50
วฒั นธรรมท่ีสะทอ้ นในงานทส่ี ะท้อนในงานทศั นศลิ ป์
สังคมไทยมีความเชื่อเกี่ยวกับผลแห่งการกระทา ใน
เรื่องลบาป บุญ คุณ โทษ ตามหลักธรรมคาสอนของ
พระพุทธศาสนา เพื่อเป็นที่ยึดเหน่ียวจิตใจให้ดาเนินชีวิตได้
อย่างสงบสุข สิ่งเหล่านี้ทาให้คนไทยในสมัยก่อนรู้จักการ
กราบไหว้บูชาในสิ่งท่ีตนเห็นว่าบุญคุณจนเกิดเป็นประเพณี
ปฏิบัติสืบมา และกลายเป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่อยู่คู่กับ
สงั คมไทยตกทอดมาจนรุ่นลูกหลาน ศิลปะไดถ้ กู สร้างข้ึนมา
ตามความเชื่อ จากประเพณีและวัฒนธรรมน้ัน
วัฒนธรรมท่ีอาศัยผลงานทัศนศิลป์ในการช่วยสนับสนุน
เผยแพร่ และส่งเสริมให้ตั้งมั่นอยู่ได้ตั้งแต่อดีตมาจนถึง
ปัจจุบัน เช่น การสร้างพระพุทธรูป ปราสาทหิน เครื่องแต่ง
กาย เครื่องประดับ ลวดลายไทย บ้านทรงไทย โบสถ์ วิหาร
เจดีย์ ตามแบบศิลปะสมัยต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่าน้ีเป็นแรง
บันดาลใจกับศิลปินในยุคปัจจุบันสร้างสรรค์ผลงานที่
สะทอ้ นถงึ วัฒนธรรมต่างๆ
51
ตัวอย่างผลงานทศั นศิลปท์ ี่สะท้อนวัฒนธรรมไทยใน
ผลงานของศิลปนิ ปัจจุบนั
“วถิ ีไทยในชนบท” ทินกร กาษร "รปู ทรงของเเสดงบนเน้ือ
สวุ รรณ สอี ะคริลคิ บนผ้าใบ 2547 ทว่ี ่าง" ปรีชา เถาทอง,สี
อะครลิ กิ บนผ้าใบ 2520
แนวความคิดของศลิ ปิน แนวความคิดของศลิ ปนิ
จากความเป็นอยู่ของ มุมมองสถาปัตยกรรม
ชาวบ้านในชนบทมีวิถีชีวิต ไทย และการกระทบของ
เรื่องราว ศรัทธา และความ แ ส ง แ ล ะ เ ง า เ ป็ น แ ร ง
ผู ก พั น กั บ ป ร ะ เ พ ณี แ ล ะ บันดาลใจให้ศิลปินนามา
วฒั นธรรมในทอ้ งถ่ิน สร้างภาพจิตรกรรม โดย
จดั พน้ื ทข่ี องแสง
52
งานทศั นศลิ ปข์ องไทยในแต่ละยุคสมยั
ยคุ สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์
เป็นยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรข้ึนมาใช้ แต่
มนุษย์ในยุคน้ีก็รู้จักการประดิษฐ์อาวุธ เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้
เคร่ืองประดับ รู้จักสร้างท่ีอยู่อาศัย รู้จักการล่าสัตว์ เล้ียงสัตว์ และ
รจู้ ักการเพาะปลกู
ขวานหินขัด สนั นิษฐานว่าเปน็ เครอ่ื งมือของ
มนุษยใ์ นยคุ สมยั กอ่ นประวัติศาสตร์
53
1. ยุคหนิ ในยุคน้ีมีการพบเจอหลกั ฐานเป็นจิตกรรมฝาผนัง
และเคร่ืองมือเครอ่ื งใช้ในการดารงชวี ิตท่แี สดงถงึ ความเป็นอยู่
ของมนษุ ยใ์ นยุคนั้น การออกแบบผลงานอาจขึ้นอยู่กับ
สภาพแวดล้อม แต่มคี ุณคา่ ต่อคนรนุ่ หลงั เชื่อวา่ มนุษยใ์ นยคุ นี้
มกี ารเพาะปลกู เล้ยี งสัตว์ และทาเครอ่ื งใชโ้ ดยใชก้ ระดกู สตั ว์
2. ยุคโลหะ เป็นยุคท่ีมนุษย์รจู้ กั การหลอ่ หลอมโลหะเอามา
ทาเปน็ เครื่องมอื เคร่ืองใช้ต่างๆ เพราะมีการขดุ พบเคร่อื งมอื
เครือ่ งใชส้ ารดิ และดนิ เผาเปน็ จานวนมาก มนุษย์ในยุคน้ีมกี าร
ตกแตง่ ลวดลายและมีการความประณตี ในการสรา้ งผลงาน
มากยิ่งขึน้
ยุคสมัยประวตั ศิ าสตร์
ยคุ สมยั ประวัติศาสตร์ของดนิ แดนสุวรรณภมู นิ ้ี ก่อนทช่ี น
ชาตไิ ทยจะเข้ามาตงั้ ถิ่นฐาน แต่เดมิ ดินแดงแถบน้มี อี าณาจักร
ของหลายชนชาตปิ กครองอยู่ และยังมกี ลมุ่ ชนพ้ืนเมอื งหลาย
กลุ่มท่ีอาศยั อยูต่ ามลุม่ นา้ ตา่ งๆ สามารถจาแนกศลิ ปะไทย ใน
ยคุ สมัยนไ้ี ด้ ดังนี้
1. สมัยทวารดี อยู่ในช่วงระหว่างพุทธ 54
ศตวรรษที่ 12-16 สันนิษฐานว่ามีศูนย์กลาง
อยู่ที่ จ.นครปฐม ของประเทศไทย ศิลปะใน ธรรมจกั รสมยั ทวารดี
สมยั นที้ ีป่ รากฏให้เหน็ หลักฐาน เช่น
ภาพลายเส้น ภาพสลักด้วยศิลา และท่ีหล่อ พระบรมธาตุไชยา
สาริดก็มี ศิลปะบางชิ้นอาจผุพังไปตาม จ.สรุ าษฎร์ธานี พทุ ธ
กาลเวลา เพราะสรา้ งจากวสั ดุทีไ่ ม่คงทน สถานในสมัยศรวี ชิ ยั
2 .สมัยศรีวิชัย อยู่ในช่วงระหว่างพุทธ
ศตวรรษที่ 13-18 ในสมัยน้ีสันนิษฐานว่ามี
ศูนย์กลางของอาณาจักรอยู่ท่ีเกาะสมุยตรา มี
อาณาเขตครอบคลุมแหลมมลายูและดินแดน
ทางภาคใต้ของประเทศไทย ศิลปะในสมัยนี้
คาดว่าจะไดรับอิทธิพลจากอาณาจักรศรีวิชัย
เช่น การค้นพบรูปหล่อสาริด หลักศิลารูป
พระพุทธรูปและเทวรูปด้านสถาปัตยกรรมท่ี
พบ คือ พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
สร้างจากแรงบัลดานใจ
55
3. สมัยลพบุรี (ละโว้) อยู่ในช่วงระยะเวลาระหว่างพุทธ
ศตวรรษท่ี 16-18 ในยุคนม้ี ีความเจริญอยู่มากในภาคกลาง ภาค
ตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ศิลปกรรมในสมัยนี้เชื่อว่าสร้างตามความเช่ือของพระพุทธศาส
นิกายมหายาน ส่วนสถาปัตยกรรมท่ีโดดเด่นในยุคน้ี คือ
ประสาทหินพิมาย ซ่งึ เป็นพุทธสถานสมยั ลพบรุ ีที่มีขนาดใหญ่ใน
ประเทศไทย สรา้ งข้ึนภายใตอ้ ิทธพิ ลของศลิ ปะขอม
ปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสมี า
56
4. สมัยเชียงแสนล้านนา อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง
ศตวรรษท่ี 16-23 สันนิษฐานว่ามีศูนย์กลางของ
อาณาจักรอยู่ภาคเหนือของไทย ในสมัยนี้นับเป็นยุค
สมัยของศิลปะไทยอย่างแท้จริง ดังปรากฏหลักฐาน
ตามเมอื งโบราณหลายแหง่ แมน่ ้าโขง อ.เชียงแสน และ
ในตัวเมือง จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ลาพูน ได้รับ
อิทธิพลจากอาณาจักรของพม่า มีการขยายดินแดนเข้า
มาทางตอนเหนอื ศลิ ปะที่พบจงึ เป็นแบบล้านนา
เจดยี ป์ ่าสัก จ.เชยี งราย
57
5. สมยั สุโขทัย อยู่ในชว่ งระยะเวลาระหว่างพทุ ธศตวรรษท่ี
18-20 เป็นยุคสมัยที่ศิลปะมีความงดงามที่สุดสมัยหนึ่งได้รับ
อิทธิพลมาจากพุทธศาสนานิกชนกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์
ด้านสถาปัตยกรรมจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวส่วน
ประติมากรรม จะมคี วามออ่ นช้อย งดงาม
พระอฏั ฐารส วดั ตะพานหิน จ.สโุ ขทยั
58
6.สมัยอู่ทอง อยู่ในช่วงระยะเวลาระหว่างที่ 17-20
ศิลปะในอู่ทอง ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสมัยทวารดี
และสมัยสุโขทัย ส่วนมากจะเป็นศิลปะที่เก่ียวข้องกับ
ทางด้านพุทธศาสนา จึงมีการสร้างพระพุทธรูป และเจดีย์
ตา่ งๆ ไวม้ ากมาย
เจดีย์ปรางค์ทององค์ใหญ่ วดั พระศรีรัตนมหาธาตุ
59
7. สมัยอยุธยา มีช่วงระยะเวลายาวนานถึง 417 ปี (พ.ศ.
1893 -พ.ศ.2310) ศิลปะในสมยั นไ้ี ด้รับอทิ ธิพลมาจากสมัย
สุโขทัยและพัฒนาเป็นศิลปะแบบอยุธยา ศิลปะอยุธยาท่ี
เจริญรุ่งเรืองมีหลายแขนง ได้แก่ การประดับมุก การเขียน
ลายรดน้าลวดลายปูนปั้น การแกะสลักไม้ เคร่ืองปั้นดินเผา
ลายเบญจรงค์
รูปเทวดาจาหลัก บานประตวู ดั พระศรสี รรเพรชญ์
60
8. สมัยรัตนโกสินทร์ เร่ิมต้ังแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธ-
ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็น
ราชธานีต้ังแต่ พ.ศ. 2325 มาจนถึงปัจจุบัน ศิลปะสมัย
รตั นโกสินทรต์ อนต้นเป็นการสืบทอดมากจากสกลุ ชา่ งอยุธยา
ในงานจิตรกรรมประติมากรรม การสร้างพระพุทธรูป
ลวดลายปูนปั้น งานแกะสลักไม้ งานประณีตศิลป์ เคร่ืองเงิน
เคร่อื งทอง และลายรดน้า
พระปรางคว์ ดั อรณุ ราชวรารามราชวรมหาวิหาร
61
ความเปน็ มาของศลิ ปะสมยั ใหม่ในชาติตะวันตก
ลัทธิอิมเพรสชันซึม (Impressionism) เกิดข้ึนใน
ประเทศฝร่ังเศส ค.ศ. 1874-1886 เป็นการวาดภาพ
ธรรมชาติ ด้วยความประทับใจ ในสี แสง โดยนากฎเกณฑ์
การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เก่ียวกับทฤษฎี สี แสง ท่ี
เกดิ ขึ้นจากแท่งแกว้ ปรซิ มึ มาใชใ้ นการสรา้ งสรรค์
Jardin a Sainte-Adress
62
ลัทธโิ พสตอ์ ิมเพรสชนั นซิ ึม (Post Impressiosism)
เกดิ ขนึ้ ในประเทศฝรง่ั เศส ค.ศ. 1880-1990 การพฒั นา
ผลงานของจติ รกรยคุ หลงั อมิ เพรสชนั นซิ ึมสร้างสรรค์
ผลงานอย่างมอี ิสระ เพอ่ื ค้นหาแนวทางและรูปแบบตาม
ทศั นะของศลิ ปนิ
seif-portrait
63
ลัทธคิ ิวบซิ มึ (Cubism) เกดิ ขึน้ ในประเทศฝรง่ั เศส ค.ศ. 1907-
ตน้ ครสิ ต์ศตวรรษที่ 20
งานศลิ ปะท่ีมวี วิ ัฒนาการมาจากภาพจติ รกรรมของ Cezanne
ที่ป้ายพู่กนั เป็นภาพรวมๆ ระนาบของลูกบาศก์ ทั้งน้ีมี Picasso
และ Barque เป็นผนู้ าในแนวทางนี้
glass and bottles Suze
64
ลัทธิเอกซ์เพรสชันนิซึม (Expressionism) เกิดขึ้นใน
ประเทศ เยอรมันนี และฝร่ังเศส ค .ศ. 1905 -ต้น
คริสต์ศตวรรษที่20 งานศิลปะที่ถือเอาอารมณ์เป็นส่ิงสาคัญ
เหนือกวา่ ความคดิ ศิลปนิ นาเน้ือหาทีเ่ รา้ ใจ สะเทือนอารมณ์
มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ เช่น การต่อสู้ ความ
โกรธ ความทกุ ขท์ รมาน ความเจ็บปวด และความตาย
Klein Freuden
65
การสรา้ งสรรค์งานทัศนใ์ นงานศิลปวฒั นธรรมไทยและสากล
การสร้างสรรค์งานทศั นศลิ ปใ์ นวัฒนธรรมท้ังของไทยและ
สากลไดร้ บั แรงบนั ดาลใจจากเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเปน็ ศาสนา วถิ ี
ชวี ติ วัฒนธรรม เป็นต้น
การเปรียบเทยี บแนวคดิ ในการสรา้ งสรรค์งานทศั นศลิ ป์จาก
วฒั นธรรมไทยและสากล
1. แนวเร่ืองจากศาสนา
66
2. แนวเร่อื งการเมือง
67
3. แนวเร่อื งความคิดฝนั
68
4. แนวเร่อื งศิลปะเชงิ ความคดิ และการใชว้ ัสดุ