The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E BOOK คู่มือเตรียมสอบ ภาค ข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yuttanakorn.kw, 2021-07-09 05:02:31

E BOOK คู่มือเตรียมสอบ ภาค ข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนท้องถิ่น

E BOOK คู่มือเตรียมสอบ ภาค ข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนท้องถิ่น

Keywords: นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ท้องถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 46

แนวข้อสอบ
หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

______________

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นักวชิ าการท้องถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 47

สรุปสาระสาคญั
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560 – 2564

 ใชต้ ั้งแตว่ นั ท่ี 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2564
 ผรู้ ับสนองพระราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564) ได้น้อมนาหลัก “ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานาทางในการพัฒนาประเทศ ต่อเน่ืองจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ 9 – 11 เพ่ือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทย สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่ามั่นคง เกิด
ภมู คิ ้มุ กันและมกี ารบรหิ ารจดั การความเส่ยี งอย่างเหมาะสม สง่ ผลใหก้ ารพัฒนาประเทศส่คู วามสมดุลและยั่งยนื

สศช. ได้จัดทาบนพื้นฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ซ่ึงเป็นแผนหลักในการ
พัฒนาประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) รวมทั้ง การ
ปรับโครงสร้างประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตลอดจนประเด็นการปฏิรูปประเทศเพื่อมุ่งสู่ “ความมั่นคง ม่ังคั่ง
ยั่งยืน”

การพัฒนาประเทศไทยระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ซ่ึงเป็นจุดเปลี่ยนท่ีสาคัญในการเช่ือมต่อกับ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในลักษณะการแปลงยทุ ธศาสตรร์ ะยะยาวสูก่ ารปฏบิ ัติในช่วง 5 ปแี รก ของการขบั เคลอ่ื น
ยทุ ธศาสตร์ชาติ

 แผนพัฒนาฯ ฉบบั ท่ี 12 ประกอบดว้ ย 5 สว่ น
ส่วนที่ 1 ภาพรวมการพฒั นาในชว่ งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12
ส่วนที่ 2 การประเมินสภาพแวดลอ้ มการพฒั นาประเทศ
สว่ นที่ 3 วตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายการพฒั นาในชว่ งแผนพัฒนาฯ ฉบบั ที่ 12
ส่วนท่ี 4 ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาประเทศ
ส่วนที่ 5 การขับเคลื่อนและตดิ ตามประเมนิ ผลแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12

 ส่วนที่ 1
ภาพรวมการพฒั นาในชว่ งแผนพฒั นา ฯ ฉบบั ท่ี 12

 หลกั การ
 หลักการพัฒนาประเทศท่ีสาคัญในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง” “การพัฒนาที่ย่ังยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” ต่อเน่ืองจากแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 9-11
และยึดหลกั การเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ ที่ลดความเหล่ือมลา้ และขับเคลื่อนการเจรญิ เติบโตจากการเพ่ิมผลิต
ภาพ การผลิตบนพ้ืนฐานการใชภ้ มู ิปัญญาและนวตั กรรม

 การกาหนดวิสัยทศั น์
 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 ยึด วิสัยทัศน์ของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ที่กาหนด “ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือเป็นคติพจนป์ ระจาชาติวา่ “มง่ั คง ม่ังคงั่ ยง่ั ยนื ”

 การกาหนดเปา้ หมายตัวชีว้ ดั

เพจ ค่มู อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จัดทาโดย นกั วิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 48

การกาหนดเป้าหมายและตัวช้ีวัดในด้านต่างๆ ของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 ได้ยึดเป้าหมายอนาคต
ประเทศไทย ปี พ.ศ. 2579 ท่ีเป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มาเป็นกรอบในการกาหนดเป้าหมายที่จะ
บรรลุใน 5 ปีแรก และเป้าหมายในระดับย่อยลงมาโดยเป้าหมาย และตัวชี้วัดมีความสอดคล้องกับกรอบ
เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ั่งยนื (SDGs)

 แนวทางการพฒั นา
แนวทางการพัฒนาได้บูรณาการนโยบายหรือประเด็นพัฒนาท่ีสาคัญของประเด็นการปฏิรูปประเทศ 37

วาระ และไทยแลนด์ 4.0
 หลักการสาคญั ของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12  (หลกั 6 ยึด)

1. ยึด “หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง”
2. ยึด “คนเปน็ ศนู ยก์ ลางการพัฒนา”
3. ยดึ “วิสัยทัศน์ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” มาเป็นกรอบของวิสัยทัศนใ์ นแผนพัฒนาฯ ฉบับ

ที่ 12
4. ยึด “เป้าหมายประเทศไทย ปี 2579 ที่เป็นเป้าหมายในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” มาเป็นกรอบ

ในการกาหนดเป้าหมายที่จะบรรจใุ น 5 ปแี รก และเป้าหมายและตวั ชี้วดั ท่ีสอดคลอ้ งกับ SDGs
5. ยึด “หลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีลดความเหลื่อมล้าและขับเคลื่อนการเจริญเติบโต

จากการเพ่ิมผลผลติ บนฐานของการใชภ้ ูมปิ ญั ญาและนวัตกรรม”
6. ยดึ “หลักการนาไปส่กู ารปฏบิ ัตใิ ห้เกดิ ผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจังใน 5 ปี ทตี่ อ่ ยอดไปสูผ่ ลสัมฤทธิ์ท่ี

เป็นเป้าหมายระยะยาว”

 จดุ เปลีย่ นสาคัญของแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12
ประเทศไทย มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 จะเป็นแผนแรกที่ถูกใช้ให้เป็นกลไก

เชือ่ มโยงมกี ารขบั เคลอื่ นการพฒั นา

 จดุ เนน้ และประเดน็ การพฒั นาของแผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ 12 (20 ประเดน็ )
1. การพัฒนานวัตกรรมและการนามาใช้ขับเคล่ือนการพัฒนาในทุกมิติเพื่อยกระดับศักยภาพของ
ประเทศ
2. การสง่ เสรมิ และสนับสนุนการวจิ ัยและพัฒนาวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละนวตั กรรม
3. การเตรียมพร้อมด้านกาลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนในทุกช่วงวัยมุ่งเน้นการ
ยกระดบั คุณภาพทนุ มนษุ ยข์ องประเทศ
4. การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหล่อื มล้า
5. การปรบั โครงสร้างการผลติ และการสรา้ งโอกาสทางเศรษฐกจิ ในแต่ละช่วงของหว่ งโซ่มูลค่า
6. การปรับระบบการผลิตการเกษตรให้สอดคล้องกับพันธกรณีในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศและศักยภาพของพน้ื ที่
7. การเพ่ิมศักยภาพฐานการผลิตและการบริการเดิมที่มีศักยภาพในปัจจุบันให้ต่อยอดไปสู่ฐานการ
ผลติ และบริการทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยีทีเ่ ขม้ ขน้ และมีนวตั กรรมมากขึ้น

เพจ คมู่ ือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถน่ิ จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 49

8. การส่งเสรมิ ความเขม้ แข็งของเศรษฐกจิ กระแสใหม่
9. การสรา้ งขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของธรุ กจิ บริการและท่องเทีย่ ว
10. การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิต โดยเฉพาะ คมนาคม ขนส่ง โลจิสติกส์ และ

โทรคมนาคม
11. การพฒั นาวสิ าหกจิ ขนาดยอ่ ม ขนาดเล็ก และขนาดกลาง วิสาหกจิ ชุมชน และวสิ าหกิจเพือ่ สงั คม
12. การสร้างความม่นั คงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ และยกระดับคณุ ภาพสังคมแวดลอ้ ม
13. การฟ้ืนฟูพื้นฐานด้านความมั่นคงที่เป็นปัจจัยสาคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของ

ประเทศ
14. การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริต ประพฤติชอบและการสร้างธรรมาภิบาลใน

สังคมไทย
15. การพัฒนาโครงสร้างพน้ื ฐาน และระบบโลจิสติกสข์ องประเทศ
16. การพฒั นาภาค เมอื ง และพ้นื ทเ่ี ศรษฐกจิ
17. การสร้างความรว่ มมอื ระหว่างประเทศให้เข้มข้นและส่งผลตอ่ การพฒั นาอยา่ งเตม็ ที่
18. การสง่ เสริมการลงทนุ ไทยในตา่ งประเทศ
19. การปรบั ปรุงภาคการเงนิ ของไทย ให้มีประสทิ ธิภาพมากขนึ้ และให้สามารถแข่งขนั ได้
20. การปฏริ ูปดา้ นการคลังและงบประมาณ

 วตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายการพัฒนาในชว่ งแผนพฒั นาฯ ฉบับท่ี 12
1. เป้าหมายการพัฒนา แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12  กาหนดเป้าหมายด้านต่างๆ ในช่วงเวลา 5 ปี โดย

คานึงถึงการดาเนินการต่อยอดไปสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 13, 14, 15 เพ่ือให้เกิดผลสมั ฤทธ์ิเป้าหมายยุทธศาสตร์
ชาติ 20 ปี

2. ยทุ ธศาสตรแ์ ละแนวทางการพัฒนา
ยุทธศาสตรแ์ ละแนวทางการพัฒนา ในแผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี 12  มีจานวน 10 ยุทธศาสตร์ ถูกกาหนด
จากยุทธศาสตร์ท้ัง 6 ด้าน ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องและตอบสนองต่อ ซึ่งต้องบรรลุใน
ระยะ 5 ปี

 สว่ นที่ 2
การประเมินสภาพแวดล้อมการพัฒนาประเทศ

 สถานการณ์และแนวโน้มส่ิงแวดล้อมโลก : วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 เป็นทิศทางหลักใน
การพัฒนาของโลก ค.ศ.2015 โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน SDGs ประกอบด้วย 17 เป้าหมายและ 169
เปา้ ประสงค์ 230 ตวั ช้ีวดั

 17 เปา้ หมายท่กี าหนดไว้ แบ่งเปน็ 5 กล่มุ (5 Ps)
1. People : ยตุ คิ วามยากจน หิวโหย สขุ ภาพดี การศกึ ษามคี ณุ ภาพ ความเสมอภาค

2. Planet : การจัดการทดี่ ี ทรพั ยากรธรรมชาติ

3. Prosperity : พลงั งานสมยั ใหม่

4. Peace : สงบสขุ ยุติธรรม

เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถิน่ จัดทาโดย นกั วิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 50

5. Partnership : หุ้นส่วนความร่วมมอื ระดบั โลก
 สถานการณ์และแนวโน้มของสังคมไทย โครงสร้างประชากรไทยจะเปลี่ยนแปลงสู่สังคมสูงวัยอย่าง
สมบรู ณ์ เม่อื สิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 12

 ส่วนท่ี 3
1. วัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายการพฒั นาในชว่ งแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 มี 7 วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื วางรากฐานให้คนไทยเป็นคนที่สมบรู ณ์
2. เพื่อใหค้ นไทยมคี วามมัน่ คงทางเศรษฐกิจและสงั คม
3. เพ่ือให้เศรษฐกิจเข้มแขง็ มเี สถยี รภาพ และมคี วามยัง่ ยืน
4. เพื่อรักษาและฟืน้ ฟู ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพสิง่ แวดลอ้ ม
5. เพือ่ ให้การบริหารราชการแผ่นดนิ มปี ระสทิ ธิภาพ โปร่งใส ทันสมัย และทางานเชงิ บูรณาการ
6. เพ่ือใหม้ ีการกระจายความเจริญไปสภู่ ูมิภาค โดยพัฒนาภาคและเมืองเพอื่ รองรบั การพฒั นา
7. เพื่อเชอื่ มโยงกับประเทศต่างๆ ได้อย่างสมบูรณแ์ ละมีประสิทธิภาพ
2. เป้าหมายรวม 6 มิติ
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้กาหนดเป้าหมายรวมการพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี

12 ประกอบด้วย
1. คนไทยมลี กั ษณะเปน็ คนไทยทีส่ มบูรณ์
2. ความเหล่ือมล้าทางดา้ นรายได้ และความยากจนลดลง
3. ระบบเศรษฐกจิ มีความเขม้ แขง็ และแข่งขนั ได้
4. ทนุ ทางธรรมชาติและคณุ ภาพสง่ิ แวดล้อม สามารถสนบั สนุนการเติบโตท่เี ปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม มี
ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และน้า โดยเพ่ิมพื้นท่ีป่าไม้ให้ได้ ร้อยละ 40 ของพ้ืนที่ประเทศ
ลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกในอากาศ พลังงานและขนส่ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7 ภายในปี พ.ศ.
2563
5. มีความม่ังคงในเอกราช และอานาจอธิปไตย สังคมปลอดภัย สามัคคี สร้างภาพลักษณะท่ีดี เพ่ือ
ความเชือ่ มั่นของนานาชาติต่อประเทศไทย
6. มีระบบบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ การกระจายอานาจ
และมสี ่วนร่วมจากประชาชน รวมถึงบุคลากรภาครัฐที่มคี วามรู้ความสามารถและปรบั ตัวไดท้ ันกับ
ยคุ ดจิ ทิ ลั

 ส่วนท่ี 4
 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ มี 10 ยุทธศาสตร์ (สตู ร 6 + 4)

ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 มี 10 ยุทธศาสตร์ โดยมี 6 ยุทธศาสตร์ ตามกรอบ
ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี และอีก 4 ยุทธศาสตรท์ เ่ี ปน็ ปจั จยั สนบั สนุน (6 สนอง, 4 สนับสนุน) ดงั นี้

1. การเสรมิ สรา้ งและพัฒนาศกั ยภาพทนุ มนษุ ย์

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 51

แนวทางการพฒั นา
1. ปรบั เปล่ยี นค่านิยมคนไทยใหม้ ีคุณธรรม
2. พฒั นาศกั ยภาพคนให้มลี ักษณะ ความรู้ ความสามารถ
3. ยกระดับคณุ ภาพการศึกษาและการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ
4. ลดปจั จัยเส่ียงด้านสขุ ภาพ
5. เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การระบบสุขภาพ
6. พัฒนาระบบการดูแลและสรา้ งสภาพแวดลอ้ มท่ีเหมาะสมกบั สังคมสูงวยั
7. ผลกั ดนั ให้สถาบนั ทางสังคมมีสว่ นรว่ มพฒั นาประเทศอย่างเข้มแข็ง
2. การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมลา้ ในสงั คม
แนวทางการพฒั นา
1. การเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมาย ประชากรร้อยละ 40 ที่มีรายได้ต่าสุด สามารถเข้าถึงบริการท่ี

มีคณุ ภาพของรฐั และมีอาชพี
2. การกระจายการให้บรกิ ารภาครัฐให้ครอบคลมุ และท่วั ถึง
3. เสริมสร้างศักยภาพชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการสร้างความเข้มแข็ง ตามหลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3. การสรา้ งความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และแขง่ ขันไดอ้ ย่างย่งั ยนื

แนวทางการพัฒนา
1. การบริหารจัดการเศรษฐกิจส่วนรวม ทง้ั ในด้านการคลัง และการเงนิ
2. การเสริมสรา้ งและพฒั นาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลติ และบริการ
4. การเติบโตที่เปน็ มิตรกับส่งิ แวดล้อม เพอื่ การพัฒนาทีย่ ั่งยนื
5. การเสริมสร้างความมน่ั คงแหง่ ชาติ เพอื่ การพัฒนาประเทศมคี วามมงั่ คัง่ และย่งั ยนื
6. การบริหารจัดการในภาครัฐ การปอ้ งกันการทจุ ริตประพฤติมชิ อบและธรรมาภบิ าล
ในสงั คมไทย
7. การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบโลจสิ ตกิ ส์
8. การพัฒนาวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี วิจยั และนวตั กรรม
9. การพัฒนาภาค เมอื ง และพ้นื ทเี่ ศรษฐกจิ
แนวทางการพฒั นา 3 แนวทาง
1. การพฒั นาภาค :  เพื่อสรา้ งโอกาสของเศรษฐกจิ ให้กระจายตัวอยา่ งทัว่ ถึง

- ภาคเหนือ  ให้เปน็ ฐานเศรษฐกจิ สรา้ งสรรคม์ ูลคา่ สงู
- ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื  ใหห้ ลดุ พน้ จากความยากจนสเู่ ปา้ หมายการพง่ึ ตนเอง
- ภาคกลาง  เปน็ ฐานเศรษฐกจิ ช้นั นา
- ภาคใต้  เปน็ ฐานการสร้างรายไดท้ ่ีหลากหลาย

2. พัฒนาเมือง :  พฒั นาสภาพแวดล้อมเมืองศนู ยก์ ลางของจังหวัด ใหเ้ ปน็ เมอื งน่าอยู่

เพจ ค่มู ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นกั วิชาการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 52

3. พฒั นาพื้นท่เี ศรษฐกิจ : อาทิ พัฒนาฟ้ืนฟูพื้นท่ีบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (EEC) ใหเ้ ป็นฐาน
การผลิตอตุ สาหกรรมหลักของประเทศ

 พัฒนาพ้ืนที่เศรษฐกิจใหม่บริเวณชายแดน เป็นประตูเศรษฐกิจ
เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน (SEZ) 10 จงั หวดั

_____________________________________________________
 เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทย
1. EEC : Eastern Economic Corridor

พฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานและผลักดนั การลงทุนในอุตสาหกรรม เป้าหมายนาร่อง ในพ้ืนที่
3 จงั หวดั ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา
2. SEZ : Special Economic Zone
เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 จังหวัด ได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด
สงขลา เชยี งราย หนองคาย นครนายก กาญจนบรุ ี และนราธวิ าส
_________________________________________________________

10. ยุทธศาสตร์ความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ
การพัฒนาความร่วมมือระหวา่ งประเทศของไทยในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ยึดหลัก “คิดเสรี

เปิดเสรี และเปิดโอกาส” ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ (ฉบับที่ 11) ดังนั้น การพัฒนาจึงมุ่งเน้นในการมีเครือข่าย
การเช่ือมโยงตามแนวระเบียงเศรษฐกจิ (ปะเทศเพ่อื นบ้าน) ทคี่ รอบคลุมและมีการใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ต็มศักยภาพ
สว่ นที่ 5 การขบั เคลอ่ื นแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ส่กู ารปฏบิ ัติ

แนวทางการขบั เคลื่อน
1. หน่วยงานกลาง อาทิ สศช. / สานักงานงบประมาณ / ก.พ.ร จัดทายุทธศาสตร์การจัดสรร

งบประมาณ แบบมีส่วนร่วม การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีใช้เป็นเป้าหมาย ตัวชี้วัด
และแนวทางการพัฒนาของแผนฯ ในการกาหนดลาดับ ความสาคัญของ แผนงาน โครงการ และ
ภารกจิ หนว่ ยงาน เพ่อื ใหก้ ารดาเนนิ งานบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12
2. คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพ่ือแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เป็นกลไกหลักในการ
เช่ือมโยงการพฒั นาระหว่างภาครัฐและเอกชนรวมทงั้ ให้ กรอ. ส่วนกลาง กระจายความรับผิดชอบ
และภารกจิ ให้ กรอ. จงั หวดั /กลุม่ จงั หวดั
 การวางระบบตดิ ตามประเมนิ ผล
การติดตามประเมินผลแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 มี 3 ระยะเวลา ประกอบดว้ ย
1. การประเมนิ ผล กอ่ นการปฏบิ ัตกิ ารหรือกอ่ นเรม่ิ โครงการ
2. การประเมนิ ผล ระหว่างดาเนินการ
3. การประเมินผล หลังการดาเนินการ

เพจ คูม่ ือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถน่ิ จัดทาโดย นกั วชิ าการท้องถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 53

แนวขอ้ สอบ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564)

_______________

เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จัดทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 54

ความรู้เกย่ี วกับการวเิ คราะห์ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งยุทธศาสตร์ นโยบายของรัฐบาล กระทรวง กรม และ
สถานการณ์เศรษฐกจิ การเมอื ง สังคม

________________________________________________________________
 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 - 2580)
 ประกาศใช้ ณ วนั ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ช่วงระยะยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี
 ครอบระยะห้วงเวลา แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ตั้งแตฉ่ บับที่ 12 - 15 (รวม 4 ฉบับ) ดังนี้

ฉบบั ที่ 12 พ.ศ. 2560 – 2564
ฉบบั ท่ี 13 พ.ศ. 2565 – 2569
ฉบับท่ี 14 พ.ศ. 2570 – 2574
ฉบบั ท่ี 15 พ.ศ. 2575 - 2579
 แนวทางการพัฒนาเศรษฐกจิ ในระยะปานกลางและระยะยาว
- เศรษฐกิจไทยในเมือง 10 ปี ก้าวหน้า มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเฉลี่ย 3.3-4.3% โดยมีค่ากลางของ

การประมาณการ ร้อยละ 3.8 ซึ่งจะทาให้ประเทศไทยเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ในปี 2571 -
2574 (หลงั ระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกจิ ฯ ฉบับท่ี 14)
- เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับท่ี 12 จะต้องเร่งรัดให้เศรษฐกิจ
สามารถขยายตวั เฉล่ียไม่ตา่ กว่า 5-6% ตอ่ ปี
- เพื่อให้ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ในปี 2569 ณ ส้ินสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาติ ฉบับที่ 13
 วสิ ยั ทัศน์
“ ประเทศมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ” หรือเป็นคติพจน์ประจาคตวิ า่ “ ม่นั คง ม่ังคง่ั ย่งั ยืน ”

เป้าหมายการพฒั นาประเทศไทย

“ ประเทศคติมั่งคง ประชาชนมีความสขุ เศรษฐกิจพัฒนาอยา่ งต่อเน่ืองสังคมเป็นธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาติ

ยงั่ ยนื ”

นยิ าม

“ความมั่นคง”

- การมคี วามมน่ั คงปลอดภยั มั่นคงทกุ มิติ

- ประเทศมีความม่นั คง

- สังคม ชุมชน ครอบครวั

- ประชาชน มีงานมรี ายได้ ปลอดภัยในชวี ิตและทรัพยส์ ิน

- ฐานทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อม อาหารพลังงานน้า

“ความม่งั คั่ง”

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการท้องถน่ิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถ่ิน

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 55

- ประเทศไทยมกี ารขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนือ่ ง
- เศรษฐกจิ มีความสามารถในการแขง่ ขันสูง
- ความสมบูรณ์ในทุนท่ีจะสร้างความต่อเนือ่ ง ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญหา ทุนทางการเงิน ทุนท่ี

เปน็ เครือ่ งจกั ร ทุนของสังคม และทนุ ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
“ความยั่งยนื ”

- การพฒั นาทส่ี ามารถสรา้ งความเจรญิ รายได้ และคณุ ภาพชีวิตของประชาชน
- การผลิตและการบริโภคเปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม
- มุ่งประโยชน์สว่ นรวมอยา่ งย่ังยืน ใหค้ วามสาคัญกบั การสง่ เสรมิ ของประชาชน
- ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคม ยดึ ถอื และปฏิบตั ติ ามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
อนาคตประเทศไทย ปี 2579 (หลงั สน้ิ แผนพฒั นาเศรษฐกิจฯ ฉบบั ที่ 15)
1. เศรษฐกิจและสังคมไทย มีการพฒั นาอย่างมงั่ คง และยงั่ ยืน
2. เศรษฐกิจและสังคมพัฒนาอยา่ งเปน็ มติ รกับส่งิ แวดล้อม
3. สงั คมไทยเปน็ สงั คมทเี่ ป็นธรรมมคี วามเหล่ือมลา้ น้อย
4. ประเทศไทยมีบทบาทสาคญั ในเวทีระดับภาค และระดบั โลก
5. ระบบการบริหารภาครัฐมีขนาดเล็ก มีประสิทธิภาพ ทันสมัย รับผิดชอบ โปร่งใส ตรวจสอบได้

และประชาชนมสี ว่ นร่วม
6. ระบบเศรษฐกิจมีความเป็นชาติการค้า บนฐานการขยายตัวของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การ

ทอ่ งเทยี่ ว ตลาดคุณภาพ การบรหิ ารคณุ ภาพ
7. คนไทยในอนาคต เป็นมนุษย์ท่สี มบูรณ์ เป็นพลเมืองทสี่ ามารถเรียนร้ไู ด้ด้วยตนเอง เป็นพลเมืองที่

ตืน่ รู้ไดด้ ้วยตนเอง มีจติ สาธารณะ และทาประโยชนต์ ่อสว่ นรวม เปน็ ผลเมืองไทย พลเมืองอาเซียน
และพลเมืองโลก
เพื่อให้บรรลุวิสยั ทัศน์ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตาม
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นาไปสู่การพัฒนาให้คนไทยมีความสุข และตอบสนองต่อการบรรลุซ่ึง
ผลประโยชน์แห่งชาติในการท่ีจะพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ระดับสูงเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และสร้าง
ความสขุ ของคนไทย สงั คมมคี วามมั่งคง เสมอภาคและเป็นธรรม ประเทศสามารถแขง่ ขนั ไดใ้ นระบบเศรษฐกิจ

 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ มี 6 ดา้ น ( 6 มิติ ) จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถ่นิ
1. ด้านความมัง่ คง
2. ด้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขัน
3. ด้านการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคน
4. ดา้ นการสรา้ งโอกาสและความเท่าเทียมกันทางสงั คม
5. ด้านการสรา้ งการเตบิ โตคณุ ภาพชีวติ ท่เี ป็นมติ รกบั ส่ิงแวดล้อม
6. ดา้ นการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ

 การขับเคลื่อนยุทธศาสตรช์ าติ

เพจ คูม่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 56

 ประเทศชาติมัน่ คง
ความอยู่ดมี ีสขุ ของคนไทยและสังคม

 การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ
ขีดความสามารถในการแขง่ ขันการพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้

 พัฒนาคนในทกุ มิติ และในทุกช่วงวัยใหเ้ ป็นคนดี เกง่ และมคี ณุ ภาพ
การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ยข์ องประเทศ

 สรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
ความเทา่ เทียมและความเสมอภาคของสังคม

 สรา้ งความการเตบิ โตบนคุณภาพชีวิตท่เี ปน็ มิตรตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
ความหลากหลายทางชีวภาพ คณุ ภาพสิ่งแวดล้อมและความยงั่ ยนื ของทรัพยากรธรรมชาติ

 ภาครัฐของประชาชน เพอื่ ประชาชนและประโยชนส์ ว่ นรวม
ประสทิ ธภิ าพการบริหารจดั การและทางเขา้ ถึงการใหบ้ ริการของภาครัฐ

 รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กับยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี
มาตรา 65 ให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นกรอบในการ

จัดทาแผนต่างๆ เกิดการผลักดนั ไปสเู่ ป้าหมายเดยี วกัน
มาตรา 142 การเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณต้องมีความ

สอดคลอ้ งกับยุทธศาสตรช์ าติและแผนพัฒนาต่าง ๆ
มาตรา 162 คณะรัฐมนตรี ที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้อง

สอดคล้องกบั หนา้ ท่ขี องรฐั แนวนโยบายของรฐั และยทุ ธศาสตรช์ าติ
มาตรา 270 ให้วุฒิสภามีหน้าที่และอานาจติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการจัดทาและดาเนินการตาม

ยทุ ธศาสตร์ชาติ
มาตรา 275 ให้มีการดาเนินการจัดทายุทธศาสตร์ชาติให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี หลังจากที่

พระราชบญั ญตั ิจัดทายุทธศาสตรช์ าติ มผี ลบงั คับใช้

 วสิ ยั ทศั น์ประเทศไทย 2580
“ ประเทศมีความม่ังคง มงั่ คงั่ ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ดว้ ยการพฒั นาตามหลกั ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง ”
 ประเทศชาตมิ นั่ คง ประชาชนมีความสขุ
 ยกระดบั ศกั ยภาพในหลากหลายมิติ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ือง

 พัฒนาคนในทกุ มติ ิ และทกุ ชว่ งวยั ให้เปน็ คนดี เกง่ และมีคุณภาพ

 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

 สร้างเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตท่ีเปน็ มิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม

 ภาครัฐของประชาชน เพ่ือประชาชนและประโยชนส์ ่วนรวม

เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นกั วิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 57

 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)
ประกอบดว้ ย 10 ยุทธศาสตร์
1. การสร้างและพฒั นาศกั ยภาพทนุ มนษุ ย์
2. การสรา้ งความเปน็ ธรรมและลดความเหล่อื มลา้ ในสังคม
3. การสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกิจและแขง่ ขันได้อยา่ งยืน
4. การเตบิ โตท่ีเป็นมติ รกับส่งิ แวดล้อม เพ่ือการพัฒนาอย่างยัง่ ยนื
5. การเสริมสรา้ งความม่นั คงแหง่ ชาติ เพือ่ การพัฒนาประเทศสูค่ วามเป็นเลิศ มัง่ คง และย่งั ยืน
6. การบรหิ ารจดั การภาครัฐการปอ้ งกนั การทุจริต ประพฤติมชิ อบ และธรรมาภิบาลในสงั คมไทย
7. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจสิ ตกิ ส์
8. การพัฒนาเมืองและพ้นื ท่ีเศรษฐกิจ
9. การพฒั นาภาคเมอื งและพ้นื ท่เี ศรษฐกิจ
10. ความร่วมมอื ระหว่างประเทศไทยเพื่อการพฒั นา

 เป้าหมายการพัฒนาทย่ี ั่งยืน SDGs (Sustainable development Goals : SDGs)

 มี 17 เปา้ หมาย 169 เป้าประสงค์ 244 ตวั ช้ีวดั
SDGs เป็นชุดเป้าหมายการพัฒนา UN ท่ีมีความกว้างขวางและครอบคลุมแทบทุกมิติที่เก่ียวข้องกับ

คุณภาพชีวิตของมนุษย์มีเปา้ หมายที่จะบรรลุให้ได้ ภายใน ค.ศ.2030 (ก.ย.2528 - ส.ค. 2573) / ค.ศ. 2016 -
2030 ครอบคลมุ ระยะเวลา 15 ปี โดยประกอบดว้ ย 17 เปา้ หมาย
17 เป้าหมาย SDGs

1. ขจดั ความยากจน
2. ยุตคิ วามหิวโหยบรรลคุ วามมัน่ คงทางอาหารและยกระดบั โภชนาการ
3. สรา้ งหลักประกันว่าคนมชี วี ิตที่ดสี ขุ ภาพดแี ละส่งเสรมิ สวัสดิภาพ สาหรบั ทกุ คน ในทุกวยั

เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นักวชิ าการท้องถ่ิน

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 58

4. สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาท่ีมีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียมและ สนับสนุน
โอกาสในการเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต

5. บรรลคุ วามเสมอภาคระหว่างเทศบาลให้อานาจของผหู้ ญงิ และเด็กหญ้าทุกคน
6. สรา้ งหลักประกนั ว่าจะมกี ารจัดให้มีนา้ และสขุ อนามยั สาหรับทกุ คน และมีการบริหารจัดการทย่ี ่ังยนื
7. สรา้ งหลักประกันวา่ ทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ ในราคาทส่ี ามารถซอื้ หาไดเ้ ชอื่ ถอื ได้และย่งั ยนื
8. สง่ เสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจทีต่ ่อเน่อื ง ครอบคลุมและย่งั ยืน การจ้างงานเตม็ ที่ และมีผลติ ภาพ
และการมงี านที่สมควรสาหรับทุกคน
9. สร้างโครงสร้างพื้นฐานท่ีมีความทนทาน ส่งเสริมการพฒั นาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม และยั่งยืนขึ้น
และส่งเสริมนวัตกรรม
10. ลดความไมเ่ สมอภาคภายในและระหว่างประเทศ
11. ทาใหเ้ มืองและการต้งั ถนิ่ ฐานของมนุษยม์ คี วามครอบคลมุ ปลอดภัย มถี ูมิต้านทาน และยง่ั ยนื
12. สรา้ งหลักประกนั ให้มีรปู แบบการบรโิ ภคและผลติ ทย่ี ่ังยืน
13. ปฏบิ ตั กิ ารอย่างเรง่ ดว่ นเพอื่ ตอ่ สูก่ ับการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู อิ ากาศและผลกระทบ ที่เกดิ ข้ึน
14. อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่
ยง่ั ยนื
15. ปกป้องฟื้นฟูและสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนนาอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู่การ
กลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและพ้ืนสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความ
หลากหลายทางชวี ภาพ
16. ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและควบคุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้าง
สถาบนั ทมี่ ีประสทิ ธิผล รบั ผิดรับชอบ และครอบคลมุ ในทุกระดบั
17. สร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดาเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดบั โลกสาหรับ
การพัฒนาทย่ี งั่ ยืน
 ทั้งหมดนี้ คือ เป้าหมาย 17 ข้อ ที่สหประชาชาติท่ัวโลกจะทาให้ได้ โดยภายใน ปี 2030 ซึ่งหลาย
ประเทศกไ็ ด้ออกวิสัยทัศน์เชิงนโยบายหลายแบบ ทั้งในญป่ี ่นุ กับ Society 5.0 ประเทศไทย 4.0 Smart Nation
ของสงิ ค์โปร เปน็ ต้น
เป้าหมาย 17 ข้อ สะท้อน 3 เสาหลักของมิติความยั่งยืน (Three Pillars of Sustainability) คือ มิติ
สงั คม เศรษฐกจิ และสิ่งแวดล้อม บวกกับอกี 2 มติ ิ คอื มติ ิสนั ติภาพและสถาบนั และมติ เิ รื่องหนุ่ สว่ นการพัฒนา
ท่ีเชื่อมร้อยทุกมิติของความย่ังยืนไว้ด้วยกัน รวมเป็น 5 มิติ องค์การสหประชาชาติแบ่งเป้าหมาย 17 ข้อ
ออกเปน็ 5 กล่มุ (5 Ps) ประกอบดว้ ย

 ปัจจยั แหง่ ความสาเร็จ SDGs แบ่งเป็น 5 กลุ่ม (5PS)

 People มิตสิ งั คม

 Planet มติ ิสง่ิ แวดลอ้ ม

 Prosperity มติ เิ ศรษฐกิจ

เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 59

 Peace มิติสนั ตภิ าพและสถาบัน

 Partnership มิตหิ ุ้นสว่ นการพัฒนา
ประชาชน ขจัดปัญหาความยากจนและความหิวโหย ความเหลือ่ มล้าในสังคม
มน่ั คง สง่ เสริมใหป้ ระชาชนมคี วามเปน็ อยู่ทด่ี สี อดคลอ้ งกับธรรมชาติ
โลก ปกป้อง ดูแลโลก ทรพั ยากรธรรมชาติ และสภาพภมู อิ ากาศ เพือ่ คนรนุ่ หลงั
สาหรับประเทศไทย นอกจากการพัฒนาใน 3 มิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตามแนวทางของ
SDGs แล้ว ประเทศเทศไทยยังให้ความสาคัญกับมิติทางด้านวัฒนธรรมอีกด้วย และการจะบรรลุความสาเร็จ
ของเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนได้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.9) พระมาหากษัตริย์นักพัฒนาท่ีทรง
ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งประเทศและระดับชาติได้พระราชทานเข็มทิศการพัฒนาไว้ให้ทุกภาคส่วน
น้อมนาไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม น่ันคือ “ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ” ซึ่งเป็นแนวพระราชดาริที่
ตง้ั อยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางการพัฒนาบนพ้ืนฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท
คานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล กรสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรมเป็น
พ้ืนฐานในการดารงชีวิต ซ่ึงจะนาไปสู่ความสุขในการดารงชีวิต และสร้างสัมฤทธิผลแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนได้
อยา่ งแทจ้ รงิ

 คาแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรฐั สภา

 คาแถลงนโยบายหลัก 12 และนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน ของรัฐบาลภายใต้การนาของ พลเอก
ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อรัฐสภา (25 ก.ค. 2562)

 มีวสิ ัยทัศน์ คอื “มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีพัฒนาแลว้ ในศตวรรษที่ 21” โดยหัวใจของทุก
นโยบาย คือ การใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือ “ภาษีประชาชน” อย่างคุ้มค่ายึดกรอบวินัยการเงินการคลัง มี
ความโปรง่ ใส และตรวจสอบสอบได้

ที่สาคัญเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยุทธศาสตร์ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ นโยบาย และแผนระดับชาติว่าด้วยความม่ันคงแห่งชาติ โดยอยู่บนรากฐาน หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาประเทศ “เติบโตเชิงคุณภาพ” ไม่ใช่ “การเติบโตเชิง
ประมาณ”

การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา แบ่งเป็น 2 ส่วนสาคัญ คือ นโยบายหลัก 12 ด้าน ซึ่งเป็นทิศ
ทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วง 4 ปี และนโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน ท่ีถือเป็นปัญหาเฉพาะ
หนา้ ทรี่ ัฐบาลตอ้ งเร่งดาเนนิ การแกไ้ ข เพื่อบรรเทาปญั หาความเดอื ดร้อนของประชาชนโดยเร็วทีส่ ุด

 นโยบายเร่งด่วน 12 ดา้ น มงุ่ บรรเทาปญั หาให้ประชาชน
1. แกไ้ ขปัญหาในการดารงชวี ติ ของประชาชน
2. ปรบั ปรงุ ระบบสวสั ดกิ าร
3. มาตรการเศรษฐกจิ
4. ช่วยเหลอื เกษตรกร

เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จัดทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 60

5. ยกระดบั ศกั ยภาพแรงงาน
6. วางรากฐานระบบเศรษฐกิจ
7. เตรยี มคนไทยสู้ ศตวรรษท่ี 21
8. แกไ้ ขปญั หาการทุจรติ
9. แก้ปัญหายาเสพติดและปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ขายและภาคใต้ โดยน้อมนายุทธศาสตร์

พระราชทาน “เข้าใจ เขา้ ถึง พฒั นา” มาใช้
10. พฒั นาระบบการให้บริการประชาชน หรอื รฐั บาลดจิ ิตอล
11. จดั เตรียมมาตรการรองรบั ภยั แล้งและอุทกภยั
12. สนับสนุนการศึกษา รับฟังความคิดเห็น เพอื่ แกไ้ ขรฐั ธรรมนญู

 นโยบายหลกั 12 ด้าน คอื
1. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
2. การสร้างความม่ันคงและความปลอดภยั ของประเทศ
3. การทานบุ ารงุ ศาสนา ศลิ ปะ และวฒั นธรรม
4. การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก
5. การพฒั นาเศรษฐกิจ และความสามารถในการแขง่ ขนั ของไทย
6. การพฒั นาพ้ืนทีเ่ ศรษฐกิจและการกระจายความเจรญิ ส่ภู มู ิภาค
7. การพัฒนาสรา้ งความเขม้ แข็งจากฐานราก
8. การปฏริ ปู กระบวนเรียนร้แู ละการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย
9. การพฒั นาระบบสาธารณสขุ และหลกั ปรัชญาทางสังคม
10. การฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละการรกั ษาสงิ่ แวดล้อม เพอ่ื สรา้ งการเตบิ โตอยา่ งยง่ั ยนื
11. การปฏิบตั ริ ูปการบริหารจัดการภาครัฐ
12. การป้องกันและปราบปรามทุจรติ และประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม

 ความเช่ือมโยงของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถน่ิ กบั องคป์ กครองส่วนท้องถ่ิน

มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ.2534 กาหนดการจัดระเบียบบริหารราชการ

แผ่นดนิ แบง่ ออกเป็น 3 รปู แบบ คอื ส่วนกลาง สว่ นภูมภิ าค และส่วนท้องถนิ่

 ส่วนกลาง มีหน่วยงานระดับ กระทรวงหรือเทียบเท่า 20 กระทรวง 147 กรม  ส่วน

ภูมภิ าค มี 76 จังหวัด 878 อาเภอ

 องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ จานวน 7,850 แห่ง (ข้อมลู ณ วนั ท่ี 9 ก.ย. 63)

 องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด 76 แหง่

 เทศบาล 2,472 แหง่

 องค์การบริหารสว่ นตาบล 5,300 แหง่

 องค์กรปกครองท้องถ่ินรปู แบบพเิ ศษ (กรุงเทพมหานครและเมือพัทยา) 2 แหง่

เพจ คมู่ ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถ่ิน

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 61

 กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย
 อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิน่ คนปจั จุบนั คือ นายประยรู รตั นเสนีย์
 วสิ ยั ทัศนก์ รมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถนิ่

“องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจัดบริการสาธารณะตามมาตรฐานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ได้อย่าง
ทวั่ ถึง เพอ่ื ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวติ ทด่ี ีภายในปี 2565”

 มาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
1. ดา้ นคุณภาพชวี ิต (13 มาตรฐาน)
2. ด้านการจัดระเบียบชมุ ชน สังคม และการรกั ษาสงบเรยี บร้อย
3. ดา้ นโครงสร้างพ้นื ฐาน (13 มาตรฐาน)
4. ดา้ นการลงทนุ ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม

 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั การพัฒนาองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 ด้านความม่นั คง
ประเด็นยุทธศาสตร์ ดาเนนิ โครงการขับเคล่ือนหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การศึกษา
ภารกจิ อปท.  โรงเรียนพอเพยี งท้องถิน่ Local Sufficiency School : LSS

ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแขง่ ขัน
ประเดน็ ยุทธศาสตร์ ส่งเสรมิ การท่องเที่ยวชุมชนกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

การให้บริการที่พักมาตรฐานสากล
 พัฒนาแหลง่ ท่องเทยี่ วในเมอื งรอง
 ดาเนินงานตลาดประชารฐั ทอ้ งถิ่นสขุ ใจ 4.0

(สินค้า อาหาร ทพี่ ัก แหลง่ ท่องเทยี่ ว)
ภารกิจ อปท.  โครงการ Go Green Plus

ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สร้างศักยภาพการบรหิ ารมนษุ ย์
ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ สนับสนุนบทบาทของชมุ ชน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ในการเขา้

มาเสริมสรา้ งความเข้มแขง็ ของครอบครัว
ภารกจิ อปท.  โครงการวัดประชารัฐสร้างสขุ

 พัฒนาวัดตามแนว 5 ส ท่ีทุกภาคสว่ นมีส่วนร่วม
 มาตรการในการจัดอาหารกลางวนั ในโรงเรยี นให้ได้คุณภาพ
ใหน้ าระบบแนะนาสาหรับอาหารกลางวันสาหรับโรงเรียนแบบ อตั โนมตั ิ หรอื Thai School Lunch เพื่อเป็น
ตวั ช่วยให้โรงเรยี น ได้เมนูอาหารทไ่ี ด้คณุ คา่ ทางโภชนาการ

ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
ภารกิจ อปท.  โครงการส่งเสริมการเรยี นรู้เดก็ ปฐมวัยทอ้ งถิน่ ไทย ผา่ นการ

เล่น
“สนามเด็กเลก็ สร้างปัญญา”

เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถิน่ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 62

 การจัดสวัสดิการดูแลผสู้ งู อายแุ ละคนป่วย
 ศนู ยพ์ ฒั นาคุณภาพชีวติ ผสู้ ูงอายุ

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 ดา้ นการสรา้ งการเตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตท่ีเปน็ มิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม
ภารกิจ อปท.  โครงการอนุรักษ์พนั ธุกรรมพชื อันเน่อื งมาจากพระราชดาริ

 ธนาคารน้าใต้ดนิ
 อาสาสมคั รท้องถิน่ รักษ์โลก
 จงั หวดั สะอาด

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 ดา้ นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบราชการบรหิ ารจดั การภาครฐั
ภารกิจ อปท.  การประเมนิ ประสิทธิภาพของ อปท. (LPA)

 เกณฑ์การประเมนิ LPA แบง่ ออกเปน็ 5 ดา้ น ประกอบด้วย
ด้านท่ี 1. บริหารจดั การ (Management System)
ดา้ นท่ี 2. การบรหิ ารงานบคุ คลและกจิ การสภา (Human Resource
Management)
ดา้ นที่ 3. การบริหารงานการเงนิ และการคลัง (Financial System)
ดา้ นท่ี 4. การบริการสาธารณะ (Public Service)
ดา้ นท่ี 5. ธรรมาภิบาล (Good Governance)

 การไมเ่ รยี กสาเนาเอกสารทท่ี างราชการออกใหจ้ ากประชาชน

เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นักวิชาการทอ้ งถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 63

แนวขอ้ สอบ
ยุทธศาสตร์ นโยบายรัฐบาล กระทรวง กรม และสถานการณเ์ ศรษฐกจิ การเมอื ง สังคม

___________________

เพจ คู่มอื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 64

ความรู้เกี่ยวกบั การจัดทากระบวนงานของ “การพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครฐั
(Public Sector Management Quality Award : PMQA)”

_____________________________________________________________
 PMQA เป็นเกณฑ์ที่ประยุกต์มาจากเกณฑ์ รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ของประเทศสหรัฐฯ หรือ The
Malcolm Baldrige National Quality Award หรือ MBNQA และได้กลายเป็นต้นแบบรางวัลคุณภาพ
แหง่ ชาตใิ ห้กบั ประเทศต่าง ๆ รวมทงั้ ประเทศไทย

PMQA คือ การนาหลักเกณฑ์ และแนวทางการบริหารองค์กรท่ีเป็นเลิศ ซ่ึงได้รับการยอมรับเป็น
มาตรฐานสากลระดับโลกมาประยุกต์ใช้พัฒนาระบบบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ โดยอาศัยหลัก
ประเมินองค์กรด้วยตนเอง เป็นการทบทวนสิ่งท่ีองค์กรดาเนินการอยู่ในปัจจุบัน เทียบกับเกณฑ์คุณภาพการ
บริหารจัดการภาครัฐ เพ่ือตรวจสอบว่าเรื่องใดยังไม่อยู่ในระดับท่ีน่าพอใจเม่ือเทียบกับเกณฑ์องค์กรจะได้
พัฒนาวิธีปฏิบัติเพ่ือปรับปรุงองค์กรไปสู่ความสาเร็จ โดยมี “แรงจูงใจในรูปของรางวัลคุณภาพการบริหาร
จดั การภาครฐั ”

ส่วนราชการสามารถนาหลักเกณฑ์คณุ ภาพการบริหารจดั การภาครฐั ไปใช้เปน็ เคร่ืองมอื ในการดาเนนิ การ
ของส่วนราชการ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการของส่วนราชการ เพ่ือให้สามารถส่งมอบคุณค่าท่ีดีข้ึน ทั้ง
ผลผลิต และบรกิ ารให้แก่ผู้รบั บรกิ าร และผมู้ ีส่วนไดเ้ สยี

 ซึ่งนับเป็นการ ตอบสนองต่อเป้าหมาย “ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร
กจิ การบ้านเมอื งที่ดี ” อีกด้วย

ส่วนราชการที่มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศจะมีภาพลักษณ์ที่ดี ได้รับความนิยมชมชอบจากผู้รับบริการ
และผมู้ สี ว่ นได้สว่ นเสีย และนอกจากน้ยี งั มีโอกาสสง่ เสรมิ และสนับสนุนการพฒั นาขีดความสามารถส่วนราชการ
อ่ืน ๆ โดยการนาเสนอวิธีปฏิบัติที่นาไปสู่ความสาเร็จ และให้มีการสื่อสาร และแลกเปล่ียนวิธีการปฏิบัติ และ
เปิดโอกาสให้มีการสื่อสาร และแลกเปล่ียนวิธีปฏิบัติท่ีเป็นเลิศของส่วนราชการ เพ่ือเป็นแบบอย่างแก่ส่วน
ราชการอ่นื ๆ นาไปประยุกต์ใชใ้ ห้ประสบผลสาเรจ็ เชน่ เดียวกนั

 องค์ประกอบของการพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การภาครฐั
หลักพ้ืนฐานของการบริหารงานคือ “การพัฒนาคุณภาพ” การท่ีหน่วยงานจะเป็นเลิศได้นั้นหน่วยงาน

ต้องมี “การควบคมุ คณุ ภาพ (Quality Control)”
การควบคุมคุณภาพอย่างเดียวไม่พอ ดังน้ัน จึงเปลี่ยนแนวคิดเป็น “การประกันคุณภาพ (Quality

Assurance)”
การที่จะรับประกนั คุณภาพได้ต้องมี “การบริหารจัดการ” (Quality Management)

การพัฒนา การควบคุมคุณภาพ การบริหารจดั การ การประกนั คุณภาพ
คุณภาพคณุ ภาพ

 PMQA เปน็ คาท่ใี ช้ในราชการไทย แต่คาท่ีเปน็ สากลท่ัวโลกเขาเรยี กว่า TQA หรอื TQM องค์กรจะ
เปน็ เลศิ ไดด้ ว้ ยการปรับปรุงคุณภาพภาครัฐ

เพจ คูม่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 65

 ปี 1987 ประเทศไทยนาแบบ “MBNQA” ของ USA มาใช้ในประเทศไทย สาหรับภาคราชการได้
เปลี่ยนมาใช้คาว่า PMQA ซึ่งได้เอาแม่แบบจาก “MBNQA” ของสหรัฐอเมริกา (USA) มาประยุกต์ใช้เพ่ือให้
เหมาะสมกบั ภาครัฐ

 การพัฒนาองค์กรสูค่ วามเปน็ เลิศ (ฉบับ ก.พ.ร.)
“การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ”  (Public Sector Management Quality

Award) หรือที่เรียกว่า “PMQA” คือกรอบการประเมินองค์กรด้วยตนเองตามเกณฑ์คุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ โดยมองภาพองค์รวมทั้งหมด เพ่ือยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการให้เทียบเท่า
มาตรฐานสากล ซึ่ง PMQA  ถอื เปน็ “เครอื่ งมอื ตรวจสุขภาพและปรบั ปรงุ องคก์ าร”
 ความเป็นมา

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 78 (4) ได้บัญญัติให้รัฐต้อง “พัฒนาระบบ
ราชการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรมและจรยิ ธรรม ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควบคู่ไปกับการปรับปรุง
และวิธีการทางาน เพ่อื ให้การบริหารราชการแผน่ ดิน เป็นไปอย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมใหห้ น่วยงานของรัฐใช้
หลักการบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งทด่ี ี เปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั ริ าชการ”

ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันท่ี 28 มิ.ย.2548 เห็นชอบให้นาการพัฒนาคุณภาพ
การบริหารจดั การภาครัฐ มาใช้เป็นเครื่องมือผลักดนั ให้การพฒั นาระบบราชการมปี ระสิทธิภาพและย่ังยนื

 การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เป็นไปเพอื่
 มุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์การให้มีระบบท่ีดี อันจะทาให้เกดิ การพัฒนาองคก์ ารอย่าง
ต่อเนื่องและยงั่ ยนื
 มีความเป็นมาตรฐาน โดยใช้กรอบการประเมินองค์การด้วยตนเอง ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหาร
จัดการภาครัฐ อันประกอบด้วย 90 คาถาม 7 หมวด ครอบคลุมประเด็นที่เก่ียวข้องกับ การนาองค์การ การ
วางแผนเชิงกลยุทธ์ การให้ความสาคญั กับผ้รู ับบริการและผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสีย การวดั วเิ คราะห์และจัดการความรู้
การมงุ่ เน้นทรพั ยากรบุคคล การจดั การกระบวนการ และผลลัพธ์การดาเนนิ การ

 สานักงาน ก.พ.ร. ได้วางเสน้ ทางการพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐ โดยมรี ูปแบบ และ
วธิ ดี าเนนิ การทแี่ ยกกันอยา่ งชดั เจน เป็น 2 แนวทาง คอื

 การปรบั ปรงุ คุณภาพการบริหารจดั การ
เป็นแนวทางที่ต้องการให้หน่วยงานของรัฐใช้เกณฑ์คุณภาพฯ มาประเมินตนเองในแต่ละปี ซึ่งจะทาให้

ทราบจุดแข็ง และโอกาสในการปรับปรุง แล้วนามาวิเคราะห์ และจัดทาแผนและปรับปรุงให้สอดคล้องกับ
ยุทธศาสตร์ และทิศทางการดาเนินงานจะทาให้สามารถยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ
รวมทัง้ ประเมินความสาเรจ็ ของการปรับปรุงองคก์ ารในทุกๆดา้ น โดยนามาเทียบกบั เกณฑ์ดังกล่าวอกี ครง้ั
ถือได้ว่าเป็นวงจรการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และหากหน่วยงานของรัฐได้ดาเนินการอย่าง
จริงจังจะทาให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเน่ืองและกลายเป็นวัฒนธรรม การทางานของระบบราชการ
ไทยในที่สดุ

เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 66

 การมุง่ สู่รางวัลคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครัฐ
ซึ่งถือเป็นภาคสมัครใจที่เม่ือหน่วยงานของรัฐ ได้มุ่งม่ันปรับปรุงองค์การอย่างต่อเนื่องจนมีความพร้อม

และสามารถเข้าสู่กระบวนการประเมินเพ่ือขอรับรางวัล โดยถ้าหน่วยงานใดมีความพร้อม และมุ่งม่ันอย่าง
ต่อเน่ืองก็จะมีโอกาสได้รับรางวัล “ Public Sector Management Quality Award ” (PMQA) ได้ใน
อนาคต การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ จึงเปน็ เครื่องมือสาคัญท่ีจะช่วยให้ระบบราชการปรับปรุง
ประสิทธิภาพและยกระดับขีดความสามารถการบริหารงานอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถส่งมอบบริการที่มี
คุณภาพ สร้างความพึงพอใจและประโยชนส์ ุขใหเ้ กดิ กบั ประชาชนคนไทยอยา่ งต่อเน่ืองและย่ังยนื

 แนวคดิ ของ PMQA

การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ดาเนินการภายใต้ความคิดความเชื่อท่ีว่า “ผลลัพธ์ที่ดี

และยั่งยืน” จะต้องข้ึนอยู่กับ การบริหารจัดการท่ีดีในทุกๆ ด้าน ผ่านกระบวนการมาตรฐานระดับสากล ที่

เรียกว่า “เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครฐั ” หรอื Public Sector Management Quality Award :

PMQA อันเป็นกรอบแนวทางคุณภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐ เปน็ การนาหลักเกณฑ์และแนวคดิ ของ “รางวัล

คณุ ภาพแหง่ ชาติ” ของสหรัฐอเมริกา Malcolm Baldrige National Quality Award : MBNQA มาปรับใช้ให้

สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการไทย และการดาเนินการตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธี

บริหารกจิ การบ้านเมอื งทีด่ ี พ.ศ.2546

 ความเชือ่ มโยงของการพฒั นาระบบราชการกบั PQMA

เป้าหมาย วิธีการ (PMQA) ผลลพั ธ์

พ.ร.ฎ.บริการกิจการบา้ นเมอื งท่ดี ี นาไปสกู่ ารบรหิ ารจดั การ (Outcome)

พ.ศ. 2546 บา้ นเมืองทีด่ ี (7)

1. เกิดประโยชน์ของประชาชน 1. การนาองค์กร ผลลัพธ์

2. เกิดผลสัมฤทธิต์ ่อภารกจิ ของรฐั 2. การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์ ประสิทธผิ ล

3. มีประสทิ ธิภาพและค้มุ คา่ 3. ให้ความสาคัญกับผรู้ บั บริการ คณุ ภาพ



4. ไม่มขี ั้นตอนการปฏบิ ัตงิ านเกิน 4. การวัดวเิ คราะห์และการ ประสทิ ธิภาพ

ความจาเปน็ จดั การความรู้

5. มีการปรับปรุงภารกจิ ให้ตรงต่อ 5. มุง่ เน้นทรพั ยากรบคุ คล พฒั นาองคก์ าร

สถานการณ์

6. อานวยความสะดวกและ 6. การจัดกระบวนกร

ตอบสนองความตอ้ งการ ประชาชน

7. มกี ารประเมนิ ผลการปฏบิ ัติ

ราชการสมา่ เสมอ

 การบรหิ ารกจิ การบ้านเมืองทดี่ ี ไดแ้ ก่ การบริหารราชการเพ่ือบรรลเุ ป้าหมาย 7 ประการ

เพจ ค่มู อื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 67

เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) จัดทาโดยอาศัย ค่านิยมหลัก 11 ประการ (11 Core
Values) คอื องคก์ ารใหห้ น่วยงานของภาครัฐให้ความสาคัญกับการปฏบิ ตั ริ าชการที่มุง่ เน้นให้

- การนาองค์การเปน็ ไปอยา่ งมวี ิสัยทัศน์
- มีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม
- ใหค้ วามสาคญั กบั ประชาชนผรู้ ับบรกิ ารและผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสีย
- ปรบั ปรงุ ระบบการบรหิ ารจัดการใหม้ คี วามยืดหยุน่ คล่องตัว
- ส่งเสรมิ ให้บุคคลากรพฒั นาตนเอง มคี วามคิดรเิ ริม่ และเรียนรู้อยา่ งตอ่ เนื่อง
- ตัดสนิ ใจโดยอาศยั ขอ้ มลู สารสนเทศอยา่ งแทจ้ ริง
- ทางานโดยมงุ่ เนน้ ผลลัพธเ์ ปน็ สาคญั
 ค่านยิ มและหลักการ :  11 Core Values
1. การนาองคก์ ารอยา่ งมวี ิสยั ทศั น์
2. ความรับผิดชอบต่อสงั คม
3. การให้ความสาคญั กับบคุ ลากรและผู้มีสว่ นไดเ้ สยี
4. ความเป็นเลศิ ทม่ี งุ่ เนน้ ผรู้ บั บริการ
5. การมุง่ เนน้ อนาคต
6. ความคลอ่ งตวั
7. การเรียนรูข้ ององคก์ ารและแต่ละบคุ คล
8. การจัดการเพอื่ นวัตกรรม
9. การจัดการโดยใชข้ อ้ มลู จริง
10. การมงุ่ เนน้ ทผี่ ลลัพธแ์ ละการสร้างคณุ คา่
11. มมุ มองเชงิ ระบบ
 เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐให้ความสาคัญในด้าน “กระบวนการ” ซึ่งเป็น “หัวใจ”
สาคัญในการผลักดันและเป็นตัวขับเคลื่อนให้องค์การประสบความสาเร็จอย่างยั่งยืน และผลลัพธ์ในการ
ดาเนินการ โดยเช่ือว่าหากมีการจัดการ “กระบวนการ” ได้ดีจะส่งผลให้องค์การมีผลลัพธ์ในการปฏิบัติงานดี
ตามไปด้วย

 การพัฒนาคุณภาพการบริหารจดั การภาครฐั ประกอบดว้ ย 2 สว่ น คือ
สว่ นที่ 1 ลกั ษณะสาคัญขององค์กร

เป็นการอธิบายภาพรวมในปัจจุบันของหน่วยงาน ส่ิงสาคัญท่ีมีผลต่อการดาเนินการ และความท้าทายท่ี
สาคัญ ท่หี น่วยงานเผชญิ อยู่
ส่วนที่ 2 เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ

เป็นแนวทางการตรวจประเมินองค์การ ประกอบด้วย 7 หมวด โดยแต่ละหมวดมีคาถาม เพื่อใช้นาว่า
องคก์ ารท่ีมคี วามเปน็ เลิศจะมีการดาเนินการอยา่ งไร ได้มกี ารดาเนนิ การในเรื่องตา่ งๆ เหลา่ นน้ั หรือไมอ่ ย่างไร

เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิน่ จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 68

ทั้งน้ี เกณฑต์ ่างๆ จะมุ่งผลสมั ฤทธิ์ ครอบคลมุ ทั้งกระบวนการ (หมวด 1- 6) และผลลพั ธ์ (หมวด 7) ซง่ึ มี
ความเช่ือมโยงและสอดคล้องกนั ระหวา่ งเกณฑ์ทง้ั 7 หมวด ดังนี้

หมวด 1 การนาองคก์ าร
เป็นการตรวจประเมินว่าผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ ดาเนินการอย่างไรในเร่ืองวิสัยทัศน์ เป้าหมาย
ค่านิยม และความคาดหวังในผลการดาเนินการ รวมถึงให้ความสาคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ท้ังหลาย การกระจายอานาจ การตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรม และการเรียนรู้ในหน่วยงานภาครัฐ ท้ังตรวจ
ประเมินว่าหน่วยงานภาครัฐมีการกากับดูแลตนเองที่ดี และดาเนินการเก่ียวกับความรับผิดชอบ ค่าสังคมและ
ชุมชนอยา่ งไร
หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
เป็นการตรวจประเมิน วิธีการกาหนดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์
รวมท้ัง แผนปฏิบตั ิราชการของหน่วยงานภาครัฐ และการถ่ายทอดเปา้ ประสงค์เชงิ ยุทธศาสตร์และกลยุทธ์หลัก
รวมถงึ แผนปฏิบัตริ าชการทีไ่ ดจ้ ดั ทาไวเ้ พื่อนาไปปฏบิ ัตแิ ละวัดผลความก้าวหน้า
หมวด 3 การให้ความสาคญั กบั ผ้บู รกิ ารและผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสีย
เป็นการตรวจประเมินว่า หน่วยงานภาครัฐกาหนดความต้องการความคาดหวังและความนิยมชมชอบ
ของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร รวมถึงมีการดาเนินการอย่างไร ในการสร้างความสัมพันธ์กับ
ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การกาหนดปัจจัยท่ีสาคัญที่ทาให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความ
พึงพอใจ และนาไปส่กู ารกล่าวถึงหนว่ ยงานภาครฐั ในทางทดี่ ี
หมวด 4 การม่งุ เน้นทรัพยากรบคุ คล
เป็นการตรวจประเมินว่า ระบบงานและระบบการเรียนรู้ของบุคลากรและการสร้างแรงจูงใจช่วยให้
บุคลากรพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มท่ี เพื่อให้มุ่งไปในทางเดียวกัน กับเป้าประสงค์และแผนปฏิบัติ
การ ความใส่ใจการสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมในการทางาน สร้างบรรยากาศที่เอ้ือต่อการปฏิบัติงาน ซึ่ง
นาไปส่ผู ลการดาเนนิ การท่เี ปน็ เลิศและความเจริญกา้ วหน้าของบุคลากรและหนว่ ยงานภาครฐั
หมวด 5 การวัดวิเคราะหแ์ ละการจดั การความรู้
เป็นการประเมินว่าหน่วยงานภาครัฐ รวบรวม วิเคราะห์ จัดการและปรับปรุงข้อมูลและสารสนเทศและ
การจดั การความรู้อยา่ งไร
หมวด 6 การจัดการกระบวนการ (เป็นหัวใจ)
เป็นการตรวจประเมิน แงม่ ุมทส่ี าคญั ท้ังหมดของการจัดการกระบวนการ การให้บรกิ ารและกระบวนการ
อื่นที่สาคัญ ช่วยสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการบรรลุพันธกิจของหน่วยงานภาครัฐ
ตลอดจนกระบวนการสนบั สนุนทสี่ าคัญตา่ ง ๆ หมวดนีค้ รอบคลมุ กระบวนการทส่ี าคญั และหน่วยงานท้งั หมด
หมวด 7 ผลลัพธ์การดาเนินการ
เป็นการตรวจประเมิน ผลการดาเนนิ การ และแนวโนม้ ใหม่ต่าง ๆ ได้แก่ 4 มิติ ดังนี้
1. มติ ิด้านประสิทธผิ ล
2. มติ ดิ า้ นคุณภาพการให้บริการ
3. มติ ดิ ้านประสิทธภิ าพของการปฏิบัตริ าชการ

เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 69

4. มิตดิ ้านการพัฒนาองค์การ

นอกจากนี้ ยังตรวจประเมินผลการดาเนินการของหน่วยงานภาครัฐ โดยเปรียบเทียบกับหน่วยงาน
ภาครัฐหรอื องคก์ ารอนื่ ท่ีมีภารกจิ คลา้ ยคลึงกนั

 การประเมินองค์การตามเกณฑ์ PMQA ได้แนวทาง การบริหารจดั การแบบ ADLI (แอ๊ดล่ี) โดยการ
ตอบคาถามตามเกณฑ์ในแต่ละหมวด ซ่ึงเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพองค์การท่ีจะทาให้ทราบจุดแข็งและ
โอกาสในการปรับปรุง และนาโอกาสในการปรับปรุงทพ่ี บไปวางแผนพฒั นาองค์การใหม้ ีประสิทธภิ าพ โดยเลอื ก
เคร่ืองมือทางการบริหารที่เหมาะสมดาเนินการต่อ เพื่อให้การดาเนินการพัฒนาองค์การเป็นไปอย่างเป็นระบบ
และตอ่ เนื่อง ได้มาตรฐานเทยี บเทา่ สากล

 เกณฑ์ หมวด 1- 3 เปน็ กลมุ่ การนาองคก์ ร หรอื Leadership Excellent
และหมวด 7 เป็นผลผลิตขององค์การ

***สรุป
กรอบของ PMQA ทงั้ 7 หมวด มีลกั ษณะเดน่ คอื
ประการที่ 1 เน้นท้งั ตัว Process (หมวดที่ 1 - 6) และตวั Out come (หมวดที่ 7)
ประการท่ี 2 ทุกหมวดมกี ารยดึ โยงกนั หมด มีความสมั พนั ธ์กนั
ประการที่ 3 เปน็ กรอบท่เี นน้ ความเป็นเลศิ ในหมวดท่ี 1 – 3 และเนน้ การเป็นเลศิ ในหมวดปฏบิ ัติ

 ประเดน็ ของ PMQA
“ จะทาอะไร ไปทาให้ได้ แล้วมาวดั ในส่ิงทท่ี า ” ระบบก็เป็นอย่างน้ี เพราะเช่ือว่าถา้ ทาแบบนี้ ก็จะมีการ

พฒั นาคณุ ภาพไปเรอ่ื ย ๆ

 ข้ันตอนการดาเนนิ การ PMQA มี 7 ข้ันตอน
การดาเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เป็นการประเมินองค์การตามเกณฑ์ 7 หมวด

จานวน 90 คาถาม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทราบจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง ซ่ึงก่อนเริ่มดาเนินการ
หน่วยงานภาครัฐต้องร่วมกันจัดทารายงานลักษณะสาคัญขององค์การ เพ่ือให้เข้าใจและเห็นภาพรวมของ
องค์การตรงกัน เม่ือประเมินตนเองและทราบโอกาสในการปรับปรุง ก็นามาจัดทาแผนปรับปรุงองค์การตาม
โอกาสในการปรับปรุง ซ่ึงส่ิงสาคัญของการดาเนินการการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ คือ “การ
พั ฒ น า อง ค์ กา ร อย่ า ง ต่ อเ น่ื อง ใ ห้ ส า ม า ร ถ บ ริ ห า ร จั ด กา ร ภ า ย ใ ต้ ส ภ า ว กา ร ณ์ เ ป ลี่ ย น ที่ เ กิด ข้ึ น ได้ อย่ า ง มี
ประสิทธิภาพ”
สรุปข้ันตอนไดด้ งั น้ี

1. จดั ทาลกั ษณะสาคัญ
2. รายงานผลการดาเนินการตามเกณฑ์ 7 หมวด
3. ประเมนิ องค์การดว้ ยตนเอง
4. จัดลาดับความสาคัญของโอกาสในการปรบั ปรงุ
5. จดั ทาแผนปรบั ปรงุ

เพจ คูม่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถน่ิ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 70

6. ดาเนินการปรบั ปรุงตามแผน
7. ประเมินผลการดาเนินการและปรบั ปรงุ อย่างต่อเนือ่ ง

 การเตรียมความพร้อมในการขบั เคล่ือน PQMA สู่การปฏิบตั ิ
สง่ิ ท่สี าคัญท่สี ุดในการขบั เคล่ือน PQMA ไปสู่การปฏบิ ัติ คอื

“การปรับเปลย่ี นทัศนคติของบคุ ลากรทุกระดับ” และ “สร้างความตระหนักต่อความสาคัญของการพฒั นา
องค์การอยา่ งต่อเน่ือง”
 รางวลั PQMA

เพ่ือเป็นการสร้างแรงจูงใจ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา สานักงาน ก.พ.ร. จึงได้จัดให้มี “รางวัล
คุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั ” 2 ประเภท คอื
 ประเภทท่ี 1 รางวัลคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐรายหมวด

เป็นรางวัลท่ีมอบให้กับหน่วยงานภาครัฐ ท่ีดาเนินการพัฒนาองค์การอย่างต่อเน่ืองและมีผลดาเนินการ
ปรบั ปรงุ องคก์ ารตามแผนการปรับปรงุ รายหมวดดีเด่น
 ประเภทที่ 2 รางวัลคุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั
เป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานภาครัฐ ท่ีดาเนินการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องมีการบริหารจัดการท่ีดีใน
ภาพรวมของทกุ หมวด

เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถน่ิ จัดทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 71

แนวขอ้ สอบ PMQA
การพัฒนาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครัฐ

1. PMQA ย่อมาจากขอ้ ใด

ก. Public Section Management Quality Award

ข. Public Sector Management Quality Award

ค. Policy Sector Management Quality Award

ง. Political Setter Management Quality Award

2. PMQA แปลเปน็ ภาษาไทยวา่ อย่างไร

ก. การพฒั นาคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐ

ข. การบรหิ ารจดั การภาครัฐแนวใหม่

ค. การบริหารจัดการของหนว่ ยงานของรัฐ

ง. การจัดการคณุ ภาพการบริหารภาครฐั

3. หน่วยงานใดได้นา “การพัฒนาคุณภาพการบริการจัดการภาครัฐ (PMQA)” มาส่งเสริมสนับสนุนให้ส่วน

ราชการนาไปใชใ้ นการประเมนิ องคก์ าร

ก. สานักงาน ก.พ.ร.

ข. สานักงาน ก.พ.

ค. กระทรวงมหาดไทย

ง. สานักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ

4. วัตถุประสงค์ของการพฒั นาเกณฑ์คณุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อยกระดบั คณุ ภาพการปฏิบตั ิงานของ

ภาครัฐให้สอดคล้องกบั วิธีใด

ก. พ.ร.บ.ว่าดว้ ยหลักเกณฑ์และวิธีการบรหิ ารกิจการบา้ นเมอื งทด่ี ี

ข. เพอื่ ให้หนว่ ยงานภาครัฐนาไปใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาคณุ ภาพการบริหารจัดการ ของหน่วยงานสู่

ระดบั มาตรฐานสากล

ค. เพ่อื ใช้เป็นกรอบแนวทางในการประเมินตนเอง

ง. ถกู ทกุ ขอ้

5. Self-Assessment มีความหมายว่าอยา่ งไร

ก. การเตรียมพรอ้ มรับประเมนิ จากภายนอก

ข. การประเมินคณุ ภาพภาคเอกชน

ค. การประเมนิ องค์กรดว้ ยตนเอง

ง. การดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ ินของทางราชการ

6. การพฒั นาคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั (PMQA) โดยมุ่งเนน้ ใหห้ น่วยงานราชการปรบั ปรงุ องคก์ ารอยา่ ง

รอบดา้ นและอย่างตอ่ เน่อื งครอบคลุมท้ังหมดก่ดี ้าน

ก. 5 ดา้ น

ข. 6 ด้าน

เพจ คูม่ ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่ิน จัดทาโดย นักวิชาการท้องถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 72

ค. 7 ดา้ น
ง. 8 ดา้ น
7. ข้อใดกล่าวถูกต้องเก่ยี วกับรางวลั คณุ ภาพแหง่ ชาตปิ ระเทศสหรัฐอเมรกิ า
ก. MBNQA
ข. TQA
ค. PMQA
ง. EFQM
8. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้กาหนดกรอบการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม
ค่านยิ มของระบบราชการและพฒั นาทักษะโดยมีคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงคส์ อดคลอ้ งกบั ข้อใด
ก. I Am READY
ข. I Am ADLI
ค. I Am Service
ง. I Am reading
9. องคป์ ระกอบของการพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั มีหลักพื้นฐานของการบรหิ ารงานตามขอ้ ใด
ก. การพฒั นาคุณภาพ
ข. กาควบคมุ คุณภาพ
ค. การประกันคุณภาพ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
10. คาว่า “PMQA” เน้นคาทใี่ ชใ้ นราชการไทยแตค่ าทเี่ ปน็ สากลทวั่ โลกจะเรียกวา่ อย่างไร
ก. TQA
ข. TQM
ค. TOA
ง. ถกู ท้ังขอ้ ก. และ ข.
11. ข้อใดเป็นการประเมินการดาเนินการของผู้บริหาร (Leadership) ในเรื่องวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ค่านิยม
ความคาดหวังใหผ้ ลการดาเนินงานโดยให้ความสาคัญกบั ผู้บริหาร ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
(PMQA)
ก. หมวด 1 การนาองคก์ ร
ข. หมวด 2 การวางแผนเชิงยทุ ธศาสตร์
ค. หมวด 3 การให้ความสาคญั กบั ผูบ้ รหิ ารและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสยี
ง. หมวด 5 การม่งุ เนน้ ทรพั ยากรบคุ คล
12. เกณฑ์การประเมินคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ที่ประเมินถึงการกระจายอานาจ การ
ตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้ในส่วนราชการกากับดูแลตนเองที่ดี และการดาเนินการเก่ียวกับความ
รบั ผิดชอบของสังคม (CSR) และชมุ ชนเป็นเกณฑ์คุณภาพ ในด้านใด
ก. การนาองค์กร

เพจ ค่มู ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จัดทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 73

ข. การใหค้ วามสาคญั กบั ผูบ้ ริหารและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสีย
ค. การจดั การวิเคราะห์และการจดั การความรู้
ง. การจัดการกระบวนการ
13. ข้อใดเป็นการประเมินวิธีการการกาหนดและถ่ายทอดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ยุทธศาสตร์ กล
ยุทธ์หลกั และแผนปฏบิ ตั ิราชการ เพือ่ นาไปสกู่ ารปฏิบัติและวัดผลความก้าวหน้าของการดาเนินการ
ก. การนาองค์กร
ข. การวางแผนเชงิ ยุทธศาสตร์
ค. การจดั การวเิ คราะห์และการจัดการความรู้
ง. การให้ความสาคัญกับผบู้ รหิ ารและผมู้ สี ว่ นได้ส่วนเสยี
14. ข้อใดเป็นเกณฑ์การประเมินคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ท่ีเป็นการประเมินการกาหนด
ความต้องการ ความคาดหวัง และความนิยมชมชอบ การสรา้ งความสัมพันธ์ ที่ทาให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้
เสยี มคี วามพงึ พอใจ
ก. หมวด 1 การนาองคก์ ร
ข. หมวด 3 การให้ความสาคัญกับผ้บู ริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ค. หมวด 2 การวางแผนกลยุทธ์
ง. หมวด 7 ผลลพั ธก์ ารดาเนินการ
15. เกณฑ์ประเมินคุณภาพกาบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ที่เป็นการประเมินการเลือก รวบรวม วิเคราะห์
จักการ และปรับปรุงข้อมูล และสารสนเทศและการจัดการความรู้เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงผลการ
ดาเนินการขององคก์ ร หมายถงึ ข้อใด
ก. การนาองค์กร
ข. การวางแผนยุทธศาสตร์
ค. การจัดการวิเคราะหแ์ ละการจัดการความรู้
ง. การจัดการกระบวนการ
16. เกณฑ์ประเมนิ คุณภาพกาบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ที่เปน็ การประเมินระบบงาน ระบบการเรียนรู้ของ
บคุ ลากร และแรงจงู ใจของบุคลากร เพื่อให้บุคลากรพัฒนาตัวเอง และใช้ศักยภาพอย่างเต็มท่ี ตามทิศทางของ
องค์กร หมายถึงข้อใด
ก. การนาองคก์ ร (หมวด 1)
ข. การให้ความสาคัญกับผบู้ ริหารและผมู้ สี ว่ นได้ส่วนเสีย (หมวด 3)
ค. การม่งุ เนน้ ทรัพยากรบคุ คล (หมวด 3)
ง. การจดั การกระบวนการ (หมวด 6)
17. เกณฑ์ประเมินคุณภาพ (PMQA) หมวดใด ที่เป็นการประเมินการจัดการกระบวนการ การให้บริการ และ
กระบวนอื่น ที่ช่วยสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนไดเ้ สียและกระบวนการสนับสนนุ เพื่อได้บรรลพุ ันธกิจ
ขององค์การ
ก. หมวด 1 การนาองค์กร

เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 74

ข. หมวด 3 การให้ความสาคญั กับผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ค. หมวด 5 การมงุ่ เนน้ ทรพั ยากรบุคคล
ง. หมวด 6 การจัดการกระบวนการ
18. เกณฑ์ประเมินคุณภาพกาบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ในหมวดใด ถือว่าเป็นหัวใจของการพัฒนา
คณุ ภาพการบริหารจัดการภาครฐั
ก. หมวด 1
ข. หมวด 2
ค. หมวด 3
ง. หมวด 6
19. การประเมินองค์การตามเกณฑ์ PMQA จะใช้แนวทางการบริหารจัดการแบบใด ที่เป็นการตอบคาถามตาม
เกณฑ์ในแต่ละหมวด ซึ่งเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพขององค์การที่จะทาให้ทราบจุดแข็งและโอกาสในการ
ปรบั ปรงุ และนาโอกาสในการปรับปรุง ไปใชว้ างแผนพฒั นาองค์การให้มีประสทิ ธิภาพ
ก. แบบ PDCA
ข. แบบ SWOT
ค. แบบ ADLI
ง. แบบ POSDSCORB
20. ขั้นตอนการดาเนินการตามวงจร PMQA มี 7 ขน้ั ตอน ซงึ่ เป็นการประเมินองค์การตามเกณฑ์ 7 หมวด และ
90 คาถาม ขอ้ ใดเป็นข้ันตอนแรก
ก. ประเมินองคก์ รดว้ ยตนเอง
ข. จัดทาลกั ษณะสาคัญ
ค. จัดลาดบั ความสาคญั ของโอกาสในการปรับปรงุ
ง. ประเมนิ ผลการดาเนนิ การและปรบั ปรุงอย่างต่อเน่อื ง
21. ขอ้ ใดเปน็ ขน้ั ตอนสุดทา้ ยของวงจรของการดาเนินการตามกรอบกระบวนการ PMQA
ก. รายงานผลการดาเนนิ การตามเกณฑ์ 7 หมวด
ข. จัดลาดับความสาคัญของโอกาสในการปรบั ปรุง
ค. ดาเนนิ การปรับปรุงแผน
ง. ประเมินผลการดาเนินการและปรบั ปรงุ อย่างต่อเน่อื ง
22. การเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อน PMQA สู่การปฏิบัติ ส่ิงสาคัญท่ีสุดในการขับเคล่ือน PMQA ไปสู่
การปฏบิ ตั ิ คือขอ้ ใด
ก. การปรับเปลยี่ นทศั นคตขิ องบคุ ลากรทุกระดับ
ข. สร้างความตระหนักต่อความสาคญั ของการพัฒนาองค์การอยา่ งต่อเนื่อง
ค. สร้างความรูค้ วามเข้าใจกับผ้รู บั บรกิ ารและผมู้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสีย
ง. ถกู ท้งั ข้อ ก. และ ข.

เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิน่ จัดทาโดย นักวิชาการทอ้ งถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 75

23. สานักงาน ก.พ.ร. ได้จัดให้มี “รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (รางวัล PMQA)” เพื่อเป็นการ
สร้างแรงจงู ใจและสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การพัฒนา ประกอบดว้ ยรางวลั กีป่ ระเภท

ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท
24. รางวัล PMQA ประเภทใดท่ีมอบใหก้ ับหน่วยงานภาครัฐท่ีดาเนินการพัฒนาองคก์ ารอย่างต่อเนื่องและมีผล
ดาเนินการปรับปรงุ องค์การตามแบบปรบั ปรุงรายหมวดดเี ด่น
ก. รางวัลคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
ข. รางวัลคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครัฐรายหมวด
ค. รางวัลคณุ ภาพการบริหารจดั การ
ง. รางวัลคุณภาพการบรหิ ารจดั การดเี ดน่
25. รางวัล PMQA ประเภทใดที่เป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานภาครัฐที่ดาเนินการพัฒนาองค์การอย่าง
ตอ่ เนื่องมีการบรหิ ารจดั การที่ดีในภาพรวมของทุกหมวด
ก. รางวัลคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐรายหมวด
ข. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครฐั
ค. รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครฐั ดีเด่น
ง. รางวลั คุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐดเี ยี่ยม
26. เกณฑค์ ณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครัฐ (PMQA) จดั ทาขน้ึ โดยออาศยั ค่านิยมหลัก (core values)
กี่ประการ
ก. 10 ประการ
ข. 11 ประการ
ค. 12 ประการ
ง. 13 ประการ
27. สานกั งาน ก.พ.ร. ไดว้ างเส้นทางพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ โดยรูปแบบและวิธกี ารดาเนนิ การ
ท่ีแยกกนั อย่างชดั เจน กีแ่ นวทาง
ก. 2 แนวทาง
ข. 3 แนวทาง
ค. 4 แนวทาง
ง. 5 แนวทาง
28. “การปรับปรุงคุณภาพการบริหารจัดการ” ท่ีเป็นแนวทางท่ีต้องการให้หน่วยงานของรัฐใช้เกณฑ์คุณภาพฯ
มาประเมนิ ผลตนเองในแต่ละปี ซ่ึงจะทาให้ทราบถึงหนังสอื ใด
ก. จุดแข็ง
ข. โอกาส

เพจ คมู่ ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถน่ิ จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 76

ค. การปรับปรงุ
ง. ถกู ทุกขอ้
29. เสน้ ทางการพฒั นาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐรูปแบบใด ซึ่งถอื เปน็ ภาคสมัครใจที่เมื่อหน่วยงานของ
รัฐได้มุ่งม่ันปรับปรุงองค์การอย่างต่อเนื่องจนมีความพร้อมและสามารถยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการ
เทียบเท่ามาตรฐานสากล
ก. การปรังปรงุ คุณภาพการบรหิ ารจัดการ
ข. การปรับปรงุ คุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครัฐแนวใหม่
ค. การปรบั ปรงุ รางวัลคณุ ภาพการจัดการภาครัฐ
ง. การปรบั ปรุงรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการระดับประเทศ
30. รางวัลที่มอบใหก้ ับหนว่ ยงานภาครฐั ทดี่ าเนินการพัฒนาองค์การอย่างต่อเน่ืองและมผี ลการปรบั ปรุงองคก์ าร
ตามแผนการปรบั ปรงุ รายหมวดดีเดน่ หมายถงึ รางวัลประเภทใด
ก. รางวัลคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครฐั รายหมวด
ข. รางวลั คณุ ภาพการบริหารจดั การภาครฐั
ค. รางวัลคณุ ภาพการบรหิ ารจดั การภาครัฐดเี ดน่
ง. รางวัลคณุ ภาพการบรหิ ารจัดการภาครัฐดีเยยี่ ม

เพจ คมู่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 77

เฉลยข้อสอบ
การพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั (PMQA)

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จัดทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 78

ความรู้ท่ีเก่ียวกับงานตาม “ ลักษณะงานท่ีปฏิบตั ิ ”
ของตาแหน่ง นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน

 นโยบาย แผน โครงการ
 นโยบาย
หมายถงึ แนวทางกว้างๆ ในการปฏบิ ตั งิ าน

นโยบายสาธารณะ หมายถึง แนวทางหรือกิจกรรมต่างๆ ท่ีรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐตัดสินใจว่าจะ
กระทาหรือไมก่ ระทา ภายใต้อานาจหน้าที่ และความรับผดิ ชอบ โดยกาหนดหลักการ มาตรการ แผนงาน หรือ
โครงการ เพ่อื ก่อประโยชนแ์ กส่ ังคมและส่วนรวมตอ่ ไป
ลักษณะของนโยบาย

1. เปน็ แนวทางกว้างๆ
2. มจี ดุ มงุ่ หมาย
3. เปน็ ขอ้ เสนอทเี่ กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ิ
ผู้กาหนดนโยบาย
1. ผู้บริหารระดับสงู
2. เป็นเร่ืองที่อย่ใู นหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบของงาน
3. เป็นการกระทาในนามองค์การ
*** ศ.ดร. ศภุ ชัย ยาวประภาษ ได้จาแนกแนวทางการศึกษานโยบายสาธารณะไว้ 3 แนวทาง คอื
1. แนวอธบิ ายนโยบาย
เป็นแนวทน่ี ักรัฐศาสตรส์ ่วนใหญน่ ยิ มใชก้ ัน มีตวั แบบทฤษฏี (Model or Theory) ทส่ี าคญั 4 ตวั แบบ

1. ตัวแบบทฤษฏผี ูน้ า (Elite Model/Theory)
2. ตัวแบบทฤษฏีกลมุ่ (Group Model/Theory)
3. ตัวแบบทฤษฏีสถาบนั (Institution Model/Theory)
2. แนววเิ คราะหน์ โยบาย
เป็นแนวที่นักรัฐประศาสนศาสตร์นิยมกันมาก มีจุดเด่นคือ เป็นการศึกษาท่ีเน้นการวิเคราะห์ทวั่ ไป ไม่
ใชเ้ ป็นการศกึ ษารายกรณีและมีเทคนิควิธกี ารที่นาเอาทฤษฏแี ละหลักสหวิทยาการมาใช้ในการวเิ คราะห์
 การศึกษาแนวทางน้ี มจี ุดเรมิ่ ต้นระหว่างสงครามโลกคร้ังที่ 2 โดย USA นามาใช้ในการทาสงคราม
จนประสบผลสาเรจ็
3. แนวนโยบายศาสตร์
***Harrold D. lasswell คือ ผู้ท่ีได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งนโยบายศาสตร์” โดยเป็นผู้ท่ี
ผสมผสานแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ปรชั ญา และสังคมศาสตรเ์ ขา้ ดว้ ยกนั

 กระบวนการของนโยบาย (Policy Process)
ประกอบดว้ ย 4 ขัน้ ตอนสาคญั คือ
1. การกาหนดนโยบาย Policy formulation or Policy Marking

เพจ ค่มู อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถิ่น

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 79

2. การวเิ คราะห์นโยบาย Policy Analysis
3. การนานโยบายไปปฏิบตั ิ Policy Implementation
4. การติดตามประเมนิ ผลการปฏิบัตติ ามนโยบาย Policy Evaluation

 การกาหนดนโยบาย : จะต้องทาความเข้าใจให้กระจ่างชัดก่อนที่เร่ิมดาเนินการ กาหนดนโยบาย ได้แก่
ปญั หาของนโยบาย สิ่งแวดลอ้ มของนโยบายและข้ันตอนในการกาหนดนโยบาย

ปัญหาของนโยบาย คือ ต้นเหตุในการวางนโยบายของรัฐ คือ ตัวของปัญหา หรือ ความต้องการของ
ประชาชนจะนามาซงึ่ การกาหนดนโยบาย

การระบปุ ระเด็นทางเลอื กของปัญหา
การกาหนดสาเหตุของปัญหา สาเหตุของปัญหาเป็นเสมือน “ต้นตอ” ของปัญหาซึ่งต้องอาศัยข้อมูล 2
ประเภท คอื
1. ขอ้ มลู ทีเ่ ปน็ ความจรงิ (Fast) เป็นขอ้ มลู ท่คี งที่ ไม่ค่อยเปลีย่ นแปลง
2. ข้อมูลท่ีเป็นความเชื่อ หรือค่านิยม (Value) เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับความยึดมั่น ความเช่ือถือของ
ประชาชน ซึ่งอาจเปลีย่ นแปลงไดง้ า่ ย ดังน้นั จงึ ต้องระมดั ระวงั ในการอ้างองิ ให้มาก
การกาหนดอาการของปัญหา
เป็นการอธิบายถึงปรากฏการณ์ของปัญหา พร้อมท้ังแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์พยานเพ่ือยืนยันถึง
“ความมีอยู่จริงของปัญหา” โดยปัญหาที่มีอาการอยู่มาก จึงแสดงว่าเป็นปัญหาท่ีมีความรุนแรงหรือมีความ
เร่งดว่ น ที่ตอ้ งได้รับการแกไ้ ขกอ่ น

 ขนั้ ตอนการกาหนดนโยบาย : R. Johnson
ข้นั ตอนการกาหนดนโยบาย จาแนกเปน็ 12 ขัน้ ตอน คือ

1. การระบุปัญหา เป็นการศึกษาว่า อะไรคือปัญหา สาเหตุและอาการของปัญหาเป็นอย่างไร โดยการ
เกบ็ รวบรวมข้อมลู แหลง่ ต่างๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท

1. ข้อมลู ปฐมภูมิ (Primary Date) หรือ ขอ้ มูลภาคสนาม
2. ข้อมลู ทตุ ิยภมู ิ (Secondary Date) หรือ ขอ้ มูลเอกสารต่างๆ
2. กาหนดเป้าหมาย เมื่อเข้าใจถึงปัญหาแล้ว ก็กาหนดเป้าหมายของนโยบาย โดยใช้เทคนิค เช่น การ
ระดมสมอง (Brain Storming) เทคนคิ เดลฟี (Delphi Technique)
3. กาหนดขอบเขตและกรอบของนโยบาย
4. ศึกษาขอ้ จากดั เกย่ี วกบั นโยบาย
5. การออกแบบทางเลือกนโยบาย
6. การวิเคราะหท์ างเลือก
7. พิจารณาเปรยี บเทียบทางเลอื ก
9. ตดั สนิ ใจเลือกทางเลือกที่ดีทส่ี ดุ
10. การทดสอบทางเลอื ก (นา 1 – 8 มาทบทวน)
11. ยกร่างขอ้ เสนอนโยบาย

เพจ คู่มือเตรียมสอบข้าราชการท้องถ่ิน จัดทาโดย นกั วิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 80

12. เสนอแนะกลยุทธ์การดาเนินนโยบาย
13. เสนอเพือ่ ขออนุมตั นิ โยบาย

 การวิเคราะหน์ โยบาย
*** William Dann : การวิเคราะห์นโยบาย เป็นศาสตร์หนึ่งของสังคมศาสตร์ประยุกต์ที่ใช้วิธีการ

หลากหลายในการนาเสนอข้อเท็จจริงและเหตุผล การวิเคราะห์นโยบายจึงหมายถึง การศึกษานโยบาย
สาธารณะในเชิงเสนอแนะมากกว่าเป็นเชิงพรรณนา หรือเสนอชุดข้อมลู สารสนเทศท่ีเป็นประโยชน์แก่ผกู้ าหนด
นโยบาย

คุณสมบัตขิ องนักวิเคราะหน์ โยบาย
- มีโลกทัศนท์ กี่ ว้างขวางทจ่ี ะรับรู้สภาพประเด็นปัญหาด้านตา่ งๆ
- สามารถคาดการณแ์ ละประเมนิ ผลกระทบท่ีติดตามมาของทางเลอื กนโยบายตา่ งๆ
- รู้จักวธิ ีการจดั การข้อมูล รวมทั้งนาเสนอข้อมูลเปน็
- เขา้ ใจธรรมชาติการเมือง กระบวนการของนโยบายอยา่ งท่องแท้
- มีคุณธรรมและจริยธรรม ยึดถอื ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลกั
 การวเิ คราะหน์ โยบาย มีจุดสาคญั อยู่ทก่ี ารวเิ คราะหผ์ ลกระทบของนโยบายเปน็ สาคัญ

 การนานโยบายไปปฏิบตั ิ
การนานโยบายไปปฏิบตั ิเปน็ กระบวนการหรือขั้นตอนของการแปลงวัตถุประสงคท์ ี่กาหนดไว้ในนโยบาย

ซึ่งอาจเป็นกฎหมาย คาส่ัง มติ ครม.ให้เป็นแผนงาน โครงการ และกิจกรรม ท่ีเป็นรูปธรรม โดยจะต้องมีกา
จัดหาหรอื จัดเตรยี มวิธกี าร ตลอดจนทรพั ยากรต่างๆ เพ่อื ดาเนินการให้สาเรจ็ ลุล่วงตามวัตถปุ ระสงค์ทีว่ างไว้
 การติดตามประเมินนโยบาย

เปน็ ขนั้ ตอนสุดท้ายของกระบวนการทางนโยบาย ซึง่ จะเกิดขน้ึ หลังจากท่ีได้นานโยบายไปปฏบิ ัติแล้ว
ประโยชนข์ องการประเมินผล

1. ทาให้ได้รับทราบผลของการนานโยบายไปปฏบิ ตั ิวา่ สาเร็จหรือลม้ เหลวเพียงใด
2. ทาใหไ้ ดร้ ับรู้ข้อมูลทเ่ี ป็นประโยชนส์ าหรบั การกาหนดนโยบายต่อๆไป
 แผน (Plan)
โดยหลักๆ นโยบาย แผน และโครงการ ก็ถือเป็นส่ิงเดียวกัน ใช้ทฤษฏีเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างกัน
อยู่บ้างในระดบั ของผูร้ ับผดิ ชอบ
กล่าวคือ นโยบาย จะเป็นเรื่องของระดับการบริหาร แผนและโครงการ จะเป็นเรื่องของระดับปฏิบัติ
ฉะน้ัน แผนจึงเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการที่จะแปลงนโยบายลงสู่การปฏิบัติ เพ่ือให้เกิดผลสาเร็จหรือบรรลุผล
ตามเป้าหมายที่นโยบายกาหนดเอาไว้ ส่วนโครงการถือเป็นเคร่ืองมือสาคัญของการปฏิบตั ิตามแผน ซึ่งนโยบาย
แผน โครงการ ต่างมวี ิธกี ารนาเสนอข้อมลู ทีต่ ่างกัน คอื
1. นโยบาย (Policy) มีขอบเขตกวา้ งขวาง ประกอบดว้ ยข้อมูลแผนฯ ครา่ วๆ และไมส่ ามารถปฏิบตั ติ าม
ไดท้ ันที

เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 81

2. แผน (Plan) มีขอบเขตท่ีแคบกว่านโยบาย ประกอบด้วยข้อมูลท่ีเป็นรูปร่างมากกว่านโยบาย เป็น
แนวทางสาหรบั ปฏบิ ัตติ ามนโยบายและโดยท่วั ไปยังไม่สามารถปฏบิ ตั ติ ามได้

3. โครงการ (Project or Program) มขี อบเขตที่แคบที่สุด ประกอบด้วยขอ้ มูลท่ีละเอยี ดครบถ้วนและ
สามารถปฏบิ ัติตามได้เลย
 ประเภทของแผน
แผนมหี ลายประเภท ขึน้ อย่กู ับเกณฑ์ท่ใี ชจ้ าแนก ซึ่งโดยท่ัวไปจะใชเ้ กณฑ์ต่างๆ ดังนี้

1. แบง่ ตามวัตถุประสงค์ เช่น แผนการรบ แผนงานธุรกจิ
2. แบ่งตามระยะเวลา (Time span)

1) แผนระยะส้ัน (Short Rangs Plan) ระยะเวลา 1 – 2 ปี เป็นแผนท่ีมีความเช่ือมั่นสูง เห็น
ผลได้เรว็ แตไ่ มส่ ามารถแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ยา่ งลึกซึง้

2) แผนระยะปานกลาง (Intermediate Rangs Plan) ระยะเวลา 1 – 5 ปี เปน็ แผนที่นิยมใช้
มากทสี่ ุด โดยเฉพาะการพฒั นาประเทศ เชน่ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ

3) แผนระยะยาว (Long Rangs Plan) ระยะเวลา 5 ปีขึ้นไป เป็นแผนที่เห็นผลช้า แต่สามารถ
แกไ้ ขปญั หาได้อยา่ งลกึ ซงึ้ ทีส่ ุด

3. แบง่ ตามวิธกี าร (Operation or Method) หรอื ลกั ษณะการใช้งานของแผน ได้แก่ แผนถาวร แผนใช้
ครง้ั เดียว แผนชั่วคราว แผนจงั หวัด แผนอาเภอ

4. แบง่ ตามลักษณะภมู ิศาสตร์
5. แบ่งตามแบบตา่ งๆ ของแผนทางราชการ หรือการใช้ทรัพยากร ไดแ้ ก่

1) Plysical Plan คอื แผนกอ่ สร้าง
2) Sesio-Economic Plan คือ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ

 แผนพัฒนา (Development Plan)
เป็นแผนดาเนินงานของรัฐท่ีเก่ียวกับประชาชนเป็นสาคัญเป็นส่วนใหญ่ คือ แผนพัฒนา ซ่ึงไม่มี

ความหมายทีแ่ น่นอน แตโ่ ดยทั่วไปแผนพัฒนาจะเป็นหลกั ทางดา้ นเศรษฐกจิ
 ปัจจบุ ันการกาหนดนโยบายสาธารณะและการวางแผนพัฒนาประเทศไทยจะอยู่ในความรับผดิ ชอบ

ของหน่วยงานวางแผนกลาง คือ “สานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” (สศช.) หรือ
“สภาพฒั นฯ์ ” ซ่งึ เปน็ หนว่ ยงานในสงั กดั สานักนายกรฐั มนตรี
 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาตขิ องประเทศไทย
ต้งั แต่ อดีต – ปจั จุบัน มีทง้ั หมด 12 ฉบบั

ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2504 - 2509 ระยะเวลา 6 ปี
เป็นแผนทไี่ มไ่ ด้กล่าวถึงแผนงานดา้ นสังคมเลย

ฉบับที่ 2 – 6จะเปน็ แผนระยะเวลา 5 ปี
ฉบับท่ี 7 พ.ศ. 2535 - 2539 กาหนดแนวคดิ “การพฒั นาท่ยี ง่ั ยืน”

(Sustainable Development)
ฉบบั ท่ี 8 พ.ศ. 2540 - 2544

เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นักวิชาการทอ้ งถ่ิน

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 82

ยดึ การพัฒนาทย่ี ัง่ ยืน ต่อเน่ืองจากฉบับท่ี 7 พร้อมปรบั เปล่ยี น
วธิ ีการพัฒนาแบบแยกส่วนมาเป็นแบบบูรณาการ (Integrated) โดยเน้น “คนเป็นศูนย์กลางของ
การพัฒนา”
ฉบบั ที่ 9 พ.ศ. 2545 - 2549

ได้อัญเชิญ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ควบคกู่ ระบวนทัศน์การพัฒนาแบบบูรณา
การในทกุ มติ ิ ทมี่ ี “คนเป็นศูนยก์ ลางของการพัฒนา”

ฉบบั ท่ี 10 พ.ศ. 2550 - 2554
ยังยึดหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาแบบบูรณาการ” “คน เป็น

ศูนย์กลางของการพัฒนา” พร้อมกาหนดวิสัยทัศน์ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” (Green and Happiness
Society)

ฉบบั ที่ 11 พ.ศ.2555 – 2559
มีความต่อเน่ืองจากแนวคิดของแผน ฉบับท่ี 8-10 ยึดหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง” “คนเปน็ ศูนยก์ ลางของการพฒั นา” และ “สร้างสมดลุ พัฒนา” “บูรณาการ”
วิสัยทัศน์ สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขด้วยความเสมอภาคเป็นธรรมและมี

ภูมิคมุ้ กันตอ่ การเปล่ียนแปลง
ฉบบั ที่ 12 พ.ศ. 2560 - 2564
ยดึ หลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาท่ียั่งยนื ” “คนเป็นศนู ย์กลางการพัฒนา”

ตอ่ เน่อื งจากฉบับที่ 9-11 และยดึ หลักการเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจทีล่ ดความเหลอ่ื มลา้ และขับเคลื่อนการ
เจริญเติบโตจากการเพิม่ ผลติ ภาพการผลติ บนฐานการใชภ้ ูมิปัญญา และนวตั กรรม

วสิ ัยทัศน์ ยึดวิสัยทัศน์ของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังค่ัง
ยง่ั ยืน เปน็ ประเทศพฒั นาแลว้ ดว้ ยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง”

สศช. ได้จัดทาบนพ้ืนฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ซ่ึงเป็นแผนหลัก
ของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศไปสู่
“ประเทศไทย 4.0” และประเด็นปฏิรูปประเทศโดยให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนา
ประเทศ เพื่อมุ่งสู่ความม่ันคง ย่ังยืน จึงเป็นจุดเปล่ียนสาคัญในการเช่ือมต่อกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน
ลกั ษณะการเปลีย่ นแปลงยทุ ธศาสตร์ระยะยาวสกู่ ารปฏิบตั ิ
 กระบวนการวางแผน (Plan Process)
โดยทวั่ ไปกระบวนการของแผน ประกอบไปด้วย 2 ข้นั ตอนท่ีสาคญั คอื

1. การกาหนดปัญหา
2. การตงั้ วัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมาย
3. การศึกษาวิเคราะห์สงิ่ แวดล้อม
4. การลงมือวางแผน
5. การวิเคราะหแ์ ละประเมนิ ผลแผน

เพจ คูม่ ือเตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถนิ่ จัดทาโดย นักวิชาการท้องถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 83

เป็นกระบวนการทเ่ี ราจะไดร้ บั แผนทส่ี มบูรณ์ โดยศึกษาวิเคราะห์แผนวา่ มคี วามสมบูรณเหมาะสม ทีจ่ ะ
นาไปปฏิบตั จิ รงิ หรอื ไม่ จากนั้นจงึ นาเสนอแผนให้ผ้มู ีอานาจพิจารณา อนุมัติ เพอ่ื นาแผนไปปฏบิ ตั ติ อ่ ไป

6. การนาแผนไปปฏิบตั ิ
7. การประเมนิ ผลแผน

 การวางแผน (Planing) เป็นการเสนอแนะแนวทางในการทางาน โดยการวิเคราะห์ และตัดสินใจที่จะ
เสนอแนะข้อเสนอ (Proposals) ในการทางานในอนาคต เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายด้วยวิธีการท่ีดีที่สุด และถือว่า
กระบวนการวางแผนเปน็ เรื่องทต่ี ้องใช้เหตุผลและตอ้ งใชค้ วามคิดเชงิ ประยุกต์อย่างมาก

 แหลง่ ทมี่ าของการวางแผน
ปัญหา หรือความต้องการ คือ แรงผลักดันที่สาคัญท่ีทาให้เกิดการวางแผน ดังนั้น การวางแผนอาจ

กล่าวง่ายๆ ว่าเป็นการวางแผนเพ่ือแกไ้ ขปญั หา ซึ่งปัญหาของแผน จาแนกได้ 3 ประเภท คือ
1. ปญั หาแกไ้ ข (Solved Problem) เป็นแผนเชงิ รับ
2. ปัญหาปอ้ งกนั (Preventive Problem) เป็นแผนเชิงรกุ
3. ปัญหาพฒั นา (Development Problem) เป็นแผนเชงิ รกุ

 นักวางแผน (Planer)
- นักบรหิ ารระดับสูง (Top Level Administrator) จะวางนโยบาย
- นกั วางแผนระดบั กลาง (middle Level Administrator) หัวหน้าหนว่ ยงาน
- นกั บรหิ ารระดับลา่ ง (Lower Level Administrator) จะวางโครงการ

 การวางแผนแบบทมี วางแผน (Team Planning) (TP.)
หลักการวางแผนอกี แนวหนึง่ ทไี่ ด้รับความนิยมเชน่ กัน คือการวางแผนเป็นทมี (Team Planning) หรือ

(TP.)
การวางแผนแบบทีมวางแผน (TP.) เป็นกระบวนการประชุมเพ่ือวางแผนในรูปแบบการทางานแบบมี

สว่ นร่วม สาหรับผู้บริหารทุกระดับ เพ่ือใหท้ ุกคนร่วมคิดสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ กล่ันกรองมาใช้เพื่อจดั ทาแผน
โครงการ แผนปฏิบัติการ เพื่อเอาชนะอุปสรรคสาเหตุท่ีแท้จริงของปัญหาในหน่วยงาน ก่อนที่ผู้เข้าร่วมประชุม
จะลงมือปฏบิ ัติเพ่ือผลสาเร็จของงาน

 โดยสรุป การวางแผนแบบทีมวางแผน (Team Planning) จะใช้ “หลักการมีส่วนร่วมมากท่ีสุด”
และจาเปน็ ต้องมีการวางแผนถงึ 3 แผน คอื

1. แผนกลยุทธ์ (Strategic Plan) 3-5 ปี
2. แผนโครงการ (Project Plan) 1 ปี
3. แผนปฏิบัติการ (Action Plan) 90 วัน
 การนาแผนไปปฏิบตั ิ (Plan Implementation)
การนาแผนไปปฏิบัติ คือ การทาให้เกิดความสาเร็จในผลดาเนินการหรือหมายถึง การจัดเตรียมหา
วธิ กี ารต่างๆ ท่ีจะทาใหก้ ารดาเนินงานบงั เกิดข้นึ มา

 โครงการ (Program)

เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถ่ิน

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 84

โครงการ (Program) ถือเป็นเครื่องมือที่สาคัญสาหรับการปฏิบัติงานตามแผน เนื่องจากโครงการเป็น
รูปแบบอันจาเพาะเจาะจง ในการดาเนินกิจกรรมทางสังคมท่ีได้มีการจัดเตรียมไว้แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ท่ี
เจาะจงเกีย่ วกับ สถานที่ เวลา และมวี ิธกี ารทชี่ ดั เจน ซ่ึงไมม่ ีความยดื หยนุ่ และเปลี่ยนแปลงไดย้ าก

 รปู แบบของกจิ กรรมทใี่ ชใ้ นการบริหารโดยทวั่ ไป น้นั มี 5 รูปแบบ ลดหลน่ั กนั ลงมาเป็นลาดับ ดังน้ี
1. นโยบาย (Policy) คอื ข้อเสนอสาหรับแนวทางการดาเนินงาน เพ่ือสนองตอบต่อปัญหาและความ

ต้องการตา่ ง ๆ
2. แผนหรอื แผนงาน (Plan) คอื วิถีของการดาเนินการ ซึง่ ไดก้ าหนดไว้ลว่ งหน้าแลว้ กล่าวคอื จุดเน้น

หลักของแผน คือเพือ่ แสดงแนวทางของการบรรลเุ ป้าหมาย
3. โครงการ (Program) กิจกรรมท่ีระบุถงึ วิธีการดาเนนิ การของแผนเพ่ือผลกั ดนั ใหเ้ ปา้ หมายของแผน

ประสบผลสาเร็จ
4. งาน (Job) คือ ส่วนย่อยของโครงงานที่มจี ุดมงุ่ หมายเพ่ือบรรลุกิจกรรมหรือขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน

เปน็ สาคัญ

 กระบวนการของโครงการ (Program Processes)
กระบวนการของโครงการมีลักษณะเช่นเดียวกับ กระบวนการนโยบายและแผน กล่าวคือ ประกอบด้วย

4 ข้ันตอน กระบวนการที่สาคญั คือ
1. การรา่ งหรอื วางโครงการ (Program Planning)
2. การวเิ คราะหแ์ ละประเมินโครงการ (Program Analysis and Appraisal)
3. หารบรหิ ารหรอื การนาโครงการไปปฏิบัติ (Program Implementation)
4. การตดิ ตามประเมินผลโครงการ (Program Evaluation)

 หลกั การทั่วไปในการวางโครงการ
สามารถจาแนกกระบวนการวางโครงการออกเป็น 2 ระยะ หรอื ขั้นตอน คอื
1. การกาหนดกลยุทธ์ของโครงการ (Strategic Program Planning) เป็นการกาหนดเค้าโครง และ

แนวทางสาคัญของโครงการอยา่ งคร่าว ๆ โดยมีเป้าหมายสาคัญ คือ การวิเคราะห์หาทางเลือกท่ีเหมาะสมที่สุด
(The Best Alternative)

 ข้อสังเกต “SWOT Analysis” จะเป็นเทคนิคที่นามาวิเคราะห์ก่อนท่ีจะมีการวางนโยบาย แผน
หรือโครงการ

2. การวางโครงการดาเนนิ การ (Operation Program Planning) คือ ข้ันตอนของการนาเอาแนวทาง
กลยุทธ์ที่ดีท่ีสุด (The Best Alternative) ในระยะท่ี 1 มาจัดทารายละเอียดในวิธีดาเนินการให้ละเอียดมาก
ท่สี ดุ เทา่ ที่จะทาได้ เพ่ือเปน็ แนวทางให้ผปู้ ฏบิ ตั ิในกระบวนการตอ่ ๆ ไป ของโครงการปฏบิ ัติตามได้
 ขน้ั ตอนการวางแผนโครงการ มี 8 ขั้นตอน ไดแ้ ก่

1. พจิ ารณาสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์
2. กาหนดวตั ถปุ ระสงค์และเปา้ หมาย (ใชเ้ คร่อื งมือ SMART)
3. หาวิธกี ารแกไ้ ข (Solutions)

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการท้องถน่ิ จัดทาโดย นักวิชาการทอ้ งถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 85

4. จัดทาโครงการตามวิธีการที่ดที ส่ี ุด (ตอบคาถาม 5W1H)
5. เสนอโครงการเพอื่ พจิ ารณาอนุมิติ
6. นาโครงการไปปฏิบัติ
7. ประเมินผลโครงการ
 การวิเคราะห์และประเมนิ ผลโครงการ (Program Analysis and Appraisal) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้
ของโครงการ (feasibility study) ทจ่ี ะทาการประเมนิ หรือศึกษาในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ดา้ นการบริหารหรือจัดการ
2. ดา้ นเศรษฐกจิ
3. ด้านเทคนคิ
4. ด้านส่ิงแวดลอ้ ม
5. ด้านสังคม
 การนาโครงการไปปฏิบตั ิ (Program Implementation)
การนาโครงการไปปฏิบัติ หรือการบริหารโครงการ คอื ข้ันตอนการจัดการหรือบริหารงานโครงการ โดย
นาเอาโครงการที่ประเมนิ แลว้ มาดาเนินการเพ่ือใหเ้ กดิ ผลงานตามที่วางโครงการเอาไว้
 การควบคุมโครงการ (Controlling)
 การควบคุมโครงการ เป็นหลักการบริหารที่ใช้มากที่สุดในการจัดการโครงการให้สาเร็จลุล่วงไป
ดว้ ยดี โดยเทคนิคที่ใช้กันท่ัวไป คือ PERT และ CPM ซ่ึงเป็นเทคนิคที่ใช้ควบคุมเวลา โดยการควบคุมแผนหรือ
โครงการนัน้ มักจะกระทาใน 3 ด้าน คอื
1. ควบคุมเวลา (Time Control) ใช้เทคนิค PERT และ CPM (PERT ย่อมาจาก Program,
Evolution, Review, Technique)
2. ควบคมุ คา่ ใช้จ่าย ( Cost Control) ใช้เทคนคิ PPBS
3. ควบคุมคุณภาพ (Quality Control) หรือมาตรฐานใช้เทคนิค (Standard) และการบริหารงาน
โดยยดึ หลกั วตั ถุประสงค์
 เครื่องมือท่ีใชใ้ นการตดิ ตามและควบคมุ การปฏิบัติตามแผนหรอื โครงการ ได้แก่
1. การประชุม (Meeting)
2. การอานวยการ (Directing)
3. การตรวจสอบ (Inspecting)
4. การรายงาน (Reporting)
 การประเมนิ ผลโครงการ (Program Evaluation)
“Assessment” หมายถึง กระบวนการรวมรวบขอ้ มลู ให้อยู่ในรูปท่ีสามารถตีความได้ เพื่อใช้เป็นฐาน
สาหรับนาไปสกู่ ารตดั สินใจในการรับประเมินต่อไป
“การประเมินผลโครงการ” หมายถึง การเปรียบเทียบผลท่ีเกิดข้ึนจริง กับผลที่คาดว่าจะได้รับของ
โครงการ

เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการท้องถิ่น จัดทาโดย นักวชิ าการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 86

ผลที่เกิดขึน้ จากโครงการ (Exact Results) หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นจากการทาโครงการไปปฏบิ ัติจาแนก
อย่างกวา้ ง ๆ ได้ 2 ประเภท คอื ผลโดยตรงกบั ผลโดยอ้อม หรอื ทางสงั คม

1. ผลโดยตรง คอื ผลผลิต (Output) ของโครงการจะเปน็ ผลตอบแทนทโ่ี ครงการมคี วามคาดหวังไวม้ าก
ท่สี ุด และทราบผลโดยตรงของโครงการไดโ้ ดยศกึ ษาจากวัตถุประสงค์ของโครงการ

2. ผลโดยอ้อม (Indirect Results) คือผลลัพธ์ (Out comes) ของโครงการหรือผลทางสังคมหรือทาง
จิตวทิ ยา

 SWOT Analysis
การวิเคราะห์สวอต (SWOT Analysis) คอื การวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มและศกั ยภาพ หรือการวิเคราะห์

สภาวะแวดลอ้ ม
เป็นเคร่ืองมือในการประเมินสถานการณ์สาหรับองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถกาหนดจุดแข็ง

จุดออ่ น จากสภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ ร และได้ทราบโอกาสและอุปสรรค จากสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร
ตลอดจนผลกระทบ ทมี่ ศี ักยภาพจากปจั จัยเหล่านตี้ ่อการทางานขององค์กร

SWOT ย่อมาจากภาษาองั กฤษ 4 ตัว ได้แก่
S มาจาก Strength (จุดแข็ง) หมายถงึ ทรพั ยากรด้านต่าง ๆ ทีไ่ ด้เปรียบหรือท่ีเข้มแข็งภายในองคก์ าร
ท่ีสามารถใช้ประโยชน์เพื่อผลักดันให้องค์การ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจขององค์การ เช่น
โครงสร้างด้านรายงาน ด้านบุคลากร ดา้ นงบประมาณฯ
W มาจาก Weaknesses (จุดอ่อน) หมายถึง ข้อเสียเปรียบ ข้อผิดพลาดภายในองค์การ ที่เป็นข้อด้อย
หรือขอ้ จากดั ต่าง ๆ ทจี่ ะส่งผลทาใหไ้ ม่บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์และภารกจิ ขององค์การ
O มาจาก Opportunities (โอกาส) หมายถึง สถานการณห์ รือปจั จยั ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก
ที่มีลักษณะเกื้อกูล ต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจขององค์การ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้าน
การเมือง ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น
T มาจาก Threats (อุปสรรค) หมายถึง สถานการณ์หรือปัจจัยท่ีเกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ที่มี
ลักษณะเป็นอุปสรรคขัดข้อง หรือทาให้เกิดผลเสียหาย ผลกระทบในทางลบต่อการบริหารงานขององค์การ
ไดแ้ ก่ ดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง เทคโนโลยี ผู้สนับสนนุ ปจั จัยดา้ นแรงงาน สถานการณ์นานาชาติ เปน็ ต้น
 SW เปน็ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อม ภายในองคก์ ารใชเ้ ครือ่ งมือ “73 Model”

( Strategy/Skill/Style/Staff/System/ Structure Shaved and Vales )
 OT เปน็ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกองค์การ ใชห้ ลักการวิเคราะห์ PERT Analysis
( Politics/Economic/Social/Technology )

 การกาหนดตวั ช้ีวัดความสาเรจ็ ของการปฏิบัตงิ าน (Key Performance Indicators)
หมายถึง ตวั ช้ีวดั ความสาเร็จของการปฏบิ ัตงิ าน ซึง่ สงั เกตได้ วดั ได้ นับได้

 ตัวช้ีวดั ความสาเรจ็ ของการปฏบิ ัตงิ าน อาจเปน็ ได้หลายแบบ ดงั น้ี
1. จานวน : ปกติจะใชใ้ นกรณีทกี่ ลุม่ เป้าหมายท้งั หมด มีจานวนไมถ่ ึง 100
2. รอ้ ยละ : ปกตจิ ะใชใ้ นกรณีทก่ี ลุ่มเปา้ หมายทัง้ หมดมีจานวนมากกวา่ 100

เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิน่ จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 87

3. อตั ราสว่ น : เปน็ การเปรียบเทียบขอ้ มูลประเภทเดยี วกนั หรืออยา่ งเดียวกัน
4. สัดส่วน : จะมีลักษณะเป็นอัตราส่วนประเภทหนึ่ง แต่เป็นอัตราส่วนระหว่างส่วนหน่ึงของข้อมูล

ทง้ั หมด
5. ระดับความสาเร็จ : จะเป็นระดับขั้นของความสาเร็จในการดาเนินงาน ตัวช้ีวัดระดับความสาเร็จ

จะคานึงถึงหลัก “SMART”
“SMART” ยอ่ มาจากภาษาอังกฤษ 5 ตวั ไดแ้ ก่
S มาจาก Specific มคี วามชดั เจน
M มาจาก Measurable สามารถวัดได้
A มาจาก Agreementอา่ นแลว้ ตอ้ งมคี วามเขา้ ใจตรงกัน
R มาจาก Realistic สามารถเป็นไปได้ (เปน็ จริงได)้
T มาจาก Time Frame มกี าหนดเวลาแลว้ เสร็จ

 วงจร PDCA หรอื Deming Cycle
PDCA หวั ใจสาคญั ของการปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเนอ่ื ง

“แผนดี มีชัยไปกว่าคร่ึง” หากมีการวางแผนไวเ้ ป็นอย่างดี มักมโี อกาสบรรลุเป้าหมายได้มากกว่าทาโดย
ไม่มกี ารวางแผน หรอื มแี ผนท่ไี มเ่ อ้อื ต่อการนาไปปฏิบตั ไิ ดจ้ ริง

PDCA เป็นแนวคิดหนึ่ง ท่ีไม่ได้ให้ความสาคัญเพียงแค่การวางแผน แต่แนวคิดนี้เน้นให้การดาเนินงานเป็นไป
อย่างมีระบบ โดยมีเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง แนวคิด PDCA ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นคร้ังแรก
โดย Walter Shewhart ซ่ึงถือเป็นผู้บุกเบิกการใช้สถิติสาหรับวงการอุตสาหกรรม และต่อมาวงจร PDCA ได้
เป็นท่ีรู้จักอย่างแพร่หลาย มากข้ึน เม่ือปรมาจารย์ด้านการบริหารคุณภาพ อย่าง W.Edwards Deming ได้
นามาเผยแพร่ ให้เป็นเครื่องมือสาหรับการปรับปรงุ กระบวนการ วงจรนจ้ี งึ มอี กี ช่ือหนึง่ วา่ “Deming Cycle”

โครงสรา้ งของ PDCA ประกอบดว้ ย
1) Plan คือ การวางแผน
2) DO คอื การปฏิบตั ติ ามแผน
3) Check คอื การตรวจสอบ
4) Act คอื การปรบั ปรุงการดาเนินการอย่างเหมาะสม หรือ การจัดทามาตรฐานใหม่ ซงึ่ ถือเปน็ พื้นฐานของการ
ยกระดับคณุ ภาพ

ทุกคร้ังท่ีการดาเนินงานตามวงจร PDCA หมุนครบรอบ ก็จะเป็นแรงส่งสาหรับการดาเนินงานในรอบ
ตอ่ ไป และก่อใหเ้ กิดการปรับปรงุ อยา่ งต่อเนื่อง

เพจ คมู่ อื เตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถิ่น จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 88

การดาเนินงาน ไม่ว่าจะเปน็ การปรับปรุงผ่านเคร่ืองมอื การเพ่ิมผลิตภาพ หรือการปรบั ปรุงคณุ ภาพ หรือ
แม้แต่การบริหารกิจกรรมภายในองค์กร การวางแผนงานอย่างเหมาะสมจากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องรอบ
ด้าน ถือเป็นจุดเร่ิมต้นที่ดี และการดาเนินการที่สอดคล้องกับแผนจะเป็นเส้นทางที่นาไปสู่ความสาเร็จ และ
บรรลุตามเป้าหมายท่ีวางไว้ แต่ก็จะต้องมีการตรวจสอบความคืบหน้า หรือปัญหาต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนเป็นระยะ
เพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีสามารถนามาใช้ในการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ และท่ีสาคัญ เม่ือการ
ดาเนินงานเสร็จส้ินแต่ละคร้ัง บทเรียนต่างๆ ที่ได้รับ ก็ถือเป็นสิ่งสาคัญ หากได้มีการนามาทบทวน และสรุป
ข้อดี ข้อดอ้ ย หรือ หาจุดปรับปรงุ เพื่อให้การดาเนนิ งานในรอบต่อไปทาไดง้ ่ายขนึ้ ไดผ้ ลลพั ธ์ที่ดขี ้ึน และท่กี ล่าว
มาทั้งหมดน้ี ก็คือการดาเนินงานอย่างครบถ้วนตามแนวคิดของวงจร PDCA ซ่ึงถือเป็นหัวใจสาคัญของการ
ปรับปรงุ อยา่ งตอ่ เน่อื ง

 หลักการเขียนโครงการ
องคป์ ระกอบของโครงการ

1. ช่อื โครงการ
2. หลักการและเหตุผล
3. วัตถปุ ระสงค์
4. เป้าหมาย
5. วธิ ดี าเนนิ การ
6. ระยะเวลาดาเนนิ การ
7. งบประมาณ
8. ผู้รับผดิ ชอบโครงการ
9. การประเมินผลโครงการ
10. ผลทคี่ าดวา่ จะได้รบั

ในการจดั ทาโครงการนั้น ผูจ้ ัดทาโครงการจะตอ้ งศกึ ษาปัญหา ความตอ้ งการกอ่ นการเขยี นโครงการ เช่น
การสารวจ การสังเกต การประชุม การปรึกษา การพบปะพูดคุย เป็นต้น ซ่ึงจะทาให้ผู้จดั ทาโครงการมีแนวคิด
จนการจดั เตรียมโครงการจะช่วยใหโ้ ครงการเป็นไปอยา่ งเหมาะสม

เพจ ค่มู อื เตรยี มสอบข้าราชการท้องถน่ิ จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 89

แนวขอ้ สอบ
ความร้เู กยี่ วกบั งานตาม “ลักษณะงานทปี่ ฏิบตั ิ”

ของตาแหน่ง นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
______________________

1. หนว่ ยงานใดมีหนา้ ทกี่ าหนดนโยบายสาธารณะ และพัฒนาวางแผนพฒั นาระดบั ประเทศไทยในปจั จบุ นั
ก. กระทรงพาณิชย์
ข. กระทรวงกาคลัง
ค. สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
ง. กรรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

2. บุคคลใดเปน็ ผกู้ ลา่ วว่า “นโยบาย คอื สงิ่ ทรี่ ัฐบาลเลอื กท่จี ะกระทาหรอื ไมก่ ระทา”
ก. David Easton
ข. Dwight Waldo
ค. Thomas R Dye
ง. Woodrow Wilson

3. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องทสี่ ุดเกีย่ วกับประเภทของแผนท่ีจาแนกตามระยะเวลา
ก. แผนงานปานกลาง 4-5 ปี
ข. แผนระยะสนั้ 3 ปี
ค. แผนระยะยาว 50 ปีขึ้นไป
ง. แผนระยะยาว 1-2 ปี

4. การวางแผนรูปแบบใดที่มีกระบวนการประชุมเพื่อวางแผนในรูปแบบการทางานแบบมีส่วนร่วมสาหรับ
ผ้บู รหิ ารทุกระดับ

ก. การวางแผนแบบ TD.
ข. การวางแผนแบบ TP.
ค. การวางแผนแบบ GD.
ง. การวางแผนแบบ PP.
5. ขัน้ ตอนใดเป็นข้ันตอนสาคญั ในการวางแผนทีเ่ ป็นการมองไปถึงอนาคตขององค์การทตี่ อ้ งไปให้ถงึ
ก. Targets
ข. Vision
ค. Obstructions
ง. Strategies
6. บคุ คลใดทไี่ ด้รับการยกย่องว่าเปน็ “บิดาของนโยบายศาสตร์”
ก. Harold
ข. David Easton
ค. Thomas R Dye

เพจ คู่มือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นกั วิชาการทอ้ งถิน่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 90

ง. Ira sharkansky
7. ข้อใดต่อไปนี้หมายถึงความสามารถในการผลิตท่ีให้ผลผลิตที่ให้ผลผลิตครบถ้วนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เป็น
เกณฑ์

ก. ประสิทธิภาพ
ข. ความสามารถในการตอบสนอง
ค. ประสทิ ธิผล
ง. ความเหมาะสม

8. ข้อใดคือความหมายที่วา่ ความสามารถในการบรรลุวตั ถุประสงค์หรือเป้าหมายโดยใช้ต้นทุนต่าสุด
ก. ประสิทธผิ ล
ข. ประสิทธภิ าพ
ค. ความเหมาะสม
ง. ความสาเรจ็

9. ขอ้ ใดไม่ใช่กระบวนการของนโยบายสาธารณะ
ก. Policy Formation
ข. Policy Problem
ค. Policy Evaluation
ง. Policy Improvement

10. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเกีย่ วกับวงจรของนโยบาย
ก. Policy Formation - Policy Evaluation
ข. Policy Evaluation - Policy Formation - Policy Implementation
ค. Policy Formation - Policy Implementation - Policy Evaluation
ง. Policy Implementation - Policy Evaluation - Policy Implementation

11. หลกั การกาหนดวัตถปุ ระสงค์ท่ีดี หรอื หลกั SMART ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง
ก. S = Sensible
ข. M = Measurable
ค. R = Report
ง. T = Time Available

12. การวิเคราะห์ SWOT Analysis เป็นเครอื่ งมือในการประเมินสถานการณ์หรือโอกาส ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหาร
สามารถกาหนดจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคขององค์การ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการวิเคราะห์
สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ

ก. Strengths
ข. Weaknesses
ค. Opportunities

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการท้องถ่นิ จดั ทาโดย นักวิชาการท้องถนิ่

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 91

ง. ถูกทุกขอ้
13. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ งเกี่ยวกับการวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายในองค์การ

ก. Weaknesses
ข. Opportunities
ค. Threats
ง. ถูกทกุ ขอ้
14. การวิเคราะห์ SWOT ที่ทาให้ทราบสถานการณ์หรือปัจจัยท่ีเกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอกท่ีมีลักษณะ
เก้อื กูล ต่อการบรรลุวัตถปุ ระสงค์และภารกจิ ขององค์การ เชน่ เศรษฐกิจ สังคม การเมอื ง
ก. Opportunities
ข. Threats
ค. Weaknesses
ง. Strengths
15. การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ตามหลัก SWOT Analysis ท่ที าให้ทราบถงึ ข้อเสียเปรียบ ข้อผดิ พลาด
ภายในองค์การหรือเป็นปัจจัยด้อยหรือจากัดต่างๆ ที่จะส่งผลให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และภารกิจของ
องค์การ
ก. Strengths
ข. Weaknesses
ค. Opportunities
ง. Threats
16. ข้อใดเป็นหลักการบริหารท่ีใชม้ ากที่สุดในการจัดการโครงการให้สาเร็จลลุ ว่ งไปได้ดี
ก. Controlling
ข. Implementation
ค. Program Eva lotion
ง. Program Analysis
17. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในองค์การมกั ใชเ้ คร่อื งมือ 75 Model ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้อง
ก. Strategy
ข. Skill
ค. Style
ง. ถูกทุกข้อ
18. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การจะใช้หลักการวิเคราะห์ PEST Analysis ข้อใดกล่าวถูกต้อง
เก่ยี วกับทมี่ าของ PEST
ก. Polities
ข. Economic
ค. Social

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จัดทาโดย นักวิชาการท้องถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 92

ง. ถูกทุกขอ้
19. การกาหนดตวั ชี้วัดความสาเร็จของการปฏิบัตงิ านหรอื KPI ข้อใดกลา่ วถูกต้อง

ก. Key Polities Indicators
ข. Key Program Indicators
ค. Key Performance Indicators
ง. Key Panning Indicators
20. ตัวชี้วดั ความสาเรจ็ ของโครงการตามหลกั “SMART” ยอ่ มาจากภาษาองั กฤษ 5 ตัว ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
ก. S = Specific
ข. M = Measurable
ค. A = Analysis
ง. T = Time Frame
21. วตั ถุประสงค์ (Objective) ตอ้ งมีรายละเอยี ดกิจกรรมและมีตัวช้ีวดั เชน่ ปริมาณ คุณภาพ พื้นที่รับผดิ ชอบ
เวลา และค่าใชจ้ ่าย หรอื เรยี กวา่ SMAT ขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. R = Report
ข. S = Specific
ค. A = Agreement
ง. T = Timeframe
22. ในการจัดโครงการผ้บู รหิ ารโครงการจะตอ้ งคานึงถงึ ส่งิ ใดตามท่กี าหนดไว้ในเงื่อนไขโครงการเสมอ
ก. Time
ข. Cost
ค. Quality
ง. ถูกทุกข้อ
23. ขอ้ ใดคือขัน้ ตอนแรกของการวางแผนโครงการ
ก. การวิเคราะห์ปญั หาหรอื ความตอ้ งการ
ข. การรวบรวมข้อมูลและข้อเทจ็ จริงต่างๆ
ค. การพจิ ารณาว่าสาเหตุตา่ งๆ ท่ไี ด้ทาการวิเคราะหไ์ วแ้ ล้ว
ง. ถูกทุกข้อ
24. ขอ้ ใดคอื สว่ นประกอบหรือองคป์ ระกอบของโครงการในเชงิ พรรณนา
ก. หลกั การและเหตผุ ล
ข. วตั ถุประสงค์
ค. ระยะเวลาดาเนินการ
ง. ถูกทกุ ขอ้
25. การวิเคราะห์และประเมนิ โครงการ เพื่อศึกษาความเปน็ ไปได้อย่างโครงการมักจะทาการประเมินหรือศกึ ษา
ในดา้ นต่างๆ ต่อไปนี้ ยกเวน้ ข้อใด

เพจ คู่มอื เตรียมสอบข้าราชการท้องถิ่น จัดทาโดย นักวชิ าการทอ้ งถน่ิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 93

ก. เศรษฐกิจ
ข. สง่ิ แวดล้อม
ค. สงั คม
ง. ถูกทุกข้อ

เพจ คมู่ อื เตรียมสอบข้าราชการท้องถิ่น จดั ทาโดย นกั วชิ าการท้องถ่นิ

ค่มู ือเตรียมสอบ ภาค ข นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน 94

เฉลยข้อสอบ
ความรู้เกี่ยวกบั งานตาม “ลักษณะงานท่ีปฏบิ ัติ”

ของตาแหนง่ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน

*ขอให้ท่านโชคดีในการสอบ*

เพจ ค่มู ือเตรยี มสอบข้าราชการทอ้ งถ่นิ จดั ทาโดย นกั วชิ าการทอ้ งถ่นิ


Click to View FlipBook Version