๑. วินัยและการรกั ษาวินยั
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทึกผลการปฏบิ ตั งิ าน หลกั ฐาน/แหลง่ ขอ้ มูล
๑.๑ การแสดงออกทางอารมณ์ ๑.แต่งก ายสุภาพเรี ยบร้อ ย 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
กริยา ท่าทาง และการสื่อสาร ถูกต้องตามระเบียบ จรงิ ของบคุ คล
ได้เหมาะสมกับกาลเทศะต่อ 2. เข้าสอนผู้เรียนตรงเวลาและ 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผบู้ รหิ าร
ผเู้ รยี น ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 3. ภาพกิจกรรม
กับความเปน็ ครู
3. ใชค้ าพูดท่ีเหมาะสม รวมถึง
การแสดงออกทางอารมณ์อย่าง
เหมาะสมกับสถานการณ์การ
ต่างๆ
1.2 การแสดงออกทางอารมณ์ 1. แตง่ กายสภุ าพเรียบร้อย 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
กริยา ท่าทาง และการสื่อสาร ถูกตอ้ งตามระเบียบ จริงของบุคคล
ได้เหมาะสมกับกาลเทศะต่อ 2. การตรงตอ่ เวลา 2. สอบสัมภาษณค์ รู ผบู้ ริหาร
ผู้บังคับบัญชาเพ่ือนร่วมงาน 3. ใช้คาพดู ทเี่ หมาะสมและ 3. ภาพกิจกรรม
ผูป้ กครองและบคุ คลอน่ื แสดงออกทางอารมณ์ กับ
ผบู้ ังคบั บญั ชาการ เพอื่ น
ร่วมงาน ผูป้ กครอง และผูอ้ น่ื
อย่างเหมาะสมในสถานการณ์
ต่างๆ
4. ทกั ทายผอู้ ่นื ดว้ ยใบหนา้ ท่ียม้ิ
แยม้
1.3 การมีเจตคติเชิงบวกกับ 1. มคี วามจงรกั ภักดีต่อสถาบัน 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ประเทศชาติ ชาติ ศาสนา และ จรงิ ของบคุ คล
พระมหากษตั รยิ ์ และยึดม่ันใน 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผู้บริหาร
การปกครองระบอบ 3. ภาพกิจกรรม
ประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข
2. ยดึ มั่นดารงตนเปน็ พลเมอื งท่ี
ดขี องชาติ ไมก่ ระทาตนให้
ประเทศชาตเิ สียหาย หรือเสอ่ื ม
เสีย
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ัตงิ าน หลักฐาน/แหลง่ ขอ้ มูล
๑.4 การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบ ๑. ปฏบิ ัตติ นตามกฎระเบยี บ 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
หลักเกณฑ์ที่เก่ียวข้องกับความ ข้อบงั คับ คาสั่งของ จริงของบุคคล
เปน็ ขา้ ราชการ ผบู้ งั คบั บญั ชา 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผูบ้ ริหาร
2. ปฏบิ ตั ิงานราชการดว้ ยความ 3. ภาพกจิ กรรม
ซือ่ สตั ย์ สุจริต เทย่ี งธรรม และ
ไม่เอาเปรียบผ้อู นื่ ไม่เคยละทิ้ง
ทอดทง้ิ หนา้ ท่ีราชการจนได้รบั
ความเสียหายต่อสถานศึกษา
อยา่ งรา้ ยแรง
3. ไมเ่ คยขาดราชการมาปฏิบัติ
หนา้ ท่ตี าม วัน เวลา ราชการท่ี
กาหนด
4. มาปฏบิ ตั ิราชการตามวนั
และเวลาทก่ี าหนดอยู่เสมอ
1.5 การปฏบิ ัตติ ามกฎ 1. เป็นผู้รักษาและปฏิบัติตาม 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ระเบียบ หลกั เกณฑ์ทเ่ี กีย่ วข้อง ร ะ เ บีย บ ที่ก า ห น ด ไ ว้ อ ย่ า ง จรงิ ของบคุ คล
กบั ความเป็นข้าราชการครู เคร่งครดั 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผบู้ รหิ าร
2.ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ที่ ไ ด้ รั บ 3. ภาพกิจกรรม
มอบหมายจนบรรลุเป้าหมาย
หน้าท่ีข้าราชการ ในฐานะเป็น
พลเมอื งท่ีดี
3. ยึดมั่นในหลักศีลธรรมและ
คณุ ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาใน
การช่วยเหลือผู้อน่ื
1.6 การปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย 1. ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย โดยเป็น 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
บุคคลท่ีเคารพและปฏิบัติตาม จรงิ ของบุคคล
กฎหมาย รักษาระเบียบวินัย 2. สอบสมั ภาษณค์ รู ผู้บรหิ าร
ของทางราชการ กระทาตนเป็น 3. ภาพกจิ กรรม
แบบอยา่ งที่ดี
2. ปฏบิ ัติตามกฎหมายจราจร
3. มีหลักในการปฏิบัติหน้าที่
ของครอู ย่างชัดเจนยตุ ิธรรม
1. วินัยและการรักษาวนิ ยั
๑.๑ การแสดงออกทางอารมณก์ รยิ า ท่าทาง และการสอ่ื สารไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะต่อผ้เู รยี น
แตง่ กายสภุ าพเรยี บร้อยถกู ต้องตามระเบยี บ
ใชค้ ำพดู ที่เหมำะสม รวมถงึ กำรแสดงออกทำงอำรมณอ์ ย่ำงเหมำะสมกบั สถำนกำรณต์ ำ่ งๆ
1.2 การแสดงออกทางอารมณก์ ริยา ท่าทาง และการสอื่ สารได้เหมาะสมกบั กาลเทศะต่อผู้บังคบั บัญชา
เพ่ือนร่วมงานผู้ปกครองและบุคคลอืน่
1.3 การมเี จตคติเชิงบวกกับประเทศชาติ
มีความจงรกั ภักดีตอ่ สถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และยดึ ม่นั ในการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ พรอ้ มท้งั ยึดมั่นดารงตนเปน็ พลเมืองท่ีดีของชาติ ไมก่ ระทา
ตนใหป้ ระเทศชาตเิ สียหาย หรือเสอ่ื มเสยี
๑.4 การปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบ หลกั เกณฑท์ ่เี ก่ียวขอ้ งกับความเปน็ ข้าราชการ
ปฏบิ ัตติ นตามกฎระเบยี บข้อบังคบั คาสั่งของผ้บู งั คบั บญั ชา ด้วยความซ่อื สตั ย์ สุจรติ เทีย่ งธรรม
และไม่เอาเปรยี บผ้อู นื่ ไมล่ ะทง้ิ ทอดทง้ิ หนา้ ทีร่ าชการจนได้รับความเสยี หายต่อสถานศกึ ษาอย่างรา้ ยแรงไมเ่ คย
ขาดราชการมาปฏิบัตหิ น้าที่ตาม วัน เวลา ราชการท่กี าหนดอยเู่ สมอ
1.5 การปฏบิ ตั ิตามกฎ ระเบียบ หลกั เกณฑ์ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ความเปน็ ข้าราชการครู
เป็นผู้รักษาและปฏิบัติตามระเบียบท่ีกาหนดไว้อย่างเคร่งครัด ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจน
บรรลุเป้าหมายหน้าท่ีข้าราชการ ในฐานะเป็นพลเมืองที่ดี ยึดมั่นในหลักศีลธรรมและคุณธรรมทาง
พระพทุ ธศาสนาในการชว่ ยเหลือผอู้ ่ืน
1.6 การปฏบิ ัติตามกฎหมาย
. ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเป็นบุคคลที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาระเบียบวินัยของทาง
ราชการ กระทาตนเป็นแบบอย่างท่ีดี ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร มีหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของครูอย่าง
ชดั เจนยุติธรรม
๒. คุณธรรมและจรยิ ธรรม
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั งิ าน หลกั ฐาน/แหลง่ ขอ้ มลู
2.๑ การปฏิบัติตนตามหลัก ๑. ดาเนินกิจกรรมที่ทาตนเป็น 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ศาสนาท่ีนับถืออย่างเคร่งครดั แบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ เช่น การ จริงของบุคคล
นาผเู้ รียนเขา้ รว่ มทาบุญ 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผู้บริหาร
2.ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตาม 3. ภาพกจิ กรรม
หลักศาสนาที่ตนนับถือ และเข้า
ร่ ว ม กิ จก ร ร ม ทาง ศาส น า ที่
สถานศกึ ษาจดั ขน้ึ
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนประพฤติ
ปฏิบัติตนตามจารีตประเพณี
ของท้องถน่ิ
4. ปฏิบัติตนเป็นผู้มีคุณธรรม
จริยธรรม ซึ่งกระทาด้วยความ
สานึกในจิตใจเช่น มีการยึด
หลักธรรมพรหมวิหาร 4 คอื
1. เมตตาต่อศิษย์ มีความรัก
ศิษยป์ รารถนาจะใหศ้ ษิ ย์เป็นสุข
2. มีความกรุณาต่อศิษย์
อบรมส่ังสอนให้ศิษย์ประพฤติ
ตน อ ย่ าง เ หมาะ สมแ ละ อ ยู่
รว่ มกับผูอ้ ่นื อย่างเปน็ สขุ
3. มมี ุฑิตาจติ คอื มีความยินดี
เสมอ เม่ือศิษย์ได้ดี พร้อมกับ
ก ล่ า ว ย ก ย่ อ ง ช ม เ ช ย ใ น
ความสามารถของเขา
4. มีอุเบกขา คือ มีการ
พ ย า ย า ม ว า ง เ ฉ ย ต่ อ บ า ง
พฤติกรรมก้าวร้าวที่ศิษย์แสดง
ออกมาโดยไมต่ ้งั ใจ คอื ไมโ่ กรธ
2.2 ก าร เข้ าร่ ว ม ส่ง เสริ ม 1. เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
สนบั สนุนศาสนกิจของศาสนาที่ ใ น วั น ส า คั ญ ต่ า ง ๆ ท า ง จริงของบคุ คล
นบั ถอื อยา่ งสม่าเสมอ พระพุทธศาสนา 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผบู้ รหิ าร
2. สวดมนต์ทาสมาธิ ทาบุญ ตัก 3. ภาพกจิ กรรม
บาตร ทาให้ข้าพเจ้าสามารถอยู่
ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมี
ความสุข
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทึกผลการปฏบิ ัตงิ าน หลกั ฐาน/แหล่งขอ้ มลู
2.3 การเห็นความสาคัญ เข้า ๑. เข้าร่วมกิจกรรมวันสาคัญ 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ร่วม ส่งเสริม สนับสนุน เคารพ ต่างๆ จรงิ ของบคุ คล
กิ จ ก ร ร ม ท่ี แ ส ด ง ถึ ง จ า รี ต 2. เห็นความสาคัญและเข้าร่วม 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผู้บรหิ าร
ประเพณีวฒั นธรรมทอ้ งถ่ินหรือ สนับสนุน กิจกรรมภายในชมุ ชน 3. ภาพกจิ กรรม
ชมุ ชน 3. เข้าร่วมกิจกรรมที่แสดงถึง
จารี ต ปร ะ เพ ณีวั ฒ น ธ ร ร ม
ท้ อ ง ถิ่ น ห รื อ ชุ ม ช น ล้ ว น มี
ความหมายคณุ คา่ แก่การเคารพ
2.4 การเห็นความสาคัญ เข้า 1. เข้าร่วม ส่งเสริมสนับสนุน 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
รว่ มสง่ เสรมิ สนบั สนนุ กจิ กรรม กิ จ ก ร ร ม ที่ แ ส ด ง ถึ ง จ า รี ต จริงของบุคคล
ท่ีแสดง ถึง จารี ตปร ะ เพ ณี ประเพณี วัฒนธรรมของชาติ 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผูบ้ ริหาร
วฒั นธรรมของชาติ การเคารพ ธ งชาติและร่ ว ม 3. ภาพกจิ กรรม
พิธีกรรมหน้าเสาธงทุกเช้ามิได้
ขาด
2. รักษาขนบธรรมเนียมและ
จารีตประเพณีไทยแต่งกายชุด
พื้นเมือง รักษาขนบธรรมเนียม
ประเพณีไทย
๒.๕ การมีจิตบริการและจิต 1.จัดก าร เรี ยน ก าร สอ น แก่ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
สาธารณะ ผู้เรียนด้วยความเท่าเทียมและ จรงิ ของบุคคล
เสมอภาค 2. สอบสมั ภาษณ์ครู ผู้บรหิ าร
2.ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความ 3. ภาพกิจกรรม
สมัครใจ
3.มีความรับผิดชอบต่องานที่
ไดร้ ับมอบหมาย
4.ช่วยเหลืองานต่างๆ ไม่ว่าจะ
เป็นนอกเวลางานหรือในเวลา
งาน โดยไม่หวังผลตอบแทน
2.6 การตอ่ ต้านการกระทาของ 1. ตอ้ งวางตนเป็นกลางทางการ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
บุคคลหรือกลุ่มบุคคลท่ีส่งผล เมอื งในการปฏิบัติหนา้ ทรี่ าชการ จริงของบคุ คล
ต่อความม่ันคงของชาติหรือ 2.ยดึ มน่ั ในระบอประชาธิปไตย
ผลกระ ทบเชิงลบต่อสังคม อนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็
โดยรวม ประมุข
3. เป็นแบบอย่างท่ีดีแก่ศิษย์
ส่งผลให้ศิษย์เป็นพลเมืองท่ีดี
ประเทศชาติกจ็ ะดีตามมา
2. คณุ ธรรมและจริยธรรม
2.๑ การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาทน่ี ับถืออย่างเคร่งครัด
ทำตนเป็นแบบอย่ำงท่ีดีแก่ศิษย์ เช่น กำรนำผู้เรียนเข้ำร่วมทำบุญ ปฏิบัติตนเหมำะสมตำมหลัก
ศำสนำท่ีตนนับถือ ยึดหลักพรหมวหิ ำร 4 มีควำมเมตำกรุณำต่อศิษย์
2.2 การเขา้ รว่ ม ส่งเสริมสนบั สนุนศาสนกิจของศาสนาที่นับถืออย่างสมา่ เสมอ
เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ในวนั สาคญั ตา่ งๆทางพระพุทธศาสนา สวดมนต์ทาสมาธิ ทาบญุ ตักบาตร
2.3 การเหน็ ความสาคัญ เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุน เคารพกจิ กรรมทแี่ สดงถึง จารีตประเพณี
วัฒนธรรมท้องถ่นิ หรือชมุ ชน
เข้ารว่ มกิจกรรมวนั สาคัญต่างๆ เห็นความสาคัญและเข้าร่วม สนับสนนุ กิจกรรมภายในชุมชนเข้าร่วม
กิจกรรมที่แสดงถึงจารตี ประเพณี วัฒนธรรมทอ้ งถิ่นหรือชมุ ชน
2.4 การเห็นความสาคัญ เขา้ รว่ มส่งเสรมิ สนบั สนุน กิจกรรมท่แี สดงถงึ จารีตประเพณี วฒั นธรรมของชาติ
เข้ารว่ ม สง่ เสรมิ สนับสนุน กิจกรรมท่ีแสดงถึงจารีต ประเพณี วัฒนธรรมของชาติ เช่น การเคารพธง
ชาติและร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงทุกเช้ามิได้ขาด รักษาขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีไทย แต่งกายชุด
พืน้ เมือง
๒.๕ การมจี ิตบริการและจติ สาธารณะ
จัดการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาค ช่วยเหลือผู้อ่ืนด้วยความสมัครใจ
มีความรับผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย ช่วยเหลืองานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนอกเวลางานหรือในเวลางาน
โดยไม่หวังผลตอบแทน
2.6 การต่อต้านการกระทาของบคุ คลหรือกล่มุ บุคคลที่สง่ ผลต่อความมน่ั คงของชาติหรอื ผลกระทบเชิงลบ
ต่อสังคมโดยรวม
วางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าท่ีราชการ ยึดมั่นในระบอประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ เปน็ แบบอยา่ งที่ดีแกศ่ ษิ ย์ ส่งผลให้ศษิ ย์เปน็ พลเมอื งทด่ี ี
3. จรรยาบรรณวชิ าชพี
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทึกผลการปฏบิ ัตงิ าน หลกั ฐาน/แหล่งข้อมูล
3.1 การพัฒนาวิชาชีพและ ๑. ปฏิบัติหน้าท่ี และดารงชีวิต 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
บคุ ลิกภาพอย่างต่อเนือ่ ง ด้วยความสุภาพเรียบร้อย มี จริงของบคุ คล
ความอ่อนน้อมถ่อมตนและ 2. สอบสมั ภาษณค์ รู ผู้บรหิ าร
สารวมอยูเ่ สมอ 3. ภาพกิจกรรม
2. ใหค้ วามสาคัญกับการพัฒนา
วิชาชพี และบุคลกิ ภาพ
3.ห า โ อ ก า ส ที่ จ ะ เ ข้ า ร่ ว ม
กิจกรรมการสัมมนาหรือการ
อบรมต่างๆเพ่ือให้ไ ด้มาซึ่ง
ความรู้ที่จะนามาพัฒนาตนเอง
และผูเ้ รยี น
4. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ีดี
แก่ผู้เรียน
3.2 การมีวิสัยทัศน์ รู้และ 1. หาความรู้ ติดตามข่าวต่างๆ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เข้าใจ สนใจ ติดตามความ ผ่ า น ช่ อ ง ท า ง ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น จริงของบุคคล
เปล่ียนแปลงด้านวิทยาการ โทรทัศน์ ส่อื โซเซียลมิเดีย 2. ภาพกิจกรรม
เศรษฐกิจ สังคม การเมืองของ 2. แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ท่ีมา
ไทย และนานาชาติในปัจจุบนั ศึกษาดูงานเพื่อให้ได้หลักการ
หรอื ข้อมลู ทีแ่ ตกตา่ ง
3.3 การไมอ่ าศยั วิชาชีพ 1. มคี วามตั้งใจจริง และศรัทธา 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
แสวงหาผลประโยชนท์ ไ่ี ม่ ในวชิ าชพี ครู จริงของบุคคล
ถกู ตอ้ ง 2.มุ่ง ม่ั น ทา ง า น โ ด ยไ ม่ หวั ง 2. สอบสัมภาษณ์ครู ผบู้ ริหาร
ผลประโยชน์ใดๆท่ไี ม่ถกู ตอ้ ง
3.4 การม่งุ มัน่ ต่อการพัฒนา 1. ใฝห่ าความรู้ เทคนิคใหม่ๆอยู่ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ความรู้ความสามารถของ เสมอเพื่อนามาพัฒนาผู้เรียนให้ จริงของบุคคล
ผเู้ รยี น ผู้เรียน 2. เกียรติบตั รการเขา้ อบรม
2. เข้าร่วมอบรม สืบหาข้อมูล
เทคนคิ ต่างๆในอินเตอรเ์ น็ต
3.5 การใหค้ วามสาคญั ตอ่ การ 1.เข้าร่วมการประ ชุม/การ 1. ภาพกิจกรรม
เขา้ ร่วม ส่งเสรมิ สนบั สนนุ อบรม ความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกับ
กจิ กรรมที่เกี่ยวขอ้ งกับวชิ าชพี การศึกษาอยู่เสมอ เม่ือเสร็จส้ิน
ครูอย่างสมา่ เสมอ การจัดกิจกรรม ข้าพเจ้าทาการ
บันทึกและสรุปผลการเข้าร่วม
กิจกรรม นาความรู้ที่ได้รับมา
พัฒนาตนเองและผ้เู รียน
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ัตงิ าน หลกั ฐาน/แหล่งข้อมูล
3.6 รั ก เ ม ต ต า เ อ า ใ จ ใ ส่ ๑. จัดการเรียนการสอนโดยเน้น 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน ผูเ้ รียนเป็นสาคญั จริงของบคุ คล
ให้บริการผู้เรียนทุกคน ด้วย 2.จดั กิจกรรมการเรียนการสอน 2. ภาพกจิ กรรม
ความเสมอภาค กิ จ ก ร ร ม ส่ ง เ ส ริ ม พั ฒ น า ก า ร
ให้กับผูเ้ รยี น
3.7 การประพฤติปฏิบัติตน 1. ปฏิบัติตามคาส่ังของ 1. หนังสือคาส่ังแต่งต้ังคณะ
เ ป็ น ท่ี ย อ ม รั บ ข อ ง ผู้ เ รี ย น ผบู้ ังคบั บัญชา ปฏิบัตงิ าน
ผู้ บ ริ ห า ร เ พื่ อ น ร่ ว ม ง า น 2. ใช้คาพูดท่ีเหมาะสม และ 2. สอบสัมภาษณค์ รู ผูบ้ รหิ าร
ผปู้ กครองชมุ ชน ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ 3. ภาพกจิ กรรม
3. แต่งกายสะอาด เรียบร้อย
และถกู กาลเทศะ
3.8 การไม่ปฏิบัติตนที่ส่งผล 1.ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เชิ ง ล บต่ อก าย แล ะ ใ จข อ ง ครู โดยคานงึ ถึงผเู้ รียนเปน็ หลกั จรงิ ของบคุ คล
นักเรยี น 2. จัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนให้สอ ดคล้อ งกับความ
ตอ้ งการของผเู้ รียน
3. สร้างความสุขในชั้นเรียน
ด้วยการเรียนการสอนเชิงบวก
ใหก้ าลังใจแก่ผเู้ รยี น
3.9 การทางานกับผู้อื่นได้โดย 1. ป ฏิ บั ติ ง า น โ ด ย ยึ ด ห ลั ก 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ยดึ หลกั ความสามัคคี เก้ือกูลซึ่ง ปร ะ ชาธิ ปไ ตยรั บ ฟั ง คว า ม จริงของบคุ คล
กนั และกัน คิดเหน็ ของผ้อู ืน่ 2. หนังสือคาสั่งแต่งตั้งคณะ
2. มีความเสียสละและเห็นแก่ ปฏบิ ตั งิ าน
ประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่า
สว่ นตน
3. เป็นผูน้ าและผูต้ ามท่ีดี
3.10 การใชค้ วามรู้ 1. ใช้ความรู้ด้านการบริหาร 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ความสามารถทีม่ ีอยู่ นาใหเ้ กิด จั ด ก า ร ช้ั น เ รี ย น เ พ่ื อ จั ด จรงิ ของบุคคล
ความเปลีย่ นแปลงในทาง สภาพแวดล้อมให้ห้องเรียนให้มี 2. หนังสือคาส่ังแต่งต้ังคณะ
พฒั นาใหก้ ับผเู้ รยี น โรงเรยี น ความเหมาะสมต่อผเู้ รยี น ปฏบิ ตั งิ าน
หรอื ชุมชนในดา้ นใดด้านหนง่ึ 2. ใช้ความรู้ความสามารถที่มี
(ดา้ นการอนุรักษ์ ในการจัดทา สื่อ ประกาศ VTR
ศลิ ปวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญา และ ประชาสัมพันธโ์ รงเรียน
สง่ิ แวดลอ้ ม)
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทึกผลการปฏบิ ตั งิ าน หลักฐาน/แหล่งข้อมลู
3.11การยึดมน่ั ในการปกครอง ๑. มคี วามจงรกั ภกั ดี ต่อสถาบัน 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ระบอบประชาธิปไตยอันมี ชาตศิ าสนาและพระมหากษัตริย์ จรงิ ของบคุ คล
พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ท ร ง เ ป็ น ยึดม่ันในการปกครองระบอบ 2. ภาพกจิ กรรม
ประมขุ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย โ ด ย มี
พระมหากษตั ริย์เปน็ ประมขุ
2. ประพฤติตนให้เป็นสมาชิกที่
ดีของสงั คมและมีจิตสาธารณะมี
ความรับผิดชอบต่อสังคม โดย
ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานโดยไม่
หวังผลประโยชน์และสิ่งตอบ
แทน
3. เคารพในสทิ ธิของตนเองและ
ผ้อู ่นื ยอมรับฟงั เสยี งสว่ นใหญ่
3. จรรยาบรรณวชิ าชพี
3.1 การพัฒนาวชิ าชีพและบุคลิกภาพอย่างต่อเนอื่ ง
ปฏิบัติหน้าที่และดารงชีวิตด้วยความสุภาพเรียบร้อย มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและสารวม
ใหค้ วามสาคัญกบั การพัฒนาวชิ าชพี และบุคลิกภาพ หาโอกาสท่ีจะเข้าร่วมกิจกรรมการสัมมนาหรือการอบรม
ต่างๆเพ่ือให้ได้มาซง่ึ ความร้ทู ีจ่ ะนามาพฒั นาตนเองและผเู้ รียน
3.2 การมวี ิสัยทศั น์ รู้และเขา้ ใจ สนใจ ตดิ ตามความเปลยี่ นแปลงดา้ นวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คม
การเมอื งของไทย และนานาชาติในปัจจบุ นั
. หาความรู้ ติดตามข่าวต่างๆ ผ่านช่องทางไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ สื่อโซเซียลมิเดีย และ แลกเปล่ียน
ความรกู้ ับผทู้ ม่ี าศกึ ษาดูงานเพือ่ ใหไ้ ดห้ ลกั การหรอื ข้อมูลทแี่ ตกตา่ ง
3.3 การไม่อาศยั วชิ าชพี แสวงหาผลประโยชนท์ ี่ไมถ่ ูกต้อง
ความตั้งใจจรงิ ศรทั ธาในวชิ าชีพครู มุง่ ม่ันทางานโดยไมห่ วงั ผลประโยชนใ์ ดๆท่ไี ม่ถกู ตอ้ ง
3.4 การมงุ่ ม่นั ต่อการพัฒนาความรคู้ วามสามารถของผู้เรยี น
ใฝห่ าความรู้ เทคนิคใหมๆ่ อยู่เสมอเพ่ือนามาพัฒนาผู้เรียน เข้าร่วมอบรม สืบหาข้อมูลเทคนิคต่างๆ
ในอินเตอรเ์ นต็
3.5 การให้ความสาคญั ต่อการเข้าร่วม สง่ เสริม สนบั สนนุ กจิ กรรมท่ีเกย่ี วขอ้ งกับวชิ าชพี ครอู ย่างสม่าเสมอ
เขา้ รว่ มการประชมุ /การอบรม ความรทู้ ่เี ก่ยี วข้องกับการศกึ ษาอยู่เสมอ และนาความรูท้ ี่ได้มาพัฒนา
ตนเองและผู้เรียน
3.6 รกั เมตตา เอาใจใส่ ชว่ ยเหลือ ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหบ้ รกิ ารผ้เู รียนทกุ คน ดว้ ยความเสมอภาค
จดั การเรียนการสอนโดยเนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั กจิ กรรมสง่ เสริมพฒั นาการใหก้ บั ผ้เู รยี น
3.7 การประพฤติปฏบิ ัติตนเปน็ ทยี่ อมรับของผู้เรยี น ผบู้ รหิ าร เพ่ือนร่วมงาน ผู้ปกครองชุมชน
ปฏิบัติตามคาส่ังของผู้บังคับบัญชา ใช้คาพูดที่เหมาะสม แต่งกายสะอาด เรียบร้อย ปฏิบัติตน
ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ
3.8 การไม่ปฏบิ ัติตนทส่ี ง่ ผลเชงิ ลบตอ่ กายและใจของนักเรียน
.ยึดม่ันในจรรยาบรรณวิชาชีพครู โดยคานึงถึงผู้เรียนเป็นหลัก จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้
สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของผ้เู รียน
3.9 การทางานกบั ผู้อนื่ ไดโ้ ดยยดึ หลกั ความสามัคคี เก้อื กลู ซ่ึงกันและกัน
ปฏิบัติงานโดยยึดหลักประชาธิปไตยรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่ืน
3.10 การใช้ความรูค้ วามสามารถที่มอี ยู่ นาให้เกดิ ความเปลี่ยนแปลงในทางพัฒนาใหก้ บั ผเู้ รียน โรงเรยี น
หรือชมุ ชนในดา้ นใดด้านหนงึ่ (ดา้ นการอนุรักษ์ศลิ ปวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญา และส่งิ แวดล้อม)
ใช้ความรู้ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน เพื่อจัดสภาพแวดล้อมให้ห้องเรียนให้มีความเหมาะสมต่อ
ผูเ้ รยี น
3.11 การยึดมัน่ ในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
ความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ยึดม่ันในการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย โดยมพี ระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข ประพฤตติ นให้เป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม และมีจิตสาธารณะ
มีความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม โดยชว่ ยเหลือเพอ่ื นร่วมงานโดยไมห่ วังผลประโยชน์และสิ่งตอบแทน เคารพในสิทธิ
ของตนเองและผู้อืน่ ยอมรบั ฟงั เสยี งสว่ นใหญ่
4. การดารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั งิ าน หลกั ฐาน/แหลง่ ขอ้ มลู
4.1 มีความรู้ ความเข้าใจ ๑. ศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจ 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เกี่ ย ว กับ ห ลั ก ป รั ช ญ า ข อ ง พอเพียง จรงิ ของบุคคล
เศรษฐกิจพอเพียง 2. นาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมา 2. สัมภาษณ์ครู ผู้บริหาร
ประยุกต์ใช้ในการดาเนินชวี ติ
3. ร้จู กั ประหยัด เกบ็ ออม
4.2 มีการนาหลักปรัชญาของ 1. มีการใช้จ่ายที่ประหยัด รู้จัก 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เศรษฐกิจพ อเพี ยง ไ ปปรั บ อดออม ใช้ชีวิตตนเองอย่าง จรงิ ของบุคคล
ประ ยุก ต์ใช้กับก าร จัดการ พอเพียง 2. สมั ภาษณค์ รู ผู้บริหาร
เรยี นรู้ในหอ้ งเรยี น 2. นาหลักปรัชญาเศรษฐกิจ 3. ภาพกิจกรรม
พอเพียงไปปรับใช้ในการเรียนรู้
ใน ห้อ ง เรี ยน โ ดยก าร ใช้สื่อ
อุ ป ก ร ณ์ เ ห ลื อ ใ ช้ ภ า ย ใ น
ห้องเรียนจัดทาสื่อ รวมถึงป้าย
นิเทศหนา้ ห้องเรยี น
4.3 มีการนาหลกั ปรัชญาของ 1. การใชอ้ ปุ กรณ์อย่างประหยัด 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เศรษฐกจิ พอเพียงไปปรับ ใช้อุปกรณ์ที่หาได้โดยไม่เสีย จรงิ ของบคุ คล
ประยกุ ต์ใช้กบั ภารกจิ ที่ได้รับ ค่าใช้จ่ายเพ่ือนาไปทากิจกรรม
มอบหมายอืน่ ตา่ งๆใหแ้ กผ่ เู้ รยี น
4.4 มีการนาหลกั ปรชั ญาของ 1. ประหยัดอดออม เปน็ กจิ วัตร 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เศรษฐกจิ พอเพียงไปปรับ 2.น้อมนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ จริงของบุคคล
ประยกุ ต์ใชก้ ับการดารงชวี ิต พอเพยี งมาปรับใช้ในการดาเนิน 2. สัมภาษณ์ครู ผู้บรหิ าร
ของตนเอง ชวี ิต 3. ภาพกิจกรรม
3. พอ มี พอ กิน พ อใช้
พอประมาณและพอใจใน
รู ป แ บ บ ก า ร ด า เ นิ น ชี วิ ต ข อ ง
ตนเองในปัจจบุ นั
4.5 เปน็ แบบอย่างในการนา 1. พึง พอใจกั บรูปแบบการ 1. จากพฤตกิ รรมตามสภาพจริง
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ ดาเนินชีวิตของตนเอง เพื่อเป็น ของบคุ คล
พอเพยี งไปปรับประยุกตใ์ ช้กับ แบบอย่างท่ีดีให้กับผู้เรียนและ 2. ภาพกจิ กรรม
ภารกิจต่างๆหรอื การดารงชวี ิต ผู้ปกครอง
ของตน 2. วางแผนในการใช้ทรัพยากร
ให้คมุ้ คา่
4.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิต
รู้จกั ประหยดั เก็บออม
4.2 มีการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับประยกุ ตใ์ ชก้ ับการจัดการเรียนรู้ในหอ้ งเรยี น
มกี ารใชจ้ า่ ยท่ปี ระหยดั ร้จู กั อดออม ใชช้ วี ิตอยา่ งพอเพียง นาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปปรับใช้
ในการเรียนรูใ้ นห้องเรยี นโดยการใช้สื่อ อุปกรณ์ เหลอื ใช้ภายในห้องเรียนจัดทาส่อื
(การนาแผ่น CD ทีเ่ หลือใชม้ าประดษิ ฐ์ เปน็ นาฬิกา ส่อื การสอนเรื่องเวลา)
4.3 มีการนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปปรับประยกุ ตใ์ ช้กับภารกิจทไ่ี ด้รบั มอบหมายอน่ื
การใชอ้ ปุ กรณ์อย่างประหยัด ใช้อุปกรณ์ท่ีหาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อนาไปทากิจกรรมต่างๆให้แก่
ผ้เู รยี น (การนากระดาษเหลือใช้มาทาเปน็ ที่คนั่ หนงั สือรปู ทรงเรขาคณิต)
4.4 มีการนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปปรับประยกุ ตใ์ ชก้ ับการดารงชีวติ ของตนเอง
ประหยัด อดออม เป็นกิจวัตร น้อมนำหลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงมำปรับใช้ในกำรดำเนินชีวิต
พอมี พอกนิ พอใช้ พอประมำณและพอใจในรปู แบบกำรดำเนนิ ชวี ิตของตนเองในปัจจบุ ัน
4.5 เปน็ แบบอย่างในการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปปรับประยกุ ตใ์ ชก้ บั ภารกิจตา่ งๆหรอื
การดารงชวี ติ ของตน
พึงพอใจกับรูปแบบการดาเนินชีวิตของตนเอง เพ่ือเป็นแบบอย่างท่ีดีให้กับผู้เรียนและผู้ปกครอง
วางแผนในการใช้ทรพั ยากรให้คุ้มค่า
5. จิตวิญญาณความเปน็ ครู
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทึกผลการปฏบิ ัตงิ าน หลกั ฐาน/แหลง่ ขอ้ มูล
5.1 การเข้าสอนตรงเวลาและ ๑. ปฏบิ ัติหนา้ ท่ีท่ไี ด้รับ 1.แผนการจดั การเรียนรู้
สอนเต็มเวลา มอบหมายอยา่ งเต็ม 2.ส อ บ ถ า ม / สั ม ภ า ษ ณ์ ค รู
ความสามารถ เต็มเวลา เอาใจ ผู้บรหิ าร
ใสต่ ่อการปฏบิ ัติหนา้ ทอี่ ย่าง 3. สังเกตพฤตกิ รรม
สม่าเสมอ
2. จัดท่า และจัดหาสื่อ จัด
กิจกรรม โดยเน้นผู้เรียนเป็น
ส่ า คั ญ ไ ม่ ล ะ ท้ิ ง ก า ร ส อ น
กลางคัน มีการปรับปรุงพัฒนา
งานการสอนอย่เู สมอ
5.2 การตระหนักในความรู้ 1. เห็นคุณค่าและความส่าคัญ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
และทักษะท่ีถูกต้องรวมถึงส่ิงท่ี ของการเปน็ ครทู ดี่ ีอยูเ่ สมอ จริงของบุคคล
ดีๆให้กับผู้เรียน ๒.มีความรัก และศรั ทธ าใน 2.ส อ บ ถ า ม / สั ม ภ า ษ ณ์ ค รู
วิชาชีพครูพึงกระท่าตนให้เป็น ผ้บู รหิ าร
แบบอย่างท่ีดีต่อศิษย์ทั้งทางตรง
และทางออ้ ม
5.3 การสร้างความเสมอภาค 1. เรียนรู้และศึกษาผู้เรียนเป็น 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
เปน็ ธรรมกบั ผูเ้ รียนทกุ คน รายบุคคล ความต้องการของ จริงของบุคคล
ครอบครัวผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2.ส อ บ ถ า ม / สั ม ภ า ษ ณ์ ค รู
เพื่อจะได้ทราบความต้องการ ผ้บู ริหาร
แล้วน่าผลที่ได้ไปใช้ในการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนให้
เ ห ม า ะ ส ม กั บ ผู้ เ รี ย น เ ป็ น
รายบุคคล
2. ช่วยเหลือผู้รับบริการทุกคน
อยา่ งเทา่ เทียมกัน
5.4 การร้จู ักให้อภยั ปราศจาก 1. จัดการเรียนการสอนโดย 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
อคติ ช่วยเหลือ ส่งเสริม คา่ นงึ ถึงผูเ้ รียนเป็นสา่ คญั จริงของบคุ คล
สนบั สนุนให้ผู้เรียนประสบ 2. วางแผนการจัดการเรียนการ 2. ภาพกจิ กรรม
ความส่าเร็จ ตามศักยภาพ สอนเตรียมการสอนและจัด
ความสนใจหรือความตง้ั ใจ กิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมี
พฒั นาการท่ีดีขึ้น
เกณฑก์ ารประเมนิ บนั ทกึ ผลการปฏบิ ัตงิ าน หลกั ฐาน/แหล่งขอ้ มูล
5.5 การเป็นที่พึ่งให้กับผู้เรียน ๑. ดูแลเด็กผู้เรียนรวมถึงให้ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ได้ตลอดเวลา ค่าปรึกษาแก่ผู้ปกครองทุกคน จรงิ ของบุคคล
อยา่ งเสมอเท่าเทยี ม 2. ภาพกจิ กรรม
5.6 การจัดกิจกรรมส่งเสริม 1. จัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับ 1. จากพฤติกรรมตามสภาพจริง
การใฝ่รู้ ค้นหา สร้างสรรค์ ความต้องการจ่าเป็นพิเศษของ ของบคุ คล
ถ่ า ย ท อ ด ป ลู ก ฝั ง แ ล ะ เ ป็ น ผู้เรียน
แบบอย่างท่ดี ีของผ้เู รียน 2. ผลิตส่อื การเรียนการสอนท่ีมี
ค ว า ม น่ า ส น ใ จ เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ เ รี ย น
เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มากขน้ึ
5.7 การทุ่มเทเสียสละในการ 1. เตรียมความพร้อมก่อนจัด 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
จัดการเรียนรู้ให้กบั ผเู้ รียน กจิ กรรมการเรยี นการสอน จริงของบุคคล
2. ดูแลผู้เรียนและให้ค่าปรึกษา 2. ภาพกจิ กรรม
แก่ผู้ปกครองทุกคนทั้งในและ
นอกเวลาเรียน
3. วางแผนการจัดการเรียนการ
สอนก่อนการสอนและก่อนจัด
กิจกรรมอย่เู สมอ ท้ังในเวลาว่าง
และหลงั เวลาราชการ
5. จิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
5.1 การเข้าสอนตรงเวลาและสอนเตม็ เวลา
ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ เตม็ เวลา เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ตั หิ นา้ ที่อย่าง
สมา่ เสมอ จัดทา่ และจัดหาสื่อ จัดกิจกรรมโดยเน้นผู้เรยี นเป็นส่าคญั ไม่ละทงิ้ การสอนกลางคนั มกี ารปรับปรุง
พฒั นางานการสอนอยเู่ สมอ
5.2 การตระหนกั ในความรู้และทักษะที่ถูกตอ้ งรวมถึงสิ่งที่ดๆี ใหก้ ับผู้เรียน
เหน็ คุณคา่ และความสาคัญของการเป็นครูท่ีดีอยู่เสมอ มีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครูพึงกระทา
ตนให้เป็นแบบอยา่ งที่ดีต่อศิษย์ทง้ั ทางตรงและทางอ้อม
5.3 การสรา้ งความเสมอภาคเป็นธรรมกบั ผเู้ รยี นทกุ คน
เรียนรู้และศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล ความต้องการของครอบครัวผู้เรียนเป็นรายบุคคล เพ่ือจะได้
ทราบความต้องการ แล้วนาผลที่ได้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน
ช่วยเหลือผูร้ ับบรกิ ารทกุ คนอยา่ งเท่าเทียมกนั
5.4 การร้จู ักให้อภัย ปราศจากอคติ ชว่ ยเหลือ ส่งเสริม สนับสนนุ ให้ผเู้ รียนประสบความสาเรจ็
ตามศกั ยภาพ ความสนใจหรอื ความตงั้ ใจ
จดั การเรยี นการสอนโดยคานงึ ถึงผูเ้ รยี นเปน็ สาคญั วางแผนการจัดการเรียนการสอนเตรียมการสอน
และจดั กจิ กรรมเพ่อื สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นมพี ัฒนาการทดี่ ขี นึ้
5.5 การเปน็ ทพ่ี ่ึงใหก้ บั ผเู้ รยี นได้ตลอดเวลา
ดแู ลเด็กผ้เู รียนรวมถงึ ให้คำปรกึ ษำแก่ผู้ปกครองทุกคนอย่ำงเสมอเทำ่ เทยี ม
5.6 การจดั กิจกรรมส่งเสริม การใฝ่รู้ ค้นหา สร้างสรรค์ ถ่ายทอด ปลกู ฝังและเปน็ แบบอย่างท่ดี ีของผู้เรยี น
จัดกจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ความต้องการจาเป็นพเิ ศษของผู้เรียน ผลิตสื่อการเรียนการสอนที่มีความ
น่าสนใจเพื่อให้ผ้เู รียนเรียนรูไ้ ด้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน
5.7 การทุ่มเทเสยี สละในการจัดการเรียนรใู้ หก้ บั ผู้เรียน
เตรยี มความพร้อมก่อนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดูแลผู้เรียนและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองทุก
คนทั้งในและนอกเวลาเรียน วางแผนการจัดการเรียนการสอนก่อนการสอนและก่อนจัดกิจกรรมอยู่เสมอ
ทง้ั ในเวลาวา่ ง และหลงั เวลาราชการ
6. จิตสำนึกควำมรับผิดชอบในวชิ ำชีพครู
เกณฑก์ ำรประเมนิ บนั ทกึ ผลกำรปฏบิ ตั งิ ำน หลักฐำน/แหล่งขอ้ มูล
6.1 การมีเจตคติเชิงบวกกับ ๑. พึงระลึกเสมอว่าครูต้องเป็น 1.ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
วิชาชพี แบบอย่างทีด่ ตี อ่ ศิษย์ เช่ือว่าเด็ก จรงิ ของบุคคล
ทกุ คนสามารถพฒั นาได้ 2. บันทกึ การสอน
2. จัดการเรียนการสอนอย่างมี
ประสิทธภิ าพ
6.2 การมุ่งม่ัน ทุ่มเทในการ 1. พัฒนาและสร้างสรรค์ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
สร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ นวตั กรรมใหม่ๆ จริงของบุคคล
เพื่อให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพ 2. ใฝ่หาความรใู้ หม่อยูเ่ สมอ 2. เกียรตบิ ตั ร
และให้สงั คมยอมรับ 3. พัฒนาตนเองด้านความรู้อยู่
เสมอ
6.3 ประพฤติปฏิบัติตนในการ 1. รักษาภาพลักษณ์อันดีงาม 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
รักษาภาพลกั ษณใ์ นวิชาชพี โดยการปฏิบัติตนเหมาะสมกับ จริงของบุคคล
ความเป็นครู ท้ังกาย วาจา และ
ใจเป็ น แบ บอ ย่า ง ที่ดี ให้กั บ
นักเรยี น
6.4 การปกปอ้ ง ปอ้ งกันมิให้ผู้ 1. ให้คาแนะนาผู้ร่วมงานไม่ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
ร่วมวิชาชพี ประพฤตปิ ฏบิ ัติ สร้างความเสื่อมเสียให้ทาง จรงิ ของบคุ คล
ในทางที่จะเกิดภาพลกั ษณ์เชงิ ราชการและชือ่ เสยี งครู
ลบต่อวชิ าชพี 2. ปฏบิ ตั ิงานราชการด้วยความ
ซ่ือสัตย์ สุจริต เท่ียงธรรม และ
ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ นื่
3. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่
ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ร่วมวิชาชีพ
ตระหนักถึงคนรอบข้างว่าคน
รอบขา้ งปฏิบตั ติ นอย่างไร
6.5 การจดั กจิ กรรมสง่ เสริม 1. ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณ 1. ดูจากพฤติกรรมตามสภาพ
การใฝ่รู้ ค้นหาสรา้ งสรรค์ วิชาชีพครู โดยมีความรัก ความ จรงิ ของบคุ คล
ถ่ายทอดปลกู ฝังและเปน็ ศรทั ธา ความซอื่ สัตย์ สุจริต 2. หนงั สอื คาสง่ั แตง่ ต้งั
แบบอยา่ งที่ดีของเพ่อื นรว่ มงาน 2. มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ
และสังคม เปน็ สมาชกิ ที่ดขี ององคก์ ร