เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถ่นิ
คานา
หนังสือคู่มือเตรียมสอบแข่งขันเพ่ือบรรจุเป็นข้าราชการท้องถ่ิน ตาแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและ
แผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นหนังสือสาหรับเตรียมสอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตาแหน่ง
(ภาค ข) ท่ีมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนท่ีหนึ่งความรู้เก่ียวกับ
ระเบียบกฎหมายที่เกย่ี วข้องกับการปฏบิ ัตงิ านของตาแหน่งนักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน ส่วนทสี่ องเป็นความรู้
ความสามารถเก่ียวกบั ลักษณะงานที่ตอ้ งปฏบิ ัติของตาแหนง่ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผน
ผู้เขียนได้เรียบเรียงเป็นหนังสือคู่มือเตรียมสอบจากประสบการณ์ตรงในการสอบของ กสถ.สนามสอบ
มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 2560 และผ่านการสอบและได้บรรจุตาแหน่งพนักงานวิเคราะห์นโยบายและแผน กรม
ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เม่ือปี 2561 อีกทั้งเน้ือหาคู่มือเล่มนี้ ก็มีเนื้อหาท่ีตรงตามประกาศหลักเกณฑ์การ
สอบของปี 2564 อีกด้วย
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างย่ิงว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้รับประโยชน์และได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ
ท้องถิ่นดั่งที่ตง้ั ใจ
ประสบการณต์ รง
ปี 2563 บรรจุตาแหนง่ นักวิชาการศกึ ษาปฏิบตั ิการ ภาคกลาง เขต 1
ปี 2561 บรรจุพนกั งานวเิ คราะหน์ โยบายและแผน กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถิ่น
ปี 2560 สอบสนามสอบ ม.บูรพา ภาค ข ตาแหน่งนักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน 82 คะแนน
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จดั ทาโดย นักวิชาการทอ้ งถิ่น
สารบญั
หนา้
● พระราชบญั ญตั กิ าหนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ 1
พ.ศ. 2542 และทแ่ี กไ้ ขเพิม่ เตมิ
- แนวข้อสอบ
● พระราชบญั ญตั ิขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540 15
- แนวขอ้ สอบ
● ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจัดทาแผนพฒั นาขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ 29
พ.ศ.2548 และ ทีแ่ ก้ไขเพ่ิมเติม
- แนวขอ้ สอบ
● ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาพนื้ ที่ 49
ในระดับอาเภอและตาบล พ.ศ. 2562
- แนวขอ้ สอบ
● ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยวธิ ีการงบประมาณขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ พ.ศ. 2563 65
- แนวข้อสอบ
● ความรเู้ กย่ี วกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 85
- แนวขอ้ สอบ
● ความรู้เก่ียวกบั แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12 97
- แนวขอ้ สอบ
● ความรเู้ กย่ี วกบั การวิเคราะห์ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งยุทธศาสตร์ นโยบายรัฐบาล กระทรวง กรม 114
และสถานการณ์เศรษฐกจิ การเมอื ง และสังคม
- แนวข้อสอบ
● ความร้เู กย่ี วกับการจัดทากระบวนงานของการพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐ (PMQA) 128
- แนวข้อสอบ
● ความรู้เกย่ี วกับงานตาม “ลักษณะท่ปี ฏบิ ัติ” ของตาแหน่ง นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผน
- แนวข้อสอบ
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถนิ่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถน่ิ
บทนา
บริบทสงั คมเพ่ือการพัฒนาท้องถน่ิ
Localism : จิตสานกึ ทอ้ งถิ่น พลังขับเคล่ือนประเทศไทย
“ท้องถ่ิน เข้มแข็งภายใต้บริบท การรวมพลังสร้างสรรค์ การเป็นหุ้นส่วน (Partnerships) ในการรัก
ท้องถิ่น รักประชาชน และรักประเทศชาติ อยากเห็นประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าด้วยภาคประชา
สังคม (Civil Society) ท่ีร่วมกันสร้างความสุจริตในการปฏิบัติงานไม่โกง ไม่กิน ไม่ทุจริต มีจิตวิญญาณ
ของผู้ให้ ซ่ึงจะเป็นผู้มีจิตสานึกสาธารณะในการให้บริการ (Service minded) มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม
มากกว่าส่วนตน โดยวิธีการสร้างกระบวนทัศน์ชุมชน (Community Paradigm) มีจิตสาธารณะและ
จติ สานกึ รกั ทอ้ งถน่ิ
ข้าราชการทอ้ งถ่ิน ตอ้ งเปน็ ผู้มีภาวะผ้นู าที่ดี วางตวั เหมาะสม และเป็นทศี่ รทั ธาเช่ือถือของบุคคลอื่น
หรือประชาชนในท้องถ่ิน ทรี่ ับผดิ ชอบในหนา้ ท่ีการงานปฏิบัติหน้าที่มีความเมตตา มีความเป็นธรรม เป็นผู้
มีความรักยุติธรรมเป็นที่ตั้ง และสร้างกระบวนการยุติธรรม เชิงสมานฉันท์ (Restorative justice) น้ันคือ
จิตสานึกอนั แท้จริงของขา้ ราชการทอ้ งถ่นิ ในการขบั เคลอื่ นประเทศไทย”
: ดร.สุรยิ ะ หินเมืองเก่า
: หนงั สอื ถอดบทเรียนการพัฒนา ภายใตแ้ ผนพัฒนาทอ้ งถิ่น
นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถ่นิ
เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถนิ่
ตาแหน่ง นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน คือ ข้าราชการสว่ นท้องถ่ินทีอ่ ยูใ่ นระบบแทง่ วชิ าการ เมอ่ื เริ่มแรกบรรจุ
จะอยู่ในระดบั ปฏิบตั กิ าร
เป็นตาแหน่งที่มีหน้าที่เก่ียวกับงานวิเคราะห์นโยบายและแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซึ่งจะมี
ปฏิทินการทางานอย่างชัดเจน เชน่ การลงพ้ืนท่ีประชาคมจัดทาแผน การจัดทาแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน การจัดทาข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย การติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณประจาปี
เป็นต้น ซ่ึงต้องประสานการทางานกับนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หัวหน้าส่วนราชการในองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ สมาชกิ สภา ผู้นาชมุ ชน กรรมการชุมชน
คุณวุฒทิ ่ีตอ้ งมสี าหรับตาแหน่งน้ี
ตามมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง ระบุว่า ต้องได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอ่ืนท่ีเทียบได้ในระดับ
เดียวกัน สาขาวิชาหรือทางสังคมศาสตร์ การวางแผน วิจัยทางสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหาร
สถิติ สังคมวิทยา ประชากรศาสตร์ คณิตศาสตร์และสถิติ สังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ หรือในสาขาวิชา
หรอื ทางอื่นท่ี ก.จ., ก.ท. หรือ ก.อบต. กาหนดว่าใช้เป็นคณุ วฒุ เิ ฉพาะสาหรับตาแหนง่ นไ้ี ด้
ท้ังนี้ นอกเหนือจากวุฒิการศึกษาข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 20 คุณวุฒิการศึกษา (ปริญญา) ท่ี ก.กลาง
ท้องถ่ิน ได้มีมติให้เป็นคุณวุฒิปริญญาทางสังคมศาสตร์ ตามกาหนดไว้ในคุณสมบัติ เฉพาะสาหรับตาแหน่ง
นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนดงั นี้
1. ปริญญาทางบรหิ ารธรุ กจิ 11. ปริญญาทางนติ ิศาสตร์
2. ปริญญาทางศลิ ปศาสตร์ 12. ปริญญาทางสงั คมศาสตร์
3. ปรญิ ญาทางการศึกษา 13. ปรญิ ญาทางสุขศกึ ษา
4. ปรญิ ญาทางบัญชี 14. ปริญญาทางพานิชยศาสตร์
5. ปรญิ ญาทางเศรษฐศาสตร์ 15. ปริญญาทางพัฒนาชุมชน
6. ปริญญาทางนเิ ทศศาสตร์ 16. ปริญญาทางการเงินและการธนาคาร
7. ปริญญาทางรฐั ศาสตร์ 17. ปริญญาทางภมู ศิ าสตร์
8. ปริญญาทางครศุ าสตร์ 18. ปรญิ ญาทางปรัชญา
9. ปรญิ ญาทางรฐั ประศาสนศาสตร์ 19. ปริญญาทางจิตวทิ ยา
10. ปริญญาทางสังคมวทิ ยา 20. ปริญญาทางอักษรศาสตร์
“วุฒิปริญญา” ตามข้างต้นนี้ ถือว่าเป็นคุณวุฒิปริญญาทางสังคมศาสตร์ สามารถสมัครสอบในตาแหน่ง
“นักวิเคราะห์นโยบายและแผน” ไดค้ รับ
เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จดั ทาโดย นกั วิชาการท้องถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 1
สรุปสาระสาคัญ
พระราชบัญญัตกิ าหนดแผนและขน้ั ตอนการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ พ.ศ.2542
และทแี่ ก้ไขเพ่ิมเติม
ปัจจบุ นั แก้ไขเพม่ิ เตมิ ถึง ฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2549
ประกาศใช้ วนั ท่ี 17 พฤศจิกายน 2542 ใช้บังคบั วันท่ี 18 พฤศจกิ ายน 2542
เหตุผล ในการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา 285 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้
บัญญัติให้มีกฎหมายกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจ เพ่ือพัฒนาการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิน่ เพิ่มขึน้ อย่างต่อเนอ่ื ง โดยมสี าระสาคญั เกยี่ วกบั
1. การกาหนดอานาจหน้าทใี่ นการจดั ระบบบริการสาธารณะ
2. การจัดสรรสดั สว่ นภาษแี ละอากรขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
3. ให้มีคณะกรรมการซ่ึงประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยราชการที่เก่ียวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่นิ และผ้ทู รงคุณวฒุ ิ มีจานวนฝา่ ยละเท่ากัน เพอ่ื ทาหนา้ ทด่ี ังกล่าว
ผู้รักษาการตามพระราชบญั ญัติ
1. นายกรฐั มนตรี
2. รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการคลงั
3. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย
คณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ (ก.ก.ถ.) มีจานวน
36 คน ประกอบด้วย
(1) ผ้แู ทนของหน่วยงานราชการ 12 คน ประกอบด้วย
นายกรฐั มนตรี หรอื รองนายกรัฐมนตรี ซึง่ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน
รมว. กระทรวงมหาดไทย
รมว. กระทรวงการคลงั
ปลดั กระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎกี า
เลขาธิการ ก.พ.
เลขาธกิ ารคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ผอู้ านวยการสานักงบประมาณ
อธิบดกี รมส่งเสริมการปกครองท้องถิน่
(2) ผูแ้ ทนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ 12 คน ประกอบดว้ ย
ผู้บรหิ ารองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด 2 คน
ผบู้ รหิ ารเทศบาล 3 คน
ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตาบล 5 คน
เพจ คมู่ ือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 2
ผบู้ รหิ ารกรุงเทพมหานคร
ผู้บริหารเมืองพทั ยา
โดยให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทเลือกกันเองตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี
นายกรฐั มนตรกี าหนด
(3) ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ 12 คน ประกอบด้วย บุคคลทีม่ ีความรู้ ความเช่ยี วชาญในด้าน
การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
การพฒั นาทอ้ งถิน่
เศรษฐศาสตร์
การปกครองสว่ นท้องถิ่นในสาขารฐั ศาสตร์หรอื รฐั ประศาสนศาสตร์
ดา้ นกฎหมาย
คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน (ก.ก.ถ.) 36 คน
ผู้แทนของหนว่ ยงานราชการ 12 ผู้แทน อปท. ผทู้ รงคุณวฒุ ิ
คน 12 คน 12 คน
รมว.มท. / รมว.คลงั ผู้บริหาร อบจ. 2 แผ่นดนิ
ปลัด.มท./คลงั /ศธ./สส. ผ้บู รหิ ารเทศบาล 3 ท้องถ่นิ
เลขาธิการ คกก.กฤษฎกี า ผู้บริหาร อบต. 5 เศรษฐศาสตร์
เลขาธิการ ก.พ. ผู้บรหิ าร กทม. การปกครองส่วนท้องถ่ินในสาขา
เลขาธกิ าร ศสช. ผู้บริหารเมอื งพัทยา รฐั ศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์
ผอ.สานักงบประมาณ กฎหมาย
อสถ.
การสรรหาผ้ทู รงคุณวฒุ ิให้เป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารที่นายกรัฐมนตรกี าหนด
ให้หวั หนา้ สานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจฯ เปน็ เลขานุการคณะกรรมการ
กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ิ ต้องมคี ณุ สมบตั แิ ละไม่มีลกั ษณะต้องห้าม ดงั ต่อไปนี้
1. มีสญั ชาตไิ ทย
2. มอี ายุ ไมต่ ่ากวา่ 35 ปี บริบูรณ์
3. ไม่เป็นข้าราชการ ซ่ึงมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ
หนว่ ยงานของรฐั รฐั วิสาหกจิ หรือองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น เวน้ แตเ่ ปน็ ผ้สู อนในสถาบนั อดุ มศึกษาของรฐั
4. ไม่เป็นผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื ง
5. ไมเ่ ปน็ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผบู้ ริหารทอ้ งถิน่
6. ไมเ่ ป็นเจา้ หนา้ ทห่ี รือผ้มู ีตาแหนง่ ใดๆ ในพรรคการเมอื ง
กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิมวี าระอย่ใู นตาแหนง่ คราวละ 4 ปี และอาจได้รบั การสรรหาเป็นกรรมการอีก
ได้ ไมเ่ กิน 2 วาระ ตดิ ต่อกนั
อานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ก.ถ. มีดงั ต่อไปนี้
เพจ คู่มือเตรียมสอบข้าราชการท้องถนิ่ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 3
1. จัดทาแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และแผนปฏิบัติการเพ่ือขอความ
เหน็ ชอบจากคณะรัฐมนตรี และรายงานตอ่ รัฐสภา
2. กาหนดการจัดระบบการบริการสาธารณะ ตามอานาจหน้าท่ีระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ และระหวา่ งองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ด้วยกันเอง
3. ปรับปรุงสัดส่วนภาษีและอากรและรายได้ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระหว่าง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง โดยคานึงถึงภาระหน้าท่ีของรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
ระหว่างองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ดว้ ยกันเองเปน็ สาคญั
4. กาหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจ จากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค
ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
5. ประสานการถ่ายโอนขา้ ราชการ ขา้ ราชการสว่ นทอ้ งถิ่น และพนักงานรฐั วสิ าหกิจระหว่างส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
เพื่อให้สอดคล้องกับการกาหนดอานาจและหน้าที่ การจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน เงินงบประมาณ ท่ี
ราชการสว่ นกลางโอนใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ และการถ่ายโอนภารกจิ
6. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการกระจายอานาจ การอนุมัติหรือการอนุญาตตามที่มีกฎหมาย
บัญญัติให้ต้องขออนุมัติหรืออนุญาตไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยคานึงถึงความสะดวก รวดเร็วในการ
ใหบ้ รกิ ารประชาชน และการกากบั ดูแลใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายนั้นๆ เปน็ สาคัญ
7. เสนอแนะมาตรการ ด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การงบประมาณและการรักษาวินัยทาง
การเงิน การคลงั ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
8. เสนอแนะการตราพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ
และคาส่ัง ที่จาเป็นเพื่อดาเนินการให้เป็นไปตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อ
คณะรัฐมนตรี
9. เร่งรัดให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ และคาส่ังท่ี
จาเป็น เพื่อดาเนนิ การใหเ้ ป็นไปตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
10. เสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดสรรเงินงบประมาณที่จัดสรรเพ่ิมขึ้นให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิน่ เน่ืองจากการถา่ ยโอนภารกจิ จากส่วนกลาง
11. พิจารณาหลักเกณฑก์ ารจดั สรรเงินอุดหนุนใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ตามความจาเป็น
12. เสนอแนะและจัดระบบตรวจสอบและการมสี ว่ นร่วมของประชาชนในท้องถิ่น
13. เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี เพ่ือพิจารณาส่ังการในกรณีที่ปรากฏว่าส่วนราชการหรือ
รฐั วสิ าหกจิ ไม่ดาเนินการตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
14. เสนอรายงานเก่ียวกับการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต่อคณะรัฐมนตรีอย่าง
น้อยปีละหน่งึ คร้ัง
15. ออกประกาศกาหนด ตามทก่ี าหนดไวใ้ นพระราชบัญญัตนิ ี้
16. ปฏบิ ัตกิ ารอ่ืน ตามท่กี าหนดไว้ใน พ.ร.บ.น้ี และกฎหมายอ่ืน
สานกั งานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน (สานกั งาน ก.ก.ถ.)
เพจ คูม่ อื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จัดทาโดย นกั วชิ าการท้องถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 4
สงั กดั สานกั งานปลดั สานักนายกรฐั มนตรี
มอี านาจและหน้าทด่ี ังต่อไปนี้
1. รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ
2. รวบรวม ศึกษา และวิเคราะห์เก่ียวกับการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ
ข้อมลู ตา่ ง ๆ เก่ยี วกบั งานของคณะกรรมการ
3. ร่วมมือและประสานงาน กับราชการสว่ นกลาง ราชการสว่ นภมู ิภาค องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ และ
รฐั วิสาหกจิ เพื่อดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามพระราชบัญญตั ินี้
4. ติดตามและประเมินผล การปฏบิ ัตติ ามแผนตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย
5. ปฏิบัติหน้าที่อน่ื ตามที่กฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นหนา้ ทขี่ องสานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น หรอื ตามทก่ี รรมการมอบหมาย
แผนกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
แผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ให้ดาเนนิ การดงั นี้
1. ใหด้ าเนินการถา่ ยโอนภารกิจ การให้บริการสาธารณะท่ีรฐั ดาเนนิ การอยใู่ นวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้
บงั คบั แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินภายในกาหนดเวลา ดงั น้ี
(ก) ภารกิจทเ่ี ป็นการดาเนินการซา้ ซ้อน ระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหรือภารกิจที่รัฐ
จดั ให้บรกิ ารในเขตขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ให้ดาเนินการให้เสรจ็ สิ้น ภายใน 4 ปี
(ข) ภารกิจที่รัฐจัดให้บริการในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทบถึงองค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นอ่ืน ให้ดาเนินการให้เสรจ็ สิ้น ภายใน 4 ปี
(ค) ภารกิจที่เป็นการดาเนินงานตามนโยบายของรฐั บาลใหด้ าเนินการใหเ้ สร็จสน้ิ ภายใน 4 ปี
2. กาหนดขอบเขตความรับผิดชอบในการให้บริการสาธารณะของรัฐและองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่นิ และระหวา่ งองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นด้วยกนั เอง ตามอานาจและหน้าท่ี ต้องไม่เกนิ ระยะเวลา 10 ปี
ซึ่งต้องพิจารณาจาก 1. รายได้ 2. บุคลากร 3. ประชากร 4. ค่าใช้จา่ ย 5. คุณภาพ
3. กาหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้รัฐทาหน้าท่ีประสานความร่วมมือ และช่วยเหลือการดาเนินงาน
ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินให้มีประสทิ ธิภาพ
4. กาหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายไดอ้ ื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพ่ือให้
สอดคล้องกับการดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละประเภท อย่าง
เหมาะสม โดยตั้งแตป่ ีงบประมาณ พ.ศ.2550 เป็นต้นไป ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเป็นสัดส่วน
ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาล ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มี
รายไดเ้ พ่มิ ขน้ึ คิดเป็นสัดสว่ นต่อรายไดส้ ุทธขิ องรัฐบาลในอัตรา ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 35 โดยการจัดสรรสดั ส่วน ท่ี
เปน็ ธรรมแกอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคานงึ ถึงรายไดข้ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินนั้นด้วย
5. การจัดตัง้ งบประมาณรายจา่ ยประจาปี ในส่วนที่เกี่ยวกับการบรกิ ารสาธารณะในเขต องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนให้เป็นไปตามความจาเป็นและความต้องการขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ น้นั
แผนปฏิบตั ิการ
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 5
ให้คณะกรรมการการกระจายอานาจฯ จัดทาแผนปฏิบัติการ เพ่ือกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจ
ตามแผนการกระจายอานาจฯ โดยอย่างนอ้ ยตอ้ งมสี าระสาคัญ ดงั ต่อไปน้ี
1. กาหนดรายละเอียดของอานาจหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละ
รูปแบบจะต้องกระทา
2. กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดาเนินการในการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรให้เพียงพอแก่การ
ดาเนินการ โดยคานึงถงึ ภาระหนา้ ทีข่ องรัฐในการใหบ้ ริการสาธารณะเปน็ สว่ นรวมดว้ ย
3. รายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายที่จาเป็น เพ่ือดาเนินการตามแผนการ
กระจายอานาจให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
4. จัดระบบการบรหิ ารงานบคุ คลขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
เม่ือคณะกรรมการจัดทาแผนปฏิบัติการแล้วให้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ แล้วรายงานต่อ
รฐั สภาเพือ่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาใชบ้ ังคับต่อไป
การทบทวนการกาหนดอานาจและหนา้ ทแ่ี ละการจัดสรรรายได้
ให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนการกาหนดอานาจหน้าท่ีและการจัดสรรรายได้ของ องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถิ่น ภายหลังท่ีได้ดาเนินการตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว โดย
พิจารณาทบทวนใหม่ ทุกระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันท่ีมีการกาหนดอานาจและหน้าท่ีหรือวันที่มีการ
จัดสรรรายได้
อานาจหน้าทใี่ นการจดั ระบบการบริการสาธารณะ
องค์การบริหารส่วนตาบล เทศบาล และเมืองพัทยา
ให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบล มอี านาจและหน้าท่ีในการจัดระบบการบริการ
สาธารณะ เพื่อประโยชนข์ องประชาชนในทอ้ งถ่ินของตนเอง เช่น
1. การจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถนิ่ ของตนเอง
2. การจัดใหม้ แี ละรกั ษาทางบก ทางนา้ และทางระบายนา้
3. การจัดให้มแี ละควบคมุ ตลาด ท่าเทียบเรอื ท่าขา้ ม และที่จอดรถ
4. การบารุงรักษา ศิลปะ จารีตประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น และวัฒนธรรมอันดขี องท้องถ่ิน
5. สง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มของราษฎรในการพฒั นาทอ้ งถิน่
องค์การบริหารสว่ นจังหวดั
ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะ เพ่ือประโยชน์ของ
ประชาชนในท้องถ่นิ ของตนเอง เช่น
1. การจดั ทาแผนพฒั นาทอ้ งถิน่ ของตนเอง และประสานการจดั ทาแผนพัฒนาจงั หวดั
2. การสนับสนุนองคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ อ่นื ในการพัฒนาทอ้ งถนิ่
3. การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏบิ ตั ิหน้าทข่ี ององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ อื่น
4. การแบง่ สรรเงนิ ซึง่ ตามกฎหมายจะต้องแบง่ ใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ อน่ื
5. การกาจัดมลู ฝอย และส่งิ ปฏิกลู รวม
องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ รปู แบบพิเศษ
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถนิ่ จัดทาโดย นักวชิ าการท้องถน่ิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 6
ให้กรุงเทพมหานคร มีอานาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของประชาชนใน
ท้องถ่ินของตนเอง มีอานาจหน้าที่เช่นเดียวกับเทศบาล เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนตาบล และองค์การ
บรหิ ารส่วนจัดหวัด รวมกนั
การจดั สรรสดั สว่ นภาษีและอากร
เทศบาล เมืองพัทยา และ องคก์ ารบริหารส่วนตาบล
เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารสว่ นตาบลอาจมีรายได้จาก ภาษี อากร ค่าธรรมเนยี ม และเงิน
รายได้ ดังตอ่ ไปน้ี
1. ภาษีโรงเรือนและท่ีดิน
2. ภาษบี ารงุ ท้องท่ี
3. ภาษปี า้ ย
4. ภาษมี ูลคา่ เพม่ิ ตามประมวลรษั ฎากร
5. ภาษธี รุ กิจเฉพาะ ตามประมวลรัษฎากร
6. ภาษีสรรพสามิต ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ภาษีสุรา ตามกฎหมายว่าด้วยสุรา และค่า
แสตมป์ยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ซ่ึงเก็บจากการค้าในเขตเทศบาล เมืองพัทยาและองค์การบริหารส่วน
ตาบล โดยออกข้อบัญญตั จิ ดั เก็บเพม่ิ ขึ้นในอตั ราไมเ่ กินร้อยละ 30 ของอัตราภาษี ท่ีกรมสรรพสามิตจดั เก็บ และ
ให้ถือเปน็ ภาษแี ละค่าแสตมปต์ ามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน โดยเป็นหนา้ ท่ีของกรมสรรพสามิตที่จะจัดเกบ็
7. ภาษีและค่าธรรมเนยี มรถยนต์
8. ภาษีการพนนั
9. ภาษีเพอ่ื การศึกษา
10. อากรการฆา่ สตั ว์
11. อากรรงั นกอแี อ่น ตามกฎหมายวา่ ด้วยอากรรังนกอีแอน่
12. ค่าภาคหลวงแร่ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ หลังจากหักส่งเป็นรายได้ของรัฐในอัตราร้อยละ 40 แล้ว
ดงั ตอ่ ไปน้ี
(ก) อบจ. ที่มีพืน้ ท่คี รอบคลมุ พน้ื ที่ตามประทานบตั ร ให้ได้รบั การจัดสรรในอตั ราร้อยละ 20
(ข) อบต. และเทศบาลอ่ืนที่อยู่ในจังหวัดท่ีมีพื้นท่ีครอบคลุมพ้ืนที่ตามประทานบัตรให้ได้รับการ
จดั สรรในอตั ราร้อยละ 10
(ค) อบต. และเทศบาลอืน่ ในจังหวดั อื่นใหไ้ ดร้ ับการจัดสรรในอตั ราร้อยละ 10
13. ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หลงั จากหักส่งเป็นรายได้ของรัฐ ในอัตรา
ร้อยละ 40 แลว้ ดังต่อไปน้ี
(ก) อบต. หรือเทศบาล ทม่ี ีพ้ืนทีค่ รอบคลุมพ้ืนท่ีตามสมั ปทาน ให้ได้รบั การจดั สรรในอตั ราร้อยละ
20
(ข) อบต. หรือเทศบาลอื่นท่ีอยู่ภายในจังหวัด ที่มีพื้นที่ตามสัมปทานให้ได้รับการจัดสรรในอัตรา
รอ้ ยละ 10
(ค) อบต. หรอื เทศบาลในจงั หวัดอื่น ให้ได้รบั การจดั สรรในอตั รารอ้ ยละ 10
14. ค่าธรรมเนยี มการจดทะเบียนสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมเกี่ยวกบั อสังหาริมทรพั ย์ ท่มี ที นุ ทรัพย์ภายในเขต
15. ค่าธรรมเนยี มสนามบิน
เพจ คูม่ อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 7
16. ค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มข้ึนในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของ
ค่าธรรมเนยี มทม่ี ีการจัดเกบ็ ตามกฎหมายว่าด้วยการนน้ั
(ก) ค่าธรรมเนยี มใบอนุญาตขายสรุ า
(ข) ค่าธรรมเนยี มใบอนญุ าตเลน่ การพนนั
17. ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ ในกิจการที่กฎหมายมอบหมายหน้าท่ีให้เทศบาล เมือง
พัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบลเปน็ เจา้ หน้าท่ีดาเนินการภายในเขตท้องทน่ี ้ัน ๆ และให้ตกเปน็ รายได้ของ
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ดงั กลา่ ว
18. ค่าใชน้ ้าบาดาล
19. คา่ ธรรมเนียมใด ๆ ที่เรียกเก็บจากผ้ใู ชห้ รือไดร้ บั ประโยชน์จากบริการสาธารณะที่จัดให้มีขึ้น
20. รายไดอ้ ่ืน ตามกฎหมายบัญญตั ใิ ห้เปน็ ของเทศบาล เมอื งพทั ยา และองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล
รายไดข้ ององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อาจมีรายได้จากภาษี อากร ค่าธรรมเนยี มและเงนิ รายได้ ดังต่อไปนี้
1. ภาษีบารุง อบจ. สาหรับน้ามันเบนซิน น้ามันดีเซล ก๊าชปิโตรเลียมที่ใช้เป็นเช้ือเพลิง สาหรับรถยนต์
ซ่ึงเก็บจากการค้าในเขตจังหวัด โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินลิตรละ 10 สตางค์ สาหรับน้ามัน และ
กโิ ลกรัมละไม่เกนิ 10 สตางค์ สาหรับกา๊ ชปโิ ตรเลยี ม
2. ภาษีบารุง อบจ. สาหรับยาสูบ ซ่ึงเก็บจากการค้าในเขตจังหวัด โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพ่ิมได้ ไม่
เกนิ มวลละ 10 สตางค์
3. ภาษีมลู คา่ เพ่มิ ตามประมวลรษั ฎากร
4. ภาษธี รุ กจิ เฉพาะ ตามประมวลรษั ฎากร
5. ภาษแี ละค่าธรรมเนียมรถยนต์
6. ภาษเี พือ่ การศึกษา
7. อากรรงั นกอีแอน่
8. ค่าภาคหลวงแร่ ให้ไดร้ บั การจดั สรรในอตั ราร้อยละ 20 ของค่าภาคหลวงแร่ท่จี ัดเก็บได้ภายในเขตของ
อบจ.นัน้
9. ค่าภาคหลวงแร่ปิโตรเลียม ให้ได้รับการจัดสรรในอัตราร้อยละ 20 ของค่าภาคหลวงปิโตรเลียมที่
จัดเกบ็ ในเขต อบจ.นั้น
10. ค่าธรรมเนียมบารุง อบจ. โดยออกข้อบัญญัติเรียกเก็บจากผู้พักในโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วย
โรงแรม
11. คา่ ธรรมเนยี ม คา่ ใบอนุญาต และค่าปรบั ในกิจการทก่ี ฎหมายมอบหมายหนา้ ทีใ่ ห้ 1 2 .
คา่ ธรรมเนยี มอน่ื ใด ทีเ่ รียกเกบ็ จากผูใ้ ชห้ รอื ไดป้ ระโยชน์จากบรกิ ารสาธารณะที่ อบจ.จดั ให้มีขนึ้
13. รายไดอ้ ่ืน ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ ใหเ้ ปน็ ของ อบจ.
ตามแผนการกระจายอานาจฯ การจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรในแต่ละปี ให้คณะกรรมการ
พิจารณากาหนดโดยคานงึ ถงึ ภารหน้าท่ีของรฐั กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน และระหว่างองค์กรปกครองสว่ น
ทอ้ งถนิ่ ดว้ ยกนั เองด้วยกันเองเปน็ สาคญั
รายรบั ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จัดทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 8
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อาจมีรายรบั ดังต่อไปน้ี
1. รายได้จากทรัพยส์ นิ ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
2. รายได้จากสาธารณปู โภค
3. รายได้จากการพานิชและการทากิจการ
4. ภาษอี ากร คา่ ธรรมเนียม ค่าใบอนญุ าต คา่ ปรับ ค่าตอบแทน
5. ค่าบรกิ าร
6. เงินอดุ หนุนจากรัฐบาล สว่ นราชการรฐั วิสาหกิจ หรอื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ อื่น
7. เงินชว่ ยเหลือจากต่างประเทศ องคก์ ารต่างประเทศ หรอื องคก์ ารระหว่างประเทศ
8. รายไดจ้ ากการจาหนา่ ยพนั ธบตั ร*
9. เงนิ กจู้ ากกระทรวง ทบวง กรม องคก์ าร หรือนติ ิบคุ คลต่าง ๆ*
10. เงินกจู้ ากตา่ งประเทศ องค์การตา่ งประเทศ หรอื องค์การระหว่างประเทศ*
11. เงินและทรัพยส์ นิ อย่างอื่น ทมี่ ผี ู้อุทศิ ให้
12. เงนิ ชว่ ยเหลอื หรอื เงินคา่ ตอบแทน
13. รายได้จากทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือรายได้จากทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจ ท่ีดาเนินการเพื่อมุ่งหากาไร
ในเขตขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ *
14. รายไดจ้ ากคา่ ธรรมเนียมพเิ ศษ
การออกพันธบัตร การกู้เงินจากระทรวง กรม องค์การหรือนติ ิบุคคลต่างๆ การกู้เงินจากต่างประเทศ และ
รายไดจ้ ากทรพั ย์สนิ ของแผน่ ดนิ ให้ออกเปน็ ขอ้ บญั ญัตทิ ้องถนิ่ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรฐั มนตรี
เพจ ค่มู อื เตรียมสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นักวิชาการทอ้ งถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 9
แนวข้อสอบพระราชบญั ญัติ
กาหนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอานาจให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่
พ.ศ.2542 (และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เตมิ )
เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถิน่ จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 10
สรุปสาระสาคัญ
พระราชบญั ญัตขิ อ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540
ประกาศใช้ วนั ท่ี 9 ธันวาคม 2540
แนวคดิ หลกั : เปิดเผยเป็นหลัก ปกปดิ เปน็ ข้อยกเว้น
ผรู้ ักษาการ : นายกรฐั มนตรี
แนวคิดของพระราชบญั ญัติขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
1. ต้องการให้ประชาชนมีโอกาสอย่างกว้างขวางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับการดาเนินการต่าง ๆ
ของรัฐ
2. ประชาชนมีโอกาสรถู้ งึ สิทธิและหน้าท่ีของตนได้อยา่ งเต็มท่ี
3. เป็นการรองรับการคุ้มครองสิทธิรับรู้ข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะท่ีอยู่ในความครอบครองของ
หน่วยงานของรัฐ รฐั วิสาหกจิ และราชการสว่ นท้องถ่นิ
คานิยาม
“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า สิ่งท่ีสือ่ ความหมายให้รู้เร่ืองราวข้อเท็จจริง ขอ้ มูลหรือสิ่งใด ๆ เช่น
เอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเคร่ือง
คอมพิวเตอร์ หรือวธิ อี นื่ ใดท่ที าใหส้ ิง่ ที่บนั ทึกไวป้ รากฏได้
“ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง หรือ
ควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับการดาเนินงานของรัฐ หรือข้อมูลข่าวสาร
เกยี่ วกับเอกชน
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถ่ิน
รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ศาลเฉพาะในส่วนที่ไม่เก่ียวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุม
การประกอบวิชาชพี หนว่ ยงานอสิ ระของรฐั และหนว่ ยงานอ่ืน ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
“เจ้าหน้าทีข่ องรัฐ” หมายความว่า ผซู้ งึ่ ปฏิบตั ิงานใหแ้ ก่หน่วยงานของรฐั
“บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย และบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มี
ถิน่ ทอี่ ยูใ่ นประเทศไทย
“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับส่ิงเฉพาะตัวของบุคคล เช่น
การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทางาน บรรดาท่ีมีช่ือของผู้นั้น
หรือมเี ลขหมาย รหัส หรือสง่ิ บอกลักษณะอน่ื ที่ทาใหร้ ู้ตวั ผู้น้นั ได้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
“คนต่างด้าว” หมายความว่า บุคคลธรรมดาท่ีไม่มสี ญั ชาติไทย และไม่มถี ิน่ ท่ีอยู่ในประเทศไทย และ
นติ ิบุคคล ดังตอ่ ไปนี้
(1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่มีทุนเกินกึ่งหนึ่งเป็นของคนต่างด้าว ใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ให้ถือว่าใบ
หุ้นน้ันคนตา่ งดา้ วเปน็ ผู้ถือ
เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 11
(2) สมาคมท่มี ีสมาชกิ เกนิ กง่ึ หนึ่งเปน็ คนตา่ งดา้ ว
(3) สมาคมหรือมลู นิธทิ ีม่ ีวตั ถุประสงค์เพือ่ ประโยชนข์ องคนต่างดา้ ว
(4) นติ ิบุคคลตาม (1) (2) (3) หรอื นิตบิ คุ คลอ่ืนใดทมี่ ผี ู้จัดการหรอื กรรมการเกินกงึ่ หนึ่งเปน็ คนต่างดา้ ว
สานักงานคณะกรรมการข้อมลู ข่าวสารของราชการ
ให้จัดตงั้ สานักงานคณะกรรมการขอ้ มูลขา่ วสารของราชการขนึ้ ในสังกัดสานักงานปลัดสานักนายกรฐั มนตรี
หน้าท่ี
- ปฏบิ ตั งิ านเกยี่ วกบั งานวชิ าการและธุรการใหแ้ กค่ ณะกรรมการ และคณะกรรมการ
วนิ จิ ฉยั การเปดิ เผยขอ้ มลู ข่าวสาร
- ประสานงานกบั หน่วยงานของรฐั
- ใหค้ าปรึกษาแกเ่ อกชนเกีย่ วกับการปฏบิ ตั ิตามพระราชบัญญตั ินี้
การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร (พ.ร.บ.นไี้ ด้กาหนดวิธีการเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสารไว้ 4 วิธี ดังนี้
1. ขอ้ มูลขา่ วสารที่หนว่ ยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารลงพิมพ์ในราชกจิ จานุเบกษา (มาตรา7)
2. ข้อมูลข่าวสารทห่ี น่วยงานของรัฐตอ้ งจัดขอ้ มลู ขา่ วสารไวใ้ ห้ประชาชนตรวจดู(มาตรา9)
3. ข้อมลู ข่าวสารที่หนว่ ยงานของรัฐจัดให้บุคคลเป็นการเฉพาะราย (มาตรา11)
4. ขอ้ มูลขา่ วสารท่หี น่วยงานของรฐั จดั ไวใ้ ห้ประชาชนค้นควา้ (เอกสารประวัติศาสตร์ มาตรา26)
หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
(มาตรา7)
(1) โครงสร้างและการจัดองคก์ รในการดาเนนิ การ
(2) สรปุ อานาจหนา้ ทท่ี ่ีสาคัญและวธิ ีการดาเนนิ งาน
(3) สถานทตี่ ิดตอ่ เพ่ือขอรบั ขอ้ มูลขา่ วสาร หรอื คาแนะนาในการตดิ ต่อกับหนว่ ยงานของรฐั
(4) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คาสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบายหรือการตีความ
ท้ังน้ี เฉพาะทจ่ี ัดใหม้ ขี น้ึ โดยมีสภาพอย่างกฎ เพอ่ื ให้มีผลเป็นการทั่วไปตอ่ เอกชนท่ีเก่ยี วขอ้ ง
(5) ข้อมูลข่าวสารอืน่ ตามทคี่ ณะกรรมการกาหนด
หน่วยงานของรฐั ตอ้ งจดั ให้มีขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการอย่างนอ้ ยต่อไปนี้ ไว้ให้ประชาชนเขา้ ตรวจดู (มาตรา
9)
(1) ผลการพิจารณาหรือคาวนิ ิจฉัยท่มี ีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทง้ั ความเหน็ แย้งและคาสัง่ ทเี่ กย่ี วข้องใน
การพจิ ารณาวนิ ิจฉยั ดังกล่าว (คาสงั่ ทางปกครอง)
(2) นโยบายหรอื การตีความ ท่ีไมเ่ ขา้ ข่ายตอ้ งลงพมิ พ์ในราชกิจจานุเบกษา
(3) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจา่ ยประจาปีของปที ี่กาลังดาเนนิ การ
(4) ค่มู อื หรือคาสง่ั เกี่ยวกับวิธีปฏบิ ัตงิ านของเจา้ หน้าท่ขี องรัฐ ซง่ึ มีผลกระทบถึงสิทธหิ น้าที่ของเอกชน
(5) สิ่งพมิ พ์หรือข้อมูลข่าวสารใด ท่ีได้มกี ารจัดพมิ พเ์ พ่ือให้แพรห่ ลายตามจานวนพอสมควรแล้ว ถ้ามีการ
ลงพมิ พ์ในราชกจิ จานุเบกษา โดยอ้างถงึ สิง่ พิมพน์ ้ัน
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จัดทาโดย นักวิชาการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 12
(6) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเปน็ การผูกขาดตดั ตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทา
บริการสาธารณะ
(7) มตคิ ณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการทแ่ี ตง่ ต้งั โดยกฎหมาย หรอื โดยมติ ครม.
(8) ขอ้ มูลขา่ วสารอ่นื ตามท่คี ณะกรรมการกาหนด
ขอ้ มลู ข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเขา้ ตรวจดู ถ้ามสี ่วนทตี่ อ้ งห้ามมิให้เปิดเผย(ตามมาตรา1หรอื มาตรา15) อยู่
ด้วยใหล้ บหรือตดั ตอนหรอื ทาโดยประการอ่นื ใดทีไ่ ม่เป็นการเปดิ เผยขอ้ มูลขา่ วสารน้ัน
ในกรณที ่มี ีผยู้ ่ืนคาขอขอ้ มูลขา่ วของราชการ ตามมาตรา11
แม้ว่าข้อมูลข่าวสารท่ีขอจะอยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานส่วนกลาง หรือส่วนสาขาของ
หน่วยงานแห่งน้ัน หรือจะอยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐแห่งอ่ืนก็ตาม ให้หน่วยงานของรัฐที่
รับคาขอ ใหค้ าแนะนา เพือ่ ไปยน่ื คาขอตอ่ หน่วยงานของรฐั ท่คี วบคุมดูแลขอ้ มูลข่าวสารน้ันโดยไม่ชักชา้
ถา้ หน่วยงานของรฐั ผ้รู ับคาขอ เห็นวา่ ข้อมูลข่าวสารท่มี ีคาขอเป็นข้อมลู ข่าวสารท่ีจดั ทาโดยหนว่ ยงาน
ของรัฐแห่งอ่ืน และได้ระบุห้ามการเปิดเผยไว้ตามระเบียบกาหนดให้ส่งคาขอน้ันให้หน่วยงานของรัฐผู้จัดทา
ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั้ พจิ ารณาเพอ่ื มีคาสัง่ ตอ่ ไป
การร้องเรียนตอ่ คณะกรรมการ
ผู้ใดเห็นว่าหนว่ ยงานของรฐั ไม่จัดพมิ พ์ขอ้ มูลข่าวสารลงพิมพ์ในราชกิจจานเุ บกษา (ม.7) หรือไม่จัดข้อมูล
ขา่ วสารไว้ให้ประชาชนตรวจดู(ม.9) หรือไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ตน (ม.11) หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติน้ี หรอื ปฏบิ ตั ิหนา้ ทล่ี า่ ช้า หรือเห็นว่าตนไม่ได้รบั ความสะดวกโดยไม่มีเหตุอนั สมควร ผนู้ ัน้ มีสทิ ธิ
รอ้ งเรียนต่อคณะกรรมการ เว้นแต่เป็นเร่ืองเกี่ยวกับคาส่ังมิได้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร(ตาม ม.15) หรือคาสั่งไม่
รบั คาคดั คา้ น (ตาม ม.17) หรอื คาส่ังไม่แก้ไขเปลีย่ นแปลงหรือลบขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบุคคล (ตาม ม.25)
ในกรณที มี่ กี ารร้องเรยี นต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการต้องพจิ ารณาใหเ้ สร็จภายใน 30 วัน นับแต่
วนั ทไ่ี ดร้ บั คารอ้ งเรียน
ขอ้ มลู ขา่ วสารที่ไม่ตอ้ งเปิดเผย
ตามมาตรา 14 ข้อมูลข่าวสารของราชการท่ีอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะ
เปดิ เผยมิได้
ตามมาตรา 15 ข้อมูลข่าวสารทหี่ น่วยงานของรฐั หรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั อาจมีคาสงั่ มิใหเ้ ปดิ เผยก็ได้
(1) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
และความมัน่ คงในทางเศรษฐกจิ หรือการคลงั ของประเทศ
(2) การเปิดเผยจะทาให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสาเร็จตามวัตถุประสงค์ได้
ไม่ว่าจะเก่ียวกับการฟ้องคดี การป้องกัน การปราบปราม การตรวจสอบหรือการรู้แหล่งท่ีมาของข้อมูลข่าวสาร
หรือไมก่ ็ตาม
(3) ความเห็นหรือคาแนะนาภายในหน่วยงานของรัฐในการดาเนินการเร่ืองหนึ่งเร่ืองใด (4) การเปิดเผย
จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหน่ึงบุคคลใด (5) รายงานการแพทย์หรือข้อมูล
ข่าวสารสว่ นบุคคลซ่ึงการเปดิ เผยจะเปน็ การรุกล้าสทิ ธิสว่ นบคุ คลโดยไมส่ มควร
เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จัดทาโดย นักวิชาการทอ้ งถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 13
(6) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผยหรือข้อมูลข่าวสารท่ีมีผู้ให้มาโดยไม่
ประสงค์ใหท้ างราชการนาไปเปดิ เผย
(7) กรณีอนื่ ตามท่กี าหนดในพระราชกฤษฎีกา
ในกรณีท่เี จ้าหนา้ ทข่ี องรัฐเห็นว่า การเปิดเผยข้อมลู ข่าวสารของราชการใด อาจกระทบถึงประโยชน์
ไดเ้ สยี ของผู้ใด ให้เจ้าหนา้ ท่ีของรฐั แจง้ ผู้น้ันเสนอคาคัดค้านภายในเวลาทีก่ าหนด ซึ่งต้องไม่นอ้ ยกวา่ 15 วนั นับ
แตว่ ันทไ่ี ดร้ บั แจง้ (ม.17)
ผู้ท่ีได้รับแจ้ง หรือผู้ทราบว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของ
ตน มสี ิทธิคัดค้านการเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสารนน้ั ไดโ้ ดยทาเป็นหนงั สอื ถึงเจ้าหนา้ ทีข่ องรัฐผูร้ บั ผดิ ชอบ
ในกรณที ่ีมีการคัดค้าน เจา้ หน้าท่ีของรัฐผรู้ บั ผดิ ชอบต้องพิจารณาคาคดั ค้านและแจ้งผลการพจิ ารณา
ให้ผคู้ ดั ค้านทราบโดยไมช่ ักชา้
กรณีท่ีมคี าสั่งไม่รบั ฟังคาคัดค้าน เจ้าหน้าทขี่ องรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารน้ันมิได้จนกว่าจะล่วงพ้น
กาหนดเวลาอุทธรณ์ หรือจนกว่าคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ได้มีคาวินิจฉัยให้เปิดเผย
ขอ้ มลู ขา่ วสารน้นั ได้
ในกรณีที่เจา้ หน้าที่ของรัฐมีคาสง่ั มิให้เปิดเผยขอ้ มูลข่าวสารใด (ตาม ม.14 หรอื ม.15) หรอื มีคาสงั่ ไม่
รับฟังคาคัดค้านของผู้มีประโยชน์ได้เสีย(ตาม ม.17) ผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย
ขอ้ มูลข่าวสาร ภายใน 15 วนั นับแตว่ นั ท่ีได้รบั แจ้งคาส่งั นน้ั โดยยืน่ ต่อคณะกรรมการ
ข้อมลู ขา่ วสารส่วนบคุ คล
หน่วยงานของรฐั ต้องปฏิบตั เิ กยี่ วกับการจัดระบบขอ้ มูลขา่ วสารสว่ นบคุ คล ดังต่อไปน้ี
(1) ต้องจัดใหม้ รี ะบบข้อมลู ขา่ วสารส่วนบุคคลเพียงเท่าทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง และจาเปน็
(2) พยายามเก็บข้อมลู ขา่ วสารโดยตรงจากเจา้ ของข้อมูล
(3) จดั ใหม้ ีการพมิ พใ์ นราชกิจจานุเบกษา และตรวจสอบแกไ้ ขให้ถกู ต้องอยเู่ สมอ
(4) ตรวจสอบแก้ไขขอ้ มลู ข่าวสารสว่ นบุคคลในความรับผดิ ชอบใหถ้ กู ต้องอยู่เสมอ
(5) จัดระบบรกั ษาความปลอดภยั ให้แก่ระบบข้อมูลขา่ วสารส่วนบคุ คลตามความเหมาะสม
หน่วยงานของรฐั จะเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบุคคลท่ีอยู่ในความดูแลของตนตอ่ หน่วยงานของ
รัฐแห่งอ่ืนหรือผู้อื่น โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือใน
ขณะนนั้ มิได้ เว้นแต่ เป็นการเปดิ เผยดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ต่อเจ้าหน้าท่ีของรัฐในหนว่ ยงานของตน เพื่อการนาไปใช้ตามอานาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐแห่ง
น้ัน
(2) เป็นการใช้ขอ้ มูลตามปกตภิ ายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมลู ข่าวสารส่วนบคุ คลนัน้
(3) ต่อหน่วยงานของรัฐท่ีทางานด้วยการวางแผน หรือการสถิติ หรือสามะโนต่างๆ ซ่ึงมีหนา้ ที่ต้องรักษา
ขอ้ มูลข่าวสารส่วนบคุ คลไว้ไมใ่ หเ้ ปิดเผยตอ่ ไปยงั ผ้อู ื่น
(4) เป็นการให้เพ่ือประโยชน์ในการศึกษาวิจัย โดยไม่ระบุชื่อหรือส่วนท่ีทาให้รู้ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วน
บคุ คลทเ่ี ก่ยี วกับบคุ คลใด
(5) ต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐเพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บ
รักษา
เพจ ค่มู อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นกั วชิ าการท้องถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 14
(6) ต่อเจ้าหน้าท่ขี องรัฐ เพื่อการป้องกันการฝ่าฝนื หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสบื สวน การสอบสวน
หรอื การฟ้องคดี ไมว่ ่าเปน็ คดปี ระเภทใดก็ตาม
(7) เป็นการให้ซ่ึงจาเป็น เพ่ือการปอ้ งกนั หรอื ระงบั อนั ตรายต่อชีวิตหรือสขุ ภาพของบคุ คล
(8) ต่อศาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลท่ีมีอานาจตามกฎหมายที่จะขอ
ข้อเทจ็ จริงดงั กล่าว
(9) กรณีอน่ื ตามทก่ี าหนดในพระราชกฤษฎกี า
การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคหน่ึง (3) (4) (5) (5) (7) (8) และ (9) ให้มีการจัดทาบัญชีแสดง
การเปิดเผยกากบั ไว้กับข้อมูลขา่ วสารนั้น ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
ถ้าบุคคลใดเห็นว่าข้อมลู ข่าวสารสว่ นบคุ คลท่เี กี่ยวกับตนส่วนใดไม่ถกู ต้องตามท่ีเป็นจริง ให้มีสทิ ธิย่ืน
คาขอเป็นหนังสือให้หนว่ ยงานของรัฐทีค่ วบคุมดูแลขอ้ มูลข่าวสาร แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วน
น้ันได้
ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบขอ้ มูลข่าวสารให้ตรงตามท่ีมีคาขอให้ผนู้ ้ันมี
สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งคาส่ังไม่
ยนิ ยอมแก้ไขเปลยี่ นแปลงหรอื ลบขอ้ มลู ขา่ วสาร โดยยนื่ คาอุทธรณต์ อ่ คณะกรรมการ
เอกสารประวัตศิ าสตร์
ข้อมูลข่าวสารของราชการท่ีหน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะเก็บรักษาหรือมีอายุครบกาหนดนับแต่วันที่
เสร็จสิ้นการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารน้ัน ให้หน่วยงานของรัฐส่งมอบให้แก่ “หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรม
ศิลปากร” หรือหน่วยงานอ่ืนของรัฐตามท่ีกาหนดในพระราชกฤษฎีกา เพ่ือคัดเลือกไว้ให้ประชาชนได้ศึกษา
คน้ คว้า (ม.24)
กาหนดเวลาตอ้ งสง่ ข้อมลู ขา่ วสารของราชการใหแ้ ยกประเภท ดังนี้
1. ข้อมูลข่าวสารของราชการท่ีอาจก่อให้เกดิ ความเสยี หายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ (ตาม ม.14) เมื่อ
ครบ 75 ปี
2. ขอ้ มูลขา่ วสารของราชการทห่ี นว่ ยงานของรฐั อาจมีคาสงั่ มิใหเ้ ปดิ เผย(ตาม ม.15) เมือ่ ครบ 20 ปี
กาหนดเวลาสง่ อาจขยายออกไปได้ในกรณี ดังตอ่ ไปนี้
1. หน่วยงานของรฐั ยงั จาเปน็ ต้องเกบ็ รกั ษาข้อมลู ขา่ วสารราชการไวเ้ อง เพ่อื ประโยชนใ์ นการใช้สอย โดย
ต้องจัดเก็บและจดั ใหป้ ระชาชนไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ ตามท่จี ะตกลงกบั หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศลิ ปากร
2. หน่วยงานของรัฐเห็นว่าข้อมูลข่าวสารนั้นยังไม่ควรเปิดเผย โดยมีคาส่ังขยายเวลากากับไว้เป็นการ
เฉพาะราย คาส่ังการขยายเวลานนั้ ใหก้ าหนดระยะเวลาไว้ด้วย แตจ่ ะกาหนดเกิน คราวละ 5 ปี ไมไ่ ด้
คณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ
ใหม้ คี ณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ ประกอบดว้ ย
1. รฐั มนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรมี อบหมาย เปน็ ประธาน
2. ปลดั สานักนายกรัฐมนตรี
3. ปลดั กระทรวงกลาโหม
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นักวชิ าการท้องถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 15
4. ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
5. ปลัดกระทรวงการคลัง
6. ปลดั กระทรวงการตา่ งประเทศ
7. ปลดั กระทรวงมหาดไทย
8. ปลัดกระทรวงพาณิชย์
9. เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎีกา
10. เลขาธิการคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น
11. เลขาธิการสภาความม่นั คงแหง่ ชาติ
12. เลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร
13. ผอู้ านวยการสานักข่าวกรองแห่งชาติ
14. ผ้อู านวยการสานกั งบประมาณ
15. ผูท้ รงคณุ วุฒิอน่ื จากภาครฐั และภาคเอกชน ซ่งึ คณะรฐั มนตรีแต่งตั้งอีก 9 คน เป็นกรรมการ
ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการของสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี 1 คน เป็น
เลขานกุ าร และ อกี 2 คน เป็นผ้ชู ่วยเลขานุการ
อานาจหน้าที่ของคณะกรรมการขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ
คณะกรรมการมอี านาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
1. สอดสอ่ งดแู ล และใหค้ าแนะนาเก่ียวกับการดาเนินงานของเจา้ หน้าท่ขี องรัฐและหนว่ ยงานของรฐั
2. ใหค้ าปรกึ ษา แกเ่ จ้าหนา้ ทีข่ องรัฐหรือหนว่ ยงานของรฐั
3. เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกา และการออกกฎกระทรวง หรอื ระเบียบของคณะรัฐมนตรี
4. พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบเรือ่ งร้องเรียน
5. จดั ทารายงานเสนอคณะรฐั มนตรเี ป็นครงั้ คราว แต่อยา่ งน้อย ปีละ 1 ครัง้
6. ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีอนื่ ตามทีก่ าหนดในพระบัญญัตินี้
7. ดาเนนิ การเรือ่ งอน่ื ใด ตามท่ีคณะรฐั มนตรีหรือนายกรฐั มนตรีมอบหมาย
กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิ
กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิมวี าระอย่ใู นตาแหน่ง คราวละ 3 ปี นับแต่วันท่ไี ดร้ ับแต่งตั้งและอาจได้รับการ
แต่งตั้งใหม่ได้
การประชุมฯ ตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไม่นอ้ ยกว่ากึง่ หน่ึงของจานวนกรรมการทัง้ หมดจึงจะเปน็ องค์
ประชุม
คณะกรรมการวินจิ ฉัยการเปดิ เผยข้อมูลขา่ วสาร
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 16
ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สาขาต่างๆ ตามความเหมาะสม ซึ่ง
คณะรัฐมนตรีแต่งตงั้ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะหน่ึงๆ ประกอบด้วยบุคคลตามความจาเป็น
แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน และให้ข้าราชการท่ีคณะกรรมการแต่งต้ังปฏิบัติหน้าท่ีเป็นเลขานุการและ
ผู้ชว่ ยเลขานกุ าร
กรรมการวินจิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร จะเป็นเลขานุการหรอื ผู้ชว่ ยเลขานุการไมไ่ ด้
ให้คณะกรรมการพิจารณาส่งคาอุทธรณ์ให้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร โดย
คานึงถึงความเช่ียวชาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแต่ละสาขา ภายใน 7
วนั นบั แตว่ ันทคี่ ณะกรรมการไดร้ บั คาอุทธรณ์
คาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร ใหเ้ ปน็ ท่ีสุด
คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร มีอานาจหนา้ ท่ี ดงั นี้
1. พิจารณาวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ์คาส่ังมิใหเ้ ปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
2. พิจารณาวนิ ิจฉัยอทุ ธรณค์ าสั่งไมร่ ับฟังคาคดั คา้ น
3. พิจารณาวนิ ิจฉยั อทุ ธรณค์ าสงั่ ไมแ่ กไ้ ขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
อานาจหน้าที่ของคณะกรรมกรวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแต่ละสาขา วิธีพิจารณาและวินิจฉัย
และองค์คณะในการพิจารณาและวนิ ิจฉยั ให้เป็นไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารราชการกาหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สานักงานคณะกรรมการขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ
สานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สังกัดสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี มี
หน้าท่ีปฏิบตั ิงานเกี่ยวกับงานวิชาการและงานธุรการให้แก่
- คณะกรรมการ และ
- คณะกรรมการวินิจฉนั การเปดิ เผยข้อมลู ขา่ วสาร
- ประสานงานกับหนว่ ยงานของรฐั
- ใหค้ าปรึกษาแก่เอกชน
สทิ ธขิ องประชาชนในการอทุ ธรณ์
กรณอี ทุ ธรณค์ าสง่ั ไมเ่ ปดิ เผยข้อมลู ข่าวสารของราชการ
ตอ้ งยนื่ อุทธรณ์ตอ่ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั ฯ ภายใน 15 วัน
กรณหี นว่ ยงานของรฐั ไมร่ ับฟังคาคดั คา้ นมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ตอ้ งยืน่ อุทธรณต์ อ่ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั ฯ ภายใน 15 วัน
กรณีหน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลท่ีไม่ถูกต้องของตนต้อง
ยืน่ อุทธรณ์ตอ่ คณะกรรมการวินิจฉยั ฯ ภายใน 30 วนั
เพจ ค่มู อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นักวชิ าการท้องถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 17
โดยย่ืนคาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ และให้คณะกรรมการพิจารณาส่งคาอุทธรณ์ให้คณะกรรมการ
วนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสาร ภายใน 7 วนั นบั แตว่ ันทค่ี ณะกรรมการไดร้ ับคาอุทธรณ์
บทลงโทษ
ไมป่ ฏบิ ัติตามคาสงั่
ผใู้ ดไม่ปฏิบตั ิตามคาส่ังของคณะกรรมการ (กรณีที่คณะกรรมการเรยี กให้บคุ คลใดมาให้ถ้อยคาหรือให้ส่ง
วัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณา) ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกิน 3 เดอื นหรือปรับไมเ่ กิน
5,000 บาท หรือท้ังจาทัง้ ปรับ
ฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบตั ติ ามข้อจากัดหรือเงอ่ื นไข
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อจากัดหรือเง่ือนไขท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐกาหนด ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน
1 ปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ 20,000 บาท หรือท้ังจาทง้ั ปรบั
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นักวชิ าการท้องถนิ่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 18
แนวข้อสอบ
พระราชบัญญัติข้อมลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540
เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จัดทาโดย นักวิชาการทอ้ งถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 19
สรปุ สาระสาคัญระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าดว้ ยการจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ.2548
และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2561
ฉบับแรกมีผลใช้บงั คับ : วนั ท่ี 18 ตุลาคม พ.ศ. 2548
ฉบับปจั จบุ นั มผี ลใช้บังคบั : วนั ท่ี 4 ตลุ าคม พ.ศ. 2561
ผูร้ กั ษาราชการ : ปลัดกระทรวงมหาดไทย
คานยิ าม
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล เมืองพัทยา
องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ อ่นื ที่มีกฎหมายจดั ตง้ั ยกเว้น กรงุ เทพมหานคร
“สภาท้องถ่ิน” หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาเมืองพัทยา สภา
องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล และสภาองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ อ่ืนทม่ี กี ฎหมายจัดตั้ง
“คณะกรรมการพัฒนาท้องถ่ิน” หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
คณะกรรมการพัฒนาเทศบาล คณะกรรมการพัฒนาเมืองพัทยา คณะกรรมการพัฒนาองค์การบริหารส่วน
ตาบล และคณะกรรมการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ อืน่ ท่ีมีกฎหมายจัดตง้ั
“คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทาพัฒนาท้องถิ่น” หมายความว่า คณะกรรมการสนับสนุนการ
จัดทาแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทาแผนพัฒนาเทศบาล
คณะกรรมการสนับสนนุ การจัดทาแผนพัฒนาองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล และคณะกรรมการสนับสนุนการจัดทา
แผนพัฒนาองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ อน่ื ทมี่ ีกฎหมายจัดต้ัง
“คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถ่ิน” หมายความว่า คณะกรรมการติดตาม
และประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา
เทศบาล คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบล คณะกรรมการติดตาม
และประเมินผลแผนพฒั นาองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ อ่นื ทีม่ ีกฎหมายจดั ตงั้
“อาเภอ” หมายความรวมถึงก่งิ อาเภอ
“ผู้บริหารท้องถ่ิน” หมายความว่า นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นของ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ อื่นที่มีกฎหมายจัดต้ัง
“สมาชิกสภาท้องถ่ิน” หมายความว่า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล
สมาชกิ สภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบล และสมาชิกสภาองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ อน่ื ท่ี
มกี ฎหมายจดั ต้งั
“นายอาเภอ” หมายความรวมถึงปลดั อาเภอผเู้ ปน็ หวั หนา้ ประจากง่ิ อาเภอด้วย
“ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล
ปลัดเมืองพทั ยา ปลดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล และปลัดองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
“หัวหน้าส่วนการบริหารท่ีมีหน้าท่ีจัดทาแผน” หมายความว่า ผู้อานวยการสานัก ผู้อานวยการกอง
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ หรือตาแหนง่ ที่เรยี กชอื่ อย่างอน่ื ซึง่ เทียบเทา่ ตาแหนง่ ดงั กล่าว
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถ่ิน จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 20
“พนักงานส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล
พนักงานเมืองพัทยา พนักงานส่วนตาบล และพนักงานหรือข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอ่ืนท่ีมี
กฎหมายจดั ต้ัง
“แผนพัฒนาท้องถิ่น” หมายความว่า แผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีกาหนด
วิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และกลยุทธ์ โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนา
จังหวัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด แผนพัฒนาอาเภอ แผนพัฒนา
ตาบล แผนพัฒนาหมูบ่ ้านหรือแผนชุมชน อันมีลักษณะเป็นการกาหนดรายละเอียดแผนงาน โครงการพฒั นา ที่
จัดทาข้ึนสาหรับปีงบประมาณแต่ละปี ซ่ึงมีความต่อเน่ืองและเป็นแผนก้าวหน้าและให้หมายความรวมถึงการ
เพิ่มเตมิ หรอื เปล่ยี นแปลงแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
“แผนการดาเนนิ งาน” หมายความว่า แผนการดาเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทแ่ี สดงถึง
รายละเอียดแผนงาน โครงการพัฒนาและกิจกรรมที่ดาเนินการจริงท้ังหมดในพ้ืนท่ีขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถนิ่ ประจาปงี บประมาณนั้น
“โครงการพัฒนา” หมายความว่า โครงการที่ดาเนินการจัดทาบริการสาธารณะและกิจกรรม
สาธารณะเพ่ือใหก้ ารพฒั นาบรรลุตามวิสยั ทัศนท์ ่ีกาหนดไว้
“การแก้ไข” หมายความว่า การแก้ไขข้อผิดพลาดในแผนพัฒนาท้องถิ่นหรือแผนการดาเนินงานให้
ถกู ต้องโดยไมท่ าใหว้ ัตถุประสงคแ์ ละสาระสาคญั เดมิ เปลีย่ นแปลงไป
การจดั ทาแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
การจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องสอดคล้องกับระเบียบว่าด้วยการ
ประสานการจัดทาแผนพฒั นาจงั หวดั ขององคป์ กครองส่วนท้องถน่ิ
องค์กรจดั ทาแผนพัฒนาท้องถิ่น ประกอบดว้ ย
(1) คณะกรรมการพฒั นาท้องถ่ิน
(2) คณะกรรมการสนบั สนนุ การจดั ทาแผนพฒั นาทอ้ งถน่ิ
คณะกรรมการพัฒนาท้องถน่ิ
ให้ผบู้ รหิ ารท้องถ่นิ แตง่ ต้งั คณะกรรมการพฒั นาท้องถน่ิ ประกอบด้วย
(1) ผู้บรหิ ารท้องถนิ่ ประธานกรรมการ
(2) รองนายกองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินนัน้ ทุกคน กรรมการ
(3) สมาชิกสภาท้องถิน่ ทสี่ ภาท้องถิน่ คัดเลือก 3 คน กรรมการ
(4) ผทู้ รงคุณวุฒิทม่ี ผี บู้ ริหารทอ้ งถิ่นคัดเลอื ก 3 คน กรรมการ
(5) ผู้แทนภาคราชการและ/หรอื รัฐวสิ าหกิจ กรรมการ
ท่ีผูบ้ ริหารท้องถน่ิ คดั เลือก ไมน่ อ้ ยกว่า 3 คน
(6) ผแู้ ทนประชมคมท้องถ่นิ กรรมการ
ทก่ี รรมการประชาคมทอ้ งถ่ินคดั เลอื ก
ไมน่ อ้ ยกว่า 3 แตไ่ มเ่ กิน 6 คน
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 21
(7) ปลัดองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ กรรมการและเลขานกุ าร
(8) หัวหนา้ ส่วนการบริหารทม่ี หี น้าท่ีจัดทาแผน ผู้ช่วยเลขานกุ าร
กรรมการตาม (3) (4) (5) และ (6) ให้มีวาระอยู่ในตาแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการ
คัดเลอื กอีกก็ได้
คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถ่ิน
ให้ผบู้ ริหารทอ้ งถน่ิ แต่งตง้ั คณะกรรมการสนับสนนุ การจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถ่นิ ประกอบดว้ ย
(1) ปลัดองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ประธานกรรมการ
(2) หวั หน้าสว่ นการบรหิ ารขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ กรรมการ
(3) ผู้แทนประชาคมท้องถ่นิ ทป่ี ระชาคมทอ้ งถ่นิ คดั เลอื ก 3 คน กรรมการ
(4) หวั หนา้ ส่วนการบริหารท่มี ีหน้าทจ่ี ดั ทาแผน กรรมการและเลขานกุ าร
(5) เจ้าหนา้ ทว่ี ิเคราะห์นโยบายและแผนหรือพนักงานสว่ นทอ้ งถนิ่
ทผี่ ูบ้ รหิ ารทอ้ งถนิ่ มอบหมาย เป็นผชู้ ่วยเลขานกุ าร
กรรมการตาม (3) ให้มีวาระอยใู่ นตาแหนง่ คราวละ 4 ปี และอาจไดร้ ับการคดั เลอื กอีกกไ็ ด้
คณะกรรมการพัฒนาทอ้ งถ่ิน มอี านาจหน้าที่ ดังน้ี
(1) กาหนดแนวทางการพัฒนาทอ้ งถน่ิ โดยพจิ ารณาจาก
- อานาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอานาจหน้าที่ท่ีมีผลกระทบต่อ
ประโยชน์ของประชาชน เชน่ การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั การผงั เมอื ง
- ภารกิจถ่ายโอนตามกฎหมายกาหนดแผนและขัน้ ตอนการกระจายอานาจ
- ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาประเทศ กลุ่มจังหวัด และจงั หวดั
- กรอบนโยบาย ทศิ ทาง และแนวทางการพฒั นาขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินในเขตจังหวดั
- นโยบายของผบู้ ริหารทอ้ งถ่นิ ท่แี ถลงตอ่ สภาทอ้ งถ่นิ
- แผนพัฒนาหมบู่ ้านหรอื แผนชมุ ชน
(2) ร่วมจัดทาร่างแผนพัฒนาท้องถ่ิน เสนอแนะแนวทางการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาเก่ียวกับการ
จดั ทาร่างแผนพฒั นาท้องถิน่
ในการจัดทาร่างแผนพัฒนาท้องถ่ินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนาปัญหาความต้องการจาก
แผนพัฒนาหมู่บ้านหรือแผนชุมชน ที่เกินศักยภาพของหมู่บ้านหรือชุมชนที่จะดาเนินการเองได้ มาพิจารณา
บรรจไุ วใ้ นแผนพัฒนาท้องถิ่น แตห่ ากเกินศกั ยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ให้เสนอปัญหาความต้องการ
ไปยงั องค์การบริหารสว่ นจงั หวัด และให้องค์การบริหารสว่ นจงั หวัดนามาพจิ ารณาบรรจไุ วไ้ ปแผนพัฒนาทอ้ งถิ่น
ขององค์การบริหารสว่ นจงั หวัดตามอานาจหนา้ ที่
(3) พจิ ารณารา่ งแผนพัฒนาท้องถ่ินและร่างแผนการดาเนินการ
(4) ใหค้ วามเหน็ ชอบรา่ งขอ้ กาหนดขอบข่ายและรายละเอียดของงาน
(5) พิจารณาให้ข้อคดิ เหน็ เก่ยี วกบั การติดตามและประเมนิ ผลแผนพัฒนาท้องถ่นิ
(6) แต่งตั้งท่ีปรึกษา คณะอนกุ รรมหรือคณะทางานอ่ืน เพ่ือช่วยปฏบิ ัตงิ านตามท่เี ห็นสมควร
เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นกั วิชาการท้องถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 22
(7) ในกรณีองค์การบริหารส่วนตาบล ให้คณะกรรมการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบลมีหน้าท่ี
ประสานกับประชาคมหมู่บ้าน ในการรวบรวม วิเคราะห์ปัญหา ความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น และ
จัดทาเป็นโครงการหรอื กจิ กรรมเพอ่ื ประกอบในการจดั ทาแผนพฒั นาท้องถนิ่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลดว้ ย
คณะกรรมการสนับสนุนการจัดแผนพัฒนาท้องถิ่น มีหน้าท่ีจัดทาร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นให้
สอดคลอ้ งกับแนวทางการพัฒนาทคี่ ณะกรรมการพัฒนาท้องถน่ิ กาหนด และจัดทาร่างแผนการดาเนินงาน และ
จดั ทารา่ งข้อกาหนดของขา่ ยและรายละเอยี ดของงาน
การประชุมของคณะกรรมการพัฒนาท้องถ่ิน คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่น
คณะกรรมการติดตามและประเมนิ ผล คณะอนุกรรมการและคณะทางาน ตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไมน่ ้อยกว่า
กึง่ หนงึ่ ของจานวนกรรมการทั้งหมดแล้วแตก่ รณี จึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในท่ีประชุมถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติ
หน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในท่ีประชมุ
การวินิจฉัยช้ีขาดของการประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการ
ลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเทา่ กันใหป้ ระธานในท่ปี ระชมุ ออกเสยี งเพิ่มอีกเสยี งหนงึ่ เป็นเสียงช้ีขาด
ผทู้ รงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น
- ต้องไมเ่ ป็นสมาชกิ สภาท้องถนิ่ หรือผ้บู ริหารท้องถ่นิ
- ตอ้ งไมเ่ ปน็ พนักงานหรอื ลกู จา้ งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
- ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่วา่ ทางตรงหรือทางอ้อมในสญั ญากับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินที่ตนเป็น
กรรมการ
วาระการดารงตาแหน่ง
- ผูท้ รงคุณวุฒมิ ีวาระอยใู่ นตาแหนง่ คราวละ 4 ปี และอาจได้รบั การคัดเลอื กอีกก็ได้
การพน้ จากตาแหน่ง
- เมื่อครบวาระ ตาย ลาออก โดยย่นื หนงั สือตอ่ ประธานกรรมการทตี่ นดารงตาแหนง่
- คณะกรรมการท่ีผูท้ รงคุณวุฒิดารงตาแหน่งอยู่ เห็นวา่ มีเหตุอันควรและมีมติจานวนไมน่ ้อยกว่า 2 ใน
3 ให้ออก
ข้นั ตอนการจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถน่ิ
การจัดทาแผนพฒั นาทอ้ งถ่นิ ให้ดาเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น
- จัดประชุมประชาคมท้องถนิ่ สว่ นราชการและรฐั วสิ าหกจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง
- แจ้งแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น รับทราบปัญหา ความต้องการ ประเด็นการพัฒนาและ
ประเด็นท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจนความช่วยเหลือทางวิชาการและแนวทางการปฏิบัติท่ีเหมาะสม
กบั สภาพพืน้ ท่ี เพ่ือนามากาหนดแนวทางการจัดทาแผนพฒั นาท้องถิ่น
- นาข้อมลู พื้นฐานในการพัฒนาจากหน่วยงานต่างๆ และข้อมูลในแผนพฒั นาหมบู่ ้าน หรือแผน
ชมุ ชน มาพิจารณาประกอบการจัดทาแผนพฒั นาท้องถนิ่
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถน่ิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 23
2. คณะกรรมการสนบั สนนุ การจัดทาแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
- รวบรวมแนวทางและขอ้ มลู
- นามาวิเคราะห์เพ่ือจดั ทาร่างแผนพัฒนาท้องถ่ิน
- นาเสนอคณะกรรมการพฒั นาทอ้ งถนิ่
3. คณะกรรมการพฒั นาทอ้ งถิ่น
- พจิ ารณารา่ งแผนพัฒนาทอ้ งถิน่
- นาเสนอผูบ้ ริหารท้องถิน่
4. ผบู้ ริหารท้องถิน่
- พจิ ารณาอนุมตั ริ า่ งแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น และประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถิ่น
สาหรับองค์การบริหารส่วนตาบล ให้ผู้บริหารท้องถ่ินเสนอร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นต่อสภาองค์การ
บริหารส่วนตาบล เพ่อื ใหค้ วามเห็นชอบก่อน แล้วผู้บรหิ ารทอ้ งถน่ิ จงึ พิจารณาอนุมตั ิ และประกาศใช้แผนพฒั นา
ท้องถ่นิ ต่อไป
ห้วงเวลาการจดั ทาแผนพัฒนาทอ้ งถ่นิ
กรณีเทศบาล องค์การบริหารสว่ นตาบล เมืองพทั ยา ให้จัดทาและทบทวนใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในเดือน
ตลุ าคม กอ่ นปีงบประมาณถดั ไป
กรณอี งคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด ให้จัดทาและทบทวนให้แลว้ เสร็จ
ภายในเดือนพฤศจิกายน ก่อนปีงบประมาณถัดไป
อานาจในการขยายเวลาการจัดทาหรือทบทวนแผนพฒั นาทอ้ งถิน่
กรณอี งคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล
ให้นายอาเภอ มอี านาจขยายเวลาการจัดทาหรอื ทบทวนแผนพฒั นาทอ้ งถิ่น
กรณเี ทศบาล เมอื งพัทยา
ให้ผูว้ า่ ราชการจังหวดั มอี านาจขยายเวลาการจดั ทาหรือทบทวนแผนพฒั นาท้องถ่ิน ก ร ณี เ ท ศ บ า ล
ตาบล ผ้วู ่าราชการจงั หวัดอาจมอบอานาจใหน้ ายอาเภอก็ได้
กรณีมีการขยายเวลาการจัดทาหรือทบทวนแผนพัฒนาท้องถ่ิน ให้จังหวัดแจ้งให้กระทรวงมหาดไทย
ทราบ
การแก้ไข การเพิม่ เติมหรอื การเปลย่ี นแปลงแผนพัฒนาทอ้ งถ่นิ
การแก้ไขแผนพัฒนาท้องถ่ิน เป็นอานาจผู้บริหารท้องถิ่น เม่ือผู้บริหารท้องถ่ินได้เห็นชอบแผนพัฒนา
ทอ้ งถนิ่ ท่แี กไ้ ขแลว้ ใหป้ ดิ ประกาศให้ประชาชนทราบโดยเปดิ เผย ไมน่ อ้ ยกวา่ 30 วัน นบั แต่วนั ที่ผบู้ รหิ ารทอ้ งถ่ิน
เห็นชอบ พรอ้ มท้ังแจ้งสภาทอ้ งถิ่น อาเภอ และแจง้ จงั หวดั ทราบด้วย
การเพิ่มเติมแผนพัฒนาท้องถ่ิน
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถิน่ จดั ทาโดย นักวิชาการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 24
เพ่ือประโยชน์ของประชาชน การเพ่ิมเติมแผนพัฒนาท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนินการ
ตามข้นั ตอน ดังน้ี
(1) คณะกรรมการสนบั สนนุ การจัดทาแผนพัฒนาทอ้ งถิน่
- จัดทารา่ งแผนพฒั นาท้องถ่นิ ทเ่ี พ่มิ เตมิ พร้อมเหตผุ ลและความจาเปน็
- เสนอคณะกรรมการพัฒนาท้องถนิ่
(2) คณะกรรมการพัฒนาท้องถน่ิ และประชาคมทอ้ งถิ่น
- พจิ ารณารา่ งแผนพัฒนาทอ้ งถิน่ ทีเ่ พ่มิ เติม
สาหรับองค์การบริหารส่วนตาบล ให้ส่งร่างแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นที่เพิ่มเติมให้สภาองค์การบริหารส่วน
ตาบลพิจารณาด้วย
เม่ือแผนพัฒนาท้องถ่ินท่ีเพ่ิมเติม ได้รับความเห็นชอบแล้วให้ส่งแผนพัฒนาท้องถิ่นให้ผู้บริหาร
ท้องถิน่ ประกาศใช้ พรอ้ มทง้ั ปดิ ประกาศใหป้ ระชาชนทราบโดยเปดิ เผย ไม่น้อยกวา่ 30 วนั นับแต่วนั ที่ผบู้ ริหาร
ท้องถ่นิ ประกาศใช้
การเปลยี่ นแปลงแผนพัฒนาทอ้ งถ่นิ
เพื่อประโยชน์ของประชาชน การเปลี่ยนแปลงแผนพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นอานาจของคณะกรรมการ
พฒั นาทอ้ งถิน่
สาหรับองค์การบริหารส่วนตาบล ให้ส่งร่างแผนพัฒนาท้องถ่ินท่ีเปลี่ยนแปลงให้สภาองค์การบริหาร
ส่วนตาบลพิจารณาด้วย
เม่ือแผนพัฒนาทอ้ งถิ่นได้รบั ความเหน็ ชอบแล้ว
ให้ส่งแผนพัฒนาท้องถ่ินให้ผู้บริหารท้องถ่ินประกาศใช้ พร้อมท้ังปิดประกาศให้ประชาชนทราบโดย
เปิดเผยไมน่ ้อยกวา่ 30 วนั นับแต่วันที่ผู้บรหิ ารทอ้ งถนิ่ ประกาศใช้
ในกรณีการเพ่ิมเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผนพัฒนาท้องถิ่น ท่ีเก่ียวกับโครงการพระราชดาริ งานพระ
ราชพธิ ี รฐั พิธี นโยบายรฐั บาล และนโยบายกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นอานาจของผู้บรหิ ารทอ้ งถนิ่
สาหรับองค์การบริหารส่วนตาบล ให้ส่งร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นที่เพิ่มเติมหรือเปล่ียนแปลงให้สภาองค์การ
บรหิ ารส่วนตาบลพิจารณาดว้ ย
เมื่อแผนพัฒนาท้องถ่ินที่เพ่ิมเติมหรือเปลี่ยนแปลงได้รับความเห็นชอบแล้วให้ปิดประกาศให้
ประชาชนทราบโดยเปิดเผย ไม่น้อยกว่า 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบการเพิ่มเติมหรือเปล่ียนแปลง
แผนพัฒนาท้องถนิ่ ดังกลา่ ว
การนาแผนพฒั นาท้องถน่ิ ไปปฏิบตั ิ
ให้ผู้บริหารท้องถ่ิน ประกาศใช้แผนพัฒนาท้องถ่ินที่อนุมัติแล้ว และนาไปปฏิบัติรวมท้ังแจ้งสภา
ท้องถ่ิน คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด อาเภอ หน่วยงานที่
เก่ียวข้อง และประกาศให้ประชาชนในท้องถิ่นทราบโดยท่ัวกัน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศใช้ และปิด
ประกาศโดยเปดิ เผยไมน่ อ้ ยกว่า 30 วนั
เพจ ค่มู อื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 25
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้แผนพัฒนาท้องถ่ินเป็นกรอบในการจัดทางบประมาณรายจ่าย
ประจาปีงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และงบประมาณจากเงินสะสมในช่วงของแผนน้ัน รวมท้ังวางแนวทาง
เพอ่ื ใหม้ กี ารปฏิบัติให้บรรลวุ ตั ถุประสงคต์ ามโครงการพัฒนาท่กี าหนดไว้ในแผนพัฒนาทอ้ งถิ่น
การจัดทาแผนการดาเนินงาน ใหด้ าเนนิ การตามระเบียบน้ี โดยมีขัน้ ตอนดงั น้ี
(1) คณะกรรมการสนบั สนุนการจัดทาแผนพฒั นาท้องถิน่
- รวบรวมแผนงาน โครงการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หน่วยราชการส่วนกลางส่วน
ภูมภิ าค รฐั วสิ าหกิจ และหนว่ ยงานอ่ืนๆ ที่ดาเนนิ การในพืน้ ทข่ี ององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
- จัดทารา่ งแผนการดาเนนิ งาน
- นาเสนอคณะกรรมการพัฒนาท้องถนิ่
(2) คณะกรรมการพฒั นาทอ้ งถิ่น
- พจิ ารณาร่างแผนการดาเนินงาน
- นาเสนอผู้บริหารท้องถ่ิน ประกาศเป็นแผนการดาเนินงาน ทั้งน้ี ให้ปิดประกาศแผนดาเนินงาน
ภายใน 15 วัน นับแต่วนั ท่ปี ระกาศ และปดิ ประกาศไว้อยา่ งน้อย 30 วนั
แผนการดาเนินงานให้จัดทาให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน นับแตว่ ันท่ีประกาศใช้งบประมาณรายจ่าย
ประจาปี งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม งบประมาณจากเงินสะสม หรือได้รับแจ้งแผนงานและโครงการจาก
หน่วยราชการสว่ นกลาง สว่ นภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอ่นื ๆ ทีต่ ้องดาเนินการในพืน้ ทอี่ งค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถนิ่ ในปีงบประมาณนน้ั
การขยายเวลาการจัดทาและการแก้ไขแผนการดาเนินงานเปน็ อานาจของผบู้ ริหารท้องถน่ิ
การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถนิ่
ให้ผู้บริหารท้องถนิ่ แตง่ ต้ังคณะกรรมการตดิ ตามและประเมนิ ผลแผนพัฒนาท้องถิน่ ประกอบด้วย
(1) สมาชกิ สภาท้องถิ่น ท่สี ภาท้องถิน่ คดั เลือก 3 คน
(2) ผแู้ ทนประชาคมทอ้ งถนิ่ ท่ปี ระชาคมท้องถน่ิ คดั เลือก 2 คน
(3) ผู้แทนหนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ ง ที่ผู้บริหารท้องถน่ิ คดั เลอื ก 2 คน
(4) หวั หนา้ สว่ นการบรหิ าร ทีค่ ัดเลือกกันเอง 2 คน
(5) ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ทีผ่ ู้บรหิ ารทอ้ งถิ่นคดั เลือก 2 คน
โดยใหค้ ณะกรรมการเลอื กกรรมการหน่ึงคนทาหน้าท่ีประธานคณะกรรมการและกรรมการอกี หน่ึงคนทา
หน้าทเ่ี ลขานกุ ารของคณะกรรมการ
วาระการดารงตาแหนง่ ของคณะกรรมการ
ให้มวี าระอยใู่ นตาแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจไดร้ บั การคัดเลอื กอกี ก็ได้
มีอานาจหน้าท่ี
(1) กาหนดแนวทาง วิธีการในการตดิ ตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถนิ่
(2) ดาเนินการติดตามและประเมนิ ผลแผนพัฒนาทอ้ งถิ่น
(3) รายงานผลและเสนอความเห็น ซึ่งได้จากการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถ่ินต่อ
ผู้บริหารท้องถิ่น เพ่ือให้ผู้บริหารท้องถ่ินเสนอต่อสภาท้องถ่ิน และคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น
เพจ คูม่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 26
พร้อมทั้ง ประกาศผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นให้ประชาชนในท้องถ่ิน
ทราบในที่เปิดเผย ภายใน 15 วัน นับแต่วันรายงานผลและเสนอความเห็นดังกล่าว และต้องปิด
ประกาศไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยอย่างน้อยปีละหน่ึงคร้ัง ภายในเดือน
ธันวาคม ของทุกๆ ปี
(4) แตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการหรอื คณะทางานเพ่ือชว่ ยปฏิบตั ิงานตามที่เหน็ สมควร
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จัดทาโดย นักวชิ าการท้องถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 27
แนวข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยการจัดทาแผนพฒั นาขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2548 และท่ี
แก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ.2561
___________
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถนิ่ จดั ทาโดย นักวิชาการทอ้ งถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 28
เฉลยข้อสอบ
ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยการจัดทาแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2548 และท่ี
แกไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561
เพจ ค่มู ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถนิ่ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 29
สรปุ สาระสาคญั ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย
วา่ ดว้ ยการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาพ้นื ทใี่ นระดบั อาเภอและตาบล พ.ศ. 2562
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 11 มิถุนายน 2562
มผี ลบังคบั ใช้ วันท่ี 12 มถิ นุ ายน 2562 เปน็ ต้นไป
ผรู้ ักษาการ ปลดั กระทรวงมหาดไทย
หลกั การและเหตุผล
โดยที่มาตรา 53/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิม่ เติมโดย
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 กาหนดให้จังหวัดจัดทาแผนพัฒนา
จังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมในระดับชาติและความต้องการของประชาชนใน
ท้องถิ่นในจังหวัด ประกอบกับตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2580 ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการ
ปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจัดการภาครฐั ข้อ 4.2 กาหนดให้ภาครัฐบริหารงานแบบบรู ณาการโดยมี
ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ ทุกพ้ืนที่ จึงสมควร
กาหนดแนวทางเพ่ือบูรณาการในการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ตาบล
และอาเภอให้เกิดความเชื่อมโยงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาในระดับจังหวัด กลมุ่ จังหวัด ภาค และประเทศ
ไปในทิศทางเดียวกนั ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ความคมุ้ คา่ นาไปสคู่ วามมัน่ คง มัง่ ค่ัง และย่ังยนื
คานิยาม
“แผนพัฒนาในระดับพ้ืนที่” หมายความว่า แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตาบล
แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาอาเภอ และแผนพัฒนาของส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่ืนท่ีดาเนินการในพื้นท่ี
อาเภอ
“การจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นท่ี” หมายความว่า การจัดทาแผนและ
ประสานแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาอาเภอและ
แผนพฒั นาของสว่ นราชการหรือหน่วยงานอนื่ รวมท้งั องคก์ รภาคเอกชนและประชาชนที่ดาเนินการในพื้นทีใ่ ห้มี
ความเช่ือมโยงและสอดคล้องในทุกระดับเป็นแผนเดียวกัน เพื่อให้สะท้อนปัญหาและความต้องการของ
ประชาชนในพ้ืนท่ี และสอดคล้องกับแนวทางตามแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนา
ภาค ทีเ่ ป็นการบรู ณาการการทางานของทกุ หนว่ ยงานในพ้ืนท่ี
“หมู่บา้ น” หมายความว่า หมบู่ า้ นตามกฎหมายวา่ ด้วยลักษณะปกครองทอ้ งที่
“ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนท่ีไม่มีตาแหน่งกานัน ผู้ใหญ่บ้าน และอยู่ในพ้ืนท่ีความรับผิดชอบ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
“องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน” หมายความวา่ องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด เทศบาล องค์การบรหิ าร
สว่ นตาบล เมอื งพทั ยา และราชการส่วนท้องถ่ินอ่นื ตามที่มีกฎหมายกาหนดแตไ่ ม่รวมถึงกรงุ เทพมหานคร
“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะกรรมการของชุมชนท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีความรับผิดชอบของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในเขตเทศบาลและเมืองพัทยา
“คณะกรรมการหมู่บ้าน” หมายความว่า คณะกรรมการหมู่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะ
ปกครองท้องที่ และคณะกรรมการกลางหมู่บ้านอาสาพัฒนาและปอ้ งกนั ตนเองตามกฎหมายว่าด้วยจัดระเบียบ
บริหารหม่บู ้านอาสาพฒั นาและปอ้ งกันตนเอง
เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการท้องถน่ิ จัดทาโดย นักวิชาการท้องถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 30
“แผนพัฒนาอาเภอ” หมายความว่า แผนพัฒนาท่ีรวบรวมรายการโครงการและแผนงานต่าง ๆของ
อาเภอที่สะท้อนถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน ตลอดจนความต้องการของทุกภาคส่วนในพ้ืนที่
อาเภอโดยแผนพัฒนาอาเภอจาเป็นต้องจัดทาเพ่ือให้เป็นเครื่องมือในการดาเนินงานตามวัตถุประสงค์ และทิศ
ทางการพฒั นาของอาเภอในอนาคต
“แผนความต้องการระดับอาเภอ” หมายความว่า รายการเกี่ยวกับโครงการและแผนงานต่าง ๆ ที่
จาเป็นต้องดาเนินการในพ้ืนท่ีอาเภอในแต่ละปีงบประมาณที่ระบุถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนใน
พ้ืนท่ีอาเภอและเป็นไปตามลาดับความสาคัญ ที่มาจากแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชนแผนพัฒนาตาบล
แผนพัฒนาทอ้ งถน่ิ และแผนของสว่ นราชการหรือหน่วยงานอนื่ ทดี่ าเนินการในพื้นท่ีโดยจดั กลุ่มของปญั หาและ
ความต้องการออกเป็นหมวดหมู่และส่งไปยังจังหวัดหรือหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเพื่อประกอบการจัดทา
แผนพัฒนาจงั หวดั และแผนปฏิบตั ริ าชการประจาปีของจังหวัดหรือแผนปฏิบัติราชการประจาปีของสว่ นราชการ
“แผนปฏิบัติงานประจาปีของอาเภอ” หมายความว่า แผนพัฒนาท่ีรวบรวมโครงการหรือกิจกรรม
ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอ่ืนของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีได้รับการจัดสรรงบประมาณ
รายจ่ายประจาปีที่ต้องดาเนินการในพ้ืนท่ีอาเภอ และรายงานให้คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณา
การทราบ
“แผนพัฒนาท้องถ่ิน” หมายความว่า แผนพัฒนาท้องถ่ินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
การจดั ทาแผนพัฒนาขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
“แผนพัฒนาตาบล” หมายความว่า แผนพัฒนาที่รวบรวมรายการแผนงานหรือโครงการหรือ
กิจกรรม ท่ีจาเป็นต้องทาเพื่อการพัฒนาแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นท่ีระดับตาบลท่ีมา
จากแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาท้องถิ่น และแผนของส่วนราชการหรือหน่วยงานอ่ืนท่ี
ดาเนินการในพนื้ ท่ี
“แผนพัฒนาหม่บู า้ น” หมายความว่า แผนพัฒนาทกี่ าหนดแผนงานหรือโครงการ หรอื กจิ กรรมท่มี า
จากกระบวนการเรียนรู้เพื่อจัดการตนเองที่คณะกรรมการหมู่บ้านและประชาชนในหมู่บ้านร่วมคิดวิเคราะห์
ปัญหา ศักยภาพความพรอ้ มของหมู่บ้าน ภายใตเ้ วทีประชาคมหมู่บ้าน และข้อมูลที่คนในหมู่บา้ นจดั เก็บ รวมถึง
ข้อมูลจากแผนชนิดต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ส่วนราชการหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ให้การ
สนับสนุน หรือจัดทาข้ึน เพ่ือรวบรวมให้เป็นกรอบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหา และพัฒนาหมู่บ้านให้
สอดคล้องกับปญั หาและความตอ้ งการที่แทจ้ รงิ ของหมู่บา้ น
“แผนชุมชน” หมายความว่า แผนชุมชนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทา
แผนพัฒนาขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
“การจัดทาเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน” หมายความว่า การจัดทาเวทีประชาคมร่วมกัน
ระหว่างประชาชน คณะกรรมการหม่บู า้ น คณะกรรมการชมุ ชน และสว่ นราชการหรือหน่วยงานอนื่ ทด่ี าเนนิ การ
ในพื้นท่ี เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ปัญหา และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพ่ือใช้ประกอบการจัดทา
แผนพัฒนาหม่บู า้ น แผนพฒั นาท้องถ่นิ และแผนของส่วนราชการหรือหนว่ ยงานอื่นทีด่ าเนินการในพนื้ ท่ี
การจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชมุ ชน
ในการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาหมูบ่ า้ นและแผนชมุ ชน ให้เป็นไปตามแนวทางดังนี้
(1) จัดทาเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาความต้องการต่าง ๆของหมู่บ้าน
และชุมชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและคุณภาพชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมความม่ันคงและ
ความสงบเรียบรอ้ ย และการบริหารจดั การ หรอื อน่ื ๆ
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถน่ิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 31
(2) บรู ณาการจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชุมชน ให้นาข้อมลู จากเวทปี ระชาคมหมู่บ้านและชมุ ชน
ข้อมูลความจาเป็นพ้ืนฐาน (จปฐ.) และข้อมูลพ้ืนฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) มาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการ
จัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชมุ ชน พร้อมท้ังจัดลาดับความสาคัญ เพื่อรองรับการพัฒนาและแก้ไขปัญหา
ในพ้ืนท่ี รวมท้ังตอบสนองนโยบายสาคัญเร่งด่วนที่จะแก้ไขปัญหา และพัฒนาระดับหมู่บ้านและชุมชนของ
รัฐบาล
(3) ส่งแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชุมชนตาม (2) ให้ ก.บ.ต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพื่อเป็น
ขอ้ มูลในการจดั ทาแผนพฒั นาตาบล และแผนพฒั นาท้องถ่นิ
(4) ประสานจัดทาโครงการเก่ียวกับการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ
จากหนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และหนว่ ยงานอ่ืน ๆ
(5) ตดิ ตามผลการดาเนนิ งานตามแผนพฒั นาหมบู่ า้ นและแผนชุมชนให้เปน็ ปจั จุบัน
(6) ทบทวนการจดั ทาแผนพัฒนาหมบู่ ้านและแผนชุมชนทกุ ปี เพ่ือใหแ้ ผนงานหรือโครงการระดับหมบู่ า้ น
และชุมชน เป็นปัจจุบัน และมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการพัฒนาของประชาชนใน
หมบู่ า้ นและชมุ ชนในการจดั ทาแผนตามวรรคหนงึ่
ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน เป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้าน
หรือให้คณะกรรมการชุมชน หรือหน่วยงานอื่นที่เก่ียวข้องช่วยดาเนินการบูรณาการจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้าน
และแผนชุมชนกไ็ ด้
ให้นายอาเภอและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ดาเนินการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ
หมู่บ้าน และคณะกรรมการชุมชน หรือหนว่ ยงานอื่นท่ีเก่ียวข้องในการบูรณาการและประสานงานในการจัดทา
แผนพฒั นาหมบู่ ้านและแผนชุมชน
เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชุมชน ให้อาเภอและองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลักร่วมกันในการจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนชุมชน ให้สานักงาน
พฒั นาชุมชนอาเภอ เป็นหน่วยงานสนับสนุนในการจดั ทาแผนพฒั นาหมู่บา้ นและแผนชมุ ชน
ทงั้ นี้ แนวทางการจดั ทาแผนพฒั นาหมบู่ ้านและแผนชุมชน ให้เปน็ ไปตามทก่ี ระทรวงมหาดไทยกาหนด
การจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาตาบล
ในตาบลหน่ึง ให้มีคณะกรรมการบริหารงานตาบลแบบบูรณาการ ขึ้นคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า
ก.บ.ต. โดยประกอบด้วย
(1) ปลัดอาเภอผู้รับผดิ ชอบประจาตาบลทีน่ ายอาเภอมอบหมาย ประธานกรรมการ
(2) ปลัดองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในตาบล กรรมการ
(3) ขา้ ราชการท่ปี ฏิบัตงิ านในตาบล กรรมการ
ทีน่ ายอาเภอแตง่ ตั้งจานวนไมเ่ กนิ สามคน
(4) กานนั ผูใ้ หญบ่ ้านในตาบล กรรมการ
(5) ผทู้ รงคุณวฒุ ิทนี่ ายอาเภอแต่งตัง้ จานวนไม่เกินหา้ คน กรรมการ
(6) พัฒนากรผรู้ ับผิดชอบตาบล กรรมการและเลขานกุ าร
ในการแต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒติ าม (5) ให้คานึงถึงผู้มีความรู้ความสามารถเก่ียวกับการพัฒนาชุมชนในระดับ
ตาบล หรือมีประสบการณ์ในการจัดทาแผนพฒั นาในระดบั ตาบล
ให้ ก.บ.ต. มอี านาจหนา้ ที่ ดงั ต่อไปนี้ จัดทาโดย นกั วชิ าการท้องถิ่น
เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 32
(1) รวบรวมข้อมูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมการพัฒนาชุมชน ได้แก่ ข้อมูลความจาเป็น
พ้ืนฐาน (จปฐ.) ข้อมูลพ้ืนฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) และข้อมูลอ่ืน ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทา
แผนพัฒนาตาบล
(2) รวบรวมแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน และแผนพัฒนาท้องถ่ินในตาบล เพื่อใช้ประกอบการจัดทา
แผนพฒั นาตาบล
(3) จัดทาแผนพัฒนาตาบล ให้นาข้อมูลจาก (1) และ (2) มาวิเคราะห์หรือสังเคราะห์กล่ันกรอง
ประมวลผล เพื่อกาหนดทิศทางการพัฒนาตาบล และจัดลาดับความสาคัญของแผนงานหรือโครงการระดับ
ตาบล รวมทั้งจัดทาแผนงานหรือโครงการในการแก้ไขปัญหาในพื้นท่ี ที่มีความคาบเก่ียวต้ังแต่สองหมู่บ้านหรือ
สองชุมชนข้ึนไป เพื่อรองรับการพัฒนาและตอบสนองนโยบายสาคัญเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาใน
ตาบล
(4) จาแนกแผนงานหรือโครงการระดับตาบลท่ีสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินในพ้ืนท่ีระดบั ตาบล และจัดทาบัญชีประสานโครงการพัฒนา ส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพจิ ารณา
บรรจุไวใ้ นแผนพฒั นาท้องถน่ิ
(5) จัดส่งแผนพัฒนาตาบล ให้ ก.บ.อ. ใช้ประกอบการจัดทาแผนพัฒนาอาเภอ และแผนความต้องการ
ระดับอาเภอ
(6) ทบทวนการจดั ทาแผนพัฒนาตาบลทกุ ปี เพอื่ ใหแ้ ผนงานหรอื โครงการระดบั ตาบลเป็นปจั จุบัน
ให้สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทาแผนพัฒนาตาบลและดาเนนิ การ
พัฒนาศกั ยภาพ ก.บ.ต. ในการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาตาบล
ทัง้ น้ี แนวทางในการจดั ทาแผนพัฒนาตาบล ให้เป็นไปตามทกี่ ระทรวงมหาดไทยกาหนด
การจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาอาเภอ
ในอาเภอหน่ึง ให้มีคณะกรรมการบริหารงานอาเภอแบบบูรณาการ ขึ้นคณะหน่ึง เรียกโดยย่อว่า
ก.บ.อ. โดยประกอบด้วย
(1) นายอาเภอ ประธานกรรมการ
(2) ปลดั อาเภอหัวหน้ากล่มุ งานหรอื ปลัดอาเภอ รองประธานกรรมการ
หวั หนา้ ฝา่ ยบริหารงานปกครอง
(3) พฒั นาการอาเภอ กรรมการ
(4) ท้องถิ่นอาเภอ กรรมการ
(5) หวั หนา้ ส่วนราชการ รัฐวสิ าหกจิ หรือหน่วยงานอน่ื ของรฐั กรรมการ
ในระดบั อาเภอ ท่นี ายอาเภอแต่งตงั้ จานวนไม่เกนิ สบิ สองคน
(6) ผ้แู ทนผูบ้ ริหารองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ในอาเภอ กรรมการ
ซ่งึ คัดเลือกกันเองประเภทละหนง่ึ คน
ยกเว้นองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัด และเมืองพทั ยา
(7) ผทู้ รงคุณวฒุ ทิ น่ี ายอาเภอแต่งตั้งจานวนไม่เกินห้าคน กรรมการ
(8) ปลดั อาเภอผูร้ บั ผดิ ชอบสานกั งานอาเภอ กรรมการและเลขานุการ
(9) ข้าราชการสานักงานสง่ เสริมการปกครองท้องถ่นิ จงั หวดั
ที่ท้องถิน่ จังหวดั มอบหมายจานวนหนง่ึ คน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
(10) ขา้ ราชการในสานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอ กรรมการและผู้ช่วยเลขานกุ าร
เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จัดทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 33
ท่ีนายอาเภอแต่งตงั้ จานวนหนึ่งคน
กรรมการตาม (5) (6) และ (7) มวี าระอยใู่ นตาแหนง่ คราวละ 5 ปี
ในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิตาม (7) ให้นายอาเภอแต่งต้ังโดยคานึงถึงผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถเก่ียวกับ
การพัฒนาระดับอาเภอ ด้านการศึกษา หรือมีประสบการณ์ในการจัดทาแผนพัฒนาอาเภอรวมท้ังด้านภาค
ประชาสงั คมและเอกชน องค์ประชุมและการประชุมของ ก.บ.อ.
ให้ ก.บ.อ. มอี านาจหน้าท่ี ดังต่อไปนี้
(1) วางแนวทางปฏิบัติและอานวยการการบริหารงานแบบบูรณาการในอาเภอ รวมทั้งกาหนดกรอบ
แนวทางปฏิบัติในการประสานแผนพัฒนาพ้ืนท่ีของภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่อาเภอให้เป็นไปตามหลักการ
นโยบายและกฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ ง
(2) จัดทาแผนพัฒนาอาเภอและแผนความต้องการระดับอาเภอ โดยกาหนดทิศทางการพัฒนาอาเภอ
การประสานและรวบรวมข้อมูลจากปัญหาและความต้องการของประชาชนแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน
แผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนาท้องถิ่น และแผนพัฒนาของส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นท่ีดาเนินการในพ้ืนท่ี
อาเภอ
(3) จัดทาแผนปฏิบัติงานประจาปีของอาเภอ โดยรวบรวมโครงการหรือกิจกรรมของส่วนราชการ
รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย
ประจาปีที่ต้องดาเนินการในพ้ืนท่ีอาเภอ และรายงานให้ คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ
(ก.บ.จ.) ทราบ
(4) ประสานกับทกุ ภาคสว่ นในพื้นที่ รวมท้งั องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพอ่ื นาแผนพฒั นาอาเภอไปสกู่ าร
ปฏิบัติ รวมทั้งกากบั ติดตามผล และใหค้ าแนะนาหนว่ ยงานต่าง ๆ ทดี่ าเนนิ งานพฒั นาพน้ื ที่ระดบั อาเภอในดา้ น
ตา่ ง ๆ เพอื่ การพฒั นาและการแกไ้ ขปัญหาในพืน้ ท่ีอยา่ งย่งั ยนื
(5) ตรวจสอบความซ้าซ้อนของแผนงานหรือโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ และองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินที่ดาเนินการในพ้ืนที่อาเภอ หากตรวจพบความซ้าซ้อนของแผนงานหรือโครงการให้ ก.บ.อ. เร่งแจ้ง
ข้อเทจ็ จรงิ พร้อมทงั้ เสนอความเห็นประกอบไปยังหน่วยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งเพ่ือพจิ ารณาดาเนนิ การต่อไป
(6) ปฏบิ ัติหน้าที่อื่น ๆ ตามท่ีคณะกรรมการบรหิ ารงานจังหวัดแบบบรู ณาการ (ก.บ.จ.) มอบหมาย
(7) แต่งตงั้ คณะอนกุ รรมการเพ่อื ปฏิบตั หิ น้าท่ีตา่ ง ๆ ตามที่ ก.บ.อ. มอบหมาย
คณะอนุกรรมการตาม (7) อย่างน้อยต้องประกอบด้วย ผูแ้ ทนจากส่วนราชการภายในอาเภอ ผูแ้ ทนจาก
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และผู้แทนภาคประชาสังคม
ให้ ก.บ.อ. นากรอบทิศทางการพัฒนาอาเภอและยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาจังหวัดมาเปน็ แนวทางในการจดั ทา
แผนพัฒนาอาเภอ และแผนความต้องการระดับอาเภอ โดยกาหนดให้แผนพัฒนาอาเภอมีระยะเวลาสอดคล้อง
กับหว้ งเวลาของแผนพัฒนาจงั หวดั (ขอ้ 14)
การกาหนดโครงร่างแผนพัฒนาอาเภอ และแผนความต้องการระดับอาเภอ ให้เป็นไปตามที่
กระทรวงมหาดไทยกาหนด
ให้ ก.บ.อ. นาแผนพัฒนาอาเภอ ตามข้อ 14 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ เม่ือผู้ว่า
ราชการจังหวัดให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาอาเภอตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ ก.บ.อ.ประกาศใช้แผนพัฒนาอาเภอ
และจัดส่งแผนพัฒนาอาเภอให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นท่ี
เพอ่ื ใหท้ กุ ภาคส่วนนาไปใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาพ้ืนทรี่ ะดับอาเภอในทิศทางการพฒั นาอาเภอเดียวกนั
เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถน่ิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 34
ให้ ก.บ.อ. จาแนกแผนงานหรือโครงการระดับอาเภอในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และจดั ทาบญั ชีประสานโครงการพัฒนา สง่ ให้องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ให้ ก.บ.อ. จดั สง่ แผนความต้องการระดบั อาเภอ ให้ ก.บ.จ. หรือหน่วยงานที่เก่ยี วข้องเพ่อื เป็นข้อมลู ในการ
จัดทาแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจาปขี องจังหวัดหรือแผนปฏิบัติราชการของหน่วยงานนั้น
ๆ
ให้อาเภอเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการจดั ทาแผนพัฒนาอาเภอ และดาเนินการพัฒนาศักยภาพ
ของ ก.บ.อ. ในการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาอาเภอ
ทั้งน้ี การจัดทาแผนพฒั นาอาเภอ ให้เปน็ ไปตามแนวทางทีก่ ระทรวงมหาดไทยกาหนด
ให้องค์การบริหารส่วนจงั หวัด พิจารณาโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขอรบั การประสานโครงการ
ตามบัญชีประสานโครงการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโครงการท่ีคณะกรรมการบริหารงาน
จังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) เพื่อบรรจุไว้ในแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมท้ังตรวจสอบ
โครงการดังกล่าวเพ่ือไม่ให้โครงการซ้าซ้อนกับแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือ
หนว่ ยงานอ่ืน และให้จดั ทาบญั ชปี ระสานโครงการพัฒนาเพ่อื จดั สง่ ใหห้ นว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องพจิ ารณาดาเนินการ
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้ความสาคัญกับการสร้างและพัฒนาศักยภาพในการจัดทาแผนและ
ประสานแผนพัฒนาท้องถ่ิน โดยในการจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า
ดว้ ยการจดั ทาแผนพฒั นาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่
การบูรณาการและประสานแผนพฒั นาในระดับพ้นื ท่ี
เพือ่ ให้เกดิ การบูรณาการและประสานแผนพฒั นาในระดับพน้ื ท่ี ให้ดาเนินการตามแนวทาง ดังนี้
(1) จัดทาเวทีประชาคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นของประชาชนเพ่ือให้
ได้มาซงึ่ ปัญหา และความต้องการจากประชาชนในพน้ื ที่
(2) ให้มีการประสานแผนในระดับพ้ืนท่ี โดยการรวบรวมและจัดลาดับความสาคัญของปัญหาและความ
ต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกลไกการจัดทาแผนพฒั นาหม่บู ้าน แผนชมุ ชนแผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนา
ท้องถ่ิน และแผนความต้องการระดับอาเภอ เพื่อให้แผนมีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันในทุกระดับเป็นแผน
เดยี วกนั
(3) ในกรณีแผนงานหรือโครงการ หรือพื้นท่ี มีความซ้าซ้อนกันในการจัดทาแผนระดับอาเภอกับ
แผนพฒั นาท้องถิน่ ใหห้ ารอื ร่วมกนั ระหว่างคณะกรรมการบริหารงานอาเภอแบบบูรณาการ กับองคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถิน่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
(4) บูรณาการการงบประมาณ และประสานความร่วมมือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้เป็นไป
ตามแผนพฒั นาในระดับพ้ืนท่ี โดยการแสวงหาความรว่ มมอื และการบรู ณาการจากทุกภาคส่วน
ในการดาเนินการจัดทาเวทีประชาคม ให้นายอาเภอ กาหนด วัน เวลา และสถานท่ีในการจัดทาเวที
ประชาคมร่วมกันของหมู่บ้าน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และอาจประสานให้ส่วนราชการ
หรอื หนว่ ยงานอน่ื ทีด่ าเนินการในพืน้ ทเี่ ข้าร่วมเวทปี ระชาคมดว้ ยก็ได้
การจัดทาเวทีประชาคมในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้นายกเทศมนตรีหรือนายกเมอื งพัทยา
กาหนด วัน เวลา และสถานที่ในการจัดทาเวทีประชาคมของชุมชน และเมืองพัทยา และอาจประสานส่วน
ราชการหรอื หนว่ ยงานทีด่ าเนนิ การในพืน้ ทเ่ี ขา้ รว่ มเวทีประชาคมดว้ ยก็ได้
ปฏทิ นิ การจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาตามระเบยี บนี้ ใหเ้ ป็นไปตามท่กี ระทรวงมหาดไทยกาหนด
เพจ คู่มือเตรียมสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถิ่น
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 35
ให้จังหวัดจัดทาแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจาปีของจังหวัด โดยนาแผนพัฒนา
อาเภอ แผนความต้องการระดับอาเภอ แผนพัฒนาท้องถิ่นระดับจังหวัด มาประกอบการจัดทาแผนพัฒนาที่
บรู ณาการรว่ มกัน
การสนับสนุนการดาเนนิ การ
การดาเนินการของคณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน ก.บ.ต. และ ก.บ.อ. หรือการ
ดาเนินการอ่ืนใดท่ีเป็นไปภายใต้ระเบียบน้ี ให้หน่วยงานหลักซึ่งรับผิดชอบในการจัดทาแผนในแต่ละระดับและ
หนว่ ยงานท่ีเกีย่ วข้องสนบั สนุนงบประมาณตามความเหมาะสม
ให้สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชนและกรมส่งเสริมการ
ปกครองท้องถ่ิน รวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น สนับสนุนทางวิชาการวสั ดุอุปกรณ์ และพัฒนาบุคลากรท่ี
เก่ียวข้องตามความเหมาะสม
จังหวัด สว่ นราชการ รฐั วิสาหกิจ และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ พิจารณานาโครงการหรอื กิจกรรม
ทอ่ี ยู่ในแผนพัฒนาอาเภอ แผนความต้องการระดบั อาเภอ แผนงานโครงการระดับตาบล แผนงานหรือโครงการ
ระดับหมู่บ้านและชุมชน ไปประกอบการจัดต้ังคาของบประมาณหรือจัดทางบประมาณรายจ่ายประจาปีตาม
อานาจหน้าท่ี โดยใหค้ วามสาคัญเป็นลาดับตน้ เนื่องจากเปน็ แผนงานโครงการที่ผ่านกระบวนการประชาคมของ
ประชาชนในพน้ื ท่ี
การกากบั ดแู ล
ให้นายอาเภอ มีหน้าท่ีกากับดูแล และให้คาแนะนาในการประสานแผนพัฒนาหมู่บ้านแผนชุมชน
แผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนพัฒนาอาเภอ ท่ีดาเนินการในพื้นท่ีอาเภอเพ่ือให้การดาเนินการตาม
ระเบยี บนเ้ี กดิ ผลสมั ฤทธ์ิ
เพื่อให้การประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นท่ีเกิดผลสัมฤทธิ์ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอานาจหน้าท่ี
กากับดูแล และใหค้ าแนะนาทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตามหลกั เกณฑ์ ดงั น้ี
(1) บูรณาการการจัดทาแผนพัฒนาในระดับพ้ืนท่ีกับทุกภาคส่วน และสอดคล้องเช่ือมโยงกับแผนพัฒนา
จังหวัด
(2) ประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และผลกระทบ ท่ีเกิดข้ึนจากการประสานแผนพัฒนาในระดับ
พนื้ ที่
(3) การมสี ่วนร่วมของประชาชน และการบริหารกิจการบา้ นเมอื งท่ีดี
(4) พิจารณาให้หน่วยงานใดเป็นผู้ดาเนินการ ในกรณีท่ีมีความซ้าซ้อนกันในเรื่องงบประมาณระยะเวลา
ดาเนนิ การ ผ้ดู าเนินการ หรอื โครงการ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอาเภอ กากับดูแล และให้คาแนะนา เพื่อให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นดาเนินการจัดทาแผนพัฒนาท้องถิ่นและการประสานแผนพัฒนาท้องถ่ินให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาใน
ระดับจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
ให้สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชนและกรม
ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ติดตามและประเมินผลคุณภาพแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชนแผนพัฒนาตาบล
แผนพัฒนาทอ้ งถ่นิ และแผนพฒั นาอาเภอ เปน็ ประจาทุกปี เพื่อปรับปรุงคุณภาพให้สอดคล้องกับความตอ้ งการ
และปัญหาของประชาชนในพนื้ ท่ี
เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถ่นิ
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 36
แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงมหาดไทย
วา่ ดว้ ยการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาพน้ื ทใ่ี นระดบั อาเภอและตาบล พ.ศ. 2562
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่นิ จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถนิ่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 37
สรุปสาระสาคญั ระเบยี บกระทรวงมหาดไทย
วา่ ดว้ ยวิธีการงบประมาณขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น พ.ศ. 2563
________________________________________________________________
ประกาศใน ราชกจิ จานุเบกษา วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2563
มีผลใชบ้ ังคบั : วนั ท่ี 26 พฤศจิกายน 2563
ผ้รู ักษาการ : ปลัดกระทรวงมหาดไทย
คานิยาม
“งบประมาณ” หมายความว่า แผนงานหรืองานสาหรับประมาณการด้านรายรับ และรายจ่ายแสดง
ในรปู ตวั เลข จานวนเงนิ การตั้งงบประมาณ คอื การแสดงแผนดาเนินงานออกเป็นตัวเลขจานวนเงนิ
“แผนงาน” หมายความว่า ภารกิจแต่ละด้านท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีหน้าท่ีตามกฎหมายว่า
ดว้ ยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรปู แบบ
“งาน” หมายความว่า กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานที่กาหนดไวใ้ นแต่ละแผนงาน
“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การ
บริหารส่วนตาบล (3 เสือ)
“สภาท้องถิ่น” หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล และสภาองค์การ
บรหิ ารส่วนตาบล
“งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า งบประมาณท่ีสภาท้องถนิ่ ให้ความเห็นชอบ และผวู้ ่าราชการ
จังหวัด หรือนายอาเภอใหค้ วามเห็นชอบหรืออนุมัติ แล้วแต่กรณี รวมทง้ั งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และการ
โอนการแกไ้ ขเปลี่ยนแปลงคาช้ีแจงงบประมาณดว้ ย
“เงินนอกงบประมาณ” หมายความว่า เงินทั้งปวงที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถนิ่ นอกจากเงินทปี่ รากฏตามงบประมาณรายจ่าย
“ปีงบประมาณ” หมายความว่า ***ระยะเวลาตั้งแตว่ ันท่ี 1 ตุลาคมของปหี นึ่ง ถึงวันท่ี 30 กันยายน
ของปถี ัดไป และใหใ้ ช้ปี พ.ศ. ท่ถี ัดไปเปน็ ชอ่ื สาหรบั ปงี บประมาณนั้น
“หนี้” หมายความว่า ข้อผกู พันที่ต้องจ่าย หรือ อาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของ หรอื บริการ ไมว่ ่าจะ
เปน็ ข้อผูกพนั อันเกิดจากการก้ยู มื การคา้ ประกัน การซอื้ หรอื การจ้างโดยวิธใี ช้เครดติ หรอื จากการอน่ื ใด
“ผ้บู รหิ ารทอ้ งถิน่ ” หมายความว่า นายก อบจ. / นายกเทศมนตรี / นายก อบต.
“เจา้ หน้าทงี่ บประมาณ” หมายความว่า ปลดั อบจ. / ปลดั เทศบาล / ปลดั อบต.
บรรดารูปแบบและเอกสารใดๆ รายละเอียดของหมวดรายได้ และงบรายจ่าย ตลอดจนระบบและ
วิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามท่ีอธิบดีกรมส่ง เสริมการปกครองท้องถ่ิน
กาหนด
ในกรณีท่ีงบประมาณรายจ่ายประจาปีออกใช้ไม่ทันปีงบประมาณใหม่ *** ให้ใช้งบประมาณ
รายจา่ ยประจาปีงบประมาณทล่ี ว่ งแลว้ ไปพลางกอ่ น
อานาจหนา้ ท่ขี องเจา้ หน้าที่งบประมาณ
เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 38
เจ้าหน้าท่งี บประมาณ คือ ปลดั อบจ. / ปลดั เทศบาล / และปลัด อบต.***
เจ้าหน้าที่งบประมาณ มีอานาจหน้าที่ จัดทางบประมาณกับปฏิบัติการอื่นตามที่กาหนดไว้ใน
ระเบยี บนี้ และให้มหี นา้ ท่เี ก่ียวกับงบประมาณ ดงั ตอ่ ไปน้ดี ว้ ย
1. เรียกใหห้ น่วยงานต่างๆ เสนอประมาณการรายรบั และรายจา่ ย
2. วเิ คราะห์งบประมาณ และการจ่ายเงินของหน่วยงานตา่ งๆ
3. สั่งการ ควบคุม กากับ ดูแล เจ้าหน้าท่ีจัดทาเอกสารงบประมาณ และรวบรวมเป็นร่าง งบประมาณ
รายจ่ายประจาปี
ลกั ษณะของงบประมาณ
เงินรายจ่ายประจาปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ให้จดั ทาเป็นงบประมาณรายจา่ ยประจาปี และ
ใหม้ ีประมาณการรายรับประกอบงบประมาณรายจ่ายประจาปดี ว้ ย
งบประมาณรายจ่ายประจาปีขององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ อาจจาแนกเป็น
งบประมาณรายจา่ ยท่ัวไป และ
งบประมาณรายจา่ ยเฉพาะการ
อปท. อาจจัดทางบประมาณรายจ่ายเฉพาะการได้ ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถ่ิน
และผวู้ ่าราชการจงั หวดั เห็นชอบหรอื นายอาเภออนุมตั ิ แล้วแตก่ รณี
ในกรณีท่ีมีเหตุผลความจาเป็น อาจสนันสนุนงบประมาณรายจ่ายท่ัวไปไปต้ังจ่ายในงบประมาณ
รายจา่ ยเฉพาะการ หรอื สนันสนุนงบประมาณรายจ่ายเฉพาะการไปตัง้ จา่ ยในงบประมาณรายจา่ ยทวั่ ไปได้
งบประมาณรายจา่ ยท่ัวไป
งบประมาณรายจา่ ยทั่วไปขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ประกอบด้วย
รายจา่ ยงบกลาง และ
รายจ่ายตามแผนงาน
รายจา่ ยตามแผนงาน จาแนกเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ
(1) รายจา่ ยประจา ประกอบด้วย
(ก) งบบุคลากร หมายถึง รายจ่ายที่กาหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานบุคลากรท้องถิ่น ได้แก่
รายจ่ายท่ีจา่ ยในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจา และค่าจา้ งชัว่ คราว
(ข) งบดาเนินงาน หมายถึง รายจ่ายท่ีกาหนดให้จ่ายเพ่ือการบริหารงานประจา ได้แก่ รายจ่ายท่ี
จา่ ยในลักษณะเงินตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวสั ดุ และค่าสาธารณปู โภค
(ค) งบเงินอุดหนุน หมายถึง เงินที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้ังงบประมาณอุดหนุนให้แก่
หน่วยงานท่ีขอรับเงินอุดหนุน เพื่อให้ดาเนินการตามภารกิจที่อยู่ในอานาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิน่
(ง) งบรายจ่ายอ่ืน หมายถึง รายจ่ายท่ีไม่เข้าลักษณะประเภทงบรายจ่ายใดงบรายจ่ายหนึ่ง หรือ
รายจา่ ยทก่ี าหนดให้ใช้จ่ายในงบรายจ่ายนี้
เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถน่ิ จัดทาโดย นักวชิ าการท้องถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 39
(2) รายจ่ายเพ่ือการลงทุน ได้แก่ งบลงทุน ซ่ึงเป็นรายจ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ ค่าท่ีดิน และ
สงิ่ กอ่ สรา้ ง รวมถึงรายจา่ ยที่กาหนดใหจ้ ่ายจากงบรายจา่ ยอน่ื ใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว
ประมาณการรายรับ ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ประกอบด้วย หมวดรายได้ ซ่งึ จาแนกเป็น
(1) หมวดภาษอี ากร
(2) หมวดคา่ ธรรมเนียม ค่าปรบั และใบอนุญาต
(3) หมวดรายได้จากทรพั ย์สนิ
(4) หมวดรายไดจ้ ากสาธารณูปโภค และกิจการพาณชิ ย์
(5) หมวดเงินอุดหนนุ
(6) หมวดรายได้เบด็ เตล็ด
เงนิ สารองจ่าย
อปท. จะกาหนดให้มีเงินสารองจ่ายในงบกลาง เพอ่ื กรณีฉุกเฉินที่มีเหตุสาธารณภยั เกิดข้ึน หรือกรณี
การป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัย หรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย หรือกรณีฉุกเฉินเพ่ือบรรเทาปัญหา
ความเดือดรอ้ นจากประชาชนเปน็ สว่ นรวมได้
การใช้เงินสารองจา่ ยเปน็ อานาจของผูบ้ ริหารท้องถ่ิน
งบประมาณรายจา่ ยเพม่ิ เตมิ
งบประมาณรายจา่ ยเพิ่มให้ตราเป็นงบประมาณรายจา่ ยเช่นเดียวกบั งบประมาณรายจา่ ยประจาปี
การตรางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจะกระทาได้ต่อเม่ืองบประมาณรายจ่ายประจาปีท่ีได้รับความ
เห็นชอบหรอื อนุมัติแล้วไมพ่ อแก่การจ่าย หรอื มีความจาเป็นตอ้ งต้งั รายจา่ ยข้ึนใหม่ ท้ังนี้ ตอ้ งแสดงให้ปรากฏใน
งบประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติมด้วยว่า จะจ่ายจากเงินรายได้ที่มิได้ต้ังรับไว้ในประมาณการรายรับหรือจากเงิน
รายได้ท่ีเกินยอดรวมท้ังสนิ้ ของประมาณการรายรบั ประจาปี
วิธกี ารจัดทางบประมาณ
ให้ใช้แผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นแนวทางในการจัดทางบประมาณให้หัวหน้า
หน่วยงานจัดทาประมาณการรายรับ และประมาณการรายจ่าย และให้หัวหนา้ หน่วยงานคลงั รวมรวบรายงาน
การเงินและสถิติต่างๆ ของทุกหน่วยงานเพ่ือใช้ประกอบการคานวณขอต้ังงบประมาณ เสนอต่อเจ้าหน้าท่ี
งบประมาณ (ปลดั อปท.)
ให้เจ้าหน้าท่ีงบประมาณทาการพิจารณาตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขงบประมาณในชั้นต้น แล้ว
เสนอตอ่ ผู้บริหารทอ้ งถิน่
เมอ่ื ผู้บรหิ ารท้องถิ่น ได้พจิ ารณาอนมุ ตั ิให้ตัง้ เงินงบประมาณยอดใดเปน็ งบประมาณประจาปแี ล้ว ให้
เจ้าหน้าท่งี บประมาณรวบรวมและจัดทาเป็นร่างงบประมาณรายจ่าย เสนอต่อผู้บริหารท้องถนิ่ อีกครั้งหนงึ่ เพื่อ
ผบู้ ริหารท้องถนิ่ ไดน้ าเสนอตอ่ สภาท้องถนิ่ ภายในวันที่ 15 สิงหาคม***
สรปุ ขัน้ ตอนการจดั ทางบประมาณ (ใหย้ ดึ แผนพัฒนาของ อปท. เปน็ แนวทาง)
1. ประมาณการรายรับ – รายจา่ ย
2. รวบรวมรายการการเงิน คานวณขอตั้งงบฯ เสนอปลัด อปท.
เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการท้องถนิ่ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถนิ่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 40
3. ปลดั ตรวจสอบงบๆ เสนอผ้บู รหิ ารทอ้ งถ่นิ
4. ผู้บริหารทอ้ งถนิ่ อนุมตั ใิ ห้ตง้ั งบฯ
5. ปลัดจัดทาร่างงบฯ เสนอผบู้ รหิ ารท้องถนิ่ (อกี คร้งั )
6. ผ้บู ริหารทอ้ งถน่ิ นาเสนอต่อสภาท้องถน่ิ “ภายในวันท่ี 15 สิงหาคม”
การโอนและแก้ไขเปลยี่ นแปลงงบประมาณ
การโอนเงินงบประมาณรายจา่ ยตา่ งๆ ให้เปน็ อานาจอนุมตั ิของผูบ้ รหิ ารท้องถนิ่ ***
การโอนเงินงบประมาณรายจ่ายในงบลงทุน โดยการโอน โอนลด ที่ทาให้ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพ
เปล่ยี น หรอื โอนไปต้งั จ่ายเปน็ รายการใหม่ ให้เป็นอานาจอนมุ ตั ิของสภาท้องถิ่น***
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคาชี้แจงประมาณการรายรับ หรืองบประมาณรายจ่ายให้เป็นอานาจอนุมัติ
ของผ้บู รหิ ารทอ้ งถ่นิ *
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคาช้ีแจงงบประมาณรายจ่ายในงบลงทุน ที่ทาให้ลักษณะ ปริมาณ คุณภาพ
เปลีย่ น หรือเปล่ียนแปลงสถานทก่ี อ่ สร้าง ใหเ้ ปน็ อานาจอนมุ ตั ขิ องสภาทอ้ งถ่นิ *
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคาชี้แจงงบประมาณรายการท่ีได้ก่อหน้ีผูกพันไว้แล้ว หากมิได้เพ่ิมวงเงิน ให้
เปน็ อานาจอนุมตั ขิ องผบู้ รหิ ารทอ้ งถิ่น*
การแก้ไขเปล่ียนแปลงคาช้แี จงงบประมาณรายการที่ไดก้ ันเงิน หรอื ขยายเวลาการเบกิ จา่ ยเงนิ ไว้แล้ว
จะกระทาไดต้ อ่ เม่ือได้รบั อนมุ ัติจากผ้มู อี านาจให้กนั เงนิ หรือขยายเวลาการเบิกจา่ ยเงิน
การโอนเงินงบประมาณรายจ่าย หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคาช้ีแจงประมาณการรายรับและ
งบประมาณรายจ่าย เม่ือได้รับอนุมัติจากผู้มีอานาจแล้วให้ประกาศโดยเปิดเผยเพ่ือใหป้ ระชาชนทราบ แล้วแจ้ง
การประกาศใหผ้ ้วู ่าราชการจังหวัดเพ่อื ทราบ ภายใน 15 วัน สาหรบั อบต. ใหแ้ จ้งแก่นายอาเภอ
การควบคุมงบประมาณ
ให้ผู้บริหารท้องถ่ิน และเจ้าหน้าที่งบประมาณรับผิดชอบร่วมกันในการควบคุมงบประมาณรายจ่าย
และเงนิ นอกงบประมาณ เพ่ือปฏิบัตกิ ารให้เปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ้ บงั คับ คาสั่งหรอื หนงั สอื ส่ังการของ
กระทรวงมหาดไทย โดยมหี ัวหนา้ หน่วยงานคลงั เป็นผชู้ ว่ ยเหลอื และให้มอี านาจหน้าท่ี ดังต่อไปนดี้ ว้ ยคือ
(1) ควบคมุ การรับ และการเบกิ จา่ ยเงนิ
(2) ควบคมุ บัญชี รายงาน และเอกสารอืน่ ทเี่ กี่ยวข้องกับการรบั จา่ ยเงิน และหนี้
(3) ตรวจสอบเอกสารการรบั จ่ายเงิน การขอเบิกเงิน และการกอ่ หน้ผี ูกพนั
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจะจ่ายเงิน หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามข้อความที่กาหนดไว้ในงบประมาณ
รายจ่ายประจาปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพ่ิมเติม ทั้งนี้ ต้องมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คาส่ังหรือหนังสือ
สั่งการกระทรวงมหาดไทยอนญุ าตให้จ่าย และมีเงินรายไดเ้ พียงพอท่จี ะเบิกจา่ ยได้
การใช้จ่ายเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินกู้ เงินสะสม หรือเงินอุดหนุนจากกระทรวง ทบวง กรม หรือ
หน่วยงานอ่ืนใด ที่มีลักษณะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนินการตามท่ีระบุไว้เป็นการเฉพาะโดยไม่มี
เง่ือนไข ให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ พิจารณาดาเนินการตามท่ีระบุไว้โดยไม่ตอ้ งตราเปน็ งบประมาณรายจ่าย
ตามระเบียบนี้
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถ่ิน
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 41
เมื่อส้ินปีงบประมาณ หากงบประมาณรายจ่ายมีเหลืออยู่ และได้มีการกันเงิน หรือขยายเวลาการ
เบิกจ่ายเงินไว้แล้ว ให้เบิกจ่ายได้โดยอาศัยงบประมาณรายจ่ายฉบับเดิมต่อไปได้อีก ภายในระยะเวลาท่ีขอกัน
เงิน หรือขยายเวลาการเบิกจ่ายเงินไว้
องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินอาจก่อหน้ีผูกพันงบประมาณรายจ่ายมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณได้ โดย
ความเหน็ ชอบของสภาทอ้ งถน่ิ **
การรายงาน
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดส่งสาเนางบประมาณรายจ่ายประจาปีและงบประมาณรายจ่าย
เพิ่มเตมิ ทไ่ี ด้รบั ความเห็นชอบหรอื อนุมัตใิ ห้ประกาศใชแ้ ลว้ ไปยงั ผวู้ ่าราชการจงั หวัด สาหรับองค์การบริหาร
ส่วนตาบลให้ส่งนายอาเภอ เพ่ือทราบ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน *** นับแต่วันสิ้นสุดการประกาศโดย
เปิดเผยเพื่อให้ประชาชนทราบ ณ สานักงาน อปท. และใหเ้ ผยแพร่ทางเว็บไซตข์ อง อปท. ด้วย
เม่ือส้ินปีงบประมาณให้ อปท. ประกาศรายงานการรับ – จ่ายเงิน ประจาปีงบประมาณท่ีสิ้นสุด
นั้น ทั้งงบประมาณรายจ่ายและเงินนอกงบประมาณไว้โดย เปิดเผย ณ สานักงาน อปท. เพื่อให้ประชาชน
ทราบ ภายในกาหนด 30 วัน *** ตามแบบที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินกาหนด แล้วส่งสาเนา
รายงานการรับ – จ่ายเงิน ดังกล่าวไปใหผ้ ู้ว่าราชการจังหวัด เพ่ือทราบ และเก็บเป็นข้อมูลระดับจังหวัดภายใน
ระยะเวลา 15 วัน หลังจากนนั้ แล้วให้จังหวดั รายงานกรมส่งเสรมิ การปกครองทอ้ งถ่นิ ทราบ
เพจ ค่มู อื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จัดทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถิน่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 42
แนวข้อสอบ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
วา่ ด้วยวิธกี ารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2563
เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จัดทาโดย นักวชิ าการท้องถนิ่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 43
ความรเู้ กีย่ วกบั
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาแนวทางการดารงชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 พระราชทาน
พระราชดารัสหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ครั้งแรก ในงานพระราชทานปริญญาบัตร ณ
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ เมอื่ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 ความตอนหน่ึงว่า
“การพัฒนาประเทศจาเป็นต้องทาตามลาดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของ
ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบ้ืองต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ท่ีประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้
พ้ืนฐานม่ันคงพร้อมพอควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจข้ันท่ีสูงขึ้นไป
โดยลาดับต่อไป หากมุ่งเน้นเป็นแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจข้ึนให้เร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้
แผนปฏบิ ัติการสัมพันธก์ บั สภาวะของประเทศ และของประชาชนโดยสอดคล้องดว้ ย ก็จะเกิดความไม่สมดลุ ใน
เร่ืองต่างๆ น้ัน ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ดังเห็นได้ที่อารยประเทศหลายประเทศกาลัง
ประสบปญั หาทางเศรษฐกิจอยา่ งรุนแรงในเวลาน้ี”
พระราชดารัสในวนั ท่ี 4 ธนั วาคม 2540 มรี าโชวาทว่า
“ การเป็นเสือน้นั ไม่สาคัญ สาคญั อยูท่ ี่เรามีเศรษฐกจิ แบบพอมพี อกนิ ” แบบพอมพี อกนิ นัน้ หมายความ
วา่ อ้มุ ชูตวั เองได้ให้มพี อเพียงกับตัวเอง ความพอเพียงนีไ้ ม่ได้หมายความวา่ ทุกครอบครวั จะต้องผลติ อาหารของ
ตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนน้ั มันเกินไป แต่วา่ ในหมู่บ้านหรอื ในอาเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร
บางส่ิงบางอย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมาก
นัก”
“ ทาโครงการอะไรก็จะต้อง นกึ ถึงขนาดท่ีเหมาะสมกบั ท่ีเรียกวา่ อัตภาพ หรอื กบั สิ่งแวดล้อม ฉะนนั้ การ
ทจี่ ะทาโครงการอะไรจะตอ้ งทาดว้ ยความรอบคอบ และอย่าตาโตเกินไป ”
Self Sufficiency
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาช้ีถึงแนวทางการดารงชีวิต และปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ ต้ังแต่
ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการดารงชีวิตประจาวัน การพัฒนาและบริหารประเทศให้ดาเนินไป
ในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพอ่ื ให้ก้าวหนา้ ตอ่ การเปล่ยี นแปลงของโลก เศรษฐกจิ พอเพยี ง
(Self Sufficiency) จึงหมายถึง เศรษฐกจิ ทสี่ ามารถอ้มุ ชูตวั เองไดใ้ ห้มคี วามพอเพียงกบั ตัวเอง อยไู่ ดโ้ ดยไม่สร้าง
ความเดือดร้อนให้ตัวเองและผู้อ่ืน ซ่ึงต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน มีความพอกิน
พอใชส้ ามารถพึ่งพาตนเองได้ย่อมสามารถสร้างความเจริญกา้ วหนา้ และฐานะทางเศรษฐกจิ ของประเทศได้
หลกั การดาเนนิ ชวี ิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยคานงึ ถึง “ 3 หว่ ง 2 เงอื่ นไข”
การดาเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้องต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของทางสายกลาง และความไม่
ประมาท โดยคานงึ ถงึ หลักการ 3 หว่ ง ดงั น้ี
ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การมภี มู คิ มุ้ กนั ท่ดี ใี นตัว
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถนิ่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 44
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ท่ีไมน่ ้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง
และผอู้ ่ืน
ความมีเหตุผล หมายถงึ การใชห้ ลักเหตุผลในการตัดสินใจเรื่องตา่ งๆ โดยพิจารณาจากเหตุปจั จัยท่ี
เกยี่ วข้อง ตลอดจนผลที่คาดวา่ จะเกิดขนึ้ อยา่ งรอบคอบ
การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงด้าน
ต่างๆ ที่คาดวา่ จะเกดิ ขึน้ ในอนาคตทง้ั ใกลแ้ ละไกล
เงอ่ื นไข
การตดั สินใจและการดาเนินกิจกรรมใดๆให้อยู่ในระดับพอเพียงต้องอาศัย ความรู้ และคณุ ธรรมเป็น
พนื้ ฐาน
เง่อื นไขความรู้ คือ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง ในการดาเนนิ ชวี ิต และการประกอบการงาน
เงื่อนไขคุณธรรม คือ การยึดถอื คุณธรรมต่างๆ อาทิ ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความเพียร ความ
มงุ่ ต่อประโยชนส์ ่วนรวมและการแบ่งปัน
นาไปสู่
เศรษฐกจิ /สงั คม/ส่งิ แวดล้อม/วัฒนธรรม/สมดลุ /พร้อมรบั ตอ่ การเปลย่ี นแปลง
การปฏบิ ัติตนตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. ยึดหลักประหยัด ตัดทอนค่าใชจ้ า่ ยทไ่ี มจ่ าเปน็ ในทุกด้าน ลด ละ ความฟมุ่ เฟอื ย ในการดารงชวี ติ
2. ประกอบอาชพี ด้วยความถกู ต้อง สจุ รติ แม้จะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนในการดารงชีวิต
3. ละเลกิ การแก่งแย่งผลประโยชนท์ ่รี นุ แรง และไม่ถกู ตอ้ ง
4. ไม่หยุดน่ิงที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ โดยขวนขวายหาความรู้ให้เกิดรายได้เพ่ิมพูน
จนถงึ ขน้ั พอเพยี ง
5. ปฏบิ ตั ิตนในแนวทางท่ดี ี ลดละส่ิงชว่ั ร้ายใหห้ มดส้นิ ไป
ทฤษฎีใหม่
ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวพระราชดาริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ร.9) เก่ียวกับการ
จัดพนื้ ท่ีดนิ เพอ่ื การอย่อู าศัย และมชี วี ติ อยา่ งย่ิงยนื โดยมีการแบ่งพนื้ ท่ีเป็นส่วนๆ
ความสาคัญของทฤษฎใี หม่
1. การบริหารและจัดแบ่งที่ดินแปลงเล็กออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร
ซง่ึ ไม่เคยมีใครคิดมากอ่ น
2. การคานวณโดยใช้หลักวิชาการเกี่ยวกับปริมาณน้า ท่ีจะเก็บกักให้พอเพียงต่อการเพาะปลูกได้
ตลอดปี
3. การวางแผนที่สมบูรณ์แบบ สาหรับเกษตรกรรายยอ่ ย โดยมี 3 ข้ันตอน คือ ข้ันต้น ขน้ั ท่ีสอง และ
ขั้นกา้ วหน้า
เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถิน่ จดั ทาโดย นักวชิ าการท้องถนิ่
ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 45
ทฤษฎีใหม่ข้ันตน้ คอื ให้แบง่ พ้นื ที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10
พืน้ ทสี่ ่วนท่ี 1 ประมาณ 30% ให้ขุดสระเกบ็ กักน้า เพื่อใช้กักเก็บน้าฝนในฤดูฝน และใช้เสริม
การปลูกพชื ในฤดแู ล้ง ตลอดจนการเลยี้ งสัตวแ์ ละพืชนา้ ต่างๆ
พื้นที่ส่วนท่ี 2 ประมาณ 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารประจาวัน สาหรับ
ครอบครัวใหเ้ พยี งพอตลอดปี เพอื่ ตัดค่าใชจ้ ่าย และสามารถพง่ึ ตนเองได้
พ้ืนที่ส่วนท่ี 3 ประมาณ 30% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว พืชไร่ พืชสมุนไพร
ฯลฯ เพื่อใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั หากเหลอื บริโภคก็นาไปจาหน่าย
พื้นทส่ี ว่ นท่ี 4 ประมาณ 10% เป็นที่อยู่อาศัย เล้ยี งสตั ว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอ่ืนๆ
ทฤษฎีใหม่ขั้นท่ี 2 เมื่อเกษตรกรเข้าใจหลักการและได้ปฏิบัติในที่ดินของตนเองจนได้ผลแล้ว ก็ต้องเร่ิมขั้นที่ 2
คอื ใหเ้ กษตรกรรวมพลงั กันในรปู กลุ่มหรือสหกรณ์ ร่วมแรง รว่ มใจกนั ดาเนนิ การในด้าน
1. การผลติ 2. การตลาด 3. ความเป็นอยู่ 4. สวสั ดิการ 5. การศกึ ษา 6. สงั คมและศาสนา
กิจกรรมท้ังหมดน้ีจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ องค์กร
เอกชน ตลอดจนสมาชกิ ในชุมชนนัน้ เป็นสาคญั
ทฤษฎใี หม่ข้ันกา้ วหนา้ เม่ือดาเนนิ การผ่านพ้นข้ันท่ี 2 แล้ว เกษตรกรจะมีรายได้ดขี ้นึ ฐานะมั่นคงขน้ึ เกษตรกร
หรือกลมุ่ เกษตรกรก็ควรพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ข้นั ท่ี 3 ต่อไป คือ ตดิ ตอ่ ประสานงานการลงทนุ และพัฒนาคุณภาพ
ชีวิต
เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นักวชิ าการท้องถ่นิ