The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวการจัดการสอนวิทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nonglak Sritong, 2019-07-13 05:31:19

แนวการจัดการสอนวิทย์

แนวการจัดการสอนวิทย์

ใบงานท่ี 2.1 เฉลย

เรอ่ื ง ผลของแรงโนม้ ถ่วงของโลก
คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนดภู าพแลว้ บอกว่า เก่ียวข้องกบั แรงโนม้ ถ่วงของโลกอยา่ งไร

1. ภาพ น้าตก
เก่ยี วข้องกับแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างไร
แรงโนม้ ถ่วงของโลกดงึ ดดู ให้น้าไหลจากทสี่ ูงลงสทู่ ี่ตา่

2. ภาพ แก้วน้าหลน่ แตก
เก่ียวขอ้ งกบั แรงโน้มถว่ งของโลกอยา่ งไร
แรงโน้มถ่วงของโลกดึงดูดให้ส่ิงของต่าง ๆ หล่นลงพ้ืน
เสมอ แกว้ น้าเมือ่ หลน่ ลงพืน้ จึงเกิดชารุดเสียหาย

3. ภาพ ชั่งน้าหนักสงิ่ ของ
เกีย่ วขอ้ งกับแรงโน้มถว่ งของโลกอย่างไร
แรงโน้มถ่วงของโลกทาให้สิ่งของหรือวัตถุต่าง ๆ มี
น้าหนัก เราจงึ สามารถนามาใช้วัดน้าหนักของส่ิงต่าง ๆ
ได้

48

9. ความเหน็ ของผ้บู รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่ือ .................................
( ................................ )
ตาแหนง่ .......

10. บนั ทึกผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

 ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางวทิ ยาศาสตร์

 ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

49

การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ ท่ี 3

แบบประเมนิ ผลงานกลอ่ งกันกระแทก

ลาดบั ที่ รายการประเมิน 3 ระดับคุณภาพ
(ด)ี 21
1 การออกแบบชิน้ งาน รวม
2 การเลอื กใช้วสั ดุเพือ่ สร้างช้ินงาน (พอใช้) (ปรับปรุง)
3 ความสมบูรณ์ของชิน้ งาน
4 การสร้างสรรคช์ ิน้ งาน
5 กาหนดเวลาสง่ งาน

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............./.................../..............

50

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานกล่องกันกระแทก (แผนฯ ท่ี 3)

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน
1. การออกแบบชนิ้ งาน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ชิ้นงานมีความถูกต้องตามท่ี ชิ้นงานมคี วามถูกต้องตามท่ี ชิ้นงานมีความถูกต้องตามที่
2. การเลือกใช้วสั ดุเพ่ือ ออกแบบไว้ มขี นาดเหมาะสม ออกแบบไว้ มขี นาดเหมาะสม ออกแบบไว้ มีขนาดเหมาะสม
สร้างชิ้นงาน รูปแบบน่าสนใจ แปลกตา รูปแบบน่าสนใจ และ รปู แบบน่าสนใจ
และสรา้ งสรรคด์ ี สรา้ งสรรค์
3. ความสมบรู ณ์ของ เลอื กใชว้ สั ดมุ าสร้างชน้ิ งาน เลอื กใช้วสั ดมุ าสร้างชนิ้ งาน เลือกใชว้ ัสดุมาสรา้ งชิ้นงานไม่
ช้ินงาน ตามที่กาหนดได้ถกู ต้อง และ ตามท่กี าหนดได้ถูกต้อง และ ตรงตามท่ีกาหนด แตว่ ัสดุมี
วัสดุมีความเหมาะสมกบั การ วัสดมุ ีความเหมาะสมกับการ ความเหมาะสมกับการสรา้ ง
4. การสรา้ งสรรค์ชิ้นงาน สร้างช้นิ งานดีมาก สร้างชน้ิ งานดี ชน้ิ งาน
5. กาหนดเวลาส่งงาน ช้ินงานมีความแขง็ แรง ช้นิ งานมีความแขง็ แรงทนทาน ชน้ิ งานไม่มีความแข็งแรง
ทนทาน สามารถนาไปใช้งาน สามารถนาไปใชง้ านได้จริง สามารถนาไปใชง้ านได้บา้ ง
ได้จรงิ และใชไ้ ด้ดีมาก และใชไ้ ดด้ ี
ตกแต่งชิน้ งานได้สวยงามดี ตกแตง่ ช้นิ งานได้สวยงามดี ตกแตง่ ชน้ิ งานได้สวยงามน้อย
มาก
ส่งชนิ้ งานภายในเวลาที่ สง่ ช้ินงานชา้ กว่ากาหนด ส่งชิน้ งานช้ากว่ากาหนดเกนิ
กาหนด 1-2 วัน 3 วันข้ึนไป

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดมี าก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ต่ากว่า 8 ปรับปรุง

51

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แผนฯ ท่ี 4

แบบประเมินผลงานสมดุ ภาพจาแนกวัตถุ

ลาดับที่ รายการประเมนิ 3 ระดบั คุณภาพ
(ด)ี 21
1 รปู เล่ม/การสร้างผลงาน รวม
2 ความสมบูรณข์ องเนื้อหา (พอใช)้ (ปรบั ปรุง)
3 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา
4 กาหนดเวลาสง่ งาน

ลงชื่อ...................................................ผูป้ ระเมนิ
............./.................../..............

52

เกณฑ์การประเมินผลงานสมดุ ภาพจาแนกวตั ถุ (แผนฯ ท่ี 4)

รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคุณภาพ/ระดบั คะแนน
1. รูปเลม่ /การสรา้ ง ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ตกแตง่ ผลงานได้สวยงาม ตกแต่งผลงานได้สวยงาม ตกแตง่ ผลงานได้สวยงาม
ผลงาน มคี วามคดิ สร้างสรรค์ดีมาก มีความคิดสร้างสรรคด์ ี มีความคิดสรา้ งสรรค์ ทางาน
2. ความสมบรู ณข์ อง ทางานสะอาดและเรยี บรอ้ ยดี ทางานสะอาดและเรยี บร้อยดี สะอาดและเรยี บร้อยน้อย
มาก
เน้อื หา สารวจวัตถใุ นโรงเรยี นได้ครบ สารวจวตั ถุในโรงเรียนได้ครบ สารวจวตั ถุในโรงเรยี นได้น้อย
3. ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา 20 ช้นิ 10-19 ชนิ้ กวา่ 10 ชิ้น
จาแนกวตั ถุทส่ี ารวจเปน็ จาแนกวตั ถทุ ่ีสารวจเปน็ จาแนกวตั ถทุ ่ีสารวจเป็น
4. กาหนดเวลาสง่ งาน ตวั กลางโปร่งใส ตัวกลางโปรง่ ตัวกลางโปรง่ ใส ตัวกลางโปร่ง ตัวกลางโปรง่ ใส ตวั กลางโปร่ง
แสง และวัตถุทบึ แสงได้ แสง และวตั ถุทบึ แสงได้ แสง และวัตถุทึบแสงได้
ถูกต้องครบถว้ น ถูกต้องบ้าง ถกู ต้องนอ้ ยมาก
ส่งชน้ิ งานภายในเวลาท่ี ส่งชนิ้ งานชา้ กวา่ กาหนด สง่ ชิน้ งานช้ากว่ากาหนดเกิน
กาหนด 1-2 วัน 3 วันขน้ึ ไป

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
11-12 ดีมาก
9-10 ดี
6-8 พอใช้
ตา่ กวา่ 6 ปรบั ปรงุ

53

แบบประเมินการนาเสนอผลงาน

คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ระดับคะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ 32 1

1 เน้อื หาละเอียดชัดเจน  

2 ความถูกต้องของเน้ือหา  

3 ภาษาท่ใี ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย  

4 ประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากการนาเสนอ 

5 วิธีการนาเสนอผลงาน 

รวม

ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ
............./.................../..............

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ

54

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ 32 1

1 การแสดงความคิดเห็น  

2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของผ้อู ่นื  

3 การทางานตามหน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมาย  

4 ความมีน้าใจ 

5 การตรงต่อเวลา 

รวม

ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............./.................../..............

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

55

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่

คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกับระดับคะแนน

ลาดบั ที่ ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับฟงั การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ของนกั เรียน ความคดิ เหน็ คนอื่น ตามท่ไี ด้รับ ส่วนร่วมใน 15
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ผลงานกลมุ่

321321321321321

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............./.................../..............
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14-15 ดีมาก
11-13 ดี
8-10 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง

56

แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คาชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งที่
ตรงกบั ระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น รายการประเมนิ 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทสี่ ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียน
1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเก่ียวกบั สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นจดั ขน้ึ
2. ซ่ือสัตย์ สจุ ริต 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบัตใิ นสงิ่ ที่ถกู ตอ้ ง
3. มวี นิ ัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครัว
มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวัน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ิได้
4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
4.3 เชือ่ ฟังคาสงั่ สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง
4.4 ต้ังใจเรียน
5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และส่งิ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและรู้คณุ ค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน
6. มุ่งมน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรคเพือ่ ให้งานสาเรจ็
7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสานกึ ในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทางาน
8.2 รู้จกั การดูแลรกั ษาทรัพยส์ มบัติและส่งิ แวดล้อมของห้องเรียนและโรงเรียน

ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............./.................../..............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั บิ างคร้งั

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
51-60 ดมี าก
41-50 ดี
30-40 พอใช้
ตา่ กวา่ 30 ปรบั ปรงุ

57

คูม่ ือครู หลักสตู รตปรวั ับอยปา่รงุง’60

รายวชิ าพ้ืนฐาน

วทิ ยาศาสตร ป.4
ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

คู่มือครู ÐàÞéâ · ®­­¢ ¬%;T6=$ ¾± ¬ +U;I;M; T M;T ¬LS;=$M;T àê« ¬ET'TM ±;µ S*<LT9YO _¥EODWT+;CE_W =TGDDWg I;V-¦ T¬@ @Y;h VC2@T ±; LW ¥ÀÊÖȦ
แจกฟรี ʚʃʍʉγ ˺2ʮ ʏɿΥ ʊʘʐʘʒɽʋ2 ΰเฉพาะครผู ้สู อน
˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ¡ÒçÒI¹V9ÍDTÒJªT¾ÕL7áEÅ Ð=ષ° ¤_Gâ¹C â Å® ÂÕ ». ๑ แจกฟรีเเฉฉพพาาะะคครรผููผู้สสู้ ออนน
คมู่ อื คM;*S LOY _EWD;ETDIV-T@hY;2T;
เพเพ่มิ เพิม่ เพ่มิ เพกิม่ เจิพขิ่มเก้อพC่ิมรสเhพCรอม่ิ aมบhTิ่มใpเaeชน2tPpa้ปe้น1etcคrกรedshำtคาCะraCeอรกำogOerคธแอnonvิดGิบนcgบteuา/ะeuyกrนยขiprvdา้อำyรtieeรสกาOSwอสยาOkvบรวอvieแใlิชeนชlrนsาrv้ควviู่กeiOewบั -wNหEนTงั สอื เรียน 4$GC Z 7LTTCEMRG$S$TEL_[7EEWD`;$E;[ IV9$DGTTJ*$TTLE7J E$X - K7 ;hS¤TT,%C=<;hSCES<@TR7=;Yh E82E2TS<CT;;=J $E@$XTZ*Z9E K:_@EJTWDª$S=J;EªE9 T [`2-W gG 5®R±67±SI_0­G- )WIh C 6S
ʏɿΥ ʊʘʐʘʒɽ4ʋ_G C1ΰ รู อจท. -;Sh =ER8CJX$KT= 9 gW ภาพปกนม้ี ขี 6นาEดª_เ@ทา่‰f ก@บั หS$น7งั Eส อื Bเร J[ ยี VGน=ฉบ
บั จร6งิ Eขªอ@งGนOกั Dเร9ยี EนTD aOPTC T
คู่มอื ครู
ʃʚʍ˺ʉγ ʮ1 2560 $GC Z LT7ETRC$MTGE_S$ELDW 7[;EE`I[ $V9;D$TJGTTL*$7TE7E T J C $X¤C,KT<T7%S<E;hS 2=@TE;h;Y S<$2=TT;EE_*Z E@ DW @Z9;:ªEJJ[` ªG$S RE7T-SI -®IWh±S6±)­
˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ¡ÒçҹÍÒª¾Õ áÅÐà·¤â¹âÅÂÕ ». ๑ 6Eª_@f‰@S$7E 6Eª@GOD9ETD

คมู่ อื ครู อจท.เเใพเชพเพเพเ้ปิ่มพเพ่ิมเพม่ิรพิม่ ่ิมะ่มิ มิ่ก่มิ คอคPำบTำCeแeCอกขhdนaกhธ้อาaaะcจิaสบิรนpghกpอาสำtoetรบยeกgอreรเrราyนrนGมาOรน้ Cuคยใ2vกชoiู่กวdeา1้nชิsรับretcvาคหCeOiดิ epeนvw/ntงัeขtOrส้อuvvือสrieeอyเรrwบSvียแikนeนiวlwlsO-NET 48.-

48 .-

6Eª_@‰f @S$7E B [JGV =
6Eª@GOD9ETD aOPTC T

ภาพปกนม้ี ขี นาดเทา่ กบั หนงั สอื เรยี นฉบบั จรงิ ของนกั เรยี น

58















Chapter Overview

แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทกั ษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์

แผนท่ี 1 - แบบทดสอบก่อนเรยี น 1. ส งั เกตและระบผุ ล แบบสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - ทกั ษะการสงั เกต 1. มีวินัย
- หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ์ ของแรงโน้มถว่ งทีม่ ี หาความรู้ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 ผลของ - ทักษะการระบุ 2. ใฝเ่ รยี นรู้
ผลของแรง ป.4 เล่ม 1 ตอ่ วัตถุได ้ (K) (5Es แรงโน้มถ่วงของโลก - ทกั ษะการสรุปอ้างอิง 3. มุง่ มั่นใน
โนม้ ถ่วงของโลก - แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ 2. ปฏบิ ตั กิ ารทดลอง Instructional - ต รวจการท�ากจิ กรรมในสมดุ - ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล การทา� งาน

4 ป.4 เลม่ 1 เก่ยี วกับผลของ Model) หรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
- วัสดุ-อปุ กรณก์ ารทดลอง แรงโนม้ ถ่วงทีม่ ีต่อวัตถ ุ วิธสี อนโดยใช้ - ก ารนา� เสนอผลการทา�
กิจกรรมที ่ 1 ได้ครบทกุ ขน้ั ตอน (P) การทดลอง กจิ กรรม
ชัว่ โมง - หนังสือจดุ ประกายคดิ 3. มีความสนใจและ - สังเกตพฤตกิ รรม

ชุด รู้วิทย ์ คิดเป็น กระตอื รือร้นในการ การทา� งานกลุ่ม
เร่ืองแรงโนม้ ถว่ งของโลก เรียนร้ ู (A) - สงั เกตพฤตกิ รรม
- PowerPoint การท�างานรายบุคคล
- QR Code - สังเกตคณุ ลกั ษณะ
- บตั รภาพใบไม้รว่ ง อนั พึงประสงค์
- ใบงานท ่ี 2.1

แผนที่ 2 - หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ 1. สังเกตและอธบิ าย แบบสืบเสาะ - ต รวจการท�ากิจกรรมในสมุด - ทกั ษะการสังเกต 1. มีวนิ ัย
ป.4 เลม่ 1 การวดั น�้าหนกั ของ หาความรู้ หรือแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ - ท กั ษะการตง้ั สมมติฐาน 2. ใฝเ่ รียนรู้
การหาน้�าหนกั - แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ วัตถุโดยใชเ้ คร่อื งช่งั (5Es - ก ารนา� เสนอผลการทา� - ทกั ษะการทดสอบ 3. มงุ่ มน่ั ใน
ของวตั ถุ ป.4 เล่ม 1 สปรงิ ได ้ (K) Instructional กจิ กรรม สมมติฐาน การทา� งาน
- วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลอง 2. ใช้เคร่ืองชงั่ สปริงวัด Model) - สงั เกตพฤติกรรมการ - ทกั ษะการสรปุ อา้ งองิ
3 กจิ กรรมที ่ 2 นา้� หนักของวตั ถตุ ่าง ๆ วิธสี อนโดย ท�างานรายบคุ คล - ทักษะการเปรียบเทยี บ
- PowerPoint ได้ (P) การลงมือ - สงั เกตพฤตกิ รรม
ชั่วโมง - QR Code 3. ใ หค้ วามรว่ มมอื ในการ ปฏิบัติ การท�างานกลมุ่

ท�ากิจกรรมกลุ่ม (A) - ส งั เกตคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์

แผนที่ 3 - หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ 1. ส ังเกตและอธิบาย แบบสืบเสาะ - ตรวจการทา� กิจกรรมในสมุด - ทักษะการสงั เกต 1. มวี ินยั
ป.4 เลม่ 1 ความสัมพันธร์ ะหว่าง หาความรู้ หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ - ทกั ษะการตัง้ สมมตฐิ าน 2. ใฝเ่ รียนรู้
มวลกบั - แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ มวลและน้�าหนักของ (5Es - ต รวจชนิ้ งาน/ผลงาน - ทกั ษะการทดสอบ 3. มุ่งม่นั ใน
การเปลยี่ นแปลง ป.4 เลม่ 1 วตั ถุได้ (K) Instructional (กลอ่ งกันกระแทก) สมมตฐิ าน การท�างาน
การเคลอ่ื นที่ของ - วัสด-ุ อปุ กรณ์การทดลอง 2. สงั เกตและอธบิ าย Model) - ก ารนา� เสนอชนิ้ งาน/ผลงาน - ทักษะการสรุปอ้างองิ
วตั ถุ กิจกรรมท่ ี 3 ความสมั พันธ์ระหวา่ ง - ส ังเกตพฤตกิ รรมการท�างาน - ทักษะการเปรยี บเทียบ

มวลและการเปล่ียน- รายบคุ คล - ทกั ษะการเช่ือมโยง
3 แปลงการเคล่ือนที่ - สังเกตพฤตกิ รรม
ของวตั ถุได ้ (K) การท�างานกลุ่ม
3. ป ฏิบัติการทดลอง - สงั เกตคณุ ลกั ษณะ
ชวั่ โมง เกี่ยวกบั มวลและ อนั พึงประสงค์

การเปลี่ยนแปลงการ
เคล่ือนท่ขี องวตั ถุได้
ถกู ตอ้ งตามข้นั ตอน
(P)
4. ให้ความร่วมมอื ในการ
ทา� กจิ กรรมกลมุ่ (A)

แผนที่ 4 - หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ 1. อ ธิบายการมองเหน็ แบบสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น - ทักษะการสงั เกต 1. มวี ินัย
ป.4 เลม่ 1 แสงผา่ นวัตถตุ า่ ง ๆ หาความรู้ - ต รวจการท�ากิจกรรมในสมดุ - ท ักษะการต้ังสมมตฐิ าน 2. ใฝเ่ รียนรู้
ตวั กลางของแสง - แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร ์ (5Es หรือแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ - ท ักษะการทดสอบ 3. มงุ่ ม่ันใน
และวัตถุทบึ แสง ป.4 เลม่ 1 ได้ (K) Instructional - ตรวจชนิ้ งาน/ผลงาน สมมตฐิ าน การทา� งาน
2. จ า� แนกวตั ถุทีน่ �ามาใช้
3 - ว สั ดุ-อปุ กรณ์การทดลอง ก้นั แสงได้เปน็ วตั ถุ Model) (สมุดภาพการจา� แนกวตั ถ)ุ - ทักษะการสา� รวจค้นหา
กิจกรรมที ่ 1 โปรง่ ใส วัตถุโปร่งแสง - การน�าเสนอชิ้นงาน/ผลงาน - ท ักษะการจา� แนก
ชัว่ โมง - แบบทดสอบหลังเรยี น และวัตถุทึบแสง (P) - ส งั เกตพฤตกิ รรมการทา� งาน ประเภท
- PowerPoint 3. มีความรับผิดชอบ รายบุคคล - ทกั ษะการรวบรวม
ตอ่ หน้าท่ที ีไ่ ดร้ บั - ส งั เกตพฤติกรรมการท�างาน ขอ้ มลู
มอบหมายและส่งงาน กลุม่
ตรงเวลา (A) - ส ังเกตคุณลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์

T58

66

Chapter Concept Overview

หน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี 2

แรงโน้มถวงของโลก

แรงโน้มถ่วงของโลก คือ แรงของโลกท่ีกระท�าต่อมวลของวัตถุทุกชนิดบนโลก โดยจะดึงดูดวัตถุเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก ท�าให้วัตถุ
ต่าง ๆ มีน�้าหนกั และตกลงสู่พื้นโลกเสมอ ซ่งึ เราสามารถวดั น้�าหนกั ของวัตถุตา่ ง ๆ ได้โดยใชเ้ คร่อื งชง่ั สปริง
แรงโน้มถ่วงมีทิศทางพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของโลก โดยที่ต�าแหน่งเดียวกันบนโลก แรงโน้มถ่วงท่ีกระท�าต่อวัตถุจะเพ่ิมข้ึนตาม
มวลของวัตถ ุ และแรงโน้มถ่วงจะลดลงเม่ือวตั ถมุ รี ะยะห่างจากศูนยก์ ลางของโลกเพ่ิมขน้ึ

มวลและน้�าหนกั ของวัตถุ ปจ จัยทีม่ ผี ลต่อน�า้ หนักของวตั ถุ มวลนอ้ ย
น้า� หนกั นอ้ ย
 น้�าหนัก คือ ปริมาณของแรงโน้มถ่วงของโลก  มวลของวัตถ ุ
ท่ีกระท�าต่อมวลของวัตถุต่าง ๆ บนโลก โดยดึงดูด
ให้วัตถุตกลงมาที่พื้นโลก น�้าหนักมีหน่วยเป็น มวลมาก
นวิ ตนั (N) น�้าหนกั มาก

 มวล คอื ปรมิ าณของเนอ้ื สารทง้ั หมดทมี่ อี ยใู่ นวตั ถุ  ระยะห่างจากจุดศูนย์กลางของโลก วัตถุยิ่งอยู่ห่าง
นั้น ซ่ึงมีค่าคงที่ไม่ว่าจะอยู่ท่ีใดบนโลก มวลมี จากจดุ ศนู ยก์ ลางของโลกมากข้นึ เทา่ ใด แรงโน้มถว่ ง
หนว่ ยเปน็ กรมั (g) หรอื กิโลกรมั (kg)
ของโลกท่ีกระท�าตอ่ วตั ถนุ ้ันจะย่งิ ลดนอ้ ยลง

มวลของวตั ถกุ บั การเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นท ่ี
มวลมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ ซึ่งวัตถุที่มีมวลมากจะ
เปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นทไ่ี ดย้ ากกวา่ วตั ถทุ มี่ มี วลนอ้ ย เชน่ ตไู้ มม้ มี วลมากกวา่ เกา้ อไี้ ม้
ท�าใหม้ ีการเคล่อื นทห่ี รือเคล่ือนย้ายได้ยากกว่า จึงเกิดเป็นการต้านการเปลี่ยนแปลง
การเคล่อื นที่ของตไู้ ม้ เป็นต้น

ตัวกลางของแสง

เมอื่ มองสง่ิ ของตา่ ง ๆ โดยมวี ตั ถตุ า่ งชนดิ กนั มาวางกนั้ จะทา� ใหเ้ รามองเหน็ สงิ่ ของนน้ั ๆ ไดช้ ดั เจนตา่ งกนั จงึ ใชล้ กั ษณะการมองเหน็ สงิ่
ต่าง ๆ ผ่านวัตถุนนั้ เป็นเกณฑ์ในการจา� แนกวตั ถไุ ด้ ดังนี้

วตั ถชุ นิดต่าง ๆ

วัตถโุ ปรง่ ใส วตั ถโุ ปร่งแสง วตั ถุทึบแสง
• วตั ถุทเี่ มือ่ น�ามากน้ั แสง แลว้ มองเห็นแสง • วตั ถุท่เี มือ่ น�ามากนั้ แสง แล้วมองเหน็ แสง • ว ตั ถทุ เี่ มอื่ นา� มากนั้ แสง แลว้ ทา� ใหม้ องไมเ่ หน็ แสง
หรือมองเห็นสิ่งท่ีอย่ดู า้ นหลงั วัตถนุ น้ั ได้ชดั เจน หรือมองเห็นส่ิงที่อยู่ดา้ นหลังวัตถนุ น้ั ไมช่ ัดเจน หรอื ไม่สามารถมองเห็นสงิ่ ที่อยูด่ า้ นหลงั วตั ถนุ ้ัน
• ตัวอย่างวตั ถุโปรง่ ใส • ตวั อยา่ งวัตถโุ ปรง่ แสง • ตัวอยา่ งวัตถทุ บึ แสง

กลอ่ งใส แก้วใส แก้วสีน้า� เงิน ขวดสชี า กระปกุ ออมสนิ กลอ่ งลงั

T59

67

เพทโดยเลือก Trim

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ นาํ 2 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡หน่วยกำรเรียนรู้ที่
áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ
กระตนุ ความสนใจ
áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âš໹š áç´§Ö ´´Ù ·èÕâÅ¡¡ÃзÒí
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามคําถามวา µÍ‹ ÁÇÅ¢Í§ÇµÑ ¶·Ø ¡Ø ª¹´Ô º¹âÅ¡áÅÐÇµÑ ¶·Ø ÍèÕ Â‹Ùã¡Å⌠š
นักเรียนทราบหรือไมวา วันนี้จะไดเรียนรู «§Öè Á·Õ ÈÔ ·Ò§à¢ÒŒ Êȋ٠¹Ù ¡ ÅÒ§¢Í§âÅ¡ ¨§Ö ·Òí ãËÇŒ µÑ ¶ÁØ Õ
เกย่ี วกบั เรอ่ื งอะไร แลว ใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบ ¹Òíé ˹¡Ñ áÅе¡Å§Ê¾‹Ù ¹é× âÅ¡àÊÁÍ
คําถาม จากนน้ั ครแู จง ชื่อเรอื่ งที่จะเรียนรแู ละ
ผลการเรยี นรูใหนักเรยี นทราบ àÁÍ×è ÁͧʧÔè µÒ‹ §æ â´ÂÁÇÕ µÑ ¶µØ Ò‹ §ª¹´Ô ÁÒ¡¹éÑ áʧ
¨Ð·Òí ãË¡Œ ÒÃÁͧà˹ç ʧèÔ ¹¹éÑ æ ª´Ñ ਹᵡµÒ‹ §¡¹Ñ ä»
2. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี นเพอ่ื วดั ความรู ¨§Ö ¨Òí á¹¡ÇµÑ ¶·Ø ¡èÕ ¹éÑ áʧÍ͡໹š µÇÑ ¡ÅÒ§â»Ã§‹ ãÊ
เดิมของนกั เรียนกอ นเขา สูก ิจกรรม µÇÑ ¡ÅÒ§â»Ã§‹ áʧ áÅÐÇµÑ ¶·Ø ºÖ áʧ

3. ใหน กั เรยี นสงั เกตภาพหนา หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2
แรงโนมถวงของโลกและตัวกลางของแสง
จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 1
หนานี้

4. ใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นรวมกันอยาง
อสิ ระวา ภาพในหนา นเ้ี กยี่ วขอ งกบั แรงโนม ถว ง
ของโลกหรอื ไม อยา งไร โดยครคู อยเสรมิ ขอ มลู
ในสวนท่ีบกพรอ ง

µÑǪéÇÕ Ñ´หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
1. ระบผุ ลของแรงโน้มถ่วงท่มี ีต่อวัตถจุ ากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.2 ป.4/1)
2. ใช้เครือ่ งช่งั สปริงในการวัดน้า� หนักของวัตถุ (มฐ. ว 2.2 ป.4/2)
3. บรรยายมวลของวัตถทุ ี่มีผลต่อการเปล่ยี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวตั ถุจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.2 ป.4/3)
4. จ�าแนกวตั ถเุ ปน ตวั กลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวตั ถทุ ึบแสง โดยใชล้ กั ษณะการมองเหน็ ส่งิ ต่าง ๆ ผา่ นวัตถนุ ้ันเปน เกณฑ์

จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ (มฐ. ว 2.3 ป.4/1)

เกร็ดแนะครู

ในการเรียนหนวยการเรียนรูที่ 2 น้ี ครูควรจัดกระบวนการเรียนรูโดยให
นกั เรยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมรว มกนั ดงั นี้

• สังเกต และระบผุ ลของแรงโนม ถวงของโลกที่มตี อ วัตถุ
•ï ใชเ ครอ่ื งชงั่ สปรงิ เพ่อื วดั นํา้ หนักของวตั ถุ
•ï สังเกตและบรรยายมวลของวัตถุท่ีมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ี

ของวตั ถุ
ï• สังเกตและอธิบายการมองเห็นแสงผานวัตถุตางๆ รวมทั้งจําแนกวัตถุ

โปรง ใส วตั ถุโปรง แสง และวตั ถุทบึ แสง
โดยครูควรใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติกิจกรรมดวยตนเอง จนเกิดเปน
ความรูความเขาใจที่ถูกตอง รวมทั้งสามารถนําวิธีการทางวิทยาศาสตรและ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรมาใชในการคนหาคําตอบเกี่ยวกับประเด็น
ท่ีสงสัยได

T60

68

มวล 1º··èÕ

น้า� หนัก (mass) áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡

(weight) แรงโนม้ ถว่ ง

T61 Mass กจิ กรรม นาํ สกู ารเรียน (gravitational force) áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡ Key words นาํ นํา
Weight Áռŵ‹ÍÇѵ¶Ø
69 Gravitational force ครใู หน ักเรยี นฝกเรยี นรแู ละอา นคําศัพทวทิ ยาศาสตร ดงั น้ี หนังเนสื้อือหเลามอนาี้อจมยีกูในารระปหรวับางปสรงุงตแกรไวขจพิจารณา53 • gravitational force
Spring scale ?Í‹ҧäà • mass
Hang scale • weight

(แมส) นักเรียนควรรู 5. นักเรียนเรียนรูคําศัพทท่ีเกี่ยวของกับการเรียน ขน้ั นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
(เวท) ในบทท่ี 1 เรอ่ื ง แรงโนม ถวงของโลก ในหนา น้ี
(แกร็ฟวิ’เทชึนึล ฟอซ) โดยครูสุมเลือกตัวแทนหรือขออาสาสมัคร กระตนุ ความสนใจ
(สปรงิ สเกล) นักเรียน 1 คน ออกมาหนาช้ันเรียนเพื่อเปน
(แฮ็ง สเกล) ผูอ านนําและใหน กั เรียนคนอ่ืนๆ อา นตาม
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
มวล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
นา้ํ หนัก
แรงโนมถว ง 6. ครูถามคําถามสําคัญประจําบทเพื่อกระตุน
เครื่องชงั่ สปริง นักเรียนกอนเขาสูเน้ือหาวา แรงโนมถวงของ
เคร่อื งชัง่ สปรงิ โลกมีผลตอวัตถุอยางไร แลวใหนักเรียนรวม
แบบแขวน กันแสดงความคิดเห็นอยางอิสระในการตอบ
คาํ ถาม
(แนวตอบ แรงโนมถว งของโลกทาํ ใหว ัตถตุ างๆ (ตอ)
มนี ํ้าหนักและตกลงสูพนื้ โลกเสมอ)

7. ใหนักเรียนแตละคนสืบคนกิจกรรมในชีวิต
ประจําวันที่เกี่ยวของกับแรงโนมถวงของโลก
จากหนงั สอื หรอื สอ่ื อืน่ ๆ ทค่ี รเู ตรยี มไว

8. นกั เรยี นวาดภาพหรอื ตดิ ภาพเกยี่ วกบั กจิ กรรม
ท่ีเกี่ยวของกับแรงโนมถวงของโลกมา 2-3
กิจกรรม ลงในสมุดหรือใหทํากิจกรรมนําสู
การเรยี นในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร ป.4 เลม 1
หนา 54

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน 1. áçâ¹ÁŒ ¶‹Ç§¢Í§âÅ¡
นักเรียนเคยสังเกตหรือไม่ว่า สิ่งของต่าง ๆ
สาํ รวจคน หา รอบตัวเราน้ันล้วนวางอยู่บนพื้นโดยที่ไม่ลอยอยู่
ในอากาศ ที่เปนเช่นนี้ เพราะโลกของเรา
1. ครูใหนกั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาขอมลู และดภู าพ มีแรงชนิดหนึ่งมากระท�าต่อส่ิงต่าง ๆ ที่อยู่
ในหนังสือเรียนหนานี้ จากนั้นครูใหนักเรียน บนโลก เรียกว่า แรงโน้มถ่วงของโลก
ตอบคาํ ถามลงในสมดุ ดงั นี้ หรอื แรงดงึ ดดู ของโลก
• ภาพตางๆ ในหนานี้เปนเหตุการณใ ดบาง
(แนวตอบ นา้ํ ตก คนกระโดดรม คนเลนกีฬา แรงโน้มถ่วงของโลกเปนแรงที่โลกกระท�าต่อมวลของวัตถุต่าง ๆ บนโลก
กระจกหลนแตก ฝนตก และใบไมรว ง) แวัตลถะวุนัตนั้ ถไทุมอ่ีไ่ ดย้สู่ใกมั ลผ้โัสลกกบั เผชวิ ่นโลกโลกแดรงงึ โดนูด้มดถา่ววงเทขอยี มงโลหกรจืองึ โจลัดกเดปึงน ดแูดรดงวไมงจส่ ันมั ทผรัส์1โดยท่ี
• นกั เรยี นคิดวา วัตถุ ส่ิงของ หรอื คนในภาพ
จะตกลงสูพื้นหรอื ไม เพราะอะไร กระโดดรม่ ฝนตก
(แนวตอบ ตกลงสพู นื้ เพราะโลกมแี รงโนม ถว ง
ทีก่ ระทาํ ตอวัตถตุ างๆ จึงทาํ ใหว ตั ถุ สง่ิ ของ กระจกหล่นแตก ใบไม้ร่วง
หรอื คนตกลงสูพ ืน้ ได)
• นกั เรียนคิดวา แรงโนม ถว งเกยี่ วขอ งกบั การ เล่นกีฬา áç⹌Á¶‹Ç§à¡ÕèÂǢ͌ §¡ºÑ ¡ÒÃ㪪Œ ÇÕ Ôµ
ใชช ีวติ ประจาํ วันของนักเรียนอยางไรบาง »ÃШíÒÇѹ¢Í§¹¡Ñ àÃÕ¹ÍÂÒ‹ §äúҌ §
(แนวตอบ เชน การยกสิ่งของท่ีมีนํ้าหนัก หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
มากๆ ไดย าก การทาํ สงิ่ ของหลน พนื้ จะเกดิ 54
ความเสียหาย เปนตน )

2. ครสู มุ นกั เรยี นจากลาํ ดบั เลขท่ี 4-5 คน ใหต อบ
คําถาม จากน้ันใหนักเรียนชวยกันอภิปราย
คําตอบของเพ่ือน และสรุปคําตอบท่ีถูกตอง
รวมกัน โดยครคู อยตรวจสอบความถกู ตอง

3. ครูใหรางวัลกับตัวแทนนักเรียนที่ตอบคําถาม
ถูกตอง และชมเชยนักเรียนทุกคนที่ชวยกัน
อภิปรายคาํ ตอบจากคําถามที่ครูต้งั ไว

4. ใหนักเรียนดูบัตรภาพใบไมรวงหรือดูภาพ
เคลือ่ นไหว (ใบไมร วง) จาก PowerPoint เรื่อง
แรงโนม ถว งของโลก โดยครตู ง้ั คาํ ถามวา ใบไม
จะหลน ลงสพู นื้ โลกหรอื ไม เพราะอะไร จากนนั้
ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามไดอยา งอิสระ ซ่ึงครูยัง
ไมเ ฉลยคําตอบ
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครูอาจยกตวั อยา งกิจกรรมตา งๆ ใหน ักเรยี นฟง เพมิ่ เติม เชน แรงโนม ถว งของโลกมผี ลตอ วัตถุตา งๆ ทอี่ ยบู นโลกอยา งไร
ï• ขจ่ี กั รยานลงทางลาดชัน ก. ทําใหวตั ถุหยุดน่ิง
ï• กระโดบันจีจ้ ัมพ ข. ทําใหว ัตถุตกลงสพู ้ืนโลก
ï• ลนื่ หกลม เพราะเหยยี บน้าํ บนพ้นื ค. ทําใหว ัตถเุ คลือ่ นท่ีไดเรว็ ขน้ึ
ï• ปน ขึ้นตน ไม ง. ทําใหว ตั ถลุ อยไปมาในอากาศได
(หรือตัวอยา งอื่นๆ)
จากนนั้ ใหน กั เรยี นรว มกนั วเิ คราะหว า กจิ กรรมนนั้ เกย่ี วขอ งกบั แรงโนม ถว ง (วิเคราะหค ําตอบ แรงโนม ถวงของโลก เปนแรงท่ีโลกดึงดูดวัตถุ
ของโลกหรอื ไม อยางไร ตางๆ เขาสูศูนยกลางของโลก ทําใหวัตถุตางๆ มีนํ้าหนักและ
ตกลงสูพ ้ืนโลกเสมอ ดังนัน้ ขอ ข. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)
นักเรียนควรรู

1 แรงไมส มั ผสั หรอื แรงสนาม (field force) หมายถงึ แรงทไี่ มต อ งมกี ารสมั ผสั
กับวัตถุ แรงประเภทน้ี ไดแก แรงโนมถวงของโลก แรงแมเหลก็ และแรงไฟฟา

T62

70

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

¡Ô¨¡ÃÃÁ·èÕ 1 2หนว ยการเรยี นรูที่ ขน้ั สอน (ตอ)

ผลของแรงโนมถว งของโลก áç⹌Á¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ สาํ รวจคน หา
ทกั ษะกระบวนกำร
จุดประสงค ทำงวิทยำศำสตร์ท่ใี ช้ 5. ครูแบงกลุมนักเรียนแบบคละความสามารถ
กลมุ ละ 3-4 คน ใหอยกู ลมุ เดียวกนั โดยครู
สงั เกตและอธิบายผลของแรงโนม้ ถ่วงของโลกทม่ี ตี อ่ วตั ถุ 1. การสงั เกต เปน ผูเ ลือกนักเรียนเขา กลมุ
2. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
3. การพยากรณห์ รือการคาดคะเน 6. ในช่ัวโมงนี้ครูใชวิธีสอนโดยใชการทดลอง
4. การตคี วามหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ (Experiment) เขามาจัดกิจกรรมการเรียนรู
แลวต้ังคําถามเพื่อกําหนดปญหาใหนักเรียน
ตองเตรยี มตอ งใช 2. ถุงพลาสตกิ 1 ใบ กอนทํากิจกรรมวา แรงโนมถวงของโลกมีผล
4. ใบไม้แห้ง 1 ใบ ตอ วตั ถตุ า งๆ บนโลกอยา งไร จากนนั้ ใหแ ตล ะ
1. กระดาษ 1 แผ่น กลุมรวมกันต้ังสมมตฐิ าน
3. ยางลบ 1 ก้อน
7. ครูใหความรูกับนักเรียนกอนทํากิจกรรมวา
ลองทาํ ดู แรงโนมถวงของโลกน้ันเปนแรงไมสัมผัส
เนื่องจากแรงโนมถวงของโลกสามารถดึงดูด
1. สงั เกตวตั ถทุ น่ี า� มาใชท้ า� กจิ กรรม จากนนั้ คาดคะเนวา่ วัตถุตางๆ บนโลกและท่ีอยูใกลโลกใหเขาหา
เมอ่ื โยนวตั ถตุ า่ ง ๆ ขน้ึ ไปในอากาศ วตั ถจุ ะตกลงสพู่ น้ื จดุ ศนู ยก ลางของโลกไดโ ดยทไ่ี มต อ งสมั ผสั กนั
หรอื ไม่ แล้วบนั ทกึ ผลลงในสมดุ
8. แตละกลุมชวยกันศึกษาการทํากิจกรรมที่ 1
2. ท�ากิจกรรมเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยขย�า ในหนังสอื เรียนหนา น้ี แลว ชว ยกันทาํ กจิ กรรม
แผน่ กระดาษแล้วโยนขึน้ ไปในอากาศ จากนั้นสงั เกต ใหครบทุกขั้นตอน จากน้ันบันทึกผลลงสมุด
การเคลอ่ื นท่ีของกอ้ นกระดาษและบันทึกผล หรือแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 56

3. ทา� การทดลองซ�้าขอ้ 2. แต่เปลย่ี นวตั ถเุ ปน ใบไม้แหง้ 9. ครูคอยสังเกตการทํากิจกรรมของนักเรียน
ถงุ พลาสติก และยางลบ ตามล�าดบั แตล ะกลมุ อยา งใกลช ดิ พรอ มใหค าํ แนะนาํ กบั
นักเรยี นที่มขี อ สงสยั ระหวางทาํ กจิ กรรม
4. รว่ มกนั อภปิ รายขอ้ มลู จากการสงั เกตและสรปุ ผลการ (หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช
ท�ากจิ กรรม แล้วนา� เสนอหน้าช้นั เรยี น แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )

หนตู อบได แนวตอบ หนูตอบได

1. กจิ กรรมในชีวติ ประจา� วนั ใดบา้ ง เปน ผลมาจากแรงโนม้ ถว่ งของโลกทีก่ ระทา� ต่อวัตถุ หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา แนวตอบ ขอ 3.
2. เพราะเหตุใด เมอื่ โยนวตั ถุข้ึนไปในอากาศ วัตถจุ ึงตกลงส่พู ื้นเสมอ • เห็นดวย เพราะส่ิงมีชีวิตทุกชนิดบนโลก
3. “แรงโนม้ ถ่วงของโลกทา� ใหท้ กุ สงิ่ บนโลกไม่ลอยไปในอากาศ จงึ ถือว่าเปน ผลดตี อ่ สิ่งมชี ีวิต จาํ เปน ตอ งใชแ รงโนม ถว งของโลกเพอื่ ทาํ ใหส ามารถ
อยูบนพน้ื โลกได
บนโลก” นกั เรียนเหน็ ด้วยกบั ขอ้ ความน้ีหรือไม่ เพราะอะไร • ไมเ หน็ ดว ย เพราะสงิ่ ไมม ชี วี ติ ทกุ ชนดิ บนโลก
ตง้ั อยบู นพนื้ โลกได เนอื่ งจากมแี รงโนม ถว งของโลก
(คหอื มกายารเหคตดิ ุแ: คบาํบถใหามเหขตอุผสลดุ ทแาลยะขกอางรหคนิดตูแอบบบไโดตแเปยงนคซาํ่งึ ถผาเู รมยี ทน่ีอออากจแเลบือบกใหตผอบูเรอยี ยนา ฝงกใดใชอทยกัา งษหะนก่งึากรค็ไดดิ  ขให้ันคสรงู ู 55 ดึงดดู ไวเ ชนเดยี วกันกบั ส่ิงมีชีวติ

พจิ ารณาจากเหตผุ ลสนับสนนุ )

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ส่ิงใดตอไปน้เี คลื่อนทไ่ี ดดว ยแรงโนมถวงของโลก วิธีสอนโดยใชการทดลอง (Experiment) เปนวิธีสอนที่มุงชวยใหผูเรียน
ก. กงั หันลมหมนุ รายบุคคลหรือรายกลุมเกิดการเรียนรูโดยการเห็นประจักษจากการคิดและ
ข. เรือแลนบนผวิ นํา้ การกระทําของตนเอง โดยเปนกระบวนการสอนที่ชวยใหผูเรียนเกิดการเรียนรู
ค. รถยนตแ ลน บนถนน ตามวัตถุประสงค ซึ่งตองมีการกําหนดปญหาและสมมติฐานในการทดลอง
ง. ลูกมะพรา วหลน จากตน ตามข้ันตอนท่กี ําหนด โดยใชว สั ดอุ ปุ กรณท ีจ่ าํ เปน เกบ็ รวบรวมขอมลู วิเคราะห
ขอมูล อภิปรายและสรุปผลการทดลอง รวมทั้งสรุปผลการเรียนรูท่ีไดรับจาก
(วเิ คราะหคําตอบ แรงโนม ถว งของโลกเปนแรงทด่ี ึงดดู วัตถตุ า งๆ การทดลอง ซงึ่ มขี ัน้ ตอนสําคญั ของการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ดงั นี้
ใหตกลงสูพ้ืนได จึงดึงดูดลูกมะพราวท่ีกําลังหลนจากตนใหตก
ลงมาสพู ืน้ โลกได ดงั น้ัน ขอ ง. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี กู ตอง) 1. ผสู อน/ผเู รียนกาํ หนดปญหาและสมมตฐิ านในการทดลอง
2. ผูสอนใหความรูท่ีจําเปนตอการทดลอง เชน ขั้นตอนและรายละเอียด

ของการทดลอง
3. ผูเรยี นลงมือทดลองตามข้นั ตอน และบนั ทกึ ผล
4. ผเู รยี นวเิ คราะหแ ละสรปุ ผลการทดลอง
5. ผูสอนและผูเรยี นอภปิ รายผลการทดลอง และสรุปผลการเรียนรู

T63

71

ประเมิน 1.1 ลักษณะของแรงโ ้นมถ่วงของโลก แรงโน้มถ่วงของโลก ีมทิศพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของโลก ขอสอบเ นน การ ิคด
เ ื่มอลากเ ้สนสม ุมติตามทิศทาง ่ทีวัตถุ ้ัทงหลายตกลง ่สู ้ืพนโลก
แรงโ ้นม ่ถวงของโลก คือ แรง ีท่โลกกระท�าต่อมวลของ ัวต ุถทุกช ินดบนโลก ขอใดไ มใชประโยช นที่เกิดจากแรงโ นม ถวงของโลก
และ ัวต ุถ ่ีทอ ู่ยใก ้ลโลก โดยจะดึง ูดดวัตถุเข้า ู่ส ูศน ์ยกลางของโลก �ทาใ ้ห ัวต ุถต่าง ๆ แรงโ นมถวงของโลก ก. ทําใหฝนตกลงสู ืพ้นดิน
มี ้�นาหนักและตกลงสู่ ืพ้นโลกเสมอ เราและวัต ุถต่าง ๆ บนโลกจึงสามารถอ ูย่บน ข. ํทาใหยกของห ันกๆ ไดยาก
้ืพนโลกได้โดยไม่ลอยข้ึนไปในอากาศ ค. ํทาใ หเกิด ้นําตกตามแหลง ํน้าธรรมชาติ
ง. ํทาใหวัตถุหรือ ่ิสง ตางๆ ้ัตงอ ยูบนพ้ืนได
เซอ ์ร ไอแซก นิว ัตน ันก ิวทยาศาสต ์รชาว ัองกฤษ (วิเคราะ หคําตอบ แรงโ นม ถวงของโลก คือ แรงของโลกท่ี ึดงดูด
ืคอ ูผ้ค้นพบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งค้นพบ
โดยบังเอิญจากการสังเกตผลแอปเปล ่ทีห ุลดจากต้น วัตถุหรือ ่สิงตางๆ เขา สู ูศนยกลางของโลก จึงมีผล ํทาใ ห ัวตถุหรือ
แล้วร่วงลง ืพ้น ินวตันเ ิกดความสงสัยและไ ้ดศึกษาจน ส่ิงตางๆ ตกลงสู ้ืพนโลกเสมอ แ ตมี ขอ ํจากัด ืคอ ทําใหเรายกวัต ุถ
ได้ข้อส ุรปว่า “ ัวต ุถทุกอยางจะออกแรงดึง ูดด ่ึซง ักน หรือ ิส่งของท่ีมีนํ้าห ันกมากๆ ไดยาก ดัง ้นัน ขอ ข. ึจงเ ปนคําตอบ
และ ักน เห ืมอน ักบแรงโนมถวงของโลกที่กระ ํทาตอ ่ทีถูกตอง)
ัวตถุทุกอ ยางในโลก”
72

สสรุุรปป หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ่สือ Digital

56 ครูใหนักเรียนเรียน ูรเ ่กียวกับ ัลกษณะของแรงโนมถวงของโลกเพิ่มเติมจาก
่ืสอดิจิทัล โดยใ หสแกน QR Code เร่ือง แรงโนมถวงของโลก จากห ันงสือเ ีรยน
สอน ข้ันสอน ห นา 56 ่ซึงจะปรากฏคลิปวิดีโอ ดังภาพ ัตวอ ยาง

ํนา อ ิธบายความ รู

1. ใหนักเรียน ูดภาพเคลื่อนไหว (ใบไมรวง) T64
จาก PowerPoint ตอ แลวให ันกเ ีรยนรวม ักน
อภิปรายวา เพราะเหตุใดใบไม ึจงรวงลง ูส
พื้นโลก

2. ค ูรจับสลากเ ืลอก ํลา ัดบของแ ตละก ุลมใ หมานํา
เสนอผลการ ํทา ิกจกรรม เ ืพ่อตรวจสอบความ ูร
ของนักเรียนห ัลงการ ํทากิจกรรมที่ 1

3. ันกเรียนทุกก ุลมรวมกันอภิปรายผลการ ํทา
กิจกรรมจนไดขอส ุรปวา วัตถุ ุทกช ินดจะตอง
ตกลง ูส ้พืนโลกเสมอ เพราะโลก ีมแรงโนมถวง
ีท่กระทําตอ ัวต ุถตางๆ ํทาให ัวตถุมีน้ําห ันก
เม่ือเราโยนวัตถุ ึข้นไปในอากาศหรือป ลอยวัต ุถ
จาก ่ีทสูง ัวต ุถจะตกลง สูพื้นโลกเสมอ โดยใ หครู
คอยเสนอแนะเพ่ิมเ ิตมในสวน ีท่บกพรอง

ั้ขนสรุป

ขยายความเ ขาใจ

1. ันกเ ีรยนศึกษาขอ ูมลลักษณะของแรงโนมถวง
ของโลกจากห ันงสือเรียน ห นา 56-57

2. ันกเ ีรยนจับคูกับเพ่ือนแลวชวย ักน ึศกษาขอ ูมล
เพ่ิมเติมจาก ื่สอ ิด ิจ ัทลโดยใชโทรศัพทมือ ืถอ
สแกน QR Code เ ่ืรอง แรงโนมถวงของโลก
จากห ันง ืสอเ ีรยนห นา ้ีน

3. ันกเ ีรยน ํนาความรูที่ไดจากการศึกษาขอมูล
จากห ันง ืสอเ ีรยนและ ืส่อ ิด ิจ ัทลมาอภิปราย ึถง
ัลกษณะของแรงโนมถวงของโลก และผลของ
แรงโ นม ถวงของโลก ีท่ ีม ตอวัต ุถ แ ลว รวม ักนสรุป
ภายในช้ันเ ีรยน โดยใ หครูคอยอธิบายเ ่ิพมเ ิตม

นาํ สอน สสรรปุุป ประเมนิประเมนิ

2หนว ยการเรียนรทู ่ี ขน้ั สรปุ (ตอ)

áçâ¹ÁŒ ¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ขยายความเขา ใจ

แรงโน้มถ่วงของโลกอาจท�าให้เกิดประโยชน์และท�าให้เกิดข้อจ�ากัดต่าง ๆ 4. ใหนักเรียนชวยกันตอบคําถามจากกิจกรรม
ในการใชช้ วี ิตประจ�าวันของเราได้ เชน่ พัฒนาการเรียนรูท่ี 1 ในหนังสือเรียนหนาน้ี
ประโยชน์ โดยครูเปนผเู ฉลยและอธิบายเหตผุ ลเพิม่ เติม
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรยี น โดยใช
• ท�าใหส้ ่ิงของตา่ ง ๆ ไม่ลอยไปมาในอากาศ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล)
• ทา� ใหเ้ รายนื อยบู่ นโลกได้โดยไม่ลอยไปมา
• ทา� ใหน้ �้าไหลจากท่ีสงู ลงสทู่ ตี่ ่า� 5. ครูแจกใบงานที่ 2.1 เร่ือง ผลของแรงโนม
• ท�าให้น้า� ฝนตกลงสู่พ้ืนโลก ถวงของโลก ใหนักเรียนทุกคนนํากลับไปทํา
เปนการบานแลวนาํ มาสง ในชัว่ โมงเรยี นถดั ไป
ขอ้ จำ� กดั
6. ครตู งั้ คาํ ถามวา แรงโนม ถว งของโลกมปี ระโยชน
• การทา� กิจกรรมบางอยา่ งทส่ี วนทางกบั แรงโนม้ ถว่ ง หรอื มขี อ จาํ กดั ในการใชช วี ติ ประจาํ วนั ของเรา
อยางไรบาง จากน้ันใหนักเรียนชวยกันเสนอ
ของโลกจะรู้สกึ เหนือ่ ยและทา� ได้ล�าบาก เชน่ คําตอบอยางอสิ ระ
เดนิ ข้นึ บันได ปน จกั รยานขน้ึ เขา เปนตน้
7. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมหนูตอบไดจาก
• เมื่อทา� สิ่งของบางอยา่ งหล่นพื้นจะทา� ให้ช�ารุดเสียหาย หนังสือเรียน หนา 55 ลงในสมุดหรือทําใน
• ท�าใหไ้ ม่สามารถกระโดดใหส้ งู มาก ๆ ได้ แบบฝกหดั วิทยาศาสตร หนา 57
• ทา� ให้ยกสิง่ ของทม่ี ีน้า� หนกั มาก ๆ ไม่ได้
ขน้ั ประเมนิ
1¡Ô¨¡ÃÃÁ ¾Ñ²¹Ò¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙ·Œ èÕ
ตรวจสอบผล
ใหด้ ภู ำพแลว้ ตอบวำ่ ภำพหมำยเลขใดเปน ผลกระทบมำจำกแรงโนม้ ถว่ งของโลก
พร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ 1. ครสู มุ นกั เรยี นตามเลขท่ี 4-5 คน แลว ใหแ ตล ะคน
123 อธิบายความรูเกี่ยวกับผลของแรงโนมถวง
ของโลกทม่ี ตี อวตั ถุ จากนน้ั ใหนกั เรียนทัง้ หอง
ดวงอาทติ ยข์ นึ้ ยกนา้� หนัก ปน จกั รยานหนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา สรุปความรรู วมกนั

57 2. ครตู รวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 1 เรื่อง

ผลของแรงโนมถวงของโลก ในสมุดหรือใน
แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 56
4. ครูตรวจสอบผลการทําใบงานท่ี 2.1 เรื่อง
ผลของแรงโนม ถว งของโลก
5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได
ในสมุดหรือแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 57

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ปรากฏการณทางธรรมชาติในขอใดเก่ียวของกับแรงโนมถวง ใบงานท่ี 2.1 เรอ่ื ง ผลของแรงโนมถว งของโลก ครูสามารถหยิบใชไดจ าก
ของโลก แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 1 เรือ่ ง ผลของแรงโนมถวงของโลก หนว ยการเรยี นรู
ที่ 2 แรงโนม ถวงของโลกและตวั กลางของแสง
ก. ฟา ผา
ข. ฝนตก แนวทางการวัดและประเมินผล
ค. ฟารอง
ง. ฟาแลบ ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน
รายบุคคล การทาํ งานกลมุ และการนาํ เสนอผลการทํากิจกรรมหนาชั้นเรยี นได
(วเิ คราะหค าํ ตอบ เมอื่ ฝนตกหยดนาํ้ ฝนจะถกู แรงโนม ถว งของโลก โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรูที่ 1
ดงึ ดดู ใหต กลงสูพ้ืนโลกได เน่อื งจากแรงโนม ถว งของโลกสามารถ เร่ือง ผลของแรงโนมถวงของโลก
ดึงดูดวัตถุใหตกลงสูพ้ืนโลกเสมอ ดังนั้น ขอ ข. จึงเปนคําตอบ
ทถี่ ูกตอ ง)

T65

73

นํา สสออนน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั นาํ ¡Ô¨¡ÃÃÁ·Õè 2 ทกั ษะกระบวนกำร
ทำงวิทยำศำสตรท์ ีใ่ ช้
กระตนุ ความสนใจ แรงดงึ ดูดของโลกกับน้าํ หนกั ของวตั ถุ 1. การวัด
2. การสงั เกต
ครูสุมนักเรียน 1 คน ใหออกมาหนา ชั้นเรยี น จุดประสงค 3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
แลวใหนักเรียนที่เหลือรวมกันคาดคะเนวา 4. การพยากรณห์ รือการคาดคะเน
เพ่ือนท่ีอยูหนาหองกับตนเองมีนํ้าหนักเทากัน สังเกตและอธบิ ายการวดั น�า้ หนกั ของวตั ถุโดยใชเ้ คร่ืองชั่งสปริง 5. การตีความหมายขอ้ มลู และการลงขอ้ สรปุ
หรือไม จากน้ันครูใหนักเรียนบอกนํ้าหนักของ
ตวั เองทีละคน ตองเตรยี มตองใช 2. ถุงทราย 1 ถุง
4. ถา่ นไฟฉาย 1 ก้อน
ขน้ั สอน 1. หนงั สอื 1 เลม่ 6. เครือ่ งชง่ั สปรงิ แบบตั้ง 1 เคร่ือง
3. กอ้ นหนิ 1 ก้อน 8. เครอ่ื งชง่ั สปริงแบบแขวน 1 เครื่อง
สาํ รวจคน หา 5. ดนิ น�้ามนั 1 กอ้ น 10. ผลไม้ 1 ชนิด (ครูเตรยี มไว)้ เชน่ ฝรงั่ เปนตน้
7. ถุงพลาสตกิ 1 ใบ
1. ครูถามคําถามกระตนุ ความคดิ นักเรียน ดงั นี้ 9. กลอ่ งดนิ สอ 1 กล่อง
• นกั เรยี นสามารถทราบนาํ้ หนกั ของตนเองได
อยา งไร หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ลองทําดู µÍ¹·èÕ 1
(แนวตอบ ชงั่ นา้ํ หนกั โดยใชเ ครอ่ื งชง่ั นา้ํ หนกั )
• เครื่องมือใดท่ใี ชว ัดน้ําหนกั ของวัตถตุ างๆ 1. สังเกตเครอ่ื งชั่งสปรงิ แบบแขวนและตวั เลขบนเครอ่ื งชงั่ จากน้ันวาดภาพลงในสมดุ
(แนวตอบ เครอ่ื งชั่ง) 2. ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วิธีการใชง้ านเครือ่ งชั่งสปริงแบบแขวน
3. สังเกตถ่านไฟฉาย ดินน�้ามัน ถุงทราย และก้อนหิน แล้วคาดคะเนว่า วัตถุเหล่าน้ัน
2. ครชู แ้ี จงวา นกั เรยี นจะไดเ รยี นรกู ารวดั นาํ้ หนกั
ของวัตถุตา งๆ จากการทํากิจกรรมท่ี 2 เร่อื ง มนี า�้ หนกั เท่าใด แลว้ บนั ทกึ ผล
แรงดึงดูดของโลกกับนํ้าหนักของวัตถุ ตอนท่ี 4. ทา� กจิ กรรมเพอื่ ตรวจสอบผลการคาดคะเน
1-2 จากหนงั สือเรยี น หนา 58-59
โดยนา� ถา่ นไฟฉายใสถ่ งุ พลาสตกิ แลว้ แขวน
3. ครูใชวิธีสอนโดยการลงมือปฏิบัติ (Practice) กบั ตะขอของเครอ่ื งชงั่ สปรงิ จากนน้ั สงั เกต
เขามาจัดกิจกรรมในชั่วโมงนี้ โดยแบงกลุม ตัวเลขบนเคร่ืองช่ัง แล้วบันทึกน�้าหนัก
นักเรียนเปนกลุมละ 4-5 คน แลวกําหนด (ท�าซา�้ อกี 2 คร้งั แล้วหาคา่ เฉลยี่ *)
จดุ มงุ หมายและขอ ปฏบิ ตั ิใหแ ตล ะกลมุ ทราบ 5. ทา� กจิ กรรมซา้� ขอ้ 4. โดยเปลยี่ นวตั ถเุ ปน
ดนิ นา�้ มนั ถงุ ทราย และกอ้ นหนิ ตามลา� ดบั
4. นักเรียนแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรมที่ 2 จากนั้นรว่ มกนั วเิ คราะห์และสรปุ ผล
ตอนที่ 1 จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี แลว บนั ทกึ ผล
ลงในสมดุ หรอื แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 60 *หมำยเหตุ : การหาคา่ เฉลย่ี ทา� ไดโ้ ดยนา� ค่าท่หี าไดท้ งั้ หมดบวกกนั แลว้ หารด้วยจา� นวนคร้ัง
จากน้นั รว มกนั สรุปผลการทํากจิ กรรม
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช 58
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ )

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

วิธสี อนโดยการลงมือปฏิบัติ (Practice) เปน วิธีสอนท่ใี หประสบการณตรง ขอ ใดทมี่ ผี ลตอ แรงโนมถวงของโลก
กบั ผเู รยี น โดยใหผ เู รยี นลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ ซง่ึ เปน การสอนทมี่ งุ ผสมผสานระหวา ง ก. มวล
ทฤษฎีกบั การปฏิบัติ วธิ ีสอนน้ีมขี นั้ ตอนสาํ คญั ดังนี้ ข. ปริมาตร
ค. ความยาว
1. ขั้นเตรียม ผูสอนกําหนดจุดมุงหมายของการปฏิบัติและรายละเอียด ง. ความแขง็
ของการทาํ งาน
(วิเคราะหคําตอบ มวลของวัตถุมีผลตอแรงโนมถวงของโลก
2. ขั้นดําเนินการ ผูสอนใหความรูและทักษะที่เปนพื้นฐานในการปฏิบัติ หากเราเพมิ่ มวลของวตั ถใุ หม ากขนึ้ แรงโนม ถว งของโลกทกี่ ระทาํ ตอ
และมอบหมายงานเปน กลมุ หรือรายบคุ คล วตั ถจุ ะมากข้นึ ตามไปดวย ดงั นนั้ ขอ ก. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง)

3. ขั้นสรปุ ผสู อนและผเู รยี นชว ยกันสรุปกจิ กรรมการปฏิบตั ิงาน
4. ขั้นประเมินผล ผูสอนสังเกตพฤติกรรมการเรียนรูและผลการทํางาน

ของผูเ รยี น

T66

74

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

2หนว ยการเรียนรทู ่ี ขน้ั สอน (ตอ)

áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ สาํ รวจคน หา

µÍ¹·èÕ 2 àÍЍ ... 5. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อทบทวนเกี่ยวกับ
˹ѡ෋ÒäùРการใชเครื่องช่ังสปริงแบบแขวนวัดนํ้าหนัก
1. สังเกตเคร่ืองชั่งสปริงแบบตั้งและตัวเลข ของวัตถุ
บนเครอ่ื งช่ัง แลว้ วาดภาพลงในสมดุ
6. ครใู หน กั เรยี นจบั กลมุ เดมิ แลว ทาํ กจิ กรรมที่ 2
2. ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวิธี ตอนที่ 2 ตอ โดยใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สงั เกต
การใชง้ านเคร่ืองชง่ั สปรงิ แบบตงั้ เครอ่ื งชง่ั สปรงิ แบบตงั้ และตวั เลขบนเครอ่ื งชงั่
แลวใหวาดภาพลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด
3. สงั เกตกลอ่ งดนิ สอ หนงั สอื ถงุ ทราย และ วทิ ยาศาสตร หนา 61
ผลไมท้ คี่ รเู ตรยี มไว้ แลว้ คาดคะเนวา่ วตั ถุ
เหลา่ นมี้ นี �้าหนกั เทา่ ใด และบนั ทึกผล 7. นกั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั วธิ ี
การใชง านเครอื่ งชัง่ สปริงภายในกลมุ
4. ช่วยกันท�ากิจกรรมเพื่อตรวจสอบผล (หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช
การคาดคะเน โดยวางเครื่องช่ังสปริง แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ )
แบบต้ังให้อยู่ในระดับเดียวกับพื้นราบ
แลว้ นา� กลอ่ งดนิ สอวางบนถาดชง่ั จากนนั้ 8. สมาชิกทุกคนในกลุมชวยกันสังเกตวัตถุท่ี
สังเกตตัวเลขบนเครื่องช่ังแล้วบันทึกค่า ใชในการทํากิจกรรม ตอนที่ 2 แลวชวยกัน
(ท�าซา้� อกี 2 ครั้ง แลว้ หาคา่ เฉลี่ย*) คาดคะเนวา วัตถุเหลาน้ันมีน้ําหนักเทาใด
และบันทึกผลลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด
5. ท�าซา้� ข้อ 4. โดยเปลยี่ นวตั ถุท่ีใช้ชงั่ เปน วิทยาศาสตร หนา 61
หนังสือ ถุงทราย และผลไม้ ตามลา� ดับ
จากนน้ั รว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกบั การวดั นา้� หนกั 9. นักเรียนแตละกลุมชวยกันทํากิจกรรมเพื่อ
ของวัตถโุ ดยใชเ้ ครอ่ื งช่ังสปริง ตรวจสอบผลการคาดคะเน แลว บันทกึ ลงใน
สมุดหรอื ในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 61
จากนั้นรวมกันสรปุ ผลการทาํ กจิ กรรม

หนตู อบได

1. แรงโน้มถ่วงของโลกมคี วามสมั พันธก์ บั มวลของวตั ถหุ รอื ไม่ อย่างไร แนวตอบ หนตู อบได
2. วตั ถุแต่ละชนิดบนโลกมีมวลเทา่ กันหรือไม่ เพราะอะไร
3. เพราะเหตุใด วตั ถตุ า่ ง ๆ บนโลกจงึ มีน�า้ หนักแตกต่างกัน แนวตอบ ขอ 4.
4. หากตอ้ งการทราบวา่ ฝรงั่ 1 ผล มีน้า� หนกั เท่าไร เราควรเลอื กใชเ้ ครือ่ งมอื ชนดิ ใดเพอ่ื หา • เครอ่ื งชงั่ สปรงิ แบบแขวน เพราะมขี นาดเลก็
พกพาสะดวกและใชงานงาย เหมาะสําหรับใชช่ัง
นา้� หนกั ของฝรงั่ ระหวา่ งใชเ้ ครอื่ งชง่ั สปรงิ แบบแขวนกบั เครอื่ งชงั่ สปรงิ แบบตงั้ เพราะอะไร วตั ถุหรือสิง่ ของท่มี ขี นาดเลก็
หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา • เครื่องช่ังสปริงแบบตั้ง เพราะสามารถรับ
(หมายเหตุ : คําถามขอสุดทา ยของหนูตอบได เปนคาํ ถามท่ีออกแบบใหผ ูเรยี นฝกใชทักษะการคิดขั้นสงู 59 นํ้าหนักไดมาก ช่ังวัตถุหรือสิ่งของไดหลายขนาด
คอื การคดิ แบบใหเหตุผล และการคิดแบบโตแ ยง ซง่ึ ผูเ รียนอาจเลือกตอบอยา งใดอยางหน่ึงก็ได ใหครู ใชง านงา ย และใหร ายละเอยี ดขอมูลชัดเจน
พิจารณาจากเหตุผลสนับสนุน)

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ปจ จยั ใดบา งที่มผี ลตอ นํ้าหนักของวตั ถุ ครูอาจใหความรูเกี่ยวกับการใชเครื่องชั่งสปริงแบบแขวนกับนักเรียนกอน
ก. มวลของวัตถุ การทาํ กจิ กรรมวา การใชเ ครอ่ื งชงั่ สปรงิ แบบแขวนทาํ ไดโ ดยการนาํ วตั ถไุ ปแขวน
ข. สถานะของวัตถุ ไวที่ตะขอดานลางของเครื่องชง่ั สปริง ซง่ึ จะทาํ ใหสปริงของเครื่องชง่ั ยืดตัวออก
ค. สถานทท่ี น่ี ําวัตถุไปชัง่ โดยนา้ํ หนกั ของวตั ถจุ ะสมั พนั ธก บั การยดื ตวั ของสปรงิ ถา สปรงิ ยดื ตวั มากแสดงวา
ง. ถกู ทงั้ ขอ ก. และ ค. วัตถุมีน้ําหนักมาก เนื่องจากเครื่องช่ังสปริงถูกออกแบบใหตัวเลขแสดงน้ําหนัก
สมั พนั ธกบั การยดื ตัวของสปรงิ
(วิเคราะหคําตอบ นํ้าหนักของวัตถุ คือ แรงโนมถวงของโลกท่ี
กระทําตอวัตถุตางๆ ท่ีมีมวลตางกัน ทําใหนํ้าหนักของวัตถุมีคา หองปฏิบัติการ
ตางกัน นอกจากน้ี วตั ถชุ ้นิ เดยี วกนั เมื่อนาํ ไปชั่งในสถานท่ตี างกนั
จะมีน้ําหนักตางกันดวย เนื่องจากคาแรงโนมถวงของโลกใน  à·¤¹Ô¤ ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÑÂ
ตําแหนงตางๆ มีคาไมเทากัน โดยขึ้นอยูกับระยะหางจาก
จุดศนู ยก ลางของโลก ดังนั้น ขอ ง. จงึ เปนคําตอบท่ถี ูกตอ ง) ครูใหความรูกับนักเรียนวา เม่ือแขวนเคร่ืองช่ังสปริงในแนวต้ังฉากกับพื้น
คาท่ีช่ังไดจะตรงกบั ตัวเลขท่ีอานพอดี แตถา แขวนเครื่องชัง่ สปริงใหเ อียงขา งใด
ขา งหน่งึ คา ที่ชั่งไดจ ะเบากวา ตัวเลขทอี่ า นและไมตรงกบั ความเปน จริง

T67

75

นาํ สอน สสรรปุุป ประเมนิ

ขนั้ สอน 1.2 มวลและน้ำ� หนกั ของวตั ถุ

อธบิ ายความรู ทตี่ า� แหนง่ เดยี วกนั บนโลก จะมแี รงโนม้ ถว่ งของโลกหรอื แรงดงึ ดดู ของโลก
ทก่ี ระทา� ตอ่ วตั ถตุ า่ ง ๆ ดงั นน้ั วตั ถตุ า่ ง ๆ จงึ มนี า้� หนกั แตส่ งิ่ ทท่ี า� ใหว้ ตั ถมุ นี า�้ หนกั
1. ครูจับสลากเลือกลําดับของแตละกลุมใหออก ไมเ่ ทา่ กัน เปน เพราะวัตถเุ หล่านั้นมีมวลต่างกัน
มานําเสนอผลการทาํ กจิ กรรมที่ 2 ตอนที่ 1-2
โดยใหนักเรียนกลุมท่ีถูกเลือกกอนสงตัวแทน มวล คือ ปริมาณของเน้ือสารทั้งหมดที่ น�้ำหนัก คือ ปริมาณของแรงโน้มถ่วงของ
ออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรม มีอยู่ในวัตถุนั้น ซึ่งมีค่าคงท่ีไม่ว่าจะอยู่ โลกท่ีกระท�าต่อมวลของวัตถุต่าง ๆ บนโลก
ทใี่ ดบนโลก มวลมหี นว่ ยเปน กรมั (g) หรอื มโดีหยนดว่งึ ยดเดู ปในหน้วิวตั ตถันตุ ก(ลNง)1มาที่พ้นื โลก น้า� หนกั
2. นักเรียนทุกกลุมรวมกันอภิปรายผลการทํา กโิ ลกรัม (kg)
กิจกรรมจนไดขอ สรปุ วา มวลของวตั ถมุ ีผลตอ
แรงดึงดูดของโลก สังเกตไดจากการยืดของ นํ้าหนัก 9.8 นวิ ตัน มีคาเทากับ
สปริงในเครือ่ งชง่ั สปรงิ หากวัตถใุ ดมีมวลนอ ย นํ้าหนักของมวล 1 กิโลกรัม
แรงโนมถวงของโลกท่ีกระทําตอวัตถุจะนอย
ทาํ ใหว ตั ถมุ นี าํ้ หนกั นอ ย หากวตั ถใุ ดมมี วลมาก
แรงโนม ถว งของโลกทก่ี ระทาํ ตอ วตั ถจุ ะมากขนึ้
จงึ ทาํ ใหว ตั ถมุ นี า้ํ หนกั มาก ดงั นน้ั แรงโนม ถว ง
ของโลกที่กระทําตอวัตถุแตละชนิดจึงมีคา
แตกตางกัน และสามารถวัดน้ําหนักของวัตถุ
ไดโดยใชเครอื่ งชงั่ สปรงิ

ขน้ั สรปุ

ขยายความเขา ใจ

1. ครูใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาจากหนังสือเรียน
หนา 60-62 จากนั้นศกึ ษาขอมลู เพม่ิ เตมิ จาก
ส่ือดิจิทัลในหนังสือเรียน หนา 61 โดยใช
โทรศัพทม ือถอื สแกน QR Code เรื่อง ปจ จยั
ท่ีมีผลตอน้ําหนักของวัตถุ จากนัน้ รว มกันสรปุ
ความรูท ่ีไดจ ากการศกึ ษา

หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ¤Ó¶ÒÁ·ŒÒ·Ò¡Òä´Ô ¢¹éÑ Ê§Ù

เ“ชกนารเดทียแ่ี วรกงโนั นมเพถรว างขะถอางไโลมกมดแี งึรดงดูโนใหม ส ถงิ่ วตงา งตๆัวเตรกาแลลงสะวพู ัตนื้ ถโลตุ กา งทๆาํ ใกห็จต ะวั อเรยาใูแนลสะภวตัาถพตุไารงนๆาํ้ หมนนี ัก2าํ้ ”หนกั
นักเรยี นคดิ ว่า คนเราสามารถอยใู่ นสภาพไร้นา้� หนักไดห้ รือไม่ เพราะอะไร
60

นักเรียนควรรู กิจกรรม 21st Century Skills

1 นิวตัน (Newton) คอื หนวยการวัดขนาดของแรง โดยตง้ั ชอ่ื เพ่อื เปน การ 1. ใหนกั เรยี นแบง กลมุ ตามความสมัครใจ กลุมละ 3-4 คน
ใหเกยี รติแก เซอร ไอแซก นิวตนั ซงึ่ เปน ผคู น พบทฤษฎีแรงโนมถวงของโลก 2. ใหช ว ยกนั แสดงความคดิ เหน็ และอภปิ รายเพอ่ื รวบรวมเหตกุ ารณ
2 สภาพไรน า้ํ หนัก (weightlessness) คอื สภาพที่เหมอื นไมม ีแรงดึงดูดของ
โลกกระทาํ ตอ วัตถุ ในสภาวะนีว้ ัตถทุ อ่ี ยใู นอวกาศจะไมม ีแรงดงึ ตวั เองใหลงบน ในชีวติ ประจาํ วนั ท่มี ผี ลมาจากแรงโนมถวงของโลก
พ้นื ทีร่ องรับ จงึ ลอยเควง ควางและเคล่ือนไหวไดล าํ บาก 3. นาํ ขอ มลู ทไ่ี ดม าจดั ทาํ ในรปู แบบตา งๆ ทห่ี ลากหลายเพอื่ นาํ เสนอ

ผลงาน เชน สรา งแผนผังความคิด แผนภาพ ใบความรู แผนพบั
โดยแบง หนา ท่ีความรบั ผดิ ชอบของสมาชิกแตละคนใหช ัดเจน
4. นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียนดวยวิธีการส่ือสารท่ีหลากหลาย
เพือ่ ใหผอู น่ื เขาใจผลงานไดดีขึน้

T68

76

นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ

2หนว ยการเรยี นรทู ี่ ขนั้ สรปุ (ตอ)

áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ขยายความเขา ใจ

แรงโนม้ ถว่ งของโลกทา� ใหว้ ตั ถมุ นี า้� หนกั ซง่ึ นา�้ หนกั ของวตั ถตุ า่ ง ๆ จะมาก 2. ครถู ามคาํ ถามทา ทายการคดิ ขนั้ สงู จากหนงั สอื
หรอื นอ้ ยข้ึนอยกู่ ับปจจยั ดังนี้ เรียนหนา 60 และหนา 62 จากน้ันใหนกั เรียน
รวมกันตอบคําถามอยางอิสระ โดยครูคอย
1. มวลของวัตถุ เฉลยและอธิบายเพ่มิ เตมิ ดังน้ี
• “การทแี่ รงโนม ถว งของโลกดงึ ดดู ใหส งิ่ ตา งๆ
• ถ้าวัตถุใดมีมวลนอ้ ย แรงโนม้ ถว่ ง ตกลงสพู นื้ โลก ทาํ ใหต วั เราและวตั ถตุ า งๆ มี
ของโลกท่ีกระท�าต่อวัตถุน้ันจะมี นาํ้ หนกั เชน เดยี วกนั เพราะถา ไมม แี รงโนม ถว ง
ค่าน้อย วัตถจุ งึ มนี า้� หนักน้อย 65 kg 40 kg ตัวเราและวัตถุตางๆ ก็จะอยูในสภาพ
ไรน าํ้ หนกั ” นักเรียนคิดวา คนเราสามารถ
• ถ้าวัตถุใดมีมวลมาก แรงโน้มถ่วง อยใู นสภาพไรน าํ้ หนกั ไดห รอื ไม เพราะอะไร
ของโลกที่กระท�าต่อวัตถุน้ันจะมี (แนวตอบ คนเราไมสามารถอยูในสภาพไร
ค่ามาก วตั ถุจึงมนี �้าหนักมาก นาํ้ หนกั ได เพราะถา ไมม แี รงโนม ถว งของโลก
คนและสิ่งตางๆ บนโลกจะลอยเควงควาง
2. ระยะห่ำงจำกจุดศูนย์กลำงของโลก ไปมาในอากาศ และจะทาํ ใหเ ราเคลอ่ื นทไ่ี ป
วัตถุชิ้นเดียวกันจะมีน้�าหนักไม่เท่ากัน เม่ือน�าไปช่ังในสถานที่ต่างกัน ในบรเิ วณท่ตี องการไดย ากลาํ บาก)
•ï น้ําหนักของวัตถุ มีความเกี่ยวของกับแรง
เพราะคา่ แรงโนม้ ถว่ งของโลกในตา� แหนง่ ตา่ ง ๆ มคี า่ ไมเ่ ทา่ กนั โดยขน้ึ อยกู่ บั ระยะ โนมถวงของโลกอยา งไร
หา่ งจากจุดศูนยก์ ลางของโลก หากวตั ถุอยหู่ า่ งจากจดุ ศนู ยก์ ลางของโลกมากขึ้น ï (แนวตอบ นา้ํ หนกั ของวตั ถตุ า งๆ เกดิ ขน้ึ จาก
เท่าใด แรงโน้มถว่ งของโลกที่กระทา� ตอ่ วัตถุน้ันจะยง่ิ ลดนอ้ ยลง แรงโนม ถว งของโลกกระทาํ ตอ มวลของวัตถุ
จงึ ทาํ ใหวัตถมุ นี ้ําหนกั )
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)

29.4 ¹ÇÔ µÑ¹

9.8 ¹ÇÔ µ¹Ñ 49 ¹ÇÔ µ¹Ñ หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา

ปจ จยั ทม่ี ีผลตอ นํ้าหนักของวัตถุ 61

ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET ส่ือ Digital
ขอ มลู แสดงมวลของวตั ถุ 4 ชนดิ เปน ดงั นี้
ครูใหนักเรียนเรียนรูเก่ียวกับปจจัยที่มีผลตอนํ้าหนักของวัตถุเพ่ิมเติมจาก
ชนิดของวตั ถุ มวล (กิโลกรัม) ส่ือดิจิทัล โดยใหสแกน QR Code เร่ือง ปจจัยที่มีผลตอนํ้าหนักของวัตถุ
ชนิดที่ 1 1 จากหนังสอื เรยี น หนา 61 ซึ่งจะปรากฏคลปิ วดิ โี อ ดงั ภาพตัวอยา ง
ชนดิ ท่ี 2 2
ชนิดที่ 3 3 T69
ชนิดท่ี 4 4

จากขอมลู ถาชั่งวัตถุทีต่ าํ แหนงเดยี วกันบนโลก วตั ถชุ นิดใดจะมี
นํา้ หนกั มากที่สุด

ก. ชนิดที่ 1 ข. ชนิดท่ี 2 ค. ชนิดท่ี 3 ง. ชนดิ ที่ 4
(วเิ คราะหค ําตอบ ถา วัตถุมีมวลมาก แรงโนมถว งทม่ี ากระทาํ ตอ
วตั ถนุ ัน้ จะมีคามาก วตั ถุจึงมีนาํ้ หนกั มาก ดังนัน้ ขอ ง. จงึ เปน
คําตอบทถี่ ูกตอ ง)

77

นาํ สอน สสรรปุปุ ประเมนิประเมนิ

ขนั้ สรปุ (ตอ)

ขยายความเขา ใจ

3. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5 คน จากน้ัน 1.3 กำรวดั น�ำ้ หนักของวตั ถุ
ครูใหแตละกลุมไปวัดหานํ้าหนักของสมาชิก
ในกลุมโดยใชเ ครื่องชงั่ สปริง แลว เปรยี บเทียบ เราสามารถวัดน�้าหนักของวัตถุที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลกได้โดยใช้
ผลวา นํ้าหนักของใครมากที่สุดและนํ้าหนัก เครื่องช่ังสปริง ซึ่งค่าที่อ่านได้จะเท่ากับขนาดของแรงท่ีโลกดึงดูดวัตถุและเปน
ของใครนอยท่ีสุด จากน้ันสงตัวแทนนําเสนอ นา้� หนกั ของวัตถุนนั่ เอง นา้� หนักของวัตถจุ ะมหี น่วยเปน นวิ ตัน (N)
ขอมูลหนา ชน้ั เรียน
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช เครอื่ งชงั่ สปริงสา� หรบั วดั น�้าหนักจะอาศยั หลักการยืดของสปรงิ ซง่ึ เปน ผล
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ ) มาจากการที่โลกดงึ ดดู วตั ถุในแนวดง่ิ ทา� ให้สปรงิ ยดื ออกตามแรงทโี่ ลกกระทา� ต่อ
มวลของวตั ถุนั้น เครอื่ งช่งั สปรงิ แบ่งออกเปน 2 แบบ ไดแ้ ก่
4. ใหน กั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดจ าก
หนงั สือเรยี น หนา 59 ลงในสมดุ หรอื ใหท าํ ใน
แบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 62

ขน้ั ประเมนิ เครอื่ งชงั่ สปริงแบบแขวน เครื่องช่งั สปริงแบบตงั้

ตรวจสอบผล ดวงจันทร์มมี วลน้อยกว่าโลกมาก แรงดงึ ดูดของดวงจันทรจ์ ึงนอ้ ยกว่าโลก
6 เท่า ดังนั้น หากชั่งน�้าหนักของวัตถุชิ้นเดียวกันบนพ้ืนโลกและบนดวงจันทร์
1. ครูสุมถามนักเรียนเปนรายบุคคลเกี่ยวกับ นา�้ หนกั ของวัตถุชนิ้ น้ันท่ชี ง่ั บนดวงจนั ทร์จะมนี �้าหนักน้อยกว่าทีช่ งั่ บนโลก 6 เทา่
การวัดนํ้าหนักของวัตถุโดยใชเครื่องชั่งสปริง
และปจจัยที่มีผลตอนํ้าหนักของวัตถุตางๆ โลก ดวงจนั ทร์
เพอื่ เปน การสรุปความรูหลงั จากทไี่ ดเ รียนมา
58.8 ¹ÇÔ µ¹Ñ 9.8 ¹ÇÔ µ¹Ñ
2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมท่ี 2 เรื่อง
แรงดึงดูดของโลกกับนาํ้ หนกั ของวตั ถุ ในสมุด 62
หรือแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 60-61

3. ครตู รวจผลการทาํ กจิ กรรม เรอื่ ง การวดั นาํ้ หนกั
ของสมาชิกในกลุมจากสมุด

4. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบได
ในสมุดหรอื แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 62

หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา ¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡Òä´Ô ¢é¹Ñ ÊÙ§

น้�าหนักของวตั ถุ มีความเกยี่ วข้องกบั
แรงโน้มถว่ งของโลกอย่างไร

แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ

ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากการตอบคําถาม การทํางาน วัตถุชิน้ หนึง่ เมือ่ อยบู นโลกมนี าํ้ หนกั 15 นิวตนั เมอ่ื วตั ถุชนิ้ น้ีอยูใน
รายบคุ คล การทํางานกลมุ และการนาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชน้ั เรยี นได อวกาศ จะมีนาํ้ หนกั เทาไร
โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลทแ่ี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 2 เรอื่ ง
การหานาํ้ หนกั ของวัตถุ ดงั ภาพตัวอยา ง ก. มากกวา 15 นิวตนั
ข. นอยกวา 15 นวิ ตนั
ค. 15 นิวตนั
ง. ไมมนี ํ้าหนัก

(วเิ คราะหค าํ ตอบ ในอวกาศไมม แี รงโนม ถว ง เมอื่ วตั ถอุ ยใู นอวกาศ
จงึ อยใู นสภาพไรน า้ํ หนกั วตั ถชุ นิ้ นน้ั จงึ ลอยเควง ควา งอยใู นอวกาศ
ดงั นน้ั ขอ ง. จงึ เปนคําตอบท่ีถกู ตอ ง)

T70

78

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Õè 3 2หนวยการเรียนรทู ่ี ขน้ั นาํ

มวลของวตั ถุกบั áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ กระตนุ ความสนใจ
การเปล่ยี นแปลงการเคลื่อนที่
ทกั ษะกระบวนกำร 1. ครูสนทนาทักทายกับนักเรียน จากน้ันครูแจง
ทำงวิทยำศำสตร์ทใี่ ช้ ชอื่ เรอ่ื งและผลการเรยี นรทู จ่ี ะเรยี นในชวั่ โมงน้ี
1. การวดั ใหน ักเรยี นทราบ
2. การสงั เกต
3. การทดลอง 2. ครูถามคําถามนักเรียนเพื่อกระตุนความคิด
4. การลงความเห็นจากขอ้ มูล โดยใหนักเรียนชวยตอบคําถามไดอยางอิสระ
จดุ ประสงค 5. การพยากรณ์หรอื การคาดคะเน และครยู งั ไมเฉลยคาํ ตอบ ดงั น้ี
สงั เกตและอธบิ ายมวลของวัตถุท่ีมผี ลต่อการเปล่ียนแปลง 6. การตคี วามหมายขอ้ มูลและการลงขอ้ สรปุ • วัตถุในหองเรียน ส่ิงใดบางท่ีมีขนาดใหญ
การเคล่อื นทข่ี องวัตถุ และส่ิงใดบางท่ีมีขนาดเลก็
(แนวตอบ ส่ิงทม่ี ีขนาดใหญ เชน โตะ เกา อ้ี
ตองเตรียมตอ งใช กระเปานักเรียน เปนตน ส่ิงที่มีขนาดเล็ก
เชน ยางลบ ดนิ สอ สมดุ หนงั สือ เปนตน )
1. คานไม้ 1 อัน • นักเรียนคิดวา ส่ิงของที่มีขนาดใหญกับ
2. น้า� เปล่า 500 มิลลลิ ติ ร ส่ิงของที่มีขนาดเล็ก สิ่งใดเคลื่อนที่ไดยาก
3. นาฬกาจับเวลา 1 เรอื น กวากัน เพราะอะไร
4. เชอื กยาวขนาดเทา่ กัน 2 เสน้ (แนวตอบ สิ่งของท่ีมีขนาดใหญเคล่ือนท่ีได
5. เคร่ืองชงั่ สปรงิ แบบตง้ั 1 เคร่ือง ยากกวา เพราะมมี วลและมนี า้ํ หนกั มากกวา )
6. ขวดน้า� พลาสติกใสขนาดเทา่ กนั 2 ขวด • นักเรียนคิดวา ระหวางโตะเรียนกับสมุด
สิ่งใดเคล่อื นท่ไี ดง ายกวากัน เพราะอะไร
ลองทําดู (แนวตอบ สมุด เพราะสมุดมีขนาดเล็กกวา
โตะเรียน จึงมีมวลนอยกวา และสามารถ
1. แบง่ กล่มุ กลุ่มละ 3-4 คน จากน้นั เติมน�า้ ใสข่ วดพลาสตกิ ใบท่ี 1 ให้เต็มขวด และเตมิ น้า� เคล่อื นทีไ่ ดง ายและสะดวกกวา โตะเรียน)
ใสข่ วดพลาสติกใบท่ี 2 คร่ึงขวด แลว้ ปดฝาขวดทง้ั 2 ขวด จากน้ันใช้เชือกขนาดเทา่ กนั มัด (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช
ท่ปี ากขวดทั้ง 2 ใบ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)

63หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

มวลของวตั ถมุ ีผลตอการเคลื่อนท่ขี องวัตถุอยางไร ในการทาํ กจิ กรรมท่ี 3 เร่ือง มวลของวัตถกุ บั การเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นท่ี
ก. วัตถทุ ่ีมวลมากจะเปลีย่ นแปลงการเคล่อื นท่ียากกวา วัตถุ ในการทํากิจกรรมโดยใชน้ําเติมใสขวดพลาสติกใส ครูอาจเปลี่ยนการเติมนํ้า
ทม่ี มี วลนอย เปน การเตมิ ทรายหยาบหรอื ทรายละเอียดแทนได
ข. วตั ถทุ ีม่ วลนอ ยจะเปลีย่ นแปลงการเคลือ่ นท่ยี ากกวา วตั ถุ
ทม่ี มี วลมาก
ค. วตั ถทุ มี่ วลมากจะเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นทง่ี า ยเหมอื นวตั ถุ
ทมี่ มี วลนอ ย
ง. ไมสามารถสรปุ ได

(วิเคราะหคําตอบ มวลของวัตถุมีผลตอการเปล่ียนแปลงการ
เคลอ่ื นท่ขี องวตั ถุ โดยวัตถทุ ่มี วลมากจะเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ี
ยากกวา วัตถทุ ีม่ มี วลนอ ย ดงั นั้น ขอ ก. จึงเปนคําตอบท่ีถูกตอง)

T71

79

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน 2. ช่วยกันคาดคะเนว่า ถ้าน�าปลายเชือกท่ี
มัดปากขวดท้ัง 2 ใบไปผูกกับคานไม้
สาํ รวจคน หา ท่ีพาดระหว่างโตะ 2 ตัว แล้วผลักขวด
ท้ัง 2 ใบ ด้วยแรงที่เท่ากัน ขวดใบใด
1. ครนู าํ บตั รภาพชงิ ชา ทมี่ ขี นาดเลก็ กบั ขนาดใหญ จะเคลื่อนที่ง่ายกว่ากัน และจะหยุดขวด
ติดไวบนกระดาน จากน้ันใหนักเรียนชวยกัน ใบใดงา่ ยกว่ากัน
สังเกตความแตกตางของชิงชาท้ัง 2 ภาพ
แลวใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นวา 3. ทดลองเพื่อตรวจสอบผลการคาดคะเน
ชิงชาท่ีมีมวลมากกวาจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยสังเกตการเคล่ือนท่ีและจับเวลาว่า
การเคล่ือนท่ีไดงายกวาชิงชาท่ีมีมวลนอยกวา ขวดแต่ละใบเคล่ือนที่เปนเวลาเท่าไรจึง
หรือไม อยา งไร หยดุ เคลอื่ นท่ี แลว้ บนั ทึกผลลงในสมดุ

2. ใหน ักเรยี นแบงกลุม กลุมละ 4 คน โดยคละ 4. ใชเ้ ครอื่ งชง่ั สปรงิ แบบตง้ั ชง่ั มวลของขวด
ตามความสามารถ จากนั้นใหสมาชิกในกลุม ทง้ั 2 ใบ จากนน้ั อา่ นคา่ และบันทกึ ผล
ชวยกันศึกษาวิธีการทํากิจกรรมท่ี 3 เร่ือง
มวลของวตั ถุกบั การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ 5. แต่ละกลุ่มช่วยกันเปรียบเทียบมวลและ
จากหนงั สอื เรยี น หนา 63-64 แลว ใหแ ตล ะกลมุ เวลาในการเคลื่อนที่ของขวดทั้ง 2 ใบ
ชวยกันทํากิจกรรมตามข้ันตอนใหครบถวน
แลวบันทึกผลลงในสมุดหรือในแบบฝกหัด 6. ชว่ ยกนั สรปุ ผลการทดลอง พรอ้ มนา� เสนอ
วิทยาศาสตร หนา 64 หน้าชน้ั เรียน
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรียน โดยใช
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม ) หนตู อบได

อธบิ ายความรู 1. มวลของวตั ถุและการเคลื่อนทขี่ องวตั ถมุ คี วามสัมพนั ธก์ นั หรอื ไม่ อย่างไร
2. วตั ถทุ ม่ี มี วลนอ้ ยกบั วตั ถทุ ม่ี มี วลมาก จะเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทไ่ี ดเ้ หมอื นกนั หรอื ตา่ งกนั
1. นักเรียนแตละกลุมชวยกันเปรียบเทียบมวล
และเวลาในการเคลื่อนที่ของขวดท้ังสองใบ อยา่ งไร
จากน้ันรวบรวมขอมูลและสรุปผลการทดลอง 3. มวลและน้า� หนักมคี วามสัมพันธก์ นั อย่างไร
แลว สงตัวแทนมานาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรม 4. “รถชนิดต่าง ๆ ท่ีแล่นอยู่บนถนนมีหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งรถท่ีมีขนาดใหญ่จะมีมวลมาก

2. นักเรียนรวมกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม จึงเคลือ่ นท่ไี ด้ยากกวา่ รถท่ีมขี นาดเล็ก” นักเรยี นเหน็ ด้วยหรือไม่ เพราะอะไร
จนไดขอสรุปวา ขวดท่ีมีน้ําเต็มขวดมีมวล หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
มากกวา ขวดท่มี ีน้าํ อยคู รง่ึ ขวด จึงทําใหม กี าร 64 (หมายเหตุ : คาํ ถามขอ สุดทา ยของหนตู อบได เปนคาํ ถามท่ีออกแบบใหผูเรียนฝก ใชทกั ษะการคดิ ข้นั สงู
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีไดยากกวา และ คพือิจากราณราคจดิ าแกบเหบตใหผุ เ ลหสตนุผับลสแนลุนะ)การคดิ แบบโตแยง ซ่ึงผูเรียนอาจเลอื กตอบอยางใดอยา งหน่งึ กไ็ ด ใหครู
เมื่อขวดน้ําน้ันเคล่ือนท่ีไปแลวจะทําใหหยุด
การเคลื่อนท่ีไดยากกวาขวดที่มีน้ําอยูครึ่งขวด
แสดงวา มวลของวตั ถมุ ผี ลตอ การเปลย่ี นแปลง
การเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ โดยวตั ถุทม่ี ีมวลมากจะ
เปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่ไดยากกวาวัตถุท่ีมี
มวลนอ ย จงึ เกดิ การตา นการเคลอื่ นทข่ี องวตั ถุ

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ในการทาํ กิจกรรมที่ 3 น้ี ตอ งมีการใชว ัสดแุ ละอุปกรณใ นการทํากจิ กรรม นนททดลองเคล่ือนยายกอนหิน 1 กอน มีมวล 5 กิโลกรัม กับ
หลายอยา ง และนกั เรยี นแตล ะกลมุ อาจใชเ วลาในการทาํ กจิ กรรมมากพอสมควร เคล่ือนยา ยกลอ งลังทใ่ี สห นังสอื มมี วล 15 กโิ ลกรัม นกั เรียนคิดวา
จึงอาจทําใหเกินเวลาสอนของครูได ดังนั้น ครูอาจจัดกิจกรรมโดยใชเทคนิค ผลการทดลองของนนทจะเปนอยา งไร
การสอนแบบสาธิต โดยครเู ลอื กนักเรยี น 1-2 กลุม เพ่อื เปน ตัวแทนสาธิตการทาํ
กิจกรรมน้ี จากนั้นใหนักเรียนกลุมที่เหลือคอยสังเกตการทํากิจกรรมหรือ (วิเคราะหคําตอบ นนทจะยกหรือเคล่ือนยายกลองลังหนังสือ
อาจมีสวนรวมไดบางตามความเหมาะสม แลวใหบันทึกผลและนํามาสรุปผล ไดยากกกวา การเคลอ่ื นยายกอนหิน เพราะกลอ งลังหนงั สือมีมวล
ภายในกลมุ ของตนเอง มากกวากอนหิน จึงทําใหเกิดเปนการตานการเคล่ือนท่ีของวัตถุ
มีผลทําใหกลองลังหนังสือเปล่ียนแปลงการคลื่อนที่ไดยากกวา
แนวตอบ หนตู อบได กอนหนิ )

แนวตอบ ขอ 4.
• เหน็ ดว ย เพราะรถขนาดใหญจ ะมมี วลมากกวา รถขนาดเลก็ จงึ มผี ลทาํ ให
เปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นทห่ี รอื เคล่อื นยา ยไดย ากกวารถทมี่ ขี นาดเล็ก
• ไมเห็นดวย เพราะรถขนาดใหญสามารถเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีหรือ

Tเคลื่อนยายไดรวดเรว็ เหมือนรถขนาดเล็ก หากรถวิ่งดวยความเร็วสูงมาก

72

80

นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ

2หนวยการเรยี นรูท่ี ขนั้ สรปุ

áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ขยายความเขา ใจ

1.4 มวลและกำรเปลีย่ นแปลงกำรเคลื่อนที่ของวตั ถุ 1. ใหน กั เรยี นศกึ ษาขอ มลู จากหนงั สอื เรยี นหนา น้ี
จากน้ันใหแตละกลุมทํากิจกรรมเพ่ือขยาย
มวลของวัตถุมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ โดยวัตถุที่มี ความเขา ใจเกย่ี วกบั ความสมั พนั ธร ะหวา งมวล
มวลมากจะเคลื่อนที่ได้ยากกว่าวัตถุที่มีมวลน้อย เนื่องจากเกิดการต้าน ของวัตถุกับการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนที่
การเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นทข่ี องวตั ถุนนั้ โดยใหทํากจิ กรรม ดงั นี้
• ทดลองเคล่ือนยายเพ่ือนในกลุมท่ีมีมวล
วัตถุท่ีมีมวลมำก หรือมีเน้ือสำรมำก มากท่สี ดุ (อว น) กบั เพ่อื นทม่ี มี วลนอยทีส่ ดุ
จะเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีหรือเคล่ือนย้าย (ผอม)
ได้ยาก •ï ทดลองเคลื่อนยายโตะเรียนกับเคลื่อนยาย
เกาอ้ี
วัตถุที่มีมวลน้อย หรือมีเน้อื สำรน้อย • ทดลองเคล่ือนยายโตะเรียนกับเคลื่อนยาย
จะเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นทห่ี รอื เคลอ่ื นยา้ ย กระเปา นกั เรียน
ได้งา่ ย • ทดลองเคลื่อนยา ยกระเปา นักเรยี นกับสมดุ

ตรวจสอบตนเอง กจิ กรรม สรปุ ความรปู ระจาํ บทท่ี 1 2. หลังจากทํากิจกรรม ครูใหแตละกลุมรวมกัน
อภปิ รายวา วตั ถทุ มี่ มี วลมากกบั วตั ถทุ ม่ี วลนอ ย
หลังเรียนจบหน่วยน้ีแลว้ ให้นกั เรียนบอกสัญลักษณ์ท่ตี รงกับระดับความสามารถของตนเอง สง่ิ ใดเคลอื่ นทหี่ รอื เคลอ่ื นยา ยไดง า ยและสะดวก
ทสี่ ดุ เพราะอะไร จากนนั้ ใหแ ตล ะกลมุ สง ตวั แทน
รำยกำร เกณฑ์ นําเสนอผลการอภิปรายหนาชั้นเรียนเพ่ือสรุป
รว มกนั กับเพอ่ื นกลมุ อืน่ ๆ
ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
3. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหนักเรยี นเขาใจวา
1. เขา้ ใจเนอื้ หาเก่ยี วกบั เรือ่ งแรงโนม้ ถว่ งของโลก • วัตถุทีม่ มี วลมาก จะมนี ํา้ หนักมาก จงึ มีการ
2. สามารถทา� กจิ กรรมและอธิบายผลการท�ากจิ กรรมได้ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีไดยากกวาวัตถุ
ท่ีมมี วลนอ ย
3. สามารถตอบคา� ถามจากกิจกรรมหนูตอบได้ได้ • วตั ถุทม่ี ีมวลนอย จะมนี า้ํ หนกั นอย จึงมีการ
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีไดงายกวาวัตถุ
4. ทา� งานกลุ่มรว่ มกบั เพอ่ื นได้ดี หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา ท่ีมมี วลมาก

5. น�าความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจ�าวันได้ 4. ครูสนทนากับนักเรียนทุกคน เพื่อทบทวน
ความรูความเขาใจเก่ียวกับเน้ือหาท่ีไดเรียน
65 ผา นมาจากหนวยการเรียนรูท่ี 2 บทท่ี 1 เรอ่ื ง
แรงโนมถวงของโลก โดยสุมเรียกช่ือนักเรียน
ใหอ อกมาเลาวา ตนเองไดรบั ความรอู ะไรบาง
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ขอ ใดถกู ตอ งเก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ เมอ่ื เรยี นจบบทนแ้ี ลว ครใู หน กั เรยี นตง้ั คาํ ถามทอี่ ยากรเู พมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั เรอื่ ง
ก. เกาอีไ้ มเคลื่อนยา ยไดงา ยกวา หนงั สือ แรงโนม ถวงของโลก คนละ 1 คาํ ถาม จากน้ันครูสุมเรยี กใหน กั เรยี นบอกคาํ ถาม
ข. ตูพลาสตกิ เคล่ือนยา ยไดยากกวา ตูเหลก็ ของตนเอง แลว ใหเพื่อนคนอืน่ ๆ ในชั้นเรียนชว ยกนั แสดงความคิดเห็นวา จะใช
ค. สม 1 ลัง เคลือ่ นยายไดง า ยกวา สม 10 ลัง วิธีการทางวิทยาศาสตรตอบคําถามน้ีไดอยางไร โดยครูทําหนาท่ีเปนผูช้ีแนะ
ง. กอนหินกอ นเล็กเคลอื่ นยา ยไดยากกวา กอนหนิ กอ นใหญ และสงั เกตการทํากจิ กรรมของนกั เรยี นอยางใกลช ิด

(วิเคราะหคําตอบ มวลของวัตถุมีผลตอการเปล่ียนแปลงการ
เคลือ่ นทขี่ องวตั ถุ โดยวตั ถุท่ีมวลมากจะเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นที่
ยากกวาวัตถุท่ีมมี วลนอย ซึง่ สม 10 ลงั มมี วลมากกวา สม 1 ลัง
จึงทําใหเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีไดงายกวา ดังนั้น ขอ ค. จึง
เปน คําตอบท่ถี ูกตอ ง)

T73

81

นาํ สอน สรปุ สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สรปุ (ตอ) ฝกจิกกทรรกั มษะ º··èÕ 1

ขยายความเขา ใจ

5. ใหนักเรียนเขียนสรุปความรูเก่ียวกับเร่ืองที่ 1. ตอบค�ำถำมตอ่ ไปน้ี
ไดเรียนมาจากบทที่ 1 ในรูปแบบตางๆ เชน 1) เพราะเหตุใดเมอ่ื เราเดินขึน้ บนั ไดจงึ รสู้ ึกเหนือ่ ยง่ายกวา่ การเดนิ ลงบันได
แผนผังความคดิ แผนภาพ เปน ตน ลงในสมุด 2) ลูกกอล์ฟและลูกปง ปองทม่ี ขี นาดเท่ากนั เมื่อน�าไปชง่ั น้า� หนักพบว่า ลกู กอล์ฟ
หรืออาจทํากจิ กรรมสรุปความรปู ระจาํ บทท่ี 1 มีน้�าหนกั มากกวา่ ลกู ปง ปอง นกั เรยี นคดิ ว่าเปน เพราะเหตใุ ด
ในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร หนา 66 3) นักเรียนคดิ วา่ หากโลกไมม่ แี รงโน้มถว่ ง จะสง่ ผลกระทบต่อสงิ่ ต่าง ๆ บนโลก
หรือไม่ เพราะอะไร
6. ใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะบทที่ 1 จาก 4) มวลของวัตถจุ ะมีผลต่อการเปลย่ี นแปลงการเคล่อื นที่ของวัตถอุ ย่างไร
หนังสอื เรียน หนา 66-67 ขอ 1-4 ลงในสมดุ 5) นกั เรยี นคิดว่า ระหว่างรถบรรทกุ หินกับรถตู้ รถคนั ใดสามารถเคล่ือนทีไ่ ด้ง่าย
หรอื ทาํ ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 67-69 กว่ากนั เพราะอะไร

7. ใหน กั เรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมทา ทายการคดิ 2. ขดี ✓ หน้ำขอ้ ท่ีเปน ผลมำจำกแรงโน้มถ่วงของโลกโดยตรง
ขนั้ สูงจากแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 70 ………..… 1) วตั ถทุ ุกชนดิ ทีอ่ ยบู่ นโลกมนี ้า� หนัก
………..… 2) พื้นทเี่ ปยกนา้� ทา� ใหเ้ กิดการล่ืนไถล
8. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ จากนน้ั รว มกนั ทาํ กจิ กรรม ………..… 3) ลูกฟตุ บอลกลง้ิ ไดไ้ กลบนพืน้ ทเ่ี รียบ
สรางสรรคผลงานจากหนังสือเรียน หนา 67 ………..… 4) ผลไม้ที่สุกงอมรว่ งจากตน้ ลงสู่พน้ื ดิน
พรอ มนําเสนอหนาช้นั เรยี น ………..… 5) จักรยานเคลื่อนท่ีได้ เพราะออกแรงปน

แนวตอบ กิจกรรมฝก ทกั ษะ 3. สงั เกตภำพและใหเ้ หตุผลว่ำ เก่ียวข้องกับแรงโนม้ ถว่ งของโลกอยำ่ งไรส ุมดับปนร ึทะก�จผาลตัวลงใน
1) 2)
แนวตอบ ขอ 1.
1) เพราะเปน การเดนิ สวนทางกบั แรงโนม ถว ง 66หนังสือเลมเนนื้อี้อหยาูในอราะจหมวีกาางรสปงรตับรปวรจุงพแิจกาไรขณา
ของโลก ทาํ ใหเ ราตอ งออกแรงมากข้ึน
2) เพราะลกู กอลฟ มมี วลมากกวา ลกู ปง ปอง เมอ่ื
นําไปช่ัง ลกู กอลฟ จงึ มนี ้าํ หนักมากกวาลูกปง ปอง
3) สง ผลกระทบ เพราะจะทําใหส่ิงตางๆ บน
โลกไรนํ้าหนักและลอยไปมาในอากาศ จึงมีผลตอ
การดําเนินชีวิตของส่งิ มีชวี ติ ตางๆ บนโลก
4) มวลของวัตถุมีผลตอการเปล่ียนแปลงการ
เคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุ โดยวตั ถทุ มี่ วลมากจะเปลย่ี นแปลง
การเคล่ือนท่ไี ดยากกวาวัตถทุ ่มี มี วลนอย
5) รถตู เพราะเปนรถที่มีขนาดเล็กและมมี วล
นอ ยกวา รถบรรทกุ หนิ จงึ ทาํ ใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลง
การเคลือ่ นทไี่ ดง า ยกวา
แนวตอบ ขอ 2.
1) ✓ 4) ✓
แนวตอบ ขอ 3.
1) แรงโนมถวงของโลกดึงดูดใหนํ้าไหลจากท่ี
สูงลงสทู ต่ี ํ่า
2) แรงโนม ถว งของโลกดงึ ดดู ใหน กั กระโดดรม
ตกลงสูพ้นื ดิน

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ในการทาํ กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน ครอู าจใชร ปู แบบการเรยี นรแู บบรว มมอื น้ําหนกั ของนกั เรียนเกดิ ไดจ ากขอ ใด
เทคนิค L.T. มาจัดกิจกรรมการเรียนรู เพื่อกําหนดใหสมาชิกของนักเรียน ก. เคร่ืองชั่งนํา้ หนกั มีแรงดึงดูดรา งกายของนักเรียน
แตละกลุม มีหนาทขี่ องตนเอง และทํางานรวมกนั ข. นกั เรียนช่ังน้าํ หนกั ดวยเคร่อื งชงั่ จงึ เกดิ นํ้าหนักขึน้
ค. แรงโนม ถวงของโลกกระทาํ ตอรางกายของนักเรียน
รูปแบบการเรยี นรแู บบรวมมือ เทคนคิ L.T. หรอื Learning Together คอื ง. ปรมิ าตรรางกายของนักเรยี นกระทาํ ตอเครอ่ื งชัง่ นา้ํ หนัก
กระบวนการสอนหน่ึงของรูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ โดยมีขั้นตอนการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู ดงั นี้ (วิเคราะหคําตอบ เน่ืองจากมีแรงโนมถวงของโลกมากระทําตอ
มวลของวตั ถุ (รา งกายของนกั เรยี น) จงึ ทาํ ใหว ตั ถมุ นี าํ้ หนกั เกดิ ขน้ึ
1. นักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน จากน้ันครูและนักเรียนทบทวน ดังนน้ั ขอ ค. จึงเปนคาํ ตอบที่ถกู ตอ ง)
เน้อื หาเดิมหรอื ความรูพ้ืนฐานทีเ่ ก่ียวขอ ง

2. ครูแจกแบบฝกหัด ใบงาน หรือโจทย ใหนักเรยี นทุกกลมุ กลมุ ละ 1 ชุด
เหมอื นกนั จากนัน้ ใหน กั เรียนแบงหนาท่ใี นการทํางาน

3. นักเรยี นทาํ กิจกรรม แลว นาํ เสนอผลงาน จากนั้นใหค รูประเมนิ ผลงาน
ของกลมุ โดยเนนกระบวนการทํางานกลมุ

T74

82

นาํ สอน สรปุ ประเมนิประเมิน

2หนวยการเรียนรทู ่ี ขนั้ ประเมนิ

áç⹌Á¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡áÅеÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ ตรวจสอบผล

4. อำ่ นขอ้ มลู ทกี่ �ำหนด แล้วตอบค�ำถำม 1. ครูใหนักเรียนดูตารางตรวจสอบตนเองจาก
หนังสือเรียน หนา 65 จากน้ันถามนักเรียน
นักบนิ อวกาศบนดวงจนั ทร รายบุคคลตามรายการขอ 1-5 เพอ่ื ตรวจสอบ
มวลของดวงจันทรนอยกวามวลของ ความรูความเขาใจของนกั เรยี นหลังเรียน
โลกมาก แรงโนมถวงบนดวงจันทร
จึงนอยกวาบนโลกถึง 6 เทา ดังน้ัน 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมที่ 3 เร่ือง
นักบินอวกาศจะมีนํ้าหนักบนดวงจันทร มวลของวัตถกุ ับการเปลี่ยนแปลงการเคลอ่ื นท่ี
ลดลง 6 เทา ทาํ ใหเคล่อื นไหวรา งกาย ในสมดุ หรอื ในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 64
และเคลื่อนที่ไดสะดวก ในทางกลับกัน
บ น ด า ว พ ฤ หั ส บ ดี ซึ่ ง เ ป  น ด า ว เ ค ร า ะ ห  3. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดใน
ที่ ใหญที่สุดในระบบสุริยะ มีแรงดึงดูด สมุดหรือแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร หนา 65
มากกวาโลกถึง 2.5 เทา หากนักบิน
อวกาศยนื อยบู นดาวพฤหสั บดีนา้ํ หนกั จะ 4. ครูตรวจผลการสรุปความรูเก่ียวกับมวลของ
เพม่ิ มากขน้ึ จงึ ทาํ ใหแมแตก ารเดนิ ก็ทํา วตั ถกุ บั การเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทจี่ ากสมดุ
ไดย ากลําบาก ดัดแปลงจาก : หนงั สอื จดุ ประกายความคดิ ชดุ รวู ิทย คิดเปน หรอื ในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร หนา 66

1) เมอื่ ดวงจันทร์มีแรงดึงดดู นอ้ ยกว่าโลกถงึ 6 เทา่ นักเรียนคดิ ว่า จะส่งผลดีตอ่ 5. ครตู รวจผลการทาํ กจิ กรรมฝก ฝนทกั ษะในสมดุ
ภารกจิ ส�ารวจดวงจันทร์อยา่ งไรบา้ ง หรือในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 67-69

2) หากนนทช์ ่งั น้า� หนกั ของตนเองบนโลกได้ 60 นวิ ตัน เม่อื ไปอยบู่ นดวงจันทร์ 6. ครูตรวจผลการทํากิจกรรมทาทายการคิด
นนท์จะมนี ้�าหนกั เทา่ ไร ขนั้ สงู ในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร หนา 70

3) หากนนทไ์ ปชง่ั นา�้ หนกั บนดาวพฤหสั บดี นนทจ์ ะมนี า้� หนกั เทา่ ไร จงแสดงวธิ คี ดิ 7. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงานกลองกันกระแทก
และการนําเสนอช้ินงาน/ผลงานจากการ
กิจกรรม ทา ทายการคดิ ขน้ั สงู ทํากจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน

ÊกิจÃกŒÒร§รÊมÃ伏 ŧҹ แนวตอบ กจิ กรรมฝก ทักษะ (ตอ )

แบงกลุม แลวชวยกันออกแบบและสรางกลองกันกระแทก หนั เงนื้สืออเหลามอนี้าจอมียูใกนารระปหรัวาบงปสรุงงแตกรไวขจพิจารณา แนวตอบ ขอ 4.
เพอื่ ปอ งกนั ความเสยี หายของสง่ิ ตา ง ๆ หากตกหรือหลน จากทีส่ งู 1) ทําใหนักบินอวกาศสามารถเคลื่อนที่ได
โดยกําหนดให ใชวัสดเุ หลอื ใช 2-3 ชนดิ จากน้ันนําเสนอแนวคิด สะดวกมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถหิ้วหรือเคล่ือน
และทดสอบผลงาน แลวปรับปรุง เพ่ือนําไปจัดแสดง ยา ยอปุ กรณตางๆ ไดง ายขึน้
ในวันวิชาการของโรงเรียน 2) เมื่ออยูบนดวงจันทร นนทจะมีน้ําหนัก
เทากบั 10 นวิ ตนั
67 3) นนทอ ยูบ นโลก มนี าํ้ หนกั 60 นิวตัน ซ่งึ บน
ดาวพฤหัสบดีมีแรงโนมถวงมากกวาโลก 2.5 เทา
ดังน้ัน น้ําหนักของนนทบนดาวพฤหัสบดี คือ
60 × 2.5 เทา กบั 150 นวิ ตนั

ขอ สอบเนน การคดิ แนว O-NET แนวทางการวัดและประเมินผล

หากชง่ั นํา้ หนักของวตั ถชุ ้นิ หนง่ึ บนดวงจนั ทรไ ด A นิวตัน และเมือ่ ครูสามารถวัดและประเมินผลชิ้นงาน/ผลงานกลองกันกระแทกที่นักเรียน
นําวตั ถชุ ิ้นเดียวกนั น้ไี ปชัง่ บนโลก ผลจะตรงกบั ขอใด สรางขึ้น โดยศึกษาเกณฑประเมินผลงานจากแบบประเมินผลงาน/ช้ินงานที่
แนบมาทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 3 เรอื่ ง มวลกบั การเปลย่ี นแปลงการเคลอื่ นที่
ก. วตั ถุมีนา้ํ หนกั A นิวตนั ของวตั ถุ ดงั ภาพตวั อยาง
ข. วัตถมุ ีนา้ํ หนักมากกวา A นิวตัน
ค. วัตถุมนี ้าํ หนักนอ ยกวา A นิวตนั
ง. มคี า ของนํ้าหนกั ไมแ นนอน
(วิเคราะหคําตอบ แรงดึงดูดของดวงจันทรนอยกวาโลก 6 เทา
ดงั นนั้ หากชง่ั นา้ํ หนกั วตั ถชุ น้ิ เดยี วกนั นาํ้ หนกั ของวตั ถทุ ช่ี งั่ บนโลก
จะมนี าํ้ หนกั มากกวา ทชี่ ง่ั บนดวงจนั ทร 6 เทา ดงั นน้ั ขอ ข. จงึ เปน
คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)

T75

83

แบบฝกหัด หลกั สูตรตปรวั ับอยปา่รงงุ ’60

รายวิชาพืน้ ฐาน

วิทยาศาสตร ป.4
ตามมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชีว้ ดั กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551

แบบฝก หัดรายวชิ าพ้ืนฐาน ปรับหปลรักุงส'6ตู 0ร แบบฝก หัดรายวชิ าพ้ืนฐาน ปหรลับกั ปสรูตุงร'60

วทิ ยาศาสตร1์ ว4กลุมสาตราะมกหาลรชกัเรสั้นยี ูตนปรรแรูวกิทะนยถกามลศาาศงสกกึตาตรษราศมา(กึมปฉษาบทาตขับรี่ ้ันฐปาพรนื้นับเกฐลปาารมรนเุงรพียพนทุ ร.ธศูแศล.ักะ2รตา5ัวช6ช2้วี05ดั 5)14 2กลุม ตสาามรหะกลาักรสเูตรียรแนกรชูวนทิก้นั ยลปาาศงรกาะสาถรตศรมึกตศษา(ฉาึกมขบมษนั้ าับพาตปปนื้รรฐฐทบัาานนี่ปกรพาุงรุทเเธลรพียศ.มนศกั รร.แูา2ชล5ะ2ต65วั50ช1้วี)ัด

ปเล.ม่ 41 ป.24 ทิ ยาศาสตร์เลม่

64.-

ดร.เพ็ญพกั ตร ภูศลิ ป ดร.พลอยทราย โอฮามา ดร.เพญ็ พักตร ภศู ลิ ป ดร.พลอยทราย โอฮามา

แบบฝกหดั เลม จริงอาจมขี นาดตางไปจากตัวอยา งที่เสนอในเลมนี้

84

ตัวอยา่ ง

สารบัญเล่มแบบฝึกหดั

สารบัญ วทิ ยาศาสตร์ ».4 àÅ‹Á 1 2 54หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 áç⹌Á¶‹Ç§¢Í§âÅ¡áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ
º··èÕ 1 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡ 54
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ¤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒ¢ͧÊÔè§ÁÕªÇÕ Ôµ 2 กจิ กรรมนําสกู ารเรยี น 54

º··èÕ 1 ¡ÅÁØ‹ ʧÔè ÁªÕ ÕÇÔµ 2 กิจกรรมท่ี 1 ผลของแรงโนม ถว งของโลก 55
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรียน 3 กจิ กรรมที่ 2 แรงดึงดูดของโลกกับนํา้ หนกั ของวัตถุ 58
กจิ กรรมที่ 1 การจัดกลุมสงิ่ มีชวี ิต 6 กจิ กรรมที่ 3 มวลของวัตถุกับการเปล่ยี นแปลงการเคลอ่ื นที่ 63
กจิ กรรมที่ 2 การจัดกลุมพชื 11
กิจกรรมท่ี 3 การจดั กลุม พืชดอก 16 สรุปความรปู ระจําบทท่ี 1 66
กิจกรรมที่ 4 การจดั กลมุ สตั ว กจิ กรรมฝกทกั ษะ 67
20 กจิ กรรมทาทายการคิดขน้ั สูง 70
สรุปความรปู ระจาํ บทท่ี 1 21 กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน 71
กิจกรรมฝกทักษะ 25
กิจกรรมทาทายการคดิ ขั้นสงู 26 º··èÕ 2 µÑÇ¡ÅÒ§¢Í§áʧ 72
กจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน กิจกรรมนาํ สกู ารเรยี น
27 กจิ กรรมท่ี 1 ตัวกลางของแสง 72
º··Õè 2 ˹ŒÒ·Õè¢Í§Ê‹Ç¹µ‹Ò§ æ ¢Í§¾ª× สรปุ ความรูประจําบทที่ 2 73
กจิ กรรมนําสกู ารเรียน 27 กิจกรรมฝกทกั ษะ 77
กิจกรรมที่ 1 หนา ท่ขี องสว นตาง ๆ ของพืช 28 กิจกรรมทา ทายการคดิ ขั้นสูง 78
กิจกรรมท่ี 2 การคายน้ําของพชื 32 กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน 80
กจิ กรรมท่ี 3 พชื สรา งอาหาร 36 ทบทวนทายหนวย 81
กจิ กรรมท่ี 4 สวนประกอบของดอก 40 82
Project STEM
สรปุ ความรูประจาํ บทที่ 2 43 86
กจิ กรรมฝก ทกั ษะ 44
กจิ กรรมทา ทายการคิดขัน้ สูง 48 วิทยาศาสตร์ ».4 àÅÁ‹ 2
กิจกรรมสรา งสรรคผ ลงาน 49
ทบทวนทา ยหนวย 50 3หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ÇÊÑ ´ØáÅÐÊÊÒÃ
4หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã

สารบญั วิทยาศาสตร์ ».4 àÅÁ‹ 2

3หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ÇÊÑ ´áØ ÅÐÊÊÒà 2................................................................................................................ หนว ยการเรียนรูท ี่ 4 ÃкºÊÃØ ÔÂÐáÅСÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã 54
º··Õè 1 ÇÊÑ ´Øã¹ªÇÕ µÔ »ÃШÒí ǹÑ
2 º··Õè 1 ÃкºÊÃØ ÔÂÐ 54
กิจกรรมนําสกู ารเรยี น 2 กจิ กรรมนําสกู ารเรียน
กจิ กรรมท่ี 1 แบบจาํ ลองระบบสรุ ิยะ 54
กจิ กรรมท่ี 1 ประเภทของวสั ดุ 3 สรปุ ความรูประจาํ บทท่ี 1 55
กิจกรรมฝก ทกั ษะ 60
กจิ กรรมท่ี 2 ความแขง็ ของวัสดุ 7 กิจกรรมทา ทายการคิดข้นั สงู 61
กจิ กรรมสรา งสรรคผลงาน 65
กจิ กรรมท่ี 3 สภาพยดื หยุน ของวสั ดุ 11 66
º··èÕ 2 ¡ÒûÃÒ¡¯¢Í§´Ç§¨¹Ñ ·Ã
กจิ กรรมท่ี 4 การนาํ ความรอ นของวสั ดุ 15 กิจกรรมนําสกู ารเรยี น 67
กิจกรรมที่ 1 การข้นึ และตกของดวงจนั ทร
กจิ กรรมที่ 5 การนาํ ไฟฟา ของวัสดุ 19 กจิ กรรมที่ 2 การเปลยี่ นรูปของดวงจนั ทร 67
สรุปความรปู ระจาํ บทท่ี 2 68
สรปุ ความรปู ระจาํ บทท่ี 1 23 กจิ กรรมฝกทักษะ 71
กิจกรรมทา ทายการคดิ ขัน้ สูง 77
กจิ กรรมฝก ทกั ษะ 24 กจิ กรรมสรา งสรรคผ ลงาน 78
ทบทวนทา ยหนว ย 80
กิจกรรมทาทายการคิดข้ันสงู 27 81
Project STEM 82
กจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน 28
86
º··Õè 2 ʶҹТͧÊÊÒà 29
กิจกรรมนําสูก ารเรียน
กจิ กรรมท่ี 1 สมบตั ิของของแข็ง 29
กจิ กรรมท่ี 2 สมบัตขิ องของเหลว 30
กจิ กรรมท่ี 3 สมบัติของแกส 34
39
สรปุ ความรปู ระจําบทที่ 2
กจิ กรรมฝกทักษะ 44
กิจกรรมทา ทายการคิดข้นั สูง 45
กจิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน 48
ทบทวนทา ยหนวย 49
50

85

2 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âš˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
áÅеÇÑ ¡ÅÒ§¢Í§áʧ

º··Õè 1 áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡

¡¨Ô ¡ÃÃÁ นําสูก ารเรียน

สังเกตภาพ แลว ขีด ✓ ลงใน กิจกรรมหรือเหตกุ ารณที่เกย่ี วขอ งกับแรงโนมถว งของโลก

1. อานหนังสอื 2. เลนบาสเกตบอล

KYE เกย่ี วของ ✓ ไมเกี่ยวของ ✓ เก่ียวขอ ง ไมเกี่ยวของ
3. แกวหลนแตก 4. กระโดดนํ้า

✓ เกี่ยวของ ไมเ ก่ยี วของ ✓ เกย่ี วขอ ง ไมเ กยี่ วของ
5. นง่ั วาดภาพ 6. ดูโทรทัศน

เก่ยี วขอ ง ✓ ไมเ กย่ี วของ เก่ียวของ ✓ ไมเ กย่ี วของ

54

86

áçâ¹ÁŒ ¶Ç‹ §¢Í§âÅ¡ ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรทใี่ ช
¡¨Ô ¡ÃÃÁ·èÕ 1 1. การสังเกต
2. การลงความเหน็ จากขอมูล
ผลของแรงโนมถวงของโลก 3. การพยากรณหรือการคาดคะเน
4. การตคี วามหมายขอมลู และการลง
จุดประสงค ขอ สรปุ

สงั เกตและอธิบายผลของแรงโนม ถวงของโลกที่มีตอ วัตถุ KYE

ตองเตรียมตองใช

1. กระดาษ 1 แผน
2. ถงุ พลาสติก 1 ใบ
3. ยางลบ 1 กอ น
4. ใบไมแ หง 1 ใบ

ลองทาํ ดู

1. สงั เกตวตั ถทุ น่ี าํ มาใชท าํ กจิ กรรม จากนนั้ คาดคะเนวา
เมอ่ื โยนวตั ถตุ า ง ๆ ขน้ึ ไปในอากาศ วตั ถจุ ะตกลงสพู นื้
หรือไม แลว บนั ทึกผล

2. ทํากิจกรรมเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยขยํา
แผน กระดาษแลว โยนข้นึ ไปในอากาศ จากนัน้ สงั เกต
การเคลือ่ นท่ขี องกอ นกระดาษและบันทกึ ผล

3. ทาํ การทดลองซํ้าขอ 2. แตเ ปลี่ยนวัตถเุ ปนใบไมแหง
ถงุ พลาสติก และยางลบ ตามลาํ ดบั

4. รว มกนั อภปิ รายขอ มลู จากการสงั เกตและสรปุ ผลการ
ทาํ กิจกรรม แลวนําเสนอหนา ชน้ั เรยี น

55

87

บนั ทกึ ขอ มูล

ทดลองปลอยวัตถุจากที่สูง

ระบปุ ญ หา : แรงโนมถวงของโลก มีผลตอวัตถุอยา งไร
สมมตฐิ าน : แรงโนม ถวงของโลกมผี ลทาํ ใหว ตั ถุทกุ ชนิดตกลงสูพ ้ืนโลก................................................................................................................................................................................................................................................................

µÒÃÒ§ º¹Ñ ·¡Ö ¼Å¡Ò÷Òí ¡¨Ô ¡ÃÃÁ

วตั ถุ การคาดคะเน ผลการทดลอง ภาพทศิ ทางการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ
(ตกพืน้ /ไมตกพน้ื ) (ตกพน้ื /ไมตกพื้น)

กอ นกระดาษ (ตวั อยาง)

ตกพื้น ตกพน้ื........................................................ ........................................................

ใบไม

ตกพืน้ ตกพน้ืKYE ........................................................ ........................................................

ยางลบ

ตกพ้ืน ตกพน้ื........................................................ ........................................................

ถุงพลาสตกิ

ตกพื้น ตกพน้ื........................................................ ........................................................

สรปุ ผล
จากการทดลอง พบวา เม่อื เราปลอยวตั ถใุ หตกจากทสี่ งู หรือโยนวตั ถุขึ้นไปในอากาศ วตั ถุจะตกลง..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
สูพื้นโลกเสมอ ท่ีเปนเชนน้ี เพราะโลกมีแรงโนม ถว งกระทาํ ตอ วตั ถตุ า ง ๆ บนโลก จึงดงึ ดูดวตั ถุตา ง ๆ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ใหต กลงสพู นื้ โลกได..................................................................................................................................................................................................................................................................................................

56

88

หนตู อบได ภาพทีเ่ ปน ผลมาจากแรงโนมถวงของโลกกระทาํ ตอ วตั ถุ

1. ขดี ✓ ใน


กระโดดรม ฝนตก



ขับรถยนต นาํ้ ตกจากภูเขา KYE

2. เพราะเหตใุ ด เม่ือโยนวตั ถุข้นึ ไปในอากาศ วัตถจุ งึ ตกลงสูพน้ื เสมอ

เพราะมแี รงโนม ถว งของโลกหรอื แรงดงึ ดดู ของโลกกระทาํ ตอ วตั ถทุ กุ ชนดิ บนโลก ไมว า จะโยนวตั ถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ขนึ้ ไปในอากาศหรอื ปลอ ยวตั ถจุ ากทีส่ งู วตั ถุตาง ๆ จะตกลงสูพื้นเสมอ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

3. “แรงโนม ถว งของโลกทาํ ใหท กุ สงิ่ บนโลกไมล อยไปในอากาศ จงึ ถอื วา เปน ผลดตี อ สงิ่ มชี วี ติ
บนโลก” นักเรยี นเหน็ ดว ยกบั ขอ ความนหี้ รือไม เพราะอะไร (ตัวอยา ง)
✓ เห็นดว ย เพราะ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกจําเปนตองใชประโยชนจากแรงโนมถวงของโลก...............................................................................................................................................................................................................

เพอื่ ทาํ ใหส ามารถอยบู นพน้ื โลกได และชว ยใหก ารดาํ รงชวี ติ ประจาํ วนั สะดวกขน้ึ เชน ชว ยผอ นแรงเมอ่ื..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ตองยกของลงจากท่สี ูง เปนตน..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

✓ ไมเ ห็นดวย เพราะ ส่งิ ไมม ีชีวติ ทุกชนิดบนโลกตง้ั อยบู นพื้นได เนอ่ื งจากมีแรงโนม ถว งของ.......................................................................................................................................................................................................

โลกดงึ ดดู ไวเ ชน เดยี วกบั สง่ิ มชี วี ติ จงึ ทาํ ใหไ มล อยไปมาในอากาศ ดงั นนั้ สง่ิ มชี วี ติ และสงิ่ ไมม ชี วี ติ บนโลก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
จงึ ใชป ระโยชนจ ากแรงโนม ถว งของโลกเหมอื นกนั..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

หมายเหตุ : นักเรยี นอาจตอบวาเหน็ ดวยหรือไมเ ห็นดว ยก็ได ใหค รูพจิ ารณาจากเหตผุ ลสนับสนนุ 57

89

¡¨Ô ¡ÃÃÁ·Õè 2 ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรท ี่ใช
แรงดึงดูดของโลกกับน้ําหนักของวัตถุ

จดุ ประสงค 1. การวัด
2. การสงั เกต
สงั เกตและอธิบายการวดั นํา้ หนกั ของวัตถโุ ดยใชเ คร่ืองชง่ั สปริง 3. การลงความเหน็ จากขอมูล
4. การพยากรณหรอื การคาดคะเน
ตองเตรียมตองใช 5. การตคี วามหมายขอมลู และการลง

ขอ สรุป

1. หนังสือ 1 เลม 2. ถงุ ทราย 1 ถงุ
3. กอนหิน 1 กอน 4. ถานไฟฉาย 1 กอ น
5. ดนิ นํ้ามัน 1 กอน 6. เครอื่ งชง่ั สปรงิ แบบตัง้ 1 เครอ่ื ง
7. ถุงพลาสตกิ 1 ใบ 8. เครอื่ งชง่ั สปริงแบบแขวน 1 เครอื่ ง
9. กลองดนิ สอ 1 กลอง 10. ผลไม 1 ชนดิ (ครูเตรียมไว) เชน ฝรงั่ เปนตน

KYE ลองทาํ ดู µÍ¹·Õè 1

1. สงั เกตเครื่องชั่งสปรงิ แบบแขวนและตวั เลขบนเครื่องช่ัง จากนั้นวาดภาพลงในกรอบ
2. รวมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั วิธีการใชง านเครือ่ งชั่งสปรงิ แบบแขวน
3. สังเกตถานไฟฉาย ดินนํ้ามัน ถุงทราย และกอนหิน แลวคาดคะเนวา วัตถุเหลานั้น

มนี าํ้ หนักเทาใด แลว บันทึกผล
4. ทาํ กจิ กรรมเพอื่ ตรวจสอบผลการคาดคะเน

โดยนาํ ถา นไฟฉายใสถ งุ พลาสตกิ แลว แขวน
กบั ตะขอของเครอื่ งชง่ั สปรงิ จากนน้ั สงั เกต
ตัวเลขบนเครื่องช่ัง แลวบันทึกนํ้าหนัก
(ทําซํ้าอกี 2 ครั้ง แลวหาคาเฉล่ยี *)
5. ทาํ กจิ กรรมซา้ํ ขอ 4. โดยเปลยี่ นวตั ถเุ ปน
ดนิ นา้ํ มนั ถงุ ทราย และกอ นหนิ ตามลาํ ดบั
จากน้นั รว มกันสรุปผลการทํากจิ กรรม

*หมายเหตุ : การหาคา เฉลี่ยทาํ ไดโ ดยนาํ คาท่หี าไดทงั้ หมดบวกกัน แลวหารดวยจาํ นวนครั้ง

58

90

µÍ¹·èÕ 2

1. สังเกตเคร่อื งช่งั สปริงแบบตง้ั และตวั เลขบนเครือ่ งชัง่ แลววาดภาพลงในกรอบ
2. รวมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั วธิ กี ารใชงานเคร่ืองช่ังสปรงิ แบบต้ัง
3. สังเกตกลองดินสอ หนังสือ ถุงทราย และผลไมท่ีครูเตรียมไว แลวคาดคะเนวา วัตถุ

เหลา นีม้ ีน้ําหนกั เทา ใด และบนั ทกึ ผล
4. ชวยกนั ทาํ กจิ กรรมเพ่อื ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยวางเครอ่ื งชั่งสปริงแบบตงั้ ใหอ ยใู น

ระดบั เดยี วกบั พนื้ ราบ แลว นาํ กลอ งดนิ สอวางบนถาดชงั่ จากนนั้ สงั เกตตวั เลขบนเครอ่ื งชงั่
แลว บนั ทึกคา (ทําซํ้าอกี 2 คร้งั แลวหาคา เฉลยี่ *)
5. ทําซํ้าขอ 4. โดยเปลย่ี นวตั ถุทีใ่ ชช่ังเปน หนังสอื ถงุ ทราย และผลไม ตามลาํ ดบั จากนนั้
รว มกนั สรปุ เกย่ี วกบั การวดั นาํ้ หนกั ของวัตถโุ ดยใชเ ครอื่ งชงั่ สปรงิ

˹¡Ñ àÍà·Ð ‹Ò..ä.ùРKYE

59

91

บันทกึ ขอมลู

ระบุปญ หา : แรงโนม ถวงของโลกทําใหวตั ถแุ ตล ะชนดิ มนี ํ้าหนักเทากันหรือไม
สมมตฐิ าน : แรงโนมถวงของโลกทาํ ใหว ตั ถุแตละชนิดมนี ํา้ หนกั แตกตา งกัน................................................................................................................................................................................................................................................................

µÍ¹·èÕ 1 การวัดน้ําหนักของวัตถุโดยใชเคร่ืองช่ังสปริงแบบแขวน

ลกั ษณะของเครื่องชงั่ สปรงิ แบบแขวน (ตวั อยา ง)

KYE µÒÃÒ§ º¹Ñ ·Ö¡¼Å¡Ò÷Òí ¡¨Ô ¡ÃÃÁ นา้ํ หนักของวตั ถุที่ชงั่ ได (นิวตนั )
การคาดคะเน คร้งั ท่ี 1 คร้ังที่ 2 ครง้ั ท่ี 3 คา เฉลย่ี
วัตถทุ ี่นาํ มาชง่ั น้าํ หนกั ของวตั ถุ

ถานไฟฉาย ..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
ดนิ น้าํ มนั ..................................................... .....................................
ถุงทราย ..................................................... ผลข้ึนอยูกับมวลของวตั ถทุ น่ี าํ มาทดลอง..................................... ..................................... ..................................... .....................................
..................................... ..................................... .....................................

กอนหนิ ..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................

สรปุ ผล
จากการทดลอง พบวา มวลของวตั ถมุ ผี ลตอ แรงโนม ถว งของโลก โดยสงั เกตไดจ ากการยดื ของสปรงิ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ในเครื่องชั่งสปริง หากวัตถชุ นดิ ใดมมี วลนอย แรงโนม ถวงของโลกทีก่ ระทําตอวตั ถุจะนอย ทําใหว ัตถมุ ี..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
นาํ้ หนกั นอ ย หากวตั ถชุ นดิ ใดมมี วลมาก แรงโนม ถว งของโลกทกี่ ระทาํ ตอ วตั ถจุ ะมากขนึ้ ตามไปดว ย ทาํ ให..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
วัตถมุ นี ้ําหนักมาก ดงั นัน้ แรงโนมถวงของโลกจึงทําใหว ัตถแุ ตละชนดิ มนี ํา้ หนกั แตกตางกนั..................................................................................................................................................................................................................................................................................................

60

92

µÍ¹·èÕ 2 การวัดนํ้าหนักของวัตถุโดยใชเครื่องช่ังสปริงแบบต้ัง (ตัวอยา ง)

ลักษณะของเคร่ืองชั่งสปริงแบบตัง้

µÒÃÒ§ ºÑ¹·Ö¡¼Å¡Ò÷íÒ¡Ô¨¡ÃÃÁ KYE

วตั ถทุ ่นี าํ มาชัง่ การคาดคะเน นํ้าหนักของวตั ถทุ ีช่ ่งั ได (นวิ ตัน)
นาํ้ หนักของวตั ถุ คร้ังที่ 1 ครงั้ ท่ี 2 ครั้งที่ 3 คาเฉลยี่

กลองดนิ สอ ..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
หนังสือ ..................................................... .....................................
ถงุ ทราย ..................................................... ผลข้นึ อยูกับมวลของวัตถุท่ีนาํ มาทดลอง..................................... ..................................... ..................................... .....................................
..................................... ..................................... .....................................
ฝรงั่.....................................................
..................................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................

สรปุ ผล
จากการทดลอง พบวา ในตําแหนง เดียวกันบนโลก วตั ถทุ มี่ ีมวลนอ ย แรงโนมถว งของโลกทก่ี ระทํา..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ตอวัตถุจะนอย ทําใหวัตถุมีน้ําหนักนอย วัตถุท่ีมีมวลมาก แรงโนมถวงของโลกที่กระทําตอวัตถุจะมาก..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ทาํ ใหว ัตถหุ นักมาก ดังนนั้ แรงโนมถว งของโลกที่กระทําตอวตั ถุแตละชนิดจงึ มคี าแตกตางกันขึน้ อยูกับ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
มวลของวัตถุ สง ผลทาํ ใหวัตถแุ ตล ะชนิดมนี าํ้ หนกั แตกตางกัน..................................................................................................................................................................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................................................................................................................................................................

61

93

หนูตอบได

1. แรงโนมถวงของโลกมคี วามสมั พันธกับมวลของวตั ถหุ รือไม อยา งไร

มคี วามสมั พนั ธก นั ถา วตั ถมุ มี วลนอ ย แรงโนม ถว งของโลกทก่ี ระทาํ ตอ วตั ถนุ น้ั จะมคี า นอ ย ถา วตั ถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
มีมวลมาก แรงโนม ถวงของโลกท่กี ระทําตอ วตั ถุนนั้ จะมคี า มาก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

2. วัตถแุ ตละชนดิ บนโลกมมี วลเทากนั หรือไม เพราะอะไร

วัตถุแตล ะชนิดบนโลกมมี วลไมเ ทา กนั เพราะวัตถุแตละชนิดอาจมีขนาดและรปู ราง รวมถึงปรมิ าณ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ของเน้ือวตั ถุทีม่ ีอยูในวตั ถุนั้นแตกตางกันไป..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

3. เพราะเหตใุ ด วัตถุตา ง ๆ บนโลกจึงมนี ํ้าหนกั แตกตางกนั

เพราะวัตถุตาง ๆ บนโลกมีมวลตางกัน ทําใหมีแรงโนมถวงของโลกหรือแรงดึงดูดของโลกมา..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
กระทาํ ตอ วัตถเุ หลาน้ันแตกตางกันไป วตั ถตุ าง ๆ จึงมนี ้ําหนกั ไมเทากนั..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

4. ขดี ✓ ลงในชอ งวางหนาขอความที่เปนผลจากแรงโนมถว งของโลกKYE ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
✓………………… 1) วตั ถทุ ุกชนิดทอ่ี ยบู นโลกมีนา้ํ หนัก เพราะมีแรงดงึ ดูดของโลก
………………… 2) เมอื่ เดินขึ้นบันไดหลายชน้ั จะรสู กึ เหน่ือยกวาเดินท่ีพนื้ ราบ
✓………………… 3) ใบไมแ หง หลดุ รว งจากตนตกลงสพู ืน้ ดิน
………………… 4) นกมปี กจงึ สามารถบินอยใู นอากาศได
✓………………… 5) น้ําตกไหลจากท่ีสงู ลงสทู ่ีต่ํา

5. หากตองการทราบวา ฝร่ัง 1 ผล มีนํ้าหนักเทาไร เราควรเลือกใชเครื่องมือชนิดใด
เพือ่ หานํา้ หนักของผลฝรัง่ ระหวา งใชเ ครื่องช่ังสปรงิ แบบแขวนกับเคร่อื งชง่ั สปริงแบบตง้ั
เพราะอะไร (ตัวอยา ง)
✓ เครือ่ งชงั่ สปรงิ แบบแขวน เพราะ มขี นาดเลก็ พกพาสะดวกและใชง านงา ย เหมาะสาํ หรบั.........................................................................................................................................................

ใชวัดน้ําหนักวัตถุที่มขี นาดเล็ก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

✓ เครื่องชั่งสปรงิ แบบตั้ง เพราะ สามารถรบั นํา้ หนักของวัตถไุ ดม าก ช่งั วตั ถไุ ดหลายขนาด...................................................................................................................................................................

ใชงานงายและใหรายละเอยี ดขอมูลชดั เจน..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

62 หมายเหตุ : นกั เรียนอาจเลอื กตอบขอใดกไ็ ด ใหครพู จิ ารณาจากเหตผุ ลสนบั สนนุ

94

¡Ô¨¡ÃÃÁ·èÕ 3 ทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรท่ใี ช
มวลของวัตถุกับ 1. การวดั
การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ 2. การสังเกต
3. การทดลอง
จดุ ประสงค 4. การลงความเหน็ จากขอ มลู
5. การพยากรณหรอื การคาดคะเน
สังเกตและอธบิ ายมวลของวัตถทุ ่ีมผี ลตอ การเปลย่ี นแปลง 6. การตคี วามหมายขอมลู และการลง
การเคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ ขอสรุป

ตอ งเตรยี มตองใช

1. คานไม 1 อัน 2. น้าํ เปลา 500 มิลลิลิตร
3. นาฬกาจับเวลา 1 เรือน 4. เชือกยาวขนาดเทา กัน 2 เสน
5. เครือ่ งชั่งสปรงิ แบบตัง้ 1 เคร่ือง 6. ขวดนาํ้ พลาสตกิ ใสขนาดเทากนั 2 ขวด
KYE
ลองทาํ ดู

1. แบง กลมุ กลมุ ละ 3 - 4 คน จากนน้ั เตมิ นา้ํ
ใสในขวดพลาสติกใบท่ี 1 ใหเต็มขวด
และเติมนํ้าใสในขวดพลาสติกใบที่ 2
ประมาณครงึ่ ขวด แลว ปด ฝาขวดทง้ั 2 ขวด
จากนั้นใชเชือกขนาดเทากันมัดที่ปาก
ขวดท้ัง 2 ใบ
2. ชวยกันคาดคะเนวา ถานําปลายเชือกที่มัดปากขวดท้ัง 2 ใบ ไปผูกกับคานไมท่ีพาด
ระหวางโตะ 2 ตัว แลวผลักขวดท้ัง 2 ใบ ดวยแรงท่ีเทากัน ขวดใบใดจะเคล่ือนท่ีงาย
กวา กัน และขวดใบใดจะหยดุ งา ยกวา กนั
3. ทดลองเพอื่ ตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยสงั เกตการเคลอ่ื นทแ่ี ละจบั เวลาวา ขวดแตล ะใบ
เคลื่อนท่ีเปนเวลาเทา ไรจึงหยุดเคลอ่ื นที่ แลวบันทึกผล
4. ใชเ ครอ่ื งช่ังสปริงแบบตงั้ ช่ังมวลของขวดทงั้ 2 ใบ จากน้ันอา นคาและบนั ทึกผล
5. แตละกลุมชว ยกนั เปรียบเทยี บมวลและเวลาในการเคลื่อนทีข่ องขวดทั้ง 2 ใบ
6. ชวยกันสรุปผลการทดลอง พรอ มนาํ เสนอหนา ช้ันเรียน
63

95

บนั ทึกขอ มลู

ทดลองมวลของวัตถุที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ี

ระบุปญหา : มวลของวตั ถมุ ีผลตอการเปล่ยี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวตั ถุอยางไร
สมมติฐาน : วัตถุท่ีมีมวลมากจะเคลื่อนท่ีหรือหยดุ เคลอื่ นท่ไี ดช า และยากกวาวัตถุที่มีมวลนอ ย................................................................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................................................................................................

µÒÃÒ§ º¹Ñ ·¡Ö ¼Å¡Ò÷Òí ¡¨Ô ¡ÃÃÁ การทดลอง
สงิ่ ทสี่ งั เกต
ผลกั ขวดทีม่ ีนาํ้ ครึ่งขวด ผลักขวดที่มีน้าํ เต็มขวด
ลักษณะการเคล่ือนทีข่ องขวด
เคลื่อนท่ีไดงายกวาขวดท่ีมีนํ้า....................................................................................... เคล่ือนท่ีไดยากกวาขวดที่มีนํ้า.......................................................................................
KYE เต็มขวด และหยุดการเคล่อื นที่....................................................................................... ครงึ่ ขวด และหยดุ การเคลอื่ นท่ี.......................................................................................
ไดเร็วกวา....................................................................................... ไดช า กวา.......................................................................................
เวลาทขี่ วดเร่มิ เคล่อื นทถ่ี งึ เวลา
ทีข่ วดหยุดเคลือ่ นท่ี (นาที) ....................................................................................... .......................................................................................
คา มวลทชี่ ั่งได (กรมั )
....................................................................................... .......................................................................................

ขึ้นอยกู ับผลการทดลอง....................................................................................... .......................................................................................

....................................................................................... .......................................................................................

ข้ึนอยูกับผลการทดลอง....................................................................................... .......................................................................................

....................................................................................... .......................................................................................

สรุปผล
จากการทดลอง พบวา ขวดที่มีนํ้าเต็มขวดมีมวลมากกวาขวดท่ีมีนํ้าอยูคร่ึงขวด จึงทําใหมีการ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีไดชาและยากกวา และเมื่อขวดนั้นเคลื่อนท่ีไปแลวจะทําใหหยุดการเคลื่อนท่ี..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ไดยากกวาขวดท่ีมีนํ้าอยูครึ่งขวด แสดงวา มวลของวัตถุมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................
โดยวัตถุทม่ี มี วลมากจะเปล่ียนแปลงการเคล่ือนทีไ่ ดย ากกวา วตั ถุทีม่ มี วลนอ ย..................................................................................................................................................................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................................................................................................................................................................

64

96

หนูตอบได

1. มวลของวัตถุและการเคลือ่ นทขี่ องวตั ถมุ ีความสมั พนั ธก ันหรือไม อยา งไร

มคี วามสมั พนั ธก นั โดยวตั ถทุ ม่ี มี วลมากจะเปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นทหี่ รอื เคลอื่ นยา ยไดย ากกวา วตั ถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
ทมี่ ีมวลนอย ดงั น้นั มวลของวัตถุจึงมผี ลตอ การเปล่ยี นแปลงการเคล่อื นทขี่ องวัตถุ..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

2. ดภู าพ แลว เตมิ ขอ ความเกย่ี วกบั มวลและการเปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นทีข่ องวัตถุ

1) ตูไมใ นภาพมีมวล มาก....................................................... 2) หนงั สอื ในภาพมมี วล นอ ย.................................................. KYE
จงึ มีผลตอ การเคล่ือนทอ่ี ยางไร จงึ มีผลตอ การเคลื่อนทอ่ี ยา งไร

ทาํ ใหว ตั ถเุ ปลย่ี นแปลงการเคลอ่ื นท่ี................................................................................................................ ทําใหวัตถุเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ี......................................................................................................................
หรอื เคล่ือนยายไดย าก................................................................................................................ หรือเคลอ่ื นยา ยไดง าย......................................................................................................................

3. มวลและนํ้าหนักมีความสัมพนั ธก นั อยางไร

โลกจะดงึ ดดู วตั ถทุ ม่ี มี วลมากดว ยแรงมาก จงึ ทาํ ใหว ตั ถนุ น้ั มนี า้ํ หนกั มาก และโลกจะดงึ ดดู วตั ถทุ ม่ี ี..........................................................................................................................................................................................................................................................................................
มวลนอยดวยแรงนอ ย จึงทําใหวตั ถุน้ันมนี ้าํ หนกั นอ ย..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

4. “รถชนิดตาง ๆ ที่แลนบนถนนมีหลายขนาดดวยกัน ซ่ึงรถที่มีขนาดใหญจะมีมวลมาก
จงึ เคลือ่ นทีไ่ ดย ากกวารถท่ีมขี นาดเล็ก” นักเรียนเหน็ ดวยหรอื ไม เพราะอะไร (ตวั อยาง)
✓ เหน็ ดวย เพราะ รถขนาดใหญจะมีมวลมากกวารถขนาดเล็ก จึงมีผลทําใหรถขนาดใหญ...............................................................................................................................................................................................................

เปลี่ยนแปลงการเคล่ือนทไี่ ดย ากกวา รถที่มีขนาดเล็ก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

✓ ไมเ หน็ ดวย เพราะ รถขนาดใหญส ามารถเปลยี่ นแปลงการเคลอ่ื นทหี่ รอื เคลอ่ื นยา ยไดร วดเรว็.......................................................................................................................................................................................................

เหมอื นรถขนาดเล็ก หากรถขนาดใหญวง่ิ ดว ยความเรว็ สงู มาก..........................................................................................................................................................................................................................................................................................

หมายเหตุ : นกั เรยี นอาจตอบวา เหน็ ดวยหรือไมเ ห็นดวยก็ได ใหค รพู ิจารณาจากเหตผุ ลสนับสนุน

65

97


Click to View FlipBook Version