51
8 ครใู ชเ้ ทคนิคการเรยี นรโู้ ดยใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นรว่ ม โดยใชส้ อ่ื วดี โี อฉายใหผ้ เู้ รยี นไดด้ แู ละเรยี นรเู้ รอ่ื งสรุ า
โดยการดม่ื สรุ าสง่ ผลใหเ้ กดิ ปัญหาและผลกระทบทเ่ี ป็นภยั คุกคามสขุ ภาพในชวี ติ นบั วนั ยงิ่ ทวคี วาม รุนแรงมาก
ขน้ึ จดั เป็นปัญหาบคุ คล ครอบครวั สงั คม และปัญหาสาธารณสขุ
9.ผเู้ รยี นชมวดี โี อ และครใู ชเ้ ทคนคิ การบรรยายเพอ่ื ธบิ ายโทษของการด่มื สรุ าต่ออวยั วะภายในของร่างกาย
ดา้ นสขุ ภาพ เป็นสาเหตหุ ลกั ในการเสยี ชวี ติ ทงั้ ผลเสยี ในระยะสนั้ และระยะสะสม
ปรมิ าณแอลกอฮอลใ์ นเลอื ดกบั การแสดงออกและโอกาสเสย่ี งต่อการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
10.ครใู ชส้ อ่ื Power Point และสอ่ื วดี ทิ ศั น์ ประกอบการอธบิ ายการพนนั โดยการพนนั เป็นอบายมุขอย่าง
หน่งึ ซง่ึ สง่ ผลกระทบต่อพฤตกิ รรมและพฒั นาการของเดก็ และเยาวชน โดยเฉพาะดา้ นสมอง องคก์ ารอนามยั โลก
กาหนดใหพ้ ฤตกิ รรมตดิ การพนนั เป็นความผดิ ปกตทิ างจติ ชนดิ หน่งึ เรยี กว่า โรคตดิ พนนั ซง่ึ ผเู้ ลน่ การพนนั จะมี
ความทุกขจ์ ากการเล่นพนนั แต่กห็ ยดุ เล่นไม่ไดย้ งั คงตอ้ งเลน่ ต่อไป
การพนนั เป็นเกมทย่ี วั่ ยใุ หเ้ กดิ อารมณ์ความรสู้ กึ ไดม้ ากไม่วา่ ผเู้ ลน่ จะอยใู่ นสถานการณ์ทไ่ี ดห้ รอื เสยี ดงั นนั้
เดก็ และเยาวชนจงึ เป็นช่วงวยั ทม่ี คี วามเสย่ี งสงู มากทม่ี คี วามเสย่ี งทจ่ี ะตอ้ งตดิ การพนนั สงู มาก และถอนตวั ไดย้ าก
สาเหตุทว่ี ยั รุ่นตดิ การพนนั ไดง้ ่ายมดี งั น้ี
52
11.ครใู ชแ้ ผนภาพ และสอ่ื Power Point อธบิ ายผลกระทบของการตดิ การพนนั
12.ผเู้ รยี นทาป้ายรณรงคง์ ดสบู บหุ รแ่ี ละด่มื สรุ า
13.ผเู้ รยี นหาขา่ วเกย่ี วกบั การพนนั มาตดิ ลงในใบงาน พรอ้ มวเิ คราะหส์ าเหตุของการ ตดิ การพนนั
ผลกระทบ และวธิ แี กป้ ้ญหาการตดิ พนนั
14..ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นบนั ทกึ บญั ชคี รวั เรอื น เพ่อื ใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั พิ ฒั นาความรู้ ความคดิ และปฏบิ ตั ิ
ถูกตอ้ ง กอ่ ใหเ้ กดิ ความเจรญิ ในดา้ นอาชพี หรอื เศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม ซง่ึ การทาบญั ชคี รวั เรอื นเป็นเร่อื ง
การบนั ทกึ รายรบั รายจา่ ยประจาวนั /เดอื น/ปี ว่ามรี ายรบั รายจา่ ยจากอะไรบา้ ง จานวนเท่าใด รายการใดจา่ ยน้อย
จา่ ยมาก จาเป็นน้อยจาเป็นมาก กอ็ าจลดลงหรอื เพม่ิ ขน้ึ ตามความจาเป็น ถา้ ทกุ คนคดิ ไดก้ แ็ สดงวา่ เป็นคนรจู้ กั
พฒั นาตนเอง มเี หตมุ ผี ล รจู้ กั พอประมาณ รกั ตนเอง รกั ครอบครวั รกั ชมุ ชน และรกั ประเทศชาตมิ ากขน้ึ จงึ เหน็
ไดว้ า่ การทาบญั ชคี รวั เรอื น คอื วถิ แี หง่ การเรยี นรเู้ พ่อื พฒั นาชวี ติ ตำมปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง
ขนั้ สรปุ และกำรประยุกต์
15.ครใู ชค้ าถามหรอื กาหนดปัญหาโดยใหผ้ เู้ รยี นระดมสมองชว่ ยกนั คดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ ายคาตอบให้
เพอ่ื นทุกคนเขา้ ใจ
16.ผเู้ รยี นสรปุ อบายมุขเป็นภยั รา้ ยแรงทท่ี าใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ ทงั้ ต่อตนเอง
ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ ไมว่ ่าจะเป็นบหุ ร่ี การพนนั และการสาสอ่ นทางเพศ การงดหรอื หลกี เลย่ี ง
พฤตกิ รรมดงั กล่าวจะทาใหม้ สี ขุ ภาพกายทแ่ี ขง็ แรง สขุ ภาพจติ ทด่ี ี มเี ศรษฐกจิ ทด่ี ขี น้ึ ส่งผลใหค้ รอบครวั อบอุ่น ลด
ปัญหาของสงั คมและประเทศชาติ
17.ครใู ชว้ ธิ สี มุ่ ผเู้ รยี นทุกกลมุ่ ตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พ่อื นฟังทงั้ ชนั้ เรยี น
18.ผเู้ รยี นฝึกทกั ษะทาใบงาน และแบบประเมนิ ผล
สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint , วดิ ที ศั น์
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
53
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ทากจิ กรรมใบงาน และแบบประเมนิ ผล
2.อา่ นและทบทวนเน้อื หา
54
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 12 หน่วยท่ี 7
รหสั 20000-1601 วิชาทกั ษะการดารงชวี ิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ที่ 12 (12-12)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง หลีกเลี่ยงอบำยมขุ
แนวคิด
อบายมขุ เป็นภยั รา้ ยแรงทก่ี ่อใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพทางกาย สขุ ภาพจติ ความรนุ แรง ในครอบครวั
สงั คม และประเทศชาติ นาไปสปู่ ัญหาสงั คมมากมาย ไดแ้ ก่ ปัญหาดา้ นบหุ ร่ี สรุ า สารเสพตดิ การพนนั และการ
สาสอ่ นทางเพศ
ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั
3.รแู้ ละเขา้ ใจโทษของการสาสอ่ นทางเพศ
4. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรมค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
3.การสาสอ่ นทางเพศ
55
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน
1.ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นวา่ การสาสอ่ นทางเพศ หมายถงึ การมเี พศสมั พนั ธก์ บั หลายคน การเปลย่ี นค่นู อน
บ่อย สง่ ผลใหเ้ กดิ โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดส์
2.ผเู้ รยี นยกตวั อย่างลกั ษณะการสาสอ่ นทางเพศ
ขนั้ สอน
3.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ สี อนแบบบรรยาย เพอ่ื อธบิ ายการสาสอ่ นทางเพศ ซง่ึ อาจจะมโี รคตดิ ต่อทาง
เพศสมั พนั ธ์ คอื กลุ่มโรคทต่ี ดิ ต่อจากคนหน่งึ สอู่ กี คนหน่งึ จากการร่วมเพศทางอวยั วะเพศ ปาก และทวารหนกั
แบ่งไดด้ งั น้ี
4.ครเู ปิด VDO เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ รยี นรูแ้ ละศกึ ษาเร่อื งการมเี พศสมั พนั ธท์ ป่ี ลอดภยั และรบั ผดิ ชอบ
การใชถ้ งุ ยางอนามยั อย่างถกู วธิ ี
56
5.ครอู ธบิ าย และสาธติ การใสถ่ ุงยางอนามยั จากรปู หุ่นผชู้ าย 7 ขนั้ ตอน
6.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ การมเี พศสมั พนั ธอ์ ยา่ งปลอดภยั และขอ้ เสนอแนะ
7.ผเู้ รยี นสรุปโรคทเ่ี กดิ จากการสาสอ่ นตามเพศของตนเอง หรอื บอกวธิ กี ารป้องกนั ตนเอง
8.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน และทาแบบประเมนิ ผล
9.ครใู หค้ วามรเู้ พมิ่ เตมิ ในการทาบญั ชีรำยรบั -รำยจำ่ ย ซง่ึ เป็นการจดบนั ทกึ เหตุการณ์ต่าง ๆ เกย่ี วกบั
การเงนิ หรอื บางสว่ นเกย่ี วขอ้ งกบั การเงนิ โดยผ่านการวเิ คราะห์ จดั ประเภทและบนั ทกึ ไวใ้ นแบบฟอรม์ ทก่ี าหนด
เพ่อื แสดงฐานะการเงนิ และผลการดาเนนิ งานของตนเองหรอื ครอบครวั ในช่วงระยะเวลาหน่งึ เป็นวธิ ชี ว่ ย
ตรวจสอบการใชจ้ า่ ยของครอบครวั วา่ มรี ายจา่ ยสมดลุ กบั รายรบั และใชจ้ า่ ยอย่างมเี หตุผลตามความจาเป็น
พอเหมาะกบั สภาพครอบครวั หรอื ไม่ หากสามารถปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมการบรโิ ภค เพ่อื ลดรายจ่ายทไ่ี มจ่ าเป็น
เกนิ ตนได้ จะชว่ ยใหม้ เี งนิ เกบ็ ออมเพ่อื เป็นรากฐานสรา้ งภูมคิ มุ้ กนั ทดี ใี นชวี ติ ได้
ข้นั สรุปและการประยุกต์
10.ครใู ชค้ าถามหรอื กาหนดปัญหาโดยใหผ้ เู้ รยี นระดมสมองช่วยกนั คดิ หาคาตอบแลว้ อธบิ ายคาตอบ
ใหเ้ พ่อื นทุกคนในกลมุ่ ของตนเองเขา้ ใจ
11.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปเน้อื หาทเ่ี รยี นอบายมขุ เป็นภยั รา้ ยแรงทท่ี าใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพกาย
สขุ ภาพจติ ทงั้ ต่อตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ ไมว่ า่ จะเป็นบหุ ร่ี การพนนั และการสาสอ่ นทางเพศ
การงดหรอื หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมดงั กล่าวจะทาใหม้ ี สขุ ภาพกายทแ่ี ขง็ แรง สขุ ภาพจติ ทด่ี ี มเี ศรษฐกจิ ทด่ี ขี น้ึ ส่งผล
ใหค้ รอบครวั อบอุ่น ลดปัญหาของสงั คมและประเทศชาติ
12.ผเู้ รยี นตอบคาถามชวนคดิ ทากจิ กรรมใบงาน และแบบประเมนิ ผล
57
สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint
5. VDO
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยปผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
7\6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
58
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ทาใบงาน
2.อ่านและทบทวนเน้อื หา
59
แผนกำรจดั กำรเรียนร้แู บบบูรณำกำรที่ 13 หน่วยที่ 8
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนคร้งั ท่ี 13 (13-13)
จานวน 1 ช.ม.
ช่ือหน่วย/เรอื่ ง ส่ิงเสพติดและกฎหมำยท่ีควรรู้
แนวคิด
สงิ่ เสพตดิ เป็นปัญหาสาคญั ทส่ี ง่ ผลต่อสขุ ภาพ สงั คม และเศรษฐกจิ ซง่ึ เป็นปัญหา ทส่ี ลบั ซบั ซอั น สงิ่ เสพ
ตดิ ทถ่ี กู นาเขา้ มาในรปู แบบต่าง ๆ เป็นจานวนมากสง่ ผลใหเ้ กดิ ผเู้ สพรายใหม่ โดยเฉพาะเดก็ และเยาวชน การ
เรยี นรโู้ ทษของสงิ เ่ สพตดิ ต่อสขุ ภาพและกฎหมายจะทาใหเ้ รารเู้ ท่าทนั ไมต่ กเป็นเหย่อื ใหเ้ กดิ ความเสยี หายต่อ
ตนเอง ครอบครวั และสงั คม
ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจความหมายของสงิ่ เสพตดิ และกลไกการเสพตดิ
2.รแู้ ละเขา้ ใจลกั ษณะของผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
3.รแู้ ละเขา้ ใจระยะของการเลกิ ยาเสพตดิ
4. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
60
สาระการเรียนรู้
1.สงิ่ เสพตดิ และกลไกการเสพตดิ
2 ลกั ษณะของผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
3 ระยะของการเลกิ ยาเสพตดิ
กิจกรรมกำรเรยี นรู้
ขนั้ นำเข้ำส่บู ทเรยี น
1.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี า่ น
มา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเร่อื งทจ่ี ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรใู้ หม่กบั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเล่าประสบการณ์เดมิ
2.ผเู้ รยี นสนทนากบั ครถู งึ ภาวการณ์เสพตดิ (Addiction) เป็นอาการผดิ ปกตอิ นั เน่อื งมาจากการทางาน
บกพรอ่ งของเซลลใ์ นสมองทาใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ พงึ พอใจ หรอื อาจเกดิ จากสมองในสว่ นทท่ี าหน้าทส่ี รา้ งความรสู้ กึ
พงึ พอใจไดร้ บั การกระตุน้ อย่างแรง จากสงิ่ เสพตดิ โดยผทู้ ต่ี กอยใู่ นภาวะเสพตดิ ตอ้ งเพม่ิ จานวนการเสพเพ่อื ใหม้ ี
ความสขุ เพม่ิ ขน้ึ จนควบคมุ การเสพไม่ไดส้ ง่ ผลใหเ้ กดิ การเสพตดิ เรอ้ื รงั
ข้นั สอน
3.ครแู ละผเู้ รยี นใชร้ ปู ภาพ และสอ่ื Power Point อธบิ ายสงิ่ เสพตดิ และกลไกการเสพตดิ โดยสง่ิ เสพตดิ
หมายถงึ ยาหรอื สารเคมหี รอื วตั ถุใด ๆ ทอ่ี าจเป็นสง่ิ เสพตดิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ เช่น ฝิ่น กญั ชา หรอื เป็นสง่ิ
เสพตดิ สงั เคราะหไ์ ดแ้ ก่ สง่ิ เสพตดิ ทผ่ี ลติ ดว้ ยกรรมวธิ ที างเคมี เช่น เฮโรอนี มอรฟ์ ิน เป็นตน้ ตามพระราชบญั ญตั ิ
ป้องกนั และปราบปรามยาเสพตดิ พ.ศ. 2519 ซง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ฉบบั ท่ี 2 พ.ศ.2534 แบ่งออกไดเ้ ป็น 3 กลุ่ม คอื
3.1 ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
3.2 วตั ถุออกฤทธติ์ ามพระราชบญั ญตั วิ ตั ถุออกฤทธติ์ ่อจติ และประสาท พ.ศ. 2559
3.3 สารระเหยตามพระราชกาหนดป้องกนั การใชส้ ารระเหย พ.ศ. 2533
พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ.2522 แกไ้ ข (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ.2560 แบ่งออก 5 ประเภท คอื
61
4.ครใู ชส้ อ่ื Power Point และสอ่ื วดี โี อ ประกอบการอธบิ ายลกั ษณะของผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ซง่ึ กลไกการเสพ
ตดิ เป็นกลไกตามธรรมชาตขิ องร่างกายเพ่อื ใหเ้ กดิ การ แสวงหาสงิ่ ซง่ึ จาเป็นต่อการดารงชวี ติ เชน่ อาหาร น้า
เพศสมั พนั ธ์ การดแู ล เอาใจใส่ เป็นตน้ สงิ่ เหล่าน้เี ป็นสงิ่ เรา้ ทก่ี ระตุน้ ความพอใจของมนุษย์
5. ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบบรรยาย เพ่อื อธบิ ายระยะของการเลกิ ยาเสพตดิ
ขนั้ ตอนการเสพตดิ ยาเสพตดิ
6.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point เพ่อื อธบิ ายเรอ่ื งโทษของยาเสพตดิ ต่อร่างกาย ยาเสพตดิ บางชนดิ กต็ ดิ
ยากกว่าเม่อื เสพต่อเน่อื งจนตดิ แลว้ จะสง่ ผลต่อร่างกายดงั น้ี
62
7.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point และสอ่ื วดี ทิ ศั น์ ประกอบการอธบิ ายระยะของการเลกิ ยาเสพตดิ
ผเู้ สพยาเสพตดิ คอื ผปู้ ่วยควรไดร้ บั การบาบดั รกั ษา การบาบดั รกั ษาใหเ้ ลกิ ยาเสพตดิ ตอ้ งใชเ้ วลาอย่างน้อย 3
เดอื น ซง่ึ แบ่ง ระยะเวลาการเลกิ ยาเสพตดิ เป็น 4 ระยะ คอื
ระยะน้ผี เู้ ลกิ ยาตอ้ งเผชญิ กบั อาการอยากยา (Craving) ซง่ึ เกดิ จากสง่ิ แวดลอ้ ม อารมณ์ ความรสู้ กึ เช่น ถา้
ผา่ นไปใกลแ้ หล่งทข่ี ายยาเสพตดิ หรอื เจอเพ่อื นทเ่ี คยเสพยาเสพตดิ ดว้ ยกนั จะทาใหก้ ลบั ไปสคู่ วามคดิ และเกดิ อาการ
อยากยาตามมาและนาไปสกู่ ารเสพต่อไป
ในระยะการเลกิ ยาเสพตดิ ระยะสดุ ทา้ ยถงึ แมอ้ าการทางร่างกายและจติ ใจจะเหลอื เบาบาง เม่อื ผา่ นระยะฝ่า
อุปสรรคมาไดแ้ ลว้ แต่ระยะน้ีเป็นระยะทต่ี อ้ งมกี ารปรบั เปลย่ี นวถิ ชี วี ติ และสรา้ งสมั พนั ธภาพกบั ผอู้ น่ื ต่อเน่อื ง
8.ผเู้ รยี นเขยี นประเภทของยาเสพตดิ ในรปู แบบของแผนผงั ความคดิ (Mind Mapping)
9.ผเู้ รยี นเขยี นระยะเวลาการเลกิ ยาเสพตดิ ตามทค่ี รกู าหนด
10.ผเู้ รยี นทาใบงาน และแบบประเมนิ ผล
11.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นควรการทาบญั ชดี ว้ ยควำมละเอียดรอบคอบ มคี วำมเพียรพยายามในการนา
ความรไู้ ปใชใ้ หป้ ระสบความสาเรจ็ และมคี วามระมดั ระวงั ขอ้ ผดิ พลาดทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นระหวา่ งการทางาน
63
หรอื หลงั จากปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี ว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ซง่ึ เป็นการสรำ้ งภมู ิคมุ้ กนั ที่ดีในตวั เองตามแนวทำงปรชั ญำ
เศรษฐกิจพอเพียง ดงั นนั้ ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง จงึ เป็นหลกั การดาเนนิ ชวี ติ การทางาน การบรหิ าร การ
พฒั นา รวมถงึ การดาเนนิ กจิ กรรมในดา้ นต่างๆ ของมนุษย์ ทเ่ี น้นแนวทำงสำยกลำงยดึ หลกั ความพอประมาณ
ความมเี หตุผล และมภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ี ภายใตเ้ งอ่ื นไขความรอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั และเงอ่ื นไขคณุ ธรรม ความ
ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ ความเพยี ร ขยนั อดทน และการแบง่ ปัน
ข้นั สรุปและการประยุกต์
12.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปเน้อื หาทเ่ี รยี นยาเสพตดิ หมายถงึ สารเคมหี รอื วตั ถุ เม่อื เสพเขา้ สรู่ า่ งกายไม่วา่ จะ
โดยรบั ประทาน ดม สบู ฉีด หรอื ดว้ ยวธิ ใี ด ๆ แลว้ ทาใหเ้ กดิ ผลต่อร่างกาย และจติ ใจ แบง่ 5 ประเภท คอื ยาเสพ
ตดิ ใหโ้ ทษชนดิ รา้ ยแรง ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษทวั่ ไป ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษทม่ี ลี กั ษณะเป็นตารบั ยา สารเคมที ใ่ี ชใ้ นการ
ผลติ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 1 หรอื ประเภท 2 และยาเสพตดิ ใหโ้ ทษทม่ี ไิ ดอ้ ยใู่ นประเภท 1 ถงึ ประเภท 4
ขนั้ ตอนการเสพตดิ ยาเสพตดิ มี 4 ระยะ คอื ระยะเรมิ่ ตน้ ทดลอง ระยะเสพต่อเน่อื ง ระยะเสพตดิ และระยะวกิ ฤต
โทษของยาเสพตดิ มผี ลต่อสมอง ระบบไหลเวยี นโลหติ ระบบทางเดนิ อาหาร ระบบขบั ถาาย และระบบสบื พนั ธุ์
การเลกิ ยาเสพตดิ มี 4 ระยะ คอื ระยะขาดยา ระยะหยุดเสพชว่ งแรก ระยะเลกิ เสพต่อเน่อื ง ฝ่าอปุสรรค และ ระยะ
ปรบั ตวั คลค่ี ลาย
13.ผเู้ รยี นตอบคาถามชวนคดิ ทาใบงาน และแบบทดสอบทา้ ยหน่วย
14.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint , วดิ ที ศั น์
64
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
5. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
อา่ นและทบทวนเน้อื หา
65
แผนกำรจดั กำรเรียนร้แู บบบูรณำกำรที่ 14 หน่วยท่ี 8
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ที่ 14 (14-14)
จานวน 1 ช.ม.
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง ส่ิงเสพติดและกฎหมำยที่ควรรู้
แนวคิด
สงิ่ เสพตดิ เป็นปัญหาสาคญั ทส่ี ง่ ผลต่อสขุ ภาพ สงั คม และเศรษฐกจิ ซง่ึ เป็นปัญหา ทส่ี ลบั ซบั ซอั น สง่ิ เสพ
ตดิ ทถ่ี ูกนาเขา้ มาในรปู แบบต่าง ๆ เป็นจานวนมากสง่ ผลใหเ้ กดิ ผเู้ สพรายใหม่ โดยเฉพาะเดก็ และเยาวชน การ
เรยี นรโู้ ทษของสงิ เ่ สพตดิ ต่อสขุ ภาพและกฎหมายจะทาใหเ้ รารเู้ ท่าทนั ไมต่ กเป็นเหย่อื ใหเ้ กดิ ความเสยี หายต่อ
ตนเอง ครอบครวั และสงั คม
ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั
4.รแู้ ละเขา้ ใจขนั้ ตอนการบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
5.รแู้ ละเขา้ ใจกฎหมายยาเสพตดิ ทค่ี วรรู้
6. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี นิ ยั
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
6.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
6.6 การประหยดั
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
4.การบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
66
5.กฎหมายยาเสพตดิ ทค่ี วรรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาว่ารฐั ถอื ว่าผเู้ สพทกุ คนเป็นผูป้ ่วย และจะใหโ้ อกาสในการบาบดั รกั ษา รวมถงึ ดแู ล
ช่วยเหลอื ใหส้ ามารถกลบั มาใชช้ วี ติ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งปกตสิ ขุ การเสพยาเสพตดิ เป็นความผดิ ตามกฎหมายมโี ทษ
ถงึ จาคุก หากเป็นผเู้ สพยาเสพตดิ ทกุ คนเขา้ สกู่ ระบวนการบาบดั รกั ษาในระบบสมคั รใจรฐั บาลจะใหโ้ อกาสและถอื
ว่าไมม่ คี วามผดิ ตามกฎหมาย โดยสามารถเขา้ รบั การบาบดั รกั ษาไดท้ โ่ี รงพยาบาลรฐั ทกุ แหง่ ตามสทิ ธหิ ลกั ประกนั
สขภุ าพ ไม่วา่ จะเป็นโรงพยาบาลทวั่ ไป โรงพยาบาลศนู ย์ รวมถงึ โรงพยาบาลเฉพาะทาง ไดแ้ ก่ โรงพยาบาล
ธญั ญารกั ษ์ 7 แห่ง และโรงพยาบาลสงั กดั กรมสขุ ภาพจติ 16 แห่ง
2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งลกั ษณะของเพศหญงิ และเพศชาย โดยแสดงรปู ภาพประกอบ
ขนั้ สอน
4.ครใู ชเ้ ทคนิคการสอนแบบบรรยาย เพอ่ื อธบิ ายเรอ่ื งเพศศกึ ษารอบดา้ น และใชส้ อ่ื Power Point
ประกอบการบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ การบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ หมายถงึ การดาเนินงานเพ่อื แกไ้ ขสภาพ
รา่ งกายและจติ ใจของผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ใหเ้ ลกิ จากการเสพและกลบั ไปดารงชวี ติ อย่ใู นสงั คมไดอ้ ย่างปกตสิ ขุ
ขนั้ ตอนการบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ แบ่งเป็น 4 ขนั้ ตอน คอื
➀ ขนั้ เตรยี มการ (Pre - Admission)
ขนั้ ถอนพษิ ยา (Detoxification)
ขนั้ ตอนการฟ้ืนฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation)
ขนกั้ ารตดติ ามดแ่ลู (After – Care)
5.ครแู นะนาสถานทบ่ี าบดั รกั ษายาเสพตดิ เช่น
สถานบาบดั รกั ษาและฟ้ืนฟูผตู้ ดิ ยาเสพตดิ แห่งชาตบิ รมราชชนนี กรมการแพทย์
คลนิ ิกจติ เวชและยาเสพตดิ โรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้
สถาบนั กลั ยาณ์ราชนครนิ ทร์ กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสขุ
ศนู ยซ์ บั น้าตา โรงพยาบาลตากสนิ
สานกั ป้องกนั และบาบดั การตดิ ยาเสพตดิ กรงุ เทพมหานคร
ศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ สงั กดั กรงุ เทพมหานคร 68 แหง่
ใหค้ าปรกึ ษาดา้ นยาเสพตดิ สายด่วนยาเสพตดิ 1165 สายดว่ นสขุ ภาพจติ 1667
แจง้ เบาะแสยาเสพตดิ สายดว่ น ป.ป.ส. 1386
พบผเู้ สพทม่ี อี าการคุม้ คลงั่ อาละวาด แจง้ ไดท้ ส่ี ายด่วน 1669
6.ครแู สดงวดี ที ศั น์เกย่ี วกบั กฎหมายยาเสพตดิ ทค่ี วรรู้ เกย่ี วกบั ประเภทของยาเสพตดิ และบทลงโทษตาม
พระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ.2522 แกไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ.2560
67
ประเภท ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษชนดิ รา้ ยแรง การมยี าเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 1 ตามปรมิ าณ ดงั ต่อไปน้ี ให้
สนั นิษฐานว่าเป็นการผลติ นาเขา้ สง่ ออก หรอื มไี วใ้ นครอบครอง เพ่อื จาหน่าย
68
7.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนากนั วา่ ประเทศไทยประสบปัญหาสารเสพตดิ ทงั้ ในดา้ นการเป็นพน้ื ทก่ี ารผลติ การ
เป็นพน้ื ทก่ี ารคา้ การเป็นพน้ื ทแ่ี พรร่ ะบาด และเป็นทางผ่านสารเสพตดิ โดยมตี วั ยาหลกั ทป่ี ระสบปัญหา คอื ฝ่ิน
เฮโรอนี กญั ชา ยาบา้ สาระเหย โคเคน และสารเสพตดิ ประเภทวตั ถุออกฤทธบิ์ างชนดิ
8 ครแู ละผเู้ รยี นเปิด VDO เพ่อื ศกึ ษาการป้องกนั ภยั จากยาเสพตดิ ในเร่อื งสภาพปัญหายาเสพตดิ ใน
ประเทศไทย ปัจจยั สาคญั ทท่ี าใหเ้ ดก็ และเยาวชนเสพยาเสพตดิ การป้องกนั ยาเสพตดิ
9.ผเู้ รนี นทาใบงาน และแบบประเมนิ ผล
ขนั้ สรปุ และกำรประยกุ ต์
10.ครแู ละผเู้ รยี นสรุปเน้อื หารทเ่ี รยี นว่า ปัญหายาเสพตดิ ในประเทศไทยเป็นพน้ื ทผ่ี ลติ เป็นพน้ื ทก่ี ารคา้
เป็นพน้ื ทร่ี ะบาด และเป็นทางผ่านยาเสพตดิ ปัจจยั ทท่ี าใหเ้ ดก็ และเยาวชนเสพยาเสพตดิ เน่อื งจากบุคลกิ ภาพ
สว่ นตวั แบบหวนั่ ไหว เปิดกวา้ ง ทา้ ทาย อยากรอู้ ยากลองวติ กกงั วลและซมึ เศรา้ ปัจจยั ครอบครวั เกย่ี วกบั แบบ
แผนการเลย้ี งดู ความสมั พนั ธข์ องสมาชกิ ในครอบครวั ระดบั การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในครอบครวั ระดบั ความ
คาดหวงั ต่อสมาชกิ ในครอบครวั และสภาพเศรษฐกจิ ของครอบครวั รวมทงั้ ปัจจยั สง่ิ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ กลุ่มเพอ่ื น
โรงเรยี น ชมุ ชน สงั คม วฒั นธรรม และค่านยิ ม การป้องกนั ยาเสพตดิ ทาไดโ้ ดยการป้องกนั ตนเอง โดยศกึ ษาหา
69
ความรู้ ไม่ทดลองใชแ้ ละใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ การป้องกนั ครอบครวั สรา้ งความรกั และเขา้ ใจสรา้ ง
ครอบครวั ใหอ้ บอุ่น และการป้องกนั ชมุ ชน โดยการร่วมกนั ของประชาชนในการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ
11.ประเมนิ ผเู้ รยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปน้ี
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.สอ่ื PowerPoint , วดี โี อ
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. ใบงาน
5. แบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
70
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.ทาแบบใบงาน และแบบประเมนิ ผล
2.อ่านและทบทวนเน้อื หา
71
แผนกำรจดั กำรเรียนรแู้ บบบรู ณำกำรที่ 15 หน่วยท่ี 9
รหสั 20000-1601 การพัฒนาทกั ษะชีวติ เพ่ือสขุ ภาพและสงั คม (1-0-1) สอนคร้งั ที่ 15 (15-15)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง อบุ ตั ิเหตแุ ละกฎหมำยที่ควรรู้
แนวคิด
อุบตั เิ หตุเป็นสาเหตุการบาดเจบ็ พกิ ารหรอื เสยี ชวี ติ เป็นปัญหาทส่ี าคญั ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความสญู เู สยี ทงั้ ทาง
สงั คมและเศรษฐกจขิ องประเทศ ซง่ึ สาเหตุสว่ นใหญ่เกดิ จากความประมาททป่ี ้องกนั ได้
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารป้องกนั อุบตั เิ หตุในบา้ น
2.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารป้องกนั อุบตั เิ หตุจากการเดนิ ทาง
3.มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.2 ความมวี นิ ยั 3.9 ความรกั สามคั คี
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ 3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
3.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3.5 ความเช่อื มนั่ ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
1.การป้องกนั อุบตั เิ หตใุ นบา้ น
2.การป้องกนั อุบตั เิ หตุจากการเดนิ ทาง
กิจกรรมการเรียนรู้
72
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครใู ชเ้ ทคนคิ การสอนแบบซปิ ปาโมเดล (CIPPA MODEL) โดยการทบทวนความรเู้ ดมิ จากสปั ดาหท์ ผ่ี า่ น
มา โดยดงึ ความรเู้ ดมิ ของผเู้ รยี นในเร่อื งทจ่ี ะเรยี น เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมคี วามพรอ้ มในการเชอ่ื มโยงความรใู้ หมก่ บั
ความรเู้ ดมิ ของตน ผสู้ อนใชก้ ารสนทนาซกั ถามใหผ้ เู้ รยี นเล่าประสบการณ์เดมิ
2.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ ว่าอุบตั ภิ ยั หรอื อบุ ตั เิ หตุ หมายถงึ เหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยบงั เอญิ ทไ่ี มไ่ ดค้ าด
ไวก้ อ่ น ซง่ึ โดยทวั่ ไปมกั จะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลในทางลบ ไดแ้ ก่ สญู เสยี ทรพั ยส์ นิ ร่างกายบาดเจบ็ พกิ าร หรอื เสยี ชวี ติ
ขา้ วของเสยี หาย
ขนั้ สอน
3.ครใู ชส้ อ่ื Power Point อธบิ ายการป้องกนั อบุ ตั เิ หตุในบา้ น อบุ ตั เิ หตุไม่ไดเ้ กดิ ขน้ึ เพราะกรรมหรอื
เพราะเหตุบงั เอญิ อบุ ตั เิ หตทุ กุ ครงั้ หากพจิ ารณาใหล้ ะเอยี ดถถ่ี ว้ นแลว้ จะพบว่ามสี าเหตทุ แ่ี ทจ้ รงิ อยู่ ซง่ึ สว่ นมาก
แกไ้ ขหรอื ป้องกนั ได้
4.ครใู ชส้ อ่ื Power Point ประกอบการสอนเรอ่ื งการระมดั ระวงั ป้องกนั อุบตั เิ หตุภายในบา้ น เช่น การใช
ไฟฟ้า การใชแ้ กส๊ หงุ ตม้ การใชส้ ารเคมใี นบา้ น เป็นตน้
5.ครแู สดงวดิ โี อ เพ่อื อธบิ ายการป้องกนั อุบตั เิ หตุจากการเดนิ ทาง คนเราเดนิ ทางไปตามสถานทต่ี ่าง ๆ
ดว้ ยการเดนิ จกั รยาน จกั รยานยนต์ รถยนต์ รถไฟ รถไฟฟ้า หรอื เครอ่ื งบนิ บางครงั้ หากไม่ระมดั ระวงั กอ็ าจเกดิ
อบุ ตั เิ หตไุ ด้
6.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ ว่าในชมุ ชนของตนเองมคี วามเสย่ี งต่อปัญหาเร่อื งอบุ ตั เิ หตุภายในบา้ น และจาก
การเดนิ ทางอย่างไร
7.ผเู้ รยี นแสดงความคดิ วา่ ในชมุ ชนของตนเองมคี วามปลอดภยั ในเร่อื งใดสงู สดุ เพราะเหตุใด ผเู้ รยี นคดิ ว่า
จะเสนอโครงการหรอื กจิ กรรมอะไร เพ่อื ทาใหช้ มุ ชนของตนเองน่าอย่แู ละมกี ารป้องกนั อบุ ตั เิ หตุในบา้ น และการ
ป้องกนั อบุ ตั เิ หตุจากการเดนิ ทาง
8.ผเู้ รยี นชว่ ยเสนอแนวทางการป้องกนั อุบตั เิ หตุในบา้ น และการป้องกนั อบุ ตั เิ หตุจากการเดนิ ทาง ดงั น้ี
8.1. การป้องกนั ตนเอง มวี ธิ อี ยา่ งไร
8.2. การป้องกนั ครอบครวั มวี ธิ อี ยา่ งไร
8.3. การป้องกนั ชมุ ชน มวี ธิ อี ยา่ งไร
9.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั การนาเอาความพอเพยี งไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ ซง่ึ เป็นความพอประมาณ ความ
มเี หตุผล รวมถงึ ความจาเป็นทต่ี อ้ งมรี ะบบภูมคิ มุ้ กนั ในตวั ทด่ี พี อสมควรต่อผลกระทบใดๆ อนั เกดิ จากการ
เปลย่ี นแปลงทงั้ ภายนอกและภายใน การตดั สนิ ใจและการดาเนนิ กจิ กรรมต่างๆใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี งนนั้ ตอ้ ง
อาศยั ทงั้ ความรแู้ ละคณุ ธรรมเป็นพน้ื ฐาน
ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
10.ครสู รปุ บทเรยี น โดยใช้ PowerPoint และอภปิ รายซกั ถามการป้องกนั อุบตั เิ หตุในบ้านo c]tการป้องกนั
อบุ ตั เิ หตุจากการเดนิ ทาง
73
11.ผเู้ รยี นทาใบงาน และแบบประเมนิ ผล
ส่ือและแหล่งกำรเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint , วดี โี อ
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายช่อื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผเู้ รยี น
ร่วมกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
74
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจคาถามชวนคดิ เกณฑผ์ า่ น และแบบฝึกปฏบิ ตั ิ 50%
5. แบบประมนิ ผล มเี กณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
อ่านและทบทวนเน้อื หา
75
แผนกำรจดั กำรเรียนรแู้ บบบรู ณำกำรท่ี 16 หน่วยท่ี 9
รหสั 20000-1601 การพัฒนาทกั ษะชีวติ เพ่ือสขุ ภาพและสงั คม (1-0-1) สอนคร้งั ที่ 16 (16-16)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หน่วย/เรือ่ ง อบุ ตั ิเหตแุ ละกฎหมำยที่ควรรู้
แนวคิด
อบุ ตั เิ หตุเป็นสาเหตุการบาดเจบ็ พกิ ารหรอื เสยี ชวี ติ เป็นปัญหาทส่ี าคญั ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความสญู เู สยี ทงั้ ทาง
สงั คมและเศรษฐกจขิ องประเทศ ซง่ึ สาเหตุสว่ นใหญ่เกดิ จากความประมาททป่ี ้องกนั ได้
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั
3.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารป้องกนั อบุ ตั เิ หตุในสถานศกึ ษา
4.รแู้ ละเขา้ ใจกฎหมายทค่ี วรรดู้ า้ นความปลอดภยั ทางถนน
5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.2 ความมวี นิ ยั 5.9 ความรกั สามคั คี
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ 5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
3.การป้องกนั อบุ ตั เิ หตใุ นสถานศกึ ษา
4.กฎหมายทค่ี วรรดู้ า้ นความปลอดภยั ทางถนน
76
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนากนั เร่อื งความปลอดภยั เป็นปัจจยั ทส่ี ง่ ผลกระทบโดยตรงต่อสขุ ภาพการเรยี นรขู้ อง
ผเู้ รยี น การพฒั นา ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นขน้ึ อย่กู บั ความสขุ และการมชี วี ติ ทป่ี ลอดภยั สามารถปรบั ตวั ใหท้ นั กบั
การ เปลยน่ี แปลงของสงคั ม และสภาพแวดลอ้ ม หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมทวั่ ไปทไ่ี ม่พงึ ประสงค์ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อ
ตนเอง และผอู้ ่นื รจู้ กั ป้องกนั ตนเองในสภาวะคบั ขนั และจดั การกบั ชวี ติ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
2.ผเู้ รยี นยกตวั อยา่ งความปลอดภยั ในสถานศกึ ษาของตนเองทผ่ี า่ นมา
ขนั้ สอน
3.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายการป้องกนั อุบตั เิ หตุในสถานศกึ ษา จงึ ควร
ระมดั ระวงั ป้องกนั อุบตั เิ หตใุ นสถานศกึ ษา ดงั น้ี
3.1 บรเิ วณสถานศกึ ษา
3.2 อุบตั เิ หตุจากอาคารเรยี น อาคารประชมุ
3.3 อปุ กรณ์ไฟฟ้า
3.4 หอ้ งเรยี น และหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
3.5 หอ้ งน้าหอ้ งสว้ ม
4.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point และสอ่ื วดี โี อ ประกอบการสอนเรอ่ื งกฎหมายทค่ี วรรดู้ า้ นความ
ปลอดภยั ทางถนน โดยอบุ ตั เิ หตภุ ยั รา้ ยบนทอ้ งถนนทท่ี าใหม้ ผี บู้ าดเจบ็ พกิ าร และเสยี ชวี ติ จานวนมากในแต่ละปี
มสี าเหตหุ ลกั จากการขบั รถเรว็ เกนิ กว่าทก่ี ฎหมายกาหนด เมาสรุ าแลว้ ขบั ข่ี ตดั หน้ากระชนั้ ชดิ และมพี ฤตกิ รรม
77
เสย่ี งจากอุบตั เิ หตทุ างถนนเพมิ่ ขน้ึ จากการไม่คาดเขม็ ขดั นิรภยั ไม่สวมใสห่ มวกนิรภยั ดงั นนั้ ควรตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม
กฎหมายเพ่อื ความปลอดภยั บนทอ้ งถนน
5.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม บา้ นเป็นสถานทป่ี ลอดภยั ทส่ี ดุ และเป็นสถานทเ่ี กดิ อบุ ตั เิ หตุไดม้ ากทส่ี ดุ เชน่ กนั
ผเู้ รยี นมวี ธิ กี ารป้องกนั อุบตั เิ หตุในบา้ นอย่างไร
6.ผเู้ รยี นใชก้ ารเดนิ ทางจากบา้ นมาถงึ สถานทเ่ี รยี นโดยวธิ ใี ด และมวี ธิ กี ารป้องกนั อบุ ตั เิ หตุ จากการ
เดนิ ทางอย่างไร
7.ผเู้ รยี นสารวจความปลอดภยั ในสถานศกึ ษาของตนเอง พรอ้ มบอกวธิ กี ารป้องกนั
8.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมโดยในฐานะทผ่ี เู้ รยี นเป็นผเู้ ดนิ เทา้ ผเู้ รยี นจะปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายอย่างไร เพอ่ื ให้
เกดิ ความปลอดภยั
78
9.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั การนาเอาความพอเพยี งไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ ซง่ึ เป็นความพอประมาณ ความ
มเี หตผุ ล รวมถงึ ความจาเป็นทต่ี อ้ งมรี ะบบภูมคิ มุ้ กนั ในตวั ทด่ี พี อสมควรต่อผลกระทบใดๆ อนั เกดิ จากการ
เปลย่ี นแปลงทงั้ ภายนอกและภายใน การตดั สนิ ใจและการดาเนนิ กจิ กรรมต่างๆใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี งนนั้ ตอ้ ง
อาศยั ทงั้ ความรแู้ ละคณุ ธรรมเป็นพน้ื ฐาน
ข้นั สรุปและการประเมินผล
10.ครแู ละผเู้ รยี นสรปุ เน้อื หาทเ่ี รยี นวา่ อุบตั เิ หตุเป็นเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดต้ ลอดเวลาและทุกสถานการณ์ท่ี
สว่ นมากจะแกไ้ ขได้ การระมดั ระวงั เพ่อื ป้องกนั อุบตั เิ หตุภายในบา้ น ไดแ้ ก่ การใชไ้ ฟฟ้า การใชแ้ ก๊สหงุ ตม้ การใช้
สารเคมใี นบา้ น การระมดั ระวงั เพ่อื ป้องกนั อบุ ตั เิ หตจากการเดนิ ทางทงั้ การจราจรทางน้า การจราจรทางบก
รวมทงั้ ฝึกทกั ษะการเอาตวั รอดในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ รวมทงั้ ปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายในการควบคมุ ผขู้ บั ข่ี
ในสว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การใชท้ างขา้ ม และคนเดนิ เทา้ ทใ่ี ชท้ างขา้ มเพ่อื ความปลอดภยั แก่ตวั เอง และคนใกลช้ ดิ
11.ครแู นะนาใหผ้ เู้ รยี นนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
12.ผเู้ รยี นทาใบงาน และแบบประเมนิ ผล
ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพ่อื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
5.สอ่ื PowerPoint , วดี โี อ
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
79
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ า่ น 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.อา่ นและทบทวนเน้อื หา
2.แนะนาใหเ้ ตรยี มตวั สาหรบั การสอบปลายภาค
80
แผนกำรจดั กำรเรียนร้แู บบบรู ณำกำรที่ 17 หน่วยท่ี 10
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชีวิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ท่ี 17 (17-17)
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง กำรวำงแผนดแู ลสุขภำพ จานวน 1 ช.ม.
แนวคิด
การมสี ขุ ภาพทด่ี ที งั้ ร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และสงั คม ไมใ่ ชเ้ ป็นสง่ิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ดว้ ย ความบงั เอญิ หากแต่
จาเป็นทจ่ี ะตอ้ งมกี ารวางแผนการดแู ลสขุ ภาพล่วงหน้าทงั้ สขุ ภาพของตนเองหรอื ของบคุ คลในครอบครวั
ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวงั
1.รแู้ ละเขา้ ใจหลกั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
2.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
3.รแู้ ละเขา้ ใจวธิ กี ารตรวจสขุ ภาพประจาปีทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองและครอบครวั
4. การพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สงิ่ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
สาระการเรยี นรู้
1.หลกั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
81
2,การวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
3.การตรวจสขุ ภาพประจาปีทเ่ี หมาะสม
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นถงึ แนวคดิ ระบบเศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ไดช้ ใ้ี หเ้ หน็
ลกั ษณะและคณุ คา่ ของระบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นปรชั ญาทช่ี ถ้ี งึ แนวทางการดารงชวี ติ ของประชาชน ไดแ้ ก่
ความพอประมาณ มเี หตผุ ล และมภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทด่ี ี
2.ผเู้ รยี นยกตวั อย่างบุคคลตวั อยา่ งทด่ี าเนินชวี ติ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3.ครแู ละผเู้ รยี นสนทนาวา่ การทค่ี นเราจะบรรลสุ ขุ ภาวะทส่ี มบรณู ์ทางรา่ งกาย จติ ใจ และสงั คมไดน้ นั้ แต่
ละคนจะตอ้ งมกี ระบวนการเพม่ิ ความสามารถในการควบคมุ และพฒั นา สขุ ภาพของตนเองทจ่ี ะตอบสนองความ
ตอ้ งการใหเ้ ขา้ กบั สงิ่ แวดลอ้ ม
ขนั้ สอน
3. ครใู ชเ้ ทคนิคการบรรยาย อธบิ ายหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และเปิดสอ่ื วดี ทิ ศั น์แสดง
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งใหผ้ เู้ รยี นดแู ละรว่ มแสดงความคดิ เหน็
4.ครใู ชเ้ ทคนิควธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื (Cooperative Learning) หมายถงึ กระบวนการเรยี นรทู้ จ่ี ดั
ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ ่วมมอื และชว่ ยเหลอื กนั ในการเรยี นรโู้ ดยแบ่งกลมุ่ ผเู้ รยี นทม่ี คี วามสามารถต่างกนั ออกเป็นกลุม่ เลก็
ซง่ึ เป็นลกั ษณะการรวมกลมุ่ อย่างมโี ครงสรา้ งทช่ี ดั เจน มกี ารทางานรว่ มกนั มกี ารแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ มกี าร
ช่วยเหลอื พง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั และกนั มคี วามรบั ผดิ ชอบร่วมกนั ทงั้ ในสว่ นตนและสว่ นรวมเพ่อื ใหต้ นเองและสมาชกิ
ทกุ คนในกลมุ่ ประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ ดงั น้ี
1) แบง่ ผเู้ รยี นเป็นกล่มุ ๆ ละ 5-6 คน
2) หวั ขอ้ เร่อื งทเ่ี รยี นรมู้ ดี งั น้ี
หลกั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
การวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
การตรวจสขุ ภาพประจาปีทเ่ี หมาะสม
3) นาขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าอภปิ รายรว่ มกนั นาเสนอและแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
5.ครแู ละผเู้ รยี นอภปิ รายหลกั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ โดยใชส้ อ่ื VDO ประกอบการเรยี น ซง่ึ การสรา้ งเสรมิ
สขุ ภาพ (Health Promotion) หมายถงึ กระบวนการสรา้ งเสรมิ สนบั สนุนดา้ นสขุ ภาพ โดยใหบ้ คุ คลมกี ารปฏบิ ตั ิ
และการพฒั นาสขุ ภาพ ตลอดจนสามารถจดั การสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี ผี ลกระทบต่อสขุ ภาพ เพอ่ื ใหม้ สี ขุ ภาพทด่ี ที งั้
ทางดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ สงั คม และปัญญา
6.ครอู ธบิ ายตวั กาหนดสขุ ภาพเป็นปัจจยั กาหนดสถานะสขุ ภาพของบคุ คล โดยทป่ี ัจจยั เหล่านม้ี ผี ลกระทบ
ทงั้ ทางตรงและทางออ้ มต่อวถิ ชิ วี ตี แิ ละสภาพความเป็นอย่ขู องบคคุ ล สขุ ภาพของบุคคลเป็นผลรวมของปัจจยั
หลายปัจจยั ปัจจยั ทเ่ี ป็นตวั กาหนดสขุ ภาพของบคุ คลมี 4 ปัจจยั ดงั น้ี
82
7.ครใู ชส้ อ่ื Power Point และครใู ชเ้ ทคนคิ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื (Cooperative Learning) โดย
เป้าหมายทก่ี าหนดไว้ ดงั น้ี
1) แบง่ ผเู้ รยี นเป็นกลมุ่ ๆ ละ 3-4 คน
2) ผเู้ รยี นชว่ ยกนั สบื คน้ ขอ้ มลู ในหวั ขอ้
หลกั การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
การวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
การตรวจสขุ ภาพประจาปีทเ่ี หมาะสม
3) นาเสนอและร่วมกนั อภปิ รายในชนั้ เรยี น
8.ครแู ละผเู้ รยี นใชร้ ปู ภาพผ่านสอ่ื Power Point ประกอบการอธบิ ายการวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเอง
และครอบครวั การมสี ขุ ภาพดจี ะเกดิ ขน้ึ ไดเ้ น่อื งจากการดแู ลเอาใจใส่ระบบต่าง ๆ ทส่ี าคญั ของร่างกาย ซง่ึ ไม่ใช้
เป็นสง่ิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยบงั เอญิ หากแต่จาเป็นทจ่ี ะตอ้ งมกี ารวางแผนในการดแู ลสขุ ภาพลว่ งหน้า
ประโยชน์ของการวางแผนดแู ลสขุ ภาพ
แนวทางในการวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
วธิ กี ารวางแผนสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
ขนั้ ตอนการวางแผนสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพของตนเองและครอบครวั
9.ครแู ละผเู้ รยี นใชส้ อ่ื Power Point ประกอบการสอนเรอ่ื งการตรวจสขุ ภาพประจาปีทเ่ี หมาะสม ซง่ึ การ
ตรวจสขุ ภาพประจาปีเป็นการตรวจคดั กรองสขุ ภาพเพ่อื คน้ หาโรคในระยะทเ่ี รมิ่ เป็นหากตรวจพบ จะไดป้ ้องกนั
ไม่ใหล้ ุกลามหรอื หาทางรกั ษาตงั้ แต่เน่ิน ๆ การตรวจคดกั รองสขภุ าพ หมายถงึ การซกั ถาม หรอื ตรวจอย่างเป็น
ระบบในเบอ้ื งตน้ เพอ่ื คน้ หาความ เสย่ี งหรอื โรคของบคุ คลซง่ึ ไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองมคี วามเสย่ี งหรอื เป็นโรค
นนั้ แลว้ โดยมจี ดุ มุ่งหมายทจ่ี ะป้องกนั ลดความเสย่ี งหรอื ภาวะแทรกซ่อนจากโรค
83
10.ผเู้ รยี นทากจิ กรรม “สขุ ภาพของบคุ คลแต่ละคนจะมตี วั กาหนดสขุ ภาพทม่ี ผี ลกระทบทงั้ ทางตรงและ
ทางออ้ ม ใหผ้ เู้ รยี นอธบิ ายปัจจยั ทเ่ี ป็นตวั กาหนดและสง่ เสรมิ สขุ ภาพตามทก่ี าหนด
พนั ธุกรรม สง่ิ แวดลอ้ ม
วถิ กี ารดาเนินชวี ติ บรกิ ารสขุ ภาพ
11.ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบดชั นชี ว้ี ดั สขุ ภาพจติ คนไทย (Thai Mental Health Indicator Version 2007 =
TMHI-15) โดยเลอื กขอ้ ทต่ี รงกบั ตวั เองมากทส่ี ดุ ซง่ึ เป็นประสบการณ์ในช่วง 1 เดอื นทผ่ี ่านมาจนถงึ ปัจจุบนั
84
12.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมการตรวจสขุ ภาพเป็นการตรวจเพ่อื คน้ หาโรคในระยะเรมิ่ ตน้ ใหผ้ เู้ รยี นระบกุ ารตรวจ
สขุ ภาพทเ่ี หมาะสมของตนเองและครอบครวั โดยการตรวจสขุ ภาพทเ่ี หมาะสมของตนเอง ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง และ
การตรวจสขุ ภาพทเ่ี หมาะสมของคนในครอบครวั ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
13.ผเู้ รยี นทากจิ กรรมใบงาน
14.ผเู้ รยี นทาแบบประเมนิ ผล
15.ครเู น้นใหผ้ เู้ รยี น ระมดั ระวงั รอบคอบทุกครงั้ ในการทาขอ้ สอบ
85
ขนั้ สรปุ และกำรประยุกต์
16.ครสู รปุ เน้อื หาบทเรยี น โดยใชส้ อ่ื Power Point เพอ่ื สรุปการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพเป็นกระบวนการสรา้ ง
เสรมิ สนบั สนุนดา้ นสขุ ภาพ เพ่อื ใหม้ สี ขุ ภาพดที งั้ ดา้ นร่างกาย จติ ใจ สงั คม และปัญญา ตวั กาหนดสขุ ภาพและ
สง่ เสรมิ สขุ ภาพไดแ้ ก่ พนั ธุกรรม สง่ิ แวดลอ้ ม วถิ กี ารดาเนินชวี ติ และการบรกิ ารสขุ ภาพ โดยทก่ี ารวางแผนดูแล
สขุ ภาพของตนเองและครอบครวั เป็นสงิ่ ทส่ี าคญั ทส่ี มั พนั ธก์ นั ตงั้ แต่สว่ นบคุ คล ครอบครวั และชมุ ชน ซง่ึ ต้อง
วางแผน พฒั นาสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ตงั้ แต่การประเมนิ ปัญหา การวเิ คราะหป์ ัญหา การวางแผน และ
แกป้ ัญหา การลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนทว่ี างไว้ และการประเมนิ ผลมกี ารตรวจสขุ ภาพประจาปีทเ่ี หมาะสมตามวยั
17.ครสู มุ่ ถามตอบผเู้ รยี นเกย่ี วกบั เน้อื หาทเ่ี รยี น
18.ผเู้ รยี นทาใบงาน แบบฝึกปฏบิ ตั ิ และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทงั้ กจิ กรรมการจดั
ประสบการณ์การเรยี นรู้
ช่อื ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ัญญา วุฒภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.
แบบประเมนิ ผลประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้
ชอ่ื ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สื่อและแหล่งกำรเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าทกั ษะการดารงชวี ติ เพอ่ื สขุ ภาวะ ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอ่ื PowerPoint
5.วดี โิ อ
86
หลกั ฐำน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเชค็ รายชอ่ื
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
กำรวดั ผลและกำรประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. ใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยคร)ู
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. ตรวจใบงาน
5. แบบประเมนิ ผล
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี น
รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑก์ ำรประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. ตรวจใบงาน มเี กณฑผ์ ่าน 50%
5. แบบประเมนิ ผล มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1. อ่านและทบทวนเน้อื หา
2. ทาแบบประเมนิ ผล
87
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการท่ี 18 หน่วยที่ -
รหสั 20000-1601 ทกั ษะการดารงชวี ิตเพ่ือสขุ ภาวะ (1-0-1) สอนครง้ั ที่ 18 (18-18)
จานวน 1 ช.ม.
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน
แนวคิด
จากการทผ่ี เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาวชิ าน้ี จะไดร้ บั ความรคู้ วามเขา้ ใจ และเกดิ ทกั ษะการฝึกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี น
โดยเน้นผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลาง ใหผ้ เู้ รยี นฝึกคดิ เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ โดยยดึ
หลกั การนาไปใชใ้ หเ้ กดิ ไปประโยชน์ในการพฒั นาสงั คม พรอ้ มทงั้ นาหลกั คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา มาประยุกตใ์ ชก้ บั
กจิ กรรมการเรยี นอยา่ งเหมาะสม
ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั
1. นาเร่อื งทท่ี บทวนตามเน้อื หาวชิ าไปใชป้ ระโยชน์ได้
2. แจง้ คะแนนระหว่างภาคเรยี นใหผ้ เู้ รยี น
3. แกป้ ัญหาการเรยี นของผเู้ รยี นได้
4. ผเู้ รยี นนาความรทู้ ศ่ี กึ ษามาไปสอบปลายภาคเรยี นได้
5. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
5.5 ความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ทกั ษะทจ่ี าเป็นในการดารงชวี ติ หลกั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพและการปฏบิ ตั ติ นตาม
กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
2.วางแผนป้องกนั และหลกี เลย่ี งปัจจยั เสย่ี งจากโรคตดิ ต่อ สง่ิ เสพตดิ และการใชย้ า
3.วางแผนป้องกนั และแกป้ ัญหาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ วยั รุ่น
88
สำระกำรเรียนรู้
1. ทบทวนเน้อื หาวชิ าทไ่ี ดศ้ กึ ษามาแบบย่อ
2. รวบรวมคะแนนระหว่างภาคเรยี น
3. ปัญหาการเรยี นของผเู้ รยี น
4. สอบปลายภาคเรยี น
กิจกรรมกำรเรียนรู้
1.ครแู จง้ ใหผ้ เู้ รยี นทราบคะแนนระหว่างภาค และกลางภาค จุดประสงคท์ ผ่ี ุเ้ รยี นยงั ไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ หรอื ไม่
ผา่ น หรอื ไมไ่ ดส้ อบ ใหผ้ เู้ รยี นดาเนินการโดยพบครผู สู้ อนกาหนดวนั เวลาทจ่ี ะปฏบิ ตั หิ รอื สอบ หรอื เรยี นเพมิ่ เตมิ
2.ผเู้ รยี นรบั ทราบจดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาคว่า จะมกี ารสอบเร่อื งใดบา้ ง ผเู้ รยี นไมเ่ ขา้ ใจเร่อื งใด
กใ็ หซ้ กั ถาม
3.ครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกนั ทบทวนบทเรยี นทผ่ี า่ นมาโดยสรปุ
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1.ขอ้ มลู การเกบ็ คะแนนของผเู้ รยี น
2.จุดประสงคก์ ารสอบปลายภาค
หลกั ฐำน
1.ใบเชค็ รายชอ่ื เขา้ หอ้ งเรยี น และเขา้ หอ้ งสอบ
2.ขอ้ สอบ
3.เอกสารในการสอบต่าง ๆ
การวดั ผลและการประเมินผล
เป็นไปตามเกณ์ทไ่ี ดแ้ จง้ ไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรสู้ ปั ดาหท์ ่ี 1-18
กิจกรรมเสนอแนะ
แจง้ การประเมนิ ผลนกั เรยี นทต่ี ดิ ร, มส