The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 - 8
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 Rules
เดือนตุลาคม 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pam’s Chanel Thailand, 2022-04-30 14:15:01

แผนการสอน หน่วยที่ 5 Rules

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 - 8
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 Rules
เดือนตุลาคม 2564

Keywords: แผนการสอน

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5

ประจำเดอื น ตลุ าคม
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

1. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟังและอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรอื เรื่องสั้น ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกี่ยวกับเรอ่ื งตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมทั้งให้เหตผุ ลสัน้ ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกลต้ วั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอยา่ งสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศพั ท์ที่เกยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ

2. สาระสำคญั
การเรียนรคู้ าศัพท์เกยี่ วกับกฎ ข้อบังคับตา่ ง ๆ การออกคาสั่งและการขอร้อง ซง่ึ เปน็ การสนทนา

ถามตอบข้อมลู รายละเอยี ดเก่ียวกับบุคคลและนาเสนอขอ้ มูลของตนเอง และผอู้ ่นื โดยใช้สานวนโครงสรา้ ง

ประโยคทีถ่ ูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และเป็นการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ในชวี ิตประจาวนั อีกทั้งยงั นาไปบูรณาการร่วมกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืนได้อีกด้วย

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)

1. นกั เรียนสามารถกลา่ วคำทักทาย ตอบโตก้ บั คสู่ นทนาได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
2. นักเรยี นสามารถให้ข้อมูลเกีย่ วกับตนเอง และสิ่งต่าง ๆ รอบตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

3. นักเรยี นสามารถอา่ นออกเสยี งและสะกดคำศัพท์ได้ถกู ต้อง
4. นกั เรียนให้ความรว่ มมอื ในการทำกจิ กรรมการเรียนการสอน
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute)

5. นกั เรียนมีระเบียบวนิ ยั และม่งุ ม่ันในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามใฝร่ ูโ้ ดยหาความร้เู พ่มิ เติมจากแหล่งตา่ ง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

3.4 ทักษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได)้ Arithmetic (การคิดคำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี

และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการส่ือสาร และการร้เู ทา่

ทนั สอ่ื

3.5 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. มวี นิ ยั 2. ไฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

4. สาระการเรยี นรู้
คาศพั ท์/ กลุ่มคา eat, homework, uniforms, shout, phones, listen, copy, laugh, run, wear,

rule, classroom, pet, bring, allowed

โครงสร้างประโยค We have to .

We are not allowed to .

ชนิ้ งาน / ภาระงาน

ชิน้ งาน - ใบงานเติมคำศพั ท์ กล่มุ คำ ใหต้ รงกับรูปภาพ
ภาระงาน - เติมคำ จับคู่คำศัพท์ กลมุ่ คำ ใหต้ รงกับรปู ภาพ

5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ข้นั นาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครทู ักทายนักเรียนดว้ ยคาวา่ “Hi, everyone! How are you?” และใหน้ ักเรยี นเปิดหนังสอื

Student’s Book หน้า 72-73 พรอ้ มถามว่า “What do you see in this photo” รอให้นกั เรียนตอบ
หลงั จากน้นั ครสู อนคาศัพท์สาคัญวา่ a student, a school uniform พรอ้ มบอกวา่ “school uniform”
แปลวา่ ชดุ นักเรยี น
จากนน้ั ครพู ูดกบั นักเรียนว่า “She’s wearing a school uniform, right?” นกั เรียนตอบวา่ “YES!”
ครพู ดู ต่อว่า “Yes, that’s right. She wears a school uniform. She follows the rules. She’s a good
student!” แล้วครูถามนักเรยี นต่อว่า “Do you follow the rules?” “Are you wearing a school
uniform?” แล้วรอนกั เรยี นตอบ หลังจากตอบโตเ้ สร็จครพู ูดวา่ “When people live together, there
must be a rule in order to organise the society. So let’s learn about the rules”

2. ครูถามนักเรียนการท่ีมาอยรู่ ่วมกันจาเปน็ ต้องมีอะไร (กฎหมาย, กฎ) จากนั้น ครแู ปลคาว่า
กฎหมาย, กฎ เปน็ ภาษาองั กฤษว่า Rule พรอ้ มกับเขียนบนกระดาน และครูบอกนักเรยี นวา่ วนั น้ีจะมาเรยี นกฎ
ของโรงเรียน

ขัน้ ตอนการดาเนินการสอน (Presentation)
3. ครใู ห้นกั เรียนปฏิบตั ิตามคาสงั่ โดยใช้ประโยค “Stand up, Sit down, Turn around, Hide

behind your chair.” จากน้ันครูใหน้ ักเรียนดูบัตรคาศัพท์ laugh, run, wear และใหน้ ักเรยี นทาท่าทางตาม
ความหมาย 4. ครูชูบตั รคาศัพทใ์ ห้นักเรียนอ่านออกเสยี งและสะกดตามครูนาบตั รภาพมาติดบนกระดาน
แลว้ ให้นักเรียนทายวา่ บัตรภาพท่นี ามาติดบนกระดานมีความหมายตรงกับคาศัพท์ใด จากนั้นครใู ห้นกั เรียน ทา
แบบฝึกหดั จากหนังสือ Student’s Book หน้า 74-75

เฉลยคาตอบ :
wear our school uniform
use phones in class
run and shout in class
be at school before 8.00 a.m.
do our homework
eat in class
copy other student’s work
listen to our teachers

5. ครนู าเสนอโครงสรา้ งประโยคพร้อมเขียนบนกระดาน

We have to . / We are not allowed to .

ครูแปลทัง้ 2 ประโยคแล้วใหน้ กั เรียนอา่ นออกเสียงท้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษ จากนั้น ครใู ห้

นกั เรยี นยกตวั อย่างกฎตา่ ง ๆ ในโรงเรียน และครแู ปลตวั อยา่ งทีน่ กั เรยี นเสนอมาเป็นภาษาอังกฤษ

เช่น หา้ มวิง่ บนอาคารเรียน – You’re not allowed to run in classroom.

ห้ามนาสัตว์เล้ยี งมาโรงเรียน - You’re not allowed to bring pets to school. เปน็ ตน้

และครเู พม่ิ เติมกฎต่าง ๆ ในโรงเรยี นทงั้ ที่ทาได้และหา้ มทา เชน่ ตั้งใจเรยี น หา้ มลอกข้อสอบ พรอ้ ม

แปลเปน็ ภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนการฝึก (Practice)
6. ครูสมุ่ แจกบัตรภาพและบัตรคาศัพท์ใหน้ กั เรียนจากนน้ั ใหน้ ักเรียนจบั กลมุ่ กับเพ่ือนที่ได้ภาพ หรอื

คาศัพทท์ ี่มคี วามหมายเดียวกัน แล้วนักเรียนแต่ละกล่มุ แตง่ ประโยคจากคาศัพท์ที่ได้ จากน้ันให้นกั เรียน
ออกมานาเสนอหน้าชั้น

7. ครใู หน้ ักเรยี นทากิจกรรมกลุ่มโดยแบ่งกลุ่มเท่าๆ กนั จากนั้นครใู หน้ ักเรียนเล่นเกม “matching”
โดยกตกิ าคือใหน้ ักเรียนจับคู่บัตรคาบนกระดาน และจะมีทัง้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษเก่ียวกบั กฎต่าง ๆ ของ
โรงเรยี นที่ไดเ้ รยี นไป โดยเล่นเปน็ กลุม่ ทีละกลุ่ม จับเวลา กลุ่มไหนจบั คู่ได้ครบทุกข้อ ใครใช้เวลาได้นอ้ ยทส่ี ุด
จะเป็นฝ่ายชนะ

ขั้นนาไปใช้ (Production)
8. ครูให้นกั เรียนเปิดหนงั สือ Student’s Book หน้า 76 ทาแบบฝึกหดั Smart Practice 1 โดยให้

ยกตวั อย่างประโยค
- Things we have to do at school.
- Things we are not allowed to do at school.
เช่น
1. We have to study at school.
2. We are not allowed to run in classroom. เปน็ ต้น

9. ครูใหน้ ักเรยี นเขียนตามคาบอก 5 คา ดังน้ี uniforms, shout, phones, listen, homework
ขัน้ สรุป (Wrap up)

10. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด จากนั้นครูทบทวนรูปประโยคและคาศัพท์ที่ไดเ้ รียน
ไปในคาบบนกระดาน ให้นกั เรียนอา่ นและชว่ ยกันแปลทงั้ ห้อง จากนัน้ เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนได้สอบถาม
ข้อสงสยั

6. ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
สอ่ื
- บตั รคาศัพท์ / บัตรภาพ
แหล่งเรียนรู้
- หนงั สือเรียนภาษาองั กฤษ Smart English 5 Student’s Book ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 หน้า 72-76
7. การวัดและประเมนิ ผล
แนวทางการประเมิน

ผลการเรียนรู้ น้าหนัก นา้ หนักคะแนน วธิ ีประเมนิ เคร่ืองมือ
คะแนน ประเมิน
K PA

ด้านความรู้ (Knowledge) 10 10 แบบสังเกต-

1. นกั เรียนสามารถกล่าวคาทักทาย สังเกต-ประเมินพฤตกิ รรมการ แบบประเมิน

ตอบโตก้ ับค่สู นทนาได้อยา่ ง กลา่ วคาทักทาย ตอบโตก้ ับคู่ พฤติกรรม

ถูกต้องและเหมาะสม สนทนาได้อย่างถูกต้อง การ

2. นักเรยี นสามารถใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับ เหมาะสม และสามารถให้

ตนเอง และสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัว ขอ้ มูลเก่ยี วกับตนเอง และสงิ่

ไดอ้ ย่างเหมาะสมๆ ได้ ต่าง ๆ รอบตัวได้อย่าง

เหมาะสม

ด้านกระบวนการ (Process) 10 10 แบบสังเกต-

3. นกั เรยี นสามารถอา่ นออกเสยี งและ สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ แบบประเมิน

สะกดคาศัพทไ์ ด้ถกู ตอ้ ง ใหค้ วามร่วมมือในการทา พฤติกรรม

กิจกรรมการเรยี นการสอนและ การ

4. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทา สามารถอา่ นออกเสยี งคาศัพท์

กจิ กรรมการเรยี นการสอน และประโยค

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute) 10 10 แบบสงั เกต-
แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมิน
5. นักเรียนมรี ะเบยี บวนิ ัยและมงุ่ มนั่ ใน พฤติกรรม
การทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรม การ

6. นักเรียนมีความใฝ่ร้โู ดยหาความรู้
เพ่มิ เติมจากแหลง่ ต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

1. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟังและอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ท่ีฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรือเรื่องสน้ั ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหว่างบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมทั้งให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตวั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอย่างสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศพั ท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณต์ ่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ

2. สาระสำคญั
การเรียนรคู้ าศัพทเ์ ก่ยี วกับกฎ ข้อบงั คับตา่ ง ๆ การออกคาสัง่ และการขอร้อง ซ่ึงเป็นการสนทนา

ถามตอบข้อมูลรายละเอียดเก่ียวกับบคุ คลและนาเสนอขอ้ มูลของตนเอง และผ้อู ่นื โดยใช้สานวนโครงสรา้ ง

ประโยคที่ถูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และเปน็ การใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสารใo

ชีวิตประจาวัน อีกทง้ั ยงั นาไปบรู ณาการรว่ มกับกลุม่ สาระการเรียนรอู้ ืน่ ได้อกี ดว้ ย

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)

1. นกั เรียนสามารถกล่าวคำทักทาย ตอบโตก้ ับค่สู นทนาได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
2. นักเรยี นสามารถใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง และสิง่ ตา่ ง ๆ รอบตัวได้อย่างเหมาะสม
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)

3. นกั เรียนสามารถอ่านออกเสียงและสะกดคำศัพท์ได้ถกู ต้อง
4. นักเรียนใหค้ วามรว่ มมอื ในการทำกิจกรรมการเรียนการสอน
3.3 ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute)

5. นกั เรียนมรี ะเบียบวนิ ยั และมุ่งม่ันในการทำงาน
6. นักเรยี นมคี วามใฝ่ร้โู ดยหาความรู้เพ่ิมเติมจากแหล่งต่าง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอา่ นออก) Writing (การเขยี นได)้ Arithmetic (การคดิ คำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี

และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสือ่ สาร และการร้เู ทา่

ทนั สื่อ

3.5 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. มีวินัย 2. ไฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่ันในการทำงาน

4. สาระการเรยี นรู้
คาศพั ท/์ กลุม่ คา have to, not allowed to, homework, eat, drink, shout, cleaning, school

uniform, phone, run, clean, sleep

โครงสร้างประโยค

A : Do you have to ? B : Yes, we do.

A : Are you allowed to ? B : No, we aren’t. .

ชนิ้ งาน / ภาระงาน

ชน้ิ งาน - ใบงาน ภาระงาน - เตมิ คำ จบั คู่คำศัพท์ กล่มุ คำ ใหต้ รงกับรปู ภาพ

5. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้

ขัน้ นาเตรียมความพร้อม (Warm up)
1. ครูกลา่ วทักทายนักเรียน และครทู บทวนคาศัพท์ให้นกั เรียนโดยใช้บัตรคา โดยครูอ่านคาศัพท์

จากนนั้ ใหน้ ักเรียนอา่ นตาม แล้วครแู ปลความหมายคาศัพท์มีดังน้ี school uniform, phone, run, shout,
wear, clean, sleep

2. ครสู นทนากบั นักเรียนในหัวข้อ ส่งิ ทค่ี วรและไม่ควรทาในชั้นเรยี น จากน้นั ครูออกเสียงคาศพั ท์
พร้อมแสดงทา่ ทางประกอบแลว้ ให้นักเรียนบอกว่าเป็นสงิ่ ที่ควรหรอื ไม่ควรทาในช้นั เรยี น โดยใชส้ ญั ลกั ษณ์
ทา่ ทาง หากเป็นสงิ่ ที่กระทาใหน้ กั เรียนพูดและแสดงท่าทางตาม หากเป็นสง่ิ ท่ไี ม่ควรกระทาใหน้ ักเรียนเอาแขน
ไขว้กันเปน็ รูปกากบาทแล้วออกเสยี งตามครู

ข้ันตอนการดาเนนิ การสอน (Presentation)
3. ครนู าบัตรภาพท่ีแสดงถึงส่ิงที่ควรและไมค่ วรทาในโรงเรยี นมาตดิ บนกระดาน เชน่ ทานอาหาร

ระหว่างเรยี น จากน้ันครูอา่ นคาศัพท์และแสดงท่าทางตามบตั รภาพ แล้วนกั เรียนแสดงท่าทาง และออกเสยี ง
ตามภาพบนกระดาน

4. ครใู หน้ กั เรียนเปิด Student’s Book หน้า 77 ครอู ธิบายการถามตอบโดยใช้โครงสร้างประโยค
จาก Student’s Book หน้า 77 แล้วใหน้ ักเรียนอ่านออกเสียงตาม

5. ครูให้นักเรียนเปดิ Student’s Book หน้า 78 แลว้ ครูอา่ นประโยคถาม-ตอบใหน้ ักเรียนฟัง พรอ้ ม
ท้ังแปลความหมายทลี ะประโยค

1) Teacher : Do you have to do your homework?
(นักเรียนต้องทาการบา้ นหรือไม่?)
Student : Yes, we do.
(เป็นส่ิงทเ่ี ราต้องทา)

2) Teacher : Are you allowed to eat in class?
(นกั เรียนไดร้ ับอนญุ าตใหก้ นิ อาหารในหอ้ งเรียนหรือไม)่
Student : No, we don’t.
(เป็นสิ่งทไี่ มถ่ ูกอนุญาตใหท้ า)

ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี น โดยครูเป็นผู้ตอบและให้นกั เรยี นตอบ เช่น
Teacher : Do you have to wear your school uniform?
Student : Yes, we do.
Teacher : Are you allow to run in class?
Student : No, we don’t.

ขน้ั ตอนการฝึก (Practice)

6. ครูใหน้ ักเรยี นจบั คู่เขียนประโยค และฝกึ สนทนาถาม-ตอบโดยใชโ้ ครงสรา้ งประโยค

จาก Student’s Book หน้า 77

เช่น A : What do you have to do at school?

B : We have to do homework.

จากน้ันสลบั บทบาทระหว่างผู้ถามและผ้ตู อบ และครูสุ่มนักเรยี นมา 3 คู่ เพ่ือมาแสดง

หน้าชน้ั เรียน

7. และใหแ้ ต่ละคู่ ฝกึ ถามตอบประโยคใน Student’s Book หนา้ 78 โดยครสู งั เกตและคอยใหค้ วาม

ช่วยเหลือ

เช่น A : Do you have to listen to listen your teacher?

B : Yes, we do.

และสลบั บทบาทระหวา่ งผถู้ ามและผูต้ อบจนคล่องแคล่ว

ขน้ั นาไปใช้ (Production)

8. ครใู ห้นักเรยี นออกมาหนา้ ห้องทีละคู่ และใหเ้ ลือกประโยคสนทนามาถาม-ตอบหน้าห้องเรียน

2 ประโยค โดยสลับกันถาม-ตอบ ทีละคจู่ นครบทั้งห้อง

เชน่ Student 1 : Do you have to be at school before 8.00 am?

Student 2 : Yes, we do.

Student 2 : Are you allowed to use your phone in class?

Student 1 : No, we aren’t.

9. ให้นักเรียนฝึกเขยี นคาศัพท์ท่ีครูอ่านดังต่อไปน้ี

- allowed, shout, school uniform, homework, clean

จากนัน้ ให้ครูหาอาสาสมัคร ออกมาอา่ นออกเสยี ง และสะกดหนา้ หอ้ งเรียน

ข้ันสรุป (Wrap up)

10. ครูและนักเรียนทบทวนบทสนทนาถามตอบ จากนัน้ ครนู าแถบประโยคข้นึ มาอา่ นและให้นกั เรียน

ตอบพร้อมกนั โดยใชแ้ ถบประโยคจาก Student’s Book หน้า 78 ขอ้ 1-8

ตวั อย่างประโยค Question : Do you have to listen to your teacher?

Answer : Yes, we do/No, we don’t.

กจิ กรรมเสนอแนะ

แลว้ ครจู ึงเปิดโอกาสให้นักเรยี นสอบถามข้อสงสยั ครสู มุ่ นักเรียนออกมาพดู เกยี่ วกบั กฎตา่ ง ๆ ภายในหอ้ งเรียน

ภายในบ้าน หรือในสงั คม และหารปู ภาพ การ์ตนู หรือวดี ีโอ เก่ยี วกบั กฎต่าง ๆ ท่ีอยู่นอกเหนือหนงั สอื เรยี น มา

เป็นสื่อในการสอน เพ่ือเพิ่มความน่าสนใจในการเรยี นการสอน

6. สอ่ื และแหล่งเรียนรู้
สอ่ื
- บัตรคาศัพท์ / บตั รภาพ
แหล่งเรียนรู้
- หนังสอื เรยี นภาษาองั กฤษ Smart English 5 Student’s Book ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 หน้า 77-78
7. การวดั และประเมินผล
แนวทางการประเมิน

ผลการเรยี นรู้ นา้ หนัก นา้ หนักคะแนน วธิ ปี ระเมิน เคร่อื งมอื
คะแนน ประเมิน
ด้านความรู้ (Knowledge) K PA สงั เกต-ประเมินพฤติกรรมการ - ประเมนิ
1. นักเรียนสามารถกลา่ วคาทักทาย 10 10 กลา่ วคาทักทาย ตอบโตก้ ับคู่ การพดู การ
สนทนาได้อยา่ งถูกต้อง เขยี น
ตอบโต้กบั คสู่ นทนาได้อย่างถูกตอ้ ง 10 10 เหมาะสม และสามารถให้
และเหมาะสม ขอ้ มูลเก่ยี วกับตนเอง และส่ิง - แบบสงั เกต
2. นักเรียนสามารถใหข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ต่าง ๆ รอบตัวได้อย่าง การทางาน
ตนเอง และสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั ได้ เหมาะสม กลมุ่
อย่างเหมาะสมๆ ได้
สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ - ประเมิน
ดา้ นกระบวนการ (Process) ให้ความร่วมมือในการทา พฤติกรรม
3. นกั เรียนสามารถอ่านออกเสียงและ กิจกรรมการเรียนการสอนและ การพดู
สะกดคาศัพทไ์ ด้ถกู ตอ้ ง สามารถอา่ นออกเสยี งคาศัพท์
และประโยค
4. นักเรียนใหค้ วามรว่ มมือในการทา
กิจกรรมการเรยี นการสอน

ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute) 10 10 แบบสงั เกต
แบบสงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม
5. นกั เรียนมีระเบียบวินัยและมุ่งมนั่ ใน
การทางาน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต
พฤติกรรม
6. นักเรยี นมคี วามใฝร่ ูโ้ ดยหาความรู้
เพิม่ เติมจากแหลง่ ต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รหสั วิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 เร่อื ง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. มาตรฐานการเรยี นร้ชู ว่ งชน้ั /ตวั ชวี้ ดั
สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการส่อื สาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัตติ ามคาสง่ั คาขอร้อง และคาแนะนาง่าย ๆ ที่ฟังและอ่าน

ต 1.1 ป. 5/2 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความ และบทกลอนสน้ั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบุ/วาดภาพสญั ลกั ษณ์หรือเคร่อื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความสนั้ ๆ ท่ีฟังหรืออ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟงั และอ่านบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนทิ านงา่ ย ๆ หรอื เรือ่ งสน้ั ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขยี นตอบโต้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล
ใช้คาสัง่ คาขอร้อง คาอนุญาตและใหค้ าแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พูด/เขียนเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรอ่ื งใกล้ตัว
ต 1.2 ป. 5/5 พดู /เขียนแสดงความรูส้ ึกของตนเองเกย่ี วกบั เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตวั
และกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ลสัน้ ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พูด/เขียนให้ข้อมลู เกีย่ วกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตัว
ต 1.3 ป. 5/2 เขยี นภาพ แผนผัง และแผนภมู แิ สดงข้อมูลตา่ งๆ ตามที่ฟังหรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใช้ถอ้ ยคา น้าเสียง และกริยาทา่ ทางอยา่ งสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพนั ธ์กับกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ นื่

ต 3.1 ป. 5/1 คน้ ควา้ รวบรวบคาศพั ทท์ เี่ กี่ยวขอ้ งกบั กลุม่ สาระการเรยี นรู้อื่นและนาเสนอ

ดว้ ยการพูด/การเขยี น
สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั ชมุ ชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟงั พดู อ่าน และเขยี นในสถานการณต์ า่ ง ๆ ที่เกดิ ข้ึนในห้องเรียนและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมลู ตา่ ง ๆ

4. สาระสำคัญ
การเรียนรู้คาศัพทเ์ ก่ยี วกบั กฎ ข้อบงั คับต่าง ๆ การออกคาสงั่ และการขอร้อง ซึง่ เป็นการสนทนา

ถามตอบข้อมลู รายละเอียดเกี่ยวกบั บุคคลและนาเสนอข้อมูลของตนเอง และผอู้ ่ืน โดยใช้สานวนโครงสรา้ ง

ประโยคที่ถูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และเป็นการใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร

ในชวี ติ ประจาวนั อีกท้ังยงั นาไปบูรณาการรว่ มกบั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู นื่ ได้อีกด้วย

5. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (Knowledge)

1. นกั เรียนสามารถกลา่ วคำทักทาย ตอบโตก้ บั คู่สนทนาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. นกั เรยี นสามารถให้ข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง และส่ิงตา่ ง ๆ รอบตวั ได้อย่างเหมาะสม
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

3. นักเรยี นสามารถอ่านออกเสยี งและสะกดคำศัพท์ได้ถูกต้อง
4. นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการทำกิจกรรมการเรยี นการสอน
3.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute)

5. นกั เรียนมรี ะเบียบวินยั และม่งุ มั่นในการทำงาน
6. นกั เรยี นมคี วามใฝร่ ู้โดยหาความรูเ้ พ่มิ เติมจากแหลง่ ต่าง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

3.4 ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอา่ นออก) Writing (การเขียนได)้ Arithmetic (การคดิ คำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี

และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการร้เู ท่า

ทันส่อื

3.5 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี ินัย 2. ไฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน

6. สาระการเรียนรู้
คาศัพท์/ กลมุ่ คา school, saturday, stay, homework, might, kind, boring, snoring, geek, grow,

wisdom, stay up late, watch scary movie, sweep the floor, clean my room, play outside, eat

snack, do the washing up, take out the rubbish

โครงสร้างประโยค - .

ช้ินงาน / ภาระงาน
ช้ินงาน - ใบงานเติมคำศพั ท์ กลมุ่ คำ ใหต้ รงกบั รูปภาพ
ภาระงาน - เตมิ คำ จับคู่คำศัพท์ กลุ่มคำ ให้ตรงกับรปู ภาพ

7. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้

ข้นั นาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครกู ล่าวทักทายนักเรียน แล้วครูถามคาถามนกั เรียน เช่น วนั หยุดอยบู่ า้ นทาอะไร, เสาร์อาทิตย์

มีการบา้ นไหม, เสาร์อาทติ ย์น้ีตอ้ งไปทีไ่ หนไหน จากนน้ั ครูเปิดเพลง Don’t Go to School on a Saturday
ใหน้ กั เรียนฟงั

2. ครใู ห้นกั เรียนเปิดหนงั สือเรยี นหน้า 79 แลว้ อา่ นให้นกั เรยี นฟังก่อนทลี ะบรรทัด จากน้ันให้
นักเรียนอ่านตาม เม่ือนกั เรียนอ่านได้คล่องแลว้ ครูจงึ ใหน้ ักเรียนรอ้ งพร้อมกับเพลง ครแู ปลบทเพลงให้นักเรียน
ฟงั และสอนคาศพั ทท์ ่ีอยูใ่ นเนื้อเพลง โดยเขยี นคาศัพทล์ งบนกระดานพร้อมความหมาย แลว้ ใหน้ กั เรยี นออก
เสยี งตาม เช่น School, Saturday, Stay เป็นต้น

ขนั้ ตอนการดาเนินการสอน (Presentation)
3. ครูใหน้ กั เรยี นจับกลุ่ม 3-5 คน แล้วใหอ้ อกมาร้องเพลงทีละกลมุ่ เมอื่ กล่มุ หนง่ึ ร้องเพลงจบ

ครูถามเก่ยี วกับคาศัพท์ในเนื้อเพลง โดยถามแต่ละคนในกลุ่มที่รอ้ งเพลงจบแลว้ ซึ่งครจู ะพูดคาศพั ท์ หรือ
ความหมายก็ได้ แล้วนกั เรียนในกลุ่มคนใดตอบไดก้ ่อนให้ไปน่ังท่ี เมือ่ นักเรียนกลุ่มหน่ึงตอบได้ครบ หมดแลว้
จงึ ให้กลุ่มต่อไปออกมาร้องเพลงและตอบคาถามเกี่ยวกับคาศพั ท์แบบกล่มุ แรก ทาแบบน้ีจนครบ ทกุ กลุ่ม
จากน้นั ใหน้ กั เรียนเต็มคาทหี่ ายไปจากเนื้อเพลงในหนงั สอื Workbook หน้า 61

4. ครนู าบตั รคาศพั ท์ stay, clean, do, watch, play, take, sweep, eat มาติดบนกระดาน
จากนัน้ ให้นกั เรยี นทุกคนชว่ ยกนั อา่ นออกเสยี งพร้อมกนั ทีละคา จากน้ัน ครนู ารปู ภาพที่เตรียมมา จานวน 8
ภาพ ซึ่งมีรูปเด็กน่ังทางานจนดึก, เดก็ ทาความสะอาดห้อง, เด็กล้างจาน, เด็กดหู นังที่นา่ กลวั , เดก็ เลน่ สเกต็
ดา้ นนอก, เดก็ เกบ็ ขยะ, เดก็ กวาดห้อง, เด็กนงั่ กินขนม นามาตดิ บนกระดาน แลว้ ถามนักเรียน ในแตล่ ะภาพว่า
นกั เรียนเหน็ อะไรบา้ ง โดยใช้คาถามว่า What do you see in the picture? แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันตอบจน
ครบทกุ ภาพ

5. ครูนาบัตรคาท่ีเปน็ วลีของแต่ละประโยคมาติดใตร้ ูปภาพ ซ่ึงมีคาวา่ stay up late, clean my
room, do the washing up, watch scary movie, play outside, take out rubbish, sweep the
floor, eat snack แล้วให้นกั เรียนอ่านทลี ะประโยคโดยที่ครสู อนอา่ นทลี่ ะประโยคก่อนแล้วให้นักเรยี นอา่ นตาม

ขน้ั ตอนการฝกึ (Practice)
6. ครูให้นักเรยี นจับคู่กัน และนั่งกบั คขู่ องตนเองครูให้แตล่ ะคู่ออกมาจบั ฉลาก เลือกคาศัพท์ เกีย่ วกับ

ส่ิงท่ีเรียนไป จากนั้นใหน้ ากลับท่กี ลุ่มของตัวเอง ซึง่ คาศัพท์ท่มี ีให้จบั ฉลากจะมีคาว่า stay up late, clean my
room, do the washing up, watch scary movie, play outside, take out rubbish, sweep the
floor, eat snack

7. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะควู่ าดรปู ตามคาศัพท์ท่ไี ด้ไป โดยให้วาดตามจนิ ตนาการ แตต่ อ้ งสอดคลอ้ ง กับ
คาศัพท์ที่ไดไ้ ป จากนั้นครสู ่มุ นกั เรียนแต่ละคอู่ อกมานาเสนอ ว่าคาศัพทท์ ี่ได้เปน็ คาว่าอะไร โดยอ่านออกเสียง
ให้เพอื่ นฟัง และแสดงรปู ภาพทีว่ าดให้เพ่ือนดู
ขั้นนาไปใช้ (Production)

8. ครใู หน้ ักเรียนเปดิ หนังสือ Student’s Book หนา้ 80 จากนั้นให้นักเรียนดรู ูปภาพและเขียน
คาศัพทเ์ กีย่ วกบั สิ่งทเี่ หน็ ในรปู ภาพว่าเขากาลังทาอะไร ลงในใบงานท่คี รูแจกให้และให้ระบายรูปภาพ
ในใบงานให้สวยงาม

9. ครูให้นักเรยี นเขยี นคาศัพท์พร้อมความหมายท่ีครถู ามนักเรียนและเพ่ือนในกลมุ่ ลงในสมุดของแต่
ละคน เชน่ 1. stay แปลวา่ อยู่

2. homework แปลวา่ การบา้ น
3. boring แปลวา่ เบือ่
4. grow แปลว่า เตบิ โต
5. wisdom แปลว่า ฉลาด
ข้ันสรุป (Wrap up)
10. ครเู ฉลยคาศัพท์ของภาพแต่ละภาพ วา่ มีคาว่าอะไรบา้ ง จากนั้นใหน้ ักเรยี นทุกคนอา่ นพร้อมกันไปที
ละรปู ใบงาน เรื่อง Exercise 1 รูปในหนังสอื Student’s Book 80
1) stay up late 2) clean my room 3) do the washing up 4) watch scary movie
5) play outside 6) take out rubbish 7) sweep the floor 8) eat snack
11. ครูและนกั เรียนรว่ มกันร้องเพลง Don’t Go to School on a Saturday อีก 1 รอบ และรว่ มกัน
สรปุ เน้ือหาท่ีเรียนไปและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามข้อสงสัย
กิจกรรมเสนอแนะ
ครูสุ่มนักเรียนออกมาพดู เก่ียวกบั กฎตา่ ง ๆ ภายในห้องเรียน ภายในบ้าน หรือในสังคม และหารปู ภาพ
การต์ ูนหรือวีดโี อ เกีย่ วกับกฎตา่ ง ๆ ท่อี ยูน่ อกเหนือหนังสอื เรยี น มาเปน็ สือ่ ในการสอน เพอื่ เพิ่มความนา่ สนใจ
ในการเรียนการสอน
6. สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
สอ่ื - บตั รคาศัพท์ / บตั รภาพ
แหลง่ เรียนรู้
- หนงั สอื เรยี นภาษาองั กฤษ Smart English 5 Student’s Book ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 หน้า 79-80
- แบบฝกึ หัดภาษาองั กฤษ Smart English 5 Workbook ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5 หนา้ 61
- ฉลากคาศัพท์
- ใบงาน

7. การวัดและประเมนิ ผล
แนวทางการประเมิน

ผลการเรียนรู้ น้าหนัก นา้ หนกั คะแนน วธิ ปี ระเมิน เครื่องมอื
คะแนน ประเมนิ
K PA

ดา้ นความรู้ (Knowledge) 10 10 - ประเมนิ

8. นกั เรียนสามารถกล่าวคา สงั เกต-ประเมนิ พฤตกิ รรมการ การพดู การ

ทกั ทาย ตอบโต้กับคู่ กลา่ วคาทักทาย ตอบโต้กบั คู่ เขียน

สนทนาได้อย่างถูกต้องและ สนทนาได้อย่างถูกต้อง

เหมาะสม เหมาะสม และสามารถให้

9. นกั เรยี นสามารถใหข้ ้อมลู ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง และส่งิ

เกี่ยวกับตนเอง และส่งิ ต่าง ต่าง ๆ รอบตวั ได้อยา่ ง

ๆ รอบตัวได้อย่าง เหมาะสม

เหมาะสมๆ ได้

ด้านกระบวนการ (Process) 10 10 - แบบสังเกต

3. นกั เรยี นสามารถอ่านออกเสียงและ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ การทางาน

สะกดคาศัพทไ์ ด้ถูกต้อง ให้ความร่วมมือในการทา กลุม่

กจิ กรรมการเรียนการสอนและ
สามารถอ่านออกเสียงคาศัพท์ - ประเมนิ
4. นกั เรยี นให้ความร่วมมือในการทา พฤติกรรม
กิจกรรมการเรียนการสอน และประโยค
การพูด

ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) 10 10 แบบสงั เกต
แบบสังเกตพฤติกรรม พฤติกรรม
5. นักเรียนมรี ะเบียบวินัยและมุง่ มนั่ ใน
การทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกต
พฤติกรรม
6. นกั เรยี นมีความใฝร่ ูโ้ ดยหาความรู้
เพ่ิมเติมจากแหล่งต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

1. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟงั และอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอา่ นบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรอื เรื่องสั้น ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมท้ังให้เหตผุ ลสัน้ ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตวั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอยา่ งสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศัพท์ที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ตา่ ง ๆ

2. สาระสำคญั
การเรียนรคู้ าศัพท์เกย่ี วกบั กฎ ขอ้ บังคับต่าง ๆ การออกคาสั่งและการขอร้อง ซงึ่ เปน็ การสนทนา

ถามตอบข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกบั บคุ คลและนาเสนอข้อมูลของตนเอง และผอู้ นื่ โดยใชส้ านวนโครงสรา้ ง

ประโยคท่ถี ูกต้องเหมาะสมตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และเป็นการใชภ้ าษาเพ่ือการสอ่ื สาร

ในชีวิตประจาวัน อกี ท้ังยังนาไปบรู ณาการร่วมกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่นื ไดอ้ ีกด้วย

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)

1. นักเรียนสามารถกล่าวคำทักทาย ตอบโต้กับคู่สนทนาได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
2. นกั เรยี นสามารถใหข้ อ้ มลู เกยี่ วกับตนเอง และส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตัวไดอ้ ย่างเหมาะสม
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

3. นกั เรยี นสามารถอ่านออกเสยี งและสะกดคำศพั ทไ์ ด้ถกู ต้อง
4. นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการทำกจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attribute)

5. นักเรียนมรี ะเบียบวินัยและมุ่งม่ันในการทำงาน
6. นกั เรยี นมีความใฝร่ ู้โดยหาความรเู้ พ่ิมเตมิ จากแหล่งตา่ ง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได)้ Arithmetic (การคิดคำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม

และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการสอ่ื สาร และการรู้เท่า

ทนั ส่ือ

3.5 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มีวนิ ยั 2. ไฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

4. สาระการเรยี นรู้
คาศัพท์/ กลมุ่ คา take out, play, watch, clean, sweep, stay up, do, eat

โครงสรา้ งประโยค

I have to . I don’t have to .

I’m allowed to . I’m not allowed to ____________.

ชิน้ งาน / ภาระงาน

ชนิ้ งาน - แบบฝกึ แต่งประโยค
ภาระงาน - แตง่ ประโยค

5. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้
ข้ันนาเตรยี มความพร้อม (Warm up)

1. ครูทกั ทายนกั เรียน และทบทวนคาศพั ท์ทไี่ ดเ้ รียนไปในชว่ั โมงทีแ่ ลว้ ด้วยบตั รคา
- take out, play, watch, clean, sweep, stay up, do, eat
ครูใหน้ ักเรยี นบอกความหมายของคาศัพท์แต่ละคา โดยครูคอยทวนซ้าว่ามคี วามหมายว่าอย่างไร
2. ครูถามนักเรยี นเกยี่ วกบั คาวา่ have to ว่านกั เรียนร้หู รือไม่ว่ามคี วามหมายหรือมีวธิ กี ารใช้อยา่ งไร
ถา้ นักเรียนไม่ทราบ ก็ใหอ้ ธบิ ายว่า have to แปลว่า (ตอ้ ง, จาเป็น) ซง่ึ มคี วามหมายคลา้ ยกบั คาว่า must แตม่ ี
วธิ ีใชท้ ตี่ ่างกัน

ข้นั ตอนการดาเนนิ การสอน (Presentation)
3. ครูเขยี นคา have to และ allowed to ลงบนกระดานจากนัน้ อธบิ ายวา่
- have to ใช้ในกรณีทีส่ ถานการณ์ กฎหรือข้อบงั คับต่าง ๆ เป็นตัวกาหนดให้เราจาเป็นต้องทา

ตัวอยา่ งเช่น I have to stop drinking soda.
(ฉนั จาเปน็ ต้องเลิกนา้ อดั ลม: โดยหมออาจสง่ั ใหเ้ ลิก)

- ส่วนการที่เราใช้รปู ปฏเิ สธของ have to ไดแ้ ก่ don’t have to และ doesn’t have to เพื่อ
บอกวา่ ไมจ่ าเปน็ ต้องทาสิง่ นัน้ ๆ นั่นคอื จะทาหรือไม่ทาก็
ตัวอยา่ งเช่น I don’t have to clean my room every day.
(ฉันไมจ่ าเป็นต้องทาความสะอาดหอ้ งทกุ วัน: จะทาทกุ วนั หรอื ไม่ทาก็ได้)

- allowed to แปลว่าได้รบั อนุญาต (จากใครบางคนให้สามารถทาบางสิง่ ได)้
ตัวอย่างเชน่ I’m allowed to play outside.

(ฉันไดร้ บั อนุญาตให้ออกมาเล่นขา้ งนอกได้)
ส่วน not allowed to แปลวา่ ไม่ไดร้ บั อนญุ าต ซ่งึ ใชใ้ นการห้ามทาสิ่งใดสง่ิ หน่งึ
ตัวอย่างเช่น I’m not allowed to hang out with my friends
(ฉันไม่ไดร้ บั อนุญาตใหอ้ อกไปเทย่ี วกับเพ่ือนๆ)
4. ครูใหน้ กั เรียนเปิดหนังสือหน้าท่ี 81 และเรม่ิ ใหน้ กั เรยี นอ่านรปู ประโยคข้อท่ี 1-10 โดยไม่ตอ้ งแปล
และครใู ห้นักเรยี นสังเกตความแตกต่างของแต่ละประโยคว่ามอี ะไรตา่ งกัน จากน้นั ครสู อนการใชโ้ ครงสร้าง
ประโยค I have to = ฉนั ต้อง และ I don’t have to = ฉนั ไม่จาเปน็ ต้องกับ I’m allowed to ฉันได้รับ
อนญุ าต และ I’m not allowed to ฉันไม่ได้รับอนญุ าต จากนั้นครใู หน้ ักเรยี นอ่านขอ้ 1-10 อีกครงั้ พร้อม
ช่วยกันแปลตามไปทลี ะข้อ

ขน้ั ตอนการฝกึ (Practice)

5. ครใู หน้ ักเรยี นใส่เครื่องหมาย ถูกผิดลงในใบงาน ใส่ ✓ถ้านักเรยี นปฏบิ ัติ เชน่ น้ัน และใส่  หาก

นกั เรียนไม่ได้ปฏิบตั ิเช่นนน้ั

Example I don’t have to take out the rubbish. ฉันไมต่ ้องเอาขยะไปทงิ้

ถา้ ใชใ่ ส่ ✓ ถ้าไมใ่ ช่ใส่ 

6. จากนัน้ ให้นักเรียนจบั คกู่ บั เพ่ือน อา่ นประโยคท่ตี นเองตอบ ใหค้ ขู่ องตนเองฟงั โดยสลบั กับ

อนั ท่ีตอบ เพื่อให้เพื่อนไดท้ ราบวา่ เราไดท้ าอะไรหรอื ไม่ทาอะไรบ้าง

7. ครใู ห้ทกุ คอู่ อกมานาเสนอหน้าชน้ั เรียนทลี ะคู่ โดยออกมานาเสนอว่าภายในคูข่ องตนเองนัน้ มีส่ิงใด

ทที่ าหรือไมท่ าบา้ ง คนละ 3 ประโยค จนครบทุกคู่เพ่อื ให้นักเรยี นได้ฝึกออกเสียง โดยครูสังเกตและช่วยเหลือ

นกั เรยี นทีอ่ อกเสียงไม่ถกู ต้อง

ขั้นนาไปใช้ (Production)

8. ครูให้นักเรียนจบั กลมุ่ ๆ ละ 5 คน จากน้นั ครแู จกบตั รภาพให้กลมุ่ ละ 1 ภาพ มีระบโุ ครงสร้าง

ประโยค (จานวน 4 กลมุ่ ) จากนัน้ ครูใหโ้ จทยค์ ือแสดงท่าทางตามภาพท่ไี ด้รับ เพ่อื สื่อความหมาย ใหเ้ พ่อื นกลมุ่

อื่นสามารถตอบไดว้ า่ คืออะไร จากบตั รภาพ ตัวอย่างเช่น นักเรยี นไดภ้ าพ เดก็ ผู้หญงิ ถือจานในรูปท่ี (7) และ

โครงสรา้ งคือ I have to ให้นกั เรยี นบอกเพื่อนว่าได้รับโครงสรา้ ง I have to จากน้นั แสดงทา่ ทางของการล้าง

จาน เพือ่ ให้เพื่อนสามารถตอบได้วา่ I have to do the washing up.

9. ครูใหน้ ักเรยี นออกมานาเสนอทลี ะกลุ่มจนครบโดยในการทายคาของแตล่ ะครงั้ ใหน้ ักเรยี นกลมุ่ ที่

เหลอื แปลความหมายดว้ ยทกุ ครัง้ ว่าสง่ิ ทเ่ี พื่อนแสดงคอื อะไร

ข้ันสรปุ (Wrap up)

10. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ เนื้อหาที่ได้เรยี นภายในชว่ั โมง เกีย่ วกบั โครงสร้างประโยค โดยครชู ู

บตั รภาพ และใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบ โดยใช้โครงสรา้ งจากประโยค

- I have to ¬ . - I don’t have to ¬ .

- I’m allowed to ¬ . - I’m not allowed to __________.

จากน้ันเปดิ โอกาสให้นักเรียนได้สอบถามข้อสงสั

กิจกรรมเสนอแนะ

ครสู ุม่ นกั เรียนออกมาพดู เกยี่ วกับกฎต่าง ๆ ภายในห้องเรียน ภายในบ้าน หรอื ในสงั คม และหารูปภาพ

การต์ ูนหรือวีดโี อ เกย่ี วกับกฎต่าง ๆ ท่อี ยนู่ อกเหนือหนงั สือเรียน มาเปน็ สอ่ื ในการสอน เพอื่ เพ่มิ ความน่าสนใจ

ในการเรยี นการสอน

6. ส่ือและแหลง่ เรียนรู้

สอ่ื - บตั รคาศัพท์ / บัตรภาพ

แหล่งเรียนรู้ - หนงั สอื เรยี นภาษาอังกฤษ Smart Student’s Book ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 หนา้ 81

- ฉลากคาศัพท์ - ใบงาน

7. การวดั และประเมนิ ผล
แนวทางการประเมนิ

ผลการเรยี นรู้ น้าหนัก นา้ หนักคะแนน วธิ ปี ระเมนิ เคร่ืองมอื
คะแนน ประเมนิ
K PA

ด้านความรู้ (Knowledge) 10 10 - ประเมนิ

6. นกั เรียนสามารถกลา่ วคาทักทาย สังเกต-ประเมินพฤตกิ รรมการ การพูด การ
ตอบโตก้ บั คสู่ นทนาได้อยา่ ง กล่าวคาทกั ทาย ตอบโต้กบั คู่ เขียน

ถกู ต้องและเหมาะสม สนทนาได้อย่างถูกต้อง

7. นักเรยี นสามารถให้ข้อมูลเกยี่ วกบั เหมาะสม และสามารถให้

ตนเอง และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั ได้ ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง และสิง่

อยา่ งเหมาะสมๆ ได้ ต่าง ๆ รอบตวั ได้อยา่ ง

เหมาะสม

ดา้ นกระบวนการ (Process) 10 10 - แบบสงั เกต

3. นักเรียนสามารถอา่ นออกเสียงและ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ การทางาน
สะกดคาศัพทไ์ ดถ้ กู ต้อง ใหค้ วามร่วมมือในการทา กลุม่

กจิ กรรมการเรยี นการสอนและ
สามารถอ่านออกเสียงคาศัพท์ - ประเมนิ
4. นักเรียนใหค้ วามรว่ มมือในการทา พฤติกรรม
กิจกรรมการเรยี นการสอน และประโยค
การพดู

ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute) 10 10 แบบสังเกต
แบบสงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม
5. นักเรียนมรี ะเบยี บวินยั และมงุ่ ม่นั ใน
การทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต
พฤติกรรม
6. นกั เรียนมคี วามใฝร่ ูโ้ ดยหาความรู้
เพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 5 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

1. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟงั และอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอา่ นบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรอื เรื่องสั้น ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมท้ังให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตวั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอย่างสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศัพท์ที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ตา่ ง ๆ

2. สาระสำคญั
การเรยี นรคู้ าศัพท์เก่ียวกบั กฎ ขอ้ บงั คับตา่ ง ๆ การออกคาสง่ั และการขอร้อง ซง่ึ เปน็ การสนทนา

ถามตอบข้อมลู รายละเอียดเกี่ยวกับบคุ คลและนาเสนอข้อมูลของตนเอง และผอู้ นื่ โดยใชส้ านวนโครงสร้าง

ประโยคทีถ่ ูกต้องเหมาะสมตามวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และเปน็ การใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร

ในชีวิตประจาวัน อกี ท้ังยังนาไปบูรณาการร่วมกบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ น่ื ได้อีกดว้ ย

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (Knowledge)

1. นักเรยี นสามารถกล่าวคำทักทาย ตอบโต้กับคสู่ นทนาได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
2. นักเรยี นสามารถให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

3. นกั เรียนสามารถอ่านออกเสยี งและสะกดคำศพั ท์ได้ถูกต้อง
4. นักเรยี นให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมการเรียนการสอน
3.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute)

5. นักเรียนมีระเบียบวนิ ัยและมุ่งมน่ั ในการทำงาน
6. นกั เรยี นมคี วามใฝร่ ้โู ดยหาความรูเ้ พิม่ เติมจากแหล่งตา่ ง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการสอื่ สาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

3.4 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได)้ Arithmetic (การคดิ คำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม

และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสอ่ื สาร และการรู้เท่า

ทนั ส่อื

3.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินยั 2. ไฝเ่ รียนรู้ 3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

4. สาระการเรยี นรู้
คาศัพท/์ กลมุ่ คา clean your room, do the washing up, take out the rubbish, sweep the

floor, stay up late, watch scary movies, play outside, eat snacks before dinner

โครงสรา้ งประโยค

A : Do you have to ? B : Yes, I do/No, I don’t.

A : Are you allowed to ? B : Yes, I’m/No, I’m not.

ชนิ้ งาน / ภาระงาน
ชน้ิ งาน - ใบงานเติมคำศัพท์ กลมุ่ คำ ใหต้ รงกับรปู ภาพ
ภาระงาน - เตมิ คำ จับคู่คำศัพท์ กล่มุ คำ ใหต้ รงกับรูปภาพ

5. กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นนาเตรยี มความพร้อม (Warm up)

1. ครทู ักทายนักเรยี น แลว้ ทบทวนคาศพั ทแ์ ละ รปู ประโยค have to และ allowed to จากคาบ

เรยี นทีผ่ ่านมา จากนน้ั ครตู ิดบตั รภาพเก่ียวกบั ประโยคในหนงั สือ Student’s Book หน้า 82 บนกระดาน

จากนน้ั ครูแสดงแถบประโยค ทลี ะประโยค พรอ้ มกบั อา่ นออกเสียง 2 รอบ

โดยมีแถบประโยคดังน้ี

“clean your room” “do the washing up”

“take out the rubbish” “sweep the floor”

“stay up late” “watch scary movies”

“play outside” “eat snacks before dinner”

2. ครใู หน้ ักเรยี นอา่ นออกเสียงตาม 2 รอบเสร็จแลว้ ถามนักเรียนตามตวั อย่างดงั น้ี

“Which picture is clean your room?”

“Which picture is sweep the floor?”

ครใู หน้ ักเรยี นจนครบ 8 ประโยค โดยใหน้ กั เรียนช้ไี ปทบ่ี ัตรภาพที่ตดิ บนกระดานท่ีตรงกับคาถาม

จากนั้นครูตดิ แถบประโยคให้ตรงกบั บตั รภาพ พรอ้ มให้นกั เรยี นอ่านแถบประโยคอกี 1 รอบ

ข้ันตอนการดาเนินการสอน (Presentation)

3. ครูอธบิ ายเรื่อง have to และ allowed to ในบทเรยี นที่แล้วถึงเร่อื งโครงสรา้ งประโยค

ดงั นี้ - have to แปลวา่ จาเป็นต้อง ส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีท่ีสถานการณ์ กฎหรอื ขอ้ บังคบั ต่าง ๆ เปน็

ตัวกาหนดให้เราจาเปน็ ต้องทา โครงสรา้ งประโยคคือ

(He, She, It) + has to + (do something) ประโยคบอกเล่า

(They, We, You, I) + have to + (do something)

Does + (he, she, it) + has to + (do something)? ประโยคคาถาม

Do + (they, we, you, I) + have to + (do something)?

ส่วนการตอบน้นั ใชว้ ิธกี ารตอบแบบงา่ ยๆ คือ

Yes, I do หรือ No, I’m don’t

Yes, he/she/it does หรือ No he/she/it is doesn’t

Yes, you/we/they do หรือ No, you/we/they aren’t

- allowed to แปลไดว้ า่ ได้รบั อนญุ าตจากใครบางคนใหส้ ามารถทาบางส่งิ ได้ ส่วน not

allowed to แปลว่าไมไ่ ดร้ บั อนุญาตให้ทาบางส่ิง

โครงสร้างประโยคคือ

Subject + V to be + allowed to + (do something) ประโยคบอกเล่า

Subject + V to be + not allowed to + (do something)

Am I allowed to + (do something)? ประโยคคาถาม
Is (he/she/it) allowed to + do something?
Are (you/we/they) allowed to + do something?

สว่ นการตอบนน้ั ใชว้ ธิ กี ารตอบแบบง่ายๆ คือ

Yes, I am หรือ No, I’m not

Yes, he/she/it is หรอื No he/she/it is not

Yes, you/we/they are หรอื No, you/we/they are not

4. ครใู หน้ กั เรยี นเปิดหนงั สือ หน้า 82 จากนน้ั ครตู ดิ แถบประโยคบนกระดาน ดงั นี้

A : Do you have to ?

B : Yes, I do/No, I don’t.

clean your room do the washing up

take out the rubbish sweep the floor

A : Are you allowed to ?

B : Yes, I’m/No, I’m not.

stay up late watch scary movies

play outside eat snacks before dinner

5. ครูอธิบายเน้ือหาและการใชป้ ระโยคคาถามจากแถบประโยคทต่ี ิดบนกระดาน โดยครเู ป็นผ้ถู าม
คาถามแลว้ ใหท้ กุ คนในหอ้ งตอบ จากนัน้ สลับกันให้ครูเปน็ ผตู้ อบและนักเรียน เป็นคนถามคาถาม ทาแบบน้ีทง้ั
สองแถบประโยคสนทนาทตี่ ิดบนกระดานอย่างละ 2 รอบ

ขนั้ ตอนการฝกึ (Practice)
6. ครูให้นกั เรยี นจบั คู่กัน และทาการสนทนาตามตวั อย่างจากหนงั สือ Student’s Book หนา้ 82

ท้ัง 2 คาถาม โดยแต่ละคูต่ ้องสลับกันเปน็ ผถู้ ามและตอบ

7. จากนน้ั ครสู ่มุ นักเรียนออกมาสนทนาตามตัวอย่าง ในหนงั สือ Student’s Book หนา้ 82 โดยให้
ครสู ุ่มนกั เรียนประมาณ 5 คู่ ออกมาสนทนาใหเ้ พ่ือนๆ ดหู นา้ ช้นั เรียน และเพื่อเปน็ การฝึกออกเสียง

ข้นั นาไปใช้ (Production)
8. ครูใหน้ ักเรียนเปิดสมุดและทาการเขยี นบทสนทนาตามตัวอย่างในหนังสอื Student’s Book

หนา้ 82 โดยใหน้ กั เรยี นเขยี นทั้งสองคาถาม ดงั นี้
A : Do you have to sweep the floor?
B : Yes, I do/No, I don’t.
A : Are you allowed to stay up late?
B : Yes, I’m/No, I’m not.
โดยนกั เรียนสามารถเลือกคาศัพทจ์ ากหนังสือทตี่ นเองสนใจและเขียนลงไปในสมดุ ไดเ้ ลย

ขน้ั สรุป (Wrap up)
9. ครูและนักเรียนร่วมสรปุ ความรู้ที่ได้เรียนไปกบั นักเรียน และเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี น สอบถาม

ขอ้ สงสัยตา่ ง ๆ ภายในบทเรยี น
10. ครูมอบหมายให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัดในหนงั สือ Workbook หน้าท่ี 62-63 เพ่อื เป็นการทบทวน
บทเรียน

กิจกรรมเสนอแนะ
ครูสมุ่ นักเรียนออกมาพดู เกี่ยวกบั กฎต่าง ๆ ภายในห้องเรยี น ภายในบา้ น หรือในสังคม

และหารูปภาพ การ์ตนู หรือวีดโี อ เก่ยี วกบั กฎต่าง ๆ ท่ีอยูน่ อกเหนือหนงั สอื เรียน มาเป็นส่อื ในการสอน
เพื่อเพม่ิ ความนา่ สนใจในการเรยี นการสอน

6. ส่อื และแหลง่ เรียนรู้
สอ่ื

- บัตรคาศัพท์ / บตั รภาพ / แถบประโยค
แหลง่ เรียนรู้

- หนงั สือเรียนภาษาอังกฤษ Smart English 5 Student’s Book ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 หนา้ 82
- แบบฝกึ หดั ภาษาอังกฤษ Smart English 5 Workbook ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 หนา้ 62-63

7. การวดั และประเมนิ ผล
แนวทางการประเมนิ

ผลการเรยี นรู้ น้าหนัก นา้ หนักคะแนน วธิ ปี ระเมนิ เคร่ืองมอื
คะแนน ประเมนิ
K PA

ด้านความรู้ (Knowledge) 10 10 - ประเมนิ

6. นกั เรียนสามารถกลา่ วคาทักทาย สังเกต-ประเมินพฤตกิ รรมการ การพูด การ
ตอบโตก้ บั คสู่ นทนาได้อยา่ ง กล่าวคาทกั ทาย ตอบโต้กบั คู่ เขียน

ถกู ต้องและเหมาะสม สนทนาได้อย่างถูกต้อง

7. นักเรยี นสามารถให้ข้อมูลเกยี่ วกบั เหมาะสม และสามารถให้

ตนเอง และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั ได้ ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ตนเอง และสิง่

อยา่ งเหมาะสมๆ ได้ ต่าง ๆ รอบตวั ได้อยา่ ง

เหมาะสม

ดา้ นกระบวนการ (Process) 10 10 - แบบสงั เกต

3. นักเรียนสามารถอา่ นออกเสียงและ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ การทางาน
สะกดคาศัพทไ์ ดถ้ กู ต้อง ใหค้ วามร่วมมือในการทา กลุม่

กจิ กรรมการเรยี นการสอนและ
สามารถอ่านออกเสียงคาศัพท์ - ประเมิน
4. นักเรียนใหค้ วามรว่ มมือในการทา พฤติกรรม
กิจกรรมการเรยี นการสอน และประโยค
การพดู

ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute) 10 10 แบบสังเกต
แบบสงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม
5. นักเรียนมรี ะเบยี บวินยั และมงุ่ ม่นั ใน
การทางาน แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกต
พฤติกรรม
6. นกั เรียนมคี วามใฝร่ ูโ้ ดยหาความรู้
เพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

8. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟงั และอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอา่ นบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรอื เรื่องสั้น ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมท้ังให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตวั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอย่างสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศัพท์ที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ตา่ ง ๆ

9. สาระสำคญั
การเรยี นรู้คาศัพทเ์ ก่ียวกับกฎ ขอ้ บงั คับต่าง ๆ การออกคาสั่งและการขอร้อง ซง่ึ เปน็ การสนทนา

ถามตอบข้อมูลรายละเอยี ดเกี่ยวกบั บุคคลและนาเสนอข้อมูลของตนเอง และผอู้ ืน่ โดยใชส้ านวนโครงสร้าง

ประโยคท่ีถูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และเป็นการใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือสาร

ในชีวิตประจาวัน อีกทั้งยังนาไปบรู ณาการร่วมกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืนได้อีกดว้ ย

10. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)

1. นกั เรยี นสามารถกลา่ วคำทักทาย ตอบโตก้ บั ค่สู นทนาได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
2. นกั เรียนสามารถใหข้ ้อมลู เกย่ี วกบั ตนเอง และสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

3. นักเรียนสามารถอ่านออกเสยี งและสะกดคำศพั ทไ์ ด้ถูกต้อง
4. นักเรยี นให้ความรว่ มมือในการทำกจิ กรรมการเรียนการสอน
3.3 ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute)

5. นักเรียนมรี ะเบียบวินัยและมุ่งมนั่ ในการทำงาน
6. นักเรยี นมีความใฝ่ร้โู ดยหาความรู้เพ่ิมเติมจากแหล่งตา่ ง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการสือ่ สาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอา่ นออก) Writing (การเขยี นได)้ Arithmetic (การคิดคำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี

และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรเู้ ท่า

ทันสื่อ

3.5 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี ินัย 2. ไฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ ม่ันในการทำงาน

11. สาระการเรียนรู้
คาศัพท์/ กลมุ่ คา allowed to, have to, stay up late, watch scary movies, play outside,

eat snacks before dinner, clean your room, do the washing up, sweep the floor,
take out the rubbish

โครงสรา้ งประโยค
A : Do you have to ?
B : Yes, we do/No, we don’t.

ชิน้ งาน / ภาระงาน
ชนิ้ งาน - การจับคูส่ นทนา
ภาระงาน - การสนทนา

12. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
ข้นั นาเตรยี มความพร้อม (Warm up)

1. ครูทกั ทายนักเรยี น และครูทบทวนคาศัพท์ และความหมายของคาศัพท์ที่ได้เรียนมาจากคาบเรียน

ทแ่ี ล้ว โดยเขียนประโยคลงบนกระดานและใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงไปพร้อมกัน

เชน่ “clean your room” ทาความสะอาดห้องของตวั เอง

“do the washing up” ซกั ผา้

“take out the rubbish” นาขยะไปท้งิ

“sweep the floor” กวาดพนื้ เป็นต้น

2. ครถู ามถงึ สิง่ ทนี่ ักเรียนชอบทาเมื่ออยทู่ บี่ ้าน และถามถึงส่งิ ที่ตอ้ งทาและสงิ่ ที่ไดร้ ับอนุญาตให้ทาเม่ือ

อยู่ทบ่ี า้ น จะเป็นภาษาไทยหรือภาษาองั กฤษก็ได้ ใหน้ อกเหนอื จากบนประโยคที่ครูเขียนกระดาน โดยครูส่มุ

ถามนกั เรียนเป็นรายบคุ คล

ขัน้ ตอนการดาเนนิ การสอน (Presentation)

3. ครูให้นกั เรยี นเปดิ หนงั สือ Student’s Book หนา้ 83 ทเ่ี ก่ยี วกบั การใช้ have to และ allowed

to ในบทสนทนา และครูทบทวนวธิ กี ารใช้ในบทสนทนาและความหมายของ have to และ allowed to วา่

- have to แปลวา่ “จาเป็นต้อง” ส่วนใหญ่จะใชใ้ นกรณีทสี่ ถานการณ์ กฎหรือข้อบังคับต่าง ๆ

เป็นตัวกาหนดให้เราจาเป็นต้องทา

(He, She, It) + has to + (do something) ประโยคบอกเลา่

(They, We, You, I) + have to + (do something)

Does + (he, she, it) + has to + (do something)? ประโยคคาถาม
Do + (they, we, you, I) + have to + (do something)? สว่ นการตอบน้นั ใช้

วธิ ีการตอบแบบงา่ ยๆ คอื
Yes, I do หรอื No, I’m don’t
Yes, he/she/it does หรือ No he/she/it is doesn’t
Yes, you/we/they do หรือ No, you/we/they aren’t

- allowed to แปลว่าได้รับอนุญาต (จากใครบางคนใหส้ ามารถทาบางส่งิ ได้)

Subject + V to be + allowed to + (do something) ประโยคบอกเลา่

Am I allowed to + (do something)? ประโยคคาถาม
Is (he/she/it) allowed to + do something?
Are (you/we/they) allowed to + do something?

สว่ นการตอบนนั้ ใช้วิธีการตอบแบบงา่ ยๆ คือ
Yes, I am หรือ No, I’m not
Yes, he/she/it is หรือ No he/she/it is not
Yes, you/we/they are หรอื No, you/we/they are not
4. จากน้นั ครสู อนคาศัพทเ์ พมิ่ เติมเกี่ยวกบั กจิ กรรมที่ต้องทา และอนุญาตให้ทาภายในบ้านโดยใชบ้ ัตร
ภาพและบัตรคา โดยครูจะตดิ บตั รภาพแล้วหยิบบตั รคาศัพท์ขึ้นมาใหน้ ักเรียนจับคู่ใหต้ รงกับภาพ
โดยครูจะบอกภายหลงั จากท่ีติดคาศัพท์หมดทกุ คาวา่ ถูกต้องหรือไม่
5. ครถู ามนักเรียนวา่ สิ่งไหน/กิจกรรมไหนเป็นส่งิ ที่ต้องทาและส่งิ ไหนเป็นกจิ กรรมท่ีอนุญาตใหท้ า
ภายในบ้าน ครูสอนบทสนทนา ยกตวั อย่างประโยคทั้งประโยคคาถามและประโยคบอกเล่า (ประโยคคาตอบ)
โดยใช้คาศัพทเ์ กีย่ วกบั กิจกรรมท่ีสอนไปและตวั อยา่ งบทสนทนาในหนงั สือ Student’s Book
หน้า 83 ข้อ C โดยครูอ่านให้นักเรียนฟงั 1 รอบ แลว้ ใหน้ กั เรยี นออกเสียงตามจนคล่อง

ขนั้ ตอนการฝกึ (Practice)
6. ครูให้นักเรียนจบั คู่กับเพ่ือนตามความสนใจของนักเรยี น จากนน้ั ครแู จกบัตรคาศัพทเ์ กีย่ วกับ

กิจกรรมที่ตอ้ งทาและอนุญาตใหท้ าภายในบ้านคูล่ ะ 4 คาศัพท์ โดยใหน้ กั เรียนแบ่งกนั คนละ 2 คาศัพท์
7. ครูใหน้ ักเรียนฝึกสนทนากับคู่ตนเองโดยเลอื กใช้ have to, allowed to ตามคาศัพทท์ ี่ตนได้

สลับกนั ถามตอบจนคล่องแคลว่ ตามตัวอยา่ งบทสนทนาใน หนังสือ Student’s Book หนา้ 83 ข้อ C
ตามตวั อยา่ งประโยค

- การใช้ have ในบทสนทนา
Question : What do you have to do at home?
Answer : I have to + (คาศัพท์ตนเองได้)

- การใช้ allowed ในบทสนทนา
Question : What are you allowed to do at home?
Answer : I’m allowed to + (คาศพั ท์ตนเองได้)

ขนั้ นาไปใช้ (Production)

8. ครูให้แต่ละกลุม่ ออกมาสนทนาหน้าช้นั เรียนโดยแสดงบัตรคาศพั ท์ให้เพ่ือนดู สลบั กนั ถามตอบจน

หมดคาศัพท์ และครบทกุ คู่

9. ครูนักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นวา่ กลมุ่ ท่ีออกมาสนทนานนั้ เลอื กใช้ have to, allowed to

ได้ถูกต้องและตรงกบั คาศัพท์ทไี่ ดห้ รอื ไม่

10. ครูแจกกระดาษใหน้ กั เรียนคนละแผน่ จากน้นั ให้นักเรยี นเขียนคาศัพท์ตามทีค่ รูพูดต่อไปน้ี

snacks scary

sweep rubbish

washing outside และครเู ฉลยแล้วให้นกั เรียนสลับกันตรวจกบั เพอ่ื นที่นั่งขา้ งๆ

ขั้นสรุป (Wrap up)
11. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันทบทวนคาศัพท์โดยใช้บตั รคาและบัตรภาพครูและนักเรียนรว่ มกัน

ทบทวนบทสนทนา โดยครูสุ่มบัตรคาศัพท์ขนึ้ มาให้ แลว้ ให้นกั เรียนพูดบทสนทนาถาม-ตอบให้ตรงกับภาพ
12. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนถามเกย่ี วกบั เร่ืองท่ีนักเรียนสงสัยในบทเรยี นนี้ จากนั้นครแู ละนักเรยี น

รว่ มกนั สรปุ ส่งิ ท่ีได้รบั จากการเรยี นในครง้ั นี้

กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูส่มุ นกั เรียนออกมาพดู เก่ียวกับกฎตา่ ง ๆ ภายในห้องเรยี น ภายในบา้ น หรือในสังคม และหารูปภาพ

การ์ตนู หรือวดี ีโอ เกีย่ วกับกฎต่าง ๆ ทอี่ ย่นู อกเหนือหนงั สือเรียน มาเปน็ สอื่ ในการสอน เพื่อเพ่ิมความน่าสนใจ
ในการเรียนการสอน

6. ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้
สอ่ื บตั รคาศัพท์ / บตั รภาพ
แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรยี นภาษาองั กฤษ Student’s Book ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 หนา้ 83

7. การวัดและประเมินผล น้าหนัก น้าหนกั คะแนน วธิ ีประเมิน เครอื่ งมอื
แนวทางการประเมิน คะแนน ประเมิน
K PA สงั เกต-ประเมนิ พฤตกิ รรมการ - ประเมนิ
ผลการเรยี นรู้ 10 10 กลา่ วคาทกั ทาย ตอบโตก้ ับคู่ การพูด การ
สนทนาได้อยา่ งถูกต้อง เขยี น
ดา้ นความรู้ (Knowledge) 10 10 เหมาะสม และสามารถให้
13. นกั เรยี นสามารถกล่าวคา ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง และสิ่ง - แบบสงั เกต
ทกั ทาย ตอบโต้กับค่สู นทนาได้ ต่าง ๆ รอบตัวได้อย่าง การทางาน
อย่างถูกต้องและเหมาะสม เหมาะสม กล่มุ
14. นักเรยี นสามารถให้ขอ้ มลู
เกี่ยวกับตนเอง และส่งิ ต่าง ๆ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ - ประเมนิ
รอบตวั ได้อย่างเหมาะสมๆ ได้ ใหค้ วามรว่ มมือในการทา พฤติกรรม
กิจกรรมการเรยี นการสอนและ การพูด
ด้านกระบวนการ (Process) สามารถอา่ นออกเสยี งคาศัพท์
3. นักเรยี นสามารถอา่ นออกเสยี งและ และประโยค
สะกดคาศัพทไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง
10 10 แบบสังเกต
4. นกั เรยี นให้ความรว่ มมือในการทา
กจิ กรรมการเรยี นการสอน แบบสังเกตพฤติกรรม พฤติกรรม

ด้านคุณลกั ษณะ (Attribute) แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต
พฤติกรรม
5. นักเรยี นมรี ะเบียบวนิ ยั และมุ่งมน่ั ใน
การทางาน

6. นกั เรยี นมีความใฝ่รูโ้ ดยหาความรู้
เพม่ิ เติมจากแหล่งต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

1. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟังและอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรอื เรื่องสั้น ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมทั้งให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตวั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอย่างสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศพั ท์ที่เกยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ

2. สาระสำคัญ
การเรยี นรู้คาศัพท์เก่ยี วกบั กฎ ข้อบงั คับต่าง ๆ การออกคาส่ังและการขอร้อง ซึ่งเปน็ การสนทนา

ถามตอบข้อมลู รายละเอยี ดเกี่ยวกบั บคุ คลและนาเสนอขอ้ มูลของตนเอง และผู้อ่นื โดยใชส้ านวนโครงสร้าง

ประโยคทถี่ ูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และเปน็ การใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร

ในชวี ติ ประจาวัน อกี ท้ังยังนาไปบรู ณาการร่วมกบั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ นื่ ไดอ้ ีกด้วย

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (Knowledge)

1. นักเรยี นสามารถกลา่ วคำทักทาย ตอบโต้กับคู่สนทนาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. นกั เรยี นสามารถใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง และสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตัวได้อยา่ งเหมาะสม
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process)

3. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงและสะกดคำศัพทไ์ ด้ถูกต้อง
4. นกั เรยี นให้ความรว่ มมอื ในการทำกิจกรรมการเรียนการสอน
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ (Attribute)

5. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัยและมงุ่ ม่ันในการทำงาน
6. นกั เรยี นมีความใฝร่ โู้ ดยหาความร้เู พิ่มเตมิ จากแหล่งตา่ ง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 ทักษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอ่านออก) Writing (การเขยี นได)้ Arithmetic (การคดิ คำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี

และภาวะผู้นำ Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการส่ือสาร และการรเู้ ทา่

ทันสื่อ

3.5 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี ินัย 2. ไฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

4. สาระการเรียนรู้
คาศัพท์/ กลมุ่ คา clean, sweep, do, take out, eat, watch, play, stay, school, students,

after, teacher, class, listen, snack, scary, before, dinner, have to, not allowed to

โครงสร้างประโยค A : Do you have to ? (Home Rules)

B : Yes, we do/No, we don’t.

การใช้ not allowed to

You are not allowed to (do something).

ชน้ิ งาน / ภาระงาน
ช้นิ งาน - ใบงาน
ภาระงาน –

5. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้

ขั้นนาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครทู ักทายนักเรียน และครูทบทวนคาศัพท์ จากคาบเรียนทีผ่ า่ นมาเร่ือง School Rules

โดยทบทวนเกี่ยวกบั สิ่งท่ีควรทาและไม่ควรทาในโรงเรยี น อาจจะใช้บัตรคาศัพท์ท่ีเป็นประโยคน้นั ๆ
ในการทบทวน

2. ครูถามนักเรยี นวา่ นกั เรียนควรทาหรอื ไม่ควรทาสิ่งใดบ้าง โดยการยกตวั อยา่ ง เช่น นักเรียนควรมา
เรียนตรงเวลาหรอื ไม่ ใหน้ ักเรียนตอบกลบั แบบเสรตี ามความคิดของนักเรยี น ว่าควรทา หรือไม่ควรทา จากน้ัน
ครูถามแลว้ ให้นักเรียนตอบว่า นักเรยี นร้หู รอื ไม่วา่ คาวา่ ควรทาและไม่ควรทา ภาษาองั กฤษจะต้องพูดวา่ อยา่ งไร

ขนั้ ตอนการดาเนนิ การสอน (Presentation)

3. ครูใหน้ ักเรยี นเปิดหนังสือเรยี นไปท่หี น้า 84 ท่ีไดเ้ รยี นไปในคาบท่ีแล้วโดยให้นกั เรียนสงั เกตที่

Home Rules แลว้ ถามวา่ นักเรยี นคดิ วา่ ภายใน Home Rules นีม้ สี งิ่ ที่ควรทากีข่ ้อและมีสิ่งที่ไม่ควรทาอีกก่ีขอ้

4. ครนู าบตั รคาที่เปน็ ประโยคส่มุ แจกให้นกั เรียนท้งั หมด 8 คน แล้วเขียนบนกระดานว่า Do

กับ Do not จากน้นั ให้นักเรยี นทั้ง 8 คนออกมาตดิ บัตรคาทีต่ นเองได้รบั ไป เมือ่ ครบแลว้ ครูเฉลยบัตรท้งั 8 ให้

ถูกต้องจากนนั้ นาบตั รภาพมาตดิ ใต้บตั รคาเพื่อให้เด็กเข้าใจคาศัพทน์ ั้นๆ มากย่งิ ข้ึน

5. ครอู ่านออกเสยี งแตล่ ะประโยคให้นักเรียนฟงั จากนัน้ ใหน้ กั เรียนอ่านตามไปทลี ะประโยค โดยจะไม่

ใช้การแปลเปน็ ภาษาไทยให้นักเรียนฟงั แตจ่ ะใชก้ ารช้ไี ปท่ีบตั รภาพเพ่ือใหน้ ักเรียนเข้าใจ ไดด้ ว้ ยตนเอง

จากน้นั ครเู ขียนประโยคบนกระดานวา่

Do you have to + (Home Rules)? ตอบ Yes, he do./No, we don’t.

จากน้นั อธบิ ายใหน้ ักเรยี นฟังโดยการยกตวั อยา่ งเช่น

Question: Do you have to stay up late?

Answer : Yes, we do. (ทาทา่ ทางพยักหนา้ ประกอบ)

No, we don’t. (ทาท่าทางส่ายหนา้ ประกอบ)

6. ครทู บทวนให้นักเรียนวา่ ถึงความหมายของคาวา่ “have to” กับคาวา่ “allowed to และ not

allowed to” จากน้ันครูสอนโครงสรา้ งประโยค และยกตวั อยา่ งประโยคตา่ ง ๆ เชน่

Subject + Verb to be + (not) allowed to + (do something)

You are not allowed to watch horror movies. / You are allowed to play outside with your friends.

Subject + has to / have to + (do something).

You have to do your homework on your own.

จากน้ัน ครูให้นกั เรียนเปดิ หนังสือ Student’s Book หน้า 85-86 แลว้ ครอู ่านบทสนทนาทีละบทให้
นกั เรียนฟงั แลว้ ครูใหน้ ักเรยี นอ่าน และแปลบทสนทนาให้นักเรยี นฟงั ทลี ะบทจนครบทัง้ 5 บท

7. ครูและนกั เรยี นโต้ตอบบทสนทนากันโดยครเู ปน็ A และนักเรียนทั้งหอ้ งโตต้ อบกลบั มา
เปน็ ประโยคของ B ท้ัง 5 บทสนทนา หลงั จากท่ฝี ึกจนคล่องแลว้ ให้นักเรียนเตมิ คาในชอ่ งว่างทีห่ ายไป
ในหนงั สอื Workbook หน้า 64-65 และเฉลยพร้อมกัน

ขน้ั ตอนการฝกึ (Practice)
8. ครูสุ่มให้นกั เรียน 5 คนออกมาฝึกบทสนทนากับครู ทง้ั 5 ประโยค หน้าช้ันเรยี นเพอื่ เป็นการฝกึ ฝน

การออกเสียง โดยสลบั บทบาทกับครู
9. จากน้ันครูให้นักเรยี นเปดิ หนงั สือ Student’s Book ไปท่ีหน้า 84 และจบั คู่กนั ผลัดกนั ถามตอบคน

ละ 2 ประโยค โดยใช้ประโยคถาม-ตอบในหนังสอื แลว้ ออกมานาเสนอหนา้ ห้องเรยี นท่ลี ะคจู่ นครบทั้งห้อง
โดยครูคอยสังเกต และช่วยเหลือนักเรียนท่ีอา่ นไมถ่ ูกต้อง หรอื ไม่คล่องแคล่ว

ขัน้ นาไปใช้ (Production)

10. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หดั เก่ียวกบั การฝึกถาม-ตอบ อกี ครั้ง โดยใหน้ ักเรียนเขยี นส่งิ ท่ีควรทาและ

ไมค่ วรทามาอย่างละ 1 ข้อ

Home Rules

Do

Question : Do you have to ? Answer : .

Do not

Question : Do you have to ? Answer : .

ข้ันสรุป (Wrap up)
11. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปความรูท้ ี่ไดเ้ รียนไปในวันน้ี โดยทบทวนประโยคที่ได้เรยี นไปทั้ง

8 ประโยค โดยย้าถึงสง่ิ ท่ีควรทาและสิ่งที่ไม่ควรทาใหน้ ักเรียนได้รู้ ว่าถึงแม้บางส่ิงที่ไม่ควรทาแตน่ กั เรยี น
ได้เคยทาไปแลว้ แต่กไ็ ม่ควรที่จะทาอีก และ ความหมายและการใช้ have to กับ allowed to ตามความ
เขา้ ใจ ของนกั เรียนท้ังห้อง

12. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามข้อสงสยั ต่าง ๆ ภายในคาบเรยี น

กจิ กรรมเสนอแนะ
ครสู ุม่ นกั เรียนออกมาพูดเก่ยี วกบั กฎตา่ ง ๆ หรอื ข้อห้าม ภายในหอ้ งเรียน ภายในบา้ น หรือในสงั คม

และหารปู ภาพ การ์ตูนหรือวีดโี อ เกยี่ วกบั กฎตา่ ง ๆ ท่อี ยนู่ อกเหนือหนงั สอื เรียน มาเปน็ สือ่ ในการสอน
เพ่อื เพม่ิ ความนา่ สนใจในการเรียนการสอน

6. สือ่ และแหล่งเรียนรู้
สอ่ื บัตรคาศัพท์ / บตั รภาพ
แหล่งเรียนรู้

- หนังสือเรยี นภาษาอังกฤษ Smart English 5 Student’s Book ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 หน้า 84-86
- แบบฝกึ หดั ภาษาอังกฤษ Smart English 5 Student’s Book ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 หนา้ 64-65
7. การวัดและประเมนิ ผล
แนวทางการประเมนิ

ผลการเรียนรู้ นา้ หนกั นา้ หนกั คะแนน วธิ ีประเมิน เคร่ืองมอื
คะแนน ประเมิน
K PA

ด้านความรู้ (Knowledge) 10 10 - ประเมนิ

6. นกั เรยี นสามารถกลา่ วคาทักทาย สงั เกต-ประเมินพฤติกรรมการ การพดู การ

ตอบโต้กับคสู่ นทนาได้อย่าง กลา่ วคาทักทาย ตอบโต้กับคู่ เขียน

ถกู ต้องและเหมาะสม สนทนาได้อยา่ งถูกต้อง

7. นักเรยี นสามารถให้ข้อมูลเกย่ี วกบั เหมาะสม และสามารถให้

ตนเอง และสิง่ ต่าง ๆ รอบตวั ได้ ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง และสง่ิ

อย่างเหมาะสมๆ ได้ ตา่ ง ๆ รอบตัวได้อยา่ ง

เหมาะสม

ด้านกระบวนการ (Process) 10 10 - แบบสังเกต

3. นักเรียนสามารถอา่ นออกเสยี งและ สงั เกต-ประเมนิ พฤติกรรมการ การทางาน

สะกดคาศัพท์ได้ถูกตอ้ ง ให้ความรว่ มมือในการทา กลมุ่

กจิ กรรมการเรยี นการสอนและ
สามารถอ่านออกเสยี งคาศัพท์ - ประเมิน
4. นักเรียนใหค้ วามร่วมมือในการทา พฤติกรรม
กจิ กรรมการเรียนการสอน และประโยค
การพูด

ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute) 10 10 แบบสงั เกต
แบบสงั เกตพฤติกรรม พฤติกรรม
5. นักเรียนมรี ะเบยี บวนิ ัยและมุง่ ม่ันใน
การทางาน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกต
พฤติกรรม
6. นักเรียนมีความใฝ่รโู้ ดยหาความรู้
เพม่ิ เติมจากแหล่งต่างๆ ได้

รวม 30 10 10 10 - -



แผนการจัดการเรยี นรู้ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ15101 เวลา 8 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 เร่ือง Rules เวลา 1 ช่ัวโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8 …………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………….

1. มาตรฐานการเรียนร้ชู ่วงชั้น/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ ท่ีฟังและอา่ น

ต 1.1 ป. 5/2 อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน

ต 1.1 ป. 5/3 ระบ/ุ วาดภาพสญั ลักษณ์หรือเครอ่ื งหมายตรงตามความหมายของประโยค
และข้อความส้นั ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน

ต 1.1 ป. 5/4 บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา

ต 1.2 ป. 5/1 และนิทานง่าย ๆ หรอื เรื่องสั้น ๆ
ต 1.2 ป. 5/2 พดู /เขียนตอบโตใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
ใช้คาสง่ั คาขอร้อง คาอนญุ าตและให้คาแนะนางา่ ย ๆ

ต 1.2 ป. 5/4 พดู /เขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ต 1.2 ป. 5/5 พูด/เขียนแสดงความรสู้ กึ ของตนเองเกยี่ วกับเร่ืองตา่ ง ๆ ใกล้ตวั
และกจิ กรรมตา่ ง ๆ พร้อมทั้งให้เหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบ

ต 1.3 ป. 5/1 พดู /เขียนให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรอื่ งใกล้ตวั
ต 1.3 ป. 5/2 เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมแิ สดงข้อมลู ตา่ งๆ ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม

ต 2.1 ป. 5/1 ใชถ้ ้อยคา น้าเสยี ง และกริยาทา่ ทางอย่างสภุ าพ ตามมารยาทสงั คมและ

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื

ต 3.1 ป. 5/1 ค้นคว้า รวบรวบคาศพั ท์ที่เกยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และนาเสนอ

ดว้ ยการพดู /การเขียน
สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับชุมชนโลก

ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พดู อ่าน และเขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ท่เี กดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นและ

ต 4.1 ป. 5/2 สถานศึกษา
ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ

2. สาระสำคัญ
การเรียนร้คู าศัพท์เก่ยี วกับกฎ ขอ้ บงั คับตา่ ง ๆ การออกคาสั่งและการขอร้อง ซ่ึงเปน็ การสนทนา

ถามตอบข้อมลู รายละเอยี ดเกี่ยวกับบุคคลและนาเสนอขอ้ มูลของตนเอง และผ้อู นื่ โดยใช้สานวนโครงสร้าง

ประโยคทถี่ ูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และเป็นการใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร

ในชีวติ ประจาวัน อกี ทั้งยงั นาไปบรู ณาการรว่ มกับกลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ ่ืนไดอ้ ีกดว้ ย

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (Knowledge)

1. นักเรียนสามารถกลา่ วคำทักทาย ตอบโตก้ บั คู่สนทนาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. นักเรียนสามารถให้ขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเอง และสิ่งตา่ ง ๆ รอบตัวไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process)

3. นักเรียนสามารถอา่ นออกเสียงและสะกดคำศัพท์ได้ถูกต้อง
4. นักเรียนใหค้ วามร่วมมอื ในการทำกิจกรรมการเรยี นการสอน
3.3 ด้านคณุ ลักษณะ (Attribute)

5. นกั เรียนมีระเบียบวนิ ยั และม่งุ มน่ั ในการทำงาน
6. นักเรียนมคี วามใฝ่รโู้ ดยหาความรูเ้ พ่มิ เตมิ จากแหล่งตา่ ง ๆ
3.4 สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 ทักษะในศตวรรษท่ี 21 (3Rs&8Cs)

3Rs = Reading (การอา่ นออก) Writing (การเขียนได)้ Arithmetic (การคิดคำนวณ)

8Cs = Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม

และภาวะผนู้ ำ Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการสื่อสาร และการรเู้ ทา่

ทันสอื่

3.5 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. มวี นิ ัย 2. ไฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

4. สาระการเรยี นรู้
คาศพั ท/์ กล่มุ คา school, scarf, scout, scorpion, scared, score, be at school at 8 am, run

and shout in the class, listen to the teacher, have breakfast, come home, use phone in the

class

โครงสร้างประโยค

I have / don’t have to .

I’m allowed / not allowed to .

ชิ้นงาน / ภาระงาน
ชน้ิ งาน - ใบงาน , แบบทดสอบทา้ ยบท
ภาระงาน – ทำแบบทดสอบ

5. กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้
ข้ันนาเตรยี มความพร้อม (Warm up)
1. ครทู ักทายนักเรียน จากนนั้ แสดงบัตรคาศัพท์ และถามนักเรียนว่ารู้จกั คาศัพท์เหลา่ น้หี รอื ไมแ่ ล้วแตล่ ะ
คามวี ิธีการออกเสยี งอย่างไร

ได้แก่ school, scarf, scout, scorpion, scared, score
2. หลงั จากใหน้ ักเรยี นดบู ัตรคาศัพท์ ครูใหน้ ักเรียนฝกึ ออกเสยี งดว้ ยเองก่อน โดยท่คี รูสงั เกตนักเรยี น
วา่ อา่ นถูกหรือไม่ แต่ยงั ไม่บอกว่าถูกหรือผดิ จากน้นั และให้นักเรียนสะกด ตวั อักษรทลี ะคา

ขน้ั ตอนการดาเนินการสอน (Presentation)

3. ครูสอนวธิ กี ารออกเสยี งทถี่ ูกต้องโดยอ่านให้นกั เรยี น และบอกความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรยี นออก

เสยี งตาม โดยใช้คาสั่ง Repeat after me.

school = สกลู = โรงเรียน scarf = สการ์ฟ = ผา้ พนั คอ

scout = สเก๊าท์ = ลูกเสอื scorpion = สกอร์เป้ียน = แมงปอ่ ง

scared = สะแกร์ = กลัว score = สกอร์ = คะแนน, ทาคะแนน (กรยิ า)

*ใหน้ ักเรียนออกเสียงทีละคนจนครบท้งั หอ้ ง

4. ครูใหน้ ักเรยี นเปิดหนังสือ Workbook หน้า 26 และให้นกั ทาแบบฝกึ หัดเพือ่ ทบทวนการคาศพั ท์
และวธิ ีออกเสียง จากนนั้ สลบั กันตรวจกบั เพื่อนทน่ี ั่งข้างๆ จากนั้น

5. ครูทบทวนเกยี่ ว Rules หรอื กฎขอ้ บงั คบั ท่ไี ดเ้ รยี นมา โดยครูแสดงบตั รภาพและใหน้ ักเรียน อา่ น

ออกเสียงตามบัตรภาพ ดังน้ี

be at school at 8 am run and shout in the class
listen to the teacher have breakfast
come home use phone in the class

6. ครใู หน้ ักเรยี นเปิดหนังสือ Student’s Book หน้า 87 แล้วให้นกั เรยี นสงั เกตภาพในหนังสือ

จากนนั้ ครเู ปิดซีดีใหน้ กั เรียนฟังและใสเ่ คร่ืองหมาย ✓ ใหต้ รงกับรปู ภาพในขอ้ A เมอ่ื นักเรียนทาเสรจ็ แลว้ ครู
เปิดซีดีและเฉลยให้นักเรียนฟังพร้อมกันทั้งห้องเรียน

ขนั้ ตอนการฝึก (Practice)
7. ครเู ปิดซดี ีอีกครั้งหรือใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หัดในหนังสือ Student’s Book หนา้ 87 ข้อ B

โดยการเตมิ คาในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
8. ครเู ปดิ ซีดีใหน้ ักเรยี นฟงั อีก 1 รอบ จากนั้นครเู ฉลยแบบฝกึ หดั บนกระดานและเปิดซดี ีให้นกั เรียน

ฟังพร้อมกนั อีก 1 รอบเป็นรอบสุดทา้ ย
เฉลยคาตอบ :

Today is Saturday. I don’t have to go to school today, but I do have to do my
homework. In the afternoon, I’m allowed to play outside, but I have to come home in time
for dinner. I’m allowed to stay up late tonight and get up late tomorrow but I have to get
up early for school on Monday morning.

9. ครูใหอ้ าสาสมัคร 1 คนออกมาอ่านข้อความขา้ งต้นอกี 1 รอบเพ่ือเป็นการทบทวนและฝึกฝนการ
ออกเสยี ง โดยครูคอยแนะนา และชว่ ยเหลอื อาสาสมัครท่ีออกมาอ่าน

ขน้ั นาไปใช้ (Production)

10. ครูให้นกั เรียนเขียนตามคาบอก (Dictation) ดงั น้ี

1) school 6) score

2) scarf 7) listen to the teacher

3) scout 8) run and shout in class

4) scorpion 9) have breakfast

5) scared 10) use phone in class

ข้ันสรุป (Wrap up)
11. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปเนื้อหาของบทเรยี น และคาศพั ท์และโครงสร้างประโยค และเปดิ

โอกาสให้นักเรยี นสอบถามข้อสงสยั ต่าง ๆ

กจิ กรรมเสนอแนะ
ครสู ุม่ นักเรียนออกมาพูดเกยี่ วกับกฎตา่ ง ๆ หรือขอ้ ห้าม ภายในหอ้ งเรียน ภายในบ้าน หรือในสังคม

และหารูปภาพ การต์ ูนหรอื วีดโี อ เกย่ี วกบั กฎตา่ ง ๆ ทีอ่ ยนู่ อกเหนือหนังสือเรียน มาเป็นสือ่ ในการสอน
เพือ่ เพิม่ ความน่าสนใจในการเรียนการสอน

6. ส่อื และแหล่งเรยี นรู้
สอ่ื - บัตรภาพ , Class Audio CD
แหล่งเรียนรู้

- หนงั สอื เรยี นภาษาอังกฤษ Smart English 5 Student’s Book ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 หนา้ 87-88
- แบบฝกึ หดั ภาษาองั กฤษ Smart English 5 Workbook ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 หน้า 58


Click to View FlipBook Version