ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี
บทท่ี 1 1
รปู แบบและแนวคดิ ในงานทศั นศิลป์
องค์ประกอบในงานทศั นศลิ ป์
การสร้างงานทัศนศลิ ป์ ประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ ดงั นี้
รปู ทรง หมายถึง โครงสร้างทางวตั ถขุ องงานศลิ ปะ
เรอ่ื ง คือ ลักษณะทางความรสู้ กึ หรือทางนามธรรมของโครงสรา้ ง
หรอื รปู ทรงนัน้
เทคนคิ คือ โครงสรา้ งทางวัสดุ ฝมี อื การใชว้ สั ดุ ความคงทน
เน้ือท่วี ่าง คอื พ้ืนทใ่ี ห้มวลธาตทุ างทศั นศิลป์
พืน้ ทีท่ างกายภาพ-พน้ื ท่แี ละความลกึ แบบลวงตา ของงาน
ประตมิ ากรรม และสถาปตั ยกรรมสามารถสัมผสั ได้
การจดั รปู แบบ คอื เน้ือทว่ี า่ งสาหรับงานจติ รกรรมท่ีจะสร้างรูปทรง
ลงไป
รูปทรง-เน้ือทีว่ ่าง เมอื่ มีส่ิงหนงึ่ ประกฎขน้ึ บนเนือ้ ท่วี า่ งหรือสเปซ
ในงานศลิ ปะชนิ้ หนงึ่
2
การจดั องคป์ ระกอบเกยี่ วกบั เสน้
เป็นการนาเสน้ ในลกั ษณะต่างๆ เช่น เสน้ ตรง เส้นโค้ง เสน้ คด
เสน้ ระนาบ มาประกอบกนั ให้เกิดความสัมพนั ธ์ แสดงอารมณ์
ความรสู้ กึ
นิง่ สงบ
ภาพเขียนท่ใี ชเ้ ส้นระนาบเป็นหลัก ทด่ี ูน่งิ สงบ ไมม่ คี ลน่ื ลม
3
เคลื่อนไหว
การสร้างองค์ประกอบของเสน้ ที่ แสดงความเคลอื่ นไหว
การจดั องคป์ ระกอบเกย่ี วกับน้าหนกั
คือ การใชน้ ้าหนกั ท่มี ีความสวา่ งและมดื ความอ่อน แกข่ องสี
นามาประกอบกันในลกั ษณะต่างๆ
4
องคป์ ระกอบของนา้ หนกั ท่ที าให้เกิดความลึก
แบบเหมือนจริงจากการวาดเสน้ คน
5
การจัดองคป์ ระกอบเกย่ี วกับสี
การสรา้ งสรรค์ผลงานศิลปะที่นาคุณลักษณะของสอี นั เปน็
ทศั น์ธาตุที่มีคุณสมบัติครบถว้ นทกุ ประการ หรอื ทุกชนิดมา
ประกอบกันข้ึน
การจัดองค์ประกอบด้วยสีโทนเย็น
6
การจดั องค์ประกอบดว้ ยสีเอกรงค์
การจดั องค์ประกอบเกยี่ วกบั พน้ื ผวิ
การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยการนาพ้นื ผวิ ที่สามารถสัมผัส
จริง หรอื สรา้ งสรรคพ์ ื้นผวิ ให้เกดิ ผลตามความรู้สึกมาประกอบ
กนั ให้สอดคลอ้ งความสมั พนั ธต์ ามความคิด และจนิ ตนาการ
7
องคป์ ระกอบของพื้นผวิ จากการประติดตวั อักษร
8
การจัดองค์ประกอบเกยี่ วกับดุลยภาพหรอื ความ
สมดลุ
ดลุ ยภาพ หรอื ความสมดุล หมายถงึ นา้ หนกั ถ่วงทพ่ี อดกี ันท้ัง 2
ข้ัว หรอื 2 ข้าง ความสมสดลุ ในธรรมชาตมิ ี 2 วธิ ี ดงั นี้
วิธีท่ี 1 เกิดจากการถ่วงดลุ ของนา้ หนกั หรือความขัดแยง้
9
วธิ ที ่ี 2 เกิดจากการรวมตัว การซ้าๆ กนั ของส่งิ ที่
เหมือนกัน
10
ดุลยภาพในงานศลิ ปะมี 2 ลักษณะได้แก่
1. ดุลยภาพแบบสมมาตร หรอื ความสมดลุ แบบซา้ ย
ขวาเหมอื นกัน
11
2. ดลุ ยภาพแบบอสมมาตร หรอื ความสมดลุ แบบซา้ ย
ขวาไม่เหมอื นกนั
12
ความเคลือ่ นไหวท่เี กดิ ขึน้ จากรปู ทรง เนอ้ื ทวี่ า่ ง
มี 3 ลักษณะ ไดแ้ ก่
1. พลังความเคล่อื นไหวทส่ี บั สนรุนแรง
2. พลังความเคล่ือนไหวทมี่ ีการปะทะกันจนเกิดสมดุล
3. พลังงานความเคล่ือนไหว
ความเคลือ่ นไหว เกิดขึน้ เมือ่ มสี ิ่งใดปรากฏอยใู่ นที่วา่ ง และ
เกิดปฏิกิรยิ าความเคลอ่ื นไหวขนึ้
13
ความเคล่อื นไหวจากธรรมชาติ แสดงภาพคล่นื ทด่ี ูสงบนิง่
ความเคลอื่ นไหวจากการวาดเส้น แสดงภาพเรือท่สี งบน่งิ
14
ความเคลอื่ นไหวจากงานออกแบบกราฟิก รปู นงิ่ เคลอ่ื นไหว
บทท่ี 2 15
รูปแบบ วสั ดุ อุปกรณ์ ในงานทัศนศลิ ป์
รูปแบบ วัสดุ อุปกรณ์ในงานจิตรกรรม
งานจติ รกรรม เปน็ การสรา้ งผลงานศลิ ปะบนวสั ดุ
พืน้ ผวิ ระนาบ เช่น กระดาษ ผ้าใบ สที สี่ รา้ งงาน
จิตรกรรมจะใช้ คอื สนี ้า สโี ปสเตอร์ สีน้ามนั สฝี ุ่น สี
อะครลิ ิก โดยใช้ พู่กนั ดินสอ แปรง ในการสร้างสรรค์
งานจติ รกรรมจากธรรมชาติ
16
งานจติ รกรรมจากทวิ ทศั น์
งานจิตรกรรมจากเรอ่ื งราวของมนษุ ย์
17
งานจติ รกรรมจากเรือ่ งราวของส่งิ แวดล้อม
งานจติ รกรรมจากงานกราฟกิ
18
ลกั ษณะของงานประตมิ ากรรม
แบง่ ออกเป็น 5 ลักษณะ ดงั นี้
1. การป้นั
2. การแกะสลกั
3. การหล่อ
4. การเช่ือม
5. สอื่ ผสม
รูปแบบ วัสดุ อุปกรณ์ในงานภาพพมิ พ์
งานภาพพมิ พ์ เปน็ การสรา้ งผลงานศิลปะการ
พิมพ์ภาพ ดว้ ยกระบวนการพมิ พจ์ ากแม่พิมพต์ า่ งๆ
เช่น แม่พิมพไ์ ม้ แม่พิมพห์ นิ หรอื เทคนคิ การพิมพ์
ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์
ลักษณะของงานภาพพมิ พ์
มลี กั ษณะ เชน่
1. ภาพพิมพ์แกะไม้
2. ภาพพิมพ์หิน
3. ภาพพิมพโ์ ลหะ
4. ภาพพมิ พโ์ ลหะ
บทท่ี 3 19
เทคนิคในการวาดภาพ เพ่อื ส่ือความหมาย
วาดเส้น
เปน็ วธิ ีถา่ ยทอดการแสดงออกเบอื้ งตน้ ของผสู้ รา้ งสรรค์ โดย
สร้างรปู จากส่งิ ท่ีเห็นภายนอก รูปคน รปู สตั ว์ หรอื สิง่ ท่ีคดิ ฝนั
จินตนาการข้นึ
วัสดอุ ุปกรณใ์ นการวาดเส้น
- ดนิ สอ
- สีไม้
- สีเทียน
- ปากกาไม้ไผ่
- ถ่านเกรยอง
20
สีนา้
เปน็ สีทท่ี าขนึ้ จากหนิ ดนิ ยางไม้ หรอื วสั ดุธรรมชาตอิ ื่นๆ ท่ี
นามาผสมกัน สนี ้าจะใช้นา้ ผสมให้เนอ้ื สีละลายอ่อนแก่ และใช้
พูก่ ันระบายลงกระดาษ
กระดาษกับสนี ้า
โดนทั่วไปกระดาษแบ่งออกเปน็ ประเภทใหญ่ๆ มีอยู่ 2
ประเภท
แบบเรยี บ ใช้สาหรับวาดเสน้ ดินสอ หรอื ปากกาทวั่ ไปมี
คุณสมบัตดิ ูดซึมไม่ค่อยดนี ัก
แบบหยาบ เหมาะสาหรบั การวาดภาพลงสีน้า เพราะมี
คณุ สมบัติเหมาะสมในการรบั น้า
สีนา้ มัน
เกิดจากผงเนอ้ื สีจากธรรมชาตผิ สมกับน้ามนั ลินสดี
21
สีน้ามนั แบบแท่ง
คุณสมบัตขิ องสนี า้ มัน
สามารถผสมนา้ มนั ผสมสี ทง้ั นา้ มนั ลนิ สดี น้ามนั สน ท่ที า
ใหม้ ีพ้นื ผิวหลากหลาย ทาใหบ้ าง โปร่งแสง ทึบ หนา
ภาพวาดสีนา้ มนั
22
สีฝ่นุ
เทคนคิ สีฝนุ่ เป็นสธี รรมชาตไิ ดจ้ ากธาตดุ นิ แร่ หนิ โลหะ พืช
และบางส่วนของสตั ว์ นามาทาใหเ้ ปน็ ผงการระบายสีฝนุ่ เม่อื ยงั
เปยี กจะมสี สี ันสดใส แตเ่ ม่ือแห้งจะมีสหี มน่ ลง
23
สีอะคริลิก
สีอะครลิ ิกทาจากยางไมส้ งั เคราะห์ผสมกบั ผงสี
ภาพวาดสอี ะครลิ ิก
24
สีชอล์ก
แบ่งเปน็ 4 ประเภท
1. สีชอลก์ แบบนุ่ม
2. สีชอล์กแบบแขง็
3. สชี อลก์ แบบแทง่ ดนิ สอ
4. สชี อล์กนา้ มัน
ภาพวาดสชี อลก์
25
การประติด
เป็นเทคนคิ การสร้างสรรคผ์ ลงานศิลป์ทน่ี าส่อื วสั ดุ
ตา่ งๆ มาปะติดบนพน้ื ภาพ หรือปะติดประกอบบน
โครงสร้างท่ีกาหนด ส่อื
ภาพการปะตดิ
บทท่ี 4 26
สร้างเกณฑ์ในการประเมนิ
และวจิ ารณ์งานทัศนศลิ ป์
การน้าเสนอผลงาน
การนาเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรยี นเพอื่ ประเมินผล คือ
ผ้สู ร้างผลงานออกไปบรรยายลาดับขน้ั ตอนของ
แนวความคิด วธิ ีการทา รวมถงึ การวเิ คราะห์ปัญหา
อุปสรรค และการแกป้ ัญหา เพื่อพฒั นาผลงาน
27
การประเมินและวจิ ารณ์งานทศั นศิลป์
วิจารณ์ขน้ั ตอนของสว่ นทเี่ ป็นความบันดาลใจ
-พิจารณาทีม่ าของความบนั ดาลใจและการศกึ ษาค้นควา้ ส่งิ ทพ่ี บเหน็
-ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้
วิจารณ์ข้ันตอนการพัฒนาขอ้ มลู มาสแู่ นวคดิ
-การนาข้อมลู มาวิเคราะห์ แยกแยะ
-การปรึกษาหารอื การศกึ ษาแนวเรอื่ งท่ีเคยมี
วจิ ารณข์ น้ั ตอนการทา้ แบบรา่ ง
-การจัดองคป์ ระกอบภาพและความสัมพันธ์
-การปรับปรุงแก้ไข และการพฒั นาแบบรา่ ง
วจิ ารณก์ ระบวนการสรา้ งสรรค์
-การขยายแบบร่างงานเปน็ ผลงานจรงิ
-การแกไ้ ขปญั หาในระหวา่ งสรา้ งงาน
วิจารณ์ผลสมั ฤทธขิ์ องผลงาน
-ความสมั พนั ธข์ องผลงานกบั แนวความคดิ
-ผลกระทบตอ่ สงั คม
28
การพัฒนางานทศั นศลิ ป์
การพัฒนาผลงานทศั นศิลป์ เป็นขั้นตอนต่อจากการ
วิจารณ์ผลงาน โดยนาคาวิจารณเ์ กย่ี วกับผลงานช้นิ นั้น มา
ปรับปรงุ แกไ้ ข และพฒั นาช้ินงานให้มคี ณุ ภาพดยี ิ่งขนึ้
ตัวอยา่ งการออกแบบงานทัศนศิลป์
1.ความบนั ดาลใจในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน 2.รา่ งแบบผลงานตามที่จิตนาการไว้
3.ประเมนิ แลว้ ปรับปรงุ แก้ไขแบบรา่ ง 4.สรา้ งสรรคผ์ ลงานตามแบบท่ีแก้ไข
29
การจัดท้าแฟ้มสะสมผลงาน
ความหมายของแฟม้ สะสมผลงาน
แฟม้ สะสมงาน คือ การรวบรวมผลงานในระยะเวลาใดเวลา
หนง่ึ เพอ่ื สะท้อนความคดิ เห็นและภาพแหง่ ความสาเรจ็
องคป์ ระกอบสา้ คญั ของแฟม้ สะสมผลงาน
1. สว่ นนา ประกอบด้วย
- ปก
- คานา
- สารบัญ
- ประวตั สิ ว่ นตวั
- จุดมุ่งหมายของการทาแฟ้มสะสมผลงาน
2. สว่ นเน้ือหา ประกอบดว้ ย
- ผลงาน
- ความคิดเหน็ ทีม่ ีตอ่ ผลงาน
- ผลการประเมนิ งาน
30
ประโยชน์ของการจดั ทา้ แฟ้มสะสมผลงาน
1. ได้แสดงพฒั นาการทางด้านความรู้ ความเข้าใจของตนเอง
2. ช่วยส่งเสริมให้มีความรับผดิ ชอบ
3. เปน็ ช่องทางสะท้อนความก้าวหน้าและความสาเร็จของตนเอง
4. ส่งเสริมการสรา้ งงานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ และความรู้สึกเห็น
คณุ ค่าในงานของตนเอง
5. เป็นช่องทางในการส่ือสาร แลกเปลยี่ นความร้เู กย่ี วกับงาน
ทศั นศิลป์
บทท่ี 5 31
การวาดภาพแสดง
บคุ ลกิ ลักษณะของตัวละคร
การวาดภาพตวั ละคร
การวาดภาพตัวละคร หรอื การวาดภาพบุคคล เปน็ การวาด
ภาพเพือ่ ถา่ ยทอดความเหมือนจรงิ ของตัวแบบตามหลกั กายวภิ าค
ศาสตร์ และการถ่ายทอดอารมณ์ของตวั ละครให้ปรากฎออกมาใน
ภาพวาดผู้ทจ่ี ะวาดไดต้ อ้ งอาศยั ทกั ษะทางศลิ ปะ การใช้ประสาท
สัมผัสทางตา การใช้ความรู้สกึ ภายในและความรู้สึกภายในและ
ความรคู้ วามเขา้ ใจในกายวภิ าค
การวาดภาพเหมอื น (Portrait)
การวาดภาพเหมือน เป็นการวาดภาพเหมือนบุคคล ซ่ึงนิยม
วาดใบหนา้ ดา้ นตรงหรือดา้ นขา้ งในทางปฎิบัตินนั้ ศิลปะจะวาดใน
ลักษณะเหมือนจรงิ
32
โครงสรา้ งของสดั ส่วนและใบหน้า
สดั ส่วนใบหนา้ คน แบง่ ออกเป็น 3 สว่ น
ส่วนท่ี 1 ปลายคาง ถงึ โคนจมกู
สว่ นท่ี 2 โคนจมกู ถึง ค้วิ
ส่วนท่ี 3 ควิ้ ถงึ โคนผม
ส่วนที่ 3/1 โคนผม ถึง ศรี ษะดา้ นบน
33
การวาดภาพคนเต็มตัว
โครงสร้างและสดั สว่ นของร่างกาย
สว่ นท่ี 1 ศรษี ะ ถงึ ปลายคาง
สว่ นท่ี 2 ปลายคาง ถึง กลางหนา้ ผาก
สว่ นที่ 3 กลางหน้าผาก ถงึ สะดอื
ส่วนที่ 4 สะดือ ถงึ โคนขา
สว่ นท่ี 5 โคนขา ถงึ กึ่งกลางขาออ่ น
สว่ นที่ 6 กงึ่ กลางขาออ่ น ถงึ น่อง
ส่วนท่ี 7 น่อง ถึง ข้อเท้า
ส่วนที่ 7/1 ข้อเท้า ถงึ ส้นเท้า
34
การแบ่งสดั ส่วนรา่ งกายคน
35
ตวั อย่างภาพคนแบบตา่ งๆ เชน่ จากภาพเหมอื นไปส่จู นิ ตนาการ
ภาพกลุ่มคนเต็มตวั ภาพเหมือนบคุ คลคร่ึงตวั ชาย - หญงิ
36
การวาดภาพสัตว์
การวาดภาพสัตว์นั้น ผวู้ าดจะตอ้ งศกึ ษาเพือ่ ทาความเข้าใจ
เกี่ยวกบั ลักษณะท่าทาง ธรรมชาติของสัตวป์ ระเภทน้ัน กอ่ นท่จี ะเรมิ่
วาดภาพ
ขน้ั ตอนการวาดภาพสตั ว์
1. มองภาพร่างกายสว่ นรวมของสตั ว์ใหเ้ ป็นรูปทรงเรขาคณติ
2. วาดรายละเอียดทา่ ทาง สดั ส่วนให้ถกู ตอ้ งตามลกั ษณะของสตั ว์
3. วาดผวิ หนงั สตั ว์ โดยลงนา้ หนกั ดินสอดาสนิทและเว้นช่วงนา้ หนัก
ขาวสลบั กันไปใหด้ มู คี วามลกึ
4. เพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ เช่น วาดแววตาเพื่อให้สัตว์ดูมีชีวิตชีวา
37
ตวั อยา่ งข้นั ตอนการวาดภาพสตั ว์
38
ตัวอย่างข้ันตอนการวาดภาพสตั ว์ ตา่ งๆ
39
บทที่ 6
งานทัศนศิลป์และงาน
การออกแบบในโฆษณา
ความหมายของการโฆษณา
การโฆษณา เป็นการชแี้ นะและชวนทางด้านผลติ ภณั ฑ์
(Products) บรกิ าร (Services) และ ความคิดของคนหนึ่ง
หรอื กลมุ่ หน่งึ ไปสกู่ ลุม่ ชนโดยสว่ นรวม สาหรบั ในสังคมทนุ
นยิ ม ทมี่ ีนายทนุ เอกชนเป็นผปู้ ระกอบการธรุ กจิ การคา้ การ
ออกแบบโฆษณาไดก้ ลายเป็นสงิ่ จาเป็นอยา่ งหน่ึงสาหรบั การ
ดารงชีวิตของประชาชนและธรุ กิจ เพราะการออกแบบโฆษณา
ได้มสี ภาพเป็นแรงกระตุ้นหรอื แรงผลกั ดนั อย่างหน่งึ ในสังคม
40
สิ่งท่จี ะโฆษณา
ก่อนที่จะออกแบบโฆษณาจาเป็นจะตอ้ งมีความเขา้ ใจ
สิ่งท่จี ะทาการโฆษณารู้คณุ สมบตั ิ รปู้ ระโยชน์ รสู้ มรรณภาพ
และเป้าหมายของสงิ่ ทีจ่ ะโฆษณา สงิ่ ท่ีสาคัญ ตอ้ งร้จู ดุ เด่น
หรอื ลักษณะพิเศษของสง่ิ นนั้
การโฆษณาโดยใช้พรเี ซน็ เตอรท์ เ่ี ป็นทนี่ ิยมของกลุ่มวัยรุน่
41
หนงั สือพมิ พ์ โทรทศั น์
วารสาร
42
สอื่ ทจ่ี ะใชโ้ ฆษณา
ส่ือ (Media) ในที่นี้หมายถงึ ตวั กลางท่จี ะนางานออกแบบ
โฆษณาไปถึงประชาชน เชน่ ส่อื สาร หนังสอื พมิ พ์ โทรทศั น์ ป้าย
โฆษณา สื่อคอมพิวเตอร์ การออกแบบโฆษณา ผูอ้ อกแบบตอ้ ง
เขา้ ใจถึงสื่อท่ีจะทาการโฆษณา เช่น หนงั สอื พมิ พฉ์ บับทีจ่ ะลง
โฆษณา ผู้อ่านเป็นกลมุ่ ท่ีสนใจ
สิ่งท่ีเราโฆษณาหรือไม่
ผทู้ ่ีรับรู้งานโฆษณา
สาหรับผทู้ ่รี ับรู้งานโฆษณาก็คอื ประชาขนท่ัวไปท่ีเราตอ้ งการ
โฆษณา ซ่งึ ผู้ออกแบบจะต้องเขา้ ใจความตอ้ งการ
ของแตล่ ะกลุ่มชน เขา้ ใจประเพณวี ัฒนธรรม เขา้ ใจถงึ รสนิยม
ความคดิ อ่าน และสภาพเศรษฐกิจพอสมควร
43
ประเภทของสอ่ื โฆษณา
1. ส่ือกระจายเสยี งและภาพ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ โรงภาพยนตร์
คอมพวิ เตอร์
2. สือ่ สง่ิ พมิ พ์ เช่น นิตยสาร หนงั สอื พมิ พ์รายวัน สารสาร
3. สอ่ื ผลติ ภณั ฑ์จรงิ เช่น การแจกสนิ คา้ สง่ คนไปขายส่งสินคา้
ไปตามบา้ น
4. สื่อนอกบ้าน เช่น ปา้ ยโฆษณาขนาดใหญ่ ป้ายข้างรถ
โปสเตอร์กระดาษ
งานทศั นศิลป์และงานออกแบบในโฆษณา
งานทัศนศลิ ป์ จะมีความงานขนึ้ มาไดน้ ัน้ กด็ ้วยการนาเอา
มวลธาตทุ างทัศนศลิ ป์ ซ่ึงได้แก่ จดุ เส้น รปู ร่าง มาจัดวางให้
เกดิ ความสวยงาม โดยมีการจัดองคป์ ระกอบศิลป์ทง้ั หมดให้
ความมิตรภาพ ความสมดุล
44
งานออกแบบโฆษณา
โทรศพั ทเ์ คลอื่ นที่
งานออกแบบโปสเตอร์ของ
Toulouse Lautrec
งานออกแบบในการโฆษณา นอกจากต้องคานึงถึงรปู
แบบ เน้ือหา และผลประโยชน์จากการโฆษณาแลว้ ส่ิงจาเปน็
ที่จะต้องตระหนัก คือ สิ่งดีงามหรอื จรยิ ธรรมในสงั คม เพราะ
วา่ การออกแบบโฆษณาเป็นเรือ่ งของการแขง่ ขนั และชักชวน
เพื่อให้ได้ผลประโยชนใ์ สนสงิ่ ทที่ าใหผ้ ้อู อกแบบลมื นกึ ถงึ ส่ิงที่
ถูกที่ควรในสงั คม การโฆษณาในสงั คมปจั จบุ นั จานวนไมน่ ้อย
ความสงบเรียบร้อย หรอื ชวี ิตความเปน็ อย่ทู ี่ดีงามหรือไม่ เช่น
โฆษณาทล่ี ักษณะกระตุ้นให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงค่านิยม
45
นอกจากน้ัน สิ่งที่ลืมไม่ได้สาหรับการโฆษณา คือ ผลงาน
โฆษณา เมื่อเราได้พิจารณาและวางแผนการโฆษณาอย่าง
กว้างขวางตามข้อเสนอแนะข้างต้นแล้ว จึงออกแบบได้
น่าสนใจ แสดงความคิดสร้างสรรค์เด่นชัด และแสดงความ
ประณีตเรียบร้อยในผลงาน เพื่อให้เกิดความประทับใจต่อผู้
รับรู้จึงมีการทางานออกแบบมาใช้ในการโฆษณาสินค้า
ภาพยนตร์ ปกหนังสือ โปสเตอร์
46
วิธกี ารใช้งานทศั นศิลปแ์ ละงานออกแบบใน
การโฆษณา
1. โฆษณาดว้ ยการออกแบบ เชน่ ตวั อกั ษร รปู แบบ กราฟิก
2. โฆษณาโดยภาพทางทศั นศลิ ป์และภาพที่ออกแบบ
โปสเตอร์ของToulouse Lautrec โปสเตอร์การออกแบบกราฟกิ
47
3. โฆษณาโดยการใชภ้ าพ หรอื โลโกข้ องบรษิ ทั สถาบนั
โฆษณาด้วยภาพของเจา้ หน้าท่สี ายการบิน
4. โฆษณาโดยใช้ภาพทางประวตั ศิ าสตรห์ รือเหตกุ ารณท์ ี่
สา้ คัญ ผา่ นทางสือ่ ต่างๆ เช่น สงิ่ พมิ พ์
48
5. โฆษณาโดยใชภ้ าพทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั การเมอื ง เชน่ การโฆษณา
ชวนเชอ่ื การเลอื กตง้ั
โฆษณาดว้ ยการวาดภาพประกอบ โฆษณาดว้ ยการออก
เเบบกราฟกิ ตวั อักษร
เเละภาพประกอบ
49
บทท่ี 7
งานทัศนศิลป์ในวัฒนธรรมไทย
วฒั นธรรมที่สะทอ้ นใจงานทัศนศลิ ปป์ จั จบุ นั
ความหมายของวฒั นธรรมและทัศนศิลป์
วัฒนธรรม (Cultuer) เปน็ คาสมาสที่มีการนาคาสอนคา
มารวมเขา้ ด้วยกนั ใส่คาว่า “วัฒนะ” ทแ่ี ปลว่า เจริญ งอกงาม
รุ่งเรอื ง และคาวา่ “ธรรม” แปลว่า ความดี ความมรี ะเบยี บ
เม่ือนาคาสอนสองคามารวมกัน จะได้ความหมายของคาว่า
วัฒนธรรมว่า “ความเจริญงอกงามและความรุ่งเรืองอย่างมี
ระเบยี บ” ในพจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542
ได้ให้ความหมายของคาวา่ วฒั นธรรมวา่ “ส่งิ วิถชี ีวติ ของหมู่
คณะ เช่น วฒั นธรรมพนื้ บ้านวัฒนธรรมของเรา”
ทัศนศลิ ป์ (Visual Art) หมายถงึ ผลงานศิลปะท่ีสามารถรับ
รู้ได้ด้วยสายตาหรือมองเห็นด้วยสายตาหรือมองเห็นด้วย อันเป็น
ผลงานสร้างสรรค์ท่ีเกิดจากการแสดงออกถึงความงาม ความ
สะเทอื นใจ ความคิดทมี่ รี ะเบยี บ