หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 7
ประจำเดอื น มกราคม
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
4. นกั เรียนทำงำนร่วมกนั เป็นกลุ่มได้
5. นักเรียนนำขอ้ มลู ที่กำหนดใหม้ ำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นกั เรยี นสร้ำงบทสนทนำจำกประสบกำรณแ์ ละกำรเรียนรใู้ นชนั้ เรียนได้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
7. นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ยั และมงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน
8. นกั เรียนมคี วำมใฝร่ ู้โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ จำกแหลง่ ต่ำง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคญั
9. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวิต
3.5 ทักษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได้) Arithmetic (การคิดคำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม
และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการสือ่ สาร และการรู้เทา่
ทนั สอ่ื
3.6 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1.มุง่ มั่นในการทำงาน 2. มวี นิ ัย 3. ไฝเ่ รียนรู้
1. สาระการเรียนรู้
คาศพั ท/์ กลมุ่ คา
China, France, Italy, Laos, South Korea, USA, Vietnam, Japan
โครงสร้างประโยค
Have you ever been to ____________?
ชนิ้ งาน / ภาระงาน
ชิ้นงาน -
ภาระงาน -
2. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ข้นั นาเตรียมความพร้อม (Warm up)
1. ครูทักทำยนักเรียน จำกนั้นครูนำบัตรภำพรูปธงชำติมำติดบนกระดำนและถำมนักเรียนว่ำธงใน
แต่ละภำพเป็นของประเทศอะไร จำกน้ันครูเฉลยนักเรียนว่ำธงแต่ละภำพคือประเทศอะไรบ้ำง
ให้นักเรียนสะกด และอ่ำนตำมครู 2 รอบ
2. ครถู ำมนักเรยี นว่ำ “เธอเคยไป ..... หรือไม่” ในภำษำอังกฤษคือประโยคอะไร ครเู ฉลยว่ำ
Have you ever been to ….ชอื่ ประเทศ...? และสอนกำรตอบคำถำมต่อว่ำ Yes, I have. หรือ No, I
haven’t.
3. ครใู หน้ กั เรียนใชป้ ระโยคทีค่ รูสอนข้ำงตน้ ถำมเพือ่ นท่นี งั่ ขำ้ งๆ
ข้ันดาเนนิ การสอน (Presentation)
4. ครใู หน้ กั เรียนเปิดหนังสือเรียนหน้ำ 118-119
5. ครอู ำ่ นออกเสียงคำศพั ท์ในหนังสือเรยี นหน้ำ 118 ใหน้ ักเรียนฟงั และอ่ำนออกเสียงตำม จำกน้ันครู
แปลควำมหมำย China, France, Italy, Laos, South Korea, USA, Vietnam, Japan
6. ครูให้นักเรียนดูรูปธงที่1-8 จำกนั้นครูชี้รูป โดยเริ่มจำกข้อที่ 1 แล้วอ่ำนออกเสียงชื่อประเทศ
ให้ตรงกันกับภำพ แลว้ ใหน้ ักเรียนอำ่ นออกเสียงตำม
7. ครูให้นักเรียนอ่ำนออกเสียงพร้อมกันอีกครั้งตำมรูปภำพในหนังสือเรียนหน้ำ 118-119 จำกนั้นให้
นักเรยี นเตมิ คำตอบลงในชอ่ งว่ำง ครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ:
1. Japan 2. Italy 3. USA 4. Laos
5. France 6. South Korea 7. China 8. Vietnam
ข้นั การฝึก (Practice)
8. ครแู จกบัตรคำศัพท์หรือบตั รภำพใหน้ ักเรยี นคนละ 1 ใบ (บำงคนอำจจะไดบ้ ตั รคำ บำงคนอำจจะ
ไดบ้ ัตรภำพ)
9. จำกนนั้ ครูให้นักเรียนตำมหำเพือ่ นท่มี บี ัตรคำหรือบัตรภำพตรงกบั ตนเอง (ครูคอยสงั เกตนักเรยี น
และใหค้ วำมช่วยเหลือ)
10. เม่อื นักเรยี นรวมกลุ่มได้แลว้ ครูใหน้ กั เรยี นออกมำบอกว่ำได้ประเทศอะไร จำกนัน้ ใหน้ กั เรยี นอำ่ น
ออกเสียงให้เพ่ือนฟงั
ขั้นนาไปใช้ (Production)
11. ครแู จกบัตรคำศัพทใ์ หน้ ักเรยี นทุกคน คนละ 1 ใบ จำกนนั้ ครูใหน้ กั เรียนลุกข้ึนอำ่ นคำศัพทท์ ี่ได้ที
ละคนจนครบ China, France, Italy, Laos, South Korea, USA, Vietnam, Japan
ข้ันสรปุ (Wrap up)
12. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปบทเรยี น และเปิดโอกำสให้นักเรยี นซักถำมข้อสงสัยเพ่มิ เตมิ
13. จำกนั้นครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หดั ใน Workbook หนำ้ 85 เป็นกำรบ้ำน
กิจกรรมเสนอแนะ
ใหน้ ักเรียนหำข้อมลู เพม่ิ เติมเก่ยี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ในหนังสอื เรยี นหนำ้ 118-119
จำกนั้นครสู ่มุ นักเรียน ออกมำนำเสนอหนำ้ ช้ันเรยี น
6. สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้
สอ่ื บตั รคำศัพท์ / บัตรภำพ
แหลง่ เรียนรู้
3. หนงั สือเรียนภำษำอังกฤษ Smart English ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี 5 หน้ำ 116-119
4. แบบฝกึ หัดภำษำอังกฤษ Smart English ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี 5 หนำ้ 85
7. การวัดและประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ด้านความรู้ (Knowledge) 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
1. นักเรียนสำมำรถอ่ำน 10 และบอกควำมหมำยของ
ออกเสียง สะกด เขยี น คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ
และรจู้ กั ควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ได้ระดบั 3 ตำมเกณฑ์
คำศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเทศ
และอำหำรต่ำง ๆ ได้ กำรอ่ำนออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชงิ
ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร คณุ ภำพ
เขียนตำมคำบอกที่ ไดร้ ะดับ 4 ถือวำ่
กำหนดให้ ผำ่ นกำรประเมิน
2. นักเรยี นสำมำรถตอบ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม นักเรียนตอบคำถำม
คำถำมเก่ียวกับประเทศ กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั
ต่ำง ๆ ได้ถูกตอ้ ง ประเทศตำ่ ง ๆ กำรเก่ยี วกับประเทศตำ่ ง ๆ สะกดคำศัพทไ์ ด้
ได้ถกู ตอ้ ง ถูกต้องมำกกวำ่ 80%
3. นกั เรยี นสำมำรถพดู พฤติกรรมกำรสนทนำ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรยี นสนทนำได้
โตต้ อบใหข้ ้อมลู เก่ียวกับ
ประเทศตำ่ ง ๆ ได้ กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ อย่ำงถูกต้องมำกกว่ำ
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ 80%
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านกระบวนการ (Process) 10 10
4. นกั เรยี นทำงำนรว่ มกัน
เป็นกล่มุ ได้ กำรแสดงควำมคิดเห็น แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แสดงควำมคดิ เห็นได้
อยำ่ งสมเหตุสมผล
5. นกั เรียนนำขอ้ มลู ท่ีกำหนดให้ กำรทำงำนรว่ มกนั แบบประเมินผลงำน
มำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นกั เรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณแ์ ละกำรเรยี นรูใ้ น ทำงำนเปน็ กลมุ่ อยใู่ น
ชัน้ เรยี นได้ 10 10 เกณฑ์
กำรประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสังเกตพฤติกรรม
7. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัย นกั เรียนมีพฤตกิ รรม
และม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑร์ ะดับดี
8. นกั เรยี นมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ
จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)
4. นักเรยี นทำงำนร่วมกนั เป็นกลุ่มได้
5. นกั เรยี นนำข้อมูลที่กำหนดใหม้ ำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสร้ำงบทสนทนำจำกประสบกำรณแ์ ละกำรเรียนรู้ในชัน้ เรยี นได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attribute)
7. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ัยและมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำน
8. นักเรียนมีควำมใฝ่รู้โดยหำควำมรูเ้ พ่ิมเติมจำกแหล่งตำ่ ง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคญั
9. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชีวติ
3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขียนได้) Arithmetic (การคิดคำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม
และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการสอ่ื สาร และการรู้เท่า
ทนั สื่อ
3.6 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1.มุ่งมน่ั ในการทำงาน 2. มีวนิ ยั 3. ไฝเ่ รียนรู้
1. สาระการเรยี นรู้
1. คาศัพท/์ กลุ่มคา
China, France, Italy, Laos, South Korea, USA, Vietnam, Japan, England, Malaysia,
Taiwan, Hong Kong
2. โครงสร้างประโยค
Have you ever been to สถำนท่ี ?
Yes, I have./ No, I haven’t.
Did you like it?
Yes, I did. It was amazing.
Would you like to go?
Yes, I would.
ช้ินงาน / ภาระงาน
ชิ้นงาน -
ภาระงาน -
2. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ขั้นนาเตรียมความพร้อม (Warm up)
1. ครูทักทำยนักเรียน ครูถำมนักเรียนเกี่ยวกับสถำนท่ีท่ีนักเรียนเคยไปและประทับใจมำกที่สุด
2. ครูเขยี นประโยค Have you ever been to ……. ครสู ุ่มถำมนักเรยี นวำ่ แปลวำ่ อะไร ครูบอก
นักเรยี นวำ่ แปลวำ่ “เธอเคยไป ..... หรอื ไม่”
ขน้ั ดาเนินการสอน (Presentation)
3. ครสู อนบทสนทนำ โดยตดิ แถบประโยค Have you ever been to Japan? บนกระดำน
4. ครูอำ่ นแถบประโยค Have you ever been to Japan? ให้นักเรียนอ่ำนตำม ครสู มุ่ นักเรยี นแปล
ประโยค
6. ครูส่มุ ถำมนักเรียนวำ่ เคยไปประเทศญป่ี ุน่ หรอื ไม่ โดยครูกระตนุ้ ให้นกั เรียนตอบ Yes, I have.
ถ้ำนกั เรยี นเคยไป หำกนักเรียนไมเ่ คยไปใหต้ อบ No, I haven’t.
7. ครูตดิ แถบประโยคท่ีอยใู่ นหนังสือเรยี นหน้ำ 120 จำกน้นั ให้นักเรียนเปิดหนังสอื เรยี นหนำ้ 120
แล้วใหน้ กั เรียนอำ่ นตำมจนจบบทสนทนำ
8. ครูสอนไวยำกรณ์ โครงสรำ้ งประโยคถำม-ตอบดว้ ย Have: Have you ever been to Japan?
ตอบด้วย Yes/No: Yes, I have./ No, I haven’t.
9. ครูสอนไวยำกรณ์ โครงสร้ำงประโยคถำม-ตอบด้วย Did กับ Would ตอ่ โดยยกตวั อย่ำง
Did you like it? ตอบด้วย Yes/No: Yes, I did./ No, I didn’t. Would you like to go? ตอบด้วย
Yes/No: Yes,
I would./ No, I wouldn’t.
ขนั้ การฝกึ (Practice)
10. ครูใหน้ กั เรยี นจับคู่ จำกนัน้ ให้นักเรยี นสนทนำ สลบั กันถำม-ตอบ ในหนังสอื เรียนหน้ำ 120
ครใู ห้เวลำนกั เรยี นฝึก 15 นำที
11 ครเู ดินสังเกตพฤติกรรมกำรถำม-ตอบของนักเรยี น หำกพบปญั หำกำรออกเสยี ง ให้ครชู ่วยเหลอื
เพือ่ แก้ไข
12. จำกน้ันครูสมุ่ นักเรียนออกมำสนทนำกับคู่ของตนหน้ำชั้นเรยี น 5 คู่
ข้ันนาไปใช้ (Production)
13. ครแู จกบตั รคำศัพทใ์ หน้ ักเรยี นทุกคน คนละ 1 ใบ จำกน้ันครูใหน้ ักเรยี นลกุ ขึ้นอ่ำนคำศัพทท์ ี่ได้ที
ละคนจนครบ China, France, Italy, Laos, South Korea, USA, Vietnam, Japan
14. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่ใหม่อีกครั้ง จำกนั้นใหน้ กั เรียนแต่งบทสนทนำใหม่ โดยใชโ้ ครงสรำ้ งประโยคใน
หนังสอื เรียนหนำ้ 120 โดยช่ือสถำนที่ต้องไมซ่ ้ำกบั คู่อนื่
15. จำกนัน้ ครูให้นักเรยี นแตล่ ะคู่ออกมำสนทนำหน้ำช้นั เรยี น
16. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงำน Have you ever been to ….? ใหน้ ักเรียนเตมิ คำลงในช่องว่ำงใหส้ มบูรณ์
นกั เรยี นสำมำรถเปลีย่ นสถำนที่ได้ตำมใจนักเรยี น ตวั อยำ่ งใบงำน
Have you ever been to ….?
ใหน้ กั เรียนเติมคำลงในช่องว่ำงใหส้ มบรู ณ์
Nina: Have you ever been to __________?
Piti: Yes, I __________.
Nina: __________ you like it?
Piti: Yes, I did.
ขน้ั สรปุ (Wrap up)
17. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ บทเรยี น และเปดิ โอกำสใหน้ กั เรียนซกั ถำมข้อสงสยั เพิ่มเตมิ
18. จำกนนั้ ครใู ห้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดใน Workbook หน้ำ 86 เป็นกำรบ้ำน
แถบประโยค
1. ใบงำน
3. หนงั สอื เรียนภำษำอังกฤษ Smart English ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ 5 หนำ้ 120
4. แบบฝึกหดั ภำษำอังกฤษ Smart English ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ 5 หน้ำ 86
7. การวัดและประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ด้านความรู้ (Knowledge) 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
3. นักเรียนสำมำรถอ่ำน 10 และบอกควำมหมำยของ
ออกเสียง สะกด เขยี น คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ
และรจู้ กั ควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ได้ระดบั 3 ตำมเกณฑ์
คำศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเทศ
และอำหำรต่ำง ๆ ได้ กำรอ่ำนออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชงิ
ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร คณุ ภำพ
เขียนตำมคำบอกที่ ไดร้ ะดับ 4 ถือวำ่
กำหนดให้ ผำ่ นกำรประเมิน
4. นักเรยี นสำมำรถตอบ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม นักเรียนตอบคำถำม
คำถำมเก่ียวกับประเทศ กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั
ต่ำง ๆ ได้ถูกตอ้ ง ประเทศตำ่ ง ๆ กำรเก่ยี วกับประเทศตำ่ ง ๆ สะกดคำศัพทไ์ ด้
ได้ถกู ตอ้ ง ถูกต้องมำกกวำ่ 80%
5. นกั เรยี นสำมำรถพดู พฤติกรรมกำรสนทนำ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรยี นสนทนำได้
โตต้ อบใหข้ ้อมลู เก่ียวกับ
ประเทศตำ่ ง ๆ ได้ กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ อย่ำงถูกต้องมำกกว่ำ
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ 80%
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านกระบวนการ (Process) 10 10
4. นกั เรยี นทำงำนรว่ มกัน
เป็นกล่มุ ได้ กำรแสดงควำมคิดเห็น แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แสดงควำมคดิ เห็นได้
อยำ่ งสมเหตุสมผล
5. นกั เรียนนำขอ้ มลู ท่ีกำหนดให้ กำรทำงำนรว่ มกนั แบบประเมินผลงำน
มำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นกั เรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณแ์ ละกำรเรยี นรูใ้ น ทำงำนเปน็ กลมุ่ อยใู่ น
ชัน้ เรยี นได้ 10 10 เกณฑ์
กำรประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสังเกตพฤติกรรม
7. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัย นกั เรียนมีพฤตกิ รรม
และม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑร์ ะดับดี
8. นกั เรยี นมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ
จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
4. นักเรยี นทำงำนร่วมกันเปน็ กลุ่มได้
5. นกั เรียนนำขอ้ มลู ทกี่ ำหนดให้มำประยุกต์ใช้ในกำรสนทนำได้
6. นกั เรียนสร้ำงบทสนทนำจำกประสบกำรณ์และกำรเรยี นรูใ้ นชน้ั เรยี นได้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute)
7. นักเรียนมีระเบียบวินัยและม่งุ ม่นั ในกำรทำงำน
8. นักเรยี นมีควำมใฝ่รู้โดยหำควำมรเู้ พิ่มเติมจำกแหล่งตำ่ ง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคัญ
9. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชวี ติ
3.5 ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขียนได้) Arithmetic (การคดิ คำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม
และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสอื่ สาร และการรูเ้ ทา่
ทันส่อื
3.6 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.มงุ่ ม่ันในการทำงาน 2. มีวินยั 3. ไฝเ่ รียนรู้
1. สาระการเรียนรู้
คาศพั ท/์ กลุม่ คา
China, France, Italy, Laos, South Korea, USA, Vietnam, Japan, England, Malaysia,
Taiwan, Hong Kong
โครงสร้างประโยค
Have you ever been to สถำนที่ ?
Yes, I have./ No, I haven’t.
Did you like it?
Yes, I did. It was amazing.
Would you like to go?
Yes, I would.
ชน้ิ งาน / ภาระงาน
ช้นิ งาน -
ภาระงาน -
2. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ นาเตรียมความพร้อม (Warm up)
1. ครูทบทวนคำศัพท์ท่ีได้เรียนมำแล้วในช่วงโมงก่อนหน้ำ โดยครูติดบัตรคำศัพท์บนกระดำน
2. จำกนน้ั ครสู ุม่ นักเรยี นอ่ำนออกเสียง สะกดคำ และแปลควำมหมำย
ขัน้ ดาเนนิ การสอน (Presentation)
3. ครใู หน้ ักเรียนเปิดหนังสือเรยี นหน้ำ 121 จำกน้นั ครูให้นกั เรียนอำ่ นบทสนทนำ แลว้ สังเกตกำรตอบ
คำถำมของท้งั 3 ประโยค
4. ครูทบทวนไวยำกรณ์ กำรใช้ have, did, would ในกำรถำมและตอบ
6. ครูอ่ำนประโยคถำม-ตอบอันแรก แล้วครูอ่ำนคำศัพท์ชื่อประเทศต่ำง ๆ ให้นักเรียนฟังและออก
เสียงตำม พร้อมแปลควำมหมำย
7. จำกนัน้ ครูให้นกั เรยี นอำ่ นประโยคถำม-ตอบที่ 2 และ 3 ครแู ปลควำมหมำยใหน้ ักเรยี น
8. ครนู ำบัตรภำพประเทศตำ่ ง ๆ มำตดิ บนกระดำน จำกนั้นครสู ุ่มให้นักเรยี นออกมำตดิ บตั รคำ
ใต้ภำพ
9. ครูสอนประเทศต่ำง ๆ เพม่ิ เตมิ England, Malaysia, Vietnam, Taiwan, Hong Kong
10. ครูตดิ แถบประโยคบนกระดำน
What is your name? My name is ___________.
Have you ever been to ___________? Did you like it?
Would you like to go? Yes, I have.
No, I haven’t. Yes, I did.
No, I didn’t. Yes, I would.
No, I wouldn’t.
จำกน้ันครูให้นักเรียนอ่ำนประโยคพร้อมกัน แล้วครูส่มุ นักเรยี น 3 คน ถำม-ตอบ
คำถำมทีต่ ดิ บนกระดำน
ขั้นการฝึก (Practice)
11. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่ฝึกสนทนำตำมหนังสอื เรยี นหนำ้ 121 โดยใหน้ ักเรยี นคนท่ี 1 ถำมประโยคแรก
และสงั เกตกำรตอบของนักเรียนคนท่ี 2 หำกนักเรยี นคนท่ี 2 ตอบว่ำ Yes, I have. ให้นกั เรยี นคนท่ี 1 ถำม
ประโยคท่ี 2 ต่อ หำกนกั เรยี นคนท่ี 2 ตอบวำ่ No, I haven’t. ใหน้ ักเรยี นถำมเพ่ือนโดยใช้ประโยคที่ 3 ถำมตอ่
12. ครูให้นกั เรยี นสลบั กนั ถำม-ตอบ โดยหำ้ มใชช้ ื่อประเทศซำ้
13. จำกน้นั ครูให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละเท่ำ ๆ กัน ครแู จกซองกลมุ่ ละ 1 ซอง เพ่ือใหน้ กั เรียน
ชว่ ยกนั เรียงประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง ดังน้ี
1. name/ What/ your/ is /?
2. to/ been/ you/ have/ ever/ ?
3. it/ you/ Did/ like?
4. you/ like/ go / to / Would/ ?
ข้นั นาไปใช้ (Production)
14. ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 8 คน จำกนนั้ ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนังสือเรยี นหน้ำ 122
โดยใหน้ กั เรียนกรอกช่อื และคำตอบลงในชอ่ งว่ำง ใหน้ ักเรียนสลับกันถำมจนครบทั้ง 8 คน
15. ครูคอยเดนิ สงั เกตใหค้ ำแนะนำ
ข้ันสรุป (Wrap up)
16. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรปุ บทเรยี น และเปิดโอกำสใหน้ ักเรียนซักถำมขอ้ สงสัยเพิ่มเตมิ
17. จำกน้นั ครสู ุ่มนักเรียนถำมคำศพั ท์ ถำม-ตอบบทสนทนำ เพ่อื ทบทวนควำมรู้
กจิ กรรมเสนอแนะ
นักเรยี นเขียนเรียงควำมประเทศในฝนั ที่นักเรยี นไมเ่ คยไป และอยำกไปมำกที่สุด
จำกนน้ั ครสู ุ่มนักเรยี นนำเสนอหนำ้ ช้นั เรียน
6. ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
สอ่ื บัตรคำศัพท์ / บตั รภำพ / แถบประโยค
แหลง่ เรียนรู้
3. ซองคำถำม
4. หนังสือเรยี นภำษำองั กฤษ Smart English ชัน้ ประถมศึกษำปที ่ี 5 หนำ้ 121-122
7. การวัดและประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ด้านความรู้ (Knowledge) 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
3. นักเรียนสำมำรถอ่ำน 10 และบอกควำมหมำยของ
ออกเสียง สะกด เขยี น คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ
และรจู้ กั ควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ได้ระดบั 3 ตำมเกณฑ์
คำศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเทศ
และอำหำรต่ำง ๆ ได้ กำรอ่ำนออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชงิ
ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร คณุ ภำพ
เขียนตำมคำบอกที่ ไดร้ ะดับ 4 ถือวำ่
กำหนดให้ ผำ่ นกำรประเมิน
4. นักเรียนสำมำรถตอบ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม นักเรียนตอบคำถำม
คำถำมเก่ียวกับประเทศ กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั
ต่ำง ๆ ได้ถูกตอ้ ง ประเทศตำ่ ง ๆ กำรเก่ยี วกับประเทศตำ่ ง ๆ สะกดคำศัพทไ์ ด้
ได้ถกู ตอ้ ง ถูกต้องมำกกวำ่ 80%
5. นกั เรียนสำมำรถพดู พฤติกรรมกำรสนทนำ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรยี นสนทนำได้
โตต้ อบใหข้ ้อมลู เก่ียวกับ
ประเทศตำ่ ง ๆ ได้ กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ อย่ำงถูกต้องมำกกว่ำ
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ 80%
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านกระบวนการ (Process) 10 10
4. นกั เรยี นทำงำนรว่ มกัน
เป็นกล่มุ ได้ กำรแสดงควำมคิดเห็น แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แสดงควำมคดิ เห็นได้
อยำ่ งสมเหตุสมผล
5. นกั เรียนนำขอ้ มลู ท่ีกำหนดให้ กำรทำงำนรว่ มกนั แบบประเมินผลงำน
มำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นกั เรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณแ์ ละกำรเรยี นรูใ้ น ทำงำนเปน็ กลมุ่ อยใู่ น
ชัน้ เรยี นได้ 10 10 เกณฑ์
กำรประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสังเกตพฤติกรรม
7. นักเรยี นมีระเบียบวินัย นกั เรียนมีพฤตกิ รรม
และม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑร์ ะดับดี
8. นักเรียนมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ
จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
4. นกั เรียนทำงำนรว่ มกันเป็นกลุ่มได้
5. นกั เรียนนำข้อมูลท่ีกำหนดให้มำประยุกตใ์ ช้ในกำรสนทนำได้
6. นักเรียนสรำ้ งบทสนทนำจำกประสบกำรณแ์ ละกำรเรียนร้ใู นชัน้ เรียนได้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
7. นกั เรยี นมีระเบียบวินัยและมุ่งมัน่ ในกำรทำงำน
8. นักเรียนมคี วำมใฝ่รู้โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเติมจำกแหล่งตำ่ ง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคญั
9. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวติ
3.5 ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได้) Arithmetic (การคดิ คำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีม
และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการส่ือสาร และการร้เู ทา่
ทันสือ่
3.6 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มงุ่ มั่นในการทำงาน 2. มวี ินยั 3. ไฝ่เรียนรู้
1. สาระการเรียนรู้
คาศัพท์/ กลมุ่ คา
Vietnam, China, Italy, South Korea, USA, Japan, France, Laos, noodle soup, kimchi,
burger, larb, croissant, dim sum, sushi, pizza,
โครงสร้างประโยค
Have you ever been to Vietnam?
Yes, I’ve been to Vietnam.
Have you ever eaten noodle soup?
Yes, I’ve eaten noodle soup.
ช้ินงาน / ภาระงาน
ช้นิ งาน -
ภาระงาน -
2. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
ข้นั นาเตรียมความพร้อม (Warm up)
1. ครูนำบัตรภำพธงชำติประเทศเวียดนำมมำให้นักเรียนดู แล้วถำมนักเรียนว่ำ น่ีคือธงชำติของ
ประเทศอะไร ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบ
2. จำกน้ันครูนำบตั รภำพเครื่องแต่งกำยประจำชำตเิ วยี ดนำมและภำพอำหำรประจำชำติเวยี ดนำม
(กว๋ ยจบ๊ั ญวณ) มำตดิ บนกระดำน แลว้ ถำมนักเรียนวำ่ Have you ever seen that? จำกนน้ั ครเู ขียนคำศัพท์
บนกระดำน Vietnam และ noodle soup ไวใ้ ตภ้ ำพเครื่องแตง่ กำยประจำชำตแิ ละอำหำรประจำชำติ
เวียดนำม แล้วอ่ำนออกเสียงให้นักเรยี นฟงั
ข้นั ดาเนินการสอน (Presentation)
3. ครใู หน้ กั เรียนเปดิ หนังสือเรียนหน้ำ 123 จำกน้ันครูติดแถบประโยคบนกระดำน
A: Have you ever been to Vietnam?
B: Yes, I’ve been to Vietnam.
A: Have you ever eaten noodle soup?
B: Yes, I’ve eaten noodle soup.
จำกนน้ั ครูถำมนักเรยี นว่ำ ประโยคเหล่ำนี้แปลวำ่ อะไรบำ้ ง
4. จำกนั้นครูอธิบำยและสอนนักเรียนเกี่ยวกับคำถำมในแถบประโยคที่ติด โดยครูอ่ำนให้ฟังก่อน 1
รอบแล้วใหน้ กั เรยี นออกเสยี ง
5. จำกนั้นครูนำนักเรียนร้องเพลงตำมหนังสือเรียนหน้ำ 123 โดยครูร้องให้นักเรียนฟังก่อนในรอบ
แรก รอบท่สี องใหน้ กั เรียนรอ้ งตำม รอบที่ 3 ครูและนกั เรยี นร้องพร้อม ๆ กนั และปรบมือตำมจังหวะไปด้วย
6. จำกน้นั ครสู อบถำมนกั เรยี นตำมหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
- นักเรียนชอบทำนอำหำรอะไร
- นักเรยี นรู้จักอำหำรของประเทศอืน่ หรอื ไม่
7. ครูนำบตั รภำพอำหำรประเทศต่ำง ๆ มำตดิ บนกระดำน จำกน้ันครสู อนคำศัพท์ตำมรปู โดยกำร
พูดและให้นักเรยี นพดู ตำม
8. ครูนำบัตรคำศัพท์ (ชื่ออำหำรและชื่อประเทศ) มำสอนโดยกำรออกเสียง และชี้ไปยังบัตรภำพ
น้ัน ๆ เช่น คำศัพท์ kimchi ครูช้ไี ปยังบตั รภำพ kimchi แลว้ ครูชต้ี อ่ ไปทบ่ี ตั รคำ South Korea
ขั้นการฝกึ (Practice)
9. ครใู ห้นักเรยี นจับกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพ่ือมำร้องเพลงตำมเน้ือเพลงในหนงั สอื เรียนหน้ำ 123
โดยแต่ละกลุม่ จะตอ้ งคิดท่ำทำงประกอบเพลงและเปลี่ยนเน้ือเพลง ตำมตัวอยำ่ งดงั นี้
Have you been to, Have you been to,
Have you been to (Thailand)?
Yes, I’ve been to (Thailand).
Yes, I’ve been to (Thailand).
Have you eaten, Have you eaten,
Have you eaten ชือ่ อำหำรทก่ี ลุม่ ตนเองเลอื ก?
Have you eaten ชอ่ื อำหำรท่ีกลมุ่ ตนเองเลอื ก?
Yes, I’ve eaten (papaya salad).
Yes, I’ve eaten (papaya salad).
10. ครูใหน้ กั เรียนออกมำนำเสนอ กลุ่มทีน่ ำเสนอทีหลังชื่ออำหำรจะต้องไม่ซำ้ กับกบั กลมุ่ ทน่ี ำเสนอไป
ก่อนหนำ้
11. ครตู ดิ บตั รภำพบนกระดำน จำกนั้นครูแจกบตั รคำศพั ท์ (ชื่ออำหำรและช่ือประเทศ) ให้กับ
นกั เรยี น จำกนั้นให้นักเรียนนำไปตดิ ดำ้ นลำ่ งบัตรภำพบนกระดำน
12. ครูให้นักเรยี นจับคู่ทำกิจกรรม Point and say. โดยให้นกั เรียนสลับกันเป็นผ้สู ั่งและผู้ทำตำม เชน่
Student 1: Point kimchi นักเรยี นคนที่ 1 สง่ั ใหน้ ักเรยี นคนท่ี 2 ชไี้ ปที่รปู กิมจิ
Student 2: kimchi / South Korea นกั เรยี กคนท่ี 2 ชไี้ ปทรี่ ปู กิมจิ และพดู ว่ำ kimchi /
South Korea
ข้ันนาไปใช้ (Production)
13. ครใู ห้นกั เรยี นเขียนเนือ้ เพลงใหม่ โดยใช้โครงสร้ำงประโยคจำกหนังสอื เรยี นหนำ้ 123
14. ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั ในหนงั สือเรยี นหนำ้ 124-125 จำกน้นั ครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ:
A.
1.dim sum 2. croissant 3. pizza 4. larb
5. kimchi 6. burger 7. noodle soup 8. Sushi
B.
6 China 2 Italy 1 South Korea 4 USA
5 Japan 8 France 3 Vietnam 7 Laos
ขนั้ สรุป (Wrap up)
15. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ บทเรยี น และเปดิ โอกำสให้นกั เรยี นซกั ถำมข้อสงสยั เพ่ิมเติม
16. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดใน Workbook หนำ้ 88 ขอ้ A และ B เป็นกำรบำ้ น
กิจกรรมเสนอแนะ
ครใู ห้นกั เรียนเขียนตำมคำบอก (Dictation) โดยใชค้ ำศพั ท์จำกหนังสอื เรียนหน้ำ 123-124
6. สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้
สอ่ื บัตรคำศัพท์ / บัตรภำพ
แหล่งเรยี นรู้
4. หนังสอื เรียนภำษำอังกฤษ Smart English ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ 5 หนำ้ 123-125
5. แบบฝึกหัดภำษำอังกฤษ Smart English ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 5 หน้ำ 87-88
7. การวดั และประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ด้านความรู้ (Knowledge) 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
3. นักเรียนสำมำรถอ่ำน 10 และบอกควำมหมำยของ
ออกเสียง สะกด เขยี น คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ
และรจู้ กั ควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ได้ระดบั 3 ตำมเกณฑ์
คำศพั ทเ์ กี่ยวกบั ประเทศ
และอำหำรต่ำง ๆ ได้ กำรอำ่ นออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชงิ
ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร คณุ ภำพ
เขียนตำมคำบอกที่ ไดร้ ะดับ 4 ถือวำ่
กำหนดให้ ผำ่ นกำรประเมิน
4. นักเรยี นสำมำรถตอบ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม นักเรียนตอบคำถำม
คำถำมเก่ียวกบั ประเทศ กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั
ต่ำง ๆ ได้ถกู ตอ้ ง ประเทศตำ่ ง ๆ กำรเก่ยี วกับประเทศตำ่ ง ๆ สะกดคำศัพทไ์ ด้
ได้ถกู ต้อง ถูกต้องมำกกวำ่ 80%
5. นกั เรยี นสำมำรถพดู พฤติกรรมกำรสนทนำ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรยี นสนทนำได้
โตต้ อบให้ข้อมลู เก่ียวกับ
ประเทศตำ่ ง ๆ ได้ กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ อย่ำงถูกต้องมำกกว่ำ
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ 80%
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านกระบวนการ (Process) 10 10
4. นกั เรียนทำงำนรว่ มกนั
เป็นกล่มุ ได้ กำรแสดงควำมคิดเห็น แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แสดงควำมคดิ เห็นได้
อยำ่ งสมเหตุสมผล
5. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทีก่ ำหนดให้ กำรทำงำนรว่ มกนั แบบประเมินผลงำน
มำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นกั เรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณแ์ ละกำรเรยี นรูใ้ น ทำงำนเปน็ กลมุ่ อยใู่ น
ชัน้ เรยี นได้ 10 10 เกณฑ์
กำรประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสงั เกตพฤติกรรม
7. นักเรยี นมรี ะเบียบวินัย นกั เรียนมีพฤตกิ รรม
และม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑ์ระดับดี
8. นักเรียนมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ
จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process)
4. นักเรยี นทำงำนรว่ มกนั เป็นกลุ่มได้
5. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ที่กำหนดใหม้ ำประยุกต์ใช้ในกำรสนทนำได้
6. นกั เรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำกประสบกำรณแ์ ละกำรเรียนรู้ในชน้ั เรียนได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attribute)
7. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัยและมงุ่ มั่นในกำรทำงำน
8. นกั เรียนมีควำมใฝ่รโู้ ดยหำควำมรูเ้ พ่ิมเติมจำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคญั
9. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต
3.5 ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได้) Arithmetic (การคิดคำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม
และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการส่ือสาร และการรูเ้ ทา่
ทนั ส่อื
3.6 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1.มงุ่ มั่นในการทำงาน 2. มวี ินยั 3. ไฝ่เรยี นรู้
1. สาระการเรยี นรู้
1. คำศัพท์/ กลมุ่ คำ
noodle soup, kimchi, burger, larb, croissant, dim sum, sushi, pizza, BBQ, salad
2. โครงสรำ้ งประโยค
Have you ever eaten _____________?
Yes, I have./No, I haven’t.
Did you like it?
Yes, I did./ No, I didn’t.
Would you like to try it?
Yes, I would./ No, I wouldn’t.
Have you ever been to ____________?
ช้นิ งาน / ภาระงาน
ชิ้นงาน -
ภาระงาน -
2. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครูนำบัตรภำพอำหำรมำติดไว้บนกระดำน แล้วถำมนักเรียนว่ำ นักเรียนรู้จักอำหำรในภำพ
หรือไม่ นักเรียนเคยทำนอำหำรในภำพใดบ้ำง
ข้นั ดาเนนิ การสอน (Presentation)
2. ครนู ำบตั รคำชือ่ อำหำรมำตดิ ไว้ใต้รปู จำกนัน้ อ่ำนออกเสยี งใหน้ กั เรียนฟงั แลว้ ให้นกั เรยี นอำ่ นออก
เสยี งตำม จนครบทุกคำ
3. จำกน้นั ครูให้นักเรียนเปิดหนังสอื เรยี นหนำ้ 126
4. จำกนนั้ ครูนำแถบประโยคมำตดิ บนกระดำน จำกนั้นครูอำ่ นประโยค
Have you ever eaten ………? Have you ever eaten kimchi?
หำกนกั เรยี นคนใดเคยทำนกิมจิให้ยกมือขน้ึ แลว้ ตอบว่ำ Yes, I have. สว่ นนกั เรยี นคนใดทไี่ ม่เคย
ทำนใหน้ กั เรียนยกมือข้ึนแล้วตอบวำ่ No, I haven’t.
5. จำกนน้ั ครูถำมนกั เรยี นเพม่ิ เติม ใหน้ กั เรยี นทีต่ อบ Yes ยกมือข้นึ จำกนน้ั ครจู ึงนำแถบ
ประโยค Did you like it? มำติดบนกระดำน แล้วถำมนักเรียน ถำ้ นักเรยี นชอบให้ตอบ Yes, I did. ถำ้ ไม่ชอบ
ตอบ No, I didn’t. ส่วนนกั เรยี นทต่ี อบ No จำกประโยคแรก ครูให้นกั เรยี นยกมือ จำกน้ันครูนำแถบประโยค
Would you like to try it? ติดบนกระดำน แลว้ ถำมนักเรียนด้วยประโยคน้ี ถำ้ อยำกชมิ ใหต้ อบ Yes, I
would. แตถ่ ำ้ ไม่อยำกชิมให้ตอบ No, I wouldn’t.
6. ครูตรวจสอบควำมเขำ้ ใจของนกั เรยี น โดยกำรถำม Have you ever eaten pizza? หำกนกั เรียน
คนใดตอบ Yes ให้นกั เรยี นยืนอยู่ฝั่งซำ้ ย หำกนักเรียนตอบ No ให้นักเรียนยืนทำงฝ่งั ขวำ
7. ใหค้ รถู ำมนักเรียนคนท่ีตอบ Yes ดว้ ยประโยค Did you like it? แลว้ ใหน้ กั เรียนนงั่ แยกกัน
แบ่งเป็นซ้ำย 1 ซ้ำย 2 จำกน้ันนักเรียนทต่ี อบ No ให้ครถู ำมตอ่ ดว้ ยประโยค Would you like to try it? แลว้
ให้นกั เรียนน่ังแยกขวำ 1 ขวำ 2
8. จำกนนั้ ครูนำเสนอบตั รภำพคำศัพท์เพิ่มเตมิ sushi, noodle, pizza, BBQ, salad, Pad Thai,
Som Tam, Tom Yum Gung ครูถำมนักเรียน Do you know these food? ครสู อนคำศัพท์ และให้
นกั เรยี นสะกดคำ
ขั้นการฝกึ (Practice)
9. ครใู หน้ กั เรยี นจบั กลุม่ กลมุ่ ละ 3 โดยใหน้ ักเรียนผลดั กนั ถำม-ตอบ จำกทั้ง 3 ประโยค ในหนงั สือ
เรียนหน้ำ 126 ให้นกั เรยี กเลือกอำหำรมำคนละ 1 ชนดิ และตอ้ งไม่ซ้ำกบั เพอื่ น
10. จำกนั้นครใู หส้ มุ่ นักเรยี นออกมำสนทนำหน้ำชัน้ เรียน
11. ครูให้นักเรียนจบั คู่ทำกิจกรรมถำม-ตอบ โดยครูแจกบัตรภำพอำหำรทีม่ คี ำศัพท์อยู่ดำ้ นลำ่ ง ให้
นักเรยี นคนละ 1 ใบ
12. จำกนน้ั ให้นักเรยี นถำมคูข่ องตน ครูให้เวลำ 5 นำที ในกำรทำกจิ กรรม ครูคอยสงั เกตและช่วยเหลือ
13. จำกนนั้ ครสู มุ่ นักเรยี นจำนวน 5 คู่ ออกมำสนทนำถำม-ตอบหน้ำชัน้ เรียน
ข้ันนาไปใช้ (Production)
14. ครใู ห้นกั เรยี นแต่งบทสนทนำ โดยใช้โครงสรำ้ งประโยคถำม-ตอบ จำกหนังสือเรียนหน้ำ 126
โดยใหน้ ักเรียนเปลย่ี นช่อื อำหำร
15. ครใู หน้ ักเรยี นเปิดหนังสือเรียนหน้ำ 127 ใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมถำมเพื่อนทัง้ หมด 8 คน จำกนัน้
บันทึกข้อมลู จำกน้ันครูสุ่มนักเรียนนำเสนอข้อมลู หน้ำช้ันเรียน
ข้นั สรุป (Wrap up)
16. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปบทเรียน และเปดิ โอกำสให้นกั เรยี นซกั ถำมข้อสงสัยเพิ่มเตมิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ครูให้นักเรยี นเขียนอำหำรทนี่ ักเรียนเคยทำน จำกนั้นใหน้ กั เรยี นเขยี นว่ำนกั เรยี นชอบอำหำรอะไร
และไม่ชอบอำหำรอะไร พร้อมใหเ้ หตผุ ลประกอบ
6. สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้
สอ่ื บตั รคำศัพท์ / บตั รภำพ
แหล่งเรียนรู้
3. หนงั สอื เรยี นภำษำอังกฤษ Smart English ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 5 หนำ้ 116-119
4. แบบฝกึ หัดภำษำองั กฤษ Smart English ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 5 หน้ำ 85
7. การวดั และประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ด้านความรู้ (Knowledge) 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
3. นักเรียนสำมำรถอ่ำน 10 และบอกควำมหมำยของ
ออกเสียง สะกด เขยี น คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ
และรจู้ กั ควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ได้ระดบั 3 ตำมเกณฑ์
คำศพั ทเ์ กี่ยวกบั ประเทศ
และอำหำรต่ำง ๆ ได้ กำรอำ่ นออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชงิ
ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร คณุ ภำพ
เขียนตำมคำบอกที่ ไดร้ ะดับ 4 ถือวำ่
กำหนดให้ ผำ่ นกำรประเมิน
4. นักเรยี นสำมำรถตอบ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม นักเรียนตอบคำถำม
คำถำมเก่ียวกบั ประเทศ กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั
ต่ำง ๆ ได้ถกู ตอ้ ง ประเทศตำ่ ง ๆ กำรเก่ยี วกับประเทศตำ่ ง ๆ สะกดคำศัพทไ์ ด้
ได้ถกู ต้อง ถูกต้องมำกกวำ่ 80%
5. นกั เรยี นสำมำรถพดู พฤติกรรมกำรสนทนำ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรยี นสนทนำได้
โตต้ อบให้ข้อมลู เก่ียวกับ
ประเทศตำ่ ง ๆ ได้ กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ อย่ำงถูกต้องมำกกว่ำ
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ 80%
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านกระบวนการ (Process) 10 10
4. นกั เรียนทำงำนรว่ มกนั
เป็นกล่มุ ได้ กำรแสดงควำมคิดเห็น แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แสดงควำมคดิ เห็นได้
อยำ่ งสมเหตุสมผล
5. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทีก่ ำหนดให้ กำรทำงำนรว่ มกนั แบบประเมินผลงำน
มำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นกั เรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณแ์ ละกำรเรยี นรูใ้ น ทำงำนเปน็ กลมุ่ อยใู่ น
ชัน้ เรยี นได้ 10 10 เกณฑ์
กำรประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสงั เกตพฤติกรรม
7. นักเรยี นมรี ะเบียบวินัย นกั เรียนมีพฤตกิ รรม
และม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑ์ระดับดี
8. นักเรียนมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ
จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
4. นกั เรยี นทำงำนร่วมกันเป็นกลุ่มได้
5. นักเรยี นนำข้อมลู ท่กี ำหนดใหม้ ำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นกั เรียนสร้ำงบทสนทนำจำกประสบกำรณ์และกำรเรยี นรู้ในชั้นเรียนได้
3.3 ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)
7. นกั เรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมนั่ ในกำรทำงำน
8. นกั เรยี นมีควำมใฝร่ โู้ ดยหำควำมรเู้ พิ่มเตมิ จำกแหลง่ ต่ำง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคัญ
9. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชวี ติ
3.5 ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได้) Arithmetic (การคิดคำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีม
และภาวะผ้นู ำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการส่อื สาร และการร้เู ท่า
ทันส่ือ
3.6 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มุ่งมั่นในการทำงาน 2. มวี นิ ัย 3. ไฝเ่ รยี นรู้
1. สาระการเรียนรู้
คาศพั ท/์ กลมุ่ คา
China, Laos, South Korea, USA, Japan, France, Italy, Vietnam, dim sum, larb, kimchi, burger,
sushi, croissant, pizza, noodle soup
โครงสร้างประโยค
Have you ever been to + (country)?
Have you ever eaten + (food)?
Yes, I have./No, I haven’t.
Did you like it?
Yes, I did./ No, I didn’t.
Would you like to try it?
Yes, I would./ No, I wouldn’t.
ชนิ้ งาน / ภาระงาน
ช้นิ งาน -
ภาระงาน -
2. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้
ขน้ั นาเตรียมความพร้อม (Warm up)
1. ครูชูบัตรภำพอำหำรซูชิ พร้อมถำมนักเรียนว่ำ Have you ever eaten sushi? (นักเรียนเคย
กินซูชิหรือไม่) ครูถำมนักเรียนต่อวำ่ เคยเห็นซูชิท่ีไหนบำ้ ง ต้นกำเนิดซูชมิ ำจำกประเทศอะไร และนอกจำกซูชิ
นกั เรยี นรู้จักอำหำรตำ่ งประเทศอะไรบ้ำง
ขนั้ ดาเนนิ การสอน (Presentation)
2. ครใู หน้ ักเรยี นเปิดหนังสือเรียนหนำ้ 128 จำกน้นั ครูให้นกั เรยี นอ่ำนคำศัพท์ตำมครู หัวข้อ
countries และ food
3. จำกน้นั ครแู สดงบัตรภำพอำหำรให้นกั เรียนดูและแสดงบัตรภำพประเทศท่ีสัมพันธ์กับอำหำร
นั้น ๆ ประกอบกบั ภำพ
4. ให้ครูนำภำพอำหำร dim sum ให้นักเรียนดู ครูให้นักเรียนอ่ำนและสะกดคำ จำกนั้นให้ครูถำม
นักเรียนว่ำ นักเรียนทรำบหรือไม่ว่ำ dim sum มีต้นกำเนิดจำกประเทศอะไร จำกนั้นครูนำบัตรภำพประเทศ
จีนพร้อมกบั คำศัพท์ China และอธบิ ำยเพ่มิ เตมิ วำ่ dim sum มำจำกประเทศจนี (China)
5. ใหค้ รูแสดงภำพและคำศัพท์อำหำรและประเทศ และบอกควำมสมั พนั ธ์ของอำหำรและประเทศ
จนครบทุกคำ
6. จำกนั้นครูให้นักเรียนดูหัวข้อ My smart grammar โดยครูอ่ำนประโยคคำถำมและคำตอบให้
นักเรียนอ่ำนตำม
7. จำกน้นั ครแู ปลควำมหมำยของประโยคคำถำมและคำตอบให้นักเรียนฟัง และส่มุ ถำมนกั เรยี นเพื่อน
ตรวจสอบควำมเข้ำใจ
8. ครูแสดงตำรำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงอำหำรและประเทศให้นักเรียนดู จำกนั้นครูสุ่มนักเรียนถำม-
ตอบ
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างอาหารและประเทศ
อำหำร ประเทศ อำหำร ประเทศ
dim sum China croissant France
Laos Italy
larb South Korea pizza Vietnam
kimchi USA noodle soup Japan
burger
sushi
ขั้นการฝกึ (Practice)
9. ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่ โดยครูจะใหบ้ ัตรคำศัพทแ์ ละบัตรภำพแก่นกั เรยี น (1 คู่ 20 ใบ) นักเรียน
คนท่ี 1 ได้บัตรภำพ นกั เรยี นคนท่ี 2ได้บตั รภำพประเทศ (บัตรภำพอำหำรและประเทศจะต้องสัมพันธก์ นั )
10. จำกนัน้ ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะคู่ออกมำนำเสนอหน้ำชัน้ เรยี น โดยให้นักเรียนแตล่ ะค่แู สดงบัตรภำพให้
เพ่อื นในชั้นเรยี นดู และผลดั กันสนทนำถำม-ตอบ โดยใช้โครงสรำ้ งประโยคทนี่ ักเรยี นได้เรียนไปแลว้ เชน่
นักเรียนค่นู ้ีได้ภำพอำหำร kimchi และบัตรภำพประเทศ South Korea ใหน้ ักเรยี นสนทนำดังน้ี
S1: Have you ever been to South Korea?
S2: Yes, I have./ No, I haven’t.
S1: Have you ever eaten kimchi?
S2: Yes, I have./No, I haven’t.
11. ครคู อยใหค้ ำแนะนำระหวำ่ งนักเรียนทำกจิ กรรมกำรสนทนำ
ขน้ั นาไปใช้ (Production)
12. ครูแจกใบงำน Food and Countries ใหน้ กั เรยี นทำ โดยให้นกั เรียนจบั คูอ่ ำหำรและประเทศให้
สัมพนั ธ์กัน
Name _______________________ No.______
1. sushi * * Japan
* Italy
2. dim sum * * France
* South Korea
3. noodle soup * * USA
* Vietnam
4. kimchi * * Laos
* China
5. pizza *
6. burger *
7. larb *
8. croissant *
13. จำกน้นั ครเู ฉลยคำตอบ Japan
เฉลยคาตอบ: China
1. sushi Vietnam
2. dim sum South Korea
3. noodle soup Italy
4. kimchi USA
5. pizza Laos
6. burger France
7. larb
8. croissant
ขน้ั สรุป (Wrap up)
14. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ บทเรยี น และเปดิ โอกำสให้นกั เรียนซกั ถำมขอ้ สงสยั เพิ่มเติม
15. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดใน Workbook หน้ำ 93-94 เปน็ กำรบำ้ น
กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูให้นกั เรยี นเขียนตำมคำบอก (Dictation) โดยใช้คำศพั ท์จำกหนงั สอื เรยี นหน้ำ 128
6. ส่อื และแหล่งเรียนรู้
สอ่ื บัตรคำศัพท์ / บตั รภำพ
แหลง่ เรียนรู้
3. หนงั สอื เรยี นภำษำองั กฤษ Smart English ช้ันประถมศึกษำปที ่ี 5 หนำ้ 128
4. แบบฝึกหัดภำษำองั กฤษ Smart English ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี 5 หน้ำ 93-94
7. การวดั และประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ด้านความรู้ (Knowledge) 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
3. นักเรียนสำมำรถอ่ำน 10 และบอกควำมหมำยของ
ออกเสียง สะกด เขยี น คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ
และรจู้ กั ควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ได้ระดบั 3 ตำมเกณฑ์
คำศพั ทเ์ กี่ยวกบั ประเทศ
และอำหำรต่ำง ๆ ได้ กำรอ่ำนออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชงิ
ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร คณุ ภำพ
เขียนตำมคำบอกที่ ไดร้ ะดับ 4 ถือวำ่
กำหนดให้ ผำ่ นกำรประเมิน
4. นักเรยี นสำมำรถตอบ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม นักเรียนตอบคำถำม
คำถำมเก่ียวกบั ประเทศ กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั
ต่ำง ๆ ได้ถกู ตอ้ ง ประเทศตำ่ ง ๆ กำรเก่ยี วกับประเทศตำ่ ง ๆ สะกดคำศัพทไ์ ด้
ได้ถกู ตอ้ ง ถูกต้องมำกกวำ่ 80%
5. นกั เรยี นสำมำรถพดู พฤติกรรมกำรสนทนำ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรยี นสนทนำได้
โตต้ อบให้ข้อมลู เก่ียวกับ
ประเทศตำ่ ง ๆ ได้ กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ อย่ำงถูกต้องมำกกว่ำ
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ 80%
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านกระบวนการ (Process) 10 10
4. นกั เรียนทำงำนรว่ มกนั
เป็นกล่มุ ได้ กำรแสดงควำมคิดเห็น แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แสดงควำมคดิ เห็นได้
อยำ่ งสมเหตุสมผล
5. นกั เรยี นนำขอ้ มลู ทีก่ ำหนดให้ กำรทำงำนรว่ มกนั แบบประเมินผลงำน
มำประยุกต์ใชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นักเรยี นสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นกั เรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณแ์ ละกำรเรยี นรูใ้ น ทำงำนเปน็ กลมุ่ อยใู่ น
ชัน้ เรยี นได้ 10 10 เกณฑ์
กำรประเมนิ พฤตกิ รรม ระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสังเกตพฤติกรรม
7. นักเรยี นมรี ะเบียบวินัย นกั เรียนมีพฤตกิ รรม
และม่งุ มนั่ ในกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑร์ ะดับดี
8. นักเรียนมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พ่ิมเตมิ
จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
4. นกั เรยี นทำงำนรว่ มกันเปน็ กลุ่มได้
5. นักเรียนนำข้อมลู ทก่ี ำหนดให้มำประยุกตใ์ ชใ้ นกำรสนทนำได้
6. นกั เรยี นสร้ำงบทสนทนำจำกประสบกำรณแ์ ละกำรเรียนรู้ในชั้นเรยี นได้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)
7. นกั เรยี นมีระเบียบวนิ ัยและมงุ่ ม่นั ในกำรทำงำน
8. นกั เรยี นมีควำมใฝ่รู้โดยหำควำมร้เู พิ่มเตมิ จำกแหล่งต่ำง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคญั
9. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชวี ิต
3.5 ทักษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขียนได้) Arithmetic (การคิดคำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม
และภาวะผูน้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรเู้ ท่า
ทนั สือ่
3.6 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มุ่งมัน่ ในการทำงาน 2. มวี นิ ยั 3. ไฝเ่ รยี นรู้
1. สาระการเรียนรู้
คาศัพท์/ กลุ่มคา
Pad Thai, Som Tam, Tom Yam Gung, Nasi Lemak, Ramen, Spring Rolls, Dim Sum,
Amok Trey
โครงสรา้ งประโยค
This is called ______________.
ชิ้นงาน / ภาระงาน
ชิ้นงาน -
ภาระงาน -
2. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ขั้นนาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครูทักทำยนักเรียนและถำมนักเรียนว่ำ เม่ือเช้ำนักเรียนทำนข้ำวกับอะไรและใครเป็นคนทำให้ทำน
2. จำกน้ันครูหยิบบัตรภำพอำหำรซ่ึงมีรูปผัดไทย ส้มตำ ต้มยำกุ้ง รำเมง ต่ิมซำ ปอเปี๊ยะ Nasi
Lemak Amok Trey ติดบนกระดำน และถำมนักเรียนว่ำเคยทำนหรอื เคยเหน็ อำหำรเหล่ำนีห้ รือไม่
ขัน้ ดาเนนิ การสอน (Presentation)
3. ครูนำบัตรคำมำติดใต้รปู ภำพอำหำรแต่ละชนิดทีค่ รูไดถ้ ำมนกั เรยี นไปก่อนหนำ้ น้ี
4. จำกนั้นครูอ่ำนคำศัพท์แต่ละคำให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนอ่ำนตำม Pad Thai, Som Tam,
Tom Yam Gung, Nasi Lemak, Ramen, Spring Rolls, Dim Sum, Amok Trey
5. ครใู ห้นักเรียนเปิดหนังสือเรยี นหน้ำ 129 ครอู ่ำนหวั เร่ืองบทควำมนใี้ ห้นกั เรยี นฟัง และถำมนกั เรียน
วำ่ ภำพอำหำรทีค่ รูตดิ บนกระดำนเปน็ ของประเทศอะไรบำ้ ง
6. ให้ครูอ่ำนบทควำมในหนังสือเรียนหน้ำ 129-130 ให้นักเรียนฟังก่อน 1 รอบ จำกนั้นครูสอน
นักเรียนอ่ำนแต่ละประโยคในแต่ละย่อหน้ำ โดยครูอ่ำนก่อนและให้นักเรียนอ่ำนตำมทีละประโยคจนครบ
ทง้ั หมดของบทควำม
7. จำกนั้นครใู หน้ กั เรียนอำ่ นบทควำมพร้อมกัน ทีละย่อหนำ้ จำกนน้ั อ่ำนทั้งบทควำม
ขน้ั การฝึก (Practice)
8. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่และนัง่ เปน็ คูท่ ี่ตำมที่นักเรยี นเลือก
9. จำกนนั้ ครูแจกซองปริศนำ ซง่ึ ในซองมจี ิกซอวภ์ ำพให้นักเรยี นต่อภำพใหส้ มบูรณ์ ส่วนกลุ่มทไ่ี ด้
ตวั อักษรใหน้ ักเรียนเรียงเปน็ คำใหถ้ ูกตอ้ ง
10. จำกนั้นใหก้ ลมุ่ ทีไ่ ดร้ ูปภำพและคำศัพท์ หำคขู่ องตัวเองใหเ้ จอ แลว้ นง่ั รวมกันเป็นกลุ่ม
11. ครคู อยสังเกตนักเรียนและให้ควำมช่วยเหลือ
12. ครูสุ่มนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมำอำ่ นบทควำมในย่อหน้ำท่ีมีชอ่ื อำหำรของตวั เองใหเ้ พือ่ นฟัง
ขนั้ นาไปใช้ (Production)
13. ครูแจกใบงำนใหน้ ักเรยี นทำเก่ียวกบั อำหำรท่ีนักเรียนเคยทำน โดยให้นกั เรยี นวำดภำพและเขียน
บรรยำยอำหำร
ข้นั สรปุ (Wrap up)
14. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ บทเรียน และเปิดโอกำสใหน้ กั เรยี นซักถำมขอ้ สงสัยเพม่ิ เตมิ
15. ครูให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ใน Workbook หนำ้ 97-98 เป็นกำรบ้ำน
กจิ กรรมเสนอแนะ
ครใู ห้นกั เรียนเขยี นตำมคำบอก (Dictation) โดยใช้คำศพั ท์จำกหนงั สือเรยี นหนำ้ 131-133
6. สอื่ และแหล่งเรียนรู้
สอ่ื บตั รคำศัพท์ / บัตรภำพ / Class Audio CD
แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนภำษำองั กฤษ Smart English ชัน้ ประถมศกึ ษำปีท่ี 5 หน้ำ 131-133
2. แบบฝกึ หดั ภำษำองั กฤษ Smart English ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 5 หน้ำ 90-91
7. การวดั และประเมนิ ผล / แนวทางการประเมิน
ผลการเรียนรู้ น้าหนกั น้าหนกั คะแนน ชิน้ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน ของผเู้ รียน
K PA
ดา้ นความรู้ (Knowledge) 10 10 พฤตกิ รรมกำรออกเสยี ง
3. นกั เรยี นสำมำรถอ่ำน และบอกควำมหมำยของ
ออกเสยี ง สะกด เขยี น 10 คำศพั ท์ กำรเขียนตำมคำ สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรม ไดร้ ะดับ 3 ตำมเกณฑ์
และรจู้ ักควำมหมำยของ บอกทก่ี ำหนด
คำศพั ท์เกยี่ วกับประเทศ 10 กำรอ่ำนออกเสียง และบอก กำรประเมนิ เชิงคุณภำพ
และอำหำรตำ่ ง ๆ ได้ พฤตกิ รรมกำรสนทนำ
กำรตอบคำถำมเกย่ี วกบั ควำมหมำยของคำศัพท์ กำร ไดร้ ะดับ 4 ถอื ว่ำ
ประเทศตำ่ ง ๆ
พฤติกรรมกำรสนทนำ เขียนตำมคำบอกท่ี ผำ่ นกำรประเมิน
กำรถำม-ตอบใหข้ ้อมลู
เกย่ี วกบั ประเทศตำ่ ง ๆ กำหนดให้
กำรแสดงควำมคิดเห็น นักเรยี นตอบคำถำม
4. นักเรียนสำมำรถตอบ กำรทำงำนรว่ มกนั สงั เกต-ประเมินพฤตกิ รรม สะกดคำศัพท์ไดถ้ กู ตอ้ ง
คำถำมเกีย่ วกบั ประเทศ
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกต้อง กำรประเมนิ พฤตกิ รรม กำรเก่ยี วกับประเทศต่ำง ๆ มำกกวำ่ 80%
ได้ถกู ตอ้ ง
นักเรียนสนทนำได้
5. นักเรยี นสำมำรถพดู สังเกต-ประเมนิ พฤตกิ รรม อย่ำงถูกต้องมำกกวำ่
โตต้ อบใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับ
ประเทศต่ำง ๆ ได้ กำรสนทนำ กำรถำม-ตอบ 80%
ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั ประเทศ
ตำ่ ง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
ดา้ นกระบวนการ (Process) 10
4. นกั เรียนทำงำนร่วมกัน
เป็นกลมุ่ ได้ แบบสงั เกตกำรทำงำนกลมุ่ นักเรียนสำมำรถ
แบบประเมินผลงำน แสดงควำมคดิ เหน็ ได้
อย่ำงสมเหตุสมผล
5. นกั เรียนนำขอ้ มูลทก่ี ำหนดให้
มำประยกุ ต์ใช้ในกำรสนทนำได้
6. นักเรียนสรำ้ งบทสนทนำจำก แบบประเมินผลงำน นักเรียนวำงแผนกำร
ประสบกำรณ์และกำรเรยี นรใู้ น ทำงำนเปน็ กล่มุ อยู่ใน
ชัน้ เรยี นได้ เกณฑ์
ระดับดี
ดา้ นคณุ ลักษณะ (Attribute)
7. นกั เรียนมรี ะเบียบวนิ ัย 10
และม่งุ มั่นในกำรทำงำน
แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมผำ่ น
เกณฑร์ ะดบั ดี
8. นักเรียนมีควำมใฝ่รู้ กำรประเมินพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม
โดยหำควำมรเู้ พิ่มเตมิ
จำกแหล่งตำ่ ง ๆ ได้ 30 10 10 10 - -
รวม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
4. นกั เรียนทำงำนร่วมกันเป็นกลุ่มได้
5. นักเรยี นนำข้อมลู ทกี่ ำหนดให้มำประยุกตใ์ ช้ในกำรสนทนำได้
6. นกั เรยี นสร้ำงบทสนทนำจำกประสบกำรณ์และกำรเรยี นรู้ในชนั้ เรยี นได้
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute)
7. นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ัยและมงุ่ มั่นในกำรทำงำน
8. นักเรียนมีควำมใฝ่ร้โู ดยหำควำมรเู้ พิ่มเตมิ จำกแหล่งต่ำง ๆ ได้
3.4 สมรรถนะสำคญั
9. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
10. ควำมสำมำรถในกำรคิด
11. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชวี ติ
3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs)
3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได้) Arithmetic (การคิดคำนวณ)
8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม
และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการส่ือสาร และการรู้เท่า
ทนั สื่อ
3.6 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มุ่งม่ันในการทำงาน 2. มีวินยั 3. ไฝ่เรยี นรู้
1. สาระการเรียนรู้
คาศัพท/์ กลมุ่ คา
sushi, croissant, kimchi, dim sum, hamburger, sandy, family, happy, hungry, July,
sunny, city
โครงสร้างประโยค
I’ve been to ________________. I went there ___________.
ช้นิ งาน / ภาระงาน
ชนิ้ งาน -
ภาระงาน -
2. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
ขนั้ นาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครูให้นักเรียนดูบัตรภำพพร้อมบอกคำศัพท์ โดยนำคำศัพท์มำจำกหนังสือเรียนหน้ำ 131 และ
ถอดคำศัพท์ที่จะใช้ในข้อ B จำก Class Audio CD
ขนั้ ดาเนินการสอน (Presentation)
2. ครใู หน้ ักเรยี นเปดิ หนงั สือเรียนหนำ้ 131
3. จำกนั้นครอู ธบิ ำยคำสง่ั ในขอ้ A ใหน้ กั เรยี นทำเครือ่ งหมำย ✓ ในชอ่ งอำหำรทผี่ ู้พูดเคย
รับประทำน และทำเครอื่ งหมำย ในช่องอำหำรทีผ่ ู้พดู ไม่เคยรบั ประทำน จำกน้ันครเู ปิด Class Audio CD
ให้นักเรียนฟัง ครเู ฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ:
1. ✓ 2. ✓ 3. 4. 5. ✓ 6.
4. ครูอธิบำยคำสั่งในข้อ B ให้นักเรียนฟังและเติมคำที่หำยไปให้สมบูรณ์ จำกนั้นครูเปิด Class
Audio CD ให้นักเรียนฟงั ครูเฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ:
1.
I’ve been to Vietnam. I went there last year. I tired some new kinds of food
while I was there. I ate noodle soup and fresh spring rolls. They were delicious!
2.
I’ve never been to Hong Kong. I want to go next year. I’d like to try dim sum
and Peking duck.
5. ครูเขียนอักษรต่อไปนี้บนกระดำน –y จำกนั้นครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนหน้ำ 132 ครูชี้และ
อ่ำนคำศพั ท์ทลี ะคำ ให้นกั เรียนอ่ำนออกเสียงตำมทีละคำ
b เบอะ baby
h เฮอะ happy
ch เชอะ cherry
fl เฟลอะ fly
cr เครอะ cry
j เจอะ July
6. ครูถำมนักเรียนว่ำเคยไปเที่ยวที่ไหนมำบ้ำง ทำกิจกรรมอะไรบ้ำง และรู้สึกอย่ำงไร จำกนั้นครูให้
นกั เรียนเปิดหนงั สือเรยี นหนำ้ 133
7. ครใู หน้ ักเรียนเดำจำกภำพในหนงั สือเรยี นว่ำคอื ประเทศใด และมใี ครเคยไปบำ้ ง
8. ครูให้นักเรียนอ่ำนออกเสียงคำศัพท์ในหนังสือเรียนหน้ำ 133 sandy, family, happy, hungry,
July, sunny, city ครูและนักเรยี นรว่ มกนั แปลคำศพั ท์
9. ครูให้นักเรียนอำ่ นบทควำมและสอนโครงสรำ้ งประโยค
ขั้นการฝกึ (Practice)
10. ครใู ห้นักเรียนจับคู่สนทนำ โดยใชโ้ ครงสรำ้ งประโยคในหนงั สือเรียนหน้ำ 131 ข้อ B ครูอำจให้
นกั เรยี นเลือกใช้คำศัพท์ที่นอกเหนอื จำกทเ่ี รียนและออกมำนำเสนอ
11. จำกน้นั ครใู ห้นักเรยี นเขียนประโยค 2 ประโยคลงในสมดุ โดยให้นักเรยี นเลอื กคำศพั ท์ท่ใี ช้ดว้ ย
ตนเอง
12. จำกน้ันให้นักเรียนเติมคำศัพทใ์ นหนังสือเรียนหน้ำ 133 ครใู ห้เวลำ 15 นำที
13. ครอู ่ำนเน้ือเร่อื งและสมุ่ ตวั แทนนักเรยี นเติมคำศัพท์ทห่ี ำยไปใหส้ มบูรณ์
14 ครูและนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยคำตอบ
เฉลยคาตอบ:
1. July 2. family 3. sunny 4. sandy
5. hungry 6. city 7. happy
ข้ันนาไปใช้ (Production)
15. ครใู หน้ ักเรียนเขียนเรยี งควำมเก่ียวกับวันหยดุ My holiday โดยใหน้ ักเรยี นวำดภำพพร้อมเขยี น
บรรยำย ลงในสมดุ
16. ครคู อยเดนิ ดูและใหค้ ำแนะนำแกน่ กั เรยี น
17. ครูขอตวั แทนนักเรียน 5 คน ออกมำนำเสนอหน้ำช้นั เรียน
ข้ันสรปุ (Wrap up)
18. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปบทเรยี น และเปิดโอกำสใหน้ กั เรยี นซกั ถำมขอ้ สงสยั เพิ่มเติม
19. ครูให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ใน Workbook หนำ้ 90-91 เปน็ กำรบ้ำน
กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ ักเรยี นเขยี นตำมคำบอก (Dictation) โดยใชค้ ำศัพทจ์ ำกหนังสือเรยี นหนำ้ 131-133
6. สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
สอ่ื บัตรคำศัพท์ / บตั รภำพ
แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นภำษำองั กฤษ Smart English ช้ันประถมศึกษำปที ่ี 5 หน้ำ 131-133
2. แบบฝึกหัดภำษำอังกฤษ Smart English ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี 5 หน้ำ 90-91