The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วันสำคัญของไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วนัชพร สิทธิสุวรรณ, 2022-11-08 03:52:05

วันสำคัญของไทย

วันสำคัญของไทย

วันสำคัญ
ของไทย

จัดทำโดย


นางสาววนัชพร สิทธิสุวรรณ 032 สังคมห้อง2

นางสาววริศรา จันทร์สองแก้ว 040 สังคมห้อง2
นางสาวภัทรวดี รักอรุณ 041 สังคมห้อง2
นางสาวซูฮัย หะยีโอะ 052 สังคมห้อง2

เสนอ

อาจารย์ จิราภรณ์ บัวเพ็ชร

คำนำ

หนังสือ E-book เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา พลเมืองโลกดิจิตอล
รหัสวิชา 100-421 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่อง กำหนด
วันหยุดราชการประจำปี ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้จากวันสำคัญ
แต่ละวัน ได้รู้ประวัติความเป็นมา ว่าวันสำคัญแต่ละวันเกี่ยวข้องกับเรื่องใด
แล้วได้รู้พิธีการของวันสำคัญต่างๆ

ผู้จัดทำได้เลือกหัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจและ
ต้องขอขอบคุณ
ข้อมูลจากhttp://chaisri-nites.hi-supervisory5.net/theskal
ผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมา
โดยตลอดผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้
อ่านทุก ๆ ท่าน

เรื่อง สารบัญ หน้า

วันสำคัญของไทย 1
2-4
วันขึ้นปีใหม่ 5-7
8-9
วันเด็กแห่งชาติ 10-11
วันครู 12-13
วันนักประดิษฐ์
วันทหารผ่านศึก 14-15
16-17
วันรักนกเงือก 18-19
วันวาเลนไทน์ 20-21
22-23
วันมาฆบูชา 24-25
26-27
วันศิลปินแห่งชาติ
วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ
วันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

วันจักรี

เรื่อง สารบัญ หน้า

วันสงกรานต์ 28-29
30-31
วันคุ้มครองโลก
32-33
วันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 34-35
36-37
วันแรงงานแห่งชาติ 38-39
40-41
วันฉัตรมงคล 42-43
44-45
วันพืชมงคล
46-47
วันวิสาขบูชา 48-49
50-51
วันอัฏฐมีบูชา 52-53

วันสิ่งแวดล้อมโลก

วันไหว้ครู

วันสุนทรภู่
วันต่อต้านยาเสพติด
วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ1

เรื่อง สารบัญ หน้า

วันอาสาฬหบูชา 54-56
57-58
วันเข้าพรรษา
59-60
วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.10 61-62
63-65
วันภาษาไทยแห่งชาติ
66-67
วันรพี พระบิดาแห่งกฏหมายไทย 68-69
วันอาเซียน 70-71
วันแม่ 72-74
วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 75-76
วันสารทจีน 77-80
วันรู้หนังสือสากล 81-82
วันพิพิธภัณฑ์ไทย

วันเยาวชนแห่งชาติ

สารบัญ หน้า
เรื่อง
83-84
วันมหิดล 85-86
87-89
วันออกพรรษา 90-91

วันนวัตกรรมแห่งชาติ 92-95
วันครูโลก
วันคล้ายวันสวรรคต พระบาท 96-97
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล 98-99
100
อดุลยเดช 101-102
วันเทคโนโลยี 103-104
วันปิยมหาราช 105-106
วันกู้ชาติ

วันลอยกระทง

วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
วันสมเด็จมหาธีรราชเจ้า

สารบัญ หน้า
เรื่อง
107-108
วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์สมเด็จพระนางเจ้า
อินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ในพระบา 109
110
ทมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 111
วันสิ่งแวดล้อมไทย 112
วันพ่อแห่งชาติ 113-114
วันดินโลก 115-116
117-118
วันรัฐธรรมนูญ 119
120-122
วันกรมปรมานุชิตชิโนรส 123
วันกีฬาแห่งชาติ
วันคริสต์มาส

วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
วันสิ้นปี

วันสำคัญของไทย

ในแต่ละปี ประเทศไทยเราจะมีวันสำคัญของชาติหลายวัน
ด้วยกัน ทั้งที่เป็นวันสำคัญเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหา
กษัตริย์ และวันสำคัญทางประเพณี ซึ่งในจำนวนวันเหล่านี้
รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นหยุดราชการ 16 วันด้วยกัน เช่น
วันขึ้นปีใหม่, วันมาฆบูชา, วันจักรี, วันสงกรานต์ และวัน
ฉัตรมงคล เป็นต้น
วันสำคัญ หมายถึง วันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ในอดีต
และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสำคัญของวันนั้นๆ รัฐ /ชุมชน
หรือหน่วยงาน จึงได้จัดให้มีพิธีการหรือกิจกรรมต่างๆ ขึ้น
เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชน หรือคนในสังคมได้
ตระหนัก และระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันนั้น ด้วยความ
ภาคภูมิใจ หรือเพื่อเป็นแบบอย่าง ในการประพฤติปฏิบัติที่ดี
งามสืบทอดต่อกันมา ซึ่งวันสำคัญนี้ จะมีหลายระดับ เช่น
ระดับบุคคล ได้แก่ วันเกิด วันแต่งงาน ระดับหน่วยงาน
ได้แก่ วันสถาปนาของหน่วยงานนั้นๆ ระดับชาติ ได้แก่ วัน
เฉลิมพระชนมพรรษา วันวิสาขบูชา และวันภาษาไทยแห่ง
ชาติ เป็นต้น





























































25 เมษายน
วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ทุกวันที่ 25 เมษายน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวันที่คนไทยควรร่วม
น้อมรำลึกถึง เนื่องจาก 25 เมษายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวัน
สวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์
นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ ในอดีตพระองค์ได้กอบกู้
อิสรภาพของไทย และทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองทั้ง
ด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษา
เอกราชของชาติจนทำให้มีประเทศไทยอย่างเช่นทุกวันนี้ ซึ่ง
กิจกรรมในวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
มหาราช จะมีการจัดกิจกรรมวางพวงมาลาเพื่อเป็นการถวาย
ความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ
พระองค์

สมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรเป็นหัวระลอก (ฝี) ขึ้นที่พระพักตร์
พระอาการหนัก สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จฯ มาถึงได้ 3 วัน สมเด็จพระ
นเรศวรก็เสด็จสวรรคต เมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่
25 เมษายน พ.ศ.2148 สิริพระชนมพรรษา 49 พรรษา สิริดำรงราชสมบัติ 14 ปี
เศษ สมเด็จพระเอกาทศรถจึงได้อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรกลับ
กรุงศรีอยุธยา

แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ
ซึ่งที่ผ่านมา สมเด็จพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจ เป็นคุณ
ประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วยการทรงอุทิศพระวรกายทำราชการสงคราม
เกือบตลอดรัชสมัย ซึ่งพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้นแผ่
ไพศาล ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ



วัตถุประสงค์การจัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
1. เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้เป็นพระมหา
กษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ
2. เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
3. เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญ
รุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษา
เอกราชของชาติ

วันแรงงานแห่งชาติ ทุกวันที่ 1 พฤษภาคม

วันแรงงานในประเทศไทยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2475 ซึ่ง
ตรงกับสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ในรัชสมัย
รัชกาลที่ 8 และรัฐบาลได้รับรองวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันกรรมกร
แห่งชาติในปี พ.ศ. 2499 และได้เปลี่ยนชื่อเป็นวันแรงงานในปี พ.ศ.
2500
ในยุคแรกของวันแรงงานนั้น ลูกจ้างยังไม่ได้หยุดงานในวันที่ 1
พฤษภาคมนี้ด้วย และใช้เวลาถึง 17 ปี จึงได้ประกาศเป็นวันหยุดให้
แรงงานได้มีช่วงเวลาเฉลิมฉลองวันแรงงานในปี พ.ศ. 2517
เนื่องจากวันแรงงาน 1 พฤษภาคม ของทุกปี มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ใกล้
เคียงกันคือวันพืชมงคล แรงงานที่มีครอบครัวเป็นเกษตรกรจึงมักใช้
โอกาสนี้เดินทางกลับต่างจังหวัดเพื่อเริ่มฤดูกาลหว่านไถ ถือเป็นฤกษ์
มงคลในการเพาะปลูกรอรับน้ำฝนในช่วงเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน

ตัวเลขของสมาชิกแรงงานไทยล่าสุด มีดังนี้
ประเทศไทยเรามีกลุ่มผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่พร้อมเข้าสู่สถานะแรงงาน 56.57
ล้านคน เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
แต่กลุ่มแรงงานทั้งหมดในไทย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 3 ล้านคน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนแรงงานมากที่สุดในประเทศไทยด้วยจำนวน
9.5 ล้านคน รองลงมาคือภาคกลาง 11.9 ล้านคน ภาคเหนือ 6.2 ล้านคน และ
ภาคใต้ 5.1 ล้านคน
กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีแรงงานมากที่สุด สูงถึง 5.3 ล้านคน
ความสำคัญของแรงงานไทยในปัจจุบัน
แรงงานทั้งกลุ่มที่เป็นลูกจ้าง พนักงานต่าง ๆ เป็นกำลังในการดำเนินกิจการ และช่วย
สร้างรายได้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตสินค้าและการบริการ โดยมีข้อมูลจำนวน
แรงงานในธุรกิจต่าง ๆ ดังนี้
ธุรกิจการศึกษา
ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร
ธุรกิจการเงิน การลงทุน และที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจค้าปลีก
ธุรกิจการผลิต
เกษตรกรรม ประมง
ธุรกิจยานยนต์
ธุรกิจการขนส่ง
ธุรกิจการก่อสร้าง
บริการอื่น ๆ

วันฉัตรมงคล

ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม

เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่ง
ราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา
วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาท
สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม
พ.ศ. 2559 และดำรงพระอิสริยยศเป็น "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”

ดังนั้น รัฐบาลไทยและพสกนิกรจึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลอง
พระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรม
ราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะสืบสาน รักษา และ
ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวัน
ฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

การจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น มีหลักฐานปรากฏในหลักศิลาจารึก วัดศรีชุม
ของพญาลิไท ว่า เริ่มต้นมาตั้งแต่ครั้งพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาว หรือ
พ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นผู้ปกครองเมืองสุโขทัย

จากนั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้
ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยพระมหากษัตริย์ที่ยังมิได้ทรง
ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ใช้คำว่า "พระบาท” นำหน้า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
และคำสั่งของพระองค์ก็ไม่เรียกว่า "พระบรมราชโองการ” และอีกประการหนึ่งคือ จะยังไม่มี
การใช้ นพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น

ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัด
งาน 3 วัน นั่นคือ

วันฉัตรมงคล ตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย สรงพระมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่ง
จักรพรรดิพิมาน ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ทรงรับเครื่องราช
กกุธภัณฑ์ ขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ เลี้ยงพระ พระสงฆ์ดับ
เทียนชัย ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย สถาปนา
พระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ และเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวน
พยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

วันที่ 6 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออก ณ สีหบัญชร
พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เสด็จออกให้
ทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันฉัตรมงคล
1.ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ
2.ร่วมทำบุญตักบาตร ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
3.น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยโดยพร้อมเพรียงกัน กล่าวคำถวายอาศิรวาท
ราชสดุดี ถวายชัยมงคลให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน
เป็นมหามิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยไปชั่วกาลยิ่งยืนนาน

วันพืชมงคล

วันที่กำหนดให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นับ
ว่าเป็นพระราชพิธีที่มีความเก่าแก่สืบต่อมาตั้งแต่โบราณเพื่อเสริม
สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรของชาติ อีกทั้งยังเป็นการ
ระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งการ
จัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้มีสืบเนื่องมา
ตั้งแต่เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย การประกอบพระราชพิธี
จะกระทำขึ้นที่ท้องสนามหลวง อันประกอบด้วย 2 พระราชพิธี
คือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนา
ขวัญ ที่มีความแตกต่างกันดังนี้

พิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ อาทิ ข้าว
เปลือกจ้าว ข้าวเหนียว ข้างฟ่าง ข้าวโพก ถั่ว งา เผือก มัน
เป็นต้น การประกอบพิธีพืชมงคลก็เพื่อให้พันธ์ุเหล่านั้น
ปราศจากโรคภัย และอุดมสมบูรณ์ มีความเจริญงอกงามดี
พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีที่เริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ด
ข้าว ซึ่งการประกอบพิธีแรกนาขวัญนี้ก็เพื่อให้เป็น
อาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ ฤดูกาลแห่งการทำนา ทำไร่ และ
เพาะปลูกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

วันที่เหมาะแก่การประกอบพิธีพืชมงคล



วันประกอบพิธีพืชมงคลนั้นต้องเป็นวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย
ขึ้น แรม และฤกษ์ยาม ประกอบกันให้ได้วันอันอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์
แต่จะต้องอยู่ในระหว่างเดือน 6 เพราะช่วงเดือนนี้กำลังจะเริ่มเข้าฤดูฝน อันเป็น
ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จะได้เตรียมทำนา เมื่อโหร
หลวงได้คำนวณวันอันอุดมมงคลพระฤกษ์ที่จะประกอบพิธีจรดพระนังคัล
แรกนาขวัญแล้ว สำนักพระราชก็จะบันทึกลงไว้ในปฏิทินหลวงที่พระราชทานใน
วันขึ้นปีใหม่ทุกปี รวมถึงได้กำหนดว่าวันใดเป็นวันพืชมงคล และวันใดเป็นวัน
จรดพระนังคัลแรกนาขวัญไว้อย่างชัดเจน
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เดิมทีจะกระทำที่ทุ่งพญาไท แต่เมื่อได้มี
การฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นใหม่ จึงได้เปลี่ยนแปลง
สถานที่โดยจัดให้มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ วันแรกนาขวัญ นับเป็นอีกหนึ่ง
วันสำคัญของชาติ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ในวันนี้เป็นวันหยุดราชการ 1 วัน
และมีประกาศให้ชักธงชาติตามระเบียบราชการ
อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษากันโดยลง
มติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นวันเกษตรกร
ประจำปีอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ที่มีอาชีพทางเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของ
การเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนา
ขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน




กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันพืชมงคล
1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและ

สถานที่ราชการ
2. จัดนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมา

ตลอดจนความสำคัญของวันพืชมงคล รวม
ถึงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
อีกด้วย

วันวิสาขบูชา

หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา "
แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็
เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗
ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่
พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกัน
ทั้ง ๓ คราวคือ

๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิล
พัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ
ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ
ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบัน
สถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารขอ
งอินเดี

๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระ
ชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปี
มะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ใน
เมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่
๑. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร
๒. จัดสำรับคาว-หวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟัง
พระธรรมเทศนา
๓. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
๔. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์
๕. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
๖. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา
ตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึก
ถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา
๗. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
๘. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันอัฏฐมีบูชา

คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (หลัง
เสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน) ถือเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง

ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (เดือน 6 ของไทย)

ความสำคัญ
เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จปรินิพพานไปแล้ว 7 วัน มัลละ
กษัตริย์แห่งเมืองกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหา
กัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ
มกุฏพันธนเจดีย์ แห่งเมืองกุสินารา เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งนิยมเรียกกัน
ว่าวันอัฏฐมีนั้น เวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วนได้ประกอบพิธี
บูชาขึ้น มีการเวียนเทียนเป็นต้น แต่ไม่ทั่วไปทั่วราชอาณาจักร โดยจะประกอบ
พิธีในบางวัดเท่านั้น ตามแต่ความศรัทธาของท้องถิ่น

ประเพณีวันอัฏฐมีบูชาในประเทศไทย
ในประเทศไทย พบประเพณีการถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลองมีเพียงบางวัดเท่านั้น เช่น
วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยประเพณีนี้มีมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏ ในปัจจุบัน
ประเพณีนี้ได้รับการสนับสนุนจากทางหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยจัดเป็นงาน "วันอัฏฐมี
บูชารำลึก เมืองทุ่งยั้ง" ณ วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นประจำทุกปี โดย
กำหนดจัดงานในวันวิสาขบูชา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 รวม 9 วัน
กิจกรรมภายในงานมีการแสดง แสง สี เสียง ตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน จนถึงพิธีถวาย
พระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า(จำลอง) มีประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียง
เข้าชมเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังพบประเพณีการจำลองถวายพระเพลิงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง คือที่ วัดใหม่สุ
คนธาราม จัดโดย องค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัด
นครปฐม ที่มีการสืบสานประเพณีนี้มายาวนาวกว่า 120 ปี ซึ่งถือเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในลุ่ม
น้ำภาคกลาง ที่รักษาประเพณีนี้มายาวนานที่สุด เป็นประเพณีพื้นบ้านที่ชาวบ้านร่วมกันจัดขบวน
แห่เครื่องสักการะ ตะไล บั้งไฟ มาจุดเพื่อเป็นพุทธสักการะ และมีขบวนพุทธประวัติ จำลองหลัก
ธรรมคำสอน ก่อนที่จะมีพิธีการจำลองการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งมีประชาชนในชุมชนและ
ทั่วไปแห่แหนกันมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

พิธีอัฏฐมีบูชา
การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธี
วิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น


Click to View FlipBook Version