หน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปี ที่3 อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมหวัง นิลพันธ์ ผู้จัดท า นางสาวกมลวรรณ ชาวัตรรหัสนักศึกษา 6494110070 นักศึกษาชั้นปี ที่3 รายวิชา ED 13309 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการระดับประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ค าน า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็ นส่วนหนึ่งของรายวิชาED 13309 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ระดับประถมศึกษา ผู้จัดท าได้ศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการบูรณาการจัดท าหน่วยการ เรียนรู้และแผนการเรียนรู้ภายในศาสตร์เดียวกันและการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ของกลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษาปี ที่3 ได้ศึกษาค้นคว้า ความหมายของการบูรณาการ กลัก การ แนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ รูปแบบบูรณาการ วิธีบูรณาการ สาระการเรียนรู้ มาตรฐาน ตัวชี้วัด ค าอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปี ที่3 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) ตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการ เรียนรู้ภายในศาสตร์และข้ามศาสตร์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้เข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ อย่างสะดวก ผู้จัดท าหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็ นประโยชน์ส าหรับผู้ที่สนใจจะเข้ามาศึกษาค้นคว้าหา ความรู้จากหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่งและหากมีข้อผิดพลาดประการใดทางผู้จัดท าจะน้อมรับไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดท า นางสาวกมลวรรณ ชาวัตร
สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข 1.ความหมายการบูรณาการ 1 2.หลักการแนวคิดและทฤษฎีของบูรณาการ 2 3.รูปแบบบูรณาการ 3-6 4.วิธีบูรณาการ 6-9 5.การบูรณาการภายในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 10-20 5.1สาระ มาตรฐาน ตัวชี้วัด 5.2 โครงสร้างรายวิชา 6.ตัวอย่างการจัดท าหน่วยบูรณาการภายในศาสตร์กลุ่มสาระภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปี ที่3 21-37 6.1 ชื่อหน่วยกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสวิชาอ13101 ชั้นประถมศึกษาปี ที่3 6.2 สาระการเรียนรู้/ มาตรฐาน / ตัวชี้วัด 6.3 สาระส าคัญ 6.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ 6.5 สาระการเรียนรู้
7.ตัวอย่างหน่วยและแผนการเรียนรู้บูรณาการข้ามศาสตร์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 38-57 7.1 ตัวอย่างหน่วงบูรณาการข้ามศาสตร์ 7.2 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ามศาสตร์ 8.ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ 58-71 8.1 ทฤษฎีการบูรณาการข้ามศาสตร์ 8.2 หน่วยบูรณาการ 8.3 แผนการจัดการเรียนรู้ 1 แผน ภาคผนวก 72-91 -ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นป.6 บรรณานุกรม 92
1. ความหมายการบูรณาการ การบูรณาการมีนกัวิชาการหลายท่านไดใ้ห้ความหมายในลกัษณะใกลเ้คียงกนั ไวด้งัน้ีความหมาย การบูรณาการตรงกับค าภาษาอังกฤษว่า Integration มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า Integrate ค าว่าบูรณาการ ในความหมายทวั่ ไป หมายถึงการทา สิ่งที่บกพร่องให้สมบูรณ์แบบ โดยการเพิ่มเติมบางส่วนที่ขาดอยู่ให้ สมบูรณ์ หรือการน าส่วนประกอบย่อยมารวมกนัต้งัแต่สองส่วนเพื่อทา ให้เป็นส่วนประกอบใหญ่ของ ท้งัหมด ดงัน้นัการบูรณาการเป็นการเชื่อมสิ่งหน่ึงหรือหลายสิ่งเขา้มาเป็นส่วนประกอบกบัอีกสิ่งหน่ึงให้มี ความสมบูรณ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักหรือส่วนประกอบที่ใหญ่กว่า (เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, 2546) พระธรรมปิ ฎก (ป.อ.ปยุตโต) (2540) ได้ให้ความหมายบูรณาการ หมายถึง การท าให้หน่วยย่อยที่มี อยู่ท้งัหลายที่สัมพนัธ์อิงอาศยัซ่ึงกันและกันเขา้มาร่วมทา หน้าที่ประสานกลมกลืนให้เป็นองค์รวมหนึ่งเดียว ที่มีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ในตัว ประเวศ วะสี(2545) ได้ให้ความหมายของการบูรณาการเป็นความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ไปด้วยกัน อย่างลงตัวและอย่างสมดุล ทิศนา แขมณี(2548) ได้ให้นิยามของการบูรณาการ หมายถึงการท าให้สมบูรณ์โดยการน าหน่วย ย่อยๆ ที่มีความสัมพันธ์มาท าหน้าที่อย่างผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ได้แยกเป็นส่วนๆ บีเน่ (Beane, 1991) การบูรณาการเป็นการเชื่อมโยงความรู้ประสบการณ์ในลักษณะผสมผสานเข้า ดว้ยกนัท้งัหมดเพื่อให้สอดคลอ้งสมบูรณ์โดยรวมกนัมากกว่าการแยกส่วน การบูรณาการ(Integration) หมายถึง การประสานกลมกลืนกันของแผนกระบวนการ สารสนเทศ การจัดสรรทรัพยากร การปฏิบัติการ ผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนเป้าประสงค์ที่ส าคัญของ สถาบัน (Organization-wide Goal) การบูรณาการที่มีประสิทธิผลเป็นมากกว่าความสอดคล้องไปในแนวทาง เดียวกัน (Alignment) ซึ่งการด าเนินการของแต่ละองค์ประกอบภายใน ระบบการจัดการ ผลการด าเนินการมี ความเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ (คณะกรรมการการอุดมศึกษา, 2557, หน้า 35) สรุปจากความหมายที่กล่าวมา การบูรณาการหมายถึง กระบวนเชื่อมประสานสิ่งหน่ึงหรือหลายสิ่ง ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เขา้มารวมกนั ให้มีความประสานสัมพนัธ์แบบองคร์วมเป็นหน่ึงเดียวครบถว้น สมบูรณ์ เป็นเอกภาพในตัวแบบไม่แยกส่วน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักหรือส่วนประกอบที่ใหญ่ขึ้น
2.หลักการแนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ ปรัชญาการศึกษาแบบ Progressivism ของ John Dewey -การศึกษาคือชีวิตคน : คนต้องศึกษาตลอดชีวิต (ความรู้มากมายมหาศาล) -เน้นเรียนเป็นศูนย์กลาง -การเรียนโดยการแก้ปัญหา -ส่งเสริมร่วมมือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน -สร้างเสริมการอยู่ร่วมกันในวิถีประชาธิปไตย ทฤษฎีการเรียนรู้ในด้าน Cognitive ที่ใช้ Constructivism Approachหลักส าคัญของ Constructivism คือ ผู้เรียนต้องสร้างความรู้เอง ครูเป็นผู้ช่วยโดยจัดหาข้อมูลข่าวสารที่มีความหมายให้แก่ผู้เรียน หรือให้โอกาส ผู้เรียนได้ค้นผบด้วยตนเอง และเป็นผู้ลงมือกระท า ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของ Ausubel ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Ausubel เน้นความส าคัญของการ เรียนรู้อย่างมีความเขา้ใจและมีความหมายการเรียนรู้จะเกิดข้ึนเมื่อผูเ้รียนไดเ้ชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้ใหม่เข้ากับ ความรู้เดิมที่อยู่ในสมองของผู้เรียน ทฤษฎีการเรียนรู้ปัญญานิยม (Cognitive Theory) บรูเนอร์ กล่าวไวว้่าวิธีการที่ผูเ้รียนใชเ้ป็นเครื่องมือในการคน้พบความรู้มี3ข้นัคือวิธีการที่ใช้ รูปธรรม วิธีการที่ใช้กึ่งสัญลักษณ์ และวิธีการที่ใช้สัญลักษณ์และเชื่อว่าถ้าผู้สอนเข้าใจพัฒนาการทางเชาวน์ ปัญญาของผู้เรียนและจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ตามข้นัพฒันาการของตน กรมวิชาการ. (2549 : 3-4) ได้แบ่งประเภทการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการออกเป็น 2 แบบ คือการบูรณาการ ภายในวิชา เป็นการเชื่อมโยงการสอนระหว่างเน้ือหาวิชาในกลุ่มประสบการณ์หรือรายวิชาเดียวกนัเขา้ ด้วยกัน
3.รูปแบบบูรณาการ วิเศษ ชิณวงศ์(2544: 29) ได้กล่าวถึงการเรียนการสอนมีสองประเภท คือ บูรณาการ ภายในวิชาและบูรณา การระหว่างวิชา โดยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ (Modelsof Integration) ระหว่างวิชามี 4รูปแบบดงัน้ี 1. การสอนบูรณาการแบบสอดแทรก (Infusion) เป็นการสอนที่ครูผู้สอนในวิชาหนึ่งสอดแทรก เน้ือหาของวิชาอื่นเขา้ไปในการสอนของตน เป็นการวางแผนการสอนและสอนโดยครูคนเดียว 2. การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน (Parallel Instruction) เป็นการสอนที่ครูต้งัแต่สองคนข้ึนไปที่สอน ต่างวิชากัน ต่างคนต่างสอน แต่มาวางแผนการสอนร่วมกัน โดยมุ่งสอนหัวเรื่องความคิดรวบยอด ปัญหา เดียวกัน (Theme/Concept/Problem) ระบุสิ่งที่ร่วมกนัและตดัสินใจร่วมกนัว่าจะสอนหัวเรื่องความคิดรวบ ยอด ปัญหาน้นัๆ อย่างไรในวิชาของแต่ละคนงานที่มอบหมายนกัเรียนจะแตกต่างกนัไปตามลกัษณะวิชาแต่ อยู่ภายใต้หัวเรื่อง ความคิดรวบยอดหรือปัญหาเดียวกัน 3. การสอนบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) การสอนแบบน้ีคลา้ยกบัการ สอนแบบคู่ขนาน กล่าวคือเป็นการสอนที่ครูต้งัแต่สองคนข้ึนไปที่สอนต่างวิชากันใชห้ ัวเรื่องความคิดรวบ ยอด ปัญหาเดียวกัน ต่างคนต่างสอน แต่มีการมอบโครงการหรือโครงงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยง สาขาวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ครูทุกคนต้องวางแผนร่วมกันในการสร้างโครงการเหมือนกันและแบ่งโครงการ ย่อยให้นักเรียนปฏิบัติในแต่ละวิชา 4. การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชา (Trans disciplinary Instruction) การสอนตามรูปแบบน้ีครูที่สอน วิชาต่าง ๆ จะมาร่วมกันสอนเป็นคณะหรือทีม ร่วมกันวางแผน ปรึกษาหารือกันก าหนดหัวเรื่อง ความคิด รวบยอด ปัญหาร่วมกัน แล้วด าเนินการสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน อรัญญา สุธาสิโนบล (2545: 23) ไดก้ล่าวถึงรูปแบบการสอนแบบบูรณาการมีรูปแบบดงัน้ี 1. การสอนบูรณาการแบบครูผู้สอนเพียงคนเดียว หรือแบบสอดแทรก ( Infusion Instruction) เป็นการสอน โดยครูผูส้อนจะสอดแทรกเน้ือหาสาระอื่น ๆ ให้เขา้กบัหัวขอ้เรื่องหรือสาระที่กา หนดข้ึนมาทา ให้ผูเ้รียนได้ ใชท้กัษะกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากเน้ือหาสาระที่กา หนด 2. การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน (Parallel Instruction) เป็นการสอนโดยครูสอนต้งัแต่สองคนข้ึนไปที่สอน วิชาต่างกัน ต้องวางแผนร่วมกันในการก าหนดหัวเรื่อง (Theme) สาระส าคัญหรือความคิดรวบยอด (Concept) และปัญหา (Problem) เดียวกัน เมื่อวางแผนร่วมกันแล้วครูแต่ละคน ก็จะวางแผนการสอนของแต่ ละคนซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะวิชา
3. การสอนบูรณาการแบบพหุวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) เป็นรูปแบบการสอนที่มี ลกัษณะคลา้ยกบัการสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน โดยครูผูส้อนต้งัแต่สองคนข้ึนไปไดร้่วมกนัวางแผนในการ กา หนดหัวเรื่องความคิดรวบยอด และปัญหาร่วมกนัแลว้แตล่ะคนก็สอนตามลกัษณะวิธีการของตน จากน้นั ครูผู้สอนก็จะมีการก าหนดงานหรือโครงการให้นักเรียนปฏิบัติโดยกิจกรรมในโครงการน้นัจะตอ้งเชื่อมโยง วิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน 4. การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชาหรือการสอนเป็นคณะ (Transdisciplinary instruction) เป็นการ สอนที่ครูผู้สอนในวิชาต่าง ๆ กันร่วมกันวางแผนเป็นคณะ (Team) โดยร่วมกันวางแผนปรึกษากันในการ ก าหนดหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด และปัญหาร่วมกัน และด าเนินการสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน สิริพัชร์เจษฎาวิโรจน์ (2549: 67) ไดก้ล่าวถึงวิธีการบูรณาการที่มีหลายรูปแบบ ซ่ึงมีท้งับูรณาการ ต้งัแต่นอ้ยไปจนถึงมากคือบูรณาการต้งัแต่ภายในกลุ่มสาระเดียวไปจนถึง 8กลุ่มสาระการเรียนรู้และ แมก้ระทงั่การบูรณาการที่สมบูรณ์สูงสุดดว้ย ซ่ึงเป็นวิธีการบูรณาการตามรูปแบบของ Robin Fogarty (2002) ไดเ้สนอวิธีการบูรณาการ 10รูปแบบ ดงัน้ีการบูรณาการหลกัสูตรสามารถทา ไดห้ลายรูปแบบ ซ่ึงมี ลกัษณะที่แตกต่างกันไป และเหมาะสมกบัระดบัช้นัต่าง ๆ กนัไป Fogarty ได้เสนอรูปแบบการบูรณาการ หลกัสูตรที่น่าสนใจไว1้0แบบ ดงัน้ีคือ 1. Cellular หรือ Fragmented เป็นรูปแบบการบูรณาการ เน้ือหาสาระภายในวิชาเดียวกนัโดยสัมพนัธ์ ต่อเนื่องกันในลักษณะ ของการเรียงล าดับหัวข้อตามความเหมาะสม เช่น เรียงจากเรื่องที่ง่ายไปหายาก เรื่องที่ มีความซับซ้อนน้อยไปหาเรื่องที่ซับซ้อนมากข้ึน หรือเรียงจากเรื่องที่เป็นพ้ืนฐานไปหาเรื่องที่สัมพนธ์ ั ต่อเนื่องกนัและกวา้งขวางข้ึน ในการสอนจะสอนตามหัวขอ้ที่กา หนดเมื่อจบหัวขอ้หน่ึงก็ข้ึนหัวขอ้ใหม่ ต่อไป 2. Connected เป็นรูปแบบการบรณาการเน้ือหาสาระ ภายในเน้ือหาของแต่ละวิชาเช่นเดียวกนัแต่ใน การสอนมีการเชื่อมโยงหัวข้อหรือความคิดรวบยอดถึงกัน เชื่อมโยงความคิดต่าง ๆให้สัมพันธ์กัน ท าให้เห็น ความต่อเนื่องหรือเกี่ยวขอ้งกนัของเน้ือหาที่เรียนในหัวขอ้ต่าง ๆ เช่น หัวขอ้ร่างกายของฉัน และอาหารที่มี ประโยชน์ในการสอน 2 หัวขอ้น้ีสามารถเชื่อมโยงให้เห็นว่าร่างกายตอ้งการอาหารเพราะอะไรและอาหารมี ความจ าเป็นต่อคนอย่างไรเป็นต้น 3. Nested เป็นรูปแบบการบูรณาการเน้ือหาสาระภายในวิชาเดียวกนัอีกรูปแบบหน่ึงแต่เพิ่ม ความสัมพนัธ์เกี่ยวขอ้งกนัมากข้ึน คือการบูรณาการทกัษะหลาย ๆ ทกัษะเขา้ดว้ยกนั ในการรวมเป็น เป้าหมายหลกัของหัวขอ้เช่น หัวขอ้อาหารที่มีประโยชน์ครูนา ทกัษะต่าง ๆ มาบูรณาการสอนหัวขอ้น้ีได้ หลายทักษะ ได้แก่ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการคาดเดา ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการคิด ทักษะทางสังคม
ทกัษะการจดัขอ้มูลโดยต้งัประเด็นปัญหา หรือคา ถามข้ึนแลว้ให้นกัเรียนนา ทกัษะเหล่าน้ีไปฝึกคิดอภิปราย และหาค าตอบ 4. Sequenced รูปแบบน้ีเริ่มเป็นการบูรณาการระหว่าง 2วิชารูปแบบน้ีสามารถทา ไดง้่ายโดยการนา หน่วยการเรียนรู้ที่ใช้สอนกันอยู่มาพิจารณาความคิดรวบยอด ทักษะหรือเจตคติของหน่วยใดคล้ายกันบ้างให้ นา มาเชื่อมโยงบูรณาการกัน ซ่ึงท้งั2วิชายงัสอนแยกกันอยู่แต่สอนในเวลาเดียวกนัดงัน้น ต้องมีการ ั จัดล าดับ การสอนหัวข้อเรื่องหรือหน่วยการเรียนต่าง ๆ ใหม่ เพื่อจะได้สอนในช่วงเวลาเดียวกันได้ อาจมีการ ปรับกิจกรรมการเรียนการสอนให้ชดัเจนข้ึนแลว้วางแผนว่าจะสอนในช่วงเวลาใด เพื่อสิ่งที่นา มาบูรณาการ กนัน้ันจะไดป้ระสานกนัอย่างกลมกลืน 5. Shared เป็นการบูรณาการระหว่าง 2 วิชา โดยเน้ือหาสาระที่สอนน้ันมีสาระความรู้หรือความคิด รวบยอด ที่คาบเกี่ยวกนัอยู่ส่วนหน่ึงในการบูรณาการรูปแบบน้ีตอ้งมีการวางแผนร่วมกนัสอนร่วมกนั ใน ส่วนที่คาบเกี่ยวกัน โดยอาจจัดเป็นหัวข้อร่วมกัน หรือท าโครงงานร่วมกัน และอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้คาบเกี่ยว กนัน้ันครูก็สอนแยกกันไปตามปกติ 6. Webbed เป็นรูปแบบการบูรณาการระหว่างวิชาหลายวิชา มีลักษณะเป็นการก าหนดหัวข้อเรื่อง (theme) ข้ึนมาแลว้เชื่อมโยงไปสู่วิชาต่าง ๆ ว่ามีประเด็นหรือเน้ือหาสาระใดที่เห็นว่ามีความสัมพนัธ์กนั คล้ายคลึงกัน หรือต่อเนื่องกัน ที่จะสามารถน ามาจัดรวมเป็นหัวข้อเรื่องเดียวกันเพื่อที่จะได้สอนรวมกันไป อย่างกลมกลืนไดใ้นการบูรณาการรูปแบบน้ีจะบูรณาการกี่วิชาก็ไดข้้ึนอยู่กบั ประเด็นเน้ือหาสาระความคิด รวบยอดหรือทกัษะ ส่วนเน้ือหาสาระใดของวิชาใดไม่สามารถนา มาบูรณาการกนัได้ก็ให้สอนตามปกติ 7.Threaded เป็นรูปแบบการบูรณาการที่ใช้ทักษะใดทักษะหนึ่งที่ต้องการฝึ กเป็นหลัก เช่นทักษะการ คาดเดา ทกัษะการแกป้ ัญหาทกัษะการวิเคราะห์แลว้กา หนดเน้ือหา ตลอดจนจัดการเรียนการสอนในแต่ละ รายวิชาให้สัมพันธ์กับทักษะที่ก าหนดซึ่งจะเป็นกี่วิชาก็ได้ 8. Integrated เป็นการจัดหลักสูตรบูรณาการ แบบสหวิทยาการที่น าเอาความรู้ ความคิดรวบยอด หรือ ทกัษะที่เหลื่อมล้า กนัอยู่ของวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์สังคม ศึกษาภาษาไทยศิลปศึกษามา วางแผนจดัสอนร่วมกนัเป็นทีม การบูรณาการแบบน้ีเป็นการช่วยสร้างความเขา้ใจและความซาบซ้ึงระหว่าง วิชาต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน
9. Immersed เป็นรูปแบบบรูณาการที่นกัเรียนได้เรียนรู้เน้ือหาสาระในวิชาต่าง ๆ และมีความสนใจใน เน้ือหาวิชาดา้นใดดา้นหน่ึงแลว้นกัเรียนใชค้วามรู้เน้ือหาน้นั ในการศึกษาคน้ควา้ซ่ึงเปรียบเหมือนการใชแ้ว่น ขยายประสบการณ์ของตนเอง สร้างประสบการณ์ให้กบัตนเองโดยในการหาประสบการณ์น้นันกเรียน ั อาจจะตอ้งบูรณาการขอ้มูลที่เรียนรู้ท้งัหมดมาใช้ 10. Networked เป็นรูปแบบบูรณาการที่กลนั่กรองความรู้ที่มิใช่จากการศึกษาคน้ควา้ของนักเรียนเพียง อย่างเดียวแต่นกัเรียนจะไดเ้รียนรู้จากครูผูเ้ชี่ยวชาญ ผูท้รงคณุวุฒิรวมท้งัการใชเ้ครือข่ายการเรียนรู้เรียนรู้ท้งั ภายในสาชาวิชาและนอกสาขาวิชาแลว้เชื่อมโยงความรู้เขา้รวมดว้ยกนัท้งัหมดเพื่่อกระตุน้ ให้นกัเรียนเกิด ความคิดขยายออกไปเป็นแนวทางใหม่ลักษณะและรูปแบบของการบูรณาการหลักสูตรดังกล่าวจะเห็นได้ว่า มีวิธีการบูรณาการเน้ือหาวิชาต่างๆเขา้ดว้ยกนัไดห้ลายวิธีมีท้งัแบบบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เดียวกัน บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ และบูรณาการจากความคิดของผู้เรียนเองการเลือกใช้ รูปแบบใดน้นัข้ึนอยู่กบัความเหมาะสมของเน้ือหาสาระความคิดรวบยอด เจตคติและทกัษะที่ตอ้งการเนน้ ซ่ึงผูส้ร้างหลกัสูตรบูรณาการจะตอ้งรู้เน้ือหาสาระของหลกัสูตรแลว้พิจารณาเลือกรูปแบบใชใ้หเ้หมาะสม 4.วิธีบูรณาการ 1. กา หนดเรื่องที่จะสอนโดยการศึกษาหลกัสูตรและวิเคราะห์หาความสัมพนัธ์ของ เน้ือหาที่มีความ เกี่ยวข้องกัน เพื่อน ามาก าหนดเป็นหัวข้อเรื่องความคิดรวบยอดหรือปัญหา 2. ก าหนดจุดประสงค์การเรียนรู้โดยการศึกษาจุดประสงค์วิชาหลัก และวิชารองจะน ามาบูรณาการ และกา หนดจุดประสงคก์ารเรียนรู้ในการสอนส าหรับหัวขอ้เรื่องน้นัๆ เพื่อการวดัและประเมินผล 3. กา หนดเน้ือหาย่อยเป็นการกา หนดเน้ือหาย่อย ๆ ส าหรับการเรียนรู้ให้สนองกบัจุดประสงคก์าร เรียนรู้ที่ก าหนดไว้ 4. วางแผนการสอนเป็นการกา หนดรายละเอียดของการสอนต้งัแต่ตน้จนจบโดยการเขียนแผนการสอน ซ่ึงประกอบดว้ยองคป์ระกอบที่ส าคญัเช่นเดียวกบัแผนการสอนทวั่ ไปนนั่คือ สาระส าคญัจุดประสงค์ เน้ือหากิจกรรมการเรียนการสอน การวดัและประเมินผล 5. ปฏิบตัิการสอนเป็นการจดักิจกรรมการเรียนรู้ที่กา หนดไวใ้นแผนการสอน รวมท้งัมีการสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ความสอดคล้องกันของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผลส าเร็จของการเรียนรู้ ตามจุดประสงค์โดยมีการบันทึกจุดเด่นจุดด้อยไว้ส าหรับการปรับปรุง และพัฒนา 6. การประเมินปรับปรุงและพัฒนา เป็นการน าผลที่ได้จากการบันทึกรวบรวมไว้ในขณะปฏิบัติการสอน มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงพฒันาแผนการสอนแบบบูรณาการให้มีความสมบูรณ์ยิ่งข้ึน
อัญชลี สารรัตนะ (2542: 29-31) ไดก้ล่าวถึงข้นัตอนการสร้างบทเรียนและการจดัการเรียนการสอน แบบบูรณาการไวด้งัน้ี 1. กา หนดเรื่องที่จะสอน โดยการศึกษาหลกัสูตรและวิเคราะห์ความสัมพนัธ์ของ เน้ือหาที่มีความ เกี่ยวข้องกันเพื่อน ามาก าหนดเป็นหัวเรื่อง ความคิดรวบยอดหรือปัญหาในการสอน หรืออาจก าหนดเรื่องที่ จะสอนจากการเลือกจุดประสงค์รายวิชา 2รายวิชาข้ึนไปและนา มาสร้างเป็น หัวเรื่องความคิดรวบยอดหรือ ปัญหาในการสอน 2. กา หนดจดุประสงคก์ารเรียนรู้ในการสอน ส าหรับหัวเรื่องที่กา หนดให้ในข้นัที่1โดยก าหนดความรู้ และความสามารถที่ต้องการจะให้เกิดแก่ผู้เรียน ควรเขียนให้ชัดเจนเพื่อน าไปสู่การจัดกิจกรรมและการ ประเมินผล 3. วางแผนการสอนเป็นการกา หนดรายละเอียดของการสอนต้งัแต่ตน้จนจบโดยการเขียนแผนการสอน ซ่ึงอาจจดัในรูปแผนการสอนรายวิชาและแผนการสอนรายคาบ รวมท้งัระบุทรัพยากรแหล่งความรู้อุปกรณ์ หรือวัสดุอื่นที่ต้องใช้ 4. ปฏิบตัิการสอนเป็นการจดักิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการสอนกา หนด ข้ึนในข้นัที่3รวมท้งั มีการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน ความสอดคล้องสัมพันธ์กันของการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอน ผลส าเร็จของการสอนตามจุดประสงค์โดยมีการบันทึกจุดเด่นจุดด้อยของกิจกรรมไว้ส าหรับการ ปรับปรุงหรือพฒันาให้ดียิ่งข้ึน 5. การประเมินผลเป็นการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนและการบรรลุผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง เช่นการสังเกต การปฏิบัติงาน ตรวจผลงาน ทดสอบและสัมภาษณ์ วิเศษ ชิณวงศ์ (2544: 31)ได้กล่าวถึงการสร้างบทเรียนแบบบูรณาการมี 2ลักษณะ คือการสอนบูรณา การตามรูปแบบที่ 1และ 2และการสอนบูรณาการตามรูปแบบที่ 3และ 4การสอนบูรณาการตามรูปแบบที่ 1แบบสอดแทรก และ 2แบบคู่ขนาน มี 2วิธี คือ วิธีที่ 1 เลือกหัวเรื่อง (Theme) ก่อนแล้วด าเนินการพัฒนาหัวเรื่องให้สมบูรณ์ มีการก าหนดวัตถุประสงค์ ของกิจกรรมให้ชัดเจน ก าหนดแหล่งข้อมูหรือทรัพยากรที่จะใช้ในการค้นคว้าและเรียนรู้ แล้วจึงพัฒนา กิจกรรมการเรียนการสอนตามลา ดบั โดยมีข้นัตอนดงัน้ี
1. เลือกหัวเรื่อง (Theme) โดยมวีิธีการต่อไปน้ี 1.1 ระดมสมองของครูและนักเรียน 1.2 เน้นให้สอดคล้องกับชีวิตจริง 1.3ศึกษาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 1.4ก าหนดหัวเรื่องให้แคบลง โดยให้สัมพันธ์กับชีวิตจริงตามความสนใจ 2. พฒันาหัวเรื่องดงัน้ี 2.1เขียนวัตถุประสงค์โดยก าหนดความรู้และความสามารถที่ต้องการที่จะให้เกิดกับผู้เรียนเขียน วัตถุประสงค์ให้เชื่อมโยงระหว่างวิชาให้ชัดเจนเพื่อน าไปสู่กิจกรรม 2.2ก าหนดเวลาสอนให้เหมาะสมกับก าหนดการต่างๆ ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน 2.3เตรียมสื่อ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะใช้ในการด าเนินกิจกรรม 3. ระบุทรัพยากรที่ตอ้งการควรคา นึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในทอ้งถิ่น หาง่าย ประหยดั 4. พฒันากิจกรรมการเรียนการสอนดงัน้ี 4.1กา หนดกิจกรรมที่จะเชื่อมโยงกบัเน้ือหาวิชาอื่น 4.2ก าหนดจุดมุ่งหมายของกิจกรรมให้ชัดเจน 4.3เลือกวิธีที่ครูวิชาต่างๆจะท างานร่วมกัน 4.4เลือกวิธีสอนที่เหมาะสม 4.5จัดท าเอกสารแนะน าการปฏิบัติกิจกรรม 4.6ครูเตรียมสื่อ วัสดุ ล่วงหน้าได้แก่ ใบความรู้ใบงาน แบบบันทึก แบบประเมินแบบทดสอบ และอื่น ๆ 5. ด าเนินกิจกรรมตามรายการที่วางไว้อย่างเคร่งครัด มีการตรวจสอบและร่วมมือกับครูคนอื่นอยู่เสมอเพื่อ ความก้าวหน้าของกิจกรรม 6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน 7. ประเมินกิจกรรมการสอน หาจุดเด่นจุดด้อย เพื่อน ามาปรับปรุง 8. แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูด้วยกัน
วิธีที่ 2 เลือกจุดประสงค์รายวิชาจาก 2วิชาข้ึนไปแลว้นา มาสร้างเป็นหัวเรื่องร่วมกนัระหว่างจุดประสงคท์ ี่ เลือกไว้ ก าหนดแหล่งข้อมูลหรือทรัพยากรที่จะใช้ในการค้นคว้าและเรียนรู้แล้วจึงพัฒนาการเรียนการสอน ตามลา ดบัโดยมีข้นัตอนต่อไปน้ี 1. เลือกจุดประสงค์การเรียนรู้จาก 2รายวิชาที่มีความสัมพันธ์กัน 2. นา จุดประสงคต์ามข้นัตอนที่1 มาสร้างเป็นหัวเรื่อง 3. ระบุทรัพยากรที่ต้องการ 4. พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน 7.ประเมินกิจกรรมการสอนหาจุดเด่นจุดด้อยเพื่อน ามาปรับปรุง 8.แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูด้วยกันส าหรับการบูรณาการตามรูปแบบที่ 3แบบสหวิทยาการ และรูปแบบ ที่ 4แบบขา้มวิชาหรือสอนเป็นคณะที่เนน้งานหรือโครงการที่เกี่ยวขอ้งกบัเน้ือหามากกว่า 1 สาขาวิชาดงัน้นั วิธีการสร้างบทเรียนบูรณาการในข้นัที่4การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน จึงสร้างเป็นงานกิจกรรมหรือ โครงการให้นักเรียนท าเพราะจะส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยง และน าความรู้ความสามารถจากรายวิชามา สร้างกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการไดอ้ย่างดีจากข้นัตอนการจดัการเรียนรู้แบบบูรณาการจึงสรุปไดว้่าข้นัตอน การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีท้งัหมด 7ข้นัตอนคือ 1.การก าหนดหัวเรื่องที่จะสอน 2.สอนการพัฒนาหัวเรื่องโดยก าหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ 3. การกา หนดเน้ือหาย่อย 4การวางแผนเตรียมสื่อทรัพยากรส าหรับการเรียนรู้ 5.การด าเนินกิจกรรมปฏิบัติการสอน 6.การประเมินผลปรับปรุงและพัฒนา 7.การประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบบูรณากา
5.การบูรณาการภายในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุง พ.ศ ๒๕๖๐) 5.1ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี เหตุผล ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 1.1 ป. 3/1 ปฏิบตัติามคา สั่งและคา ขอร้องง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป. 3/2 อ่านออกเสียงค า สะกดค า อ่านกลุ่มค า ประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ (chant) ง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป. 3/3 เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ ตรงตามความหมายของกลุ่มค า และประโยคที่ฟัง ต 1.1 ป. ¾ ตอบค าถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 1.2 ป. 3/1 พูดโตต้อบดว้ยคา ส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. 3/2ใชค้า สั่งและคา ขอร้องง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. 3/3 บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเองตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. ¾ พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเพื่อนตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. 3/5 บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกบัสิ่งต่างๆ ใกลต้วัหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ ฟัง มาตรฐาน ต 1.3 น าเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดย การพูดและ การเขียน ตวัช้ีวดัช้นั ปีต.1.3 ป. 3/1 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ต 1.3 ป.3/2 จดัหมวดหมู่คา ตามประเภทของบุคคล สัตวแ์ละสิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และน าไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 2.1 ป. 3/1 พูดและทา ท่าประกอบตามมารยาทสังคม/วฒันธรรมของเจา้ของภาษา ต 2.1 ป. 3/2 บอกชื่อและค าศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันส าคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา ต 2.1 ป. 3/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และน ามาใช้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 2.2 ป. 3/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร ค า กลุ่มค า และประโยคง่ายๆของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พ้ืนฐานในการพฒันาแสวงหาความรู้และเปิดโลกทศัน์ของตน ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 3.1 ป. 3/1 บอกคา ศพัทท์ ี่เกี่ยวขอ้งกบักลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้าษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งัในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 4.1 ป. 3/1 ฟัง/พดูในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดข้ึนในห้องเรียน มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้าษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ ละการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 4.2 ป. 3/1ใชภ้าษาต่างประเทศเพื่อรวบรวมคา ศพัทท์ ี่เกี่ยวขอ้งใกลต้วั
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางต้องรู้และควรรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
5.2 โครงสร้างรายวิชา ค าอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 รหัสวิชา อ13101 ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 จ านวน 200 ชั่วโมง/ปี ฝึกฟัง พูด อ่านและเขียน คา ศพัท์กลุ่มคา ปฏิบตัิตามคา สั่งคา ขอร้องของประโยคและบทพูดใน สถานการณ์ง่ายๆที่เกิดข้ึนในโรงเรียน เลือกระบุภาพหรือสัญลกัษณ์ตรงตามความหมาย ตอบคา ถามจากการ ฟัง อ่าน บทสนทนา นิทาน พูดบอกความต้องการ ความรู้สึก และการให้ข้อมูลง่ายๆเกี่ยวกับตนเองและ เพื่อนตามกิจกรรมๆตามแบบที่ฟัง สมารถจดัหมวดหมู่ตามประเภทของบุคคล สัตว์สิ่งของ พูดและทา ท่าทางประกอบตามมารยามทางสังคม วัฒนธรรม บอกชื่อค าศัพท์ง่ายๆเกี่ยวกับเทศกาล วันส าคัญ งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย บอกชื่อ ค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องและความแตกต่างของเสียงอักษร ค า กลุ่มค า ประโยคง่ายๆของภาษาต่างประเทศที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และสามารถใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมค าศัพท์ที่เกี่ยวข้อง และ ใช้เทคนิคการจ า และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสุขและเป็นพ้ืนฐานในการเรียนภาษาองักฤษใน ระดบัสูงข้ึน รหัสตวัช้ีวดัต.1.1 ป.3/1 ต.1.1 ป.3/2 ต.1.1 ป.3/3 ต.1.1 ป.3/4 ต.1.2 ป.3/1 ต.1.2 ป.3/2 ต.1.2 ป.3/3 ต.1.2 ป.3/4 ต.1.2 ป.3/5 ต.1.3 ป.3/1 ต.1.3 ป.3/2 ต.2.1 ป.3/1 ต.2.1 ป.3/2 ต.2.1 ป.3/3 ต.2.2 ป.3/1 ต.3.1 ป.3/1 ต.4.1 ป.3/1 ต.4.2 ป.3/1 รวม 18 ตวัช้ีวดั
โครงสร้างรายวิชา วิชา ภาษาอังกฤษ 3 รหัสวิชา อ13101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้นประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตวัช้ีวดัสาระแกนกลาง เวลา (ชวั่โมง) น้า หนกั คะแนน 1 Hi Gogo ต1.1 ป3/1 ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/3 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 -บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ และ ประโยค/ข้อความที่ใช้แนะน า ตนเอง เช่น Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am sorry./ How are you? I’m fine.Thank you. And you?/ Nice to see you./ Nice to see you too./ Goodbye./Bye./ See you soon/ later./ Thanks./ Thank you./ Thank you very much./ You’re welcome. etc. -มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของ เจ้าของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหน้าท่าทาง ประกอบ การพูดขณะแนะน า ตนเอง การสัมผัสมือ การโบก มือ การแสดงอาการตอบรับ หรือปฏิเสธ - 2 What day is it today? ต1.1 ป3/1 ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/2 ต1.2 ป3/4 ต1.3 -คา สั่งและคา ขอร้องที่ใชใ้น ห้องเรียน คา สั่งเช่น Give me a/an.../Draw and -
ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 color the picture./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t eat in class. etc. ค าขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a queue, please./ Don’t make a loud noise, please./ Please don’t make a loud noise./ Can you help me, please? etc. หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตวัช้ีวดัสาระแกนกลาง เวลา (ชวั่โมง) น้า หนกั คะแนน 3 Can I have balloon? ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป 3/3 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 -คา สั่งและคา ขอร้องที่ใชใ้น ห้องเรียน -ค าศัพท์ ส านวน และประโยคที่ ใช้บอกความต้องการเช่น Please,…/ May I go out?/ May I come in? etc. - 4 Review 1 ต1.1 ป3/1 ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/2 ต1.2 ป3/3 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 -ค า กลุ่มค า ประโยคเดี่ยว และ บทพูดเข้าจังหวะ และการ สะกดค า การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น การออกเสียงพยัญชนะต้นค า และพยัญชนะท้ายค า การออก เสียงเน้นหนัก-เบา ในค าและ กลุ่มค าการออกเสียงตามระดับ เสียงสูง-ต ่า ในประโยค -ค าศัพท์ ส านวน และประโยค ที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ -
ตนเอง และเพื่อน เช่น What’s your name? My name is… How are you? I am fine. What time is it? It is one o’clock. What is this? It is a/an… How many…are there? There isa /an…/There are… Who is…? He/ She is… etc. -ค าและประโยคที่ใช้แสดง ความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบไม่ชอบ เช่น Yeah!/ Great!/ Cool!/ I’m happy./ I like cats./ I don’t like snakes. etc. 5 Do you like science? ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 -ค า กลุ่มค า ประโยคเดี่ยว และ บทพูดเข้าจังหวะ และการ สะกดค า การใช้พจนานุกรม หลักการอ่านออกเสียง เช่น การออกเสียงพยัญชนะต้นค าแล พยัญชนะท้ายค า การออกเสียง เน้นหนัก-เบา ในค าและกลุ่มค า การออกเสียงตามระดับเสียง สูง-ต ่า ในประโยค - หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐาน/ตวัช้ีวดั สาระแกนกลาง เวลา (ชวั่โมง) น้า หนกั คะแนน 6 What do you want? ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 -ค าและประโยคที่ใช้แสดง ความรู้สึก เช่น ดีใจ เสียใจ ชอบไม่ชอบ เช่น Yeah!/ Great!/ Cool!/ I’m happy./ I -
ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 like cats./ I don’t like snakes. etc. -กิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง การเล่านิทาน ประกอบท่าทาง วันคริสต์มาส วนัข้ึนปีใหม่วันวาเลนไทน์ -ความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร ค า กลุ่มค า และ ประโยคขอภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย -การใช้ภาษาในการฟัง/พูดใส ถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดข้ึนใน ห้องเรียน 7 Where are my Glasses? ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 -กลุ่มค า ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ และความหมาย เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลอ้มใกลต้วั อาหาร เครื่องดื่ม และ นันทนาการ เป็นวงค าศัพท์ สะสมประมาณ 350-450ค า (ค าศัพท์ที่เป็นรูปธรรรม) -ค าและประโยคที่ใช้ในการพูด ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง บุคคล ใกล้ตัวและเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกชื่อ อายุ รูปร่าง ส่วนสูง เรียกสิ่งต่างๆ จา นวน 1-50 สี ขนาด สถานที่อยู่ของสิ่งของ -ค า กลุ่มค าที่มีความหมาย เกี่ยวกับบุคคล สัตว์ และ สิ่งของ เช่น การระบุ/เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของภาพกับค า -
หรือกลุ่มค า โดยใช้ภาพ แผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง -ค าศัพท์เกี่ยวกับเทศกาล/วัน ส าคัญ/งานฉลอง และชีวิต ความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น วันคริสต์มาส วนัข้ึนปี ใหม่ สาระแกนกลาง 8 Review 2 ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 วันวาเลนไทน์ เครื่องแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่ม -ค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่น -การใช้ภาษาต่างประเทศใน การรวบรวมค าศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ใกล้ตัว จากเสื่อต่างๆ - 9 What are you doing? ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 10 This is his body? ต1.1 ป3/2 ต1.1 ป3/3 ต 1.1 ป3/4 ต1.2 ป3/1 ต1.2 ป3/4 ต1.3 ป3/1 ต2.1 ป3/1 ต2.1 ป3/2 ต2.1 ป3/2 ต2.2 ป3/1 ต3.1 ป3/1 ต4.1 ป3/1 ต4.2 ป3/1 รวมตลอดปี 200 70 สอบปลายปี 30 รวมคะแนน 100
6.ตัวอย่างการจัดท าหน่วยบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้น ประถมศึกษาปี ที่3 6.1 ชื่อหน่วย ชื่อหน่วย:ครอบครัวผจญภัยในดินแดนสุดหรรษา(Family adventures in a fun land) ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้13 เรื่อง 1.ค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว (family vocabulary) 7.การพูดแนะน าตัวเอง (Introducing yourself) 2.สะกดค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว(Spell words about family) 8.บทสนทนาเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว (Conversations about family members) 3.ฝึ กเขียนค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว (Practice writing vocabulary about family) 9.พูดแนะน าสมาชิกในครอบครัว (Introduce family members) 4.บอกลักษณะของคนในครอบครัว (Describe the characteristics of family members) 10.ประโยคเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว (Sentences about family members) 5.ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนในครอบครัว (Vocabulary used to refer to family members) 11.สอบประจ าหน่วย 6.บอกความหมายของค าศัพท์ (Tell the meaning of the words)
6.2 สาระ/ มาตรฐาน / ตัวชี้วัด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 1.1 ป.3/1 ปฏิบตัิตามคา สั่งและคา ขอร้องง่ายๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป. 3/2 อ่านออกเสียงค า สะกดค า อ่านกลุ่มค า ประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ (chant) ง่ายๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน ต 1.1 ป. 3/3 เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ ตรงตามความหมายของกลุ่มค า และประโยคที่ฟัง ต 1.1 ป. ¾ ตอบค าถามจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมี ประสิทธิภาพ ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 1.2 ป.3/1 พูดโต้ตอบดว้ยคา ส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. 3/2 ใชค้า สั่งและคา ขอร้องง่ายๆ ตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. 3/3 บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเองตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. ¾ พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเพื่อนตามแบบที่ฟัง ต 1.2 ป. 3/5 บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกบัสิ่งต่างๆ ใกล้ตวัหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง มาตรฐาน ต 1.3 น าเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดย การพูดและการเขียน ตวัช้ีวดัช้นั ปีต.1.3 ป. 3/1 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ต 1.3 ป.3/2 จัดหมวดหมู่คา ตามประเภทของบุคคล สัตวแ์ละสิ่งของตามที่ฟังหรืออ่าน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และน าไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับ กาลเทศะ ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 2.1 ป.3/1 พูดและทา ท่าประกอบตามมารยาทสังคม/วฒันธรรมของเจา้ของภาษา ต 2.1 ป. 3/2 บอกชื่อและค าศัพท์ง่ายๆ เกี่ยวกับเทศกาล/วันส าคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็ นอยู่ของเจ้าของ ภาษา
ต 2.1 ป. 3/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และน ามาใช้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 2.2 ป. 3/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร ค า กลุ่มค า และประโยคง่ายๆของ ภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็ น พื้นฐานในการพฒันาแสวงหาความรู้และเปิดโลกทศัน์ของตน ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 3.1 ป.3/1 บอกค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้าษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งัในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 4.1 ป.3/1 ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดข้ึนในห้องเรียน มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้าษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพ ละการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั สังคมโลก ตวัช้ีวดัช้นั ปีต 4.2 ป.3/1ใชภ้าษาต่างประเทศเพื่อรวบรวมคา ศพัท์ที่เกี่ยวขอ้งใกลต้วั
6.3 สาระส าคัญ เรื่องที่1 ค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว นักเรียนสามารถรู้และเข้าใจค าศัพท์ที่เกี่ยวกับครอบครัวของตัวเองและสามารถอ่านค าศัพท์และอธิบาย ค าศัพท์ได้เป็นอย่างดีและสามารถยกตัวอย่างค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวของตนเองได้ เรื่องที่2การอ่านสะกดค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว นักเรียนสามารถอ่านสะกดค าที่เกี่ยวข้องกับคนในครอบครัวของตัวเองได้และยังสามารถเขียนค าที่เกี่ยวกับ คนในครอบครัวได้อย่างถูกต้อง เรื่องที่3 ฝึ กเขียนค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว สามารถพูดและเขียนค าศัพท์ที่เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวของตนเอง สามารถบอกค าศัพท์ที่เกี่ยวกับคนใน ครอบครัวของตนเองได้รู้จักค าศัพท์ที่เกี่ยวกับครอบครัว แล้วสามารถใช้ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนในครอบครัว ได้อย่างถูกต้อง เรื่องที่4 บอกลักษณะของคนในครอบครัว สามารถบอกลักษณะของบุคคลในครอบครัวของตนเองได้ว่าบุคคลน้ีมีลกัษณะอย่างไรสามารถยกตวัอย่าง และอธิบายเกี่ยวกบัลกัษณะของสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนของตนเองไดแ้ละสามารถบอกไดว้่าบุคคลน้ี คือใคร มีลักษณะเด่นอย่างไรบ้าง เรื่องที่5 ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนในครอบครัว สามารถยกตัวอย่างค าที่ใช้เรียกบุคคลในครอบครัวของตนเองได้รู้จักค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนในครอบครัว สามารถถามตอบค าศัพท์ที่เกี่ยวกับบุคคลในครอบครัวของตนเองได้และสามารถเขียนค าศัพท์ที่ใช้เรียกคน ในครอบครัวของตัวเองได้อย่างถูกต้อง เรื่องที่6 บอกความหมายของค าศัพท์ พูดบรรยายและอธิบายความหมายของค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกในครอบครัวของตนเองได้และสามารถ ยกตัวอย่างและบอกความหมายของค าศัพท์ได้อย่างถูกต้อง เรื่องที่7 การพูดแนะน าตัวเอง นักเรียนสามารถพูดบรรยายเกี่ยวกับตัวเองไดี่เท่าไหร่ มาจากจังหวัดไหน ชอบกินอะไร ไม่ชอบอะไรและ เขียนเเนะน าตัวเองได้ถูกต้อง
เรื่องที่8 บทสนทนาเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว สามารถพูดบทสนทนาเกี่ยวกบัสมาชิกในครอบครัวของตวัเองไดส้ามารถบอกไดว้่าบุคคลน้ีคือใครสมาชิก ในครอบครัวท าอาชีพอะไรสามารถตอบโต้กับบทผู้สนทนาของตัวเองได้และสามารถถามตอบข้อมูล เกี่ยวกับคนในครอบครัวของตัวเองได้อย่างถูกต้อง เรื่องที่9 พูดแนะน าสมาชิกในครอบครัว นักเรียนสามารถพูดบรรยายเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันรู้จักว่าบุคคลน้นัคือ ใคร ตลอดจนเขียนแนะน าสมาชิกในครอบครัวได้อย่างถูกต้อง เรื่องที่10 ประโยคเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว สามารถยกตัวอย่างประโยคที่เกี่ยวกับสมาชิกปู่ สามารถบอกได้ว่าบุคคลในครอบครัวมีอายุเท่าไหร่ ประโยชน์เกี่ยวกับการท างานของคนในครอบครัว งานอดิเรกของคุณและครอบครัวคืออะไรและสามารถ เขียนประโยคเกี่ยวกับคนในครอบครัวของตนเองได้และประโยชน์เกี่ยวกับตนเองได้อย่างถูกต้อง 6.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.ด้านความรู้(K) 1.บอกค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัวได้ 2.สะกดค าศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวได้ 3.เขียนอธิบายค าศัพท์เกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวได้ 4.นักเรียนบอกลักษะของคนในครอบครัวได้ 5.บอกและยกตัวอย่างค าศัพท์ที่ใช้เรียกสมาชิกในครอบครัวได้ 6.อธิบายความหมายของค าศัพท์ได้ 7.ยกตัวอย่างบทสนทนาเกี่ยวกับครอบครัวได้ 8.พูดแนะน าตัวเองครอบครัวได้ 9.พูดแนะน าสมาชิกในครอบครัวได้ 10.เขียนและยกตัวอย่างประโยคเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวได้
2.ด้านทักษะ/กระบวนการ(P ) 1.พูดและเขียนค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัวได้ 2.ยกตัวอย่างบบทสนทนาเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวได้ 3.แต่งประโยคเกี่ยวกับคนในครอบครัวของตัวเองได้ 4.ถาม-ตอบเขียนลักษณะของคนในครอบครัวได้ 5.อ่านและเขียนบรรยายเกี่ยวกับครอบครัวได้ 2.1.ทักษะตามธรรมชาติวิชาภาษาอังกฤษ การฟัง(Listening) ทกัษะการคาดเดาน้นัเป็นทกัษะที่ส าคญั ในการฟัง ในทุกวนัน้ีสถานการณ์ผู้พูดและเบาะแสล้วนช่วยท าให้ เราตีความสารที่ถูกพูดออกมาการเนน้ ให้ผูเ้รียนฟังเสียงของภาษาน้นัโดยเฉพาะสามารถเพิ่มทกัษะการฟังได้ วิธีการที่ท าให้ผู้เรียนได้ฝึ กฝนการฟังคือให้พยายามท าความเข้าใจค าพูดของคนที่มีที่มาหลากหลาย การฟังที่ เขม้ขน้น้ีจะช่วยให้ผูเ้รียนไดเ้ข้าใจส าเนียงที่ใช้และการออกเสียงที่ถูกต้องได้ดีกว่า การพูด(Speaking) ภาษาน้นัเป็นเครื่องมือส าหรับการสื่อสาร พวกเราสื่อสารกบัผูอ้ื่นเพื่อแสดงความคิดและเรียนรู้ความคิดของ ผู้อื่นเช่นเดียวกัน วิธีการพูดและการท่องจ าภาษาอังกฤษในโรงเรียนประถมหลักๆ แล้วจะเน้นอยู่ที่เสียง เสียง สัมผสัและวรรณยุกต์ทกัษะน้ีสามารถพฒันาไดโ้ดยการทา ความเขา้ใจลกัษณะของปริภาษา (para-linguistic attribute) เช่น คุณภาพของเสียงระดบัความดงัของเสียง น้า เสียงการปรับเสียงการออกส าเนียงการออก เสียง เป็นตน้ทกัษะน้ีสามารถพฒันามากข้ึนไดจ้ากตวัช่วยของการอภิปรายและการสนทนา การอ่าน(Reading) การอ่านน้นัช่วยให้คุณไดพ้ฒันาภาษาองักฤษในทุกๆ ดา้น กล่าวคือคา ศพัท์การสะกด ไวยากรณ์และการ เขียน สิ่งเหล่าน้ีจะช่วยคุณพฒันาไหวพริบในการสร้างโครงสร้างภาษาที่ถูกตอ้งได้จากน้นัสมองของคุณจะ คุ้นชินกับมันและสร้างประโยคที่คล้ายๆ กันออกมาใช้ การใชเ้ทคนิคการอ่านแบบสกิมมิ่ง (Skimming) และ การอ่านแบบสแกนนิ่ง (Scanning) น้นัเป็นการอ่านอย่างรวดเร็วซึงมีประโยชน์อย่างมากในขณะที่อ่านอยู่ การขีดเส้นใตเ้นน้คา ไปดว้ยก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ส าคญัทกัษะการอ่านน้ีน้นัสามารถช่วยให้ผูเ้รียนจบัเน้ือหาและ ข้อสรุปได้ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ศัพท์เทคนิคเฉพาะและค าศัพท์ใหม่ๆ ได้จากการอ่านหนังสือพิมพ์ บทความ หนังสือและนิตยสาร เป็นต้น
การเขียน(Writing) การเขียนท าให้ผู้เรียนได้เห็นหลักฐานของความส าเร็จที่เป็นรูปประธรรมและพวกเขายังสามารถวัดความ พฒันาของพวกเขาไดอ้ีกดว้ย ทกัษะน้ีช่วยให้ผูเ้รียนไดเ้รียนรูค้า ศพัท์โครงสร้างและส่วนเติมเต็มมากยิ่งข้ึน การที่เขียนที่ไร้ที่ติน้นัผูเ้รียนตอ้งมีทกัษะการเขียนที่ดีและวิธีการเขียนที่หลากหลาย การเขียนที่สร้างสรรค์ และมีองคป์ระกอบน้ันถือว่ามีความส าคญัมาก สิ่งที่ผูเ้รียนควรเนน้เมื่อจะเริ่มเขียนคือความสอดคลอ้งและ ความต่อเนื่องกนัดว้ยการมี4 ทกัษะภาษาองักฤษที่กล่าวมาแลว้ขา้งตน้ผูเ้รียนสามารถมนั่ใจไดเ้ลยว่าจะมี ทกัษะการสื่อสารที่ดีข้ึนซ่ึงเป็นสิ่งที่จา เป็นมากในโลกแห่งแข่งขนัน้ี 2.2.ทักษะตามศตวรรษที่21 3R8C 3R คือทกัษะพ้ืนฐานที่จา เป็นต่อผูเ้รียนทุกคน มีดงัน้ี 1. Reading คือ สามารถอ่านออก 2. (W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ 3. (A)Rithmatic คือ มีทักษะในการค านวณ 8C ซ่ึงเป็นทกัษะต่างๆที่จา เป็นเช่นกนัซ่ึงทุกทกัษะสามารถน าไปปรับใชใ้นการเรียนรู้ไดทุ้กวิชา มีดงัน้ี 1. Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและ สามารถแก้ไขปัญหาได้ 2. Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 3. Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิดข้าม วัฒนธรรม 4. Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การท างานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้น า 5. Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ 6. Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี 7. Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ 8. Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย
3.ด้านคุณลักษณะ/เจตคติ( A) 1. มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 2.มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 3.เห็นความส าคัญของการใช้ค าศัพท์ภาษาอังกฤษ 4.นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาอังกฤษ 5.มีความสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้ 3.1.คุณลักษณะอันพึงประสงค์8ข้อ หลกัสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551ก าหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ดงัน้ี 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่ เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมนั่ในการทา งาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 4.สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสารเป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด ความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และ ประสบการณ์อนัจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒันาตนเองและสังคม รวมท้งัการเจรจาต่อรองเพื่อขจดัและลด ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจน การเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยค านึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อน าไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหาเป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่าง ถูกตอ้งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกัเหตุผลคุณธรรมและขอ้มูลสารสนเทศเขา้ใจความสัมพนัธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมี การตดัสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคา นึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดลอ้ม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการน ากระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการด าเนิน ชีวิตประจ าวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การท างาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วย การสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การ ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การท างาน การ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม 6.5 สาระการเรียนรู้ 1.ค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว 2.สะกดค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว 3.ฝึ กเขียนค าศัพท์เกี่ยวกับครอบครัว 4.บอกลักษณะของคนในครอบครัว 5.ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนในครอบครัว 6.บอกความหมายของค าศัพท์ 7.การพูดเเนะน าตัวเอง 8.บทสนทนาเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว 9.พูดแนะน าสมาชิกในครอบครัว 10.ประโยคเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว
6.6กระบวนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญจะมีรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายการธรรมชาติวิชาได้ ดังนี้ 1.รูปแบบการสอนที่ใช้แผนภาพความคิด (Mind Mapping) 2.รูปแบบวิธีการสอนแบบเปิ ด Open Approach 3.รูปแบบการสอนโดยมุ่งประสบการณ์ 4.บนัได 5ข้นั 5.หมวก6ใบ 6. วิธีการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer-assisted learning strategies) 7.STAD 8.5E 9.โครงงาน หน่วยบูรณาการในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการสอน แผนภาพความคิด(Mind Mapping) มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม 1.1 กิจกรรมจัดกลุ่ม 1.2 แนะน ากติกา/อุปกรณ์/สื่อ ขั้นที่ 2 การก าหนดประเด็น/หัวข้อ/เงื่อนไข/สถานการณ์โดยใช้เกม/กิจกรรม/ใบงาน/สื่อต่างๆ ขั้นที่ 3 ขั้นแลกเปลี่ยนการเรียนรู้/กิจกรรมกลุ่มระดมการคิดวิเคราะห์แลกเปลี่ยนการเรียนรู้สรุปสาระส าคัญ ของเรื่องโดยจัดท าเป็นแผนภาพความคิดกลุ่ม ขั้นที่4 ขั้นน าเสนอผลงาน ขั้นที่ 5 ขั้นชี้แนะครูและนกัเรียนช้ีแนอธิบายแสดงขอ้คิดเห็นร่วมกนัและเพิ่มเติมขอ้ประเด็นความรู้ ขั้นที่6 ขั้นจัดท าแผนภาพความคิดอิสระ (mind mapping ) โดยสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการสรุปการ คิดวิเคราะห์สาระส าคัญของเรื่องเป็นของตัวเอง
6.7การวัดและการประเมินผล สิ่งที่วัด วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การวัด ด้านความรู้(K) 1.บอกค าศัพท์เกี่ยวกับ ครอบครัวได้ ประเมินการพูดค าศัพท์ แบบประเมินการพูด ค าศัพท์ พูดค าศัพท์เกี่ยวกับ ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ค า 2.สะกดค าศัพท์เกี่ยวกับ สมาชิกในครอบครัวได้ ประเมินการสะกด ค าศัพท์และการจด บันทึก แบบประเมินการสะกด ค าศัพท์และการจด บันทึก สะกดค าศัพท์เกี่ยวกับ ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ค า 3.เขียนอธิบายค าศัพท์ เกี่ยวกับสมาชิกใน ครอบครัวได้ ประเมินการเขียน ค าศัพท์ แบบประเมินการเขียน ค าศัพท์ เขียนอธิบายค าศัพท์ เกี่ยวกับครอบครัวได้ อย่างน้อย 10 ค า 4.นักเรียนบอกลักษณะ ของคนในครอบครัวได้ ประเมินการอธิบาย ลักษณะของคนใน ครอบครัว แบบประเมินการอธิบาย ลักษณะของคนใน ครอบครัว สามารถบอกลักษณะ ของคนในครอบครัวได้ 5.บอกและยกตัวอย่าง ค าศัพท์ที่ใช้เรียกสมาชิก ในครอบครัวได้ ประเมินการยกตัวอย่าง ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนใน ครอบครัว แบบประเมินการ ยกตัวอย่างค าศัพท์ที่ใช้ เรียกคนในครอบครัว บอกแล้วยกตัวอย่าง ค าศัพท์ที่ใช้เรียกคนใน ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ค า 6.อธิบายความหมาย ของค าศัพท์ได้ ประเมินการท า แบบฝึ กหัด แบบประเมินการท า แบบฝึ กหัด บอกความหมายของ ค าศัพท์ได้อย่างน้อย 10 ค า 7.ยกตัวอย่างบทสนทนา เกี่ยวกับครอบครัวได้ ประเมินการยกตัวอย่าง บทสนทนา แบบประเมินการ ยกตัวอย่างบทสนทนา ยกตัวอย่างบทสนทนา เกี่ยวกับครอบครัวได้ อย่างน้อย 10 ประโยค 8.พูดแนะน าตัวเอง ประเมินการพูดบท สนทนา แบบประเมินการพูดบท สนทนา พูดแนะน าตัวเองได้ใน ระดบัพอใชข้้ึนไป 9.พูดแนะน าสมาชิกใน ครอบครัวได้ ประเมินการพูดบท สนทนา แบบประเมินการพูดบท สนทนา พูดแนะน าคนใน ครอบครัวได้ในระดับ พอใชข้้ึนไป
10.เขียนและยกตัวอย่าง ประโยคเกี่ยวกับสมาชิก ในครอบครัวได้ ประเมินการท า แบบทดสอบ แบบประเมินการท า แบบทดสอบ เขียนประโยคเกี่ยวกับ ครอบครัวได้อย่างน้อย 10 ประโยคข้ึนไป ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1.พูดและเขียนค าศัพท์ เกี่ยวกับครอบครัวได้ ประเมินการพูดและ เขียนค าศัพท์ แบบประเมินการพูด และการเขียนค าศัพท์ อยู่ในระดบัพอใชข้้ึนไป 2.ยกตัวอย่างบทสนทนา เกี่ยวกับสมาชิกใน ครอบครัวได้ ประเมินการยกตัวอย่าง บทสนทนา แบบประเมินการ ยกตัวอย่างบทสนทนา ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ ข้ึนไป 3.แต่งประโยคเกี่ยวกับ คนในครอบครัวของ ตัวเองได้ ประเมินการแต่ง ประโยคเกี่ยวกับคนใน ครอบครัว แบบประเมินการแต่ง ประโยคเกี่ยวกับคนใน ครอบครัว ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ ข้ึนไป 4.ถาม-ตอบลักษณะของ คนในครอบครัวได้ ประเมินการถามตอบ ลักษณะของคนใน ครอบครัว ประเมินการถามตอบ ลักษณะของคนใน ครอบครัว ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 5.อ่านและเขียนบรรยาย เกี่ยวกับครอบครัวได้ ประเมินการอ่านและ เขียนบรรยาย ประเมินการอ่านและ การเขียนบรรยาย ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป ด้านเจตคติ/คุณลักษณะ (A) 1. มีความรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบหมาย สังเกตพฤติกรรมการ ท างาน แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ ข้ึนไป 2.มีเจตคติที่ดีต่อการ เรียนวิชาภาษาอังกฤษ สังเกตพฤติกรรมที่ดีต่อ การเรียนภาษาอังกฤษ แบบสังเกตพฤติกรรมที่ ดีต่อการเรียนวิชา ภาษาอังกฤษ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 3.เห็นความส าคัญของ การใช้ค าศัพท์ ภาษาอังกฤษ สังเกตพฤติกรรมการใช้ ค าศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบสังเกตพฤติกรรม การใช้ค าศัพท์ ภาษาอังกฤษ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 4.นักเรียนมีเจตคติที่ดี ต่อการใช้ภาษาอังกฤษ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป
5.มีความสนใจที่จะ ศึกษาเรียนรู้ สังเกตความสนใจ แบบสังเกตความสนใจ ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ข้ึนไป 6.8 ชิ้นงาน/ภาระงาน แผนภาพความคิด(Mind Mapping)กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) 1.การถามตอบในช้นัเรียน 2. จดบันทึก 3. จดบันทึก 4. พูดบทสนทนา 5. ท ากิจกรรมในคาบ 6. แบบฝึ กหัด 7.แบบฝึ กหัด 8. แบบทดสอบ 9. การถามตอบ 10.แบบทดสอบ 6.9 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.ประเภทสื่อ 1.1.เอกสารประกอบการเรียน 1.2.ใบกิจกรรม 1.3.สมุดจดบันทึก 1.4. คลิปวีดีโอเรื่องลักษณะของคนในครอบครัว 1.5. ใบกิจกรรม 1.6.แบบฝึ กหัด 1.7.คลิปวีดีโอ เรื่องบทสนทนาเกี่ยวกับครอบครัว 1.8.คลิปวิดีโอ การพูดแนะน าตัวเอง 1.9.คลิปวิดีโอ การพูดแนะน าสมาชิกในครอบครัว 1.10.แบบทดสอบ
2.ประเภทแหล่งการเรียนรู้ 2.1. ห้องสมุด 2.2. หนังสือเรียน 2.3. เอกสารประกอบการเรียน 2.4. เว็บไซต์ 2.5. YouTube 2.6. ห้องปฏิบัติการภาษาอังกฤษ 6.10 เวลา (เวลาเรียนของแผนการเรียนรู้) จ านวน 16 ชวั่โมง( 2ชวั่โมงต่อ1 แผนการจัดการเรียนรู้)
7.ตัวอย่างหน่วยและแผนบูรณาการข้ามศาสตร์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) 7.1 กรณีตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้
7.2 กรณีตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 2 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้บูรณาการแบบสอดแทรก เรื่อง Thai Foods วันที่……เดือน……พ.ศ….. ____________________________________________________________________________________ 1. สาระส าคัญ การเรียนรู้ค าศัพท์และความหมายเกี่ยวกับอาหารไทย การพูดให้ ข้อมูล การพูดเข้าจังหวะ (Chant) การเขียน บรรยายการพูดโตต้อบ ดว้ยประโยคส้ันๆง่ายๆเกี่ยวกบัอาหารไทย ทา ให้นกัเรียนไดฝ้ึกใชภ้าษาและสามารถ นา ไปใชใ้นการสื่อสารกบัุคคลภายนอกไดอ้ย่างมนั่ใจ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 ป.3/2 อ่านออกเสียงค า สะกดค าา อ่านกลุ่มค า ประโยค และบทพูดเข้าจังหวะ (chant) ง่าย ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ป.3/2 อธิบายความหมายของค าา และข้อความ ที่อ่าน มาตรฐาน ค 1.1 ป.3/5 หาค่า ของตัวไม่ทราบค่าใน ประโยค สัญลักษณ์แสดงการบวกและประโยค สัญลักษณ์การลบของจ านวนนับ มาตรฐาน ว. 1.2 ป.3/2 ตระหนักถึงประโยชน์ของอาหารและอายุ การเก็บ รักษาอาหาร มาตรฐาน ส 2.2 ป.3/1 ระบุบทบาทหน้าที่ของสมาชิกของชุมชน ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ กระบวนการประชาธิปไตย มาตรฐาน พ 4.1 ป.3/3 การเลือกกินอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่ เหมาะสม มาตรฐาน ง 1.1 ป.3/3 ทา งานอย่างเป็นข้นัตอนตามกระบวน การทา งานดว้ยความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษ์สิ่งแวดลอ้ม มาตรฐาน ศ1.1 ป.3/6วาดภาพ ถ่ายทอดความคิดความ รู้สึกจากเหตุการณ์ชีวิตจริง โดยใชเ้ส้นรูปร่างรูปทรง สีและพ้ืนผิว 3. ตัวชี้วัด อ่านออกเสียงสะกดค าาอ่านกลุ่มค าประโยคและบทพูดเข้าจังหวะ (Chant) ง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงตามความหมายของกลุ่มค า และประโยคที่ฟัง
พูดและท าท่าประกอบตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ฟังและพูดในสถานการณ์ง่ายๆที่เกิดข้ึนในห้องเรียน 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ออกเสียงค าศัพท์และประโยคที่เกี่ยวกับอาหารไทยได้ 2. บอกค าศัพท์และประโยคเกี่ยวกับอาหารไทย 3. วาดภาพอาหารไทยที่ชอบตามที่ก าหนดให้ได้ 4. พูดถามตอบเกี่ยวกับอาหารไทยได้ 5. มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาอังกฤษ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่ เรียนรู้ 2. มุ่งมนั่ในการทา งาน 7. สาระการเรียนรู้ 1. อ่านออกเสียงและสะกดค าศัพท์ได้ถูกต้อง 2. อธิบายค าศัพท์และความหมายค้าศัพท์ 8. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ( WARM UP) 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน 2. ครูอธิบายบทเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นน าเสนอ (PRESENTATION] 3.ครูถามนักเรียนว่ารู้จักอาหารไทยอะไรบ้าง แล้วถาม นักเรียนว่าตอนอยู่บ้านนักเรียนชอบทานอาหารไทย อะไรบ้าง 4. ครูพานักเรียนอ่านออกเสียงสะกดค าศัพท์ที่เกี่ยวกับเรื่อง Thai Foods ทีละค า โดยใช้บัตรจ าน าเสนอ เช่น Tom yum kung, Pad Thai, Papaya salad etc .5. ครูให้นักเรียนดูที่หน้า Handout 2 จากน้นัครูอธิบาย โครงสร้างของประโยคบทสนทนาให้นกัเรียนฟัง
จากน้นัครูพา นกัเรียนพูดบทสนทนาโดยครูจะพูดประโยคแรกก่อนจากน้นั ให้นกัเรียนพูดตามดงัประโยค เช่น A: Do you like Thai food? B: Yes, I do./ No, I don't A: What's your favorite Thai food? B: My favorite Thai food is... ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติ (PRACTICE) 6. ครูให้นักเรียนจับคู่เพื่อท าการสนทนาถามตอบ โดยใช้ประโยค A: Do you like Thai food? 7. นักเรียนจับคู่ฝึ กสนทนาถามตอบ เช่น A: Do you like Thai food? B: Yes, I do./ No, I don't A: What's your favorite Thai food? B: My favorite Thai food is............ 8.ครูให้นกัเรียน ออกมาพูดประโยคหนา้ช้นัเรียน ทีละคู่ 9. นักเรียนพูดประโยคสนทนาแต่ละคู่เสร็จครบทุกคู่ 10. ครูให้นักเรียนท า Worksheet 1 ครูอธิบายว่าให้นักเรียน วาดภาพอาหารไทยที่นักเรียนชอบทานลงใน กรอบช่องว่างพร้อมท้งัเขียนคา ศพัทใ์ห้ถูกตอ้งและระบายสีให้สวยงาม ขั้นที่ 4 ขั้นน าไปใช้ [PRODUCTION] 11.ครูอธิบายคา สั่ง ใน Worksheet 2 ให้นักเรียนค้นหาค าศัพท์ ในตารางและเขียนค าศัพท์ให้ตรงกับรูปภาพ ให้ถูกต้อง 12. ครูเฉลย Worksheet 2 บนกระดานให้นกัเรียนดู1ขอ้จากน้นัครูสุ่มนกัเรียน 4คนออกมาเฉลยขอ้ที่เหลือ คนละขอ้จากน้ัน ครูตรวจสอบคา ตอบบนกระดานว่านกัเรียนออกมาเขียนถูกตอ้ง หรือไม่ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุป (WRAP UP] 13.ครูทบทวนคา ศพัทแ์ละประโยคแลว้ให้นกัเรียนพูดคา ศพัท์และประโยคบทสนทนาอีกคร้ัง 14.ครูสอบถามนักเรียนเกี่ยวกับข้อสงสัยต่าง ๆ
9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการบรรยาย :ค าศัพท์ 2. เอกสารแจก :บทสนทนาเกี่ยวกับอาหารไทย 3. ใบงาน :เกี่ยวกับอาหารไทย 4. ใบงาน :เกี่ยวกับอาหารไทย 10.การวัดและการประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การผ่าน ประเมินการออกเสียงค าศัพท์ แบบประเมินการอ่านออกเสียง ค าศัพท์ อ่านถูกต้องอย่างน้อย 5 ค า ประเมินการพูดสนทนา แบบประเมินการพูดสนทนา อ่านถูกต้องอย่างน้อย 3 ประโยค สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดบัพอใชข้้ึนไป ตรวจแบบฝึ กหัดในใบงาน แบบฝึ กหัดเกี่ยวกับเรื่อง thai food ถูกต้องอย่างน้อย 3 ข้อ
ตัวอย่างหน่วการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ามศาตร์