The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เสน่ห์ อัศวมงคล, 2023-11-25 21:13:51

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ

40 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะจุดประสงค์การเรียนรู้งานการเรียนรู้ (learning task) / กิจกรรมการเรียนรู้การวัดและประเมินการเรียนรู้หลักฐานการเรียนรู้กิจกรรมที่ 2 แผนที่พิศวง - เรียนรู้เกี่ยวกับการวัดระยะทางและการใช้อุปกรณ์ในการวัด ฝึกปฏิบัติ วัดระยะทางระหว่างสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน - ให้นักเรียนดูแผนผังและแผนที่ พร้อมเปรียบเทียบความเหมือนต่าง - ฝึกอ่านแผนที่ การใช้สัญลักษณ์ ทิศ มาตราส่วน และเรียนรู้การเขียนแผนที่ - ฝึกเขียนแผนที่และเขียนแผนที่จากโรงเรียนไปบ้านของตน - เล่นเกม“แผนที่พิศวง”โดยให้นักเรียนจับคู่กัน นำสิ่งของของตนไปวางไว้ใน สถานที่ที่เพื่อนไม่รู้ และเขียนแผนที่ให้เพื่อนใช้ในการเดินทางไปนำสิ่งของนั้น กลับมาให้ตน หลังเสร็จกิจกรรมให้นักเรียนร่วมกันสะท้อนผลในประเด็นของ 1) หลักการเขียนแผนที่ การใช้สัญลักษณ์ ทิศและมาตราส่วน 2) ทักษะในการเขียน และอ่านแผนที่ 3) ผลของการใช้แผนที่ สามารถหาของเจอหรือไม่ เพราะเหตุใด 4) ความรู้สึกในการทำกิจกรรม สิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่สามารถพัฒนาให้ดีขึ้น กิจกรรมที่ 3 แผนที่ชุมชน - ทบทวนหลักของการอ่านและเขียนแผนที่ และสนทนาเกี่ยวกับการทำแผนที่ ชุมชน สถานที่สำคัญของชุมชน - ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มและร่วมกันทำแผนที่ชุมชน โดยจัดทำแผนดำเนินงานของ กลุ่มในการกำหนดเป้าหมาย วางแผนในการทำงาน สิ่งที่ต้องทำ ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ - แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและสะท้อนผลการทำงาน -แ ผ น ที่ จ า ก เ ก ม “แผนที่พิศวง” โดยมี การนำความรู้และ ทักษะในการวัดระยะ ทาง การใช้สัญลักษณ์ ทิศ และมาตราส่วน มาใช้ในการเขียน แผนที่ - แผนดำเนินงานของ กลุ่ม - แผนที่ชุมชนที่แต่ละ กลุ่มเขียน - ประเมินทักษะในการวัด ระยะทางและการใช้อุปกรณ์ ในการวัด - ประเมินทักษะในการอ่าน และเขียนแผนที่ - ประเมินทักษะในการวัด ระยะทางและการใช้อุปกรณ์ ในการวัด - ประเมินทักษะในการอ่าน และเขียนแผนที่ - สังเกตกระบวนการทำงาน กลุ่มของนักเรียนและประเมิน แผนดำเนินงานของกลุ่มและ ผลการดำเนินงานจากการนำ เสนอผลงาน


(41) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การวัดและประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment) ผลลัพธ์การเรียนรู้ (จุดประสงค์ปลายทาง)งานปฏิบัติ (performance task) / สถานการณ์การวัดและประเมินการเรียนรู้หลักฐานการเรียนรู้ ออกแบบและจัดกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ วัฒนธรรมชุมชน โดยการศึกษา สำรวจข้อมูล ทำแผนที่ชุมชน กำหนดฐานการเรียนรู้ และ ทำเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้บุคคล ภายนอกเข้าร่วม -โครงการ Walk Rally ท่องเที่ยวชุมชน แผนการ ดำเนินงาน และผลการ ดำเนินงาน- สังเกตกระบวนการทำงานกลุ่มของ นักเรียน - ประเมินแผนดำเนินงานของกลุ่ม และผลการดำเนินงานตามเป้าหมาย ของกลุ่ม - ความพึงพอใจของบุคคลต่าง ๆ ในชุมชน - การเข้าร่วมกิจกรรมและความพึงพอใจ ของบุคคลภายนอกโครงการ Walk Rally ท่องเที่ยวชุมชน - กำหนดสถานการณ์ให้นักเรียนเป็น “ทูตน้อยชุมชน” จัดกิจกรรมเผยแพร่วัฒนธรรมชุมชน โดยนำความรู้ ทักษะ และเจตคติ จากงานการเรียนรู้มาประยุกต์ใช้ในการคิด สร้างสรรค์เส้นทาง “Walk Rally ชุมชน” เส้นทางใหม่ ที่น่าสนใจ ดึงดูดให้บุคคลภายนอกเข้ามาท่องเที่ยว เชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน พร้อมวางแผนเลือกฐานกิจกรรม การเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม จัดทำข้อมูลให้ความรู้และ ออกแบบกิจกรรมฐานต่าง ๆ ประสานงานกับชุมชน จัดทำ แผนที่ท่องเที่ยว กำหนดเป้าหมาย ประชาสัมพันธ์ ประกาศรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดำเนินการ ประเมินผล สะท้อนผลการทำงาน


42 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะการประเมินผลการเรียนรู้สมรรถนะ สถานการณ์ประเมิน และเกณฑ์การประเมิน (Rubrics) 1. การประเมินผลงานการเรียนรู้ (learning task) รายการประเมิน งานการเรียนรู้ (learning task)ปรับปรุง (กำลังพัฒนา)พอใช้ (ตามเกณฑ์)ดี (สูงกว่าเกณฑ์)ระดับคุณภาพ1. ใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการเรียนรู้ข้อมูลชุมชน ประเด็นพิจารณา งานเดี่ยว:ใบกิจกรรมการวิเคราะห์ภูมิศาสตร์และลักษณะทางกายภาพของชุมชน-ใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการตั้งคำถามและหาคำตอบเกี่ยวกับข้อมูลของชุมชน ได้ถูกต้องตามหลักการและขั้นตอนอย่างชัดเจน - ผลงานแสดงถึงการตั้งเป้าหมาย วางแผน ศึกษา สืบค้น และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่าง ชัดเจนและครอบคลุม งานกลุ่ม:โครงงานสำรวจชุมชน - สมาชิกในกลุ่มร่วมกันเลือกหัวข้อที่สนใจและใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการ ตั้งคำถาม คิด วิเคราะห์ เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับข้อมูลของชุมชนได้ถูกต้องตามหลักการและ ขั้นตอน ในการทำโครงงานสำรวจชุมชน - สมาชิกภายในกลุ่มรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยเหลือและทำงานร่วมกันด้วย บรรยากาศที่เป็นมิตร มีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี ผลัดกันเป็นผู้นำและผู้ตาม นำจุดเด่นของตนมาใช้ในการทำงาน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายร่วมกัน -แผนการดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการตั้งเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ ขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ จนสำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมายหรือไม่ มีการปรับปรุงผลงานให้ดี ขึ้น ภายในเวลาที่กำหนด - มีการนำเสนอผลงานโดยเรียบเรียงและอธิบายความคิด ความรู้สึกในการทำงาน และใช้ ภาษาที่เหมาะสมในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการพูดหรือการเขียน ได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น ด้วยวิธีที่หลากหลาย น่าสนใจ งานเดี่ยว ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม สมบูรณ์ในทุกประเด็น งานกลุ่ม ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม สมบูรณ์ในทุกประเด็นงานเดี่ยว ปฏิบัติได้ครอบคลุม ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ ทุกประเด็น หรือปฏิบัติ ได้ทุกประเด็นแต่ยัง ไม่สมบูรณ์ งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม สมบูรณ์เกือบครบ ทุกประเด็น หรือปฏิบัติ ได้ทุกประเด็นแต่ยังไม่ สมบูรณ์งานเดี่ยว ปฏิบัติได้ในบางประเด็น และยังต้องให้ความช่วย เหลือหรือให้คำแนะนำ งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น และยังต้องให้ความช่วย เหลือหรือให้คำแนะนำ


(43) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ รายการประเมิน งานการเรียนรู้ (learning task)ปรับปรุง (กำลังพัฒนา)พอใช้ (ตามเกณฑ์)ดี (สูงกว่าเกณฑ์)ระดับคุณภาพ 2. เกิดความภาคภูมิใจในชุมชน วิเคราะห์จุดเด่นของชุมชน และทำสื่อประชาสัมพันธ์ จุดเด่นของชุมชนด้วยความภาคภูมิใจ ประเด็นพิจารณา งานกลุ่ม:การนำเสนอผลงานในการวิเคราะห์จุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชนและ ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน - สมาชิกในกลุ่มร่วมกันนำความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์มาใช้ในการเปรียบเทียบความ แตกต่างของลักษณะทางกายภาพของชุมชนและวิเคราะห์จุดเด่นของชุมชนได้อย่างมีเหตุผล มีความชัดเจน ตรงประเด็น - สมาชิกภายในกลุ่มรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยเหลือและทำงานร่วมกันด้วย บรรยากาศที่เป็นมิตร มีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี ผลัดกันเป็นผู้นำและผู้ตาม นำจุดเด่นของตนมาใช้ในการทำงาน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายร่วมกัน - แผนการดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการตั้งเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ ขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้จน สำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมายหรือไม่ มีการปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ภายในเวลาที่กำหนด -มีการนำเสนอผลงานโดยเรียบเรียงและอธิบายความคิด ความรู้สึกภาคภูมิใจในชุมชน และใช้ภาษาที่เหมาะสมในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการพูดหรือการเขียน ได้อย่าง ชัดเจน ตรงประเด็น ด้วยวิธีที่หลากหลาย น่าสนใจ งานกลุ่ม:ทำสื่อประชาสัมพันธ์จุดเด่นเชิงวัฒนธรรมของชุมชน - สมาชิกภายในกลุ่มรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยเหลือและทำงานร่วมกันด้วย บรรยากาศที่เป็นมิตร มีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี ผลัดกันเป็นผู้นำและผู้ตาม นำจุดเด่นของตนมาใช้ในการทำงาน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายร่วมกัน งานกลุ่ม ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม สมบูรณ์ในทุกประเด็นงานกลุ่ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ ทุกประเด็น หรือปฏิบัติ ได้ทุกประเด็นแต่ยัง ไม่สมบูรณ์งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น และยังต้องให้ความ ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ใ ห้ คำแนะนำ


44 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะรายการประเมิน งานการเรียนรู้ (learning task)ปรับปรุง (กำลังพัฒนา)พอใช้ (ตามเกณฑ์)ดี (สูงกว่าเกณฑ์)ระดับคุณภาพ- แผนการดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการตั้งเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ ขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ จนสำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมายหรือไม่ มีการปรับปรุงผลงาน ให้ดีขึ้น ภายในเวลาที่กำหนด - สื่อประชาสัมพันธ์สะดุดตา น่าสนใจ มีเนื้อหาสอดคล้องกับหัวข้อ ใช้ภาพ ภาษา และ สัญลักษณ์ในการเชิญชวนให้ผู้อื่นเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่ต้องการสื่อสารและโน้มน้าวใจ ให้เข้ามาเรียนรู้หรือมีส่วนร่วมได้ชัดเจน ตรงประเด็น 3. ฝึกปฏิบัติภูมิปัญญาชุมชน มีส่วนร่วมในกิจกรรมภูมิปัญญาชุมชนที่ตนสนใจและ สามารถสาธิตให้ผู้อื่นปฏิบัติตามได้ ประเด็นพิจารณา งานกลุ่ม:การจัดงาน“ปราชญ์ชาวบ้านตัวน้อย”ที่โรงเรียน-สมาชิกในกลุ่มร่วมกันเสนอความคิด และวางแผนการทำงานร่วมกัน โดยแผนการ ดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการตั้งเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ ขั้นตอน วัสดุ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้จนสำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมาย หรือไม่ มีการปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น ภายในเวลาที่กำหนด -สมาชิกภายในกลุ่มรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยเหลือและทำงานร่วมกันด้วย บรรยากาศที่เป็นมิตร มีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี ผลัดกันเป็นผู้นำและผู้ตาม นำจุดเด่นของตนมาใช้ในการทำงาน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายร่วมกัน -การนำเสนอผลงาน “ปราชญ์ชาวบ้านตัวน้อย” โดยการสาธิตที่สะท้อนถึงความรู้ ทักษะ ที่ได้ฝึกฝนจากปราชญ์ชาวบ้าน และแสดงถึงความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน ด้วยการพูดหรือการแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ งานกลุ่ม ป ฏิ บั ติ ไ ด้ ค ร อ บ ค ลุ ม สมบูรณ์ในทุกประเด็นงานกลุ่ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ ทุกประเด็น หรือปฏิบัติ ได้ทุกประเด็นแต่ยัง ไม่สมบูรณ์งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น และยังต้องให้ความช่วย เหลือหรือให้คำแนะนำ


(45) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ รายการประเมิน งานการเรียนรู้ (learning task)ปรับปรุง (กำลังพัฒนา)พอใช้ (ตามเกณฑ์)ดี (สูงกว่าเกณฑ์)ระดับคุณภาพ 4. เขียนแผนที่ชุมชนแสดงจุดเด่นของชุมชน ประเด็นพิจารณา งานเดี่ยว:เขียนแผนผังห้องเรียนหรือแผนผังที่ตนสนใจ - ใช้ความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ในการเขียนแผนผังห้องเรียน หรือแผนผังที่ตน สนใจได้ถูกต้องตามหลักการและขั้นตอน - ผลงานแสดงถึงการตั้งเป้าหมาย วางแผน ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างชัดเจนและ ครอบคลุม งานเดี่ยว:เขียนแผนที่จากเกม“แผนที่พิศวง” - ใช้ความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ในการวัดระยะทาง การใช้สัญลักษณ์ ทิศ และ มาตราส่วนมาใช้ในการเขียนแผนที่ได้ถูกต้องตามหลักการและขั้นตอน - ผลงานแสดงถึงการตั้งเป้าหมาย วางแผน ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างชัดเจนและ ครอบคลุม งานกลุ่ม:เขียนแผนที่ชุมชน - สมาชิกในกลุ่มร่วมกันใช้ความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ในการวัดระยะทาง การใช้สัญลักษณ์ ทิศ และมาตราส่วนมาใช้ในการเขียนแผนที่ชุมชนได้ถูกต้องตามหลักการและขั้นตอน - สมาชิกภายในกลุ่มรู้หน้าที่ มีความรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยเหลือและทำงานร่วมกันด้วย บรรยากาศที่เป็นมิตร มีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดี ผลัดกันเป็นผู้นำและผู้ตาม นำจุดเด่นของตนมาใช้ในการทำงาน ช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายร่วมกัน - แผนการดำเนินงานของกลุ่มแสดงถึงการตั้งเป้าหมายในการทำงาน กำหนดวิธีการ ขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ จนสำเร็จ พร้อมตรวจสอบผลงานว่าถูกต้องตามเป้าหมายหรือไม่ มีการปรับปรุงผลงาน ให้ดีขึ้น ภายในเวลาที่กำหนด - มีการนำเสนอผลงานโดยอ่านและเขียนระยะทาง สัญลักษณ์ ทิศ และมาตราส่วนของ แผนที่ได้ถูกต้อง ใช้ภาษาในการพูดหรือการเขียน เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจความคิด ความรู้สึกในการทำงาน ได้อย่างเหมาะสม ชัดเจน งานเดี่ยว ปฏิบัติได้ครอบคลุม สมบูรณ์ในทุกประเด็น งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม สมบูรณ์ในทุกประเด็นงานเดี่ยว ปฏิบัติได้ครอบคลุม ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ ทุกประเด็น หรือปฏิบัติ ได้ทุกประเด็นแต่ยัง ไม่สมบูรณ์ งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ครอบคลุม ส ม บู ร ณ์ เ กื อ บ ค ร บ ทุกประเด็น หรือปฏิบัติ ได้ทุกประเด็นแต่ยัง ไม่สมบูรณ์งานเดี่ยว ปฏิบัติได้ในบางประเด็น และยังต้องให้ความ ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ใ ห้ คำแนะนำ งานกลุ่ม ปฏิบัติได้ในบางประเด็น และยังต้องให้ความ ช่ ว ย เ ห ลื อ ห รื อ ใ ห้ คำแนะนำ


46 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 2. การประเมินผลงานปฏิบัติ (performance task) รายการประเมิน งานปฏิบัติ (performance task)ปรับปรุง (กำลังพัฒนา)พอใช้ (ตามเกณฑ์)ดี (สูงกว่าเกณฑ์)ระดับคุณภาพ- ออกแบบและจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน “Walk Rally ชุมชน” โดยการศึกษา สำรวจข้อมูล ทำแผนที่ชุมชน กำหนดฐานการเรียนรู้ และ จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมได้ ประเด็นการประเมิน 1. มีเป้าหมายในการทำงาน ร่วมกันวางแผน ออกแบบ และดำเนินการจัดกิจกรรม “Walk Rally ชุมชน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนได้น่าสนใจ เหมาะสมกับเวลาและระยะทาง โดยสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และรับผิดชอบในการทำงานร่วมกัน ปฏิบัติตามวิถีวัฒนธรรมของชุมชนและท้องถิ่นด้วย ความเข้าใจและภาคภูมิใจในชุมชนของตน 2. ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางภูมิศาสตร์ในการตั้งคำถาม เชิงภูมิศาสตร์ สำรวจ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมากำหนดและออกแบบฐานกิจกรรม การเรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชนและทำเส้นทางท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ สมเหตุสมผล 3. ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์ในการทำแผนที่เส้นทาง Walk Rally ได้อย่างถูกต้อง สวยงาม น่าสนใจ โดยมีการใช้สัญลักษณ์ แผนภูมิ แผนภาพ อย่างง่าย เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจในความคิดของตนเอง ได้อย่างหลากหลายและเหมาะสม 4. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ “Walk Rally ชุมชน” เพื่อเชิญชวนให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม ได้อย่างน่าสนใจและมีความหลากหลาย ใช้ภาพ ภาษา และสัญลักษณ์ในการเชิญชวนและ โน้มน้าวใจให้ผู้อื่นเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม สามารถสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก ความคิดเห็น ประสบการณ์ เกี่ยวกับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมชุมชนให้ ผู้อื่นเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ตรง และมีรูปแบบที่ดึงดูดใจ มีความน่าสนใจ 5. บุคคลภายนอกที่เข้าร่วมโครงการ “Walk Rally” ได้เรียนรู้วัฒนธรรมในชุมชนและ มีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม- สามารถใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ ทางภูมิศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ และ การสื่อสาร ในการร่วมกัน วิเคราะห์ วางแผน ออกแบบ แ ล ะ ด ำ เ นิ น กิ จ ก ร ร ม ส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน “Walk Rally ชุมชน” ไ ด้ ส ำ เ ร็ จ ด้ ว ย ค ว า ม ภาคภูมิใจได้ตามเกณฑ์ที่ กำหนดครบ 5 ประเด็น พิจารณา- สามารถใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ ทางภูมิศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ และ การสื่อสาร ในการร่วม กันวิเคราะห์ วางแผน ออกแบบ และดำเนิน กิจกรรมส่งเสริมการ ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ วัฒนธรรมชุมชน “Walk Rally ชุมชน” ได้สำเร็จ ด้วยความภาคภูมิใจ ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด 3 - 4 ประเด็นพิจารณา- สามารถใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ ทางภูมิศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ และ การสื่อสาร ในการร่วม กันวิเคราะห์ วางแผน ออกแบบ และดำเนิน กิจกรรมส่งเสริมการ ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ วั ฒ น ธ ร ร ม ชุ ม ช น “Walk Rally ชุมชน” ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด น้อยกว่า 3 ประเด็น พิจารณา


(47) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 3. การประเมินสมรรถนะหลัก การประเมินสมรรถนะหลักด้านคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน สมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม สมรรถนะหลักด้าน การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ สมรรถนะหลักด้านทักษะ ชีวิตและความเจริญแห่งตน สมรรถนะหลักด้านพลเมืองที่เข้มแข็ง/ตื่นรู้ ที่มีสำนึกสากล และสมรรถนะหลักด้านภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ในหน่วย การเรียนหน่วยนี้ สามารถประเมินสมรรถนะหลักแต่ละสมรรถนะเพิ่มเติม ได้จากการใช้เกณฑ์ระดับคุณภาพตามโครงการวิจัยพัฒนากรอบสมรรถนะ ผู้เรียน สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา ดังตัวอย่าง


48 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะสมรรถนะหลักด้านทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม (Higher Order Thinking Skills and Innovation) ระดับคุณภาพการคิดแก้ปัญหาระดับ 1สามารถระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และอธิบายผลกระทบของปัญหาได้คร่าว ๆ สามารถระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาได้ และลงมือ แก้ปัญหาโดยต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้อื่นระดับ 2สามารถระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และอธิบายผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้นต่อตนเองได้อย่างชัดเจน สามารถระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไข ปัญหาที่หลากหลายและมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการที่คัดเลือกไว้ โดยดำเนินการ ตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ ระดับ 3สามารถระบุปัญหาที่เกิดขึ้น และอธิบายผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่นได้สามารถระบุสาเหตุและวิธีการแก้ไข ปัญหาที่หลากหลายและมีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ และสามารถอธิบายผลที่จะเกิดขึ้นจากวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น และ ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ด้วยวิธีการที่คัดเลือกไว้และดำเนินการตามขั้นตอนของวิธีการจนปัญหาได้รับการแก้ไข ระดับคุณภาพการพัฒนานวัตกรรม ระดับ 1ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐานของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการได้โดยมีเหตุผลประกอบ ระดับ 2ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐานของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผลประกอบ สามารถระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและ นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของแนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล ระดับ 3ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐานของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผลประกอบระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและนำเสนอแนวทาง ในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของแนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล และปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามที่นำเสนอได้ โดยมีพื้นฐานของแนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล


(49) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) ระดับ ระดับ 1 ระดับ 2 สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) สมรรถนะที่ 1 ภาวะผู้นำและการพัฒนาตนเองสมรรถนะที่ 2 การสื่อสารที่มีประสิทธิผลสมรรถนะที่ 4 การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีสมรรถนะที่ 5 การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ สมรรถนะที่ 3 การทำงานร่วมกัน 1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก ที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้ อย่างเหมาะสม มีแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาตนเองให้เป็น ที่ไว้วางใจ เป็นผู้นำหรือสมาชิกที่ดีในบาง สถานการณ์ จะแสดงออกได้ อย่างเหมาะสม โดยต้องอาศัย ผู้ชี้แนะทุกครั้ง เป็นผู้นำหรือสมาชิกที่ดีในบาง สถานการณ์ จะแสดงออกได้ อย่างเหมาะสมโดยต้องอาศัย ผู้ชี้แนะเป็นบางครั้ง4. ปรับและประสานความ คิดในการแก้ไขปัญหาด้วย สันติวิธี รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา จากสถานการณ์ได้ หรือรับฟัง และร่วมวิเคราะห์ปัญหาโดย อาจยังไม่เข้าใจปัญหาหรือต้อง อาศัยผู้ชี้แนะ รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา จากสถานการณ์และร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหาได้3. ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่มที่สอดคล้อง กับเป้าหมาย และรับผิดชอบตาม บทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความพยายามเพื่อให้เกิดความ สำเร็จในการทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือกัน ประเมินการทำงาน ร่วมกันเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับปรุง ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวน การทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับ เป้าหมาย และรับผิดชอบตาม บทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ โดยต้องมีผู้ชี้แนะ ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการ ทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย มีความพยายาม เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการ ทำงาน ช่วยเหลือกัน โดยมีผู้ชี้แนะ บ้างเป็นบางครั้ง2. เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และ เคารพความคิดเห็นในมุมมอง ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือ โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น อย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ และสมาชิกในกลุ่มโดยต้องมี ผู้ชี้แนะในบางครั้ง มีมารยาทในการรับฟังผู้นำและ สมาชิกในกลุ่ม และสามารถ สนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการ ทำงานได้5. สร้างและรักษาความ สัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้ความ ไว้วางใจ และยอมรับผล ที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน ด้วยความเต็มใจ ทำงานกลุ่ม ด้วยการกระทำที่ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ ที่ดี โดยมีผู้ชี้แนะบ้างเป็น บางครั้ง ทำงานกลุ่ม ด้วยการกระทำที่ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ ที่ดีในกลุ่มได้ด้วยตนเอง


50 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระดับ ระดับ 3 ระดับ 4 สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) สมรรถนะที่ 1 ภาวะผู้นำและการพัฒนาตนเองสมรรถนะที่ 2 การสื่อสารที่มีประสิทธิผลสมรรถนะที่ 4 การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีสมรรถนะที่ 5 การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ สมรรถนะที่ 3 การทำงานร่วมกัน 1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก ที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้ อย่างเหมาะสม มีแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาตนเองให้เป็นที่ ไว้วางใจ เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดี ของกลุ่มแสดงออกได้อย่าง เหมาะสม ขาดแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาตนเอง เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดี ของกลุ่มแสดงออกได้อย่าง เหมาะสม มีแรงบันดาลใจใน การพัฒนาตนเองเมื่อมีผู้ชี้แนะ4. ปรับและประสานความ คิดในการแก้ไขปัญหาด้วย สันติวิธี รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา จากสถานการณ์ ร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหา แล้วหาวิธีการ แก้ไขปัญหาโดยประสานความ คิดได้ โดยต้องมีผู้ชี้แนะบ้าง เป็นบางครั้ง รับฟัง ทำความเข้าใจปัญหา จากสถานการณ์ ร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหา แล้วหาวิธีการ แก้ไขปัญหาโดยประสาน ความคิดได้3. ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่มที่สอดคล้อง กับเป้าหมาย และรับผิดชอบตาม บทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความพยายามเพื่อให้เกิดความ สำเร็จในการทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือกัน ประเมินการทำงาน ร่วมกันเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับปรุง ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ร่วมกันกำหนดเป้าหมายมีกระบวนการ ทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย มีความพยายาม เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการ ทำงาน ช่วยเหลือกันอย่างเต็มใจ ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการ ทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาท หน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความ พยายามเพื่อให้เกิดความสำเร็จ ในการทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือ กัน ประเมินการทำงานร่วมกัน เป็นระยะ แต่ยังไม่ได้นำผลไป ปรับปรุงกระบวนการทำงาน2. เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และ เคารพความคิดเห็นในมุมมอง ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือ โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น อย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ และสมาชิกในกลุ่มและสามารถ โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น ได้อย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ และสมาชิกในกลุ่ม สามารถ สนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการ ทำงาน และสามารถโต้แย้ง ความคิดเห็นของผู้อื่นได้อย่าง มีเหตุผล5. สร้างและรักษาความ สัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้ความ ไว้วางใจ และยอมรับผล ที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน ด้วยความเต็มใจ ทำงานกลุ่ม ด้วยการกระทำที่ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ ที่ดีในกลุ่มได้ด้วยตนเอง โดยจะ ไว้วางใจต่อสมาชิกในกลุ่ม เมื่อมีผู้ชี้แนะบ้างเป็นบางครั้ง ทำงานกลุ่ม ด้วยการกระทำที่ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ ดี ใ น ก ลุ่ ม ไ ด้ ด้ ว ย ต น เ อ ง แสดงออกถึงความไว้วางใจต่อ สมาชิกในกลุ่มอย่างชัดเจน แต่ยังไม่เต็มใจยอมรับผล ที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน


(51) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระดับ ระดับ 5 สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ (Collaboration Teamwork and Leadership) สมรรถนะที่ 1 ภาวะผู้นำและการพัฒนาตนเองสมรรถนะที่ 2 การสื่อสารที่มีประสิทธิผลสมรรถนะที่ 4 การแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีสมรรถนะที่ 5 การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ สมรรถนะที่ 3 การทำงานร่วมกัน 1. เป็นผู้นำและเป็นสมาชิก ที่ดีของกลุ่ม แสดงออกได้ อย่างเหมาะสม มีแรงบันดาล ใจในการพัฒนาตนเองให้เป็น ที่ไว้วางใจ เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดี ของกลุ่ม แสดงออกได้อย่าง เหมาะสม มีแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาตนเองให้เป็นที่ ไว้วางใจ4. ปรับและประสานความ คิดในการแก้ไขปัญหาด้วย สันติวิธี วิเคราะห์ปัญหา แล้วหาวิธีการ แก้ไขปัญหาโดยปรับและ ประสานความคิด ในการแก้ไข ปัญหาด้วยสันติวิธี3. ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการทำงานกลุ่มที่สอดคล้อง กับเป้าหมาย และรับผิดชอบตาม บทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความพยายามเพื่อให้เกิดความ สำเร็จในการทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือกัน ประเมินการทำงาน ร่วมกันเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับปรุง ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย มีกระบวนการ ทำงานกลุ่มที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ ด้วยความใส่ใจ มีความพยายาม เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการ ทำงาน อย่างเต็มใจ ช่วยเหลือกัน ประเมินการทำงานร่วมกันเป็นระยะ เพื่อนำไปปรับปรุงให้บรรลุ ตามเป้าหมายที่กำหนด2. เปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และ เคารพความคิดเห็นในมุมมอง ที่แตกต่าง สนับสนุนหรือ โต้แย้งความคิดเห็นของผู้อื่น อย่างมีเหตุผล มีมารยาทในการรับฟังผู้นำ และสมาชิกในกลุ่ม สามารถ สนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการ ทำงาน และสามารถโต้แย้ง ความคิดเห็นของผู้อื่นได้อย่าง มีเหตุผลโดยเปิดใจ รับฟัง ยอมรับ และเคารพความคิดเห็น ในมุมมองที่แตกต่าง5. สร้างและรักษาความ สัมพันธ์อันดีในกลุ่ม ให้ความ ไว้วางใจ และยอมรับผล ที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน ด้วยความเต็มใจ ทำงานกลุ่ม ด้วยการกระทำที่ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี หรือช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ ดี ใ น ก ลุ่ ม ไ ด้ ด้ ว ย ต น เ อ ง แสดงออกถึงความไว้วางใจต่อ สมาชิกในกลุ่มอย่างชัดเจน และยอมรับผลที่เกิดจากการ ทำงานร่วมกันด้วยความเต็มใจ


52 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การออกแบบหน่วยบูรณาการ “ท่องเที่ยวชุมชน” เป็นอีกหนึ่ง ตัวอย่างของโรงเรียนปรัชชาธรที่ออกแบบการจัดการเรียนการสอนโดยมี “จุดเน้น” ในการสร้างผู้เรียนให้เป็น “ทูตน้อยชุมชน” เพื่อให้นักเรียนสำนึกรัก บ้านเกิดและสืบสานวัฒนธรรมชุมชน รู้จักชุมชนและเข้าไปเรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน สามารถประชาสัมพันธ์จุดเด่นของชุมชนและเชิญชวนให้บุคคลอื่นมา ร่วมกิจกรรมภายในชุมชนได้ จากนั้นนำสมรรถนะในความฉลาดรู้พื้นฐานและ สมรรถนะหลัก มาวิเคราะห์เชื่อมโยงและวางแผนการจัดการเรียนการสอน แบบบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้ ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะผ่าน “งานเพื่อการเรียนรู้ (learning task)” ที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติผ่านประสบการณ์จริงจากสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงมีการ ประเมินสมรรถนะของผู้เรียนจากนำความรู้ ทักษะ เจตคติ ไปประยุกต์ใช้ ในสถานการณ์ผ่าน “งานปฏิบัติ (performance task)” ที่ครูออกแบบ ในลักษณะของ “ภารกิจ” จาก “โครงการ Walk Rally ท่องเที่ยวชุมชน” หน่วยการเรียนรู้นี้ จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนตามจุดเน้น ของสถานศึกษาและบริบทของชุมชน ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจชุมชนและได้เลือกเรียนรู้สิ่งที่ตนสนใจ จาก “งาน” ที่ครูออกแบบไว้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน จากประสบการณ์จริง ได้พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติ ในสถานการณ์ต่าง ๆ จนเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้สำคัญในการพัฒนาสมรรถนะ ผู้เรียนตามเป้าหมายของสถานศึกษา


(53) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและตัวอย่างแผนการจัด การเรียนการสอนตามแต่ละแนวทางเพิ่มเติมได้จากคู่มือ การนำกรอบ สมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการ พัฒนาผู้เรียน


54 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ไม่รู้จะเริ่มต้นคิดออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ จากจุดไหนดี? ● ในการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียนนั้นสามารถเริ่มต้นจากหลักการหรือ คำถามใดคำถามหนึ่งดังต่อไปนี้ 1. ชีวิตจริง/วิถีชีวิต/ชีวิตประจำวัน ของนักเรียนเป็นอย่างไร เขาควรทำอะไรได้ (Authentic Learning - การเรียนรู้ตามสภาพจริง) 2. มีงานใดบ้างที่นักเรียนควรทำได้ หรือมีสถานการณ์ใดบ้างที่นักเรียนควร ได้เรียนรู้ (Task - Based Learning/ Situated Learning) 3. สิ่งใดที่นักเรียนกำลังสนใจ ชื่นชอบ และให้ความสำคัญ กระหายใคร่รู้ (Meaningful Learning การเรียนรู้อย่างมีความหมาย) 4. ในโรงเรียนหรือในชุมชนมีทรัพยากร สิ่งแวดล้อม หรือแหล่งเรียนรู้สำคัญ ใดบ้างที่ใช้เป็นพื้นที่พัฒนานักเรียนได้ (Resource - Based Learning) หรือมีกิจกรรมชุมชน/งานประเพณี/หรือเทศกาลใดที่สามารถใช้เป็น พื้นที่เรียนรู้ได้ (Event/ Festival) 5. ในโรงเรียน/ในชุมชน/ในสังคม/ในโลก ขณะนี้มีปรากฏการณ์ ประเด็น ความเคลื่อนไหวใดที่สำคัญ หรือมีปัญหาใดที่ควรศึกษา/ได้รับการแก้ไข (Problem - Based Learning/ Phenomenon - Based Learning/ Issues & Trend/ Community - Based Learning) 6. โรงเรียนมีจุดเด่น/จุดเน้น/โครงการ/กิจกรรมสำคัญใดที่ใช้เป็นประเด็น และพื้นที่การเรียนรู้ของนักเรียนได้ (School Focus) 7. นักเรียนมีศักยภาพหรือความสามารถใดที่โดดเด่น ควรได้รับการส่งเสริม สนับสนุน


(55) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ในการเริ่มต้นคิดออกแบบการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ สามารถ ดำเนินการได้ดังนี้ 1) การวิเคราะห์สภาพชีวิตจริง/วิถีชีวิต/ ชีวิตประจำวัน ของ นักเรียนว่าเป็นอย่างไร เขาควรทำอะไรได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้ ตามสภาพจริง (Authentic Learning) ตัวอย่างเช่น โรงเรียน ก. วิเคราะห์ว่า นักเรียนควรที่จะสามารถพึ่งพาดูแลตนเองในการทำอาหารสำหรับตนเอง และดูแลเพื่อนหรือบุคคลในครอบครัวได้ จึงได้กำหนดหน่วยการเรียนรู้ “อาหารดี มีประโยชน์” ขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การคิดเมนูอาหาร การหาสูตรการทำอาหาร การจัดซื้อ/การจัดเตรียมวัตถุดิบ การวางแผน การปรุงอาหาร การประเมินผลและสะท้อนคิดการทำงานของตน ซึ่งช่วยให้ นักเรียนได้พัฒนาสมรรถนะหลักด้านทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ และสมรรถนะการทำงานแบบรวมพลังเป็นทีม และมีภาวะผู้นำ หรือตัวอย่าง เช่น โรงเรียน ค. ที่วิเคราะห์แล้วพบว่า นักเรียนมีการใช้ภาษาถิ่นของแต่ละ ภูมิภาคแตกต่างกันมากในชีวิตประจำวัน ทั้งในโรงเรียนและบริเวณชุมชน เนื่องจากนักเรียนในโรงเรียนและคนในชุมชนมาจากภูมิภาคที่หลากหลาย จึงได้ออกแบบบทเรียนว่าด้วยภาษาถิ่นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งถือเป็น การส่งเสริมสมรรถนะการสื่อสารแก่นักเรียน 2) การวิเคราะห์ว่ามีงานใดบ้างที่นักเรียนควรทำได้ หรือมีสถานการณ์ ใดบ้างที่นักเรียนควรได้เรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้จากงาน (Task - based/ Work - based Learning) และหลักการเรียนรู้ผ่าน สถานการณ์ (Situated Learning) เช่น โรงเรียน ข. นักเรียนทุกระดับชั้น หลักการเริ่มต้นคิดออกแบบการเรียนการสอนฐานสมรรถนะ


56 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ จะมีงานออกแบบผลิตภัณฑ์และลงมือผลิตมาจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียน เพื่อเป็นรายได้ จึงได้ใช้งานนี้เป็นพื้นที่ในการฝึกสมรรถนะแก่ผู้เรียน ทั้งสมรรถนะหลักด้านทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ และสมรรถนะ หลักด้านคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 3) การวิเคราะห์ความสนใจ ความชื่นชอบ สิ่งที่ผู้เรียนกระหาย ใคร่รู้และให้ความสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการออกแบบกิจกรรม ตามความสนใจของผู้เรียนและหลักการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (Meaningful Learning) เช่น นักเรียนโรงเรียน ค. มีความชื่นชอบและสนใจการเล่นเกม เป็นอย่างมาก ครูจึงนำความสนใจนี้มาใช้ออกแบบบทเรียนให้นักเรียน ได้สร้างเกมจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เพื่อนได้เล่น ซึ่งทำให้นักเรียน ได้พัฒนาสมรรถนะหลักด้านการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล สมรรถนะหลักด้านการคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม และสมรรถนะ หลักด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (การใช้และการออกแบบโปรแกรม ต้องใช้ภาษาอังกฤษ) 4) การวิเคราะห์ว่าในโรงเรียนหรือในชุมชนมีทรัพยากร สิ่งแวดล้อม หรือแหล่งเรียนรู้สำคัญใดบ้างที่ใช้เป็นพื้นที่พัฒนานักเรียนได้ ซึ่งสอดคล้อง กับหลักการเรียนรู้โดยใช้แหล่งเรียนรู้ (Resource - based Learning) หรือมีกิจกรรมชุมชน/งานประเพณี/หรือเทศกาลใดที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ เรียนรู้ได้ (event/ festival) เช่น โรงเรียน ก. ใช้เทศกาลสงกรานต์เป็น theme ในการออกแบบบทเรียน โดยให้นักเรียนได้สืบค้นประวัติความเป็นมาว่า เทศกาลนี้ถือเป็นเทศกาลของไทยใช่หรือไม่ ซึ่งทำให้พบข้อถกเถียง ในหลายประเด็นที่น่าสนใจ ตลอดจนออกแบบกิจกรรมงานสงกรานต์ในโรงเรียน เพื่อให้คุณครูและนักเรียนได้เข้าร่วม ทำให้เรียนรู้ตั้งแต่เรื่องดนตรี การละเล่นไทย


(57) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ วัฒนธรรมประเพณีของไทยและเอเชีย มารยาทไทย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม สมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองตื่นรู้ที่มีสำนึกสากล สมรรถนะการทำงาน แบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ และสมรรถนะหลักด้านการสืบสอบ ทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในสมรรถนะย่อยที่ 4 การโต้แย้ง ในประเด็นสำคัญ หรือโรงเรียน ข. มีตลาดสดที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับ โรงเรียน คุณครูจึงได้ออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนได้ไปเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในตลาด หรือโรงเรียน ค. ที่มีสวนผักบริเวณดาดฟ้าอาคารเรียน (Rooftop Garden) ที่โรงเรียนวางแผนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชผักสวนครัว ในพื้นที่จำกัดแก่นักเรียน 5) การวิเคราะห์ว่าในโรงเรียน/ในชุมชน/ในสังคม/ในโลก ขณะนี้ มีปรากฏการณ์ ประเด็นความเคลื่อนไหวใดที่สำคัญ หรือมีปัญหาใดที่ ควรศึกษา/ได้รับการแก้ไข ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเรียนรู้โดยใช้ปัญหา เป็นฐาน การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน การเรียนรู้ผ่านประเด็น ทางสังคม และการเรียนรู้โดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (Problem - based Learning/ Phenomenon - based Learning/ Issues & Trend/ Community - based Learning) เช่น โรงเรียน ก. ที่พบว่ามีปัญหาเรื่อง ขยะและพลังงานไฟฟ้า ทั้งในโรงเรียนและครัวเรือน จึงได้ออกแบบ หน่วยการเรียนรู้ “พลังงานไฟฟ้าใกล้ตัว” และ “การจัดการขยะ” ซึ่งนักเรียน ได้รับการพัฒนาสมรรถนะหลักด้านการเป็นพลเมืองตื่นรู้ที่มีสำนึกสากล สมรรถนะหลักด้านการคิดขั้นสูงและการพัฒนานวัตกรรม และสมรรถนะ การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ รวมทั้งได้นำสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมาให้นักเรียนได้ออกแบบอุปกรณ์และนวัตกรรม ต่าง ๆ ในการป้องกันตนเอง


58 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ 6) การวิเคราะห์ว่าโรงเรียนมีจุดเด่น/จุดเน้น/โครงการ/กิจกรรม สำคัญใด ที่ใช้เป็นประเด็นและพื้นที่การเรียนรู้ของนักเรียนได้ (School focus) เช่น ในโรงเรียน ข. มีโครงการยุวเกษตร และโครงการสหกรณ์ โรงเรียนที่มีความโดดเด่น เนื่องจากเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมทักษะแก่ผู้เรียน ในหลายด้าน มีนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านโครงการเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ในทุกระดับชั้น และยังถือเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ปกครองและชุมชน โรงเรียน จึงใช้โครงการเหล่านี้เป็นพื้นที่ในการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียน หรือ โรงเรียน ค. ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำแก่นักเรียน ซึ่งถือเป็นจุดเน้น สำคัญของโรงเรียน โรงเรียนจึงใช้กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา สมรรถนะแก่นักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมรรถนะหลักด้านการทำงาน แบบรวมพลังเป็นทีมและมีภาวะผู้นำ 7) การวิเคราะห์ศักยภาพหรือความสามารถที่โดดเด่นของ นักเรียนว่า มีสิ่งใดที่ควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุน เช่น โรงเรียน ก. มีนักเรียนที่มีศักยภาพทางดนตรีไทย จึงสร้างพื้นที่ในการฝึกและแสดง ความสามารถนั้นทั้งในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนและเวทีภายนอกโรงเรียน ซึ่งทำให้ได้ฝึกสมรรถนะหลักด้านทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน ในการรู้จักตนเอง การตระหนักรู้ การเห็นคุณค่าในตนเอง และการจัดการ ตนเอง รวมถึงสุนทรียะ


(59) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ตอนที่ 3 การประเมินสมรรถนะ


60 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ก า รป ระเมินสม ร รถนะมีคว ามสัมพันธ์ใกล้ชิดและถือเป็น เนื้อเดียวกันกับการพัฒนาสมรรถนะแก่ผู้เรียน เพราะการพัฒนาสมรรถนะ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากการประเมินในการค้นหาศักยภาพและชี้ทิศทาง การพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนต่อไป การประเมินสมรรถนะนี้มีลักษณะ เป็น “การประเมินการเรียนรู้ (Assessment)” ที่มุ่งเน้นการรวบรวม สารสนเทศเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน มากกว่าที่จะเป็นการ ประเมินในลักษณะของการประเมินผลที่มุ่งตัดสินคุณค่า กำหนดเกณฑ์ การปฏิบัติที่มีความชัดเจน (Performance Criterion) การประเมินสมรรถนะ มีลักษณะอย่างไร ? การประเมินฐานสมรรถนะ (Competency - based Assessment)


(61) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การประเมินสมรรถนะ มุ่งเน้นการประเมินความสามารถที่เป็น องค์รวมของการใช้ความรู้(K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) ของผู้เรียน ในลักษณะ การประเมินการปฏิบัติ (Performance Assessment) ว่า ผู้เรียน “ทำได้” บรรลุตามเกณฑ์ความสำเร็จ (Performance Criteria) ที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยใช้แบบประเมินการปฏิบัติ (Performance Test) การประเมินสมรรถนะในที่นี้ มักเกิดขึ้นในลักษณะของการประเมิน ผลรวม/การประเมินผลรวบยอด (Summative Assessment) ในช่วง ท้ายบทเรียนหรือท้ายหน่วยการเรียนรู้ภายหลังจากที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะต่าง ๆ ที่สำคัญจำเป็นหรือหลอมรวมเป็นพื้นฐานของ สมรรถนะนั้น ๆ แล้ว ซึ่งในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม ความรู้ทักษะ และคุณลักษณะต่าง ๆ เหล่านั้น ผู้สอนก็สามารถออกแบบ การประเมินสมรรถนะ ความรู้ทักษะ และคุณลักษณะต่าง ๆ ในลักษณะของ การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) โดยใช้เครื่องมือ/วิธีวัด ต่าง ๆ ได้ตามปกติไม่ว่าจะเป็นแบบทดสอบ แบบวัด การตรวจแบบฝึก ฯลฯ หรืออาจมีการวัดสมรรถนะย่อย ๆ ในระหว่างการเรียนการสอนก็ได้เช่นกัน ซึ่งมักอยู่ในลักษณะของ การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) การประเมินผลรวมเน้นการประเมินองค์รวมของสมรรถนะด้วย เครื่องมือประเมินตามความเหมาะสมและประเมินเมื่อผู้เรียนพร้อมที่จะรับ การประเมิน หากประเมินผ่าน ผู้เรียนจะสามารถก้าวสู่จุดประสงค์การเรียนรู้ ขั้นต่อไปได้หากยังไม่ผ่าน ผู้เรียนจะได้รับการสอนซ่อมเสริม จนกระทั่งบรรลุผล ผู้เรียนแต่ละคนจะก้าวหน้าไปตามความสามารถของตน อาจก้าวหน้าไปได้เร็ว ในบางสาระ และอาจไปได้ช้าในบางสาระตามความถนัดของตน


62 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ลักษณะสำคัญของการประเมินสมรรถนะ 1. การประเมินการเรียนรู้เป็นกิจกรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียน การสอนตามปกติมีลักษณะเป็นการ ประเมินแบบ Formative Assessment ซึ่งมีการเก็บข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อให้ความช่วยเหลือตามปัญหาและ ความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน 2. ใ ช้ก า ร ป ร ะ เ มิ น ต า ม ส ภ า พ จ ริ ง (Authentic Assessment) จากสิ่งที่ผู้เรียน ได้ปฏิบัติจริง และความก้าวหน้าในการ ปฏิบัติงาน เช่น การประเมินจากการปฏิบัติ (Performance Assessment) หรือการ ประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio Assessment) รวมถึงการประเมินตนเอง (Student Self - Assessment) และการ ประเมินโดยเพื่อน (Peer Assessment) 4. ใช้วิธีการวัดจากพฤติกรรม/การกระทำ/ การปฏิบัติ (Performance Test) ที่แสดงออกถึงความสามารถในการใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะต่าง ๆ ตามเกณฑ์การปฏิบัติ(Performance Criteria) ที่กำหนดเป็นการวัดอิงเกณฑ์ มิใช่อิงกลุ่ม และมีหลักฐานการปฏิบัติ (Evidence) ใช้ตรวจสอบได้ 5. ใช้สถานการณ์เป็นฐาน เพื่อให้บริบท การวัดและประเมินเป็นสภาพจริงมากขึ้น เช่น อาจเตรียมบริบทเป็นข้อความ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว สถานการณ์จำลอง หรือ สถานการณ์เสมือนจริงในคอมพิวเตอร์ ซึ่งส าม า รถป ระเมินได้หล ายป ระเด็น ในสถานการณ์เดียวกัน 6. ผู้เรียนจะได้รับการประเมินเมื่อพร้อม และเป็นการประเมินความก้าวหน้าตาม อัตราของตนเอง ด้วยเครื่องมือวัดที่เข้าถึง ความเชี่ยวชาญของผู้เรียน การประเมินจะ เป็นไปตามลำดับขั้นของสมรรถนะที่กำหนด หากไม่ผ่านจะต้องได้รับการซ่อมเสริม จนกระทั่งผ่านจึงจะก้าวไปสู่ลำดับขั้นต่อไป 3. การประเมินที่เป็นการตัดสินผลการเรียนรู้ จะมุ่งวัดสมรรถนะอันเป็นองค์รวมของ ความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะต่างๆ 7. การรายงานผล เป็นการให้ข้อมูล พัฒนาการและความสามารถของ ผู้เรียนตามลำดับขั้นที่ผู้เรียนทำได้ตาม เกณฑ์ที่กำหนด


(63) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การประเมินสมรรถนะมีขั้นตอนสำคัญดังนี้ การประเมินสมรรถนะ ทำได้อย่างไร ขั้นตอนการประเมินสมรรถนะ 1.กำหนดสมรรถนะ ให้มีความชัดเจนในระดับ พฤติกรรมที่สังเกตได้ 2.ออกแบบกิจกรรม เพื่อประเมินสมรรถนะ 3.กำหนดลักษณะ การประเมิน (Assessment Specification) 4. ดำเนินการประเมิน ตามสถานการณ์ การประเมินที่กำหนด 5.แปลผล การให้คะแนน รวมถึงการ สะท้อนข้อมูล กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติที่มีความชัดเจน (Performance Criterion) สิ่งที่จะประเมินที่อาจเป็นกระบวนการ (Process) หรือผลงาน (Product) กำหนดลักษณะกลุ่มเป้าหมายในการประเมินทั้งใน ระดับรายบุคคล (Personal Level) หรือ เป็นรายกลุ่ม (Group Level) ออกแบบกิจกรรมที่พัฒนาสมรรถนะและสามารถประเมินสมรรถนะขณะทำ กิจกรรม หรือกำหนดสถานการณ์ในการประเมินสมรรถนะจากพฤติกรรม ที่เกิดขึ้นแบบองค์รวม กำหนดวิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมินหรือเกณฑ์การให้คะแนน และ กำหนดน้ำหนักคะแนน โดยกรอบการประเมินต้องเป็นตัวแทนของ พฤติกรรมที่ใช้ในการวัดสมรรถนะได้อย่างครบถ้วนครอบคลุม รวมถึง กำหนดผู้มีส่วนร่วมในการประเมินการเรียนรู้ ดำเนินการประเมินตามสถานการณ์การประเมินที่กำหนดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน (Evidence) ในการสะท้อนระดับการพัฒนาของสมรรถนะที่ต้องการ ประเมิน เช่น ภาพ การบันทึกเสียง วีดิทัศน์ชิ้นงาน ใบงาน โครงการ รายงาน และรายงานวิจัย เป็นต้น แปลผลการให้คะแนนรวมถึงการสะท้อนข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับในการ พัฒนาผู้เรียน และการพัฒนากิจกรรมการพัฒนาและการประเมินนั้น เช่น การสะท้อนผลถึงความรู้จำเป็นในการลงมือปฏิบัติการนั้น ทั้งความรู้พื้นฐาน และความรู้ในเชิงวิธีดำเนินการ และความสามารถย่อยปฏิบัติในการนำ ความรู้ไปใช้โดยปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ รวมถึงการลงมือปฏิบัติด้วย การบูรณาการความรู้ทักษะความสามารถ และกรอบของคุณลักษณะ การปฏิบัติที่ดีเจตคติต่อการปฏิบัติหรือค่านิยมที่ดีเป็นเครื่องกำกับในการ ปฏิบัติที่ซับซ้อนในชีวิตประจำวันได้เป็นต้น


64 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ วิธีการวัดและประเมินสมรรถนะ การวัดและประเมินฐานสมรรถนะจำเป็นจะต้องใช้เทคนิค/วิธีการที่ใช้ในการ ประเมินตามสภาพจริง เพื่อสังเกตการการกระทำ รวมถึงการแสดงออกของนักเรียน ตามสภาพความเป็นจริง ทั้งในและนอกห้องเรียน รวมถึงเลือกวิธีการที่หลากหลาย ในการประเมินการเรียนรู้ดังตัวอย่าง 1. การสังเกตการทำงานเดี่ยวและการทำงานกลุ่ม (Observation) การประเมินได้ทั้งที่เป็นทางการและไม่ทางการ เป็นการประเมินร่วมด้วยกับการประเมินภาค ปฏิบัติและการประเมินตามสภาพจริง 3. การประเมินผลงาน (Assignment) การประเมินที่เกิดจากการมอบหมายงาน เพื่อทำให้ได้ข้อมูลว่าผู้เรียนยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง ช่วยเหลืออย่างไร รวมถึงการสะท้อนการเรียนรู้ของ ผู้เรียนเพื่อเป็นประโยชน์ในการปรับการจัดการเรียน การสอน 5. การบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรม (Attendance) การประเมินการมีส่วนร่วมในการดำเนิน กิจกรรมการเรียนรู้การสะท้อนผลการเรียนรู้จาก ผู้เรียนในการร่วมกิจกรรมได้เพิ่มเติม 7. การประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment) การประเมินที่ต้องอาศัยการสังเกต การวางแผน กำหนดสถานการณ์จำลองที่กระตุ้นให้ผู้เรียน ได้แสดงพฤติกรรมที่ผ่านการฝึกฝนเรียนรู้มาแล้ว โดยมีการกำหนดเกณฑ์การประเมินว่ามีเป้าหมายในการ ประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนในด้านใดบ้าง 2. การสอบถาม สัมภาษณ์ (Interview, Questioning) ใช้การมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ รวมถึงการประเมินการเรียนรู้ในกระบวนการ จุดดี คือตรวจสอบความเข้าใจได้ลึกซึ้งกว่าการวัด ประเมินผลที่สื่อสารทางเดียว 4. การทดสอบ (Testing) เป็นการประเมินที่เป็นทางการ โดยใช้รูปแบบ การทดสอบที่เป็นปรนัยและอัตนัย สามารถใช้ใน การตรวจสอบความเข้าใจ ประเมินพัฒนาการ การเรียนรู้และวินิจฉัยการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อ ตรวจสอบความคลาดเคลื่อนในการเรียนรู้โดยทั่วไป การทดสอบใช้ในการวัดคุณลักษณะด้านพุทธิพิสัย เช่น การคิดขั้นสูง 6. การใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) การประเมินที่มีเป้าหมายในการเก็บรวบรวม ชิ้นงาน ทราบถึงพัฒนาการแต่ละชิ้นงาน มีการ สะท้อนผลการจัดทำชิ้นงานผ่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างๆเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชิ้นงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป 8. การประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) การประเมินที่มีความใกล้เคียงกับการประเมิน ภาคปฏิบัติโดยทั่วไปเป็นการบูรณาการสมรรถนะ ที่สำคัญจากการฝึกฝนเรียนรู้เพื่อแสดงออก ในสถานการณ์ความเป็นจริง หรือสถานการณ์ที่ ผู้เรียนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน


(65) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ นอกจากนี้การประเมินสมรรถนะผลรวม (Summative Assessment) เพื่อวัดและตัดสินกระบวนการเรียนรู้(The End of Learning Process) อาจใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ได้แก่ การสังเกต (Observation) รายการประเมิน (Checklist) การสาธิตและตั้งคําถาม (Demonstration and Questioning) การสอบปากเปล่า (Oral Test) การทําโครงงาน (Projects) สถานการณ์จําลอง (Simulations) แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolios) การประเมินผลโดยการใช้คอมพิวเตอร์ (Computer - Based Assessment) เป็นเครื่องมือในการสร้างแบบทดสอบและบันทึกผลได้ 9. การประเมินผลในสถานที่ทำงานจริง (Workplace Assessment) การประเมินภายหลังจากการฝึกฝนผู้เรียนให้มี ความพร้อมทั้งด้านความรู้พื้นฐาน ทักษะ ความสามารถ และเจตคติต่อการทำงานที่ดีเพื่อให้ สามารถทำงานในสถานการณ์จริงในสถานที่ ทำงาน ชุมชน หรือสถานประกอบการ เป็นต้น 11. การประเมินตนเอง (Self - Assessment) การประเมินที่ผู้รับการฝึกฝนเรียนรู้ ได้มี โอกาสในการพิจารณาความสามารถหรือการ ทำงานของตน ตระหนักหรือรับรู้ถึงจุดเด่นและ จุดที่ควรได้รับการพัฒนาของตนเอง จากเกณฑ์ การประเมินที่กำหนดขึ้น เพื่อให้ผู้ประเมินได้สาระ สนเทศในการฝึกฝนพัฒนาตนต่อไปในอนาคต 10. การประเมินแบบศูนย์การประเมิน (Assessment Center) ก า รป ร ะเ มิน ส ม ร ร ถน ะที่ป ร ะ ก อบ ด้ ว ย สถานการณ์จำลองที่ออกแบบกิจกรรมเพื่อให้ ผู้ประเมินได้แสดงออกถึงสมรรถนะแฝงที่อยู่ในตัว ของผู้เรียน รู้ในลักษณะฐ านปฏิบัติกิจก ร รม โดยทั่วไปนิยมในการประเมินหลายสมรรถนะ มีผู้ประเมินมากกว่าหนึ่งขึ้นไป 12. การประเมินเพื่อน (Peer Assessment) การประเมินที่ผู้ร่วมทำกิจกรรมฝึกฝนเรียนรู้ได้มี โอกาสในการให้สารสนเทศหรือข้อมูลย้อนกลับ แก่เพื่อนร่วมการทำกิจกรรมการเรียนรู้ซึ่งทำให้ ผู้ประเมินได้เห็นทั้งจุดเด่นและจุดที่ควรได้รับ การพัฒนาของเพื่อนร่วมการทำกิจกรรมการเรียนรู้ นำมาสู่การสะท้อนกลับในการพัฒนาตนเองใน อนาคตต่อไป


66 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ การประเมินสมรรถนะเป็นการรวบรวมหลักฐานผลการเรียนรู้ว่า ผู้เรียนมีความก้าวหน้าถึงเกณฑ์ หรือระดับที่กําหนดในมาตรฐาน หรือ ผลการเรียนรู้ที่กำหนดในหน่วยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย และตัวชี้วัด เพื่อตัดสินว่าผู้เรียนบรรลุผลตามสมรรถนะที่กําหนดหรือไม่ การประเมิน ฐานสมรรถนะควรทําควบคู่กับการเรียนการสอน โดยวัดทั้งความรู้และทักษะ และการนําไปประยุกต์ใช้ดังนั้น การวัดและประเมินผลสมรรถนะของ ผู้เรียนไม่ควรเน้นการประเมินผลตามตัวชี้วัด แต่เน้นการประเมิน เพื่อการเรียนรู้ Assessment for Learning (AFL) ที่จะช่วยวินิจฉัย กระบวนการ วิธีการเรียนรู้และให้ข้อมูล เพื่อปรับปรุงวิธีการเรียนรู้และ การทำงานของผู้เรียน โดยการประเมินจะให้ความสำคัญกับการประเมิน แบบย่อย (Formative Assessment) อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามดู ความก้าวหน้า วินิจฉัยจุดด้อย จุดเด่นของผู้เรียน ให้ข้อมูลย้อนกลับ และ เป็นการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของผู้สอนไปด้วย การประเมินเพื่อการเรียนรู้ (AFL - Assessment for Learning) อาศัยข้อมูลสารสนเทศทางการประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับ เพื่อวินิจฉัย ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียน ปรับปรุงวิธีการเรียนรู้หรือวิธีการทำงานของ นักเรียน เพื่อพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ผู้สอนวางแผนการเรียนใน ขั้นต่อไปให้บรรลุผลสำเร็จโดยให้ข้อมูลที่มีคุณค่า ประกอบด้วย 1) การให้ ข้อมูลกระตุ้นการเรียนรู้ (Feed - up) 2) การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) และ 3) การให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ต่อยอด (Feed forward) (สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, 2562)


(67) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ Frey & Fisher (2011) กล่าวถึงการประเมินเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ในลักษณะของ การประเมินการเรียนรู้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน โดยเสนอว่าการให้ข้อมูล ย้อนกลับเป็นส่วนหนึ่งของระบบการประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment System) ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน ที่ต่อเนื่องกัน ได้แก่ ขั้นที่ 1 การให้ข้อมูลกระตุ้นการเรียนรู้ (Feed - Up) เป็นการให้ ข้อมูลพื้นฐานของการเรียนรู้ได้แก่ จุดประสงค์การเรียนรู้ภาระงาน และ วิธีการประเมินผลที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการตั้งเป้าหมายในการ เรียนรู้และการสร้างแรงจูงใจให้แก่นักเรียน ขั้นที่ 2 การตรวจสอบความเข้าใจ (Checking for Understanding) เป็นการประเมินสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้เพื่อพิจารณาความก้าวหน้าของ นักเรียนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการตรวจสอบ ความเข้าใจ ขั้นที่ 3 การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เป็นการให้ข้อมูล สารสนเทศเกี่ยวกับความสำเร็จและสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาหรือ ปรับปรุงแก้ไขแก่นักเรียน โดยการให้ข้อมูลย้อนกลับมีทั้งหมด 4 ระดับ ได้แก่ 1) การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับงาน 2) การให้ข้อมูลย้อนกลับ เกี่ยวกับกระบวนการทำงาน 3) การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการควบคุม ตนเอง และ 4) การให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับตัวตนของนักเรียน ขั้นที่ 4 การให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ต่อยอด (Feed - Forward) เป็นการให้ข้อมูลภายหลังการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนทบทวนสิ่งที่นักเรียน ยังเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือทบทวนเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในงานของตน รวมถึง การให้กำลังใจหรือคำแนะนำแก่นักเรียนเพื่อนำไปพัฒนาการเรียนรู้ต่อไป


68 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ เนื่องด้วยคำอธิบายและพฤติกรรมบ่งชี้ของสมรรถนะหลักของ ผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเป็นการกำหนดไว้อย่างกว้าง ๆ และมี ความยืดหยุ่นในการนำไปใช้สถานศึกษาแต่ละแห่งจึงสามารถกำหนด รายละเอียดของเกณฑ์การประเมินในลักษณะของระดับคุณภาพได้ดังตัวอย่าง ตัวอย่างการกำหนดระดับคุณภาพสำหรับการประเมินสมรรถนะ การพัฒนานวัตกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมรรถนะหลักด้านทักษะการคิด ขั้นสูงและนวัตกรรม สำหรับนักเรียนในทุกช่วงชั้น ตัวอย่าง การกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะ ระดับ สมรรถนะ ระดับ ประถมต้น ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ออกแบบนวัตกรรมอย่างง่าย เช่น ของเล่น สิ่งประดิษฐ์ของใช้ การแสดงออกทางดนตรีศิลปะ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัว และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมตามความคิดหรือจินตนาการ ได้ ออกแบบนวัตกรรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวและ อธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมตามความคิดหรือจินตนาการได้ และสามารถนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตาม ความคิดหรือจินตนาการได้อย่างชัดเจน มีรายละเอียดที่เป็นไปได้ ออกแบบนวัตกรรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัว อธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมตามความคิดหรือจินตนาการได้ นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามความคิด หรือจินตนาการ และปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามที่นำเสนอ ได้อย่างชัดเจน สมบูรณ์ ระดับ คุณภาพ การพัฒนานวัตกรรม


(69) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระดับ สมรรถนะ ระดับ ประถม ปลาย ระดับ มัธยมต้น ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ คุณภาพ การพัฒนานวัตกรรม ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐาน ของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหา และอธิบายวิธีการทำงาน ของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการได้โดยมี เหตุผลประกอบ ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐาน ของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผล ประกอบ สามารถระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและ นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของ แนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล ออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่พบเห็นรอบตัวบนพื้นฐาน ของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาและอธิบายวิธีการทำงานของ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตามความคิดหรือจินตนาการโดยมีเหตุผล ประกอบ ระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมและนำเสนอ แนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของแนวคิด รองรับอย่างมีเหตุมีผล และปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตามที่ นำเสนอได้โดยมีพื้นฐานของแนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่ม บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา มีวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหา ที่เหมาะสมมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของการมี แนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับ และอธิบายวิธีการทำงานของ นวัตกรรม ระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นได้ ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่ม บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา มีวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่ เหมาะสมมีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับ และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรม ระบุจุดเด่นและข้อจำกัดของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ แนวคิด หลักการ ทฤษฎีที่รองรับ ทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่ม เป้าหมายและนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรม โดยมีพื้นฐานของแนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล


70 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระดับ สมรรถนะ ระดับ มัธยมปลาย ระดับ 3 ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ คุณภาพ การพัฒนานวัตกรรม ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่มบน พื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา มีวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจนบนพื้นฐานของแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับ และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรม ระบุจุดเด่น และข้อจำกัดของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับ ทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายและ นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมโดยมีพื้นฐานของ แนวคิดรองรับอย่างมีเหตุมีผล ปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมตาม ข้อค้นพบและอธิบายคุณค่าของผลงานที่พัฒนาขึ้นโดยมีเหตุผล ประกอบบนพื้นฐานของแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับ ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่มโดยใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสม คุ้มค่า บนพื้นฐานของการ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา มีวิธีการแก้ปัญหา หลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม มีเหตุผล รองรับอย่างชัดเจน และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมที่ พัฒนาขึ้นเหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้ง ความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อมโดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับอย่างมีเหตุมีผล ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่มโดยใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมคุ้มค่าบนพื้นฐานของการ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา มีวิธีการแก้ปัญหา หลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม มีเหตุผล รองรับอย่างชัดเจน และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรม ที่พัฒนาขึ้นเหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้ง ความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อมโดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับอย่างมีเหตุมีผล สามารถทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอแนวทาง ในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้งความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมโดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎี รองรับอย่างมีเหตุมีผล


(71) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ระดับ สมรรถนะ ระดับ 3 ระดับ คุณภาพ การพัฒนานวัตกรรม ออกแบบนวัตกรรมที่เกิดจากการต่อยอด ประยุกต์หรือริเริ่มโดยใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมคุ้มค่าบนพื้นฐานของการ สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัญหา มีวิธีการแก้ปัญหา หลายวิธีและเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม มีเหตุผล รองรับอย่างชัดเจน และอธิบายวิธีการทำงานของนวัตกรรมที่ พัฒนาขึ้นเหมาะสมตามหลักศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้ง ความเชื่อและบรรทัดฐานของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อม โดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับอย่าง มีเหตุมีผล สามารถทดสอบนวัตกรรมกับกลุ่มเป้าหมายและ นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมตามหลัก ศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม รวมทั้งความเชื่อและบรรทัดฐานของ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โดยระบุแนวคิด หลักการ ทฤษฎีรองรับอย่างมีเหตุมีผล สามารถปรับปรุงพัฒนา นวัตกรรมตามข้อค้นพบและอธิบายคุณค่าของผลงานที่พัฒนาขึ้น เหมาะสม ตลอดจนสามารถเผยแพร่นวัตกรรม มีผู้นำนวัตกรรม ไปใช้ต่อ และเห็นผลที่เกิดจากการใช้นวัตกรรม


72 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ บรรณานุกรม วิชัย วงใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2562). การประเมินตามสภาพจริงอิงสมรรถนะ (Authentic competency - based assessment). กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำ นวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้. สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2561). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ชุดการประเมิน การวิจัยและการประกันคุณภาพ. กรุงเทพฯ : สำนักงาน ราชบัณฑิตยสภา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานผลการวิจัยและพัฒนากรอบ สมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้นสำหรับหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน. สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้สำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). กรอบสมรรถนะหลักผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1 - 3). สำนักมาตรฐาน การศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). เข้าใจสมรรถนะอย่างง่าย ๆ ฉบับ ประชาชน และเข้าใจหลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างง่าย ๆ ฉบับครู ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สํานักมาตรฐานการศึกษาและ พัฒนาการเรียนรู้สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.


(73) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). การประเมินเพื่อการเรียนรู้ : การตั้ง คำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. สุวิมล ว่องวาณิช. (2546). “การประเมินการปฏิบัติงาน” ในการประเมินผลการเรียนรู้ แนวใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Fisher, D. and Frey, N. (2011). The formative assessment action plan. Alexandria, VA: ASCD. National College for Teaching and Leadership. Gaining a strategic curriculum overview. Retrieved from http:// www.inspiringleaderstoday.com/ILTMaterials/LEVEL3_CD-v4.0- 2014_08_22-14_27/curriculum-development/cd-s04/cd-s04- t02.html Parson, J. and Beauchamp, J. (2012). From knowledge to action: shaping the future of curriculum development in Alberta. Alberta Education. Planning and Standards Sector. Retrieved from http://www.ibe.unesco.org/sites/default/files/ resources/02_future_competences_and_the_future_of_ curriculum_30oct.v2.pdf Sanchez, A. V., & Ruiz, M. P., (2008). Competence - based learning: A proposal for the assessment of generic competence. University of Deusto. Bilbao. Span. Wolf, A. (1995). Competence - based Assessment. Bristol, PA: St Edmundsbury Press.


74 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ รายชื่อคณะผู้จัดทำคู่มือการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ดร.ทิศนา แขมมณี ราชบัณฑิต คณะผู้วิจัยในความร่วมมือของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ชาริณีตรีวรัญญู สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ยศวีร์สายฟ้า สาขาวิชาประถมศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ฉัตรวรรณ์ลัญฉวรรธนะกร สาขาวิชาประถมศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและการสอน นักวิจัยร่วม คณะทำงาน วิทยากร และผู้ร่วมจัดทำคู่มือฯ ศาสตราจารย์ดร.บังอร เสรีรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา รองศาสตราจารย์ดร.ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุมาลีเชื้อชัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เรวณีชัยเชาวรัตน์ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดร.เฉลิมชัย พันธ์เลิศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ดร.ทรงพร พนมวัน ณ อยุธยา ข้าราชการบำนาญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรียบเรียงเอกสารโดยคัดสรรข้อมูล จาก “คู่มือการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน” โดย ดร.กุณฑลีบริรักษ์สันติกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุมาลีเชื้อชัย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ชาริณีตรีวรัญญู


(75) แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ดร.กุณฑลี บริรักษ์สันติกุล โรงเรียนปรัชชาธร ดร.นาฎฤดีจิตรรังสรรค์ โรงเรียนสุจิปุลิ ดร.วีระชาติภาษีชา สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร อาจารย์ดร.กรกนก เลิศเดชาภัทร คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์กมลชนก สกนธวัฒน์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฝ่ายมัธยม อาจารย์สุทธิดา ธาดานิติ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ นายธีระศักดิ์จิระตราชู นักวิชาการอิสระ นิสิตบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: นางสาวอังค์สุมล เชื้อชัย นายชนัต อินทะกนก นางสาวภิชา ใบโพธิ์ และนายนวพล สาธุชน


76 แนวทางการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่ปรึกษา นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา นางสาวอุษณีย์ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา นายพีรศักดิ์รัตนะ รองเลขาธิการสภาการศึกษา นายสำเนา เนื้อทอง ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ ผู้รวบรวมเรียบเรียงรายงาน นางประวีณา อัสโย ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานการศึกษา นางสาวอุบล ตรีรัตน์วิชชา นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ นางสาวภควดีเกิดบัณฑิต นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ผู้ออกแบบปก ประสานการจัดพิมพ์ และพิสูจน์อักษร นางสาวภควดีเกิดบัณฑิต นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ผู้รับผิดชอบโครงการ นางประวีณา อัสโย ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานการศึกษา นางสาวกรกมล จึงสำราญ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ นางสุวรรณา สุวรรณประภาพร นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ นางสาววิภาดา วานิช นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ นางสาวปิยะมาศ เมิดไธสง นักวิชาการศึกษาชำนาญการ นางสาวอุบล ตรีรัตน์วิชชา นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ นางสาวนูรียา วาจิ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ นางสาวสุชาดา กลางสอน นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ นางสาวภควดีเกิดบัณฑิต นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ กลุ่มมาตรฐานการศึกษา สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 99/20 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 Website: www.onec.go.th คณะผู้จัดทำ


Click to View FlipBook Version