The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Alisa daoh, 2020-08-09 08:56:50

herbal wisdom handbook

herbal wisdom handbook

ศนู ย์การเรียนร้เู ศรษฐกจิ ชุมชนบ้านฮแู ตทวู อ
ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



ใบและลกู เสมด็
ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

บทที่ ๗

“อิหม่ามผรู้ ักษาท้งั ทางโลก
และทางธรรม”

๑๐๒ ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซ่ึงผู้นับถือศาสนาอิสลามน�ำมาใช้เป็น
ธรรมนญู ในการดำ� เนนิ ชวี ติ สบื ตอ่ กนั มา ปรากฏเรอื่ งราวเกยี่ วกบั พชื ผกั
สมนุ ไพรใกลต้ วั ทใ่ี ชเ้ ปน็ สมนุ ไพรอยดู่ ว้ ย ดงั มงี านวจิ ยั จาก University
of Kashmir ประเทศอนิ เดยี ไดศ้ กึ ษาเนือ้ ความในคมั ภรี พ์ บวา่ พชื ผกั
สมุนไพร ที่ถูกกลา่ วถงึ ประกอบด้วย หอมหัวใหญ่ ขา้ วบาร์เลย์ (Hor-
deum vulgare) หนงึ่ ในธัญพืชเกา่ แก่ที่มนุษยน์ ำ� มาใช้เปน็ อาหารคน
และอาหารสัตว์ พมิ เสน และ เฮนนา ซงึ่ ต่างมสี รรพคณุ แตกต่างกนั ไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว “เฮนนา” มีคุณลักษณะพิเศษ
“เป็นพชื สมุนไพรทนี่ ำ� มาใชใ้ นการทำ� สีย้อมผม ยอ้ มเล็บ ย้อมผา้ ไหม
และหนังสตั ว์ ทีป่ ระเทศอยี ิปต์ปรากฏหลักฐานในการน�ำเฮนนามาใช้
ตงั้ แต่ ๑,๕๐๐ ปกี อ่ นครสิ ตกาล สว่ นดนิ แดนในแถบคาบสมทุ รอาหรบั
ตะวนั ออกกลาง อนิ เดยี และยโุ รปตะวนั ออก รจู้ ักการน�ำใบเฮนนามา
ใช้เปน็ สยี อ้ มนานนับรอ้ ยๆ ปีแล้ว น�ำ้ มนั สกดั จากเฮนนา แก่นเฮนนา

และเมลด็ เฮนนา ใชเ้ ปน็ ยาสมนุ ไพรได้ โดยมคี ณุ สมบตั ติ า้ นการอกั เสบ ๑๐๓
ยับยั้งการเติบโตของเช้ือแบคทีเรีย ต้านไวรัส สมานแผล” (ท่ีมา :
https://goodlifeupdate.com/healthy-body/235152.html)
นอกจากน้ี ในคมั ภีร์อลั กรุ อาน ยงั กล่าวถงึ พืชสมนุ ไพรชนิดอน่ื ๆ อกี
หลายชนิด เชน่ นำ�้ เตา้ ฯลฯ
ในรายงานการวิจัยเร่ือง “ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแล
สขุ ภาพตนเองของชาวมสุ ลมิ จงั หวดั ชายแดนภาคใต”้ โดย กติ ติ สมบตั ิ
และคณะ เพ่ือศึกษาภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองในมิติ
ของความเช่ือ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม รวมถงึ กระบวนการเรยี น
รู้และกระบวนการถ่ายทอดภูมิปัญญาของชาวมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้
ตอนล่างของประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า ภูมิปัญญาท้องถ่ินใน
การดแู ลสขุ ภาพตนเองในภาวะปกติ ชมุ ชนมสุ ลมิ ใชช้ วี ติ อยภู่ ายใตห้ ลกั
การของศาสนาภายใต้ความศรัทธาของพระเจ้าองค์เดยี ว ปฏิบัติตาม
ค�ำสง่ั สอนของศาสนาอสิ ลามโดยเครง่ ครัด ซึ่งบทบัญญัติตา่ งๆ เหล่า
น้ีสง่ เสริมการดูแลสุขภาพตนเองดา้ นสง่ เสริมสุขภาพและการปอ้ งกัน
โรค ทง้ั ในระดับบคุ คล ครอบครัว และชุมชน สว่ นภูมิปัญญาท้องถนิ่
ในการดแู ลสขุ ภาพตนเองเมอ่ื เกดิ ภาวะเจบ็ ปว่ ย ไดแ้ ก่ การตอ่ กระดกู

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

การรกั ษาไสเ้ ลอื่ นดว้ ยสมนุ ไพร การรกั ษาอาการอมั พฤกษอ์ มั พาตดว้ ย
การนวด การรักษาอาการชักด้วยสมุนไพร การรักษาน่วิ ดว้ ยสมุนไพร
การรกั ษาอาการปวดฟนั ดว้ ยเวทมนตร์ การดแู ลกอ่ นคลอด การคลอด
กบั ผดงุ ครรภโ์ บราณ โดยภมู ปิ ญั ญาในการสง่ เสรมิ สขุ ภาพและปอ้ งกนั
โรคได้รับการถ่ายทอดจากการปฏิบัติตามบทบัญญัติทางศาสนาท่ี
เคร่งครัด ส�ำหรับผู้ให้การรักษา (หมอพื้นบ้าน) ในแต่ละประเภทได้
รบั การถา่ ยทอดภมู ปิ ญั ญามาจากลกั ษณะเดยี วหรอื หลายลกั ษณะรว่ ม
กัน อนั ไดแ้ ก่ การถ่ายทอดโดยการปฏิบัตสิ บื ตอ่ กนั มาจากบรรพบรุ ุษ
โดยการเป็นผู้ช่วยและพัฒนาข้ึนมาสู่การเป็นหมอพื้นบ้าน การเรียน
รู้ด้วยตนเองภายใต้จิตส�ำนึกของความต้องการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน
ความนิยมในการรักษาแบบพ้ืนบ้านยังมีให้ปรากฏให้เห็น เนื่องจาก
ผู้รักษาไม่ได้ก�ำหนดค่ารักษาแต่จะเป็นลักษณะของการช่วยเหลือซ่ึง
๑๐๔ กนั และกัน การสืบทอดภูมปิ ัญญาเหล่าน้ีจงึ ตกมาถึงปัจจุบัน

เรอ่ื งราวของ “นายมะรอเซะ บนิ ยนู ”ุ อหิ มา่ มแหง่ บา้ นบาโระ ๑๐๕
บูตอเหนือ ตำ� บลโคกเคยี น อำ� เภอเมอื งนราธวิ าส คือหน่ึงในตวั อยา่ ง
น่าสนใจท่ีสะท้อนการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพ
ตนเองของพน่ี ้องมสุ ลมิ ในพืน้ ท่ไี ด้เป็นอย่างดี
จากเส้นทางในตัวเมืองนราธิวาส หากเดินทางมุ่งตรงไปยัง
ท่าอากาศยานนราธิวาส (สนามบินบ้านทอน) เมื่อผ่านที่ตั้งโรงเรียน
นราธวิ าส สถาบนั การศกึ ษาสำ� คญั ของชาวเมอื งนราธวิ าส ไปเลก็ นอ้ ย
ดา้ นขวามอื จะมที างแยกคดเคย้ี วเสน้ ทางขรขุ ระเปน็ บางชว่ ง เดนิ ทาง
ตรงไปเรอื่ ยๆ อกี สกั ระยะจะสมั ผสั ไดถ้ งึ อาณาบรเิ วณทมี่ ลี กั ษณะพเิ ศษ
เป็นป่าโปรง่ ตดิ ชายนำ้� ทศั นียภาพสวยงาม เหน็ รอ่ งน้�ำ ฟ้าคราม และ
สมั ผสั อากาศเยน็ สบาย
ณ ท่ีน่ี คือ แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน หมู่ที่ ๑๓
บ้านบาโระบูตอเหนือ ต�ำบลโคกเคียน อ�ำเภอเมอื งนราธิวาส ใกลก้ ับ
โรงเรียนนราธิวาส ซ่ึงเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีพื้นที่ต่อเนื่องไปถึง
บ้านบาเฆะ แหลง่ ผลิตบูดูดังแหง่ หนง่ึ ของจังหวดั นราธวิ าส

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

พน้ื ทบ่ี รเิ วณนมี้ กั ประสบปญั หาในชว่ งมรสมุ เนอื่ งจากทราย
พังถล่มมาทับเส้นทางร่องน�้ำ ตื้นเขิน ส่งผลให้ชาวประมงใช้เรือไป
ประกอบอาชพี ไมไ่ ด้ นอกจากน้ี การทนี่ ำ้� ทะเลไมส่ ามารถไหลผา่ นเขา้
แมน่ �ำ้ ล�ำคลองโคกเคียน ท�ำให้น้ำ� ไม่มีการหมุนเวียน ส่งผลกระทบตอ่
เนอ่ื งเป็นลกู โซ่ต่อการเล้ียงปลาในกระชัง ทง้ั ปลาเกา๋ ปลากะพง ฯลฯ
อยา่ งไรกด็ ี ด้วยความเปน็ พ้นื ทป่ี า่ ชายเลน ท�ำให้ทรัพยากรธรรมชาติ
แถบน้ีมีลักษณะพิเศษและมีความหลากหลายพอควร โดยเฉพาะท่ี
เก่ยี วขอ้ งกับพชื สมุนไพร องค์ความร้ดู งั้ เดมิ ทถ่ี กู สืบทอดกันมานาน
“แถวน้ีมีต้นไม้ที่สามารถน�ำมาเป็นยาป้องกันรักษาโรคได้
หลากหลายชนิดมาก” นายมะรอเซะ บนิ ยนู ุ อหิ มา่ มแหง่ บ้านบาโระ
บูตอเหนือ เกร่ินน�ำเม่ือแรกเจอกัน ก่อนอาสาพาคณะเราลงพ้ืนท่ีไป
สัมผัสพืชพรรณไม้แต่ละต้น แต่ละประเภท ซ่ึงงอกงามรายเรียงและ
บ้างยืนตน้ อย่างโดดเด่นรายทาง
๑๐๖ อิหมา่ มมะรอเซะ บนิ ยนู ุ พ้นื เพเดิมเป็นคนพืน้ ที่นี้ ต้ังแตเ่ กดิ

มาก็ได้เติบโตสัมผัสสภาพแวดล้อมท่ีคุ้นเคยจนบัดนี้ เม่ือเติบใหญ่เข้า
สวู่ ัยศึกษา เขา้ เรยี นทีโ่ รงเรียนเทศบาล ๒ (บา้ นบาเละฮิเล) โรงเรยี น
ระดับพ้ืนฐาน (ปฐมวัย-มัธยมศึกษาตอนต้น) กระท่ังเรียนจบประถม
ศกึ ษาปีที่ ๔ จงึ ตดั สนิ ใจมารับตำ� แหนง่ อิหมา่ มประจำ� หมบู่ ้าน
ปกตแิ ลว้ “อหิ มา่ ม” หรอื “โตะ๊ อแี ม” มบี ทบาทในฐานะผนู้ ำ�
ในศาสนาอสิ ลาม ผนู้ ำ� ในการทำ� ละหมาด เปน็ ตำ� แหนง่ สำ� คญั ของคณะ
กรรมการบรหิ ารมัสยิด ต้องรบั ผดิ ชอบผูค้ นในหมบู่ ้าน และยังมสี ่วน
สำ� คญั ต่อการพัฒนาชมุ ชน ในการสรา้ งความหมายใหมใ่ หแ้ กช่ ุมชน
หากทวา่ คณุ ลกั ษณะพเิ ศษเพม่ิ เตมิ ของอหิ มา่ มมะรอเซะ คอื
การมคี วามรเู้ รอื่ งพืชสมุนไพรพื้นถิน่

“ปมู่ คี วามรอู้ ยแู่ ลว้ เปน็ ความรทู้ ผ่ี า่ นการสงั่ สมจนกลายเปน็
มรดกตกทอดกนั มารนุ่ แล้วรนุ่ เล่า เวลามีคนป่วยไข้จะใชว้ ธิ กี ารรกั ษา
แบบพนื้ บา้ นซงึ่ ไดผ้ ลมาก สมยั ปยู่ งั มชี วี ติ อยู่ แกพยายามถา่ ยทอดสอน
ผมตลอดว่าต้นไมต้ ้นไหนมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร ตน้ ไหนเป็นยารกั ษาโรค
ได้” อิหม่ามมะรอเซะย้อนภาพอดีต ขณะพาคณะเราเดินดุ่มเร่ือยๆ
เขา้ ไปในป่าเพื่อศกึ ษาวิถีของตน้ ไม้ ก่อนจะคอ่ ยๆ บรรยายสรรพคณุ
ของต้นไมแ้ ตล่ ะชนิดที่ไดพ้ บเหน็
แกเลา่ วา่ ต้นไม้แถบน้ีทีเ่ รากำ� ลงั ไดส้ มั ผัสดว้ ยสายตาเสมอื น
เป็นการเดินตามค�ำปู่ท่ีสอนสั่งมาว่า “เมื่อได้วิชาได้เรียนรู้จึงน�ำมาใช้
ปฏิบัติรกั ษาโรคจริง”

๑๐๗

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

๑๐๘

ตัวอย่างเช่น ต้นที่มีสรรพคุณดีมีประโยชน์เรียกว่า “ต้นกือ ๑๐๙
แดแบแฆ็ง” เป็นต้นยาที่สรรพคุณดีมาก แก้เส้นพลิกปวดเม่ือย เจ็บ
เอว บ�ำรุงร่างกายด้วย วิธีการคือ การขุดรากไปต้มน้�ำจนเดือดแล้ว
กรองน้�ำมาด่ืม เมอ่ื รสู้ กึ ไม่สบายกไ็ ปขุดรากไม้มาต้ม นอกจากนมี้ ตี ้น
“กะดาอาจิง” ไวส้ ำ� หรับใหเ้ ดก็ ทีเ่ ป็นพยาธิ กรรมวธิ ีคือ การนำ� ใบต้ม
ในนำ้� เดือด จากนั้นน�ำนำ้� ทไ่ี ดจ้ ากการตม้ มาอาบใหเ้ ดก็
“การรกั ษาแตล่ ะประเภทไมม่ กี ารเขยี นบนั ทกึ ไวอ้ ยา่ งจรงิ จงั
หากเปน็ การเลา่ ปากตอ่ ปากมากกวา่ ถงึ รนุ่ ลกู หลานเรากพ็ ยายามสอน
เขาว่าตน้ ไหนเปน็ ยา รักษาโรคอะไรไดบ้ า้ ง เปน็ ลกั ษณะที่เรียกกนั วา่
บ้านๆ คือการใชย้ าบา้ นอยา่ งเดียวในการรกั ษา ไม่ใชย้ าสมัยใหม”่
แมร้ ปู แบบการใชส้ มนุ ไพรพน้ื ถนิ่ ในการดแู ลรกั ษาจะยงั ไมไ่ ด้
ทำ� กนั ในเชงิ ธรุ กจิ ถงึ ขนั้ นำ� ไปจำ� หนา่ ยซงึ่ มโี อกาสเปน็ ไปไดส้ งู เชน่ การ
ทำ� ชาสมนุ ไพร โดยขดุ “ตน้ บอื ติง” ไปตากแดดจนแหง้ แลว้ น�ำตน้ ไป
ปนั่ ซื้อแคปซูลมาบดใส่ ท�ำให้กนิ ง่ายขึน้ สามารถรักษาโรคนิ่วได้ หรอื
การหาผเู้ รยี นรสู้ บื ทอดภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ในลกั ษณะนจ้ี ะไมใ่ ชเ่ รอ่ื งงา่ ย
แต่ อหิ ม่ามมะรอเซะ บนิ ยูนุ ใหข้ ้อมลู วา่ การทมี่ ีอาจารย์จาก มนร.
น�ำนักศึกษาเรียนรู้เร่ืองราวเก่ียวกับต้นไม้และสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง
ว่าแตล่ ะตน้ แตล่ ะประเภทมสี รรพคุณอย่างไร ย่อมเป็นชอ่ งทางหนง่ึ
ท่ที ำ� ใหเ้ กิดการเรียนรู้ วิชาความรเู้ ก่าๆ จะไดไ้ มข่ าดตอนหายไป
อยา่ งนอ้ ยการจะรักษาผคู้ นในโลกยุคใหม่ คงต้องอาศยั การ
ดูแลรกั ษาแบบควบคู่กนั ไปท้งั ทางโลก ทางธรรม และทางภมู ปิ ญั ญา
โบราณในเร่ืองสมุนไพรพื้นถิ่นซึ่งมีคุณค่าอย่างอเนกอนันต์นับต้ังแต่
โบราณกาลนานมา

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



พชื ผักพ้ืนบ้านท่มี ีสรรพคุณทางยาอยา่ งดี
ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

บทที่ ๘

จากรากภูมปิ ญั ญาสตู่ ำ�รับ
“นวดสมนุ ไพร”


๑๑๒ พ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความโดดเด่นทั้งเรื่อง ศิลป
วฒั นธรรม ประเพณี และวิถชี วี ติ
ทนุ เดมิ ประการหนงึ่ ทมี่ อี ยู่ คอื เรอื่ งราวเกยี่ วกบั หมอพนื้ บา้ น
ท่เี รียกกนั วา่ “โต๊ะบแี ด” หรือหมอพน้ื บ้านทีร่ ักษาด้วยการนวด ส่วน
สมนุ ไพรทมี่ อี ยใู่ นพนื้ ทก่ี ม็ นี านาชนดิ แยกไดเ้ ปน็ หมวดหมู่ เชน่ อาการ
รกั ษากลมุ่ ปวดเม่ือย รักษามดลกู หย่อน เส้นเอน็ ตึงท�ำให้หย่อน ฯลฯ
ความจริงแล้วเรื่องการรักษาโรคในพ้ืนที่น้ีมีหลายรูปแบบ
ตัวอย่างเช่น ดนตรีบ�ำบัด ในรูปแบบการแสดงที่เรียกว่า “มะโย่ง”
โดยการน�ำคนไข้มาท�ำนายหาสาเหตุของโรคผ่านการเล่นละคร หรือ
ใชด้ นตรบี ำ� บดั อกี ประเภทหนงึ่ คอื “มะตอื ร”ี การรา่ ยรำ� ทส่ี บื ทอดกนั
มานาน หรอื ใชร้ ปู แบบจากคมั ภรี อ์ ลั กรุ อานในการรกั ษา หรอื ใชอ้ ายตั
วธิ เี ปา่ มนตร์ กั ษา ในสว่ นของหมอพนื้ บา้ นทเี่ ปน็ โตะ๊ บแี ดหรอื หมอนวด
หมอเหลา่ นนี้ อกจากใชพ้ ฤตกิ รรมในการรกั ษาผปู้ ว่ ย หมายถงึ ใชค้ าถา
หรือใช้มนต์ในการรักษาแล้ว หมอพ้ืนบ้านเหล่าน้ียังมีสมุนไพรที่เป็น

ลักษณะเฉพาะเจาะจงในการรักษาแต่ละโรค เช่น การรักษาอาการ ๑๑๓
ปวดเมอื่ ยตา่ งๆ
นายนัสรุดดีน เจตนรากุล ผู้อ�ำนวยการสาธารณสุขและส่ิง
แวดล้อม องค์การบริหารส่วนต�ำบลโคกเคียน อ�ำเภอเมือง จังหวัด
นราธวิ าส เปน็ หนงึ่ ในบคุ คลสำ� คญั ทสี่ นใจเรอ่ื งราวทางดา้ นแพทยแ์ ผน
ไทยและภมู ปิ ญั ญาพนื้ บา้ น สามารถผลกั ดนั เรอ่ื งราวเกย่ี วกบั สมนุ ไพร
จนได้รบั การยอมรบั จากสังคมวงกว้าง
“เม่ือก่อนผมท�ำงานอยู่ท่ีโรงพยาบาลจะแนะ เป็นลูกจ้าง
ประจ�ำหรือเป็นคนงานของทางโรงพยาบาล แต่คิดว่าด้วยความที่มี
ความรเู้ ดมิ อยแู่ ลว้ เพราะยายเปน็ หมอพนื้ บา้ น เมอื่ มหี ลกั สตู รการเรยี น
แพทย์แผนไทย ๒ ปี ผมก็เลยไปสมัคร พอจบกลับมาบ้าน ประจวบ
เหมาะกบั ท่เี กิดวกิ ฤตหนักมากในพน้ื ท่ี ทง้ั พนี่ อ้ งพุทธ มุสลิม ไดร้ ับผล
กระทบ เสยี ชีวติ บ้าง บาดเจ็บบ้าง เปน็ หมา้ ย เป็นเดก็ กำ� พร้า ทำ� ให้
รู้สึกเหมือนว่าบ้านเมืองนี้ไม่มีอะไรดีแล้ว แต่ในฐานะที่ตัวเองเรียน
แพทยแ์ ผนไทยมา จงึ คิดวา่ จะสามารถนำ� ความรูต้ รงนี้มาใชป้ ระโยชน์
อะไรได้บ้าง”

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

แรงบนั ดาลใจสำ� คญั อกี ประการหนงึ่ เปน็ ชว่ งทที่ ำ� งานอยโู่ รง
พยาบาลจะแนะ ปรากฏวา่ มโี อกาสไดพ้ บอาจารย์ท่ีเคารพนบั ถอื คอื
อาจารย์ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ซงึ่ ได้ลงมาช่วยให้พ้ืนทเี่ กิดการท�ำงาน
ดา้ นสมนุ ไพร จนกระทงั่ มเี รอ่ื งของตน้ นำ�้ คอื การปลกู สมนุ ไพร เรอ่ื งของ
กลางนำ�้ มโี รงงานทไ่ี ดร้ ับมาตรฐาน GMP ขนึ้ มาทีโ่ รงพยาบาลจะแนะ
จงึ คดิ วา่ สงิ่ ทตี่ อ้ งชว่ ยอาจารยฯ์ ตอนนที้ ำ� อยา่ งไรใหป้ ลายนำ�้ ดำ� เนนิ ไป
ได้ คอื “จ�ำหน่ายได้”
หลังย้ายออกจากจะแนะ มารับต�ำแหน่งใหม่เป็น ผู้อ�ำนวย
การกองสาธารณสุขและส่ิงแวดล้อม องค์การบริหารส่วนต�ำบลโคก
เคยี น ซง่ึ ทางผบู้ รหิ ารเองเหน็ ถงึ ความสำ� คญั ในการทำ� งาน ทำ� ใหไ้ ดง้ าน
อีกแบบหน่งึ สามารถคิดงานใหมๆ่ หรอื สรา้ งสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมา
ได้ วา่ ในแตล่ ะปจี ะตอ้ งวางเรอื่ งของสขุ ภาพเปน็ อยา่ งไร ทำ� ใหส้ ามารถ
ด�ำเนนิ งานเร่อื งสมุนไพร ท้งั ในเรือ่ งของการนวด เรอ่ื งของภูมิปญั ญา
๑๑๔ ไดเ้ กอื บทั้งประเทศ

๑๑๕

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ในท่ีสุด เขาจึงได้รวบรวมองค์ความรู้ท่ีเป็นหมอพื้นบ้านใน
พนื้ ทใ่ี หเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ จนกลายเปน็ คนแรกทรี่ วบรวมองคค์ วามรู้
๑๑๖ ของหมอพนื้ บา้ นใน ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ จากทก่ี ารนวดนำ�้ มนั พนื้

บา้ นอยกู่ นั อยา่ งสะเปะสะปะ ไดน้ ำ� วชิ าความรเู้ หลา่ นมี้ าเรยี งใหถ้ กู หลกั
วิชาการ จนไดศ้ าสตรอ์ ย่างหนงึ่ ทเี่ รียกวา่ “การนวดนำ้� มนั ลังกาสุกะ”
การนวดนำ้� มนั ลงั กาสุกะ มีองคป์ ระกอบส�ำคญั อยู่ ๓ อยา่ ง
ประกอบดว้ ย วธิ กี ารนวดทแ่ี ตกตา่ งจากวธิ กี ารนวดแบบอน่ื ๆ การนวด
วธิ แี บบลงั กาสกุ ะจะมกี อ้ นเสา้ ในการนวด รวมถงึ มสี มนุ ไพรในการนวด
ดว้ ย ซงึ่ จะเหน็ ไดว้ า่ ในอดตี เวลาไปตลาด จะพบเหน็ เภสชั กรพนื้ บา้ นตงั้
หมอ้ ตม้ ยาแลว้ ขาย ยาเหลา่ นน้ั คอื สมนุ ไพรพนื้ บา้ นเพอื่ ผลติ เปน็ นำ�้ มนั
นวดในพน้ื ที่ เชน่ ไพร วา่ นตา่ งๆ ตะไคร้ มะกรดู จึงน�ำเอาสมนุ ไพร
รวมประมาณ ๑๕ อยา่ งมาตม้ รวมกัน เปน็ สมนุ ไพรทม่ี ีอยใู่ นพน้ื ทที่ ั้ง
สิ้น แสดงว่าพืชสมุนไพรเหล่าน้ีถูกนำ� มาใช้เป็นระยะเวลานับพันปีมา
แลว้ ในพนื้ ทจ่ี ังหวดั ชายแดนภาคใต้ จนกลายเป็นน�ำ้ มนั นวดของหมอ
พื้นบา้ น

“สง่ิ ทผี่ มนำ� มาใชเ้ ปน็ ตวั ยาหลกั ในการผลติ ยานวด ประกอบ
ด้วยไพร ๕ สว่ น ตวั อนื่ กจ็ ะเป็นอย่างละส่วน เชน่ ตะไคร้ใชด้ บั กลิ่น
ขม้ินชัน มีตัวอย่างที่สามารถไปรักษาและคลายกล้ามเน้ือได้ ไพลก็
เหมอื นกัน ตระกลู น้ี แลว้ มตี วั ยาสำ� คัญที่มาใชใ้ นช่วงหลังๆ กค็ ือ “ฮตั
ปาตเู ซาดตั ” คือการเอากำ� แพงเจ็ดชัน้ และเท้ายายม่อม ซึ่งจะเอาทั้ง
๕ เลย คอื เอาใบ ราก พ้ี แกน่ มาต้มรวมกนั ซงึ่ สงิ่ เหลา่ นี้เราสามารถ
นำ� มาเป็นนำ�้ มนั ในการนวดได”้
เพราะฉะนั้นศาสตรใ์ นการนวดน้ำ� มันลังกาสกุ ะ ๓ อย่าง คอื
วธิ กี ารนวด นำ้� มนั นวด และก้อนเสา้ การนวด

๑๑๗

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

จากประสบการณ์ท่ีเรียนจบแพทย์แผนไทยปี ๒๕๔๘ ปี
๒๕๕๐ ศาสตรเ์ หลา่ นถี้ กู รวบรวมขน้ึ มา จากนวดพน้ื บา้ นจนกลายเปน็
“นวดน้�ำมันลังกาสุกะ” ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข น�ำศาสตร์การ
นวดลงั กาสกุ ะมาเปน็ สบั เซ็ตของการประกาศใหน้ วดไทยเป็น “มรดก
โลก” เดือนธนั วาคม ๒๕๖๒ ทางยเู นสโกจะประกาศให้นวดไทยเป็น
มรดกโลก หลงั จากนั้นใหเ้ อานวด ๔ ภาค ภาคเหนือเอาเร่ืองของการ
นวดตอกเส้น ภาคกลางคือเหยยี บเหล็กแดง ภาคอสี านคอื การขีดเส้น
และภาคใตโ้ ชคดี เอาศาสตรเ์ รอื่ งการนวดนำ�้ มนั ลงั กาสกุ ะเปน็ “โอทอ็ ป
นวดไทย” เพ่อื ควบค่ไู ปกบั การเป็นมรดกโลก
“ตอนนเ้ี รารอสภาในการอนุมตั หิ ลกั สตู ร ถา้ สภาแพทยแ์ ผน
ไทยอนมุ ตั หิ ลกั สตู ร แสดงวา่ ทกุ สว่ นในประเทศไทยจะตอ้ งมกี ารเรยี น
รใู้ นพนื้ ทขี่ อง ๓ จงั หวดั ฯ เรยี นรอู้ ะไรครบั เรยี นรวู้ ธิ กี ารนวด เรยี นรวู้ ธิ ี
๑๑๘ การผลติ นำ้� มนั นวดทไ่ี ดน้ ำ� เอาสมนุ ไพรในพนื้ ท่ี ๓ จงั หวดั ฯ ไปใชใ้ นการ
นวด และเรยี นรวู้ ธิ กี ารในการนวดโดยการประคบกอ้ นเสา้ ซง่ึ ตอ่ ไปใน
อนาคตจะมีโลโกอ้ อกมาตามโรงพยาบาล หรือตามสภาตา่ งๆ เรยี กว่า
“โอท็อปนวดไทย” เพราะฉะน้ันสง่ิ เหลา่ นจ้ี ะมีบรรจอุ ยใู่ นนัน้ ดว้ ย”
จึงเป็นความโชคดีของคนในพ้ืนที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาค
ใต้ จากวิกฤติท่ีเกิดข้ึน กลายเป็นโอกาสให้มีการน�ำส่ิงดีๆ เหล่าน้ีมา
ใช้ และมโี อกาสก้าวส่เู วทีระดับโลกเพราะมีคนสนใจมากมาย
แผนงานทว่ี างไวใ้ นอนาคต คอื การไปเซน็ MOU กบั ทาง ม.อ.
ให้ทาง ม.อ.ปัตตานี โดยสถาบันฮาลาล จัดท�ำเป็นหลักสูตรนวด ใช้
ระยะเวลาในการเรียน ๑๕๐ ชั่วโมง เป็นหลกั สตู รเฉพาะ และต่อไป
เมอ่ื กระทรวงฯ รบั รอง พน้ื ทที่ ง้ั หมดในประเทศไทย กส็ ามารถไปเรยี น
ร้ไู ดเ้ กย่ี วกบั การนวดน้ำ� มันแบบลังกาสกุ ะ ทนี่ ำ� สมุนไพรในพน้ื ทีม่ าใช้
ในการรักษาโรค

เขากล่าวท้ิงท้ายว่า เรื่องราวเกยี่ วกบั พชื สมุนไพร เปน็ พชื ที่ ๑๑๙
มีข้ึนอยู่ในพน้ื ทีอ่ ยแู่ ลว้ หากมกี ารส่งเสรมิ มกี ารพูดถงึ มกี ารวางแผน
ท่ดี ี จะเป็นคลังวตั ถดุ ิบสำ� คญั เพราะพ้นื ท่ีตรงน้มี ีความสมบูรณ์ ไม่ถูก
กระท�ำโดยสารเคมี จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะปลูก หรือส่งเสริม
เพราะทิศทางหรือแนวโน้มของโลกก�ำลังเดินทางไปตามเส้นทางนี้
ในพื้นที่มีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองแหล่งปลูกที่ยังไม่ถูกกระท�ำ
โดยสารเคมี และพืชท่ีจะเอามาปลูกตรงน้ี อาจเพ่ือทานหรือนวด
สามารถขึ้นเจรญิ งอกงามได้ เปน็ ทุนที่มอี ยูเ่ ดมิ ในพนื้ ทอ่ี ยแู่ ล้ว
ในอนาคตข้างหน้าหากมีการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม
สามารถสร้างมูลค่า สร้างรายได้ สร้างประโยชน์ให้กับคนในพ้ืนท่ี ๓
จงั หวดั ฯ ไดด้ มี าก เปน็ หนง่ึ ในธรุ กจิ ทนี่ า่ สนใจและมอี นาคต เพราะเมอื่
รฐั บาลประกาศใหน้ วดไทยเปน็ มรดกโลก จะตอ้ งมขี องโชวใ์ หโ้ ลกเหน็
ถึงสงิ่ ดีๆ ส่วนหนง่ึ ที่มอี ยูแ่ ล้วในประเทศไทยตอนนคี้ ือ นวดราชสำ� นัก
กับนวดเชลยศักด์ิ ทมี่ ีใชก้ นั เกือบทุกโรงพยาบาล แตอ่ นาคตขา้ งหนา้
หากมปี ระกาศใหก้ ารนวดนำ้� มนั ลงั กาสกุ ะซงึ่ เปน็ ภมู ปิ ญั ญาของคนใน
พ้ืนที่ ถูกตอบรับและบรรจุตามโรงพยาบาลต่างๆ กระแสนิยมจะพุ่ง
ข้ึน และศาสตร์เหล่าน้ีจะถูกพัฒนาไปด้วย การนวดก็จะถูกพัฒนา

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ในเรื่องของการรักษาโรค น�้ำมันหรือพืชสมุนไพรในพื้นที่ ๓ จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ จะถูกวจิ ยั เรยี กว่า R To R คอื วิจัยด้วย ทำ� งานดว้ ย
ประสทิ ธภิ าพและคณุ ภาพทจี่ ะถกู นำ� ไปใชก้ บั คนไข้ งานวจิ ยั ตอ้ งพฒั นา
ไปเรื่อยๆ
ภาพในอนาคต มีคนบอกวา่ ในพ้ืนท่ี ๓ จังหวัดชายแดนภาค
ใต้จะมีคนยากจนเยอะ แต่เขาไม่เชื่อ เพราะคนที่นี่ไม่เคยอดอยาก
แตใ่ นอนาคตข้างหนา้ เม่ือพ้ืนทีต่ รงนี้อุดมสมบูรณ์ ปา่ มีความสมบรู ณ์
สมนุ ไพรทป่ี ลกู แลว้ เตบิ โตสมบรู ณ์ ทำ� ใหอ้ ยากเหน็ การสง่ เสรมิ รณรงค์
และให้มีการท�ำอย่างจริงจัง อย่าให้ทางท้องถิ่นท�ำฝ่ายเดียว อย่าให้
มหาดไทยทำ� คนเดยี ว เกษตรฯ ทำ� คนเดยี ว หากไม่สามารถบูรณาการ
ส่ิงเหล่าน้ี ท�ำให้ต่างคนต่างท�ำ ท้ายสุดไม่สามารถส่งเสริมให้กับ
ประชาชนอยา่ งแทจ้ รงิ ได้ ตอ้ งบรู ณาการทำ� รว่ มกนั อยา่ งจรงิ จงั ทกุ คน
๑๒๐ จะตอ้ งรกั นราธวิ าส ยะลา ปตั ตานี รกั พ้ืนที่ ๓ จงั หวัดชายแดนภาคใต้
แลว้ อยากจะพฒั นาอย่างจรงิ จังรว่ มกัน จงึ จะเกดิ ผลสำ� เร็จ
“ผมยกตวั อยา่ งวา่ เวลาเราจะปลกู ตน้ ยางตน้ หนงึ่ หรอื แปลง
หนึ่ง ส่วนมากคนก็จะบอกว่าอย่าไปปลูกเลยยางพาราเพราะในพื้นที่
มีแต่หญ้าคา คือไม่ทนั ได้ปลูกคณุ กก็ ลัวหญา้ คาแล้ว ลองคิดใหม่ คุณ
ปลกู ใหด้ ซี ิ บำ� รงุ ตน้ ยางใหด้ ี เมอ่ื ไรทต่ี น้ ยางเตบิ โตแตกกง่ิ กา้ นสาขา จน
บดบังแสงอาทติ ยไ์ ม่ให้สอ่ งถึงพ้นื ได้ ตน้ หญ้าคาก็จะตายเอง บ้านเรา
ก็เหมอื นกัน เราอยา่ ไปกลวั อุปสรรค อยา่ กลวั เหตกุ ารณ์ทเี่ กิดขน้ึ คณุ
ทำ� สงิ่ ท่ีตอ้ งการจะท�ำให้ดที สี่ ดุ แลว้ วนั หนงึ่ มนั ก็จะหายไป รุน่ ท่คี ดิ ไม่
ดีตอ่ ประเทศชาติก็จะค่อยๆ หายไป” เขากล่าวสรุปทิง้ ทา้ ยอย่างอวล
ความหวัง

การเตรียมสมุนไพรเพือ่ ท�ำน�้ำมนั ลงั กาสุกะ

๑๒๑

ก้อนเสา้ ท่ีใช้ประคบขณะนวด
ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



ตัวยาหลกั ในการผลติ ยานวด และกอ้ นเสา้
ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

บทท่ี ๙

การรุกตลาดของ
“กลมุ่ หมอ่ นไหม”



๑๒๔ “อาชพี หลกั ของผมคอื ทำ� สวน ตอนนท้ี ำ� สวนลองกอง ทเุ รยี น
เงาะ ดว้ ยสขุ ภาพไมค่ อ่ ยดี ตอ้ งมาทานยาของแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั ทำ� ให้
มีปัญหาเรื่องไต เลยมาศึกษาเรอื่ งสมนุ ไพร ได้น�้ำสม้ แขกมาช่วย ๑ คือ
ลดความดนั ลดคอเรสเตอรอล ปกติผมกินยาความดันมา ๑๐ กว่าปี
ตอนนคี้ วามดนั ปกตแิ ลว้ เพราะทานนำ�้ สม้ แขก นอกจากนมี้ ปี ญั หาเรอื่ ง
กระดกู และจอประสาทตาเส่อื ม หมอพยายามให้บ�ำรุงอีกข้าง เลยไป
เจอลกู หมอ่ น มอนเบอรร์ ่ี มาแปรรปู เปน็ นำ้� ลกู หมอ่ น ลองทานดวู า่ จะ
ไดผ้ ลขนาดไหน ผลออกมาใชไ้ ด้ เพื่อนๆ หลายคนลองทานดเู หมอื น
กัน ก็บอกวา่ ใชไ้ ด้ เรอ่ื งสายตาดีขึน้ มองชัดขนึ้ แต่ต้องใชเ้ วลาบ้าง”
นายวรพล นรารัตน์วงศ์ กล่าวถึงที่มาท่ีไปก่อนจะมารับบทบาทเป็น
แกนนำ� ของ “กลมุ่ หมอ่ นไหม” ในพน้ื ทต่ี ำ� บลตนั หยงมสั อำ� เภอระแงะ
จังหวดั นราธวิ าส
เขาเช่ือว่าผู้คนส่วนหน่ึงยังไม่รู้คุณค่าท่ีแท้จริงของลูกหม่อน
ทง้ั ทล่ี กู หมอ่ นมปี ระโยชนม์ หาศาล ทง้ั สว่ นของใบ ราก หรอื ยอด นำ� มา

แทนผงชูรสได้ เวลาทำ� แกงจดื เด็ดยอดสกั ๓-๔ ใบมาใส่ จะเพ่มิ ความ ๑๒๕
หวานและความอรอ่ ย ส่วนใบแก่มาทำ� ชาใบหม่อนได้
จากประสบการณ์ตรงที่ได้รับ จึงพยายามชักชวนให้เพ่ือนๆ
เกษตรกรทดลองลงมอื ปลกู ตน้ หม่อน เม่อื ปลูกกนั มากไดผ้ ลผลิตเพม่ิ
ข้ึน เริ่มแรกยังไม่รู้แนวทางว่าจะน�ำไปท�ำอะไรเนื่องจากตลาดรองรับ
ก็ไมม่ ี ในท่สี ดุ เกดิ การรวมตัวกันแปรรปู “น�ำ้ ลกู หมอ่ น” เพื่อจ�ำหน่าย
ผ่านไประยะหนึ่งจ�ำนวนสมาชิกเริ่มเพ่ิมมากขึ้นเร่ือยๆ จึงน�ำไปสู่
แนวทางรวมกลมุ่ ในลกั ษณะ “วสิ าหกจิ ชมุ ชน” เนน้ การแปรรปู โดยที่
ไมเ่ คยมคี วามรู้ด้านนมี้ าก่อนเลย
“กใ็ ช้ความรู้สกึ วา่ ตอ้ งปรุงแบบน้ันแบบน้ี ชว่ ยกนั ในกลมุ่ จน
ประสบผลสำ� เรจ็ เรอ่ื งนำ้� ลกู หมอ่ น มกี ารผลติ เพม่ิ มตี ลาดรองรบั อยา่ ง
จรงิ จงั ”
ถึงปัจจุบันรูปแบบท่ีศูนย์หม่อนไหมด�ำเนินการอยู่ คือ การ
ทำ� ลกู หมอ่ นกวน หมอ่ น ๓ รส และแยมหมอ่ น นอกจากนกี้ ำ� ลงั เตรยี ม
สถานท่ีจะท�ำไวน์หม่อนซ่ึงการทดลองที่ผ่านมาปรากฏว่าได้รสชาติท่ี
ดมี าก โดยตวั หม่อนทางกลุม่ ได้รับการสนับสนุนจาก ศูนยห์ ม่อนไหม
เฉลิมพระเกยี รติฯ ท่กี ะลุวอเหนอื ทจ่ี ะมาให้ความร้กู บั ชาวบ้านด้วย

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



ได้รบั รางวัลพระราชทานจาก สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรม สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
๒ ปีซอ้ น “รางวัล ชนะเลศิ น�้ำส้มแขก” ในการประกวดนำ�้ สม้ แขกในวันลองกอง งานของดเี มอื งนรา

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ปจั จยั หนงึ่ ทนี่ า่ สนใจ คอื การนำ� จดุ เดน่ ของผลติ ภณั ฑใ์ นพนื้ ท่ี
มาใช้ เช่นเรอื่ ง “ส้มแขก” เปน็ ผลผลติ ทดี่ ี ได้รบั การยอมรับว่ารสชาติ
อร่อย วิตามนิ ดสี ดุ มีขอ้ มลู จากสถาบนั การศึกษาอยา่ ง มหาวิทยาลยั
๑๒๘ สงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้ท�ำการวิจัยมาแล้ว ปรากฏว่าส้มแขกของ

อ�ำเภอระแงะ จังหวัดนราธวิ าส ท่ีมาจากพ้นื ทบ่ี า้ นซีโปหรอื บา้ นกาลิ
ซาดีท่ีสุด มีความหอมอยู่ในตัวด้วย เพราะที่น่ันมีลักษณะเป็นเทือก
เขา น้ำ� ดี ดินดี อากาศดี ทำ� ใหผ้ ลติ ผลส้มแขกจะดมี ากทั้งเชิงปรมิ าณ
และคณุ ภาพ สว่ นนำ้� สม้ แขก ทางกลมุ่ ใชล้ กู สดทไี่ ดม้ าฝานแลว้ ตากแดด
รวม ๒ แดด จากนั้นนำ� ไปเก็บในช่องฟรีซเพอื่ ป้องกันการเป็นเชอ้ื รา
กอ่ นจะน�ำไปด�ำเนินการในขน้ั ตอนต่อไป
“นำ�้ ส้มแขก เดิมยงั ไมม่ ใี ครท�ำ มแี ต่สม้ แขกแชอ่ ม่ิ ที่ชาวบ้าน
ท�ำกันอยู่ น้�ำส้มแขกเป็นผลิตภัณฑ์ที่พวกเราช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเอง
สว่ นกระเจยี๊ บกบั พทุ ราจนี ปกตทิ อ้ งตลาดทวั่ ไปกม็ แี ตน่ ำ้� กระเจย๊ี บ จะ
ไม่ผสมพทุ ราจนี แล้วกเ็ ปน็ กระเจีย๊ บสดดว้ ย ลูกหม่อนแลว้ แต่รสชาติ
ไมเ่ หมอื นกนั ในแต่ละท่ี ของเราผสมมะนาวลงไปหน่อยเพื่อเพิม่ ความ
เปรย้ี ว แตท่ กุ อยา่ งใสด่ อกเกลือและน้�ำตาลทรายแดงเพอื่ สขุ ภาพ”

ส�ำหรับกรรมวิธีท�ำน้�ำส้มแขก คือ น�ำน�้ำส้มแขกมาต้มจน ๑๒๙
เดือด แล้วกรอง ปรงุ ด้วยดอกเกลอื น�้ำตาลทรายแดง เขา้ ไปช่วย จาก
ทีอ่ าจารย์ ม.อ. นำ� ตัวอยา่ งไปวจิ ยั ทราบผลว่าผลทางยาคงท่ี ส้มแขก
ปกตชิ าวบา้ นจะใชท้ ำ� แกงหรอื พวกนำ้� พรกิ แตร่ นุ่ กอ่ นๆ รนุ่ ยา่ รนุ่ ทวด
จะใช้ลูกสม้ แขกเปน็ ยาแก้ความดัน มสี รรพคณุ ทางยา
ช่วงท่ีผ่านมาเป็นที่น่าเสียดายว่า สมุนไพรในพื้นท่ีอีกหลาย
ประเภททไี่ มถ่ กู นำ� มาใชป้ ระโยชนเ์ ยอะมาก เชน่ ลกู หวา้ ฯลฯ มกี ารนำ�
มาท�ำน้�ำกระเจี๊ยบผสมชาจีน ด้วยการใช้กระเจี๊ยบอบแห้งผสมพุทรา
จนี หากทำ� นำ�้ กระเจี๊ยบอยา่ งเดยี ว อาจกัดกระเพาะหรือลำ� ไสไ้ ด้ ถือ
เป็นสตู รยาจนี ตอ้ งเอาพุทราเขา้ ไปช่วย
“นอกจากสมนุ ไพร ๓ ชนิดนี้ ผมยังมฟี ักขา้ ว เสาวรส ก�ำลัง
สอนใหค้ วามรชู้ าวบา้ นอยู่ พยายามดนั ใหช้ าวบา้ นปลกู ฟกั ขา้ ว เสาวรส
หม่อน เพ่ือน�ำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัวในเบ้ืองต้น คือ การดูแลรักษา
สุขภาพตัวเอง ส่วนท่ีเหลือจึงค่อยน�ำมาส่งที่ศูนย์ฯ ที่กลุ่ม เพื่อการ
แปรรูปเพ่ิมมูลค่า ใครที่สนใจจะเรียนรู้เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์
สามารถมาเรียนรู้ เราให้ความรแู้ กเ่ ขาได”้

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

๑๓๐ ทั้งน้ี สตู รในการทำ� หรอื แปรรปู ผลิตภัณฑท์ ุกอย่าง ผ่านการ
คิดค้นลองผิดลองถูกกันเองระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ถึงเวลาน้ีด�ำเนิน
การผา่ นมาเปน็ ปที ี่ ๓ แลว้ ผบู้ รโิ ภคเรม่ิ ใหก้ ารสนบั สนนุ มากขนึ้ ทำ� ให้
เรมิ่ มอี ตั ราการเตบิ โตด้านการตลาดดีขึ้นเรือ่ ยๆ แมจ้ ะพานพบปญั หา
อุปสรรคอยูบ่ ้าง แต่ก็พยายามชว่ ยกนั แกไ้ ข
อยา่ งไรกต็ าม ความภาคภมู ใิ จสงู สุดของกลมุ่ หม่อนไหม คอื
การได้รับรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรม
สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ๒ ปซี อ้ น “รางวลั
ชนะเลิศน�้ำส้มแขก” ในการประกวดน้�ำส้มแขกในวันลองกอง งาน
ของดีเมืองนรา เป็นเสมือนแรงผลักดันส�ำคัญ ท�ำให้มีก�ำลังใจมุ่งมั่น
ก้าวเดินตามเปา้ หมายท่วี างไวต้ ่อไป

๑๓๑

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



ส้มแขกของอำ� เภอระแงะ จังหวัดนราธวิ าส ที่มาจากพ้ืนท่บี ้านซโี ปหรอื บา้ นกาลซิ า
ได้รบั การยอมรบั ว่ามีสรรพคุณดีท่ีสุด มีความหอมอย่ใู นตัว

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

บทท่ี ๑๐

“เภสชั กรยิปซี”
กับเครอื ข่าย “ลังกาสุกะโมเดล”

จากวัตถุดิบ องค์ความรู้ การผลิตหรือแปรรูป บั้นปลาย
๑๓๖ สุดท้ายที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของสมุนไพรคือ การสร้างเครือ

ข่ายความร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรผู้ผลิต สถาบันการศึกษา โรง
พยาบาล ฯลฯ ซึ่งจะน�ำไปสู่การด�ำเนินงานที่สามารถสร้างผลส�ำเร็จ
และท�ำให้เกดิ ความยัง่ ยนื โดยแทจ้ ริง
“ลังกาสุกะโมเดล” คือหน่ึงในต้นแบบการสร้างเครือข่าย
ชมุ ชนสมนุ ไพรชายแดนใตท้ นี่ า่ สนใจ เพราะทง้ั ชอื่ และเนอ้ื หาลว้ นเกย่ี ว
พันกับพื้นท่ี ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ซ่ึงมลี กั ษณะเดน่ เชิงภูมศิ าสตร์
ที่ตั้งเพราะต้ังอยู่บน “คาบสมุทรมลายู” ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย
กบั มหาสมุทรแปซิฟกิ เป็นหมุดหมายสำ� คญั ของนักเดินทาง นักเผชญิ
โชค นกั เผยแผศ่ าสนา และพอ่ คา้ ซงึ่ เดนิ ทางมาแสวงหาทรพั ยากรทมี่ ี
คา่ จากพนื้ ทแี่ ถบนี้ กอ่ ใหเ้ กดิ การผสมผสานของผคู้ นตามยคุ สมยั ดว้ ย
ไดร้ ับอิทธิพลจากหลายอารยธรรม เช่น ประเทศจนี อนิ เดยี อาหรับ
รวมถึงชาติตะวันตก และยังสอดคล้องกับสภาพพ้ืนที่ วิถีชีวิต ของ
ประชาชนซ่ึงอาศยั อย่ใู นพน้ื ท่ีปจั จบุ ัน

ทสี่ ำ� คญั เกย่ี วพนั กบั บคุ คลสำ� คญั ชอื่ ศ.ดร.กฤษณา ไกรสนิ ธ์ุ ๑๓๗
ซง่ึ หลงั เสรจ็ สน้ิ ภารกจิ สำ� คญั อทุ ศิ ตนเพอ่ื ผลติ ยาตา้ นเชอ้ื ไวรสั เอดสใ์ น
ทวปี แอฟรกิ า กระทงั่ มชี อื่ เสยี งไดร้ บั การยกยอ่ งไปทวั่ โลก ตง้ั ใจวา่ งาน
ส�ำคัญชิ้นต่อไปที่ต้ังใจด�ำเนินการอีกครั้ง คือการหาแนวทางช่วยงาน
พฒั นาในพ้นื ท่ภี าคใต้ ประมาณปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๒ จงึ เรมิ่
ปรึกษาหารือกับบุคคลและหน่วยงานหลายฝ่ายเพื่อช่วยกันหาทาง
พฒั นาคณุ ภาพสมนุ ไพรทางภาคใต้ ซง่ึ เปน็ พนื้ ทที่ มี่ ที รพั ยากรธรรมชาติ
สมบูรณ์พร้อม แรกเริ่มได้ด�ำเนินงานพัฒนาคุณภาพสมุนไพรในพ้ืนท่ี
ภาคใต้ตอนบนและตอนกลาง แต่ด้วยปัจจยั เงือ่ นไขหลายอยา่ ง จึงยัง
ไม่ประสบผลส�ำเรจ็ มากนกั
ตอ่ มาจงึ ตงั้ เปา้ สพู่ น้ื ท่ี๓จงั หวดั ชายแดนภาคใต้มงุ่ หาแนวทาง
ช่วยเหลือชาวบ้านซ่ึงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน
พ้ืนท่ีซ่ึงยืดเย้ือมาหลายปี ขณะเดียวกันเล็งเห็นว่าในพื้นท่ีชายแดน
ใต้ ได้รับการยอมรับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์พร้อม

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส



ศ.ดร.กฤษณา ไกรสนิ ธุ์ ในฐานะผ้คู ิดคน้ วจิ ัย และผลิต ผลติ ภัณฑ์ยาจากพืชสมนุ ไพรไทยกว่า ๖๐ ชนิด
และสร้างเครอื ข่ายสมนุ ไพร “ลงั กาสุกะโมเดล”

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

๑๔๐ ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ในฐานะผู้คิดค้น วิจัย และผลิต
ผลติ ภัณฑย์ าจากพชื สมุนไพรไทยกว่า ๖๐ ชนดิ อทุ ิศตนท�ำงานดา้ น
มนุษยธรรมเพ่ือการเข้าถึงยา และพัฒนาสุขภาพของคนไทย มุ่งเป้า
หมายสพู่ น้ื ที่ ๓ จงั หวดั ชายแดนใต้ โดยศกึ ษาขอ้ มลู ในวงกวา้ งเปน็ เบอื้ ง
ต้น ในระยะแรกมองเห็นศักยภาพด้านทรัพยากรทางการเกษตรและ
พชื สมนุ ไพรของชมุ ชนในตำ� บลโคกเคยี น อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นราธวิ าส
รวมทง้ั ความตง้ั ใจจรงิ ความพรอ้ มใจกนั ของประชากรทจ่ี ะสรา้ งความ
เข้มแข็งให้แก่ชุมชน การสร้างรายได้เสริมจากการปลูกและเก็บเก่ียว
พชื สมนุ ไพร
ท้ังน้ี ในระยะแรก โครงการวิเคราะห์คุณภาพของสมุนไพร
และความเหมาะสมของพ้ืนที่ เพื่อการผลิตและสนับสนุนการ
ผลิตวัตถุดิบสมุนไพรใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ คณะ
เภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ พบวา่ ปจั จัยสำ� คัญที่น่า
สนใจยิ่งคือ สภาพดินในจังหวัดนราธิวาส ปลอดจากสารโลหะหนัก

และยาฆ่าแมลง นับเป็นผลดีต่อคุณภาพและมาตรฐานของสมุนไพร ๑๔๑
ที่ผลติ ได้ในจงั หวดั และไดน้ �ำเสนอตวั อย่างผลิตภัณฑย์ าจากสมุนไพร
จาก ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ทผ่ี ลติ ณ โรงงานของ คณะเภสชั ศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์
“เราไมอ่ ยากใหค้ วามหวงั แบบลมๆ แลง้ ๆ กบั ชาวบา้ น เพราะ
หากท�ำไม่ได้จริงชาวบ้านจะผิดหวังแล้วคิดว่าถูกหลอกเช่นท่ีเคยเกิด
ข้ึนกบั หลายๆ โครงการ ฉะนน้ั เบ้ืองตน้ จึงยงั ไม่สนับสนุนให้ชาวบ้าน
ลงมือปลูกพืชสมุนไพรอย่างจริงจัง แต่ใช้วิธีส�ำรวจพืชสมุนไพรท่ีชาว
บ้านปลูกกันไว้อยู่แล้วในครัวเรือน การท�ำโครงการในลักษณะแบบ
นตี้ อ้ งใชเ้ วลา คอ่ ยๆ คิด คอ่ ยๆ ทำ� ไป อย่าไปเรง่ อะไรมาก เบอื้ งตน้
เราน�ำร่องทดลองท�ำที่โคกเคียนเพ่ือให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนก่อน”
ดร.กฤษณา ไกรสินธ์ุ กลา่ ว
ผศ.ดร.ศิริรัศม์ิ ปิ่นสุวรรณ คณบดี คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน่ึงในแกนท�ำงานร่วมกันให้ข้อมูล
ว่า คณะท�ำงานเริ่มออกส�ำรวจโรงพยาบาลซ่ึงมีการผลิตยาสมุนไพร
ทั้งหมดใน ๑๔ จังหวดั ภาคใต้ ปัญหาสว่ นใหญท่ ี่พบ คอื โรงพยาบาล
ที่มีการผลิตยาสมุนไพรอยู่แล้ว เม่ือตรวจสอบสถานที่ผลิตปรากฏว่า
ยงั ไมไ่ ดม้ าตรฐานคณุ ภาพตามหลกั เกณฑว์ ธิ กี ารทดี่ ใี นการผลติ (GMP)
คือ ข้อกำ� หนด ระเบยี บ แบบแผน วิธปี ฏิบตั ิทน่ี ำ� มาใชใ้ นการผลิตท่ดี ี
และไดส้ นิ คา้ ทมี่ คี ณุ ภาพมาตรฐาน ครอบคลมุ ถงึ สถานทผ่ี ลติ อปุ กรณ์
เครื่องจักร บุคลากร วัสดุ เอกสารต่างๆ และสิ่งอื่นท่ีเก่ียวข้องกับ
กระบวนการการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การน�ำวัตถุดิบเข้าในสถานที่
ผลติ ผา่ นขน้ั ตอนการผลติ ตา่ ง ๆ และการตรวจสอบคณุ ภาพ การบรรจุ
การเขา้ หบี หอ่ ตลอดจนการจดั เกบ็ จนไดเ้ ปน็ สนิ คา้ สำ� เรจ็ รปู และออก
จ�ำหน่ายแก่ประชาชน แม้กระท่ังท่ีผลิตโดยกระทรวงสาธารณสุขเอง

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

๑๔๒

ทำ� ใหเ้ กดิ ปญั หาเพราะความเชอื่ มนั่ เรอื่ งยาสมนุ ไพรในกลมุ่ ผบู้ รโิ ภคลด ๑๔๓
นอ้ ยลง ทง้ั ทีท่ างกระทรวงสาธารณสุขตอ้ งการสง่ เสรมิ ให้มีการเข้าถึง
ของคนในการใชย้ าสมนุ ไพรให้มากย่ิงข้ึน เพ่ือลดการใชย้ าสามัญหรอื
ยาตะวนั ตก
“ส่ิงท่ีเกิดขึ้นท�ำให้เกิดแนวคิดว่าท�ำอย่างไรถึงจะช่วยกันได้
จงึ ระดมกำ� ลงั ความคดิ กนั ทงั้ สาธารณสขุ จงั หวดั (สสจ.) ทง้ั โรงพยาบาล
ท่มี กี ารผลติ ยาสมุนไพรทางภาคใต้ ทัง้ หมดมาพดู คยุ ปรกึ ษาหารือกนั
เป็นจุดเร่ิมต้นของการพัฒนาเครือข่ายสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง เราคุย
กนั วา่ ทำ� อยา่ งไรทจี่ ะชว่ ยใหก้ ารผลติ ยาสมนุ ไพรของโรงพยาบาลตา่ งๆ
มีคุณภาพมากข้ึน จึงท�ำให้เกิดการรวมตัว สร้างเป็นเครือข่ายพัฒนา
คุณภาพสมุนไพรด้วยกนั ”
กอ่ นหนา้ นั้น กลา่ วได้วา่ ไม่มโี รงพยาบาลใดในพ้นื ทภี่ าคใตม้ ี
โรงงานผลติ ยาสมนุ ไพรไดม้ าตรฐานตาม GMP ดงั นน้ั ทาง มหาวทิ ยาลยั
สงขลานครินทร์ (ม.อ.) จึงได้พยายามเริ่มด�ำเนินการให้เป็นต้นแบบ
กอ่ น ดว้ ยการพฒั นาอาคารวจิ ยั ใหเ้ ปน็ โรงงานสมนุ ไพร กระทง่ั ได้ GMP
จากนัน้ ดำ� เนนิ งานโรงงานสมุนไพรใน ม.อ. ให้เปน็ ศนู ย์เรียนรูส้ �ำหรบั
เครือข่ายท้ังหมด พร้อมกับเปิดอบรมการขอ GMP ให้แก่เจ้าหน้าที่
ของโรงพยาบาลต่างๆ

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

จากจดุ นน้ั นำ� มาซง่ึ ผลดำ� เนนิ งานสำ� คญั ในกา้ วแรกๆ เสมอื น
การนำ� ร่อง คอื การขอดำ� เนินการเรอื่ ง GMP ให้โรงพยาบาลสมเดจ็
พระยพุ ราชสายบุรี จังหวัดปตั ตานี และโรงพยาบาลปา่ บอน อำ� เภอ
ปา่ บอน จงั หวดั พัทลงุ
“ความจรงิ แล้วส่วนน้เี ราทำ� ทัง้ ๑๔ จงั หวัด แตจ่ ดุ เดน่ หรือ
จดุ ทพ่ี ยายามเนน้ คอื ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ซงึ่ จะเหน็ วา่ ทรพั ยากร
ต่างๆ มีเยอะมาก ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องสมุนไพร ทั้ง
วัตถุดิบหรือการใช้ยาสมุนไพร ทาง ม.อ. เป็นหน่วยงานหนึ่งท่ีลงไป
ช่วยสนับสนุนการด�ำเนินงานของอาจารย์กฤษณา ไกรสินธุ์ กระทั่ง
ต่อมาท�ำให้มีโรงพยาบาลท่ีเป็นแกนหลักในลักษณะเครือข่ายจ�ำนวน
๔ แหง่ ถูกเรียกวา่ กลมุ่ ผลติ ยาสมุนไพรกลุ่มลังกาสุกะ”
โรงพยาบาลทงั้ ๔ แหง่ ในพน้ื ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ กลาย
เป็นเครือข่ายส�ำคัญในฐานะ “ลังกาสุกะโมเดล” ประกอบด้วย โรง
๑๔๔ พยาบาลจะแนะ อ�ำเภอจะแนะ จงั หวดั นราธวิ าส โรงพยาบาลกะพอ้

อ�ำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ๑๔๕
อ�ำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
ยะหา อ�ำเภอยะหา จังหวัดยะลา รวมถึงชุมชนโคกเคียน-บ้านทอน
อำ� เภอเมอื ง จังหวดั นราธวิ าส และขยายผลต่อไปยงั พนื้ ท่ีอำ� เภอเบตง
จังหวดั ยะลา อกี ดว้ ย
ตอ่ จากน้ไี ป ปจั จัยเกือ้ หนนุ ส�ำคญั ระหวา่ งโรงพยาบาลเครือ
ข่าย มีท้ังส่วนท่ีเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพร มีการสนับสนุนให้
ชุมชนปลูกสมุนไพร แล้วน�ำไปสู่โรงงานผลิต มีการแปรรูปวัตถุดิบ
กระบวนการควบคุมคุณภาพ ส่วนของโรงงานผลิตยาซ่ึงได้มาตรฐาน
GMP เกดิ วงจรการพัฒนาสมนุ ไพรอยา่ งครบวงจรในพน้ื ท่ี ๓ จังหวดั
ชายแดนภาคใต้ มีหน่วยงานเช่น มอ. เป็นพี่เล้ียงคอยดูแลและท�ำ
หน้าที่วิเคราะห์คุณภาพให้ รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพยาหรือวัตถุดิบ
ที่ผลิตได้ทั้งหมด เพื่อวิเคราะห์ว่ามีปริมาณสารส�ำคัญได้มาตรฐานท่ี
จะน�ำมาผลิตยาไดห้ รอื ไม่ มี สสจ. เขา้ มาชว่ ยฐานะคนกลาง เป็นตวั

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

เช่ือมส�ำคัญในการกระจายสินค้าของกลุ่ม ๓ จังหวัดชายแดนภาค
ใต้ นอกจากนีไ้ ดร้ บั การสนับสนุนจากภาคเอกชน สถาบนั การศกึ ษา
และงบประมาณจากหนว่ ยงานราชการท่ีเกย่ี วขอ้ ง
“ในท่ีสุดการด�ำเนินการตามแนวคิดน้ี จะท�ำให้เห็นการ
เช่ือมต่อซึ่งภาคอ่ืนพยายามท�ำแต่ไม่ส�ำเร็จ ท่าน ศ.ดร.กฤษณา
ไกรสินธุ์ ช่วยเราเยอะมาก ลงมาช่วยเต็มตัวเต็มที่ ตรงน้ีเป็นความ
เชอ่ื มโยงทดี่ ี เปน็ ความตงั้ ใจรว่ มทจี่ ะไปใหถ้ งึ จดุ มงุ่ หมายเดยี วกนั คอื
พัฒนาภาคใต้และพัฒนาคุณภาพยาสมุนไพรภาคใต้ให้ได้คุณภาพ”
ผศ.ดร.ศริ ริ ศั ม์ิ ปน่ิ สวุ รรณ ยำ�้ ใหเ้ หน็ ปรากฏการณส์ ำ� คญั ทก่ี ำ� ลงั เกดิ ขนึ้
“ลังกาสุกะโมเดล : ต้นแบบการสร้างเครือข่ายชุมชน
สมุนไพรชายแดนใต้” กลายเป็นนวัตกรรมการท�ำงานร่วมกันของ
ทั้ง ภาครฐั กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงศกึ ษาธิการ สถาบันการ
ศกึ ษา และภาคเอกชน ตา่ งเปน็ หน่วยขับเคลอ่ื นส�ำคญั รว่ มกบั ภาค
๑๔๖ ประชาสังคมและภาคประชาชนในพื้นท่ี ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
และกำ� ลงั สรา้ งปรากฏการณค์ รงั้ สำ� คญั ใหก้ บั สงั คมไทยและสงั คมโลก
ในการแสวงหาความรว่ มมอื การใชท้ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งรคู้ ณุ คา่
การสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มมูลค่า สอดคล้องความต้องการท้ัง
ของผผู้ ลิตและผบู้ ริโภค
ผ่านมากว่า ๑๐ ปีกับการเดินทางผ่านปัญหาอุปสรรค
มากมายในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รูปแบบเคลื่อน แนวทาง
เปลย่ี น หากทวา่ “เปา้ หมาย” ไม่เคยเปล่ยี น ...
ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ผูไ้ ด้รบั สมญานาม “เภสชั กรยิปซ”ี
มุ่งม่ันอุทิศตนเพ่ือมวลมนุษยชาติ จากความส�ำเร็จในการช่วยเหลือ
เพอื่ นมนษุ ยใ์ นทวปี แอฟรกิ ามงุ่ สพู่ นื้ ทช่ี ายแดนใต้ ดว้ ยวธิ กี ารทำ� งานที่
มองชุมชนเปน็ “ศูนยก์ ลาง” สอดคลอ้ งวถิ ชี วี ิตชาวบ้านอย่างแทจ้ รงิ
ในนาม “ลังกาสุกะโมเดล” การขับเคลื่อนเครือข่ายผลิตและแปรรปู

สมุนไพรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยประสบการณ์ใน ๑๔๗
ฐานะผู้คิดค้น วิจัย ผลิตผลิตภัณฑ์ยาจากพืชสมุนไพรไทยกว่า ๖๐
ชนิด อุทิศตนท�ำงานด้านมนุษยธรรมเพื่อการเข้าถึงยา พร้อมสร้าง
ความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการสร้างรายได้เสริมจากการปลูกและ
เกบ็ เก่ยี วพชื สมนุ ไพรส่งไปยังโรงงานผลิตยาจากสมุนไพรในพ้นื ที่
หากโครงการน้ีด�ำเนินการส�ำเร็จตามแผน ย่อมสร้าง
ประโยชน์มากมายต่อชาวบ้านและชุมชน ท้ังการส่งเสริมอาชีพและ
รายได้ ทำ� ใหเ้ กษตรกรในทอ้ งถน่ิ ผลติ เกบ็ เกยี่ ว แปรรปู วตั ถดุ บิ สมนุ ไพร
เบอ้ื งตน้ ที่ได้มาตรฐานสากล และสรา้ งมลู ค่าเพมิ่ ใหส้ มุนไพรไทย น�ำ
องคค์ วามรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษา คน้ ควา้ วจิ ยั พชื สมนุ ไพรไทยในสถาบนั
การศึกษาไปสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้มีการผลิตยาจาก
สมนุ ไพรในเชงิ พาณชิ ยแ์ ละอตุ สาหกรรมอยา่ งแทจ้ รงิ สรา้ งการมสี ว่ น
รว่ มทางความคดิ และรว่ มทำ� งานเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนในชมุ ชน
ซ่ึงจะน�ำไปสู่ความภาคภูมิใจและความเข้มแข็งของชุมชนในท่ีสุด

ตามรอยภูมิปัญญาสมุนไพรนราธิวาส

ระหวา่ งทางมเี รอื่ งเลา่ มากมาย ระหวา่ งทำ� มรี ปู แบบนา่ สนใจ
หลายหลาก ผา่ นการดัดแปลง ปรับเปลย่ี น ปรับปรงุ ประยุกต์ ฯลฯ
โดยเฉพาะการประสานความรว่ มมอื ในลกั ษณะ “ไตรภาค”ี ระหวา่ ง
กลไกภาคประชาชน รว่ มกบั ภาครฐั และเอกชน ภายใตพ้ ลงั จากเครอื
ข่ายคนผู้มีหัวใจเดยี วกนั
ส�ำหรับเป้าหมายและศูนย์กลางส�ำคัญในพ้ืนท่ีจังหวัด
นราธวิ าส คือ การสร้างโรงงานผลติ ยาสมุนไพร โรงพยาบาลจะแนะ
จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเป็นบทสรุปการด�ำเนินงานของโครงการ
ลังกาสุกะโมเดลที่ผลักดันเคล่ือนไหวอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
มายาวนาน ด้วยความมุ่งม่นั เพียรพยายามของทกุ คนทุกฝ่ายรว่ มกนั
๑๔๘


Click to View FlipBook Version