื่อ1.กระดาษ Flipchart แผ่น ใหญ่ สำหรับการร่างแบบ กลุ่มละ 1 แผ่น2.สีประเภทต่าง ๆ สถานการณ์ 1.การร่างแบบแพช่วยชีวิต ที่สามารถใช้งานได้จริง ในการนำ นักเรียนข้ามสระน้ำ เป็นระยะ ทาง 12 เมตร 2. การวางแผนการทำงาน การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ระยะเวลา ในการทำงานและงบประมาณที่ใช้ สื่อ1.เครื่องมือ วัสดุ และ อุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างแพ ต้นแบบ สถานการณ์ 1.ก า ร ส ร้ า ง แ พ ช่ ว ย ชี วิ ต ที่สามารถใช้งานได้จริง ในการ น ำ นั ก เ รี ย น ข้ า ม ส ร ะ น้ ำ เป็นระยะทาง 12 เมตร Formative Assessment (เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม เป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้) 1.การสังเกตพฤติกรรมใน การทำงานร่วมกันในกลุ่ม และ การนำเสนอผลงาน 2.การประเมินผลงาน แ บ บ ร่ า ง ข อ ง แ พ ต้ น แ บ บ ในกระดาษ Formative Assessment (เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม เป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้) 1. การสังเกตพฤติกรรม ในการทำงานร่วมกันในกลุ่ม


(31) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ผลลัพธ์การเรียนรู้ (specific learning outcomes)หลักฐานแสดงผลลัพธ์ การเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้สื่อ/สถานการณ์วิธีการวัดและประเมินผล 5) นำเสนอผลงาน และทดสอบแพต้นแบบ โดยนำผลจากการทดสอบ แ ล ะ ก า ร ใ ห้ ข้ อ มู ล ป้อนกลับไปใช้ในการ พัฒนาปรับปรุงต่อไป 6) ปรับปรุงและ พัฒนาแพต้นแบบ ให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกัน แบบร่วมมือรวมพลัง 5.1 ผลการนำเสนอ และสะท้อนการทำงาน ปัญหาและวิธีแก้ปัญหา เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ส ร้ า ง แ พ การประเมินผลงานแพ ที่สร้างขึ้นเมื่อเทียบกับ ที่ออกแบบไว้ (งานกลุ่ม) 5.2 ผลการทดสอบแพ ช่วยชีวิต ครั้งที่ 1 6.1 ผลการปรับปรุง พัฒนาแพช่วยชีวิต 6.2 คุณลักษณะของผู้เรียน1) มีความเป็นผู้นำและ ผู้ตามที่ดีของกลุ่ม 2) มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน และพยายาม 3) มีความรับผิดชอบ ต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4) มีความคิดแบบ ยืดหยุ่นและไม่ยอมแพ้ต่อ ความล้มเหลวชั่วโมงที่ 6 1.นักเรียนนำเสนอผลงานแพต้นแบบที่แต่ละกลุ่ม สร้างขึ้น พร้อมระบุปัญหาและวิธีการในการแก้ไข ปัญหาระหว่างดำเนินการ 2.นักเรียนแต่ละกลุ่ม นำแพต้นแบบไปทดสอบ ในสถานการณ์จริง พร้อมบันทึกวีดีโอการทดสอบ เ พื่ อ น ำ ม า ส ะ ท้ อ น แ ล ะ เรี ย น รู้ เ พื่ อ น ำ ไ ป ใช้ ในการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ชั่วโมงที่ 7 – 8 1.ครูชวนนักเรียนสะท้อนผลการทดสอบแพต้นแบบ ครั้งที่ 1 ในความสำเร็จ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อร่วมกันหาวิธีการในการแก้ไข 2.นักเรียนทำงานร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลังเพื่อ วางแผน และดำเนินการในการปรับปรุงแก้ไขแพต้นแบบ ให้เป็นผลงานแพช่วยชีวิตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยใช้ทรัพยากรอย่างจำกัด สื่อ1.กล้องวิดีโอหรือโทรศัพท์ มือถือ สำหรับบันทึกวิดีโอ ภาพ ขณะทำการทดสอบของแต่ละกลุ่ม แหล่งเรียนรู้ 1. สระว่ายน้ำ ขนาด 12 เมตร สถานการณ์ 1. การทดสอบแพต้นแบบใน สถานการณ์จริง ในการนำนักเรียน ข้ามสระน้ำ เป็นระยะทาง 12 เมตร สื่อ1.เครื่องมือ วัสดุ และ อุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับปรุง แก้ไขแพช่วยชีวิต สถานการณ์ 1.ปรับปรุงแก้ไขแพต้นแบบ ให้สามารถเป็นแพช่วยชีวิตได้จริง ข้ามสระว่ายน้ำขนาด 12 เมตร ได้จริง โดยใช้ทรัพยากรที่มี อย่างจำกัด รวมถึงเวลาที่มีอยู่ อย่างจำกัดเช่นกัน Formative Assessment (เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม เป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้) 1. ประเมินการนำเสนอผลงาน 2. ประเมินผลการทดสอบแพ ต้ น แ บ บ ข อ ง แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม โดยคุณครู นักเรียน และเพื่อน นักเรียน ประเมินผลร่วมกัน Formative Assessment (เพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน ระหว่างการจัดกิจกรรมตาม เป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้) 1. การสังเกตพฤติกรรมในการ ทำงานร่วมกันในกลุ่ม


32 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 7. การวัดและประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment) ผลลัพธ์การเรียนรู้ (specific learning outcomes)หลักฐานแสดงผลลัพธ์ การเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้สื่อ/สถานการณ์วิธีการวัดและประเมินผล5) มีชุดความคิดแบบ เติบโต พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เสมอ 1) ผลการนำเสนอและ สะท้อนการทำงาน ปัญหา และวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับ การสร้างแพ การประเมิน ผลงานแพที่สร้างขึ้น เมื่อเทียบ แพต้นแบบในการทดสอบ ครั้งที่ผ่านมา (งานกลุ่ม) 2) ผลการทดสอบแพ ช่วยชีวิต ครั้งที่ 2 3) ผลการเขียนสะท้อนคิด การสรุปประเด็นในการ เรียนรู้ (รายบุคคล) 7)ทดสอบและนำเสนอ แพที่ผ่านการปรับปรุง ประสิทธิภาพเพื่อให้ใช้ งานได้จริง 8)ส ะ ท้ อ น คิ ด จ า ก ประสบการณ์ที่ได้รับ ทั้งหมด สามารถสรุป ประเด็นการเรียนรู้ที่ตน ไ ด้ รั บ เ พื่ อ น ำ ไ ป ใ ช้ ประโยชน์ต่อไปชั่วโมงที่ 9-10 1.นักเรียนนำเสนอผลงานแพช่วยชีวิตที่ผ่านการ ปรับปรุง หลังการทดสอบแพครั้งที่ 1 2.นักเรียนนำแพช่วยชีวิตที่ผ่านการปรับปรุงไป ทดสอบในสถานการณ์จริง พร้อมบันทึกวิดีโอการ ทดสอบเพื่อนำมาสะท้อนและเรียนรู้ต่อไป 3.นักเรียนเขียนสะท้อนคิด และสรุปการเรียนรู้ด้วย ตนเองสื่อ1. กล้องวิดีโอ หรือโทรศัพท์ มือถือสำหรับบันทึกวิดีโอภาพ ขณะทำการทดสอบ แหล่งเรียนรู้ 1. สระว่ายน้ำ ขนาด 12 เมตร สถานการณ์ 1. การทดสอบแพช่วยชีวิต ในสถานการณ์จริง ในการนำ นักเรียนข้ามสระน้ำ เป็นระยะ ทาง 12 เมตรSummative Assessment 1. ประเมินผลการทดสอบแพ ช่วยชีวิต โดยคุณครู นักเรียน และเพื่อนนักเรียน ประเมินผล ร่วมกัน 2. ประเมินผลและสะท้อนผล การเรียนรู้ โดยนักเรียนสรุป สิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ●สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ ●สมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม - สามารถสร้างแพช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้จริง โดยสมาชิกในทีมเข้าใจเป้าหมายและบทบาทหน้าที่ของตนในการสร้าง นวัตกรรมร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง สมรรถนะที่ประเมินเรื่อง/สถานการณ์/สื่อที่ใช้ในการประเมินเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินสถานการณ์ ให้นักเรียนทำงานร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง ในการสร้าง แพช่วยชีวิตจากขวดน้ำที่สามารถเคลื่อนย้ายนักเรียนทุกคน ผ่านสระว่ายน้ำขนาด 12 เมตรได้อย่างประหยัด คุ้มค่า และ ปลอดภัย1. แบบประเมินระดับสมรรถนะแบบ Rubrics 2. แบบประเมินผลงาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรม


(33) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 8. การประเมินผลการเรียนรู้ สถานการณ์ประเมิน และเกณฑ์การประเมิน (Rubrics) มีทักษะในการทำงานร่วมกัน โดยเป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดีของ กลุ่ม มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองให้เป็นที่ไว้วางใจ เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และเคารพความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง ให้การสนับสนุนหรือ โต้แย้งอย่างมีเหตุผล ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่ม ที่ชัดเจน รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความใส่ใจ เต็มใจ พยายามและช่วยเหลือกัน ประเมินการทำงานร่วมกันเป็นระยะ ปรับ ประสานความคิดและแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี สร้างและรักษาความ สัมพันธ์อันดีเพื่อความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ มีตัวอย่างการกำหนดรายละเอียดระดับสมรรถนะของ สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ แบ่งเป็น 5 ระดับ และสมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูงและการพัฒนา นวัตกรรม (Higher Order Thinking Skills and Innovation Development) ในส่วนของการคิดแก้ปัญหา และการพัฒนานวัตกรรม เป็น 3 ระดับ เช่นเดียวกับรายละเอียดแนวทางการประเมินในตัวอย่างต่อไป จากตัวอย่าง “แพช่วยชีวิต” ซึ่งเป็นการออกแบบแผนการจัดการเรียน การสอนที่นำสมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐานและสมรรถนะหลัก มาวิเคราะห์ เชื่อมโยงและนำมาออกแบบหน่วยการเรียนรู้ในลักษณะเป็นหน่วยบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เริ่มจากปัญหาที่พบ/เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม โรงเรียน และนำมาบูรณาการจัดการเรียนรู้จากสถานการณ์ปัญหาที่ผู้เรียน อาจพบในชีวิตจริง เพื่อพัฒนาสมรรถนะและส่งเสริมการเรียนรู้แบบองค์รวม ให้กับผู้เรียนภายใต้สถานการณ์ปัญหาที่กำหนด


34 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะตัวอย่างที่ 2 โรงเรียนปรัชชาธร กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ หน่วย “ท่องเที่ยวชุมชน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 18 ชั่วโมงสร้างทูตน้อยชุมชน เพื่อให้เกิดสำนึกรักบ้านเกิด และสืบสานวัฒนธรรมชุมชน 1. คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน สมรรถนะที่ 1 การแก้ปัญหา ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่มีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันที่เหมาะสมกับวัย โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาทาง คณิตศาสตร์อย่างเหมาะสมและคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ สมรรถนะที่ 3 การสื่อสาร ใช้ศัพท์ สัญลักษณ์ แผนภูมิ แผนภาพ อย่างง่ายเพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจในความคิดของตนเอง ได้อย่างหลากหลาย และเหมาะสมกับวัย เนื้อหา และสถานการณ์ สมรรถนะที่ 4 การเชื่อมโยง บอกความเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์กับ ปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ตนเองพบในชีวิตจริง และอธิบายได้อย่าง สมเหตุสมผลตามวัย 2. ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม สมรรถนะที่ 2 การจัดการต่อความเปลี่ยนแปลง อธิบายเหตุผลของการ ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของตนและบอกได้ว่าการตัดสินใจ ของตนมีความเหมาะสม โดยสามารถระบุหลักฐานสนับสนุนความคิดได้ สมรรถนะที่ 3 ความคิดสร้างสรรค์ แสดงความคิดในเรื่องต่าง ๆ บอกเล่า ความคิดจินตนาการหรือความคิดของตนเองที่แปลกใหม่ไปจากสิ่งรอบตัว สมรรถนะหลักหน่วย “ท่องเที่ยวชุมชน” K S Aแนวคิดหลัก เราเป็นสมาชิกใน ชุมชน จึงควรเรียนรู้ข้อมูลชุมชน ด้วยความภาคภูมิใจ และ เผยแพร่วัฒนธรรมชุมชนให้ บุคคลภายนอกเข้ามาท่องเที่ยว เชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน ของเรา ผลลัพธ์การเรียนรู้ (ปลายทาง) (Specific Learning Outcomes) ออกแบบและจัดกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน โดยการ ศึกษา สำรวจข้อมูล ทำแผนที่ ชุมชน กำหนดฐานการเรียนรู้ และทำเส้นทางท่องเที่ยวที่ น่าสนใจ พร้อมประชาสัมพันธ์ ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม K - ภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพของชุมชน - กระบวนการทางภูมิศาสตร์ และการ ตั้งคำถามเชิงภูมิศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และ การสรุปเพื่อตอบคำถาม - ระบบธรรมชาติและมนุษย์ ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางภายภาพ และ วัฒนธรรมชุมชน - ปราชญ์ชาวบ้านและวิธีการสัมภาษณ์เพื่อ ให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ -การใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ -การวัดระยะทาง มาตราส่วนและการเขียน แผนที่และแผนผัง -การใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสาร - การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสาร และออกแบบเพื่อประชาสัมพันธ์


(35) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 3. การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ สมรรถนะที่ 2 การสื่อสารที่มีประสิทธิผล เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และ เคารพความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง สนับสนุนหรือโต้แย้งความคิดเห็น ของผู้อื่นอย่างมีเหตุผล สมรรถนะที่ 3 กระบวนการทำงานร่วมกันแบบร่วมมือรวมพลัง ร่วมกัน กำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความพยายามเพื่อให้ เกิดความสำเร็จในการทำงาน อย่างเต็มใจช่วยเหลือกัน ประเมิน การทำงานร่วมกันเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับปรุงให้บรรลุตามเป้าหมาย ที่กำหนด 4. ทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน สมรรถนะที่ 1 การรู้จักตนเองและเข้าใจผู้อื่น ตัดสินใจเลือกทำ กิจกรรมที่สนใจตามความถนัดและความสามารถอย่างมั่นใจ แสดงออก และตอบสนองต่ออารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่นในทางบวก สมรรถนะที่ 6 ทักษะการเรียนรู้และการกำกับตนเอง ตั้งเป้าหมาย ในการเรียน มีวิธีในการแสวงหาความรู้ สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ สะท้อนผลการปฏิบัติของตนและปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ 5. พลเมืองที่เข้มแข็ง/ตื่นรู้ที่มีสำนึกสากล สมรรถนะที่ 2 การเป็นพลเมืองรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ รับผิดชอบ และปฏิบัติตามวิถีวัฒนธรรมของชุมชนและท้องถิ่นด้วยความเข้าใจ สมรรถนะที่ 4 การเป็นพลเมืองมีส่วนร่วม เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะ ประโยชน์ระดับโรงเรียนหรือชุมชนที่เหมาะสมตามวัย โดยคำนึงถึงผลดี และผลเสียที่จะเกิดขึ้นS - ใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการตั้ง คำถามเชิงภูมิศาสตร์ รวบรวมข้อมูล จัดการ ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปเพื่อตอบคำถาม -สังเกต ให้เหตุผลทางภูมิศาสตร์ ตัดสินใจ อย่างเป็นระบบ คิดวิเคราะห์ และแปลความ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ - ทำงานเป็นทีม เข้าใจและยอมรับความ แตกต่างระหว่างบุคคลทั้งทางด้านความคิด ความถนัด และความสามารถนำจุดเด่นของ แต่ละคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน - มีเป้าหมายในการทำงาน วางแผน แก้ปัญหา และเลือกใช้วิธีที่เหมาะสม -ใช้เหตุผลในการรับฟังและให้เหตุผล สนับสนุน เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป - ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ อ่านและเขียนแผนที่และแผนผัง -วัดระยะทาง ใช้สัญลักษณ์ และใช้มาตราส่วน ในการเขียนแผนที่และสื่อสาร -เชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์กับ ศาสตร์อื่น ๆ และนำมาใช้ในการทำงาน -ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสารและ ออกแบบเพื่อประชาสัมพันธ์ - คิดสร้างสรรค์ และออกแบบเส้นทาง ท่องเที่ยวในชุมชน จุดประสงค์การเรียนรู้ (นำทาง) 1.ใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ในการเรียนรู้ข้อมูลชุมชน 2.เกิดความภาคภูมิใจในชุมชน วิเคราะห์จุดเด่นของชุมชน และทำสื่อประชาสัมพันธ์ จุดเด่นของชุมชนด้วยความ ภาคภูมิใจ 3.ฝึ ก ป ฏิ บั ติ เ พื่ อ เ รี ย น รู้ ภูมิปัญญาชุมชน มีส่วนร่วม ในกิจกรรมภูมิปัญญาชุมชน ที่ตนสนใจและสามารถสาธิต ให้ผู้อื่นทำตามได้ 4.เขียนแผนที่ชุมชนแสดง จุดเด่นของชุมชน สมรรถนะหลักหน่วย “ท่องเที่ยวชุมชน” K S A


36 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะสมรรถนะหลักหน่วย “ท่องเที่ยวชุมชน” K S A 6. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร สมรรถนะที่ 2 การส่ง/ถ่ายทอดสาร ใช้ภาษา ภาพ สัญลักษณ์ ในการ ถ่ายทอดข้อมูลความรู้ ความรู้สึก ความคิดเห็น ประสบการณ์ จินตนาการ ผ่านช่องทางรูปแบบต่าง ๆ สมรรถนะที่ 4 การสืบสาน ใช้ภาษาไทยในการรับรู้ภูมิปัญญาและ วัฒนธรรมไทยจากแหล่งข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจ เรียนรู้ ประเมินค่า เห็นคุณค่า และถ่ายทอด สืบสานสิ่งที่ดีงามของภูมิปัญญาและ วัฒนธรรมไทยในรูปแบบต่าง ๆ ตามศักยภาพตามวัย สู่ชุมชน ภูมิภาคอื่น โดยใช้การดู ฟัง พูด อ่าน และเขียน -พูด ซักถาม บุคคลต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้และหา คำตอบที่ตนต้องการ -เขียนสื่อสารและเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อได้ข้อมูล และประชาสัมพันธ์ A -มีจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อย่างคุ้มค่า - เกิดความรักและภาคภูมิใจในชุมชนของตน - มีความรักในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย มี ความเพียรพยายามที่จะทำให้งานสำเร็จ ตามเป้าหมาย จดจ่อกับงานที่ทำ รวมทั้งการตรวจสอบ และปรับปรุงการทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมาย


(37) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วย “ท่องเที่ยวชุมชน” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 18 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้งานการเรียนรู้ (learning task) / กิจกรรมการเรียนรู้การวัดและประเมินการเรียนรู้หลักฐานการเรียนรู้ 1. ใช้กระบวนการทาง ภูมิศาสตร์ในการเรียนรู้ ข้อมูลชุมชน งานที่ 1 : สำรวจชุมชน กิจกรรมที่ 1 ชุมชนของเรา- ตั้งคำถาม “ถ้าพูดถึงชุมชนของเรา จะนึกถึงอะไรบ้าง” ให้นักเรียนช่วยกัน ระดมสมองและนำเสนอ - เรียนรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพ จากนั้นให้นักเรียน แบ่งกลุ่ม ช่วยกันวิเคราะห์ภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพของชุมชน พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ - นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูล กิจกรรมที่ 2 สำรวจชุมชน - เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางภูมิศาสตร์ และการตั้งคำถามเชิงภูมิศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล การจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปเพื่อตอบคำถาม - ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม สนทนาเกี่ยวกับชุมชนของเรา และเลือกประเด็นที่ กลุ่มสนใจเพื่อกำหนดหัวข้อในการทำโครงงานสำรวจชุมชน -แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อที่สนใจในการทำโครงงานสำรวจชุมชน กำหนด เป้าหมายในการทำงาน วางแผน และดำเนินการตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ พร้อมนำเสนอข้อมูล -ใบกิจกรรมการ วิเคราะห์ภูมิศาสตร์ แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ ท า ง กายภาพของชุมชน -โครงงานสำรวจ ชุมชน - สั ง เ ก ต ก ร ะ บ ว น ก า ร ทำงานกลุ่มของนักเรียนและ ป ร ะ เ มิ น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ภูมิศาสตร์และลักษณะทาง กายภาพของชุมชนโดย พิจารณาจากการนำความรู้ เกี่ยวกับภูมิศาสตร์และ ลักษณะทางกายภาพมาใช้ใน การวิเคราะห์ - สังเกตการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้กระบวนการทาง ภูมิศาสตร์ และสังเกต กระบวนการทำงานกลุ่ม ของนักเรียน -ประเมินการนำเสนอ โครงงานของแต่ละกลุ่ม


38 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะจุดประสงค์การเรียนรู้งานการเรียนรู้ (learning task) / กิจกรรมการเรียนรู้การวัดและประเมินการเรียนรู้หลักฐานการเรียนรู้2.เกิดความภาคภูมิใจ ในชุมชน วิเคราะห์ จุดเด่นของชุมชน และ ทำสื่อประชาสัมพันธ์ จุดเด่นของชุมชนด้วย ความภาคภูมิใจ งานที่ 2 : วิเคราะห์จุดเด่นของชุมชน กิจกรรมที่ 1 ของดีของชุมชน-จากการนำเสนอโครงงานสำรวจชุมชน ชวนนักเรียนสนทนาและให้นักเรียน แบ่งกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาจุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชน - แต่ละกลุ่มเลือกจุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชนที่สนใจ เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึก และจัดทำข้อมูลแหล่งเรียนรู้ในชุมชน -เมื่อได้หัวข้อที่สนใจแล้ว ให้แต่ละกลุ่มจัดทำแผนดำเนินงานของกลุ่มในการ กำหนดเป้าหมายในการทำงาน วางแผน ดำเนินการ - แต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลจุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชน และร่วมกันสรุป จุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชนที่ตนภาคภูมิใจ และปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน กิจกรรมที่ 2 เชิญชวนเที่ยวชุมชน - ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มหาตัวอย่างสื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจมา 1 ตัวอย่าง พร้อมวิเคราะห์ว่าสื่อที่กลุ่มเลือกมามีจุดเด่น อย่างไร เมื่อเราเห็นสื่อนี้แล้วอยากไปเที่ยวหรือไม่ เพราะเหตุใด - ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอสื่อที่เลือก พร้อมวิเคราะห์จุดเนของสื่อ ให้กลุ่มอื่นร่วม กันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม จนนำเสนอครบทุกกลุ่ม - ชวนนักเรียนวิเคราะห์และสรุปจากตัวอย่างและนำเสนอความคิดเห็นร่วมกัน ว่า สื่อประชาสัมพันธ์ที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร เพราะเหตุใด - ให้แต่ละกลุ่มทำสื่อประชาสัมพันธ์จุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อให้ บุคคลอื่นรู้จักและอยากมาเที่ยวชุมชนของตน พร้อมนำเสนอ - แผนดำเนินงานของ ก ลุ่ ม แ ล ะ ผ ล ก า ร ดำเนินงานจากการ นำเสนอผลงานในการ วิเคราะห์จุดเด่นเชิง วัฒนธรรมของชุมชน และปราชญ์ชาวบ้าน ในชุมชน -แผนดำเนินงานของ กลุ่ม - สื่อประชาสัมพันธ์ จุดเด่นเชิงวัฒนธรรม ของชุมชน - สังเกตกระบวนการทำงาน กลุ่มของนักเรียนและประเมิน แผนดำเนินงานของกลุ่มและ ผลการดำเนินงาน จากการนำเสนอผลงาน - สังเกตกระบวนการทำงาน กลุ่มของนักเรียนและประเมิน แผนดำเนินงานของกลุ่มและ ผลการดำเนินงานจากการ นำเสนอผลงาน


(39) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ จุดประสงค์การเรียนรู้งานการเรียนรู้ (learning task) / กิจกรรมการเรียนรู้การวัดและประเมินการเรียนรู้หลักฐานการเรียนรู้ 3. ฝึกปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ ภูมิปัญญาชุมชน มีส่วน ร่วมในกิจกรรมภูมิ ปั ญ ญ า ชุ ม ช น ที่ ต น สนใจและสามารถ สาธิตให้ผู้อื่นทำตามได้ 4. เขียนแผนที่ชุมชน แสดงจุดเด่นของชุมชนงานที่ 3 : ฝึกปฏิบัติกับปราชญ์ชาวบ้าน กิจกรรมที่ 1 ปราชญ์ชาวบ้านตัวน้อย - สนทนาและเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชุมชนและปราชญ์ชาวบ้าน - ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มเลือกภูมิปัญญาชุมชนที่สนใจ 1 เรื่อง เช่น งาน ประดิษฐ์ ทำขนม ฯลฯ เพื่อให้แต่ละกลุ่มเข้าไปเรียนรู้ภูมิปัญญาของชุมชนจาก ปราชญ์ชาวบ้าน จนเป็นปราชญ์ชาวบ้านตัวน้อย - แต่ละกลุ่มจัดทำแผนดำเนินงานของกลุ่มในการวางแผน ประสานงาน และ เข้าไปฝึกปฏิบัติกับปราชญ์ชาวบ้านจนสามารถสาธิตสิ่งที่ตนเรียนรู้ให้ผู้อื่นได้ - แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน “ปราชญ์ชาวบ้านตัวน้อย” ที่ได้ไปเรียนรู้ภูมิปัญญา ชุมชนและฝึกปฏิบัติกับปราชญ์ชาวบ้านจนทำได้และสาธิตให้ผู้อื่นดูได้ งานที่ 4 : เขียนแผนที่ชุมชน กิจกรรมที่ 1 แผนผังหรรษา - ให้นักเรียนเดินสำรวจภายในโรงเรียน สังเกตว่ามีสถานที่ใดบ้าง และแต่ละ สถานที่ตั้งอยู่ตรงไหน - แบ่งกลุ่มและให้แต่ละกลุ่มช่วยกันทำแผนผังของโรงเรียนจากข้อมูลที่แต่ละคน สังเกต จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนำเสนอแผนผังและเปรียบเทียบแผนผังของแต่ละกลุ่ม ว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใด - เชื่อมโยงกิจกรรมกับการเรียนรู้ประโยชน์ของแผนผัง วิธีการอ่านและเขียน แผนผัง พร้อมฝึกปฏิบัติอ่านและเขียนแผนผัง - ให้นักเรียนเขียนแผนผังห้องเรียน หรือแผนผังที่ตนสนใจ (และครูสามารถ ตรวจสอบได้) - แผนดำเนินงานของ ก ลุ่ ม แ ล ะ ผ ล ก า ร ดำเนินงานจากการนำ เสนอผลงานที่แสดงถึง ค ว า ม รู้ เ กี่ ย ว กั บ ภูมิปัญญาชุมชน ทักษะ ที่เรียนรู้และฝึกฝน จากปราชญ์ชาวบ้าน และเจตคติเกี่ยวกับ ภูมิปัญญาชุมชน - แผนผังห้องเรียน หรือแผนผังที่ตนสนใจ (และครูสามารถตรวจ สอบได้) -สังเกตกระบวนการทำงาน ก ลุ่ ม ข อ ง นั ก เ รี ย น แ ล ะ ประเมินแผนดำเนินงานของ กลุ่มและผลการดำเนินงาน จากการนำเสนอผลงาน -สังเกตกระบวนการทำงาน กลุ่มของนักเรียน -ประเมินงานการเขียน แผนผังห้องเรียน หรือแผนผัง ที่ตนสนใจ(และครูสามารถ ตรวจสอบได้)


Click to View FlipBook Version