1
แผนการจัดการเรียนรมู ่งุ เน้นสมรรถนะ
ช่อื วิชาทักษะการดารงชวี ิตเพอ่ื สุขภาวะ รหัสวิชา 20000-1601
ทฤษฎี 1 ปฏิบตั ิ 0 หนว่ ยกิต 1
หลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี
หมวดวิชาสขุ ศึกษา สาขาวชิ าสามญั สมั พนั ธ์
จดั ทาโดย
นางสาวธญั ณชิ า ตธุ รรม
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาขอนแกน่
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร
2
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 1 หน่วยท่ี 1
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครงั้ ท่ี 1 (1-1)
ช่ือหน่วย/เร่ือง ปฐมนเิ ทศ/ทกั ษะท่ีจำเป็นในกำรดำรงชีวิตเพ่ือสขุ ภำวะ จำนวน 1 ช.ม.
แนวคิด
การศกึ ษาวชิ าน้เี ป็นวชิ าทเ่ี น้นการศกึ ษาวชิ าน้ี เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นสามารถนาความรทู้ ไ่ี ดร้ บั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้
เกดิ ประโยชนใ์ นงานธุรกจิ และบรกิ าร รวมทงั้ การนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชวี ติ ประจาวนั ทวั่ ไปอกี ดว้ ย ผเู้ รยี น
วชิ าน้นี อกจากจะไดค้ วามรทู้ ถ่ี ูกตอ้ ง ผา่ นการบรรยายและเทคนคิ การสอนต่าง ๆ ทผ่ี สู้ อนจดั เตรยี มไว้ ผเู้ รยี นยงั
จะไดศ้ กึ ษาผา่ นการปฏบิ ตั แิ ละทดลองจรงิ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพการเรยี นรสู้ งู สดุ ต่อผเู้ รยี นอกี ดว้ ย
สขุ ภาพเป็นสงิ่ สาคญั และจาเป็นต่อการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทกุ ๆ ดา้ น ในทกชุ ว่ งชวี ติ เปนส็ ขุ
ภาวะทส่ี มบรู ณทา์ งกาย จตใิ จ สงั คม และสตปิัญญา เปนห็ นทางนาบคุ คล ไปสคู่ วามสขุ และความสาเรจ็ ต่าง ๆ ใน
ชวี ติ โดยบุคคลตอ้ งมที กั ษะในการดารงชวี ติ ทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั
-ปฐมนเิ ทศ
1.บอกจุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สตู รฯ ได้
2.บอกแนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรไู้ ด้
-ทกั ษะท่ีจำเป็นในกำรดำรงชีวิตเพื่อสขุ ภำวะ
1 รแู้ ละเขา้ ใจความหมายของสขุ ภาพและสขุ ภาวะ
2.รแู้ ละเขา้ ใจความสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่
3.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 3.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
3.2 ความมวี นิ ยั 3.9 ความรกั สามคั คี
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ 3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
3.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
-ปฐมนเิ ทศ
1.บอกจุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สตู รฯ ได้
2.บอกแนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรไู้ ด้
-ทกั ษะท่ีจำเป็นในกำรดำรงชีวิตเพื่อสขุ ภำวะ
1 สขุ ภาพและการมสี ขุ ภาวะ
2 ความสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่
กิจกรรมกำรเรียนรู้
ขนั้ นำเข้ำส่บู ทเรียน
1.ครผู สู้ อนแนะนาจุดประสงคท์ ผ่ี เู้ รยี นจะไดจ้ ากหลกั สตู ร โดยกาหนดใหผ้ เู้ รยี นทุกคนตอ้ งมคี วามรแู้ ละ
เขา้ ใจเกย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพ และการปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั สขุ ภาพ สามารถดแู ลสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ ป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพ
ตดิ การใชย้ าและอบุ ตั เิ หตุ มเี จตคตแิ ละกจิ นสิ ยั ทด่ี ใี นการดาเนินชวี ติ ตามวถิ ที างทถ่ี ูกต้อง
2.ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นเพอ่ื ใหเ้ หน็ ความสาคญั ของการเรยี นวชิ าน้ี และเน้นสขุ ภาพ คอื สขุ ภาวะทส่ี มบรู ณ์
และมดี ุลยภาพทางกาย จติ ใจ สงั คม และสตปิ ัญญา การอยใู่ นภาวะทส่ี มดุลสง่ ผลใหม้ สี ขุ ภาพดี การเสยี สมดุลจะ
ทาใหเ้ จบ็ ป่วยถงึ ขนั้ เสยี ชวี ติ ได้
3.ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นเกย่ี วกบั ภาวะ ของมนุษยท์ ส่ี มบรู ณ์ทงั้ ทางกาย ทางจติ ทางปัญญา และทางสงั คม
เช่อื มโยงกนั เป็นองคร์ วมอยา่ งสมดุล
4.ครเู ปิดวดิ ที ศั น์เกย่ี วกบั การดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะต่างๆ
ขนั้ สอน
5.ผเู้ รยี นรบั ฟังคาชแ้ี จงสงั เขปรายวชิ าและการวดั ประเมนิ ผล ซกั ถามขอ้ ปัญหารวมทงั้ แสดงความ
คดิ เหน็ เกย่ี วกบั การเรยี นวชิ าน้ี
6.ครใู ชส้ อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายสขุ ภาพและการมสี ขุ ภาวะ ความสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ
และความเป็นอยู่ คนไทยมสี ขุ ภาวะดคี รบทงั้ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ กาย จติ สงั คม และปัญญา เชน่
4
7.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งสขุ ภาวะของมนุษยท์ งั้ 4 ดา้ นประกอบ
8.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point อธบิ ายเร่อื งสขุ ภาวะ หมายถงึ สภาวการณ์ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความสขุ ของคน
ชุมชน สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม ทเ่ี ช่อื มโยงซง่ึ กนั และกนั อย่างสมดุล
9.ครใู ชเ้ ทคนิคการเรยี นรแู้ บบอภปิ ราย เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นร่วมในการเรยี นการสอนโดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั อภปิ รายเร่อื งความสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่ ซง่ึ แต่ละปัจจยั มผี ลตอ่สขภุ าพทงั่ สน้ิ การท่ี
คนเราจะดารงชวี ติ อย่อู ยา่ งมคี วามสขุ องคป์ ระกอบทส่ี าคญั ทส่ี ดุ คอื สขุ ภาพ
5
10.ครอู ธบิ ายกจิ กรรมสขุ ภาพและการมสี ขุ ภาวะทม่ี คี วามสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่
11.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื วดิ ที ศั น์แสดงการมสี ขุ ภาวะทม่ี คี วามสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่
12.ครแู ละผเู้ รยี นใช้ Power Point เป็นสอ่ื เพอ่ื อธบิ ายสขุ ภาพและการมสี ขุ ภาวะทม่ี คี วามสาคญั ของ
สขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่
13.ครแู นะนากจิ กรรมสขุ ภาพและการมสี ขุ ภาวะทม่ี คี วามสาคญั ของสขุ ภาพต่อชวี ติ และความเป็นอยู่ โดย
เปิดวดี โี อเพอ่ื เป็นสอ่ื การสอนประกอบ
14.ครแู นะนาเพม่ิ เตมิ ใหผ้ เู้ รยี นเขยี นบญั ชแี สดงรายรบั -รายจ่ายในชวี ติ ประจาวนั เพอ่ื สรา้ งนสิ ยั ความ
พอเพยี งใหแ้ กต่ นเองและครอบครวั
ขนั้ สรปุ และกำรประยกุ ต์
15.ผเู้ รยี นวางแผนการเรยี นวชิ าน้ี และการนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากรายวชิ าไปประยุกตใ์ ชก้ บั งานใน
ชวี ติ ประจาวนั ทจ่ี าเป็นโดยทวั่ ไป ซง่ึ ทกุ คนจะตอ้ งวางแผนการทางานต่าง ๆ ในอนาคต
16.ครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกนั สรปุ เน้อื หาทเ่ี รยี นเกย่ี วกบั สขุ ภาพและการมสี ขุ ภาวะ ความสาคญั ของสขุ ภาพ
ต่อชวี ติ และความเป็นอยู่ โดยการถามตอบ และจดั กจิ กรรมประกอบ
17.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน และแบบประเมนิ
18.สรุปโดยการถาม-ตอบ เพอ่ื ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สื่อและแหล่งกำรเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
3.สอ่ื Power Point
4.ใบงาน
5.VDO
6
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั
พงึ ประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
แนะนาใหว้ างแผนการเรยี นและศกึ ษาเน้อื หากอ่ นเรยี นลว่ งหน้า
7
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 2 หน่วยที่ 1
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพอื่ สุขภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ท่ี 2 (2-2)
ชื่อหน่วย/เร่อื ง ทกั ษะที่จำเป็นในกำรดำรงชีวิตเพื่อสขุ ภำวะ จานวน 1 ช.ม.
แนวคิด
สขุ ภาพเป็นสงิ่ สาคญั และจาเป็นต่อการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทกุ ๆ ดา้ น ในทกชุ ว่ งชวี ติ เปนส็ ขุ
ภาวะทส่ี มบรู ณทา์ งกาย จตใิ จ สงั คม และสตปิัญญา เปน็หนทางนาบุคคล ไปสคู่ วามสขุ และความสาเรจ็ ต่าง ๆ ใน
ชวี ติ โดยบุคคลตอ้ งมที กั ษะในการดารงชวี ติ ทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
3.รแู้ ละเขา้ ใจปัจจยั สาคญั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อสขุ ภาพ
4.รแู้ ละเขา้ ใจทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะของวยั รุ่น
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.6 การประหยดั
5.2 ความมวี นิ ยั 5.7 ความสนใจใฝ่รู
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ 5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 5.9 ความรกั สามคั คี
5.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง 5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรียนรู้
3 การดารงชวี ติ อยา่ งมสี ขุ ภาวะ
4 ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะของวยั รุน่
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน
8
1.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี า่ น
มา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเร่อื งทจ่ี ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรใู้ หมก่ บั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเล่าประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเรอ่ื งการดารงชวี ติ อย่อู ย่างมสี ขุ ภาวะ
3.ครกู ล่าวเพม่ิ เตมิ วา่ สขุ ภาพเป็นรากฐานทส่ี าคญั ของชวี ติ โดยเรม่ิ ตงั้ แตม่ กี ารปฏสิ นธใิ นครรภม์ ารดา วยั
ทารก วยั ผใู้ หญ่ ถงึ วยั สงู อายุ สขุ ภาพจะเป็นหนทางจะนาไปสคู่ วามสขุ ความสาเรจ็ ในดา้ นต่าง ๆ
ขนั้ สอน
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายการดารงชวี ติ อยา่ งมสี ขุ ภาวะ ซง่ึ สขุ ภาพวางอย^j
บนพน้ื ฐานเร่อื งสขุ ภาวะ ดงั นนั้ สขุ ภาพมผี ลกระทบมาจากหลายปัจจยั การดารงชวี ติ อย่างมสี ขุ ภาวะจงึ เกย่ี วขอ้ ง
กบั องคป์ ระกอบทเ่ี ป็นปัจจยั สาคญั ซง่ึ มอี ทิ ธพิ ลต่อสขุ ภาพ ดงั น้ี
4.1 องคป์ ระกอบดา้ นตวั บุคคล
4.2 องคป์ ระกอบดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
4.3 องคป์ ระกอบดา้ นระบบการจดั การสาธารณสขุ การจดั การสขุ ภาพ การจดั บรกิ ารทาง
การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ในรปู แบบต่าง ๆ
5.ครใู ชเ้ ทคนดิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื (Cooperative Learning) เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ ว่ มมอื และ
ชว่ ยเหลอื กนั ในการเรยี นรเู้ ร่อื งทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะของวยั ร่นุ
6.ครใู ชส้ อ่ื Power Point อธบิ ายพฤตกิ รรมเสย่ี งของวยั รุ่นมหี ลายดา้ น
7.ผเู้ รยี นดู VDO ทค่ี รเู ปิดเพอ่ื เป็นสอ่ื ในการเรยี นทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะของวยั รนุ่
8.ผเู้ รยี นหารปู ภาพเปรยี บเทยี บบคุ คลทม่ี สี ขุ ภาพและสขุ ภาวะทด่ี แี ละไม่ดี พรอ้ มอธบิ าย เหตุผลประกอบ
9.ผเู้ รยี นทาแผนผงั ความคดิ วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบทเ่ี ป็นปัจจยั สาคญั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อสขุ ภาพของตนเอง
10.ผเู้ รยี นวเิ คราะหต์ นเองวา่ ใชท้ กั ษะชวี ติ ใดบา้ ง ในสถานการณ์ใด
การตดั สนิ ใจ
การแกป้ ัญหา
การคดิ สรา้ งสรรค์
การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
การสอ่ื สารอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
การสรา้ งสมพั นธั ภาพระหว่างบคคุ ล
การตระหนกั รใู้ นตนเอง
การเขา้ ใจผอู้ ่นื
การจดั การกบั อารมณ์
การจดั การความเครยี ด
11.ครอู ภปิ รายเพม่ิ เตมิ ว่าถา้ ผเู้ รยี นมกี ารกาหนดรายไดใ้ หเ้ พยี งพอกบั รายจ่ายจะเป็นสง่ิ ทส่ี าคญั และ
จาเป็นมาก ทุกคนสามารถนาเงนิ ทเ่ี กบ็ สะสมไวม้ าใชไ้ ดอ้ ย่างสะดวกสบายเพอ่ื การดารงชวี ติ ต่อไป หากแต่ละ
บคุ คลมเี งนิ ออมเกบ็ สะสมไว้ เพ่อื เป็นทุนสารองไวใ้ ชจ้ า่ ยสาหรบั วยั เกษยี ณ วธิ ที ด่ี ที ส่ี ดุ คอื การวางแผนเพ่อื การ
9
เกษยี ณอายไุ วต้ งั้ แต่เรม่ิ ตน้ อย่างมรี ะบบตามขนั้ ตอน ซง่ึ แต่ละคนสามารถกาหนดแผนงานและขนั้ ตอนแตกต่างกนั
ออกไปตามความเหมาะสมกบั สภาพการดารงชวี ติ
12.ครสู อนเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การทาหน้าทเ่ี ป็นพลเมอื งดขี องสงั คมไทย รจู้ กั เออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ต่อผอู้ น่ื
สรปุ และกำรประยกุ ต์
13.ครแู ละผเู้ รยี นชว่ ยกนั สรุปเนอ้ื หาทเ่ี รยี นเพ่อื การเลอื กปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพ่อื สขุ ภาวะซง่ึ เป็นสถานการณ์ท่ี
กอ่ ใหเ้ กดิ ความสขุ ของคนชุมชนสงั คม และสง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี ชอ่ื มโยงกนั และกนั อยา่ งสมดลุ วยั ร่นุ เป็นวยั ทอ่ี าจเกดิ
พฤตกิ รรมเสย่ี งทส่ี ง่ ผลต่อสขุ ภาวะ จงึ ควรมที กั ษะการแกป้ ัญหา ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์ ทกั ษะการคดิ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณ ทกั ษะการสอ่ื สารอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพระหว่างบคุ คล ทกั ษะการ
ตระหนกั รใู้ นตนเอง ทกั ษะการเขา้ ใจผอู้ ่นื ทกั ษะการจดั การกบั อารมณ์ และทกั ษะการจดั การกบั ความเครยี ด เป็น
การ สรา้ งทกั ษะสขุ ภาพและพฒั นาทกั ษะชวี ติ เพอ่ื การมวี ถิ ชี วี ติ ทม่ี คี วามสขุ ในสงั คม
20.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน และแบบฝึกประเมนิ ผล
21.ผเู้ รยี นวเิ คราะหเ์ น้อื หาการเรยี นการสอนและหาขอ้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอดเพ่อื นาไปประยกุ ตใ์ ช้
ต่อไป พรอ้ มขอ้ เสนอแนะตนเอง
22.ประเมนิ ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น
ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วุฒภิ าวะ
1.
2.
3.
ส่ือและแหล่งกำรเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint, VDO
5.แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
10
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
เกณฑก์ ารประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาใหผ้ เู้ รยี นอา่ นทบทวนเน้อื หาเพม่ิ เตมิ
2.ทากจิ กรรมใบงาน และแบบฝึกหดั
11
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการท่ี 3 หน่วยท่ี 2
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ที่ 3 (3-3)
ชื่อหนว่ ย/เรือ่ ง หลกั กำรดแู ลสขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจิตของวยั ร่นุ จานวน 1 ช.ม.
แนวคิด
สขุ ภาพเป็นสงิ่ สาคญั และจาเป็นอย่างยงิ่ ต่อการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการในวยั รนุ่ ซง่ึ เป็นวยั ทจ่ี าเป็นตอ้ ง
ดแู ลสขุ ภาพของตนเองตามหลกั การดแู ลสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ เพ่อื เป็นผใู้ หญ่ทม่ี สี ขุ ภาพดตี ่อไป
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การบรโิ ภคอาหารและควบคุมน้าหนกั ตวั
2.รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การขบั ถ่ายของเสยี
3. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สาเร็จการศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 3.6 การประหยดั
3.2 ความมวี นิ ยั 3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ 3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 3.9 ความรกั สามคั คี
3.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง 3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรียนรู้
1.การบรโิ ภคอาหารและควบคมุ น้าหนกั ตวั
2.การขบั ถ่ายของเสยี
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
12
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเกย่ี วกบั การดแู ลสขุ ภาพการและสขุ ภาพจติ เป็นสง่ิ สาคญั และจาเป็นสาหรบั ทกุ ชวี ติ
ผทู้ ม่ี สี ขุ ภาพจติ ดี จะสง่ ผลใหม้ สี ขุ ภาพกายทด่ี ตี ามไปดว้ ทาใหก้ ารปฏบิ ตั หิ น้าทป่ี ระจาวนั ทงั้ การเรยี นและทางาน
เป็นไปดว้ ยดี มปี ระสทิ ธภิ าพ ชว่ ยใหช้ วี ติ มคี วามสขุ และมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี การมสี ขุ ภาพดไี ดน้ นั้ จะตอ้ ง
แสดงออกซง่ึ ความมชี วี ติ ชวี าของสภาพรา่ งกายทส่ี งั เกตเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั แจง้ และตอ้ งแสดงถงึ ความสามารถในการ
ปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์ และสง่ิ แวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ซง่ึ สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ เป็นองคป์ ระกอบท่ี
สาคญั ยง่ิ ของความเป็นผทู้ ม่ี สี ขุ ภาพดี
2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งการมสี ขุ ภาพดขี น้ึ ทพ่ี บเหน็ ในชวี ติ ประจาวนั
3.ผเู้ รยี นดภู าพและแสดงความคดิ เหน็ บุคคลในลกั ษณะต่างๆ
ขนั้ สอน
4. ครใู ชส้ อ่ื Power Point และรปู ภาพประกอบการอธบิ ายเรอ่ื งการบรโิ ภคอาหารและควบคุมน้าหนกั ตวั
5. ครใู ชส้ อ่ื วดิ ที ศั น์ ประกอบการอธบิ ายเรอ่ื งความตอ้ งการสารอาหารของวยั รุ่น และแนวทางการบรโิ ภค
อาหารเพอ่ื สขุ ภาพปฏบิ ตั ติ ามโภชนบญั ญตั ดิ งั ต่อไปน้ี
5,1.รบั ประทานอาหาครบ 5 หมู่
5.2 รบั ประทานขา้ วเป็นหลกั สลบั กบั อาหารประเภทแป้งเป็นบางมอ้ื
5.3 รบั ประทานผกั ผลไมใ้ หม้ ากและเป็นประจา
5.4 รบั ประทานปลา เน้อื สตั ว์ ไข่ และถวั่ เป็นประจา
13
5.5 ด่มื สมใหเ้ หมาะสมกบั วยั
5.6 รบั ประทานอาหารทม่ี แี ตไ่ ขมนั พอควร
5.7 หลกี เลย่ี งอาหารรสหวานและรสจดั
5.8 รบั ประทานอาหารทส่ี ะอาด
5.9 งดหรอื ลดเคร่อื งดม่ื แอลกอฮอร์
6.ครใู ชเ้ ทคนิคการบรรยายเพ่อื อธบิ ายการควบคมุ น้าหนกั ตวั
7.ครแู สดงรปู ภาพผ่านสอ่ื Power Point และอธบิ ายเรอ่ื งการขบั ถ่ายของเสยี ดงั น้ี
14
3.สรำ้ งลกั ษณะนิสยั กำรขบั ถำ่ ยใหส้ มำ่ เสมอ ปกตดิ 1-2 ชวั่ โมง หลงั จากต่นื นอน
หรอื รบั ประทานอาหารเชา้
4.หมนั่ ออกกำลงั กำย การออกกาลงั กายหรอื เคลอ่ื นไหวร่างกายอย่างน้อยวนั ละ 30 นาที
จะชว่ ยใหล้ าไสท้ างานอยา่ งสม่าเสมอ
8.ผเู้ รยี นวางแผนการออกกาลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพของตนเองใน 1 สปั ดาห์
9.ผเู้ รยี นเรยี งลาดบั สง่ิ ทต่ี นเองปฏบิ ตั ไิ ดบ้ ่อยครงั้ ทส่ี ดุ จนถงึ น้อยทส่ี ดุ เกย่ี วกบั แนวทางบรโิ ภคอาหารเพอ่ื
สขุ ภาพทด่ี ี และบอกโภชนบญั ญตั เิ พ่อื สขุ ภาพทด่ี ปี ระกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
10.ผเู้ รยี นบนั ทกึ วธิ กี ารฝึกระบบขบั ถ่ายของตนเองอย่างไรบา้ ง
15
11.ครใู หค้ วามรเู้ พมิ่ เตมิ นอกเหนือจากเน้อื หาการเรยี นการสอน เกย่ี วกบั เงอื่ นไขตำมหลกั เศรษฐกิจ
พอเพียง ในการตดั สนิ ใจและการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่าง ๆ ใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี งนนั้ ตอ้ งอาศยั ทงั้ ความรู้ และ
คณุ ธรรมเป็นพน้ื ฐาน กลา่ วคอื
(1) เง่อื นไขความรู้ เป็นความรอบรเู้ กย่ี วกบั วชิ าการต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ความรอบคอบทจ่ี ะนาความรู้
เหล่านนั้ มาพจิ ารณาใหเ้ ช่อื มโยงกนั เพอ่ื การวางแผน และความระมดั ระวงั ในขนั้ ปฏบิ ตั ิ
(2) เงอ่ื นไขคุณธรรม เป็นสง่ิ ทต่ี อ้ งเสรมิ สรา้ งใหม้ คี วามตระหนกั ในคุณธรรม มคี วามซ่อื สตั ยส์ จุ รติ และมี
ความอดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาเนินชวี ติ
ขนั้ สรปุ และกำรประยกุ ต์
12.ครแู ละผเู้ รยี นชว่ ยกนั สรุปเนอ้ื หาทเ่ี รยี น
13.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
แบบประเมินประสบกำรณ์พนื้ ฐำน
ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.สอ่ื PowerPoint , วดิ โี อ
16
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ ่าน 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ทากจิ กรรมใบงาน
2.อ่านและทบทวนบทเรยี น
17
แผนกำรจดั กำรเรียนร้แู บบบรู ณำกำรที่ 4 หน่วยท่ี 2
สอนคร้งั ท่ี 4 (4-4)
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หน่วย/เรือ่ ง หลกั กำรดแู ลสขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจิตของวยั ร่นุ
แนวคิด
สขุ ภาพเป็นสงิ่ สาคญั และจาเป็นอยา่ งยง่ิ ต่อการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการในวยั รุ่น ซง่ึ เป็นวยั ทจ่ี าเป็นตอ้ ง
ดแู ลสขุ ภาพของตนเองตามหลกั การดแู ลสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ เพอ่ื เป็นผใู้ หญ่ท่มี สี ขุ ภาพดตี ่อไป
ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั
3.รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การออกกาลงั กายเพ่อื สขุ ภาพ
4.รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การนอนหลบั พกั ผอ่ น
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรียนรู้
3 การออกกาลงั กายเพ่อื สขุ ภาพ
4 การนอนหลบั พกั ผอ่ น
18
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน
1.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี ่าน
มา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเร่อื งทจ่ี ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หม่กบั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นทบทวนเกย่ี วกบั สขุ ภาพเป็นองคป์ ระกอบทส่ี าคญั ทส่ี ดุ และมคี วามสาคญั กบั การพฒั นา
คณุ ภาพชวี ติ ทงั้ ต่อตนเอง ครอบครวั และสงั คม โดยทส่ี ขุ ภาพเป็นภาวะทไ่ี ม่หยดุ นิง่ ขน้ึ อยกู่ บั การดแู ลและเอาใจ
ใสก่ บั สขุ ภาพ และเหน็ คุณคา่ ของชวี ติ เป็นความสาคญั ของการดารงอยใู่ นสงั คม ปัจจยั ทส่ี ง่ ผลต่อสขุ ภาพ ไดแ้ ก่
พฤตกิ รรมสขุ ภาพ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ พนั ธกุ รรม และบรกิ ารสขุ ภาพ ซง่ึ พฤตกิ รรมสขุ ภาพมี
ความสมั พนั ธก์ บั การเกดิ โรคผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าทใ่ี หพ้ ลงั งานกล
3.ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นถงึ การดแู ลสขุ ภาพตนเอง ไดแ้ ก่ การออกกาลงั กาย เป็นตน้
ขนั้ สอน
4.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ สี อนแบบบรรยายเพ่อื อธบิ ายการออกกาลงั กายเพ่อื สขุ ภาพ โดยการออกกาลงั กายไมไ่ ด้
หมายถงึ การแขง่ ขนั กฬี ากบั ผอู้ น่ื แต่การออกกาลงั กายหมายถงึ การทเ่ี ราเคล่อื นไหวรา่ งกายในอริ ยิ าบถต่างๆ
โดยใชแ้ รงของกลา้ มเน้อื สง่ ผลใหร้ ะบบต่างๆ ของร่างกายทางานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและผ่อนคลายความตงึ
เครยี ดไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาสขุ ภาวะทด่ี ี อนั จะเป็นรากฐานทด่ี สี าหรบั คุณภาพชวี ติ ตวั อยา่ งเชน่ การออกกาลงั
กายจะมผี ลต่อระบบประสาท ดงั น้ี
19
5.ครใู ชส้ อ่ื VDO ฉายใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาเพอ่ื แสดงหลกั การพน้ื ฐานการออกกาลงั กายทถ่ี กู ตอ้ ง รวมทงั้ การ
ออกกาลงั กายตามหลกั FITT
ตำรำงสรปุ กำรออกกำลงั กำย FITT
6.ครใู ชเ้ ทคนิคการเรยี นแบบอภปิ รายเพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นแลกเปลย่ี นความรแู้ ละความคดิ เหน็ กนั โดยใหผ้ เู้ รยี น
อภปิ รายรว่ มกนั ในเร่อื งประเภทของการออกกาลงั กายมี 3 ประเภท
7.ผเู้ รยี นดู VDO เกย่ี วกบั ขนั้ ตอนการออกกาลงั กายอยา่ งถกู วธิ ี
7.1 การอบอุ่นรา่ งกาย (Warm up)
7.2 การยดื เหยยี ดกลา้ มเน้อื (Stretching)
7.3 การออกกาลงั กาย (Exerclse)
7.4 การคลายอุ่นร่างกายรว่ มกบั การยดื เหยยี ดกลา้ มเน้อื (Cool Down)
8.ครใู ชส้ อ่ื Power Point อธบิ ายการนอนหลบั พกั ผอ่ น โดยธรรมชาตจิ าเป็นตอ้ งใหค้ นเราพกั ผอ่ นนอน
หลบั เพ่อื จุดประสงคค์ อื
20
9.ผเู้ รยี นหรอื บคุ คลในครอบครวั มปี ระสบการณ์เร่อื งความเครยี ดอยา่ งไร มสี าเหตแุ ละปัจจยั มาจากสงิ่ ใด
และมผี ลกระทบต่อสขุ ภาพอยา่ งไร
10.ผเู้ รยี นวเิ คราะหต์ นเองว่ามพี ฤตกิ รรมการนอนทม่ี คี ณุ ภาพหรอื ไม่ อยา่ งไร โดยเขยี นเป็นหวั ขอ้ เวลา
นอนทเ่ี หมาะสม คณุ ภาพของการนอน และการทากจิ กรรมกอ่ นนอน เป็นตน้
11.ครใู หค้ วามรเู้ พมิ่ เตมิ ในการทาบญั ชีรำยรบั -รำยจำ่ ย ซง่ึ เป็นการจดบนั ทกึ เหตุการณ์ต่าง ๆ เกย่ี วกบั
การเงนิ หรอื บางสว่ นเกย่ี วขอ้ งกบั การเงนิ โดยผา่ นการวเิ คราะห์ จดั ประเภทและบนั ทกึ ไวใ้ นแบบฟอรม์ ทก่ี าหนด
เพอ่ื แสดงฐานะการเงนิ และผลการดาเนินงานของตนเองหรอื ครอบครวั ในช่วงระยะเวลาหน่งึ เป็นวธิ ตี รวจสอบการ
ใชจ้ า่ ยของครอบครวั วา่ มรี ายจ่ายสมดลุ กบั รายรบั และใชจ้ ่ายอยา่ งมเี หตุผลตามความจาเป็น พอเหมาะกบั สภาพ
ครอบครวั หรอื ไม่ หากสามารถปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมการบรโิ ภค เพอ่ื ลดรายจา่ ยทไ่ี มจ่ าเป็นเกนิ ตนได้ จะช่วยใหม้ ี
เงนิ เกบ็ ออมเพ่อื เป็นรากฐานสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ทดี ใี นชวี ติ ได้
ข้นั สรุปและการประยุกต์
12.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ เน้อื หาทเ่ี รยี นหลกั การดแู ลสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ของวยั รุ่น ประกอบดว้ ยการ
บรโิ ภคอาหารและการควบคมุ น้าหนกั ตวั การขบั ถ่ายของเสยี การออกกาลงั กายเพ่อื สขุ ภาพ และการนอนหลบั
พกั ผ่อน ซง่ึ จะทาใหว้ ยั รุ่นมกี ารเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทด่ี ี มสี ขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ทด่ี ี
13.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน และประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ดงั ต่อไปน้ี
21
ช่ือผเู้ รียน ประสบการณ์พืน้ ฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.สอ่ื PowerPoint , VDO
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
22
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ ่าน 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นอ่านทบทวนเน้อื หา และทากจิ กรรมใบงาน
2.ผเู้ รยี นควรหาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ จากสอ่ื และแหล่งความรอู้ น่ื ๆ
23
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการท่ี 5 หน่วยที่ 3
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ท่ี 5 (5-5)
จานวน 1 ช.ม.
ชื่อหน่วย/เร่อื ง กำรสรำ้ งสมั พนั ธภำพท่ีดี
แนวคิด
ชวี ติ ประจาวนั ของคนเรายอ่ มเกย่ี วขอ้ งกบั บุคคลอ่นื ความเกย่ี วขอ้ งน้ียอ่ มทาใหเ้ กดิ ความสมั พนั ธ์ ทงั้
ความสมั พนั ธแ์ บบครอบครวั แบบเพอ่ื น หรอื แบบคนรกั การมคี วามสมั พนั ธอ์ นั ดกี บั ผอู้ ่นื เป็นสง่ิ จาเป็นในการมี
ชวี ติ อยขู่ องมนุษย์
ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจความหมายของสมั พนั ธภาพ
2.รแู้ ละเขา้ ใจหลกั พน้ื ฐานในการสรา้ งสมั พนั ธภาพ
3.รแู้ ละเขา้ ใจกลวธิ กี ารสรา้ งมนุษยสมั พนั ธ์
4.รแู้ ละเขา้ ใจทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.2 ความมวี นิ ยั 5.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ 5.9 ความรกั สามคั คี
5.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ 5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
5.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
1.ความหมายและความสาคญั ของสมั พนั ธภาพ
2.หลกั พน้ื ฐานในการสรา้ งสมั พนั ธภาพ
3.กลวธิ กี ารสรา้ งมนุษยสมั พนั ธ์
4.ทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี
24
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนากนั วา่ พฒั นาการทางสงั คมและความคดิ ความเขา้ ใจของแต่ละบคุ คลพฒั นาขน้ึ
จากการมสี มั พนั ธภาพกบั ผอู้ ่นื เอกลกั ษณ์ของแต่ละบคุ คล ความสาเรจ็ ในอาชพี และสขุ ภาพจติ ลว้ นไดร้ บั
ผลกระทบจาก สมั พนั ธภาพระหวา่ งบคุ คล มนุษยแ์ ต่ละคนจะถกู หล่อหลอมจาก ประสบการณ์ความคดิ ความเช่อื
ทศั นคติ และค่านิยมทแ่ี ตกต่างกนั ดงั นนั้ การเช่อื มโยงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง 2 คนจงึ ตอ้ งมที กั ษะการสรา้ ง
สมั พนั ธภาพทด่ี รี ะหวา่ งกนั
2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งสมั พนั ธภาพทพ่ี บเหน็ มา เชน่ ความเป็นมติ ร ความเป็นกนั เองทม่ี ตี ่อเพ่อื น เป็นตน้
3.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั สมั พนั ธภาพโดยทวั่ ไป
ขนั้ สอน
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื วดี ทิ ศั น์เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาหาความหมายและความสาคญั ของสมั พนั ธภาพ
ซง่ึ สมั พนั ธภาพ (Relationship) หมายถงึ ความสมพั นธั อน์ ดั ระี หว่างบุคคลอนั จะทาใหเ้ กดิ ความรกั ความ
นบั ถอื ความรว่ มมอื สามารถอยรู่ ่วมกบั บคุ คลอน่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ซง่ึ มนุษยไ์ มส่ ามารถอยคู่ นเดยี ว ตามลาพงั
ได้ จาเป็นตอ้ งอย่รู ว่ มกนั กบั บคุ คลอ่นื ในสงั คม
5.ครใู ชส้ อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายหลกั พน้ื ฐานในการสรา้ งสมั พนั ธภาพ ประกอบดว้ ย
5.1 การมวี ตั ถุประสงคร์ ว่ มกนั
5.2 การเคารพในสทิ ธแิ ละความเป็นสว่ นตวั ของบคุ คล
5.3 โครงสรา้ งและแบบแผนของสมั พนั ธภาพ
5.4 องคป์ ระกอบของการตดิ ต่อสอ่ื สาร
5.5 การรจู้ กั ตนเองและสง่ิ แวดลอ้ มอย่างถ่องแท้
5.6 การห่วงใยในความรสู้ กึ ของผอู้ น่ื
5.7 การซ่อื สตั ยต์ ่อตนเองและผอู้ ่นื
6.ครบู อกกลวธิ กี ารสรา้ งมนุษยสมั พนั ธ์ โดยผา่ นสอ่ื Power Point ซง่ึ ความสมพั นธั ระ์ หว่างคนสองคนจะ
เป็นสมั พนั ธภาพทด่ี ตี ่อกนั ตอ้ งอาศยั คณุ ลกั ษณะสาคญั ไดแ้ ก่ การยอมรบั และใหเ้ กยี รติ การเขา้ ใจสาระและ
ความรสู้ กึ รวมทงั้ ความจรงิ ใจ
นอกจากน่กี ารสรา้ งมนุษยสมั พนั ธค์ วรทาดว้ ยวธิ ตี ่างๆ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ เวลา และบุคคลดงั น้ี
6.1 สรา้ งความรสู้ กึ ทด่ี ใี หก้ บั ตนเอง ตวั อย่างเช่น
25
6.2 ใชเ้ ทคนคกิ ารสนทนาเพ่อื สรา้ งมนษุยสมั พนั ธก์ ารสนทนา เช่น การสนทนา การฟัง
และการถาม เป็นตน้
6.3 ทวนคาพดู ควรทวนคาพดู เพอ่ื ตรวจสอบว่าผพู้ ดู พดู ถูกตอ้ งหรอื ไม่ เพ่อื ใหไ้ ดค้ วาม
ชดั เจน จากผพู้ ดู มากขน้ึ เน่อื งจากบางทผี พู้ ดู อาจพดู ไม่ตรงกบั ความรสู้ กึ ของตนเอง
6.4 ทาตวั เป็นผฟู้ ังทด่ี ไี มข่ ดั จงั หวะและไมแ่ สดงท่าทางในเชงิ ซุบซบิ นินทา
6.5 แสดงความรู้ ความคดิ เหน็ ของตนเองพอสมควร แต่ระมดั ระวงั อย่าใหก้ ลายเป็นการ
อวดรู้
6.6 ไม่ทาตวั เป็นคนเจา้ ปัญหาหรอื ซกั ถามมากเกนิ ไปจนทาใหร้ สู้ กึ ราคาญเหมอื นสอดรู้
สอดเหน็
6.7 ควรสนทนากบั ทกุ คน ไม่ควรเจาะจงสนทนากบั ใครคนหน่งึ
7.ครฉู าย VDO ใหน้ กั เรยี นดเู พอ่ื ศกึ ษาทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี เป็นทกั ษะทช่ี ่วยใหบ้ ุคคลอ่นื มี
ความสมั พนั ธท์ ด่ี ตี ่อกนั สามารถรกั ษา และดารงไวซ้ ง่ึ ความสมั พนั ธอ์ นั ดกี บั ผอู้ ่นื ประกอบดว้ ยทกั ษะดงั น้ี
7.1 การเปิดเผยตนเอง (Self Disclosure)
7.2 ความไวว้ างใจ (Trust)
7.3 ทกั ษะการสอ่ื สารความเขา้ ใจ
26
8.ผเู้ รยี นวเิ คราะหต์ นเอง และหาจุดเด่นและจุดดอ้ ยของตนเองเพอ่ื นาไปปรบั ปรุงและพฒั นา ในเรอ่ื ง
มองตนเอง
ตนตามอุดมคติ (ตนทอ่ี ยากจะเป็น) บอกขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ย พรอ้ มการปรบั ปรุงตนเอง
ตนทต่ี นเองรบั รู้ บอกขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ย พรอ้ มการปรบั ปรุงตนเอง
ตนทค่ี นอน่ื รบั รู้ บอกขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ย พรอ้ มการปรบั ปรุงตนเอง
ตนทเ่ี ป็นจรงิ (สภาพทแ่ี ทจ้ รงิ ) บอกขอ้ ดแี ละขอ้ ดอ้ ย พรอ้ มการปรบั ปรงุ ตนเอง
9.ถา้ ผเู้ รยี นตอ้ งยา้ ยโรงเรยี นใหม่ ยงั ไมร่ จู้ กั ใครและยงั ไมม่ เี พ่อื นเลย ผเู้ รยี นจะมหี ลกั พน้ื ฐานในการสรา้ ง
สมั พนั ธภาพกบั เพ่อื นใหมอ่ ยา่ งไรบา้ ง
10.ผเู้ รยี นเขยี นทกั ษะการฟังและการพดู ทด่ี วี า่ ควรปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
11.ครเู สนอแนะและเป็นทป่ี รกึ ษาในการนาเอาแนวปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง ซง่ึ ในกระบวนการ
ทางานทกุ ประเภทนนั้ จะตอ้ งเนน้ สจั จะซง่ึ เป็นตวั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม เน้นความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ เนน้ ใหช้ ว่ ยกนั คดิ
ช่วยกนั ทา เน้นใหร้ จู้ กั ความพอดี พอประมาณ มเี หตุผล ทงั้ หมดน้คี อื หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และ
สามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ บั การดาเนนิ ชวี ติ ของทกุ คนได้
ข้นั สรุปและการประยุกต์
12.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปเน้อื หาทเ่ี รยี นเกย่ี วกบั การมคี วามสมั พนั ธอ์ นั ดเี ป็นสงิ่ จาเป็นในการดารงชวี ติ ของ
มนุษย์ ตอ้ งมกี ารตดิ ต่อสอ่ื สารกนั การสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี กี บั ผอู้ ่นื มหี ลกั พน้ื ฐานในการสรา้ งสมั พนั ธภาพ
ประกอบดว้ ยการมวี ตั ถุประสงคร์ ว่ มกนั การเคารพในสทิ ธแิ ละความเป็นสว่ นตวั ของบคคุ ล สมั พนั ธภาพมี
องคป์ ระกอบเกย่ี วกบั การสอ่ื สาร คอื การรจู้ กั ตนเองและสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งถ่องแท้ การหว่ งใยในความรสู้ กึ ของผอู้ น่ื
27
และการ ซอ่ื สตั ยต์ ่อตนเองและผอู้ ่นื สมั พนั ธภาพทด่ี ตี ่อกนั ตอ้ งอาศยั การยอมรบั และใหเ้ กยี รติ การเขา้ ใจสาระและ
ความรสู้ กึ รวมทงั้ ความจรงิ ใจ
13.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน และแบบประเมนิ ผล
14.ผเู้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ โดยพจิ ารณาจากขอ้ มลู ความรู้ การใหเ้ หตุผล และความพรอ้ มในการนาเสนอ
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint , วดิ โี อ
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม
ประสงค์
28
เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ ่าน 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.อา่ นทบทวนเน้อื หา
2.ควรศกึ ษาขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ จากแหลง่ เรยี นรอู้ น่ื ๆ
29
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 6 หน่วยท่ี 4
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ท่ี 6 (6-6)
จานวน 1 ช.ม.
ช่ือหน่วย/เรื่อง กำรดแู ลสขุ ภำพผสู้ ูงอำยุ
แนวคิด
วยั สงู อายเุ ป็นวยั ทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงอย่างเหน็ ไดช้ ด้ โดยเฉพาะทางดา้ นร่างกายและจติ ใจเป็นวยั ทต่ี อ้ งมี
การดแู ลเป็นพเิ ศษ เพ่อื ใหผ้ สู้ งู อายุดแู ลตนเองไดเ้ หมาะสมกบั วยั มสี ขุ ภาพแขง็ แรงทงั้ ดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ และ
สงั คม เพ่อื ลดปัญหาของผสู้ งู อายุ ครอบครวั และสงั คม
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจการเปลย่ี นแปลงในวยั สงู อายุ2.รแู้ ละเขา้ ใจอาการของโรคทพ่ี บบ่อยในผสู้ งู อายุ
3.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารสง่ เสรมิ สขุ ภาพผสู้ งู อายุ
4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งาน
คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรำยวิชำ
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรียนรู้ 3.การสง่ เสรมิ สขุ ภาพผสู้ งู อายุ
1.การเปลย่ี นแปลงในวยั สงู อายุ
2.โรคทพ่ี บบ่อยในผสู้ งู อายุ
30
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1.ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นว่าผสู้ งู อายุเป็นกลมุ่ บคุ คลทม่ี จี านวนเพมิ่ ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ อยา่ งต่อเน่อื งในทุกประเทศทวั่
โลกรวมทงั้ ประเทศไทย ผสู้ งู อายเุ ป็นบุคคลทต่ี อ้ งพง่ึ พา เน่อื งจากมกี ารเปลย่ี นแปลงทางดา้ นสขภุ าพทงั้ ทาง
รา่ งกาย จติ ใจ และสงคั ม ผอู้ ยใู่ กลช้ ดิ จงึ ควรดแู ลเอาใจใสผ่ สู้ งู อายุอยา่ งเหมาะสม
2.ครแู ละผเู้ รยี นเล่าประสบการณ์เกย่ี วกบั การเปลย่ี นแปลงในวยั สงู อายุทเ่ี คยปฏบิ ตั มิ า
3.ผเู้ รยี นยกตวั อย่างกจิ กรรมการสง่ เสรมิ คณุ ภาพของผสู้ งู อายุ
ขนั้ สอน
4.ครใู ชส้ อ่ื Power Point เพ่อื อธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การเปลย่ี นแปลงในวยั สงู อายุ องคก์ ารอนามยั โลก
ใหค้ าจากดั ความเกย่ี วกบั วยั สงู อายไุ วด้ งั น้ี
การเปลย่ี นแปลงเม่อื เขา้ สวู่ ยั สงู อายทุ งั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คมมดี งั น้ี
การเปลยี่ นแปลงทางดา้ นร่างกาย
ระบบทำงเดินหำยใจ
ระบบทำงเดินอำหำร
ระบบกำรไหลเวยีนโลหติ
ระบบต่อมไรท้ ่อ
ระบบขบั ถำ่ ย
⑩ ระบบประสำท
31
5.ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื (Cooperative Learning) หมายถงึ กระบวนการเรยี นรทู้ ่ี
จดั ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ ว่ มมอื และชว่ ยเหลอื กนั ในการเรยี นรโู้ ดยแบง่ กลุม่ ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถต่างกนั ออกเป็นกลมุ่
เลก็ ซง่ึ เป็นลกั ษณะการรวมกลมุ่ อย่างมโี ครงสรา้ งทช่ี ดั เจน มกี ารทางานรว่ มกนั มกี ารแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ มี
การชว่ ยเหลอื พง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั และกนั มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ทงั้ ในสว่ นตนและสว่ นรวมเพอ่ื ใหต้ นเองและ
สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ ประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ ดงั น้ี
1) แบง่ ผเู้ รยี นเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คน
2) ผเู้ รยี นระดมสมองกนั คดิ หาวธิ กี ารดแู ลสขุ ภาพผสู้ งู อายุ ไดแ้ ก่
การเปลย่ี นแปลงในวยั สงู อายุ
โรคทพ่ี บบ่อยในผสู้ งู อายุ
การสง่ เสรมิ สขุ ภาพผสู้ งู อายุ
3) นาเสนอหน้าชนั้ เรยี น
6.ครใู ชส้ อ่ื Power Point เพอ่ื อธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั กจิ กรรมการสง่ เสรมิ สขุ ภาพผสู้ งู อายุ
7.ผเู้ รยี นดู VDO เพอ่ื ศกึ ษาโรคทพ่ี บบอ่ ยในผสู้ งู อายุ ไดแ้ ก่
โรคความดนั โลหติ สงู
โรคเบาหวาน
โรคขอ้ เขา่ เสอ่ื ม
โรคภาวะสมองเสอ่ื ม
โรคหลอดเลอื ดหวั ใจตบี
โรคตาในผสู้ งู อายุ
8.ผเู้ รยี นทาแผนผงั ความคดิ (Mind Maping) สรุปการสง่ เสรมิ สขุ ภาพผสู้ งู อายุประกอบดว้ ยการดแู ลใน
ดา้ นต่าง ๆ ดงั น้ี ดา้ นอาหาร
ดา้ นการเคล่อื นไหวรา่ งกาย
ดา้ นการขบั ถ่าย
ดา้ นสขุ ภาพช่องปาก
ดา้ นสขุ ภาพจติ
9.ผเู้ รยี นเขยี นอธบิ ายการเปลย่ี นแปลงของผสู้ งู อายเุ กว่ี ยกบั รา่ ยกาย จติ ใจ และสงั คม ถา้ ผสู้ งู อายุเป็นผู้
ทม่ี อี ายรุ ะหวา่ ง 60 ปีขน้ึ ไป สง่ ผลต่อการเปลย่ี นแปลงทางร่างกาย จติ ใจ และสงั คมอยา่ งไร
12.ผเู้ รยี นระบวุ ธิ กี ารฝึกการออกกาลงั กายเพ่อื พฒั นาระบบการหายใจ กลา้ มเน้อื และความยดื หยนุ่ ของ
ขอ้ ต่อและกลา้ มเน้อื ของตนเอง
13.ครเู น้นผเู้ รยี นใหม้ คี วำมละเอียดรอบคอบ มีควำมอดทน มีควำเขม้ แขง็ มีควำมเพยี รพยำยำม
นอกจากนนั้ ยงั ใหร้ ะมดั ระวงั ความปลอดภยั ในการทากจิ กรรมใบงานทอ่ี าจผดิ พลาดเกดิ ขน้ึ ไดโ้ ดยไม่ได้
ขนั้ สรปุ และกำรประยกุ ต์ จติ ใจ อารมณ และสงั คม การ
11.สรปุ เน้อื หา
ผสู้ งู อายจุ ะมกี ารเปลย่ี นแปลงทงั้ ทางร่างกาย
32
เปลย่ี นแปลงต่าง ๆ เหลา่ น้อี าจนาไปสกู่ ารเกดิ โรคและปญหาสขุ ภาพ ต่าง ๆ เชน่ โรค
ความดนั โลหติ สงู โรคเบาหวาน โรคขอ้ เขา่ เสอ่ื ม โรคภาวะ สมองเสอ่ื ม โรคหลอดเลอื ดหวั ใจตบี
โรคตาในผสู้ งู อายุ เพราะฉะนนั้ ควรมกี ารสง่ เสรมิ สขุ ภาพผสู้ งู อายุอยา่ งเหมาะสม ประกอบดว้ ย
การดแู ลในดา้ นอาหารดา้ นการ เคลอ่นื ไหวรา่่งกาย ดา่้นการขบถั า่่ย ดา่้นการปองกนอั
บตุ เั ่ิหต ่ดุ า่้นสขภุ าพชอง่ ปาก และ ดา้ นสขุ ภาพจติ โดยครสู มุ่ ผเู้ รยี นใหต้ อบคาถาม
12.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. คาถามชวนคดิ
5. ใบงาน
33
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
เครือ่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ
5. ตรวจใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ เกณฑผ์ ่าน และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ 50%
5. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาความรเู้ พมิ่ เตมิ นอกหอ้ งเรยี น
2.อ่านทบทวนเน้อื หา
..................................................................................................................................................
34
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 7 หน่วยท่ี 5
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ท่ี 7 (7-7)
จานวน 1 ช.ม.
ช่ือหน่วย/เรื่อง โรคติดต่อและโรคไมต่ ิดต่อ
แนวคิด
ปัญหาสขุ ภาพเป็นผลทเ่ี กดิ จากปัญหาสงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม พนั ธกุ รรม และการมพี ฤตกิ รรมเสย่ี งต่าง ๆ ทา
ใหเ้ กดิ โรคตดิ ต่อและโรคไม่ตดิ ต่อ ทป่ี ้องกนั ไดห้ ากเขา้ ใจถงึ สาเหตุและหลกี เลย่ี งปัจจยั ต่าง ๆ ทท่ี าใหเ้ กดิ โรค
ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั
1.รปู และเขา้ ใจสาเหตุ อาการ และวธิ กี ารป้องกนั โรคตดิ ต่อ
2.รแู้ ละเขา้ ใจสาเหตุ อาการ และวธิ กี ารป้องกนั โรคไม่ตดิ ต่อ
3. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรียนรู้
1.โรคตดิ ต่อ
2.โรคไม่ตดิ ต่อ
35
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ่ี
ผ่านมา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเร่อื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หม่
กบั ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาเร่อื งสมรรถภาพทางกายเป็นสงิ่ สาคญั ในการชว่ ยเสรมิ สรา้ งใหบ้ คุ คลสามารถ
ประกอบภารกจิ และดารงชวี ติ อยอู่ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทงั้ ยงั ทาใหบ้ คุ คลปราศจากโรคภยั ไขเ้ จบ็
3.ครแู สดงรปู ภาพสมรรถภาพทางกาย เพ่อื เชอ่ื มโยงเขา้ สเู่ น้อื หา
ขนั้ สอน
4. ครใู ชส้ อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายเรอ่ื งความรเู้ รอ่ื งสมรรถภาพทางกาย โดยอธบิ าย
ความหมายและประโยชน์ของสมรรถภาพทางกาย และองคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย
5. ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบบรรยาย อธบิ ายเกย่ี วกบั ความรเู้ ร่อื งสมรรถภาพทางกาย โดยใชส้ อ่ื Power
Point ประกอบการอธบิ าย
6. ครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื (Cooperative Learning) หมายถงึ กระบวนการเรยี นรทู้ ่ี
จดั ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ ว่ มมอื และชว่ ยเหลอื กนั ในการเรยี นรโู้ ดยแบง่ กลมุ่ ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถต่างกนั ออกเป็นกลุ่ม
เลก็ ซง่ึ เป็นลกั ษณะการรวมกลมุ่ อย่างมโี ครงสรา้ งทช่ี ดั เจน มกี ารทางานร่วมกนั มกี ารแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ มี
การชว่ ยเหลอื พง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั และกนั มคี วามรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ทงั้ ในสว่ นตนและสว่ นรวมเพ่อื ใหต้ นเองและ
สมาชกิ ทุกคนในกลุ่มประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ ดงั น้ี
1). แบง่ ผเู้ รยี นเป็นกลุ่มๆ ละ 4-5 คน
2).ความหมายและประโยชน์ของสมรรถภาพทางกาย
3) องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย
4) นาเสนอหน้าชนั้ เรยี น
7.ครใู ชเ้ ทคนคิ การบรรยาย เพ่อื อธบิ ายปัจจยั ของสมรรถภาพทางกาย
8.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ สมรรถภาพทางกายเป็นสง่ิ จา เป็นและสา คญั อยา่ งยง่ิ สา หรบั การดารงชพี ในปัจจบุ นั
การมสี มรรถภาพทางกายทด่ี เี ป็นผลทาใหม้ สี ขุ ภาพดสี มรรถภาพทางกายแบ่งเป็น 2 ประเภท คอื สมรรถภาพ
ทางกายทส่ี มั พนั ธก์ บั สขุ ภาพ และสมรรถภาพทางกายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทกั ษะ โดยมปี ัจจยั หลกั 2 ประการทท่ี าให้
รา่ งกายมนุษยเ์ รามสี มรรรถภาพทางกายดี คอื ปัจจยั ภายในไดแ้ ก่ อายุ เพศ สภาพร่างกาย จติ ใจ และพรสวรรค์
ปัจจยั ภายนอก ไดแ้ ก่ อาหาร สารกระตุน้ สภาพอากาศ เคร่อื งนุ่งห่ม การออกกาลงั กาย และการพกั ผ่อน
9.ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นวา่ การทดสอบสมรรถภาพทางกายเป็นกจิ กรรมทส่ี าคญั เม่อื ไดผ้ ลการทดสอบนาไป
เปรยี บเทยี บกบั เกณฑม์ าตรฐานนาผลการทดสอบมาปรบั ปรงุ แกไ้ ขขอ้ บกพร่อง และพฒั นาสมรรถภาพ
10.ครแู ละผเู้ รยี นอธบิ ายความสาคญั ของการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และวตั ถุประสงคใ์ นการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย
11.ครแู ละผเู้ รยี นสาธติ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย โดยการทดสอบสมรรถภาพทางกายทส่ี มั พนั ธก์ บั
สขุ ภาพมขี นั้ ตอนการทดสอบ ดงั น้ี
36
1) ชงั่ น้าหนกั วดั สว่ นสงู
2) นงั่ งอตวั
3) นอนยกตวั
4) ดนั พน้ื
5) เดนิ /วง่ิ 1.6 กโิ ลเมตร (1 ไมล)์
12.ครเู ปิด VDO ใหผ้ เู้ รยี นดแู ละปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารทดสอบสมรรถภาพทางกายทส่ี มั พนั ธก์ บั สขุ ภาพ
เพอ่ื ฝึกใหผ้ เู้ รยี นสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้
13.ครเู ปิด VDO ใหผ้ เู้ รยี นสาธติ การทดสอบสมรรถภาพทางกายสาหรบั เดก็ ไทย อายุ 7-18 ปี
14.ผเู้ รยี นตอบคาถามชวนคดิ ทาใบงาน และทาแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย
ขนั้ สรปุ และกำรประยกุ ต์
15.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ เน้อื หาทเ่ี รยี น การทดสอบสมรรถภาพทางกายมี 2 แบบคอื 1) แบบทดสอบ
สมรรถภาพทางกายทส่ี มั พนั ธก์ บั สขุ ภาพ ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน คอื ชงั่ น้าหนกั วดั สว่ นสงู นงั่ งอตวั นอนยกตวั ดนั
พน้ื และเดนิ /วง่ิ 1.6 กโิ ลเมตร 2) แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสาหรบั เดก็ ไทย อายุ 7-18 ปี มกี ารทดสอบ 7
อย่างไดแ้ ก่ 1) วดั ความหนาของไขมนั ใตผ้ วิ หนงั 2) ลกุ นงั่ 60 วนิ าที 3) ดนั พน้ื 30 วนิ าที 4) ยนื กระโดดไกล
5) นงั่ งอตวั 6) วงิ่ ออ้ มหลกั และ 7) วง่ิ ระยะไกล 1,600 เมตร เมอ่ื ทาการทดสอบเสรจ็ แลว้ ใหน้ าผลมาเปรยี บเทยี บ
กบั เกณฑเ์ พ่อื ประเมนิ สมรรถภาพของตนเอง
16.สรปุ สาระสาคญั เพ่อื ใหเ้ กดิ การเรยี นรแู้ ละนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้ และประเมนิ ผเู้ รยี นดงั น้ี
ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
37
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. คาถามชวนคดิ
5. ใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ
5. ตรวจใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ เกณฑผ์ ่าน และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ 50%
5. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนาใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ จากแหล่งเรยี นรอู้ ่นื ๆ
2.อ่านและทบทวนเน้อื หา
38
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 8 หน่วยที่ 6
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ท่ี 8 (8-8)
จานวน 1 ช.ม.
ช่ือหน่วย/เรอ่ื ง กำรใช้ยำและสมนุ ไพรไทย
แนวคิด
ยาเป็นหน่ึงในปัจจยั 4 ทใ่ี หป้ ระโยชน์ในการวนิ ิจฉยั บาบดั บรรเทา ป้องกนั หรอื รกั ษาความเจบ็ ป่ วยต่างๆ
หากใชอ้ ย่างไม่ถูกตอ้ งหรอื ใชโ้ ดยไม่ระมดั ระวงั นอกจากจะไดร้ บั ประโยชน์ ไม่เตม็ ท่ี อาจเกดิ อนั ตรายจาก
ผลขา้ งเคยี งของยาจนกระทงั่ รุนแรงถงึ แก่ชวี ติ ฉะนนั้ เราจงึ ควรมี ความรคู้ วามเขา้ ใจและปฏบิ ตั ติ นเกย่ี วกบั การใช้
ยาทถ่ี กู ตอ้ ง
ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจความหมาย และการแบ่งประเภทของยา
2.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารใชย้ าทถ่ี กู ตอ้ ง
3. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
1.ยาและการแบ่งประเภทของยา
2.การใชย้ าทถ่ี กู ตอ้ ง
39
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1.ครกู ลา่ วว่าผทู้ ท่ี ดสอบสมรรถภาพและเมอ่ื ทราบผลการประเมนิ แลว้ หากคา่ ไดต้ ่ากว่าเกณฑม์ าตรฐาน
ซง่ึ เป็นขอ้ บ่งชว้ี า่ ตอ้ งมกี ารปรบั ปรุงและพฒั นาใหด้ ขี น้ึ วธิ กี ารเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกายและคงไวซ้ ง่ึ ระดบั ทด่ี ี
นนั้ สว่ นหน่งึ โดยการใชว้ ธิ กี ารออกกาลงั กายตามปกติ
2.ผเู้ รยี นเลา่ ถงึ การออกกาลงั กายของตนเองในแต่ละวนั สปั ดาห์ หรอื เดอื น
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบบรยายเพอ่ื อธบิ ายการเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย ในเรอ่ื งหลกั การออก
กาลงั กายทวั่ ไปเพ่อื พฒั นาสมรรถภาพทางกาย
4.ครสู อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายเร่อื งปัจจยั ทส่ี ง่ เสรมิ หรอื เกย่ี วขอ้ งกบั การพฒั นาสมรรถภาพ
ทางกาย
5.ครใู ชเ้ ทคนิคการบรรยายเพอ่ื บอกการพฒั นาสมรรถภาพทางกาย การเป็นผนู้ าและมสี ว่ นรว่ มในการจดั
กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย
6.ครใู ชส้ อ่ื วดี ที ศั น์แสดงการพฒั นาสมรรถภาพทางกายและมสี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ ง
สมรรถภาพทางกาย
7.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ วา่ สมรรถภาพทางกายของตนเองเป็นอยา่ งไรและเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั เพ่อื นมคี วาม
แตกต่างกนั หรอื ไมอ่ ยา่ งไร
8.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ ว่าสมรรถภาพทางกายในสมยั มธั ยมศกึ ษาและปัจจบุ นั มคี วามแตกต่างกนั
หรอื ไม่อยา่ งไร
9.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ ว่าในการทดสอบสมรรถภาพทางกายครงั้ ต่อไป นกั ศกึ ษาคดิ วา่ ตวั เองจะตอ้ ง
พฒั นาสมรรถภาพของตวั เองอยา่ งไร
10ผเู้ รยี นเปรยี บเทยี บองคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกายลงในตารางทก่ี าหนด และวเิ คราะหป์ ัจจยั ของ
สมรรถภาพทางกายลงในตารางทก่ี าหนด
11.ผเู้ รยี นเปรยี บเทยี บวธิ กี ารทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทงั้ 2 วธิ ลี งในตารางทก่ี าหนด
12.ผเู้ รยี นทดสอบสมรรถภาพทางกายแลว้ นาผลการทดสอบมาใสไ่ วใ้ นตารางประเมนิ สมรรถภาพทางกาย
พรอ้ มบอกวธิ กี ารเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกายของตนเอง
ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต์
13.ครสู รุปโดยถามคาถามหรอื กาหนดปัญหาโดยใหผ้ ูเ้ รยี นระดมสมองชว่ ยกนั คดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ าย
คาตอบใหเ้ พ่อื นทุกคนในกลมุ่ ของตนเองเขา้ ใจ
14.ครูและผเู้ รยี นสรุปการออกกาลงั กาย เป็นการพฒั นาสมรรถภาพทางกาย โดยเรมิ่ ออกกาลงั กายจาก
น้อยไปหามาก จากมากไปหาหนัก จนเกดิ ความเหน็ดเหน่ือยออกกาลงั กายเป็นประจาและสม่าเสมอ และเลอื ก
ชนดิ การออกกาลงั กายทใ่ี ชก้ ลา้ มเน้อื มดั ใหญ่ วธิ กี ารพฒั นาสมรรถภาพ จะตอ้ งควบคมุ น้าหนกั ตวั เพม่ิ ความจปุ อด
40
เพม่ิ สมรรถภาพของระบบไหลเวยี นโลหติ ผนู้ าและผมู้ สี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพ คอื ผรู้ ่วม
กจิ กรรมการออกกาลงั กาย และกจิ กรรมนนั ทนาการ ซง่ึ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามแนวทางการเป็นผนู้ าและผมู้ สี ว่ นร่วมทด่ี ี
15.ครใู ชว้ ธิ สี มุ่ ผเู้ รยี นทุกกลุม่ ตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พอ่ื นฟังทงั้ ชนั้ เรยี น
16.ผเู้ รยี นตอบคาถามชวนคดิ ทาใบงาน และทาแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย
ส่ือและแหล่งกำรเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.สอ่ื PowerPoint , วดิ ที ศั น์
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. คาถามชวนคดิ
5. ใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ
5. ตรวจใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
41
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ เกณฑผ์ ่าน และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ 50%
5. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ ่าน 50%
7 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ฝึกทกั ษะโดยทากจิ กรรมใบงาน แบบฝึกหดั
2.อา่ นและทบทวนบทเรยี น
42
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการที่ 9 หน่วยที่ 6
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ท่ี 9 (9-9)
จานวน 1 ช.ม.
ชื่อหน่วย/เร่อื ง กำรใช้ยำและสมุนไพรไทย
แนวคิด
ยาเป็นหน่ึงในปัจจยั 4 ทใ่ี หป้ ระโยชน์ในการวนิ จิ ฉยั บาบดั บรรเทา ป้องกนั หรอื รกั ษาความเจบ็ ป่ วยต่างๆ
หากใชอ้ ย่างไม่ถูกตอ้ งหรอื ใชโ้ ดยไม่ระมดั ระวงั นอกจากจะไดร้ บั ประโยชน์ ไม่เตม็ ท่ี อาจเกดิ อนั ตรายจาก
ผลขา้ งเคยี งของยาจนกระทงั่ รนุ แรงถงึ แก่ชวี ติ ฉะนนั้ เราจงึ ควรมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและปฏบิ ตั ติ นเกย่ี วกบั การใช้
ยาทถ่ี กู ตอ้ ง
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั
3.รแู้ ละเขา้ ใจอนั ตรายจากการใชย้ า
4.รแู้ ละเขา้ ใจสมนุ ไพรไทยและวธิ ปี ้องกนั อนั ตรายจากการใชย้ าสมุนไพร
5.รแู้ ละเขา้ ใจชนิดของยาจากสมนุ ไพรในบญั ชยี าหลกั แห่งชาติ
6. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ยั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
6.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรียนรู้ 4.สมุนไพรไทย
3.อนั ตรายจากการใชย้ า
43
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาวา่ สงั คมในปัจจบุ นั ใหค้ วามสาคญั กบั การจดั สวสั ดกิ ารสงั คมในหลายรปู แบบ
กจิ กรรมนนั ทนาการเป็นสว่ นหน่งึ ของสวสั ดกิ ารทร่ี ฐั ใหก้ ารสนบั สนุน เพอ่ื ลดความเครยี ดและสง่ เสรมิ สขุ ภาพกาย
และจติ ใจ รวมทงั้ สรา้ งเสรมิ กาลงั ใจ และสรา้ งความสมดุลของชวี ติ สง่ เสรมิ ใหค้ นไทยมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี น้ึ
2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบบรรยาย ดว้ ยการเลา่ อธบิ ายแสดงสาธติ ใหผ้ เู้ รยี นเป็นผฟู้ ังและเปิดโอกาสให้
ผเู้ รยี นซกั ถามปัญหาไดใ้ นตอนทา้ ยของการบรรยายนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม โดยกล่าวความสาคญั ของ
นนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายปัจจยั สนบั สนุนนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม
5.ครเู ปิด VDO ใหผ้ เู้ รยี นดกู ารจดั กจิ กรรมนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม เช่น เกม ละคร ดนตรี การ
เตน้ ราและกจิ กรรมเขา้ จงั หวะ ลลี าศ การละเลน่ พน้ื เมอื ง เตน้ ราประกอบเพลง การรอ้ งเพลงคาราโอเกะ กฬี าเพอ่ื
นนั ทนาการทางสงั คม การจดั การแสดงศลิ ปหตั ถกรรม งานเลย้ี งสงั สรรค์ การรบั ประทานอาหารนอกบา้ น งาน
ปารต์ ้ี ปิกนิก กจิ กรรมทางศาสนา เป็นตน้
6.ครใู ชส้ อ่ื Power Point แสดงกจิ กรรมสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมนนั ทนาการเพ่อื สงั คมทส่ี ง่ เสรมิ
ในเร่อื งคุณธรรมจรยิ ธรรม การใหแ้ ละการรบั ความรว่ มมอื ของชมุ ชน อนั จะก่อใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจ และการ
พฒั นาจติ ใจของบคุ คลและสงั คม เชน่ สมาคม มลู นิธิ องคก์ าร อาสาสมคั ร ชมรมอนุรกั ษธ์ รรมชาติ สภากาชาด
ไทย ฯลฯ
7.ผเู้ รยี นสรุปว่ากจิ กรรมนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คมช่วยสง่ เสรมิ ใหส้ มาชกิ เกดิ การพฒั นาใหม้ คี วาม
สมบรู ณ์ ทงั้ ดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา โดยมปี ัจจยั ทส่ี นบั สนุน ไดแ้ ก่ ปัจจยั ดา้ นบุคคล
ดา้ นการจดั การบรกิ ารสงั คมดา้ นกจิ กรรมนนั ทนาการทเ่ี ป็นสอ่ื ในการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ กจิ กรรมอาสาสมคั ร
เป็นกจิ กรรมสาธารณประโยชนท์ ไ่ี ดบ้ าเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อสงั คม พฒั นาชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
8.ครกู ลา่ วว่าการจดั กจิ กรรมนนั ทนาการจะตอ้ งไดร้ บั การสง่ เสรมิ และดาเนินการพรอ้ มกบั ใหค้ วาม
ร่วมมอื จากหลายหน่วยงาน เพอ่ื เปิดโอกาสใหบ้ ุคคลไดม้ สี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมมากทส่ี ดุ
9.ครอู ธบิ าย โดยเปิด VDO ประกอบเพ่อื เชอ่ื มโยงเร่อื งการจดั กจิ กรรมนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม
10.ครแู ละผเู้ รยี นจดั ทาโครงการจดั นนั ทนาการเพ่อื บรกิ ารและสวสั ดกิ ารสงั คม โครงการทรพั ยากรทาง
นนั ทนาการ หรอื โครงการจดั กจิ กรรมนนั ทนาการ เป็นตน้ เพ่อื แสดงการมสี ว่ นรว่ มชว่ ยสงั คม
11.ครแู ละผเู้ รยี นแนะนาการเป็นผนู้ ากจิ กรรมนนั ทนาการ ประกอบดว้ ย หลกั ของผนู้ ากจิ กรรม
นนั ทนาการ คุณสมบตั ขิ องผนู้ านนั ทนาการ ปัจจยั สาคญั ของการเป็นผนู้ ากจิ กรรมนนั ทนาการ
12.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ วา่ ทผ่ี า่ นมาตนเองเคยเหน็ การจดั กจิ กรรมนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม
หรอื ไม่รสู้ กึ อยา่ งไรกบั การจดั กจิ กรรมนนั้
44
13.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ วา่ กจิ กรรมนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม ทต่ี นเองสนใจควรเป็นกจิ กรรม
ใด และหากจะจดั กจิ กรรมดงั กลา่ วนกั ศกึ ษาจะมวี ธิ กี ารดาเนินกจิ กรรมอย่างไร
14.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ วา่ การนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คมมคี วามสาคญั และจาเป็นต่อการ
ดารงชวี ติ ใหส้ รปุ ความสาคญั ลงในตาราง
15.ผเู้ รยี นเขยี นแผนการดาเนนิ งานการจดั กจิ กรรมนนั ทนาการในชุมชนและสงั คมทต่ี นเองอาศยั อยู่ ตาม
รายละเอยี ดดงั น้ี
1) ชอ่ื โครงการ
2) หลกั การและเหตุผลในการจดั กจิ กรรม
3) วตั ถุประสงคใ์ นการดาเนินการ
4) วธิ ดี าเนนิ การและผทู้ ร่ี บั ผดิ ชอบ
5) ระยะเวลา สถานท่ี วสั ดอุ ุปกรณ์และงบประมาณ
6) ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั
7) วธิ กี ารประเมนิ ผลโครงการ
16.ผเู้ รยี นจดั กจิ กรรมสาธารณประโยชน์ เป็นนนั ทนาการเพ่อื สงั คมเป็นกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ในเร่อื ง
คุณธรรม จรยิ ธรรม การใหแ้ ละการรบั ความรว่ มมอื ของชมุ ชน ใหน้ กั ศกึ ษารวมกล่มุ กนั นาเสนอกจิ กรรม
สาธารณประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั พิ รอ้ มกลบั มานาเสนอผลจากการปฏบิ ตั ิ
17.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นบนั ทกึ บญั ชคี รวั เรอื น เพอ่ื ใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั พิ ฒั นาความรู้ ความคดิ และปฏบิ ตั ิ
ถกู ตอ้ ง กอ่ ใหเ้ กดิ ความเจรญิ ในดา้ นอาชพี หรอื เศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม ซง่ึ การทาบญั ชคี รวั เรอื นเป็นเรอ่ื ง
การบนั ทกึ รายรบั รายจา่ ยประจาวนั /เดอื น/ปี ว่ามรี ายรบั รายจา่ ยจากอะไรบา้ ง จานวนเทา่ ใด รายการใดจ่ายน้อย
จ่ายมาก จาเป็นน้อยจาเป็นมาก กอ็ าจลดลงหรอื เพมิ่ ขน้ึ ตามความจาเป็น ถา้ ทกุ คนคดิ ได้กแ็ สดงว่าเป็นคนรจู้ กั
พฒั นาตนเอง มเี หตุมผี ล รจู้ กั พอประมาณ รกั ตนเอง รกั ครอบครวั รกั ชมุ ชน และรกั ประเทศชาตมิ ากขน้ึ จงึ เหน็
ไดว้ า่ การทาบญั ชคี รวั เรอื น คอื วถิ แี หง่ การเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นาชวี ติ ตำมปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
ขนั้ สรปุ และกำรประยกุ ต์
18.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ เน้ือหาทเ่ี รยี น โดยการจดั กจิ กรรมนนั ทนาการในชมุ ชนและสงั คม ควรเป็นหน้าทท่ี งั้
ของประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ทร่ี บั ผดิ ชอบ โดยอาศยั ทรพั ยากรทางนนั ทนาการ ไดแ้ ก่ สถานท่ี อปุ กรณ์และ
บคุ ลากร โดยการจดั กจิ กรรมนนั ทนาการจะตอ้ งมแี ผนการดาเนนิ การ เลอื กกจิ กรรมใหเ้ หมาะสม มหี ลกั การจดั
และการบรกิ าร สถานท่ี อปุ กรณ์และสงิ่ อานวยความสะดวก งบประมาณ การประเมนิ ผลและการรายงานผล
ซง่ึ ผนู้ ากจิ กรรมนนั ทนาการ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในชมุ ชนมบี ทบาทสาคญั ในการเป็นผคู้ อยชแ้ี นะ ช่วยเหลอื
สนบั สนุนและกระตุน้ ผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมใหป้ ระสบความสาเรจ็ ตามจุดประสงคท์ ว่ี างไว้
19.ครสู มุ่ ถามผเู้ รยี นรายบคุ คล เพ่อื ทดสอบความเขา้ ใจของผเู้ รยี น
20.ผเู้ รยี นตอบคาถามชวนคดิ ใบงาน และแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย
45
ส่ือและแหล่งกำรเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4. คาถามชวนคดิ
5. ใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ
5. ตรวจใบงาน
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
46
4. ตรวจคาถามชวนคดิ เกณฑผ์ ่าน และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ 50%
5. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50%
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.อา่ นและทบทวนเน้อื หา
2.ทากจิ กรรมใบงาน
3.จดั ทาโครงการนนั ทนาการเพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพทส่ี มั พนั ธก์ บั ชมุ ชนทเ่ี หมาะสม
47
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการท่ี 10 หน่วยท่ี -
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ที่ 10 (10-10)
จานวน 1 ช.ม.
ชื่อหนว่ ย/เรือ่ ง ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
แนวคิด
-
ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั
1.ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรเู้ น้อื หาสาระ และนาความคดิ รวบยอดไปประยุกตใ์ ชต้ ่อไป
2.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
2.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 2.6 การประหยดั
2.2 ความมวี นิ ยั 2.7 ความสนใจใฝ่รู้
2.3 ความรบั ผดิ ชอบ 2.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
2.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ 2.9 ความรกั สามคั คี
2.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง 2.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน
48
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 11 หน่วยท่ี 7
รหสั 20000-1601 วชิ าทกั ษะการดารงชวี ิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ท่ี 11 (11-11)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง หลีกเล่ียงอบำยมขุ
แนวคิด
อบายมขุ เป็นภยั รา้ ยแรงทก่ี ่อใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพทางกาย สขุ ภาพจติ ความรุนแรง ในครอบครวั
สงั คม และประเทศชาติ นาไปสปู่ ัญหาสงั คมมากมาย ไดแ้ ก่ ปัญหาดา้ นบุหร่ี สรุ า สารเสพตดิ การพนนั และการ
สาสอ่ นทางเพศ
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจโทษของบหุ รแ่ี ละสรุ า
2.รแู้ ละเขา้ ใจโทษของการเล่นการพนนั
3. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรมคา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
1.บหุ รแ่ี ละสรุ า
2.การพนนั
49
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน
1.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี า่ น
มา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี น เพ่อื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเช่อื มโยงความรใู้ หมก่ บั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเลา่ ประสบการณ์เดมิ
2.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนากนั วา่ บหุ รแ่ี ละสรุ า เป็นสารเสพตดิ การพนนั และการสาสอ่ นทางเพศเป็นภยั รา้ ยแรงท่ี
สง่ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ต่อตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนคิ การบรรยายอธบิ ายบหุ รแ่ี ละสรุ า โดยครใู ชส้ อ่ื Power Point ประกอบการสอนหลกั พน้ื ฐาน
โดยบหุ รไ่ี มไ่ ดถ้ ูกจดั อย่ใู นประเภทของยาเสพตดิ ทาใหบ้ หุ รเ่ี ป็นสารเสพตดิ ทจ่ี าหน่ายไดโ้ ดยไมผ่ ดิ กฎหมาย แต่
การสบู บหุ รเ่ี ป็นสาเหตขุ องการสญู เสยี ชวี ติ และทพุ พลภาพ
ควนั บุหรท่ี พ่ี ่นออกมาหรอื สดู เขา้ ไปในปอดนนั้ มสี ารเคมมี ากกว่า 4,000 ชนดิ สว่ นประกอบหลกั ในควนั
บุหรค่ี อื นโิ คตนิ ทาร์ คารบ์ อนมอนอกไซด์ มวิ เทน แอมโมเนยี ไซยาไนด์ สารหนู และฟีนอล สว่ นใหญ่เป็น
อนุภาคเลก็ ๆ หรอื ก๊าซ สารเคมเี หล่าน้มี ากกว่า 50 ชนิด ทาใหเ้ กดิ มะเรง็ ปอด คอ ปาก กระเพาะปัสสาวะ และไต
ซง่ึ อวยั วะเหล่าน้ลี ว้ นเป็นทางผ่านของสารเคมใี น ควนั บหุ รท่ี เ่ี ขา้ และออกจากร่างกาย
4.ผเู้ รยี นชมวดี ทิ ศั น์แสดงสารประกอบในบหุ ร่ี เชน่ นโิ คตนิ ทาร์ มวิ เทน แอมโมเนยี เป็นตน้ และโรคทเ่ี กดิ
จากการสบู บุหร่ี เช่น โรคกระดกู และกลา้ มเน้อื โรคเกย่ี วกบั ระบบประสาท โรคหวั ใจและหลอดเลอื ด เป็นตน้
5.ครใู ชเ้ ทคนิคการบรรยาย เพ่อื อธบิ ายสถานการณ์ดา้ นพฤตกิ รรมการบรโิ ภคยาสบู ซง่ึ ผลติ ภณั ฑย์ าสบู
จาแนกตามลกั ษณะการใชง้ านออกเป็น 2 กลุ่ม ไดแ้ ก่ ผลติ ภณั ฑย์ าสบู ชนดิ มคี วนั และไม่มคี วนั
50
6.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ บทลงโทษตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ ผลติ ภณั ฑย์ าสบู พ.ศ.2560
7.ครใู ชเ้ ทคนคิ การเรยี นรโู้ ดยใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นรว่ ม โดยนกั เรยี นชมวดี โี อเร่อื งบนั ได 10 ขนั้ สกู่ ารเปิดใจเลกิ
บุหร่ี