ใบงานท่ี 2.1 เฉลย
เรอ่ื ง ผลของแรงโนม้ ถ่วงของโลก
คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนดภู าพแลว้ บอกว่า เก่ียวข้องกบั แรงโนม้ ถ่วงของโลกอยา่ งไร
1. ภาพ น้าตก
เก่ยี วข้องกับแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างไร
แรงโนม้ ถ่วงของโลกดงึ ดดู ให้น้าไหลจากทสี่ ูงลงสทู่ ี่ตา่
2. ภาพ แก้วน้าหลน่ แตก
เก่ียวขอ้ งกบั แรงโน้มถว่ งของโลกอยา่ งไร
แรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดให้ส่ิงของต่าง ๆ หล่นลงพ้ืน
เสมอ แกว้ น้าเมือ่ หลน่ ลงพืน้ จึงเกิดชารุดเสียหาย
3. ภาพ ชั่งน้าหนักสงิ่ ของ
เกีย่ วขอ้ งกับแรงโน้มถว่ งของโลกอย่างไร
แรงโน้มถ่วงของโลกทาให้สิ่งของหรือวัตถุต่าง ๆ มี
น้าหนัก เราจงึ สามารถนามาใช้วัดน้าหนักของส่ิงต่าง ๆ
ได้
48
9. ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงช่ือ .................................
( ................................ )
ตาแหนง่ .......
10. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์
ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี )
ปญั หา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
49
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ ท่ี 3
แบบประเมนิ ผลงานกลอ่ งกันกระแทก
ลาดบั ที่ รายการประเมิน 3 ระดับคุณภาพ
(ด)ี 21
1 การออกแบบชิน้ งาน รวม
2 การเลอื กใช้วสั ดุเพือ่ สร้างช้ินงาน (พอใช้) (ปรับปรุง)
3 ความสมบูรณ์ของชิน้ งาน
4 การสร้างสรรคช์ ิน้ งาน
5 กาหนดเวลาสง่ งาน
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............./.................../..............
50
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานกล่องกันกระแทก (แผนฯ ท่ี 3)
รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน
1. การออกแบบชนิ้ งาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ชิ้นงานมีความถูกต้องตามท่ี ชิ้นงานมคี วามถูกต้องตามท่ี ชิ้นงานมีความถูกต้องตามที่
2. การเลือกใช้วสั ดุเพ่ือ ออกแบบไว้ มขี นาดเหมาะสม ออกแบบไว้ มขี นาดเหมาะสม ออกแบบไว้ มีขนาดเหมาะสม
สร้างชิ้นงาน รูปแบบน่าสนใจ แปลกตา รูปแบบน่าสนใจ และ รปู แบบน่าสนใจ
และสรา้ งสรรคด์ ี สรา้ งสรรค์
3. ความสมบรู ณ์ของ เลอื กใชว้ สั ดมุ าสร้างชน้ิ งาน เลอื กใช้วสั ดมุ าสร้างชนิ้ งาน เลือกใชว้ ัสดุมาสรา้ งชิ้นงานไม่
ช้ินงาน ตามที่กาหนดได้ถกู ต้อง และ ตามท่กี าหนดได้ถูกต้อง และ ตรงตามท่ีกาหนด แตว่ ัสดุมี
วัสดุมีความเหมาะสมกบั การ วัสดมุ ีความเหมาะสมกับการ ความเหมาะสมกับการสรา้ ง
4. การสรา้ งสรรค์ชิ้นงาน สร้างช้นิ งานดีมาก สร้างชน้ิ งานดี ชน้ิ งาน
5. กาหนดเวลาส่งงาน ช้ินงานมีความแขง็ แรง ช้นิ งานมีความแขง็ แรงทนทาน ชน้ิ งานไม่มีความแข็งแรง
ทนทาน สามารถนาไปใช้งาน สามารถนาไปใชง้ านได้จริง สามารถนาไปใชง้ านได้บา้ ง
ได้จรงิ และใชไ้ ด้ดีมาก และใชไ้ ดด้ ี
ตกแต่งชิน้ งานได้สวยงามดี ตกแตง่ ช้นิ งานได้สวยงามดี ตกแตง่ ชน้ิ งานได้สวยงามน้อย
มาก
ส่งชนิ้ งานภายในเวลาที่ สง่ ช้ินงานชา้ กว่ากาหนด ส่งชิน้ งานช้ากว่ากาหนดเกนิ
กาหนด 1-2 วัน 3 วันข้ึนไป
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
51
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ ท่ี 4
แบบประเมินผลงานสมดุ ภาพจาแนกวัตถุ
ลาดับที่ รายการประเมนิ 3 ระดบั คุณภาพ
(ด)ี 21
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน รวม
2 ความสมบูรณข์ องเนื้อหา (พอใช)้ (ปรบั ปรุง)
3 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
4 กาหนดเวลาสง่ งาน
ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............./.................../..............
52
เกณฑ์การประเมินผลงานสมดุ ภาพจาแนกวตั ถุ (แผนฯ ท่ี 4)
รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
1. รูปเลม่ /การสรา้ ง ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ตกแตง่ ผลงานได้สวยงาม ตกแต่งผลงานได้สวยงาม ตกแตง่ ผลงานได้สวยงาม
ผลงาน มคี วามคดิ สร้างสรรค์ดีมาก มีความคิดสร้างสรรคด์ ี มีความคิดสรา้ งสรรค์ ทางาน
2. ความสมบรู ณข์ อง ทางานสะอาดและเรยี บรอ้ ยดี ทางานสะอาดและเรยี บร้อยดี สะอาดและเรยี บร้อยน้อย
มาก
เน้อื หา สารวจวัตถใุ นโรงเรยี นได้ครบ สารวจวตั ถุในโรงเรียนได้ครบ สารวจวตั ถุในโรงเรยี นได้น้อย
3. ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา 20 ช้นิ 10-19 ชนิ้ กวา่ 10 ชิ้น
จาแนกวตั ถุทส่ี ารวจเปน็ จาแนกวตั ถทุ ่ีสารวจเปน็ จาแนกวตั ถทุ ่ีสารวจเป็น
4. กาหนดเวลาสง่ งาน ตวั กลางโปร่งใส ตัวกลางโปรง่ ตัวกลางโปรง่ ใส ตัวกลางโปร่ง ตัวกลางโปรง่ ใส ตวั กลางโปร่ง
แสง และวัตถุทบึ แสงได้ แสง และวตั ถุทบึ แสงได้ แสง และวัตถุทึบแสงได้
ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องบ้าง ถกู ต้องนอ้ ยมาก
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาท่ี ส่งชนิ้ งานชา้ กวา่ กาหนด สง่ ชิน้ งานช้ากว่ากาหนดเกิน
กาหนด 1-2 วัน 3 วันขน้ึ ไป
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11-12 ดีมาก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ตา่ กวา่ 6 ปรบั ปรงุ
53
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ 32 1
1 เน้อื หาละเอียดชัดเจน
2 ความถูกต้องของเน้ือหา
3 ภาษาท่ใี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากการนาเสนอ
5 วิธีการนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............./.................../..............
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
54
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
คาช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ 32 1
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของผ้อู ่นื
3 การทางานตามหน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............./.................../..............
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
55
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่
คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดับคะแนน
ลาดบั ที่ ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ของนกั เรียน ความคดิ เหน็ คนอื่น ตามท่ไี ด้รับ ส่วนร่วมใน 15
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่
321321321321321
เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............./.................../..............
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง
56
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
คาชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น รายการประเมนิ 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทสี่ ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียน
1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเก่ียวกบั สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นจดั ขน้ึ
2. ซ่ือสัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบัตใิ นสงิ่ ที่ถกู ตอ้ ง
3. มวี นิ ัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครัว
มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวัน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟังคาสงั่ สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ต้ังใจเรียน
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและรู้คณุ ค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มุ่งมน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรคเพือ่ ให้งานสาเรจ็
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสานกึ ในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทางาน
8.2 รู้จกั การดูแลรกั ษาทรัพยส์ มบัติและส่งิ แวดล้อมของห้องเรียนและโรงเรียน
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............./.................../..............
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั บิ างคร้งั
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ตา่ กวา่ 30 ปรบั ปรงุ
57
คูม่ ือครู หลักสตู รตปรวั ับอยปา่รงุง’60
รายวชิ าพ้ืนฐาน
วทิ ยาศาสตร ป.4
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
คู่มือครู ÐàÞéâ · ®¢ ¬%;T6=$ ¾± ¬ +U;I;M; T M;T ¬LS;=$M;T àê« ¬ET'TM ±;µ S*<LT9YO _¥EODWT+;CE_W =TGDDWg I;V-¦ T¬@ @Y;h VC2@T ±; LW ¥ÀÊÖȦ
แจกฟรี ʚʃʍʉγ ˺2ʮ ʏɿΥ ʊʘʐʘʒɽʋ2 ΰเฉพาะครผู ้สู อน
˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ¡ÒçÒI¹V9ÍDTÒJªT¾ÕL7áEÅ Ð=ષ° ¤_Gâ¹C â Å® ÂÕ ». ๑ แจกฟรีเเฉฉพพาาะะคครรผููผู้สสู้ ออนน
คมู่ อื คM;*S LOY _EWD;ETDIV-T@hY;2T;
เพเพ่มิ เพิม่ เพ่มิ เพกิม่ เจิพขิ่มเก้อพC่ิมรสเhพCรอม่ิ aมบhTิ่มใpเaeชน2tPpa้ปe้น1etcคrกรedshำtคาCะraCeอรกำogOerคธแอnonvิดGิบนcgบteuา/ะeuyกrนยขiprvdา้อำyรtieeรสกาOSwอสยาOkvบรวอvieแใlิชeนชlrนsาrv้ควviู่กeiOewบั -wNหEนTงั สอื เรียน 4$GC Z 7LTTCEMRG$S$TEL_[7EEWD`;$E;[ IV9$DGTTJ*$TTLE7J E$X - K7 ;hS¤TT,%C=<;hSCES<@TR7=;Yh E82E2TS<CT;;=J $E@$XTZ*Z9E K:_@EJTWDª$S=J;EªE9 T [`2-W gG 5®R±67±SI_0G- )WIh C 6S
ʏɿΥ ʊʘʐʘʒɽ4ʋ_G C1ΰ รู อจท. -;Sh =ER8CJX$KT= 9 gW ภาพปกนม้ี ขี 6นาEดª_เ@ทา่f ก@บั หS$น7งั Eส อื Bเร J[ ยี VGน=ฉบ
บั จร6งิ Eขªอ@งGนOกั Dเร9ยี EนTD aOPTC T
คู่มอื ครู
ʃʚʍ˺ʉγ ʮ1 2560 $GC Z LT7ETRC$MTGE_S$ELDW 7[;EE`I[ $V9;D$TJGTTL*$7TE7E T J C $X¤C,KT<T7%S<E;hS 2=@TE;h;Y S<$2=TT;EE_*Z E@ DW @Z9;:ªEJJ[` ªG$S RE7T-SI -®IWh±S6±)
˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ¡ÒçҹÍÒª¾Õ áÅÐà·¤â¹âÅÂÕ ». ๑ 6Eª_@f@S$7E 6Eª@GOD9ETD
คมู่ อื ครู อจท.เเใพเชพเพเพเ้ปิ่มพเพ่ิมเพม่ิรพิม่ ่ิมะ่มิ มิ่ก่มิ คอคPำบTำCeแeCอกขhdนaกhธ้อาaaะcจิaสบิรนpghกpอาสำtoetรบยeกgอreรเrราyนrนGมาOรน้ Cuคยใ2vกชoiู่กวdeา1้nชิsรับretcvาคหCeOiดิ epeนvw/ntงัeขtOrส้อuvvือสrieeอyเรrwบSvียแikนeนiวlwlsO-NET 48.-
48 .-
6Eª_@f @S$7E B [JGV =
6Eª@GOD9ETD aOPTC T
ภาพปกนม้ี ขี นาดเทา่ กบั หนงั สอื เรยี นฉบบั จรงิ ของนกั เรยี น
58
Chapter Overview
แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทกั ษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์
แผนท่ี 1 - แบบทดสอบก่อนเรยี น 1. ส งั เกตและระบผุ ล แบบสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - ทกั ษะการสงั เกต 1. มีวินัย
- หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ์ ของแรงโน้มถว่ งทีม่ ี หาความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 ผลของ - ทักษะการระบุ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
ผลของแรง ป.4 เล่ม 1 ตอ่ วัตถุได ้ (K) (5Es แรงโน้มถ่วงของโลก - ทกั ษะการสรุปอ้างอิง 3. มุง่ มั่นใน
โนม้ ถ่วงของโลก - แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ 2. ปฏบิ ตั กิ ารทดลอง Instructional - ต รวจการท�ากจิ กรรมในสมดุ - ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล การทา� งาน
4 ป.4 เลม่ 1 เก่ยี วกับผลของ Model) หรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
- วัสดุ-อปุ กรณก์ ารทดลอง แรงโนม้ ถ่วงทีม่ ีต่อวัตถ ุ วิธสี อนโดยใช้ - ก ารนา� เสนอผลการทา�
กิจกรรมที ่ 1 ได้ครบทกุ ขน้ั ตอน (P) การทดลอง กจิ กรรม
ชัว่ โมง - หนังสือจดุ ประกายคดิ 3. มีความสนใจและ - สังเกตพฤตกิ รรม
ชุด รู้วิทย ์ คิดเป็น กระตอื รือร้นในการ การทา� งานกลุ่ม
เร่ืองแรงโนม้ ถว่ งของโลก เรียนร้ ู (A) - สงั เกตพฤตกิ รรม
- PowerPoint การท�างานรายบุคคล
- QR Code - สังเกตคณุ ลกั ษณะ
- บตั รภาพใบไม้รว่ ง อนั พึงประสงค์
- ใบงานท ่ี 2.1
แผนที่ 2 - หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ 1. สังเกตและอธบิ าย แบบสืบเสาะ - ต รวจการท�ากิจกรรมในสมุด - ทกั ษะการสังเกต 1. มีวนิ ัย
ป.4 เลม่ 1 การวดั น�้าหนกั ของ หาความรู้ หรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ - ท กั ษะการตง้ั สมมติฐาน 2. ใฝเ่ รียนรู้
การหาน้�าหนกั - แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ วัตถุโดยใชเ้ คร่อื งช่งั (5Es - ก ารนา� เสนอผลการทา� - ทกั ษะการทดสอบ 3. มงุ่ มน่ั ใน
ของวตั ถุ ป.4 เล่ม 1 สปรงิ ได ้ (K) Instructional กจิ กรรม สมมติฐาน การทา� งาน
- วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลอง 2. ใช้เคร่ืองชงั่ สปริงวัด Model) - สงั เกตพฤติกรรมการ - ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ
3 กจิ กรรมที ่ 2 นา้� หนักของวตั ถตุ ่าง ๆ วิธสี อนโดย ท�างานรายบคุ คล - ทักษะการเปรียบเทยี บ
- PowerPoint ได้ (P) การลงมือ - สงั เกตพฤตกิ รรม
ชั่วโมง - QR Code 3. ใ หค้ วามรว่ มมอื ในการ ปฏิบัติ การท�างานกลมุ่
ท�ากิจกรรมกลุ่ม (A) - ส งั เกตคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
แผนที่ 3 - หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ 1. ส ังเกตและอธิบาย แบบสืบเสาะ - ตรวจการทา� กิจกรรมในสมุด - ทักษะการสงั เกต 1. มวี ินยั
ป.4 เลม่ 1 ความสัมพันธร์ ะหว่าง หาความรู้ หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ - ทกั ษะการตัง้ สมมตฐิ าน 2. ใฝเ่ รียนรู้
มวลกบั - แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ มวลและน้�าหนักของ (5Es - ต รวจชนิ้ งาน/ผลงาน - ทกั ษะการทดสอบ 3. มุ่งม่นั ใน
การเปลยี่ นแปลง ป.4 เลม่ 1 วตั ถุได้ (K) Instructional (กลอ่ งกันกระแทก) สมมตฐิ าน การท�างาน
การเคลอ่ื นที่ของ - วัสด-ุ อปุ กรณ์การทดลอง 2. สงั เกตและอธบิ าย Model) - ก ารนา� เสนอชนิ้ งาน/ผลงาน - ทักษะการสรุปอ้างองิ
วตั ถุ กิจกรรมท่ ี 3 ความสมั พันธ์ระหวา่ ง - ส ังเกตพฤตกิ รรมการท�างาน - ทักษะการเปรยี บเทียบ
มวลและการเปล่ียน- รายบคุ คล - ทกั ษะการเช่ือมโยง
3 แปลงการเคล่ือนที่ - สังเกตพฤตกิ รรม
ของวตั ถุได ้ (K) การท�างานกลุ่ม
3. ป ฏิบัติการทดลอง - สงั เกตคณุ ลกั ษณะ
ชวั่ โมง เกี่ยวกบั มวลและ อนั พึงประสงค์
การเปลี่ยนแปลงการ
เคล่ือนท่ขี องวตั ถุได้
ถกู ตอ้ งตามข้นั ตอน
(P)
4. ให้ความร่วมมอื ในการ
ทา� กจิ กรรมกลมุ่ (A)
แผนที่ 4 - หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ 1. อ ธิบายการมองเหน็ แบบสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น - ทักษะการสงั เกต 1. มวี ินัย
ป.4 เลม่ 1 แสงผา่ นวัตถตุ า่ ง ๆ หาความรู้ - ต รวจการท�ากิจกรรมในสมดุ - ท ักษะการต้ังสมมตฐิ าน 2. ใฝเ่ รียนรู้
ตวั กลางของแสง - แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร ์ (5Es หรือแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ - ท ักษะการทดสอบ 3. มงุ่ ม่ันใน
และวัตถุทบึ แสง ป.4 เลม่ 1 ได้ (K) Instructional - ตรวจชนิ้ งาน/ผลงาน สมมตฐิ าน การทา� งาน
2. จ า� แนกวตั ถุทีน่ �ามาใช้
3 - ว สั ดุ-อปุ กรณ์การทดลอง ก้นั แสงได้เปน็ วตั ถุ Model) (สมุดภาพการจา� แนกวตั ถ)ุ - ทักษะการสา� รวจค้นหา
กิจกรรมที ่ 1 โปรง่ ใส วัตถุโปร่งแสง - การน�าเสนอชิ้นงาน/ผลงาน - ท ักษะการจา� แนก
ชัว่ โมง - แบบทดสอบหลังเรยี น และวัตถุทึบแสง (P) - ส งั เกตพฤตกิ รรมการทา� งาน ประเภท
- PowerPoint 3. มีความรับผิดชอบ รายบุคคล - ทกั ษะการรวบรวม
ตอ่ หน้าท่ที ีไ่ ดร้ บั - ส งั เกตพฤติกรรมการท�างาน ขอ้ มลู
มอบหมายและส่งงาน กลุม่
ตรงเวลา (A) - ส ังเกตคุณลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์
T58
66
Chapter Concept Overview
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2
แรงโน้มถวงของโลก
แรงโน้มถ่วงของโลก คือ แรงของโลกท่ีกระท�าต่อมวลของวัตถุทุกชนิดบนโลก โดยจะดึงดูดวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก ท�าให้วัตถุ
ต่าง ๆ มีน�้าหนกั และตกลงสู่พื้นโลกเสมอ ซ่งึ เราสามารถวดั น้�าหนกั ของวัตถุตา่ ง ๆ ได้โดยใชเ้ คร่อื งชง่ั สปริง
แรงโน้มถ่วงมีทิศทางพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของโลก โดยที่ต�าแหน่งเดียวกันบนโลก แรงโน้มถ่วงท่ีกระท�าต่อวัตถุจะเพ่ิมข้ึนตาม
มวลของวัตถ ุ และแรงโน้มถ่วงจะลดลงเม่ือวตั ถมุ รี ะยะห่างจากศูนยก์ ลางของโลกเพ่ิมขน้ึ
มวลและน้�าหนกั ของวัตถุ ปจ จัยทีม่ ผี ลต่อน�า้ หนักของวตั ถุ มวลนอ้ ย
น้า� หนกั นอ้ ย
น้�าหนัก คือ ปริมาณของแรงโน้มถ่วงของโลก มวลของวัตถ ุ
ท่ีกระท�าต่อมวลของวัตถุต่าง ๆ บนโลก โดยดึงดูด
ให้วัตถุตกลงมาที่พื้นโลก น�้าหนักมีหน่วยเป็น มวลมาก
นวิ ตนั (N) น�้าหนกั มาก
มวล คอื ปรมิ าณของเนอ้ื สารทง้ั หมดทมี่ อี ยใู่ นวตั ถุ ระยะห่างจากจุดศูนย์กลางของโลก วัตถุยิ่งอยู่ห่าง
นั้น ซ่ึงมีค่าคงที่ไม่ว่าจะอยู่ท่ีใดบนโลก มวลมี จากจดุ ศนู ยก์ ลางของโลกมากข้นึ เทา่ ใด แรงโน้มถว่ ง
หนว่ ยเปน็ กรมั (g) หรอื กิโลกรมั (kg)
ของโลกท่ีกระท�าตอ่ วตั ถนุ ้ันจะย่งิ ลดนอ้ ยลง
มวลของวตั ถกุ บั การเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นท ่ี
มวลมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ ซึ่งวัตถุที่มีมวลมากจะ
เปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นทไ่ี ดย้ ากกวา่ วตั ถทุ มี่ มี วลนอ้ ย เชน่ ตไู้ มม้ มี วลมากกวา่ เกา้ อไี้ ม้
ท�าใหม้ ีการเคล่อื นทห่ี รือเคล่ือนย้ายได้ยากกว่า จึงเกิดเป็นการต้านการเปลี่ยนแปลง
การเคล่อื นที่ของตไู้ ม้ เป็นต้น
ตัวกลางของแสง
เมอื่ มองสง่ิ ของตา่ ง ๆ โดยมวี ตั ถตุ า่ งชนดิ กนั มาวางกนั้ จะทา� ใหเ้ รามองเหน็ สงิ่ ของนน้ั ๆ ไดช้ ดั เจนตา่ งกนั จงึ ใชล้ กั ษณะการมองเหน็ สงิ่
ต่าง ๆ ผ่านวัตถุนนั้ เป็นเกณฑ์ในการจา� แนกวตั ถไุ ด้ ดังนี้
วตั ถชุ นิดต่าง ๆ
วัตถโุ ปรง่ ใส วตั ถโุ ปร่งแสง วตั ถุทึบแสง
• วตั ถุทเี่ มือ่ น�ามากน้ั แสง แลว้ มองเห็นแสง • วตั ถุท่เี มือ่ น�ามากนั้ แสง แล้วมองเหน็ แสง • ว ตั ถทุ เี่ มอื่ นา� มากนั้ แสง แลว้ ทา� ใหม้ องไมเ่ หน็ แสง
หรือมองเห็นสิ่งท่ีอย่ดู า้ นหลงั วัตถนุ น้ั ได้ชดั เจน หรือมองเห็นส่ิงที่อยู่ดา้ นหลังวัตถนุ น้ั ไมช่ ัดเจน หรอื ไม่สามารถมองเห็นสงิ่ ที่อยูด่ า้ นหลงั วตั ถนุ ้ัน
• ตัวอย่างวตั ถุโปรง่ ใส • ตวั อยา่ งวัตถโุ ปรง่ แสง • ตัวอยา่ งวัตถทุ บึ แสง
กลอ่ งใส แก้วใส แก้วสีน้า� เงิน ขวดสชี า กระปกุ ออมสนิ กลอ่ งลงั
T59
67
เพทโดยเลือก Trim
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ 2 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡หน่วยกำรเรียนรู้ที่
áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ
กระตนุ ความสนใจ
áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âš໹š áç´§Ö ´´Ù ·èÕâÅ¡¡ÃзÒí
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามคําถามวา µÍ‹ ÁÇÅ¢Í§ÇµÑ ¶·Ø ¡Ø ª¹´Ô º¹âÅ¡áÅÐÇµÑ ¶·Ø ÍèÕ Â‹Ùã¡Å⌠š
นักเรียนทราบหรือไมวา วันนี้จะไดเรียนรู «§Öè Á·Õ ÈÔ ·Ò§à¢ÒŒ Êȋ٠¹Ù ¡ ÅÒ§¢Í§âÅ¡ ¨§Ö ·Òí ãËÇŒ µÑ ¶ÁØ Õ
เกย่ี วกบั เรอ่ื งอะไร แลว ใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบ ¹Òíé ˹¡Ñ áÅе¡Å§Ê¾‹Ù ¹é× âÅ¡àÊÁÍ
คําถาม จากนน้ั ครแู จง ชื่อเรอื่ งที่จะเรียนรแู ละ
ผลการเรยี นรูใหนักเรยี นทราบ àÁÍ×è ÁͧʧÔè µÒ‹ §æ â´ÂÁÇÕ µÑ ¶µØ Ò‹ §ª¹´Ô ÁÒ¡¹éÑ áʧ
¨Ð·Òí ãË¡Œ ÒÃÁͧà˹ç ʧèÔ ¹¹éÑ æ ª´Ñ ਹᵡµÒ‹ §¡¹Ñ ä»
2. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี นเพอ่ื วดั ความรู ¨§Ö ¨Òí á¹¡ÇµÑ ¶·Ø ¡èÕ ¹éÑ áʧÍ͡໹š µÇÑ ¡ÅÒ§â»Ã§‹ ãÊ
เดิมของนกั เรียนกอ นเขา สูก ิจกรรม µÇÑ ¡ÅÒ§â»Ã§‹ áʧ áÅÐÇµÑ ¶·Ø ºÖ áʧ
3. ใหน กั เรยี นสงั เกตภาพหนา หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2
แรงโนมถวงของโลกและตัวกลางของแสง
จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 1
หนานี้
4. ใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นรวมกันอยาง
อสิ ระวา ภาพในหนา นเ้ี กยี่ วขอ งกบั แรงโนม ถว ง
ของโลกหรอื ไม อยา งไร โดยครคู อยเสรมิ ขอ มลู
ในสวนท่ีบกพรอ ง
µÑǪéÇÕ Ñ´หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
1. ระบผุ ลของแรงโน้มถ่วงท่มี ีต่อวัตถจุ ากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.2 ป.4/1)
2. ใช้เครือ่ งช่งั สปริงในการวัดน้า� หนักของวัตถุ (มฐ. ว 2.2 ป.4/2)
3. บรรยายมวลของวัตถทุ ี่มีผลต่อการเปล่ยี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวตั ถุจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.2 ป.4/3)
4. จ�าแนกวตั ถเุ ปน ตวั กลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวตั ถทุ ึบแสง โดยใชล้ กั ษณะการมองเหน็ ส่งิ ต่าง ๆ ผา่ นวัตถนุ ้ันเปน เกณฑ์
จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.3 ป.4/1)
เกร็ดแนะครู
ในการเรียนหนวยการเรียนรูที่ 2 น้ี ครูควรจัดกระบวนการเรียนรูโดยให
นกั เรยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมรว มกนั ดงั นี้
• สังเกต และระบผุ ลของแรงโนม ถวงของโลกที่มตี อ วัตถุ
•ï ใชเ ครอ่ื งชงั่ สปรงิ เพ่อื วดั นํา้ หนักของวตั ถุ
•ï สังเกตและบรรยายมวลของวัตถุท่ีมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ี
ของวตั ถุ
ï• สังเกตและอธิบายการมองเห็นแสงผานวัตถุตางๆ รวมทั้งจําแนกวัตถุ
โปรง ใส วตั ถุโปรง แสง และวตั ถุทบึ แสง
โดยครูควรใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติกิจกรรมดวยตนเอง จนเกิดเปน
ความรูความเขาใจที่ถูกตอง รวมทั้งสามารถนําวิธีการทางวิทยาศาสตรและ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรมาใชในการคนหาคําตอบเกี่ยวกับประเด็น
ท่ีสงสัยได
T60
68
มวล 1º··èÕ
น้า� หนัก (mass) áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡
(weight) แรงโนม้ ถว่ ง
T61 Mass กจิ กรรม นาํ สกู ารเรียน (gravitational force) áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡ Key words นาํ นํา
Weight Áռŵ‹ÍÇѵ¶Ø
69 Gravitational force ครใู หน ักเรยี นฝกเรยี นรแู ละอา นคําศัพทวทิ ยาศาสตร ดงั น้ี หนังเนสื้อือหเลามอนาี้อจมยีกูในารระปหรวับางปสรงุงตแกรไวขจพิจารณา53 • gravitational force
Spring scale ?Í‹ҧäà • mass
Hang scale • weight
(แมส) นักเรียนควรรู 5. นักเรียนเรียนรูคําศัพทท่ีเกี่ยวของกับการเรียน ขน้ั นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
(เวท) ในบทท่ี 1 เรอ่ื ง แรงโนม ถวงของโลก ในหนา น้ี
(แกร็ฟวิ’เทชึนึล ฟอซ) โดยครูสุมเลือกตัวแทนหรือขออาสาสมัคร กระตนุ ความสนใจ
(สปรงิ สเกล) นักเรียน 1 คน ออกมาหนาช้ันเรียนเพื่อเปน
(แฮ็ง สเกล) ผูอ านนําและใหน กั เรียนคนอ่ืนๆ อา นตาม
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
มวล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
นา้ํ หนัก
แรงโนมถว ง 6. ครูถามคําถามสําคัญประจําบทเพื่อกระตุน
เครื่องชงั่ สปริง นักเรียนกอนเขาสูเน้ือหาวา แรงโนมถวงของ
เคร่อื งชัง่ สปรงิ โลกมีผลตอวัตถุอยางไร แลวใหนักเรียนรวม
แบบแขวน กันแสดงความคิดเห็นอยางอิสระในการตอบ
คาํ ถาม
(แนวตอบ แรงโนมถว งของโลกทาํ ใหว ัตถตุ างๆ (ตอ)
มนี ํ้าหนักและตกลงสูพนื้ โลกเสมอ)
7. ใหนักเรียนแตละคนสืบคนกิจกรรมในชีวิต
ประจําวันที่เกี่ยวของกับแรงโนมถวงของโลก
จากหนงั สอื หรอื สอ่ื อืน่ ๆ ทค่ี รเู ตรยี มไว
8. นกั เรยี นวาดภาพหรอื ตดิ ภาพเกยี่ วกบั กจิ กรรม
ท่ีเกี่ยวของกับแรงโนมถวงของโลกมา 2-3
กิจกรรม ลงในสมุดหรือใหทํากิจกรรมนําสู
การเรยี นในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร ป.4 เลม 1
หนา 54
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 1. áçâ¹ÁŒ ¶‹Ç§¢Í§âÅ¡
นักเรียนเคยสังเกตหรือไม่ว่า สิ่งของต่าง ๆ
สาํ รวจคน หา รอบตัวเราน้ันล้วนวางอยู่บนพื้นโดยที่ไม่ลอยอยู่
ในอากาศ ที่เปนเช่นนี้ เพราะโลกของเรา
1. ครูใหนกั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาขอมลู และดภู าพ มีแรงชนิดหนึ่งมากระท�าต่อส่ิงต่าง ๆ ที่อยู่
ในหนังสือเรียนหนานี้ จากนั้นครูใหนักเรียน บนโลก เรียกว่า แรงโน้มถ่วงของโลก
ตอบคาํ ถามลงในสมดุ ดงั นี้ หรอื แรงดงึ ดดู ของโลก
• ภาพตางๆ ในหนานี้เปนเหตุการณใ ดบาง
(แนวตอบ นา้ํ ตก คนกระโดดรม คนเลนกีฬา แรงโน้มถ่วงของโลกเปนแรงที่โลกกระท�าต่อมวลของวัตถุต่าง ๆ บนโลก
กระจกหลนแตก ฝนตก และใบไมรว ง) แวัตลถะวุนัตนั้ ถไทุมอ่ีไ่ ดย้สู่ใกมั ลผ้โัสลกกบั เผชวิ ่นโลกโลกแดรงงึ โดนูด้มดถา่ววงเทขอยี มงโลหกรจืองึ โจลัดกเดปึงน ดแูดรดงวไมงจส่ ันมั ทผรัส์1โดยท่ี
• นกั เรยี นคิดวา วัตถุ ส่ิงของ หรอื คนในภาพ
จะตกลงสูพื้นหรอื ไม เพราะอะไร กระโดดรม่ ฝนตก
(แนวตอบ ตกลงสพู นื้ เพราะโลกมแี รงโนม ถว ง
ทีก่ ระทาํ ตอวัตถตุ างๆ จึงทาํ ใหว ตั ถุ สง่ิ ของ กระจกหล่นแตก ใบไม้ร่วง
หรอื คนตกลงสูพ ืน้ ได)
• นกั เรียนคิดวา แรงโนม ถว งเกยี่ วขอ งกบั การ เล่นกีฬา áç⹌Á¶‹Ç§à¡ÕèÂǢ͌ §¡ºÑ ¡ÒÃ㪪Œ ÇÕ Ôµ
ใชช ีวติ ประจาํ วันของนักเรียนอยางไรบาง »ÃШíÒÇѹ¢Í§¹¡Ñ àÃÕ¹ÍÂÒ‹ §äúҌ §
(แนวตอบ เชน การยกสิ่งของท่ีมีนํ้าหนัก หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
มากๆ ไดย าก การทาํ สงิ่ ของหลน พนื้ จะเกดิ 54
ความเสียหาย เปนตน )
2. ครสู มุ นกั เรยี นจากลาํ ดบั เลขท่ี 4-5 คน ใหต อบ
คําถาม จากน้ันใหนักเรียนชวยกันอภิปราย
คําตอบของเพ่ือน และสรุปคําตอบท่ีถูกตอง
รวมกัน โดยครคู อยตรวจสอบความถกู ตอง
3. ครูใหรางวัลกับตัวแทนนักเรียนที่ตอบคําถาม
ถูกตอง และชมเชยนักเรียนทุกคนที่ชวยกัน
อภิปรายคาํ ตอบจากคําถามที่ครูต้งั ไว
4. ใหนักเรียนดูบัตรภาพใบไมรวงหรือดูภาพ
เคลือ่ นไหว (ใบไมร วง) จาก PowerPoint เรื่อง
แรงโนม ถว งของโลก โดยครตู ง้ั คาํ ถามวา ใบไม
จะหลน ลงสพู นื้ โลกหรอื ไม เพราะอะไร จากนนั้
ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามไดอยา งอิสระ ซ่ึงครูยัง
ไมเ ฉลยคําตอบ
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครูอาจยกตวั อยา งกิจกรรมตา งๆ ใหน ักเรยี นฟง เพมิ่ เติม เชน แรงโนม ถว งของโลกมผี ลตอ วัตถุตา งๆ ทอี่ ยบู นโลกอยา งไร
ï• ขจ่ี กั รยานลงทางลาดชัน ก. ทําใหวตั ถุหยุดน่ิง
ï• กระโดบันจีจ้ ัมพ ข. ทําใหว ัตถุตกลงสพู ้ืนโลก
ï• ลนื่ หกลม เพราะเหยยี บน้าํ บนพ้นื ค. ทําใหว ัตถเุ คลือ่ นท่ีไดเรว็ ขน้ึ
ï• ปน ขึ้นตน ไม ง. ทําใหว ตั ถลุ อยไปมาในอากาศได
(หรือตัวอยา งอื่นๆ)
จากนนั้ ใหน กั เรยี นรว มกนั วเิ คราะหว า กจิ กรรมนนั้ เกย่ี วขอ งกบั แรงโนม ถว ง (วิเคราะหค ําตอบ แรงโนม ถวงของโลก เปนแรงท่ีโลกดึงดูดวัตถุ
ของโลกหรอื ไม อยางไร ตางๆ เขาสูศูนยกลางของโลก ทําใหวัตถุตางๆ มีนํ้าหนักและ
ตกลงสูพ ้ืนโลกเสมอ ดังนัน้ ขอ ข. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)
นักเรียนควรรู
1 แรงไมส มั ผสั หรอื แรงสนาม (field force) หมายถงึ แรงทไี่ มต อ งมกี ารสมั ผสั
กับวัตถุ แรงประเภทน้ี ไดแก แรงโนมถวงของโลก แรงแมเหลก็ และแรงไฟฟา
T62
70
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
¡Ô¨¡ÃÃÁ·èÕ 1 2หนว ยการเรยี นรูที่ ขน้ั สอน (ตอ)
ผลของแรงโนมถว งของโลก áç⹌Á¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ สาํ รวจคน หา
ทกั ษะกระบวนกำร
จุดประสงค ทำงวิทยำศำสตร์ท่ใี ช้ 5. ครูแบงกลุมนักเรียนแบบคละความสามารถ
กลมุ ละ 3-4 คน ใหอยกู ลมุ เดียวกนั โดยครู
สงั เกตและอธิบายผลของแรงโนม้ ถ่วงของโลกทม่ี ตี อ่ วตั ถุ 1. การสงั เกต เปน ผูเ ลือกนักเรียนเขา กลมุ
2. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
3. การพยากรณห์ รือการคาดคะเน 6. ในช่ัวโมงนี้ครูใชวิธีสอนโดยใชการทดลอง
4. การตคี วามหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ (Experiment) เขามาจัดกิจกรรมการเรียนรู
แลวต้ังคําถามเพื่อกําหนดปญหาใหนักเรียน
ตองเตรยี มตอ งใช 2. ถุงพลาสตกิ 1 ใบ กอนทํากิจกรรมวา แรงโนมถวงของโลกมีผล
4. ใบไม้แห้ง 1 ใบ ตอ วตั ถตุ า งๆ บนโลกอยา งไร จากนนั้ ใหแ ตล ะ
1. กระดาษ 1 แผ่น กลุมรวมกันต้ังสมมตฐิ าน
3. ยางลบ 1 ก้อน
7. ครูใหความรูกับนักเรียนกอนทํากิจกรรมวา
ลองทาํ ดู แรงโนมถวงของโลกน้ันเปนแรงไมสัมผัส
เนื่องจากแรงโนมถวงของโลกสามารถดึงดูด
1. สงั เกตวตั ถทุ น่ี า� มาใชท้ า� กจิ กรรม จากนนั้ คาดคะเนวา่ วัตถุตางๆ บนโลกและท่ีอยูใกลโลกใหเขาหา
เมอ่ื โยนวตั ถตุ า่ ง ๆ ขน้ึ ไปในอากาศ วตั ถจุ ะตกลงสพู่ น้ื จดุ ศนู ยก ลางของโลกไดโ ดยทไ่ี มต อ งสมั ผสั กนั
หรอื ไม่ แล้วบนั ทกึ ผลลงในสมดุ
8. แตละกลุมชวยกันศึกษาการทํากิจกรรมที่ 1
2. ท�ากิจกรรมเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยขย�า ในหนังสอื เรียนหนา น้ี แลว ชว ยกันทาํ กจิ กรรม
แผน่ กระดาษแล้วโยนขึน้ ไปในอากาศ จากนั้นสงั เกต ใหครบทุกขั้นตอน จากน้ันบันทึกผลลงสมุด
การเคลอ่ื นท่ีของกอ้ นกระดาษและบันทึกผล หรือแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 56
3. ทา� การทดลองซ�้าขอ้ 2. แต่เปลย่ี นวตั ถเุ ปน ใบไม้แหง้ 9. ครูคอยสังเกตการทํากิจกรรมของนักเรียน
ถงุ พลาสติก และยางลบ ตามล�าดบั แตล ะกลมุ อยา งใกลช ดิ พรอ มใหค าํ แนะนาํ กบั
นักเรยี นที่มขี อ สงสยั ระหวางทาํ กจิ กรรม
4. รว่ มกนั อภปิ รายขอ้ มลู จากการสงั เกตและสรปุ ผลการ (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช
ท�ากจิ กรรม แล้วนา� เสนอหน้าช้นั เรยี น แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
หนตู อบได แนวตอบ หนูตอบได
1. กจิ กรรมในชีวติ ประจา� วนั ใดบา้ ง เปน ผลมาจากแรงโนม้ ถว่ งของโลกทีก่ ระทา� ต่อวัตถุ หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา แนวตอบ ขอ 3.
2. เพราะเหตุใด เมอื่ โยนวตั ถุข้ึนไปในอากาศ วัตถจุ ึงตกลงส่พู ื้นเสมอ • เห็นดวย เพราะส่ิงมีชีวิตทุกชนิดบนโลก
3. “แรงโนม้ ถ่วงของโลกทา� ใหท้ กุ สงิ่ บนโลกไม่ลอยไปในอากาศ จงึ ถือว่าเปน ผลดตี อ่ สิ่งมชี ีวิต จาํ เปน ตอ งใชแ รงโนม ถว งของโลกเพอื่ ทาํ ใหส ามารถ
อยูบนพน้ื โลกได
บนโลก” นกั เรียนเหน็ ด้วยกบั ขอ้ ความน้ีหรือไม่ เพราะอะไร • ไมเ หน็ ดว ย เพราะสงิ่ ไมม ชี วี ติ ทกุ ชนดิ บนโลก
ตง้ั อยบู นพนื้ โลกได เนอื่ งจากมแี รงโนม ถว งของโลก
(คหอื มกายารเหคตดิ ุแ: คบาํบถใหามเหขตอุผสลดุ ทแาลยะขกอางรหคนิดตูแอบบบไโดตแเปยงนคซาํ่งึ ถผาเู รมยี ทน่ีอออากจแเลบือบกใหตผอบูเรอยี ยนา ฝงกใดใชอทยกัา งษหะนก่งึากรค็ไดดิ ขให้ันคสรงู ู 55 ดึงดดู ไวเ ชนเดยี วกันกบั ส่ิงมีชีวติ
พจิ ารณาจากเหตผุ ลสนับสนนุ )
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ส่ิงใดตอไปน้เี คลื่อนทไ่ี ดดว ยแรงโนมถวงของโลก วิธีสอนโดยใชการทดลอง (Experiment) เปนวิธีสอนที่มุงชวยใหผูเรียน
ก. กงั หันลมหมนุ รายบุคคลหรือรายกลุมเกิดการเรียนรูโดยการเห็นประจักษจากการคิดและ
ข. เรือแลนบนผวิ นํา้ การกระทําของตนเอง โดยเปนกระบวนการสอนที่ชวยใหผูเรียนเกิดการเรียนรู
ค. รถยนตแ ลน บนถนน ตามวัตถุประสงค ซึ่งตองมีการกําหนดปญหาและสมมติฐานในการทดลอง
ง. ลูกมะพรา วหลน จากตน ตามข้ันตอนท่กี ําหนด โดยใชว สั ดอุ ปุ กรณท ีจ่ าํ เปน เกบ็ รวบรวมขอมลู วิเคราะห
ขอมูล อภิปรายและสรุปผลการทดลอง รวมทั้งสรุปผลการเรียนรูท่ีไดรับจาก
(วเิ คราะหคําตอบ แรงโนม ถว งของโลกเปนแรงทด่ี ึงดดู วัตถตุ า งๆ การทดลอง ซงึ่ มขี ัน้ ตอนสําคญั ของการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ดงั นี้
ใหตกลงสูพ้ืนได จึงดึงดูดลูกมะพราวท่ีกําลังหลนจากตนใหตก
ลงมาสพู ืน้ โลกได ดงั น้ัน ขอ ง. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี กู ตอง) 1. ผสู อน/ผเู รียนกาํ หนดปญหาและสมมตฐิ านในการทดลอง
2. ผูสอนใหความรูท่ีจําเปนตอการทดลอง เชน ขั้นตอนและรายละเอียด
ของการทดลอง
3. ผูเรยี นลงมือทดลองตามข้นั ตอน และบนั ทกึ ผล
4. ผเู รยี นวเิ คราะหแ ละสรปุ ผลการทดลอง
5. ผูสอนและผูเรยี นอภปิ รายผลการทดลอง และสรุปผลการเรียนรู
T63
71
ประเมิน 1.1 ลักษณะของแรงโ ้นมถ่วงของโลก แรงโน้มถ่วงของโลก ีมทิศพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของโลก ขอสอบเ นน การ ิคด
เ ื่มอลากเ ้สนสม ุมติตามทิศทาง ่ทีวัตถุ ้ัทงหลายตกลง ่สู ้ืพนโลก
แรงโ ้นม ่ถวงของโลก คือ แรง ีท่โลกกระท�าต่อมวลของ ัวต ุถทุกช ินดบนโลก ขอใดไ มใชประโยช นที่เกิดจากแรงโ นม ถวงของโลก
และ ัวต ุถ ่ีทอ ู่ยใก ้ลโลก โดยจะดึง ูดดวัตถุเข้า ู่ส ูศน ์ยกลางของโลก �ทาใ ้ห ัวต ุถต่าง ๆ แรงโ นมถวงของโลก ก. ทําใหฝนตกลงสู ืพ้นดิน
มี ้�นาหนักและตกลงสู่ ืพ้นโลกเสมอ เราและวัต ุถต่าง ๆ บนโลกจึงสามารถอ ูย่บน ข. ํทาใหยกของห ันกๆ ไดยาก
้ืพนโลกได้โดยไม่ลอยข้ึนไปในอากาศ ค. ํทาใ หเกิด ้นําตกตามแหลง ํน้าธรรมชาติ
ง. ํทาใหวัตถุหรือ ่ิสง ตางๆ ้ัตงอ ยูบนพ้ืนได
เซอ ์ร ไอแซก นิว ัตน ันก ิวทยาศาสต ์รชาว ัองกฤษ (วิเคราะ หคําตอบ แรงโ นม ถวงของโลก คือ แรงของโลกท่ี ึดงดูด
ืคอ ูผ้ค้นพบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งค้นพบ
โดยบังเอิญจากการสังเกตผลแอปเปล ่ทีห ุลดจากต้น วัตถุหรือ ่สิงตางๆ เขา สู ูศนยกลางของโลก จึงมีผล ํทาใ ห ัวตถุหรือ
แล้วร่วงลง ืพ้น ินวตันเ ิกดความสงสัยและไ ้ดศึกษาจน ส่ิงตางๆ ตกลงสู ้ืพนโลกเสมอ แ ตมี ขอ ํจากัด ืคอ ทําใหเรายกวัต ุถ
ได้ข้อส ุรปว่า “ ัวต ุถทุกอยางจะออกแรงดึง ูดด ่ึซง ักน หรือ ิส่งของท่ีมีนํ้าห ันกมากๆ ไดยาก ดัง ้นัน ขอ ข. ึจงเ ปนคําตอบ
และ ักน เห ืมอน ักบแรงโนมถวงของโลกที่กระ ํทาตอ ่ทีถูกตอง)
ัวตถุทุกอ ยางในโลก”
72
สสรุุรปป หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ่สือ Digital
56 ครูใหนักเรียนเรียน ูรเ ่กียวกับ ัลกษณะของแรงโนมถวงของโลกเพิ่มเติมจาก
่ืสอดิจิทัล โดยใ หสแกน QR Code เร่ือง แรงโนมถวงของโลก จากห ันงสือเ ีรยน
สอน ข้ันสอน ห นา 56 ่ซึงจะปรากฏคลิปวิดีโอ ดังภาพ ัตวอ ยาง
ํนา อ ิธบายความ รู
1. ใหนักเรียน ูดภาพเคลื่อนไหว (ใบไมรวง) T64
จาก PowerPoint ตอ แลวให ันกเ ีรยนรวม ักน
อภิปรายวา เพราะเหตุใดใบไม ึจงรวงลง ูส
พื้นโลก
2. ค ูรจับสลากเ ืลอก ํลา ัดบของแ ตละก ุลมใ หมานํา
เสนอผลการ ํทา ิกจกรรม เ ืพ่อตรวจสอบความ ูร
ของนักเรียนห ัลงการ ํทากิจกรรมที่ 1
3. ันกเรียนทุกก ุลมรวมกันอภิปรายผลการ ํทา
กิจกรรมจนไดขอส ุรปวา วัตถุ ุทกช ินดจะตอง
ตกลง ูส ้พืนโลกเสมอ เพราะโลก ีมแรงโนมถวง
ีท่กระทําตอ ัวต ุถตางๆ ํทาให ัวตถุมีน้ําห ันก
เม่ือเราโยนวัตถุ ึข้นไปในอากาศหรือป ลอยวัต ุถ
จาก ่ีทสูง ัวต ุถจะตกลง สูพื้นโลกเสมอ โดยใ หครู
คอยเสนอแนะเพ่ิมเ ิตมในสวน ีท่บกพรอง
ั้ขนสรุป
ขยายความเ ขาใจ
1. ันกเ ีรยนศึกษาขอ ูมลลักษณะของแรงโนมถวง
ของโลกจากห ันงสือเรียน ห นา 56-57
2. ันกเ ีรยนจับคูกับเพ่ือนแลวชวย ักน ึศกษาขอ ูมล
เพ่ิมเติมจาก ื่สอ ิด ิจ ัทลโดยใชโทรศัพทมือ ืถอ
สแกน QR Code เ ่ืรอง แรงโนมถวงของโลก
จากห ันง ืสอเ ีรยนห นา ้ีน
3. ันกเ ีรยน ํนาความรูที่ไดจากการศึกษาขอมูล
จากห ันง ืสอเ ีรยนและ ืส่อ ิด ิจ ัทลมาอภิปราย ึถง
ัลกษณะของแรงโนมถวงของโลก และผลของ
แรงโ นม ถวงของโลก ีท่ ีม ตอวัต ุถ แ ลว รวม ักนสรุป
ภายในช้ันเ ีรยน โดยใ หครูคอยอธิบายเ ่ิพมเ ิตม
นาํ สอน สสรรปุุป ประเมนิประเมนิ
2หนว ยการเรียนรทู ่ี ขน้ั สรปุ (ตอ)
áçâ¹ÁŒ ¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ขยายความเขา ใจ
แรงโน้มถ่วงของโลกอาจท�าให้เกิดประโยชน์และท�าให้เกิดข้อจ�ากัดต่าง ๆ 4. ใหนักเรียนชวยกันตอบคําถามจากกิจกรรม
ในการใชช้ วี ิตประจ�าวันของเราได้ เชน่ พัฒนาการเรียนรูท่ี 1 ในหนังสือเรียนหนาน้ี
ประโยชน์ โดยครูเปนผเู ฉลยและอธิบายเหตผุ ลเพิม่ เติม
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใช
• ท�าใหส้ ่ิงของตา่ ง ๆ ไม่ลอยไปมาในอากาศ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
• ทา� ใหเ้ รายนื อยบู่ นโลกได้โดยไม่ลอยไปมา
• ทา� ใหน้ �้าไหลจากท่ีสงู ลงสทู่ ตี่ ่า� 5. ครูแจกใบงานที่ 2.1 เร่ือง ผลของแรงโนม
• ท�าให้น้า� ฝนตกลงสู่พ้ืนโลก ถวงของโลก ใหนักเรียนทุกคนนํากลับไปทํา
เปนการบานแลวนาํ มาสง ในชัว่ โมงเรยี นถดั ไป
ขอ้ จำ� กดั
6. ครตู งั้ คาํ ถามวา แรงโนม ถว งของโลกมปี ระโยชน
• การทา� กิจกรรมบางอยา่ งทส่ี วนทางกบั แรงโนม้ ถว่ ง หรอื มขี อ จาํ กดั ในการใชช วี ติ ประจาํ วนั ของเรา
อยางไรบาง จากน้ันใหนักเรียนชวยกันเสนอ
ของโลกจะรู้สกึ เหนือ่ ยและทา� ได้ล�าบาก เชน่ คําตอบอยางอสิ ระ
เดนิ ข้นึ บันได ปน จกั รยานขน้ึ เขา เปนตน้
7. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบไดจาก
• เมื่อทา� สิ่งของบางอยา่ งหล่นพื้นจะทา� ให้ช�ารุดเสียหาย หนังสือเรียน หนา 55 ลงในสมุดหรือทําใน
• ท�าใหไ้ ม่สามารถกระโดดใหส้ งู มาก ๆ ได้ แบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 57
• ทา� ให้ยกสิง่ ของทม่ี ีน้า� หนกั มาก ๆ ไม่ได้
ขน้ั ประเมนิ
1¡Ô¨¡ÃÃÁ ¾Ñ²¹Ò¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙ·Œ èÕ
ตรวจสอบผล
ใหด้ ภู ำพแลว้ ตอบวำ่ ภำพหมำยเลขใดเปน ผลกระทบมำจำกแรงโนม้ ถว่ งของโลก
พร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ 1. ครสู มุ นกั เรยี นตามเลขท่ี 4-5 คน แลว ใหแ ตล ะคน
123 อธิบายความรูเกี่ยวกับผลของแรงโนมถวง
ของโลกทม่ี ตี อวตั ถุ จากนน้ั ใหนกั เรียนทัง้ หอง
ดวงอาทติ ยข์ นึ้ ยกนา้� หนัก ปน จกั รยานหนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา สรุปความรรู วมกนั
57 2. ครตู รวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 1 เรื่อง
ผลของแรงโนมถวงของโลก ในสมุดหรือใน
แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 56
4. ครูตรวจสอบผลการทําใบงานท่ี 2.1 เรื่อง
ผลของแรงโนม ถว งของโลก
5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได
ในสมุดหรือแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 57
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ปรากฏการณทางธรรมชาติในขอใดเก่ียวของกับแรงโนมถวง ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง ผลของแรงโนมถว งของโลก ครูสามารถหยิบใชไดจ าก
ของโลก แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 1 เรือ่ ง ผลของแรงโนมถวงของโลก หนว ยการเรยี นรู
ที่ 2 แรงโนม ถวงของโลกและตวั กลางของแสง
ก. ฟา ผา
ข. ฝนตก แนวทางการวัดและประเมินผล
ค. ฟารอง
ง. ฟาแลบ ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน
รายบุคคล การทาํ งานกลมุ และการนาํ เสนอผลการทํากิจกรรมหนาชั้นเรยี นได
(วเิ คราะหค าํ ตอบ เมอื่ ฝนตกหยดนาํ้ ฝนจะถกู แรงโนม ถว งของโลก โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 1
ดงึ ดดู ใหต กลงสูพ้ืนโลกได เน่อื งจากแรงโนม ถว งของโลกสามารถ เร่ือง ผลของแรงโนมถวงของโลก
ดึงดูดวัตถุใหตกลงสูพ้ืนโลกเสมอ ดังนั้น ขอ ข. จึงเปนคําตอบ
ทถี่ ูกตอ ง)
T65
73
นํา สสออนน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั นาํ ¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè 2 ทกั ษะกระบวนกำร
ทำงวิทยำศำสตรท์ ีใ่ ช้
กระตนุ ความสนใจ แรงดงึ ดูดของโลกกับน้าํ หนกั ของวตั ถุ 1. การวัด
2. การสงั เกต
ครูสุมนักเรียน 1 คน ใหออกมาหนา ชั้นเรยี น จุดประสงค 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
แลวใหนักเรียนที่เหลือรวมกันคาดคะเนวา 4. การพยากรณห์ รือการคาดคะเน
เพ่ือนท่ีอยูหนาหองกับตนเองมีนํ้าหนักเทากัน สังเกตและอธบิ ายการวดั น�า้ หนกั ของวตั ถุโดยใชเ้ คร่ืองชั่งสปริง 5. การตีความหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ
หรือไม จากน้ันครูใหนักเรียนบอกนํ้าหนักของ
ตวั เองทีละคน ตองเตรยี มตองใช 2. ถุงทราย 1 ถุง
4. ถา่ นไฟฉาย 1 ก้อน
ขน้ั สอน 1. หนงั สอื 1 เลม่ 6. เครือ่ งชง่ั สปรงิ แบบตั้ง 1 เคร่ือง
3. กอ้ นหนิ 1 ก้อน 8. เครอ่ื งชง่ั สปริงแบบแขวน 1 เครื่อง
สาํ รวจคน หา 5. ดนิ น�้ามนั 1 กอ้ น 10. ผลไม้ 1 ชนิด (ครูเตรยี มไว)้ เชน่ ฝรงั่ เปนตน้
7. ถุงพลาสตกิ 1 ใบ
1. ครูถามคําถามกระตนุ ความคดิ นักเรียน ดงั นี้ 9. กลอ่ งดนิ สอ 1 กล่อง
• นกั เรยี นสามารถทราบนาํ้ หนกั ของตนเองได
อยา งไร หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ลองทําดู µÍ¹·èÕ 1
(แนวตอบ ชงั่ นา้ํ หนกั โดยใชเ ครอ่ื งชง่ั นา้ํ หนกั )
• เครื่องมือใดท่ใี ชว ัดน้ําหนกั ของวัตถตุ างๆ 1. สังเกตเครอ่ื งชั่งสปรงิ แบบแขวนและตวั เลขบนเครอ่ื งชงั่ จากน้ันวาดภาพลงในสมดุ
(แนวตอบ เครอ่ื งชั่ง) 2. ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วิธีการใชง้ านเครือ่ งชั่งสปริงแบบแขวน
3. สังเกตถ่านไฟฉาย ดินน�้ามัน ถุงทราย และก้อนหิน แล้วคาดคะเนว่า วัตถุเหล่าน้ัน
2. ครชู แ้ี จงวา นกั เรยี นจะไดเ รยี นรกู ารวดั นาํ้ หนกั
ของวัตถุตา งๆ จากการทํากิจกรรมท่ี 2 เร่อื ง มนี า�้ หนกั เท่าใด แลว้ บนั ทกึ ผล
แรงดึงดูดของโลกกับนํ้าหนักของวัตถุ ตอนท่ี 4. ทา� กจิ กรรมเพอื่ ตรวจสอบผลการคาดคะเน
1-2 จากหนงั สือเรยี น หนา 58-59
โดยนา� ถา่ นไฟฉายใสถ่ งุ พลาสตกิ แลว้ แขวน
3. ครูใชวิธีสอนโดยการลงมือปฏิบัติ (Practice) กบั ตะขอของเครอ่ื งชงั่ สปรงิ จากนน้ั สงั เกต
เขามาจัดกิจกรรมในชั่วโมงนี้ โดยแบงกลุม ตัวเลขบนเคร่ืองช่ัง แล้วบันทึกน�้าหนัก
นักเรียนเปนกลุมละ 4-5 คน แลวกําหนด (ท�าซา�้ อกี 2 คร้งั แล้วหาคา่ เฉลยี่ *)
จดุ มงุ หมายและขอ ปฏบิ ตั ิใหแ ตล ะกลมุ ทราบ 5. ทา� กจิ กรรมซา้� ขอ้ 4. โดยเปลยี่ นวตั ถเุ ปน
ดนิ นา�้ มนั ถงุ ทราย และกอ้ นหนิ ตามลา� ดบั
4. นักเรียนแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรมที่ 2 จากนั้นรว่ มกนั วเิ คราะห์และสรปุ ผล
ตอนที่ 1 จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี แลว บนั ทกึ ผล
ลงในสมดุ หรอื แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 60 *หมำยเหตุ : การหาคา่ เฉลย่ี ทา� ไดโ้ ดยนา� ค่าท่หี าไดท้ งั้ หมดบวกกนั แลว้ หารด้วยจา� นวนคร้ัง
จากน้นั รว มกนั สรุปผลการทํากจิ กรรม
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช 58
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
วิธสี อนโดยการลงมือปฏิบัติ (Practice) เปน วิธีสอนท่ใี หประสบการณตรง ขอ ใดทมี่ ผี ลตอ แรงโนมถวงของโลก
กบั ผเู รยี น โดยใหผ เู รยี นลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ ซง่ึ เปน การสอนทมี่ งุ ผสมผสานระหวา ง ก. มวล
ทฤษฎีกบั การปฏิบัติ วธิ ีสอนน้ีมขี นั้ ตอนสาํ คญั ดังนี้ ข. ปริมาตร
ค. ความยาว
1. ขั้นเตรียม ผูสอนกําหนดจุดมุงหมายของการปฏิบัติและรายละเอียด ง. ความแขง็
ของการทาํ งาน
(วิเคราะหคําตอบ มวลของวัตถุมีผลตอแรงโนมถวงของโลก
2. ขั้นดําเนินการ ผูสอนใหความรูและทักษะที่เปนพื้นฐานในการปฏิบัติ หากเราเพมิ่ มวลของวตั ถใุ หม ากขนึ้ แรงโนม ถว งของโลกทกี่ ระทาํ ตอ
และมอบหมายงานเปน กลมุ หรือรายบคุ คล วตั ถจุ ะมากข้นึ ตามไปดวย ดงั นนั้ ขอ ก. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง)
3. ขั้นสรปุ ผสู อนและผเู รยี นชว ยกันสรุปกจิ กรรมการปฏิบตั ิงาน
4. ขั้นประเมินผล ผูสอนสังเกตพฤติกรรมการเรียนรูและผลการทํางาน
ของผูเ รยี น
T66
74
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
2หนว ยการเรียนรทู ่ี ขน้ั สอน (ตอ)
áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ สาํ รวจคน หา
µÍ¹·èÕ 2 àÍÐ ... 5. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อทบทวนเกี่ยวกับ
˹ѡ෋ÒäùРการใชเครื่องช่ังสปริงแบบแขวนวัดนํ้าหนัก
1. สังเกตเคร่ืองชั่งสปริงแบบตั้งและตัวเลข ของวัตถุ
บนเครอ่ื งช่ัง แลว้ วาดภาพลงในสมดุ
6. ครใู หน กั เรยี นจบั กลมุ เดมิ แลว ทาํ กจิ กรรมที่ 2
2. ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวิธี ตอนที่ 2 ตอ โดยใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สงั เกต
การใชง้ านเคร่ืองชง่ั สปรงิ แบบตงั้ เครอ่ื งชง่ั สปรงิ แบบตงั้ และตวั เลขบนเครอ่ื งชงั่
แลวใหวาดภาพลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด
3. สงั เกตกลอ่ งดนิ สอ หนงั สอื ถงุ ทราย และ วทิ ยาศาสตร หนา 61
ผลไมท้ คี่ รเู ตรยี มไว้ แลว้ คาดคะเนวา่ วตั ถุ
เหลา่ นมี้ นี �้าหนกั เทา่ ใด และบนั ทึกผล 7. นกั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั วธิ ี
การใชง านเครอื่ งชัง่ สปริงภายในกลมุ
4. ช่วยกันท�ากิจกรรมเพื่อตรวจสอบผล (หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช
การคาดคะเน โดยวางเครื่องช่ังสปริง แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ )
แบบต้ังให้อยู่ในระดับเดียวกับพื้นราบ
แลว้ นา� กลอ่ งดนิ สอวางบนถาดชง่ั จากนนั้ 8. สมาชิกทุกคนในกลุมชวยกันสังเกตวัตถุท่ี
สังเกตตัวเลขบนเครื่องช่ังแล้วบันทึกค่า ใชในการทํากิจกรรม ตอนที่ 2 แลวชวยกัน
(ท�าซา้� อกี 2 ครั้ง แลว้ หาคา่ เฉลี่ย*) คาดคะเนวา วัตถุเหลาน้ันมีน้ําหนักเทาใด
และบันทึกผลลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด
5. ท�าซา้� ข้อ 4. โดยเปลยี่ นวตั ถุท่ีใช้ชงั่ เปน วิทยาศาสตร หนา 61
หนังสือ ถุงทราย และผลไม้ ตามลา� ดับ
จากนน้ั รว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกบั การวดั นา้� หนกั 9. นักเรียนแตละกลุมชวยกันทํากิจกรรมเพื่อ
ของวัตถโุ ดยใชเ้ ครอ่ื งช่ังสปริง ตรวจสอบผลการคาดคะเน แลว บันทกึ ลงใน
สมุดหรอื ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 61
จากนั้นรวมกันสรปุ ผลการทาํ กจิ กรรม
หนตู อบได
1. แรงโน้มถ่วงของโลกมคี วามสมั พันธก์ บั มวลของวตั ถหุ รอื ไม่ อย่างไร แนวตอบ หนตู อบได
2. วตั ถุแต่ละชนิดบนโลกมีมวลเทา่ กันหรือไม่ เพราะอะไร
3. เพราะเหตุใด วตั ถตุ า่ ง ๆ บนโลกจงึ มีน�า้ หนักแตกต่างกัน แนวตอบ ขอ 4.
4. หากตอ้ งการทราบวา่ ฝรงั่ 1 ผล มีน้า� หนกั เท่าไร เราควรเลอื กใชเ้ ครือ่ งมอื ชนดิ ใดเพอ่ื หา • เครอ่ื งชงั่ สปรงิ แบบแขวน เพราะมขี นาดเลก็
พกพาสะดวกและใชงานงาย เหมาะสําหรับใชช่ัง
นา้� หนกั ของฝรงั่ ระหวา่ งใชเ้ ครอื่ งชง่ั สปรงิ แบบแขวนกบั เครอื่ งชงั่ สปรงิ แบบตงั้ เพราะอะไร วตั ถุหรือสิง่ ของท่มี ขี นาดเลก็
หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา • เครื่องช่ังสปริงแบบตั้ง เพราะสามารถรับ
(หมายเหตุ : คําถามขอสุดทา ยของหนูตอบได เปนคาํ ถามท่ีออกแบบใหผ ูเรยี นฝกใชทักษะการคิดขั้นสงู 59 นํ้าหนักไดมาก ช่ังวัตถุหรือสิ่งของไดหลายขนาด
คอื การคดิ แบบใหเหตุผล และการคิดแบบโตแ ยง ซง่ึ ผูเ รียนอาจเลือกตอบอยา งใดอยางหน่ึงก็ได ใหครู ใชง านงา ย และใหร ายละเอยี ดขอมูลชัดเจน
พิจารณาจากเหตุผลสนับสนุน)
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ปจ จยั ใดบา งที่มผี ลตอ นํ้าหนักของวตั ถุ ครูอาจใหความรูเกี่ยวกับการใชเครื่องชั่งสปริงแบบแขวนกับนักเรียนกอน
ก. มวลของวัตถุ การทาํ กจิ กรรมวา การใชเ ครอ่ื งชงั่ สปรงิ แบบแขวนทาํ ไดโ ดยการนาํ วตั ถไุ ปแขวน
ข. สถานะของวัตถุ ไวที่ตะขอดานลางของเครื่องชง่ั สปริง ซง่ึ จะทาํ ใหสปริงของเครื่องชง่ั ยืดตัวออก
ค. สถานทท่ี น่ี ําวัตถุไปชัง่ โดยนา้ํ หนกั ของวตั ถจุ ะสมั พนั ธก บั การยดื ตวั ของสปรงิ ถา สปรงิ ยดื ตวั มากแสดงวา
ง. ถกู ทงั้ ขอ ก. และ ค. วัตถุมีน้ําหนักมาก เนื่องจากเครื่องช่ังสปริงถูกออกแบบใหตัวเลขแสดงน้ําหนัก
สมั พนั ธกบั การยดื ตัวของสปรงิ
(วิเคราะหคําตอบ นํ้าหนักของวัตถุ คือ แรงโนมถวงของโลกท่ี
กระทําตอวัตถุตางๆ ท่ีมีมวลตางกัน ทําใหนํ้าหนักของวัตถุมีคา หองปฏิบัติการ
ตางกัน นอกจากน้ี วตั ถชุ ้นิ เดยี วกนั เมื่อนาํ ไปชั่งในสถานท่ตี างกนั
จะมีน้ําหนักตางกันดวย เนื่องจากคาแรงโนมถวงของโลกใน à·¤¹Ô¤ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ
ตําแหนงตางๆ มีคาไมเทากัน โดยขึ้นอยูกับระยะหางจาก
จุดศนู ยก ลางของโลก ดังนั้น ขอ ง. จงึ เปนคําตอบท่ถี ูกตอ ง) ครูใหความรูกับนักเรียนวา เม่ือแขวนเคร่ืองช่ังสปริงในแนวต้ังฉากกับพื้น
คาท่ีช่ังไดจะตรงกบั ตัวเลขท่ีอานพอดี แตถา แขวนเครื่องชัง่ สปริงใหเ อียงขา งใด
ขา งหน่งึ คา ที่ชั่งไดจ ะเบากวา ตัวเลขทอี่ า นและไมตรงกบั ความเปน จริง
T67
75
นาํ สอน สสรรปุุป ประเมนิ
ขนั้ สอน 1.2 มวลและน้ำ� หนกั ของวตั ถุ
อธบิ ายความรู ทตี่ า� แหนง่ เดยี วกนั บนโลก จะมแี รงโนม้ ถว่ งของโลกหรอื แรงดงึ ดดู ของโลก
ทก่ี ระทา� ตอ่ วตั ถตุ า่ ง ๆ ดงั นน้ั วตั ถตุ า่ ง ๆ จงึ มนี า้� หนกั แตส่ งิ่ ทท่ี า� ใหว้ ตั ถมุ นี า�้ หนกั
1. ครูจับสลากเลือกลําดับของแตละกลุมใหออก ไมเ่ ทา่ กัน เปน เพราะวัตถเุ หล่านั้นมีมวลต่างกัน
มานําเสนอผลการทาํ กจิ กรรมที่ 2 ตอนที่ 1-2
โดยใหนักเรียนกลุมท่ีถูกเลือกกอนสงตัวแทน มวล คือ ปริมาณของเน้ือสารทั้งหมดที่ น�้ำหนัก คือ ปริมาณของแรงโน้มถ่วงของ
ออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรม มีอยู่ในวัตถุนั้น ซึ่งมีค่าคงท่ีไม่ว่าจะอยู่ โลกท่ีกระท�าต่อมวลของวัตถุต่าง ๆ บนโลก
ทใี่ ดบนโลก มวลมหี นว่ ยเปน กรมั (g) หรอื มโดีหยนดว่งึ ยดเดู ปในหน้วิวตั ตถันตุ ก(ลNง)1มาที่พ้นื โลก น้า� หนกั
2. นักเรียนทุกกลุมรวมกันอภิปรายผลการทํา กโิ ลกรัม (kg)
กิจกรรมจนไดขอ สรปุ วา มวลของวตั ถมุ ีผลตอ
แรงดึงดูดของโลก สังเกตไดจากการยืดของ นํ้าหนัก 9.8 นวิ ตัน มีคาเทากับ
สปริงในเครือ่ งชง่ั สปรงิ หากวัตถใุ ดมีมวลนอ ย นํ้าหนักของมวล 1 กิโลกรัม
แรงโนมถวงของโลกท่ีกระทําตอวัตถุจะนอย
ทาํ ใหว ตั ถมุ นี าํ้ หนกั นอ ย หากวตั ถใุ ดมมี วลมาก
แรงโนม ถว งของโลกทก่ี ระทาํ ตอ วตั ถจุ ะมากขนึ้
จงึ ทาํ ใหว ตั ถมุ นี า้ํ หนกั มาก ดงั นน้ั แรงโนม ถว ง
ของโลกที่กระทําตอวัตถุแตละชนิดจึงมีคา
แตกตางกัน และสามารถวัดน้ําหนักของวัตถุ
ไดโดยใชเครอื่ งชงั่ สปรงิ
ขน้ั สรปุ
ขยายความเขา ใจ
1. ครูใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาจากหนังสือเรียน
หนา 60-62 จากนั้นศกึ ษาขอมลู เพม่ิ เตมิ จาก
ส่ือดิจิทัลในหนังสือเรียน หนา 61 โดยใช
โทรศัพทม ือถอื สแกน QR Code เรื่อง ปจ จยั
ท่ีมีผลตอน้ําหนักของวัตถุ จากนัน้ รว มกันสรปุ
ความรูท ่ีไดจ ากการศกึ ษา
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡Òä´Ô ¢¹éÑ Ê§Ù
เ“ชกนารเดทียแ่ี วรกงโนั นมเพถรว างขะถอางไโลมกมดแี งึรดงดูโนใหม ส ถงิ่ วตงา งตๆัวเตรกาแลลงสะวพู ัตนื้ ถโลตุ กา งทๆาํ ใกห็จต ะวั อเรยาใูแนลสะภวตัาถพตุไารงนๆาํ้ หมนนี ัก2าํ้ ”หนกั
นักเรยี นคดิ ว่า คนเราสามารถอยใู่ นสภาพไร้นา้� หนักไดห้ รือไม่ เพราะอะไร
60
นักเรียนควรรู กิจกรรม 21st Century Skills
1 นิวตัน (Newton) คอื หนวยการวัดขนาดของแรง โดยตง้ั ชอ่ื เพ่อื เปน การ 1. ใหนกั เรยี นแบง กลมุ ตามความสมัครใจ กลุมละ 3-4 คน
ใหเกยี รติแก เซอร ไอแซก นิวตนั ซงึ่ เปน ผคู น พบทฤษฎีแรงโนมถวงของโลก 2. ใหช ว ยกนั แสดงความคดิ เหน็ และอภปิ รายเพอ่ื รวบรวมเหตกุ ารณ
2 สภาพไรน า้ํ หนัก (weightlessness) คอื สภาพที่เหมอื นไมม ีแรงดึงดูดของ
โลกกระทาํ ตอ วัตถุ ในสภาวะนีว้ ัตถทุ อ่ี ยใู นอวกาศจะไมม ีแรงดงึ ตวั เองใหลงบน ในชีวติ ประจาํ วนั ท่มี ผี ลมาจากแรงโนมถวงของโลก
พ้นื ทีร่ องรับ จงึ ลอยเควง ควางและเคล่ือนไหวไดล าํ บาก 3. นาํ ขอ มลู ทไ่ี ดม าจดั ทาํ ในรปู แบบตา งๆ ทห่ี ลากหลายเพอื่ นาํ เสนอ
ผลงาน เชน สรา งแผนผังความคิด แผนภาพ ใบความรู แผนพบั
โดยแบง หนา ท่ีความรบั ผดิ ชอบของสมาชิกแตละคนใหช ัดเจน
4. นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียนดวยวิธีการส่ือสารท่ีหลากหลาย
เพือ่ ใหผอู น่ื เขาใจผลงานไดดีขึน้
T68
76
นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ
2หนว ยการเรยี นรทู ี่ ขนั้ สรปุ (ตอ)
áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ขยายความเขา ใจ
แรงโนม้ ถว่ งของโลกทา� ใหว้ ตั ถมุ นี า้� หนกั ซง่ึ นา�้ หนกั ของวตั ถตุ า่ ง ๆ จะมาก 2. ครถู ามคาํ ถามทา ทายการคดิ ขนั้ สงู จากหนงั สอื
หรอื นอ้ ยข้ึนอยกู่ ับปจจยั ดังนี้ เรียนหนา 60 และหนา 62 จากน้ันใหนกั เรียน
รวมกันตอบคําถามอยางอิสระ โดยครูคอย
1. มวลของวัตถุ เฉลยและอธิบายเพ่มิ เตมิ ดังน้ี
• “การทแี่ รงโนม ถว งของโลกดงึ ดดู ใหส งิ่ ตา งๆ
• ถ้าวัตถุใดมีมวลนอ้ ย แรงโนม้ ถว่ ง ตกลงสพู นื้ โลก ทาํ ใหต วั เราและวตั ถตุ า งๆ มี
ของโลกท่ีกระท�าต่อวัตถุน้ันจะมี นาํ้ หนกั เชน เดยี วกนั เพราะถา ไมม แี รงโนม ถว ง
ค่าน้อย วัตถจุ งึ มนี า้� หนักน้อย 65 kg 40 kg ตัวเราและวัตถุตางๆ ก็จะอยูในสภาพ
ไรน าํ้ หนกั ” นักเรียนคิดวา คนเราสามารถ
• ถ้าวัตถุใดมีมวลมาก แรงโน้มถ่วง อยใู นสภาพไรน าํ้ หนกั ไดห รอื ไม เพราะอะไร
ของโลกที่กระท�าต่อวัตถุน้ันจะมี (แนวตอบ คนเราไมสามารถอยูในสภาพไร
ค่ามาก วตั ถุจึงมนี �้าหนักมาก นาํ้ หนกั ได เพราะถา ไมม แี รงโนม ถว งของโลก
คนและสิ่งตางๆ บนโลกจะลอยเควงควาง
2. ระยะห่ำงจำกจุดศูนย์กลำงของโลก ไปมาในอากาศ และจะทาํ ใหเ ราเคลอ่ื นทไ่ี ป
วัตถุชิ้นเดียวกันจะมีน้�าหนักไม่เท่ากัน เม่ือน�าไปช่ังในสถานที่ต่างกัน ในบรเิ วณท่ตี องการไดย ากลาํ บาก)
•ï น้ําหนักของวัตถุ มีความเกี่ยวของกับแรง
เพราะคา่ แรงโนม้ ถว่ งของโลกในตา� แหนง่ ตา่ ง ๆ มคี า่ ไมเ่ ทา่ กนั โดยขน้ึ อยกู่ บั ระยะ โนมถวงของโลกอยา งไร
หา่ งจากจุดศูนยก์ ลางของโลก หากวตั ถุอยหู่ า่ งจากจดุ ศนู ยก์ ลางของโลกมากขึ้น ï (แนวตอบ นา้ํ หนกั ของวตั ถตุ า งๆ เกดิ ขน้ึ จาก
เท่าใด แรงโน้มถว่ งของโลกที่กระทา� ตอ่ วัตถุน้ันจะยง่ิ ลดนอ้ ยลง แรงโนม ถว งของโลกกระทาํ ตอ มวลของวัตถุ
จงึ ทาํ ใหวัตถมุ นี ้ําหนกั )
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)
29.4 ¹ÇÔ µÑ¹
9.8 ¹ÇÔ µ¹Ñ 49 ¹ÇÔ µ¹Ñ หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา
ปจ จยั ทม่ี ีผลตอ นํ้าหนักของวัตถุ 61
ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET ส่ือ Digital
ขอ มลู แสดงมวลของวตั ถุ 4 ชนดิ เปน ดงั นี้
ครูใหนักเรียนเรียนรูเก่ียวกับปจจัยที่มีผลตอนํ้าหนักของวัตถุเพ่ิมเติมจาก
ชนิดของวตั ถุ มวล (กิโลกรัม) ส่ือดิจิทัล โดยใหสแกน QR Code เร่ือง ปจจัยที่มีผลตอนํ้าหนักของวัตถุ
ชนิดที่ 1 1 จากหนังสอื เรยี น หนา 61 ซึ่งจะปรากฏคลปิ วดิ โี อ ดงั ภาพตัวอยา ง
ชนดิ ท่ี 2 2
ชนิดที่ 3 3 T69
ชนิดท่ี 4 4
จากขอมลู ถาชั่งวัตถุทีต่ าํ แหนงเดยี วกันบนโลก วตั ถชุ นิดใดจะมี
นํา้ หนกั มากที่สุด
ก. ชนิดที่ 1 ข. ชนิดท่ี 2 ค. ชนิดท่ี 3 ง. ชนดิ ที่ 4
(วเิ คราะหค ําตอบ ถา วัตถุมีมวลมาก แรงโนมถว งทม่ี ากระทาํ ตอ
วตั ถนุ ัน้ จะมีคามาก วตั ถุจึงมีนาํ้ หนกั มาก ดังนัน้ ขอ ง. จงึ เปน
คําตอบทถี่ ูกตอ ง)
77
นาํ สอน สสรรปุปุ ประเมนิประเมนิ
ขนั้ สรปุ (ตอ)
ขยายความเขา ใจ
3. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน จากน้ัน 1.3 กำรวดั น�ำ้ หนักของวตั ถุ
ครูใหแตละกลุมไปวัดหานํ้าหนักของสมาชิก
ในกลุมโดยใชเ ครื่องชงั่ สปริง แลว เปรยี บเทียบ เราสามารถวัดน�้าหนักของวัตถุที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกได้โดยใช้
ผลวา นํ้าหนักของใครมากที่สุดและนํ้าหนัก เครื่องช่ังสปริง ซึ่งค่าที่อ่านได้จะเท่ากับขนาดของแรงท่ีโลกดึงดูดวัตถุและเปน
ของใครนอยท่ีสุด จากน้ันสงตัวแทนนําเสนอ นา้� หนกั ของวัตถุนนั่ เอง นา้� หนักของวัตถจุ ะมหี น่วยเปน นวิ ตัน (N)
ขอมูลหนา ชน้ั เรียน
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช เครอื่ งชงั่ สปริงสา� หรบั วดั น�้าหนักจะอาศยั หลักการยืดของสปรงิ ซง่ึ เปน ผล
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ ) มาจากการที่โลกดงึ ดดู วตั ถุในแนวดง่ิ ทา� ให้สปรงิ ยดื ออกตามแรงทโี่ ลกกระทา� ต่อ
มวลของวตั ถุนั้น เครอื่ งช่งั สปรงิ แบ่งออกเปน 2 แบบ ไดแ้ ก่
4. ใหน กั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดจ าก
หนงั สือเรยี น หนา 59 ลงในสมดุ หรอื ใหท าํ ใน
แบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 62
ขน้ั ประเมนิ เครอื่ งชงั่ สปริงแบบแขวน เครื่องช่งั สปริงแบบตงั้
ตรวจสอบผล ดวงจันทร์มมี วลน้อยกว่าโลกมาก แรงดงึ ดูดของดวงจันทรจ์ ึงนอ้ ยกว่าโลก
6 เท่า ดังนั้น หากชั่งน�้าหนักของวัตถุชิ้นเดียวกันบนพ้ืนโลกและบนดวงจันทร์
1. ครูสุมถามนักเรียนเปนรายบุคคลเกี่ยวกับ นา�้ หนกั ของวัตถุชนิ้ น้ันท่ชี ง่ั บนดวงจนั ทร์จะมนี �้าหนักน้อยกว่าทีช่ งั่ บนโลก 6 เทา่
การวัดนํ้าหนักของวัตถุโดยใชเครื่องชั่งสปริง
และปจจัยที่มีผลตอนํ้าหนักของวัตถุตางๆ โลก ดวงจนั ทร์
เพอื่ เปน การสรุปความรูหลงั จากทไี่ ดเ รียนมา
58.8 ¹ÇÔ µ¹Ñ 9.8 ¹ÇÔ µ¹Ñ
2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 2 เรื่อง
แรงดึงดูดของโลกกับนาํ้ หนกั ของวตั ถุ ในสมุด 62
หรือแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 60-61
3. ครตู รวจผลการทาํ กจิ กรรม เรอื่ ง การวดั นาํ้ หนกั
ของสมาชิกในกลุมจากสมุด
4. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได
ในสมุดหรอื แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 62
หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ÊÙ§
น้�าหนักของวตั ถุ มีความเกยี่ วข้องกบั
แรงโน้มถว่ งของโลกอย่างไร
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ
ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน วัตถุชิน้ หนึง่ เมือ่ อยบู นโลกมนี าํ้ หนกั 15 นิวตนั เมอ่ื วตั ถุชนิ้ น้ีอยูใน
รายบคุ คล การทํางานกลมุ และการนาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชน้ั เรยี นได อวกาศ จะมีนาํ้ หนกั เทาไร
โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแ่ี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 2 เรอื่ ง
การหานาํ้ หนกั ของวัตถุ ดงั ภาพตัวอยา ง ก. มากกวา 15 นิวตนั
ข. นอยกวา 15 นวิ ตนั
ค. 15 นิวตนั
ง. ไมมนี ํ้าหนัก
(วเิ คราะหค าํ ตอบ ในอวกาศไมม แี รงโนม ถว ง เมอื่ วตั ถอุ ยใู นอวกาศ
จงึ อยใู นสภาพไรน า้ํ หนกั วตั ถชุ นิ้ นน้ั จงึ ลอยเควง ควา งอยใู นอวกาศ
ดงั นน้ั ขอ ง. จงึ เปนคําตอบท่ีถกู ตอ ง)
T70
78
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Õè 3 2หนวยการเรียนรทู ่ี ขน้ั นาํ
มวลของวตั ถุกบั áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ กระตนุ ความสนใจ
การเปล่ยี นแปลงการเคลื่อนที่
ทกั ษะกระบวนกำร 1. ครูสนทนาทักทายกับนักเรียน จากน้ันครูแจง
ทำงวิทยำศำสตร์ทใี่ ช้ ชอื่ เรอ่ื งและผลการเรยี นรทู จ่ี ะเรยี นในชวั่ โมงน้ี
1. การวดั ใหน ักเรยี นทราบ
2. การสงั เกต
3. การทดลอง 2. ครูถามคําถามนักเรียนเพื่อกระตุนความคิด
4. การลงความเห็นจากขอ้ มูล โดยใหนักเรียนชวยตอบคําถามไดอยางอิสระ
จดุ ประสงค 5. การพยากรณ์หรอื การคาดคะเน และครยู งั ไมเฉลยคาํ ตอบ ดงั น้ี
สงั เกตและอธบิ ายมวลของวัตถุท่ีมผี ลต่อการเปล่ียนแปลง 6. การตคี วามหมายขอ้ มูลและการลงขอ้ สรปุ • วัตถุในหองเรียน ส่ิงใดบางท่ีมีขนาดใหญ
การเคล่อื นทข่ี องวัตถุ และส่ิงใดบางท่ีมีขนาดเลก็
(แนวตอบ ส่ิงทม่ี ีขนาดใหญ เชน โตะ เกา อ้ี
ตองเตรียมตอ งใช กระเปานักเรียน เปนตน ส่ิงที่มีขนาดเล็ก
เชน ยางลบ ดนิ สอ สมดุ หนงั สือ เปนตน )
1. คานไม้ 1 อัน • นักเรียนคิดวา ส่ิงของที่มีขนาดใหญกับ
2. น้า� เปล่า 500 มิลลลิ ติ ร ส่ิงของที่มีขนาดเล็ก สิ่งใดเคลื่อนที่ไดยาก
3. นาฬกาจับเวลา 1 เรอื น กวากัน เพราะอะไร
4. เชอื กยาวขนาดเทา่ กัน 2 เสน้ (แนวตอบ สิ่งของท่ีมีขนาดใหญเคล่ือนท่ีได
5. เคร่ืองชงั่ สปรงิ แบบตง้ั 1 เคร่ือง ยากกวา เพราะมมี วลและมนี า้ํ หนกั มากกวา )
6. ขวดน้า� พลาสติกใสขนาดเทา่ กนั 2 ขวด • นักเรียนคิดวา ระหวางโตะเรียนกับสมุด
สิ่งใดเคล่อื นท่ไี ดง ายกวากัน เพราะอะไร
ลองทําดู (แนวตอบ สมุด เพราะสมุดมีขนาดเล็กกวา
โตะเรียน จึงมีมวลนอยกวา และสามารถ
1. แบง่ กล่มุ กลุ่มละ 3-4 คน จากน้นั เติมน�า้ ใสข่ วดพลาสตกิ ใบท่ี 1 ให้เต็มขวด และเตมิ น้า� เคล่อื นทีไ่ ดง ายและสะดวกกวา โตะเรียน)
ใสข่ วดพลาสติกใบท่ี 2 คร่ึงขวด แลว้ ปดฝาขวดทง้ั 2 ขวด จากน้ันใช้เชือกขนาดเทา่ กนั มัด (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
ท่ปี ากขวดทั้ง 2 ใบ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)
63หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
มวลของวตั ถมุ ีผลตอการเคลื่อนท่ขี องวัตถุอยางไร ในการทาํ กจิ กรรมท่ี 3 เร่ือง มวลของวัตถกุ บั การเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นท่ี
ก. วัตถทุ ่ีมวลมากจะเปลีย่ นแปลงการเคล่อื นท่ียากกวา วัตถุ ในการทํากิจกรรมโดยใชน้ําเติมใสขวดพลาสติกใส ครูอาจเปลี่ยนการเติมนํ้า
ทม่ี มี วลนอย เปน การเตมิ ทรายหยาบหรอื ทรายละเอียดแทนได
ข. วตั ถทุ ีม่ วลนอ ยจะเปลีย่ นแปลงการเคลือ่ นท่ยี ากกวา วตั ถุ
ทม่ี มี วลมาก
ค. วตั ถทุ มี่ วลมากจะเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นทง่ี า ยเหมอื นวตั ถุ
ทมี่ มี วลนอ ย
ง. ไมสามารถสรปุ ได
(วิเคราะหคําตอบ มวลของวัตถุมีผลตอการเปล่ียนแปลงการ
เคลอ่ื นท่ขี องวตั ถุ โดยวัตถทุ ่มี วลมากจะเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ี
ยากกวา วัตถทุ ีม่ มี วลนอ ย ดงั นั้น ขอ ก. จึงเปนคําตอบท่ีถูกตอง)
T71
79
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน 2. ช่วยกันคาดคะเนว่า ถ้าน�าปลายเชือกท่ี
มัดปากขวดท้ัง 2 ใบไปผูกกับคานไม้
สาํ รวจคน หา ท่ีพาดระหว่างโตะ 2 ตัว แล้วผลักขวด
ท้ัง 2 ใบ ด้วยแรงที่เท่ากัน ขวดใบใด
1. ครนู าํ บตั รภาพชงิ ชา ทมี่ ขี นาดเลก็ กบั ขนาดใหญ จะเคลื่อนที่ง่ายกว่ากัน และจะหยุดขวด
ติดไวบนกระดาน จากน้ันใหนักเรียนชวยกัน ใบใดงา่ ยกว่ากัน
สังเกตความแตกตางของชิงชาท้ัง 2 ภาพ
แลวใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวา 3. ทดลองเพื่อตรวจสอบผลการคาดคะเน
ชิงชาท่ีมีมวลมากกวาจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยสังเกตการเคล่ือนท่ีและจับเวลาว่า
การเคล่ือนท่ีไดงายกวาชิงชาท่ีมีมวลนอยกวา ขวดแต่ละใบเคล่ือนที่เปนเวลาเท่าไรจึง
หรือไม อยา งไร หยดุ เคลอื่ นท่ี แลว้ บนั ทึกผลลงในสมดุ
2. ใหน ักเรยี นแบงกลุม กลุมละ 4 คน โดยคละ 4. ใชเ้ ครอื่ งชง่ั สปรงิ แบบตง้ั ชง่ั มวลของขวด
ตามความสามารถ จากนั้นใหสมาชิกในกลุม ทง้ั 2 ใบ จากนน้ั อา่ นคา่ และบันทกึ ผล
ชวยกันศึกษาวิธีการทํากิจกรรมท่ี 3 เร่ือง
มวลของวตั ถุกบั การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ 5. แต่ละกลุ่มช่วยกันเปรียบเทียบมวลและ
จากหนงั สอื เรยี น หนา 63-64 แลว ใหแ ตล ะกลมุ เวลาในการเคลื่อนที่ของขวดทั้ง 2 ใบ
ชวยกันทํากิจกรรมตามข้ันตอนใหครบถวน
แลวบันทึกผลลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด 6. ชว่ ยกนั สรปุ ผลการทดลอง พรอ้ มนา� เสนอ
วิทยาศาสตร หนา 64 หน้าชน้ั เรียน
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใช
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม ) หนตู อบได
อธบิ ายความรู 1. มวลของวตั ถุและการเคลื่อนทขี่ องวตั ถมุ คี วามสัมพนั ธก์ นั หรอื ไม่ อย่างไร
2. วตั ถทุ ม่ี มี วลนอ้ ยกบั วตั ถทุ ม่ี มี วลมาก จะเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทไ่ี ดเ้ หมอื นกนั หรอื ตา่ งกนั
1. นักเรียนแตละกลุมชวยกันเปรียบเทียบมวล
และเวลาในการเคลื่อนที่ของขวดท้ังสองใบ อยา่ งไร
จากน้ันรวบรวมขอมูลและสรุปผลการทดลอง 3. มวลและน้า� หนักมคี วามสัมพันธก์ นั อย่างไร
แลว สงตัวแทนมานาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรม 4. “รถชนิดต่าง ๆ ท่ีแล่นอยู่บนถนนมีหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งรถท่ีมีขนาดใหญ่จะมีมวลมาก
2. นักเรียนรวมกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม จึงเคลือ่ นท่ไี ด้ยากกวา่ รถท่ีมขี นาดเล็ก” นักเรยี นเหน็ ด้วยหรือไม่ เพราะอะไร
จนไดขอสรุปวา ขวดท่ีมีน้ําเต็มขวดมีมวล หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
มากกวา ขวดท่มี ีน้าํ อยคู รง่ึ ขวด จึงทําใหม กี าร 64 (หมายเหตุ : คาํ ถามขอ สุดทา ยของหนตู อบได เปนคาํ ถามท่ีออกแบบใหผูเรียนฝก ใชทกั ษะการคดิ ข้นั สงู
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีไดยากกวา และ คพือิจากราณราคจดิ าแกบเหบตใหผุ เ ลหสตนุผับลสแนลุนะ)การคดิ แบบโตแยง ซ่ึงผูเรียนอาจเลอื กตอบอยางใดอยา งหน่งึ กไ็ ด ใหครู
เมื่อขวดน้ําน้ันเคล่ือนท่ีไปแลวจะทําใหหยุด
การเคลื่อนท่ีไดยากกวาขวดที่มีน้ําอยูครึ่งขวด
แสดงวา มวลของวตั ถมุ ผี ลตอ การเปลย่ี นแปลง
การเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ โดยวตั ถุทม่ี ีมวลมากจะ
เปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่ไดยากกวาวัตถุท่ีมี
มวลนอ ย จงึ เกดิ การตา นการเคลอื่ นทข่ี องวตั ถุ
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ในการทาํ กิจกรรมที่ 3 น้ี ตอ งมีการใชว ัสดแุ ละอุปกรณใ นการทํากจิ กรรม นนททดลองเคล่ือนยายกอนหิน 1 กอน มีมวล 5 กิโลกรัม กับ
หลายอยา ง และนกั เรยี นแตล ะกลมุ อาจใชเ วลาในการทาํ กจิ กรรมมากพอสมควร เคล่ือนยา ยกลอ งลังทใ่ี สห นังสอื มมี วล 15 กโิ ลกรัม นกั เรียนคิดวา
จึงอาจทําใหเกินเวลาสอนของครูได ดังนั้น ครูอาจจัดกิจกรรมโดยใชเทคนิค ผลการทดลองของนนทจะเปนอยา งไร
การสอนแบบสาธิต โดยครเู ลอื กนักเรยี น 1-2 กลุม เพ่อื เปน ตัวแทนสาธิตการทาํ
กิจกรรมน้ี จากนั้นใหนักเรียนกลุมที่เหลือคอยสังเกตการทํากิจกรรมหรือ (วิเคราะหคําตอบ นนทจะยกหรือเคล่ือนยายกลองลังหนังสือ
อาจมีสวนรวมไดบางตามความเหมาะสม แลวใหบันทึกผลและนํามาสรุปผล ไดยากกกวา การเคลอ่ื นยายกอนหิน เพราะกลอ งลังหนงั สือมีมวล
ภายในกลมุ ของตนเอง มากกวากอนหิน จึงทําใหเกิดเปนการตานการเคล่ือนท่ีของวัตถุ
มีผลทําใหกลองลังหนังสือเปล่ียนแปลงการคลื่อนที่ไดยากกวา
แนวตอบ หนตู อบได กอนหนิ )
แนวตอบ ขอ 4.
• เหน็ ดว ย เพราะรถขนาดใหญจ ะมมี วลมากกวา รถขนาดเลก็ จงึ มผี ลทาํ ให
เปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นทห่ี รอื เคล่อื นยา ยไดย ากกวารถทมี่ ขี นาดเล็ก
• ไมเห็นดวย เพราะรถขนาดใหญสามารถเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีหรือ
Tเคลื่อนยายไดรวดเรว็ เหมือนรถขนาดเล็ก หากรถวิ่งดวยความเร็วสูงมาก
72
80
นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ
2หนวยการเรยี นรูท่ี ขนั้ สรปุ
áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ขยายความเขา ใจ
1.4 มวลและกำรเปลีย่ นแปลงกำรเคลื่อนที่ของวตั ถุ 1. ใหน กั เรยี นศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี
จากน้ันใหแตละกลุมทํากิจกรรมเพ่ือขยาย
มวลของวัตถุมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ โดยวัตถุที่มี ความเขา ใจเกย่ี วกบั ความสมั พนั ธร ะหวา งมวล
มวลมากจะเคลื่อนที่ได้ยากกว่าวัตถุที่มีมวลน้อย เนื่องจากเกิดการต้าน ของวัตถุกับการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่
การเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นทข่ี องวตั ถุนนั้ โดยใหทํากจิ กรรม ดงั นี้
• ทดลองเคล่ือนยายเพ่ือนในกลุมท่ีมีมวล
วัตถุท่ีมีมวลมำก หรือมีเน้ือสำรมำก มากท่สี ดุ (อว น) กบั เพ่อื นทม่ี มี วลนอยทีส่ ดุ
จะเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีหรือเคล่ือนย้าย (ผอม)
ได้ยาก •ï ทดลองเคลื่อนยายโตะเรียนกับเคลื่อนยาย
เกาอ้ี
วัตถุที่มีมวลน้อย หรือมีเน้อื สำรน้อย • ทดลองเคล่ือนยายโตะเรียนกับเคลื่อนยาย
จะเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นทห่ี รอื เคลอ่ื นยา้ ย กระเปา นกั เรียน
ได้งา่ ย • ทดลองเคลื่อนยา ยกระเปา นักเรยี นกับสมดุ
ตรวจสอบตนเอง กจิ กรรม สรปุ ความรปู ระจาํ บทท่ี 1 2. หลังจากทํากิจกรรม ครูใหแตละกลุมรวมกัน
อภปิ รายวา วตั ถทุ มี่ มี วลมากกบั วตั ถทุ ม่ี วลนอ ย
หลังเรียนจบหน่วยน้ีแลว้ ให้นกั เรียนบอกสัญลักษณ์ท่ตี รงกับระดับความสามารถของตนเอง สง่ิ ใดเคลอื่ นทหี่ รอื เคลอ่ื นยา ยไดง า ยและสะดวก
ทสี่ ดุ เพราะอะไร จากนนั้ ใหแ ตล ะกลมุ สง ตวั แทน
รำยกำร เกณฑ์ นําเสนอผลการอภิปรายหนาชั้นเรียนเพ่ือสรุป
รว มกนั กับเพอ่ื นกลมุ อืน่ ๆ
ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
3. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหนักเรยี นเขาใจวา
1. เขา้ ใจเนอื้ หาเก่ยี วกบั เรือ่ งแรงโนม้ ถว่ งของโลก • วัตถุทีม่ มี วลมาก จะมนี ํา้ หนักมาก จงึ มีการ
2. สามารถทา� กจิ กรรมและอธิบายผลการท�ากจิ กรรมได้ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีไดยากกวาวัตถุ
ท่ีมมี วลนอ ย
3. สามารถตอบคา� ถามจากกิจกรรมหนูตอบได้ได้ • วตั ถุทม่ี ีมวลนอย จะมนี า้ํ หนกั นอย จึงมีการ
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีไดงายกวาวัตถุ
4. ทา� งานกลุ่มรว่ มกบั เพอ่ื นได้ดี หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา ท่ีมมี วลมาก
5. น�าความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจ�าวันได้ 4. ครูสนทนากับนักเรียนทุกคน เพื่อทบทวน
ความรูความเขาใจเก่ียวกับเน้ือหาท่ีไดเรียน
65 ผา นมาจากหนวยการเรียนรูท่ี 2 บทท่ี 1 เรอ่ื ง
แรงโนมถวงของโลก โดยสุมเรียกช่ือนักเรียน
ใหอ อกมาเลาวา ตนเองไดรบั ความรอู ะไรบาง
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ขอ ใดถกู ตอ งเก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ เมอ่ื เรยี นจบบทนแ้ี ลว ครใู หน กั เรยี นตง้ั คาํ ถามทอี่ ยากรเู พมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั เรอื่ ง
ก. เกาอีไ้ มเคลื่อนยา ยไดงา ยกวา หนงั สือ แรงโนม ถวงของโลก คนละ 1 คาํ ถาม จากน้ันครูสุมเรยี กใหน กั เรยี นบอกคาํ ถาม
ข. ตูพลาสตกิ เคล่ือนยา ยไดยากกวา ตูเหลก็ ของตนเอง แลว ใหเพื่อนคนอืน่ ๆ ในชั้นเรียนชว ยกนั แสดงความคิดเห็นวา จะใช
ค. สม 1 ลัง เคลือ่ นยายไดง า ยกวา สม 10 ลัง วิธีการทางวิทยาศาสตรตอบคําถามน้ีไดอยางไร โดยครูทําหนาท่ีเปนผูช้ีแนะ
ง. กอนหินกอ นเล็กเคลอื่ นยา ยไดยากกวา กอนหนิ กอ นใหญ และสงั เกตการทํากจิ กรรมของนกั เรยี นอยางใกลช ิด
(วิเคราะหคําตอบ มวลของวัตถุมีผลตอการเปล่ียนแปลงการ
เคลือ่ นทขี่ องวตั ถุ โดยวตั ถุท่ีมวลมากจะเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นที่
ยากกวาวัตถุท่ีมมี วลนอย ซึง่ สม 10 ลงั มมี วลมากกวา สม 1 ลัง
จึงทําใหเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีไดงายกวา ดังนั้น ขอ ค. จึง
เปน คําตอบท่ถี ูกตอ ง)
T73
81
นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สรปุ (ตอ) ฝกจิกกทรรกั มษะ º··èÕ 1
ขยายความเขา ใจ
5. ใหนักเรียนเขียนสรุปความรูเก่ียวกับเร่ืองที่ 1. ตอบค�ำถำมตอ่ ไปน้ี
ไดเรียนมาจากบทที่ 1 ในรูปแบบตางๆ เชน 1) เพราะเหตุใดเมอ่ื เราเดินขึน้ บนั ไดจงึ รสู้ ึกเหนือ่ ยง่ายกวา่ การเดนิ ลงบันได
แผนผังความคดิ แผนภาพ เปน ตน ลงในสมุด 2) ลูกกอล์ฟและลูกปง ปองทม่ี ขี นาดเท่ากนั เมื่อน�าไปชง่ั น้า� หนักพบว่า ลกู กอล์ฟ
หรืออาจทํากจิ กรรมสรุปความรปู ระจาํ บทท่ี 1 มีน้�าหนกั มากกวา่ ลกู ปง ปอง นกั เรยี นคดิ ว่าเปน เพราะเหตใุ ด
ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 66 3) นักเรียนคดิ วา่ หากโลกไมม่ แี รงโน้มถว่ ง จะสง่ ผลกระทบต่อสงิ่ ต่าง ๆ บนโลก
หรือไม่ เพราะอะไร
6. ใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะบทที่ 1 จาก 4) มวลของวัตถจุ ะมีผลต่อการเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นที่ของวัตถอุ ย่างไร
หนังสอื เรียน หนา 66-67 ขอ 1-4 ลงในสมดุ 5) นกั เรยี นคิดว่า ระหว่างรถบรรทกุ หินกับรถตู้ รถคนั ใดสามารถเคล่ือนทีไ่ ด้ง่าย
หรอื ทาํ ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 67-69 กว่ากนั เพราะอะไร
7. ใหน กั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมทา ทายการคดิ 2. ขดี ✓ หน้ำขอ้ ท่ีเปน ผลมำจำกแรงโน้มถ่วงของโลกโดยตรง
ขนั้ สูงจากแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 70 ………..… 1) วตั ถทุ ุกชนดิ ทีอ่ ยบู่ นโลกมนี ้า� หนัก
………..… 2) พื้นทเี่ ปยกนา้� ทา� ใหเ้ กิดการล่ืนไถล
8. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ จากนน้ั รว มกนั ทาํ กจิ กรรม ………..… 3) ลูกฟตุ บอลกลง้ิ ไดไ้ กลบนพืน้ ทเ่ี รียบ
สรางสรรคผลงานจากหนังสือเรียน หนา 67 ………..… 4) ผลไม้ที่สุกงอมรว่ งจากตน้ ลงสู่พน้ื ดิน
พรอ มนําเสนอหนาช้นั เรยี น ………..… 5) จักรยานเคลื่อนท่ีได้ เพราะออกแรงปน
แนวตอบ กิจกรรมฝก ทกั ษะ 3. สงั เกตภำพและใหเ้ หตุผลว่ำ เก่ียวข้องกับแรงโนม้ ถว่ งของโลกอยำ่ งไรส ุมดับปนร ึทะก�จผาลตัวลงใน
1) 2)
แนวตอบ ขอ 1.
1) เพราะเปน การเดนิ สวนทางกบั แรงโนม ถว ง 66หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
ของโลก ทาํ ใหเ ราตอ งออกแรงมากข้ึน
2) เพราะลกู กอลฟ มมี วลมากกวา ลกู ปง ปอง เมอ่ื
นําไปช่ัง ลกู กอลฟ จงึ มนี ้าํ หนักมากกวาลูกปง ปอง
3) สง ผลกระทบ เพราะจะทําใหส่ิงตางๆ บน
โลกไรนํ้าหนักและลอยไปมาในอากาศ จึงมีผลตอ
การดําเนินชีวิตของส่งิ มีชวี ติ ตางๆ บนโลก
4) มวลของวัตถุมีผลตอการเปล่ียนแปลงการ
เคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุ โดยวตั ถทุ มี่ วลมากจะเปลย่ี นแปลง
การเคล่ือนท่ไี ดยากกวาวัตถทุ ่มี มี วลนอย
5) รถตู เพราะเปนรถที่มีขนาดเล็กและมมี วล
นอ ยกวา รถบรรทกุ หนิ จงึ ทาํ ใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลง
การเคลือ่ นทไี่ ดง า ยกวา
แนวตอบ ขอ 2.
1) ✓ 4) ✓
แนวตอบ ขอ 3.
1) แรงโนมถวงของโลกดึงดูดใหนํ้าไหลจากท่ี
สูงลงสทู ต่ี ํ่า
2) แรงโนม ถว งของโลกดงึ ดดู ใหน กั กระโดดรม
ตกลงสูพ้นื ดิน
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ในการทาํ กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน ครอู าจใชร ปู แบบการเรยี นรแู บบรว มมอื น้ําหนกั ของนกั เรียนเกดิ ไดจ ากขอ ใด
เทคนิค L.T. มาจัดกิจกรรมการเรียนรู เพื่อกําหนดใหสมาชิกของนักเรียน ก. เคร่ืองชั่งนํา้ หนกั มีแรงดึงดูดรา งกายของนักเรียน
แตละกลุม มีหนาทขี่ องตนเอง และทํางานรวมกนั ข. นกั เรียนช่ังน้าํ หนกั ดวยเคร่อื งชงั่ จงึ เกดิ นํ้าหนักขึน้
ค. แรงโนม ถวงของโลกกระทาํ ตอรางกายของนักเรียน
รูปแบบการเรยี นรแู บบรวมมือ เทคนคิ L.T. หรอื Learning Together คอื ง. ปรมิ าตรรางกายของนักเรยี นกระทาํ ตอเครอ่ื งชัง่ นา้ํ หนัก
กระบวนการสอนหน่ึงของรูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ โดยมีขั้นตอนการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู ดงั นี้ (วิเคราะหคําตอบ เน่ืองจากมีแรงโนมถวงของโลกมากระทําตอ
มวลของวตั ถุ (รา งกายของนกั เรยี น) จงึ ทาํ ใหว ตั ถมุ นี าํ้ หนกั เกดิ ขน้ึ
1. นักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน จากน้ันครูและนักเรียนทบทวน ดังนน้ั ขอ ค. จึงเปนคาํ ตอบที่ถกู ตอ ง)
เน้อื หาเดิมหรอื ความรูพ้ืนฐานทีเ่ ก่ียวขอ ง
2. ครูแจกแบบฝกหัด ใบงาน หรือโจทย ใหนักเรยี นทุกกลมุ กลมุ ละ 1 ชุด
เหมอื นกนั จากนัน้ ใหน กั เรียนแบงหนาท่ใี นการทํางาน
3. นักเรยี นทาํ กิจกรรม แลว นาํ เสนอผลงาน จากนั้นใหค รูประเมนิ ผลงาน
ของกลมุ โดยเนนกระบวนการทํางานกลมุ
T74
82
นาํ สอน สรปุ ประเมนิประเมิน
2หนวยการเรียนรทู ่ี ขนั้ ประเมนิ
áç⹌Á¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ตรวจสอบผล
4. อำ่ นขอ้ มลู ทกี่ �ำหนด แล้วตอบค�ำถำม 1. ครูใหนักเรียนดูตารางตรวจสอบตนเองจาก
หนังสือเรียน หนา 65 จากน้ันถามนักเรียน
นักบนิ อวกาศบนดวงจนั ทร รายบุคคลตามรายการขอ 1-5 เพอ่ื ตรวจสอบ
มวลของดวงจันทรนอยกวามวลของ ความรูความเขาใจของนกั เรยี นหลังเรียน
โลกมาก แรงโนมถวงบนดวงจันทร
จึงนอยกวาบนโลกถึง 6 เทา ดังน้ัน 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมที่ 3 เร่ือง
นักบินอวกาศจะมีนํ้าหนักบนดวงจันทร มวลของวัตถกุ ับการเปลี่ยนแปลงการเคลอ่ื นท่ี
ลดลง 6 เทา ทาํ ใหเคล่อื นไหวรา งกาย ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 64
และเคลื่อนที่ไดสะดวก ในทางกลับกัน
บ น ด า ว พ ฤ หั ส บ ดี ซึ่ ง เ ป น ด า ว เ ค ร า ะ ห 3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดใน
ที่ ใหญที่สุดในระบบสุริยะ มีแรงดึงดูด สมุดหรือแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 65
มากกวาโลกถึง 2.5 เทา หากนักบิน
อวกาศยนื อยบู นดาวพฤหสั บดีนา้ํ หนกั จะ 4. ครูตรวจผลการสรุปความรูเก่ียวกับมวลของ
เพม่ิ มากขน้ึ จงึ ทาํ ใหแมแตก ารเดนิ ก็ทํา วตั ถกุ บั การเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทจี่ ากสมดุ
ไดย ากลําบาก ดัดแปลงจาก : หนงั สอื จดุ ประกายความคดิ ชดุ รวู ิทย คิดเปน หรอื ในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 66
1) เมอื่ ดวงจันทร์มีแรงดึงดดู นอ้ ยกว่าโลกถงึ 6 เทา่ นักเรียนคดิ ว่า จะส่งผลดีตอ่ 5. ครตู รวจผลการทาํ กจิ กรรมฝก ฝนทกั ษะในสมดุ
ภารกจิ ส�ารวจดวงจันทร์อยา่ งไรบา้ ง หรือในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 67-69
2) หากนนทช์ ่งั น้า� หนกั ของตนเองบนโลกได้ 60 นวิ ตัน เม่อื ไปอยบู่ นดวงจันทร์ 6. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมทาทายการคิด
นนท์จะมนี ้�าหนกั เทา่ ไร ขนั้ สงู ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 70
3) หากนนทไ์ ปชง่ั นา�้ หนกั บนดาวพฤหสั บดี นนทจ์ ะมนี า้� หนกั เทา่ ไร จงแสดงวธิ คี ดิ 7. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงานกลองกันกระแทก
และการนําเสนอช้ินงาน/ผลงานจากการ
กิจกรรม ทา ทายการคดิ ขน้ั สงู ทํากจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน
ÊกิจÃกŒÒร§รÊมÃä¼ ŧҹ แนวตอบ กจิ กรรมฝก ทักษะ (ตอ )
แบงกลุม แลวชวยกันออกแบบและสรางกลองกันกระแทก หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา แนวตอบ ขอ 4.
เพอื่ ปอ งกนั ความเสยี หายของสง่ิ ตา ง ๆ หากตกหรือหลน จากทีส่ งู 1) ทําใหนักบินอวกาศสามารถเคลื่อนที่ได
โดยกําหนดให ใชวัสดเุ หลอื ใช 2-3 ชนดิ จากน้ันนําเสนอแนวคิด สะดวกมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถหิ้วหรือเคล่ือน
และทดสอบผลงาน แลวปรับปรุง เพ่ือนําไปจัดแสดง ยา ยอปุ กรณตางๆ ไดง ายขึน้
ในวันวิชาการของโรงเรียน 2) เมื่ออยูบนดวงจันทร นนทจะมีน้ําหนัก
เทากบั 10 นวิ ตนั
67 3) นนทอ ยูบ นโลก มนี าํ้ หนกั 60 นิวตัน ซ่งึ บน
ดาวพฤหัสบดีมีแรงโนมถวงมากกวาโลก 2.5 เทา
ดังน้ัน น้ําหนักของนนทบนดาวพฤหัสบดี คือ
60 × 2.5 เทา กบั 150 นวิ ตนั
ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET แนวทางการวัดและประเมินผล
หากชง่ั นํา้ หนักของวตั ถชุ ้นิ หนง่ึ บนดวงจนั ทรไ ด A นิวตัน และเมือ่ ครูสามารถวัดและประเมินผลชิ้นงาน/ผลงานกลองกันกระแทกที่นักเรียน
นําวตั ถชุ ิ้นเดียวกนั น้ไี ปชัง่ บนโลก ผลจะตรงกบั ขอใด สรางขึ้น โดยศึกษาเกณฑประเมินผลงานจากแบบประเมินผลงาน/ช้ินงานที่
แนบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 3 เรอื่ ง มวลกบั การเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นที่
ก. วตั ถุมีนา้ํ หนกั A นิวตนั ของวตั ถุ ดงั ภาพตวั อยาง
ข. วัตถมุ ีนา้ํ หนักมากกวา A นิวตัน
ค. วัตถุมนี ้าํ หนักนอ ยกวา A นิวตนั
ง. มคี า ของนํ้าหนกั ไมแ นนอน
(วิเคราะหคําตอบ แรงดึงดูดของดวงจันทรนอยกวาโลก 6 เทา
ดงั นนั้ หากชง่ั นา้ํ หนกั วตั ถชุ น้ิ เดยี วกนั นาํ้ หนกั ของวตั ถทุ ช่ี งั่ บนโลก
จะมนี าํ้ หนกั มากกวา ทชี่ ง่ั บนดวงจนั ทร 6 เทา ดงั นน้ั ขอ ข. จงึ เปน
คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)
T75
83
แบบฝกหัด หลกั สูตรตปรวั ับอยปา่รงงุ ’60
รายวิชาพืน้ ฐาน
วิทยาศาสตร ป.4
ตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ดั กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
แบบฝก หัดรายวชิ าพ้ืนฐาน ปรับหปลรักุงส'6ตู 0ร แบบฝก หัดรายวชิ าพ้ืนฐาน ปหรลับกั ปสรูตุงร'60
วทิ ยาศาสตร1์ ว4กลุมสาตราะมกหาลรชกัเรสั้นยี ูตนปรรแรูวกิทะนยถกามลศาาศงสกกึตาตรษราศมา(กึมปฉษาบทาตขับรี่ ้ันฐปาพรนื้นับเกฐลปาารมรนเุงรพียพนทุ ร.ธศูแศล.ักะ2รตา5ัวช6ช2้วี05ดั 5)14 2กลุม ตสาามรหะกลาักรสเูตรียรแนกรชูวนทิก้นั ยลปาาศงรกาะสาถรตศรมึกตศษา(ฉาึกมขบมษนั้ าับพาตปปนื้รรฐฐทบัาานนี่ปกรพาุงรุทเเธลรพียศ.มนศกั รร.แูา2ชล5ะ2ต65วั50ช1้วี)ัด
ปเล.ม่ 41 ป.24 ทิ ยาศาสตร์เลม่
64.-
ดร.เพ็ญพกั ตร ภูศลิ ป ดร.พลอยทราย โอฮามา ดร.เพญ็ พักตร ภศู ลิ ป ดร.พลอยทราย โอฮามา
แบบฝกหดั เลม จริงอาจมขี นาดตางไปจากตัวอยา งที่เสนอในเลมนี้
84
ตัวอยา่ ง
สารบัญเล่มแบบฝึกหดั
สารบัญ วทิ ยาศาสตร์ ».4 àÅ‹Á 1 2 54หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ
º··èÕ 1 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡ 54
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ¤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒ¢ͧÊÔè§ÁÕªÇÕ Ôµ 2 กจิ กรรมนําสกู ารเรยี น 54
º··èÕ 1 ¡ÅÁØ‹ ʧÔè ÁªÕ ÕÇÔµ 2 กิจกรรมท่ี 1 ผลของแรงโนม ถว งของโลก 55
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรียน 3 กจิ กรรมที่ 2 แรงดึงดูดของโลกกับนํา้ หนกั ของวัตถุ 58
กจิ กรรมที่ 1 การจัดกลุมสงิ่ มีชวี ิต 6 กจิ กรรมที่ 3 มวลของวัตถุกับการเปล่ยี นแปลงการเคลอ่ื นที่ 63
กจิ กรรมที่ 2 การจัดกลุมพชื 11
กิจกรรมท่ี 3 การจดั กลุม พืชดอก 16 สรุปความรปู ระจําบทท่ี 1 66
กิจกรรมที่ 4 การจดั กลมุ สตั ว กจิ กรรมฝกทกั ษะ 67
20 กจิ กรรมทาทายการคิดขน้ั สูง 70
สรุปความรปู ระจาํ บทท่ี 1 21 กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน 71
กิจกรรมฝกทักษะ 25
กิจกรรมทาทายการคดิ ขั้นสงู 26 º··èÕ 2 µÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ 72
กจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน กิจกรรมนาํ สกู ารเรยี น
27 กจิ กรรมท่ี 1 ตัวกลางของแสง 72
º··Õè 2 ˹ŒÒ·Õè¢Í§Ê‹Ç¹µ‹Ò§ æ ¢Í§¾ª× สรปุ ความรูประจําบทที่ 2 73
กจิ กรรมนําสกู ารเรียน 27 กิจกรรมฝกทกั ษะ 77
กิจกรรมที่ 1 หนา ท่ขี องสว นตาง ๆ ของพืช 28 กิจกรรมทา ทายการคดิ ขั้นสูง 78
กิจกรรมท่ี 2 การคายน้ําของพชื 32 กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน 80
กจิ กรรมท่ี 3 พชื สรา งอาหาร 36 ทบทวนทายหนวย 81
กจิ กรรมท่ี 4 สวนประกอบของดอก 40 82
Project STEM
สรปุ ความรูประจาํ บทที่ 2 43 86
กจิ กรรมฝก ทกั ษะ 44
กจิ กรรมทา ทายการคิดขัน้ สูง 48 วิทยาศาสตร์ ».4 àÅÁ‹ 2
กิจกรรมสรา งสรรคผ ลงาน 49
ทบทวนทา ยหนวย 50 3หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ÇÊÑ ´ØáÅÐÊÊÒÃ
4หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã
สารบญั วิทยาศาสตร์ ».4 àÅÁ‹ 2
3หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ÇÊÑ ´áØ ÅÐÊÊÒà 2................................................................................................................ หนว ยการเรียนรูท ี่ 4 ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã 54
º··Õè 1 ÇÊÑ ´Øã¹ªÇÕ µÔ »ÃШÒí ǹÑ
2 º··Õè 1 ÃкºÊÃØ ÔÂÐ 54
กิจกรรมนําสกู ารเรยี น 2 กจิ กรรมนําสกู ารเรียน
กจิ กรรมท่ี 1 แบบจาํ ลองระบบสรุ ิยะ 54
กจิ กรรมท่ี 1 ประเภทของวสั ดุ 3 สรปุ ความรูประจาํ บทท่ี 1 55
กิจกรรมฝก ทกั ษะ 60
กจิ กรรมท่ี 2 ความแขง็ ของวัสดุ 7 กิจกรรมทา ทายการคิดข้นั สงู 61
กจิ กรรมสรา งสรรคผลงาน 65
กจิ กรรมท่ี 3 สภาพยดื หยุน ของวสั ดุ 11 66
º··èÕ 2 ¡ÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã
กจิ กรรมท่ี 4 การนาํ ความรอ นของวสั ดุ 15 กิจกรรมนําสกู ารเรยี น 67
กิจกรรมที่ 1 การข้นึ และตกของดวงจนั ทร
กจิ กรรมที่ 5 การนาํ ไฟฟา ของวัสดุ 19 กจิ กรรมที่ 2 การเปลยี่ นรูปของดวงจนั ทร 67
สรุปความรปู ระจาํ บทท่ี 2 68
สรปุ ความรปู ระจาํ บทท่ี 1 23 กจิ กรรมฝกทักษะ 71
กิจกรรมทา ทายการคดิ ขัน้ สูง 77
กจิ กรรมฝก ทกั ษะ 24 กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน 78
ทบทวนทา ยหนว ย 80
กิจกรรมทาทายการคิดข้ันสงู 27 81
Project STEM 82
กจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน 28
86
º··Õè 2 ʶҹТͧÊÊÒà 29
กิจกรรมนําสูก ารเรียน
กจิ กรรมท่ี 1 สมบตั ิของของแข็ง 29
กจิ กรรมท่ี 2 สมบัตขิ องของเหลว 30
กจิ กรรมท่ี 3 สมบัติของแกส 34
39
สรปุ ความรปู ระจําบทที่ 2
กจิ กรรมฝกทักษะ 44
กิจกรรมทา ทายการคิดข้นั สูง 45
กจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน 48
ทบทวนทา ยหนวย 49
50
85
2 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âš˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ
º··Õè 1 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡
¡¨Ô ¡ÃÃÁ นําสูก ารเรียน
สังเกตภาพ แลว ขีด ✓ ลงใน กิจกรรมหรือเหตกุ ารณที่เกย่ี วขอ งกับแรงโนมถว งของโลก
1. อานหนังสอื 2. เลนบาสเกตบอล
KYE เกย่ี วของ ✓ ไมเกี่ยวของ ✓ เก่ียวขอ ง ไมเกี่ยวของ
3. แกวหลนแตก 4. กระโดดนํ้า
✓ เกี่ยวของ ไมเ ก่ยี วของ ✓ เกย่ี วขอ ง ไมเ กยี่ วของ
5. นง่ั วาดภาพ 6. ดูโทรทัศน
เก่ยี วขอ ง ✓ ไมเ กย่ี วของ เก่ียวของ ✓ ไมเ กย่ี วของ
54
86
áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡ ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรทใี่ ช
¡¨Ô ¡ÃÃÁ·èÕ 1 1. การสังเกต
2. การลงความเหน็ จากขอมูล
ผลของแรงโนมถวงของโลก 3. การพยากรณหรือการคาดคะเน
4. การตคี วามหมายขอมลู และการลง
จุดประสงค ขอ สรปุ
สงั เกตและอธิบายผลของแรงโนม ถวงของโลกที่มีตอ วัตถุ KYE
ตองเตรียมตองใช
1. กระดาษ 1 แผน
2. ถงุ พลาสติก 1 ใบ
3. ยางลบ 1 กอ น
4. ใบไมแ หง 1 ใบ
ลองทาํ ดู
1. สงั เกตวตั ถทุ น่ี าํ มาใชท าํ กจิ กรรม จากนนั้ คาดคะเนวา
เมอ่ื โยนวตั ถตุ า ง ๆ ขน้ึ ไปในอากาศ วตั ถจุ ะตกลงสพู นื้
หรือไม แลว บนั ทึกผล
2. ทํากิจกรรมเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยขยํา
แผน กระดาษแลว โยนข้นึ ไปในอากาศ จากนัน้ สงั เกต
การเคลือ่ นท่ขี องกอ นกระดาษและบันทกึ ผล
3. ทาํ การทดลองซํ้าขอ 2. แตเ ปลี่ยนวัตถเุ ปนใบไมแหง
ถงุ พลาสติก และยางลบ ตามลาํ ดบั
4. รว มกนั อภปิ รายขอ มลู จากการสงั เกตและสรปุ ผลการ
ทาํ กิจกรรม แลวนําเสนอหนา ชน้ั เรยี น
55
87
บนั ทกึ ขอ มูล
ทดลองปลอยวัตถุจากที่สูง
ระบปุ ญ หา : แรงโนมถวงของโลก มีผลตอวัตถุอยา งไร
สมมตฐิ าน : แรงโนม ถวงของโลกมผี ลทาํ ใหว ตั ถุทกุ ชนิดตกลงสูพ ้ืนโลก................................................................................................................................................................................................................................................................
µÒÃÒ§ º¹Ñ ·¡Ö ¼Å¡Ò÷Òí ¡¨Ô ¡ÃÃÁ
วตั ถุ การคาดคะเน ผลการทดลอง ภาพทศิ ทางการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ
(ตกพืน้ /ไมตกพน้ื ) (ตกพน้ื /ไมตกพื้น)
กอ นกระดาษ (ตวั อยาง)
ตกพื้น ตกพน้ื........................................................ ........................................................
ใบไม
ตกพืน้ ตกพน้ืKYE ........................................................ ........................................................
ยางลบ
ตกพ้ืน ตกพน้ื........................................................ ........................................................
ถุงพลาสตกิ
ตกพื้น ตกพน้ื........................................................ ........................................................
สรปุ ผล
จากการทดลอง พบวา เม่อื เราปลอยวตั ถใุ หตกจากทสี่ งู หรือโยนวตั ถุขึ้นไปในอากาศ วตั ถุจะตกลง..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
สูพื้นโลกเสมอ ท่ีเปนเชนน้ี เพราะโลกมีแรงโนม ถว งกระทาํ ตอ วตั ถตุ า ง ๆ บนโลก จึงดงึ ดูดวตั ถุตา ง ๆ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ใหต กลงสพู นื้ โลกได..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
56
88
หนตู อบได ภาพทีเ่ ปน ผลมาจากแรงโนมถวงของโลกกระทาํ ตอ วตั ถุ
✓
1. ขดี ✓ ใน
✓
กระโดดรม ฝนตก
✓
ขับรถยนต นาํ้ ตกจากภูเขา KYE
2. เพราะเหตใุ ด เม่ือโยนวตั ถุข้นึ ไปในอากาศ วัตถจุ งึ ตกลงสูพน้ื เสมอ
เพราะมแี รงโนม ถว งของโลกหรอื แรงดงึ ดดู ของโลกกระทาํ ตอ วตั ถทุ กุ ชนดิ บนโลก ไมว า จะโยนวตั ถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ขนึ้ ไปในอากาศหรอื ปลอ ยวตั ถจุ ากทีส่ งู วตั ถุตาง ๆ จะตกลงสูพื้นเสมอ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. “แรงโนม ถว งของโลกทาํ ใหท กุ สงิ่ บนโลกไมล อยไปในอากาศ จงึ ถอื วา เปน ผลดตี อ สงิ่ มชี วี ติ
บนโลก” นักเรยี นเหน็ ดว ยกบั ขอ ความนหี้ รือไม เพราะอะไร (ตัวอยา ง)
✓ เห็นดว ย เพราะ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกจําเปนตองใชประโยชนจากแรงโนมถวงของโลก...............................................................................................................................................................................................................
เพอื่ ทาํ ใหส ามารถอยบู นพน้ื โลกได และชว ยใหก ารดาํ รงชวี ติ ประจาํ วนั สะดวกขน้ึ เชน ชว ยผอ นแรงเมอ่ื..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ตองยกของลงจากท่สี ูง เปนตน..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
✓ ไมเ ห็นดวย เพราะ ส่งิ ไมม ีชีวติ ทุกชนิดบนโลกตง้ั อยบู นพื้นได เนอ่ื งจากมีแรงโนม ถว งของ.......................................................................................................................................................................................................
โลกดงึ ดดู ไวเ ชน เดยี วกบั สง่ิ มชี วี ติ จงึ ทาํ ใหไ มล อยไปมาในอากาศ ดงั นนั้ สง่ิ มชี วี ติ และสงิ่ ไมม ชี วี ติ บนโลก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
จงึ ใชป ระโยชนจ ากแรงโนม ถว งของโลกเหมอื นกนั..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
หมายเหตุ : นักเรยี นอาจตอบวาเหน็ ดวยหรือไมเ ห็นดว ยก็ได ใหค รูพจิ ารณาจากเหตผุ ลสนับสนนุ 57
89
¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Õè 2 ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรท ี่ใช
แรงดึงดูดของโลกกับน้ําหนักของวัตถุ
จดุ ประสงค 1. การวัด
2. การสงั เกต
สงั เกตและอธิบายการวดั นํา้ หนกั ของวัตถโุ ดยใชเ คร่ืองชง่ั สปริง 3. การลงความเหน็ จากขอมูล
4. การพยากรณหรอื การคาดคะเน
ตองเตรียมตองใช 5. การตคี วามหมายขอมลู และการลง
ขอ สรุป
1. หนังสือ 1 เลม 2. ถงุ ทราย 1 ถงุ
3. กอนหิน 1 กอน 4. ถานไฟฉาย 1 กอ น
5. ดนิ นํ้ามัน 1 กอน 6. เครอื่ งชง่ั สปรงิ แบบตัง้ 1 เครอ่ื ง
7. ถุงพลาสตกิ 1 ใบ 8. เครอื่ งชง่ั สปริงแบบแขวน 1 เครอื่ ง
9. กลองดนิ สอ 1 กลอง 10. ผลไม 1 ชนดิ (ครูเตรียมไว) เชน ฝรงั่ เปนตน
KYE ลองทาํ ดู µÍ¹·Õè 1
1. สงั เกตเครื่องชั่งสปรงิ แบบแขวนและตวั เลขบนเครื่องช่ัง จากนั้นวาดภาพลงในกรอบ
2. รวมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั วิธีการใชง านเครือ่ งชั่งสปรงิ แบบแขวน
3. สังเกตถานไฟฉาย ดินนํ้ามัน ถุงทราย และกอนหิน แลวคาดคะเนวา วัตถุเหลานั้น
มนี าํ้ หนักเทาใด แลว บันทึกผล
4. ทาํ กจิ กรรมเพอื่ ตรวจสอบผลการคาดคะเน
โดยนาํ ถา นไฟฉายใสถ งุ พลาสตกิ แลว แขวน
กบั ตะขอของเครอื่ งชง่ั สปรงิ จากนน้ั สงั เกต
ตัวเลขบนเครื่องช่ัง แลวบันทึกนํ้าหนัก
(ทําซํ้าอกี 2 ครั้ง แลวหาคาเฉล่ยี *)
5. ทาํ กจิ กรรมซา้ํ ขอ 4. โดยเปลยี่ นวตั ถเุ ปน
ดนิ นา้ํ มนั ถงุ ทราย และกอ นหนิ ตามลาํ ดบั
จากน้นั รว มกันสรุปผลการทํากจิ กรรม
*หมายเหตุ : การหาคา เฉลี่ยทาํ ไดโ ดยนาํ คาท่หี าไดทงั้ หมดบวกกัน แลวหารดวยจาํ นวนครั้ง
58
90
µÍ¹·èÕ 2
1. สังเกตเคร่อื งช่งั สปริงแบบตง้ั และตวั เลขบนเครือ่ งชัง่ แลววาดภาพลงในกรอบ
2. รวมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั วธิ กี ารใชงานเคร่ืองช่ังสปรงิ แบบต้ัง
3. สังเกตกลองดินสอ หนังสือ ถุงทราย และผลไมท่ีครูเตรียมไว แลวคาดคะเนวา วัตถุ
เหลา นีม้ ีน้ําหนกั เทา ใด และบนั ทกึ ผล
4. ชวยกนั ทาํ กจิ กรรมเพ่อื ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยวางเครอ่ื งชั่งสปริงแบบตงั้ ใหอ ยใู น
ระดบั เดยี วกบั พนื้ ราบ แลว นาํ กลอ งดนิ สอวางบนถาดชงั่ จากนนั้ สงั เกตตวั เลขบนเครอ่ื งชงั่
แลว บนั ทึกคา (ทําซํ้าอกี 2 คร้งั แลวหาคา เฉลยี่ *)
5. ทําซํ้าขอ 4. โดยเปลย่ี นวตั ถุทีใ่ ชช่ังเปน หนังสอื ถงุ ทราย และผลไม ตามลาํ ดบั จากนนั้
รว มกนั สรปุ เกย่ี วกบั การวดั นาํ้ หนกั ของวัตถโุ ดยใชเ ครอื่ งชงั่ สปรงิ
˹¡Ñ àÍà·Ð ‹Ò..ä.ùРKYE
59
91
บันทกึ ขอมลู
ระบุปญ หา : แรงโนม ถวงของโลกทําใหวตั ถแุ ตล ะชนดิ มนี ํ้าหนักเทากันหรือไม
สมมตฐิ าน : แรงโนมถวงของโลกทาํ ใหว ตั ถุแตละชนิดมนี ํา้ หนกั แตกตา งกัน................................................................................................................................................................................................................................................................
µÍ¹·èÕ 1 การวัดน้ําหนักของวัตถุโดยใชเคร่ืองช่ังสปริงแบบแขวน
ลกั ษณะของเครื่องชงั่ สปรงิ แบบแขวน (ตวั อยา ง)
KYE µÒÃÒ§ º¹Ñ ·Ö¡¼Å¡Ò÷Òí ¡¨Ô ¡ÃÃÁ นา้ํ หนักของวตั ถุที่ชงั่ ได (นิวตนั )
การคาดคะเน คร้งั ท่ี 1 คร้ังที่ 2 ครง้ั ท่ี 3 คา เฉลย่ี
วัตถทุ ี่นาํ มาชง่ั น้าํ หนกั ของวตั ถุ
ถานไฟฉาย ..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
ดนิ น้าํ มนั ..................................................... .....................................
ถุงทราย ..................................................... ผลข้ึนอยูกับมวลของวตั ถทุ น่ี าํ มาทดลอง..................................... ..................................... ..................................... .....................................
..................................... ..................................... .....................................
กอนหนิ ..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
สรปุ ผล
จากการทดลอง พบวา มวลของวตั ถมุ ผี ลตอ แรงโนม ถว งของโลก โดยสงั เกตไดจ ากการยดื ของสปรงิ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ในเครื่องชั่งสปริง หากวัตถชุ นดิ ใดมมี วลนอย แรงโนม ถวงของโลกทีก่ ระทําตอวตั ถุจะนอย ทําใหว ัตถมุ ี..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
นาํ้ หนกั นอ ย หากวตั ถชุ นดิ ใดมมี วลมาก แรงโนม ถว งของโลกทกี่ ระทาํ ตอ วตั ถจุ ะมากขนึ้ ตามไปดว ย ทาํ ให..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
วัตถมุ นี ้ําหนักมาก ดงั นัน้ แรงโนมถวงของโลกจึงทําใหว ัตถแุ ตละชนดิ มนี ํา้ หนกั แตกตางกนั..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
60
92
µÍ¹·èÕ 2 การวัดนํ้าหนักของวัตถุโดยใชเครื่องช่ังสปริงแบบต้ัง (ตัวอยา ง)
ลักษณะของเคร่ืองชั่งสปริงแบบตัง้
µÒÃÒ§ ºÑ¹·Ö¡¼Å¡Ò÷íÒ¡Ô¨¡ÃÃÁ KYE
วตั ถทุ ่นี าํ มาชัง่ การคาดคะเน นํ้าหนักของวตั ถทุ ีช่ ่งั ได (นวิ ตัน)
นาํ้ หนักของวตั ถุ คร้ังที่ 1 ครงั้ ท่ี 2 ครั้งที่ 3 คาเฉลยี่
กลองดนิ สอ ..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
หนังสือ ..................................................... .....................................
ถงุ ทราย ..................................................... ผลข้นึ อยูกับมวลของวัตถุท่ีนาํ มาทดลอง..................................... ..................................... ..................................... .....................................
..................................... ..................................... .....................................
ฝรงั่.....................................................
..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
สรปุ ผล
จากการทดลอง พบวา ในตําแหนง เดียวกันบนโลก วตั ถทุ มี่ ีมวลนอ ย แรงโนมถว งของโลกทก่ี ระทํา..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ตอวัตถุจะนอย ทําใหวัตถุมีน้ําหนักนอย วัตถุท่ีมีมวลมาก แรงโนมถวงของโลกที่กระทําตอวัตถุจะมาก..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ทาํ ใหว ัตถหุ นักมาก ดังนนั้ แรงโนมถว งของโลกที่กระทําตอวตั ถุแตละชนิดจงึ มคี าแตกตางกันขึน้ อยูกับ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
มวลของวัตถุ สง ผลทาํ ใหวัตถแุ ตล ะชนิดมนี าํ้ หนกั แตกตางกัน..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
61
93
หนูตอบได
1. แรงโนมถวงของโลกมคี วามสมั พันธกับมวลของวตั ถหุ รือไม อยา งไร
มคี วามสมั พนั ธก นั ถา วตั ถมุ มี วลนอ ย แรงโนม ถว งของโลกทก่ี ระทาํ ตอ วตั ถนุ น้ั จะมคี า นอ ย ถา วตั ถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
มีมวลมาก แรงโนม ถวงของโลกท่กี ระทําตอ วตั ถุนนั้ จะมคี า มาก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. วัตถแุ ตละชนดิ บนโลกมมี วลเทากนั หรือไม เพราะอะไร
วัตถุแตล ะชนิดบนโลกมมี วลไมเ ทา กนั เพราะวัตถุแตละชนิดอาจมีขนาดและรปู ราง รวมถึงปรมิ าณ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ของเน้ือวตั ถุทีม่ ีอยูในวตั ถุนั้นแตกตางกันไป..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. เพราะเหตใุ ด วัตถุตา ง ๆ บนโลกจึงมนี ํ้าหนกั แตกตางกนั
เพราะวัตถุตาง ๆ บนโลกมีมวลตางกัน ทําใหมีแรงโนมถวงของโลกหรือแรงดึงดูดของโลกมา..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
กระทาํ ตอ วัตถเุ หลาน้ันแตกตางกันไป วตั ถตุ าง ๆ จึงมนี ้ําหนกั ไมเทากนั..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. ขดี ✓ ลงในชอ งวางหนาขอความที่เปนผลจากแรงโนมถว งของโลกKYE ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
✓………………… 1) วตั ถทุ ุกชนิดทอ่ี ยบู นโลกมีนา้ํ หนัก เพราะมีแรงดงึ ดูดของโลก
………………… 2) เมอื่ เดินขึ้นบันไดหลายชน้ั จะรสู กึ เหน่ือยกวาเดินท่ีพนื้ ราบ
✓………………… 3) ใบไมแ หง หลดุ รว งจากตนตกลงสพู ืน้ ดิน
………………… 4) นกมปี กจงึ สามารถบินอยใู นอากาศได
✓………………… 5) น้ําตกไหลจากท่ีสงู ลงสทู ่ีต่ํา
5. หากตองการทราบวา ฝร่ัง 1 ผล มีนํ้าหนักเทาไร เราควรเลือกใชเครื่องมือชนิดใด
เพือ่ หานํา้ หนักของผลฝรัง่ ระหวา งใชเ ครื่องช่ังสปรงิ แบบแขวนกับเคร่อื งชง่ั สปริงแบบตง้ั
เพราะอะไร (ตัวอยา ง)
✓ เครือ่ งชงั่ สปรงิ แบบแขวน เพราะ มขี นาดเลก็ พกพาสะดวกและใชง านงา ย เหมาะสาํ หรบั.........................................................................................................................................................
ใชวัดน้ําหนักวัตถุที่มขี นาดเล็ก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
✓ เครื่องชั่งสปรงิ แบบตั้ง เพราะ สามารถรบั นํา้ หนักของวัตถไุ ดม าก ช่งั วตั ถไุ ดหลายขนาด...................................................................................................................................................................
ใชงานงายและใหรายละเอยี ดขอมูลชดั เจน..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
62 หมายเหตุ : นกั เรียนอาจเลอื กตอบขอใดกไ็ ด ใหครพู จิ ารณาจากเหตผุ ลสนบั สนนุ
94
¡Ô¨¡ÃÃÁ·èÕ 3 ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรท่ใี ช
มวลของวัตถุกับ 1. การวดั
การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ 2. การสังเกต
3. การทดลอง
จดุ ประสงค 4. การลงความเหน็ จากขอ มลู
5. การพยากรณหรอื การคาดคะเน
สังเกตและอธบิ ายมวลของวัตถทุ ่ีมผี ลตอ การเปลย่ี นแปลง 6. การตคี วามหมายขอมลู และการลง
การเคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ ขอสรุป
ตอ งเตรยี มตองใช
1. คานไม 1 อัน 2. น้าํ เปลา 500 มิลลิลิตร
3. นาฬกาจับเวลา 1 เรือน 4. เชือกยาวขนาดเทา กัน 2 เสน
5. เครือ่ งชั่งสปรงิ แบบตัง้ 1 เคร่ือง 6. ขวดนาํ้ พลาสตกิ ใสขนาดเทากนั 2 ขวด
KYE
ลองทาํ ดู
1. แบง กลมุ กลมุ ละ 3 - 4 คน จากนน้ั เตมิ นา้ํ
ใสในขวดพลาสติกใบท่ี 1 ใหเต็มขวด
และเติมนํ้าใสในขวดพลาสติกใบที่ 2
ประมาณครงึ่ ขวด แลว ปด ฝาขวดทง้ั 2 ขวด
จากนั้นใชเชือกขนาดเทากันมัดที่ปาก
ขวดท้ัง 2 ใบ
2. ชวยกันคาดคะเนวา ถานําปลายเชือกที่มัดปากขวดท้ัง 2 ใบ ไปผูกกับคานไมท่ีพาด
ระหวางโตะ 2 ตัว แลวผลักขวดท้ัง 2 ใบ ดวยแรงท่ีเทากัน ขวดใบใดจะเคล่ือนท่ีงาย
กวา กัน และขวดใบใดจะหยดุ งา ยกวา กนั
3. ทดลองเพอื่ ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยสงั เกตการเคลอ่ื นทแ่ี ละจบั เวลาวา ขวดแตล ะใบ
เคลื่อนท่ีเปนเวลาเทา ไรจึงหยุดเคลอ่ื นที่ แลวบันทึกผล
4. ใชเ ครอ่ื งช่ังสปริงแบบตงั้ ช่ังมวลของขวดทงั้ 2 ใบ จากน้ันอา นคาและบนั ทึกผล
5. แตละกลุมชว ยกนั เปรียบเทยี บมวลและเวลาในการเคลื่อนทีข่ องขวดทั้ง 2 ใบ
6. ชวยกันสรุปผลการทดลอง พรอ มนาํ เสนอหนา ช้ันเรียน
63
95
บนั ทึกขอ มลู
ทดลองมวลของวัตถุที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ี
ระบุปญหา : มวลของวตั ถมุ ีผลตอการเปล่ยี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวตั ถุอยางไร
สมมติฐาน : วัตถุท่ีมีมวลมากจะเคลื่อนท่ีหรือหยดุ เคลอื่ นท่ไี ดช า และยากกวาวัตถุที่มีมวลนอ ย................................................................................................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................................................................................................
µÒÃÒ§ º¹Ñ ·¡Ö ¼Å¡Ò÷Òí ¡¨Ô ¡ÃÃÁ การทดลอง
สงิ่ ทสี่ งั เกต
ผลกั ขวดทีม่ ีนาํ้ ครึ่งขวด ผลักขวดที่มีน้าํ เต็มขวด
ลักษณะการเคล่ือนทีข่ องขวด
เคลื่อนท่ีไดงายกวาขวดท่ีมีนํ้า....................................................................................... เคล่ือนท่ีไดยากกวาขวดที่มีนํ้า.......................................................................................
KYE เต็มขวด และหยุดการเคล่อื นที่....................................................................................... ครงึ่ ขวด และหยดุ การเคลอื่ นท่ี.......................................................................................
ไดเร็วกวา....................................................................................... ไดช า กวา.......................................................................................
เวลาทขี่ วดเร่มิ เคล่อื นทถ่ี งึ เวลา
ทีข่ วดหยุดเคลือ่ นท่ี (นาที) ....................................................................................... .......................................................................................
คา มวลทชี่ ั่งได (กรมั )
....................................................................................... .......................................................................................
ขึ้นอยกู ับผลการทดลอง....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
ข้ึนอยูกับผลการทดลอง....................................................................................... .......................................................................................
....................................................................................... .......................................................................................
สรุปผล
จากการทดลอง พบวา ขวดที่มีนํ้าเต็มขวดมีมวลมากกวาขวดท่ีมีนํ้าอยูคร่ึงขวด จึงทําใหมีการ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีไดชาและยากกวา และเมื่อขวดนั้นเคลื่อนท่ีไปแลวจะทําใหหยุดการเคลื่อนท่ี..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ไดยากกวาขวดท่ีมีนํ้าอยูครึ่งขวด แสดงวา มวลของวัตถุมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
โดยวัตถุทม่ี มี วลมากจะเปล่ียนแปลงการเคล่ือนทีไ่ ดย ากกวา วตั ถุทีม่ มี วลนอ ย..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
64
96
หนูตอบได
1. มวลของวัตถุและการเคลือ่ นทขี่ องวตั ถมุ ีความสมั พนั ธก ันหรือไม อยา งไร
มคี วามสมั พนั ธก นั โดยวตั ถทุ ม่ี มี วลมากจะเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นทหี่ รอื เคลอื่ นยา ยไดย ากกวา วตั ถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ทมี่ ีมวลนอย ดงั น้นั มวลของวัตถุจึงมผี ลตอ การเปล่ยี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวัตถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. ดภู าพ แลว เตมิ ขอ ความเกย่ี วกบั มวลและการเปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นทีข่ องวัตถุ
1) ตูไมใ นภาพมีมวล มาก....................................................... 2) หนงั สอื ในภาพมมี วล นอ ย.................................................. KYE
จงึ มีผลตอ การเคล่ือนทอ่ี ยางไร จงึ มีผลตอ การเคลื่อนทอ่ี ยา งไร
ทาํ ใหว ตั ถเุ ปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นท่ี................................................................................................................ ทําใหวัตถุเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ี......................................................................................................................
หรอื เคล่ือนยายไดย าก................................................................................................................ หรือเคลอ่ื นยา ยไดง าย......................................................................................................................
3. มวลและนํ้าหนักมีความสัมพนั ธก นั อยางไร
โลกจะดงึ ดดู วตั ถทุ ม่ี มี วลมากดว ยแรงมาก จงึ ทาํ ใหว ตั ถนุ น้ั มนี า้ํ หนกั มาก และโลกจะดงึ ดดู วตั ถทุ ม่ี ี..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
มวลนอยดวยแรงนอ ย จึงทําใหวตั ถุน้ันมนี ้าํ หนกั นอ ย..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. “รถชนิดตาง ๆ ที่แลนบนถนนมีหลายขนาดดวยกัน ซ่ึงรถที่มีขนาดใหญจะมีมวลมาก
จงึ เคลือ่ นทีไ่ ดย ากกวารถท่ีมขี นาดเล็ก” นักเรียนเหน็ ดวยหรอื ไม เพราะอะไร (ตวั อยาง)
✓ เหน็ ดวย เพราะ รถขนาดใหญจะมีมวลมากกวารถขนาดเล็ก จึงมีผลทําใหรถขนาดใหญ...............................................................................................................................................................................................................
เปลี่ยนแปลงการเคล่ือนทไี่ ดย ากกวา รถที่มีขนาดเล็ก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
✓ ไมเ หน็ ดวย เพราะ รถขนาดใหญส ามารถเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทหี่ รอื เคลอ่ื นยา ยไดร วดเรว็.......................................................................................................................................................................................................
เหมอื นรถขนาดเล็ก หากรถขนาดใหญวง่ิ ดว ยความเรว็ สงู มาก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
หมายเหตุ : นกั เรยี นอาจตอบวา เหน็ ดวยหรือไมเ ห็นดวยก็ได ใหค รพู ิจารณาจากเหตผุ ลสนับสนุน
65
97