The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยบูรณาการ รายวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2024-02-28 05:04:07

หน่วยบูรณาการ รายวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถม

หน่วยบูรณาการ รายวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถม

แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง รหัสวิชา อ14101 รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ เรื่อง Our Food เวลา 4 ชั่วโมง เรื่อง Thai Fruit _____________________________________________________________________________________ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต.1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณ์ตรงตามความหมายของกลุ่มค าและประโยคที่ฟัง ต 1.2 มีทักษะในการสื่อสารทางภาษา แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและแสดงความคิดเห็น อย่างมี ประสิทธิภาพ ต 1.2 ป.4/5 บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกบัสิ่งต่าง ๆ ใกลต้วัหรือกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟังกลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส. 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากร ที่มีอยู่จ ากัด ไดอ้ย่างมีประสิทธิภาพและคุม้ค่ารวมท้งัเขา้ใจหลกัการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการดา รงชีวิต อย่างมี คุณภาพ ต 3.1 ป.4/3 อธิบายหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและน าไปใช้ในชีวิตประจ าของตนเอง 2. สาระส าคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศใต้เล็งเห็นความส าคัญของการน าเอาหลักปรัชญา เศรษฐกิจ พอเพียงซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ มาบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศเพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดยท าแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นหลักการ ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแผนการจดัการเรียนรู้น้ีอยู่ในหน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่อง Our Food เรื่อง Thai Fruit ซึ่งนักเรียนต้องรู้จักการใช้ค าศัพท์ที่เกี่ยวกับผลไม้ไทย เพื่อใช้ในการสื่อสารและเป็นส่วนหนึ่ง ใน รายวิชาภาษาองักฤษ อีกท้งัยงัเป็นการปลูกฝังให้นกัเรียนรู้และเขา้ใจหลกัปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากข้ึน และสามารถน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างถูกต้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนรู้และเข้าใจ เรื่อง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (K) 2. นักเรียนรู้และเข้าใจค าศัพท์และความหมายของผลไม้ไทย (Κ) 3. นักเรียนอ่านค าศัพท์ เขียนค าศัพท์ และเขียนประโยคเกี่ยวกับผลไม้ของไทยได้ถูกต้อง (P)


4. นักเรียนฟัง สะกดค้า ออกเสียง และบอกความหมายของและประโยคเกี่ยวกับผลไม้ ของไทยได้ถูกต้อง (P) 5. นักเรียนสนทนาเกี่ยวกับความรู้สึกขอบหรือไม่ชอบและบอกคุณค่าของผลไม้ของไทย ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง (P/A) 4. สาระการเรียนรู้ภาพและความหมายของกลุ่มค า ประโยค เกี่ยวกับผลไม้ของไทยและการบอกความรู้สึก คุณค่าของผลไมข้องไทยตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดงัน้ี1. เน้ือหา :ผลไม้ไทย2 .คา ศพัท์ ผลไม้ ไทย ได้ แก่ ทุเรียน มะม่วง มังคุด ส้ม สับปะรด แตงโม มะขาม ส้ม โอ ขนุน และ มะพร้าว3. ฟังก์ชนั่ : พูด ถึง ผลไม้ ไทย A : คุณ ชอบ ผลไม้ ไทย อะไร ? 1 ) 4 . บท สนทนา : B : ฉัน ชอบ ส้ม โอ . A : คุณ ชอบ ส้ม โอ ไหม ? 2 ) B : ใช่ ฉัน ท า / ไม่ ฉัน ท า ไม่ ได้ 5. สมรรถนะส าคัญ ความสามารถในการสื่อสาร 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์อยู่อย่างพอเพียง 7. ภาระงาน/ชิ้นงาน 1) ใบงานที่ 1 เรื่อง Vocabulary about Thai fruits 2) ใบงานที่ 2 เรื่อง Mind mapping of Thai fruits 3) ใบงานที่ 3 เรื่อง I like Thai fruits 4) แบบบันทึกค าศัพท์ unplug coding to spell English words gane 5) แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 (รายวิชา สังคมศึกษาฯ) 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (Warm up) 1) ครูถามและทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) ครูให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน 2. ขั้นการสอน (Presentation) 3) ครูบรรยายและให้ความรู้เรื่อง หลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมท้งัเปิดสื่อการสอน การนา เสนอ จาก Microsoft PowerPoint ขั้นสรุป (Wrap up) 4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เรื่อง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ชั่วโมงที่ 2(รายวิชาภาษาอังกฤษบูรณาการสู่รายวิชาสังคมศึกษาฯ) 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (Warm up)


1) นักเรียนทบทวนค าศัพท์เกี่ยวกับผลไม้ที่นักเรียนรู้จักโดยให้นักเรียนบอกค าศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ และ สะกดค าศัพท์พร้อมกัน เพื่อส ารวจความรู้เดิมเกี่ยวกับชื่อผลไม้เป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเงื่อนไขความรู้ ของ นกัเรียน 2)ครูนา เสนอเน้ือเพลง coconut ครูร้องเพลงให้นักเรียนฟังแล้วให้นักเรียนร้องตามและ แสดง ท่าทางประกอบเพลง เป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันของครูในการ จัดกิจกรรมการ เรียนรู้ 3)ครูสนทนากบันกัเรียนเป็นภาษาไทย โดยกล่าวถึงเน้ือหาของเพลงที่ร้องว่าเป็นชื่อของผลไม้ของไทยคือ มะพร้าว ซึ่งมีประโยชน์มากมายและให้นักเรียนบอกประโยชน์ของมะพร้าว แล้วบอกว่าใครชอบ หรือไม่ ชอบมะพร้าวบา้งจากน้นัครูโยงให้นกัเรียนเห็นความส าคญัของการเรียนรู้เรื่อง ผลไม้ของไทย เป็น ภาษาอังกฤษ เพื่อสามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ว่าชื่อผลไม้ของไทยเป็นภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรบ้าง การสนทนาเกี่ยวกับประโยชน์ของมะพร้าวเป็นการส ารวจความรู้เดิมของนักเรียน ว่ามีความรู้หรือ รู้คุณค่า ทางสารอาหารหรือไม่และประโยชน์อื่น ๆ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของครูและการให้นักเรียนรู้ แนวทางการ เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องผลไม้ของไทยเป็นความมีเหตุมีผลและมีภูมิคุ้มกัน 4) แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3-4 คน เพื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ก าหนดไว้ เป็นความ พอประมาณกับ จ านวนนักเรียนและกิจกรรมที่จัด โดยแต่ละกลุ่มประกอบด้วยนักเรียนที่มีความสามารถ ทางด้าน ภาษาองักฤษท้งัเก่ง ปานกลางและอ่อน เพื่อให้นกัเรียนไดช้ ่วยเหลือกนัระหว่างปฏิบัติงานกลุ่ม เป็นการ ส่งเสริมให้เกิดคุณธรรมความเอ้ืออาทรต่อกนัและเป็นการสร้างภูมิคุม้กนั ในการสอนของครูให้บรรลุตาม จุดประสงค์ นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกประธาน เลขานุการ และวางแผนการปฏิบัติกิจกรรมอย่างรอบคอบ โดย แบ่งหน้าที่การท างานให้สมาชิกภายในกลุ่มตามความสามารถของแต่ละบุคคล การให้นักเรียนในแต่ละ กลุ่ม เลือกประธาน เลขานุการ และวางแผนการปฏิบัติกิจกรรมการท างานกลุ่มเป็นการฝึ กให้นักเรียน พอประมาณในการท างานได้เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง 2. ขั้นการสอน (Presentation) 4) นักเรียนบอกว่าซ้ือผลไมข้องไทยที่นกัเรียนรู้จกัเป็นภาษาไทย เช่น มะม่วง ขนุน ทุเรียน เป็นตน้เป็นการส ารวจความรู้เดิมของนกัเรียนเกี่ยวกบัซ้ือผลไมเ้ป็นเงื่อนไขความรู้พอประมาณ กับความรู้เดิม ของนักเรียนและสมเหตุสมผลกับความสามารถของนักเรียน 5)ครูยกภาพผลไมข้้ึน 1 ภาพ แลว้ยกตวัอย่างการถามและตอบคา ถามจากภาพ เช่น T: What is it in this picture? (ภาพน้ีเป็นภาพอะไร)ครูยกภาพมงัคุดข้ึน SS: Fruit/ผลไม้ T What do you call this fruit in Thai? (ภาษาไทยเรียกว่าอะไร) เอสเอส : มงัคุด ที: ดี. ใน ภาษาองักฤษ คือ มงัคุด โปรด ทา ซ้า ตาม ฉัน สองคร้ัง "Mangosteen" (ภาษาอังกฤษ คือ mangosteen ให้นกัเรียนอ่านตามครู2คร้ัง)SS : มังคุด , มังคุด ครูมีความ พอประมาณในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความสนใจและ วัยของนักเรียน 6) นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบัตรภาพผลไม้ที่กลุ่มตนเองชอบ 1 บัตรภาพ แล้วร่วมกันศึกษา ค าอ่านจาก


Dictionary หรือปรึกษาครู แล้วให้แต่ละกลุ่มฝึ กออกเสียงค าศัพท์ของภาพร่วมกันภายในกลุ่ม เป็นการ ปลูกฝังคุณธรรมความมีน้า ใจของนกัเรียนที่เรียนเก่งช่วยเหลือนกัเรียนที่เรียนอ่อนในการอ่าน ออกเสียง 7)แต่ละกลุ่มอ่านคา ศพัทช์ื่อผลไมต้ามบตัรภาพของกลุ่มตนเองแลว้ให้กลุ่มอื่น ๆ ออกเสียง ตาม 2คร้ัง ทา สลับกันจนครบทุกกลุ่ม โดยครูคอยแนะน าการออกเสียงให้ถูกต้อง เป็นการปลูกฝังคุณธรรมการมีมารยาทที่ ดีในการฟัง ฝึ กสมาธิในการฟัง และเป็นการให้ความรู้ การออกเสียงค าศัพท์ที่ถูกต้องแก่นักเรียน ครูติดบัตร ภาพผลไม้ทุกภาพบนกระดานดา จากน้นัยกบตัรคา ชื่อผลไมใ้ห้นกัเรียนฝึกสะกดคา ทีละคา พร้อมกันทุกคน เช่น T : ดูคา น้ีสิสะกด ยงัไง ?กรุณา สะกด รวม กนัสองคร้ัง (ภาพมงัคุด) เอสเอส : m-a-n-g-o-s-t-e-e-n , มังคุด M-a-n-g-o-s-t-e-e-n , มงัคุด ทา ได้ดีตอน น้ีผม อยากให้อาสาสมคัร ติด คา น้ีไว้กบัภาพ ของ มนั ต on the board. (ครูขออาสาสมคัร 1คน ไปติดบตัรคา น้ีให้ตรงกบับตัรภาพของคา ศพัทค์า น้ี)SS: I can. (นักเรียนอาสาสมัครน าบัตรค าไปติดไว้ได้บัตรภาพที่ตรงกับค าศัพท์) 8)ครูและนกัเรียนปฏิบตัิกิจกรรมเช่นน้ีไปจนครบทุกคา นักเรียนอ่านออกเสียงและฝึกการสะกดคา ศพัทเ์ป็น การให้ความรู้แก่นักเรียนและฝึ กให้นักเรียน ให้เกิดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและเกิดมิติทางสังคม คือ นักเรียนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในขณะที่ ออกเสียงและสะกดค าศัพท์ 3. ขั้นฝึ ก (Practice)9) ครูนา บตัรคา ที่ติดใตบ้ตัรภาพออกแลว้นกัเรียนอาสาสมคัรช้ีภาพในบตัรภาพบน กระดานให้เพื่อน ในช้นัเรียนแลว้ช่วยกนัออกเสียงและสะกดคา ศพัทพ์ร้อมกนัทุกคน ครูชมเชย ช่วยเหลือ และแกไ้ขเมื่อนกัเรียนออกเสียงผิดหรือสะกดผิด กิจกรรมในข้นัน้ีเป็นการเนน้ย้า ความรู้เรื่องการออกเสียง ค าศัพท์ และการสะกดค าศัพท์ที่ถูกต้องให้แก่นักเรียน 10) นักเรียนทุกคนรับ ใบงานที่ 1 เรื่อง Vocabulary about Thai fruits เพื่อท ากิจกรรม เขียนค าศัพท์เกี่ยวกับ ผลไม้แล้วนักเรียนจับคู่เปรียบเทียบค าตอบกันภายในกลุ่ม ถ้าค าตอบไม่ตรงกัน นักเรียนแสดงความคิดเห็น หลงัจากน้ันนกัเรียนและครูร่วมกนัเฉลยคา ตอบพร้อมกนัเพื่อฝึกคุณธรรม ความรับผิดชอบและเกิดมิติทาง สังคมในการท างานร่วมกันและยอมรับเหตุผลซึ่งกันและกันและเกิดความรู้ ในการเขียนค าศัพท์ 11) นักเรียนรับ ใบงานที่ 2 เรื่อง Mind mapping of Thai fruits โดยท ากิจกรรมเขียนค าศัพท์ เกี่ยวกับผลไม้ที่ เรียนมาแล้ววาดภาพผลไม้และระบายสีตามความจริงหรือตามความขอบเพื่อส่งครูในชวั่โมง ต่อไป นกัเรียน ได้ฝึ กคุณธรรม ความรับผิดชอบ และเป็นภูมิคุ้มกันให้นักเรียนคือให้นักเรียนมีความรู้ ที่จะสามารถน า ความรู้เกี่ยวกับค าศัพท์ไปใช้ในการเรียนบทต่อไป ชั่วโมงที่ 3 (รายวิชาภาษาอังกฤษบูรณาการสู่รายวิชาสังคมศึกษาฯ) 1)ครูจดักิจกรรมให้นกัเรียนไดท้บทวนคา ศพัทผ์ลไมข้องไทยที่เรียนไปแลว้ในชวั่โมงที่ผ่านมาโดย แบ่งกลุ่มนักเรียนตามระดับความสามารถเก่ง ปานกลาง และอ่อน จ านวน 2 กลุ่มเท่า ๆ กัน แล้วแข่งขัน เล่น


เกมจับคู่บัตรค ากับบัตรภาพซึ่งครูเตรียมบัตรค้าและบัตรภาพให้แต่ละกลุ่มเท่า ๆ กัน วางไว้บนโต๊ะ ด้านหน้า ของแต่ละกลุ่ม เริ่มแข่งขนัโดยแต่ละกลุ่มส่งตวัแทนออกมาคร้ังละ1คน ครูพูดคา ศพัทช์ื่อผลไม้ของไทยคา ละ2คร้ัง ตวัแทนของแต่ละกลุ่มเลือกบตัรคา และบตัรภาพให้ตรงกบชื่อผลไม้ที่ครูพูดแล้วน าออกไป ติดบน ั กระดานหนา้ช้นัเรียน กลุ่มใดจบัคู่ไดถู้กตอ้งและติดเสร็จก่อนได้1คะแนน เมื่อเสร็จกิจกรรม กลุ่มที่ได้ คะแนนมากที่สุดเป็นฝ่ ายชนะ การทบทวนความรู้เดิมเป็นภูมิคุ้มกันให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้เดิม กับกิจกรรมการเรียนรู้ ใหม่และการใช้กิจกรรมแข่งขันเล่นเกมจับคู่ค าศัพท์ เป็นภูมิคุ้มกันของนักเรียน และ เป็นความพอประมาณ ที่นักเรียนได้รู้จักวางแผนในการเลือกตัวแทนส่งเข้าแข่งขันได้เหมาะสมกับ ความสามารถของแต่ละบุคคล 2)ครูยกบตัรภาพขนุนแลว้ยกตวัอย่างบทสนทนาถามตอบเกี่ยวกบัผลไมไ้ทยที่ชอบ ดงัน้ีTH What Thai fruit do you like? I like jack fruits. และให้นักเรียนทุกคนฝึ กพูดประโยคค าถามและค าตอบด้วยการพูดตาม ครูโดยครูจะช้ีที่บตัรภาพทีละภาพ แลว้ฝึกพูดจนครบทุกภาพ เช่น T What Thai fruit do you like ? SS What Thai fruit do you like ? T: I like mangoes. (ช้ีบตัรภาพมะมว่ง)SS I like mangoes . T Do you like mangoes ? 5S Do you like mangoes ? T Yes , I do . No , I do not . SS : Yes , I do./No , I do not . etc . เป็นการ ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้การถามค าถามและการตอบค าถามท าให้เกิดความรู้และทักษะ การใช้ภาษาอังกฤษ 3)ครูช้ีบตัรภาพ ให้นกัเรียนฝึกถามคา ถามและตอบคา ถามพร้อมกนัทุกคน แลว้ให้นกัเรียน ฝึกถามและตอบ ค าถามเป็นคู่โดยสลับกันถามและตอบเกี่ยวกับผลไม้ที่ตนขอบอย่างน้อย 2 ชนิด ภายในเวลา 5 นาที เป็นการ ฝึกทกัษะและความรู้เกี่ยวกบัคา ศพัทผ์ลไมไ้ทยให้พอประมาณกบัเวลาและเน้ือหา 4. ขั้นน าไปใช้ (Production) 4) สุ่มนักเรียน 3-5คู่ยืนข้ึนสนทนาให้เพื่อน ๆ ในช้นัเรียนฟังโดยกา หนดเวลาคู่ละ2 นาทีดงัตวัอย่าง ประโยค เช่น S1 : What Thai fruit do you like ? S2 I like durians . Do you like durians ? S1 : Yes , I do . S2 What Thai fruit do you like ? S2 I like porneloes . Do you like pomeloes ? S1 : No , I do not . กิจกรรม น้ีเป็นการฝึกทกัษะภาษาองักฤษ ฝึกความมนั่ใจและฝึกให้นักเรียนรู้จกัการวางแผน มีความรับผิดชอบใน การฝึ กซ้อมและฝึ กเป็นผู้ฟังที่ดี 5) นักเรียนทุกคนรับ ตาราง เกม Bingo แล้วนักเรียนเขียนค าศัพท์ผลไม้ที่นักเรียนชอบลงในตาราง 8 ค้า แล้ว ฟังคา ศพัทท์ ี่ครูอ่าน นกัเรียนคนที่มีคา ศพัทต์รงกบัคา ศพัทท์ ี่ครูอ่านครบตามแนวนอน แนวต้งั/แนวทแยง ก่อนเป็นผูช้นะเป็นการฝึกให้นกัเรียนรู้จกัความพอประมาณท้งัดา้นเน้ือหาและเวลาและมีคุณธรรมดา้น ความซื่อสัตย์ปฏิบัติตามกติกาไม่เปลี่ยนค าศัพท์


5. ขั้นสรุป (Wrap up) 6) นักเรียนท ากิจกรรม ใบงานที่ 3 เรื่อง | like Thai fruits โดยครูก าหนดเวลาท า กิจกรรม 10 นาที การก าหนดเวลาให้นักเรียนท างานเป็นการฝึ กให้นักเรียนมีความพอประมาณกับเวลาและ รู้จัก การวางแผนในการท างาน เป็นภูมิคุ้มกันในตัวของนักเรียน มีความรู้และทักษะในการใช้ภาษา มีความ รอบคอบในการท างานและมีคุณธรรมความรับผิดชอบ 7) นักเรียนร่วมกับตอบค าถาม แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับค าถาม “ถ้านักเรียนมีความจ าเป็น ที่จะเลือกบริโภคผลไม้ นักเรียนจะพิจารณาเลือกผลไม้เพื่อบริโภค ตามหลักหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร” (ความพอประมาณกบัรายไดห้าง่ายมีในทอ้งถิ่นมี คุณประโยชน์ต่อสุขภาพความมีเหตุผลในการเลือก ชนิดของผลไม้) ชั่วโมงที่ 4 (รายวิชาภาษาอังกฤษ) การสอนโดยใช้ RTWTU Model 1. ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน (Warm up) 1) ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับผลไม้ไทยและหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง นักเรียนช่วยกันสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. ขั้นการสอน (Presentation) 1) ให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ครูแจกชุดกิจกรรมการสอนและ กระดาน unplug coding to spell English words game 2) ครูแจกบัตรค าให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ ศึกษาคา ศพัท์ข้นัที่1 Reading (R) และข้นัที่2 Thinking ( T ) 3) ครูให้นักเรียนศึกษาบัตรค า ให้นักเรียน สะกดคา และใชก้าร์ดคา สั่ง coding เพื่อนา ตวัละคร ไปเก็บตวัอกัษรภาษาองักฤษ แลว้บนัทึกคา สั่งและ ตวัอกัษรที่ไดล้งในแบบบนัทึกข้นัที่1 Reading (R) ข้นัที่2 Thinking (T) และ ขั้นที่ 3 Writing 3. ข้นัสรุป (Wrap up) 4) หลังจากจบเกม ครูให้นักเรียนร่วมกันแต่งประโยคจากค าที่ นกัเรียนสะกดได้พร้อมแปลความหมาย หนา้ช้นัเรียน กลุ่มที่ไดค้ะแนนมากที่สุดจะไดร้ับคา ชมเชยและของ รางวลัข้นัที่4 Telling (T) และข้นัที่5 Understanding ( U ) 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. เพลง coconut 2. บัตรค า 3. บัตรภาพ 4. ใบงานที่ 1 เรื่อง Vocabulary about Thai fruits 5. ใบงานที่ 2 เรื่อง Mind mapping of Thai fruits 6. ใบงานที่ 3 เรื่อง | like Thai fruits 7. ตารางเกม Bingo 8. กระดานเกม unplug coding to spell English words game 9. บตัรคา ศพัท์10. บตัรคา สั่ง coding 11. แบบบันทึกค าศัพท์ unplug coding to spell English words game


11. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1) ผลการเรียนรู้ .................................................................................................................................................................... ...... 2) ปัญหา อุปสรรค............................................................................................................................................ 3) ข้อเสนอแนะ .............................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................................................... ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้


8.ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ 8.1 ทฤษฎีการบูรณาการข้ามศาสตร์ การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนภาพความคิด Mind Mapping โทนี บูซาน ซึ่ง Mind Map น้ีเป็น Graphic Organizers รูปแบบหนึ่งที่ท างานตามธรรมชาติความคิดของเรา เป็นเทคนิคเชิงกราฟฟิ คที่ทรงพลังเสมือน กุญแจสารพัดประโยชน์ที่จะเปิ ดสมองให้ท างานได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะเป็นการใช้ความสามารถของ สมองท้งั2 ซีกคือ ซ้ายและขวาให้มีกระบวนการคิดที่เชื่อมโยงกนัการถ่ายทอดความคิด หรือขอมูลต่าง ๆ ที่ ้ มีอยู่ในสมองลอกลงกระดาษ โดยการใช้ ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อแบบเดิม คนที่คิดเรื่อง Mind map ข้ึนมาคือ‘โทนี่ บูซาน’โทนี่เป็นคนที่สนใจศึกษาถึงเรื่องการท างานของสมองมนุษย์ เมื่อ 30 ปี ก่อนนักวิทยาศาสตร์พบว่าสมองของมนุษย์มี 2 ซีก ซีกซ้ายจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีต่าง ๆเหตุผล ตัวเลขตรรกะ ล าดับ การวิเคราะห์ จังหวะ ส่วนซีกขวา คือเรื่อง จินตนาการ ภาพ มิติ ภาพรวม สี แต่ ขบวนการการเรียนการสอนในปัจจุบัน ฝึ กให้เราใช้สมองซีกซ้ายเพียงข้างเดียว คือ จ าแต่ตัวหนังสือ อ่านแต่ ตัวหนังสือ เราจึงไม่ได้ใชส้มองท้งัสองส่วนอย่างเต็มที่ โทนี่สังเกตว่าคนที่เรียนเก่ง ๆ จะมีวิธีการจดบนัทึกที่ไม่เหมอืนคนทวั่ ไป คือแทนที่จะเริ่มเขียนจากมุมซ้าย กระดาษเป็นแถว ๆ ไปจนจบบรรทดัแลว้ข้ึนบรรทดัใหม่แตค่นเหล่าน้ีจะเลือกใชค้า หรือประเด็นหลกัๆ หรือภาพแทนประโยคยาว ๆ เขาเลยพฒันาแนวความคิดข้ึนมา Mind map น้ีก็เป็นที่นิยมไปทวั่โลก มีคนใช้ วิธีการน้ีทงั่ในดา้นการเรียนและการทา งานเป็นลา้น ๆ คน ขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แผนภาพความคิด Mind Mapping 1. ก าหนดประเด็น 2. ระดมสมองค้นและการคัดเลือกข้อมูล 3. เขียน Key Word /ประเด็นหลัก/ประเด็นรอง/สัญลักษณ์ 4. การจัดระบบเชิงภาพ Mind Map 5. ตรวจสอบความถูกต้องของ Mind Map 6. น าเสนอ Mind Map


ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม 1.1 กิจกรรมจัดกลุ่ม 1.2 แนะน ากติกา/อุปกรณ์/สื่อ ขั้นที่ 2 การก าหนดประเด็น/หัวข้อ/เงื่อนไข/สถานการณ์โดยใช้เกม/กิจกรรม/ใบงาน/สื่อต่างๆ ขั้นที่ 3 ขั้นแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ /กิจกรรมกลุ่มระดมการคิดวิเคราะห์แลกเปลี่ยนการเรียนรู้สรุปสาระส าคัญ ของเรื่องโดยจัดท าเป็นแผนภาพความคิดกลุ่ม ขั้นที่ 4 ขั้นน าเสนอผลงาน ขั้นที่ 5 ขั้นช้ีแนะ ครูและนกัเรียนช้ีแนอธิบายแสดงขอ้คิดเห็นร่วมกนัและเพิ่มเติมขอ้ประเด็นความรู้ ขั้นที่6 ขั้นจัดท าแผนภาพความคิดอิสระ (mind mapping ) โดยสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการสรุปการ คิดวิเคราะห์สาระส าคัญของเรื่องเป็นของตัวเอง


8.2 หน่วยบูรณาการ หน่วยบูรณการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยชุดการสร้างความรู้ เรื่อง แผนภาพความคิดเกาะติดอุทกภัย สาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาฯ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การเขียน แผนภาพ ความคิด คือ การถ่ายทอด ความคิดหรือข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ ในสมองลงใน กระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อใช้แสดง การเชื่อมโยงข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ระหว่างความคิดหลัก ความคิดรอง และ ความคิดย่อยที่เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน อุทกภัย เป็นภยัที่เกิดจากสภาวะน้า ท่วม หรือน้า หลากอย่างฉับพลัน สาเหตุหลักเกิดจาก ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็ นเวลานาน หรือ เขื่อนพัง อุทกภัยส่วนใหญ่มักเกิดใน บริเวณพื้นที่ที่ราบลุ่ม ที่ราบน้า ท่วมถึง และที่ราบเชิงเขา โดยเกิดน้า ป่าไหลหลาก อันเนื่องมาจากมีฝนตกต่อเนื่องยาวนาน จากอิทธิพลของหย่อมกดอากาศต ่า หรือ จากร่องฝนจากลมมรสุม ที่มีก าลังแรง และ พายุเมื่อเกิอุทกภัยจะเกิดความ เสียหายโดยตรง ดงัน้ี 1. น้า ท่วมอาคารบา้นเรือน สิ่งก่อสร้าง และสาธารณสถาน ซึ่งท าให้เกิดความ เสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก 2. เส้นทางคมนาคมและการขนส่งอาจถูก ตดัขาด โดยความแรงของกระแสน้า 3. ระบบสาธารณูปโภคจะได้รับความ เสียหาย เช่น ไฟฟ้า ประปา 4. พื้นที่การเกษตรและปศุสัตวจ์ะไดร้ับ ความเสียหายเมื่อเกิดอุทกภัยจะต้องรู้วิธี ป้องกันตนเองและบรรเทาจากอุทกภัย เช่น วางแผนใช้ที่ดินอย่างประสิทธิภาพ ออกแบบสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ การ เคลื่อนย้ายวัสดุ การสร้างเขื่อน ฯลฯ แนวคิดส าคัญ: การด ารงชีวิตของ มนุษย์เรามี ความสัมพันธ์กับ สิ่งแวดลอ้มและ ทรัพยากรธรรมชาติเป็ น อย่างมาก ดงัน้นัเราจึง ควรช่วยกันอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ รวมท้งันา มาใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่ามากที่สุดและมี จิตส านึกในการใช้ที่ ถูกต้อง ความพอประมาณ หมายถึงความพอดีที่ไม่ น้อยเกินไปและไม่มากเกิน โดยไม่ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิต และการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจ เกี่ยวกบัระดบัของความพอเพียงน้นัจะตอ้ง เป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจาก ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนค านึงถึงผลที่คาด ว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทา น้นัๆ อย่าง รอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันทีดีในตัว หมายถึง การ เตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงดา้นต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดข้ึน ในอนาคตท้งัใกลแ้ละไกล เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่าง รอบด้าน ความรอบคอบที่จะน าความรู้ เหล่าน้นัมาพิจารณา ให้เชื่อมโยงกัน เพื่อ ประกอบการวางแผนและความระมัดระวังใน ข้นั ปฏิบตัิ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนัก ในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มี ความเพียร ใช้สติ ปัญญาในการ ด าเนินชีวิต


8.3 แผนการจัดการเรียนรู้1 แผน แผนจัดการเรียนรู้ที่ 4 หน่วยบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยชุดการสร้างความรู้ฯ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 เรื่อง แผนภาพความคิดเกาะติดอุทกภัย จ านวน 2 ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ___________________________________________________________________________ มาตรฐาน ท1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ 5. อธิบายการน าความรู้และความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ 2. เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม 3. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว 6.1 เขา้ใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนบนผิวโลกและภายในโลกความสัมพนัธ์ของ กระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตวัช้ีวดัที่3. สืบคน้และอธิบายธรณีพิบตัิภยัที่มีผลต่อมนุษยแ์ละสภาพแวดลอ้มในทอ้งถิ่น สืบ เสาะหาความรู้ และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใชป้ระโยชน์


กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ส.3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่ มีอยู่จา กดัไดอ้ย่างมีประสิทธิภาพและคุม้ค่ารวมท้งัเขา้ใจหลกัการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการด ารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ ตวัช้ีวดัที่3. บอกวิธีและประโยชน์ของการใชท้รัพยากรอย่างยงั่ยืน หลักปรัชญาและเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกิน โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกบัระดบัของความพอเพียงน้นั จะต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคา นึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทา น้นัๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันทีดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่คาดว่า จะเกิดข้ึนในอนาคตท้งัใกลแ้ละไกล เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะน า ความรู้เหล่าน้นัมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกนัเพื่อประกอบการวางแผนและความระมดัระวงัในข้นั ปฏิบตัิ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนัก ในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมี ความอดทน มีความเพียรใช้สติ ปัญญาในการ ด าเนินชีวิต สาระส าคัญ อุทกภัย เป็นภยัที่เกิดจากสภาวะน้า ท่วมหรือน้า หลากอย่างฉับพลนัไหลท่วมบา้นเรือนหรือสิ่งต่างๆ ด้วยความรุนแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายจึงจ าเป็นที่มนุษย์จะต้องตระหนักถึงปัญหา สาเหตุ และ เตรียมการวางแผนรับมือและป้องกันอย่างรอบคอบ การเขียนแผนผังความคิดเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การ วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆเพื่อการวางแผนในการป้องกันและเตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยใช้แนวทางปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) 1. บอกความหมายของอุทกภัยได้ 2. วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ ของการเกิดอุทกภัยได้ 3. เสนอแนะวิธีป้องกันและการเตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าภายใต้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านทักษะ(P) 1. สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยได้ 2. เขียนแผนผังความคิดเกี่ยวกับอุทกภัยได้


ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1.ความพอประมาณ: รู้คุณค่าและเลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด 2.ความมีเหตุผล: ตัดสินใจวางแผนป้องกันและเตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยค านึงเห็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่าง รอบคอบเหมาะสม 3.ภูมิคุ้มกัน: เกิดความภาคภูมิใจในการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและมีความพร้อมในการรับผลกระทบที่จะ เกิดจากอุทกภัยในอนาคต 4.เงื่อนไขความรู้:น าความรู้เรื่องอุทกภัยมาประกอบการวางแผนเตรียมตัวป้องกันเมื่อเกิดอุทกภัย อย่าง รอบคอบ 5.เงื่อนไขคุณธรรม: มีความตระหนัก และมีสติในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์ สูงสุด สาระการเรียนรู้ 1. อุทกภัย (รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) 2. การเขียนแผนผังความคิด (รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) 3. การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ(รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) 4.หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (รายละเอียดอยู่ในสื่อชุดฐานข้อมูลและฐานการให้ความช่วยเหลือ) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นการจัดการ เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ เวลา ขั้นน า: การ เชื่อมโยงความรู้ เดิมสู่ความรู้ใหม่ 1 นกัเรียนดูคลิปวีดิโอน้า ท่วมที่ กรุงเทพมหานคร 2สนทนาเกี่ยวกับความเสียหาย ความ เดือดร้อนที่ประชาชนได้รับ น้า ท่วมหรืออุทกภยัน้ีเกิดข้ึนที่ไหน อีก ท าไมจึงถึงเกิดอุทกภัย -คลิป วีดิโอน้า ท่วม กรุงเทพมหานคร 5 นาที


ขั้นการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ เวลา ขั้นสร้างความรู้ 1.ขั้นเผชิญสถานการณ์ปัญหา: ให้นักเรียนเข้ากลุ่มและศึกษา สถานการณ์ปัญหาเรื่อง แผนภาพ ความคิดเกาะติดอุทกภัย (ภาคผนวก)และปฏิบัติภารกิจตามที่ กา หนดดงัน้ี (1)นักเรียนช่วยโจ้วิเคราะห์ว่า ปัญหาน ้าท่วมดังกล่าวมาจาก สาเหตุใด จะมีวิธีป้องกันอย่างไร และถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จะมีวิธีการ เตรียมตัวอย่างไร(2)ให้นักเรียน เขียนแผนภาพความคิดสรุปสาเหตุ วิธีการป้องกันและการเตรียมตัวเมื่อ ต้องเผชิญกับอุทกภัย (3)ให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะช่วย ป้องกันหรือแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ หรือไม่อย่างไร 2.ขั้นส่งเสริมและช่วยเหลือในการ สร้างความรู้: (1)ให้นักเรียนเสนอแนะแนวคิดที่ ได้จากการสร้างความรู้ด้วยตนเอง มาอภิปรายแลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม ตามกิจกรรมการเรียนรู้ (2)ถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ให้ เข้าไปศึกษาในฐานความช่วยเหลือ ชุดการสร้างความรู้ หน่วยบูรณาการตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เรื่องแผนภาพ ความคิดเกาะติดอุทกภัย 80 นาที


แหล่งการเรียนรู้/สื่อการเรียนรู้ 1.ชุดการสร้างความรู้หน่วยบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง แผนภาพความคิดเกาะติด อุทกภัยประกอบด้วย 1.1 ชุดสื่อสถานการณ์ปัญหา/ภารกิจ 1.2 ชุดสื่อฐานข้อมูล 1.3 ชุดฐานการให้ความช่วยเหลือ 2.หนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีที่6 3.หนงัสือเรียนวิชาสังคม ช้นั ประถมศึกษาปีที่6 4.หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปีที่6 5.คลิปวิดีโอ น้า ท่วม กรุงเทพมหานคร 6.สื่อภาพอุทกภัยจาก Inter netและ www. ต่างๆ 7.สื่อวัสดุประเภท กระดาษชาร์ด กระดาษเอ4 สี สี ปากกาเคมี และอื่นๆ 3.ขั้นแลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย : (1)ตัวแทนกลุ่มน าผลการตอบ ภารกิจในแต่ละข้อติดบนกระดาน ด าและนักเรียนทุกคน ทุกกลุ่ม สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการ ตอบภารกิจของเพื่อนๆ และ สามารถเติมเต็มประเด็นค าตอบให้ สมบูรณ์ได้ (2)นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอ ภารกิจทีละข้อ (3)นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันอภิปราย และเสนอแนะเพิ่มเติมในแต่ละภารกิจ ขั้นสรุป ขั้นร่วมสรุปแนวคิด : ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ ความรู้จากภารกิจในภาพรวม 15นาที


กระบวนการวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) 1.บอกความหมายของอุทกภัยได 2.วิเคราะห์สาเหตุแลผลกระทบ ของ การเกิดอุทกภัยได้ 3. เสนอแนะวิธีป้องกันและการ เตรียมตัวเมื่อเกิดอุทกภัยโดยการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าภายใต้ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1.ตรวจผลงานจาก การตอบภารกิจ 2.สังเกตการ น าเสนอภารกิจ 3.สังเกตการ อภิปราย การแสดง ความคิดเห็น การ ให้ข้อเสนอแนะ ชุดการสร้างความรู้ หน่วยบูรณาการ ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง แผนภาพ ความคิดเกาะติด อุทกภัย 1.ตอบภารกิจได้ครบถ้วน ครอบคลุมประเด็นถูกต้อง อย่างน้อย ร้อยละ 75 2.น าเสนอภารกิจได้ ครอบคลุมประเด็นครบถ้วน ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 75 ด้านทักษะ (P) 1. สืบค้นเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยได้ 2. เขียนแผนผังความคิดเกี่ยวกับ อุทกภัยได้ 1.ตรวจผลงานจาก การตอบภารกิจ 2.จากการตรวจ ชิ้นงาน 1.ชุดการสร้าง ความรู้หน่วยบูรณา การตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง เรื่อง แผนภาพความคิด เกาะติดอุทกภัย 2.แบบประเมิน ทักษะการเขียน แผนผังความคิด 1.ตอบภารกิจได้ครบถ้วน ครอบคลุมประเด็นถูกต้อง อย่างน้อย ร้อยละ 75 2.ผ่านเกณฑใ์นระดบัดีข้ึนไป


คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1.ความพอประมาณ:รู้คุณค่าและ เลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างประหยัด 2.ความมีเหตุผล: ตัดสินใจ วางแผนป้องกันและเตรียมตัว เมื่อเกิดอุทกภัยโดยค านึงถึง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เหมาะสม 3.ภูมิคุ้มกัน: เกิดความภาคภูมิใจ ในการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และมีความพร้อมในการรับ ผลกระทบที่จะเกิดจากอุทกภัย ในอนาคต 4.เงื่อนไขความรู้:น าความรู้เรื่อง อุทกภัยมาประกอบการวางแผน เตรียมตัวป้องกันเมื่อเกิดอุทกภัย อย่างรอบคอบ 5.เงื่อนไขคุณธรรม:มีความตระหนัก และมีสติในการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด 1.จากการประเมิน คุณลักษณะปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 1.จากการ ประเมิน คุณลักษณะ ปรัชญา เศรษฐกิจ พอเพียง 1.ผลการประเมิน คุณลักษณะปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงอยู่ใน ระดบัดีข้ึนไป


กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มาตรฐาน ท1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดที่ 5. อธิบายการน าความรู้และความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต มาตรฐาน ท 2.1ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ 2. เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม 3. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน ว 6.1 เขา้ใจกระบวนการต่างๆที่เกิดข้ึนบนผิวโลกและภายในโลกความสัมพนัธ์ของกระบวนการต่างๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก กระบวนการสืบเสาะหา ความรู้และจิตวทิยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใชป้ระโยชน์ ตวัช้ีวดัที่3. สืบคน้และอธิบายธรณีพิบตัิภยัที่มีผลต่อมนุษยแ์ละสภาพแวดลอ้มในทอ้งถิ่น สืบ เสาะหาความรู้ และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใชป้ระโยชน์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ส.3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรทีมีอยู จ ากัดได้อย่าง มีประสิทธิภาพและคุม้ค่ารวมท้งัเขา้ใจหลกัการของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการดา รงชีวิตอย่างมีดุลย ภาพ ตวัช้ีวดัที่3. บอกวิธีและประโยชน์ของการใชท้รัพยากรอย่างยงั่ยืน หลักปรัชญาและเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกิน โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ


ความมีเหตุผล หมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกบัระดบัของความพอเพียงน้นั จะต้องเป็ นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคา นึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระทา น้นัๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันทีดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่คาดว่า จะเกิดข้ึนในอนาคตท้งัใกลแ้ละไกล เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะน า ความรู้เหล่าน้นัมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกนัเพื่อประกอบการวางแผนและความระมดัระวงัในข้นั ปฏิบตัิ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วยมีความตระหนัก ในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมี ความอดทน มีความเพียรใช้สติ ปัญญาในการ ด าเนินชีวิต แผนผังมโนทัศน์ ความคิดรอบยอดหลัก : อุทกภัย เป็นภยัที่เกิดจากสภาวะน้า ท่วมหรือน้า หลากอย่างฉับพลนั ไหลท่วมบา้นเรือนหรือสิ่ง ต่างๆ ด้วยความรุนแรง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก จึงจ าเป็นที่ มนุษย์ต้องตระหนักถึงปัญหา สาเหตุ ตลอดจนการวางแผนรับมือและการป้องกันภัยที่เกิดจากอุทกภัย เรื่อง แผนภาพความคิด เกาะติดอุทกภัย ส.3.1(3) การใช้ทรัพยากรให้เกิด ประโยชน์สูงสุดภายใต้หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท1.1(5)ท2.1(2) ท2.1(3) การเขียน แผนภาพความคิดอุทกภัย ว6.1(3) อุทกภัย สาเหตุ การเตรียมตัว การป้องกัน เศรษฐกิจพอเพียง 1.ความพอประมาณ 2.มีเหตุผล 3.การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี 4.เงื่อนไขความรู้ 5.เงื่อนไขคุณธรรม


สถานการณ์ปัญหา ในฤดูฝนท ี่ผ ่ านมา บ ้ านคุณยายของโจ ้ ซ ึ่งอย ู่ในอ าเภอมหาราช จังหวัด พระนครศร ี อยุธยาและเป็ นพ ื้นท ี่ทางผ ่ านของน ้าจากภาคเหน ื อลงส ู่ทะเล ได ้ ถูก มวลน ้าขนาดใหญ่ไหลบ่าท่วมขังได้รับความเสียหายเป็ นอย่างมาก น ้าได้ไหลเข้า ท ่ วมหม ู่บ ้ านอย ่ างรวดเร ็ วโดยไม ่ได ้ คาดคิด จนท าให ้ ถนนหนทางถูกตัดขาด ไฟฟ้ า น ้าประปาก ็ ถูกตัด พ ื้นท ี่นาถูกน ้าท ่ วม คุณยายของโจ ้ได ้ อพยพมาพักอาศัย ท ี่บ ้ านของโจ ้ ท ี่ขอนแก ่ นเป็ นการชั่วคราว คณุยายเล ่ าว ่ าถ ้ าร ู้ล ่ วงหน ้ าว ่ าจะเกิด เหตุการณ์นี้ คุณยายคงมีเวลาคิดวิธีการรับมือ หรือป้องกันได้บ้าง ไม่ล าบาก เหมือนอย่างนี้


ภารกิจการเร ี ยนร ้ ู 3. ให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะช ่ วยป้ องก ั นหร ื อแก ้ไขปั ญหาอ ุ ทกภ ั ยได ้ หร ื อไม ่ อย ่ างไร 2. ให ้ น ั กเร ี ยนเข ี ยนแผนภาพความค ิ ดสร ุ ปสาเหต ุ ว ิ ธ ี การ ป้ องก ั นและการเตร ี ยมต ั วเม ื่อต ้ องเผช ิ ญก ั บอ ุ ทกภ ั ย 1. นักเรียนช่วยโจ้วิเคราะห์ว่าปัญหาน ้าท่วมดังกล่าวมาจาก สาเหต ุ ใด จะมีวิธีป้องกันอย่างไร และถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จะมี วิธีการเตรียมตัวอย่างไร


ภาคผนวก


แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้รูปแบบการสอนแผนภาพความคิด(Mind Mapping) โรงเรียนประถมศึกษา NEU ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ๑๖๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ วรรณกรรมน่ารู้ ภาคเรียนที่ ๑ วันที่ เดือน พ.ศ. ๒๕๖๖ แผนการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง กลอนกานท์จากบ้านไทย หน่วยที่ 6 เวลา1ชั่วโมง ผู้สอน : นางสาวกมลวรรณ ชาวัตร อาจารย์พี่เลี้ยง : …………………………………………… อาจารย์ที่ปรึกษา : ผศ.สมหวัง นิลพันธ์ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ป.๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ป.๖/๒ อธิบายความหมายของค า ประโยคและข้อความที่เป็นโวหาร ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ป.๖/๓. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน สาระที่ ๓ การฟัง การดูและการพูด มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ป.๖/๑ พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องที่ฟังและดู ป.๖/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด


สาระที่ ๔ หลักและการใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษา และพลัง ของภาษาภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตวัช้ีวดั ป.๖/๑ วเิคราะห์ชนิดและหนา้ที่ของคา ๒. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านและการเขียนค าศัพท์เป็นการสื่อความหมายไปยังผู้ฟัง ในขณะเดียวกันผู้อ่านและ ผู้เขียนจ าเป็นต้องจับความหมาย การอ่านและการเขียนได้ถูกต้องรวดเร็วและแม่นย าจะต้องฝึ กฝน อยู่เสมอซึ่งการรวบรวมค าใหม่ที่พบจากหนังสือที่อ่านจัดไว้เป็นหมวดหมู่ จะช่วยให้การเรียนภาษา แตกฉานยิ่งข้ึน ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อนักเรียนเรียนค าศัพท์ในบทเรียนหน่วยที่ ๑ เรื่อง วรรณกรรมน่ารู้ แล้ว นักเรียนสามารถ ๑.อ่านและเขียนค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้(K) ๒.บอกความหมายของค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้(K/P) ๓.คิดวิเคราะห์และจัดกลุ่มค า โดยใช้หลักเกณฑ์การอ่านและการเขียนของค าที่ก าหนดให้ได้ โดย เขียนเป็นแผนภาพความคิด (Mind Mapping) (K/P) ๔.แต่งประโยคจากกลุ่มค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้(K/P) ๕.มีทักษะการอ่าน การเขียนการฟังดูและการพูด (K/P) ๖.มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา สังเคราะห์และมีทักษะการคิดสร้างสรรค์โดยใช้แผนภา ความคิด ทักษะแสวงหาการเรียนรู้และทักษะการน าเสนอข้อมูล(K/P) ๗. มีมารยาทในการอ่าน การเขียนการฟัง การดู การพูด (A) ๘.กล้าแสดงออก กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ซื่อสัตย์สุจริต มีความคิดสร้างสรรค์(A) ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. วิเคราะห์ค าศัพท์พื้นฐานหน่วยที่ ๑ เรื่อง วรรณกรรมน่ารู้ จากบัญชีค าใบงานค าศัพท์ หน่วยที่ ๖ แล้วน ามาสังเคราะห์จัดกลุ่มค าตามหลักเกณฑ์หลักการอ่านและการเขียนค า เช่นวิเคราะห์หลักการอ่านและ การเขียนค า จากค าศัพท์พื้นฐาน เรื่อง วรรณกรรมน่ารู้เช่น ๑.ค าที่ประวิสรรชนีย์ ๒. ค าที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ๓. ค าที่สะกดตรงมาตรา ๔.ค าที่สะกดไม่ตรง มาตรา ๕.คา ประสม ๖.คา ควบกล้า ๗.คา ที่มีตวัการันต์๘.อกัษรนา ๙.การที่มีร หัน ๑๐.ตวัฤ ๑๑. ตัว ฑ ๑๒.ค าเป็น ๑๓..ค าตาย ๑๔.ค าที่จัดตามพยางค์ ๑๕.ค าพ้อง ๑๖. ค าที่ใช้ บัน ๑๗.ส านวน ๑๘. ค านาม ๑๙.ค ากริยา ๒๐.ค าวิเศษณ์ ๒๐. ค าที่มีความหมายเหมือนกัน ๒๑. ค าราชาศัพท์ ๒๒. ค า ภาษาต่างประเทศ ๒๓.วลี๒๔.ค าซ้อน ๒๕.ค าอุทาน ๒๖.ค าเชื่อม


๕. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ เตรียมความพร้อม กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยใช้การนับ ๑-๕ แล้วแบ่งกลุ่มตามหมายเลขที่ได้นับ จากน้นัแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น กลุ่มๆละ ๔-๕ คน และแนะนา กติกาการเรียน ข้นัตอน การท างาน และบัญชีค าใบงาน กลอนกานท์จากบ้านไทย หน่วยที่ ๖วรรณกรรมน่ารู้ ที่ ก าหนดให้เป็นสถานการณ์ประเด็นปัญหา


ขั้นที่ ๒ ก าหนดสถานการณ์ นักเรียนแต่ละกลุ่มรับใบงาน กลอนกานท์จากบ้านไทย ใบกิจกรรมที่ ๑แล้วให้ทุก คนในแต่ละกลุ่มอภิปรายแสดงความคิดเห็น คิด วิเคราะห์และ แยกแยะ ประเด็น สาระส าคัญของ เรื่องกลอนกานท์จากบ้านไทย ที่ก าหนดให้ในใบกิจกรรมที่ ๑ ให้ได้มาก ที่สุดโดยใช้หลักเกณฑ์และเหตุผลประกอบของแต่ละประเด็นลงในกระดาษชาร์ด/ที่แจกให้ แต่ละกลุ่ม


ขั้นที่ ๓ แลกเปลี่ยนการเรียนรู้/กิจกรรมกลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ระดมการคิดวิเคราะห์ สาระส าคัญ ของเรื่องหลกัการอ่านและการเขียน คา ศพัทพ์ ้ืนฐาน โดยใช้หลักเกณฑ์ หลักการอ่านและ หลักการเขียนให้ได้ประเด็นสาระส าคัญมากที่สุด พร้อมกับยกตัวอย่าง ค าเขียน ค าอ่าน และแต่งประโยคจากคา เหล่าน้ัน โดยร่วมกนักา หนดหัวขอ้เรื่องที่จะทา จดัทา เป็นแผนภาพ ความคิดกลุ่ม เช่น ค าที่อ่านออกเสียง รร เช่น มหัศจรรย์ อ่านว่า มะ-หัด-สะ-จัน ค าที่อ่านออกเสียงรรเช่น ธรรมะอ่านว่า ท า-มะ แต่งประโยค : ฉันคิดว่าเธอเป็ นคนที่น่ามหัศจรรย์จริงๆ แต่งประโยค: ฉันชอบฟังธรรมะ


ขั้นที่ ๔ น าเสนอผลงานหน้าชั้น แต่ละกลุ่มนา เสนอผลงานหนา้ช้นัตามใบงานกิจกรรมขอ้ที่๒


ขั้นที่ ๕ อภิปรายแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ทั้งชั้น ๕.๑ ครูและนกัเรียนช้ีแนะอภิปรายแสดงขอ้คิดเห็นร่วมกนัและเพิ่มเติมความรู้ และประเด็นสาระส าคญัเพื่อแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ท้งัช้นั ๕.๒ นักเรียนและครูร่วมกันแสดงข้อคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผลจาก ประเด็นสาระส าคญัที่ไดแ้ละให้นกัเรียนและครูร่วมกนัเพิ่มเตมิประเด็นย่อยๆในแต่ละ ประเด็นให้ได้มากที่สุด


ขั้นที่ ๖ ขั้นสรุป ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้และสาระส าคัญที่ได้จากการเรียน เรื่อง กลอนกานท์ จากบ้านไทยแล้วนักเรียนเขียนสรุปเป็นแผนภาพความคิดเป็นของตนเอง


๖.การวัดและการประเมินผล วัดและประเมิน(ตาม จุดประสงค์) วิธีการประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑.อ่านและเขียนค าศัพท์ ที่ก าหนดให้ได้(K) จากการสังเกตการณ์การ อ่าน การเขียนค า การสังเกตพฤติกรรม การอ่านและเขียน อ่านและเขียนค าได้ อย่างน้อย ๘๐% ๒.บอกความหมายของ ค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้ (K/P) จากการสังเกตการบอก ความหมายของค าศัพท์ การสังเกตพฤติกรรม การตอบค าถาม บอกความหมายของ ค าศัพท์ได้อย่างน้อย ๘๐% ๓.คิดวิเคราะห์และจัด กลุ่มค าโดยใช้ หลักเกณฑ์การอ่านและ การเขียนของค าที่ ก าหนดให้ได้ โดย เขียนเป็นแผนภาพ ความคิด (Mind Mapping) (K/P) จากการสร้างในชิ้นงาน แผนภาพความคิด แบบประเมินชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไข ที่ก าหนดในใบงาน ๔.แต่งประโยคจากกลุ่ม ค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้ (K/P) จากการตรวจชิ้นงาน แผนภาพความคิด (Mind Mapping) แบบประเมินชิ้นงาน การน าเสนอ ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไข ที่ก าหนดในใบงาน ๕.มีทักษะการอ่าน การ เขียนการฟังดูและการ พูด (K/P) ผลงานและการท างาน กลุ่มและน าเสนอ แบบประเมินชิ้นงาน และการน าเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไข ที่ก าหนดในใบงาน ๖.มีทักษะการคิด วิเคราะห์ การแก้ปัญหา สังเคราะห์และมีทักษะ การคิดสร้างสรรค์โดย ใช้แผนภาความคิด ทักษะแสวงหาการ เรียนรู้และทักษะการ น าเสนอข้อมูล(K/P) ผลงานและการท างาน กลุ่มและน าเสนอ แบบประเมินแบบ ประเมินชิ้นงานและ การน าเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ตามเงือนไขที่ ก าหนดในใบงาน


๗. มีมารยาทใน การอ่าน การเขียนการ ฟัง การดู การพูด (A) จากการสังเกตสังเกต พฤติกรรมการร่วม กิจกรรม การสังเกตพฤติกรรม การร่วมกิจกรรม การสังเกตกระบวนการ เรียนรู้การท างานกลุ่ม ทุกข้นัตอน การทา แผนภาพความคิด กระบวนการสื่อสารการ เจรจาการต่อรองการ อภิปรายการยอมรับฟัง ความคิดเห็น ๘.กล้าแสดงออก กล้า วิพากษ์วิจารณ์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีความคิด สร้างสรรค์(A) จากการสังเกตสังเกต พฤติกรรมการร่วม กิจกรรม การสังเกตพฤติกรรม การร่วมกิจกรรม การสังเกตกระบวนการ เรียนรู้การท างานกลุ่ม ทุกข้นัตอน การทา แผนภาพความคิด กระบวนการสื่อสารการ เจรจาการต่อรองการ อภิปรายการยอมรับฟัง ความคิดเห็น ๗. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ สื่อหลัก ๑ .ใบงาน เรื่อง กลอนกานท์จากยบ้านไทย หน่วยที่ ๖ เรื่อง วรรณกรรมน่ารู้ ๒.ใบกิจกรรมที่ ๑ สื่อเสริม ๑. เอกสารประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๒.บัตรค า/ข้อความ เช่น ๑.ค าอุทาน ๒.ค าเชื่อม ๓. ค าที่สะกดตรงมาตรา ๔.ค าที่สะกดไม่ตรง มาตรา ๕.คา ประสม ๖.คา ควบกล้า ๗.คา ที่มีตวัการันต์๘.อกัษรนา ๙.การที่มีร หัน ๑๐.คา กิริยา ๑๑. ค าซ้อน ๑๒.คา เป็น ๑๓..คา ตาย ๑๔.คา ที่จดัตามพยางค์๑๕.คา ที่รร หัน ๑๖.คา ที่มีรควบกล้า ๑๗. คา ที่มีลควบกล้า ฯลฯ ๓. อุปกรณ์ที่น าเสนอคริปชาร์ด


๘. บันทึกหลังสอน ............................................................................................................................. ............................................. ................. ……………………………………………………………………………………………………………… ………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………ผู้บันทึก ( ……………………) …/……./......


ใบงาน ที่ ๑เรื่อง กลอนกานท์จากบ้านไทย ค าศัพท์พื้นฐาน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องกลอนกานท์จากบ้านไทย กร กาแล บูรพา ปะร า พูด ค้าง คาม กะพริบ กระหล ่าดาว เค้ก กระดาษสา กัลยา กระต่ายตื่นตูม กระบาล เกษตรกรรม เคราะห์ดี เครื่องเซ่น กระบือ การ์ตูน กาฬสินธุ์ เคหา กิจกรรม แครอท กุหลาบ โกสินทร์ ขนบธรรมเนียม โฆษณา ไกรสร กล่าวหา กฎจราจร ขยิบตากฐิน กษัตริย์ตกลง ช านาญ ชุลมุน ตักบาตรเทโว ต ารวจ ต านาน เต้าหู้ ซื่อสัตย์ งอมแงม ถวาย จินตนาการ ซาบซ้ึง เจริญ ฉายา ไดโนเสาร์ สามารถ เยอะแยะ สันสกฤต สัปดาห์ ธุรกิจอาสา อาณาจักร ปริศนา สุขสันต์ สุภาพบุรุษ สุภาพสตรี โทรศัพท์ โทรทัศน์ เทศกาล ทอประกาย ทะยาน ธรรมะ พระ มารดา พระบาท พระเนตร นิมิต นาฎศิลป์ธรณี ประชาสัมพันธ์ ประวัติศาสตร์ บรรพบุรุษ อัศจรรย์ ผจญภัย สนุก สนาน มิตรภาพ อุปกรณ์ อุปถัมภ์ แอป เปิ้ล เอกลักษณ์อุทยานแห่งชาติ อ านาจ อินเทอร์เน็ต สมอง สมบูรณ์ส าเร็จ อันตราย สนทนา วารสารศรัทธาวิจัย สมาชิกราหูารตรีรื่นรมย์มังคุด ยานอวกาศ พลศึกษา ประสบการณ์เมขลา เมรุมด ตะนอยรุ่งอรุณ มารยาท อุทิศอียิปต์โอเล้ียง อีเมล พฤติกรรม สมัคร วิถีชีวิต อัศจรรย์ สามารถ ประสบการณ์อีสาน อุดร ไม้จริง มโหฬาร พายัพ วาร ยุ่ง ล าดวน ทักษิณ บานบุรีประจิม จักรวาล


ใบงานที่ ๑ ค าศัพท์พื้นฐาน เรื่องกลอนการท์จากบ้านไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ วรรณกรรมน่ารู้ เรื่อง กลอนกานท์จากบ้านไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๖ ค าชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มท ากิจกรรมตามขั้นตอนต่อไปนี้ ๑. ให้นักเรียนอ่านและวิเคราะห์ค าศัพท์พื้นฐาน จากใบงาน ค าศัพท์ที่ ๑ และท าภารกิจตามสถานการณ์ ปัญหา ดังนี้ ๒. แต่ละกลุ่มน าเสนอผลงานตามขั้นตอนดังนี้ ๒.๑ อธิบายขั้นตอนของกระบวนการคิดและการท างานกลุ่ม ๒.๒ สรุปประเด็น สาระส าคัญ เรื่อง ค าศัพท์พื้นฐาน จากข้อ ๑ ๓. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเขียนสรุปประเด็นสาระส าคัญของเรื่องค าศัพท์พื้นฐานที่ได้จากข้อ ๑โดยเขียน เป็ นแผนภาพความคิดของตนเอง สถานการณ์ปัญหา “ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม คิดวิเคราะห์และจัดกลุ่มของค าศัพท์พื้นฐาน เรื่อง กลอน กานท์จากบ้านไทย โดยใช้หลักเกณฑ์หลักการอ่านและการเขียนค าให้ได้อย่างน้อย ๑๐ประเด็น พร้อมกับยกตัวอย่าง ค าเขียน ค าอ่านและแต่งประโยค จากค าเหล่านั้น ประเด็น ละ ๒ ค า ” โดยเขียนเป็ นแผนภาพความคิดลงในกระดาษชาร์ดที่แจกให้


แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์หลักการอ่านและการเขียน โดยใช้แผนภาพความคิดอิสระ (Mind Mapping) โรงเรียน ประถมศึกษา NEU รายการ มากที่สุด 5 มาก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง 1 อ่านและเขียนค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้(K) บอกความหมายของค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้(K/P) คิดวิเคราะห์และจัดกลุ่มค า โดยใช้หลักเกณฑ์การอ่าน และการเขียนของค าที่ก าหนดให้ได้ โดย เขียนเป็นแผนภาพความคิด (Mind Mapping) (K/P) แต่งประโยคจากกลุ่มค าศัพท์ที่ก าหนดให้ได้(K/P) มีทักษะการอ่าน การเขียนการฟังดูและการพูด (K/P) มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา สังเคราะห์และมี ทักษะการคิดสร้างสรรค์โดยใช้แผนภาความคิด ทักษะ แสวงหาการเรียนรู้และทักษะการน าเสนอข้อมูล(K/P) มีมารยาทในการอ่าน การเขียนการฟัง การดู การพูด (A) กล้าแสดงออก กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ซื่อสัตย์สุจริต มี ความคิดสร้างสรรค์(A) 5 หมายถึงอยู่ในระดับมากที่สุด 4 หมายถึงอยู่ในระดับมาก 3 หมายถึงอยู่ในระดับดี 2 หมายถึงอยู่ในระดับพอใช้ 1 หมายถึงอยู่ในระดับปรับปรุง


แบบประเมินผลงานนักเรียน แบบประเมินชิ้นงานแผนภาพความคิด(Mind Mapping) โรงเรียน ประถมศึกษา NEU ชื่อผูส้อน...............................................................ช้นั.................................................................... กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง.................................................................. วันที่.........เดือน..............................พ.ศ. ............. เวลา................................................................... ค าชี้แจง : โปรดท าเครื่องหมาย / ลงในช่องที่นักเรียนคิดว่าพฤติกรรมการสอนตามรายการ การสังเกต พฤติกรรมการสอนดงัต่อไปน้ี รายการ มากที่สุด 5 มาก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง 1 1.ผลงานสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.ความถูกตอ้งสมบูรณ์ของเน้ือหา 3.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4.มีจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน 5.มีระเบียบวินัย 6.ความตรงต่อเวลา ลงชื่อ......................................................... (.......................................................) ผู้ประเมิน


แบบบันทึกผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ป.6 แบบบันทึกผลการเรียนรู้ของ นักเรียน ครู วัน..................ที่.............เดือน........................................พ.ศ. 25.................................. 1. ข้นัตอนการทา งาน ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................... ........................................... ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... 2. ความรู้ที่ได้รับ ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................... ........................................... ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... 3. ทักษะที่ได้รับ ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. 4 สมรรถนะที่ได้รับ ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. 5. คุณลักษณะที่ดี/ค่านิยม/คุณธรรม/จริยธรรม


............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... 7. ผลงาน ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... กลุ่มที่......................... สมาชิก 1. ................................................................................. เลขที่..................................... 2. ................................................................................. เลขที่............................... ...... 3. ................................................................................. เลขที่..................................... 4. ................................................................................. เลขที่..................................... 5. ................................................................................. เลขที่.....................................


ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แผนภาพความคิด(Mind Mapping) โรงเรียน…………………………………………………………… ระดบัช้นั…………………………….. รายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………… จงขีดเครื่องหมาย ✓ ในช่องกิจกรรมการเรียนรู้ตามความเป็ นจริง รายการ ระดับผลการประเมิน ปรับปรง (1) น้อย ( 2) พอใช้ (3) มาก (4) มากที่สุด (5) 1. สาระส าคัญแสดงความคิดรวบยอดของสาระการ เรียนรู้ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ครอบคลุมพฤติกรรมการ เรียนรู้ หลายด้าน(พุทธิพิสัย)/ทักษะพิสัย/จิตพิสัยและ ระบุ พฤติกรรมที่สามารถวัดได้ 3. สาระการเรียนรู้ถูกต้องครบถ้วนชัดเจนตามหลัก วิชาการ 4. กระบวนการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.2 จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมและทบทวน ความรู้เดิม 4.3 จัดกิจกรรมหรือก าหนดสถานการณ์ที่เป็น ประเด็นปัญหาให้นักเรียนคิด 4.4 จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ 4.5 จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้น าเสนอผลงาน 4.6 จดักิจกรรมช้ีแนะความรู้เพิ่มเติมอภิปรายแสดง ข้อคิดเห็น 4.7 จัดกิจกรรมท าแผนภาพความคิดอิสระโดยสรุป สาระส าคัญและองค์ความรู้เป็นของตนเอง 5. สื่อ อุปกรณ์และแหล่งการเรียนรู้ที่เหมาะสมตาม ความสามารถของผู้เรียน 6. มีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายสอดคล้องกับ พฤติกรรม ที่ก าหนดในจุดประสงค์กับธรรมชาติของ


สาระการเรียนรู้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ผู้เรียนได้อะไร จากการเรียรู้แบบน้ี ............................................................................................................................. ................................ ............................................................................................................................. ................................ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................ ............................................................................................................................. ................................ ..................................................................... (..................................................................) ผู้ประเมิน .........../ ……………… / 2566


บรรณานุกรม เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์.(2546) ความหมายของการบูรณาการ จุไรรัตน์สร้อยศรี.(2564).ตัวอย่างหน่วยและแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการข้ามศาสตร์ บูรณาการ 8 กลุ่มสาระ เรื่องศิลปะในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทิศนา แขมณี.(2548).ได้ให้นิยามความหมายของการบูรณาการ คือ การท าให้สมบูรณ์โดยการน า หน่วยย่อยๆ ที่มีความสัมพันธ์มาท าหน้าที่อย่างผสมผสานกลมกลืนเป็ นหนึ่งเดียวให้ครบถ้วนสมบูรณ์ใน ตัวเองไม่ได้แยกเป็ นส่วนๆ บีเน่ (Beane, 1991). การบูรณาการเป็ นการเชื่อมโยงความรู้ประสบการณ์ในลักษณะผสมผสานเข้า ด้วยกันทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องสมบูรณ์โดยรวมกันมากกว่าการแยกส่วน ประเวศ วะสี.(2545) .ได้ให้ความหมายของการบูรณาการเป็ นความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ไปด้วยกัน อย่างลงตัวและอย่างสมดุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมหวัง นิลพัน .( ).หน่วยบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยชุด การสร้างความรู้ฯ วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 . เรื่อง แผนภาพความคิดเกาะติดอุทกภัย พระธรรมปิ ฎก (ป.อ.ปยุตโต). (2540) .ได้กล่าวถึง ความหมายบูรณาการ วิเศษ ชิณวงศ์.(2544: 29) .ได้กล่าวถึงการเรียนการสอนมีสองประเภท คือ บูรณาการ ภายในวิชาและ บูรณาการระหว่างวิชา วิเศษ ชิณวงศ์. (2544: 31) .ได้กล่าวถึงการสร้างบทเรียนแบบบูรณาการมี 2ลักษณะ สิริพัชร์เจษฎาวิโรจน์. (2549: 67). ได้กล่าวถึงวิธีการบูรณาการที่มีหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งบูรณาการ ตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก อรัญญา สุธาสิโนบล (2545: 23) ได้กล่าวถึงรูปแบบการสอนแบบบูรณาการมีรูปแบบ อัญชลี สารรัตนะ (2542: 29-31) ได้กล่าวถึงขั้นตอนการสร้างบทเรียนและกได้กล่าวถึงรูปแบบการ สอนแบบบูรณาการ


Click to View FlipBook Version