The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Alisa daoh, 2020-08-09 08:56:50

herbal wisdom handbook

herbal wisdom handbook

๔๙

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ในพน้ื ทีจ่ งั หวัดนราธิวาสหรอื ปัตตานี แปง้ สาคูหรือเม็ดสาคูท่ี
ได้เหล่าน้ีคือสิง่ ทช่ี าวบา้ นในพ้ืนท่ีนำ� มาทำ� เป็น “กรือโป๊ะ” หรอื “ข้าว
๕๐ เกรยี บ” ขา้ วเกรยี บปลานราธวิ าสทข่ี นึ้ ชอื่ สมยั กอ่ นไมแ่ ขง็ กระดา้ ง แตม่ ี

ความนมุ่ นวล ฟู และกรอบ เพราะท�ำมาจากแปง้ สาคู ๑๐๐ เปอรเ์ ซน็ ต์
หรอื สาคทู ม่ี ลี กั ษณะเปน็ เมด็ ใสๆ ดา้ นในเปน็ ไต เหนยี วเปน็ กอ้ น นยิ มนำ�
มาทำ� ขนมรบั ประทาน เช่น สาคูเปยี กน�้ำกะทิ สาคูไส้หมู ขนมกวนขีม้ นั
สาคเู ปยี กมนั มว่ งมะพรา้ วออ่ น เปยี กสาคตู น้ นำ�้ กะทิ สาคเู ปยี กขา้ วโพด
สาคเู ปียกล�ำไย บัวลอยสาคูใบเตย ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม เป็นท่ีน่าเสียดายว่าปัจจุบันเม็ดสาคูที่มีการ
จำ� หน่ายวางขายตามตลาดทัว่ ไป และเหลา่ แม่คา้ นยิ มซ้อื มาทำ� ขนมมกั
เปน็ เมด็ สาคทู ผี่ ลติ จาก “แปง้ มนั สำ� ปะหลงั ” ซง่ึ ถอื วา่ ทำ� จากผลติ ผลจาก
ธรรมชาติเชน่ เดียวกนั แต่คงความหอมและไม่อรอ่ ยเท่า จงึ มีบางพน้ื ที่
เท่าน้ันพยายามรักษามรดกด้านอาหารที่ท�ำจากสาคูบริสุทธ์ินี้ไว้ เช่น
ท่ี “ทงุ่ คา” มแี มบ่ ้านคนหนึ่งได้คิดคน้ เมนูอาหารพเิ ศษ คือ “ลอดช่อง
สาคู” แท้รสชาตหิ อมกลมกลอ่ มชวนรบั ประทาน

วไิ ลลำ� พรหมแกว้ เจา้ ของสตู รลอดชอ่ งสาคู ชาวบา้ นทงุ่ คา เผย ๕๑
ถงึ ทม่ี าทไี่ ปวา่ ปกตเิ ปน็ คนชอบทำ� ขนมหวานอยแู่ ลว้ กระทง่ั วนั หนงึ่ คดิ วา่
จะลองทำ� ขนมลอดชอ่ งสาคทู ำ� จากแปง้ สาคแู ทๆ้ ดู โดยกรรมวธิ กี ารทำ� นนั้
ตอ้ งใชแ้ ปง้ เกา่ หากเปน็ แปง้ ใหมท่ ำ� ไมไ่ ดเ้ พราะเมอ่ื กวนแลว้ จะเปน็ กาว
“ที่คิดสูตรนี้ข้ึนมาเนื่องจากส่วนตัวเป็นคนชอบท�ำขนมรับ
ประทาน วันหนึ่งเห็นแป้งสาคูเหลืออยู่เยอะ เลยมีความคิดว่าลองเอา
มากวนดวู า่ จะเป็นตัวไหม พอลงมือท�ำแลว้ ปรากฏว่าเป็นตวั จงึ นำ� ไปให้
เพอื่ นบา้ นชมิ ไดร้ บั ผลตอบรบั วา่ รสชาตดิ ี อรอ่ ยมาก จงึ ทำ� ตอ่ มาเรอ่ื ยๆ”

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ส�ำหรับกรรมวิธีการท�ำ เริ่มแรก
ต้องหาแป้งสาคูซ่ึงสามารถท�ำเองได้ ด้วย
การตดั ตน้ สาคเู ปน็ ทอ่ นๆ แลว้ นำ� ไมใ้ สต่ ะปู
มาขดู ๆ เปน็ กาก จากนนั้ จงึ ใชม้ อื ขยำ� กรอง
เปน็ นำ�้ เทนำ้� ใส่ กจ็ ะเหน็ ตัวนอนกน้ เปน็ ตวั
แป้ง แต่หากไม่มีเวลาท�ำเองสามารถไปซื้อ
๕๒ แปง้ สาคใู นพนื้ ทไี่ ด้ ปกตจิ ะไปหาซอื้ ทชี่ มุ ชน

ลอื โปะ จงั หวดั ปตั ตานี เมอ่ื ซอ้ื มาแลว้ นำ� มา
ลา้ งกอ่ น นำ� แปง้ ใสน่ ำ้� แลว้ กวนจากนน้ั เทนำ้�
ทง้ิ แลว้ ใสน่ ำ�้ ใหม่ คนไปเรื่อยๆ ให้นอนก้น
ก่อนเทน้�ำท้ิง กระทั่งแป้งไม่ติดไม้พาย น�ำ
แป้งมาเทใส่ตัวพิมพ์ สมัยก่อนใช้กะลาท�ำ
เป็นตัวพิมพ์ ใช้กดในเบ้าให้ไหลลงน้�ำโดย
ใช้วิธีน็อคน้�ำแข็งด้วย เมื่อได้เส้นลอดช่อง
จงึ พกั ไว้ หนั มาทำ� กะทิ ขดู มะพรา้ ว ใสเ่ กลอื
น้�ำตาล หากมีน�้ำตาลปี๊บจะอร่อยมากข้ึน
คน้ั กะทใิ สแ่ ตห่ วั กะทิ โรยดว้ ยดอกมะลเิ พม่ิ
กล่ิน เพม่ิ รส เพมิ่ ความสวย ตกั ใสถ่ ว้ ยแล้ว
ใส่น�ำ้ แข็งเย็นๆ พร้อมรบั ประทานใหช้ ่ืนใจ

“ในโลกนม้ี เี ราคนเดยี วทท่ี ำ� ได้ เพราะเปน็ สตู รของเราเอง” เธอ
เอ่ยอยา่ งภาคภูมใิ จ
นอกจากนี้เธอยังเล่าอีกว่า มีขนมอีกประเภทหนึ่งมีลักษณะ
คลา้ ยขนมหนา้ มัน (ขนมกอและ) คอื ข้ีนำ� มันทีน่ ำ� ไปเคีย่ วนำ�้ มนั ใชแ้ ป้ง
สาคูมากวนเชน่ เดยี วกนั เสร็จแล้วต้งั ให้เย็น จากนั้นนำ� มาตัดเป็นชิ้นๆ
ใชข้ น้ี ้ำ� มนั โรยใส่
“แตข่ นมหนา้ มนั คนทำ� เยอะแลว้ สว่ นขนมสาคกู ไ็ มเ่ หมอื นกนั
เพราะสว่ นใหญม่ กั ใชเ้ มลด็ สาคู แตท่ ท่ี ำ� ไวเ้ ปน็ แปง้ สาคแู ทๆ้ อนั นน้ั แปง้
มันสำ� ปะหลงั ด้ังเดมิ ทำ� ไขเ่ ขียด ยงั ไมเ่ ปน็ ลอดชอ่ ง เปน็ แป้งแล้วนำ� น้�ำ
มาพรม มันจะเปน็ เม็ด แลว้ เอาเมด็ มาใสน่ �ำ้ กะทะ เอาตัวแปง้ ใส่ กลาย
เป็นขนมไข่เขียด เหมอื นแป้งสาคู”

๕๓

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

สรรพคุณหรือประโยชน์เชิงยา มี
ข้อมูลว่าเน่ืองจากแป้งสาคูย่อยง่ายท�ำให้
เหมาะส�ำหรับคนเพ่ิงฟื้นไข้ เพราะเป็น
อาหารประเภทเย็นและย่อยง่าย ไม่มี
อันตรายส�ำหรับคนฟื้นไข้ใหม่ๆ เสริมให้เกิด
พละก�ำลัง มีการย่อยสลายได้ง่าย ยิ่งใส่ดอก
มะลิด้วยแล้วจะช่วยบ�ำรุงหัวใจ ช่วยท�ำให้
ร่างกายฟื้นฟูจากไข้ได้เร็วขึ้น ตัวแป้งไม่
ตกค้างในร่างกายเพราะเป็นแป้งท่ีมีเน้ือเบา
กว่าแป้งโดยท่ัวไป เวลารับประทาน “ลอด
ช่องแป้งสาคู” สัมผัสรสที่ได้คือ เหมือนกับ
ละลายในปาก รสนุ่ม เป็นลักษณะแปลกกว่า
๕๔ ลอดช่องท่ัวไป เป็นคุณลักษณะพิเศษของ

ลอดช่องแป้งสาคูโดยแท้

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

บทท่ี ๕

“ใบใยบงั ”
ชูรสชาติอาหาร

๕๖
ท่วงท่าท่ีอ่อนช้อยขณะร่ายร�ำ ตรึงให้สายตาทุกคู่จ้องมอง
ไปยงั เยาวชนหญิงคณะมโนราห์ปาดีใน “เยื้อนนอ้ ยเจริญศิลป์” หน่งึ
ในจดุ เดน่ เชงิ ศลิ ปวฒั นธรรมของ “สไุ หงปาดใี น” กระทง่ั จบการแสดง
ชดุ การแสดงตอ่ ไป คอื การแสดงปันจักสีลตั ของเยาวชนกลมุ่ พงลีแป
สุไหงปาดี เพ่อื ใหค้ ณะผมู้ าเยอื นซง่ึ เดนิ ทางมาจากหลายสถานท่ไี ด้รับ
ชม ณ ศูนย์การเรียนรู้โนราห์และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านสุไหงปาดี
ชุมชนคุณธรรมบ้านใหม่ หมู่ท่ี ๓ ต�ำบลสุไหงปาดี อ�ำเภอสุไหงปาดี
จงั หวดั นราธวิ าส หนง่ึ ในพนื้ ทที่ ผ่ี คู้ นใช้ “ภาษาตระกลู ตากใบ” ในการ
สื่อสาร
ช่วงพักนั่นเอง ที่มีคนน�ำพรรณไม้ชนิดหนึ่งมาให้คณะได้ชม
ไดส้ ัมผสั

“นี่แหล่ะ ใบใยบัง” เสียงเจ้าของบ้านเอ้ือนเอ่ยขณะหยิบ ๕๗
ใบพร้อมดอกของใบใยบังมาให้ชมอย่างใกล้ชิด หลังจากหนึ่งในคณะ
อาคนั ตกุ ะเรยี กหาวา่ อยากชมตน้ จรงิ ใบจรงิ ของใบใยบงั เพราะไดย้ นิ
ชอื่ เสยี งดา้ นสรรพคณุ มานาน โดยเฉพาะการใชช้ รู สในอาหารประเภท
ค่ัวไก่หรือแกงไก่จนได้รสชาติที่จะหาที่ใดเสมอเหมือนได้ ซึ่งส�ำหรับ
คนในพน้ื ทอี่ าจคนุ้ เคยกบั พชื ชนดิ นเี้ ปน็ อยา่ งดี เพราะพบเหน็ ไดท้ ว่ั ไป
ขนาดตน้ ไม่ใหญ่มาก ปลกู ดูแลง่าย
“ความโดดเดน่ คอื การนำ� มาทดแทนใบชะพลไู ด้ รสชาตดิ กี วา่
ใบชะพลดู ้วยซำ�้ นบั เปน็ ภมู ิปัญญาทีน่ า่ สนใจ เทา่ ท่ีพบเวลานมี้ ีเฉพาะ
ถ่ินด้วย หรือเรียกได้ว่ายังไม่เห็นท่ีอ่ืนปลูกหรือน�ำมารับประทานเลย
แต่ว่าที่นราธิวาส นอกจากทีส่ ุไหงปาดีในแล้ว ยงั เจอท่อี นื่ ๆ ดว้ ย แถว
ชมุ ชนแถวตำ� บลตันหยงมสั หรอื หมู่บา้ นจฬุ าภรณ์พัฒนา ๑๒ อำ� เภอ
สคุ ริ นิ กม็ ี เปน็ ใบไมท้ รี่ จู้ กั ทง้ั ในวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมลาย”ู ปา้
เจ้าของบ้านบรรยายสรรพคณุ

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



กล่าวกันว่าในหมู่เครื่องชูรสชาติอาหารท่ีมาจากพืช
สมุนไพรนั้นมีด้วยกันมากมายหลายชนิด สามารถทดแทนเคร่ืองปรุง
รสที่ก่อปัญหาด้านสุขภาพตามมา โดยเฉพาะการบริโภคอาหารท่ีมี
โซเดียมสูง ทั้ง น้�ำปลา ซีอิ๊วขาว เกลือ กะปิ ฯลฯ โดยสมุนไพรไทยท่ีมี
ประโยชน์ในการเพิ่มรสชาติอาหาร เช่น ตะไคร้ ใบมะกรูด สะระแหน่
โหระพา พริกข้ีหนู หอมแดง ผักชี ต้นหอม พริกไทย เป็นต้น หรือ
แม้กระท่ังใบกัญชา หากทว่าส�ำหรับชาวบ้านท่ีน่ี “สุไหงปาดีใน” ใบ
ใยบังคือสุดยอดเครื่องชูรสชาติอาหาร ท่ีส�ำคัญประเภทอาหารที่มีใบ
ใยบังประกอบมักท�ำกันในงานส�ำคัญๆ ของชุมชนเท่านั้น

๕๙

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

“แลว้ เว่อยงั เพบ้านฉาน กนิ ไหรดพี นี่ อ้ ง”
นายวเิ ชยี ร รตั นบญุ โน รองนายก องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บลสไุ หงปาดี
เช้ือเชิญคนนอกท่ีสนใจจะมาเที่ยวสุไหงปาดีในด้วยนัยความหมาย
๖๐ ประมาณว่า บ้านฉนั นั้นมขี องดีมากมาย จะกนิ อะไรกเ็ ลอื กกนิ ได้
“ชมุ ชนสไุ หงปาดใี น” ตง้ั อยใู่ นอำ� เภอสไุ หงปาดี ทางทศิ ตะวนั ออกเฉยี ง
ใตข้ องตวั จงั หวดั พน้ื ทสี่ ว่ นใหญเ่ ปน็ ทร่ี าบเหมาะสำ� หรบั การเพาะปลกู
บางสว่ นเปน็ ทร่ี าบลมุ่ และปา่ พรุ สว่ นทเ่ี ปน็ ทวิ เขาสลบั ซบั ซอ้ นคอื สว่ น
ของทวิ เขาสนั กาลาครี ี ปกคลมุ ไปดว้ ยปา่ ไมแ้ ละอดุ มดว้ ยไมม้ คี า่ นานา
ชนิด รวมถงึ พืชสมนุ ไพรต่างๆ
สไุ หงปาดมี าจากคำ� ในภาษามลายวู า่ “สไุ หง” แปลวา่ คลอง
หรือแม่น�้ำ และ “ปาด”ี แปลว่า ขา้ วเปลอื ก รวมกนั จึงมคี วามหมาย
ว่า “คลองขา้ วเปลอื ก” เพราะแตเ่ ดิมบริเวณท่รี าบลมุ่ สองฝ่ังคลองที่
ไหลผ่านพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวท่ีส�ำคัญ และเม่ือข้าวสุก
พรอ้ มเกยี่ วแลว้ ชาวบา้ นกจ็ ะนำ� ขา้ วเปลอื กใสเ่ รอื ลอ่ งไปตามลำ� คลอง
เพอ่ื จำ� หนา่ ยใหผ้ คู้ นในทอ้ งถน่ิ อนื่ ๆ ปจั จบุ นั อำ� เภอสไุ หงปาดมี ี ๖ ตำ� บล
๕๐ หมู่บา้ น ส่วนของต�ำบลสไุ หงปาดีมี ๑๒ หมบู่ า้ น และในจำ� นวนนี้
คือพื้นท่ที ่ถี ูกเรยี กวา่ “สไุ หงปาดใี น” นนั่ เอง

เมื่อต�ำนานชุมชนเก่ียวข้องกับข้าว เร่ืองราวหรือประเพณี
ส�ำคัญเก่ียวกับข้าวจึงได้รับการสืบทอดต่อกันมา ดังเช่นวันนี้ท่ีมีการ
จดั กจิ กรรม “งานลาซงั ” กินข้าวใหม่ ไหว้เหนียวแดง นาโคกเป็ด ซง่ึ
“โต๊ะหมอ” หรอื “หมอพราหมณ”์ สายสุไหงปาดี ก�ำลงั รา่ ยมนต์พิธี
ไหว้เหนียวแดง หรอื ไหวเ้ จา้ ทีน่ า
น่ีคือการสืบสานต�ำนาน อนุรักษ์และถ่ายทอด ในกิจกรรม
งานลาซงั กนิ ขา้ วใหม่ ไหวเ้ หนยี วแดง นาโคกเปด็ ซงึ่ บรรยากาศภายใน
งานมเี รอื่ งราวนา่ สนใจมากมาย รวมถงึ มกี ารสาธติ การทำ� ขนมจนี แบบ
โบราณกันด้วย โดยมีการน�ำวัตถุดิบคอื “ข้าว” มาต้มพอสกุ แล้วน�ำ
ห่อด้วยใบบอน และน�ำไปต้มอีกคร้ังจนสุกได้ท่ี จากนั้นก็ช่วยลงแรง
กนั ต�ำขา้ วท่ีไดใ้ ห้เนียนละเอียด และน�ำเข้าแป้นพมิ พร์ เู พอ่ื รีดเป็นเส้น
ขนมจนี ดว้ ยความสามัคคีของชาวบา้ น

๖๑

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

๖๒ พิธีไหว้เหนียวแดง นาโคกเป็ด ต�ำบลสุไหงปาดี อ�ำเภอ
สไุ หงปาดี จงั หวัดนราธิวาส เปน็ พธิ สี ำ� คญั ทีข่ าดไม่ไดข้ องพืน้ ทแี่ ห่งน้ี
วัตถุประสงค์ของพิธีไหว้เหนียวแดงเพื่อเป็นการเซ่นไหว้ส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ
ต่างๆ ท่ีคอยปกปักรักษาข้าวในนามาตลอดรอดฝั่งจนกระทั่งได้เก็บ
เกยี่ วเป็นรวงขา้ ว เครอ่ื งประกอบและเครอื่ งเซ่นไหว้ในพิธีไหวเ้ หนยี ว
แดง ประกอบดว้ ย
๑.เครอ่ื งหยบิ ๑ ถาด (เคร่ืองหยิบคอื อาหารคาวหวานและ
เครอื่ งสำ� อางค์ จดั ตกแตง่ บรรจไุ วใ้ นถว้ ยเลก็ ๆ อนั ไดแ้ ก่ ขา้ ว แกง ขนม
จน (ขนมฝักบัว) ขนมโก (ขนมโค) ขนมขีม้ า้ ข้าวเหนียวอิหร็อน (ขา้ ว
เหนียวมลู ) ไก่ค่ัว น้ำ� นำ�้ เหลา้ น้�ำข้าว (น้ำ� ตาลแวน่ ละลายในนำ้� ) แป้ง
น้�ำหรือน้�ำอบน�้ำปรุง เกลือ (หรืออาหารอ่ืนที่เตรียมมา) มักเรียกว่า
“ตอื หลำ� กรามาส” ไวส้ ำ� หรบั เซน่ สงั เวยสง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธเิ์ ทวดาฟา้ ดนิ ตา่ งๆ
๒.ขา้ วเหนยี วอหิ รอ็ น เปน็ ขา้ วเหนยี วมลู ทป่ี รงุ ขน้ึ มี ๒ แบบ คอื เหนยี ว

ขาว และเหนียวเหลือง ซึ่งสีเหลืองจะได้มาจากขม้ินต�ำคั้นน้�ำละลาย ๖๓
ผสมลงในนำ้� กะทกิ อ่ นนำ� มามลู ขา้ วเหนยี ว แตน่ ยิ มเรยี กวา่ เหนยี วแดง
๓.ไกค่ ว่ั นยิ มนำ� ไกบ่ า้ นมาปรงุ ดว้ ยการผดั ดว้ ยเครอื่ งแกงทเ่ี ตมิ กะทลิ ง
ไป เติมใบชอ่ งพลู (ชะพล)ู หรือใบใยบัง เพ่ือเพม่ิ ความหอม แตใ่ นพธิ ี
ไหวเ้ หนยี วแดงนยิ มนำ� เอาเฉพาะหวั และเทา้ ของไกค่ วั่ มาเทา่ นน้ั เพราะ
เช่ือว่าเป็นท่ีโปรดปรานของส่ิงศักดิ์สิทธ์ิกรามาส ๔.ดอกไม้ธูปเทียน
๕.สาดหมอน (เส่ือที่มว้ นด้วยหมอนอยู่ภายในประมาณ คร่ึงหนงึ่ ของ
ควายาวเส่ือ) ๑ ชดุ ๖.ผ้าขาว ๑ ผนื ๗.สำ� รับกับขา้ วสำ� หรบั เลี้ยงหมอ
พราหมณ์ ๑ สำ� รบั ๘.ขา้ วสารคราด (ขา้ วสารคา่ ตอบแทนการประกอบ
พิธีของหมอพราหมณ)์ ๑ ที่ บนขา้ วสารคราดวางดา้ ยดบิ ขดเปน็ วง ๑
ไจ ตรงกลางขดวางหมากสมัด (หมากจุกอก) ๑ ค�ำ เงนิ คา่ ตอบแทน
ตามแต่จะรวบรวมมาไดต้ ามก�ำลังศรทั ธาของผูร้ ว่ มพธิ ี ๙.เชย่ี นหมาก
๑ สำ� รบั ๑๐.ซองหมากพลดู อกไม้ธปู เทียน ๑ ซอง

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ส�ำหรับข้ันตอนของการไหว้ข้าวเหนียวแดงน้ัน เมื่อสมาชิก
ชาวนาทุกครอบครัวน�ำส�ำรับกับข้าว เหนียวแดง เคร่ืองหยิบต่างๆ
เตรียมในภาชนะแล้ว ยกถาดเครื่องหยิบ เหนียวแดง เชี่ยนหมาก
ข้าวสารคราด วางบนผา้ ขาวสาดหมอนเรยี บร้อยแล้ว หมอพราหมณ์
ผู้ประกอบพิธีนั่งล้อมรอบสาดหมอน ผู้ร่วมพิธีน่ังห้อมล้อมหมอ
พราหมณ์ หัวหน้าหมอพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีจุดธูปเทียน กล่าวบท
ชมุ นุมเทวดา กล่าวประกาศบอกกลา่ วบรรดาศกั ดิ์สิทธ์ิกรามาสตา่ งๆ
ว่าจะมีการไหว้เหนียวแดง กล่าวบทไหว้ภูมิไร่ภูมินา กล่าวบทเชื้อ
เชิญให้มารับเคร่ืองเซ่นสังเวย กล่าวบทแจกทิศบอกศักดิ์สิทธิ์กรามา
สมารับเครอื่ งสงั เวยทั้ง ๑๐ ทิศ กล่าวบทเชอื้ เชญิ ให้มากิน กลา่ วบท
ขอลาภขอพร กลา่ วบทเชญิ กลับ และจบลงดว้ ยการกลา่ วบทปดิ ท้าย
เปน็ การปลดปลอ่ ยสง่ิ ตา่ งๆ ทไี่ ดเ้ ชอื้ เชญิ มาระหวา่ งการทำ� พธิ ี เมอื่ เสรจ็
พธิ ีเซน่ สงั เวยตอื หลำ� กรามาสแล้ว จะตอ้ งมกี ารน�ำเคร่อื งเซ่นสังเวยเท
๖๔ ใส่ในหางใบตองหรือใบไม้ใบใหญ่ๆ วางไว้ท่ีโคนไม้หรือที่ท่ีเหมาะสม
เปน็ การเซน่ สงั เวยผีเร่ร่อนหรอื สัมพเวสตี า่ งๆ หลงั จากน้ันจะมีการยก
สำ� รบั กบั ขา้ วอกี ชดุ หนง่ึ นำ� มาเลย้ี งตอบแทนแกห่ มอพราหมณป์ ระกอบ
พธิ ี หมอพราหมณก์ ลา่ วบทเซ่นสงั เวยครูบาอาจารย์ แลว้ รบั ประทาน
อาหาร เมอื่ รบั ประทานอาหารเสรจ็ แลว้ หมอพราหมณท์ ำ� พธิ ปี ลงคราด
อันเป็นการเลกิ พธิ ี

๖๕

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

จะเห็นไดว้ า่ ในพธิ นี เี้ องทีม่ เี มนอู าหารพิเศษทป่ี รงุ ประกอบ
จากใบใยบงั อย่ดู ว้ ย น่ันกค็ ือ “ไก่บ้านคั่วใส่ใบใยบงั ” ส่งกลิน่ หอมฉยุ
ใครได้ลิ้มลองรสชาติดูจะติดใจไปนาน เช่นคณะอาคันตุกะที่เคยมา
เยอื นสไุ หงปาดใี นครงั้ กอ่ น และกำ� ลงั มาเยอื นชมุ ชนแหง่ นอ้ี กี ครงั้ ดว้ ย
ตงั้ ใจเพอื่ มาสมั ผสั ประเพณโี บราณ และหวงั ไดล้ ม้ิ ลองรสชาตอิ าหารท่ี
มใี บใยบงั เปน็ เครอ่ื งชรู ส กอ่ นจะเดนิ ทางไปสมั ผสั จดุ เดน่ อน่ื ๆ ในพนื้ ท่ี
ทง้ั ตน้ ตะเคยี นยกั ษบ์ นเขาตลง่ิ สงู พพู อนแผก่ วา้ งรองรบั ตน้ ขนาดใหญ่
ได้ถึง ๑๔ คนโอบ หรือป่าเทือกเขากุนุงนอกชาน เขตป่าเขาที่ยังคง
ความอดุ มสมบรู ณ์
และไม่แน่ว่าในอนาคตต่อไปส�ำหรับผู้สนใจด้านอาหารการ
กนิ อาจมโี อกาสไดล้ ม้ิ ลองอาหารสตู รไกส่ บั ผสมเครอ่ื งแกง ใสใ่ บใยบงั
ซอย หอ่ ด้วยใบจาก ปรงุ รสแล้วปง้ิ หรือเมนูอ่ืนๆ อีกมากมาย เพราะ
ชาวบ้านในชุมชนรู้ดีว่าตนเองมีของดีอยู่ในมือแล้ว รอเพียงจังหวะ
๖๖ เวลา และโอกาสเท่าน้ัน ท่ีจะต่อยอดพฒั นาจุดเดน่ เร่อื งอาหารทใ่ี ส่ใบ

ใยบงั พชื ธรรมดาทไ่ี มธ่ รรมดา เพอื่ ใหเ้ ปน็ อาหารพนื้ ถนิ่ ทส่ี ามารถกา้ ว
สู่ระดับสากล

๖๗

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส


Click to View FlipBook Version